Absolution Café : ร้านบำบัดรัก (SM) จบ
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Absolution Café : ร้านบำบัดรัก (SM) จบ  (อ่าน 282351 ครั้ง)

ออฟไลน์ ppm

  • รักเด็กจังเลย
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 235
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
    • ppmfic yboard
(ตอนที่ 4/4 จบตอน)

คนบนเตียงเริ่มนอนซึม และขยับตัวน้อยลงทุกที ปกติก็ไม่ใช่คนพูดมากอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ กลับน้อยลงจนน่าใจหาย

“นายเป็นอะไรกันแน่” ฮิโรอากิถามในวันหนึ่ง…วันที่ใกล้จะถึงเส้นตาย สองสัปดาห์ที่เขาตกลงไว้

คิระไม่ตอบ ได้แต่นอนนิ่ง ดวงตาคู่สวยที่มีแววอ่อนล้า หลุบลงต่ำ

“บอกฉันสิ ฉันรู้นะ ว่านายยังมีความลับ…ที่สำคัญมาก ที่ไม่ยอมบอกฉัน” เขาเริ่มมีอารมณ์รุนแรงกว่าเดิม มันคือลางสังหรณ์ คือความรู้สึกว่า เขากำลังจะสูญเสีย

ใช่…กำลังจะสูญเสีย คนที่รักไป

“ได้โปรด บอกฉันเถอะ” คำพูดนั้น แทบจะเป็นการอ้อนวอน

ในความเงียบนั้น เสียงแผ่วเบาได้พูดขึ้น “ชั้นไม่อยากโกหกนาย”

มือของเขากุมมือผอมบางนั้นเอาไว้แนบแน่น “นาย…ไม่เคยโกหกฉันเลย ใช่มั้ย  นับตั้งแต่วันแรก ที่เราพบกัน”

“อืม” เสียงรับคำ เบากว่าเดิม แต่เขารู้ ว่ามันคือความจริง

ร่างบอบบางนั้นนิ่งเงียบไปพักใหญ่ สายตาจริงจังของฮิโรอากิ ยังคงจับจ้องมาไม่เปลี่ยนแปลง ด้วยทีท่าที่ว่ายังไงวันนี้ เขาก็จะต้องรู้ให้ได้

ในที่สุด คิระก็ระบายลมหายใจออกอย่างเหนื่อยล้า ก่อนจะตัดสินใจพูดขึ้น “ชั้น…ไม่ได้เป็นขโมยหรอก จริง ๆ แล้ว…เป็นแค่ตัวประกันเท่านั้นเอง”

“ตัวประกัน?” ฮิโรอากิทวนคำอย่างผิดคาด

“ใช่…ตัวประกัน….ตั้งแต่เราอยู่ด้วยกันมา พรุ่งนี้…ก็จะเป็นวันสุดท้ายแล้ว ที่จะครบสองสัปดาห์”

คนฟังยิ่งงงเข้าไปใหญ่ แต่ยังไม่ทันได้ถาม คิระก็บอกมาเอง ด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ…มันราบเรียบจนน่ากลัวนัก

“ถ้านายไม่มอบของสิ่งนั้นมา ภายในสองอาทิตย์นี้ ชั้นก็จะตาย และวันที่กำหนดไว้ ก็คือวันพรุ่งนี้”

คำตอบที่ฟังดูเหลือเชื่อ ทำให้ชายหนุ่มอึ้งไปครู่ใหญ่ “นายหมายความว่า?”

“พวกเขาฉีดยาพิษพิเศษนี้ให้กับชั้น และมีเพียงพวกเขา ที่จะมียาแก้”

“อะไรนะ?” เรื่องราวที่เหลือเชื่อ ทำให้เขางุนงงกว่าเดิม

“ตัวประกันไงล่ะ ถ้าชั้นไม่สามารถทำให้นาย…ส่งของสิ่งนั้นให้พวกเขาได้ ครบกำหนดไม่ได้ยาถอนพิษ ชั้นก็จะตาย เงื่อนไขที่มีก็คือ หนึ่ง ของสิ่งนั้น และ สอง ชีวิตของนาย ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไป มันก็คือจบอยู่ดี”

การใช้งานคน ที่เดิมพันกันด้วยชีวิต

คนฟังแทบชาแข็ง สิ่งที่พวกนั้นทำ เลือดเย็นเกินไปแล้ว พวกมัน…จะต้องทำกับคนที่เขารัก อีกสักกี่คน ถึงจะเพียงพอ

“ชั้น…จะไม่ฆ่านาย จะไม่ถามนายด้วย ว่าซ่อนของนั่นไว้ที่ไหน” คิระยังคงพูดต่อไป “ปล่อยให้ชั้นตายไปแบบนี้แหละ ดีที่สุดแล้ว” เขาว่าแล้วหลับตาลงอีกครั้ง อย่างเหนื่อยอ่อนกว่าเก่า ร่างบอบบางดูผอมลงไปมาก แถมยังหายใจอ่อนรวยริน

“ปล่อยให้ชั้นตาย…ได้ไหม ฮิโระคุง” คำพูดสุดท้าย ยังคงเป็นคำอ้อนวอน เขาเห็นน้ำตาจากดวงตาคู่นั้น แววตาที่ดูจริงจัง…เหมือนทุกครั้ง  “ให้ชั้นได้ตายอย่างสงบเสียที ขอร้องล่ะ"

ชายหนุ่มมองคนป่วยนิ่งนาน

คิระไม่เคยโกหกเลย

คิระไม่ได้มาขโมยของ แต่มาขโมยหัวใจจริง ๆ

หากเขายอมรับเงื่อนไขนี้ เขาก็จะช่วยชีวิตคนที่เขารักไว้ได้

เขาตั้งใจไว้แล้วไม่ใช่หรือ ว่าจะไม่มีวัน ยกของสิ่งนั้นให้ใคร แม้แต่กับคิระ

แต่ว่า…ถ้ามันทำให้คิระมีชีวิตรอดล่ะก็…

“นายนัดกับพวกมันที่ไหน ถ้าได้ทุกอย่าง ที่พวกมันต้องการแล้ว?”

ดวงตาที่ปิดลงเปิดขึ้นทันควัน “อย่าบอกชั้นนะ ว่านายคิดจะ…”

“บอกฉันมา ว่านายนัดพวกนั้นไว้ที่ไหน” น้ำเสียงเร่งรัดร้อนรน เขาเข้าใจแล้ว ...เหลือเวลา...อีกไม่มากแล้วจริง ๆ เขาจะต้อง...

“ไม่… นายไม่จำเป็นต้องรู้!” เสียงคนป่วยเริ่มเด็ดขาด “…พวกเรา ไม่ได้เป็นอะไรกันอยู่แล้วนี่ ตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมา…พวกเรามันก็เป็นแค่…ของเล่น ของกันและกัน มันก็เท่านั้นเอง”

“อย่างนายน่ะ ก็เป็นได้แค่ของเล่นของชั้นเท่านั้น …ไม่ได้มี…อะไรมากไปกว่านี้” คิระย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงดูแคลน ร่างบอบบางพลิกตัวอย่างยากเย็น หันหลังให้กับฮิโรอากิ แล้วไม่ยอมพูดอะไรอีก

ท่าทางนั้น ฮิโรอากิรู้เป็นอย่างดี คิระชอบทำเสมอ เวลาที่ไม่ต้องการจะตอบคำถามแล้ว

และเขา…ก็ไม่เคยทำให้คิระ ยอมตอบคำถาม ที่ไม่อยากตอบ ได้เลยสักครั้ง

แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา

"เข้าใจแล้ว...ฉันคงเป็นได้แค่ของเล่นเท่านั้นสินะ สำหรับนาย"

คนบนเตียงได้แต่นิ่งเงียบ

“นายจะไม่บอกก็ตามใจ นายจะยอมตาย นั่นก็เรื่องของนายอีกเหมือนกัน ไม่ใช่เรื่องของฉันเลย” ฮิโรอากิพูดต่อในที่สุด

ร่างบอบบางถอนหายใจยาว ก่อนจะหลับตาลง ไม่มีน้ำตา จากดวงตาคู่นั้น

ริมฝีปากแห้งผาก กลับมีรอยยิ้ม แม้ฮิโรอากิ จะไม่ได้มองเห็นมัน

คิระยังคงไม่พูดอะไร

ความเงียบ เริ่มปกคลุมไปทั่วห้อง

มือแกร่งปลดกระดุมเสื้อออกช้า ๆ ก่อนจะดึงออกไป เผยให้เห็นแผ่นอกที่เปลือยเปล่า มือคว้ามีดเล่มหนึ่ง ซึ่งวางไว้ตรงเคาน์เตอร์บาร์เล็ก ๆ ในห้องนอนนั้นขึ้นมา

“ฉันจะให้ของสิ่งนั้นกับนาย พร้อมกับชีวิตนี้ ส่วนนายจะใช้มันเพื่อให้รอด หรือจะไม่ใช้มันทำอะไรเลย นั่นก็เป็นเรื่องของนาย!”

มีดในมือกรีดเป็นแนวลงมาที่แผ่นอกตามรอยแผลเป็นจาง ๆ ที่ถ้าไม่สังเกต ก็จะไม่เห็น ก่อนมือนั้น จะค่อย ๆ กดไล่หาแล้วดึงเอาวัตถุแบนบางขนาดเล็ก ที่ซุกซ่อนอยู่ในร่างกายในตำแหน่งที่ไม่ลึกนักออกมา

มันคือไมโครชิปส์ ที่มีข้อมูลของคำสั่ง หรือก็คือ ‘ตราประทับ’ ผู้ถือหุ้นสูงสุด นั่นเอง

ใครเล่าจะคาดคิด ว่าฮิโรอากิ จะซ่อนของสิ่งนี้ ไว้ในร่างกายตนเอง!

ชายหนุ่มวางของนั้นไว้ที่ข้างเตียง เลือดนั้นยังไหลอยู่ แต่เขาไม่ได้สนใจ

“ฉันรู้ ว่าถึงแม้นายจะไม่ได้โกหกเลย นับตั้งแต่เราเจอกัน แต่ว่า…”

“ฉันรู้ดี ว่าครั้งนี้ นายโกหก

ดวงตาคู่งามเบิกกว้างอย่างตกใจ กับคำพูดนั้น

ไม่เคยมีใครรู้มาก่อน ว่าครั้งสุดท้าย คือการโกหก

เขาเคยเป็นแต่นักฆ่า...ที่ไร้หัวใจเสมอมา นักฆ่าที่เคยแต่มองคนที่รักเขา ฆ่าตัวตายอย่างเฉยเมย

ใช่ ไม่เคยรู้สึกอะไรเลย...ไม่เคยเลยจริง ๆ

การแสดงออกซึ่งความรัก ไม่ว่าจะบนเตียง หรือที่อื่น ทุกอย่างล้วนเป็นละคร

เขาไม่เคยจริงใจ...ไม่ว่ากับใครทั้งนั้น!

ก่อนที่คิระจะพูดอะไรอีก มือที่มั่นคง กลับปักมีดซ้ำลงไปที่เก่าโดยแรง...อย่างจงใจ คนมองตะลึงงันไปแล้ว กับการกระทำแบบคาดไม่ถึงนั้น

"อึ้ก.." เสียงร้องที่ข่มกลั้นความเจ็บปวดเต็มที่ เหงื่อที่ผุดพราย หากดวงตาคม ยังมองกลับมา สบตาหวานนั้นตรง ๆ

ร่างที่ยืนโงนเงนแทบทรงตัวไม่อยู่ หากยังพยายามยืนหยัดไว้อย่างยากเย็น  มือที่กุมตัวด้ามที่ยังฝังส่วนคมลงในร่าง เริ่มชุ่มโชกไปด้วยเลือด ที่ไหลซึมก่อนจะหยดแหมะลงบนพื้นห้องทีละน้อย

“...ถ้านายต้องการจะตายจริง ๆ ...นายไม่จำเป็นเลย…ที่จะต้องบอกทุกอย่างนี้กับฉัน แค่เก็บความลับนี้ไว้ ให้มันตายไปพร้อม ๆ กับนาย...เท่านี้ก็จบแล้ว” ชายหนุ่มกัดฟันพูดต่อไป

"นอกเสียจาก นายต้องการให้ฉัน...มอบของสิ่งนี้มาให้...ด้วยความต้องการ...ของตัวเอง"

“ถ้ารู้ว่าชั้นโกหก นายจะทำแบบนี้ทำไม” เสียงถามเคร่งเครียด ดังขึ้นมาทันควัน ร่างกายแม้ดูจะอ่อนแรง แต่ในยามนี้ กลับนั่งตัวตรงได้

คนบาดเจ็บหายใจหอบอย่างเหน็ดเหนื่อย มือที่สั่นระริก ยึดเสาของหัวเตียงไว้เพื่อไม่ให้ล้มลง

“นายมาขโมยหัวใจฉันไม่ใช่รึ ...ยินดีด้วยนะ...นายทำสำเร็จแล้ว ฉันยกมัน…ให้กับนาย!”

...หัวใจ...

คิระมองคนตรงหน้าอย่างตะลึงงัน

เขาตั้งใจมาขโมยหัวใจจริง ๆ หากเหยื่อตกหลุมรักแล้ว ทุกคนจะยอมยกสิ่งที่เขาต้องการให้...ได้ทุกอย่าง

ให้ได้...แม้กระทั่งชีวิตของตนเอง!

นั่นคืองาน

และตัวเขา ก็คือมัจจุราช ...เสมอมา

เป็นมัจจุราชที่ไม่จำเป็นต้องลงมือฆ่าด้วยตนเอง!

ใบหน้าที่ยากจะระงับสีหน้าให้ปกติได้พึมพำอย่างสับสน “ไม่…ชั้นไม่อยากได้ซักนิด …ของแบบนั้น…”

“นายจะอยากได้มันหรือไม่...ฉันไม่สนใจหรอก เพราะอย่างน้อย นับแต่ตอนนี้...หัวใจของนาย ก็จะเป็นของฉันเช่นกัน!” ใบหน้าของฮิโรอากิ กลับมีรอยยิ้ม ร่างที่หมดเรี่ยวแรงไม่อาจทนยืนอยู่ได้อีกต่อไป ในที่สุดก็ล้มลงกับพื้น แล้วแน่นิ่งไป

คนฟังได้แต่อึ้งอยู่ตรงนั้น สิ่งที่ฮิโรอากิทำลงไป เพียงเพื่อที่จะแสดงให้เขาเห็น ว่าสามารถขโมยหัวใจของเขาได้งั้นหรือ?

ขโมยหัวใจเขา ล้อเล่นรึเปล่า?

สิ่งที่ฮิโรอากิทำ กลับแตกต่างจากเหยื่อทุกคน

เขานั่นหรือ จะมีความรู้สึกพิเศษกับเหยื่อได้...ไม่มีทางซะล่ะ!

ร่างบอบบางลุกขึ้นจากเตียง มองร่างที่เต็มไปด้วยเลือดบนพื้น โดยไม่คิดจะเข้าไปใกล้กว่านี้ มือที่กำแน่นสั่นน้อย ๆ ดวงตาคู่งามเริ่มกราดเกรี้ยว อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“คนบ้า! คนอย่างนาย คู่ควรได้หัวใจจากชั้นงั้นเรอะ!" แล้วดวงตาแดงก่ำคู่นั้น ก็เริ่มมีน้ำตาไหลเงียบ ๆ รินรดแก้มขาวซีด หยดน้ำตาที่ร่วงหล่น เล่นเอาเจ้าตัวแทบสะดุ้ง

มือเรียวรีบปาดเช็ดอย่างงุนงง ...น้ำตาของเขา? เป็นไปได้ยังไง?

"บ้าจริง ชั้นจะร้องไห้ทำไมกัน นายมันก็แค่…เหยื่อของชั้น….คนหนึ่งเท่านั้น เป็นเหยื่อที่ทั้งงี่เง่า ทั้งหลอกง่ายที่สุดด้วย!”

คิระหายใจเข้าลึก ก่อนจะพูดต่อไปอย่างหนักแน่น ราวกับต้องการปฏิเสธความจริงทั้งปวงที่ได้เกิดขึ้นในตอนนี้

"หัวใจของชั้น ไม่มีทางถูกนายขโมยไปได้หรอก!"

ร่างที่ตั้งหลักได้ หันไปหยิบกระเป๋าที่นำมาด้วยตั้งแต่วันแรก ที่ฮิโรอากิวางมันไว้ข้างเตียง โดยลืมเลือนมันไปแล้วด้วยซ้ำ ก่อนจะหยิบเข็มฉีดยาออกมาจากที่ซ่อนลับด้านข้าง แล้วฉีดของเหลวในนั้นเข้าที่ต้นแขนของร่างตนเอง

ภายในเวลาไม่นาน ร่างที่ไร้เรี่ยวแรง กลับมามีแรงเหมือนเดิมได้อย่างน่าอัศจรรย์ แผ่นหลังบอบบางยืดตรงอีกครั้ง เมื่อมองคนบนพื้นด้วยแววตาเศร้าอย่างไม่อาจปิดบังได้มิด ด้วยความที่เป็นคนฉลาด คิระเข้าใจดี ถึงสิ่งที่ฮิโรอากิทำ แม้ว่าจะไม่อยากเข้าใจเลยสักนิดก็ตาม

ฮิโรอากิรู้...รู้ดีว่าไม่มีใครใช้ยาพิษกับเขาได้ นอกจากตัวเขาเอง
แถมยังรู้อีกว่า ถ้าไม่ฆ่าตัวตายเสีย...คนที่ตาย ย่อมเป็นเขา คิระคนนี้ อย่างแน่นอน

หากไม่ได้สิ่งที่ต้องการมาภายในกำหนด เขาก็ตั้งใจที่จะตาย

เพราะการเดิมพันทุกครั้งในการทำงานของเขา ชิปส์เดิมพันนั้น...คือชีวิต
ถ้าเหยื่อไม่ตาย...คนที่จะตาย ก็ต้องเป็นเขา

การพ่ายแพ้ เท่ากับการเสียชิปส์เดิมพันนั้น

มันเป็นเกมที่เขาเลือกเอง เพื่อให้สามารถอยู่ในเส้นทางสายนี้ได้...อย่างเลือดเย็นที่สุด!


...การมีความรัก จะทำให้ทุกอย่างพังทลาย...

มันคือการแก้แค้นของนายสินะ...ฮิโรอากิ?


สภาพอารมณ์ของเขาตอนนี้ ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

ต้องรีบจากไป...ไปจากที่นี่ ให้เร็วที่สุด

ก่อนที่เขาจะ...รักคนผู้นี้...มากไปกว่านี้!


เสียงเย็นชาพูดกับร่างนั้น ก่อนร่างบอบบางจะจากไป...

...ไปอย่างรวดเร็วกว่าทุกครั้ง...

“ลาก่อน ฮิโระคุง ลาก่อน…นายเป็นคนแรก…และคงเป็นคนสุดท้าย”

“ที่รู้ว่าชั้นพูดโกหก!”


- จบตอนที่ 4 -


ออฟไลน์ CMYK

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 395
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-1
....ไร้หัวใจเกินไปแล้ว

namtaan

  • บุคคลทั่วไป
ไม่เหลืออะไรแม้แต่ความรัก

น่าสงสารคนอยู่มากกว่าคนตายซะอีก
 :monkeysad:

ขอบคุณนะคะ


ออฟไลน์ jasmin

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1801
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +174/-1
ปวดใจดีแท้ ฮิโระยอมถูกหลอกงั้นหรอ

ความรักทำให้คนตาบอดจริงๆ


ออฟไลน์ ppm

  • รักเด็กจังเลย
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 235
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
    • ppmfic yboard
Absolution Café ตอนที่ 5/1 อัพ 28-2-10 จบในตอน
«ตอบ #34 เมื่อ28-02-2010 12:27:20 »

ตอนที่ 5 Sleepless Beauty : เจ้าหญิงผู้ไม่ยอมนิทรา

(ตอนที่ 5/1)

Rate: G


เรย์จิเริ่มคุ้นเคยกับชีวิตประจำวันในคาเฟ่แห่งนี้แล้ว คุ้นพอที่จะทำใจ เมื่อเห็นหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ แต่งชุดคอสเพลย์สาว ๆ น่ารักน่ากอดจนยากจะอดใจไหว แม้จะต้องคอยท่องอยู่เรื่อย ๆ ว่าที่เห็นนั้นเป็นชาย ...เป็นชายเท่านั้น อย่าเผลอเคลิ้มไปก็ตาม

สัญญาแบบมัดมือชกจากผู้เป็นพ่อ ที่ทำให้เขาหลวมตัวเข้ามาในร้านแห่งนี้ และเขาก็ยังคงต้องทำงานที่นี่ต่อไป แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมากนักหรอก เพราะอย่างน้อย คาเฟ่แห่งนี้ ก็ยังมีคุณทาโนเอะของเขา ที่แสนจะน่ารักและใจดีอยู่เสมอ เรียกได้ว่าเป็นเครื่องเยียวยาหัวใจชั้นเยี่ยมเลยก็ว่าได้ ไหนจะซานะและยูเมะจัง ที่ทั้งน่ารักและชอบอ้อนก็ด้วย

ส่วนคนอื่น ๆ น่ะหรือ…เขาก็…พยายามเข้าใจอยู่ แม้ตอนนี้จะไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่ก็เถอะ

ร้านในวันนี้ ดูครึกครื้นกว่าเดิมมากนัก การโฆษณาในคราวก่อน ประสบความสำเร็จด้วยดี โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์คนร้ายเมายาจับเด็กเป็นตัวประกัน ที่ในที่สุด นักข่าวก็ตามสืบเรื่องเจอร้านนี้จนได้ และเพราะเหตุนั้น ร้านคาเฟ่น้อย ๆ แห่งนี้ เลยเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์หลายต่อหลายวัน

คนที่เข้ามาไม่ขาดสาย บ่งบอกได้ดีถึงความนิยม เสียงลือเสียงเล่าอ้างถึงหนุ่มหล่อเย็นชา ผู้ใช้ดาบเดียวปราบคนร้ายเสียอยู่หมัด กับราชินีสาวแสนสวยที่เกาะกุมหัวใจชายทุกคนด้วยความรักอันเร้าใจ ไหนจะยังเด็กน้อยน่ารักน่าเอ็นดู น่าแอบเลี้ยงต้อยอีกสองสำหรับบรรดาโอตาคุรักเด็ก และแน่นอนว่ายังไม่ได้นับสาวสวยอ่อนหวานดุจแม่พิมพ์คนรักในอุดมคติอย่างทาโนเอะเข้าไปอีกคน

ด้วยตัวเลือกที่หลากหลายขนาดนี้ จึงเป็นจุดแข็งทำให้คนสนใจและมาลองของกันไม่เว้นแต่ละวัน

ร้านที่ครึกครื้นเกินเหตุติดต่อกันมาได้จนจะสิ้นสัปดาห์แล้ว ทำให้ทุกคนเหน็ดเหนื่อยกันไม่น้อย พอถึงเวลาร้านปิด บรรดาสมาชิกทั้งหลาย ก็แทบจะทรุดตัวลงนั่งกันอย่างเมื่อยขบและหมดสภาพ

เรย์จิที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ เป็นคนที่เหนื่อยเป็นพิเศษ เพราะบรรดาคนหน้าตาดีในชุดคอสเพลย์ทั้งหลาย จะให้ลงมาขนของหอบหิ้วอะไรให้ดูเสื่อมภาพพจน์ คงเป็นเรื่องไม่ดีแน่

และนั่นทำให้งานทุกอย่างตกเป็นของเด็กหนุ่มโดยปริยาย

มือนุ่มนิ่มที่นวดตรงไหล่ ไล่ความคิดอยากไปทำงานที่อื่นไปไกลแสนไกล เหนื่อยแค่ไหนหากมีคนคอยเอาใจอย่างทาโนเอะแล้ว เขายินดีทำงานหนักกว่านี้เป็นสองเท่าด้วยซ้ำ

“วันเสาร์พรุ่งนี้เป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ของร้านเราแล้วล่ะ คงจะได้พักผ่อนกันมากขึ้นอีกหน่อย” ทาโนเอะปลอบทุกคนที่ยังคงนั่งจนเกือบหลับในไปแล้ว

“เราคงต้องออกไปซื้อของเข้าร้านกัน เรย์จิคุงท่าทางจะเหนื่อย พรุ่งนี้จะให้หยุดพักละกันนะจ๊ะ”

เด็กหนุ่มตาสว่างทันควัน “อ๊ะ ผมไปไหวนะครับ ไม่เป็นอะไรหรอก”

ไปซื้อของ...กันสองต่อสอง...หากในสมองมีแต่คำว่า..เดท…เดทกับคุณทาโนเอะ! จนทุกอย่างถูกลืมเลือนไปจนหมดสิ้น หน้าของเขาเริ่มแดงเรื่อพร้อมจินตนาการบรรเจิดอีกครั้ง ทาโนเอะขำน้อย ๆ กับท่าทีนั้น ซากุระมองมาด้วยดวงตาที่ดูเหมือนจะหงุดหงิดเล็กน้อย แต่วูบเดียวก็กลับเป็นปกติ

ทาโนเอะส่ายหน้าน้อย ๆ “ใช้งานเธอทุกวันออกจะเป็นการเอาเปรียบเกินไป แผลของเธอก็ยังไม่หายดีด้วย และอีกอย่างพรุ่งนี้ซากุระคุงจะต้องไปเลือกซื้อของสำหรับเตรียมทำอาหารอยู่แล้ว คงพอช่วยหิ้วได้ ดังนั้นพรุ่งนี้ เธอต้องพักนะ”

“แต่ว่า...” เรย์จิพยายามจะแย้งด้วยสีหน้าสุดแสนเสียดาย จนคนอื่น ๆ แอบขำ

“ไม่มีแต่ทั้งนั้นแหละจ้า ถ้าเธออยากช่วย ก็ช่วยเฝ้าร้านแล้วกัน นึกว่าฉันขอร้อง นะ...ได้มั้ย” หญิงสาวขยับเข้ามาใกล้ ดวงตาคู่งามของเธอ ทำให้เรย์จิสติสตังหลุดลอยไปเรียบร้อยแล้ว

“ได้มั้ยจ๊ะ” คราวนี้ลมหายใจอุ่น ๆ แทบจะรดรินข้างหู เล่นเอาคนคิดลึกทำได้เพียงแต่ตอบตกลง

“ดะ..ได้ครับ” เขาเผลอรับคำไปในที่สุด

“ดีมาก” ทาโนเอะพึมพำอย่างพอใจ

เรย์จิทำหน้าผิดหวังนิดหน่อย แต่ไม่อาจขัดหญิงสาวได้ “ผมยอมหยุดพักอย่างที่คุณทาโนเอะบอกก็ได้ครับ แต่อาทิตย์หน้า ต้องให้ผมไปด้วยนะ”

หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ “จ้า”

“ทาโนเอะ...ให้ยูเมะไปด้วยนะ” เด็กน้อยกระตุกกระโปรงหญิงสาวเบา ๆ เชิงเรียกร้องความสนใจ

ทาโนเอะหันไปยิ้มให้ “ได้สิจ๊ะ ไปกันหลาย ๆ คน จะได้ซื้อเสร็จไว ๆ”

“ซานะจัง…ไปกับยูเมะนะ?” เด็กน้อยหันไปอ้อนพี่ชาย

“อื้ม” ซานะตอบรับกระตือรือร้น เป็นเรื่องดีอยู่แล้วที่จะได้ออกไปเที่ยวบ้าง หลังจากอุดอู้อยู่ในบ้านมาถึงหกวันแล้วในสัปดาห์นี้

“ชั้นจะนอน…” อายาเมะพูดแค่นี้แล้วก็เผลอฟุบหลับคาโต๊ะไป ด้วยความที่กลางคืนก็ไม่กลับห้อง กลางวันยังต้องทำงานอีก ทำให้คนนอนเช้าอย่างเขานอนไม่พอเลยสักวัน ดังนั้นเลยไม่มีใครโต้แย้ง เพราะเข้าใจดีว่าหากราชินีอารมณ์เสีย ร้านคงน่ากลัวขึ้นอีกเยอะแน่ แม้จะมีบรรดาแขกมาโซหลายคนยินดีรองรับอารมณ์ของเขาอยู่ก็เถอะ

“งั้นก็ตกลงตามนี้ พรุ่งนี้เราจะไปกันสาย ๆ หน่อย ไม่ต้องรีบตื่นก็ได้นะ จะได้พักผ่อนกันได้มาก ๆ”

ทุกคนพยักหน้ารับ ก่อนจะแยกย้ายกันกลับห้อง เหลือเพียงซานะกับยูเมะ ที่ยังไม่ทันได้ออกไป เพราะเห็นเรย์จิกำลังมองอายาเมะอย่างตัดสินใจไม่ถูก ว่าจะพากลับห้องอย่างไรดี

จะว่าไปร่างของชายหนุ่มก็ไม่ได้ใหญ่นัก เพียงแต่สูงโปร่งพอ ๆ กับตัวเขาเท่านั้น ถ้าจะอุ้ม...

ซานะมองเด็กหนุ่มแล้วหัวเราะคิก “ปล่อยอายะจังนอนที่นี่ก็ได้นะ เรย์จิคุง”

เรย์จิหันกลับมามองซานะ “ไม่ได้หรอกซานะจัง ปล่อยให้นอนหนาวตรงนี้ก็น่าสงสารแย่สิ เดี๋ยวไม่สบายกันพอดี”

“ถ้างั้นคงต้อง ‘อุ้มเจ้าสาว’ กลับห้องแล้วล่ะมั้ง” ซานะพูดต่อลอย ๆ เล่นเอายูเมะหัวเราะตามอย่างนึกสนุก ทั้งคู่รู้ดีว่าเรย์จิเป็นคนใจอ่อน ไม่มีทางไม่สนใจอายาเมะแล้วปล่อยทิ้งไว้อยู่แล้ว แต่การได้แกล้งเด็กหนุ่มสักนิด มันก็เป็นอะไรที่สนุกดีไม่เลวเหมือนกัน

“อะ…อุ้มเจ้าสาว..งั้นเหรอ”  หน้าเรย์จิร้อนผ่าว กับจินตนาการส่วนตัวที่โผล่ขึ้นมาแบบปุบปับ

จะให้อุ้มมันก็ไหวอยู่หรอก ถ้าไม่โดนปล้ำหลังจากส่งตัวเข้าหอล่ะก็นะ…

ขณะที่เดินวนไปวนมารอบโต๊ะ เพื่อหามุมถนัดในการอุ้ม (?) เขาก็เริ่มหน้าแดงขึ้นอีก เป็นนิสัยเสียอีกอย่าง ที่เขามักจะเขินง่ายดาย กับของสวย ๆ งาม ๆ ถึงแม้จะเป็นผู้ชายก็เถอะ

ก็ในตอนนี้…อายาเมะยังอยู่ในชุดราชินีสุดเซ็กซี่อยู่เลย ยังคงเป็นชุดกระโปรงผ่าสูงเสียด้วย ดวงตาที่พริ้มหลับดูราวเด็ก ๆ แม้ใบหน้าจะยังแต่งเข้ม หลับไปเสียอย่างนั้น โดยไม่มีวี่แววว่าจะตื่นเองได้เลย

ร่างสูงหันไปสบตาเด็กทั้งสอง ที่ยืนรอลุ้นอยู่ข้าง ๆ พลางพึมพำอย่างไม่แน่ใจ

“ก็คงต้องอุ้มเท่านั้นสินะ…” ถ้าปลุกตอนนี้ ราชินีคงยิ่งโกรธแน่ ๆ เขาจำได้ดี ว่าอายาเมะโกรธแค่ไหน ยามโดนคนปลุก และน่ากลัวขนาดไหน ยามที่ยังงัวเงียตื่นไม่เต็มตา

หลังจากเล็งจนได้ที่ เขาก็ค่อย ๆ ช้อนร่างนั้นขึ้นมา ในท่าอุ้มเจ้าสาวแบบที่ซานะล้อไว้ไม่มีผิด จะอุ้มท่าอื่นก็กลัวว่าจะกระเทือนจนตื่น ไหนจะยังชุดกระโปรง ที่ถ้าอุ้มไม่ดี คงโป๊เอาแน่ ๆ ถึงจะเป็นผู้ชาย แต่ชุดวับแวมแบบนั้น ...เกิดทำเขาตบะแตกขึ้นมา จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน... เรย์จิคิดเผื่อไว้อย่างรอบคอบ

อีกอย่าง เขาไม่อยากรับมือกับราชินียามงัวเงียนักหรอก ดีไม่ดีอาจเสียความบริสุทธิ์ได้

ร่างในอ้อมแขนเบากว่าที่คิด แม้ตอนตื่นเจ้าตัวจะแรงเยอะผิดคาด ซานะรีบวิ่งไปเปิดประตูให้ ในระหว่างที่เรย์จิค่อย ๆ ก้าวเดิน…อย่างเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้อายาเมะตื่นขึ้นมาเสียก่อน

บันไดสั้น ๆ ขึ้นไปชั้นสอง ดูยาวนานกว่าที่คิด เมื่อรับรู้ถึงไออุ่นของคนในอ้อมแขน ที่ดูจะหลับสบายเสียเหลือเกิน เด็กหนุ่มพยายามจะไม่มอง ไม่คิดมาก แต่ความใกล้ชิดขนาดนี้ กับคนที่ภายนอกดูเป็นสาวงามราวราชินีที่อยู่สูงสุดเอื้อม เป็นใครก็ต้องใจเต้น

อย่าบอกนะ ว่าเขาตื่นเต้น เพราะได้ใกล้ชิดผู้ชาย!!!

รอบสองแล้วนะ เด็กหนุ่มชักเหงื่อตก ยังจำได้ไม่มีลืม กับการโดนลักหลับ (?) ครั้งแรกตอนพบกัน

เขาเตือนตัวเองในใจอีกเป็นรอบที่ร้อย นับตั้งแต่ก้าวออกจากห้องครัวเมื่อครู่

ว่าคนในอ้อมแขน เป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่ง …เป็นผู้ชาย ผู้ชายจริง ๆ!

แถมยัง…แอบซาดิสม์อีกต่างหาก!

ไม่อย่างนั้น วันแรกที่เจอกัน เขาจะเกือบโดนต่อยได้ยังไง

พอคิดได้เช่นนั้น ขาที่เชื่องช้าก็ก้าวได้ไวกว่าเดิม ประตูห้องถูกเปิดรอไว้แล้ว ด้วยฝีมือของเด็กทั้งสอง ที่กำลังกลั้นหัวเราะอย่างสุดความสามารถ กับสีหน้าท่าทางของเรย์จิ ที่บ่งบอกออกมาชัดเจน

เรย์จิวางร่างที่กำลังหลับใหลลงบนเตียงอย่างเบามือ คนกำลังหลับ ก็ยังคงหลับอยู่ เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้วเตรียมตัวเข้านอนบ้าง

เด็กน้อยทั้งคู่จากไปแล้ว เมื่อเห็นอายาเมะนอนบนเตียงโดยสวัสดิภาพสำเร็จ มีแต่เสียดายเล็กน้อย ที่ไม่มีเรื่องสนุกอย่างที่แอบคิด ถ้าราชินีตกใจตื่นขึ้นมาเสียก่อน

เรย์จิในชุดนอนอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว ยืนมองร่างที่หลับใหลอยู่อีกด้านอย่างครุ่นคิด เขาจัดวางคนกำลังหลับ ไปไว้อีกมุมที่ค่อนข้างไกล เพื่อกันไว้ดีกว่าแก้ เพราะมันจะเป็นคืนแรก (จริง ๆ) ที่เขาจะได้นอนบนเตียงเดียวกันกับอายาเมะอีกครั้ง

ประสบการณ์การอยู่ร่วมห้อง ที่ไม่ได้นอนร่วมกันสักคืน เพราะอายาเมะไม่เคยอยู่ตอนกลางคืนเลย ทำให้เด็กหนุ่มเริ่มเข้าใจ ว่าทำไมทาโนเอะ จึงจัดเขาให้นอนห้องเดียวกับอายาเมะ มันก็เป็นเหตุผลง่าย ๆ ที่ว่าพวกเขาคงสลับกันนอนอยู่แล้ว  ในขณะที่ถ้านอนกับคนอื่น ก็ต้องแบ่งที่นอนกันนอนทุกวัน

แต่ในวันนี้ ดูท่าทางอายาเมะจะเหนื่อยกว่าทุกครั้ง จึงได้ผล็อยหลับไป ทั้ง ๆ ที่ยามราตรีกำลังจะมาเยือน

ร่างสูงถอนใจยาวอีกรอบ จะว่าไปเขาก็เหนื่อยไม่น้อยในวันนี้ ได้พักบ้างพรุ่งนี้ก็ไม่เลวอยู่
เด็กหนุ่มคิดในใจ ก่อนจะปิดไฟในห้องแล้วเข้านอนบ้าง


.............................................


“ทำไม?...ทำไมถึงทำแบบนี้?......นายเท่านั้น…ที่ฉัน…เชื่อใจ”

มือที่ยื่นมาหา เงาร่างที่คุ้นตา คนที่เคยโอบกอด…คนจำนวนนับไม่ถ้วนที่ยังอยู่ในความทรงจำ ไม่อาจลบเลือนไปได้

…อาจจะไม่ได้เลย ตลอดชั่วชีวิตนี้...

…คำสัญญา
…คำโกหก
การหลอกลวง

…บาปที่ยากจะชำระล้างออกไป…

“นายทำให้ฉันต้องตาย…!!!”

ร่างโชกเลือดของคนคุ้นตา...หลายต่อหลายคน ที่เคยสนิท ที่เคยแนบชิด เคยเป็นของกันและกันมาก่อน แต่สุดท้าย...ก็ต้องตาย อย่างเลือดเย็น

เพราะเขา...

เลือดสีแดงฉานที่แปดเปื้อนมือคู่นี้ ไม่มีวันจะชำระล้างให้จางหายได้

แววตาที่ตัดพ้อต่อว่า สายตาจงเกลียดจงชัง ความเสียใจและความปวดร้าว เมื่อได้รู้ว่าถูกหักหลัง

...เป็นสิ่งที่ยากจะทนทาน...

“อย่านะ อย่าเข้ามา …ขอโทษ…ชั้น…ผิดไปแล้ว!!!”

“ไม่!!!!”

ดวงตาคู่งามลืมตาขึ้นในความมืด ก่อนจะกรีดร้องเสียงดังจนเรย์จิสะดุ้งตื่น รู้สึกได้ถึงร่างของใครบางคน โผเข้าหาเขาแล้วกอดแนบแน่น เด็กหนุ่มตกใจจนแทบขยับไม่ได้ หัวใจที่กำลังเต้นถี่รัวเร็วราวจะหลุดออกจากร่างนั้นดังมาจากคนในอ้อมกอด ร่างที่กำลังสั่นเทา ร่ำไห้ไม่หยุดจนเสื้อของเขาเปียกชุ่ม

กว่าจะตั้งสติได้ ก็พักใหญ่ แต่คนที่กอดอยู่ ก็ยังไม่ยอมปล่อย เขาพอจะจำได้แล้วว่าคืนนี้ เขานอนอยู่กับอายาเมะนั่นเอง จริงสิ…อายาเมะ!

“อะ..อายะคุง? เกิดอะไรขึ้น อายะคุง?” เรย์จิพยายามจะถาม แสงอันน้อยนิดที่เข้ามาในห้องอย่างรางเลือน ทำให้เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับอายาเมะกันแน่

“อย่า..อย่าเข้ามา …ไม่นะ ไม่!!!” จู่ ๆ ร่างที่กอดอยู่ผลักตัวเขาออกเต็มแรง ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้สติ เสียงกรีดร้องรุนแรงกว่าเดิม จนแทบคลุ้มคลั่ง ร่างตะคุ่มในเงามืดตะเกียกตะกายซุกหลบที่มุมห้องอย่างหวาดกลัวทุกสิ่งทุกอย่าง

ทันใดนั้น ประตูห้องก็ถูกเปิดออกโดยแรง และไฟในห้องก็สว่างขึ้น คนที่มุมห้องชะงักและหยุดอาละวาดลง แต่ถึงอย่างนั้น ลมหายใจของเขาก็ยังหอบถี่ ดวงตาที่ตื่นตระหนก ยังคงมองซ้ายมองขวา หวาดระแวงไปหมด

ทาโนเอะวิ่งเข้ามากอดอายาเมะที่ยังไม่สงบดีนั้นไว้ มือของเธอหยิบเข็มฉีดยาที่เตรียมมาด้วย เช็ดแอลกอฮอล์ที่ต้นแขนแล้วฉีดให้ร่างบอบบางนั้น พลางลูบหลังสั่นเทาปลอบโยน เวลาผ่านไปครู่หนึ่งอีกฝ่ายจึงค่อยสงบลง แสงสว่างภายในห้อง ทำให้คนตื่นกลัวโล่งใจขึ้นกว่าเดิมเยอะ และในที่สุด ก็หลับลงไปได้ในอ้อมแขนของหญิงสาวนั้น

ทาโนเอะมองเรย์จิแกมพยักหน้าขอความช่วยเหลือ เด็กหนุ่มจึงเข้ามาช่วยประคองร่างที่กำลังหลับใหล แล้วอุ้มกลับมาวางบนเตียงเหมือนเดิม

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ติด เรย์จิยังคงงุนงง หากยังทำตาม จนจัดแจงทุกอย่างเรียบร้อย ทาโนเอะจึงพูดขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “จะนอนต่อก็ได้นะ ยังไม่เช้าเลย แต่ว่า…อย่าปิดไฟนะ”

“ไฟเหรอครับ?” เรย์จิทวนคำอย่างงง ๆ

“ใช่ เปิดให้สว่างไว้แบบนี้แหละ ห้ามปิดเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น อายะจังจะอาการกำเริบมากกว่าเดิม”

เด็กหนุ่มส่ายหน้าน้อย ๆ อย่างไม่เข้าใจ หญิงสาวจึงทรุดตัวลงนั่งที่ข้างเตียง ใกล้ ๆ กับที่เรย์จิยืนอยู่ พลางพูดต่อไปว่า “ขอโทษนะจ๊ะ ที่ไม่ได้บอกเธอไว้ก่อน อายะจังน่ะ ไม่สามารถนอนหลับได้ ถ้าอยู่ในที่มืด”

“ถ้าเขาตื่นมาแล้วพบว่ารอบตัวมีแต่ความมืด เขาจะมีอาการอย่างที่เธอเห็น”

“เกิดอะไรขึ้นกับเขาหรือครับ” เรย์จิถามต่ออย่างสงสัย

ทาโนเอะเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วถามแทนคำตอบว่า “เธอเคยบอกฉันใช่มั้ยจ๊ะ ว่าเธอจะรอ…จนกว่าพวกเรา จะบอกออกมาเอง”

“ครับ” เด็กหนุ่มรับคำ เขายังจำสิ่งที่พูดไว้ได้ดี

หญิงสาวระบายลมหายใจยาวออกมา “อายะจัง…คงจะบอกกับเธอเอง ถ้าเขาพร้อม”

ทั้งคู่เงียบไปครู่หนึ่ง เรย์จิพอจะเข้าใจแล้ว ว่าเกิดอะไรขึ้น…สาเหตุของมัน คงเป็นสิ่งที่หญิงสาวเคยพูดมาก่อนหน้านี้ เรื่องที่…ไม่ได้บ่งบอกออกมากันได้ง่าย ๆ

เป็นตราบาปที่ประทับในจิตใจ ยากจะลบเลือน

การพูดถึง ย่อมสะกิดแผลเก่าจนเจ็บซ้ำ

ต้องรอเมื่อพร้อมที่จะบอกเท่านั้น จึงจะพร้อม…ที่จะรับการเยียวยาด้วย เด็กหนุ่มเข้าใจดี

“ตกลงครับ ผมจะรอ” เด็กหนุ่มยิ้มให้เพื่อเป็นกำลังใจกับหญิงสาว

“ขอบคุณมากจ้า ที่เข้าใจพวกเรา นอนต่อเถอะนะ แล้วก็…” ทาโนเอะลุกขึ้นจากขอบเตียง แล้วทิ้งท้ายไว้ว่า “พรุ่งนี้ ฝากดูแลอายะจังด้วยนะจ๊ะ”

“ได้ครับ” เรย์จิตอบ พลางมองร่างบอบบางนั้นก้าวเดินออกไปจากห้อง

บางที…เพราะอาการแปลกประหลาดยามนอนนี้กระมัง ที่ทำให้ทาโนเอะ จงใจให้เขา นอนกับอายาเมะที่ห้องนี้?

เด็กหนุ่มได้แต่คาดเดา แต่ไม่อาจจะสอบถามใครได้

เขาจะรอ…และรับฟัง นั่นคือคำสัญญาที่เขาได้ให้ไว้

ร่างสูงยืนมองอายาเมะที่หลับยาวไปแล้ว ก่อนตัดสินใจทรุดตัวลงนั่งบนเตียง แล้วนอนต่อบ้าง


..............................................

ออฟไลน์ jasmin

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1801
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +174/-1
Re: Absolution Café ตอนที่ 5/1 อัพ 28-2-10 จบในตอน
«ตอบ #35 เมื่อ28-02-2010 16:30:35 »

หรือว่าคิระกับอายะจะเป็นคนเดียวกัน

เหมือนจะเริ่มเชื่อมโยงทั้ง 2 เรื่องเข้าด้วยกันแล้ว

รออ่านตอนต่อไปจร้า

namtaan

  • บุคคลทั่วไป
Re: Absolution Café ตอนที่ 5/1 อัพ 28-2-10 จบในตอน
«ตอบ #36 เมื่อ28-02-2010 19:42:08 »

บาปในใจ รอวันลบล้าง
แล้วจะมีวันนั้นมั้ย

ขอบคุณ และบวกอีก 1 แต้มค่ะ


ออฟไลน์ CMYK

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 395
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-1
Re: Absolution Café ตอนที่ 5/1 อัพ 28-2-10 จบในตอน
«ตอบ #37 เมื่อ01-03-2010 14:20:26 »

หรือว่าคิระกับอายะจะเป็นคนเดียวกัน

เหมือนจะเริ่มเชื่อมโยงทั้ง 2 เรื่องเข้าด้วยกันแล้ว

รออ่านตอนต่อไปจร้า

น่าจะเป็นไปได้ครับ 

ออฟไลน์ ppm

  • รักเด็กจังเลย
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 235
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
    • ppmfic yboard
Absolution Café จบตอนที่ 5 อัพ 1-3-10 จบในตอน
«ตอบ #38 เมื่อ01-03-2010 17:13:49 »

(ตอนที่ 5 จบ)


ยามสายมาเยือนพร้อมกับความมึนงง คงเพราะเมื่อคืนตื่นมากลางดึก เรื่องราวมากมายทำให้ดวงตาของเขาหนักอึ้งกว่าที่เป็น พอลืมตาขึ้นก็สบตากับใครบางคนเสียแล้ว

ใบหน้างามใกล้ ๆ ทำเด็กหนุ่มหน้าแดง รีบผงะถดถอยไปชิดหัวเตียงโดยอัตโนมัติ เรียกเสียงขำเบา ๆ ได้จากอีกฝ่าย ที่ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นปกติแล้ว ไม่มีอาการหวาดกลัวหรือคลุ้มคลั่งแบบเมื่อคืนอีก ราวกับว่ามันเป็นเพียงฝันร้ายที่ผ่านเข้ามา พอลืมตาตื่น ทุกอย่างก็กลับคืนสู่สภาพเดิม

“นายนอนฝันเปียกรึเปล่านั่น” คนด้านบนที่ยังคงอยู่บนเตียง แซวอย่างอารมณ์ดี

เด็กหนุ่มสะดุ้ง รีบพลิกผ้าห่มเปิด สำรวจโดยอัตโนมัติ แล้วพึ่งระลึกได้ว่าโดนแหย่

“โธ่ อายะคุงล่ะก็ …ผมไม่..เอ้อ เป็นแบบนั้น เพราะนอนเตียงเดียวกับผู้ชายหรอกนะ”

ร่างสูงแต่บอบบางของเขาขยับเข้ามาใกล้ ยังคงแต่งชุดราชินีอยู่ แม้จะหลุดลุ่ยไปบ้าง มันกลับทำให้คนตรงหน้า ดูเซ็กซี่กว่าเดิมด้วยซ้ำ เสียงหวานแกล้งเป่าลมหายใจเข้าข้างหูเด็กหนุ่มอย่างจงใจ

“จริงเหรอ?”

เรย์จิปิดหูทันควัน อายจนใบหน้าเริ่มแดงเรื่ออีกแล้ว

เขาทำทีเป็นไม่รู้เรื่อง แล้วผุดลุกขึ้นจากเตียง “ผม..ผมจะลุกแล้วครับ บางทีคุณทาโนเอะ อาจจะอยากให้ช่วยอะไร”

ร่างสูงขยับตัวลงจากเตียงแล้วพูดอย่างเซ็ง ๆ ว่า “วันนี้วันหยุดนะ นายจะขยันไปหน่อยล่ะมั้ง”

เด็กหนุ่มมองอายาเมะอีกครั้ง ราวกับว่าอายาเมะจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้เลย ท่าทางของคนตรงหน้า ดูสดชื่นกว่าเดิมมากนัก อาจจะเพราะได้นอนเต็มตื่นกว่าที่เคยก็เป็นได้

“เอ่อ...อายะคุง ...เมื่อคืน…?” เรย์จิพึมพำเบา ๆ แกมถาม

อายาเมะหันมามอง แล้วถามว่า “มีอะไรเหรอ ชั้นคงไม่ได้ปล้ำนายใช่มั้ย?” คนถามจ้องเขม็งมาที่เขา คำถามเหมือนจะล้อเล่น หากดวงตากลับแฝงความกังวลบางอย่าง

“เอ้อ…เปล่าครับ ไม่มีอะไร เมื่อคืน… ไม่มีอะไรจริง ๆ”

ว่าแล้วเขาก็ผลุนผลันเข้าห้องน้ำไป เพราะไม่อาจสบตาคู่งามได้นานกว่านี้ โดยไม่เขินไปเสียก่อน
อายาเมะมองตามร่างเด็กหนุ่มที่เดินออกไป คิ้วเรียวยาวขมวดเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก


........................................


เรย์จิมองคนฝั่งตรงข้ามรับประทานอาหารอยู่เงียบ ๆ พลางครุ่นคิด
อายาเมะจำไม่ได้จริง ๆ

เขาควรจะถามดีมั้ยเนี่ย?

‘อายะจัง…คงจะบอกกับเธอเอง ถ้าเขาพร้อม’

คำพูดของทาโนเอะเมื่อคืน ทำให้เด็กหนุ่มกล้ำกลืนคำถามไว้อีกครั้งจนได้ในยามเช้าที่อยู่กันตามลำพัง เพราะคนอื่นออกไปช็อปปิ้งกันหมดแล้ว

วันแรกที่ต้องอยู่กันสองต่อสอง ต่อจากเมื่อคืน… อายาเมะอาบน้ำแต่งตัวแล้ว ด้วยชุดสุดโฮสต์เหมือนเดิม เสื้อเชิร์ตแบรนด์เนมราคาแพงระยับ บวกกับกางเกงทรงเข้ารูปดูดีไม่หยอก แต่นักเที่ยวยามราตรี ท่าจะว่างงานมากยามกลางวันเสียแล้ว เห็นได้ชัดจากการกินอาหารอย่างอ้อยอิ่ง ราวกับเจตนารอคอยให้เขามานั่งเป็นเพื่อน แม้เจ้าตัวจะไม่ได้พูดออกมา

ที่โต๊ะอาหาร ซากุระทำอาหารเตรียมไว้ให้ทั้งคู่ที่ตื่นสาย ปิดพลาสติกแรปไว้เป็นอย่างดี และมีโน้ตสั้น ๆ จากทาโนเอะ ว่าออกไปช็อปปิ้งแล้ว ในนั้นยังเขียนว่า ไม่ต้องเฝ้าร้านก็ได้ ออกไปพักผ่อนซื้อของตามสบาย แค่ปิดร้านแล้วใส่กุญแจไว้ก็พอ

มีแอบทิ้งท้ายด้วยลายมือเด็ก ๆ จากซานะจังและยูเมะด้วยว่า ‘เดทกันให้สนุกนะ’

เล่นเอาแทบอยากจะหยิบโน้ตอันนั้นไปซ่อนเลยทีเดียว

แต่อายาเมะที่มาถึงห้องครัวก่อน คงจะอ่านมันไปเรียบร้อยแล้ว เพราะพอทั้งคู่กินเสร็จ เขาก็พูดขึ้นว่า “วันนี้ไปเดทกับชั้นนะ”

ยังคงเป็นคำสั่งอีกแล้ว

เด็กหนุ่มอึ้งไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะชวนจริง ๆ ตอนแรกคิดว่า อายาเมะจะนอนทั้งวันเหมือนทุกครั้งเสียอีก

“จะไม่ไปหรือไง” คนถามเริ่มส่งสายตาดุ ๆ มาให้ เพราะไม่เคยมีใครปฏิเสธการชวนของเขามาก่อน

“ไป..ก็ได้ครับ” เรย์จิเริ่มรู้สึกเย็นวาบจากสายตาโหด ๆ ที่ขนาดไม่มองยังรู้สึกได้ เดี๋ยวคืนนี้จะไม่ได้หลับโดยสวัสดิภาพพอดี ถ้าทำอายาเมะของขึ้น และอีกอย่าง เขาก็อยากจะตะล่อมถามเรื่องเมื่อคืนด้วย ถึงตั้งใจว่าจะรอให้อายาเมะบอกออกมาเอง แต่ถ้าไม่ทำตัวให้น่าไว้วางใจ ใครไหนเลยจะกล้ามาปรึกษาด้วย

เขาก็แค่อยากทำให้ทุกคนที่อยู่ด้วยกันสบายใจ และมีความสุขเท่านั้น …ไหน ๆ ก็รับปากทาโนเอะไว้แล้ว

พอคิดถึงทาโนเอะ ก็อดหน้าแดงอีกไม่ได้ เขาจึงรีบขอตัวไปหยิบของ ก่อนที่ชายหนุ่มจะสังเกตเห็นท่าทางที่ผิดปกตินั้น

ดังนั้นในวันนี้ เรย์จิที่แต่งตัวค่อนข้างเชย เมื่อเทียบกับชุดสุดหรูของอีกฝ่าย ก็ได้แต่เดินตามร่างสูงของอายาเมะต้อย ๆ จะว่าไปเขาก็ไม่ได้เตี้ยกว่าอายาเมะหรอก เพียงแต่รองเท้าเสริมส้นคู่สูงของอายาเมะ ทำให้เด็กหนุ่มดูเตี้ยกว่าไปเลย หนุ่มอดีตโฮสต์แวะร้านดอกไม้ใกล้ ๆ ก่อนจะสั่งซื้อดอกลิลลี่สีขาวดอกใหญ่ ให้ทางร้านจัดใส่ช่อเล็ก ๆ อย่างสวยติดมือมาด้วย

เรย์จิแอบสงสัยในใจ ว่าคงจะเอาไปเป็นของขวัญให้สาวสักคนกระมัง อดีตโฮสต์อย่างอายาเมะ คงชำนาญเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว

เดินกันไปพักใหญ่ ทางเดินก็แคบลง และห่างไกลจากย่านค้าขายไปเรื่อย ๆ แต่คนนำหน้า ก็ยังเดินต่อไป เรย์จิจึงได้แต่เดินตามโดยไม่ได้ถาม แม้จะสงสัยอยู่บ้าง ว่าเดทวันนี้มีอะไรแปลก ๆ

สุดท้าย ทางเดินที่ทอดยาว ก็ไปหยุดที่หน้าสุสานเก่า

เป็นสุสานคริสต์เก่า ที่ตั้งอยู่ข้างโบสถ์โบราณ เรย์จิจำได้ ว่าเคยผ่านมาครั้งหนึ่งแล้ว มันคือสุสานที่อยู่ใกล้กับทางด้านหลังร้าน ติดกับป่ารกด้านข้างนั่นเอง

ทางเดินค่อนข้างอ้อม เมื่อเทียบกับตำแหน่งที่อยู่ใกล้ นั่นเป็นเพราะป่ารกทึบด้านข้าง และบรรยากาศไม่น่าเดินผ่าน จึงทำให้คนนิยมใช้ทางเดินด้านนอกมากกว่า

ร่างสูงของอายาเมะมาหยุดที่ป้ายหน้าหลุมศพเป็นไม้กางเขนสีขาว ทำด้วยหินอ่อนขนาดย่อม เขาวางดอกไม้ไว้ก่อนที่จะพูดขึ้นช้า ๆ ราวกับว่าเรย์จิไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้น

“วันนี้ชั้นฝันถึงนายอีกแล้วนะ” แววตาของเขาดูเศร้าลงเล็กน้อย หน้างามก้มลงมองป้ายชื่อที่สลักไว้อย่างสวยงาม ซึ่งเขียนไว้ว่า ‘เอ็นโด ฮิโรอากิ’

“ฮิโระคุง…”

แล้วแววตานั้นก็กลับโหดขึ้นอีกครั้ง “ถ้านายไม่หยุดมาหลอกหลอนชั้นล่ะก็ โผล่มาคราวหน้า ชั้นจะจับนายกดจริง ๆ ด้วย!”

คำพูดนั้นเล่นเอาเด็กหนุ่มผู้ฟังอยู่ด้านข้าง แทบสะอึก พูดไม่ออกไปเลยทีเดียว

เสียงตะโกนเอาเรื่องนั้นเปลี่ยนเป็นหัวเราะ “เอาเถอะ ไม่ต้องหงอขนาดนั้นก็ได้ ยังไงนายก็อยู่ล่างอยู่แล้วล่ะ”

แล้วความเงียบก็ครอบงำโดยรอบ เมื่อคนที่ยังหัวเราะเมื่อกี้ กลับนิ่งไปอย่างน่าแปลกใจ เรย์จิมองแล้วก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นหยาดน้ำหยดแหมะลงบนพื้น มันคือน้ำตานั่นเอง ดวงตาคู่นั้น..คลอไปด้วยน้ำตา เมื่อเสียงสั่นครือพูดต่อไป

“คนบ้า ทำไมนายถึงได้ยอมตายง่ายนัก… ชั้น..เกลียดนายที่สุดเลย”

เขาว่าพลางสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนจะพูดต่อไป “ถ้านายจะแก้แค้นล่ะก็ ไม่ต้องชวนคนอื่นมารบกวนชั้นเลยนะ คราวหลังมาคนเดียวล่ะ ชั้นไม่ชอบสนุกหมู่”

มือเรียวปาดเช็ดน้ำตาออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยืนหยัดตัวตรงขึ้นอีกครั้ง อายาเมะหันไปหาเรย์จิที่ยืนมองอยู่เงียบ ๆ  แล้วดึงเด็กหนุ่มมาตรงหน้าป้ายสุสาน “อ้อ วันนี้ชั้นจะออกไปเดทกับเด็กคนนี้แทนนายแล้ว เลิกคิดถึงแล้วก็มาหาชั้นตอนดึก ๆ ได้แล้วนะ ชั้นจะได้หลับสบาย ๆ บ้าง”

“ลาล่ะ ฮิโระคุง” เขาว่าพลางหันตัวออกไป โดยไม่ลืมที่จะลากเด็กหนุ่มไปด้วย

ที่มุมพักผ่อนสำหรับผู้มาเยี่ยมสุสาน ร่างบอบบางนั่งยืดขาพลางถอนหายใจยาว ราวกับว่าสิ่งอัดอั้นตันใจ ได้ถูกระบายออกมาส่วนหนึ่ง

เรย์จิยังคงมอง โดยไม่ได้ถามอะไร

จนคนที่นั่งอยู่ต้องพูดออกมาเอง “เขาคนนี้…เป็นคนที่ชั้น เคยรัก…และก็เป็นคนที่ชั้น…ฆ่าเป็นคนสุดท้าย”

ประโยคหลังนั่น ทำเอาเด็กหนุ่มหันไปมองทันที

“เรากลับกันเถอะ”

ร่างบอบบางยืนขึ้นอีกครั้ง ตัดบทเปลี่ยนอารมณ์ได้รวดเร็วจนเขาตามไม่ทัน ก่อนจะก้าวฉับ ๆ นำหน้าเดินออกมา โดยไม่คิดจะอธิบายอะไรอีก

เด็กหนุ่มได้แต่ส่ายหน้าอย่างงง ๆ แล้วเดินตามไปโดยไม่กล้าจะถาม

อายาเมะคงจะยังไม่พร้อมจริง ๆ

แต่อย่างน้อย การยอมให้เขามาเป็นเพื่อน ก็แสดงว่าคงไว้วางใจเขาระดับหนึ่งแล้ว…


..........................................


กว่าจะกลับมาถึงร้านก็เย็นแล้ว เพราะอายาเมะพาเด็กหนุ่มไปช็อปปิ้งก่อนกลับ เรย์จิต้องช่วยหอบหิ้วบรรดาถุงใบโตจนแทบเดินไม่ตรง ในขณะที่ราชินีหนุ่ม ไม่ได้ถืออะไรเลย

‘คิดเป็นค่าอาหารละกัน’ เขาว่าง่าย ๆ  หลังจากจ่ายค่าอาหารแพงระยับตอนกลางวันเอง เพราะเด็กหนุ่มไม่มีปัญญาจะจ่าย

กลิ่นอาหารหอมกรุ่นรับมื้อค่ำ เมื่อเดินเข้าไปในครัว ทำให้เด็กหนุ่มอดอมยิ้มไม่ได้ บรรยากาศของครอบครัว…ที่เขาเอง แทบไม่เคยได้สัมผัส ร่างสูงโปร่งของทาโนเอะในชุดผ้ากันเปื้อนราวแม่บ้านที่น่ารัก ยืนคู่กันอยู่กับซากุระ กำลังช่วยกันจัดโต๊ะที่มีอาหารชุดพิเศษอย่างตั้งใจ

“อ้าว กลับมาแล้วเหรอ คู่รักสุดสวีท เดทสนุกมั้ยฮะ” เสียงใส ๆ ของซานะแซวขึ้นทันที เล่นเอาเรย์จิหน้าแดง

“เราแค่…ไปซื้อของกันเฉย ๆ นะครับ อย่าเข้าใจผิด” เด็กหนุ่มแก้ตัวตะกุกตะกัก

มือเล็ก ๆ กระตุกที่แขนของเขาเบา ๆ เรย์จิหันไปมองและพบหน้าใส ๆ ที่บึ้งตึงเล็กน้อย “คราวหน้าต้องไปเดทกับยูเมะบ้างนะ” เด็กหญิงพึมพำเสียงเบา “ยูเมะก็อยากไปซื้อของกับเรย์จิคุงเหมือนกัน” ว่าแล้วก็หันไปแลบลิ้นใส่อายาเมะ อย่างงอน ๆ ราวเด็กโดนแย่งของรัก

“…ก็เรย์จิน่ารักกว่าที่คิดนี่นา” มือเรียวโอบหลังเขา พลางเอียงหน้างาม ๆ เข้ามาใกล้ แกล้งแหย่ยูเมะเสียอย่างนั้น แต่มันกลับทำให้เด็กหนุ่มหน้าแดงหนักกว่าเก่า

“ฮึ อายะจังพึ่งรู้น่ะสิ ยูเมะน่ะ รู้มาตั้งนานแล้ว”

ร่างเล็กดึงแขนของเขาเข้ามากอดบ้าง พลางเอนอิงออเซาะ “เรย์จิคุง คราวหน้าถ้าไม่พายูเมะไปเดทล่ะก็ ยูเมะจะโกรธด้วย”

“เรามาทานข้าวกันดีกว่าจ้า” ทาโนเอะเบรก ก่อนจะมีศึกใหม่ ทั้งคู่สบตากับหญิงสาวที่ยังยิ้มหวานอยู่เช่นเดิม แล้วชะงัก ยอมทรุดตัวลงนั่งที่ประจำโดยดี แม้ว่ายูเมะจะยังแอบค้อนให้อายาเมะอีกวงโต ก่อนทั้งหมดจะลงมือรับประทานอาหาร

อาหารรสชาติไม่เลวเช่นเคย และเพราะวันนี้พึ่งกลับมาจากการไปซื้อเสบียงใหม่ จึงพิเศษกว่าทุกวัน ทุกคนทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย และอย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงฝีมืออันยอดเยี่ยมของซากุระ

หลังรับประทานอาหารเสร็จ ทาโนเอะยิ้มให้แล้วบอกว่า “อาหารวันนี้ถือเป็นการขอบคุณทุกคนนะจ๊ะ ที่เหน็ดเหนื่อยช่วยกันมาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทุกคนทำได้ดีมาก”

บรรดาสมาชิกเริ่มก้มหน้าอย่างเขิน ๆ ต่างคนต่างไม่รู้จะตอบยังไง ได้แต่แสดงออกเป็นท่าทางที่ดูเงอะงะอย่างเห็นได้ชัด เรย์จิเริ่มเข้าใจธรรมชาติของคนกลุ่มนี้มากขึ้นแล้ว ยามปกติอาจจะดูเหมือนคนธรรมดา แต่ยามใดที่ได้อยู่ร่วมกัน ได้ทำอะไรร่วมกัน เป็นครอบครัวอย่างวันนี้ ทุกคนยังคงมีกำแพงบาง ๆ กางกั้น จนแสดงอารมณ์ออกมาได้ไม่เต็มที่

มันคล้ายกับตัวเขา …ครอบครัว… คงเป็นสิ่งแปลกใหม่ สำหรับพวกเขาแน่ ๆ

เด็กหนุ่มหันไปส่งยิ้มให้ทาโนเอะแทนบรรยากาศที่เริ่มอึดอัดนั้น “พรุ่งนี้คงมีลูกค้าน่ารัก ๆ มาอีกเยอะแน่ พวกเราก็จะทำงานอย่างเต็มที่ ให้สมกับอาหารอร่อยมื้อนี้ด้วยนะครับ”

“เรามาพยายามด้วยกันดีกว่า” ว่าแล้วเขาก็ยื่นมือมาข้างหน้า แล้วทำท่าให้คนอื่นทำตาม

ซานะเข้าใจไวกว่าเพื่อน จึงยื่นมือมาแปะที่หลังมือเขา แล้วเรียกยูเมะให้ทำตามบ้าง

อายาเมะมองวูบเดียวก็เข้าใจ ราชินีถอนหายใจ ท่ามากขึ้นอีกเล็กน้อย ก่อนจะวางมือไปบนมือยูเมะอีกที

ทาโนเอะยิ้ม วางมือลงไปอีกคน แล้วบอกว่า “โอเคจ้า ฉันด้วยก็แล้วกัน เอ้า ซากุระคุง” เธอหันไปหาชายหนุ่มผู้นั่งมองเฉย ๆ ไม่มีทีท่าจะขยับพลางส่งสัญญาณให้

ซากุระมองทุกคนแล้วยื่นมือไปวางเป็นคนสุดท้าย “กิจกรรมของ ‘คนธรรมดา’ สินะ ไร้สาระจริง” เขาพึมพำ แต่ไม่โต้แย้งอะไร

เรย์จิยิ้มกว้าง “เอ้า ทุกคน สู้ ๆ! เพื่อวันพรุ่งนี้!”

มือทั้งหมดประสานกัน ก่อนจะปล่อยออกโดยพร้อมเพรียง “เฮ้!” เสียงซานะจังดังกว่าเพื่อน เด็กชายยิ้มรับอย่างกระตือรือร้น คนอื่น ๆ ยิ้มรับอย่างสดชื่น บรรยากาศอึดอัดเมื่อครู่ ค่อยจางหาย ซากุระถอนใจเบา ๆ แต่ไม่พูดอะไรอีกเช่นเคย

ร่างสูงโปร่งยืดตัวขึ้นจากเก้าอี้ “เฮ้อ ไปเที่ยวดีกว่า” เขาพึมพำ ก่อนทำท่าจะเดินออกไป หากมือของใครบางคน ดึงมือเขาไว้ ราชินีหนุ่มชะงัก พลางมองคน ๆ นั้นอย่างงุนงง

“อายะคุง...คืนนี้…นอนกับผมเถอะครับ!” เรย์จิสบตาคมนั้น แล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

แต่พอรู้สึกได้ถึงสายตาของคนที่เหลือ ซึ่งกำลังจับจ้องมาอย่างประหลาดใจ เด็กหนุ่มก็รีบปล่อยมือทันควัน เริ่มสำนึกได้ว่า เผลอพูดอะไรชวนคิดลึกออกไปเสียแล้ว

“เอ้อ…ไม่ใช่ อย่าเข้าใจผิดนะครับ ผมก็แค่…เอ่อ แค่ไม่อยากให้อายะคุงต้องไปนอนนอกบ้านเท่านั้นเอง…กะ..ก็...เตียงยังว่างอีกเยอะน่ะครับ แล้วก็นะ…ผม” เขาแก้ตัวเป็นพัลวัน เล่นเอาคนที่เหลือแอบขำ

นิ้วเรียวแตะเบา ๆ ที่ริมฝีปากของเขา ทำให้เด็กหนุ่มชะงัก “งั้นขอออกไปซักสองสามชั่วโมงละกัน แล้วคืนนี้ชั้นจะกลับมานอนด้วยก็ได้…เตรียมตัวให้ดีล่ะ ถ้าไม่อยากโดนปล้ำ” อายาเมะพูดแล้วหัวเราะ ก่อนจะเดินออกไปจากห้องนั้น เรย์จิมองตามร่างคล่องแคล่วนั้น ใบหน้าใสของเด็กหนุ่ม มีรอยยิ้มจาง ๆ

“ก้าวหน้าไปอีกขั้นหรือไงจ๊ะ” ทาโนเอะทัก เล่นเอาเขาสะดุ้งเฮือก ขยับจะปฏิเสธแต่คนที่เหลือก็หัวเราะกันอย่างขบขัน จนเรย์จิไม่อาจจะปฏิเสธได้อีกเช่นเคย…


.................................................


เวลายามค่ำผ่านไปอย่างรวดเร็ว เรย์จิอาบน้ำเรียบร้อย เตรียมตัวจะนอน ร่างสูงของเด็กหนุ่มมองไปที่หน้าต่าง พลางคิดในใจ

…อายาเมะจะกลับมารึเปล่านะ คืนนี้…?   

เขาไม่ค่อยเข้าใจตัวเองนัก ว่าทำไมพูดออกไปเช่นนั้น แต่ค่อนข้างจะแน่ใจ ว่าการที่อายาเมะไม่กลับมานอนร้าน แต่ออกไปเที่ยวราตรีทุกคืน คงมีสาเหตุมาจากอาการนั่นแน่ ๆ และดูท่าจะมีเพียงทาโนเอะ ที่รู้เรื่องนี้ดี แต่เธอเองก็ไม่ยอมบอกสาเหตุนั่นกับเขา

คืนนี้จึงเป็นคืนที่เขาอาจจะสอบถามอะไรจากอีกฝ่ายได้เป็นพิเศษ

ดังนั้นเขาต้องรอ…

ไฟในห้องเปิดสว่าง เขายังจำได้ดี ถึงสิ่งที่ทาโนเอะบอกมา อายาเมะจะนอนไม่ได้ ถ้าตื่นมาแล้วพบกับความมืด

เวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ แม้ตั้งใจว่าจะไม่หลับ แต่ในที่สุด เขาก็เคลิ้มหลับไป

นานแค่ไหนไม่รู้ หลังจากที่หลับไปแล้ว เขาก็รู้สึกได้ถึงแรงยุบบนเตียงข้างตัว ร่างบอบบางของใครบางคน ซุกเข้ามาในผ้าห่มข้างตัวเขา ด้วยความที่เป็นคนหลับง่ายตื่นง่าย เด็กหนุ่มจึงสะดุ้งตื่นแทบจะในทันที แถมยังเผลอเกร็งหน่อย ๆ กับคนข้าง ๆ โดยสัญชาตญาณระวังภัย เพราะคนที่มาเอาแน่เอานอนไม่ได้ เผลอ ๆ จะปล้ำเอาไม่รู้ตัว

หากเสียงพึมพำเบา ๆ ทำให้เขาชะงัก “ขอนอนใกล้ ๆ ได้ไหม”

น้ำเสียงนั้นยังคงเป็นอายาเมะคนเดิม หากกระแสเสียงกลับอ้อนกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า มาดราชินีตอนกลางวันหายไปแบบไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว เมื่อร่างบอบบางนั้นขยับมาใกล้ แต่ยังไม่ยอมสบตาด้วย  

“ดะ…ได้สิครับ” เขาตอบรับ คนด้านข้างจึงหันมา แต่เพียงวูบเดียว ก่อนจะเสหลบอย่างเขิน ๆ เมื่อเห็นเด็กหนุ่มมองมาเช่นกัน

“ชั้น…แค่เป็นโรคนอนไม่ค่อยหลับตอนกลางคืนเท่านั้นแหละ ไม่ต้องสนใจก็ได้ นอนไปเถอะ พรุ่งนี้นายต้องตื่นเช้า”

“สบายมากครับ ผมหลับไปบ้างแล้ว แถมเมื่อก่อนตอนเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ช่วงสอบนี่ผมแทบไม่ได้นอนเลยด้วยซ้ำ ยังสบายมาก” เขาตอบยิ้ม ๆ

คนฟังพลิกตัวไปอีกข้าง ราวไม่ต้องการให้อีกฝ่ายเห็นสีหน้าที่แท้จริงนั้น เสียงแผ่วเบาพึมพำขึ้นว่า

“ชั้นไม่เป็นไรหรอก…ไม่เป็นไรจริง ๆ”

แม้จะพูดว่าไม่เป็นไร แต่ร่างที่สั่นน้อย ๆ คล้ายหวาดกลัวอะไรบางอย่าง ทำให้เรย์จิไม่อาจวางใจได้อย่างที่อีกฝ่ายพูดไว้

“ผมจะอยู่เป็นเพื่อนนะครับ” เขาเอื้อมมือมาจับมืออายาเมะที่อยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันนั้นไว้

“ถ้านอนไม่หลับ ผมจะคุยเป็นเพื่อน แล้วก็…ถ้าอายะคุงฝันร้าย ผมจะปลุกเอง คุณไม่ได้อยู่คนเดียวนะครับ”

“อืม…” แผ่นหลังได้รูปที่ยังไม่หันกลับมาตอบรับ มือที่จับกัน ชื้นเหงื่อจนรู้สึกได้ เด็กหนุ่มจึงบีบมันเบา ๆ ปลอบใจ    

“ถ้านอนไม่หลับ แล้วอยากจะระบายเรื่องที่อัดอั้นอยู่…ก็เล่ามาได้นะครับ ผมฟังอยู่”

คนนอนด้านข้างนิ่งเงียบไปนานมาก คงตัดสินใจอย่างหนัก ที่จะพูดหรือไม่พูดออกมา เรย์จิมองเห็นแต่ด้านหลัง ที่มีผมนุ่มซอยเคลียไหล่ระใบหมอน เพราะไม่ได้ดับไฟในห้อง เขาจึงมองผู้ร่วมเตียงของเขาได้ค่อนข้างชัดเจน …และใกล้ชิดจนบางครั้งแทบลืมหายใจ

ปฎิเสธไม่ได้หรอก ว่าเสน่ห์ของอีกฝ่ายนั้น มากมายจนล้นเหลือจริง ๆ

“ชั้นจะนอนแล้ว” เสียงห้วนตอบกลับเป็นครั้งสุดท้าย คนฟังที่แอบลุ้นเก้อลอบถอนใจเฮือกใหญ่ สุดท้าย…อายาเมะก็ไม่ยอมบอกอะไรอีกเช่นเคย

“ก็ได้ครับ นอนเถอะนะ รับรองคืนนี้ไม่ฝันร้ายแน่ ๆ”

“อืม…” เสียงแผ่วเบาดังจากร่างนั้น แม้จะไม่มีคำตอบใด ๆ เป็นที่ชัดเจน แต่มือที่จับกันอยู่ กลับกระชับแนบแน่นกว่าเก่า

และแล้วในคืนนั้น อายาเมะก็หลับได้ในที่สุด แม้ว่าในคืนนั้นอีกเช่นกัน ที่เรย์จิกลับนอนไม่หลับเอาเสียเลย เพียงแค่รู้สึกถึงสัมผัสอ่อนนุ่มจากมือที่จับอยู่ ใจเขาก็เต้นแรงทั้งคืนแล้ว…

ฟ้าคงกลั่นแกล้งเขาแน่ ๆ ทำไมกันหนอ ต้องมานอนจับมือกับผู้ชายทั้งคืนด้วยนะ

แต่มันก็…ทำให้เขาสบายใจขึ้นเยอะในยามนี้….   


- จบตอนที่ 5 -

ออฟไลน์ CMYK

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 395
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-1
happy ending 

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: Absolution Café จบตอนที่ 5 อัพ 1-3-10 จบในตอน
« ตอบ #39 เมื่อ: 01-03-2010 18:10:47 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ CHOKUN

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
ที่แท้อายะ ก้อคือคิระ จริง ๆ ด้วยอ่ะ รอต่อไปอ่ะอยากรู้ว่าทุกคนทำบาปอะไร  :L2: :L2: :L2:

ออฟไลน์ jantaro

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 584
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +162/-1
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :z13: :z13: :z13:

ออฟไลน์ jasmin

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1801
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +174/-1
เคลียร์เรื่องคิระกับอายะไปได้แล้ว 1 ประเด็น

อายะน่ารักได้อีกอ่ะ ยิ่งตอนที่ไปเยี่นมหลุมศพฮิโระคุงอ่ะ

ไม่รู้ว่าจะฮาหรือเศร้าดี เหมือนอายะยังขังตัวเองอยู่กับอดีต

หวังว่าเรย์จิคุงจะช่วยเยี่ยวยาให้ดีขึ้นนะ

รอตอนต่อไปว่าจะเป็นอดีตของใคร

+ 1 เป็นกำลังใจให้จ้า

shockoBB

  • บุคคลทั่วไป
ชอบๆหนุกมากๆ :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ ppm

  • รักเด็กจังเลย
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 235
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
    • ppmfic yboard
Absolution Café ตอนที่ 6/1 อัพ 2-3-10 จบในตอน
«ตอบ #44 เมื่อ02-03-2010 17:30:36 »

ตอนที่ 6 Passion Dolls : ตุ๊กตาแห่งความปรารถนา

Rate: NC-18, Shotacon, SM, Toys, Rape
(ตอนนี้เรทค่อนข้างสูง กรุณาอ่านโดยใช้วิจารณญาณด้วยค่ะ)

(ตอนที่ 6/1)


รถสิบล้อคันโตภายนอกทรุดโทรมไม่น่าสนใจ ขับมาจอดที่ลานจอดด้านข้างของอาคารขนาดใหญ่ ด้านหลังเป็นผ้าใบสีทึบ ชายร่างอ้วนที่นั่งด้านข้างคนขับเดินลงมาเปิดส่วนท้าย เมื่อตลบตัวผ้าขึ้น ภายในกลับเป็นสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ...เด็กน้อยทั้งชายหญิง ขดตัวรวมกันอยู่ที่ด้านหนึ่งของตัวรถ ดวงตายิบหยีเพ่งมองทั้งกลุ่มให้แน่ใจอีกครั้ง ก่อนจะออกคำสั่งให้ทั้งหมดลงมา

รถคนนั้นแล่นจากไป ทิ้งไว้เพียงเด็กชายหญิงตัวมอมแมมที่หวาดกลัว ยืนเกาะกลุ่มกันเป็นกลุ่มก้อนเหมือนเช่นตอนแรก เสียงกักขฬะหยาบคายตะโกนสั่งให้บรรดาร่างบอบบางนั้นรีบเร่งก้าวเดิน ในมืออ้วนถือแส้ยาว พร้อมตวัดสาดใส่ใครก็ได้ที่เริ่มงอแง

ร่างเล็ก ๆ กัดฟันเดินอย่างอดทน ปลอกคอโลหะกับสายโซ่กระทบกันทุกครั้งที่ย่างก้าว โซ่ยาวนั้นล่ามกันและกันไว้จนเป็นพรวนใหญ่ เด็กหน้าตาหลากหลายสัญชาติ มาอยู่รวมกัน บางคนก็ยังสะอื้นร่ำไห้ บางคนก็หยุดร้องแล้ว แต่แววตาอันหวาดกลัวของทุกคน กลับเห็นได้ชัด ปะปนกับความเกลียดชัง

โซ่เหล็กหนักอึ้ง ทำให้ก้าวย่างแต่ละก้าว หนักหน่วงแทบเกินกำลังจากอายุที่ดูแล้วคงไม่มีใครเกิน 12 แต่ส่วนใหญ่คงราว ๆ อยู่ในช่วงสิบขวบ ภัยสงครามทำให้อาชญากรรมมีอยู่ทั่วไป เด็กหลายคนโดนขายจากความยากจน ที่ดูดีหน่อย บ้างก็โดนลักพามา หรือแม้กระทั่ง เป็นลูกของเชลยสงครามที่ถูกทอดทิ้ง โดยเฉพาะพวกลักษณะแปลกตาหน่อย หนีไม่พ้นลูกครึ่ง ที่บางคนมีพ่อ หรือแม่ เป็นอาชญากรสงครามไม่อาจเลี้ยงดูได้

เด็กที่มีชะตากรรมแสนเศร้า แม้จะพึ่งลืมตาดูโลกมาได้ไม่กี่ปี รวมถึงยังไม่มีกำลังพอจะเรียกร้องความเป็นธรรมได้อีกด้วย เพราะที่นี่…เป็นตลาดมืดใต้ดิน ที่ขายสินค้าได้ทุกประเภท โดยอยู่เหนือกฎหมายอย่างสิ้นเชิง

"พวกแกรีบ ๆ เดินเข้าสิ เวลาเป็นเงินเป็นทองนะ โธ่เว้ย อย่าทำให้ชั้นหงุดหงิดนะ ถ้าได้แผลเยอะ ๆ สินค้าอย่างแกก็ราคาตกกันพอดี" คนพูดชักอารมณ์ขึ้น แม้แต่งตัวดูเหมือนคนอวดร่ำอวดรวย แต่ความหน้าเลือด ยังคงเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของเขา รวมถึงขายได้ทุกอย่าง ที่สามารถทำกำไรได้

“ซานา…เอเมเหนื่อยแล้ว” เสียงพึมพำอ่อนล้ากระซิบข้างกายเด็กชายร่างมอมแมม ดวงตากลมโตมองมาอย่างอ้อนวอน

“อดทนเข้านะเอเม” เสียงไร้เรี่ยวแรงพอ ๆ กันจากอีกฝ่าย พยายามปลุกปลอบ “อย่าร้องไห้นะ รีบเดินเร็วเข้า”

“ฮื่อ” ร่างน้อย ๆ รับคำอย่างเสียไม่ได้ ทันใดนั้น ก้าวเล็ก ๆ ก็สะดุดกับก้อนหินก้อนหนึ่ง

"โอ๊ย" เธอร้องอย่างตกใจ สายโซ่ที่ไม่ยาวนัก ดึงให้หลาย ๆ คนล้มตาม

"เผี้ยะ" แส้เส้นนั้นตวัดลงบนกลางหลังเด็กชายผู้ใช้ร่างตนเองกางกั้นบังเด็กหญิงไว้ เสื้อมอมแมมตัวบางขาดเป็นแนวยาว เห็นรอยเลือดซึม เห็นแล้วยิ่งทำให้เด็กคนอื่นที่ล้มด้วย รีบผุดลุกอย่างรวดเร็วโดยอัตโนมัติ สายโซ่ที่ดึงรั้งจากร่างบนพื้น ทำให้เสียเวลามากขึ้น เมื่อทุกคนถูกล่ามรวมกัน การเดินจึงชะงักค้างช้าลงไปอีก จนพ่อค้าทาสชักเริ่มหงุดหงิด

"พวกแกทำให้ชั้นเสียเวลานะ!" แส้เส้นนั้นหวดลงไม่ยั้งบนแผ่นหลังบอบบางนั้น เรียกเลือดได้เป็นแนวยาวหลายแถบ

"ซานา! อย่านะ!" เสียงร้องแกมสะอื้นของเอเม พยายามจะห้ามไม่ให้อีกฝ่ายลงแส้มากไปกว่านี้ “อย่าทำซานา อย่า!” เสียงตะเบ็งของเธอ ทำให้หลายคนที่มาร่วมงานประมูลเริ่มหันมามอง หากมีเรื่องยุ่งยากขึ้นก่อนงานจะเริ่ม เขาเองจะเสียเครดิต แล้วการขออนุญาตเพื่อมาขายครั้งต่อไป คงยุ่งยากกว่าเดิมนัก

ด้วยเหตุนี้เอง เป้าหมายจึงเริ่มเปลี่ยนไปยังคนด้านข้างอย่างหงุดหงิดกว่าเก่า ดวงตาเล็กหยีจ้องเขม็งไปยังเด็กน้อย มือนั้นขยับแส้อย่างเอาเรื่อง แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นเพียงเด็กน้อยอายุราว ๆ 6 ขวบเท่านั้น "ยัยเด็กคนนี้นี่"

"พวกเรา...จะรีบเดิน" เด็กชายกัดฟันตอบ หากยังคงกอดน้องสาวไว้แน่น เอาตัวเองเป็นโล่ไม่ยอมให้ทำอันตรายใด ๆ ได้

"รู้แล้วก็รีบ ๆ ลุกเข้า" แส้หวดควับแหวกอากาศลงกับพื้นข้างตัว เล่นเอาต้นหญ้าใกล้ ๆ ขาดกระจายอย่างพยายามระงับอารมณ์ เด็กผู้หญิงคนนั้น เป็นสินค้าชั้นดี ที่จะให้มีตำหนิไม่ได้ และนั่นยิ่งทำให้พ่อค้าหน้าเลือดอยากระบายอารมณ์คุกรุ่นนั้นกับคนอื่นแทนที่

“พี่จะไม่ให้พวกนั้นทำอะไรเอเมแน่นอน อดทนอีกหน่อยนะ” เด็กชายกระซิบ "ลุกเร็วเข้า" เขาพยายามประคองเด็กน้อยขึ้นมา โดยยังเอาร่างตัวเองคอยกำบังปกป้องไว้

เด็กหญิงพยายามทำตาม แส้ในมือพ่อค้าเตรียมตวัดใส่อีกครั้ง มุ่งเป้าไปที่แผ่นหลังบอบบางของเด็กชาย หากทันใดนั้น ร่างสูงของใครบางคน ก็มายืนเหนือคนทั้งคู่แล้ว เล่นเอาคนถือแส้ชะงักค้าง

ดวงตาคมกริบสำรวจจนทั่วทั้งร่างเด็กหญิงบนพื้น ผิวกายที่มอมแมมสกปรก แต่กลับไม่อาจบดบังความขาวและดูเป็นลูกผู้ดีมีตระกูลได้ ดวงตากลมโตที่งดงาม…งามอย่างแปลกประหลาด เมื่อได้เห็นข้างหนึ่งเป็นสีเขียวมรกตอันเจิดจ้า ส่วนอีกข้าง…กลับเป็นสีฟ้านุ่มนวลชวนฝัน  ริมฝีปากสีชมพูอ่อน รับกับเรือนผมยาวสยายสีน้ำตาลทอง อายุคงไม่เกิน 5-6 ขวบ

ของแปลกหายาก…และท่าทางที่ดูดี ทั้งหมดนั้นบอกได้เลยว่า…เป็นสินค้าชั้นเยี่ยม

ตาสีดำสนิทคู่นั้น ดูเย็นเยียบเลือดเย็นอย่างบอกไม่ถูก เด็กน้อยรู้ถึงอันตรายโดยสัญชาตญาณทันที แม้จะเพียงแค่โดนจ้องเท่านั้น

“ไม่นะ!” ร่างเล็กขยับหนี แอบหลังพี่ชายอย่างหวาดกลัว

เด็กชายผู้มีดวงตาสีฟ้าเหมือนกับดวงตาข้างหนึ่งของเด็กหญิง เข้ามากางกั้นร่างบอบบางนั้นไว้ ดวงตาของเขา แม้ไม่งดงามสะกดใจเท่า แต่มันกลับแฝงแววเด็ดเดี่ยวและเข้มแข็งอย่างเห็นได้ชัด แม้อายุที่เห็นจากภายนอกนั้น คงเพียงแค่ราว ๆ 10-11 ขวบ

“เด็กคนนี้ราคาเท่าไหร่” ชายผู้นั้นชี้ไปยังร่างที่สั่นระริก ซึ่งซ่อนตัวอยู่ข้างหลังเด็กชาย

“ขออภัยครับท่าน เราขายแบบแพ็คคู่ เด็กสองคน ไม่ขายแยก” พ่อค้าทาสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกระด้าง “ที่สำคัญ นี่เป็นสินค้าประมูล…ท่านจะซื้อตอนนี้ไม่ได้”

“ฉันมีเงิน และตอนนี้ ฉันต้องการเฉพาะเด็กผู้หญิงคนนั้น” น้ำเสียงราบเรียบหากมีอำนาจพูดง่าย ๆ

“แต่ว่า…” คนขายเริ่มลังเล แต่ด้วยรู้ดี ว่าเด็กธรรมดา คงโก่งราคาได้ไม่มากนัก หากขายพร้อมกับเด็กหญิงคนนี้ ซึ่งมีดวงตาแบบที่หาได้ยาก ย่อมสามารถโก่งราคาได้มากขึ้นไปอีก แถมถ้าได้ขึ้นเวทีประมูล ราคาย่อมพุ่งสูงได้โดยง่ายกว่าเก่า

“ผมทำได้ทุกอย่าง เพื่อให้ท่านพอใจ ถ้าจะซื้อเอเมล่ะก็ ได้โปรด ซื้อผมไปด้วยเถอะครับ!”

น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวขัดขึ้น คนฟังหันควับไปหาทันที พอเห็นเป็นเด็กชายคนนั้น ร่างสูงก็แสยะยิ้ม มือกร้านจับแก้มใสก่อนจะเชยคางให้เงยขึ้นมองให้ชัด “แน่ใจงั้นรึ ว่าทำได้ทุกอย่าง”

มือนั้นบีบลงไปที่กรามเล็กนั้นอย่างจงใจ ใบหน้านิ่งสนิทสบตาอีกฝ่ายโดยไม่คิดจะหลบเลี่ยง

"ฉันกำลังอยากได้...คนช่วยปลดเปลื้องอารมณ์นะ เข้าใจที่ฉันพูดรึเปล่า?" คำพูดนั้นออกแววเย้ยเยาะ จนคนฟังชะงักกึก แต่นั่นก็ไม่ทำให้เขาเปลี่ยนใจได้ เสียงตอบกลับราบเรียบแต่หนักแน่น พูดขึ้นว่า

"ถ้าคุณต้องการ ไม่ว่าจะต้องให้ขายทั้งร่างกายและวิญญาณ ผมก็ทำได้...เพื่อเอเม"

คนฟังสบตาสีฟ้าดูรั้นนั้นอย่างพอใจในสีหน้า …เด็กคนนี้ ท่าทางจะใช้การได้ดีกว่าที่คิด

"ดี...ถ้างั้น ฉันเอาทั้งสองคน" มือนั้นเหวี่ยงถุงเงินไปให้พ่อค้าทาส โดยไม่ได้ถามราคาแม้แต่นิดเดียว

พ่อค้าที่ขยับจะแย้งอยู่หลายครั้งหลายคราเมื่อครู่ ด้วยกลัวว่าจะถูกซื้อแบบกดราคา รับถุงหนักอึ้งนั้นมาอย่างว่องไว มือที่สั่นเทาของร่างอ้วนเปิดถุงแล้วทำตาโต ท่าทีแข็งกร้าว เปลี่ยนเป็นนอบน้อมในพริบตา "ตกลงครับนายท่าน เด็กสองคนนี้ เป็นของท่านแล้ว"

"ถอดปลอกคอนั่นออกซะ แล้วตามฉันมา" เขาพูดพร้อมกับหันหลังเดินออกไป โดยไม่ได้มองสักนิด ว่าเด็ก ๆ เดินตามมาหรือไม่

ร่างบอบบางของเด็กชาย จูงมือน้องสาว มือนั้นยังกำแน่น แต่ก็ตัดสินใจที่จะตามไป โดยไม่ได้ถามเช่นกัน ว่าคนตรงหน้า จะไปที่ไหน

ยังไงตัวเขาตอนนี้ ก็เป็นเพียงสินค้า…ที่คนซื้อ คงซื้อไปเพียงต้องการสนองความใคร่เท่านั้น

ด้วยความเป็นเด็กฉลาด แม้จะยังเยาว์วัย เขาก็รู้ดี ว่าหากคิดจะหนี ไม่มีทางหนีคน ๆ นี้พ้น ไม่ต้องล่ามโซ่ ใส่ปลอกคอ เขาก็ไม่มีทางหนีได้ โดยเอเมไม่เป็นอันตราย

คน ๆ นี้ มีลักษณะที่แฝงไปด้วยอันตราย จนเขารู้สึกได้

หากหนีล่ะก็ คงไม่มีชีวิตรอดแน่นอน

มือเล็ก ๆ ที่จับมือเขาอยู่ ยังคงสั่นไม่เลิก  เอเมเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเขา…เด็กชายปฏิญาณกับตัวเองอย่างแน่วแน่

…เพื่อเอเม ไม่ว่าจะเจออะไร เขาก็ต้องปกป้องน้องสาว …ญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่นี้ให้ได้!


……………………………………………………………..


ร่างสูงน่าเกรงขามสวมชุดสีดำสนิทรัดกุม ย่างก้าวของเขาแผ่วเบาหากหนักแน่น ดวงตาคมกริบเยือกเย็น มองตรงไปเบื้องหน้า แต่เขากลับล่วงรู้แน่ชัด ว่าเด็กทั้งสองคนที่พึ่งซื้อเมื่อครู่ ยังคงเดินตามเขามา

เขารู้ดีว่ากิริยาที่แสดงออกไปเมื่อครู่ ข่มขู่ให้ทั้งสองหวาดกลัวเขาขนาดไหน หากหนีได้ คงจะหนีไปแล้ว

แต่ที่ยังคงเดินตามมา ก็เพราะเด็กคนนี้…ฉลาดกว่าที่เห็น

เขาจะฆ่าแน่ ถ้าคิดหนี เด็กผู้หญิงจับเป็นได้ แต่เด็กผู้ชาย ก็เหมือนของแถม แม้ในตอนนี้ เขาจะค่อนข้างสนใจเป็นพิเศษก็ตาม

ดวงตาคู่นั้นของเด็กหญิง เป็นสิ่งที่เขาอยากได้มากที่สุด เด็กคนนี้ จะเหมาะกับงานที่เขาวางแผนจะทำต่อไปอย่างแน่นอน เพียงแต่ต้องฝึกกันมากหน่อยเท่านั้น

อัญมณีที่มีค่า ต้องเจียระไนให้ถูกวิธี มันจึงจะเปล่งประกายงดงาม

อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่เขาก็มั่นใจ ว่าได้วัตถุดิบชั้นดีมาไว้ในมือ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว!


………………………………………….

shockoBB

  • บุคคลทั่วไป
Re: Absolution Café ตอนที่ 6/1 อัพ 2-3-10 จบในตอน
«ตอบ #45 เมื่อ02-03-2010 17:48:46 »

 :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ CMYK

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 395
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-1
Re: Absolution Café ตอนที่ 6/1 อัพ 2-3-10 จบในตอน
«ตอบ #46 เมื่อ02-03-2010 18:52:18 »

สงสารเด็กน้อย ...

ออฟไลน์ jasmin

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1801
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +174/-1
Re: Absolution Café ตอนที่ 6/1 อัพ 2-3-10 จบในตอน
«ตอบ #47 เมื่อ03-03-2010 01:21:56 »

ตอนนี้มีทุกอย่าง  :z1:

โดยเฉพาะ Shotacon  :haun4:

แต่เริ่มสงสารเด็กน้อยแล้วอ่ะ หื่นไม่ออกเลย

ออฟไลน์ archi_10_001

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 778
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-2
Re: Absolution Café ตอนที่ 6/1 อัพ 2-3-10 จบในตอน
«ตอบ #48 เมื่อ03-03-2010 01:55:45 »

 :call: :call: :call: :call:

มาทักทายเจ้าค่ะ เพิ่งได้เข้ามา ฮุๆ ppm ซัง เอาเรื่องมาที่นี่

อิอิ

anajulia

  • บุคคลทั่วไป
Re: Absolution Café ตอนที่ 6/1 อัพ 2-3-10 จบในตอน
«ตอบ #49 เมื่อ03-03-2010 12:18:35 »

เศร้าจังเลยค่ะ อ่านไปกลัวไป หงิงๆ
นี่ดีนะคะที่มีเส้นเวลาอดีตกับปัจจุบันมาเล่าไปแบบขนานสลับกัน
ไม่งั้นเรื่องนี้ต้องทำให้จิตตกยิ่งกว่านี้แหงๆเลย
ทุกคนเป็นคนมีปมทั้งนั้น...เฮ้อ

ขอบคุณwriterมากๆค่ะ จะติดตามต่อไป o13

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: Absolution Café ตอนที่ 6/1 อัพ 2-3-10 จบในตอน
« ตอบ #49 เมื่อ: 03-03-2010 12:18:35 »





ออฟไลน์ ppm

  • รักเด็กจังเลย
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 235
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
    • ppmfic yboard
Absolution Café ตอนที่ 6/2 อัพ 3-3-10 จบในตอน
«ตอบ #50 เมื่อ03-03-2010 18:01:50 »

(ตอนที่ 6/2)


ผิวใสขาวเนียนเมื่อได้รับการอาบน้ำทำความสะอาด ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียใหม่ ดูขาวผ่องมีสง่าราศีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเด็กหญิงตัวน้อย ที่น่ารักราวตุ๊กตาชั้นดี ดวงตาสองสีแปลกประหลาดเสริมให้ใบหน้านวลโดดเด่น ยามเธอลอบมองมาด้วยสายตาระคนหวาดกลัวนั้น กลับดูมีเสน่ห์ชวนหลงใหลอย่างเห็นได้ชัด

เด็กน้อยยังคงแอบอยู่ด้านหลังของเด็กชาย ผู้ซึ่งพยายามกางกั้นปกป้องสุดชีวิตเท่าที่จะทำได้ ดวงตาสีฟ้าใสกลับเข้มขึ้นอีก เมื่อจ้องมองมาอย่างเด็ดเดี่ยว ร่างแทบปลิวลมดูบอบบางอ่อนแอ ความสูงนั้นไม่ถึงอกของเขาด้วยซ้ำ หากแววตารั้นกลับไม่สยบยินยอมแม้แต่น้อย

ยิ่งในยามนี้ ที่สวมเพียงเสื้อเชิร์ตตัวโตของเขาตัวเดียวเท่านั้น โคนขาเรียวยาวโผล่พ้นชายเสื้อ ขับเน้นผิวสวยเนียนอ่อนเยาว์ ดูดีกว่าที่คิด

…สวย...ราวเด็กสาวแรกแย้ม…

คนมองมีรอยยิ้มพึงใจ ของแถม…ที่ได้มาโดยไม่ได้คาดคิด กลับดูคุ้มค่าสมราคาไม่น้อย คิดไม่ผิดจริง ๆ ที่ซื้อมา ดวงตากร้าวจ้องมองตั้งแต่หัวจรดเท้าโดยไม่ปิดบังสายตาอันจาบจ้วง คนถูกมองเบือนหน้าหนี แต่ยังไม่ขยับไปจากที่ เนื่องจากด้านหลังยังมีเด็กน้อยเกาะยึดตัวเขาเป็นที่พึ่ง ทำให้ไม่อาจถอยหรือหนีไปได้

“ชื่อ…เอเมสินะ?” เขาพูดอย่างจงใจ แกล้งมองข้ามเด็กชายไปด้านหลัง เด็กหญิงสะดุ้งเฮือก ร่างน้อย ๆ หลบซุกตัวลีบกว่าเดิม
 
“เอเมรัลด์” เสียงเด็กชายพูดขึ้นอย่างฉะฉาน…เอเม…ชื่อนั้น มีเพียงเขาเท่านั้น ที่เรียกได้

“เอเมรัลด์ …อืม…ชื่อไม่เลวนี่ สวย…เหมือนดวงตาสีมรกตข้างนั้นเลย”

“เอเมยังเด็ก…ยังเด็กมาก ถ้าคุณต้องการ ไม่ว่าอะไร ผมก็จะทำแทนให้”

“ซานา..” เสียงเด็กน้อยพยายามจะห้าม มือบอบบางของเด็กชายแตะบ่าเล็กเชิงห้ามปรามให้หยุดพูด

“อ้อ แล้วเธอล่ะ ชื่ออะไร ซานางั้นรึ?” สายตาดุดันแกมเย้ยหยัน เปลี่ยนเป้าหมายมามองยังคนกล้าด้านหน้าแทน

“ซานาเรย์” เด็กหนุ่มตอบ

ด้วยความรวดเร็วจนแทบไม่ทันได้หายใจ ร่างสูงก็ขยับเข้าไปใกล้จนเกือบชิดแล้ว มือหยาบเชยคางบอบบางนั้นขึ้นอีกครั้ง…เป็นครั้งที่สอง นับตั้งแต่เจอกัน ตาสีดำสนิทรับกับเรือนผมสีเดียวกัน จับจ้องมองมาอย่างพินิจพิเคราะห์กว่าเก่า

“อาบน้ำแล้ว…ก็ดูดีไม่เลวนี่”

ใบหน้าใสมีรอยยิ้ม แม้ดวงตาจะว่างเปล่า “ผมมีดีกว่านี้อีก…คุณจะได้ทุกอย่าง…ถ้า…” คำพูดหยุดลงอย่างจงใจยั่วยุ มันเป็นการยั่วเท่าที่เด็กอายุเพียงเท่านี้ พอจะคิดทำได้ หากมันกลับสร้างความพึงพอใจให้กับอีกฝ่าย มากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

“…ถ้าเธอทำให้ชั้นพอใจได้ ชั้นจะไม่ยุ่งกับเด็กคนนั้น…สักพัก” คำหลังสุดถูกเน้นย้ำอย่างจงใจ

เด็กชายเงยหน้ามองอีกฝ่ายด้วยสายตาจริงจัง “คุณสัญญาแล้วนะครับ ถ้าผมทำ…ทุกอย่างที่คุณต้องการ คุณจะ…ไม่ยุ่งกับเอเม”

“พาเด็กคนนั้น ไปไว้ในห้องซ้ายมือ แล้วใส่กลอนข้างนอกซะ” น้ำเสียงของเขาลดลงเป็นกระซิบ เมื่อเดินผ่านร่างที่ยืนอยู่ ตรงไปยังเตียงกว้างในห้องนั้น “ถ้าไม่อยากให้น้องสาวรับรู้เรื่องต่อจากนี้”

ร่างสูงเอนกายลงบนเตียงอย่างสบายอารมณ์ จ้องมองอีกฝ่าย ซึ่งเป็นของเล่นฆ่าเวลาชั้นดีในยามนี้

ปฏิกิริยาจากร่างเล็กของเด็กชาย ดูน่าสนใจกว่าทุกคน ที่เขาเคยใช้รองรับอารมณ์ที่ร้อนแรงของเขา

น่าสนใจจริง ๆ...

มือเล็ก ๆ กำแน่น ด้วยความที่เป็นคนฉลาดและเคยรับรู้เรื่องราวทำนองนี้มาบ้างจากเพื่อนทาสที่ถูกเกณฑ์จับมา เขาจึงเข้าใจความหมายนั้นเป็นอย่างดี แต่เขาก็ตัดสินใจแล้ว

เพื่อเอเม เขาทำได้ทุกอย่าง!

ร่างเล็กของเอเมรัลด์ถูกดันให้ไปยังห้องที่ชี้ไปเมื่อครู่ เด็กหญิงอิดเอื้อนไม่ยินยอม ด้วยรู้อยู่เต็มอก ว่าพี่ชายกำลังทำบางอย่าง เพื่อตนเองอยู่ แม้ว่าวัยที่ยังเล็กมาก ทำให้เธอไม่เข้าใจสิ่งที่ทั้งสองคุยกันนัก แต่บรรยากาศที่รู้สึกได้ คงจะไม่ใช่เรื่องดีต่อพี่ชายเธออย่างแน่นอน

“ไม่นะ…ซานา”

“เชื่อพี่สิเอเม จะไม่มีใคร ทำอะไรเอเมได้ เป็นเด็กดี ต้องเชื่อที่พี่บอกนะ อยู่ในนี้เงียบ ๆ ล่ะ” ซานาเรย์ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน มือของเขาลูบผมนุ่มนั้นแผ่วเบา “พี่ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องห่วง”

เด็กชายปิดประตูอย่างรวดเร็วก่อนที่เอเมรัลด์จะแย้งอะไรได้อีก แล้วใส่กลอนจนแน่ใจว่าคนด้านในไม่สามารถเปิดออกเองได้

ร่างเล็ก ๆ เดินกลับมาที่หน้าเตียงใหญ่ คนบนเตียงนอนรออยู่ด้วยอากัปกิริยาเดิม ท่านอนกึ่งนั่งที่มีหมอนนุ่มหนุนอยู่ด้านหลัง ดูสบายไม่น้อย ดวงตาคมยังคงมองเด็กชายอย่างไม่ปล่อยให้คลาดสายตาไปได้ แม้เพียงเสี้ยววินาที

“ไม่ต้องทำหน้าน่ากลัวขนาดนั้นก็ได้” เขาพึมพำอย่างอารมณ์ดี หากคนฟังกลับยังมีสีหน้าเคร่งเครียด “เธอบอกชั้นแล้วไม่ใช่หรือไง ว่าจะทำให้ชั้น…พอใจ ทำหน้าแบบนั้น มันจะใช้ได้เหรอ”

คนพูดพูดอย่างอารมณ์ดี ดวงตาสีฟ้ามองมาก่อนจะสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ….ใช่สิ…เขาจะต้อง ทำให้คน ๆ นี้ พอใจให้ได้ เพื่อเอเม…

ใบหน้าราบเรียบมีรอยยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย แม้จะเห็นได้ชัดว่ายังฝืน แต่คนบนเตียงทำเป็นไม่รู้ เขามองมาแล้วออกคำสั่งต่อไป

“ถอดให้หมดสิ แค่นี้ต้องให้บอกด้วยเหรอ”

ร่างบอบบางยืนนิ่งอยู่เป็นครู่ ก่อนตัดสินใจทำตาม มือนั้นสั่นน้อย ๆ แต่กลับหักใจปลดกระดุมลงทีละเม็ด ท่าทางที่จำยอมอย่างไม่เต็มใจ แสดงออกมาทางสีหน้าอ่อนเยาว์อย่างไม่อาจปิดได้มิด ด้วยความยังเป็นเด็กไร้เดียงสา จากที่เห็นเขาแน่ใจนัก ว่าเด็กคนนี้…ยังไม่เคยมือใครแน่นอน

ผิวอ่อนใสใต้ร่มผ้า ยิ่งดูขาวผ่องเรียบลื่นนัก แผ่นหลังยังมีรอยแส้เป็นแนวหลายรอย เป็นรอยถาก ๆ ไป ดีที่มีเสื้อกันไว้อีกชั้น เลยทำให้ได้แผลไม่มากนัก แม้ตอนก่อนจะอาบน้ำ จะมีเลือดไหลอยู่บ้างก็ตาม

แผลเล็กน้อยนั่นไม่ทำให้เด็กชายรู้สึกเจ็บมากมายนัก เมื่อเทียบกับการยืนเปลือยต่อหน้าคนผู้นี้ สายตาราวมองทะลุได้ถึงจิตใจเบื้องลึก ดูคมกริบน่าพรั่นพรึงกว่ายิ่งนัก ร่างบอบบางสั่นน้อย ๆ อย่างยากจะสะกัดกลั้นความกลัวไว้ได้ แต่ถึงกระนั้น ใบหน้างามก็ยังเชิดสูง สบตากับคนด้านหน้าตรง ๆ ไม่มีหลบเลี่ยง นัยน์ตาฟ้าใส ดูมีเสน่ห์ไม่ต่างกับผู้เป็นน้องสาว ถึงแม้ว่าจะมีเพียงสีเดียวก็ตาม

ชายหนุ่มเริ่มมีรอยยิ้ม ก่อนจะสั่งต่อไปว่า “บริการเข้าสิ โชว์สิ่งที่เธอบอกว่ามีดีกว่าที่เห็นให้ชั้นดู ถ้าทำได้ไม่ดีพอล่ะก็…”

ร่างกายบอบบางเย็นเยือกเมื่อสบสายตาคู่นั้น คำขู่ดูเอาจริงจนเขาไม่อาจปฏิเสธใด ๆ ได้ เท้าเล็กก้าวขึ้นบนเตียงนั้น พลางค่อย ๆ ปลดตะขอกางเกงของอีกฝ่าย โดยไม่จำเป็นต้องให้บอกซ้ำ มือที่เย็นเฉียบค่อย ๆ ดึงสิ่งกีดขวางทั้งหมดด้านล่างนั้นร่นลง ด้วยความช่วยเหลือจากอีกฝ่ายอย่างอยากรู้ว่าเด็กชายจะรุกอย่างไรต่อ

แก่นกายขนาดใหญ่นักเมื่อเทียบกับของเขา เด็กน้อยจ้องมันอย่างลืมตัว เผลอกลืนน้ำลายเฝื่อน ๆ ลงคออย่างฝืดเคืองก่อนจะสบสายตาคมของคนบนเตียงนั้นอย่างไม่แน่ใจนัก

“ทำสิ” คำสั่งห้วนสั้นพูดเพียงเท่านี้ มือที่สั่นน้อย ๆ จึงค่อย ๆ แตะมันอย่างแผ่วเบา ขนาดยังไม่ตื่นตัวยังใหญ่ขนาดนี้ เล่นเอาทำอะไรต่อไม่ถูกเลยทีเดียว แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว เขาจะถอยไม่ได้อย่างเด็ดขาด

เด็กหนุ่มปลอบใจตัวเองอีกครา ก่อนจะค่อย ๆ ใช้มือลูบไล้แกมปลุกเร้าอย่างเงอะงะ

“ใช้ปากด้วย แค่นั้นไม่ทำให้ชั้นมีอารมณ์ได้หรอกนะ”

คนฟังแทบกลั้นหายใจ ก่อนตัดสินใจโน้มตัวลงเข้าหาร่างแกร่งเบื้องล่าง ส่วนที่เริ่มตื่นตัวนั้นดูน่ากลัวนัก แต่เขาไม่มีทางเลือก เด็กชายตัดสินใจใช้ลิ้นเล็กแตะมันแผ่วเบา ก่อนจะตวัดเลียโดยรอบด้วยท่าทีราวลูกแมวตัวน้อยกำลังเลียนมในจานอาหาร แม้มิได้ปลุกเร้าอย่างชาญชำนาญนัก แต่ท่าทางที่ทำอย่างตั้งใจ ก็น่ามองไปอีกแบบ ทั้งยังน่ารังแกมากขึ้นอีกด้วย คนมองเหยียดยิ้มก่อนตีสีหน้าเคร่งเครียด

“เลียเป็นแมวแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน”

ชายหนุ่มว่าก่อนจะกดศีรษะเล็กเข้าหาจนแทบชิด ริมฝีปากถูกล่วงล้ำจนเข้าไปลึก ขนาดที่เริ่มตื่นตัว ยิ่งสร้างความอึดอัด ร่างเล็กพยายามดิ้นรนด้วยลมหายใจแทบขาดห้วง หากอีกฝ่ายหาได้สนใจไม่ ยังคงขยับจัดการรั้งเข้าออกอย่างต่อเนื่อง

“อื้อ!!” เด็กชายขัดขืนสุดแรง ทว่าแขนแข็งแรงราวคีมเหล็ก ยังคงกดตัวเขาไว้จนยากจะหลุดออกมาได้ สะโพกแกร่งรุกสวนเข้าหา ยิ่งขยับยิ่งรุนแรง ดวงตาคู่งามเบิกกว้างตื่นตระหนก ความคับแน่นรุกลึก กรามเล็กโดนบังคับให้อ้ากว้างจนปวดหนึบ หากคนเบื้องหน้า กลับไม่มีทีท่าจะหยุดลง จวบจนอารมณ์เร้าได้ถึงที่สุด

“อึก…” คนด้านล่างเกร็งตัวแน่น ก่อนจะปลดปล่อยออกมาในโพรงปากเล็กนั้น แล้วจึงปล่อยการยึดจับลง สายน้ำที่ฉีดทะลักเข้าจนสำลัก เล่นเอาร่างเล็กไออย่างทรมาน รสฝาดเฝื่อนสุดทนจนยากจะกลืนกินได้ไหว  คราบสีขาวขุ่นที่เลอะเทอะจากริมฝีปากเปรอะเปื้อนไปทั่ว รดเลอะส่วนหน้าขาของอีกฝ่ายจนคนมองขมวดคิ้ว

“ทำความสะอาดให้หมดเดี๋ยวนี้นะ” เสียงเข้มต่อว่าด้วยน้ำเสียงดุดัน เด็กชายพยายามกล้ำกลืนฝืนปรับสภาพตัวเองให้ปกติ ขยับลุกจะไปหาอะไรมาช่วยเช็ดอย่างตกใจ หากโดนมือแกร่งรั้งไว้

“เลียให้หมด อย่าให้เหลือ” เสียงสั่งอีกครั้งทำให้คนฟังอึ้งไป แต่สุดท้ายก็ขยับเข้าหาด้วยท่าเดิม ก่อนใช้ลิ้นค่อย ๆ เลียทำความสะอาดทีละน้อย แม้จะอัดอั้นตันใจนัก แต่เขาก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ…ไม่ว่าจะให้ทำอะไรก็ตาม

ลิ้นนุ่มเลียรอบนอกเชื่องช้า ลังเลนิดหน่อยก่อนค่อย ๆ เข้ามาทำความสะอาดแก่นกายนั้นอีกครั้ง แม้จะปลดปล่อยไปแล้ว มันกลับยังฮึดสู้กว่าที่คิด ความหวาดกลัวยังไม่จางหาย ร่างบอบบางสั่นน้อย ๆ หากยังคงอดทนอย่างเต็มที่ เพื่อจะทำตามคำสั่ง ภาพจากด้านบนมองเห็นหน้าใสได้ชัด ริมฝีปากสีสดเชิญชวน ลิ้นนุ่มน่าเกี่ยวรัดหยอกล้อ ยิ่งมองยิ่งทำให้คนถูกสัมผัสเริ่มมีอารมณ์ มือหยาบบีบสะโพกบางอย่างมันเขี้ยวจนเด็กชายแทบหยุดชะงักอย่างตกใจ

“ทำต่อไปสิ อย่าหยุด” เสียงดุเล็กน้อยปลุกสติที่เกือบเตลิดกลับคืนมา หากมือนั้นยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น นิ้วแกร่งไล้ลงทางร่องก้น ช่องทางคับแน่นยากล่วงล้ำ เล่นเอาเจ็บแปลบแม้ยังไม่ทันได้แทรกเข้า คนทำมีรอยยิ้ม หยิบเจลบีบลงไปแล้วเริ่มลงมืออีกครั้ง

นิ้วแกร่งขยับวนบังคับแทรกเข้ามาอีก ความเจ็บแล่นริ้วจนกระตุกเฮือกตามการขยับนั้น ร่างเล็ก ๆ ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่ออย่างทรมาน สะโพกที่ยกสูงเพราะจำต้องก้มขณะทำความสะอาดให้ กลายเป็นเป้านิ่งอย่างไม่อาจจะหลีกหนีได้ และเขาเองก็ไม่กล้าขยับหนี ด้วยกลัวว่าจะทำสิ่งใดขัดใจอีกฝ่ายจนเปลี่ยนใจไปลงที่เด็กหญิงแทน

มันเป็นการตัดสินใจของเขาไม่ใช่หรือ?

เจ็บแค่นี้…เขาทนได้

ใช่…ต้องอดทน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-03-2010 19:03:01 โดย ppm »

ออฟไลน์ jasmin

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1801
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +174/-1
Re: Absolution Café ตอนที่ 6/2 อัพ 3-3-10 จบในตอน
«ตอบ #51 เมื่อ03-03-2010 21:13:56 »

อดทน ทน ทน ทนไม่ไหวแล้ววววววววววว

ค้าง :m25: แบบเสียเลือดเล็กน้อย

สงสารเด็กน้อยอ่ะ จะถูกทรมานยังไงบ้างก็ไม่รู้



namtaan

  • บุคคลทั่วไป
Re: Absolution Café ตอนที่ 6/2 อัพ 3-3-10 จบในตอน
«ตอบ #52 เมื่อ05-03-2010 00:43:26 »

มาดันก่อนค่ะ สองตอนนี้ค่อนข้างเครียดๆแฮะ

เดี๋ยวมาตามอ่านนะคะ




ออฟไลน์ ppm

  • รักเด็กจังเลย
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 235
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
    • ppmfic yboard
Absolution Café ตอนที่ 6/3 อัพ 5-3-10 จบในตอน
«ตอบ #53 เมื่อ05-03-2010 09:44:32 »

(ตอนที่ 6/3)

สิ่งแปลกปลอมที่แทรกเข้าในทางที่ไม่เคยมาก่อน ยิ่งทำให้ร่างกายเกร็งปฏิเสธอย่างช่วยไม่ได้ บั้นท้ายนวลสั่นน้อย ๆ อึดอัดคับแน่นหากปลายนิ้วที่ยังคงรุกคืบทีละน้อย กลับค่อยปลุกเร้าภายใน เป็นความรู้สึกที่แปลกไปกว่าเคย แม้จะยังต่อต้าน แต่เรี่ยวแรงที่มี กลับหายไปจนหมด

“อึก…ไม่…” คิ้วเรียวบางขมวดแน่น อยากจะหนีไปจากตรงนี้ใจจะขาด

“อย่าเกร็งสิ มันจะเจ็บนะ” เสียงเรียบ ๆ พึมพำ หากนิ้วนั้นกลับไม่ยอมหยุดขยับ

“เอา…ออกไป…อึ้ก…” เสียงแผ่วเบาราวกระซิบพยายามบอก แต่มันกลับเป็นการกระตุ้นให้อีกฝ่ายแทรกเข้าลึกขึ้นไปอีก ขาที่สั่นระริก แทบจะทรงตัวไม่อยู่ โดยเฉพาะยามนิ้วคล่องแคล่วนั้นขยับไล้จุดอ่อนไหวภายใน ความรู้สึกเจ็บในตอนแรกเปลี่ยนแปรไป มันทำให้เขาหวาดกลัวกว่าเดิม

“ไม่นะ!” ร่างเล็กพยายามดิ้นรนหากยังคงไร้ผล เมื่อนิ้วนั้นกลับเพิ่มเป็นสองอย่างใจเย็น ในขณะที่มือแข็งแรงอีกข้าง กดแผ่นหลังบอบบางไว้ไม่ให้ขยับลุกขึ้นได้ เด็กชายกัดฟันแน่น เขาต้องอดทน…อดทนเท่านั้น …จะยอมให้คน ๆ นี้ ทำแบบนี้กับเอเมไม่ได้เด็ดขาด

สะโพกบางผ่อนคลายลงมากแล้ว ตามเวลาที่ใช้ไป ชายหนุ่มรู้ดีว่าสำหรับครั้งแรก ไม่ว่าอย่างไร เขาจะรุนแรงมากไม่ได้ ถ้ายังต้องการจะใช้เด็กคนนี้เป็นเครื่องมือต่อไป

แต่แน่นอน…มันก็แค่การช่วยผ่อนคลายเริ่มต้นเท่านั้น…หลังจากนี้สิ ถึงเป็นของจริง!

นิ้วแกร่งถอยออกมาจากช่องทางที่เริ่มเปิดรับ เด็กน้อยผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกเล็กน้อย ที่อีกฝ่ายละไปเสียที แม้อีกใจกลับนึกเสียดายอยู่บ้าง เขาไม่เข้าใจตัวเองเลย ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไม…นิ้วที่อยากให้ละออกไปใจจะขาด อยู่ดี ๆ เขาก็ไม่อยากให้ทำอย่างนั้น

ริมฝีปากสีสดถูกขบกัดจนเจ็บแปลบ มันเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเขา…ต้องควบคุมตัวเองสิ…ควบคุมตัวเอง จะยอมให้คน ๆ นี้มามีอิทธิพลเหนือไม่ได้เด็ดขาด

เด็กชายขยับร่างจะลุก หากมันไม่เป็นอย่างที่คิดนัก เมื่อร่างสูงผุดลุกขึ้นเสียก่อน ทั้งที่ยังกดร่างบอบบางนั้นเอาไว้ไม่ให้หนีได้ ก่อนจะสลับเปลี่ยนตำแหน่งไปอยู่ด้านหลังแทน

“อยู่นิ่ง ๆ ล่ะ ถ้าคิดจะลุกหนีล่ะก็ ชั้นจะไปคิดบัญชีกับแม่หนูน้อยนั่นแทน” คำขู่เบา ๆ ได้ผลเป็นอย่างดี เด็กชายไม่กล้ากระทั่งจะขยับเขยื้อนไปจากท่าเดิม ไม่ต้องยึดจับ ไม่ต้องบีบบังคับ แค่คำขู่ประโยคเดียว ก็ใช้ได้ผลแล้ว มือที่กดแผ่นหลังไว้เมื่อครู่จึงปล่อยลง

“ยกบั้นท้ายให้สูงกว่านี้ นั่นล่ะ” มือดันไหล่บางกดแนบชิดกับเตียง ปล่อยให้สะโพกได้รูปบอบบางนั้นโชว์โด่ง “อย่าขยับเชียวนะ” เสียงดุ ๆ ยังคงย้ำ

บั้นท้ายบางยังคงสั่น มือน้อย ๆ กำแน่น รู้สึกได้ถึงเสียงลมหายใจที่ปะปนหอบ แม้ท่าทีจะดูคล้ายต่อต้านแต่จำใจต้องอดทนไว้ หากชายหนุ่มรู้…ว่าลึก ๆ แล้ว เด็กน้อยคงเริ่มมีความต้องการแน่ ๆ ด้วยวัยที่ยังไร้เดียงสา คงจะไม่เข้าใจนัก ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง แต่ในยามนี้ คงเลิกคิดต่อต้านไปเยอะแล้ว ด้วยความปรารถนาจากเบื้องลึก กำลังผลักดันให้ยอมรับสภาพและไขว่คว้าหาคนช่วยผ่อนคลายจากความรู้สึกอึดอัดนั้น

มือแกร่งบีบเค้นสะโพกมน ก่อนสอดนิ้วหยั่งเชิงเข้าลึกรวดเดียว คนด้านล่างสะท้านเฮือก แต่ยังคงอดกลั้นไม่ให้เสียงหลุดรอดออกมาได้ เข้มแข็งไม่เบาทีเดียว ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มพึงใจกว่าเดิม ของเล่นชิ้นนี้…ใช้การได้ดี และจะเป็นกุญแจสำคัญ สำหรับการฝึกนี้ได้แน่นอน

นิ้วถูกรั้งดึงออก เมื่อแก่นกายที่ใหญ่กว่าจรดจ่อทางเข้า มือคล่องแคล่วบีบเจลเพิ่มก่อนค่อย ๆ สอดกายแทรกเข้าไปเนิบช้า

เสียงกรีดร้องตกใจแผ่วเบาหลุดออกมา เด็กชายคว้าหมอนใกล้มือมาแล้วซุกหน้าลงลึก เขาไม่ต้องการ…ให้เอเม ได้ยินเสียงใด ๆ จากตัวเขาทั้งนั้น

ถึงต้องตาย…ก็ให้รู้ไม่ได้

ช่องทางคับแคบเกร็งกว่าเก่าอย่างหวาดกลัว คนด้านหลังขมวดคิ้ว การบีบรัดที่มากกว่าที่คิด ทำให้เขาต้องถอนตัวออกช้า ๆ ก่อนจะบีบเจลเพิ่มลงไปแล้วสวนกลับเข้าใหม่

“อึ้ก!!”  เสียงแผ่วจากหมอนนุ่มรู้สึกได้ถึงความเจ็บ ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงใช้มือจิกผมสีน้ำตาลนั้นขึ้นมาแกมบังคับให้เหลียวหลังเงยหน้าขึ้น ริมฝีปากบอบบางเม้มแน่น หากปลายลิ้นแข็งแรงกลับแทรกเข้าไปจนได้ เรียวลิ้นชำนาญกวาดไล้แกมปลอบโยนให้ผ่อนคลาย รุกเร้าจนเด็กน้อยหายใจขาดห้วง ร่างเล็กพยายามจะไม่ดิ้นรนตามคำสั่ง แต่เห็นได้ชัดว่าสุดฝืน

แต่เพียงไม่นานนัก…กับจูบแรก ที่เทคนิคดีเยี่ยมขนาดนี้ เล่นเอาเด็กน้อยแทบลืมหายใจ ปลายลิ้นที่กระวัดเกี่ยวสลับการดูดเม้ม ดึงความสนใจไปได้บางส่วน จนบั้นท้ายที่เกร็งแน่นค่อยผ่อนคลายลง คนโดนจูบเริ่มเคลิ้มคล้อยตาม ละพยศลงไปได้เยอะ

สะโพกแกร่งจึงสวนเข้าหา ในครั้งนี้กลับง่ายกว่าเดิมนัก สิ่งรุกรานขนาดใหญ่ ทั้งรุกเร้าเสียดสี จนถ้าไม่ประคองเอวบางนั้นเอาไว้ ก็คงล้มพับไปแล้ว แต่ในอารมณ์นั้น มันยากจะผ่อนแรงลงได้ หลังจากอดทนอดกลั้นมานาน ก็คล้ายกำแพงจะพังครืน

การขยับที่เข้าลึก ทั้งรุนแรงและรวดเร็วไม่มียั้ง ทำให้ฟันขาวขบกัดริมฝีปากจนได้เลือด ช่องทางด้านหลังเจ็บจนสมองไม่อาจคิดถึงเรื่องใด ๆ ได้อีกต่อไป เสียงร้องที่พยายามห้ามไว้ กลับดังขึ้นทุกที ๆ อย่างทรมานกว่าเดิม

“อื้อ…อย่า..พอแล้ว…อ๊า!!” เด็กหนุ่มพยายามร้องขอ ร่างที่ไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีกต่อไปดิ้นรนหาอิสระ แต่มือแข็งแรงกลับยึดแน่นราวพันธนาการชั้นดี เสียงร้องห้ามดังสักเท่าไร กลับยิ่งเป็นการกระตุ้นอีกฝ่ายให้กลัดมันกว่าเดิม ร่างด้านบนขย่มซ้ำไม่ยั้ง จนช่องทางมีเลือดไหลซึมออกมา ก็ยังไม่มีหยุดแม้เสี้ยววินาที

การกระทำที่รุนแรงเกินกว่าร่างกายจะต้านทานไหว ทำให้เด็กน้อยเริ่มสติลางเลือน เบื้องหลังที่เจ็บจนด้านชา ความทรมานที่ทำได้แต่เพียงรับมันมา…นานจนจำความไม่ได้ จวบจนรู้สึกถึงน้ำที่ฉีดพุ่งเข้าภายใน กว่าคน ๆ นั้น…จะปลดปล่อยออกมาเขาก็ไม่สามารถขยับตัวได้อีกแล้ว มือแข็งแรงปล่อยร่างนั้นเป็นอิสระ ก่อนขยับไปรูดเร้นแก่นกายตนเองซ้ำ หยาดน้ำสาดรดร่างบอบบาง ที่ตอนนี้ล้มพับไปกับเตียงเรียบร้อยแล้ว

หยดเลือดเลอะบนเตียงกับคราบแห่งกามารมณ์ ดึงอารมณ์พุ่งสูงสู่จุดหมายได้ง่ายดายนัก ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจลงเมื่อร่างกายเริ่มปรับสภาพเข้าสู่ปกติ…แค่ครั้งเดียวสำหรับเขา ไม่ได้ทำให้หมดแรงมากนัก แต่เขารู้ดี ว่าคงต่ออีกครั้งไม่ได้แน่ ถ้าไม่อยากจะพังของเล่นชิ้นนี้ลงก่อนเวลาอันควร

ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำไป ทิ้งร่างที่หมดสติไว้อย่างนั้น โดยไม่คิดจะใส่ใจอีก


…………………………………….


นานแค่ไหนเขาไม่รู้ ที่หมดสติไปทั้งอย่างนั้น แต่พอรู้สึกตัว เขาก็แทบขยับไม่ได้ ดวงตาสีฟ้ามองไปรอบ ๆ แล้วสะดุ้ง เมื่อคนผู้นั้น ยังคงยืนอยู่ไม่ไกลออกไป ในชุดใหม่ที่ผลัดเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว มือคล่องแคล่วกำลังเก็บข้าวของบางอย่าง ตั้งท่าจะออกไปจากห้อง หากการเคลื่อนไหวบนเตียง ทำให้เสียงราบเรียบพูดขึ้นว่า

“ชั้นจะออกไปข้างนอกสักพัก คงรู้นะว่าควรจะจัดการกับตัวเองยังไง อาหารบนโต๊ะนั่น ของเธอกับน้องสาว จัดการเอาเองล่ะ”

เมื่อพยายามจะขยับตัว เด็กน้อยกลับนิ่วหน้าอย่างเจ็บปวด ภายในที่เจ็บจนแทบไม่อยากเคลื่อนไหว ทำให้เขาไม่อยากลุกจากเตียงเลยแม้แต่น้อย

“จัดการตัวเองให้เรียบร้อยซะก่อนล่ะ คงไม่อยากให้น้องสาวรู้หรอกนะ…ว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น” คนพูดแสยะยิ้มอย่างจงใจ ก่อนจะเปิดประตูออกไป เสียงลงกลอนล็อคกุญแจจากด้านนอก ตอกย้ำเป็นอย่างดีโดยไม่จำเป็นต้องบอกซ้ำ ว่าอย่าได้คิดหนี แต่ชายหนุ่มย่อมรู้ดี สภาพเด็กน้อยตอนนี้ แค่เดินยังลำบาก ไม่จำเป็นต้องกลัวว่าจะหนีแต่อย่างใด

คำพูดนั้นบาดลึก ดวงตาคู่งามมีน้ำตาคลออย่างเจ็บปวด…ร่างกายน่ะเจ็บก็จริง แต่ใจนั้น…กลับเจ็บยิ่งกว่า

เรื่องที่โดนข่มเหงอย่างทารุณ จะให้เอเมรู้ไม่ได้…ใช่…ให้รู้ไม่ได้ เขาจะต้อง…

เด็กชายยันตัวขึ้นจากเตียงอย่างยากเย็น ทุกย่างก้าวนั้นเจ็บแปลบ แต่เขากลับไม่รู้สึกใด ๆ

ต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย…ร่างนั้นหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน กว่าจะเข้าไปในห้องน้ำได้

ที่พื้นห้องน้ำ เขาได้แต่นั่งลงอย่างอ่อนแรง มือที่สั่นน้อย ๆ พยายามควบคุมตัว…คราบสกปรกพวกนั้น…ต้องล้างออกไป…ให้หมด

เอเมจะต้องไม่รู้…ทุกอย่างต้องเหมือนเดิม..เขาจะ…

วูบหนึ่งที่รู้สึกว่าใกล้จะหมดสติไปอีกรอบ เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปยังที่เปิดฝักบัว ปล่อยให้สายน้ำ…ชำระล้างทั้งสติและร่างกายที่แสนสกปรกนั้น… ดวงตาใต้สายน้ำ หลั่งน้ำตาไม่รู้ตัว…ให้น้ำ..มันชะล้างออกไป กับทุกสิ่งทุกอย่าง

เขาจะหมดสติไปอีกไม่ได้ เอเม…ยังไม่ได้กินอะไรเลย…นานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้

ตอนนี้ ต้องยังร้องไห้อยู่แน่ ๆ เขาจะต้องรีบ…

ต้องทำทุกอย่าง…ให้ปกติ

น้ำที่เย็นจัดเรียกสติเขาคืนมาได้บางส่วน แผ่นหลังที่แผลเริ่มช้ำ ยามกระทบกับน้ำยิ่งแสบกว่าเดิม แต่เด็กน้อยไม่ได้ใส่ใจ ให้มันเจ็บนั่นแหละดี เขาจะได้ยังรู้สึกตัวอยู่

สมองเริ่มสั่งการได้ดีขึ้นแล้ว มือน้อย ๆ จึงปิดน้ำลง เรียวขาที่ช้ำจากการถูกกดกระแทกนับครั้งไม่ถ้วน ค่อย ๆ อ้าออก เด็กหนุ่มเริ่มลังเล…ไม่อยากเลย ที่จะมองในส่วนนั้น

นิ้วเรียวที่สั่นน้อย ๆ แตะจุดซ่อนเร้นแผ่วเบา ก่อนจะสะดุ้งเฮือก รู้สึกได้ถึงการระบมและอึดอัด…คราบเมือกสีขาวขุ่น เลอะมือเล็กน้อย ยังมีบางอย่าง อยู่ข้างในนั้น..และเขาต้องจัดการ เอาออกให้หมด ไม่เช่นนั้น…คงไม่สามารถออกไปพบกับเอเมได้

คราบของคนผู้นั้น…คนที่ข่มขืนเขา…ไม่…เขาต้องไม่คิดถึงมัน…ไม่คิดอะไรทั้งนั้น

เอามันออกไป…ให้หมด ก็จบแล้ว

นิ้วเรียวสั่นนิดหน่อย ก่อนจะหักใจสอดมันเข้าด้านใน ช่องทางนั้นยังคงเปิดกว่าปกติ ทั้งยังลื่นด้วยของเหลวที่คั่งค้าง คิ้วเรียวขมวดมุ่น ลมหายใจกลับถี่กว่าเดิม…เขารู้สึก…แปลก ๆ อีกแล้ว

มืออีกข้างกอบกำแก่นกายเล็ก ขยับขึ้นลง พยายามไล่อารมณ์น่ารังเกียจนั้นให้จางหาย ศักดิ์ศรีที่เคยมี…กลับถูกทำลายลงไม่เหลือชิ้นดี แต่กระนั้น...เขาก็ไม่อาจควบคุมตัวเองได้

เรื่องน่าอัปยศอย่างนี้...ทำไมกัน

ริมฝีปากบางเม้มแน่น รสเลือดจากการขบกัดยังคงอยู่ แต่เขากลับไม่รู้สึกอะไรเลย

เสียงหอบแผ่วเบาครางน้อย ๆ มือนั้นขยับไม่หยุดตามสัญชาตญาณ ยิ่งขยับยิ่งรั้งอารมณ์พุ่งสูง

เสียงอ๊าแผ่วหยุดกึก เพราะเจ้าตัวกัดฟันห้ามไว้...เสียงที่น่ารังเกียจ เขาจะต้อง..

สมองเริ่มว่างเปล่า แต่ร่างกายยังร้อนรุ่ม ไม่พอ...มากกว่านี้...ต้องการมากกว่านี้... มือนั้นแทรกเข้าช่องทางนั้น ความลื่นยังคงอยู่ ภายในที่ร้อนและบีบรัดเป็นจังหวะ นิ้วเรียวขยับเข้าออก พร้อมกับยังรูดเร้นที่ด้านหน้า

เสียงครางแผ่วหยุดไว้ไม่ได้แล้ว เขาตอบสนองทุกอย่างตามความรู้สึก ยิ่งทำ...ยิ่งคิดถึงร่างกายของคนผู้นั้น...ถึงจะหยาบคาย รุนแรง...แต่มันก็ทำให้เขาเกิดอารมณ์ขึ้นมากมายนัก

"ฮึก...อ๊า.." ดวงตาสีฟ้าพริ้มลง ภาพถูกกระทำเมื่อครู่ ย้อนกลับมา ร่างกายของเขาเกร็งแน่นและกระตุกเฮือก

...ไม่..ไม่ไหวแล้ว!

สายน้ำที่ปลดปล่อยออกมาเมื่อถึงจุด ทำให้ร่างเล็กหอบหายใจ ภายในรู้สึกปลอดโปร่งกว่าเก่า แม้จะไม่ได้ยินดีไปด้วยกับมันเลยก็ตาม

ดวงตาแสนเศร้าเหม่อมองคราบเปื้อนในมือ…คราบสีขาวขุ่น ที่ไม่ต่างจากของคนผู้นั้น…เห็นแล้วยิ่งรู้สึกยากจะทนทาน

มัน…สะอิดสะเอียนจนอยากจะอ้วก…

ตัวเขา...ช่างสกปรกและน่ารังเกียจนัก!

ร่างบอบบางสั่นสะท้าน น้ำตาไหลเงียบ ๆ แต่เจ็บลึก ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างไม่ยินยอมพ่ายแพ้ เขาจะพังทลายไม่ได้ เอเม...ยังรอเขาอยู่

จะอย่างไร เขารู้ดีอยู่แล้ว ว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้…

อยากทำลายเขา…ก็เชิญ

ถึงจะทำมากกว่านี้…เขาก็จะอดทน

เพื่อน้องสาวที่รักเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ ไม่ว่าจะต้องเจอกับอะไร เขาก็จะผ่านมันไปให้ได้!


.......................................


ประตูบานนั้นถูกถอดสลักออก ห้องด้านในมีเตียงอยู่หลังหนึ่ง และนอกจากนั้น ก็ไม่มีอะไรอีก แม้กระทั่งหน้าต่าง ร่างเล็ก ๆ ของเอเมรัลด์ นั่งซุกอยู่ที่มุมในสุดของเตียง พอได้ยินเสียงที่ประตู ใบหน้าใสก็เงยขึ้นมองด้วยแววตาที่เจือความหวาดกลัวไม่น้อย

หากเมื่อเห็นคนที่เปิด เด็กหญิงก็โผเข้าหาอย่างยินดี ดวงตากลมโตแดงก่ำ คงร้องไห้มาหลายชั่วโมงแล้ว ร่างบอบบางของเด็กชาย กอดเธอเอาไว้แน่น ราวกับต้องการปกป้องจากทุกสิ่งทุกอย่าง เสียงนุ่มแม้แฝงอ่อนแรง ปลอบโยนแผ่วเบา แล้วบอกให้มากินอาหารด้านนอก

เตียงที่เลอะเทอะถูกผลัดเปลี่ยนผ้าปูเรียบร้อย ทุกอย่างดูราวไม่มีอะไรเกิดขึ้น เด็กน้อยยิ้มรับ ก่อนทานอาหารอย่างว่าง่ายที่โต๊ะด้านข้าง

“ซานา ทานกับเอเมนะ” เธอว่าพลางจัดการตักอาหารให้พี่ชาย หากซานาเรย์ส่ายหน้าเบา ๆ

“พี่กินไปแล้วล่ะ เอเม…ทานเยอะ ๆ นะ” เด็กชายตอบรับ เขา..กินอะไรไม่ลงแล้วในยามนี้ กว่าจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยได้ ก็แทบจะฝืนตัวให้ยืนอยู่ไม่ไหว แต่เขาต้องทำ…ให้ทุกอย่าง เป็นปกติ

“ซานา…สีหน้าไม่ดีเลยนะ” เอเมรัลด์ทักเบา ๆ ดวงตาคู่สวยของเธอ จับจ้องมาอย่างสังเกตสังกา

“พี่…ไม่เป็น..อะไร” ว่าแล้วเขาก็รู้สึกวูบ ไม่อาจทรงตัวไว้ได้

“ซานา!!!”

ร่างนั้นล้มลงกับพื้น เด็กน้อยรีบลุกขึ้นช่วยแต่ด้วยวัยเพียงแค่นี้ จึงไม่อาจจะประคองขึ้นไหว มือบอบบางแตะเบา ๆ ที่หน้าผาก มันร้อนราวกับไฟ เอเมรัลด์ตกใจมากยิ่งขึ้น “แย่แล้ว…ซานา…ตัวร้อนมากเลย” เสียงใสเริ่มสะอึกสะอื้น อย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี ...ชีวิตเธอมีแต่เพียงพี่ชายคนนี้คอยอยู่เคียงข้าง…ถ้าต้องขาดซานา เธอจะทำอย่างไร...

…อย่าร้องไห้เลย เอเม…

ในความพร่าเลือน ซานาเรย์อยากปลอบเธอให้หยุดร้องไห้ แต่ในตอนนี้…เขากลับไม่สามารถขยับได้แม้แต่ปลายนิ้ว สติที่ฝืนอยู่เนิ่นนานเริ่มหมดลง

เวลาผ่านไปพักใหญ่แล้ว ก่อนที่ประตูด้านนอกจะถูกเปิดออก ร่างสูงของเจ้าของห้องมองคนบนพื้น กับเด็กน้อยที่ร้องไห้เงียบ ๆ ใบหน้าอ่อนเยาว์เงยขึ้น ดวงตาคู่งามของเด็กหญิงจ้องเขาเขม็ง แม้จะหวาดกลัว เพราะรู้แน่ชัด ว่าเป็นตัวการทำให้พี่ชายของเธอต้องล้มป่วยแน่ ๆ

ร่างแข็งแรงขยับเข้ามาใกล้ เด็กหญิงเอาตัวขวางไว้ ไม่ยอมให้เข้าใกล้พี่ชาย ด้วยท่าทางที่เอาเรื่อง คนมองยิ้มอย่างพอใจ เด็กคนนี้…ตอนแรกดูอ่อนแอบอบบาง แต่ถ้ามีเรื่องกับผู้เป็นพี่อันเป็นที่รัก เธอเองก็เข้มแข็งได้ไม่แพ้พี่ชาย ช่างเป็นสายเลือดที่เหมือนกันจนน่ามหัศจรรย์นัก

“ชั้นไม่ทำอะไรเขาหรอกน่า แค่จะพาไปนอน” เขาพูดต่อ ด้วยเสียงที่อ่อนลง เด็กน้อยมองอย่างไม่แน่ใจนัก แต่ด้วยความเป็นคนฉลาด จึงรู้ดีว่าลำพังแรงที่เธอมี ไม่อาจช่วยเหลือพี่ชายได้แน่นอน

ร่างเล็กจึงยอมถอยอีกก้าว ปล่อยให้มือแข็งแรงช้อนร่างที่ไม่ได้สติขึ้นมา ชายหนุ่มเดินตรงไปยังห้องเล็กที่เคยขังเด็กน้อยไว้ แล้ววางเด็กชายที่หมดสติลงบนเตียงนั้น ก่อนจะหันไปสั่ง

“ผ้าอยู่นี่ ใช้เช็ดตัวให้ซะ แล้วนี่ยา” เขาวางยาไว้บนโต๊ะ รู้ดีว่าหลังจากเรื่องแบบนั้น เด็กน้อยคงจะล้มป่วยแน่ ๆ เขาจึงได้ซื้อยาติดมาตั้งแต่ก่อนจะกลับ พร้อมกับเสบียงอาหาร

“คงรู้นะว่าต้องทำยังไง อยู่ในห้องดี ๆ ก็แล้วกัน”

ห้องนั้นมีห้องน้ำในตัวจึงไม่จำเป็นต้องออกมาข้างนอกอีก ร่างสูงโยนถุงใส่อาหารไว้ให้ แล้วจึงออกไป โดยไม่ลืมที่จะล็อคห้องเล็กนั้นไว้อย่างเดิม

ดวงตาคมเข้มมองสภาพภายในห้องด้านนอก ห้องที่เขาใช้เมื่อหลายชั่วโมงก่อน ดูเรียบร้อยเหลือเชื่อ เตียงใหญ่ที่เคยเลอะเทอะ ถูกปูใหม่เรียบร้อย ผ้าปูผืนเก่ายัดอยู่ในตระกร้าผ้า วางแอบหลบข้างตู้สูงที่มุมอับสายตา

ในสภาพที่โดนทำจนเป็นแบบนั้น ยังเคลียร์ห้องได้ขนาดนี้  ก็นับว่าเด็กคนนี้ ใช้การได้อยู่

ชายหนุ่มทิ้งตัวลงบนเตียง แล้วหัวเราะให้กับตัวเองอย่างพอใจกว่าเดิม

งวดนี้เขาได้อัญมณีที่ล้ำค่ามาถึงสองทีเดียว กำไรจริง ๆ!


..................................

ออฟไลน์ jasmin

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1801
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +174/-1
Re: Absolution Café ตอนที่ 6/3 อัพ 5-3-10 จบในตอน
«ตอบ #54 เมื่อ05-03-2010 14:57:23 »

 :เฮ้อ: สงสารเด็กน้อย


shockoBB

  • บุคคลทั่วไป
Re: Absolution Café ตอนที่ 6/3 อัพ 5-3-10 จบในตอน
«ตอบ #55 เมื่อ05-03-2010 16:22:31 »

สงสารซานา :o12:

ออฟไลน์ ppm

  • รักเด็กจังเลย
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 235
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
    • ppmfic yboard
Absolution Café ตอนที่ 6/4 อัพ 6-3-10 จบในตอน
«ตอบ #56 เมื่อ06-03-2010 16:43:19 »

(ตอนที่ 6/4)


เสียงสะอื้นไห้คุ้นหูแผ่วเบาที่ข้างตัวทำให้ร่างบนเตียงสะดุ้งตื่น ซานาเรย์กระพริบตาถี่ ภาพที่เห็นยังคงพร่ามัว ก่อนที่จะชัดเจนขึ้น อาการอ่อนเพลียจนแทบลุกไม่ขึ้นยังคงอยู่ แต่ก็ดีขึ้นกว่าเดิมมากนักแล้ว เด็กน้อยค่อย ๆ ขยับตัวอย่างลำบาก พลางมองหาต้นเสียงที่ได้ยินก่อนหน้านี้

ร่างเล็กที่ข้างเตียงรีบป้ายคราบน้ำตาทิ้ง แล้วส่งยิ้มไปให้ราวไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ซานาฟื้นแล้ว!”

เด็กชายกัดฟันพยายามลุกขึ้นนั่ง โดยไม่แสดงสีหน้าท่าทางว่าเจ็บปวด มือของเขาเอื้อมไปหาร่างเล็กนั้น “เป็นอะไรไปเอเม ร้องไห้ทำไม… หรือว่า…เขา รังแกอะไรเอเมรึเปล่า” ประโยคหลังถามด้วยน้ำเสียงตึงเครียด

เด็กน้อยส่ายหน้าเบา ๆ “เขาไม่ได้ทำอะไรเอเม…เอเมสงสารซานา…” น้ำเสียงเริ่มสั่นครืออีกครั้ง มือน้อย ๆ ที่ถูกกุมไว้ถูกบีบให้กำลังใจแผ่วเบา

“พี่ไม่เป็นอะไรแล้วจริง ๆ เอเมไม่ต้องร้องไห้นะ จะไม่มีใคร…ทำอะไรเอเมได้ พี่สัญญา”

“ไม่…เอเมไม่ได้ห่วงเรื่องนั้น…เอเม…จะไม่ยอมให้ใคร ทำอะไรซานาเหมือนกัน!” เสียงเล็ก ๆ พูดขึ้นอย่างแข็งขัน เด็กชายรวบร่างน้อย ๆ มากอดไว้ “ไม่มีใครทำอะไรพี่หรอก เอเมอย่าคิดมาก คน ๆ นั้น…ไม่ได้ทำอะไรพี่เลย พี่ต่างหากที่ไม่สบายเอง เขาซื้อพวกเรามา ให้ที่พัก ให้อาหาร แถมยังซื้อยาให้อีก ดังนั้น..พวกเราก็ต้องตอบแทน เข้าใจไหม”

เด็กชายมองเอเมรัลด์ด้วยสายตาที่อ่อนโยน พลางพูดต่อไป

“เอเมยังเด็ก ดังนั้นพี่ที่โตกว่า ก็ต้องทำงานแทน”

“แต่ว่า…เอเม…เกลียดเขา เขามองซานา…น่ากลัว” เด็กน้อยพยายามบอกตามที่เธอรู้สึก แม้จะไม่ได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างก็ตาม

“เขาเป็นแบบนั้นเอง ไม่มีอะไรหรอก เอเมเชื่อพี่หรือเปล่าล่ะ”

เด็กน้อยอิงแนบอกของอีกฝ่ายแล้วตอบว่า “เอเมรักซานาที่สุด ก็ต้องเชื่อซานาสิ”

“ดีแล้ว ถ้าเชื่อพี่ล่ะก็ จำไว้นะ ถ้าอยู่ต่อหน้าเขา ห้ามเอเมทำกิริยาที่ไม่ดีออกไปอย่างเด็ดขาด ต้องเชื่อฟังเขาเท่านั้น”

“อื้ม เอเมเชื่อซานา มากินอะไรก่อนเถอะ ซานานอนไม่รู้ตัวมาตั้งหลายวันแล้ว”

“หลายวัน…เลยเหรอ”

เด็กน้อยพยักหน้ารับ

“แล้วเขา….?”

“เขาเข้ามาดูซานา แล้วก็ออกไป…ทุกวัน มานั่งมองเฉย ๆ เป็นชั่วโมง แล้วก็ออกไป ไม่ได้พูดอะไรเลย” เอเมรัลด์ตอบ

เด็กชายถอนใจยาว “เขาไม่ว่าอะไรก็ดีแล้ว จำไว้นะ อย่าแสดงท่าทางไม่ดีต่อหน้าเขา เราเป็นแค่ทาส ยังไง เขาก็เป็นเจ้าชีวิตของเรา”

“เอเมเข้าใจแล้ว ซานาทานได้แล้วนะ”

เด็กชายพยักหน้ารับ ก่อนจะรับชามใส่อาหารมารับประทาน เขารู้ดี…จะอย่างไรก็ต้องกิน และต้องพักผ่อนให้เพียงพอด้วย เพื่อที่จะหายป่วยให้ไวที่สุด

ถ้าเผื่อคน ๆ นั้น ต้องการของระบายอารมณ์อีก…เขาจะต้องหายดี พอที่จะสนองความต้องการนั้นได้

เพื่อไม่ให้เอเม ต้องเป็นอันตราย

ร่างบอบบางลอบถอนหายใจ ในภาวะเช่นนี้ เขาคงทำได้ดีที่สุดแค่นี้เท่านั้นเอง…


..............................................


สองพี่น้องใช้ชีวิตอยู่ในห้องแคบ ๆ นั้นด้วยกันนับแต่วันนั้น…จนตอนนี้ ร่างกายของเด็กชายกลับสู่ปกติแล้ว ประตูห้องนั้นล็อคอยู่เสมอ เวลากลางวันคนผู้นั้นจะเปิดประตู มารับซานาเรย์ออกไป แล้วล็อคห้องไว้ และจะกลับมาส่งอีกครั้งยามค่ำคืน โดยไม่ให้เด็กหญิงตัวน้อยตามไปด้วย มันเป็นแบบนี้นับตั้งแต่เขาสามารถลุกขึ้นจากเตียงได้

“ซานา…จะไปแล้วเหรอ” เสียงใสถามในเช้าวันหนึ่ง ขณะที่เด็กชายกำลังแต่งตัว เพื่อเตรียมออกจากห้อง
   
“อื้ม อยู่ในนี้เป็นเด็กดีนะ แล้วเย็น ๆ พี่จะกลับมา” เขาตอบเรื่อย ๆ เหมือนกับทุก ๆ วัน หากดวงตากลมโต ที่มีสีสวยคนละสีนั้น กลับจ้องเขม็งมาต่างจากทุกครั้ง

“มี…อะไรเหรอ เอเม” สายตาคู่นั้น ทำให้เขาหลบตาอย่างช่วยไม่ได้ มันเหมือนกับมองทะลุเข้ามา ภายในใจที่ปิดกั้นไว้ของเขาจนไม่รู้จะหลบเลี่ยงไปได้อย่างไร

“ซานา…บอกเอเมได้ไหม ว่าไปทำอะไรข้างนอกน่ะ”

รอยยิ้มฝืน ๆ ตอบกลับมา “ไม่มีอะไร…ก็แค่ รับใช้ธรรมดา เขาให้พี่ทำอะไร ก็ทำอย่างนั้น” คำตอบดูเรื่อย ๆ หากสีหน้านั้นกลับซีดเผือด เขาจะตอบเด็กน้อยได้อย่างไร ว่านับแต่วันนั้น เขาถูกทำอะไรบ้าง

มือที่ติดกระดุมสั่นจนไม่อาจกลัดมันเข้ากับช่องได้ถูก ดวงตาคู่งามยังจ้องมองอยู่อย่างตั้งใจ ราวกับต้องการค้นหาสิ่งที่เขาซุกซ่อนไว้ …ความลับ อันน่าละอายจนไม่กล้าจะบ่งบอก

ตั้งแต่วันนั้น…ทุกวัน ผู้ชายคนนั้น…หรือที่คนอื่น ๆ เรียกเขาว่าดาร์ค จะนำพาแขกมาที่ห้อง วันละคนสองคน ในบางครั้ง..ก็หลายคน และทุกครั้งที่พามา เขามีหน้าที่…ทำทุกอย่าง เพื่อให้แขกเหล่านั้น พึงพอใจ

ไม่ว่าแขกต้องการให้เขาทำอะไร …ก็ห้ามปฏิเสธ

และเขา…ก็ไม่เคยคิดปฏิเสธ ด้วยรู้ดีว่า หากพวกนั้นเบื่อเขาเมื่อใด คนที่ต้องมาแทน ย่อมเป็นเอเมของเขาแน่ ๆ

เขาจะต้องทำทุกอย่าง…เพื่อไม่ให้มันเป็นเช่นนั้น

เด็กน้อยยังคงมองอยู่ และเห็นสีหน้าลำบากใจของพี่ชาย ใบหน้าใสที่เคร่งครึมเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม มือเล็กบีบมือของเด็กชายเบา ๆ พลางตอบว่า “เอเมเข้าใจแล้ว ยังไงก็รีบกลับมานะ เอเมรอซานาอยู่”

“อื้ม” เด็กชายรับคำ อย่างไม่รู้จะตอบอย่างไรได้ดีไปกว่านี้ “งั้นพี่ไปล่ะ อยู่ดี ๆ อย่าซนนะ”

“ค่า” มือเล็กโบกอำลา ยังคงส่งยิ้มหวานไปให้ จวบจนประตูนั้นปิดลง

ดวงตางามนั้นจึงเปลี่ยนเป็นเศร้าสร้อย

ถึงแม้เธอจะยังเด็ก แต่ก็เป็นเด็กที่ฉลาดเฉลียว ร่างบอบบางรู้ดีว่า พี่ชายต้องโดนบังคับให้ทำอะไรที่ไม่ชอบแน่ ๆ แต่เธอเองก็ไม่สามารถจะช่วยเหลือได้

เด็กน้อยได้แต่ยิ้มแย้มรับ ยามซานาเรย์กลับมา ถึงจะเหงาหรือเศร้าอย่างไร เธอก็ไม่ต้องการให้ซานาเรย์เห็น ด้วยรู้ดีว่า เพียงแค่เห็นรอยยิ้มของเธอ เขาก็จะมีความสุขแล้ว

หลายวันที่กลับมาจากการทำงาน เด็กน้อยสังเกตเห็นว่า ซานาเรย์ปกปิดร่างกายจากสายตาเธอ…เกินความจำเป็นอย่างเห็นได้ชัด หากในบางครั้ง เธอก็พบว่า ร่างกายบอบบางนั้นมักจะมีบาดแผลฟกช้ำ รอยเชือกรอยแส้ บางครั้งก็มีบาดแผลลึก และบางคราวถึงกับมีไข้อ่อน ๆ ด้วย แต่คำตอบที่ได้รับ ก็ยังคงเป็นเพียงว่า เขาไม่สบายเอง หรือไม่ก็เขาหกล้มเอง

เธอรู้ดีว่าเขาโกหก

ซานา…ไม่เคยโกหกเธอ แล้วเธอจะไม่รู้

คนโกหกไม่เก่งอย่างซานา พูดอย่างไรก็เห็นได้ชัดว่าโกหก แม้ว่าเธอเองจะทำเป็นเชื่อ…ในทุกสิ่งที่เขาบอกมาก็ตาม

ใบหน้าอ่อนโยนที่เคยยิ้มให้อย่างมีความสุขนั้น ตอนนี้กลับมีเพียงรอยยิ้มเศร้า  ๆ ไม่สามารถยิ้มแย้มจากใจได้เหมือนก่อน …เกิดอะไรขึ้นกับซานา เธออยากรู้เป็นที่สุด

และแน่นอน…อยากช่วยเหลือ เท่าที่จะทำได้ด้วย

ซานา…เอเมไม่อยากให้ซานาต้องฝืนเพราะเอเมนะ… หยาดน้ำตาคลอเบ้า มือน้อย ๆ กำแน่น ทำไมเธอช่างไร้ความสามารถนัก ถ้าเพียงแต่สามารถแบ่งเบาทุกอย่างได้ ซานาคงจะไม่ต้องทนทรมานขนาดนี้

ประตูห้องถูกล็อคเสมอ จนไม่อาจจะออกไปไหนได้ แม้อยากจะรู้ใจจะขาด ว่าซานาเรย์ไปทำอะไร

ห้องนี้เก็บเสียงได้เป็นอย่างดี เธอจึงอยู่ราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก จวบจนวันหนึ่ง…ที่ผู้ชายคนนั้นเข้ามา…เธอจึงได้รู้ถึงความจริงอันแสนโหดร้าย


.....................................


วันนั้น ในตอนกลางวัน จู่ ๆ ประตูที่ล็อคอยู่เสมอ ก็ถูกเปิดออก คนผู้นั้น…ก้าวเข้ามา เด็กน้อยซุกตัวหลบอย่างหวาดกลัว ไม่มีซานาอยู่ด้วย ยิ่งทำให้รู้สึกกลัวมากขึ้นเป็นทวีคูณ

หากคนที่เปิด กลับไม่ก้าวเข้ามา เพียงพูดอยู่หน้าประตูว่า “อยากรู้รึเปล่า ว่าทุกวันที่พี่ของเธอออกไป เขาทำอะไรบ้าง”

หน้าเล็ก ๆ หันควับมามองทันที

คนพูดมีรอยยิ้มจาง ๆ เมื่อพูดต่อไป “ถ้าอยากรู้ ก็ตามมาสิ”

ว่าแล้วเขาก็หันหลังเดินออกมา เด็กน้อยก้าวลงจากเตียง โดยไม่ลังเล แม้จะหวาดกลัว แต่หากมีสิ่งที่เธอทำได้ เพื่อซานา…ไม่ว่าจะต้องทำอะไร เธอก็ยินดี

ร่างสูงนั้นพาเธอเข้ามายังห้องด้านข้าง ผนังของห้องด้านในมีม่านขึงไว้ และหลังม่านนั้น เป็นกระจกใหญ่ทั้งบานสูงเกือบถึงเพดานเลยทีเดียว กระจกบานนั้น ฝังอยู่ในกำแพง ราวเป็นส่วนหนึ่งของผนังห้องไปแล้ว

“ดูเฉย ๆ ล่ะ” เขากำชับ ก่อนที่มือแข็งแรงรูดม่านหลบไปด้านข้าง

ภาพที่เห็น ทำให้เอเมรัลด์นิ่งอึ้งไปราวถูกสะกด ภาพตรงหน้า..คือพี่ชาย…

ดวงตากลมโตเบิกกว้าง เธอไม่คิดว่าพี่ชายจะโดนทำอะไรขนาดนี้…แม้จะไม่เข้าใจ แต่กลับรับรู้ได้อย่างดี ว่ามันไม่ถูกต้องแน่นอน

ภาพที่เห็นเป็นภาพของห้องที่อยู่ติดกันถัดไปอีกห้อง ตัวกระจกเป็นกระจกสองหน้า ที่สามารถมองเห็นอีกฝั่งได้ โดยที่ทางนั้นไม่รู้ และใกล้แทบจะแนบชิด…กลับเป็นมือบอบบางที่ทาบทับกระจกฝั่งตรงข้าม…มือที่เกร็งแน่น และชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ ใบหน้าที่เห็นในกระจก มีสีหน้าที่เพียงแค่มองก็ร้อนผ่าว

เธอไม่อาจละสายตาจากภาพที่เห็นได้เลย หัวใจน้อย ๆ เต้นถี่..อย่างตื่นตระหนก ภาพนั่น… ไม่จริงใช่ไหม?

แทบได้ยินถึงเสียงลมหายใจ แม้ภาพที่เห็น จะยังคงไร้เสียง ห้องนั้น…คงเก็บเสียงเช่นเดียวกัน

สีหน้าที่เอเมรัลด์ไม่เคยเห็น คิ้วเรียวขมวดมุ่น อึดอัดและทรมาน ด้านหลังเป็นชายแปลกหน้า ที่กำลังทำอะไรบางอย่าง เธอไม่เข้าใจ…คน ๆ นั้นทำอะไร…แต่จากที่เห็น ซานาเรย์..กำลังโดนบีบบังคับอย่างไม่เต็มใจแน่ ๆ...

ร่างบอบบางนั้นยืนอยู่หน้ากระจก ในอีกฝั่งของห้อง ยืนอย่างอดทน

ขาที่สั่นระริก พยายามทรงตัวสุดกำลัง

ท่าทางนั้นบ่งบอกได้ชัดเจนว่าเด็กชายนั้น...ทรมานมาก

สะโพกแกร่งสวนเข้าหาบั้นท้ายบาง กระแทกกระทั้น คนหน้ากระจกสะท้านเฮือก เกร็งแน่น เลือดที่โคนขา ไหลรินลงเป็นสาย ดวงตาที่เจ็บปวดคลอไปด้วยน้ำตาแต่ไม่ไหลริน ริมฝีปากบางขบกัดกันแน่น หากแรงจากอีกฝ่ายยิ่งถาโถมเข้าหา ริมฝีปากนั้นก็หลุดเสียงบางอย่างออกมา

ปากสีสดมีคราบเลือดจากการขบกัด เป็นแผลด้านใน ที่เธอไม่เคยได้เห็น ถึงจะไม่ได้ยิน แต่การออกเสียงนั้น เธอสามารถเข้าใจได้ดี

เพราะนั่นเป็นสิ่งที่เธอเห็นมาแต่เล็กแต่น้อย

ซานากำลังเรียกหาเธอ!

เด็กน้อยโผเข้าหากระจกนั้น มือเล็กเอื้อมไปหมายสัมผัส หมายช่วยเหลือ หากกระจกใส ยังคงกางกั้น และอีกฝ่าย ก็ไม่รู้สึกถึงการคงอยู่ของเธอ

ต้องช่วย!

“ซานา!”

เสียงของเธอแทบจะเป็นตะโกน แต่คนอีกฝั่ง ก็ยังคงไม่ได้ยิน

ดวงตาเอาเรื่องหันควับไปมองคนด้านข้าง ก่อนจะออกวิ่งเพื่อไปที่ห้องที่เห็นทันที

ทว่าร่างแข็งแรงยึดจับเธอไว้ เด็กหญิงดิ้นรนสุดแรง แต่ไม่อาจสู้เรี่ยวแรงของผู้ใหญ่เช่นชายหนุ่มได้

“ถ้าไม่อยู่เฉย ๆ พี่ชายของเธอ จะต้องโดนมากกว่านี้นะ” เสียงราบเรียบขู่

นับว่าได้ผล ร่างที่กรีดร้องและดิ้นรน หยุดลงแทบจะในทันที เสียงสะอึกสะอื้นทำได้เพียงพร่ำขอความเมตตา “ได้โปรด อย่าทำซานา”

“เธออยากเห็น ชั้นก็แค่พามาดู ดังนั้น..จงดูต่อไป” เสียงเข้มพูดต่อราวกับไม่รู้สึกรู้สาต่อสิ่งใด

“ไม่นะ! ช่วยซานาด้วย!” ดวงตาของเธอยังคงมองที่บานกระจกนั้นอย่างร้อนรน มือเล็ก ๆ ขยับจะทุบ แต่ถูกอีกฝ่ายยึดจับไว้

“ดูไปเฉย ๆ อย่าทำเสียงเอะอะ ไม่อย่างนั้น ชั้นจะไม่ให้ดูอีก”

เสียงสะอื้นแผ่วเบาค่อยเงียบไป มีเพียงดวงตาคู่นั้น ที่วาวโรจน์กว่าที่เคย กับมือน้อย ๆ ที่กำแน่น

“ถ้าเธอสามารถนั่งดูอยู่เฉย ๆ ได้ โดยไม่แสดงอะไรน่ารำคาญ สักวัน…ชั้นจะให้เธอ เข้าไปในห้องนั้น”

เด็กน้อยหันมาจ้องคนพูดแน่วแน่ เธอหายใจเข้าลึก ก่อนจะถามว่า “คุณพูดจริงนะ?”

ชายหนุ่มมีรอยยิ้ม “แน่นอนสิ ถ้าเธอสามารถนั่งมองนิ่ง ๆ เหมือนกับตุ๊กตาตัวหนึ่งได้เมื่อไหร่ ชั้นจะให้เธอเข้าไปดูใกล้ ๆ…ในห้องนั้น”

มือของเขาลากเก้าอี้เด็กเข้ามา แล้ววางไว้ที่เบื้องหน้าบานกระจก

“ถ้าเธอต้องการ ชั้นจะพาเธอมาที่นี่ทุกวัน เธอต้องดูเท่านั้น ห้ามโวยวาย ห้ามลุกออกจากเก้าอี้ตัวนี้ นั่งดูเฉย ๆ จนกว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้น”

“ถ้าเธอพิสูจน์ให้เห็นว่าเธอทำได้ อย่างที่บอกไปเมื่อกี้…ชั้นจะให้เธอได้เข้าไปในห้องนั้น”

สมองน้อย ๆ คิดอย่างรวดเร็ว การได้เข้าไป…หมายถึงการได้ช่วยซานา

ถ้าเป็นอย่างนั้น…เธอต้องทำให้ได้!


.........................................


ประตูห้องเปิดอีกครั้ง ร่างเล็ก ๆ บนเตียงผุดลุกขึ้น เธอพึ่งถูกส่งกลับเข้าห้องได้ไม่นานนัก หลังจากที่นั่งดู…ทุกสิ่งทุกอย่าง จนพูดไม่ออก แม้จะยังเล็ก แต่เอเมรัลด์ก็เข้าใจดี ว่าพี่ชายต้องเจออะไรบ้าง…ทุก ๆ วัน

ร่างสูงของชายหนุ่ม ประคองซานาเรย์เข้ามา เด็กชายไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะเดิน พอมาถึงเตียงก็แทบจะล้มลงแล้ว เมื่อคนประคองปล่อยร่างนั้นลงบนเตียง อย่างไม่ปรานีปราศรัยนักแล้วจากไป โดยล็อคห้องไว้เหมือนทุกครั้ง

สีหน้าที่เจ็บปวดจากคนบนเตียงมีเพียงวูบเดียว ก่อนจะรีบรั้งกลับสู่ปกติ แม้จะยังมีเหงื่อผุดพราย ดวงตาอ่อนล้ามองเด็กหญิงแล้วพึมพำด้วยรอยยิ้มสุดฝืน

“ขอพี่พักหน่อยนะ วันนี้เหนื่อยจริง ๆ”

ร่างเล็ก ๆ หยิบผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าให้แผ่วเบา ดวงตากลมโตคู่นั้นหลุบต่ำ ไม่อาจต่อคำได้ มือที่อ่อนแรงลูบหัวเธอแผ่วเบา อย่างอ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง

“อย่าทำหน้าแบบนี้สิ…พี่แค่เหนื่อยนิดหน่อย เดี๋ยวก็หายแล้ว”

ดวงตาที่มีน้ำตาคลอ ไม่อาจเก็บกักไว้ได้ต่อไป เด็กน้อยปล่อยโฮดังลั่น พลางกอดร่างเด็กชายไว้แน่น

“เหงาสินะ เอเม พี่ขอโทษ ที่วันนี้กลับมาช้า” ซานาเรย์พยายามปลอบ หากมันกลับทำให้เด็กหญิงร้องหนักขึ้นอีก เขาได้แต่ถอนใจแผ่วเบา พลางลูบหลังเด็กน้อยที่สะอึกสะอื้นนั้นอย่างปลอบประโลม

สักพักเอเมรัลด์ก็ตั้งหลักได้ สิ่งที่เธอเจอในวันนี้ มันมากเกินกว่าจะเก็บเอาไว้คนเดียวได้ แต่การระบายด้วยการร้องไห้ ก็ช่วยได้เยอะ เด็กน้อยหายใจเข้าลึก พลางพึมพำตอบ “เอเม…เป็นห่วงซานานะ”

“จ้า พี่รู้ดี ขอโทษนะที่ทำให้เป็นห่วง”

คำพูดที่มีแต่การขอโทษ ยิ่งบาดลึก ทั้ง ๆ ที่ซานาเจ็บแบบนี้ก็เพราะเธอ แต่เขาไม่เคยปริปากบ่น

ทุกอย่างเป็นความผิดของเธอ ที่ทำให้ซานาต้องเป็นแบบนี้

ยังจำได้ดีถึงคำพูดของเด็กชาย ในครั้งแรก

‘เอเมยังเด็ก ดังนั้นพี่ที่โตกว่า ก็ต้องทำงานแทน’

ทำงานแทนอะไรกัน…มันไม่ยุติธรรมเลย

ร่างบนเตียงผล็อยหลับไปแล้ว ด้วยความเหนื่อยอ่อน เด็กน้อยเหม่อมองสภาพบอบช้ำนั้นพลางครุ่นคิด

…อดทนหน่อยเถอะนะซานา…เอเมจะช่วยซานาให้ได้

เธอตัดสินใจแล้ว

ความเจ็บปวดของซานา เป็นสิ่งที่เธอควรได้รับเช่นกัน

ถ้าการอดทนนั่งดูแบบนั้น แล้วมันจะทำให้เธอสามารถช่วยเหลือพี่ชายได้ล่ะก็…

ต่อให้เจ็บปวดหัวใจเจียนตาย เธอก็จะมอง

ไม่ว่าการมองนั้นจะสร้างความทรมานใจให้เธอมากเพียงใด

เพื่อช่วยซานา...

เธอจะนั่งดูทุกอย่าง ราวกับเป็นตุ๊กตาตัวหนึ่งเท่านั้น!


.....................................

ออฟไลน์ jasmin

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1801
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +174/-1
Re: Absolution Café ตอนที่ 6/4 อัพ 6-3-10 จบในตอน
«ตอบ #57 เมื่อ06-03-2010 16:53:24 »

วางแผนจะทำอะไรอีกอีตาคนนี้  :angry2:

ใจร้ายอ่ะ ให้ดูเฉยๆอยากช่วยก็ช่วยไม่ได้

สงสารเด็กย้อยทั้ง คู่เลยอ่ะ

ออฟไลน์ ppm

  • รักเด็กจังเลย
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 235
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
    • ppmfic yboard
Absolution Café จบตอนที่ 6 อัพ 7-3-10 จบในตอน
«ตอบ #58 เมื่อ07-03-2010 14:39:47 »

(จบตอนที่ 6)


เสียงโซ่ติดปลอกแขนถูกนำมาโยงไว้กับเสาดังเสียงดังแกร๊กเป็นช่วง ๆ ยามกระทบกันเมื่อตัวโซ่ถูกมัดคล้องไว้กับตัวเสาที่ทำเป็นคานสูง เวทีแห่งนี้กำลังอยู่ในระหว่างเตรียมการ โดยมีร่างบอบบางในชุดหนังแนบเนื้อแบบพิเศษยืนมองอย่างเฉยเมย  คนด้านข้างกำลังแต่งตัวให้เขา โดยไม่ได้พูดอันใดเช่นกัน ดวงตาสีฟ้าที่แสนเศร้าเฉยชาจนว่างเปล่า

…วันนี้ ก็เหมือนกับทุก ๆ วันที่ผ่านมา ที่เขายังคงเป็นเครื่องสนองอารมณ์แก่คนที่ดาร์คนั้นจัดการหามาให้

เตียงใหญ่กลางห้องถูกเคลียร์ออกไป เพราะในยามนี้ได้สับเปลี่ยนเป็นโครงเหล็กทรงสี่เหลี่ยมที่ไม่สูงนัก ส่วนคานที่ติดปลอกโซ่ที่ล็อคได้ทั้งสี่มุมเสร็จเรียบร้อย บอกได้ชัดถึงชะตากรรมของเขาในยามนี้

ร่างเล็กถูกนำมาโยงรั้งด้วยโซ่ทั้งแขนขาไว้กับโครงสร้างแข็งแรงนั้น ดวงตาคู่งามถูกผ้าปิดตาหนังคาดทับ เช่นเดียวกันกับริมฝีปากนุ่ม ที่ถูกรัดด้วยปลอกรัดคล้องลูกกลม ๆ สำหรับคาบไว้ห้ามการออกเสียง ใบหน้าใสนั้นเชิดขึ้น ไม่ได้แยแสใส่ใจต่อพันธนาการทั้งปวง

มือที่คล่องแคล่วแต่งตัวให้จนเรียบร้อย ใบหน้าแกร่งมีรอยยิ้ม เมื่อส่งสายโซ่จูงจากปลอกคอ ให้แขกผู้มาเยือนกับมือ พลางบอกว่า “วันนี้เรามีสมาชิกพิเศษ ที่จะเพิ่มความเร้าใจให้กับเกมของท่านด้วยนะครับ”

ว่าแล้วก็ผายมือไปอีกด้าน ที่เก้าอี้ทรงสูงในมุมมืดที่จัดไว้อย่างจงใจ แสงไฟถูกเปิดขึ้น เผยให้เห็นร่างเล็ก ๆ ที่นั่งนิ่งเป็นตุ๊กตาอยู่บนนั้น

คิ้วเข้มของร่างอ้วนผู้เป็นแขกในยามนี้ขมวดอย่างสงสัย หากอีกฝ่ายกลับกระซิบข้างหูตอบกลับ โดยไม่ให้เด็กชายผู้ถูกปิดตาได้ยิน คนฟังถึงกับหัวเราะออกมาด้วยท่าทีบันเทิงใจ พึมพำเบา ๆ ว่า “ไม่เลว ๆ ตื่นเต้นไปอีกแบบ”

เด็กชายไม่ได้สนใจกับท่าทีนั้นมากนัก ด้วยรู้ดีว่าพวกนี้ ไม่มีใครจิตปกติสักราย แน่ล่ะ…การได้ทำร้ายเขา ทั้งร่างกายและจิตใจ เป็นความสุขของคนพวกนี้นัก และนั่นทำให้เขาสะอิดสะเอียนเป็นพิเศษ ถึงแม้จะต้องกล้ำกลืนฝืนทน ไม่ว่าจะโดนสั่งให้ทำอะไรก็ตาม

มือหยาบลูบไล้ที่บั้นท้ายได้รูป ซึ่งตอนนี้สวมกางเกงหนังแนบเนื้อตัวสั้นอยู่ ร่างบอบบางสะดุ้งเล็กน้อย พยายามที่จะไม่แสดงอาการตื่นตกใจออกไป

มันก็เหมือนทุก ๆ ครั้ง…เขาควรจะชินกับมันได้แล้ว…

กางเกงตัวน้อยมีซิปด้านหลัง ที่เมื่อถูกรูดลง ช่องทางเร้นลับก็จะถูกเปิดกว้าง

มือนั้นลูบไล้ตะกละตะกราม บีบเค้นแกมกระตุ้นอย่างมันมือ หากมันกลับไม่ทำให้เขามีอารมณ์มากขึ้นแม้แต่นิดเดียว ร่างเล็กช้ำใจยิ่งนัก ที่ไม่ว่าจะโดนเมื่อใด เขากลับต้องนึกเปรียบเทียบกับครั้งแรก…ที่โดนกระทำ โดยคน ๆ นั้นเสียทุกที

แม้จะไม่เข้าใจนัก แต่เพียงแค่นึกถึง มันก็ทำให้เขาเกิดอารมณ์ขึ้นง่ายดาย

และนั่น…ทำให้เขาเรียนรู้ที่จะใช้มัน…เพื่อไม่ให้ร่างกายตนเอง ปฏิเสธทุกสิ่งจนสร้างความบอบช้ำเกินจำเป็น
เขาเริ่มเรียนรู้แล้ว…ที่จะคล้อยตาม ไม่ว่าการกระทำนั้น จะรุนแรงสักเพียงใด

เพื่อที่หลังจากนี้ เขาจะได้ยังพอมีเรี่ยวแรงเหลือ และไม่ล้มป่วยลง ทั้งหมดนั่นก็เพื่อเอเม…จะได้ไม่สงสัยมากนัก

แต่ในระยะหลังนี้ เด็กหญิงกลับเงียบขรึมกว่าเดิม..เขาไม่รู้ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเอเม เด็กน้อยไม่ถามเขาแล้ว ว่าเขาไปทำอะไรข้างนอก ได้แต่เพียงยิ้มรับ และคอยช่วยทำแผล ยามเขากลับมาตอนเย็นเท่านั้น

เอเมคงจะยอมรับทุกอย่างได้แล้วกระมัง เด็กชายได้แต่คิดเช่นนั้น

ร่างเล็กสะท้านเฮือก เมื่อรู้สึกได้ถึงการแทรกนิ้วเข้าไปเบื้องหลังโดยไม่มีการบอกกล่าว เจ็บ…จนพูดไม่ออก แต่ก็ไม่อาจร้องได้ ด้วยวัตถุทรงกลมที่คาบอยู่ ทำได้แต่เพียงออกเสียงไม่เป็นภาษาเท่านั้น

ลมหายใจถี่ที่แสนอึดอัด น้ำลายที่ไหลออกระคางสวย โดยไร้ซึ่งความสามารถในการควบคุม มันคงเป็นสภาพที่น่าสมเพชไม่น้อย แต่เขาไม่มีทางเลือก

ยังดีที่…เอเม ไม่ได้มาเห็นมัน

วัตถุทรงยาวที่สั่นไหวได้ด้วยตนเองถูกชะโลมด้วยเจลใส ก่อนที่มือนั้น จะดันมันเข้ามา แบบไม่ปรานีปราศรัยนัก เสียงร้องที่สุดกลั้น ดังกว่าเดิม ร่างเล็ก ๆ ขยับดิ้นรนอย่างอึดอัด ขาที่ถูกตรึงไร้อิสรภาพ ไม่อาจทำให้หนีไปได้เลย

มือข้างนั้นปล่อยสิ่งแปลกปลอมที่บรรจงเสียบคาไว้ในช่องทางคับแคบลง ภายในที่อึดอัด เจ้าสิ่งนั้นยังคงสั่นอย่างต่อเนื่อง กระตุ้นจนเขายืนแทบไม่ติดพื้น

เหงื่อชุ่มโชกหลั่งไหลจนโทรมกาย ชุดหนังที่ระบายความร้อนได้ไม่ดีนัก ยิ่งทำให้อึดอัดมากขึ้นเป็นทวีคูณ
แผ่นหลังเปลือยเปล่าที่มีเพียงสายชุดหนังคาดรัด ถูกแส้มือขนาดเล็กฟาดใส่ไม่ยั้ง…ความเจ็บปวด ที่แทรกเข้ามาพร้อมความอึดอัด ทำให้ยิ่งยากจะทรงตัวยืนหยัดไหว มีเพียงสายโซ่ที่ดึงรั้งแขนไว้ ช่วยพยุงไม่ให้ล้มลง

เสียงครางด้วยความเจ็บร้องมาเป็นระยะ เมื่อสิ่งแปลกปลอมนั้นถูกขยับเข้าออก มือใหญ่เชยคางสวยขึ้นพลางพึมพำสนุกสนาน “ร้องให้ดังกว่านี้สิ ดิ้นเข้าอีก…นั่นล่ะ”

เสียงร้องของเขาหยุดกึกลงโดยอัตโนมัติ ถึงแม้จะดูว่าเขาว่าง่าย แต่เขาก็ไม่ใช่เครื่องมือที่จะต้องทำตามใจทุกอย่างจนไม่เหลือศักดิ์ศรีของมนุษย์ หากยังควบคุมตัวเองไหว เขาจะไม่ยอมพังทลายลงเด็ดขาด

“ดื้อไม่เลวนี่นา” เสียงด้านข้างกลับพอใจมากขึ้น ใบหน้าอ้วนกระหยิ่มยิ้มย่อง เมื่อลอบมองขึ้นไปยังเก้าอี้สูงตรงหน้า ร่างเล็กที่นั่งอยู่ มองลงมาตาไม่กระพริบ ดวงตากลมโตคู่งาม สวยสะกดสายตาผู้ชมชวนหลงใหล สีฟ้าและเขียวจากดวงตานั้นดูมีเสน่ห์ลึกลับชวนค้นหาอย่างบอกไม่ถูก

ยิ่งถูกมอง ก็ยิ่งตื่นเต้น โดยเฉพาะเมื่อยิ่งได้ทำเรื่องผิดศีลธรรมเช่นนี้

“วันนี้เรามีแขกพิเศษ มาดูการแสดงครั้งนี้ด้วย อยากเห็นรึเปล่าว่าเป็นใคร”

ว่าพลางดึงผ้าปิดตาออก พร้อมกับที่ปิดปากนั้น เด็กหนุ่มไอออกมาอย่างอึดอัด ก่อนสูดลมหายใจเข้า พยายามปรับร่างกายให้เป็นปกติ ดวงตาสีฟ้าของเขามองไปตามนิ้วที่ชี้ออกไป แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกกว้าง

“เอเม!”

เด็กชายดิ้นรนรุนแรงทันที แม้จะติดอยู่ในพันธนาการหนาแน่น “ปล่อยนะ เอเม…ทำไมแกให้เอเมมาที่นี่ อย่ายุ่งกับเธอนะ!”

ร่างเล็กบนเก้าอี้สูงไม่ขยับเขยื้อน ดวงตาคู่งามก็ไม่ได้กระพริบด้วยซ้ำ ยามมองลงมายังร่างของเขา

“ไม่นะ…อย่ามองพี่แบบนั้น…ไม่”

เสียงหัวเราะอย่างบันเทิงใจดังมาจากคนด้านข้าง เด็กหนุ่มหันไปมองอย่างโกรธแค้น มือที่กำแน่นพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ ด้วยรู้ดีว่า ไม่อาจทำอันใดได้ นอกจากอ้อนวอนขอต่อรองอีกเช่นเคย

“ได้โปรดให้เอเมกลับไปห้องเถอะครับ ผมยินดี…ทำทุกอย่าง จะให้ทำอะไรมากกว่านี้อีกเป็นร้อยเป็นพันเท่า…ก็ได้”

เด็กชายพยายามอ้อนวอน แต่ไม่มีใครสนใจ มือหยาบดึงของเล่นชิ้นยาวออก ร่างที่เกร็งแน่นสั่นสะท้าน เมื่อถูกแทนที่ด้วยแก่นกายจากอีกฝ่ายกดกระแทกเข้ารวดเดียว

“อึก…” เขากัดฟันทนพยายามไม่หลุดเสียงน่าสังเวชออกไป ดวงตาคู่นั้น…ยังคงมองมาที่เขา ดุจดั่งเป็นตุ๊กตาตัวหนึ่ง ที่ไร้ซึ่งการตอบสนอง

มีเพียงการมอง…จ้องมองด้วยแววตาคู่สวยนั้นแต่อย่างเดียว

แรงสวนกระแทกรุนแรง ทำให้สติของเขาแทบหลุดลอย หากยังคงพยายามฝืนตัวเองไว้ เขาจะไม่ยอม…หมดสติเด็ดขาด หากเขาไร้ความสามารถที่จะช่วยผ่อนคลายให้คนเบื้องหน้า ไม่แน่นัก เอเมอาจจะต้องทำแทนเขา

เรื่องนี้เท่านั้น…ที่ยอมไม่ได้!

อยากจะทำอะไรก็ทำ เขาจะพยายาม…อดทนให้ถึงที่สุด

“อื้อ…ฮึก….” เสียงครางหลุดมาเป็นพัก ๆ อย่างทรมานกว่าเดิม ร่างที่อ่อนแรงตาปรือลง แทบจะขยับตัวไม่ได้ แม้ว่าคนเบื้องหลังจะไม่ได้ลดเรี่ยวแรงลงเลยก็ตาม

เสียงหยาบระคายหูหัวเราะอย่างสะใจ ยิ่งใกล้ถึงจุดทางอารมณ์ ยิ่งรู้สึกมันเขี้ยวแทบอยากบดขยี้คนตรงหน้าให้แหลกราญ มือหนากำรอบคอบอบบางนั้นก่อนจะบีบเค้น คนตรงหน้าดิ้นรนอย่างอึดอัด…หายใจไม่ออก

…ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือน หากเขาก็ยังต้องการจะมอง

เอเม…เขาจะตายไม่ได้…จะทิ้งเอเมไว้กับคนพวกนี้ได้อย่างไรกัน

เด็กชายดิ้นสุดกำลัง แม้แรงนั้นจะลดลงทีละน้อย เมื่อร่างกายขาดอากาศหายใจ ร่างที่ไร้เรี่ยวแรง เริ่มหมดทางต่อต้าน ปล่อยให้อีกฝ่ายลงมือตามใจ ในขณะที่คนทำ กำลังไปสู่จุดมุ่งหมายที่ต้องการโดยไม่แยแสสนใจเด็กน้อยแม้แต่นิดเดียว

สะโพกหนาเกร็งแน่น ปลดปล่อย แต่ยังไม่ยินยอมปล่อยมือที่บีบรัดรอบคออีกฝ่ายไว้ หากในตอนนั้น ร่างอ้วนกลับแผดเสียงร้องขึ้นอย่างตกใจแทนที่

เบื้องหลังของเขา คือเด็กหญิงผู้นั้น…เด็กน้อยผู้ซึ่งนั่งมองราวตุ๊กตาคนนั้นนั่นเอง

ในมือบอบบาง ถือมีดยาวในมือ ซึ่งส่วนปลายในตอนนี้ แทงทะลุเข้าไปทางด้านหลังชายผู้นั้นแล้ว ดวงตาคู่สวยยังคงมองมาอย่างเฉยเมยไร้อารมณ์ ราวตุ๊กตาตัวหนึ่งเช่นเคย

มือที่บีบคออยู่ถูกคลายออกอย่างตกใจ ซานาเรย์ที่เป็นอิสระหายใจอย่างอึดอัด ไขว่ขว้าหาอากาศจนปอดแทบฉีกขาด หัวสมองอื้ออึงจนไม่อาจรวบรวมสติได้ดีนัก

มีดยาวที่ปักลงไปถูกรั้งดึงออก แล้วกระหน่ำแทงซ้ำสุดแรงไม่มียั้ง ร่างอ้วนผละออกจากตัวเด็กชายผู้ถูกขึงแทบจะในทันที แล้วล้มกลิ้งอย่างเจ็บปวด แต่เด็กหญิงหาได้ใส่ใจไม่ เธอยังคงก้าวเข้ามาช้า ๆ แล้วตวัดใบมีดคมกริบปาดคออ้วนนั้นในทีเดียว

เลือดที่พุ่งสูงจากเส้นเลือดใหญ่ถูกตัดขาด ทำให้ร่างนั้นชะงักค้างตาเหลือกโปน มีเพียงอาการกระตุกอยู่สักพักก็แน่นิ่งไป ทิ้งให้ร่างเล็ก ๆ ที่ชุ่มไปด้วยเลือด ยืนมองมาด้วยแววตาที่สะใจ

ซานาเรย์ตกใจกับภาพที่เกิดขึ้นจนพูดไม่ออก เอเม..ของเขา ลงมืออย่างน่ากลัวเป็นที่สุด

เกิดอะไรขึ้นกับเอเม…?

เด็กชายพยายามเรียกหา ในหัวใจดวงน้อย ๆ ยังไม่คิดจะเชื่อสิ่งที่เห็นแม้แต่น้อย…ว่าเป็นฝีมือของน้องสาวสุดที่รัก หากสภาพตอนนี้ของเขา ไม่อาจจะทนต่อเรื่องราวกระทบกระเทือนใจมากไปกว่านี้ได้อีกแล้ว

แม้ยามใกล้จะหมดสติลง เขาก็ยังรู้สึกได้ถึงร่างเล็ก ๆ ที่เปื้อนเลือดเดินเข้ามาหาพร้อมกับรอยยิ้ม
ในอนุสติที่หลงเหลือ ได้ยินเพียงเสียงใสพึมพำปลอบโยนว่า

“ไม่เป็นไรนะ…ซานา…ไม่ว่าใครรังแกซานา…เอเมจะฆ่ามันให้หมดเอง!”


..............................................


ดาร์คที่ยืนมองเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นยิ้มอย่างพอใจ การลงมือที่เขาเองเป็นคนเสี้ยมสอน และจุดประกายความแค้นไปให้ ทีละน้อย…ทีละน้อย จากการเฝ้ามองผู้เป็นพี่ ถูกรังแกมากขึ้นทุกวัน

ในวันนี้ เขาจึงได้ส่งมีดให้กับเด็กน้อย เพียงแค่นั้น

เอเมรัลด์…อัญมณีชั้นดีของเขา ก็ทำงานได้ดีเกินคาด

เด็กน้อยเลือดเย็นกว่าที่เห็นภายนอกมากมายนัก เมื่อยามเห็นผู้เป็นพี่โดนทำร้าย

การฝึกของเขา ก็ดำเนินมาได้เกินครึ่งทางแล้ว

เมื่อมีความอำมหิตเพียงพอ ก็เหลือแค่วิธีการฆ่าให้ตายอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้แรงเท่านั้น ที่เด็กน้อยจะต้องเรียนรู้

และนั่น…ไม่ใช่เรื่องยากเย็นเลย ที่จะสานต่อ ความรักของพี่น้องคู่นี้ลึกล้ำนัก และมันจึงง่ายดายที่จะหลอกใช้งาน

ยามต้องการจะฆ่าใคร ก็เพียงแต่ส่งพี่น้องคู่นี้ออกไป นักการเมือง...ผู้มีอำนาจ ที่จิตวิปริต ยังคงมีไม่น้อย หลายคนก็มีรสนิยมชอบทำร้ายเด็ก ชอบให้เด็กดูการกระทำที่เลวร้ายเช่นนี้แน่แท้

เมื่อยามใดที่กระทำต่อเด็กชายรุนแรงเกินไป สวิตช์สังหารก็จะถูกสับให้เริ่มต้นทำงานขึ้น

และเอเมรัลด์ ก็จะจัดการทุกคนเอง!

ใครเล่าจะคาดคิด ว่าเด็กหญิงอายุเพียงหกขวบ ผู้นั่งนิ่งดูทุกอย่าง ราวเป็นตุ๊กตาชั้นดี ด้วยดวงตาสีสวยเช่นนี้ จะลงมือได้ถึงเพียงนั้น... ชายหนุ่มหัวเราะอย่างพึงพอใจ

ในที่สุด เขาก็สามารถสร้างนักฆ่าคู่ใหม่ ขึ้นมาสำเร็จแล้ว!


.......................................


กลางดึกคืนนั้น ซานาเรย์ลืมตาตื่นขึ้นมา ตั้งแต่ตอนเย็นเขารู้สึกตัวเพียงเลือนราง พึ่งจะมาตั้งหลักได้ก็ในยามนี้เอง เอเมรัลด์ซุกตัวหลับใหลอยู่ด้านข้างเขา ท่าหลับที่ดูมีความสุข เด็กน้อย…ยังคงเป็นเด็กน้อยที่ไร้เดียงสาอยู่เช่นเคย เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ราวกับเป็นเพียงแค่ฝันไป
   
เอเมที่รักของเขา…ทำเรื่องเช่นนั้นลงไปจริงงั้นหรือ?
   
มือที่สั่นระริกเอื้อมไปแตะผมอ่อนนุ่มนั้นแผ่วเบา เขาจะทำอย่างไรดี เพื่อปกป้อง…น้องสาวคนสำคัญนี้เอาไว้ให้ได้

ร่างเล็ก ๆ พลิกตัวเข้ามาแนบชิด กอดซุกกับแขนบอบบางของเขา ในอ้อมแขนที่กอดอยู่ เด็กน้อยกลับละเมอพึมพำด้วยน้ำเสียงที่สบายใจ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน นับตั้งแต่...พวกเขา ต้องมาอยู่ที่นี่

“ซานา…ไม่เป็นไรแล้วนะ…เอเม…จะไม่ยอมให้ใครรังแกซานาอีก”
   
คำพูดนั้นทำให้เด็กชายตะลึงไป เขาเขย่าปลุกเด็กน้อยให้ตื่นขึ้น พลางรั้งร่างเล็ก ๆ ให้สบตาด้วย ดวงตาสีฟ้าจ้องมองมาอย่างต้องการคำตอบ “คน ๆ นั้น…เขาบอกอะไรกับเอเม บอกพี่มาซิ”
   
เด็กน้อยขยี้ตาอย่างง่วงงุน พลางตอบว่า “เขาบอกว่า..ถ้าเอเมนั่งเฉย ๆ มองอย่างเดียวได้ล่ะก็…เอเมจะช่วยซานาได้ …แล้ววันนี้…เอเมก็ทำได้แล้ว เอเมรักซานานะ”
   
เธอว่าพลางโผเข้ากอดเด็กชายอีกครั้ง อย่างไร้เดียงสา “ใครที่รังแกซานา เอเมจะฆ่ามันให้หมดเลย!”
   
เด็กหนุ่มนิ่งอึ้งไปแล้ว

โหดร้ายที่สุด…คนผู้นั้น ใช้ประโยชน์จากเด็กตัวเล็ก ๆ ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

ปล่อยให้เอเม นั่งดูเขาถูกทารุณแบบนี้...มานานแค่ไหนแล้ว?

จนสภาพจิตของเด็กน้อย บิดเบี้ยวไปเกินกว่าที่เขาจะคาดคิด
   
แต่ซานาเรย์ก็รู้ดี เขาไม่อาจขัดขวางได้ ถ้าเอเมไม่สามารถทำให้คน ๆ นั้นพึงพอใจได้ เขาคงจะฆ่าเธออย่างแน่นอน
   
คนผู้นั้น ใช้ประโยชน์จากเขาได้คุ้มค่าแล้ว และตอนนี้ กำลังใช้เอเม…

   
เพื่อรักษาชีวิตน้อย ๆ นี้ไว้ ต่อให้ต้องมือเปื้อนเลือดกว่านี้ เขาก็คงต้องยอม
   
ไม่ว่าอย่างไร เขาก็จะไม่ให้เอเมตายเด็ดขาด
   
อะไรคือความถูกต้องกันแน่?

ในเมื่อไม่มีใครช่วยพวกเขาได้ เด็ก ๆ อย่างพวกเขา ก็ต้องช่วยตัวเอง

   
คนพวกนั้น สมควรตายแล้ว
   
ถึงเอเมจะฆ่าพวกมัน ก็ไม่เห็นผิดอะไร!
   
   
ร่างบอบบางกอดเด็กหญิงเอาไว้อย่างหวงแหน ไม่ว่าจะต้องฆ่าไปสักเท่าไหร่ เขาก็จะไม่ว่าอะไรเอเมอีกต่อไปแล้ว หากสิ่งนั้นสามารถระบายความเจ็บปวดของเธอ ที่ถูกบีบบังคับให้ต้องมองเขาทรมานเช่นนี้ไปได้

คนผิดคือเขาคนเดียว ที่ทำให้เอเม ต้องทำเช่นนี้

ดังนั้น...ไม่ว่าอย่างไร บาปของเอเม…เขาคนนี้ จะแบกรับให้เอง!


- จบตอนที่ 6 -

anajulia

  • บุคคลทั่วไป
 :เฮ้อ: พี่น้องคู่นี้ น่าสงสารมากมาย
ละครชีวิตเข้มข้นจนขนลุกเลยค่ะ


รออ่านตอนต่อไปอย่างใจจดจ่อนะคะ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด