การเดินทางของศิลากับฟ้าคราม : เส้นทางสุดท้าย (.....สู่บทสรุป)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: การเดินทางของศิลากับฟ้าคราม : เส้นทางสุดท้าย (.....สู่บทสรุป)  (อ่าน 208214 ครั้ง)

ออฟไลน์ ExecutioneR

  • จุ๊บ จู๊บบบบบ ~~ ♥
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1707/-40
    • FB Page
ท้องฟ้ากับก้อนเมฆ (3)


บางครั้ง สิ่งที่คนเราคาดหวังไว้มันก็มักจะไม่เป็นไปตามที่ต้องการเสมอ
บางครั้ง สิ่งที่ไม่ได้คาดคิดก็กลับบังเกิดและอาจจะเล่นตลกกับโชคชะตาของมนุษย์เราได้อย่างไม่คาดฝัน
และถ้าหากมีเพียงสักครั้ง ที่ผมจะสามารถทำตามความปรารถนาของผมที่เคยตั้งใจเอาไว้ได้ ผมก็อยากจะให้เป็นครั้งนี้ ในช่วงเวลานี้เหลือเกิน................

ผมอยาก ที่จะรักมันได้เหมือนกับเมื่อคราวที่ผมไม่มีมันอยู่ข้างกาย..............

.
.
.

ไม่ง่ายเลย สำหรับการได้กลับมาพบกันและใช้เวลาอยู่ด้วยกันอีกครั้งหลังจากเวลาผ่านไปเนิ่นนาน ความรู้สึกนึกคิดทั้งหมดที่ผมเคยคิดเคยเข้าใจเกี่ยวกับความรู้สึกของตัวเองมันแทบจะไร้ซึ่งความหมายใดๆ แต่กลับกลายเป็นเพียงความฝันลมๆแล้งๆที่คงไม่มีวันที่จะเกิดขึ้นได้จริง

ทำไมผมถึงทำให้ความรัก ไม่ใช่ความต้องการที่จะครอบครองได้เหมือนที่ผมคิดว่าผมจะทำได้
และทำไม ผมถึงต้องถามคำถามโง่ๆคำถามนี้กับตัวเองไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งในเมื่อผมก็รู้คำตอบอยู่แก่ใจอยู่แล้ว

คำตอบมันก็ง่ายๆ

แค่เพราะ ผมรักมันมากเหลือเกินจริงๆ

.
.
.

ผมเคยคิดว่าความรักของผม ผมไม่จำเป็นที่จะต้องได้การแสดงความรักตอบกลับมา ผมขอแค่ได้รักและได้ทำให้คนที่ผมรักมีความสุขเท่านั้นก็คงเพียงพอ แต่เมื่อผมสามารถเอื้อมมือออกไปสัมผัสท้องฟ้าได้อีกครั้ง เมื่อผมสามารถรับรู้ถึงความสว่างสดใส ความสวยงาม และความอบอุ่นจากท้องฟ้าอันเป็นที่รักของผมได้อีก ตอนนี้ผมกลับมีความต้องการขึ้นมาบ้างเสียแล้ว........... ผมต้องการที่จะรู้จริงๆว่า ท้องฟ้านั้นแท้จริงแล้วคิดอย่างไรกับการที่ต้องมีก้อนเมฆมาคอยลอยเคียงคู่อยู่ข้างกาย.................


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


แล้วพบกันกับฉบับนิยายในมุมมองที่ต่างออกไป เร็วๆนี้ครับ
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-10-2007 00:00:33 โดย ExecutioneR »

ออฟไลน์ Junrai_Hyper™

  • พูห์น้อยกลอยใจ
  • Global Moderator
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4842
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +777/-50
ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ

  :m4: :m4: :m4: :m4:

ออฟไลน์ ที่ปรึกษาไอทีขั้นต้น

  • Administrator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6865
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1320/-22
การปล่อยวางไงครับ
สิ่งต่างๆล้วนไม่ใช่ของเรา
 :m2: :m2: :m2:

ผมไล่ตามนี้ถูกปะ เพื่อนๆช่วยดูหน่อยอิอิ
 :m13:

ภาค1

[เรื่องสั้น - จบแล้ว] เวลาที่ถูกหยุดเอาไว้..................... 
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=1060.0

ภาค2
[เรื่องสั้น รับวันแห่งความรัก] เวลาที่เริ่มเดินอีกครั้ง............ (ภาคต่อ)
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=1127.0

ภาค3 คือกระทู้นี้
การเดินทางของศิลากับฟ้าคราม (ภาคยาว)
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2104.0


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-07-2007 18:50:09 โดย b|ueBoYhUb »

ออฟไลน์ ronger

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 599
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
ภาคต่อมาแล้ว   เย้ :m1:
จะรอติดตามผลงานนะจ้ะ o17


มาตอบเพิ่ม รีบนของพี่เรย์
ตามที่ติดตามอ่านมา  เรียงตามนั้นถูกต้องแล้วค่ะ :m4:

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-07-2007 12:47:12 โดย ronger »

Jingjoh

  • บุคคลทั่วไป
คิดถึงคุณ ExecutioneR  :m1: :m1: :m1:
ชอบเรื่อง เวลาที่ถูกหยุดเอาไว้ (ภาคแรก) มากๆๆๆๆๆๆๆๆ เลยครับ

 :m15: :m15: :m15:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-07-2007 15:21:53 โดย จิงโจ้น้อยชิวๆ »

sun

  • บุคคลทั่วไป
:seng2ped: :seng2ped: :seng2ped:   ยินดีต้อนรับกลับเล้าเป็ด ค่า 
"ท้องฟ้า กับ ก้อนเมฆ"  กลับมาแย้ว     :m4: :m4: :m4:

ออฟไลน์ Poes

  • คนแรกของหัวใจ คนสุดท้ายของชีวิต
  • Administrator
  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 11400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2404/-22

abcd

  • บุคคลทั่วไป
 :m4: ในที่ฉุดพี่ต้นนุ่มนิ่มก็กลับมา หายไปไหนมาน๊า.. นานจังเยย  :m1:

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
มาต้อนรับ ศิลากับฟ้าคราม ค่ะ  :m13:  :m13:
ชอบเรื่องนี้มาก  :m1:  :m1:  :m1:

ออฟไลน์ มูมู่น้อย

  • Global Moderator
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2623
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +468/-12
มารอด้วยคน  :m1:  :m1:  :m1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ oaw_eang

  • Global Moderator
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8453
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2122/-586
เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ   :m4:

ติดตามเสมอคับ

gobgab

  • บุคคลทั่วไป

.............รอต่ออยู่นะคับ.........

............"ท้องฟ้า...กับก้อนเมฆ"........... :undecided: :undecided:

ออฟไลน์ ExecutioneR

  • จุ๊บ จู๊บบบบบ ~~ ♥
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1707/-40
    • FB Page
ตอนที่ 1


เป็นเวลาเกือบสองสัปดาห์แล้วที่ผมกับไอ้ซันได้พบกันอีกครั้ง และก็เป็นสองสัปดาห์ที่จะว่านานก็นานจะว่าสั้นก็สั้น และยังเป็นสิบวันที่ทำให้ผมรู้สึกลำบากใจไม่น้อยเลยกับการที่ต้องมาอยู่บ้านเดียวกับครอบครัวของมันและยังต้องคอยต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเองอีกด้วย

ตลอดช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ผมมีเวลาว่างค่อนข้างมากเนื่องจากอะไรๆมันยังไม่ลงตัวเสียทีเดียว ผมยังคงมีปัญหาเรื่องสถานที่เรียนและอื่นๆอีกหลายอย่างไม่ใช่ว่ามาถึงแล้วจะเรียนได้เลยทันที นอกจากนี้ผมยังอยากจะหางานเล็กๆทำคู่กับการเรียนไปด้วยเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณและทดแทนน้ำใจที่พ่อกับแม่ของไอ้ซันมอบให้ ต่างจากไอ้ซันเองที่เริ่มเรียนมาได้จะครบปีนึงแล้ว แต่อีกไม่นานก็จะถึงช่วงหยุดของมันที่ผมกับมันเคยคุยกันไว้นานแล้วว่าเราสองคนจะทำอะไรกันดี

ความรู้สึกหวั่นไหวในใจของผมมันยังคงมีอยู่ตลอดเวลา ความทรมานใจที่ต้องคอยข่มกลั้นความอยากรู้เอาไว้ว่ามันจะยังรักผมอยู่มั๊ย มันจะจำสิ่งที่เราเคยมีระหว่างกันและกันได้รึเปล่า และที่สำคัญ มันจะจำคำพูดสุดท้าย........ หรือจะว่าไปจริงๆแล้วก็คือ ตัวหนังสือประโยคสุดท้ายที่มัน เขียน  ส่งให้ผมได้รึเปล่า............

.
.
.

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ไม่มีใครอยู่บ้านอีกเช่นเคย แต่ก็นะ ยังเป็นตอนบ่ายอยู่แบบนี้มันก็เป็นเรื่องธรรมดา คุณลุงกับคุณป้าก็ออกไปทำงาน ส่วนไอ้ตัวแสบก็ยังอยู่ที่มหาลัยอีกสองสามชั่วโมงก็คงกลับ ผมเองหลังจากกลับจากออกไปซื้อของใช้นิดๆหน่อยๆเข้าบ้าน หรือออกไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะเล็กๆใกล้ๆนี้กลับมาก็มักจะช่วยทำความสะอาดบ้านเป็นการตอบแทนที่ต้องมาอาศัยเขาอยู่แบบนี้ทุกวัน ถึงแม้คุณลุงกับคุณป้าจะบอกว่าไม่จำเป็นต้องทำเพราะมีคนมาทำให้สัปดาห์ละหนอยู่แล้วก็เถอะ แต่ผมเองก็ทนอยู่เฉยๆไม่ได้หรอก

หลังจากเก็บกวาดบ้านเสร็จซึ่งก็ใช้เวลาไปแค่ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเพราะทุกอย่างมักจะวางเป็นระเบียบและสะอาดสะอ้านอยู่แล้ว ผมก็เดินขึ้นห้องนอนเปิดแล็ปท็อปเพื่อเช็คเมล์และเสิร์ชอ่านนู่นนี่ไปเรื่อยเปื่อย เมื่อคอมพิวเตอร์เริ่มบู๊ทเครื่องผมก็เอนหลังบิดขี้เกียจหนึ่งที พลันสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่สมุดโน้ตเล่มเล็กปกแข็งสีน้ำตาลแดงเล่มนั้นที่วางอยู่ข้างๆหนังสือที่ผมไม่ลืมที่จะหยิบติดมาด้วยจากประเทศไทยนั่นก็คือ เดอะ มิซซิ่ง พีซ มีทส์ เดอะ บิ๊ก โอ บนชั้นวางหนังสือเหนือโต๊ะทำงานของผม หนังสือและสมุดเล่มนี้รวมไปถึงที่คั่นหนังสืออันนั้นที่ยังคงสอดอยู่ที่หน้าเดิมตั้งแต่ผมจับมันเปิดอ่านเป็นครั้งสุดท้ายที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่นับตั้งแต่ผมมาถึงที่นี่ผมก็ไม่เคยจับมันเปิดขึ้นมาอีกเลย ผมไม่เคยหยิบที่คั่นหนังสือนั้นออกมาอ่านลายมือที่ผมเคยคุ้นเคยนั้นอีกแม้แต่ครั้งเดียว ถึงแม้ตอนอยู่ที่ไทยผมหยิบมันบ่อยมากจนแทบจะเอามันมาทำเป็นจี้ห้อยคอไปแล้วก็ตาม แต่นั่นก็ยังไม่เท่ากับสมุดเล่มนั้น เล่มที่ผมกำลังนั่งมองมันอยู่ด้วยความรู้สึกแปลกๆที่ก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง....... ความคิดความทรงจำหลายๆอย่างต่างพรั่งพรูเข้ามาในหัวของผมอีกครั้งเช่นเดียวกับทุกครั้งที่ผมหันไปมองเห็นมัน

มันคือสมุดเล่มที่ผมเขียนถึงไอ้ซันในตอนที่ผมนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

มันคือข้อความที่ผมอยากจะส่งไปให้ถึงมัน แต่สุดท้ายก็เป็นได้เพียงแค่ความรู้สึกของผมที่อยากจะบอกให้มันรู้ว่าผมรู้สึกกับมันเช่นไรในตอนที่ผมเพิ่งลืมตาตื่นขึ้นมาและรับรู้ความจริงทุกอย่างจากปากของพ่อในตอนนั้น ความรู้สึกตลอดสามปีที่ผมกับมันได้รู้จักกันและได้ทำอะไรร่วมกัน ความรู้สึกของผมที่มีต่อมัน และช่วงเวลาที่ความรู้สึกของผมนั้นแปรเปลี่ยนไปเป็นมากกว่าคำว่าเพื่อนนั้นคือตอนไหน.........

แต่สุดท้ายของท้ายที่สุดแล้ว สมุดเล่มนั้นก็ถูกปิดลงและไม่เคยถูกเปิดอ่านอีกเลยนับตั้งแต่วันที่ผมเขียนเสร็จ

ผมลุกขึ้นไปเอื้อมหยิบสมุดเล่นนั้นขึ้นมาพลิกหน้ากระดาษผ่านๆ ไล่สายตาผ่านลายมือของผมเองซึ่งผมเองยังแทบจะจำไม่ได้ว่ามันเป็นอย่างไร เพราะปกติแล้วผมเป็นคนไม่ชอบเขียนเลยจริงๆ นี่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ผมเขียนอะไรยาวๆแบบนี้ และที่สำคัญ ผมตั้งใจจะเขียนให้คนอื่นอ่านเสียด้วย ถึงแม้ความต้องการนั้นจะกลายเป็นหมันไปแล้วก็ตาม

ผมโยนสมุดเล่มนั้นลงไปบนเตียงนอน และหันกลับมายังหน้าจอแล็ปท็อปที่มีรูปพื้นหลังเป็นรูปท้องฟ้าสุดท้ายในเมืองไทยที่ผมเห็นและถ่ายเอาไว้ด้วยมือของตัวเอง ถ้าเป็นทุกครั้งผมก็คงไม่ได้คิดอะไร แต่วันนี้ ณ เวลานี้ ภาพของท้องฟ้าที่ผมคิดว่าสวยที่สุดตั้งแต่ผมเคยเห็นมา แสงสีส้มจากพระอาทิตย์ในยามเย็นทอแสงตัดกับก้อนเมฆสีขาว......... ท้องฟ้ายามเย็นมักจะดูเศร้าสร้อยทุกครั้งสำหรับผม แต่ครั้งนั้น..... ท้องฟ้ายามนั้น..... รูปถ่ายนี้ กลับทำให้ผมรู้สึกเหงายิ่งกว่าครั้งไหนๆเสียอีก

แต่ก็เป็นความเหงาที่ทำให้ผมมีรอยยิ้มได้ทุกครั้งที่นึกถึง

การจากลา ที่กำลังจะเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของชีวิตของผม

แต่เมื่อผมคิดถึงว่าในที่สุดผมก็นั่งอยู่ตรงนี้แล้ว วันเวลาผ่านมาแล้วเกือบจะครึ่งเดือน แต่ทำไมในใจของผมถึงยังสลัดความคิดเก่าๆออกไปไม่ได้สักที................

ขณะที่ผมกำลังติดอยู่กับห้วงคำนึงของตัวเองก็มีเสียงๆหนึ่งดังขึ้นจากข้างตัวของผม

“ว่าไง ทำอะไรอยู่ไอ้ตัวดี”

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-10-2007 16:07:30 โดย ExecutioneR »

ออฟไลน์ Junrai_Hyper™

  • พูห์น้อยกลอยใจ
  • Global Moderator
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4842
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +777/-50
เป็นกำลังใจให้เสมอนะครับ

สู้ๆ ครับ

 :yeb:

gobgab

  • บุคคลทั่วไป

............ความทรงจำในหัวใจ...ลบเท่าไหร่..ไม่เคยเลือน.......... o7 o7

Jingjoh

  • บุคคลทั่วไป

คิดถึงจัง  :m1:

====================================================================
ใครอยากได้ "The Missing Piece and The Big O" ทิ้งเมลล์ไว้ได้เลยนะคับ เดี๊ยวจะส่งให้นะ
ถ้ายังไง ก็อย่าลืมไปอ่านเรื่อง "เวลาที่ถูกหยุดเอาไว้" กับ "เวลาที่เริ่มเดินอีกครั้ง" ด้วยนะคับ
 :m11:

NewcoolstaR

  • บุคคลทั่วไป
 o8 ปลอมตัวแอบเข้ามาอ่านเงียบๆ....ไม่ให้ใครรู้... :แปลงร่าง3:

ออฟไลน์ ที่ปรึกษาไอทีขั้นต้น

  • Administrator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6865
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1320/-22
อืม ยิ่งอ่านยิ่งงง
 :serius2: :serius2: :serius2: :serius2:
วันหลังสัมภาษณ์เจ้าตัวดีกว่า
 :m12: :m12:

หายปวดหัวอ่ะยัง
 :m13:

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
เรื่องราวยังอึมครึมอยู่  :m13:  :m13:

ออฟไลน์ มูมู่น้อย

  • Global Moderator
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2623
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +468/-12
อืมม  ยังไม่รู้จาเมนต์อะไร  o6

รออ่านต่อก่อนน้า  เป็นกำลังใจให้  :m1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






tonsai_2520

  • บุคคลทั่วไป


เหนื่อยยยยยยยยยยยยยยยยย


งานเยอะชิบ . . . ไม่แวะที่ไหนเลยนะ  มาหาไอ้น้องรักมันก่อน

ไม่ได้เล่นเน็ทหลายวันเพราะเล่นดัมมี่แทน . . . .

ปล.ท้องฟ้ายามค่ำ  ดื่มด่ำกับสายลมริมหาด  ที่ที่มีดวงดาวดารดาษ  สุขหัวใจจริง ๆ  หนอ  แรกเริ่มไม่อยากมา  แต่ตอนนี้  ไม่อยากกลับซะงั้น 


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-07-2007 23:12:55 โดย ต้นสาย »

ออฟไลน์ ExecutioneR

  • จุ๊บ จู๊บบบบบ ~~ ♥
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1707/-40
    • FB Page
ตอนที่ 2


เสียงของไอ้ซันดังขึ้นที่หน้าประตูห้องของผม ผมลืมปิดประตูนี่นา มันเดินเข้ามาในห้องและวางกระเป๋าลงบนเตียง พร้อมกับเดินมาหยุดอยู่ทางด้านหลังของผมและชะโงกข้ามไหล่มามองยังหน้าจอของแล็ปท็อป

“นึกว่าดูเว็บโป๊อยู่ซะอีก ว้า” พอพูดจบมันก็ผละลงไปนั่งอยู่บนเตียงของผมและล้มตัวลงนอน

“จะบ้าเรอะไง แล้วนี่กลับมาเมื่อไหร่ไม่ให้สุ้มให้เสียงวะ” ผมกวาดตามองไปยังด้านมุมล่างขวาของจอเพื่อดูเวลา “กลับมาเร็วนี่ นึกว่าอีกสักชั่วโมงจะมาถึงซะอีก” ผมหมุนเก้าอี้หันกลับไปคุยกับมัน

“อืม วันนี้อยากกลับเร็วน่ะ” มันตอบทั้งๆที่ยังหลับตาอยู่ ผมเองก็ไม่อยากซักไซ้อะไรมากมายเลยหันกลับมาที่หน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง ปล่อยให้มันนอนอยู่บนเตียงของผมไป ผมกดเข้าไปเช็คอีเมล์ ไม่มีเมล์ใหม่เข้ามานอกจากฟอร์เวิร์ดเมล์สองสามฉบับจากเพื่อนๆ ฉบับแรกที่ผมเปิดอ่านก็เป็นเรื่องราวการ์ตูนเกี่ยวกับความรัก มิตรภาพของเพื่อนทั่วๆไป เป็นเมล์ความหมายดีๆที่คนชอบส่งให้กัน แต่เมื่ออ่านเสร็จผมกลับต้องถอนหายใจเบาๆและปิดหน้าต่างฮ็อทเมล์ทิ้งไป ความรู้สึกคิดถึงบ้าน คิดถึงเพื่อนเริ่มเอ่อล้นขึ้นมาอีกครั้ง แต่แล้วผมก็ต้องชาวาบไปทั้งตัว เมื่อเกิดฉุกใจคิดขึ้นมาได้ว่าสมุดเล่มนั้นที่ผมโยนทิ้งเอาไว้บนเตียงเดียวกับที่ไอ้ซันกำลังนอนอยู่ ผมรีบหันกลับไปมองไปยังตำแหน่งที่ผมโยนมันลงไป ปรากฏว่ามันวางอยู่ข้างๆหัวของไอ้ซันพอดี และดูเหมือนไอ้ตัวแสบเองก็ยังไม่ได้สังเกตเห็นหรือสนใจอะไรมันนัก ผมค่อยๆลุกขึ้นยืนพยายามทำตัวไม่ให้มีพิรุธที่สุดและเดินตรงไปที่เตียง ไอ้ซันยังคงหลับตาอยู่

“จะนอนเหรอ” ผมถามขณะที่ทิ้งตัวลงนั่งและค่อยๆเลื่อนสมุดเล่มนั้นออกไปห่างๆ

“ไม่หรอก นอนคิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะ” มันยังคงไม่ลืมตาขึ้นมา

“เป็นอะไรรึเปล่าวะ” ผมถามด้วยความเป็นห่วงเพราะรู้สึกว่าวันนี้มันจะมาแปลกไปจากทุกที

“เปล่าหรอก....... แต่หิวว่ะ ลงไปทำอะไรให้กูกินหน่อยดิ่ อยากกินผัดผักอ่ะ” มันเอียงตัวตะแคงมาสบตากับผมแล้วทำหน้าอ้อนแบบที่มันชอบแกล้งทำเวลาที่อยากให้ผมทำอะไรให้

“ไอ้ห่านี่ ข้าวก็ยังไม่ได้หุง แถมกลับมาก็ใช้กูทันทีเลยนะ”

“น่านะ หิวอ่ะ วันนี้ทั้งวันกินเบอร์เกอร์ไปชิ้นเดียวเอง” มันทำตาละห้อยพลางเอามือลูบพุงแสดงท่าทีขอความเห็นใจ

“เออๆ ก็ได้ แต่ต้องรอหน่อยนะ ต้องหุงข้าวอีก” ผมลุกขึ้นยืน แต่ก่อนหน้านั้นผมแกล้งทำเป็นเบี่ยงตัวเขยิบหลบมันแล้วสอดสมุดเล่มนั้นเข้าไปใต้หมอน

“อืม ไม่เป็นไร กูไม่รีบ เสร็จแล้วมาเรียกด้วยล่ะ”

“อะไร มึงจะนอนอยู่ในห้องกูเหรอ”

“อืม แปบเดียวเองน่า ทำไม หวงเหรอวะ” มันหันมาจ้องหน้าผม

“เปล่า ไอ้ห่า กูแค่ว่าทำไมมึงไม่ไปล้างหน้าล้างตาล้างตีนอะไรของมึงก่อนก็แค่นั้นเอง เออ ตามใจมึง เสร็จแล้วเดี๋ยวกูมาตามก็แล้วกัน” ผมเดินไปปิดฝาแล็ปท็อปโดยที่ยังไม่ได้ปิดเครื่องจากนั้นก็เดินออกจากห้องไป

ขณะที่กำลังจัดเตรียมวัตถุดิบทำอาหารทั้งหลายอยู่นั้นผมนึกไปถึงใบหน้าของมันที่ทำหน้าอ้อนตอนขอให้ผมลงมาทำอาหารให้ ผมสั้นเกรียนที่เคยเป็นยังไงก็ยังคงเป็นอย่างนั้น ใบหน้าที่ดูคมสันมากขึ้นกว่าเมื่อหนึ่งปีก่อนแต่กลับดูเรียวลง และยังน้ำหนักที่มันบอกว่าเพิ่มขึ้น แต่ผมคิดว่าน่าจะเป็นเพราะกล้ามเนื้อมากกว่าไขมันอย่างที่มันชอบบ่นว่าอ้วนขึ้นๆ ถ้าจะมีใครอ้วนขึ้นก็คงเป็นผมนี่แหละเพราะตั้งแต่มาที่นี่ ทั้งอาหารและปัจจัยหลายๆอย่างทำให้ผมกินจุขึ้นมากและยังแทบไม่ได้ออกกำลังกายเหมือนเมื่อก่อนเลยด้วย หนึ่งปีที่ผ่านมาที่ผมเริ่มกลับไปฝึกยูโดฆ่าเวลาและเพื่อทำให้ตัวเองไม่ต้องฟุ้งซ่านอีกครั้งหลังจากที่หยุดเล่นไปถึงปีกว่า แต่ว่าร่างกายที่ผมเคยอุตส่าห์ดูแลมามันจะมาพังเอาเสียหมดก็ตอนนี้นี่แหละ

ผมก้มลงมองหน้าท้องของตัวเอง นี่ถ้าผมไม่เริ่มออกกำลังอีกครั้งอย่างจริงๆจังๆไม่ใช่แค่ไปวิ่งวันละไม่กี่ชั่วโมงแบบที่เพิ่งเริ่มทำอยู่ได้แค่อาทิตย์เดียวแบบนี้ ผมคงโดนมันเรียกว่า “ไอ้ตัวอ้วน” แทน “ไอ้ตัวดี” ที่มันชอบเรียกผมแน่ๆ

ผมนึกถึงคำที่มันเรียกผม............

“ไอ้ตัวดี” งั้นเหรอ

ผมเพิ่งถูกมันเรียกแบบนี้ก็ตั้งแต่ผมมาที่นี่เป็นครั้งแรกนี่แหละ แรกๆก็ไม่บ่อยเท่าไหร่แต่มาช่วงหลังๆนี้ที่ผมเริ่มถูกเรียกแบบนี้บ่อยขึ้นจนแทบจะไม่เคยถูกมันเรียกว่า เมฆ อีกเลย

มันมีความหมายอะไรรึเปล่า

หรือว่ามันไม่อยากจะเรียกผมว่าเมฆอีกแล้ว ซึ่งก็แปลเป็นนัยๆได้ว่ามันไม่ได้อยากจะให้ชื่อของผมไปพ้องกับชื่อของมันอีกแล้วรึเปล่า พอคิดแบบนี้ขึ้นมาผมก็รู้สึกใจหายวาบ แต่ผมมันก็คงคิดมากเกินไปอีกตามเคย หนึ่งปีนี้มันทำให้ผมแทบจะเปลี่ยนเป็นคนละคนไปเลย ถึงอะไรหลายๆอย่างจะยังคงเป็น “ตัวผม” แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปแน่ๆคือ ความคิดของผมนั่นแหละ ชอบคิดอะไรมากเกินไปเลยเถิดจนบางที ถึงผมจะรู้ตัว แต่ก็หยุดไม่ได้ที่จะไม่คิด

แต่ครั้งนี้ผมต้องหยุดคิดอะไรไร้สาระพวกนั้นซะ แล้วกดปุ่มสวิตช์หม้อหุงข้าวสักที

ผมเริ่มลงมือล้างและหั่นผักที่มีอยู่ในตู้เย็น โชคยังดีที่วันนี้ผมออกไปซื้อผักผลไม้เข้ามาเพิ่มเลยทำให้ตัวเลือกมีมากขึ้น ผมเลือกที่จะผัดกะหล่ำปลีม่วง บร็อคโคลี่ และเบบี้แครอท แค่สามอย่างเพราะไอ้ซันเคยบอกว่าชอบ เมื่อนึกมาถึงสิ่งที่มันชอบแล้วก็ทำให้ผมต้องถอนหายใจอีกหน เพราะมีหลายอย่างเหลือเกินที่ผมยังไม่รู้เกี่ยวกับมัน หนึ่งปีที่ผ่านไปมันชอบมันเกลียดอะไรต่างไปจากเดิมมั่งหรือเปล่าก็ไม่รู้ ผมพยายามเรียนรู้หลายๆสิ่งหลายๆอย่างจากตัวมันให้มากขึ้น พยายามสังเกตว่ามันมีบุคลิกหรือนิสัยความชอบอะไรที่เปลี่ยนไปบ้างมั๊ย แต่สุดท้ายผมก็ยังคงมองหาอะไรไม่เจออยู่ดี ไม่รู้อีกเหมือนกันว่าเป็นเพราะมันเองแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนไป หรือผมหามันไม่เจอเอง........... หรืออย่างที่สามที่ผมเพิ่งฉุกใจคิดขึ้นมาได้ตอนกำลังหั่นบร็อคโคลี่ นั่นก็คือ มันไม่ยอมให้ผมได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับตัวมันรึเปล่า มันตั้งใจที่จะปิดกั้นตัวเองจากผมอย่างนั้นเหรอ

อีกครั้งที่ผมเริ่มฟุ้งซ่านไปเองอีกแล้ว

ขณะที่ผมกำลังจัดการผัดผักของไอ้ซันและกำลังคิดถึงเรื่องราวที่ผมผ่านมาในหนึ่งปีโดยไม่มีมันอยู่นั้นผมก็ได้ยินเสียงของมันเดินเข้ามาทางด้านหลัง

“วันนี้พ่อกับแม่กูเค้าไม่กลับนะ โทรมาเห็นว่าจะไปนอนที่บ้านป้ากูน่ะ”

“บ้านป้าแอ๊นท์น่ะนะ” ผมแปลกใจ และหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่หันมามองหน้ามัน ไอ้ซันเดินเข้ามาในห้องครัวและมาหยุดอยู่ที่หม้อหุงข้าวพลางทำท่าตรวจสอบเหมือนกับเช็คสภาพว่าข้าวสุกแล้วหรือยัง ถึงแม้การที่มองจากฝาหม้อข้าว เห็นชัดๆว่าไฟยังไม่ตัด และการเอาเอานิ้วไปจิ้มๆที่สวิตช์ไฟจะไม่ได้ช่วยอะไรเลยก็ตาม

“อืม กลับพรุ่งนี้น่ะ” มันยังคงเอานิ้วเขี่ยหม้อหุงข้าวไม่เลิก ผมเลยเลิกสนใจสิ่งที่มันกำลัง เอ่ออ พยายามจะทำอยู่และหันมาปรุงผัดผักต่อให้เสร็จ

ป้าแอ๊นท์คือพี่สาวของแม่ของไอ้ซันที่ย้ายมาอยู่ที่นี่กับสามีได้เกือบสิบปีแล้ว บ้านของเขาอยู่เมืองถัดไปซึ่งคุณป้าเองก็ชอบแวะไปประจำ ผมเองยังไม่เคยไปหรอก แต่ว่าผมเคยเจอป้าเขาแล้วสองครั้งที่บ้านหลังนี้นี่แหละ ป้าแอ๊นท์ ผู้ซึ่งชอบให้คนเรียกว่า แอน มากกว่าเพราะแอ๊นท์มันแปลว่ามด แกไม่ชอบ แกบอกผมว่าแกชอบของใหญ่ๆ...... (อย่างน้อยแกก็เคยบอกผมแบบนี้จริงๆ) แกเป็นคนที่ร่าเริงเกินวัยมากๆ ชอบแต่งตัวเปรี้ยวกระชากหัวใจคนที่มองเห็น และยังเป็นคนที่อบอุ่นมากๆเช่นกัน ซึ่งผมไม่เคยคิดเลยว่าคนที่ร่าเริง หัวเราะ ตลก และเปรี้ยวได้แทบจะตลอดเวลานั้นจะสามารถเป็นคนที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและดูเป็นที่พึ่งพิงได้ในเวลาเดียวกันแบบนี้ และยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่ผมรู้สึกได้จากตัวป้าแอ๊นท์นี้มาจากวันที่ผมรู้จักป้าเขาแค่วันเดียวในเวลาไม่กี่ชั่วโมงด้วยซ้ำ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่แกจะเป็นคนที่ใครๆก็รักได้เพียงนี้

ครั้งแรกที่ผมเจอป้าแอ๊นท์ แกก็แสดงความเอ็นดูผมราวกับผมเป็นหลานแท้ๆของแกเลยจริงๆ แกยังเสนอให้ผมไปเที่ยวที่บ้านของแกบ้างในช่วงที่ผมไม่มีอะไรทำ และยังบอกว่าถ้าอยากช่วยป้าเขาทำอาหารก็ยังทำได้อีกด้วย เพราะป้าเขาเปิดร้านอาหารไทยเล็กๆอยู่ที่ละแวกบ้านนั่นแหละ จริงๆแล้วผมก็สนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ผมก็ต้องปฏิเสธไปก่อนและอ้างว่าขอเป็นโอกาสหน้า เพราะผมเองยังอยากปรับตัวให้ชินกับสภาพสังคมและการใช้ชีวิตที่นี่เสียก่อน ผมอยากให้ผมอยู่ตัวกับตัวเองได้เสียก่อนที่จะไปเริ่มทำอะไรๆเพื่อคนอื่นเขา เพื่อที่ว่าเขาจะได้ไม่ต้องลำบากถ้าผมทำอะไรผิดพลาดไปนั่นเอง

แต่การที่ทั้งคุณลุงและคุณป้าไปพร้อมๆกันทั้งสองคนเหมือนกับจะกะทันหันโดยที่ไม่ได้บอกไว้ล่วงหน้าแบบนี้ ผมเองยังรู้สึกว่ามันมีอะไรพิเศษหรือแปลกไปหรือเปล่า และไอ้ซันเองก็คงจะรู้สึกถึงความผิดปกตินี้ได้เช่นเดียวกัน

เมื่อผัดผักเสร็จ ผมกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบจานที่วางอยู่ข้างๆ

“ถ้างั้นวันนี้........” ผมพูดขึ้น

“มึงก็อยู่กับกูสองคนไง” ไอ้ซันหยิบจานใบนั้นส่งมาให้ผม แต่ไม่รู้ทำไมเมื่อผมรับจานมาจากมันผมกลับหันหน้าหลบสายตามันซะอย่างนั้น

“กูจะพูดว่า ถ้างั้นวันนี้ตอนกลางคืนจะทำอะไรกันดี ไม่ใช่ กูหมายถึง ตอนกลางคืนเราจะทำอะไรกินกัน เราจะกินอะไรกันดีต่างหาก” ผมรีบพูดแก้ประโยคของตัวเอง และก็รู้สึกด้วยว่าตัวเองพูดเร็วเกินความจำเป็น

“กินกับข้าวฝีมือมึงนี่แหละ กูชอบ” ไอ้ซันเดินมาหยุดอยู่ข้างๆผมแล้วเอามือโอบเอวของผมไว้ ทำให้ผมรู้สึกร้อนฉ่าไปทั้งใบหน้าทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เราก็เคยทำแบบนี้กันมาเป็นล้านรอบแล้ว แต่ผมกลับไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลยจริงๆ

แต่จะว่าไป นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมกับมันได้สัมผัสตัวใกล้กันแบบนี้ตั้งแต่เราได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง

คราวนี้ผมจะหลบหน้ามันยังไงเพื่อไม่ให้มันเห็นว่าผมหน้าแดงดีล่ะเนี่ย

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-10-2007 16:08:01 โดย ExecutioneR »

ออฟไลน์ ExecutioneR

  • จุ๊บ จู๊บบบบบ ~~ ♥
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1707/-40
    • FB Page


เหนื่อยยยยยยยยยยยยยยยยย


งานเยอะชิบ . . . ไม่แวะที่ไหนเลยนะ  มาหาไอ้น้องรักมันก่อน

ไม่ได้เล่นเน็ทหลายวันเพราะเล่นดัมมี่แทน . . . .

ปล.ท้องฟ้ายามค่ำ  ดื่มด่ำกับสายลมริมหาด  ที่ที่มีดวงดาวดารดาษ  สุขหัวใจจริง ๆ  หนอ  แรกเริ่มไม่อยากมา  แต่ตอนนี้  ไม่อยากกลับซะงั้น 




^
^

ทำมาพูดดี ก็เห็นงี้ประจำอ่ะ  :o10:
ทำมาพูดแฝงความหมาย ผมล่ะเบื่อพี่จริงๆ  :seng2ped:



ออฟไลน์ Junrai_Hyper™

  • พูห์น้อยกลอยใจ
  • Global Moderator
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4842
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +777/-50
รอดูว่าคืนนี้จะทำอะไรกัน

กร้ากกกกกกกกกกกก

 :m11: :m11: :m11: :m11:

เป็นกำลังใจให้เหมือนเดิมครับ

 :yeb:




เหนื่อยยยยยยยยยยยยยยยยย


งานเยอะชิบ . . . ไม่แวะที่ไหนเลยนะ  มาหาไอ้น้องรักมันก่อน

ไม่ได้เล่นเน็ทหลายวันเพราะเล่นดัมมี่แทน . . . .

ปล.ท้องฟ้ายามค่ำ  ดื่มด่ำกับสายลมริมหาด  ที่ที่มีดวงดาวดารดาษ  สุขหัวใจจริง ๆ  หนอ  แรกเริ่มไม่อยากมา  แต่ตอนนี้  ไม่อยากกลับซะงั้น 




^
^

ทำมาพูดดี ก็เห็นงี้ประจำอ่ะ  :o10:
ทำมาพูดแฝงความหมาย ผมล่ะเบื่อพี่จริงๆ  :seng2ped:




สงสัยมียาดีอยู่ที่ภูเขาใหญ่

เหอเหอ

 :m14: :m14: :m14: :m14:

Jingjoh

  • บุคคลทั่วไป
รอลุ้นอยู่เช่นกันคับ
 :o8:

ออฟไลน์ ที่ปรึกษาไอทีขั้นต้น

  • Administrator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6865
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1320/-22
เหมือนจะห่างกันไกล แต่ใจยังสื่อถึง
 :o8: :o8: :o8:

gobgab

  • บุคคลทั่วไป

...........ระวังความระแวงจะทำหั้ยเราต้องจบกัน........... :เฮ้อ: :เฮ้อ:

tonsai_2520

  • บุคคลทั่วไป


เหนื่อยยยยยยยยยยยยยยยยย


งานเยอะชิบ . . . ไม่แวะที่ไหนเลยนะ  มาหาไอ้น้องรักมันก่อน

ไม่ได้เล่นเน็ทหลายวันเพราะเล่นดัมมี่แทน . . . .

ปล.ท้องฟ้ายามค่ำ  ดื่มด่ำกับสายลมริมหาด  ที่ที่มีดวงดาวดารดาษ  สุขหัวใจจริง ๆ  หนอ  แรกเริ่มไม่อยากมา  แต่ตอนนี้  ไม่อยากกลับซะงั้น 




^
^

ทำมาพูดดี ก็เห็นงี้ประจำอ่ะ  :o10:
ทำมาพูดแฝงความหมาย ผมล่ะเบื่อพี่จริงๆ  :seng2ped:





อ้าว. . .

พูดจริง ๆ  หนา  อยู่ในที่ ที่รอบ ๆ  ตัวเป็นทะเล  ก็มีแต่ดวงดาวกับเกลียวคลื่นดิ๊


กว่าจะได้จับคอมพิวเตอร์  ก็หลาย ๆ  วันครั้ง . . . . จับไพ่เบามือกว่าจริง ๆๆ

ปล. ทะเลทางใต้ที่สวยจริง ๆ  กลางคืนมืดมิด  เห็นแต่ดวงดาราแข่งแสงจันทร์เสี้ยว
   

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
ลุ้นคืนนี้ด้วยคน  :-[  :-[  :-[

ออฟไลน์ ExecutioneR

  • จุ๊บ จู๊บบบบบ ~~ ♥
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1707/-40
    • FB Page
ตอนที่ 3


“แม่บอกว่าป้าแอ๊นท์ตกบันได ข้อเท้าแพลงน่ะ” ไอ้ซันบอกผมขณะที่กำลังนั่งกินข้าวกับผัดผักฝีมือผมอยู่ แถมยังนั่งกินอยู่ในห้องของผมอีกต่างหาก ผมเลยต้องยกแล็ปท็อปมานอนเล่นบนเตียงแทน

“อ้าว แล้วป้าเขาเป็นอะไรมากรึเปล่าเนี่ย”

“เห็นว่าไม่มากนะ ลื่นตกมาแค่สองสามขั้นน่ะ แต่แม่กูเค้าก็อยากจะไปดูอาการอยู่ดี และที่สำคัญเห็นแม่เขาบอกว่าป้าเค้ามีเรื่องอยากจะคุยด้วยด้วยว่ะ กูก็ไม่รู้เหมือนกัน”

“อืมมม” ผมไม่ได้พูดอะไรต่อ ทำให้ความเงียบเข้ามาปกคลุมทั่วทั้งห้องเอาไว้ ผมคลิกเมาส์ไปยังฟอร์เวิร์ดเมล์ฉบับสุดท้ายที่เพื่อนของผมส่งมา มันเป็นรูปของสถานที่แห่งหนึ่งที่ผมเคยคิดว่าอยากจะไปมาตลอด ความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่รังสรรค์ ความสวยงามที่แปรเปลี่ยนไปตามฤดูกาล และความงดงามที่น่าไปสัมผัสได้ด้วยตาของตัวเองไม่ใช่แค่ที่เห็นจากรูปถ่าย

“เมฆ” ไอ้ซันพูดขึ้น

“หืม” ผมขานรับโดยที่ยังไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากแล็ปท็อป สายตาของผมยังคงจับจ้องไปยังรูปถ่ายเหล่านั้น

“ไอ้เมฆ” คราวนี้มันเน้นเสียงหนักขึ้นกว่าเดิม

“ก็แล้วอะไรเล่า” ผมเงยหน้าขึ้นมามองหน้ามัน แต่มันกลับไม่ยอมพูดอะไร สายตาของมันที่มองมาเริ่มจะทำให้ผมรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาอีกครั้ง และในสายตาของมันยังทำให้ผมนึกไปถึงสมุดเล่มนั้นที่ผมซ่อนไว้ใต้หมอนในตอนนี้อีกด้วย

“กูอิ่มว่ะ”

“โธ่เอ๊ย ไอ้ห่า กูก็นึกว่าอะไร อิ่มก็เอาไปเก็บดิ่ ล้างเองด้วยนะมึง กูไม่ล้างให้นะ”

“เออๆ กูรู้แล้วน่า” มันลุกขึ้นยืนและหยิบจานกำลังจะเดินออกจากห้องไป แต่ก่อนที่มันจะออกไปพ้นประตู มันหมุนตัวหันมาหาผมแล้วพูดว่า “ขอบใจนะ ไอ้เมฆ”

ผมถึงกับนิ่วหน้างงไปกับคำพูดและท่าทางของมัน แต่แล้วก็ดูเหมือนมันจะชอบใจอยู่ไม่น้อยที่เห็นผมมีสีหน้าแบบนั้น มันถึงได้หัวเราะหึๆแล้วเดินออกจากห้องไป เมื่อมันออกจากห้องของผมไป ผมจึงรีบลุกขึ้นไปปิดประตูห้องและคราวนี้ผมไม่ลืมที่จะล็อคกลอนด้วย ผมหันกลับมาที่เตียงแล้วรีบหยิบสมุดใต้หมอนออกมาวางไว้บนชั้นวางหนังสือที่เดิม หนังสือ เดอะ มิซซิ่ง พีซ มีทส์ เดอะ บิ๊ก โอ ของผมที่ถูกวางอยู่บนชั้นอย่างนั้นมานานโดยที่ไม่มีการถูกจับขึ้นมาอีกครั้งเลย วันนี้มันช่างดูเชิญชวนให้ผมหยิบมันมาเปิดอ่านและหยิบดูของที่ถูกสอดอยู่ข้างในเสียเหลือเกิน และความคิดหนึ่งที่ผมเคยสงสัยมานานตั้งแต่วันแรกที่ผมมาถึงทีบ้านหลังนี้ นั่นก็คือ หนังสือเปื้อนเลือดของผมที่ผมตั้งใจจะมอบให้มันวันที่ผมเกิดอุบัติเหตุนั้น ตอนนี้มันอยู่ที่ไหนกันนะ

ผมเคยเข้าไปในห้องของไอ้ซันก็หลายรอบแล้ว ทั้งจงใจและไม่จงใจใช้สายตากวาดไปรอบห้องเพื่อหาหนังสือเล่มนั้นไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ก็ไม่เคยเจอเลย

หรือว่ามันจะโยนส่งๆเก็บเอาไว้ในตู้ รึ ในลิ้นชัก
หรือว่า..... มันจะโยนทิ้งไปแล้วนะ

และอีกอย่างที่ผมสงสัยนั่นก็คือ ตอนนี้พ่อของผมก็รู้แล้วว่าผมคิดยังไงกับไอ้ซันและระหว่างเรามันเป็นยังไงและท่านก็ยอมรับมันได้ด้วย แต่ไอ้ซันล่ะ พ่อแม่ของมันคิดยังไงนะ คุณลุงกับคุณป้ารู้แล้วรึยัง ท่านจะรู้มั๊ยนะว่าตอนที่ไอ้ซันมันไปนอนเฝ้าผมทุกคืนก่อนที่มันจะมาที่นี่มันเพราะอะไร ทำไมลูกชายของเขาต้องทำถึงขนาดนั้นด้วย แต่ถ้ารู้ ท่านสองคนก็คงไม่ปล่อยให้ผมมานอนบ้านเดียวชายคาเดียวกับลูกชายเขาแบบนี้หรอก และที่สำคัญท่านทั้งคู่ก็ไม่เคยแสดงท่าทีอะไรที่ทำให้ผมต้องรู้สึกสะกิดใจเลยแม้แต่ครั้งเดียว แถมท่านยังเคยถามถึงนัทแฟนเก่าของผมอีกเสียด้วยซ้ำ

คนครอบครัวนี้นี่อ่านใจยาก เข้าใจยากกันทั้งครอบครัวเลยจริงๆ
แต่ก็ยังน่ารักและนิสัยดีกันทุกคนจริงๆด้วย..............
โดยเฉพาะลูกชายน่ะนะ

นึกแล้วก็อดหัวเราะให้กับความคิดบ้าๆบอๆของตัวเองไม่ได้จริงๆ
ไอ้เมฆขี้เพ้อเอ๊ยยยยย

“ไอ้ตัวดี ลงมานี่หน่อยดิ๊” เสียงของไอ้แสบตะโกนเรียกผมจากชั้นล่าง

“อารายย” ผมตะโกนกลับลงไป

“เออน่า ลงมาหากูหน่อยดิ่”

“มึงจะเอาอะไรเล่า”

“ลงมาเหอะน่า ไอ้เหี้ยนี่ เรียกแล้วทำมาต่อปากต่อคำ” มันยังตะโกนหลับมาไม่เลิก แถมทำยังกับผมเป็นคนรับใช้ของมันซะอย่างนั้นด้วยนะ

“เออๆ ไอ้เหี้ย เดี๋ยวกูลงไป ไอ้สัตว์นี่” ผมด่าสวนมันกลับ แต่ก็นึกขำอยู่ในใจ

ผมเดินไปปิดแล็ปท็อปและเอากระเป๋าสะพายยี่ห้อไนกี้ของมันที่วางอยู่ในห้องของผมไปเก็บไว้ที่ห้องของมันให้ ห้องของมันเป็นตัวอย่างของห้องที่ไม่เคยเป็นระเบียบของวัยรุ่นนักศึกษาชายได้เป็นอย่างดี หรือที่บางคนเรียกว่า ห้องของหนุ่มหอโสดอะไรแนวนั้น กองหนังสือที่ไม่ว่าจะเก็บสักกี่ทีแต่ไม่ถึงสิบห้านาทีถัดมาก็จะถูกรื้อลงมาอยู่ดี เตียงที่ไม่เคยเป็นระเบียบ และกองเสื้อผ้าที่กองสุมอยู่สองสามกองรวมทั้งกางเกงในของมันด้วย ขาดก็เพียงอย่างเดียวคือกองทิชชู่..........

แต่ก็ยังดีที่ห้องของมันไม่ได้รกและเน่าถึงขนาดนั้น เพราะมันเองก็มีความเป็นผู้ชายเจ้าระเบียบและเจ้าสำอางอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

“ไอ้เมฆฆฆฆ ทำอะไรของมึงอยู่วะ” มันตะโกนเร่งผมอีกครั้ง

ผมเดินออกจากห้องของมันและปิดประตูไว้ตามเดิม จากนั้นจึงเดินลงไปที่ห้องนั่งเล่นก็เห็นมันกำลังนอนเอกเขนกอยู่บนโซฟารับแขก มือขวากดรีโมทดูทีวี ส่วนมือซ้ายกำลังหยิบเลย์ที่ถุงเปิดอ้าอยู่ข้างตัวเข้าปาก

“มีอะไรวะ” ผมถาม

“ทำไมช้านักวะ” มันถามกลับ แต่สายตาก็ยังไม่ละไปจากทีวี

“กูก็ปิดแล็ปท็อปด้วยแล้วก็เอากระเป๋ามึงไปเก็บให้ที่ห้องไง มึงนั่นแหละที่มีอะไรถึงเร่งกูจัง” ผมยืนกอดอกอยู่ตรงบันได

“มานี่ๆ มาใกล้ๆนี่ ไม่ต้องไปยืนอยู่ตรงนู้นเลย”

“อะไรของมึงวะ” ผมยังไม่ยอมขยับตัวและชักจะเริ่มรู้สึกรำคาญขึ้นมาบ้างแล้ว

“เอาน่า มานี่หน่อยน้า มึงจะทำอะไรต่อล่ะ มีอะไรต้องไปทำรึไง” มันถามเสียงอ่อน

“ก็........ เปล่าหรอก”

“ไม่มีงั้นก็มานี่ดิ่ มาดูทีวีกับกูนี่เหอะมา”

“แค่เนี๊ยนะ ที่มึงเรียกกูจะเป็นจะตาย”

“อือ แค่เนี๊ยแหละ ทำไมอ่ะ กูอยากมีเพื่อนดูทีวีก็ไม่ได้เหรอไง” มันทำเสียงตัดพ้อ จนผมรู้สึกกลุ้มใจกับมันจริงๆ

“เออๆ กูก็ไม่ได้ว่าอะไร” ผมเดินเข้าไปหามันแล้วนั่งลงบนเก้าอี้นวมตัวที่ว่างอยู่ มันยื่นถุงเลย์มาให้ผมแต่ผมส่ายหัวปฏิเสธ มันจึงวางถุงขนมลงแล้วเดินไปหยิบดีวีดีกล่องหนึ่งมาจากชั้นเก็บซีดี

“เพื่อนกูให้ยืมมา มันบอกสนุก แต่กูยังไม่ได้ดูเลย มึงดูป่ะ” มันส่งกล่องดีวีดีมาให้ผม หนังเรื่องนั้นคือ โฮสเตล ผมเคยได้ยินชื่ออยู่เหมือนกันแต่ก็ไม่เคยดูหรอก เพราะเขาบอกกันว่าที่ไทยมันถูกหั่นถูกตัดถูกเซ็นเซอร์จนเหี้ยนไม่เหลืออะไรเลย เพราะเป็นหนังแนวฆาตกรโรคจิตเลือดสาดอะไรประมาณนั้น

“อ่อ มึงกลัวล่ะสิ” ผมยิ้ม และสาบานได้ว่าผมเห็นมันหน้าแดง

“ไอ้เหี้ย พูดอะไรบ้าๆ” มันหัวเราะเหมือนคนแก้เขินแล้วยื่นมือมาจะหยิบกล่องดีวีดีคืน แต่ผมชักมือหลบ

“มึงกลัวอ่ะดิ ใช่ป่าวไอ้ซัน มึงไม่กล้าดูคนเดียวใช่มั๊ยล่ะ สารภาพกับกูมาซะ”

“ก้อเออดิ่ ตกลงมึงจะดูไม่ดู” มันรีบคว้ากล่องหนังคืนแล้วหันกลับไปที่ชั้นเก็บซีดี

“ก็ดูดิ่ กูก็อยากดูมานานแล้วเหมือนกันเรื่องเนี๊ย แต่มึงจะดูตอนนี้เลยเหรอไม่เก็บไว้ดูดึกๆรึไง”

“ไอ้เหี้ย ดึกๆก็แย่สิครับ ดูสว่างๆนี่แหละดีแล้ว”

“ฮ่าๆๆ ไอ้ปัญญาอ่อน ดูก็ได้แต่กูจะดูดึกๆนะ ไม่งั้นไม่ดู มันไม่ได้บรรยากาศ ไม่มืด ไม่หลอน ไม่ดู ตอนนี้หาอะไรอย่างอื่นดูกันไปก่อนเหอะ” ผมเห็นมันมองมาที่ผมทำตาเขียวใส่ “อะไร มีปัญหารึไง ก็ดูกะกูไงจะไปกลัวอะไรเล่า แถมนี่มันไม่ใช่หนังผีสักหน่อยน่า”

“เออๆ ก็ได้ แต่ถ้ามีไรขึ้นมามึงรับผิดชอบเลยนะ”

“มีอะไรของมึงนี่มันหมายถึงมีอะไรวะ”

“ไม่รู้ไม่ชี้โว้ย งั้นมึงจะดูอะไร มาเลือกนี้มา กูมีหนังใหม่ที่ยังไม่ได้ดูอยู่สองสามเรื่อง”

ผมลุกขึ้นไปเลือกดีวีดีที่อยากดู แล้วเราก็เกิดการโต้คารมเรื่องหนังที่จะดูกันเล็กน้อย แต่สุดท้าย เรื่องที่พวกเราตัดสินใจจะดูกันก็คือเรื่อง วานิลลา สกาย ที่มี ทอม ครูซ เป็นพระเอก ซึ่งจริงๆแล้วเรื่องนี้ไม่ใช่หนังใหม่เลยจริงๆ แต่ก็เป็นหนังที่ทั้งผมและมันต่างก็ยังไม่เคยดู เราจึงตัดสินใจเปิดหนังเรื่องนี้ดูกัน

เชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ ถึงแม้ตัวหนังจะเป็นเนื้อหาในแนวที่ผมไม่คิดเลยว่าไอ้ซันมันจะชอบดู แต่ผมกลับเห็นมันนั่งดูนิ่ง เงียบ และดูจะตั้งอกตั้งใจดูกว่าทุกครั้งเลยด้วย เรื่องราวดราม่าเข้มข้นที่เกี่ยวกับชีวิต ความรัก และยังแฝงปรัชญาไว้ให้ได้คิดเนี่ยนะที่คนอย่างไอ้ซันตั้งใจดู

อืมมม มันก็คงโตขึ้นแล้วจริงๆนั่นแหละ

แต่คิดอีกที จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียว เพราะมันเองบางทีก็เป็นคนเงียบๆ ที่เก็บความรู้สึกได้เก่งกว่าผมมาแต่ไหนแต่ไรแล้วเหมือนกัน

เข้าใจยากจริงๆ ฟ้าคราม............

ท้องฟ้าที่ปั่นป่วน เปลี่ยนสีทุกครั้งตามกาลเวลาและสภาพของภูมิอากาศ ไม่ต่างอะไรกับบุคลิกของมันที่ยากจะคาดเดาได้เลยจริงๆ ไม่ว่ากี่ครั้งที่ผมคิดถึงเรื่องนี้ผมก็ต้องยอมรับเลยว่า มันนี่แหละ เหมาะที่จะเป็น “ท้องฟ้า” จริงๆ

ท้องฟ้าครามผู้ยิ่งใหญ่และมีพลังอำนาจมากพอที่จะปกครองหมู่เมฆที่รายล้อมอยู่รอบกาย

ผมมองหน้าของมันแล้วเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจจนมันเหลือบมาสังเกตเห็น ผมรีบหลบสายตาและหัวเราะกลบเกลื่อน และมันก็หัวเราะหึๆไปกับผมด้วย

ช่วงเวลาดีๆที่ผมอยากจะหยุดมันลงอีกสักครั้ง............

อยากจะเก็บความรู้สึกอบอุ่นนี้ไว้ให้คงอยู่ในใจของผมได้ตลอดไป.....................

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-10-2007 16:08:39 โดย ExecutioneR »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด