Beyond The Sky And The Earth: ยิ่งกว่าผืนฟ้าและแผ่นดินbysake Spe1 P19 29/11/13
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Beyond The Sky And The Earth: ยิ่งกว่าผืนฟ้าและแผ่นดินbysake Spe1 P19 29/11/13  (อ่าน 406006 ครั้ง)

ออฟไลน์ KARMI

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 920
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-2

ออฟไลน์ SuSaya

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2797
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +220/-9
อบอุ่นใจท่ามกลางอากาศหนาว...

ออฟไลน์ ormn

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3931
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +324/-8
    • http:///uc.exteenblog.com/riko-tomo/images/23213506_1208714389_3598161_Okane_ga_Nai_v01_ch01_pg002__Cover.jpg
 :hao3: :hao3: :hao3: :hao3:มาแบบช้าๆ :hao3: :hao3: :hao3:

ออฟไลน์ AeRoMoZa

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 432
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-1
บรรยากาศอบอุ่นลอยฟุ้งเลยทีเดียว
เดี๋ยวจะมีเรื่องอะไรอีกรึเปล่านะ
สะดุดมาจากประโยคนี้--> คนไม่รู้ความกังวลของอีกฝ่ายเล่าเสียงร่าเริง

รออ่านต่อนะคะ

ออฟไลน์ Jthida

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1552
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-3
รอจ้า พึ่งอ่านทัน 555555

ออฟไลน์ jeaby@_@

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1160
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +454/-3

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
อ่านเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ
ฉากก็สวย อากาศก็เป็นใจ
สงบ สบาย

ออฟไลน์ route rover

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2435
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +221/-7
นึกถึงเรื่องดั่งดวงหฤทัยเลยค่ะ  นายเอกน่ารักไม่รู้ตัว  :katai3: :katai2-1: เจ้าก็น่ารัก  :mew1:

ออฟไลน์ Ali$a฿eth

  • [จิ้น]ตนการ
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1111
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-3
น่ารักทั้งคู่เลย มาต่อเถอะคะ อิอิ

ออฟไลน์ MaRiTt_TCL

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1513
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +67/-6
รออ่านต่อนะคะ ^^ กำลังน่ารักได้ที่เลย 55

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Monochrome

  • โคอาล่า มาร์ช *O*
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 133
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
รออยู่น้า *v*

ออฟไลน์ takuya

  • เป็ดนักโพสมือดี
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-0
ขอโทษที่ให้รอจ้า เลยเอามาให้ สองตอนรวบเลยยยยย  :katai4: :katai4:

ตอนที่8

ละอองหมอกปกคลุมทั่วเทือกเขาไม่จางหายแม้จะสายแล้วก็ตาม ทำให้ทัศนวิสัยการมองเห็นไม่ถึงสามเมตร  นพรัตน์เดินลงเนินเขาลาดไปยังพื้นราบที่มีน้อยนิด ต้นหญ้าเตี้ยติดดินสีเขียวแซมน้ำตาลขึ้นเบียดขนัดดังพื้นแพร เกล็ดน้ำค้างบนใบหญ้าละลายหายเป็นไอรวดเร็วเมื่อต้องแสงตะวันอ่อน  จากจุดยิงธนูนี้มองลงไปเห็นนาขั้นบันไดของชาวบ้านสลับสีอ่อนแก่ บ้างก็เป็นดินแดงจากการไถกลบบนเนินเขาลดหลั่นกัน

ธรรมชาติอันงดงามตระการตาที่ต้องแลกมาด้วยความโหดร้ายทารุณของสภาพอากาศและภูมิประเทศ  ชาวบ้านอยู่ห่างกันเพียงภูเขากั้นกับไม่เคยรู้จักกันเพราะไร้ซึ่งถนนหนทางตัดผ่าน ทางเดียวที่จะติดต่อกันได้คือการปีนข้ามเขาเป็นวันๆ  ที่นี่จึงยังรักษาขนบประเพณีดังเดิมไว้ได้แม้กระแสเวลาของโลกจะเปลี่ยนผันรวดเร็ว หากที่ๆเขายืนอยู่นี้เหมือนเวลาจะหยุดเดินเสียดื้อๆ

เคอแสนนำคันธนูสมัยใหม่พร้อมลูกธนูมาให้นพรัตน์ ส่วนตัวเองใช้คันธนูไม้ไผ่แบบดังเดิม

“มันยิงยากกว่ากันครับ แต่ผมถนัดแบบเก่า”

ร่างโปร่งพยักหน้ารับพลางหรี่ตามองเป้าเล็กจิ๋วห่างออกไปกว่าร้อยเมตร 

แล้วมันจะยิงถูกไหมเนี่ย

ครูฝึกอีกคนเห็นใบหน้าแขกแล้วอดขำไม่ได้ เพราะมันน่าเอ็นดูผิดวิสัยผู้ชายตัวโตๆ ก่อนเข้าไปสอนวิธียิงธนูให้แบบตัวต่อตัว

ความสนุกสนานห้อมล้อมทุกผู้คนบนสนามฝึกยิง ทั้งกองเชียร์ทั้งผู้ยิง การแข่งขันที่ไม่เน้นการแพ้ชนะ หากเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  เมื่อใครยิงถูกเป้าทุกคนก็จะมาร่วมร้องยินดี และถ้ายิงพลาดไปก็จะได้รับคำแนะนำพร้อมกำลังใจ

กระต่ายน้อยขนปุยกระโดดโลดเต้นท่ามกลางผู้คนใจดี จนลืมไปแล้วว่าไม่กี่วันที่ผ่านมาเกือบตายไปแล้วกี่ครั้ง

“ใช้ได้เลยครับ เพิ่งเริ่มหัดแท้ๆ”

ครูฝึกมองผลงานของลูกศิษย์สดๆร้อนๆ ก่อนยิ้มกว้างเมื่ออีกฝ่ายหันมายิ้มให้ตาหยี

“ฝีมือๆ”

“ว่าแต่คุณไปรู้จักท่านมหาดเล็กตั้งแต่เมื่อไรกันครับ ปกติท่านจะติดตามเจ้าชายเป็นเงา”

“ก็...ก็ไม่นานนี่หรอก” นพรัตน์หัวเราะขื่นๆ นายเคอแสนเป็นท่านมหาดเล็กด้วย ก่อนเสพูดชวนคุยเรื่องอื่น “ที่นี่หลายๆอย่างคล้ายประเทศไทยนะครับ”

“อ้าว! คุณมาจากประเทศไทยหรอกหรือ ผมคิดว่าเป็นคนจีน หรือญี่ปุ่นเสียอีก”

“หา!เปล่าครับ ผมเป็นคนไทย” ร่างโปร่งลูบเส้นผมตัวเองเขินๆ  ไม่ได้ตี๋ขาวขนาดนั้นซะหน่อย

“คนไทยน่ารักนะครับ มีน้ำใจ ใจดี ผมไปมาหลายครั้งแล้ว”

“ฮะๆขอบคุณที่ชม” ร่างโปร่งหัวเราะเบารับสมอ้าง “ไปหลายครั้งก็แสดงว่าไปเที่ยวมาหลายที่แล้วสิครับ”

“ก็ไปวัดพระแก้ว หัวหิน หมู่เกาะสุรินทร์  แต่ส่วนใหญ่เราชอบไปช็อปปิ้งที่มาบุญครองกันครับ”

ครูฝึกเล่าให้ฟังอย่างสบายอารมณ์ แต่บางอย่างกลับแวบผ่านเข้ามาในหัวกระต่ายบางกอก ก่อนหันซ้ายหันขวา เห็นเคอแสนกำลังง้างธนูเล็งเป้า จึงขยับเข้าไปใกล้ครูฝึก

“เออ ผมอยากรู้ว่าที่นี่มีไปรษณีย์ไหมครับ ผมอยากส่งโปสการ์ดกลับเมืองไทย”

“มีครับ อยู่ที่หมู่บ้านข้างล่าง แต่ถ้าคุณจะส่งอะไรฝากรถเอกสารที่นี่ไปส่งให้ก็ได้ เขาต้องไปทุกวันอยู่แล้ว ฝากผมเอาไปให้รถเอกสารก็ได้”

“ได้หรือครับ ถ้างั้นผมขอฝากส่งจดหมายซักฉบับนะครับ”

“ได้สิครับ”

เสียงตอบรับของเคอแสนแทนครูฝึกทำเอากระต่ายสะดุ้ง  หน้าเผือดลง

ท่านมหาดเล็กซึ่งปกติยิ้มง่ายมาบัดนี้ก็ยังยิ้ม หากยิ้มแต่ปาก ตากลับดุเหมือนเจ้าเหมือนนายเข้าไปทุกที

“เดี๋ยวเราจะไปข้างล่างกันแล้ว ไม่ต้องไปฝากเขาหรอกครับ” เคอแสนยังยิ้มเย็น

“คะ...ครับ”

นพรัตน์หันไปยิ้มแหยให้ครูฝึกจากนั้นขอบคุณเบาๆแล้วเดินออกมาจากสนามยิงธนู

“คุณคิดจะทำอะไรครับ?” เคอแสนเดินตามหลังร่างโปร่งไปติดๆ

“ก็แค่อยากส่งข่าวให้ทางบ้านบ้างก็เท่านั้นหละ” คนถูกจับได้ขมวดคิ้วย่น

“เราก็ไม่ได้ห้ามนี่ครับ”

“ไม่ได้ห้ามแต่ก็จำกัดข้อมูล!”

“เพื่อความปลอดภัยหลายๆด้าน และก็แค่ช่วงนี้เท่านั้นล่ะครับ อยากให้คุณเข้าใจทางเราซักนิด”

“แล้วใครเข้าใจผมล่ะ ผมอยากกลับบ้าน โอเค๊!”

นพรัตน์กระแทกเสียงพลางเดินจ้ำขึ้นเนินไปยังตึกสูงขาว  ความจริงก็เข้าใจสถานการณ์ของที่นี่ดี และไม่คิดจะทำให้ทางนี้ยุ่งยาก แต่พอมาถูกจำกัดถูกตรวจสอบก็ทำให้นึกขุ่นใจจนเผลอตวาดใส่ท่านมหาดเล็กจนหน้าเสีย

คนเดินนำเหล่มองคนเดินตามหลัง ใบหน้าเรียบสงบเห็นสันกรามชัดบ่งบอกอายุอานามไม่มากไม่น้อยไปกว่านายเหนือหัวซักเท่าไร ทำงานใกล้ชิดคงมีตำแหน่งใหญ่โตไม่น้อยแน่ๆ แต่กลับต้องมาสงบปากสงบคำเดินตามหลังเขาต้อยๆ

ก็เพราะคำว่าหน้าที่คำเดียว  พวกเขากำลังทำเพื่อบ้านเกิดเมืองนอน

ร่างโปร่งหยุดเดินหันไปเผชิญหน้าอีกฝ่าย

“ขอโทษ  มันไม่ชิน คุณคงเข้าใจนะ”

เคอแสนเลิกคิ้วก่อนพยักหน้าส่งยิ้มเล็กๆให้อีกฝ่ายคลายความอึดอัด พากันเดินคุยหนุงหนิงไปนั่งพักเพื่อรอติดตามเจ้านรพยักฆ์ออกไปนอกค่าย

นัมทัคเปิดประตูให้นพรัตน์เข้าไปนั่งเคียงข้างนายเหนือหัว ทว่าท่าทีอีกฝ่ายคงอยากตามไปคุยกับเคอแสนที่นั่งประจำคันหน้ามากกว่า

เข้าขากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเชียว

การพาไปชมหมู่บ้านของเจ้านรพยัคฆ์ก็คือการออกไปเยี่ยมประชาชนและตรวจโครงการเกษตรที่สมเด็จพระราชาธิบดีได้ทรงริเริ่มไว้

ร่างโปร่งถูกจัดให้อยู่ท้ายขบวนเสด็จ และที่ทำให้แปลกใจคือขบวนเสด็จดำเนินไปตามทางเดินหรือเรียกว่าทางเกวียน ผ่านบ้านเรือนไปทีละหลัง หากมีอะไรสะดุดพระเนตรพระกรรณก็จะเข้าไปดูไปสนทนาด้วยอย่างไม่ถือพระองค์

“นี่ๆ เขาไม่ได้ให้ประชาชนมารอเฝ้ารับเสด็จหรอกเหรอ” นพรัตน์เอี้ยวหน้าถามผู้ตามเสด็จข้างๆ

“ตามพิธีการก็ต้องเป็นแบบนั้นครับ  แต่ว่าฝ่าบาททรงมาตรวจงานไม่ประสงค์ให้ใครมารอรับเสด็จครับ”
 
คนรับฟังพยักหน้ารับหงึกๆ มองวงองค์สูงใหญ่ตรัสกับผู้ใหญ่บ้านอย่างใส่พระทัยในทุกถ้อยคำที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมา  นพรัตน์มองพระพักตร์คมคายแย้มพระโอษฐ์เป็นบางคราวและขมวดพระขนงเป็นบางที แม้ฟังไม่เข้าใจเพราะเป็นภาษาถิ่น หากความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างกำลังแล่นขึ้นจุกอก 

ขบวนเสด็จเดินกันจนเหงื่อชุ่มหลัง ผ่านท้องไร่ท้องนา แปลงปลูกมันฝรั่งที่กำลังเก็บเกี่ยว พอรู้ว่าเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินเสด็จมาเยี่ยมก็รีบนำผลผลิตใส่ตะกร้ามาถวาย  ผ่านสวนแอปเปิ้ลก็ได้แอปเปิ้ล กระต่ายท้ายขบวนเลยได้อานิสงส์ เพราะเคอแสนนำผลไม้สีแดงสดมายื่นส่งให้

“ฝ่าบาทให้เอามาให้ แล้วก็เดินไหวรึเปล่า?” เคอแสนถามร่างโปร่งที่ทำหน้าสงสัย ก่อนอมยิ้ม “ถ้าเหนื่อยจะเรียกรถมารับพาไปที่เรือนพักในโครงการเกษตรข้างหน้าโน่นก่อน อีกไกลอยู่นะ ท่านเป็นห่วง”

“อ๋อ ไหวๆ ไม่ต้องห่วง สบายมาก”

นพรัตน์ยิ้มและกัดแอปเปิ้ลในมือโชว์ให้ท่านมหาดเล็กนำความไปทูลคนเป็นห่วง


ออฟไลน์ takuya

  • เป็ดนักโพสมือดี
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-0
การเดินบนความสูงจากน้ำทะเลพันกว่าเมตรก็ทำเอาคนไม่ชินหอบได้ง่ายๆ แต่ก็ยังฝืนเดินมองวิวทิวทัศน์เทือกเขาสูงลดหลั่นตัดกับขอบฟ้าสีคราม ริมทางเกวียนขรุขระยังมีต้นศรีตรังออกดอกสีน้ำเงินอมม่วงเป็นช่อห้อยระย้าและต้นโรโดเด็นดรอนป่าออกดอกสีแดงสดเป็นระยะๆให้ร่างโปร่งกดชัตเตอร์เก็บภาพ

สายลมอ่อนพัดผ่านธงภาวนาหลากสีที่ผูกติดกับเชือกขึงโยงระหว่างต้นไม้โบกสะบัด กระจายความสุขความเป็นสิริมงคลไปทุกซอกทุกมุมบนพื้นแผ่นดินที่ศาสนาและวัฒนธรรมยังคงมีอิทธิพลกับวิถีชีวิตชาวบ้านอย่างกลมกลืน

เมื่อมาถึงสถานีโครงการเกษตร มีอาคารสามชั้นเพียงอาคารเดียวท่ามกลางท้องทุ่ง เจ้าชายนรพยัคฆ์และขบวนเสด็จแยกไปสนทนากับผู้ดูแลโครงการ ปล่อยให้นพรัตน์พักผ่อนในห้องรับรองเพียงลำพัง

ปล่อยให้พักก็ดีอยู่หรอกเพราะเดินจนขาแทบลาก แต่น่าจะหาอะไรมาให้กินหน่อยเถอะ หิวจะตายแล้ว

นพรัตน์พิงพนักกรอกตาไปมาอยู่นาน จึงเดินไปโผล่หน้าที่ประตู ไม่เห็นมีใครซักคนจึงเดินเรื่อยเปื่อยโดยหลบเลี่ยงบริเวณที่องค์นรพยัคฆ์กำลังทรงงานและมีองครักษ์ล้อมรอบเป็นระยะออกไปข้างนอก

เขาตบกระเป๋ากางเกง ยังพอมีเงินคีที่แลกไว้ติดตัวอยู่บ้าง  ก่อนเดินมาถึงที่นี่เขาเห็นแผงขายของอยู่ไม่ไกล

ร่างโปร่งเดินทอดน่องไปยังที่หมายโดยไม่คิดจะรบกวนให้ใครมาวุ่นวายกับตัวเอง ด้วยแค่ติดสอยห้อยตามมาด้วยก็รู้สึกว่าตัวเองอยู่ผิดที่ผิดทางมากพอแล้ว

ท่ามกลางข้าราชบริพาร องค์นรพยัคฆ์ประทับบนพรมทอมือหนา ทรงไต่ถามความคืบหน้าของโครงการและเรื่องต่างๆกระทั่งเวลาผ่านไปนาน  นัมทัคจึงค่อยคลานเข้ามากระซิบเบาๆ

“มีข่าวจากสายของเรารายงานมาว่า พบเห็นสายกลุ่มกฎบอยู่ไม่ไกลจากที่นี่พ่ะย่ะค่ะ”

“ตามดูพวกมัน สืบให้ได้ว่ามันติดต่อกับใคร”

“พ่ะย่ะค่ะ” นัมทัคขานรับพลางถอยห่าง

“เดี๋ยว ให้ใครไปดูนพรัตน์ด้วย อย่าให้เดินไปไหนมาไหนคนเดียว”

รับสั่งเสร็จพระองค์ก็ผินพระพักตร์กลับไปตรัสกับนักวิจัยพันธุ์พืชจนเวลาผ่านไปพักใหญ่ นัมทัคก็ยังไม่กลับมา คราวนี้วรองค์สูงใหญ่ยุติการสนทนาลงโดยเร็วแล้วรีบเสด็จไปยังที่ประทับรับรอง

เคอแสนซึ่งอยู่ถวายการอารักขาสังเกตถึงอาการกังวลพระทัยของเจ้าชายได้อย่างชัดเจน กระทั่งนัมทัคกลับมารายงาน

“คุณนพรัตน์ไม่อยู่ในห้องรับรอง กระหม่อมให้เจ้าหน้าที่ช่วยกันตามหาตัวอยู่พ่ะย่ะค่ะ”

“แล้วไม่มีใครอยู่กับเขาเลยรึ?”

“เพราะต้องเตรียมเจ้าหน้าที่ถวายการรับรองและอารักขาความปลอดภัยกับทางเรายังไม่เสร็จสิ้น จึงไม่มีใครอยู่กับคุณนพรัตน์พ่ะย่ะค่ะ”

“แล้วคนของเราล่ะ?”

“อยู่ถวายความปลอดภัยที่นี่หมดพ่ะย่ะค่ะ”

เจ้านรพยัคฆ์สะท้านในพระทัย ทอดพระเนตรคมกริบไปยังเหล่าบรรดานายทหารน้อยใหญ่ให้สะดุ้งเป็นทิวแถว

“แบ่งคนไปหาให้พบ”สุรเสียงเข้มตรัสเยือกเย็น ก่อนหันไปหานัมทัค “ให้สายของเราจับตาพวกนั้นไว้ตลอด มีอะไรเคลื่อนไหวรายงานด่วน”


นพรัตน์เดินผ่านยามหน้าสถานีโครงการเกษตรพร้อมรอยยิ้ม การทักทายด้วยภาษาอังกฤษไม่เป็นผล อีกฝ่ายฟังไม่รู้เรื่อง ได้แต่ยิ้มตอบแกมเขิน เขาเดินไปไม่ไกลก็เจอร้านขายของชำเก่าๆมีแผ่นปิดโฆษณาแปะทั่วหน้าร้าน ภายในมืดทึม  แผงหน้าร้านวางผักผลไม้อย่างละนิดละหน่อย เขาชะโงกหน้าเข้าไปดูสินค้าภายใน เห็นพวกของใช้จำเป็น ขนมห่อเล็กๆ มาม่าก็มีกับเขาด้วย ชายหนุ่มส่งภาษาอังกฤษพร้อมภาษามือถามหาอาหารตามสั่งหรือข้าวห่ออะไรพวกนั้นกับหญิงชรา หากอีกฝ่ายได้แต่ยิ้มหยิบนั่นหยิบนี่ส่งให้จนอ่อนใจ

กระทั่งมีชายหนุ่มโผล่ออกมาจากหลังร้าน ท่าทางจะเป็นลูกของหญิงชราคนเฝ้าร้านค้าพอพูดภาษาอังกฤษได้ จึงค่อยคุยกันรู้เรื่อง

“ผมมาซื้อข้าว ที่นี่ขายอาหารหรือเปล่าครับ?”

“คุณเป็นนักท่องเที่ยวหรือครับ?”

“ครับ  มาดูสถานีโครงการเกษตรตรงโน้นครับ หิวข้าวเลยเดินมาหาอะไรทาน”  นพรัตน์ยิ้มให้ลูกเจ้าของร้านจนตาหยี

“โธ่คุณ เราไม่ได้ขายอาหารหรอกครับ” ชายหนุ่มผิวคร้ามแดดยิ้มละไม

“แล้วแถวนี้มีร้านขายอาหารบ้างไหมครับ?”

“มีครับ แต่ต้องไปจนถึงในตัวหมู่บ้าน”

“หืม  ไกลอยู่เหมือนกันนะครับ”

เสียงหญิงชราตะโกนถามลูกชายดังขึ้น โต้ตอบไปมา จากนั้นชายหนุ่มจึงหันกลับมาคุยกับเขาอีกครั้ง

“ไปครับ ผมจะพาคุณไปกินข้าว”

“ไม่เป็นไรครับ! เดี๋ยวผมกลับไปสถานีเกษตรดีกว่าครับ” นพรัตน์เบิกตากว้างส่ายหน้า

“ไม่ต้องเกรงใจครับ เรายินดี แล้วก็เป็นธรรมเนียมของที่นี่อยู่แล้ว ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ บ้านของเราอยู่ถัดลงไปข้างล่างนี่เองครับ”

นพรัตน์เหล่ตามองหญิงชรายิ้มพลางบุ้ยใบ้ให้ตามไปอย่างใจดี  แววตาที่ทำให้กระต่ายเมืองกรุงประทับใจ ยกมือไหว้ขอบคุณแล้วเดินตามลูกชายเจ้าของร้านไปยังบ้านพัก ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ระหว่างทางชายหนุ่มได้ชี้ให้ดูไร่ดูนาบนเนินเขารอบๆตัว

“ที่นี่ปลูกมันฝรั่งและข้าวเป็นหลักครับ เมื่อก่อนลำบากเพราะไม่มีระบบชลประทาน  แต่พอมีสถานีโครงการเกษตรเข้ามาก็ทำให้ได้ผลผลิตมากขึ้น แล้วก็ปลูกผลไม้อย่างอื่นไว้กินไว้ขายหลากหลายกว่าเดิมด้วยครับ”

“แล้วที่นี่มีนักท่องเที่ยวมามากไหมครับ?”

“ก็เรื่อยๆครับ มากน้อยตามฤดูกาล เราเปิดร้านได้ก็เพราะนักท่องเที่ยวนี่ล่ะครับ ชาวบ้านจริงๆเขาไม่ค่อยซื้อของกันหรอกครับ หลายๆที่ยังใช้ระบบแลกเปลี่ยนอยู่เลย ถึงระบบนี้จะผิดกฎหมายแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีหลงเหลือตามชนบทอยู่ครับ”

“ที่นี่ไม่มีไฟฟ้าหรือครับ ผมไม่เห็นเสาไฟตามถนนเลย”

ชายหนุ่มเปิดประตูบ้านให้แขกพร้อมหัวเราะเปิดเผย  “ยังไม่มีหรอกครับ แค่ถนนยังเป็นทางดินอัดอยู่เลย ที่นี่มีคนอาศัยอยู่บางตา แต่ละบ้านก็ห่างกัน บ้านไหนมีฐานะก็ใช้เครื่องปั่นไฟ แต่ส่วนใหญ่จะใช้ฟืนหรือตะเกียงน้ำมันเนย แต่พวกเขาก็ไม่เดือนร้อนกันหรอกนะครับ”

ภรรยาของชายหนุ่มออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม  คนที่นี่ไม่มีใครระแวงว่าเขาจะเป็นโจรมาปล้นบ้านเลยซักคน ข้าวปลาอาหารถูกจัดหามาวางให้ทานอุดมสมบูรณ์ ทว่าไม่มีเนื้อสัตว์ปนอยู่เลย  ตามธรรมเนียมของที่นี่คนในครอบครัวจะต่างคนต่างทานข้าว แต่เมื่อเขาเป็นแขกต่างถิ่น เจ้าของบ้านจึงมานั่งทานด้วยและแนะนำอาหารแต่ละอย่างให้อย่างมีอัธยาศัย

“ที่นี่ทานเนื้อสัตว์กันน้อยครับ เพราะเขาไม่ฆ่าสัตว์กัน เนื้อที่มีส่วนใหญ่จะนำเข้ามาหรือจากสัตว์ที่ตายเองครับ”

นพรัตน์พยักหน้ามองกับข้าวพื้นบ้านหน้าตาแปลก

“นี่เขาเรียกว่าอะไร?” นิ้วยาวชี้ไปที่ถ้วยกับข้าวสีเขียวๆเหลืองๆ

“อีมา ดัตชี ทำจากชีสและพริกสด อร่อยนะครับ”

ร่างโปร่งพยักหน้าตักทานไปคำสองคำต้องหยุด เพราะว่าเผ็ดมากๆ ถึงจะอร่อยแต่ก็ต้องหยุดก่อนที่น้ำตาไหล จึงหันมาทานก๋วยเตี๋ยวคล้ายๆเส้นใหญ่ผัดกับแอสพารากัส  อีกถ้วยเป็นพริกดอง เห็นเจ้าของบ้านทานเอาๆ พร้อมกับผักสดสีเขียวน่ากิน แต่ที่แปลกคือเจ้าของบ้านหยิบพริกสดจิ้มกับเกลือกัดกินอย่างเอร็ดอร่อย จึงลองหยิบพริกหยวกยาวมาจิ้มเกลือกินบ้าง

กัดไปคำเดียวก็ต้องอ้าปากร้องหาน้ำให้วุ่น จนเจ้าของบ้านหน้าตาตื่นรีบเอานมให้ดื่ม

“ยังไม่ชินก็แบบนี้ล่ะ ทานบ่อยๆก็อร่อยไปเองครับ” คนพูดหัวเราะไปยิ้มไป

ถ้ากระเพาะไม่พังไปซะก่อนผมจะพยายามครับพี่ชาย  นพรัตน์ต่อให้ในใจและต้องตกใจเมื่อมีเสียงคนกลุ่มหนึ่งกรูกันเข้ามาในบ้านดังตึงตัง

“อะไรกันครับ!”

เจ้าของบ้านลุกขึ้นยืนมองกลุ่มคนแปลกหน้าในชุดทหารเข้ามาในบ้านแบบไม่มีการบอกกล่าว  และใบหน้าคุ้นๆของนัมทัคก็ปรากฏขึ้นทำให้นพรัตน์หน้าเสีย

“คุณนพรัตน์” ราชองครักษ์เรียกชื่อคนที่ตามหาแทบพลิกแผ่นดินด้วยน้ำเสียงโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด

“ครับ” ร่างโปร่งขานรับ และหันไปยิ้มให้เจ้าของบ้าน “รู้จักกันครับ”

“กลับได้แล้วครับ”

นพรัตน์หน้าเสียรีบพยักหน้ารับ ก่อนหันไปขอโทษและบอกลาเจ้าของบ้านแสนใจดี เดินตามนัมทัคกลับ ปล่อยให้นายทหารนายหนึ่งอธิบายแก่เจ้าของบ้านต่อ

ร่างโปร่งถูกพาไปยังที่ประทับของเจ้าชายซึ่งทอดพระเนตรมองเขาตั้งแต่เข้ามาภายในห้อง ในมือยังกำพริกที่กัดกินไปคำเดียวแน่น

“นั่งสิ”

กระต่ายเดินตัวลีบไปนั่งใกล้พระพักตร์เรียบสนิท หากดวงเนตรติดดุทำให้เริ่มรู้สึกตัวว่าได้ก่อความเดือนร้อนให้อีกฝ่ายเข้าแล้ว

“หิวหรือเปล่า ให้เจ้าหน้าที่เตรียมอาหารไว้ให้”

“ทานมาแล้วกระหม่อม” ดวงตาสดใสสลดลง กับความห่วงใยแทรกในน้ำเสียง

“ขอโทษด้วยที่ไม่ได้ให้เจ้าหน้าที่ไปรับรอง  แต่ครั้งต่อไปจะไปไหนแวะมาบอกเจ้าหน้าที่ก่อน หรือไม่เห็นใครก็เข้ามาบอกฉันได้ตลอดนะ”

“พ่ะย่ะค่ะ”

นพรัตน์ก้มหน้าพร้อมกับวางพริกที่กำไว้ตลอดบนโต๊ะ แตะพระเนตร

“ไม่เผ็ดหรือ?”

คนหลบตาเงยหน้าสบดวงเนตรซึ่งมีจุดรอยยิ้มที่มุมโอษฐ์ ทำให้ใจชื้นกล้าตอบองค์สูงใหญ่

“เผ็ดกระหม่อม ก่อนมาก็กินน้ำไปหลายแก้ว ถึงค่อยยังชั่ว” คนตอบยิ้มหน้าเหยเก

“ไม่คุ้นก็อย่าไปฝืนเลย เดี๋ยวกระเพาะอักเสบนะ คนที่นี่ทานเผ็ดแต่อ้อนแต่ออก”

งั้นอาหารที่ทานทุกวัน พระองค์เป็นคนสั่งให้ห้องเครื่องลดความเผ็ดร้อนเพื่อให้เขาทานได้หรือ? กระต่ายนึกในใจไม่กล้าที่จะถามออกไป

“สั่งให้คนเตรียมของหวานไว้ เดี๋ยวทานด้วยกันนะ แล้วเมื่อครู่ไปไหนมาบ้างล่ะ”

องค์นรพยัคฆ์รับฟังเสียงเจื้อยแจ้ว เล่าเรื่องที่ได้ไปประสบพบเจอด้วยรอยยิ้ม หากพระองค์กลับเก็บงำข่าวที่เพิ่งได้รับมา มิให้คนที่กำลังเล่าความประทับใจในดินแดนนี้ต้องหวาดหวั่น

กลัวใจคนตรงหน้าจะชังที่นี่นัก

นัมทัคมองเจ้าชีวิตรับฟังชายหนุ่มคุยด้วยอาการสงบจึงค่อยๆถอนหายใจยาว

เมื่อครู่พวกเขาแทบจะถูกไฟในสายพระเนตรลวกกันถ้วนหน้า


นพรัตน์สูดลมหายใจยาวยืดเมื่อนั่งลงบนเตียงหลังจากอาบน้ำเสร็จ  อากาศหนาวเย็นข้างนอกค่อยคืบคลานจนต้องหยิบผ้าห่มตวัดคลุมร่างกาย  วันนี้เดินทั้งวันจนรู้สึกปวดหัวปวดขาให้วุ่นวาย ดวงตาหรี่ปรือทอดมองผ่านกระจกใสไปยังท้องฟ้ามืดมิดด้านนอก เห็นประกายจากดวงดาวทอแสงสุกใส  พรุ่งนี้พวกเขาต้องเดินทางจากเหนือลงใต้ แค่คิดถึงจำนวนโค้งก็เวียนหัวแล้ว

มือเย็นทาบหน้าผากตัวเอง รู้สึกถึงความอุ่นร้อนผิดปกติจึงดีดตัวลุกขึ้น เดินออกไปเปิดประตูห้องแล้วต้องผงะ  ไม่ใช่ว่าเจอทหารยามยืนเฝ้าหน้าประตู แต่เป็นวรองค์สูงใหญ่ยืนจ้องมาเขม็งต่างหาก

“ฝ่าบาท!”

“จะไปไหนรึ?”

สุรเสียงเย็นกวาดพระเนตรคมกริบไปทั่วร่างโปร่ง

นพรัตน์ลอบกลืนน้ำลายตัวเอง ทั้งแปลกใจและไม่เข้าใจการปรากฏกายของอีกฝ่าย ทว่าในซอกหนึ่งของหัวใจกลับเต้นตุบๆ

“ว่ายังไง จะไปไหน?”

“เออ...คือปวดหัว จะไปขอยาทานพ่ะย่ะค่ะ”

ขนงเข้มเลิกขึ้นก่อนสาวพระบาทมาใกล้ หัตถ์เย็นอังหน้าผากมนก่อนเปลี่ยนมาที่ซอกคอ  พระองค์จับต้นแขนอีกฝ่ายดึงเข้าไปภายในห้องนอน ก่อนเสด็จหายไปชั่วครู่แล้วกลับเข้ามาพร้อมเจ้าหน้าที่นำยาเม็ดและน้ำดื่มมาให้

เจ้าหน้าที่กลับออกไปแล้ว หากเจ้าชายยังคงนิ่งมองกระต่ายหยิบยาใส่ปากเงียบๆ

“พระองค์มาทำอะไรแถวนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ?” หลังจากกินยาเสร็จจึงถามออกไป

“ก็มาดูเธอว่ายังอยู่ดีรึเปล่า”

นพรัตน์มองดวงเนตรคมกล้าจับจ้องเขาไม่กระพริบให้รู้สึกแก้มอุ่นร้อนขึ้นมาเสียเฉยๆ

“กระหม่อมไม่ได้หายตัวได้ซะหน่อย” นพรัตน์พึมพำ

“แต่ก็ซนไปทั่ว”

ไม่ใช่เด็กนะ เรียนต่ออีกหน่อยก็ได้ดอกเตอร์แล้ว ร่างโปร่งเผลอขึงตาใส่  เจ้านรพยัคฆ์จึงเสด็จเข้ามาประทับชิดขอบเตียง ดึงผ้าห่มคลุมตัวอีกฝ่ายพลางกำชับหนัก

“นอนพักเสีย พรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้า”

“ความจริงทิ้งกระหม่อมไว้ที่วังก็ได้”

นพรัตน์เอ่ยเบาๆหากต้องหุบปากลงทันทีเมื่อสบสายพระเนตรวาววับคล้ายสื่ออะไรบางอย่างให้เขาเกือบหยุดหายใจ กระทั่งเงาร่างสูงพ้นหายไปจากประตู จึงค่อยๆปิดตาลง ยกมือขึ้นทาบแผ่นอกที่กำลังเต้นตึกตัก

คนอะไรใช้ตาพูดก็ได้

TBC


ออฟไลน์ takuya

  • เป็ดนักโพสมือดี
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-0
ตอนที่9

เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้งอาการปวดศีรษะก็หายเป็นปลิดทิ้ง พร้อมจะนั่งรถยนต์ทรหดจากเหนือลงใต้แล้ว  ทว่าเขาไม่ได้ถูกนำไปยังลานจอดรถด้านหน้าตึก  แต่เดินตามขบวนเสด็จได้ยังด้านหลังตึก ห่างไปพอสมควรก็เห็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์

“คราวนี้เราจะนั่งฮอไปเหรอคุณเคอแสน” นพรัตน์พยักพเยิดหน้าไปทางเจ้าแมลงปอยักษ์ขนาดสิบคนนั่ง

“ครับ”

เคอแสนตอบรับเสียงเบา  เมื่อคืนอยู่ๆเจ้าชายก็สั่งให้นัมทัคเปลี่ยนการเดินทางจากรถยนต์เป็นเฮลิคอปเตอร์แทน  มารู้ทีหลังเมื่อได้คุยกับเจ้าหน้าที่ห้องยาว่าแขกคนสำคัญของเจ้าชายไม่ค่อยสบาย

เจ้ากระต่ายตัวนี้นับวันจะเป็นคนสำคัญที่เขาต้องรับรองให้ดีไม่ให้ขาดตกบกพร่องกันเลยทีเดียว

ร่างโปร่งถอนใจยาวยิ้มระรื่นเมื่อไม่ต้องทรมานสังขารกับการนั่งรถยนต์ไปตามทางคดเคี้ยวหลายพันโค้ง เขาตามขึ้นไปนั่งเบาะด้านหลังเจ้าชายติดหน้าต่าง ทำให้มองเห็นวิวสวยงามอลังการ เทือกเขาน้อยใหญ่ไกลสุดลูกหูลูกตาในม่านหมอกยามเช้าต้องแสงอาทิตย์อ่อน เขากระตุกให้เคอแสนดูแม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายคงเห็นเป็นเรื่องธรรมดาก็ตาม

“เดี๋ยวลงใต้ไปแคว้นชมพูนุชจะแตกต่างจากที่นี่ราวพลิกฝ่ามือเลยครับ ที่นั่นติดทะเลมีที่ราบให้เพาะปลูกเยอะ”

“เหรอ ไม่น่าเชื่อว่าประเทศเดียวกันแต่มีภูมิประเทศแตกต่างกันขนาดนี้เนอะ”

“ก็ประเทศเรายาวจากเทือกเขาหิมาลัยจรดอ่าวเบงกอล และถูกขนาบด้วยประเทศมหาอำนาจ เราจึงต้องวางแผนในการดำเนินนโยบายต่างประเทศให้รอบคอบที่สุด ไม่อย่างนั้นประเทศของเราจะถูกกลืนกินและครอบงำได้ง่ายๆ”

“คุณเคอแสน รู้ไหมว่าผมอยู่เมืองไทยไม่เคยต้องกังวลเรื่องพวกนี้เลย ผมรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่าไม่มีใครมาทำอะไรประเทศไทยได้แม้จะเป็นประเทศเล็กๆก็ตาม”

“นั่นคือมรดกให้คนของคุณรำลึกไว้ให้จงดี กว่าจะสร้างชาติสร้างแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่นนั้น ในอดีตเขาต้องผลีเลือดเนื้อแรงกายแรงใจมากเท่าใด  ส่วนที่นี่ยังเหมือนต้นกล้าอ่อน ประชาชนทุกคนต้องช่วยกันครับ แม้ภายนอกอาจดูเหมือนเจริญงอกงาม หากภายในอาจถูกหนอนชอนไชรอวันเฉาตาย เพราะฉะนั้นอะไรที่จะกลายเป็นแมลงร้าย เราต้องป้องกันและจัดการให้สิ้นซาก”

“ศึกภายนอกไม่เท่าศึกในบ้านเมืองตัวเองสินะครับ”

ศีรษะทุยหันกลับมามองราชองครักษ์ยกมุมปากไม่ตอบ ก่อนหันกลับไปมองขุนเขาเบื้องล่าง

ตั้งแต่เขาถูกนำตัวเข้ามาพำนักในวังเจ้าชายก็ไม่รู้เลยว่าสถานการณ์ความวุ่นวายยังมีต่อเนื่องอยู่หรือเปล่า  อยู่ห่างไกลเมืองหลวงที่ไฟฟ้ายังไม่มี ชาวบ้านจะรู้เรื่องกันบ้างไหม เพราะมองไปทางไหนก็รู้สึกถึงความสงบร่มเย็นแม้จะไม่สะดวกสบายก็ตามที

เพียงชั่วโมงเศษ เฮลิคอปเตอร์พาพวกเขาหลุดจากเมืองแห่งเทือกเขาสูงในม่านหมอกสู่พื้นราบแห่งแสงสว่างของแคว้นชมพูนุช แคว้นใต้สุดของประเทศมีอาณาบริเวณติดชายฝั่งทะเลนิดเดียวเท่านั้น  แต่ก็เป็นจุดเล็กๆที่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศเช่นกัน

พวกเขาเข้ามาสู่แคว้นแห่งความขัดแย้งแล้ว

ค่ายทหารใหญ่โตกว่าที่เคยเห็น เป็นจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ เจ้าชายแวะเข้าไปทรงงานไม่นานก็เสด็จไปประทับยังพระตำหนักไม่ไกลจากค่ายทหารมากนัก และเป็นแถบที่มีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่น ภายในเมืองจึงมีไฟฟ้า ร้านค้า ถนนหนทางสะดวกสบาย

“จะให้เคอแสนอยู่เป็นเพื่อน อยากไปไหนก็บอกหรือถามเขาได้”เจ้านรพยัคฆ์เอ่ยขึ้นระหว่างเสวยมื้อเย็น “ที่นี่มีวัดตั้งอยู่กลางแม่น้ำ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศ  ส่วนทางต้นน้ำมีกิจกรรมล่องแก่ง แต่เราไม่รู้ว่าระดับน้ำตอนนี้สามารถล่องได้รึเปล่า ถ้าจะไปต้องตรวจสอบก่อนจะได้ไม่เสียเที่ยว”

ล่องแก่ง! 

กระต่ายหูตั้งทันทีที่ได้ยินกิจกรรมกลางแจ้งท้าทายแรงกายแรงใจ  และรุ่งขึ้นเจ้าตัวก็ไม่พลาดรีบลากเคอแสนออกไปสำรวจโลกกว้างพร้อมขบวนคุ้มกันอีกกลุ่มย่อมๆ

“ต้องพากันไปเยอะขนาดนี้เลยเหรอคุณเคอแสน”

“อย่าประมาทในสิ่งที่มองไม่เห็นครับ คุณอึดอัดมากหรือ?”

นพรัตน์นิ่งไปอึดใจก่อนฉีกยิ้มกว้าง “ไปกันเยอะๆก็สนุกดีครับ ล่องแก่งมันต้องหลายๆคนถึงจะมัน”

ขบวนรถยนต์แล่นออกจากวังไปท่ามกลางสายพระเนตรเจ้านรพยัคฆ์ ทรงยืนติดพระบัญชรจนท้ายขบวนค่อยจางหาย จึงค่อยถอนปัสสาสะแผ่วเบา

“เป็นห่วงนักก็อย่าเพิ่งให้ออกไปสิ”

สุรเสียงนุ่มนวลดังจากเบื้องหลังเจ้านรพยัคฆ์  สมเด็จพระราชาธิบดีแย้มโอษฐ์จนเห็นพระทนต์ขาวประทับบนพระเก้าอี้ไม้ขาสิงห์  พระองค์เพิ่งเสด็จมาถึงเมื่อรุ่งสางนี่เอง

“ไม่อยากให้เขารู้สึกเหมือนถูกกักบริเวณ เดี๋ยวจะปลอบกันลำบาก” เจ้าน้องยกมุมโอษฐ์ขึ้นเล็กน้อย

“ให้ไปอยู่กับพี่ไหมล่ะ จะได้ไม่ต้องกระเตงๆกันมาแบบนี้ เธอจะทำงานลำบากนะ”

“ไม่ลำบากหรอกพ่ะย่ะค่ะ” เจ้าน้องสรวล “แต่ถ้าเจ้าพี่พาไปอาจต้องกลุ้มพระทัยหนัก เพราะสนมนางในทางนั้นคงปั่นป่วนกันน่าดูชม”

เจ้าพี่ของเจ้าน้องเผลอสรวลดังคิกคัก

“คงจะจริง ข้อมูลว่าเป็นดารา หน้าตาดีเชียว คงปรามกันลำบาก เพราะตบมือข้างเดียวไม่ดังซะด้วยสิ” สายพระเนตรเหลือบมองเจ้าน้อง คล้ายมีอะไรบางเบาสื่อความนัย  “ข่าวคาวไม่น้อยเสียด้วยนะ”

ดวงเนตรราบเรียบตึงขึงขึ้นฉับพลัน จากนั้นทรงประทับบนพระเก้าอี้ กางแผนที่ให้สมเด็จทอดพระเนตรแทนการสนทนาเรื่องเดิม

“เราเข้าโอบล้อมพื้นที่จนใกล้ฐานที่ตั้งกลุ่มกบฏแล้ว ต่อไปนี้คงมีการตอบโต้หนักขึ้น จากนี้ไปพระองค์โปรดทรงงานอยู่แต่ในเมืองหลวงเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ”

“เอาเถอะ เสร็จงานจากที่นี่พี่จะกลับทันที เกือบลืม! หม่อมอลิซาเบธส่งพัสดุมาให้กล่องใหญ่เชียวล่ะ”

“หม่อมแม่” สุรเสียงทอดอ่อนยามนึกถึงมารดา  คงส่งเสื้อผ้าเครื่องใช้มาให้อีกเช่นเคย  เป็นพระองค์เองที่ไม่ได้เสด็จไปหาหลายเดือนแล้ว

แม่ลูกอยู่ห่างไกลกันครึ่งโลก  เพราะพระองค์เลือกจะกลับมาอยู่ที่บ้านเกิดเมืองนอนของพระบิดา  ทอดทิ้งมารดาไว้กับวงศาคณาญาติทางโน้น

แม่เลือกที่จะตายอยู่ในบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองเช่นกัน

ไม่มีใครสมหวังไปเสียทุกอย่าง  หม่อมแม่เคยพูดไว้เช่นนั้น

ส่วนพระองค์

เมื่อตัดสินใจเลือกที่ตายขององค์เองแล้ว ก็จะไม่เหนี่ยวรั้งใครไว้เช่นกัน


ลำน้ำจากเทือกเขาสูงสู่พื้นราบ กระแสน้ำไหลแรงกระทบโขดหินใต้น้ำจนเกิดเป็นลูกคลื่น เรือยางกระแทกคลื่นลูกแล้วลูกเล่าจนสายน้ำสาดกระเซ็น สร้างความสนุกสนานแก่ผู้สัมผัส  ร่างโปร่งหัวเราะเสียงดังไปตลอดเส้นทาง จนกระทั่งถึงจุดสิ้นสุดจึงขึ้นมารับชาอุ่นๆไปดื่มแก้หนาว

“จะไปไหว้พระต่อเลยไหม?” เคอแสนถามขึ้นหลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเรียบร้อยทุกคน

“ไปสิ  เดี๋ยวตอนเย็นๆแวะเดินเที่ยวในเมืองด้วยได้รึเปล่า?” ร่างโปร่งเงยหน้าจากถ้วยชาถาม

เคอแสนเหลือบมองนายทหารตามหลัง ก่อนพยักหน้าตอบตกลง  เหตุเพราะคนตรงหน้าดูจะเข้าใจอะไรๆมากขึ้นกว่าเดิม พวกเขาจึงทำงานง่ายขึ้น

นพรัตน์มาถึงวัดที่คล้ายลอยอยู่กลางแม่น้ำไม่มีผิด สถาปัตยกรรมคงได้รับอิทธิพลมาจากพม่า เพราะมีความอ่อนช้อยของลวดลายกนกตามประตูหน้าต่าง ความใหญ่โตทำให้ร่างโปร่งอ้าปาก ตะลึงในความศรัทธาของคนสมัยก่อน ชายหนุ่มเดินลงเรือเพื่อจะข้ามไปยังวัดซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำ อันที่เป็นเคารพนับถือของคนที่นี่  เคอแสนนำชุดเครื่องบูชาแปลกตามาให้ มีธูปเทียนเหมือนในเมืองไทย แต่มีร่มกระดาษ ภาพพิมพ์ของสัตว์และธงห้าสีเพิ่มขึ้นมา

คำถามเกิดขึ้นบนใบหน้า เคอแสนจึงยิ้มพร้อมอธิบายให้ช้าๆ

“ร่มกระดาษแทนความร่มเย็น รูปสัตว์นี่ก็คือสัตว์ประจำวันเกิด และธงประจำพุทธศาสนา”

นพรัตน์พยักหน้ารับทราบก่อนเดินตามเคอแสนเข้าไปกราบไหว้พระพุทธรูปทองคำ จากนั้นออกมาถ่ายรูปภายนอก ด้วยภายในห้ามถ่ายรูปโดยเด็ดขาด  ร่างโปร่งเดินชมลวดลายตามผนังเรื่อยไปจนถึงศาลาเล็กริมน้ำ เห็นแม่เฒ่ากำลังให้อาหารปลาด้วยก้อนสีขาวกลมๆร้อยเป็นพวง

พอเห็นนพรัตน์จ้องมองอยู่ แม่เฒ่าเลยหันมายิ้มเห็นฟันดำเพราะกินหมาก พร้อมกับยื่นพวงก้อนกลมๆสีขาวให้เขา หากร่างโปร่งได้แต่ยิ้มไม่กล้ารับ

“เขาชวนทำบุญให้อาหารปลา รับไว้เถอะครับ”

เคอแสนกระซิบบอกด้านหลัง นพรัตน์จึงยกมือไหว้ขอบคุณ รับของมาพินิจพิจารณา  มันคือข้าวตอกปั้นเป็นก้อนแข็งๆ  เขารูดมันออกจากพวง โยนให้ปลาในน้ำกระโดดขึ้นมาแย่งกินอย่างสนุกสนาน แม่เฒ่าก็พลอยหัวเราะน้ำหมากกระเซ็นตามไปด้วย  ก่อนจากนพรัตน์ถ่ายรูปคู่กับแม่เฒ่าใจดีไว้เป็นที่ระลึก และเขาก็ได้ส้มที่แม่เฒ่าหยิบจากในตะกร้าส่งให้เป็นที่ระลึกเช่นกัน

ขบวนชายหนุ่มย้ายตัวเองมานั่งทานข้าวในร้านอาหารกลางใจเมืองเมื่อเวลาเย็นใกล้ค่ำ ดวงไฟริมถนนสว่างไสวเฉพาะในตัวเมืองเท่านั้น ผู้คนยังมีมาจับจ่ายใช้สอยไม่บางตา เพราะเป็นเมืองท่าแห่งเดียวในประเทศ จึงค่อนข้างคึกคักด้วยผู้คนและสินค้าจากต่างประเทศ

ร้านอาหารระดับห้าดาวในโรงแรมหรู หากเจ้าของเป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุน เปิดไว้สำหรับรับรองแขกต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นเจ้ามือมื้อนี้ นพรัตน์จึงออกตัวขอจัดการเอง ด้วยตั้งแต่เช้าเห็นเคอแสนควักจ่ายมาตลอด

“ฝ่าบาทสั่งไว้”

และแม้ครั้งนี้ก็ยังได้คำตอบเดิม หากนพรัตน์เกรงใจเสียจนต้องกระซิบบอกคนคุมตัวโตว่า

“ถือซะว่าเป็นการขอบคุณจากผมที่อุตส่าห์มาเป็นเพื่อน” ชายหนุ่มกลืนประโยคมาคอยจับตากันหนีไว้ในคอ

เคอแสนนิ่งไปชั่วครู่ก่อนพยักหน้าไม่ขัดศรัทธา

นพรัตน์นั่งทานอาหารพร้อมคุยกับผู้ติดตามคนอื่นๆไปด้วยตลอด ไม่รับรู้ว่าตัวเองเป็นเป้าสายตาคนรอบข้างจนเคอแสนยังสังเกตเห็นได้ง่ายๆ

องครักษ์ยิ้มกริ่มเมื่อพิจารณาใบหน้าและบุคลิกเปิดเผยจริงใจของอีกฝ่าย ไม่น่าแปลกใจเลยสักนิด กอปรกับอีกฝ่ายเป็นดาราจึงโดดเด่นผิดกับคนเดินถนนทั่วไป เลยเป็นจุดสนใจโดยไม่รู้ตัว

และเพราะทั้งกลุ่มมีแต่ชายหนุ่ม บริกรจึงแนะนำบาร์เหล้าในโรงแรมให้ร่างโปร่งตาโตหลังรับประทานอาหารเสร็จ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าบาร์เหล้าในประเทศอันดูเงียบสงบจะเป็นอย่างไร จึงลากเคอแสนและผู้ติดตามเข้าไปในผับมืดสลัว

“คุณจะดื่มเหล้าหรือ?”

“อืม แป๊บเดียวเท่านั้นล่ะ”

นพรัตน์ยิ้มก่อนมองสภาพบาร์ไม่ต่างไปจากย่านอาร์ซีเอ เพียงแต่เปิดเพลงต่างกัน และไม่ตลบอบอวลด้วยควันบุหรี่

เป็นเพราะยังหัวค่ำจึงมีลูกค้าบางตา ชายหนุ่มสั่งเบียร์มาดื่ม หากผู้ติดตามบางรายเพียงแต่ถือไว้เฉยๆ

ร่างโปร่งกวาดสายตามองไปรอบๆจนสะดุดเข้ากับหญิงสาวหน้าตาดีกลุ่มหนึ่งมองมาอยู่ก่อนแล้ว หญิงคนหนึ่งในกลุ่มนั้นยิ้มให้ เขาจึงยิ้มตอบก่อนหันหน้าคุยกับองครักษ์

“มีสาวๆออกมาเที่ยวบาร์เหล้าด้วย ผมคิดว่าผู้หญิงที่นี่เขาไม่เที่ยวกลางคืนกันซะอีก”

“ผลอีกด้านหนึ่งของความเจริญไงครับ ครอบครัวไหนฐานะดีส่งลูกไปร่ำเรียนเมืองนอกเมืองนา กลับมาก็พาสิ่งเหล่านี้มาด้วย ยากที่จะต้านกระแสครับ เราได้แต่จำกัดให้อยู่ในขอบเขตที่เราควบคุมได้ทั่วถึง”

บริกรวางเครื่องดื่มสีทองในแก้วใสบนโต๊ะขัดการสนทนา และทำให้เคอแสนขมวดคิ้วมุ่น

“ไม่ได้สั่งนี่”

“ครับ แต่คุณผู้หญิงโต๊ะนั้นสั่งให้เอามาให้ครับ” บริการพยักพเยิดหน้าไปทางกลุ่มหญิงสาวที่นพรัตน์สะดุดตา แล้วเดินกลับออกไป

“เสน่ห์แรงจริงคุณ”

นพรัตน์หัวเราะพร้อมยักคิ้วให้เคอแสน ก่อนกระดกน้ำสีทองลงคอหมดแก้ว จากนั้นค้อมศีรษะขอบคุณผู้หญิงที่มองเขาไม่คลาดสายตา

ชายหนุ่มสั่งค็อกเทลส่งคืนให้ หากแต่ไม่นาน ผู้หญิงสี่ห้าคนก็ถือค็อกเทลนั้นกลับมายังพวกเขา

นายทหารดูตื่นตัวขึ้นเมื่อพวกเธอขอนั่งด้วย และนพรัตน์ก็ไม่ขัด ยิ้มตอบด้วยอารมณ์กรึ่มๆ คุยภาษาอังกฤษกระท่อนกระแท่นพร้อมภาษาใบ้กับสาวเจ้าที่มีอัธยาศัยดีไปได้ไม่นาน เคอแสนก็เอนตัวมากระซิบกระซาบ

“พวกเธอเป็นผู้หญิงขายบริการ ยังไงบอกปัดไปเถอะครับ”

คิ้วได้รูปเลิกขึ้น “อ้าว! หรือครับ คิดว่ามาเที่ยวเสียอีก”

“ที่นี่อาชีพหญิงบริการเป็นอาชีพถูกกฎหมายครับ”

ออฟไลน์ takuya

  • เป็ดนักโพสมือดี
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-0
เป็นความรู้ใหม่และน่าประหลาดใจ ดูขัดๆกับความสงบงดงามบนดินแดนนี้  แต่จะว่าไป อาชีพนี้ก็มีมาแต่โบราณนานนมแล้วนี่นะ  นพรัตน์พยักหน้า มองผู้หญิงหน้าสวยแลนุ่มนิ่มส่งยิ้มให้ไม่ได้ขาด พวกเธอไม่ได้ทำตัวรุ่มร่าม ใบหน้าขาวเหลืองนิดๆกับริมฝีปากอิ่มถูกชะตาทำให้นพรัตน์ลำบากใจในการบอกปัด จึงหยิบเงินดอลล่าร์ส่งให้หล่อนหลายใบเป็นค่าเสียเวลา  หากหญิงสาวเนื้อตัวหอมกรุ่นประคองมือเขาไว้ ในดวงตาสื่อความหมายให้เลือดหนุ่มในตัวเต้นพล่าน ก่อนกระตุกวูบด้วยรู้สึกเหมือนเห็นดวงตาใครบางซ้อนทับบนวงหน้าสวย  อาการนิ่งงันเหมือนตอบรับทำให้เคอแสนอดสะกิดหลังไม่ได้

“ถ้าคุณจะรับบริการก็ไปเถอะครับ เดี๋ยวผมเฝ้าให้” เคอแสนยอมตามใจอีกฝ่ายตามที่องค์นรพยัคฆ์สั่งไว้ โดยไม่ได้เฉลียวใจในเรื่องดังกล่าวแม้แต่น้อย

นพรัตน์สบตาหญิงสาว หน้าใครบางคนที่เขานึกหมั่นไส้กลับโผล่ขึ้นในหัว อะไรบางอย่างทำให้เขาต้องกัดริมฝีปาก สลัดมันออกไปจากความรู้สึก และตอบรับไมตรีหญิงสาวตรงหน้า คล้ายจะให้กลบความรู้สึกไม่เข้าท่าให้มิดลงในหัวใจ จึงไม่ปฏิเสธเมื่อทางสะดวก พร้อมกับคว้ามือหญิงสาวลุกขึ้น และกระซิบเบาๆ บอกให้เพื่อนของเธอไปกับหนุ่มๆทางเขาด้วย

สาวเจ้าหันไปส่งภาษาให้เพื่อนๆเข้าไปจับคู่กับนายทหารหนุ่มที่ทำหน้าตาตื่นๆหันมองเคอแสน

ท่านมหาดเล็กถอนใจกับแววตาเต้นระริกของนายทหารหนุ่ม จะให้มองแขกเจ้าชายมีความสุขอยู่คนเดียวก็กระไรอยู่ จึงรั้งนายทหารไว้กับตัวหนึ่งคน ที่เหลือก็ปล่อยให้ไปใช้บริการเป็นเพื่อนแขกคนสำคัญ

เคอแสนนั่งรออยู่พักใหญ่ด้วยท่าทางปกติ แม้จะดื่มไปหลายแก้วก็ตาม

คนที่นี่ดื่มเหล้าเป็นกิจวัตร

ผ่านไปพักใหญ่คนที่หายไปก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมอาการแช่มชื่นบนใบหน้า

“กลับกันได้แล้วนะครับ”


ทั้งหมดกลับมาถึงตำหนักอันเป็นที่ประทับเป็นเวลาสามทุ่มเศษ  พอทุกคนลงจากรถก็พบนายทหารยามยืนรอรับอยู่ก่อนแล้ว

“ฝ่าบาทเชิญทุกท่านที่ห้องทรงงานครับ”

เพียงนายทหารตรงหน้าพูดจบ นพรัตน์ก็รู้สึกถึงเหงื่อเย็นๆที่หลัง ความสุขเมื่อครู่หายหมดเกลี้ยง ทุกคนเดินตัวตรงไปยังห้องทรงงาน

วรองค์สูงใหญ่ทรงยืนติดริมพระบัณชร เป็นที่สะดุดตาผู้เข้ามาใหม่ก่อนจะรีบก้มหน้าหลบสายพระเนตรแข็งกร้าวดุดันราวกับมีดวงไฟพวยพุ่งออกมา  ทุกคนยืนนิ่งสนิทภายในห้อง ไร้เสียงสำเนียงใดๆจนน่าอึดอัด

นพรัตน์รวบรวมความกล้าเงยหน้ามองเจ้านรพยัคฆ์ ร่างทั้งร่างแข็งค้างด้วยอีกฝ่ายจงใจมองเขาอยู่ก่อนแล้ว และในดวงเนตรคมดุนั้นกำลังโกรธเขาเป็นฟืนเป็นไฟอย่างไม่ต้องสงสัย

“ไม่มีที่เที่ยวอื่นแล้วรึไง ถึงได้พากันไปเที่ยวบาร์เหล้าแบบนั้น”

สุรเสียงราบเรียบหากสร้างแรงกดดันให้เคอแสนเหงื่อโทรมกาย รีบคุกเข่าขอประทานอภัยโทษ นายทหารคนอื่นจึงกระทำตาม ร่างโปร่งเลิกลั่กมองนายทหารทั้งกลุ่มคุกเข่าจึงจะทำตาม หากพระหัตถ์แข็งฉุดฉวยไว้เสียก่อน

ดวงตาสั่นไหวประสานดวงเนตรคมกร้าวที่สะท้อนความรู้สึกห่วงใย และผิดหวังเล็ดลอดออกมาบางเบา ทำให้หัวใจดวงเล็กกระตุกวูบ

“สถานที่ท่องเที่ยวสวยงามทรงคุณค่าของปัญจคีรียังมีอีกมากมาย  ไปดูและซึมซับสิ่งเหล่านั้นไว้จรรโลงจิตใจตัวเองเถอะนะ”

เจ้าชายตรัสกับร่างโปร่งเพียงเท่านั้นก่อนเสด็จดำเนินลิ่วออกไป ทิ้งให้ทุกคนภายในห้องทรงงานลุกขึ้นยืนหน้าเสีย  จากนั้นนัมทัคจึงเข้ามา

“คุณนพรัตน์ไปพักผ่อนเถอะครับ” องครักษ์คู่หูเคอแสนเอ่ย ก่อนหันไปสั่งนายทหารที่ติดตาม “ตามฉันมา นายด้วย”

นพรัตน์เดินคอตกกลับห้องพัก มองเคอแสนและนายทหารหนุ่มแยกไปอีกทาง

ดีไม่ดีคนพวกนั้นอาจถูกลงโทษ เพราะความอยากรู้อยากลองไม่ดูกาลเทศะของเขาเอง  ที่ร้ายไปกว่านั้นคือแววตาจากร่างสูงที่สื่อถึงความผิดหวังในตัวเขา สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกเสียใจและเจ็บจุกจนพูดไม่ออก

ตอนทำล่ะไม่คิด!

พรุ่งนี้ต้องไปขอโทษ... 

คนก่อเรื่องนอนก่ายหน้าผากคิด

คืนนี้เป็นอีกคืนบนแผ่นดินต่างบ้านต่างเมืองที่ทำให้นพรัตน์นอนไม่หลับกระสับกระส่าย พลิกตัวไปมาจนหงุดหงิดตัวเอง 

ถ้ารู้ว่าจะต้องทรมานแบบนี้ไม่ริทำเสียก็ดีหรอก

หัวใจเจ้ากรรมยังคงสั่นระรัวไม่หาย กลัวอีกฝ่ายเกลียดขี้หน้า จนต้องร้อนรนอยู่ไม่เป็นสุข ทว่าก็ทำให้รู้ตัวว่าอีกฝ่ายเริ่มเข้ามามีอิทธิพลกับตัวเองขนาดไหน

และสิ่งที่ทำก็เพื่อปิดบังอะไรบางที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเงียบๆ

ชายหนุ่มพ่นลมหายใจใส่หน้าตัวเองจนเส้นผมกระจาย ก่อนสะบัดผ้าห่มออกไปนั่งมองท้องฟ้ายามราตรีกับความเงียบงันทั้งคืน


ภายในห้องบรรทมที่อวลไปด้วยกระแสความกรุ่นโกรธแขวนลอยในอากาศ  สมเด็จพระราชาธิบดีรีบเสด็จมาหาด้วยรู้ข่าวว่าพระอนุชากำลังกริ้วนายทหารคนสนิทเป็นฟืนเป็นไฟ เพราะสั่งลงโทษทันทีที่มาถึง กำลังประทับคอยฟังเจ้าน้องอธิบาย

“หม่อมฉันไม่ต้องการให้เขาจดจำแต่เรื่องแบบนี้กลับไปยังบ้านเมืองเขา”

“พี่เข้าใจเธอนะ แต่ในอีกด้านหนึ่งเขาก็เป็นผู้ชาย และอยู่ในภาวะกดดันจากสิ่งที่เผชิญ คงหงุดหงิดเอาการอยู่ ถึงไม่คำนึงว่าตัวเองอยู่ในสถานะแขกของเธอ และเคอแสนเขาก็หวังดีที่อยากจะรับรองไม่ให้ขาดตกบกพร่อง  หายโมโหเสียเถอะ ถ้าไม่อย่างงั้นนายทหารพวกนั้นคงวิ่งรอบค่ายจนกระอักเลือดกันไปข้างหนึ่งล่ะ”

ประกายในดวงเนตรสว่างวาบ ริมโอษฐ์เม้มแน่นก่อนคลายออก คล้ายดึงสติให้กลับมาดำรงอยู่ที่เดิมได้แล้ว จึงเสด็จออกไปรับสั่งกับนายทหารหน้าห้อง

“ไปบอกให้หยุดวิ่ง และมาพบฉันพรุ่งนี้เช้า”

สมเด็จพระราชาธิบดีสังเกตท่าทีอีกฝ่ายด้วยสายพระเนตรตรึกตรองอะไรบางอย่าง ก่อนสรวลออกมาเบาๆ

“พี่ว่าเขาเป็นคนฉลาดนะ หลายวันที่ผ่านมาก็พอจะทำให้เขาเข้าใจอะไรหลายอย่างในบ้านเมืองเราได้อยู่  เพราะฉะนั้นอย่าเป็นห่วงเขามากนักเลย อีกไม่นานเขาก็จะกลับไปบ้านเกิดเมืองนอนของเขาแล้วล่ะ”

สุรเสียงนุ่มนวลหากทำให้พระหทัยของเจ้านรพยัคฆ์กระตุกชาวาบ แม้จะเป็นเรื่องที่รู้ทั้งรู้ก็ตามที

“พ่ะย่ะค่ะ ถึงจะแค่ไม่นานแต่ก็อยากทำให้เขาได้เห็นวัฒนธรรมดีงาม ผู้คน ในหลายๆด้านก่อนที่เขาจะจากไปให้มากที่สุด”

“เพื่ออะไรหรือ? ทำไมจะต้องลำบากอธิบายในเหตุผลซับซ้อนของเราให้เขาฟัง  เพียงแค่รับรองให้ดี ตามที่เขาต้องการ เมื่อเขากลับไป เขาก็จะบอกเล่าแต่สิ่งดีๆ และนี่ก็คือจุดประสงค์ในการรั้งตัวเขาไว้มิใช่หรือเสือน้อย”

พระอนุชาไม่ตรัสอะไรต่อ หากผินพักตร์ไปยังความมืดมิดด้านนอกบัญชร พร้อมกับถอนพระปัสสาสะให้สมเด็จเลิกขนงสนเท่ห์

เสือน้อย...

TBC

เจอกันใหม่อาทิตย์หน้าจ้าาา  :mew1:

ออฟไลน์ Whatever it is

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3960
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +380/-8
เหอะๆ นายเอกเราร้ายจริงๆ

ออฟไลน์ iforgive

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6805
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +844/-80
แหม มันน่าขย้ำซะจริง ๆ เชียวนายเอกของเรา

ออฟไลน์ Rafael

  • เพราะคนเราเกิดมาเพื่อแตกต่าง
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +685/-7
กระต่ายน้อยซนน่าดู
อย่างนี้มันต้องจับมาลงโทษเสียให้เข็ด

ออฟไลน์ Ali$a฿eth

  • [จิ้น]ตนการ
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1111
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-3
รอวันตบะแตก คิคิ

ออฟไลน์ silverspoon

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2438
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +275/-12
อร๊ายยยย หึงอ่ะดิ้  :-[

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Also

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 426
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0
 :mew2: อาทิตย์หน้ามาต่อจริงๆนะคะ อยากอ่านต่อแล้วอ่า

สนุกมากๆเลยค่ะ อ่าน2ตอนรวดก้อยังรู้สึกว่าไม่พอ หุหุ

 :กอด1:

ออฟไลน์ korinasai

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 311
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
คนปากแข็ง!! ระวังคุณกระต่ายหนีกลับบ้านไปก่อนเถอะ!

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
เริ่มหวั่นไหวแล้วทั้งคู่
คนนึงพยายามปกปิด
ส่วนอีกคนแสดงออกโจ่งแจ้งมาก
เฮ้อ...อ่านเท่าไหร่ก็ไม่พอ ลุ้นมาก...

ออฟไลน์ AGALIGO

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 318
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-4

จะได้กลับมั้ยน้อ

+ เป็ดจ้า

ออฟไลน์ BitterSweet~

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 788
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-0
กระต่ายน้อยทำไปเพราะต้องการกลบความรูสึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้
องค์เสือน้อยทำไปเพราะความรู้สึกลึกๆ ในใจที่อธิบายไม่ได้เช่นกัน

รออ่านตอนต่อไปค่ะ ^^

ออฟไลน์ mur@s@ki

  • อยากรัก..แต่ใจไม่กล้า
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1899
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-5
อย่าว่าแต่เจ้าจะทรงกริ้วเลยค่ะ อิชั้นก็นึกอยากโบกพ่อกระต่ายสักทีนักเชียว
หวงงงงงงนะ ให้รู้ซะมั่ง

 :กอด1:

ออฟไลน์ hobazaki

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 302
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
ตีๆๆๆๆๆๆๆๆ กระต่ายน้อง บังอาจไปเที่ยวหญืงเหรอ เดี๋ยวให้องค์เสื้อน้อยขย้ำกินซะเลย  :z1:

ออฟไลน์ akiko

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 620
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-2
ตอนนี้คุณกระต่ายน้อยเริ่มรูุ้สึกตัวแล้วว่า เริ่มมีใจให้กับ เจ้าชายเสือน้อยของเรา

แต่ไม่น่าไปเที่ยวผู้หญิงเลย เจ้าชายเสียใจแย่ิเลย
 :hao5: :hao5:

ขอบคุณที่มาต่อคะ
ลงตอนหน้าเร็วๆๆนะคะ

ออฟไลน์ goosongta

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1523
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-6
แล้วสายตาของฝ่าบาทพูดว่าอย่างไรเหรอกระต่ายน้อย

ออฟไลน์ MaRiTt_TCL

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1513
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +67/-6
ง่า กระต่ายทำไมทำแบบนี้ล่ะ สงสารองค์ชายแย่เลย

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด