ถนนสายหัวใจ บทประพันธ์ โดย "ใบปอ"
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ถนนสายหัวใจ บทประพันธ์ โดย "ใบปอ"  (อ่าน 104626 ครั้ง)

ออฟไลน์ tianqin

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-1
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้

1.ห้ามละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์  และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด
โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอม

เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

…………………………………………………………………………….



เรื่องนี้เป็นบทประพันธ์ของ “ใบปอ” ซึ่งได้ทำการแต่งจนจบไว้นานแล้วนะคะ อาจจะมีผู้เคยอ่านผ่านตามาบ้างแล้ว  แต่ก็อาจจะมีนักอ่านที่ยังไม่ได้อ่านอีก ข้าพเจ้าจึงได้ทำการขออนุญาต ใบปอ  นำมาโพสให้ทุกท่านได้อ่านกันอีกครั้ง  และได้รับอนุญาตเป็นที่เรียบร้อยแล้วคะ


ข้าพเจ้า เทียนฉิน เป็นแต่เพียงผู้นำมารีโพสใหม่เท่านั้นนะคะ

ติดตามความสนุกกันได้เลยคะ

ปล. ขอเตือนไว้ก่อนนะ นวนิยายเรื่องนี้ ฉาก NC ค่อนข้างแรง (คามความเห็นของคนโพสคนเดียว นะคะ ท่านอื่นอาจจะว่าไม่แรงก็ได้เนอะ 555+)  

ปล.2 อ่านแล้วรู้สึกอย่างไร เขียนติชมกันได้นะคะ จะได้นำความไปบอกเล่าเก้าสิบกับคุณ ใบปอ ให้ทราบ คะ



 :z2:


ปฐมบท

แดดยามบ่ายยังคงเริงแรง  แต่ร่างเล็กๆที่ซุกปิดตาใต้ต้นไม้ใหญ่ยังคงเล่นเพลิน
“.…แปด…เก้า…สิบ!”  หนูน้อยหันขวับเหลียวหาเพื่อนเล่น  แต่ไม่เห็นแม้เงา สวนกว้างใหญ่ร่มครึ้มกับไม้พุ่มค่อนข้างรกทำให้ยากแก่การค้นหา แม้จะได้รับการดูแลอยู่เสมอ แต่คนสวนเพียงคนเดียวกับพื้นที่กว้างใหญ่ขนาดนี้ย่อมไม่อาจตัดแต่งได้ทัน หนูน้อยแหวกพุ่มไม้รกไปเรื่อยๆ  แต่ก็ไม่เห็นวี่แววของเพื่อนเล่น
“เอลล่า…เอลล่าอยู่ไหน?เอล…”เด็กน้อยสะดุ้งสุดตัวเมื่อหน้ามอมแมมชะโงกพรวดมาจากพุ่มไม้ข้างทาง  เด็กสาวร่างอวบตะครุบตัวหนูน้อยให้นั่งลง
“ชี่ชชชชช…..อย่าเสียงดังไปคุณหนู  คุณหนูได้ยินเสียงอะไรไหม?” เด็กสาวตาเป็นประกายอย่างตื่นเต้น  
 “เสียงอะไร?เอลล่าอย่ามาหลอกให้ผมกลัวเลย คราวนี้ผมจะฟ้องคุณย่าแน่ๆ”
 “ไม่ได้หลอก…นั่นไงคะได้ยินไหม?”เสียงร้องโหยหวนดังมาแว่วๆ ตาโตเบิกกว้างด้วยความกลัว        
“เสียงอะไรเอลล่าน่ากลัวจัง…เสียงผีเหรอ?”        
“ผีอะไรกันคะคุณหนูนี่มันกลางวันแสกๆ…ไปดูกันดีกว่า”        
“ไม่เอาน่ากลัวออก…เอลล่าจะไปไหน?” เด็กชายขืนตัวหนีไม่ยอมเดินตาม    เอลล่าเท้าสะเอวอย่างระอาปนรำคาญในความขี้กลัวของนายตัวน้อย          
“มาน่าคุณราเชล…กล้าๆหน่อยไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกค่ะ”        
“แต่คุณย่าไม่ให้ไปเล่นทางนั้นนะ”
เอลล่าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ล้อเลียนราเชล        
“คุณย่าๆๆๆ…ไม่เห็นมีอะไรเลย…มาค่ะ” เอลล่าคว้าข้อมือเด็กชายไปด้วยจนได้  พอราเชลดิ้นหนีสาวน้อยจึงอุ้มเด็กชาววัย5ขวบขึ้นขี่หลัง  เอลล่าพาหนูน้อยลัดเลาะตามเสียงร้องโหยหวนที่ฟังไม่ออกว่าเสียงสัตว์หรือเสียงคน  ราเชลกอดคอพี่เลี้ยงแน่นด้วยความกลัว        
“เห็นไหมคะเสียงมาจากทางนั้น…ว้าว!บ้านใครสวยจัง” เอลล่าวางราเชล ลงหลังพุ่มไม้และแอบดูบ้านที่ซ่อนอยู่ในดงไม้รกครึ้มด้วยความตื่นเต้น        
“ไม่เห็นสวยเลย..เอลล่า!เสียงนั่น…มันมาจากบ้านนั้น” ราเชลตัวสั่นด้วยความกลัวแต่เอลล่านั้นตรงกันข้ามเพราะนิสัยกล้าไม่กลัวใครทำให้เด็กสาวรู้สึกเหมือนกำลังเป็นนักสืบสาวที่ตามสืบคดีดังแบบในโทรทัศน์        
“ไปดูกันดีกว่าว่าเป็นเสียงอะไร”          
“อย่าเอลล่า…เอลล่า”
พี่เลี้ยงสาวไม่ฟังเสียงลัดเลาะไปที่บ้านหลังนั้นอย่างรวดเร็ว   ราเชลไม่กล้าตามเข้าไปได้แต่ชะเง้อคอยอยู่ห่างๆ  เอลล่าไปถึงหน้าประตูก็หันมากวักมือเรียกแต่ราเชลส่ายหน้าและถอยไปยืนแอบหลังพุ่มไม้  เอลล่ายักไหล่แล้วผลักประตูเข้าไป
แอ๊ด….กึ้ง…กึ้ง…กึ้ง…เสียงฝีเท้าของตัวเองดังลั่นในความมืด  เด็กสาวเลียปากด้วยท่าทางตื่นเต้นดวงตาเป็นประกายสนุกกับเกมนักสืบที่เธอกำลังเล่น ภายในบ้านเงียบกริบและค่อนข้างมืดแต่สภาพที่เห็นไม่น่าจะมีคนอยู่          
“ขณะนั้นเองนักสืบสาวก็ค่อยๆเข้าไปโดยระวังไม่ทำลายร่องรอยที่คนร้ายอาจทิ้งไว้อุ๊บ!…อื้อๆ…”          
ราเชลเกาใบหูและตามตัวด้วยความคัน ใบหน้ากลมขาวแดงเป็นจ้ำๆเพราะถูกแมลงกัด ขนตายาวงอนเปียกชุ่มด้วยน้ำตา  หนูน้อยร้องไห้กระซิกด้วยความกลัว กลัวทั้งผีที่อยู่ในบ้านหลังนั้นและกลัวถูกคุณย่าดุ ราเชลรออยู่นานแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าพี่เลี้ยงสาวจะออกมา  ท้องร้องจ้อกๆด้วยความหิวเพราะบ่ายมากแล้ว
         “เอลล่า…เอลล่า…” เด็กชายกระซิบเรียกเบาๆแต่ไม่มีเสียงตอบ  หนูน้อยค่อยๆย่องไปชะโงกมองที่ประตู   ภายในบ้านค่อนข้างสลัวทำให้ดูน่ากลัวยิ่งขึ้น  เด็กชายเหลียวหน้าเหลียวหลังพร้อมกับป้ายน้ำตาป้อยทั้งกลัวทั้งหิว แต่จะกลับไปคนเดียวก็กลัวเจ้าตัวที่ร้องโหยหวนอาจจะดักอยู่กลางทาง  เด็กชายแอบดูอยู่นานแต่ไม่เห็นใครจึงค่อยๆย่องเข้าไป  ราเชลกระพริบตาถี่ๆอยู่นานกว่าจะปรับสายตาให้มองเห็นในห้องสลัวได้  แสงไฟจากประตูที่แง้มอยู่กับเสียงสะอื้นแผ่วๆทำให้เด็กชายเกือบหันหลังวิ่งหากแต่ความคุ้นหูทำให้ต้องหยุดชะงัก          
‘เสียงเอลล่านี่…เอลล่าเป็นอะไรไป’ ราเชลค่อยๆย่องไปแอบดูที่ประตู  แสงไฟจากข้างล่างส่องให้เห็นบันไดที่เวียนเป็นวงกลมลงไป เสียงร้องไห้ของเอลล่า ดังกว่าเดิมเล็กน้อย        
‘หรือว่าเอลล่าจะตกบันได’เด็กชายใจหายวาบเมื่อคิดได้อย่างนั้นขาเล็กๆสั่นเทาค่อยๆย่องลงบันไดไปช้าๆ  แสงไฟแม้จะไม่สว่างนักแต่ก็ยังทำให้เห็นภาพในห้องได้ชัดเจน  ในห้องทึบทึมระเกะระกะไปด้วยกรอบรูปกระจัดกระจายไปทั่วยกเว้นตรงกลางห้องที่ตั้งเตียงสีขาวขนาดใหญ่  ราเชลเหลียวมองไปรอบๆแต่ไม่เห็นใคร  แต่เสียงสะอื้นยังดังแผ่วอยู่ตลอดเวลา        
“เอลล่า…เอลล่าอยู่ไหน?”        
“ฮือ…คุ…หนู..”
เสียงแผ่วๆของเอลล่าทำให้เด็กชายดีใจสุดขีด  ราเชลถลาลงจากบันไดวิ่งไปหาต้นเสียง  ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปหนูน้อยก็ยืนตะลึงตัวแข็ง  ร่างเปลือยถูกมัดมือแขวนกับโซ่ที่ห้อยลงมาจากเพดาน  ผมยาวสีทองปกคลุมใบหน้า  ทั่วร่างของผู้หญิงคนนั้นเต็มไปด้วยเลือดและน้ำเหลืองเหม็นตลบ          
“ผี!”ราเชลหันหลังจะวิ่งหนีแต่กลับชนกับอะไรบางอย่างและตัวเขาถูกยกลอยขึ้นจากพื้น  ใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยรอยแผลเป็นรกเรื้อไปด้วยหนวดเคราชะโงกเข้ามาใกล้  หนูน้อยหวีดร้องด้วยความตกใจ        
“อย่า…ปล่อยผม…ผมกลัวแล้ว…ฮือ…เอลล่าช่วยด้วย!” ราเชลดิ้นรนด้วยความกลัว มือเล็กๆพยายามทุบและแกะมือที่หิ้วตัวเขาออก แต่ดวงตาขุ่นขวางกลับเป็นประกายตื่นเต้นยินดี        
“รีน่า…ที่รัก…”        
“อย่า!…”  เด็กชายร้องเสียงหลงก่อนจะหมดสติไปด้วยความกลัว
สิ่งแรกที่ราเชลเห็นคือผมสกปรกยาวสยายกับกลิ่นสาบสางเหม็นจนแทบอาเจียน  เด็กชายค่อยๆมองไล่ขึ้นไปหยุดที่ดวงตาสีฟ้าขุ่นขวางกำลังจ้องมองเขาเขม็ง ราเชลสั่นไปหมดทั้งตัวแต่ไม่กล้าส่งเสียงร้อง          
“กลัวพ่อเหรอลูก?…ไม่ต้องกลัวที่รักพ่อรักลูกนะ…พ่อจะปกป้องลูกไม่ให้ใครมาพรากเราได้อีกแล้ว เดี๋ยวนะเดี๋ยวพ่อจะพาแม่มาอยู่ด้วย  เราจะอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพ่อ…แม่…ลูก”ปากเบี้ยวด้วยรอยแผลเป็นยาวใหญ่แสยะยิ้มจนน้ำลายไหลย้อยจากมุมปาก เด็กชายผงะหนี  แต่โดนยึดไว้แน่นจนแทบขยับไม่ได้        
“ผมอยากกลับบ้าน…ผมจะกลับบ้าน”        
“นี่ไงบ้านของเรา…ที่นี่คือบ้านของเราไงลูก”        
“ไม่ใช่…ฮือ…ที่นี่ไม่ใช่…ผมอยากกลับบ้าน…ฮือ…”        
“บอกว่าที่นี่ไง…ที่เป็นบ้านของเราไง…หยุด!อย่าร้องไห้…ฉันเกลียดเสียงร้องไห้  บอกว่าให้หยุด!”        
“โฮ!…คุณย่า!…ช่วยด้วย!…ฮือ…”        
“หุบปาก!…บอกว่าให้เงียบๆ   ไม่ฟังใช่ไหมเด็กดื้อ?…เด็กเลวแกต้องฟังคำสั่งฉัน…ฟังฉัน!”        
“โอ๊ย!…” มือหยาบฟาดไปบนใบหน้าและศีรษะเต็มแรงจนร่างเล็กๆล้มลงไปกองอยู่กับพื้น ราเชลหวีดร้องด้วยความเจ็บและกลัว เข็มขัดหนังของเด็กชายถูกกระชากออกมาและฟาดเต็มแรง  หนูน้อยดิ้นพราดด้วยความเจ็บปวด  ยิ่งราเชลร้องไห้มากเท่าไหร่เข็มขัดก็ยิ่งฟาดลงมาแรงมากขึ้นจนร่างน้อยแน่นิ่งไป  ร่างผอมสูงหอบแฮ่กยกมือขึ้นปาดเหงื่อออก  ใบหน้าบิดเบี้ยวแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจที่ทำให้เด็กชายเงียบลงได้  มือมิดงอโยนเข็มขัดทิ้งและค่อยๆช้อนร่างน้อยไปวางบนเตียงอย่างทะนุถนอม  เสื้อสีขาวของเด็กชายบัดนี้ฉีกขาดและเต็มไปด้วยรอยเลือดที่ซึมออกมาจากบาดแผล  ใบหน้าขาวซีดบิดเบี้ยวด้วยความรังเกียจ  มือที่ปูดโปนด้วยรอยแผลกระชากเสื้อผ้าออกจากร่างน้อยจนหมดก่อนจะเดินเขยกไปเปิดตู้ขนาดใหญ่มุมห้อง  เสื้อผ้าชุดใหม่ถูกนำมาเปลี่ยนให้เด็กชายอย่างรวดเร็ว ปากเบี้ยวด้วยรอยแผลยิ้มอย่างภูมิใจเมื่อร่างน้อยอยู่ในชุดกระโปรงขาวฟูฟ่อง  ที่ถูกถอดออกมาจากตุ๊กตาตัวใหญ่ขนาดเด็กโตๆ        
“สวยเหลือเกินลูกของเราช่างน่ารักเหลือเกินจ้ะรีน่า”
ราเชลลืมตาขึ้นช้าๆ น้ำเย็นเฉียบปลุกให้สติสัมปชัญญะกลับคืนมา  เด็กชายรู้สึกมึนงง  ร่างกายหนักอึ้งและขยับไม่ได้ด้วยพิษไข้  ลำคอแห้งผากจนไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา  แม้ใบหน้าซีดที่ชะโชกเข้ามาจะทำให้ตกใจเพียงใดแต่ร่างกายก็ไม่อาจขยับหนีได้  ปากบิดเบี้ยวยิ้มให้แต่กลับดูน่ากลัวมากขึ้น          
“ดูนี่สิ…พ่อมีอะไรจะให้ดู  ลูกรัก…อีนังหมอที่มันเอาแม่ของลูกไปซ่อนไง”
เอลล่าในสภาพเปลือยเปล่าถูกกระชากมายืนตรงหน้า เด็กสาวตัวสั่นตาเหลือกลานพยายามจะดิ้นรนแต่มือเท้าถูกมัดไว้แน่น  ปากที่ถูกเย็บติดกันหยาบๆนั้นมีเลือดไหลโชก  ราเชลน้ำตาไหลพรากแต่ไม่มีเสียงหลุดลอดออกมา ผมสีน้ำตาลแห้งถูกกระชากจนหงายไปข้างหลัง  ชายอัปลักษณ์ผลุสวาทด้วยถ้อยคำด่าทอหยาบคายต่างๆนาๆ  ขณะที่ใช้มีดโกนผมออก  ราเชลหลับตาปี๋เมื่อเห็นเลือดทะลักออกมาจากศีรษะเพราะแรงกระชากทำให้ใบมีดบาดลึกเข้าไปในศีรษะ เด็กสาวกระตุกทั้งตัวแต่ไม่มีทางดิ้นพ้น          
“…อ….”  ราเชลพยายามห้ามแต่กลับไม่มีเสียงลอดออกมา          
“หันมานี่….แกต้องดู…แกจะได้รู้ ว่าพวกมันชั่วร้ายแค่ไหน มันแกล้งทำเป็นตายพอพ่อเผลอมันก็กลับมาจะขโมยลูกไป…พ่อจะลงโทษมันให้สาสม”
ราเชลไม่รู้ว่ามันคืออะไร  สิ่งที่เห็นคือเอลล่าที่นอนคว่ำอยู่ตรงหน้าโดยมีชายน่ากลัวคนนั้นกระแทกกระทั้นอยู่ข้างหลัง  ดวงตาสีน้ำตาลที่จ้องมองราเชลทั้งวิงวอน หวาดกลัวและเจ็บปวด  ราเชลพยายามจะช่วยแต่ไม่สามารถทำได้แม้แต่เปล่งเสียง  จู่ๆชายบ้าก็ร้องครางโหยหวนแล้วเปลี่ยนเป็นหอบฮัก  แล้วมันก็ลาก
เอลล่าออกไปโยนที่พื้นก่อนจะยกขาของเอลล่าขึ้นแล้วก็กระแทกกระทั้นเข้าหา  มีดโกนในมือตวัดไปมาบนร่างขาวจนอาบด้วยเลือด          
“อีแพศยา แกหลอกฉันเหรอ? แกเอาเมียฉันไปไว้ไหน? อีกนังหมอเลวแกเอารีน่าของฉันไปซ่อน แกเป็นพวกไอ้ชาร์ลใช่ไหม?บอกมารีน่าอยู่ไหนไม่งั้นฉันจะฆ่าแก”  ชายบ้าเขย่าร่างขาวไปมาแรงๆก่อนที่เอลล่าจะกระตุกขึ้นมาทั้งตัว  ชายบ้าหัวเราะก้องก่อนจะโยนบางอย่างมาทางราเชล  เด็กชายมองตามแล้วอาเจียนพรวดออกมาเมื่อรู้ว่าสิ่งที่กลิ้งอยู่ที่พื้นคือหน้าอกข้างหนึ่งที่อาบชุ่มด้วยเลือดสดๆ  หนูน้อยอาเจียนจนหน้ามืดไปด้วยความตกใจและอ่อนเพลียท่ามกลางเสียงหัวเราะแผดสนั่นของชายบ้าคนนั้น  
         ราเชลรู้สึกตัวอีกครั้งว่าอยู่บนเตียง ร่างกายยังเจ็บปวดเกินกว่าจะขยับได้ผ้าที่คลุมรอบเตียงพลิ้วไสว  เด็กชายเหลือบมองไปรอบๆแต่ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย  รอบตัวเขามีแต่ความเงียบ  ราเชลกัดฟันขยับมือช้าๆ  ค่อยๆเหยียดแขนออกไปคว้าผ้าคลุมรอบเตียงไว้เพื่อพยุงตัวลุกขึ้น  บริเวณที่เขาคว้าไว้ได้เป็นรอยแหวกของผ้าพอดีเมื่อมีน้ำหนักมาถ่วงมันจึงแหวกออกราเชลก็ได้เห็นดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองเขาเหลือกลาน มีเลือดสีแดงปนดำไหลจากปากและจมูก ที่สำคัญคอของเอลล่าตั้งอยู่บนโต๊ะ!  ราเชลกรีดร้องสุดเสียงแล้วโลกก็มืดลง


.....................................


แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าคะ :bye2:

*** ขออนุญาตแก้ไขคำห้อยท้ายของชื่อเรื่อง เพื่อลดความรุงรังของหัวข้อ  แต่หากผู้แต่งมีเรื่องแจ้งเพิ่มเติม ก็สามารถแก้ไขชื่อเรื่องได้ตามปกติค่ะ
 ทิพย์โมบอร์ดนิยาย

Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-09-2010 08:12:24 โดย THIP »

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
สยองจังเลย  :sad4: :sad4:  น่ากัววววว   :o12:

ออฟไลน์ Chatcha

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 717
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0
มาจิ้มเรื่องใหม่จ้า

โอ้  แม่เจ้า

ออฟไลน์ wan

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5575
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +643/-10
ปฐมบท ก็สยองแล้ว 

ผูกปมไว้หลายข้อเชียว

เป็นกำลังใจให้ เทียนฉิน มาต่อเรื่องนี้บ่อย ๆ นะครับ +1 เป็นการฉลองเรื่องใหม่


Huo_To

  • บุคคลทั่วไป
  :sad4:   เง้ออ  ขนาดสูงวัยยังกลัวกันขนาดนี้  แล้วหนูราเชลจะเป็นไงเนี่ย    :z3:

ออฟไลน์ dahlia

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +695/-4
เป็นตอนแรกมาก็สนุกแล้ว  :m4:
มาต่อบ่อยๆ นะคะ

ออฟไลน์ tianqin

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-1
มาต่อแล้วคะ
ขอบคุณ คุณTHIP,Chatcha ,wan ,Huo_To, dahlia สำหรับคอมเมนท์นะคะ และ + ที่มีให้นะ เสียดายยัง + ให้ใครไม่ได้เอาอ้อมกอด :กอด1:ไปก่อนแล้วกันคะ

เนื่องจาก ใบปอ เขียนแต่ละตอนยาวมากๆ ขออนุญาตแบ่งนะคะ

..........................................

บทที่ 1.1

ราเชลวางภู่กันลงและลุกขึ้นบิดตัวอย่างเมื่อยขบเหลือบมองนาฬิกาด้วยความเคยชิน อีก15นาทีจะได้เวลาทานอาหาร  เด็กชายรีบเข้าไปล้างมือล้างหน้าใหม่เพื่อลงไปร่วมโต๊ะ  คุณย่าเกลียดคนไม่ตรงต่อเวลาและเขาก็ไม่อยากถูกตำหนิ  เมื่อลงไปถึงห้องรับประทานอาหารราเชลก็ชะงักนิดหนึ่งอย่างแปลกใจเมื่อเห็น ‘คุณพ่อ’
ร่างท้วมขาวนั่งละเลียดไวน์เหมือนมีความสุข แต่ราเชลสังเกตเห็นความกระวนกระวายที่ซ่อนอยู่ได้เพราะ ‘คุณพ่อ’ เคาะนิ้วลงบนที่ท้าวแขนถี่ๆ  ทันทีที่เหลือบมาเห็นเขาใบหน้าของคุณพ่อก็กลับเย็นชาไปทันที
“บอกคุณแม่ด้วยว่าฉันจะมาหาใหม่พรุ่งนี้”
“จะให้เรียนท่านผู้หญิงว่ากี่โมงคะ?”         
“ตอนเวลาน้ำชาแล้วกัน”         
“ค่ะท่าน”
คุณพ่อกลับไปโดยไม่เหลือบแลมาทางราเชลแม้แต่น้อย  เด็กชายก้มหน้าลงเพื่อซ่อนน้ำตา  แม้คุณพ่อจะทำเช่นนี้ทุกครั้งที่พบกันแต่ราเชลก็อดเสียใจไม่ได้  เด็กน้อยรู้ดีว่าพ่อไม่รัก แต่ไม่เข้าใจว่าเป็นเพราะเหตุใด  นับแต่เล็กจนโตเขาไม่มีโอกาสเข้าใกล้คุณพ่อเลยสักครั้งเพราะท่านไม่ยอมแม้จะแตะต้องตัวเขา  คุณย่าเองก็ไม่ชอบการแตะต้องสัมผัส  คนที่เคยโอบอุ้มและปลอบประโลมยามหนูน้อยหวาดกลัวคือแม่นมที่ตอนนี้ก็แก่เกินกว่าจะดูแลราเชลได้แล้วจึงลาออกไปอยู่กับลูกสาวที่เมืองอื่น 
ราเชลจึงรู้สึกโดดเดี่ยว  เพราะท่ามกลางพี่เลี้ยงมากมายที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาดูแลเขาไม่มีใครให้ความรู้สึกอบอุ่นหรือความรักเหมือนกับแม่นม 
“วันนี้มีสอบเปียนโนไม่ใช่เหรอ?”         
“ครับคุณย่า  อาจารย์บอกว่าผมเล่นแนวของโมซาสได้ดีครับ”         
“ก็ดี”  เรื่องพูดคุยระหว่างเขากับคุณย่ามีเท่านี้         
ทันทีที่พ้นโต๊ะอาหาร ราเชลก็ลอบถอนใจอย่างโล่งอก  เด็กชายรีบกลับเข้าห้องแล้วล็อคประตู อาจจะเหงาที่ต้องอยู่คนเดียวแต่ก็ดีกว่าต้องอยู่ในสายตาเย็นชาของคุณย่าและท่ามกลางสายตาคอยจับผิดของเหล่าคนรับใช้  ไม่ว่าเขาจะทำอะไรต้องเป็นไปตามตารางของคุณย่าเสมอ  เพราะไม่อย่างนั้นจะมีแต่คนรีบไปฟ้องและเขาจะถูกตำหนิอย่างรุนแรง ชีวิตของราเชล จึงมีนาฬิกาเป็นตัวกำหนด
         ..................................

รถสปอร์ตคันหรูเลี้ยวปราดเข้ามาตามทางโล่งโปร่งของสนามฝึกขนาดใหญ่  สายตาหลายคู่เหลือบมองตามรถอย่างสนใจ  แต่ร่างสูงที่ก้าวลงมาจากรถกลับดึงดูดสายตาได้มากกว่า ท่าเดินสง่ามั่นใจเรียกให้สายตาของผู้หญิงทุกคนในสโมสรมองจนเหลียวหลัง   ดูเหมือนเจ้าตัวเองก็รู้ดี  มุมปากบางจึงปรากฏรอยยิ้มนิดๆอยู่ตลอดเวลา 
   ในสนามฝึกกว้างใหญ่วันนี้ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ  ม้าสี่ตัวกำลังควบเข้าหาเส้นชัยและมีสองตัวที่คู่คี่สูสีกัน  ม้าสีขาวสะอาดเบียดกระแซะม้าสีดำปลอดดูเหมือนจะชะงัก  แล้วม้าขาวก็พุ่งเข้าหาเส้นชัยได้ก่อนชั่วเสี้ยววินาที เสียงปรบมือจากผู้ชมที่ส่วนใหญ่ต่างก็เป็นนักแข่ง  ทำให้จ๊อกกี้ทั้งสี่หันกลับมาโค้งให้  โดยเฉพาะเจ้าของม้าขาวที่พุ่งปราดเข้ามาหาร่างสูงทันทีที่สังเกตเห็น
มือใหญ่แต่เรียวสวยคว้าบังเหียนและเหนียวเอวคอดกิ่วปลิวลงจากหลังม้า  ทันทีที่หมวกถูกปลดออก  ปากอิ่มสีสดก็เบียดรับปากร้อนผ่าวอย่างดูดดื่ม  โดยไม่แคร์สายตาของคนรอบข้าง       
“อื้ม…หายไปนานนะจ๊ะ” ตาหวานหรี่ปรือด้วยอารมณ์ที่ปลุกจากจูบร้อนผ่าวเมื่อครู่         
“ก็คุณอยากไม่ไปกับผม”เสียงออดอ้อนแทบละลายคนฟัง  ม่ายสาวคนดังค้อนขวับ         
“อย่ามาอ้าง  ถ้าเธออยากให้ฉันไปด้วยจริงๆมีหรือที่ฉันจะปฏิเสธ  แต่นี่เธอไม่ได้อยากให้ฉันไปสักหน่อย”         
“โธ่…ทำไมถึงคิดว่าผมไม่อยากให้คุณไป”         
“อย่ามาอ้อนซะให้ยาก  ฉันไม่หลงกลเธอหรอกริช”         
“ร้ายจริงๆเลย…ยินดีด้วยนะที่ชนะอีกตามเคย”
จมูกโด่งแหลมย่นนิดๆพองาม  ตายาวเรียวตวัดค้อนอย่างมีจริต         
“อย่ามาเยาะฉันเลย แข่งกับเด็กตัวนิดเดียวยังเกือบแพ้…ดีนะว่าแก้สถานการณ์ทันไม่งั้นขายหน้าตาเลย”         
“ใครน้าที่ทำให้คลาร่าคนสวยยอมออกปากได้อย่างนี้”         
“เด็กจ้ะ…อายุแค่13เท่านั้นเอง แต่เก่งทั้งคนทั้งม้า นี่ถ้าได้มีโอกาสลงสนามจริงอีกสัก4-5ครั้งฉันคงไม่ใช่คู่มือแน่ๆ”         
“ขนาดนั้นเชียว  ชักอยากเห็นแล้วสิ”         
“ดูได้แต่ไม่ให้รู้จักหรอก”คลาร่าตวัดเสียงแง่งอน         
“ทำไม?”         
“ก็…น่ารักชะมัดเลยนะสิ  เฮ้อ! นี่ถ้าโตกว่านี้สัก ปีสองปีนะ ฉันคงมีคู่แข่งที่น่ากลัว”         
“งั้นเชียว”         
“โน่นไง  กำลังฝึกข้ามรั้วอยู่โน่น”
ริชเหลียวตามสายตาของคลาร่า  ม้าสีดำเปรียวกำลังพุ่งข้ามรั้ว  ท่าลอยพลิ้วกลางอากาศสวยงามและดูเบาราวกับไร้น้ำหนัก  ทั้งคนและม้าแตะลงพื้นอย่างงดงามก่อนจะวนกว้างกลับไปหาครูฝึก  ริชหันกลับมาพ่นลมจากปากเบาๆ           
“ตัวนิดเดียวเอง  อายุ 13 แน่เหรอ?”         
“ไม่สนก็ดีแล้วละ  ฉันขี้เกียจตามหึง” คลาร่ายักไหล่
ริชหัวเราะก๊ากก่อนจะคว้าคางแหลมดึงเข้าบดจูบแรงและรุกเร้าจนร่างอวบเผลอเบียดเข้าหา           
“อืม…ขอเปลียนเสื้อผ้าเดี๋ยวนะจ๊ะ”เล็บเคลือบสีสดแตะที่ปลายคางสาก         
“โอเค…ผมไปรอที่ลอบบี้นะ”         
ริชเหลือบมองไปรอบๆอย่างสนใจ ดูเหมือนวันนี้คนจะเยอะเป็นพิเศษ โดยเฉพาะสาวๆมีหลายคนที่น่าสนใจ  สายตาคมสะดุดเข้าร่างเล็กบางที่เพิ่งเข้ามา 
วงหน้าขาวลออราวไข่มุก  ปากแดงสดอิ่ม  แก้มเนียนใสเป็นชมพูระเรื่อ  ขนตายาวเป็นแผงหรุบลงบังดวงตาโต ผมสีทองเป็นประกายเลื่อมปลายสะบัดนิดๆด้วยเริ่มยาว  ตาคมหรี่ลงนิดหนึ่งเมื่อร่างสูงโปร่งที่เดินเคียงข้างแตะไหล่บางให้เดินแยกออกไปจากกลุ่ม  ถึงใบหน้าหมอนั่นนั้นจะดูขาวใสแต่ก็ดูออกว่าไม่ใช่เด็กหนุ่มแล้ว  ริชก้าวตามออกมาที่ระเบียง  ทันได้เห็นทั้งคู่นั่งเคียงกันออกไป         
“ไหนว่าไม่สนไงล่ะ  มองซะลับตาเลย” เสียงแซวติดแง่งอนนิดๆ
ริชยักไหล่แล้วหันกลับมาจุมพิตแก้มเนียนด้วยเครื่องสำอางเบาๆ         
“เด็กน่ารักของคุณมีแฟนมาด้วยนี่นา”       
“อ๋อ…คุณหมอซอเรน  คิก…ไม่ใช่แฟนหรอกจ้ะ  นั่นเป็นหมอประจำเขา  นัยว่าเด็กคนนี้จะมีเชื้อสายขุนน้ำขุนนางเก่าอะไรนี่แหละ”         
“ขุนนาง?”         
“พวกผู้ดีเก่า   มาจากอังกฤษตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตาทวดอะไรนี่แหละ”         
“ทำไมรู้เยอะจัง”
คลาร่าค้อนขวับรู้ว่าโดนประชด         
“ก็เขาน่ารัก  ขี้อายแล้วก็ไม่ค่อยพูด  แต่ที่สะดุดตานะ ตรงนี้”เล็บเคลือบสีสดชี้ที่ดวงตาคู่งามที่ตกแต่งไว้อย่างดี         
“ตาแกใส๊ใส เห็นแล้วใจอ่อนยวบทุกที”         
“โห…ชักเชื่อแล้วว่าคุณติดใจเด็กคนนี้จริงๆ  ไม่เคยเห็นคุณชมผู้หญิงคนไหนขนาดนี้มาก่อนนะเนี่ย” ริชแชวขันๆ  คลาร่าหยุดเดินเงยขึ้นมองเขาตาโต         
“บ้าริช  นั่นเด็กผู้ชายนะไม่ใช่ผู้หญิง”         
“ล้อเล่นน่า” ริชทำหน้าไม่ถูก  นึกภาพคนที่เพิ่งออกไปอย่างไม่เชื่อหู         
“จริงๆ…คนนั้นเด็กผู้ชายจริงๆ”         
“…..”         
“ไงจ๊ะอึ้งไปเลย”ม่ายสาวยิ้มกว้างทำหน้าเยาะเย้ยและขบขัน นานครั้งหรอกน่าที่จะได้มีโอกาสอย่างนี้         
“คุณว่านั่นผู้ชายเหรอ” ร่างสูงยังอึ้งต่อคำตอบ           
“ย่ะ  สวยจนไม่น่าเชื่อใช่ไหม?…มาใหม่ๆก็โดนรุมจีบทุกวันเลยนะ  ขนาดรู้ว่าเป็นผู้ชายยังมีคนตามจีบไม่หยุด  จนคุณหมอต้องมาคอยเป็นบอดี้การ์ดให้”         
“รู้จักกับคุณหมอคนนี้ด้วยสิ” หางเสียงประชดทำให้คนฟังเนื้อเต้นด้วยความดีใจที่โดนหึง  แสร้งทำตาลอยคว้างเหมือนกำลังฝันหวาน         
“แหม…หล่อ โสด สุภาพ  รวย  ครบสูตรขนาดนี้ไม่รีบทำความรู้จักไว้ได้ไง”         
“แล้วผมละ?”         
“อย่าดีกว่าริช  ขืนฉันปักใจกับเธอมีหวังอกหักตั่งแต่แรก”         
“ผมแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ?”         
“อย่าให้ฉันบรรยายดีกว่า” สาวสังคมคนสวยตวัดตาค้อน ริชหัวเราะก้องโอบเอวคอดให้เดินไปด้วยกัน ท่ามกลางสายตาริษยาของหนุ่มสาวแถวนั้น

เพลงหวานกับแอร์เย็นฉ่ำดูเหมือนจะไม่ช่วยให้คนตรงหน้าเย็นลงได้ ริชลอบมองคิ้วเรียวโก่งที่ขมวดแล้วคลาย แล้วขมวดอยู่ตลอดเวลาอย่างสนใจ  รอให้คลาล่าเป็นคนเอ่ยปากเอง         
“ริช” คลาร่าเอ่ยด้วยเสียงแผ่ว         
“หืม”         
“ฉันกำลังจะแต่งงาน”         
“งั้นเหรอ?” คลาร่าขมวดคิ้วหนักขึ้นเหมือนไม่เชื่อหูตัวเองเมื่อเห็นสีหน้าคนตรงหน้าไม่แปรเปลี่ยน  รอยยิ้มขันๆมุมปากทำให้เธอหนักใจมากขึ้น         
“ริช…ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ  ฉันกำลังจะแต่งงานจริงๆ” คลาร่าย้ำหนักแน่น รอยยิ้มขันจางหายไป  ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมแต่ดวงตาเรียบไร้รอยอารมณ์         
“เมื่อไหร่?”         
“ปลายปีนี้…เอ่อ…ระหว่างเรา…คงต้องจบแล้ว…” เสียงหวานสั่นเบา  ดวงตาคู่งามฉายแววเจ็บปวด  ริชวางช้อนหันมองออกไปนอกหน้าต่าง…นิ่ง…นาน...         
“ไม่เห็นเกี่ยวเลย…คุณก็แต่งไปสิ  ทำไมเราต้องเลิกกัน”
คลาร่าเอื้อมมือมายึดมือริชแน่น  มือเย็น สั่น และชื้นเหงื่อทำให้ริชต้องก้มมองก่อนจะเงยขึ้นมองหน้าเธอ         
“ริช…ฉันรักเขา…แล้วฉันก็อยากจะซื่อสัตย์กับเขา” ใบหน้าขาวซีดเผือดด้วยความเจ็บปวด  แต่ดวงตาคู่งามแน่วแน่         
ริชเม้มปาก  ตาคมกล้าด้วยความโกรธ น้ำเสียงขุ่นปิดไม่มิด         
“คบกันนานแล้ว?”         
“ก็…เกือบปีแล้ว” คลาร่าหลุบตาด้วยความละอาย  จึงไม่เห็นรอยยิ้มหยัน         
“มิน่าล่ะ…ตั้งแต่คริสต์มาศ  คุณเอาแต่เลี่ยงที่จะพบผม”         
“ริช!อย่าโกรธเลยนะ…เรายังเป็นเพื่อนกันได้นี่นา”
ม่ายสาวระล่ำระลักด้วยความกังวล  ให้อย่างไรเธอก็ตัดริชไม่ขาด  แม้จะไม่อาจคงความสัมพันธ์ไว้ได้ แต่ก็ยังอยากให้มิตรภาพคงอยู่ต่อไป         
“คงยาก…คุณจะบอกแฟนคุณว่าไง…เพื่อนอ่อนกว่ากันเป็นรอบงั้นเหรอ?” เสียงเย้ยหยันไม่ได้ทำให้คลาร่าโกรธ  ดวงตาคู่งามค้อนขวับอย่างมีจริต  หากแต่รอยยิ้มหวานปลาบปลื้มกระจ่างทั้งหน้า         
“ไม่เอาน่า…คนดี…อย่าพาลนะ” เล็บเคลือบสีสวยกรีดไล้บนหลังมือคร้ามแผ่วเบา  ริชปัดออกอย่างหงุดหงิด         
“หยุดนะคลาร่า  ผมเกลียดเวลาคุณทำเหมือนผมเป็นเด็ก”         
“คิก…ก็เด็กจริงๆนี่นา…น่า แต่รับรองว่าใครสู้คุณไม่ได้สักคน”         
“ผมกลับล่ะ” ร่างสูงผุดลุกขึ้นแล้วเดินหนีไปดื้อๆ 
คลาร่าอ้าปากค้างอย่างตกใจ  พอขยับจะวิ่งตามก็เห็นรถสปอร์ตคันหรูพุ่งวาบออกไปแล้ว         
“ริช…เดี๋ยวสิริช…เด็กบ้าเอาแต่ใจจริงๆ…ฉันสิบ้ากว่า...ที่ไปหลงรักเด็กอายุ 16“ หางเสียงเศร้าหยันลึกให้ตัวเอง  คลาร่ายกไวน์สีสวยขึ้นจิบช้าๆ  อย่างน้อยเส้นทางที่เลือกก็ยังมีคนที่รักเธอจริง  หากเลือกริชก็คงไม่ต่างอะไรกับการคว้าเงา…ที่สุดท้ายเธอก็ต้องเจ็บอยู่คนเดียว

รถสปอร์ตคันหรูจอดลงหน้าคฤหาสน์หลังงาม  กุญแจในมือถูกโยนให้บอร์ดี้การ์ดที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว  ร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองเดินลงบันไดมายืนคอยที่หน้าประตู ริชเหลือบมองสีหน้าเครียดขึงคลายลงเล็กน้อย         
“คุณท่านโทรหาเมื่อวานครับ  ฝากบอกให้คุณไปหาที่แอลเอ”         
“มีอะไร?” น้ำเสียงยังขุ่นห้วน         
“งานเลี้ยงหุ้นส่วนใหม่ที่เพิ่งเซ็นสัญญาครับ” น้ำเสียงเย็นเรียบเรื่อยด้วยชินกับอารมณ์ขึ้นๆลงๆของนายน้อยมาตั้งแต่เด็ก         
“ไม่ใช่เรื่องของฉัน” ริชหงุดหงิดกว่าเดิม         
“แต่ท่านอยากให้คุณริชเรียนรู้งานไว้” ร่างสูงหนาเดินตามติด
ริชหันขวับมาเผชิญหน้า ดวงตาวาววับด้วยความโกรธ         
“ไม่!…ฉันไม่มีเวลา  นี่ก็ต้องย้ายโรงเรียนอีก” ริชตัดสินใจกะทันหัน         
“คุณริชจะย้ายไปไหนครับ?” ไม่ได้ถามด้วยความแปลกใจแต่บอร์ดี้การ์ดหนุ่มใหญ่แค่ต้องการรายละเอียดเท่านั้น         
“ไปเรียนกับกาย”         
“ไหนคุณว่าโรงเรียนบ้านนอกระเบียบเยอะ”         
“ก็กายยังอยู่ได้  ทำไมฉันจะอยู่ไม่ได้”         
“แต่…”         
“จัดการให้ด้วย”         
“แล้วงานเลี้ยงละครับ?” ริชเดินลิ่วขึ้นชั้นบนแถมโบกมือไล่  เจฟฟรี่ได้แต่สายหน้าอย่างอ่อนใจ  งานนี้ไม่รู้จะหาข้อแกตัวอะไรอ้างกับคุณท่านได้อีก
         ..................................

เสียงเก้าอี้ลั่นเอี๊ยดเพราะน้ำหนักของคนนั่ง  ใบหน้าสวยขมวดขึงอย่างไม่พอใจ  แต่เมื่อเงยขึ้นเห็นคนตรงข้ามก็ได้แต่เลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ         
“ริช…มาได้ไง?”         
“ตามนายมาสิ…คิดถึงจะแย่” เสียงหวานกับตาพราวระยับที่ทำให้ใครต่อใครแทบละลาย กลับใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนตรงหน้า  ตาโตเป็นประกายขบขัน         
“อย่ามาใช้กับฉันดีกว่า”         
“อะไร?”       
“มุขหนุ่มปากหวานนี่ใช้กับฉันไม่ได้ผลหรอก”
ริชเหลือบมองเพดาน พ่นลมจากปากพรูด้วยความอ่อนใจ         
“กาย…เมื่อไหร่นายจะยอมคบกับฉัน”
ดวงตาโตทอดอ่อน  หวานเชื่อม  ริชใจฟูฟ่องด้วยความยินดี  แต่ประโยคถัดมาทำให้ใจฟูฟุบแฟบทันควัน         
“...ไม่มีวัน”         
“โธ่กาย” ริชครางเสียงอ่อย  ดวงตาของคนตรงหน้าจริงจังขึ้น         
“นายก็รู้ว่าฉันรักเท็ด”         
“หมอนั่นมีอะไรดี?” ริชทำหน้าขึงขัง         
“ทุกอย่าง” คำตอบที่มาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างทำให้คนฟังหน้างอ         
“โอ๊ยเซ็ง…แล้วนั่นจะไปไหน?” ริชกระแทกเสียงด้วยความหงุดหงิด เมื่อเห็นคนตรงหน้าสาระวนเก็บหนังสือ พนักงานสาวที่เข้ามาเสริฟน้ำสะดุ้งเกือบทำน้ำหก  กายรอจนพนักงานเสริฟคล้อยหลังจึงค่อยพูดต่อ         
“เดี๋ยวเท็ดจะมารับ”
ไม่ทันขาดคำรถจิ๊ปกลางเก่ากลางใหม่ก็จอดลงตรงร้านหนังสือฝั่งตรงข้าม  กายอมยิ้มยักคิ้วให้นิดหนึ่งก่อนจะรวบหนังสือบนโต๊ะแล้วรีบออกไป  ร่างเล็กดูบอบบางมากขึ้นเมื่อยืนเคียงกับร่างสูงใหญ่ ท่าที่ก้มลงพูดคุยกับกายด้วยความอ่อนโยนนั้นจับตาจนน่าริษยา 
ริชสลัดศีรษะอย่างหงุดหงิด  ไม่เข้าใจว่าระหว่างคนที่คนเพียบพร้อมทุกอย่างแบบเขากับผู้ชาย ‘บ้านนอก’ ที่แสนธรรมดาทำไมกายถึงเลือกผู้ชายคนนั้น    ริชมองตามแผ่นหลังบางๆไปจนลับตา…ก่อนจะถอนใจยาวด้วยความเสียดาย  สายตากวาดไปรอบๆสะดุดกึกอย่างประหลาดใจ         
ร่างโปร่งบางในเสื้อเชิ้ตขาวที่กำลังจะข้ามถนนคือเจ้าของใบหน้าหวานที่ติดอยู่ในใจมาหลายสัปดาห์  ถุงพิมพ์โลโก้ร้านหนังสือดังเต็มสองแขน 
รอยยิ้มนิดๆที่มุมปากบางจางวาบเมื่อเห็นมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งพุ่งผ่าไฟแดงเฉียวร่างบางไปเพียงนิดเดียว ถึงจะไม่ล้มแต่ถุงหนังสือในมือก็หล่นกระจาย 
ริชเปิดประตูพรวดออกไปจากร้าน  แต่ยังไม่ทันถึงจุดหมายแขนแข็งแรงคู่หนึ่งก็คว้าไหล่เขาไว้         
“อะไรเจฟ?” ริชแทบตะคอกด้วยความโกรธ  แต่แววตาเคร่งเครียดทำให้เด็กหนุ่มชะงัก  เจฟฟรี่ยังตีหน้าเฉยเหนี่ยวไหล่เขาให้เดินไปด้วยกันเหมือนไม่มีอะไร  แต่หางตากวาดมองรอบตัวอย่างรวดเร็วทำให้ริชจำต้องก้าวตาม         
“พวกมันคนป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้  ดูเหมือนจะเริ่มเยอะขึ้น”         
“บ้าชิบ” ริชอดเหลียวไปมองไม่ได้  ผู้ชายสองสามคนแถวนั้นกำลังช่วยเก็บหนังสือให้ และดูเหมือนจะได้รับรอยยิ้มเก้อเขินตอบแทน  ริชสบถด้วยความเสียดายที่คนได้รับรอยยิ้มนั้นไม่ใช่เขา
………………………..

รถโบราณสีดำเป็นมันจอลงช้าๆ คนขับอดไม่ได้ที่เหลียวมองรอบ
ตัวก่อนจะเปิดประตูให้’คุณหนู’ ลงจากรถ         
“คุณหนูมาวาดรูปอะไรที่นี่ครับ  ไม่เห็นมีอะไรสวยเลย?”         
“ช่างฉันเถอะน่า…รอที่รถแล้วกัน”         
“แต่ว่าแถวนี้เปลี่ยวออกครับ”         
“แหม!ก็ไร่มันร้าง มันก็ต้องเปลี่ยวเป็นธรรมดาใกล้บ้านแค่นี้กลัวอะไร?”         
“ไม่ร้างแล้วนะครับคุณหนู  ผมได้ข่าวมาว่ามีคนมาซื้อไร่แล้ว  แถมยังซ่อมบ้านเสียหรูหราไปเลย”         
“แต่เขาไม่ได้มาแถวนี้หรอกน่า  เอาละฉันจะไปวาดรูปแล้ว”         
“ผมช่วยขนของครับ”         
“กระดานสเกตอันเดียวฉันถือได้น่าอย่าห่วงนักเลย…ไปละ”
คนขับรถยังชะเง้อตามอย่างเป็นห่วงแต่พอเห็นคุณหนูลงนั่งที่ร่มไม้ใหญ่ไม่ไกลจนตะโกนไม่ได้ยินก็โล่งใจ  จึงกลับไปแอบงีบในรถ         
ราเชลวางกระดานสเกตลงแล้วชะเง้อมองคนขับรถ  รอจนชายชรากลับไปที่รถจึงค่อยๆล้วงเอาบางอย่างออกจากกระเป๋า  แฮมเบอร์เกอร์อันใหญ่สองอันที่เขาแอบจ้างเด็กไปซื้อถูกแกะอย่างบรรจง กลิ่นหอมของเนื้อและขนมปังทำให้ราเชลน้ำลายสอ  แต่ดูเหมือนจะไม่ได้มีแต่เขาที่ได้กลิ่นเมื่อจู่ๆหน้าดำที่มีขนยาวเป็นมันก็โผล่พรวดมาจากหลังพุ่มไม้  ลิ้นยาวตวัดเลียปากจนน้ำลายกระเซ็น 
โฮ่ง!...มันเห่าหนึ่งครั้งแล้วลงนั่งยกสองขาหน้าขึ้นไขว้ขอ ราเชลมองตาดำๆก่อนจะก้มมองขนมปังในมืออย่างเสียดาย
โฮ่ง!ๆๆๆ…งี๊ดๆๆ…ราเชลหน้าสลดเมื่อจำต้องยื่นขนมในมือให้ยังไม่ทันชักมือออกขนมปังก็ถูกกวาดหายวับเข้าไปในปากกว้างใหญ่ในพริบตา
ราเชลอ้าปากค้างมองท่าเคี้ยวตระกรูมตระกรามแล้วกลืนอย่างรวดเร็วด้วยความประหลาดใจ  ทันทีที่ปากว่างตาดำขลับก็เหลือบมองชิ้นใหม่แล้วเริ่มเห่าอีก  แต่คราวนี้ราเชลคว้ามาถือไว้แน่น  ไม่ว่าเจ้าตัวดีจะทำเสียงออดอ้อนอย่างไรหนุ่มน้อยก็เอาแต่สายหน้าแล้วเริ่มถอยหนีเมื่ออีกฝ่ายย่างสามขุมเข้าหา
ริชขมวดคิ้ว สงสัยตั้งแต่ได้ยินเจ้าพลูโตเห่าแล้ว  เสียงย่ำช้าๆมาทางเขาทำให้เด็กหนุ่มเกร็งตัวระมัดระวัง  ทันทีที่เงาวูบเข้ามาใกล้เท้าก็ยื่นออกไปเร็วอย่างที่คิด ร่างบางเซถลาหงายหลังเพราะถูกเตะรวบขา  แม้จะไม่แรงแต่ก็ทำให้หงายลงไปทั้งตัว 
ราเชลหลับตาปี๋แต่แทนที่จะกระแทกกับพื้น เขากลับล้มลงบนอะไรบางอย่าง  ที่สำคัญมันตวัดรัดรอบตัวอย่างรวดเร็ว  ราเชลลืมตาฉับพลัน  สิ่งแรกที่เห็นดวงตาสีน้ำเงินเข้มที่จ้องเขม็งเป็นประกายวาววับ  จมูกโด่งเป็นสันกับริมฝีปากบางเฉียบที่อยู่ใกล้แค่คืบ  ราเชลรู้สึกถึงลมหายใจร้อนๆใกล้หน้าเข้ามาทุกทีแต่เด็กชายไม่ได้ขยับหนีด้วยยังงุนงงไม่หาย  จนกระทั่งมีหน้าดำๆขนยาวโผล่พรวดเข้ามา           
“ไม่นะ”ราเชลร้องเสียงหลงและพยายามถอยหนีเมื่อเจ้าหน้าดำพยายามยื่นเข้ามาแย่งแฮมเบอร์เกอร์ที่เขากอดไว้แน่น  เสียงตวาดหนักทำให้มันชะงักแล้วถอยไปนั่งนิ่ง  ราเชลมองสุนัขก่อนจะหันมาสบตาคนที่เขานอนทับอยู่ ตาวาวๆทำให้หน้าร้อนผ่าวด้วยความอาย รีบตะกายลุกขึ้น เจ้าตัวตะกละขยับจะเข้ามาหา แต่คำสั่งหนักๆจากคนที่นั่งข้างๆทำให้มันชะงักแล้วนั่งอยู่ในท่าเดิม         
“ขอโทษครับที่…ผมล้มทับคุณ…เอ่อ…หมานี่ของคุณเหรอ?”         
“ใช่…มันทำร้ายเธอหรือเปล่า?”ริชเพิ่งหาเสียงตัวเองเจอหลังจากตะลึงอยู่นาน เหมือนของขวัญจากพระเจ้าที่ประทานลงมาให้เขาถึงอก         
“เปล่า…คือ…มันจะแย่งของผม” ราเชลตอบอึกอักด้วยความอาย หน้าแดงซ่านเมื่อเห็นสายตาตวัดมองสิ่งที่เขาถือ  คิ้วเข้มเลิกเล็กน้อยเหมือนจะถามว่าใช่สิ่งที่ถืออยู่หรือเปล่า         
“ก็…มันจะแย่งแฮมเบอร์เกอร์ผม”         
“แฮมเบอร์เกอร์เนี่ยนะ” ชายคนนั้นทำหน้าพิลึกแล้วหัวเราะก๊าก            
“ก็มันของผมแล้วหมาของคุณก็ไม่มีสิทธิ์แย่งด้วย” เสียงใสขุ่นห้วนขึ้น
สายตาเข้มเปลี่ยนจากขบขันเป็นมองอย่างพินิจพิจารณาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ริชเลิกคิ้วอย่างขันๆ  เรือนร่างบอบบางในเครื่องแต่งกายที่แม้จะดูเรียบๆ หากแต่เนื้อผ้าและการตัดเย็บอย่างประณีตบวกกับบุคลิกที่ดูยังไงก็ไม่น่าจะอยู่อย่างอดๆอยากๆ  ราเชลหน้าแดงนึกรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร         
“อย่ามามองแบบนั้นนะ”         
“ทำไมละ…ของแบบนี้มีขายออกเกลื่อน ไม่เห็นต้องหวงขนาดนั้นเลย?”         
“ก็…ก็…ก็มันไม่…เคยกินนี่ อย่ามาหัวเราะนะ!” แก้มใสแดงจัดด้วยความอาย
ริชหัวเราะพรืดออกมาหลังจากพยายามกลั้นไว้เต็มที่แล้ว  ยอมรับหรอก ว่าดูเรียบร้อยเหลือเกินแต่ไม่คิดว่าจะถึงขนาดไม่เคยกินแฮมเบอร์เกอร์  ริชเปิดตะกร้าที่เตรียมมาและโชว์ไก่ทอดหอมน่ากินให้ดู  หน้าสวยสะบัดหนีแถมยังแอบย่นจมูกเสียอีก  เจ้าตัวแสบเห่าดังลั่นเพื่อเรียกร้องความสนใจเมื่อได้กลิ่นอาหาร 
ริชโยนไก่น่องหนึ่งลอยขึ้นไปบนอากาศ  เจ้าตัวตะกละโดดขึ้นงับด้วยลีลาสวยงาม  แถมยังมุดหายไปในพงหญ้ารกราวกับกลัวริชจะเอาคืน         
ราเชลเหลียวมองสุนัขแล้วเหลือบมองเจ้าของมันอย่างขัดใจ  อยากลุกกลับไปนั่งที่เดิมแต่ก็กลัวจะเจอเจ้าจอมตะกละกลางทาง  เขาจะต้องถูกแย่งอีกแน่ๆ   จู่ๆมือใหญ่ก็คว้าแฮมเบร์เกอร์ไปจากมือ  เด็กชายมองตามตาค้าง         
“ขะ…ของผม”ราเชลหน้าแดงพูดไม่ออกเมื่ออีกฝ่ายแกะกระดาษออกครึ่งหนึ่งแล้วยื่นให้ เด็กชายรับมาถือไว้แล้วจดๆจ้องๆอยู่ครู่หนึ่งจึงกิน  เมื่อเห็นเขากินเจ้าของหมาตัวโตก็รื้อของในตะกร้าออกมากินบ้าง 
ราเชลลิ้มรสชาติของแฮมเบอร์เกอร์อย่างเอร็ดอร่อย  เป็นครั้งแรกที่ได้กินอาหารแบบนี้ ขนมปังอาจแข็งกว่าที่บ้านนิดหน่อย  เนื้อก็ไม่นุ่มหวานเท่าแต่รสชาติแปลกใหม่ก็ทำให้เด็กชายลืมตัวไปว่าอยู่กับคนอื่น  จนกระทั่งเงยขึ้นมาสบตาคมที่จับจ้องอยู่ก่อนแล้ว  ราเชลลดแฮมเบอร์เกอร์ลงแล้วหลบตาด้วยความอาย 
ริชจ้องมองซอสที่เลอะปากแดงอย่างสนใจ  ท่าทางกินของคนตรงหน้าทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าเบอร์เกอร์ที่นี่น่าจะอร่อยกว่าที่นิวยอร์ค  นิ้วยาวเช็ดซอสจากปากแดงขึ้นเลียหน้าตาเฉย  ราเชลตาค้างแล้วหน้าร้อนซู่ฉับพลัน  เด็กชายผลุนผลันลุกจากที่นั่นจนเกือบลืมกระดานสเกตของตัวเอง  กระดาษปลิวไปหลายใบ  ราเชลเก็บเท่าที่เห็นแล้วรีบเดินหนี ยังได้ยินเสียงตะโกนตามหลังมา         
“ฉันซื้อไร่นี้ไว้…ว่างๆมาเที่ยวอีกนะ” ริชหัวเราะหึๆเมื่อเห็นร่างเล็กวิ่งหนีลิ่วลงไปยังรถที่จอดรออยู่ข้างล่าง ชายชรารีบมาเปิดประตูให้ ริชมองตามรถโบราณไปจนลับตา  เด็กหนุ่มผิวปากหวือใจยังเต้นตึกๆด้วยความตื่นเต้น  ไม่น่าเชื่อว่าโลกจะกลมขนาดนี้  เด็กหนุ่มหน้าสวยที่เขาเฝ้าตามหากลับเจอในที่ที่เขาคาดไม่ถึง         
‘เพิ่งรู้แฮะว่าซอสเบอร์เกอร์ที่นี่หวานกว่าที่นิวยอร์ค’  ริชคิดอย่างครึ้มๆ 
เสียงกรอบแกรบทำให้เขาผุดลุกขึ้นดู กระดาษใบหนึ่งปลิวตกอยู่ไม่ไกล ลายเส้นอ่อนพลิ้วกลับถ่ายทอดอารมณ์ของคนในภาพออกมาได้ดุดันเข้มงวดเสียจนเขาทึ่ง  อดคิดไม่ได้ว่าคนในภาพมีอยู่จริงหรือไม่  เพราะคงเป็นยัยแก่ที่น่ากลัวพิลึก
……………………


 :pig4:

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
ตัดมาตอนโตเลยแฮะ  แบบนี้ยิ่งน่าสน มีปมลึกลับดี  o13

สาวบ้านนอก

  • บุคคลทั่วไป
น่าสนุกจังค่ะ :L2:

ออฟไลน์ oaw_eang

  • Global Moderator
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8418
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2122/-586

น่ากลัวอะ

บรื้อออออออออออออออออออออออออออออส์
หยดหยอง :sad4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Poes

  • คนแรกของหัวใจ คนสุดท้ายของชีวิต
  • Administrator
  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 11342
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2405/-22
ที่เข้ามาเพราะ ฉาก NC ค่อนข้างแรงงงงงงง  :haun4: แล้วจะติดตามนะ

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
รออ่านอยู่นะค๊า   :z2: :z2:

ออฟไลน์ tianqin

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-1
ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์นะคะ เป็นกำลำงใจอย่างดีเลยคะ :3123:

ไปอ่านต่อกันเลยคะ

.....................

แสงแดดยามเช้าสว่างสดใสเสียจนต้องหรี่ตาหลบ  แม้จะรู้สึกมึน-หัวนิดๆแต่ราเชลก็พยายามทำตัวปกติ ในใจอดขุ่นขวางไปถึงต้นเหตุที่ทำให้นอนไม่หลับไม่ได้ รถโบราณคลานไปจอดหน้าประตูรั้วคนละด้านกับประตูที่ติดกับรั้วโรงเรียนสตรีตามคำสั่งของคุณย่าที่ไม่ต้องการให้ราเชลสนิทกับเพื่อนหญิงก่อนวัยอันควร         
“ขอบใจมากสมิท”         
“เย็นนี้คุณราเชลจะกลับกี่โมงขอรับ?”         
“ก็สัก 5 โมงแล้วกัน เพราะเมื่อวันศุกร์ไม่สบายอาจจะมีงานค้างอยู่บ้าง”         
“ขอรับ”         
“ราเชล!” เด็กหนุ่มผมทองสองคนวิ่งถลาเข้ามาแทบลากหนุ่มน้อยลงจากรถด้วยความใจร้อน
“อ้าว!ทำไมวันนี้พวกนายสองคนมาเร็วได้ล่ะ…แปลกจัง?”         
“ก็มันมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นที่โรงเรียนเรานะสิ” ใบหน้าที่เหมือนกันจนแม้แต่กระก็แทบจะอยู่ตำแหน่งเดียวกันแดงซ่านด้วยความตื่นเต้น         
“เรื่องใหญ่?” ราเชลยืนอยู่ตรงกลางขณะที่ทั้งสองแยกกันขนาบสองข้าง         
“นายได้อ่านหนังสือพิมพ์เช้านี้หรือยัง?…โรงเรียนเราได้ลงหนังสือพิมพ์ด้วยนะ”         
“ใช่แล้ว…ทีนี้เราก็จะกลายเป็นที่สนใจของเด็กโรงเรียนอื่นซะที”
ราเชลยกมือขึ้นห้ามสองหนุ่มน้อยที่แข่งกันตะโกนกรอกหูเขาโดยที่ไม่สนใจเลยว่าเขาจะฟังเรื่องทั้งสองพูดไม่รู้เรื่องสักนิด         
“นายสองคนหยุดก่อนได้ไหม…ขอร้องล่ะช่วยเล่าที่มาที่ไปให้ละเอียดหน่อยได้หรือเปล่า?”         
“ไม่เอา”         
“ใช่…เราจะพานายไปดูเลยดีกว่า” ว่าแล้วทั้งคู่ก็คว้าข้อมือหมับ ราเชลถลาไปตามแรงลากอย่างไม่ทันตั้งตัว         
“นี่อย่าลากฉันอย่างนี้สิ”         
“มาเร็วเข้า”         
“เจอร์รี่ ลอว์ลี่ปล่อยก่อนฉันจะล้มแล้วนะ”
พูดไม่ทันขาดคำหนึ่งในสองหนุ่มก็ทำราเชลหลุดมือ  แต่แรงลากจากอีกด้านทำให้ร่างเล็กเซถลาไปด้านข้างและคงล้มไม่เป็นท่าหากไม่ได้มือแข็งแรงคู่หนึ่งคว้าตัวเขาไว้     
เจอร์รี่ตาค้างเผลอปล่อยมืออีกข้างทำให้ราเชลหลุดเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนนั้นทั้งตัว         
“ขอบคุณที่ช่วยครับ ขอโทษที่ผม…คุณ!” ราเชลใจหล่นวูบเมื่อเงยขึ้นสบตากับเจ้าของอ้อมแขนที่ประคอง  เลือดฉีดซ่านไปทั้งหน้าเมื่อเห็นดวงตาคมเป็นประกายระยับชวนให้นึกถึงพฤติกรรม ‘อุกอาจ’ ที่ท้ายไร่  ต้นเหตุที่ทำให้เขานอนไม่หลับทั้งคืน         
“เจอกันทีไรเธอต้องล้มใส่ฉันทุกทีสิน่า…หึๆๆหรือว่าชอบให้ฉันกอด”รอยยิ้มกวนๆกับนัยน์ตายิบๆทำให้ราเชลหน้าร้อนวาบ         
“มะ…ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย….ผมไม่ใช่คนซุ่มซ่ามนะ”         
“ก็คงเป็นงั้น…คราวที่แล้วเป็นเพราะหมาฉัน…คราวนี้ก็เป็นเพราะ…คู่แฝด”   ตาคมตวัดมองไปยังสองหนุ่มน้อยที่ยืนเบิ่งตาค้างอยู่ข้างๆ     
“ฮะ…แฮมิลตัล!” สองหนุ่มคู่แฝดอุทานออกมาพร้อมกัน และทำหน้าพิลึก 
ราเชลเหลียวมองสองหนุ่มก่อนจะเงยขึ้นมองหน้าคนที่ยังกอดเขาไว้ไม่ปล่อย  หนุ่มน้อยหน้าแดงยิ่งกว่าเดิมเมื่อนึกขึ้นมาได้รีบผละออกจากอกกว้างแทบไม่ทัน  ได้ยินเสียงถอนหายใจเหมือนจะล้อเลียนของคนตรงหน้า         
“ขอบคุณมากครับที่ช่วยผมไว้…ขอตัวก่อนนะครับ”         
“อ้าว!เดี๋ยวสิ….” ราเชลไม่ฟังเสียงหันหลังได้ก็จ้ำพรวดๆหนี โดยมีสองแฝดวิ่งตามหน้าตาตื่น       
“ราเชลนายรู้จักแฮมิลตันด้วยเหรอ?” เจอร์รี่เบิกตาที่โตอยู่แล้วให้โตยิ่งขึ้น         
“แล้วนายก็สนิทกับเขามากละสิ...มิน่าเขาถึงว่านายชอบให้เขากอดเขา” ลอว์ลี่แซงขึ้นเดินแกมวิ่งขนาบอีกด้านด้วยท่าทางไม่พอใจ         
“หรือว่านายกับแฮมิลตัน!…ว้าว!”
ทั้งคู่พูดต่อกันแทบไม่เว้นช่องให้ราเชลปฏิเสธ         
“นี่นายสองคนหยุดพูดอะไรไร้สาระได้แล้ว!” ราเชลมองหน้าทั้งคู่สลับไปมา         
“ก็บอกมาสิว่านายกับแฮมิลตันรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่?”ลอว์ลี่คาดคั้นจ้องราเชลเขม็ง         
“อย่างนี้บ้านนายก็มีสิทธิได้เข้าหุ้นกับตระกูลแฮมิลตันนะสิ…นี่ถ้าพ่อฉันรู้เขาจะต้องเนื้อเต้นแน่ๆ” ทั้งคู่ชะงักหันมามองกันทำตาโต         
“โทรไปบอกพ่อดีกว่า!”
ราเชลอ้าปากจะห้ามแต่ดูเหมือนคู่แฝดจะสรุปเรื่องราวทุกอย่างได้ด้วยตัวเองโดยไม่ฟังข้อเท็จจริงอะไรสักนิดเดียว สองหนุ่มวิ่งแยกไปทันทีเพื่อกระจายข่าวที่น่าตื่นเต้นให้คนอื่นๆรู้ 
หนุ่มน้อยพูดไม่ออกเดาได้ไม่ยากว่าภายในวันนี้ทุกคนในโรงเรียนจะต้องพากันรู้ข่าวโคมลอยใบโตของทั้งคู่  ที่สำคัญหากเรื่องนี้หลุดไปถึงหูนายคนนั้นอะไรจะเกิดขึ้น?...แค่เขาล้มไปใส่สองครั้งยังโดนล้อขนาดนี้ แล้วถ้าข่าวบ้าๆนั่นกระจายออกไป?  ราเชลอดหน้าแดงไม่ได้เมื่อนึกถึงเจ้าของอ้อมแขนร้อนผ่าวนั่น
‘บ้าใครจะไปอยากให้นายกอดกัน!’           
“ราเชล…เป็นไงบ้าง ดีขึ้นแล้วเหรอถึงมาโรงเรียนได้?”
ราเชลสะดุ้งเมื่อจู่ๆก็มีเสียงทักขึ้นใกล้ๆ         
“ดีขึ้นแล้วปีเตอร์  ขอบใจมากนะสำหรับของเยี่ยม”         
“ได้รับด้วยเหรอ…ฉันลุ้นแทบแย่กลัวคุณย่านายจะไม่ให้เอาไปให้นาย”         
“คุณย่าท่านเข้มงวดมากก็จริง…แต่เรื่องของเยี่ยมไข้ท่านไม่เสียมารยาทหรอกนะ” สีหน้าเรียบเฉยของราเชลทำให้ปีเตอร์ตกใจ         
“เปล่านะ!ฉันไม่ได้ว่าคุณย่าของนายนะ”         
“ฉันเข้าใจ…คุณย่าท่านไม่ค่อยชอบให้ฉันคบเพื่อนที่ท่านไม่รู้จักนัก  แต่ช่วงนี้ดูจะลดความเข้มงวดลงบ้างแล้ว” ราเชลข่มความรู้สึกไม่พอใจไว้ได้อย่างรวดเร็วด้วยความเคยชิน         
“คงเพราะเห็นว่านายโตขึ้นมากแล้วก็ได้” ปีเตอร์โล่งใจที่ไม่ถูกโกรธ         
“วันนี้ไม่ซ้อมเหรอใกล้แข่งแล้วนี่  ปีนี้นายเป็นนักกีฬาตัวจริงด้วยนี่นา?”
ปีเตอร์หันมายิ้มกว้างอย่างปลาบปลื้มกับตำแหน่งตัวจริง  ใบหน้าเหลี่ยมที่มีแต่กระกับผมสีฟางแห้งทำให้ปีเตอร์ไม่เด่นสะดุดตาแม้จะสูงแต่ก็หนาจนดูเทอะทะ  แต่ยามอยู่บนสังเวียนร่างเทอะทะนี้กลับฟุตเวิร์คได้พลิ้วไหวอย่างไม่น่าเชื่อ         
“ซ้อมสิ  แต่คงเลื่อนเป็นช่วงเย็น”         
“ทำไมล่ะ?”         
“รุ่นพี่ไปหาทุนสนับสนุนอยู่น่ะ…ไม่รู้ว่าจะได้แค่ไหน เมืองเราก็เล็กนิดเดียว”         
“ราเชล…หายแล้วเหรอ?” สาวน้อยหน้าหวานคมผิวคล้ำวิ่งผละจากกลุ่มเพื่อนมาเกาะรั้วด้วยความดีใจ  สายตาจับจ้องอยู่แต่ราเชลจึงไม่เห็นรอยยิ้มที่ค่อยๆเก้อไปของปีเตอร์         
“ไม่เป็นอะไรแล้วล่ะมีนา…เป็นไงสบายดีหรือเปล่า?”         
“ไม่ดีหรอกก็ห่วงราเชลแทบแย่…เดี๋ยวตอนเย็นเราไปหาที่ชมรมนะ” ตาหวานทอดอ่อนเชื่อมสื่อความนัย  แต่ราเชลยิ้มตอบตาใสแล้วเดินจากมาเฉยๆ 
ปีเตอร์เดินไปส่งเพื่อนจนถึงห้อง         
“ใกล้เวลาเรียนแล้วเราไปก่อนนะ”         
“ขอบใจมากปีเตอร์”
…………………………

เสียงฮือฮาจากชั้นล่างเรียกให้สมาชิกในชมรมศิลปะวางพู่กันลงแล้วชะโงกลงไปดู  ผิวขาวผ่องกับรอยยิ้มสดใสดึงดูดให้สายตาทุกคู่มองตามกันเป็นแถวโดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้มีร่างสูงสง่าตระหง่านเดินเคียงกันมา  ท่าที่ก้มลงฟังแล้วอมยิ้มน้อยๆนั้นเล่นเอาสาวๆจากโรงเรียนสตรีพากันตาลอยไปตามๆกัน           
“โอ้ย!…หัวใจสลาย  ทำไมคนงามของฉันถึงได้เดินกับแฮมิลตันได้ล่ะ” 
หนุ่มน้อยร่างสูงโย่งใบหน้าเต็มไปด้วยสิวเขลอะครวญครางราวกับจะขาดใจ  สร้างความหมั่นไส้ปนขบขันให้เพื่อนในชมรมกันถ้วนหน้า       
“ใครบอกของแก…เห็นๆกันอยู่ว่าแฮมิลตันน่ะย้ายตามพอลลิ่งมา  คุณหนูตระกูลดังยอมมาเรียนโรงเรียนเล็กๆ  แบบนี้สิเขาเรียกเจ้าของตัวจริง”         
“ไม่จริงโว้ย…ไงก็ไม่เชื่อ…ฮือ…กายของช้าน…”
ราเชลมองตามภาพนั้นด้วยความรู้สึกชื่นชมปนอิจฉานิดๆ แต่ก็พยายามปัดความรู้สึกนั้นออกไปหันมาตั้งสมาธิอยู่กับงานตรงหน้า         
“บ้า!พวกนี้เป็นบ้าอะไรกัน…พอลลิ่งน่ะเป็นผู้ชายนะยะ” มีนากระแทกพู่กันในมืออย่างหงุดหงิด         
“ถึงจะเป็นผู้ชายก็สวยกว่าสาวๆขี้อิจฉาโรงเรียนสตรีก็แล้วกันแหละ”
เสียงใสที่สวนทันควันทำให้สาวน้อยหน้าแดงซ่านด้วยความโกรธ  นักเรียนชายในห้องก้มหน้าลงซ่อนยิ้มด้วยความขัน  ขณะที่นักเรียนหญิง3-4คนจากโรงเรียนสตรีพากันเหลียวไปมองคนพูดด้วยความไม่พอใจ         
“นายว่าใครขี้อิจฉาลอว์ลี่” มีนาผุดลุกขึ้นตาเขียวปัด  หนึ่งในสองแฝดเงยขึ้นมองยักไหล่นิดๆอย่างเจตนายั่วโมโห         
“ใครรู้ตัวว่าขี้อิจฉาก็รับไปสิ”         
“นายลอว์ลี่!” มีนาสั่นไปทั้งตัวด้วยความโกรธ  ราเชลพยายามห้ามแต่ทั้งคู่ต่างจ้องตากันอย่างเกลียดชัง  คนแก้สถานการณ์กลับเป็นเพื่อนๆของมีนาที่วิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้อง         
“มีนา…มาอยู่นี่เอง  เร็วเข้าพวกเรารีบนะ”         
“รีบ…อะไรกัน?”       
“ตายแล้วอย่าบอกนะว่าเธอลืมไปแล้วเรื่องของขวัญ”         
“ตายละ…ฉันลืมจริงๆด้วย…ราเชลเราขอตัวก่อนนะ  ขืนอยู่คงได้มีเรื่องแน่”      ดวงตาโตตามเชื้อสายตวัดมองลอว์ลี่อย่างเกลียดชัง   
“เพื่อนรออยู่รีบไปเถอะครับ”         
“ไว้วันหลังเราไปหาที่บ้านนะจ๊ะ”
ราเชลพยักหน้าและยิ้มให้น้อยๆกับดวงตาหวานฉ่ำที่ส่งมาให้เขาก่อนจะถูกเพื่อนลากออกไป  ลอว์ลี่โบกมือไล่ตามหลังเรียกเสียงหัวเราะจากคนอื่นๆ 
ราเชลได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอากับนิสัยชอบเอาชนะของลอว์ลี่ 
ประตูห้องชมรมถูกเปิดเข้ามา  อาจารย์ที่ปรึกษาของชมรมเดินนำเข้ามาก่อน         
“ครูว่าจะส่งผลงานไปก่อน  หากมีใครเข้ารอบค่อยขอทุนจากทางโรงเรียนอีกที”
นักเรียนทั้งห้องแทบทำพู่กันหลุดมือเมื่อเห็นคนที่เดินตามเข้ามา         
“แต่ทางฝ่ายงบประมาณต้องการคำตอบจากอาจารย์เลยนะครับ…เพราะไม่อย่างนั้นทางเราจะคำนวณไม่ได้ว่าควรให้งบกับชมรมศิลปะเท่าไหร่?”
ใบหน้าเนียนสวยก้มต่ำจดจ่ออยู่กับรายการงบประมาณในมือ  ปากก็สนทนากับอาจารย์โดยไม่รู้ว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตาของนักเรียนทั้งชมรม  แต่ร่างสูงที่เดินตามหลังมาหยุดยืนกอดอก  ตาคมกวาดไปรอบห้อง  เล่นเอาทุกคนหลบตาวูบ         
“เอ่อ…คือ…หรือว่าครูจะส่งเด็กไปรอบแรก…แต่…”อาจารย์ยืนเกาศีรษะอย่างงงๆ  ไม่รู้จะตัดสินใจยังไง  หากเรื่องเขียนภาพละก็ป่านนี้อาจารย์คงโชว์ฝี -แปรงให้ตาค้างกันเล่นไปแล้ว  แต่พอเรื่องงบประมาณทีไรกลับช้าจนทำให้โดนตัดงบอยู่บ่อยๆ  ทำให้ไม่เป็นที่แปลกใจสักนิดหากชมรมศิลปะจะทรุดโทรมมากอย่างที่เห็น         
“เอ่อ…ประธานชมรมเธอมาคุยเรื่องงบประมาณเองดีกว่า”
อาจารย์โยนกลองดื้อๆ  ราเชลอึกอักไม่อยากเข้าไปเพราะตาวาวๆของร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆอาจารย์  ยังไม่ทันขยับลอว์ลี่ก็ผุดลุกขึ้นออกไปแทน         
“ผมจัดการเองครับ…ลอว์ลี่ครับเป็นรองประธานและเหรัญญิก”         
“เรื่องของบประมาณยังไม่ได้ส่งนะครับ”         
“ครับ…ต้องขอโทษด้วย  พรุ่งนี้ชมรมศิลปะจะส่งเอกสารให้เรียบร้อยครับ รับรองไม่เกินเที่ยง” ลอว์ลี่ตอบยิ้มแย้มอย่างชื่นชม รุ่นพี่หน้าหวานคนนี้เป็นที่ปลาบปลื้มของนักเรียนทั้งโรงเรียนอยู่แล้ว การได้มีโอกาสคุยด้วยช่างเป็นเรื่องน่ายินดี 
กายยิ้มให้เล่นเอาลอว์ลี่ถึงกับหน้าแดงด้วยความตื่นเต้น         
ระหว่างที่กายกำลังเจรจาอยู่นั้น ริชกลับมองนิ่งอยู่ที่ราเชลอย่างพึงใจ  ภาพเขียนที่เรียงรายกันอยู่ไม่ได้ดึงดูดใจเขาได้มากกว่าดวงตาโตที่สบกันก่อนจะหลบเขาวูบ  เท้ายาวก้าวเร็วตามความคิด  ริชหยุดยืนอยู่ข้างหลังเฟรมแล้วจ้องหน้าเนียนใสนิ่งราวกับงูสะกดเหยื่อ  ราเชลอึดอัดจนทำอะไรไม่ถูกมือที่จับพู่กันเริ่มเกร็งจนสั่น….         
“สวัสดี…เจอกันอีกแล้ว”         
“…สวัสดีครับ…” ราเชลตอบรับเสียงแผ่วไม่กล้าเงยขึ้นสบตา  แต่รับรู้ได้ถึงแรงกดดันมหาศาลของสายตานับสิบคู่จากเพื่อนๆในชมรม         
“หมู่นี้ไม่เห็นที่สโมสรเลย…ไม่ไปขี่ม้าแล้วเหรอ?”
ราเชลชะงักเงยขึ้นมองอย่างประหลาดใจที่มีคนรู้เรื่องเขาขี่ม้า  ที่สำคัญ
ริชพูดถึงที่สโมสรซึ่งเขามีโอกาสไปแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น       
“ว่าไง…ยังไม่ตอบเลยว่ายังขี่ม้าอยู่หรือเปล่า?” ตาวาววับนั้นทำให้ไม่อาจสบตา ได้  ราเชลรีบก้มหน้าเสทำเป็นเขียนภาพง่วน         
“ช่วงนี้ใกล้สอบครับ…ไม่มีเวลาไปซ้อม”         
“เสียดายนะ…ฝีมือก็ดีไม่คิดจะลงแข่งเหรอ?”         
“ผม…เอ่อ…”         
“ริชไปชมรมการละครต่อเลยนะ…ยังขาดอีกชมรมเดียว” กายเอ่ยชวนทั้งๆที่ยังก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารในมือ  ริชเหล่ตามองอย่างฉุนๆ  รู้ดีว่าโดนแกล้งขัดจังหวะ         
“หวังว่าคงได้เจอเธอที่สโมสรเร็วๆนะ” ราเชลก้มหน้างุดไม่ตอบ  นิ้วยาวเรียวคีบเสื้อริชให้ออกเดิน  ริชจำต้องตามออกไปแต่ก็ไม่วายหันมามองประธานชมรมคนงามอีกหน
         .................................

แสงไฟในห้องที่เริ่มมัวเล็กน้อยเพราะอายุการใช้งานทำให้ปวดตา  ราเชลกระพริบตาถี่ๆอยู่นานแต่อาการล้าก็ไม่หายไป  จึงจำต้องวางพู่กันลง  หนุ่มน้อยสะดุ้งเมื่อเหลือบมองนอกหน้าต่าง  ภายนอกมืดสนิททำให้เขาใจหายวาบรีบก้มลงดูเวลา         
‘แย่แล้วนี่เราอยู่จนป่านนี้เชียวเหรอ  คุณย่าต้องเล่นงานแน่ๆ’  ราเชลได้แต่คร่ำครวญกับตัวเอง  มือก็รีบคว้าอุปกรณ์เก็บแทบไม่ทัน  ในใจภาวนาให้วันนี้คุณย่าติดธุระที่ไหนจนไม่รู้ว่าเขากลับช้า  แม้จะรู้ว่าเป็นการภาวนาที่แทบเป็นไปไม่ได้
ราเชลรีบเดินจนแทบเป็นวิ่ง ตึกทุกตึกเงียบกริบนักเรียนส่วนใหญ่กลับกันหมดแล้วนอกจาก….         
“อ้าว!ยังไม่กลับหรือจ๊ะคนสวย  หรือว่ารอพวกพี่”
นั่นไงคนที่ไม่อยากเจอก็เจอจนได้  ราเชลก้มหน้างุดพยายามเดินให้เร็วขึ้น  แต่ร่างหนาที่ถลาเข้ามาขวางทำให้หยุดแทบไม่ทัน         
“แล้วกันทักดีๆทำไมไม่ตอบล่ะ?”         
“…ขอ…ขอโทษครับ…ผมจะรีบกลับ”         
“ไม่เป็นไรพวกเราไปส่งให้ก็ได้”         
“นั่นสิ  บ้านก็อยู่ทางเดียวกัน ให้พวกเราไปส่งดีกว่าน่า”         
“มะ…ไม่เป็นไรครับ  ป่านนี้คนขับรถมารอแล้ว”         
“ว้าว!ลืมไปว่าพูดอยู่กับคุณหนูตระกูลหย่าย…ต้องมีคนมาคอยรับคอยส่ง  แหม!รถกระจอกของพวกเราคงไม่ได้คนสวยไปนั่งซะแล้ว” พวกเพื่อนๆโห่ฮากันเกรียวกราว  ร่างหนาขยับเข้ามาใกล้  ราเชลถอยกรูดมือใหญ่จึงยื่นเข้ามาหา           
“ราเชลทำไมยังกลับอีก  ตอนนี้ที่บ้านเธอเขาห่วงกันใหญ่แล้ว” ร่างผอมบางของอาจารย์ศิลปะก้าวเข้ามากลางวงล้อมอย่างไม่หวั่นเกรง  หนึ่งในนั้นสะกิดเพื่อนก่อนจะถอยออกไปอย่างรวดเร็ว  มีเพียงเจ้าร่างยักษ์เท่านั้นที่ทำท่าฮึดฮัดไม่พอใจ  แต่สุดท้ายก็ยอมถอยไปเช่นกัน         
“ขอบคุณมากครับอาจารย์”         
“ทำไมกลับซะค่ำป่านนี้  ดีนะที่พอลลิ่งตาไวเหลือบเห็นเธอเข้า”
ราเชลเงยขึ้นมองบนตึกอำนวยการ  ร่างโปร่งบางยังมองลงมาจากหน้าต่าง  แต่แสงไฟจากด้านหลังทำให้มองหน้าไม่ชัดนัก           
“พรุ่งนี้ผมจะไปขอบคุณคุณพอลลิ่งครับอาจารย์”         
“ไปครูจะไปส่งที่รถ”  ราเชลเดินตามด้วยความโล่งอก  ขายังสั่นอยู่นิดๆ  นับว่าวันนี้ดวงเขายังดีที่กายเห็นเขาเสียก่อน  ไม่อย่างนั้นเขาจะถูกพวกนั้นทำอะไรบ้างก็ยังไม่รู้
         .................................

ริชเปิดประตูเข้าไปในห้องแล้วชะงักกึก  เมื่อเห็นร่างเล็กนั่งพิงอยู่ข้างหน้าต่างจึงค่อยๆย่องเข้าไปใกล้ชะโงกมองหน้าเนียนใสที่ซบหลับสนิท ปากบางยิ้มมาดหมาย ก้มลงไปหมายจะจูบปลุกเจ้าหญิงนิทรา แต่ก็ต้องเบรกกึกเมื่อมีดคมวาวจ่ออยู่ตรงหน้า         
“อยากเสียโฉมเหรอริช?”
ริชถอนใจเฮือกยืดตัวขึ้นอย่างหงุดหงิด ใช่ว่าจะกลัวมีดเล่มเล็กกระจิริด นั่นหรอก  แต่หากเขาหักหาญกายอาจจะโกรธจนไม่เหลือแม้ความเป็นเพื่อน           
“เมื่อไหร่นายจะยอมฉันบ้างล่ะกาย แค่จูบก็ยังดี?”
กายอมยิ้มตาพราวอย่างขบขัน         
“ก็ลองดูสิไม่ได้ห้าม”         
“โธ่!ไม่ได้ห้ามแล้วเอามีดมาจ่อกันทำไม?”
ริชเดินไปกระแทกตัวลงนั่ง ร่างสูงค่อนข้างหนาหนักทำให้เก้าอี้ลั่นเอี๊ยด กายเดินตามมานั่งบนโต๊ะตรงหน้ายิ้มหวาน         
“นายก็น่าลองนะ อยากจูบฉันจริงๆก็น่าจะยอมมีแผลสัก2-3แผล”
ริชสะบัดหน้าพรืด อย่างหงุดหงิด         
“เออไม่ได้ชื่อเท็ดบ้างก็แล้วไป ถามจริงๆเถอะกายหมอนั่นมีอะไรดีนักหนานายถึงหลงรักหัวปักหัวปำ ขนาดต้องใช้ฉันเล่นละครด้วย นี่นายคิดจะยั่วมัน..เอ๊ย!เขาหรือไงฮึ?” ริชประชดอย่างหมั่นไส้ ยิ่งเห็นท่าทีเหมือนจะยอมรับ  ริชยิ่งไม่เข้าใจ         
“ทำไม?…อย่างนาย..แค่กระดิกนิ้วก็มีคนพร้อมสยบอยู่แทบเท้าแล้ว?”         
“ก็ฉันไม่ได้รักพวกนั้น  ฉันรักเท็ด” ตาใสเต้นยิบๆอย่างอารมณ์ดี         
“ไม่เข้าใจอ่ะ หมอนั่นมีอะไรดีจะว่าหล่อฉันว่าฉันหล่อกว่า หุ่นก็...โอเคนะ จะว่าฉลาดก็แค่เรื่องเรียนละว้า ไม่งั้นจะถูกนายปั่นเอาขนาดนี้เหรอ...เฮ้ย!”
ริชอุทานพร้อมกับหงายตึงไปตามแรงยัน เพราะนั่งเก้าอี้บน2ขาหลังก็เลยหงายตึงเอาง่ายๆ         
“กาย...โอ๊ย!เจ็บชิบ...เล่นอะไรวะ?”         
“เคยเตือนแล้วใช่ไหมว่าอย่าพูดถึงเท็ดพล่อยๆ เท็ดน่ะไมโง่หรอกแต่เขารู้จักฉันในแบบที่ฉันอยากให้เขารู้เท่านั้น” ตาโตเหมือนแมววาววับด้วยความโกรธ         
ริชลุกขึ้นนั่งมือยังลูบหัวป้อย  นึกถึงละครฉากใหญ่ที่กายขอร้องให้เขาแกล้งไล่ปล้ำเพื่อยั่วให้ ’พี่ชาย’ หึง  ซึ่งได้ผลเกินคาดเพราะเขาเกือบถูกหมอนั่นต่อยเอา
“ตกลงนายเป็นแบบไหนกันแน่วะกาย เทพธิดาหรือปีศาจ...อะๆ..อย่านะ!..ขืนทำร้ายร่างกายอีกคราวนี้พ่อปล้ำจริงๆด้วย ก็ฉันพูดเรื่องจริงอ่ะ ใครๆก็รู้ว่านายน่ะปีศาจหน้าสวยชัดๆ เห็นยิ้มๆ ดันกรีดหน้าไอ้จอร์ชเฉยเลย ป่านนี้ไม่รู้มันหายบ้าหรือยัง” ริชเท้าความถึงสมัยที่กายอยู่นิวยอร์ค         
กายยักไหล่ “ช่วยไม่ได้ ฉันเตือนมันแล้วว่าอย่ายุ่งกับฉันอยากหาเรื่องเองทำไมล่ะ...ความจริงก็ว่าจะเล่นแค่นิดเดียว แต่เผอิญมีคนเขาฝากให้ช่วยเอาคืนก็เลยต้องเล่นแรงหน่อย”         
“ไม่หน่อยล่ะหมอยังสยองตอนเห็นหน้ามัน”ริชห่อไหล่อย่างหวาดเสียว ภาพที่จอร์ช นอนร้องครวญครางยังติดตา ใบหน้าอาบไปด้วยเลือดแก้มสองข้างถูกกรีดเลาะหนังออกเป็นรูปสี่เหลี่ยมกินเนื้อที่เกือบทั้งหน้าทำให้หมอและพยาบาลถึงกับผงะเมื่อเห็น         
“ฉันว่าฉันฝีมือดีพอนะ โรเจอร์ยังชมเลยว่าฉันกรีดได้ประณีตมาก”
ริช กลืนน้ำลายฝืดๆเมื่อนึกถึงโรเจอร์ผู้ชายร่างเล็กเจ้าของผับทิมเบอร์ที่นิวยอร์ค เขาเป็นพ่อทูนหัวของกายและกายก็ชอบไปขลุกอยู่ที่ผับของโรเจอร์เกือบทุกวัน ไม่รู้ว่าโรเจอร์สอนอะไรให้กายบ้าง แต่มันทำให้กายเปลี่ยนจากเด็กน้อยไร้เดียงสากลายเป็นเด็กแสบไปทุกเรื่อง แต่เสน่ห์ของกายก็ทำให้เขาต้องยอมย้ายตามมาโรงเรียนบ้านนอกอย่างนี้         
“กาย...ถามหน่อยเหอะ โรเจอร์สอนอะไรนาย?”         
“ศิลปะ”         
“ศิลป!...ศิลปะอะไร?ทำไมมันถึงได้...” ริชอึกอักไม่รู้จะหาคำไหนมาบรรยาย         
“…โหดแบบนั้น”
กายยิ้มนิดๆหน้านวลยังไร้เดียงสาแต่คำตอบเล่นเอาริชหนาว         
“ก็ศิลปะการฆ่าคนน่ะสิ แต่โรเจอร์แค่อยากให้ฉันมีไว้ป้องกันตัวเองเท่านั้นหรอกน่า ไม่ได้คิดจะฆ่าใครจริงๆสักหน่อย”
ริชถอนใจเฮือกอย่างอ่อนใจ         
“นี่ถ้าแม่นายรู้มีหวังหัวใจวาย” ริชได้แต่ปลงแทน แต่กายกลับพยักหน้า         “แม่รู้”         
“อะ..อะไรนะ!แม่นายรู้งั้นเหรอ?” ริชแทบอ้าปากค้าง         
“รู้…แม่รู้ทุกอย่างนั่นแหละ”         
“แล้วแม่นายก็ไม่ห้าม?”         
“ไม่...แม่บอกว่าขอแค่ฉันพอใจอะไรก็ไม่สำคัญทั้งนั้นแหละ”         
“อย่าบอกนะว่าแม่นายรู้เรื่องเท็ดด้วย”         
“ฮื่อ” กายตอบหน้าตาเฉยไร้รอยกังวล         
“โอ้พระเจ้า!...ถ้าเป็นแม่ฉันมีหวังกรี๊ดบ้านแตก”         
“แม่ฉันรับได้  สำหรับแม่ขอแค่ฉันมีชีวิตอยู่แม่ก็พอใจแล้ว”         
“เออสุดยอดคุณแม่”
ริชประชด กายหัวเราะส่งกระดาษแผ่นเล็กๆให้         
“อะไรอีกล่ะ!อย่าบอกนะว่ามีบทอะไรให้ฉันเล่นอีก คราวที่แล้วเกือบถูกพี่
นายซัดหน้าเอา...เอ๊ะ?!”ริชอุทานเมื่อเห็นแผนที่กับเบอร์โทรศัพท์         
“รางวัลสำหรับคนเก่ง ถือว่าฉันปลอบใจที่นายเกือบถูกเท็ดต่อยแล้วกัน เบอร์โทรศัพท์ของราเชล นายเล็งเขาไว้ไม่ใช่เหรอ?”         
“โอ้!กายที่รัก นายนี่น่ารักจริงๆ ฮ้า!…มีแผนที่บ้านด้วยเหรอ?” 
ริชแทบตบหน้าผากตัวเองเมื่อเห็นที่ตั้งของบ้าน  บ้านของราเชลมีอาณาเขตติดกับไร่ที่เขาซื้อไว้ใหม่นี่เอง         
“เออ! เผื่อนายจะปีนหาจะได้ไม่ผิดหลัง ระวังหน่อยล่ะ บ้านนี้เขาดุใช้ได้เลย”         
“ถ้าเข้าถึงตัวราเชลได้ใครก็ขวางฉันไม่ได้หรอกน่า ขอบคุณนะคร๊าบ! ไว้คราวหน้าเรียกใช้บริการใหม่ได้ แต่มีข้อแม้อยู่ว่าถ้าฉันถูกต่อยจริงๆนายต้องยอมให้ฉันจูบ1ที” ริชรีบทวงบุญคุณ  หากได้จูบปากแดงๆนี่สักครั้งเขาอาจยอมให้เท็ดต่อยดูสักทีก็ได้         
“ไม่มีวัน!” กายหัวเราะคิก ท่าทางมั่นใจนั้นทำให้ริชเซ็ง         
เสียงโห่ฮาเกรียวกราวจากข้างล่างทำให้ริชอดชะโงกลงไปดูไม่ได้ ร่างเล็กบอบบางยืนอยู่ท่ามกลางรุ่นพี่ดูเหมือนกำลังตกใจ  ริชหน้าร้อนวาบด้วยความโกรธ สิ่งใดที่เป็นของเขา หรือเขาต้องการคนอื่นไม่มีสิทธิ์แตะ ไม่ว่าไอ้หน้าไหนทั้งนั้น
         ..................................
   


ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19
 o13 o13 o13 o13 o13 o13 o13 o13 o13



รออ่าน ต่อ ครับบบ

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
โอ้ สนุกมากเลยยยยย   มาต่อบ่อยๆนะ  :z2: :z2:

ออฟไลน์ dahlia

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +695/-4
^
^
^
เห็นด้วยกับ คุง THIp ทุกประการ

mayoomay

  • บุคคลทั่วไป
สนุกดีค่ะ   o13  จะคอยติดตามนะค่ะ  :L2:

ออฟไลน์ kikipanda

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
อ๊า~~ ไม่ไหวแล้วค่ะคุณเทียนฉิน เห็นชื่อเรื่อง" ถนนสายหัวใจ" นึกว่าจะหวานแวว วี๊ดวิ้ว :a5:

คุณใบปอบรรยายซะเห็นภาพมาก (โดยเฉพาะฉากที่พี่เลี้ยงราเชลถูกเย็บปาก กรี๊ดดดด สยองงงง o22)

ขอป้าไปทำใจใหม่อีกทีก่อนมาอ่านต่อนะค่ะ (ปฐมบทยังอ่านไม่จบเลย ฮือออ  :sad4:)



ออฟไลน์ tianqin

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-1
คุณ THIP /คุณ Dahlia / คุณ ♥=Tanuki=♥ : ขอบคุณมากคะ.
คุณ kikipanda : ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดนะคะ  :really2: ลองติดตามอ่านดูนะ

•••ขอบคุณที่ติดตามทุกคนเลยคะ •••



..................................


ราเชลก้าวเร็วๆเมื่อต้องผ่านสนามของชมรมรักบี้ หากไม่จำเป็นจะไม่ยอมผ่านทางนี้เด็ดขาด  ทันทีที่เดินผ่าน รุ่นพี่ร่างหนาหน้าตาหน้ากลัวก็ปราดเข้ามาขวางและพยายามส่งยิ้มที่คิดว่าหวานที่สุดให้         
“หวัดดี  ไปไหนเหรอจ๊ะคนสวยชมรมศิลป์”         
“ต้องการแบบนู๊ดบ้างไหม พวกเรายินดีนะ..ฮ่าๆ”
ราเชลก้มหน้าไม่อยากสบตากับใคร  พวกนี้ชอบเข้ามาแซวแบบนี้เป็นประจำแต่ทุกครั้งมักมีลอว์ลี่กับเจอร์รี่มาด้วยทำให้พวกนี้ไม่กล้าขนาดมารายล้อมแบบนี้  แต่วันนี้ลอว์ลี่กับเจอร์รี่ไม่รู้หายไปไหน ทำให้เขาต้องเดินผ่านทางนี้คนเดียว 
ราเชลพยายามจะหาทางหลุดออกจากกลุ่ม แต่พวกนั้นกลับบีบแคบเข้ามาอีกจนหมดทางออก  กลิ่นเหงื่อผสมกับกลิ่นเหม็นอับเสื้อผ้าชวนเวียนหัว  ราเชลเม้มปากแน่นเมื่อรุ่นพี่ที่ชื่อแม็กกี้ขยับมาใกล้แถมยังยื่นมือเข้ามาหา ก่อนที่มือนั้นจะถึงตัวเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหลัง       
“ราเชล…”
ชมรมรักบี้หันขวับไปตามเสียง  ร่างสูงเดินลิ่วลงมาจากตึกม.ต้น  เสียงใครคนหนึ่งอุทานเบาๆ         
“แฮมิลตัน…” สมาชิกชมรมรักบี้แตกกระจายทันที  รวมถึงแม็กกี้ก็ถูกลากออกมาด้วย  เมื่ออาทิตย์ที่แล้วที่ปรึกษาชมรมเพิ่งประกาศหยกๆว่าได้รับเงิน
สนับสนุนจากบริษัทกีฬาในเครือแฮมิลตันคอปฯ หากวันนี้ใครมีเรื่องกับริชเห็นทีคงโดนไล่ออกจากชมรม  แคลวินลากแม็กกี้ออกมาไกลจนแน่ใจว่าเพื่อนๆไม่มีใครได้ยินสิ่งที่พูด         
“ไว้ค่อยเล่นมันหลังวันแข่งดีกว่า  ไม่งั้นกัปตันคัดออกจากตัวจริงแน่ๆ”         
“เออ…คอยดูนะหลังแข่งจะซัดมันให้น่วมเลย”         
“ไม่ต้องห่วงน่า  ไม่ได้มีแต่เราหรอกที่เกลียดมัน  เดี๋ยวคนอื่นก็จัดการเองแหละ”         
ราเชลมองชมรมรักบี้ที่กระเจิงไปอย่างแปลกใจแกมทึ่งในตัวริช  แต่เมื่อหันกลับมาสบตาคมกริบของคนข้างหลังก็อดหลบไม่ได้  ใบหน้าเนียนร้อนวาบ  เป็นอย่างนี้ทุกครั้งเวลาที่โดนริชจ้อง           
“ขอบคุณครับที่ช่วย”         
“ไม่เป็นไร…เดี๋ยวนี้ไม่ไปวาดรูปที่ไร่แล้วเหรอ?”         
“เอ่อ…ผมไม่ค่อยว่างครับ  ใกล้เวลาเรียนแล้วขอตัวก่อนนะครับ” ร่างเล็กเดินลิ่วไปทันที ริชมองตามอย่างเสียงดาย
         .................................

ราเชลไม่ชอบความรู้สึกนี้   ‘นี่เราเป็นอะไรไป ทำไมต้องคอยมองตามแต่เขาทุกครั้ง’  ราเชลเหลือบมองสนามบาสอีกจนได้  ร่างสูงโดดขึ้นยัดลูกลงในห่วงพอดี  แสงแดดกระทบกับเหงื่อที่เปียกชุ่มทั้งอกเปลือยเป็นประกาย กล้าม - เนื้อทุกมัดขยับตามการเคลื่อนไหวที่ทรงพลัง  ริชหันตัวกลับและชูตลูกจากกลางสนามลงห่วงได้พอดี  ท่ามกลางเสียงกรี๊ดจากสาวๆรอบสนาม 
ริชหันขวับมาทางหน้าต่างห้องศิลปะแล้วผายมือออกกว้างพร้อมกับโค้งให้  คนทั้งสนามหันมองตามกันพรึบ ราเชลซุกตัวลงแอบด้วยความตกใจ  สองแก้มร้อนผ่าวได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นระทึก  ทั้งอับอายและขัดเขินจนไม่รู้จะทำยังไง  ไม่อยากคิดเลยว่าพรุ่งนี้เขาจะเผชิญหน้ากับเพื่อนๆในห้องด้วยสีหน้าแบบไหนดี  แค่เสียงกรี๊ดคำรบสองที่ดูจะดังกว่าตอนที่ริชชูตบาสเขาก็พอจะเดาได้แล้วว่าพรุ่งนี้คงไม่แคล้วถูกซุบซิบนินทาอีกแน่ๆ
……………………

ราเชลกลับบ้านอย่างใจลอย แทบไม่รู้ตัวว่าเดินมาถึงลานจอดรถได้ยังไง   ในหัวมีแต่ภาพร่างสูงที่โดดชูตบาสแล้วหันมาโค้งให้  ใบหน้าเนียนแดงซ่านและอมยิ้มน้อยๆอย่างขัดเขินกับการล้อเลียนของเพื่อนๆในชมรม   
“กำลังคิดถึงใครอยู่  เดินไม่ดูทางรถจะชนเอานะ”
ราเชลสะดุ้งเฮือกเมื่อใบหน้าคมชะโงกมาใกล้จนลมหายใจร้อนๆปะทะใบหน้า  กลิ่นน้ำหอมโชยกรุ่นกับไอตัวร้อนผ่าวทำให้หนุ่มน้อยหน้าแดงซ่านเพราะนึกถึงสิ่งที่ริชทำเมื่อตอนกลางวัน       
“คุณ...แฮมิลตัน”
ริชหรี่ตาแก้มเนียนใสตรงหน้าชวนให้สัมผัส และเขาก็ไม่ใช่คนชอบฝืนใจตัวเอง  ราเชลสะดุ้งสุดตัวเมื่อปลายนิ้วยาวยื่นไล้บนแก้ม  ยังไม่ทันตั้งหลักจมูกร้อนๆก็แนบลงสูดกลิ่นหอมจากแก้มเนียนอย่างรวดเร็ว  ราเชลกระโดดโหยงหน้าแดงซ่าน  และทำอะไรไม่ถูกนอกจากยืนกุมแก้มที่ถูกหอมอย่างตกใจ
ริชหัวเราะตาพราวก่อนจะเหลือบมองด้านหลังเขาแล้วผละไปยังรถสปอร์ตสีแดงที่จอดอยู่   ราเชลหันกลับไปมอง  ร่างโปร่งระหงเดินลิ่วมาและก้มอ่านกระดาษในมือง่วน         
“โทษทีที่ช้าริช…เดี๋ยวฉันต้องไปใช้คอมฯบ้านนายนะคอมฯที่บ้านเสีย…อ้าว!” กายชะงักเมื่อเงยขึ้นมาเห็นหนุ่มน้อยตรงหน้า
ราเชลหน้าจืดเจื่อนหลบตาเขาวุ่นวาย  ยังไม่ทันที่กายจะเอ่ยทักรถเก๋งรุ่นโบราณก็คลานเข้าจอดเทียบ  ราเชลขึ้นรถอย่างรวดเร็ว 
กายมองตามอย่างงงๆก่อนจะหันไปหาเจ้าของรถสีแดงที่นั่งทำท่าไม่รู้ไม่ชี้  กายเปิดประตูขึ้นไปแล้วจ้องหน้าริชเขม็งจนเด็กหนุ่มอึดอัด         
“ความหล่อมันเข้าตาหรือไงกาย  หรือเปลี่ยนใจจะมารักฉันแล้ว?”         
“อย่ามาเฉไฉ  นายทำอะไรเด็กคนนั้น?”         
“เปล่า”         
“ริช…”         
“ไม่ได้ทำอะไร…จริงๆนะ! ให้ตายสินายหัดเชื่อใจฉันหน่อยไม่ได้หรือไง?”         
“ไม่มีวัน”         
“โธ่กาย…”         
“บอกมาว่านายทำอะไรเขา?” ลูกนัยน์ตายิบๆรู้ทันทำให้ริชอดหมั่นไส้ไม่ได้         
“ถ้านายถามเพราะนายหึงฉันละก็ฉันจะบอก” เด็กหนุ่มเฉไฉไปเรื่องอื่น         
“ถ้านายไม่บอก พรุ่งนี้ฉันกลับเอง” กายลอยหน้าแล้วหันไปทิ้งตัวกับพนักแรงๆ         
“ก็ได้!ฉันก็แค่…แอบจับแก้มเขา…ก็แค่นั้น”หางเสียงสะบัดอย่างหงุดหงิด กายหันขวับมาจ้องเขม็ง         
“บอกมาให้หมดว่าทำอะไร  อย่างนายนะเหรอจะแค่แอบจับแก้ม”         
“บ้า…แค่นั้นก็แค่นั้นสิ” ริชหันไปทางอื่น ปฏิเสธไม่เต็มเสียง         
“ริช…”กายตบไหล่หนาดังปึกและลากเสียงยานล้อเลียน         
“โอเค!…ฉันหอมเขาด้วย  แค่ครั้งเดียวเท่านั้น แล้วเด็กนั่นก็กระโดดโหยง…ทำยังกับฉันจะปล้ำเขากลางถนน”         
“คนอย่างนายทำได้อยู่แล้ว”เด็กหนุ่มหน้าสวยพูดหน้าตาเฉย ริชได้แต่ครางเสียงระห้อยอย่างอ่อนใจ         
“กาย…นายเห็นฉันเลวร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ?”         
“นายไม่ได้เลวร้ายริช…แต่นายมันตัวร้าย เจ้าชู้สุดๆแถมยังกะล่อนไม่มีใครเกิน  ถ้าขืนไว้ใจมีหวังอกหักตาย” กายหันมาแซวปนหัวเราะ  ริชทำตากรุ้งกริ่งขึ้นมาทันที         
“แต่ถ้าเป็นนายฉันจะไม่มีวันทำให้อกหักเด็ดขาด”         
“มันแน่นอนอยู่แล้วริชเพราะฉันไม่มีวันรักใครนอกจากเท็ด”         
“เซ็งเลย…หยุดหายใจเข้าออกเป็นหมอนี่ไม่ได้เหรอกาย?”         
“ไม่ได้หรอก…เพราะฉันหลงรักเท็ดมาตั้งแต่เกิดแล้ว”
ริชทำหน้าเซ็งสุดขีดแล้วแกล้งขับรถแทบคลานเพื่อให้กายกลับไปเจอเท็ดช้าๆ แต่เจ้าตัวกลับอมยิ้มนั่งชมนกชมไม้สบายใจที่ได้แกล้งเพื่อน
      ..................................

สมิทเหลือบมองนายตัวน้อยอย่างสงสัย  ตลอดทางราเชลเอาแต่นั่งเงียบ  แม้ปกติราเชลจะเป็นคนพูดน้อย  แต่ก็มักทักทายและถามสาระทุกข์สุขดิบของเขาเสมอ  ไม่ใช่นั่งนิ่งเหมือนหุ่นอย่างนี้  ที่สำคัญตาของหนุ่มน้อยเศร้าเหลือเกิน
   “คุณหนูครับ...มีเรื่องไม่สบายใจหรือครับ?”
“เปล่า...”
“...เอ่อ...วันนี้คุณหนูเงียบจังครับ”
“...ฉันไม่เป็นไรหรอก ขอบใจนะที่ห่วง”
“ครับ” สมิทอยากจะถอนใจเฮือกใหญ่  ปากก็บอกว่าไม่เป็นอะไร  แต่คุณหนูนั่งตาลอยอีกแล้ว  นี่ถ้าหากคุณหนูเป็นลูกหรือหลานเขา เขาจะจับมานั่งคุยกันให้รู้เรื่อง  แต่คุณราเชลเป็นนาย  แค่ให้ความสนิทสนมคอยห่วงใยพวกคนรับใช้ก็โดนคุณท่านตำหนิอยู่แล้ว  และเขาก็ไม่กล้าเสนอหน้าไปทำรู้ดีสอนนายเช่นกัน
      ..................................

ยังไม่ทันลงนั่งกระดาษแผ่นหนึ่งก็ถูกวางลงบนโต๊ะ
“ราเชล...หนังสือเวียนจากกรรมการนักเรียน”
“มีอะไร?”
“เขาเลื่อนการประชุมออกไป”
“ทำไมละ?”
“ในนี้แจ้งว่ามีปัญหาด้านเอกสาร  แต่พวกรุ่นพี่คุยกันว่าคุณพอลลิ่งป่วย”
“อ้าว! คุณพอลลิ่งเป็นรองประธานนี่  ประธานก็อยู่ไม่เห็นต้องเลื่อนประชุมเลย”
“แฮอะ! นายนี่ไม่รู้อะไรซะเลย  ประธานน่ะรู้อะไรเสียที่ไหน  ถึงจะเรียนเก่งจนเป็นนักเรียนทุนแต่ก็ต้องเรียนหนัก  จะมีเวลามาทำงานได้ไง  งานของฝ่ายกรรมการนักเรียนเยอะจะตาย  แถมยังยุ่งซะจนประธานคนที่แล้วต้องลาออกกลางคัน  อีตาประธานใหม่นี่แกฉลาดร้ายนักที่ดึงเอาคุณพอลลิ่งมาช่วยงานได้  เลยสบายไปเลย วันๆไม่ต้องทำอะไรนั่งพยักหน้าวางท่าประธานอย่างเดียว”
“จริงเหรอลอว์ลี่”
“เจอร์รี่บอกฉัน  เขาสนิทกับฝ่ายบริหารกรรมการนักเรียนตั้งหลายคน”
“คุณพอลลิ่งนี่เก่งนะ...”
“ทำไม วันนี้เกิดอยากจะปลื้มคุณพอลลิ่งขึ้นมาบ้างหรือไง  ทีเมื่อก่อนเห็นแซวฉันกับเจอร์รี่ว่าคลั่งดาราอยู่เลย”
ราเชลได้ยิ้ม  ตาดวงตาเศร้าลงโดยที่ลอว์ลี่ไม่ทันสังเกต
“วันนี้มีเรียนเคมีคาบแรกนี่  รีบไปดีกว่า”
“แล้วเจอร์รี่ละ?”
“ซ้อมละครปัญญาอ่อนอยู่”  ลอว์ลี่กระแทกเสียงหน้าบึ้งด้วยความโกรธ
“น่า...อย่าโกรธเลย  เจอร์รี่ก็ชอบสนุกไปอย่างนั้นแหละ  เดี๋ยวก็เบื่อ”
“เบื่ออะไร  นับวันเขาก็ห่างเหินไปทุกที  เอะอะอะไรก็ซ้อมละครๆ  นี่ไม่ได้ไปขี่ม้าด้วยกันมาตั้งหลายวันแล้ว  กลับจากโรงเรียนก็คุยแต่โทรศัพท์จนดึกดื่นทุกวัน”
“แล้วทำไมนายไม่หากิจกรรมอะไรทำบ้างละลอว์ลี่ จะได้ไม่เบื่อ”
“ก็ทุกครั้งเราทำอะไรก็ทำด้วยกัน  แต่เดี๋ยวนี้เจอร์รี่เขาไม่มีเวลาให้ฉันเลย”
ราเชลได้แต่นิ่งไป  ความจริงเขาอยากเตือนว่า ถึงจะเป็นคู่แฝด แต่เจอร์รี่ก็มีสิทธิ์ที่จะคิดหรือทำอะไรตามความต้องการของตัวเองไม่ใช่ว่าจะต้องคิดเหมือนกับ ลอว์ลี่เสมอไป
แต่ความที่ไม่เคยมีสิทธิ์ออกความคิดเห็นใดๆเลยเพราะทุกอย่าง ราเชลต้องทำตามคำสั่งของคุณย่าเท่านั้น  หนุ่มน้อยจึงได้อ้ำอึ้งและก็ปล่อยให้ความคิดที่จะพูดกับลอว์ลี่ผ่านเลยไปอีกครั้ง
      ..................................

ลอว์ลี่ชะงักเมื่อโผล่เข้าไปในห้องศิลปะแล้วยังเห็นราเชล ลงสีอยู่-อย่างขะมักเขม้น  ทั้งๆที่ได้เวลาเรียนวิชาต่อไปแล้ว
“ไปรึยังราเชล”
“เดี๋ยวนะอีกนิดหนึ่ง”
“เดี๋ยวก็เข้าเรียนไม่ทันหรอก น่าตอนเย็นค่อยมาวาดต่อก็ได้”
“ก็ได้...ไปก็ไป”
“แล้วเจอร์รี่ละ?”
“ไม่รู้สิ หมู่นี้ไม่รู้มีอะไรนักหนา  เดี๋ยวก็แวบหายๆอยู่เรื่อยเลย”
“เจอร์รี่เขารับไปเล่นละครให้ชมรมการละครนี่”
“แต่นี่มันไม่ใช่เวลาซ้อมนี่”
“แต่ทางชมรมเขาอาจเรียกประชุมก็ได้นะ”
“คงงั้นมั้ง”
“ความจริงเขาติดต่อนายด้วยนี่”
“ไม่หละ  ตลกตายเลย…ทำเป็นเด็กประถมไปได้ สโนว์ไวท์กับฆาตกรทั้ง7 ยังมีหน้ามาชวนเราเป็นสโนว์ไวท์อีก  บ้ารึเปล่า”
   “แต่เจอร์รี่เขายอมเล่นนี่”
“นั่นก็แปลก..ปกติเห็นหัวเราะเยาะชมรมละครอยู่บ่อยๆ  ทำไมคราวนี้ยอมไปก็ไม่รู้...ไม่รู้มีแผนหรือเปล่า” ประโยคหลังลอว์ลี่พึมพำกับตัวเองเบาๆ ราเชล จึงได้ยินไม่ถนัด
“อะไรนะ?”
“ไม่มีอะไรหรอก  หมู่นี้พวกชมรมคนเถื่อนนั่นมายุ่งกับนายหรือเปล่า?”
“ก็อาศัยปีเตอร์กับพวกนายคอยไปไหนมาไหนด้วย  ก็เลยห่างๆไป ไม่ค่อยเข้ามาวุ่นวายเหมือนก่อน”
“ดีแล้วละ  เราจะคอยไปเป็นเพื่อนนายเอง” ลอว์ลี่ทำตามาดหมาย  เรื่องอะไรจะบอกให้ราเชลรู้ว่าที่พวกนั้นไม่กล้ามายุ่งเพราะมี ‘ผู้มีอิทธิพลบางคน’ ไปขู่อาจารย์ที่ปรึกษาไม่ให้คนในชมรมรักบี้มายุ่งกับราเชลไม่อย่างนั้นเงินสนับสนุนจะถูกยกเลิก  คำสั่งนี้ดูเหมือนจะครอบคลุมทุกชมรมด้วยซ้ำ  ทำให้บรรดามดแดงที่เคยทักเคยแซวราเชลหัวหดไปตามๆกัน 
เสียงกรี๊ดกร๊าดจากสนามบาส ดังมาก่อนที่จะเห็นตัว  ร่างสูงเคาะลูกบอลอยู่กลางสนาม โดยมีหนุ่มร่างบึกยืนอยู่ตรงข้าม  ทั้งสองประสานตากันนิ่งรอจังหวะ
แว่บเดียวเท่านั้นที่ริชเหลือบไปเห็นร่างบาง  ลูกบอลในมือก็ถูกตัดไป  แทนที่จะตามไปแย่งคืนริชกลับผละออกจากสนามมายังหนุ่มน้อยทั้งสอง
“ไฮ้...ไปไหนกัน”
“ไปเรียน  ไม่มีตาหรือไง?” ลอว์ลี่ตอบสวนทันควันขณะที่ราเชลก้มหน้างุด  แก้มเนียนใสแดงซ่านด้วยความอาย ทำให้ริชมีกำลังใจที่จะชวนคุยต่อ
“พรุ่งนี้ไปขี่ม้ากันไหม  ฉันไปรับก็ได้นะ”
“ไม่จำเป็นพรุ่งนี้ราเชลมีเรียนเปียโน” ลอว์ลี่ยังคงต่อปากต่อคำอย่างย่ามใจที่ราเชลเอาแต่เงียบ  จึงไม่ได้เห็นสีหน้าขัดเขินเก้อกระดากของราเชล
“ที่บ้านมีเปียโนหลังใหม่  เสียงมันเพี้ยนไปหน่อย  ตั้งให้หน่อยได้ไหม?”
“ธุระ! คนระดับแฮมิลตันไม่มีปัญญาจ้างคนมาตั้งเสียงเปียนโนให้เชียวเหรอ?...” ลอว์ลี่ชะงักหนาวสันหลังวูบกับสายตาเย็นเยือกของริช
“เราไปกันดีกว่าราเชล  เดี๋ยวจะเข้าเรียนไม่ทัน”
ราเชลเดินตามแรงลาก  แต่เมื่อคล้อยหลังก็หันกลับมาแอบมองริช   ครั้นเห็นว่าริชมองอยู่ก็หลบตาแก้มแดงซ่านยิ่งกว่าเดิมและรีบเดินตามลอว์ลี่ไป
      ..................................

ริชชะเง้อมองประตูทางเข้าโรงเรียนอย่างหงุดหงิด กายขาดเรียนมา3วันแล้ว ทางบ้านโทรมาแจ้งโรงเรียนว่าป่วย ทำให้ริชอดกังวลใจไม่ได้ แม้การผ่าตัดจะได้ผลดีแต่สภาพร่างกายของกายก็อาจจะยังไม่แข็งแรงนัก         
รถจิ๊ปกลางเก่ากลางใหม่คุ้นตาเลี้ยวเข้ามาจอด กายก้าวลงมาแล้วชะโงกเข้าไปคุยกับคนขับก่อนที่รถคันนั้นจะถอยออกไป ริชขมวดคิ้วแปลกใจที่เห็นกายยืนมองรถคันนั้นจนลับตาจึงเดินเข้ามา         
“กาย”         
“อ้าว!…ริช มายืนคอยใครล่ะวันนี้?” ริชขมวดคิ้ว มองหน้านวลที่ดูเปล่งปลั่งอย่างแปลกใจ ก็ไหนว่าป่วยแล้วทำไมดูสดชื่นขนาดนี้เลยล่ะ         
“มาคอยนายนั่นแหละ เห็นเพื่อนห้องนายบอกว่านายป่วย แล้ว…ดูนายก็สดชื่นดี?”         
“ก็หายแล้วนี่” ริชยังคงนิ่วหน้าจ้องกายราวกับจะจับพิรุธ กายอมยิ้มเดินนำเข้าไปที่ตึกเรียน
         .................................

ริชเหลือบมองนาฬิกาข้อมืออยู่ตลอดเวลา  ทันทีที่ได้ยินเสียงสัญญาณหมดเวลาเรียน ร่างสูงก็ลุกพรวดขึ้นออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว  อาจารย์ผู้สอนมองตามเหมือนจะค้อนด้วยความหมั่นไส้
“กาย…ตอนเย็นไปแม็คฯกัน” ริชโผล่เข้าไปในห้อง กายยังก้มหน้าก้มตาเขียนอยู่อย่างเดิม บนโต๊ะมีสมุดหลายเล่มเรียงกันเป็นระเบียบ         
“ทำอะไรน่ะ?”ริชท้าวลงบนโต๊ะก้มมองงานแล้วมองหน้าเนียนใสอย่างแปลกใจ         
“งานส่วนที่ขาดเรียนไป 3 วัน”         
“อ้าว! ก็เอาไปทำที่บ้านสิ”         
“ไม่ได้”         
“ทำไมล่ะ?” กายถอนใจเฮือกเงยหน้าขึ้นมองเหมือนจะรำคาญเขา         
“ก็ฉันอยากทำให้เสร็จตอนนี้เลย เลิกเรียนจะรีบกลับบ้าน”
ริชขมวดคิ้วนิดๆ  อดยกนาฬิกาดูซ้ำไม่ได้           
“แล้วนี่นายไม่ไปกินมื้อเที่ยงเหรอ?”         
“ไม่ล่ะฉันฝากเพื่อนซื้อขนมปังแล้ว”ริชทรุดลงนั่งข้างๆมองท่าทางรีบเร่งอย่างแปลกใจ         
“เอ้า!ถ้าว่างนักก็ช่วยทำหน่อยสิ” กายหันมาหยิบสมุดเล่มบนส่งให้ ริชขมวดคิ้ว เขาเคยอาสาช่วยหลายครั้งแต่กายก็ไม่เคยยอมให้ทำให้สักครั้ง แต่ก็รับสมุดมาช่วยทำเงียบๆ         
“เฮ้อ!เสร็จซะที ขอบใจนายมากริช นี่ถ้านายไม่ช่วยกว่าจะเสร็จคงกลับบ้านช้าแหงๆ” หน้าใสระรื่นผิดปกติ...มีบางอย่างที่แปลกไป แต่ริชนึกไม่ออก         
“ดูเหมือนนายอยากกลับบ้านเร็วเป็นพิเศษนะวันนี้?”ตาคมหรี่มองอย่างไตร่ตรอง         
“ไม่ใช่แค่วันนี้หรอกน่า ฉันก็รีบกลับเหมือนทุกวันแหละ” กายหัวเราะเสียงใส ดวงตาแพรวพราว ริชจับจ้องด้วยสังหรณ์ประหลาด นี่เขาคงไม่ได้คิดไปเองสินะที่รู้สึกเหมือนกายจะดู..สวยขึ้น…เซ็กส์ซี่มากขึ้น…หรือว่า!         
“กาย!นายเสร็จเท็ดแล้วเหรอ?”
กายสะดุ้งหันมามองเขาอย่างประหลาดใจ แต่แก้มแดงซ่านนั้นก็เป็นคำตอบได้ดีพอแล้ว  แม้จะรู้ดีอยู่แก่ใจว่ากายรักเท็ด แต่เมื่อรู้ว่ากายเป็นของคนอื่นในอกก็วาบลึกด้วยความเสียดาย           
“โธ่!…ฉันรึอุตสาห์เฝ้านายมาตั้งนาน ลงทุนย้ายตามนายมาอยู่โรงเรียนบ้านนอกขนาดนี้  แต่นายกลับมาเสร็จเท็ดงั้นเหรออุ๊บ!”
กายกระโดดปิดปากเขาแทบไม่ทันเป็นจังหวะที่ประตูเปิดเข้ามาพอดี หมอนั่นชะงักเมื่อเห็นท่าทางสนิทสนมของคนทั้งสอง         
“เอ่อ!…กาย นี่ขนมปังที่ฝากซื้อ”         
“ขอบใจมากบิล”กายรีบปล่อยปากริชรีบไปรับขนม
ริชเหลือบมองเห็นสายตาแปลกใจและไม่มิตร เด็กหนุ่มมองเมิน รอยยิ้มหยันปรากฏที่มุมปาก  คนถูกมองหน้าแดงก่ำตาขุ่นด้วยความโกรธ ก้มลงกระซิบกระซาบบางอย่างกับกาย
กายพยักหน้ายิ้มหวานให้ คราวนี้หมอนั่นหน้าแดง ท่าทางเงอะงะขัดเขิน         
“เอ่อ!…เราไปนะ” กายยังส่งยิ้มหวานตามไป แม้เมื่อหันกลับสบตากันก็ยังคงยิ้มอยู่อย่างเดิม           
“นายนี่หว่านเสน่ห์ไปทั่วเลยนะกาย!” อดที่จะต่อว่าไม่ได้ด้วยในใจยังขุ่นมัว         
“พูดยังกับนายหึงฉันงั้นแหละ” กายเดินมานั่งที่เดิมแกะขนมปังออกมาบิเป็น 2 ซีก  ส่งซีกหนึ่งให้เขา         
“กินไหม?”         
“ไม่เอา!”ริชผุดลุกขึ้นเดินไปหยุดยืนมองนอกหน้าต่าง กายกินขนมปังอย่างสบายอารมณ์         
“นายยังไม่ได้ตอบฉันเลยว่านายกับเท็ดน่ะ…?”         
“ใช่”         
“มิน่าละ  แสดงว่าที่นายขาดเรียนนี่เป็นเพราะหมอนั่นทำให้นายแย่ละสิ”กายอมยิ้มเฉย         
“ไม่น่าเชื่อแฮะ…ท่าทางก็ดูจืดๆ ไม่น่าจะร้อนแรงได้ขนาดนั้น” กายหน้าแดง ทำท่าเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็เฉยเสีย  ดวงตาโตมองเขาอย่างเจ้าเล่ห์       
“นายอย่าทำตาอย่างนั้นได้ไหมกาย ฉันขนลุกว่ะ” ริชขนลุกซู่กับสายตาที่เหมือนจะบอกอะไร  แต่ดูท่าจะไม่ใช่เรื่องดีแน่ กายหัวเราะคิก         
“นายล่ะ…เรื่องราเชลไปถึงไหนแล้ว?” ริชยักไหล่อย่างหงุดหงิดเมื่อถูกสะกิดถึงเรื่องที่ทำให้เขาขุ่นมัวมาหลายวัน           
“เข้าถึงตัวที่ไหนล่ะ ตอนนี้ที่บ้านเขาส่งคนมารับมาส่งแทบทุกวัน ในโรงเรียนก็มีไอ้เด็กชมรมมวยคอยตาม แถมยังมีแฝดจอมจุ้นนั่นคอยประกบอีกเซ็งชะมัด”
กายอมยิ้มตาโตเป็นประกายยิบเหมือนกำลังสนุก         
“เย็นนี้มีประชุมหัวหน้าชมรมเกรด8-10ราเชลเขาเป็นตัวแทนชมรมศิลปะ ฉันคงได้คุยกับเขา”
ริชใจฟูด้วยความยินดี  หากกายช่วยโอกาสที่จะได้ใกล้ราเชลคงอยู่ไม่ไกล         
“พอดีวันนี้ฉันว่าง…ฉันมาคอยนายที่ชมรมนะ”         
“อ้าว! วันนี้นายมีซ้อมยูโดไม่ใช่เหรอ?” ตาโตเป็นประกายรู้ทันจนน่าหมั่นไส้         
“ไม่เป็นไรโดดได้…อ้าว!ใกล้เวลาเรียนแล้วฉันไปก่อนละ”
ริชทำท่าจะออกเดินแต่กลับหันไปคว้าเอวกายแล้วชะโงกหน้าเข้าหาอย่างรวดเร็ว มือเล็กยกขึ้นปิดปากเขาได้ทันก่อนจะสัมผัสแค่นิดเดียวแล้วดันตัวออกจากอ้อมแขนเขา         
“โธ่กาย!…ทำไมนายหวงตัวกับฉันนัก  แค่จูบเท่านั้นเอง?” ริชทำเสียงละห้อยอย่างอ่อนใจ  ตาโตมองนิ่งแต่ไม่มีวี่แววล้อเล่นอีกต่อไป
“เสียใจริช…ฉันไม่อยากให้ใครแตะฉันอีก….นายเข้าใจนะ”
ริชถอนใจเฮือก ก็เล่นทำตาแบบนี้จะไม่เข้าใจได้ไง เด็กหนุ่มยอมผละไปแต่โดยดี วิ่งตัดกลับที่ตึกเรียนฝั่งตรงข้าม
      ..................................

ออฟไลน์ tianqin

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-1
ต่อคะ
..........


ราเชลรวบสมุดและบันทึกการประชุมลงกระเป๋า  ยังไม่ทันลุกขึ้นร่างเพรียวบางก็ปราดมายืนข้างโต๊ะ  รอยยิ้มเจิดจ้าบาดตาทำเอาหนุ่มน้อยตาลายไปวูบหนึ่ง         
“ราเชล…ผมมีเรื่องจะปรึกษานิดหน่อยอยู่ก่อนได้ไหม?”         
“ครับ” ราเชลได้แต่รับคำ  ไม่รู้ว่ากายมีเรื่องสำคัญอะไรกับเขา         
“พวกเราอยู่เป็นเพื่อนราเชลได้ไหมครับ?” คู่แฝดปราดเข้ามาเสนอหน้า  สองหนุ่มนี่ปลื้มกาย ยังกับปลื้มดารา  ขอแค่ได้คุยก็ฟุ้งไปได้หลายวัน  กายหันไปยิ้มหวานเล่นเอา 2 หนุ่มหน้าแดงเขินแทบจะมุดไปอยู่ใต้โต๊ะ         
“ผมมีเรื่องจะปรึกษาราเชลหลายเรื่องเลย พอเสร็จธุระแล้วจะโทรให้รถที่บ้านเขามารับนะครับ ไม่ต้องรอก็ได้”         
“ครับ”
ราเชลเหลือบมองเพื่อนอย่างประหลาดใจธรรมดาสองแฝดจะดำรงตนเป็นพี่เลี้ยงจู้จี้คอยบงการเขาไปเสียทุกเรื่อง  แต่วันนี้กลับว่าง่ายผิดปกติ
เมื่อนักเรียนออกจากห้องประชุมไปหมดกายก็หอบเอกสารการประชุมมาถือไว้แล้วหันมาหา         
“ไปที่ชมรมผมแล้วกันนะครับ”         
“ครับ” กายกับราเชลกำลังจะออกจากห้องประชุม  ก็เกือบชนกับปีเตอร์ที่พรวดพราดเข้ามา         
“ขอโทษครับคุณพอลลิ่ง เอ่อ…ผมคิดว่าราเชลอยู่คนเดียว”
รอยยิ้มหวานสะกดให้ปีเตอร์ยืนตะลึงจนราเชลนึกขัน  เพื่อนรักเขาหน้าแดงแจ๊ดและกลายเป็นใบ้ไปชั่วคราว         
“วันนี้ผมขอยืมตัวราเชลสักวันนะครับ…มีเรื่องจะปรึกษานิดหน่อยเกี่ยวกับงานนิทรรศการสัปดาห์หน้า ไม่ว่าอะไรใช่ไหมครับ?”         
“ครับได้ครับ เอ่อ…”
ราเชลเดินตามกายไปและอดไม่ได้ที่จะเหลียวมองปีเตอร์ที่ดูเหมือนจะยังยืนตาลอยอยู่ที่เดิม         
“เชิญครับ”กายเดินนำเข้าไปข้างใน
ห้องกรรมการนักเรียนดูจะกว้างกว่าห้องศิลปะสักสามเท่า แต่กลับเงียบกริบด้วยเลยเวลาเลิกเรียนมานานแล้ว  เสียงฝีเท้าของกายจึงดังก้องห้อง 
ราเชลรู้สึกประหม่ายำเกรงทุกครั้งที่ต้องใกล้ชิดกับคนที่ดูมั่นใจในตัวเองเหมือน ‘กาย พอลลิ่ง’ กายดูมีเสน่ห์ น่าทึ่ง โดดเด่น ใครๆก็พากันหลงใหลจนราเชลรู้สึกอิจฉา กายเป็นคนเดียวที่ริช แฮมิลตัน ยอมลงให้ทุกอย่าง ข่าวลือหนาหูว่าริช ย้ายมาเรียนที่นี่เพราะตามกายมา         
“…ราเชล…แน่ะใจลอยเชียวครับ” ราเชลสะดุ้งหน้าแดง เขินที่มัวแต่คิดเพลินจนไม่ได้ยินที่กายพูด         
“เอ่อ…คุณพอลลิ่ง มีเรื่องอะไรจะคุยเหรอครับ?”         
“อย่าเรียกนามสกุลเลย เราก็ห่างกันแค่ปีเดียว เรียกกายเฉยๆแล้วกันครับ”         
“ครับ” ราเชลรับคำเขินๆ ดีใจที่คนแบบกายยอมสนิทกับคนน่าเบื่ออย่างเขา  กายเอาแผนผังการจัดซุ้มกับโปรแกรมจัดงานนิทัศการมาวางตรงหน้า  ราเชลได้แต่มองตามงงๆ         
“อีก3สัปดาห์จะถึงงานฉลองครบรอบ30ปีของโรงเรียน กรรมการที่จะมาช่วยงานฝ่ายกิจกรรมมีไม่พอ ทราบมาว่าชมรมศิลปะงดจัดกิจกรรมใช่ไหมครับ?”         
“ครับสมาชิกจริงๆปีนี้มีแค่7คน ตอนนี้ก็ป่วยไป2 ที่เหลือก็มีผลงานไม่มากนัก เลยไม่จัดกิจกรรมอะไรครับ”         
“ผมอยากขอให้ราเชลมาช่วยส่วนกลางจะได้ไหมครับ?”         
“ได้ครับ แต่ผมวาดรูปเป็นอย่างเดียวจะช่วยอะไรได้?”         
“นั่นแหละครับที่สำคัญ เรามีงานที่จะต้องใช้ป้าย ใช้ตัวหนังสือกับภาพประกอบเยอะเลย แต่หาคนช่วยไม่ค่อยได้ ราเชลพอจะช่วยส่วนนี้ได้รึเปล่าครับ?”         
“ครับถ้าเป็นเรื่องพวกนี้ผมพอจะทำได้” แม้จะกังวลนิดๆแต่ราเชลก็อดดีใจไม่ได้ที่ได้ทำประโยชน์ให้โรงเรียนบ้าง         
“ขอบคุณมากครับ ผมจะเอารายชื่อคนที่จะมาช่วย…” ประตูห้องถูกเปิดพรวดเข้ามา         
“เฮ้!กาย…อ้าว!ยังคุยธุระอยู่เหรอ?” ร่างสูงเกือบเต็มประตูชะงัก ตาคมปลาบที่มองมาทำให้ราเชลหน้าร้อนวาบ รีบหลบตา         
“หวัดดีราเชล”         
“เอ่อ…สะ..สวัสดีครับ” ราเชลตอบรับตะกุกตะกักแต่ยังไม่กล้าพอจะเงยขึ้นสบตา  บรรยากาศในห้องเงียบจนชวนอึดอัดไปทันที 
“กายพอเสร็จธุระแล้วเราไปดูหนังกันนะ พอดีหนังเรื่องใหม่เข้าวันนี้ด้วยสิ…นะครับ” 
เสียงหวานออดอ้อนของริชทำให้ราเชลแปลบปลาบในอก  ท่าที่ก้มลงยิ้มกับกายอ่อนหวานจนคนมองใจสั่น ทำไมคนที่ริชมองอย่างนั้นจึงมีแต่กายเพียงคนเดียว  ราเชลหลบตาแทบไม่ทันเมื่อกายก็หันกลับมา เสียงโต๊ะที่ริชพิงลั่นเอี๊ยดเมื่อร่างสูงลุกขึ้นแล้วออกไป ไม่มีแม้หางตาที่ชำเลืองแลมา  ราเชลกัดปากแน่น  กระบอกตาและใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความน้อยใจที่พุ่งขึ้นมา
‘ก็แน่ละสิ  พอลลิ่งอยู่ตรงนี้ทั้งคนเรามันก็ไม่มีความหมายอะไรอยู่แล้ว’         
“ถึงไหนแล้วอ้อ!รายชื่อ…ราเชล!เป็นอะไรไปครับ?”
เสียงกายอุทานอย่างตกใจทำให้ราเชลรู้ตัวจึงรีบเช็ดน้ำตาไม่อยากให้กายรู้ว่าเขาเป็นอะไร แต่กายอยู่ใกล้มากขนาดนี้คงหลบไม่พ้น         
“ปะ..ปล่าวครับ…คือ ผมปวดหัวนิดหน่อย”         
“อ้าว!งั้นวันนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับรายละเอียดเดี๋ยวผมจะส่งไปให้ทีหลัง”
ราเชลรีบพยักหน้า  ตอนนี้เขาอยากกลับให้ถึงบ้านเร็วที่สุดเพราะใจมันวูบหายเหมือนจะขาด  ร่างสูงรออยู่หน้าห้องหันกลับมายิ้มหวานให้กาย  ราเชลได้แต่ก้มหน้าเสียไม่อยากเห็นสายตาท่าทางของทั้งคู่อีก         
“ริชไปส่งราเชลหน่อยนะเห็นว่าปวดหัว”
ราเชลสะดุ้งรีบเงยขึ้นมอง  ริชจ้องหน้าเขาด้วยสายตาประหลาด  แน่ล่ะ
ริชต้องไม่พอใจแน่ๆที่เขาเข้ามาทำให้ยุ่งยากถึงแม้นี่จะเป็นความมีน้ำใจของกายเองก็ตาม         
“ไม่ต้องครับ พวกคุณมี…เอ่อ..นัดกันไม่ใช่หรือครับ ผมกลับเองได้”
ราเชลกัดลิ้นไว้ได้ทันเกือบหลุดคำว่าเดทออกไปอยู่แล้ว  หาไม่ริชอาจไม่พอใจเขามากกว่านี้ก็ได้         
“แต่นี่ก็เย็นมากแล้ว ยังไม่ได้โทรบอกให้ที่บ้านมารับเลย ให้ริชไปส่งแหละดีแล้ว”           
“แต่ว่า..” ราเชลได้แต่อึกอักลำบากใจ  กายช่างมีน้ำใจเหลือเกิน แต่ริชเล่าอาจจะไม่พอใจเขามากก็ได้         
“กายอย่าไปบังคับเขาเลย เขาคงไม่อยากไปกับคนชื่อเสียงไม่ดีแบบฉันนักหรอก”         
“เปล่านะครับไม่ใช่อย่างนั้น”ราเชลใจหายวาบ รีบปฏิเสธจนปากคอสั่น         
“ผมไม่ได้คิดแบบนั้นเลยครับ…แต่ผมเกรงใจ..คือ..” ราเชลพูดไม่ออก อยากจะร้องไห้เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของริช       
“ถ้างั้นให้ริชไปส่งนะครับ”         
“แล้วเรื่องนัด…”         
“ไม่เป็นไรครับ อ้าว!พี่ผมมารับพอดีไปนะครับราเชล…ไปนะริชพรุ่งนี้เจอกัน”
ราเชลมองตามร่างเปรียวที่วิ่งไปขึ้นรถด้วยความเกรงใจ และเกือบสะดุ้งเมื่อคนข้างตัวขยับเข้ามาใกล้           
“รังเกียจที่จะกลับกับฉันหรือเปล่า?”         
“เปล่าครับ”         
“งั้นก็ไปขึ้นรถ” ร่างสูงนำลิ่วไปก่อน  ราเชลได้แต่เดินตาม  สายตาค่อยๆไล่จากรองเท้าผ้าใบขึ้นมาจนถึงแผ่นหลังกว้างใหญ่แต่ไม่กล้ามองสูงกว่านั้น 
ประตูรถสปอร์ตคันหรูเปิดกว้างและริชก็ผายมือให้เขาขึ้น  ราเชลเหลือบมองหน้า เห็นดวงตาคมเป็นประกายล้อเลียนก็อดยิ้มให้ไม่ได้  ความกังวล กลัดกลุ้มเมื่อครู่หายไปหมดสิ้น  เบาะนุ่มหนายุบตัวลงเล็กน้อยเมื่อเขานั่ง  ริชปิดประตูให้แล้วอ้อมมาประจำที่คนขับ  ใบหน้าที่ชะโงกมาใกล้ก็ทำให้หัวใจของหนุ่มน้อยไหวระทึก  มือยาวเรียวเอื้อมมาดึงเข็มขัดนิรภัยคาดให้แต่ยังคงก้มมองใกล้ ลมหายใจร้อนรินรดแก้มเนียนจนอุ่นซ่าน         
“รีบหรือเปล่า?”         
“เปล่าครับ”         
“งั้นแวะหาอะไรกินกันก่อนนะ”         
“ครับ” ราเชลไม่รู้ว่าตอบริชไปแบบนั้นได้ยังไง  ในเมื่อรู้ดีอยู่แก่ใจว่าหากเขากลับบ้านช้าคุณย่าจะต้องเล่นงานเอา  แต่เขาไม่ได้มีโอกาสที่จะได้นั่งรถข้างริชแบบนี้บ่อยๆที่ไหน  ยอมถูกคุณย่าดุสักวันราเชลแน่ใจว่าช่างคุ้มแสนคุ้ม
      ..................................

ราเชลเงยขึ้นมองห้างสรรพสินค้าตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้มีโอกาสมาเที่ยวที่นี่  เพราะตารางกิจกรรมทุกวันที่คุณย่าวางไว้ให้แน่นเอี๊ยด จนไม่แทบไม่ได้กระดิกตัวไปไหน ยิ่งเป็นที่ ‘ไร้สาระ’ ของคุณย่าด้วยแล้วไม่ต้องหวัง
ริชเลี้ยวเข้าไปจอดที่ลานจอดด้านใน  ในลานจอดรถค่อนข้างสลัว แต่กลับเห็นตาคมเป็นประกายวับวามจ้องเขม็งจนราเชลทำอะไรไม่ถูก  ใบหน้าคร้ามก้มต่ำเข้ามาใกล้จนได้ไออุ่นร้อนจากลมหายใจ
“ไม่ลงเหรอ?”
ราเชลสะดุ้งควานหาที่เปิดแต่ไม่เจอ ยังไม่ทันอ้าปากไออุ่นผะผ่าวจากคนตัวโตที่โน้มเข้ามาแทบชิดก็ทำให้ราเชลได้แต่นั่งตัวแข็งทื่อ   เสียงประตูลั่นแกร๊ก
ราเชลผวาลงจากรถแต่กลับหงายกลับมาเมื่อติดเข็มขัดนิรภัยที่ยังไม่ได้ปลดออก  นิ้วยาวเลื่อนมาปลดให้ว่องไว แต่มือกลับวางแปะอยู่ที่เอวแทน  ไอร้อนผ่าวแทรกผ่านเสื้อผ้าเข้ามาเหมือนเนื้อจะละลาย           
“กลัวฉันเหรอ?”         
“ปะ…เปล่า…ครับ” ราเชลเสียงสั่น  หัวใจเต้นระรัวราวกับจะกระดอนออกมานอกปาก  ดวงตาวาววับทำให้หน้าร้อนซู่จนไม่กล้าสบตา         
“แล้วทำไมต้องรีบขนาดนั้น…ห้างที่นี่เปิดจนค่ำนั่นแหละ”         
“ครับ”         
“แล้วไง?” เสียงกระซิบใกล้จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนผะผ่าว         
“อะ…อะไรครับ?”         
“ก็…จะรีบไปไหน…หืม?” ประโยคหลังกระซิบแผ่วเบาข้างหู  ราเชลขนลุกซู่เพราะจมูกโด่งเป็นสันปัดผ่านแก้มแผ่วเบา           
“คะ…คุณ…ริช…”         
“…ว่าไง…?” คางแหลมถูกดึงให้หันมาเผชิญหน้า  ราเชลหลบตาวูบ  ใบหน้าร้อนซู่ด้วยความเขินอาย  ปากร้อนเลื่อนมาสัมผัสแก้มเนียนแผ่วเบา  ราเชลสะดุ้งเบี่ยงหน้าหนีด้วยสัญชาติญาณ  ทำให้ปากบางพลาดจากปากสีสดเป็นแก้มเนียน  กับผมนุ่มหอม  มือสั่นๆยกขึ้นยันอกเขาไว้แน่น  หน้านวลแดงซ่านไปหมด 
ริชลอบถอนใจอย่างเสียดาย  ยังหรอก ยังไม่ถึงเวลา  หากเขาผลีผลามไปตอนนี้เกมก็คงไม่สนุกอย่างที่คิด  ริชยอมผละออกห่างแล้วลงไปจากรถ  ราเชลลอบถอนใจอย่างโล่ง อก แต่ใจลึกๆเขา‘เสียดาย’ หากแต่ไม่นานมือของเขาก็ถูกริชจับจูงโดยไม่แคร์สายตาใคร  ราเชลได้แต่เดินตามก้มหน้างุดด้วยความอายปนภาคภูมิ
      ..................................

         ราเชลก้าวเข้าไปในบ้านอย่างหวาดๆ  วันนี้เขากลับบ้านค่ำและไม่ได้ขออนุญาต  สาวใช้ต้นห้องของคุณย่ายืนหน้าเคร่งรออยู่แล้ว         
“คุณท่านรออยู่ที่ห้องหนังสือค่ะ”         
“ขอบใจ”
ราเชลอยากให้ทางเดินทอดยาวไปกว่านี้อีกมากๆ  แต่เมื่อเป็นไปไม่ได้เด็กชายก็จำต้องเคาะประตู         
“เชิญ”         
“กลับมาแล้วครับคุณย่า”         
“บอกเหตุผลที่กลับบ้านเอาป่านนี้มาหน่อย”         
“เอ่อ…ผม…ไปอ่านหนังสือบ้านเพื่อนมาครับ”         
“แล้วทำไมไม่บอกให้ย่ารู้ก่อน”         
“คือ…เพื่อนผมเขาขอร้องให้ช่วยติวให้แล้ว…ผมก็อ่านหนังสือกันเพลินจนลืมเวลาครับ”         
“เพื่อน…ใคร?”         
“คู่แฝดตระกูลมอล์เล่ย์ครับ”         
“งั้นเหรอ…ดีย่าจะโทรไปถาม”         
“แต่…”         
“ทำไมมีปัญหาอะไรเหรอ?”         
“ปะ…เปล่าครับ”
สาวใช้ต้นห้องคว้าโทรศัพท์มากดหมายเลขแล้วส่งให้คุณย่าอย่างรวดเร็ว  ราเชลใจสั่นระรัวด้วยความกลัว  อยากจะสารภาพว่าโกหกแต่ปากกลับแข็งค้างอ้าไม่ขึ้น         
“ขอสายคุณนายมอล์เล่ย์ค่ะ…ไม่อยู่เหรอคะ…แล้วคู่แฝดล่ะอยู่ไหม?…ย่าของราเชลนะจ๊ะ…ไม่ทราบว่าวันนี้ไปอ่านหนังสือวิชาอะไรกันเหรอจ๊ะ…งั้นเหรอ…เขากลับมาช้าก็เลยเป็นห่วงแต่ถ้าอยู่กับพวกเธอก็แล้วไป…อ๋อได้สิ….ราเชล เจอร์รี่จะคุยด้วย”         
“ขอบคุณครับคุณย่า”คุณหญิงเวลบอร์นกับต้นห้องลุกออกไป  ราเชลรีรอจนแน่ใจว่าท่านกลับห้องไปแน่แล้วจึงกล้าพูด         
“เจอร์รี่”         
“บอกมานะวันนี้นายไปกับใครมา?”         
“บ้าสิ…ไม่ได้ไปกับใครสักหน่อย”         
“อย่ามากโกหก…เด็กดีอย่างนายลงทุนโกหกคุณย่า ต้องไม่ใช่เรื่องเล็กแน่ๆ…บอกมาราเชลว่านายไปไหน…ไม่อย่างนั้นคราวหน้าฉันจะไม่ช่วยนายอีก”         
“ไม่มีคราวหน้าแน่  เพราะฉันจะไม่มีวันทำผิดซ้ำหรอก”         
“นายแน่ใจเหรอ…คนที่นายไปด้วยเขาอาจทำให้นายพลาดเวลาอีกก็ได้”         
“คนอย่างเขาคงไม่มีเวลามาสนใจฉันหรอก” ราเชลเผลอหลุดปากไปตามใจคิด         
“ใคร?…บอกมานะราเชล…บอกมาสิ…ไม่งั้นฉันโกรธนายแน่ เสียแรงที่เป็นเพื่อนกัน”         
“ไม่เอา…บอกนายก็เท่ากับบอกเพื่อนทั้งโรงเรียน  ไม่มีทาง”         
“ราเชล…จำไว้นะ  ฉันสืบเองก็ได้  นายโดนแน่”
ราเชลวางโทรศัพท์อย่างอ่อนใจ  เจอร์รี่ต้องหาทางรู้จนได้ ต่อไปนี้คงต้องระวังตัวแจ                     
‘แต่…จะระวังไปทำไม...ยังไงริชก็ไม่มีวันสนใจเราอีกแน่ๆวันนี้เขาแค่มาส่งตามมารยาท  แล้วที่พาเราไปห้างคงแค่อยากแหย่เราเล่นเท่านั้น  นายนี่ฝันเฟื่องจริงๆเลยราเชลที่คิดว่าคนดังอย่างแฮมิลตันจะสนใจ’
         .................................

ริชเหวี่ยงกุญแจไปบนโต๊ะก่อนจะทิ้งตัวลงบนที่นอนแรงๆ กลิ่นหอมอวลอ่อน ผิวเนื้อเนียนนุ่มยังประทับแน่นในอก  วงหน้างามที่สะทกสะเทิ้นเขินอายกระตุ้นให้ร่างกายร้อนขึ้นทุกที  ‘อยากได้  อยากได้เหลือเกิน’
นับแต่ครั้งที่เห็นกาย  เขาไม่เคยรู้สึกอย่างนี้กับใครอีกเลย  ดูเหมือนจะรุนแรงมากกว่าครั้งที่เขารู้สึกกับกาย  อาจเพราะกายวางเขาไว้ในฐานะเพื่อนตลอดมา  มิหนำซ้ำเขายังรู้ดีว่าในหัวใจกายมีใครอยู่แล้ว 
แต่ราเชลแตกต่าง  นับแต่เห็นครั้งแรกที่สโมสรฝึกม้า  ใบหน้าเนียนใสนั้นก็ติดตรึงอยู่ในความทรงจำตลอดมา    บางครั้งเขาก็วุ่นๆกับคนอื่น แต่ลึกๆก็ยังอดมองหาไม่ได้  เสียงเห่าของพลูโตจุดรอยยิ้มกว้างขวางบนใบหน้าหล่อเหลา
แฮมเบอร์เกอร์ทำให้เขาได้เห็นราเชลอีกแง่มุมหนึ่ง...ช่างน่าสงสาร 
ริชขมวดคิ้ว นึกไม่ออกว่าชีวิตที่มีแต่การเรียนกับกฎระเบียบเคร่งครัดนั้นจะทำให้
ราเชลเป็นสุขได้อย่างไร  ขนาดเขาแสนจะอิสระ ยังอดเบื่อหน่ายไม่ได้เมื่อต้องเข้าไปอยู่ในกฎเกณฑ์ของโรงเรียน แต่ราเชลต้องอยู่แบบนั้นตลอดมา หากเขาดึงราเชล ออกมาได้ล่ะ?
ริชยิ้มมาดหมาย  เพียงแค่พาไปห้างเล็กๆประจำเมืองราเชลยังตื่นตาตื่นใจขนาดนี้  หากเขาได้พาไปท่องเที่ยวไกลๆอย่างนิวยอร์กหรือต่างประเทศ  ราเชลจะตื่นเต้นขนาดไหน  RRRRR….         
“ว่าไง”         
“คุณริชคะ  ของที่คุณริชสั่งไว้มาส่งแล้วค่ะ”         
“อืม…จะลงไปดู”
เจ้าหน้าที่จากบริษัทสามสี่คนกำลังทยอยขนเครื่องเสียงกับอุปกรณ์เข้าไปยังห้องนั่งเล่น  ริชเดินไปทิ้งตัวลงนั่งที่ชุดรับแขก  ยินโทนิคเย็นเฉียบถูกวางลงตรงหน้าอย่างรู้งาน  พ่อบ้านเข้ามาวางจดหมายปึกใหญ่ตรงหน้า         
“อะไร?”         
“ส่วนใหญ่จะเป็นการ์ดเชิญท่านร่วมงานปาร์ตี้ที่บ้านครับ”         
“ใครบ้าง?”         
“หลายตระกูลครับ…มีทั้งของ…”         
“มีของตระกูลเวลบอร์นไหม?” ริชถามทะลุกลางปล้องดื้อๆ           
“มีครับ เพิ่งส่งมาวันนี้”         
“ไหน?”
ซองสีขาวดุนลายและประทับตราตระกูลหราเรียกรอยยิ้มหมิ่นที่มุมปาก         
“ขอบใจมากไคล์ม”         
“ครับท่าน”  พ่อบ้านผู้ซื่อสัตย์โค้งให้ก่อนจะออกไป  ริชเปิดซองอย่างรวดเร็ว           
‘เชิญร่วมงานเลี้ยงน้ำชา…ช่างสมกับเป็นตระกูลขุนนางเก่าเหลือเกินนะ…แต่ก็ดี…เราคงได้เจอกันเร็วกว่าที่ฉันคิดนะราเชล’ ริชมองหมายกำหนดการอีกครั้งก่อนจะร่อนซองลงบนโต๊ะ
         ................................
ราเชลถอนใจอย่างโล่งอก  นึกดีใจที่มาแต่เช้าอย่างน้อยก็ไม่ต้องเผชิญหน้ากับรองกัปตันชมรมรักบี้คนนั้นอีก  เพราะหมอนั่นไม่เคยมาทันเรียนคาบแรกอยู่แล้ว  ตึกยังคงเงียบสงบเพราะนักเรียนส่วนใหญ่ยังไม่มากัน ราเชลเปลี่ยนใจไปห้องศิลปะแทน  มือที่จะเลื่อนประตูปิดชะงักค้างเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างลอดออกมาจากห้องพักอาจารย์  เสียงครางและเสียงบางอย่างทำให้เด็กชายนึกกลัว  หรือว่าอาจารย์จะเป็นอะไร  ราเชลค่อยๆชะโงกไปยังประตูที่ปิดไม่สนิท  ภาพที่เห็นทำให้หนุ่มน้อยตกตะลึง 
ร่างผอมบางของอาจารย์เปลือยเปล่าและถูกกดทับอยู่ใต้ร่างหนาของกัปตันชมรมรักบี้  ร่างหนาเคลื่อนไหวเนิบนาบแล้วค่อยๆเร่งเร็วขึ้น  แขนผอมๆกอดรัดรอบลำคอหนาแน่นเสียงครางแผ่วๆเมื่อครู่หวีดดังขึ้นเรื่อยๆ  มือใหญ่รวบขาเรียวขึ้นพาดบ่า  แล้วจากนั้นก็กระแทกกระทั้นลงมาแรงจนโต๊ะลั่น  ราเชลตะลึงมองด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก  สีหน้าทรมานของทั้งคู่ทำให้หนุ่มน้อยอดพิศวงไม่ได้ว่าเมื่อเจ็บปวดขนาดนั้นทำไมยังทนอยู่อีก   แต่ดูเหมือนอาจารย์ของเขาจะหมดความอดทนก่อน         
“อ๊ะ…อ๊า…คีธ!”  ร่างผอมบางแอ่นเกร็งขึ้นทั้งตัวก่อนอ่อนพับลงแต่ร่างหนายังโหมแทรกเข้าหาไม่หยุด ตราบจนมีเสียงครางหนักๆแล้วร่างหนาก็เกร็งกระตุกไปทั้งตัวแล้วค่อยๆฟุบลงกอดรัดร่างผอมไว้
มือหยาบใหญ่ค่อยๆช้อนร่างบอบบางขึ้นอย่างทะนุถนอม  แขนเรียวเป็นฝ่ายโอบรัดรอบลำคอเหนี่ยวให้ใบหน้าของทั้งคู่แนบกันชิด         
“อีกไม่ได้เหรอ?”         
“บ้าน่า…อีกพักพวกเด็กๆก็มากันแล้ว…ปล่อยเถอะ…อื้อ…อย่าคีธ…อย่า…อ๊ะ..”         
“น่า…ไม่นานหรอก…อา…ร่างกายคุณ…มัน…อือ…”         
“อา…”  เสียงโต๊ะลั่นแล้วร่างหนาๆก็เริ่มเคลื่อนไหวอีก 
ราเชลถอยกรูดออกมาอย่างลืมตัว แล้วรีบวิ่งลงมายืนหอบอยู่ในสวน  หนุ่มน้อยหน้าแดงซ่าน  เสียงครวญครางของทั้งคู่ยังดังก้องอยู่ในหู  เขาไม่เคยรู้ว่าอาจารย์ของเขากับกัปตันชมรมรักบี้จะ…..
แต่ที่สำคัญทั้งคู่เป็นผู้ชาย  แล้วทำไม?…ราเชลขมวดคิ้วอย่างงงๆ  หรือว่าอาจารย์ของเขาจะเป็นผู้หญิง  แต่ทำไมไม่มีหน้าอกล่ะ  หนุ่มน้อยหน้าแดงเมื่อนึกถึงท่าทางของทั้งคู่  ได้แต่พิศวงว่าทำไมทั้งสองถึงร่วมรักกันได้เพราะต่างก็เป็นผู้ชาย 
ราเชลเก็บความสงสัยนี้ไว้ และเผลอครุ่นคิดจนแทบเรียนไม่รู้เรื่อง  แต่อาจารย์กลับเข้าใจว่าเขาป่วยเลยถูกบังคับให้ไปนอนที่ห้องพยาบาล         
ช่วงพักกลางวันแฝดจอมจุ้นมาเยี่ยมแต่แปลกที่คราวนี้สองหนุ่มไม่มองหน้ากัน         
“ลอว์ลี่…เจอร์รี่…พวกนายทะเลาะกันเหรอ?”         
“เปล่านะ…แต่ลอว์ลี่ไม่มีเหตุผล”         
“ใช่ฉันมันไม่มีเหตุผล  แต่ฉันไม่เคยทิ้งพี่น้องเหมือนนาย  นายมันใจดำ”
ลอว์ลี่สะบัดหน้าแล้ววิ่งหนีออกไป เจอร์รี่หน้าซีดทำท่าจะร้องไห้จนราเชลต้องดึงให้นั่งลง       
“เกิดอะไรขึ้น ลอร์ลี่โกรธอะไร?”         
“ฉันผิดเอง  แต่…แต่ฉันรักเขามากนะ  จะให้ฉันเลือกฉันก็เลือกไม่ได้  ฉันไม่รู้จะทำยังไง”         
“เจอร์รี่…นายเล่าให้ฉันรู้เรื่องหน่อยสิ”         
“นายต้องช่วยฉันนะราเชล”         
“ฉันช่วยนายไม่ได้แน่ถ้าฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”         
“คือ…คือฉันกับเขา…คือ..แบบว่าเรารักกันนะ…แล้วมันก็เลย…เกินเลยไป…แล้วลอร์ลี่ก็บังเอิญมาเห็น…แล้ว”         
“หยุด! เจอร์รี่ฉันไม่เข้าใจที่นายพูดเลยสักประโยค  เอาใหม่ ฉันถามนายตอบดีไหม?”         
“ก็ได้”         
“นายกับลอว์ลี่ทะเลาะกันเรื่องอะไร?”         
“เรา…มีคนรัก”         
“อ้าว!นายคบกับใคร?”         
“แมท  แมททิวชมรมละคร”         
“แมท…พระเอกชมรมละครนั่นเหรอ?”         
“ฮื่อ…”         
“แล้วลอร์ลี่ว่าไง?”         
“ตอนแรกก็ไม่ได้ว่าอะไร  แต่พอเราอะไรๆกันลอว์ลี่มาเห็นเลยโกรธ”
ราเชลขมวดคิ้ว พยายามตีความคำพูดของเจอร์รี่แต่ก็ไม่เข้าใจอยู่ดี 
เจอร์รี่กัดปากแน่นก่อนจะถอนใจเฮือกใหญ่แล้วชะโงกมากระซิบข้างหู         
“ฉันนอนกับแมทแล้ว”         
“อะไรนะ!”         
“ฉันบอกว่าฉันกับแมทเราเป็นของกันและกันแล้ว”         
“แต่ว่า…นายเป็นผู้ชาย…แล้วแมททิวก็เป็นผู้ชาย…”         
“ทำไม...เป็นผู้ชายแล้วรักกันไม่ได้หรือไง? นายอย่ามาทำเป็นคร่ำครึ
หน่อยเลย”
เจอร์รี่หน้าบึ้งสะบัดหน้าหนีอย่างโกรธๆ ราเชลอึกอักด้วยความตกใจ       
“คือ…ไม่ใช่อย่างนั้น”         
“นายกำลังจะบอกใช่ไหมว่านายรังเกียจพวกรักร่วมเพศ…นายจะบอกว่านายรักเกียจฉันละสิ”         
“ไม่ใช่นะ…คือ…มัน..”         
“ก็ดีราเชล…ฉันจะได้รู้ว่านายรังเกียจ…เราเลิกเป็นเพื่อนกันก็ได้”         
“เดี๋ยวเจอร์รี่!ฉันไม่ได้รังเกียจแต่ฉันสงสัย”         
“สงสัยอะไร?”       
“คือ…ฉันไม่เข้าใจ…แบบว่าเป็นผู้ชายเหมือนกันแล้ว…แล้ว…ทำแบบนั้นได้ไง?”         
“ทำแบบนั้น?…อย่าบอกนะว่านายไม่รู้ว่าผู้ชายเขานอนด้วยกันยังไง?”         
“…ฮื่อ…”
เจอร์รี่อ้าปากค้างก่อนจะเปลี่ยนเป็นหัวเราะก๊าก  ราเชลหน้าแดงซ่านด้วยความอายแต่ไม่รู้จะทำให้เจอร์รี่หยุดหัวเราะได้ยังไง  หลังจากหัวเราะจนเจ็บไปหมดทั้งท้อง เจอร์รี่จึงได้เริ่มอธิบายเพศศึกษาฉบับรักร่วมเพศให้ราเชลฟังละเอียดยิบสมกับที่มีประสบการณ์ตรงมาแล้ว  ตลอดเวลาราเชลได้แต่หน้าแดงแล้วก็แดงจนแทบเป็นมะเขือเทศ         
วันนี้เป็นวันแรกที่คู่แฝดแยกกันกลับ  ลอว์ลี่หนีกลับไปก่อนส่วนเจอร์รี่ก็กลับกับแมททิว เจอร์รี่หัวเราะคิกเมื่อแมททิวถามอย่างพิศวงว่าทำไมราเชลไม่มองหน้าเขาเลย         
“ผมเล่าเรื่องเด็ดๆให้ฟังราเชลเลยอายน่ะไม่มีอะไรหรอก”
      ..................................

.

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ tianqin

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-1
ต่ออีกนิดนะ
...............

ราเชลแต้มสีน้ำเงินเข้มลงบนเงาของกลีบดอกไม้  เสียงเจื้อยแจ้วของนกและเสียงแมลงในสวนเงียบลงกะทันหัน  ได้ยินเสียงฝีเท้าย่ำมาตามถนนโรยกรวดเบาๆ  ราเชลขมวดคิ้ว  ปกติจะไม่มีใครเข้ามาที่นี่  คนดูแลสวนก็จะมาเป็นเวลา  โดยเฉพาะเวลานี้ทุกคนในบ้านต่างก็รู้ดีว่าเขาชอบเข้ามานั่งเขียนภาพที่นี่  ไม่มีใครกล้าเข้ามารบกวนแน่นอน นอกจาก…         
“คุณย่าให้มาเรียกหรือไง?” ไม่มีเสียงตอบแต่เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา  ราเชลผุดลุกขึ้นและหันกลับมาเผชิญหน้ากับผู้บุกรุก         
“คุณ…ริช…”
เสียงครางหวิวเรียกรอยยิ้มนิดๆที่มุมปาก  ริชขยับเข้ามาแทบชิด  ใบหน้าคมคายก้มลงมาสบตา  ก่อนจะย่อตัวต่ำลงไป  ราเชลยืนตัวแข็งไม่กล้าขยับได้รอจนร่างสูงยืดขึ้นมาจนใบหน้าเสมอกันอีกครั้ง           
“สวัสดีราเชล  ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง” ใบหน้าที่จ้องใกล้เลื่อนสูงขึ้นไป         
“สะ…สวัสดีครับ…คุณริช” ราเชลแหงนขึ้นสบตาแล้วหลบวูบ   
ริชจับมือนุ่มขึ้นมาคลี่ออกและวางพู่กันลงไป           
“ของเธอหล่น…หรือว่าเลิกใช้แล้ว?”         
“ยะ…ยังใช้อยู่  ขอบคุณครับ เอ่อ…เชิญ…เชิญนั่งก่อนดีกว่าครับ” ราเชลกำพู่กันไว้แน่นด้วยสองมือ  รีบเชิญให้ริชนั่งเพราะขาสั่นจนทำท่าจะยืนไม่ไหว         
“วาดอะไรอยู่…สวยนี่ดอกนั้นเหรอ?”  ริชถือวิสาสะหยิบรูปไปดู         
“ยะ…อย่าเพิ่งดูเลยครับ มันยังไม่เสร็จ”           
“งั้นวาดให้เสร็จสิ  ฉันอยากเห็น”  ราเชลรับรูปกลับ  แต่สายตาคมกริบที่จับจ้องทุกอิริยาบถทำให้มือสั่นจนวาดไม่ได้  แตะสีถึงสามครั้งแต่ไม่กล้าแต้มลงไปบนภาพ  จนต้องยอมวางพู่กันลงเพราะรู้ว่าวาดไม่ได้แน่ๆ         
“อ้าว!หยุดแล้วเหรอ?”         
“ครับ…วาดมาตั้งแต่เช้าแล้ว ขอพักสักนิด เชิญคุณริชทานน้ำชากันนะครับ”         
“ที่ไหน?”         
“ก็ที่ห้องน้ำชาไงครับ”         
“ให้เขายกมาที่นี่ดีกว่า  ขี้เกียจเข้าไปนั่งข้างในมากพิธีเปล่าๆ  ฉันอยากนั่งตรงนี้มากกว่า  อากาศดีน่าสบายกว่าข้างในเป็นไหนๆ”         
“แต่คุณย่าท่านจะคอย…”         
“คุณย่าเธอคงไม่มีเวลามาจับตาดูเราหรอก  แขกออกเต็มบ้าน  แล้วฉันก็บอกท่านไปแล้วว่าจะมาหาเธอท่านเลยให้มาที่นี่”         
“ถ้าอย่างนั้นรอสักครู่ครับ”  ราเชลโทรสั่งให้ยกของว่างและน้ำชาออกมา  ครู่เดียวทุกอย่างก็ถูกจัดวางเรียบร้อย  ริชโบกมือไล่คนรับใช้หน้าเคร่งออกไปแต่เจ้าหล่อนกลับเหลือบมองราเชล  ราเชลพยักหน้าจึงยอมถอยออกไป         
“สุดแสนจะภักดี”         
“คุณว่าอะไรฮะ” ราเชลหันมาถามงงๆ         
“เปล๊า…ไม่มีอะไร  ฉันก็พูดอะไรไปเรื่อยเปื่อย  ว่าแต่นี่มันอะไร”         
“ขนมจากร้านเก่าแก่ฮะ…คุณย่าท่านสั่งมาจากอังกฤษ”         
“งั้นเหรอ…สวยซะจนไม่กล้ากิน”  ราเชลยิ้มแหยรู้ดีว่าถูกประชด  เท่าที่พบกันมาสองสามครั้งก็พอจะรู้ว่าริชไม่ชอบพิธีรีตองมากมายแบบที่คุณย่าเป็น 
ราเชลเองแม้จะชินแล้วแต่บางครั้งก็อยากให้มันเรียบง่ายบ้างเหมือนกัน         
“นี่เธอเคยกินอาหารเวียดนามไหม?”         
“อาหารเวียดนาม?”         
“ใช่...อาหารจากทางเอเชีย ทั้งเวียดนาม จีน ญี่ปุ่น ไทย...โอ๊ย!อีกหลายประเทศ  รสชาติแปลกแต่อร่อย  เคยไหม?”       
“ไม่เคยครับ…คุณย่าท่านไม่ชอบลองของแปลกๆ  ท่านว่ามันเป็นของพวกป่าเถื่อนที่ไม่มีจะกิน  พวกนี้ใช้สัตว์ประหลาดๆปรุงอาหาร”         
“สัตว์ประหลาดๆ!เธอรู้ไหมอาหารเวียดนามน่ะมีแต่ผักซะเป็นส่วนใหญ่  แล้วอาหารจีนก็แพงจนติดอันดับโลก  ยิ่งอาหารญี่ปุ่นเดี๋ยวนี้มีร้านเปิดในยุโรปเยอะพอๆกับแม็คฯแล้วมั้ง  ส่วนอาหารไทยก็เพิ่งได้รางวัลชนะเลิศตอนงานเทศกาลอาหารนานาชาติไปเมื่อปีที่แล้วนี่เอง”         
“ผมก็เคยอยากลองดู  แต่กลัวจะสั่งไม่ถูกแล้วไปสั่งตัวอะไรแปลกๆเข้า”         
“ไม่เป็นไรฉันจะพาเธอไปลองเองแต่เธอต้องให้รูปนั้นเป็นรางวัลนะ”         
“ได้ครับถ้าวาดเสร็จแล้วผมจะเอาไปให้”         
“ไม่  ฉันอยากได้วันนี้  ฉันจะรอให้เธอวาดให้เสร็จ”         
“แต่…”         
“หรือว่าเธอไม่เต็มใจจะให้”         
“ไม่ใช่อย่างนั้นครับ”         
“ดี ทานของว่างเสร็จวาดต่อนะ”
ราเชลแทบไม่อยากวางถ้วยชา  แต่ริชที่อิ่มก่อนไปนอนเอกเขนกรอที่เก้าอี้ยาวแล้ว  ราเชลจำต้องตามไปนั่งที่เดิมแล้วลงมือวาด  ความรู้สึกที่ถูกจ้องมองทำให้ใบหน้าร้อนวาบอยู่ตลอดเวลา  ราเชลรวบรวมสมาธิได้ไม่ถึงยี่สิบนาทีก็ยอมแพ้  เด็กชายลอบถอนใจ และหลับตาลงเพื่อตั้งสมาธิ  แต่พอลืมตาขึ้นมาก็ต้องสะดุ้งเฮือก  เพราะใบหน้าคมคายชะโงกเข้ามาจนเกือบสัมผัสกันอยู่แล้ว 
ราเชลเผลอยกมือขึ้นกันลืมไปว่าถือพู่กันอยู่ในมือ  สีน้ำเงินตวัดที่แก้มสากเลอะมาจนถึงจอนผม  ราเชลตกใจคว้าผ้าขึ้นมาเช็ดแต่ปัดเอาจานสีปลิวหวือ 
ริชยกรูปชูขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ภาพไม่เปื้อน  แต่เสื้อและกางเกงของเขาถูกย้อมด้วยสีเลอะไปหมดทั้งตัว         
“ขอ…ของโทษครับ  โอ๊ย…แย่แล้ว”  ราเชลคว้าผ้าเช็ดภู่กันมาเช็ด  ทำให้เพิ่มสีกระดำกระด่างเพิ่มขึ้นมาอีก  ริชวางภาพลงและคว้าข้อมือของราเชลไว้ทั้งสองข้าง         
“นี่ใจคอจะให้ฉันซักไม่ออกเลยหรือไง?”         
“ขอโทษครับ…ผมไม่ได้ตั้งใจ…โธ่…ทำไงดี…ขึ้นไปล้างตัวบนห้องผมดีกว่าครับ”         
“ก็ได้แต่ก่อนไปขอเอาคืนก่อน  เอ้า!เปื้อนด้วยกัน”       
“คุณริช!  อย่าครับ  คุณริชอย่า!”
ริชไม่ฟังเสียงคว้าสีมาป้ายบนแก้มและทุกที่ที่ราเชลปัดป้องไม่ถึง  ราเชลโมโหหันไปคว้าสีมาป้ายคืนบ้างคราวนี้สีเลยเลอะกระจายไปถึงข้าวของที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ  สีทั้งกล่องถูกบีบออกมาป้ายใส่กันจนหมด  ต่างฝ่ายต่างยืนหอบตัวโยน  ริช ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาก่อน  เพราะหน้านวลๆที่เคยเห็นตอนนี้มีแต่สีเลอะเต็มไปหมดรวมถึงผมสีทองอร่ามก็มีสีเขียวสีน้ำเงินเปื้อนทั้งศีรษะ  ราเชลเม้มปากแน่นแต่สภาพมอมแมมของคนตรงหน้าก็ทำให้อดหัวเราะไม่ได้           
“อายุเท่าไหร่แล้วราเชล  ทำไมยังเล่นพิเรนแบบนี้  แล้วนี่คุณแฮมิลตันเป็นแขกนะ”
แม้น้ำเสียงที่ตำหนิจะไม่ได้เกรี้ยวกราดแต่ก็ทำให้ราเชลสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ         
“คุณย่า!…ขอโทษครับ…”         
“ผมเป็นคนเริ่มก่อนเองครับ  ต้องขอโทษท่านผู้หญิงด้วยครับที่ทำให้สวนของท่านเลอะเทอะ”         
“ไม่เป็นไรหรอกคุณแฮมิลตัน  ราเชลพาแขกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า  แล้วเชิญไปที่ห้องอาหารด้วยนะ”         
“ครับคุณย่า”         
“ฉันทำให้เธอโดนดุ” ริชเอ่ยขึ้นเบาๆทันทีที่หญิงชราลับหลังไป         
“ก็สมควรแล้วครับ…ผมทำตัวแย่มาก คุณมาเป็นแขกแต่ผมดันทำคุณเลอะไปหมดทั้งตัวเลย  เชิญข้างบนครับ ขึ้นไปอาบน้ำก่อน  เสื้อผ้าผมจะให้คนจัดการให้ รับรองครับว่าซักออก” 
ริชยักไหล่หมุนตัวกลับไปหาภาพที่เขายกไปวางไว้ ไม่น่าเชื่อว่าเลอะเทอะกันขนาดนี้กลับไม่โดนภาพเลยสักนิด  ทั้งสองมองภาพแล้วมองหน้ากันอย่างประหลาดใจก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน…..         
“เชิญครับนี่ห้องผมเอง  ตามสบายนะครับ”         
“แล้วเธอจะไปอาบที่ไหน?”         
“ห้องข้างๆนี่เองครับ  ผ้าขนหนูกับเสื้อคลุมเขาเตรียมไว้ให้แล้ว  ผมขอตัวก่อน”
ราเชลอาบน้ำด้วยความรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้  แม้จะเป็นสีน้ำแต่เมื่อโดนป้ายถึงศีรษะก็ต้องสระผม  ราเชลนึกถึงดวงตาขี้โกงคู่นั้นแล้วอดหัวเราะไม่ได้ 
‘นี่ถ้าสาวๆที่โรงเรียนได้มาเห็นคุณแฮมิลตัลผู้งามสง่า กลายเป็นเด็ก5ขวบคงกรี๊ดกันสลบหรือจะกลายเป็นน่าเอ็นดูไปก็ไม่รู้’ ราเชลเหลือบมองนาฬิกาเห็นว่าใกล้เวลามื้อค่ำแล้ว จึงรีบแต่งตัวคว้าเสื้อสูทมาพาดแขน แล้วมายังห้องของตัวเองที่ยกให้ริชใช้           
“คุณริชครับ เชิญรับประทานอาหารครับ  คุณริช”  ราเชลเคาะประตูหลายครั้งแต่ไม่มีทีท่าว่าริชจะออกมา  จึงลองเปิดเข้าไป  เสื้อสูทยังถูกแขวนอยู่ที่เดิม แต่ริช กลับนอนอยู่บนเตียง แถมยังดูอะไรง่วนอยู่ด้วย  ราเชลเดินเข้าไปใกล้ ครั้นได้เห็นสิ่งที่ริชเปิดอยู่ก็ใจหายวาบ           
“อย่าดูนะครับ!”  ราเชลโผเข้าไปแย่งคืนแต่ริชโดดหนีไปยืนอีกฟากของเตียง           
“นี่ฉันดูดีขนาดนั้นเชียวเหรอ?”         
“อะ…เอาคืนมานะครับ”         
“อยากได้ก็แย่งคืนไปสิ..เอ๋?...มีภาพตอนฉันหลับด้วยเหรอเนี่ย  แล้วมีอีกหรือเปล่า?”         
“อย่าดูนะ…คุณไม่มีสิทธิ์นะ…เอาคืนมา” ราเชลพยายามยื้อแย่ง แต่ริชตัวสูงกว่ามากจึงแย่งไม่ถึง ราเชลกระโดดโหนแขน แต่ริชคว้าเอวบางไว้แถมยังยืนหน้าเข้ามาใกล้ หนุ่มน้อยสะดุ้งผงะไปข้างหลัง ริชทรงตัวไม่อยู่จึงล้มลงไปด้วยกัน พรมนุ่มทำให้ไม่เจ็บ แต่ใบหน้าที่อยู่ห่างกันแค่คืบ ทำให้ราเชลตกใจจนไม่ทันได้ถอยหนี เมื่อปากร้อนแนบประกบลงมา  ราเชลสะท้านเฮือก  ลิ้นร้อนสอดเข้ามากอดเกี่ยวจนสติกระเจิง  มือที่ยันไหล่กว้างเปลี่ยนเป็นเกาะกอด  เนื้อตัวสั่นระริกกับปากนุ่มหอมกระตุ้นให้ริชไม่อยากหยุด สมุดสเกตถูกวางทิ้งไม่ใยดี  ริชประคองหน้านวลให้แหงนเงยขึ้นรับจุมพิตให้ถนัดขึ้น  ผิวตึงนุ่มนวลดึงดูดให้สัมผัส จนริชอดสงสัยไม่ได้ว่า  ใต้เสื้อเชิ้ตเรียบกริบจะนุ่มเนียนมือกว่านี้หรือไม่  มือที่ไวเท่าความคิดปลดกระดุมออกและสอดเข้าไป  ราเชลร้อนวาบไปทั้งตัวไม่เหลือความตั้งใจที่จะห้ามปรามอีกต่อไป  ผิวหนังเห่อร้อนวูบวาบทุกที่ที่ถูกสัมผัส  มือที่อยู่บนไหล่กว้างกำเกร็งแน่นยิ่งขึ้นเมื่อยอดเม็ดเล็กถูกปลายนิ้วสะกิดจนตึงเขม็ง  ริชตวัดลิ้นกวาดคว้านในปากนุ่มขณะที่ปลายนิ้วก็บีบคลึงยอดยอดอกตึงเป็นจังหวะ  เสียงครางถูกดูดกลืนหายไปในรสจูบ  ก๊อกๆๆๆ…
”คุณราเชลคะได้เวลาแล้วค่ะ  แขกมากันหมดแล้วนะคะ”
ราเชลสะดุ้งสุดตัวผวาลุกขึ้นแต่ติดอกกว้างที่ทาบทับอยู่  ริชจ้องมองปากแดงที่เริ่มบวมเพราะฤทธิ์จูบ  แก้มนวลแดงซ่าน  ดวงตาหวานหลุบต่ำไม่กล้าสบตา  ริชผุดลุกขึ้นกระชับเสื้อคลุมลุกออกไปรับหน้าสาวใช้         
“ฝากขอโทษทุกคนด้วย  บอกว่าฉันปวดหัวคุณราเชลดูแลอยู่”         
“จะให้ตามคุณหมอไหมคะ?”         
“ไม่ต้อง  พักสักครู่ฉันกับคุณราเชลจะตามลงไป”           
“ค่ะ”
สาวใช้มองหน้า ‘คนป่วย’ งงๆแปลกใจที่เจ้าของห้องไม่ออกมาบอกเอง
ริชล็อคประตูและหันมาเผชิญหน้ากับเจ้าของห้องที่ถลาเข้ามาเหมือนจะพยายามออกไป         
“จะไปไหน?”         
“ผมจะไปร่วมงานข้างล่าง  เชิญคุณริชแต่งตัวตามสบาย”         
“ใจคอจะไม่มองหน้ากันเลยเหรอราเชล”           
“เปิดประตูสิครับ”         
“ไม่  จนกว่าเธอจะมองฉัน” 
ราเชลถอยกรูดเมื่อริชย่างสามขุมเข้าหา  แต่ยังไม่ทันขยับก็ถูกคว้าเอวและล้มกลิ้งลงไปด้วยกันบนเตียง  ริชกดร่างน้อยไว้แน่น  หน้านวลที่แดงซ่านเบือนไปด้านข้างไม่ยอมสบตา  เนื้อตัวสั่นระริกทำให้ริชมันเขี้ยว  ริชก้มลงขบที่ใบหูนิ่มเบาๆ  ราเชลสะดุ้งเฮือกหันกลับมาจึงถูกปากร้อนฉกวูบเข้าหา  ลิ้นร้อนตวัดเข้าไปพัวพันกับลิ้นนุ่ม ทำให้สติที่เพิ่งรวบรวมได้ถูกพัดกระเจิดกระเจิงอีกครั้ง  ราเชลไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างรู้แต่ว่าหูอื้อตาลายไปหมด  เนื้อตัวร้อนผ่าวเหมือนจะเป็นไข้  หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระดอนออกมาทางปาก  ผิวดูเหมือนจะรับสัมผัสของริชได้ทุกขุมขน  ทุกที่ที่ปลายนิ้วร้อนลากผ่านจะร้อนวาบเป็นทาง         
“ราเชล…”         
“ครับ”         
“เราคบกันไหม…แบบคนรัก?”       
“ผม…เอ่อ…”         
“ว่าไง?….”         
“เอ่อ…ผมว่าเราต้องลงไปร่วมงานแล้ว”         
“สักวันฉันจะทวงคำนี้  แต่ตอนนี้ฉันว่าเธอกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ดีกว่า  เพราะตัวนี้มันยับหมดแล้ว” 
ราเชลหน้าแดงซ่าน  รีบผวาลุกขึ้นติดกระดุมเสื้อลวกๆแล้วรีบกลับไปห้องที่ใช้แต่งตัว  ใบหน้าที่สะท้อนในกระจกแดงก่ำ  ปากดูเหมือนจะบวม นิ้วเล็กไล้บนปากอย่างใจลอย  สัมผัสหวามวูบวาบยังตรึงแน่นในความรู้สึก           
“คุณราเชลคะ…คุณท่านให้มาตามค่ะ”         
“จะไปเดี๋ยวนี้”         
ราเชลรีบถอดเสื้อยับย่นออก  รอยแดงบนคอทำให้ชะงักค้าง เลือดวิ่งขึ้นหน้าจนร้อนไปหมดเมื่อนึกถึงที่มาของรอยนี้  แล้วนี่เขาจะลงไปร่วมงานได้ยังไง…
แต่ไม่ว่าจะอายแค่ไหนราเชลจำต้องลงไปจนได้ ทันที่เปิดประตูออกมาร่างสูงในชุดสูทสง่าก็ยืนรออยู่แล้ว  ราเชลก้มหน้างุดไม่กล้าสบตา  ริชขยับเข้ามาจนชิด  นิ้วยาวเชยคางมนขึ้นมอง  ขนตางอนยาวเป็นแผงหลุบบังดวงตาคู่งามไว้  แก้มเนียนเป็นสีกุหลาบด้วยความอาย  หากไม่ได้ยินเสียงหยอกล้อคิกคักของสาวใช้ที่กำลังเดินใกล้เข้ามาริชคงอดใจไม่ไหวแน่   
         ..................................

ในคอกม้าค่อนข้างสลัวทำให้คนที่มาจากที่สว่างกว่าต้องปรับสาย ตาอยู่ครู่หนึ่งจึงจะมองเห็น  สมิทพุ่งเป้าไปที่คอกลูกม้าและพบว่าราเชลอยู่ที่นั่นจริงๆ
“คุณหนูครับ  คุณท่านให้คุณหนูไปพบที่ห้องรับรองครับ”
“ขอบใจมากสมิท” ราเชลยังคงแปรงขนเจ้าลูกม้าตัวเล็กง่วนอยู่เหมือนเดิม  ทำให้คนมาตามร้อนใจ
“เอ่อ...คุณหนูครับ”
“หืม”
“ต้องไปเดี๋ยวนี้ครับ  มีแขกมารอพบ”
“อ้าว!งั้นฝากดูเจ้าตัวเล็กนี่ต่อด้วยนะ”
“ครับ”
แขกที่มาพบทำให้ราเชลถึงกับอึ้งไป  แม้จะควบคุมกิริยาให้สงบได้อย่างรวดเร็ว  แต่หัวใจกลับเต้นระรัวอย่างห้ามไม่อยู่
“มาพอดี  ราเชล คุณแฮมิลตันมีธุระกับหลานแนะ”
“สวัสดีครับ”
“สวัสดีราเชล”
“คุยกันตามสบายนะจ๊ะ  ย่าจะไปทำงานต่อ”
“ครับคุณย่า”
ทันทีที่ท่านผู้หญิงลุกขึ้น สาวใช้ประจำตัวก็รีบลุกตามราวกับเงา  เมื่อไม่มีบุคคลที่ 3 ในห้องก็เงียบกริบ  แม้เสียงเข็มตกก็คงดังกังวานในความเงียบแบบนี้
ราเชลขยับมือไปมาอย่างอึดอัดแต่ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองริช  แก้มเนียนอุ่นซ่านด้วยความเขินอาย 
“ราเชล...กลัวฉันเหรอ?”
“ปะ...เปล่าครับ...ผม...เอ่อ...”
ริชอมยิ้มนั่งมองแก้มแดงซ่านเฉย แม้ในใจจะอยากรวบร่างบางมาจูบให้สมกับที่คิดถึง  แต่ยังหรอก...ถึงการอดทนไม่ทำตามใจจะทำให้ทรมาน  แต่ผลของการอดทนต้องหอมหวานและคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง
“วันนี้ฉันมีของฝากมาให้เธอด้วยนะ”
“ขอบคุณครับ”
“งั้นไปกันเถอะ” ริชผุดลุกขึ้นแล้วขยับเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว 
“ไป...ไปไหนครับ?”
“ไปดูของฝากไง”
“เอ๋?”
ริชไม่ฟังเสียง  คว้าข้อมือเล็กกึ่งจูงกึ่งลากลงไปยังลานจอดรถข้างล่าง  ชายฉกรรจ์ 3-4คน กำลังต้อนสัตว์ขนาดใหญ่ลงจากรถบรรทุก
“อะไรกันครับเนี่ย?”
“ของฝาก”
“แต่ของมีค่าขนาดนี้ผม...ว้าว!...สวยจังครับ”
เมื่อได้เห็น’ของฝาก’เต็มตาราเชลก็ลืมตัวไปเช่นกัน  ม้าสีขาวเหมือนหิมะ รูปร่างงดงามสมส่วนและท่าทางปราดเปรียวแสดงถึงความเป็นม้าฝีเท้าจัดและแน่นอนว่ามันเป็นม้าอาหรับพันธุ์แท้
“ไปดูใกล้ๆกัน” ริชถือโอกาสโอบไหล่บางให้เข้าไปใกล้ม้าตัวงามยิ่งกว่าเดิม
“โอ้โฮ! มันสวยมากเลยครับ  ม้าของคุณเหรอครับ?”
“เปล่า...บอกแล้วไงว่าของฝาก  มันก็ต้องเป็นของเธอสิ”
“แต่...มันไม่ใช่ถูกๆนะครับ  ม้าพันธุ์ดีขนาดนี้...” ราเชลอึกอัก  ถึงจะตื่นเต้นและปลาบปลื้มกับของฝากแสนสวยตัวนี้  แต่มูลค่าของมันคงมหาศาลเกินกว่าที่จะรับไว้ได้
“มันเป็นของเธอแล้ว  ทักทายมันหน่อยสิ”
ราเชลเขยิบเข้าไปใกล้อย่างลืมตัว  ดวงคู่งามวาวใสท่าทางเฉลียวฉลาด อาการซอยเท้ายิกๆอย่างร่าเริงทำให้ราเชลแทบลืมหายใจด้วยความหลงใหล  หนุ่มน้อยยื่นมือไปให้มันดมก่อนจะค่อยขยับเข้าไปลูบจมูกมันเบาๆเป็นการผูกมิตรและสร้างความคุ้นเคย  ราเชลล้วงน้ำตาลก้อนเล็กๆที่ติดกระเป๋าด้วยความเคยชินให้มัน
“มันชื่อเมฆขาว”
“สวัสดีเมฆขาว...ฉันชื่อราเชล  เรารู้จักกันแล้วนะ” ราเชลกระซิบกับมันเบาๆขณะที่ลูบเลยไปยังแผงคอและใต้คาง  เจ้าเมฆขาวถูหน้ากับไหล่บางเบาๆเหมือนจะตอบรับว่ามันก็รู้จักราเชลเช่นกัน
“ลองขี่มันดูหน่อยสิ”
“แต่...”
“น่า...ไปลองฝีเท้ากัน...ขอยืมม้าเธอให้ฉันสักตัวได้ไหม?”
“ได้สิครับ...สมิทขอเจ้าแบล็คให้คุณแฮมิลตันหน่อยนะ”
“ครับ”  สมิทกระวีกระวาดไปเอาเจ้าแบล็คมาให้ 
เพราะมายืนเมียงมองอยู่นานแล้ว ยิ่งรู้ว่าคุณแฮมิลตันเอาม้าตัวงามนี้มาให้ยิ่งรู้สึกถูกชะตากับเพื่อนคุณหนูคนนี้เป็นพิเศษ
เจ้าแบล็คแม้จะเป็นม้าลูกผสมไม่ใช่ม้าอาหรับพันธุ์แท้  แต่ก็สง่างามและปราดเปรียวไม่แพ้เจ้าเมฆขาว แต่ดูมันติดจะพยศอยู่สักหน่อย  ริชเข้าไปทำความคุ้นเคยกับมันขณะที่คนของเขาใส่อานให้เจ้าเมฆขาว
“ไปกันเถอะ  เดี๋ยวจะเย็นเสียก่อน”
“ครับ”
ร่างบางตวัดตัวขึ้นบนหลังเจ้าเมฆขาวอย่างสง่างาม ตอนแรกราเชลก็ให้เจ้าเมฆขาววิ่งเหยาะๆเพื่อความคุ้นเคย  แต่ริชกระตุ้นเจ้าแบล็คมาใกล้แล้วหลิ่วตาให้ก่อนจะกระตุ้นให้เจ้าแบล็คควบแซงไปอย่างรวดเร็ว  ราเชลตาวาววับด้วยความตื่นเต้น  หนุ่มน้อยควบเจ้าเมฆขาวกวดขึ้นไปทันที  ทั้งๆที่เพิ่งเจอกันแต่ราเชลกับเจ้าเมฆขาวกลับเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างง่ายดาย  ไม่นานม้าขาวก็พาราเชลแซงร่างสูงไป  และยังทิ้งระยะห่างเรื่อยๆ 
“เฮ้ๆ...นี่...รอด้วยสิ...ราเชล”  ริชตะโกนตามแต่ดูเหมือนราเชลจะไม่ได้ยิน 
เพราะทั้งคนและม้าควบหายไปยังดงไม้ข้างหน้าอย่างไร้ร่องรอย  ริชตามไปจนถึงป่าสน  ก็เจอราเชลกับเจ้าเมฆขาวหยุดรออยู่ริมลำธาร ไม้เบญจพรรณที่ขึ้นแซมทำให้ป่าสนบริเวณนี้ร่มครึ้ม  ธารน้ำตื้นใสแจ๋วจนเห็นก้อนกรวดก้นลำธาร  มีปลาตัวเล็กๆแหวกว่ายผ่านไปเป็นฝูง
“ไม่รอกันบ้างเลยนะ...ใจร้ายจัง”
“ก็คุณอยากท้าผมแข่งก่อนนี่นา”
“แน่ใจนะว่าเธอกับเจ้าเมฆขาวเนี่ยเพิ่งเจอกัน  หรือว่าเคยแอบไปขี่เจ้านี่มาแล้วหืม?”
ราเชลหัวเราะเสียงใส  แก้มเนียนเป็นสีชมพูปลั่งด้วยความเหนื่อยและตื่นเต้น  ดวงตาคู่งามเป็นประกายรื่นรมย์เสียจนริชตะลึง  เขาเพิ่งเคยเห็นราเชล –
ร่าเริงขนาดนี้เป็นครั้งแรก ริชรู้สึกเหมือนเพิ่งเดินหลุดจากถ้ำมืดๆมาเจอแสงอาทิตย์ กะทันหัน 
ราเชลก้มลงวักน้ำล้างหน้าและต้นคอเพื่อคลายร้อน  จึงไม่ได้สังเกตว่าเพื่อนร่วมทางเงียบจนผิดปกติ เจ้าเมฆขาวและเจ้าแบล็คเดินเล็มหญ้าไปจนใกล้กัน  ดูเหมือนเจ้าเมฆขาวพร้อมจะเป็นมิตร ขณะที่เจ้าแบล็คยังรีรออย่างไว้เชิง
“เจ้าแบล็คนี่เก๊กจริงๆเลย ดูสิครับเจ้าเมฆขาวอุตส่าห์...เอ่อ...” ราเชลชะงักค้างเมื่อหันไปเจอกับดวงตาคมกริบที่จ้องอยู่ใกล้...ใกล้จนเกินไป...
“...คุณ...”
ปากร้อนผ่าวแนบลงปิดปากอิ่มอย่างรวดเร็ว  ร่างบางสะท้านจนสั่นแต่อ้อมแขนแข็งแรงกับโอบรัดแน่นหนายิ่งขึ้น  ลิ้นร้อนดูเหมือนจะกวาดสติของราเชลให้กระเจิงไปจนหมด  แม้จะรู้สึกว่ามืออุ่นจะลูบเลยเข้าไปในเสื้อ  แต่รสจูบอ่อนหวานก็โน้มน้าวให้หนุ่มน้อยเคลิบเคลิ้มสิ้นเรียวแรงต้านทาน
ริชปลดกระดุมเสื้อออกอย่างว่องไว  ผิวเนียนลออเหมือนจะเชิญชวนให้เขาสัมผัสมากขึ้น  มือร้อนผ่าวโลมลูบเนื้อนวลอย่างแผ่วเบาในทีแรกแล้วค่อยๆเน้นหนักขึ้น  ร่างบางผวาเหมือนจะห้ามปรามแต่เมื่อจูบอ่อนหวานกลับเรียกร้องดูดดื่มยิ่งกว่าเดิม  เสียงที่เล็ดลอดจากลำคอขาวจึงกลายเป็นเสียงคราง  ราเชลไม่รู้ตัวสักนิดว่าเลื่อนขึ้นไปนั่งอยู่บนตักริชตั้งแต่เมื่อไหร่  สติสัมปชัญญะ ดูเหมือนจะขึ้นอยู่กับลิ้นร้อนๆที่กอดเกี่ยวอยู่ในปากว่าจะผ่อนปรนหรือฉุดกระชากให้ลอยลิ่วไปไกล
ริชถอนปากออกจากปากนุ่มอย่างเสียดาย แต่ผิวเนียนมือก็ดึงดูดความ - รู้สึกได้ไม่แพ้กัน  ปากบางไล้ผ่านตามลำคอขาวลงมายังทรวงอกโดยพยายามไม่ให้ทิ้งร่องรอยไว้  เนินอกขาวนูนตึงประดับด้วยยอดเล็กสีแดง  แม้จะไม่อวบอิ่มเหมือนผู้หญิงหากแต่กลับยวนยั่วไม่แพ้กัน  ริชไล้ปากผ่านแผ่วเบา เรียกเสียงอุทานแผ่วๆจากราเชล  ร่างบางผวาขึ้นทั้งตัวเมื่อลิ้นร้อนโลมลูบเสียดสีกับยอดเม็ดเล็ก 
ราเชลกำเสื้อบริเวณไหล่กว้างแน่น  ปากอิ่มเม้มแรงเมื่อฟันคมขบและดูดดึงยอดอกจนเสียวซ่านไปทั้งตัวจนแทบทนไม่ได้  ร่างบางแอ่นโค้งไปด้านหลัง เปิดโอกาสให้ริชได้เชยชมยอดทรวงจนพอใจ    ฝ่ามือร้อนเลื้อยผ่านจากแผ่นหลังบางลงสู่สะโพกเล็ก  เข็มขัดและซิบถูกเลื่อนออกอย่างรวดเร็วและเงียบกริบ  นิ้วยาวสอดผ่านขอบกางเกงชั้นในสีขาวลงไปหาสะโพกกลมนุ่มแล้วบีบคลึงไม่แรงนัก
“...อย่า...”
ราเชลเบิกตากว้าง  สติที่ลอยลิบกลับมาอย่างรวดเร็ว
“ปะ...ปล่อยครับ...พอเถอะ...”
ดวงตาคู่งามคลอด้วยน้ำตาเพราะความอาย  ริชดึงคางมนให้เงยขึ้นรับจูบอ่อนหวาน นุ่มนวล  และเนิ่นนานเท่าที่ใจเขาปรารถนา  และเมื่อเขาถอนปากออกราเชลก็ซุกหน้ากับอกเขาแน่น  เห็นแต่ซีกแก้มกับใบหูแดงจัด  ปฏิกิริยาไร้เดียงสากระตุ้นเลือดให้ร้อนระอุขึ้นอย่างรวดเร็ว  ริชแตะปากไปบนแก้มและไล้เลียใบหูนิ่มเบาๆ เพื่อปลุกเร้าให้หนุ่มน้อยโอนอ่อนผ่อนตามยิ่งขึ้น
แต่ทุกอย่างต้องสะดุดอยู่แค่นั้นเมื่อเสียงร้องอย่างตื่นตระหนกของม้าดังขึ้น  ราเชลผวาขึ้นนั่งขณะที่ริชก็หันไปดู  ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เจ้าแบล็คควบปุเลงๆไปแล้ว 
“เจ้าแบล็ค...หยุด...แบล็ค!”
“ไม่เป็นไร  ฉันไปตามเอง  รอเดี๋ยว”
ริชโดดขึ้นหลังเจ้าเมฆขาวควบตามเจ้าแบล็คไป  ราเชลผุดลุกขึ้นยืนแต่ขอบกางเกงกลับร่นลงทำให้ต้องคว้าไว้ก่อนที่หลุดลงไปกองข้างล่าง  ใบหน้าเผือดด้วยความตกใจเมื่อครู่ซับสีเลือดแดงซ่านอีกครั้ง 
หากเจ้าแบล็คไม่ตกใจเสียก่อนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเลยเถิดไปขนาดไหน  เพราะราเชลรู้ดีอยู่แก่ใจว่าตนเองนั้น ไม่คิดจะห้ามปรามหรือขัดขวางริชจริงจังสักนิด
         ..................................
   
มีต่อีกนิด

ออฟไลน์ tianqin

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-1

...
ราเชลลงจากรถแล้วกวาดตามองคฤหาสน์หลังใหญ่ตรงหน้าอย่างแปลกใจแกมทึ่ง  เขาเคยมาที่นี่เมื่อหลายปีก่อน  ตอนนั้นคุณย่าพามาเยี่ยมเจ้าของบ้านคนเก่า  แต่ราเชลถูกสั่งให้รออยู่แต่ในห้องรับแขกขณะที่คุณย่าไปเยี่ยมคนป่วย
   แต่ภาพที่เห็นวันนี้แทบไม่เหลือเค้าของคฤหาสน์หลังเก่าทึมและดูเงียบเหงาสักนิด  คฤหาสน์ถูกตกแต่งด้วยดอกไม้และไม้เถาทุกช่องชั้นของหน้าต่าง  ดอกไม้ที่แข่งกันบานสล้างทำให้ทั้งตึกมองเหมือนภาพวาด
   ริชอมยิ้มปล่อยให้ราเชลได้สำรวจรอบๆตามสบาย  เขาวางแผนอยู่นานกว่าจะเอาตัวราเชลมาพักที่นี่ได้  ชาร์ลได้รับเชิญไปเป็นแขกในคาสิโนเปิดใหม่ ส่วนท่านผู้หญิงเวลบอร์นก็ได้รับเชิญไปเป็นกรรมการกิตติมศักดิ์ในการประกวดออกแบบจิวเวอร์รี่โลกที่อัมสเตอร์ดัม  ริชจึงมีข้ออ้างในการชวนราเชลมาพักที่บ้านชั่วคราวระหว่างที่ผู้ปกครองของหนุ่มน้อยไม่อยู่บ้าน
   “เราไปข้างในกันดีกว่า  ฉันจะพาเธอเดินเที่ยวรอบๆ”
   ริชโอบไหล่บางเข้าไปในตึก  และจ๊ะเอ๋เข้ากับชายวัยกลางคนร่างสูงใหญ่
   “อ้าว! จะรีบไปไหนเจฟ”
   “มีงานด่วนครับ  ผมจะไปนิวยอร์ค  อีกสองสามวันคงกลับ”
   “ราเชลเจฟเป็นบอร์ดี้การ์ดของผม”
   “สวัสดีครับ”
“ยินดีต้อนรับครับคุณราเชล  ขอโทษนะครับที่ไม่ได้อยู่รับใช้  ผมต้องไปทำธุระก่อน  แต่รับรองครับว่าไคล์มจะดูแลทุกอย่างได้เป็นอย่างดี” หนุ่มใหญ่ขยิบตาให้ 
ราเชลยิ้มเขินๆแล้วเดินตามริชขึ้นไปบนตึก  ร่างผอมสูงในชุดสีดำเนี้ยบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้ายืนรออยู่แล้ว   
   “นี่ไคล์ม  พ่อบ้านที่ยอดเยี่ยมที่สุด”
“สวัสดีครับ  ผมราเชล”
“สวัสดีครับท่าน  ยินดีรับใช้ครับ”
“ไคล์มจะพาเธอไปที่ห้อง  เธอจะได้พักผ่อน”
“แต่ผมยังไม่เหนื่อยนี่ครับ”
“งั้นก็...ขึ้นไปดูห้องแล้วเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้า”
“เปลี่ยนเสื้อผ้า?...จะไปไหนครับ?”
“เราจะไปขี่ม้ากัน”
“ได้ครับ  รอแป๊ปเดียวนะครับ”  ราเชลยิ้มแป้นท่าทางข้อเสนอของริชจะถูกใจเป็นพิเศษ
   ทั้งๆที่ตั้งใจว่าจะรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงไป  แต่ทันทีที่เหยียบเข้าไปใน ‘ห้อง’ ราเชลก็ลืมความตั้งใจเดิม  ไม่ใช่ห้องใหญ่โตหรูหราแต่เย็นชาแบบที่คฤหาสน์เวลล์บอน  ห้องสีส้มอ่อนๆตกแต่งเรียบ  แต่ให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด  โดยเฉพาะเตาพิงมุมห้อง  เป็นเตาผิงโบราณแต่สถาปนิกก็ตกแต่งให้ดูงดงามกลมกลืนกันได้ 
   “เดี๋ยวจะให้คนเข้ามาจัดเสื้อผ้าให้นะครับ” ไคล์มยกกระเป๋าไปวางไว้ให้ที่หน้าประตูบานหนึ่ง
   “ขอบคุณครับ”
   “ยินดีรับใช้ครับ”พ่อบ้านร่างผอมบางโค้งให้ก่อนจะออกไปอย่างเงียบกริบ
   ราเชลเดินดูรอบๆห้องอย่างชื่นชม  กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้ทำให้อดชะโงกไปดูไม่ได้ ดอกไม้สีขาวกลิ่นหอมที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนแข่งกันบานสล้างในกล่องยาวใต้หน้าต่าง ราเชลแตะไล้กลีบขาวบางแผ่วเบา  สายตาเลื่อนลงไปสะดุดที่อาคารไม้ห่างจากตัวตึกประมาณ50เมตร  คนงานกำลังจูงม้าสองตัวออกมาใส่อาน 
   “ตายละ  ไปขี่ม้า”
   ราเชลวิ่งตื๋อไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงไปสมทบกับริชข้างล่าง
         ..................................

   ไร่รกร้างเมื่อก่อนกลายเป็นสวนผลไม้ขนาดใหญ่  สปริงเกอร์พ่นน้ำเป็นฝอย ทำให้ไม้พุ่มขนาดประมาณ 80 เซนติเมตรใบดกดำเป็นมัน
   “ต้นอะไรครับ?”
   “ส้ม”
   “อยากเห็นจังว่าเวลามันออกลูกจะสวยแค่ไหน?”
   “เธอได้เห็นแน่...มาทางนี้ดีกว่าฉันมีอะไรจะให้ดู”
   ริชควบม้านำไปก่อน  ราเชลจึงต้องรีบตามไป  พ้นแนวลำธารขึ้นไปบนเนินสูงมีศาลาสีขาวหลังเล็กๆตั้งอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ครึ้ม  เห็นได้ชัดว่าศาลานี้เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ
   “ต้นไม้ต้นนี้ดูคุ้นๆนะครับ”
   “ลองดูรอบๆสิ”
“...เอ๊ะ!...ผมเคยมาวาดรูปที่นี่นี่ครับ?”
“ใช่แล้ว”
“ไม่น่าเชื่อนะครับ...ว่าคุณจะทำให้ที่นี่สวยได้ขนาดนี้”
“ก็มันเป็นสถานที่ที่เราได้คุยกันครั้งแรกนี่”
“นั่นสิครับ...เราพบกันครั้งแรกที่นี่...ผมดีใจที่คุณจำได้”
“ใครบอกว่าเราพบกันที่นี่เป็นครั้งแรก   ฉันเจอเธอครั้งแรกที่สโมสร -
ต่างหาก”
“สโมสร?”
“เธอเป็นจ๊อกกี้ที่ตัวเล็กที่สุด  แล้วก็เก่งที่สุดด้วย”
“ตอนนั้นเอง! คุณไปทำอะไรที่นั่นครับ?”
ริชอมยิ้ม  ขืนบอกว่าไปหาคู่ขาเก่าเห็นทีจะจบเห่
“ไม่บอก...เอาเป็นว่าฉันได้เห็นเธอครั้งแรกก็ตะลึงไปเลย...คิดว่า...คนอะไรน่ารักชะมัด...แล้วพระเจ้าก็ส่งเธอมาใส่ในอ้อมแขนของฉัน”
“มะ...ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย หมาของคุณมันพยายามจะแย่งแฮมเบอเกอร์ ของผมต่างหาก  ผมถึงได้วิ่งไปสะดุดคุณล้ม”
“ก็เจ้าพลูโตมันเป็นกามเทพแปลงร่างมาไง”
“มันชื่อพลูโตเหรอครับ  แล้วนี่มันไปไหนเสียละครับ?”
“มันติดแม่ฉันยังกับอะไร นี่ก็กระดี้กระด้าตามคุณแม่ไปเที่ยวต่างประเทศ แล้ว”
ตาโตหมองลงเล็กน้อยรอยยิ้มชื่นสลายไปเหมือนไอหมอก
   “น่าอิจฉาจัง...เจ้าพลูโตยังมีโอกาสได้เที่ยวต่างประเทศ...ผมไม่เคยไปไหนไกลจากเมืองนี้เลยสักครั้ง” 
   “อยากไปไหนล่ะ?...ฉันจะพาไป”
   “คงไม่ได้หรอกครับ  คุณย่าคงไม่ยอม  อีกอย่างผมก็ไม่อยากรบกวนคุณขนาดนั้น”
   “เราตกลงคบกันแล้วนี่  เกรงใจทำไมกัน?” ริชตีขลุมดื้อๆ และถือว่าอาการเขินอายของราเชลคือคำตอบตกลง
   “เอ่อ...ขอบ...ขอบคุณครับ”
   “เพื่อคนที่ฉันรัก...ฉันทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ...แล้วเธอล่ะราเชล?”
   ริชเอ่ยคำรักอย่างคะนองปาก แถมยังชะโงกไปเท้าคร่อมร่างบางไว้กับต้นไม้  ราเชลหน้าแดงระเรื่อ  ตาโตหลุบลงมองเพียงอกเสื้อของริชด้วยความขัดเขิน  แม้จะรำคาญตัวเองที่ขยันหน้าแดงเหลือเกินแต่คำพูดของริชแต่ละคำก็ทำให้หนุ่มน้อยทั้งปลื้มทั้งอายได้เสมอ ปากอิ่มเผยอขึ้นเล็กน้อยดูยั่วยวนจนริชหมดความอดทน 
ราเชลสะดุ้งเมื่อถูกรวบไปกอดไว้แน่น  ยังไม่ทันตั้งหลักปากร้อนก็บดเคล้าลงมาอย่างนุ่มนวล  ราเชลสะเทิ้นด้วยความตระหนก  แต่ไม่ถอยหนี กลับยอมเปิดปากรับลิ้นอุ่นให้แทรกเข้าไปพัวพัน  เสียงครางเครือถูกกลืนหายไปอย่างตั้งใจ  จูบหวานๆเปลี่ยนเป็นดูดดื่มเรียกร้องจนราเชลเพริดตาม  มือใหญ่นวดเฟ้นต้นคอขาวแผ่วเบาแต่จูบกลับเน้นหนักขึ้นทุกที  จูบเนิ่นนานทำให้อากาศหมดปอดและราเชลต้องสูดลมหายใจจากปากร้อนแทน  ความรู้สึกเหมือนได้หายใจร่วมกันช่างอบอุ่นและแสนหวาน
เพราะมัวแต่เพลิดเพลินกับสัมผัสหวาม  จึงไม่มีใครสนใจบรรยากาศรอบกาย  กระทั่งฝนเม็ดโตๆพร่างพรูลงมา  ทั้งคู่จึงผละออกจากกันอย่างตกใจ
“ไปเร็ว”
ริชคว้าข้อมือราเชลวิ่งไปหลบในศาลา  ราเชลได้แต่ก้มหน้านิ่งแก้มแดงจัด ริชมองแก้มแดงระเรื่ออย่างเอ็นดู  ปรารถนาที่จะเห็นยามร่างบางนี้ซับสีแดงระเรื่อทั้งตัวว่าจะงดงามสักแค่ไหน
ตอนแรกก็แค่ฝนที่ตกหนัก  แต่ไม่นานก็ตามมาด้วยเสียงคำรามของกระแสไฟในอากาศ  ม้าสองตัวที่ถูกผูกอยู่ใต้ต้นไม้กระสับกระส่ายอย่างตื่นตระหนกและเริ่มร้องคำรามอย่างไม่ชอบใจ มันพยายามสะบัดเชือกเพื่อให้หลุดออก  ริชเห็นท่าไม่ดีจึงรีบวิ่งไปหา  ราเชลก็วิ่งตามไปเช่นกัน  ทั้งคู่เข้าไปกอดคอและพยายามปลอบให้มันอยู่นิ่งๆ  เมื่อเห็นว่ามันเริ่มสงบลงก็ปลดสายจูงพามันเข้าไปในศาลาด้วย
เมื่อมีม้าเข้ามาเพิ่มอีกสองตัว  ศาลาก็แคบจนไม่อาจคุ้มฝนได้อีกต่อไป  ริชกับราเชลเหลือบมองตากันแล้วหัวเราะ
“ผมว่าเราพามันกลับคอกดีกว่าครับ”
“นั่นสิ...ฝนยังหนักอยู่ก็จริง  แต่ฟ้าไม่แรงเหมือนเมื่อครู่แล้ว”
   กว่าจะกลับถึงบ้านฝนก็ซาและขาดเม็ดลงในที่สุด  คนงานวิ่งออกมารับสายจูงจากริชและราเชลด้วยท่าทางห่วงใย 
“ดูเหมือนเขาจะห่วงม้ามากกว่าคนอีกนะว่าไหม?”
ริชไหวไหล่แล้วหันมาถามหน้าตาย  ราเชลอมยิ้มเพราะสังเกตเห็นสีหน้าไม่ชอบใจของคนงานสองคนนั้นได้เช่นกัน
“นั่นสิครับ...ท่าทางจะรักม้ามาก  คุณโชคดีนะครับที่ได้คนแบบนี้มาดูแลม้าให้”
“คนของฉันที่ไหน...ของคุณแม่ต่างหาก  พอรู้ว่าฉันเอาม้ามาเลี้ยงก็ตามมาจัดการให้จนหมดทุกอย่างเลย”
ราเชลหัวเราะเสียงใส  แต่กระนั้นก็ยังได้ยินเสียงฟันกระทบกันเบาๆ 
“หนาวละสิ  รีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าดีกว่าเดี๋ยวจะไม่สบาย”
“ครับ...คุณก็เหมือนกันนะ”
“ดีใจจังที่เธอเป็นห่วง”
ราเชลหลบตาอย่างเขินอายแล้วรีบกลับขึ้นห้องไป
      ..................................

อาหารค่ำใต้แสงเทียนมีเสียงเพลงเปิดคลอเบาๆตลอดเวลาราเชลรู้สึกตื้อและแทบไม่รู้รสอาหารจนริชก็สังเกตเห็น
“ไม่อร่อยเหรอ?”
“อร่อยครับ”
“ดูเธอไม่ค่อยทานเลยไม่ถูกปากก็บอกมาเถอะ  หรือถ้าอยากทานอะไรเป็นพิเศษ?”
“ไม่เกี่ยวกับรสชาติอาหารหรอกครับ  ผมรู้สึกมึนๆ”
“สงสัยจะไม่สบาย  งั้นไปพักดีกว่า” 
“แต่คุณยังไม่อิ่ม?”
“ช่างเถอะเดี๋ยวค่อยลงมากินก็ได้”ริชซับปากแล้วผุดลุกขึ้นแต่ราเชลรีบห้ามไว้
“อย่าเลยครับ  ทานไปเถอะ  ผมขึ้นไปเองได้  ขอตัวนะครับ”
“ทานยาด้วยนะ  ไคล์มจัดยาให้คุณราเชลด้วย”
“ครับท่าน”
ราเชลรีบเข้านอนแต่หัวค่ำเพราะรู้สึกมึนหัวและหนาวๆร้อนๆเหมือนจะเป็นไข้   หนุ่มน้อยผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยฤทธิ์ยาและความอ่อนเพลีย 
ในความมืดและร้อนรุ่มร่างกายของ เขากำลังถูกพันธนาการด้วยอะไรบางอย่าง  สัมผัสอุ่นซ่านแตะไล้บนริมฝีปากและใบหน้า  ราเชลขยับตัวอย่างอึดอัดในความรัดรึงรอบกาย กล้ามเนื้อตึงแข็งที่เบียดกระชับทำให้ราเชลผวาตื่นและพบว่าไม่ใช่ความฝัน ดวงตาสีน้ำเงินเป็นประกายวาววามในแสงสลัวของเตาผิง
“ริช”
“ฮาย...เวลานอนเธอน่ารักเหมือนตุ๊กตาแก้วตัวเล็กๆเลย...บอบบาง...น่า-
ถนอม  แต่ว่า...เย้ายวน” ริชกระซิบคำสุดท้ายข้างใบหูนิ่ม  จมูกโด่งไล้ผ่านผิวนุ่มแผ่วเบา 
ราเชลสะท้าน เนื้อตัวสั่นขึ้นมาทันใด  แต่สัมผัสวาบหวามล่อหลอกให้เกิดความสงสัยใคร่รู้จึงปล่อยกายใจให้เพริดตาม  ริชเลาะเล็มกลีบปากอิ่มแผ่วๆแล้วเน้นหนักขึ้นจนสามารถเปิดปากนุ่มให้เผยอออก  ลิ้นร้อนตวัดรัดลิ้นนุ่มอย่างนุ่มนวล  ราเชลใจจดใจจ่ออยู่กับจุมพิตดูดดื่มเมื่อริชสอดมือเข้าไปในเสื้อนอนตัวหนา  จึงไม่มีการขัดขืนต่อต้านใดๆ
ผิวอ่อนนุ่มเหมือนผิวทารกทำให้ริชพึงใจ  เนื้อเนียนละมุนมือไหวระริกยามเขาลูบผ่าน  ริชลูบสูงถึงเนินอกนูนแน่น  ยอดเม็ดเล็กชูชันขึ้นรับปลายนิ้วยาวที่สะกิดผ่าน         
“….ริช…ริช…”  ราเชลหอบฮัก  เมื่อปากถูกปล่อยเป็นอิสระ  หนุ่มน้อยหลับตาพริ้มกอดรัดศีรษะของผู้ที่กำลังรุกรานสองแก้มนวลและไล่ลงไปหาซอกคอขาว  จูบเน้นหนักทำให้เจ็บแปลบและเสียววาบไปพร้อมๆกัน 
ริชดึงเสื้อนอนตัวหนาออกทางศีรษะ  เนินอกนูนตึงเขม็งเหมือนท้าทายและเชิญชวน  มือร้อนลูบไล้สำรวจไปทั่ว ยอดเม็ดเล็กสีแดงสดที่ตัดกับผิวเนียนลออชูชันเมื่อลิ้นร้อนปาดไล้ไปมา  ฟันคมขบเบาๆก่อนจะดูดดึงเป็นจังหวะ
“อ๊ะ…” ราเชลหลุดเสียงครางระรัวไม่ได้ศัพท์  แอ่นอกขึ้นหาโดยอัตโนมัติ    ริชดูดกลืนยอดอกตึงและบีบเคล้นอย่างเมามัน  ผิวเนียนซับสีเลือดจนเป็นสีชมพูจัด
เข็มขัดกับกางเกงถูกปลดออกไปตอนไหนนั้นราเชลไม่รู้  รู้แต่ว่ามือที่กอบกุมบีบเคล้นส่วนอ่อนไหวกำลังทำให้เขาหายใจไม่ออก           
“ริช…ไม่…อือ…”  ราเชลน้ำตาไหลพราก  ความเสียวสะท้านทำให้ทรมานจนเหมือนจะทนไม่ได้  ทั้งอยากผลักไสทั้งอยากให้ริชทำต่อไป  สะโพกกลมเกร็งและพยายามเบี่ยงหนี  มือเล็กจิกที่นอนแน่น  แต่ความทรมานในท้องไม่ลดลงมีแต่จะยิ่งเพิ่มขึ้นจนต้องเกร็งสะโพกตามจังหวะมือร้อนที่ลูบไล้และขยับแรง     
“ไม่เคยทำแบบนี้ให้ตัวเองเลยเหรอราเชล?”         
“มะ…ไม่…เคย…ริช…อ๊ะ…ฮื้อ..”  ราเชลถอนสะอื้น  ร่างกายปั่นป่วนจนควบคุมไม่ได้  ริชผุดลุกขึ้นนั่งช้อนร่างน้อยแนบกระชับ  ราเชลค่อยๆผ่อนลมหายใจแต่ยังสะอื้นไม่หยุด น่าจะโล่งใจที่ริชหยุดทรมานแบบนี้ แต่กลับทุรนทุรายอย่างประหลาด ริชอมยิ้มก้มกระซิบเบาๆข้างหู           
“คิดว่าจะหยุดแค่นี้เหรอ  ยังหรอกราเชลเธอยังไม่ถึงที่สุดเลย” 
มือใหญ่กดเอวบางให้แน่นกระชับกับหน้าท้องแข็งก่อนจะไถขึ้นลงเป็นจังหวะ  ราเชลอุทานลั่นผวาคว้าไหล่กว้างไว้แน่น  ส่วนไวต่อความรู้สึกถูกเสียดสีกับกล้ามเนื้อแน่นจนเสียววาบไปทั้งตัว  ริชได้ใจประคองสะโพกกลมไว้อีกมือกดแก่นกายนุ่มให้แนบกระชับกับหน้าท้องปลายนิ้วถูไถส่วนยอดเบาๆ   หยาดรักอุ่นหลั่งรินรดมือใหญ่และหน้าท้องขาวจนลื่น เสียงครางของราเชลดังขึ้นทุกทีรวมถึงลมหายใจก็กระชั้นจนแทบหอบ  ฟันคมไล่งับและดูดดื่มยอดอกแดงก่ำเร่งให้เสียวกระสันยิ่งขึ้น           
“ริช!”
ราเชลกรีดร้องสุดเสียงเมื่อเกลียวที่เขม็งตึงอยู่ในกายขาดออก  ความรู้สึกเหมือนกำลังหล่นวาบลงมาจากที่สูง  เสียวสะท้านแผ่วาบไปทั้งกายจนต้องเกร็งค้างอยู่ชั่วขณะ อะไรบางอย่างในตัวทะลักทลายออกมา แม้จะพยายามกลั้นไว้แต่ไม่สำเร็จ เมื่อหลั่งรินทุกหยาดหยดแล้วร่างกายก็อ่อนเปลี้ยไร้เรี่ยวแรงจนต้องซุกซบอยู่กับอกกว้าง ลมหายใจกระชั้นค่อยๆผ่อนช้าลงแต่หัวใจยังเต้นแรงจนสะเทือนไปทั้งตัว
ราเชลหมดสติไปชั่ววูบจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นร้อนที่ปัดผ่านบางเบาบนหน้า ผาก  สิ่งแรกลืมตาขึ้นมาเห็นคือดวงตาแพรวพราวสีน้ำเงินเข้ม  หนุ่มน้อยตัวสั่นน้ำตาไหลพรากทั้งอับอายทั้งเป็นสุขปะปนกันวุ่นวาย 
ริชประคองหน้าแดงก่ำไว้และแนบจูบลงมาหนักบ้างเบาบ้างหลายต่อ -หลายครั้ง  ตาโตหลุบต่ำไม่กล้าสบตาแต่ปากนุ่มกลับเผยอรับทุกครั้งที่ริชแนบจุมพิตลงไปหา ลิ้นอุ่นไล้เลียบนปากนุ่มแล้วผลักดันให้เผยอออกรับ 
ราเชลสูดลมหายใจลึกเมื่อปลายลิ้นลื่นสอดเข้าไปกอดรัดและเสียดสีกับลิ้นนุ่มในปาก  ปุ่มประสาทมากมายทำงานพร้อมกันอย่างปรีดา  มือเล็กๆประคองใบหน้าระคายไว้ขณะที่ร่างหนาร้อนผ่าวเบียดลงแนบกระชับ
ทั้งที่หวาดกลัวเมื่อพบว่าร่างหนาร้อนและเปล่าเปลือยเช่นกัน แต่จุมพิตแผดเผาก็ทำให้ราเชลกระเจิดกระเจิงเกินกว่าจะต้านทานได้ 
 “...ริช...อื้อ...”
ราเชลหลับตาแน่น  ส่ายหน้าไปมาบนหมอนอย่างทรมานเมื่อลิ้นร้อนไล้เลียและดูดดุนยอดเม็ดสีแดงที่ยังเสียววูบวาบหนักๆ  ริชสูดลมหายใจลึก  ความร้อนในกายเร่งให้เขาละมือจากอกตึงมาหาสะโพกกลม  บีบคลึงก้นนุ่มแน่นเพื่อกระตุ้นให้ราเชลเพริดไปกับเขาอีกครั้ง  นิ้วยาวสะกิดผ่านร่องหยักสีแดงระเรื่อเบาๆ 
 “ไม่ริช…ไม่เอา…ผม…อื้อ…ผมกลัว!”
ราเชลผวาเฮือกยันไหล่กว้างไว้แน่นและพยายามดิ้นหนี  ปฏิกิริยาต่อต้านฉับพลันทำให้ริชชะงักทั้งงงและหงุดหงิด  แต่ท่าทางตื่นกลัวจนสั่นของราเชลก็ทำให้ต้องระงับความโกรธไว้   
“กลัวอะไรราเชล…ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวสักนิด?” 
ริชไล้แก้มเนียนเบาๆอย่างอ่อนโยนทั้งที่ปรารถนาจะกลืนกินร่างน้อยเดี๋ยวนี้ด้วยซ้ำ       
“เอ่อ...ผม...”
“ว่าไง...กลัวอะไร?”
 “…เพื่อนผมเคยบอกว่า...มัน…เอ่อ…เจ็บมาก…” ประโยคหลังเบาแทบเป็นกระซิบ  ราเชลก้มหน้างุด แก้มแดงซ่านด้วยความอาย   
ริชถึงกับอึ้งไป ทั้งขำทั้งโมโหที่ต้องมาอธิบายในเวลาอย่างนี้  แต่ความไร้เดียงสาก็น่ารักจนเขาอดทนตะล่อมให้ราเชลโอนอ่อนและต้องการเขาเช่นกัน     
“ใครบอก...มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดหรอกน่า...ฉันจะทำให้เธอรู้สึกดี  ฉันสัญญา”
ผิวแก้มใสแดงซ่านด้วยความขัดเขิน  ท่าทางราเชลยังลังเลริชจึงต้องเปลี่ยนวิธีล่อหลอกใหม่  ปากร้อนฉกวูบลงมาหา  แผงอกหนาเบียดเสียดสีกับอกนุ่มจนซ่านสยิว  ลมหายใจเหมือนถูกกลืนหายไปในปากร้อน  ราเชลรู้สึกเหมือนจมลงในบ่อโคลนร้อนที่รัดรึงไปทั้งตัวอีกครั้ง
ริชปล่อยปากนุ่มเป็นอิสระเพื่อไล้จูบจากแผ่นอกบางลากลงมาหาหน้า -ท้องขาว  เสียงอุทานอย่างตื่นตระหนกยามเขาจุมพิตและกลืนกินร่างน้อยไว้ในปากฟังดูเย้ายวนและกระตุ้นให้เขาทำให้เสียงนั้นครวญครางดังยิ่งขึ้น
“รู้สึกดีใช่ไหมราเชล?”
“อื๋อ...อะ...อ๊า...”
ราเชลหลับตาปี๋ปากก็ครวญครางอย่างน่าอาย  ทั้งที่รู้แต่เขาหยุดตัวเองไม่ได้  ทุกครั้งที่ปากร้อนรูดรั้งเข้าออกอาการเสียวสะท้านก็เพิ่มขึ้นทุกทีจนทนไม่ไหว  สะโพกเล็กยกลอยและเกร็งแน่นทุกครั้งที่ลิ้นสากถูไถปลายปมประสาท 
ริชชะโลมเจลหล่อลื่นทั่วจีบพับซ้อนสีชมพูระเรื่อ นิ้วยาวลองหยั่งเข้าไปใน ทางแคบเล็กน้อย  เพียงปลายนิ้วก็โดนบีบรัดต่อต้านรุนแรง ราเชลเบี่ยงสะโพกหนีเมื่อรู้สึกถึงสิ่งแปลกปลอมที่พยายามเข้าไปในร่างกาย  แต่ปากร้อนทำให้ความหวาดกลัวเลือนรางไป  ริชรอจนแรงบีบรัดคลายจึงเริ่มแทรกนิ้วลึกเข้าไปอีก  เพียงแค่นิ้วเดียวกว่าจะสอดเข้าไปได้สุดร่างบางก็เหงื่อโทรม  ริชขยับนิ้วเข้าออกเบาๆ  ใบหน้านวลเหยเกเมื่อเขาปล่อยเนื้อเปียกชุ่มเป็นอิสระ         
“อย่า…ไม่…ริช....”   
ราเชลถอนสะอื้นอย่างทรมาน  เขากำลังจะถึงจุดสูงสุดแต่ริชกลับหยุด ทำให้ทรมานแทบขาดใจ  เมื่อไม่มีแรงจูงใจด้านหน้าทุกครั้งที่นิ้วยาวพยายามแทรกเข้าออกก็ยิ่งสร้างความเจ็บปวดให้     
“ชี่…เดี๋ยวก็หาย…ตรงนี้รู้สึกดีไหม?”         
“ไม่..อื้อ…ริช”
ราเชลสะท้านเฮือกเมื่อปลายนิ้วลื่นด้วยเจลเสียดสีไปสะกิดโดนบางอย่างภายในจนเสียววูบไปทั้งท้อง  ริชกระหยิ่มเมื่อหาจุดอ่อนไหวเจอ นิ้วยาวเลื่อนเข้าออกช้าๆอย่างใจเย็น  สะโพกกลมยกเกร็งขึ้นเมื่อช่องทางถูกเสียดสีจนร้อนวูบวาบขึ้นทุกที  ราเชลกัดปากแน่นรู้สึกเสียวเหมือนใจจะขาด  ดังนั้นเมื่อนิ้วที่สอง สามสอดตามเข้าไปจึงไม่มีเสียงห้ามปรามแม้จะรู้สึกตึงและแน่นกว่าเดิมก็ตาม 
ริชดูดดึงยอดอกตึงไปด้วยพร้อมๆกัน เขาต้องปลุกเร้าจนแน่ใจว่าราเชลพร้อมจะรับเขาไว้ ขาเรียวเกร็งและสั่นจิกปลายเท้าแน่นกับเตียงเพื่อยกสะโพกให้ขยับตามมือร้อน ลมหายใจหอบกระชั้นแต่มือเล็กกลับดึงรั้งไหล่กว้างเข้าหา  ริช ครางเบาๆอย่างพอใจเมื่อความพยายามของเขาบรรลุเป้าหมาย  เจลข้นลื่นถูกชโลมจนทั่วแก่นกายร้อน ขาเรียวถูกช้อนขึ้นพาดไหล่จัดให้อยู่ในท่าที่สบายที่สุด ค่อยๆสอดกายเข้าไปในทางแคบ   แต่เพียงส่วนปลายก็ฝ่าเข้าไปยากลำบากกว่าที่คิด 
ราเชลร้องอุทานอย่างเจ็บปวดพยายามดิ้นหนีแต่ริชตรึงไหล่บางไว้แน่น ปากร้อนประกบจูบปากนุ่มเร่าร้อน ก่อนจะดันตัวเข้าไป  ราเชลเกร็งไปทั้งตัวน้ำตาไหลเป็นทางด้วยความทรมาน แต่ความคับแน่นก็ยังแทรกลึกเข้ามาช้าๆ  เมื่อปากร้อนถอนออกเสียงครางอย่างเจ็บปวดก็ดังไม่หยุด         
“ริช…ไม่ไหว…ออกไป…ผมเจ็บ”
“ผ่อนคลายให้ฉันราเชล  อย่าเกร็ง...ถ้าไม่เกร็งจะไม่เจ็บเลย”       
ริชสั่งหอบๆ พยายามผ่านเข้าไปในทางแคบอย่างยากลำบาก  ยิ่งราเชลเกร็งแรงกดดันก็ยิ่งมหาศาล  ริชจำต้องหยุดแช่สะโพกนิ่ง ปากร้อนเบียดกระชับกับปากอิ่ม  มือใหญ่เลื้อยแทรกเข้าไประหว่างคนทั้งสอง  เสียงอุทานถูกกลืนหายไปในปากเมื่อส่วนอ่อนไหวถูกปลุกเร้าจนตึงและร้อนรุ่มขึ้นมาอีกครั้งพร้อมๆกับจังหวะฉกรัดของลิ้นอุ่นในปาก รอจนเสียงสะอื้นเปลี่ยนเสียงครางกระเส่าสะโพกหนาจึงขยับลึกเข้าไปอีกครั้ง 
“อีกนิดเดียวคนดี…อีกนิดเดียว” ริชกระซิบเสียงพร่าหนักจนเหมือนคำรามเพราะความกดดันบีบรัดรอบกาย  ราเชลกัดปากแน่น  แม้จะเจ็บเหมือนใจจะขาด แต่ความเสียววูบวาบเบื้องหน้ามีมากกว่าและกำลังพาเขาขึ้นสูงลิบอีกครั้ง         
“ริช…ริช…ฮื่อ..” ราเชลพร่ำเรียกเสียงกระเส่า  ริชถอนใจพรูเมื่อฝังกายเข้าไปในร่างบางได้แนบสนิท  แรงบีบรัดต่อต้านทำให้ต้องหยุดผ่อนลมหายใจยาว  เห็นหน้านวลเปรอะด้วยน้ำตาเพราะความทรมานก็อดสงสารไม่ได้  ริชจูบซับน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน  ราเชลสอดแขนโอบรัดต้นคอหนา เช็ดน้ำตากับบ่ากว้าง ร่างกายเหมือนจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ ท้องจุกแน่นด้วยความร้อนฉ่าที่แทรกเต็มตื้ออยู่ภายใน
ริชประคองสะโพกกลมไว้ก่อนจะถอนกายออกมาเล็กน้อยแล้วดันเข้าไปใหม่  ราเชลอุทานเบาๆเพราะความเจ็บ  แต่เมื่อริชขยับบ่อยครั้งเข้าความเจ็บปวดก็เปลี่ยนเป็นความชา  ภายในถูกเสียดสีจนเกิดอาการเสียววูบวาบขึ้นมาเป็นระรอก  ความเจ็บและความเสียวกระสันกดดันให้ต้องร้องครวญครางไม่เป็นภาษา ราเชลจิกเล็บบนไหล่กว้างยกสะโพกลอยขึ้นรับแรงสอดลึกที่กระชั้นขึ้นทุกที   
ริชเร่งจังหวะขึ้นตามอารมณ์  ปฏิกิริยาตอบสนองไร้เดียงสาทำให้ร่างกายร้อนฉ่าขึ้นอย่างรวดเร็ว  ได้ยินเสียงหวีดเบาๆจากร่างข้างใต้ กล้ามเนื้อที่โอบรัดรอบเขาบีบตัวรุนแรง  ร่างบางแอ่นเกร็งขึ้นก่อนจะปลดปล่อยไอร้อนให้พรั่งพรูออกมา 
ริชกัดกรามกรอดเพราะหมดความอดทนเช่นกัน ร่างหนาเร่งกายกระชั้นเพื่อไปให้ถึงจุดสูงสุด  ราเชลหอบตัวโยนแต่ร่างกายกลับเคลื่อนไหวรับอย่างไม่รู้ตัว   ส่วนที่สอดประสานกันร้อนฉ่าจนแทบเกิดประกายไฟ ความเสียวกระสันพุ่งสูงสุดแล้วระเบิดออกเป็นชิ้นๆ เสียงครางประสานกันลั่นเมื่อต่างกอดเกี่ยวกันไปถึงแดนสุขาวดี ริชกดสะโพกเล็กแนบกระชับเพื่อหลั่งรินหยาดร้อนเข้าไปในหลืบแคบ มือเล็กเกาะกอดร่างสูงแน่น เสียงหวีดระรัวพร่าดังอยู่ข้างหูช่างเย้ายวนและน่าภาคภูมิ 
   ริชเฝ้าจูบเคล้าคลึงจนลมหายใจหอบกระเส่าค่อยบางเบาลง    ราเชลแทบหลับลงไปเดี๋ยวนั้นเพราะความอ่อนเพลียแต่ริชกลับซุกไซ้ซอกคอขาวเพื่อไม่ให้ราเชลหลับไปก่อน  ราเชลปรือตาขึ้นมองพอสบตากับริชก็ซุกหน้าหลบกับอกกว้าง  ไม่กล้ามองหน้าริช ด้วยไม่อาจสบตาวิบวับคู่นั้นได้อีก         
“ราเชล”         
“...ครับ…”         
“รู้สึกดีไหม?”       
“.......”         
“ว่าไง…หรือจะให้ทบทวนอีกสักเที่ยว”         
“มะ…ไม่ไหวแล้วครับ…”ราเชลปฏิเสธเสียงสั่น         
“อะไรกัน  นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้นนะ  ฉันมีอะไรที่จะสอนเธออีกเยอะ”         
“…แค่นี้ก็แทบแย่...”  ราเชลบ่นงึมงำอยู่ในลำคอแต่ใกล้กันแค่นี้มีหรือริชจะไม่ได้ยิน เขาก้มลงจูบปากนุ่มหนักๆ แล้วค่อยสอดลิ้นเข้าไปหาความหอมหวานภายใน  เลือดระอุขึ้นอย่างรวดเร็ว  มือร้อนลูบผ่านไปบนอกตึงแล้วไล้ลงไปหาหน้าท้องเนียนแน่น  ปลุกเร้าจนผิวนุ่มอุ่นซานขึ้นมาในมืออีกครั้ง        ร่างบางบิดเร่าด้วยความทรมานจากฤทธิ์พิศวาส  แขนขาเรียวโอบรัดไหล่หนาแน่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
……………………………….....................

 :pig4:

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
บทเริ่มออกแนวสยองขวัญ โตมาหน่อยเป็นแนวกุ๊กกิ๊ก ตบท้ายด้วยฉากหื่นนิดๆ  เรื่องนี้มันช่างสนุกจริงๆ  :z1: :z1:


รออ่านต่อนะจ๊ะ  :z2: :z2:

ออฟไลน์ dahlia

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +695/-4
สนุกสนาน อ่านเพลินมาก

เรื่องนี้เศร้าหรือเปล่าค่ะ

อิตาริชจะหลอกราเชลหรือเปล่า 

แอร๊ยยยยย อยากอ่านต่อ  :z3:

อย่าหายไปนานนะ รีบๆ มาต่อนะ

ออฟไลน์ zandwizz

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2245
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +148/-7
จะเป็นลมตาย

เอิ๊กกกกก

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10

ออฟไลน์ tianqin

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-1
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนท์นะคะ มาค่อยๆลุ้นกันดีกว่าว่ตอนต่อไปจะเป็นอย่างไร :pig4:


มาอ่านต่อกันเลยคะ
............................

ราเชลชะงักเมื่อเห็นรถสปอร์ตสีแดงเลี้ยวปราดมาดักหน้า แต่สมิทคงเห็นอยู่ก่อนแล้วจึงไม่มีทีท่าอะไร  ซ้ำยังจอดรถเข้าข้างทางอย่างนิ่มนวล
ริชวิ่งเหยาะๆมาเปิดประตูด้านหลังแล้วชะโงกเข้ามาดึงราเชลลงจากรถ
   “มีอะไรครับ...จะพาผมไปไหน”
“ไปหากาแฟดื่มแล้วค่อยกลับบ้านนะสมิท” ริชชะโงกไปตบไหล่สมิทแล้วปล่อยธนบัตรเขียวๆหล่นใส่กระเป๋าเสื้อหน้าตาเฉย
“ครับ”
“ไปกันเถอะราเชล”
ราเชลลงจากรถตามแรงดึง หัวใจเต้นระรัวด้วยความยินดีจนเผลอยิ้มน้อยๆเพราะเก็บอาการไม่อยู่  รถสปอร์ตก็ไม่ได้แคบนัก แต่ความที่คนขับไหล่กว้างราวกับกำแพงทำให้ไหล่ของทั้งคู่ชนกันบ่อยๆ  จนราเชลรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัวเมื่อนึกไปถึงสัมผัสร้อนระอุในคืนก่อน
ราเชลแทบถอนใจอย่างเสียดายเมื่อเห็นหลังคาโรงเรียน  ทำไมระยะทางระหว่างบ้านเขากับโรงเรียนถึงได้สั้นนัก  อยากให้ทางไกลกว่านี้อีกหลายๆเท่า  เพื่อที่ช่วงเวลาอันแสนสุขนี้จะได้ยาวออกไป
“ใจลอยอีกแล้ว...ฉันก็นั่งอยู่ตรงนี้  ใจลอยไปหาใครหืม?”
“เปล่าครับ”
“ไม่ให้ลง...บอกมาก่อนว่ากำลังคิดถึงใคร”
“ไม่ได้คิดถึงใครจริงๆนะครับ”
“ไม่เชื่อ”
“โธ่...ผมไม่ได้คิดถึงใครจริงๆครับ...ผมเพียงแต่รู้สึกว่ารถคันนี้เร็วกว่ารถที่บ้านเยอะเลย  เดี๋ยวก็มาถึงโรงเรียนแล้ว...ผมคิดแค่นี้จริงๆ”
“...แปลว่าเธออยากให้เราถึงโรงเรียนช้าใช่ไหม?”
“...มะ...ไม่ใช่สักหน่อย”
“ฮะๆๆ ราเชล  อย่าหัดโกหกเลย  เวลาโกหกหน้าตาเธอฟ้องออก”
“เปล่านะครับ”
“น่า...เราก็คิดเหมือนกันนั่นแหละ   ฉันก็ไม่อยากให้ถึงโรงเรียนสักนิด...หรือว่าวันนี้เราจะโดดเรียนกันสักวัน”
“ไม่ได้นะครับ!...เอ่อ...ถ้าคุณย่ารู้ผมถูกดุตายเลย”
“แย่จัง...งั้นตอนเย็นกลับพร้อมกันนะ  ฉันจะมารอที่นี่ตอน 3โมง”
“แต่ว่าผม...ต้องวาดรูป...”
“ไม่ได้เหรอ...โธ่ราเชล  แค่เราไม่ได้เจอกันตั้งหลายชั่วโมงนี่ฉันก็จะแย่แล้วนะ  ใจคอเธอจะวาดรูปต่อโดยไม่สนใจฉันเลยเหรอ?”
“...เอ่อ...ผม....”
“ไม่เป็นไร  ถ้าเธออึดอัดใจก็ขอโทษด้วย”
“เปล่านะครับ  ผมไม่...ตกลงครับ  เลิกเรียนแล้วผมจะรีบมา”
“ถ้าเธอลำบากใจ...”
“ไม่ลำบากเลยครับ  ความจริงมันก็แค่งานอดิเรกเท่านั้น  ผมไม่ได้คิดจะวาดประกวดอะไร  ไว้ค่อยวาดต่อก็ได้ครับ”
“ไม่ลำบากใจแน่นะ”
“ครับ”
“งั้นเย็นนี้เจอกัน”
“ครับ”
ลอว์ลี่ยืนชะเง้อคอยอย่างกระวนกระวาย  พอเห็นราเชลก็ยิ้มออก
”ราเชล...ทำไมมาช้าจังวันนี้”
“พอดี...รถเสียนิดหน่อยน่ะ”
“เหรอ...นี่อาจารย์บอกให้นายไปพบแน่ะ  เห็นว่าจะส่งภาพของนายเข้าประกวดด้วยนะ”
“จริงเหรอ?”  ราเชลอุทานอย่างตกใจปนกังวล  เขาเพิ่งเขียนภาพไปได้ไม่ถึง50%  อีกไม่ถึงสองสัปดาห์ก็ถึงกำหนดส่งเข้าประกวดแล้ว
“ใช่...ทำไมละ ไม่ดีใจเหรอ?”
“ก็เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว  จะเสร็จทันได้ยังไง”
“ก็เร่งมือเข้าหน่อยสิ  ระดับนายน่ะสบายมากน่า...เริ่มจากเย็นนี้เลยเป็นไง ฉันจะอยู่เป็นเพื่อน”
“เอ่อ...เย็นนี้ฉันมีธุระ”
“อ้าว!  งั้นเหรอ  ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ก็ได้”
“อืมไว้พรุ่งนี้แล้วกัน”
“งั้นฉันจะขออนุญาตคุณพ่อกลับบ้านพร้อมนาย  พ่อจะได้ไม่ต้องห่วง”
“ขอบใจนะลอว์ลี่”
“ไม่เป็นไร...แนะ ชวนคุยเสียนาน  นายต้องไปพบอาจารย์นี่”
“จริงสิ ไปกันเถอะ”
      ..................................

ทันทีที่เลิกเรียนราเชลก็เก็บกระเป๋าแล้วออกไปอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครทันสังเกต
ร่างสูงยืนพิงรถด้วยท่วงท่าสบายๆ  เมื่อราเชลเดินเข้าไปใกล้ก็เปิดประตูรถออกกว้างและแกล้งโค้งให้ราวกับเป็นพนักงานรับรถ
“เชิญครับท่าน”
“รอนานหรือเปล่าครับ?” 
ราเชลถามขณะสาระวนดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาด  แต่มือใหญ่เอื้อมมาดึงไปคาดให้  แม้จะคาดเสร็จแล้วแต่ริชกลับไม่ยอมถอยออกไป  ซ้ำยังท้าวเขนคร่อมร่างบางไว้  และก้มมาใกล้จนได้ไอร้อนจากลมหายใจ
“นานมาก...แต่ก็คุ้มแสนคุ้ม  เมื่อ่ได้เห็นหน้าเธอ”
ราเชลหลบตาวูบ  สองแก้มร้อนผ่าวด้วยความขัดเขิน  มือไม้ดูเก้งก้างไม่มีที่วางเอาดื้อๆ
“เอ่อ...เราไปกันเถอะครับ”
“ตกลง”
แม้จะรู้สึกโล่งอกที่ริชยอมถอยกลับไป  แต่อีกใจกลับนึก...เสียดาย
      ..................................

ราเชลรีบเก็บกระเป๋าแล้วออกเดินเร็วแทบเป็นวิ่ง  วันนี้เขารับปากริชว่าจะไปเที่ยวห้างที่เพิ่งเปิดใหม่ด้วยกัน  ความรีบทำให้ราเชลไม่ได้ยินเสียงเรียกของปีเตอร์   เพราะใจเขามันดิ่งไปถึงลานจอดรถแล้ว  ที่นั่น ร่างสูงยืนคอยอยู่เหมือนเคย  แค่เพียงได้เห็นรอยยิ้มนิดๆที่มุมปากกับดวงตาแพรวพราวหัวอกหัวใจก็พร้อมใจกันเต้นกระหน่ำอย่างตื่นเต้นและเป็นสุข
ห้างที่เพิ่งเปิดใหม่อยู่ไม่ห่างจากตัวเมืองนัก  ทั้งสวยงาม หรูหราและดูเหมือนจะใหญ่กว่าห้างเก่าในเมืองจนเทียบกันไม่ได้  น่าแปลกที่ไม่มีรถจอกอยู่ให้เห็นแม้แต่คันเดียว
“ริชครับ...แน่ใจเหรอครับ  ว่าเปิดแล้ว”
“ยังหรอก”
“อ้าว!แล้วพาผมมาทำไมครับ...ริช นั่นคุณจะทำอะไร?”
“ก็เข้าไปไง”
“แต่ห้างยังไม่ได้เปิดนะครับ”
“เราจะบุกรุกไงราเชล”
“อะ...อะไรนะครับ!”
“เราจะเป็นหัวขโมยที่แอบเข้าห้างแล้วไปขโมยของกัน  ช่วยกันขนให้เต็มรถเลยนะ”
“อย่านะครับ!  ตำรวจจับเราแน่  ริช...อย่าเลยครับ...โธ่!”
“มาถึงนี้แล้ว  ฉันไม่มีวันถอยกลับเด็ดขาด”
“ริชครับ”
“เอาละลงกันเถอะ”
“แต่ว่า”
“น่า...มาเร็ว  ถ้าเธอไม่รีบมา  ฉันจะเลือกขโมยแต่ของแพงๆ  แล้วฉันก็จะทำลายข้าวของด้วย  ฮะๆ ทีนี้ละ  สนุกแน่”
“ริชครับ...กลับมาก่อน!”  ราเชลวิ่งตามเมื่อเห็นท่าจะห้ามริชไม่อยู่ 
“สวัสดีค่ะ...ยินดีต้อนรับค่ะ”
หนุ่มน้อยเกือบสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงหวานๆต้อนรับ  โชคดีที่มันเป็นเพียงเสียงจากคอมพิวเตอร์
“ไปด้านนี้กันดีกว่า”
ในห้างสว่างไสวและงดงามด้วยแสงไฟจากโคมระย้า  ร้านค้าทุกร้านอัดแน่นด้วยสินค้าหลากหลายรูปแบบทั้งจากแบรนด์ดังและจากต่างประเทศ  แต่ทั้งห้างกลับไม่มีคนเฝ้าเลยแม้แต่คนเดียว  ราเชลวิ่งไปตามแรงลากของริช  จากร้านหนึ่งไปยังร้านหนึ่ง  เวลาริชเจอของถูกใจก็จะเลือกมาชูให้ดู  พอเขาส่ายหน้าไม่เห็นด้วยริชก็จะหัวเราะชอบใจแล้วโยนคืนที่
ถึงจะกลัวถูกจับได้แต่ราเชลก็อดสนุกไปกับริชด้วยไม่ได้  หากริชไม่ลากเขาเข้าไปในร้านเพชร
“นี่ไง...ร้านเป้าหมาย  สวยๆทั้งนั้น  กวาดให้เรียบเลยดีไหมราเชล”
“อย่านะครับ  แค่เราแอบเข้ามานี่ก็แย่แล้ว  ถ้าขืนขโมยของ  เราติดคุกแน่เลย”
“เรายังเป็นเยาวชนน่า  ยังไงเขาก็ส่งเราเข้าคุกไม่ได้หรอก”
“ไม่เอาครับ  ไม่เด็ดขาด”
“น่า...สวยนะ  ดูสิ นาฬิกาเรือนนี้เหมาะกับเธอออก”
“ผมไม่อยากได้”
“สร้อยเส้นนี้ละ  เอาไปฝากคุณย่าไง”
“ไม่เอาครับ...คุณริชครับ  ผมขอร้อง  อย่าหยิบอะไรไปเลยนะครับ”
“ทำไมละ  มันสวยออกนา”
“แต่ผมไม่ชอบ”
“แล้วเธอชอบอะไร?”
“ไม่ชอบสักอย่าง”
“ไม่ได้  บอกมาสิว่าชอบอะไร  ไม่งั้นฉันจะกวาดของพวกนี้ให้หมดตู้เลย  แล้วจะทุบตู้พวกนี้ให้แตกให้หมด”
“อย่านะครับ!”  ราเชลแทบร้องไห้ด้วยความกลุ้มใจ
“งั้นก็บอกมาสิว่าชอบอะไร”
“ผม...ผมชอบพวกคริสตัลมากกว่าครับ”
“จริงอะ...โกหกหรือเปล่า?”
“จริงๆครับ  ผมสะสมตั้งแต่เด็กแล้วด้วยซ้ำ” 
“งั้นไปกันเถอะ”
ริชวางสร้อยคืนที่อย่างไม่สนใจอีกต่อไป  ราเชลลอบถอนใจอย่างโล่งอก   หากริชพาเขาไปที่ร้านเขาก็จะโวยวายขอเลือกคริสตัลจากเบลเยี่ยม  เพราะมั่นใจได้ว่าไม่มีขายแน่ๆ
“ร้านนี้ไง  คริสตัลชั้นดีจากทั่วโลก  รับรองว่าเป็นสินค้าเกรดเอจากแหล่งผลิตชั้นยอดทั้งนั้น”
“เอ่อ...เรากลับกันดีกว่าครับ  เย็นมากแล้ว”
“เลือกเอาราเชล  ว่าจะหยิบของที่นี่ไปเป็นที่ละลึกสักชิ้นสองชิ้น  หรือจะให้ฉันทุบมันทิ้งทั้งร้าน”
“อย่านะครับ”
“งั้นก็ไปเลือกเอา”
ราเชลจำต้องเดินเข้าไปดู  แสงที่ซ่อนไว้อย่างชาญฉลาดทำให้คริสตัลทุกชิ้นงดงามและเปล่งประกายล้อสายตาราวกับเพชร  ราเชลอดไล้นิ้วไปบนกลีบบางใสของคริสตัลกุหลาบไม่ได้  ความประณีตทำให้ดูราวกับเป็นกุหลาบจริงๆมากกว่าจะเป็นแก้ว
ราเชลสะดุดตาเข้ากับคริสตัลรูปเด็กถือแปรงสี  ท่าที่กำลังเล็งแปรงไปยังเบื้องหน้า ดูครุ่นคิดและเคร่งเครียดราวกับเจ้าตัวกำลังพยายามสร้างสรรค์ผลงานที่สำคัญ  ใบหน้ากลมป้อมดูมีชีวิตชีวา  แม้แต่รอยยับของเสื้อที่หนูน้อยใส่ก็ดูราวกับเป็นเสื้อจริงๆ 
“มันเป็นของเธอ  ไปดูชิ้นอื่นกันต่อดีกว่า” ริชหยิบตุ๊กตาตัวน้อยยัดใส่มือเขาหน้าตาเฉย  ราเชลสะดุ้งราวกับริชวางถ่านร้อนๆลงในมือ
“แต่ว่า...”
“งั้นเริ่มทุบเจ้ากุหลาบดอกโตนี่ก่อนแล้วกัน”
“อย่าครับ  ผมรับมาแล้วไง”
“ไปดูชิ้นอื่นกันอีก”
“คงไม่มีชิ้นไหนน่ารักเท่าชิ้นนี้แล้วละครับ....ริชครับ  ผมต้องกลับบ้านแล้ว  ถ้าผิดเวลานัก คุณย่าต้องโกรธแน่ๆ  ครั้งต่อไปผมคงไปเที่ยวอีกไม่ได้  พาผมไปส่งเถอะนะครับ  นะ...น้า...”
“ก็ได้ แต่มีข้อแม้”
“อะไรครับ?”
“รับปากก่อนแล้วจะบอกทีหลัง”
“เอ่อ...คงไม่ใช่เรื่องน่ากลัวหรือผิดศีลธรรมนะครับ?”
“แน่นอน  ฉันไม่มีวันทำให้เธอมัวหมองเด็ดขาด”
ราเชลอยากเถียงแทบแย่ว่าไอ้ที่ทำกันอยู่ตอนนี้มันยิ่งกว่ามัวหมองแล้ว  แต่มันกำลังจะกลายเป็นโจรกรรม  แต่ถ้าเขาโวยวาย ริชอาจไม่พอใจและอาจทำอะไรที่ร้ายๆกว่านี้ก็ได้
“ตกลงครับ”
“ดีงั้นกลับก็กลับ”
ราเชลวิ่งตามริชขาสั่น  กลัวเหลือเกินว่าจะถูกจับได้ว่าแอบเข้ามา แถมยังขโมยของอีกด้วย  หลักฐานก็อยู่ในมือเขานี่เอง
ตลอดระยะทางจากในห้างออกมาจนถึงลานจอดรถ  เงียบและปราศจากผู้คน  ราวกับที่นี่เป็นตึกร้างมากกว่าห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่  แม้จะเข้ามาอยู่ในรถแล้วแต่ริชกลับนั่งเฉย  ราเชลเหลียวมองรอบๆอย่างกังวล  ‘ของกลาง’ถูกยัดไว้ในกระเป๋านักเรียนที่เบาะหลัง
“ไปกันเถอะครับ”
“ยังไปไม่ได้”
“ทำไมละครับ?”
“เธอยังไม่ได้ทำตามที่รับปากเอาไว้เลย”
“จะให้ทำอะไรละครับ?”
“ฉันอยากกอดเธอ...เดี๋ยวนี้เลย” ริชพึมพำเบาๆแต่อ้อมแขนที่ตวัดรัดร่างบางเข้าหาบอกให้รู้ว่าเขาไม่ได้พูดเล่น  ราเชลรีบดันคางสากไว้ก่อนที่จะโดนจูบ
“อย่านะครับ”
“เธอรับปากแล้วนี่ว่าจะทำทุกอย่าง”
“แต่ผมบอกแล้วไงครับว่าไม่ทำเรื่องผิดศีลธรรม”
“คนรักจู๋จี๋กันจะผิดได้ยังไง?”
“ผิดสิครับ...นี่มันที่ห้างนะครับ  ไม่ใช่บ้าน”
“งั้นไปที่บ้านฉัน”
“...แต่ว่า”
“งั้นตรงนี้แหละ  ไม่ไปไหนแล้ว”
“อย่าครับ!ไปครับไป  ไปบ้านคุณก็ได้”
“เฮ้อ!น่าเสียดาย  ไม่เป็นไรฉันค่อยคิดดอกเบี้ยเพิ่มทีหลัง”
ริชขับรถออกมาจากห้างและพาราเชลกลับบ้านด้วยความเร็วสูงราวกับมีปีศาจไล่หลังมา  แต่แทนที่จะเลี้ยวเข้าบ้านเขากลับพาราเชลไปยังท้ายไร่  ทันทีที่รถจอดริชก็อุ้มร่างบางเดินลิ่วไปยังดงหญ้าสูงท่วมหัวที่เขาเจตนาปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้ตกแต่งเหมือนที่อื่น
“จำที่ตรงนี้ได้ไหม...เธอล้มลงมาใส่อกฉัน  แล้วฉันก็อยากทำอย่างนี้ตั้งแต่แรก”  ริชประกบปิดปากอิ่มอย่างรวดเร็ว  จูบเร่าร้อนเรียกร้องจนราเชลอ่อนระทวยไปทั้งตัว  เสียงครวญครางและเสียงลมหายใจดังกลบเสียงนกและแมลง  กลิ่นหญ้าแหลกช้ำใต้ตัวเหมือนจะแรงขึ้นทุกครั้งที่ร่างสูงเคลื่อนกาย  ดวงตาโตปรือขึ้นมองฟ้าสว่างใสที่ค่อยๆพร่ามัวด้วยน้ำตายามที่ความเสียวกระสันถึงขีดสุด   พร้อมๆกับที่หญ้าแหลกช้ำก็ช่วยรองรับหยาดรักที่พร่างพรูลงจนเปียกชุ่ม
      ..................................

ตะวันลับฟ้าตั้งแต่ราเชลลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย  ริชยังคงแวะ -เวียนจูบอ้อยอิ่ง  รสรักหวานหอมทำให้ไม่อยากปล่อยร่างน้อยห่างกาย  กว่าราเชลจะอ้อนวอนให้ริชพามาถึงบ้านก็ได้เวลาอาหารค่ำพอดี
“เฮ้อ!ในที่สุดก็ถึงบ้านเธอจนได้  ทำไมทางมันใกล้นักนะ  หรือว่าเราจะขับวนรอบเมืองอีกที”
 “อย่าเลยครับ  แค่นี้ผมก็กลับบ้านผิดเวลามากแล้ว...ขอบคุณนะครับที่พาผมไปเที่ยว”
“ไว้วันหลังเราไป ‘เที่ยว’ กันอีกนะ”  ริชหลิ่วตาให้อย่างล้อๆ  ราเชลหน้าแดงแต่ทำเฉยเสียไม่อยากต่อความให้มากกว่านี้
“ครับ”
“งั้น...พรุ่งนี้เจอกัน”
“ครับ  พรุ่งนี้เจอกัน”
“บายที่รัก”
“บายครับริช”
ราเชลยืนมองท้ายรถสปอร์ตไปจนลับตา แต่เมื่อหันกลับมามองบ้าน
ความรู้สึกรื่นรมย์อ่อนหวานก็หดหายไปเกือบหมด  หนุ่มน้อยแทบไม่อยากเข้าบ้านด้วยรู้ว่าป่านนี้คุณย่าคงรอเขาอยู่แล้วและคงโกรธมากที่เขาไปเที่ยวจนกลับผิดเวลาขนาดนี้
“คุณย่าครับ”
“ไปล้างหน้าล้างตาก่อนแล้วค่อยไปที่โต๊ะอาหาร”
“...เอ่อ...ครับ”
“ไงสนุกไหม...ได้อะไรมาบ้างล่ะ?”
ราเชลกางผ้ารองตักค้างก่อนจะรีบวางลงเมื่อตั้งสติได้   
“...ไม่...ไม่ได้ซื้อครับ”
“งั้นเหรอ  เพิ่งเปิดใหม่คงยังมีสินค้าไม่มากสินะ?”
“ก็...ครับ...คุณย่าทราบเรื่องผมไปเที่ยว...”
“แฮมิลตันเขาโทรมาขออนุญาตแล้ว  ฉันก็เห็นว่าเธอไม่ค่อยได้ไปไหน   ก็เลยอนุญาต  ไม่สนุกหรือไงทำไมทำหน้าอย่างนั้น?”
“สนุกครับ...แต่ผมไม่สบายใจที่ไม่ได้ขออนุญาตคุณย่าเอง”
“แฮมิลตันเขาบอกแล้วละว่าโทรศัพท์ที่โรงเรียนเสีย  เขาก็ต้องออกไปโทรข้างนอกนี่นะ  ไม่เป็นไร นานๆครั้งฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร” ดูเหมือนริชจะจัดการทุกอย่างได้เรียบร้อย  ทำให้ราเชลคลายความกังวลเรื่องตุ๊กตาคริสตัลไปบ้าง
“ขอบคุณมากครับคุณย่า”
“เห็นคบกับคนระดับเดียวกันอย่างนี้ค่อยสบายใจหน่อย  ขืนไปคบกับพวกไม่มีสกุลฉันคงหนักใจแย่  เราน่ะเป็นตระกูลเก่า  ชื่อเสียงก็สั่งสมกันมาหลายชั่วคน  จะให้คนชั้นต่ำมาทำให้เสียชื่อไม่ได้หรอกนะ”
“ครับคุณย่า”
แอนนาปรายตามองหน้าเนียนใสเห็นอาการก้มหน้างุดก็นึกสงสาร  ถึงอย่างไรราเชลก็ยังเด็ก  เรื่องจะไม่ให้คบเพื่อนเลยคงยาก  แต่เธอก็ต้องปรามไว้บ้าง
“พูดคุยกันที่โรงเรียนก็พอได้อยู่หรอก  แต่ข้างนอกห้ามเด็ดขาดเข้าใจนะ
ราเชล  โดยเฉพาะนายคนที่เป็นนักมวยอะไรนั่นน่ะ  ได้ข่าวว่าอาศัยอยู่กับลุงที่อู่ต่อเรือใช่ไหม?”
“ครับ....แต่ปีเตอร์เขานิสัยดีนะครับ  แล้วก็เป็นนักกีฬา...”
“อย่าเอามาอ้าง  ถึงจะนิสัยดีแค่ไหนก็ไม่ควรสนิทสนมด้วย  บอกแล้วไงว่าที่โรงเรียนก็พอได้  แต่จะห้ามไปไหนๆกับคนแบบนั้นเด็ดขาด  เข้าใจหรือเปล่าราเชล”
“...เข้าใจครับ”
“ดีมาก”
หากไม่ใช่ริช  ราเชลคงเล่าพฤติกรรมร้ายๆวันนี้ให้ฟังจนหมด  นี่ถ้าปีเตอร์ทำแบบนี้แน่ใจได้เลยว่าคุณย่าคงประณามว่าเขาเป็นหัวขโมยหรือไม่ก็อาชญากรตัวร้าย  แต่ราเชลไม่แน่ใจว่าสำหรับริช  คุณย่าจะคิดเหมือนกันหรือไม่
      ..................................

ออฟไลน์ tianqin

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-1
..

วันนี้ราเชลแทบไม่อยากมาโรงเรียนเพราะกลัวว่าจะมีคนจับได้ -เรื่องที่ห้างเมื่อวาน   แต่ริชคงรู้แกวเลยมารับที่บ้านแต่เช้า  ดูเหมือนทุกคนในบ้านก็เต็มใจต้อนรับทายาทคนเดียวของแฮมิลตันเช่นกันเพราะริชมีถุงของฝากใบโตส่งให้สมิทไปแจกคนรับใช้ในบ้านทุกๆคนด้วย
“คุณขี้โกง”
“อะไรกัน  ยังไม่ทันทักทายก็โดนกล่าวหาเสียแล้ว...ฉันขี้โกงอะไรล่ะ”
“ก็ของฝากพวกนั้น  คนในบ้านผมคงปลื้มคุณกันแย่เลย”
“แน่นอน  ก็ฉันรักเจ้าของบ้านก็ต้องเอาใจใส่คนในบ้านเขาด้วยสิ”
ราเชลพูดไม่ออก  นั่งหน้าแดงปลั่งแล้วเมินมองออกไปนอกรถเขินๆ
ทันที่ที่เลี้ยวพ้นเขตบ้านขึ้นสู่ถนนใหญ่  รถตำรวจคันหนึ่งก็เปิดไซเรนแล้วไล่ตามมา  ราเชลตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว  แน่ใจว่าเรื่องที่เขากับริชแอบเข้าไปในห้างคงไม่เป็นความลับอีกต่อไป
“...ริช...รถตำรวจนี่ครับ...”
“ไม่ต้องกลัวน่า  คงจับความเร็วน่ะ  เอ...วันนี้ก็ขับไม่เร็วนี่นา”
“...ขะ...เขาต้องรู้เรื่องเมื่อวานแน่เลย...จะทำยังไงดีครับริช...เราจะทำยังไงกันดี?”
“รู้เรื่องเมื่อวาน...เรื่องอะไร?...สวัสดีครับคุณตำรวจ  ไม่ทราบมีอะไรหรือเปล่าครับ?”
ริชลงไปจากรถแล้วปิดประตูทำให้ไม่ได้ยินเสียงภายนอก  ราเชลชะเง้อมองใจระทึก  เขาเห็นริชหน้าเครียดและควักโทรศัพท์ออกมาโทร  ตำรวจอีกคนเดินมาประกบตัวริชไว้  ราเชลน้ำตาคลอ นึกกลัวจนมือเท้าเย็นเฉียบ  แต่ความห่วงริชทำให้หนุ่มน้อยตัดสินใจเปิดประตูรถลงไปอีกคน
“อย่าลงมาราเชล  อยู่บนรถดีแล้ว”
“แต่ว่า...”
“กลับขึ้นไปดีกว่าคุณหนู” ตำรวจหันมาสั่งเสียงเครียด  ราเชลจำต้องถอยกลับมาขึ้นรถ  ริชยังคงพูดโทรศัพท์ขณะที่ตำรวจยืนรอหน้าเครียด
ราเชลแทบร้องไห้ด้วยความโล่งอกเมื่อริชกลับมาขึ้นรถ   มือเล็กสั่นเอื้อมไปแตะท่อนแขนหนาเมื่อสังเกตเห็นริชหน้าเครียด
“มีอะไรหรือเปล่าครับ?”
“อืม...มีปัญหานิดหน่อยน่ะ”
“เรื่องเมื่อวานใช่ไหมครับ?...ผมไม่ควรเอาตุ๊กตาตัวนั้นมาเลย”
“ตุ๊กตา?...อ๋อ...เอ่อ...ใช่...เรื่องนั้นแหละ”
“ทางห้างเขาเอาเรื่องใช่ไหมครับ?”
“อืม”
“เขา...จะจับผมไหมครับ?”
“ไม่หรอก...ก็ราเชลไม่ได้เข้าไปเองนี่  ฉันเป็นคนพาไปก็ต้องเป็นคนรับผิด - ชอบสิ”
“...แต่ผม...ผมหยิบตุ๊กตาตัวนั้นกลับมา  ทำให้คุณเดือดร้อน”
“เพื่อความสุขของเธอฉันทำให้ได้ทุกอย่างน่า  แค่ติดคุกเนี่ยเรื่องเล็ก”
“...ติดคุกเชียวเหรอครับ...โธ่...เราจะทำยังไงดี?” ตาโตคลอด้วยน้ำใสๆ  ใบหน้าเผือดสีจนริชนึกสงสาร
“ราเชล...ไหนๆฉันก็ต้องติดคุกแล้ว  คงไม่ได้เห็นหน้าราเชลหลายวันแน่เลย  ราเชลช่วยทำอะไรให้ฉันสักอย่างได้ไหม?”
“ได้สิครับ”
 “จูบฉันหน่อยได้ไหม...ถือว่าเป็นการปลอบใจ”
“...จะ...จูบ...เอ่อ...”
หน้าซีดๆแดงก่ำขึ้นทันตา  ราเชลอึ้งไปด้วยความเขินอาย  ริชหลับตาแล้วยื่นหน้ามาเสียใกล้  ราเชลได้แต่อีกอักด้วยความขัดเขิน
“นะ...ปลอบใจฉันหน่อยสิ  ไม่รู้ว่าจะต้องติดคุกนานเท่าไหร่  เธอไม่สงสารฉันเลยเหรอ?”
   ราเชลหน้าแดงยิ่งกว่าเดิม  ตาโตเหลือบมองหน้าคร้ามนวลใกล้ๆด้วยความขัดเขิน  แต่เมื่อนึกว่าริชต้องถูกจับเพราะตุ๊กตาคริสตัลตัวนั้นก็อดใจหายไม่ได้  ปากอิ่มเลื่อนไปแตะแก้มสากเบาๆ  แล้วรีบถอยออก 
   “ได้ไง นี่มันจูบทักทายต่างหาก  ฉันสอนเธอจูบแล้วนี่นา”
“ผม...เอ่อ...”
“ไม่เป็นไร  จะทบทวนให้”
“ยะ...”  เสียงห้ามถูกกลืนหายไปในปากร้อน  ราเชลหลับตาแน่น  หัวหมุนคว้างไปหมด  เหมือนกระแสไฟแล่นปราดจากปลายลิ้น  แทรกซึมไปทั่วทั้งตัว  มือเท้าอ่อนเปลี้ยไม่มีแรง  แต่กลับ’รู้สึก’และสัมผัสได้ถึงความหวานหวามยามลิ้นต่อลิ้นเสียดสีกันในปาก 
ริชชักไม่อยากปล่อยราเชลไปเรียน  แต่วันนี้เขามีเรื่องสำคัญรออยู่  ยังไงก็ต้องกันราเชลออกให้ห่างเสียก่อน จึงต้องยอมปล่อยปากนุ่มเป็นอิสระทั้งที่แสนเสียดาย
“วันนี้ฉันถือว่าเป็นการสอน  วันหน้าเธอต้องเป็นฝ่ายจูบฉันตามที่เราตกลงกันนะ”
“...ขี้โกง...” ราเชลบ่นอุบอิบอยู่ในลำคอทั้งๆที่ยังก้มหน้างุดด้วยความอาย
“ว่าอะไรนะ?”
“ปะ...เปล่าครับ  รีบไปเถอะเดี๋ยวสาย”
“เฮ้อ...จับไม่ได้ก็แล้วไป  ถ้ารู้ว่าแอบนินทานะ...ฮึ่ม!”
ราเชลรีบเปลี่ยนเรื่องคุยเมื่อเห็นว่าบทสนทนาชักจะเข้าเนื้อมากขึ้นทุกที
“...แล้วเรื่องเมื่อวานจะทำยังไงดีครับ?”
“เย็นนี้ฉันจะไปสถานีตำรวจ”
“ผมไปด้วย”
“ไม่กลัวโดนจับด้วยหรือไง?”
“ผมก็ทำผิดเหมือนกันนี่ครับ  จะปล่อยคุณเดือดร้อนคนเดียวได้ยังไง?”
“น่ารักจัง  ไม่ต้องห่วงหรอก  ยังไงทนายของฉันก็จัดการทุกอย่างได้”
“แต่ผมอยากไปด้วย”
“ตกลง...ไปก็ไป  ดีใจจังที่เธอห่วงฉันขนาดนี้”
ริชดึงมือนุ่มมาจูบแล้วกำไว้แน่น  ราเชลหน้าแดงซ่าน เสมองออกไปนอกรถ  ความกังวลหวาดหวั่นหายไปเกือบครึ่ง
ริชเลี้ยวรถเข้าจอดในลานจอดรถของโรงเรียน  คนอื่นๆอาจต้องหาที่จอดเอง แต่ริชมีที่จอดประจำด้วยอภิสิทธิ์ของแฮมิลตันคอปฯ  ผู้สนับสนุนงบประมาณแก่ทุกชมรม  จึงไม่มีใครโง่พอที่จะแย่งที่จอดรถกับคนให้ทุนชมรมตัวเอง
ริชไม่ได้แยกไปเหมือนเคย  แต่เดินมาส่งจนถึงห้องเรียน
“ตอนเย็นเจอกัน”
“ครับ”
ราเชลมองตามไหล่กว้างไปจนลับตาด้วยความห่วงใย  เมื่อหันกลับมาก็เจอเข้ากับสายตาสนอกสนใจของเพื่อนร่วมชั้น
“ว้าว! ราเชลคบกับแฮมิลตันเหรอเนี่ย?”
“แล้วพอลลิ่งล่ะ  เลิกกับแฮมิลตันแล้วสิ  ใช่ไหม?”
“จริงเหรอเนี่ย” 
ทุกคนพูดกันแซดโดยที่ราเชลไม่ทันได้ตอบรับหรือปฏิเสธ  ปึ้ง!ๆๆๆ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ค่อยๆเงียบลง  ต่างหันไปมองที่มาของเสียงดังสนั่นนั้น  ลอว์ลี่ยืนเม้มปากแน่น  หน้าบึ้งและแดงก่ำด้วยความโกรธจัด  หนังสือเล่มใหญ่ปกเยินด้วยแรงกระหน่ำตีไม่ยั้งเมื่อครู่
“อย่าพูดอะไรพล่อยๆนะ  ราเชลไม่ได้คิดอะไรกับนายเจ้าชู้นั่นสักหน่อย  ใช่ไหมราเชล บอกเพื่อนๆไปสิว่านายคนนั้นมาตามตื้อนายเอง”
“เอ่อ...คือคุณพ่อกำลังจะทำธุรกิจกับทางแฮมิลตันคอปฯน่ะ ก็เลยค่อนข้างสนิทกัน”
“นั่นไง...ราเชลยังยอมรับเลยว่าสนิทกัน...จริงไหมเจอร์รี่”
เจอร์รี่ทำหน้างงเพราะเพิ่งเข้ามาจึงไม่รู้เรื่องด้วย
“เรื่องอะไร?”
“นี่นายไปไหนมา ไม่รู้เหรอว่าเมื่อกี้แฮมิลตันมาส่งราเชลที่ห้องด้วย”
“จริงอ่ะ”
“จริงดิ  นี่เรายังคิดๆกันอยู่เลยว่าแฮมิลตันอาจจะมาจีบราเชล”
“ไร้สาระ ไปกันเถอะราเชลเดี๋ยวไปเรียนไม่ทัน”ลอว์ลี่ลากแขนราเชลออกไปจากห้องโดยไม่ยอมมองหน้าคู่แฝดสักนิดเดียว
“สงสัยจะอิจฉาที่ราเชลมีหนุ่มหล่อมาจีบ”
“แหงเลย”
ราเชลเดินตามแรงลากของลอว์ลี่จนพ้นห้องจึงขืนตัวกลับทำให้ลอว์ลี่หันมามอง
“นายเป็นอะไรไปลอว์ลี่  สีหน้านายไม่ค่อยดีเลย?”
“ถามได้ไงราเชลว่าฉันเป็นอะไร  เมื่อวานนายสัญญาอะไรไว้จำได้หรือเปล่า?”
“เรื่องอะไร?”
“ฮึ...เรื่องวาดรูปกันไง  นายสัญญากับฉันว่าจะวาดรูป  ฉันก็เลยว่าจะอยู่เป็นเพื่อน  แล้วไง  นายไปไหนทำไมทิ้งให้ฉันรอเก้อ”
ราเชลใจหายวูบ  เขาลืมเรื่องวาดรูปไปเสียสนิท
“...ฉันขอโทษลอว์ลี่  ฉัน...เอ่อ...มีธุระก็เลยไม่ได้มา”
“นายลืมไปแล้วด้วยซ้ำ  ตกลงว่านายจะไม่ส่งรูปเข้าประกวดสินะ  ป่านนี้แล้วนายยังไม่ไปถึงไหนเลยนี่”
“ฉัน...เอ่อ...ขอโทษนะ”
“ทั้งนาย ทั้งเจอร์รี่...แย่ที่สุด”
“ลอว์ลี่!เดี๋ยวสิ...ลอว์ลี่” ลอว์ลี่วิ่งหนีไปดื้อๆ ราเชลได้แต่อึ้งด้วยความเสียใจและรู้สึกผิด 
ตลอดทั้งวันลอว์ลี่ไม่ยอมพูดกับราเชลและเจอร์รี่อีกเลย  ราเชลเหลียวมองหน้าเจอร์รี่บ่อยๆ  แต่เจอร์รี่ยักไหล่แล้วก็แบมือเป็นเชิงไม่สน  ราเชลก็ทำอะไรไม่ได้
ด้วยความที่ไม่สบายใจเรื่องลอว์ลี่ราเชลจึงเก็บกระเป๋าช้ากว่าทุกวัน
“ราเชล  ไปเที่ยวห้างใหม่กันไหม?” เพื่อนๆต่างเข้ามารุมล้อมถาม  ราเชลได้มองหน้าทุกคนงงๆ ปกติเพื่อนกลุ่มนี้ไม่ค่อยสนิทกับเขานัก  แปลกที่วันนี้กลับชวนไปเที่ยว
“ห้างใหม่...เปิดแล้วเหรอ?”
“เปิดวันนี้เป็นวันแรก  คนต้องเยอะน่าดูเลย  เห็นว่าเชิญคนดังๆมาเพียบ”
“เอ่อ...คือ...”
ราเชลใจหาย  นึกไปถึงสิ่งที่ทำเมื่อวาน  ในห้างอาจจะมีกล้องวงจรปิด  แล้วถ้าเขาโผล่ไปคงโดนจับแน่  อีกอย่างวันนี้เขาตั้งใจว่าจะไปเป็นเพื่อนริชที่สถานีตำรวจ
“จะไปห่วงทำไม  ราเชลเขาเป็นแฟนกับเจ้าของห้างนะ  ถ้าไปเขาก็ต้องไปแบบพวก วีไอพีต่างหาก” เพื่อนคนหนึ่งแหย่ยิ้มๆ  แต่ราเชลหัวใจกระตุกเมื่อได้ยิน
“อะไรนะ...นายว่าห้างของใครนะ?”
“เอ้า!นายไม่รู้เหรอว่าห้างนั้นของแฮมิลตัน?”
“ห้างนั้นของ...แฮมิลตันงั้นเหรอ?”
“ใช่...ถ้านายไม่ไปพวกเราไปก่อนนะ”
“ริช...หมายความว่าไงกันเนี่ย?”
“บ่นอะไรงึมงำอยู่คนเดียวราเชล  ยังไม่กลับอีกเหรอ?” เจอร์รี่แกว่งเป้ไปมาอย่างร่าเริง  ดูเหมือนกำลังความสุข
“กำลังจะกลับแล้ว”
“งั้นฉันไปก่อนนะ  แมทรออยู่”
“บาย”
ร่างสูงยืนคอยด้วยท่าทางกระวนกระวายเล็กน้อย  ราเชลเดินเข้าไปใกล้แล้วจ้องหน้าริชเขม็ง
“เป็นอะไรไป...หน้าเครียดมาเชียว?”
“คนกะล่อน”
“อ้าว!มาถึงก็ต่อว่ากันเลย  บอกที่มาที่ไปหน่อยสิว่าเรื่องอะไรกัน?”
“คุณเป็นเจ้าของห้าง  ร้านคริสตัลคงไม่กล้าแจ้งจับเจ้าของห้างแน่ๆ  คุณหลอกให้ผม...เอ่อ...ไม่รู้ละ  คุณกะล่อนที่สุดเลย”
“อ๋อเรื่องนั้นเอง  ฮะๆๆ ไม่เอาน่า  ซีเรียสไปได้”
“คุณใจร้ายมาก  หลอกให้ผมตกใจกลัวแทบตาย  ผมนอนไม่หลับทั้งคืนแล้วยังเรียนไม่รู้เรื่องด้วย  เพราะคุณคนเดียวเลย” 
ท่าทางเหมือนจะร้องไห้ของราเชลทำให้ริชหยุดยิ้ม  ดูท่าเขาเล่นแรงเกินไปแล้ว  ไม่คิดว่าแค่หลอกเล่นแค่นี้ราเชลจะคิดมากไปใหญ่โต
“เฮ้!ไม่เอาน่าคนดี  ฉันก็แค่ล้อเล่น  ตั้งใจว่าวันนี้จะพาไปงานเปิดตัวห้างด้วยกัน เธอก็จะได้รู้ความจริงเสียที  ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เธอเสียใจสักนิด  หยุดร้องไห้เถอะ...ตาบวมแล้วนะ”
“คุณ...คุณ...ฮึก”
“เอางี้  ถ้าไม่หยุดร้องไห้จะโดนฉันจูบ  คนเยอะดีเสียด้วยสิ”
ริชทำหน้าเจ้าเล่ห์แถมถูมือไปมาอย่างเหี้ยนกระหือรือ   ราเชลมองไปรอบๆหน้าตาตื่น  กลัวว่าริชจะเอาจริง
“อย่านะ  ผมหยุดแล้ว”
“ไปงานเปิดตัวห้างกันดีกว่า”
“ไม่เอาหรอก  ผมมอมแมมขนาดนี้จะไปได้ยังไง?”
“ก็กลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน  แล้วเราไปด้วยกัน”
“...เอ่อ...”
“น่า...นะ  คนดี๊คนดี  ไปกันเถอะ”
ราเชลยิ้มเขินๆแต่ก็ยอมขึ้นรถอย่างว่าง่าย ริชปิดประตูให้แล้วอ้อมไปประจำตำแหน่งคนขับ  ด้วยความเร็วที่ไม่มากนัก  ทำให้ราเชลกล้าชวนริชสนทนา
“ถ้าไม่ใช่เรื่องคริสตัลแล้วเมื่อเช้าตำรวจเรียกรถคุณทำไมครับ?”
“อ๋อ...คือเขาถามว่าระหว่างที่เราขับรถมาเจอคนน่าสงสัยไหมเท่านั้นเอง”
“มีคนร้ายอยู่แถวนี้เหรอกครับ?”
“เห็นเขาว่าเป็นพวกโรคจิตชอบลวนลามนักเรียนสาวๆ  เขาก็เลยตามจับกันน่ะ  แต่เห็นว่าจับได้แล้วละ”
“ค่อยยังชั่ว  โล่งใจไปที”
ริชมองหน้านวลยิ้มๆ  ความจริงตำรวจเมื่อเช้าตามมาอารักขาเขา  เพราะมีคนแปลกหน้ามาป้วนเปี้ยนแถวนี้  เจฟฟรี่จึง ‘ขอ’ ให้ตำรวจช่วยตรวจตราและบอกให้ริชรู้ตัวแต่ไม่ต้องการให้ศัตรูไหวทัน  จึงไม่ให้คนของเขาเคลื่อนไหวใดๆ  เพื่อล่อให้พวกมันลงมือ  ซึ่งพวกมันก็ติดกับจริงๆ  เขาออกจากสถานีตำรวจก็ตรงมารับราเชลทันที  ส่วนเจฟฟรี่ยังอยู่ที่สถานีตำรวจ  เพื่อจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย
      ..................................

         อากาศหม่นมัวด้วยลมและฝนตั้งแต่เช้า…ราเชลถอนใจยาวอย่างเสียดาย  วันนี้ริชสัญญาว่าจะมารับไปเที่ยวคงต้องยกเลิกเพราะอากาศที่ไม่เป็นใจ 
ก๊อกๆๆๆ…         
“เชิญ”         
“คุณท่านให้เชิญคุณราเชลที่ห้องนั่งเล่นค่ะ”         
“คุณย่ามีอะไร?”         
“ไม่ใช่ท่านผู้หญิงค่ะ…แต่เป็นคุณชาล์ลค่ะ”         
“อะไรนะ…คุณพ่ออยากพบฉันเหรอ…แน่ใจนะ?”         
“ค่ะ…ท่านให้เชิญคุณที่ห้องนั่งเล่นค่ะ”         
“ขอบใจ” 
ราเชลใจเต้นตึกตักด้วยความกังวล  นี่เป็นครั้งแรกที่บิดาเรียกพบ  ปกติแม้แต่หน้าเขาท่านยังไม่อยากมอง  อาจจะมีเรื่องอะไร…
   ห้องนั่งเล่นเงียบกริบจนเด็กชายไม่แน่ใจว่าบิดาจะอยู่ในนั้น  แต่เมื่อเข้าไปในห้องก็ได้เห็นบิดายืนรออยู่แล้ว         
“คุณพ่อเรียกผมเหรอครับ?”         
“นั่งสิ…แกสนิทกับลูกชายตระกูลแฮมิลตันเหรอ?”  ชาล์ลยิงคำถามเข้าใส่อย่างคนใจร้อน       
“ก็…เขาเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนครับ”         
“ไม่ใช่รุ่นพี่เฉยๆสินะ…”
ราเชลเกือบสะดุ้งหากแต่ประโยคถัดมาทำให้เขาโล่งใจ         
“นี่ไง...เขาเชิญแกไปร่วมงานวันเกิดคุณนายแฮมิลตันที่นิวยอร์ค…นี่งานนี้นะมีแต่คนดังระดับโลกเท่านั้นนะถึงจะมีโอกาสได้ไป”         
“ผม…เพิ่งทราบ”         
“อะไร!นี่แปลว่าแกยังไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยงั้นเหรอ?…ไม่ได้เรื่องเลย…เอาเถอะพรุ่งนี้ฉันจะให้คนพาแกไปหาซื้อข้าวของ”         
“แต่พรุ่งนี้ผมมีสอบเปียโน”         
“ไร้สาระ!…เปียโนบ้าบออะไร…งานใหญ่ระดับนี้แกจะมาทำให้ฉันขายหน้าไม่ได้!”         
“ครับ”         
“ดีมาก…แค่นี้แหละ”
ราเชลมองตามอย่างงุนงง  อยากดีใจที่บิดาเอาใจใส่  แต่กลับไม่แน่ใจ
‘คุณพ่อครับ…คุณพ่อห่วงผมหรือห่วงหน้าตัวเองกันแน่ครับ’
      ..................................

         ลินดา แฮมิลตันเดินเข้ามาในตึกด้วยด้วยท่วงท่านางพญา  สิ่งแรกที่เธอมองหาคือร่างสูงๆของลูกชายสุดที่รัก แต่ไม่เห็นแม้เงา           
“คุณริชอยู่ไหน?”       
“อยู่ที่สระครับ”
ลินดาทำตาโตอย่างผิดคาดเมื่อพบว่าสระน้ำวันนี้โล่งและเงียบ มีเพียงเสียงแหวกว่ายของบุตรชายเพียงคนเดียว เธอกำลังคิดอยู่เชียวว่าจะหาทางแหวกสาวๆของริชเข้าไปให้ถึงตัวลูกได้อย่างไร แต่ดูเถอะวันนี้ริชกลับอยู่เพียงลำพังเสียนี่
ร่างที่อยู่ในสระดำดิ่งลงในข้างล่างและว่ายมาโผล่ที่ข้างเท้ามารดา         
“สวัสดีครับ  วันนี้แม่สวยจัง”         
“ไม่ต้องมายอ  บอกมาดีกว่าว่าแขกคนนี้พิเศษยังไง?”
ลินดาโบกกระดาษโน้ตในมือไปมาเบาๆ  ริชอาจมีผู้หญิงและเพื่อนฝูงมากมายแต่เขาไม่ค่อยพามาแนะนำให้เธอรู้จัก  ตั้งแต่เด็กนอกจากญาติๆรุ่นราวคราวเดียวกัน เพื่อนที่ริชเคยพามาแนะนำก็มีนับคนได้  อาจจะมีพิเศษอยู่คนก็คือเด็กชายตัวขาวซีดแต่หน้าตาหวานคมสวยราวกับนางแบบ  หากแต่คราวนี้เด็กหนุ่มกลับสั่งเพิ่มรายชื่อแขกในงานวันเกิดของเธอโดยไม่บอก แถมยังเขียนโน้ตไปแปะไว้ที่โต๊ะอีกว่าต้องการให้เธอเจอ         
“คนนี้คนพิเศษครับแม่”         
“พิเศษ…คราวนี้ดูเอาจริงนะเอาจังนะ…ลูกสาวตระกูลไหนล่ะ?”         
“ทายาทคนเดียวของตระกูลเวลล์บอนครับ”         
“คุ้นๆนะ  แต่นึกไม่ออก”         
“เป็นสายตระกูลขุนนางเก่า”         
“แล้วเราไปรู้จักเขาได้ยังไง?”         
“ก็…เรียนโรงเรียนเดียวกัน”         
“โรงเรียนไหน…ลูกย้ายโรงเรียนปีละตั้งกี่ครั้งแม่จะรู้ไหมจ๊ะว่าเจอที่ไหน”         
“ก็โรงเรียนล่าสุดที่ผมย้ายไป  แม่ครับผมซื้อบ้านที่นั่นไว้ ซ่อมแล้วก็…ใช้ได้”         
“แล้วไง?…เกี่ยวอะไรกับเรื่องเจ้าของชื่อในการ์ดนี่”         
“เขาอยู่บ้านติดกับบ้านหลังใหม่ของผม” ริชตอบยิ้มๆโหนตัวขึ้นจากสระ 
“อือฮึ” ลินดาเดินตามร่างสูงที่แทบต้องแหงนคอคุย         
 “แล้วเขาก็ชอบขี่ม้า…ผมก็เลยขอม้าที่คอกของแม่ไปไว้ที่บ้านใหม่4-5ตัว”
ริชทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ยาวริมสระ  คว้าผ้าขนหนูมาขยี้น้ำออกจากผม         
“แน่ใจนะว่าแค่นั้นจริงๆ?”         
“แน่สิครับ”         
“อยากรู้จังว่าผู้หญิงคนนี้มีอะไรดีนัก ลูกถึงต้องลงทุนด้วยม้าแทนดอกไม้”         
“ผมบอกแม่เหรอครับว่าเขาเป็นผู้หญิง?”         
“ต๊าย!อย่าบอกนะว่าลูกจีบผู้ชาย” ลินดาแกล้งอุทานเสียงแหลมล้อเลียนลูกชาย แต่ริชกลับยิ้มเจื่อนลงรอดูปฏิกิริยาของมารดา         
“ริช…นี่ลูก…เป็น…เกย์…” ลินดาหลุดเสียงครางเบาหวิว ในอกวูบหายด้วยความตกใจ  ไม่อยากจะเชื่อว่านี่จะเป็นเรื่องจริง
ริชถอนใจพรูก้มมองมืออยู่นานก่อนจะเงยขึ้นมองหน้าซีดๆของมารดา         
“เมื่อก่อนผมก็…ไม่ค่อยแน่ใจ  ตอนนั้นผมก็ว่ากายเขาน่ารักดี  แต่พอผมเจอราเชล...ผม…เริ่มรู้สึกว่าผมอยากได้เขา มันเหมือนกับเวลาที่ผมเจอผู้หญิงถูกใจแต่ความรู้สึกมันมากกว่านั้น  ผมอธิบายไม่ถูก”
ลินดาได้แต่กุมศีรษะ  เท่าที่ฟังดูลูกชายสุดที่รักคงไม่ถึงกับเป็นเกย์  แต่ก็อาจเป็นพวกชอบทั้งสองเพศ  ด้วยนิสัยดื้อรั้นของริช หากเธอโวยวายห้ามปรามเขาก็จะยิ่งทำให้รุนแรงมากขึ้น  งานนี้คงต้องรอดูสถานการณ์ไปก่อน และทางที่ดีเธอควรขอคำแนะนำจากจิตแพทย์เก่งๆสักคนมากกว่า         
“แม่ครับ…แม่โกรธผมเหรอ?”         
“ไม่หรอก…เอาเถอะ แม่ไม่อยากตัดสินใครโดยที่ยังไม่รู้จักเขาดีพอ  หากลูกมั่นใจว่าลูกชอบเด็กคนนี้มากก็พาเขามาให้แม่รู้จักด้วยก็แล้วกัน”         
“ขอบคุณครับ แม่น่ารักที่สุดในโลกเลย”         
“ไม่ต้องมาประจบ  เอาละแม่ต้องไปธุระแล้ว เย็นนี้กินมื้อค่ำกับแม่หรือเปล่า?”         
“แน่นอนครับ“         
“งั้นเจอกันตอนเย็นนะจ๊ะ”         
“เจอกันตอนเย็นครับแม่”
         .................................

ลินดาหมุนตัวกลับมาเมื่อสามีบุ้ยใบ้ให้ดู  ร่างสูงเดินเคียงกันมากับร่างเล็กบางในชุดสูทสีครีม เมื่อริชนำ’เพื่อน’เข้ามาใกล้ลินดาก็ยอมรับว่าอดเห็นใจลูกชายไม่ได้
‘ก็น่ารักยิ่งกว่าผู้หญิงเสียอีก สมควรอยู่หรอกที่ริชจะคลั่งไคล้’
ใบหน้าหวานสวยสะดุดตา แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือดวงตาคู่งามใสแจ๋ว ไร้เดียงสาราวกับตากวาง         
“ราเชล  เวลล์บอนครับคุณแม่ คุณพ่อ”         
“สุขสันต์วันเกิดครับ” ราเชลส่งของขวัญที่บิดาจัดการให้แก่ลินดา  เขาตื่นเต้นเสียจนเบลอไปหมด  แต่ก็รู้ว่าแม่ของคนรักงดงามแค่ไหน  แต่ดูเหมือนริชจะ คล้ายพ่อมากกว่า             
“ขอบใจจ๊ะเคยได้ยินริชพูดถึงบ่อยๆ ตามสบายนะจ้ะ”
ริชพาลูกแมวน้อยของเขาไปนั่งโต๊ะซึ่งอยู่ห่างกว่าโต๊ะอื่นๆ           
“ดื่มอะไรดี?”         
“เอ่อ…อะไรก็ได้ครับ” 
ราเชลตอบตะกุกตะกักด้วยยังไม่หายตื่นเต้น  ไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะมีโอกาสได้มางานหรูหราระดับนี้  คุณพ่อพูดถูกที่ว่าควรเตรียมตัวมาให้พร้อม  นี่หากไม่ได้รับการดูแลจากคนของคุณพ่อวันนี้เขาต้องหน้าแตกแน่นอน  แม้จะไม่รู้จักใครเลย แต่ราเชลกลับคุ้นหน้าแขกที่มาในงาน เพราะส่วนใหญ่จะเห็นคนเหล่านี้จากสื่ออยู่บ่อยๆ       
“งั้นมาร์ตินี” ริชแกล้งอำยิ้มๆ แต่กลับผิดคาดเมื่อราเชลพยักหน้า         
“ครับ”         
“แน่นะ?”         
“ก็แน่สิครับ”
ริชขมวดคิ้วแต่ก็เรียกบริกรให้เอามาร์ตินีมาให้ ราเชลรับมาดื่มแล้วสำลักจนหน้าแดงก่ำไปหมด  ริชช่วยลูบหลังด้วยความตกใจ         
“อะ…ค๊อก…นี่มันอะไรครับ?…แค็ก…โอยหัวหมุนเลย”         
“นี่เธอดื่มเหล้าไม่ได้แล้วดื่มเข้าไปทำไม?”         
“ผมไม่ทราบนี่ครับว่าเป็นเหล้า…แค็ก…”         
“ไปพักก่อนดีกว่าหน้าแดงไปหมดแล้ว”         
“ผมไม่เป็นไรครับ”         
“ไม่ไหวก็บอกนะ”         
“ครับ”
ตลอดเวลาริชตามประกบราเชลแจ และคอยเอาอกเอาใจจนออกนอกหน้า  ไม่สนใจว่าใครจะมองหรือซุบซิบนินทาอย่างไร 
ลินดาไม่รู้ว่าควรขำหรือร้องไห้ดีเมื่อได้ยินแขกที่มาร่วมงานนินทาว่าลูกชายสุดที่รักของเธอควง’ทอม’ มาออกงาน
      ..................................

ราฟวางแก้วน้ำกับยาแก้ไข้ลงข้างๆ แต่ลินดายังเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม จู่ๆลินดาก็หันมาจ้องหน้าที่ยังหล่อเหลาแม้จะล่วงเข้าวัยกลางคนแล้วก็ตาม         
“ราฟ...เวลานอนกับผู้ชาย คุณรู้สึกต่างกับผู้หญิงไหม?”
ราฟสำลักกาแฟและเกือบพ่นออกทางจมูก         
“แค็ก…โอ้ย!…คิดยังไงถึงถามอะไรแบบนี้?”         
“ก็ฉันไม่รู้ฉันก็ต้องถามนะสิ”         
“ผมไม่เคยนอนกับผู้ชายแล้วผมจะตอบคุณได้ยังไงเล่า”         
“ถ้าอย่างนั้นลูกไปเอาไอ้รสนิยมแบบนั้นมาจากไหน ในเมื่อฉันก็ไม่เคยยุ่งกับผู้หญิงด้วยกันสักหน่อย”         
“ผมจะไปรู้ได้ยังไง ผมอาจจะเคยเจ้าชู้แต่ก็ไม่ถึงกับนอนกับผู้ชายหรอกนะ”         
“หรือว่าริชจะติดมาจากเจฟ....มิน่าอยู่มาจนปูนนี้ถึงไม่มีเมียสักที”         
“นี่คุณผู้หญิงครับ  คุณผู้หญิงพูดถึงหวัดหรือพูดถึงเกย์  ไอ้เรื่องแบบนี้มันไม่ได้ติดกันได้เหมือนหวัดหรอกนะ  แล้วนี่ถ้าเจฟมาได้ยินอาจจะโกรธคุณจนตาลายไปเลยก็ได้”         
“แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไง…อยู่ดีๆก็ต้องมีลูกสะใภ้เป็นผู้ชายเนี่ย  อย่างนี้ฉันก็ไม่มีโอกาสอุ้มหลานนะสิ”   
 “ลินดา…คุณเคยบอกผมไม่ใช่เหรอว่าความสุขของลูกสำคัญที่สุด  เราเคารพการตัดสินใจของกันและกันเสมอนี่นา  ทำไมวันนี้คุณจะลุกขึ้นมาแหกกฎนั้นเสียเองหละ”         
“ก็ฉันทำใจไม่ได้  ถึงเด็กคนนั้นจะน่าตาน่ารักกว่าผู้หญิงแต่ก็เป็นผู้ชายอยู่วันยังค่ำ  แล้วฉันจะทำใจได้ยังไง”         
“แล้วคุณจะเอายังไง...ให้ราเชลแปลงเพศไปเลยดีไหม? หน้าตาแบบนั้นแค่เสริมอกเสริมสะโพกก็สวยยิ่งกว่าผู้หญิงอยู่แล้ว”
ลินดาหน้างอใส่สามี  แต่ราฟจับศีรษะทุยโยกอย่างเอ็นดู         
“จำได้ไหมว่าทำไมถึงเลือกรักผม ทั้งๆที่ตอนนั้นคุณมีคนดีๆเข้ามาในชีวิตตั้งมาก”         
“ก็คุณเป็นคนเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันโชคดีที่ได้เกิดมา  แล้วฉันก็มีความสุขตลอดเวลาที่อยู่กับคุณ มัน…เหมือนจิ๊กซอว์ไงพอมีคุณภาพชีวิตฉันก็เสร็จสมบูรณ์”       
“ความรักมันเป็นอารมณ์ที่แปลกนะลินดา  เวลาที่มันเกิดมันไม่เลือกหรอกนะว่าจะที่ไหน...เมื่อไหร่...หรือกับใคร คนๆนั้นจะดีหรือจะชั่วร้ายเลวทรามแค่ไหน  ถ้ารักมันก็รัก เขียนแบบสร้างแปลนหรือวางแผนให้มันไม่ได้”         
“แต่เราจัดให้มันอยู่ในกรอบได้นี่ราฟ”         
“สิ่งที่เราจัดการมันคือสถานการณ์ต่างหากล่ะ…หัวใจมันจัดเข้ากรอบไม่ได้หรอกที่รัก”         
“หมายความว่าฉันต้องยอมรับว่าลูกเป็นเกย์งั้นเหรอ?”         
“คงเป็นไบมากกว่ามั้ง  เพราะเท่าที่รู้นอกจากราเชล ก็ยังไม่เคยมีข่าวว่าชอบเด็กผู้ชายที่ไหนอีกนี่”         
“ไม่รู้ไม่ได้แปลว่าไม่มีนี่นา”         
“นั่นสิ…แล้วคุณจะไปกลุ้มทำไม?”         
“คุณไม่เห็นแววตาที่ริชกับเด็กคนนั้นนี่  มัน...ทำให้ฉันกลัว”         
“กลัว…กลัวอะไร?”         
“มันไม่ใช่ความรักหรอกนะราฟ  ฉันว่าลูกกำลังหลงมากกว่า  หลงน่ะน่ากลัวกว่ารักนะ มันอาจจะทำให้ริชมีปัญหาภายหลังก็ได้”         
“เราไม่ใช่พระเจ้านะที่รัก  อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด  เราลิขิตให้ลูกไม่ได้แต่เราคอยดูแลเขาได้นี่  ริชโตแล้ว เขาควรเรียนรู้ที่จะสุขหรือทุกข์ด้วยตัวเองเสียที”
ลินดาถอนใจยาว   ไม่แน่ใจว่าเห็นด้วยกับสามีหรือไม่ แต่ที่แน่ๆเหตุผลของราฟก็ทำให้เธอโต้แย้งไม่ได้
      ..................................

แอนนาเวลบอร์นนิ่งขึงอย่างคาดไม่ถึง แม้จะรู้สึกว่าราเชลค่อนข้างติดริชมากแต่ก็ไม่นึกว่าเด็กสองคนจะมีความสัมพันธ์เลยเถิดไปถึงขนาดนั้น  หากเรื่องนี้มาจากปากคนอื่นคงถูกไล่ตะเพิดไปแล้ว แต่นี่มาจากปากเพื่อนสนิทของราเชล         
“เธอแน่ใจเหรอว่าราเชล….คบกับแฮมิลตันแบบนั้นจริงๆ?”         
“ผมแน่ใจครับ”         
“สมิท...เข้ามานี่ซิ”
   “ครับท่าน”
“ตอนนี้ราเชลอยู่ที่ไหน ไปเรียกมาพบฉันหน่อย”         
“คุณราเชลออกไปกับคุณแฮมิลตันตั้งแต่เช้าแล้วครับ”         
“ใครอนุญาต!”         
“รู้สึกว่าคุณชาล์ลจะเป็นคนสั่งครับ”         
“ชาล์ลสั่งงั้นเหรอ?”         
“ครับเห็นว่าเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจอะไรนี่แหละครับ”         
“ไปรับกลับมา”         
“ครับผม” สมิทรับคำงงๆแต่ก็รีบไปรับราเชลตามคำสั่ง
   สมิทมาเก้อเพราะราเชลไปเที่ยวกับริชตั้งแต่เช้าแล้ว ทันทีที่มาถึงบ้านสมิทก็รีบเข้าไปรายงานท่านผู้หญิงทันทีเพราะรู้สึกว่าท่านผู้หญิงจะอารมณ์ไม่ค่อยดี   
“ว่าไง?”         
“คุณราเชลไปพักผ่อนที่เกาะส่วนตัวกับคุณแฮมิลตันครับ  อีก3วันถึงจะกลับ”         
“ทำไมราเชลไปไหนไม่มาขออนุญาตฉัน?”         
“คุณชาล์ลเป็นคนอนุญาตนี่ครับ”         
“ชาร์ล อีกแล้วเหรอ  นี่เขาทำอย่างนี้ทำไม?”         
“รู้สึกว่าคุณชาล์ลจะสนใจแหล่งน้ำมันกับบ่อนคาสิโนที่กำลังจะเปิดตัวของตระกูลแฮมิลตันครับ  เห็นว่าหุ้นเปิดให้จองเฉพาะบุคคลภายในเท่านั้น”         
“ขอบใจมากสมิท  ไปพักได้แล้ว”         
“ครับท่าน”
แอนนารอจนคนขับรถชราออกไปจากห้อง จึงหันมาหา‘เพื่อนสนิท’ ของราเชล
“นี่มันมากไปแล้วนะครับคุณย่า”
“ฉันรู้...ขอบใจนะที่มาบอก”
“อย่าให้ราเชลรู้นะครับว่าผมบอกคุณย่า”
“แน่นอน  เธอกลับไปก่อนเถอะ  ราเชลกลับมาฉันจะจัดการเอง”
“ครับ”
“อ้อ! แล้วก็ปิดปากให้สนิทล่ะ  อย่าให้ใครรู้เรื่องนี้เด็ดขาด”
“ไม่ต้องห่วงครับ  ยังไงราเชลก็เพื่อนผม ผมไม่ยอมให้เขาเสียชื่อแน่ครับ”
“ขอบใจมาก”
      ..................................

ออฟไลน์ tianqin

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-1
...
สายลมปะทะใบหน้าจนแสบ  แต่ราเชลก็สนุกอย่างบอกไม่ถูก 
ริชขับพาลัดเลาะไปตามถนนเลียบหาด  ตาคมเหลือบมองแก้มเนียนที่แดงปลั่งด้วยไอแดดลมยิ้มๆ ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยความตื่นเต้นและสนุกสนาน ริชพารถสปอร์ตคันงามไปจอดยังจุดชมวิวบนแหลม  ชายหาดเบื้องล่างโล่งไกลสุดลูกตา ลมที่หอบเอาไอทะเลขึ้นมาเย็นฉ่ำ  อาทิตย์ดวงโตกำลังจะลับขอบฟ้า  สาดแสงสีแดงอมส้มทำให้ทุกสรรพสิ่งกลายเป็นสีทองงดงาม  รวมถึงแก้มเนียนใสที่เปล่งปลั่งชวนสัมผัสอยู่ไม่วาย  ริชผุดลุกขึ้นยืนเคียงร่างเล็ก         
“วู้!” ริชตะโกนก้อง หันกลับมาทำหน้าเชิญชวน  ราเชลทำตาโตลังเลอยู่ครู่เดียวก็หันไปตะโกนตามบ้าง         
“วู้!…วู้ๆๆๆๆ”  ราเชลหัวเราะเสียงใสเงยขึ้นมองริชด้วยดวงตาอ่อนเชื่อม 
ริชใจสั่นหวิวมือร้อนโอบประคองหน้านวลก้มลงจุมพิตแผ่วอย่างลืมตัว  ร่างบางสั่นสะท้าน แต่ก็ยอมให้ลิ้นร้อนรุกไล่ในปากนุ่มอย่างเต็มใจ  ริชเน้นจูบเร่าร้อน  รวบร่างเล็กเข้าหาอ้อมแขน พึงพอใจที่ราเชลไม่ต่อต้าน  ฝ่ามืออุ่นสอดเข้าไปในชายเสื้อกันหนาวตัวโคร่ง  ร่างบางผวาเมื่อมือร้อนโลมลูบผ่านยอดทรวงจนตึงเขม็ง  ริชเน้นมือหนักขึ้นจนร่างบางสั่นระริก  นิ้วยาวเลื่อนลงไปปลดเข็มขัดเส้นเล็กออกแล้วรูดซิปลงอย่างรวดเร็ว  ทันทีที่ฝ่ามือร้อนลูบผ่านเนื้อผ้า ราเชลก็สะดุ้งทั้งตัว  เสียงอุทานอู้อี้อยู่ในปากแล้วถูกกลืนหายเข้าไปในปากร้อน   ริชเลื่อนกางกางเนื้อนิ่มลงแต่ติดที่มือนุ่มยึดมือเขาไว้แน่น         
“อย่าครับ…”         
“ทำไม?”         
“ตรงนี้มัน…เอ่อ…”ราเชลอึกอักหน้าแดงก่ำ  ถึงจะใกล้ค่ำแล้ว แต่รถเปิดประทุนโล่งทั้งคันอย่างนี้เสี่ยงต่อการที่จะมีคนผ่านมาเห็น ริชอมยิ้มเหนี่ยวร่างเล็กให้นั่งลงบนตัก  ราเชลหลับตาพริ้มเมื่อปากร้อนแนบจูบเร่าร้อน  ลมหายใจเหมือนถูกกลืนหายไปในจูบหวานๆ  ริชเหนี่ยวเอวบางให้ยกสูบงขึ้นแล้วรูดกางเกงลงอย่างรวดเร็ว  ดวงตาโตเบิกกว้างแต่จูบร้อนๆก็ทำให้อาการขัดขืนอ่อนลงเรื่อยๆ  ริชประคองสะโพกตึงนุ่มเปล่าเปลือยให้เลื่อนไถลไปมาบนตัก  ผิวตึงๆนุ่มนวลจนอยากขยำขยี้ให้สะสาแก่ใจ           
“ราเชล…คุกเข่าสิ…” ริชกระซิบเบาๆที่หูนิ่ม  ราเชลหน้าแดงซ่านพยายามขืนตัวลงจากตัก แต่ริชรั้งร่างบางให้คุกเข่าขึ้นจนได้  หน้าท้องเนียนยกขึ้นเสียดสีกับอกกว้าง  ราเชลเกาะไหล่หนาแน่น ใบหน้าแดงก่ำเบือนหนีไปทางอื่นไม่อาจสบตาคมวาวได้
 ริชก้มลงลากลิ้นไปตามสะดือบุ๋ม  เลื่อนลงไปหาหน้าท้องแบนราบ  ร่างเล็กสั่นเทาเมื่อปากร้อนครอบครองแก่นกายนุ่มไว้และดูดกลืนนุ่มนวล  ต้นขาเปลือยสั่นระริก  หน้าท้องเกร็งจนปวดเมื่อจังหวะดูดกลืนหนักและเร็วขึ้นเรื่อยๆ       
“ริช…อือ…ริช…ไม่…ไม่ไหว…อ๊าา” ราเชลร้องเสียงหลง  ร่างกายแอ่นเกร็งปลดปล่อยหยาดร้อนออกมาจนหมด  ริชคายหยาดฉ่ำร้อนใส่มือแล้วส่งไปชโลมช่องทางแคบด้านหลัง ปากก็ดูดทึ้งยอดอกสีสดแรงๆ  ราเชลหอบฮัก กอดรัดศีรษะที่กำลังซุกไซ้ทรวงอกแน่น ปากอิ่มสั่นระริกทุกครั้งที่นิ้วยาวสอดลึกเข้าออก  ทั้งที่เจ็บแต่ก็ปนกับความเสียวซ่าน ริชดึงสะโพกกลมลงบนตักให้เสียดสีกับความร้อนผ่าวเบื้องล่าง  ดวงตาหรี่ปรือด้วยความอ่อนเพลียเบิกกว้าง           
“ริช…อย่า…เพิ่ง…อือ…”ปากอิ่มเม้มแน่นเมื่อความร้อนผ่าวชำแรกลึกเข้าไปภายใน  หยาดรักที่ริชชะโลมไว้ช่วยให้ความกำยำแทรกลึกไม่ติดขัด  ราเชลซบหน้ากับอกหนา  ร่างกายเปิดรับความร้อนที่แทรกลึกเข้ามาจนหมด    เสียงครางแผ่วค่อยๆดังขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อริชขยับยกร่างบางให้เคลื่อนไหวขึ้นลงเสียงครางเรียกชื่อเขาก็ดังไม่หยุด  ราเชลหลับตาแน่น  รับสัมผัสร้อนที่ชำแรกลึกด้วยความเต็มใจ  ทั้งเจ็บทั้งเสียวซ่านจนแทบแยกไม่ออกว่ารู้สึกอย่างไหนมากกว่ากัน  ริชบีบเคล้นสะโพกกลมหนักๆ เรียกเสียงครางให้ดังยิ่งขึ้น  ดวงตาคมปลาบไล้ผ่านจากใบหน้าแดงซ่านที่เหยเกด้วยความทรมานระเรื่อยลงมาถึงทรวงอกตึงเขม็งแดงก่ำ หน้าท้องแบนราบที่เกร็งขยับตามจังหวะที่เขานำพา กับแก่นกายนุ่มที่ฉ่ำเยิ้มเมื่อความปรารถนา ถูกเคี่ยวจนข้น  เล็บสั้นๆจิกเกร็งที่ไหล่เขาจนแสบ  ร่างบางสั่นพลิ้วร่อนไปตามลีลาที่เขาชักนำสั่นเทิ้มเมื่อไปถึงฝั่งฝัน         
“ริช” ราเชลหวีดเรียกเขาระงม  ช่องทางลึกร้อนแสนหวานดูดรัดจนเขาทนไม่ไหวเช่นกัน  ริชกระชากสะโพกกลมลงมาหารุนแรงถี่รัวไม่สนใจหยาดอุ่นๆที่กระเซ็นกระส่ายเลอะเทอะหน้าท้องและอก  ทรวงอกบางสะท้อนลมหายใจหอบกระเส่า แต่ก็ยังถูกขยับยกขึ้นลงจนสะเทือนทั้งตัว แสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์จับยอดอกเปียกชุ่มเป็นประกาย ฟันคมขบเม้มและดูดดึงอย่างเมามัน  แรงบีบรัดรอบกายเขาหนักและเร็ว ความเสียวกระสันแผ่ซ่านจากหน้าท้องกระจายไปทั่วร่าง  ริชขยับลึกเข้าไปในความร้อนอีกเมื่อเส้นลวดตึงเขม็งในกายเขาขาดออก  ความรู้สึกวูบลึกราวกับตกจากที่สูง  ริชปล่อยให้ความร้อนในกายทะลักผ่านความร้อนที่บีบรัดเขาเข้าไปจนหมดสิ้นทุกหยาดหยด  พร้อมๆกับที่ร่างเล็กก็ผวาเข้ามาซุกกับอกเขาแน่น         
กลิ่นแป้งผสมผสานกับกลิ่นเหงื่อหอมยวนใจ เสียงหัวใจของเขากับคนในอ้อมแขนดังประสานกันระรัว  ริชก้มลงซุกไซ้แก้มนวล สัมผัสได้ถึงหยาดน้ำตาร้อนๆที่รินอาบแก้ม         
“เป็นอะไร…เจ็บมากเหรอ?”         
“…เปล่าครับ…”         
“แล้วเป็นอะไร?”
ราเชลหน้าแดงก่ำไม่กล้าบอกว่าที่ร้องไห้เพราะความสุขสมที่เอ่อท้นจนทนไม่ไหว           
“หรือว่า…ฉันเก่งจนเธอทนไม่ไหว” ริชกระซิบเสียงเจ้าเล่ห์  ราเชลหน้าแดงยิ่งกว่าเดิม เด็กหนุ่มเบือนหน้าไปทางอื่นไม่อาจสบตาวาวระยับได้  ริชมองปฏิกิริยานั้นอย่างแปลกใจ เขาคิดว่าราเชลจะปฏิเสธแต่เมื่อหนุ่มน้อยเอาแต่เอียงอายก็สร้างความภาคภูมิให้เขาจนล้นปรี่  ราเชลดิ้นลงจากตักอุ่นระอุ  หยาดรักร้อนไหลออกจาก หลืบแคบ  จนเลอะเทอะไปหมด  ริชถอดเสื้อยืดออกมาเช็ดหน้าท้องเนียนให้แผ่วเบา           
“อย่าครับ…เสื้อคุณสกปรกหมดแล้ว”         
“ไม่เห็นเป็นไรแค่เสื้อตัวเดียว…ฉันไม่อยากให้เธออึดอัดเหนียวตัวนะ  สวมเสื้อซะก่อนดีกว่า” ริชหันไปหยิบกันหนาวตัวโคร่งที่เบาะหลังมาส่งให้  ราเชลรับมาสวมแต่ยังมองริชอย่างกังวล       
“มีอะไรหรือเปล่า?”         
“แล้วคุณละครับ ไม่มีเสื้อใส่ไม่ใช่เหรอ?”         
“ห่วงฉันเหรอเด็กดี…หืม…ฉันไม่เป็นไรหรอกแค่นี้เอง...เธอต่างหากต้องสวมเสื้อผ้าให้อุ่นๆไว้ เดี๋ยวจะไม่สบายนะ”
ริชกระซิบแล้วจูบแก้มนวลเบาๆอย่างอดไม่อยู่  ราเชลน้ำตาคลอด้วยความซาบซึ้ง ไม่เคยมีใครห่วงใยใส่ใจกับสิ่งเล็กๆน้อยๆในชีวิตเขาสักครั้ง แต่ริชกลับทำให้เขาปลื้มไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง 
ความยาวของเสื้อปิดลงมาถึงต้นขาอ่อนและมักจะเลิกสูงขึ้นทุกครั้งที่
ราเชลชะโงกไปตามซอกต่างๆของรถเพื่อหากางเกงชั้นใน  ริชอมยิ้มเมื่อเหลือบไปเห็นว่ามันตกอยู่ข้างเท้าเขานี่เอง  ชายหนุ่มหยิบมาใส่กระเป๋ากางเกงแล้วทำไม่รู้ไม่ชี้  ราเชลยังก้มมองหาง่วนไม่รู้ตัวว่าสภาพของตนเองกำลังทำให้ริชร้อนขึ้นทุกที  ริชละมือหนึ่งจากพวงมาลัยมาลูบไล้ต้นขาขาวและลูบสูงขึ้นเรื่อยๆแต่ราเชลคว้ามือร้อนไว้แน่น         
“อย่าครับ…อันตรายนะครับขับรถอยู่”         
“ไม่เอาน่า…ฉันควบคุมรถได้น่า” มือร้อนขืนขึ้นลูบต้นขาและซุกซนไปทั่ว 
ราเชลรีบดึงออกด้วยกลัวว่าตัวเองจะเป็นฝ่ายทนไม่ไหวเสียเอง         
“อย่าครับ…ผมขอร้องนะครับ” ริชเหลือบมองหน้าแดงซ่านกับดวงตาเว้าวอนก็ใจอ่อน...ยอมละมือจากตักนุ่มอย่างเสียดาย  ราเชลตัดใจสวมแต่กางเกงตัวนอกแล้วเบียดตัวเข้ามาซบไหล่เขาอย่างประจบ  ริชอมยิ้มตั้งใจขับรถเพื่อพาคนรักไปยังบ้านพักที่เช่าไว้
      .................................

ร่างบางเดินเช็ดผมออกจากห้องน้ำช้าๆ ดวงตาจับอยู่ที่ร่างสูงใหญ่ที่นอนคว่ำอยู่บนเตียงอย่างแสนรัก  3วันแล้วที่ริชพามาพักที่นี่  บ้านพักตากอากาศหนึ่งในสมบัติส่วนตัวของริช หาดทรายขาวสะอาด น้ำทะเลสีเข้มสวย มีบ้านไม่กี่หลังแต่ละหลังก็อยู่ห่างและมีอาณาบริเวณของตัวเอง  จึงไม่มีใครเข้ามารบกวนยามลงเล่นน้ำ     ราเชลกัดปากเขินๆเมื่อนึกถึงยามลงเล่นน้ำด้วยร่างเปลือยเปล่า  หากไม่เพราะริชบังคับเขาคงไม่มีวันกล้าทำเช่นนั้น   
หลังจากเล่นน้ำจนเหนื่อยริชก็จะมีอาหารทะเลหน้าตาแปลกๆมาให้เขาลิ้มลอง สัตว์หน้าตาประหลาดที่ดูยังไงก็ไม่น่าจะเป็นอาหารได้แต่รสชาติดีเสียจนติดใจ และแน่นอนว่าสิ่งที่ริชเรียกร้องตอบแทนบริการที่แสนเยี่ยมนี้ก็คือเซ็กส์เร่าร้อนที่เขาไม่อาจปฏิเสธ  ราเชลต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมอยู่ตลอดเวลา เพราะไม่รู้ว่าริชจะต้องการขึ้นมาตอนไหน  เพราะทุกที่สำหรับริชสามารถเป็นวิมานรักได้ทั้งนั้น  จนบางครั้งราเชลก็อดฉงนไม่ได้ว่าริชเอาเรียวแรงมหาศาลแบบนั้นมาจากไหน
เสียงพลิกตัวหนักๆทำให้ราเชลตื่นจากภวังค์  ดวงตาหวานระยับจ้องเขม็งจนหนุ่มน้อยเขิน  ริชตบที่นอนข้างตัวเบาๆ ร่างบางเดินไปทรุดนั่งตามคำชวน  ศีรษะยุ่งๆเลื่อนตัวขึ้นหนุนตักนุ่มอย่างสบายอารมณ์  ราเชลจ้องมองใบหน้าคมคายบนตักอย่างแสนรัก  อดไม่ได้ที่จะลูบผมหยักหนาบนตักเบาๆ  ริชหลับตาพริ้มแต่มือที่คล้องอยู่รอบเอวบางกลับสอดเข้าไปในรอยทบของเสื้อคลุม  ราเชลรีบยึดไว้ก่อนที่เลยเถิดไปกว่านั้น         
“อย่าครับ…วันนี้สัญญาว่าจะพาผมไปหัดขับเรือไม่ใช่เหรอ?”         
“น่า…แค่นิดเดียวเอง…นะ” ริชตวัดร่างเล็กล้มลงบนที่นอนแล้วขึ้นทาบทับอย่างรวดเร็วโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันขัดขืน เสียงห้ามปรามกลายเป็นเสียงครางกระเส่าเมื่อปากร้อนครอบครองแก่นกายนุ่มไว้  ไม่นานสะโพกกลมก็ยกลอยและเกร็งค้าง หยาดรักร้อนถูกดื่มกลืนไปจนหมด  ริชเลื่อนตัวขึ้นจูบปากนุ่มดูดดื่มแล้วจึงยอมปล่อยร่างเล็กเป็นอิสระ         
“…ริช…ไม่…เอ่อ…” ราเชลถามตะกุกตะกัก  ริชจ้องหน้านวลด้วยดวงตาพราวระยับอย่างล้อเลียน         
“ก็อยากทำอยู่หรอก  แต่เมื่อคืนฉันทำให้เธอเจ็บมากไม่ใช่เหรอ?”
แก้มนวลแดงก่ำขึ้นมาทันที  จริงอยู่ว่ายังเจ็บอยู่มากแต่หากริชต้องการ
ราเชลก็ไม่คิดว่าเขาจะขัดขืนได้  ริชจูบปากอิ่มหนักๆเพื่อระบายความอัดอั้น ก่อนจะผุดลุกขึ้น         
“ไม่ต้องห่วงหรอก…ฉันเข้าห้องน้ำเอาก็ได้” ริชปลอบยิ้มๆ 
ราเชลขัดเขินกับสิ่งที่ได้ยิน  ความเอื้ออาทรของคนรักจับใจเสียจนน้ำตาคลอ  ความรู้สึกเงียบเหงาโดดเดียวที่เกาะกินจิตใจมาชั่วชีวิตสลายไปเมื่อมีริช
‘ความรักเป็นอย่างนี้เอง’ ราเชลถอนใจยาวอย่างแสนสุข  หนุ่มน้อยแน่ใจว่านับจากนี้ชีวิตเขาจะมีแต่ความสุขตลอดไป
      ..................................

แอนนาเม้มปากแน่นเมื่อได้เห็นหลานชายเดินเคลียคลอมากับริช   แม้จะแค่โอบไหล่กันแต่ในความรู้สึกของนางมันช่างน่าทุเรศและอัปยศที่สุด 
รอยยิ้มกระจ่างสลายวับเมื่อราเชลเห็นคนที่นั่งรออยู่       
“คุณย่า!”         
“กลับบ้านได้แล้วราเชล”         
“เอ่อ…คุณย่ามานานแล้วเหรอครับ?”       
“ย่าสั่งให้กลับบ้านไม่ใช่หน้าที่ที่เธอจะมาถามโน้นถามนี่”   
ท่าทางเกรี้ยวกราดของคุณย่าทำให้ราเชลได้ยืนตะลึงอย่างตกใจ  ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่เขาไม่อยู่     
“แต่คุณเวลบอร์นอนุญาตให้ราเชลพักผ่อนที่นี่อีก2-3วันนะครับ”
แอนนายิ้มหยันมองริชด้วยสายตาเหยียดหยามตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า  จนคนถูกมองร้อนวูบทั้งตัวด้วยความโกรธ       
“ฉันแน่ใจว่านี่เป็นเรื่องในครอบครัว  เธอไม่ควรก้าวก่าย”         
“ราเชลก็เป็นคนในครอบครัวผมเหมือนกัน” ริชสวนกลับอย่างไม่ยอมแพ้  นี่มันบ้านเขา  ยัยแก่นี่มีสิทธิ์อะไรมาทำกิริยาแบบนี้ใส่       
“งั้นเหรอ…แต่ฉันแน่ใจว่าไม่ใช่  กลับบ้านราเชล”         
“…ครับ...” ราเชลรับปากด้วยไม่อยากให้คนรักกับย่าขัดแย้งกัน  หนุ่มน้อยเหลือบมองหน้าริชด้วยสายตาวิงวอน...ขอโทษ  ทำให้ริชต้องข่มความโกรธไว้ไม่วิ่งเข้าไปกระชากราเชลกลับมาอย่างที่คิดจะทำแต่แรก
      ..................................

“เธอทำให้ฉันผิดหวังมากราเชล!”   
แอนนาเปิดฉากกราดเกรี้ยวเข้าใส่ทันทีที่ประตูห้องสมุดปิดลง  นางทนจนแทบทนไม่ได้กว่าจะกลับถึงบ้าน  ความรู้สึกผิดหวัง ชิงชัง และโกรธแค้นประดังกันขึ้นมาจนเนื้อตัวร้อนวูบราวกับอยู่กลางกองไฟ     
“ขอโทษครับที่ผมไปเที่ยวโดยไม่ได้บอกคุณย่า”
ราเชลขอโทษทั้งๆที่ไม่รู้สึกว่าทำอะไรผิด  ก็คุณพ่ออนุญาตเขาแล้วทำไมคุณย่าถึงต้องโกรธขนาดนี้         
“นอกจากเรื่องนี้แล้วเธอยังมีเรื่องอื่นที่ไม่ได้บอกฉันอีกไหม?”  แอนนาถามเสียงเย็นเยียบ หญิงชราเชิดหน้าขึ้นสูงเพื่อสะกดอารมณ์เอาไว้         
“ไม่มีครับ”         
“แน่ใจเหรอราเชล”         
“ครับ”         
“แล้วความสัมพันธ์ของเธอกับแฮมิลตันละ”         
“เราเป็นเพื่อนกันครับ” ราเชลยังตอบคล่องทั้งๆที่ใจหายวูบเมื่อสังเกตเห็นแววตารู้ทันของคุณย่า       
“เธอคิดว่าฉันโง่นักเหรอราเชล!  ที่ฉันไม่เคยถามเธอเพราะฉันมั่นใจว่าเธอควรรู้ว่าจะวางตัวแบบไหนยังไง  ฉันปล่อยให้เธอไปไหนมาไหนกับแฮมิลตันก็เพราะเห็นว่าเธอโตพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว  แต่ไม่คิดว่าเธอจะวิปริตผิดเพศไปได้ขนาดนั้น!”         
“คุณย่า!”  ราเชลหน้าขาวซีดราวกับไม่มีเลือดอยู่ในร่างกาย  หัวใจหล่นวูบไปกองอยู่ที่ตาตุ่ม       
“ตกใจเหรอที่ฉันรู้  ฉันไม่นึกเลยว่าตระกูลของฉันจะมีเรื่องบัดสีน่าทุเรศแบบนี้”   
คำเสียดสีรุนแรงเกรี้ยวกราดทำราเชลสะท้านทั้งตัวด้วยความเสียใจ  ไม่เคยสักครั้งที่คุณย่าจะดุด่ารุนแรงอย่างนี้  แม้จะเย็นชาไปบ้างแต่ราเชลก็ไม่คิดว่าจะได้เห็นสายตารังเกียจเดียดฉันท์ราวกับเขาเป็นตัวเชื้อโรค
“คุณย่าครับ...เรารักกันนะครับ”       
“รักเหรอ  เธอเรียกสิ่งทุเรศวิปริตนั่นว่าความรักงั้นเหรอ  แต่คนโง่ๆอย่างเธอคงจะรักเขาจริงๆสินะ  แล้วเธอรู้ได้ยังไงว่าแฮมิลตันรักเธอ?”         
“ริชรักผม  เขาบอกผมว่าเขารักผมมาก เขาพาผมไปแนะนำกับครอบครัวเขาแล้วด้วย”         
“แล้วแนะนำในฐานะอะไรล่ะ  คนรักหรือเพื่อนสนิท….ฮึ ถ้าฉันทายไม่ผิดเขาต้องบอกครอบครัวเขาว่าเธอเป็นเพื่อนสนิทสินะ  เนี่ยเหรอที่ทำให้เธอมั่นใจว่าเขารักเธอ”         
“ผมมั่นใจ…ริชรักผมจริงๆครับ”         
“แต่ฉันก็มั่นใจว่าเขาแค่เล่นสนุกกับเธอชั่วคราว  อีกไม่นานเขาก็จะเจอคนใหม่แล้วเขาก็จะทิ้งเธอเหมือนเศษขยะ”       
“…ไม่จริง!…เขารักผม…เรารักกันครับ”     
แอนนาตาลุกวาบด้วยความโกรธ  นี่เป็นครั้งแรกที่ราเชลกล้าขึ้นเสียงกับนาง  ความโกรธทำให้คำพูดที่หลุดจากปากหญิงชราล้วนแต่เหยียดหยามดูแคลนโดยไม่สนใจว่าคนฟังจะเจ็บปวดแค่ไหน   
“อย่ามาคร่ำครวญร้องไห้เหมือนผู้หญิงนะ  มันน่าทุเรศ  แค่เรื่องวิปริตผิดเพศของเธอก็ทำให้ฉันอับอายจนไม่กล้ามองหน้าใครแล้ว  ต่อไปนี้ห้ามเธอติดต่อกับแฮมิลตันอีกเป็นอันขาด”         
“คุณย่า…ทำไมครับ?”         
“เพราะฉันไม่อยากให้คนทั้งเมืองเขารู้นะสิว่าลูกหลานตระกูลเวลบอร์นวิปริตผิดเพศ”         
“ไม่นะครับ”         
“เธอกล้าขัดคำสั่งฉันก็ลองดู”         
“คุณย่าครับ…คุณย่า ได้โปรดเถอะครับ  คุณย่า”
เสียงสะอื้นของราเชลไม่ได้ทำให้แอนนาลดความโกรธลงได้เลย  นางเดินลิ่วไปจากห้องนั้นด้วยความโกรธแค้น  ในสมองคิดเพียงหาวิธีแยกราเชลออกจากริชเพื่อไม่ให้ชื่อเสียงของตระกูลต้องมัวหมอง เพราะเรื่องวิปริตผิดเพศของหลานชายคนเดียวอีกต่อไป
      ..................................

ขอบคุณที่ติดตามนะคะ เอาใจช่วยราเชลนะคะ
:pig4:

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
ในที่สุด แนวเรื่องแบบเข้มข้นที่รอคอยก็มาถึง  คาดหวังกับเรื่องนี้ไว้สูงมาก ต้องสนุก และบีบหัวใจแน่  :z10: :z10:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด