[เรื่องสั้น]เสียงที่ขาดหาย -บทลงโทษ- จบแล้ว ย้ายได้เลยค่ะ
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: [เรื่องสั้น]เสียงที่ขาดหาย -บทลงโทษ- จบแล้ว ย้ายได้เลยค่ะ  (อ่าน 33281 ครั้ง)

ออฟไลน์ U_Ton

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 766
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-0
 o22 ปรุงงงงง... นายเป็นใครเนี่ย ต้องการอะไรจากฟาน... รู้สึกว่าปรุงรู้มากไปแล้ว

พาลให้นึกอยากรู้ว่าฟานละเมอว่าอะไร... เกี่ยวกับเต้สินะ เเต่โอ้ยยยย... เดาไม่ถูก

ความสัมพันธ์ของฟานกับเต้ดูน่ารักแบบหม่นๆ งอนง้อกันเงียบๆ แต่ก็เป็นความสัมพันธ์ที่ดูน่ากลัวยังไงไม่รู้

เต้ดูไม่ยอมปล่อยมือจากฟาน... ฟานที่รำคาญ แต่สุดท้ายก็คอยเเต่มองหา คิดถึง เสียใจอยู่อย่างนั้น

พอมาอ่านเเบบปัจจุบันมีปรุงเข้ามาแทรกกับฟานเเละซำ ทำให้อะไรๆดูน่ากังวลไปหมดเลย...

สงสารฟานจัง เหมือนถูกรุมทั้งอดีตและปัจจุบัน ตอนแรกคิดว่าปรุงปิ๊งซำซะอีก... ไหงมารุก(แบบน่ากลัว)ใส่ฟาน

ปล. รออยู่ค่ะ เป็นกำลังใจให้ อิอิ :กอด1:

GinePoPo

  • บุคคลทั่วไป
-หลบภัย-

ผมนั่งมองซำค่อยๆจรดปลายพู่กันอย่างช้าๆ ภาพร่างด้วยดินสอสีอ่อนจางลายเส้นยุ่งเหยิง จนผมดูไม่ออกว่าซำกำลังจะวาดรูปอะไร
เรานั่งริมสระน้ำที่เต็มไปด้วยกอผักตบชวา ผมมองไม่เห็นความสวยงามเลยสักนิด

แต่สายตาของคนเรียนศิลปะ อาจมองเห็นไม่เหมือนเรา


ซำเหลียวหน้ามามองผม พู่กันในมือถูกลดลงมาแกว่งในกระป๋องน้ำ ผมไม่ได้หลบตา เป็นนาน จนซำเองเป็นฝ่ายถอนสายตากลับไป

เสียงหัวเราะเก้อๆดังแผ่วๆ
“จ้องจนเกร็งแย่แล้ว”

“อึดอัดหรือเปล่า” ผมถามเบาๆ

ซำหันมายิ้มให้ผม ไม่ตอบอะไร หันกลับไป จุ่มพู่กันกับสีในถาด จับจ้องไปยังผืนผ้าใบที่ผมยังคงดูไม่ออกอยู่ดีว่าเป็นรูปอะไร
ผมเลื่อนสายตาลงมามองกระป๋องน้ำ สีบิดตัวเป็นสายไหวระริก

ลมพัดเบาๆหอบกลิ่นฝนมาจากที่ไกลๆ




“ไม่ลืมของไว้นะ” ซำถามย้ำกับผม แต่จริงๆคงถามตัวเองมากกว่า ก็ในเมื่อผมไม่ได้พกอะไรมาด้วยเลย เรากำลังเตรียมตัวกลับหอ

“ซดอ้วก คืออะไรน่ะ” ผมตอบกลับไปด้วยคำถาม เขม้นมองไปยังลายมือโย้เย้บนกระดาษแข็งแผ่นเล็กๆ มันถูกผูกร้อยไว้กับหูกระเป๋าเป้ของซำ

ซำมองตามสายตาผม “ชื่อคณะ”

ผมช้อนสายตามองซำเป็นเชิงขอร้องให้อธิบาย

ซำก้มหน้า ท่าทางเอียงอาย
“มันต้องมีการแสดงให้รุ่นพี่ดู ซำไม่รู้จะเล่นอะไร” ซำเล่าถึงที่มา แล้วก็เริ่มออกเดินนำช้าๆ เหมือนไม่อยากให้ผมเห็นสีหน้าตอนนี้

“แล้ว.....” ผมลากเสียงกระตุ้นให้ซำพูดต่อ

“ตอนรอคิว ซำก็วิ่งออกไปซื้อโจ๊กคัพ” ถึงตอนนี้ผมเริ่มเดาได้ลางๆ หยุดเดินตาม ซำที่เดินนำหน้ายังไม่รู้ตัว

“พอถึงเวลา ซำก็โกยโจ๊กเข้าปาก...” ใช้คำว่าโกยเลยเหรอ ผมยกมือปิดปากแน่น

“แล้วก็ออกไป ชักแหง็กๆๆๆๆ คายโจ๊กออกมาเรี่ยราดเต็มพื้นเลย” ถึงตอนนี้ผมสะกดกลั้นไม่ไหวแล้ว


ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาลั่นถนนจนตัวงอ เอามือกุมท้อง น้ำตาเล็ด
ซำหันมา ทำหน้าตกใจ จ้องผมที่ยังหัวเราะอย่างบ้าคลั่งอยู่เป็นนาน ผมมองหน้าซำพลางนึกถึงตอน ‘ชักแหง็กๆๆๆ’ ถ้าขอให้ซำทำให้ดู คุณว่าเค้าจะยอมไหม คิดไปแล้วก็ยิ่งขำ

ซำก้มหน้า หัวเราะเขินๆปลายเท้าเขี่ยพื้นเล่น สลับเงยหน้ามามองผมเป็นพักๆ
ผมหยุดหัวเราะแล้ว เช็ดน้ำหูน้ำตาป้อยๆ ยิ้มยังค้างอยู่ เริ่มออกเดินต่อจนมายืนเคียงข้างซำ

ผมเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม เพราะซำยังหยุดยืนนิ่งอยู่กับที่


เริ่มจะค่ำแล้ว ไฟหน้ารถที่ขับสวนมาสาดกระทบใบหน้าเราทั้งคู่ ดวงตาซำต้องแสงแพราวพราวชั่วขณะ

ซำอ้อมแอ้ม “ก็...ไม่ค่อยเคยเห็น...ฟานหัวเราะ”


“ถ้ารู้อย่างนี้ จะแขวนป้ายนี้ตั้งแต่แรก”




มีคนพอใจกับเสียงหัวเราะของผมด้วยหรือ........







“พรุ่งนี้สอบสังคม”
ผมครางในลำคอ เป็นสัญญาณรับรู้ แผ่นเกมกระจายเกลื่อนข้างตัว มือกดปุ่มบังคับยิงศัตรู เสียงถูกปิดเอาไว้

“นี่ชีต วิชาเลขขึ้นบทใหม่แล้วนะ” เต้คุ้ยกระเป๋ารกๆด้วยมือข้างเดียว “เดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้วสอนให้”

ผมเหม่อมองเฝือกสีขาว ที่ไม่ว่าเพื่อนคนไหนขอเซ็น เต้ก็จะปฏิเสธด้วยใบหน้ายิ้มๆ
‘ไม่เอา จะเขียนคำหยาบใช่ไหม เดี๋ยวหม่อมแม่พิโรธ’ เรียกเสียงโห่ฮาจากเพื่อน แล้วก็เปลี่ยนเรื่องอื่นแทน


“เมื่อไหร่จะได้ถอด”

เต้มองตามสายตาผม “เฝือกน่ะนะ” ค่อยๆปลดผ้าคล้องแขนออก


เต้ยื่นเฝือกมาตรงหน้า ให้ผมได้เห็นชัดๆ ตัวอักษรที่เคยถูกผ้าคล้องแขนปิดบังไว้



‘รัก’

ตัวหนังสือโย้เย้

เฝือกถูกลดต่ำลง มองเห็นหน้าเต้



“จะเก็บไว้ตลอดชีวิตเลย...”




บนจอโทรทัศน์ มีตัวหนังสือสีแดงคาดเต็มหน้า




“You Lose!”







เกี่ยวกับตอนนี้ ขออนุญาตเขียนอธิบายหน่อยนะคะ
เพราะมันมีการพาดพิง
ชื่อคณะ 'ซดอ้วก' มีอยู่จริง ตอนนั้นคนเขียนเดินผ่านเด็กวิจิตรคนหนึ่งสมัยเรียน สงสัยถึงที่มา เค้าก็เล่าให้ฟังค่ะ เป็นผู้หญิง
ขออนุญาตเอามาแต่งในนิยายเรื่องนี้ จะมีใครว่าอะไรไหมหนอ

หากเจ้าตัวหรือเพื่อนๆมาอ่านเจอ แล้วรู้สึกไม่พอใจ กราบขอโทษด้วยนะคะ

ปล. ไม่คิดมาก่อนว่าจะได้ขึ้นหน้าใหม่ ดีใจที่เข้ามาอ่านกัน คนที่เดาไว้ ขออนุญาตไม่เฉลยน้าาา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-12-2012 17:12:33 โดย GinePoPo »

ออฟไลน์ hello_lovestory

  • >>I'm C-Z@<<
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 888
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-0
รออ่าต่อน๊า มาต่อไวๆ เป็นกำลังใจค้าบ :z2: :z2: :z2:

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4739
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
มันอึมครึมและอยากรู้อ่ะ เต้ในอดีตกับซำในปัจจุบัน?

ออฟไลน์ GETIIZ

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1386
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +90/-4
จับปรุงมาเขย่าๆๆๆๆๆๆๆๆ ฟานละเมอว่าอะไร ละเมอถึงเต้ใช่ไหม
เต้ ฟาน  มันดูเป็นความสัมพันธ์ที่คลุมเครือ

อ่านไปอ่านมา ชักคิดถึงเต้แล้วอะ เต้หายไปไหนนนนน รู้ไหมว่ามีคนเค้าคิดถึง  :z3:

GinePoPo

  • บุคคลทั่วไป
-ฝาดเฝื่อน-

“เสร็จแล้วนะ มากินด้วยกัน” พี่เลียบ รูมเมทของซำเอ่ยชวน กลางห้องมีหม้อไฟฟ้าตั้งอยู่บนโต๊ะญี่ปุ่น มาม่าในหม้อเดือดปุด

“ฟาน ใช้ส้อมแทนตะเกียบนะ หมดพอดี”
ผมหันไปมองก้อง รูมเมทซำอีกคน กำลังจัดเตรียมถ้วยชาม

“ตามสบายเลย เราไม่หิวน่ะ” ผมยิ้มให้ พลางคว้าหนังสือการ์ตูนตรงหัวเตียงมาเปิดอ่าน

ซำขมวดคิ้ว เดินมานั่งข้างๆ เอ่ยเบาๆ “เกรงใจทำไม นี่ทำเผื่อไว้แล้ว”

ผมส่ายหน้า “ไม่หิวจริงๆนะ”

ซำมองหน้าผมนิ่งๆพักหนึ่ง แต่ไม่ได้เซ้าซี้อะไร เอื้อมไปหยิบหนังสือการ์ตูนมาอีกตั้งใหญ่วางตรงหน้าผม “นั่นเล่มเก่าแล้ว หิวก็ลุกมานะ”
ผมยิ้มขอบคุณ เปิดหนังสืออ่านเงียบๆ



พักนี้เบสเข้าห้องเชียร์เลิกดึกทุกวัน ผมมักใช้เวลาช่วงหัวค่ำ ขลุกอยู่ห้องซำ จนพี่เลียบและก้องเริ่มคุ้นเคยกับผมแล้ว บางวันมีตั้งวงไพ่ ผมจะเป็นคนนั่งดูอยู่บนเตียงของซำ มองมายังวงไพ่กลางพื้นห้อง

‘ป้องกันคนขี้โกง’

นั่นคือหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เพราะผมเล่นไพ่ไม่เป็น
แต่ถ้าวันไหนที่สองคนนั้นไม่อยู่ห้อง ซำจะงัดอุปกรณ์วาดรูปออกมาสอนผมวาดภาพ

‘พี่เลียบไม่ชอบกลิ่นสีน่ะ’ ซำบอกผม ตอบข้อสงสัยที่ว่าทำไมต้องรอให้อยู่ตามลำพัง




เสียงเคาะประตู ตามด้วยเสียงเบส “มาตามเด็กหนีออกจากบ้านคร้าบบบ”
ซำหัวเราะพรืด ผมหน้ามุ่ย เบสยืนรอผม มองหน้าแต่ไม่ได้ว่าอะไร เราออกเดินกลับห้องพร้อมๆกัน เป็นเช่นนี้ทุกวัน



เบสไม่เคยถามอะไร







“ฟานหายป่วยแล้วหรือลูก” แม่ถามขึ้นมา หลังจากที่ผมขอให้แม่ช่วยรีดชุดนักเรียน
ผมนั่งพิงผนังห้องอยู่ด้านหลัง จากตรงนี้มองไม่เห็นสีหน้าของแม่

“เต้บอกพรุ่งนี้มีสอบครับ”

แม่หันมามองหน้าผม “ไม่ไหวก็อย่าฝืนนะ”




ผมได้แต่มองพื้นกระดาน





ไม่น่าเดินมาเลย ผมได้แต่ร่ำร้องในใจ วันนั้นมีการสุ่มจับคู่ทำรายงาน ผมได้คู่กับเพื่อนในกลุ่มของมิ้ม ช่วงพักกลางวันผมเดินไปหาที่โต๊ะประจำ
มิ้มนั่งหันหลังให้ผม

เกือบก้าวไปถึง ได้ยินเสียงมิ้มพูดขึ้นมา “คู่กับอีตุ๊ดคุณนายเนี่ยนะ”

คนรอบโต๊ะนั่งเงียบ ตัวแข็ง พยายามสะกิดมิ้ม บางคนกลอกตามามองผมช้าๆ



ผมภาวนาให้ได้เห็นสีหน้าตกใจจากมิ้ม



มิ้มเบือนหน้า ปรายหางตามองมา ยกยิ้ม





เบื้องหน้าผมนั้น บานหน้าต่างติดฟิล์มสีชาสะท้อนภาพผมที่กำลังยืนนิ่งชัดเจน





วันนั้นผมกลับมาถึงบ้านด้วยสภาพแบบไหนกันนะ ผมจำได้แค่ว่าเปิดโทรทัศน์ นั่งดูรายการเกมโชว์อะไรสักอย่าง ในมือประคองชามสลัด ตามองโทรทัศน์เขม็ง

ตักใส่ปาก เคี้ยวกลืนโดยไม่มอง เดาจากรสสัมผัส ภาพจากโทรทัศน์สลับไปมารวดเร็ว

‘ฝรั่ง’

‘มะเขือเทศ’

‘ข้าวโพด’

‘มะเขือเทศอีกแล้ว แม่ใส่ให้เยอะไปแล้วนะ’
ผมคิดเมื่อมีผลเล็กกลมเกลี้ยงเข้าปาก กัดแรงๆ


ผมขบกัดโดนเม็ด รสฝาดเฝื่อนกระจายทั่วปาก เศษเม็ดบางส่วนไหลเข้าคอ

‘ฟานชอบกินองุ่น แม่ใส่ให้เยอะๆ แล้วต้องกินผักด้วยล่ะ’  ผมจำได้แล้ว แม่บอกทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนออกจากบ้าน


กลิ่นที่เคยคิดว่าหอม ถึงตอนนั้นกลับรู้สึกหอมเอียน



‘อีตุ๊ดคุณนาย’


ผมค่อยๆบ้วนสิ่งที่อยู่ในปากออกมา องุ่นสีแดงคล้ำเละๆเต็มอุ้งมือ

ลมตีพรวดจากท้อง โก่งคออาเจียน จนแม้ไม่มีอะไรออกมาก็ยังคงขย้อนลมอยู่เป็นนาน น้ำตาไหลพราก แสบคอแสบจมูก รู้สึกเปลี้ย คล้ายร่างกายไร้กระดูก


ผมนอนกองพับไปตรงนั้นเอง


ไม่ได้ยินเสียงโทรทัศน์

ไม่ได้ยินเสียงเปิดประตู

ไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าที่วิ่งเข้ามาประคองผม





หูผมได้ยินแต่เสียงมิ้มดังซ้ำไปซ้ำมา

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-12-2012 17:13:11 โดย GinePoPo »

GinePoPo

  • บุคคลทั่วไป



“ฟานพูดซ้ำๆว่า........


ไม่ได้ยินเลย....อะไรนะ......เราไม่ได้ยิน....”




นี่คือคำตอบของคำถามที่สงสัยกันค่ะว่า ฟานละเมอว่าอะไร

ปรุงก็เลยถาม “ฟานอยากฟังอะไร.......” ประมาณ เสียงอะไรที่ฟานอยากจะได้ยิน

ประมาณนี้ค่ะ 

ขออภัย ก้มโค้งๆเลย ที่ทำให้งงกันนะคะ  :monkeysad:


ปล. อย่าเกลียดปรุงน้าาา

ออฟไลน์ nunnan

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2355
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-6
อยากฟังคำที่เต้พูดหรออ :really2:

ออฟไลน์ U_Ton

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 766
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-0
 :a5: เสียงที่อยากได้ยินเหรอ... เสียงเต้ไง555 (เอาตัวเองเป็นที่ตั้งสุด)...

เริ่มอินมาเป็นระลอกแล้ว... รู้สึกเหมือนเวลาอ่านเรื่องสั้น(ที่ไม่เห็นจะสั้น)เลย... โดยเฉพาะประโยคของฟานที่บอกว่า

"เบสไม่เคยถามอะไร"... ชอบมากมาย ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม (เอ้อ แปลก) ที่ไม่กลับห้องนี่ เพราะปรุงด้วยหรือเปล่า

หรือปรุงก็ไม่อยู่... อยากตีปากเด็กมิ้มจริงๆ ไปว่าคนอื่นเค้าตุ๊ด แถมทำหน้าอย่างกับนางร้าย เป็นเเต่เด็กเลยนะ...

อาการออกอย่างเเรง ชอบเต้ แต่เต้ดูแลแต่ฟานล่ะสิ อิจฉาสินะ... ถ้าเราเป็นเพื่อน มีเพื่อนเเบบนี้เอาลิควิดกรอกปากให้

ปากโสโครกจริงๆ... แต่ฟานคงเจ็บใจ ช็อคเลยนะนั่น ที่เข้ามาประคองนั่นคือ...เต้ ???

ตอนนี้รู้สึกรักซำ แต่ก็รู้สึกว่ารักเพราะเป็นภาพสะท้อนของเต้วัยหนุ่มยังไงไม่รู้... อืม 555 เต้ตัวจริงไหนเนี่ย

ซำจะกลายเป็นเต้ในความคิดเราเเล้วนะเนี่ย... บรรยากาศหม่นๆแบบนี้ยิ่งชวนให้อยากคิดว่าเต้คือซำ(ถึงจะไม่ใช่ก็เถอะ) :กอด1:


ออฟไลน์ hello_lovestory

  • >>I'm C-Z@<<
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 888
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-0
นี่สินะเสียงที่ขาดหายไป คือเสียงของใคารสักคน

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






putiinez

  • บุคคลทั่วไป
มิ้มเป็นตัวแปรของเรื่องทั้งหมดรึเปล่านะ ระหว่างเต้กับฟาน /me ปูพรมแดงให้นางเดินไปยังสายตัวร้ายเกรดC
สงสารฟานจัง รู้สึกอึมครึมยังไงก็ไม่รู้
สงสัยว่าเสียงที่หายไปนี่พูดอะไร ;3;

ออฟไลน์ Aoya

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 988
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-3

เนื้อเรื่องอ่านสนุกมากเลยค่ะ มีอะไรให้คิดตลอดเวลา
ทั้งอดีตของฟาน ทั้งการกระทำของซำและปรุง

อ่านตอนก่อนหน้าแล้วติดใจอยู่หน่อยนึง
ในห้องสมุดฟานได้ยินเสียงปรุงไกลออกไปเรื่อยๆ ในขณะที่หน้าของปรุงใกล้เข้ามา
ตรงนี้ปรุงคงไม่ได้จูบฟานใช่ไหมคะ

แล้วก็ตอนนี้ที่เบสกลับดึกบ่อยๆ ทำให้ฟานต้องมาอยู่ที่ห้องของซำรอเบส
แล้วปรุงหายไปไหนล่ะคะ

คิดว่าคงต้องมีอะไรบางอย่างแน่ๆ เกี่ยวกับปรุง

เสียงที่หายไปคือ เสียงที่ฟานอยากได้ยินใช่ไหมคะ
ฟานคงฝังใจถึงกับเก็บไปละเมอ

ติดตามๆๆๆ
 :กอด1: :กอด1:




GinePoPo

  • บุคคลทั่วไป
-คลาย-


ฝนเม็ดโต ตกใส่หน้าผากผม แรงจนสะดุ้ง สอดส่ายสายตาหาที่แวะหลบ

จังหวะก้าวชะงัก ผมถูกกระชากแขนจากด้านหลัง


“เรียกตั้งหลายที ไม่ได้ยินหรือไง” ปรุงตะโกนแข่งเสียงฝน  ก่อนจะลากผมเดินไปยังรถยนต์ที่จอดเทียบทางเท้า ประตูด้านหลังเปิดค้างอยู่

ปรุงดันผมเข้าไป ที่เบาะหลังมีผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้ว
ผมที่เพิ่งตั้งสติได้ตั้งท่ากระโจนออก แต่ไม่ทัน ปรุงสอดตัวเข้ามานั่ง ปิดทางออกผมหมดสิ้น


เสียงเพลงดังกระหึ่มลั่นรถ ผมหันไปมองคนข้างๆ พยายามพูดแข่งกับเสียงเพลง ปรุงทำสัญญาณมือเป็นทำนองว่าไม่ได้ยิน ผมต้องชะโงกหน้าไปตะโกนข้างหู


“เค้าห้ามปีหนึ่งเอารถมาใช้นะ”

เสียงหัวเราะจากปรุง ดังจนกลบเสียงเพลง




ที่ที่เราไป เป็นตึกร้างนอกเขตเมือง ภายในตึกโล่งกว้าง อาศัยแสงสว่างจากช่องว่างที่ทะลุถึงกันระหว่างชั้น คาดว่าน่าจะเจาะไว้เพื่อทำเป็นลิฟต์
ตอนที่เราไปถึงนั้นมีคนรุ่นๆเดียวกันรออยู่แล้วเกือบสิบคน ปรุงเดินนำผมเข้าไป


ผมคิดว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติ จนต้องหยุดชะงักไตร่ตรอง ปรุงเดินกลับมาจูงมือผมให้เดินต่อ
ผมกระตุกแขนกลับมาอย่างแรงเมื่อคิดได้


ปรุงหันมามอง


“ถอดเฝือกแล้วเหรอ”

ปรุงยิ้มกว้างจนเห็นฟัน




“น่าจะถามอย่างอื่นมากกว่าไหม” ปรุงเอียงคอ มองหน้าผม



“เช่น...ปรุงพาฟานมาทำอะไรที่ตึกร้าง” ปรุงหัวเราะคิกคัก แต่ดวงตาไม่ยิ้มด้วยเลย





เรื่องนั้นสำคัญกว่าการที่ขาหายอีกหรือ.....







“ทำไมไม่เรียกเต้” เสียงเต้กราดเกรี้ยวดังลั่นห้องพักผู้ป่วย

ผมยืนอยู่หน้าตู้เย็น น้ำในแก้วกระฉอกด้วยแรงสั่นจากมือผมที่ถืออยู่

เต้ปรี่เข้ามาหาผม

“ก็เราแค่หิวน้ำ ไม่อยากปลุก”

เต้กดจูบข้างขมับ กระซิบแผ่ว “แล้วจะมีเต้ทำไม”



มือผมหยุดสั่นแล้ว




ผมมารู้จากแม่ว่า วันนั้นเต้เป็นคนเปิดประตูเข้ามาพบผมและเรียกรถพยาบาล เต้ยืนกรานขอเป็นคนนอนเฝ้าผมทั้งที่แม่บอกว่าจะเป็นคนเฝ้าเอง
ทั้งที่รู้สึกพิกลอยู่ที่จะให้คนแขนหักมาคอยพยาบาลคนป่วย แต่แม่ก็ทนแรงเซ้าซี้ไม่ไหว



เต้ย้ายมานอนเบียดผมบนเตียงคนไข้ จับมือผมไว้ ชวนคุย

“ทำอย่างนี้แล้วคิดถึงตอนเด็กๆเนอะ”

“ที่เต้เคยแย่งผ้าห่มเราแล้วนอนถีบเราตกเบาะน่ะเหรอ”
เต้หัวเราะ กระชับมือผมแน่น ผมบีบตอบเบาๆ

“ผ้าผืนนั้นยังอยู่หรือเปล่า”

ผมตอบเนือยๆ “เต้ฉี่รดนี่นา แม่เอาไปทำผ้าขี้ริ้วเปื่อยหมดแล้ว”

เต้ยกมือผมขึ้นมาจูบ พูดทั้งแบบนั้น “เก็บไว้ตลอดชีวิตเลยนะ”



ผมคลายมือออกช้าๆ เต้ยังคงพึมพำอะไรต่ออีกเป็นนานก่อนค่อยๆเงียบไป



เราหลับกันไปทั้งแบบนั้น ผมไม่รู้หรอกว่าเต้ฝันถึงอะไร เพราะในตอนเช้า ใบหน้ายามหลับใหลของเต้ยิ้มละไม

ผมค่อยๆดึงมือออกจากการเกาะกุม ถดตัวลงจากเตียงอย่างช้าๆ
เข้าไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ ภาพผมที่สะท้อนมาจากกระจกเหนืออ่างล้างมือ แววตาอิดโรย



ได้ยินเสียงจากนอกห้องน้ำ ผมรีบจัดการธุระ เปิดประตูออกมาทันเจอสีหน้าประหลาดใจของนางพยาบาล เธอกำลังเปิดแฟ้มวุ่นวาย


คงไม่เข้าใจว่า เหตุใดคนบนเตียงที่ควรเป็นผู้ป่วยภาวะโรคเครียดหน้าตาซึมเซียว

กลับกลายเป็นคนเจ็บแขนหักหน้าตาอิ่มเอิบไปได้

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-12-2012 17:13:41 โดย GinePoPo »

GinePoPo

  • บุคคลทั่วไป
มิ้มเป็นตัวแปรของเรื่องทั้งหมดรึเปล่านะ ระหว่างเต้กับฟาน /me ปูพรมแดงให้นางเดินไปยังสายตัวร้ายเกรดC
สงสารฟานจัง รู้สึกอึมครึมยังไงก็ไม่รู้
สงสัยว่าเสียงที่หายไปนี่พูดอะไร ;3;

ขำก๊ากเลย ชอบค่ะ ปูพรมแดงให้นางเดินไปยังสายตัวร้ายเกรดC

เอาเป็นว่าถ้าบทไหนมีบท She เราจะจั่วหัวตัวเป้งๆว่า

เสียงที่ขาดหาย ......ภาวะ NC ......

ย่อมาจาก นางร้ายสายC นะคะ

นี่สินะเสียงที่ขาดหายไป คือเสียงของใคารสักคน

อยากฟังคำที่เต้พูดหรออ :really2:

อย่าเพิ่งเดาถูกกันน้าาาาาาาา

:a5: เสียงที่อยากได้ยินเหรอ... เสียงเต้ไง555 (เอาตัวเองเป็นที่ตั้งสุด)...

เริ่มอินมาเป็นระลอกแล้ว... รู้สึกเหมือนเวลาอ่านเรื่องสั้น(ที่ไม่เห็นจะสั้น)เลย... โดยเฉพาะประโยคของฟานที่บอกว่า

"เบสไม่เคยถามอะไร"... ชอบมากมาย ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม (เอ้อ แปลก) ที่ไม่กลับห้องนี่ เพราะปรุงด้วยหรือเปล่า

หรือปรุงก็ไม่อยู่... อยากตีปากเด็กมิ้มจริงๆ ไปว่าคนอื่นเค้าตุ๊ด แถมทำหน้าอย่างกับนางร้าย เป็นเเต่เด็กเลยนะ...

อาการออกอย่างเเรง ชอบเต้ แต่เต้ดูแลแต่ฟานล่ะสิ อิจฉาสินะ... ถ้าเราเป็นเพื่อน มีเพื่อนเเบบนี้เอาลิควิดกรอกปากให้

ปากโสโครกจริงๆ... แต่ฟานคงเจ็บใจ ช็อคเลยนะนั่น ที่เข้ามาประคองนั่นคือ...เต้ ???

ตอนนี้รู้สึกรักซำ แต่ก็รู้สึกว่ารักเพราะเป็นภาพสะท้อนของเต้วัยหนุ่มยังไงไม่รู้... อืม 555 เต้ตัวจริงไหนเนี่ย

ซำจะกลายเป็นเต้ในความคิดเราเเล้วนะเนี่ย... บรรยากาศหม่นๆแบบนี้ยิ่งชวนให้อยากคิดว่าเต้คือซำ(ถึงจะไม่ใช่ก็เถอะ) :กอด1:

เนื้อเรื่องอ่านสนุกมากเลยค่ะ มีอะไรให้คิดตลอดเวลา
ทั้งอดีตของฟาน ทั้งการกระทำของซำและปรุง

อ่านตอนก่อนหน้าแล้วติดใจอยู่หน่อยนึง
ในห้องสมุดฟานได้ยินเสียงปรุงไกลออกไปเรื่อยๆ ในขณะที่หน้าของปรุงใกล้เข้ามา
ตรงนี้ปรุงคงไม่ได้จูบฟานใช่ไหมคะ

แล้วก็ตอนนี้ที่เบสกลับดึกบ่อยๆ ทำให้ฟานต้องมาอยู่ที่ห้องของซำรอเบส
แล้วปรุงหายไปไหนล่ะคะ

คิดว่าคงต้องมีอะไรบางอย่างแน่ๆ เกี่ยวกับปรุง

เสียงที่หายไปคือ เสียงที่ฟานอยากได้ยินใช่ไหมคะ
ฟานคงฝังใจถึงกับเก็บไปละเมอ

ติดตามๆๆๆ
 :กอด1: :กอด1:


ดีใจที่ชอบกันนะคะ ว่าแต่ลิควิดกรอกปากเลยหรือ แอบกลัวนะเนี่ย

เรื่องที่หน้าปรุงเข้ามาใกล้ ขอสารภาพว่า เราจงใจทิ้งไว้ เป็นช่วงเวลาให้คนอ่านจิ้นบรรเจิดค่ะ
แม่ยกปรุงก็อาจอยากให้จุ๊บุ หรือคนเกลียดปรุงก็ไม่อยากให้จุ๊บๆ
เป็นสิทธิ์ของคุณแว้ววววววว  :laugh:  :laugh:

อาจจะอ้างถึงคนอ่านไม่ครบ เพิ่งหัดใช้บอร์ดค่ะ เริ่มงงๆ
แต่อยากจะบอกว่า ยินดีที่ได้อ่านเสียงตอบรับจากทุกคนจริงๆนะคะ /โค้งงามๆ

สำหรับตอนนี้ เริ่มรู้สึกตัวว่า เราใจร้ายกับฟานไปหรือเปล่าเนี่ย หรือเราแอบซาดิสต์เล็กๆ  :serius2:  :serius2:


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-12-2012 08:46:55 โดย GinePoPo »

ออฟไลน์ hello_lovestory

  • >>I'm C-Z@<<
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 888
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-0
ห๊ะ ผู้ป่วยเปลี่ยนไป ทำไปได้นะเต้เดี๋ยวพยาบาลก็เข้าใจผิดหรอก

ออฟไลน์ Aoya

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 988
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-3

ปรุงพาฟานไปไหน
ตั้งแต่เริ่มเรื่องมายังเดาพระเอกไม่ออกเลย
แต่คาดหวังไว้ว่าขอให้เป็นเต้ เพราะปรุงดูเป็นคนแปลกๆ อ่ะ
แล้วในห้องสมุดขอจิ้นว่าปรุงไม่ได้จูบฟานนะคะ

มาต่อไวๆ น้า  :กอด1:

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4739
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
อะไรยังไงงง?และค้าง เดี๋ยวปรุง เดี๋ยวเต้ ?


คนละสีดีมั้ยคะสำหรับตัวอักษร พาร์ทปัจจุบันและอดีตเลื่อนอ่านมาเรื่อย ๆ แล้วงงสงสาคนแก่หน่อย 555

ออฟไลน์ Mookkun

  • Just a 'SOLOIST'
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 651
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-0
ไปทำอะไรกันที่ตึก...

เต้อยู่ไหน...เง้ออออ

:pig4:

ออฟไลน์ AGALIGO

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 339
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-4

ชอบเรื่องนี้นะ
ที่เล่าเรื่องปัจจุบันสลับกับอดีต

ตอนแรกคิดว่าซำหรือปรุงคือเต้รึเปล่า---แต่ก็ไม่ใช่

เอาเป็นว่าไม่เดาแล้วดีกว่า---รออ่านอย่างเดียวละักัน

แต่เบสเป็นเพื่อนที่ดีนะ---ซำก็ดูท่าทางจะดี---ส่วนปรุงไม่น่าจะทำร้ายกันมั้ง

+ เป็ดจ้า


GinePoPo

  • บุคคลทั่วไป
อะไรยังไงงง?และค้าง เดี๋ยวปรุง เดี๋ยวเต้ ?


คนละสีดีมั้ยคะสำหรับตัวอักษร พาร์ทปัจจุบันและอดีตเลื่อนอ่านมาเรื่อย ๆ แล้วงงสงสาคนแก่หน่อย 555

ขอบคุณที่แนะนำนะคะ
แก้ไขเรื่องสีแล้วค่ะ

สีดำ = ปัจจุบัน
สีน้ำ้เงิน = อดีต นะคะ

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามค่ะ




CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






GinePoPo

  • บุคคลทั่วไป
-ปล่อย-

วันที่ผมตัดสินใจกลับไปเรียน เช้านั้นเต้มายืนรอรับผมที่หน้าบ้าน เราเดินไปขึ้นรถสองแถวด้วยกัน เต้กอดคอผมไปตลอดทาง
หยุดยืนหน้าห้องเรียน ทุกสายตาหันมามอง ผมส่งยิ้มให้ หลายคนหลบตา

ผมเลือกเดินเข้าไปหาคนที่ส่งยิ้มตอบ

การเริ่มต้นก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แค่บังเอิญเห็นกระเป๋าคนข้างๆ ห้อยพวงกุญแจตัวการ์ตูนที่ผมรู้จัก ผมก็ได้มีเพื่อนใหม่ พักกลางวันมีเพื่อนกินข้าว
เย็นวันนั้นผมไม่ได้กลับบ้านพร้อมเต้


การไปโรงเรียนไม่ใช่สิ่งที่ต้องฝืนอีกต่อไป



“เดี๋ยวนี้นอนดึกทุกวันเลยนะ” ระหว่างมื้อค่ำวันหนึ่ง พ่อก็เปรยขึ้นมา

แม่รีบฟ้องพ่อ “โทรศัพท์น่ะสิ ดึกๆได้ยินเสียงหัวเราะคิกๆคักๆ” ก่อนหันมาถามผม

“จีบสาวหรือเปล่าน่ะเรา”
พ่อเหลือบตามองผม แวบหนึ่งผมเห็นพ่อแอบยิ้ม

“เปล่า....เพื่อน คุยกันเรื่องหนัง” ผมลากเสียงยาว ออกอาการร้อนตัว

“เจอกันที่โรงเรียนทุกวัน มีเรื่องอะไรคุยนักหนานะ” แม่บ่นอีกยาว แต่สีหน้าเป็นปลื้มเหลือเกิน



เราต่างรู้โดยไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำ เวลาในบ้านเริ่มเดินต่อแล้ว




“เออ...ใช่ๆๆๆ...โคตรฮาเลยตอนนั้น” ผมหัวเราะเมื่อปลายสายพูดถึงหนังสือการ์ตูนเรื่องที่กำลังฮิต
ผมกำลังจะบอกถึงตอนที่ผมชอบที่สุดของเรื่อง แต่จู่ๆสัญญาณโทรศัพท์ก็ขาดหาย



มือใครบางคนยื่นมากดตัดสายจากด้านหลัง

ผมค่อยๆวางหูโทรศัพท์ เสียงแผ่วเบากระซิบข้างขมับ



“อย่าลืมสิ เต้เป็นคนเจอฟานนะ”


ไล่สายตามองไป เต้ยิ้มให้ผม รอยยิ้มเหมือนวันนั้น





วันที่เต้ค่อยๆทิ้งตัวลงจากอัฒจันทร์....ยิ้มนั้นยังติดตา







ได้ยินเสียงเรียกชื่อผม หันไปก็เห็นเจ้าตัวชูหนังสือการ์ตูนโบกไปมา
“อ่านต่อป่าว”

เต้กอดคอผม หันไปยกมือทำสัญญาณขอตัว ก่อนพาผมเดินห่างออกมา
“เย็นนี้ไปกินน้ำแข็งใสกัน”



ผมไม่จำเป็นต้องตอบกลับไป








มือใหญ่ สากระคาย จับแขนผมไว้ทั้งสองข้าง ตาสบตา เขาหัวเราะหึหะในลำคอ ผมรู้สึกฝืดคอ กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เสียงพูดคุยดังรอบตัว
ปรุงนั่งอยู่ไม่ห่าง มองผมแล้วหันไปหัวเราะกับเพื่อนข้างๆ เสียงเชียร์เร่งเร้าค่อยๆกระหึ่มรอบวง

คนตรงหน้าปล่อยมือผมโดยไม่ทันตั้งตัว ผมลื่นไถลไปด้านหน้า ก่อนจะล้มจ้ำเบ้า

ผมหันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือ
ปรุงตะโกนกลั้วเสียงหัวเราะ

“ถ้าอยากเป็น ก็ต้องลุกเอง”



ผมก้มมองปลายเท้า โรลเลอร์เบลดคู่โตชวนให้หวั่นใจ แต่เพราะเสียงเชียร์รอบๆทำให้ผมกัดฟันลุกยืน




ผมนั่งพักกินน้ำ เจ็บระบบทั้งตัว ดูเหมือนแขนจะถลอกด้วย แต่วินาทีที่ลมตีปะทะหน้า ผมรู้สึกคล้ายจะบินได้ ลืมความเจ็บไปหมดสิ้น

“ไม่เล่นเหรอ” ผมถามปรุง พลางมองไปข้างหน้า มีคนเล่นสเก็ตบอร์ดด้วยแฮะ

“พอเดินได้ แต่ยังขัดๆอยู่” ปรุงยกขาให้ผมดู ก่อนหันไปมองเพื่อน “นี่ขอแค่ได้นั่งดูก็ยังดี”

“ขอบคุณนะที่พามา” ผมรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ

“ไว้จะพาไปโดดบันจี้” ปรุงจับหัวผมโยกเบาๆ
เรานั่งเงียบๆ มองไปเบื้องหน้า เป็นพักใหญ่


“ชอบป่ะ” ปรุงถามโดยไม่หันมองผม
ผมพยักหน้า แต่นึกได้ว่าปรุงไม่ได้มองอยู่ กำลังจะพูดตอบไป แต่ปรุงขัดขึ้น

“จะพามาตั้งแต่แรกแล้ว มัวแต่หลบหน้ากัน”
ผมสะดุ้ง เหลือบมอง ปรุงยังคงมองไปด้านหน้า

“รู้ด้วยเหรอ” ผมถาม เสียงอ่อย

ปรุงหัวเราะเบาๆ

“ทำไม” ผมค่อยๆกลั้นใจถาม
ปรุงเลิกคิ้วเป็นเชิงสงสัย ผมจึงต้องถามใหม่

“ทำไมถึงอยากพามา”


ปรุงจ้องหน้าผม นิ่งนาน ยื่นมือมา นิ้วโป้งเกลี่ยอยู่ที่หัวตา


“เพราะสนใจ... ตั้งแต่วันแรกที่เจอหน้า...”
ปรุงทำเหมือนอยากพูดอะไรต่อ ผมนิ่งฟัง



“เพราะฟานทำหน้า...เหมือนพร้อมจะตาย”
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-12-2012 17:44:35 โดย GinePoPo »

ออฟไลน์ nunnuns

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2025
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-2
กรรม คำสุดท้ายน่ากลัวแปลกๆนะ TT

ออฟไลน์ Yuthaiz2

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 70
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
ปรุงนี้ชักไม่แน่ใจว่าจะมาดีหรือมาร้าย

เต้ ท่าทางจะรักฟานมากจนดูจิตไปเลยแฮะ

ออฟไลน์ GETIIZ

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1386
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +90/-4
“เพราะฟานทำหน้า...เหมือนพร้อมจะตาย”

เงิบบบบบบบบบบบบดิ  :a5: ปรุงพูดซะ

ออฟไลน์ U_Ton

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 766
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-0
 o22 เอ่อ... มาเเบบนี้ไปไม่เป็นเลย ปรุงดูลึกลับ... ส่วนเต้ตอนนี้ดูจิตๆไงชอบกล

เต้เหมือนต้องการยึดฟานไว้กับตัวเอง... ไม่ยกให้ใครอารมณ์นั้น คบเพื่อนได้ แต่ต้องสำคัญน้อยกว่าเต้

ส่วนปรุงดูลึกลับ แต่กลายเป็นว่าไม่ร้ายเเล้ว เอ้ออออ... มาเเบบนี้ไม่เดาเเล้ว555  :laugh:

เดี๋ยวเดาผิด จะผิดหวัง พระเอกเป็นฆาตกร นางเอกเป็นแพะ ส่วนคนร้ายกลายเป็นตำรวจ ว๊ากกก...

แบบนั้นกัดลิ้นเเน่ๆ... แต่ยังไงเต้ก็เป็นคนเดียวที่อยู่ข้างฟานไม่ว่ายังไงก็ตาม เป็นทั้งกำลังใจ กำลังกาย

รวมไปถึงสั่นประสาทในเวลาเดียวกัน... เริ่มแอบกลัวว่า เต้หายไปนี่ไปบำบัดจิตหลังจากแสยะยิ้มน่ากลัว :serius2:

กระวนกระวาย... รออ่านต่อค่ะ... ช่วงนี้อาจมาๆหายๆ ไม่ได้เม้นทุกตอน แหะๆ... ติดสอบๆ :กอด1:

ออฟไลน์ chancha

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 389
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +32/-0
ฟานทำหน้าเหมือนพร้อมจะตาย
ปรุงก็เลยพามาเล่นกีฬา X-tream ช่ายม่ะ 
o22

ยิ่งอ่านก็ยิ่งคิดว่า "เสียงที่ขาดหาย" เนี่ย มันหายไปตลอดกาลแล้วหรือเปล่า


ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4739
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
ขอบคุณเรื่องสีอักษรค่ะ

อ่านง่ายขึ้นเยอะเลย

ออฟไลน์ BlueHoney

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 238
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
เป็นกำลังใจให้คนเขียน^^   เรื่องอดีตก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เรื่องปัจจุบันก็อยากรู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อ   :กอด1:

ออฟไลน์ Grey Twilight

  • Moderator
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 353
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +164/-12
เต้น่าจะเป็นอะไรไปสักอย่าง เพราะว่าสภาวะของฟานดูเป็นสภาวะที่ทางจิตวิทยาคล้ายๆจะเรียกว่า Hallucina Reality เป็นเหมือนการดำรงชีวิตที่ถูกฉีกประสาทสัมผัสเนื่องจากเจอ Trauma อะไรสักอย่าง เหมือนกับเขาเริ่มมองโลกในแง่ของการปลงและไม่ไยดีอะไรกับชีวิตเลย มนุษย์ปกติไม่น่าจะมีอุปนิสัยแบบนี้ ยกเว้นการเจอเหตุการณ์ช็อกอะไรสักอย่าง อาการแบบนี้ทำให้ผู้ป่วย ทุกครั้งที่เจอเหตุการณ์อะไรที่กระตุ้นกับความทรงจำ จะพยายามดึงเหตุการณ์ในอดีตกลับมาเพื่อปลอบโยนตัวเอง

ถ้าเต้ไม่เสียชีวิต ก็แสดงว่าอาจจะไปที่ไหนสักแห่งหรือมีแฟนหรืออะไรสักอย่าง (ผมเริ่มผิดสังเกตตั้งแต่ตอนที่บอกว่าบ้านนั้นกลับมาแล้วน่ะครับ)

ส่วนตัวผมชอบการบรรยายเชิงความคิดที่เรียบง่ายแบบนี้นะครับ และอันนี้อาจจะต่างกับความชอบส่วนตัวหน่อยตรงที่อยากให้เรื่องนี้แฮปปี้เอ็นดิ้ง เพราะปกติผมเป็นคนไม่ชอบเรื่องจบแบบ Idealistic Ending นะครับ แต่เรื่องนี้เห็นอาการของตัวนางเอกแล้ว......ไม่ไหวแฮะ จะให้จบรันทดมันก็น่าสงสารเกิน

อีกเรื่องคือผมคิดว่าซำกับปรุงเป็นเหมือนภาพสะท้อนของเต้ให้กับฟาน แต่ไม่สามารถทดแทนเต้ได้ เพราะว่าความเป็นตัวของตัวเองและความผูกพันที่ติดลึกที่สองคนนี้มีให้กัน ตรงจุดนี้ทำให้ผมชอบฟาน เพราะเขามีความเด็ดเดี่ยว ความรู้สึกของเขาไม่เปลี่ยนไปง่ายๆ ความผูกพันเชิงรักแบบ eros ของฟานมุ่งตรงไปยังเต้คนเดียวเท่านั้น นี่แหละจุดที่สำหรับผมมันไคลแมกซ์จริงๆ

ออฟไลน์ Aoya

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 988
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-3
เอ๋ ตอนแรกก็ว่าปรุงดูแปลกๆ แล้วเต้ก็ดูเหมือนชอบฟานแบบกุ๊กกิ๊ก น่ารักๆ
แต่กลายเป็นเต้ที่เป็นคนแปลกๆ เสียเอง ชอบจนน่ากลัว
คิดว่าปรุงคงเป็นคนมาปลดปล่อยฟานจากอดีตใช่ไหมคะ เพราะปรุงมองฟานทะลุปรุโปร่งเลย

รอค่า  :กอด1:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด