Absolution Café : ร้านบำบัดรัก (SM) จบ
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Absolution Café : ร้านบำบัดรัก (SM) จบ  (อ่าน 282384 ครั้ง)

ออฟไลน์ CHOKUN

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
อยากรู้อ่ะ ว่าอีกคนคือใคร :call: :call:

pattybluet

  • บุคคลทั่วไป
เรย์จินี่ช่างน่าสงสาร จะช่วยเค้าแต่ไม่รู้อะไรเลย
ผิดกับคนพ่อ นั่นรู้ทุกเรื่อง วางแผนทุกเรื่อง  :เฮ้อ:
แล้วไมรู้สึกเหมือนคนในบ้านเค้าจะมีคู่กันอยู่แล้วทั้งนั้นเลย
โธ่ๆ เรย์จิๆๆ แห้วแหงมๆ
(ตีโพยตีพายไปก่อนตลอด ฮ่าๆๆ )

เป็นกำลังใจให้ค่ะ

ออฟไลน์ Kwawaic

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
เรื่องนี้ มีทุกแนว ทุกอารมณ์ จริง
อ่านแล้วติด น่าติดตาม

เป็นกำลังใจให้ ค่ะ
มาต่อไวไว นะค่ะ
 :L2:

ปล. ชอบอายาเมะ อ่ะ (แมว)

ออฟไลน์ ppm

  • รักเด็กจังเลย
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 235
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
    • ppmfic yboard
Absolution Café ตอนที่ 12/1 อัพ 3-4-10 จบในตอน
«ตอบ #123 เมื่อ03-04-2010 08:56:45 »

ตอนที่ 12 Loneliness Flower : ดอกไม้ผู้แสนโดดเดี่ยว

(ตอนที่ 12/1)


รถหรูสีดำสนิทคันยาวแล่นมาจอดเบื้องหน้าตึกหลังใหญ่อย่างเงียบเชียบและนุ่มนวล คนขับในชุดเครื่องแบบเรียบกริบลุกขึ้นจากที่นั่งคนขับ เดินย้อนไปเปิดประตูด้านหลังด้วยมาดขรึมสุภาพ หน้านิ่งก้มลงอย่างนอบน้อม ก่อนจะส่งมือให้คนบนรถจับ ขาเรียวยาวก้าวออกจากรถอย่างช้า ๆ  ก่อนจะยืดร่างระหงอันงดงามนั้นขึ้นตรงอย่างมั่นใจ

เค้าหน้าอ่อนเยาว์ในชุดจีนกี่เพ้าเข้ารูปสวย ผมยาวตรงสีดำสนิทรวบไว้ด้านหลังประดับปิ่นหยก ใบหน้าใสไร้เครื่องสำอางเชิดตรง ดวงตาเรียวคู่งาม มองไปเบื้องหน้าโดยไม่มีการวอกแวก แม้ผู้คนที่ยืนขนาบสองข้างรั้ว จะพยายามชะเง้อชะแง้ พร้อมกับถ่ายภาพจากระยะไกลอยู่ก็ตาม

หญิงสาวผู้นั้นก้าวเดินตามทางลาดที่ปูพรมไว้หรูหรา นัยน์ตาดำคลับสงบนิ่งและเยือกเย็น มีบอดี้การ์ดในสูทสีตาดำสี่คนยืนรออยู่ และก้าวตามประกบว่องไวชำนาญการคุ้มกัน

เธอผู้นี้คือ ลี้ เหม่ยชิง ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลลี้อันลือชื่อ หลังจาก ลี้ หย่งชาง ผู้เป็นบิดาได้สิ้นไป

หย่งชางเป็นอดีตมาเฟียมีอายุ เขาประกอบธุรกิจนับไม่ถ้วนจนร่ำรวย ทำให้ตระกูลลี้ได้เงยตาอ้าปากและเป็นอันดับหนึ่งในสังคมชั้นสูงได้ในที่สุด หากเมื่อถึงจุดสูงสุดแล้ว ทุกอย่างก็ทลายลง เมื่อมีการค้นพบการร่วมมือคอรัปชั่น โดยแหล่งข่าวกล่าวหาว่าเขาเป็นตัวการ จนท้ายที่สุดได้มีการฟ้องล้มละลายจากคู้ค้าสำคัญ เมื่อข่าวร้ายแพร่ออกไป ยังผลให้ธุรกิจของเขาพังยับในเพียงชั่วเวลาไม่กี่วัน

ในคืนหนึ่งหลังจากนั้น ตระกูลลี้ที่เคยยิ่งใหญ่ กลับล้มลงในพริบตา เมื่อข่าวพบศพของหย่งชางบนเตียงในห้องนอนของเขาเอง สิ้นใจปริศนาด้วยยาพิษ ว่ากันว่าน่าจะเป็นการฆ่าตัวตายเพราะรับสภาพที่เกิดขึ้นไม่ได้ หากแหล่งข่าวหลายสายบ้างว่ากันว่า อาจจะเป็นการสร้างแพะแล้วปิดปาก แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนใด ๆ

ภรรยาที่ตายจากไปหลายปี ทำให้ครอบครัวนี้ไม่เหลือใคร นอกจากบุตรสาวเพียงคนเดียว เหม่ยชิง ผู้มีอายุเพียง 16 ปีเท่านั้น

บุตรสาวของหย่งชาง ที่ไม่เคยเปิดเผยตัวออกสู่สาธารณะ จึงโด่งดังขึ้นในชั่วข้ามคืน นักข่าวหลายคนรอคอยการปรากฏตัวของเธอในค่ำคืนนี้มานานหลายชั่วโมงแล้ว เมื่อเห็นร่างบอบบางนั้นก้าวออกจากรถ ทุกคนก็จ้องมองมาเป็นตาเดียว

จากที่เห็น เธอเป็นหญิงสาวที่สวยสะดุดตา เรือนร่างระหงผอมบางสูงโดดเด่น ยามยืดตัวตรง ยิ่งดูน่าเกรงขาม ดวงตาคู่นั้นไม่แสดงอารมณ์อันใดต่อหน้าสาธารณะชน แม้จะพึ่งผ่านพ้นการจัดงานศพให้ผู้เป็นบิดาไปเพียงไม่กี่วันก็ตาม

ในสภาพที่ครอบครัว..บิดาเพียงคนเดียว ต้องประสบชะตากรรมอนาถ ทรัพย์สินที่มี ถูกยึดจากการฟ้อง เธอผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะ จึงถูกญาติผู้เป็นอาคือ ลี้ เช็ง อาสารับไปดูแล

และในวันนี้ เธอก็เดินทางมาถึงคฤหาสน์ของเขาแล้ว บรรดานักข่าวที่ถูกกันออกไป จึงได้แต่เหม่อมองผ่านรั้วสูง โดยไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปภายในได้

เช็งเป็นญาติที่ไม่น่าคบสักเท่าไหร่ ข่าววงในลือกันว่า คดีนี้เป็นฝีมือของเช็งที่จับพี่ชายมาเป็นแพะ แล้วยังจะหวังครอบครองลูกสาวแสนงามของหย่งชางอีกด้วย

ประตูห้องส่วน ตัวอันหรูหราเปิดออก ฐานะของเช็งไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าผู้เป็นพี่ชาย ร่างสูงค่อนท้วม เอนกายอยู่บนเตียงพร้อมแก้วไวน์ที่พึ่งจิบไปเมื่อครู่ มือหยาบวางแก้วนั้นลงกับถาด ที่คนรับใช้สาวยื่นมารับโดยอัตโนมัติ ก่อนเขาจะโบกมือเป็นสัญญาณ ให้ทุกคนออกไป

เหลือเพียงเหม่ยชิง เด็กสาวผู้มาใหม่ อยู่ตามลำพังกับเช็งเท่านั้น

“เข้ามานี่สิ อาชิง” ชายวัยกลางคนเรียกเบา ๆ อย่างสนิทสนม ด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้ม ขาเรียวยาวก้าวเข้าหา เมื่อมาถึงขอบเตียงด้านข้าง เธอก็หยุดลง มือนั้นตบที่เตียงเบา ๆ เชิงให้นั่ง ซึ่งเธอก็ขยับตัวลงนั่งอย่างว่าง่าย หากสายตาเย็นชายังคงมองมายังผู้ที่ได้ชื่อเป็นอา และเป็นผู้ปกครองในนามของเธอในยามนี้อย่างไม่คลาดสายตา  ริมฝีปากบางขยับยิ้ม ตั้งแต่มาถึง เธอยังไม่ได้พูดอะไรสักคำเดียว

ดวงตาวาววาบจ้องมองเงียบ ๆ ยามมือแข็งแรงของอีกฝ่ายเชยคางเธอขึ้น พลางพูดกลั้วหัวเราะ “ไม่ได้เจอกันนาน งามขึ้นเยอะทีเดียวนะ”

มือบอบบางไม่ได้ปัดมือข้างนั้นออก ไม่มี…แม้แต่ปฏิกิริยาตอบโต้ใด ๆ ดวงตาเรียวยาวคู่งามของเธอ จ้องเขาโดยไม่กะพริบด้วยซ้ำ

“ฉันรู้…ว่าเธอเป็นคนฉลาด เราเป็นญาติกัน ก็ต้องพึ่งพาอาศัยกัน เข้าใจความหมายนี้ใช่ไหม”

ร่างนั้นเอนตัวลงบนหมอนนุ่มเป็นนัย เขารู้ดี ว่าหญิงสาวที่ชาญฉลาดอย่างเหม่ยชิง ย่อมจะเข้าใจ

หากต้องการการคุ้มครองปกป้อง ก็ต้องแลกมาด้วยร่างกาย!

หุ่นเพรียวลมขยับเข้าใกล้กว่าเดิม ก่อนจะโน้มกายเข้าหา พริบตาเดียวเท่านั้น ที่คมมีดสั้น ได้ปักตรึงลงตรงหัวใจของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ

เป็นมีดสั้น...ที่ขโมยมาจากบอดี้การ์ดคนหนึ่ง ที่จนกระทั่งถึงตอนนี้ เจ้าตัวก็ยังไม่ทันได้รู้ว่ามันหายไป!

ดวงตาของเช็งเบิกกว้าง ไม่คาดคิดว่าเด็กสาวตัวแค่นี้ จะลงมือได้เลือดเย็นนัก ฉับพลันเขาจึงระลึกได้ ถึงความผิดปกติบางอย่าง...แต่มันสายเกินไปแล้ว

“ทะ…เธอ …เธอไม่ใช่เหม่ยชิง!” เสียงตะกุกตะกักสำลักเลือดพยายามพูด มือบางหากแข็งแรง ขยับยกผ้าห่มขึ้นบังกาย ก่อนจะดึงมีดนั้นออกเต็มแรง สายเลือดพุ่งทะลัก เสียงร้องแม้จะดังเพียงใด คนด้านนอกก็ไม่ได้ยิน ด้วยเพราะห้องนี้ เป็นห้องเก็บเสียง นั่นเป็นสิ่งที่หญิงสาวรู้ดีเช่นกัน

ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะดับลง เช็งยังเห็นใบหน้างามนั้นมีรอยยิ้ม

…เป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน ที่ไร้ซึ่งความหมายใด ๆ

คนผู้นั้นปล่อยผ้าห่มและมีดเปื้อนเลือดลงกับพื้น มือที่สวมถุงมือบางเบา…บางจนยากจะรู้ได้ว่าสวมอยู่ เปิดกลอนหน้าต่างด้านข้าง ก่อนจะทิ้งตัวออกไป

ห้องส่วนตัวนี้ไม่มียามป้องกัน ด้วยความชะล่าใจจากการคุ้มกันมากมายเบื้องนอก มีเพียงชายชุดสูทดำกระจายกันยืนเฝ้ายามตามจุดต่าง ๆ ของตัวบ้านเหมือนทุกวัน ตามตำแหน่งในแผนผังที่ได้รับมา

เด็กสาวในชุดกี่เพ้าออกวิ่งรวดเร็วชำนาญทาง หลบเลี่ยงจุดเฝ้ายามได้อย่างแม่นยำ หากทันใดนั้น สัญญาณเตือนภัยในบ้านก็ดังขึ้น!

ความเคลื่อนไหวในเงามืด ถูกพบในเวลาไม่นาน ชายชุดดำที่ระวังภัย ล้วนมีอาวุธครบมือ ในขณะที่ร่างบอบบางนั้นปราศจากอาวุธ ฝีเท้าคล่องแคล่ววิ่งหลบหลีกแฝงตัวหลอกล่อ นึกขัดใจไม่น้อย ว่าทำไมสัญญาณนั่นจึงดังได้

เสียงแตกตื่นดังมาจากภายในบ้าน ขณะที่เสียงปืนก็ดังฝ่าอากาศมาเช่นกัน หญิงสาวพุ่งหลบรวดเร็ว หากปืนนั้นยังยิงแฉลบไปที่ต้นแขน เจ้าของร่างกัดฟันโหนกิ่งไม้ ก่อนจะทิ้งตัวลงที่อีกฝั่งของกำแพง แล้วหายไปในความมืดมิดยามราตรี

ทิ้งเจ้าของคฤหาสน์ที่นอนจมกองเลือดไว้บนเตียงนุ่ม ท่ามกลางความวุ่นวายไม่รู้จบในคืนนั้น


..............................


ประตูเก่าในตึกหลังหนึ่งถูกเปิดออก ก่อนร่างปราดเปรียวจะแทรกตัวเข้าไปอย่างเงียบเชียบ การเคลื่อนไหวอันไร้เสียงไม่ทำให้คนในตึกรู้ด้วยซ้ำว่าเขามาถึง ห้องที่เกือบจะว่างเปล่า มีเพียงข้าวของจำเป็นไม่กี่อย่างเท่านั้น เขาอยู่ลำพังมานานแล้ว และไม่เคยต้องการใครร่วมห้อง

เพราะใครที่อยู่ห้องเดียวกับเขา...แม้ตอนมาจะยังมีชีวิต แต่ยามไป มักจะกลายเป็นศพเสมอ!

ถึงจะไม่ถนัด แต่เขาก็ทำแผลให้กับตัวเองได้อย่างคล่องแคล่ว นี่ไม่ใช่แผลแรกจากการทำงานประเภทนี้ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ใส่ใจ หากหลังจากทำแผลเรียบร้อย สีหน้าคนในห้องกลับเคร่งเครียดขึ้น ดวงตาคมมองไปยังหน้าต่าง

"ออกมาได้แล้ว โคโตะ" เสียงราบเรียบแฝงดุดันหน่อย ๆ พูดขึ้นในความเงียบ

ร่างคล่องแคล่วของชายหนุ่มผู้หนึ่ง โหนตัวขึ้นมาจากหน้าต่างบานนั้น แม้ว่าห้องตรงนี้จะเป็นชั้นสอง มาอย่างเงียบเชียบจนแทบจะไม่รู้สึกได้เลยทีเดียว ถ้าไม่ใช่เพราะฝึกฝนร่างกายมามากก็คงไม่รู้ตัวเช่นกัน

"จับได้เสียแล้ว แหม ซากุจัง ความรู้สึกไวจริง ๆ" เป็นชายหนุ่มร่างเล็กที่ดูกะทัดรัดน่ารักจนไม่น่าแสดงสีหน้าเคร่งเครียดเช่นนั้นยามได้เห็นเอาเสียเลย

ดวงตากลมโตสบตากับเจ้าของห้อง พลางส่งยิ้มหวานอย่างอารมณ์ดีไปให้ จากที่เห็นอายุคงราว ๆ 20 ต้น ๆ เพียงเท่านั้น ผมสีดำสนิทที่ซอยสั้นกะทัดรัด ดวงตาสีเดียวกัน และริมฝีปากสีอ่อนที่ยามยิ้มแย้มเห็นไรฟันขาว น่ารักแกมซุกซนราวหญิงสาวก็ไม่ปาน แม้จะแน่ใจจากรูปลักษณ์ภายนอกได้ว่า จะอย่างไรก็เป็นผู้ชาย

ใบหน้าที่อ่อนกว่าวัยดูเป็นมิตรเสียจนใครเห็นก็อยากเข้าใกล้

แต่ไม่ใช่กับเขา…ที่รู้ซึ้งถึงเบื้องหลังคนผู้นี้อย่างแน่นอน

ร่างเล็กผอมบางของคนผู้นั้นนั่งสบายใจที่ขอบหน้าต่าง มืออีกข้างถือนาฬิกาจับเวลาอยู่ ดวงตาคมเหลือบมองตัวเลขในนั้นที่กดหยุดไว้ แล้วพูดขึ้นว่า "30 นาที ไม่เลวนี่ งานเรียบร้อยแล้วสินะ"

คนฟังพยักหน้า หากยังจับจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้วางใจ "สัญญาณกันขโมย...?"

ชายที่ริมหน้าต่างยิ้มรับแล้วตอบหน้าตาย "ชั้นทำเองแหละ"

ทั่วร่างเกร็งอย่างไม่ไว้วางใจกว่าเดิม เมื่อได้ยินคำตอบนั้น สายตาที่จับจ้องคล้ายต้องการถาม ว่าทำเช่นนั้นเพื่ออะไร

ราวล่วงรู้ คนเบื้องหน้าจึงพูดต่อไป "30 นาที บาดเจ็บเล็กน้อย โดยรวมก็นับว่าสอบผ่าน"

ดวงตาเรียวยาวจ้องมองไม่เลิก จนอีกฝ่ายหัวเราะ "หน้าชั้นไม่มีตาที่สาม เลิกจ้องได้แล้ว"

คนฟังระบายลมหายใจยาว ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อชุดกี่เพ้าออก ราวกับว่าไม่มีใครอยู่ในห้องนั้น พลางพูดต่อเรียบ ๆ ว่า "ถ้าจะให้ทำงานต่อไป รับรู้ไว้ด้วย หนึ่ง ฉันจะไม่แต่งหญิงทำงานอีก สอง งานที่ทำ จะฆ่าเฉพาะคนสมควรตายเท่านั้น"

ชายหนุ่มผู้มาเยือนยักไหล่น้อย ๆ แล้วยิ้มตอบ "โอเค ๆ"

"และ สาม ฉันคือซากุ ไม่ใช่ซากุจัง ห้ามเรียกเป็นผู้หญิงแบบนี้อีก!" เสียงดุดันพูดต่อ ก่อนจะเปลี่ยนชุดอย่างรวดเร็ว แล้วหยิบเสื้อเชิร์ตกับกางเกงขายาวมาสวม ภายในพริบตา จากหญิงสาวผู้แสนงาม ก็กลายเป็นชายหนุ่มผู้เคร่งขรึมไป

"เฮ้อ...ซากุคุงก็ได้...ถอดเสื้อ ยั่วกันขนาดนี้ ไม่กลัวโดนกดบ้างรึไง" โคโตะแซวเบา ๆ หากอีกฝ่ายจ้องมาด้วยดวงตาดุ ๆ จนเย็นวาบ ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก ชายหนุ่มก็เข้าใจความหมายนั้น แม้จะพึ่งพบกับอีกฝ่ายมาไม่กี่ครั้ง แต่เขาล่วงรู้ในประสิทธิภาพของซากุได้ดี รวมถึงความน่ากลัวยามถูกทำให้ไม่พอใจด้วย

เป็นบุคลากรที่มีค่า ที่จะต้องเอามาให้ได้ เพื่องานที่สำคัญในอนาคต ชายหนุ่มยิ้มพยักหน้ารับอย่างยอมแพ้ ด้วยท่าทางเป็นกันเองและดูสนิทสนม แม้อีกฝ่ายจะไม่ยอมสนิทด้วยเลยสักนิดก็ตาม

ดวงตาสีเข้มกลมโตของเขาจ้องมองมาอย่างจริงจัง "ข้อตกลงทั้งหมดก็โอเคแล้ว มาทำงานกับชั้นได้รึยัง"

คนฟังถอนหายใจแล้วตอบว่า "ฉันมีทางเลือกด้วยรึ?"

ร่างเล็กน่ารักยิ้มให้โดยไม่ตอบคำ แต่เขาเข้าใจความหมายนั้นเป็นอย่างดี

ชายหนุ่มพูดต่อไปง่าย ๆ หากอีกฝ่ายรู้ดีว่าเป็นคำสั่ง "เตรียมตัวเก็บของซะล่ะ เราจะไปญี่ปุ่นกันพรุ่งนี้" ว่าพลางยื่นซองเอกสารให้ แล้วจากไปอย่างรวดเร็วทางหน้าต่างบานเดิม

ซากุมองผ้าม่านที่โดนรั้งไปอีกฝั่งไหวปลิวไปตามลมพลางครุ่นคิด

เมื่อถูกเลือกแล้ว ย่อมถอนตัวไม่ได้

กับผู้มีพระคุณ จะอย่างไรก็ทำได้เพียงเชื่อฟังเท่านั้น!


.............................


ร่างสูงโปร่งผิวขาวเนียนละเอียดใส่แว่นตาดำหิ้วกระเป๋าใบเล็กเดินอยู่ในช่องผู้โดยสารขาออกของสนามบินนาริตะ พร้อมกับร่างเล็กคล่องแคล่วของโคโตะ มองจากภายนอกเป็นชายหนุ่มที่ดูบอบบางแต่เคร่งขรึมในชุดเสื้อจีนตัวยาว ไม่แปลกนักสำหรับคนที่มาจากฮ่องกงอย่างเขาจะแต่งตัวเช่นนี้

ดวงตาเรียวใต้แว่นมองไปตรง ๆ ไม่ได้ใส่ใจต่อสายตาผู้ใด ผมสีดำยาวถูกรวบไว้ด้านหลังแล้วมัดด้วยเชือกถักเป็นเปียเดี่ยวห้อยคล้อยมา ยังไหล่ที่ดูบอบบางไปสักนิด ลักษณะเป็นชาวจีนอย่างเห็นได้ชัด

ท่าทางของเขายังดูอ่อนเยาว์นัก ทั้งยังค่อนไปทางบอบบางเสียด้วย  ถึงแม้จะมีแว่นดำบดบังใบหน้า แต่ดูก็ยังรู้ว่าอายุคงไม่ถึงสิบแปด …ยังคงเป็นเพียงเด็กหนุ่มเท่านั้น เขามีจมูกไม่โด่งมากแบบชาวเอเชียทั่วไป รับกับริมฝีปากบางสีสด และผิวขาวสะอาดแบบคนจีนมีตระกูล โดยรวมแล้วจึงดูดีจนค่อนข้างสะดุดตาอยู่บ้าง
หลังจากหยุดยืนรอคอยอยู่ครู่หนึ่ง ก็มีผู้ชายในชุดสูทสีเข้มเดินเข้ามาหาโคโตะและนำทางออกไปยังรถที่จอดรอไว้ ร่างเล็กพยักเพยิดให้ตามไป ซากุจึงได้แต่เดินตาม โดยไม่ได้พูดอะไรสักคำ

รถคนนั้นมีสีดำสนิท...ไม่น่าแปลกใจ รถของยากูซ่าหรือพวกที่ชอบทำอะไรลับลมคมนัย มักจะมีสีเช่นนี้ ที่เบาะหลังนุ่มสบายราคาแพง ดวงตาเรียวยาวมองตรงไปข้างหน้า นั่งนิ่งราวกับตุ๊กตา โดยไม่พูดจาอันใดอีกเช่นเคยตลอดเส้นทาง ไม่มีกระทั่งคำถาม แม้คนด้านข้างจะมองมาแล้วอมยิ้ม โคโตะรู้ดี ว่าตอนนี้ อีกฝ่ายไม่อยากจะพูด เขาจึงปล่อยให้ในรถ มีเพียงความเงียบ

กับคนบางคน ความเงียบเป็นเพื่อนที่ดีกว่า

จวบจนมาจอดเบื้องหน้าโรงแรมระดับห้าดาวชั้นดี ร่างเล็กของโคโตะก็ลงมาเปิดประตูให้ ก่อนเจ้าหน้าที่ทางโรงแรมจะจัดการเสียอีก

"ชั้นจัดห้องไว้ให้นายแล้วนะ ส่วนคืนนี้...เราคงมาดื่มกันได้ใช่มั้ย" เขากล่าวต่ออย่างกระตือรือร้น ใบหน้าที่ยิ้มแย้มอยู่เสมอ พยายามผูกมิตรตลอดเวลา แต่อีกฝ่ายกลับยังนิ่งเฉยดุจเดิม

"ดี งั้นทุ่มนึง จะไปรับที่ห้องนะ" เขาพูดต่อเบา ๆ ก่อนจะโบกมือแล้วจากไป

พนักงานโรงแรมจัดการพาไปยังห้องพักที่จัดไว้โดยไม่ต้องบอก

ทุกอย่าง...ถูกเตรียมการไว้แล้ว

เมื่อพนักงานโรงแรมวางของทุกอย่างลงแล้วจากไป ร่างบอบบางของซากุก็นั่งลงบนเตียงด้านข้าง ที่โต๊ะข้างเตียง มีกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่

ในกระดาษแผ่นนั้น มีเพียงตัวเลขสามตัว 509

ไม่ต้องบอกก็รู้ มันคือห้องของเป้าหมาย และเวลาดำเนินการ คือ 1 ทุ่มตรง!

กรณีไร้ซึ่งรายละเอียดใด ๆ ย่อมหมายถึง จัดการได้ตามสะดวก มือเรียวของชายหนุ่ม เปิดประตูตู้เสื้อผ้าออก ภายในมีกล่องยาววางอยู่ด้านใน ตัวกล่องค่อนข้างหนักเมื่อยกขึ้น พอเปิดดูก็พบดาบยาวเล่มหนึ่ง ตระเตรียมไว้ให้

เสียงใสยามฝักถูกชักออก บอกได้ดีถึงคุณภาพของดาบนั้น คมดาบบางใสสะท้อนแสงไฟราวกระจกชั้นดี ความคมของมันไม่ต้องทดสอบก็รู้ ว่าเพียงสะกิดผิวก็เรียกเลือดได้แล้ว

ใบหน้านิ่งสนิทมีรอยยิ้มจาง ๆ เมื่อนิ้วเรียวลูบไล้ไปที่ตัวดาบ สัมผัสได้ถึงไอเย็นของโลหะ…และความคมของมัน

การลงมือด้วยของมีคม เป็นสิ่งที่ซากุถนัด เขาไม่ใช้อาวุธอื่น เพราะชอบลงมืออย่างเงียบเชียบและสวยงามมากกว่า

สำนักดาบที่เคยอยู่มาในกาลก่อน ขัดเกลาฝีมือจนพูดได้ว่ายากจะหาใครเทียบได้ แต่นั่น...มันก็เป็นอดีตไปแล้ว

เป็นอดีตที่เขาลืมไปแล้วด้วย

ตอนนี้มีเพียงปัจจุบัน และอนาคต

ปัจจุบัน ที่ต้องฆ่า

และอนาคต ที่ยังคงต้องฆ่าต่อไป...



.............................................


ชาหอมกรุ่นบนโต๊ะยามเช้า ถูกมือคล่องแคล่วหยิบยกจิบ สายตาดุ ๆ มองมาเขม็งจนคนแอบขโมยกินยิ้มเจื่อน "อย่างกไปหน่อยเลย แค่ชาถ้วยเดียวเอง" โคโตะพึมพำพลางสูดลมหายใจเข้า กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของสมุนไพรพิเศษบางอย่างในนั้น กลับทำให้รสชาติกลมกล่อมกว่าเดิมอย่างน่าประหลาด

"ชงชาได้ไม่เลวนี่" สีหน้าคนชิมเริ่มเคลิบเคลิ้ม “สมุนไพรจีนสินะ ยังอุตส่าห์หอบมาด้วยอีกเหรอเนี่ย”

"ใครอนุญาตให้นายเข้ามา" เสียงเคร่งเครียดถามต่อ ก่อนจะวางจานอาหารลงบนโต๊ะ ไม่ได้แปลกใจนักเพราะรู้ดี ไม่ว่าประตูจะปิดล็อคแน่นหนาเพียงใด แต่สำหรับคนผู้นี้ ที่ไปมาได้ราวกับหายตัว มันไม่เคยมีผลใด ๆ ทั้งสิ้น

"ก็นายไง ไม่งั้นคงไม่เตรียมข้าวเช้าเผื่อชั้นหรอกใช่มั้ยล่ะ" คนพูดยิ้มหวาน อาหารที่จัดไว้สองที่ บอกได้อย่างดีว่าคนทำก็รู้ ว่าจะมีแขกมา

เสียงราบเรียบตอบกลับเย็นชาว่า "ฉันยังไม่ได้เชิญ"

"เอาน่า ซากุที่รัก เอ๊ะ...อร่อยผิดคาดแฮะ นายนี่มีฝีมือด้านทำอาหารด้วยเรอะ" สีหน้าคนถามมีแววประทับใจ มือคล่องแคล่วตักกินตุ้ย ๆ โดยไม่ได้หยุด แม้จะยังชวนคุยอยู่ก็ตาม

คำตอบคือความเงียบ ดวงตาเรียวคู่นั้นกลับเศร้าลงวูบหนึ่ง

คนมองจึงเปลี่ยนเรื่อง เพื่อไม่ให้บรรยากาศภายในห้องดูมืดทะมึนกว่าที่เป็นอยู่ ดาบยาวอันนั้น วางไว้อย่างดีบนโต๊ะด้านข้างมีผ้าปูรองเรียบร้อย ใบหน้าหวานมีรอยยิ้ม "ดาบที่ชั้นให้ คงถูกใจนายสินะ"

"คนชั่วสมควรตาย จะดาบดีดาบเลว ก็ต้องตายอยู่ดี" ซากุพึมพำ ก่อนจะหันหลังเข้าครัวไป

"อ้าว ไม่กินด้วยกันเหรอ" เสียงใสทักต่อ

"ฉันไม่กินข้าวร่วมโต๊ะกับใคร" ร่างผอมเพรียวในชุดจีนตอบเรียบ ๆ

โคโตะยังคงกินต่อไป แถมตบท้าย ยังมีของหวานจากอีกฝ่ายให้ชิมเสียอีก

"อิ่มดีจริง ๆ แฮะ" เขารำพึงเบา ๆ อย่างพอใจเมื่อกวาดทุกอย่างลงท้องไปเรียบร้อย "นายไม่กินด้วย...งั้นชั้นไปดีกว่า ไว้กลางวันค่อยมาใหม่ อย่าลืมเตรียมข้าวเผื่อด้วยล่ะ" ว่ายิ้ม ๆ แล้วก็หันหลังออกไปง่าย ๆ เสียอย่างนั้น

เจ้าของห้องมองตามร่างเล็กของอีกฝ่ายไป พลางทอดถอนหายใจ ก่อนจัดการเก็บจานชามบนโต๊ะโดยไม่พูดไม่จาเหมือนเช่นเคย

ห้องนี้เป็นห้องพักใหม่ เป็นห้องชุดของอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ซึ่งเขาย้ายมาพักด้วยการจัดการของโคโตะ หลังจากงานคืนนั้นเสร็จเรียบร้อย

ห้องใหม่ที่มีครัวในตัว เป็นที่พอใจของซากุมากกว่าเดิม แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่พูดอะไรเช่นเคยก็ตาม จากที่เห็นได้ชัดคือในยามว่าง นักฆ่าผู้นี้ชอบขลุกทำอาหารอยู่ในครัว มากกว่าทำอย่างอื่นเสียอีก อาหารและของสด ทุกอย่างมีในตู้เย็นพร้อมสรรพ

เพราะคนอย่างเขา จะต้องระวังตัวทุกย่างก้าว จึงไม่ควรออกไปเดินเล่นที่ไหน

ดังนั้นไม่ว่าอะไร ก็จะมีคนจัดหาไว้ให้เสมอ ซากุจึงสามารถทำอาหารที่ต้องการได้อย่างใจเย็น

แต่อาหารที่ทำแล้วไม่มีคนกิน...มันน่าเศร้ากว่าเดิมรึเปล่า?

ด้วยสาเหตุนั้น โคโตะเลยหาเรื่องมากินข้าวด้วยทุกวัน

และแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมนั่งร่วมโต๊ะกินข้าวเลยสักครั้ง แต่ก็เตรียมอาหารไว้เผื่อทุกมื้อ

ไม่ว่าโคโตะจะมาทานหรือไม่ก็ตาม...


............................................


ร่างผอมบางที่เปื้อนเลือดเปิดประตูรถที่จอดสตาร์ทคอยอยู่ที่จุดนัดหมายแล้วนั่งประจำที่อย่างรวดเร็ว รถแล่นออกโดยไม่ต้องสั่งเมื่อได้ยินเสียงปิดประตู ทุกอย่างเป็นไปอย่างเงียบเชียบและมีประสิทธิภาพ เหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา

เสียงใสข้างตัวจากที่นั่งด้านข้างทักทายขึ้น "ทำไมวันนี้เลือดเยอะจริง"

ดวงตาเรียวยาวจ้องมองคนถามเขม็ง

"เป็นนายไม่ใช่รึ ที่ทดสอบฉัน"

คนฟังหัวเราะเบา ๆ ริมฝีปากนุ่มมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "รู้ด้วยงั้นเหรอ"

ความเงียบเป็นคำตอบที่ซากุนิยมใช้ โคโตะเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี วันนี้เขาแค่ปล่อยข่าวการลอบสังหารออกไป เหยื่อที่ไหวตัว จึงเตรียมการพร้อมพรักกว่าเดิม แต่ก็เห็นได้ชัด ว่าไม่มีผลใด ๆ กับคนผู้นี้ นอกจากเลือดปริมาณมากขึ้นที่เลอะติดเสื้อผ้ากลับมา

"แต่นายก็สอบผ่านนี่ ถ้าเทียบกับครั้งแรก ๆ แล้ว ฝีมือของนาย เฉียบคมขึ้นเยอะนะ" เขาว่าพลางยิ้มหวาน แต่อีกฝ่ายไม่ยิ้มด้วยเลยสักนิด สีหน้าของนักฆ่าหนุ่มยังคงเคร่งเครียดดุจเดิม

"จะทดสอบไปจนถึงเมื่อไหร่" คำถามราบเรียบ แต่เห็นได้ชัดว่าไม่พอใจนัก

"จนกว่าจะแน่ใจ ว่านายจะจัดการกับ 'เขา' ได้" โคโตะตอบเบา ๆ ดวงตากลมโตของเขาหลุบต่ำ เสียงที่ดูเศร้า ทำให้อีกฝ่ายหันไปมอง แม้จะยังไม่พูดอะไรเช่นเคย

สีหน้าเศร้านั้นปรับเป็นรอยยิ้มน่ารักได้ในพริบตา เมื่อพูดขึ้นว่า "อย่างน้อย ชั้นก็ยังทำตามกฎของนายอยู่ไม่ใช่หรือไง หนึ่ง นายไม่ต้องแต่งหญิงออกปฏิบัติการ สอง ชั้นไม่เรียกนายว่าซากุจัง และสาม...ทุกคนที่นายฆ่า สมควรตายแล้ว!"

ร่างสูงโปร่งของซากุไม่ขยับไปจากที่ มีเพียงเสียงถอนใจแผ่วเบาเท่านั้น ดวงตาคู่สวยหลับลง และไม่สนใจจะคุยด้วยอีก

ชายหนุ่มมองมายังคนที่นั่งด้านข้าง ใบหน้าใสมีรอยยิ้ม รู้ถึงความหมายของท่าทางเหล่านั้นดี

ความหมายนั่นก็คือ

ในเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามเงื่อนไข ซากุก็จะไม่ปฏิเสธ!


.....................................

ออฟไลน์ Kwawaic

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
Re: Absolution Café ตอนที่ 12/1 อัพ 3-4-10 จบในตอน
«ตอบ #124 เมื่อ03-04-2010 12:49:10 »

ทาโนเอะ เป็นคนเดียวกับ ไคโตะ ใช่เปล่า
ซากุ - ซากุระ
เขาคนนั้น คือ มาโอะ เปล่า - อ.คุโรเนะ ป่ะ

(555+ เดากันไป)

ออฟไลน์ jasmin

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1801
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +174/-1
Re: Absolution Café ตอนที่ 12/1 อัพ 3-4-10 จบในตอน
«ตอบ #125 เมื่อ03-04-2010 21:26:27 »

ทาโนเอะ เป็นคนเดียวกับ ไคโตะ ใช่เปล่า
ซากุ - ซากุระ
เขาคนนั้น คือ มาโอะ เปล่า - อ.คุโรเนะ ป่ะ

(555+ เดากันไป)

^
^
^
เห็นด้วย คิดเหมือนกันเลยอ่า
แต่เรื่องนี้เดาอะไรไม่ได้หรอก
งง ไปหมดแล้วเนี่ย

pattybluet

  • บุคคลทั่วไป
Re: Absolution Café ตอนที่ 12/1 อัพ 3-4-10 จบในตอน
«ตอบ #126 เมื่อ04-04-2010 00:06:46 »

เริ่มจะหลงเคลิ้มไปกับไคโตะซะแล้ว
มาเจอเวอร์นี้ดูมีเสน่ห์ต่างกับตอนอยู่กับเรอิจิเลย
ลุ้นกันต่อไป

เป็นกำลังใจให้ค่ะ

ออฟไลน์ Oo๐FosfoggY๐oO

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 442
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-0
Re: Absolution Café ตอนที่ 12/1 อัพ 3-4-10 จบในตอน
«ตอบ #127 เมื่อ04-04-2010 03:01:41 »

มั่วไม่ถูกแล้ว

แต่นี่ล่ะเสน่ห์ของเรื่องนี้

มีอะไรชวนให้คิด สงสัยได้ตลอด แต่ก็คิดผิดตลอด

ติดตามต่อไปค่า

ออฟไลน์ ratrirattikan

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 121
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: Absolution Café ตอนที่ 12/1 อัพ 3-4-10 จบในตอน
«ตอบ #128 เมื่อ04-04-2010 19:35:09 »

เอ...จากที่เดา?
ซากุ-ซากุระ?
ไคโตะ - ทาโนเอะ
อ.คุโรเนะ - มาโอะ??

แต่ก็เดาผิดมาโดยตลอดอยู่ดี...เฮ้อ~ :z3:

ออฟไลน์ ppm

  • รักเด็กจังเลย
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 235
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
    • ppmfic yboard
Absolution Café ตอนที่ 12/2 อัพ 4-4-10 จบในตอน
«ตอบ #129 เมื่อ04-04-2010 20:24:22 »

(ตอนที่ 12/2)


เช้าที่แสนสดชื่น แตกต่างจากค่ำคืนที่เปื้อนเลือดราวฟ้ากับดิน ร่างโปร่งบางในชุดคาดผ้ากันเปื้อน ยังคงทำอาหารอยู่ในครัวเช่นเคย โคโตะยืดขาผ่อนคลายอยู่บนโซฟานุ่ม ดวงตากลมโตเหลือบมองคนในครัวอย่างครุ่นคิด จากนั้นใบหน้าอ่อนเยาว์เกินอายุ ก็เริ่มมีรอยยิ้ม

“ซากุคุง วันนี้เราไปเดทกันมั้ย”

คนในครัวได้ยินชัด แต่ยังคงนิ่งเงียบ ร่างเล็กผุดลุกขึ้นจากโซฟา แล้วเดินตัวปลิวเข้าไปในครัวด้วยสายตากระตือรือร้นเช่นเคย “น่า ไปด้วยกันนะ”

“เป็นคำสั่งรึเปล่า” เสียงราบเรียบถาม

“ถ้าไม่ใช่ จะไม่ไปหรือไง” โคโตะถามยิ้ม ๆ

ซากุถอนใจเบา ๆ ก่อนจะพูดขึ้นว่า “นักฆ่าในเงามืด ไม่ถูกกับความเจิดจ้าของแสงตอนกลางวันนักหรอก”

“ก็แปลงโฉมเสียสิ แค่นี้ก็ไม่มีใครจำได้แล้ว นายอยู่แต่ในบ้านทุกวัน น่าเบื่อออกจะตาย แล้วชั้นจะพาไปช็อปปิ้งด้วย เอามั้ยล่ะ แถวนี้มีไชน่าทาวน์ด้วยนะ รับรองของสดใหม่มีให้ช็อปตามสบายเลย” โคโตะเริ่มเอาของกินมาล่อ จริงอยู่ว่าซากุไม่ได้สนใจจะกินอะไรมากมาย แต่แน่นอน ว่าเขาชอบทำ และอาหารที่มีคนรอกิน อย่างในระยะนี้ มันทำให้เขา…จิตใจสงบกว่าเดิมมากมายนัก เพียงแค่เห็นรอยยิ้มสดใสของคนด้านข้าง เวลารับประทานอาหารเท่านั้นเอง

“ไปเป็นเพื่อนชั้นหน่อยน่า ไม่ใช่คำสั่ง แต่เป็น…คำขอร้องจาก ‘เพื่อน’ ได้รึเปล่าล่ะ” เสียงใสออดอ้อน

“ฉันยังไม่คิดว่านายเป็นเพื่อนหรอกนะ” คนด้านข้างตอบเรียบ ๆ

“ใจร้ายจริง เอาน่า ชั้นสัญญาว่าจะให้นายซื้อของตามใจเลย อยากซื้ออะไรก็ได้ ไปด้วยกันนะ…” เสียงอ้อนกว่าเก่า แถมยังกอดแขนซะจนอีกฝ่ายทำตัวไม่ถูกไปแล้ว

“ก็ได้” ซากุยอมแพ้ในที่สุด

โคโตะยิ้มหวาน ก่อนจะส่งชุดให้ เป็นชุดที่คนมองไม่อยากรับมาเอาซะเลย ซากุมองมันก่อนจะพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ “ฉันเคยบอกแล้วไงว่า…”

“นาน ๆ ที จะกลับเป็นตัวของตัวเองบ้าง มันก็ดีไม่ใช่เหรอ ทำใจให้สบายแล้วไปเดทกันด้วยชุดนี้ รับรองไม่มีใครจำนายได้แน่ และนี่ก็…ไม่ใช่การปฏิบัติงานด้วย ไม่ผิดเงื่อนไขนะ” คนพูดหลิ่วตาให้ ก่อนจะพูดต่อไปว่า “แล้วอีกอย่าง ชั้นก็จะใส่แบบนี้เหมือนกัน เราใส่เป็นเพื่อนกันดีออกใช่มั้ยล่ะ” เขาว่าอย่างร่าเริง

ร่างสูงโปร่งหันไปมองคนด้านข้างอย่างงง ๆ โคโตะเป็นผู้ชาย อันนี้เขาแน่ใจ แต่ทำไม อยู่ดี ๆ อยากจะแต่งชุดแบบนี้ได้?

แต่โคโตะไม่ปล่อยให้เขาคิดนานนัก มือเล็ก ๆ รุนหลังร่างสูงกว่า “เอ้า ไปเปลี่ยนชุดกันเถอะ เวลามีน้อย เดี๋ยวใช้ได้ไม่คุ้ม”

ซากุจึงได้แต่เข้าไปเปลี่ยนชุดตามที่อีกฝ่ายบอก โดยไม่รู้จะโต้แย้งอย่างไร แม้จะรู้ตัวดีว่า พักนี้…เขาเริ่มใจอ่อนให้กับคนด้านข้างมากไปแล้ว

ทำไมกันนะ เพียงแค่เห็นรอยยิ้มจากโคโตะ เขาก็ยินดีทำให้…ไม่ว่าจะอะไร
แม้กระทั่งการฆ่าคน…

เวลาผ่านไปไม่นาน สองคนในชุดใหม่ก็เตรียมพร้อม โคโตะในชุดกระโปรงน่ารัก และวิกผมยาวดูเป็นคุณหนูผู้ไร้เดียงสา ทั้งน่ารักและกระตือรือร้นสูง ในขณะที่ตัวเขา อยู่ในชุดกระโปรงยาวรับกับร่างอันสูงโปร่ง แม้มันจะดูเรียบ ๆ แต่ความงามที่ซ่อนเร้น อันมีอยู่เป็นทุนเดิม ก็ขับเน้นให้ดูงดงามขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

หากพอยืนคู่กันแล้ว กลับเป็นซากุ ที่ดูอายุมากกว่าเสียนี่ ทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายอายุยี่สิบกว่าแล้วด้วยซ้ำ ในขณะที่เขายังไม่ถึงยี่สิบ

โคโตะมองอีกฝ่ายแล้วอมยิ้ม “น่ารักจริง ๆ อ้อ…มาตกลงกันก่อนนะ ก่อนช็อปปิ้ง ฉันจะพานายไปหาเพื่อนที่น่ารักอีกสองคน แต่เพราะเราไปในชุดนี้ ดังนั้น นายต้องเรียกฉันว่า ‘ทาโนเอะ’ และนายก็เป็น ‘ซากุระ’ เข้าใจไหม”

“ไม่เอาซากุระจังนะ” เขาขัดขึ้นทันที

โคโตะอมยิ้ม “ก็ได้ ๆ ซากุระคุงก็แล้วกัน โอเคมั้ย”

อีกฝ่ายไม่โต้แย้ง จึงเป็นอันว่าตกลง

รถในวันนี้ไม่มีคนขับเหมือนเคย เป็นโคโตะเองที่ประจำที่คนขับ ระยะทางที่จะไปนั้นไม่ไกล หากอีกฝ่ายกลับขับรถวนไปมาเสียหลายรอบ ซากุมองทิวทัศน์ข้างทางอย่างเข้าใจ การที่ขับรถเช่นนี้ มีเพียงสาเหตุเดียว คือกันการติดตามของผู้ไม่ประสงค์ดี อาจบางที สถานที่ ๆ กำลังจะไป คงเป็นความลับขั้นสุดยอดเช่นกัน

เขาไม่ประหลาดใจเท่าไหร่ โคโตะ มักทำเรื่องที่เช่นนี้บ่อย ๆ อยู่แล้ว

ในที่สุด รถก็เลี้ยวเข้าไปในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เป็นโรงพยาบาลเล็ก ๆ ที่มีคนไข้ไม่มากนัก ร่างเล็กพาเดินตรงไปยังชั้นสองของตัวตึก ป้ายเขียนไว้ด้านข้างระบุว่า เป็นสถานบำบัดจิตพิเศษ

ภายในเป็นห้องกว้าง ที่มีเด็ก ๆ อยู่หลายคน รอบกายเต็มไปด้วยของเล่น เด็กเหล่านี้ดูไม่ค่อยปกติ บางคนก็พูดคนเดียว เล่นกับเพื่อนในจินตนาการ โดยไม่สนใจใคร บางคนก็ดูหมกมุ่นกับการเรียงของเล่นเป็นตั้งสูง และอีกหลายคน ที่นั่งซุกอยู่มุมห้อง โดยไม่พูดไม่จา

จากที่เห็นบอกได้ชัด ว่าเด็กทั้งหมดในนี้...เป็นเด็กมีปัญหาทางจิต

พอร่างบอบบางก้าวเข้าไป ร่างเล็ก ๆ ร่างหนึ่ง ก็วิ่งเข้ามาหาแล้วโผเข้ากอดเต็มรัก

"ทาโนเอะมาแล้ว ดีใจจัง" เป็นเด็กหญิงตัวน้อย ที่สดใสร่าเริงเกินกว่าจะอยู่ในที่แบบนี้

"สวัสดีฮะ" เด็กชายอีกคนที่เดินตามมายิ้มให้กับโคโตะในสภาพหญิงสาวเช่นกัน

ร่างเล็กบอบบางกอดเด็กทั้งคู่อย่างสนิทสนม แววตาอ่อนโยนพูดจาถามไถ่ถึงความเป็นอยู่ เด็กทั้งคู่ยิ้มแย้มตอบคำ ด้วยท่าทางที่ดูเป็นเด็กปกติธรรมดา แถมยังน่ารักมากอีกด้วย ซากุเริ่มสังเกตเห็นดวงตาของเด็กทั้งคู่ ที่ดูสะดุดตากว่าเด็กทั่วไป

ตาสีฟ้าใสของเด็กชายงดงามนัก แต่ที่งามยิ่งกว่า ก็คือดวงตาทั้งสองข้างของเด็กหญิง ที่มีสีแตกต่างกัน ข้างหนึ่งสีฟ้า และอีกข้างสีเขียว...ไม่ต้องบอกก็รู้ได้ในทันที ว่าเป็นแบบที่หายากมากเลยทีเดียว

โคโตะหันมาหาซากุ ก่อนจะแนะนำให้เด็กทั้งคู่รู้จัก "ซากุระคุง จะมาเป็นเพื่อนใหม่นะจ๊ะ มารู้จักกันสิ เด็กคนนี้คือยูเมะจัง แล้วก็ซานะจัง" มือเรียวชี้รายคน ยูเมะคือเด็กหญิงตัวน้อย และซานะคือเด็กชายผู้เป็นพี่นั่นเอง

ซากุยืนเก้ ๆ กัง ๆ ทำตัวไม่ถูก เขาไม่เคยข้องเกี่ยวกับเด็ก ๆ มาก่อน และไม่เคยคิดจะทำเลยด้วยซ้ำ

มือป้อมน่าเอ็นดูของเด็กหญิง จับเบา ๆ ที่มือเขา และอีกข้างเป็นมือของเด็กชาย

"ไปเล่นกันเถอะ ซากุระคุง" ทั้งคู่ชักชวน ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวต่อสีหน้าราบเรียบ หรือท่าทางนิ่ง ๆ ดูกดดันของเขาแม้แต่น้อย

ซากุสบตาคนด้านข้างอย่างลำบากใจนิดหน่อย แต่เมื่อเห็นโคโตะพยักหน้าให้ เขาก็ตัดสินใจตามเด็กทั้งสองไป

เพียงแค่ครึ่งวัน เขาก็เข้ากับเด็ก ๆ ได้ดีเกินคาด จนถึงเวลาต้องลากลับ ทั้งคู่นั่งอยู่ในรถแล้ว เมื่อโคโตะหันมายิ้มให้

"ขอบใจมากนะ สำหรับวันนี้ เด็ก ๆ...ดีใจมากเลย ที่นายเล่นกับพวกเขา" ดวงตากลมโตคู่งามกลับทอแววเศร้า "ชั้นอยากจะให้พวกเขา...มีความสุขแบบนี้ ตลอดไปจริง ๆ"

พริบตาเดียวที่ใบหน้าเศร้า ๆ นั้นกลับมายิ้มแย้มได้ดังเดิม "เอาล่ะ ธุระของชั้นหมดแล้ว เดี๋ยวจะพาไปช็อปปิ้งนะ"

ซากุยิ้มรับ คนด้านข้างเอียงคอมอง พลางอมยิ้มขบขัน

"ในที่สุด นายก็ยิ้มให้ชั้นแล้ว วันนี้..เรากินข้าวด้วยกันนะ ซื้อวัตถุดิบมาเยอะ ๆ แล้วทำหม้อไฟกันดีกว่า"

คนด้านข้างพยักหน้ารับเบา ๆ

ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรก...ที่ซากุ นึกอยากจะนั่งทานอาหารร่วมโต๊ะกับคนอื่น


...............................


บรรยากาศกำลังสดชื่นนักเมื่อรับประทานอาหารกันเสร็จ ซากุจัดการเก็บจานชามให้เข้าที่ ในขณะที่โคโตะเองขยับจะช่วย ร่างสูงชะงักเล็กน้อย อีกฝ่ายจึงยิ้มให้แล้วบอกว่า "น่า ให้ชั้นช่วยเถอะ ชั้นน่ะ...กำลังวางแผน จะเป็นแม่คนนะ มันต้องฝึกเอาไว้สักหน่อย"

คำพูดผิดคาดทำเอาคนฟังแทบสะดุ้ง ...โคโตะ ที่วางแผนการฆ่าคนหน้าตาเฉยคนนั้น กลับอยากจะเป็นแม่

ทั้ง ๆ ที่เป็นผู้ชายด้วยซ้ำ

ร่างเล็กถอนใจยาว รู้ดีว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ จึงพูดต่อไป "เด็กสองคนนั้น...ต้องทุกข์ทรมานมามาก เพราะชั้นเอง จะอย่างไร ชั้นก็อยากให้พวกเขา...ได้มีครอบครัวที่อบอุ่น"

หากก่อนจะพูดอะไรได้มากกว่านี้ เสียงเพลงจากโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ร่างบอบบางจึงหยิบมันมารับ ก่อนจะเดินแยกตัวออกมาที่นอกห้อง

สีหน้าที่ดูอารมณ์ดีเมื่อครู่แปรเปลี่ยนไปเป็นเคร่งขรึม เมื่อตอบเสียงตามสาย "เข้าใจแล้ว คืนนี้ผมจะจัดการเอง ขอบคุณมากนะครับ สำหรับข่าวนี้"

เสียงตามสายพูดอะไรบ้าง คนในครัวไม่ได้ยิน แต่รอยยิ้มเศร้า ๆ ของโคโตะ ที่ตอบรับกลับไป ทำให้ซากุอดมองตามไปไม่ได้ "ผมยังไหวครับ ไม่ต้องห่วง วันนี้ก็ไปเยี่ยมเด็ก ๆ มา พวกเขาดีขึ้นเยอะเลยนะครับ ขอบคุณมาก ๆ ผมจะพยายามให้ดีที่สุด...ครับ...ผมจะพยายามไม่ฝืน เรื่องนั้นผมจะจัดการเอง"

โคโตะเงียบไปเป็นครู่ราวต้องรวบรวมความกล้า เพื่อพูดต่อไป "เรอิจิ...ผม...เอ่อ..."

มือนั้นสั่นเล็กน้อยอีกด้วย "ไม่มีอะไรครับ ผม..."

เสียงหัวเราะเบา ๆ แม้ดวงตาคู่นั้นจะมีน้ำตาเอ่อคลอ "คุณนี่นะ ชอบพูดเล่นซะจริง ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมสบายดี จริง ๆ นะ" มือเรียวปาดเช็ดน้ำตาออกโดยไร้เสียง คนที่คุยด้วยอีกด้าน ก็คงไม่ได้รับรู้

"จนกว่าจะทำตามสัญญาได้สำเร็จ ผมไม่ยอมเป็นอะไรไปก่อนแน่...สวัสดีนะครับ" ว่าแล้วเขาก็วางหูไป

คำพูดประโยคสุดท้าย ฟังดูเจ็บปวดนัก สีหน้าเศร้าหมองที่ดูราวจะแตกสลายลงได้ทุกเมื่อ ทำให้ซากุ รู้สึกอยากจะโอบกอดร่างนั้นไว้ อยากให้กำลังใจ และช่วยเหลือ

แต่เขารู้ ว่าทำไม่ได้

ร่างบอบบางเก็บโทรศัพท์ ก่อนจะตีสีหน้าเป็นปกติ แม้ดวงตาคู่นั้นจะยังแดงเรื่อ เสียงสดใสพูดขึ้นว่า "ซากุ คืนนี้มีงานนะ"

คนฟังพยักหน้ารับไม่ต่างจากทุกครั้ง โดยไม่พูดอันใด

แต่โคโตะกลับพูดต่อไป แตกต่างจากการมีงานเข้ามาทุกครั้ง "การทดสอบ จบลงแล้ว...วันนี้ จะเป็นการเริ่มต้นใหม่ ชั้นขอเปลี่ยนแปลงคำสั่งกับนาย"

"นี่เป็นงานสุดท้ายของนาย ซากุคุง" ร่างบอบบางหายใจเข้าลึก ก่อนจะพูดต่อไป

"...จงคุ้มกันชั้น จนกว่าชั้นจะบอกให้พอ หลังจากนั้น...นายจะเป็นอิสระ เราจะไม่มีหนี้บุญคุณกันอีก"


.......................................


รติกาลที่อึมครึม บนคอนโดมิเนียมสุดหรูใจกลางเมือง ร่างสูงโปร่งบอบบางสุดเซ็กซี่ยืนมองทิวทัศน์ด้านนอกบานกระจก แสงไฟจากตึกรามภายนอกสวยงามนัก แต่คนมองกลับไม่ได้รู้สึกถึงมันเลย

ไม่ว่าจะบรรยากาศ หรือความสวยงามใด ๆ

ไม่รู้สึกอะไรอีก...

นั่นเป็นเพราะ...หัวใจของเขา...ถูกขโมยไปแล้ว

"ชั้นจะไม่ทำงานแบบนี้อีกแล้ว" เสียงแน่วแน่จากร่างบอบบางยืนยันหนักแน่น เรือนร่างงดงามที่ยังคงดูราชินีเช่นทุกครั้ง ในตอนนี้กลับมีดวงตาที่เศร้าสร้อยจนไม่อาจปิดได้มิด ความตายของเหยื่อคนหนึ่ง ก็เป็นแค่เหยื่ออีกคนเท่านั้นเอง แต่มันกลับหนักหน่วง...หนักเกินกว่าจิตใจที่เคยปิดกั้นมาตลอดของเขา จะรับได้อีกต่อไป

"นักฆ่าน่ะ คิดจะเลิกก็เลิก มันเป็นไปไม่ได้หรอกนะ" ชายในชุดสูทสีดำมองร่างอันคุ้นเคยนั้นก่อนพูดเตือนสติ "นายทำงานได้ดีมาตลอด ไม่เคยพลาดเลย ทำไมถึงจะมาหยุดเอาง่าย ๆ แบบนี้ล่ะ"

คนด้านข้างส่ายหน้าเบา ๆ โดยไม่ตอบคำ

"การเลิก มันหมายถึงความตายนะ นายน่าจะเข้าใจ ไม่มีที่ให้คนทรยศต่อองค์กร ได้ยืนหยัดอยู่ได้หรอก" ชายหนุ่มผู้นั้นพยายามเตือนต่อไป

"ชั้นไม่ได้คิดทรยศ...แต่ว่า ชั้นจะไม่ฆ่าใครอีก" น้ำเสียงของเขายังคงหนักแน่น เป็นความตั้งใจ...ที่ไม่คิดจะเปลี่ยนแปร

ชายชุดดำถอนหายใจ "นายก็ไม่เคยฆ่าใครสักหน่อย พวกเขายอมตายกันเองทั้งนั้น"

"ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ขอบใจนะ ที่เป็นห่วง แต่มัน..." ดวงตาคู่สวยคลอไปด้วยน้ำตา "มากเกินพอแล้ว...การล้างมือในครั้งนี้คงทำให้ชั้น...สามารถหลับลงได้สักที"

เป็นการหลับใหล...ไปตลอดกาล

"ชั้นเหนื่อย...เกินไปแล้ว" ใบหน้าสวยมีแววอ่อนล้า เหนื่อยกายยังหายได้ แต่เหนื่อยใจ...ยากจะชำระล้างให้จางหายได้จริง ๆ

มือที่ว่องไวของคนด้านข้าง ชักปืนขึ้นมา จ่อที่ศีรษะของอีกฝ่าย โดยที่ไม่มีการต่อต้านใด ๆ

"ฉันจะไม่ทำให้นายทรมานก็แล้วกัน"

คนด้านข้างไม่ประหลาดใจนัก ด้วยรู้ดี นอกจากเป็นคนกำกับการทำงานของเขาแล้ว หากเขาทำอะไรผิดข้อตกลงการทำงานนั้น หน้าที่อีกอย่างของคนผู้นี้ ก็คือการกำจัดเขา

มันก็สมควรแล้ว จุดจบของนักฆ่า ก็ย่อมเป็นการถูกฆ่า แต่ในครั้งนี้ มันเป็นความยินยอมพร้อมใจของตัวเขาเอง ดวงตาคู่งามหลับลง หยาดน้ำตาไหลรินลงสู่แก้มใส เสียงแผ่วเบาพูดขึ้นว่า

"ขอบใจนะ"

นิ้วนั้นกำลังจะลั่นไกแล้ว ในตอนที่มีดเล่มหนึ่งพุ่งเข้าปักข้อมือข้างนั้นอย่างแม่นยำ "โอ๊ย!" เสียงร้องเพียงเท่านั้น ก่อนร่างในชุดดำ จะล้มลงกับพื้น มีดเล่มนั้น...เป็นมีดอาบยาสลบ!

ราชินีหนุ่มหันหลังไปมองอย่างตกใจ "พวกนายเป็นใคร" ว่าพลางก้มลงหยิบปืนของชายชุดดำผู้นั้นขึ้นมาถืออย่างรวดเร็ว

"พวกเรามาช่วย ไม่จำเป็นต้องฆ่าใครอีกแล้ว...ไปด้วยกันเถอะ พวกเราจะรับรองความปลอดภัยให้เอง" คนร่างเล็กพูดขึ้น หากอีกฝ่ายกลับส่ายหน้า

"มันสายไปแล้ว...ชั้น...ฆ่าเขาไปแล้ว" ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยน้ำตา เมื่อหันกระบอกปืนมาจ่อศีรษะตัวเอง "ความผิดนี้ไม่มีวันลบเลือนได้...นอกจากความตาย มันคือการชดใช้ของชั้น"

"ความตายไม่ได้ชดใช้ได้ทุกอย่างนะ"

"ลาก่อน...ไม่ว่าพวกคุณจะเป็นใคร แต่ก็ขอบคุณนะ ที่จะมาช่วยกัน..." ดวงตาคู่สวยว่างเปล่า น้ำตายังคงไหลริน

ร่างเล็กมองมาอย่างตกใจ เขาหันไปหาคนด้านข้าง "ซากุ หยุดเขาไว้เร็ว!"

หากก่อนจะได้ขยับเข้าห้าม ดวงตาเรียวยาว กลับเหลือบเห็นเงาร่างของใครบางคนด้านนอกระเบียงนั้น

"ฮิโระคุง...ในที่สุดชั้นจะได้ไปหานายเสียที ยกโทษให้ชั้นด้วยนะ..." นิ้วนั้นเกร็งตั้งท่าจะเหนี่ยวไก แต่ก่อนจะได้ทำเช่นนั้น กระจกด้านหลังก็ทะลุเป็นรู ก่อนที่กระสุนจะพุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็ว คนถือปืนสะดุ้งเฮือก ก่อนจะล้มลงทั้งอย่างนั้น

ซากุขยับเข้าขวางร่างของโคโตะไว้เพื่อป้องกันแทบจะในทันที ดวงตาทั้งสองคู่มองนอกระเบียงเป็นจุดเดียว

ร่างสูงของชายหนุ่มผู้หนึ่งก้าวเข้ามาจากภายนอก โคโตะสบตาคนผู้นั้น แขกไม่ได้รับเชิญผู้นี้มีใบหน้าคมเข้มที่ดูดี หากแฝงความเศร้าอยู่ลึก ๆ

"เรอิจิส่งผมมา" เขาพูดขึ้นในทันที ก่อนจะรวบร่างที่ยังไม่ได้สตินั้นขึ้นมา "นี่เป็นแค่กระสุนยาสลบ เขาไม่เป็นอะไรหรอก"

ท่าทางที่ยังดูชะงักงันและไม่ไว้ใจนัก ทำให้ชายหนุ่มผู้นั้นเร่งขึ้นอีก "เรารีบไปกันเถอะครับ ก่อนที่พวกนั้นจะไหวตัวทัน" เขามองคนในอ้อมแขนด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง หากไม่ได้พูดอันใด โคโตะมองชายผู้นั้นอยู่ครู่หนึ่ง แววตาที่จริงใจ ทำให้เขาไม่สงสัยอีก ร่างเล็กพยักหน้าให้ซากุนำทางไป

ที่ลานจอดรถ ชายหนุ่มแปลกหน้าผู้นั้นวางคนที่ยังสลบไว้ที่เบาะหลังของรถโคโตะที่จอดเตรียมไว้

"ไม่ไปด้วยกันเหรอ" โคโตะถามขึ้นเบา ๆ

ชายผู้นั้นยิ้มเศร้าพลางส่ายหน้า "ฝากเขาด้วยนะครับ ผมคงยัง...พบเขาไม่ได้ คุณเป็นคนที่เรอิจิไว้ใจ...ผมไว้ใจคุณเช่นกัน ได้โปรดช่วยดูแลเขาด้วย"

"ได้สิ ชั้นจะดูแลเขาให้..." โคโตะรับคำ "ซากุ ไปกันได้แล้ว ขับไปที่โรงพยาบาลที่เราไปคราวก่อนนะ ระวังคนตามด้วยล่ะ"

ซากุซึ่งประจำที่คนขับในตอนนี้พยักหน้ารับ โคโตะจึงนั่งที่ด้านหน้าเคียงข้างก่อนที่รถจะแล่นออกไป

ชายแปลกหน้าผู้นั้น มองตามไปเนิ่นนาน แม้รถจะวิ่งหายไปจากสายตาแล้ว

"ฉันจะอยู่ใกล้นายเสมอนะคิระ...ถึงแม้ว่า เราจะยังพบกันไม่ได้...แต่ฉัน จะไม่ทอดทิ้งนายอย่างแน่นอน!"

เขาพึมพำ ก่อนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในความมืดมิดของลานจอดรถ...


...................................

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Absolution Café ตอนที่ 12/2 อัพ 4-4-10 จบในตอน
« ตอบ #129 เมื่อ: 04-04-2010 20:24:22 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Kwawaic

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
Re: Absolution Café ตอนที่ 12/2 อัพ 4-4-10 จบในตอน
«ตอบ #130 เมื่อ04-04-2010 20:35:27 »

เดา ถูกไป 2

มาลุ้น ตอนต่อไป ค่ะ

pattybluet

  • บุคคลทั่วไป
Re: Absolution Café ตอนที่ 12/2 อัพ 4-4-10 จบในตอน
«ตอบ #131 เมื่อ04-04-2010 22:40:04 »

อ่าาา.. ชัดเจน มากันเกือบครบแล้ว
รอลุ้นตอนต่อไปค่ะ

เป็นกำลังใจให้นะคะ

ออฟไลน์ Oo๐FosfoggY๐oO

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 442
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-0
Re: Absolution Café ตอนที่ 12/2 อัพ 4-4-10 จบในตอน
«ตอบ #132 เมื่อ05-04-2010 01:03:48 »

ทายถูกด้วย ดีใจสุดๆ
 :-[

รอลุ้นต่อค่ะ

ออฟไลน์ ratrirattikan

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 121
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: Absolution Café ตอนที่ 12/2 อัพ 4-4-10 จบในตอน
«ตอบ #133 เมื่อ05-04-2010 17:15:43 »

เย้...เดาถูกสองคน
เหลืออีกคน ตัวการสำคัญ...สินะ

เป็นกำลังใจให้นะคะ ไรเตอร์อัพเร็วมากเลย ชื่นชมจริงๆ  o18

ออฟไลน์ นัตสึกิ

  • เป็ดตัวกระเปี๊ยก
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 641
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-4
Re: Absolution Café ตอนที่ 12/2 อัพ 4-4-10 จบในตอน
«ตอบ #134 เมื่อ06-04-2010 02:41:54 »

 :serius2:



นี่ชั้นพลาดเรื่องนี้ไปได้ยังไงกันนี่


สนุกมากเลยค่ะ  ขอบคุณที่เขียนให้อ่านนะคะ

ออฟไลน์ ppm

  • รักเด็กจังเลย
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 235
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
    • ppmfic yboard
Absolution Café ตอนที่ 12/3 อัพ 7-4-10 จบในตอน
«ตอบ #135 เมื่อ07-04-2010 08:41:15 »

(ตอนที่ 12/3)


ร่างบอบบางที่หลับบนเตียงนุ่มถูกมัดแขนและขาไว้กับเตียงจนขยับไม่ได้ ใบหน้าซีดเซียวซึ่งในตอนนี้ หลับไปแล้วด้วยฤทธิ์ของยาระงับประสาทดูน่าสงสารนัก แขนขาเพรียวมีแต่ร่องรอยการดิ้นรนให้หลุดจากพันธนาการ เพียงแค่มองก็รับรู้ได้ถึงความเจ็บปวด  

โคโตะผู้ยืนมองอยู่ด้านข้างถอนใจอย่างเศร้า ๆ ก่อนจะหันไปมองชายหนุ่มผู้คุ้นเคยที่ยืนอยู่ถัดออกไป

"ต้องมัดไว้แบบนี้ด้วยเหรอ"

เรอิจิมองโคโตะก่อนจะตอบว่า "ถ้าไม่มัดไว้ เขาจะคุ้มคลั่ง...แล้วก็...พยายามฆ่าตัวตาย...ทุกครั้งที่มีโอกาส"

ร่างเล็กตะลึงงันเล็กน้อย "ทำไมล่ะ...ก็ผมช่วยเขาไว้แล้ว ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ดังนั้น ไม่มีใครตามฆ่าเขาแน่ ๆ ผมจะไม่ยอมให้ใครทำแบบนั้นได้แน่นอน..แต่ทำไม เขาต้องฆ่าตัวตายอีกด้วย"

มือแข็งแรงลูบผมยุ่งเหยิงน้อย ๆ ของคนบนเตียงให้เข้ารูปอย่างแผ่วเบา พลางพูดต่อไปว่า "เพราะเขา...อดทนต่อการเห็นคนที่รักเขา ต้องมาตายมากเกินไปแล้ว จิตใจที่แตกสลาย ทำให้เขาไม่คิดจะมีชีวิตอยู่แล้ว"

"มันเป็นวิธีการ...ฆ่า...อีกอย่างสินะครับ" โคโตะถามขึ้นเบา ๆ สีหน้าเศร้าสลดของเขาดูซีดลงไปอีก

คนฟังถอนหายใจ "ใช่...หน้าที่ของคน ๆ นี้ คือการ 'ทรยศ' เขามีหน้าที่ เข้าไปคลุกคลีกับเหยื่อ...ทำให้ตายใจ ทำให้หลงรัก และสุดท้าย...เอาชีวิตตัวเองเป็นเดิมพัน เพื่อให้เหยื่อ...ยอมตายเพื่อเขา"

"ไม่น่าเชื่อเลย...มีคนยอมตายด้วยเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอครับ"

เรอิจิหันมาสบตาจริงจัง ก่อนจะถามขึ้นว่า "ถ้าคนที่เธอรัก จะต้องตาย แล้วชีวิตของเธอ ช่วยชีวิตของเขาได้ เป็นเธอ...เธอจะทำยังไง"

"ผม..." เขาคิดถึงมาโอะขึ้นมา ถ้าพี่ชายของเขาต้องตาย...แล้วความตายของเขาช่วยชีวิตนั้นได้ล่ะก็...

"ถ้าเป็นผม...ก็คงยอมตาย" โคโตะตอบอย่างมั่นคง เป็นคำตอบที่ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ เขาก็ไม่คิดจะเปลี่ยนแปลง

"แล้วถ้าคิดกลับกัน ถ้าคน ๆ นั้น ยอมตายเพื่อการหลอกลวงของเธอล่ะ เธอจะรู้สึกยังไง...รู้ทั้งรู้ ว่าสิ่งที่ทำคือการล่อลวง ให้อีกฝ่าย ที่รักเธอมาก ต้องมาตาย..."

ร่างบอบบางนิ่งงัน "ผมเข้าใจแล้ว...ว่าทำไม เขาจึงทนอยู่ต่อไปไม่ได้"

มืออ่อนโยนแตะบ่าเล็กนั้นแกมให้กำลังใจ

ดวงตากลมโตจ้องกลับมาอย่างแน่วแน่ "แต่ผม...จะไม่ยอมให้เขาตายอย่างเด็ดขาด ผมสัญญาไว้แล้ว กับผู้ชายคนนั้น...ว่าจะช่วย"

"เธอใจดีจริง ๆ นะ"

ร่างเล็กส่ายหน้าเบา ๆ "บาปนี้ก็เป็นผมกับมาโอะเป็นผู้ก่อ...ผมจะต้อง...คืนชีวิตที่ปกติ ให้คน ๆ นี้ให้ได้"

"ดีแล้ว เป็นเพื่อนกับเขาหน่อยก็แล้วกันนะ เขาคนนี้..จริงสิ ยังไม่มีชื่อเลย"

"ชื่อ?"

"ใช่แล้ว เขาจะมีชื่อ เมื่อต้องออกปฏิบัติการฆ่าคนเท่านั้น ชื่อ...คือโค้ดเนมของการฆ่า"

โหดร้ายอะไรเช่นนี้ ถ้าเป็นแบบนั้น คนผู้นี้ คงไม่ยินดีนักหรอก กับการถูกเรียกชื่อ

ชื่อ...กับการเสแสร้งแกล้งทำ

ปลอมเป็นใครอีกคน ในชื่อใหม่ แล้วใช้ชื่อนั้น...หลอกลวง เอาชีวิตผู้คน!

โคโตะมองคนบนเตียงอีกครั้งอย่างครุ่นคิด ใบหน้าที่หลับใหล ดูงดงามราวกับนางฟ้า เป็นนางฟ้าที่บอบช้ำและเจ็บปวด กับแผลใจ...ที่เจ้าตัวสร้างขึ้นมาเอง

ที่เจ็บปวดถึงเพียงนี้ก็เพราะเป็นคนดี ที่ยังคงปวดร้าว ก็เพราะยังคงมีความรู้สึกผิด

เพราะเขามีจิตใจ...ที่บริสุทธิ์เกินไป ไม่ได้เป็นนักฆ่าผู้เลือดเย็น อย่างที่ควรจะเป็น จึงไม่อาจทนทานอยู่ได้

นางฟ้าที่น่าสงสาร...

"ผมอยากให้เขาชื่ออายะ" โคโตะพูดเบา ๆ

"งั้นเป็นอายาเมะก็แล้วกัน ดีมั้ย" เรอิจิต่อให้

โคโตะยิ้มให้ "ตกลงครับ อายาเมะ ยังหมายถึงดอกไอริสอีกด้วย ภาษาดอกไม้ ไอริส..ยังมีความหมายว่าเป็น…ความรักอันบริสุทธิ์ เป็นชื่อที่ดีจริง ๆ ผมเชื่อว่าเขาจะต้องเกิดใหม่ เป็นนางฟ้าที่มีจิตใจงดงามแน่ ๆ"

"วันนี้ผมขอตัวก่อนนะครับ" โคโตะอำลาเรอิจิ แล้วชักชวนซากุ ที่ยังคงยืนเงียบ ๆ เป็นปกติออกมา

ที่ลานจอดรถ ร่างเล็กนั่งประจำที่เดิม ปล่อยให้ซากุเป็นคนขับ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มเมื่อครู่ เปลี่ยนเป็นเศร้าสร้อยและครุ่นคิด

ซากุนั่งมองคนด้านข้างโดยไม่พูดไม่จา หากมือเรียวยาวของเขา กลับเอื้อมมาโน้มร่างอีกฝ่ายเข้ามาซบที่ไหล่อย่างเงียบ ๆ

ร่างนั้นสั่นเทาน้อย ๆ ดวงตาที่เปียกชื้น กลับไม่อาจสะกดกลั้นความปวดร้าวได้ต่อไป

"ทุกอย่าง...เป็นความผิดของชั้น..." เสียงเครือสะอื้นพึมพำแผ่ว ก่อนจะร่ำไห้กับอกนั้น ความเงียบกลับอบอุ่นยิ่งกว่า สายตาที่มองมา ราวต้องการปลอบประโลม

"ขอบใจนะซากุ...ขอชั้นอยู่อย่างนี้...อีกสักพักก็แล้วกัน"

มือเรียวยาวบีบไหล่สั่นระริกนั้นเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ โดยไม่ได้พูดอะไรอีก

ลึก ๆ แล้ว ซากุยังคงรู้ดี...ว่าเป็นเขา...ไม่ได้

ไม่ว่าจะทำอย่างไร ก็เป็นได้เพียงที่พักใจ...ชั่วคราว เท่านั้น


................................................


ห้องทำงานลับที่เจิ่งนองไปด้วยเลือดมีเพียงคนสองคนยืนอยู่ ร่างเล็กกว่ามองซากศพที่เคยเป็นคนคุ้นเคยด้วยดวงตาที่เฉยชา คนที่นั่งบนเก้าอี้หลังโต๊ะตัวใหญ่ในตอนนี้อยู่ในสภาพคอพับร่องแร่ง เส้นเลือดใหญ่ที่ลำคอถูกฟันขาด...โดยฝีมืออันแม่นยำของซากุนั้น...ในอดีต เคยเป็นคนที่ดูแลเขาและพี่ชายมาระยะหนึ่งด้วย

เป็นทั้งอาจารย์ที่สอนการต่อสู้ และกลยุทธ์ต่าง ๆ จนสามารถอยู่ในโลกมืดได้ถึงเดี๋ยวนี้

แต่คนผู้นี้...ปัจจุบันเป็นคนที่สร้างครูฝึกอีกที เป็นหัวหน้าสาขาหลักที่ดูแลการสร้างนักฆ่าที่มีความสำคัญมากสำหรับองค์กรนี้ ด้วยความโหดเหี้ยมเป็นที่เลื่องลือ ความสามารถในการตัดสินใจที่แม่นยำ และการเลือกเฟ้นคนที่มีคุณภาพอย่างเลือดเย็น

โคโตะรู้ดี ขาดคนผู้นี้แล้ว อำนาจของมาโอที่มี จะลดลงมากเพียงใด

คนผู้นี้แม้จะค่อนข้างโหดร้ายยามทำงาน แต่เมื่อยามได้ดูแลและสั่งสอนเขากับมาโอะซึ่งเป็นลูกของเพื่อนรักที่ตายจาก เขาจะใจดีเป็นพิเศษเสมอ และนั่นทำให้ขาดความระมัดระวังตัวยามเข้าใกล้ จึงทำให้โคโตะสามารถลงมือได้อย่างง่ายดาย

ในวันนี้ ที่ต้องตัดสินใจ...ตัดไฟแต่ต้นลม มันทำให้เขาเจ็บปวดมาก แต่จะอย่างไร...เพื่อไม่ให้มีใครต้องเจ็บแบบนี้อีก เขาก็ยินดีที่จะรับมัน ทั้งบาปที่ได้ทำ และความรู้สึกผิดด้วย

ดวงตาที่ว่างเปล่าไร้วิญญาณคู่นั้นยังจ้องมองมาราวกับต้องการตัดพ้อ ด้วยก่อนตายไม่มีแม้ความเคลือบแคลงสงสัยแม้แต่น้อย ว่าโคโตะที่เคยเอ็นดู จะลงมือสังหารกันได้

มันเป็นความตายอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเจ้าตัวเองก็ยังรับมือไม่ทัน

เสียงเศร้าพึมพำแผ่วเพียงคำเดียว "ขอโทษนะครับ...อาจารย์"

ดวงตาที่เปียกชื้นถูกเช็ดซ้ำ ก่อนหายใจเข้าลึก ๆ ร่างเล็กหันมาเผชิญหน้ากับซากุแทนที่

"คน ๆ นี้...เป็นรายสุดท้ายแล้ว ที่ต้องจัดการ" เขาพูดขึ้น "ตอนนี้ นายไม่จำเป็นต้องอยู่ข้างกายชั้นอีกต่อไปแล้ว"

ซากุจ้องกลับมาอย่างตกใจ "แล้ว...มาโอล่ะ"

โคโตะส่ายหน้าเบา ๆ "เรื่องมาโอะ...ชั้นจะจัดการเอง นายไปเถอะ อย่างที่ชั้นบอก เมื่องานนี้จบลง นายก็จะเป็นอิสระ..." ดวงตากลมโตจ้องมองอีกฝ่ายนิ่งนาน

"ขอโทษนะซากุ ทั้ง ๆ ที่ชั้น...ทำทุกอย่าง เพื่อยุติการสร้างนักฆ่าแท้ ๆ...แต่ชั้นกลับ...ทำให้นาย ต้องเป็นนักฆ่าเสียเอง..."

ยังไม่ทันพูดจนจบ ร่างบอบบางสวมกอดโคโตะไว้ โคโตะชะงักงัน เมื่อได้ยินเสียงอีกฝ่ายตอบว่า "เลิกคิดจะรับบาปแทนทุกคนได้แล้ว...นายทรมานมากเกินไปแล้วนะโคโตะ บาปของฉัน...ฉันชดใช้เองได้ มันไม่ใช่ความผิดของนาย...ฉันยินดีที่จะทำทุกอย่างเพื่อนาย แล้วก็ยินดีที่จะต้อง...รับผลของมันด้วย"

ใบหน้าใสมีรอยยิ้มเศร้า "นายพูดมากจังนะวันนี้"

"แต่ว่า...คนที่จะต้องเป็นฆาตกร...เป็นแค่ชั้นคนเดียวก็พอแล้ว" พูดจบมือบอบบางนั้นก็ผละออกจากอ้อมกอดนั้น "ถ้านายยังคิดจะเชื่อฟังชั้นอยู่อีกล่ะก็...นี่เป็นคำสั่งสุดท้าย"

"...ไปจากชั้นซะ ไปจากที่นี่ ไปที่ไหนก็ได้ แล้วจงมีชีวิตอย่างมีความสุข...มีชีวิตอยู่ โดยลืมชั้น ลืมองค์กรบ้า ๆ นี่ บาปทั้งหมดของนาย เป็นบาปของคนบงการ หรือก็คือชั้นเอง เป็นชั้น..ที่จะต้องชดใช้ นายไม่ได้ทำผิดอะไรทั้งนั้น"

ร่างสูงของซากุจ้องมองอีกฝ่ายแน่วแน่ "นายคิดจะตาย...ไปพร้อมกับมาโอสินะ"

โคโตะหลบตาอีกฝ่ายแล้วพึมพำ "ชั้นไม่ทำ...เรื่องบ้า ๆ แบบนั้นหรอก มาโอะจะต้องฟังชั้น แล้วเขา..จะต้องเลิก...เลิกทำความผิดทั้งหมด พวกเราจะล้มล้างองค์กรแห่งนี้ แล้วหนีไปอยู่กันสองคน...อยู่กันสองคน...เหมือนที่แล้วมา..." ว่าแล้วเขาก็ยิ้มอย่างมีความสุขกับจินตนาการนั้น

จินตนาการที่รู้ทั้งรู้ ว่าคงไม่มีวันเป็นจริง

ซากุรู้ดี ว่าโคโตะโกหก

โคโตะย่อมรู้อยู่แก่ใจ ว่าการทำเช่นนี้ ทำให้มาโอโกรธขนาดไหน

การทรยศหักหลัง หากมาจากคนที่รัก...รักมากที่สุด

ผลของมัน มักแปรเปลี่ยนเป็นความแค้น

เรื่องแค่นี้ มีหรือโคโตะจะไม่รู้!

"ชั้นจะไม่เป็นไร นายไปเถอะนะ ซากุ...แล้วก็ ถ้านายยังอยากจะตอบแทนชั้นอีกล่ะก็...ฝากดูแลเด็กสองคนนั้นกับอายาเมะด้วย"

"พวกเขาต้องการนายต่างหาก...เป็นนาย ไม่ใช่ฉัน"

ร่างสูงโปร่งขยับตัววูบ มือเรียวฟันฉับไปที่ท้ายทอยของอีกฝ่าย

"ไม่นะ..ซากุ..." โคโตะชะงักค้าง ก่อนจะหมดสติไป

ซากุมองคนในอ้อมแขนก่อนจะพูดย้ำ แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้ยินอีกก็ตาม

"ไม่ต้องห่วง...ฉันจะจัดการที่เหลือเอง...ก็แค่ฆ่า...อีกคนเดียวเท่านั้น!"

ดวงตาเรียวยาวเป็นประกายกล้าอย่างตัดสินใจได้

เขาฆ่ามาเยอะแล้ว จะต้องฆ่าอีกสักคน จะเป็นไรไป

ถึงแม้การสังหารมาโอ จะทำให้โคโตะเกลียดชังเขาไปชั่วชีวิต...แต่มันก็คงดีกว่าการที่ต้องมามองพี่น้องฆ่ากันเอง ...จะอย่างไร เขาก็ไม่ยอมให้โคโตะต้องตายอย่างเด็ดขาด!


.....................................


ร่างสูงโปร่งในชุดกี่เพ้าตัวยาวดูเซ็กซี่กว่าทุกครั้ง จากการแต่งตัวที่จงใจเน้นย้ำความเป็นสาวสวยให้โดดเด่น ซากุตัดสินใจละเมิดกฎของตัวเองกลับสู่ตัวตนที่แท้จริง ด้วยรู้ดีว่าคงไม่สามารถจัดการกับคนมาก ๆ ทีเดียวได้ วิธีการที่ดีที่สุด เพื่อจัดการกับมาโอ ย่อมเป็นการลอบสังหาร

ข่าวหัวหน้าสาขาถูกสังหาร ไปถึงมาโอรวดเร็วกว่าที่เขาคิด เพียงแค่กลับมาได้ไม่นาน คนของมาโอ ก็มาแจ้งข่าวเรียกโคโตะให้ไปพบแล้ว

แต่เขาจะไม่ยอมให้โคโตะออกไปแน่ และตอนนี้...นับเป็นโอกาสดีที่จะเข้าถึงตัวคนผู้นั้นตามลำพังได้อีกด้วย ดังนั้น...ซากุจึงสวมรอยเป็นตัวแทนของโคโตะขอเข้าพบแทน

เสียงกุญแจมือดังแกร๊ก ๆ เมื่อแขนบอบบางขยับดึงรั้ง หากคนกำลังแต่งตัวทำทีเป็นไม่ได้ยิน

"ปล่อยชั้นนะ ซากุ!" โคโตะเริ่มโวยวายหลังรู้สึกตัวได้สักพัก เขาไม่เคยคิดเลย ว่าซากุจะทำอะไรนอกเหนือคำสั่งเช่นนี้

ความเงียบยังคงเป็นคำตอบของซากุเช่นเคย

"ชั้นสั่งให้นายปล่อยไง! นายสู้เขาไม่ได้หรอก!"

ซากุในชุดเต็มยศยืดตัวขึ้นจากเก้าอี้ เงาสะท้อนภายในกระจกดูสวยสง่า เขารู้ดีว่าการนำดาบหรือปืนซุกซ่อนแอบเข้าไป ไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดนัก คนของมาโอย่อมมีการตรวจค้นแน่ ๆ โดยเฉพาะในตอนนี้ ที่มาโอเริ่มจะสงสัยแล้ว นิ้วเรียวจึงหยิบดอกไม้ประดิษฐ์ดอกใหญ่สีสดขึ้นมา แล้วบรรจงกลัดไว้ที่อกเสื้อกี่เพ้านั้น

ดอกไม้สีสวย...ที่มีหนามแหลม เข็มเงินแท่งยาวที่ใช้เป็นอาวุธได้ตามสถานการณ์ ถูกซุกซ่อนแนบเนียนในรูปแบบของเข็มกลัด ดวงตาเรียวยาวสำรวจความเรียบร้อยอีกครั้ง ผมยาวรวบไว้เป็นมวยเสียบปิ่นปักผม ปิ่นอันนั้น...ก็แหลมคมพอ เพื่อความไม่ประมาท เขาควรมีอาวุธมากกว่า 1 ชิ้น นอกจากส่วนนี้ ในรองเท้าสั่งทำพิเศษ ก็สามารถซุกซ่อนอาวุธได้เช่นกัน

ร่างสูงโปร่งฟังจอมโวยวายด้านข้างอาละวาดอยู่สักพัก ก่อนจะหันไปพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "นายบอกเองไม่ใช่เหรอ ว่าเราไม่มีหนี้บุญคุณกันแล้ว ฉันไม่จำเป็นต้องทำตามคำสั่งของนายอีก"

"ใช่ เราไม่มีหนี้กันแล้ว นายจะยังยุ่งเรื่องของชั้นไปทำไม" โคโตะสวนกลับทันที

"นี่มันเป็นเรื่องของฉัน...เป็นความต้องการของฉันเอง นายไม่มีสิทธิ์ห้าม" เขาพูดต่อเสียงเข้ม ก่อนจะเดินออกไปจากที่พัก "รอฉันอยู่ที่นี่นั่นแหละ ถ้าฉันไม่กลับมา จะมีคนมาปล่อยนายทีหลังเอง"

สิ้นเสียงสั่งความ หญิงสาวในชุดกี่เพ้าตัวงามก็จากไปอย่างรวดเร็วแล้ว


..................................


ลับร่างของหญิงสาวผู้จากไป โคโตะที่แขนถูกล็อคด้วยกุญแจมือติดกับเสายืนมองนิ่ง เลิกดิ้นรนโดยสิ้นเชิง คนอย่างเขา ไม่ทำอะไรให้สิ้นเปลืองกำลังโดยใช่เหตุอยู่แล้ว แต่ที่ต้องแกล้งโวยวายเมื่อครู่ ก็เพื่อให้ซากุตายใจ

ไม่เช่นนั้น ซากุคงจะขังเขาแน่นหนากว่านี้...และมันอาจจะทำให้เขาหนีออกไปได้ไม่ทันการณ์

โคโตะถอนหายใจเฮือกใหญ่ เรื่องชักจะยุ่งยากกว่าที่คิดมากแล้ว เขาจะอยู่ที่นี่ไม่ได้ ต้องรีบไป...จัดการเรื่องทั้งหมดให้เรียบร้อย

ซากุไม่มีทางชนะมาโอะได้ ประสบการณ์มันต่างกัน เขารู้ดี

ดวงตากลมโตมองไปรอบ ๆ ห้อง เรื่องปลดล็อคกุญแจมือนั้นง่ายดายมากสำหรับเขา ซากุที่อยู่ในภาวะว้าวุ่นใจ คงลืมเลือนข้อนี้ไป โชคยังดี ที่เขาแสดงละครได้แนบเนียนพอที่อีกฝ่ายจะไม่คิดว่าเขาจะหนีไปได้

ขอแค่หาอะไรได้สักอย่างก็พอ และเขาก็หมายตามันมาได้พักหนึ่งแล้ว

ดอกไม้ที่ซากุกลัดไว้กับอกเสื้อ ยังมีสำรองวางอยู่ที่โต๊ะแต่งตัวนั้น เขาจำมันได้ดี เพราะเป็นคนซื้อมาฝากเอง รวมถึงบอกวิธีการซุกซ่อนอาวุธลับให้ซากุไว้ด้วย

กุญแจถูกถอดออกโดยใช้เวลาไม่นานนัก คนในห้องที่เป็นอิสระเริ่มรื้อของในตู้แทน กระเป๋าใบใหญ่ที่แอบซ่อนไว้นานแล้ว ในตอนนี้...คงจำเป็นต้องใช้เสียแล้ว

ซากุคงยังพอช่วยถ่วงเวลาได้ แผนการจะไม่ยกเลิก...แม้การกระทำของซากุ จะอยู่นอกเหนือที่คิดเอาไว้ก็ตาม

เขาจะไม่เปลี่ยนใจ...ทุกสิ่งทุกอย่างกำหนดไว้แล้ว

ทั้งชีวิต และโชคชะตาของตัวเขา..รวมถึงของมาโอะเองด้วย!


..................................................


ประตูห้องในรังลับแห่งหนึ่งจากที่มีอยู่หลายแห่งของมาโอเปิดออก ร่างสูงโปร่งบอบบางในชุดกี่เพ้าเดินตัวตรงเข้าไป ความงามที่สัมผัสได้ หลอมรวมกับเสน่ห์เย็นชาอันลี้ลับ กระทั่งคนนำทางก็ยังแทบเคลิบเคลิ้ม ยามได้เดินขนาบจนแทบชิดเช่นนี้

สีหน้าของหญิงสาวยังคงนิ่งสนิท เมื่อปรายตามองมายังผู้ที่ยืนรออยู่ในห้องนั้น เป็นชายหนุ่มที่ใบหน้าคล้ายคลึงกับคนที่ทิ้งไว้ก่อนจากมา แม้ว่าบรรยากาศยามชิดใกล้ จะแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน

โคโตะเป็นคนร่าเริงและยิ้มง่าย ไม่ว่าจะเสแสร้งหรือไม่ ก็ยังมีความอ่อนโยนและน่าเอ็นดูอยู่เสมอ ในขณะที่คนผู้นี้ กลับมีความเฉียบคมและเด็ดขาดอยู่ในที ไม่มีแววขี้เล่นหรือรอยยิ้มแม้แต่น้อย

สมกับเป็นมาโอ...หัวหน้าใหญ่ขององค์กร ที่ต้องใช้ความรับผิดชอบและการตัดสินใจที่แม่นยำ

จากประสบการณ์ที่พบปะผู้คนมา ทำให้ซากุค่อนข้างแน่ใจว่า นอกจากลักษณะที่แตกต่างกันมากแล้ว คนผู้นี้ ยังมีสิ่งสำคัญที่โคโตะไม่มี

นั่นคือความเด็ดขาด

และเป็นความเด็ดขาดอย่างเลือดเย็นเสียด้วย!

โคโตะมักจะเศร้าเสมอหลังจากทำเรื่องที่เลวร้ายลงไป แต่ซากุแน่ใจ ว่ากับมาโอคนนี้...ไม่ใช่แบบนั้น คน ๆ นี้สามารถทำได้ทุกอย่าง เพื่อเป้าหมายที่ตนเองต้องการ โดยไม่ใส่ใจถึงผลที่ตามมาเลยสักนิด

แววตานั้น ทำให้ซากุแน่ใจ ว่าการตัดสินใจของเขาไม่ผิด

โคโตะ...ไม่มีทางกล่อมคนผู้นี้ได้อย่างแน่นอน

ดวงตาคมจากเจ้าของห้องมองมายังแขกผู้มาใหม่ เสียงราบเรียบถามขึ้นตรงประเด็นทันที

"โคโตะส่งเธอมาแทนงั้นรึ" แน่นอนว่าเขารู้จักซากุ...ว่าเป็นคนสนิทของโคโตะในระยะนี้ ซากุผู้ลึกลับ ที่โคโตะไปเสาะหาตัวถึงฮ่องกง ด้วยเหตุผลบางอย่างที่เจ้าตัวไม่ยอมบอก

โคโตะเริ่มมีความลับกับเขา ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนไม่เคยมี มันเกิดขึ้น...นับตั้งแต่กลับมาจากการทำงานในครั้งนั้น

ร่างสูงโปร่งบอบบางยังยืนนิ่งไม่ตอบคำ สายตาคมกริบจ้องมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วอมยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ไม่อาจตีความหมายใด ๆ ได้

"พึ่งรู้ว่าเธอไม่ใช่ผู้ชาย" มาโอพึมพำก่อนทรุดตัวลงนั่งที่โซฟารับแขก น่าประหลาดใจนักที่จำซากุได้ในทันที แม้รูปลักษณ์จะแตกต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง

"ใช่ ฉันเป็นผู้หญิง" ร่างบอบบางว่า ก่อนจะขยับนั่งลงที่ด้านข้าง ดวงตาคมยังคงมองอีกฝ่ายไม่ยอมให้คลาดสายตา

"ทำไม..โคโตะถึงไม่มา" เขาถามต่อไปด้วยน้ำเสียงซีเรียสขึ้น บรรยากาศในห้องเริ่มมาคุและกดดันมากขึ้นไปอีก

"เขาไม่จำเป็นต้องมา" คนตอบมีรอยยิ้มลึกลับ ร่างบอบบางโน้มเข้ามาใกล้อย่างจงใจ

"งั้นเหรอ" คนบนโซฟายังคงไม่ขยับเขยื้อน เมื่ออีกฝ่ายขยับเข้ามาใกล้ เสน่ห์ของหญิงสาว ที่ซากุมักใช้ยามจำเป็น ส่วนใหญ่แล้วได้ผลเสมอมา ไม่ว่าใครได้เข้าใกล้ เป็นอันต้องมีปฏิกิริยาที่เชื่องช้าลง

เขาเดิมพันด้วยสิ่งนี้ พริบตาที่เห็นอีกฝ่ายเดินตามเกม มืออันว่องไวจ้วงเข็มยาวหมายปักที่ลำคอตรงจุดตายอย่างแม่นยำทันที

หากข้อมือนั้นกลับชะงักค้าง เมื่อมือที่แข็งแรงกว่า ยึดจับเอาไว้

เสน่ห์ของเขา...กลับใช้ไม่ได้ กับคนผู้นี้!

"โคโตะ...คงไม่ได้ให้เธอมาฆ่าฉันหรอกนะ" คำพูดพึมพำคล้ายเป็นคำถาม แต่อีกนัย กลับคลับคล้ายบอกกับตัวเองมากกว่า ซากุไม่ตอบคำ คิ้วเรียวยาวขมวดเล็กน้อย มืออีกข้างดึงปิ่นลงมาขยับแทงทันทีโดยไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้พักหายใจ

มาโอเบี่ยงตัวหลบ แขนแข็งแรงยึดจับข้อมือบางอีกข้างนั้นบิดโดยแรง

"อึ้ก!" เข็มเล่มยาวร่วงหล่นลงบนพื้น ร่างบอบบางถูกล็อคไว้ด้วยมืออันแข็งแรงราวคีมเหล็กเพียงข้างเดียว ไร้ซึ่งอิสระโดยสิ้นเชิง แรงของผู้ชาย ย่อมมากกว่าผู้หญิงอยู่แล้ว ซากุเสียเปรียบในเรื่องนี้เสมอมา

ดังนั้นแทบทุกครั้ง เขาจะลงมือที่จุดตาย ให้เหยื่อไม่สามารถตั้งตัวได้ทัน ก็ต้องสิ้นใจไปเสียก่อน

แต่มันใช้ไม่ได้ผล กับคน ๆ นี้อีกเช่นเคย

มาโอหัวเราะแผ่วเบา ใบหน้านั้นมีรอยยิ้มจาง ๆ "โคโตะเป็นของฉัน...คนเดียวเท่านั้น อย่าทำตัวเป็นหมาหวงก้างไปหน่อยเลย จะยังไงเธอก็ไม่มีสิทธิ์!"

คำพูดแทงใจดำนัก ดวงตาสีเข้มจ้องมองมา ลึกในแววตาของซากุ ร่างบอบบางเบือนหน้าหนีอัตโนมัติ คนตรงหน้า ราวล่วงรู้ทุกอย่าง...รู้กระทั่ง...สิ่งที่เขากำลังคิดอยู่

รู้ทุกอย่าง แม้แต่ความปรารถนาที่ซุกซ่อนในก้นบึ้งแห่งจิตใจ

ร่างบอบบางหายใจเข้าลึก เขาจะไม่ปิดบังมันอีกต่อไปแล้ว

"ฆ่าฉันซะสิ" แววตาที่เฉยเมยจ้องกลับ

การมาครั้งนี้...เขาไม่ได้คิดที่จะมาฆ่า แต่มาเพื่อให้ฆ่าต่างหาก ซากุรู้ดี เขาไม่อาจฆ่ามาโอได้...เพราะมาโอ เป็นคนสำคัญ..ที่สุดในชีวิตของโคโตะ

โคโตะจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ หากขาดมาโอ

เพียงแต่ว่า...ถ้าความตายของเขา สร้างความเกลียดชังต่อคนผู้นี้ ให้กับโคโตะได้

อย่างน้อย...โคโตะก็คงไม่คิดจะตาย พร้อมคน ๆ นี้!

ใบหน้าแกร่งนั้นยังคงมองมา โดยไม่ได้สนใจคำพูดนั้นสักเท่าไหร่ "คงไม่ใช่เธอสินะ ที่ล้างสมองโคโตะได้ ฉันรู้...คน ๆ นั้น มันร้ายกาจยิ่งกว่า ฉันไม่ฆ่าเธอหรอก โคโตะจะเสียใจ ถ้าทำให้เธอตาย"

ชายหนุ่มหยุดเล็กน้อย ก่อนจะเหยียดยิ้ม "...แต่โคโตะจะขอบคุณ ถ้าฉันปล่อยให้เธอรอด!"

...ร้ายกาจมาก...

มาโอพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสอีกครั้ง โดยใช้ประโยชน์จากการปล่อยเขาให้มีชีวิตรอด..เหมือนที่เขาตั้งใจจะใช้ความตายของตัวเอง เป็นตัวกระตุ้นโคโตะเช่นกัน

เป็นการตอบโต้อย่างชาญฉลาดนัก

"นายคิดแต่จะควบคุมเขาเท่านั้น ถึงตาย ฉันก็ไม่มีวันยอม"

"เธอจะยอมหรือไม่ มันไม่สำคัญ...เพราะจะอย่างไร โคโตะก็เป็นของฉัน" เขาพูดราวกับว่าได้ชัยชนะมาไว้ในกำมือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ดวงตาเรียวยาวมองโต้กลับมา "นายรู้สินะ ว่าโคโตะ...กำลังทรยศต่อองค์กรนี้ของนาย"

คนฟังไม่สะทกสะท้าน "ใช่...ฉันรู้มาสักพักแล้ว"

"แล้วนายไม่คิดจะทำอะไรเลย?"

มาโอเอนกายลงกับเบาะ มือข้างนั้นยังคงจับซากุไว้แนบแน่น "ทำไมฉันจะต้องทำอะไรด้วยล่ะ โคโตะอยากทำอะไร ฉันก็จะปล่อยให้ทำ...ไม่ว่าจะยังไง สุดท้ายแล้ว โคโตะ..ก็ต้องกลับมาหาฉันอยู่ดี!"

ดวงตาน่ากลัวนั้นยังคงจ้องมองมายังร่างบอบบางที่ยึดจับไว้ "เธอมาก็ดีแล้ว เราคงต้องเตรียมการต้อนรับโคโตะสักหน่อย ขอบใจนะที่มา"

รอยยิ้มอย่างชั่วร้ายทำให้อีกฝ่ายแทบขนลุก ซากุเริ่มตึงเครียดกว่าเก่า ตอนนี้เขาได้รู้ซึ้งถึงสิ่งที่โคโตะพยายามจะบอกแล้ว

...ว่าคน ๆ นี้...น่ากลัวกว่าที่เขาคิดไว้มากนัก!


..............................................
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-04-2010 08:43:32 โดย ppm »

ออฟไลน์ ratrirattikan

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 121
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: Absolution Café ตอนที่ 12/3 อัพ 7-4-10 จบในตอน
«ตอบ #136 เมื่อ07-04-2010 19:11:15 »

ร้ายโดย...เอ่อ จะว่ายังไงดี เอาเป็นว่าร้ายโดยนิสัยจริงๆแฮะมาโอะ

ส่วนซากุระ โธ่..ที่แท้หลงรักเขาข้างเดียวรึนี่ ดูวุ่นวายแปลกๆแฮะ ความสัมพันธ์พวกนี้

เป็นกำลังใจให้นะคะ ไรเตอร์

ออฟไลน์ Kwawaic

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
Re: Absolution Café ตอนที่ 12/3 อัพ 7-4-10 จบในตอน
«ตอบ #137 เมื่อ07-04-2010 20:03:04 »

มาโอะ ผู้ รู้ทุก อย่าง(??)

น่าติดตาม ดูวุ่นวายดี แต่สนุก

เป็นกำลังใจให้ค่ะ :L2:

pattybluet

  • บุคคลทั่วไป
Re: Absolution Café ตอนที่ 12/3 อัพ 7-4-10 จบในตอน
«ตอบ #138 เมื่อ07-04-2010 23:26:42 »

ในที่สุดก้อได้อ่านส่วนของมาโอ อยากอ่านมานานแล้วค่ะ
ถึงจะดูร้ายๆแต่ก้อดูมีเสน่ห์ดีนะ รอโคโตะกับมาโอมาเจอกัน ท่าทางจะช้ำ?

เป็นกำลังใจให้ค่ะ

 

ออฟไลน์ Oo๐FosfoggY๐oO

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 442
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-0
Re: Absolution Café ตอนที่ 12/3 อัพ 7-4-10 จบในตอน
«ตอบ #139 เมื่อ08-04-2010 01:07:54 »

วุ่นวายแท้หนอ แล้วสองคนจะรอดมั้ยเนี่ย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: Absolution Café ตอนที่ 12/3 อัพ 7-4-10 จบในตอน
« ตอบ #139 เมื่อ: 08-04-2010 01:07:54 »





ออฟไลน์ CMYK

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 395
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-1
Re: Absolution Café ตอนที่ 12/3 อัพ 7-4-10 จบในตอน
«ตอบ #140 เมื่อ08-04-2010 17:11:25 »

คุณพ่อเรอิจิ จะมาช่วยทันมั๊ย

ออฟไลน์ ppm

  • รักเด็กจังเลย
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 235
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
    • ppmfic yboard
Absolution Café จบตอนที่ 12 อัพ 9-4-10 จบในตอน
«ตอบ #141 เมื่อ09-04-2010 17:07:07 »

(ตอนที่ 12 จบตอน)


ประตูถูกเปิดออกโดยแรงอีกครั้ง เมื่อร่างบอบบางกระหืดกระหอบเข้ามา คนบนโซฟาอมยิ้มก่อนโบกมือทักทายอย่างใจเย็น

"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ โคโตะ"

ร่างเล็กมองคนตรงหน้านิ่งนาน นึกเจ็บปวดใจนัก แต่จำต้องหักห้ามให้มันเยือกเย็นกว่านี้

ไม่เช่นนั้น เขาจะจัดการคนเบื้องหน้านี้ไม่ได้เลย

"ซากุล่ะ นายทำอะไรเขารึเปล่า"

มาโอยิ้มให้แล้วตอบว่า "คนสำคัญของนาย ฉันจะทำรุนแรงได้ยังไง"

มือของเขาจับพลิกเก้าอี้สูงที่วางอยู่ด้านข้างให้หันกลับมา ร่างบอบบางของหญิงสาว ถูกมัดตรึงเอาไว้ พร้อมกับที่ปิดปากไม่ให้ออกเสียงได้ แววตาดุดันยังคงจ้องเขม็ง แม้ไม่อาจจะทำอะไรได้

ร่างบอบบางถอนหายใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังสบายดี เขารู้ดี ว่าซากุสู้คนผู้นี้ไม่ได้แน่ และรู้ดีอีกเช่นกัน ว่ามาโอ จะไม่ทำร้ายซากุอย่างแน่นอน

"ปล่อยเขาไปเถอะ ชั้นมาหานายแล้วนี่"

เชือกถูกตัดออกอย่างรวดเร็ว ซากุที่ยืนขึ้นได้ ตั้งท่าจะพุ่งเข้าหาอีกฝ่ายอีก แต่โคโตะเรียกเอาไว้ด้วยเสียงเข้ม "ซากุ มันไม่ใช่เรื่องของนายแล้ว ไปซะทีเถอะ"

ใบหน้าของมาโอที่ซากุเห็น ยังคงเป็นรอยยิ้มแกมสะใจ แววตานั้นบ่งบอกชัด ถึงความเป็นเจ้าของ นั่นทำให้ซากุยิ่งโกรธแค้น

"ออกไปได้แล้วซากุ" เสียงราบเรียบของโคโตะย้ำ สีหน้าที่เอาจริง ทำให้ซากุไม่อาจปฏิเสธได้

ร่างสูงโปร่งทำได้เพียงเดินออกไป...อย่างผู้พ่ายแพ้

โคโตะมองหญิงสาวเดินจากไป มีเพียงเสียงแผ่วเบาพึมพำให้ได้ยิน "ขอโทษนะ...ซากุ"

ประตูบานนั้นปิดลง ปัญหาที่ต้องแก้ ยังคงเป็นระหว่างเขา..และมาโอ สองคนเท่านั้น

"มานี่สิ โคโตะ" มือข้างหนึ่งยื่นออกมาหา โคโตะมองมัน ก่อนจะตัดสินใจก้าวเข้าไป

ดวงตาคมมองใบหน้าซีดเซียวนั้นพลางพึมพำ "สีหน้านายไม่ดีเลยนะ พักนี้พักผ่อนไม่เพียงพอล่ะสิ"

ใบหน้างามเบือนหลบ ทั่วร่างยังสั่นน้อย ๆ ก่อนตัดสินใจพูดตรง ๆ "มาโอ...เราล้มเลิกองค์กรนี้...จะได้ไหม"

คนที่นั่งอยู่เงียบไปเป็นครู่ แล้วถามกลับมาว่า "จำได้รึเปล่า ว่าก่อนนายจะไปทำงานครั้งล่าสุด นายสัญญากับฉันว่ายังไง"

ร่างบอบบางมีรอยยิ้มเศร้า "จำได้สิ....ที่ชั้นมาหานาย ก็เพื่อจะทำตามสัญญานั้น ขอบใจนะ ที่ปล่อยซากุไป"

"รักมันมากหรือไง" น้ำเสียงเหยียด ๆ ถามกลับ

โคโตะส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนพูดด้วยเสียงอันหนักแน่น "ชั้นไม่เคยรักใคร...มากไปกว่านายอีกแล้ว"

"แต่นายก็ทรยศฉัน?"

"อย่าทำเรื่องเลวร้ายมากไปกว่านี้อีกเลย...ได้โปรดเถอะ ชั้นผิดเอง ที่ทำแบบนี้กับนาย...ชั้นไม่คิดจะขอให้นายยกโทษให้หรอก และ...ชั้นก็พร้อมจะชดใช้...ทุกสิ่งทุกอย่าง ให้กับนาย"

คนฟังเงยหน้ามองแน่วแน่ "ทุกสิ่งทุกอย่าง...จริง ๆ งั้นหรือ"

"อืม..."

ร่างบอบบางสวมกอดมาโอไว้ ก่อนจะปักเข็มฉีดยาในมือ ฉีดลงที่ด้านหลังของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

"โค..โตะ..." ร่างสูงทรุดฮวบลง

มือที่กำแน่นกดไปที่รีโมทขนาดเล็ก เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ท่ามกลางกองเพลิงที่ลุกโชน ร่างบอบบางยังคงประคองคนบนตักไว้ ดวงตากลมโตมีน้ำตาคลอ "ไม่ต้องห่วงนะ ไม่ว่าจะสวรรค์หรือนรก...ชั้นก็จะไปกับนาย"

เปลวเพลิงที่โหมไหม้สร้างความตื่นตระหนกให้กับซากุยิ่งนัก ร่างสูงโปร่งพยายามจะบุกเข้าไป แต่กลับต้องชะงักงัน เมื่อเห็นมาโออุ้มโคโตะฝ่าออกมาเสียก่อน

ร่างสูงส่งคนในอ้อมแขนให้กับซากุ ก่อนจะพูดขึ้นว่า

"บอกเขาว่าฉันตายไปแล้ว เธอเป็นคนช่วยเขาออกมาเองล่ะ"

พูดจบร่างสูงนั้นก็จากไป แต่ก่อนที่คนผู้นั้นจะจากไป ดวงตาเรียวยาวยังคงมองเห็น...รอยยิ้มที่มุมปากของคนผู้นั้น

ซากุมองมันอย่างไม่เข้าใจนัก เขาไม่รู้ ว่ามาโอกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ที่แน่ ๆ เขามั่นใจว่ามาโอไม่ได้รู้สึกเลยว่ากำลังพ่ายแพ้

เพราะรอยยิ้มนั้นบ่งบอกชัดเจน

...ว่ามันเป็นรอยยิ้มของผู้ชนะ!


..........................................


ร่างบอบบางขยับตัวเล็กน้อยบนเตียงนุ่ม ซากุรีบลุกขึ้นมาดูอาการทันที ภาพที่พร่าเลือนเริ่มชัดเจน เป็นห้องสีขาวห้องหนึ่ง...ห้องที่คุ้นตา

มองมาสักพัก คนบนเตียงก็เริ่มรับรู้ ว่าที่นี่คือโรงพยาบาลแห่งนั้นนั่นเอง โรงพยาบาล ที่เขาฝากเด็ก ๆ และอายาเมะเอาไว้

สมองที่มึนงงเริ่มคลี่คลาย ร่างที่นอนอยู่ลุกพรวดขึ้นมาจนคนด้านข้างแทบสะดุ้ง

"ซากุ...มาโอะ...มาโอะล่ะ" โคโตะละล่ำละลักถามอย่างร้อนใจ เขา...สลบไปนานแค่ไหน มันเกิดอะไรขึ้น ท่ามกลางเปลวไฟที่ร้อนแรง เขาจำอะไรไม่ได้เลย นอกจากสัมผัสอันอบอุ่นของใครอีกคน ที่ตนเองกอดไว้อยู่

ซากุยังคงเงียบ ในที่สุด ใบหน้าเรียวยาวนั้นก็ส่ายช้า ๆ โดยไม่พูดอะไรอีก

"ไม่...ไม่นะ..มาโอะ!!!" คนบนเตียงกรีดร้องเสียงดังพลางดิ้นรนจนซากุต้องจับเอาไว้ เรอิจิที่ทำงานอยู่ไม่ไกล รีบเข้ามาตามการเรียกของพยาบาลในไม่ช้า ชายหนุ่มได้แต่มองอย่างเศร้าใจ เมื่อเห็นคนบนเตียงในสภาพที่หัวใจแหลกสลาย

เขาจำเป็นต้องมัดร่างนั้นไว้ เช่นเดียวกับอายาเมะในครั้งก่อน โคโตะแทบไม่เหลือสติอยู่เลย ความตายของมาโอ ทำร้ายจิตใจเขาจนแทบพังทลาย

"ทำไมคุณไม่ยอมบอกเขา ว่ามาโอยังไม่ตาย" ซากุถามเรอิจิด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจนัก เขาไม่ต้องการทำตามเกมของมาโอ และไม่ต้องการ...ที่จะเห็นโคโตะ เจ็บปวดมากขนาดนี้

เรอิจิได้แต่ยิ้ม โดยไม่ตอบคำ

มันทำให้เขานึกขัดใจกว่าเดิม

ในตอนนั้น ซากุตัดสินใจนำร่างที่ยังหมดสติ มาหาเรอิจิ คำพูดก่อนจากของมาโอ ทำให้เขาคิดหนัก รู้ทั้งรู้ ว่ามาโอต้องการผูกมัดโคโตะไว้ ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ แต่เขาเอง ก็ไม่อาจจะหยุดยั้งมันไว้ได้

มาโอรู้ดี ว่าซากุต้องทำตามที่ตนเองบอกแน่ ๆ มันทำให้เขายิ่งเจ็บใจนัก

แต่จะบอกว่ามาโอยังไม่ตายก็ไม่ได้ เพราะโศกนาฏกรรม อาจย้อนคืนมาอีก โคโตะคงไม่ยอมหยุด จนกว่าเจ้าตัว จะคิดว่าชดใช้ทุกสิ่งทุกอย่างได้เพียงพอ

โคโตะเป็นเช่นนั้น ยินยอมแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว โดยไม่สนใจ ว่าคนที่อยู่รอบข้าง จะรู้สึกเช่นไร
จะเป็นห่วงขนาดไหน...จะเจ็บปวดตามไปด้วยหรือเปล่า...

คน ๆ นี้ ทำได้แต่ทำร้ายตัวเองเพื่อล้างต่อบาปในจิตใจเท่านั้น

ให้คิดว่าตาย ให้คิดว่าทุกอย่างจบลงแล้ว อาจจะดีกว่า เรอิจิบอกกับซากุเช่นนี้

แต่สภาพแบบนี้...มันดีจริงงั้นหรือ คนบนเตียงไม่ได้หลับ ดวงตาแดงช้ำก็ไม่ได้ร้องไห้อีก มีเพียงการมองออกไป มองไปเฉย ๆ โดยไม่ได้สนใจอะไรเลย

ราวกับว่าวิญญาณของเขาไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว แต่โดนมาโอนำพาไปด้วยเสียอย่างนั้น

มาโอเป็นผู้ชนะจริง ๆ...ซากุคิดอย่างแค้นเคือง ไม่ว่าเขาจะรักโคโตะสักเพียงใด ก็ไม่สามารถแทรกช่องว่างในจิตใจเข้ามาได้ โคโตะ...ยังคงคิดถึงแต่คนผู้นั้น

คนที่เป็นอีกครึ่งหนึ่งของชีวิต ที่ขาดไม่ได้

"แก้มัดชั้นเถอะ ซากุ" เสียงพูดแผ่วเบาราวกระซิบบอกมา

"แต่ว่า...เรอิจิ"

ร่างบอบบางส่ายหน้าเบา ๆ ใบหน้าซีดขาวมีรอยยิ้มเศร้า "ชั้นไม่เหมือนอายาเมะหรอก...ชั้นจะไม่ฆ่าตัวตาย...ไม่ทำแบบนั้นแน่ ๆ"

ซากุมองมาแล้วถอนหายใจ "ฉันไม่เชื่อนาย" เขาตอบช้า ๆ โดยไม่ยินยอมทำตามที่ขอ

ดวงตากลมโตมองมาอย่างเศร้าสร้อย "ทำไม...นายไม่ปล่อยให้ชั้นตาย"

"เพราะยังมีคนที่รักนาย...รอคอยนายอยู่" ซากุพึมพำ ก่อนจะเดินออกไป เพราะไม่ต้องการได้ยินคำตอบที่เจ็บปวดนั้น

คำพูดราวสารภาพรัก...ที่ไม่อาจส่งไปถึงอีกฝ่ายได้

ไม่ว่าจะพยายามสักแค่ไหนก็ตาม...

"ขอโทษนะ...ซากุ" เสียงเศร้าพึมพำตอบกับประตูที่ปิดลง ทำไมเขาจะไม่รู้ ว่าซากุคิดยังไงกับตัวเขา

แต่ในตอนนี้...เขาคงไม่อาจรักใครได้อีกแล้ว...


.......................................


"เขาไม่มีกำลังใจที่จะอยู่ต่อ เราคงจะต้อง..ทำอะไรสักอย่างแล้ว" ซากุหันไปปรึกษากับเรอิจิด้วยสีหน้าอันเคร่งเครียด

มืออ่อนโยนของชายหนุ่ม วางบนไหล่บอบบางของซากุ...หญิงสาวเพียงคนเดียว ที่แกร่งเกินชาย แต่เขาก็เข้าใจดี ว่าคนผู้นี้ โดดเดี่ยวสักเพียงไหน ขณะที่ซากุพยายามจะช่วยโคโตะ เขาก็รู้สึกได้ ว่าซากุเอง ก็เจ็บปวดใจไม่แพ้กัน

ทุกคนล้วนมีบาดแผลในจิตใจ...ที่ไม่ว่าจะรักษาอย่างไร ก็ยังยากจะประสานคืน

มือของเขาตบไหล่นั้นเบา ๆ พลางพูดอย่างอารมณ์ดีว่า "ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจัดการเอง"

ซากุมองคนตรงหน้าอย่างงุนงง เรอิจิ เป็นที่พึ่งของพวกเขาทุกคนจริง ๆ คน ๆ นี้ ราวกับล่วงรู้ถึงจิตใจ และยังสามารถบรรเทาความบอบช้ำให้จางหายได้อีกด้วย

คำพูดนั้นทำให้เขาสบายใจ ทั้ง ๆ ที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าเรอิจิจะจัดการอย่างไร


..............................................


ร่างบอบบางลืมตาขึ้น เมื่อได้ยินเสียงประตูเปิดออก เรอิจิเดินเข้ามา ด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม แตกต่างไปจากทุก ๆ ครั้ง โคโตะอยากจะลุกขึ้น แต่ติดที่ยังถูกเชือกมัดเอาไว้ ซากุไม่ยอมปล่อยเขาให้เป็นอิสระ เพราะกลัวว่าเขาจะตาย

ใช่...ถ้ามีโอกาส เขาจะตาย

ในตอนนี้ เขาก็เข้าใจจิตใจของอายาเมะมากขึ้นแล้ว

ในเมื่อใจสลาย การได้หายใจอยู่ ก็มีแต่จะเจ็บปวดกว่าเดิม

เขาต้องการ...จะไปหามาโอะ...ไม่ว่ามาโอะจะโกรธหรือเกลียดเขา จะอาฆาตแค้น...เขาก็ยังอยากจะพบอีกครั้งอยู่ดี

ไม่ว่าจะยังไง...ก็ยังอยากพบ

เรอิจิเดินเข้ามาใกล้ โดยไม่ได้ทักทายอย่างเคย มือคล่องแคล่วของเขา แก้มัดร่างบนเตียงอย่างช้า ๆ จนเป็นอิสระทั้งหมด

โคโตะขยับตัวขึ้นนั่งอย่างอ่อนแรง เป็นเพราะถูกมัดมานาน ทำให้ร่างกายไม่คล่องตัวนัก

เขารู้ดี ว่าเรอิจิ มีเรื่องสำคัญที่จะพูดด้วย

แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไร เขาก็จะไม่เปลี่ยน..ความตั้งใจนั้นเด็ดขาด

เรอิจิมองคนบนเตียง แล้วพูดขึ้นว่า "ฉันมีเรื่องสำคัญ ที่จะต้องบอกเธอ"

"ผมไม่อยากรู้...ให้ผมตายเถอะ" คนบนเตียงพึมพำต่อ มันเป็นการตัดสินใจที่แน่วแน่แล้ว

"ฟังฉันก่อน แล้วถ้าหลังจากนี้ เธอคิดจะตายอีกก็ตามใจ" ชายหนุ่มย้ำ หากคนฟังยังคงนั่งนิ่ง

"วันนี้ฉันได้คำพิพากษามาแล้ว...มันก็คือ การตัดสินจากเบื้องบน ว่าพวกเธอ จะสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้หรือไม่ เพราะอย่างที่รู้ ว่าทุกคน...เป็นอาชญากร แม้ว่าจะโดยบังคับ หรือไม่ได้ต้องการอย่างแท้จริงก็ตาม"

ดวงตาคมยังคงมองร่างบนเตียงที่ไร้ปฏิกิริยาเช่นเดิม

"เธอคิดจะทอดทิ้งพวกเขาแล้วสินะ" เสียงเรอิจิรำพึงขึ้นแผ่วเบา "ถ้าไม่มีคนคอยดูแลพวกเขา ทางเบื้องบนจะตัดสินใจ...กำจัดทิ้งทั้งหมด"

"อะ...อะไรนะ" โคโตะแทบลุกพรวดขึ้นมา "พวกเขา...ไม่ได้เป็นคนเลวนะครับ คุณก็บอกเอง...ว่าคุณจะช่วย"

เรอิจิส่ายหน้าเบา ๆ "ฉันพยายามอย่างที่สุดแล้ว พวกเขา...อันตรายเกินไป ถ้าปล่อยออกไป อาจจะฆ่าคนอีก ทั้งที่ตั้งใจ และไม่ได้ตั้งใจ"

"ฉันต่อรองกับเบื้องบนแล้ว โทษที่พอจะลดหย่อนได้ก็คือ ถึงจะไม่ตาย ก็คงต้องโดนกักขังไป...ตลอดชีวิต"

ดวงตากลมโตมีประกายขึ้นมา "ผมไม่ยอมนะครับ พวกคุณจะทำอะไรผมก็ได้ จะเอาผม...เป็นหลักประกันก็ได้ แต่ว่า...อย่ากักขังพวกเขาไว้เลย ได้โปรด...คืนชีวิตปกติ ให้พวกเขาเถอะ"

"คนที่แค่แก้มัดก็จะเอาแต่ฆ่าตัวตายอย่างเธอ จะเป็นหลักประกันอะไรได้"

โคโตะนิ่งอึ้งไปทันที เขาจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้ พวกเด็ก ๆ ...ล้วนแล้วแต่เจอเรื่องเลวร้ายมามากพอแล้ว...ในตอนนี้ มีเพียงเขาเท่านั้น ที่จะช่วย...และปกป้องเอาไว้ได้

เขาจะตายตอนนี้ไม่ได้

"ผม..จะไม่คิดฆ่าตัวตายแล้ว ผมจะมีชีวิตอยู่!"

สมองที่สามารถเริ่มทำงานอย่างรวดเร็ว เขาต้องคิด...ต้องหาทางต่อรองให้ได้

เพื่อทุกคน

โคโตะหันไปขอร้องกับเรอิจิ "ผมจะดูแลพวกเขาเอง...ได้ไหมครับ คุณจะกักบริเวณพวกเราก็ได้ ขอเวลาผม...พิสูจน์ให้ทุกคนเห็น ว่าพวกเขา ไม่ได้น่ากลัว..ไม่ได้เป็นคนเลว ไม่ได้อยากทำเรื่องที่เลวร้าย..."

เรอิจิจ้องมองโคโตะ แล้วถามขึ้นว่า "เธอจะพิสูจน์ได้แน่หรือ ถ้าพวกเขาก่อเรื่องขึ้นมา..แม้แต่ครั้งเดียว พวกเขาจะต้องโดนพิพากษา ด้วยโทษสูงสุดนะ"

"เอาชีวิตผมเป็นหลักค้ำประกันได้เลย ผมจะดูแลพวกเขาเอง...ด้วยชีวิตนี้ ไม่ให้พวกเขาทำเรื่องไม่ดี หรือฆ่าใครอีก ได้โปรดเถอะ...เรอิจิ ขอโอกาสให้ผมได้ไหมครับ...ผมจะเป็นคนดูแล...ผมจะเป็นทาโนเอะ...เป็นแม่...ให้พวกเขาเอง!"

ทาโนเอะ...คือรูปลักษณ์ในแบบที่เป็นหญิงของโคโตะ เขาจะแต่งเป็นผู้หญิง ยามมาดูแลเด็ก ๆ เสมอ มันเป็นความคิดของโคโตะเอง ว่าทุกคน ต้องการแม่ ต้องการใครสักคนที่อ่อนโยนและใจดี ใครสักคนที่เข้าใจ คอยดูแลเอาใจใส่

และเพราะแบบนั้น จึงทำให้สภาพจิตใจของทุกคนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

"ผมจะเป็นทาโนเอะ...ตลอดไป เพื่อดูแลพวกเขาเอง"

มืออ่อนโยนลูบศีรษะนุ่มแผ่วเบา "ฉันรู้ดีว่าเธอจะต้องพูดแบบนี้ ดังนั้นฉันจึงต่อรองกับทางเบื้องบนไปแล้ว ถ้าเธอทำตามเงื่อนไขของพวกเขาได้ ทุกคนจะได้รับการปลดปล่อยอย่างแท้จริง เพื่อกลับไปสู่การเป็นคนธรรมดาได้"

ใบหน้าขาวซีดเงยขึ้นสบตาเรอิจิ "เงื่อนไข?"

ชายหนุ่มพยักหน้ารับ "หนึ่ง พวกเธอต้องอยู่กันเอง และประกอบอาชีพหาเลี้ยงตัวเอง โดยทางเราจะหาที่อยู่ให้ สอง พวกเธอห้ามออกจากที่นั่น ไปอยู่ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต การออกไปซื้อของหรือทำธุระจำเป็น อันนั้นเราไม่นับ สาม ห้ามพวกเธอฆ่าคนอย่างเด็ดขาด"

ว่าแล้วเขาก็มองมาอย่างจริงจัง "ถ้าเธอยอมรับเงื่อนไขพวกนี้ได้ และผ่านการประเมิน พวกเธอก็จะเป็นอิสระ แต่ว่า...ถ้ามีการละเมิดกฎนั้น...โทษที่ได้รับ...ก็คือ..."

"ชีวิตของผม!"

โคโตะพูดขึ้นอย่างชัดเจน "เอาชีวิตของผมไปได้เลย...ถ้าผมดูแลได้..ไม่ดีพอ ประหารผมไปเลย"

เรอิจิยิ้มน้อย ๆ "เธอพูดเองนะ"

ร่างเล็กพยักหน้ารับ "คนเป็นแม่...ก็ต้องรับผิดชอบลูก ๆ ด้วยชีวิต...ใช่ไหมครับ"

"แล้วคิดว่าจะทำอะไรต่อไปล่ะ" เขาถามขณะที่ทรุดตัวลงนั่งที่ข้างเตียง บรรยากาศตึงเครียดสลายไปแล้ว มีเพียงกำลังใจ และความอบอุ่น

เป็นความอบอุ่น ที่คนผู้นี้ให้เสมอมา มือใหญ่นั้นจับมือเขาไว้ พลางพูดต่อไป

"ค่อย ๆ คิดก็ได้ ฉันยินดีที่จะช่วย..ทุกอย่าง"

"ผม...อยากเปิดร้านคาเฟ่...ร้านเล็ก ๆ ก็พอ"

คนฟังอมยิ้ม "ไม่เลวนี่นา"

"อื้ม ซากุุทำอาหารเก่งมากนะครับ เขาทำได้ทุกอย่างเลย...ส่วนอายะจัง...ก็น่าจะเสิร์ฟอาหารได้ ซานะก็ด้วย ส่วนยูเมะ ก็มาคุยเล่นกับแขกได้ ผมจะเป็นผู้จัดการดูแลร้านเอง"

"น่าสนใจนะ...ถ้าจะเปิดคาเฟ่ทั้งที งาม ๆ อย่างพวกเธอเนี่ย ต้องคอสเพลย์คาเฟ่สิ"

"คอสเพลย์?"

"แต่งตัวสวย ๆ เรียกแขกไง งานถนัดไม่ใช่เหรอ"

โคโตะหัวเราะเบา ๆ "นั่นสินะครับ อายะคุง ต้องแต่งราชินีแน่ ๆ เลย ส่วนซากุ...ซากุระคุงดีกว่า คงจะหล่อมากในชุดเจ้าชาย เขาคงไม่ยอมแต่งหญิงแหง ๆ ส่วนเด็ก ๆ ...ซานะจัง แต่งชุดเมดขึ้นแน่ ๆ แล้วยูเมะจัง...ก็ต้องโลลิต้าโกธิค"

"เธอนี่เก่งนะ ขนาดยังไม่ได้เริ่มลงมือเลย ยังวางแผนได้รวดเร็วจริง ๆ"

โคโตะยิ้มให้  "เรื่องวางแผน เป็นงานถนัดของผมนี่ครับ"

"ถ้างั้นก็ดีแล้ว...ต้องคิดชื่อคาเฟ่ก่อนสินะ"

"อื้ม...ถ้าอย่างนั้น เอาเป็นชื่อนี้ดีมั้ยครับ..."

โคโตะบอกชื่อนั้นออกมา อีกฝ่ายพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย

"ลองเป็นคาเฟ่สาวสวยขนาดนี้ ท่าทางเจ้าหมอนั่นคงสนใจแน่"

"ใครกันเหรอครับ" โคโตะถามต่อ

"ลูกชายฉันเอง" เรอิจิหลิ่วตาให้ "จำได้ไหม คนที่ฉันเคยเล่าให้ฟังน่ะ"

"จำได้สิครับ" ร่างบอบบางตอบยิ้ม ๆ "จำได้ดีด้วย ว่าคุณเห่อเขาขนาดไหน"

เรอิจิหัวเราะ "เด็กคนนั้น...คงช่วยสอนพวกเธอ ให้กลับสู่วิถีการเป็นคนธรรมดาได้แน่ ฉันเชื่อว่าอย่างนั้น และอีกอย่าง...จะได้มีคนไว้ใช้แรงงานไง" เขาพูดต่ออย่างติดตลก

"ถ้าเป็นคนที่คุณแนะนำ ผมก็มั่นใจ"

"โอเค ฉันจะจัดการให้เอง ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่พวกเธอต้องการ...รอแต่งตัวสวย ๆ รับลูกชายฉันก็พอแล้ว อย่าลืมโปรยเสน่ห์ใส่เขาสักหน่อยล่ะ"

โคโตะขำน้อย ๆ กับคำพูดนั้น "ว่าแต่..คุณจะไม่บอกอะไรเขาสักหน่อยเหรอ"

เรอิจิยิ้มให้พลางตอบว่า "บอกไปก่อนก็หมดสนุกสิ ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าเขาจะทำอะไรได้บ้าง"

"คุณนี่นะ ชอบแกล้งลูกตัวเองซะจริง"

เสียงหัวเราะยังมีไม่หยุด เมื่อชายหนุ่มพูดต่อไปว่า "ไว้ได้เจอเขาเสียก่อนเถอะ แล้วพวกเธอจะรู้เอง...ว่าเขาน่าแกล้งมากขนาดไหน!"


- จบตอนที่ 12 -

ออฟไลน์ Kwawaic

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
ปม เริ่มคลายออกที่ละนิด

รอตอนต่อไปค่า~

pattybluet

  • บุคคลทั่วไป
มาโอค่อดร้ายเลยอ่ะ สงสารโคโตะ
*
*
*
และแล้ว ชะตากรรมที่น่าสงสารของเรย์จิก้อเริ่มขึ้น หุหุ

เป็นกำลังใจให้ค่ะ

ออฟไลน์ CMYK

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 395
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-1
อ่า..อดีตของทุกคนเปิดเผยหมดแล้ว  ว่าแต่ หนูเรย์จิจะคู่กับใครล่ะทีนี้

แล้วก็งงกับ ซากุระ กับ โคโตะ นี่ยังไง โคโตะที่เป็นผู้ชายกลับแต่งตัวเป็นหญิง ซากุระที่เป็นผู้หญิง กลับแต่งตัวเป็นชาย แต่ซากุระที่แต่งตัวเป็นชาย(ทั้งๆที่เป็นผู้หญิง) กลับแอบชอบโคโตะ ที่แต่งเป็นหญิง(ทั้งๆที่เป็นผู้ชาย) งง...มั่กๆ
สรุป ซากุระชอบโคโตะด้วยความรู้สึกที่ตัวเองเป็นผู้หญิง ชอบผู้ชาย หรือความรู้สึกว่าตัวเองเป็นชายชอบผู้หญิง  

ออฟไลน์ ratrirattikan

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 121
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
บางที...คนที่ไม่น่าไว้ใจที่สุดในเรื่องนี้ คงจะเป็นเรอิจิ

เราว่าเขาดูซ่อนเงื่อนจนน่ากลัวอ้ะ!! เป็นกำลังใจให้ค่ะ  :bye2:

ออฟไลน์ ppm

  • รักเด็กจังเลย
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 235
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
    • ppmfic yboard
Absolution Café ตอนที่ 13/1 อัพ 11-4-10 จบในตอน
«ตอบ #146 เมื่อ11-04-2010 14:35:57 »

ตอนที่ 13 Sin of the Assassins : บาปของนักฆ่า

(ตอนที่ 13/1)


เกือบเที่ยงคืนแล้ว ในตอนที่พวกเด็ก ๆ กลับมาจากการเรียนภาคค่ำ หน้าร้านยังคงเปิดไฟไว้สว่าง ฉายให้เห็นร่างบอบบางของหญิงสาวผู้ซึ่งนั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์ของร้าน กำลังง่วนอยู่กับสมุดบัญชีอย่างมีสมาธิ พอได้ยินเสียงกระดิ่งตอนประตูเปิด เธอก็หันมายิ้มให้ มือเรียวยาวปิดสมุดที่ทำค้างไว้ แล้วลุกขึ้นมาหา

"กลับมากันแล้วเหรอจ๊ะ สนุกมั้ยวันนี้" เสียงใสทักทาย

ยูเมะเข้าไปกอดเธอเหมือนปกติ ก่อนจะตอบอย่างยิ้มแย้ม "สนุกมากเลย ถ้าไม่มีใครจะแกล้งซานะจังล่ะก็นะ"

มืออ่อนโยนลูบผมเด็กหญิงเบา ๆ "ทุกคนเป็นเพื่อนกันนะจ๊ะ ยูเมะจัง เราต้องอดทน เพื่อที่จะได้เป็นคนธรรมดายังไงล่ะ"

เด็กน้อยมองมาแล้วอมยิ้ม "ยูเมะรู้ค่า ทาโนเอะไม่ต้องห่วงนะ ยูเมะจะเป็นเด็กดี"

ดวงตากลมโตที่มีแววเศร้าวูบหนึ่งเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มได้ในพริบตา "ดีมากจ้ะ ยูเมะ ...จริงสิ..ถึงจะดึกไปหน่อย แต่วันนี้มีนมรอบดึกพิเศษเตรียมไว้ให้นะจ๊ะ มาทานกันดีกว่า ทุกคนเลยนะ เรียนมาเหนื่อย ๆ ต้องบำรุงกันหน่อย"

เห็นได้ชัดว่าทาโนเอะรอทุกคนอยู่ แถมเตรียมอาหารเอาไว้ให้อีกด้วย เรย์จิยิ้มรับก่อนจะพาทุกคนเดินเข้าไปประจำโต๊ะในครัว เขาชอบโต๊ะตัวนี้มาก เพราะยามที่ทุกคนได้ล้อมวงกันรับประทานอาหาร มันได้บรรยากาศของครอบครัวจริง ๆ

ทาโนเอะที่แสนนุ่มนวล ดูยังไงก็เหมือนแม่สำหรับบ้านแห่งนี้ ที่จะขาดไม่ได้เลย

ก่อนจะเข้ามาในบ้าน ซากุระได้สั่งให้ทุกคนห้ามเล่าเรื่องคน ๆ นั้น ให้ทาโนเอะฟังอย่างเด็ดขาด เรย์จิจึงพอคาดเดาได้ลาง ๆ ว่าคนที่คุโรเนะฝากให้มาบอกที่บ้าน จะต้องเป็นเธอผู้นี้แน่ ๆ

และคงมีเหตุผลบางอย่าง ที่ไม่ต้องการให้ทาโนเอะได้รับรู้

ร่างเล็กของหญิงสาว ยามยืนคู่กับซากุระดูดีราวกับเป็นคู่รัก ทั้ง ๆ ที่ในตอนนี้ซากุระจะอยู่ในชุดนักเรียนหญิง เด็กหนุ่มรู้สึกได้ ถึงสายสัมพันธ์บางอย่าง ที่ซากุระมีให้กับเธอผู้นี้เสมอมา แม้จะไม่ได้พูดจาอะไรเลยสักคำ

ทาโนเอะมักจะรู้วิธีจะจัดการกับคนด้านข้างเสมอ ราวกับว่าสนิทสนมกันมานานแล้ว ถึงโดยปกติ ซากุระจะไม่ได้สนิทกับใครมากนัก นอกจากการใช้ความเย็นชาเป็นเกราะกำบัง คอยกางกั้นตนเองไว้ในสถานที่ที่คิดว่าปลอดภัย

แต่ในวันนี้ คล้ายมันจะยิ่งชัดเจนขึ้น ดวงตาเรียวยาวที่มองมายังหญิงสาว ดูเป็นห่วงเป็นใย ทั้งยังอาลัยอาวรณ์ เรย์จิมองมันอย่างไม่เข้าใจนัก เพราะคุโรเนะที่เจอกันวันนี้หรือเปล่า ที่ทำให้ซากุระแสดงอารมณ์ที่เก็บซ่อนในส่วนลึก ออกมามากกว่าปกติ

...เป็นผู้หญิงด้วยกันไม่ใช่เหรอ ถึงซากุระจะแมนอยู่มากก็เถอะ...

เด็กหนุ่มแอบคิดในใจ จะอย่างไรทาโนเอะที่แสนใจดีของเขา ก็เสน่ห์แรงมากอยู่แล้ว

พอทานเสร็จ เขาก็ขยับช่วยเก็บโต๊ะ "เดี๋ยวผมช่วยนะครับ"

หญิงสาวดึงของออกจากมือเรย์จิเบา ๆ อย่างนุ่มนวล ก่อนบอกว่า "ไปพักผ่อนเถอะจ้ะ วันนี้พวกเธอเหนื่อยกันมากแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้จะทำงานไม่ไหวนะ"

"คุณทาโนเอะเองก็ยังไม่ได้พักเลยไม่ใช่เหรอครับ" เขาถามกลับ ด้วยรู้ดีว่าหญิงสาวรอคอยให้ทุกคนกลับมา พลางทำงานไปด้วยเหมือนทุกครั้ง

รอยยิ้มอบอุ่นส่งมาให้ จนคนด้านข้างดูน่ารักน่ากอดนัก "เดี๋ยวเก็บเสร็จฉันก็จะพักเหมือนกัน ไม่ต้องห่วงหรอกนะ พวกเธอไปอาบน้ำเถอะ"

ทั้งหมดจึงปฏิเสธไม่ได้ นอกจากขึ้นไปยังห้องตามที่หญิงสาวบอก "ขอบคุณสำหรับมื้อเล็ก ๆ นี้นะครับ" เรย์จิพูดพลางก้มศีรษะให้

"เราเป็นครอบครัวเดียวกันนี่จ๊ะ" หญิงสาวตอบรับอย่างยิ้มแย้ม

ดวงตาของซากุระที่มองมา อ่อนโยนลงวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับไปเย็นชาดังเดิม เมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาที่มองมาของเรย์จิ เด็กหนุ่มหลบตาวูบด้วยใบหน้าที่แอบเขิน พึ่งจะรู้สึกตัวว่าวันนี้ ตนเองเอาแต่เฝ้ามองซากุระจนแทบไม่เป็นอันทำอะไรแล้ว

จริงสิ...คืนนี้...มีเรื่องใหญ่กว่าที่เขาจะต้องคิดนี่นา เรย์จิพึ่งจะนึกได้

ซากุระเป็นผู้หญิง...แล้วแบบนี้...เขาจะไปนอนที่ไหน?

เขาเลิกคิดจะไปขอคู่รักสุดสวีทที่รีบเข้านอนกันตั้งแต่หัวค่ำนอนด้วยแล้ว เพราะถึงคู่นั้นจะยังไม่หลับ แต่ยามเดินผ่านห้อง เขาก็แทบจะต้องปิดหูปิดตาเด็ก ๆ ที่เดินมาพร้อมกันด้วยซ้ำ

ทำอะไรไม่คิดถึงใจเด็กกันเลย...เด็กหนุ่มแอบคิด ใบหน้ายังคงร้อนผ่าวกับจินตนาการสด ๆ ร้อน ๆ อย่างช่วยไม่ได้

ดวงตาสีเข้มหันมามองร่างบอบบางในชุดกระโปรงนักเรียนแสนสวยผู้นั้น ซากุระก็ยังคงเป็นซากุระคนเดิม ที่เงียบเชียบและไม่ค่อยพูด เดินกันมาได้ครู่เดียวก็มาถึงหน้าห้อง เด็กทั้งสองที่อยู่ห้องก่อนหน้า เข้าห้องส่วนตัวไปเรียบร้อยแล้ว จึงหลงเหลือแค่พวกเขาสองคนเท่านั้น

ดวงตาเรียวยาวเหลือบมองมาเมื่อเห็นอีกฝ่ายรีรอ ไม่กล้าจะเข้าไปเหมือนวันก่อน

"ทำอะไรอยู่"

ร่างสูงสะดุ้ง "เอ้อ...ผมคิดว่า...คืนนี้..."

"เข้าไปสิ"

"เอ่อ...มัน..ไม่เหมาะล่ะมั้งครับ คุณเป็น...ผู้หญิงนี่นา"

ดวงตาดุ ๆ กวาดมองวาบ เล่นเอาคนถูกมองแทบผงะ "ฉันก็คือฉัน เมื่อวานนายนอนได้ วันนี้ทำไมไม่ได้" เสียงหวานตอบสะบัดอย่างไม่พอใจนัก

"นายก็นอนข้างเตียงไป ฟูกก็มีแล้วไม่ใช่เหรอ"

"เอ่อ แต่ว่า..."

ใบหน้าเรียบเฉยกลับมีรอยยิ้มเหี้ยมจาง ๆ ดาบสั้นที่เหน็บไว้ที่โคนขาอ่อนชักขึ้นมารวดเร็วจนแทบมองไม่ทัน "ไม่เคยมีใคร ที่เห็นฉันเป็นผู้หญิงแล้วคิดจะลวนลาม มีชีวิตรอดได้ยันเช้าวันรุ่งขึ้นหรอกนะ มีอะไรที่ฉันต้องกลัว..."

เรย์จิอยากบอกใจจะขาด ว่าคนที่กลัวน่ะคือเขาเองต่างหาก...แต่เด็กหนุ่มไม่กล้าพูดออกไป นอกเสียจากเดินตามต้อย ๆ เข้าห้องไป ดังเช่นเมื่อวาน

ภายในห้องมีฟูกปูรอไว้เรียบร้อย เดาว่าคงเป็นฝีมือของฮิโรอากิโดยคำบัญชาของราชินี ...พอหมดประโยชน์ล่ะไล่กันเชียว เด็กหนุ่มส่ายหน้าเบา ๆ แต่ก็ดีกว่าต้องเป็นไส้แซนวิชล่ะนะ

ทว่าพอเงยหน้าขึ้นมองคนร่วมห้อง เด็กหนุ่มก็หันหลังควับอย่างตกใจ

“ซา…ซากุระคุง เปลี่ยนชุดตรงนี้ไม่ได้นะครับ”

คนกำลังถอดเสื้อนักเรียนชะงัก คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อย “ที่นี่มันห้องส่วนตัวของฉัน ทำไมจะเปลี่ยนไม่ได้” น้ำเสียงไม่พอใจนัก คาดว่าคงยังติดใจที่โดนห้ามตอนอยู่ในชั้นเรียน

“ที่มันส่วนตัวก็จริง…แต่ผมอยู่ด้วย…มันไม่ดีนะครับ”

“ก็อย่ามองสิ” ร่างบอบบางพูดง่าย ๆ ก่อนพูดต่อเสียงเข้ม “ถ้าไม่อยากตาย…ก็ห้ามมอง”

เด็กหนุ่มชักไม่กล้าเถียง ร่างที่หันหลังให้เริ่มกระสับกระส่ายใจเต้นแรงเสียอย่างนั้น ผิวขาวเนียนน่าลูบไล้ที่เห็นแว้บ ๆ เมื่อครู่ทำเอาเขาใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวไปเรียบร้อยแล้ว

“ทาโนเอะก็เคยอยู่แบบนาย ไม่เห็นเขาจะว่าอะไรเลย” ร่างบอบบางที่เปลี่ยนเป็นชุดลำลองเรียบร้อยพึมพำต่อ เรย์จิเริ่มรู้สึกว่า ซากุระ พูดกับเขามากกว่าเดิม นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีใช่มั้ยนะ

“ท่าทางคุณจะสนิทกับคุณทาโนเอะมากนะครับ” เรย์จิชวนคุย

หากอีกฝ่ายกลับเงียบ บรรยากาศน่ากลัวราวอยู่ท่ามกลางภูเขาหิมะย้อนกลับมาอีกแล้ว ...นี่เขาพูดอะไรไม่เข้าหูไปหรือไงนะ

ร่างแข็งแรงเหลือบมองคนด้านข้างอีกครั้ง วูบหนึ่งที่เห็นดวงตาเรียวยาวนั้นเศร้าลงไปอีก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นราบเรียบดังเดิม

"ไปอาบน้ำซะสิ" เสียงก็เย็นชาขึ้นด้วย คำพูดกึ่งไล่กลาย ๆ เป็นนัยว่าตอนนี้ไม่ต้องการจะคุยด้วยอีกแล้ว

เรย์จิจึงได้แต่ออกไปอาบน้ำตามคำสั่ง เริ่มสมเพชตัวเองเล็กน้อย ว่าไม่ว่าจะไปนอนห้องไหน แต่ละคนช่างชอบสั่งกันเสียจริง

แต่อย่างว่า เขาก็เป็นคนง่าย ๆ ที่ไม่ชอบขัดใจใครสักเท่าไหร่ ซากุระเอง...ก็คงมีปัญหาของตัวเองเช่นกัน เด็กหนุ่มยังคงจำสิ่งที่ทาโนเอะเคยบอกได้ดี ทุกคนที่นี่ ล้วนมีปัญหากันทั้งนั้น

...ถ้าช่วยได้บ้างก็คงดีสิ...

เพื่อบ้านหลังนี้จะได้มีรอยยิ้มจากใจของทุกคนเสียที

ลับร่างของเด็กหนุ่ม ซากุระที่ยืนนิ่งอยู่ก็ทรุดตัวลงบนเตียง คำพูดของเรย์จิ ทำให้เขารู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาจนไม่อาจตีสีหน้าปกติได้ สนิทกัน...ใช่ เขาเคยสนิท...จนตอนนี้ สำหรับทาโนเอะแล้ว เขาก็ยังเป็นเพื่อนสนิท ที่แสนดี

ไม่เคยเป็นได้...มากไปกว่านั้น

เขาก็ไม่ได้หวังอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ขอแค่เพียงคน ๆ นี้ มีรอยยิ้มแทนร่ำไห้ อยากมีชีวิตอยู่แทนอยากตาย แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับเขา

แต่วันนี้...ความสงบสุขที่มีมา กลับเริ่มมีเค้าความยุ่งยากปรากฏขึ้นเสียแล้ว จะบอกกับเจ้าตัวก็คงไม่ได้ ว่าคน ๆ นั้น...กลับมาแล้ว

คนที่ทาโนเอะคิดว่าตายไปแล้ว ตั้งแต่ครั้งนั้น

เขาจะต้องพยายาม...ไม่ให้คน ๆ นั้น ได้เจอกับทาโนเอะอีก

เพื่อรักษาความสุขในตอนนี้เอาไว้...ให้ยาวนานที่สุด เท่าที่จะทำได้!


......................................


และแล้ว คืนที่สองในห้องของซากุระก็ผ่านพ้นไป ซากุระไม่ยอมพูดด้วยอีกเลยนับตั้งแต่ตอนนั้น ห้องที่เงียบเชียบ แต่ไม่มีรังสีสังหารเหมือนคืนแรก ทำให้หลับได้สบายอยู่ แม้ว่าจะสัมผัสได้ ถึงความไม่สบายใจบางอย่างจากคนร่วมห้อง

ความเงียบคือคำตอบที่ดีที่สุด ว่าอีกฝ่าย ยังไม่พร้อมที่จะตอบคำถามใด ๆ

ดังนั้น…เรย์จิจึงตัดสินใจ…ที่จะไม่ถาม

ยามเช้ามาเยือน ร่างแกร่งบิดขี้เกียจเบา ๆ อย่างต้องการขับไล่ความเกียจคร้าน วันใหม่เริ่มต้นขึ้นด้วยความสดชื่น ซากุระก็ยังคงใส่ชุดแบบเดิม ที่ดูเป็นเจ้าชายเสียทุกกระเบียดนิ้ว ผมยาวสยายสวยงามเมื่อคืนก่อน ถูกรวบไว้ด้านหลังอีกครั้ง ใบหน้าเย็นชาสมกับฉายาเจ้าชายน้ำแข็ง ที่บรรดาเด็กสาว ๆ ซึ่งมาใช้บริการขาประจำ หรืออีกนัยหนึ่งคือซากุระแฟนคลับ ได้แอบตั้งให้ ยังดูเรียบเฉยไร้อารมณ์เฉกเช่นปกติ

หากมันกลับเหมือนน้ำทะเลลึกที่แม้ผิวหน้าจะยังดูสงบ แต่ลึก ๆ เบื้องล่างแล้ว คล้ายมีคลื่นใต้น้ำกำลังก่อตัวขึ้น เรย์จิรู้สึกว่ามันกำลังเป็นเช่นนั้น

มือคล่องแคล่วจับตะหลิวผัดอาหาร เตรียมไว้สำหรับยามเช้าให้ทุกคนรับประทานก่อนจะเปิดร้าน ก็ยังมั่นคงเหมือนเดิม ที่ผิดแผกไป คงมีเพียงการทอดถอนหายใจ ที่เขารู้สึกได้ว่ามันบ่อยกว่าเดิมนัก

ซากุระกำลังคิดอะไรสักอย่างอยู่ อย่างเคร่งเครียดเสียด้วย แม้จะไม่ได้แสดงออกมาทางสีหน้าก็ตาม

ร้านคาเฟ่เปิดแล้ว ลูกค้าเริ่มทยอยกันมา เช้าที่แจ่มใสแบบนี้ แถมเป็นวันเปิดเรียน จึงไม่มีลูกค้าเด็ก ๆ เข้ามานัก ส่วนใหญ่จะเป็นวัยทำงานที่พักเบรค หรือแม่บ้าน และผู้สูงอายุที่ว่างหลังจากดูแลส่งลูกหลานไปโรงเรียนเรียบร้อยแล้วมากกว่า

เพราะฮิโรอากิมาช่วยงานด้วย งานหน้าร้านจึงมีไม่มากมายนัก เรย์จิจึงเปลี่ยนหน้าที่มาช่วยงานอยู่ในครัวแทน ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ที่ว่าองครักษ์มักจะอยู่เคียงข้างราชินีของเขาอยู่เสมอ เพื่อปกป้องจากบรรดาหนุ่ม ๆ คิดไม่ซื่อแอบคิดลวนลาม ไหนจะท่าทางดูดียามหยิบจับเสิร์ฟอาหาร โดยเฉพาะยามอยู่ในชุดคอสเพลย์สุดเท่ของนักรบผู้แสนกล้าหาญนั่นอีก ยิ่งเรียกเสียงกรี๊ดของสาว ๆ ได้ดีนัก จนทำให้ลูกค้าเพิ่มขึ้นอีกอย่างเห็นได้ชัด

ส่วนราชินีผู้แสนสง่าแม้มองภายนอกจะเหมือนกำลังนั่งเต๊ะท่าอย่างงามบนเก้าอี้สูงโดยไม่หยิบจับทำอะไรเลย หากแท้จริงแล้วกำลังแอบงีบหลับ เนื่องจากพักนี้คู่รักสุดสวีท ราวกับมาฮันนีมูน กลางค่ำกลางคืนไม่หลับไม่นอน มีความสุขกันยันเช้าต่อเนื่องมาหลายวันแล้ว ซึ่งทาโนเอะก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะถือเป็นช่วงข้าวใหม่ปลามัน นอกจากนี้ฮิโรอากิก็ยังสามารถทำงานทุกอย่างแทนได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่องอีกด้วย

ซานะกับยูเมะก็ยังทำหน้าที่อย่างแข็งขัน คอยนั่งเป็นเพื่อนพูดคุยและเสิร์ฟอาหารให้แขกผู้สูงวัย โดยทำตัวเป็นลูกเป็นหลานอย่างน่ารักและกลมกลืน ในขณะที่ทาโนเอะประจำที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์คิดเงินและต้อนรับ ปล่อยให้หน้าที่ผู้ช่วยในครัวนอกเหนือจากการทำอาหาร เป็นของเรย์จิไป

ดังนั้น…ห้องครัวในตอนนี้ จึงมีเรย์จิอยู่กับซากุระสองต่อสอง เด็กหนุ่มเตรียมจานใส่อาหาร และหั่นผักตามคำสั่ง โดยที่ซากุระ ไม่ได้พูดอะไรนอกเหนือจากหน้าที่เลยสักนิดเดียว

เพราะซากุระไม่ใช่คนพูดมาก ทำให้ยากนักที่จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น คำพูดเมื่อคืนของเขา ไม่เข้าหูขนาดทำมึนตึงหรือเปล่า เรย์จิเองก็ไม่รู้ แต่บรรยากาศอึมครึม ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจนัก

“เมื่อวาน…ผมทำให้คุณไม่พอใจหรือเปล่าครับ” ในที่สุดเขาก็ทะลุขึ้นกลางปล้อง มือที่กำลังตักอาหารใส่จานชะงัก ดวงตาเรียวมองมาอย่างงง ๆ เล็กน้อย ก่อนจะเริ่มเข้าใจ ใบหน้าเรียบเฉยกลับมีรอยยิ้มจาง ๆ อย่างขบขัน เพราะสังเกตได้ถึงอาการกระสับกระส่ายของคนด้านข้าง

เขามัวแต่ใช้ความคิดกับตัวเองมากจนไม่ได้สังเกตท่าทีของเรย์จิ คงจะอัดอั้นตันใจมาได้สักพักแล้ว

“เปล่านี่ เมื่อคืน…นายก็นอนเรียบร้อยดีไม่ใช่เหรอ” ซากุระตอบกลับราวเป็นเรื่องปกติ บรรยากาศเคร่งเครียดคล้ายค่อยจางหาย พอพูดจบร่างบอบบางก็หันไปตักอาหารต่อ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ถะ..ถ้างั้น… มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า…ปรึกษาผมได้นะครับ”

ดวงตาคู่นั้นมองกลับมา เล่นเอาเด็กหนุ่มแทบผงะ

“เอ่อ…ถ้าไม่มี ก็ไม่เป็นไรครับ” เขารีบแก้ตัวโดยสัญชาตญาณ

“จะว่าไม่มี ก็ไม่เชิง…” ซากุระพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่มันบอกได้ชัด ว่าพร้อมจะเปิดใจ…มากขึ้นอีกนิดแล้ว เด็กหนุ่มหูผึ่ง รีบเงี่ยหูฟังทันที

“ช่วงนี้ฉัน….อยากให้มีใครอย่างน้อยสักคน คอยอยู่ข้าง ๆ ทาโนเอะตลอดเวลา”

คนรอฟังทำหน้าผิดคาด แม้จะไม่ประหลาดใจเท่าใด แสดงว่าที่คิดมากตั้งแต่เมื่อคืน คงเป็นเรื่องของทาโนเอะเท่านั้นสินะ

“จะมีอะไรรึเปล่าครับ…หรือว่าจะเป็น...คน ๆ นั้น…ที่โรงเรียน?”

คำตอบคือความเงียบ เรย์จิจึงไม่กล้าที่จะถามอีก

ทั้งคู่เงียบกันไปพักใหญ่ ก่อนที่ร่างสูงโปร่งบางจะสบตาเด็กหนุ่มตรง ๆ ด้วยสายตากึ่งขอร้อง ซึ่งปกติแล้ว ซากุระไม่เคยทำแบบนั้นเลย ร่างบอบบางตัดสินใจพูดขึ้น ด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกว่าเดิม

“ไม่ว่าจะเพราะอะไร อย่าให้ทาโนเอะคลาดสายตา อย่าให้เขาไปไหนตามลำพัง แล้วก็…” ร่างสูงโปร่งสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะพูดต่อไปด้วยเสียงเข้มว่า

“ถ้าไม่อยากให้รอยยิ้มของทาโนเอะหายไปตลอดกาล ห้ามให้คน ๆ นั้น ได้เจอกับทาโนเอะอย่างเด็ดขาด!”

เรย์จิลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างเฝื่อน ๆ เขาไม่คิดว่าซากุระจะพูดเล่น สีหน้าและแววตาเคร่งเครียดนั้นบ่งบอกอย่างชัดเจน

...ท่าทางปัญหาของสองคนนี้ ดูจะมากกว่าที่เขาคิดเสียแล้ว!


......................................


พลบค่ำ ทุกคนแต่งตัวไปเรียนเช่นเคย ทาโนเอะที่ยังจัดเก็บและทำบัญชี ออกมายืนส่งทุกคนที่ระเบียงด้านนอกร้านด้วยรอยยิ้ม เรย์จิยังคงแอบใจเต้น เมื่อหญิงสาวช่วยจับปกเสื้อที่เบี้ยวเล็กน้อยให้เข้าที่ กลิ่นหอมอ่อน ๆ บวกกับใบหน้าอ่อนหวานยามชิดใกล้ เล่นเอาหัวใจแทบหลุดลอย ไหนจะแผงขนตาหนาสีเข้มรับกับเรือนผมนุ่มสลวยนั้นอีก ยิ่งมองยิ่งเคลิบเคลิ้ม

ซากุระในชุดสุภาพแบบหนุ่มน้อยเต็มตัว ยืนรอโดยไม่ได้พูดอะไร สีหน้าของเขายังคงซีเรียส จากเรื่องปัญหาที่ขบคิดยังไม่ออก ในวันนี้เขาไม่ยอมแต่งชุดนักเรียนหญิงแล้ว แม้เรย์จิจะแอบเสียดายอยู่บ้าง แต่ก็ไม่กล้าบอกให้ซากุระใส่อีก

ทาโนเอะมองมาแล้วอมยิ้ม มืออ่อนโยนแตะบ่าของซากุระพลางพูดว่า “ขยันเรียนกันนะจ๊ะ ซากุระคุง อย่าทำหน้าซีเรียสอย่างนั้นสิ คนธรรมดาน่ะ เวลาเจอเพื่อนก็ต้องทักทาย และยิ้มแย้มแจ่มใสนะ เรย์จิคุง อย่าลืมสอนซากุระคุงด้วย”

เรย์จิหวนนึกถึงวันแรก ที่อีกฝ่ายขยันชักดาบขึ้นขู่ผู้คนเสียเหลือเกิน แล้วกลืนน้ำลายฝืด ๆ ลงคอ “ผมกำลังพยายามอยู่ครับ”

หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ อย่างเข้าใจดี มือเรียวโบกบ๊ายบายให้กับทุกคน ขบวนนักเรียนออกไปแล้ว เมื่อร่างบอบบางหันกายกลับ จะไปทำงานที่ค้างไว้ในร้านต่อ หากจู่ ๆ เธอกลับรู้สึกถึงการคงอยู่ของใครบางคน…หัวใจของเธอเต้นแรงอย่างรับรู้ได้ แม้ยังไม่ได้หันกลับมามองด้วยซ้ำ

ร่างบอบบางหันควับกลับไป แต่พบเพียงความว่างเปล่า ดวงตากลมโตที่เหลียวมองไปรอบ ๆ กลับเริ่มคลอไปด้วยน้ำตา…ความรู้สึกเมื่อกี้…หรือว่าจะเป็น…

ไม่ผิดแน่ เธอมั่นใจ ต้องเป็นคน ๆ นั้นแน่ ๆ

คน ๆ นั้น…ที่เธอ…ฆ่าเองกับมือ!

…ไม่ว่าที่มาจะเป็นวิญญาณหรือไม่

…ไม่ว่าจะมาเพื่ออะไร

เธอก็ยังคงอยากพบ…ถึงแม้ว่าวิญญาณของคน ๆ นั้น จะยังอาฆาต หรือจะมาหาเพื่อแก้แค้น เธอก็ยังยินดี

ความผิดในครั้งนั้น…เธอไม่คิดจะแก้ตัวเลยสักนิด

การชดใช้…เป็นสิ่งที่คิดจะทำให้ เสมอมา

…เพียงแต่ว่า…ตอนนี้…ยังไม่ได้

“ขอโทษนะ..มาโอะ อีกนิดเดียวเท่านั้น ขอเวลาฉันหน่อยเถอะนะ…” เสียงหวานเศร้า ๆ พึมพำกับบรรยากาศโดยรอบ

"แล้วฉัน...จะชดใช้ทุกสิ่งทุกอย่าง ให้กับนายเอง..."

มือเรียวยาวปาดเช็ดน้ำตาก่อนหายใจเข้าลึก แล้วเดินกลับเข้าร้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ลับร่างบอบบางไปแล้ว หากดวงตาคมที่ยังคงจ้องมองผ่านพุ่มไม้สูงด้านข้างร้าน ก็ยังคงมองมา กระจกใสที่ภายในเปิดไฟสว่าง ทำให้มองเห็นได้ชัดจากภายนอกที่มืดมิด ร่างที่คล่องแคล่วในชุดผ้ากันเปื้อนนั้น ยังคงจับนู่นจับนี่ทำความสะอาดร้าน คนที่มอง ก็ยังคงมอง ราวกับว่าต้องการเก็บทุกอิริยาบถของหญิงสาวภายในร้านเอาไว้ในส่วนลึกของจิตใจ

เนิ่นนานทีเดียว กว่าร่างสูงนั้นจะตัดใจได้ และเดินหายไปในความมืดของรติกาลนั้น

   
..........................................



ออฟไลน์ ppm

  • รักเด็กจังเลย
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 235
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +248/-3
    • ppmfic yboard
Re: Absolution Café ตอนที่ 13/1 อัพ 11-4-10 จบในตอน
«ตอบ #147 เมื่อ11-04-2010 14:37:16 »

ในห้องเรียนห้องเดิม ซากุระเรียนหนังสือโดยที่แทบจะไม่มีสมาธิกับการเรียนเลย ดวงตาเรียวยาวมองไปนอกหน้าต่างที่ติดกับโต๊ะเรียน จ้องเขม็งออกไปภายนอก ราวกับว่าต้องการเสาะหาใครสักคน เรย์จิเองอยากจะสะกิด หากรู้สึกได้ถึงรังสีสังหารอันน่ากลัวของอีกฝ่าย จนเขาตัดสินใจว่าปล่อยไปท่าจะดีกว่า

แน่นอนว่าไม่ใช่แค่เขาที่รู้สึกได้ ดังนั้นทุกคนในห้องจึงไม่มีใครกล้ายุ่ง รวมถึงอาจารย์ที่สอนอยู่หน้าชั้นด้วย ที่ทำได้เพียงแอบกระซิบถามเรย์จิเท่านั้น

“ไม่เป็นไรหรอกครับ เขาคง…ไม่สบายอีกแล้ว” เรย์จิตอบพลางยิ้มแห้ง ๆ

สาว ๆ ในห้องต่างซุบซิบกันใหญ่ ตั้งแต่ตอนที่ซากุระเข้ามาในภาพลักษณ์ใหม่ ที่แตกต่างจากเมื่อวานราวฟ้ากับดิน รูปหล่อขนาดนี้เล่นเอาหลายคนไม่เชื่อด้วยซ้ำ ว่าเป็นคนเดียวกับหญิงสาวสุดสวยเมื่อวานนี้

แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครกล้าจะเข้าใกล้เช่นเดียวกัน แม้ว่าจะมีหลายคนแอบส่งเบอร์โทรฝากผ่านเรย์จิมาก็เถอะ ทำให้สายตาอิจฉาตาร้อน จากคนด้านหลังห้องที่เป็นเด็กกุ๊ยหลายคน ลอบมองมาอย่างไม่พอใจเท่าใด

พอหมดเวลาเรียน และอาจารย์ออกไปแล้ว กลุ่มนักเรียนนักเลงนั้นก็เดินเข้ามา

ร่างบอบบางยังคงมองไปข้างนอกตาไม่กระพริบ เมื่อโต๊ะเรียนถูกทุบเสียงดังปั้ง

ไร้ซึ่งปฏิกิริยาใด ๆ แม้กระทั่งตกใจจากซากุระ มีเพียงดวงตาเรียวยาวที่มองกลับมาอย่างเหนื่อยหน่ายแกมเฉยเมย นั่นยิ่งทำให้คนก่อกวนเดือดดาลมากขึ้นไปเสียอีก

“วันนี้แต่งตัวหล่อเชียวนะ ไอ้กระเทย” เสียงระรานหยาบคายดังขึ้น เรย์จิสะดุ้ง ไม่แปลกที่จะมีคนเข้าใจแบบนี้ เพราะยามแต่งชาย ซากุระดูเนียนกว่าแต่งหญิงด้วยซ้ำ แม้ว่าจริง ๆ แล้ว ซากุระจะเป็นหญิงร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม

คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อย เมื่อร่างบอบบางยืนขึ้น เรย์จิรีบขยับเข้ามาเพื่อไกล่เกลี่ย แต่ซากุระผู้กำลังตึงเครียด คล้ายสายป่านถูกดึงขาดเสียแล้ว

มือเรียวยาวตวัดวูบเดียว ร่างคนพูดเมื่อครู่ ก็หล่นโครมลงบนโต๊ะจนหงายคว่ำไปทั้งคนทั้งโต๊ะ จุกแอ๊กจนพูดไม่ออก อีกสองกำลังจะกรูเข้ามาก็ต้องชะงัก เมื่อสบกับตาเรียวยาวที่ดูดุดันเอาเรื่อง…มันไม่ใช่ดวงตาของนักเลงที่เอาแต่เสเพลไปวัน ๆ อย่างพวกเขา แต่มันเป็นดวงตาแข็งกร้าว ของคนที่เคยฆ่าคนมามากมาย

เพียงแค่มองมา ทุกคนก็แข็งทื่อราวถูกสะกดแล้ว

“ฉันไม่อยากฆ่าใคร ไปซะ!” เขาพูดเพียงประโยคเดียว แล้วมันก็ได้ผล

ทุกคนในห้อง นอกจากเรย์จิ ต่างเร่งรีบวิ่งหนีจากไป

เสียงปรบมือเบา ๆ ดังขึ้นที่หน้าประตู ร่างบอบบางที่ยืนอยู่ชะงัก แล้วหันไปมอง คน ๆ นี้เอง…ที่เขามองหามาตั้งแต่หัวค่ำ …ตั้งแต่เริ่มมาถึงโรงเรียนเลยด้วยซ้ำ

“ยังเฉียบคมเหมือนเดิมนะ” คุโรเนะก้าวเข้ามาในห้องเรียน เรย์จิมองชายหนุ่มสลับกับซากุระแล้วได้แต่ยืนอึ้ง เขาเองก็ไม่รู้จะจัดการอย่างไร และที่สำคัญ หากคน ๆ นี้เป็นเป้าหมายของซากุระ เขาก็คงไม่มีปัญญาจะไปขัดขวางอะไรได้อยู่แล้ว

ดวงตาเรียวยาวมองมาราวจะกินเลือดกินเนื้อ ท่าทางที่ดูน่ากลัวกว่าเมื่อครู่ ทำให้รู้ได้ชัด

สองคนนี้ต้องรู้จักกันมาก่อน แถมยังเป็นศัตรูกันเสียด้วย!

“นายมาทำอะไรที่นี่กันแน่” ซากุระเริ่มต้นด้วยคำถาม

ร่างสูงอมยิ้ม “ฉันก็มาสอนหนังสือน่ะสิ ลืมไปแล้วเหรอ ว่าฉันเป็นอาจารย์ของที่นี่” เขาตอบหน้าตาเฉย

ซากุระจ้องมองมา แล้วพูดขึ้นว่า “ฉันมีเรื่องต้องคุยกับนาย…สองต่อสอง ขึ้นไปที่ดาดฟ้าได้มั้ย”

“ซา..ซากุระคุง อย่ามีเรื่องที่โรงเรียนนะครับ” เรย์จิรีบห้าม

“ฉันไม่ได้จะฆ่าใครที่นี่หรอกน่า แค่คุยด้วยเท่านั้น” คนด้านข้างตอบ ก่อนจะหันไปจ้องคุโรเนะ “ได้หรือเปล่า?”

“แหม เป็นสาวเป็นแส้ ทำไมไม่พูดจาให้มันเพราะ ๆ หน่อยนะ สงสัยต้องอบรมอีกยาว” เขาพูดติดตลก แต่คนฟังกลับไม่ขำด้วย

“เอ้า ไปก็ไป” คุโรเนะพูดง่าย ๆ เมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย ที่ชักจะเริ่มตึงเครียดกว่าเก่า

“รอที่นี่นะ เดี๋ยวกลับมา ห้ามตามไปล่ะ” ร่างบอบบางสั่งเด็กหนุ่มด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด เรย์จิจึงได้แต่พยักหน้ารับ แล้วทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะใกล้ ๆ “โอเค ๆ อย่าฆ่าใครก็แล้วกัน” เขาพึมพำอย่างยอมแพ้ ไม่นึกห่วงซากุระสักเท่าไหร่ เพราะรู้ซึ้งถึงฝีมือเป็นอย่างดี

“ไม่รู้ใครจะฆ่าใครกันแน่” ร่างบอบบางพึมพำเป็นปริศนา ก่อนจะเดินจากไปพร้อมคุโรเนะ

คำพูดนั้นเล่นเอาเรย์จิแปลกใจ แต่ก็ไม่ทันได้ถาม เด็กหนุ่มมองออกไปที่หน้าต่างพลางถอนหายใจ เมื่อไหร่เรื่องยุ่ง ๆ จะจบลงด้วยดีเสียที

ก็หวังว่ามันจะจบด้วยดีล่ะนะ…


...........................................


บนดาดฟ้ามีไฟนีออนติดอยู่แค่ไม่กี่ดวง จึงทำให้บรรยากาศโดยรอบค่อนข้างมืด แสงไฟจากตึกไกลออกไป ดูสวยงามระยิบระยับ ราวดวงดาวบนท้องฟ้า แต่มันไม่ได้ทำให้คนสองคนบนดาดฟ้านี้สนใจขึ้นมาได้

ร่างสูงของคุโรเนะยังคงมีรอยยิ้มจาง ๆ เมื่อมองมายังอีกฝ่ายที่ตึงเครียดเป็นทวีคูณ

“ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ ฉันไม่ได้คิดจะฆ่าเธอเสียหน่อย จำไม่ได้หรือไง ฉันเคยปล่อยให้เธอรอดชีวิต…มาแล้วครั้งหนึ่งนะ” เขาพูดราวกับทวงหนี้บุญคุณ

“ฉันไม่ได้ขอร้องให้ไว้ชีวิตสักหน่อย!” ซากุระตอบเสียงกระชาก พอย้อนอดีตกลับไป เขาก็ยิ่งเจ็บแปลบ

“แล้วมีอะไรจะพูดล่ะ” ร่างสูงแกร่งกว่าถามขึ้นช้า ๆ

ซากุระมองมาก่อนจะตอบว่า “นายมีจุดประสงค์อะไร ที่จะต้องเข้าใกล้พวกเรา”

คนฟังอมยิ้ม “เธอก็รู้ดีอยู่แล้วนี่…ฉันก็มาเอาของ ๆ ฉันคืน ฝากไว้นานแล้วไม่ใช่หรือไง”

“ไม่…นายไม่มีสิทธิ์!”

ดวงตาวาวจับจ้องมา พลางถามช้าชัด “ใครกัน…ที่ไม่มีสิทธิ์!”

มือบอบบางกำแน่นจนเล็บจิกเนื้อไม่รู้ตัว …คำพูดที่แทงใจนัก แต่เขา…จะต้องไม่หวั่นไหวอีก จะอย่างไร  ก็ต้องปกป้องเอาไว้ให้ได้

“นายอยากให้เขาตายหรือไง”

ใบหน้านั้นมีรอยยิ้มเหี้ยมน้อย ๆ “จะตายหรือไม่ เขาก็เป็นของฉัน…คนเดียวเท่านั้น”

“ฉันไม่ยอมเด็ดขาด ไปจากพวกเราซะ” ดาบสั้นที่แอบซ่อนไว้ถูกชักขึ้นอีกครั้ง ปลายของมันจ่อมายังอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง

คุโรเนะถอนหายใจ “ไหนว่าจะมา ‘คุย’ กันไง”

“ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่อง มันก็ต้องใช้กำลัง!” ซากุระตอบเสียงเครียด

“จะทำบาปอีกงั้นเหรอ คน ๆ นั้นคงไม่ปลื้มหรอกนะ” ชายหนุ่มพูดต่อ

คำพูดนั้นคล้ายกรีดลงบนหัวใจอย่างจัง

‘…บาปทั้งหมดของนาย เป็นบาปของคนบงการ หรือก็คือชั้นเอง เป็นชั้น..ที่จะต้องชดใช้ นายไม่ได้ทำผิดอะไรทั้งนั้น…’

คำพูดนั้น…ยังคงจำได้เสมอมา

“บาปของฉัน ฉันชดใช้เองได้ ไม่ว่าจะต้องฆ่าอีกสักกี่คน ถ้าเพื่อคน ๆ นั้น ฉันก็จะทำ!” ร่างบอบบางโต้อย่างแน่วแน่

“ถ้าฆ่าคน โทษที่ได้รับ ก็คือความตายนะ คนพวกนั้นที่จับตามองพวกเธออยู่…ไม่มีทางปล่อยเธอแน่ รวมถึง..คน ๆ นั้นด้วย” คุโรเนะพูดเบา ๆ

"หรือว่าเธอไม่รู้ ว่าคน ๆ นั้น...ใช้ชีวิตตัวเอง ค้ำประกันพวกเธอทุกคนอยู่...ถ้าเธอฆ่าคนอีก คน ๆ แรกที่จะโดนพิพากษา ก็คือเขา ไม่ใช่เธอ!"

คำพูดนั้นเล่นเอาคนฟังตะลึงไป เขาไม่มีทางลืมหรอก...ถึงสิ่งที่คนผู้นั้นเสียสละเพื่อพวกเขา...ตลอดมา

“นายรู้?”

ใบหน้าแกร่งมีรอยยิ้ม “ฉันรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้ามันจะเกี่ยวข้องกับ…คนของฉัน!”

ซากุระมองอีกฝ่ายนิ่งนาน "นายรู้มั้ย ว่าเขาแย่ขนาดไหน ตอนที่ฉันพาเขามาในครั้งนั้น...เขาไม่คิดจะมีชีวิตอยู่ด้วยซ้ำ ...แล้วถ้าให้เจอกับนายในตอนนี้...เขาอาจจะเป็นแบบนั้นอีกก็ได้"

คนฟังยืนนิ่งไม่ตอบคำ

"หรือว่า...นายจะมาเพื่อล้างแค้นกับโคโตะ?" เสียงเฉียบขาดถามกลับ

คุโรเนะยังคงไม่พูดอะไร

ซากุระยังคงจ้องมองมา มือที่จับดาบสั่นน้อย ๆ ก่อนจะตัดสินใจยื่นมาให้ ดวงตาเรียวยาวมองมาอย่างวิงวอน

"เป็นฉันเอง...ที่ทำให้องค์กรของนายต้องล่มไป เป็นฉัน..ที่จัดการคนของนายทั้งหมด...ไม่ใช่โคโตะ...ถ้าบาปนี้ต้องการใครสักคนมาชดใช้ ถ้ามันจะระบายความแค้นของนายให้ลดลงได้บ้าง จะฆ่าฉันก็ได้ แต่ขอร้อง…อย่ายุ่งกับเขาอีกเลย”

คนฟังถอนใจยาว พลางพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ฉันเคยพูดแล้ว และจะพูดอีกครั้ง ฉันไม่ทำอะไร คนสำคัญของโคโตะ ฉันไว้ชีวิตเธอ”

ดวงตาเรียวยาวจ้องมองมาอย่างเคือง ๆ “ก็ได้ ถึงฉันจะห้ามนายไม่ได้ แต่ฉันจะไม่มีวัน…ยอมให้นายเข้าใกล้โคโตะ…ไม่อย่างเด็ดขาด!”

ซากุระว่าพลางสะบัดหน้าจากไป ทิ้งให้อีกฝ่ายมองตาม ใบหน้านั้นยังคงมีรอยยิ้ม ที่ไม่อาจคาดเดาความหมายใด ๆ ได้…


...................................

ออฟไลน์ ratrirattikan

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 121
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: Absolution Café ตอนที่ 13/1 อัพ 11-4-10 จบในตอน
«ตอบ #148 เมื่อ11-04-2010 16:21:39 »

เฮ้อ เรื่องราวชักยุ่งแล้วนะเนี่ย แถม...ตัวปัญหานั่นก็ดันฉลาดเกินไปอีก

แอบสงสารทาโนเอะ กดดันมากสินะ

(คิดอีกที รึจะสงสารซากุระคุงดี? ท่าทางจะสมหวังยาก)

ออฟไลน์ นัตสึกิ

  • เป็ดตัวกระเปี๊ยก
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 641
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-4
Re: Absolution Café ตอนที่ 13/1 อัพ 11-4-10 จบในตอน
«ตอบ #149 เมื่อ11-04-2010 21:27:02 »

 :pig4:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด