Beyond The Sky And The Earth: ยิ่งกว่าผืนฟ้าและแผ่นดินbysake Spe1 P19 29/11/13
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Beyond The Sky And The Earth: ยิ่งกว่าผืนฟ้าและแผ่นดินbysake Spe1 P19 29/11/13  (อ่าน 406007 ครั้ง)

ออฟไลน์ ormn

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3931
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-8
    • http:///uc.exteenblog.com/riko-tomo/images/23213506_1208714389_3598161_Okane_ga_Nai_v01_ch01_pg002__Cover.jpg
 :ling1: :ling1: :ling1: :ling1:เกิดอะไรขึ้นอะ :katai1: :katai1: :katai1: :katai1: :katai4: :katai4: :katai4:

Angel.JS~

  • บุคคลทั่วไป
รออยู่นะคะะะ ชอบแนวนี้จังเลยค่ะ
 :mew1:

ออฟไลน์ BeeRY

  • ❤。◕‿◕。ยิ้มเข้าไว้นะ。◕‿◕。❤
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9405
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +897/-8
สนุกจังเลย อยากอ่านต่อมากๆ :impress2:

ออฟไลน์ jinjin283

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 935
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-1
เกิดอะำรขึ้นอะคะ ลุ้นๆ เราว่ากระต่ายดดนหลอกมาแน่ๆเลยอะ

ออฟไลน์ takuya

  • เป็ดนักโพสมือดี
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-0
ขอโทษที่ให้คอยค่า รอบนี้มาควบตอน 3 กับ ตอน 4 เลย อ่านให้สนุกนะคะ

3


เหนือขึ้นไปจากที่ราบของเมืองหลวง คือภูเขาน้อยใหญ่สลับสับหว่างเป็นเทือกเขาสูง หนาวเย็นตลอดทั้งปี ในฤดูหนาวจะมีหิมะโปรยปรายบางๆ หากไม่จับแพหนาขาวโพลนยามตกถึงพื้นเหมือนในยุโรป ถนนลาดยางมะตอยบาง ความกว้างเพียงแค่รถสวนกันได้ทอดยาวคดเคี้ยวเลาะไหล่เขาไต่ระดับผ่านหุบเหวสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จากถนนที่ลาดยางมะตอยเหลือเพียงทางเกวียน

ทางแยกเล็กๆไม่มีใครรู้ว่าทอดยาวไปสู่ที่ใด หายลับไปในดงไม้ใหญ่ ปิดซ่อนฐานกองกำลังทหารย่อมๆไว้มิดชิด ผู้คนต่างเรียกที่นี่ว่าวังเสือฟ้า หากจริงแท้แล้ว ผู้เป็นเจ้าของเรียกที่นี่ว่าบ้าน บ้านที่ห่างไกลสายตาผู้คน ด้วยผู้พำนักต้องการความเป็นส่วนตัวอย่างยิ่ง จึงมิใคร่ชื่นชอบประทับในพระราชวังเอลิซาเบธที่เชิงเขาเท่าใดนัก

หากเวลานี้วังเสือฟ้าที่เคยสงบเงียบกลับอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตึงเครียดกดดันจากวรองค์สูงใหญ่ เมื่อสดับรับฟังรายงานด่วนจากองครักษ์เสร็จสิ้น

“คุมตัวไกด์ปลอมไปสอบสวนที่เซฟเฮาส์แล้วกระหม่อม”

“ข่าวเราช้าไป ทั้งที่ได้รับรายงานว่าพวกมันมาป้วนเปี้ยนในเมืองหลวง” เสียงทุ้มนุ่มกล่าวเนิบนาบ

“พ่ะย่ะค่ะ เพราะไม่รู้เป้าหมายของพวกมัน สายจึงได้แต่คอยจับตาดูใกล้ชิด พอพวกมันลงมือเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบจึงได้สั่งการให้ติดตามทันที พร้อมประสานงานกับเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจต่างๆแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เคอแสน องครักษ์ประจำพระองค์รายงานเสร็จก็ก้มหน้าอย่างสงบเสงี่ยมบนพื้นพรมทอมือหนานุ่ม ลวดลายเป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่าเทือกเขา  แต่ในใจอยากรีบรุดไปกระทืบไอ้พวกคิดก่อกบฏให้จมธรณี

“พวกมันคงคิดเก็บตัวประกันไว้ต่อรองกับสมเด็จพระราชาธิบดี ไม่อย่างนั้นคงสังหารเหยื่อเสียตั้งแต่ในโรงแรมให้เป็นข่าวครึกโครม”

นัมทัค องครักษ์ประจำพระองค์อีกคนคาดการณ์

“ระหว่างที่เรายังมีเวลา กำชับหน่วยเงาพยัคฆ์ให้ชิงตัวประกันกลับมาให้ได้  ไม่ว่าพวกมันจะเรียกร้องอะไร ถ่วงเวลาไว้ ถ้าข่าวนี้ถูกตีแผ่ไปทั่วโลก  ปัญจคีรีของเราจะถูกรุมทึ้งเป็นชิ้นๆ”

เจ้าฟ้านรพยัคฆาภูบดินทร์  พระอนุชาต่างพระมารดาของสมเด็จพระราชาธิบดี สุรเสียงเข้ม  อะไรก็ไม่ร้ายเท่าเสียงลือเสียงเล่าอ้าง  และราชอาณาจักรปัญจคีรีในตอนนี้ก็ไม่มีอะไรไปต่อกรกับประชาคมโลกได้เลย
 
ประเทศนี้เพิ่งเริ่มตั้งไข่เท่านั้น!

“ข่าวว่าพวกมันจงใจแต่งตัวเลียนแบบทหาร ตั้งใจใส่ร้ายพวกเราชัดๆ”

ดวงเนตรแวววาวโชนแสงมองนัมทัค ผู้เป็นทั้งเพื่อนและองครักษ์  ก่อนสงบอารมณ์ เก็บความรู้สึกที่ใครก็ยากจะได้รับรู้ไว้ในหทัย

“เขา...จะเป็นกระบอกเสียงให้พวกกบฏเป็นอย่างดี ถ้าเขากลับบ้านกลับเมืองไปโดยไม่รู้อะไรเลย การกลับไปพร้อมกับความหวาดกลัวของคนผู้นี้เปรียบเหมือนรอยแตกร้าวเล็กๆ หากเราไม่จัดการทำอะไร รอยร้าวเล็กๆนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้ประเทศเราดิ่งสู่ความพินาศย่อยยับในอนาคต ”

“ประวัติของคนผู้นี้ไม่ธรรมดา นอกจากจะเป็นดารา มีอิทธิพลทางความคิด สามารถสร้างกระแสให้ผู้คนคล้อยตามได้ง่ายแล้ว บิดาของเขาตอนนี้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของไทย พี่ชายเป็นนักการทูต มีชาติตระกูลเป็นขุนนางเก่า ครอบครัวทำธุรกิจเครื่องอุปโภคบริโภคใหญ่โต ตอนนี้หากคนในครอบครัวผู้นี้ทราบเรื่อง เราจะถูกกดดัน ทำงานกันลำบากกว่าเดิมพ่ะย่ะค่ะ” เคอแสนบอกตามรายงานที่ได้มาแทบจะทันทีที่พวกกบฏจับกุมตัวนักท่องเที่ยว

องค์นรพยัคฆ์พยักพระพักตร์

“เพราะฉะนั้น เมื่อช่วยเหลือออกมาได้แล้ว ฉันจะให้เขาอยู่ที่นี่จนกว่าจะเข้าใจเลยเชียวล่ะ”

สายพระเนตรหมายมาดอะไรบางอย่างในพระทัย ไม่เคลือบแคลงความสำเร็จแม้เพียงนิดในหน่วยเงาพยัคฆ์  หน่วยราชการลับที่พระองค์ทรงวางรากฐานมากับพระหัตถ์องค์เอง

“ปิดกั้นสื่อทุกชนิดที่จะทำให้ข่าวนี้หลุดรอดออกไป  จะต้องไม่มีข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกไปก่อนที่เราจะพร้อมแถลง”

“พ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้หน่วยเงาพยัคฆ์ตามติดกระชั้นชิด เส้นทางลงใต้ นอกจากทางหลวงแล้วก็เหลือแต่ทางเดินของพวกวัวควายในป่า ผ่านเทือกเขาสูง กว่าพวกมันจะพาตัวประกันไปถึงรังและสร้างข้อเรียกร้อง ก็อีกหลายวัน เราแจ้งข่าวไปในทุกหมู่บ้านที่น่าจะเป็นทางผ่านของพวกมัน ยังไงก็คงดักตัวได้ก่อนจะถึงถิ่นพวกมัน”

เคอแสงส่งรูปภาพชายหนุ่มนักท่องเที่ยวที่ถูกขยายใหญ่ให้องค์นรพยัคฆ์รับไปทอดพระเนตร

“นพรัตน์ วทนะเจริญ” เสียงสะกดชื่อภาษาอังกฤษแบบคาราโอเกะช้าแปลกแปร่ง หากในช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆด้านหลังรูปทำให้พระขนงขมวดมุ่น “กระ... ต่าย... Rabit?” องค์นรพยัคฆ์เงยพักตร์ทอดเนตรองครักษ์ส่วนพระองค์

“เออ...ชื่อย่อ ที่ใช้เรียกกันระหว่างคนใกล้ชิดสนิทสนม เจ้าหน้าที่ข้อมูลคงแปลความหมายมาให้ด้วยพะย่ะค่ะ”


เนตรรีเรียวคม สีท้องฟ้าบนเทือกเขาหิมาลายาฤดูใบไม้ผลิ ก้มมองรูปภาพในหัตถ์อีกครั้ง  ดูไปก็คล้ายอยู่ หน้าขาวๆหัวฟูๆ

กระต่าย...


หากเจ้าของชื่อที่องค์นรพยัคฆ์ทวนซ้ำให้ขึ้นใจ กำลังถูกลากลงจากรถตู้ท่ามกลางความมืดมิด เย็นยะเยือก เสียงสัตว์หากินกลางคืนร้องสอดแทรกความเงียบวังเวง

นพรัตน์ฟื้นขึ้นมาก่อนหน้าที่รถจะจอดสนิทไม่นานนัก ฤทธิ์ยาสลบทำให้ยังมึนงง แต่พิษของเส้นทางคดเคี้ยวยิ่งทำให้ผู้ไม่คุ้นหมดเรียวหมดแรง ถูกลากไปขึ้นม้าตัวโตอย่างเร่งรีบ ก่อนดึงแขนทั้งสองให้โอบรอบคอม้าแล้วมัดเชือก พันธนาการเขาไว้กับคอม้าหนาแน่น

“ไอ้หมาดำจมูกไว มันตามกัดไม่ปล่อยเลย” ชายในชุดทหารกำลังสำรวจความเรียบร้อยของม้าที่ให้ตัวประกันขี่เอ่ยเสียงดุดันเป็นภาษาท้องถิ่น

“มันคงวางคนไว้ตามถนนหลวงหมดแล้ว ถึงจะเสียเวลาแต่ขืนเสี่ยงขับรถไปเป็นได้จบเห่ แผนที่วางไว้ก็พังไม่เป็นท่า เสียเวลาเปล่า  แกกลับไปวิทยุบอกนาย เราจะพาตัวประกันขี่ม้าเลาะเขาไป ประมาณสี่วัน ถึงจุดหมายแล้วจะให้คนส่งสัญญาณบอกอีกครั้ง”

คนพูดส่งถุงผ้าให้อีกฝ่าย ภายในคือรูปโพลารอยด์ขณะตัวประกันถูกจับและหลับด้วยฤทธิ์ยา

“เอารูปนี่ไปให้นายก่อน เงินที่ได้เอาไปไว้ที่เดิม”

นพรัตน์เหลือบมองตามคนจากไป ทหารที่เหลือสามคนก็ขึ้นม้าเริ่มออกเดินทางเข้าสู่ป่าลึก ทั้งที่มองแทบไม่เห็นทาง เขาต้องใช้หัวเข่าหนีบลำตัวม้าไว้ไม่ให้ตกจากหลังม้า ในใจหวาดระแวงไปเสียทุกอย่าง

ทหารนำหน้าสองคน คนหนึ่งนำทาง คนหนึ่งจับจูงม้าที่เขาขี่ คุมเชิงด้านหลังอีกหนึ่งซึ่งถือดาบยาวเป็นประกายแตะตาอยู่ไม่ห่าง และทั้งหมดนี้พกปืนติดตัวอีกคนละกระบอกสองกระบอก  ตอนนี้แม้อยากจะร้องตะโกนเขาก็ไม่คิดลองดี  ได้แต่เก็บแรงและสมองพิจารณาหาลู่ทางหนีจากคนพวกนี้ แม้ไม่รู้จุดประสงค์ แต่ก็ไม่ยากที่จะเดา

ไม่ได้มาดีแน่นอน!

คนถูกจับตัวตั้งสติพิจารณาเหตุผล ก็คิดได้อยู่เพียงอย่างเดียว คือตัวเองกำลังถูกจับตัวเรียกค่าไถ่ เพราะถ้าหวังชีวิตก็คงถูกยิงทิ้งทันทีแล้ว แต่นี่กลับพาเขามาขึ้นเขาลงห้วย ก็ต้องหวังประโยชน์อะไรจากเขาแน่นอน และอะไรที่ว่าก็ต้องเป็นเงิน  เนื่องจากเขาเป็นเพียงนักท่องเที่ยวคนหนึ่งเท่านั้น จะมีอะไรให้ นอกจากเงิน

พวกเขาลัดเลาะชายเขาข้ามธารน้ำเล็กๆท่ามกลางความมืดเย็นบาดผิว ร่างกายสวมใส่เพียงเสื้อยืดคอกลมสั่นสะท้าน โชคดีที่พวกมันจับเขากอดมัดกับม้าตัวโต จึงอาศัยไออุ่นจากมันบรรเทาความหนาวไปได้บ้าง

นพรัตน์กัดฟันแน่นไม่ให้มันกระทบดังจนสะเทือนสมองน้อยๆที่กำลังพยายามตั้งสติสุดกำลัง

จะเอาตัวรอดจากเรื่องนี้ยังไงดี

การเดินย่ำไปในราตรีจบลง กลุ่มทหารพักม้าบนลานหิน ท่ามกลางเทือกเขาและหุบเหว เขาถูกนำตัวลงจากหลังม้า นั่งมองพวกทหารจุดไฟกองเล็ก

แสงสว่างนำพาความอุ่นใจให้ร่างโปร่งน้อยนิด  มองไปรอบๆก็เห็นแต่เงาทะมึนของต้นไม้ใหญ่  เสียงสุนัขป่าหอนดังสะท้อนก้องไปทั้งป่ายิ่งทำให้นพรัตน์ห่อตัวเองแน่นขึ้น

ความเงียบโอบล้อมรอบตัว หนึ่งในนั้นหันมาสำรวจคนที่จับมาได้ นานจนนพรัตน์รวบรวมความกล้าถามออกไปเป็นภาษาอังกฤษ ทั้งที่หัวใจเต้นรัว

“พวกนายจับฉันมาทำไม อยากได้อะไร?”

ทหารคนนั้นลุกมานั่งตรงหน้าก่อนกระชากกระเป๋าเป้ซึ่งยังติดอยู่ด้านหลังมาเปิดดูคาคอของเขา พลางพูดภาษาท้องถิ่นที่เขาไม่เข้าใจ

“ท่าทางจะรวยไม่เบา ไม่งั้นแกคงไม่อยู่ที่นี่นานเป็นเดือน”

คนพูดรื้อของภายในออกมากอง สายตาจ้องเขม็งที่กระเป๋าตัง หยิบขึ้นมาเปิดดูแล้วจึงแสยะยิ้มคล้ายเหยียดหยัน หันไปโชว์แบงค์ดอลล่าปึกย่อยๆกับเงินสกุลคีอีกจำนวนไม่น้อยที่แลกไว้สำหรับใช้จ่ายก่อนเดินทาง

“ลาภลอย ไอ้นี่รวยจริงว่ะ แกเลือกเป้าหมายได้แจ๋ว”

“ก็ดูจากรายชื่อนักท่องเทียว มันอยู่นานสุด แสดงว่ามันต้องรวยน่าดู และมันเป็นคนไทยที่ไอ้หมีใหญ่มันให้ความสำคัญกับประเทศนี้มากกว่าประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกัน ที่นั่นสื่อเสรี ทีนี้ล่ะ ได้เป็นข่าวทั่วโลก แต่ถ้ามีเวลาตรวจรายชื่อมากกว่านี้คงได้คนสำคัญๆกว่านี้ คนของเราแอบคัดลอกรายชื่อมาได้เพียงส่วนเดียว ไอ้พวกหลวงมันเคร่งฉิบ ระวังตัวแจ”

“นั่นสิ เพิ่งจะมารู้เป้าหมายรู้แผนก่อนลงมือแค่สามชั่วโมง”

“กันแผนรั่ว พวกมันหูตาเป็นสับปะรด และงานนี้ต้องเร็ว ต้องสำเร็จ ไม่งั้นพวกเราฉิบหาย ตายกันหมด”

ภายในกระเป๋ามีของไม่มากนัก กล้องถ่ายรูปที่ยังไม่ได้ถ่ายเลยซักรูป เสื้อคลุม และของเล็กๆน้อยๆ  แต่ทุกอย่างก็ถูกเอาไปหมด แม้กระทั่งลูกอม

“พวกนาย? อยากได้อะไรก็เอาไป แต่พูดภาษาอังกฤษได้ไหม ฉันฟังไม่รู้เรื่อง!”

ทหารที่รื้อของปลดเป้ออกจากตัวเขาแล้วโกยของกลับใส่เหมือนเดิม จากนั้นนำไปสะพายหลังตัวเอง แล้วจึงกวาดสายตาหยาบกระด้างสำรวจนักโทษของตน

“ที่ตัวน่ะ ถอดมาให้หมด” ทหารหน้าดำตาคมเหมือนแขกเข้ามายื้อแขน ทำให้ร่างสูงแข็งขืน

“อะไร? พวกแกจะทำอะไร อยากได้อะไรก็พูดสิวะ”

“ไอ้นี่ ไม่เข้าใจเว้ย ถอดออกมา!”

กำปั้นหนักต่อยเข้าที่ต้นแขน พร้อมกับรูดนาฬิกาออกไป สายตาไล่ดูไปตามนิ้ว มองหาเครื่องประดับ ซอกคอถูกมือใหญ่คว้านหาสร้อยจนผู้ถูกสัมผัสดิ้นหนีร่องรอยน่ารังเกียจ เมื่อไม่พบของมีค่าจึงระบายลมหายใจฟึดฟัด สายตาเหลือบเห็นแสงวิบวับที่ติ่งหูจึงผลักอีกฝ่ายล้มลง

   รองเท้าหนังเหยียบลงบนไหล่ จิกศีรษะทุยหันข้างแล้วพยายามดึงตุ้มหูออก

   “ปล่อย! ไอ้บ้าเอ๊ย”

   เพราะถูกกดหน้าแนบกับลานหินจนหายใจไม่ออก ร่างโปร่งจึงดิ้นแรง พยายามยกศีรษะขึ้นให้มีช่องหายใจ หากอีกฝ่ายก็ยิ่งกดแรงเมื่อดึงตุ้มหูไม่ออก สุดท้ายจึงกระชากจนใบหูนิ่มฉีก

   “โอ๊ย!”

   นพรัตน์ตัวงอ เจ็บปวดจนหน้าเบ้ พยายามยกมือที่ถูกมัดขึ้นปัดป้องใบหูซึ่งตอนนี้เลือดไหลอาบ

“เอ้ย! เบามือหน่อย เดี๋ยวมันตายก่อนก็สูญกันพอดี”

ทหารที่ทำตัวคล้ายหัวหน้าตลอดการเดินทางตะโกนบอก

“รู้แล้วน่า ก็มันดิ้น ทำเป็นหวง” คนพูดเตะเข้าที่สะโพกคนนอนคุดคู้ “รวยแล้วก็แบ่งๆกันใช้บ้าง คนอย่างพวกแกมันเห็นแก่ตัวกันทั้งนั้นล่ะ” คนพูดยิ้มเหี้ยม นัยน์ตาสะท้อนปมในใจหลากหลาย “แค่ยืดเวลาของแกไปอีกหน่อยเท่านั้น งานสำเร็จเมื่อไรแกก็หมดประโยชน์!”

หากนพรัตน์ที่นอนร้องครางไม่รับรู้คำพูดภาษาถิ่น ซึ่งบอกเวลาจบชีวิตของตัวเองเลยแม้แต่น้อย

ประเทศนี้มันป่าเถื่อนสิ้นดี!

แม้แต่นักท่องเที่ยวยังถูกทหารจับมารีดไถ่ได้ง่ายๆ แล้วชาวบ้านตาดำๆจะเหลืออะไร ไอ้คนปกครองประเทศไม่เคยมาดูมามองเลยรึไง  ปล่อยให้ไอ้ทหารนอกแถวทำเรื่องต่ำช้าแบบนี้ได้ มัวแต่นั่งชี้นิ้วอยู่บนหยาดเหงื่อแรงงานของชาวบ้าน ฟุ่มเฟือยอยู่บนความแร้นแค้น สร้างภาพซะเหลือเกินว่าเป็นประเทศแห่งความสงบเงียบ ทั้งที่จริงวุ่นวาย ไร้ซึ่งความปลอดภัย

บัดซบเอ๊ย! กลับไปได้พ่อจะป่าวประกาศให้โลกทั้งโลกรุมประณาม ไอ้ประเทศเผด็จการแบบนี้ 

คนเจ็บนอนนิ่งพักใหญ่แล้วจึงขยับลุกนั่ง หลังพิงก้อนหินใหญ่ กวาดสายตามองทุกคนที่นั่งรอบกองไฟใกล้มอด  ความเจ็บแค้นอัดแน่นอยู่ในอก หากกำลังใจอันน้อยนิดยังมีจากความเจ็บปวดที่ได้รับ และความกลัวตายที่คืบคลานเข้ามาใกล้

การดิ้นรนให้พ้นความตายคือแรงผลักดันให้หาทางเอาชีวิตรอดสุดกำลัง

คอยก่อน...


พระบรมมหาราชวังเก่าแก่ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงซึ่งโอบล้อมเมืองหลวงไว้ ทำหน้าที่คล้ายปกปักษ์รักษาดินแดนแห่งนี้มาช้านาน ผ่านยุคสมัยการล่าอาณานิคมของชาวตะวันตก ถูกรื้อเผาทำลายมาหลายครั้ง หากทุกครั้งก็จะถูกทำนุบำรุงให้เหมือนเช่นดังกาลก่อน ด้วยหัวใจของผู้ก่อเกิดแต่แผ่นดินนี้ และสืบทอดในสายเลือดถึงผู้ครองบัลลังก์องค์ปัจจุบัน

สมเด็จพระราชาธิบดีพระเจ้าฟ้ารุ่งนฤเบศน์ ทอดเนตรแสงไฟดวงน้อยคล้ายดังหิ่งห้อย บินลอยในเมืองหลวง ที่ราบเพียงน้อยนิดที่กำลังรองรับการเจริญเติบโต  การเติบโตที่มาพร้อมปัญหารอบด้านให้ต้องทรงงานหนักเพื่อการก้าวย่างอันมั่นคง การตั้งเป้าหมายเพื่อกำหนดทิศทางการนำพาประเทศไปนั้นจึงสำคัญยิ่ง

และเป็นความโชคดีในโชคร้ายที่ประเทศนี้เพิ่งจะลืมตาดูโลก  โลกที่คนอื่นได้ลองผิดลองถูกมาแล้ว พระองค์จึงใช้โอกาสนี้หยิบเอาข้อดีของแต่ละที่มาปรับใช้กับประชาชนในประเทศ

แผ่นดินซึ่งมีภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงคืออุปสรรคในการพัฒนา หากในทางกลับกัน นี่คือปราการปกป้องกระแสวัฒนธรรมต่างชาติได้เป็นอย่างดี  ดินแดนแถบนี้จึงยังคงดำเนินวิถีชีวิตและขนบธรรมเนียมประเพณีดังหลายร้อยปีก่อน

ความเจริญไม่ใช่สิ่งผิด หากความเจริญนั้นต้องไม่มาทำร้ายทำลายสิ่งดีงามที่มีอยู่เดิม

สายลมเย็นเฉียบพัดผ่านพักตร์ เกศายาวพลิ้วไหว พระองค์ไม่เคยหน่ายที่จะมองแผ่นดินเบื้องล่างจากตรงนี้  ตรงนี้พระองค์จะมองเห็นประชาชน และประชาชนจะมองเห็นพระองค์

ผิดกับอีกองค์ซึ่งทำหน้าบอกบุญไม่รับยามต้องมาพำนักในพระบรมมหาราชวังซึ่งเต็มไปด้วยกฎระเบียบ  ทว่ายามนี้ ใบหน้าเคร่งเครียดคงไม่ได้มาจากสาเหตุเดิม แต่เป็นเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นในตอนนี้มากกว่า

เจ้านรพยัคฆาภูบดินทร์ พระอนุชาต่างพระมารดา ที่เป็นกำลังสำคัญในการนำพาประเทศนี้ให้รอดพ้นจากชาติมหาอำนาจที่จ้องเข้ามาตักตวงผลประโยชน์ในทุกรูปแบบ

องค์กรสิทธิมนุษยชน องค์กรให้ความช่วยเหลือประเทศด้อยพัฒนา เงินให้เปล่าในรูปแบบสาธารณะกุศล มีมุมของคุณประโยชน์ หากนัยหนึ่งคือการกลืนกินชนชาติอย่างช้าๆและชอบธรรม

“ท่าทางเธอจะเหนื่อย ไปพักเถอะ เราวางแผนคัดเลือกคนทำงานทุกอย่างแล้ว ที่เหลือคือเราต้องรอเท่านั้น”

“พ่ะย่ะค่ะ ถ้าฝ่าบาทบรรทม หม่อมฉันก็จะไปเหมือนกัน”

คนตอบเสียงเรียบ หากทำให้พระขนงผู้ฟังเลิกขึ้น

“เสือน้อย เธอคือแขนทั้งสองของพี่ หากเธอล้ม พี่ก็ไม่ต่างจากคนแขนขาด ไปพักซะ อีกปะเดี๋ยวพี่ก็จะไปนอนเช่นกัน หรือที่นี่ไม่ใช่วังในป่าในเขา เธอเลยนอนไม่หลับ พี่จะได้ให้นางกำนัลไปช่วยกล่อม?”

ผู้ฟังถอนใจเสียงดังคล้ายระอากับการสัพยอกของผู้พี่

“จะที่ไหนหม่อมฉันก็นอนได้ทั้งนั้น”

“หรือ?”ขนงเลิกขึ้นหยอกเย้าน้องชายวัยสี่สิบต้นๆ “ในวังนี้เธอเคยบอกว่าไม่ชอบอยู่เพราะระเบียบเยอะ พี่ก็สร้างวังให้ใหม่ จะได้เป็นส่วนตัวและยกย่องพระเกียรติของหม่อมอลิซาเบธ”
“ขอบพระทัยที่พระราชทานให้” คนพูดเสมองไปทางอื่น

“แต่เธอก็ยังแอบไปนอนในป่าอยู่ดี”

“ไม่ได้แอบพ่ะย่ะค่ะ ปกติก็อยู่วังที่พระราชทานให้ แค่ขึ้นไปพักบนเขาชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น”

“อืม ชั่วครั้งชั่วคราวของเธอ คืออาทิตย์ล่ะสองสามวัน”

เห็นอนุชาต่างมารดาทำหน้านิ่วคิ้วขมวดได้ องค์ฟ้ารุ่งก็สรวลออกมา

“พี่ไม่คิดจะบังคับเธอหรอกนะเสือน้อย” สายพระเนตรทอดไกลยังที่ตั้งเมืองหลวงที่ตอนนี้เห็นเพียงดวงไฟเล็กๆเบื้องล่างท่ามกลางความมืดสงบ “พี่แค่อยากให้เธอสบายขึ้นอีกซักนิดก็ยังดี ความเหนื่อยยากของเธอ พี่ระลึกเสมอมา”

พระพักตร์สีนวลแลอบอุ่นคลี่ยิ้มให้น้องชายที่มีรูปร่างสูงใหญ่กว่าจากสายเลือดฝั่งมารดาซึ่งเป็นชาวตะวันตก

“เราพูดเรื่องนี้กันจบไปแล้ว และจะไม่พูดถึงอีก ในตัวผมมีเลือดของชาวปัญจคีรีครึ่งหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมจะไม่ยอมให้บ้านเกิดเมืองนอนตัวเองล่มสลายลงไปต่อหน้าต่อตา”

คนเป็นน้องเอ่ยเสียงแข็ง ไม่มีลำดับชั้นยศศักดิ์ เหลือแต่ความเป็นพี่เป็นน้องเท่านั้น

“ผมสบายพอแล้ว แต่ถ้าพี่อยากให้ผมสบายมากกว่านี้ก็หยุดส่งคุณหนูคนนู้นคนนี้มาให้ผมดูตัวซะทีเถอะ ปวดหัว”

เจ้านรพยัคฆ์ทำหน้ารำคาญใจ หากคนเป็นเจ้าพี่ยิ้มกริ่ม

“พี่ก็รู้ว่าเธอรำคาญ แต่บางเรื่องพี่ก็ทำเป็นหูทวนลมไม่ได้ ขุนนางใหญ่ออกปากมาทั้งที จะให้พี่บอกปัดก็กระไรอยู่ รักษาน้ำใจกันไว้บ้างจะดีกว่า”

“ถ้างั้นพี่ก็รับน้ำใจพวกเขาไว้เองเถอะ”

“พี่รับไว้สองคนเห็นจะพอแล้ว ที่เหลือคงต้องให้เธอช่วย” องค์ฟ้ารุ่งแย้มพระโอษฐ์ให้กับดวงตาขวางๆของน้องชาย ผู้รู้เส้นสายกลนัยในชีวิตคนเป็นเจ้าเหนือหัวดี 

พระองค์อภิเษกสมรสกับพระราชินีด้วยความเหมาะสมทุกประการทั้งปวง  หากชะตาชีวิตแม้อยู่เหนือคนทั้งปวงก็ยังต้องยอมให้โชคชะตา เพียงพานพบบุตรสาวคหบดีในงานฉลองคล้ายวันประสูติ พระองค์ก็ต้องทุกข์ทรมานข่มความต้องการของตนเองยิ่งยวด แม้กฎหมายของที่นี่จะสามารถมีสามีหรือภรรยาได้มากกว่าหนึ่งคน แต่พระองค์ก็ต้องดำรงตนเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตและอนาคตที่ไม่รู้ว่ากฎหมายฉบับนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงเข้าสักวัน เพื่อการณ์นั้นจึงวางองค์ในเรื่องนี้ระมัดระวังยิ่ง

ไม่มีใครรู้ ประชาชนหวังพึ่งบารมีจากพระองค์ แต่พระองค์เล่าจักต้องยืนอย่างเดียวดายเสมอ  และวันที่พระองค์ไม่สามารถข่มกลั้นไว้ได้ก็มาถึง เสด็จไปหาหญิงคนนั้นและถามกับเธอว่า

“ฉันไม่มีอะไรจะให้นอกจากหัวใจเท่านั้น เธอจะรับไว้ได้หรือไม่”

เธอคนนั้นน้ำตานอง สะอื้นตัวโยน ที่ผ่านมาเธอบอกเป็นนัยให้รู้มาตลอดว่าไม่ประสงค์จะเป็นคนที่สองที่สามของใคร แต่ครั้งนี้เธอพยักหน้า

พระองค์จึงเว้นว่างตำแหน่งสมเด็จพระราชินี จะไม่มีใครได้ขึ้นไปถึง

บัดนี้ทรงมีโอรสจากพระราชินีสองพระองค์ และธิดาจากสนมเธอคนนี้หนึ่งพระองค์  เพียงพอแล้ว

แต่คนตรงหน้ายังไม่มีแม้แต่สนม  นานครั้งจึงจะมีคู่เรียงเคียงหมอนซักที  แล้วจะไม่ให้เป็นที่หมายตาของบรรดาขุนนางน้อยใหญ่ที่มีบุตรสาวหลานสาวได้ยังไง

ลูกครึ่งเอเชียผสมตะวันตกโดดเด่นสะดุดตา เครื่องหน้าคมคาย ใต้จมูกโด่งเป็นสัน คือริมฝีปากระเรื่อ สีผิวแม้ไม่ขาวอมชมพูดังคนตะวันตกแต่ก็เนียนละเอียดไร้รอยกระ ดูเผินๆก็ไม่ต่างจากคนพื้นถิ่นตัวโตซักเท่าไร ถ้าไม่เห็นดวงตาที่สะท้อนบอกสายเลือดตะวันตก ดวงตาสีฟ้ากระจ่างสดใส นางกำนัลน้อยในวังเป็นอ่อนเปลี้ยทุกครั้งที่เจ้าน้องพระองค์นี้มาพำนัก

“เรื่องนี้ผมเห็นจะช่วยไม่ไหว แต่ล่ะคนมีธุรกิจพ่อแม่ตามมาเป็นหางว่าว”

“เธอนี่ ถ้าไม่ใช่คุณหนูเหล่านี้ก็เหลือแต่ชาวบ้านธรรมดาเท่านั้นล่ะ”

“ก็ดี”

“จริง?”

ผู้น้องเม้มปากกับการยั่วเย้า

“หม่อมฉันจะไปนอนแล้ว”

องค์ฟ้ารุ่งมองตามแผ่นหลังกว้างที่คอยค้ำจุนราชบัลลังก์เหนือสิ่งอื่นใด จนบางครั้งพระองค์ก็นึก วันที่ขอร้องให้น้องคนนี้มาช่วย คือวันที่ขอให้น้องเสียสละความสะดวกสบายมาใช้ชีวิตในประเทศที่ติดอันดับความยากจน ไม่มีทุนรอนจะให้เนรมิตอะไรได้ดังใจหวังง่ายๆ

“เสือน้อย พี่อยากให้ที่นี่มีสิ่งที่เธอรักรอเธออยู่เหลือเกิน

********************
   

ออฟไลน์ takuya

  • เป็ดนักโพสมือดี
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-0
4

การเดินทางของกลุ่มทหารเริ่มขึ้นอย่างรีบร้อนเมื่อใกล้ฟ้าสาง อาหารเป็นแป้งขนมปังแห้งๆชิ้นเดียวกับน้ำเปล่า เหมือนไม่ได้ตะเตรียมการณ์ไว้ พวกเขาพากันลัดเลาะเชิงเขาจนตะวันเกือบตรงศีรษะก็เห็นพื้นราบด้านล่าง หากพวกเขาไม่ได้ตรงดิ่งไปยังหมู่บ้านที่ตั้งอยู่กระจัดกระจายนั้น กลับเดินหลบออกไปไกล รอบตัวเหลือแต่ท้องทุ่งข้าวสีเขียวสลับเหลืองเป็นขั้นบันได

บ้านสองชั้นก่อจากหินซ่อนตัวในดงไม้หนา ที่นั่นคือจุดที่พวกเขาหยุดพักอีกครั้ง และเดาได้ว่ามันคือจุดที่คนพวกนี้นัดแนะกันส่งเสบียงกรังเพื่อเตรียมเดินทางอีกหลายวัน

“ข่าวว่าไอ้หมาดำมันส่งคนไปปิดเส้นทางที่พวกเราจะไปถึงจุดหมายแล้ว” ผู้นำกลุ่มแสยะเขี้ยว เมื่อค้นเจอข้อความในถุงเสบียงซึ่งแอบซ่อน“เราอาจต้องรอจังหวะ”

“แบบนี้ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไร เราก็ต้องวนอยู่ในป่าตลอดสิ เสี่ยงฉิบ แถวนี้เสือสางเดินกันให้วุ่น แล้วนายว่าไง ยิ่งยื้อเรายิ่งเสียเปรียบพวกมัน”

“ยื่นขอเสนอไปแล้ว พวกมันห่วงหน้าตา ยังไงก็ต้องยอมเปิดโต๊ะเจรจา”

“ถ้ามันไม่ยอมล่ะ มันอาจตลบหลังพวกเราก็ได้นะ” คนพูดเหล่ตามองตัวประกัน

“ก็เชือดมันสิ ยังไงเราก็ไม่เสียอะไรอยู่แล้ว มีแต่ได้ ถ้าไอ้นี่ตาย ข่าวก็จะแพร่ออกไป ทั่วโลกจะรุมประณามและจับตามันทุกย่างก้าว มันจะอยู่กันได้หรือ”

“แค่ไอ้นี่ตายมันจะได้ผลขนาดนั้นเชียวหรือวะ”

“ไม่”

“อ้าว?”

ตัวหัวหน้ายิ้มเหี้ยม “มันก็แค่อีกศพหนึ่งต่างหาก จนกว่าประเทศนี้จะไร้ความน่าเชื่อถือ รัฐควบคุมอะไรไม่ได้ สุดท้ายมันจะล้ม ประชาชนจะลุกฮือขึ้นมาขับไล่ชนชั้นปกครอง ระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์จะจบลง ระบบประชาธิปไตยจะเข้ามาแทนที่ ทุกคนจะมีสิทธิมีเสียง ไม่ใช่ถูกควบคุมจากไอ้คนบ้าอำนาจเพียงคนเดียวที่ตัดสินชีวิตทุกคน”

และคนที่มือยาวจะสาวได้สาวเอา รวยได้รวยเอา  คนมือสั้นก็จนเป็นทาสนายทุนจนวันตาย  คนฝันถึงอนาคตอันสวยหรูมิได้นึกเฉลียวใจเลยว่าตัวเองก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่จะทำให้ผลประโยนช์มหาศาลตกอยู่ที่คนเพียงกลุ่มเดียวเช่นกัน 

แถมเป็นพวกโลภมากไม่รู้จักพอเสียด้วย

“นี่” นพรัตน์กลั้นใจร้องเรียก “ฉันอยากเข้าห้องน้ำ” ชายหนุ่มชี้ที่เป้าตัวเอง ทำให้ไอ้หน้าดำหนึ่งในพวกนั้นแสยะยิ้ม

“มันคงปวดฉี่ เอาไงวะ?”

“พามันไป ยังต้องหอบหิ้วมันไปอีกหลายวัน เหม็นว่ะ”

คนพาถือปืนจ่อหลังให้ชายหนุ่มเดินไปหลังบ้าน  มือที่ถูกมัดไว้ด้านหน้ายังพอให้เขาจัดการธุระส่วนตัวได้ อยู่ๆปืนที่จออยู่ด้านหลังเคลื่อนมาอยู่ข้างเอว หางตาเห็นสายตาอีกฝ่ายกำลังจับจ้องอวัยวะเพศตนเองจึงรีบเบี่ยงหนี รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล แต่เสร็จธุระแล้วก็ไม่มีเกิดอะไรขึ้น เขาถูกนำตัวกลับมาไว้ที่เดิม ทว่าในใจเริ่มหวาดระแวง

ถึงจะตายก็ไม่ขอตายอย่างอนาถแน่

ข้าวของทุกอย่างถูกเก็บใส่กระเป๋าข้างตัวม้า พร้อมออกเดินทางอีกครั้ง และครั้งนี้ไม่ได้ถูกมัดติดคอม้าอีก เพราะมือที่ถูกมัดไว้ด้านหน้าถูกโยงด้วยเชือก ไอ้หน้าดำรับหน้าที่คนจูง ซึ่งบางทีมันก็แกล้งรั้งให้ปลายเชือกตึงจนเขาแทบตกม้า

บ่ายคล้อยกลางป่าเทือกเขาสูง พวกเขาได้ยินเสียงนกร้องสลับกับสัตว์ป่าคำรามตลอดการย้ำเดินจนเป็นเรื่องปกติ ทว่าไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่เสียงต่างๆเริ่มเงียบหาย

หัวหน้ากลุ่มยกมือบอกสัญญาณอะไรบางอย่าง ทุกคนดูตื่นตัวระแวดระวัง ชายหนุ่มตัวประกันได้แต่หันซ้ายหันขวา ใจคอระส่ำ ไอ้หน้าดำเคลื่อนมาประกบชายหนุ่มพร้อมปืนกล็อกจี้ที่เอว

นพรัตน์มองความยาวลำกล้องประมาณห้านิ้วกดลงบนเนื้อแล้วต้องหลับตาสูดลมหายใจเรียกสติก่อนที่จะหลุดลอย  ยิงด้วยระบบดับเบิ้ลทุกนัดระยะเผาขนขนาดนี้ ตายชัวร์

ดวงตาดำสุกใสลืมขึ้นช้าๆ หากยังไม่ตายก็ต้องดิ้นรนให้ถึงที่สุด!

โฮก...

เสียงคำรามของเสือดังก้องสะท้านป่า ทำให้นพรัตน์ครางในอก หัวหน้ากลุ่มส่งเสียงบอกอะไรบางอย่างแก่ลูกน้องจึงออกเดินทางต่อ หากคราวนี้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความระแวงระวัง จวบจนสิ้นแสงตะวัน

ไฟกองย่อมถูกก่อขึ้น และเติมใส่เชื้อฟืนให้ลุกตลอดเวลาผิดกับคืนก่อน อาหารแห้งถูกนำมาให้นพรัตน์กิน ไอ้หน้าดำชำเลืองมองเขาเป็นระยะๆพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

มันน่าควักลูกตาให้อีแร้งกินซะเหลือเกิน

ชายหนุ่มนั่งพิงต้นไม้ใหญ่โดยมีไอ้หน้าดำถือปลายเชือกไม่ห่าง ผ่านไปค่อนคืน นพรัตน์หลับสนิทรู้สึกตัวตื่นเมื่อมีมือหยาบกำลังลูบไล้สะโพกตัวเอง

“เอามือออกไป!” ชายหนุ่มตาสว่างฉับพลัน มองอีกฝ่ายแสยะยิ้มชักมือกลับ

ทว่าเวลานี้เสียงแมลงเล็กแมลงน้อยหายไป แม้แต่เขาที่ไม่รู้เหนือรู้ใต้ยังรู้สึกได้ หัวหน้ากลุ่มตวาดเสียงดังสั่งไอ้หน้าดำพาเขาขึ้นม้า

หัวหน้ากลุ่มถือปืนลูกซองมั่น ส่งสัญญาณแบ่งออกเป็นสองกลุ่มให้เดินแยกกันไปในดงไม้หนาแน่น ให้ความมืดอำพรางตัว

เฟี้ยว!...อึ๊ก!

เสียงแหวกอากาศดังขึ้นขณะม้าขยับไปได้ไม่ถึงสองก้าว และไอ้หน้าดำที่กุมตัวชายหนุ่มไว้ฟุบซบไปบนแผงคอม้า และร่วงลงพื้น เห็นรอยกระสุนทะลุกะโหลกเลือดไหลนอง

“ฮี๊ๆ”

ม้าหนุ่มยกขาตะกายอากาศด้วยความตกใจทำให้นพรัตน์รีบหนีบหัวเข่าทรงตัวบนหลังม้าไว้แน่น หางตาเห็นหัวหน้ากลุ่มถลึงตามองมาด้วยความโกรธเกรี้ยว ก่อนชี้ปลายประบอกปืนมาทางชายหนุ่ม หากเสี้ยวนาทีแห่งความเป็นความตาย เจ้าม้าหนุ่มที่ตื่นเตลิดได้เหวี่ยงตัวคนบนหลังหล่นพื้นแล้ววิ่งหนีเข้าป่า กระสุนจึงพลาดเป้าไปอย่างเฉียดฉิว

“ฆ่ามันซะ ไอ้หมาดำมันมาแล้ว อยากได้นักก็ให้มันแบกศพกลับไป!”

เสียงภาษาถิ่นตะคอกดัง แม้ไม่รู้ความหมายแต่ก็รู้ว่าพวกมันกำลังจะฆ่าเขาแล้ว สัญชาตญาณเอาตัวรอดทำให้ชายหนุ่มที่ตกจากม้ากลิ้งตัวหลบหลังหินก้อนโตทันที

ความเจ็บจุกหรือรอยถลอกปอกเปิกไม่ได้ทำให้นพรัตน์หยุดอยู่กลับที่  ร่างสูงรีบคลานต่ำหาหนทางไปให้ไกลจากเสียงปืนที่เกิดขึ้นตรงหน้า  เขาไม่เห็นอีกฝ่ายที่ระดมยิงใส่ทหารที่จับตัวเขามา แต่นั่นก็เพียงพอทำให้เขามีโอกาสหลบหนี เพราะพวกมันกำลังยิงต่อสู้จนไม่สามารถมาลากเขากลับไปได้

ความหวังเล็กๆสว่างวูบในใจ หรือเจ้าหน้าที่โรงแรมรู้แล้วว่าเขาหายตัวไป เลยให้ตำรวจออกตามหาเขา

ทว่าดีใจอยู่ได้เดี๋ยวเดียว นพรัตน์ก็ถูกชายในกลุ่มที่จับตัวมาตามจนเจอ  ร่างสูงรีบเร่งฝีเท้า หากเงาตะคุ่มข้างหน้าทำให้ชายหนุ่มล้มตัวไปอีกทาง  จังหวะนั้นเองที่ทำให้นพรัตน์เห็นผู้มาใหม่เต็มตา  และความหวังเล็กๆก็ได้สลายหายไปเช่นกัน

คนในชุดไอ้โม่งสีดำ คลุมหน้าเหลือแต่ลูกกะตากลอกไปมา ใส่เสื้อดำป้ายข้างนุ่งกางเกงเป้ายาวสีดำสนิทเช่นกัน คาดสายหนังพาดอกพร้อมอาวุธครบมือ ทั้งมีดแหนบทั้งปืนสั้นปืนยาว เหมือนกองกำลังชนกลุ่มน้อยตามแนวตะเข็บชายแดน ที่มีเรื่องสู้รบระหว่างกลุ่มอยู่เนืองๆ

พวกมันพาเขามาติดอยู่ในแนวปะทะหรือ? แล้วยังงี้จะเอาไงต่อดีไอ้ต่าย ถ้าถูกไอ้โม่งดำนี่จับได้ โชคดีก็คงจะถูกเรียกค่าไถ่เหมือนพวกเดิม แต่ถ้าไม่ ก็ตายแน่ๆ

หนีเสือปะจระเข้!

ให้ตายเถอะ! ตำรวจที่นี่นอนกันอยู่รึไงวะ นักท่องเที่ยวหายทั้งคน จ่ายมาแพงนะเว้ย

ชายหนุ่มปลุกปลอบขวัญตัวเองทั้งที่อยากร้องไห้เต็มแก่ มือที่ยังถูกมัดไว้พยายามช่วยตัวเองให้หลบหลุดจากวิถีกระสุนของทหาร

การโต้ตอบของทั้งสองฝ่ายทำให้เขามีโอกาสวิ่งหนีอีกครั้ง

“เฮ้!หยุด”

เสียงตะโกนเรียกเป็นภาษาอังกฤษทำให้เขาเหลียวมองแวบหนึ่ง ไอ้โม่งดำที่กำลังยิงใส่ทหารละล้าละหลังก่อนตัดสินใจวิ่งฝ่าความมืดตามชายหนุ่ม นั่นยิ่งทำให้นพรัตน์วิ่งหนีสุดชีวิต

“อย่าไปทางนั้น! คุณ! หยุด! พวกเรามาช่วย คุณจะปลอดภัยถ้าไปกับเรา”

ข้อความไล่หลังที่ฟังออกแต่ไม่ทำให้ร่างสูงหยุดวิ่งแม้แต่น้อย  เขาจะเชื่อใจใครได้ เพราะแม้กระทั่งทหารของทางการยังจับเขาเรียกค่าไถ่ แล้วไอ้โม่งดำพวกนี้มันเป็นใคร

เชื่อก็บ้าแล้ว!

ไอ้โม่งดำยังวิ่งตามชายหนุ่มไม่ลดละ หากในมือยังต้องยิงคู่ต่อสู้เพื่อป้องกันตนเอง และหนทางบนเขาไม่ได้ราบเรียบ มีทั้งก้อนหินกิ่งไม้ต้นไม้เถาวัลย์ระเกะระกะ ระยะห่างจึงค่อยๆมากขึ้น

“เฮ้ย!หยุดสิ” เสียงไอ้โม่งดำตะคอกอยู่ข้างหลังอย่างหัวเสีย “เราเป็นคนของทางการ มาช่วยคุณนะ”

“เอาพ่อแกมาพูดฉันยังไม่เชื่อเลย!”

นพรัตน์ตะโกนตอบกลับด้วยโมโห หัวใจจะวายเพราะอาการเหนื่อยหอบ พลางก้มหัวหลบกิ่งไม้ด้านหน้า  ทว่าพ้นพุ่มไม้หนาชายหนุ่มก็สะดุดล้มกลิ้งลงเนินไปกองในซอกเขาซึ่งมีซากใบไม้แห้งรองรับไม่ให้บาดเจ็บหนัก แต่ก็ทำให้ชายหนุ่มแทบอยากอาเจียน

เสียงปืนเริ่มเบาลง ร่างโปร่งพยายามพาตัวเองออกไปให้ไกลเท่าที่จะไกลได้ เขาเดินและเดินจนแทบหมดแรง เหลียวมองไปด้านหลังไม่รู้สึกถึงวี่แววมนุษย์จึงได้ถอดใจทรุดตัวลงนั่งกองกับพื้นหญ้ารก และได้แหงนมองท้องฟ้าประดับดาวดารดาษเป็นครั้งแรก

พ่อ...แม่...พี่  ต่ายอยู่ตรงนี้

ชายหนุ่มฟุบหน้าน้ำตาซึม ก่อนจะสะอื้นตัวโยนจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาสดๆร้อนๆ หากความเศร้าเสียใจเกิดขึ้นไม่นานก็ต้องหยุดลงเมื่อได้ยินเสียงคำรามของสัตว์ใหญ่ดังสะท้อนในป่า นพรัตน์สะดุ้ง ฝืนตัวมองไปรอบๆอย่างหวาดระแวง

“เสียงเมื่อกี้...เสือ หรืออะไร?” เขาพึมพำถามตัวเอง ทว่าค่อนข้างแน่ใจว่าเป็นเสียงเจ้าลายพาดกลอนแน่ๆ

นพรัตน์เช็ดหน้ากับแขนเสื้อตัวเองลวกๆความเจ็บแสบของบาดแผลตามเนื้อตัวเริ่มออกฤทธิ์ให้รู้สึก หากไม่มีเวลาใส่ใจหรือโอดครวญ เขาใช้ปากช่วยแกะเชือกมัดมือออกอย่างทุลักทุเล จากนั้นถมเลือดในปากทิ้งเพราะถูกเชือกบาด

ข้อมือเป็นรอยบาดแดงยาวทั้งสองข้าง แม้เจ็บแต่ก็ทำให้คล่องตัวในการลัดเลาะป่าเขามากกว่าเดิม

ความกลัวเริ่มเข้าจับจิต ความมืดเปลี่ยววิเวก ยิ่งทำให้เขาเริ่มสติแตก มีแต่ตัวกลางป่ากลางเขา ไม่พ้นคืนนี้เขาคงถูกเสือตะปบกิน  ชายหนุ่มคลำทางเท่าที่ดวงตาจะเห็นจากแสงจันทร์เลือนราง ต้นไม้แตกกิ่งก้านสาขาบนลานหินย่อมๆด้านหน้าคือเป้าหมาย  นพรัตน์รวบรวมแรงปีนขึ้นไปนั่งคร่อมบนง่ามไม้ใหญ่รองรับน้ำหนักคนได้สบาย สูงจากพื้นพอไม่ให้ถูกเสือสางตะปบ จากนั้นจึงพาดตัวกับกิ่งไม้ใหญ่ ใช้สองมือกอดไว้กันตก สองตาหลับลงท่ามกลางความสับสนวุ่นวายใจจนสติค่อยลางเลือน แต่ไม่ดับสนิท


เมื่อแสงสว่างมาถึง ชายหนุ่มที่ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหนของประเทศกำลังหลงทาง กำลังใจที่มีน้อยนิดตอนนี้ไม่เหลือเลย เขาลงจากต้นไม้เดินไปอย่างไร้จุดหมาย บ้างไถลลงหุบตื้นๆจนได้ยินเสียงน้ำแว่วๆ

ความกระหายทำให้ชายหนุ่มรีบเดินเข้าไปหาธารน้ำตกเบื้องหน้า  น้ำใสสะอาดแต่เย็นเฉียบถูกดื่มอึกแล้วอึกเล่าจนท้องเต็มไปด้วยน้ำ ก่อนจะวักน้ำล้างหน้าลูบแขนขาตัวเองซึ่งเต็มไปด้วยเหงื่อและฝุ่นพอเป็นพิธีด้วยอากาศบนเขาเย็นกว่าพื้นราบมากนัก

นพรัตน์ตัดสินใจเดินตามธารน้ำตกไปเรื่อยๆ ยังไงน้ำก็ต้องไหลสู่พื้นราบ อันเป็นที่เพาะปลูก ถ้าดวงเขาจะไม่ตาย ยังไงวันสองวันนี้ก็ต้องเจอหมู่บ้านคนบ้างล่ะ  และการคาดเดาของชายหนุ่มก็เห็นผลก่อนค่ำนั้นเอง

เบื้องล่างแม้จะไกลลิบๆเขาเห็นทุ่งข้าว เห็นโรงเรือนเล็ก เรี่ยวแรงที่แทบจะยกขาไม่ขึ้นเกิดแรงเฮือกสุดท้าย นำพาตัวเองไปถึงชายเขาจนได้  ร่างสูงลัดเลาะชายป่าไปเรื่อยๆ เขาไม่กล้าออกมาเดินโทงๆเพราะความกลัวหลายๆอย่างประดังประเด เหตุการณ์สอนให้เขาไม่กล้าไว้ใจใคร

“ไม่มีใครเลย”

นพรัตน์สำรวจนาข้าวสุดลูกหูลูกตาข้างหน้าแล้วจึงนั่งลงกับพื้น กุมท้องตัวเอง

“ถ้ารู้ก็จะกินมาให้อิ่มตั้งแต่เมื่อวานเลย”

ชายหนุ่มนั่งมองฟ้าค่อยๆมืดลงแล้วจึงเดินออกมาจากที่ซ่อนตัว ตรงไปยังโรงเรือนที่ปราศจากผู้คนอาศัย

สิ่งปลูกสร้างที่ไม่ต่างจากกระต๊อบปลายนา ไม่มีประตูหน้าต่าง ร่างสูงจึงเข้าไปหลบอาศัยนอนกันความหนาวเย็นยามค่ำคืน ภายในไม่มีอะไรนอกจากกองฟืนให้ซุกตัวนอนได้เท่านั้น

พรุ่งนี้  เดี๋ยวพรุ่งนี้เขาก็จะได้กลับบ้าน

นพรัตน์หลับตาลงพร้อมกับความทรมานทั้งจิตใจและบาดแผลบนร่างกาย หากความเหนื่อยล้าก็ทำให้ชายหนุ่มดิ่งสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็ว


เสียงคลื่นวิทยุดังครืดคราดในห้องสื่อสาร เคอแสนองครักษ์คนสนิทเจ้านรพยัคฆ์รีบนำความขึ้นทูลทันที  ยังผลให้ดวงเนตรราวท้องฟ้าโปร่งขุนมัวฉับพลัน

“พลาด”

พระสุรเสียงราบเรียบหากผู้ฟังสะท้านหนาวสันหลังไปตามๆกัน

“หน่วยเงาพยัคฆ์ปะทะกับกลุ่มกบฏตอนกลางคืน และสามารถแยกตัวประกันออกมาได้ แต่ว่า...ตัวประกันหนีไปพ่ะย่ะค่ะ”

พระขนงขมวดมุ่น ขอคำอธิบายเพิ่ม

“คือ เจ้าหน้าที่รายงานมาว่า ตอนแยกตัวประกันออกมา ตัวประกันกลับวิ่งหนีคนของเรา”

“หนีคนของเรา!?”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“ไม่มีโอกาสแจ้งหรือ เราไปด้วยจุดประสงค์อะไร?”

“แจ้งพ่ะย่ะค่ะ แต่...แต่ว่าตัวประกันไม่เชื่อ กอปรกับความมืดและต้องรับมือกับพวกกบฏ ทำให้พลัดกัน เจ้าหน้าที่จับพวกกบฏได้หนึ่ง ตายหนึ่ง หลบหนีอีกหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ”

“เขาไม่เชื่อ...”

เจ้านรพยัคฆ์ครุ่นคิดแต่เหตุผลที่ตัวประกันไม่เชื่อเจ้าหน้าที่ที่ถูกส่งไปช่วยเหลือ ก่อนทอดพระเนตรองครักษ์คนสนิทมีอาการอึกๆอักๆ

“จะพูดอะไรเคอแสน”

“เออ...เจ้าหน้าที่ที่ติดตามตัวประกันยังรายงานอีกว่า ก่อนพลัดกัน ตัวประกันได้ตะโกนบอกว่า ต่อให้เอาพ่อพวกเรามาพูดเขาก็ไม่เชื่อพ่ะย่ะค่ะ”

เคอแสนรายงานจบก็ก้มหน้านิ่ง ไม่ต้องมองก็รู้ว่าตอนนี้ดวงเนตรนั้นฉายแววพิโรธโกรธาเพียงใด

“เรามีปัญหาแล้วล่ะ” วงองค์สูงใหญ่ลุกขึ้น “ไปกันเถอะ”

“ฝ่าบาท!”

ออฟไลน์ takuya

  • เป็ดนักโพสมือดี
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-0
เช้าวันรุ่งขึ้น นพรัตน์หรี่ตามองไปรอบๆพร้อมกับอาการปวดไปทั้งตัว ริมฝีปากแห้งผากแตกจนเลือดซิบ แม้จะเป็นคนแข็งแรง แต่คราวนี้เจ้าของร่างกายรับรู้ว่าตัวเองกำลังจะถึงที่สุดแล้ว

นาข้าวบนที่ราบระหว่างเทือกเขาสองฝั่ง กินบริเวณไม่มากนัก ลมเย็นๆพัดผ่านยอดข้าวปลิวไสว ทะลุมาถึงโรงเรือนเก่าไม่มีประตูหน้าต่างที่เจ้าของคงสร้างไว้ใช้เฝ้านาหรือเก็บของ ทิวทัศน์ธรรมชาติสดสวยเบื้องหน้าทำให้ชายหนุ่มยิ้มหยันตัวเองก่อนจะหลับคล้ายคนหมดสติ  ตื่นมาอีกครั้งก็ต้องสะดุ้งกับเงาเบื้องหน้าทาบทับ

หญิงชราแบกตะกร้าไว้เบื้องหลังก้มมองชายหนุ่มอย่างหวาดระแวงแกมสงสัย ก่อนส่งเสียงภาษาถิ่นดังโฉ่งฉ่าง ในมือแกมีท่อนฟืนดุนใหญ่เตรียมฟาดชายหนุ่มไม่เลี้ยง

“ยะ...ยาย! ฉันไม่ใช่ขโมย ฉันไม่ได้เอาอะไรไปเลยนะ” นพรัตน์รีบส่ายหน้าโบกไม้โบกมือหน้าตาตื่น  “ฉันเป็นนักท่องเที่ยว ฉันหนี หนีโจรมา ช่วยฉันด้วยนะ”

น้ำเสียงแหบแห้ง ฟังดูอ่อนระโหยโรยแรง พร้อมกับพนมมือขอความเมตตาทำให้หญิงแปลกหน้าลดไม้ลง ส่งเสียงถามยาวยืด หากชายหนุ่มฟังไม่รู้เรื่องแม้แต่คำเดียว

“ยาย ฉันอยากไปหาตำรวจ หรือไม่ก็ ใครก็ได้ที่พอจะพูดภาษาอังกฤษได้”

หญิงชราส่ายหน้ายุ่ง แล้วจึงทรุดตัวนั่งหลังจากมองสภาพผู้แปลกปลอมมีอาการสะบักสะบอมไม่ต่างกับถูกหมาฟัดมา  แววตาร้องขอความช่วยเหลือเหมือนคนกำลังอับจนหนทาง มือผอมเหี่ยวย่นยื่นเข้าไปตบบ่าลู่เบาๆปลอบประโลม นพรัตน์ขื่นขมในลำคอน้ำตาคลอหน่วยพลางกุมท้องตัวเองที่แสบแปลบๆ

ห่อใบไม้สองห่อถูกยื่นมาตรงหน้า หญิงชรายิ้มฟันหลอ ชี้ชวนให้แกะห่อ จากนั้นส่งกระบอกน้ำให้

ภายในห่อใบไม้หนาหลายชั้นคือข้าวสวยอุ่นๆกับผักคลุกเครื่องเทศบางอย่าง  ชายหนุ่มมองอีกฝ่ายชี้ให้หยิบกิน เขาจึงเก้ๆกังๆเช็ดมือกับเสื้อเหม็น แล้วรีบลงมือหยิบอาหารใส่ปาก ชั่วพริบตาอาหารก็หมดลง ความอิ่มหนักท้องทำให้สมองที่มึนงงเริ่มกระจ่าง มองใบหน้าเหี่ยวย่น

“ยาย ฉันอยากไปหาตำรวจ ตำรวจน่ะ เข้าใจรึเปล่า โปลิสน่ะ” ร่างสูงพยายามส่งภาษาอังกฤษและภาษาใบ้วุ่นวาย “ไปโรมแรมที่ไหนก็ได้ โฮเทลน่ะยาย รู้จักโฮเทลรึเปล่า”

“โปลิส?”

ยายพยักหน้ารับหงึกๆทำให้ชายหนุ่มใจชื้น หากเวลาต่อมา ยายกลับส่ายหน้าไม่เข้าใจ ทำเอาคนดีใจเก้อแทบหมดแรง แต่อีกเดี๋ยวเดียวยายก็ลุกขึ้น ส่งเสียงบอกอะไรบางอย่างพร้อมกลับชี้ไปยังเส้นทางแคบๆไกลจนสุดลูกหูลูกตา คล้ายจะบอกให้เดินตามไป  เขาทำท่าจะลุกตามแต่ถูกกดไว้ให้อยู่ที่นี่ ชายหนุ่มจึงพยักหน้ารับรู้ปล่อยให้ยายเดินออกไป  ด้วยตอนนี้แม้อยากตามไปด้วยขนาดไหนแต่เมื่อนึกถึงสภาพตัวเองที่มีแรงเหลือน้อยกว่าคนแก่ อาจเดินไปไม่ถึงครึ่งทางก็ล้มลงเป็นภาระเสียเปล่าๆ  ทางที่ดีคอยอยู่ตรงนี้ก่อนท่าจะดี ยายอาจไปตามญาติมาช่วยก็ได้

ร่างสูงนั่งจับเจ่ามองยังทิศทางที่หญิงชราจากไปด้วยใจระส่ำ เวลาผ่านไปเนิ่นนานอีกฝ่ายก็ยังไม่กลับมา มีเพียงสายลมเย็นเฉียบพัดยอดหญ้าไหวเอียง  ชายหนุ่มสะท้านในหัวอก เขาซบหน้าลงกับเข่าน้ำตาซึม

จุดดำเล็กๆขยับได้สองสามจุดกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้เป็นที่ผิดสังเกตในทิวทัศน์เขียวขจีข้างหน้า นพรัตน์หรี่ตาเพ่งมองพลางลุกขึ้นระวังตัว ภาพลางๆคล้ายรถขับเคลื่อนสี่ล้อวิ่งเร็วจนฝุ่นตลบทำให้สะท้านเกร็งไปทั้งร่าง  สติสั่งให้เขารีบหนีออกไปจากที่นี่ทันที

นพรัตน์รวบรวมแรงที่มีวิ่งตัดทุ่งนาตรงไปยังชายป่าใกล้ที่สุด มือขาวปีนไต่ร่องหินขึ้นไปให้สูงให้ลึกเข้าไปในป่าอย่างไม่คิดชีวิต เขาหันกลับไปมองจากที่สูงกว่าก็เห็นรถยนต์จอดหน้าโรงเรือนที่เขาเพิ่งผละจากมา ชายในชุดไอ้โม่งดำลงมาค้นหาเขาหลายคน จากนั้นเดินวนเวียนคล้ายกำลังสำรวจ แล้วทุกคนก็หันหน้ามายังทิศทางที่เขายืนอยู่

เส้นขนทุกเส้นชูชัน ร่างโปร่งรีบหันหลังวิ่งหนีอีกครั้งทั้งที่ขาแทบก้าวไม่ออก แต่ก็กัดฟันพาตัวเองเข้าสู่ดงไม้หนาอำพรางตัวเอง

กลุ่มคนในชุดไอ้โม่งดำอาวุธครบมือกระจายกำลังโอบล้อมพื้นที่ตามคำสั่งร่างสูงใหญ่ทางด้านหลัง ซึ่งปิดหน้าเห็นเพียงดวงตาคู่สีฟ้าคมกริบกระชับปืนวิ่งตามไปไม่ห่าง

“แฮกๆ เป็นหมารึไง ถึงได้ตามกัดไม่ปล่อยแบบนี้น่ะ”

นพรัตน์ที่แทบไม่เหลือแรง ตะเกียกตะกายสี่ขาเข้าไปแอบใต้ชะง่อนหินใหญ่มีดงสนภูเขาพรางตา ใกล้ๆเป็นโตรกหินร่องลึกมีน้ำไหลผ่าน

“ไอ้พวกเฮงซวย จะรบก็ไปรบกันสิ ลากฉันไปเกี่ยวทำไม กะจะเรียกค่าไถ่ให้บ้านฉันล่มจมเลยรึไง”

ร่างโปร่งห่อตัวลีบด้วยกลัวจะมีส่วนไหนโผล่ให้อีกฝ่ายเห็น อีกทั้งเป็นเวลากลางวัน จะหนีให้พ้นเหมือนคราวก่อนคงยาก  คิดแล้วชายหนุ่มก็สะท้านในอก

เขาจะตายรึเปล่า

เสียงสวบๆดังมาจากด้านบน ร่างโปร่งที่หลบใต้ชะง่อนหินเกร็งกล้ามเนื้อ ทุกส่วนตึงเครียดเหมือนสติจะแตก

ตุ๊บ!

ร่างไอ้โม่งชุดดำกระโดดลงมาตรงหน้า ปลายกระบอกปืนชี้มาที่เขาพอดิบพอดี

“อย่า!”

นพรัตน์ยกมือยอมแพ้ ค่อยๆเคลื่อนตัวออกมาจากที่หลบ เสียงผิวปากดังยาวจากไอ้โม่งยิ่งทำให้ชายหนุ่มขนลุกเกรียว เดินถอยหลัง

“คุณ! อย่ากลัว” ภาษาอังกฤษสำเนียงแปร่งตะโกนดัง

ไอ้โม่งชุดดำลดปืนในมือทำให้ร่างโปร่งชะงัก  จะมาไม้ไหน  นพรัตน์มองอีกฝ่ายขยับเข้าใกล้อย่างระมัดระวัง  ดวงตาสีดำทอประกายปราณี ทว่าในเวลาถัดมากลับพยักหน้าส่งสัญญาณอะไรบางอย่างด้านหลังเขา  ชายหนุ่มตัดสินใจพุ่งชนคนตรงหน้าจนล้มก่อนรีบวิ่งหนี

หากร่างโปร่งถูกตามทันในไม่กี่อึดใจ ไหล่ถูกคว้ากระชากโดยแรงจนล้มกลิ้งไปพร้อมไอ้โม่ง เขาสำลักอากาศด้วยกำลังถึงขีดสุดของร่างกาย พยายามดิ้นหนีมือแข็งแกร่ง ชั่วจังหวะที่ยื้อ หางตาตวัดเห็นปืนโคลท์แหนบข้างตัวไอ้โม่ง จึงฉวยกระตุกดึงจากซอง ก่อนกดปลายกระบอกปืนที่ลำตัวอีกฝ่ายทันที และพอดีกับไอ้โม่งดำกลุ่มใหญ่กรูกันมาล้อมหน้า

“ถอยไป!”

นพรัตน์โก่งคอตวาดทั้งๆที่ยังนั่งกับพื้นมีไอ้โม่งหนึ่งคนเป็นตัวประกัน ก่อนจะกดปืนให้ไอ้โม่งลุกขึ้นตามตนเอง ทั้งที่ใจสั่นระรัว

“คุณ เรามาช่วยนะ” ตัวประกันในมือเขาเอ่ยภาษาอังกฤษเสียงเรียบ ไม่มีท่าทีกลัวเกรงปืนที่จ่อตัวเองแม้แต่น้อย

“เพราะฉันเชื่อถึงซวยแบบนี้ไง” ชายหนุ่มตอกกลับ ค่อยๆขยับถอยหลังไปเรื่อยๆโดยมีไอ้โม่งเป็นเกราะกำบัง และไอ้โม่งกลุ่มตรงหน้าที่จ้องเขาตาไม่กระพริบ “พวกนายเป็นใคร จะจับฉันไปทำไม ฉันเป็นแค่นักท่องเที่ยวเองนะ ไอ้บ้าเอ๊ย!”

ชายหนุ่มเริ่มปวดศีรษะและคุมสติตัวเองไม่อยู่ เขารู้ว่าตัวเองรอดยากแล้วแน่ๆ แต่ยังฝืนตัวเอง

“จะให้เราทำยังไงคุณถึงจะเชื่อ เราเป็นทหาร ได้รับคำสั่งให้มาช่วยคุณจากกลุ่มกบฏ เชื่อเราสิ” ไอ้โม่งยืนจังก้าตรงหน้ารีบเจรจาต่อรอง

“แล้วไอ้ที่จับฉันมามันไม่ใช่ทหารรึไงกันเล่า! ถอยไป ไม่งั้นฉันยิงเพื่อนแกพุงทะลุแน่”

นพรัตน์หยุดถอยเมื่อรู้แล้วว่าตัวเองมาสุดทาง เสียงน้ำตกดังอยู่ไม่ห่าง ด้านหลังเขาคือหน้าผาที่มองลึกลงไปคือลำน้ำสีเขียวมรกตอันเย็นเฉียบ

“ปืนไม่ได้ขึ้นลำ ถ้าทหารคนนั้นจะทำร้ายคุณก็ทำได้ แต่เขาไม่ทำ เพราะพวกเรามาเพื่อช่วยเหลือคุณ วางปืนลงเถอะ”

“หึ! โกหกหน้าด้านๆ”

ชายหนุ่มแม้จะมือไม้สั่นแต่ก็ยังกดปลายกระบอกปืนลากเรื่อยไปหยุดที่ใต้คางตัวประกันของตน

“โคลท์ เอ็ม 1991 เอ1 ขึ้นลำเรียบร้อย โป้งเดียวตายสนิท” เสียงกระซิบแหบพร่าทำเอาไอ้โม่งตัวประกันกระตุก

“ระวัง! เขายิงปืนเป็น” คนถูกจี้พยายามหันหน้ามองคนกระซิบ “คุณจะทำให้เรื่องมันยุ่ง ไอ้พวกที่จับคุณเป็นกบฏปลอมตัวมา พวกเราไม่ใช่นะ”

“งั้นบัตรหรืออะไรก็ได้ เอาออกมายืนยันสิ!” นพรัตน์มองดวงตาดำสนิท ใจนึกอยากเชื่อ แต่ก็กลัวเสียจนวางใจใครไม่ได้ง่ายๆแล้ว

กลุ่มไอ้โม่งดำเงียบ การออกปฏิบัติหน้าที่ ไม่มีใครพกบัตรประจำตัวให้เป็นอันตรายในการสืบราชการลับ ทุกอย่างเป็นรหัสทั้งสิ้น

“งั้นขอโทรศัพท์ฉัน ให้ฉันโทรหาพ่อที่เมืองไทย แล้วฉันจะเชื่อ!”

หากทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ

นพรัตน์กวาดตามองทุกคนแล้วต้องถอนใจเฮือก ไม่มีอะไรไว้ใจได้เลยแม้แต่น้อย

ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในสายตาคู่คม ไอ้โม่งชุดดำตัวสูงใหญ่ด้านหลังสุดเดินแหวกออกมายืนตรงหน้าร่างโปร่ง ดวงตาสีแปลกดึงความสนใจไม่น้อย 

คนพื้นที่ที่ไหนตาสีฟ้า!

“ฉันให้เธอใช้โทรศัพท์ในตอนนี้ไม่ได้หรอก มันสุ่มเสี่ยงเกินไป แต่จะขอใช้เกียรติของรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเป็นประกันว่าเธอจะปลอดภัย โปรดไปกับเรา” ภาษาอังกฤษสำเนียงเสียงเจ้าของภาษาไม่ผิดเพี้ยนยิ่งทำให้คนอยู่ในภาวะกดดันตึงเครียดหนัก

คราวที่แล้วทหารปลอม คราวนี้เอารัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศมาอ้างเลยเรอะไอ้พวกนี้...บ้าไปแล้ว

“ถอยไป๊!” ดวงตาแดงก่ำเริ่มพร่ามัว

“เขาจะอยู่หรือตายขึ้นอยู่กับเธอ หากเธอยิงเขา นั่นก็คือหนึ่งชีวิตที่ต้องดับสิ้นโดยเปล่าประโยชน์ และเบื้องหลังคือครอบครัวของเขาจะต้องสูญเสียกำลังหลักในการทำมาหากิน ขอบอกอีกครั้งว่าเรามาเพื่อช่วยเหลือเธอ” 

“งั้นก็เอาอะไรก็ได้มายืนยันสิ!” น้ำเสียงสั่นพร่าตะโกนกลับ “เอามา!”

“นพรัตน์”

เสียงเรียกชื่อภาษาไทยในรอบหลายวันแม้แปลกแปร่งหากทำให้ร่างโปร่งสั่นสะท้าน

นพรัตน์กัดริมฝีปากสั่นระริกจนห่อเลือด คล้ายเกิดพายุขึ้นในหัวของเขา  ใช่...เขาไม่กล้ายิงคนหรอก เขาไม่กล้า  ทรมานเหลือเกินแล้ว ไม่ไหวแล้ว 

ถ้าจะตายก็ขอตายแบบรวดเร็ว อย่าได้ต้องถูกทรมานเลยดีกว่า

“โธ่เว้ย!”

เปรี้ยง! เสียงกระสุนผ่านลำกล้องในฉับพลัน

“เฮ้ย! บรรลัย”

ร่างโปร่งผลักตัวประกันในมือ ก่อนทิ้งร่างไร้เรียวแรงของตัวเองลงสู่ลำน้ำสีมรกตเบื้องหลังด้วยดวงตาว่างเปล่า ไร้สิ้นความหวังใดๆ

 “ฝ่าบาทอย่า! กระหม่อมเอง”

แทบจะทันทีที่ร่างโปร่งกระทบสายน้ำเย็นเฉียบ อีกร่างก็พุ่งตามลงไปติดๆ

ตูม! ตูม!

พื้นน้ำแตกกระจายเป็นฟองขาว แรงกระแทกอัดเข้ากลางอก สายน้ำเย็นเฉียบบาดลึกถึงกระดูก ร่างไร้เรียวแรงค่อยๆจม ความตายอยู่ตรงหน้า หากชายหนุ่มที่ไหลไปตามกระแสน้ำไม่สามารถตะเกียกตะกายช่วยเหลือตัวเองได้อีกแล้ว ความท้อแท้สิ้นหวังจู่โจมหัวใจอ่อนล้า บาดเจ็บเกินเยียวยา

เขาสำลักกลืนกินน้ำจนสมองอื้ออึง ก่อนจะถูกลำแขนกำยำกระชากคอเสื้อ เข้าล็อกลำคอลากขึ้นสู่ผิวน้ำ ได้สัมผัสอากาศเบาสบายจนลืมตัว ตะกรุมตะกรามสูดหายใจจนสำลักหน้าดำหน้าแดงอีกครั้ง  และแม้จะหมดแรงหมดใจ แต่เมื่อยังมีชีวิตอยู่สัญชาตญาณปกป้องชีวิตตัวเองทำให้เขาพยายามขืนตัวจากท่อนแขนแข็งแรงที่ไม่คิดจะยอมรามือ

ร่างโปร่งถูกลากขึ้นฝั่งและทันทีที่ถูกทิ้งลงพื้นหญ้า ชายหนุ่มพยายามตะเกียกตะกายหลบฝ่ามือหยาบที่รีบเข้ามาจับไหล่ไว้มั่น และประเคนกำปั้นต่อยเข้าที่ใบหน้าจนผงะหงายหลัง เลือดกำเดาไหลพรากทันตาเห็น

“ตั้งสติสิ! หากคุณยังคิดหนีอีก คุณจะไม่ได้กลับบ้านอีกเลย”

ไอ้โม่งที่ช่วยชีวิตตะโกนใส่หน้า ดวงตาแข็งกร้าวของคนที่บอกว่าตัวเองเป็นทหารมองร่างโปร่งด้วยความขึงโกรธ

“บ้านใครใครก็รัก! เพราะฉะนั้นที่นี่คือบ้านของผม ผมต้องปกป้องด้วยการส่งคุณกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัยให้ได้  จะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจ แต่ยังไงคุณก็ต้องไปกับเรา!”

“เคอแสน ปล่อยเขา”

ร่างสูงใหญ่ซึ่งไต่เขาตามมาที่หลังสั่ง เมื่อเห็นคนของตัวเองกำลังยึดคอเสื้ออีกฝ่ายไว้มั่น ในขณะที่ทางนั้นดูอาการจะแย่ เพราะเริ่มโก่งคออาเจียน

ร่างโปร่งทรุดแทบพื้นหญ้า กระอักกระไอน้ำย่อยในกระเพาะตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะถูกประคองโดยไอ้โม่งอีกคน ส่วนคนที่ถูกเรียกว่าเคอแสนถอยออกไปยืนมองห่างๆ

ดวงตาอ่อนล้าหรี่ปรือมองภาพพร่าเลือน  คนพวกนี้มีวินัยไม่ต่างกับทหารที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างเข้มงวดไม่เหมือนไอ้พวกเมื่อวาน

ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว

คนสู้สุดชีวิตพยักหน้ารับพลางหลับตาลง ไม่ทันได้เห็นอาการโล่งอกจากนายทหารชุดดำรูปร่างบึกบึนซึ่งยืนรายล้อมที่มิต้องลั่นไกให้อีกฝ่ายแขนขาเดี้ยง แล้วค่อยลากไปรักษาก่อนส่งตัวกลับประเทศไทย

เสียงฝีเท้าเบาเหนือศีรษะไม่ทำให้นพรัตน์ลืมตามอง หากแต่เมื่อเอ่ยเสียงพูดภาษาอังกฤษสำเนียงเจ้าของภาษาช้าชัด คล้ายต้องการให้เขาเข้าใจด้วย นั่นทำให้ร่างโปร่งยอมปรือตาขึ้น

ดวงตาสีฟ้ากระจ่างทอประกายคมดุ 

ร่างโปร่งเกิดอาการกระตุกก่อนหลับตาลงอีกครั้ง

“นัมทัค ตรวจดูว่ามีกระดูกหักตรงไหนรึเปล่า?”

ไออุ่นจากคนตาสีฟ้าเข้ามาใกล้ยิ่งทำให้นพรัตน์ซุกหน้ากับแผงอกคนที่กำลังประคองอยู่ ไม่อยากเห็นหน้าเจ้าของดวงตาสีฟ้าเสียเฉยๆ

“เลือดออกจมูก”

เสียงพึมพำเอ่ยเหนือศีรษะ ก่อนจะมีมือติดกลิ่นหอมอ่อนจางมาเช็ดเลือดให้เบาๆ

“ฝ่าบาท เสร็จเถอะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเกรงพวกมันจะดักซุ่มระหว่างทาง”

นายทหารชุดดำสองคนพยุงชายหนุ่มเดินไปตามทางขรุขระอย่างทุลักทุเล ด้วยร่างโปร่งไม่สามารถแม้จะประคองศีรษะตัวเองให้ตั้งตรงได้

“อุ้มเขา” เสียงรับสั่งสั้น

นายทหารที่พยุงจึงปลดปืนยาวออกจากตัวฝากเพื่อนไว้ แล้วช้อนมืออุ้มร่างโปร่งพาดบ่า แบกไปยังรถยนต์ที่เจ้านรพยัคฆ์เป็นผู้ชี้สั่งการ ซึ่งคือคันที่พระองค์ประทับ

ผ้าห่มถูกนำมาห่อตัวคนเจ็บ หากพระขนงขมวดแน่น

“ตัวเย็นมาก”

พระหัตถ์ใหญ่รีบถอดเสื้อผ้าคนเพิ่งตกน้ำออกอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงห่อด้วยผ้าห่มและให้นอนราบไปกับที่นั่งด้านหลัง ศีรษะทุยเปียกน้ำหนุนพระเพลานิ่ง ริมฝีปากขาวซีดแตกเห็นรอยเลือดซึมทำให้พระองค์ถอนปัสสาสะยาว

นัมทัค องครักษ์นั่งคู่พลขับมองมาด้วยความกังวล “ดูท่าอาการไม่ดีเลยพ่ะย่ะค่ะ”

เจ้านรพยัคฆ์พยักพระพักตร์ เมื่อครู่ที่ถอดเสื้อผ้าอีกฝ่ายออก บนผิวขาวเห็นรอยช้ำรอยขีดข่วนทั่วตัว ตรงซี่โครงล่างยังเห็นรอยเขียวช้ำปื้นใหญ่น่ากลัว

จากที่นี่ตรงไปเมืองหลวงต้องขับรถกันหลายวันหลายคืน คนเจ็บคงทนไม่ไหวแน่นอน จะใช้เฮลิคอปเตอร์ก็ไม่ได้ เพราะทั้งประเทศมีอยู่สี่ลำ สองลำแรกปฏิบัติราชการอยู่ทางใต้ของประเทศ ลำที่สามประจำสมเด็จพระราชาธิบดี อีกลำกำลังซ่อม

เงินเป็นสิ่งจำเป็นเสมอ และท้องพระคลังที่นี่ก็ไม่ได้มีมายมายเสียด้วย

“เราจะพักดูอาการคนเจ็บที่โรงพยาบาลก่อน แล้วค่อยกลับเข้าเมืองหลวง ส่งข่าวให้สมเด็จท่านทราบด้วย”

วรองค์สูงพิงพนัก อุ้งหัตถ์วางทาบบนหน้าผากมน พลางลูบปลุกปลอบคนเจ็บแผ่วเบา สายพระเนตรสะดุดกับรอยบวมแดงที่ติ่งหู ทรงรับรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวประกัน

กระต่ายตัวนี้ใจเด็ดเสียจริง

แต่มันไม่จบแค่ชีวิตหนึ่งดับดิ้นไปหรอก  ปัญหายังมีตามมาอีกมากมายนัก



   **************



TBC...


ออฟไลน์ Grouy

  • “I Will Protect You”
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 73
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-2
น้องต่ายน่าสงสาร   :mew2: :mew2:

ออฟไลน์ iforgive

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6805
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +844/-80
ชอบแนวนี้มากค่ะ

ออฟไลน์ treerat002

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-2
กระต่ายน้อยใจเด็ดมาก ๆ เลย ชอบเึคะ (หรือเปล่า) แบบนี้!!!

รออ่านตอนต่อไปค่ะ ^^

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






Angel.JS~

  • บุคคลทั่วไป
โฮกกกกกก น้องต่ายน่าสงสารมากๆเลยค่ะ
ฮือ อออออออออ

รอตอนต่อไปนะคะ
 :sad4: :sad4:

ออฟไลน์ silverspoon

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2438
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +275/-12
เป็นแฟนคลับคุณ Sake รีบคลิกเข้ามาอ่านแทบไม่ทัน

งานนี้ฝั่งพระเอกเรางานหนักจริงๆ ทั้งงานราษฎร์ งานหลวง และงานหัวใจ  :katai5:

สรุปองค์น้องที่เป็นลูกครึ่งคือพระเอกชิมิคะ  :katai2-1:

ขอบคุณคนโพสต์ด้วยค่ะ ลงบ่อยๆน้า  :mew4:

ออฟไลน์ BitterSweet~

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 788
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-0
น่าติดตามมากค่ะ ^^

ออฟไลน์ Monochrome

  • โคอาล่า มาร์ช *O*
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 133
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
เป็นกระต่ายสู้ชีวิตมากครับ กระต่ายนักสู้ L(-_-)Z

ออฟไลน์ Acacha

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1645
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-2
เข้าบอร์ดfuไม่ได้ TvT แว่บมาอ่านซ้ำทางนี้แทน
รอติดตาม  :mew1:

ออฟไลน์ konnarak

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +182/-0
กระต่ายน้อย สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ออฟไลน์ AeRoMoZa

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 432
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-1
กระต่ายน้อยจะเป็นอะไรมากมั้ยเนี่ย
แล้วจะเกิดอะไรขึ้นอีกนะ
สงสัยเรื่องคงต้องยาวแหงๆ อาจจะกลับวังลำบาก
หรือกระต่ายน้อยบาดเจ็บหนัก เฮ้อ

รออ่านต่ออยู่นะคะ

ออฟไลน์ sweetbasil

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 807
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-3
ต่ายอย่าเป็นอะไรนะ
สนุกมาก  o13

ออฟไลน์ GUNPLAPLASTIC

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 494
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-1
เสือน้อย! ดูเเลต่ายด้วย!!!
 :hao5: :katai1: :katai1: :katai1:

ออฟไลน์ mur@s@ki

  • อยากรัก..แต่ใจไม่กล้า
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1899
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-5
กระต่ายป่าชัดๆ เฟี๊ยวน่าดู

 :กอด1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ SuSaya

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2797
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +220/-9
ชอบมาก พระเอกอย่าออกแนวตบจูบเลยนะ
40แล้วน่าจะเป็นผู้ใหญ่พอ ค่อยๆคุยกัน ดุบ้างแต่อย่าบังคับฝืนใจรุนแรงเลย
จะรอตอนต่อไปนะคะ

lovelymoo

  • บุคคลทั่วไป
สนุกมากเลยค่า มาต่อไวๆน้า :katai2-1:

ออฟไลน์ takuya

  • เป็ดนักโพสมือดี
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-0
ขอโทษที่ให้รอค้า  :katai1: :katai1:

ตอนที่ 5มาเสริฟเเล้วจ้า อ่านให้สนุกนะคะ  :mew1:


ตอนที่ 5

อาคารฉาบปูนสีขาวสองชั้น หลังคาเทลาดเพียงเล็กน้อยคล้ายสถาปัตยกรรมทางทิเบตตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขารายล้อม คือโรงพยาบาลประจำเมือง จำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยไม่ถึงห้าสิบเตียง รอบๆเป็นบ้านเรือนจับกลุ่มเป็นกระจุกๆ ห่างออกไปคือท้องทุ่งการเกษตรแนวยาวหายลับไปในเนินเขาสลับซ้อนสับหว่างจนกลายเป็นเส้นทางสัญจรอันคดเคี้ยว

นพรัตน์นอนให้น้ำเกลือบนเตียงผู้ป่วย ภายในห้องพักรักษาคนป่วยควรโปร่งสบาย หากเวลานี้กลับถูกกลุ่มคนจับจองพื้นที่อันน้อยนิดแลดูน่าอึดอัด

“แพทย์ขอให้คนป่วยพักที่นี่สักสองสามวันก่อนพ่ะย่ะค่ะ ร่างกายเขาอ่อนเพลียรุนแรง ค่อนข้างอันตราย ภายในบางจุดบอบช้ำ แต่ไม่มีกระดูกหักพ่ะย่ะค่ะ” นัมทัคกราบทูลองค์เจ้านรพยัคฆ์ซึ่งประทับบนเก้าอี้เฝ้าไข้อยู่ไม่ห่าง “กระหม่อมให้ทางโรงพยาบาลจัดห้องพักไว้แล้ว ขอพระองค์เข้าไปพักก่อนเถอะพ่ะย่ะค่ะ ทางนี้เคอแสนจะรับช่วงต่อเอง”

 พักตร์คมคายทอดเนตรคนป่วยนิ่งก่อนเอ่ย “วางยามให้รัดกุม พรุ่งนี้เช้าเราจะเดินทางทันที” สุรเสียงกำชับเรียบ ไม่นำพาคำเตือนของแพทย์ผู้รักษา ด้วยสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจได้เลย

สรุปคือถึงแพทย์ไม่อนุญาตก็จะไปนั่นเอง

เจ้านรพยัคฆ์มองคนป่วยนอนหน้าขาวเผือดอีกครั้ง ก่อนเสด็จออกไปจากห้อง

การเข้าพักแบบฉุกละหุกแม้ไม่สะดวกสบายหากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลก็พยายามจัดถวายเท่าที่จะทำได้  และเป็นพระองค์เองที่ไม่ประสงค์จะทำให้ผู้ใดเดือดร้อนเกินความจำเป็น

หากการอยู่ที่นี่นานคือเป้านิ่งให้พวกกบฏถือโอกาสโอบล้อม ข่าวสารพวกมันก็ใช่ย่อย ที่นี่ใกล้ฐานที่มั่นพวกมันเกินไป ดีที่สุดคือรีบพาคนป่วยกลับไปรักษาตัวในเมืองหลวง

พระองค์เชื่อในความหัวแข็งของคนนอนหลับบนเตียงห้องข้างๆ

เช้าตรู่แพทย์ถูกตามตัวมาตรวจอาการผู้ป่วย เห็นสีหน้าแพทย์กระอักกระอ่วนก็เป็นอันรู้กันว่าไม่เห็นดีเห็นงามในการนำผู้ป่วยออกไปข้ามป่าข้ามเขาเป็นวันๆ

นพรัตน์ถูกฉีดยาก่อนออกอีกสองเข็ม น้ำท่าก็ไม่ได้อาบ  ใบหน้าอิดโรยผมเผ้ากระเซอะกระเซิงได้แต่เดินตามการจับจูงของไอ้โม่งชุดดำที่ตอนนี้ปลดผ้าปิดหน้าออก ได้เห็นหน้าเห็นตากันชัดๆ

ก็ดูเป็นมนุษย์ดี

ทหารหน่วยเฉพาะกิจในชุดสีดำ เสื้อแขนยาวคอตั้งมีสายสะพายไขว้ที่อก คาดเข็มขัดหนัง กางเกงพองจีบตรงสะโพกคล้ายคนนุ่งโจง รองเท้าบูททรงสูงถึงใต้เข่า

วันนี้คนพวกนี้ดูน่าไว้ใจในความรู้สึกของชายหนุ่ม

ทว่าเมื่อเข้าไปอยู่ในรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อคันใหม่เอี่ยม ท่ามกลางขบวนคุ้มกันหนาแน่น ร่างโปร่งถึงกับชะงักไปอึดใจเมื่อมีคนนั่งพิงเบาะหลังอยู่ก่อนแล้ว

ดวงเนตรสีฟ้าคมดุกวาดมองร่างโปร่งซึ่งมีท่าทีอึกอักก่อนจะเข้ามานั่งภายในห้องโดยสาร นัมทัคปิดประตูจากนั้นเข้าไปนั่งประจำที่ด้านหน้า

คนป่วยนั่งชิดติดประตู ท่าทางระวังตัวแจ แต่ก็ฝืนไปได้นิดเดียวก็ต้องทิ้งตัวพิงพนัก หลับตาลงข่มอาการวิงเวียนศีรษะไปซักพักถึงได้ค่อยเหลือบมองคนข้างๆที่นั่งกอดอกเงียบไม่พูดไม่จา

“คุณเป็นใคร?”

เจ้านรพยัคฆ์หันไปทอดเนตรคนถามที่เพียงเอียงหน้าเล็กน้อย ศีรษะยังพิงพนักอ่อนแรง

“นอนเถอะ ถึงแล้วจะอธิบายให้ฟัง”

“แต่ผมอยากรู้ ผมเป็นคนเจ็บ คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่แล้วต้องมาถูกทำร้ายนะ จะไม่บอกอะไรเลยรึไง?” คนเจ็บเค้นเสียงด้วยฉุนโกรธ

“ถึงแล้วจะบอก”

สีหน้าคนพูดราบเรียบ หากดวงตาสีฟ้านั่นต่างหากที่บอกอะไรหลายอย่าง  ถึงเค้นคอให้ตายก็จะไม่พูดอะไรออกจากปากแม้แต่คำเดียว!  นั่นคือคำตอบในดวงตาคู่สีฟ้า

นพรัตน์สบถคำไทยออกมาก่อนผินหน้าหนี 

เส้นทางไม่ราบเรียบแม้เป็นถนนหลวงสายหลัก หากก็เป็นเพียงถนนแคบๆไม่ต่างจากถนนสายรองของประเทศไทย อีกทั้งความคดเคี้ยวขึ้นเนินลงเขาตลอดเวลายิ่งทำให้คนป่วยอาการทรุด ขมวดคิ้วข่มน้ำขมในลำคอแทบเป็นแทบตาย

กลิ่นเหม็นสาบเหม็นเปรี้ยวจากเนื้อตัวของตัวเองยิ่งทำให้คนอาการแย่หงุดหงิด ไม่สบายตัว กี่วันแล้วที่ไม่ได้อาบน้ำ ตัวเองยังทนไม่ไหวแล้วที่แคบในรถยนต์แบบนี้คนข้างๆจะไหวหรือ ตอนอยู่โรงพยาบาลก็แค่เปลี่ยนเสื้อผ้าเฉยๆ รู้งี้ทนเจ็บลุกมาอาบน้ำก่อนก็ดีหรอก

คิดไปคนเจ็บก็ยิ่งเบียดตัวเองกับประตู ทำให้ศีรษะโขกกระจกหน้าต่างเวลารถตกหลุม เป็นเหตุให้องค์สูงซึ่งประทับข้างๆขมวดขนง

“นอนลง”

กระแสเสียงสั่ง หากคนฟังก็เฉยเสีย จนหัตถ์ใหญ่คว้าต้นแขนคนเจ็บได้ รั้งลงนอน

“อย่ามาจับสิ!”

“นัมทัค ขอหมอน”

เจ้านรพยัคฆ์ไม่สนใจท่าทีขัดขืน รับหมอนสนามใบย่อมจากองครักษ์ได้ก็วางแปะบนพระเพลา จากนั้นยึดต้นคออีกฝ่ายกดลงมา

“นอน”

นพรัตน์แสดงความไม่พอใจออกนอกหน้ากับความเจ้ากี้เจ้าการของร่างสูงใหญ่ พลางจ้องดวงตาสีฟ้าที่ก้มมาประสานสายตาแน่วนิ่ง ใบหน้าคมคายหากแต่ดูดุดันทำให้คนเจ็บยอมหุบปากหลุบตา

ชิ!  ดมซะให้พอเลย

ถึงคิดแดกดันอีกฝ่าย แต่ร่างโปร่งก็พยายามหนีบตัวเองจนคนไม่รู้ได้รู้

มุมโอษฐ์ยักโค้ง เปรยเสียงเบา

“ไม่เหม็นเท่าไรหรอก”

คนเจ็บนอนสะดุ้งพลางเม้มริมฝีปากแน่น

งั้นก็ดมไป!

พวกเขาอาศัยเจ้าโตโยต้า พราโด้ แล่นผ่านเส้นทางเล็กแคบคดเคี้ยวที่นานๆจะมีรถสวนมาซักคัน คนเจ็บนอนหลับไม่สนิทจากเส้นทางวกวน สีหน้าจึงไม่สู้ดีนัก ส่วนรถเรนจ์โรเวอร์ วีโวค กับฮัมเมอร์ เอช 2 ขับเคลื่อนสี่ล้อที่ตามมาไม่ห่างคือตัวล่อให้เกิดความลังเลสับสนกับผู้ไม่ประสงค์ดี 

เลยเที่ยงวันขบวนรถยนต์จึงหยุดแวะพักริมทางตามที่กำหนดไว้ก่อนออกเดินทาง

รถยนต์เคลื่อนไปจอดแอบในป่าสน นพรัตน์ถูกพยุงลงมานั่งพักพิงโคนไม้ใหญ่ ชายหนุ่มรับผ้าชุบน้ำจากเคอแสนมาเช็ดหน้าตัวเอง แต่เพียงไม่นานก็โก่งคออาเจียนจนคอพับคออ่อน

เจ้านรพยัคฆ์ส่งขวดน้ำให้พลางลอบถอนปัสสาสะเป็นห่วงอาการอีกฝ่าย

“ค่อยๆดื่ม”

นพรัตน์พยักหน้าก่อนพิงศีรษะกับต้นไม้  ทรมานอะไรแบบนี้

“ทานอะไรซักนิดนะคุณ เรายังต้องเดินทางอีกไกล” เคอแสนแกะอาหารในห่อยื่นส่งให้ ร่างโปร่งรับไปก้มดูนิดเดียวก็ส่ายหน้าหนี  ข้าวสวยกับก้อนเนื้อแห้งๆ  คนป่วยประสาทรับกลิ่นบกพร่องได้แต่กลิ่นประหลาดๆชวนอาเจียน

“ขนมปังก็มีนะครับ?”

อีกฝ่ายยังพยายาม จนนพรัตน์ยอมหยิบขนมปังมาค่อยๆละเลียดกินหมดแผ่น  และตามด้วยยาอีกสองสามเม็ด จากนั้นจึงก้มมองผ้าเช็ดหน้าบนตัก ชายหนุ่มเทน้ำดื่มใส่ผ้าจนเปียกชุ่ม แล้วแหวกเสื้อตัวเองออกเห็นแผ่นอกขาวมีริ้วรอยเขียวช้ำเป็นจ้ำๆ

นพรัตน์จัดการเช็ดเนื้อตัวลวกๆ อย่างน้อยก็ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง ท่ามกลางดวงเนตรองค์นรพยัคฆ์  พระองค์หันไปสั่งอะไรบางอย่างกับนายทหาร สักพักผ้าห่มก็ถูกนำมาให้คนเจ็บ

“ใกล้ค่ำอากาศเย็นมาก จากนี้เราจะไม่หยุดพักอีก เธอต้องพยายามหลับให้ได้”

คนพูดจบลุกยืนโดยดึงร่างโปร่งตามขึ้นไปด้วย ก่อนจะพาไปขึ้นรถยนต์ฮัมเมอร์ เอช 2 อีกคัน

คนพวกนี้ระวังตัวกันมาก  มากจนน่าแปลกใจ

ร่างโปร่งมองเสี้ยวหน้าบุรุษสูงใหญ่ข้างๆ  แค่รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศคงน้อยไปแล้วมั้ง  แต่จะเป็นอะไรก็ช่างเถอะ ขอให้ส่งเขากลับบ้านได้เป็นพอใจแล้ว

“นอน”

สุรเสียงเข้มเตือนเมื่อยังเห็นคนหน้าซีดเอาแต่นั่งพิงพนัก ศีรษะโคลงไปโคลงมา

“มะ ไม่เป็นไร”

“เดี๋ยวก็เป็น”

แม้จะเจ็บไปทั้งตัวแต่ร่างโปร่งก็หันขวับไปถลึงตาใส่อีกฝ่าย   พ่อฉันก็เป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศเหมือนกันนะ อย่ามาขู่เสียให้ยาก

อุ๊ก!

เสียงของเก่าในกระเพาะดันขึ้นคอ ทำให้ชายหนุ่มหยิ่งต่อไปไม่ไหว ค่อยๆไหลลงไปนอนหนุนพระเพลาตามเดิม

“หลับเสีย”

หัตถ์เย็นทาบบนหน้าผากมนอย่างปราณี

นัมทัคเหลียวมองภาพเบื้องหลัง ก่อนทูลถามเสียงเบาภาษาถิ่น

“กระหม่อมวิทยุไปแจ้งโรงพยาบาลในเมืองหลวงให้เตรียมห้องพักรักษาไว้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“ไม่  ให้แพทย์เตรียมอุปกรณ์ไปรักษาเขาในวัง  เราจะรับรองเขาที่นั่นจนกว่าเขาจะต้องกลับ”

ราชองครักษ์รับคำสั่งโดยสงบ เหลือบมองอีกครั้งคนเจ็บก็หลับสนิทไปแล้ว

ขบวนรถยนต์ห้าคันเดินทางราบรื่นจนใกล้เที่ยงคืนอีกวันก็ถึงพระราชวังอลิซาเบธ ที่ประทับบนเชิงเขาใกล้เมืองหลวงตารกา

คนเจ็บถูกอุ้มไปยังห้องพักทั้งยังหลับ แพทย์และพยาบาลเตรียมพร้อม เมื่อร่างคนป่วยนอนทอดบนเตียง แพทย์เข้าเช็กอาการแล้วเสียบสายน้ำเกลือพร้อมยาบำรุงให้ทันที ด้วยประวัติคนไข้ได้ถูกแจ้งมาล่วงหน้าแล้ว

“เคอแสน บอกพยาบาลเช็ดตัวให้เขาด้วย”

“พ่ะย่ะค่ะ”

เจ้านรพยัคห์เสด็จกลับไปยังห้องทรงงาน แฟ้มรายงานเอกสารต่างๆวางบนโต๊ะไม้หนาขาสิงห์ พระองค์กวาดดวงเนตรอ่าน ชั่วครู่จึงได้ยินเสียงโทรศัพท์ภายในดังขึ้น

“เสือน้อย” สุรเสียงพระเจ้าฟ้ารุ่งนฤเบศน์ดังมาตามสาย

“พ่ะย่ะค่ะ”

“เหนื่อยเธอแล้วนะ อาการเขาเป็นอย่างไร?”

“หัวแข็งออกปานนั้นอีกไม่กี่วันก็หายเป็นปกติพ่ะย่ะค่ะ ทางนี้เรียบร้อยแล้ว”

พระขนงสมเด็จพระราชาธิบดีเลิกขึ้นสนเท่ห์กับคำตอบประชดประชันผิดไปจากปกติ หากก็ปล่อยผ่าน ด้วยมีเรื่องสำคัญกว่านี้อีกมาก

“อืม ดีแล้ว ทางนี้หน่วยสืบราชการลับก็ประกบติดกลุ่มกบฏอยู่ คราวนี้เราอาจกวาดล้างพวกมันได้ นักธุรกิจที่ให้การสนับสนุนบางส่วนถูกคุมตัวไปสอบในทางลับ แต่ท่านเดชาคงยังไม่รู้ตัว”

“ท่านเดชา” เจ้านรพยัคฆ์ขบพระทนต์แน่น  คนๆนี้มีเลือดสีน้ำเงินไหลเวียนในร่างกายแท้ๆ เบื้องหลังกลับให้ความช่วยเหลือพวกกลุ่มติดอาวุธ คงคิดว่าถ้าแบ่งแยกดินแดนได้แล้วจะได้สถาปนาตัวเองขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองแผ่นดิน  มันไม่ง่ายขนาดนั้น เพราะกลุ่มคนที่ร่วมสนับสนุนปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรงก็ไม่ได้โลภไปน้อยกว่ากัน  ปัญหาตอนนี้คือ ใครเป็นตัวการใหญ่ที่ยังไม่โผล่หางมาให้เห็น  การข่าวยังสาวไปไม่ถึงคนๆนั้น ทำได้เพียงจับตาคนที่น่าสงสัยไว้เท่านั้น “เราจะถูกโต้กลับหนักแน่ การกดดันให้พวกมันจนตรอก ทำให้พวกมันยิ่งพุ่งเป้าไปที่นักท่องเที่ยวหรือนักธุรกิจต่างชาติ พวกมันต้องการหลักประกันในการเรียกร้องขอแยกตัวเป็นอิสระ”

“พี่อาจจะปิดชายแดนชั่วคราว ถึงจะต้องสูญเสียความมั่นใจของต่างชาติ แต่ดีกว่าให้พวกเขามาตายอยู่ที่นี่ สถานที่สำคัญก็ให้ทหารเข้าไปคุมไว้ทุกจุดแล้ว” สมเด็จนิ่งไปนิดแล้วจึงตรัสต่อ

“ตอนนี้เราไม่ออกวีซ่าให้นักท่องเที่ยวไปชั่วระยะหนึ่ง ส่วนที่มาอยู่ก่อนแล้วจะทยอยกลับตามกำหนด ระหว่างนี้ทหารจะรักษาความปลอดภัยอยู่ห่างๆ” นิ่งไปอีกชั่วอึดใจ “สไนเปอร์ถูกส่งออกไปแล้วเสือน้อย แค่มันโผล่หางออกมา”
 
สุรเสียงสมเด็จพระราชาธิบดีราบเรียบ  พระองค์รู้ว่าถึงจะปิดข่าวยังไงก็ย่อมมีทางเล็ดลอดออกไปได้ แต่ทรงกำลังยื้อเวลาเพื่อจะจัดการทุกอย่างให้ได้มากที่สุด เงียบที่สุดก่อนข้อมูลจะถูกตีไข่ใส่สีจนฝ่ายรัฐกลายเป็นผู้ร้ายในสายตาชาวโลก

คำว่าสิทธิมนุษยชนไม่ทำให้ประเทศชาติสงบได้ในตอนนี้

“ระวังตัวไว้หน่อย เธอคือเป้าหมาย ล้มเธอได้ก็เท่ากับตัดแขนตัดขาประเทศนี้”

“แต่ล้มพระองค์ได้เท่ากับหมดสิ้นทุกอย่างพ่ะย่ะค่ะ”

“หึ พี่ล้มก็ยังมีเธอ เสือน้อย”

“กระหม่อมจะไปนอน”

ผู้เป็นน้องตัดบทวางโทรศัพท์ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี สิ่งที่อยู่ในหทัยพระเชษฐายังคงเดิม มิเปลี่ยนผัน

ทรงเกรงใจน้องชายต่างมารดายิ่งนัก

เจ้านรพยัคฆ์เสด็จยังระเบียง สูดพระอัสสาสะลึก หัตถ์ใหญ่กำราวระเบียงทอดพระเนตรแสงไฟวิบวับจากบ้านเรือนในตัวเมืองหลวง

ที่นี่เงียบสงบ ผู้คนผ่านความทุกข์ยากมานานจากภาวะสงครามกว่าแผ่นดินจะเป็นปึกแผ่น เวลานี้พวกเขากำลังจะลืมตาอ้าปากได้ ชีวิตไม่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง ครอบครัวพร้อมหน้า ทรัพย์สินคือพื้นดินที่เพาะปลูกงอกเงยไม่อดอยาก  ความอิ่มทำให้พวกเขามีเวลาสร้างสรรค์ศิลปะให้แก่ชีวิตตัวเอง  เงินแทบไม่มีความหมายในแถบชนบท

เวลาของที่นี่เดินช้ากว่าที่อื่น

พระองค์มาจากอีกซีกโลกที่เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วดุเดือด การตัดสินพระทัยมาอยู่บ้านเกิดเมืองนอนของพระบิดาทำให้ต้องปรับพระองค์อยู่พักใหญ่ และสร้างความขุ่นเคืองให้ผู้เป็นมารดา  หากแต่เลือดครึ่งหนึ่งคือชาวปัญจคีรี แล้วจะให้พระองค์สบายอยู่องค์เดียวได้อย่างไร

เจ้าชายนรพยัคฆาภูบดินทร์เสด็จกลับเข้าไปภายในห้อง หากก่อนบรรทมพระองค์เสด็จไปดูหน้าคนป่วยอีกครั้ง

ร่างโปร่งหลับสนิท สีหน้าดีขึ้นกว่าตอนมาถึงมาก ไม่มีทรงผมฟูๆชี้ๆอย่างดารานายแบบชอบทำดังในรูปถ่ายที่ได้เห็นครั้งแรก  ยิ่งในระยะใกล้แบบนี้ทำให้ทรงนึกออกว่าพระองค์เคยเห็นชายหนุ่มผู้นี้ในจอทีวียามเสด็จไปจัดการภาระกิจที่ประเทศไทย

ถึงได้สะดุดพระทัยนัก

คนที่ร้องเพลงไปยิ้มไป และเป็นแฟนกับดาราสาวทรงโตหน้าตาจิ้มลิ้ม

เข้าใจเลือกนะ

โอษฐ์ได้รูปคลี่ออก แม้จะนอนหลับไม่ได้สติ หากวีรกรรมที่ได้เห็นกับเนตรก็ทำให้ทรงชื่นชมในหัวใจเด็ดเดี่ยวที่เกือบจะทำให้ทรงเสียงาน


TBC




ออฟไลน์ iforgive

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6805
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +844/-80
มาแว้ว  ว่าแต่ทำไมคราวนี้มาตอนเดียวเองอ่ะ  งุงิ งุงิ
นายเอกพยศนิด ๆ พระเอกดุ ๆ หน่อย  ถูกใจที่สุด  อิ อิ

ออฟไลน์ BitterSweet~

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 788
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-0
สั้นเนอะ ^^
ชอบบรรยากาศในเรื่องมากค่ะ
รออ่านตอนต่อไป  :mew3:

ออฟไลน์ quiicheh.

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-9
เหมือนได้เรียนรู้ราชาศัพท์ฮือสนุกมาก
ถ้าปิ๊งกันเมื่อไรคงจะอบอุ่นมากแน่ๆ
แต่พวกกบฏนี่ต้องเจอดี!

ออฟไลน์ jinjin283

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 935
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-1
อยากอ่านตอนใหม่จังคะ ลุ้นๆว่าน้องกระต่ายตื่นมาจะเป็นไง

ออฟไลน์ jeaby@_@

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1160
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +454/-3
สนุกมากเเละเเต่งดีมากค่ะ
เมนท์สองบอร์ดเลย รอตอนต่อไปค่ะ

ออฟไลน์ silverspoon

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2438
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +275/-12
พระเอกหล่อแถมอบอุ่น นายเอกก็ฤทธิ์มากแต่ฉลาด  :o8:

lovelymoo

  • บุคคลทั่วไป
มาแล้ววววว ขอบคุณค่า :katai2-1:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด