Absolution Café : ร้านบำบัดรัก (SM) จบ
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Absolution Café : ร้านบำบัดรัก (SM) จบ  (อ่าน 282349 ครั้ง)

NUKWUN

  • บุคคลทั่วไป
อยากรู้อดีตของซากุระอ่ะ   :z3:

ออฟไลน์ jasmin

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1801
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +174/-1
อดกินแซนวิชใส้เรย์จิคุงเลย เย้ยย ไม่ใช่ อดอ่าน 3P เลย :laugh:
อายะคุงร้ายกาจอ่ะ ไล่เรย์จิ จะได้อยู่2 ต่อ 2 กับฮิโระคุง
ก็เข้าใจอ่านะว่าคิดถึงกัน
ชักอยากรู้อดีตของซากุระซะแล้ว
หรือว่าคนนี้จะเป็นคู่ที่แท้จริงของเรย์จิคุง  :-[

ออฟไลน์ Oo๐FosfoggY๐oO

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 442
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-0
โถน่าสงสารเรย์จิ  โดยขับไล่ทางอ้อม 555555

อยากรู้จังว่าอดีตของซากุระเป็นยังไง

pattybluet

  • บุคคลทั่วไป
เรื่องนี้สนุกมากเลยค่ะ ชอบวิธีการเล่าเรื่องมากเลยค่ะ
สลับช่วงเครียด กับช่วงน่ารักๆได้ลงตัวมาก
แล้วพาร์ทล่าสุดที่คู่หวานของราชินีเค้าลงตัวกันแล้ว
เรย์จิเลยกระเด็นออกนอกห้อง เพื่อมาเริ่มเรื่องใหม่กับซากุระรึป่าว
จริงๆแอบลุ้นเรย์จิกับซากุระคุงตั้งแต่แรกแล้วค่ะ  จะมีหวังมั้ยเนี่ย
เรย์จินี่น่ารักมากๆค่ะ ว่าแต่คุณพ่อเรย์จินี่ไม่ธรรมดาเลยนะ
เข้าไปมีส่วนร่วมกับเหล่าคนหน้าตาดีมีเบื้องหลังได้ไงเนี่ย
รอลุ้นต่อไปค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ

ออฟไลน์ ppm

  • รักเด็กจังเลย
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 235
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
    • ppmfic yboard
Absolution Café ตอนที่ 10/1 อัพ 21-3-10 จบในตอน
«ตอบ #94 เมื่อ21-03-2010 11:18:25 »

ตอนที่ 10 Trick OR Treat? : รักหรือลวง?

(ตอนที่ 10/1)

Rate: NC-17, SM, Rape, Twincest


ใกล้ค่ำแล้ว ภายในห้องส่วนตัวบนชั้นสองของคลับหรู แขกผู้มาเยือนกำลังนั่งเอกเขนกรอคอยบนโซฟานุ่ม ประตูเปิดออก ใบหน้าใสมีรอยยิ้มกว้าง เมื่อเห็นชายร่างสูงผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงเดินเข้ามาหา แล้วทรุดตัวนั่งด้านข้างอย่างคุ้นเคย

ร่างเล็กที่รออยู่ก่อนจ้องมองใบหน้าคร้ามแดดที่ดูแกร่งและสูงกว่าอีกครั้งชัด ๆ สีหน้าของคนผู้นั้นคล้ายยังอยู่ในห้วงความคิดบางอย่าง แต่แววตานั้นเป็นประกายกล้า แสดงให้เห็นได้ว่าเจ้าของดวงตานั้นตัดสินใจอะไรบางอย่างได้แล้ว แม้จะยังมีความลังเลอยู่บ้างเล็กน้อยก็ตาม

“เรียกชั้นมา คงจะมีงานสินะ” คนบนโซฟาถามเบา ๆ ดวงตากลมโตมองมาอย่างเป็นห่วง ด้วยความที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่จำความได้ ทำให้ไม่จำเป็นต้องถามให้มากความ เพราะรับรู้ความคิดกลัดกลุ้มจากอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดีจากแววตาคู่นั้น ไม่ว่าจะเก็บซ่อนอย่างไรก็ปิดไม่มิด

ใบหน้าใสที่ดูน่ารักราวเด็ก ๆ แม้ว่าวัยที่แท้จริงจะย่างเข้า 23 แล้วมองคู่สนทนาอย่างจริงจัง เขารู้ดี ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ คนผู้นี้ ย่อมไม่ให้เขาออกทำงานแน่ ๆ

คนถูกถามนิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจพูดขึ้น “ใช่ เป็นงานที่สำคัญมาก ฉันไม่ไว้ใจใคร…นอกจากนายคนเดียว” เขาตอบอย่างครุ่นคิด “แต่งานนี้ค่อนข้างอันตราย พวกมัน…ร้ายกาจกว่าที่ฉันคิดไว้มากนัก เราต้องเอาข้อมูลจากพวกมันให้ได้มากที่สุด และทำลายมันให้ได้ เพื่อการนี้ ฉันอยากให้นาย…เข้าไปใกล้ชิดกับคน ๆ หนึ่ง”

“หืม ใครกัน” คนบนโซฟาเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ ส่วนใหญ่งานของเขาคือการวางแผนกลยุทธ์ในที่ลับ มีเพียงไม่กี่ครั้งที่จะต้องลงมือเอง เพราะเขานั้นคือมันสมองชั้นเลิศขององค์กร รวมถึงเป็นคนสำคัญระดับสูงผู้อยู่ในเงามืดเสียด้วย น้อยคนนักแม้กระทั่งคนในองค์กร ที่จะรู้จักกับเขา

“ยามาโนะ เรอิจิ” ร่างสูงว่าพลางส่งรูปถ่ายให้ จากภาพเป็นชายหนุ่มผู้หนึ่ง ที่อายุมากกว่าเขา คงจะอายุราว ๆ 35 ปีได้ ใบหน้าในภาพถ่ายมียักคิ้วหลิ่วตาให้พร้อมชูสองนิ้วสบตากล้อง แม้เป็นภาพแอบถ่าย แสดงให้เห็นได้ว่า คนผู้นี้รู้ตัวดีว่าถูกถ่ายภาพ ใบหน้าขี้เล่นดูยิ้มแย้มแจ่มใสและเป็นมิตร  ที่ถ้าดูแค่ภายนอกแม้ไม่ได้พบตัวจริง ก็ยังดูท่าน่าคบหาเป็นเพื่อนด้วย แต่จากสภาพการณ์ที่เห็น คนผู้นี้คงจะเป็นคนที่คาดเดายากและจัดการลำบากเอาการ

"คน ๆ นี้ ทำงานให้กับองค์กรลับจากการรวมตัวกันหลายประเทศทั่วโลก เป็นองค์กรแปลกประหลาดที่ยังไม่รู้ที่มาที่ไป รวมถึงการดำเนินงาน แต่ที่แน่ ๆ …พวกนั้น...กำลังคิดต่อต้านพวกเราอยู่ และทำงานได้ลึกลับมาก ทั้งเงียบ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ คนของเราหายสาปสูญไปหลายคนแล้ว เพราะพวกนี้"

ดวงตาคมมองร่างบนโซฟาพลางพูดต่อไป "แต่สายของเรา ก็สามารถคนพบคน ๆ นี้ ว่าเป็นผู้หนึ่ง ที่อยู่ในตำแหน่งสูงพอสมควรในองค์กร หน้าที่ของนายคือตีสนิทเขา และสืบหาข้อมูลเอามาเพื่อเป็นกำลังให้กับทางเราให้ได้"

ร่างสูงถอนใจยาว "วันนี้…ที่ชั้นนัดนายมาที่นี่ ก็เพราะเขา...ชอบมาดื่มที่คลับนี้เป็นประจำตอนเย็น ๆ ไม่แน่ว่า…เขาอาจจะสืบรู้แล้วก็ได้ ว่าคลับแห่งนี้ เป็นของพวกเรา ที่สำคัญ…สายยังรายงานมาอีกว่า จุดอ่อนของคน ๆ นี้...คือความใจอ่อน ดังนั้น เราจะเริ่มแผนการกันวันนี้เลย"

สีหน้าของเขาจริงจังขึ้น เมื่อหันมาพูดกับอีกฝ่าย "เพื่อการนี้...ฉันอาจจะต้องรุนแรงกับนายสักหน่อย เพื่อให้เหยื่อตายใจ....นายจะว่าอะไรมั้ย"

คนคนโซฟานิ่งฟังอย่างเยือกเย็น ดวงตาคู่สวยสบตาคู่สนทนาจริงจัง เขารู้ดี ว่าเรื่องครั้งนี้ สำคัญมาก ไม่เช่นนั้นคนตรงหน้า คงหาคนอื่นให้ทำงานนี้แทนไปแล้ว

"ถ้าเพื่อนาย ต่อให้ต้องตาย ฉันก็จะทำ"

"ฉันเชื่อใจนายนะ ว่าจะไม่ทรยศต่อองค์กรเราอย่างแน่นอน" ชายหนุ่มพึมพำ ดวงตาคมเข้มมองกลับไปอย่างไม่มีความเคลือบแคลงสงสัยแม้แต่น้อย

"เราก็มีกันอยู่แค่สองคนเท่านั้น…พี่ชาย…ถ้าชั้นทรยศ...ฆ่าชั้น...ด้วยมือคู่นั้นของนายได้เลย แต่ตอนนี้..." มือเรียวโอบรอบคอแข็งแรงนั้น "ชั้นต้องการนายนะ…ถ้าจะต้องทำอะไรกับร่างกายนี้…ขอเป็นนายก็แล้วกัน รุนแรงกับชั้นสิ…มาโอะ"

"นายไม่เปลี่ยนใจแน่นะ" เขาถามซ้ำ อีกฝ่ายพยักหน้ารับ ใจที่สื่อถึงกันได้ ไม่จำเป็นต้องอธิบายเป็นคำพูดใด ๆ อีก

"ได้เลยที่รัก" ใบหน้าคมเข้มแย้มยิ้มรับ ประคองอีกฝ่ายไว้หลวม ๆ ก่อนก้มลงหา ปากนุ่มถูกประกบแนบแน่น ลิ้นชาญชำนาญแทรกเข้าหา ไล้เลียแล้วขบกัด สัมผัสได้ถึงเลือดอุ่น ๆ ที่ปลายลิ้น กลิ่นคาวเลือดกลับปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบขึ้นโดยไม่รู้ตัว ริมฝีปากแกร่งบดขยี้ซ้ำจนช้ำ หากอีกฝ่ายกลับตอบสนองด้วยความร้อนแรงกว่าเดิม

มือแข็งแรงกดร่างบอบบางนอนลงบนโซฟากว้างนั้น ยึดจับที่ปกเสื้อเชิร์ตของอีกฝ่าย แล้วฉีกกระชากจนกระดุมหลุดกระเด็นลงกับพื้น ผิวกายขาวนวลปรากฏเด่นชัด เรือนร่างเย้ายวนตรงหน้ายิ่งมองยิ่งเชิญชวน

ร่างสูงโน้มลงจนแทบจะแนบชิด สัมผัสเสียดสีแกมจั๊กจี้ลูบไล้แผ่วเบาก่อนจูบเน้นย้ำหนักหน่วงที่ซอกคอขาวแล้วกัดซ้ำ รอยจูบแดงจ้ำช้ำรอยฟันเด่นชัดตัดผิวผ่อง นิ้วกร้านนวดเฟ้นไล่เรื่อยไปยังส่วนอกแล้วดูดดึงรุนแรง ยอดอกตื่นตัวชูชันชวนบดขยี้ ฟันคมขบซ้ำไม่มีออมแรง

"อ๊า.." ร่างระหงหลุดเสียงครางสูง มือเรียวยึดเกาะคอหนาเกร็งเป็นพัก ๆ ตามแรงกระตุ้น ลมหายใจเริ่มหอบถี่เมื่อรู้สึกได้ถึงการปลุกเร้า ราวร่างบอบบางนั้นกำลังถูกขย้ำด้วยพยัคฆ์ร้ายที่บ้าคลั่ง

"แรงอีกสิ...ทำอีก...ไม่ต้องยั้ง" เสียงใสสั่งต่อ ไม่ได้ใส่ใจต่อการถูกกระทำสักเท่าใด...แน่นอน ถ้าทุกอย่าง ทำเพื่อคน ๆ นี้ เพื่อองค์กรที่พวกเขาร่วมกันก่อตั้งขึ้นมา และเพื่อ...ชีวิตอีกหลายชีวิต ที่ต้องพึ่งพาอาศัยพวกเขาอยู่ด้วย

มือนั้นเริ่มต้นดึงสิ่งกีดขวางในร่างนั้นออกไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวทั่วทั้งร่างก็เปลือยเปล่า ปลายนิ้วที่ลูบไล้เริ่มไล่ลงล่าง ก่อนจับเรียวขาบางแกมบังคับให้อ้าออก ทั้งบดขยี้บีบเค้นสะโพกกระชับจนแดงเป็นแนวตามรอยมือ

นิ้วแกร่งกวาดไล้เข้าไปในโพรงปากอุ่น รู้สึกได้ถึงแรงดูดเบา ๆ ปลายลิ้นสีสวยตวัดเลียจนชุ่มก่อนที่อีกฝ่ายจะดึงออก นิ้วนั้นขยับมาสัมผัสที่ร่องก้นแล้วบังคับแทรกเข้าทางคับแคบแบบดึงดันโดยไม่มีหล่อลื่นใด ๆ เพิ่มเติมอีก

"เจ็บหน่อยนะ" ร่างสูงพึมพำ แม้เป็นคนลงมือ แต่กลับแทบเจ็บตามไปด้วย ดวงตาเคร่งเครียดสบตาหวาน ที่ยังคงส่งยิ้มปลอบใจมาให้

"ทำต่อไปเถอะ...จำไว้ ยิ่งรุนแรงมากเท่าไหร่...ชั้นจะยิ่งปลอดภัย...มากเท่านั้น" ร่างบอบบางกระซิบต่อด้วยน้ำเสียงเย้ายวน หากเป็นคนผู้นี้ ต่อให้เจ็บสักแค่ไหน เขาก็ทนได้

คนด้านล่างสะท้านเฮือกเจ็บแปลบจนน้ำตาเล็ด เสียงกรีดร้องดังขึ้นอีกพร้อมกับร่างกายที่เกร็งแน่น ร่างสูงด้านบนดึงผมสีเข้มแกมบังคับให้เงยหงาย เสียงอื้ออึงอึดอัดพยายามดิ้นรนผ่อนลงยามลิ้นแตะลิ้น ตวัดไล้ดูดดึงชักนำอารมณ์จนเคลิบเคลิ้มคล้อยตาม

นิ้วที่รุกเข้าหายังคงขยับไม่หยุดแม้ช่องทางจะคับแคบ เพียงแค่ส่วนปลายนิ้วที่ดึงดันแทรกเข้าได้ ก็ขยับไล้จุดอ่อนไหวจนอีกฝ่ายไม่อาจควบคุมร่างกายตัวเองได้อีกต่อไป บั้นท้ายกระชับกระตุกเสียววูบ ช่องทางที่ผ่อนคลายขึ้นจากการกระตุ้นได้ถูกจุดทำให้การรุกคืบเข้าเบื้องลึกทำได้ไม่ยากเย็นนัก

เสียงอ๊าดังกว่าเดิมเมื่อรู้สึกได้ถึงการแทนที่ด้วยสิ่งที่ใหญ่กว่า แม้ไม่ได้ผ่อนคลายจนถึงจุด ช่องทางร้อนผ่าวปวดหนึบบีบรัดรุนแรง คนทำขมวดคิ้วค่อยถอนตัวออกก่อนดึงดันเข้าใหม่ไม่มียั้ง

คนด้านล่างร้องจนเสียงแทบหมดสิ้น เหงื่อผุดพรายซึมไรผมชุ่ม ดวงตาพร่าพรางด้วยน้ำตาจนยากจะมองได้ชัด มือเรียวไขว่คว้าหาอ้อมกอดแกร่งที่คุ้นเคย กัดฟันทนต่อการทำทารุณโดยไม่มีคำอ้อนวอนขอให้หยุด แรงกระแทกที่สวนเข้าทำภายในแทบฉีกขาด ริมฝีปากถูกขบกดซ้ำ เลือดไหลออกมาอีก แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงมันอีกต่อไป

"ชั้น...รักนาย...รักนายคนเดียว" เสียงอ่อนล้าพึมพำ แขนเรียวยาวกอดรัดแนบแน่น ในขณะที่อีกฝ่ายยังคงรุกเข้าหาราวพายุลูกโตที่บ้าคลั่ง จวบจนร่างกายนั้นยากจะฝืนต้านทานไว้ได้ ร่างบอบบางนั้นก็หมดสติไป แม้คนทำจะไม่ได้หยุดเลยสักนิดจนถึงจุดปลดปล่อยก็ตาม

ร่างสูงผ่อนลมหายใจลง แม้ปลดปล่อยจนปลอดโปร่ง แต่ในใจกลับไม่ได้ถูกปลดปล่อยอย่างแท้จริง ดวงตาคมมองร่างที่บอบช้ำด้วยฝีมือตัวเองอย่างสะทกสะท้านใจ ถึงจะเป็นการลงมือตามแผน แต่เขาก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน

ทว่า...เพื่อสิ่งที่เขาต้องรักษาไว้ เขาจะต้องทำให้ได้...และที่สำคัญ ทุกสิ่งทุกอย่างนั้น ก็เพื่อพวกเขาทั้งสอง เมื่อขึ้นหลังเสือแล้ว ย่อมยากจะลงหรือถอนตัวจริง ๆ จะทำการใหญ่ ก็ต้องทำให้ถึงที่สุด สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เขายึดมั่นเสมอมา

...เพื่อที่พวกเขา จะได้อยู่ร่วมกันต่อไป...

มือแกร่งลูบไล้ผมเปียกชื้นแผ่วเบาพลางถอนใจยาว "ขอโทษนะ โคโตะ อดทนอีกหน่อยก็แล้วกัน" เสียงราบเรียบพูดขึ้นหลังจากติดตะขอกางเกงเรียบร้อย ขยับเอื้อมกายไปหยิบผ้าห่มผืนใหญ่มาห่อร่างที่ไม่ได้สติทั้งเปลือยเปล่า แขนแข็งแรงจับร่างเบาหวิวนั้นตลบอุ้มพาดบ่า ก้าวเดินออกมาจากห้องลงสู่ชั้นล่าง

ที่บาร์ชั้นล่าง ด้านหนึ่งจัดวางโซฟาโค้งพร้อมโต๊ะตัวใหญ่ตั้งอยู่หลบมุม ที่คนของเขามักจะมาดื่มและนั่งเล่นฆ่าเวลา ยามสถานการณ์สงบ แต่หากทางร้านมีเรื่องขึ้นเมื่อใด กลุ่มคนเหล่านี้จะออกทำงาน ไล่แขกที่ทางร้านไม่ต้องการออกไป

ดังนั้นพวกที่ทำงานนี้ จึงมีแต่พวกหยาบกระด้างและชื่นชอบต่อการทำร้ายคนอ่อนแอกว่า แม้เขาไม่ได้รู้จักใครในนี้เป็นพิเศษ แต่แน่ใจได้ว่า คนพวกนี้จะไม่หยุด จนกว่าจะพอใจ

"เคลียร์โต๊ะซิ" เสียงมีอำนาจสั่ง ลูกน้องที่กำลังก๊งเหล้ากันอย่างสบายอารมณ์เห็นดังนั้นก็รีบยกข้าวของออกจากโต๊ะอย่างรวดเร็ว

"อื้อ..." ร่างที่อยู่บนบ่าครางแผ่วเบาเมื่อถูกจับโยนลงบนโต๊ะกลางกลุ่ม เสียงราบเรียบทรงอำนาจบอกขึ้นว่า

"ของฝาก"

ก่อนที่ร่างสูงนั้นจะหันหลังเดินกลับขึ้นไปชั้นสอง โดยไม่ใส่ใจอีก

"เฮ้ย ของชั้นดีนี่หว่า" เสียงย่ามใจร้องบอกพรรคพวก เมื่อตัดสินใจแหวกคลี่ผ้าผืนโตที่ห่อหุ้มอยู่ออกมา แล้วก็พบกับเรือนร่างขาวผ่องเปลือยเปล่า ทั่วทั้งร่างนั้นบอบช้ำไปทั้งตัว ใบหน้าขาวซีดที่อยู่ในสภาพแทบจะไร้ซึ่งสติสัมปัชชัญญะ หากยังคงความงดงามไว้เต็มเปี่ยม เรียวขานวลกลมกลึง บั้นท้ายกระชับได้รูป สวยราวสตรีเพศ แม้จะเห็นคราบเลือดและสภาพที่เป็นอยู่ ก็ไม่ได้ช่วยให้คนกลุ่มนี้นึกเวทนาสงสารขึ้นมาได้

...นอกจากปลุกสัญชาตญาณดิบขึ้นมามากกว่าเดิมเท่านั้น...

น้ำลายถูกกลืนลงคอแห้งผาก แววตาคล้ายนักล่าจ้องตะครุบเหยื่อปิดบังไม่มิดล้วนมองมายังเขา ร่างบนโต๊ะขยับตัวอย่างลำบาก ร่างกายที่ถูกทำรุนแรงจนยากจะครองสติได้ด้วยซ้ำ ทำให้ไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อต้านใด ๆ

"ทำได้จริง ๆ เหรอวะ" คนด้านข้างพึมพำอย่างไม่มั่นใจ ดวงตาเหลือบมองขึ้นไปชั้นสอง นี่เป็นครั้งแรก ที่เจ้านายของพวกเขาทำเรื่องแบบนี้ จะนับว่าแปลก ก็แปลกอยู่ แต่คนตรงหน้าที่ยังอยู่ในสภาพกึ่งสลบไสล กลับเย้ายวนใจยิ่งกว่า

"ก็เจ้านายว่างั้นนี่หว่า" ชายร่างเตี้ยกำยำอีกคนว่าพลางหัวเราะชั่วร้าย ลิ้นเลียริมฝีปากอย่างหื่นกระหายที่จะเริ่มลงมือ ตะขอกางเกงถูกปลดออก ก่อนจะพูดต่อไปว่า "ถ้าแกกลัวนัก ข้าก่อนก็ได้"

"ฮ่า ๆ ๆ ทำไปเหอะ เจ้านายคงเบื่อของเล่นนี่แล้วล่ะมั้ง" เสียงหัวเราะเสียดแทงหัวใจ "น่าสงสารนะ คงจะเหงาแย่แล้ว ที่โดนทิ้ง พวกเราก็เอ็นดูกันหน่อยละกัน"

กลุ่มคนในยามนี้มีอยู่ห้าคน และแต่ละคนกระเหี้ยนกระหือรือที่จะจัดการคนเบื้องหน้าโดยไม่ใส่ใจหน้าอินทร์หน้าพรหมใด ๆ โดยเฉพาะตอนนี้ ที่เจ้านายใหญ่เปิดไฟเขียวให้ จะมีใครต้องเกรงใจอีก ว่าแล้วทั้งหมดก็ล้อมวงเข้ามาอย่างคุกคามกว่าเดิม ร่างบอบบางพยายามจะดิ้นรนหนี หากเรี่ยวแรงนั้นกลับไม่มีหลงเหลือ ดวงตาคู่งามหลับลงอย่างอ่อนเพลีย ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปโดยไม่ได้ขัดขืน

"ว่าง่าย ๆ แบบนี้สิ แล้วพวกเราจะพาขึ้นสวรรค์เอง โอ้โห...พวกมึงดูสิ คราบนี่น่ะ พึ่งทำกันสด ๆ เลยสินะ เจ้านายก็ซาดิสม์ไม่หยอกนี่หว่า"

"อย่ามัวพูดอยู่เลยน่า ถ้าแกไม่เริ่ม พวกเราก่อนก็ได้นะ"

"เรื่องอะไรล่ะวะ" คนพูดกระหยิ่มยิ้มย่อง มือที่ตะกละตะกลามลูบไล้บั้นท้ายสวยก่อนสอดนิ้วเข้าช่องทางเปิดที่บอบช้ำนั้น คนถูกทำสะดุ้งเฮือก ยังคงปวดร้าวไปทั้งตัวจนไม่อาจต่อต้านอันใดได้ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง เสียงแผ่วล้าพึมพำห้ามอย่างไร้ซึ่งความสามารถจะหยุดยั้ง

"อย่า..อย่านะ..."

ปลายนิ้วที่แทรกเข้า รู้สึกได้ถึงน้ำเหนียวข้นภายใน เจ้าตัวพึมพำอย่างตื่นเต้น "ปล่อยข้างในไว้เต็มเชียวว่ะ สุดยอด! ไม่ต้องหล่อลื่นเลย" นิ้วนั้นขยับแทรกเข้ามาลึก ใบหน้าสวยขมวดคิ้วบิดเบี้ยว สัมผัสที่รับได้...ยิ่งรุกเข้ายิ่งรู้สึกขยะแขยงจนแทบคลื่นไส้ ร่างบอบบางดิ้นแรงขึ้นด้วยกำลังเฮือกสุดท้าย

"ช่วยด้วย!!!"

"กดไว้สิเฟ้ย จับขาไว้ด้วย" คนทำสั่ง มือจับอาวุธในร่มผ้าจรดจ่อช่องทาง เตรียมพร้อมปฏิบัติการหื่นเต็มพิกัด

ทว่าก่อนจะได้ทำมากกว่านั้น ก็ถูกหมัด ๆ หนึ่งชกจนกระเด็นไป

"โครม!" เสียงดังของโต๊ะที่ถูกร่างซึ่งกระเด็นไปทับจนหักลง ทำให้ทุกคนในกลุ่มมองมาเป็นตาเดียว

ร่างสูงแข็งแรงของชายหนุ่มผู้หนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น ด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มมึนเมา คงจะดื่มมาได้สักพักแล้ว เห็นได้ชัดจากการยืนที่ไม่ตรงนัก ทีท่าสบาย ๆ ในชุดลำลอง ดูไม่คล้ายคนชอบแส่เรื่องชาวบ้านสักเท่าใด และยิ่งไม่คล้าย คนที่กล้าท้าทายกลุ่มนักเลงตรงหน้ามากขึ้นไปอีก

"รุมข่มขืนกันแบบนี้ ไม่อายฟ้าอายดินกันบ้างรึไงพวก"

สี่คนที่เหลือมองหน้ากัน หนึ่งในนั้นหันไปจะฉุดเพื่อนผู้ลงไปนอนวัดพื้นเมื่อครู่ขึ้นมา "เฮ้ย หมัดคนเมาแค่เนี้ย ทำเป็นสลบสำออยไปได้" หากพอมองชัด จึงเห็นว่าเพื่อนตนเองนั้นสลบเหมือดไปแล้ว ปากเจ่อยังคงมีเลือดกลบเต็ม ที่โดนไปคงเป็นหมัดหนักเอาการ ผิดจากภาพลักษณ์ภายนอกของอีกฝ่ายโดยสิ้นเชิง

"ระวังนะ มันไม่ธรรมดา" คนดูอาการร้องเตือนสติเพื่อนที่เหลือ ทั้งหมดจึงขยับมายืนล้อมคุมเชิง ด้วยทีท่าเอาจริงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

"ฆ่ามัน!" หนึ่งในนั้นสั่งห้วน ทุกคนที่อารมณ์ค้าง ตั้งท่าระบายเต็มที่กับคนด้านหน้า เพื่อที่จะได้กลับมาจัดการคนบนโต๊ะต่อได้เสียที

เสียงร้องโหยหวนดังมาจากคนจู่โจมเข้า เมื่อโดนหักแขนดังกร็อบ คนถัดมาเข้าหาอย่างระวังมากขึ้นอีก หากไม่อาจสู้กับชายผู้นั้นได้ เวลาผ่านไปไม่นานนัก ก็เหลือเพียงร่างที่ร้องโอดโอยกองอยู่บนพื้นทั้งหมด

ร่างสูงถอนใจยาวเมื่อเห็นสภาพคนบนโต๊ะ ที่ตอนนี้สลบไปแล้ว ท่าทางเขาจะเผลอตัวก่อเรื่องไม่เป็นเรื่องจนเสียการจนได้ซะแล้ว จะอย่างไร ก็คงต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ไหนจะกับคน ๆ นี้ ถ้าทิ้งเอาไว้ คงหนีไม่พ้นโดนรุมโทรมอีกรอบเป็นแน่

ปล่อยไว้ไม่ได้...คงจะต้องพากลับไปด้วยเสียแล้ว เขาคิดต่ออย่างรวดเร็ว แล้วตัดสินใจโอบอุ้มขึ้นอย่างระวัง มืออีกข้างวางเงินไว้แทนที่ แล้วก้าวออกมา โดยไม่มีใครกล้าขวางอีก ท่าทีมึนเมาเมื่อครู่ ดูคล้ายสลายหายไปราวกับไม่ได้ดื่มมาก่อนด้วยซ้ำ

ภาพชายหนุ่มที่กำลังเดินไปที่จอดรถ พร้อมร่างบอบบางในอ้อมแขน ทำให้ร่างสูงที่ยืนแอบมองที่หน้าต่างชั้นสองมีรอยยิ้ม

ในที่สุด...ปลาก็กินเหยื่อ!


................................................
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-03-2010 08:52:13 โดย ppm »

shockoBB

  • บุคคลทั่วไป
Re: Absolution Café ตอนที่ 10/1 อัพ 21-3-10 จบในตอน
«ตอบ #95 เมื่อ21-03-2010 13:16:10 »

 o13 o13 o13

ออฟไลน์ Oo๐FosfoggY๐oO

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 442
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-0
Re: Absolution Café ตอนที่ 10/1 อัพ 21-3-10 จบในตอน
«ตอบ #96 เมื่อ21-03-2010 17:31:18 »

 :a5: :m29:

ออฟไลน์ jasmin

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1801
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +174/-1
Re: Absolution Café ตอนที่ 10/1 อัพ 21-3-10 จบในตอน
«ตอบ #97 เมื่อ21-03-2010 19:44:33 »

อดีตของวากุระคุงหรอ เออ :เฮ้อ:
ทำไมเรย์จิเจอแต่คนที่มึคู่แล้วละเนี่ยยยย
แต่ชอบนะ คู่รักพี่น้อง ผิดศีลธรรมดี :laugh:

ออฟไลน์ เกริด้า(๐-*-๐)v

  • ไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้นแหละ
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3191
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +349/-29
Re: Absolution Café ตอนที่ 10/1 อัพ 21-3-10 จบในตอน
«ตอบ #98 เมื่อ22-03-2010 02:39:53 »

พอดีไอไปอ่านงานของppmเรื่องอื่นมา แล้วก็แบบว่าติดใจ  :z1:  ดังนั้นขอปั้มไว้ก่อนนะเคอะ เด๋วจะตามอ่านน่ะค่ะ  o13

pattybluet

  • บุคคลทั่วไป
Re: Absolution Café ตอนที่ 10/1 อัพ 21-3-10 จบในตอน
«ตอบ #99 เมื่อ22-03-2010 03:04:14 »

นับๆจากคนในร้าน นี่เป็นเรื่องของซากุระผู้เงียบขรึม?
ไม่เดาดีกว่าแหะ ไม่น่าจะถูก..ไว้อ่านไปลุ้นไปดีกว่า หุหุ
เริ่มตอนนี้มาก็ตื่นเต้นแล้วค่ะ รอพาร์ทหน้านะคะ

เป็นกำลังใจให้ค่ะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: Absolution Café ตอนที่ 10/1 อัพ 21-3-10 จบในตอน
« ตอบ #99 เมื่อ: 22-03-2010 03:04:14 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ppm

  • รักเด็กจังเลย
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 235
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
    • ppmfic yboard
Absolution Café ตอนที่ 10/2 อัพ 25-3-10 จบในตอน
«ตอบ #100 เมื่อ25-03-2010 10:48:37 »

(ตอนที่ 10/2)


ห้องชุดค่อนข้างกว้างที่เช่าชั่วคราวเพื่องานในช่วงนี้อยู่ไม่ไกลจากคลับแห่งนั้นนัก หลังจากดูอาการคนบนรถแล้วตัดสินใจไม่ส่งโรงพยาบาล เขาก็เลยพาร่างที่ยังไม่ได้สตินั้นกลับบ้านแทน

ร่างบอบบางในผ้าห่มนั้นยังเปลือยเปล่า เรอิจิจึงอุ้มขึ้นอีกครั้งทั้งผืนผ้า แล้ววางลงบนเตียงที่มีอยู่กลางห้องนั้นอย่างเบามือ

เสียงครางแผ่วอย่างทรมานดังออกมาจากริมฝีปากที่ช้ำและแตกเป็นแผลจากการขบกัดนั้น ชายหนุ่มจึงใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นค่อย ๆ เช็ดแผ่วเบา จากร่องรอยการถูกกระทำขนาดนี้ คงทำให้บอบช้ำมากพอดู โชคดีที่เขาเป็นหมอด้วย แม้จะไม่ใช่หมอทั่วไป แต่เป็นจิตแพทย์ เขาก็ยังสามารถรักษาตามอาการได้อยู่ มือคล่องแคล่วจึงค่อย ๆ เช็ดแผ่วเบา รอยแผลและรอยช้ำมีอยู่ทั่วไป ท่าทางคนที่พาคนผู้นี้มา จะซาดิสม์ไม่น้อยจริง ๆ

เขาเห็นเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้น และรู้ดี...ว่าคนผู้นั้นเป็นใคร

มาโอแห่งองค์กรลับผู้สร้างนักฆ่าตามการว่าจ้างนั่นเอง

คน ๆ นี้โหดร้ายนัก แม้กระทั่งกับคนไม่มีทางสู้เช่นนี้

บาดแผลและแผลฟกช้ำทั่วทั้งร่าง และสาหัสที่สุดก็คือช่องทางที่ฉีกขาด เลือดยังคงไหลซึมออกมา และไหนจะ...คราบอสุจิของคน ๆ นั้น จากรูปการณ์แล้ว คงต้องเป็นฝีมือของมาโอแน่ ๆ

การจับข่มขืนรุนแรงขนาดนี้แล้วยังโยนให้พรรคพวกตนเองรุมซ้ำ ผลของมันหากเขาไม่สอดมือเข้าไปยุ่ง คนผู้นี้คงต้องตายอย่างแน่นอน

แต่เกิดอะไรขึ้นบ้าง เขาคงต้องรอ จนกว่าร่างบนเตียงนี้จะอาการดีขึ้นจนพูดจากันได้แล้วเท่านั้น

ท่ามกลางสติที่เลือนราง ดวงตากลมโตนั้นกลับลืมขึ้นอย่างอ่อนล้า

"คุณ...ช่วยผมไว้งั้นเหรอ"

"อืม" ชายหนุ่มตอบรับด้วยรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตร ไม่ต่างจากในภาพถ่ายที่เขาพึ่งจะได้ดูไป "เป็นยังไงบ้าง"

รอยยิ้มอ่อนล้าพยายามตอบกลับ "ไม่...ไม่เป็นไรมากหรอกครับ ขอโทษ...ที่สร้างความเดือดร้อนให้คุณ"

ดวงตาหวานนั้นจ้องเขาพลางพึมพำ "ได้โปรด เอาผมไปทิ้งไว้ข้างทางเถอะครับ อย่าให้ผมอยู่ที่นี่เลย"

"จะทำงั้นได้ไง เดี๋ยวก็ตายกันพอดี"

ร่างบอบบางถอนใจเบา ๆ "ไหน ๆ ผมก็จะตายแล้ว..อย่าให้...ผู้มีพระคุณ ต้องลำบากไปด้วยเลย เขา...คงไม่ปล่อยคุณแน่ ถ้ายังคงช่วยผมแบบนี้" ว่าพลางพยายามยันตัวขึ้นอย่างยากเย็น ร่างกายที่บอบช้ำและเจ็บแปลบทุกครั้งที่เคลื่อนไหว ทำให้ต้องกัดฟันขยับอย่างลำบาก

"เตียงนี้ไม่นุ่มหรือไง" คำถามที่คาดไม่ถึงหลุดมาจากร่างสูงที่ยืนมองอยู่

คนบนเตียงสบตาอีกฝ่ายอย่างงุนงง "เปล่าครับ เตียงนี้นุ่มดีแล้ว"

สายตาคู่นั้นยังคงมองมา ใบหน้ายิ้มเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด "หรือว่า...ห้องนี้แคบเกิน?"

"ห้องนี้...กว้างดีแล้ว"

"อ้าว แล้วมีตรงไหน ที่เธอไม่พอใจล่ะ" ชายหนุ่มยังคงถามต่อไป

"เปล่าครับ ทุกอย่างดีแล้ว แต่ว่า..."

"นอนลงเถอะน่า ฉันพาเธอมา ก็ต้องรับผิดชอบให้ถึงที่สุดสิ ไม่มีใครทำอะไรเธอได้หรอก ฉันรับรอง" เรอิจิพยายามหว่านล้อม

ร่างเล็กสบตาเขาแน่วแน่ ก่อนจะพูดขึ้นว่า "เขา...น่ากลัวกว่าที่คุณคิดเยอะนะ"

คนฟังยิ้มน้อย ๆ "ฉันก็อาจจะน่ากลัวกว่าที่เธอคิดเหมือนกัน"

ร่างบอบบางชะงัก สายตาที่ดูแปลกกว่าเดิม ทำให้เขาเถียงไม่ออก "ถ้าเขามาตามจริง ๆ ผมไม่รู้ด้วยนะ"

"ไว้ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันสิ เธอเป็นคนป่วยไม่ใช่เหรอ นอนเถอะน่า" เจ้าของห้องพูดต่ออย่างร่าเริง "ในเมื่อเตียงก็นุ่มดี ห้องก็กว้างขวาง ยังไงก็น่าจะนอนสบายอยู่ไม่ใช่หรือไง"

ใบหน้าใสยังคงลังเล ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงเบี่ยงประเด็นตัดบทขึ้น "จริงสิ ยังไม่รู้จักชื่อเธอเลย"

"ผม...โคโตะ" ร่างบอบบางตอบเบา ๆ

"ชื่อน่ารักดีนี่ ฉัน เรอิจิ นะ ยินดีที่ได้รู้จัก"

"คุณอาจจะต้องโชคร้ายนะ เรอิจิ ถ้ายังไม่ทิ้งผมไป" โคโตะยังคงย้ำ ดวงตากลมโตมองมาตรง ๆ เช่นเคย

"ฉันเป็นคนดวงดี ไม่ต้องห่วงหรอก"

ร่างบอบบางลังเลนิดหน่อย ก่อนตัดสินใจจะลุกขึ้นอีก ชายหนุ่มจึงรีบห้ามไว้ "อย่าพึ่งลุกสิ เธอไม่สบายอยู่นะ บอกแล้วไง ทุกอย่างต้องเรียบร้อย"

"ผม...ไม่ไปแล้วก็ได้...แต่ว่า..." ใบหน้าซีดกลับซับสีเลือดขึ้นมา ริมฝีปากบางถูกขบเบา ๆ อีก แต่เจ้าตัวไม่รู้สึกเจ็บแล้ว นอกจากการเขินอาย

"ผมจะไปห้องน้ำ"

ชายหนุ่มถอนใจเฮือกใหญ่ "เอ้อ ถ้างั้นก็ไปเถอะ มาสิ ให้ฉันช่วย" เขาตั้งท่าจะช่วยประคอง หากอีกฝ่ายรีบห้ามไว้

"มะ...ไม่ต้องหรอกครับ คือว่า...คือ..."

คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อย "หืม?"

ร่างบอบบางมองลงต่ำ ที่โคนขายังคงมีน้ำสีขาวขุ่นไหลซึม แม้จะถูกเช็ดออกไปบ้างแล้ว

"อ้อ" คนมองยิ้มอย่างขบขัน "โอเค ฉันเข้าใจแล้ว มาสิ เดี๋ยวจัดการให้"

"อ๊ะ..อย่านะครับ มัน...สกปรก" ดวงตาคู่สวยเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด "ผม..สกปรกเกินไป สำหรับคุณ"

มืออ่อนโยนลูบผมของร่างเล็กเบา ๆ อย่างปลอบโยน "ไม่มีใครสกปรกเกินทำความสะอาดได้หรอกนะ ฉันน่ะ มือโปรทางด้านนี้เลยนะขอบอก" ว่าแล้วก็อุ้มร่างเบาหวิวนั้นขึ้นมา

"อ่ะ..ไม่นะ ผม..." ร่างเล็กพยายามดิ้นรน

"อะไรอีกล่ะ"

ดวงตาคู่สวยหลุบต่ำอย่างเขิน ๆ "ผม...อาย..นี่ครับ"

คนมองยิ้มกว้าง เป็นรอยยิ้มที่ดูแล้วน่าอิจฉาเสียจริง "ฮ่า ๆ ๆ อายอะไรกัน เป็นเด็กเป็นเล็ก เรื่องแค่นี้ผู้ชายเหมือนกัน จะอายทำไม"

"เอ่อ...ปีนี้ผมอายุ 23 แล้วนะ ปล่อยผมเถอะ"

"หา...คิดว่าเด็กอายุ 17-18 ซะอีก กินอาหารไม่ถูกสุขลักษณะสิเนี่ย ถึงไม่ยอมโต ...แต่เอาเถอะ จะอายุเท่าไหร่ ฉันก็จัดการได้น่า" ว่าแล้วก็ก้าวยาว ๆ ตรงไปยังห้องน้ำโดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้ขัดขืน ชายหนุ่มวางร่างบอบบางลงในอ่างน้ำอย่างเบามือ ก่อนจะหันไปหยิบฝักบัวลงมาจากที่แขวน

"ผม...ทำเองได้ครับ" เสียงประหม่าพึมพำ "มัน..ไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อย" ในน้ำเสียงนั้น ยังคงแฝงความขมขื่นไว้อย่างเห็นได้ชัด

"เธอทำได้ ฉันรู้ แต่เธออาจจะไม่รู้วิธีการที่ถูกต้อง ฉันจะสอนให้ดีกว่า เรื่องแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องอาย ถ้าทำความสะอาดไม่หมด จะไม่สบายตัว ดีไม่ดี อาจจะท้องเสีย ไข้ขึ้นอีกนะ" เขาพูดต่อยาวเหยียด ก่อนจะค่อย ๆ ทำความสะอาดให้ ใบหน้าใสก้มนิ่ง อายจนพูดไม่ออก

นิ้วคล่องแคล่วนวดคลึงเชื่องช้า ก่อนค่อย ๆ แทรกเข้าภายในที่ยังคงลื่นจากน้ำเมือก อาศัยน้ำช่วยล้างออกไปทีละน้อยอย่างเบามือ ร่างบอบบางที่ถูกล่วงล้ำ เริ่มมีอารมณ์ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ มืออุ่นจนแทบร้อน จับมืออีกข้างของเรอิจิไว้

"พอเถอะ...ผม...รู้สึกแปลก ๆ ให้ผมทำเองเถอะครับ..." ลมหายใจระอุอุ่นจากร่างนั้น ทำให้รู้ว่าเกิดอารมณ์เสียแล้ว

เด็กหนอเด็ก...

"ไม่เป็นไรหรอกน่า เดี๋ยวฉันจัดการเอง" มืออีกข้างของเขาลูบไล้ส่วนหน้าอย่างชำนาญ ทั้งรูดแกมรีดเร้นจนอีกฝ่ายแทบนั่งไม่ติดที่

"อึ้ก..ผม" ว่าพลางมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาที่หวานเชื่อม เล่นเอาชายหนุ่มต้องทำทีเป็นไม่เห็น ฟีโรโมนจากร่างบอบบางนี้เย้ายวนเสียจนไม่แปลกใจเลย ที่จะถูกทำเป็นของเล่นของใครต่อใครเสียจนเป็นถึงขนาดนี้ จิตใจคงบอบช้ำพอดูเช่นกัน จากประสบการณ์ของเขาบ่งบอกได้ชัด เมื่อสังเกตถึงสีหน้าและแววตาของอีกฝ่าย

"ไม่ต้องกลัว จะไม่มีใครทำอะไรเธอแน่นอน" เรอิจิปลอบเบา ๆ ก่อนจะจัดการจนอีกฝ่ายไปถึงจุด เสียงหวานร้องแผ่ว ร่างบอบบางหายใจหอบเบา ๆ แทบจะหมดแรงทรงตัวอยู่ได้

"คุณจะปกป้องผม..จริง ๆ นะ?" เสียงอ่อนล้าถามซ้ำ

"อื้ม ฉันสัญญา" นิ้วก้อยยื่นออกมาแทนคำพูดนับร้อยพัน แถมยังกระดิกเชิญชวนอีกด้วย

ร่างบอบบางลังเลนิดหน่อย ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยไปเกี่ยวรับ พอมันเกี่ยวกัน ใบหน้าเศร้าก็กลับยิ้มได้ แม้จะดูฝืนอยู่บ้างก็ตามที

"ยิ้มได้ก็ดีแล้ว เอ้า แช่นานเดี๋ยวเป็นหวัด ขึ้นกันดีกว่านะ"

ว่าแล้วชายหนุ่มก็จัดการทำความสะอาดร่างกายนั้นด้วยน้ำอุ่นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้รวมถึงทำแผลและใส่ยาเสร็จสรรพ จวบจนเห็นว่าคนบนเตียงหลับไปแล้ว ชายหนุ่มจึงเดินออกไปจากห้องบ้าง

พอประตูปิดลง ร่างที่ทำทีหลับใหล ก็ชันตัวขึ้น แม้จะเจ็บอยู่บ้าง แต่ก็ทุเลาลงมากแล้ว จากการช่วยเหลือของเรอิจิ

ใบหน้าใสมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จาง ๆ ทุกอย่างยังคงเป็นไปตามแผน

กับคน ๆ นี้ ท่าทางจะใกล้ชิดและหลอกง่ายกว่าที่คิด

รับรองได้ไม่เกินสามวัน จะต้องหลงเสน่ห์เขาจนถอนตัวไม่ขึ้นแน่นอน..!


.........................................


ยามเช้ามาเยือน กลิ่นอาหารหอมกรุ่นปลุกคนกำลังหลับให้ลืมตาขึ้น อาการค่อยยังชั่วไปมากแล้ว เมื่อได้หลับพักผ่อนร่างกายไปสักพัก ร่างกายที่ดูเหมือนจะบอบช้ำมาก แต่จริง ๆ ไม่ได้ร้ายแรงเท่าใด มาโอะชำนาญนักกับการตบตาด้วยเรื่องแบบนี้ และนั่นทำให้เขาไว้ใจปล่อยให้อีกฝ่ายจัดการตามสะดวก

ร่างเล็กยันกายขึ้นจากเตียง เตียงนี้นุ่มจริง ๆ อย่างที่เจ้าของห้องว่า ห้องก็ยังกว้างด้วย เป็นห้องชุดที่มีครัวอยู่อีกห้องแยกออกไป ท่าทางองค์กรนี้จะมีทุนทรัพย์สนับสนุนไม่น้อย เห็นได้ชัดจากความเพรียบพร้อมของทุกสิ่งทุกอย่างที่เตรียมไว้ให้กับเรอิจิ

ยังมีอีกหลายอย่าง ที่เขาอยากรู้ แต่ต้องเข้าใกล้คน ๆ นั้น มากกว่านี้เสียก่อน

เท้าที่ก้าวเดินยังไม่มั่นคงนัก และยังเจ็บแปลบอยู่บ้าง แต่ไม่เกินความอดทนของเขา เรื่องต้องอดทน เขาทำได้ดีเสมอมา เพราะความยากลำบากที่เจอมาแต่เล็กแต่น้อย ร่วมกับมาโอะนั้น หรือฉายา มาโอ ในปัจจุบัน แต่แน่นอน เป็นมาโอะ สำหรับเขา..โคโตะ เสมอ

และนั่น ทำให้พวกเขา รวมตัวกันเพื่อก่อตั้งองค์กรลับ ๆ

ทั้งนี้ก็เพื่อ...ปกป้องตัวเอง จากผู้ที่มารังแกเท่านั้นเอง

แล้วคน ๆ นี้ จะมาทำลายรังแสนสำคัญของพวกเขา จะอย่างไร เขาก็ไม่มีทางยอม เพื่อมาโอะ พี่ชายอันเป็นที่รักของเขาด้วย

กลิ่นอาหารยังคงหอมกรุ่น เขาสาวเท้าตรงไปยังที่มา นั่นก็คือห้องครัวนั่นเอง ดวงตากลมโตเห็นร่างสูงสันทัดของเรอิจิ สวมผ้ากันเปื้อนสีหวาน ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว กำลังปรุงอาหารเองอย่างคล่องแคล่วเสียด้วย

"นั่งรอที่โต๊ะก่อนสิ จะเสร็จแล้วล่ะ" เสียงนุ่มพูดขึ้นอย่างร่าเริง ขณะที่มือยังคงผัดข้าวในกะทะอย่างชำนาญ คนผู้นี้ ไม่ว่าจะหยิบจับอะไร ทำไมถึงได้ดูดีเสียทุกอย่างก็ไม่รู้ ร่างเล็กทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะอย่างว่าง่าย มองแผ่นหลังกว้างที่ยังคงหยิบนู่นปรุงนี่อย่างเพลิดเพลิน

"เอ้า จานนี้ของเธอ" อาหารสองจานวางบนโต๊ะ จานหนึ่งของตัวเขา และอีกจานของคนปรุง

"ฉันอยู่คนเดียวมานาน เลยเรียนรู้วิธีทำกับข้าวมาบ้าง ก็ลองชิมดูแล้วกันนะ" เขาว่าต่อยิ้ม ๆ

โคโตะยิ้มรับ เป็นรอยยิ้มที่ดูดีกว่าเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด "อร่อยดีนะครับ ไม่น่าเชื่อเลย"

"อะไรกัน พูดแบบนี้ดูถูกกันนี่ ถ้ากินไม่หมด เดี๋ยวมีทำโทษแน่" เรอิจิพูดต่ออย่างเป็นกันเอง

"ผมกินหมดอยู่แล้วล่ะ หิวจะตายไป เมื่อวานก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย" โคโตะพูดต่อ ใบหน้าใส ๆ ดูอ่อนเยาว์กว่าเดิมเมื่อแย้มยิ้ม

ทั้งคู่ทานอาหารกันไปพูดคุยเรื่องต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ เรอิจิมีเรื่องราวมากมายที่ฟังได้ไม่รู้จบมาเล่าให้ฟัง หากประเด็นในการคุยนั้น กลับเลี่ยงเรื่องส่วนตัวของทั้งสองอย่างจงใจ

จวบจนรับประทานกันเสร็จ โคโตะก็จัดการช่วยล้างจานให้ ชายหนุ่มที่นั่งรอ มองร่างเล็กนั้นพลางส่ายหน้าน้อย ๆ ถึงเวลาแล้วสินะ...เขาคงจะต้องเริ่มต้นพูดคุยกับอีกฝ่ายอย่างจริงจังเสียที

"ในเมื่ออิ่มแล้ว เราก็คงจะคุยเรื่องสำคัญกันได้แล้วสินะ ใช่ไหม" เรอิจิพูดขึ้นหลังจากทุกอย่างเรียบร้อย

โคโตะมองมา แต่ไม่ได้พูดอะไร นอกจากทรุดตัวลงนั่งที่ฝั่งตรงข้ามอย่างเงียบงัน

ชายหนุ่มจึงเริ่มก่อน ด้วยคำถามตรงประเด็นไม่มีอ้อมค้อม "เธอเป็นคนรักของมาโองั้นหรือ"

ดวงตากลมโตเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด "ผม...เคยเป็น เท่านั้น" ว่าพลางดวงตาคู่นั้นก็มองกลับมาจริงจังกว่าเดิม "คุณรู้จักเขาด้วยเหรอครับ"

ชายหนุ่มผู้ฟังเพียงตอบง่าย ๆ "ฉันก็รู้แค่ว่า เขาเป็นเจ้าของคลับนั้น ก็แค่นี้เอง"

"คุณไม่ได้ตามเขาอยู่หรอกเหรอ" โคโตะขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม "เขาบอกผมนะ ว่าเห็นคุณ...มาหลายวันแล้ว"

เรอิจิยิ้มจาง ๆ "งั้นเหรอ ถ้าบอกว่าบังเอิญ เธอคงไม่เชื่อสินะ"

"แล้วมันบังเอิญจริงรึเปล่าล่ะครับ" ร่างเล็กถามกลับ

"ไม่...มันไม่ได้บังเอิญหรอก ฉันตามเขาจริง ๆ" ชายหนุ่มยอมรับหน้าตาย "การช่วยเธอ ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเหมือนกัน เพราะฉัน...รู้จักเธอ" คำพูดประโยคสุดท้ายเล่นเอาอีกฝ่ายแทบสะดุ้ง

โคโตะจ้องเขม็งมาทันที ด้วยความตื่นตัวกว่าเดิม "คุณบอกว่า...คุณรู้จักผม?"

เรอิจิถอนหายใจยาว ก่อนจะยอมรับ "ใช่...ฉันรู้ดี ว่าการจะให้เธอยอมเปิดใจ ฉันจำเป็นต้องเปิดใจก่อน จริงมั้ยล่ะ" เขาว่ายิ้ม ๆ ยังคงแสดงท่าทีสบาย ๆ เป็นธรรมชาติ ราวกับพูดเรื่องดินฟ้าอากาศก็ไม่ปาน

หากอีกฝ่ายไม่ได้ยิ้มด้วย แม้จะไม่ตอบคำใด ๆ แต่ท่าทีก็ดูระมัดระวังมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

"โคโตะ...น้องชายฝาแฝด...แฝดคนละฝา ของมาโอ...หรืออีกชื่อก็คือ มาโอะ ฉันเจตนาแสดงตัวให้มาโอเห็น...นั่นเพื่อให้เขาเรียกเธอมา"

คนพูดหยุดเล็กน้อยก่อนจะย้ำ "เป้าหมายของฉัน ไม่ใช่มาโอ แต่เป็นเธอ...โคโตะ!"

ร่างเล็กผุดขึ้นยืนจากเก้าอี้ แม้สภาพร่างกายจะยังไม่สบายดีนัก แต่เขาก็มั่นใจ ว่าถึงแม้จะไม่อาจล้วงความลับใด ๆ จากคนผู้นี้ได้ แต่อย่างน้อย...เขาก็ไม่ยอมให้อีกฝ่ายจับเขาไว้ แล้วรีดเร้นความลับจากทางเขาแทนได้แน่ ๆ

ถ้าถูกจับได้ ก็แค่ตายเท่านั้น!

เพื่อให้องค์กรและมาโอะปลอดภัย!


ออฟไลน์ ppm

  • รักเด็กจังเลย
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 235
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
    • ppmfic yboard
Absolution Café ตอนที่ 10/2 อัพ 25-3-10 จบในตอน
«ตอบ #101 เมื่อ25-03-2010 10:49:01 »

"อย่าเข้ามานะ!" เสียงเข้มจากร่างบอบบางขู่ มีดที่คว้าได้จากเคาน์เตอร์ กุมแน่นในมือเรียวยาวนั้น ส่วนปลายยังคงชี้มาเบื้องหน้า กางกั้นอีกฝ่ายไว้ไม่ให้เข้าใกล้มากกว่านี้

ใบหน้าใสมีรอยยิ้ม เป็นยิ้มที่เยือกเย็นจนน่ากลัวนัก "สภาพผมตอนนี้ คงสู้คุณที่ล้มคนของผมทีเดียวห้าคนรวดไม่ได้แน่ ๆ แต่ว่า...ขอให้รู้ไว้เถอะว่าคุณจะไม่ได้อะไรจากผม แม้แต่นิดเดียวเช่นกัน!"

มีดในมือพลิกกลับ ก่อนจะแทงลงที่ท้องตัวเองเต็มแรง โดยไม่มีความลังเล

ทว่าเขากลับไม่รู้สึกเจ็บ

มีดนั่น...เป็นมีดของเล่น ที่ยืดหดได้เสียนี่!

โคโตะขว้างมีดอันนั้นออกไปอย่างขัดใจ ดวงตาดื้อรั้น ยังคงจ้องมาไม่กระพริบ

"จะรีบตายไปถึงไหน พวกเธอนี่นะ ใช้ชีวิตกันไม่เป็นเลย" เสียงเรอิจิพึมพำตำหนิ

ร่างเล็กจ้องมองมา ด้วยดวงตาที่แดงก่ำ "คุณ..จะไปรู้อะไร คุณเคยมั้ย ที่ถึงแม้จะอยากตาย แต่ก็ตายไม่ได้..ถึงแม้จะเศร้าเพียงไหน ที่ต้องเห็นคนที่รักต้องตายไปต่อหน้า ก็ยังช่วยเอาไว้ไม่ได้ ...ทั้ง ๆ ที่พวกเขาต้องตายไป เพราะต้องการจะปกป้องตัวคุณ"

"...ไม่ว่ายังไง ผมก็จะไม่ยอมให้เรื่องแบบนั้น เกิดขึ้นอีกแล้ว!"

เสียงอ่อนโยนถามกลับว่า "แล้วเธอเคยคิดไหม ว่าการที่คนที่รักเธอ ยอมตายเพื่อเธอ แสดงว่าพวกเขา...ต้องการให้เธออยู่ต่อไป อย่างมีความสุข"

"ผมไม่รู้หรอก ก็แค่...ไม่อยากให้ใคร ต้องตายอีกเท่านั้น...เพื่อการนี้ พวกเรา จะต้องเข้มแข็ง และต้องยืนหยัดอยู่เหนือคนที่จะมาทำร้ายเราให้ได้!"

"เธอก็เลยยอมสละชีวิต เพื่อที่มาโอ จะได้ปกครององค์กรชั่วร้ายนั่นต่อไปได้งั้นสิ?"

ร่างบอบบางตวาดกลับทันที "มาโอะ ไม่ทำเรื่องชั่วร้ายแน่ ๆ ถึงพวกเรา...จะฆ่าคน แต่นั่น...ก็เพื่อการอยู่รอดของพวกเราเองเท่านั้น"

เรอิจิส่ายหน้าเบา ๆ "นั่นเพราะมาโอ ไม่ยอมบอกเรื่องราวที่แท้จริงกับเธอน่ะสิ"

"ไม่...คุณเป็นคนอื่น มาโอะ...เป็นพี่ชาย พี่ชายเพียงคนเดียวของผม ผมไม่เชื่อคุณหรอก! อย่าเข้ามานะ คิดว่าผมไม่มีมีด แล้วจะตายไม่ได้งั้นเหรอ" โคโตะขู่ต่อไป ร่างที่ถอยร่น แทบจะไปชิดผนังแล้ว

เรอิจิจ้องมองมาอย่างจริงจัง มือของเขาไม่ได้วางเปล่า แต่มีปืนกระบอกหนึ่ง ปืน...ที่อานุภาพย่อมรุนแรงกว่ามีดเมื่อครู่เป็นไหน ๆ

"ฆ่าผมซะสิ! ถ้าองค์กรของพวกเรามันชั่วร้ายนัก คุณก็ควรตัดไฟแต่ต้นลมด้วยการฆ่าผม...ผมซึ่งเป็น..มันสมองขององค์กรนี้" เขาท้าต่อไป

หากสิ่งที่เรอิจิทำ กลับไม่ใช่ยิงมา

มือนั้นจับกระบอกปืนอีกด้าน ก่อนจะยื่นส่วนด้าม ส่งให้โคโตะ

ร่างบอบบางรับมันมาอย่างงุนงง

"ปืนนี่ ใส่กระสุนพร้อมยิง เธอคงใช้มันเป็นใช่มั้ย"

แน่ล่ะ ว่าโคโตะยิงปืนเป็น เรื่องแบบนี้ มันจำเป็นต้องเรียนรู้ ถ้าจำเป็นต้องอยู่ในโลกมืดเช่นนี้

"คุณให้ผมทำไมกัน" เขามองปืนในมือ ที่ยังคงรับมาอย่างไม่เข้าใจ ทำไมคน ๆ นี้ จึงส่งอาวุธของตนเองให้ศัตรู ที่พร้อมจะลงมือฆ่าได้ทุกเมื่ออย่างเขา?

"ถ้าเธอไม่เชื่อฉัน ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีก อยากออกไปจากที่นี่..ก็ไปเลย หรืออยากจะฆ่าฉัน เพื่อลดจำนวนศัตรู อย่างที่เธอพูดเมื่อครู่ ก็ตามสบาย"

"ทำไม...?"

"ยิงสิ"

ปืนในมือเล็งไปยังร่างของเรอิจิแล้ว "ผม...ยิงปืนแม่นมากนะ" โคโตะพูดขึ้น "แค่เล็งไปที่หัวใจของคุณ มันง่ายดายมาก"

ใบหน้าของชายหนุ่มกลับมีรอยยิ้ม เมื่อก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว

"ถอยไปนะ อยากโดนยิงหรือไง" เสียงใสตวาด

"กลัวอะไรกัน คนที่มีอาวุูธคือเธอนะ...ไม่ใช่ฉัน" เขาพูดต่อเรื่อย ๆ "และฉันในตอนนี้ ไม่มีอาวุธใด ๆ ซ่อนอยู่แน่นอน สาบานได้เลย"

โคโตะรู้ดี ว่าสิ่งที่ชายหนุ่มพูดนั้นเป็นเรื่องจริง ไม่เช่นนั้น คงไม่มีความจำเป็นต้องส่งปืนนี้ให้กับเขาก็ได้ หากเรอิจิกำลังมั่นใจ...มั่นใจมาก ว่าจะเป็นผู้ชนะ ถึงแม้จะมาแบบตัวเปล่าก็ตาม

ต้องไม่หวั่นไหว...โคโตะเตือนใจตัวเอง

ทว่าพอชายหนุ่มเบื้องหน้า ก้าวเข้ามาอีกก้าว เขาก็เผลอถอยหลังไปอีกก้าว โดยไม่รู้ตัว แผ่นหลังในยามนี้ แนบชิดกับผนังห้องเสียแล้ว

ทางหนีหมดลง...นอกเสียจาก ฆ่าคนเบื้องหน้าทิ้งเสีย

"เธอไม่เคยฆ่าคนมาก่อนสินะ" เรอิจิพูดต่อไป "ไม่อย่างนั้น เธอคงยิงฉันไปแล้ว"

โคโตะหัวเราะ "ทำไมจะไม่เคย กับอีแค่ฆ่าคุณ...เรื่องมันง่ายมาก ผมบอกแล้ว ว่ายิงได้แม่นขนาดไหน"

ชายหนุ่มก้าวเข้าไปอีกก้าว กระบอกปืนแทบจะจ่อตรงร่างเขาแล้วด้วยซ้ำ เมื่อมือมั่นคงยื่นออกไป แล้วคว้าปลายกระบอกไว้ แววตาแน่วแน่ ยังคงมองโคโตะตาไม่กระพริบ

"แบบนี้คงจะไม่พลาดแน่นอน" มืออันมั่นคงของเขาจับกระบอกปืนจ่อที่ศีรษะตัวเอง หากมือที่สั่นระริก...กลับเป็นมือของโคโตะ

"ยิงสิ" ดวงตาคมเข้มหลับลงช้า ๆ

เสียงดังแกร๊ก เมื่อร่างบอบบาง ขว้างปืนนั้นลงกับพื้น "ทำไมผมจะต้องยิงคุณด้วยล่ะ!"

ใบหน้าคมสันนั้นมีรอยยิ้ม "แล้วทำไม เธอต้องแทงตัวเองด้วยล่ะ"

การย้อนครั้งนี้ เล่นเอาเขาแทบสะอึก

นั่นสิ...เขาจะฆ่าตัวเองทำไม

มาโอะ จะเสียใจขนาดไหน ถ้ารู้ว่าเขาตายไป เพียงเพราะเรื่องไร้สาระเช่นนี้
ใช่...ถ้าคิดกลับกัน ถ้าเขาเป็นมาโอะ แล้วเจอน้องชายตัวเอง ฆ่าตัวตายจากไป เขาก็คงเสียใจมากเช่นกัน

สิ่งที่ทำมาทั้งหมด ความยากลำบากที่พยายามต่อสู้ด้วยกันมา

...เพียงเพื่อเพราะ...จะได้อยู่ด้วยกัน...ไม่ใช่หรือ?

ถ้าเขาตายไปในตอนนี้ ทุกอย่างก็เปล่าประโยชน์สิ

เรากำลังทำอะไรอยู่?

ร่างบอบบางทรุดตัวลง พึมพำเสียงแผ่วทั้งน้ำตา "ผมยอมแพ้แล้ว... จะทำยังไงก็แล้วแต่คุณเถอะ"

เรอิจิกอดร่างที่สั่นเทานั้นไว้แนบอก "ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก แค่เธอไม่คิดจะตาย ด้วยเรื่องไร้สาระแบบนี้ ก็พอแล้ว"

"แต่ว่า...คุณต้องการตัวผม...เพื่อทำลายล้างพวกเราไม่ใช่เหรอ" เสียงถามยังคงสั่น "ถึงผมจะฆ่าคุณไม่ได้ และฆ่าตัวเองก็ไม่ได้ แต่ผม...ก็ไม่ขายเพื่อน และพี่ชายหรอกนะ"

เรอิจิส่ายหน้าเบา ๆ "ฉันไม่ได้ต้องการที่จะทำลายใคร สิ่งที่พวกเราทำ มีเพียงการช่วยเหลือเท่านั้น"

"ผมไม่เข้าใจ"

ใบหน้าคมเข้มมีรอยยิ้ม ท่าทางขี้เล่นยังคงอยู่ เมื่อเขาขยิบตาให้ก่อนจะตอบว่า "แล้วเธอจะเข้าใจมันเอง"

ว่าแล้วก็อุ้มร่างบอบบางนั้นขึ้นมา รวดเร็วจนอีกฝ่ายทำตัวไม่ถูก "แต่ตอนนี้ เธอต้องพักผ่อน เชื่อหมออย่างฉันสิ"

"คะ..คุณเป็นหมอ?" คนถามอึ้งไปอย่างผิดคาด เขาเคยคิดว่า เรอิจิคงเป็นพวกสายลับหรือพวกจารชนเสียมากกว่า

"ใช่ ฉันเป็นหมอ...เป็นจิตแพทย์ หรือจะเรียกง่าย ๆ ว่า เป็นจิตแพทย์ที่รักษาอาการทางจิตของอาชญากร ก็ได้"

ร่างบอบบางในอ้อมแขนเบือนหน้าหลบพลางพึมพำ "ผมไม่ใช่อาชญากรสักหน่อย"

คนอุ้มอมยิ้ม "ไม่ใช่อาชญากร ก็รักษาได้ ฉันเป็นหมอนี่นา ถ้ามีคนไข้อยู่ตรงหน้าแล้วไม่รักษา ก็ผิดจรรยาบรรณที่ดีของแพทย์สิ จริงมั้ย"

"คุณพูดเล่นอยู่ได้ ผมไม่รู้แล้ว...ว่าเมื่อไหร่คือเล่น เมื่อไหร่คือจริง"

เรอิจิหัวเราะเบา ๆ "ทั้งเล่นทั้งจริง มันก็คือตัวฉันนั่นแหละ เหมือนกับท่าทางไร้เดียงสา กับท่าทางที่ช่ำชองของเธอ จะอย่างไร ก็เป็นตัวเธอ ไม่ว่าเธอจะเสแสร้งแกล้งทำหรือไม่ก็ตาม"

"คุณรู้...."

ชายหนุ่มกระซิบที่ข้างหูต่อไปว่า "รู้สิ ว่าเธอยั่วยวนได้เซ็กซี่ขนาดไหน ไม่ต้องฟอร์มว่าเป็นเด็กใสซื่อหรอกน่า"

"บ้าที่สุด... ผมทำตัวไม่ถูกแล้วนะ เวลาอยู่ต่อหน้าคุณ" คนพูดชักเริ่มพาลแก้เขิน ที่จะอย่างไรก็ปิดไว้ไม่มิด

"ก็ไม่เห็นต้องทำอะไร เป็นตัวของตัวเองก็พอแล้ว" ชายหนุ่มตอบง่าย ๆ

"แล้วคุณต้องการตัวผมเพื่ออะไรกันแน่" โคโตะถามต่อ

"ไว้ให้เธอหายดีก่อน แล้วเราค่อยว่ากัน" เรอิจิตอบ ก่อนจะวางร่างบอบบางนั้นบนเตียงอีกครั้ง "พักผ่อนซะ เธอเครียดมากไปแล้วในวันนี้ ถ้าไม่อยากโดนฉีดยาล่ะก็ หลับซะเดี๋ยวนี้เลย"

"ผม..."

มืออ่อนโยนยังคงลูบผมนุ่มนั้นแผ่วเบาเหมือนเคย "อย่าคิดมาก แล้วทุกอย่างจะดีเอง"

เสียงแผ่วเบานุ่มนวลปลอบประโลมฟังแล้วสบายใจจนในที่สุดโคโตะก็ผล็อยหลับไปอีกรอบโดยแทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ...


........................................


และแล้ว การอยู่ร่วมกันของเขากับเรอิจิ ก็เริ่มขึ้นตั้งแต่วันนั้น

เรอิจิไม่เคยกักขังเขาไว้ แต่โคโตะ ก็ไม่ยอมจากไป ทั้ง ๆ ที่มีโอกาส

อาจจะเพราะอีกฝ่ายแสดงความจริงใจออกมาก่อน และนั่น...ทำให้เขาเริ่มสงสัยแล้ว ว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นอย่างไรกันแน่ และที่สำคัญ สิ่งที่มาโอะทำ...มันเลวร้ายจริงอย่างที่เรอิจิพูดไว้หรือเปล่า

เพื่อที่จะรู้เรื่องพวกนี้ให้ได้ เขาจะต้องอยู่ที่นี่ต่อไป

เรอิจิไม่เคยซักถามถึงเรื่องในองค์กรของเขา ไม่เคยคาดคั้นถามอะไรที่เขาไม่ต้องการจะตอบ

แต่ในเมื่อการคงอยู่ของเขา ไม่ได้มีประโยชน์ใด ๆ เลยสำหรับคนผู้นี้

แล้วที่บอกว่า เป้าหมายก็คือตัวเขา มันหมายความว่าอย่างไรกัน?

เรอิจิเป็นคนแปลก ไม่ว่าเขาจะรุกเข้าหา จะยั่วยวนเช่นไร ก็คล้ายไม่มีผล คนผู้นี้ ราวกับล่วงรู้ทุกสิ่งทุกอย่างภายในใจของเขาจนหมดสิ้น

ตอนนี้คงทำได้เพียงแค่รอคอย...จนกว่าความจริงจะปรากฏเท่านั้น!


....................................


โต๊ะทำงานของเรอิจิมีข้าวของมากมาย หากส่วนใหญ่กลับเป็นเอกสารยาก ๆ ทางการแพทย์ ไม่ได้มีสิ่งที่จะบ่งบอกถึงตัวตนขององค์กรลับที่มาโอะบอกว่าเรอิจิทำงานให้อยู่เลย การรื้อค้นห้องทำงานตอนชายหนุ่มไม่อยู่ เขาก็ทำมาหลายครั้งแล้ว...และทุกครั้ง เรอิจิก็รู้ แต่ไม่เคยว่าอะไรเลย

"มาจัดห้องให้ฉันงั้นเหรอ ขอบใจมากนะ" เขาพูดแบบนี้แล้วก็ยิ้มให้

เล่นเอาโคโตะทำตัวไม่ถูก

"ผม...มาสืบเรื่องของคุณ ตามที่มาโอะสั่งต่างหากล่ะ ไม่เห็นจะต้องขอบคุณเลย" โคโตะตอบเสียงสะบัด

"แต่เธอก็จัดมันเป็นระเบียบขึ้นนี่นา ขอบคุณก็ถูกแล้ว" เขาพูดง่าย ๆ

"คุณแต่งงานแล้วงั้นหรือ" โคโตะถามขึ้นลอย ๆ ดวงตากลมโตมองภาพถ่ายคู่ของคนตรงหน้ากับหญิงสาวแสนสวยที่มีท่าทางมั่นใจในตัวเองสูงคนหนึ่ง

ชายหนุ่มหันมามองแล้วยิ้ม "ใช่สิ ภรรยาฉันสวยมั้ยล่ะ"

"ฮึ คนอย่างคุณ ไม่น่ามีใครมาหลงรักได้เลยนะ"

"นั่นสินะ...แต่ฉันก็รักเขามาก อ้อ นี่ลูกชายฉันล่ะ น่ารักใช่มั้ยล่ะ" เขาหยิบรูปเด็กผู้ชายคนหนึ่งให้ดู หน้าตาที่ละม้ายคล้ายคลึงยิ้มกว้างมาให้ อายุคงราว ๆ สิบห้าสิบหก แต่ดูแกร่งกว่าเด็กทั่วไปจริง ๆ

"ตั้งแต่ฉันแยกกันอยู่กับภรรยา เขาก็หาเลี้ยงตัวเองแล้วก็เรียนไปด้วย เป็นเด็กที่อ่อนโยนและน่ารักมากทีเดียวนะ ถ้าเธอได้เจอเขา เธอจะต้องชอบเขาแน่ ๆ" เรอิจิอวดต่อด้วยความภาคภูมิใจ ท่าทางกระตือรือร้นสมกับเป็นคุณพ่อผู้เห่อลูกชายอย่างเห็นได้ชัด

ดวงตาอ่อนโยนมองภาพนั้นอีกครั้ง แล้วถอนใจยาว "ฉันเองก็ไม่ใช่พ่อที่ดีสักเท่าไหร่ ภรรยาของฉันก็เช่นกัน ด้วยภาระหน้าที่ของฉันตอนนี้ ทำให้ไม่อาจดูแลลูกได้ แต่เขาก็แข็งแกร่งกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะ" ว่าพลางก็อมยิ้ม

"พ่อแม่น่ะ ยังไงก็รัก และอยากปกป้องลูก แล้วก็จะทำทุกอย่าง เพื่อให้พวกเขามีความสุข...ถึงจะต้องตาย ก็ยังหวังจะให้ลูก ๆ ได้ใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดา ได้สร้างครอบครัวของตัวเอง และมีความสุขมาก ๆ กับคนที่พวกเขารัก...แน่นอนว่า ไม่ใช่ให้ใช้ชีวิตอย่างเจ็บปวดหรอกนะ"

คนฟังนิ่งอึ้งไป เขารู้ดีว่าเรอิจิ...คงรู้ประวัติของตัวเขา และมาโอะ อย่างละเอียดแล้ว คน ๆ นี้ กำลังพยายามปลอบเขา ผ่านเรื่องราวของตัวเอง ความตายของคนที่รัก..และครอบครัว ตั้งแต่เยาว์วัย หลงเหลือเพียงสองพี่น้อง มาโอะ...และเขา โคโตะ

สิ่งที่มาโอะทำ เขาย่อมเข้าใจดี พวกเขาไม่ได้ต้องการอะไร ไม่ว่าจะอำนาจ หรือชื่อเสียงเงินทอง

สิ่งที่พวกเขาต้องการ คือการได้อยู่ร่วมกัน...อย่างมีความสุขต่างหาก

แต่เพื่อการนั้น...พวกเขาจำเป็นจะต้องล้างแค้น และเพื่อการนั้นอีกเช่นกัน ที่พวกเขา...จำเป็นต้องอยู่เหนือกว่าพวกที่คิดร้ายทั้งหมดหลังจากล้างแค้นได้สำเร็จ!

ทั้งนี้เพื่อให้ได้อยู่ร่วมกันอีกครั้ง

มาโอะไม่มีทางทำเรื่องชั่วร้ายได้หรอก เขาแน่ใจ!

"คุณจะให้ผมอยู่ที่นี่จนถึงเมื่อไหร่" ร่างบอบบางถามขึ้นในที่สุด

เรอิจิอมยิ้ม "เธอไม่อยากอยู่กับฉันแล้วงั้นรึ"

โคโตะส่ายหน้า แล้วตอบว่า "ผมไม่อยากให้มาโอะเป็นห่วง และที่สำคัญ" ดวงตากลมโตจ้องมองมาอีกครั้ง 

"ผมก็...ยังไม่เชื่อคุณเท่าไหร่หรอกนะ คุณอาจจะบอกความจริงเพียงแค่บางส่วน แล้วทำให้ผมกับเขา แตกคอกันเองก็ได้" ร่างบอบบางพูดต่อไป สมกับเป็นคนที่เป็นมันสมองขององค์กร เขามักจะคิดได้ลึกซึ้งกว่าคนทั่วไปเสมอ

เรอิจิพยักหน้ารับ "ใช่ ฉันอาจจะโกหกเธอก็ได้ เธอไม่จำเป็นต้องเชื่อฉันอยู่แล้ว ความจริง จะอย่างไรก็เป็นความจริง ฉันไม่เคยคิดจะบังคับให้เธอเชื่อ ไม่เคยคิดบังคับให้เธอทำตาม...เพราะเธอเป็นฉลาดและยอมรับเรื่่องราวต่าง ๆ ได้ดี ฉันแน่ใจ ว่าเธอจะต้องเลือกทางที่ถูกต้อง ...ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจเข้าทางเธอ มากกว่าพี่ชาย"

"อยากรู้ใช่มั้ยล่ะ ว่าฉันต้องการตัวเธอเพื่ออะไร มาสิ ฉันจะให้เธอได้เห็นเอง วันนี้...คนของฉันติดต่อมาแล้ว เราจะไปจัดการกับคดี ๆ หนึ่งด้วยกัน"

โคโตะมองมาอย่างงุนงง

"คดีงั้นเหรอครับ"

ชายหนุ่มยิ้มให้ "ใช่แล้ว คดีหนึ่ง...ที่พี่ชายของเธอ...และองค์กรชั่วร้ายนั่น เข้ามาเกี่ยวข้อง"

คนฟังตื่นตัวขึ้นทันที "ตกลง ผมจะไปกับคุณ"


.........................................
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-07-2014 22:46:11 โดย ppm »

ออฟไลน์ Oo๐FosfoggY๐oO

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 442
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-0
Re: Absolution Café ตอนที่ 10/2 อัพ 25-3-10 จบในตอน
«ตอบ #102 เมื่อ25-03-2010 18:30:36 »

 o22 แก้แค้นเพื่อที่จะได้อยู่ด้วยกัน โหดจริง

pattybluet

  • บุคคลทั่วไป
Re: Absolution Café ตอนที่ 10/2 อัพ 25-3-10 จบในตอน
«ตอบ #103 เมื่อ25-03-2010 21:44:32 »

กำลังสนุกเลยค่ะ ถึงว่าใครๆก้อหลงรักเรอิจิ :o8:
แต่...เรย์จิยังเป็นที่หนึ่งสำหรับเราน๊า :impress2:

เป็นกำลังใจให้ค่ะ

ออฟไลน์ ppm

  • รักเด็กจังเลย
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 235
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
    • ppmfic yboard
Absolution Café จบตอนที่ 10 อัพ 26-3-10 จบในตอน
«ตอบ #104 เมื่อ26-03-2010 15:49:08 »

(จบตอนที่ 10)


"ทำไมผมต้องแต่งตัวแบบนี้ด้วยล่ะ" เสียงถามอารมณ์ขุ่นเล็กน้อย ร่างบอบบางในตอนนี้อยู่ในชุดกระโปรงติดกันสีหวาน เข้ากับรูปร่างอ้อนแอ้นได้เป็นอย่างดี ไหนจะวิกผมยาวสลวยที่พอสวมแล้วยิ่งดูคล้ายสาวน้อยวัยราว ๆ สิบแปดสิบเก้าที่แสนจะน่ารักและมีเสน่ห์

คนมองด้านข้างแอบขำ พลางยิ้มรับแล้วตอบว่า "ก็น่ารักดีไม่ใช่เหรอ"

ดวงตากลมโตมองภาพในกระจกของตัวเองแล้วแอบค้อนให้อีกครั้ง "แต่ผมไม่ชอบนี่"

"เอาน่า เราจะไปสืบคดีนะ ก็ต้องปลอมตัวกันหน่อย อย่าลืมสิ ว่าคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องนั้น อาจจะเป็นพี่ชายของเธอก็ได้ ถ้าเขาตามมา เรื่องราวคงยุ่งกว่าเดิมมากแล้ว"

คนฟังนิ่งอึ้งไปเล็กน้อยอย่างไม่รู้จะแย้งอย่างไร เรอิจิพูดถูกแล้ว หากเขาอยากรู้ว่าเรื่องราวที่แท้จริงเป็นเช่นไร เขาก็จะต้องไม่แหวกหญ้าให้งูตื่น ถึงจะยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่เขาก็ต้องการจะเห็นด้วยตาตัวเองให้มั่นใจเสียก่อนมากกว่า

"แต่ก็ไม่เห็นจะต้องแต่งแบบนี้เลย ทำไมคุณไม่ใส่บ้างล่ะ"

"ถ้าฉันใส่ คงเด่นจนเป็นจุดสนใจมากเกินแน่ ๆ เอาเถอะน่า เราไปกันได้แล้วล่ะ อ้อ แกล้งแสดงเป็นคู่รักกันหน่อยนะ จะได้เนียนขึ้นอีก นึกซะว่า...วันนี้เราไปเดทกันก็ได้" เขาพูดพลางยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง แขนข้างหนึ่งงอเล็กน้อยทำท่าจะให้อีกฝ่ายคล้องมา

คนมองถอนหายใจ ก่อนจะหันไปยิ้มหวาน เรื่องแค่นี้...ไม่ได้ยากเกินความสามารถของเขาอยู่แล้ว "ก็ได้...เล่นกับคุณหน่อยก็ดีเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้น...ไปกันเถอะที่รัก" ร่างบอบบางเอนอิงแขนแกร่ง มือสอดคล้องกอดแนบชิดสนิทสนมแนบเนียน

"ชำนาญเชียวนะ" ชายหนุ่มพึมพำยิ้ม ๆ

"คุณนั่นแหละ อย่าหลุดก่อนก็แล้วกัน" โคโตะตอบรับ "ว่าแต่ เราจะไปที่ไหนกันล่ะ"

"เดทวันนี้ ก็ต้องไปที่สวนสนุกสิ" เรอิจิตอบง่าย ๆ "วันนี้มีคณะนักมายากลมาแสดงที่นั่นด้วยนะ และ..เป้าหมายของเรา ก็อยู่ในนั้นเสียด้วย"

"หืม?" ดวงตากลมโตมองมาอย่างอยากจะถาม

"ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง เธอแค่ตามมาก็พอ ไปกันเถอะ" ว่าแล้วทั้งคู่ก็ขึ้นรถ โดยมีชายหนุ่มมาเปิดประตูให้ราวเป็นหญิงสาวที่กำลังไปเดทกับคนรักจริง ๆ ท่าทางที่เป็นธรรมชาติของเรอิจิ ทำให้โคโตะรู้สึกสนุกตามไปด้วย

เดทงั้นเหรอ...ตั้งแต่เกิดมา เขายังไม่เคยได้เดทกับใครเลย ยกเว้นกับมาโอะ ถ้ามันเรียกว่าเดทได้ล่ะก็นะ


.................................


สวนสนุกแห่งนี้จัดว่าใหญ่พอสมควร และมีเครื่องเล่นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังจ้างคณะมายากลคณะใหญ่ ให้เข้ามาร่วมแสดงเพื่อดึงดูดคนให้เข้ามามากยิ่งขึ้นไปอีก แต่เพราะยังไม่ถึงเวลาแสดง ด้วยเรอิจิเจตนามาเร็วกว่า เพื่อที่จะให้อีกฝ่าย ได้เล่นเครื่องเล่นราวเดทกันจริง ๆ เสียก่อน

"ผมไม่เคยสนุกแบบนี้มาก่อนเลย" โคโตะในชุดสาวน้อยกอดแขนชายหนุ่มพลางพึมพำ ใบหน้าที่ดูไร้เดียงสายิ้มแย้มน่ารัก ไม่ใช่การเสแสร้งแบบในวันก่อน เรอิจิยิ้มให้ เขาต้องการให้อีกฝ่ายผ่อนคลายให้มากที่สุด ก่อนที่จะต้องไปเผชิญกับเรื่องราวที่จำเป็นจะต้องใช้กำลังใจที่เข้มแข็ง เพื่อให้ผ่านพ้นมันมาได้

ร่างสูงดูนาฬิกา ก่อนจะชักชวนขึ้นว่า "เล่นมาพอแล้วล่ะ ตอนนี้เราไปดูมายากลกันดีกว่า"

รอยยิ้มจางหายไป สีหน้าของอีกฝ่าย กลับเคร่งเครียดขึ้น นิ้วยาวดีดที่หน้าผากมนนั้นทีหนึ่ง ก่อนที่เจ้าตัวจะตั้งตัวติด "โอ๊ย คุณทำอะไรเนี่ย"

"เรามาเดทกันไม่ใช่เหรอ อย่าทำหน้าน่ากลัวแบบนี้สิ" เขาพูดพลางหัวเราะ

"ก็ได้ ๆ ผมจะพยายามไม่เผลอ" ร่างบอบบางตอบกลับ "ไปสิคะที่รัก" เขากระซิบเสียงหวาน ชายหนุ่มจึงหันมายิ้มรับ เป็นรอยยิ้มที่น่ารักจนโคโตะมองดูอย่างเคลิ้บเคลิ้ม

"เอ้า ไปสิครับ หรือว่าติดใจหน้าผมจนไม่อยากดูมายากลแล้วล่ะ หวานใจของผม"

คนฟังแอบสะดุ้ง ก่อนจะค้อนให้อย่างเขิน ๆ "คุณก็นำทางสิ"

บรรยากาศราวคู่รักอย่างแท้จริงทำให้เขาใจเต้นอยู่บ้าง แม้จะรู้ทั้งรู้ ว่าคนด้านข้างนั้น ไม่เคยสนใจเขาในทางฉันท์ชู้สาวเลยก็ตาม

เต็นท์ของคณะมายากลนี้มีขนาดใหญ่พอสมควร กับรายการแสดงที่มีมาหลายชุด หลังจากรับชมอย่างเพลิดเพลินแล้ว ชายหนุ่มก็ชี้ให้คนด้านข้างดูเด็กสองคนในคณะนั้น

ร่างบอบบางที่อายุราว ๆ สิบเอ็ดสิบสอง ของเด็กชายในชุดปีเตอร์แพน กับเด็กหญิงอายุราว ๆ หกเจ็ดขวบในชุดจิงเกอร์เบล ดูน่ารักมากจริง ๆ ดวงตาสีฟ้าใสของเด็กชาย และดวงตาที่งดงามที่สุด...จากเด็กหญิง ตาสีฟ้าและสีเขียว อย่างละข้าง ราวกับแมวน้อยตาสองสีที่ดูงดงามและลี้ลับ

การแสดงของทั้งคู่คล่องแคล่วและชำนาญ มือที่เคลื่อนไหวว่องไว ทั้งกลไพ่และกลอื่น ๆ โดยมีเด็กหญิงตัวน้อยเป็นผู้ช่วย สร้างความรู้สึกเอ็นดูจากผู้ชมและเรียกเสียงปรบมือได้ดังไปทั่วบริเวณนั้น โคโตะมองเด็กทั้งสองอย่างประทับใจ แต่ก็ยังไม่เข้าใจเช่นกัน ว่าทำไมเรอิจิ จึงให้เขาสังเกตเด็กสองคนนี้เป็นพิเศษ

ทั้งคู่เดทกันจนใกล้ค่ำในสวนสนุกแห่งนั้น ราวกับว่าไม่ได้มาสืบคดีเสียด้วยซ้ำ โคโตะเองก็ดูจะเพลิดเพลินจนแทบจะลืมเลือนว่าตนเองก็ไม่ใช่เด็กแล้วในตอนนี้ ความรู้สึกยามได้ใกล้ชิดกับอีกฝ่าย ทำให้เขาคล้ายเด็กสาวที่พึ่งมาเดทกับแฟนหนุ่มเป็นครั้งแรกก็ไม่ปาน แม้จะรู้อยู่เต็มอก ว่าอีกฝ่ายนั้นมีลูกและภรรยาแล้ว และไม่ใช่แค่นั้น ในสายตาของเรอิจิ เขาอาจจะเป็นได้แค่เพียง...ลูกชายอีกคนก็เป็นได้

ดวงตากลมโตหลับลงอย่างสะท้านใจ เขารู้ดีว่า จะใจอ่อนไม่ได้ กับคน ๆ นี้ ความเป็นศัตรูยังคงมีอยู่

ไม่ว่าจะรู้สึกกับเรอิจิเช่นไร สำหรับเขาแล้ว คนที่จะมาเป็นอันดับหนึ่ง ก็ยังคงเป็นมาโอะเสมอ

ถึงจะจับล้างสมองอย่างไร ก็ไม่อาจลบความผูกพันที่มีมาแต่กำเนิดลงได้หรอก

เพราะมาโอะคือที่พึ่ง ที่พักพิง คือพี่ชาย และยังเป็นคนรักของเขาด้วย

ไม่มีใครในโลกนี้จะแทนที่ได้...ไม่เคยมี

เขาพยายามบอกย้ำเรื่องเหล่านี้ กับหัวใจของตัวเอง
ห้ามไขว้เขวอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าคน ๆ นี้ จะพาเขาไปดูอะไรก็ตาม!


............................................


ยามค่ำมาเยือน พวกเขาทั้งคู่ไม่ได้กลับออกไปจากสวนสนุก แต่กลับซุ่มรอคอยอยู่ข้างเต็นท์แสดงมายากลนั้น เรอิจิยังคงไม่ได้บอกอะไรกับเขา นอกจากให้เฝ้ารอคอย

คอยจนดึก สวนสนุกปิดแล้ว รอบตัวมีแต่ความมืดไร้ซึ่งผู้คนและไฟประดับตามเครื่องเล่นต่าง ๆ บรรยากาศจึงดูเปลี่ยวร้างและวังเวง ในตอนนั้นเอง ประตูเต็นท์ผ้าใบก็เปิดออก ร่างเล็ก ๆ สองร่างเดินออกมาจากภายในอย่างระมัดระวัง ใบหน้าที่ละม้ายคล้ายคลึงบอกได้ชัด ว่าสองคนนี้ เป็นพี่น้องกันแน่ ๆ มือเล็ก ๆ ที่จับกันแนบแน่น ยิ่งบอกได้ถึงสายสัมพันธ์...ดังเช่นตัวเขา กับมาโอะ

เด็กชายเดินนำหน้า และยังคงจูงมือกับเด็กหญิงอยู่ พวกเขาเปลี่ยนชุดเป็นชุดลำลองที่ดูน่ารักไม่ต่างจากชุดในการแสดง ร่างเล็กเดินอย่างมีเป้าหมาย ตรงไปยังตึกใหญ่อันเป็นที่ทำการของสวนสนุก

ชายหนุ่มส่งสัญญาณให้โคโตะ แล้วทั้งคู่ก็ลอบตามเด็กสองคนนั้นไปอย่างเงียบเชียบ

ห้องที่ทั้งคู่ไปหยุดยืนอยู่กลับเป็นห้องใหญ่ที่แม้กระทั่งประตู ก็ดูจะหรูหราเป็นพิเศษ ป้ายสีทองที่ปิดหน้าห้อง เขียนเอาไว้อย่างงดงามว่าห้องผู้อำนวยการสวนสนุก เห็นได้ชัดว่าเป็นห้องของเจ้าของที่นี่นั่นเอง

ห้องข้าง ๆ ปิดไฟมืด พนักงานทั้งหลายต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน เพราะสวนสนุกปิดแล้ว ทว่าห้องนั้น ยังมีแสงไฟสว่างลอดออกมา ราวกับกำลังรอคอยคนทั้งคู่อยู่ เสียงเคาะประตูแผ่วเบาที่หน้าห้องโดยมือเล็ก ๆ ของเด็กชายเป็นจังหวะรหัสบางอย่าง ดังอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนประตูบานนั้นจะเปิดออก

"Trick or Treat?" เสียงใสถามขึ้นเบา ๆ

คำตอบจากเจ้าของห้องนั้นคือ "Treat"

เจ้าของห้อง หรือก็คือผู้อำนวยการสวนสนุก เป็นชายร่างเตี้ยที่ดูภูมิฐาน ดวงตาเล็กหยียังมีประกายแบบแปลก ๆ ยามจับจ้องมายังเด็กทั้งคู่ เสียงหัวเราะเบา ๆ น่าขยะแขยงดังมาจากร่างนั้น หากเด็กทั้งสองกลับทำเป็นไม่ได้ยิน

คำตอบถูกต้องตามรหัส เด็กชายจึงพยักหน้ารับ ใบหน้าอ่อนเยาว์ที่ดูไร้อารมณ์เมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม แม้มันจะเป็นยิ้มที่เฉยเมยอยู่มากก็ตามที คนที่เปิดมีสีหน้าพึงพอใจ มืออ้วนเชยคางเด็กชายขึ้นก่อนชมเชยในลำคอแผ่วเบาเมื่อสำรวจคนเบื้องหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าเป็นที่เรียบร้อย

ดวงตายิบหยีนั้นเหลือบมองไปยังเด็กหญิงตัวน้อยที่ยืนถัดออกไป ก่อนจะเอื้อมมือไปหา เด็กหญิงหลบหลังพี่ชายทันทีโดยสัญชาตญาณ มือเล็ก ๆ เกาะที่พึ่งเพียงแห่งเดียวนั้นไว้แน่น ด้วยท่าทางหวาดกลัว ร่างของเด็กชายจึงขยับเล็กน้อยแกมขวางเอาไว้อย่างสุภาพ ก่อนจะพูดเสียงราบเรียบว่า

"เธอเป็นผู้ดูอย่างเดียวเท่านั้น คุณคงไม่ลืมกฎข้อนี้ใช่มั้ยครับ"

สายตาที่มองมาเสียดายเล็กน้อย หากได้แต่ถอนใจยาว ดวงตาคู่สวยของเด็กหญิง ช่างดึงดูดชวนหลงใหลยิ่งนัก แต่กับเด็กชายที่หน้าตางดงามไม่แพ้กัน ก็ไม่เลวอยู่ และที่สำคัญ...ยังคงอยู่ในข้อตกลงโดยสมบูรณ์ ที่เขาจะทำอะไรก็ได้อีกด้วย

"มากันแค่นี้งั้นเหรอ" เขาถามย้ำ สายตาระแวดระวังเหลือบมองด้านหลัง และพบกับความว่างเปล่า

"คุณคงไม่ต้องการให้ใครมาขัดความสำราญไม่ใช่หรือครับ" เด็กน้อยถามด้วยน้ำเสียงฉะฉาน

คนฟังชะงัก แล้วหัวเราะดังกว่าเดิม

"เอ้า เข้ามาสิ" เจ้าของห้องเบี่ยงตัวหลบ ให้เด็กทั้งสองก้าวเข้ามา เด็กน้อยสบตากัน ก่อนจะก้าวตามไปอย่างว่าง่าย แล้วประตูบานนั้น...ก็ปิดลง

โคโตะที่แอบมองอยู่ด้านข้างเรอิจิในมุมมืดไม่ไกลออกไป หันไปสบตาคมของชายหนุ่มราวกับต้องการจะถาม เรอิจิส่ายหน้าเบา ๆ แล้วกระซิบว่า "รอดูต่อไป แล้วเธอจะรู้เอง"

ภายในห้องที่ดูเหมือนจะไม่ได้เก็บเสียงได้ดีนัก ทำให้ได้ยินเสียงแผ่วเบาบางส่วนเล็ดรอดออกมา เพียงแค่ฟังก็รู้ได้ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นข้างในบ้าง

ร่างเล็กของโคโตะขยับจะพังประตูเข้าไปเมื่อพอเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หากเรอิจิกลับฉุดรั้งเขาไว้

"ไอ้บ้านั่นมันข่มขืนเด็กนะ จะปล่อยให้มันทำแบบนี้ได้ยังไง" ร่างบอบบางดิ้นรนอย่างฮึดฮัด เสียงที่อึดอัด อ้อนวอน ขอความเมตตา ดังออกมาจากในห้องนั้น สลับกับเสียงหัวเราะอย่างย่ามใจ เพียงแค่ทนฟังได้ไม่นาน เขาก็รู้สึกคลื่นไส้จนแทบอยากจะอาเจียนออกมาให้หมดแล้ว

"ยังมีเรื่องที่เธอต้องรู้อีก อดทนรอดูไปก่อน เด็กคนนั้น...ไม่เป็นอะไรหรอก" เรอิจิพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบกว่าเดิม มือที่แข็งแรงยึดร่างโคโตะไว้ ไม่ให้พุ่งเข้าหาประตูจนทำเสียเรื่อง

"คุณจะไปรู้อะไร คุณเคยเข้าใจมั้ย ว่าการถูกข่มขืนน่ะ...มันเลวร้ายขนาดไหน" น้ำตาเริ่มคลอดวงตางดงามนั้น ร่างบอบบางสั่นเทาอย่างน่าสงสาร อดีตที่ขื่นขม ในวันที่ครอบครัวถูกฆ่าล้าง เขาเองก็โดนเจ้าพวกสัตว์นรกนั่นข่มขืนเช่นกัน เพียงเพราะมีร่างกายที่บอบบางและน่ารักกว่าเด็กทั่วไป

และกว่ามาโอะจะมาช่วยเอาไว้ได้ ทุกอย่างก็บอบช้ำเกินจะแก้ไขแล้ว รวมถึงสภาพจิตใจของเขาด้วย

มาโอะที่โกรธแค้นน่ากลัวนัก ตั้งแต่วันนั้น พี่ชาย..ก็เปลี่ยนไป เข้มแข็งขึ้น เด็ดขาดขึ้น จนบางครั้งถึงกับดุดันน่ากลัว แม้จะยังใจดี เวลาอยู่ต่อหน้าเขา

โคโตะรู้ดี มาโอะพยายามทำตัวเป็นเสาหลักเรื่อยมา เพื่อให้น้องชายที่อ่อนแออย่างตัวเขาได้พักพิง...ทั้งทางใจ...และร่างกาย

มันใช้เวลานานพอดูเช่นกัน กว่าพวกเขาจะสามารถยืนหยัดกันได้อีกครั้ง และองค์กรที่พวกเขาร่วมกันสร้างขึ้น...ก็เป็นบันได เพื่อไปสู่การล้างแค้น!

และในยามนี้...ทำไมเขาจะช่วยเด็กคนนั้นไม่ได้

เด็กผู้ชายคนนั้น จะต้องยอมทำทุกอย่าง เพื่อปกป้อง...น้องสาวอันเป็นที่รักไว้แน่ ๆ

ยิ่งคิดยิ่งเจ็บปวดใจนัก จนแทบจะไม่อาจยืนหยัดอยู่ได้ ร่างแกร่งที่แอบอยู่เคียงข้างได้แต่ยึดจับกึ่งประคอง มือแข็งแรงยังปิดปากอีกฝ่ายไว้ด้วย เพื่อไม่ให้โวยวายจนความแตกเสียก่อน

"อดทนอีกหน่อยนะโคโตะ มีเรื่องอีกมาก ที่เธอต้องรับรู้...และฉันก็หวังว่า ถ้าเป็นเธอ จะแก้ไขมันได้" เสียงกระซิบแผ่วเบาให้กำลังใจ

จากน้ำเสียง บ่งบอกได้ชัด เรอิจิรู้ดีว่ากำลังทำอะไรอยู่

แสดงว่าต้องมีอะไรมากไปกว่าที่เห็นแน่นอน

ร่างบอบบางหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสติให้เข้มแข็งกว่าเดิม ก่อนจะมองมาที่ชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจนัก ดวงตาที่อ่อนโยนและอบอุ่น ยังคงเป็นเหมือนเดิม เขาไม่คิดว่า เรอิจิจะเป็นคนเลวร้าย แม้จะไม่ยอมเข้าไปช่วยเด็กคนนั้นในตอนนี้ก็ตาม

คงมีเหตุผลบางอย่างคน ๆ นี้ถึงได้ทำเช่นนั้น

สังเกตได้จากมือของอีกฝ่ายที่แอบเกร็งแน่น จะว่าไป จิตใจของชายหนุ่มก็คงบอบช้ำไม่ต่างกัน แต่ด้วยความจำเป็นนั่น ก็ทำให้เขาต้องอดทนต่อไป

เวลาผ่านไปนานแค่ไหน โคโตะแทบไม่รับรู้ เสียงร้องน่าสงสารนั้นแผ่วเบาลงทุกที สมองเขาเริ่มจะด้านชา ด้วยความรู้สึกผิดและตำหนิตัวเอง ที่ไม่อาจทำอะไรได้

ทว่าทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องดังขึ้น กลับเป็นเสียงชายชราตัญหากลับผู้นั้น

เรอิจิหันไปมองประตูห้องอย่างเฉยเมย รอคอยเช่นเดิม แม้โคโตะจะพยายามดึงตัวเองให้เป็นอิสระจากการจับกุมของชายหนุ่ม ด้วยความร้อนใจว่าภายในนั้นเกิดอะไรขึ้น

จนเสียงร้องทุรนทุรายจากคนผู้นั้นนิ่งเงียบไปแล้ว เขาก็ปล่อยโคโตะลง มืออีกข้างชักปืนขึ้นมา ก่อนจะพยักหน้าให้โคโตะตามเข้าไป

เท้าที่ยันโครมไปที่ประตูห้อง ทำให้เด็กชายผู้ทรุดตัวอยู่บนพื้นภายในห้องสะดุ้งเฮือก เขาพยายามรวบรวมพละกำลังที่หลงเหลือเข้ามากางกั้นร่างเล็ก ๆ เบื้องหลังไว้

ประตูที่ถูกพังเปิดออกอ้า สภาพในห้องนั้น ทำให้คนทั้งคู่ตะลึงงัน

ร่างอ้วนของเจ้าของห้อง ยังคงนอนจมกองเลือดอยู่กลางห้อง ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว ราววิญญาณได้หลุดลอยจากร่างไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สิ่งที่เห็นอยู่...มีเพียงมีดคมกริบเปื้อนเลือดที่อยู่ในมือบอบบางข้างหนึ่ง

เป็นมือของเด็กหญิง ผู้มีอายุไม่ถึง 7 ขวบด้วยซ้ำ!

ใบหน้าอ่อนเยาว์ยิ้มแย้มแม้จะเป็นรอยยิ้มที่ว่างเปล่า ดวงตาคู่งามที่มีสองสี ยังคงจับจ้องเหยื่อที่สิ้นลมอย่างสาสมใจ เสียงใสหัวเราะพลางพึมพำว่า

"ไม่เป็นไรนะซานา...เอเมจัดการมันแล้ว มันจะรังแกซานาไม่ได้อีก"

เด็กชายที่อยู่ในสภาพบอบช้ำ กอดร่างนั้นไว้ มือที่สั่นน้อย ๆ คว้ามีดแย่งไปถือเสียเอง แม้จะยังหอบหายใจไม่เป็นปกตินัก ดวงตาสีฟ้างดงามจ้องมองแน่วแน่มายังแขกไม่ได้รับเชิญทั้งสอง

"ผมฆ่าเขาเอง...ไม่เกี่ยวอะไรกับเอเมทั้งนั้น จะจับหรือจะฆ่าผมก็ได้ ปล่อยเอเมไปนะครับ" เด็กชายอ้อนวอนโดยไม่สนใจสภาพของตัวเอง ร่างกายเล็ก ๆ ที่ถูกทารุณแทบจะหมดสภาพ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังพยายามขอร้องต่อไป

ในขณะที่เด็กหญิงในอ้อมกอด ยังคงไม่สนใจต่อใครทั้งนั้น ใบหน้าสวยยังคงยิ้มเลื่อนลอย มือเล็ก ๆ ลูบหลังสั่นเทาของเด็กชายราวต้องการปลอบโยน เสียงพึมพำยังคงอยู่ วนเวียนแต่เพียงว่า

"ไม่เป็นไรนะซานา...เอเมจะไม่ยอมให้ใครรังแกซานาอีก..."

สภาพเบื้องหน้าทำให้โคโตะตะลึงไปแล้ว

เรอิจิจึงพูดขึ้นว่า "นี่ล่ะ ผลของการสร้างนักฆ่าของพี่ชายเธอ"

โคโตะรู้ดี ว่าเรอิจิพูดความจริง เขาเองก็พอได้ยินมาบ้าง ว่าวิธีการสร้างนักฆ่า ไม่ได้ง่ายดายเลย และยังทารุณมากด้วย แต่ก็ไม่คิดว่า มันจะโหดร้ายกันได้ถึงเพียงนี้...กระทั่งเด็กตัวเล็ก ๆ ก็ยังไม่เว้น...

มาโอะ...ไม่เคยบอกเรื่องราวพวกนี้กับเขาเลย

ชายหนุ่มถอนใจยาว ก่อนจะยกปืนขึ้นเล็ง "ถึงจะน่าสงสารยังไง แต่ก็คงปล่อยเอาไว้ไม่ได้ สภาพจิตใจขนาดนี้ คงเกินเยียวยาแล้ว"

ปากกระบอกปืนนั้นเล็งไปที่เด็กหญิง

ดวงตาคู่สวยที่ตื่นตระหนกของเด็กชาย มองมาอย่างเข้าใจความหมายเป็นอย่างดี เขากอดร่างเล็กนั้นไว้แนบอก ใช้เพียงแผ่นหลังบอบบางนั้นเข้ารับแทน เสียงสั่นน้อย ๆ ยังคงตะโกนพูด แม้มันจะแผ่วเบาเต็มทีด้วยยังไม่เหลือเรี่ยวแรงจะต่อต้านเท่าใดนัก

"ผมเป็นคนฆ่าเขา เป็นความผิดของผมคนเดียว อย่าทำอะไรเอเม..ได้โปรด..." ร่างเล็กที่ฝืนตัวเองมานานล้มฮวบลงหมดสติไป เด็กหญิงจึงได้แต่ร้องไห้จ้าอย่างตื่นตกใจยิ่งกว่า

"ซานา...อย่าเป็นอะไรนะ...ซานา..."

มือที่เล็งปืนมา ยังคงไม่ขยับไปจากเป้านิ่ง โคโตะมองชายหนุ่มที่ท่าทางเอาจริงขึ้นมาจนน่ากลัวนั้นด้วยสายตาโกรธเกรี้ยวแกมผิดหวัง ร่างบอบบางเข้าไปขวางทางปืนอีกชั้นอย่างไม่กลัวเกรง

"ถ้าคุณจะฆ่าเด็ก ก็ฆ่าผมก่อน ผมเข้าใจแล้ว...พวกผมผิดเอง!"

ดวงตาของเขาพรั่งพรูไปด้วยน้ำตา สภาพเบื้องหน้าของเด็กทั้งคู่บีบคั้นจนเขาแทบคลั่ง จริงหรือ...ที่มาโอะ ทำให้เด็กทั้งสอง ต้องเป็นถึงขนาดนี้

มือสั่นน้อย ๆ โอบกอดร่างเล็กทั้งคู่ไว้ มีเพียงเสียงพึมพำขอโทษ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ความทารุณที่เคยเจอมากับตัว ทำให้เขารู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดเป็นอย่างดี

ความรักระหว่างพี่น้อง ที่ยอมสละตัวเองเพื่อปกป้อง...เขายิ่งเข้าใจดียิ่งกว่า

มันเหมือนตัวเขาเอง...กับมาโอะยิ่งนัก

เป็นเพราะพวกเขาจริง ๆ งั้นหรือ ที่ทำให้เด็กพวกนี้ ต้องเผชิญกับความทุกข์อย่างแสนสาหัส

...เป็นความผิดของเขา...ที่สร้างองค์กรร้ายกาจนั่นขึ้นมา...

ดวงตาที่แน่วแน่จ้องมองมาที่เรอิจิ ทั้งยอมรับและปกป้อง เขาจะไม่ยอมให้ใคร ทำอะไรเด็กสองคนนี้อีกต่อไปแล้ว จะปกป้องให้ได้ ด้วยชีวิตที่เหลืออยู่นี้...

ปืนในมือของชายหนุ่มถูกลดลง เขาเก็บมันเข้าที่อย่างเงียบงัน

"ฉันไม่ทำอะไรเด็กสองคนนี้หรอก นอกจากจะช่วยเหลือเท่านั้น" เรอิจิพูดต่อไป "เรารีบไปกันดีกว่า ก่อนที่จะมีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่"

โคโตะสบตาเรอิจิราวกับต้องการย้ำให้แน่ใจ ชายหนุ่มพยักหน้าพลางยิ้มรับ เป็นรอยยิ้มที่หนักแน่นและมั่นคงเช่นเดิม ร่างบอบบางจึงยินยอมปล่อยให้เรอิจิอุ้มเด็กชายขึ้นมา ส่วนตัวเขาก็อุ้มเด็กหญิงไว้ ก่อนจะรีบเดินทางออกไปจากที่เกิดเหตุนั้นให้ไวที่สุด

ทิ้งร่างชุ่มเลือดไว้บนพื้นโดยไม่มีใครใยดี

กับพวกสัตว์นรกเช่นนี้ ตายได้ก็สมควร!


...........................................


รถของเขาจอดระหว่างทาง หยุดปล่อยให้โคโตะอาเจียนออกมาจนหมดแรง ความเครียดและความกดดันมากมายเกินรับ ทำให้ร่างบอบบางนั้นแทบทนทานไม่ไหว แต่ที่ยังคงฝืนแรงอยู่ได้ นั่นเป็นเพราะเขายังคงห่วง กลัวว่าเรอิจิ จะทำอะไรเด็ก ๆ ที่ตอนนี้หลับใหลไปแล้วทั้งคู่

เรอิจิมองมาด้วยสายตาที่เศร้าหมอง เขาเข้าใจดี ว่าโคโตะเจ็บปวดขนาดไหน แต่รู้ทั้งรู้ เขาก็จำใจต้องทำ เพื่อที่จะได้ยับยั้ง ไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมที่แย่ไปกว่านี้ได้

หลังจากหยุดพักจนอีกฝ่ายพอจะตั้งหลักได้ ชายหนุ่มที่ยืนพิงตัวรถเป็นเพื่อนอยู่ด้านข้าง ก็เริ่มเล่าถึงเรื่องราวของตนเอง เป็นความลับ...ที่มาโอะ เคยพยายามให้เขามาสืบให้รู้

แต่คราวนี้ เป็นเรอิจิ ที่บ่งบอกมาด้วยความตั้งใจของตนเอง

"ฉันสังกัดองค์กรลับแห่งหนึ่ง ที่มีเครือข่ายอยู่ทั่วโลก...พวกเรา ก่อตั้งมันขึ้นมา เพื่ออาชญากรที่จำใจต้องประกอบอาชญากรรม"

"แน่นอนว่ามันไม่ได้ถูกกฎหมาย และพวกเราก็ไม่ได้ใส่ใจ ผู้ที่ถูกทำร้ายจากอาชญากรพวกนี้ด้วย จุดมุ่งหมายของพวกเราก็คือ การช่วยเหลือ และเยียวยาจิตใจอาชญากรที่ทำผิดทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจ และเพราะโดนบังคับ"

"ฉัน...ในฐานะที่เป็นนักจิตแพทย์บำบัดอาชญากร มีหน้าที่ช่วยเหลือ และเยียวยาพวกเขา แต่การจะกลับสู่สังคมได้หรือไม่ สิ่งนั้น..ทางเบื้องบน จะตัดสินอีกที แต่ทุกอย่างนี้ จะเก็บเป็นความลับ และผู้ที่เข้าร่วมการรักษา จะได้รับการคุ้มกันด้วย"

ชายหนุ่มหันมามองโคโตะ "ฉันไม่จับเธอหรอกนะ เพราะรู้ดี ว่าเธอไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ฉันอยากจะขอร้อง ให้เธอ...หยุดมาโอ"

โคโตะนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับ "ผมเข้าใจแล้ว...ว่าทำไม คุณถึงต้องการตัวผม"

เรอิจิยิ้มน้อย ๆ ให้กำลังใจ "ฉันเชื่อ...ว่าเธอทำได้"

"ผมก็เชื่อใจคุณนะ เรอิจิ...ฝากเด็กสองคนนี้ด้วย ถ้าเป็นคุณ จะต้องเยียวยารักษาพวกเขาได้แน่ ๆ"

ร่างเล็กจ้องมองชายหนุ่มอีกครั้ง ก่อนจะพูดด้วยเสียงหนักแน่น

"ผมจะพยายามทำทุกอย่าง เพื่อหยุดมาโอะ จะไม่ยอมให้มาโอะ ทำเรื่องแบบนี้อีก...ดังนั้น เรื่องนี้ ขอผมจัดการเอง ได้ไหมครับ"

เรอิจิพยักหน้ารับ "พวกเราจะไม่เข้าไปยุ่ง นอกจากว่า...เธอจะต้องการความช่วยเหลือ" มือแข็งแรงยื่นนามบัตรให้ 

"จิตแพทย์คนนี้ ยินดีรับปรึกษาปัญหาทุกอย่างตลอด 24 ชั่วโมงฟรี ขอแค่เธอโทรมาเท่านั้น"

"ขอบคุณนะครับ สำหรับทุกอย่าง..."

มือบอบบางถือนามบัตรนั้นไว้แน่น ดวงตาคู่สวยยังคงมีน้ำตาไหลเป็นสายระลงข้างแก้มใส ริมฝีปากนุ่มพยายามแย้มยิ้ม แม้จะยังฝืนเอาการ

"ผมขอสัญญา..ว่าจะปลดปล่อยทุกคนที่อยู่ในอาณัติของมาโอะ...เท่าที่จะทำได้"

"และลาก่อน ผมจะไม่ลืมคุณเลย" ร่างบอบบางพูดประโยคสุดท้าย ก่อนจะเดินจากไปในความมืดนั้น

เรอิจิได้แต่มองแผ่นหลังบอบบางเดินจากไป

เขารู้ดี ว่าโคโตะ ตั้งใจจะเสี่ยงชีวิตอีกครั้ง

แต่ครั้งนี้ เขาคงห้ามไม่ได้

ปัญหาของคนสองคน เป็นเรื่องที่พวกเขา จะต้องสะสางกันเอง

การยื่นมือเข้าไปข้องเกี่ยว จะมีแต่ทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลง

เขาคงทำได้เพียง รอคอยให้โคโตะ ขอความช่วยเหลือมา

และเมื่อถึงตอนนั้น...เขาเองก็จะช่วยเหลือ สุดความสามารถอย่างแน่นอน

ร่างสูงเดินกลับไปประจำที่คนขับ ดวงตาสีเข้มมองมายังเด็กทั้งสองที่ยังคงหลับ เด็กน้อยที่น่าสงสาร ช่วงนี้คงจะเป็นงานหนักอยู่สักหน่อย และต่อจากนี้ไป ก็คงจะมีคนไข้ถูกส่งมาอีกเรื่อย ๆ เป็นแน่

เรอิจิยิ้มอย่างเชื่อมั่น

เพราะเขารู้ดี ว่าโคโตะ จะรักษาสัญญาอย่างแน่นอน!


- จบตอนที่ 10 -

ออฟไลน์ CMYK

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 395
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-1
คุณพ่อเรอิจิ นี่สุดยอดจริงๆ ความจริงค่อยๆเปิดเผยเรื่อยๆ
+1 ให้คุณ ppm ครับ

pattybluet

  • บุคคลทั่วไป
ยิ่งอ่านยิ่งน่าติดตามค่ะ
โคโตะกับมาโอ เจอกันต้องเศร้าแน่ๆเลย

เป็นกำัลังใจให้ค่ะ รอพาร์ทต่อไปนะคะ

ออฟไลน์ Oo๐FosfoggY๐oO

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 442
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-0
พอรู้ที่มาที่ไปแล้วมันเศร้าชะมัด

 o13

ออฟไลน์ jasmin

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1801
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +174/-1
เรย์จิคุงนิสัยคล้ายๆคุณพ่อเลยเนาะ
ช่วยเหลือและเยี่ยวยาคนอื่นเนี่ย
รอลุ้นตอนต่อไป ตอนนี้แอบสะเทือนใจเล็กน้อย สงสารทั้งไคโตะทั้งเด็กๆเลย

ออฟไลน์ ppm

  • รักเด็กจังเลย
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 235
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
    • ppmfic yboard
Absolution Café ตอนที่ 11/1 อัพ 28-3-10 จบในตอน
«ตอบ #109 เมื่อ28-03-2010 17:04:40 »

ตอนที่ 11 Secret of a Flower : ความลับของดอกไม้

(ตอนที่ 11/1)

Rate: G


เช้าที่แสนง่วงงุน ร่างสูงของเด็กหนุ่มเดินลงมาจากชั้นสอง อาจจะเพราะเมื่อคืนที่แสนวุ่นวายที่พึ่งผ่านพ้นไป ทำให้เขานอนได้ไม่เต็มตื่นนัก เช้าตรู่ในห้องนอนที่ไม่คุ้นเคย ทำให้ต้องปรับตัวอยู่บ้าง แต่เตียงที่เก็บไว้เรียบกริบตั้งแต่ก่อนเขาจะตื่น ก็ทำให้เรย์จิรู้ว่าอีกฝ่ายตื่นนานแล้ว

หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อย และเตรียมตัวเปิดร้านเหมือนเช่นทุกวัน สายตาของเขาก็เผลอเหลือบมองแผ่นหลังบอบบางที่คล่องแคล่วในครัวนั้นโดยไม่รู้ตัว มือเรียวที่กำลังจับตะหลิว ขยับทะมัดทแมง ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูดีไปหมด

เสี้ยวหน้าด้านข้างขาวเนียนละเอียด ดวงตาเรียวยาวสีดำสนิท ทุกอิริยาบถ ล้วนแล้วแต่ดูเป็นธรรมชาติ และงดงามนัก…เด็กหนุ่มแอบสะดุ้ง เมื่อดวงตาคู่นั้นปรายมองมา ก่อนจะหันกลับไปสนใจอาหารในกระทะอีกครั้ง ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ไม่รู้ทำไม วันนี้เขาจึงได้สนอกสนใจซากุระคุงมากเป็นพิเศษ อาจจะเป็นเพราะเมื่อคืน…ที่จับพลัดจับผลู ต้องไปขอนอนด้วยโดยไม่ได้คาดคิด แถมอีกฝ่ายยังอนุญาตให้เข้าไปได้เสียอีก

“ไง เรย์จิ” เสียงสดใสทักทายมา ร่างโปร่งบางในชุดราชินีเต็มยศที่เดินลงมาเคียงคู่กับชายหนุ่มอีกคนผู้สวมใส่ชุดองครักษ์ได้อย่างสมจริง ยามปกติที่ซากุระจะเป็นคนยืนขนาบ ก็ดูดีอยู่แล้ว แต่พอเปลี่ยนเป็นฮิโรอากิ กลับได้บรรยากาศที่แตกต่างออกไป

อาจจะเพราะซากุระนั้น ให้อิมเมจเจ้าชายน้ำแข็งที่ออกจะบอบบาง ในขณะที่ฮิโรอากิดูแข็งแรงสมชายชาตรี และสยบยินยอมต่อราชินียิ่งกว่าทาสกระมัง มันเลยยิ่งเสริมให้ราชินีที่รักของเขา ดูโดดเด่นกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า

ในเช้าวันนี้ คนทั้งคู่ดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ไม่ได้คิดเลยสักนิด ว่าสร้างความลำบากใจให้กับเขาแค่ไหนเมื่อคืนที่ผ่านมา

“อรุณสวัสดิ์ครับ อายะคุง ฮิโรอากิคุง” เด็กหนุ่มทักทาย “เมื่อคืนหลับสบายมั้ยครับ”

ร่างบอบบางแย้มยิ้มหวาน “ก็เพราะนายนั่นแหละ…พวกเราเลยไม่ได้นอนทั้งคืน”

“อ้าว ทำไมล่ะครับ ผมอุตส่าห์ไม่อยู่รบกวนแล้ว” เด็กหนุ่มถามกลับอย่างงง ๆ

ใบหน้าใสแดงเรื่อ แขนเรียวถองเข้าให้กับคนด้านหลังอย่างเขิน ๆ “ก็เพราะนายไม่อยู่ พวกเราเลยอยู่กันสองต่อสอง…ฮิโระคุงก็เลย…ไม่ยอมให้ชั้นนอน”

“เป็นนายต่างหากที่อยู่บนตัวฉันไม่ยอมลงทั้งคืน แล้วแบบนี้ ใครจะนอนได้” ชายหนุ่มพึมพำยิ้ม ๆ

“ก็ชั้น…” พูดได้แค่นี้ก็แก้ตัวไม่ออก เพราะมันเป็นแบบนั้นจริง ๆ นานมากแล้ว ที่เขาไม่ได้ร้อนแรงขนาดนี้ ร่างบอบบางหันไปค้อนให้แก้เขิน “นายนี่นะ จะเออออตามชั้นหน่อยก็ไม่ได้ คืนนี้ก็อย่าหวังจะได้นอนเลย”

“กลัวแล้วจ้าที่รัก งั้นคืนนี้ จะบริการให้เป็นสองเท่าเลยก็แล้วกัน” ชายหนุ่มด้านข้างตอบอย่างเอาใจ

“รู้ตัวก็ดีแล้ว อย่าลืมที่พูดล่ะ”

คนฟังอย่างเรย์จิกลับแอบหน้าแดงกว่าคนพูดเสียอีก เมื่อเผลอคิดไปไกลเกินขอบจักรวาลแล้ว จะว่าไป…เสียงที่ได้ยินทั้งคืนนั่น ก็ไม่ทำให้เขาแปลกใจนักหรอก ที่พวกนี้จะไม่ได้นอนทั้งคืนอย่างที่บอกจริง ๆ

อายาเมะมองเด็กหนุ่มแล้วแอบยิ้ม เขาขยับเดินเข้ามาใกล้พลางแอบกระซิบ “ว่าแต่เมื่อคืน…นายนอนห้องซากุระจริง ๆ เหรอ”

เรย์จิสะดุ้ง ก่อนจะหันมาบอกว่า “ก็จริงสิครับ ซากุระคุงน่ะ…ใจดีจะตาย”

คนฟังหัวเราะคิก “ซากุระคุงใจดีแบบนี้ งั้นตั้งแต่นี้ไป นายคงจะนอนห้องเขาแทนสินะ” เสียงนุ่มพูดต่อลอย ๆ

“เอ่อ…” เรย์จิชักเริ่มไม่แน่ใจ เด็กหนุ่มลอบมองคนที่ยังยืนทำอาหารอยู่หน้าเตา ที่คาดว่าคงได้ยินทุกอย่างแน่นอน แต่จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ

“ถ้าซากุระคุงไม่มีปัญหา ผมก็คง…”

ซากุระยังคงเงียบ ราชินีหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์เลยสรุปให้เสร็จสรรพว่า “ถ้าไม่ค้านก็คงโอเคสินะ อย่าลืมเอาฟูกในห้องไปใช้ด้วยล่ะ” คนพูดว่าต่อราวล่วงรู้ ว่าเมื่อคืนเรย์จิยังคงต้องนอนข้างเตียง โดยไม่ได้ขึ้นเตียงแม้สักก้าว

“จริงเหรอฮะ เมื่อคืนเรย์จิคุง นอนห้องซากุระคุงน่ะ” ซานะที่กำลังลงบันไดมาทักอย่างร่าเริง

“ว้า แบบนี้ยูเมะก็อดดูเรย์จิเป็นไส้แซนวิชเลยสิ” เด็กหญิงพึมพำ ก่อนจะหันไปหัวเราะคิกกับเด็กชาย

“เอาเถอะจ้ะ รีบเตรียมตัวดีกว่านะ ใกล้จะถึงเวลาเปิดร้านแล้ว” ทาโนเอะโผล่เข้ามาในครัว เบรกทุกคนเอาไว้ เมื่อครู่เธออยู่ที่เคาน์เตอร์หน้าร้าน จึงไม่ได้มาร่วมสนทนาด้วย แต่ก็ได้ยินทุกอย่างเป็นอย่างดี ใบหน้าใสของหญิงสาว จึงมีรอยยิ้มน้อย ๆ อย่างอารมณ์ดีเช่นกัน

“อ้อ แล้วก็ เรย์จิคุง ซากุระคุง ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”

“อ๊ะ ครับ” เด็กหนุ่มวางมือจากของที่กำลังจัด แล้วหันมาหา “มีอะไรเหรอครับ คุณทาโนเอะ”

หญิงสาวยิ้มให้ ใบหน้าของเธอกลับแดงเรื่อน้อย ๆ เมื่อพูดต่อไปว่า “เมื่อกี้คุณเรอิจิโทรมาน่ะจ้ะ”

“เอ๋? เจ้าพ่อบ้านั่นโทรมาเหรอครับ” เด็กหนุ่มทวนคำอย่างประหลาดใจ สีหน้าหญิงสาวทำให้เขาอดอิจฉาไม่ได้

“ใช่จ้า เขาบอกว่า โรงเรียนภาคค่ำที่ติดต่อเอาไว้ให้ จะเริ่มเปิดเรียนแล้วน่ะ ให้เธอไปรายงานตัวกับอาจารย์ใหญ่ได้คืนนี้เลย ตอนทุ่มตรง”

“ครับ” เรย์จิรับคำ ปิดเทอมคงหมดลงแล้ว และตอนนี้ เขาคงจะต้องเริ่มไปเรียนอีกครั้ง ที่โรงเรียนใหม่ มันเป็นเรื่องที่วางแผนไว้แล้วตั้งแต่ก่อนจะเริ่มทำงานที่นี่ โดยพ่อของเขาบอกว่าจะจัดการติดต่อให้ทั้งหมด ก็หวังว่า…โรงเรียนคราวนี้ คงไม่มีเรื่องอะไรคาดไม่ถึงอีกล่ะนะ เด็กหนุ่มคิดต่อในใจ ไม่ว่าเรื่องอะไรที่พ่อของเขาจัดการให้ มักชอบแฝงอะไรชวนปวดหัวมาด้วยเสมอ แต่เขาก็มักเผลอตกหลุมพรางนั้นซะทุกที

“อ้อ แล้วก็ ซากุระคุง จะไปเรียนกับเธอด้วยนะ”

“หา?” เรย์จิอุทานอย่างแปลกใจ จริงอยู่ ซากุระคุงนั้นดูจากภายนอกก็เห็นได้ชัดว่ายังคงรุ่นราวคราวเดียวกับเขา แต่ท่าทางของคนผู้นี้ ดูคล้ายไม่จำเป็นต้องเรียนก็คงเก่งไปหมดทุกอย่างอยู่แล้ว

“ใช่สิจ๊ะ ซากุระคุงมีปัญหาเรื่องสัญชาตินิดหน่อย แต่ตอนนี้ คน ๆ นั้น ได้จัดการให้เรียบร้อยแล้ว ก็เลยไปเรียนพร้อมเธอได้น่ะ” ทาโนเอะว่าพลางยิ้มหวาน

...จัดการได้ทุกอย่างจริง ๆ นะ เรย์จิคิดในใจ ชักเริ่มสงสัยความไม่ธรรมดาของพ่อตัวเองมากขึ้นทุกที

เจอกันคราวหน้าต้องซักให้ขาวเลย คอยดูเถอะ!

ทาโนเอะมองเด็กหนุ่มแล้วพูดต่อด้วยสีหน้าจริงจังกว่าเดิมว่า

“ฝากซากุระคุงด้วยนะเรย์จิคุง เขาคงไม่คุ้นกับระบบการเรียนที่นี่เท่าไหร่ แต่ฉันคิดว่าเธอคงจะช่วยเหลือได้ ไปด้วยกันแหละดีแล้ว จะได้เป็นเพื่อนกันด้วย”

“อ่ะ…ครับ” เด็กหนุ่มรับปากอย่างไม่รู้จะตอบอย่างไรดีไปกว่านี้ จะว่าไปเขาก็ไม่ได้รังเกียจอะไรกับคน ๆ นี้หรอก ออกจะยินดีด้วยซ้ำ แต่ว่า…ก็มีแอบหนาวบ้างเท่านั้นแหละ เพียงแค่คิดว่าอาจจะโดนสายตาดุ ๆ เย็นเยือกนี้จ้องมองอยู่ตลอดตอนกำลังเรียน

เขาคงคิดไปเองนั่นแหละ…ก็แค่ไปเรียนเท่านั้น จะไปมีอะไรมาก

“แล้วก็ ซานะกับยูเมะ จะไปเรียนด้วย แต่คนละชั้นเรียนกัน ซานะคงดูแลยูเมะได้ ชั้นเรียนสำหรับเด็ก จะเรียนแค่บางวัน แต่สำหรับพวกเธอสองคน จะต้องเรียนทุกวัน ยกเว้นเสาร์อาทิตย์ ดังนั้นฉันจะให้เธอหยุดได้ในวันธรรมดาอีกวันในวันพุธ เพราะฮิโรอากิจะมาช่วยงานเราในส่วนที่พวกเธอไม่ว่างได้อยู่”

“ขอบคุณนะครับฮิโรอากิคุง”

“ไม่เป็นไร ฉันสิ ที่ต้องขอบคุณนาย ที่ทำให้ฉันไม่ตกงาน เรย์จิคุง” ชายหนุ่มตอบรับ

“ถ้าอย่างนั้นคงไม่มีปัญหา ฉันเตรียมแผนที่โรงเรียนไว้ให้แล้ว วันนี้อนุญาตให้เลิกงานได้เร็วหน่อย เธอก็ไปพร้อมกับซากุระคุง แล้วก็เด็ก ๆ เลยนะ” ทาโนเอะว่าต่อ

“ได้ครับ” เรย์จิรับคำอย่างยิ้มแย้ม ทุกคนจึงตื่นเต้นกันเป็นพิเศษ สำหรับการเปิดเรียนครั้งแรกในยามนี้

"แบบนี้ก็ต้องไปลองชุดก่อนสิใช่มั้ย" ยูเมะถามแทรกขึ้น

"เรียนแบบนี้เขามีชุดยูนิฟอร์มที่ไหนกัน" ซานะพูดต่อ

"ว้า แต่ยูเมะอยากใส่นี่นา ยูเมะ..ไม่เคยใส่ชุดนักเรียนเลยนะ"

ทาโนเอะยิ้มให้อย่างอ่อนโยนพลางลูบศีรษะเล็กเบา ๆ "คุณเรอิจิเตรียมชุดไว้ให้แล้วล่ะจ้ะ พึ่งส่งมาถึงเมื่อวานนี้เอง ที่นี่ไม่บังคับก็จริง แต่ถ้าอยากใส่ก็ใส่ได้นะจ๊ะ"

"เย้ ดีจังเลย เย็นนี้เรามาลองชุดกันนะ ซานะจัง" เด็กหญิงกระโดดกอดหญิงสาวอย่างดีใจ

"อื้ม" เด็กชายรับคำอย่างกระตือรือร้น

แล้วก็ถึงเวลาเปิดร้านตามปกติ ทุกคนทำงานอย่างแข็งขันและมีความสุข สมาชิกที่กลับมารวมตัวกันได้เสียที และกับสมาชิกใหม่ ที่พออยู่ร่วมกันแล้ว ก็อบอุ่นเหมือนกับเป็นบ้าน

วันนี้แขกสาว ๆ เลยกรี๊ดกร๊าดเป็นพิเศษ เพราะนอกจากเจ้าชายรูปงามที่เห็นอยู่ทุกครั้ง ยังมีองครักษ์สุดเท่ผู้พิทักษ์ราชินีอีกด้วย เรย์จิมองกลุ่มสาว ๆ กลุ่มใหญ่ที่คุยกับฮิโรอากิพลางถอนหายใจ จะว่าไปฮิโรอากิก็หน้าตาคมเข้มดีไม่หยอก แถมยังดูแกร่งสมชายดีเสียด้วย เป็นลักษณะที่หาไม่ได้ในร้านนี้มาก่อน ก็ย่อมเป็นจุดสนใจเป็นธรรมดา

สงสัยดาราประจำร้านคงจะเพิ่มขึ้นอีกแล้ว ทุกคนช่างเด่นดีแท้...ยกเว้นเขาคนเดียวนี่ล่ะ ที่ดูเป็นเด็กธรรมดาซะเหลือเกิน

"ไงจ๊ะ เรย์จิคุง" เสียงทักทายเบา ๆ ด้านหลังทำให้เด็กหนุ่มหันไปมอง กลุ่มคนมีอายุหน่อยสี่คนเข้ามาทักทายเขา เด็กหนุ่มยิ้มกว้างรับแล้วเตรียมของเสิร์ฟให้อย่างรู้ใจ คนพวกนี้ก็มีมาเป็นพัก ๆ ซึ่งเรย์จิก็ดูแลพูดคุยด้วยดีโดยไม่แบ่งแยก เห็นได้ชัดว่าถึงเขาจะไม่ป็อปในหมู่สาว ๆ แต่กับคนแก่นี่คงมีเสน่ห์อยู่มากทีเดียว

ไม่น่าดีใจเท่าไหร่แต่เขาก็รู้สึกดียามชวนพูดคุยแล้วทำให้คนเหล่านี้มีความสุข เพราะรู้ดีว่า การได้ระบายออกมาบ้าง โดยพูดคุยกับคนแปลกหน้าที่ยินดีรับฟังความทุกข์ของพวกเขา มันจะทำให้แขกที่มารู้สึกสบายใจขึ้นเยอะ และนั่นทำให้พวกเขาตัดสินใจมาเป็นลูกค้าประจำของร้านแห่งนี้

ดวงตาเรียวยาวมองมาอย่างไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ แต่ริมฝีปากบางนั้นยังมีรอยยิ้มจาง ๆ เมื่อเห็นท่าทีสดใสกระตือรือร้นของเด็กหนุ่ม ยามพูดคุยกับแขกทุกคนอย่างสนิทสนมและเป็นกันเอง

...นี่กระมัง เสน่ห์ของคนธรรมดา...

เป็นสิ่งที่เขายังไม่อาจทำได้

คงต้องเรียนรู้กันต่อไป...

ซากุระคิด ก่อนจะหันหลังกลับไปเตรียมรายการอาหารต่อ


.................................


ยามเย็นมาเยือน ร้านในวันนี้ปิดเร็วกว่าทุกวัน ให้นักเรียนมือใหม่ได้เตรียมตัวกันอย่างตื่นเต้น เรย์จิเองก็ใส่ชุดนักเรียนที่พ่อของเขาเตรียมไว้ให้เช่นกัน เพื่อให้เข้ากับกลุ่มเด็ก ๆ ที่กระตือรือร้นอยากใส่เครื่องแบบกันมาก

ซากุระก็ได้รับชุดมาเหมือนคนอื่น ๆ แต่เมื่อเขามองเห็นชุดชัด ๆ ดวงตาเรียวยาวก็ปรายมองมาทางทาโนเอะอย่างไม่พอใจนัก หญิงสาวแทบจะกลั้นหัวเราะไม่อยู่ เมื่อบอกว่า "จะไม่ใส่ก็ได้นะจ๊ะ แต่ว่านะ ซากุระคุง...การแต่งชุดนักเรียนธรรมดา มันก็ช่วยให้เราดูเป็นคนธรรมดา ในสายตาเพื่อนร่วมชั้นมากขึ้นนะจ๊ะ"

คนฟังไม่พูดไม่จา ได้แต่ถือถุงใส่เสื้อผ้าเดินหายเข้าห้องไป

เรย์จิมองตามร่างสูงโปร่งนั้นไปอย่างงง ๆ ก่อนจะหันมาถามทาโนเอะว่า

"ชุดของซากุระคุงมีปัญหาหรือครับ"

หญิงสาวยิ้มแล้วตอบว่า "ไม่ใช่ชุดหรอกจ้ะที่มีปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่ซากุระคุงเองต่างหาก"

"อ้าว" เด็กหนุ่มอุทานอย่างงง ๆ

"เดี๋ยวเธอก็จะรู้เอง" ทาโนเอะพูดเป็นนัย ท่าทางขบขันไม่เลิกของเธอ ทำให้เรย์จิมองมาอย่างงงหนักกว่าเก่า แต่ก็ไม่ได้ถาม

ซากุระหายไปแต่งตัวนานมาก ในขณะที่ทุกคนพร้อมกันหมดแล้ว เรย์จิจึงตัดสินใจไปเคาะประตู

เสียงเคาะประตูดังไปพักนึงแล้ว กว่าอีกฝ่ายจะเปิดประตูออก เด็กหนุ่มไม่กล้าเร่งรัดเพราะกลัวสายตาพิฆาตแบบเมื่อคืนอีก

ประตูเปิดออก แล้วเรย์จิก็ต้องมองอย่างตาค้าง

ชุดไม่ใช่ปัญหาจริง ๆ

แต่ว่า...

กระโปรงบานทรงยาวถึงเข่า กับชุดนักเรียนผูกโบว์ด้านหน้านั้น เป็นอะไรที่เขาคาดไม่ถึง

และที่คาดไม่ถึงมากกว่าก็คือ ทำไม...มันช่างเหมาะกับร่างบอบบางนั้นจนเขาพูดไม่ออก!

ซากุระ...ที่เขาเห็นเป็นชายมาตลอดนั้น กลับเป็นเด็กสาวอายุ 18 คนหนึ่งเท่านั้น

แถมยังเป็นเด็กสาวที่สวยมากอีกด้วย

เรย์จิใบ้รับประทานไปแล้ว เมื่อเห็นหญิงสาวผู้มีผมสีดำสนิทที่เมื่อก่อนรวบไว้เสมอ ในตอนนี้กลับปล่อยยาวถึงกลางหลัง ใบหน้าขาวผ่อง ดวงตาเรียวยาว ริมฝีปากบางสีสด

แล้วนี่...เมื่อคืนนี้ ก็แสดงว่า

เขานอนร่วมห้องกับสาวสวยทั้งคืนน่ะสิ!

ร่างบอบบางนั้นก้าวออกมาจากห้องด้วยสีหน้าราบเรียบดุจเดิม ไม่ได้มีวี่แววเขินอายหรือเคอะเขินแต่อย่างใด ดวงตาดุดันคู่นั้น ยังคงเป็นซากุระคนเดิมแน่นอน

"เอ่อ..." เรย์จิขยับจะพูดขึ้นมาบ้าง แต่ดันสมองว่างเปล่าเสียอย่างนั้น

"ไปสิ สายแล้วไม่ใช่เหรอ" เสียงไพเราะดังเช่นเคย...ใช่ เขาก็เคยคิด ว่าเสียงของซากุระเพราะกว่าใคร น้ำเสียงนั้นหวานใสเหมือนเสียงของหญิงสาวคนหนึ่ง แต่ในตอนนี้ เขาไม่ประหลาดใจแล้ว

"ฉันยอมใส่เพราะจะได้เหมือนคนธรรมดาหรอกนะ" ร่างบอบบางทิ้งท้าย ก่อนจะก้าวฉับ ๆ เดินลงไปชั้นล่าง โดยไม่รอเด็กหนุ่มอีก

ยูเมะโผเข้าหาหญิงสาวพลางพูดว่า "ซากุระใส่ชุดนี้แล้วสวยจัง"

ซากุระยิ้มน้อย ๆ แล้วตอบว่า "ยูเมะน่ารักกว่า"

เด็กหญิงโผเข้าหา ให้อีกฝ่ายอุ้มอย่างคุ้นเคย ทีกับเด็ก ดูซากุระจะใจดีเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะซานะ หรือยูเมะ แถมจากที่เห็นทุกคนราวจะรู้อยู่แล้ว ว่าซากุระเป็นผู้หญิง เลยไม่มีใครแปลกใจมากนัก แม้กระทั่งฮิโรอากิ

เรย์จิมองทุกคนแล้วรู้สึกเหมือนเป็นตัวตลกอีกครั้ง เด็กหนุ่มพึมพำเสียงอ่อยว่า "ทำไมไม่มีใครบอกผมล่ะครับ ว่าซากุระคุงเป็นผู้หญิง"

"ก็นายไม่ได้ถามนี่" เสียงใสตอบช้าชัด "ไปได้แล้ว" ซากุระส่งกระเป๋านักเรียนให้

ฮิโรอากิอมยิ้ม ในฐานะผู้สังเกตการณ์ ประวัติของสมาชิกทั้งหมดในบ้านนี้ ย่อมผ่านตาเขามาหมดแล้ว ด้วยความช่วยเหลือของเรอิจิ แต่เขาก็ไม่ได้คิดจะอธิบายอะไร

ทาโนเอะเดินมาส่งที่หน้าประตูร้าน แล้วโบกมือให้ "เดินทางกันดี ๆ นะจ๊ะ"

เด็กหนุ่มหันไปมองทาโนเอะอย่างลังเลหน่อย ๆ แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไร ก็ถูกดึงออกก้าวเดินแล้ว จนแล้วจนรอด เขาก็ยังไม่รู้

...ว่าตกลง ทาโนเอะที่เขาหลงใหล เป็นหญิงหรือชายกันแน่!


...................................

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Absolution Café ตอนที่ 11/1 อัพ 28-3-10 จบในตอน
« ตอบ #109 เมื่อ: 28-03-2010 17:04:40 »





pattybluet

  • บุคคลทั่วไป
Re: Absolution Café ตอนที่ 11/1 อัพ 28-3-10 จบในตอน
«ตอบ #110 เมื่อ28-03-2010 21:44:06 »

อ้าว อ้าว..?!? ซากุระคุงเป็น ญ ?  o22
มีเรื่องให้เดาอีกแล้ว~

เป็นกำลังใจให้ค่ะ สนุกมากๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-03-2010 21:46:32 โดย pattybluet »

ออฟไลน์ Oo๐FosfoggY๐oO

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 442
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-0
Re: Absolution Café ตอนที่ 11/1 อัพ 28-3-10 จบในตอน
«ตอบ #111 เมื่อ29-03-2010 04:48:12 »

-0- :a5:

ตอนแรกจิ้นให้เรย์จิคู่กับซากุระ

แล้วซากุระมากลายเป็นผู้หญิงไปแบบนี้ น๊อคเอ๊าไปเลย :z2:

ออฟไลน์ jasmin

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1801
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +174/-1
Re: Absolution Café ตอนที่ 11/1 อัพ 28-3-10 จบในตอน
«ตอบ #112 เมื่อ29-03-2010 21:18:42 »

 :a5: ซากุระเป็นแม่หยิ่ง  :serius2:
สับสนไปหมดแล้ว อุตสาห์แอบจิ้นให้คู่กับเรย์จิ หมดกัน :a6:
หรือว่าทาโนเอะจะเป็นคนเดียวกับไคโตะ
เรย์จิคุงไม่ได้สับสนอยู่คนเดียวหรอก เค้าด้วย งงไปหมอแล้วเนี่ย

ออฟไลน์ ppm

  • รักเด็กจังเลย
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 235
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
    • ppmfic yboard
Absolution Café ตอนที่ 11/2 อัพ 31-3-10 จบในตอน
«ตอบ #113 เมื่อ31-03-2010 16:41:15 »

โรงเรียนภาคค่ำอยู่ไม่ไกลจากร้านเท่าใด ยังเดินไปได้สบาย ๆ ราว ๆ 20 นาทีก็ถึง แม้จะอยู่ในตำแหน่งหลบมุมจากความคับคั่งของผู้คนและรถราอยู่บ้าง ทางเดินเลียบฟุตบาทไม่มืดนักเพราะมีไฟและร้านขายของประปราย ลมเย็น ๆ อากาศกำลังดี เด็ก ๆ เดินไปพูดคุยหัวเราะไป มีเรย์จิชวนคุยไปเรื่อย ๆ ในขณะที่ซากุระ ยังคงเป็นผู้ฟังที่ดี คือไม่พูดอะไรเลยเช่นเคย

ร่างบอบบางในชุดนักเรียน ทำให้คนเดินด้านข้างแอบใจเต้น ทำไมเขาไม่เคยรู้เลยนะ ว่าซากุระ…สวยขนาดนี้

มองไปมองมาลืมตัว ว่ากำลังคุยอยู่ เลยโดนยูเมะจังสะกิดอยู่หลายครั้ง จนคนด้านข้างเริ่มมองมาอย่างไม่พอใจนัก

“หน้าฉันมีอะไรติดอยู่หรือไง” เสียงหวานใส หากแฝงรังสีอำมหิตจาง ๆ ถามขึ้น

เด็กหนุ่มสะดุ้ง “เอ้อ..ไม่…ไม่มีอะไรครับ ซากุระคุง เอ๊ย ซากุระจัง”

มือบอบบางหากแข็งแรงกระชากคอเด็กหนุ่มขึ้นมา ดวงตาดุดันจ้องตรง ๆ พลางพูดเสียงเด็ดขาดว่า

“ถ้าไม่อยากตาย ห้ามเรียกลงท้ายว่า ‘จัง’ อีก!”

แม้จะแต่งตัวดูหญิงสักเท่าไหร่ ซากุระ ก็ยังคงเป็นซากุระคนเดิม “ห้ามเรียก ‘เธอ’ ด้วย เรียกนายเหมือนเดิม เข้าใจมั้ย”

เรย์จิได้แต่พยักหน้ารับอย่างเหงื่อตก แอบเสียววาบกับสายตาคู่นั้น  แต่ก่อนจะได้ทำอันใด ก็มีพวกกุ๊ยข้างถนนสามคนที่ดูมีอาการมึนเมาอยู่บางส่วนจากการท่องราตรีมาขวางไว้

เสียงเมาแอ๋พูดขึ้นว่า “น้องสาวคนสวย ไปเที่ยวกับพี่มั้ยจ๊ะ”

ซากุระที่ถูกทักยืนมองทั้งสามด้วยใบหน้าราบเรียบเช่นเดิม ไม่ได้มีอาการตื่นตระหนกตกใจแม้แต่น้อย ในขณะที่เรย์จิเองกลับเกร็งยิ่งกว่า แต่จะอย่างไร เขาก็เป็นชายหนุ่มคนเดียวในกลุ่ม ก็ต้องปกป้องเด็ก ๆ และสาวน้อยที่มาด้วย…ของมันแน่อยู่แล้ว

แต่ตั้งสามคน แถมยังท่าทางเอาเรื่องขนาดนี้

เรย์จิพยายามทำใจดีสู้เสือ ร่างที่เตี้ยกว่าแถมยังผอมบางกว่ายืนขวางปกป้องสมาชิกที่เหลือไว้

“เฮ้ย ถอยไปเลยไป” มือข้างหนึ่งผลักไหล่เด็กหนุ่มโดยแรงจนกระเด็นไปอีกข้าง ขณะเจ้าตัวกำลังตั้งท่าวางฟอร์มว่าเป็นผู้ชนะอยู่นั้น ก็รู้สึกเย็นวาบที่ลำคอ ดาบสั้นคมกริบจากร่างบอบบาง ที่ไปอยู่ด้านหลังแต่เมื่อใดก็ไม่รู้ วางพาดลงกับคอเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เสียงใสกระซิบเหี้ยมว่า “ถ้าไม่อยากตาย รีบไปให้พ้น”

คำขู่คงดูไม่น่ากลัวนัก ถ้าไม่ได้สัมผัสถึงรังสีอำมหิตจนเสียววาบขนลุกซู่เสียขนาดนั้น ดวงตาคู่งามมองกราดเล่นเอาคนที่เหลือชะงักงันง่ายดาย โดยที่ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก คนพวกนั้นก็สลายตัวไปรวดเร็วราวกับควัน อย่างล้มลุกคลุกคลานไปด้วยซ้ำ

เรย์จิถอนใจยาว เขากะว่าจะทำตัวฮีโร่ต่อหน้าหญิงสาวสักหน่อย แต่รู้สึกว่า…คงจะเหมือนเดิม

แต่ก็นะ…ใครจะไปกล้าสู้คนผู้นี้ได้ แค่ถูกสายตาโหด ๆ นั่นมองปราดเดียวก็ใจหล่นไปอยู่ถึงตาตุ่มแล้ว

“ไม่เป็นไรนะฮะ เรย์จิคุง” ซานะตรงเข้าไปประคอง ในขณะที่ซากุระเก็บดาบสั้นเข้าฝัก เสียงของดาบกระทบกับตัวฝักดังเสียงใส คมเป็นประกายสมกับเป็นเหล็กเนื้อดี

“อืม..ไม่เป็นไร ขอบใจนะซานะจัง” เรย์จิพึมพำตอบ ก่อนจะหันไปหาหญิงสาวในชุดนักเรียนตัวยาว แล้วพูดขึ้นว่า “ซากุระ..คุง เอ่อ…พกดาบมาเรียนด้วยเหรอครับ”

ดวงตาคู่นั้นมองมาอย่างไม่เข้าใจแกมขัดใจ “ไม่ได้หรือไง นักดาบที่ดี ไม่ควรให้ดาบห่างกายตราบเท่ายังมีลมหายใจ” เจ้าของดาบว่าพลางมองมันอย่างชื่นชม แล้วมือนั้นก็ถลกยกกระโปรงขึ้นสูงก่อนจัดการเก็บดาบเข้าไปเหน็บที่โคนขาอ่อนซ่อนไว้เช่นเดิม ดาบสั้นที่ยาวเพียงหนึ่งไม้บรรทัด สามารถซ่อนได้สบายมากในกระโปรงตัวยาวอย่างแนบเนียน

แต่คนมองแทบเลือดกำเดาพุ่ง

“ซา..ซากุระคุง วันหลัง…เอ่อ…” ใบหน้าอ่อนเยาว์ของเด็กหนุ่มเริ่มแดงฉาน “วันหลัง…อย่าถกกระโปรงขึ้นแบบนี้ ในที่สาธารณะนะครับ”

“ยุ่งยากจริง ฉันถึงไม่อยากแต่งหญิง ถ้าไม่ใช่เพราะทาโนเอะบอกว่า…คนธรรมดาเขาทำกันแบบนี้ ฉันไม่มีวันใส่เด็ดขาด”

“เอ่อ…คนธรรมดาเขา…ไม่พกดาบกันนี่ครับ มันก็ไม่ยุ่งยากนักหรอก แต่ว่า…”

“เอาเถอะ รีบ ๆ ไปดีกว่า เดี๋ยวจะสาย” ร่างบอบบางตัดบท ก่อนจะก้าวฉับ ๆ เดินต่อไป

กว่าจะไปถึงโรงเรียนได้ ซากุระโดนคนมาจีบอีกหลายรอบ แต่ไม่ว่าจะรอบไหน ทุกคนก็เผ่นหนีไปรวดเร็วนัก ด้วยสายตาและคมดาบที่เพียงแค่ชักออกก็ขวัญบินหนีไปหมด

“ดาบออกจะมีประโยชน์แบบนี้ ทำไมคนธรรมดาถึงไม่พกกันล่ะ” ซากุระถามเรย์จิอย่างไม่เข้าใจ

เรย์จิมองมาอย่างพูดไม่ออก ท่าทางคน ๆ นี้ จะเข้าใจการใช้ชีวิตได้ไม่เหมือนคนปกติจริง ๆ เขาเคยคิดว่าคนอื่นในร้านดูแปลกและไม่คุ้นเคยกับสังคมแล้ว แต่ทุกคนก็ยังเดินไปไหนมาไหนได้อย่างเหมือนปกติ ไม่ทำตัวเป็นเป้าสายตานัก ยกเว้นหน้าตาดีเกินไป อันนั้นช่วยไม่ได้ แต่จะอย่างไร ก็ยังพอเข้าใจกติกาของสังคมดีกว่านี้

ซากุระไม่ค่อยได้ไปไหน นอกจากไปซื้อของกับทาโนเอะในวันหยุดเท่านั้น  เวลาที่เหลือ มักชอบคลุกอยู่ในห้องและในครัว โดยที่เขาไม่รู้ว่าทำอะไรบ้าง

ยามไปตลาด เรย์จิเอง ก็ไม่เคยได้ไปด้วยเสียที เพราะมีเหตุให้ไปด้วยไม่ได้อยู่ตลอด
ไม่คิดเลย… ว่าจะต้องสอนตั้งแต่หนึ่งใหม่เช่นนี้…

“ถ้าพกแล้วสบายใจ ก็ตามสบายเถอะครับ” เด็กหนุ่มพึมพำอย่างอับจนปัญญา เพราะรู้ดีว่าหากเจ้าตัวยืนกรานจะพกมัน เขาก็คงทำได้แค่ตามใจอยู่ดี


......................................


โรงเรียนสอนภาคค่ำที่นี่เป็นโรงเรียนที่เปิดมาหลายปีแล้ว สภาพค่อนข้างชำรุดทรุดโทรมอยู่บ้าง แต่ก็ยังเปิดรับนักเรียนใหม่ที่เป็นคนวัยทำงาน แต่พึ่งหาโอกาสและทุนทรัพย์มาเรียนได้ รวมไปถึงชาวต่างชาติที่ก็มีปัญหาจากสังคมรังเกียจ ที่นี่เก็บค่าเรียนราคาถูก จึงมีพวกแปลก ๆ มาเรียนบ้าง จนดูเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว

ห้องผู้อำนวยการอยู่ด้านในของตัวตึกที่หาได้ไม่ยากนัก ตัวห้องไม่ได้ใหญ่โตสักเท่าใด แลดูเป็นห้องธรรมดาราวห้องพักครูห้องหนึ่ง หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ มีเอกสารวางอยู่เป็นตั้ง ๆ จัดเป็นระเบียบเรียบร้อย ร่างสูงของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะ ในตอนที่ประตูถูกเคาะขึ้นเบา ๆ

“เข้ามา” เสียงทุ้มมีอำนาจสั่ง

“ขอโทษนะครับ พวกเราเป็นนักเรียนใหม่ ที่จะมารายงานตัววันนี้” เรย์จิโผล่นำไปเป็นคนแรก โดยมีคนอื่น ๆ เดินตามมาเป็นพรวน

เจ้าของห้องอายุคงราว ๆ เกือบห้าสิบปี มีใบหน้าที่ดูเอื้ออารีย์ จากเค้าหน้าที่เห็น เชื่อว่าตอนหนุ่มคงหน้าตาดีไม่เบาเลยทีเดียว เพราะจนถึงตอนนี้ ก็ยังมาดดีไม่เสื่อมคลาย

“อ้อ พวกเธอคงเป็นนักเรียนที่เรอิจิแนะนำมาสินะ” คนผู้นั้นทักอย่างอารมณ์ดี “เขาคงสบายดีนะ คนไหนล่ะ ลูกชายเขา” ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองไล่ไปทีละคน จนมาหยุดที่เด็กหนุ่มพลางยิ้มให้ “เธอใช่มั้ย เหมือนพ่อไม่เบานี่นา”

เด็กหนุ่มยิ้มแบ่งรับแบ่งสู้ “เอ้อ ครับ ผมยามาโนะ เรย์จิ  ครับ ส่วนนี่ก็…”

“ฉันรู้จักทุกคนแล้วล่ะ เดี๋ยวจะให้คนพาไปที่ห้องเรียนนะ วันนี้เริ่มเรียนวันแรก คงต้องไปแนะนำตัวกับเพื่อน ๆ สักหน่อย” ผู้อำนวยการว่ายิ้ม ๆ ดูท่าเขาจะล่วงรู้อะไร ๆ มากกว่าที่เรย์จิคาดคิดไว้เยอะทีเดียว

...ฝีมือพ่ออีกแน่ ๆ... เด็กหนุ่มแอบคิดในใจ

“คุโรเนะ อยู่มั้ย แขกของเรามากันแล้วนะ” เขากดโทรศัพท์เรียกเบา ๆ เพียงแค่ครู่เดียว ประตูห้องก็เปิดออก ร่างสูงของชายหนุ่มสวมแว่นตาผู้หนึ่งก้าวเข้ามาก่อนจะโค้งทักท้ายเจ้าของห้องอย่างเคารพนอบน้อม

“คุโรเนะเป็นผู้ช่วยของฉัน และเป็นครูของพวกเธอสองคนด้วย เขาจะพาเธอไปที่ห้องเรียน โรงเรียนเราไม่ใหญ่นัก เปิดแค่ชั้นปีละห้องเดียว ส่วนชั้นประถมเราสอนรวม เพราะเป็นโรงเรียนภาคค่ำ ดังนั้นสนิท ๆ กันไว้ให้มาก ๆ ล่ะ”

เรย์จิรับคำอีกครั้ง ก่อนจะพาทุกคนเดินตามไป ซากุระจ้องมองอาจารย์ผู้มาใหม่ตาไม่กระพริบ แต่ยังคงไม่พูดอะไรเช่นเคย แม้สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง เมื่อเห็นใบหน้าคมสันนั้นยิ้มให้ผ่านแว่นใส คุโรเนะแต่งตัวด้วยชุดสุภาพแบบอาจารย์ทั่วไป เน็คไทค์ผูกเรียบกริบ ดูเนี้ยบไปทั้งตัว จากที่เห็นอายุคงราว ๆ 25 ปีเท่านั้น นับว่าเป็นอาจารย์ที่ยังหนุ่มมาก หากอยู่ในฐานะผู้ช่วยผู้อำนวยการเช่นนี้

คนนำเบื้องหน้าก้าวเดินอย่างมั่นคงและเงียบเชียบ หลังจากส่งเด็กน้อยทั้งสองเข้าชั้นเรียนระดับประถมไปแล้ว เขาก็นำทางต่อไป ทุกย่างก้าวที่เพิ่มขึ้น เรย์จิกลับรู้สึกได้ว่าท่าทีของซากุระเปลี่ยนเป็นระมัดระวังและจริงจังกว่าเดิมมากขึ้นทุกที เด็กหนุ่มมองมาอย่างงง ๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เขาไม่แน่ใจนักว่าปฏิกิริยาของซากุระต่อคนแปลกหน้า จะเหมือนคนธรรมดาปกติหรือเปล่า แต่อย่างน้อย…ก็ไม่ได้ชักดาบนั่นแถวนี้ เขาก็พอจะโล่งอกอยู่บ้าง

ทว่าไม่ทันจะได้ถอนใจโล่งท้องสักเท่าไหร่ เสียงแคร้ง ก็ดังขึ้น มือเรียวยาวบอบบางนั้น ชักดาบขึ้นมาอย่างว่องไวซะแล้ว!

เด็กหนุ่มรีบห้ามทันที “ซะ…ซากุระคุง อย่านะครับ”

ดาบคมกริบ ที่ปลายยังคงชี้ไปยังอาจารย์ที่พึ่งรู้จักผู้นั้น

“นายเป็นใคร” เสียงเข้มจากหญิงสาวในชุดนักเรียนถามขึ้นอย่างเคร่งเครียด

คนผู้นั้นหันมามองแล้วยิ้มน้อย ๆ “ก็เป็นอาจารย์ของพวกเธอน่ะสิ ซากุระคุง” คนพูดเรียกชื่อเขาอย่างถูกต้อง แถมยังคุ้นเคยจนมือที่กุมดาบเริ่มชื้นเหงื่อหวั่นวิตก

“ซากุระคุง เก็บดาบเดี๋ยวนี้นะครับ” เรย์จิพยายามกระซิบห้าม หากถูกสายตาดุ ๆ ถลึงใส่ ใบหน้าสวยยังจับจ้องไปที่คนตรงหน้าโดยไม่สนใจกับเรย์จินัก

“นายยังไม่ได้ตอบคำถามฉัน” เสียงราบเรียบหากแฝงคมไว้ภายใน ยังคงถามอาจารย์คนใหม่ผู้นั้นต่ออย่างเอาเรื่อง

“ฉันตอบคำถามแล้ว” คนถูกถามพูดขึ้นอย่างใจเย็น

ดวงตาเรียวยาวคู่สวยจ้องมองเขม็ง สัมผัสได้ถึงความตึงเครียด

ใบหน้าคมสันในชุดเรียบกริบมีรอยยิ้มจาง ๆ เมื่อพูดต่อไป “โรงเรียนเขาห้ามพกของมีคมนะ แล้วก็…เป็นผู้หญิงก็ควรจะทำตัวให้เรียบร้อยกว่านี้ด้วย ถึงจะเหมาะกับชุดกระโปรงน่ารักแบบนั้น” เสียงนั้นพึมพำเบา ๆ ก่อนจะเดินต่อไปราวไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เอ้า นี่ห้องเรียนของเธอ วันนี้อาจารย์มัตสึโมโต้จะเป็นคนสอน เรียนให้สนุกล่ะ” เขาว่าแล้วหันหลังจากไป
ซากุระตัดสินใจเก็บดาบไว้ที่เดิมอีกครั้ง ก่อนจะถอนหายใจสั้น ๆ แล้วไม่พูดไม่จาอะไรอีก

ทิ้งไว้เพียงความงุนงงให้กับเด็กหนุ่ม ผู้ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยเช่นเคย…


....................................
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31-03-2010 16:42:47 โดย ppm »

ออฟไลน์ CMYK

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 395
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-1
Re: Absolution Café ตอนที่ 11/2 อัพ 31-3-10 จบในตอน
«ตอบ #114 เมื่อ31-03-2010 18:24:41 »

แหะๆ คนอ่านก็ยัง งงๆอยู่เช่นเคย

pattybluet

  • บุคคลทั่วไป
Re: Absolution Café ตอนที่ 11/2 อัพ 31-3-10 จบในตอน
«ตอบ #115 เมื่อ31-03-2010 19:11:12 »

ท่าทางจะยังแสดงตัวไม่ครบคนซินะ
ดูๆไปเหมือนเรอิจิจะให้เรย์จิสืบทอดงานตัวเองนะเนี่ย
นั่นๆๆ.. เริ่มเดาอีกแล้ว ~

เป็นกำลังใจให้ค่ะ

ออฟไลน์ Oo๐FosfoggY๐oO

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 442
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-0
Re: Absolution Café ตอนที่ 11/2 อัพ 31-3-10 จบในตอน
«ตอบ #116 เมื่อ31-03-2010 20:47:29 »

ลึกลับซะ

ไม่อยากจะเดาและ
 
ผิดตลอด :pigha2:

รออ่านต่อไปอย่างใจจดใจจ่อค่า o13

ออฟไลน์ ppm

  • รักเด็กจังเลย
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 235
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
    • ppmfic yboard
Absolution Café จบตอนที่ 11 อัพ 1-4-10 จบในตอน
«ตอบ #117 เมื่อ01-04-2010 08:19:23 »

(จบตอนที่ 11)


ในห้องเรียนมีคนเรียนอยู่แค่สิบกว่าคน แต่ละคนล้วนแล้วแต่แต่งไปรเวท เมื่อเห็นมีนักเรียนใหม่เข้ามา ทำให้ทั้งชั้นกระตือรือร้นเป็นพิเศษ เสียงกระซิบกระซาบดังไปทั่วอย่างตื่นเต้น “เด็กใหม่คราวนี้ น่ารักจริง ๆ ว่ะ” เสียงจากกลุ่มด้านหลังห้อง เป็นพวกเกเรนิดหน่อย ที่ไม่เคยคิดจะมานั่งหน้าตั้งใจเรียน พวกนี้ใส่ชุดคล้ายพวกนักเลง ท่าทางคงเพราะโดนบังคับให้มาเรียนมากกว่าตั้งใจจะมาเรียนเอง

ส่วนด้านหน้า ๆ กลับเป็นสาว ๆ ในชุดทำงาน แต่งหน้าแต่งตาดูก็รู้ว่าเป็นวัยทำงาน อายุคง 20 ขึ้นไปทั้งนั้น ต่างคนต่างจ้องมองซากุระอีกเช่นเคย ท่าทางสุดเท่แม้อยู่ในชุดกระโปรงนักเรียน ก็ยังไม่อาจกลบรัศมีความแมนราวเจ้าชายในจินตนาการได้มิด ทำให้สาว ๆ เองก็มองอย่างเคลิบเคลิ้มไปแล้ว

สายตาแทบทุกคู่มองอยู่แต่ซากุระคนเดียว เรย์จิจึงได้แต่คอตกอย่างแห้วรับประทานเหมือนเดิม

จะว่าไป เด็กธรรมดา ๆ อย่างเขา จะไปเด่นสู้คนพวกนี้ได้ยังไงกัน เรย์จิคิดอย่างปลง ๆ จะอย่างไร พวกที่คาเฟ่ทุกคน ก็เกิดมาเพื่อเป็นจุดเด่นอยู่แล้ว

หากใบหน้าเรียบเฉยของซากุระ กลับแอบขมวดคิ้ว เมื่อเห็นสภาพนักเรียนที่แตกต่างออกไป ไม่เหมือนที่คาดคิดเอาไว้โดยสิ้นเชิง

“คนธรรมดา เขาไม่ได้ใส่ชุดนักเรียนกันหรอกรึ” ซากุระพึมพำแบบไม่เข้าใจ “ทำไมทาโนเอะบอกว่า แต่งแบบนี้จะเข้ากับเพื่อนได้เหมือนเป็นนักเรียนธรรมดาล่ะ”

เรย์จิฟังแล้วแทบหัวเราะออกมา เด็กหนุ่มพยายามหยุดตัวเองไม่ให้ขำสุดชีวิต คำถามนั้นดูซื่อเสียจนเขาไม่คิดว่าซากุระจะถามออกมา แต่จะอย่างไรคงขำให้เห็นไม่ได้ เพราะรู้ดีว่าทาโนเอะคงจะเจตนาแกล้งให้ซากุระแต่งชุดแบบนี้มาเรียนแน่ ๆ

“เอ้อ คุณทาโนเอะคงจะเข้าใจผิดน่ะครับ ถ้าเรียนภาคปกติ ทุกคนต้องแต่งเครื่องแบบ แต่ถ้าเป็นภาคค่ำ…มันไม่จำเป็นเท่าไหร่”

คนฟังถอนหายใจเบา ๆ “งั้นหรอกรึ ถ้างั้นเปลี่ยนชุดคงจะได้สินะ” ว่าแล้วก็ตั้งท่าจะถอดซะตรงนั้น ในกระเป๋านั่นคงมีชุดเอามาเปลี่ยนด้วยแน่ ๆ แต่เล่นเปลี่ยนกันกลางห้องแบบนี้ ทำเอาเรย์จิแทบตาเหลือก เด็กหนุ่มรีบดึงชายเสื้อที่เลิกขึ้นสูงลงมาแทบไม่ทัน ท่ามกลางเสียงฮือฮาของคนในชั้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วอายุมากกว่า

ดวงตาเรียวยาวมองมายังเรย์จิอย่างไม่เข้าใจ

“ตรงนี้ไม่ได้ครับ ซากุระคุง” เขากระซิบเสียงเครียด “คุณไม่ใช่ผู้ชายนะครับ แล้วตรงนี้ คนก็มองอยู่”

ซากุระจึงยืนสงบเสงี่ยมดังเดิม แม้จะมีพึมพำแผ่วเบาว่า “ยุ่งยากซะจริง”

อาจารย์มัตสึโมโต้เป็นชายหนุ่มท่าทางใจดีคนหนึ่ง เขาหันไปมองนักเรียนใหม่ทั้งสองอย่างงง ๆ เสียงเป่าปากตะโกนให้ถอดจากเด็กหลังห้องดังมาเป็นระยะ จนต้องรีบปราม  อาจารย์หนุ่มดุพวกทะเล้นทั้งหลายจนเงียบแล้วจึงหันมาแนะนำนักเรียนใหม่

“นี่คือยามาโนะ เรย์จิ และมิซึฮิโกะ ซากุระ รู้จักกันไว้สิ อ้อ เลือกที่นั่งตามสบายนะ จะได้เริ่มเรียนกันเลย”

เรย์จิมองรอบ ๆ ห้องแล้วรู้สึกว่ามีพวกหมาป่าจ้องมองหญิงสาวข้างตัวตาเป็นมันอยู่หลายคน เขาคงจะต้องทำตัวเป็นไม้กันหมาอีกสักระยะแน่แท้ ถึงเขาเองจะไม่กลัวว่าซากุระจะถูกลวนลามสักเท่าไหร่ แต่กลับกลัวเพื่อนร่วมชั้นต้องมีอันไปนอนโรงพยาบาลแทนมากกว่า

เพื่อความปลอดภัยนี้ คงต้องนั่งประกบไว้ก่อน

“เอ่อ ขอผมนั่งกับเธอได้ไหมครับ พอดีเธอมีปัญหาเรื่องสุขภาพนิดหน่อย ทางบ้านเลยฝากผมคอยดูแล”

ร่างบอบบางหันควับมามองอย่างไม่พอใจนัก แต่ไม่ได้พูดอะไร

“ถ้างั้นก็ได้ ที่นั่งริมหน้าต่างสองที่นั่นยังว่างอยู่ พวกเธอนั่งตรงนั้นก็แล้วกันนะ”

“ขอบคุณครับ” เด็กหนุ่มรับคำ ก่อนจะดึงมือสาวสวยด้านข้างให้ก้าวเดินตามไป

“ทำไมฉันต้องนั่งข้างนายด้วย” เสียงกระซิบถามดุ ๆ

“คุณอยากทำตัวเป็นนักเรียนธรรมดาไม่ใช่เหรอครับ ไม่อยู่กับผมแล้วใครจะสอนล่ะ เดี๋ยวพวกเขาก็รู้กันพอดี ว่าคุณไม่ใช่คนธรรมดา” เรย์จิกระซิบ

อีกฝ่ายนิ่งเงียบไป คล้ายจะยอมรับ มันทำให้เรย์จิแอบยิ้ม เขาเริ่มรู้วิธีจัดการกับคนตรงหน้าแล้ว
   
“อ้อ อีกอย่างนะครับ ซากุระคุง ถ้าใครพูดจาอะไรให้ไม่พอใจ คนธรรมดา เขาจะไม่ชักดาบขึ้นมาขู่ใครอย่างเด็ดขาด”
   
“ฉันไม่ได้ขู่” เสียงราบเรียบตอบ หลังจากนั่งลงประจำที่เรียบร้อยแล้ว
   
“ดาบเป็นอาวุธไว้ฆ่าคน ถึงจะกับมือสมัครเล่น แต่ถ้าอีกฝ่ายลงมือก่อน ฉันก็ไม่ออมมือให้หรอกนะ”
   
คำพูดดุดัน เล่นเอาเด็กหนุ่มขนลุกซู่ เขารีบกระซิบต่อไป “คนธรรมดา จะไม่พกดาบ ถ้าคุณให้ใครเห็นมันในโรงเรียน คุณจะกลายเป็นคนแปลกแยก ไม่ธรรมดาไปทันที”
   
“งั้นรึ ถ้าอย่างนั้น…ฉันไม่ใช้มันก็ได้” คนด้านข้างยอมรับง่ายดายเกินคาด   

เรย์จิถอนใจยาวอย่างโล่งอก
   
“มีอีกหลายวิธี ที่จะฆาตกรรมคนโดยไม่จำเป็นต้องใช้ดาบ โดยเฉพาะ…กับมือสมัครเล่นพวกนี้” ใบหน้าสวยมีรอยยิ้มเยือกเย็นจนเรย์จิเสียววูบ
   
“หา… อย่าเชียวนะครับ ตอนอยู่ในร้าน คุณยังไม่ทำอะไรแบบนี้เลยนี่ครับ”
   
“ก็ในร้าน ทาโนเอะบอกว่า ลูกค้าคือพระเจ้า ห้ามแสดงกิริยาไม่ดีอย่างเด็ดขาด ต้องนอบน้อมเข้าไว้”
   
มิน่าล่ะ ทาโนเอะจึงให้ซากุระอยู่แต่ในครัว ไม่ค่อยให้ออกมาเสิร์ฟอาหารหรือบริการแขก ตอนแรกเขาคิดว่าเธอจำเป็นต้องให้ซากุระเป็นคนทำอาหาร แต่ท่าทาง เหตุผลหลักคงจะเป็นการเข้าสังคมของคนผู้นี้เสียมากกว่า
   
เขาเริ่มเข้าใจแล้ว ว่าทำไมทาโนเอะจึงฝากฝังให้เขาคอยดูแล
   
ถ้าคนผู้นี้ออกมาเบื้องนอก จะอย่างไรก็ต้องมีคนคอยประกบ มิเช่นนั้น…คงได้มีเรื่องเป็นแน่แท้
   
ท่าร่างว่องไวกับการเคลื่อนไหวรวดเร็วฉับไว ที่ล้วนฝึกฝนมาชำนาญขนาดนั้น ไม่รู้เอาไว้ทำอะไรกันแน่… เหตุการณ์ยุ่ง ๆ กับอายาเมะ และซานะกับยูเมะ ทำให้เขานึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

…ฆาตกร…

ทุกคนบอกว่า ตนเองเป็นฆาตกร แม้จะรู้สึกผิด…มาตลอด ที่ทำเรื่องเช่นนั้น

หรือว่า…ซากุระก็ด้วย

…ขออย่าให้เป็นอย่างที่เขาคิดเลย…


..................................


การเรียนวันแรกผ่านพ้นไปได้ด้วยดี หากพอหมดเวลาเรียนและอาจารย์ได้ออกไปแล้ว กลุ่มสมาชิกในห้องก็เริ่มรุมล้อมนักเรียนใหม่ทั้งคู่ ซักถามเรื่องต่าง ๆ อย่างสนใจ โดยเฉพาะกับซากุระ
   
เรย์จินึกกลัวอยู่แล้ว ว่าคนด้านข้าง จะลงมืออะไรรุนแรง ดีที่เขาจัดการไว้ก่อน ไม่ให้เผลอเอาอาวุธออกมาขู่ใครจนแตกตื่นได้
   
ไม่ว่าจะถามอะไร คำตอบคือความเงียบ บรรยากาศเริ่มกดดันมากขึ้น จนทุกคนผงะถอยโดยไม่รู้ตัว
   
เด็กหนุ่มเข้าใจดี ซากุระเริ่มกางบาเรียกั้นตัวเองอีกแล้ว ด้วยรังสีอำมหิตที่ไม่ว่าใครก็หวาดกลัว โดยเฉพาะคนจิตอ่อนยิ่งแล้วไปใหญ่
   
“เอ่อ…ซากุระคุงเขา…สุขภาพไม่ค่อยดี ขอโทษนะครับ พวกเราคงต้องรีบกลับแล้ว”
   
เรย์จิตัดบทก่อนจะลากอีกฝ่ายออกมา
   
“คุณอย่ามาปล่อยรังสีฆ่าฟันแถวนี้สิครับ พวกเขาเป็นคนธรรมดานะ” เรย์จิกระซิบ ขณะดึงตัวอีกฝ่ายไปยังห้องเรียนชั้นประถม เพื่อรับซานะและยูเมะกลับด้วย
   
“มีคนไม่ธรรมดา มองพวกเราอยู่” ซากุระพึมพำ ท่าทางของเขาระแวดระวังเป็นที่สุด มือบอบบางข้างหนึ่ง แตะสัมผัสกับกระโปรง ตรงส่วนที่เก็บดาบไว้ไม่ยอมห่าง แม้จะยังไม่ชักออกมาในยามนี้ก็ตาม
   
“ใครกันครับ ผมไม่เห็นใครสักคน” เรย์จิมองไปรอบ  ๆ อย่างงุนงง
   
“จะใครก็ช่างเถอะ เรากลับกันดีกว่า”
   
คนฟังจึงได้แต่จำใจพยักหน้ารับ ขืนปล่อยให้อยู่ที่นี่นานกว่านี้ อาจจะมีโศกนาฏกรรมเกิดขึ้นจริง ๆ ก็เป็นได้
   
ที่ห้องเรียนประถม ซานะและยูเมะก็เป็นจุดเด่นไม่แพ้กัน เพียงแค่วันแรก…ซานะก็โดนจีบเสียแล้ว แถมกับผู้ชายเสียด้วย ยูเมะมองมาอย่างงอน ๆ ดวงตาของเธอน่ากลัวขึ้นอีกเล็กน้อย ซานะจึงได้แต่ยิ้มเฝื่อนรับ ก่อนจะปฏิเสธความหวังดีจากทุกคนที่เข้ามาหา
   
“เรย์จิคุง ซากุระคุง” เด็กน้อยโผเข้าหา เรย์จิจึงอุ้มร่างเล็ก ๆ นั้นขึ้นมา
   
“เรียนสนุกมั้ย” เขาถามเบา ๆ
   
“ก็สนุกดีนะ แต่ว่า ยูเมะเกลียดพวกนั้น” ว่าแล้วเธอก็ชี้ไปที่เด็กบางคนในชั้น
   
“พวกนั้นจะรังแกซานะจัง”
   
เด็กชายรีบตอบว่า “ไม่มีอะไรหรอกฮะ ยูเมะแค่…เข้าใจผิด เดี๋ยวผมจัดการเองได้ ไม่ต้องห่วง”

“ยูเมะจัดการเองก็ได้…” รอยยิ้มน่ากลัวจากเด็กน้อย เล่นเอาเรย์จิขนลุกรอบสอง ท่าทางแบบนี้ ไม่ต่างจากซากุระที่ยืนข้าง ๆ ก่อนหน้านี้เลย
   
คนพวกนี้นี่นะ…ไม่ธรรมดาจริง ๆ
   
“พวกเขาไม่ได้ทำอะไรซานะ จริง ๆ นะยูเมะ เรากลับกันเถอะ” เด็กชายชักชวน แววตามีความหวั่นวิตกเจือปน
   
“อื้ม กลับกันเถอะ” เด็กหญิงตอบรับ
   
ทว่าที่ประตูด้านหน้า กลับมีร่างสูงของใครบางคน ยืนดักรออยู่ ซากุระจ้องเขม็งไปที่คนผู้นั้น ฉายแววแห่งความเป็นศัตรูอย่างชัดแจ้ง
   
“อาจารย์คุโรเนะ…” เรย์จิพึมพำ พลางเหลือบมองคนด้านข้าง ที่ทำท่าจะเปิดศึกอีกรอบเสียแล้ว โรงเรียนนี้ มีแต่อะไรที่ไม่ชอบมาพากล พ่อเขาอีกแล้วสินะ…ที่ทำเรื่องให้มันยุ่งยากอีก
   
“เรียนสนุกมั้ย” เสียงนุ่มถามขึ้นก่อน ซากุระนั้นยังจ้องมองมาด้วยท่าทางระวังเต็มที่ ในขณะที่ยูเมะ ยังคงแอบอยู่ด้านหลังซานะอย่างกลัว ๆ
   
“ก็ดีครับ” เรย์จิตอบแทน “พวกเรา ขอตัวกลับก่อนนะครับ เดี๋ยวคนที่บ้านจะเป็นห่วง” เขาว่าพลางลากร่างบอบบางที่ยังคงมองคุโรเนะไม่เลิกนั้นออกมา
   
“ดีแล้ว ฝากความคิดถึง…ถึงคนที่ร้านด้วยล่ะ ซากุระคุง…”
   
“เขาคงไม่อยากคิดถึงคุณนักหรอก” เสียงตอบห้วนสั้นแสดงถึงความไม่พอใจ “อย่าเข้าใกล้คน ๆ นั้นเด็ดขาด”
   
“ถ้าเธอห้ามฉันได้ ก็ลองดูสิ” เสียงพูดนั้นเจือหัวเราะขบขัน ดวงตาเรียวยาวเป็นประกายเคร่งเครียด
   
“ฉันไม่มีวันยอมให้นายทำให้คน ๆ นั้นเจ็บปวดอีก”
   
“ของ ๆ ฉัน จะอย่างไร…ก็เป็นของฉันวันยังค่ำ คนอย่างเธอน่ะ ไม่มีวันได้ครอบครองอยู่แล้ว!”
   
คำพูดนั้นแทงใจดำอย่างจัง ร่างบอบบางคว้ามือเรย์จิและเด็ก ๆ ไว้อย่างละข้าง ก่อนจะรีบดึงให้เดินจากมาอย่างรวดเร็วโดยไม่พูดไม่จาอะไรอีก
   
เรย์จิมองกลับไปอย่างงุนงง ร่างสูงของคนผู้นั้น ยังคงมองมาที่กลุ่มพวกเขาเช่นกัน ด้วยแววตาสีเข้มที่ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ใบหน้าเยือกเย็นที่ดูยิ้มแย้มนิด ๆ คล้ายต้องการจะบอกใบ้อะไรบางอย่าง แต่ซากุระ ไม่คิดจะหยุดเดินแล้ว จนกระทั่งลับตาไป
   
“คุณรู้จักเขามาก่อนงั้นเหรอ” เรย์จิถามขณะที่ทั้งหมดกำลังกลับบ้าน
   
“ยูเมะกลัวเขา…” เด็กน้อยพึมพำ ยังคงเกาะซานะแจ
   
“ต่อให้มันกลายเป็นเถ้าถ่าน ฉันก็จำได้”  ซากุระพึมพำเสียงเครียด แล้วไม่ยอมพูดอะไรอีกเลย
   
เด็กหนุ่มถอนหายใจยาว ท่าทางที่โรงเรียนนี้ จะมีเรื่องเกินกว่าที่เขาคาดคิดอีกแล้ว
   
ความลับมากมาย กำลังก่อตัวขึ้นอีกครั้ง
   
ดอกซากุระที่งดงาม ผู้สามารถเบ่งบานท้าสายลมหนาว…เป็นดอกไม้ที่สวยงามและเยือกเย็น

ทว่าเสน่ห์ของดอกไม้ชนิดนี้ กลับมักมาพร้อมความลึกลับ…


ดวงตาเรียวยาวที่มองไปเบื้องหน้า ยังคงแฝงแววครุ่นคิด

เรย์จิผู้ยืนเคียงข้างเหลือบมองอย่างสงสัย

...ซากุระกำลังคิดอะไรอยู่...


เขารู้ดี หากคนผู้นี้ไม่บ่งบอกออกมาด้วยความยินยอมพร้อมใจของตนเองแล้ว ไม่ว่าจะคาดคั้นเช่นไร ก็ยังคงไม่ได้คำตอบอยู่ดี
   
ยังมีความลับอะไรอีกที่เขายังไม่รู้ แถมทำท่าจะเกี่ยวข้องกับสมาชิกที่ยังอยู่ที่บ้านอีกคน…?
   
เอาเถอะนะ อะไรจะเกิดก็ต้องให้มันเกิด
   
เด็กหนุ่มได้แต่คิดอย่างปลง ๆ เขาคงได้แต่ทำให้ดีที่สุด เท่าที่คนด้านข้างจะยินยอมให้ช่วยเหลือได้เท่านั้น!


- จบตอนที่ 11 -

anajulia

  • บุคคลทั่วไป
เวรกรรม อัดใจ อิตาอาจารย์คุโรเนะเป็นใคร มีความสัมพันธ์ยังไงกับใครมาก่อนกันแน่
กี๊ดดดดดดดด คนที่เหลือ=คุณทาโนเอะสินะ  :z10:

ออฟไลน์ Oo๐FosfoggY๐oO

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 442
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-0
อาจารย์คุโรเนะ คุณทาโนเอะ

เกี่ยวยังไงกับ มาโอะกับโคโตะรึปล่าว

เดาอีกแล้ว 555 :pig4:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด