man and child ซีรี่ส์*Love Just Ain't Enough(แนวM-Preg) END
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: man and child ซีรี่ส์*Love Just Ain't Enough(แนวM-Preg) END  (อ่าน 207368 ครั้ง)

ออฟไลน์ JUPJIB

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +218/-0
**************************************************************************************
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย

เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

****************************************************************************************


คำเตือน : เรื่องนี้ผู้ชายท้องได้ค่ะ
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-08-2017 12:22:44 โดย JUPJIB »

ออฟไลน์ JUPJIB

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +218/-0
นิยายเรื่องอื่นๆของ JUPJIB
จอมไตรซีรี่ส (ไม้) คนมืดมนที่หลงรักคุณหมดใจ (จบ) คุณnolirinลงให้ ขอบคุณค่า
จอมไตรซีรีส์ (ดิน) ความรักไม่ใช่แค่คนสองคน (จบ)
จอมไตร ซีรีส์ (ปฐพี) เห็นได้ด้วยตา รักได้ด้วยใจ (จบ)
จอมไตร ซีรีส์ (ตาหวาน) ซื้อด้วยใจ ขายด้วยรัก (จบ)
เรื่องสั้นตอนเดียวจบ V.1 by JUPJIB คุณnolirinลงให้ ขอบคุณค่า
เรื่องสั้นตอนเดียวจบ V.2 by JUPJIB


คำเตือน : เรื่องนี้ผู้ชายท้องได้ค่ะ

ซีรี่ส์เดียวกับ Man and Child ซีรี่ส์ *Hard For Heart* 

ผิดพลาดประการใด ขออภัยด้วยค่า

บทนำ Man And Child ซีรี่ส์


ในปี xxxx โลกพัฒนาไปอย่างเหลือเชื่อ ด้วยมีวิกฤตการครั้งใหญ่เกิดขึ้นทำให้จำนวนประชากรของโลกลดน้อยลงมาก ผู้คนที่เหลืออยู่ต่างพยายามมีชีวิตอยู่ไปพร้อมๆกับรักษาธรรมชาติไว้ เพราะเรียนรู้จากการสุญเสียในอดีต มีการคิดค้นการใช้พลังงานสะอาดเป็นหลักทั้งการใช้แสงอาทิตย์แปลงเป็นพลังงานไฟฟ้า ทั้งการเพราะปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ตามธรรมชาติโดยไม่ใช้สารเคมี และการสร้างบ้านเรือนให้เหมาะสมกับพื้นที่อยู่อาศัยโดยรักษาสิ่งแวดล้อมรอบๆให้คงเดิมมากที่สุด

การปกครองโดยมากเป็นการปกครองโดยระบบกษัตริย์ โดยการตัดสินใจทั้งหมดตกอยู่ในมือของกษัตริย์ แต่ก็ไม่มีอะไรให้ตัดสินมากนัก ด้วยคนในยุคนี้ไม่คิดทำสงคราม ที่ทำมากคือการแข่งขันทางเศรษฐกิจ แน่นอนว่ายังมีความรุนแรง เกิดขึ้นอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีสงครามระหว่างประเทศอีก ไม่มีการก่อการร้าย ระบบเศรษฐกิจก็ต้องให้นักลงทุนและประชาชนเห็นชอบอย่างแท้จริง ไม่มีการซื้อเสียงเพราะคนในยุคนี้เรียนรู้แล้วว่าการขายเสียงจะก่อให้เกิดภัยทั้งต่อตัวเองและส่วนรวม และยังการศึกษาขึ้นพื้นฐานที่ปรับให้มีการบังคับเรียนถึง 16 ปี ทำให้ทุกคนมีความรู้ ไม่ตกเป็นเหยื่อของผู้อื่นได้โดยง่าย

การแพทย์เองก็ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุที่จำนวนประชากรลดน้อยลง อัตราการเกิดน้อยลงมากๆส่วนอัตราการตายก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นักวิทยาศาสตร์จึงพากันคิดค้นหนทางเพิ่มเติมในการให้กำเนิดมนุษย์ โดยพยายามให้เด็กที่เกิดขึ้นมานั้นสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างอย่างนาน ไม่เป็นโรคและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

ทางที่ค้นพบคือการทำให้ผู้ชายตั้งครรภ์ โดยการคิดค้นวิธีนี้ผู้ที่ทำสำเร็จได้คือบุคคลที่มียีนส์ชาวไทยอยู่ในตัวกว่า 60 เปอร์เซ็น ทำให้เขาโด่งดังไปทั่วโลก และยังทำให้ผู้คนที่มียีนส์ชาวไทยมีหน้ามีตาอีกด้วย

การทดลองนี้ทำมากว่า 60 ปีโดยมีการส่งต่อผลการทดลองให้ครอบครัวของผู้คิดค้นมาเรื่อยๆจึงได้ผลเป็นที่น่าพอใจ แต่วิธีการก็ยุ่งยาก รวมทั้งใช้เงินและเวลามากมายในการเตรียมการ หากผลที่ได้รับก็คุ้มมากเสียจนมีคนมากมายยอมจ่ายทั้งเงินและเวลา แต่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถตั้งท้องได้ ด้วยข้อกำหนดมากมายเหล่านี้จึงมีการตั้งโรงเรียนสำหรับผู้ชายตั้งครรภ์ขึ้นในชื่อ “โรงเรียนเอกวิทย์” ตามชื่อผู้คิดค้นวิธีนี้เป็นคนแรก ในตอนแรกที่ตั้งนักวิทยาศาสตร์ผู้เป็นเจ้าของสิทธิบัตรวิธีทำให้ผู้ชายตั้งครรภ์จัดตั้งขึ้นเป็นสถาบันให้คำแนะนำปรึกษาเท่านั้น ต่อมาได้มีการพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นโรงเรียน และถึงแม้โลกจะก้าวไกลแต่ก็ยังมีความยากจนและโรคทางพันธุกรรมบางอย่างที่ไม่สามารถรักษาได้ โดยเฉพาะโรคที่คร่าชีวิตของคนจำนวนมากในยุคนี้ เป็นโรคที่เรียกว่า “โรคแพ้ตัวเอง” ซึ่งโรคแพ้ตัวเองนี้มีคนเป็นกันอย่างมากหลังจากเกิดวิกฤติครั้งยิ่งใหญ่ โรคนี้มักไม่แสดงอาการจนกว่าจะอายุ 30 แม้จะสามารถตรวจพบโรคนี้ได้ตั้งแต่ยังเด็ก แต่ก็ไม่มีทางรักษา

ผลการวิจัยยืนยันถึง 99.99 เปอร์เซ็นว่าโรคนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นเลย หากเป็นเด็กที่เกิดจากผู้ชายตั้งครรภ์

และเพราะมีผู้คนล้มตายจำนวนมาก จึงมีเด็กกำพร้ามากตามไปด้วย เด็กกำพร้าเหล่านี้ในตอนแรกก็อยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าตามปกติ แต่เด็กๆมีอัตราจะกลายเป็นคนยากจนสูง ดังนั้นโรงเรียนสำหรับผู้ชายตั้งครรภ์จึงรับเอาเด็กผู้ชายมาดูแลทั้งหมด โดยแบ่งเป็นสองส่วนคือส่วนที่มีคุณสมบัติเหมาะจะตั้งครรภ์จะได้รับการดูแลให้พร้อมสำหรับตั้งครรภ์และอีกส่วนจะได้รับการศึกษาทางการแพทย์เพื่อให้สามารถเป็นบุคคลากรของโรงเรียนและโรงพยาบาลอื่นๆ รวมทั้งมีการดูแลร่างกายให้เหมาะสำหรับน้ำเชื้ออสุจิไปผสมเพื่อการตั้งครรภ์ด้วย เป็นการเพิ่มหนทางเสริมรายได้อีกทาง แน่นอนว่าทั้งสองส่วนได้รับการเรียนการสอนขั้นพื้นฐานตามปกติ หากถนัดทางอื่นก็สามารถไปทำงานทางอื่นได้ อย่างไรก็ตามเด็กๆจะต้องจ่ายเงินคืนแก่ทางโรงเรียนสำหรับฝ่ายที่ตั้งครรภ์ได้อย่างต่ำคือ  1 แสน 5 หมื่นบาทต่อคน และฝ่ายที่ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อย่างต่ำ 8 หมื่นบาทต่อคน โดยไม่มีการยกเว้นจึงจะสามารถเป็นอิสระจากโรงเรียน ทั้งนี้จำนวนเงินอาจมากกว่าปกแล้วแต่กรณีไป ซึ่งเงินส่วนนี้ทางโรงเรียนก็จะนำมาเลี้ยงดูเด็กกำพร้าในรุ่นต่อไปนั่นเอง ในทางเดียวกันมีสถาบันอีกแห่งซึ่งเป็นสถาบันที่วิจัยเกี่ยวกับการทำให้ผู้หญิงสามารถมีลูกกับผู้หญิงได้ซึ่งเด็กที่เกิดมาตามผลการวิจัย 90 เปอร์เซ็นจะไม่เกิดโรคทางพันธุกรรม ได้รับเอาเด็กกำพร้าที่เป็นผู้หญิงไปเลี้ยงดูไว้ แต่เราจะไม่กล่าวถึงที่นั่นให้มากความ

โรงเรียนสำหรับผู้ชายตั้งครรภ์นั้นพิเศษตรงที่เมื่อนักเรียนอายุครบ 20 ปี จะสามารถรับงานรับจ้างตั้งครรภ์ได้ โดยมีการจ้างผ่านทางโรงเรียนภายใต้เงื่อนไขของทั้งทางโรงเรียน ตัวผู้รับจ้างตั้งครรภ์และนายจ้าง หากสามารถยอมรับข้อตกลงซึ่งกันและกันได้ ก็จะมีการเซ็นสัญญา โดยทั่วไปมักมีข้อสัญญาเรื่องสิทธิ์ในตัวเด็กที่จะเกิดมา และบทลงโทษหากผิดสัญญา อัตราค่าจ้างเป็นต้น

รายได้จากการรับจ้างตั้งครรภ์นี้แม้จะจ่ายให้ทางโรงเรียน 1 แสน 5 หมื่นบาท ก็เหลือมากพอให้สามารถตั้งตัวได้กันเลยทีเดียว

โดยคิดค่าจ้างอัตราปกติคือ ครั้งแรกที่ทำสัญญา 50,000 บาท และจากนั้นตลอดระยะเวลาที่ตั้งครรภ์คือ 10 เดือน ต้องจ่ายค่าจ้างอีกเดือนล่ะ 30,000 บาท และหลังจากคลอดแล้วต้องจ่ายอีก 50,000 บาท รวมแล้วก็  4 แสนบาทพอดี ซึ่งโรงเรียนมีรายได้จากการหักเงินในส่วนนี้มา 10 เปอร์เซ็นและจากค่าใช้จ่ายอื่นๆเช่นค่าห้องพักสำหรับผู้ตั้งครรภ์พักอาศัย ค่าอาหารรวมไปถึงค่าผ่าตัดทำคลอด เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีพวกที่เรียกว่าแรร์หรือพวกยีนส์หายากซึ่งจะมีค่าจ้างแพงกว่าพวกธรรมดา แตกต่างกันไป เช่น คนที่มีไอคิวสูงถึง 200 และได้รับการยืนยันว่ามีโอกาสกว่า 90 เปอร์เซ็นที่จะสามารถถ่ายทอดความสามารถนี้ให้แก่ลูกมีค่าทำสัญญาครั้งแรกถึง 1 ล้านบาท ค่าจ้างเดือนละแสนและค่าคลอดอีก 1 ล้าน แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถรับงานได้ต่อเนื่อง ตามกฎแล้วหลังจากคลอดต้องพักถึง 10 เดือนจึงจะสามารถรับงานได้อีกครั้ง และที่สำคัญใช่ว่าทุกคนจะมีงาน หากส่วนมาก แค่รับงานครั้งเดียวก็มีเงินมากพอออกไปตั้งตัวได้ และแม้ว่าจะออกไปจากโรงเรียนแล้ว หากดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอก็สามารถมาลงชื่อขอรับงานได้เรื่อยๆ

ด้วยรายได้ที่มากและเป็นเพียงโรงเรียนแห่งเดียวของโลกทำให้มีการจ้างงานอย่างสม่ำเสมอ เพราะไม่มีใครอยากเสี่ยงสูญเสียทายาทของครอบครัวจากโรคที่ไม่มีทางรักษา ดังนั้นผู้จบจากโรงเรียนนี้จึงมีงานทำแน่นอนอย่างน้อยๆก็สามารถรับงานตั้งครรภ์ได้ และนอกจากนี้ การเรียนการสอนของที่นี่ยังทันสมัยและได้รับการยอมรับในเรื่องความสามารถทั้งในด้านวิชาการ ดนตรี ศิลปะและกีฬา แล้วยังสอนพื้นฐานทางการแพทย์ให้แก่นักเรียนทุกคนอีกด้วย เรียกว่าจบมาก็สามารถประสบความสำเร็จในชีวิตไม่ทางใดก็ทางหนึ่งได้ไม่ยาก ดังนั้นจึงมีเสียงเรียกร้องให้มีการเปิดสอนแก่บุคคลภายนอก นอกจากเด็กกำพร้า แม้ค่าเรียนจะแพงหูฉี่ แต่ก็ยังมีผู้ส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนเป็นจำนวนมาก โดยหลักการของโรงเรียนแห่งนี้ เน้นว่าห้ามดูถูกกัน ไม่ว่าจะเป็นเด็กไปกลับ(เด็กที่จ่ายค่าเล่าเรียน)หรือเด็กประจำ(เด็กกำพร้า)ก็คือนักเรียนเหมือนกัน หากไม่ผ่านการทดสอบทางอีคิวก็จะไม่ได้รับการเข้ามาเรียน และหากประพฤติตัวไม่ดีก็จะโดนไล่ออกทันที คนที่จบจากโรงเรียนนี้จึงมีพื้นฐานทางความคิดที่ดีติดตัวไปด้วยอีกอย่าง ทำให้มักเป็นที่รักใคร่เอ็นดูแก่ผู้คนรอบข้างและเข้ากับผู้ร่วมงานได้ดี

การที่ผู้ชายจะตั้งครรภ์ได้นั้นสมควรจะเริ่มต้นเตรียมความพร้อมตั้งแต่อายุ 13 ปี และมากสุดไม่ควรเกิน 18 ปี ในความเป็นจริงแค่มาทำการฝังมดลูกเทียมขนาดเท่าแคปซูนยาด้วยวิทยาการล้ำสมัยทำให้แทบจะไม่เจ็บเลยซักนิด จากนั้นก็รับยาซึ่งเป็นยาปรับฮอร์โมนและยังช่วยขยายแคปซูนนั้นเรื่อยๆก็พอแล้ว ไม่ต้องถึงขั้นมาเรียนที่นี่ก็ได้ แต่วิธีนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมเพราะถึงอย่างไรการเข้าโรงเรียนก็แน่นอนกว่า แล้วยังเป็นใบเบิกทางความน่าเชื่อถืออีกด้วย แต่ก็มีไม่น้อยที่เดียวที่เลือกวิธีนี้ โดยเฉพาะคนที่ไม่มีเงินพอเข้าเรียน คนที่อายุเกิน 15 ปีแล้ว หรือคนที่มีเหตุอื่นๆให้ไม่สามารถมาเรียนในโรงเรียนได้

ซึ่งหากเป็นเด็กๆของโรงเรียน ทางโรงเรียนจะเริ่มให้ฮอร์โมนกับเด็กนักเรียนตั้งแต่อายุ 7 ปี(ทางโรงเรียนมีจำหน่ายสำหรับบุคคลภายนอก) ซึ่งได้รับการวิจัยแล้วว่าไม่มีอันตรายใดๆ แถมส่วนที่เกินความจำเป็นยังไปบำรุงร่างกายในส่วนอื่นๆเสียอีก หลังจากนั้นเมื่ออายุ 13 ปี จะมีการฝังแคปซูนและให้ยาฮอร์โมนตลอด เมื่ออายุ 20 จึงจะสามารถตั้งครรภ์ได้ ซึ่งแม้จะ 20 แล้วก็ยังต้องกินยาฮอร์โมนต่อไปเรื่อยๆ เพราะหากหยุดยาฮอร์โมนติดต่อกันเกินสี่เดือน แคปซูนที่เคยฝังไว้จะค่อยๆหดเล็กลงจนกลายเป็นไขมันและสลายไปในที่สุด แน่นอนว่าไม่เกิดอันตรายแต่ก็จะไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีก

ในการจ้างตั้งครรภ์มีข้อพิเศษตรงที่สามารถเลือกยีนส์ที่จะถ่ายทอดให้แก่เด็กได้ด้วยการผสมเทียมแล้วฝังลงในมดลูกเทียม โดยสามารถเลือกพันธุกรรมจากผู้ว่าจ้างหรือใครก็ได้แต่ถึงอย่างไรก็จะต้องมีพันธุกรรมของผู้อุ้มครรภ์ด้วยเพื่อป้องกันภาวะครรภ์เป็นพิษ

คุณสมบัติอีกอย่างของการฝังมดลูกและการกินฮอร์โมนอย่างสม่ำเสมอคือ สามารถตั้งครรภ์โดยวิธีธรรมชาติได้ โดยวิธีนี้จะไม่สามารถเลือกยีนส์ได้ และมีโอกาสน้อยมากที่จะตั้งครรภ์ แต่เด็กที่เกิดโดยธรรมชาติมักจะแข็งแรงกว่าเด็กที่เกิดจากการผสมเทียม อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่ที่การเลี้ยงดูและสภาพแวดล้อมเป็นสำคัญ

++++++++++++++++++++++++++++

 * Love Just Ain't Enough *
บทนำ

“คุณตาณผมอยากมีลูก”
อังคารเอ่ยกับคนรักซึ่งนอนกอดเขาไว้หลังจากกิจกรรมแห่งความสุขสมของค่ำคืนสิ้นสุดลง ตาณยิ้มขำๆด้วยนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อังคารพูดอย่างนี้ เขาคิดว่าอีกฝ่ายรบเร้าทีเล่นทีจริงมากกว่าจะจริงจัง
“คิดดีแล้วหรืออัง”
และตาณก็ตอบกลับเช่นทุกครั้งที่อังคารพูดว่าอยากมีลูก คำตอบที่ทำคนฟังหน้ามุ่ย
“คุณไม่อยากมีลูกกับอังใช่ไหม”
ปกติแล้วอังคารไม่งอแงแบบนี้ ด้วยเขารู้ตัวดีว่าตนเองไม่ใช่เด็กและไม่ใช่หญิงสาว การที่จะทำตัวไม่มีเหตุผลมากเกินไปมันไม่น่าดูนัก ยิ่งงานของอังคารคือหัวหน้าแผนกต้อนรับลูกค้าที่โรงเรียนเอกวิทย์ซึ่งต้องดูแล ให้คำแนะนำปรึกษาเบื้องต้นกับลูกค้ารายใหญ่ๆ รวมไปถึงต้องดูแลลูกน้องในแผนกให้ทำงานให้ได้ดี และดูแลงานยิบย่อยอย่างอื่นอีกมาก บุคลิกของอังคารจึงเป็นไปในทางผู้ชายที่เนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว แว่นตาที่สวมเป็นประจำยิ่งทำให้ดูน่าเชื่อถือ กับตาณเองแม้อังคารจะอ้อนบ้าง ยอมเหลวไหลด้วยกันบ้าง แต่ก็ไม่มากนัก ทั้งสองคนเป็นผู้ใหญ่แล้วทั้งคู่จึงมักจะคุยกันด้วยเหตุผลมากกว่าเถียงกันเป็นเด็กๆ อย่างไรก็ตามมีเพียงเรื่องนี้เรื่องเดียวที่อังคารออกอาการงอแง จะเอาให้ได้อย่างใจ แต่ตาณก็เบรกไว้ตลอด
“ไปกันใหญ่แล้วอัง...”
ตาณยังพูดไปยิ้มไป
“แต่อัง”
“เอางี้ ถ้าคุณอยากมีลูก เรามา ‘ทำ’ ลูกกันดีกว่า”
ว่าแล้วก็พลิกตัวขึ้นคร่อม ความร้อนแรงที่เพิ่งเสร็จสิ้นปะทุขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
สำหรับตาณ มันเป็นแค่คำพูดหยอกอังคารเล่นเพราะเขาไม่รู้เลยว่าคนรักคนนี้ของเขาสามารถตั้งท้องได้ แต่สำหรับอังคาร มันเป็นการยอมรับกลายๆว่าตาณตกลง!
.................................
อังคารทำงานที่โรงเรียนเอกวิทย์มาตั้งแต่เรียนจบ เขาเคยรับจ้างตั้งครรภ์มาแล้วสองครั้ง แต่หลังจากต้องขึ้นมาเป็นหัวหน้าแผนกเขาก็ไม่ได้รับงานอีก
กับตาณพวกเขาเจอกันเมื่อตาณเข้ามาที่โรงเรียนโดยเจ้าตัวโดนเพื่อนลากมาเพราะอีกฝ่ายไม่กล้ามาคนเดียว ทันทีที่เจออังคารตาณก็บอกตัวเองว่าต้องเอามาเป็นของตัวเองให้ได้ เขาเริ่มจีบอังคารด้วยการบอกว่าอยากจะจ้างอังคารได้ไหม ชื่ออังคารไม่มีในรายชื่ออยู่แล้วเจ้าตัวจึงโกหกไปว่าตัวเองท้องไม่ได้ อังคารเลือกโกหกเพื่อเป็นการปฏิเสธอย่างสุภาพ เขาไม่ได้สนใจตาณนักในตอนนั้นจึงไม่ได้จำว่าตนเองพูดอะไรไปบ้าง
หลังจากเจอกันครั้งนั้น ตาณก็หมั่นส่งดอกไม้และข้าวของมาให้ แวะเวียนเข้ามาบ่อยเสียจนลูกน้องอังคารพากันแซว แล้วสุดท้ายเมื่อผ่านไปสี่เดือนอังคารก็ใจอ่อนยอมคบด้วย
สำหรับอังคารตาณถือว่าเป็นแฟนคนแรก ก็หลังจากเรียนจบเขาก็เอาแต่ทำงานจะเอาเวลาที่ไหนไปหาคนรัก แต่อังคารไม่ได้ไร้เดียงสา พวกเขาคบกันในแบบ ‘ผู้ใหญ่’ และทั้งสองกึ่งๆว่าจะย้ายมาอยู่ด้วยกันได้หนึ่งปีกว่าแล้ว ที่เรียกว่ากึ่งๆเพราะอังคารย้ายมาอยู่ที่คอนโดซึ่งตาณซื้อไว้ในชื่อของตนจริง หากตาณยังไปๆมาๆระหว่างบ้านและคอนโด อังคารเข้าใจเพราะตาณบอกว่ามีงานต้องสะสาง บางครั้งก็ต้องกลับบ้าน บางครั้งก็ค้างที่ทำงาน เขาไม่ค่อยเรียกร้องหรือเอาแต่ใจตัวเอง ด้วยเป็นคนมีเหตุผลเป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย อาจจะมีแง่งอนบ้างแต่ก็ไม่เยอะนัก อังคารไม่ชอบออกไปเที่ยวข้างนอก เขาชอบเก็บตัวอยู่ในบ้าน นั่งอ่านหนังสือหรือดูหนังดูละครที่ชอบ บางครั้งก็หัดทำกับข้าวตามสูตร บางครั้งก็เป็นพวกงานฝีมือ นานๆทีจึงจะออกไปกินข้าวกับเพื่อนฝูง อังคารไม่ระแวงหึงหวงโดยใช่เหตุเพราะไว้ใจ แต่เขาก็แสดงออกชัดเจนว่ารักตาณมาก ไม่ว่าจะเป็นด้วยการดูแลเอาใจใส่ห่วงใยหรือด้วยคำพูดคำจา
ใครคนอื่นจะไม่ชอบคนแบบอังคารตาณก็ไม่รู้ แต่สำหรับตาณอังคารเป็น ‘คนรัก’ ที่สมบูรณ์แบบเลยก็ว่าได้ ตาณไม่อยากเป็นข่าว นิสัยไม่ชอบออกไปไหนและไม่ชอบกินข้าวนอกบ้านทำให้ไม่เคยมีข่าวเรื่องของอังคารหลุดไปถึงสื่อ นิสัยไม่มัวมานั่งหึงหวงระแวงทำให้แม้ตาณจะกลับดึกหรือไม่ได้มาหานานๆอังคารก็ไม่เคยต่อว่าอย่างจริงจัง อาจจะมีน้อยใจบ้างเล็กน้อยแต่ก็ไม่เคยโวยวายฟูมฟาย
อยู่กับอังคารตาณรู้สึกว่าตัวเองสบายใจจนความสัมพันธ์ที่คิดว่าจะเป็นไปเพียงฉาบฉวยกลับราบรื่นยาวนานอย่างเหลือเชื่อ...แต่ความรักที่ไม่มีอุปสรรค์มันจะนับว่าเป็นความรักได้อย่างไร!
..................................
วันหนึ่งอังคารก็บอกตัวเองว่าเขาอยากมีลูก! และการมีลูกแบบธรรมชาติก็น่าตื่นเต้นและน่าลุ้นดี
การหยอกเล่นของตาณเมื่อคืนก่อนหน้านั้นทำให้อังคารตัดสินใจหยุดยาฮอร์โมนบางระยะ อังคารลืมไปแล้วว่าครั้งหนึ่งตนเองเคยโกหกว่าไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ ส่วนตาณ...เขาจำได้แต่ไม่ได้สนใจขนาดนั้น เพราะการมีลูกไม่ใช่จุดประสงค์ เขาถามครั้งนั้นเพื่อหาเรื่องจีบอังคารต่างหาก
คนหนึ่งลืมว่าเคยบอกว่าตนท้องไม่ได้ อีกคนก็คิดว่าอีกฝ่ายท้องไม่ได้จริงๆ
หลังจากกินๆหยุดๆยาอยู่สี่เดือนในที่สุดความหวังของอังคารก็สัมฤทธิ์ผลจนได้...เขาไม่รู้เลยว่ามันจะนำมาสู่ความจริงที่เขาไม่อยากรับรู้เลย!
.........................


**มีต่อข้างล่าง









« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-03-2015 19:04:39 โดย JUPJIB »

ออฟไลน์ JUPJIB

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +218/-0
ตอนที่ 1
 
“พี่! อัง! คาร! ไป! ตรวจ! ร่าง! กาย! ”
เสียงที่พยายามจะเน้นให้เข้มของกรีนผู้ช่วยฝึกหัดของอังคารทำให้เจ้าตัวอมยิ้ม เพราะเสียงอีกฝ่ายฟังยังไงก็ไม่เข้ม ไม่น่ากลัวเลยสักนิด
“ยังอีก พี่อังคาร ลุกเลยๆ”
กรีนสังเกตเห็นว่ารุ่นพี่คนนี้ท่าทางไม่ค่อยดีมาหลายวัน ไล่ให้ไปตรวจอย่างไรเจ้าตัวก็บ่ายเบี่ยงตลอดเพราะรู้ตัวเองว่าไปตรวจทีไรเป็นต้องได้โดนสั่งพักผ่อนตลอด
แต่วันนี้กรีนหมายมั่นและกล้าบังคับเพราะว่ามันถึงเวลาตรวจร่างกายประจำปีของอังคารพอดี
“รู้แล้วๆ กรีนอยู่นี่แหละ คอยรับโทรศัพท์แล้วก็เผื่อมีลูกค้ามา”
กรีนหรี่ตามองอย่างไม่เชื่อถือจนคนเป็นพี่ต้องเขกหัวเสียงหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้
“นี่พี่อายุมากกว่านะ”
อังคารดึงใบแจ้งให้ไปตรวจสุขภาพออกมาจากมือรุ่นน้องพลางหันหลังเดินออกมาจากห้อง
“ก็รุ่นพี่แหละ แต่ดื้อยิ่งกว่าเด็กอีก”
หากไม่วายก็ยังได้ยินเสียงบ่นงึมงำตามหลัง อังคารส่ายหน้าอย่างระอาแต่ก็ไม่ได้กลับไปเอาเรื่อง เขารู้ว่ากรีนบ่นเพราะเป็นห่วง แม้จะปีนเกลียวไปบ้างแต่ก็ไม่ได้เลยเส้นมากนักเขาก็ยังพอรับได้
“ในที่สุดก็ได้เจอกันเสียทีนะ”
“มากไปคุณหมอเบนจามิน เราเจอกันตลอดแท้ๆ”
เบนจามินเป็นหมอแผนกทั่วไปซึ่งมีหน้าที่ตรวจเบื้องต้นให้กับลูกค้า แต่โรงเรียนเอกวิทย์มีนโยบายให้พนักงานต้องดูแลตัวเองและแต่ละคนก็จะมีหมอประจำตัวที่จะคอยสอดส่องดูแล เบนจามินก็มีพนักงานในความดูแลด้วยเกือบยี่สิบคน และอังคารก็เป็นหนึ่งในนั้น แถมคุณหมอคนนี้ยังเป็นเพื่อนสนิทของอังคารอีกด้วย
“แหมๆแต่หนึ่งปีจะมีสักครั้งที่อังยอมเข้ามาให้เราตรวจนิ่”
อังคารไม่สนใจคำเหน็บแนมของเพื่อน เขายอมเข้าโปรมแกรมตรวจสุขภาพอย่างว่าง่าย
“ฟังผลตอนบ่ายเลย ตอนนี้ไปกินข้าวกัน”
เบนจามินคว้ากระเป๋าตัวเองมือหนึ่ง อีกมือคว้าแขนเพื่อนออกเดินไปทางโรงอาหารโดยไม่ฟังคำตอบรับหรือปฏิเสธ
“กรีนมาฟ้องอะไรอีกล่ะ”
ใบหน้าที่มุ่ยลงอย่างเห็นได้ชัดทำเอาหลายคนไม่กล้าเอ่ยทัก แต่เบนจามินหาได้สนใจไม่
“ไม่ต้องฟ้องเราก็รู้นิสัยอังอยู่แล้ว นั่งนี่เลย เดี๋ยวเราไปซื้อข้าวเอง”
เบนจามินได้เงินเดือนเยอะกว่าอังคารก็จริง แต่ก็เยอะกว่ากันไม่มาก เจ้าตัวเป็นคนที่มีนิสัยค่อนไปทางงก การเอ่ยปากคล้ายจะเลี้ยงเช่นนี้มักไม่ค่อยเกิดขึ้น ยกเว้น...
“เยอะเกินไปนะเบน”
อังคารดุเพื่อนถึงจะรู้ว่าไม่มีประโยชน์ เบนจามินแม้จะงกนิดหน่อยอย่างที่ว่า แต่เจ้าตัวเป็นนักกิน หากกลับกินได้น้อย ด้วยความอยากและความเสียดาย เบนจามินจึงมักจะลากคนอื่นไปร้านโน้นร้านนี้และบังคับให้ช่วยกินช่วยจ่าย อังคารเองก็โดนลากไปบ่อยๆ เขาไม่ว่าอะไรหรอกเพราะมันเป็นความสุขของเพื่อน ถือว่าไปสังสรรค์กัน แต่บางครั้งมากเกินไปเบนจามินก็ต้องเลี้ยงเพราะอังคารเองก็ไม่ยอม
“เราจ่ายๆ อังกินเลย เดี๋ยวกรีนจะมาช่วยอีกคน”
อังคารเอือมเพื่อนเต็มทีแต่ก็ยังตักอาหารเข้าปาก คนจ่ายเงินทำหน้าพอใจและกินอย่างมีความสุข หากสุดท้าย แม้จะมีกรีนและเด็กในแผนกอังคารมาช่วยอีกสองคน อาหารที่เบนจามินซื้อมาก็ยังเหลืออยู่ดี
..........................
“พนันได้เลยว่าอังต้องได้พักมากกว่าสามวัน”
เบนจามินแซวเพื่อนระหว่างที่รอคอมพิวเตอร์พิมพ์ผลตรวจ
“เอ๊ะแต่ถ้าอังหยุดนานๆโบนัสปีนี้จะเหลือเท่าไหร่เนี่ย”
เพราะอังคารเป็นฝ่ายต้อนรับลูกค้าที่ไม่เคยเสียลูกค้าเลย แถมยังมีความสามารถในการขายแพ็คเกจโน่นนี่นั่นทำรายได้ให้โรงเรียนมากจนขนาดผู้บริหารยังให้ความเกรงใจเจ้าตัวเลย เบนจามินกล้ารบกวนให้อังคารไปช่วยกินช่วยจ่ายบ่อยๆก็เพราะรู้ว่าแม้เงินเดือนจะน้อยกว่าตน แต่อังคารได้เปอร์เซ็นเยอะมากกว่าเงินเดือนไม่รู้กี่เท่า มั่นใจได้เลยว่าเงินมีพอใช้
“แท่แด๊ม ผลที่ออก...เฮ้ย!”
เบนจามินที่ทำเป็นเล่นจนอังคารคร้านจะสนใจอุทานดังลั่น ก่อนจะรีบเดินไปหยิบแว่นตามาใส่เพื่ออ่านให้ละเอียดอีกครั้ง
“อะไร”
อังคารเห็นเพื่อนสีหน้าไม่ดีเลยรีบเดินเข้าไปหา กลัวว่าตนเองจะเป็นอะไรร้ายแรง
“ท้อง! อังท้อง! เป็นไปได้ยังไง”
อังคารฟังผลตรวจแล้วตกใจนิดหน่อย ก่อนจะสงบได้โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที
“จริงหรือ”
ว่าแล้วเดินไปหยิบผลตรวจจากมือเพื่อนก่อนจะยิ้มด้วยความดีใจ ในที่สุด ความพยายามของเขาก็เป็นผล
“อังท้องได้ยังไง ไม่เคยมาฝังยีนเสียหน่อย หรือว่า หรือว่า...มีแฟน!”
อังคารยิ้มกว้างให้เพื่อน ก่อนจะโดนขว้างค้อนใส่วงเบ้อเริ่ม ตอนที่ตาณมาจีบอังคาร เบนจามินพอจะรู้ข่าวบ้างแต่ไม่เคยได้เห็นหน้า แล้วเรื่องก็เงียบไปนานแล้ว เจ้าตัวคิดว่าเพื่อนสลัดรักอีกฝ่ายไปเรียบร้อยจึงไม่เคยเอ่ยถามและไม่ได้สนใจ ตอนนี้เมื่ออังคารท้องเขาก็ยังไม่คิดว่าแฟนอังคารจะเป็นตาณ คิดว่าเป็นใครก็ไม่รู้ที่ตนไม่รู้จัก
“ขี้โกงนิ่ แล้วไอ้ที่บอกว่าย้ายบ้านเมื่อคราวก่อนก็คือย้ายไปอยู่กับแฟนใช่ไหม”
อังคารเอาแต่มองกระดาษแล้วยิ้มไม่ตอบคำถามของเพื่อนราวกับไม่ได้ยิน ซึ่งก็อาจจะไม่ได้ยินจริงๆ เบนจามินเลยได้แต่มองอย่างหมั่นไส้
“ไปก่อนนะเบน”
เหมือนเพิ่งได้สติ เจ้าตัวหันมาลาเพื่อนแล้วเดินออกจากห้องไป ไม่สนใจเพื่อนที่ยืนงงๆอยู่ด้านหลังเลย
..........................
อังคารฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีขณะลงมือทำกับข้าว หลังจากที่ออกมาจากห้องเบนจามิน เพื่อนสนิทก็โทรมาต่อว่าเล็กน้อยที่เขาไม่ชี้แจงไม่บอกอะไร แต่ข้อใหญ่ใจความที่เบนจามินโทรหาก็เพื่อบอกอังคารเรื่องการดูแลรักษาตัวเองกับลูกในท้อง
อังคารยิ้มเมื่อนึกถึงตรงนี้ก่อนจะลูบไปที่ท้องด้วยความรักใคร่
เบนจามินบอกว่าท้องธรรมชาติจะต้องดูแลรักษามากกว่าท้องโดยการฝังยีนเพราะไม่มีการเตรียมร่างกายคนท้องล่วงหน้า ยิ่งอังคารซึ่งค่อนข้างผอมและทำงานหนักมาตลอดยิ่งน่าเป็นห่วง
อาหารถูกลำเลียงมาวางบนโต๊ะ ตาณไม่ได้มาที่นี่หลายวันแล้ว วันนี้อังคารโทรไปหาอีกฝ่ายแล้วตาณก็รับปากว่าจะมา อย่างน้อยๆก็จะแวะมากินข้าวด้วย
“พ่อของลูกต้องแปลกใจแน่ๆ”
อังคารพูดกับท้องตัวเองก่อนจะยิ้มคนเดียวอย่างมีความสุข
Rrrr
“ว่าไงครับ”
อังคารรับโทรศัพท์ด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่มันจะจางลงเมื่อปลายสายชี้แจงว่าคงไม่สามารถปลีกตัวไปหาได้อย่างที่สัญญาไว้เสียแล้ว
“ช่วงนี้ผมยุ่งจริงๆ ขอโทษนะอัง”
“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ”
อังคารเข้าใจว่าตาณมีงานยุ่ง แต่จะไม่เสียใจหรือน้อยใจเลยก็ไม่ใช่ หากเขาก็รู้ว่าไม่ควรทำตัวงี่เง่า
“งั้น...ตั้งใจทำงานะครับ...แล้วอย่าลืมพักบ้าง”
ปลายสายเงียบไปนานเหมือนไม่ได้ฟังหรือทำอะไรสักอย่างอยู่ แต่ที่จริงแล้วตาณนิ่งเพราะอดรู้สึกผิดไม่ได้เมื่ออังคารให้กำลังใจมาอย่างนี้
“...เอาไว้ผมจะหาเวลาให้นะ เท่านี้ก่อนนะอัง”
อังคารวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ แม้จะยังไม่ได้กินอะไรแต่ความอยากอาหารกลับไม่มีเลย
“ไม่ได้สิ”
อังคารดุตัวเอง ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีความอยากก็ต้องกิน ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อลูกน้อยในท้องต่างหาก
.................................
หนึ่งอาทิตย์แล้วที่ตาณบอกว่าจะติดต่อมาแต่กลับไม่เคยติดต่อมาดังที่ว่าเลยสักครั้ง ปกติแล้วตาณก็มักจะหายไปอย่างนี้ อังคารไม่ค่อยใส่ใจมากนักเพราะตาณทำงานและอังคารก็ทำงาน เขารู้ว่าคนบางคนอย่างเช่นเขาบางครั้งก็ทำงานเพลิน หรือบางครั้งก็มีงานเยอะเกินกว่าจะมีเวลาติดต่อกับใคร ดังนั้นเมื่อต่างฝ่ายต่างก็ทำงาน อังคารจึงเข้าอกเข้าใจเป็นอย่างดี
“แต่เรามีเรื่องสำคัญนี่นา”
อังคารบอกตัวเองตอนที่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรหาตาณ เสียงรอสายดังขึ้นไม่กี่ครั้งอีกฝ่ายก็รับ
“ว่าไงครับ”
จากน้ำเสียงแล้วตาณน่าจะสะดวกคุยพอสมควร
“คุณว่างไหมครับเย็นนี้”
อังคารจะบอกข่าวทางโทรศัพท์ก็ได้ แต่เขาอยากบอกต่อหน้า อยากเซอร์ไพรส์อีกฝ่าย
“ผมยุ่งนิดหน่อย คุณมีอะไรหรือเปล่า ถ้ามีอะไรก็บอกผมได้เลยนะ”
ตาณถามด้วยน้ำเสียงนิ่งๆแต่อ่อนโยนดังเช่นทุกครั้ง
“ผมรอได้ งานยุ่งมากเลยหรือครับ”
“งานยุ่งไม่มาก ที่ยุ่งคืองานเลี้ยงต่างหาก”
“งานเลี้ยง?”
อังคารถามพลางม้วนนิ้วกับผมที่เริ่มยาวมาปรกหน้า
“มีงานเลี้ยงอะไรหรือครับ”
พยายามนึกว่าเป็นวันครบรอบอะไรของบริษัทที่ตาณทำงานหรือเปล่า แต่นึกอย่างไรอังคารก็นึกไม่ออก อังคารไม่รู้ว่าตาณทำงานที่ไหน แต่เวลามีงานเลี้ยงเขาก็รู้ทุกครั้งว่าเป็นงานอะไร
“อังไม่รู้หรือ”
อังคารหัวเราะเบาๆ
“ไม่รู้สิครับ หรือผมลืมไปนะ”
เจ้าตัวเปิดปฏิทินดูแต่ก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดีว่ามันควรจะมีงานเลี้ยงอะไร
“อัง...นี่คุณไม่รู้เรื่องจริงๆใช่ไหม”
เสียงที่จริงจังขึ้นทำให้อังคารเริ่มจริงจังตามไปด้วย
“อังไม่รู้และ...คุณตาณ เท่านี้ก่อนนะครับ มีลูกค้าเข้ามา”
ยังไม่ทันได้ถามเอาความกระจ่างกรีนก็เปิดประตูเข้ามาพร้อมทำท่าบอกใบ้ว่ามีลูกค้า อังคารจึงขอวางสาย แม้ตาณจะเรียกอังคารไว้หลายครั้งแต่อังคารกลับกดวางโดยไม่ฟังอะไร...อังคารวางเพราะเสียงกริ่งในตัวมันร้องเตือน สังหรณ์มันบอกว่า งานเลี้ยงที่ตาณพูดถึง มันต้องมีอะไรไม่ดีแล้วแน่ๆ
............................


TBC

ออฟไลน์ boonpa

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2361
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +132/-9
 :mc4: มาแล้วเรื่องใหม่ตอนรับจ้า

ออฟไลน์ fuku

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4482
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +462/-20
อ๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยย เอามาลงแล้ว
เรารออ่านนะจ๊ะ

ออฟไลน์ wikawee

  • มีชีวิตอยู่เพื่อทำฝันให้เป็นจริง
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1185
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-7
โหดร้าย  มาให้อยากแล้วจากไป

เนื้อเรื่องดราม่าหรอคะ :sad4: ทำไมรู้สึกเริ่มเห็นน้ำตาของอังลางๆ  อยากอ่านต่ออ่ะ  :ling1:  มาต่อเร็วๆนะคะ

ออฟไลน์ cho_co_late

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 337
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
เอาอังมาลงในนี้แล้ว เย้ๆ
เพิ่งไปอ่านตอนล่าสุดในบล็อกมา ;P
อยากอ่านเรื่องของเพียวจังเลยยย คนเขียนมีแพลนจะเขียนต่อมั้ยคะ?

ออฟไลน์ karashi

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 429
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-3
    • นิยาย นิยายแจ่มใส นิยายมือสอง
คุณจิ๊บในที่สุดก็เอามาลงในนี้แล้ว  อ๊ายยยย  :hao7:

ออฟไลน์ Pithchayoot

  • พิชญ์ชยุตม์
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 362
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-2

ออฟไลน์ nongrak

  • ยังไงก็รักคาเมะจังที่สุด
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4183
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +912/-14
แล้วอังท้องมันจะมีอะไรหรือว่าเลิกกับตาณ รออ่านนะค่ะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Infinity 888

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2027
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +157/-7
 :mc4: ชอบเรื่องนี้ ตามอ่านในบล็อคอยู่ ดีใจที่เอามาลงเล้า


ออฟไลน์ NOoTuNE

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3256
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +317/-15
 :m11: :m11:

มาลงเล้าแล้วดีใจ

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8900
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

ออฟไลน์ JUPJIB

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +218/-0

  เรื่องนี้ไม่ดราม่าค่า

  แต่ละตอนจะสั้นๆ แต่จะพยายามาลงให้เกือบทุกวันนะคะ (วันนี้จะลงตั้งแต่เย็น แต่เนตมึนากเลย)


ท่านที่อ่านจงนึกภาพอังคารเป็นผู้ชายสูงโปร่ง ตัวบางๆหน่อย หน้าแบบเห็นแล้วไม่สะดุดตาแต่ยิ่งมองยิ่งน่ามอง

          ส่วนตาณ เป็นชายหนุ่มมาดแมน นิ่ง เงียบ ขรึม แต่อ่อนโยนกับคนรักและคนครอบครัว และพี่ท่านหล่อมากนะขอบอก


ผิดพลาดประการใด ขออภัยด้วยค่า


ตอนที่ 2
 
“พี่อังขายของได้น้อยจังวันนี้”
กรีนทักรุ่นพี่ที่เอาแต่นั่งจ้องคอมพิวเตอร์อย่างเอาเป็นเอาตาย
“อังคารเพื่อนรัก”
เบนจามินโผล่เข้ามาในห้องพร้อมทั้งดึงเพื่อนให้ลุกขึ้นโดยไม่สนใจเสียงประท้วง
“นั่งนานๆไม่ดี เราไปหาอะไรอร่อยๆกินเพื่อลูกอังดีกว่า น้องกรีน ฝากปิดห้องด้วยนะจ๊ะ”
แล้วก็ลากเพื่อนออกไปแบบไม่ให้ได้มีโอกาสปฏิเสธกันเลย
“มีร้านเปิดใหม่ใกล้ๆนี่ เขาว่าอาหารก็อร่อย ขนมก็อร่อยด้วยนะ”
เบนจามินพร่ำโฆษณาไปเรื่อย ไม่ได้สังเกตเลยว่าเพื่อนไม่ได้ฟังตนเองเลยสักนิด
“นี่ไงๆ”
พอถึงร้านก็ลากเพื่อนเข้าไปแล้วเป็นฝ่ายสั่งอาหารทั้งหมดคนเดียวอย่างเช่นทุกครั้ง
“ว่าจะถามหลายทีแล้ว ตกลงแฟนอังนี่เป็นลูกเต้าเหล่าใคร มาจากไหน ทำงานอะไร หน้าตาเป็นไง นิสัยดีหรือเปล่า”
ถามเชิงหยอกล้อมากกว่าจะอยากได้คำตอบจริงๆ ทางอังคารหันมาฟังคำถามของเพื่อนแล้วอ้าปากจะตอบ แต่ก็เงียบลงไปเมื่อสิ่งที่ตัวเองตอบได้มีไม่ถึงครึ่งที่เพื่อนถามเลย
เขาเพิ่งรู้สึกตัวว่าตนเองรู้จักคนรักน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย
อังคารรู้แค่ว่าตาณหน้าตาเป็นอย่างไร นิสัยใจคอยามอยู่กับตนเป็นอย่างไร แต่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตาณทำงานอะไร ด้วยตาณไม่เคยมาก้าวก่ายงานของตน อังคารจึงไม่เคยก้าวก่ายงานของตาณเช่นเดียวกัน อังคารรู้แค่ว่าตาณเป็นคนมีเงินพอสมควร มีลูกน้อง มีคนขับรถให้...
“จริงสิ เราไม่รู้นามสกุลเขาด้วยซ้ำ”
พึมพำเบาๆราวกับจะยิ่งตอกย้ำว่าตนเองไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับคนรักเลย
“อังว่าอะไรนะ”
เบนจามินที่มัวแต่สนใจบรรยากาศของร้านเลยไม่ทันฟังที่เพื่อนพูด
“เปล่า แค่บอกว่าไว้จะพามาแนะนำนะ”
“มันต้องอย่างนั้นอยู่แล้ว ถ้าเขาไม่เคยมาที่โรงเรียนก็ไม่มีประวัติ เขาต้องมาตรวจร่างกายให้เรียบร้อยนะ เราจะได้วางแผนถูก”
ปกติแล้วการตั้งครรภ์ต้องเก็บประวัติครอบครัวเพื่อวินิจฉันและป้องกันโรคต่างๆที่อาจจะถ่ายทอดทางพันธุกรรม การท้องธรรมชาติแม้ไม่สามารถเลือกยีนได้หากเด็กจะแข็งแรงกว่า แต่ก็ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อจะให้ยาหรือวัคซีนต่างๆตามสมควร อังคารจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าตาณเคยมาตรวจที่แล้วแต่ก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่นัก
“ช่วงนี้เขาไม่ค่อยว่าง ...เห็นว่ามีงานเลี้ยง”
เบนจามินพยักหน้า อาหารมาพอดีทั้งสองจึงไม่ได้คุยเรื่องคนรักของอังคารอีก แต่อังคารบอกกับตัวเองในใจว่า กลับไปเขาต้องไปค้นเรื่องของคนรักบ้างเสียแล้ว
.................................
จะบอกว่าตาณไม่เคยแนะนำตัวเองก็ออกจะเป็นเรื่องโกหกไปเสียหน่อย
ความจริงแล้วเมื่อตอนเจอกันครั้งแรกและครั้งที่ตาณมาจีบก็เคยบอกชื่อจริงนามสกุลจริงและให้นามบัตรอังคารมา แต่เพราะอังคารไม่ได้สนใจอีกฝ่ายจึงละเลยไม่ได้จดจำ ครั้นเมื่อยอมตกลงคบเขาก็มองไม่เห็นว่าเรื่องเหล่านั้นจะสำคัญจึงไม่ได้ถามใหม่อีกครั้ง
“น่าจะอยู่แถวๆนี้นี่นา”
สมุดนามบัตรถูกกางออก อังคารทำการรื้อค้น แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอเสียที
“หรือว่าจะอยู่ในเล่มเก่า”
อังคารกำลังจะลุกไปหยิบสมุดนามบัตรเล่มเก่าที่ว่า แต่โทรศัพท์กลับดังขึ้นเสียก่อน เห็นชื่อที่โทรเข้าคือคนรักที่เขากำลังจะสืบเรื่องก็นึกไม่อยากจะรับ แต่อังคารไม่ใช่คนขี้ขลาดไม่กล้าเผชิญหน้า เขาจะไม่หนีหรือหลบซ่อนโดยไม่จำเป็น
“ครับ”
“คุณอยู่ที่คอนโดหรือเปล่า”
“ครับ”
แล้วบทสนทนาก็ขาดตอน ทั้งสองเงียบไปอยู่หลายวินาทีก่อนที่จะเป็นอังคารเองที่ทนไม่ไหว
“มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“ผมจะเข้าไปตอนค่ำๆนะ”
อังคารเลิกคิ้ว ตาณเปลี่ยนเรื่องเหมือนไม่อยากตอบคำถาม
“อาจจะดึกหน่อย ถ้าคุณหินทานอะไรก่อนได้เลยนะ”
ตาณวางสายไปแล้ว อังคารนิ่งมองโทรศัพท์อยู่ชั่วครู่ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหยิบสมุดนามบัตรเล่มเก่าอย่างที่ตั้งใจ อังคารเม้มปากมือไม้สั่นตอนที่หยิบนามบัตรซึ่งค่อนข้างแน่ใจว่าเป็นของตาณเพราะอีกฝ่ายเขียนว่าอยากรู้จักไว้ด้านหลัง
ตรัยตาณ พฤกษาทิวัตถ์
อังคารทำงานกับพวกคนมีชื่อเสียง ย่อมเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน ตระกูลพฤกษาทิวัตถ์เป็นเจ้าของธุรกิจเกี่ยวกับเกษตร ทั้งไม้ดอกไม้ผล ในยุคที่ต้นไม้มีความสำคัญอย่างยุคนี้ พฤกษาทิวัตถ์ถือว่าเป็นตระกูลที่ร่ำรวยมหาศาล
“ทำไมไม่เคยเอะใจนะ”
ไม่แปลกที่อังคารจะมองข้ามนามสกุลของตาณไปแม้ว่าอีกฝ่ายจะมีชื่อเสียงและร่ำรวย ด้วยตระกูลพฤกษาทิวัตถ์ไม่เคยเข้ามาเป็นลูกค้า และมีแนวโน้มว่าไม่มีทางจะเข้ามาใช้บริการที่โรงเรียน เพราะตระกูลนี้ทำงานกับต้นไม้ อยู่กับธรรมชาติ การที่โรงเรียนเอกวิทย์ทดลองค้นคว้าจนทำให้ผู้ชายท้องได้ สำหรับพวกเขาแล้วมันเป็นการฝืนกฎธรรมชาติ
แม้ว่าจะเศร้าโศกเสียใจเมื่อต้องสูญเสีย แต่โลกยังต้องดำเนินต่อไป สัตว์โลกก็ย่อมเป็นไปตามกรรม พวกเขาไม่คิดจะทำสิ่งที่คล้ายจะฝืนลิขิตอย่างการฝังยีน
ไม่ใช่แค่ตระกูลพฤกษาทิวัตถ์เท่านั้น ยังมีคนอีกหลายกลุ่มหลายตระกูลที่ไม่เห็นด้วยเช่นกัน
อังคารไม่เคยสนใจข้อมูลของกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยนี้เลยสักนิดเพราะไม่มีประโยชน์กับงาน เขาถึงได้พลาดอย่างง่ายดาย
อังคารบ่นตัวเองแล้วหยิบคอมพิวเตอร์พกขึ้นมากดหาชื่ออีกฝ่ายจากอินเทอร์เน็ท แล้วข่าวอัพเดทล่าสุดก็ทำเอาอังคารแทบล้มทั้งยืน
“ตรัยตาณ-ภาวริน ประกาศแต่งงานหลังจากหมั้นกันมานานนับสิบปี...............”
ความจริงที่พุ่งเข้าชนไม่ใช่สิ่งที่เขาเตรียมใจจะรับไว้ นี่เองคืองานเลี้ยงที่ตาณว่า งานเลี้ยง...งานแต่งงาน...
อังคารกุมขมับ รู้สึกหายใจไม่ออกเหมือนอากาศจะขาดหาย หากเขาหมั้นกันมาเป็นสิบปี แล้วอังคารเป็นตัวอะไร ยิ่งเมื่อสายตาเลื่อนไปเห็นข่าวคู่หมั้นของตาณที่ออกมาบอกว่าไม่สนว่าตาณจะมีเล็กมีน้อยเพราะถือว่าเป็นเรื่องปกติของผู้ชาย แถมเธอยังบอกอีกว่าเธอรู้ว่าตาณไปมีใครบ้างเพราะเขาบอกเธอเสมอด้วยไม่อยากให้เธอคิดมากหากเกิดข่าวขึ้นมา ยิ่งอ่านอังคารก็ยิ่งรู้สึกว่าตนเองช่างด้อยค่าและน่าสมเพช
ตาณมีตัวจริงอยู่แล้ว กำลังจะแต่งงานกันในอีกไม่กี่อาทิตย์ สำหรับตาณ อังคารเป็นเพียงแค่ทางผ่าน เป็นเพียงแค่คนใจง่ายคนหนึ่งเท่านั้น
แล้วอังคารก็โง่พอที่จะเชื่อว่ามันเป็นความรัก โง่ถึงขั้นปล่อยให้มีลูกเพราะคิดว่าพวกเขากำลังจะสร้างครอบครัวด้วยกัน
นั่งนึกถึงเรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ยิ่งด่าตัวเองที่ช่างไม่สังเกตหรือสงสัยอะไรบ้างเลย
อังคารได้แต่หัวเราะเยาะตัวเองทั้งน้ำตาว่าที่ผ่านมาตนเองช่างโง่จริงๆ
..................................
ตาณนั่งแทบไม่ติดสมาธิในการทำงานแทบไม่มีเหลือ ใจเขาโบยบินออกไปจากห้องเสียนานแล้ว แต่หน้าที่รั้งตัวเขาไว้ทำให้ไม่สามารถไปได้
“คิดว่าคงจะเสร็จก่อนงานแต่งคุณตรัยตาณแน่นอนครับ”
ตัวแทนจำหน่ายรายหนึ่งในต่างประเทศเสนอแผนงานเสร็จและหันมาพูดกับเขา ตาณไม่ได้ฟังมากนักแต่ก็พยักหน้าตอบรับ
“ผมขอตัวก่อน”
เขาลุกขึ้นอย่างเร่งรีบ ไม่สนใจโทรศัพท์ที่แผดเสียงขึ้น เขาตั้งเสียงของอังคารไว้โดยเฉพาะเพียงคนเดียว เมื่อไม่ใช่อีกฝ่ายโทรมาตาณก็ไม่คิดจะรับเพราะรู้ว่าไม่ว่าคนที่โทรเข้ามาจะเป็นใครก็จะต้องมีเหตุหยุดยั้งเขาให้ไม่ได้ไปหาอังคารแน่
“คุณตาณค่ะ...”
“ผมมีธุระ”
เขาปฏิเสธเลขาที่เดินเข้ามาคล้ายจะเอ่ยแล้วเดินไปขึ้นรถเพื่อขับออกไป
ความหวั่นใจเข้าครอบคลุม จากที่คุยกันดูเหมือนอังคารจะไม่รู้เกี่ยวกับงานแต่งงานของเขา นั่นหมายความว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นใครตาณถอนหายใจแรงๆ เขามั่นใจในตัวเองมากเกินไป คิดเองเออเองมาตลอดว่าอังคารรู้ทุกอย่างแล้วและรับได้ แต่ดูเหมือนมันจะไม่ใช่ ไม่ใช่รับได้ แต่ไม่รู้ต่างหาก!
 
ทันทีที่ตาณเดินเข้าไปในห้องซึ่งเปิดเพียงไฟดวงเล็กๆเขาก็แน่ใจว่าสถานการณ์มันคงเข้าขั้นแย่ไปเสียแล้ว
“คุณคิดจะบอกอังเมื่อไหร่ว่าคุณมีคู่หมั้นแล้วและกำลังจะแต่งงานกับเธอ”
ตาณเดินไปนั่งลงข้างๆอีกฝ่ายบนโซฟา ท่าทางอิดโรย ลำบากใจ
“ผมคิดว่าคุณรู้”
มันไม่ใช่คำแก้ตัว อังคารหัวเราะในลำคอ เขารู้ว่าตาณคิดอย่างนั้นจริงๆ ก็แน่ล่ะตาณเป็นคนมีชื่อเสียงมาก อังคารคงรู้ไปแล้วถ้าเขานึกถึงชื่อจริงของตาณก่อนคบกัน...ถ้าเขาจะระแวงสงสัยอีกฝ่ายสักนิด
มันช่วยไมได้เมื่ออังคารไม่คิดว่าคนที่คู่หมั้นอยู่แล้วจะมาจีบ!
“ขอให้เราเลิกแล้วต่อกันแค่นี้”
ตาณหันมาจ้องอังคารเขม็ง
“ไม่มีทาง”
ตาณไม่มีทางยอมเสียอังคารไปไม่ว่าจะเพราะอะไร ไม่ว่าจะเพราะความตั้งใจของใครเขาก็จะไม่ปล่อยมือ ความรู้สึกที่มีต่ออังคารแตกต่างจากคู่รักคนอื่นๆที่ผ่านมา และแตกต่างจากภาวริน
เขาไม่เคยทั้งห่วง ทั้งหวงใครขนาดนี้ ไม่เคยเดือดเนื้อร้อนใจ ไม่เคยรู้สึกอยากอยู่ใกล้ใครแบบที่รู้สึกกับอังคาร
“ฟังนะอัง การแต่งงานของผมกับรินมันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด”
“ไม่ว่าจะเพราะอย่างไหนมันก็คือการแต่งงาน!”
อังคารผุดลุกขึ้นจ้องอีกฝ่ายอย่างกล่าวหา ความโกรธแผ่ซ่านไปทั่วทั้งใจ
“เราหมั้นกันตั้งแต่ยังเด็กเพราะรู้ว่าที่บ้านต้องการ เราทำเหมือนกับการทำตามหน้าที่”
“ไม่ว่าจะเพราะอะไรคุณก็มีตัวจริงอยู่แล้ว คุณไม่ควรมายุ่งกับอัง”
อังคารไม่คิดจะทนฟังต่อ คำที่ออกมาจากปากตาณตอนนี้มันเป็นได้เพียงคำแก้ตัวของผู้ชายเห็นแก่ตัวคนหนึ่ง
“คุณกลับไปเถอะ ถ้าไม่ไปอังจะไปเอง”
“อัง...ได้...ผมไปเอง”
ตาณลุกขึ้นเมื่อเห็นอังคารขยับตัวคล้ายจะเดินไปทางประตู เขาอยากให้อังคารอยู่ที่นี่ อย่างน้อยๆตาณก็ยังรู้ว่าจะหาตัวอีกฝ่ายได้ที่ไหน
“ไว้เราค่อยมาคุยกันใหม่ตอนคุณใจเย็นกว่านี้”
อังคารเมินใส่อีกฝ่ายเดินหนีหายไปทางห้องนอน
คนที่มองตามหลังไปได้แต่ถอนหายใจ เขารู้ว่าเรื่องนี้ตนเองผิดเต็มประตู เขาไม่ควรคิดว่าทุกคนจะต้องรู้เรื่องของเขา เขาไม่ควรคิดว่าทุกอย่างมันจะง่าย อังคารไม่ใช่ตัวเขาที่โตมาโดยรู้หน้าที่ของตัวเองว่าต้องทำอะไรจึงจะได้เข้าใจคำว่าแต่งงานตามหน้าที่ ที่สำคัญเขาน่าจะรู้ว่าอังคารไม่มีทางยอมคบด้วยถ้ารู้ว่าเขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว ไม่สิ บางทีเขาอาจจะรู้เพียงแต่ไม่อยากพูดถึงหรือนึกถึงมันเพราะเขาไม่อยากเสียอังคารไป...
......................................
 
TBC

ออฟไลน์ jilantern

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 465
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-1
เอ่อะ นี่ไม่ดราม่าเหรอคะคนเขียน ㅜㅂㅜ

ออฟไลน์ liza sarin

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2549
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-14
แว่บไปต้มน้ำร้อนก่อน

ออฟไลน์ JUPJIB

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +218/-0
ผิดพลาดประการใด ขออภัยด้วยค่า
ตอนที่ 3
 
อังคารรู้ว่าตนเองก็ผิดที่ไว้ใจและไม่เคยสงสัยในตัวของตาณเลย เขายอมรับว่าเคยคิดเหมือนกันว่ามันแปลกๆ แต่ใจมันไม่อยากค้นหาความจริง เขาจึงเลือกที่จะเชื่อในแบบที่ตนเองคิดและไม่เคยถามอีกฝ่าย
แน่ใจได้เลยว่าถ้าถามออกไปตาณก็คงบอกมาตามตรงโดยไม่ปิดบัง  ตาณไม่ชอบโกหก และเขาก็ไม่เคยทำนอกจากเวลาหยอกเล่นกัน
ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่ง อังคารเองที่หลอกตัวเอง
เรียกว่าถ้าตาณผิดที่ไม่เคยบอก อังคารก็ผิดที่ไม่เคยถามเหมือนกัน
อังคารค้นหาข่าวไปเรื่อย บทสัมภาษณ์ของครอบครัวตาณซึ่งมีการถ่ายภาพนิ่งที่บ้าน ในรูปนอกจากพ่อแม่และพี่น้องของตาณแล้วยังมีภาวริน คู่หมั้นสาวปรากฏตัวด้วยทุกเล่มทุกฉบับ มันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ภาวรินเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว เห็นแล้วอังคารก็ได้แต่นึกสะท้อนใจ ในขณะที่ภาวรินเป็นคู่รักออกหน้า...เขาคงเป็นอะไรไม่มากไปกว่าคู่นอนตามสะดวกของผู้ชายคนนั้น
“ไม่น่าเลย”
แวบหนึ่งอังคารคิดว่าตัวเองไม่น่าปล่อยให้ท้อง หากเมื่อรู้สึกตัวว่าคิดไม่ดีเกี่ยวกับลูกเขาก็รีบไล่ความคิดนั้น
“พ่อจะเลี้ยงลูกเอง”
อังคารไม่คิดจะบอกตาณอีกต่อไปแล้วว่าตนเองท้อง ลูกคนเดียวอังคารมั่นใจว่าตนเองเลี้ยงได้โดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากใคร
เงินเก็บก็ยังมีอีกเยอะ ต่อให้ไม่ทำงานสักสามหรือสี่ปีก็ยังพอใช้...พอเลี้ยงลูก
เมื่อคิดแล้วก็เริ่มลงมือทันที อังคารเก็บของๆตัวเอง เลือกของที่จำเป็นก่อน อย่างอื่นเขาคิดว่าค่อยมาทยอยขนไปทีหลัง
อังคารไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง เงินที่มีก็ไม่พอซื้อ แต่เขาสามารถเช่าห้องของโรงเรียนอยู่ได้ในราคาถูก แม้ตัวเขาจะไม่สามารถทำงานได้อังคารก็คิดว่าตนเองสามารถเจรจาขอเช่าได้ อยู่ในโรงเรียนทั้งสะดวกและปลอดภัย แถมยังมีเพื่อนและคนรู้จักอีก อย่างเบนจามินก็พักอยู่ในโรงเรียน เพียงแต่เบนจามินพักที่ห้องพักฟรีที่โรงเรียนจัดไว้ให้บุคลากรเข้าพัก ส่วนที่อังคารจะไปอยู่เป็นห้องพักสำหรับลูกค้า แต่พนักงานก็สามารถไปขอเช่าอยู่ได้ในราคาถูก ห้องพักนี้จะเป็นส่วนตัวมากกว่าห้องพักฟรี อังคารที่กำลังจะมีลูกย่อมเหมาะกับห้องพักแบบนี้มากกว่า
“อังตื่นหรือยัง”
ตาณเคาะประตูพร้อมส่งเสียงเรียกเข้ามา อังคารชะงักมือ นึกได้ว่าตาณคงนอนที่ห้องรับแขกเมื่อคืนนี้ เขามองกระเป๋าเดินทางแล้วลากมันไปแอบไว้ที่ใต้เตียง ตาณต้องไม่ยอมให้ไปแน่ๆ อังคารไม่ได้กลัวแต่ไม่อยากมีปัญหายุ่งยาก เพราะมันอาจจะโยงเข้ามาเรื่องลูก
“มีอะ...”
เมื่อเปิดประตูดอกไม้ก็ถูกยื่นมาตรงหน้าก่อนที่อังคารจะทันได้ถาม
ตาณไม่ใช่คนโรแมนติก ปกติแล้วระหว่างอังคารกับตาณมักเต็มไปด้วยความเรียบง่าย หากอังคารก็มักจะได้ดอกไม้หรือของขวัญอยู่เสมอๆ แม้ไม่ใช่เทศกาล เป็นเพียงแค่วันธรรมดา ถ้าตาณนึกอยากจะซื้อให้เขาก็ซื้อ
“มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น”
อังคารสลัดช่วงเวลาดีๆในห้วงความคิดทิ้งไป เขาไม่รับดอกไม้ แต่ก็ยอมออกมานอกห้องนอนเพื่อไม่ให้ตาณเข้าไปในนั้น
“เราคุยกันหน่อยได้ไหม”
“ถ้าบอกว่าไม่ได้คุณจะหยุดไหมล่ะ”
คำตอบคือความเงียบ แต่แววตาของตาณบอกชัดว่าไม่!
“งั้นก็ได้ เรามาคุยกันดีๆ”
อังคารคิดจะเก็บลูกไว้โดยไม่ตาณรู้ การจากกันด้วยดีย่อมเป็นทางที่ดีกว่ามัวทะเลาะกันยืดเยื้อไม่จบไม่สิ้น
“ผม...คือมันเป็นเรื่องของธุรกิจ...ผมกับริน เรารู้ตัวมาตั้งแต่เด็กว่าควรจะเลือกคนแบบไหนแต่งงานด้วย เราถึงได้เลือกกัน”
ตาณไม่ได้กำลังแก้ตัว แต่กำลังชี้แจงและพยายามอธิบายความจริงให้อังคารรู้ อังคารศึกษาข้อมูลของตาณมาอย่างดีเพราะไม่อยากพลาดอีก ดังนั้นเขาจึงเข้าใจว่าที่ตาณพูดหมายถึงอะไร
ตระกูลของภาวรินเป็นเจ้าของร้านอาหารและห้างสรรพสินค้า ตั้งแต่ทั้งสองตกลงหมั้นกันสินค้าของตระกูลตาณแทบจะผูกขาดเป็นเจ้าเดียวที่มีวางขายในสถานที่เหล่านั้น นี่ยังไม่นับโรงงานอุตสาหกรรมที่สองตระกูลร่วมลงทุนด้วยกันอีกหลายแห่ง การแต่งงานของทั้งสองคนจะเป็นการเกี่ยวดองอย่างแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น
และทั้งสองตระกูลต่างก็อยู่ในกลุ่มไม่เห็นด้วยเรื่องผู้ชายตั้งครรภ์ พวกเขายึดถือว่าผู้ชายต้องคู่กับผู้หญิงเท่านั้น
“ระหว่างผมกับริน เราเป็นแค่เพื่อนที่ดีต่อกันเท่านั้น”
“เพื่อนที่กำลังจะแต่งงานกันเหรอครับ”
“เราแต่งงานกันเพื่อธุรกิจ”
ตาณย้ำอีกครั้ง แต่มันไม่มีประโยชน์เมื่ออังคารไม่สนใจเรื่องเหตุ เขาสนแต่ผลซึ่งก็คือ ทั้งสองจะแต่งงานกัน
“ผมคิดไปว่าเรื่องการแต่งงานมันไม่ส่งผลอะไรต่อเรื่องระหว่างเรา”
อังคารหัวเราะในลำคอ ตาณช่างพูดเอาแต่ได้ ตาณเองก็รู้ว่าตนเองคิดอะไรแบบที่จะทำให้ตัวเองสะดวกสบายและมีความสุขมากเกินไป แต่เขาเป็นคนคิดอะไรตรงๆ ไม่อ้อมไม่ค้อม และเขาก็พูดตามที่คิด ไม่ได้ปั้นแต่งคำพูดให้สวยงามและไม่หลอกลวง แม้มันจะทำให้ตนเองดูไม่ดี หรือทำให้อังคารยิ่งไม่พอใจ ตาณก็คิดว่าต้องพูด
“ผมขอโทษ ที่คิดอย่างนั้นจริงๆ”
ตาณไม่ได้รักภาวริน อาจจะมีความผูกพันและหวังดีให้อย่างคนที่เป็นเพื่อน พี่ น้อง ควรมอบให้แก่กัน แต่เขาแน่ใจว่าไม่เคยสิเน่หา ไม่เคยนึกรักหรือชอบอีกฝ่ายฉันท์ชู้สาวเลย
การแต่งงานกับภาวรินสำหรับตาณก็เหมือนที่เขาต้องเข้าไปทำงานที่บริษัทของครอบครัว มันเป็นหน้าที่ และเขาแยกหน้าที่ออกจากอังคารที่อยู่ในส่วนของหัวใจ... ส่วนหนึ่งเพราะคิดว่าอังคารรู้เรื่องภาวรินอยู่แล้วและรับได้ แต่อีกส่วนเพราะเขาลืมคิดไปว่าการแต่งงานมันไม่ใช่หน้าที่ มันควรจะเป็นเรื่องของหัวใจมากกว่า
“คุณเห็นแก่ตัวมากเลยรู้ไหม พูดเอาแต่ได้ เอาดีเข้าตัวเองอย่างเดียว กลับกลอกหลอกลวงที่สุด สงสารผู้หญิงคนนั้นจริงๆที่ต้องมาแต่งงานกับผู้ชายอย่างคุณ”
แล้วก็สงสารตัวเองด้วยที่มารักผู้ชายคนนี้
คนโดนว่าสีหน้าเข้มขึ้น อังคารกล่าวหาเขามากเกินกว่าที่เขาเป็น อย่างน้อยๆ ตาณก็มั่นใจว่าเขาไม่เคยกลับกลอกหลอกลวงใครอย่างที่อังคารว่า แต่เขาก็บอกตัวเองให้เข้าใจ อังคารกำลังโกรธ บางครั้งก็พูดอะไรออกไปโดยไม่ได้คิด ส่วนเรื่องที่อังคารจะไม่เข้าใจมันก็เป็นธรรมดา ด้วยพื้นเพของเขาต่างจากอังคาร และส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับว่าตัวเองก็คิดเอาแต่ได้อย่างที่อีกฝ่ายว่าจริงๆ เมื่อเขาผิดและไม่ได้อยากตัดขาดเขาก็ต้องพยายามโอนอ่อนให้
อังคารเองเมื่อมานึกถึงคำพูดตัวเองแล้วก็รู้สึกว่าพูดเกินไปอยู่เหมือนกัน  ทั้งที่เขาเองก็รู้ว่าพวกคนรวย...ตระกูลดัง...พวกนี้มักมีเรื่องซับซ้อนเกินกว่าคนธรรมดาอย่างเขาจะเข้าใจ
แต่คำพูด มันพูดไปแล้ว จะมาขอโทษกันในอารมณ์แบบนี้ก็ใช่ที่
“คุณเลิกยุ่งกับผมสิ แล้วผมจะเลิกยุ่งเรื่องคุณกับคู่หมั้น”
ตาณถอนหายใจแรงๆ ดูเหมือนเรื่องมันจะไม่ไปถึงไหน วนไปเวียนมาอยู่เท่านี้ อังคารยังไม่ใจเย็นพอ และตาณก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร
“ผมยืนยันว่าการแต่งงานของผมไม่ส่งผลอะไรต่อเรื่องของเรานะอัง”
“แล้วความซื่อสัตย์ของคนรักกันมันอยู่ตรงไหน...”
ถึงตรงนี้อังคารก็เงียบเพราะเพิ่งนึกได้ ตาณไม่เคยบอกรักอังคารเสียงหน่อย ไม่เคยบอกว่ารัก ไม่เคยสัญญาใดๆ ไม่เคยพูดถึงอนาคตของทั้งสองคน เรื่องลูกเองก็เถอะ เมื่ออังคารมานึกตรองดูดีๆแล้ว ตาณเองก็พูดทีเล่นทีจริงมากกว่าจะจริงจังอย่างตน
เรื่องทั้งหมดมันอยู่ที่อังคารเองที่โง่!
ตาณมองอังคารแล้วประเมินด้วยความหวั่นในใจ การพูดไม่จบแล้วก็เงียบไปของอังคารส่อวี่แววที่ไม่ดีเลย สำหรับตาณ อังคารที่โวยวายต่อร้องต่อเถียงนั้นจัดการง่ายกว่าอังคารที่เงียบนิ่ง
“อัง...”
“ผมเป็นคู่นอนที่สะดวกมากเลยใช่ไหม”
อังคารไม่ชอบคนเยอะๆ เขาจึงเลือกที่จะทำอาหารกินเองในบ้านมากกว่าออกไปนั่งตามร้านข้างนอก
“แค่เอาใจหน่อย ตื้อนิด ผมก็นอนด้วยง่ายๆแล้ว”
“มันไม่ใช่อย่างนั้นอัง อย่าดูถูกตัวเอง”
“ผมมันเหมาะจะเป็นชู้ เป็นเมียน้อย ไม่ก็เมียเก็บเสียจริง”
ยิ่งพูดอังคารก็ยิ่งรู้สึกทนไม่ไหว ทั้งที่เข้าใจว่าตนเองก็ผิดด้วยส่วนหนึ่งแต่ก็ยังเลือกจะกล่าวโทษอีกฝ่าย เขาพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ แม้จะท้องได้แต่ถึงอย่างไรก็ยังเป็นผู้ชาย จะร้องไห้ฟูมฟายย่อมไม่ใช่เรื่องน่าดู
ตาณรู้ว่าอังคารกำลังเจ็บช้ำและแตกร้าว เขาอยากเข้าไปกอดเข้าไปปลอบอังคารให้หายเศร้า แต่เขาไม่สามารถทำได้ เพราะคนที่ทำให้อังคารเสียใจคือตัวเขาเอง เวลานี้ตาณไม่ใช่คนที่อังคารจะอยากให้เข้าใกล้ ยิ่งเขาเข้าไปปลอบอังคารก็คงมีแต่จะยิ่งรู้สึกแย่
“คุณช่วยกลับไปก่อนได้ไหม”
ตาณถอนหายใจอย่างหนักหน่วง เขาไม่อยากไปไหนทั้งที่ยังคุยกันไม่จบ เมื่อยังไม่เข้าใจกันก็ไม่อยากให้อังคารคลาดสายตา แต่เขาอยู่ใกล้อังคารก็คงจะยิ่งเครียดและเสียใจ
“ผมไปก่อน แล้วเราค่อยมาคุยกันเย็นนี้”
คนหนึ่งจากไปโดยคิดไม่ตกว่าควรจะจัดการอย่างไรกับเรื่องนี้ถึงจะดีที่สุดและให้อังคารยอมอยู่กับตน ส่วนอีกคน ได้แต่เสียใจและคิดว่าควรทำอย่างไรให้อีกฝ่ายปล่อยตนเองไปอย่างถาวรดี
............................................
“เมื่อวานเราหายไปไหนมาตาณ”
เรื่องอังคารยังคิดหาทางออกไม่เจอ ตาณก็ต้องมาเจอมารดาที่ทำท่าคล้ายจะหาเรื่องอยู่ในห้องทำงานตั้งแต่เช้า
“ธุระนิดหน่อยครับ”
ตาณกับมารดาไม่ค่อยได้คุยกันนัก เพราะสำหรับมารดาแล้ว ลูกชายคนรองไม่ได้สำคัญเท่ากับลูกชายคนโต แต่เมื่อตาณจะแต่งงานกับภาวริน มารดาก็ไม่อยากให้มีเรื่องพลาดใดๆ จึงลงมากำกับดูแลทุกอย่างทำให้ต้องพบพูดคุยกับลูกคนรองมากขึ้น
ไม่ใช่เพราะอยากให้งานของลูกชายออกมาดีที่สุดเพื่อหน้าตาเท่านั้น แต่เธอยังไม่ต้องการให้เกิดเรื่องใดๆจนต้องหมางใจกับบ้านของภาวรินด้วย
“แกต้องสนใจงานแต่งงานมากกว่านี้หน่อยนะ หนูรินเขาโทรไปบ่นกับแม่จนแม่เกรงใจเขาแล้วเนี่ย”
ตาณไม่ตอบไม่เอ่ยโต้แย้งหรือเห็นด้วยใดๆ เขานั่งลงและคิดถึงชีวิตหลังแต่งงานของตนเองและภาวริน
ภาวรินเป็นผู้หญิงทำงานและสังคมจัด เธอชอบไปงานเลี้ยงต่างๆ ส่วนหนึ่งเพื่อพบปะพูดคุยเรื่องงาน แต่อีกส่วนก็เพื่อสังสรรค์กับเพื่อนฝูงของเธอ ต่างจากเขาที่ชอบอยู่บ้านมากกว่าไปงานเลี้ยงน่าเบื่อพวกนั้น
แต่เธอก็ทำงานเก่งจริงๆ
ภาวรินมีความคิดกว้างไกล และงานที่เธอออกความคิดมักได้รับผลการตอบรับอย่างดีจากลูกค้า เธอจึงเป็นที่ล่ำลือเรื่องความสวย เก่ง และฉลาด ไม่ว่าใครก็มักบอกว่าเขาโชคดีที่ได้เธอเป็นคนรัก...ตาณนึกขำตัวเองเพราะมันไม่ใช่สำหรับเขาภาวรินอาจจะเป็นคู่หมั้น คู่แต่งงาน แต่ไม่ใช่คนรักของเขา ไม่มีทางเป็นได้เลย
“ยังไงก็โทรหาหนูรินด้วยล่ะ แล้วก็เรื่องชู้รักของแกทั้งหลาย จัดการให้เรียบร้อยอย่าให้มายุ่งวุ่นวายในงานเด็ดขาด เข้าใจนะ”
ตาณมองหน้ามารดานิ่ง เขาไม่ใช่เด็กเล็กๆและรู้สึกว่ามารดาออกจะล้ำเส้นมากเกินไป และเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัวอยู่เหมือนกันจึงเอ่ยขอตัวออกไป ไม่ใช่ว่ากลัวว่าเกรงลูกชาย แต่เธอแค่ไม่ชอบสายตาของลูกคนนี้มันก็เท่านั้นเอง
...........................................
วันนี้อังคารมาทำงานตามปกติ โชคดีที่ลูกค้าไม่เยอะมากทำให้อังคารมีเวลาจัดการเรื่องที่พัก เขาเลือกห้องที่ราคาไม่แพงมากเพราะจะต้องสำรองเงินไว้เผื่อฉุกเฉิน
“โหยเช่ายาวงี้เลยเหรอพี่อัง”
กรีนมองสัญญาเช่าของอังคารแล้วเอ่ยทัก ก็อังคารเล่นทำสัญญาจองเป็นสามปีซึ่งไม่ค่อยมีใครทำนัก
“พี่ไม่อยากต้องย้ายห้องไปมา ยุ่งยาก”
อังคารไม่ได้เล่าเรื่องตาณให้ใครฟัง ดังนั้นทุกคนจึงเข้าใจว่าอังคารเลือกเข้าพักเพื่อดูแลร่างกายให้ปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะทำได้ และที่เช่ายาวๆก็เพื่อความสะดวกในการทำงาน
“แฟนพี่จะมาพักด้วยเปล่า อยากเห็นจัง”
กรีนหยอกแต่อังคารไม่มีอารมณ์จะเล่นด้วย เจ้าตัวทำว่ามัวแต่สนใจสัญญาตรงหน้าและไม่ตอบคำถามใดๆให้รุ่นน้องฟัง
“พูดมาก เอานี่ไปส่งให้ด้วย”
อังคารเอาใบแจ้งความประสงค์ขอเช่าห้องและเอกสารต่างๆใส่แฟ้มแล้ววานให้กรีนนำไปส่งที่ฝ่ายห้องพัก อันที่จริงขั้นตอนนี้สามารถทำผ่านคอมพิวเตอร์ได้ แต่จะล่าช้ากว่าการส่งเป็นเอกสารไปให้พิจารณา อังคารต้องการห้องด่วนจึงใช้วิธีนี้
หลังจากกรีนออกไปจากห้องแล้วอังคารก็เก็บของเตรียมเลิกงาน แม้จะไม่อยากกลับไปที่คอนโดเพราะรู้ว่าต้องเผชิญหน้ากับตาณอีก แต่ถ้าหนีเรื่องก็คงไม่จบง่ายๆ...แต่อังคารก็ไม่รู้หรอกว่าเมื่อไหร่ที่จะคุยกันได้เข้าใจ ดูจากเมื่อวานแค่คุยกันได้ไม่เท่าไหร่เขาก็ทนไม่ไหวเสียแล้ว
“วันนี้เราต้องนิ่งเข้าไว้”
อังคารบอกตัวเอง แม้จะไม่มั่นใจเลยว่าจะทำได้อย่างที่คิดหรือเปล่า
................................
ตาณไม่สนใจว่าจะมีกำหนดการหลังเลิกงานมากมายแค่ไหน วันนี้เขานั่งคิดมาทั้งวันและเพิ่งรู้สึกตัวว่า บางทีเขาอาจจะลำดับความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องต่างๆในชีวิตพลาดไป
ตาณโตมาในครอบครัวที่ค่อนข้างเข้มงวด
พ่อและแม่แต่งงานกันโดยที่ไม่ได้รักกัน ทั้งสองคนทำทุกอย่างตามหน้าที่ พวกตาณเองก็โตมาโดยอยู่ในกรอบที่พ่อแม่วางไว้ ตัวตาณ พี่ชาย และน้องชายทั้งสามคนไม่เคยทำอะไรที่เรียกได้ว่าทำให้ครอบครัวต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง แม้พวกเขาทั้งสามจะมีประวัติเกเรไปบ้างแต่ก็อยู่ในข่ายรับได้ และถึงชื่อเสียงจะไม่ค่อยดีนักในเรื่องผู้หญิง แต่สำหรับครอบครัวตาณมันไม่ใช่เรื่องเสียหาย ตราบใดที่พวกเขาไม่ยกผู้หญิงเหล่านั้นออกหน้าออกตา
ตาณเป็นคนเดียวในบรรดาพี่น้องที่นอกจากผู้หญิงแล้วยังมีเรื่องผู้ชายเข้ามาด้วย ในตอนแรกมารดาของตาณรับไม่ได้เลย แต่เมื่อนานเข้า รู้ว่าห้ามไม่ได้ และตาณก็หมั้นกับภาวริน มารดาจึงพยายามมองข้ามเรื่องนี้ไปเสีย
เขาถามตัวเองว่าเคยมีความสุขบ้างไหม คำตอบคือเคย แต่ไม่ใช่จากครอบครัว ตาณมีความสุขและสบายใจเมื่ออยู่กับอังคารต่างหาก
ยิ่งเมื่อนึกถึงพี่ชายและน้องชาย เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าบางทีเขาอาจจะเลือกผิด พวกเขาพี่น้องทั้งสามคนไม่ค่อยสนิทกัน...เรียกได้ว่าห่างเหินราวกับเป็นแค่เพื่อนร่วมชั้นเรียนที่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครแต่พูดคุยกันนับครั้งได้อย่างไรอย่างนั้น กับบิดา...ตาณแทบไม่ได้เจอหน้า กับมารดา...ตาณก็เข้ากับอีกฝ่ายไม่ได้ บ้านของภาวรินก็ไม่ต่างกันนัก ...แล้วลูกของเขาก็คงจะเป็นเช่นนั้นด้วยใช่ไหม
ภาวรินพูดชัดว่าเธอยังไม่พร้อมจะมีลูก เธอคิดไว้ว่าจะท้องตอนอายุสักสามสิบซึ่งมันก็อีกสามปีข้างหน้า เธอวางแผนให้ลูกไว้มากมาย ทั้งโรงเรียน ทั้งการเรียนพิเศษ ยาวไปถึงมหาวิทยาลัย แต่สิ่งที่เธอไม่ได้วางไว้เพื่อลูกเลยคือความรักและเวลาที่คิดจะมอบให้ เธอไม่คิดเผื่อไว้เลยว่าถ้าลูกไม่ชอบสิ่งที่เธอวางแผนไว้ให้เธอจะทำอย่างไร ที่สำคัญภาวรินวางตัวคนเลี้ยงลูกไว้แล้ว และแน่นอนว่าไม่ใช่ตัวเธอเอง
ตาณไม่แปลกใจนักเพราะเขาเองก็โตมาด้วยมือพี่เลี้ยง บิดามารดามีงานและสิ่งอื่นๆเยอะเกินกว่าจะมามีเวลาเลี้ยงดูเอาใจใส่
เขาไม่เคยคิดถึงอนาคตมาก่อน คิดแค่ว่ามันคือหน้าที่อย่างหนึ่งที่เขาต้องทำ แต่ตอนนี้ เมื่อได้มีเวลามาทบทวน ภาพครอบครัวที่เย็นชากลับปรากฏชัด
พ่อแม่แต่งงานกันตามหน้าที่ มีลูกตามหน้าที่เพื่อสืบสกุล แล้วเด็กคนนั้น คนที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกของเขาก็จะเป็นอย่างเขาและพี่น้อง...ตาณเคาะนิ้วขณะใช้ความคิด บางทีเขาอาจจะต้องพิจารณาเรื่องการแต่งงานดูอีกครั้ง
...................................

TBC

ออฟไลน์ แป้งข้าวหมาก

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 752
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-1
เป็นความคิดที่ถูกต้องมากเลยตาณ แต่งกะคนไม่รักจะมีความสุขได้ไง
เราสนับสนุนให้ไปแต่งกะอังคารดีกว่านะ.  :L2:

ออฟไลน์ takara

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4163
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +379/-13
คิดใหม่เลย อังจะทำงัยต่อล่ะเนี้ย

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4111
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-8
ชอบเรื่องนี้จัง อังกับตาณดูมีความคิดดี
เป็นกำลังใจให้คนเขียนจ้า

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ เกริด้า(๐-*-๐)v

  • ไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้นแหละ
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3191
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +349/-29
อยากอ่านต่อๆๆมาลงเร็วๆ กำลังลุ้นๆเลยค่ะ ดราม่ากำลังดี

เว้นบรรทัดมากกว่านี้ได้ไหม อย่างน้อยก็ช่วงแต่ละเหตุการณ์ก็ยังดี ติดกันเป็นพรืดไปหน่อยนะคะ

 :katai2-1:

ออฟไลน์ jbook

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
 :pig4:ขอบคุณค่ะ สนุกมากๆเลยค่ะ
ติดตามรอตอนต่อไปนะคะ>< :mew1:

ออฟไลน์ sukaz

  • I Will Love You Unconditionally
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1439
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-3
น่าจะคิดได้ตั้งนานแล้วน่ะ

ออฟไลน์ insomniac

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1484
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +111/-3
เฮ เรื่องใหม่คุณจิ๊บ
เรื่องแนวมาก ตอนขึ้นมา เหมือน science fiction เลย

ออฟไลน์ boonpa

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2361
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +132/-9
ต่างคนต่างคิดหันมาพูดให้รู้เรื่องดีกว่า

ออฟไลน์ seraty

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 156
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-2
 :angry2:ไหนบอกไม่ดราม่างัยคุณนักเขียน น้ีมันดราม่าสุดติ่งกระดิ่งเเมวเลยนะ หนูอังสู้ๆนะลูกเพื่อลูก ท่องไว้ในใจ ไอ้นายตาณ ไอ้คนเห็นแก่ตัว คอยดูเอ็งจะเสียใจ ยัยคุณแม่ของแก นังคู่คูหมั้นของแกด้วย สรุปทั้งครอบครัวแกแหล่ะเช๊อะ........
 :m16:

ออฟไลน์ sang som

  • เจ็บจิต!!
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1609
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +108/-6
ให้ตายเถอะ กะละมัง ถัง หม้อ นี่เขาเรียกว่าครอบครัวเรอะ ทำไมมันจะ ห่าเหินกันขนาดนี้เนี่ย

ออฟไลน์ nunda

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2964
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-2
กรี๊ดดดดด นิยายคุณจุ๊บจิ๊บ ติดตามค่ะ
ไม่ดราม่า แต่คนอ่านแอบน้ำตาซึมไปแล้วค่ะ T_T
รอตอนต่อไปนะค๊าาาาา...

ออฟไลน์ JUPJIB

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +218/-0
ตอนนี้สั้นมากเลยยยยยยย พรุ่งนี้จะมาลงตอนที่ 5 ให้นะคะ
ผิดพลาดประการใด ขออภัยด้วยค่า
ตอนที่ 4
 
“นั่นคุณกำลังทำอะไร”
ตาณถามเสียงเข้ม อังคารที่กำลังพับเสื้อผ้าใส่กระเป๋าอย่างเหม่อลอยสะดุ้ง ก่อนจะหันมามองอย่างตกใจ
“คุณ...มาเมื่อไหร่”
ถามไปก็แอบด่าตัวเองไปที่มัวแต่เหม่อคิดโน้นคิดนี่จนไม่ได้รู้สึกเลยว่ามีคนเข้ามาในห้อง
“ผมถามคุณว่าคุณกำลังจะเก็บของไปไหน”
นอกจากจะไม่ตอบคำถามของอังคาร ตาณยังย้ำคำถามของตัวเองด้วยเสียงที่เข้มขึ้น อังคารหลบสายตา ทำท่าว่าสนใจกับการมองผ้าที่ตนเองพับ มากกว่าจะมองอีกฝ่าย
“ผมจะไปทำงานแล้วต้องค้างที่โรงเรียน”
ตาณขมวดคิ้วหรี่ตามอง ตั้งแต่คบกันมาอังคารไม่เคยมีงานที่ต้องเข้าไปค้างที่โรงเรียนมาก่อน แต่พอทะเลาะกันปุ๊บ ก็มีอันต้องไปปั๊บแบบนี้ ต่อให้เขาโง่หรือไม่ค่อยรู้เรื่องยังไงก็มองเห็นความผิดปกติ
“แค่ไปค้าง ทำไมต้องเก็บของเยอะขนาดนี้”
ตาณมองอย่างจับผิด ฝ่ายอังคารที่เรียกความมั่นใจกลับมาได้แล้วยักไหล่
“ผมรับงาน...”
“งานอะไร”
ตาณไม่ใช่คนในโรงเรียนที่เพียงแค่พูดว่ารับงานก็สามารถเข้าใจได้ทันทีอังคารจึงต้องเอ่ยอธิบาย
“เฮ้อ...รับงานรับจ้างอุ้มท้องไงคุณ”
ตาณผงะ ขณะเรียบเรียงความคิด
“ไม่ นี่มันไม่ถูกต้อง คุณท้องไม่ได้”
อังคารมองตาณอย่างสงสัยว่าอะไรที่ทำให้เขาคิดไปอย่างนั้น
“ถูกสิ ผมท้องได้ เคยรับงานมาแล้วด้วย”
“คุณโกหกหรือ คุณบอกผมเองว่าคุณท้องไม่ได้”
“บอกตอนไหน”
อังคารเริ่มสงสัยจริงจัง เขาจำไม่ได้ว่าเคยคุยเรื่องนี้กับตาณ
“ตอนเจอกันครั้งแรก คุณบอกเองว่าท้องไม่ได้”
อังคารพยายามนึก แต่นึกอย่างไรก็นึกไม่ออก ท่าทางตาณก็ไม่ได้โกหก เขาคิดว่าคงมีอะไรเข้าใจผิดกันมากกว่า
“ผมบอกจะจ้างคุณ แล้วคุณก็บอกว่า คุณไม่อยู่ในรายชื่อที่จะรับงานได้”
ตาณแปลไปว่าเป็นการบอกอ้อมๆว่าท้องไม่ได้ ซึ่งอังคารคิดว่าตัวเขาในตอนนั้นก็คงตั้งใจให้ตาณแปลไปอย่างนั้น
“ผมไม่อยู่ในรายชื่อจริงๆ”
 อังคารทำท่าไม่สนใจ
“แต่ไม่ได้แปลว่าผมท้องไม่ได้สักหน่อย”
ตาณถอยหลังไปนั่งลงบนเก้าอี้ในห้อง เขานวดขมับก่อนจะส่ายหน้า
“ผมไม่ให้คุณรับงานหรอกนะ”
อังคารคงจะเถียงจะว่าตาณไม่มีสิทธิ์มาห้ามไปแล้ว หากตาณไม่พูดด้วยเสียงเรียบเรื่อยที่เป็นสัญญาณบอกว่าสถานการณ์เริ่มไม่สู้ดี ตาณกำลังจะหมดความอดทนอดกลั้นแล้ว
ตาณไม่ใช่คนใจร้อน เขามีเหตุผลและทำอะไรโดยคิดไตร่ตรองก่อนเสมอ...ยกเว้นเวลาที่ความอดทนของเขาสิ้นสุดลง อังคารเคยเห็นมันครั้งหนึ่งเมื่อครั้งคบกันใหม่ๆ และเขาไม่อยากจะเผชิญกับมันอีก
“ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะโกหกปิดบังผมได้”
อังคารไม่โต้ตอบ แม้จะคันปากยิบๆแต่ห่วงสวัสดิภาพของตนเองมากกว่า
“คุณคิดจะบอกผมเมื่อไหร่ว่าคุณท้องได้ ต้องรอจนกว่าคุณจะท้องโตโดยมีลูกของใครก็ไม่รู้อยู่ในนั้นก่อนงั้นหรือ”
“ผมคิดว่าคุณรู้อยู่แล้ว...”
เหมือนกับที่ตาณคิดว่าอังคารรู้อยู่แล้วเรื่องคู่หมั้น...อังคารถอนหายใจ บางทีเขาทั้งสองคนอาจจะคุยกันน้อยไป
“ผมไม่ให้คุณรับงาน”
ตาณยังคงยืนยันคำเดิม
“แต่ผมรับไปแล้วนะ คุณตาณ ช่วยเข้าใจหน่อยเถอะ มันเป็นงานของผม”
อังคารคิดว่าวิธีนี้จะสามารถปิดบังเรื่องลูกได้จึงจำเป็นต้องยืนยันว่าจะรับงาน
“ถึงอย่างไรเราทั้งสองคนก็คงไปกันไม่ได้แล้วด้วย”
เพราะอังคารไม่มีทางจะยอมเป็นน้อยใคร เขาไม่ได้ต้องการให้ตาณเลือกเขาเป็นตัวจริง แค่อยากให้ตาณปล่อยเขาไป
แต่ตาณไม่ได้ต้องการแบบนั้น เขาไม่มีทางจะปล่อยอังคารไปได้
“ลุกขึ้น มากับผม”
ตาณดึงอังคารแรงจนเรียกว่ากระชากก็คงได้ อังคารพยายามขืนตัวไว้ แต่พละกำลังมันต่างกัน
“ปล่อย! คุณจะพาผมไปไหน”
ตาณไม่ตอบ ยิ่งอังคารดิ้นรนขัดขืนเขาก็ยิ่งเพิ่งแรงในการลาก
“ปล่อยผม!”
อังคารตวาดใส่ พยายามให้ตัวเองหลุดพ้นจากการจับกุม สังหรณ์บอกเขาว่าหากปล่อยให้ตาณพาไปคราวนี้ เขาคงไม่สามารถหนีจากอีกฝ่ายได้อีก
“ต่อให้ต้องตีคุณจนสลบแล้วแบกไปผมก็จะทำ!”
คนของตาณสามคนมองการยื้อยุดอยู่เงียบๆ ตาณหันไปเห็นจึงสั่งให้คนหนึ่งไปเก็บของๆอังคาร ส่วนอีกสองคนให้ไปเตรียมรถ
“ผมจะลากไปจริงๆ”
ตาณยังไม่วายหันมาข่มขู่เมื่ออังคารไม่ยอมอยู่เฉยๆ
“ลากลงบันไดเลยดีไหม”
อังคารชะงักเมื่อตาณพาเดินไปทางบันไดจริงๆ
“ไม่ๆ ผมไม่ดิ้นแล้ว”
อังคารเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนเองกำลังท้อง แถมเป็นท้องธรรมชาติที่บอบบางกว่าการฝังยีนเสียด้วย ตาณมองอังคารอย่างแปลกใจ ที่เขาขู่จะลากลงบันไดเพราะจะให้อังคารได้อายคน ขู่ไปอย่างนั้นแต่ไม่คิดว่ามันจะได้ผล อังคารยอมเดินตามตาณไปยังที่จอดรถเงียบๆ ไม่เสี่ยงจะโดนฟาดจนสลบอย่างที่ว่าเพราะอย่างน้อยๆเขาจะได้เห็นทางว่าตาณจะพาเขาไปที่ไหน เวลาหนีออกมาจะได้กลับถูก ตาณเองก็รู้ทันแต่ไม่สนใจเพราะมั่นใจว่าอังคารไม่มีทางหนีจากเขาได้
“ไปบ้าน”
รถเคลื่อนตัวออก ตาณตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว ไม่ว่าจะอย่างไร เขาก็จะไม่ปล่อยอังคารไป
..........................................
TBC
TBC

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4526
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
นู๋อังคารมาแล้ว

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด