การเดินทางของศิลากับฟ้าคราม : เส้นทางสุดท้าย (.....สู่บทสรุป)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: การเดินทางของศิลากับฟ้าคราม : เส้นทางสุดท้าย (.....สู่บทสรุป)  (อ่าน 207660 ครั้ง)

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
อืม ถึงไม่มีอะไรให้ลุ้น แต่ก็อบอุ่นใจดีเนอะ   :m1:  :m1:  :m1:

ตามมาดู

  • บุคคลทั่วไป
เฮ่อๆๆ รวดเดียง 3 ภาค... ขอต่ออีกนิดนะค้าบ...

Jingjoh

  • บุคคลทั่วไป
แค่นี้ก็รู้สึกดีแล้วหล่ะ
 :m1:

ออฟไลน์ ExecutioneR

  • จุ๊บ จู๊บบบบบ ~~ ♥
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1707/-40
    • FB Page
อืม ถึงไม่มีอะไรให้ลุ้น แต่ก็อบอุ่นใจดีเนอะ   :m1:  :m1:  :m1:

ดูท่าจะลุ้นอยากให้ x จังเลยนะคับเนี่ย  :o8:



ออฟไลน์ ExecutioneR

  • จุ๊บ จู๊บบบบบ ~~ ♥
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1707/-40
    • FB Page
ตอนที่ 4


คืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่อากาศหนาว บรรยากาศนอกบ้านก็อึมครึมไม่ค่อยชวนให้รู้สึกสบายใจเท่าไหร่นัก ถึงจะเพิ่งหัวค่ำแต่อากาศกลับเย็นยะเยือก ลมพัดแรง แถมท้องฟ้าก็ดูมืดครึ้มกว่าปกติอีกต่างหาก

“กูว่ามึงโทรหาคุณลุงกับคุณป้าดูหน่อยดีกว่าว่ะ อากาศข้างนอกดูแปลกๆนะกูว่า” ผมหันมาบอกไอ้ซันหลังจากปิดหน้าต่างบานสุดท้ายลง

“อืม กูโทรไปแล้ว เพิ่งวางเมื่อกี๊นี้เอง” ไอ้แสบตอบ

“อ้าว ตอนไหนวะ กูไม่เห็นรู้เลย” ผมเดินถูแขนมานั่งอยู่ข้างๆเตาผิง “หนาวว่ะ กูล่ะไม่ชอบอากาศแบบนี้เลยจริงๆ”

“กูโทรไปตั้งแต่ตอนล้างจานเสร็จแล้ว” ไอ้ซันโยนผ้าห่มบนโซฟาข้ามมาให้ผม หลังจากที่เราดูหนังเรื่องแรกเสร็จ ผมก็จัดการทำอาหารง่ายๆกินกันกับไอ้ซันอีกรอบเป็นการคั่นเวลาช่วงของการดูหนังและทำให้เราได้คุยกันเรื่องหนังที่เพิ่งดูจบไปด้วย เราสองคนวิจารณ์หนังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างสนุกสนานแถมไอ้ซันยังมาเป็นลูกมือช่วยผมทำอาหารอีกต่างหาก หลังจากกินเสร็จก็เป็นหน้าที่ของไอ้ซันที่ต้องเก็บล้าง ส่วนผมก็ออกไปเก็บกวาด เก็บของนอกบ้านและปิดประตูลงกลอนหน้าต่างทั้งหมดของบ้านให้เรียบร้อย

“จริงดิ่ แล้วว่าไงบ้างล่ะ” ผมเดินไปนั่งชันเข่าอยู่บนโซฟาแล้วเอาผ้าห่มห่อตัวไว้

“ก็ไม่ว่าไงหรอก แต่พรุ่งนี้ป้าเค้าจะมากับพ่อแม่กูด้วย สายๆคงมาถึงนั่นและอีกอย่างคือ พรุ่งนี้กูไม่มีเรียนด้วยไง ป้าเค้าก็เลยอยากมาเยี่ยมน่ะ”

“มาเยี่ยมทั้งๆที่ขาเจ็บเนี่ยนะ”

“เท้า ไม่ใช่ขา” ไอ้ซันแก้ “แต่ก็ อืมใช่ ก็แม่กูเค้าว่างั้นนะ” ไอ้ซันเอนตัวลงนอนแล้วก็หันมาสั่งผม “พร้อมยัง กูไปหยิบขนมน้ำท่ามาเตรียมแล้วนะ มึงลุกไปเปิดหนังดูดิ่”

“กูเพิ่งจะได้นั่งเองนะ” ผมท้วง

“แล้วไง” มันชี้นิ้วไปที่ทีวี

“ครับๆ คุณชาย” ผมสะบัดผ้าห่มทิ้งแล้วลุกขึ้นไปสอดแผ่นดีวีดีเข้าไปในเครื่อง ไม่วายที่จะมีเสียงไอ้ซันดังขึ้นทางด้านหลังว่า “ดีมาก ว่าง่ายๆ ดีมากๆ”

ผมเดินกลับไปซุกตัวนั่งชันเข่าอยู่ในผ้าห่มท่าเดิม และพอหนังเริ่มไปได้สักสิบนาทีก็เริ่มมีฉากหวิวชนิดที่ว่าไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหนังเรื่องนี้ถึงได้ติดเรทนักและทำไมถึงไม่ได้เข้าฉายที่ไทย

“ไอ้เหี้ยยย นี่มันไม่เซ็นเซอร์หน่อยเหรอวะ” ไอ้ซันอุทานขึ้นเมื่อเห็นฉากผู้หญิงที่เปลือยทั้งตัวกำลังมีเซ็กส์อยู่กับผู้ชาย

“กูก็ถึงว่าเพื่อนกูมันถึงบอกถ้าคิดจะดูให้ไปหาแบบที่ไม่ตัดไม่เซ็นเซอร์มาดู”

“กูนึกว่ามันเพราะหนังมันจะออกแนวโหด วิตถาร เลือดสาดจออะไรแบบนี้ซะอีก นี่มันหนังโป๊ป่าววะ”

“ก็นั่นแหละ คงต้องรอดูกันต่อไปว่ะ ว่ามันจะโหดจริงรึเปล่า”

เราสองคนก็นั่งดูหนังกันไป กินขนมกันไปเรื่อยๆ แต่อีกไม่ถึงสิบนาทีไอ้ซันก็เริ่มบ่นขึ้นมาอีกครั้ง

“กูหนาวนะเนี่ย มึงไปเอาผ้าห่มมาให้กูอีกผืนเลย”

“เอ๊า เรื่องอะไรวะ มึงหนาวมึงก็ไปเอาเองดิ่”

“ก็นั่นน่ะผ้ากู” มันชี้มาที่ผ้าที่ผมกำลังใช้คลุมตัวอยู่ “มึงขึ้นห้องไปหยิบของมึงมาเองเลย”

“ไม่อาว กูก็ขี้เกียจเดิน วันนี้กูทำกับข้าวให้มึงกินตั้งสองหนแล้วนะ ถือว่าแลกเปลี่ยนกันไง” ผมหัวเราะในลำคอ

“ไม่ต้องมาหัวเราะ ถ้ามึงไม่อยากไปหยิบผ้าผืนใหม่มาเองล่ะก็ มานี่เลย” ไอ้ซันชันตัวขึ้นเป็นท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนและกวักมือเรียกผมหย็อยๆ

“อะไร” ผมถาม ทั้งๆที่ก็คิดว่ารู้ดีอยู่แล้วว่ามันหมายถึงอะไร

“มานั่งกับกูนี่ ผ้าผืนเบ้อเร่อ โซฟาก็ออกใหญ่ มึงมานั่งดูกับกูเลย”

“อารายของมึงงง อย่าบอกนะว่าเริ่มกลัวแล้วน่ะ”

“จะบ้าเหรอไง กูหนาวต่างหาก แถมหนังเพิ่งเริ่มได้ยังไม่ครึ่งชั่วโมง กูเห็นแต่นมกับหอยยังไม่เห็นจะมีเหี้ยอะไรให้น่ากลัวสักนิด”

“พูดเหมือนอยากเจอฉากหลอนๆไวๆนะมึงเนี่ย”

“แน่นอนอ่ะ กูออกจะแมนขนาดนี้ แค่นี้ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว พอๆ ไม่ต้องมาหัวเราะไม่ต้องมายิ้ม รีบๆเดินมาได้แล้ว กูพลาดหนังไปเยอะแล้วนะ”

ซึ่งก็จริงอย่างที่มันพูด ถึงเราจะเสียเวลาคุยกันไปแค่สองสามนาที แต่ด้วยความที่เป็นหนังที่ไม่มีซาวด์แทร็ค ไม่มีซับไตเติ้ลภาษาไทย เราจึงต้องใช้ความพยายามในการดูมากกว่าปกติหน่อย จนถ้าพลาดไปแค่ห้านาทีก็เหมือนจะทำให้ดูส่วนที่เหลือไม่รู้เรื่องแล้วว่าทำไมมันอยู่ดีๆถึงโผล่มาฉากนี้ได้ และอย่างเช่นทำไมตอนนี้ถึงได้มีผู้หญิงและผู้ชายแก้ผ้าเดินกันให้เต็มจอไปหมด

เป็นหนังที่เหมาะกับการดูพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัวจริงๆ เสียดายแค่พ่อกับแม่ของไอ้ซันไม่อยู่ดูด้วย

“โหยยย พลาดเลยๆเนี่ย นมทั้งนั้น มัวแต่คุยกับมึงเนี่ย ไอ้ตัวดีเอ๊ยยย” ไอ้ซันกดปุ่มย้อนหลังไปถึงฉากสุดท้ายตอนที่มันพูดว่ามันหนาวแล้วก็กดปุ่มพอสไว้ ผมเองก็ไม่อยากจะเถียงกับมันแล้วด้วย เลยลุกเดินไปเบียดตัวนั่งอยู่ข้างๆมัน

“ดีมาก ว่าง่ายๆ” ไอ้ซันเขยิบตัวให้ผมได้มีที่กว้างขึ้นอีกหน่อยแล้วก็ดึงผ้าห่มไปเกินกว่าครึ่งจากนั้นก็ล้มตัวลงนอนสบายอารมณ์ทันที

“เออ ดีเนอะ พอได้ไอ้ที่อยากได้ปุ๊บก็ไม่มีแคร์กูเลย” ผมทิ้งตัวลงนอนข้างๆมัน และเอื้อมมือไปหยิบรีโมทที่วางอยู่บนโต๊ะมากดปุ่มเพลย์อีกครั้ง และก็เป็นอย่างที่คิด อีกไม่ถึงห้านาทีถัดมาก็เป็นฉากสุดหวิวที่ไอ้ซันอยากดูนักดูหนาอีกครั้ง

“มึงว่าคนไหนพระเอกวะ” ไอ้ซันถามผม

“คนผมดำน่ะ”

“เหรอ อืม หล่อดี ดูดีกว่าอีกคนเยอะว่ะกูว่า”

“ช่ายยย” ผมพยักหน้าเบาๆ

ในที่สุดหนังก็ดำเนินเรื่องผ่านพ้นฉากสุดหวามจนเริ่มเปลี่ยนจากนมล้นจอเป็นเลือดท่วมจอได้สักที สำหรับผม เองผมรู้สึกเฉยๆนะ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเป็นคนจิตแข็งอยู่แล้วด้วยรึเปล่า เมื่อเห็นฉากเลื่อย เฉาะ ชำแหละอวัยวะอะไรแบบนี้ผมก็ไม่ได้รู้สึกพะอืดพะอมอะไรนัก ก็แค่ดูไปเรื่อยๆลุ้นตามหนังไปเรื่อย ดูว่าหนังมันจะพาเราไปในทิศทางไหน แต่ไอ้ซันกลับดูมีอาการขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด มันจะแอบทำหน้าพะอืดพะอมเล็กน้อยเป็นพักๆแบบคนไว้ท่า และชอบพูดว่า “แม่ง ทำไมทำเหมือนจริงจังวะ” อยู่เรื่อยๆ

“มึงไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอวะ” ไอ้ซันถามผมตอนถึงฉากที่พระเอกโดนจับมัด

“ก็ไม่นะ”

“ก็งี้แหละ ไอ้พวกไร้ความรู้สึกละเอียดอ่อน” มันทำเสียงเหมือนประชด ผมเลยดีดหูมันไปเบาๆหนึ่งที

“ครับ พ่อคนจิตใจละเอียดอ่อน แต่ว่ากูว่านะ.......”

“ว่าอะไร”

“อาจจะเป็นเพราะ........” ผมนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ในอดีต “เพราะกูเคยเห็นคนบางคนเลือดท่วมตัวมาต่อหน้าต่อตาแล้วก็ได้มั๊ง แถมไม่ใช่แค่เห็น แต่ยังเอาตัวไปคลุกกับกองเลือดนั้นมาด้วยอีกต่างหากน่ะสิ”

เมื่อผมพูดจบก็เกิดความเงียบขึ้นระหว่างเราสองคนขึ้นทันที ผมไม่รู้ว่าไอ้ซันมันกำลังคิดอะไรอยู่ แต่สิ่งที่ผมคิดอยู่ก็คือผมไม่น่าพูดเรื่องอุบัติเหตุครั้งนั้นขึ้นมาเลย แต่ไหนๆก็พูดไปแล้วมันก็ทำให้ผมคิดขึ้นมาได้ว่าทำไมผมถึงได้รับความรักจากพ่อแม่ของไอ้ซันมากขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะครั้งนั้นผมเป็นคนช่วยชีวิตลูกชายของเขาเอาไว้ ทว่าผมเองกลับไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งที่ผมทำลงไปนั้นจะเป็นบุญคุณอะไรกับท่านทั้งสอง นอกจากนั้นยังทำให้ผมได้คิดถึงเวลาที่ผมเกือบจะสูญเสียไอ้ซันไป ช่วงเวลาที่ผมเคยสูญเสียมันไปแล้ว และนึกถึงตอนที่ผมได้ฟังทุกอย่างจากปากของพ่อตอนที่ผมเพิ่งฟื้นอีกด้วย

ทำไมวันนี้ผมถึงได้มีเรื่องให้คิดถึงอดีตเยอะนักนะ ผมกำหมัดของตัวเองแน่น พยายามข่มใจให้เลิกคิด แต่แล้วผมก็ต้องตกใจเมื่อรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นและความแข็งแรงจากมือของมันที่กำลังกุมอยู่ที่มือของผมภายใต้ผ้าห่ม ไอ้ซันกำลังกุมมือของผมอยู่และค่อยๆแกะมือที่กำหมัดแน่นของผมออกอย่างเบามือ ผมหันไปมองหน้าของมันด้วยความตกใจและก็พบกับสายตาของมันที่กำลังจ้องมองผมอยู่ก่อนแล้ว

“กูขอบใจมึงมากนะ เมฆ”

ผมคิดว่ามันคงหมายถึงเรื่องที่ผมช่วยชีวิตมันไว้ในครั้งนั้น ผมเองได้แต่พยักหน้าเบาๆ และขยับมือที่กำลังถูกกุมอยู่ในผ้าห่มอย่างอึดอัดใจ ไม่ใช่ไม่ชอบสิ่งที่มันกำลังทำอยู่ แต่เป็นเพราะรู้สึกแปลกใจต่างหาก ไอ้ซันคงรู้สึกได้ว่าผมขยับมือและอาจจะคิดว่าผมขยับมือหนีมันมันจึงรีบชักมือกลับทันที...........

“กูหนาวน่ะ จับต่อเถอะ” ผมพูด

คราวนี้ผมเป็นฝ่ายเอื้อมมือไปจับมือของมันเองบ้างแล้ว ผมรู้สึกได้ถึงใบหน้าของตัวเองที่ร้อนผ่าว และอุณหภูมิของห้องที่จู่ๆก็สูงขึ้นอย่างไม่ได้คาดคิด ไอ้ซันเองก็มีท่าทางเขินอายอยู่ไม่น้อยเหมือนกันแต่สุดท้ายมันก็กุมมือของผมไว้เหมือนเดิม

ตัวหนังก็ยังดำเนินเรื่องต่อไปจนถึงช่วงไคลแม็กซ์ ผมกับไอ้ซันพูดคุยวิจารณ์หนังกันมากกว่าปกติเพื่อที่จะปกปิดความเขินอายในสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่และสิ่งที่ผมกับมันกำลังทำอยู่ และสุดท้ายเมื่อเราทั้งคู่รู้สึกว่าเหงื่อในมือเริ่มไหลออกมา เราก็ค่อยๆคลายมือออกจากกันโดยอัตโนมัติโดยที่ไม่ได้มีใครทำท่าหรือพูดอะไรที่ผิดปกติเลย

ราวกับว่าเมื่อสิบนาทีก่อนนั้นไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นแม้แต่น้อย........................

.
.
.

ถึงแม้ภายนอกบ้านหลังนี้จะมืดครึ้มและหนาวเหน็บ แต่ว่าตอนนี้ในห้องนั่งเล่นห้องนี้กลับอบอวลและส่องสว่างไปด้วยความอบอุ่นจากแสงแดดอันอบอุ่นของดวงอาทิตย์ดวงเดิมที่ผมเคยได้สัมผัสและเคยวิ่งไล่ตามปรารถนาจะได้มาไว้ในครอบครองตั้งไหนแต่ไร และตอนนี้ผมมีโอกาสได้กุมพระอาทิตย์ดวงนั้นไว้ในมือของผมแล้ว...........................


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-10-2007 16:09:24 โดย ExecutioneR »

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
ตอนนี้ผมมีโอกาสได้กุมพระอาทิตย์ดวงนั้นไว้ในมือของผมแล้ว..  :m13:  :m13:

ออฟไลน์ Junrai_Hyper™

  • พูห์น้อยกลอยใจ
  • Global Moderator
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4842
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +777/-50
อบอุ่นจังเลยครับ

เป็นกำลังใจให้ครับ

 o13

ออฟไลน์ ที่ปรึกษาไอทีขั้นต้น

  • Administrator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6865
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1320/-22
จับมือกัวแว้ว
 :m11: :m11: :m11:

Jingjoh

  • บุคคลทั่วไป
อิ่มอุ่น
 :m1:

ออฟไลน์ ronger

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 599
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
อ่านแล้วอบอุ่นๆ :-[
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-08-2007 17:39:57 โดย ronger »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






gobgab

  • บุคคลทั่วไป
ตอนนี้ผมมีโอกาสได้กุมพระอาทิตย์ดวงนั้นไว้ในมือของผมแล้ว...........................

.............กุมไว้ได้......แต่อยู่ที่ว่าจะกุมไว้ได้นานแค่ไหน.......... :undecided: :undecided:

KevinKung

  • บุคคลทั่วไป
ลืม สองภาคแรกไปแว้ว เด๋วย้อนกลับไปอ่านก่อนนะแฮะ ๆ  :m7:

tonsai_2520

  • บุคคลทั่วไป
อืม

ไอ้ซัน . . .กวน ๆ  ดี  ไอ้เมฆก็ใช่ย่อย

รวมความแล้ว .  . .  น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก


ปล. แอบมาอ่าน  งานเยอะโครต ๆๆ   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-07-2007 01:54:49 โดย ต้นสาย »

sun

  • บุคคลทั่วไป
^
^
^
(ชี้ๆ  ข้างบน...แอบมาอ่านได้ ...แล้วแอบต่อเรื่อง ก้อคงจะได้ เหมือนกัน ใช่ป่ะ   อิอิ)   
   o3
 o13    สู้ๆ ฮับ
------------------------------------- :>

กุมมือกันแย้ว.....อบอุ่นไปถึงข้างในเลยใช่ม๊า ....    :m4:
ความอบอุ่นที่เกาะกุม แปลเปลี่ยนเป็นเหงื่อได้..  สงสัย...จะอุ่นจนร้อน       :m3:

 :confuse:     แต่เอ?.. คิดอีกที  กุมพระอาทิตย์ดวงนั้นไว้ในมือ ได้แย้ว
...มันเหมือนกุม ของร้อนไว้ในมือป่ะ ...เพราะฟ้าคราม อารมณ์ปรวนแปรเหลือเกิน เนอะ

แต่ตอนนี้ น่าร๊ากกกกฉุดๆ   :m1: :m1: :m1:

kissazazel

  • บุคคลทั่วไป
โฮกกกก เพิ่งจะรู้ว่าเป็นเรื่องที่ต่อมาจากเรื่องที่ชอบมากๆๆ 

ภาษาที่เขียนนุ่มนวลมากๆๆ อ่านแล้วอินเลย

ภาคแรกอ่านแล้วร้องไห้มาแล้ว :m15:

ภาคนี้อย่าทำให้ร้องไห้อีกนะครับ  :o11:

ออฟไลน์ ExecutioneR

  • จุ๊บ จู๊บบบบบ ~~ ♥
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1707/-40
    • FB Page
ก่อนจะลงตอนต่อไปผมมีของแถทท่มาฝากครับ
สำหรับเป็นตัวช่วยประกอบการอ่านตอนต่อไปเพื่อให้รู้ว่าบรรยากาศระหว่างสองคนนี้เขาเป็นยังไงกัน

ไม่จำเป็นต้องโหลดนะครับ ถ้าไม่อยาก เพราะมันสามารถกดฟังเฉยๆได้

i don't want to say goodbye

suicide is painless

thank god i found you

.
.
.



ออฟไลน์ Junrai_Hyper™

  • พูห์น้อยกลอยใจ
  • Global Moderator
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4842
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +777/-50
นึกว่ามาต่อซะอีก

เป็นกำลังใจให้ครับ

 :yeb:

gobgab

  • บุคคลทั่วไป
...........ขอบคุณคับ.......... o14 o15

...........เพลงเพราะมักๆ......... :m9: :m9:

ออฟไลน์ ExecutioneR

  • จุ๊บ จู๊บบบบบ ~~ ♥
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1707/-40
    • FB Page
ตอนที่ 5


ผมยืนมองที่ฝ่ามือของตัวเองและยังรู้สึกไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นระหว่างผมกับไอ้ซันเลย ผมปล่อยให้น้ำอุ่นชำระล้างร่างกายและปล่อยให้ความคิดอะไรหลายๆอย่างไหลไปพร้อมกับสายน้ำและฟองสบู่ที่ไหลผ่านตัวของผมไป เมื่อผมเดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพที่ใส่กางเกงตัวเดียวและกำลังเอาผ้าเช็ดตัวเช็ดหัวให้แห้งอยู่นั้น ไอ้ซันเองก็กำลังจะเดินมาอาบน้ำพอดีเช่นกัน ผมเดินผ่านเลยมันไปโดยที่ไม่ได้พูดอะไร แต่มันกลับเอามือมาดึงผ้าเช็ดตัวหลุดจากมือของผมไป

“เฮ้ย ทำอะไรวะ” ผมหันไปจะแย่งผ้าเช็ดตัวกลับจากมือของมัน แต่มันกลับชักมือหนี ไอ้ซันยิ้มและเดินตรงเข้ามาหาผม ผมจึงฉวยโอกาสนั้นรีบคว้าผ้าเช็ดตัวคืนจากมือของมันทันทีก่อนที่มันจะแกล้งอะไรพิเรนทร์ๆกับผมอีก แต่ว่าไอ้ซันกลับทำในสิ่งที่ผมไม่ได้คาดคิด นั่นคือมันเอามือมาขยี้ที่หัวผมเบาๆสองสามทีจากนั้นก็เดินเข้าห้องน้ำไป ทิ้งให้ผมต้องยืนงงอยู่แบบนั้นว่ามันทำไปเพื่ออะไร

นี่มันจะทำให้ผมรู้สึกดีเกินไปแล้ว...............

ผมกลับขึ้นมาบนห้อง เช็ดหัวเช็ดตัวจนแห้งและใส่เสื้อผ้าแต่งตัวเรียบร้อยแล้วจึงเปิดแล็ปท็อปขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ผมไม่ได้เปิดเพื่อจะเล่นอินเตอร์เน็ต แต่ผมเปิดเพื่อจะฟังเพลงต่างหาก เมื่อเสียงเพลงเริ่มดังขึ้นผมก็เดินไปที่ตู้หนังสือและหยิบหนังสือที่ผมอ่านค้างไว้มานอนอ่านเล่นอยู่บนเตียง เพลงแรกที่ดังขึ้นก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก แต่เพลงถัดมาดันเป็นเพลง ไอ ด๊อนท์ ว๊อนท์ ทู เซย์ กู๊ดบาย ของ เท็ดดี้ ธ็อมป์สัน ที่ทำเอาผมถึงกับต้องวางหนังสือที่เพิ่งจะถูกกางออกลงบนเตียงและอดไม่ได้ที่จะตั้งใจฟังและร้องคลอไปด้วยอย่างทุกครั้งที่ผมได้ยินเพลงนี้ ซึ่งก็ทำได้ยากเหลือเกิน เพราะว่าผมฟังเพลงนี้มานับล้านรอบแล้ว และโดยเฉพาะเมื่อตอนที่ผมออกจากโรงพยาบาลใหม่ๆ ผมมักจะร้องเพลงนี้ตามไปด้วยได้สบายๆ แต่ใจมันก็มักจะเผลอนึกไปถึงไอ้ซันทุกครั้งไป...... ครั้งนี้ก็เช่นกัน ผมอดไม่ได้ที่จะคิดถึงความรู้สึกของตอนที่รู้ว่ามันจากผมไปแล้วและนั่นก็ทำให้ผมต้องพลาดที่จะตั้งใจฟังเพลงเพื่อซึมทราบความไพเราะของเพลงนี้เข้าไปให้ถึงขั้วกระดูกกันเลยก็ว่าได้ เพราะผมชอบเพลงนี้จริงๆให้ตายเถอะ และไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนนี้ ผมก็ไม่อยากที่จะต้องบอกลากับมันอีกต่อไปแล้ว

ผมเดินไปกดปุ่มเพลย์เพื่อที่จะเล่นเพลงนี้ซ้ำอีกครั้ง และแค่อินโทรเพลงที่ดังขึ้นมาอีกรอบก็ทำให้ผมแทบจะน้ำตาคลอแล้ว จากนั้นก็เป็นเสียงของเท็ดดี้ที่สามารถแทงบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของคนฟังได้เลยจริงๆ

ฉันไม่อยากจะบอกคำว่าลาก่อน
ปล่อยให้ดวงดาวส่องแสงส่องลงมาเถอะ
ฉันไม่อยากจะเอ่ยคำว่าลาก่อน
สิ่งที่ฉันอยากทำคือการใช้ชีวิตอยู่กับเธอ.

เหมือนกับแสงสว่างของยามกลางวันเมื่อตอนที่ความมืดจากไปแล้ว
เงาของความรักของฉันทอดตัวลงในสถานที่ที่พระอาทิตย์สามารถส่องสว่างอยู่เสมอ
เธอไม่รู้หรอกหรือว่านั่นคือที่ๆเราควรได้อยู่ด้วยกัน

เพราะฉันไม่อยากจะบอกคำว่าลาก่อน
ปล่อยให้ดวงดาวส่องแสงส่องลงมาเถอะ
ฉันไม่อยากจะเอ่ยคำว่าลาก่อน
สิ่งที่ฉันอยากทำคือการใช้ชีวิตอยู่กับเธอ....................


ผมปล่อยให้อารมณ์และจิตใจล่องลอยไปกับเสียงเพลง พยายามที่จะไม่นึกถึงความสูญเสียและการจากลาในครั้งนั้น เมื่อเพลงจบผมก็ปล่อยให้โปรแกรมวินแอ็มป์สุ่มเล่นเพลงถัดไปขึ้นมาอีกและก็ตั้งใจอ่านหนังสือที่ผมหยิบมาอย่างจริงๆจังๆสักที เพลงหลายเพลงที่ดังผ่านหูผมไปแต่ก็ไม่ได้เข้าหัวไม่มีความหมายอะไรสักเท่าไหร่จนกระทั่งไอ้ซันมาเคาะที่ประตูห้องของผม

“ไอ้ตัวดี เปิดหน่อยดิ๊”

พอผมเปิดประตูห้อง มันก็แทรกตัวผ่านผมเดินเข้ามานอนลงบนเตียงและหยิบหนังสือที่ผมอ่านค้างไว้อยู่มาพลิกดู กลิ่นหอมจางๆจากโลชั่นทาผิวของมันลอยผ่านเข้าจมูกของผม

“อ่านหนังสืออยู่เหรอ”

“อืม อ่านไปด้วยฟังเพลงไปด้วยน่ะ”

“กูมากวนรึเปล่าเนี่ย”

“ทำไม ถ้ากูบอกว่ากวนมึงจะกลับไปห้องมึงมั๊ยล่ะ” พูดจบ ไอ้ซันก็ลุกตัวขึ้นนั่งและมองผมด้วยสายตาที่ทำให้ผมต้องรู้สึกผิดจนต้องรีบเอ่ยปากขอโทษ

“กูไม่ได้จะไล่มึง ขอโทษๆ แค่ล้อเล่นนะครับ” ผมเดินมานั่งอยู่ข้างๆมันและหยิบหนังสือเล่มนั้นให้พ้นทาง “ว่าแต่มีอะไรอ่ะ ยังไม่นอนเหรอ” ผมนอนคว่ำลงบนเตียงและเอาหนังสือมาเปิดผ่านๆเล่น หนังสือเล่มนี้ผมพยายามอ่านให้จบมานานกว่าสองสัปดาห์แล้ว แต่ทำยังไงผมก็อ่านให้จบไวๆเหมือนทุกครั้งไม่ได้สักที ไม่รู้ว่าเพราะอะไร

“อืมม นอนไม่ลง” มันพูดเสียงเซ็งๆ

“ทำไมวะ มีอะไรกวนใจหรือมีอะไรไม่สบายใจรึเปล่า”

“คือ........” มันทำท่าเหมือนไม่อยากจะบอก ผมเองก็รู้สึกติดใจมาตั้งแต่กลางวันแล้วว่าตกลงวันนี้มันเป็นอะไร มันมีอะไรไม่สบายใจจริงๆรึเปล่ากันแน่

“เฮ้ย มึงก็พูดๆออกมาเหอะน่า เป็นไรวะ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

“คือ.......... หนังมันติดตาว่ะ” ไอ้ซันก้มหน้าพูดทำท่าอายๆ จนผมต้องระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

“ขำอะไรนักหนาวะ ไอ้เหี้ยนี่” ไอ้ซันเอาหมอนมาปาใส่ผมแล้วก็โยนผ้าห่มมาคลุมหน้าผมไว้จนผมหายใจไม่ออก

“พอแล้วๆ กูขอโทษๆ หึๆๆ” ผมยังห้ามตัวเองไม่ให้หัวเราะไม่ได้

“ก็มึงอ่ะเสือกเอาหนังเหี้ยไรไม่รู้มาให้กูดูตอนก่อนนอน กูบอกแล้วๆว่าให้ดูตอนกลางวัน มึงก็เสือกบอกว่าดูตอนกลางคืนได้อารมณ์กว่า แล้วเป็นไงล่ะ”

“เออ กูผิดเลยนะที่กูไม่กลัวไม่หลอนเนี่ย”

“เออ ความผิดมึงหมดแหละ แล้วนี่ฟังเพลงเหี้ยอะไรเนี่ย ทำไมมันฟังดูหลอนจังวะ” ไอ้ซันโวย เพราะเพลงที่กำลังเล่นอยู่ตอนนี้คือเพลง ซุยซายด์ อีส เพนเลส หรือ “ฆ่าตัวตายนั้นไม่เจ็บปวด (หรอก)” ของ เลดี้ แอนด์ เบิร์ด แถมตอนจบของเพลงนี้ยังมีเนื้อหาในแนวเชิญชวนให้คนฟังมาฆ่าตัวตายก็ได้นะถ้าคุณอยากทำอีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ไอ้ซันมันจะบอกว่าทำไมเพลงนี้มัน “ฟังดู” หลอนๆน่ะ

“เออ เดี๋ยวกูเปลี่ยนให้” ผมลุกขึ้นจากเตียงไปกดปุ่มฟอร์เวิร์ด และเพลงที่ถูกสุ่มเล่นเป็นเพลงถัดไปคือเพลง แธ๊งค์ ก็อด ไอ ฟาวด์ ยู เวอร์ชั่นของ ไนน์ตี้เอ็ท ดีกรีส์ ที่ร้องคู่กับ มารายห์ แครีย์

ช่างบังเอิญได้เหมาะเจาะจริงๆ

ผมหมุนเก้าอี้คอมหันมาหาไอ้ซัน ความเงียบปกคลุมระหว่างเราสองคนอีกครั้ง มีเพียงเสียงของเจ๊มารายห์คลอไปด้วยเสียงของหนุ่มๆจากวงบอยแบนด์ดังออกมาจากลำโพงทางด้านหลังของผม

ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้ฉันได้เจอเธอ
ฉันเคยสูญเสียทุกอย่างไปเมื่อไม่มีเธอ
ด้วยเหตุใดก็ตาม ความฝันและความหวังทุกอย่างของฉันพลันกลายเป็นจริงขึ้นมา
เมื่อเธอนำพาแสงสว่างมาเติมเต็มให้แก่ชีวิตของฉัน
ฉันตื้นตันไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ
เพราะฉันรู้สึกขอบคุณจากใจจริงที่ได้พบเจอเธอ



ถ้าเป็นปกติผมก็คงจะเปลี่ยนทิ้งไปฟังเพลงแนวอื่นแล้วหรอกนะ แต่ ณ ช่วงเวลานี้ผมรู้สึกว่าเพลงนี้นี่แหละ คือเพลงที่ผมอยากให้มันได้ฟัง......... และหวังว่ามันจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของผมเช่นกัน

“กูชอบนะ เพลงนี้น่ะ” มันพูดขึ้น

“หืม มึงรู้จักด้วยเหรอ” ผมแปลกใจกับคำพูดของมัน ไม่ใช่แปลกใจที่ว่ามันรู้จักเพลงนี้ด้วยเหรออย่างที่ผมถามกลับไปหรอก แต่ผมคิดไปถึงในความหมายอื่นเสียมากกว่า..................

“รู้สิ ก็มึงก็เคยไรท์เพลงนี้ใส่ซีดีให้กูหนนึง”

“นั่นสินะ” จริงๆแล้วทำไมผมจะจำไม่ได้ ผมจำได้แทบทุกอย่างที่ผมกับมันเคยทำด้วยกันมา ทุกๆสิ่งที่ผมเคยทำให้มันนั่นแหละ แต่ว่ามันนั่นแหละที่จะจำได้มากน้อยขนาดไหน

“แล้วมึงรู้ความหมายของเพลงรึเปล่า” ผมถาม และลุกไปนั่งอยู่บนเตียงข้างๆกับมัน ไอ้ซันมองหน้าผมเป็นเชิงตำหนิ

“นี่ กูเรียนอยู่ที่อังกฤษมาจะปีนึงแล้วนะครับไอ้คุณเมฆ ถึงจะไม่ได้ชอบเพลงสากลแต่ยังไงๆมันก็ต้องได้ฟังอยู่ดีนั่นแหละครับ แถมไม่ได้ชอบไม่ได้หมายความว่ากูฟังไม่ออกนะ” มันทำเสียงประชด

“แหม กูล้อเล่นน่า กูก็แค่อยากถามเฉยๆ” ผมเริ่มรู้สึกว่าอากาศมันร้อนขึ้นมาอีกครั้ง และยังรู้สึกว่าลำคอเริ่มจะตีบตันและแห้งผากจนพูดจะไม่เป็นประโยคอยู่แล้ว

“ถามเฉยๆ หมายความว่าไงวะ....... ถามเพื่ออะไรล่ะ” ไอ้ซันถามกลับด้วยน้ำเสียงที่ฟังแล้วต้องบอกว่าทำให้ผมรู้สึกอยากจะบอกมันออกไปซะตั้งแต่ตอนนี้เหลือเกินว่า “กูรักมึง”

“เพื่อ.......... อยากรู้ไง ว่ามึงเข้าใจความหมายของเพลงจริงๆรึเปล่า” ผมพยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้ตะกุกตะกัก พยายามทำให้ฟังดูเหมือนการคุยแบบปกติเฉยๆที่สุด

“อื้ม...... รู้สิ” คราวนี้คำตอบและน้ำเสียงของมันทำให้ผมอยากจะบอกมันออกไปอีกว่า “นอกจากกูรักมึงแล้วกูยังรักมึงมากโคตรๆด้วย”

เพลงกำลังจะจบลงแล้ว ถ้าผมคิดจะพูดผมก็ต้องพูดตอนนี้ เดี๋ยวนี้แล้ว

“ซัน.........” ผมหยุด พยายามกลืนน้ำลายลงคอไปอย่างยากลำบากราวกับกำลังกลืนก้อนกรวดทั้งก้อนยังไงยังงั้น
“กูมีเรื่องอยากจะบอกมึงว่ะ”

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-10-2007 16:10:25 โดย ExecutioneR »

kissazazel

  • บุคคลทั่วไป
ขอโทษนะคร้าบบบบ ไม่รู้ว่าคุณ ExecutioneR จะต่ออีกตอนรึป่าว :amen:
 
แบบว่ากลัวจะคั่นอะ แต่ก็เม้นท์ละ :try2:

เคยกลัวเหมือนกัน กลัวว่าถ้าบอกความรู้สึกออกไปเนี่ย อะไรต่างๆ มันก็คงไม่เหมือนเดิม :m15:

แต่น่ารักดีนะ ซันกับเมฆเนี่ย  :m1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






gobgab

  • บุคคลทั่วไป

...........บอกเลยคราบ...... :m13: :m13:

..........ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น.....อย่างน้อยก็ขอหั้ยเขาได้รับรู้บ้าง...... :impress: :impress:

ออฟไลน์ Junrai_Hyper™

  • พูห์น้อยกลอยใจ
  • Global Moderator
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4842
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +777/-50
อึดอัดแทน

 :serius2: :serius2: :serius2:

tonsai_2520

  • บุคคลทั่วไป


“แหม กูก็ล้อเล่นน่า กูก็แค่อยากถามเฉยๆ” ผมเริ่มรู้สึกว่าอากาศมันร้อนขึ้นมาอีกครั้ง และยังรู้สึกว่าลำคอเริ่มจะตีบตันและแห้งผากจนพูดจะไม่เป็นประโยคอยู่แล้ว

“ถามเฉยๆ หมายความว่าไงวะ....... ถามเพื่ออะไรล่ะ” ไอ้ซันถามกลับด้วยน้ำเสียงที่ฟังแล้วต้องบอกว่าทำให้ผมรู้สึกอยากจะบอกมันออกไปซะตั้งแต่ตอนนี้เหลือเกินว่า “กูรักมึง”

“เพื่อ.......... อยากรู้ไง ว่ามึงเข้าใจความหมายของเพลงจริงๆรึเปล่า” ผมพยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้ตะกุกตะกัก พยายามทำให้ฟังดูเหมือนการคุยแบบปกติเฉยๆที่สุด

“อื้ม...... รู้สิ” คราวนี้คำตอบและน้ำเสียงของมันทำให้ผมอยากจะบอกมันออกไปอีกว่า “นอกจากกูรักมึงแล้วกูยังรักมึงมากโคตรๆด้วย”

เพลงกำลังจะจบลงแล้ว ถ้าผมคิดจะพูดผมก็ต้องพูดตอนนี้ เดี๋ยวนี้แล้ว

“ซัน.........” ผมหยุด พยายามกลืนน้ำลายลงคอไปอย่างยากลำบากราวกับกำลังกลืนก้อนกรวดทั้งก้อนยังไงยังงั้น
“กูมีเรื่องอยากจะบอกมึงว่ะ”



"อะไร  มึงจะบอกอะไรกู" . . . . มันมองหน้าอีกฝ่ายนิ่ง

"ให้กูนอนกับมึงนะคืนนี้  กูอยากนอนกอดมึง" . . . .


เพี้ยง . . . แบบที่กูคิดเหอะ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-07-2007 23:04:39 โดย ต้นสาย »

ออฟไลน์ ที่ปรึกษาไอทีขั้นต้น

  • Administrator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6865
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1320/-22
รักอย่างที่เราสมควรจะรัก
มีกันแค่สองคน อย่าให้ต้องเลือกที่จะไม่ได้เจอะเจอกันอีกเลย
 :o7: :dont2: :o7:

ออฟไลน์ ExecutioneR

  • จุ๊บ จู๊บบบบบ ~~ ♥
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1707/-40
    • FB Page
แวะมาบอก (ทั้งๆที่ตากำว่าลังจะบอด) ว่า ตอนนี้ตาอักเสบ (อีกแล้ว) คับ
ปวดที่สุดในโลก T__T

อาจจะเข้ามาไม่ได้สักพักนะครับ รอดูอาการก่อน


ออฟไลน์ Junrai_Hyper™

  • พูห์น้อยกลอยใจ
  • Global Moderator
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4842
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +777/-50
สู้ๆ อย่าท้อนะครับ

เป็นกำลังใจให้เสมอ

 :yeb:

ออฟไลน์ มูมู่น้อย

  • Global Moderator
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2623
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +468/-12
ตาอักเสบ  เป็นอะไรอ่า หาหมอละยัง  ดูแลตัวเองนะ  :m1:
ที่จริงสารภาพว่าเรื่องนี้อ่านตอนแรก ยังไม่ได้อ่านต่อเลย  ไม่มีเวลา แงแง
แต่ยังไงเรื่องนี้ตามอ่านมาแต่ตอนสั้นนู้นแล้ว  ยังไงไม่พลาดแน่นอน 

เป็นกำลังใจให้แล้วกันจ้า  หายไวๆ น้า   :m4:  :m4:  :m4:

sun

  • บุคคลทั่วไป
:o8:   บอกไปเล้ยยยย.....  :give2:

เด๋วเพลงจบ จะอดบอกพอดี อิอิ   :m4:

 :teach:     ไม่แน่น๊า... อีกคน อาจจะรอ ให้อีกคน เอื้อนเอ่ย...อยู่ก้อด๊ะเนอะ   :m1: :m1: :m1:




ป๋อล๋อ*  ตาอักเสบ  แบบนี้... พักรักษา สายตาก่อนดีกว่านะคะ
ให้หายก่อน แล้วค่อยมาต่อก้อได้ค่า   o15
รักษาสุขภาพค่า     :impress:



ออฟไลน์ ที่ปรึกษาไอทีขั้นต้น

  • Administrator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6865
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1320/-22
พักผ่อนเยอะๆนะครับ
มีเพื่อนๆรออยู่เสมอครับ
 :m1: :m1: :m1:

Jingjoh

  • บุคคลทั่วไป
แวะมาบอก (ทั้งๆที่ตากำว่าลังจะบอด) ว่า ตอนนี้ตาอักเสบ (อีกแล้ว) คับ
ปวดที่สุดในโลก T__T

อาจจะเข้ามาไม่ได้สักพักนะครับ รอดูอาการก่อน


เป็นเหมือนกันเลยอ่ะคับ ตาข้างขวาบวม เหอๆ
แต่ขออ่านต่ออีกนิดนึงก่อนนะ อย่าเพ่งเป็นอะไรไปหล่ะ ตาจ๋า
 :m17:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด