Pet’ Chain พันธะนาการหัวใจนายจอมโหด (จบแล้วย้ายได้เลยค่ะ)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Pet’ Chain พันธะนาการหัวใจนายจอมโหด (จบแล้วย้ายได้เลยค่ะ)  (อ่าน 275048 ครั้ง)

ออฟไลน์ puppyluv

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2539
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2000/-20
ตอนเอียงคองน้ำค้างแช่แข็งต้องน่ารักมากแน่ๆ
อูยยยยย อยากอ่านคิระ
เฉลยเพ็ทคืออะไร
เซฟรู้ตัวแล้วซิว่าชอบ
ไหงว่าตัวเองอกหักซะงั้น
คิระชอบแกล้งแฮะ
สนุกดี มาต่อบ่อยๆ อยากอ่าน
บวกและเป็ดเหลืองอ๋อยโดนน้ำสาด 555

ออฟไลน์ MZter

  • ~ใครหาว่าผมอินดี้...ผมเกรียนจะตาย(•`^`•)~
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 333
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-1
จงเติมคำในช่องว่าง ขอเติมคำว่า(สามี) 555
ตามเค้าไปห้องแล้วเอ็จจะเหลือเรอะเซฟ
ส่วนน้ำค้าง ก็ชวนผู้ชายเข้าบ้าน...โฮะๆๆ
ไอ้สองหน่อขาวดำนี่จะนัดกันไปเชือดแกะรึไง ถึงได้มารับถึงที่แบบนี้

ยิ่งพูดยิ่งอยากรู้ๆๆ.....มาเร็วๆนะคร้าบบบบบ
ปล.ถึงคนเขียน ผมชอบเรื่องนี้มากเลยนะครับ ดูมีสีสันดี ยังไงก็สู้ๆนะครับ จะติดตามต่อไปครับ

ออฟไลน์ TheWanFah

  • ความใกล้ชิด บางครั้ง ทำให้เราเผลอคิดไปเอง
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-1
อยากให้มาต่อทุกวันเลย ชอบเรื่องนี้มาก
เมื่อเซฟไปทำความสะอาดห้องคิระ จะเกิดอะไรขึ้น
เป็นกำลังใจให้น่ะ

ออฟไลน์ enzang2660

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 87
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
บทที่ 5.2

   แกร๊ก!

   ผมเปิดประตูบ้านส่ายตามองหาพ่อ  เผื่อวันนี้พ่อกลับเร็ว   แต่ก็คงเหมือนอย่างเคยทุกวันน่ะแหละ  ช่วงนี้ที่บริษัทพ่อกำลังมีปัญหา   ผมเดินนำร่างสูงขึ้นไปบนห้องนอน   พอดีว่าห้องน้ำบ้านผมอยู่ในห้องนอนน่ะแหละ   แยกกันระหว่างห้องพ่อกับห้องผมเลย
   “ไม่มีใครอยู่บ้านหรอ”  คนตัวใหญ่ถามผม
   “อือ  พ่อกลับดึกน่ะ^^”  ผมบอกพลางยิ้มแห้งๆ
   “แล้วพาผู้ชายเข้าบ้านตอนพ่อไม่อยู่แบบนี้บ่อยมั้ยเนี่ย-_-”
   “ก็....ใช่มั้ง  ก็เลิกเรียนก็พามาเล่นเกมที่บ้าน  บะ..บ้างทีก็ให้เพื่อนค้างด้วยนะ”
   “ให้ค้างเลยหรอ!!!”
   “กะ...ก็  เล่นเพลินจนดึก  ก็เลยให้นอนค้างเลยน่ะ><”
   ว้ากทำไมๆ   ให้เพื่อนนอนด้วยมันแปลกตรงไหนกันเล่าว้ากซะเสียงดังเลยT^T
   “เล่นอะไรกันนานขนาดนั้นห๊ะ!!”
   “ก็เล่นเกมอ่ะ><”
   “ให้ตายเหอะ!  โง่ชะมัด!!”
   ด่าผมหรือด่าตัวเองครับ-o-   ถ้าด่าตัวเองก็หันไปทางอื่นอย่าหันมาทางผม   ผมไม่โง่นะ-*- 
   “เดี๋ยวเฟียสอาบน้ำก่อนเลยนะ  ผมจะไปเตรียมเสื้อให้”
   ผมบอกหลังจากเปิดประตูห้องให้เฟียสเข้ามา    ร่างสูงมองไปรอบๆห้องผม   ห้องผมค่อนข้างเล็กน่ะบ้านผมก็ไม่ได้รวยอะไรมาก   ปานกลางๆทำธุรกิจเล็กๆพอเลี้ยงชีพ    ห้องผมมันรกหรือป่าวนะเขาถึงมองไม่หยุดซะที   ผมจัดแล้วนะ-o-;
   “อะ..เอ่อ  โทษนะ  ห้องมันแคบไปหน่อย”  ผมบอก
   “ไม่หรอก  ฉันก็ชอบห้องเล็กๆแบบนี้”
   ชอบห้องนี้หรอ-///-   ห้องผมก็ไม่มีไรมากเปิดมาก็เจอชั้นหนังสือ  โต๊ะคอม  เตียงเลย  ผมชอบสีเขียวด้วยห้องนี้ก็เลยออกแนวป่าดงดิบ   เพราะข้าวของเครื่องใช้เป็นสีเขียวหมดเลย   
   “น่านอนใช่มั้ยละ^^”
   สีเขียวทำให้หลับง่าย   เพื่อนผมที่มาเล่นเกมที่บ้านถึงชอบค้าง   โดยเฉพาะไอ้เซฟเดินเข้ามาปุ๊บกระโดดนอนบนเตียงก่อนเลย  ฮ่าๆ
“เชิญชวนหรือไง!!”
เอ๊ะ!!  คะ..คือ  เชิญชวนอะไรกันละ   ไม่ได้คิดแบบนั้นซะหน่อย...   ผมก้มหน้าหลบใบหน้าเคร่ง   นี่เมื่อไหร่นายจะเลิกทำหน้ายักษ์ซะทีเล่า   ผมอึดอัดนะ...
“ป่าวครับ...”  ผมตอบ
“น่าโมโหหว่ะ!!  เลิกทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ซะที!!”
“ผมะไม่ได้จะร้องไห้ซะหน่อย!”
“แล้วก้มหน้าหาป้าหรือไง!!”
“แล้วนายจะว้ากหาลุงหรือไง!”
“ย้อนหรอห๊ะ!!”
ผมกัดปากไม่กล้าเถียงต่อ   ไอ้บ้านี่!!  ทีตัวเองแหกปากแว้ดๆพอโดนตอกกลับก็หาเรื่องหาว่าย้อน   คิดว่าตัวเองถูกตลอดเลยนะ!
“ขี้เกรียจคุยแล้วอาบน้ำๆ” 
หมอนั่นตัดบทแล้วเริ่มปลดเนคไทออก
“ปะ..ไปถอดในห้องน้ำสิ”  ผมบอก
“นายก็รีบๆถอดเดี๋ยวเป็นหวัดหรอก”  เฟียสบอก
-///-  ผมพยักหน้าเล็กน้อยแล้วดึงเนคไทออก   เอิ่ม...แต่ว่าให้มันอาบก่อนดีกว่า
“นายอาบก่อนสิ”  ผมบอก
“อาบพร้อมกันไปเลยเปลืองน้ำ!”
ปะ...เปลืองน้ำหรือเปลืองตัว...-o-///    ถึงจะเคย....มาแล้วแต่  ผมไม่ให้เห็นอีกเป็นครั้งที่ 2หรอกนะ!!   คนที่ทำอะไรแล้วไม่รับผิดชอบอย่างนายน่ะ!   นึกขึ้นมาแล้วก็รู้สึกโมโหยังไงก็ไม่รู้แหะ   
...ทำไมถึงทำนิ่งๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย  ระหว่างเราสองคนไม่มีอะไรเลยหรอ...
“รีบถอดดิ! อายไร!”
“ละ...แล้วทำไมผมต้องถอดด้วยเล่า  อาบคนละรอบสิ-///-”
“ฟังไม่รู้เรื่องหรือไงบอกให้ถอดก็ถอดดิวะ!!”
“งะ..งั้นผมอาบก่อน>///<”
“ยังจะอายอะไรอีก   มากกว่านั้นก็ทำกันมาแล้วไม่ใช่หรอ”
..โกรธแล้วนะเว้ย -*-...
พูดแบบนี้ออกมาได้ยังไง   แถมพูดด้วยหน้าตาที่เหมือนการทำแบบนั้นกันมันเป็นเรื่องปกติเหมือพาหมาไปเดินเล่น    ผมน่ะ...เป็นฝ่ายเสียหายนะ   ทำไมต้องพูดเหมือนเคยกันมาหลายครั้งแล้วละ   ให้เกียรติกันบ้างไม่ได้หรือไง   ผมเป็นผู้ชายนะ!
“จะอาบก่อน..”

ปัง!

ผมเข้ามาสิงอยู่ในห้องน้ำหลบหน้านายนั่น   มากกว่านี้ก็ทำกันมาแล้ว!!  ฟังแล้วเหมือนศักดิ์ศรีของผมป่นปี้เลยอ่ะ   เคยตกเป็นเมืองขึ้นแล้ว   ฮือ  ไม่อยากคิดๆ  ไม่คิดๆ   ปวดหัวT^T

ซ่า~

ผมเปิดน้ำในอ่างแล้วลงไปนอนแช่ปล่อยตัวให้ไถลลงไปนอนอยู่ใต้น้ำ   ทำแบบนี้แล้วรู้สึกสบายหัวขึ้นเยอะเลยละ

ปัง!

ผมยันตัวขึ้นมองประตูที่ถูกเปิดออกพร้อมร่างสูงที่เดินเข้ามา   สายตาผมเลื่อนจากใบหน้าหล่อลงมาที่แผงอกกว้าง   ก่อนจะมาหยุดตรงซิกแพ็กสะดุดตา   
“ทะลึ่งนะเราอ่ะ!  มองใต้สะดือคนอื่นแบบนี้-_-!”
ผมสะดุ้งกับเสียงใหญ่   ยังมองไม่ถึงใต้ผ้าขนหนูเลยนะ  ทะลึ่งอะไรละ!!

พรึ่บ!

ผมเลื่อนม่านพลาสติกปิดกั้นระหว่างเขากับผม   ชิ!  ไม่อยากจะมองซะหน่อย...-..-

ซ่า~

เสียงละอองน้ำดังเรียกให้ผมหันไปมองด้านข้างที่ถูกกั้นด้วยม่านพลาสติก    เงาที่สะท้อนร่ำไรที่ม่านทำให้ผมเห็นอริยาบทในการอาบน้ำของคนข้างๆรวมทั้ง    โครงสร้างสูงใหญ่ที่พอเห็นได้ลางๆ   ผมเผลอลอบสำรวจร่างกายของเฟียส     ผมว่าหุ่นของเขาต้องเป็นที่อิจฉาของผู้ชายหลายๆคนแน่ๆเลย    กล้ามที่แขนก็ขึ้นเป็นมัดๆแต่ไม่ได้ใหญ่น่าเกลียด   แถมขายาวมากเลย   หน้าตาก็ดีแบบนี้เป็นนายแบบได้สบายๆเลยละ
“นี่!”
“ห๊ะ!”
ผมรีบหันมองปลายเท้าตัวเอง   เขารู้ว่าผมมองหรอ  บ้าจริงไปมองคนอื่นตอนอาบน้ำแบบนั้นเหมือนโรคจิตเลย>////<
“ยาสระผมหน่อยดิ๊!”
“แปปนะๆ>///<”
ผมลุกหยิบยาสระผมบนชั้นเล็กๆเหนือหัวตัวเองก่อนจะยื่นลอดข้างๆม่านไป

พรึ่บ!

“ไหนวะ!!ยาสระผม...”
ม่านพลาสติกเลื่อนออกเพียงเสี้ยววินาที   ผมอ้าปากค้างมองร่างสูงที่ก้มตัวต่ำๆ   ดวงตาสีแดงสดเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพครึ่งตัวพ้นขอบอ่างของผม      แต่ผมสิช็อกยิ่งกว่า...  ก็เขาไม่ใส่เสื้อผ้า    แล้วก้มลงระดับสายตาผม   ผมก็เห็นตั้งแค่คอเขาไปยันซิกแพ็ก....แล้วต่อจากซิกแพ็กก็...
“โรคจิต>O<////!!”

   พรึ่บ!

ผมปาขวดยาสระผมให้นายนั่นแล้วหันหน้าเบือนพร้อมกระชากม่านปิด

ตึกตักๆ

หะ...หัวใจเต้นแรงชะมัดเลย   เพราะ...ไอ้บ้านั่นน่ะแหละ   มาเซอร์วิสอะไรแปลกๆแบบนี้    ผมยังมองลงไปไม่ถึงใช่มั้ย  แค่เห็นซิกแพ็กเอง  ใจร่มๆสิน้ำค้างเอ้ย!  แค่ซิกแพ็กไม่ได้เห็นต่ำกว่านั้นซะหน่อยจะตื่นเต้นทำไมละ   ของแบบนั้นน่ะ....เราก็มีเหมือนกันจะตื่นเต้นทำไม>////<
“ไม่เคยเห็นหรือไงทำตาโตซะ..”  เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆ
ชิ!  ใครมันจะไปเคยเห็นละ..  ถะ...ถึงเห็นก็ไม่ได้ใกล้ขนาดนี้ซะหน่อย   
...ตัวเองก็ตาโตเหมือนกันอ่ะ-///-...
แต่ผมจำไม่ได้มันเร็วมาก   ไม่รู้ว่าเขามองอะไรผมถึงทำตาโตแบบนั้น    ถึงแม้จะแค่แว้บเดียวก็เหอะ
   ....อายเป็นบ้าเลย   หมดกันความเป็นชายของผมT^T 
“คืน!”
ผมเอื้อมมือออกไปรับขวดยาสระผมจากมือใหญ่
“ปะ...ปล่อยสิ”
ผมออกแรงดึงขวดออกจากมือหนา   แต่ก็ไม่กระดิกเลย   นี่จะกวนกันหรือไงเนี่ย-3-
“ฟะ...เฟียส..อ่า...ปล่อยสิ”

ปรืดดดดด~

   น้ำยาสีขาวหนืดๆราดลงบนหัวผมเป็นสาย   ผมปัดมือใหญ่ที่แกล้งบีบยาสระผมลงบนหัวผม   โอ้ย!  หลับตาไม่ทันอ่ะ   แสบตา><
   “เล่นบะ...แค่กๆ  ถุ้ย!”
   พอผมอ้าปากจะว่ามันก็ไหลเข้าปากผมอีก    รสชาติแย่มากเลย  ลิ้นชา   อยากจะอ้วกจังเลย
   “เสือ กเรียกชื่อแบบนั้นเองนี่!!”
   แล้วมันเกี่ยวไรกับเรียกชื่อวะครับ>O<   ผมหลับตาปี๋ยกมือขยี้ตาแต่มือใหญ่ก็รั้งมือผมออกแล้วเลื่อนมาช้อนใบหน้าผมให้อยู่นิ่งๆ
   “อยู่เฉยๆจะล้างให้”
   ผมยอมนั่งเชิดหน้าปล่อยให้นิ้วเรียวยาวปาดล้างตาผม     เสียงลมหายใจเบาๆลอยอยู่ใกล้ผม    ผมเลยถดตัวถอยออกมาหน่อย   มือใหญ่กระชากไหล่ผมให้ยื่นหน้าเข้าไปใกล้    ใกล้....จนรู้สึกถึงลมหายใจที่รดอยู่ปลายจมูก   ผมนั่งตัวเกร็งมือจิกขอบอ่างทำอะไรไม่ถูก   ใกล้ไปแล้ว....ใกล้แบบนี้   ผมเริ่มหายใจไม่ถูกจังหว่ะแล้วนะ...
   “ลืมตาสิ”
   ผมค่อยๆเบิกตาตามคำสั่ง   ผมกระพริบตาถี่ๆเพราะยังแสบๆเคืองๆที่ตาอยู่    มือใหญ่ลูบปาดเส้นผมของผมเบาๆไล่คราบยาสระผมออก    ผมค่อยๆลืมตามองใบหน้าเลือนรางข้างหน้าอีกรอบ    ดวงตาสีแปลกจ้องมองผมเหมือนคนกำลังลุ้นดูบอลอยู่    พอเห็นผมลืมตาได้ใบหน้าหล่อก็คลายคิ้วออกอย่างโล่งใจ
   “ขะ..ขอบคุณ..นะ” ผมบอก
   แต่จะไปขอบคุณมันทำไมอ่ะ   มันแกล้งผมก่อน-///-    ผมมองดวงตาเป็นประกายที่จ้องผมไม่เลิก   บรรยากาศแบบนี้มันแปลกๆแหะ   ผะ...ผมทำอะไรให้โกรธหรือป่าวนะ  ทำไมจ้องหน้าผมไม่วางตาเลย    ผมเอียงคอทำหน้างงๆ   คือ...  มองหน้าทำไมอ่ะ  จ้องแบบนั้นแล้วมันร้อนในนะ>///<
   “น่าหมั่นไส้!!”
   ง่า!  ทำไมอ่ะ-o-   มือใหญ่กระชากม่านปิดแล้วเดินกระแทกเท้าตึงๆออกไปจากห้องน้ำ    ผมจับแก้มตัวเองที่ร้อนฉ่าเหมือนเพิ่งออกมาจากเตาอบ    แล้วตอนหมอนั่นจับจะสงสัยมั้ยนะว่าทำไมหน้าผมร้อนขนาดนี้
อย่าจับได้เลยว่าเพราะอะไร....ผมไม่อยากให้เขารู้ว่าผม...คิดยังไง    กลัวว่าเขาจะรังเกรียจแล้วหนีไป   ไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลย... 
   “เฮ้อ~  ปวดหัวจังเลยT^T”



   ผมออกมาจากห้องน้ำด้วยภาพโชกไปด้วยน้ำ   ผมมองร่างสูงใหญ่ที่ใส่เสื้อยืดตัวใหญ่ของผมกับกางเกงนักเรียนตัวเก่า   ผมก้มลงหยิบเสื้อผ้าที่วางกองอยู่บนพื้นใส่ตระกร้าเดินลงไปใส่เครื่องซักผ้าแล้วเดินขึ้นมาแต่งตัวข้างบนอีกรอบ
   ...อ่า-o-….
   ผมลอบปากเหงื่อเล็กน้อยพลางมองหนังสือเล่มหนาในมือใหญ่    ใบหน้าหล่อฉายแววสงสัยกับหน้าปกที่ดูล่อแหลม   นิ้วเรียวยาวกรีดข้างขอบกระดาษเตรียมเปิดดูเนื้อหาภายในเล่ม    ผมรีบวิ่งกระโจนไปจับมือใหญ่ก่อนที่จะบรรลุไปโลกใหม่   ไม่ได้นะๆ  หนังสือเล่มนั่นมัน...
   ... เมื่อเมะรุกมาเคะจะรับยังไงOoO!!...
   “อย่าเปิดนะ>////<”
   ผมกระโดดทับร่างสูงก่อนจะรีบดึงหนังสือน่าอายออกจากมือเขาโดยเร็ว    ผมยันมือกับเตียงพยุงตัวเองขึ้น   แต่รู้สึกเหมือนที่เอวผมมันจะโล่งๆแปลกๆ   
   “จะทับอีกนานมะ!!”
   ผมขยับตัวขึ้นเล็กน้อยแล้วใช้มือขยับพันผ้าขนหนูที่เอว   แต่มือเดียวมันลำบากอ่ะ-.-
   “คะ...คือ  หลับตาก่อน..ได้มั้ย-///-”
   จะลุกขึ้นนุ่งผ้าเลยทีเดียวไม่ต้องมากึ่งนั่งกึ่งนอนแบบนี้   มันจับลำบากอ่ะ
   
   หมับ

   แขนใหญ่ตวัดกอดผมนอนแนบร่างสูง    ผมเบิกตากว้างอย่างตกใจกับการกระทำของเขา   มือใหญ่ดึงผ้าขนหนูผมพันรอบเอวแล้วยัดปมอย่างรวดเร็ว   
   “เสร็จแล้วลุก...”
   ผมผงกหัวตามเสียงของคนข้างหน้า    ริมฝีปากหนาชะงักคำพูดแล้วมองหน้าผมเช่นเดียวกับผมที่นอนมองหน้าเขานิ่งไม่ขยับ    ผมรู้สึกถึงแรงกอดกระชับที่เอวทำให้ร่างผมถูกบดเบียดเข้าใกล้คนตัวใหญ่เข้าไปอีก
ในห้องที่หนาวขนาดนี้แทนที่ผมจะรู้สึกหนาว   กลับรู้สึกว่าร่างกายมันร้อนขึ้นเรื่อยๆ   หรือผมจะไม่สบายกันนะ
มือใหญ่แทรกเข้ามากุมศีรษะใต้เส้นผมสีอ่อนแล้วกดหัวผมให้โน้มเข้าไปใกล้ใบหน้ารูปสลัก     
   “ฟะ...เฟียส..อืม”
   ริมฝีปากผมแนบสนิทกับริมฝีปากเย็นๆ   ผมหลับตาปี๋เกร็งกับสัมผัสอ่อนหวานที่ริมฝีปาก     ริมฝีปากหนาค่อยๆดูดกลืนลิ้มรสริมฝีปากสั่นเครือของผม    ร่างสูงพลิกตัวผมลงไปนอนราบอยู่บนเตียงแทนตำแหน่งเขา
มือหนาลูบตามเรียวแขนผมเบาๆ   แต่นั่นทำให้หัวใจผมกระตุกวาบๆ    มันเสียววาบๆที่สะดือแปลกๆ   
   “ฮา....อื้ม”
   ผมเบี่ยงหน้าหาอากาศ   ทำแบบนี้โดยไม่ปล่อยให้ผมหายใจ    ผมเริ่มจะเวียนๆหัวแล้วนะ    พอหาใจทางจมูกไม่สะดวกผมก็ต้องปากรับอากาศแทน   แต่ดันเป็นการเปิดโอกาสให้ลิ้นร้อนๆรุกล้ำเข้ามาฉกฉวยอากาศในปากผม     ปลายลิ้นหนาดันลิ้นผมไปมาอย่างสนุกขณะที่ผมหายใจหอบอย่างคนใกล้ตาย    ถึงจะเป็นแบบนั้น...แต่ผมกลับรู้สึกดีซะได้    มือใหญ่ไล้เรื่อยลงมาหยุดที่หน้าอกผม    นิ้วเรียวนิ้วบีบเม็ดอกเล็กๆผมก็ได้แต่สะดุ้งเจ็บจี๊ด   
   ...นี่ผมปล่อยตัวปล่อยใจมากไปหรือป่าวเนี่ย...
   สติอันน้อยนิดเริ่มเตือนผม   จมูกคมสันลากลงมาสูดเอากลิ่นสบู่อ่อนๆที่ข้างคอผม    ผมหดคอต้านริมฝีปากเย็นที่ไล่จุมพิตข้างคออย่างขัดเขิน    ไม่รู้สิแต่ผมรู้สึกแปลกๆ   รู้สึกจั๊กกะจี๋จนอยากจะขำออกมาและก็รู้สึกอยากจะปล่อยเสียงร้อง....ออกมา   
   …ตะ..ตื่นเต้นจนหายใจไม่ออกแล้ว...
นี่เราเคยทำแบบนี้กันแล้วจริงๆหรอ   ถะ...ถ้าเป็นครั้งที่สอง   ผมก็น่าจะเลิกตื่นเต้นเหมือนโดนเปิดซิงได้แล้วนี่    ผมบิดขาไขว้ปิดกั้นมือใหญ่ที่เริ่มรุกเข้ามาในส่วนต้องห้าม   ไม่ได้นะ..  ทำแบบนี้ไม่ได้    ถ้าขืนทำอีกละก็นายคง....จะเมินเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก     ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนนะ   ฉัน...ฉันยังไม่ได้เตรียมใจเลย   
      “...ขอโทษ...ยะ...ยังไม่พร้อม  อย่าทำเลยนะ”
   ที่อ่านในการ์ตูนมันบอกว่าครั้งแรกจะเจ็บมาก   ถึงจะเคยโดนไปแล้ว  แต่ไม่ได้ว่าตอนนั้นมันเจ็บแค่ไหน    อีกอย่าง....อย่าทำเหมือนฉันง่ายขนาดนั้นสิ
   “โทษ..”
   ร่างสูงลุกออกจากตัวผมแล้วเดินตรงไปที่ประตู     เขา...จะโกรธหรือป่าว   
   “อย่าปล่อยตัวเวลาอยู่กับใครเข้าใจมั้ย...” เฟียสบอก
   “คะ..คือ..”
   ไม่ได้ปล่อยกับใครทั้งนั้นแหละ   ถ้าไม่ใช่...คนที่ชอบ  ก็คงไม่เผลอขนาดนี้...
   “กลับล่ะ”
   “เฟียส!  แล้ว...เสื้อละ” ผมถาม
   “ช่างมันเถอะ”
   ร่างสูงเปิดประตูออกจากห้องไปทิ้งผมในนั่งอยู่เพียงคนเดียว    บ้าจังเลย   พูดอย่างกับจะรั้งเขาไว้งั้นแหละ    ผมลุกขึ้นแต่งตัวเงียบๆก่อนจะเดินลงไปข้างล่าง   มันถึงเวลาทำอาหารแล้วผมต้องทำเผื่อพ่อด้วย
   “ยะ...ยังไม่กลับอีกหรอ-///-” 
ผมถามเบาๆ  พลางเอียงคอมองร่างสูงที่นั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าว   ใบหน้าหล่อขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วจ้องหน้าผมอย่างเคืองๆ
“ไล่หรือไง!!”
“กะ...ก็ บอกจะกลับ  ก็นึกว่า...”
“นายเอากุญแจรถฉันไปปั่นในเครื่องซักผ้าแล้วฉันจะกลับยังไง-*-”
“ห๊ะ OoO”
แล้วเครื่องซักผ้าป่านนี้ไม่เจ๊งแล้วหรอ  ตายแล้ว><   ผมรีบวิ่งไปดูเครื่องซักผ้า   มันกำลังดังครืดๆแถมกระตุก   ผมเปิดฝาดู    ที่ตัวหมุนมันมีกุญแจรถมอไซค์ติดอยู่   กรรมจริงๆเลย   ไม่คิดว่าจะหยิบติดมาด้วย
   ผมเอื้อมมือลงไปดึงพวงกุญแจที่ติดค้างอยู่ข้างใน   
      
      หมับ!

      “ทำบ้าอะไรเนี่ย!!”
      มือใหญ่กระชากแขนผมออกแล้วตวาดเสียงดัง
      “จะ..จะเอากุญแจให้ไง”  ผมตอบเสียงเบา
      “แล้วทำไมไม่เปิดเครื่องก่อน!!  โง่ชะมัด!!”
      เฟียสกระชากปลั๊กออกแล้วล้วงมือลงไปดึงกุญแจขึ้นมาแทน    ผมนี่...ทำอะไรไม่ได้เรื่องเลยสินะ
   พอเขาได้กุญแจแล้วก็คงจะไปแล้วละ   ผมก็ต้องอยู่บ้านคนเดียวอีกแล้ว...
      “จะทำอะไรอีกหรือป่าว!”
      “ห๊ะ!...อะ  เอ่อ  ทำกับข้าวน่ะ...”
      “งั้นก็ไปทำเลยเร็วๆด้วย!!”
      “อ่า..O.o?”
      “อย่ามาเอียงคอนะเว้ย!!”
      “...ขอโทษ...”
   ผมก้มหน้าเดินไปทางครัว    โดนดุอีกแล้ว....   ผมใส่ผ้ากันเปื้อนเปิดตู้เย็นหยิบผักกับเนื้อหมูออกมาหั่น    วันนี้คงต้องทำข้าวผัดอีกแล้วละ   ไม่รู้จะทำอะไรดี

   ตึง!

   ร่างสูงกระแทกตัวนั่งหน้าเคาเตอร์ครัว    ใบหน้าหล่อมองผมอย่างเอือมๆก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมากดเล่นอะซักอย่าง
   “ยะ..ยังไม่กลับ..”
   “เดี๋ยวก็กลับแล้วอยู่ดูคนโง่อยู่-_-!!”
   “โง่....”
   ผมดูโง่ขนาดนั้นเลยหรือไงนะ
   “ก็นายมันซุ่มซ่าม!  ไม่ได้เรื่อง!  ถ้าปล่อยไว้คนเดียวตอนทำกับข้าวเดี๋ยวบ้านไฟไหม้ขึ้นมาทำไงละห๊ะ!!”
   “...ผมไม่ได้โง่ขนาดทำบ้านไฟไหม้หรอก-.-...”
   “มันก็ไม่แน่หรอก!!  รีบทำสิวะ!!  คิดว่าฉันว่างมากมานั่งเฝ้าได้ทั้งคืนหรือไง!!”
   ไม่ได้ขอให้นั่งเฝ้าซักนิด-*-   เอาแต่ด่าๆแบบนี้ไม่อยากอยู่ด้วยแล้ว   ผมหยิบมะเขือเทศมาหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า   จริงๆผมเกลียดมะเขือเทศมากเลยละ   หั่นยากสุดๆ   นิ้วผมเฉียดหายวืดไปเพราะไอ้มะเขือเทศนี่แหละT^T

   ตึก!!

   ผมชักนิ้วหลบ   ไอ้มะเขือเทศนี่มันเด้งดีจริงๆเลย   เด้งหลบมีดทีผมใจหายวืดเลย   เกือบไปแล้วนิ้วผม-o-;
   “เดี๋ยวก็นิ้วกุดหรอกหั่นดีๆเด้!!”
   สั่งงี้มาหั่นเองสิ-.-    ไม่มีใครอยากสับนิ้วตัวเองหรอก
   “รู้แล้วครับๆ”
   ผมบอกแล้วก้มหน้าก้มตาหั่นผักต่อ    เพิ่งเคยมายืนทำอาหารให้คนดูรู้สึกประหม่ายังไงก็ไม่รู้    ผมมองเงาของเฟียสที่สะท้อนบนกระจกตู้สีดำ   ดวงตาคู่นั้นกำลังจ้องมองแผ่นหลังผมอยู่   
   ...นึกว่าเล่นเกมซะอีก...
   พอรู้ว่าถูกจ้องมันก็รู้สึกหน้าร้อนๆขึ้นมาอีกแล้ว    วันนี้ก็เพิ่งผ่านจุดอันตรายมาหมาดๆด้วย...   หวังว่านายคงไม่จูบฉันเล่นๆเหมือนที่คิระทำกับเซฟนะ    อ่า....แต่เท่าที่ดูแล้ว   ตอนนั้นมันบรรยากาศพาไปอะไรๆก็เกิดขึ้นได้สินะ    ก็ผมน่ะมักจะถูกเพื่อนคนอื่นจ้องจะทำแบบนั้นอยู่แล้ว   เลยคบอยู่แค่ไม่กี่คนเอาแค่คนที่ไว้ใจได้เท่านั้น     หน้าตาแบบนี้มันคงล่อลวงให้ผู้ชายอยากจะทำแบบนั้นกับผม   ถ้าผมเกิดมาบึกบึนบ้างก็ดีสิ...
   “แม่นายทำอาหารเก่งมั้ย”
   “อื้ม  แม่ผมทำอาหารอร่อยมากเลยละ”  ผมยิ้มเขินๆ
   “งั้นหรอ  นายก็ทำให้มันอร่อยๆแล้วกัน   หน้าเหมือนแม่ก็ต้องทำอาหารให้อร่อยเหมือนแม่ละ”
   รู้ได้ไงว่าหน้าตาเหมือนแม่-.-
   “แอบดูอัลบัมรูปหรอ-.-”
   ในบ้านนี่ไม่ค่อยมีรูปตั้งโชว์หรอก   เพราะพ่อไม่อยากให้รูปเก่าเร็วเลยเก็บใส่อัลบัมหมดเลย   ผมจ้องใบหน้าหล่ออย่างจับพิรุธ     ดวงตาสีชาดส่ายลอกแลกๆแสดงอาการอยางชัดเจน   ให้ตายสิทำไมเข้าห้องคนอื่นต้องมือซนกันนักนะ
   “รีบๆทำสิ!!”
   “รู้แล้วๆ”
   ผมลงมือทำอาหารต่อให้เสร็จ   ผมตักข้าวผัดใส่จานใหญ่ๆไว้    เสียงเก้าอี้เลื่อนออกเรียกสายตาผมให้หันไปมองร่างสูงโปร่งที่ลุกขึ้น
   “จะ..จะกลับแล้วหรอ”  ผมถาม
   “อืม”
   “ทำเผื่อไว้ให้ด้วยนะเนี่ย...ไม่อยู่กินก่อนหรอ”
   “จะมืดแล้ว”
   ผมก้มหน้ามองพื้น    อยากให้ลองกินอาหารที่ผมทำดูนะ   ก็...ก็แค่  แบบว่าๆ  ถือว่าเป็นค่านั่งเฝ้าแล้วกัน   แต่เฟียสจะกลับแล้วนี่นา   เฮ้อ~
   “ตักใส่กล่องสิ”
   “หือ?  อะไรนะO.o” ผมถามทวน
   “ตักใส่กล่องมาดิจะเอาไปกินบ้าน!!”
   “อะ..อื้ม  รอแปปนะ^^”
   ผมยิ้มกว้างแล้วเดินไปหยิบกล่องพลาสติกที่แถมมาเวลาซื้อบะหมี่แพ็คๆมากิน    ผมตักข้าวผัดใส่กล่องก่อนจะเอายัดลงถุงยื่นให้เฟียส
   “กินให้หมดนะ><” ผมบอก
   “จะเอาไปให้หมากิน!!”
   “อ่า..T^T”
   ข้าวผัดที่ผมทำมันไม่น่ากินขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย
   “ยื่นขาหน้ามา!!” เฟียสสั่ง
   ถึงจะไม่ใช่หมาแต่ผมก็ต้องยื่นให้มันใช่มั้ยอ่ะ   มือใหญ่วางการ์ดไพ่ลายข้าวหลามตัดลงบนมือผม   ผมเงยหน้ามองเขาอย่างงงๆ   คือ...จะบอกเป็นกลายๆว่าจะมาเล่นไพ่ด้วยอะไรอย่างนี้หรอ
   “โฮม่าจะจัดนิทรรศการ   ถ้าอยากเข้าสะดวกๆก็ยื่นการ์ดนี่ให้พวกคนคุมหน้าโรงเรียน”
   อ่อ   ผมพยักหน้าหงึกๆเหมือนจะเข้าใจ   มันคือบัตรเข้างานอะไรประมาณนี้สินะ
   “แล้วจะไปนะ”  ผมบอก
   “ไม่ใช่ “แล้วจะไป”   แต่ต้องมา!!”
   “..บังคับกันนี่”
   “เข้าใจมั้ย!!”
   “เข้าใจ><”
   ใบหน้าหล่อกระตุกยิ้มเท่ๆให้ผม   โอ้ววว  ยิ้มเป็นด้วยหรอเนี่ยกับผมเนี่ยนะ  *o*

   โป๊ก!

   “เขกหัวทำไมอ่ะ>.o” ผมร้อง
   “ทำหน้าน่าหมั่นไส้-_-”
   “มะ...เมื่อกี้  ยิ้มหรอ^^”
   “ดูยังไงยิ้มห๊ะ!!  แยกเขี้ยวโว้ย!!”
   “แยกเขี้ยวก็แยกเขี้ยว^^”
   “อย่ามายิ้มนะเว้ย!!  พูดย้อนแบบนี้หมายความว่าไงวะ!!”
   “ยะ..ยังไม่ได้พูด..”
   “พูดอยู่นี่ไง!!  จะเถียงกับฉันหรอห๊ะ!!”
   ไอ้หมอนี่   หาเรื่องกันชัดๆ   เบื่อจะเถียงแล้ว   วันนี้เพลียจริงๆเลยT^T
   “ไม่เถียงแล้วหรือไง!!!”
   เฮ้อ....เบื่อคุณมึงจังเลยครับ  ไอ้พี่ว้าก-*-   





+++นักเขียนนนน+++
เขียนอย่างเหนื่อย   โฮกกกก   :katai4:
 ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ
ทั้งคนที่อ่านประจำหรือพึ่งมาอ่าน   จริงๆก็อยากอัพทุกวันนะ
แต่ต้องรอปิดเทอมอ่ะจ้าถึงจะอัพวันเว้นวันเลย555+

น้องน้ำนี่จะยั่วเกินไปแล้ว  มันสมควรโดนจับกดจริงๆ
กำลังคิดว่าเฟียสมันจะความอดทนสูงเกินไปไหมหว่า   
อยากแต่งกดๆเร็วๆจังเลย  หึๆ

อยากจะลองแต่งนิยายส่งสำนักพิมพ์ดู   แต่ฝีมือยังไม่ค่อยเข้าขั้นเท่าไหร่
นิยายตัวเองอ่านเองยังงงเองเลย  แล้วคนอ่านจะงงมั้ยเนี่ย
ถ้างงตรงไหนถามได้  ติได้นะคะ  จะได้นำไปพัฒนา
ไม่เครียดเรื่องติจ้า  แต่เข้ามาด่านี่ไม่เอานะ  :hao3:

ออฟไลน์ aiaea83

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 676
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +494/-5
คู่นี้หวานปนโหด (?) ฮ่าๆๆ
เฟียสก็ไม่พูดดีๆ หรือว่าเขินเลยต้องทำแบบนั้น
รออีกคู่ค่าาา  :L2:

ออฟไลน์ HISY

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3645
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-3
เวลาน้ำเอียงคอเฟียสหวั่นไหวอ่ะเด่ โด่
คู่นี้ดูก้าวหน้าไปมากๆอ่ะ

ออฟไลน์ e-ga-g

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-2
เฟียสน่ารัก -.- ซึนเดเระฝุดๆไปเลย

ออฟไลน์ TheWanFah

  • ความใกล้ชิด บางครั้ง ทำให้เราเผลอคิดไปเอง
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-1
ขอทายว่าเวลาน้ำค้างเอียงคอ มันต้องโมเอ้สุดๆ เฟียสทนไม่ไหว
น้ำค้างใช่ เพท ของเฟียสไหมค่ะ  :z3: o13

ออฟไลน์ MZter

  • ~ใครหาว่าผมอินดี้...ผมเกรียนจะตาย(•`^`•)~
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 333
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-1
น้ำยังไม่ได้เตรียมใจ... แต่คนทางนี้เตรียมทั้งกายทั้งใจเพื่อรออ่านเลย 555
สู้ๆนะคร้าบ จะรอต่อไป ระหว่างนี้จะไปตามเก็บsulfurรอก่อน :hao7:

ออฟไลน์ wi_OoO_wi

  • payaaa payaaa padazz taa
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 888
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-1
อะไรจะน่ารักขนาดนั้น พว้ากของเรา

ไม่ทำอะไรเลยยยย  :katai2-1: :katai2-1:


CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ full69

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 648
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-2
เฟียส น้ำมะนาวไหม???

 :katai2-1: :katai2-1:

ออฟไลน์ sukaz

  • I Will Love You Unconditionally
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1439
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-3

@Lucifer_Prince@

  • บุคคลทั่วไป
เฟียสอ่ะ  ชอบเค้าแล้วทำไมถึงอยู่สายซึนล่ะ  ชอบก็บอกไปเลยมาทำอะไรแบบนี้  หวงเค้าก็บอกสิ  นี่ถ้าน้ำไม่หยุดเฟียสก็คงไม่หยุดสินะ  ขอบคุณคัฟคนเขียน ^^

ออฟไลน์ เต่าตุ่น

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +232/-12
สนุกมากกกกกกกกกกก
เพิ่งมาอ่านอ่ะ
อารมณ์แบบเหมือนอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นเลย
ชอบๆๆๆๆๆ :hao6:

ออฟไลน์ cher7343

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1686
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-4
อยากอ่านคู่หลักแล้ว  :hao7: อิอิ

ออฟไลน์ enzang2660

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 87
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

บทที่ 6.1

[Save’s part]
   ผมเดินตามแผ่นหลังกว้างเข้ามาในบ้าน....“บ้าน” ซึ่งทำให้ผมสับสนว่านี่มันคือ บ้านหรือปราสาท (บ้านมึงรวยมากใช่มั้ย  กว้างซะจนต้องนั่งรถกอล์ฟจากหน้ารั้วมาหน้าบ้าน) -_- 
“บ้าน” ซึ่งทำให้ผมสับสนว่านี่มันคือ บ้านหรือร้านเมดคาเฟ่    ไหงสาวใช้ถึงออกมาต้อนรับที่บันไดหน้าบ้านกันให้พรึ่บ–o-
“บ้าน” ซึ่งทำให้ผมสับสนว่านี่มันคือบ้านในประเทศไทยหรือยุโรป นอกจากจะไม่มีเค้าความเป็นญี่ปุ่นแล้วยังไม่มีความเป็นไทยเลย   นี่มันไม่เรียกบ้านแล้ว  นี่มัน  This is the คฤหาสน์(อภิมหึมาโคตรมหาใหญ่)–o-!!
“ห้องรกหน่อยนะ”
ร่างสูงเอ่ยเสียงเรียบ   มือใหญ่เปิดประตูบานไม้แกะสลักสีขาวออกให้ผมเดินเข้าไป    ผมหันหน้าซ้ายขวาสำรวจห้องโล่งกว้างขนาดใหญ่     ผมเงยหน้ามองหน้าต่างสูงโค้งมนที่มองเห็นวิวทิวทัศน์ข้างนอกได้ชัดเจน     ใกล้ๆกับหน้าต่างมีเปียโนเครื่องใหญ่วางอยู่   ถัดมาที่มุมห้องเป็นชั้นหนังสือขนาดใหญ่ที่เรียงยาวไปตามกำแพงเหมือนเป็นห้องหนังสือซะมากกว่าจะเป็นห้องนอนด้วยซ้ำ    ห้องนี้ไม่เห็นมีเตียงเลยผมเห็นแต่โซฟาเซตหรูกลางห้องเอง
“ให้ทำตรงไหนละ”
ผมปั้นหน้านิ่งถาม    อยากกลับบ้านเร็วๆ  อยู่ด้วยนานๆผมอึดอัด   ร่างสูงไม่ตอบเพียงแต่เดินมุ่งไปหาแมวขนปุยสีขาวที่กระโดดลงจากเบาะนั่งไร้พนักพิง   
“เหมี๊ยว~”
เจ้าแมวขนยาวร้องแล้วเดินเข้ามานัวเนียรอบๆขาคิระ    เขาย่อตัวลงลูบหัวเจ้าแมวเบาๆอย่างเอ็นดู    ไม่คิดว่าผมจะมีโอกาสได้เห็นอะไรแบบนี้   คนแบบนี้อ่อนโยนกับแมวได้ด้วยหรอเนี่ย
“ทักทายฝาแฝดของนายสิฮารุ”
เสียงทุ้มเปรย   ดวงตาสีเข้มเหลือบมองผมเล็กน้อย
...ฝาแฝด-o-…
ผมยืนงงเล็กน้อยแต่พยายามจะเข้าใจที่เขาพูดนะ   แต่ผมเป็นแฝดกับเจ้าแมวนี่หรอ  ยังไงกันละวะ
“ฉันมีการบ้านต้องทำนะ”  ผมบอก
“รอแปบนึง”
ร่างสูงลุกขึ้นเดินตรงหายเข้าไปในห้อง   เอ่อ...ห้องนี้ก็คือส่วนหนึ่งของห้องนอนใช่มั้ย   แล้วทำอย่างกับเป็นคอนโดต้องมีห้องรับแขกแยกกับห้องนอน   สงสัยที่จะเหลือเยอะไม่รู้ทำอะไรดี-.-
“เหมี๊ยว~”
ผมย่อตัวนั่งลงมองแมวที่ชื่อฮารุ  พันธุ์เปอร์เซียหน้าตุ๊กตาสินะ   ขนสวยจังเลยนะผมลูบมือไล้ไปตามเส้นขนนุ่มสลวย   เพลินดีเหมือนกันนะ

ควับ!

ขณะที่ผมกำลังเคลิ้มไปกับขนนุ่มนิ่มไอ้แมวนี่ก็ตวัดเล็บข่วนมือผมเต็มๆ   ให้ตายสิเลือดซิบเลย   แสบชะมัด     เจ้าแมวฮารุเดินสะบัดก้นเอาหางตบหน้าผมก็จะเดินเชิดๆกระโดดไปนอนที่เดินโดยที่สายตามันก็ยังจ้องผมเขม็ง   
...กูทำไรผิดวะ  ข่วนกูไมอ่ะ-o-;…
“เจ็บหรือป่าว”
ผมหันหน้าไปหาต้นเสียง   คิระย่อตัวลงหยิบมือผมเข้าไปดูใกล้ๆ
...ทำแบบนี้อีกแล้วนะ!!...
ผมชักมือกลับพลางลุกขึ้นเดินหนีไปอีกทาง   บอกแล้วไงว่าไม่อยากให้ทำแบบนี้    ผมไม่อยากเข้าใจผิดอีกแล้ว    ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นคนยังไงกันแน่   บางทีก็คงชอบไปนัวเนียกับคนอื่นไม่ต่างจากแมวหรอกมั้ง    ทำให้เคลิ้มจนหลวมตัวไม่ทันระวังก็ข่วนจนผมเจ็บ...
“ไม่สบายหรอ”  คนตัวใหญ่ถามผม
“ถ้าบอกว่าไม่สบายจะให้กลับบ้านมั้ยละ”  ผมย้อน
“...ไม่...”
“มีอะไรให้ทำก็บอกมาสิเร็วๆ”
ห้องก็ไม่ได้รกสักนิด   อีกอย่างบ้านมีเมดเยอะขนาดนี้ยังอุส่าห์ถ่อไปลากผมมาทำความสะอาด
“เดี๋ยวเสื้อผ้าเลอะเปลี่ยนชุดก่อน..”
นายนั่นบอกผมก่อนจะยื่นเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้ผม   ผมรับมาอย่างเซ็งๆ
...ชุดไรวะเนี่ย-o-…
ผมมองเสื้อแขนตุ๊กตาสีดำเข้ม   เสื้อสีขาวด้านในมีโบว์เส้นเล็กๆผูกไว้หลวมๆ   ผมยกชุดขึ้นดูชายกระโปรงที่ระบายด้วยลูกไม้แถบใหญ่    ไอ้ชุดนี่มันอะไรกัน   จะให้ผมใส่หรอ!!   ผมจ้องหน้าไอ้ปลาดิบเขม็ง  นี่มึงเอาอะไรมาให้กูใส่วะห๊ะ!  รสนิยมมึงๆก็ใส่เองสิเกี่ยวไรกับกู!!
“ไม่ใส่!” ผมปฏิเสธแล้วยื่นชุดคืน
“ถ้าไม่ใส่ระวังฮารุจะกัด”
“ช่างหัวมันสิ!  ยังไงฉันก็ไม่ใส่หรอก  ชุดเมด...”
“แมวกัดร้ายแรงกว่าหมากัดนะ”
“เรื่องนั้นรู้อยู่แล้วน่า!”
เคยได้ยินมาว่าถ้าแมวบ้าหนักกว่าหมาบ้า  ถ้าโดนกัดละก็ได้ฉีดยาระบมแน่   
“ฮารุไม่คุ้นกับคนแปลกหน้า  ห้องนี้มีแต่เมดที่เข้ามา”
“จะบอกว่ามันเห็นแค่นายกับพวกเมดงั้นดิ-o-” เลี้ยงแมวยังไงเนี่ย
“ใช่  ถ้านายยังไม่เปลี่ยนฮารุจะ...”
“ถ้ามันกัดฉันนะฉันจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากนาย!!”
“เท่าไหร่ละ”
“หึ!  จะเอาให้จนเลย!!”
“วิธีนั้นคงได้เงินไม่เยอะหรอก”
“งั้นฉันจะเดินไปชนรถบ้านนายให้นายจ่ายค่าทำขวัญ  ได้อีกเด้งนึงค่ารักษาพยาบาลด้วย~”
“..งั้นมาช่วยผลาญเงินฉันโดยการเข้ามาอยู่ที่นี่ง่ายกว่ามั้ย..”
พะ...พูดบ้าอะไร   ไม่ๆอย่าหวั่นไหวนะ   ห้ามหวั่นไหวอีกเป็นอันขาด   ถึงคำพูดมันจะสื่อความหมายแบบนั้น   แต่หมอนี่เป็นลูกครึ่งคงจะบ่งพร่องทางภาษาไทย  ไม่รู้จะพูดยังไงเลยพูดแบบนี้   เพราะงั้น...อย่าคิดไปไกลนะเว้ยเซฟฟฟฟ
“พูดมากขึ้นทุกวันเลยนะ” ผมบ่นมัน
คิระยกมือเตรียมจะล็อกคอผมแต่ผมกระโดดไปหลบหลังโซฟา   แล้วก็ใกล้กับไอ้ฮารุนั่นด้วย    ผมเหลือบหางตามองเจ้าแมวที่สะบัดหางไปมาอย่างหงุดหงิด   มันจ้องตามผมตาไม่กระพริบเลย     นี่มันจ้องจะกัดผมจริงหรอเนี่ย!!   เป็น S เหมือนเจ้านายมันไม่มีผิดแล้วทำไมผมต้องเป็น Mด้วยล่ะ!!
“เอาชุดมาจะไปเปลี่ยนห้องน้ำอยู่ไหนละ”
ผมถามพลางดึงชุดออกจากมือคิระ
“อยู่ในห้องนอน...จะเข้าไปหรอ”
อ่า...  มันคงเป็นเรื่องเสียมารยาทสินะ   ไม่เหมาะที่จะทำแบบนั้นถึงถามแบบนี้ใช่มั้ย   นั่นสิห้องนอนก็มีไว้สำหรับเขากับคนพิเศษที่เข้าได้   ก็มันเป็นพื้นที่ส่วนตัวนี่นะ    ผมละสายตาจากประตูห้องนอนมาประตูข้างๆ   ผมเดินไปเปิดประตูห้องใกล้ๆนั่น   แต่เปิดมาก็เจอแต่รองเท้า-o-
      “เปลี่ยนตรงนี้สิ”
      “ไม่!”
      ผมหันไปเปิดประตูบานที่สามแล้วแทรกตัวเข้าไปในห้องนั้นทันที   
      ...ห้องฮารุสินะ...
   ถึงผมจะอ่านป้ายภาษาญี่ปุ่นบนเตียงนอนขนาดย่อมสีแดงไม่ออกแต่ดูจากข้าวของเครื่องใช้  ไม่ว่าจะ เป็นที่ใส่อาหาร   ที่ลับเล็บ   แปรงหวีขน  ถ้าบอกว่าคนใช้คงไม่ใช่อ่ะ   แล้วไอ้ที่ใส่น้ำนั่นมันฝังพลอยด้วยใช่มั้ยทำไมมันวิบวับๆแบบนั้น   จะไฮโซไปละ  -o-!!   ไม่ใช่เวลามาบ่นแล้ว   ผมต้องกำกลืนใส่ชุดบ้าๆนี่แล้วละ   เฮ้อ~  ทำใจยากจริงโว้ย!!

   แอ๊ด~

   ผมก้าวเท้าออกมาจากห้อง   มือก็ดึงชายกระโปรงบานๆสิบกว่าชั้นลงให้ถึงเข่า    ชุดเมดบ้านมันยาวกว่านี้ไม่ใช่หรอ   ไงชุดผมกระโปรงมันสั้นแค่ครึ่งขาแบบนี้อ่ะ    ผมสะบัดหน้าเมินสายตาคมที่มองผม    เสียงเท้าหนักเข้ามาใกล้และหยุดตรงหน้าผม    ผมขยับตัวออกห่างมาอีกก้าว   ไม่อยากอยู่ใกล้ครับ   เกลียดขี้หน้า!
   “ให้ทำไรว่ามา!” ผมบอก
   “เปลี่ยนผ้าม่าน”
   “อีกทีดิ๊-o-”
   “เปลี่ยนผ้าม่าน”
   “อีกที>O<!”
   “เปลี่ยนผ้าม่าน”
   เปลี่ยนโพ่งมึงวันนี้!!  แล้วหน้าต่างห้องมึงสูงเกือบห้าเมตร!!   สูงเท่าไททันเลยนะเว้ย!!  ไม่ทราบว่าคุณมึงจะให้กูขึ้นไปเอามันลงมายังไง   โหนสลิงไปเอาหรือไงวะ!!   
      “จะบ้าหรอ-o-!!”
      “มีบันได”
   มันชี้ไปที่บันไดขาตั้งสีเงินๆ   บันไดที่คนทำความสะอาดเช็ดกระจกตามห้างใช้อ่ะครับ    ผมเดินไปโยกบันไดทดสอบความมั่นคง....ที่หาไม่ได้เลย-_-;   
   “ขึ้นสิ” คิระสั่ง
   “ขอไปทำประกันแปบได้มั้ย-o-” ผมถาม
   “ฉันรับผิดชอบเอง”
   “ถ้าฉันตกมาพิการ  หรือหัวน็อคพื้นตายทำไงละ!!”
   “ถ้าตายจะจ่ายเงินทดแทนให้ครอบครัวนาย”
   “ฟังดูดีนะ  ซื้อโลงติดแอร์ให้ด้วยสิ-*-”
   “ถ้าพิการ...ฉันจะเลี้ยงนายตลอดชีวิต”
   “ฉันไม่อยากอยู่กับนาย  แค่อยู่ใกล้ๆก็.....”
   อึดอัดจะแย่แล้ว...   ให้อยู่ด้วยกันไปตลอดไม่ไหวหรอก  ในฐานะเพทน่ะหรอ 
   “จับให้ดีๆแล้วกัน!”
   ผมบอกแล้วก้าวขาเหยียบบันไดขึ้นไปทีละขั้นๆ   รู้สึกหวิวๆเวลาแอร์ลอดใต้ขาจังเลยหว่ะ   เย็นแปลกๆหรือว่าเพราะใส่กระโปรงหว่า
   ...-_-….
   กระโปรง!!
   ผมก้มลงไปมองคนข้างหน้าที่แหงนหน้ามองใต้กระโปรงผมอย่างโจ่งแจ้ง    กรรม!!  เห็นกางเกงในเลยดิวะเนี่ย  วันนี้ผมไม่ได้ใส่บ็อกเซอร์มามันร้อนอ่ะ
   “นี่!!  ก้มหน้าเดี๋ยวนี้เลยนะ>///<” ผมบอก 
มือก็รวบกระโปรงบังกางเกงใน 
“อืม”
ไอ้ปลาตายรับคำหน้านิ่งๆ   พอมันก้มหน้าผมก็รีบปีนขึ้นไปปลดผ้าม่านออกจากราว   ไม่รู้จะติดเพื่ออะไรนะ   ใหญ่ก็ใหญ่  ยาวก็ยาว  หนักก็หนักโยนทิ้งแม่ งเลย-*-

แผล๊ะ!

ผมโยนผ้าม่านลงพื้นแล้วไต่บันไดลง
“บอกให้ก้มหน้าไง!!”
ผมว้าก   ไอ้บ้านี่เงยหน้าขึ้นมาหาพี่หรือไง   หาไม่เจอหรอกเจอแต่น้องผมเนี่ยแหละ-*-    ไอ้ปลาตายเดินยกบันไดไปอีกด้านของม่านที่ยังไม่ได้เอาลง   ผมก็เดินตามมันไป   แต่รอบนี้ผมไม่ปีนแล้วนะ!!
“นายปีนบ้างสิ  เดี๋ยวจับให้-///-” อายหว่ะ  กางเกงใน...
“ปีนสิ”
“ไม่!!  นายแหละปีน>O<!!”
“งั้นไม่ทำละเรียกแม่บ้านมาทำ-_-”
....มึงเพิ่งคิดได้หรอ-*-...
แต่ก็ดีผมจะได้กลับบ้านเร็วๆซะที

หมับ!

แขนใหญ่ตวัดยกเอวผมลอยจากพื้น   ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าจ้ำไปที่โซฟาก่อนจะกระแทกตัวนั่งลง  แล้วมึงจะนั่งทั้งทีต้องลากกูมานั่งตักด้วยหรอวะ!!
      “ทำบ้าอะไรเนี่ย!!”
   ผมยันแขนโซฟาเพื่อลุกขึ้น   แต่แขนแกร่งก็โอบรัดเอวผมไว้แน่น   ตัวผมเลยเด้งกลับไปนั่งบนตักมันเหมือนเดิม    มือหนาเริ่มพันโอบรอบตัวผม   มันวางแขนพาดพันรวบแขนผมไปยันไหล่   อีกมือก็ยิ่งล็อกเอวผมแน่นยิ่งกว่าปลิง
   “ปล่อยนะ!!”
   ผมเริ่มดิ้นไปมาในอ้อมแขนที่โอบล้อมผมไว้    ให้ตายสิ!!  แขนหรือโซ่วะ!!  ทำไมมันหลุดยากแบบนี้
แขนใหญ่กอดกระชับเอวผมแน่นขึ้นจนผมรู้สึกเจ็บซี่โครง    ผมง้อตัวเพราะโดนรั้งร่างให้ไปแนบชิดกับแผงอกกว้าง    คางแหลมๆทิ่มลงบนไหล่ผมพร้อมกับใบหน้าคมคายที่แนบใบหน้าใกล้กับหน้าผม    ผมหน้าหลบมือก็แกะพันธะนาการหนาแน่นออก   แต่ดูเหมือนจะไม่ขยับเลย
   “บอกแล้วไงว่าอย่าทำแบบนี้!!  ไม่ชอบปล่อยเดี๋ยวนี้!!”
   “..ทำไม..”
   “บอกให้ปล่อยไงเล่า!!  ทำไมชอบทำตัวให้เกลียดนักนะ!!”
   อย่าทำแบบนี้!!   นายรู้มั้ยว่าฉัน...ฉันน่ะ   ไม่อยากเจ็บปวดหัวใจอีกแล้ว
   “..กะ...เกลียดฉัน...”
   เสียงทุ้มเอ่ยสั่นเครือ   ร่างสูงใหญ่โถมตัวรัดผมไว้แน่นจนผมเจ็บไปทั้งตัว   ตัวผมก็ไม่ได้มีไขมันมากพอโดนร่างกายหนาที่มีกระดูกใหญ่แบบนั้นเบียดเข้าก็เจ็บสุดๆเลย    ผมอ้าปากพะงาบเมื่อโดนรัดช่วงท้องหนักขึ้น
นี่จะฆ่ากันหรือไง...
   “หะ...หายใจไม่ออก...ปล่อย!!”
   “..ถ้าปล่อยก็จะหนีไปใช่มั้ย..”
   “ก็ใช่น่ะสิ  โอ้ย!!  นี่มันอึดอัดนะ!!”
   ยิ่งพูดเหมือนยิ่งยุ   ตอนนี้ตัวผมถูกกอดแน่นจนต้องห่อตัวขดเป็นหอยทากแล้ว   ผมรับรู้ได้ถึงความร้อนจากร่างกายของคิระที่ส่งผ่านมายังแผ่นหลังผม    ผมรู้สึกว่าหัวใจเขาเต้นรัวขึ้น   เสียงหายใจหอบแรงก็ดังขึ้นเช่นกัน   
   ..โมโหอยู่หรือไง...
ผมชักเริ่มกลัวซะแล้ว    ผมหลับตาแน่นกลั้นหายใจลุ้นอย่างเกรงกลัว    เขาจะทำอะไรรุนแรงกับผมหรือป่าวนะ   
...คิระ...นายน่ากลัวไปแล้วนะ...
ใบหน้าหล่อฝังลงซบไหล่สั่นเทาของผม    ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไร   แต่ดูเหมือนเมื่อกี้เหมือนเขากำลังโมโหอะไรผมอยู่   ผมเลิกดิ้นนั่งนิ่งๆแต่โดยดี   คิระก็ค่อยๆผ่อนแรงกอดผมลงเล็กน้อยพอที่ผมจะหายใจได้   เสียงหายใจเริ่มกลับสู่ปกติ   แรงเต้นของหัวใจก็เริ่มสงบลง
   “...บอกแล้วไงว่าให้ช่วยทำกับฉันเหมือนสัตว์เลี้ยง   ฉันไม่ได้ต้องการแบบนี้ซะหน่อย   เรื่องแบบนี้เก็บไว้ทำกับแฟนของนายเถอะ...”
   ขอร้องละ   อย่ามาใกล้ชิดกันเกินเพทกับเจ้านายเลย   สงสารฉันบ้างสิ   คนที่เจ็บปวดจากการกระทำฉาบฉวยของนายน่ะ.....มันทรมาณนะ
   “สำหรับฉัน PET ไม่ใช่สัตว์เลี้ยง...”
   เสียงทุ้มกระซิบข้างใบหูผม   ด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจังแบบนั้นมันทำให้หัวใจผมเริ่มทรยศคำปณิธานที่ผมตั้งใจจะเลิกหวั่นไหวกับเขา    เพราะเป็นแบบนี้ไง...ถึงไม่อยากอยู่ใกล้   อยากจะเกลียด...  อยากไปให้พ้นๆ
ไม่มีอยากจะรอฟังแต่ร่างกายผมก็ดันดื้อไม่ยอมลุกหนีทั้งที่มีโอกาส   
   ...จะรอฟังอะไรละ...
   น่าจะรู้อยู่แล้วไม่ใช่หรอ  เพทยังไงก็เป็นเพทอยู่วันยังค่ำ
   มืออุ่นเชยปลายคางผมขึ้นให้หันหน้ากลับไปสบดวงตาผม     ผมผลุบสายตาต่ำลงไม่กล้าสบดวงตาแน่วแน่นั่น     ปลายนิ้วยาวเกลี่ยแก้มขึ้นสีของผมไปมาเหมือนจะบอกให้ผมเงยหน้าสบตาและฟังเขา    ผมเม้มปากรู้สึกหน้าร้อนอย่างบอกไม่ถูก   จะมองจ้องกันไปถึงไหน  ทะลุยันกระดูกแล้ว...
   “PET คือ.....”






+++คนเขียน+++
ง่วง...ไม่ชอบนอนดึกเลย  แต่รายงานเสร็จไปหนึ่งแล้วโล่งงง><
ตัดจบแบบกวนๆ  555 
 :katai4:
ที่ถามว่า น้ำเป็นเพทของเฟียส? ตอบไปในข้อความลับแล้วน่อได้อ่านบ่
ตอบในนี้อีกทีนะ..."ยังจ้า  เฟียสยังไม่ใ่ปลอกคอให้น้ำเลย><"
ใครสงสัยอะไรถามได้จ้า 
 :-[
ช่วงนี้เสียใจ ผิดหวังกับDek-D ทำไมต้องแบนน้องซัลเค้าด้วยT^T
ตอนเปิดเรื่องไม่เคยโดนเลยนะ  มาโดนตอนปิดเรื่องแล้ว
แบบว่า...ปิดแล้วยังตามมาเก็บอีกนะ  นึกว่ารอดแล้วเชียวTOT
แบนไป2รอบแล้ว  เหลืออีก4 แล้วไม่บอกรอบเดียวจบ
ชอบทิ้งคำว่า"บทความนี้ถูกแบนไว้..."
 :mew5:


@Lucifer_Prince@

  • บุคคลทั่วไป
ฮี่ๆเพทของคิระคืออะไรหว่า  ตัดแบบนี้สงสัยพี่เอ็นอยากโดนบอมท์[ล้อเล่นน๊า]  ค้างอ่ะพี่เอ็น  รีบมาต่อพาร์ทสองนะ  รู้สึกเว็บเด็กดีมีปัญหาบ่อยเนอะ  ดีนะเค้าอ่านแต่เว็บนี้  เป็นกำลังใจให้พี่เอ็นน๊า^^

ออฟไลน์ wi_OoO_wi

  • payaaa payaaa padazz taa
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 888
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-1
เด็กดี แค่มันออกเเนววายๆหน่อย มันก็แบนเเล้วววว เว็บนี้โรคจิตเยอะอ้ะ :laugh: :laugh:

ชุดเเต๋วมาก ตกลงชอบกระเทยใช่มั้ยคุณคิระ  :hao7: :hao7:

ออฟไลน์ MZter

  • ~ใครหาว่าผมอินดี้...ผมเกรียนจะตาย(•`^`•)~
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 333
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-1
Whattttt that 'Pet' mean???????
อยากรู้ๆๆๆๆๆ ตัดซะฉับเลย โหดร้าย

ปล.น้องซัลถูกแบนเหรอครับ ผมยังตามอ่านไม่จบเลยยย

ออฟไลน์ sukaz

  • I Will Love You Unconditionally
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1439
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-3
ค้างงงงงงงงงง

 o22 o22 o22 o22

กรี๊ดดดดดด ค้างอ่ะ ค้าง
 :a5: :a5: :a5: :a5:
แง่ง แง่ง แง่งงงงงงง

 :m31: :m31: :m31: :m31:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ TheWanFah

  • ความใกล้ชิด บางครั้ง ทำให้เราเผลอคิดไปเอง
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-1
Pet คือ...
ค้างเลย

ออฟไลน์ mintra1982

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 44
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
PET นี่เป็นตัวย่อรึเปล่าคะ  :katai3:

ออฟไลน์ HISY

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3645
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-3
คืออะไร ค้างน้าาาาา

ออฟไลน์ puppyluv

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2539
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2000/-20
PET ??????
ตัดได้กระชากใจ มว้ากกกกก
 :hao5:
อยากรู้ อยากอ่านต่อ
บวกและเป็ด

ออฟไลน์ mind223

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 240
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-1
PET คือ....? //คือ...ค้างง -0-  :a5: :a5:

ออฟไลน์ clock_nuchchee

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 243
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1

ออฟไลน์ enzang2660

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 87
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
บทที่ 6.2

แอ๊ด~

“ไม่ทราบว่าทำอะไรกันอยู่คะ...”
   น้ำเสียงราบเรียบลอดผ่านริมฝีปากสีกุหลาบ    ผมรีบสปริงตัวออกจากตักของคนมีเจ้าของด้วยความอายอย่างสุดซึ้ง   ดวงตาเรียบเย็นปราดมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะละกลับไปหาคิระ
   “เพิ่งรู้ว่าพี่คิระมีรสนิยมแบบนี้นะคะ  แล้วนี่เพทพี่คิระหรอคะ ฮะๆ”
   ผมก้มหน้างุดกำชายกระโปรงแน่น  ให้ตายสิน่าอายที่สุดเลย  เรียวขาสวยก้าวมาหยุดอยู่ตรงหน้าผม
ใบหน้าสวยเอียงคอมองผมที่ผลุบหน้าหลบอยู่   ผมได้ยินเธอหัวเราะคิกคักๆ  นั่นสินะมันคงน่าตลกอยู่ไม่ใช่น้อย
แต่ถ้าผมไม่ใส่แบบนี้ไอ้แมวบ้านั่นมันอาจจะกัดผมก็ได้-///-
   “พี่คิระเนี่ย~ ขี้แกล้งจังเลยนะคะ”
   “มาถึงนี่มีอะไรหรอ”
   บุคคลหน้าตายแห่งปีถามกลับไป    สาวน้อยน่ารักคนนั้นถึงกับขมวดคิ้วสะบัดหน้างอนทันที
   “ก็จะถึงวันครบรอบที่เราเป็นแฟนกันแล้วนี่   ถ้าไม่มาเตือนเดี๋ยวพี่ก็ลืมอีก-3-”
   “....ลืมไปแล้วละ”
   ผมถึงกับอ้าปากพะงาบๆเมื่อได้ยินเขาตอบ   จะบ้าหรือไงวะ!!  พูดแบบนั้นกับแฟนตัวเองได้ยังไง    นี่มันเป็นแฟนประเภทไหนของมันเนี่ย    ผมมองดวงตาสวยที่ส่ายระริกเหมือนกำลังน้อยใจอยู่    ถ้าไปผมเจอแบบนี้ผมคงบอกเลิกเลยละ   
   “คิระ...”
ผมเรียกเขาเบาๆ  ใบหน้าเรียบนิ่งหันมองผมที่ส่ายหัวเป็นเชิงเตือนให้เขารู้ตัวว่าเขาพูดไม่ดีไปนะเมื่อกี้
“ไม่เป็นไรหรอกคะ  พี่คิระ...เขาก็เป็นแบบนี้  รินรู้อยู่แล้วละก็คบกันมาตั้งหลายปีแล้วนี่นา”

แปล๊บ!

เหมือนมีใครเอาเครื่องช็อตไฟฟ้ามาจี้ตัวผม   มันรู้สึกแสบๆอย่างบอกไม่ถูก   ถึงจะเป็นความรู้สึกแค่แว้บเดียวก็เถอะ   
....แต่มันก็เจ็บ...
ผมได้แต่ยิ้มเจื่อๆออกไป   ผมเริ่มรู้สึกลำบากใจถ้าจะต้องยืนฟังพวกเขาคุยกัน   รู้สึกว่ามันจะไม่ใช่เรื่องของผม   ผมไม่ควรยืนเป็นกางขวางพวกเขาแบบนี้  ....ไม่ควรที่จะมาที่นี่ด้วยซ้ำ...
“นี่....พี่คิระไม่ได้บอกเพทของพี่หรือไง   ไม่ได้นะถึงจะเป็นแค่เพทก็ต้องให้รู้เรื่องส่วนตัวของเจ้านายบ้างสิ”
“ไม่จำเป็นต้องบอก” คิระตอบ
อ่อ....กูเลยเป็นควายโดนหลอกเพราะมึงไม่บอกกูไงละ...  เหอะๆ
“ก็เหมือนหมาไง  ถ้าไม่แขวนปลอกคอก็ไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ....”
ผมชะงักสบดวงตาสีคาราเมลที่จ้องมองมา   ไม่รู้ว่าทำไมในอกผมมันถึงสั่นไหว   มันรู้สึกร้อนจนเหงื่อออกทั้งที่อยู่ในห้องแอร์แท้ๆ
“ถ้าไม่บอกว่ามีแฟน.....เกรงว่าจะมีพวกหน้าโง่เผลอตัวมารักคนมีเจ้าของไงคะ   อีกอย่าง  สำหรับบ้านริน   ถ้าใครลักลอบเป็นชู้กับคนมีเจ้าของ....จะต้องโดยกรีดจนจำเค้าเดิมไม่ได้”
...พะ...พูดถึงเราหรอ...
ไม่หรอกมั้ง   เรื่องนี้ขนาดไอ้น้ำยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ    อีกอย่างเพิ่งเคยเจอกันซึ่งๆหน้าแค่ครั้งเดียวด้วย    ไม่สิ....คนเป็นแฟนต้องมีเซนส์เรื่องนี้แน่ๆ    คนที่ทำผิดยังไงก็ต้องถูกเปิดเผยความผิดอยู่วันยังค่ำ   เรื่องแบบนี้หนีให้ตายยังไงก็หนีไม่พ้นหรอก...    ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก   บรรยากาศกดดันแบบนี้มันทำให้ผมรู้สึกอยากจะพาตัวเองออกไป   ไม่ไหว....ผมไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย…
“ริน....ไปคุยกันข้างนอก”
ร่างสูงลุกขึ้นจากโซฟาเดินนำลิ่วออกไปจากห้อง    ร่างบอบบางรีบวิ่งตามแฟนของเธอออกไป    แต่ก่อนที่มือสวยจะบิดประตูออกไป    เธอก็หันมามองผมด้วยสายตานิ่งเรียบ   
...คงไม่พอใจสินะ...
ก็นะ  จู่ๆเปิดมาเจอคนอื่นนั่งอยู่บนตักแฟน   แถมท่าทางก็ชวนให้คิดมากแบบนั้น    เรื่องทั้งหมดก็เพราะไอ้บ้านั่นน่ะแหละ   ถ้ามันไม่ทำแบบนั้น....  ถ้าไม่พูดด้วยน้ำเสียงแบบนั้น   ผมคง....
“ใจง่ายไปมั้ยวะกู...”
เฮ้อ  รีบๆลืมเรื่องพรรค์นี้ไปก่อนดีกว่า   ไหนเคมีจะเทสย่อยอีกแล้ว   เอาเวลาไปคิดเรื่องนี้ดีกว่า    ผมเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนของฮารุแบบไม่ขออนุญาตแล้วรีบเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับเป็นชุดเดิม    ผมมองกระจกบานใหญ่ซึ่งไม่รู้จะตั้งไว้ให้แมวส่องกระจกแต่งตัวหรือไง    ผมมองภาพเรือนร่างตัวเองที่สะท้อนอยู่บนกระจกนั่น
...ไม่มีอะไรสู้ได้เลย...
ไม่ว่าจะหน้าตา   หรือรูปร่าง   ผมไม่ควรคิดจะสู้ด้วย   เรื่องอะไรผมจะต้องทำตัวเองให้ต่ำลงด้วยการไปแย่งแฟนคนอื่นละ
...รอยแดงเต็มไปหมด...
ผมเม้มปากอย่างเซ็งๆเมื่อมองเอวตัวเองที่มีรอยพาดสีแดงเป็นแถบยาวอยู่บนผิว    ที่แขนก็มีรอยนิ้วมือขึ้นชัดเลย     ตอนนั้นคิระกอดผมแน่นขนาดไหนกันนะ   แต่ตอนนั้นผมทั้งรู้สึกอึดอัดและก็หัวใจเต้นแรง   รู้ว่าไม่ควรหวั่นไหวแต่มันทำไมได้นี่นา    ผมยกมือลูบไปตามคอที่มีรอยสีชมพูจางๆ   เหมือนไหร่รอยบ้านี่จะหายไป
      ...เมื่อไหร่ผมจะได้ไปจากเขาซะที...
      “ริน!!!”
   ผมสะดุ้งกับเสียงตะโกนลั่นของคิระ   ด้วยความอยากรู้ตามสัณชาติญาณขาผมพาผมวิ่งออกมาจากห้องฮารุ   ผมค่อยๆเปิดประตูห้องด่านสุดท้ายออกไปเบาๆ   ภาพที่ฉายบนตาผมเป็นภาพที่ดูงดงามแต่ลึกๆผมกับรู้สึกว่าความงดงามนั่นซ่อนคมมีดเอาไว้
   ...เจ็บชะมัด...
   ผมกลั้นหายใจมองคนทั้งสองตรงหน้า    แขนใหญ่เมื่อครู่ที่โอบกอดผมตอนนี้เขาเปลี่ยนไปโอบเอวบอบบางนั่นแล้ว    ฝ่ามือใหญ่เชยหนุนท้ายทอยศีรษะสวยได้รูปขึ้นรับริมฝีปากอบอุ่น    ร่างบอบบางคลายอาการสั่นเทาเป็นสงบนิ่ง    ฝ่ามือเล็กยกขึ้นโอบรอบท้ายทอยของคนตัวใหญ่เช่นเดียวกับเขาที่พยายามกดจูบตอบเธอให้มากยิ่งขึ้น    ดวงตาสีดำปรือสบดวงตาของคนสอดรู้อย่างผมเข้าอย่างจัง   ผมรีบปิดบานประตูหนีดวงตาคู่นั้นอยากทดไม่ได้   

   ฮวบ!

   ผมทรุดตัวลงนั่งชันเข้าอยู่หน้าประตู    ทำไมต้องมาเห็นฉากแบบนี้ด้วยนะ   
   “เหอะๆ  เจ็บกว่านี้มีอีกมั้ย...”
   ผมบ่นกับตัวเองพลางทอดสายตามองฟ้าสีแดงแสนหดหู่    ผมอยากไปจากที่นี่แล้ว   ไม่อยากอยู่ที่นี่   ไม่อยากอยู่กับคนๆนี้    ผมไม่อยากจะให้หัวใจของผมเจ็บปวดมากกว่านี้อีกแล้ว  ผมควรทำยังไงถึงจะได้ไปไกลๆจากเขาซะที    ผมลูบปลอกคอที่เหมือนเป็นโซ่ตรวนล่ามผมไว้กับความเจ็บ  ผมตัดสนใจแล้ว   ไม่ว่าต้องทำวิธีไหน   ผมจะต้องหลุดออกจากพันธนาการนี่ให้ได้!!



   
[Kira’s part]
รถยนต์แล่นช้าๆอย่างไม่เร่งรีบ    ผมละสายตาจะนอกหน้าต่างกลับมามองคนด้วยข้างที่ทอดสายตาออกไปด้านนอกอย่างไร้จุดหมาย    ดวงตาเหม่อลอยคู่นั้นแฝงได้ด้วยความเศร้าซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ามาจาเหตุอะไร    แต่นั้นทำให้ผมรู้สึกอดเป็นห่วงไม่ได้    เปลือกตาสีอ่อนเริ่มประพริบช้าลงคงเพราะแอร์จากรถที่ทำให้รู้สึกอยากหลับ    ผมฉวยโอกาสดึงคนตัวเล็กเอนนอนลงบนตัก    ร่างเล็กๆนอนนิ่งไม่รับรู้อะไรสงสัยคงจะเพลียมาก   
...แต่แบบนี้ก็ดี...
ถ้าขืนยังตื่นอยู่คงไม่ยอมให้ผมเข้าถึงตัวง่ายๆแบบนี้แน่   ที่บอกว่าเซฟเป็นฝาแฝดกับฮารุก็เพราะแบบนี้    ฮารุถ้าหลับแล้วก็จะว่าง่ายยอมให้จับแต่โดยดี    แต่ถ้ายังตื่นแล้วไปอุ้มละก็จะกางเล็บข่วนพร้อมกับขู่    ทุกครั้งที่ผมมองเซฟก็มักจะเห็นภาพซ้อนทับของฮารุเสมอ   ผมไล้หลังมือไปตามข้างแก้มสีชมพูจางๆ  เรื่อยลงไปที่ริมฝีปากบางที่เผยอออกเพื่อผ่อนลมหายใจ   ทั้งที่รู้ว่าไม่ควรทำแบบนี้เพราะจะถูกเกลียดเอา   แต่ผมก็เผลอก้มลงไปจุมพิตริมฝีปากเย้ายวนนั่นซะแล้ว
...มันช่วยไม่ได้....
ถ้ามีคนที่คุณแอบชอบมาอยู่ตรงหน้า  ระยะ ใกล้แบบนี้รับประกันได้มั้ยว่าคุณจะไม่สัมผัสเขา...   ผมเองยังอดใจไม่ไหว   ไม่ว่าเมื่อไหร่ผมก็อยากจะอยู่ข้างๆเขา   ถึงแม้ว่าเขาจะทำท่าทีรำคาญหรือรังเกรียจผม    ผมไม่รู้ว่าการแสดงความรักกับคนที่เรารักควรทำยังไง   ผมแค่นึกอยากทำอะไรผมก็ทำเลย   
...เขาก็เลยยิ่งเกลียด...
ต่อให้เกลียดมากเท่าไหร่ผมก็ไม่อยากปล่อยเขาไป    ผมรู้ว่าการรั้งไว้ด้วยการทำให้เป็นแฟนมันทำไม่ได้   ในเมื่อผมมีแฟนอยู่แล้ว   สิ่งสุดท้ายที่ทำให้ผมสามารถผูกติดเขาไว้กับตัวผมก็คือการนำเขามาเป็นPET
…ขอโทษที่ฉันเห็นแก่ตัว  แต่ว่าฉันรักนาย...




“คิระ   มาช้าอีกแล้วนะ  หนูรินเขาทนไม่ไหวกลับบ้านไปแล้วเนี่ย”
ผมมองใบหน้าสะสวยของสาววัยสามสิบ    เธอส่ายหัวเหมือนเอือมระอากับการมาสายของผม     จริงๆผมก็จงใจมาทานข้าวสายเพื่อให้รินกลับไปก่อน
“นี่!  ไม่ขอโทษแล้วยังจะเดินหนีอีกเจ้าลูกคนนี้-o-!!”
ผมยืนนิ่งมองหน้าแม่ตัวเอง   จะให้ผมขอโทษเรื่องอะไร
“..จะไปโทรหาโทรุ..”
   ผมตอบกลับไป
   “อ่อ  ฝากบอกด้วยนะว่าดูแลสุขภาพด้วยแม่เป็นห่วงนะ   แต่คิระจังเนี่ยติดพี่จังเลยนะ><”
   ผมน่ะหรอติดโทรุ  ไม่ใช่ซะหน่อย   ผมเดินไปตามทางเดินยาวออกไปสู่สวนหลังบ้านพลางหยิบมือถือขึ้นมากดเบอร์โทรออก   ทุกๆวันผมจะโทรหาโทรุก่อนจะไปอาบน้ำนอน    ผมไม่ได้ติดพี่ชายเพียงแต่อยากรู้ว่าตอนนี้เขา....
   (โมชิโมชิน้องร้ากกก~   โทรมาหาพี่ชายทุกวันเลยนะ  คิดถึงเค้าล่ะสิ~)
   “...เรียนจบหรือยัง...”
   (แกจะบ้าหรอห๊ะ!!  โทรมาถามอยู่ได้ทุกวันก็บอกว่ายังเรียนไม่จบๆ   นี่ไม่คิดจะถามหน่อยหรอว่าพี่เป็นไงบ้าง   สบายดีมั้ย  วันนี้กินอะไรเรียนอะไรบ้าง!@#$%^&)
   “...แค่นี้นะ...”
   (เฮ้ย!!  เดี๋ยวเด้  อย่าเพิ่งวางสายนะเว้ย..!!)

   ติ๊ด!

   ไม่มีอะไรต้องคุยแล้วละ   ผมเก็บมือถือเข้ากระเป๋าตามเดิม   ไม่ว่าจะโทรไปกี่ครั้งๆก็บอกว่ายังเรียนไม่จบ   เอไหร่จะเรียนจบซะทีผมเบื่อจะแย่แล้ว   ผมเดินขึ้นบันไดเพื่อไปที่ห้องตัวเองแต่เสียงแหลมๆก็เรียกผมไว้ก่อน
   “โทรุเป็นไงบ้างละ”  แม่ถามผม
   “..ยังเรียนไม่จบ..”  ผมตอบกลับไป
   “แล้วสบายดีหรือป่าว  อยากได้อะไรเพิ่มมั้ยแม่จะได้ส่งไปให้><”
   “...-_-…”
   ไม่รู้  ผมไม่ได้ถาม
   “โทรไปถามโทรุแบบนี้ทุกวันเลยสินะ  อยากรีบประกาศสงกรานต์เร็วๆใช่มั้ย”
   น้ำเสียงภาษาไทยแปล่งๆดังออกมา   ผมหันไปมองบุรุษที่เดินมาพร้อมรอยยิ้มสดใส   ถึงจะอยู่ในไทยแต่ก็ยังชอบแต่งกิโมโน   
   “สงคราม! ไม่ใช่สงกรานต์><” แม่แย้ง
   “เหมือนกัน”  พ่อตอบกลับ
   “ไม่เหมือน>O<!”
   “ไม่เหมือนหรอO.o”
   “ไม่เหมือนกันซะหน่อย  คิระจัง!  ห้ามทำอะไรบุ่มบ่ามเด็ดขาดนะจนกว่าโทรุจะกลับมาเข้าใจมั้ย!”
   ผมควรตอบว่า วากัตตะสินะ   สายตาดุดันเหมือนสิงโตกำลังข่มแมวมองมายังผม    ผมได้แต่พยักหน้าตอบรับไปส่งๆ   ถ้าโทรุยังไม่กลับมา   ผมก็ยังทำอะไรไม่ได้   มันคงเป็นเรื่องใหญ่แน่ถ้าผมทำอะไรตามใจชอบไปมากกว่านี้
   ...ถ้าพรรค์2พรรค์มาฆ่ากัน...
   เป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องประกาศให้ใครรู้ว่าผมเป็นลูกยากูซ่า   มีพ่อเป็นหัวหน้าพรรค์คิริว   ที่ญี่ปุ่นมีพรรค์ใหญ่ๆอยู่สองพรรค์ที่ครอบคลุมอยู่ทั่วประเทศก็คือพรรค์ของพ่อและพรรค์ของพ่อริน    บ้านเราได้ทำสัญญาสงบศึกกันชั่วคราวโดยให้ผมและรินหมั้นกัน   การหมั้นไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นเท่าไหร่   ต่างฝ่ายก็ยังจ้องจะรบกันอยู่ดี    เพราะไม่อยากให้สูญเสียลูกน้องมากแม่จึงสั่งให้ผมรอโทรุเรียนจบ   
   ...ถ้าเรียนจบก็จะมีผู้นำใหม่...
   ข้อสัญญาจะสิ้นสุด   ผมรู้ว่าทุกคนก็เครื่องร้อนกระหายการนองเลือด   ผมก็เหมือนกัน  ผมอยากจะจบสัญญานั่นโดยเร็ว




   “ลากฉันมาทำไม...”
   เสียงใสบ่นอุบ   คิ้วโก่งได้รูปขมวดเข้าหากัน   ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนนั่นจ้องผมแบบโมโห   ผมได้แต่ทำหน้าธรรมดาตามปกติแล้วเซฟก็เงียบไป   ผมพยายามเดินรักษาระยะห่างให้ใกล้กัน   แต่อีกคนกลับพยายามเดินหนีจากผม   ถ้าวันนี้ผมหยิบโซ่มาด้วยผมคงล่ามแล้วบังคับให้เดินสี่ขาทำโทษที่กล้าที่ตัวออกห่างผม
   “ไม่สบายหรอ”
   ผมถาม  เซฟทำเสียงดังรำคาญผมอยู่ในคอ   ผมทาบหลังมือลงบนหน้าผากมน   ดวงตากลมมองจิกกัดก่อนจะปัดมือผมออกอย่างแรง   ผมข่มอารมณ์ไม่อยากทำอะไรรุนแรงเช่นจับบีบคางหรืออัดเข้าผนัง   ผมไม่อยากให้เขาเกลียดผมมากไปกว่านี้
   “จะทำอะไรก็รีบๆทำจะกลับบ้าน!”
   รำคาญฉันขนาดนั้นเลยหรอ...   ผมควรจะชินกับคำพูดแรงท่าทีขับไล่ผม   แต่ช่วงหลังๆบรรยากาศมันเปลี่ยนไป   ดวงตาคู่นั้นเก็บงำความรู้สึกบางอย่างไว้   ความเศร้าของนายบอกฉันมาได้มั้ยว่านายเป็นอะไร    ฉันอยากให้เซฟคนเดิมกลับมา   ฉันไม่ต้องการเซฟคนนี้...
   “อืม”
   ผมหยุดเท้า   คนตัวเล็กข้างๆผมก็กอดอกพิงกำแพงเหมือนจะรออยู่ตรงนี้   มีอะไรที่ผมพอทำให้เขาหายทำหน้าตึงเครียดใส่ผมได้บ้าง
      “ทำไรเนี่ย”
   ผมแทรกปลายนิ้วเกี้ยวพันผมสีบลอนซ์    มือเล็กๆจับมือผมดึงออกอย่างรำคาญ    ผมแบมือตรงหน้าเซฟให้ดูของที่ผมกำไว้ในมือ
   “อะไร  มายากลหรอ”  เสียงใสถามผม
   “แบมือ”
   คนตัวเล็กมองผมอย่างไม่วางใจแต่ยอมแบมือให้ผมวางลูกอมลงในมือ    ผมใช้มือข้างเดิมลูบเส้นผมสีอ่อนอีกรอบก่อนจะแบลูกผมเม็ดที่สองให้ดู    ดวงตากลมโตเบิกขึ้นอย่างประหลาดใจ   มือเล็กยกขึ้นจับผมตัวเองอย่างสงสัยว่าหัวตัวเองมีลูกอมออกมาได้ไง
   “ทำได้ไงอ่ะ”
   “ความลับ”
   ผมบอก   ถึงจะแค่ช่วงเวลาหนึ่ง  มันอาจไม่ได้ทำให้ฉันเห็นรอยยิ้มของนาย   แค่นายไม่ทำหน้าเหมือนรำคาญฉันก็พอ
   “..ขะ..ขอบใจนะ”
   ไม่ว่าอะไรฉันก็ให้นายได้ทั้งนั้น  ไม่ว่าอะไร...

   

[Save’s part]
   ผมอยากจะยิ้มออกมา  แต่ผมสามารถยิ้มได้   ภาพเมื่อวานยังวนเวียนอยู่ในหัวผม   มันทำให้ผมรู้สึกหดหู่อยากจะบ้าตาย   ร่างสูงโปร่งเดินเลี้ยวเข้าร้านเสื้อผ้าเล็กๆไป   โฮม่าจะจัดงานนิทรรศการชั้นม.5ก็จัดเป็นบ้านผีสิงที่ชั้นเลย    วันนี้มันก็ลากผมมาเอาชุดที่เพื่อนมันจองไว้    จะลากผมมาทำไมวะ  เกี่ยวไรด้วยเนี่ย!
   “อ้าว!  เซฟหรอ^^”
   รอยยิ้มสดใสสว่างนำหน้ามาก่อนตัว   ผมมองใบหน้าหล่อเจ้าเล่ห์เพื่อระลึกชาติให้ได้ว่ามันชื่ออะไร
   “อ่า...คาร์ลหรอ” ผมถาม
   “นึกนานจังเลยนะ-o-;” คาร์ลบอก
   “ฮะๆ  โทษทีไม่ได้เจอนาน...ลืม”
   “น้อยใจได้มั้ยเนี่ย”
   “ไม่ได้ๆ><”
   คาร์ลหัวเราะเบาๆก่อนจะขยี้หัวผม   เอ่อ...ลามปากนะมึงเนี่ย
   “ไปซื้อกระดาษนะ”
   ผู้ชายผมน้ำตาลเหลือบทองบอกพลางชี้นิ้วไปที่ร้านเครื่องเขียน
   “เอ่อ ฟิลมึงไปสั่งน้ำปั่นร้านนั้นให้กูด้วย” คาร์ลหันไปบอกเพื่อน
   “ผมไม่ใช่เบ๊คุณมึงนะครับ^^+”
   ผู้ชายคนนั้นเดินงอนๆคาร์ลไปทางร้านขายของ   คาร์ลยกมือลูบท้ายทอยเล็กน้อยก่อนจะหันมายิ้มเก้อๆกับผม
   “ว่าจะข่มเพื่อนโชว์ซะหน่อย  ดูมันทำหน้าแตกหมด”
   “เขาไม่ต่อยให้ก็บุญแล้ว”  ผมบอก
   “นั่นสิ  ฮ่าๆ”
   ผมหัวเราะเบาๆตามคาร์ล   
   “เซฟ...เป็นอะไรหรือป่าว  ดูหน้าหมองๆนะ” คาร์ลถาม
   “อ่า...ไม่มีไรหรอก”  ผมตอบ
   “ไอ้คิระมันเลี้ยงไม่ดีหรอ   มาอยู่กับฉันก็ได้นะ^^”
   “ถะ...ถ้างั้น  คาร์ลก็ต้องฆ่า..คิระหรอ”
   ถึงจะไม่อยากอยู่กับไอ้หน้าตายนั่นแต่กฎการเปลี่ยนมือเจ้าของคือ...ให้เจ้าของยกให้ไม่ก็ต้องฆ่าเจ้าของทิ้งก่อนไม่ใช่หรือไง  ใครจะไปทำเรื่องแบบนั้นกันเล่า...
   “ฮ่าๆ”
   คาร์ลหัวเราะพลางมองหน้าผม   หน้าผมตลกหรือไงจริงจังนะเนี่ย
   “บ้าหรอ  สมัยนี้ไม่ถึงตายหรอกน่า” คาร์ลบอก
   “เอ๊ะ  แต่กฎมันบอกไว้อย่างนี้ไม่ใช่หรอ!”
   “กฎมันไม่ได้เป็นแบบนั้นซะหน่อย   มันอยู่ที่ว่าหวงเพทมากแค่ไหน   แต่เท่าที่เห็นพอสู้ไม่ไหวก็ยกเพทให้อีกฝ่ายแล้วละ   จะมีก็แต่พวกที่บ้าไปรักเพทตัวเองเข้าขั้นหนักที่ยอมสู้จนตาย”
   ก็ที่โรงเรียนมันเล่ากันต่อๆมาแบบนี้นี่นา   บ้าจริง!  โรงเรียนผมที่มันแปลกฎมามั่วสินะ
   “ถะ...ถ้า  อยากเลิกเป็นเพท  ต้องทำไงหรอ”  ผมถาม
   “อ่า  ง่ายๆก็ไปทำให้เจ้านายรำคาญเดี๋ยวมันก็ปลดปลอกคอเอง   ไม่ก็ไปหว่านเสน่ห์ให้คนอื่นมาชิงตัวเองไปเป็นเพท”
   “ยังไงก็เป็นเพทเหมือนเดิมนี่-.-”
   “เจ้านายใหม่อาจจะดีกว่าคนเก่าก็ได้นะ^^”
   “ไม่มีวิธีอื่นเลยหรือไง”
   “อะไรกัน  พูดแบบนี้ไม่อยากอยู่กับคิระมันแล้วหรอ”
   “อืม...”
   ให้อยู่ใกล้กันแทบทุกวันแบบนี้ใครมันจะตัดใจได้ละ   ผมน่ะ...อยากจะไปให้ไกลๆจากเขาซะ   
   “...ฉันท้าสู้กับคิระให้เอามั้ย”
   ผมเบิกตากว้าง   อะ...จะชิงผมหรอ
   “คะ..คือว่า”
   “ฉันสงสารนาย   นายดูไม่มีความสุขเลย   มาอยู่กับฉันนะ...”
   เสียงทุ้มพูดเบาๆ   ผมเงยหน้าสบดวงตาสวยที่จ้องมองผมอยู่แค่คืบ    ผมผลุบตาลงไม่กล้าสบดวงตานั่น   ตะ...แต่จะดีหรอ   ทำแบบนี้นายจะบาดเจ็บเอานะ
   “ฉันไม่อยากให้นายต้องมาเจ็บตัว...”
   “เอาตามจริง  ฉันก็สู้คิระไม่ได้หรอก^^;”
   “นายทำให้ความหวังฉันดับตู้มเลยละ-_-”
   “ตู้มเลยหรอ  ไม่ใช่พรึ่บหรอ”
   “มันหล่นลงเหวเด้งไปกระแทกโขดหินแล้วหล่นลงทะเลน่ะ-_-”
   “หล่นไปถึงรอยแยกไคจูเลยปะเนี่ย  ฮะๆ”
   “ดูหนังมากไปป่ะ-.-”
   “ฮะๆ  ฉันพูดจริงนะ  แต่ถ้านายช่วยทำให้หมอนั่นอ่อนแรงลงก่อนฉันก็คงพอสู้ได้ล่ะ”
   “ทำยังไง...”
   “คิระแพ้แอปเปิ้ล  นายก็ลองใส่น้ำแอปเปิ้ลลงไปในอาหารดูสิ”
   โห้   ไม่อยากจะเชื่อว่าคนแบบนั้น...แพ้แอปเปิ้ล     แต่มันจะดีหรอ...
   “นายจะช่วยฉันจริงๆใช่มั้ย”  ผมถาม
   “แน่นอน  รับรองว่าจะเลี้ยงอย่างดีเลย^^”
   “สัญญานะ”
   “ตกลง^^”
   นิ้วก้อยของผมกับคาร์ลประสานกัน    ถือเป็นอันว่าข้อตกลงของเราสมบูรณ์    คิระก็คงไม่ได้อะไรกับผมมากหรอก   คงไม่ถึงขั้นสู้กันจนตายไปข้างนึง

   วืด~

   ร่างผมถูกกระชากปลิว    ผมเงยหน้าสบดวงตาสีนิลที่จ้องไปทางคาร์ล    มือใหญ่เพิ่มแรงกดที่ข้อมือผมจนกระดูกผมแทบร้าว   
   “เจ็บนะ!!”  ผมบอก
   “คุยกันนิดหน่อยเอง  ไม่เอาน่าคิระทำเป็นหวงไปได้^^”  คาร์ลเอ่ย
   “....รู้ว่าหวงแล้วมายุ่งทำไม”
   คิระตอบเสียงเย็น   คาร์ลยักไหล่พลางอ้าปากจะพูดต่อแต่คนตัวใหญ่ก็ดึงลากตัวผมออกมาซะก่อน    ผมเอนตัวต้านแรงฉุดกระชาก   แต่พื้นมันลื่นผมเลยโดนลากไปได้ง่ายๆ
   “ปล่อยนะ  อั่ก!!”
   โอ้ย!  เชี่ยนี่ชอบกระแทกกูอัดกำแพงจังกูไม่ใช่ลูกบอลนะเว้ย!   
   “..บอกว่าไม่ให้เข้าใกล้มัน!”
   “ยุ่งน่า  มันเรื่องของฉัน!!”
   “นายไม่มีสิทธิ”
   “เผด็จกา...อ้า!  อื้ม..”
   ริมฝีปากหนาเบียดลงมาชนปากผม   แรงเบียดแน่นเรียกเลือดผมให้พรั่งพรูออกมาในปาก   ผมฝืนกัดฟันแน่นไม่ยอมให้มันล่วงเกินผมได้อีก...ก็เลยได้เลือดทั้งคู่
   “กรี๊ซ!”
   มันทำเสียงขัดใจแล้วละริมฝีปากออกไปฝังคมเขี้ยวบนคอผมแทน
   “เจ็บๆๆ  หยุดนะ!!”
   ฟันแหลมคมฝังลงบนไหล่ผมอย่างไม่ปราณี    ผมดิ้นดันแผงอกกว้างให้ออกห่างจากตัว    นี่มึงเป็นตัวเชี่ยไรเนี่ย!!  มากัดคนอื่นเขาแบบนี้มันเจ็บนะเว้ย    ผมเจ็บปวดวิ่งแล่นไปทั่วตัวผมผมได้แต่ใช้มือตบตีจิกหัวมัน    ผมกลัวว่ามันจะกัดเนื้อผมหลุด   ไม่รู้ว่าหมั่นเขี้ยวอะไรผมนักหนา    มือใหญ่กระตุกฉีกคอเสื้อนักเรียนผมออกก่อนจะอ้าปากขบฟันไปตามตัวผมอย่างกระหาย
   “ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย!!  เกลียด  เกลียดที่สุดเลย!!”
   
   ตึง!

   หมัดหนักซัดเข้ากำแพงห่างหูผมไปนิดเดียว   ผมหลับตาปี๋ไม่กล้ามองหน้าสีแดงจัดของเขา    โกรธไรอีกละ   คนที่ต้องโกรธมันกูเว้ย!!  ทำไรไว้เนี่ยมันเจ็บนะ!!
      “...อยากเกลียดก็เกลียดไป”
      “เกลียดอยู่แล้วละ!!  ไม่อยากเห็นหน้าแล้ว!!  ห้ามตามมานะ!!”
   ผมสะบัดตัวออกแล้วเดินหนี   ผมดึงเสื้อที่แหวกออกลึกจนเห็นท้อง   นอกจากจะทำร้ายร่างกายยังทำลายทรัพย์สินคนอื่นอีก!   ผมกดลิฟต์ลงไปชั้นล่างเพื่อเดินไปขึ้นรถเมล์กลับบ้าน    ไม่ไหวแล้วทำแบบนี้มันเกินไป
   
   พรั่บ!

   ผมเบิกตากว้างพลางตะกายมือเอามือใหญ่ที่ปากออก    ชายร่างใหญ่สองคนวิ่งออกมาจากมุมตึกแล้วจับขาผมยกขึ้น    ผมมองตามเสาลานจอดรถที่ลึกขึ้นๆเรื่อย    ผมดีดดิ้นส่งเสียงร้องที่อู้อี้ออกไป

   ตุ้บ!

   ร่างผมถูกโยนลงบนพื้น    แม่งเจ็บชิบ!!  ผมยันตัวจับแผ่นหลังที่กระแทกพื้นเต็มๆ  มันร้าวไปหมดเลย  หัวก็กระแทกมึนไปหมดเลย
   “นี่พวกคุณเป็นใครเนี่ย!!”
ผมถามคำถามออกไป  ชายสามคนนั้นหันไปคุยกันซักพักพลางปราดสายตามองผม   ผมไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรกัน  เพราะมันเป็นภาษาที่ผมไม่เข้าใจ

ชิ้ง!

มีดด้ามยาวถูกดึงออกมาจากฝักที่เป็นหนัง   ผมกลืนน้ำลายฝืดๆแล้วลุกวิ่งหนี

วืด~

“อ๊า!!”
มือหยาบดึงขาผมจนผมล้มลงหน้าฟาดพื้น    มันดึงลากขาผมเข้าไปแล้วเงื้อมีดยาวลงมาฟันขา    ผมพลิกตัวเบี่ยงหลบไปได้อย่างหวุดหวิด     ผมหายใจหอบถี่เพราะหัวใจมันเต้นหนักขึ้น   น่ะ...นี่จะเอาอะไรก็ไม่บอก  จู่ๆก็จะฟันขาเลย   นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ!!
“ปล่อยนะเว้ย!!”
ผมสะบัดขาไปมาให้มันหลุดออกจากมือใหญ่นั่น    ร่างใหญ่ยักษ์ทิ้งตัวลงกดเข่าบนท้องผม    ผมงอตัวจุกแทบอ้วกออกมา   ผมได้ยินมันหันไปพูดอะไรกับสองคนที่เหลือแล้วสองคนนั้นก็เดินมาจิกหัวผมให้เงยหน้าขึ้น  ส่วนอีกคนก็ยึดขาสองข้างผมไว้กับพื้น   
“ต้องการอะไร!!  เงินหรอ!!  อยู่ในกระเป๋า!!”
ผมเอ่ยเพื่อหาทางรอด   แต่มันคงฟังผมไม่รู้เรื่อง   คนถือมีดหัวเราะน่าสะอิดสะเอียนมันหันด้านคมมีดแตะแก้มผมเบาๆ   แต่ผมก็รู้สึกแสบมีดมันคมมากเลย   ดีนะที่มันไม่สับขาผม!!
“ช่วยด้วย!!” 
ผมตะโกนขอความช่วยเหลือ   มือเหม็นสาบประกบปิดปากผมไว้แน่น   ผมใช้มือดึงมือโสโครกนั่นออกแต่มันแรงเยอะกว่าผมมาก   

ฉับ!

มีดเงาวับปาดลงบนหลังมือผม   เลือดจากหลังมือกระเด็นใส่หน้าผม    ผมมองเลือดที่มือตัวเองอย่างหวาดกลัว    มีดมะ...มันบาดมือผม   ทำไงดี...นี่ผมต้องโดนฆ่าหั่นศพหรอ  ไม่นะ!!!

พลั่ก!!!

เคร้ง~

“อ่อก!”
ร่างยักษ์ใหญ่กระเด็นลอยข้ามไปข้างหลังผม   ผมมองร่างสูงที่ตีหน้าเคร่งน่ากลัวต่างไปจากปกติ   มือใหญ่กระชากคนที่จับผมแล้วกระแทกเข่าเข้าที่กระดูกสันหลังจนมันทรุด
“เจ็บ!!”
คนที่จกหัวผมดึงหัวผมพร้อมกับล็อกคอผมแน่น   
“..Kearu..”
คิระเอ่ยเสียงเย็นพลางก้าวเท้าเข้ามาใกล้ผม     แขนหนักแน่นบีบรัดคอผมแล้วดึงผมให้เดินถอยหลังตามมันไป    ร่างสูงก้มลงหยิบมีดด้ามยาวที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมาชี้หน้า   

ฉั๊วะ!

มีดคมกริบแทงลงบนคนที่นอนนิ่งอยู่บนพื้น   มันอ้าปากพะงาบส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด    ผมมองแววตาไร้ความรู้สึกที่มองดูผลงานตัวเอง   
...น่ากลัว...
แววตาของเขามันไร้ชีวิต   ไม่เหมือนคน   กล้าทำแบบนั้นได้ยังไง    น่ะ...นายทำบ้าอะไรของนาย   เสียบลงไปแบบนั้นเขาอาจจะถึงตายได้นะ      มือสั่นเทาที่ล็อคผมเริ่มสั่นคอน    คิระดึงมีดขึ้นมาจากร่างแน่นิ่งแล้วชี้มีดมาทางผมอีกรอบ
“..Kearu..”

พลั่ก!

ไอ้งั่งผลักผมทิ้งแล้ววิ่งหนีสุดชีวิต    ร่างสูงก้าวเท้าถี่มองตรงไปยังคนที่ปล่อยตัวผมเมื่อครู่    อย่าบอกนะว่าจะเอาไอ้นี่ไปแทงอีก!!  อยากติดคุกหรือไง!!
“หยุดนะคิระ!!”
ผมวิ่งไปกอดเอวรั้งคนตัวใหญ่เอาไว้   แบบนี้มันผิดกฎหมายนะจะบ้าหรือไง   

เคร้ง!

มีดถูกปล่อยทิ้งลงพื้น    คนตัวสูงพลิกตัวหันมาหาผมที่ตัวสั่นไม่หาย   

หมับ!

มือใหญ่กดหัวผมลงบนแผงอกกว้าง    มือทั้งสองที่อบอุ่นเลื่อนโอบกอดผมไว้แน่น   ใบหน้าหล่อผลุบลงบนไหล่บอบบางของผมพลางสูดลมหายใจเข้าอย่างอดกลั้นอารมณ์     ผมไล้มือไปตามแผ่นหลังใหญ่ปลอบให้เขาสงบลง    ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าพวกนักเลงอย่างเขาจะกล้าแทงคน   ผมยอมรับว่าผมกลัวมาก...  แต่ถ้าไม่ได้เขาผมก็ไม่รอดเหมือนกัน...
“…Ore ga kimi o mamoruyo…”
ถึงผมจะฟังไม่ออกแต่หัวใจผมก็พองโตขึ้นมา   น้ำเสียงหนักแน่นเอื้อนเอ่ยเหมือนจะกล่าวคำสัญญากับผม    ปลายจมูกโด่งฝังลงบนเรือนผมสีอ่อน   ผมก็ยังไม่เขาใจอยู่ดีกว่าทำไมเขาถึงทำตัวแบบนี้เวลาอยู่กับผม   แต่ผมจะไม่เข้าข้างตัวเองอีกแล้ว   จนกว่าจะได้ยิน..”คำพูดนั้น”จากปากของเขา   
..ไม่รู้เมื่อไหร่  อาจจะหลังจากที่ผมหลุดออกจากพันธนาการนี้แล้วก็ได้...







++++นักเขียนน่าถีบ+++
อยากให้อ่านได้อารมณ์แบบ  คำนี้แปลไม่ออกเฟ้ย  จะได้เข้าใจความรู้สึกของเซฟมัน
คำแปลจ้าๆ  Kearu เอาคืนมา,กลับมา Ore ga Kimi o Mamoruyo ของครูบีมๆ แปลๆ ฉันจะปกป้องเธอ
ถ้าคิดว่าความหมายมันแปล่งๆ ช่วยแก้ได้จ้า^^

ตอนนี้คิดว่าคงอยากกระโดดถีบคนเขียนตั้งแต่เริ่มเรื่องเลย555

ระบาย : ลบ Sulfur Love ไปแล้ว อย่างเสียใจอ่ะT^T คือ ปลดแบนตอนนี้  ไปแบนตอนโน่น  เราก็ไล่ปลดๆ
เขาบอกปลดแล้วพอเข้าก็ยังไม่ปลด  แล้วก็โนแบนบทความ  ตอนแรกก็งงว่าทำไมคนอื่นอ่านบทความเรไม่ได้
เลยล็อกเอาท์ดู  แบทบทความอ่อๆ  ปกติเขาจะแก้หรือจะแบนจะแจ้งสาเหตุหรือบอกมาว่าโดนแบนตรงนี้นะ
อันนี้ไม่แจ้ง.. เราก็คิดว่ายังไงคนอ่านก็เข้าอ่านไม่ได้เลยลบทิ้งเลย  พอลบก็เห็นข้อความแจ้งจ้า
ว่าแบนบทความแล้วนะ  เพราะอะไร (แล้วทำไมเพิ่งมา  สงสัยตกหลุมอากาศ -o-)
เราว่ามันคงเป็นความผิดพลาดเรื่องโชว์ข้อความลับอ่ะนะ  เขาอาจส่งมานานแล้วแต่มันไม่โชว์ให้เราเห็น
แต่ก็แทบร้องไห้อ่ะ  ทำไมต้องโจมตีนิยายวายกระจายแบบนี้ ฮือๆ :o12:


น้ำค้าง : ไม่ได้นะเฟียส...กะ..กินน้ำค้างต้องใส่ถุงนะ
เฟียส  : ถุงยางไม่มีถุงผ้าก่อนได้มั้ยลดโลกร้อน-_-
น้ำค้าง : บ้า>////<
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-08-2013 17:38:46 โดย enzang2660 »

@Lucifer_Prince@

  • บุคคลทั่วไป
Pet'Chain
«ตอบ #117 เมื่อ18-08-2013 19:36:23 »

รีบๆเรียนให้จบนะโทรุจะได้ประกาศสงคราม  เซฟกะคิระจะได้รีบๆรักกัน  ดูที่คุณพ่อพูด  เราก็งงนะว่า  อะไรคือประกาศสงกรานต์  คิดว่าต้องพูดผิดแน่แล้วก็ผิดจริงๆ  ฮี่ๆ  สงสารเซฟกะคิระจัง  รอตอนต่อไปนะคัฟคนเขียน ^^

ออฟไลน์ MZter

  • ~ใครหาว่าผมอินดี้...ผมเกรียนจะตาย(•`^`•)~
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 333
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-1
สรุปก็ยังไม่ได้บอกความหมายของPETกับเซฟลินะ แต่ให้อภัยนาย เพราะคำว่าแอบชอบมานาน กับ'ore ga kimi o mamoruyo'นี่แหละ :mew1:
ถึงจะแสดงความรู้สึกไม่เก่งก็เถอะนะ เป็นปลาตายก็งี้เเหละ เหอะๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-08-2013 22:20:24 โดย satansat »

ออฟไลน์ Nano PL

  • ขอร้อง
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 869
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-7
โอ้ย รู้สึกเหมือนตัวเองเป็น PET --

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด