รักฤๅผูกพัน . . . ก็เจ็บปวดเท่ากัน
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: รักฤๅผูกพัน . . . ก็เจ็บปวดเท่ากัน  (อ่าน 227260 ครั้ง)

ออฟไลน์ naumi

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1089
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-2
อ่านตอนนี้แล้วเจ็บจี๊ดดดดด มันเหมือนหัวใจจะสลาย  :sad2:
สุขปนทุกข์ไงไม่รู้ มองข้างหน้าไม่เหนทางไปเลย......
เฮ้อ..ยังเศร้าได้อีกนะ นับวันยิ่งกัดใจไปเรื่อยๆ..........
เปนกำลังใจให้ค่ะ :L2:



รัก . . . ฤๅ  ผูกพัน

อย่างไหนเจ็บปวดกว่ากันก็ไม่รู้สินะ . . .

สำหรับผม . . . ไม่แตกต่างกันเลย  ว่ามั้ยครับ  ผมรักโก . . . เท่าหัวใจของผม

แต่ . . .สำหรับโก . .  .ผมเป็นได้แค่  ความผูกพันอันยาวนาน



ตะงิดตรงคำว่า "สำหรับโก . .  .ผมเป็นได้แค่  ความผูกพันอันยาวนาน"

ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ ทำไมถึงตัดสินเองว่าโกเปนแบบนั้น ได้จากปากโกรึยัง ฟังโกอธิบายแล้วหรอ
ขอโทดนะที่เราคิดเช่นนี้ เพราะตอนนี้เราก้อยังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุที่อาร์มกะโกแยกกันอยู่ดี และเราก้อคิดว่าอาร์มมีเหตุผลของอาร์ม ติดตามต่อไปเรื่อยๆ เราคงจะได้รู้สินะ ว่าเพราะอะไรอาร์มถึงคิดแบบนั้น ตอนนี้ก้อได้แต่เจ็บตามไปพลางๆ และที่อาร์มบอกว่ารักโกเท่าหัวใจของอาร์มน่ะ เราเชื่ออย่างไม่ต้องสงสัย แต่เราไม่ปักใจเชื่อว่าโกไม่ได้รักอาร์ม ยังไม่ปักใจเชื่อว่าโกแค่ผูกพันกะอาร์ม ความรักมันเกิดมาได้จากหลายบ่อเกิดนะ

เปนกำลังใจให้เสมอค่ะ จะติดตามและคิดไปพร้อมกะอาร์มนะ สู้ๆๆๆ :L2:

ออฟไลน์ IZE

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4601
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +227/-3
 :o12: :o12:เศร้า ได้อีก เป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่

RAJCHABUT

  • บุคคลทั่วไป


ตอนที่  ๑๒



   ช่วงเวลาที่ผมอยู่กับโกนั้น . . . มันสุข

   สุขจนผมสะกดคำว่าทุกข์ไม่ถูกเสียด้วยซ้ำ    วันหยุดหากตรงกัน  เราจะออกไปดูหนัง  โยนโบล์ว  ตามเรื่องตามราว  โกมันไม่ชอบเท่าไหร่หรอก  แต่มันขัดผมไม่ได้  เพราะทุกครั้งที่ผมชวนไป  มันพูดได้แค่ว่า . . .


   “ตามใจพี่สิ”

   ผมเลยเหมือนคนที่ถูกตามใจเสียจนเคยชิน  ไอ้ความเคยชินนี้แหละ  หากวันนึงภายภาคหน้ามันไม่ชินขึ้นมา  ผมจะทำอย่างไร . . .

   ความรักบังตาในตอนนั้น . . . คิดเรื่องแย่ ๆ  ไม่เป็นหรอกครับ

   รู้แค่ว่า . .  .

   ยังมีมันอยู่ด้วยกันอีกหลายปี  กว่ามันจะเรียนจบ  เมื่อถึงเวลาที่มันเรียนจบ  ผมคงทำใจให้รักมันแค่น้องได้ . . .

   เพราะ . . .

   เราต่างถึงจุดหมายที่เราสองคนตั้งเอาไว้แล้ว . . .  ผมทำใจได้นะ  เพราะเวลามันคือตัวแปร  ที่เราสองคนกำหนดเอาไว้เป็นคำสัญญา  ผมไม่รั้งมันเอาไว้อยู่กับผมตลอดชีวิตหรอก

   ผมสาบานได้ . . .

   . . . ผมคิดแบบนั้นจริง ๆ . . .

   เวลา . . . ตัวแปรที่สำคัญ  สำหรับความรัก

   ของบางอย่าง . . . มีระยะเวลาของมัน

   มันอาจจะมีอะไรกับผม  แต่มันเคยมีเมียมาแล้ว  คนที่ผ่านอะไรมาทั้งสองแบบมันรู้ดีแน่ ๆ  ว่ามันต้องการอะไร  มันไม่เคยบอกรักผมแบบสั้น ๆ  เลยสักครั้ง  ทั้ง ๆ  ที่ผมอยากได้ยิน  แต่เวลามันบอกรัก . . .

   “ผมรักพี่อาร์มนะครับ   พี่ชายของผม”

   ผมรู้ . . . ความหมายของมัน  มันยังขีดเส้นผมเอาไว้แค่พี่ชายของมันคนนึงเท่านั้น  สำหรับผมสิ่งที่ได้รับมาจากมัน  แค่นี้ก็ดีแล้ว

   ดีที่สุดแล้วนะ . . . ไอ้อาร์ม

   เวลาของผมมีแค่ไหน . . . 

   . . . ผมรู้ตัวเองดี   

   เวลาช่วงไหน  ผมจะมีสถานะอะไรในสายตาของมัน     ผมอยากจะอยู่กับมันตราบจนลมหายใจสุดท้าย  แต่ไม่ใช่ฐานะคูชีวิตแน่ ๆ  เพราะในเวลาสุดท้ายของชีวิต  ผมอาจนอนอยู่ท่ามกลางลูก ๆ  หลาน ๆ  ของมัน

   มันคงจะบอกลูก ๆ  ของมัน . . .

   “นี่ลุงนะลูก เมื่อก่อนพ่อไปเรียนอยู่กับลุงเขานี่แหละ”

   แค่นั้นแหละ!   

   ที่ผมวาดฝันเอาไว้ในบั้นปลาย . . .

    . . . ความฝันของบั้นปลายชีวิตของผม  ผมหวังเอาไว้แค่นั้นจริง ๆ

   ความฝันไม่เคยทำร้ายใคร . . .

   แต่ผมนี่แหละที่ทำลายความฝันของตัวเอง  เพราะในเวลาต่อมา  จนกระทั่งวันนี้  ผมยังไม่รู้เลย  จะมีอะไรอีกต่อไปในวันข้างหน้า  วันที่ผมเองก็ไม่รู้จะมีเวลาให้กับผมนานขนาดไหน

   กับคำถามที่ติดตัวผมเสมอมา  ผมจะมีชีวิตอยู่อีกนานแค่ไหน . . .





   . . . สิ่งที่ผมปลาบปลื้มมากที่สุด . . .

   ผลการเรียน  มันจบ ปวช.  ด้วยคะแนนอันดับหนึ่งในรุ่น  สำหรับผมแล้ว  แม้จะจบปริญญาตรีด้วยเหรียญทอง . . .


   แต่ผมเรียนต่อเนื่องมาตลอด  ไม่เคยหยุดที่จะเรียน 

   หาก . . . โกเมศวร์   

   คนที่หยุดเรียนมาสองปี  แถมเรียนมาทาง การศึกษานอกโรงเรียนอีก  การที่เราถีบตัวเองมาได้แถวหน้าของรุ่น  ผมถือว่ามันไม่ธรรมดา แม้จะเป็นโรงเรียนเอกชนก็เหอะ 

   เรื่องแบบนี้  ใช่ว่าจะทำกันได้ทุกคน

   “พี่อาร์ม  พี่ว่าเรียนที่ไหนดี”    มันนอนมองเพดาน 

   ผมเหรอ  นอนใกล้ ๆ  กับมันนี่แหละ  ตั้งแต่มันมาอยู่กับผมสามปีมาแล้ว   นานมั้ย  นานนะสำหรับเวลาสามปี  ผมไม่รู้ว่าสามปีที่ผ่านมา  เวลามันถักทออะไรขึ้นมาบ้าง

   หนึ่งปีมี . . .

   ๓๖๕ วัน  และมันนอนอยู่กับผมไม่น้อยกว่า  ๓๐๐  วันในหนึ่งปี  ก่อนนอนแทบทุกคืน  เราจะต้องคุยกันเสมอ  ผมว่าดีนะ  ที่ได้นอนคุยกับเรื่องที่ผ่านมาในแต่ละวัน  หากวันไหนผมกลับมาดึก  ผมก็จะเข้าไปหอมแก้มมันเบา ๆ 


   แค่นี้ผมก็หลับฝันดีทั้งคืนแล้วล่ะ

   ผมเหนื่อยสายตัวแทบขาดในการทำงาน . . .

   ผมถามตัวเอง  นี่กรูทำอะไร  กรูทำงานทุกวันนี้เพื่ออะไร  ในเมื่อผมไม่จำเป็นต้องทำงานที่นี่  ผมกลับไปทำงานกับพ่อกับเม่ที่เชียงใหม่หรือเชียงรายก็ได้ 

   แต่ . . .

   . .  . ผมไม่ไป  ไปได้อย่างไร . . .

   ห่วงที่ผมผูกเอาไว้  ยังไม่จบเลย  ผมจะทิ้งมันกลางทางแบบนี้ได้หรือ ?

   ยามกลับมาตอนดึก  เปิดตู้กับข้าว  จะมีของให้ผมกินเสมอ  มันไม่เคยลืมที่จะทำอะไรเก็บเอาไว้  สิ่งนี้ผมไม่เคยถาม  มันทำให้ผมหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง  ผมว่าหลายคนที่เจอแบบผม  ไม่รักก็บ้าแล้ว

   บางครั้งผมขับรถเข้าบ้าน  แหงนหน้ามองแอร์ที่กำลังทำงาน . . .

   ผมเหนื่อย . . .

   แต่คนที่ผมรักนอนหลับสบายในห้องแอร์  ผมยิ้มกับตัวเอง  สิ่งนี้มิใช่หรือที่ผมอยากเห็น  ผมอยากเห็นคนที่ผมรักมีความสุขมากที่สุด  ผมหายเหนื่อยทุกครั้งที่นึกถึงความสุขของคนที่ผมรัก

   สิ่งที่ผมทำ  ผมไม่เคยบ่น . . .

   “แล้วโกอยากเรียนที่ไหนล่ะ”

   “ไม่รู้ดิพี่  พี่ว่าที่ไหนดีอ่ะ”

   มันยังเหมือนเด็กเลย  ไม่มีความมั่นใจ  อาจเพราะมีผมคอยแพ้วถางทางเอาไว้บ้างแล้วกระมัง ผมไม่อยากให้มันเดินไปสู่จุดหมายโดยไม่มีทางอะไรเลย  ถนนที่จะไปสู่จุดหมายมันมีหลายทาง  เหลือแค่ว่าจะเดินไปทางไหน

   ถนนบางสาย . . .

   . . . ตรงดิ่งสู่ปลายทาง

   หาก . . .

   หลายสาย  อ้อม วกไปวนมา

   แต่ . . . จุดหมายคือ

   . . . ปลายทางเดียวกัน . . .

   “ตอนนี้จบ ปวช.  มันก็มีหลายทางมิใช่หรือ?”

   “ใช่พี่  พี่ว่าต่อ ปวส. ดี  หรือเรียน ป. ตรีเลยอ่ะ”

   “ถ้าเป็นพี่นะ  ปวส.”

   “ทำไมครับ”

   “วิศวฯ  ห้าปีนานไป  กลัวไม่จบ  ตายกลางทางเสียก่อน  ปวส.  แค่สองปี  เบื่อยังไงก็ปลอบใจตัวเอง  อีกปีเดียวน่า”

   “ผมก็ว่าจะเรียน ปวส. ก่อน  แต่กลัวพี่ว่า”

   “จะไปว่าอะไรเรา”

   “ไม่รู้ดิ  บางทีพี่อยากให้ผมเรียนตรีก็ได้”

   “มันแล้วแต่โก  เรื่องเรียนพี่ไม่บังคับหรอก  เพราะชีวิตพี่  พี่จะไม่ขอโกอีก พี่ขอเอาไว้เรื่องเดียว”

   “ครับผมรู้”   มันมากอดผมเอาไว้   

   “เรื่องที่พี่ผมขอเอาไว้  ทำไมจะทำให้ไม่ได้” 

   . . . เรื่องที่พี่ผมขอเอาไว้ . . . ตกลงชีวิตนี้  ผมเป็นได้แค่พี่มันเท่านั้นใช่ไหม ?

   “พี่ว่าเข้าไหนดีอ่ะ”

   “อะไร”

   “อ้าว  ก็ปวส .ไง”

   “เทคโนฯ ตีนดอย”  ผมหันไปมองหน้า

   “ไม่เอา  ที่กรุงเทพฯ  ดิพี่”

   “อยากได้ที่ไหน  ก็สอบที่นั่น”

   “แล้วเกิดสอบไม่ได้ทำไง”

   “เอกชน”

   “เอาจริง ๆ  ดิพี่  นี่ผมปรึกษานะเนี่ย”   ผมเขย่าตัวผม

   “เล็งที่ไหนไว้ล่ะ”

   “เทคนิคกรุงเทพฯ  พระนครเหนือ  เทคนิคนนท์ . . .”  มันเงียบไปพักใหญ่   

   “. . . แต่มันสอบพร้อมกันหมดอ่ะดิ  ทำไงดี”

   “เอาที่คิดว่าตัวเองมีโอกาสมากที่สุดสิ”

   “เทคนิคนนท์นะ”

   “ทำไม”

   “ใกล้บ้านอ่ะ  ไปที่อื่นไกลบ้าน  เดี๋ยวพี่เป็นห่วง”

   ขนาดมันจะตัดสินใจเลือกอนาคตของมัน  มันยังคิดถึงผม  ผมได้แต่นิ่งเงียบ  มันเงียบงันจริง ๆ  นะเวลานั้น  ผมไม่เข้าข้างตัวเองหรอก  ความรักที่มันมีให้ผม . . .

   . . . มันรักผมแน่ ๆ . . . 

   แต่ . . .

   มันจะเป็นรักแบบไหนนี่สิ !

   เรื่องของหัวใจ มันบังคับกันไม่ได้  เหมือน ๆ  กับที่ผมเอง  ไม่เคยที่จะบังคับหัวใจตัวเองให้รู้สึกกับมันน้อยลง

   ความรักที่ผมมี . . .

   มันทำร้ายตัวผมเองทุกวัน   ผมคงทำได้แค่ยอมรับในสิ่งที่ผมกระทำลงไป

   


เรื่องนี้ . . . ยิ่งเขียนยิ่งยาก

   มันยากตรงที่มันต้องต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเอง  แม้จะปลอบใจเสมอ ว่านั่นคือความสุขของเรา  คือชีวิตของเรา  สิ่งที่ผ่านมามันผ่านมาแล้ว  แปลกจัง  ภาพความสุขสนุกที่ผมมีตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกัน มันเลือนลาง . . .


   หาก . . .

   ภาพที่เจ็บปวด ทำไมมันกระจ่างชัดก็ไม่รู้    

   อาจเพราะคนเรา มักจดจำสิ่งที่เลวร้ายได้ดีกว่าความสุข . . .

   โกเมศวร์ . . . สอบได้เทคนิคนนท์   สมกับที่มันตั้งใจล่ะ แล้วก็เป็นผมอีกนั่นแหละที่ไปเป็นผู้ปกครองให้มัน 

   ทำไงได้ละครับ ในเมื่อผมเอามันมาเรียน  สิ่งใดที่สนับสนุนมันได้  ผมดันมันเต็มที่  และในทางกลับกัน  อะไรก็ตามที่เข้ามาขวางทางการไปถึงจุดหมายของมัน  ผมก็พร้อมที่จะเอาตัวเข้าไปขจัด

   คราวนี้มันกู้เรียน . . .

   กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา

   อาจเพราะมันมองเห็นความไม่แน่นอนจากการที่แม่มันหายไปเมื่อคราวก่อน  ทำให้มันต้องหาวิธีการที่จะได้เรียนต่อจนจบ  ผมก็ยินดีกับมันสิครับ  อย่างน้อยที่สุด  ไม่ต้องเจียดเงินตัวเองให้มันอีกเวลาที่มันต้องลงทะเบียน

   ทางที่มันเดินมา  ยังไม่ถึงครึ่งทางเลย . . .

   อีกตั้งสี่ปีกว่ามันจะจบ  แล้วผมก็ยังมีแรงพอที่จะทำงานของผมต่อไป   ถ้าผมบอกว่า  สามปีที่มันมาอยู่ด้วย  ไม่เคยมีสักครั้งที่เราทะเลาะกัน . . . จะมีคนเชื่อผมมั้ย

   ไม่เคยครับ . . . ไม่เคยจริง ๆ 

   แม้บางเรื่องผมแอบน้อยอกน้อยใจมันบ้าง . . .

   แต่มันก็ไม่มีเรื่องให้เราต้องขึ้นเสียงกันแม้แต่น้อย  อาจเพราะทั้งมันและผม  เราต่างรู้หน้าที่ของตัวเอง  สิ่งที่เราทำ  คือจุดหมายเดียวกัน

   “พี่อาร์ม  ยืมรถไปโรงเรียนหน่อยดิ  วันนี้ต้องไปซื้อของกับอาจารย์”  มันขอรถยนต์ผม  ในตอนเช้าของวันหยุด

   มันทำงานพิเศษกับอาจารย์มัน . . .

   . . . รายได้พิเศษของมันแหละ

   “เอาไปดิ  ไม่ได้ออกไปไหนหรอก”

   “แน่ใจ”

   “แน่  จะเอาไม่เอา”  ผมต้องมองหน้ามัน  เพื่อยืนยันว่าชัวร์ ๆ 

   ก็หลายครั้งที่มันเอารถไป  แล้วสุดท้ายเป็นผมที่นั่งรถตู้ไปทำงาน     ก็ผมไม่อยากให้มันลำบากนี่ครับ  ส่วนผม  ยังไงก็ได้  ผมยอมได้เสมอ

   มันออกไปทำงานตั้งแต่เช้ามืด  ผมเลยเอามอเตอร์ไซด์  ออกไปที่หมู่บ้านข้าง ๆ  วันเสาร์แบบนี้  ที่หมู่บ้านใกล้ ๆ  กันมีตลาดนัด  กะหาของสดมาเก็บเอาไว้  และหาอะไรมาตุนเอาไว้สำหรับมื้อเช้าของผม

   ข้าวเหนียวหมูปิ้ง . . .

   ของโปรดผมครับ  เจ้านี้อร่อยมาก  เพราะโดยปกติแล้ว  เวลาวันหยุด  ผมอาศัยฝากท้องไว้กับแกนั่นแหละ  แต่คราวนี้มันไม่ใช่แบบที่ผ่านมา . . .

   ตอนสายวันนั้น . . .

   . . . ผมปวดท้องมาก . . .

   ก็นึกว่าอาการปกติ  เพราะผมเป็นโรคอาหารไม่ย่อยบ่อยเสียด้วย  หายากิน  แล้วขึ้นมานอน กะว่าเดี๋ยวคงหาย หากแต่ผมคิดผิด มันกลับปวดมากขึ้น ปวดจนผมต้องนอนขดตัวไปมา

   ไอ้วินิจฉัยโรคเองนี่  มันงานถนัด  ว่าแล้วก็ไปหายาธาตุน้ำขาวมากินอีก  ก่อนลงไปต้มน้ำร้อนมาประคบเอาไว้  อาการปวดที่ท้องด้านขวามันเริ่มทุเลา . . .

   แต่ . . .

   อาการทุเลาไม่ได้แปลว่าหายนี่หว่า 

   พอน้ำร้อนหายร้อน  ก็เริ่มปวดอีก  คราวนี้ทนไม่ไหวแล้ว  ไปที่ร้านขายยา  บอกอาการปวด  เขาก็จัดยามาให้  ในใจมันกะเอาไว้  อีกสักชั่วโมงไม่หายต้องไปหาหมอ  ไม่ไหวแล้ว  ทนปวดมาตั้งแต่นอนดูวอนบิน  พระเอกจากซีรี่ส์ฮิต . . .ข้ามฟ้ามาเชื่อมรัก”

   วอนบิน . . . ยิ้มได้ใจโครต ๆ

   จนตอนนี้  มันเกือบบ่ายสามเข้าไปแล้ว

   พอกินยาชุดใหม่เข้าไป . .  . 

   คราวนี้เริ่มวิงเวียน  คล้ายจะอาเจียน  ต้องวิ่งเข้าห้องน้ำไปล้วงคอ  ให้อาเจียนออกมา  มันออกมาแต่น้ำเหนียว ๆ  ทรมานเหลือเกินไอ้อาการที่เล่ามาทั้งหมด  มันสุดแสนจะทรมาน  เจ็บป่วยทางกาย . . .

   แต่ . . .

   เทียบได้ที่ไหนกับอาการเจ็บปวดทางใจ  ในเวลาอีกไม่กี่ปีต่อมา

   “โก  อยู่ไหน”  ผมพยายามข่มความเจ็บ กดโทรหา

   “เขตใต้”   ก็ราชมงคลนนทบุรี  มันมีสองเขตนี่ครับ     

   “อีกนานมั้ย”

   “ทำไมพี่  เป็นไรมั้ยเสียงไม่ดีเลย”

   “ปวดท้อง  ปวดมาก  ไม่ไหวแล้ว”

   “ตั้งแต่เมื่อไหร่พี่”

   “เมื่อเช้า”

   “แล้วเพิ่งโทรมานี่นะ  รออยู่นะ  จะไปเดี๋ยวนี้”  มันตัดสายทิ้ง    น้ำเสียงมันห่วงผม  ห่วงมากเสียด้วย

   ผมนอนบิดตัวไปมาด้วยความเจ็บปวด . . .

   ไม่ถึงยี่สิบนาที  ผมได้ยินเสียงรถจอด . . . เสียงมันวิ่งมาบนห้อง  มันเปิดประตูเข้ามา  หน้าตามันตื่นตระหนก  ในขณะที่ผมน่ะหน้าเขียวไปหมดแล้ว

   “พี่อาร์ม  พี่อาร์มเป็นอะไร”  มันปรี่เข้ามาประคองผมเอาไว้

   “ไม่รู้  ปวดท้อง”  ผมเอามือกดหน้าท้องด้านขวาเอาไว้

   “เดินไหวมั้ย  ไปหาหมอ”  มันพยายามช่วยให้ผมลุกขึ้น   ประคองผมเอาไว้  มันกึ่งแบกกึ่งประคองผมลงไปที่รถ  ก่อนพาไปที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน

   มันบ่นไปตลอดทาง . . .

   “เป็นอะไร  ปวดท้องก็ไม่ยอมโทรหา  ปล่อยไว้แบบนี้ได้อย่างไร”  มันขับรถไป  จับมือผมเอาไว้ข้างหนึ่ง

   “ซื้อยากินแล้ว  เดี๋ยวคงหาย”

   “จบหมอเหรอ  ถึงรู้  เป็นไงล่ะ  หน้าเขียวแล้ว  นี่ถ้าผมอยู่ไกล ๆ  ทำไง  ดีนะที่อยู่ใกล้ ๆ  ไม่เอานะพี่  มีอะไรคราวหน้ารีบไปหาหมอ”  มันเอ็ดผมเหมือนผมเป็นเด็ก ๆ

   ผมสัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่มันมีต่อผม . . .

   ผมมองคนไม่ผิด . . .

   ผมดีใจ  ภูมิใจที่ผมรักคนแบบนี้  คนที่ผมจะฝากชีวิตเอาไว้ได้  มันคือความฝันของคน ๆ นึง   ฝันที่อยากจะมีสิ่งที่ดี

   ความฝันสวยงามเสมอ . . .

   หมอส่งผมเข้าห้องตรวจ  ผมนะตั้งแต่เกิดมา  ทั้งเกลียดทั้งกลัวโรงพยาบาล  ผมกลัวเข็มฉีดยา  กลัวผี  ในเวลานั้นมันกลัวไปสารพัด  ผมไม่อยากตาย  ยังอยากอยู่บนโลกนี้  เพราะเวลานี้  คือเวลาที่ผมมีความสุขมากที่สุด

   ผมโดนเจาะเลือด . . .

   . . . โดนตรวจฉี่

   หมอบอกต้องรอผลตรวจราวสี่สิบห้านาที . . .

   มันคือห้วงเวลาที่ทรมานที่สุด  ผมต้องนอนดูฝ้าเพดาน  มองหลอดแสงสีขาวยาว ๆ  ความคิดมันไปไกล  ตั้งแต่ที่หมอบอกเมื่อก่อนโดนตรวจเลือด

   “น่าจะไส้ติ่งอักเสบ”

   ไอ้ไส้ติ่งนี่  มันต้องผ่าสถานเดียวนี่หว่า  ตายแน่ ๆ  เลยตรู  ต้องผ่าเลยเหรอ  เกิดมา  แค่เข็มยังกลัว  นี่มีดที่ต้องเฉือนลงไป  มันน่ากลัวขนาดไหน  ผมคิดไปต่าง ๆ  นานา  ในขณะที่รอผลเลือด

   “ไส้ติ่งครับ  ต้องผ่า”  หมอแจ้ง

   ผมหน้าซีดสนิท . . . มันเลี่ยงไม่ได้แล้ว   

   “ครับหมอ . . .”

   “มีประกันมั้ยครับ”

   “ของผมมีที่นนทเวชนะครับ”  ผมแจ้งให้หมอทราบ

   “ครับ  งั้นหมอส่งจะทำใบส่งตัวไปที่โน่นนะครับ  ไปเองหรือให้ทางเราไปส่ง  ถ้าทางเราไปส่งมีค่าใช้จ่ายนะครับ”

   “ไปเองได้ครับ”

   โกมันเคลียร์ค่าใช้จ่ายเบื้องต้น  ก่อนที่จะขับรถพาผมมาที่นนทเวช  ผมนั่งกุมมือมันมาตลอดทาง  กลัวที่สุด  กลัวว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง . . .

   แล้วถ้าเกิดพลาดมา ต้องตาย

   ตาย . . . ผมไม่อยากตาย

   ผมดูหนังมากไปมั้ง  ทั้ง ๆ  ที่ความจริงแล้ว  การผ่าตัดไส้ติ่ง  มันแค่พลิกผ่ามือ  หมอสมัยนี้เก่งจะตาย  แต่ผมกลัว  กลัวหมอลืมอะไรในท้องผม  ผมยอ,รับในเวลานั้น  ผมวิตกจริตเอามาก ๆ

   ไม่เคยเข้าโรงพยาบาลนี่หว่า . . .

   แค่ตอนตรวจโรคเข้าทำงาน  ยังไม่ค่อยอยากจะไปเลย  มันยุ่งยากเสียจริง  ผมนั่งคิดมาตลอดทาง  ความกลัวในตอนนั้นมันมีมากเหลือเกิน  จะไม่ให้กลัวยังไงไหว  เพราะพอไปถึงนนทเวช . . .

   หมอเจาะเลือดอีกรอบ . . .

   ประมาณว่าเอาเลือดชั่วในตัวกรูออกให้มากที่สุดใช่ไหม

   กว่าจะส่งตัวเข้าหอ . . . เอ้ย   เข้าห้องรอเชือด  เกือบค่ำ  สายน้ำเกลือมาจิ้มที่หลังมือ  แถมยังให้อดข้าว  อดน้ำอีก   เพราะพรุ่งนี้แล้ว 

   พรุ่งนี้ . . .

   “จะตายมั้ยโก”    ผมมองหน้ามัน  มันเลื่อนเก้าอี้มานั่งที่ขอบเตียง  เอามือกุมมือผมเอาไว้

   มันยิ้ม . . . ยิ้มแรกในรอบสองปี  ตั้งแต่ที่ผมมีอะไรกับมัน  นี่คงเป็นยิ้มที่ผมเห็นชัดที่สุด

   “เฮ้ย  แค่ไส้ติ่ง”

   “เคยผ่าเหรอ”

   “ไม่เคย”

   “แล้วรู้ได้ไงจะไม่ตาย”

   “คนผ่าวันเป็นร้อย”

   “อาจเป็นหนึ่งในร้อยที่ตาย”

   “คิดไรแบบนั้น”

   นั่นสิ . . . 

   ผมกลัวจนเกินไปก็ได้  ผมกลัวทั้ง ๆ  ที่วงการแพทย์มันก้าวหน้า  แค่ไส้ติ่งไม่ตายหรอก  มันแค่เรื่องเล็ก ๆ  เพียงแต่ตอนนั้น  ผมกลัวตายมาก  กลัวมากจริง ๆ  ผมกลัวไปสารพัด

   ถ้า . . .

   ผมไม่หายใจตั้งแต่คราวนั้นมันก็คงดี  เพราะผมตายไปพร้อม ๆ  กับความรักของคนรอบ ๆ  ตัว  ผมคงมีความสุขที่สุด  ที่อย่างน้อยคนที่ผมรักยิ่งชีวิต  ก็ไม่ได้ทำให้ผมเจ็บเหมือนทุกวันนี้

   

   สำหรับผม . . . เรื่องการผ่าตัดหรือเข้าโรงพยาบาลมันเป็นเรื่องใหญ่นะ  เพราะผมไม่เคยนอนโรงพยาบาลเลย  แล้วนี่ต้องนอน  ผมจะต้องทำยังบ้าง  ยอมรับครับว่ากลัวมาก . . .

   ที่บ้าน . . .พ่อกับแม่


   ไม่บอกก็คงไม่ได้  เพราะถ้ารู้หลังจากนี้  เป็นเรื่องอีก  แต่จะบอกยังไงดี  ที่ไม่ให้ตกอกตกใจกันมาก  ผมมองหน้าโก
   
“โทรเหอะพี่  เดี๋ยวพ่อรู้ทีหลังโดนดุอีก”

   “จะบอกว่าไงดี”

   “บอกไปตามตรงเหอะ”

   “บ้าดิ  เด๋วแม่ตกใจ”
   
“เออ  เนาะ  เอาไงดีล่ะพี่อาร์ม  คิดดิครับ”
   
ดูท่ามันวิตกไปไม่น้อยกว่าผม  มันไม่รู้หรอก  ผมแอบมองมันแล้วยิ้ม  มันห่วงผม  แม้มันไม่พูด  แต่สิ่งที่มันแสดงออกมามันไม่สามารถที่จะปิดบังได้  คำพูดนะมันสามารถโกหกกันได้  แต่สิ่งที่แสดงออกมานี่สิ  โกหกกันได้หรือ
   
ผมเชื่อสนิทใจ . . . มันรักผม
   
“แม่เหรอครับ  กินข้าวหรือยัง”  ผมกรอกเสียงไปตามสายเมื่อแม่รับ

   “แล้วจ๊ะ  ลูกอาร์มล่ะกินยัง”

   “แล้วครับ”  ที่กินนะน้ำเกลือนะแม่  กินทางสายยางอ่ะ  เขาให้กินผ่านเส้นเลือด  ตอนนี้หมดไปครึ่งขวดแล้วล่ะ

   ไอ้อาการปวดท้องมันเริ่มหายไปแล้วล่ะ  คงเพราะหมอให้ยาแก้อักเสบไปด้วยกระมัง  แต่ไอ้หิวน้ำนี่สิทรมานจังเลย  หมอห้ามเด็ดขาด  ไม่เชื่อหมอ  ก็ดูกระไรอยู่จริงมั้ยครับ

   ในตอนนั้น . . .หมอบอกให้ทำอย่างไร ผมทำหมด

   . . . กลัวตาย . . .

   แต่แปลก . . . หลังจากนั้นอีกสามปี  ผมกลับ

   อยากตาย . . .

   “พ่อล่ะครับแม่  พ่ออยู่ไหน”

   “อยู่  พ่อ  ลูกอาร์มอยากคุยด้วย”  เสียงแม่หันไปตะโกนบอกพ่อ

   “อาร์มลูก”  พ่อพูดเพราะเสมอ  นาน ๆ  ที่ผมจะได้คุยกับพ่อ  เพราะผมสนิทกับแม่มากกว่าพ่อ

   “ครับพ่อ  พ่อสบายดีมั้ยครับ”

   “ก็เรื่อย ๆ  ตามประสาแหละ  อาร์มล่ะลูก”

   “ก็ตามประสาครับ”

   เสียงพ่อหัวเราะเมื่อผมย้อนคำตอบกับพ่อ  ในเวลานั้น  ผมหายเจ็บ  อย่างน้อยที่สุด  กำลังใจที่ดีที่สุดของผม  นอกจากพ่อกับแม่แล้ว  คนที่มันนั่งกุมมือผมอยู่ . . .

   “มีอะไร  วันนี้โทรหาพ่อได้”

   “พ่อกับแม่อยู่เชียงใหม่หรือครับ”    บ้านหลังที่สองครับ  เพราะที่เชียงรายจะอยู่ในสวนเสียมากกว่า  บ้านแม่ . . .

   “เชียงรายลูก”

   “ว้า . . .”     ผมถอนหายใจ  ที่นั่นไฟลท์น้อยกว่าเชียงใหม่  และที่สำคัญ  ไม่มีเครื่องของบริษัทผมลง

   เชียงรายมีแค่ . . . พี่ใหญ่  จ่ายเต็มราคาเสียด้วย

   “ทำไมเหรอลูก”

   “ใกล้ยี่เป็งแล้ว อยากให้มากรุงเทพฯ กันครับ”

   “อะไร  เป็นอะไร”

   “คิดถึงครับ  อยากให้มา  พ่อกับแม่ว่างมั้ย  มานะครับ  ให้แม่ช้อปที่เดอะมอลล์”  นนทเวช  ติดห้าง  แม่ไม่เบื่อแน่ ๆ ที่มาเฝ้าผม

   “เอ๊ะ  ลูกคนนี้  มีอะไรหึ . . .”    เสียงพ่ออารมณ์ดี     

   “ . . . แม่  ลูกมันอยากให้ลงกรุงเทพฯ  น่ะ”

   ผมได้ยินเสียงพ่อหันไปคุยกับแม่  . . .

   “พรุ่งนี้นะพ่อ  เดี๋ยวผมโทรจองไฟล์  แล้วจะโทรไปบอก  แค่นี้นะครับ  รักพ่อกับแม่นะครับ”    ผมตัดสายทิ้งก่อนที่จะได้รับคำปฎิเสธ

   แล้วผมก็โทรจองไฟลท์  ก่อนที่จะโทรไปยืนยันกับพ่อ  ว่าพ่อต้องมาให้ได้ ผมจองไฟลท์ไว้แล้ว

   ผมไม่ได้บอกพ่อว่าพรุ่งนี้  ผมจะผ่าตัด  ผมคิดแค่ว่า  ถึงผมจะตาย  ผมก็จะตายอย่างมีความสุขที่สุด  เพราะพรุ่งนี้ผมจะได้อยู่พร้อมหน้าคนที่ผมรัก

   “โก . . . อย่าไปไหนนะพี่กลัว”     ดึกแล้ว แต่ผมไม่หลับ

   ไม่รู้สิ  หัวใจมันกังวลอย่างบอกไม่ถูก  ผมไม่รู้  พรุ่งนี้มันจะเกิดอะไรบ้าง  ถ้าผมเข้าไปผ่าตัดแล้วเกิดผิดพลาด  ผมจะเป็นอย่างไร  สมองผมมันมีแต่เรื่องแย่ ๆ  ทั้งนั้น  ไม่มีสักเรื่องที่ผมจะคิดในแง่ดี

   ทั้ง ๆ  ที่ความจริง . . .

   ผ่าไส้ติ่ง . . . ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดเสียเลย

   เสียงโทรศัพท์ผมเข้ามา  แต่ผมเบลอ ๆ  ไอ้โกมันมารับ . . . สมองผมเริ่มจะปิด  แต่หูผมได้ยิน

   “พี่โอ๋เหรอครับ  โกเองพี่”

   ผมรู้  ไอ้เพื่อนรักผมมันโทรเข้ามา . . .

   “อ๋อ  อยู่โรงพยาบาลครับ  พี่อาร์มครับพี่  ไส้ติ่งอักเสบ”    เสียงมัน  ผมได้ยินชัด  ก่อนที่ผมจะหลับไป

   ผมมาตื่นอีกทีตอนตีสอง . . .

   ไฟในห้องสว่างจ้า  โกยังไม่นอนหรือ  ปกติมันนอนปิดไฟนี่หว่า  ความเคยชินทำให้ผมคิดแบบนั้น  แล้วมันไปนอนไหน  ทำไมไม่มานอนด้วยกัน . . .

   โรงพยาบาลนะ . . .

   เหมือนอีกเสียงบอกผม  เออใช่  ตอนนี้ผมอยู่ที่โรงพยาบาลนี่หว่า 

   “โก”  ผมเรียก  แต่เสียงมันแหบ

   “อ้าว  ตื่นแล้วหรือ”  เสียงนั่น  ไม่ใช่โก    ผมลืมตามอง

   “ไอ้เหี้ย”  ผมปล่อยใส่มัน    เมื่อมันโผล่หน้ามาให้เห็น  ไอ้เพื่อนรักของผม มันไม่รู้หรอกผมดีใจขนาดไหนที่เห็นหน้ามัน  คาดว่ามันคงมาทันทีหลังจากที่โทรมาแต่โกรับสาย

   “ลืมตาได้ปากดีเลยนะมึง”

   “เรื่องของกู  มาทำไม”

   “โห . . . ดูมันโก  ดูมัน  พรุ่งนี้ช่วยบอกหมอผ่าหมาออกจากปากมันด้วยนะ  แมร่งคนเป็นห่วง”

   “เออ  ขอบใจ  รู้ว่าห่วง  มาทำไม”

   “ไอ้นี่  มาก็ผิดด้วย”

   “ดึกแล้ว”

   “มึงนะนอนไป  พรุ่งนี้ผ่าตัดอีก  ผักผ่อนเอาแรง  เดี๋ยวคืนนี้กูนอนเฝ้ามึงกับไอ้โกเอง”  มันยิ้ม  ก่อนมาดึงผ้าห่มคลุมตัวให้ผม

   “ขอบใจเพื่อน  ขอบใจ”   ผมยิ้ม 

   “ไหน ๆ  ก็คืนสุดท้ายแล้ว  ขออยู่ดูหน้าเพื่อนหน่อย”  มันยั่ว

   “ไอ้สัส”

   “เอาน่า  กูห่วงมึงนะ  นอนเหอะ”  มันเอามือตบที่ไหล่ผมเบา ๆ

   เออ!  ถ้าไม่สบายแล้วมีคนรักรอบตัวแบบนี้  ผมน่าจะไม่สบายให้บ่อยนะ  อย่างน้อยที่สุด  เราจะได้รู้ว่ามีใครบ้างที่อยู่ข้าง ๆ  เรา

   ผมมีเพื่อนดี . . . 

   . . . มีน้องดี

   น้อง . . .นอกสายเลือด 

   หาก . . . ผมทำลายมันด้วยตัวเอง  ทั้ง ๆ  ที่มันแสนดี  แต่ผมเองที่ผลักให้มันออกไปจากชีวิตของผม      ทั้ง ๆ  ที่ในเวลาที่เลวร้ายที่สุดของมัน  ผมน่าจะเป็นคนเดียวที่เป็นกำลังใจให้มัน  แต่ผมกลับทำลายมันไปหมด

   ความโง่ . . . มันเข้าบังตาผมจนหมดสิ้น

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-09-2010 17:21:31 โดย ราชบุตร »

ออฟไลน์ naumi

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1089
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-2
สองปีที่ผ่านมา . . . ผมบอกตัวเองเสมอ

   . . . กูไม่มีอดีต  กูไม่มีปัจจุบัน  กูไม่มีอนาคต  กูมีแค่ลมหายใจอยู่ไปวัน ๆ  เท่านั้น . . .


สองปีที่ผ่านมาใช่มะ? แต่จากนี้อาร์มเปลี่ยนมันได้นี่ จะเปลี่ยนให้เปนแบบไหนมีแต่อาร์มเท่านั้นที่รู้ และอาร์มคนเดียวเท่านั้นที่เปลี่ยนมันได้......

จากคนแอบห่วงอยู่ห่างๆ :L2:


sun

  • บุคคลทั่วไป
(สุข . . . ทางโลกีวิสัย

   สุขที่ฉาบฉวย . . . ไร้ความมั่นคง)
  ชอบ สองประโยคนี้จัง 




อาการเดิมกลับมา อ่านเเล้ว โหวงๆ ในอก เจ็บ จิ๊ดๆๆ

สำหรับผม . . . ไม่แตกต่างกันเลย  ว่ามั้ยครับ  ผมรักโก . . . เท่าหัวใจของผม

แต่ . . .สำหรับโก . .  .ผมเป็นได้แค่  ความผูกพันอันยาวนาน



แล้วถ้า ทั้งรักทั้งผูกพันด้วยล่ะ  เคยมีคำนี้อยู่ในความคิดหรือเปล่า?

....................

มีคนเคย บอกไว้ว่า

หากเราปราถนาสิ่งใด

จงปล่อยให้สิ่งนั้นเป็นอิสระ

แต่ถ้าสิ่งนั้นกลับมาหาเราอีกครั้ง

สิ่งนั้นก้อจะเป็นของเราตลอดไป

..........................

แต่ถ้าไม่กลับมา...

สิ่งๆนั้นก้อไม่ใช่ของเรา...ตั้งแต่แรก



..............................

. . . กูไม่มีอดีต  กูไม่มีปัจจุบัน  กูไม่มีอนาคต  กูมีแค่ลมหายใจอยู่ไปวัน ๆ  เท่านั้น . . .

อดีต .. มีไว้ให้เดินผ่าน ให้ได้เรียนรู้ เพื่อที่จะก้าวมาสู่ปัจจุบัน  ไม่ใช่เหรอ...

อนาคต....คือการที่ทำปัจจุบัน.... ที่เป็นอยู่ให้ดีที่สุด

แต่การที่เรายังหายใจได้ ทำให้เรารู้ว่า เราจะใช้ชีวิต ในทุกทุกวันยังไง ต่างหากล่ะ




ป๋อล๋อ*...  ยังพิมพ์ไม่เสร็จเยย มือมานพลาดไปโดนปุ่ม กดส่งเจ๋ยเอิ้กๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-05-2008 14:06:26 โดย สวย~ถึก~บึก~บึน »

ออฟไลน์ Junrai_Hyper™

  • พูห์น้อยกลอยใจ
  • Global Moderator
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4842
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +777/-50
พี่คร้าบบบบบบบ ผมงงกะชื่อครับ

“พี่พูดจริง ๆ   พี่ไม่เคยหวงอาร์มเอาไว่กับพี่ ถ้าอาร์มอยากออกไปอยู่ข้างนอก  พี่ยอม”  ผมมองหน้าจ้องตาโก

อิอิ

แค่นี้แหละ


ลป.

ช่วงนี้นิยายเยอะ

ขอร้อง อย่าดองอีกหละ

 :m14:


RAJCHABUT

  • บุคคลทั่วไป
พี่คร้าบบบบบบบ ผมงงกะชื่อครับ

“พี่พูดจริง ๆ   พี่ไม่เคยหวงอาร์มเอาไว่กับพี่ ถ้าอาร์มอยากออกไปอยู่ข้างนอก  พี่ยอม”  ผมมองหน้าจ้องตาโก

อิอิ

แค่นี้แหละ


ลป.

ช่วงนี้นิยายเยอะ

ขอร้อง อย่าดองอีกหละ

 :m14:






พิมพ์ผิดอ่ะ . . . โทษครับ

เข้าไปแก้ให้ด้วยดิ๊

ออฟไลน์ ~NeMeSiS_PURE~

  • 행 복 하 길 바 래 ...
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2009
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +196/-2
ขึ้นอยู่กับใจของพี่อาร์มเองแล้ววว

ว่าจะทำอย่างรายต่อปายยยยยย :o12:

ออฟไลน์ Junrai_Hyper™

  • พูห์น้อยกลอยใจ
  • Global Moderator
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4842
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +777/-50
พี่คร้าบบบบบบบ ผมงงกะชื่อครับ

“พี่พูดจริง ๆ   พี่ไม่เคยหวงอาร์มเอาไว่กับพี่ ถ้าอาร์มอยากออกไปอยู่ข้างนอก  พี่ยอม”  ผมมองหน้าจ้องตาโก

อิอิ

แค่นี้แหละ


ลป.

ช่วงนี้นิยายเยอะ

ขอร้อง อย่าดองอีกหละ

 :m14:








พิมพ์ผิดอ่ะ . . . โทษครับ

เข้าไปแก้ให้ด้วยดิ๊


กำ

ไว้ว่างก่อนนะพี่ งานยุ่งชิบ

เบื่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  กรูอยากลาออก

 :m31: :m31: :m31: :m31: :m31:

ifwedo

  • บุคคลทั่วไป
อ่านแล้วรู้สึกดีจัง ยังมีคนยอมทำทุกอย่างเพื่อความรักมากมายขนาดนี้ แต่ยังไงก็ยังอยากเชียร์ให้เจอกับโกน๊าคับ  แต่เข้าใจแหละว่ามันเจ็บปวดแน่ๆเลยถ้าต้องเจอกัน แต่ไม่แน่นะการพบการพูดคุยมันอาจจะมีอะไรดีๆขึ้นมาก็ได้ แต่ก็แล้วแต่พี่ละกันเนอะอิๆ ยังไงเป็นกำลังใจให้ค๊าบบบ :oni1:
ปล. จะว่าไป พี่อารม์กับโกก็เหมาะกันดีนะ พี่ก็ดีดี๊ โกก็รักพี่มากมาย เช่นกันอ่านแล้วสัมผัสได้(เวอร์ไปเป่าเรา) ไปดีก่าอิๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ naumi

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1089
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-2
มารอจ้า :bye2:

ออฟไลน์ kdds

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1512
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
มารอเหมือนกัน :a3:

mantdash

  • บุคคลทั่วไป
เศร้าจังเลยครับ ความรักคงเป็นสิ่งที่ใครต้องการจริงๆแหละเนอะ  :m15:

ออฟไลน์ IZE

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4601
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +227/-3
การที่เราจะทำอะไรเพื่อคนที่เรารัก ทำไปเหอะ เพราะมันไม่มีว่าถูกหรือผิด

RAJCHABUT

  • บุคคลทั่วไป

ตอนที่  ๑๓




   ผมตื่นตั้งแต่เช้า  อันที่จริงผมนอนไม่ค่อยหลับมากกว่า  มันกังวลเสียหมด  ผมนอนมองคนสองคน  คนที่ผมรักทั้งสอง และที่แน่ ๆ  ผมแน่ใจ  มันสองคนคือคนที่รักผมเหมือนกัน   

   คนนึงคือ . . .เพื่อนรัก 


   . . . ส่วนอีกคนยิ่งกว่า . . . น้อง

   สองคนที่ผมคิดว่า . . .

   . . . ผมฝากชีวิตเอาไว้ได้ . . .

   เราจะรู้ว่าใครอยู่กับเรา  ก็ตอนที่เราเจ็บป่วยนี่แหละ . . .

   คนที่ดูแลเรายามที่เราไม่สามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองได้  จะเป็นคนที่เราควรจะรักหรือเปล่า  จะเป็นคนที่เราจะฝากชีวิตเอาไว้ใช่ใหม ?

   ถ้าใครเป็นผม . . .

   ในเวลานั้น  ผมว่า  เขาคิดแบบผมทั้งนั้น . . .  สิ่งที่ไอ้โกมันทำ  จะเรียกว่าอะไรหรือครับ

   ความรัก . . .

   . . . ความห่วงใย . . .

   ความชิดใกล้ . . . หรือ

   . . . ความผูกพัน

   แต่มันจะคืออะไรก็ตามแต่ . . .

   สิ่งเหล่านั้นทำให้ผมต้องนอนมองมันนิ่ง ๆ  ไม่กล้าพูดอะไรอีก  ผมทบทวนสิ่งที่ผ่านมา  ผมทำให้มันด้วยความรัก  ความหวังดี  สิ่งเดียวถ้าจะผิด  สิ่งที่ผมล้ำความเป็นพี่น้องกับมัน . . .

   อย่างที่ผมเคยบอก . . .

   เหรียญมีสองด้านเสมอ

   แต่ . . . ทำไม

   ในเวลาที่ผมเจ็บป่วย  ผมกลับมองมันแค่ด้านเดียว   สิ่งที่โกทำ  และแสดงให้ผมเห็น  ผมมองเข้าข้างตัวเองว่านั่นน่ะคือความรัก  ทั้ง ๆ  ที่ความเป็นจริงโดยทั่วไปแล้ว  ไม่ว่าใครก็ตามที่อยู่ด้วยกัน  เขาอาจแค่  คนที่เป็นคนแชร์ค่าห้องกัน  หากอีกฝ่ายเจ็บป่วย  มีหรือที่อีกคนไม่ช่วย

   เหรียญด้านนี้ . . .

   . . . ด้านที่ผมไม่เคยมอง

   อีกคน . . .

   ไอ้เพื่อนรักของผม  ผมกับมันยิ้มด้วยกัน  กอดคอกัน  กินด้วยกัน  ไปไหนมาไหนเหมือนปาท่องโก๋  และทะเลาะกัน   ทั้งมันและผมผ่านช่วงที่ดีมาด้วยกันก็มาก  ช่วงเลวร้ายก็ไม่เคยที่มันจะทิ้งผม

   และ . . .

   เราไม่เคยโกรธกัน  ผมอาจมีน้อยใจมันบ้างตามนิสัยของผม  แต่แค่เห็นมัน  คอยแหย่คนโน้นคนนี้  เป็นคนเดียวในกลุ่มที่สร้างรอยยิ้มให้เพื่อนฝูง  ผมก็ยิ้มออก  เพราะผมรู้  สิ่งเดียวที่มันไม่อยากให้คนอื่น ๆ  รู้ก็คือ . . .

   . . . ทุกข์ในใจของมัน

   ยามมันทุกข์  มันเก็บไว้มิดชิด . . .

   มันรีบมาโรงพยาบาลทันที  ที่รู้ว่าผมนอนอยู่โรงพยาบาล  เหตุผลเดียวที่ผมคิดได้ . . . มันรักผม  ห่วงผม

   ที่จริงผมน่าจะมีความสุข  ผมมีเพื่อนที่รักผม  มีคนที่รักผม  มีพ่อแม่  ผมน่าจะเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลก  หาใช่คนที่ต้องการหลบลี้หนีโลกแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน  ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าได้ไง

   แม้แต่ . . .

   . . .  วันพรุ่งนี้

   . . .จะเป็นอย่างไร . . .

   “ตื่นแล้วเหรอมรึง”    ไอ้เพื่อนรัก  มันลืมตา  มาเห็นผมนอนจ้องมองพวกมันตาแป๋ว

   “อือ”

   มันงัวเงียก่อนเดินมาที่เตียงผม  มันยิ้มทั้ง ๆ  สภาพมันตอนนี้ดูไม่จืดเลย  เพิ่งตื่นนอน    เพื่อนคนดีของผมครับ

   “ตีห้ากว่าเอง  นอนต่อเหอะ  กว่าจะผ่าก็สามโมงเช้าโน่น  อีกตั้งหลายชั่วโมง  มึงยังได้หายใจอีกนาน”   มันนั่งลงบนเตียงผม  ดูมันพูด

   เตียงที่ผมไม่อยากนอนเลยตลอดชีวิต  ผมเกลียดโรงพยาบาล  ไม่ชอบเอาเสียเลย  แม้โรงพยาบาลเอกชนจะละม้ายคล้ายโรงแรมเข้าไปทุกที  แต่ผมไม่ชอบอยู่ดี  เพราะชื่อนำหน้ามันก็ . . . โรงพยาบาล

   “ไอ้เหี้ยนี่  คนยิ่งกลัว ๆ”   ผมพูดกับมันหากสายตามองไปที่โกเมศวร์  มันนอนขดตัวบนที่นอนเฝ้าคนป่วยเล็ก ๆ

   “กลัวอะไร  เจ็บแค่มดกัด  เห็นมะ  กูยังเคยเลย”  มันดึงเสื้อโชว์รอยแผลเป็นที่หมอฝากเอาไว้

   “จริงเหรอ  ไม่เจ็บเหรอ”

   “เออดิ  อีกไม่เกินเจ็ดวัน  วิ่งได้”

   “พ่อมึงเด่ะ  ผ่าตัดนะมึง  ใช่ถอนฟัน”  ผมยิ้ม 

   มันจะบ้าเหรอ  มาหลอกผมได้ไง  เจ็ดวันวิ่งได้  แบบนั้นมันเกินไป  มันจะมาทำเป็นเท่ง เถิดเทิงเอาอะไรในในตอนนี้  กูไม่ตลกนะไอ้สาสสสส

   “อ้าวจริง ๆ  นับไปดิ จันทร์ อังคาร พุธ พอถึงอาทิตย์ก็จันทร์อีก  เห็นมั้ย  วนอยู่ในเจ็ดวันนี่แหละ”  มันยิ้ม  มันหัวเราะเบา ๆ

   ผมละอ่อนใจกับมัน  รู้อยู่ว่ามันนะพยายามหาเรื่องมาปลอบโยนผม  แต่ไอ้มุขแบบนี้  มันเก่าโบราณเหลือเกิน  ผมได้แต่ยิ้ม  อารมณ์กลัวเริ่มน้อยลง  อย่างน้อยเพื่อนที่ผมรักมากที่สุดมันก็เคยผ่ามาแล้ว

   สิ่งใดที่เพื่อนเคยทำ . . . มันไม่น่ากลัวมั้ง

   “กูจะตายมั้ยว่ะ”  ผมมองหน้ามันอีก

   “ไอ้นี่  ตายทำไม  ลำบาก  ข้าวก็กินไม่ได้  มึงจะรีบตายไปไหน  รอกูมีลูกก่อน  ห่านี่ คิดอะไรไม่รู้  ไร้สาระ”  มันทั้งขู่ทั้งปลอบ

   “กูกลัว”

   “กลัวเหี้ยไร  หมอเก่งจะตายไป”

   “กลัวไม่เห็นหน้า . . .”  ผมมองไปยังคนที่นอนหลับอยู่

   ความกลัวหายไปหน่อย  ตรงที่ผมพยายามบอกตัวเอง  ว่าผมยังตายไม่ได้  ผมจะตายได้อย่างไรกัน  ส่งน้องยังไม่ถึงฝั่งฝันเลย

   “มาทำปากดี  เดี๊ยะตบ”

   “กูคนป่วยนะโว้ย” 

   “เออ  ลืมไป  ว่าแต่วันนี้หมอละลืมอะไรในท้องมั่งว๊า  กรรไกร ผ้าก๊อต  หรือ . .”

   “ไอ้เหี้ยนี่  ไม่เลิก” 

   ผมมองหน้ามัน  มันช่างเป็นเพื่อนที่ดีเลิศที่สุดเลยจริง ๆ  อวยพรผมได้ ให้กำลังใจอย่างที่ไม่รู้จะหาที่ไหนได้อีกแล้ว

   “พี่อาร์ม  เจ็บอีกมั้ย”  ทันทีที่มันลืมตา  มันถามผมถึงอาการเจ็บป่วย

   แบบนี้ . . .

   . . . ผมแปลได้อย่างเดียวล่ะครับ

   ผมหันไปมองหน้ามัน 

   . . . แววตามัน ที่มองมายังผม  ผมไม่เข้าข้างตัวเองหรอก  มันห่วงผม  ผมยิ้มให้มัน  ประมาณว่า  เออน่า  ไม่มีอะไรที่น่ากลัวหรอก  ตอนนี้กูทำใจที่จะขึ้นเขียงได้แร่ะ  อะไรจะเกิดกูยอม  ยอมทุก ๆ  ประตูล่ะว๊า

   อย่างน้อย . . .

   . . . ถ้าวันนั้นผมตาย

   น่าจะดีกว่าการมีชีวิตอยู่ตราบจนถึงวันนี้ . . .

   “หายเจ็บแล้ว  อย่าลืมไปรับพ่อกับแม่นะ”

   “ไม่ลืมหรอกพี่  แต่ผมต้องไปทำงานให้อาจารย์ก่อน  พี่อยู่กับพี่โอ๋ไปก่อนได้มั้ย”

   “ทิ้งเลยเหรอ”    ผมมองหน้ามัน

   “ไม่ใช่  รีบไปทำให้เสร็จไง  แล้วเลยไปรับพ่อที่ดอนเมือง  รับรองน่า  พี่ออกมาจากห้องผ่าตัด  ผมมาให้เห็นคนแรกเลย”

   ผมยิ้ม  พยักหน้ารับ . . .

   “ห่วงมันจัง  พี่อาร์มของโกมันตายยากน่า”   

   ไอ้เพื่อนรัก  มึงสังเกตเห็นเหี้ยอะไรหรือ  เพราะเรื่องที่มากกว่าการเป็นพี่เป็นน้องนั้นผมยังไม่เคยบอกมันสักคำ   สายตาหรือ  กับมันผมก็ใช้สายตาที่ใกล้เคียงกันนี่หว่า 

   “ห่วงดิ  พี่ชายผม” 

   สุดท้าย . . .

   ผมก็แค่ . . .พี่ชาย

   “แปรงฟันมั้ยพี่”

   “ก็ดีนะ”

   “ไม่ได้โว้ย . . .”  ไอ้เพื่อนรักรีบห้ามใหญ่   

   “. . . เดี๋ยวเผลอกินน้ำเข้าไป  ต้องนอนอดอีกแปดชั่วโมงนะมรึง  กว่าจะได้ผ่า”

   ผมมองหน้ามัน . . . 

   ไอ้เหี้ยนี่  พูดเล่นพูดจริงดูยาก  จนมันพยักหน้ารับอีกครั้งนั่นแหละ  ผมจึงสรุปเอว่าจริง  แต่จะเท็จหรือจริง  ก็เชื่อมันก่อนล่ะ   ในฐานะที่มันเคยผ่านการมีประสบการณ์มาก่อน    เหมือนที่เขาบอก  เดินตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด 

    ขืนให้อดอีกมีหวังตายแน่ ๆ  ทั้ง ๆ  ที่ตอนนี้อยากกระเดือกน้ำเต็มแก่แร่ะ

   ยิ่งใกล้เวลาเข้าห้องผ่าตัด  หัวใจผมระส่ำ . . .

   ผมกลัวไปหมด  กลัวว่าจะไม่ได้ลืมตามาอีก  กลัวว่าหมอจะลืมอะไรในท้องของผม  ความคิดในตอนนั้น  ไม่มีเรื่องดี ๆ  เลย  ทุกอย่างมันหวาดวิตก  กังวลไปหมด  ยิ่งตอนที่พยาบาลเดินมาบอก  อีกสิบนาทีจะมารับ  คุณเอ๊ย . . . .

   แทบขาดใจ . .  .

   ไอ้เพื่อนรักเหมือนจะรู้  มันนั่งข้าง ๆ  ผม  กุมมือผมเอาไว้  ผมสัมผัสได้  ความรู้สึกที่มันแผ่ซ่านมาทางรอยสัมผัส  แต่คำพูดมันนี่สิ  ไม่มีกำลังใจให้ผมเลย  นึกแล้วอยากกระโดดถีบยอดหน้ามัน

   “เอาน่ามึง  สมบัติมีอะไรยกให้กูกับไอ้โกอย่างละครึ่งแล้วกัน  กูยินดีรับ”

   “สัสสสส  ปากหรือตูดว่ะนั่น”

   “อ้าว  ขำขำน่า  ญาติพี่น้องก็ไม่มี  ไม่ให้กูแล้วให้ใครว่ะ  ขอเอกสารพยาบาลมาเซ็นต์เลยดีไหมว่ะ”

   “เหี้ยนี่ไม่เลิก”

   “กูพูดจริงนะเนี่ย  ยินดีรับนะโว้ย   ขอเอกสารเสร็จก็เรียกพยาบาลมาเป็นพยานเซ็นมอบเลยมั้ย”  มันยิ้ม  ทำหน้าได้กวนบาทาสุด ๆ

   ผมรู้ . . .

   มันไม่อยากให้ผมเครียดกับเรื่องที่จะต้องเข้าห้องผ่าตัด  แต่มุขที่มันเอามาเล่น  มันไม่รู้หรือว่าผมเครียดหนักเข้าไปอีก

   สิ่งที่มันพูด . . .

   . . . ทำให้อีกคนมองหน้าผมในอีกไม่กี่ปีต่อมา

   “ไอ้โอ๋ . . . อย่าเพิ่งกลับนะโว้ย”

   “เออน่า  อยู่  รอรับศพ”

   “ไอ้เหี้ยนี่”

   “เอาน่ามึง    กลัวทำไมนักหนา  กูสัญญา  มึงยังได้ทะเลาะกับกูอีกนาน กูรอมึงออกมาปากหมาใส่กูอีก  โอเคมั้ยเพื่อน”    มันเอาอีกมือตบลงบนมือที่มันกุมมือผมเอาไว้

   “เออ  ปากหมาพอกัน”

   “ไอ้โกห่วงมึงจัง  ก่อนไป สั่งกูนักหนาห้ามทิ้งมึง”

   ผมยิ้ม  สิ่งที่เพื่อนรักมันบอกผม  ทำให้ผมมีกำลังใจในการที่จะอยู่ต่อ  ผมว่า  อะไรก็ไม่เท่ากำลังใจในตอนนี้

   “น้องมันรักกูไง  จะเหมือนมึงได้ไง แช่งตลอดไอ้เพื่อนเหี้ย”

   “แดนโทรมา . . . กำลังหาไฟลท์กลับ”     มันกดวาง ก่อนแล้วหันมาบอกผม

   “เฮ้ย  ใครบอกมัน”

   “น้องมึงไง  โทรบอกไอ้แดนเมื่อเช้า  มันอยู่ภูเก็ต  ไปกับครอบครัวมัน”

   “ลำบากมันเปล่า ๆ  อยู่กับครอบครัวมันด้วย”

   “ปล่อยมันเหอะ  หลานเจ้าของสายการบิน  ขนหน้าแข้งมันไม่ร่วงหรอก  เฮ้ย  พยาบาลมาแล้ว  เดี๋ยวหมอตัดทิ้งแล้วนะมึง ตัดทิ้งปุ๊บหายปั๊บ”  มันยิ้มชูสองนิ้ว

   ผมยิ้มกับมัน . . .

   ก่อนที่บุรุษพยาบาลที่เดินเข้ามาพร้อมพยาบาล  จะเปลี่ยนให้ผมนอนลงบนเตียงรถเข็น ก่อนที่จะเข็นผมออกไปจากห้องนั้น . . .

   ทางเดินโรงพยาบาลน่ากลัวนะ  ผมนอนลืมตา  มองเพดานไปเรื่อย ๆ  รถเข็นผ่านหลอดไฟ  เหมือนที่ผมเคยดูในหนังเลย  แต่ความรู้สึกจริง ๆ  มันน่ากลัวกว่าในหนังเสียอีก

   เอาน่า . . .

   . . . ตัดมันทิ้ง  ก็ไม่เป็นอีก . . .

   . . . ตัดมันทิ้ง . . .

   ไม่เจ็บอีก

   . . . ตัดหัวใจ . . .

   ง่ายเหมือนไส้ติ่งหรือเปล่าหว่า  ผมได้แต่ถามตัวเอง  เมื่อนึกถึงเรื่องที่ผ่านมา  และในเวลานี้  เวลาที่ผมชั่งใจ  ว่าจะเอาอย่างไรกับชีวิตของผมต่อไปดี

   เขาเข็นผมมารอที่หน้าห้องผ่าตัด  มีพยาบาลอีกชุดมาเปลี่ยนเสื้อผ้า  จากชุดกางเกงเป็นผ้านุ่ง  ผมไม่รู้หรอก  เขาทำอะไร  แต่ทุก ๆ  อย่างที่เขาทำ  ผมยอมให้เขาทำแต่โดยดี  ไม่ดื้ออีก

   ตัดมันทิ้งก็ได้ . . .

   . . . เนื้อไร้ประโยชน์

   มันจะแตกต่างอะไร . . .

   หัวใจที่ไร้รัก . . .

   . . . ตัดทิ้งได้เหมือนกัน . . .

   “ว่าไงค่ะคนเก่ง  ฉี่มาหรือยัง”

   “แล้วครับ”

   “เดี๋ยวฉีดยาหน่อยนะค่ะ”    เสียงเพราะจัง  คนที่คาดหน้าเอาไว้  เดินมายังผม  ที่ตอนนี้อยู่บนเตียงผ่าตัด 

   เขาพลิกร่างผม  ก่อนฉีดยาเข้าที่หลัง . . .

   . . . เข็มแทงเข้าไปเจ็บจนผมต้องกัดฟัน  หากพอยาเลยปลายเข็มเข้าสู่ร่างกาย  ผมต้องกำมือเอาไว้แน่น  มันเกินที่จะบรรยายออกมาได้  ว่ามันเจ็บขนาดไหน . . .

   มันเริ่มรู้สึกหนักหน่วง ๆ  ที่ช่วงกลางลำตัว . . .

   . . . ผมเป็นอะไรไป . . .

   “เอาค่ะ  สูดหายใจลึก ๆ  นะค่ะ  อากาศดีค่ะ”  พยาบาลคนเดิมเอาสายอะไรไม่รู้  มาครอบบริเวณจมูกและปาก 

   กลิ่นนั่น . . .

   . . . สดชื่นจังเลย . . .   

   “ดีค่ะดี  อีกนิดนะค่ะ”

   ผมสูดลมหายใจเข้าเต็มปดอีกครั้ง  แล้วผมรู้สึกเหมือนเปลือกตาหนัก ๆ    แต่หูผมได้ยิน  มันยังแว่วในหูผมอยู่เลย

   “คุณอาร์มค่ะ  คุณอาร์ม”  เสียงเรียกนั่น  ชื่อผมเอง  คนที่มีทั้งชื่อเล่นและชื่อจริงเหมือนกัน

   หูผมได้ยิน 

   แต่ . . .

   มันค่อย ๆ  เลือนรางลงเรื่อย ๆ  ผมเหมือนเดินไปในอุโมงค์ที่สว่าง  ผมเดินเข้าไปเรื่อย ๆ  เสียงใครคุยกัน  ทำไมผมฟังไม่รู้เรื่อง    แต่แสงนั่นยังสว่าง มันไปสิ้นสุดที่ไหนกัน

   “โอ้ย” 

   ผมรู้สึกคล้ายมีคมมีดจดลงที่ผิวเนื้อ 

   แต่ . . 

   . . . แค่นิดเดียวนั้น  เพราะหลังจากนั้น  ผมไม่รู้อะไรอีกเลย  ผมเดินไปในอุโมงค์นั่น  มันลึก  แต่สวย  ผมเดินลึกไปเรื่อย ๆ  ไม่เหนื่อยเลย

   นานเท่าไหร่ . . .

   . . .ผมไม่รู้ . . .   

   เพราะผมมารู้อีกที  เหมือนอุโมงค์นั่นมืดมิด  เสียงคนคุยกันกลับเข้ามาในความรู้สึกผมอีกครั้ง  แต่ผมลืมตาไม่ขึ้น  ทุกอย่างเหมือนลอยอยู่ตรงหน้า  ผมไม่สามารถไขว่คว้าหรือช่วยเหลือตัวเองได้เลย

   “คุณอาร์มค่ะ”

   “หือ”

   “จำชื่อได้  แสดงว่าฟื้นแล้ว  อยากกลับห้องหรือยังค่ะ”

   “ครับ  กลับห้อง” 

   ผมตอบไป  แต่ไม่สามารถลืมตามาเจอกับความจริงได้  ทุกอย่างมันหมุนไปหมด  มีคนมาที่ผมนอน  เหมือนเขาเข็นผมไปที่ไหนสักแห่ง  ระยะทางนั้นดูเหมือนว่ายาวนานเหลือเกิน

   เขามาหยุด  ก่อนมีใครไม่รู้ยกตัวผมจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง . . .

   “อาร์มลูก”  เสียงนั่น  เสียงแม่กับพ่อ  เรียกหาผม

   “พี่อาร์ม” 

   เสียงโก เรียกผมพร้อม ๆ  กับเสียงอีกคน  . . . ไอ้แดน . . .

   “ไอ้อาร์ม  ตื่นโว้ยตื่น”  เสียงแบบนี้ไอ้เพื่อนรักของผม  ผมพยายามลืมตาที่หนักอึ้ง 

   คนที่ผมเห็นราง ๆ  นั่น  คล้ายแม่  กับพ่อ  สายตาผมยังปรับสภาพไม่ได้ . . .

   “แม่ . . . พ่อ  ผมยังไม่ตาย”   เสียงผม  แต่ทำไม  มันดูอ่อนระโหยโรยแรงเหลือเกิน  ผมพยายามลืมตา  ปรับระยะสายตาให้ชัด  คนนั้น . . .

   ผมเห็นแล้ว  เห็นชัดเจนเลย . . . โกเมศวร์

   คนแรกที่ผมเห็นชัดหลังจากลืมตา . . .

   “ยังไม่ตาย  ไม่ตายแล้ว”    ผมมองหน้าคนทั้งกลุ่ม  ยิ้ม  ก่อนที่จะหลับตาลงอีกครั้ง  ผมไม่กลัวอะไรอีกแล้ว  คนที่รอบกายผมตอนนี้มีแต่คนที่ผมรักทั้งนั้น

   มันจะรู้ไหม . . .

   ผมดีใจขนาดไหนที่เห็นมันชัดเจนคนแรกหลังจากลืมตา ผมมองหน้าทุกคนรอบ ๆ  ตัวผมอีกครั้ง  น้ำตาผมเอ่อไหล  ผมพยามจะยิ้ม  หากแต่มันเหนื่อยอ่อนเกินกำลัง  ผมแทบจะไม่ไหวอยู่แล้วในเวลานี้

   “โก   เอาผ้าผืนใหม่มาเปลี่ยนผ้าให้อาร์มมันก่อน  มันฉี่เต็มเลย”  ผมได้ยินเสียงไอ้โอ๋บอก  เมื่อมันมาแตะที่ผ้านุ่งของผม

   ผมไม่มีเรี่ยวแรงที่จะขัดขืน . . .

   . . . ปล่อยให้มันสองคนพลิกร่างผมไปมา



   
   ผมหลับไปอีกครั้ง  ก่อนจะตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายแก่ ๆ    ยาสลบคงหมดฤทธิ์แล้ว  คราวนี้ผมเห็นชัด  ไม่มีใครหายไปไหน  ทุกคนยังอยู่เหมือนเดิม  นั่งคุยกันอยู่ 

   “น้ำ  หิวน้ำ”

   “กินยังไม่ได้  เอาแค่แตะลิ้นเบา ๆ  นะแม่”   เสียงพ่อบอก


   ผมได้แต่แตะเบา ๆ   มันชุ่มลื้น  แต่ผมกระหายน้ำ  แม้จะกระหายขนาดไหน  แต่กินไม่ได้ 
   
“ร้ายนะเรา  ตอนโกเลี้ยวเข้าโรงพยาบาลแม่ใจคอไม่ดีเลย   ติดใจตั้งลงเครื่องเห็นแต่โกแล้ว”  แม่มองหน้า  ตัดพ้อผมเล็ก ๆ

   ผมหันไปมองหน้าโก . . .   “กลัวตกใจนะครับ”

   “แดน  แกหนีที่บ้านมาเหรอ  เห็นโอ๋บอกไปเที่ยวกับที่บ้าน”   ผมหันไปทางไอ้แดน  ยิ้มให้มัน   

   “ขอบใจนะโว้ย อุตส่าห์มา”

   “ตั้งใจมาเลยพี่  ถ้าอุตส่าห์  คงไม่มา”

   “เดี๋ยวนี้ติดเชื้อไอ้ . . .”  ผมหันไปมองหน้าเพื่อนรัก

   “แต่ก็ขอบใจ ที่มา  ขอบใจที่สุด”   

   “โหยพี่  มาขอบอกขอบใจทำไม    เบื่อจะตาย  ถึงโกไม่โทรไปผมก็กะว่าจะกลับไฟลท์เย็นแล้ว  พอมันบอกเลยหาเรื่องกลับมาก่อน”

   “ไอ้โอ๋ . . . กรูยังไม่ตายนะโว้ย  แถมหมอไม่ได้ผ่าหมาออกจากปากด้วย”

   “ดูพูดเข้าลูกคนนี้นี่”  แม่ตีที่ต้นแขนผมเบา ๆ

   “เห็นแล้ว  ยังต้องเจอกันอีกนาน  สงสัยกัดกับมันจนตายมั้งแม่”    มันหันไปหาแนวร่วม  แม่ผม

   “โก . . .”

   “ครับพี่”

   “งานเสร็จยัง”

   “ยังเลยพี่”

   “ไปช่วยอาจารย์ก่อนก็ได้   คนเฝ้าเยอะแยะ  เอาเปรียบเพื่อนมาวันนึงแล้ว  ไม่ดีนะ”  ผมยิ้มกับมัน

   “เอางั้นหรือพี่”

   “อืม  ไปเหอะ”

   “ครับ ๆ  ค่ำ ๆ  ผมมานะครับ”    มันเดินมาที่ผม  ก่อนที่จะร่ำราไอ้เพื่อนรักของผม   ผมได้แต่มองมันเดินหายออกไปเงียบ ๆ

   “มึงด้วยไอ้โอ๋  กลับบ้านเหอะ”

   “เอ๊ะ ยังไง  พอลืมตาปากดีเลยนะมึง”

   “พี่โอ๋กลับเหอะพี่  ก่อนที่พี่อาร์มจะไล่ผมอีกคน”  ไอ้แดนมันหันไปบอกโอ๋

   “ยังโว้ย  ยังไม่ได้อ้อนแม่เลย  ไล่ก็ไม่กลับ  ต้องเย็น ๆ  โน่น  อย่ามาไล่เสียให้ยากเลย  ไหน ๆ  ก็โทรไปลาป่วยมาวันนึงแล้ว”  มันเดินมาจ้องหน้าผม

   “กูไม่กลับ  ชัดมั้ยเพื่อน” 

   “ลาป่วย”

   “เออเด่ะ  รู้สึกเหมือนจะปวดหัว   เมื่อเช้าเลยโทรไปลาซะเลย”

   “เสียวันลาอีกมึง”

   “เรื่องของกู  วันลาก็ของกู”

   ผมยิ้ม . . . 

   ไม่เคยลืม   ถ้าสิ่งไหนอยากให้มันทำ  ต้องห้ามปรามมัน  สิ่งไหนไม่อยากให้มันทำต้องยุมัน  ไอ้เพื่อนผมมันแปลกชอบรับคำสั่งแนวตรงกันข้ามเสมอ

   “แม่กับพ่อกินข้าวยัง”

   “ยังเลย  ห่วงเรา”  แม่จับมือผมเอาไว้ 

   “ไอ้โอ๋ . . .งั้นมึงไปหาอะไรที่เดอะมอลล์มาให้แม่กินหน่อยดิมึง”

   “เยี่ยมมากเพื่อน เอางี้นะ  มึงนอนคนเดียวได้ใช่มะ  เดี๋ยวกรูพาพ่อกับแม่  ไอ้แดนไปกินเอ็มเค”

   ความคิดเยี่ยมมากเพื่อนร๊ากกกกกกกกก . . . .

   ทิ้งกูไว้คนเดียวนี่นะ . . . ทั้ง ๆ  ที่รู้กูกลัวผี

   “ไอ้เหี้ย  กรูคนป่วยนะมึง”

   “รู้ว่าป่วยไง  เพิ่งออกมาจากห้องผ่าตัด  ยังไม่หมดฤทธิ์ยาหรอก  อีกแปบก็หลับอีกเชื่อกูเด่ะ  ระหว่างที่มึหลับ  กูพาพ่อกับแม่ไปหาไรกิน”

   “ไม่ห่วงกูว่างั้น”

   “ก็มึงหลับ”

   “ไปเลยมึง  อยากไปไหนก็ไป  อยากทิ้งกูไว้ตรงนี้ก็ได้  กูไม่สำคัญนี่”  ผมงอน  หลับตาลง  ไม่อยากมองใบหน้าอันกวนส้นตีนมัน

   “เอาไงดีพี่โอ๋  พี่อาร์มงอนแล้ว”   แดนมันหันมาถาม

   “จะยากอะไร  งั้นเราออกไปซื้ออะไรที่ง่าย ๆ    อร่อย ๆ  ใส่กล่อง  เลือกของที่อาร์?มมันชอบ  มากินยั่วมันไง”    มันเข้ากันดีจังเลย

   ทั้ง ๆ  ที่กูนอนกินน้ำเกลือนี่นะ . . .

   ผมได้แต่ยิ้ม  ภาพในวันนั้น  มันไม่ลบเลือนไปจากผม  ในเวลาที่ผมกลัวตายมากที่สุด  คนรอบ ๆ  ตัวผมล้วนดีกับผมทั้งนั้น   ผมโชคดีที่ได้เพื่อนที่ดี  ได้คนที่ผมรักที่ดี  เพียงแต่ผมไม่รักษามันเอาไว้เอง

   ไอ้อาร์ม . . . คนไม่รู้ค่าของหัวใจ

   


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-09-2010 17:27:05 โดย ราชบุตร »

Tsukasa999

  • บุคคลทั่วไป
 :m15: ฮือๆ อ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกซึมตามไปจริงๆ เอาธรรมมะเข้ามาขัดเกลาใจก็ได้นะ เป็นดังคำสอน มีรัก ย่อมมีทุกข์ :เฮ้อ:

มาเป็นกำลังใจให้ค่ะ จะรอตอนต่อไปนะคะ

ออฟไลน์ IZE

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4601
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +227/-3
การกระทำของโก มันต่างจากพี่น้องทำกัน  ดังนั้นเหตุที่เราคิดเข้าข้างตัวเองก็ไม่ผิด เพราะมันทำให้คิดเอง อิอิ เป็นใครๆก็เป็น

sarin

  • บุคคลทั่วไป
 :m24:คนเรามักปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไปเสมอ  แล้วเมื่อถึงเวลาเวลาหนึ่ง จะต้องร้องขอโอกาสที่มันผ่านไปแล้ว
โดนใจมั่กกกกฮะ...
เป็นกำลังใจให้ฮะ :bye2:

ออฟไลน์ naumi

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1089
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-2
เศร้านะ แต่แอบสุขปนเล็กน้อย :m13:
อย่างน้อยอาร์มก้อโชคดี ที่อยู่ท่ามกลางคนที่รักในยามที่เจ็บปวด พ่อแม่ที่รักและเข้าใจ เพื่อนรักที่หายาก และ..น้องชาย..ที่อาร์มรักและรักอาร์ม :L2:

แก้ว

  • บุคคลทั่วไป

รัก "ใจ" ให้มาก ๆ นะคะ
เอามีดมากรีดใจบ่อย ๆ  เป็นเรื่องน่าเศร้า
โดยเฉพาะผู้ที่ทำคือตัวเราเองค่ะ


เรื่องบางเรื่อง...แม้มันเป็นเรื่องที่ทำให้เราเศร้ามากมาย
ความทุกข์ที่ดูเหมือนจะติดตามเราเหมือนเงาตามตัว
แต่ก็เป็นเราเองไม่ใช่เหรอคะ ที่ยอมให้มันเข้ามาสู่ใจเราเอง


อยากบอกพี่อาร์มว่า ความรู้สึกบางอย่างแม้ทำร้ายเราอย่างสาหัส
บางทีอาจถึงเวลาที่เราจะเรียนรู้อยู่กับมันอย่างไม่ทุกข์แล้วละค่ะ
เป็นกำลังใจให้นะคะ



แก้ว (เด็กโง่ที่เคยเป็นเหมือนกัน)   :L2:   

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ AidinEiEi

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 776
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +138/-1
 :L2: :L2: :L2:เอากำลังใจมาให้คนเขียนค่ะ :กอด1:

ออฟไลน์ naumi

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1089
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-2
มาตั้งหน้าตั้งตารอ อิอิ :m4:

ออฟไลน์ mist

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +263/-3
ถ้าต้องคิดมากขนาดนั้นล่ะก็ ให้โอกาสเค้าอีกหนเหอะ มันคงจะไม่เจ็บไปกว่านี้แล้วล่ะ

เห็นงี้แล้วกลุ้ม สงสารทั้งคู่เลย  :a6: :a6:

Entaneer#30

  • บุคคลทั่วไป
สองปีแล้วเหรอเนี่ย
 :a5: :a5:
.
.
.
.
สองปีที่ผ่านไป "รอยเท้าในผืนทราย"มันจะจางหายไปรึยังคะ
เป็นกำลังใจให้พี่ชายเหมือนเดิมค่ะ
 :m13: :m13:

ออฟไลน์ kdds

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1512
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
 :a6: เศร้าเข้าไป
ตกลงตัดสินใจได้ยังค่ะ ว่าจะให้โอกาสโกหรือไม่

ifwedo

  • บุคคลทั่วไป
อิๆๆอยากจะรู้เหมือนกันว่าพี่จะให้โอกาสโกไหม แต่ยังไงก้เป็นกำลังใจให้ละกันน๊าค๊าบบ จากคนไร้ประสบการณ์รัก อิๆ

RAJCHABUT

  • บุคคลทั่วไป


ตอนที่ ๑๔



   ไอ้เพื่อนรักกลับไปเมื่อตอนค่ำ  หลังจากที่มันกับแดนไปซื้อของกินมากินยั่วผม  กลิ่นอาหารของชอบ  ชวนอาเจียน  อาจเพราะฤทธิ์ยาที่โดนรมยังอยู่ในปอด  ถึงได้ไม่อยากกินอะไรเลย 


   ผมยังไม่หลับ  เพราะหมดฤทธิ์ยาสลบ  มันเจ็บปวดทรมานสุด ๆ  ต้องร้องขอมอร์ฟีน  มันปวดมาก  ปวดกว่าตอนที่ยังไม่ตัดทิ้งเสียอีก  ผมโดนไอ้เพื่อนรักมันหลอกเสียแล้วล่ะงานนี้

   โกเมศวร์กลับมาอีกครั้งในตอนดึก . . .

   มันยิ้มมาแต่ไกล  หอบข้าวของมาพะรุงพะรังไปหมด  ผ้านวม  ของกิน และที่ผมเห็นในอ้อมแขนมัน หมอนเหม็น ๆ  ที่ผมใช้หนุนนอนทุกคืน

   ผมติดหมอน . .  .

   ไม่รู้สิ  เวลาผมไปเมามา  ต้องอยากกลับบ้าน  เวลาได้หนุนหมอนใบที่หนุนประจำมันหลับสบาย 

   “พ่อกินข้าวยังครับ  ผมซื้อเกี๊ยวปูหมูแดงมาฝาก”   มันชูถุงที่หิ้วมาในมือ

   ผมมองมัน . . .   เมื่อมันเอาของไปวางไว้ 

   “กินตอนเย็นกับลูกโอ๋  รายนั้นไปซื้อของมาเต็มเลย”

   “แปรงสีฟัน  ยาสีฟันละครับ  ขาดอะไรมั้ยครับผมได้ลงไปซื้อ”

   “แม่เตรียมมาแล้วลูก  โกล่ะกินอะไรมาหรือยัง”

   “เรียบร้อยแล้วครับ”

   “โอ้ย”  ผมร้อง  เพราะมันเจ็บอีก

   “พี่อาร์ม” 

   มันปรี่มาถึงที่เตียงในทันที  ผมมองหน้ามัน  สายตามันที่ทอดมองมายังผม  ผมไม่รู้จะอธิบายได้อย่างไร  ผมรู้แต่สายตามันพูดได้  ความห่วงใยที่มันส่งมา  ผมรับมันได้

   ผมเอาหมอนมาทับหน้าท้องกดทับแผลที่เพิ่งผ่าตัด  มันทุเลาลงมาก . . . เมื่อโดนกดทับ

   “ไหว  หมุนเตียงขึ้นหน่อยได้ไหม”

   มันทำตามอย่างว่าง่าย   “อย่าขยับมากดิ  แผลเพิ่งผ่าตัด”

   “หมอบอกให้พยายามขยับตัว  อวัยวะจะได้เข้าที่  แต่มันปวด  เพิ่งขอมอร์ฟีนไปเอง” 

   “พูดไป ถึงกับต้องขอมอร์ฟีนเลยเหรอ”

   “จริง ๆ  เดี๋ยวพรุ่งนี้จะลองหัดเดิน”

   “ลุกให้รอดก่อนเหอะพี่”

   “อ้าว  ถามพี่โอ๋ดิ  มันบอกพี่  ตอนมันผ่าวิ่งได้ในเจ็ดวัน”  ผมมองหน้าโก  มุขนี้ไอ้เพ่าอนรักผมมันเล่น  ตอนที่ไอ้โกนอนหลับ  หวังว่าคงเห็นมันยิ้มได้อีกรอบ

   “โม้แล้ว”

   “จริง ๆ  นะ”  ผมอมยิ้ม  ตีหน้าจริงจัง

   “ยังไง  วิ่งได้ไง  ยังไม่ตัดไหมด้วยซ้ำ”

   “ก็นับดิ  จันทร์ อังคาร พอถึงอาทิตย์ จันทร์อีก  เจ็ดวันเอง  ไม่เคยมีวันที่แปด”

   “โห  มิน่า  คบกันได้  มุขแต่ละมุข” 

   ผมยิ้ม  กลั้นหัวเราะ เอาไว้  ขืนหัวเราะตอนนี้มีหวังตายแน่ ๆ  มันเจ็บจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว  โกมันยิ้มกว้าง  แบบที่ผมอยากเห็น  หากไม่อยู่ในสถานการณ์ที่ผมเจ็บมันคงฟาดผมเต็มมือแน่ ๆ    มันเดินกลับไปแกะของที่มันซื้อมาใส่ชาม

   “แม่ลองกินดู  เจ้านี้อร่อย  พี่อาร์มยังชอบเลย”  มันจำได้เสมอ  ผมชอบกินอะไร

   ผมได้แต่มองสิ่งที่โกมันทำ . . .

   สิ่งที่ผมคิดตอนนั้น  ผมยิ้ม  ทั้ง ๆ  ที่เจ็บแผลอย่างที่สุด  ร้อยทั้งร้อยเจอแบบผม  คิดแบบเดียวกับผมทั้งนั้น  ผมไม่ได้คิดแบบเข้าข้างตัวเองจนสุดโต่ง 

   . . . แต่สิ่งที่ผมเห็นด้วยสองตา  รับรู้ด้วยความรู้สึกมันบอกผมแบบนั้น

   ผมไล่มันกลับหลังเวลาเที่ยงคืน . . . 

   ดูท่ามันไม่อยากกลับ  อยากนอนเฝ้าผม  แต่ผมไม่ยอมหรอก  พรุ่งนี้มันต้องทำงานแต่เช้า  แล้วตอนบ่ายมันต้องไปเรียนอีก  งานมันเยอะเพราะมันเก่งปฎิบัติด้วยมั้ง  อาจารย์เลยหางานพิเศษให้มันทำ

   คืนแรกของการผ่าตัด . .  .

   ผมนอนร้องครวญครางทั้งคืน  มันเจ็บปวดเหลือเกิน  คนที่สลับวิ่งไปมาดูที่เตียงของผม . . . พ่อกับแม่

   แววตาที่แม่มองผม . . .

   . . . คล้ายอยากเจ็บแทน . . .

   ผมยิ้มทั้ง ๆ  ที่เจ็บ  ไม่อยากให้แม่ทุกข์ใจไปกว่านี้   

   “เผลอพลิกตัวไปทับแผลครับแม่    แม่ก็รู้  อาร์มชอบนอนตะแคงขวา  แต่ไม่ค่อยเจ็บแล้วล่ะ  แม่นอนเหอะ  เดี๋ยวมีอะไรอาร์มเรียก”

   การโกหกเป็นบาป . . .

   . . .  แต่การโกหกบริสุทธิ์แบบผมบาปมั้ย . . .




   ผมต้องทนนอนกัดฟันเจ็บไปจนเกือบรุ่งสาง  มันบอกไม่ถูก  อาจเพราะบางอย่างถูกเฉือนทิ้งกระมัง  ร่างกายยังปรับสภาพไม่ได้  คงต้องรอเวลาอีกสักระยะ  แล้วร่างกายจะปรับสภาพของมันเอง

   เวลา . .  .


   ทุกอย่างมันขึ้นกับเวลาทั้งนั้น 

   ร่างกายเจ็บป่วย  ก็ต้องใช้เวลาในการรักษา  เวลามันเยียวยาได้  ไม่แตกต่างอะไรไปจาก

   . . . หัวใจ . . .

   ทุกอย่างเยียวยาด้วย . . .

   . . . เวลา

   ผมหลับไปได้ไม่นานก็ต้องตื่น  เพราะพยาบาลเข้ามาตรวจวัดไข้แทบทุกชั่วโมง  เช้าแล้ว เพราะแสงที่ลอดหน้าต่างเข้ามา  เป็นแสงแดดอ่อน ๆ  แม่เอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าให้  ผมจับมือแม่เอาไว้

   “รักแม่นะครับ”

   “อะไร  ลูกคนนี้นี่” 

   “จริง ๆ  นะแม่  อาร์มรักแม่  แต่แม่ดูผอม ๆ  ไปนะครับ  ไปหาหมอบ้างหรือเปล่า”

   “จ๊ะแม่รู้  แม่ก็รักอาร์ม   อยู่เฉย ๆ  แม่เช็ดให้ก่อน”  มือแม่เบา  ยามที่ผ้าผ่านเนื้อไปตามที่ต่าง ๆ  ผมรู้สึกเหมือนลอยได้

   แค่ . . .

   . . . สัมผัสจากแม่

   “แม่ผอมมากเลยนะเนี่ย”   ผมจับข้อมือแม่ 

   “ทำไมมันกำได้รอบแบบนี้ล่ะแม่”  ผมมองหน้าแม่  แม่ยิ้มสวยแบบเคย

   “อ้าว  หุ่นนางแบบ  ตามสมัยนิยามไม่ใช่เหรอ  เห็นสาว ๆ  สมัยนี้อยากผอมกันจะตายไป”   แม่ยิ้มอีกครั้งหัวเราะเบา ๆ   

   “เสร็จแล้ว  ทาแป้งหน่อยมั้ย”

   “ไม่ดีกว่า”  ผมยิ้มให้แม่  แม่ยิ้มตอบ

   รอยยิ้มแม่กว้าง  ฟันเรียงสวย  ผมชอบมองเวลาแม่ยิ้ม  แววตาแม่ใจดี  ยิ้มด้วยเสมอ  แม่อารมณ์ดีอยู่เป็นนิจ

   ประตูเปิดเข้ามา  . . . .

   ผมหันไปมอง . . .

   โกเมศวร์ . . . ผมขมวดคิ้วเข้าหากัน  เจ็ดโมงกว่านิดหน่อย  มันมาทำไรตั้งแต่เช้า  มันไม่ไปทำงานหรือ  อีกหลาย ๆ  คำถามที่เกิดขึ้นในใจของผม

   หาก . . .

   . . . คำถามเหล่านั้นได้คลี่คลายลงหมด . . .

   “ตื่นยังครับ  มีกาแฟกับปาท่องโก๋  ข้าวเหนียวสังขยาด้วยครับ”   มันบอกพ่อกับแม่  ก่อนเอามันไปแกะใส่แก้ว

   ผมมองมัน . . . ก่อนหลับตานิ่ง

   ความคิดผมเตลิดไปไกลเสียแล้ว  ผมดีใจนะ  มันไม่ได้แค่ดูแลผมยามผมเจ็บป่วย  แต่สิ่งที่มันกำลังทำอยู่นี่  มันดูแลพ่อแม่ของผมด้วย  มันแคร์คนที่ผมรักทุกคน

   “ตอนเที่ยงจะกินอะไรมั้ยครับ  ผมจะแวะเอามาให้”

   “ไม่ต้องหรอก  ไปทำงานเหอะ  ตอนเย็นก็ต้องไปเรียนอีก  อย่าลำบากเลย  แม่กับพ่อหากินแถวนี้ก็ได้”   แม่เสียงหวาน

   “เมื่อคืนเจ็บอีกมั้ย”   คำถามมัน  มาก่อนที่มันจะมาถึงเตียงของผมเสียอีก   

   ผมพยักหน้ารับ  ไม่อยากบอกว่ามันเจ็บขนาดไหน  กลัวแม่จะเป็นห่วง  เพราะเมื่อคืนก็ทำให้แกไม่ได้นอนทั้งคืนแล้ว

   “ปวดฉี่  เอาคอมฟอร์ตหน่อย”

   “อยู่ไหน”

   “ห้องน้ำ” 

   มันเดินไปหยิบอกมา  ก่อนรูดม่านปิดบังสายตา  พ่อกับแม่ที่นั่งกินมื้อเช้าที่มันซื้อมาอยู่ 

   “ฉี่เองได้นะ” 

   สายตามันเหลือบไปทางพ่อกับแม่  ผมรู้ความหมายจากสายตาโดยไม่ต้องแปล  ของบางอย่าง  ยังไม่ถึงเวลาที่จะบอกให้ใครได้รับรู้  ยิ่งเป็นคนที่เรารักที่สุด  บางทีเขาจะรับรับสภาพไม่ได้เป็นแน่

   “อือ”

   มันออกไปนอกม่าน  ปล่อยให้ผมทำธุระส่วนตัว  เมื่อคืนตอนฉี่  แม่ยืนมอง  จนผมบอกให้หันไปก่อน  แม่ยังบอก  เดี๋ยวนี้หัดอาย  แม่คงลืมไป  ผมโตแล้ว  แต่ในสายตาของแม่  ผมคงเหมือนเด็ก ๆ  เช่นเคย

   “โก  เสร็จแล้ว”  ผมร้องเรียก  เมื่อสิ่งที่อยู่ในคอมฟอร์ตมันเกือบเต็มไปด้วยน้ำอุ่น ๆ  สีเหลือง

   มันรับไปก่อนเปิดม่านเหมือนเดิม . . . 

   ผมมองมันเอาของเสียจากร่างกายผมไปเททิ้ง  จากที่ผมรักมันมาก  สิ่งที่มันทำ  ผมรักมันมากยิ่งกว่าเดิมเสียอีก  ผมบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไม  ผมรู้เพียงแค่ว่า

   คนนี้แหละ . . . ใช่

   อาการเจ็บเริ่มหายไปเมื่อครบยี่สิบสี่ชั่วโมง  ผมพลิกตัวไปมาบ่อยขึ้นตามที่หมอบอก  ผมไม่อยากเป็นภาระ  อยากจะช่วยเหลือตัวเองให้เร็วมากที่สุด  ไม่อยากให้แม่ต้องกังวลกับการดูแลคนป่วยแบบผม

   “หวัดดีคร๊าบ  น้ำเงี้ยว  แคปหมูน้ำพริกหนุ่มเจ้าอร่อยจากดอนเมืองครับ”  ไอ้เพื่อนรักมันโผล่มาในตอนเย็น  มือมันหิ้วของกินมาเต็มหมด

   “แต่มันอร่อยสู้ฝีมือแม่ได้ได้หรอกครับ  จริงมั้ยพ่อ”   มันหาแนวร่วม

   ผมยิ้ม  อาการเจ็บป่วยคราวนี้  ผมรู้ได้ถึงคนที่ห่วงใยผม  อีกสองคนนอกจากพ่อกับแม่ . . .

   “ไงมึง  ดีขึ้นมั้ย”

   “อืม”

   “แต่เมื่อคืนเจ็บแทบตายใช่มั้ย”  มันมองหน้าผม

   “เออเด่ะ  ทำไมมึงไม่บอกกูว่ะ  ว่าวันแรกมันเจ็บขนาดนี้  หนอย  ตัดก็หายไม่เจ็บอีก  ถุย  หลอกกูได้”

   “อ้าว  บอกว่าเจ็บมึงก็กลัวดิ  นี่กูผิดเหรอ”

   เออ  มันหวังดี  ผมเข้าใจ ไม่โกรธมันหรอก  เข้าใจมันดี  เพราะไม่มีใครหรอกที่จะบอกว่าผ่าแล้วเจ็บ  เพราะขืนบอกไปแบบนั้น  ผมกลัวหนักกว่าเดิมอีก
   


   ผมนอนอยู่โรงพยาบาลมาหกวันแล้ว   แต่ทำไมกลับรู้สึกเหมือนกับว่ามันนานเสียเหลือเกิน  ผมไม่อยากนอนแบบนี้เลย  มันน่าเบื่อมากสำหรับคนทำงานแบบผม  ที่วัน ๆ  ผมต้องวิ่งไปโน่นมานี่เสมอ

   สิ่งเดียวที่ผมรู้สึกดีที่สุดในการนอนโรงพยาบาล . . .


   ผมรักโกเมศวร์มากขึ้น . . .

   . . . มันจะซื้อของกินมาให้พ่อกับแม่ทุกเช้า  ส่วนตอนดึกหลังจากที่มันเลิกเรียน  มันจะแวะมาทุกวัน  ซื้อของกินมาให้พ่อกับแม่  สิ่งที่มันทำทั้งหมด  ผมไม่เคยร้องขอ  ผมมองมันแล้วอดที่จะเกลียดตัวเองไม่ได้

   ทำไมนะหรือครับ . . .

   เชื่อไหมครับ 

   สิ่งที่มันปฎิบัติกับพ่อและแม่  ผมไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต  ผมไม่เคยซื้อของกินเข้าบ้าน เพราะนั่นเป็นสิ่งที่แม่ทำให้เสมอ  โกเมศวร์มันสอนให้ผมรู้ว่า  การเอาใจใส่คนที่รักเรา  แค่สิ่งละอันพันละน้อยแบบนี้  จะทำให้คนที่เรารักมีความสุขขนาดไหน

   ถ้า . . .

   ใครเจอแบบที่ผมเจอ . . .

   . . . จะเกลียดมันได้ลงคอหรืออย่างไร

   สิ่งที่มันทำยามผมเจ็บป่วย . . . 

   . . . มากพอที่ผมตัดสินใจจะฝากชีวิตไว้กับมันได้มิใช่หรือ ?   

   มันทำแบบนั้นทุกวัน  ในขณะที่ผมนอนที่โรงพยาบาล  สิ่งที่มันทำเหมือนสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน  ที่มันต้องดูแล

   “อาร์ม  พรุ่งนี้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว  กลับถึงบ้านโทรบอกแม่นะลูก”   แม่จับมือผมเอาไว้  เพราะแม่ต้องกลับเชียงราย  ผมยิ้มกับแม่

   “ครับผม”

   “พ่อครับ  รักพ่อนะครับ”    ผมโผเข้ากอดพ่อเบา ๆ   ก่อนปล่อย  หันไปมองแม่  ที่มองเหมือนน้อยใจ

   “แม่ครับ  ให้อาร์มกอดหน่อย”    ผมอ้อนแม่แบบเด็ก ๆ

   แม่ยิ้ม ก่อนที่จะเดินมากอดผมเอาไว้  ผมกอดแม่เอาไว้แน่น  มีความสุขกับอ้อมกอดของคนที่ผมรัก   แม่กอดผมเอาไว้นาน  หอมที่แก้มผมเบา ๆ 

   “รักอาร์มนะลูก  ดูแลตัวเองด้วยนะ  หายไว ๆ   แล้วกลับบ้านเรานะ  โกดูพี่เขาด้วยนะลูก  แล้วไม่ต้องตามใจพี่เขาให้มากนะ  โดนตามใจเสียจนเคยแล้วล่ะ”

   “ครับ”   มันรับคำเสียด้วย

   ถ้าผมรู้ล่วงหน้า . . .  .

   . . . ให้ตายเหอะ . . .

   ผมก็จะไม่ยอมให้พ่อกับแม่กลับเชียงรายเด็ดขาด . . .

   “ไอ้ลูกแหง่  ไปได้แล้ว  เดี๋ยวตกไฟลท์”   ไอ้เพื่อนรักผมมันเร่ง

   “อิจฉาเหรอมึง  แม่ลูกเขารักกัน”  ผมกัดกับมันได้ทุกเรื่อง  ทุกทีด้วยซ้ำสิน่า  ตอนนี้แผลไม่เจ็บแล้ว  ผมเดินได้มากกว่าปกติเสียด้วยซ้ำ  หมอยังบอก  ผมฟื้นตัวเร็ว

   แหม . . . กำลังใจดีขนาดนี้  ไม่หายก็แปลกละครับ

   “โก  ดูแลพี่อาร์มดี ๆ  นะ  เดี๋ยวพี่กลับมา”  ไอ้โอ๋หันมาสำทับอีกรอบก่อนที่จะหิ้วของพ่อกับแม่ออกไปจากห้อง

   “โก”  ผมเรียกมัน  หลังจากไอ้เพื่อนรักของผม  ไปส่งพ่อกับแม่ที่ดอนเมือง

   “เอาอะไรพี่”

   “เหนียวตัวมาก  เหม็นไม่ไหวแล้ว”

   “เดี๋ยวผมเช็ดตัวให้”

   “ไม่อ่ะ  อาบครึ่งท่อนได้มั้ย  ตรงนี้  เหม็นสุด ๆ”  ผมเอามือจับที่ขาหนีบก่อนเอามาดม  กลิ่นมันได้ใจมากเลยครับ  แทบอ้วก

   “ได้ ๆ  แต่ต้องระวังไม่ให้โดนแผล  พี่เดินไหวมั้ย”

   “จับไว้ด้วยก็ดี  ตายังลายอยู่เลย” 

   เข้าแผนชั่วผมละครับ อ้อนมันซะขนาดนั้น  เดี๋ยวมันก็ต้องพาผมไปอาบน้ำครึ่งท่อน  จะว่าไปแล้ว  แค่เช็ดตัวนี่มันไม่ไหวอ่ะ  เหงื่อที่ออกมามันกลิ่นยาชัด ๆ  ผมไม่ชอบเลยกลิ่นแบบนั้น

   มันแก้กางเกงผมช้า ๆ

   น้ำจากฝักบัวราดลงช่วงล่างต่ำกว่าแผล  โดยผมเอาผ้าปิดแผลไว้อีกชั้นกันพลาด  ร่างที่ไม่โดนน้ำล้างมาเจ็ดวันแล้ว  ไม่อยากบอกเลยว่ามันมีความสุขมากขนาดไหน มันค่อย ๆ  ใช้สบู่ฟอกจากขาขึ้นมาถึงเข่า . . .

   “ถูเองได้มั้ย”    มันชี้ไปที่ตรงนั้น

   “ถ้าทำเองได้จะขอให้ช่วยเหรอ”

   “เออเนาะ”  มันยิ้มก่อนที่จะใช้มือฟอกตรงไอ้อาร์มน้อยของผม  มันลื่น ๆ  เสียว ๆ  จนผมมีอาการ

   “อะไรว่ะ  หื่นไม่เลือก”  มันบอกพลางเอามือตบไปมาเบา ๆ

   “อย่าเล่นดิ  อาบเร็ว ๆ”

   “อืม  แต่ต้องอาบให้สะอาดเอี่ยมก่อน”  ว่าแล้วมันก็ค่อย ๆ  รูดหนังที่ปิดลง  ก่อนที่จะฟอกสบู่  คราวนี้ไอ้อาร์มน้อยโมโหใหญ่เลย

   มันหัวเราะ  ก่อนเอาน้ำฝักบัวราด  ผมอดที่จะหัวเราะตามมันไม่ได้  หัวเราะจนปวดแผลไปหมด  นี่ตกลงมันจะอาบน้ำให้ผมดีขึ้นหรือจะทำให้ผมตายเพราะขำกันแน่   แต่ถึงจะตายตอนนี้ผมก็ยอมละครับ 

   มีความสุขเสียขนาดนั้น . . .



   ผมไม่รู้เหมือนกันว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นมาทั้งหมดจะเรียกว่าอะไรดี  เพราะจนกระทั่งปัจจุบันนี้  ผมยังไม่สามารถหาคำตอบจากเรื่องที่เกิดมาทั้งหมดได้  ผมรู้แค่ว่า  สิ่งที่มันผ่านมาแล้วเรียกกลับคืนมาไม่ได้

   เหมือนสายน้ำ . . .


   . . . ธรรมชาติของน้ำ . . . 

   น้ำไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำเสมอ  อะไรก็ตามที่ผ่านมาแล้ว  มันก็ไม่สามารถย้อนกลับไปได้อีก  เฉกเช่นเดียวกับสายน้ำ

   “อะไรเหรอพี่”  ผมยื่นธนบัตรราคาสูงสุดสิบฉบับให้โก  มันมองหน้าผม  ไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมทำ

   “ให้โก”

   “มาให้ผมทำไม”  มันเลิกคิ้วสูง

   “ที่จ่ายไปตอนที่พี่อยู่โรงพยาบาล”

   ก็ตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้าโรงพยาบาล  จนกระทั่งวันที่ออกจากโรงพยาบาล  โกมันใช้เงินไปมากอยู่  ทั้งค่าตรวจที่โรงพยาบาลแรก  ค่ากิน  ที่มันซื้อมาให้พ่อกับแม่ผมเสมอทุกวันจนกระทั่งท่านทั้งสองกลับเชียงราย

   “ไม่เอา”  มันผลักมือผมกลับ

   “รับไว้เหอะ”

   “ไม่รับพี่”

   “ทำไม”

   “พี่อาร์ม  ตอนนี้ผมมีงานทำแล้วนะ  ถึงจะเงินเดือนไม่มากก็เหอะ  แต่อย่างน้อยมันก็พอใช้นะพี่  แล้วอีกอย่างพี่ช่วยผมมาเยอะแล้ว”

   “ไม่เห็นช่วยอะไรนี่”

   “ช่วยสิพี่  มอเตอร์ไซด์  พี่ก็ซื้อให้  ค่าเทอมพี่ก็ออกให้บ่อย ๆ  รถยนต์เวลาผมจะเอาไปใช้พี่ก็ไม่หวง   แถมวันหยุดยังพาไปดูหนัง  อีก  แค่นี้ผมก็ไม่รู้จะตอบแทนพี่ยังไงแล้ว”

   “โก”  ผมเรียกมัน  ตื่นตันในหัวใจ

   “พี่เจ็บป่วยผมก็ดูแลสิครับ  ผมไม่มีพี่  พี่คือพี่คนเดียวของผมที่ผมมีนะครับ  เรื่องแค่นี้  ผมทำให้พี่ได้  ผมรับเงินพี่ไม่ได้จริง ๆ  หรอกนะครับ  ถ้าพี่รักผมแบบที่พี่บอก  เรื่องนี้ผมขอนะครับ  ขอให้ผมได้ทำอะไรเพื่อพี่บ้าง”

   ผมดึงมันมากอดเอาไว้ . . .   

   ผมไม่รู้จะพูดอย่างไรดี  ทุกอย่างมันมาจุกแน่นอยู่ที่ลำคอ  มันตื้นตันจนบอกไม่ถูก  ผมไม่สามารถที่จะอธิบายความรู้สึกในเวลานั้นออกมาได้  ผมรู้เพียงแค่ว่า คนที่อยู่ในอ้อมกอดผมเวลานี้  คือคนที่ผมรัก

   มันรักผม . . .

   มันจะไม่มีวันทอดทิ้งผมเป็นอันขาด  ผมได้แต่กอดมันเอาไว้  ไม่รู้จะบอกความรู้สึกที่ตัวเองมีได้อย่างไร  สิ่งเดียวที่ผมทำได้  คือกอดมันเอาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้  คนที่ผมเอามาเรียน  มันไม่ได้ไปไหนไกลผมเลย  มันอยู่ข้าง ๆ  ผมตลอดเวลา  ผมเหมือนคนที่โชคดีที่สุดในโลก . . .

   หาก . .  .

   ไม่มีใครรู้อนาคตข้างหน้า

   . . . ผมเองก็เหมือนกัน . . .

   ไม่รู้สิ่งที่มันจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า  สิ่งเดียวที่ผมทำได้ คือเก็บเอาความสุขที่มีในวันก่อน  มาปลอบประโลมใจยามที่ผมต้องเสียสิ่งที่ดีที่สุดไป  เพราะเราไม่สามารถเรียกสิ่งที่ผ่านไป  กลับคืนมาได้อีกแล้ว

   เวลา . . . ให้ผมมาเจอกับสิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุด

   แล้ว . . .

   เวลา . . .

   . . . ก็พรากสิ่งนั้นไปจากผม . . .

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-09-2010 17:32:36 โดย ราชบุตร »

ออฟไลน์ IZE

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4601
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +227/-3
เพิ่งรู้สึกได้ว่าตอนนี้ไม่ร้องไห้แล้ว อิ เปลี่ยนมาเป็นอมยิ้มแทน หุหุ

ออฟไลน์ mist

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +263/-3
เห็นด้วยกะรีบน

รู้สึกว่าตอนนี้ดูอบอุ่นจัง  :m1: :m1:

sarin

  • บุคคลทั่วไป
ยิ้มให้กับชีวิตนะฮะ...แม้บางช่วงเวลามันอาจยากที่จะผ่านพ้น
แต่...อย่าถอยนะฮะ..ยิ้มสู้เข้าไว้..แล้วมันก้อจะผ่านพ้นไป :a2:
แบ่งปันรักและกำลังใจส่งให้ฮะ...  :กอด1:
แล้วมันก้อจะผ่านพ้นไป...

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด