ถนนสายหัวใจ บทประพันธ์ โดย "ใบปอ"
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ถนนสายหัวใจ บทประพันธ์ โดย "ใบปอ"  (อ่าน 104640 ครั้ง)

ออฟไลน์ dahlia

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +695/-4
อ้างถึง
“แต่ฉันก็มั่นใจว่าเขาแค่เล่นสนุกกับเธอชั่วคราว  อีกไม่นานเขาก็จะเจอคนใหม่แล้วเขาก็จะทิ้งเธอเหมือนเศษขยะ”

คงไม่ใช่แบบที่คุณย่าพูดนะ ไม่ค่อยไว้ใจ เจ้าริช เลย  :z3:

น่าสงสารราเชล คนที่มาบอกคุณย่า คือ ลอร์รี่ หรือเปล่า.....หรือเพื่อนอีกคนที่เป็นนักมวย  :m26:

ออฟไลน์ M@nfaNG

  • ชีวิตคือการตรวจสอบ...
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4453
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +847/-18
 :m25: แล้วคุณย่าขัดขวางทางรักแบบนี้ จะทำไงดีล่ะทีนี้
ไม่ทันสมัยเลยท่านย่า

ออฟไลน์ tianqin

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-1
:L1:
คุณTHIP: เรื่องราวจะเริ่มเข้มขึ้นเรื่อยๆคะ ตามต่อนะคะ
 คุณdahlia : เดากันต่อไปนะ
คุณM@nfaNG : คุณย่านี่ไม่มีใจเป็นสาวYเลย
ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์นะคะ

มาตามต่อกันเลยคะ.

..........

“ย้ายโรงเรียน?”
“ใช่ ฉันจะให้ราเชลย้ายไปเรียนที่อังกฤษ”
“ทำไมละครับคุณแม่  หรือว่ามันก่อเรื่องอะไรจนโดนไล่ออก?”
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก  แม่คิดว่าราเชลถนัดทางด้านศิลปะ  ที่โน้นมีมหาวิทยาลัยดีๆมาก แล้วก็เป็นระเบียบเรียบร้อย  น่าจะเหมาะกับราเชล”
“ผมไม่เห็นด้วย”
“ชาล์ล”
“คุณแม่ก็รู้ว่าการไปเรียนมหาวิทยาลัยดีๆค่าใช้จ่ายสูงแค่ไหน  ตอนนี้ผมกำลังรวบรวมเงินทุนเพื่อทำธุรกิจ  จะต้องมาชะงักเพราะเรื่องส่งราเชลไปเรียนไม่ได้เด็ดขาด”
“แต่ราเชลเพิ่งเกรด 9 เท่านั้นนะ  ค่าใช้จ่ายจะเท่าไหร่กันเชียว”
“คุณแม่พูดเองนะว่าแค่เกรด9 จะรีบร้อนไปเรียนอังกฤษทำไม  ผมว่าให้เรียนที่เดิมไปก่อนจนกว่าจะจบเกรด13แล้วค่อยมาว่ากัน”
“แต่ว่าชาล์ล ...ชาล์ล...นี่!แกจะทำไม่รู้ไม่ชี้อย่างนี้ไม่ได้นะ...ชาล์ลนี่เรื่องของลูกแกนะ”
ชาล์ลหันขวับราวกับงูถูกตีขนดหาง  สีหน้าเบื่อระอาเมื่อครู่กลายเป็นเกรียวกราดฉับพลัน
“ อย่าพูดคำนั้นอีกนะครับ...คุณแม่ก็รู้ว่ามันไม่ใช่” ชาล์ลเดินลิ่วออกไปและปิดประตูกระแทกกลับมาเต็มแรง
แอนนาได้แต่ส่ายหน้าและถอนใจยาวอย่างหงุดหงิด  ความหวังที่จะส่ง
ราเชลไปให้พ้นจากริชเป็นอันพับไป  แต่เธอจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด  ไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องหาทางแยกราเชลออกจากริชให้ได้  ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหนก็ตาม
      ..................................

สมิทเดินนำร่างเล็กบางเข้าไปในห้องสมุด  หลังจากเคาะประตูเพียงครั้งเดียวประตูก็เปิดรับโดยสาวใช้ประจำตัวของท่านผู้หญิง
“เชิญค่ะ  ท่านรอคุณอยู่แล้ว”
สมิทมองตามร่างที่ผลุบหายเข้าไปในห้อง  เขารู้สึกได้ถึงความผิดปกติ  ตั้งแต่กลับมาจากบ้านแฮมิลตันคุณหนูของเขาก็ไม่ได้ไปโรงเรียนอีกเลย  วันนี้เขาถูกสั่งให้ไปรับเพื่อนคุณหนูมาอีก  แปลว่าต้องมีเรื่องอะไรสักอย่างกับคุณหนู  ถึงจะไม่รู้ว่าเรื่องอะไรแต่เขาต้องหาทางช่วยคุณหนูให้ได้  และคนที่เขาคิดว่าควรจะช่วยคุณหนูของเขาได้ก็คือ คุณแฮมิลตัน!
      ..................................

เจฟฟรี่นิ่วหน้าแต่ก็ยอมให้สมิทเข้าไปพบริช  แต่กระนั้นเขาก็ยังให้คนคอยประกบตัวชายชราไว้  ไม่ว่าจะหนุ่มหรือแก่ หรือแม้แต่ผู้หญิงก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นคนของศัตรูได้ทั้งนั้น
สมิทผุดลุกผุดนั่งอย่างกระวนกระวาย  พอเห็นหน้าริชเขาก็รีบละล่ำละลักขึ้นมาก่อนที่จะมีใครถาม
“ผมว่าคุณราเชลกำลังเดือดร้อน”
“เกิดอะไรขึ้น  ราเชลไม่ได้ไปโรงเรียนอีกเลยตั้งแต่วันนั้น”
“ครับ...คือคุณท่านขังคุณราเชลไว้  แล้วเธอก็เรียกเพื่อนคุณราเชลมาเมื่อเช้า”
“ใคร?”
“ลูกชายบ้านมอร์เล่ย์  ลอว์ลี่ มอร์เล่ย์”
“เขาถูกเรียกไปทำไม?”
“ผมไม่รู้  แต่ตอนที่คุณกับคุณราเชลไปเที่ยวด้วยกัน  เขาไปหาคุณท่าน  ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรกับคุณท่านก็ตาม  มันทำให้คุณท่านโกรธคุณราเชลมาก”
“อย่างนี้นี่เอง  ขอบใจมากสมิทที่มาบอก”
“ผมแค่ไม่อยากเห็นคุณหนูเป็นทุกข์  ผมไม่ค่อยได้เห็นคุณหนูยิ้มบ่อยนัก  แต่พอพบกับคุณ  คุณหนูก็หัวเราะ  ผมไม่อยากให้คุณหนูกลับไปเศร้าเหมือนเดิมอีก”
“ฉันจะทำให้ราเชลมีความสุขทุกวัน”
“ผมถือว่านี่เป็นคำสัญญา  ผมขอตัวกลับก่อน...ถ้ามีอะไรคืบหน้าผมจะมาบอก”
“ขอบใจอีกครั้งสมิท”
“ผมทำเพื่อคุณราเชล”  ชายชราคว้าหมวกมาสวมแล้วออกไปจากบ้าน
ริชมองยอดไม้นิ่ง  ตาคมกริบเป็นประกายเจ้าเล่ห์และอาฆาต 
      ..................................

สัมผัสร้อนผ่าวข้างแก้มทำให้ราเชลผวาสุดตัว  แต่แสงจากโคมไฟ-
หัวเตียงส่องใบหน้าผู้บุกรุกชัดเจนจนเสียงที่เกือบกรีดร้องชะงักค้าง         
“ริช…อื้อ…” ราเชลพูดไม่ออกอีกต่อไป  เมื่อปากร้อนแนบประกบลงมาอย่างรวดเร็ว  ทั้งๆที่กำลังตื่นเต้นยินดีที่ริชลอบเข้ามาหา  แต่จูบของริชแตกต่างกว่าทุกครั้ง  ราเชลสัมผัสได้ถึงอาการสั่นสะท้านของคนที่กอดเขาอยู่         
“ริชเกิดอะไรขึ้น  คุณเป็นอะไรไป?”       
“ราเชล…ไปกับฉันนะ  ฉันต้องการเธอไปกับฉัน” ริชช้อนร่างน้อยขึ้นอย่างรวดเร็ว  ราเชลสะดุ้งสุดตัวแต่ยังไม่ทันทำอะไรก็ถูกเหวี่ยงขึ้นบ่า  หนุ่มน้อยหลับตาปี๋เมื่อริชปีนออกจากหน้าต่างแล้วโดดลงมา  ความคิดของราเชลคือเขาและริชต้องตายแน่  แต่การที่ตกลงมาไม่เร็วนักทำให้ต้องแอบมองเป็นจังหวะที่ทั้งคู่ถึงพื้นพอดี   ข้างล่างมีคนอีกสองคนในชุดดำยืนรออยู่แล้ว ริชส่งเชือกที่ใช้โหนลงมาให้อีกคน
“ไปเลยครับผมทางนี้พวกผมจัดการเอง”         
“ขอบใจ”
ริชพาเขาออกวิ่งทั้งที่ยังแบกอยู่บนบ่า  ราเชลได้แต่งุนงงไม่เข้าใจว่าริชทำอย่างนี้ทำไม         
“ริช…” ริชวางร่างน้อยลงบนเบาะรถก่อนจะอ้อมไปด้านคนขับแล้วออกรถไปอย่างรวดเร็ว
ราเชลเหลือบมองริชเป็นระยะพยายามนึกหาเหตุผลที่ริชลักพาตัวเขามา 
แต่ไม่กล้าถามเพราะสีหน้าเครียดขมึงของริช  ท่าทางของริชน่ากลัวมาก แต่สิ่งที่
ราเชลสัมผัสได้นอกจากความตึงเครียดคือความเศร้าโศกและเจ็บปวดสิ่งนี้ต่างหากที่ทำให้ราเชลอดทนรอให้ริชเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน
แสงไฟจากหน้ารถส่องให้เห็นบ้านหลังหนึ่ง ริชดับเครื่องและเปิดประตูออกไป  เสียงที่ลอดเข้ามาทำให้ราเชลนิ่วหน้ายังไม่ทันขยับประตูด้านเขาก็เปิดออก  ริชชะโงกเข้ามาอุ้มเขาอย่างรวดเร็ว           
“ริช…ที่ไหน?”         
“เซฟเฮาส์ของฉันเอง”         
ริชอุ้มร่างน้อยเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว  ราเชลเหลียวมองไปรอบเมื่อถูกพาเข้าไปในห้อง  เตาผิงลุกเรืองให้ความอบอุ่นแก่ห้องนั่งเล่นเล็กๆ บรรยากาศที่อบอุ่นทำให้ ราเชลเผลอชื่นชมจนลืมริชไปชั่วขณะ จนกระทั่งอ้อมแขนร้อนโอบรัด         
“อ๊ะ…อย่าเพิ่งครับริช  คุยกับผมก่อน…เดี๋ยวครับ…อื้อ…” 
ราเชลดิ้นขลุกขลัก แต่จูบเร่งเร้าดูดดื่มก็ทำวาบหวามจนแทบลืมสติ  อ้อมแขนที่กอดรัดแน่นหนาและร้อนผ่าว  อกกว้างแน่นด้วยกล้ามเนื้อของริชทำให้ราเชลนึกฉงนได้เสมอ  รูปร่างของริชดูแตกต่างจากเขามากเหลือเกิน  ริชช้อนร่างบอบบางไปที่เตียงสี่เสากลางห้อง         
“ราเชลฉันต้องการเธอ...อยู่กับฉันนะอย่าทิ้งฉันไป”ริชกระซิบเสียงสั่นเบา         
“ริชครับเดี๋ยวก่อนริช  เกิดอะไรขึ้นคุณบอกผมหน่อยสิว่าคุณเป็นอะไรไป?” อ้อมแขนที่รัดแน่นดูเหมือนจะแน่นกว่าเดิมแต่ริชเลิกรุกรานแล้ว  เขาซบหน้ากับบ่าบอบบางแน่นแล้วน้ำตาที่กดกลั้นไว้ตลอดก็ไหลริน         
“ริช!ร้องไห้ทำไมครับ?”         
“ราเชล…กายตายแล้ว…กายตายแล้วราเชล”         
“อะไรนะครับ!”         
“กายจากฉันไปแล้วราเชล…เธออย่าหายไปอีกคนนะราเชล…อย่าทิ้งฉัน”         
“ริชครับเกิดอะไรขึ้น…คุณกายเป็นอะไรไป?”         
“กายขับรถตกเหว…รถยังเอาขึ้นมาไม่ได้เลย…”เสียงริชแผ่วลงทุกที         
“แล้วมีคนเจอ...เอ่อ...คุณกายไหมครับ?”
ริชขยับตัวลุกขึ้นนั่งลูบหน้าอย่างอ่อนระโหย  ราเชลบีบมือใหญ่อย่างปลอบประโลม         
“ไม่…ยังไม่รู้ เราเอารถขึ้นมาไม่ได้”         
“ถ้าอย่างนั้นคุณกายอาจไม่เป็นอะไรก็ได้นะครับ”         
“ไม่มีใครรอดจากคลื่นแรงขนาดนั้นได้หรอกราเชล”         
“แต่…”         
“รับปากฉันนะราเชล…อย่าไปไหน…อย่าตายไปอีกคนนะราเชล”
ริชคว้าไหล่บอบบางมั่นทั้งสองมือ  ราเชลยิ้มอ่อนโยน         
“ครับ…ผมจะอยู่กับคุณ”
ริชซบหน้ากับตักนุ่ม  ราเชลลูบผมหนาด้วยความรู้สึกประหลาด  ความรู้สึกที่ได้เป็นคนสำคัญเป็นที่พึ่งพาได้ ทำให้ราเชลทั้งเป็นสุขและเต็มตื้นที่ได้รู้ว่าริชเลือกมาหาเขายามทุกข์  เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนบนตักทำราเชลอดยิ้มไม่ได้  หนุ่มน้อยไล้ผมลื่นเพลิดเพลินจนผล็อยหลับไปอีกคน
ริชออกจากบ้านทุกเช้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึมแต่มั่นอกมั่นใจ  แต่เมื่อกลับมาตอนเย็นเขาเหมือนแก่ลงสักสิบปี  ใบหน้าหมองมันเยิ้ม  เสื้อผ้ายับย่นและคิ้วที่ขมวดแทบชิดกัน  ทันทีที่เห็นราเชลริชจะโผเข้ากอดรัด  และซุกซบอยู่กับอกบางเป็นเวลาหลายชั่วโมง  ไม่มีคำพูดใดๆแต่เหมือนพลังแห่งรักจะถ่ายทอดถึงกันได้  และราเชลคือสิ่งยึดเหนี่ยวที่ทำให้ริชผ่านคืนวันอันทรมานไปได้ไม่ยากนัก 
หลังจากวิ่งวุ่นเรื่องกายอยู่หลายวันทุกอย่างก็ยุติ  เมื่อตัดใจว่ากายตาย แทนที่ริชจะรู้สึกแย่กว่าเดิมเขากลับรู้สึกโล่ง  ดูเหมือนการรอคอยจะทรมานยิ่งกว่าการสูญเสีย เขาแน่ใจว่านั่นเป็นความรู้สึกของเขาและทุกคนยกเว้นเท็ด  พี่เลี้ยงและคนรักของกาย  ผู้ชายตัวโตที่แสนอ่อนโยนและรักกายยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก  แม้ทุกคนจะแน่ใจว่ากายตายแต่เท็ดไม่  ถึงเขาไม่พูดแต่ทุกคนก็เห็น  ในดวงตาของเท็ดที่จ้องมองทะเลยังคงเต็มเปี่ยมด้วยความหวังว่าคนรักยังคงมีชีวิตอยู่และจะกลับมาหาเขาในที่สุด
ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป   สิ่งแรกที่ริชได้เห็นคือวงหน้างามที่พร้อมจะต้อนรับเขาอย่างเข้าอกเข้าใจ  เซ็กส์เร่าร้อนหรืออ่อนหวานทุกค่ำคืนเป็นยาคลายเครียดและแหล่งพลังให้เขามีแรงลุกขึ้นไปจัดการเรื่องต่างๆ  มันกลายเป็นความเสพติดที่มึนเมาและโหยหาจนไม่อาจหยุดเสพได้ 
      ..................................

เสียงเพลงกระซิบแผ่วปลุกให้ราเชลตื่นขึ้นมาด้วยความรำคาญ  ห้องดูหมุนโคลงไปหมดจนต้องหลับตาลงไปใหม่  ลายเถาไอวี่ของวอล์เปเปอร์ที่เริ่มคุ้นตาทำให้ราเชลนึกออกว่าอยู่ที่ไหน  ร่างกายที่ล้ากลับอิ่มเอมด้วยความสุข  จนนึกเกียจคร้านแม้แต่ขยับตัว
เมื่อคืนเขาแทบไม่ได้นอน  บทรักเร่าร้อนและรุนแรงอย่างที่ไม่เคยสัมผัสชวนให้ตระหนก  แต่กลับทำให้พุ่งขึ้นถึงขีดสุดไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง     แขนเรียวเล็กพยายามจะยันตัวลุกขึ้นแต่อาการสั่นระริกของกล้ามเนื้อที่อ่อนล้าทำให้ต้องทรุดลงนอนใหม่  ความง่วงงุนจู่โจมอีกครั้ง  ราเชลเคลิ้มจะหลับแต่ที่นอนข้างตัวยุบลงไปพร้อมกับไออุ่นจากคนตัวโตก็ทำให้ต้องปรือตาขึ้นมอง
“เป็นไงบ้าง?”
“หิวจังครับ”
“นั่นสิ...ไปหาอะไรกินกันดีกว่า”
“...ผมลุกไม่ไหว”
“งั้นฉันจะไปซื้อมาให้  มีอาหารทะเลอยู่ร้านหนึ่งอร่อยมาก”
“ขอบคุณครับ...”
“เดี๋ยวมา” ริชก้มลงจูบผมนุ่มเบๆแล้วลุกออกไป
ริชหายไปนานจนผิดสังเกต  ราเชลลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวรอจนเริ่มกังวล  หนุ่มน้อยตัดสินใจลงไปตาม  ลอบบี้ด้านล่างของคอนโดโปร่งโล่งและไม่มีวี่แววของริช  ราเชลเหลียวมองไปรอบๆอย่างกังวล  แท็กซี่คันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดเทียบด้านหน้าทำให้พนักงานรักษาความปลอดภัยขยับตัวพร้อมกันอย่างระแวง  เพราะปกติแท็กซี่ไม่มีสิทธิ์เข้ามาที่นี่  เพราะถ้าต้องการใช้รถ  ทางคอนโดก็มีรถและคนขับไว้บริการ
ราเชลมองผ่านอย่างไม่สนใจหากคนที่ลงมาไม่ใช่ร่างสูงใหญ่คุ้นตา  ที่สำคัญริชไม่ได้มาคนเดียว  สตรีสาวที่สวมชุดสีทับทิมส่งจูบให้ขณะที่ริชหันไปโบกมือแล้วหิ้วของเข้ามาพะรุงพะรัง
ราเชลหลบวูบอย่างไม่รู้ตัว  ริชกดลิฟต์และผิวปากเข้าไปอย่างสบายอารมณ์แต่ราเชลขาสั่น  เนื้อตัวร้อนวูบวาบด้วยความโกรธแล้วเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวด  ไม่อยากเชื่อว่าริชจะทำอย่างนี้  ทั้งๆที่เมื่อคืนริชกอดเขาแต่วันนี้ริชไปหาผู้หญิงคนนั้น  นี่มันเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเขากันแน่  ราเชลยังนั่งอยู่ที่เก้าอี้รับรองเมื่อริชวิ่งออกมาจากลิฟต์หน้าตาตื่น  เขาถอนใจพรูอย่างโล่งอกเมื่อเห็นคนรัก
“ตัวร้าย!เธอทำฉันใจหายหมด...ราเชล...นั่นจะไปไหน?”
“ผมจะกลับบ้าน”
“อะไรกัน...เฮ้!เดี๋ยวสิ  ราเชล...ราเชล...นี่มันเรื่องอะไร?”
“คุณทำอะไรรู้ดีอยู่แก่ใจ...ผมมันโง่เองที่คิดว่าคุณจะรักผมจริง...ผมมันโง่”
“นี่หยุดนะ...เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง...ราเชล!”
“ผมไม่คุย  ผมจะกลับบ้าน”
“ไม่ได้  บอกมาก่อนว่าเธอโกรธอะไรฉัน?”
“ถามตัวเองสิ”
“ถามว่ายังไงเล่า!...เอ่อ...นี่เราคุยกันดีๆไม่ได้หรือไง”
“ผมไม่มีเรื่องจะคุย  ผมจะกลับบ้าน”
“ตามใจ  อยากไปก็ไปเลย  อยากจะงอนบ้าบออะไรก็เชิญ”
ถึงปากจะบอกว่าอยากกลับแต่ราเชลไม่ได้คิดอย่างนั้น  หนุ่มน้อยอยากได้ยินคำขอโทษจากปากริชมากว่า  แต่ริชกกลับไล่เขา  ราเชลยืนตะลึงน้ำตาไหลพราก  ส่วนริชก็หันหลังเดินกลับไปทางคอนโด  หนุ่มน้อยผวาตามตั้งใจจะเรียกริชไว้  แต่ทิฐิทำให้ราเชลหยุดตัวเองไว้แค่นั้น  แท็กซี่คันหนึ่งโฉบเข้ามาราวกับรอท่าอยู่แล้ว ราเชลโบกแล้วขึ้นไปนั่งทั้งๆที่ไม่มีเงินติดตัวสักเซน
เสียงเบรกทำให้ริชหันไปมองอย่างระแวง  เขาใจหายวาบเมื่อเห็นราเชลก้าวเข้าไปและแท็กซี่คันนั้นก็พุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว 
“หยุดนะ!บอกว่าให้หยุด...หยุด...ปัดโธ่โว้ย”  ริชวิ่งกวดตามจนเหนื่อย เขาสบถด้วยความโกรธเมื่อรถแท็กซี่คันนั้นลับตา
“เจฟ...ตามรถแท็กซี่ทะเบียนA000-000ให้หน่อย สงสัยราเชลจะกลับบ้าน”  ชายหนุ่มยังหอบไม่เลิก  ความเหนื่อยทำให้อารมณ์ฉุนเฉียวลดลง  ริชเริ่มมีสติที่จะไตร่ตรองว่าเกิดอะไรขึ้นกับราเชล
“หรือว่า...บ้าจริง  ทำไมไม่ถามสักคำนะราเชล  ไม่เชื่อใจกันบ้างเลย” ริช คำรามอย่างหงุดหงิด  เมื่อนึกออกว่าราเชลคงลงมาเจอเขามากับแม่สาวชุดแดง  จริงๆแล้วเขาถูกสะกดรอย  เขาพยายามสลัดพวกมันและบังเอิญแท็กซี่คันนั้นมาติดไฟแดงอยู่ข้างๆเขาก็เลยเปิดประตูเข้าไปนั่งหน้าตาเฉย  ถึงแม้เขาจะจีบแม่สาวร่างอวบมาตลอดทางแต่เขาก็แค่เย้าหยอกเพื่อผลประโยชน์  ไม่ได้คิดจะนอกใจสักนิด  แต่ราเชลกลับเอาแต่ใจตัวเองอย่างนี้ต้องแกล้งให้เข็ด
      ..................................

ออฟไลน์ tianqin

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-1
.......
ราเชลนั่งร้องไห้มาตลอดทาง จู่ๆแท็กซี่ก็ถูกรถตำรวจเรียกและตำรวจสองนายก็มาชะโงกดูหน้าเขา
“คุณเวลบอร์นใช่ไหมครับ”
“เอ่อ...ครับ...ผมทำอะไรผิดครับ?”
“ผู้ปกครองคุณแจ้งว่าคุณถูกลักพาตัว  ผมขอเชิญคุณที่สถานี  นายด้วย”
ประโยคหลังตำรวจหันไปหาคนขับแท็กซี่  หมอนั่นหน้าซีด  เหลียวมองเลิกลักอย่างตกใจ
“ผมไม่เกี่ยวนะ  เด็กคนนี้เรียกให้ผมมาส่งผมก็มา”
“เราแค่จะถามอะไรนายสองสามอย่างแล้วก็จะปล่อยไป  อย่าพยายามทำตัวให้ดูมีพิรุธดีกว่าน่า”
“ก็ได้ครับ”
ตำรวจคนหนึ่งเข้ามานั่งขนาบคนขับส่วนราเชลถูกแยกไปนั่งในรถตำรวจเพื่อพาตัวไปสถานี
ราเชลก้มหน้านิ่งเมื่อเห็นคุณย่า  แอนนาไม่มองหน้าราเชลแต่ตรงดิ่งเข้าไปขอบคุณสารวัตรแล้วพาราเชลกลับบ้าน
“คุณย่าครับ...ผม...เอ่อ...”
“ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าย่า  ตราบใดที่เธอยังไม่เลิกกับนายแฮมิลตัน”
“คุณย่า!”
“เลือกเอาราเชลว่าเธอจะเลือกฉันหรือว่าจะเลือกนายนั่น”
“...” ราเชลพูดไม่ออก  ทั้งๆที่เมื่อเช้าเขาคิดว่าจะไม่ยอมคืนดีกับริชอีกแล้ว  แต่พอถูกบังคับให้เลิกเขากลับตัดใจไม่ได้
“ผมรักริช”
“ทุเรศ...ก็ได้  อยากลองดีกับฉันก็เอา  ฉันจะขังเธอไว้ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันเลย”
“คุณย่า!”
หน้าต่างห้องของราเชลติดเหล็กดัดแน่นหนา  ทันทีที่ราเชลเข้าไปประตูก็ถูกปิดล๊อคลั่นกุญแจ  หนุ่มน้อยทรุดลงร้องไห้อย่างทรมานใจ  ทั้งคุณย่าทั้งริชล้วนแต่สำคัญกับเขาทั้งสิ้น  แต่ทั้งสองคนก็ทำให้เขาเจ็บปวดใจได้ไม่แพ้กันเลย
ราเชลถูกตัดขาดจากโลกภายนอก  แม้แต่โทรศัพท์ก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้  หนุ่มน้อยความทรมานด้วยความคิดถึงริช 
 “ทานข้าวเถอะค่ะคุณริช”
“คุณย่าละ?”
“คุณท่านไม่อยู่ค่ะ”
“ขอผมใช้โทรศัพท์หน่อยได้ไหม?”
“เอ่อ...คุณท่านสั่งห้ามคุณใช้โทรศัพท์และห้ามให้คุณรับสายด้วยค่ะ”
“อะไรนะ!”
สาวใช้วัยรุ่นเหลียวซ้ายเหลียวขวาจนแน่ใจว่าไม่มีใครแล้วจึงเขยิบเข้ามากระซิบ
“คุณแฮมิลตันโทรมาตั้งหลายครั้งค่ะ  แต่ท่านให้ทุกคนบอกว่าคุณราเชลไม่รับสาย”
“...บ้าจริง...ฉันจะทำไงดี?”
สาวใช้มองหน้าใสๆด้วยความสงสาร  เจ้าหล่อนออกจะชอบริชอยู่ไม่น้อยเพราะในบรรดาเพื่อนๆคุณราเชลที่มาไม่มีใครใจกว้างเหมือนริชสักคน  ริชมักมีของกำนัลติดไม้ติดมือมาเสมอ  ทำให้คนในบ้านส่วนใหญ่จะชอบริช  ทุกคนพากันสงสัยเมื่อจู่ๆท่านผู้หญิงก็สั่งห้ามแฮมิลตันเข้าบ้าน  และห้ามไม่ให้ราเชลรับสายทั้งๆที่เมื่อก่อนทั้งท่านผู้หญิงและคุณชาล์ลก็ออกจะชื่นชมริชกันทั้งนั้น  แต่ความเด็ดขาดของท่านผู้หญิงทำให้ไม่มีใครกล้าถาม  ต้องก้มหน้าก้มตาทำตามคำสั่งเท่านั้น
ยิ่งได้รู้ว่าริชโทรมาแล้วทุกคนบอกว่าเขาไม่รับสาย  ราเชลทุรนทุรายกว่านี้อีกหลายเท่า  ใบหน้าใสเผือดซีดด้วยความกลัดกลุ้ม
“คุณราเชลคะ...ไปหาคุณแฮมิลตันเลยสิคะ”
“จะไปได้ยังไง...ขนาดโทรศัพท์ยังโทรไม่ได้เลย”
“ก็...ทำอย่างนี้สิคะ...”  สาวใช้กระซิบกระซาบบอกแผน  ราเชลได้แต่ตีหน้าปูเลี่ยนๆ จะตอบรับก็ไม่ใช่ จะปฏิเสธก็ไม่เชิง
กลางดึกของคืนนั้นราเชลก็มีอาการปวดท้องดิ้นทุรนทุรายจนคุณย่าพาไปส่งโรงพยาบาล  แต่เมื่อแอนนาออกมาจากห้องคุณหมอกลับไม่พบราเชลอยู่ในห้องผู้ป่วย
      ..................................
ราเชลจ่ายเงินให้แท็กซี่และเหลียวไปมองคฤหาสน์หลังงามด้วยความกังวล  แสงไฟสว่างไสวกับรถหลายคันที่จอดเรียงรายทำให้เขาไม่สบายใจ  นี่แปลว่าบ้านริชอาจกำลังมีงานเลี้ยงอะไรสักอย่าง  แล้วสภาพเขาตอนนี้คงไม่เหมาะที่จะร่วมงานแน่ๆ  ราเชลหันรีหันขวางทำอะไรไม่ถูกอยู่นั้นบอร์ดี้การ์ดคนหนึ่งของริชก็ออกมาเจอเข้า
“คุณราเชล  มาร่วมงานด้วยเหรอครับ?” บอร์ดี้การ์ดถามอย่างไม่แน่ใจเมื่อสังเกตเห็นชุดคนไข้ที่ราเชลสวมอยู่
“ปะ…เปล่าครับ  ผมจะมาพบริช แต่ไม่ทราบว่ามีงานเลี้ยง”
“เห็นว่าเพื่อนๆคุณริชมาจัดงานวันเกิดกันที่นี่นะครับ”
“เพื่อนที่โรงเรียนเหรอครับ?”
“อ๋อเปล่าครับเพื่อนที่นิวยอร์ค  พอรู้ว่าคุณริชเรียนที่นี่ก็แห่ตามมาเที่ยวกัน”
“ผมอยากพบริชครับ  แต่ผมไม่พร้อมที่จะเจอเพื่อนๆของเขาแน่เลย  ทำไงดีละครับ?”
“งั้นคุณราเชลเชิญทางนี้ดีกว่าครับ”บอร์ดี้การ์ดหนุ่มพาราเชลอ้อมไปด้านข้างซึ่งมีบันไดขึ้นไปสู่ห้องสมุดแต่ก็ห่างจากห้องนอนของริชคนละฝากตึก
“ผมไปเองได้แล้วครับ ขอบคุณมาก”
“ยินดีครับคุณราเชลอยากได้อะไรก็เรียกนะครับ”
“ขอบคุณครับ”
ราเชลเข้าไปนั่งรออยู่ในห้องสมุดอยู่จนตี2 แต่ก็ไม่มีทีท่าว่างานเลี้ยงข้างล่างจะเลิก  จึงตัดสินใจไปหาริชที่ห้อง  ระหว่างห้องนอนของริชกับห้องสมุดถูกคั่นด้วยห้องรับรองแขกหลายห้อง  ตอนมาพักที่นี่แรกๆราเชลเคยเดินหลงมาแล้ว  แต่ตอนนี้หลับตาเดินยังไม่หลง ราเชลอดอมยิ้มไม่ได้เมื่อนึกถึงความเปิ่นของตัวเองแต่แล้วรอยยิ้มก็จางหายเมื่อได้ยินเสียงประหลาดดังมาจากห้องรับรองด้านขวา 
ราเชลหน้าแดงซ่านเมื่อนึกออกว่าเสียงที่ได้ยินเป็นเสียงอะไรจึงรีบเดินหนีเพราะกลัวคนในห้องนั้นออกมาเจออาจจะคิดว่าเขามาแอบดูก็ได้ 
ราเชลมาถึงห้องของริชพบว่าประตูห้องถูกแง้มอยู่จึงเปิดเข้าไป  ภาพที่เห็นทำเอาเขาตกใจ  ร่างเปลือยของผู้หญิงทาบทับอยู่บนชายคนหนึ่ง  ทั้งคู่หันมองเมื่อรู้สึกว่ามีคนเข้ามาในห้อง         
“ราเชล!”         
“ริช…ไม่จริง…”  ราเชลเย็นวาบตลอดตัวราวกับถูกราดด้วยน้ำเย็นเฉียบเมื่อเห็นหน้าฝ่ายชายได้ถนัด  หนุ่มน้อยยืนตะลึงทำอะไรไม่ถูกขณะที่ริชรีบลุกมาหา  แผงอกเปลือยเปล่ามีรอยลิปสติกเลอะเต็มไปหมด  แต่ท่อนล่างยังสวมยีนส์ไว้ 
ราเชลรู้สึกเหมือนเข่าอ่อน  ความรู้สึกชาหายไปแล้วความเจ็บปวดและหวงแหนแล่นขึ้นมาจนเจ็บแน่นไปหมดทั้งอก  ไม่อยากจะเชื่อว่าริชจะมีคนอื่นทั้งที่ริชบอกว่ารักเขานักหนาแต่ทำไมริชยังกล้ากอดคนอื่นนอกจากเขา  ริชเอื้อมมือมาคว้าแขนแต่โดนราเชลปัดทิ้ง  น้ำตาไหลพรูลงมาจากดวงตาคู่งาม คำพูดที่หลุดออกมากลายเป็นเสียงสะอึกสะอื้นจนฟังไม่รู้เรื่อง         
“อะไรกันริช  วันนี้คุณเรียกเด็กมาแจมด้วยเหรอเนี่ย?” สาวสวยบนเตียงโวยอย่างไม่ค่อยพอใจ         
“ออกไปก่อน” ริชบอกเสียงเรียบทั้งที่ร้อนใจกับปฏิกิริยาของราเชล         
“อะไรนะ?” สาวเจ้าหน้าบึงตึงขึ้นมาฉับพลัน         
“ฉันบอกให้เธอออกไปก่อน”         
“ไม่เอาได้ไงกันกว่าฉันจะแย่งคุณมาจากนังพวกนั้นได้น่ะลำบากจะแย่เรื่องอะไรจะให้นังคนนี้มาแย่งคุณไปล่ะ เอางี้สิฉันว่าสามคนก็ดีนะ น่าสนุกออกน่าตาน่ารักแบบนี้ฉันชอบนะ”         
“หุบปากแล้วออกไปซะ!” ริชหันไปตวาดอย่างเหลืออด           
“ริช!”         
“ฉันไม่ใช่เพื่อนเธออย่ามาเรียกชื่อ  ออกไปได้แล้ว”         
“เจ้าค่ะคุณแฮมิลตัน  เชอะได้คนใหม่แล้วถีบหัวส่งเหรอ ฉันไปห้องอื่นก็ได้”
เจ้าหล่อนลุกจากเตียงแล้วออกไปจากห้องทั้งที่ไม่ได้สวมอะไรเลย ริชยึดข้อมือบางไว้แน่นเมื่อราเชลพยายามสะบัดให้หลุด         
“ราเชล…เอ่อ..ก็แค่ปาร์ตี้น่ะ…ราเชลอย่าเอาแต่ร้องไห้สิ”         
“คุณทำอย่างนี้ได้ไงริช  คุณนอกใจผม  คุณ…คุณมีคนอื่น…คุณทำให้ผมเจ็บ” ราเชลสะอื้นตัวโยน น้ำตาไหลพรูจนริชใจคอไม่ดี       
“ราเชลฟังฉันก่อน…”         
“ไม่!คนโกหก  คุณบอกว่ารักผม...แล้ว…แล้วทำไมคุณมีคนอื่นได้ล่ะ…คุณ…คุณ…ผมจะไม่เชื่อคุณอีกต่อไปแล้ว”         
“ราเชลนี่หยุดทีน่า…ก็แค่สนุกๆน่า…ฉันไม่ได้จริงจังอะไรกับพวกนี้หรอก”         
“แต่ผมรับไม่ได้…ทำไมละริชคุณนอนกับคนอื่นได้ยังไง…ไหนว่าคุณรักผมแล้วนี่มันอะไรกัน”         
“ก็แค่เล่นสนุก…ราเชลฉันไม่ได้รักเขานะ ฉันรักเธอ”         
“รักผมแล้วคุณนอนกับคนอื่นได้เหรอ?”         
“มันก็แค่เซ็กส์…อะไรกันนักกันหนา” ริชเสียงขุ่นด้วยเริ่มหงุดหงิด เขาไม่เคยต้องง้อใคร  ทุกคนต่างรู้ดีว่าไม่ควรทำให้เขาโกรธไม่อย่างนั้นอาจถูกเขาสลัดทิ้งง่ายๆ แต่นี่เขาอุตสาห์ง้อแล้ว แต่ราเชลกลับทำเหมือนมันเป็นเรื่องใหญ่         
“คุณ…กับใครคุณก็นอนด้วยได้เหรอริช?”         
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกน่า  น่าราเชลฉันแค่เผลอไปหน่อยเท่านั้นเอง”         
“ถ้าผมเผลอบ้างล่ะ…ถ้าผมมีคนอื่นบ้างก็ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”         
“นี่อย่ามาหาเรื่องกันนะราเชล” ริชตวาดเบาๆ  ราเชลกล้าดียังไงถึงคิดว่าจะมีคนอื่นนอกจากเขา ริชหันรีหันขวางอย่างอารมณ์เสีย         
“ผมถามคุณไงว่าถ้าผมจะเผลอกับใครบ้างก็ได้ใช่ไหม?” ราเชลถามทั้งน้ำตา เจ็บจนแทบยืนไม่อยู่แต่ทิฐิทำให้เขาไม่อาจทรุดลงร้องไห้เกลือกกลิ้งตรงนี้ได้           
“อย่าพูดจาไร้สาระราเชล...ฉันจะไปส่งเธอที่บ้าน”
“ไม่ต้อง...ผมกลับเองได้  เชิญคุณสนุกกับปาร์ตี้ของคุณให้พอเถอะ  แล้วเราก็ไม่ต้องมาเจอกันอีก”
“ราเชล!อย่าอวดดีมาท้าฉันนะ”         
“ผมไม่ได้ท้า...ผมพูดจริง...เราเลิกกันริช...เอาของๆคุณคืนไปด้วย”
พวงกุญแจคริสตัลรูปหัวใจที่ราเชลห้อยติดตัวไว้ตลอดเวลาถูกปาใส่อกริช  และตกลงแตกกระจายกับพื้น  ทั้งริชและราเชลต่างชะงักค้างจ้องมองเศษแก้วด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน
ริชละสายตาจากคริสตัลมาจ้องหน้าราเชลด้วยความโกรธ  แต่สำหรับราเชลแก้วคริสตัลก็เหมือนหัวใจเขาเวลานี้  มันแหลกเป็นชิ้นจนประสานไม่ติดอีกแล้ว
ราเชลหันหลังกลับเดินลิ่วออกมาทั้งที่น้ำตานองหน้า  ยังได้ยินเสียงริชตะโกนตามหลังมาดังลั่น         
“ก็ได้...อยากเลิกก็เลิกไปเลย  ตามสบาย...แล้วอย่ามาร้องไห้อ้อนวอนฉันทีหลังก็แล้วกัน”
ราเชลร้องไห้ไปตลอดทางจนถึงบ้าน  ไฟเปิดสว่างไสวทั้งบ้านบอกให้รู้ว่าคืนนี้คงโกลาหลกันจนไม่มีใครได้นอนแน่
“คุณราเชลกลับมาแล้วค่ะ”
ทุกคนวิ่งพรูออกมาดูยังกับตัวประหลาด  ราเชลไม่อยากพูดกับใครทั้งนั้น  หนุ่มน้อยเดินแทบเป็นวิ่งผ่านคนรับใช้ขึ้นไปบนตึกก็เจอเข้ากับคุณย่าและคนสนิท
“คุณย่า...ผม...”
“ไม่ปวดท้องแล้วสินะ”
“ผม...ขอโทษ”
“ถ้าไม่เป็นอะไรแล้วก็กลับขึ้นห้องไปได้แล้ว  ไปบอกทุกคนให้แยกย้ายกันไปพักผ่อน” ประโยคหลังแอนนาหันไปสั่งสาวใช้  เจ้าหล่อนรีบออกไปทำตามคำสั่ง  ราเชลอึกอัก  ความเจ็บปวดที่ปรี่ล้นทำให้ตื้อไปหมด  ทั้งๆที่เตรียมตัวแล้วว่าเมื่อกลับมาถึงบ้านจะต้องโดนดุด่ามากมายแต่คุณย่ากลับทำเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  ทำให้ราเชลยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้น
      ..................................

รถสปอร์ตสีแดงเพลิงเลี้ยวปราดเข้ามาในโรงเรียนโดยไม่ลดความ เร็วทำให้นักเรียนที่กำลังทยอยเดินเข้ามาในโรงเรียนกระโดดหลบกันเป็นแถว  กว่าจะเข้าถึงลานจอดเจ้าของรถ‘ซิ่ง’ก็ถูกเพื่อนนักเรียนด่าตามหลังเป็นแถว  ร่างสูงก้าวลงจากรถเคียงข้างด้วยสาวสวยผมบรอนด์ในชุดนักเรียนโรงเรียนสตรีที่มีรั้วติดกัน  ท่าทางอาลัยอาวรณ์เหมือนไม่อยากจากของเจ้าหล่อนเรียกเสียงฮือฮาจากนักเรียนชมรมรักบี้ที่ยืนมองอยู่ตั้งแต่แรก       
“นั่นเด็กแกนี่หว่าแคลวิน”         
“เฮ้ย!ทำไมปล่อยให้ไปกับแฮมิลตันได้วะ”         
“ไหนแกว่าอยู่ในโอวาทแกแล้วไง…ฮะๆๆ ราคาคุยนี่หว่า”
เสียงแซวจากเพื่อนๆทำให้แคลวินกัดกรามกรอด ความพาลทำให้อยากหันไปไล่เตะคนแซวแต่ติดที่ประธานชมรมยืนอยู่ไม่ไกลนักจึงไม่กล้าอาระวาด ความโกรธทั้งหมดจึงพุ่งตรงไปหาร่างสูงที่เดินลอยชายขึ้นตึกไป
   นอกจากแคลวินยังมีอีก2คนที่เห็นเหตุการณ์  และมองตามด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน  ลอว์ลี่ยิ้มหยันอย่างหมิ่นแคลนและสะใจแต่เมื่อหันกลับมาก็เจอหน้าซีดๆของราเชลก็ชะงัก
   “ราเชล! เป็นอะไรไป?”
   “มะ...ไม่เป็นอะไร...แค่ปวดหัวนิดหน่อย เมื่อคืนเรานอนดึก”
   “งั้นไปห้องพยาบาลไหม?”
   “ไม่ต้องหรอก...ได้พักสักครู่คงดีขึ้น...ไปชมรมกันดีกว่า”
   “ก็ดีนะ...นี่ราเชลเห็นผู้หญิงคนเมื่อกี้ไหม คนนี้ไงเด็กใหม่ที่พวกโรงเรียนสตรีเขากรี๊ดกร๊าดกันว่ามาแย่งตำแหน่งดาวจากยัยมีนา...ไหนว่าหยิ่งสะบัดแล้วไงมาควงกับนายแฮมิลตันได้...แต่เขาก็สมกันดีนะ...จริงไหมราเชล?”
   “นายไปชมรมก่อนนะ...ฉันขอแวะเข้าห้องน้ำก่อน...เดี๋ยวตามไป”
   “ราเชล...ราเชล...เดี๋ยวสิ...ฮึ!สักวันนายจะรู้ว่าไม่มีใครจริงใจกับนายเท่าฉันหรอก”
   ราเชลปิดประตูห้องน้ำแล้วเอนตัวพิงผนังอย่างอ่อนแรง  ดวงตาโตปริ่มน้ำตาก่อนจะหยดพรูลงมาด้วยความอัดอั้นตันใจ  2อาทิตย์ที่ทะเลาะกัน เขานึกว่าริชจะได้สำนึกรีบมาง้อ  แต่นี่...นับวันริชก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่าไม่เคยแยแสเขาเลย 
ริชควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้ามาไม่รู้กี่คนแล้ว  ทั้งสาวๆจากโรงเรียนสตรีข้างๆดารา นางแบบ ก็มีคนเห็นริชควงไปไหนมาไหนด้วย
   “คุณไม่รักผมจริงเหมือนที่คุณย่าพูดงั้นเหรอริช...ทำไมคุณทำกับผมอย่างนี้?”
         .................................
         
ริชอมยิ้มฟังสาวๆชมรมเชียร์ที่มามุงเกาะรั้วอยู่ข้างๆตัวเขาอย่างขันๆ ผู้หญิงให้เป็นสาวไฮโซในเมืองหรือสาวน้อยบ้านนอกส่วนใหญ่ก็นิสัยคล้ายๆ กันหมดคือชอบคุยเรื่องไร้สาระ  เสื้อผ้าแฟชั่นหรือแม้กระทั่งทรงผม ดูเหมือนเจ้าหล่อนจะอวดจะข่มกันได้ทุกสถานการณ์  สายตารื่นรมย์กวาดไปรอบๆด้วยนิสัยระมัดระวังที่เคยชินไปหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางซึ่งกำลังหอบข้าวของพะรุงพะรัง เดินลัดจากตึกเรียนไปยังอาคารศิลปะ 
ริชเดินลิ่วไปหาทันทีโดยไม่ได้สนใจว่าสาวๆที่รายล้อมอยู่จะโวยวายด้วยความไม่พอใจแค่ไหน  ทันที่ร่างเล็กผ่านสนามอเมริกันฟุตบอล  ร่างหนาๆที่กำลังรอซ้อมอยู่ข้างสนามก็แถเข้าไปหา  ริชเปลี่ยนจากเดินเป็นวิ่งด้วยความโกรธ         
“หวัดดีจ๊ะคนสวย”
ราเชลจำต้องหยุดเพราะไม่อยากเดินเข้าไปชน  ร่างหนา  ปากใหญ่กับฟันซี่โตๆของคนตรงหน้าทำให้นึกถึงสุนัขตัวโตๆ เพียงแต่คนตรงหน้าดูไม่น่ารักเหมือนพวกมันเท่านั้น         
“จะไปชมรมเหรอจ๊ะ…ให้ช่วยถือไหมจ๊ะ?...ท่าทางจะหนัก”
มือหยาบถือวิสาสะคว้าข้อมือเล็กดึงเข้าหาตัว  ราเชลพยายามขืนตัวหนีทำให้ของในมือหล่นกระจาย         
“ไม่ต้องครับปล่อยผม!”         
“น่า!อย่าปฏิเสธความหวังดีสิ เสียมารยาทแย่”         
“คนเสียมารยาทน่าจะเป็นนายมากกว่ามั้ง…ฉันว่าราเชลไม่ต้องการให้นายช่วยหรอก”
เสียงเยาะๆข้างหลังทำให้ร่างหนาหันขวับด้วยความโมโห  ริชยืนอิงไหล่กับรั้วกั้นระหว่างสนามกับทางเดินด้วยท่าทางราวกับเกียจคร้าน  ร่างหนามองปราดหัวจรดเท้าก่อนจะแสยะยิ้มอย่างที่คิดว่าเหี้ยมสุดแล้ว         
“อย่าสอดจมูกมาวุ่นวายกับเรื่องของคนอื่น  แถวนี้ไม่ต้องการสุภาพบุรุษ”         
“งั้นเหรอ…อืม!ท่าจะจริง  แถวนี้มีแต่ลูกแกะกับหมา…ป่า” ริชลากเสียงอย่างจงใจ  ใบหน้าเหลี่ยมแดงก่ำด้วยความเดือดดาล เอื้อมมือหมายจะกระชากคอเสื้ออีกฝ่าย  แต่ริชปัดออกทันควันด้วยสีหน้ารังเกียจ  สร้างความโกรธแค้นให้อีกฝ่ายเป็นทับทวี กำปั้นขนาดหัวเด็กพุ่งเข้าใส่ใบหน้าหล่อเหลา  ทั้งๆที่คิดว่าน่าจะต่อยโดนแต่กลับชกอากาศดังวืด           
“เอ้าๆ…ทางนี้ สายตาไม่ค่อยดีนะเนี่ย” ริชหัวเราะเยาะอย่างเปิดเผย 
หน้าแดงแทบจะกลายเป็นสีเขียวด้วยความแค้น  มิกกี้บุกตะลุยเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง  ริชแทบไม่ตอบโต้เอาแต่สับเท้าหลบหลีก  จนฝ่ายบุกตะลุยเริ่มหอบฮัก  เท้าที่เต้นหลีกตวัดขึ้นสูงแทบเป็น 90 องศา ได้ยินเสียงดังพล็อก!
ร่างหนาสะบัดขึ้นทั้งตัวแล้วร่วงลงฟาดกับพื้นดังสนั่น  ราเชลอ้าปากค้าง ยังไม่ทันขยับร่างหนาๆอีกร่างก็พุ่งเข้ากระแทกริชอย่างรวดเร็ว 
ริชเห็นเงาวูบเข้ามาทางหางตา  เด็กหนุ่มกระโจนหลบและยกเข่าขึ้นรับตามสัญชาติญาณ ได้ยินเสียงทึบๆแน่นๆ แต่น้ำหนักของอีกฝ่ายก็ปะทะให้ล้มไปด้วยกัน  ริชรีบลุกขึ้นและเกือบกระทืบซ้ำหากไม่เห็นว่าอีกฝ่ายนอนนิ่งไม่ไหวติง 
เสียงคำรามด้วยความโกรธดังสนั่นสนาม  ร่างสูงใหญ่ในชุดกีฬาต่างพุ่งเข้าหาริช  หากแต่เสียงนกหวีดแหลมกลับแผดขึ้นเสียก่อน  แม้จะมีท่าทางฮึดฮัดแต่กลับไม่มีใครกล้าขยับได้แต่ยืนกัดฟันด้วยความโกรธแค้นที่เห็นเพื่อนถูกเล่นงานลงไปกลิ้งต่อหน้า 
ร่างสูงหนาของกัปตันชมรมรักบี้แหวกเพื่อนร่วมทีมเดินลิ่วมาหาริช  เด็กหนุ่มหรี่ตาเมื่อเห็นนกหวีดที่คอของอีกฝ่าย  คีธเดินเข้าไปใกล้ร่างเพรียวกว่า  แม้จะยืนเฉยด้วยท่าทางสบายๆ แต่กลับรู้สึกได้ถึงความคุกคามของเด็กหนุ่มรุ่นน้อง 
คีธก้มลงดูมิกกี้ก่อนด้วยความกังวล แม้จะเห็นเหตุการณ์ไม่ถนัดนักแต่เขาแน่ใจว่ามิกกี้อาการน่าเป็นห่วงกว่าแคลวินแน่  กัปตันทีมเรียกเพื่อนๆให้มาช่วยกันหามทั้งสองไปห้องพยาบาล  มีเสียงฮือฮาเหมือนไม่พอใจที่คีธไม่ทำอะไรริช  แต่เมื่อคีธเหลือบมองทุกคนก็จำต้องสงบปากสงบคำแล้วช่วยกันหามคนเจ็บทั้งสองแต่โดยดี 
คีธมองตามเพื่อนๆก่อนจะหันกลับมาก้มลงพูดกับราเชลด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน         
“ขอโทษนะที่เพื่อนผมทำให้ตกใจ  รับรองว่าจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้อีกผมสัญญา” 
ราเชลได้แต่พยักหน้า  ยังแทบจับต้นชนปลายอะไรไม่ถูก  ร่างสูงหนาเหยียดตรงเมื่อหันกลับมามองหน้าริช  แม้ดวงตานั้นจะดูเข้มขึ้นแต่ก็ไม่มีแววอาฆาตแต่อย่างใด         
“หวังว่าคุณคงไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร?”
ริชยักไหล่แต่ไม่คลายความระมัดระวัง  กัปตันชมรมรักบี้เดินจากไปเงียบๆ ร่างสูงหมุนตัวกลับมาหวังจะได้เห็นรอยยิ้มด้วยความปลาบปลื้มหรือชื่นชมที่เขามาช่วยแต่กลับเห็นเพียงหลังบางไวๆ  ริชก้าวเท้ายาวๆไปดักหน้า         
“เฮ้!นี่จะไม่ขอบคุณกันสักคำเหรอเนี่ย?”         
“ผมไม่ได้ขอให้คุณมาช่วย”         
“อ้าว!แล้วกัน  ทำดีกลับไม่ได้ดีเสียนี่”         
“พวกชอบใช้กำลังตัดสิน” ราเชลเดินหนีในอกร้อนวาบด้วยความรุ่มร้อนที่บอกไม่ถูก รู้แต่ว่าโกรธจนแทบทนไม่ไหว  เมื่อครู่ตอนที่เห็นมิกกี้ไล่ต่อยริช เขาก็แทบร้องไห้ด้วยความกลัวแล้ว  แถมยังมีแคลวินเข้ามารุมอีก หัวใจเขาแทบหยุดเต้นตอนที่เห็นริชล้มลงไปโดยมีร่างหนาๆนั้นล้มทับ  แล้วยังท่าทางเหี้ยนกระหือรือของพวกชมรมรักบี้อีก  ต่อไปนี้พวกนั้นต้องหาทางทำร้ายริชอีกแน่ๆ  ราเชลหนาวเยือกด้วยความเป็นห่วง                 
‘ริชอาจถูกทำร้าย  เรื่องทั้งหมดเกิดเพราะเราคนเดียว’ ราเชลคร่ำครวญอยู่กับตัวเองอย่างกลัดกลุ้มไปตลอดทาง
      ..................................

ออฟไลน์ tianqin

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-1
.
.......

แอนนามองตามร่างผอมบางที่เดินใจลอยอยู่ในสวนอย่างกังวล 
ราเชลซึมเศร้าลงทุกวันจนน่าเป็นห่วง  ถึงทำเย็นชาไม่สนใจแต่ลึกๆนางห่วงและเฝ้าสังเกตราเชลทุกย่างก้าว  สำหรับนาง...ราเชลไม่ใช่แค่หลาน  นางเลี้ยงและรักเหมือนลูก   เพราะตามใจและปล่อยปละละเลยมากเกินไปทำให้ชาร์ลเสียคน  นางจึงหันมาเข้มงวดและตีกรอบให้ราเชลทุกอย่าง  เพื่อป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย  ทุกอย่างกำลังไปได้สวย  ราเชลเติบโตมาอย่างสมบูรณ์งดงามเหมือนที่นางวาดภาพไว้  แต่แล้วริชก็ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่นางเพียรพยายามสร้างขึ้นมา  ความรักวิปริตผิดเพศที่ริชชักจูงให้ราเชลเห็นดีเห็นงามทำลายภาพฝันของนางให้พังทลายลงในพริบตา  เด็กโสโครกนั่นทำให้ราเชลแปดเปื้อน
   “ท่านคะ...คุณหมอซอเรนขอเรียนสายคุณราเชลค่ะ”
   “ต่อสายมาให้ฉัน...สวัสดีค่ะคุณหมอ  ขอโทษด้วยนะคะ  ราเชลแกไม่พร้อมจะรับสายใครเลยค่ะ...มีปัญหาเกิดขึ้นนิดหน่อยค่ะ  ไม่ทราบว่าคุณหมอมีเวลาบ้างไหมคะดิฉันมีเรื่องจะปรึกษา...เกี่ยวกับราเชลค่ะ...ดีค่ะดิฉันจะรอ”
แอนนายิ้มเย็นในที่สุดเธอก็พอมองเห็นหนทางแก้ไขโรคน่ารังเกียจของราเชลแล้ว
         ..................................

   ซอเรนถอนใจยาวอย่างล้าๆ  นางเวลบอร์นเพิ่งกลับไปและทิ้งปัญหาหนักอึ้งไว้ให้เขา
   4เดือนที่เขาไปดูงานต่างประเทศทำให้ไม่มีโอกาสเจอราเชล  อะไรต่อมิ-อะไรดูจะเกิดขึ้นมากมาย  ที่สำคัญ ‘ราเชลมีคนรักแล้ว’ แค่นามสกุลก็รู้แล้วว่ายิ่งใหญ่ขนาดไหน  เขาไม่รู้ว่าเราเชลเจอหมอนั่นได้ยังไง  แต่คำพูดและสีหน้ารังเกียจของนางเวลบอร์นทำให้เขาสังหรณ์ใจอย่างประหลาด
ซอเรนตัดสินใจไปหาราเชล  เขาต้องรู้ให้ได้ว่าราเชลกับหมอนั่นลึกซึ้งกันขนาดไหน
เมื่อเขาแจ้งว่ามาพบราเชล  สาวใช้ประจำตัวของนางเวลบอร์นก็นำเขาไปยังโรงเรือนต้นไม้ด้านหลัง  ร่างผอมบางเหมือนจะปลิวไปตามลมยืนเหม่ออยู่กลางดงกล้วยไม้สีเหลืองทอง 
   “สวัสดีครับ”
   “...คุณหมอ! มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ”
   “หมายถึงเข้ามาที่นี่หรือกลับจากต่างประเทศละครับ  ถ้ามาที่นี่ก็เพิ่งมาถึงนี่แหละครับ”
   “เชิญทางนี้ดีกว่าครับ...” ราเชลเดินนำไปยังเก้าอี้รับรอง  เฟรมบนขาตั้งว่างเปล่า  ไม่ใช่เพราะราเชลเพิ่งมาที่นี่แน่เพราะแก้วที่วางทิ้งไว้น้ำแข็งละลายจนไม่เหลือรอยหยดน้ำแล้วด้วยซ้ำ
“ผมเพิ่งทราบว่าคุณหมอไปต่างประเทศ”
   ซอเรนยิ้มทั้งที่เจ็บในอกแปลบ  ก่อนไปเขาแน่ใจว่าเขาบอกราเชลไปแล้ว  ดูเหมือนเขาจะไม่สำคัญพอให้ราเชลจดจำด้วยซ้ำ  ทั้งๆที่อยู่ในวัยเยาว์แต่ราเชลกลับดูซีดเซียวและผอมบางราวกับคนป่วยหนัก
   “ราเชล...ไม่สบายหรือเปล่า...สีหน้าดูไม่ดีเลย”
   “ผมไม่เป็นอะไรครับ”
   “ราเชล...เราไม่เคยมีความลับต่อกันนี่นา...พูดออกมาบ้างอาจจะทำให้สบายใจขึ้นนะ”
   “แต่มันไม่มีอะไรจริงๆนะครับ”
   “แล้วทำไมดูราเชลไม่ค่อยสบายใจเลย...ผมสัญญานะว่าเรื่องนี้จะเป็นความลับของเราสองคน”
   “คุณหมอจะไม่ให้ผมกินยาอีกนะ”
   “ไม่ให้กินแน่นอน...เล่าหน่อยน่า...นะ”
   “ผมฝัน...ฝันดีมาก...มันวิเศษ...มันทำให้ผมมีความสุข...แล้วผมก็ต้องตื่นทุกที...หมอครับผมไม่อยากตื่น  ผมอยากฝันอยู่อย่างนั้นโดยไม่ตื่น...ผมไม่อยากตื่นเลย”
“จำได้ไหมว่าฝันเรื่องอะไร?”
“...ผม...ผมจำไม่ได้...ผมจำสิ่งที่ฝันไม่ได้  แต่ผมจำความรู้สึกได้  มันอิ่มเอม  มันสดชื่น...ผมมีความสุขที่สุด...แต่ผมก็ต้องตื่นอยู่ดี  ทำไมครับหมอ...ทำไมความสุขอยู่กับผมสั้นนัก”
ซอเรนยังคงยิ้มทั้งที่ความกลัวเกาะกุมหัวใจจนเย็นเยือก  ราเชลกำลังป่วย  หนูน้อยของเขากำลังบาดเจ็บทางใจอย่างรุนแรง  เจ็บจนไม่อาจอยู่ในโลกของความจริงได้  จิตใต้สำนึกจึงหาทางหนีด้วยการสร้างความฝันอันแสนสุขขึ้นทดแทน  หากปล่อยไว้เช่นนี้สักวันราเชลจะไม่ยอมกลับมาโลกของความเป็นจริงอีก
“ราเชล...ทำไมอยากฝันล่ะ  ความจริงราเชลก็มีความสุขแบบนั้นได้นะ”
“คุณหมอไม่เข้าใจ...มันเป็นไปไม่ได้เลย...ผมจะมีความสุขได้ยังไงในเมื่อไม่มี...เอ่อ...ไม่มีใครรักผมสักคน”
ดูเหมือนราเชลจะไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด  ระหว่างเขากับราเชลมีกำแพงที่มองไม่เห็นขวางกั้นอยู่  และเขาต้องผ่านเข้าไปให้ได้ก่อนที่อาการเจ็บป่วยของราเชลจะหนักหนากว่านี้ 
“มีสิทำไมจะไม่มี  ราเชลมีคุณย่า  มีคุณพ่อ  มีเพื่อนๆ และมีผมไง”
“คุณหมอไม่รู้หรอก...ช่างเถอะ...วันนี้คุณหมอมาหาผมหรือมาหาคุณย่าครับ”  ราเชลพยายามเปลี่ยนเรื่องแต่ซอเรนอยากคุยให้รู้เรื่องมากกว่า
“ราเชล หมอคิดว่า...”
“ถ้ามาหาคุณย่าตอนนี้ท่านคงอยู่ในห้องสมุด”
“ผมมาหาราเชล”
“เหรอครับ...ไปขี่ม้ากันไหมครับคุณหมอ?”
ซอเรนลอบถอนใจ  แต่ต้องยอมผ่อนผันไปก่อน  รุกมากไปอาจทำให้ราเชลระแวงจนอาจมองเขาเป็นศัตรู
“เอาสิ...แหมไม่ได้ขี่ม้ามาตั้งนาน  ยังไงก็ออมๆมือให้บ้างแล้วกัน”
“ได้เลยครับ”
ในคอกม้าดูเหมือนจะถูกขยายใหญ่กว่าเดิม  มีม้าลักษณะดีเพิ่มขึ้นหลายตัว  โดยเฉพาะเจ้าตัวสีขาวปลอดที่ขยับตัวไปมาอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นราเชล  แต่ -
ราเชลกลับเดินผ่านมันไปยังด้านในสุดแล้วสั่งให้คนงานจูงเจ้าม้าสีน้ำตาลตัวหนึ่งออกมาแทน
“เจ้านี่สวยจัง  เพิ่งได้มาใหม่เหรอ?”
“ครับ” ราเชลเหลือบมองแวบเดียวแล้วเมินไปทางอื่น
“ท่าทางจะฝีเท้าดี  ผมขอเจ้าตัวนี้แล้วกัน”
“ไม่ได้!...”
ซอเรนชะงักและถอยห่างจากม้าสีขาวทันที  ดูเหมือนราเชลจะหวงมากเสียจนตวาดเขาเสียงเขียว 
“เอ่อ...คือ มันยังไม่ได้ฝึก  ผมว่าเอาตัวอื่นดีกว่าครับ” ราเชลหน้าเจื่อนเมื่อรู้ว่าเผลอตวาดจนอีกฝ่ายตกใจ  แม้ซอเรนจะยิ้มให้แต่แววตาของหมอก็ดูจะจับจ้องเขามากกว่าเคย
คนงานจูงเจ้าแบล็คออกมาแต่พอราเชลหันไปเห็นก็ดุเสียงเกรี้ยวทันที
“เอาเจ้าแบล็คออกมาทำไม สั่งแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้ใครขี่  ไปเอาตัวอื่นมา”
คนงานรีบลนลานดึงเจ้าแบล็คกลับไป  ดูเหมือนเจ้าแบล็คเองก็หงุดหงิดที่ไม่ได้ออกไปวิ่ง  มันคำรามอย่างโกรธๆและสะบัดเชือกไปมาแรงๆ  แม้จะโดนล่ามแล้วก็ยังไม่วายพ่นลมหายใจฟืดๆเข้าใส่
ซอเรนลอบสังเกตอากัปกิริยาของราเชลตลอดเวลา  ดูเหมือนราเชลจะหงุดหงิดอารมณ์เสียง่ายกว่าเคย  ทั้งๆที่ปกติการขี่ม้าเป็นเรื่องที่หนุ่มน้อยโปรดปราน  แต่ทำไมคราวนี้ดูเหมือนราเชลจะตั้งหน้าตั้งตาขี่นำเขาไปวนรอบไร่แล้วก็ควบนำกลับลิ่ว  จนแทบจะไม่ได้พูดคุยกันเลย  พอคนงานเข้ามารับม้าไปราเชลก็แยกไปดื้อๆ  ท่าทางหมกมุ่นอยู่กับความคิดจนซอเรนต้องเรียกซ้ำอยู่หลายครั้งกว่าที่หนุ่มน้อยจะรู้ตัว
“ราเชล...จะรีบไปไหนครับ?”
“เอ่อ...ขอโทษทีครับ  ผมเหนื่อยก็เลยจะรีบไปอาบน้ำ  เชิญคุณหมอที่ห้องรับรองก่อนนะครับ  ขอผมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสักครู่”
“ผมว่าจะกลับเลยเหมือนกันครับ”
“...คุณหมอไม่อยู่ทานมื้อค่ำด้วยกันเหรอครับ”
“ไว้วันหลังดีกว่า...วันนี้ผมก็เหงื่อท่วมเหมือนกัน  แหมนานๆขี่ที  เอวหลังชักแย่  คนแก่ก็อย่างนี้แหละครับ”
ซอเรนรู้สึกหน้าแตก  ดูเหมือนราเชลจะแทบไม่ได้สนใจสิ่งที่เขาพูดด้วยซ้ำ  หนุ่มน้อยดูเหมือนจะกลับไปหมกมุ่นกับความคิดอีกครั้ง
“ผมกลับละครับ”
“...ครับ...เอ่อ...งั้นผมไปส่งคุณหมอที่รถ”
“ไม่ต้องหรอกครับ  ราเชลขึ้นไปพักผ่อนเถอะ”
“แต่ว่า...”
“เราคนกันเองน่า...ฝากเรียนท่านผู้หญิงด้วยนะครับว่าผมขอกลับก่อน”
“ครับผมจะบอกคุณย่าให้”
“ไว้เจอกันครับ”
“ครับ”
ซอเรนโบกมือให้แล้วเดินแยกมา  แต่ไม่กี่ก้าวก็หยุดหันกลับไปมอง ราเชล เดินกลับไปยังคอกม้าด้านหลัง  หมอหนุ่มมองตามอย่างสงสัยและตัดสินใจตามไปดู
ราเชลเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าเจ้าม้าตัวสีขาว  ลูบไล้แผงคอและใบหน้าของมันอย่างอ่อนโยน  เจ้าม้าตัวนั้นก้มลงมาถูหน้ากับไหล่ของราเชลเบาๆ  ราเชลชะโงกเข้าไปกอดคอม้าไว้และซบหน้าร้องไห้  อาการสะอื้นจนตัวโยนนั้นทำให้ซอเรนตัวชา  ทั้งสงสาร  เป็นห่วง และเจ็บปวด ที่เขาไม่สามารถช่วยเหลืออะไร
ราเชลได้เลย  เพราะราเชลไม่ต้องการเขา  คนที่ราเชลต้องการคงเป็นหมอนั่น!

..................................

ออฟไลน์ tianqin

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-1
ราเชลเดินไปตามทางเดินที่ค่อนข้างมืด  เสียงอึกทึกจากงานข้างล่างลอดขึ้นมาเล็กน้อย  ไม่เข้าใจว่าเจอร์รี่เกิดนึกสนุกอะไรถึงนัดเขาขึ้นมาบนนี้   
ราเชลเคาะประตูห้องพยาบาลสามครั้งก่อนจะชะโงกเข้าไปมอง  อาจารย์ห้องพยาบาลหันมามองก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อเห็นหน้าราเชล         
“แหมมาเร็วจังครูเพิ่งจะจัดของเสร็จเองนะเนี่ย ราเชลนี่น่ารักจริงๆขอบใจมากนะจ๊ะ”         
“ขอบใจ…เรื่องอะไรครับ?”         
“ก็ขอบใจที่ราเชลอาสาเฝ้าห้องพยาบาลให้นะสิ  ตอนแรกครูก็นึกห่วงอยู่เหมือนกันที่จะฝากห้องกับแฝดทโมนนั่น  แต่พอเจอร์รี่บอกว่าราเชลอาสาครูเลยโล่งใจ  ตายจริง!ครูสายแล้วไปก่อนนะจ๊ะ  ไว้เจอกันวันจันทร์”         
“เอ่อ…ครับ…”ราเชลอึ้งปนงงแต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธได้แต่ปล่อยให้ครูสาววิ่งตัวปลิวจากไป  นึกขึ้นมาได้ว่าป่านนี้ซอเรนอาจมาถึงแล้วและคงหาเขาไม่เจอเพราะเขาไม่ได้ไปรอที่จุดนัดก็เกิดความกังวล         
“อาจารย์ครับขอพลาสเตอร์หน่อย…อ้าว!ราเชลเป็นอะไร?”         
“ปีเตอร์! มาพอดีเลย”         
“นายไม่สบายเหรอราเชล?”         
“เปล่า”         
“อ้าว!แล้วทำไมมาอยู่ที่ห้องพยาบาลล่ะ  ทำไมไม่ลงไปร่วมงาน?”         
“ก็…ไม่มีอะไรหรอกแค่มาช่วยอาจารย์เฝ้าห้องพยาบาลน่ะ  แล้วนั่นนายเป็นอะไร”         
“โดนฝากระป๋องบาดเอาน่ะแต่ไม่ลึกหรอก  นี่นายอยู่คนเดียวเหรอ?”         
“อืม”         
“ว้า!ที่ชมรมฉันก็ยุ่งมากเลยด้วย  เอาไงดีล่ะไม่อยากทิ้งนายไว้นี่คนเดียวเลย”         
“ไม่เป็นไรปีเตอร์  นายไปเถอะทิ้งร้านของชมรมมาแบบนี้เดี๋ยวก็โดนรุ่นพี่เล่นงานเอาหรอก”         
“แต่ฉันเป็นห่วงนายนี่นา  ขืนปล่อยไว้คนเดียวเกิดพวกบ้าๆมาเจอก็แย่สิ”
‘พวกบ้าๆ’ ที่ปีเตอร์พูดถึงคือมิกกี้กับพรรคพวก  หลังจากที่มีเรื่องกับริชดูเหมือนจะมีการสอบสวนและมิกกี้กับโทมัสถูกสั่งพักการเรียน  และยังถูกปลดจากนักกีฬาตัวจริงไปเป็นตัวสำรอง  มีข่าวว่ามิกกี้พยายามจะเอาคืนแต่แล้วเรื่องก็กลับเงียบไปดื้อๆทำให้ปีเตอร์ยิ่งกังวล เขาไม่กล้าวางใจว่ามิกกี้จะยอมปล่อยราเชลง่ายๆ   
“ฉันไม่เป็นอะไรหรอกน่า  เออจริงสิ!ฉันนัดหมอซอเรนไว้ที่ซุ้มน้ำข้างๆร้านนาย ถ้าหมอมานายให้ขึ้นมาหาฉันที่นี่แล้วกัน”         
“ได้ๆฉันเจอหมอจะให้รีบมาหานายทันที  ฉันไปก่อนละ...อยู่คนเดียวได้แน่นะ”         
“ได้!ไปเถอะน่า”  ราเชลหัวเราะตามหลัง  เมื่อเห็นปีเตอร์วิ่งๆแล้วก็หยุดหันมาทำหน้าคาดคั้นแต่พอเขาพยักหน้าก็วิ่งต่อแล้วก็หยุดอีกจนเกือบล้ม
ราเชลปิดประตูแล้วไปนั่งข้างหน้าต่าง  เสียงพลิกตัวจากเตียงในสุดทำเอาหนุ่มน้อยสะดุ้งเพราะไม่รู้ว่ามีคนอยู่           
“…อือ…ค๊อกๆๆ…” เสียงไอเบาๆจากเตียงในทำให้ราเชลกังวลเพราะไม่รู้ว่าอาการหนักแค่ไหน   ราเชลค่อยๆย่องเข้าไปใกล้  ม่านสีครีมค่อนข้างโปร่งทำให้มองเห็นคนบนเตียงได้ลางๆ  คนที่นอนหันหลังให้ตัวใหญ่มากเพราะเท้ายื่นพ้นที่นอนออกมาเล็กน้อย         
“คุณครับ…เป็นอะไรมากหรือเปล่า”         
“ผมเจ็บหัวใจจี๊ดๆสงสัยจะอกหัก”
ราเชลสะดุ้งตั้งแต่ได้ยินประโยคแรกแล้วแต่ยังไม่ทันขยับคนบนเตียงก็หันขวับมาคว้าแขนเขากระชากจนล้มลงไปบนอก  ม่านที่พันตัวเอาไว้ทำให้ราเชลเสียหลักและตั้งตัวลุกขึ้นไม่ทัน  จึงถูกรวบกอดไว้แน่น       
“ปล่อย…ปล่อยนะริช…ปล่อยสิ…บอกให้ปล่อย”         
“ทำไมต้องปล่อย…เธอมาหาฉันเองนะราเชล”         
“ผมไม่ได้มาหาคุณ  ผมมาดูแลคนป่วยเพราะมันหน้าที่ผม”         
“ดีงั้นช่วยดูแลฉันหน่อยสิ”         
“ไม่ ทำไมต้องดูแลคุณด้วย”         
“ก็เธอมีหน้าที่ดูแลคนป่วยแล้วตอนนี้ฉันก็ป่วย”         
“ไม่จริง…ไม่เห็นคุณจะเป็นอะไรเลย”         
“เป็นสินี่ไง” ริชคว้ามือราเชลไปวางบนอก  ราเชลเม้มปากเมินหน้าไปทางอื่นแต่มือยังวางอยู่บนอกกว้าง  เสียงหัวใจใต้ฝ่ามือเต้นแรงขึ้นพร้อมๆกับอุณหภูมิของกล้ามเนื้อตึงแข็งก็สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว  ราเชลหน้าแดงซ่านเพราะรู้ภาษากายของริชดี  ลมหายใจร้อนที่รินรดใบหน้าทำให้สติคืนมา  ราเชลรีบดันแก้มระคายไว้ก่อนที่จะถึงใบหน้าไม่ถึงคืบ         
“อะ…อย่านะริช…คุณไม่มีสิทธิ์ทำอย่างนี้กับผมนะ”         
“ฉันไม่มีแล้วใครมีหือราเชล?”         
“ฮึ!มีก็แล้วกันแหละ…ปล่อยผมสิ…ปล่อยนะ”         
“ไม่!”
ริชกดร่างน้อยแน่นและแนบปากลงมาประกบอย่างรวดเร็ว  ไม่มีแม้แต่อาการดิ้นรนขัดขืน  ราเชลเผยอปากรับปากร้อนอย่างเต็มใจ จูบดุดันด้วยความโกรธจึงแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนหวานและเรียกร้องจนราเชลถึงกับสะท้าน  สองแขนโอบรัดรอบลำคอแข็งแรงแน่นปล่อยให้อารมณ์เพริดไปกับสัมผัสร้อนรุ่ม 
พริบตาเดียวเสื้อผ้าก็ถูกปลดออกไปจนหมด ร่างเปลือยร้อนผ่าวที่แนบลงมากระชับทำให้ราเชลตัวสั่นราวกับหวาดกลัว แต่ดวงตากลับหวานเยิ้มด้วยไฟปรารถนา  ปากแนบประกบกันอีกครั้งขณะที่มือของทั้งคู่ต่างก็ปลุกเร้ากันและกันอย่างคุ้นเคย  ริชดูดเม้มยอดสีแดงสดหนักๆขณะที่นิ้วหยั่งแหย่ไปยังช่องทางคับแคบสะกิดกระตุ้นจนสะโพกกลมกระตุก           
“ริช…อื้อ…” ราเชลนิ่วหน้าด้วยความทรมาน ไม่มีที่ใดในร่างกายที่ริชไม่รู้จัก  ทุกครั้งที่นิ้วยาวขยับจึงสร้างความเสียวซ่านให้แล่นแปลบปลาบไปทั่วท้อง
ริชชะโลมเจลที่เตรียมมาจนชุ่มนิ้วแล้วจึงสอดกลับเข้าไปใหม่  ทุกครั้งที่ราเชลหลุดเสียงครางจำนวนนิ้วก็เพิ่มขึ้นทุกที  ราเชลเม้มปากแน่นแต่สะโพกกลับขยับรับจังหวะนิ้วของริชไม่หยุดและถึงกับสะอื้นเมื่อนิ้วยาวถูกถอนออก         
“อย่า…อย่าเอาออก…”         
“ที่เธอต้องการน่ะมันตัวฉันต่างหากราเชล”         
“ริช…ริช…เร็ว” ราเชลสะอื้นเมื่อรู้สึกถึงความแข็งแกร่งร้อนผ่าวที่ชำแรกเข้ามา  ขาเรียวเปิดกว้างเพื่อรองรับริชให้เคลื่อนไหวได้สะดวก  ราเชลกัดปากแน่นทำให้เสียงครางอื้ออึงอยู่ในลำคอเมื่อริชแทรกลึกเข้ามาในคราวเดียว  ทั้งเจ็บและอึดอัดจนต้องจิกครูดบ่าแข็งด้วยความทรมาน  แต่ความปรารถนาที่เขม็งเกลียวอยู่ในท้องกลับกระตุ้นให้ราเชลผ่อนคลายตัวเองเพื่อให้ริชเข้ามาให้หมด  ริชเองก็ถึงกับหอบฮักเมื่อแทรกเข้าไปได้สุดตัว  เด็กหนุ่มก้มลงจูบหน้าแดงซ่านของคนข้างใต้เพื่อปลอบประโลมและเพื่อหยุดตัวเองไม่ให้รีบจนเกินไป  ขนตางอนยาวเป็นแผงเปียกชุ่มด้วยน้ำตา  แต่ดวงตาที่ลืมขึ้นมองเขากลับหวานระยับ  ปากแดงสั่นระริกเผยอขึ้นเชิญชวนและริชก็ไม่ปฏิเสธ ลิ้นที่เบียดรัดกันพัลวันในปากกับเนื้อที่สอดประสานกันไว้ทำให้ทั้งคู่เหมือนหลอมรวมเป็นร่างเดียว  ริชช้อนขาเรียวขึ้นพาดไหล่ก่อนจะถอนกายออกช้าๆแล้วแทรกกับเข้าไปใหม่ระวังไม่ปากแยกจากกัน  เสียงครางของราเชลจึงถูกดูดกลืนหายไปในปากเขา
ราเชลไข่วคว้าเอวหนาไว้แทนเพราะขายังพาดอยู่บนไหล่ริชทำให้กอดที่บ่าไม่สะดวก   ริชยังไม่ยอมถอนปากออกทั้งที่สะโพกก็ขยับลึกและแรงขึ้นทุกที 
ยอดอกที่ถูกละเลยกำลังเรียกร้อง ราเชลปล่อยมือจากเอวหนามาบีบคลึงที่อกตัวเองแทน  แต่ริชกลับดึงมือของเด็กชายออกและแทนที่ด้วยปากของเขา  ฟันคมที่ดูดดึงเป็นจังหวะทำให้ราเชลถึงกับสะอื้นด้วยความทรมานแต่หลังก็แอ่นขึ้นรับสัมผัสอย่างเต็มใจ           
“ริช…ไม่ไหว…แล้ว…ริช…ช่วยผม…ช่วย…อือ…”
ริชสอดแขนขึ้นไปล็อคไหล่เล็กไว้  อีกมือเลื่อนมากอบกุมแก่นกายร้อนของราเชลแล้วขยับเป็นจังหวะขณะที่สะโพกก็โหมกระหน่ำเข้าหาสะโพกเล็กอย่างรุนแรง  ราเชลหวีดลั่นร่างกายขยับรับแรงกระแทกตามจังหวะที่ริชกำหนดอย่างรู้ทาง สองร่างปะทะ เข้าหากันเร่งเร้า  เสียงครางและเสียงเตียงลั่นถี่ยิบก่อนที่ราเชลจะกรีดร้องออกมาสุดเสียงและกระตุกไปทั้งตัว หยาดรักฉีดซ่านออกมาเลอะทั้งตัวเองและริช  ริชขยับมืออีกสองสามครั้งเพื่อให้ราเชลปลดปล่อยออกมาให้หมดแล้วจึงปล่อยแก่นกายนุ่มเป็นอิสระ สะโพกหนาเร่งจังหวะแรงขึ้นเพื่อไปให้ถึงจุดหมายเช่นกัน  แรงเสียดสีเสียวซ่านทำให้ราเชลต้องกัดปากแน่นร่างกายที่เพิ่งปลดปล่อยไปร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง  ราเชลเหนี่ยวบ่ากว้างไว้ขณะที่ริชก็กระแทกกระทั้นแรงขึ้นเรื่อยๆ  แรงเสียดสีทำให้ราเชลเผลอเกร็งและรัดริชเป็นจังหวะ  ริชถึงกับครางลั่นและขยับตัวระรัว  ความเสียวซ่านที่แล่นวาบลึกไปทั้งตัวทำให้ราเชลหูอื้อก่อนจะกระตุกเมื่อมีแรงปะทะอุ่นซ่านฉีดพล่านเข้ามาข้างในและราเชลเองก็ถึงขีดสุดเช่นกัน
สองร่างซบกันหอบหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อน  ราเชลหลับตาพริ้มเมื่อรู้สึกถึงปากร้อนที่แนบจุมพิตมาบนหน้าผากเปลือกตาและแก้มก่อนจะมาหยุดที่ปาก  จุมพิตอ่อนหวานเรียกร้องให้ต้องจูบตอบ         
“หายโกรธแล้วใช่ไหม?”
เสียงออดอ้อนข้างหูทำให้ราเชลต้องลืมตาขึ้นมอง  ดวงตาวาวระยับปนเจ้าเล่ห์ทำให้ราเชลถึงกับหน้าร้อนผ่าวจนต้องหลบตา           
“ราเชล…มองฉันสิ…ที่รัก…ใจคอจะไม่มองหน้ากันเลยเหรอ…หืม?”
ราเชลเบือนหน้าหนีแต่ก็ถูกดึงปลายคางกลับมา  แต่ดวงตาคมปลาบนั้นร้อนแรงเสียจนทนมองไม่ไหวราเชลจึงหลับตา  ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆในลำคอ  ก่อนที่ปากจมูกร้อนๆจะซุกไซ้ซอกคอแรงๆ  ราเชลอุทานด้วยความตกใจ เพราะทุกครั้งที่ริชทำแบบนี้มักจะทิ้งร่องรอยไว้ให้ได้อายบ่อยๆ         
“อย่า…ริชอย่า…อื้อ…ริช” 
ราเชลสะดุ้งเมื่อความกำยำที่แทรกลึกอยู่ในร่างกลับขยับอีกครั้ง  ริชช้อนหน้าแดงซ่านขึ้นสบตา แล้วสะโพกแข็งก็ขยับถอนออกห่างแล้วกระแทกเข้าหาอีกครั้ง  ความอายทำให้ราเชลอยากหลบตาแต่ดวงตาที่แปรเปลี่ยนไปตามอารมณ์ของริชทำให้ราเชลไม่อยากละสายตา  ตาคมปลาบแพรวพราวเปลี่ยนเป็นหม่นมัวด้วยความปรารถนา ริชละมือข้างหนึ่งจากหน้านวลมาช้อนสะโพกกลมขึ้นรับแรงกระแทก  ราเชลโอบบ่ากว้างไว้แต่ยังไม่ละสายตาจากใบหน้าริช  สีหน้าที่แสดงถึงความปรารถนาในตัวเขาอย่างรุนแรงที่ราเชลไม่เคยเห็น เพราะทุกครั้งที่มีความสัมพันธ์กันเขาจะอายจนแทบไม่กล้ามองริชด้วยซ้ำ  แต่ครั้งนี้ราเชลได้เห็นแล้วแม้บางขณะตาจะมัวด้วยน้ำตาเพราะความเสียวสะท้านที่พลุ่งพล่านขึ้นทุกขณะก็ตาม  ใบหน้าที่เต็มไปด้วยอารมณ์ของริชเร่งให้ราเชลไปถึงจุดสูงสุดเร็วกว่าทุกครั้งจนริชเองยังแปลกใจ  ราเชลนั้นไม่รู้เลยว่าตัวเองก็มีสีหน้าที่ไม่ต่างจากริชเลยมิหนำซ้ำยังเผลอยั่วยวนริชโดยไม่รู้ตัว  ความทรมานจากการที่ต้องห่างเหินกันไปนานทำให้ริชเรียกร้องกับราเชลไม่หยุด  ราเชลเองก็ตอบสนองอย่างเต็มอกเต็มใจ  ความเจ็บปวดที่ริชมีคนอื่นเลือนหายไปหมด  ตอนนี้ราเชลขอแค่ให้ได้ริชกลับมาทุกอย่างก็ไม่มีความหมายอีกต่อไป  ราเชลยอมกระทั่งให้ริชทำในห้องน้ำของห้องพยาบาลหรือแม้แต่ใช้ปากให้ริช  ทั้งคู่ต่างเรียกร้องกันและกันจนลืมไปว่าอยู่ที่ไหน...เหมือนโลกหยุดหมุนอยู่แค่นั้น  กระทั่งเสียงพลุปิดงานตอนเที่ยงคืนดังขึ้น ปลุกให้ราเชลสะดุ้งตื่นขึ้นมาและริชก็จูบปลอบให้หายตกใจ         
“ริชนี่กี่โมงแล้วครับ?”         
“เที่ยงคืนแล้ว…ได้ยินเสียงพลุไหม?”         
“ตายจริง…นี่ดึกมากแล้วผมต้องกลับแล้วละ แย่จังผมไม่ได้ขออนุญาตคุณย่าไว้ด้วยว่าจะกลับดึกอย่างนี้”                             
“ใครบอกล่ะว่าจะกลับดึก  เธอจะกลับพรุ่งนี้ต่างหากราเชล”         
“อะไรนะครับ…ไม่ได้นะริชคุณย่าเอาตายแน่ถ้าผมเหลวไหลแบบนั้น”         
“ไม่น่า…คุณย่าเธอรู้แล้วว่าคืนนี้เธอจะไปงานเลี้ยงแล้วเราจะฉลอง
คริสมาสต์ด้วยกัน”         
“คุณย่ารู้แล้ว?…รู้ได้ยังไงครับ  แต่ถึงรู้คุณย่าก็ไม่มีทางยอมหรอก…หรือว่า?…นี่เป็นแผนคุณทั้งหมดเลยเหรอริช  คนบ้านี่แผนคุณใช่ไหม?”         
“ถ้าไม่ทำอย่างนี้ฉันจะได้เธอคืนมาเหรอราเชล”         
“บ้าๆๆๆ…คุณมันบ๊องที่สุดเลย นี่แสดงว่าเจอร์รี่ร่วมมือกับคุณด้วยใช่ไหม?”         
“ต้องขอบคุณเจอร์รี่ที่ช่วยให้เราดีกันได้  ไม่เอาน่าราเชลใครๆก็อยากให้เราดีกันทั้งนั้น….หรือว่าเธอไม่รู้สึกอะไรที่เราต้องมาผิดใจกัน”         
“ใครว่าไม่รู้สึก…ผมเจ็บแทบตาย…ผมคิดว่าคุณจะเลิกรักผมแล้วเสียอีก  ริช…อย่าทิ้งผมนะ  ผมจะไม่เซ้าซี้คุณแล้ว  ถ้าคุณอยาก….เอ่อ…มีคนอื่นผมก็จะไม่ห้ามแล้ว…อย่าทิ้งผมนะริช…ผมรักคุณ..ฮึก…”         
“อ้าว!ขี้แยอีกแล้ว….ไม่เอาน่าฉันไม่มีคนอื่นหรอก  อย่าร้องไห้เลยเดี๋ยวตาบวมแล้วไม่สวยนะ”         
“ผมไม่ได้อยากสวยเสียหน่อย…ถ้าผมไม่สวยคุณคงไม่มองผมใช่ไหมล่ะ?”         
“ตอนแรกก็งั้น…น่าอย่าเพิ่งร้องไห้ฟังให้จบก่อน  ตอนแรกฉันสนใจเพราะเธอสวย น่ารักเหลือเกิน  เหมือนตุ๊กตาแก้ว บอบบางน่าถนอม แล้วพอฉันได้กอดเธอฉันก็ตั้งใจไว้ว่าฉันจะไม่ปล่อยเธอไปชั่วชีวิต  ห้ามเธอมีคนอื่นนอกฉันนะรู้ไหม?”         
“ผมจะมีคนอื่นได้ไงก็ผมรักริชคนเดียว”         
“ดีมาก…เราไปบ้านกันดีกว่า  ที่นี่นอนไม่สบายเหมือนเตียงเราหรอกน่า”         
“ริชบ้า…คิดแต่เรื่องนี้เรื่องเดียวหรือไง?”         
“แล้วเธอไม่คิดเหรอ…อ้าว!ยืนไม่ไหวละสิ”         
“เพราะใครล่ะ…เจ็บไปหมดเลย…นี่ถ้าไม่มีเจลผมตายแน่”         
“จะไม่มีได้ไงฉันเตรียมมาพร้อมน่า”         
“ริชน่ะ” ราเชลหน้าแดงซ่านแต่ก็ยอมให้ริชประคองออกไปจากห้อง
เงาดำวูบเข้าหาแต่ริชเบนหลบด้วยสัญชาติญาณและการฝึกฝน ราเชลถูกดันไปอยู่ด้านหลังทำให้ไม่เห็นผู้จู่โจม  ริชซัดหมัดออกไปโดนอีกฝ่ายเต็มแรงด้วยความโกรธส่งผลให้คนถูกต่อยถลาลงไปกองอยู่กับพื้น โหนกแก้มเลือดไหลโกรกราวกับถูกบาดด้วยมีด           
“อย่า! ริชอย่า! นั่นจิตแพทย์ที่ดูแลผม”  ราเชลร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อเห็นคนที่นอนอยู่ที่พื้นถนัด  เท้าที่ยกขึ้นจะกระทืบของริชชะงักค้างแล้วลดลง  ริชหรี่ตามองหมอหนุ่มใหญ่อย่างแปลกใจปนขุ่นเคือง         
“เปลี่ยนจากหมอโรคจิตมาเป็นหมอหมาหรือไงหมอ  ถึงได้มาลอบกัดกันอย่างนี้”
ซอเรนไม่ตอบโต้แต่สายตาที่มองริชนั้นเต็มไปด้วยความโกรธ  แต่เมื่อเลื่อนมามองราเชล สายตานั้นทั้งเจ็บช้ำและขมขื่น  ราเชลใจหายวาบเขาลืมเสียสนิทว่านัดให้ซอเรนมาหาจนได้เจอหน้าซอเรนจึงนึกได้
“หมอมานานแล้วเหรอครับ?”  ราเชลเสียงแผ่วด้วยความสำนึกผิด 
ซอเรนยันตัวลุกขึ้นช้าๆ  เลือดจากแก้มไหลทะลักแต่เขาไม่สนใจจะเช็ด  เพราะแผลที่ใบหน้ามันเจ็บไม่ได้ครึ่งของที่หัวใจ  ทั้งเจ็บทั้งอายที่โดนเด็กหลอก         
“ผมมาตามที่คุณนัดไง…ลืมไปแล้วสินะ เพราะผมมานั่งรอตั้งแต่5โมงเย็น แล้วที่เรียกผมมานี่ต้องการจะบอกอะไรผมเหรอราเชล หรือว่าต้องการคนดู”
ราเชลปากสั่นด้วยความรู้สึกผิด ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ซอเรนเจ็บปวดเลยสักนิด         
“ปากเสีย!”
ริชกระชากคอเสื้อซอเรนจนลอยขึ้นมา  แต่ราเชลโผเข้าไปยึดมือไว้แน่น         
“อย่าริช!อย่าทำคุณหมอ  อย่า…ปล่อยคุณหมอนะครับผมขอร้อง”         
“ทำไมราเชลปกป้องมันทำไม?”         
“ผมผิดเองริช  ผมขอโทษครับคุณหมอ...ขอโทษ  ผมไม่ได้ตั้งใจจะให้เรื่องมันเป็นอย่างนี้เลย…ผมขอโทษ”         
“ขอโทษเหรอ…หมายความว่าการที่เขามาแอบดูเรานี่เราผิดงั้นเหรอ บ้าแล้วเห็นๆอยู่ว่าไอ้หมอบ้านี่มันโรคจิต เป็นพวกถ้ำมองเหรอหมอถึงมาดูชาวบ้านเขานอนกัน”         
“พอทีริช พอ ผมขอร้อง…ผมขอโทษครับหมอ  ผมไม่ได้นัดหมอให้มาเจอเรื่องแบบนี้…ผมขอโทษ”         
“อ๋อ!เธอไม่ได้นัดไอ้หมอนี่มาดูเรา  แต่เธอนัดมาทำอย่างอื่นงั้นสิราเชล”         
“ริช”         
“แปลว่าถ้าฉันไม่ได้อยู่ในห้องนี้  คนที่เธอจะนอนด้วยคือหมอนี่สินะ” 
ฉาด!  ริชตาเป็นประกายวาบด้วยความโกรธ  ราเชลเองก็ตกใจไม่คิดว่าจะตบริชแต่ที่ทำไปเพราะความโกรธ         
“ริช…ผม…ผมไม่ได้…”         
“ดีนี่…เมื่อกี้เธอยังครวญครางให้ฉันรักอยู่เลย  ตอนนี้พอเจอคนใหม่กล้าลุกขึ้นมาตบฉันเลยนะ เก่งมากราเชลเก่งมาก เอาเลยอยากนักก็นอนทีเดียวสามคนเลยเป็นไง  ฉันนึกว่าเธอจะชอบให้ฉันทะนุถนอม เพิ่งรู้นะว่าชอบเซ็กหมู่”         
“หยุดนะริชไอ้เด็กปากเสีย  นายทำราเชลเจ็บมาตั้งกี่ครั้งแล้วยังมีหน้ามาพูดอย่างนี้กับราเชลอีกเหรอ?”         
“โธ่ไอ้หน้าโง่เอ๊ย  จะบอกอะไรให้นะ ราเชลเป็นของฉันเมื่อกี้นายก็เห็นนี่
ราเชลน่ะเวลาอยู่กับฉันเขามีความสุขแค่ไหน  แกต่างหากที่ต้องไสหัวไปให้พ้น  ไปจากชีวิตราเชลเลยยิ่งดี  ไอ้หมอโรคจิตเอ๊ยแกล้งทำเป็นห่วงคนไข้ที่แท้ก็โลลิคอนชอบเด็ก จำใส่หัวไว้เลยนะว่าราเชลมีฉันแล้วไม่จำเป็นต้องมีนาย”         
“หมายความว่านายเจตนาให้ฉันเห็นนายกับราเชลงั้นสิ”  ซอเรนถามเหมือนสงสัย  และริชก็รับสมอ้างไปด้วยเจตนาจะเยาะอีกฝ่ายให้สะใจ       
“น่าจะรู้ตั้งแต่แรกแล้วนะ  ใครมันจะบ้าทำโดยไม่ล็อคประตูวะนอกจากเจตนา  ได้ยินชัดแล้วไม่ใช่เหรอไปให้พ้นได้แล้วไอ้หมอโรคจิต”         
“ริช…คุณจงใจงั้นเหรอ?…คุณ…คุณเห็นผมเป็นอะไร…คุณทำได้ยังไงริช?”         
“อย่าบ้าน่าราเชล  เธอจะให้ฉันทนดูเธอควงกับไอ้หมอนี่เย้ยฉันอีกต่อไปหรือไง  อย่าลืมสิว่าเธอเป็นของฉัน  อย่าให้ไอ้หน้าไหนมาแตะเธออีกฉันไม่ชอบ”         
“แล้วทีคุณละริช…ทีคุณมีคนอื่นล่ะ  ไม่เห็นคุณจะแคร์ผมเลย  ใช่สิผมมันบ้า  บ้าที่ไปหลงรักคนใจร้ายแบบคุณ  คุณไม่เคยแคร์ผมเลย  คุณไม่ได้รักผมคุณแค่เห็นผมเป็นตุ๊กตาสินะ  ผมมันโง่เองที่คิดว่าคุณรักผมเหมือนที่ผมรักคุณ  ผมมันโง่เอง”         
“บ้าอะไรอีกล่ะราเชล”         
“ใช่ผมมันบ้า…ผมเป็นคนบ้าคุณไม่รู้เหรอ…ผมเป็นบ้าจนต้องมีหมอตามดูแลอยู่นี่ไง รู้หรือยังริชว่าคุณนอนกับคนบ้า”         
“ราเชล!”         
“เราเลิกกันริช…ต่อไปนี้ผมจะไม่มาให้คุณเห็นหน้าอีก  เราขาดกันแค่นี้ เชิญคุณไปหาคนที่ดีพอสำหรับคุณแล้วกันคุณมันไม่เคยพออยู่แล้วนี่”         
“ก็ดี ฉันก็รำคาญที่จะต้องมาตามง้อเด็กแสนงอนเต็มทีแล้ว  สาวๆสวยๆรอฉันอยู่อีกเพียบ ทนคบคนเดียวมาตั้งนานเซ็งจะตาย”         
“ริช!”         
“ฉันน่ะสบายมาก  ว่าแต่เธอเถอะหวังว่าไอ้หมอน่าจืดนี่คงจะสนองเธอได้สมใจนะ”       
“แก!”  ซอเรนคำรามและกระโจนเข้าใส่  แต่ริชหลบแล้วกระชากร่างผอมบางกว่ากระแทกเข้ากับผนังและกดเอาไว้จนซอเรนขยับไม่ได้  เขาเสียรู้ให้หมอนี่หลอกใช้ให้ราเชลเข้าใจผิดมาแล้วเห็นทีจะต้องเอาคืนให้สาสม         
“คราวนี้ฉันหักคอแกแน่  อยากรู้นักว่าหมอเนี่ยเลือดมันสีอะไร?”
ริชคำรามตาวาววับ  ราเชลพยายามจะดึงไหล่หนาแต่ไร้ประโยชน์       
“หยุดนะ!…มีอะไรกัน” เสียงตวาดจากหน้าห้องพยาบาลทำริชชะงักหมัดค้าง       
“แฮมิลตันหยุดนะนั่นจะทำอะไร?”           
“โชคดีจริงนะหมอ…ถ้าฉันเจอแกคราวหน้าแกโดนกระทืบแน่”  ริชคำรามชิดหน้าซอเรน ดวงตาวาววับเยือกเย็นอย่างอาฆาต  ก่อนจะเหวี่ยงซอเรนลงกับพื้นและเหนี่ยวคอราเชลมาจูบแรงๆ  แต่ไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้  ราเชลมองริชด้วยสายตาเย็นชาขณะที่สายตาของริชเกรี้ยวกราดและหวั่นไหว
“อย่าโวยวายน่าอาจารย์  พรุ่งนี้ผมจะไปรายงานตัวที่ห้อง” ริชปล่อย
ราเชลและเดินจากไปท่ามกลางอาการตะลึงอ้าปากค้างของอาจารย์เวร         
ซอเรนพยายามยันตัวลุก แต่มือเล็กๆก็ช่วยพยุงเขาขึ้น  หมอหนุ่มมองหน้าราเชลด้วยความเป็นห่วง ได้เห็นดวงตาเจ็บช้ำคลอด้วยน้ำใสๆ         
“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า  ต้องขอโทษด้วยนะครับปกตินายแฮมิลตันเขาไม่เคยอันธพาลขนาดนี้เลยครับ  พรุ่งนี้ผมจะจัดการให้”         
“อย่าเลยครับอาจารย์เรื่องเข้าใจผิดกันน่ะครับ”         
“อ้าว!”         
“คือผมมาตามราเชลเห็นว่ามาดูแลห้องพยาบาลแต่เห็นเขาเลยเข้าใจผิด  ทางเขาก็คงคิดว่าผมจะทำร้ายเลยป้องกันตัวน่ะครับ  ไม่มีอะไรจริงๆแค่เข้าใจผิดกันนิดหน่อย”         
“แต่…เอ่อ…ก็แล้วแต่คุณนะครับ…เธอล่ะราเชลเป็นอะไรหรือเปล่า?”         
“ไม่เป็นอะไรครับ”
อาจารย์เวรทำหน้างงๆแต่ก็เดินแยกไป  ซอเรนเดินตามร่างเล็กบางที่ดูเหมือนจะเล็กกระจ้อยร่อยลงไปอีก  ไหล่บางลู่ค้อมราวกับคนแก่ ท่าเดินลากเท้าเหมือนกับไร้เรี่ยวแรงยิ่งทำให้ซอเรนไม่สบายใจ   
“ราเชล...เอ่อ...ผม...”     
“ขอโทษครับที่ทำให้หมอเจ็บตัว…ผมไม่ควรให้หมอมางานโรงเรียนเลย”         
“ผมไม่เป็นไรหรอกราเชล…แต่ปล่อยไว้แบบนี้จะดีเหรอ ผมว่าราเชลไปคุยกับเขาเถอะผมไม่เป็นไรแล้ว”         
“ไม่ครับ…เราจบกันแล้ว…ผมกับริชจบกันแล้วครับหมอ” 
ซอเรนหนักอึ้งในอก  เขาน่าจะดีใจที่รู้ว่าราเชลเลิกกับแฮมิลตันได้  แต่ท่าทางเหมือนใจจะขาดของราเชลต่างหากที่ทำให้เขารู้สึกผิด
................


ออฟไลน์ tianqin

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-1
....
ซอเรนจอรถเทียบหน้าตึกช้าๆ  แสงไฟที่เหลือเพียงไม่กี่ดวงบอกให้รู้ว่าคนในบ้านหลับไปเกือบหมดแล้ว       
“ขอบคุณครับหมอ” ราเชลลงจากรถเขาไปอย่างรวดเร็ว  ตั้งแต่โรงเรียนจนมาถึงบ้านราเชลไม่พูดอะไรกับเขาเลย เอาแต่นั่งก้มหน้าคางจรดอกตลอดเวลา  เขาเองก็ได้แต่เงียบทั้งที่โดยวิชาชีพเขาน่าจะเป็นคนที่ช่วยให้ราเชลรู้สึกดีได้ แต่เมื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเขาก็มีส่วนผิดอยู่ไม่น้อยมันทำให้เขาพูดไม่ออก
คืนนั้นซอเรนนอนไม่หลับทั้งคืน  ตอนเช้าหากไม่ติดว่านัดคนไข้ไว้เขาคงแล่นไปหาราเชลแต่เช้า  บ่าย3โมงพอดีเมื่อเขาไปถึงคฤหาสน์เวลบอร์น และราเชลก็ไม่ได้อยู่ที่นั่นอีกแล้ว
………………………

อากาศที่มาปะทะตัวร้อนผ่าวตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบแผ่นดินนี้ 
ราเชลเดินตามผู้โดยสารอื่นๆไปขึ้นรถเข้าสู่อาคารสนามบินฮาวาย  ทันทีที่เข็นรถออกมาจากช่องผู้โดยสารขาเข้าราเชลก็อดยิ้มไม่ได้  คุณหมอโฮสผู้แสนดียังคงต้อนรับเขาด้วยรอยยิ้มเหมือนเดิม  แต่คนที่มีรอยยิ้มกว้างขวางเป็นพิเศษคือทีน่าภรรยาคุณหมอ         
“ราเชล…หนูน้อย…คิดถึงเหลือเกิน ไม่เจอกันหลายปีเธอยังสวยน่ารักเหมือนเดิม” ภรรยาคุณหมอดูเหมือนจะตัวใหญ่กว่าครั้งสุดท้ายที่ราเชลเห็นเกือบสองเท่า  แขนกลมป้อมกอดราเชลไปซุกกับอกมหึมาจนแทบจุก           
“ทีน่าทำอย่างนี้ราเชลหายใจไม่ออกกันพอดี”         
“ก็จะทำไมล่ะ ฉันคิดถึงหนูน้อยของฉันจะแย่”         
“ผมก็ดีใจครับที่ได้เจอคุณทีน่ากับคุณหมออีก”         
“ไม่เอาตอนนี้ต้องเรียกคุณลุงกับคุณป้าสิจ๊ะ”         
“ครับคุณลุงโฮสคุณป้าทีน่า”         
“น่ารักจริงๆ ไปเร็วที่รัก ตอนนี้ทุกคนตื่นเต้นกันใหญ่ที่จะได้เจอหนุ่มน้อยแสนสวยของป้า”
ราเชลถึงกับพูดไม่ออกเมื่อต้องเจอกับครอบครัวของหมอโฮส ทุกคนทำราวกับราเชลเป็นของแปลกใหม่  ต่างเข้ามารุมซักโน่นถามนี่จนราเชลหัวหมุนไปหมดไม่รู้จะตอบคำถามใครก่อน  หลังจากที่ทักทายกันจนเวียนหัวราเชลก็ถูกพาหรือถ้าจะเรียกให้ถูกต้องคือถูกลากมายังห้องพัก  ห้องเล็กๆที่ทาสีครีมอ่อนๆทั้งห้องมีเตียงและตู้เสื้อผ้าอยู่มุมห้องกับหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดรับลมอุ่นสบายม่านปลิวไสวด้วยแรงลม           
 “เสียดายที่ราเชลเป็นผู้ชายเลยต้องนอนคนเดียว พวกเราน่ะนอนกันห้องละสองคนนะ”         
“อะไรกันจ๊ะสาวๆ  ออกไปได้แล้วราเชลจะได้พัก” คุณหมอโฮสตามมาเรียกทั้งสี่สาวจึงยอมออกไปจากห้อง  ราเชลเหลือบมองคุณหมออย่างอึดอัดใจ         
“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะราเชล?”         
“ผมรู้สึกเหมือนมาเป็นภาระให้คุณหมอ”         
“ทำไม…แม่พวกสาวๆเขาพูดอะไรให้ไม่สบายใจหรือเปล่า?”         
“เปล่าครับ  ไม่มีอะไร”         
“อย่ามาปิดเลยน่า  ว่าไงมีอะไรหรือเปล่า?”       
“คือพวกพี่ๆเขาต้องนอนกันห้องละสองคน...แล้ว...ผมกลับได้นอนคนเดียว…คือ…”         
“ฮะๆๆนี่คิดว่าลุงจนซะจนไม่มีเงินสร้างห้องนอนให้ลูกๆเหรอราเชล”         
“เปล่านะครับผมไม่ได้คิดอย่างนั้น…เอ่อ…ผมขอโทษครับที่พูดจาเหมือนดูถูก…ผม..”         
“ราเชล…หนูน้อยของลุงมานี่มา”  หมอโฮสโอบไหล่ราเชลให้ออกไปนั่งที่ระเบียงด้วยกัน  มืออุ่นๆที่ลูบผมไปมาทำให้ราเชลน้ำตารื่นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว  มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้แต่ที่แน่ๆคือมันอบอุ่นเหลือเกิน         
“ลุงน่ะปลูกบ้านแยกให้เขาแล้วด้วยซ้ำแต่เขาไม่ยอมไปอยู่ กลับชอบมาแออัดอยู่ด้วยกันที่นี่  เขาว่าอยู่คนเดียวมันเหงา  แล้วตอนแรกลุงก็ตกลงกับป้าทีน่าเขาไว้ว่าจะให้ราเชลพักที่บ้านริมหาด แม่พวกนี้ก็โวยวายกันยกใหญ่ว่าทำเหมือนรังเกียจ ราเชลบ้างละ  เห็นราเชลเป็นคนอื่นบ้างล่ะ  ลุงก็เลยรอให้ราเชลมาถึงก่อนแล้วค่อยตัดสินใจเอาเองว่าจะอยู่ด้วยกันในบ้านนี้ หรืออยากอยู่สงบๆที่บ้านเล็ก ที่นี่น่ะอึกทึกวุ่นวาย ถ้าราเชลไม่ชอบก็ไปอยู่ที่บ้านริมทะเลได้นะ”         
”ผม…ผมอยากอยู่ที่นี่ครับ” ราเชลเช็ดน้ำตาและเงยขึ้นยิ้ม         
“ก็ลองดู ทนรำคาญไม่ไหวก็ย้ายหนีไปนอนที่บ้านโน้นได้นะ  ขนาดลุงเป็นพ่อยังต้องย้ายบ้านหนีกันบ่อยๆ แต่แม่พวกนี้ก็ตามไปนอนด้วยทุกทีเลยต้องเลิกหนีเพราะขี้เกียจไปนอนหลังอื่น  วันดีคืนดีก็หอบผ้าห่มมานอนห้องเดียวกันหมดลุงละเบื่อ  แต่ป้าทีน่าเขาชอบ” 
ราเชลอมยิ้มเมื่อนึกภาพตาม ลูกสาวหมอโฮสแต่ละคนตัวเล็กกว่าป้าทีน่า นิดหน่อย หากต้องไปนอนอัดอยู่ในห้องเดียวกันคงอึดอัดน่าดู           
บรรยากาศในโต๊ะอาหารทำเอาราเชลอ้าปากค้างบ่อยๆ ที่นี่มีอาหารตั้งโต๊ะมากพอๆกับที่บ้านราเชลเวลามีงานเลี้ยง แต่ไม่มีจานไหนเหลือเลย  ถึงแม้
ราเชลจะยอมรับว่าทีน่าทำอาหารได้อร่อย แต่ใครจะคิดว่าอาหารเต็มโต๊ะขนาดนี้จะถูกจัดการได้ด้วยคน7คน  จะว่าไปต้องหมายถึง ทีน่ากับสี่สาวมากกว่าเพราะ
ราเชลกับคุณหมอทานรวมกันยังไม่ถึงครึ่งของสาวคนใดคนหนึ่งด้วยซ้ำ มันทำให้
ราเชลนึกถึงคุณย่า...นี่ถ้าคุณย่ามาทานอาหารด้วย  สี่สาวคงถูกอบรมขนาดหนัก       
เกือบเที่ยงคืนราเชลถึงได้เข้าห้องอีกครั้ง  เพราะพวกสาวๆลากเขาไปเล่นเกมสารพัดรวมไปถึงการเต้นรำ ไม่น่าเชื่อว่าคนตัวโตๆจะเต้นได้พริ้วสวยเหลือเกิน         
แม้วันนี้จะมีแต่เรื่องแปลกใหม่ให้วุ่นวายตื่นเต้น  แต่ราเชลก็ข่มตาให้หลับไม่ลง  ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงหัวเราะเขามักจะสะดุ้งเสมอ เพราะรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงห้าวทุ้มๆร่วมหัวเราะอยู่ด้วย  น้ำตาที่คิดว่าคงแห้งเหือดไปแล้วกลับรินไหลมาอีก  ราเชลถอนสะอื้น  ในอกเหมือนมีหนามตำจนเจ็บแปลบ         
‘ริช…ตอนนี้คุณคงอยู่กับผู้หญิงคนใหม่อีกแล้วสินะ…คุณคงไม่คิดถึงผมอีกแล้ว…ริช…ผมคิดถึงคุณเหลือเกิน…’
ราเชลขดตัวแน่นและดึงหมอนมาอุดปากไว้ไม่ให้เสียงสะอื้นลอดออกไป  ภาพความหลังที่เคยอยู่กับริชไหลกลับเป็นฉากสลับกับภาพผู้หญิงคนแล้วคนเล่าของริช นาน…ช้า กว่าที่ความอ่อนล้าจะดึงสติสัมปชัญญะจากไป
      ..................................

ริชเหวี่ยงโทรศัพท์มือถือเครื่องจิ๋วด้วยความคลั่งแค้น เกือบ2 สัปดาห์ที่เขาติดต่อราเชลไม่ได้  ไม่มีใครรู้ว่าราเชลหายไปไหน  เขาเฝ้าแต่ค้นหาทุกที่ที่คิดว่าราเชลจะไปแต่ก็ไม่มีวี่แวว  RRRRRRR….
โทรศัพท์ที่ถูกเหวี่ยงอยู่ที่พื้นส่งเสียงขึ้นมา  ริชวิ่งไปคว้าขึ้นมาทันที         
“ฮัลโหล”         
“ริช ผมมีข่าวจะบอก” เสียงเจอร์รี่ระล่ำระลักมาตามสาย         
“อะไร?”         
“ราเชลย้ายโรงเรียนไปแล้ว”         
“อะไรนะ?”         
“วันนี้คุณพ่อไปประชุมคณะกรรมการโรงเรียน  ทราบจากท่านอธิการว่า
ราเชลย้ายโรงเรียนไปแล้ว”         
“ย้าย…ย้ายไปไหน?”         
“ไม่รู้  ท่านอธิการไม่ยอมบอก…ทำไงดีริช  ผมติดต่อราเชลไม่ได้เลย”         
“ฉันจัดการเอง”
ริชวางสายจากเจอร์รี่โทรหาคนสนิท       
“เจฟ…เช็คข่าวให้ที  ราเชลย้ายไปไหน…หาให้ได้วันนี้เลยนะ?” 
ประมาณชั่วโมงกว่าๆเจฟฟรี่ก็ติดต่อกลับมา       
“ว่าไง…อะไรนะ…บ้าที่สุดทำงานภาษาอะไร…ไม่ได้เรื่อง…”
ริชขว้างโทรศัพท์ไปบนเตียงอย่างฉุนเฉียว  เจฟฟรี่ยืนยันว่าตรวจสอบไม่ได้  ไม่มีข้อมูลจากโรงเรียนไหนในอเมริการับนักเรียนใหม่กลางคันสักที่เดียว         
‘จริงสิ…พ่อราเชลน่าจะรู้’         
“สวัสดีครับคุณเวลบอร์น”         
“สวัสดีคุณแฮมิลตันมีเรื่องสำคัญอะไรเหรอ…หรือว่าคุณพ่อเธอจะเปิดประมูลหุ้นแล้ว?”         
“หากคุณพ่อเปิดประมูลผมสัญญาเลยครับว่าคุณจะทราบเป็นคนแรก” ริช ยิ้มหยันที่มุมปาก ‘คนแรกของผู้ที่ไม่มีโอกาสร่วมเข้าหุ้น’         
“งั้นเหรอ…แล้วมีธุระอะไรล่ะ?” น้ำเสียงผิดหวังปิดไม่มิด         
“ผมได้ข่าวว่าราเชลจะย้ายโรงเรียน  ไม่ทราบว่าจะไปเรียนที่ไหนครับ”         
“เอ๊ะ…ย้ายเหรอ…เอ่อ…ฉันก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเขาเท่าไหร่…คือ…ราเชลเขาอยู่ในความดูแลของคุณย่าเขาน่ะ  ฉันมัวแต่ยุ่งๆธุรกิจไม่ค่อยมีเวลาดูแล คุณย่าเขาเลยดูแลให้”
ริชแทบเขวี้ยงกระบอกโทรศัพท์ด้วยความเดือดดาล  พูดออกมาได้ว่ายุ่งกับธุรกิจ  ยุ่งแต่การพนันกับผู้หญิงสิไม่ว่า         
“ถ้าอย่างนั้นผมก็ไม่รบกวนแล้วนะครับ สวัสดี”         
“เดี๋ยวสิ…”
ริชวางสายแต่ก็มีสายเข้าทันที  เด็กหนุ่มถอนใจเฮือกแล้วดึงปลักออกด้วยความรำคาญ  คนที่ควรจะรู้เรื่องของราเชลดีเหลือแค่คนเดียวคือย่าของราเชล  หญิงแก่ที่แสนทระนงคนนั้น  นับตั้งแต่วันที่เธอมาตามราเชลที่นี่ เขาและเธอก็ไม่เคยเจอกันอีกเลย  จะให้เขาไปงอนง้อขอโทษงั้นเหรอ  ไม่มีวัน
ริชยิ้มหยัน มั่นใจว่า  อีกไม่นานราเชลก็จะเป็นฝ่ายทนไม่ได้  และสุดท้ายราเชลก็จะกลับมาหาเขาเอง         
‘ราเชล…คิดจะหนีหัวใจตัวเองเหรอที่รัก…ไม่มีวันหรอก…คราวนี้จะแกล้งให้ร้องไห้ให้เข็ดเลย…ทีหลังจะได้ไม่ขี้งอนอย่างนี้อีก’
      ..................................


จบบทที่ 1คะ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะจะพยายามมาลงบ่อยๆ  :pig4:

ออฟไลน์ M@nfaNG

  • ชีวิตคือการตรวจสอบ...
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4453
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +847/-18
ไม่ชอบริชแล้ว :angry2:
หาพระเอกคนใหม่ดีกว่า :serius2: หมอซอเรนก็น่าสนนะ

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
จบบทที่ 1  :a5: อ่านมาตั้งนาน เพิ่งจบบทที่ 1 นี่นะ  o22 o22

อ่านแล้วรู้สึกเหมือนวนเวียน หวานกัน ทะเลาะกันโกรธกัน  :z3: :z3: 

อีตาริชนี่น่าหมั่นไส้มาก ถ้ายังไม่ปรับตัวนะ จะเลิกเชียร์ละ  :beat: :beat: :beat: ตบส่งท้าย  :beat: :beat:

ออฟไลน์ dahlia

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +695/-4
ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยไว้ใจ เจ้าริช อยากจะ  :beat:  :beat:
แต่ลึกๆ ก็อดเชียร์ไม่ได้อยู่ดี เฮ้อออออ ช้านไม่ได้เชียร์คนผิดใช่มะ

เป็นนิยายอีกเรื่องที่ชอบและรออ่านมาก แวะมาต่อบ่อยๆ นะคะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
รออ่านอยู่นะค้า   :L2: :L2:

ออฟไลน์ dahlia

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +695/-4
แวะมารอด้วยอีกคนนะ 
มาต่อเร็วๆๆๆๆ  :call:

ออฟไลน์ tianqin

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-1
M@nfaNG  : เกลียดริชไปก่อนได้คะ เดี๋ยวค่อยกลับมาชอบก็ยังไม่สายนะ
THIP         :  นั่นนะซิคะ ทำไมบทที่ 1 ยาวจัง ดูไปๆมีแค่ 3 บทกับอีก 1 ตอนพิเศษเอง หรือคนโพสจะเข้าใจอะไรผิด
Dahlia      : เชียร์ริชไปเถอะคะ รับรองไม่ผิดหวัง

มาต่อแล้วนะคะ ขอบคุณที่ติดตามคะ

.................................

ภายในห้องค่อนข้างสลัวมีกลิ่นแอลกอฮอล์โชยฟุ้ง  เจฟฟรี่ก้าวข้ามขวดเหล้าที่กลิ้งระเกะระกะเข้าไปยืนชิดเตียง  สามร่างเปลือยเปล่าบนเตียงยังไม่มีใครรู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าเขาเข้ามา         
“คุณริชครับ…คุณริช”
เจฟฟรี่เขย่าร่างที่นอนริมสุดเบาๆแต่ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น           
“คุณริชครับตื่นเถอะครับ”         
“อื้อ…อย่ายุ่งน่าจานอน”         
“ไม่ได้ครับพรุ่งนี้คุณต้องไปร่วมงานที่แอลเอ  วันนี้ยังไงก็ต้องเดินทางแล้ว…คุณริชครับ”         
“ฮื้อ…เจฟ…อย่าคาหย่าว…ฉันง่วง”         
“ไม่ได้ครับคุณต้องลุกขึ้น  เราต้องเดินทางแล้ว”         
“ปายหนาย”         
“ไปงานพรุ่งนี้ไงครับ”         
“ก็ได้…ปวดหัว”         
“ผมเอายามาให้แล้ว”
เจฟฟรี่ประคองร่างสูงที่ซูบลงอย่างรวดเร็วด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ไปเข้าห้องน้ำ  ทันที่แต่งตัวเสร็จริชก็ออกจากห้องนั้นไปโดยไม่ได้เหลือบแลไปยังร่างเปลือยบนเตียงสักนิด
กว่าสองสาวจะรู้สึกตัวก็ปาเข้าไปเกือบบ่ายสอง  ไม่มีร่างสูงบนเตียงแต่หัวเตียงมีเช็คเงินสดสองใบ  ตัวเลขในเช็คช่วยให้อารมณ์ขุ่นมัวที่ถูกทิ้งดีขึ้นทันตา ดังนั้นเมื่อมีคนถามถึงริช  สองสาวจึงช่วยกันใส่สีตีไข่กันสนุกปาก         
“ริชน่ะหวงตัวจะตาย  ตอนมีอารมณ์นะก็แทบจะขยี้เราเป็นชิ้นๆ แต่พอเสร็จแล้วกลับไม่ยอมให้เรากอดด้วยซ้ำ”           
“ใช่บ้าที่สุดเอะอะอะไรก็ร้อน เอะอะก็รำคาญ”         
“ฉันว่าคงจะโดนสาวไหนทิ้งมาแน่ๆเลย”         
“ทำไมล่ะ?”           
“อ้าวก็วันก่อนนะยัยเวนดี้บอกชั้นว่าเขาดึงเธอไปกอดตอนที่เขาไม่รู้ตัว แต่พอรู้สึกนะถึงกับอารมณ์เสียลุกย้ายห้องนอนเฉยเลย”           
“ต๊าย!เย็นชาชะมัด”           
“ใช่แต่ลีลาดีจะตายไม่น่าเชื่อเลยว่าอายุแค่16-17”           
“อะไรนะแฮมิลตันนะอายุ17”           
“ย่ะ!หล่อนไปอยู่ไหนมาไม่รู้เหรอยะ”       
“ต๊าย!ฉันเห็นออกจะเชี่ยวนึกว่ายี่สิบกว่าแล้วด้วยซ้ำ”           
“คิกๆๆของแบบนี้มันอยู่ที่ประสบการณ์ย่ะไม่ใช่อายุ…ดูนี่คู่ควงล่าสุดของริชย่ะ” หนังสือถูกร่อนลงกลางวง  สาวๆต่างชะโงกเข้ามาดูด้วยความตื่นเต้นแกมประหลาดใจ  ริชหันด้านข้างให้กล้อง แต่นางแบบสาวกลับหันมายิ้มร่า         
“ต๊าย!ไฮโซเลิศหรูขนาดนั้นทำไมชอบเด็กยะ”           
“นี่หล่อนไม่รู้อะไรแม่พวกนี้น่ะไก่แก่แม่ปลาช่อนชอบเคี้ยวหญ้าอ่อนสิยะ”           
“มิน่าละริชถึงได้เชี่ยวนักเพราะมีเทรนเนอร์ดีอย่างนี้นี่เอง”      
ทุกคืนริชจะไปปาร์ตี้ เมาจนสะใจและจบลงบนเตียงกับผู้หญิงที่ออกมาด้วยกัน  หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันกลับ แม้วันถัดมาจะเดินสวนกันบนถนนริชก็ไม่เคยจำได้ด้วยซ้ำว่าเขาเคยนอนกับพวกหล่อนหรือเปล่า  ถึงกิตติศัพท์ในด้านลบจะดังกระฉ่อนแค่ไหน  แต่ริชก็มีผู้หญิงแนบข้างไม่เคยขาด  ทั้งที่เข้ามาเพื่อเงินทองและชื่อเสียง 
ใช่ริชจะไม่รู้…แต่ผู้หญิงเหล่านี้ก็ช่วยให้ทุกค่ำคืนผ่านไปโดยไม่’ทรมาน’มากนัก  เจฟฟรี่เฝ้ามองนายน้อยด้วยหัวใจที่หดหู่  ก่อนจะตัดสินใจโทรศัพท์
      ..................................

ริชปรือตาขึ้นช้าๆ ปวดหัวเหมือนจะแตก แขนเขายังควานไปข้างตัวเหมือนทุกครั้งที่ตื่น เตียงเย็นเฉียบว่างเปล่าทำให้เขานึกขึ้นได้  เด็กหนุ่มสบถออกมาเมื่อปวดหัวจี๊ดจนแทบทนไม่ไหว         
“เอ…เจฟ…เจฟ!…”
ริชครางออกมาเบาๆรู้สึกเหมือนหัวเขาโตจนยกไม่ขึ้น  เสียงก็ฟังเหมือนคนที่ปากบวมจนพูดไม่ชัด ลำคอแสบและปวดร้าวด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มติดต่อ- กันมาหลายวัน 
ประตูถูกเปิดเข้ามาอย่างเงียบกริบ  ฝ่ามือเย็นและหยาบค่อยๆช้อนตัวเขาพลิกขึ้นเบาๆ  แต่กระนั้นแค่แรงสะเทือนเล็กๆก็ปวดหัวจนต้องครางออกมา  ของเหลวอุ่นข้นถูกกรอกเข้าปาก  ริชจำต้องกลืนลงไปทั้งที่อยากบ้วนแต่เขาก็รู้ดีว่าหากอยากหายจากอาการปวดหัวแทบตายนี่ยังไงก็ต้องขืนกิน         
“ให้ตายเถอะ…ยาของนายนี่…ขมเป็นบ้า!” เสียงที่แหบแห้งค่อยชัดขึ้นกว่าเดิม  เจฟฟรี่ประคองนายน้อยขึ้นนั่งพิงหัวเตียงจนได้         
“ขอบใจเจฟ…เมื่อคืนฉันถึงบ้านได้ไง?”  ริชกดคลึงหัวคิ้วเบาๆเพื่อคลายความตึง         
“แฟร้งค์พามาครับ”         
“อ้าว!กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”         
“เกือบเดือนแล้วครับ  เขาเป็นคนขับรถพาคุณไปทุกคืน”
ริชพิงศีรษะลงอย่างเซ็งๆ  นี่เขาไม่ได้สังเกตขนาดนี้เชียวหรือว่าคนที่พาเขาไปโน้นมานี่อยู่ทุกคืนคือแฟร้งค์  ริชเหลียวมองรอบห้องอย่างประหลาดใจนิดๆ         
“แล้วผู้หญิงที่ฉันพามาล่ะ?”         
“คุณไล่กลับไปหมดแล้วนี่ครับ  แฟร้งค์พาไปส่งหมดแล้ว”         
“มีใครจัดการเรื่องเงินให้หรือเปล่า?”         
“ครับพีทจัดการแล้ว”         
“ฝากขอบใจทุกคนด้วยเจฟ…ฉันอยากนอนแล้ว…ขอบรั่นดีอีกแก้วนะ”         
“คุณท่านมารออยู่ตั้งแต่เมื่อคืนครับ”         
“หา!” ริชทะลึ่งพรวดขึ้นจากที่นอน  แล้วกลับงอตัวลงกุมหัวอีกครั้ง         
“ให้ตายเถอะ!  เจฟ…นายว่าใครมานะ?”         
“คุณท่านครับ”         
“พ่อมาทำไม?”         
“ไม่ทราบครับ…แต่บอกว่าถ้าคุณสร่างเมาแล้วให้ไปพบท่านหน่อย”         
“โอ้ย!…อยากเมาอีกรอบ…”         
“คุณเท็ดก็มารอตั้งแต่เช้าแล้วครับ”         
“อะไรนะ!…เท็ด…เท็ดไหน? อย่าบอกนะว่า…”         
“ก็นามสกุลพอลลิ่งไงริช  ใจคอนายจะให้ฉันกินมื้อค่ำอีกมื้อรอนายหรือไง?” คนตอบกลับเป็นเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่บังประตูแทบมิด  เสียงที่เจตนาให้ดังก้องเล่นเอาริชกัดกรามกรอดด้วยความปวดหัว         
“ไอ้บ้าเท็ด…หุบปากไปเลย…บ้านนายเขาไม่สอนหรือไงว่าอย่ามาตะโกนกรอกหูคนเมาค้างน่ะหา” ริชไม่ได้ตวาดอย่างที่อยากจะทำ  เพราะแค่พูดก็สะเทือนไปทั้งหัวแล้ว         
“อาจจสอนแต่ฉันจำไม่ได้…ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้”         
“เท็ด…ไอ้บ้า…นายจะลากฉันไปไหน?”         
“อาบน้ำสิน้องรัก”         
“ใครเป็นน้องนาย…เฮ้ย!” ริชร้องเสียงหลงเมื่อถูกหิ้วไปโยนลงไปในอ่างน้ำเย็นเฉียบ  แทบสร่างเมาเดี๋ยวนั้น         
“เจฟ!หิ้วไอ้บ้านี่ไปตื่บที”         
“เสียใจด้วยน้องรัก  ป๊ะป๋านายเป็นคนสั่งมา”นอกจากไม่กลัวแล้วเท็ดยังยืนกอด อกมองผลงานตัวเองอย่างภูมิใจเสียด้วยซ้ำ         
“เออ…รวมหัวกันแกล้งดีนัก…เดี๋ยวเจอ...รอเดี๋ยว”คนที่หนาวจนปากเขียวเริ่มตาเขียวด้วยความโมโห           
“ดี…จะลงไปรอดูนายข้างล่างนะ  ไปล่ะ” เท็ดยักไหล่อย่างยียวนก่อนจะลอยชายออกจากห้องไป  ริชตบน้ำแรงๆด้วยความโมโห  เมื่อทำอะไรใครไม่ได้ก็ได้แต่เลยตามเลย ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว
   กลิ่นอาหารหอมกรุ่นโชยมาต้อนรับตั้งแต่เข้าประตูมา  ห้องอาหารหรูจัดที่เพียงโต๊ะกลมขนาดกลาง บิดาของเขาถูกขนาบด้วยเท็ดและเจฟฟรี่  ท่าทางสนุก -สนานของทุกคนดูขวางหูขวางตาริชจนอดหมั่นไส้ไม่ได้         
“มีความสุขกันจริงนะ?”         
“ก็คงมีแต่นายที่เป็นทุกข์” เท็ดตอกกลับแรง หน้าตาเฉย  ริชหน้าบึ้งตาขุ่น         
“ใคร…ใครทุกข์  พูดบ้าๆ”         
“ถ้าไม่ทุกข์ทำไมไม่ไปเรียน”เสียงเรียบเย็นจากราชันย์ตลาดโลกระงับความขุ่นเคืองของเด็กหนุ่มได้ชะงัด           
“โธ่พ่อ!…ก็แค่อยากเที่ยวอีกสักพัก  ผมเพิ่งมานิวยอร์คได้ไม่กี่วันเองนะ  แค่ทักทายเพื่อนเก่าๆเท่านั้นเอง”         
“อ้อ!จะทักกันอีกนานเท่าไหร่  ปีหรือสองปี ถ้ารวมวันนี้แกมานิวยอร์ค เกือบสามเดือนแล้ว  ยังทักเพื่อนไม่ทั่วอีกเหรอ?”แม้น้ำเสียงของบิดาจะไม่รอยโกรธขึ้งแต่ริชกลับรู้สึกได้ว่าบิดา ‘เอาจริง’         
“ก็คนมันเพื่อนเยอะ  พอคนโน้นมา คนนี้ก็มาด้วย  ถ้าไม่ไปกับมัน มันก็เสียใจแย่สิครับ”         
“งั้นแกก็ไม่ไปเรียน?” มือที่จิ้มผลไม้เข้าปากชะงักค้าง  คิ้วเข้มเลิกนิดๆแต่สีหน้ายังคงเรียบกริบ         
“ไปสิครับ…แต่คงเป็นเทอมหน้า” ริชเสียงอ่อยลงทุกที เหลือบมองพี่เลี้ยงหวังจะให้ช่วยแต่ดูเหมือนเจฟฟรี่จะสนใจดินฟ้าอากาศข้างนอก  ส่วนเท็ดก็ตั้งหน้าตั้งตากินราวกับอดอยากมาแรมเดือน         
“ไม่จำเป็น…เท็ดฝากด้วยนะ  ทำตามที่เธอเห็นสมควร”         
“ครับ”         
“ทำอะไรกันครับ..พ่อ!  พ่อ!  เดี๋ยวสิครับพ่อ…อะไรของเขา…มีอะไรกันเท็ด...เจฟพ่อฝากฉันกับเท็ดทำไม?” ริชมองตามหลังบิดาอย่างงงๆ  เท็ดกับเจฟฟรี่เหลียวมองหน้ากัน และคนตอบคำถามก็คือเจฟฟรี่         
“ทานอาหารเสร็จคุณต้องไปอยู่กับคุณเท็ดครับ  ผมให้คนจัดกระเป๋าไว้ให้แล้ว”         
“บ้าสิ…ทำไมฉันต้องไปอยู่กับเท็ด  นี่มันเรื่องอะไรกัน?”         
“เป็นคำขอร้องหรือจะพูดให้ตรงต้องบอกว่าเป็นคำสั่งของพ่อนาย” เท็ดตอบเรื่อยๆ และยังตักอาหารเข้าปากช้าๆ  ขณะที่ริชหยุดกินไปเลยทันที       
“อะไร?  นายพูดถึงอะไร?”         
“เดี๋ยวนายก็รู้”         
“ฉันไม่อยากรู้อะไรทั้งนั้น บ่ายนี้ฉันมีนัดกับสาวๆ  แฟร้งค์! เอารถออกด้วย”         
“…..”
ทุกคนพากันเงียบ  ริชทานอาหารเสร็จก็ลงมาหน้าตึกเพื่อขึ้นรถ  แต่กลับมีเพียงจิ๊ปคันเก่าของเท็ดเท่านั้นที่จอดรออยู่  กระเป๋าเสื้อผ้าใบย่อมของเขาถูกยกมาขึ้นรถ  ริชเหลียวมองทุกคนอย่างงงๆ  แต่เจฟฟรี่ส่งโทรศัพท์เครื่องพ่วงให้  ริช รับมาฟังอย่างไม่เข้าใจ         
“ไปกับเท็ด  นี่เป็นคำสั่ง!” ราฟสั่งเสียงเรียบแล้ววางหูทันทีโดยที่ริชไม่มีโอกาสตอบโต้ใดๆทั้งสิ้น         
“พ่อ! พ่อครับ!  เดี๋ยวสิครับ…ปัดโธ่โว้ย!”
         .................................

เพราะทิฐิแท้ๆทำให้ริชทนนั่งหน้าบึ้งมาตลอดทางโดยไม่ถามสักคำว่าเท็ดจะพาเขาไปไหน  รถออกนอกเมืองมานาน  ห่างหมู่บ้าน  และเริ่มห่างจากทุ่งเลี้ยงสัตว์มาไกล  ริชหลับแล้วหลับอีกจนเมื่อยแต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะถึง  เท็ดจอดรถเพียงสองครั้งเท่านั้น  ครั้งแรกจอดเพื่อเติมน้ำมัน  อีกครั้งจอดที่หมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งเพื่อเอาของสองสามกระสอบใส่รถ  ตลอดเวลาริชได้แต่นั่งรอ  ไม่แม้จะลงไปช่วยยก  ก็ในเมื่อเท็ดรับอาสาพ่อเขามาก็ต้องทำเอาเอง  เขาจะไม่มีวันญาติดีกับเท็ดอีกแล้ว  เสียแรงที่อุตสาห์คิดว่าเป็นเพื่อน
ความมืดโรยตัวลงมาปกคลุมอย่างรวดเร็ว  นอกจากแสงไฟจากรถที่นานๆจะสวนมาสักครั้ง  ก็ไม่มีแสงสว่างใดๆอีกเลย  อาศัยแสงจากไฟหน้ารถนำทางเข้าสู่เส้นทางที่กันดารมากขึ้นทุกที  จากทุ่งเลี้ยงสัตว์เริ่มเข้าสู่ป่าโปร่งและค่อยๆหนาทึบขึ้นเรื่อยๆ  ริชขยับตัวเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเท็ดลงไปเติมน้ำมันรถ  แสงไฟหน้ารถสองให้เห็นรอบตัวได้ไม่ไกลนัก  ไม่ว่าจะมองทางไหนก็มีแต่ต้นไม้หนาทึบ  ริชมองรอบๆอย่างระมัดระวัง และเตรียมพร้อมหากจะมีอะไรเกิดขึ้น เพราะเริ่มไม่แน่ใจว่าคนซื่อๆอย่างเท็ดจะพกอาวุธ  จนเมื่อเท็ดพารถเคลื่อนต่อไปนั่นแหละริชจึงแกล้งหลับต่อไปอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาคงหลับจริงเพราะกว่าเขาจะรู้ตัวก็เมื่อได้ยินเสียงประตูปิด
ริชผุดลุกขึ้นมองไปรอบๆ  แสงไฟหน้ารถส่องให้เห็นบ้านหลังเล็กๆเป็นเงาดำๆอยู่ท่ามกลางต้นไม้ร่มครึ้มและเท็ดกำลังขนของจากรถลงไปกองที่หน้าบ้าน  เท็ดเปิดประตูบ้านแล้วหายไปครู่ใหญ่จึงค่อยมีแสงไฟลอดออกมาทางหน้าต่าง
ริชเปิดประตูลงมากอดอกมองบ้านหลังนั้นอยู่นานโดยไม่คิดจะช่วยเท็ดขนข้าวของ         
“บ้านใคร?”         
“ของฉันเอง”         
“ของนาย…ซื้อไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่?” ริชเดินสำรวจรอบๆอย่างสนใจ แต่ความมืดทำให้มองอะไรไม่ค่อยเห็น นอกจากเห็นว่ามีบึงน้ำกว้างๆอยู่ไม่ห่างจากบ้านนัก         
“ก็…สักสองเดือนเห็นจะได้”         
“เราจะค้างคืนที่นี่เหรอ?”         
“เปล่า” เท็ดตอบคำถามไปก็ขนข้าวของลงจากรถไปเรื่อยๆไม่หยุดมือ         
“อ้าว!”         
“แต่เราจะอยู่ที่นี่แบบไม่มีกำหนด”         
“อะไรนะ!”         
“ฉันว่านายหูไม่ตึงนะ”         
“บ้าสิ  ฉันอยู่ไม่ได้หรอก  แล้วฉันต้องไปเรียนด้วย”         
“อันนั้นฉันไม่รู้  พ่อนายแค่บอกให้นายอยู่กับฉัน  เรื่องอื่นนายคงต้องถามพ่อนายเอาเอง” เท็ดหันมาตอบก่อนจะหันไปดึงกระเป๋าลงจากรถ           
“ให้ตายสิ! ตกลงฉันจะถามพ่อเอง”  ริชเดินลิ่วเข้าไปในบ้าน 
กระท่อมปีกไม้หลังเล็กค่อนข้างโล่งโปร่ง  นอกจากชุดรับแขกกับเครื่องเสียง ไม่มีเฟอร์นิเจอร์อื่นใดอีกเลย  ริชเดินไปกระชากประตูบานแรกที่เห็นเปิดออกภายในเป็นห้องนอนเล็กๆที่แคบมากเพราะแค่เตียงเดียวก็เต็มห้องแล้วเหลือพื้นที่เล็กน้อยพอให้วางโต๊ะเขียนหนังสือที่ปลายเตียง กับเดินเข้าห้องน้ำเท่านั้น
ริชหันกลับมาเปิดประตูอีกห้อง  ดูเหมือนห้องนี้จะกว้างกว่าห้องเดิมนิดหน่อยเพราะเตียงมีขนาดใหญ่กว่าและมีตู้หนังสือตู้ใหญ่  นอกนั้นแล้วไม่ต่างกับห้องแรกสักนิด         
“เท็ด  โทรศัพท์นายอยู่ไหน?”         
“ฉันไม่ได้เอามา”         
“ฉันหมายถึงโทรศัพท์บ้าน”         
“ที่นี่ไม่มีไฟฟ้า  นายคิดว่าจะมีโทรศัพท์หรือไง?”         
“บ้าแล้ว! ไม่มีโทรศัพท์แล้วจะติดต่อกับภายนอกได้ยังไง?  อย่าบอกนะว่าให้ขับรถออกไปเพราะจากหมู่บ้านมานี่มันไม่ใช่ใกล้ๆ”         
“นายก็ต้องเลือกเอาว่าจะขับรถหรือจะเดินไป”         
“โธ่โว้ย!นี่มันเรื่องบ้าบออะไร ทำไมฉันต้องมาติดอยู่ที่นี่?”         
“ลืมไปแล้วเหรอว่านี่เป็นคำสั่งของพ่อนาย”         
“เอะอะอะไรก็คำสั่ง  ถามจริงเหอะเท็ด  พ่อฉันจ่ายให้นายเท่าไหร่  เอาเป็นว่าฉันให้อีกเท่าเลย แล้วพาฉันกลับ”       
“เสียใจริช ฉันทำแบบนั้นไม่ได้  ถ้านายอยากรู้วันที่เราจะกลับฉันจะบอก  แต่ตอนนี้นายไปขนของของนายมาดีกว่า”         
“ทำไมนายไม่ขนมาให้ฉัน  นายรับค่าจ้างดูแลฉันก็ต้องทำให้คุ้มสิ” ริช แดกดันด้วยเสียงเยาะๆ  เท็ดเพียงแต่เหลือบมองด้วยสายตาเรียบเฉย         
“ไปสิขนของฉันมา  ฉันจะอาบน้ำ  อ้อ!แล้วจัดเสื้อผ้าไว้ให้ฉันด้วยล่ะ”สั่งเสร็จริชก็เดินลิ่วเข้าห้องน้ำไปอย่างสะใจ
ริชออกจากห้องน้ำด้วยอาการหนาวสั่น  น้ำเย็นราวกับอาบน้ำแข็ง ขนาดคนชอบอากาศเย็นจัดๆแบบเขายังสั่น  เด็กหนุ่มออกมายืนหันรีหันขวางด้วยความงุนงง  นอกจากผ้าขนหนูที่เอว  เขาไม่เห็นกระเป๋าเสื้อผ้าหรือข้าวของของเขาแม้แต่ชิ้นเดียว  ริชสบถลั่นเมื่อต้องวิ่งฝ่าอากาศหนาวออกไปที่รถแต่ต้องวิ่งกลับมาเพราะเท็ดล็อครถแล้ว  เด็กหนุ่มพยายามกระชากประตูห้องอีกฝ่ายให้เปิดแต่ไม่สำเร็จจึงได้แต่ทุบโครมๆด้วยความโมโห
ประตูห้องเปิดออกช้าๆ  เท็ดอยู่ในสภาพที่พร้อมจะนอนแล้ว  ใบหน้าคมคายยังคงเรียบเฉยแต่ริชทันได้เห็นแววขบขันในดวงตาแว่บหนึ่ง         
“ทำไม…นาย…ไม่ขนของมาให้ฉัน?”ริชกัดฟันถามแทบจะเน้นทีละคำ       
“ทำไมฉันต้องทำแบบนั้นล่ะริช”         
“นายรับค่าจ้างมาดูแลฉันแล้วทำไมไม่ทำ?”         
“ฉันไม่ได้บอกสักคำว่าจะดูแลนาย  แค่พ่อนายฝากให้นายมาอาศัยอยู่กับฉันชั่วคราวต่างหาก”
ริชถึงกับสะอึกกับคำว่าอาศัยที่เท็ดเจตนาเน้นให้เขารู้  เด็กหนุ่มกัดกรามกรอด ไม่รู้จะชกหน้าอีกฝ่ายดีหรือว่าจะไปเสียให้พ้น  แต่เท็ดตัดสินใจให้โดยการชี้ไปที่กุญแจบนโต๊ะรับแขก         
“ช่วยตัวเองนะคุณหนู  ราตรีสวัสดิ์”
ริชคว้ากุญแจออกมาที่รถด้วยความแค้น  ทันทีที่สวมเสื้อผ้าเสร็จเด็กหนุ่มก็ตัดสินใจจะไปจากที่นี่และตั้งใจจะทิ้งเท็ดไว้  แต่ไม่ว่าจะสตาร์ทเท่าไหร่เจ้ารถกระป๋องคันเก่าก็ไม่ยอมติด  ริชโดดลงจากรถด้วยความโมโห  ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็หาสาเหตุไม่ได้ว่าเกิดจากอะไร         
“ลืมบอกไปว่ารถไม่มีน้ำมัน  อีกสองวันคนที่หมู่บ้านคงเอามาเติมให้  นายจะเดินไปก็ได้นะ”
ริชหันไปแยกเขี้ยวและชูหมัดร่อนขณะที่เท็ดปิดหน้าต่างแต่ยังมีเสียงหัวเราะลอดออกมาให้คนข้างนอกเจ็บใจเล่น
ริชได้แต่สบถอย่างหัวเสีย  เมื่อทำอะไรไม่ได้ทางเลือกสุดท้ายคือขนข้าวของทั้งหมดเข้าบ้านและทิ้งตัวลงบนเตียงไม้แข็งแร็งด้วยความคับแค้น       
“คอยดูนะเท็ด  งานนี้ฉันเอาคืนแน่  คอยดู”
………………..

เสียงสนทนากันแว่วๆทำให้ร่างสูงนอนอยู่บนเตียงผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว  ริชเกือบโผออกจากห้องไปหาเมื่อจำได้ว่าเสียงที่สนทนากับเท็ดคือเจฟฟรี่ หากไม่ได้ยินเจฟฟรี่เอ่ยถึงเขาเสียก่อน         
“ผมห่วงว่าคุณริชจะเรียนไม่จบ”         
“จบสิครับ ถ้าเอาจริงทำไมจะไม่จบ”         
“แต่มีเรื่องคราวนี้คุณริชดู..…ผมไม่รู้จะช่วยยังไง” เสียงเจฟฟรี่ถอนใจยาวอย่างกังวล         
“ปล่อยให้ริชได้มีเวลาคิดสักพักเถอะเจฟ  ผมเชื่อนะว่าริชมีความคิดพอ  ที่ผ่านมาเขาไม่มีเวลาคิดมากกว่า  ให้เขาได้หยุดสักพัก  ผมแน่ใจว่าเขาต้องหาทางออกให้ตัวเองได้”         
“ครับ  คุณท่านก็หวังอย่างนั้น  คุณเท็ดเลยต้องเหนื่อยหน่อย  นี่คงโดนอาระวาดไว้เยอะเลยสิครับ”         
“ไม่เท่าไหร่หรอกครับ  หึๆๆ...แค่โกรธเพราะเสียความรู้สึกว่าโดนผมหักหลัง  รับจ้างกักตัวเขาไว้ที่นี่เท่านั้น”       
 “ทำไมไม่บอกไปละครับว่าจริงๆแล้วคุณอยากช่วย ไม่ได้มีสินจ้างรางวัลอะไร”         
“ไม่เห็นจำเป็น  คนอย่างริช พอหายโมโหเขาก็จะคิดได้เอง  ตอนนี้แค่โกรธว่าถูกรุมเท่านั้น”
ริชหน้าร้อนผ่าวด้วยความละอาย  เขาด่าเท็ดไว้มากมายโดยที่คนโดนด่าไม่ได้ตอบโต้  ทั้งๆที่เท็ดปรารถนาดีต่อเขาแท้ๆ  ริชกลับไปทิ้งตัวลงที่เตียง  ตั้งใจไว้แน่วแน่ว่าไม่ว่าเท็ดจะทำยังไงต่อไปนี้เขาจะอดทนและไม่อาระวาดกับเท็ดอีก
‘จะพยายามนะเท็ด’
         ..................................   

ออฟไลน์ tianqin

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-1
.........
เท็ดโยนฟืนชิ้นสุดท้ายเข้ากอง ขณะที่ริชเองก็ทิ้งตัวลงกับพื้นอย่างเหนื่อยอ่อน  แปลกที่การทำงานหนักๆอย่างนี้กลับทำให้สิ่งที่อัดแน่นอยู่ในอกบางเบาลงอย่างประหลาด  หลังจากอาบน้ำจนสบายตัวแล้วริชก็ออกมานั่งตากลมอยู่ที่ระเบียง           
“ห้ามนั่ง วันนี้ตานายทำอาหาร” เท็ดเดินออกมาส่งผ้ากันเปื้อนให้         
“อะไรวะนี่นายใช้งานฉันจนอานแล้วยังจะให้ฉันทำอาหารอีกเหรอ?”         
“แน่นอน  เราแบ่งงานกันแล้วนี่  ถึงเวรนายแล้วไป!ลุก”         
“เออ!ออกมากินไม่ได้อย่ามาโทษฉันนะ”         
“ไม่เป็นไรเรากินด้วยกันอยู่แล้ว” เท็ดหัวเราะเบาๆแล้วเดินออกไปในสวน
ริชยืนหันรีหันขวางอยู่ในครัว ไม่รู้จะเริ่มจากอะไรก่อน  ตำราอาหารของเท็ดวางอยู่บนชั้น  ริชหยิบมาเปิดด้วยความดีใจ         
”ฮะฮ้า มื้อนี่แหละเท็ดเอ๋ยนายจะต้องตะลึงอ้าปากค้าง”         
ลมเย็นพัดละอองหิมะบางๆปลิวฟุ้ง แม้จะอยู่ในช่วงหน้าหนาวแต่ที่นี่อากาศค่อนข้าง อบอุ่นกว่าทางตอนเหนือ  เท็ดเดินทอดน่องไปเรื่อยๆให้ห่างจากตัวบ้าน  ต้องทำใจแข็งปล่อยให้ริชหัดทำอะไรด้วยตัวเองดูบ้าง  เท็ดอมยิ้มเมื่อนึกถึงหน้าตาอาหารฝีมือริช  แน่ใจได้ว่ามื้อนี้คงต้องทำเองทีหลังแน่
‘กาย…พี่จะช่วยริชให้ถึงที่สุด  พี่จะทำให้ริชมีความสุขให้ได้…พี่สัญญา’
“เท็ด…เท็ดดดด….เท็ดๆๆๆๆๆ” 
เท็ดอมยิ้มยืนหลบอยู่หลังต้นไม้เฉย  เสียงริชตะโกนโหวกเหวกอยู่ครู่หนึ่งก็เงียบไป
ริชสบถอย่างหงุดหงิดเมื่อเห็นอาหารที่ทำ ไม่เข้าใจว่าทำไมเนื้ออบของเขาถึงไหม้ข้างนอกแต่ข้างในยังเป็นน้ำแข็งอยู่  แล้วซุปก็รสห่วยจนต้องเททิ้งแถมก้นหม้อก็ไหม้ดำปี๋
เสียงฝีเท้าย่ำเรื่อยๆเข้ามาในครัว  ริชเทเนื้อทั้งหมดลงถังขยะ         
“เสร็จหรือยังฉันหิวแล้วนะ?”         
“นายไปไหนมา  ดูสิครัวเละไปหมดแล้ว”  ริชโวยวายราวกับเท็ดเป็นคนทำเลอะ         
“หึๆ…ไปเดินเล่นแถวนี้นะสิ  แล้วไงอาหารเสร็จแล้วเหรอ?”         
“เสร็จแล้ว!ฉันเททิ้งหมดแล้วด้วย” ริชตวาดหน้าคว่ำ         
“อ้าว!”         
“ไม่ต้องมาอ้าว  นายแกล้งฉันชัดๆ ตำราอะไรห่วยชะมัด  ไม่ได้เรื่องเลย”         
“นายทำอะไรบ้างล่ะ?”         
“ช่างฉันปะไร...จะทำอะไรก็ทิ้งหมดแล้วแหละ”         
“เอ้า!บอกมาสิเผื่อฉันจะลองทำตามดูบ้าง”         
“ก็…เนี่ย” ริชเปิดหนังสือแล้วร่อนมาให้  เท็ดคว้าไว้มองหนังสือแล้วมองหน้าริช         
“มื้อนี้ฉันทำแทนก็ได้แต่ต้องมีค่าตอบแทน”
 ริชหน้าชื่นขึ้นมาทันที         
“ได้เลยฉันจ่ายไม่อั้น”         
“น่าฉันไม่เรียกจนนายหมดตัวหรอก…อ้อ!แล้วอย่าเพิ่งไปไหน  อยู่ช่วยฉันก่อนจะได้เสร็จเร็วๆ”
ริชทำหน้าเมื่อยแต่ก็ยอมช่วย  เด็กหนุ่มอึ้งๆไปเพราะเพิ่งรู้ว่าเนื้อเมื่อออกจากช่องแช่แข็งต้องเอามาละลายก่อนแถมยังต้องหมักต้องคลุกกับอะไรก็ไม่รู้เยอะแยะก่อนจะใส่เข้าเตาอบ  ส่วนซุปก็ต้องคอยคนให้สม่ำเสมอถึงจะไม่ไหม้  เสียงเตาอบดังเตือนขึ้นก่อนที่ไฟจะดับ  ทันทีที่เท็ดเปิดฝาตู้ออก  กลิ่นเนื้อหอมกรุ่นก็เรียกเสียงท้องของริชให้ลั่นโครกขึ้นมา
เท็ดไม่พูดอะไรแต่เลิกคิ้วนิดๆ  ริชหน้าบึ้งแต่คว้าผ้าไปช่วยยกถาดเนื้อออกมา         
“นี่ถ้ามีมันฝรั่งทอดก็ดีสิ”ริชอุทานออกมาอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นเนื้อตรงหน้า         
“เอาสิทอดเดี๋ยวเดียว” 
เร็วจริงอย่างที่เท็ดว่า ครู่เดียวมันฝรั่งทอดกับซุปก็ถูกจัดลงจานอย่างว่องไวแถมเท็ดยังตกแต่งเสียสวยราวกับสั่งจากภัตตาคาร ริชได้แต่มองตามอย่างทึ่งๆ         
“อื้อหือ!อร่อยเป็นบ้า…นายนี่เจ๋งแฮะน่าจะเปิดร้านอาหารมากกว่าเพาะม้าขายนะ”         
“ก็ฉันช่วยพ่อกับแม่มาตั้งแต่เด็กๆ”         
“ซุปอร่อยจัง”         
“ฮื่อ…กายชอบ”
ริชชะงักช้อนค้างเงยขึ้นมองคนตรงหน้า สีหน้าของเท็ดหม่นหมองดวงตาจับอยู่ที่ถ้วยซุปนิ่งเหมือนกำลังลำลึกถึงคนที่จากไป         
“เท็ด…นายไม่…ไม่คิดจะมีคนอื่นเหรอ?”         
“ไม่  ฉันมีกายอยู่ทั้งคน”         
“แต่กาย…หายไปเกือบปีแล้วนะ” ริชกลืนคำว่าตายลงไปทันก่อนจะหลุดปาก         
“ไม่หรอก  อีกไม่นานกายจะกลับมา”         
“แล้ว…ถ้ากายไม่กลับมาตลอดไปล่ะเท็ด”         
“ฉันก็จะรอจนกว่ากายจะกลับ…รอไปชั่วชีวิต”         
“ไม่มีใครอีก?”         
“ไม่”
แววตาของเท็ดเป็นประกายเด็ดเดี่ยวจนริชใจแห้งหายด้วยความสงสาร         
“ทำไมล่ะเท็ด…นายจะมีคนอื่นก็ไม่มีใครกล้าว่าอะไรหรอก  กายตะ…เอ่อหายไปตั้งนานแล้ว การที่นายจะมีใครก็ไม่เห็นผิด  นายไม่ได้นอกใจสักหน่อย”         
“ฉันไม่อยากทำร้ายคนอื่น…ฉันรักกาย…รักจนไม่เหลือใจให้ใครอีกแล้ว…ฉันไม่อยากดึงใครมาเจ็บด้วย ถ้าฉันอยู่กับใครทั้งๆที่รักเขาไม่ได้...สู้ฉันอยู่คนเดียวเสียดีกว่า”
ริชอึ้งไปกับคำตอบของเท็ดใจพลอยประหวัดไปถึงใครอีกคน         
“ถ้าฉันเป็นแบบนายฉันคงไม่เสีย…” ริชหยุดทันทีที่รู้สึกตัวว่าหลุดปากอะไรไป เท็ดมองหน้าริชด้วยสายตาสงบนิ่งแต่กลับทำให้ริชอึดอัดจนกลบเกลื่อนไปเรื่องอื่น         
“เอ่อ…ฉันอิ่มแล้ว มื้อนี้อร่อยเป็นบ้าเลยว่ะเท็ด”       
“นายก็ทำได้  ของแบบนี้มันอยู่ที่ใจ”         
“นายหมายถึงอะไร?…” ริชหันมาตวาดเสียงห้วน  เท็ดเลิกคิ้วแล้วผายมือไปที่อาหารตรงหน้า           
”ก็อาหารแบบนี้ไง  ถ้านายตั้งใจทำ นายก็ทำได้…แล้วนายคิดว่าฉันหมายถึงอะไรล่ะริช?”
ริชหน้าเจื่อน  ผุดลุกขึ้นเดินหนี         
“เดี๋ยว...จะไปไหน?” เท็ดท้วงยิ้มๆ           
“ก็ไปนอน”  ริชชะงักหันกลับมามองงงๆ
เท็ดอมยิ้มแล้วชี้ไปที่จานตรงหน้า  ริชขมวดคิ้ว         
“อ๋อ!ค่าทำอาหารเหรอ  เอาสิเท่าไหร่ล่ะ?”
เท็ดยักคิ้วแล้วส่ายหน้าไปมาพร้อมกับวนนิ้วไปรอบๆกองจาน ริชมองตามงงๆก่อนจะอุทานออกมาเมื่อเข้าใจ         
“หา!นายจะใช้ฉันล้างจานเหรอ  เฮ้ย!ได้ไงขี้โกงนี่หว่า ก็ฉันทำอาหารแล้วนายก็ต้องเป็นคนล้างสิ”         
“เสียใจอาหารมื้อนี้ฉันเป็นคนทำถูกไหมริช  เพราะงั้นตานายล้าง”         
“แต่ว่า…”         
“ไม่มีแต่ ส่วนค่าจ้างทำอาหารฉันจะขอเก็บพรุ่งนี้…ฮ้าว!ฉันง่วงแล้วไปนอนก่อนนะริช”       
“เฮ้ยเท็ด!อะไรวะ…เท็ด…โธ่โว้ย!…ก็ได้วะ”
ริชบ่นกระปอดกระแปดแต่ก็ยอมไปล้างจานแต่โดยดี  เท็ดเดินออกมาข้างนอกเพราะโทรศัพท์มือถือสั่นขึ้นมาพอดี         
“ครับ”         
“คุณริชเป็นไงบ้างครับ?” เสียงเจฟฟรี่ชัดแจ๋วราวกับนั่งอยู่ใกล้ๆ                   
“สบายดีครับ…ตอนนี้ล้างจานอยู่ในครัว”         
“หา!คุณริชล้างจาน ฮะๆๆไม่อาระวาดจนจานแตกหมดเหรอครับ?”       
“ถ้าแตกหมดก็ดีครับ มื้อต่อไปจะได้กินด้วยถาด”         
“แล้วคุณริชดื่มอีกหรือเปล่าครับ?”         
“ผมเก็บหมดแล้ว คุณสบายใจได้...ท่าทางริชดีขึ้นมากแล้ว…ทางโน้นละครับเป็นไงบ้าง?”         
“ทางนี้ดูแปลกๆครับ”         
“หมายความว่าไง?”         
“คุณราเชลหายไปแต่ทางบ้านกลับไม่มีใครรู้เรื่อง”         
“งั้นเหรอครับ…แต่ราเชลรู้จักคนไม่มากนี่”         
“ครับ...ผมกำลังติดตามดูอยู่  แต่ยังไม่ได้ข่าวอะไรเลย”         
“ริชออกมาแล้วผมวางสายก่อนนะครับ”         
“ครับฝากนายน้อยผมด้วยนะครับคุณเท็ด”         
“ครับ”         
“นายออกไปยืนทำไมตรงนั้นเท็ด  ไหนว่าจะนอนไง?”       
“ก็กำลังจะนอน  แต่ออกมาดูดาวก่อน”         
“ดูดาว…ฟ้าปิดแบบนี้มีดาวให้นายดูด้วยเหรอ…หนาวจนเพี้ยนหรือไง?”         
“ไม่มีดาวแต่บรรยากาศก็ดีนะ”         
“โอ๊ย!โรแมนติกเหลือเกินนะ โรแมนติกไปคนเดียวแล้วกัน...ฉันไปนอนแล้ว”
เท็ดมองตามริชไปเงียบๆ คืนนี้ริชคงหลับได้โดยไม่ต้องพึงเหล้าอีกแล้ว เพราะงานหนักทั้งวันคงทำให้ริชสลบตั้งแต่หัวถึงหมอนแน่          ..................................

เสียงเครื่องดูดฝุ่นดังสนั่นปลุกริชให้สะดุ้งตื่น เด็กหนุ่มผุดลุกขึ้นอย่างงงๆแต่เมื่อจำสถานที่ได้ก็ทิ้งตัวลงนอนอย่างเซ็งๆ  มือที่ควานไปข้างๆด้วยความเคยชินชะงักค้าง เพิ่งสังเกตว่าเขานอนอยู่ที่เตียงซีกขวาอีกแล้ว  ริชเม้มปากแน่นสลัดผ้าห่มออกจากตัวเพราะรู้ว่าเขาเผลอเว้นเตียงซีกซ้ายไว้ให้ใคร……..                 
“ทำอะไรแต่เช้าเท็ด?”         
“ดูดฝุ่นเสียหน่อย”         
“อือ…ฉันหิวแล้วเช้านี้มีอะไรกินบ้าง?”       
“ขนมปังอยู่ในตู้ซ้ายมือ  เบคอนอยู่ช่องแช่แข็ง  แล้วไข่ก็อยู่ในตู้เย็น”         
“หา! นายให้ฉันทำอาหารเช้าเหรอ?”         
“ก็เมื่อวานฉันทำมื้อเช้า  วันนี้ก็ต้องตานายสิ”         
“ก็ได้วะ”
ริชย่ำโครมๆเข้าไปในครัว บทเรียนเมื่อคืนสอนให้ริชละลายน้ำแข็งจากเบคอนก่อน  แม้เบคอนจะดูกระดำกระด่าง บางชิ้นก็หนาเตอะ บางชิ้นก็แหว่งๆเว้าๆแต่ก็ดูว่าน่าจะกินได้  ริชตักไข่ดาวที่น่าตาเหมือนไข่คนเพราะไข่แดงแตกออกมาหมดทุกลูก  กับขนมปังที่ดูดีที่สุดแล้วในบรรดาอาหารทั้งหมดลงในจานอย่างบรรจง  เท็ดตามมานั่งที่โต๊ะอาหารและลงมือกินเงียบๆโดยไม่บ่นอะไรสักคำ         
“ไม่น่าเชื่อแฮะว่าฉันก็ทำได้” ริชโอ่ด้วยความภูมิใจ  เท็ดหันมายักคิ้วให้         
“เห็นไหมถ้านายอยากทำ นายก็ทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ  อยู่ที่นายกล้าพอจะลองทำหรือเปล่าเท่านั้น”
ริชเหล่มองเท็ดเพื่อดูสีหน้าว่าที่เท็ดพูดนั้นแฝงนัยอะไรอื่นไว้ด้วยหรือเปล่า  แต่สีหน้ายิ้มๆของเท็ดไม่ได้บอกว่าชมหรือติติง  ริชจึงได้แต่ก้มหน้าก้มตาจัดการกับอาหารฝีมือตัวเองมื้อแรกในชีวิต…
         .................................

ริชใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านริมทะเลสาบเป็นวันที่4แล้ว  แปลกที่ความเงียบไม่ได้ทำให้เขาบ้าตายอย่างที่คิด  เขาทำอาหารได้ ช่วยผ่าฟืน ก่อเตาผิง  หรือแม้แต่หาปลา ถึงจะทำได้ไม่ดีเท่าเท็ดแต่เขาก็พยายามทำทุกอย่างอย่างตั้งใจ 
ความที่อยู่เงียบๆทำให้ริชต้องหันไปคุยกับเท็ดแทน  สารพัดตั้งแต่เรื่องในวัยเด็กไปจนกระทั่งธุรกิจที่กำลังไปได้สวย  ริชสนใจมากเมื่อเท็ดเล่าว่าอยากขยายกิจการเนื่องจากได้รับยอดสั่งสินค้าจำนวนมาก  แต่ติดที่กำลังการผลิต  พ่อ แม่พันธุ์ที่มีราคาสูงและทีมนักวิจัย  ซึ่งต้องใช้เงินก้อนโต และเท็ดก็ขอกู้เต็มวงเงินแล้ว  ริชออกปากขอหุ้นด้วย เนื่องจากเขามั่นใจในความสามารถของเท็ดว่าจะต้องทำกำไรได้อย่างมหาศาลแน่หากมีโอกาส
ริชเดินเอื่อยๆกลับจากทะเลสาบจะเข้าบ้าน จู่ๆก็มีเสียงสุนัขเห่ากระโชกขึ้นใกล้ๆ  เด็กหนุ่มชะงักกึกเมื่อหันไปเจอเจ้าพุดเดิ้ลตัวกลมๆ2ตัว ตั้งหน้าตั้งตาเห่าใส่เขาและทำท่าดุร้ายราวกับจะกระโจนเข้าใส่หากเขาเข้าไปใกล้กว่านี้         
“สโนว์ สกาย เห่าอะไรนักหนาหา...เอ๋?....” เด็กชายผิวดำตัวเล็กชะงักกึกเมื่อเห็นริช         
“นี่หมาของเธอเหรอ?”         
“ครับ...ขอโทษนะครับที่มันเสียมารยาท”         
“ไม่เป็นไรน่า  ฉันเป็นคนแปลกหน้ามันก็ต้องเห่าเป็นธรรมดา”         
“คุณคงเป็นเพื่อนคุณเท็ด”         
“อืม”         
“สวัสดีครับ ผมโทมัส เกรสัน ครับ ผมอยู่ทีหมู่บ้านข้างล่างนี่เอง  ผมเอาน้ำมันมาส่งให้คุณเท็ด”         
“เหรอ...แล้วมากันยังไง  ฉันไม่เห็นได้ยินเสียงรถเลย?”         
“ผมเดินขึ้นมาครับ”         
“เดิน....จากไหน?”         
“ก็จากหมู่บ้านไงครับ”         
“อ้าว...ไหนว่ามีแต่หมู่บ้านเล็กๆที่ปั้มไง  แสดงว่าเท็ดหลอกฉันละซิ”         
“ไม่ได้หลอกหรอกครับ  แถวนี้มีหมู่บ้านที่เดียวเท่านั้น”         
“อะไรนะ  อย่าบอกนะว่าเธอเดินจากหมู่บ้านเล็กๆนั่นมาจนถึงนี่น่ะ”         
“ครับ”         
“บ้าแล้ว!ผู้ปกครองเธอเป็นบ้าหรือไงถึงให้เดินฝ่าหิมะมาแบบนี้...มันอันตรายมากเลยนะ”         
“คุณอย่ามาว่าปู่ผมนะ ท่านไม่ได้เป็นบ้า  แต่ปู่ผมท่านไม่สบาย ท่านก็เลยมาส่งน้ำมันให้คุณเท็ดไม่ได้  ผมกลัวคุณเท็ดจะไปไหนลำบากก็เลยเอาน้ำมันขึ้นมาให้เอง”         
“แล้วไม่มีผู้ใหญ่คนอื่นแล้วหรือไงเธอถึงต้องเดินมาเอง?”         
“ไม่มี...พวกเราอยู่กันลำพัง  แล้วงานแค่นี้ผมทำได้สบายมาก  ผมไม่ใช่เด็กจนถึงกับทำงานไม่ได้หรอกนะ”         
“งั้นเหรอ  แล้วพ่อนักเลงโต เธออายุเท่าไหร่มิทราบ?”         
“10ขวบ!  ผมอายุ10ขวบแล้ว  และผมก็ทำงานได้มากมายเหมือนผู้ใหญ่แล้วด้วย  เผลอๆอาจจะมากกว่าคุณด้วยซ้ำ”         
“อย่าโม้นักเลยไอ้หนู”  ริชจับศีรษะที่มีผมหยิกขอดนิ่มๆเขย่าไปมาอย่างหมั่นไส้ระคนเอ็นดู       
“อย่ามาแตะหัวผมนะ”         
“แค่นี้ทำเป็นหวงตัวไปได้”       
“ปล่อยเซ่! อยากตายเหรอ?”         
“มีอะไรริช” เท็ดชะโงกออกมาดูก่อนที่จะมีการวางมวยเกิดขึ้น         
“ไม่มีอะไร แค่ฉันเผลอไปแหย่พ่อนักเลงโตเข้า  เลยเกือบวางมวยกันเท่านั้น”         
“อ้าวโทมัส...มาได้ยังไงเนี่ย  แล้วคุณปู่ละ?”         
“ปู่ไม่สบายครับ ผมเลยเอาน้ำมันมาส่งให้”         
“ขอบใจมาก  ทีหลังอย่ามาเองนะ  ถ้าฉันจะไปธุระฉันลงไปเอาเองได้”         
“ผมเต็มใจบริการครับ”         
“เก่งจริง  อ้อ...มานี่สิ  ฉันมีของที่เธอฝากซื้อมาด้วยนะ”
โทมัสตามเท็ดเข้าไปในบ้าน  ครู่เดียวก็หอบถุงใบใหญ่ออกมาด้วยใบหน้าสดใส  ดวงตาเป็นประกายแวววาวอย่างตื่นเต้น  ดูท่าของที่เท็ดให้คงถูกใจพ่อหนูไม่น้อย เพราะโทมัสวิ่งหน้าตั้งไปโดยไม่สนใจริชสักนิดเดียว         
“ฝากซื้ออะไรล่ะ  ดีใจจนหน้าบานแฉ่งขนาดนั้น”         
“รองเท้า”         
“รองเท้า?”         
“ใช่...แต่ไม่ใช่ของโทมัสหรอก  ของคุณปู่เขา  โทมัสเก็บเงินค่าขนมกับค่าทำงานพิเศษทั้งหมดมาฝากฉันซื้อรองเท้าให้ปู่เพราะคู่เก่ามันขาดจนพื้นทะลุ  โทมัสเขากลัวโรคไขข้อของคุณเกรสันจะกำเริบอีกก็เลยพยายามเก็บเงินซื้อรองเท้าให้ปู่”         
“แล้วพ่อแม่เด็กไปไหน?”         
“พ่อกับแม่โทมัสเลิกกัน  โทมัสกับน้องมาอยู่กับพ่อกับปู่  แต่พ่อเขาดื่มหนัก  เลยขับรถตกเขาตายไปหลายปีแล้ว  คุณเกรสันก็เลยต้องทำงานหนักเพราะต้องดูแลหลานเล็กๆถึง2คน ทอมมี่ก็เพิ่ง5ขวบเท่านั้น…แปลกนะที่โทมัสทะเลาะกับนาย  ปกติเขาไม่ใช่เด็กก้าวร้าวอะไรนี่นา”         
“เอ่อ...ฉันปากเสียเองแหละ  เห็นเด็กเล็กๆเดินเท้าจากหมู่บ้านมาถึงนี่เลยตกใจ  หลุดปากว่าผู้ปกครองเขาไป”         
“มิน่า...โทมัสบูชาปู่เขามากเลย  เพราะคุณเกรสันน่ะเก่งมาก  ทำงานได้สารพัด  ตั้งแต่งานช่างไปจนถึงทำอาหาร  ถ้านายได้ชิมฝีมืคุณเกรสันนายจะติดใจ…เอ...สงสัยต้องไปเยี่ยมคุณเกรสันเสียหน่อย  ลองว่าโทมัสออกมาทำงานแทนแสดงว่าต้องไม่สบายมาก”
      ..................................

ออฟไลน์ tianqin

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-1
...
แสดงว่าต้องไม่สบายมาก”
      ..................................

กระท่อมหลังน้อย  แม้จะเล็กและเก่า แต่ความที่เจ้าของเข้าใจตกแต่งทำให้บ้านดูน่ารักน่าอยู่มาก  เด็กผู้ชายตัวเล็กๆมอมแมมไปทั้งตัวหิ้วถังใส่นมที่ดูจะใหญ่กว่าคนหิ้วเซแซดๆมาตามทางเดินลื่นปราด  ริชวิ่งไปคว้าพ่อหนูไว้ทันก่อนที่จะถลาล้ม  กำลังจะอ้าปากดุก็ได้ยินเสียงเอ็ดตะโรมาจากด้านหลังเสียก่อน         
“ทอมมี่!นั่นนายทำนมหกหรือเปล่า  พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าพี่จะหิ้วเอง...เอ่อ...คุณเท็ด” ทั้งๆที่เห็นริชด้วยแต่โทมัสกลับทำเมินไม่ทัก ด้วยยังเคืองที่ริชว่าปู่ของตนอยู่ไม่หาย       
“ขยันจังโทมัส  หวัดดีทอมมี่” เท็ดก้มลงลูบผมหยิกเป็นขอดของทอมมี่เบาๆ         
“หวัดดีครับ...คุณเท็ดมาหาปู่เหรอ  ปู่ไม่สบาย  ลุกไม่ไหว  ผมเลยมาช่วยโทมัสรีดนมล่ะ”         
“เก่งจริงๆเลย  ว่าแต่ช่วยพาฉันไปหาปู่หน่อยได้ไหมเอ่ย”         
“ได้ครับ  ตามมาเลย”  ทอมมี่เดินนำอาดๆเข้าบ้าน ขณะที่โทมัสผลุบหายกลับไปในโรงเรือนหลังเล็กอีกครั้ง เสียงไอดังมาต้อนรับทันทีที่ปิดประตูเข้าไปในบ้าน         
“ทอมมี่...แค็กๆ...ทอมมี่  อยู่ไหนลูก  ปู่บอกว่าอย่าออกไปข้างนอกไง...ทอมมี่”         
“ครับ...ปู่คุณเท็ดมาหา  สงสัยมาเอาน้ำมัน”         
“สวัสดีครับคุณเกรสัน”         
“สวัสดีครับ...แค็กๆ...คุณเท็ด...ต้อง...ขอโทษนะครับเรื่อง...แค็กๆๆ ...น้ำมัน...”         
“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอกครับ  โทมัสคนเก่งจัดการให้เรียบร้อยแล้ว”         
“เอาอีกแล้วเหรอ...แค็กๆ...ดื้อจริงๆเด็กคนนี้...ผมบอก..แค็กๆ...บอกแล้วว่าไม่ให้เขาไป  ไม่ฟัง...กันบ้างเลย”         
“เขาอยากช่วย  แล้วเขาก็มั่นใจว่าเขาทำได้  คุณเกรสันละครับเป็นไงบ้าง  ไปหาหมอแล้วหรือยัง?”         
“...ก็...ว่าจะไปอยู่เหมือนกันครับ”         
“ไปหาหมอเถอะครับ  เด็กๆเขาห่วงคุณมากนะครับ  เดี๋ยวไปกับผมเลยแล้วกัน”         
“แต่...แค็กๆๆๆ...”         
“ไปเถอะครับ  ปล่อยไว้จะยิ่งเป็นมาก  ริช ฝากดูเด็กๆด้วยนะ”         
“เอ่อ...ได้...”         
“ไปครับคุณเกรสัน” เท็ดช่วยประคองชายชราไปขึ้นรถ  ขณะที่ทอมมี่ตามมายืนมองตาละห้อย
ริชคุกเข่าลงตรงหน้าหนูน้อย  ดวงตาที่มองเขาใสแป๋วละม้ายใครบางคนเหลือเกิน         
“หวัดดี...ฉันชื่อริช”         
“ผมชื่อทอมมี่ฮะ”         
“หวัดดีทอมมี่  เธอรีดนมวัวเป็นด้วยเหรอ?”         
“ผมรีดนมแพะต่างหาก”         
“งั้นเหรอ...เก่งจังนะ  เธออายุเท่าไหร่เนี่ย?”         
“5ขวบ”         
“เป็นเด็ก5ขวบที่เก่งที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมานะ”
ทอมมี่ยิ้มแฉ่งจนเห็นฟันหลอข้างหน้า           
“แต่โทมัสเก่งกว่าผมอีก  โทมัสขี่ม้าได้  รีดนมได้ หาปลาก็ได้ด้วยล่ะ...แล้วโทมัสนะก็เล่านิทานได้ด้วย  ถึงจะไม่สนุกเท่าที่ปู่เล่า  แต่นิทานโทมัสมีพระเอกที่ยิงปืนเก่งๆด้วยนะ”         
“งั้นเหรอ  แล้วนี่โทมัสไปไหน ทำไมไม่เข้ามาในบ้าน?”         
“โทมัสบอกว่าต้องฝ่าฟืนให้เสร็จ ไม่งั้นคืนนี้เราจะหนาวตายกันหมด”
ริชพูดไม่ออกด้วยลำคอมีก้อนแข็งๆมากจุกจนปวดร้าว  เด็ก10ขวบที่พยายามหาเงินเพื่อซื้อรองเท้าให้ปู่...ทำงานสารพัดแทนเมื่อปู่ป่วย  ตอนเขาอายุ10ขวบเขาทำอะไรอยู่นะ?...แต่ที่แน่ๆคงไม่มีปัญญาแม้แต่จะลุกขึ้นไปโรงเรียนเอง  ต้องให้พี่เลี้ยงคอยปลุกอยู่ทุกเช้า
ทอมมี่จูงมือริชเดินนำไปยังโรงเรือนหลังเล็กที่ริชเห็นเมื่อครู่  ร่างผอมดำ-
แกร็น ของโทมัสกำลังก้มหน้าก้มตาผ่าฟืน  ทั้งที่อากาศหนาวจัด แต่โทมัสกลับสวมเพียงเสื้อบางๆ  มือเล็กๆยกขวานที่ดูเหมือนจะใหญ่เกินตัวเหวี่ยงพลาดอยู่หลายครั้งกว่าจะผ่าฟืนได้สักที  ริชทนดูไม่ไหวตรงเข้าไปยึดไหล่ผอมบางไว้แล้วดึงขวานมาจากมือเด็กชาย       
“คุณ!...นั่นจะทำอะไร?”         
“ฉันจะช่วยผ่า”         
“ไม่จำเป็น นี่มันงานของผม”         
“เสียใจ ถ้าเธอจะอุทธรณ์ต้องไปบอกกับปู่เธอเพราะปูเธอฝากเธอไว้กับฉัน”         
“ฝาก?...ปู่ไปไหน?” โทมัสหน้าซีดด้วยความตกใจเพราะคิดว่าปู่เป็นอะไรมาก         
“เท็ดพาไปหาหมอ...ไม่ต้องตกใจหรอก  เท็ดเห็นว่าปู่เธอไม่สบายก็เลยรีบพาไปหาหมอก่อนที่จะเป็นมาก”         
“งั้นเหรอ...แล้ว...ทำไมคุณต้องมาช่วยผม?”         
“ก็บอกแล้วไงว่าปู่เธอฝากไว้”         
“ไม่ต้องหรอก ผมทำเองได้”         
“ฉันรู้ว่าเธอทำได้   แต่นี่มันบ่ายมากแล้ว  เธอแน่ใจเหรอว่าผ่าทันไว้ใช้คืนนี้ได้ก่อนจะค่ำ”         
“เอ่อ...ผม...” เด็กชายอึกอัก แม้ผิวคล้ำๆจะทำให้มองไม่เห็นว่าหน้าแดง แต่อาการขัดเขินก็ปิดไม่มิดอยู่ดี       
“เอาเป็นว่าฉันช่วยให้มันเร็วขึ้นแล้วกัน  ฉันก็ไม่ได้เก่งเท่าไหร่หรอกนะ  แต่ตัวฉันโตกว่า คงพอช่วยเธอได้นะ”         
“...ขอบคุณ...ครับ”         
“เปลี่ยนเป็นเลี้ยงมื้อค่ำฉันสักมื้อแล้วกัน”         
“ได้เลยครับ”
ริชรู้สึกดีที่เห็นแววตาของโทมัสเป็นมิตรมากขึ้น

เท็ดหายไปโดยไม่ส่งข่าว  โทมัสมีท่าทางกระวนกระวายแต่ทอมมี่เล่นเพลินเพราะยังเด็กเกินกว่าจะรู้เรื่อง  ริชมองท่าทางลุกลี้ลุกลนอย่างสงสารจึงพยายามหาเรื่องเบนความสนใจจากเด็กชาย         
“เอ...ฉันชักหิวแล้วสิ….ใครหิวบ้างเอ่ย?”         
“อ้า...ครับ  เชิญครับ  ทอมมี่ไปทานอาหารกัน”
บนโต๊ะมีเพียงมันฝรั่งบดกับไข่คน  โทมัสทำท่าอึกอักขณะเชิญริช  ชายหนุ่มจัดการกับอาหารบนโต๊ะหน้าตาเฉยทำให้สีหน้าโทมัสดูดีขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย         
ทอมมี่มองอาหารแล้วถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนจะตักไข่คนเข้าปากไป2-3คำแล้วก็วาง   
“โทมัส...ไม่มีเบคอนเหรอ?”       
“มันหมดน่ะ”         
“แต่ฉันอยากกินเบคอน”         
“เอ่อ...ไว้อาทิตย์หน้านะทอมมี่”         
“เดือนที่แล้วนายก็พูดแบบนี้  เมื่อไหร่ฉันจะได้กินล่ะ”         
“อาทิตย์หน้าจริงๆ”         
“นายเอาตังค์ไปซื้อรองเท้าหมดแล้ว  แล้วจะเอาที่ไหนมาซื้อเบคอนให้ฉัน”         
“หยุดพูดแล้วกินไปเงียบๆได้ไหมทอมมี่”
ทอมมี่หน้ามุ่ยแต่ก็ยอมตักมันบดเข้าปากเบื่อๆ  ริชแทบกลืนอาหารมื้อนั้นไม่ลง  ไม่ใช่เพราะรสชาติ  แต่เป็นความรู้สึกขมขื่นและปวดร้าวกับสิ่งที่เห็น
      .................................. 

เท็ดเหลือบมองริชไปตลอดทาง  เขารู้สึกทึ่งตั้งแต่เห็นเด็กๆนอนซุกหลับอยู่บนอกริชแล้ว  ท่าทางที่ริชอุ้มเด็กๆไปนอนดูอ่อนโยน  แต่สีหน้าริชกลับหม่นหมองจนเขาแปลกใจ  ตั้งแต่บ้านเกรสันจนมาถึงบ้านริมทะเลสาบริชไม่ยอมพูดอะไรเลย  นั่งกอดอกมองออกไปข้างนอก  แต่กัดกรามแน่น  กำมือแล้วคลายแล้วกำสลับกันมาตลอดทาง         
“เป็นอะไรหรือเปล่าริช?”         
“...พรุ่งนี้ฉันจะบอก...อ้อ  พรุ่งนี้ขอยืมรถหน่อยนะ”         
“เอาสิ”         
“ขอบใจ”
      ..................................

ริชขับรถไปรับโทมัสกับทอมมี่ตั้งแต่เช้า  ทอมมี่ดูตื่นเต้นดีใจที่จะได้นั่งรถ  แต่โทมัสกลับมีสีหน้ากังวล         
“เป็นอะไรหรือเปล่าโทมัส”         
“...ผมห่วงปู่  งานบ้านก็ยังไม่ได้ทำ  ไม่รู้ว่าปู่จะลุกขึ้นมาทำเองอีกหรือเปล่า?”         
“เราออกมาเดี๋ยวเดียว  ซื้อของเสร็จเราก็กลับแล้ว”         
“...ครับ...”
ริชพาทอมมี่และโทมัสไปซื้อของสดของแห้งหลายอย่างจนเต็มรถเข็นถึงสองคัน  ตลอดเวลาโทมัสไม่ได้พูดอะไรเลย  แต่สีหน้าของเด็กชายดูสดชื่นอย่างเห็นได้ชัด  ทอมมี่ตื่นเต้นจนอยู่นิ่งๆไม่ได้  หนูน้อยกระโดดหยองๆอยู่ตลอดเวลา  และยิ่งเมื่อริชพาไปที่แผนกของเล่น  ทอมมี่ก็กรีดเสียงวี๊ดๆ  วิ่งวนไปทางโน้นทางนี้อย่างตื่นเต้นจัด 
ริชซื้อชุดประกอบโมเดลรถไฟชุดใหญ่ให้โทมัส  และซื้อตุ๊กตาทหารกับชุดรถถังให้ทอมมี่  ตอนแรกโทมัสทำท่าไม่อยากรับ แต่สุดท้ายความเป็นเด็กก็ทำให้หนูน้อยรับของเล่นไว้จนได้
เมื่อมาถึงบ้านริชก็ช่วยโทมัสหอบข้าวของเข้าบ้าน  ทอมมี่ตะโกนร้องเพลงลั่นแล้วอุ้มของเล่นหายไปในห้องปู่  ไม่นานก็วิ่งหน้าเริดออกมาหาริช         
“ปู่อยากคุยกับคุณริช”         
“ได้เลย...เอ้า เอานี่ไปให้โทมัสในครัวทีนะ”         
“ครับ” ทอมมี่หิ้วถุงผักตัวเอียงเข้าไปในครัว
ริชมองตามหนูน้อยยิ้มๆ  ด้วยความชื่นใจที่ได้เห็นสองหนูน้อยมีความสุข  ไม่น่าเชื่อว่าแค่เศษเงินไม่กี่ร้อยเหรียญจะสร้างความสุขให้เด็กๆได้มากมายขนาดนี้       
“คุณเกรสัน”         
“เชิญคุณริช  ขอโทษด้วยที่ต้องให้คุณเข้ามาคุยในห้องนี้”         
“ไม่เป็นไรครับ  ว่าแต่อาการคุณเป็นอย่างไรบ้าง?”         
“คิดว่าอีกสัก3-4วันคงลุกขึ้นทำงานไหว”         
“ผมว่าพักต่ออีกหน่อยดีกว่านะครับ  อย่างเพิ่งรีบหักโหมตอนนี้เดี๋ยวจะเป็นมากภายหลัง”         
“ผมต้องรีบหาเงินมาคืนคุณ”         
“อะไรนะครับ?”         
“ผมบอกว่าผมต้องรีบหาย  เพื่อหาเงินมาคืนคุณ”         
“คืนผม...ค่าอะไร?”         
“ค่าอาหารกับของเล่นที่คุณซื้อให้เด็กๆในวันนี้”         
“ไม่ต้องหรอกครับเรื่องแค่นี้เอง”         
“สำหรับคุณอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่  แต่สำหรับผมเรื่องนี้มันใหญ่มาก  ผมจะปล่อยให้คุณมาช่วยสงเคราะห์แบบนี้ไม่ได้หรอกนะ”         
“ทำไมคิดอย่างนั้น  ผมแค่อยากช่วย  แล้วผมก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรด้วย”         
“แต่พวกเราเดือดร้อน”         
“ผมไม่เข้าใจ  ทำไมคุณต้องทิฐินัก” ริชพูดอย่างฉุนๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมแค่เงินเล็กน้อยเกรสันกลับทำให้เหมือนเป็นเรื่องใหญ่โตไปได้       
“ผมไม่ได้ทิฐิคุณริช  แต่ผมไม่อยากให้โทมัสและทอมมี่เสียคน”         
“เสียคน?”         
“ใช่...วันนี้เขาได้รับการช่วยเหลือจากคุณก็จริง แต่วันหน้า...หากเกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นอีกละ  คุณคิดว่าใครจะช่วยเรา”         
“ก็ให้โทมัสโทรหาผมก็ได้”         
“ไม่ได้หรอกคุณริช  คุณจะมาช่วยเราไปทุกครั้งไม่ได้แน่  ผมไม่อยากให้เขาอ่อนแอหากเกิดปัญหาแล้วโทมัสกับทอมมี่ไม่รู้จักแก้  ไม่รู้จักช่วยเหลือตัวเอง  คอยแต่รับความช่วยเหลือจากคุณอยู่ร่ำไป  วันหน้าเขาจะไม่สามารถพึ่งพาตัวเองได้  ผมไม่อยากให้เขางอมืองอเท้ารอพึ่งแต่คนอื่นเพราะไม่มีใครช่วยเขาได้ไปตลอดชีวิต  ผมรู้...ว่าคุณหวังดี  แต่บางครั้งคุณก็ต้องรู้ขอบเขตของการช่วยเหลือว่ามันมากเกินไปหรือเปล่า”         
“แล้วจะให้ผมทำยังไง?” ริชหน้าตึงด้วยความไม่พอใจ  ความรู้สึกดีๆหายวับเมื่อพบว่าความหวังดีของเขากลายเป็นสิ่งผิดไปเสียนี่         
“ไม่ต้องทำยังไง  เมื่อหายป่วยผมทำงานเอาเงินไปคืนให้คุณ  แน่นอนว่าโทมัสกับทอมมี่ก็ต้องมีส่วนช่วยผมหาเงินด้วย  เพื่อให้เขารู้ว่าถ้าอยากยืนอยู่ในโลกนี้  เขาต้องอดทนและเข้มแข็ง  ที่สำคัญเขาต้องยืนอยู่บนขาตัวเองให้ได้...ผมแก่แล้วคุณริช  หากผมเป็นอะไรไป  ผมต้องแน่ใจว่าหลานผมต้องไม่อดตาย  เขาต้องเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมั่นคงด้วย” เกรสันพยายามอธิบายอย่างใจเย็นด้วยรู้ดีว่าการที่เขาปฏิเสธความช่วยเหลือทำให้ริชไม่พอใจ  แต่เขาก็ต้องการให้ริชได้รู้ว่าการช่วยเหลือแบบที่ริชทำอยู่นี้มันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องที่สุดสำหรับครอบครัวเขา
ริชกลับมานอนคิดถึงคำพูดของเกรสันตลอดคืน  ครั้งแรกที่ได้ยินคำปฏิเสธของเกรสันเขาทั้งโกรธและหมั่นไส้ตาแก่จอมโอหังคนนี้ที่สุด  แต่กระนั้นเขาก็ไม่อาจโต้แย้งเหตุผลของนายเกรสันได้เลย  ยิ่งเมื่อได้คิดทบทวนโดยพยายามลดอคติลงเขายิ่งพบว่าคำพูดของเกรสันได้ให้แง่คิดอะไรกับเขาหลายอย่าง  ไม่ใช่แค่เตือนไม่ให้เขาก้าวก่ายกับชีวิตคนอื่นจนเกินพอดีเท่านั้น  แต่ยังสะท้อนให้เขาเห็นตัวเองอีกด้วย สิ่งที่เขาคิดว่าดี ว่าถูก อาจเป็นความรู้สึกของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น สิ่งนั้นอาจไม่ถูกต้องในความรู้สึกของผู้อื่น  ที่สำคัญนายเกรสันก็ต้องการให้เด็กๆได้รู้จักการพึงพาตัวเองมากกว่าจะรอรับความช่วยเหลือจากผู้อื่น 
‘พึ่งพาตัวเองงั้นเหรอ...นั่นสินะ  เราเคยพึ่งตัวเองจริงๆบ้างไหมนะ?’ 
ริชครุ่นคิดหาคำตอบให้ตัวเองเงียบๆ  ตั้งแต่ลืมตาดูโลกเขาก็มีทรัพย์สินส่วนตัวที่เป็นมรดกตกทอดสำหรับลูกหลานในตระกูลแฮมิลตันมากมายจนไม่เคยรู้ว่าจักคำว่าไม่มี  ทุกอย่างที่เขาต้องการเขาต้องได้  จนเป็นความเคยชินและมักคิดว่าคนอื่นๆก็คงเป็นเหมือนๆกับเขา  กระทั่งเข้าโรงเรียนเขาถึงเริ่มรู้จักความแตกต่างของคน  แต่กระนั้นก็ยังไม่มากนักเพราะคนที่เรียนในโรงเรียนเดียวกับเขาก็คือคนที่มาจากกลุ่มชนชั้นเดียวกัน เขาเริ่มรู้จักคนอีกในระดับฐานะที่แตกต่างออกไปมากๆเมื่อตอนเริ่มเรียนมัธยม  แต่การได้เห็นคนในอีกระดับหนึ่งไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสงสารเห็นใจอะไรมากนัก  กลับทำให้เขาได้รู้ว่าเขายิ่งใหญ่แค่ไหนที่เป็นแฮมิลตัน 
จนกระทั่ง...เขาเสียราเชลไป  เขาเพิ่งรู้...ว่าความเป็นแฮมิลตันไม่อาจยึดหัวใจของคนตัวเล็กๆคนหนึ่งเอาไว้ได้  และวันนี้เขาก็ได้เรียนรู้อะไรอีกหลายอย่างจนรู้สึกเหมือนตนเองก้าวกระโดดจากเด็กไปสู่ผู้ใหญ่ในชั่วข้ามคืน      
.................................

ออฟไลน์ tianqin

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-1
ราฟ แฮมิลตันเหลียวมองร่างสูงที่เดินเข้ามาทรุดลงนั่งไม่ห่างนัก  นานแค่ไหนหนอที่เขาแทบไม่ได้เจอหน้าลูกชาย ตั้งแต่กลับจากบ้านริมทะเลสาบ ริชก็เปลี่ยนเป็นคนละคน เขาเลือกเรียนมหาวิทยาลัยทางอินเตอร์เนตแทนการไปเรียนภาคปกติ  เพราะต้องการทำงานไปด้วยมากกว่าจะเรียนเพียงอย่างเดียว
 ริชดูแปลกตาไปจนรู้สึกได้  ไม่ใช่แค่รูปร่างหน้าตาหากแต่รวมถึงบุคลิก  ดวงตาที่เคยฉายแววแพรวพราวอย่างคนขี้เล่นหายไป กลับมีแววจริงจังและคมกล้ากว่าเดิม  ราฟมองหน้าลูกชายนิ่งเพื่อให้เด็กหนุ่มเอ่ยปากขึ้นก่อน           
“พ่อครับ”         
“ว่าไง?”         
“ผมอยากขอยืมเงินพ่อ”         
“วันนี้มาแปลก  ทำไมเครดิตการ์ดมีปัญหาเหรอ?” ราฟเอ่ยยิ้มๆ ด้วยรู้ดีว่าลูกชายใช้เงินเก่งแค่ไหน         
“เปล่าครับ…แต่ผมอยากทำธุรกิจ”
สีหน้ามุ่งมั่นบอกให้รู้ว่าเด็กหนุ่มไม่ได้พูดเล่น  ราฟวางมือจากเอกสารกองโตด้วยความประหลาดใจ         
“อยากทำอะไร?…ธุรกิจเราก็มีทุกอย่างนี่”         
“ไม่ครับพ่อผมอยากทำที่เป็นของผมเอง”ริชย้ำเมื่อเห็นท่าทางของบิดา
ราฟจ้องตาคมกล้านิ่งๆอยู่นาน แปลกใจที่ริชสนใจธุรกิจ  เขากับลินดาเคยโน้มน้าวด้วยวิธีการต่างๆนาๆเพื่อให้ลูกชายสนใจในกิจการของตระกูลบ้าง แต่ริชก็คอยหลบ ทำตัวเป็นหนุ่มเจ้าสำราญไปวันๆโดยไม่มีทีท่าว่าจะสนใจงานของเขาสักนิด         
“อะไร?”         
“ผมอยากเข้าหุ้นกับเท็ด เขาจะขยายบริษัท”
แม้จะรู้ว่าเด็กสองคนนี้ค่อนข้างสนิทกัน แต่ด้วยลักษณะเฉพาะตัวที่ต่างกันสุดขั้วทำให้ราฟสงสัยในความเอาจริงเอาจังของริช  ตอนที่ขอให้เท็ดช่วยริชเขายังกังวลว่าจะไม่สำเร็จ แต่ไม่อยากเชื่อว่าเท็ดจะช่วยให้ริชเปลี่ยนแปลงไปได้ขนาดนี้         
“ก็ให้พีทเบิกมาให้สิ”         
“แต่ผมไม่อยากใช้เงินพ่อ  ผมอยากใช้เงินของตัวเอง”         
“แล้วไง?”         
“ผมจะขอกู้แล้วให้พ่อหักเงินเดือนชดใช้...พ่อเคยบ่นอยู่ไม่ใช่เหรอครับว่าอยากหาคนที่ไว้ใจได้ไปทำงานแทน ที่แหล่งน้ำมันใหม่”         
“อย่าบอกนะว่าแกจะไป?”         
“ครับ”         
“แต่นั่นมันงานใหญ่นะ?”           
“พ่อมีคนเก่งๆเยอะไม่ใช่เหรอครับ  ส่งผมไปฝึกงานกับเขาก็หมดเรื่อง”         
“แต่มันหนักนะริช”         
“ผมอยากทำ  พ่อคิดว่าเลือดพ่อในตัวผมมันจะจางเหรอครับ?”         
“ฮะๆๆ…เอา…ลงทุนพูดขนาดนี้แล้ว พ่อจะไม่ตกลงได้ไง  แกพร้อมไปฝึกงานเมื่อไหร่ก็มาบอกแล้วกัน”         
“ผมขอเตรียมตัว 1 สัปดาห์ครับ”         
“แค่นั้นจะพอล่ำลาบรรดาสาวๆของแกทันเหรอ?”
ริชเพียงแต่ยิ้มนิดๆแต่ไม่ตอบคำถาม  ราฟพยักหน้าก่อนจะโบกมือไล่  ใบหน้าละไมด้วยความพอใจ
      ..................................

เจฟฟรี่วางรายงานลง ขยี้เบาๆที่หัวคิ้วเพื่อให้คลายความอ่อนล้า  รายงานฉบับนั้นไม่ได้มากมายอะไรเลย  แต่รายละเอียดในนั้นต่างหากที่ทำให้เขาต้องเช็คข่าวอย่างละเอียด  เสียงโทรศัพท์มือถือปลุกหนุ่มใหญ่จากห้วงคำนึง           
“ครับท่าน”         
“ริชเป็นไง?”น้ำเสียงของราฟราบเรียบ แต่เจฟฟรี่ทราบถึงความห่วงใยของเขาที่มีต่อบุตรชายคนเดียวได้ดี    เกือบ2ปีที่ริชทุ่มตัวเองให้กับการฝึกงานตามแหล่งน้ำมันและปีกว่ากับบ่อน้ำมันแห่งใหม่นี้  จนกระทั่งกลายเป็นมือขวาที่ขาดไม่ได้ของราฟไปเสียแล้ว     
“ดีเกินกว่าที่คาดไว้มากครับ”         
“ซารีฟว่าไง?” หางเสียงเริ่มรื่นรมย์เมื่อรู้ว่าลูกชายไม่ได้เหลวไหลอย่างที่กลัว         
“ท่านชีคถูกใจมากครับ…ตอนนี้คุณริชสามารถเข้านอกออกในวังยังกับบ้านตัวเอง”         
“อย่างนี้ริชก็แทบไม่เป็นอันทำงานสิ เพราะของสะสมของซารีฟน่ะคัดมาระดับโลกทั้งนั้น”         
“บอกแล้วไงครับว่าดีกว่าที่คาดไว้มากโดยเฉพาะเรื่องนี้ คุณริชแทบไม่ออกจากแท่นไปไหนเลยครับ  ท่านชีคให้คนมาตามหลายครั้งกว่าจะยอมไปทานอาหารที่วัง”         
“ไม่น่าเชื่อ!”ราฟอุทานอย่างประหลาดใจ เจฟฟรี่อยากถอนใจยาวๆให้สมกับความหนักหน่วงในอก         
“เชื่อเถอะครับ...ตอนนี้คุณริชกลายเป็นคนที่ผมเองยังกลัวใจไม่รู้คิดอะไร
บ้าง?”         
“ทำไมหงุดหงิดมากเหรอ?”         
“ตรงข้ามเลยครับ  อารมณ์ดีจนน่าขนลุก”           
“ยังไง?”         
“ผมก็อธิบายไม่ถูกรู้แต่ว่าคุณริชมีกำแพงบางๆกันตัวเองไว้จากทุกคน”         
“แม้แต่นายเหรอเจฟ?”         
“ครับ  แต่ยกเว้นอยู่คนเดียวคือคุณเท็ด  เวลาคุณเท็ดมาเยี่ยมเหมือนได้เห็นคุณริชคนเดิมอีกครั้ง”
ราฟ แฮมิลตัลนิ่งไปด้วยความสงสารบุตรชาย  ทำไมจะไม่รู้ว่าอะไรคือสาเหตุให้ริชเปลี่ยนแปลงไปเป็นคนละคนเช่นนี้         
“เด็กคนนั้นเก่ง  เขาทำให้ริชเปิดใจได้อย่างน่าแปลก”         
“นั่นสิครับ ตอนคุณกายตายผมก็ว่าเขาสนิทกันดี  แต่พอกลับมาจากทะเลสาบคราวนั้นดูเหมือนคุณริชจะยอมรับในตัวคุณเท็ดมากกว่าเพื่อน เหมือนเป็นพี่น้องกันมากกว่า” เสียงถอดถอนใจยาวลอดมาตามสาย         
“เอาเถอะ ถึงยังไงนี่ก็เป็นเรื่องดีๆที่ฉันคาดไม่ถึงนะ”         
“ครับ”         
“แล้วเด็กคนนั้นเป็นไงบ้าง เจอตัวหรือยัง?”         
“เราได้เบาะแสแล้วครับ”         
“ดี…เจอเมื่อไหร่บอกฉันด้วย  แต่อย่าเพิ่งบอกไอ้ตัวแสบล่ะ”         
“อ้าว!ทำไมครับ?” เจฟฟรี่งง  ราฟสั่งสื่บเรื่องราเชลก็เพื่อริช  แต่กลับไม่ยอมให้บอกเจ้าตัว       
“ฉันอยากให้มันเปลี่ยนนิสัยจริงๆค่อยให้มันเจอ  มันทำกับเขาไว้เยอะ  บอกตรงๆว่าฉันสงสารเด็กคนนั้น  ถ้าริชไม่แก้ไขตัวเองก็ไม่อยากให้ดึงเขากลับมาเจ็บอีก”         
“ครับท่าน”         
“ฝากด้วยนะเจฟ  อนาคตของแฮมิลตันกรุ๊ปจะเป็นยังไงก็ขึ้นอยู่กับริชนะ”         
“ครับท่าน”เจฟวางโทรศัพท์ลงช้าๆ  อะไรๆก็ราบลื่นไปหมดแต่เขากลับไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่  ริชร่าเริงเกินไปและชอบไปขลุกอยู่กับพวกคนงานที่แท่นขุดเจาะน้ำมัน บางครั้งก็ไปทำงานกับฝ่ายเทคนิคแทบจะไม่กลับบ้านพักถ้าไม่มีคำสั่งจากบิดาหรือชีคชารีฟ ความผิดปกตินี้แม้แต่ท่านชีคยังออกปากอย่างกังวล  เสียงเฮฮาดังมาจากลานจอดรถ เจฟฟรี่ชะโงกออกไปมองเห็นนายน้อยของเขาเดินรวมกลุ่มมากับคนงาน หากไม่ติดที่ร่างสูงใหญ่แผกกว่าคนงานท้องถิ่น คงแทบแยกไม่ออกเพราะตอนนี้ริชคล้ำเกรียมจนแทบกลืนหายไปกับคนงานเหล่านั้นแล้ว
เหมือนจะรู้ตัวว่าถูกจ้องมอง ริชเงยหน้าขึ้นมามองแล้วยิ้มร่าโบกมือให้ เจฟฟรี่โบกมือตอบก่อนจะถอยเข้าไปเตรียมจัดอาหารให้…….         
“นี่เจฟมีข่าวดีนะคนของเรารายงานว่าพบแร่บางอย่างที่บริเวณแท่นขุดเจาะแห่งใหม่…ฉันว่าจะไปดูเสียหน่อย…ไปด้วยกันไหม?”ริชชวนพี่เลี้ยงคุยทั้งที่ตาอยู่ที่หน้าจอโทรทัศน์ มือก็ยังส่งอาหารค่ำเข้าปากไปเรื่อยๆ         
“ครับ…วันนี้คุณท่านโทรมาครับ”เจฟฟรี่รายงานเรียบๆ  ริชหันขวับมาทันที         
“บ่นอะไรอีกละสิ”         
“เปล่าครับ แค่โทรมาถามว่าคุณสบายดีหรือเปล่า?”         
“พ่อเนี่ยนะโทรมาถามเรื่องแค่นั้น…นายแน่ใจเหรอว่าพ่อไม่ได้มีแผนอะไรอีก?”คิ้วเข้มขมวดจนหน้าผากย่น  รามือจากอาหาร         
“แผนอะไรครับ?”         
“ก็คราวที่แล้วส่งเราไปดูเหมืองเพชรที่อัฟริกาแล้วไง…จู่ๆก็มีลูกสาวหุ้นส่วนมาไล่กวดจนเผ่นกันแทบไม่ทัน”         
“อ้าว!ผมนึกว่าคุณริชสนใจเขาเสียอีก เห็นเอาอกเอาใจซะขนาดนั้น”         
“นั่นมันเรื่องของผลประโยชน์หรอก…เอจะว่าไปถ้าเจ้าหล่อนขาวกว่านี้สักหน่อยก็ไม่แน่นา…”         
“มิน่าละครับคราวนี้คุณท่านถามถึงท่านชีคด้วย  คงจะเล็งๆลูกสาวท่านชีคไว้บ้างกระมังครับ”
         “หา!มิน่าท่านชีคถึงให้คนตามฉันไปงานเลี้ยงอะไรก็ไม่รู้ที่วัง…ตายโหง!เอาไงดีเจฟ?”         
“ก็หนีสิครับ”         
“ได้ไงล่ะ…น่าเกลียดตาย…อีกอย่างท่านก็เป็นเหมือนญาติสนิทของบ้านเรา จะทำอะไรก็ต้องไว้หน้าท่านบ้าง”         
“งั้นก็ไปร่วมงานเลี้ยง ถ้าว่าที่เจ้าสาวไม่ถูกใจก็เผ่น…อ้างว่ายุ่งต้องไปสำรวจเหมืองใหม่ก็หมดเรื่อง”         
“ให้ได้อย่างนี้สิน่า  มิเสียแรงที่ปรึกษา…เจ๋ง!ไม้นี้เข้าท่ากว่าหนีดื้อๆเยอะเลย”
ริชยังคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้อย่างร่าเริง แต่ในบางครั้งชายหนุ่มก็เผลอเหม่อไปนาน พอรู้สึกตัวก็วกกลับมาคุยเรื่องที่พูดค้างกันใหม่ เจฟฟรี่ได้แต่สังเกตอาการของนายน้อยเงียบๆ ตราบใดที่ริชยังละทิฐิไม่ได้ก็คงต้องอยู่ด้วยการหลอกตัวเองแบบนี้ไปอีกนาน         
      ..................................

ริชถอดเสื้อสูทออกพาดไว้ที่เก้าอี้…งานเลี้ยงคืนนี้ไม่ได้แตกต่างจากทุกทีที่ไป บทสนทนาที่แพรวพราวด้วยเล่ห์เหลี่ยมทางธุรกิจ ผู้หญิงสวยที่พร้อมจะ‘คุย’ถ้ารู้ว่าเขาน่าสนใจพอ…แต่ที่กระทบใจเขาคือเด็กหนุ่มร่างบางที่มากับชีคยัสฟาหัวใจเขาแทบหยุดเมื่อเห็นเด็กหนุ่มแว่บแรก แต่เมื่อได้เห็นหน้าชัดๆอาการใจเต้นระรัวก็ค่อยๆหายไป  กลับรู้สึกหดหูแกมเศร้าอย่างประหลาด 
ชีคยัสฟาคงคิดว่าเจอจุดอ่อนของเขาจึงพยายามเสนอเด็กคนนั้นให้  เพื่อกรุยทางธุรกิจในอนาคตถึงกับยอมตัดใจยกของเล่นที่ดูท่าจะยังหวงอยู่มากมาให้เขา  เห็นได้ชัดว่าตอนเขาปฏิเสธชีคยัสฟาทั้งไม่พอใจปนโล่งใจอยู่ไม่น้อย…หากเด็กคนนั้นมีแววของความหวาดกลัวหรือไม่เต็มใจสักนิดเขาคงพร้อมที่จะช่วยให้เป็นอิสระ  แต่ท่าทางเชิญชวนจนออกนอกหน้านั้นก็บอกให้รู้อยู่แล้วว่ายิ่งกว่าเต็มใจ         
ริชทิ้งตัวลงบนเตียงโชคดีที่ท่านชีคซารีฟไม่ได้เสนอลูกสาวหลานสาวคนใดมาให้  แต่พรุ่งนี้เขาคงต้องเผ่นไปแท่นแต่เช้าเพราะแน่ใจได้ว่าชีคยัสฟาต้องหาทางมาเยือนเขาอีกแน่…..
         ..................................

ในสวนค่อนข้างกว้างนั้นเต็มไปด้วยดอกไม้เมืองร้อน  แข่งกันชูช่อบานสล้าง ท่านชีคซารีฟไม่ได้อยู่ตามลำพังแต่มีร่างท้วมของชีคยัสฟาอยู่ด้วย…เสียงกลองดังอึกทึกจนทุกคนไม่ได้สังเกตว่าเขามาถึง สายตาทุกคู่จับอยู่ที่ร่างบอบบางในชุดค่อนข้างโปร่งที่กำลังเต้นหมุนเป็นวงกลม  ริชเหลือบมองอย่างเซ็งๆ แต่แล้วร่างนั้นก็กลับหมุนตัวมาหยุดตรงหน้าเขา  ผ้าคลุมเบาบางถูกปลดปลิวไป ชายหนุ่มตะลึงตัวชาเมื่อเห็นใบหน้านั้นถนัด         
“ราเชล!”
เสียงดีดนิ้วเผาะแล้วร่างบางก็ถลาจากเขาไปอยู่ในวงแขนของชีคยัสฟา  ริชสั่นไปหมดทั้งตัวด้วยความโกรธเมื่อเห็นชีคยัสฟากอดจูบร่างน้อยนั้น         
“อยากได้ไหม…เสียใจนะเด็กนี่ของฉัน”         
“ไม่!!” ชายหนุ่มทะลึ่งพรวดขึ้นนั่ง  เหงื่อเหนียวท่วมทั้งตัวเพราะก่อนนอนเขาไม่ได้เปิดแอร์  ริชยกมือสั่นๆขึ้นลูบหน้า…ไม่อยากเชื่อว่าเพียงแค่เห็นเด็กที่มากับชีคยัสฟา เขาจะคิดถึงราเชลจนเก็บเอาไปฝันเสียใหญ่โต         
ชายหนุ่มเปิดแอร์จนเย็นฉ่ำหวังว่าความเย็นจะช่วยให้หลับสบาย  แต่กลับตาสว่างเสียแล้ว  ให้ไกลแสนไกลแค่ไหน เงาของราเชลก็ยังตามหลอนใจเขาไม่เลิก  นับวันริชก็ยิ่งตระหนักถึงอิทธิพลของราเชลที่มีต่อใจเขา         
“นี่เธอจะไม่ปล่อยให้ฉันเป็นอิสระจริงๆเหรอราเชล?”
         .................................


เรื่องจะเป็นยังไงต่อไปนะคอยลุ้นต่อไปนะคะ :z2:

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
มีทั้งหมด 3 บทหรือค่ะ แสดงว่าความยาวขนาดนี้ไม่ผิดปกติแน่นอน    :z2: :z2: 

ตอนนี้บทราเชลหายไปเลยวุ้ย คิดถึงอ่ะ  :man1:  แบบว่าน้องเค้าช่างรันทดได้ใจจริงๆ 

ปล. ยังแอบหวังเรื่องที่เกิดในบทเริ่มว่าจะมีอิทธิพลอะไรสืบต่อมาบ้างเนอะ  :z2:

ออฟไลน์ dahlia

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +695/-4
เป็น 3 บทที่ยาวมากเลย อ่านเจอตอนจบแบบนี้ แล้วอยากอ่านต่อทันที ลุ้นตามเจ้าริชจะแย่แล้ว :o8:
เมื่อไร เจ้าริช มันจะตามหา ราเชล เจอซะทีชอบบทหวานๆ เวลาคู่นี้อยู่ด้วยกัน
ว่าแต่ กาย ตายไปแล้วจริงเหรอ ไม่น่าตายนะ

ออฟไลน์ zandwizz

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2245
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +148/-7
ตามติด ๆ ๆ ๆ ๆ

หนุกดีๆ ๆ ๆ

ออฟไลน์ M@nfaNG

  • ชีวิตคือการตรวจสอบ...
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4453
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +847/-18
ลงยาวสะใจจริงๆ  o13
ริชเริ่มกลับตัวกลับใจแล้ว .....แต่ก็ต้องดูกันยาวๆนะ
แล้วราเชลหายไปตั้งหลายปี ป่านนี้ไม่ตกระกำลำบากเหรอ
แล้วมิแค้นริชสุดๆเลยเหรอ
รออ่านกันต่อไปค่ะ :L2:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ tianqin

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-1
THIP : ต้องตามต่อนะคะเรื่องตอนต้นมีอิทธิพลแน่นอนคะ
dahlia : เรื่องกายต้องติดตามคะ ถ้าอยากรู้เรื่องของกายอย่างละเอียดจะมีอยู่ในอีกเรื่องที่กายรับบทเป็นนายเอกคะ
zandwizz :  ขอบคุณที่ติดตามคะ เรื่องนี้ต้องยกความดีให้ผู้แต่ง คือใบปอ แต่งได้สนุกจริงๆ
M@nfaNG : คิดถึงราเชล ราเชลมาแล้วคะ

มาอ่านกันต่อเลยนะคะ
.............

เสียงนกดังจู๋จี๋อยู่บนกิ่งไม้ข้างหน้าต่าง ปลุกให้ราเชลตื่นขึ้นมาจากความฝันเหน็ดเหนื่อยและเจ็บปวด
‘ริช...ป่านนี้คุณตื่นหรือยังนะ...คุณคงลืมผมไปแล้วใช่ไหม?...’
ราเชลดึงหมอนมาปิดหน้าและมุดเข้าไปในผ้าห่ม  ทำไมเขายังต้องคิดต้องฝันถึงคนๆนั้นอยู่อีก  เวลาเกือบ4ปีไม่ได้ช่วยให้เขาลืมความเจ็บปวดได้เลย 
ราเชลสลัดผ้าห่มออกจากตัว  ความจริงเขาควรตื่นเต้นกับการเตรียมตัวเป็นนักศึกษาใหม่มากกว่าจะมามัวสนใจเรื่องไร้สาระ  เด็กหนุ่มลุกขึ้นออกกำลังกายเพื่อให้ได้เหงื่อความเหนื่อยจะทำให้เขาเลิกคิดเรื่องไร้สาระ
“ราเชล…ตื่นเช้าจัง”
“อรุณสวัสดิ์ครับ”
“อรุณสวัสดิ์จ้า...อาซอเรนมาหาแน่ะ”         
“ขอบคุณครับ” ราเชลเลิกออกกำลังกาย  รีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
ราเชลเปิดประตูเข้าไปก็พบร่างสูงเพรียวกำลังชะโงกออกไปทักทายเพื่อนบ้านที่เดินผ่านไป  หมอหนุ่มใหญ่หันมายิ้มกว้างเมื่อเห็นเด็กหนุ่ม         
“ราเชล…สบายดีใช่ไหมครับ?…อา…ไม่น่าถาม ดูสดใสออกขนาดนี้…ดำไปนะครับเนี่ย สงสัยจะโดนพี่สะใภ้ผมใช้แรงงานหนักแน่ๆ”
ทีน่าหัวเราะจนตัวกระเพื่อมต่อคำเย้าแหย่ของน้องสามี หันไปตะโกนเรียกลูกสาวให้เอาผลไม้ขึ้นมาให้ซอเรน         
“ใครบอกละครับ…ผมเสนอตัวให้ใช้แท้ๆแต่ไม่มีใครยอมให้ผมช่วยเลย” ราเชลบ่นเสียงอ่อยๆ ซอเรนผละจากหน้าต่างมานั่งตรงข้าม         
“อ้าว!เป็นงั้นไป…แล้วทำไมผิวคล้ำเชียวครับ…หรือเล่นน้ำมากไป?”         
“ครับ…ที่นี่อากาศดี  ผู้คนก็เป็นมิตรน่ารัก...ปิดเทอมทีไรผมก็อดมาอยู่ที่นี่ไม่ได้”         
“ฮั่นแน่! หลงเสน่ห์ที่นี่เข้าอีกคนละสิ…ผมก็ชอบที่นี่ครับ ว่างเป็นต้องมาเที่ยวเสมอเลย…ขอบใจจ๊ะคนสวย”
ซอเรนหันไปแซวแล้วรับถาดผลไม้จากหลานสาว         
“ผมอยากชวนคุณย่ามาพักผ่อนที่นี่บ้าง อากาศดีๆแบบนี้น่าจะช่วยให้สุขภาพของท่านดีขึ้น”         
“ถ้าอย่างนั้นลองชวนท่านมาสิครับ  ผมยังเหลือวันลาหลายวัน  จะได้มาพักร้อนที่นี่ซะเลย”
ซอเรนพูดอย่างกระตือรือร้น  ดวงตาอ่อนโยนเป็นประกายแวววาวจนเด็กหนุ่มต้องหลบ  เขายังไม่พร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่กับใคร  บาดแผลที่ริชฝากไว้ยังเจ็บจนไม่กล้าแตะ  ซอเรนสังเกตเห็นแต่ชายหนุ่มยังพูดคุยแจ่มใสแต่ดวงตาหมองลง         
ทีน่าเฝ้ามองอากัปกิริยาของเด็กหนุ่มเงียบๆ ราเชลยังปิดกั้นตัวเองแน่นหนาเกินกว่าที่น้องสามีของเธอจะฝ่าเข้าไปได้ แต่ทีน่าก็อดหวังไม่ได้ว่า สักวันราเชล จะยอมเปิดใจให้คนแสนดีอย่างซอเรนบ้าง 
                                         …………………. 

   ซอเรนย่องเข้ามาจนใกล้แต่ไม่จำเป็นต้องย่องสักนิด  เพราะขนาดเขาเข้ามายืนจนแทบชิดเด็กหนุ่มก็ยังไม่รู้สึกตัวเลย  ภาพดอกไม้ที่ตกอยู่บนถนนและมีคนเดินผ่านไปมาเหยียบย่ำจนแหลกลาญ  ภาพเด็กชายผิวดำพยายามป้องเทียนใกล้ดับนั่งอยู่ท่ามกลางหิมะที่กำลังตกหนัก  ด้านหลังเป็นผู้คนที่กำลังฉลอง- คริสต์มาศอย่างสนุกสนาน  ใบหน้าของเด็กน้อยดูหม่นหมองและเจ็บปวด 
ภาพเขียนเหล่านี้แตกต่างจากภาพเขียนในอดีตของราเชลอย่างสิ้นเชิง  แม้ซอเรนจะไม่ได้เรียนศิลปะ  แต่เขาก็พอดูออกว่าภาพเขียนกำลังสะท้อนหัวใจของเด็กหนุ่ม  ความเจ็บปวด...สิ้นหวัง...และโหยหาความรัก...
   “คุณหมอมาเมื่อไหร่ครับ?” ราเชลเกือบสะดุ้งเมื่อหันไปเจอซอเรน
“มาสักครู่แล้วครับ...เห็นราเชลกำลังทำงานเพลินไม่อยากกวน”
“ผมก็วาดไปเรื่อยๆ  ส่วนใหญ่ก็เขียนเก็บไว้ดูเล่นทั้งนั้น”
“ไม่คิดจะแสดงผลงานบ้างเหรอครับ?”
“งานผมส่วนใหญ่เขียนตามอารมณ์ แล้วก็สะสมมาตั้งแต่เด็กๆ  อารมณ์มันก็เลยไม่ค่อยต่อเนื่องกัน  เอามาจัดแสดงคงไมมีคนดูหรอกครับ”
“แต่ผมว่าดีนะครับ  มันดูมีพัฒนาการดีออก  ภาพสมัยก่อนของราเชลส่วนใหญ่จะดูเบาๆ  หวานๆ  แต่หลังๆมานี่ค่อนข้างเป็นภาพออกแนวนามธรรมซะส่วนใหญ่”
“เหรอครับ”
“จริงไหมครับที่เขาว่าภาพสะท้อนใจของคนเขียน?”
“...งั้นใจผมตอนนี้คงหดหู่อยู่สินะครับ”
“หรือไม่ก็กำลัง...เหงา...”
ราเชลนิ่งขึงไปครู่หนึ่ง  คำพูดอ่อนโยนปลอบประโลมกลับตอกย้ำบาดแผลในหัวใจ
“อ้าว!ไม่วาดแล้วเหรอครับ”
“ก็...นั่งนานแล้วขอพักบ้างครับ”
“ราเชล  เราเปิดใจคุยกันบ้างไม่ได้เหรอ?”
“ผม...”
“ราเชล...รู้ใช่ไหมว่าผมคิดกับคุณยังไง?”
“ผมจะไปยกของว่างมาให้นะครับ” ราเชลลุกขึ้นเดินหนีดื้อๆแต่ซอเรนคว้าข้อมือบางไว้แน่น
“ราเชล…ให้โอกาสผมบ้างได้ไหม...ให้ผมอยู่ข้างๆคุณเวลาคุณมีความทุกข์  ให้ผมได้ดูแลคุณ  เปิดใจรับผมบ้าง”
“หมอครับ...มันเป็นไปไม่ได้หรอก...ผม...ผมไม่คู่ควรกับหมอ…”
“อย่าเพิ่งปฏิเสธผมราเชล  ผมไม่ได้ขอให้คุณรับรักผม...แต่ผมขอแค่ได้อยู่ข้างๆคุณ จนกว่าคุณจะไม่ต้องการผมอีก คุณให้โอกาสผมบ้างเถอะ...”
“ขอโทษครับ...ผมทำไม่ได้”
“แม้จะในฐานะพี่ชายหรือเพื่อนก็ไม่ได้หรือราเชล” 
 “แต่...”
“ผมไม่อยากให้ราเชลเก็บความทุกข์ไว้คนเดียว  ระบายออกมาเสียบ้าง  คุณจะได้สบายใจ”
“ขอบคุณในความหวังดีครับหมอ  ผมจะจำไว้ว่าผมยังมีพี่ชายอยู่ตรงนี้อีกคน”
ซอเรนยิ้มทั้งที่ในใจวูบหาย  สำหรับราเชลเขาเป็นได้แค่พี่ชายเท่านั้น  แต่คนอย่างเขาไม่ยอมแพ้ง่ายๆ  เขาเชื่อในความรักมั่นคงของเขา  สักวันราเชลคงยอมรับเขาได้  และเขาจะดูแลทะนุถนอมไม่ให้ราเชลต้องเจ็บปวดเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว
      ..................................
                         
ราเชลสูดลมหายใจลึกยาวก่อนจะเปิดประตูเข้าไป  แม้จะไม่อยากมาพบด้วยรู้ว่าพ่อจะคุยเรื่องอะไร  แต่ถึงอย่างไรก็ต้องเจออยู่ดี           
“คุณพ่อต้องการพบผมเหรอครับ?”         
“ใช่…ฉันมีข่าวดีมากจะบอกแก” ชาล์ลโบกการ์ดในมือไปมาอย่างอวดๆ         
“อะไรครับ?” ราเชลถามหลังจากข่มความน้อยใจลงไป  เขาไม่กลับมาบ้านเกือบ 4ปี  นี่เพิ่งกลับมาครั้งแรก  พ่อไม่ถามสักคำว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง         
“ตระกูลแฮมิลตันเชิญแกไปร่วมงานวันเกิดราฟ แฮมิตัน…แกนี่มันเสน่ห์ดีนะ…ฉันนึกว่าแฮมิลตันเลิกสนใจแกไปตั้งนานแล้วซะอีก เห็นตั้งแต่งานวันเกิดแม่เขาแล้วแกก็ไม่ได้บัตรเชิญไปงานอื่นเลย…แต่นี่เขาเชิญไปงานพ่อเขาอีก…แสดงว่าตระกูลนี้เขาให้ความสำคัญกับแกมาก” น้ำเสียงริษยาจนปิดไม่มิด 
ราเชลเบือนหน้าหนีด้วยความน้อยใจในตัวบิดา         
“ผมไม่ไปครับ”         
“อะไรนะ!”ชาล์ลตาค้างแล้วเป็นขุ่นเขียวด้วยความโกรธ         
“ผมไม่ไปงานนี้ครับ”         
“ไม่ได้! ฉันลงทุนลงแรงไปตั้งเท่าไหร่…เขายังไม่ค่อยจะเห็นหัวฉัน  แต่แกได้รับเชิญแล้วยังจะมาทำหยิ่งอีก” นายเวลบอร์นตวาดเสียงเขียว  แต่ราเชลยังคงใจเย็น       
“แต่ผมไปไม่ได้”         
“ทำไม?”         
“ผม…มีเหตุผลของผมครับ”         
“แต่แกต้องไป!ฉันจะไม่ยอมพลาดอีกเป็นครั้งที่สอง คราวที่แล้วแกไปนอนกับมันฟรีๆอยู่ตั้งนาน  คราวนี้ฉันจะไม่ยอมอีกแล้ว...ฉันต้องได้อะไรจากมันบ้าง”         
“คุณพ่อ!”         
“ตกใจละสิ…คิดเหรอว่าฉันไม่รู้เรื่องนี้…ตอนแกย้ายโรงเรียน ไอ้แฮมิลตันมันวิ่งพล่านยังกับหมาถูกน้ำร้อนเพื่อตามแก ฉันถึงได้ให้คนไปสืบ...ไม่นึกเลยว่าแกกับมันจะไปกันถึงขั้นนั้น…แล้วแกก็ยังโง่ปล่อยให้มันหลุดมือไป  คราวนี้ละฉันจะไม่ยอมให้แกทำอะไรโง่ๆอย่างนั้นอีกเด็ดขาด”         
“คุณพ่อ!…ทำไมครับ…ทำไม?” ราเชลพูดไม่ออกทั้งที่มีเรื่องอยากถามมากมาย       
“ทำไมอะไรของแก?”         
“คุณพ่อไม่เคยรักผมเลยใช่ไหมครับ?”         
“อย่ามาอ้างเรื่องรัก…ฉันเป็นพ่อแก…ฉันสั่งแกต้องไป”         
“แต่ผม..”         
“ถ้าไม่ไปอย่ามาเรียกฉันว่าพ่ออีก…ฉันกับแกขาดกัน”         
“คุณพ่อ!”         
“เลิกเรียกฉันซ้ำๆได้แล้ว…ว่าไง จะไปไหม?”         
“ผม…ครับ…ผมไป”         
“ดี…ไปเตรียมตัว  ช่างตัดเสื้อจะมาตอนเย็น  อย่าไถลล่ะ”         
“ครับ…ถ้าไม่มีอะไรแล้ว…ผมขอตัว”
ชาร์ลโบกมือไล่อย่างไม่สนใจ  ใบหน้าอูมแดงอิ่มเอิบด้วยความยินดี  แววตาเต้นระริกด้วยหวังถึงผลประโยชน์ที่จะได้ในอนาคต
ราเชลทิ้งตัวลงบนเตียง  กระบอกตาแห้งผากแต่ข้างในเขากลับท่วมท้นไปด้วยน้ำตา  ทำไมเขาถึงหนีริชไม่พ้น  กี่ปี่แล้วที่เขาเฝ้าคร่ำครวญหา  ไม่ว่าจะหนีไปไกลแค่ไหนแต่หัวใจก็ยังคงวนเวียนอยู่ข้างริชเสมอ  หูเขาคอยฟังแต่ข่าวคาวๆที่มีลงหนังสือและสื่อต่างๆไม่ได้หยุดหย่อน  ริชไม่เคยหยุดตัวเองลงที่ใคร  ไม่มีผู้หญิงคนไหนยึดริชไว้ได้  แม้จะเจ็บช้ำหากลึกๆก็อดดีใจไม่ได้ที่บัดนี้ข้างกายริชยังไม่มีใครเป็นเจ้าของถาวร
ราเชลซุกหน้าลงกับหมอน  พยายามหาเหตุผลที่ตระกูลแฮมิลตันเชิญเขาร่วมงาน  แต่นึกอะไรไม่ออกนอกจาก…ริชอยากให้เขาไป…ราเชลสะบัดหน้า  แต่หัวใจกลับฟูฟ่องอย่างประหลาด         
“เอาเถอะ ถึงยังไงฉันก็ต้องไป  นี่เป็นเพราะคำสั่งของพ่อหรอกนะ  ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่มีวันไปเหยียบบ้านนายอีกเด็ดขาด”
      ..................................

ราเชลมือเย็นเมื่อรถเลี้ยวเข้างาน  คฤหาสน์ตระกูลแฮมิลตันสว่างไสวด้วยแสงไฟพร่างพราว  ทันทีที่รถจอดเทียบประตูก็ถูกเปิดออก  ราเชลหันไปจะขอบคุณแต่ก็ต้องชะงักอย่างประหลาดใจ         
“เจฟ…สวัสดีครับ”         
“สวัสดีครับคุณราเชล…เชิญทางนี้เลยครับ”เจฟฟรี่ผายมือให้แล้วเดินตามเยื้องไปด้านหลังเด็กหนุ่มเล็กน้อย 
ราเชลเห็นสายตาหลายคู่จ้องมองมาอย่างประหลาดใจ  น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักเจฟฟรี่  ด้วยเป็นสนิทของตระกูลแฮมิลตันจนนับได้ว่าเป็นคนในครอบครัว  ดังนั้นการที่เจฟฟรี่ออกมารับ ‘แขก’ คนนี้ด้วยตัวเองย่อมไม่ใช่แขกธรรมดาแน่         
ราเชลใจเต้นระรัวเมื่อเข้าไปไปในห้อง  ห้องกว้างใหญ่จุคนได้นับร้อย  แต่ราฟ  แฮมิลตันก็ยังโดดเด่นเหนือใครเสมอ  ทันทีที่หันมาเห็นเขารอยยิ้มสว่างไสวก็ถูกส่งมาทักทาย  ราฟกางแขนออกกว้างแล้วโอบกอดร่างบอบบางแนบแน่น         
“สวัสดีครับท่าน”         
“ยินดีต้อนรับลูกแมวน้อยของฉัน  ดีใจมากนะที่เธอมาได้”         
“ผมต่างหากครับที่ต้องขอบคุณที่ท่านให้เกียรติ  คุณพ่อฝากอวยพรท่าน  ขอให้ท่านมีสุขภาพที่ดีตลอดไปนะครับ”ราเชลส่งของขวัญของบิดาให้
ราฟรับแล้วหันไปส่งให้เลขาแยกไว้ต่างหาก         
“ฝากบอกคุณเวลบอร์นด้วยว่าขอบใจมาก  เจฟดูแลคุณราเชลด้วย”           
“ครับท่าน”         
“เดี๋ยวคุยกันนะ”         
“ครับ” ราฟตบไหล่บางเบาแล้วหันไปทักทายแขกอื่นๆ         
“เชิญคุณราเชลทางนี้ครับ”เจฟเดินนำเด็กหนุ่มมายังโต๊ะ         
“คุณเจฟสบายดีเหรอครับ?” ราเชลถามขณะทรุดลงนั่ง เจฟฟรี่ยิ้มกว้างจนเห็นรอยพับที่หางตา         
“ก็ต้องตระเวนไปตามแหล่งน้ำมันต่างๆ  ก็ไม่ค่อยน่าสนุกนักหรอกครับ  ไม่เหมือนคุณริชกำลังไฟแรง เล่นลุยไม่หยุดสงสัยจะลืมไปว่าผมแก่แล้ว”           
ราเชลหลุบตาต่ำแล้วค่อยๆเมินมองไปทางอื่นเหมือนไม่สนใจในสิ่งที่เจฟฟรี่เล่า  แต่เจฟฟรี่ก็แน่ใจว่าเด็กหนุ่มก็หูผึ่งกับข่าวของริชแน่นอน         
เสียงฮือฮาจากแขกที่มาร่วมงานทำให้ราเชลอดหันไปมองไม่ได้ เด็กหนุ่มตัวชา หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น  ร่างสูงตระหง่านในชุดสูทสีเทาโดดเด่นเคียงข้างด้วยสตรีสาวในชุดสีขาวลออ ตาคมกวาดไปรอบๆแล้วเป็นประกายกล้าเมื่อสบตากับเด็กหนุ่ม  ราเชลรีบหันกลับอย่างรวดเร็ว         
“คุณราเชลจะทานอะไรดีครับผมจะไปตักมาให้”         
“อะไรก็ได้ครับ แต่อย่าหนักนักแล้วกัน”         
“เครื่องดื่มละครับ?”         
“ยินโทนิค”ราเชลตอบหน้าตาเฉย เจฟฟรี่ชะงักชายหนุ่มเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจแต่ก็ไปสั่งให้ ไม่อยากจะเชื่อว่าเวลาจะทำให้ราเชลเปลี่ยนไปได้เพียงนี้         
“สวัสดี…สบายดีเหรอราเชล?”
ราเชลสูดลมหายใจลึกก่อนจะหันไปเผชิญหน้า  ดวงตาคมยังคงเป็นประกายจ้า  จากหนุ่มน้อยรูปหล่อขี้เล่นกลายมาเป็นชายหนุ่มร่างสูงสง่าที่ดูคมเข้มผิวค่อนข้างคล้ำกับไหล่กว้างหนาส่งเสริมให้ริชดูโดดเด่นยิ่งกว่าใคร ราวกับมีสปอร์ตไลท์ส่องตามชายหนุ่มอยู่ตลอดเวลาทีเดียว         
“สวัสดีครับคุณแฮมิลตัน”
ริชขยับเข้ามาใกล้อีกนิดและคงใกล้มากกว่านี้หากไม่ติดที่คนยืนข้างๆรั้งไว้         
“นี่ฟลอเรน น้องสาวของเจฟฟรี่” ริชแนะนำสาวตาคมหวานที่เคียงข้าง         
“สวัสดีครับคุณฟลอเรน”         
“สวัสดีค่ะ  ริชฟลอเรนหิวแล้วละ”         
“แล้วจะทานอะไรล่ะ?”       
“อะไรก็ได้ ยังไงริชก็รู้อยู่แล้วนี่คะว่าฟลอเรนชอบหรือไม่ชอบอะไร”         
“ครับคุณผู้หญิงกรุณารอสักครู่” ริชประชดนิดๆอย่างหมั่นไส้ปนเอ็นดูแต่ไม่ลุกไปกลับจ้องราเชลนิ่ง         
“แล้วเธอล่ะ  จะดื่มอะไรดี?”         
“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณ” ราเชลพยายามรักษาน้ำเสียงไม่ให้ห้วน         
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ  ริชเขาชอบบริการคนสวยๆ” สาวสวยที่ยืนเบียดอยู่ข้างๆพูดยิ้มๆแต่กลับตวัดตาค้อนริช  ชายหนุ่มยิ้มกว้างแต่เพียงวูบเดียวรอยยิ้มนั้นก็ค่อยๆจางไป  ตาคมเป็นประกายขุ่นจ้องเขม็งไปข้างหลัง  ราเชลเหลียวมองตามสายตานั้น  ร่างสูงเพรียวในชุดสูทสีอ่อน เดินแหวกฝูงชนตรงรี่เข้ามาหา         
“อ้อ!คุณคงมีเพื่อนแล้ว  เราไปกันเถอะฟลอเรน”
หญิงสาวทำท่างงๆแต่ก็ยอมผละไปโดยดี  ราเชลมองตามหลังกว้างด้วยความปวดร้าว  ซอเรนมองตามสายตาเด็กหนุ่ม แม้จะเจ็บแปลบในอกแต่เรื่องเฉพาะหน้าสำคัญกว่า         
“ราเชล”         
“ครับคุณหมอ”
ราเชลหันกลับมาสีหน้าปกติมีแต่ดวงตาเท่านั้นที่หม่นแสงลง         
“คุณท่านให้ผมมารับราเชล”         
“มีอะไรครับ?” สีหน้าของหมอเหมือนจะบอกอะไร จนเด็กหนุ่มสังหรณ์ใจ         
“คุณเวลบอร์นล้มในห้องน้ำ”         
“อะไรนะฮะ!” ราเชลเย็นเยือกทั้งร่างเหมือนโดนราดด้วยน้ำแข็ง         
“ตอนนี้ท่านอยู่ห้องฉุกเฉิน”         
“พ่อ…พ่อจะเป็นอะไรมากไหมครับ?”         
“ทำใจดีๆไว้  ตอนนี้รีบไปดูอาการท่านก่อนดีกว่าครับ”       
“ครับ…รีบไปเถอะครับ”         
“ไปลาเจ้าของงานก่อนดีกว่านะ?”         
“ไม่…ไม่ไหวแล้วครับ…ผม…” ขาดูเหมือนจะหมดแรงดื้อๆเด็กหนุ่มทรุดลงนั่งอย่างอ่อนแรง         
“ไม่เป็นไร ผมเข้าใจ…รอตรงนี้นะผมจะไปลาเจ้าของงานให้”         
“ขอบคุณครับหมอ”         
ริชหรี่ตามองเมื่อเห็นซอเรนเข้าไปหาบิดา  ราเชลนั่งรออยู่ที่โต๊ะเมื่อซอเรนกลับมาหาทั้งคู่ก็ออกไปด้วยกัน  ชายหนุ่มวางแก้วเหล้าแล้วตามออกไปทันที ในอกเดือดพล่านด้วยความโกรธ 
ฟลอเรนมองตามงงๆเมื่อเห็นร่างสูงออกไปทางประตูข้าง  ยังไม่ทันขยับตามเจฟฟรี่ก็ปราดเข้ามายึดแขนไว้         
“ฟลอเรนมากับพี่หน่อย…ช่วยไปคอยดูแลมิสซิสทอมสันทีนะ”         
“เดี๋ยวค่ะฟลอเรนจะไปตามริชก่อน”         
“ไม่ได้  เร็วอย่าให้ผู้ใหญ่รอไม่ดี”         
“แต่ว่า…”         
“ไหนสัญญากับพี่ว่ามาคราวนี้จะมาช่วยงานคุณริชไง?”         
“ก็ได้ค่ะ”เด็กสาวกระแทกเสียงด้วยความหงุดหงิด แต่ก็จำต้องเดินตามพี่ชายไปคอยดูแลแขกคนสำคัญ         
ราเชลเดินแกมวิ่งอย่างรวดเร็วจนเกือบยั้งไว้ไม่ทันเมื่อเลี้ยวมุมตึกแล้วพบว่ามีคนขวางอยู่           
“จะกลับแล้วเหรอ?”         
“ริช!” ริชสื่บเท้าเข้าใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ซ่านมา  ดวงตาที่สบกันในระยะใกล้ทำให้ราเชลแทบลืมว่าไม่ได้มาคนเดียว         
“คุณแฮมิลตัน…สวัสดีครับ” ซอเรนเอ่ยทักเรียบๆ         
“สวัสดีครับคุณหมอ  ว่าไงราเชลทำไมรีบกลับจัง?” ริชหันไปพยักหน้าให้แล้วหันกลับมาสบตากับเด็กหนุ่ม         
“ผม…มีธุระด่วน  ขอตัวนะครับ” ราเชลกระพริบตาเพิ่งสำนึกได้ถึงเรื่องสำคัญ       
“รีบขนาดนั้นเชียว…?” ริชคว้าศอกอดีตคนรักไว้และดึงเข้ามาจนชิด         
“พอเขามาอย่างอื่นก็ไม่มีความหมายเลยใช่ไหม?”
ชายหนุ่มก้มกระซิบเสียงหยันข้างหู  ราเชลผงะใบหน้าเผือดซีดด้วยความโกรธและน้อยใจ   คำอธิบายถูกกลืนกลับลงไป  ดวงตากลมเป็นประกายวาววับด้วยแรงอารมณ์       
“ความจริงคุณก็รู้ดีนี่  อย่าทำให้’เรา’เสียเวลาไปมากกว่านี้เลยนะ”
ราเชลกระซิบตอบ  มือที่จับอยู่ที่ต้นแขนบีบแน่นเข้ามาจนเจ็บ  เด็กหนุ่มนิ่วหน้าแต่ไม่ปริปาก ตาโตเป็นประกายเย้ยหยันสบตาชายหนุ่มไม่ลดละ  คางเล็กเชิดขึ้นขณะที่ปากอิ่มเม้มแน่น  ริชกัดกรามกรอดความหวงแหนพลุ่งวาบ  อยากขยี้ร่างเล็กๆนี้ให้แหลกคามือเขานัก         
ซอเรนมองทั้งคู่ด้วยความเจ็บปวด เขาค่อยๆแทรกเข้าไปแล้วดึงไหล่
ราเชลออกมา  ริชตาลุกวาบแต่กลับยอมปล่อยเด็กหนุ่มแต่โดยดี         
“เรามีเรื่องด่วนจริงๆครับ  คือ…”       
 “เราไปกันเถอะครับคุณหมอ”   ราเชลชิงพูดขึ้นก่อน  แถมยังลากข้อมือซอเรนเดินหนี  ในอกร้อนวาบด้วยความโกรธในเมื่อริชอยากเข้าใจอย่างนั้นก็ไม่ต้องจำเป็นต้องอธิบายอะไรอีก         
จิตแพทย์หนุ่มใหญ่เฝ้ามองคนนั่งข้างๆด้วยความเจ็บปวด  แค่นี้ก็น่าจะยืนยันได้แล้วว่าราเชลยังรักและอาลัยในตัวริชมากแค่ไหน  ไม่ว่าเมื่อไหร่หัวใจของเด็กหนุ่มก็ไม่เคยมีเขา           
“…คุณราเชล” เด็กหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันมาทำหน้าเจื่อนๆ         
“อะ…ครับ คุณหมอว่าอะไรนะครับ?”         
“มีอะไรเหรอครับ คุณดูเครียดจัง”
น้ำเสียงราบเรียบไม่เปลี่ยนทำให้เดาไม่ออกว่าหมอคิดอะไรอยู่  ราเชลนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบความในใจเพียงครึ่งเดียว         
“…ผมห่วงพ่อน่ะครับ”         
“ทำใจดีๆไว้นะครับ ท่านอยู่ในความดูแลของหมอแล้ว”
ราเชลพยักหน้าแล้วหันกลับไปพิงกระจกเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง  ซอเรนลดความเร็วรถลงอีกนิด  ความรู้สึกอ่อนล้าและหนักอึ้งในอกทับทวีขึ้นทุกขณะ  ถึงอย่างไรเขาก็ยังอยากอยู่ข้างๆราเชลจนกว่าจะถึงวันที่ราเชลไม่ต้องการเขาอีกต่อไป
      ..................................         

ออฟไลน์ tianqin

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-1
ราเชลแนบหน้ากับกระจกหน้าประตูห้อง ร่างบนเตียงที่มีสาย -
ระโยงระยางห้อยเต็มไปหมดนี่หรือคือคุณพ่อ  กระบอกตาร้อนผ่าวจนแสบแต่กลับไม่มีน้ำตา  มืออุ่นแตะบนหลังมือเขาแผ่วเบา  ราเชลยึดมือนั้นไว้เหมือนจะช่วยเติมพลังใจให้ตัวเอง  ไม่ว่าเมื่อไหร่หมอซอเรนก็อยู่ข้างๆเขาเสมอ         
“ราเชล” เสียงทรงอำนาจดังขึ้นข้างหลังราเชลหันกลับไปหา         
“…คุณย่า” ราเชลประคองผู้เฒ่าให้นั่งลงด้วยกัน  คุณหมอเจ้าของไข้ก็ตามมายืนอยู่ไม่ห่างนัก         
“คุณย่าครับ…ทำไมคุณพ่อเป็นแบบนี้?” สตรีผู้แข็งแกร่งของตระกูล
เวลบอร์นยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยไม่เปลี่ยน         
“หมอบอกว่าเส้นเลือดในสมองแตก กระดูกเชิงกรานหัก อาจจะเดินไม่ได้อีก” แม้น้ำเสียงจะราบเรียบ แต่ซอเรนสังเกตเห็นละอองน้ำวาบหนึ่งในดวงตาสีฟ้าเข้ม         
“อะไรนะครับ…พ่อจะเดินไม่ได้…” ราเชลหน้าเผือดลง ถึงพ่อจะไม่เคยใกล้ชิดแต่เด็กหนุ่มก็ยังรักพ่อสุดหัวใจ         
“ทำใจดีๆไว้นะครับท่าน ตอนนี้วิทยาการทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก  อาจจะช่วยคุณเวลบอร์นได้  อาการของท่านอาจไม่ร้ายแรงอย่างที่เราคิด” คุณหมอผู้ผ่าตัดกลับเป็นฝ่ายนึกทึ่งในความใจแข็งของมารดาคนป่วย         
“ไม่เป็นไรคุณหมอ…ฉันทำใจได้แล้ว…เขาไม่เคยรักตัวเองเลย  รักสนุกเสียจนสุขภาพย่ำแย่ พอมาล้มเข้าอีกก็…ไม่ไหว ไม่ว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด  หมอทำดีที่สุดแล้วฉันรู้…ขอบคุณมากค่ะหมอ”         
“ขอบคุณครับหมอ” ราเชลหันไปขอบคุณเบาๆ หมอหนุ่มยิ้มให้อย่างอ่อนโยน         
“ไม่เป็นไรครับมันเป็นหน้าที่ผมอยู่แล้ว…ผมต้องขอตัวก่อนนะครับ อีกสักครู่ผมต้องเข้าห้องผ่าตัด”         
“เชิญค่ะ”         
“ราเชล…พ่อเขาป่วยอย่างนี้คงต้องกลับมาอยู่บ้านสักระยะนะ” ผู้เฒ่าเอ่ยขึ้นหลังจากนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง         
“ครับ”         
“แล้วเรื่องเรียนล่ะจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”         
“ไม่เป็นไรครับ…ดรอปไว้ก่อนได้  อีกอย่างมหาวิทยาลัยทางนี้ก็มีสาขาที่ผมเรียน  โอนมาทางนี้ได้ครับ”         
“แต่ที่นี่ไม่มีชื่อเสียงเหมือนมหาวิทยาลัยทางโน้นนะ”         
“ไม่สำคัญหรอกครับ  ที่ไหนก็เหมือนกัน  ถึงอย่างไรผมก็ยังได้เรียนในสิ่งที่ผมรัก  แล้วผมก็จะได้ดูแลคุณพ่อด้วย”         
“ก็ตามใจแล้วกัน”         
“คุณย่ากับไปพักผ่อนก่อนดีไหมครับ  ผมจะเฝ้าคุณพ่อจนหมดเวลาเยี่ยมเองครับ”         
“นี่ก็จวนหมดเวลาเยี่ยมแล้ว  กลับพร้อมกันเลยก็ได้”       
“ผมไปส่งให้นะครับ”ซอเรนเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก สตรีเหล็กแห่งตระกูล
เวลบอร์นหันไปยิ้มให้         
“ขอบใจมากนะหมอ”         
“เชิญครับท่าน”           
ราเชลเดินตามร่างผอมบางที่ยังคงกระฉับเฉงคล่องแคล่วอยู่ตลอดเวลาด้วยความอุ่นใจ  แต่ซอเรนเห็นความอ่อนล้าในแววตาของหญิงชราที่เหลือบมองห้องบุตรชายแวบหนึ่งก่อนจะเดินออกไปขึ้นรถ
                                               …….……………..

ทันทีที่รถจอดแม่บ้านก็ปราดเข้ามาเปิดประตูและประคองคุณย่าลงจากรถ         
“ขอบคุณนะหมอที่ช่วยเป็นธุระให้ทุกอย่าง”         
“ไม่เป็นไรครับคุณท่าน”         
“ย่าเข้าไปก่อนนะราเชล ส่งคุณหมอด้วย”         
“ครับ”  ราเชลมองตามร่างผอมบางไปจนลับตาจึงหันมาหาคนข้างหลัง         
“ขอบคุณครับหมอ…ขอบคุณที่หมออยู่กับผมวันนี้”           
“ลืมแล้วหรือราเชลว่าผมสัญญาไว้อย่างไร  ผมจะอยู่กับคุณตลอดไปจนกว่าคุณจะไม่ต้องการผม”         
“ขอบคุณครับ…คุณหมอช่วยผมไว้ทุกเรื่องจนผมไม่รู้จะตอบแทนยังไงแล้ว”         
“ก็ไม่ต้องตอบแทนอะไร  แค่คิดถึงผมเวลาที่คุณต้องการใครสักคนก็พอ”         
“คุณหมอ…”
นิ้วยาวสวยไล้บนแก้มเนียนเบาๆ  ราเชลหลบตาวูบ  ซอเรนละมือจากแก้มเนียน  เจ็บแปลบเมื่อเห็นกริยาของคนตรงหน้า  ให้อย่างไรราเชลก็ปฏิเสธเขาเสมอแม้จะไม่รู้ตัวก็ตาม         
“ผมกลับล่ะ…พักผ่อนนะ เก็บแรงไว้เพราะพรุ่งนี้ คุณยังต้องเจออะไรอีกเยอะ…ราตรีสวัสดิ์ราเชล”         
“ราตรีสวัสดิ์ครับหมอ” เด็กหนุ่มมองตามท้ายรถไปจนลับตา  ในอกสะท้อนด้วยความสงสาร  ทำไมจะไม่รู้ว่าหมอต้องเจ็บปวดแค่ไหน  ซอเรนดีกับเขาเหลือเกินแต่ใจเขามันไม่เหลืออีกแล้ว           
‘ขอโทษครับหมอ…ผมไม่คู่ควรกับคุณสักนิด…ผมไม่มีค่าอีกแล้ว’  ราเชลสูดลมหายใจยาวลึกแล้วตัดใจกลับเข้าบ้าน  สิ่งเดียวที่เขาต้องคิดเวลานี้คือร่างที่นอนห้อยสายระโยงระยางอยู่ที่โรงพยาบาลกับคุณย่า…ไม่ใช่คนอื่น
          …………………….

ราเชลออกมาจากห้องทำงานของบิดาเพื่อพัก หลังจากนั่งอ่านเอกสารเป็นตั้งๆมาตั้งแต่เช้า  ยังไม่ทันลงไปถึงสวนเจอเข้ากับสาวใช้         
“คุณลอว์ลี่มาหาค่ะตอนนี้อยู่ที่สวน”         
“ขอบใจมาก”
ร่างโปร่งค่อนผอมกว่าครั้งสุดท้ายที่เจอมาก เสื้อผ้าสีดำทั้งชุดทำให้ลอว์ลี่ดูแปลกตาไปกว่าที่เคย         
“ลอว์ลี่”         
“ราเชล”
สองเพื่อนรักโผเข้ากอดกัน  ลอว์ลี่จ้องราเชลตาเขม็งอยู่นาน         
“นายหายไปไหนมาตั้งหลายปี ไม่ยอมส่งข่าวให้รู้เลย  นี่ถ้าไม่ได้ข่าวคุณพ่อนายป่วยก็คงไม่รู้ว่านายกลับมาแล้ว”         
“ฉันไปเรียนอยู่อังกฤษ ปิดเทอมก็ไปอยู่กับคุณหมอโฮสกับครอบครัวที่ฮาวาย  ก็เพิ่งกลับบ้านนี่แหละ”         
“น่าอิจฉางั้นนายก็ได้เที่ยวทะเลทั้งปีเลยสิ  แต่ดูนายไม่ดำเท่าไหร่เลย”         
“ที่นั้นเป็นเกาะก็จริงแต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกบ้านจะอยู่ติดทะเลนี่นา ฉันไปอยู่ที่สวนผลไม้ของคุณลุงหมอ  ได้ช่วยทำสวนด้วยนะ”       
“น่าสนุก  แล้วทำไมไม่ส่งข่าวให้พวกเรารู้เลยล่ะว่านายอยู่ไหน”         
“เกรงใจคุณหมอกับครอบครัวน่ะ  อีกอย่างทางนั้นก็ค่อนข้างไกล”
สาวใช้นำของว่างกับเครื่องดื่มมาเสริฟ ลอว์ลี่กับราเชลจึงย้ายไปนั่งคุยกันที่เก้าอี้แทน         
“นายล่ะตอนนี้เรียนที่ไหน?”         
“นิวยอร์ค…มหาลัยที่นั่นค่อนข้างมีชื่อเสียงแล้วก็น่าอยู่”         
“นายไปพักที่นั่นเลยเหรอ?”         
“ฮื่อ”         
“เจอรี่ล่ะ” ลอว์ลี่ไหวไหล่แสยะปากแล้วเปลี่ยนเรื่องคุยดื้อๆ         
“นายเจอริชแล้วหรือยัง?”         
“ก็เจอที่งานเลี้ยงแล้ว”         
“งานไหนอย่าบอกนะว่างานวันเกิดพ่อเขา”     
“ใช่”         
“เสียดายจังคืนนั้นฉันไม่ค่อยสบาย  เลยไม่ได้ไป  เนี่ยริชคงหงุดหงิดใหญ่ที่ฉันไม่…”ลอว์ลี่ชะงักยกมือขึ้นปิดปากตัวเองแทบไม่ทัน ราเชลใจหายวูบสีหน้าตื่นตกใจของเพื่อนรักเหมือนจะบอกอะไรเป็นนัยๆ       
 “นายกับริช…เอ่อ…”         
“แย่จังเรานี่พูดอะไรเลอะเทอะ…ราเชล…เอ่อนายเลิกกับริชไปตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอหรือว่านายยังชอบเขาอยู่?”         
“เปล่า…เราเลิกยุ่งเกี่ยวกับเขาไปนานแล้ว”         
“เราก็เอ่อ…ได้ข่าวมาแบบนั้น”         
“นายคบกับริชเหรอลอว์ลี่”         
“เปล่า…แค่เคยเจอกันที่นิวยอร์คแล้วเขาจำได้ว่าเราเป็นเพื่อนนายแค่นั้นแหละ…จริงๆนะราเชล” ลอว์ลี่อธิบายละล่ำละลักอย่างมีพิรุธ       
“ถึงมีก็ไม่เห็นเป็นไรนี่…ตอนนี้เราก็คบคนอื่นแล้ว”         
“ใครเหรอ?” คราวนี้ลอว์ลี่หน้าซีดลงอย่างฉับพลัน         
“เขาน่ารักมากเลย…เป็นลูกสาวของเจ้าบ้านที่ฮาวาย”         
“นาย...มีคนรักเป็นผู้หญิงเหรอ?” ลอว์ลี่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ซึ่งราเชลคิดว่าคงเป็นเพราะความสงสารเขา       
“ฮื่อ…ทำไมแปลกเหรอ?”         
“ก็แบบว่าฉันเคยเห็นคุณหมอรูปหล่อที่ตามนายต้อยๆอยู่คนหนึ่งไม่ใช่เหรอ?”         
“ไม่ใช่เหรอก  นั่นเป็นคุณหมอประจำบ้านน่ะ  สนิทกันมาตั้งแต่สมัยเป็นเด็ก”         
“เหรอ…แล้วแฟนนายชื่ออะไร?”         
“มาริสา…ฉันมีรูปเขานะเดี๋ยวจะเอาให้ดู”
ราเชลเรียกเด็กให้ไปหยิบภาพเขียนที่ห้องทำงานให้  ลอว์ลี่รับภาพครึ่งตัวขนาดเกือบเท่าคนจริงมาดูแล้วนั่งนิ่งขึง  แม้จะยอมรับว่าสาวน้อยน่าตาคมขำในภาพสวยมากก็ตามแต่ไม่อยากจะเชื่อว่าราเชลจะกลับไปรักกับผู้หญิงได้ เพื่อนรักทั้งสองพูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่งลอว์ลี่ก็ลากลับไป  ราเชลยังนั่งอยู่ในสวนอีกนาน  ความรู้สึกเจ็บปวดอ่อนล้าประดังขึ้นมาจนแทบไม่อยากลุกขึ้น         
‘ขอโทษนะมาริสาที่ต้องเอาชื่อเธอมาอ้างอย่างนี้’ ราเชลนั่งอยู่ในสวนจนเย็น
                                            …………………

เพล้ง!!…แก้วคริสตันราคาสูงลิ่วกระจายเป็นชิ้นเมื่อถูกขว้างไปกระทบผนัง  ราฟ แฮมิลตันชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปหน้าตาเฉย ริชเหลือบมองคนที่เข้ามาด้วยสายตาขุ่นขวาง         
“มีอะไรอีกละคร้าบ…นี่มันเวลาพักผ่อนของผมแล้วนะ จะใช้งานอะไรอีก?”
ราฟเดินไปนั่งไขว่ห้างบนเตียง ตาสีเทามองอย่างพินิจพิจารณาจนริชอึดอัด         
“มีอะไรครับพ่อ?”         
“เปล่า”         
“แล้วพ่อเข้ามาทำไม?”         
“ทำไมล่ะ  ฉันเป็นพ่อแก  เข้าห้องแกไม่ได้หรือไง?”         
“ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น  พ่อมีธุระอะไรก็รีบๆพูดเถอะครับ พรุ่งนี้ผมต้องเดินทางแต่เช้า”         
“จะรีบหนี…เอ้ย!…จะรีบไปไหนล่ะ?”       
“อย่ามาทำเสียงแบบนั้นนะ  ผมไม่ได้หนีอะไร  แค่ต้องกลับไปทำงานเสียที  เดี๋ยวใครๆเขาจะว่าเอาได้ว่าทำงานไม่คุ้มกับเงินเดือน  อีกอย่างดอกเบี้ยเงินกู้ก็อาจจะทบขึ้นมาอีกก็ได้ถ้าผมจ่ายช้า”
ราฟยิ้มขันวาจาประชดประชันของลูกชาย ให้อย่างไรริชก็ยังชอบประชดเขาอยู่เหมือนเดิม  อยากรู้นักว่าถ้ารู้ว่าเขามาด้วยเรื่องอะไรจะยังประชดเขาออกหรือไม่         
“แกคงต้องเลื่อนกำหนดกลับเพราะพ่อมีธุระสำคัญจะใช้แก”         
“นั่นไงผมนึกแล้ว…ลองพ่อมาหาผมแบบนี้ไม่แคล้วใช้งานผมอีกแหงๆ  แล้วจะให้ผมรับใช้อะไรมิทราบครับท่าน”
ราฟเกือบจะอธิบายแต่แล้วก็เปลี่ยนใจ  นึกอยากแกล้งลูกชายตัวแสบเล่น         
“หุ้นส่วนคนหนึ่งของพ่อเข้าโรงพยาบาล  แกช่วยไปเยี่ยมหน่อย”         
“สำคัญมากเลยเหรอครับถึงต้องให้ผมไป?”         
“มาก…ว่าไงแค่นี้คงไม่หนักเกินไปนะ?”         
“ได้ครับ  ผมแปลกใจมากกว่าที่พ่อใช้งานผมแค่นี้  แน่ใจหรือครับว่าต้องการให้ผมเยี่ยมเขาเฉยๆไม่ได้มีเรื่องงานอะไรด้วย?”         
“ก็มีนิดหน่อย  คืออยากให้บอกเขาว่าพ่อจะให้เขาร่วมทุนด้วย…อย่าทำหน้าอย่างนั้นเพราะนี่เป็นความต้องการของเขาเอง  พ่อแน่ใจว่าเขาอาจจะหายป่วยด้วยซ้ำถ้ารู้ข่าวนี้”         
“ครับ…แล้วเขาอยู่โรงพยาบาลไหนละครับ?”         
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้คนของพ่อจะจัดการให้เรียบร้อยทุกอย่าง  แกแค่ไปเป็นตัวแทนพ่อก็พอ”         
“จะใช้ผมแค่นี้จริงๆเหรอครับ?” ริชหรี่ตามองบิดาอย่างไม่ค่อยไว้ใจ         
“จริง…เอาละพักผ่อนเถอะพ่อไปแล้ว”
ราฟตบไหล่ลูกชายเบาๆ  แล้วออกจากห้องไป  ริชยังนั่งมองขวดเหล้าบนโต๊ะอยู่นาน  กว่าจะถอนใจยาวแล้วลุกขึ้นเก็บเศษแก้วที่แตกกระจายอยู่มุมห้อง  เพราะมัวแต่ครุ่นคิดเรื่องอื่น แก้วคมบางเฉียบจึงบาดมือเอาจนได้  ริชทำแผลเองลวกๆ  ถึงอย่างไรพรุ่งนี้ก็ต้องไปโรงพยาบาลอยู่แล้วค่อยไปทำให้เรียบร้อยอีกที
      ..................................

ริชก้าวเข้าไปในโรงพยาบาลใหญ่อย่างแปลกใจนิดๆ  ดูเหมือนหุ้นส่วนรายนี้จะเป็นคนที่เขารู้จักเพราะพ่อไม่ยอมให้รายละเอียดใดๆนอกจากบอกว่าเขาเจอก็รู้เอง  ริชพยายามนึกหน้าหุ้นส่วนของพ่อที่เขาเคยรู้จักแต่ก็คิดไม่ตกว่าควรจะเป็นใคร
คิ้วเข้มขมวดฉับเมื่อเห็นป้ายชื่อคนไข้ที่หน้าห้อง  ชายหนุ่มเคาะประตูตามมารยาทแล้วจึงเปิดเข้าไป
ร่างที่นอนอยู่บนเตียงยังมีสายห้อยระโยงระยางอยู่หลายเส้น  ทั้งสายน้ำเกลือและเลือด  ดวงหน้าที่หันมาทางเขาซูบเซียวอย่างไม่น่าเชื่อ         
“สวัสดีครับคุณเวลบอร์น  คุณพ่อให้ผมเป็นตัวแทนมาเยี่ยมครับ”         
“…คุณแฮมิลตัน  เชิญครับเชิญนั่ง  แหม!ต้องขอบคุณคุณพ่อของคุณมากเลยที่อุตสาห์มีน้ำใจ” ท่าทางคนป่วยจะตื่นเต้นจนแทบลุกมาต้อนรับหากลุกได้         
“ครับแล้วคุณพ่อยังฝากมาบอกด้วยว่า ท่านยินดีให้คุณร่วมทุนด้วยตามที่คุณต้องการ” ริชมองตาเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้นของนายเวลบอร์นอย่างสมเพช         
“หมายความว่าจะขายหุ้นให้ผมทั้งห้าเปอร์เซนเลยเหรอ?”         
“บอกแล้วไงครับว่าตามที่คุณต้องการ”         
“โอ้!ขอบคุณมากๆ  แหมช่างน่ายินดีเสียจริง…อ้าว!ราเชลมาพอดี”
ราเชลชะงักเมื่อเห็นร่างสูงๆยืนหันหลังให้อยู่หน้าเตียงบิดา         
“ขอโทษครับไม่ทราบว่าคุณพ่อมีแขก”         
“โอ๊ย!ไม่ใช่คนอื่นที่ไหน  แฮมิลตันน่ะลูก”
ริชหันกลับไปช้าๆ ทันได้เห็นใบหน้าซีดเผือดของเด็กหนุ่ม  ราเชลเม้มปากนิดหนึ่งแล้วค่อยคลายออก           
“สวัสดีครับคุณแฮมิลตัน”         
“สวัสดีราเชล”         
“ขอบคุณครับที่มาเยี่ยมคุณพ่อ”         
“ฉันเป็นตัวแทนของคุณพ่อเหมือนกัน”
ตาโตไหววูบ สีหน้าสลดไปเล็กน้อยแล้วกลับเย็นชาดังเดิม 
ริชจับตาดูทุกอริยาบทของเด็กหนุ่มอย่างตั้งใจ  นับวันราเชลก็ยิ่งงดงามมากขึ้น  จากเด็กชายไร้เดียงสาน่ารัก มาเป็นเด็กหนุ่มบอบบาง สง่างามและยวนใจอย่างบอกไม่ถูก  ท่าทางเหมือนไม่แยแสของเด็กหนุ่มทำให้เขานึกสนุกปนหมั่นไส้  เขารู้จักราเชลดียิ่งกว่าเจ้าตัวเสียอีก มีหรือจะดูไม่ออกว่าเด็กหนุ่มตื่นเต้นแค่ไหนที่เจอเขา     
ราเชลยืนนิ่งอย่างอึดอัด  ทำอะไรไม่ถูก มือไม้เก้งก้างไปหมดเพราะสายตาที่จับจ้องทุกฝีก้าว         
“เอ่อ…คุณพ่อทานยาแล้วใช่ไหมครับ?”         
“เรียบร้อยแล้ว”         
“งั้นผม…ขอตัวไปหาอะไรทานก่อนนะครับ”         
“แต่คุณแฮมิลตัน…”         
“แหม!พอดีเลยครับ  ผมก็ยังไม่ได้ทานอะไรเหมือนกัน ขอไปทานด้วยคนนะครับราเชล”         
“ผม…”         
“ดีจริงราเชลช่วยดูแลคุณแฮมิลตันด้วยนะ  อีกหน่อยเราก็จะเป็นหุ้นส่วนกันแล้วฝากแขกของพ่อด้วยล่ะ”
ราเชลตาขุ่น ‘ทำเป็นขออนุญาตทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าต้องได้ไป’         
“…ครับ…เชิญครับคุณแฮมิลตัน” 
ราเชลจ้ำพรวดๆด้วยความโกรธ  ไม่ว่ากี่ปีริชก็เจ้าเล่ห์แสนกลเสมอ  เขาได้ในสิ่งที่ต้องการตลอดเวลาจนน่าหมั่นไส้         
“เดี๋ยวสิราเชล”
ราเชลปัดมือที่ยึดแขนเขาเต็มแรง เขาไม่ใช่ตุ๊กตาของริชอีกแล้ว         
“อย่ามาแตะต้อง…คุณ!…เป็นอะไร!”เด็กหนุ่มอุทานด้วยความตกใจ 
ริชนิ่วหน้ากุมมืออีกข้างแน่นเลือดไหลปรี่และหยดลงที่พื้น  ราเชลหน้าซีดด้วยความตกใจ ปราดเข้าไปคว้ามือชายหนุ่มขึ้นดู  ผ้าที่พันไว้หยาบๆเปียกชุ่มด้วยเลือดสดๆแดงฉานจนน่ากลัว         
“ผมขอโทษ…ผมไม่ได้ตั้งใจ…” เด็กหนุ่มใจหวิวเมื่อเห็นเลือด ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะทำให้ริชเจ็บขนาดนี้         
“ไม่…ไม่เป็นไร…แผลมันคงเปิดน่ะ” ริชกุมมือสั่นระริกแน่น ราเชลพยายามกดแผลเพื่อห้ามเลือดแต่ริชนิ่วหน้าท่าทางเจ็บมาก         
“คุณไปโดนอะไรมาครับเนี่ย?”         
“โดน…โดนมีดนิดหน่อย” ริชอึกอักเหมือนไม่อยากบอก         
“อะไรนะครับ?” ราเชลอุทานด้วยความตกใจ         
“อย่าเอะอะไป…ฉันโดนลอบทำร้ายเมื่อคืน  แต่ยังไม่มีใครรู้เลยพันแผลไว้เองกะว่าหลังจากเยี่ยมคุณพ่อเธอแล้วจะให้หมอดูให้”
ริชแต่งเรื่องทันควัน สมใจกับหน้าซีดเซียวด้วยความห่วงใยของเด็กหนุ่ม         
“โธ่…แล้วทำไมไม่ทำแผลก่อน  มานี่เลยนะ!…มาทำแผล”
ราเชลรีบลากแขนชายหนุ่มไปหาหมอ ด้วยรู้ดีว่าริชกลัวเข็มแค่ไหน หากไม่บังคับก็คงไม่ยอมทำแผลแน่ๆ         
“แต่เธอหิวไม่ใช่เหรอ?” ริชยื้อไว้ทำท่าอิดออด         
“ไม่ต้องมาพูดมาก มาเร็วเข้าเดี๋ยวเลือดก็ไหลหมดตัวหรอก” 
ราเชลลากคนตัวโตด้วยความร้อนใจไม่รู้เลยว่าคนข้างหลังลอบยิ้มอย่างสมใจ  ถ้ารู้ว่าเจ็บแล้วจะทำให้ราเชลห่วงได้ขนาดนี้เขากรีดตัวเองให้แผลกว้างๆกว่านี้แล้ว แต่ไม่เป็นไรเมื่อครู่เลือดที่เขาอุตสาห์เค้นก็ไหลเยอะพอควร 
ราเชลเดินวนเวียนอยู่หน้าห้องอย่างกังวล  ริชเข้าไปนานแล้วยังไม่ออกมาสักที  ประตูห้องตรวจเปิดออก  คุณหมอที่เคยผ่าตัดบิดาเดินนำออกมาก่อนตามด้วยร่างสูง  มือที่พันผ้าไว้เรียบร้อยแล้วถูกคล้องไว้กับคอ  ราเชลหน้าเสียด้วยความตกใจ         
“เรียบร้อยแล้วครับ อีกไม่กี่…เอ่อ ไม่นานก็คงดีขึ้น” คุณหมอหนุ่มเกือบน้ำตาเล็ดเพราะร้องเท้าผ้าใบคู่แพงที่เหยียบเอา         
“แผลลึกมากเลยเหรอครับ?”ราเชลมองมืออดีตคนรักอย่างกังวล         
“ครับลึก…ดีนะครับที่ไม่ติดเชื้อไม่อย่างนั้นคงได้ตัดมือทิ้ง”หางเสียงเน้นๆของคุณหมอเรียกเสียงไอขลุกขลักในลำคอของคนตัวสูง         
“แค็กๆ…แฮ่ม!…เอ่อ  เราไปหาอะไรทานกันดีกว่าราเชล”         
“เดี๋ยวสิครับ…ไม่เป็นอะไรแล้วแน่นะครับคุณหมอ?”เด็กหนุ่มยังไม่วายกังวล         
“อ๋อ!…ครับ…แต่ถ้ามีอาการแทรกซ้อนอะไรก็รีบพามานะครับ”         
“ขอบคุณครับหมอ  ไปกันเถอะราเชล” 
ราเชลกล่าวคำอำลาเบาๆ  ใบหน้าเผือดลงด้วยความไม่สบายใจ  ริชถือโอกาสโอบไหล่บางให้เดินไปด้วยกัน ชายหนุ่มเหลียวกลับมามองคนข้างหลัง 
หมอหนุ่มแยกเขี้ยวเข้าใส่อย่างหมั่นไส้  ริชยักคิ้วให้แล้วรีบพาราเชลออกไปก่อนที่เด็กหนุ่มจะเห็นกิริยาของคนทั้งสอง         
“ไอ้กะล่อนเอ๊ย! แผลเท่าแมวข่วนเสือกให้โกหก  มันน่ากรีดให้ลึกๆเลยจะได้ สมจริงสมจัง” 
พยาบาลสาวที่ยืนอยู่ข้างๆหัวเราะคิก  เพิ่งรู้ว่าทำไมคนไข้ที่แทบไม่ยอมให้ล้างแผลถึงบอกให้เธอพันแผลให้โตๆ  มิหนำซ้ำยังเอาแขนคล้องคอเสียอีก  ที่แท้ก็อยากอ้อนคนที่รออยู่ข้างนอกนี่เอง
      ..................................

ออฟไลน์ tianqin

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-1
ราเชลเบือนหน้าไปทางอื่น…ไม่ควรเลย...เพราะเมื่อเช้าเขาเผลอไปแสดงความห่วงใยริชเลยได้โอกาสตามเขาเป็นเงา  แต่จะโทษริชคนเดียวคงไม่ได้ต้องโทษตัวเขาเองด้วยที่ใจไม่แข็งพอจะไล่ชายหนุ่มไปให้พ้น         
“เมื่อไหร่คุณจะกลับเสียที  ผมจะได้ทำงานบ้าง?” ราเชลมองคนตัวโตที่เดินสำรวจไปรอบห้องเขาอย่างเหลือทน  แล้วก็อดใจหายไม่ได้เมื่อชายหนุ่มหยุดกึก  สีหน้าเรียบเฉยก็จริง  แต่ดวงตาที่มองเขาตัดพ้ออย่างน้อยใจ         
“ขอโทษด้วยที่รบกวน  ฉันกลับละ” ริชจ่ำพรวดๆออกจากห้องไป         
“ดะ…เดี๋ยว…” ราเชลใจหายวาบเมื่อห้ามไม่ทัน         
‘ริชคงโกรธเรามากแน่ๆ…บ้าจริง!จะไปแคร์เขาทำไมกัน…’
เด็กหนุ่มสลัดศีรษะพยายามปัดความไม่สบายใจออกไป หันไปคว้างานที่คั่งค้างมาทำ  แต่อ่านถึง3 รอบเขาก็ยังไม่เข้าใจจึงยอมแพ้  เด็กหนุ่มโยนปากกาลงบนโต๊ะและก้าวไปหยุดยืนมองที่นอกหน้าต่าง  อดไม่ได้ที่จะมองหาคนที่เพิ่งลงไป  ร่างสูงโดดเด่นอยู่ท่ามกลางฝูงชน 
ราเชลเผลอนิ่วหน้าอย่างตกใจเมื่อเห็นชายหนุ่มลงไปเรียกแท็กซี่แต่กลับถูกชายคนหนึ่งกระแทกจนเกือบล้มแล้วแทรกขึ้นรถไปก่อน  รถแท็กซี่คันต่อไปเข้ามาจอดแต่หญิงร่างอ้วนก็ปราดเข้ามาแทรกขึ้นไปอีก  พอถูกแทรกหลายคนเข้าริชก็ถอยออกมาจากขอบถนน  คนยืนดูแทบผวาเมื่อเห็นร่างสูงเซเหมือนจะล้มแต่ก็คว้าเสาต้นหนึ่งไว้ได้  เด็กหนุ่มไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเขาวิ่งลงไปเร็วขนาดไหน  ร่างสูงยืนพิงเสาโงนเงนไปมา   ราเชลปราดเข้าไปประคองเอาไว้         
“คุณเป็นไงบ้าง?”         
“ไม่…ไม่เป็นไร…จู่ๆก็เกิดปวดแผล  แล้วมันหน้ามืดเท่านั้น” ริชพยายามฝืนยิ้มแต่มือที่มีแผลสั่นระริก         
“ไปหาหมอดีกว่า  อาการคุณไม่ดีเลย”         
“ไม่หรอก…ฉันยังทนได้…เธอกลับไปทำงานเถอะ”หางเสียงขึ้นจมูกกับอาการเมินไปทางอื่นบอกให้รู้ว่ากำลังน้อยใจ ราเชลมองกิริยานั้นอย่างอ่อนใจปนสงสาร         
“อย่ามาทำอวดเก่งหน่อยเลย  มา...ผมจะพาคุณไปหาหมอ” 
ราเชลกึ่งประคองกึ่งลากชายหนุ่มมาจนได้  ร่างสูงทั้งหนาและหนักกว่าจะมาถึงลานจอดรถก็เล่นเอาคนประคองเหนื่อย ราเชลเปิดประตูแล้วพยายามผ่อนร่างหนาหนักลง  แต่ริชทิ้งตัวลงบนเบาะแรงจนรั้งคนประคองให้เซตามลงไป 
แม้จะเสียหลักแต่เมื่อเห็นว่ากำลังจะล้มทับมือข้างเจ็บของชายหนุ่ม ราเชลก็เบี่ยงตัวหนีทำให้ล้มลงไปบนอกริชทั้งตัว แขนแน่นเหมือนปลอกเหล็กรัดร่างน้อยแนบอก         
“จำได้ว่าตอนเจอกันครั้งแรก เธอก็ล้มลงบนอกฉันแบบนี้”
ริชกระซิบเสียงแผ่วตาหวานระยับ  ราเชลตะลึง ลมหาย ใจร้อนผ่าวรินรดข้างแก้ม  ปากร้อนๆเลื่อนลงมาที่ปากอิ่ม  ทันทีที่สัมผัสกันก็เหมือนกับมีกระแสไฟวิ่งผ่านจนชาไปหมดทั้งตัว  ราเชลเผยอปากรับลิ้นร้อนอย่างไม่ตั้งใจ  ไฟที่เขาเคยคิดว่าดับมอดกระพือโหมจนลุกโพลง  ร่างบอบบางถูกรัดขึ้นไปเบียดแน่นบนอกกว้าง  มือร้อนลูบไล้จากแผ่นหลังขึ้นมาตรึงศีรษะเล็กทุยให้แนบชิดยิ่งขึ้น 
ริชจูบอย่างที่อยากจูบ  เรียกร้องอย่างที่เขาเคยต้องการ  ไฟริษยา หึงหวงที่เผาผลาญเขามาตลอดสัปดาห์ค่อยๆมอดลง เพียงแค่จูบเดียวก็ดับความโกรธแค้นได้ในพริบตา           
“ราเชล…ราเชล…ที่รัก…ฉันคิดถึงเธอเหลือเกิน” เสียงกระซิบข้างหูดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว  ราเชลผวาออกอย่างตกใจ  นี่เขาทำอะไรลงไป  ใบหน้าคมคายที่ห่างเพียงหนึ่งคืบกำลังแนบกลับเข้ามาอีกครั้ง  ราเชลดันคางสากออกห่างแล้วรีบผละออกไปยืนขาสั่นอยู่ข้างรถ ริชขมวดคิ้ว ชายหนุ่มเอื้อมมือไปหาแต่ราเชลปัดออก         
“ทำไม…เกิดอะไรขึ้น…ราเชล?”       
“ผมจะให้คนพาคุณไปส่ง”
ราเชลดีใจที่เสียงตัวเองไม่สั่นอย่างร่างกาย เด็กหนุ่มเดินกลับไปที่ตึกแล้วเรียกให้พนักงานขับรถไปส่งริช
      ..................................     
   
ราเชลมาบริษัทแต่เช้าทั้งที่เมื่อคืนแทบไม่ได้นอนด้วยมัวแต่นึกถึงสัมผัสหวานวาบหวามในรถ เด็กหนุ่มแปลกใจที่วันนี้ยามมองเขาแปลกๆ แต่เมื่อเข้ามาถึงห้องทำงานก็ได้คำตอบ 
ทันทีที่เปิดประตูกลิ่นดอกไม้ก็หอมอวลต้อนรับ  ทุกมุมของห้องจะมีดอกไม้จัดไว้อย่างสวยงาม แม้จะเยอะแต่ก็ไม่รกด้วยความสามารถของคนจัด  หากแต่บนโต๊ะเขากลับมีดอกลิลลี่สีขาววางอยู่ดอกเดียว ทับการ์ดสีครีมที่เขียนข้อความไว้สั้นๆ         
‘ขอบคุณสำหรับความห่วงใย’
ไม่มีชื่อคนส่งแต่นิสัยแบบนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร  ราเชลเม้มปาก อยากโยนดอกไม้ทั้งหมดออกนอกห้อง แต่มุมหนึ่งของใจกลับปลาบปลื้มและอบอุ่น         
‘คุณเป็นแบบนี้เสมอเลยนะริช…เวลาหวานคุณก็ทำให้หัวใจแทบละลายแต่คุณก็โหดร้ายอย่างไม่มีใครเทียบเหมือนกัน’
ทุกวันจะมีดอกไม้ส่งมาในรูปแบบต่างๆ บางครั้งก็จัดใส่รถจนเต็มและนำมาจอดไว้ข้างที่จอดรถของเด็กหนุ่ม  บางวันก็จัดไว้ตั้งแต่หน้าลิฟต์จนถึงทางเดินหน้าห้องหรือแม้แต่ห้องน้ำ  ราเชลได้แต่อ่อนใจแต่ไม่รู้จะแก้ปัญหานี้อย่างไร เพราะดูทุกคนในบริษัทจะชอบใจเขาถึงไม่เคยรู้ว่าดอกไม้ถูกส่งมาจากที่ไหน         
เช้าวันนี้ดูแปลกไปกว่าทุกที…ราเชลอดมองหาไม่ได้แต่กลับไม่พบดอกไม้เลยสักดอก         
‘เลิกยุ่งซะทีก็ดี…คงรู้ตัวละสิว่าน่ารำคาญแค่ไหน’ แม้จะบอกตัวเองอย่างนั้นแต่วันนี้เขากลับหงุดหงิดและไม่มีสมาธิในการทำงานเลย RRRRRRR…..
เสียงโทรศัพท์ทำเอาเขาสะดุ้งเพราะกำลังใจลอย  ราเชลรีบกดรับ       
“ครับ”         
“คุณราเชลครับวันนี้มีประชุม 10 โมงนะครับ” เลขาของบิดากลายมาเป็นเลขาให้เขาโทรมาเตือนตามหน้าที่         
“ตายจริงผมลืมซะสนิทเลย…ขอบคุณครับที่เตือน”
ราเชลเหลือบมองนาฬิกาบนโต๊ะ  อีก15นาทีจะได้เวลาประชุม  เด็กหนุ่มตรวจงานอีกครั้งแล้วแทบถอนใจเมื่อสังเกตว่าเขาตรวจผลประกอบการของ 2เดือนที่แล้วไม่ใช่เดือนนี้ เด็กหนุ่มปิดแฟ้มขยี้ที่หัวคิ้วอย่างหงุดหงิด  เขาแทบไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับธุรกิจของบิดาเลย เมื่อต้องมาบริหารแทนเขาจึงต้องมานั่งอ่านรายงานเป็นตั้งๆเพื่อศึกษาให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทันทีที่ได้ยินเสียงเคาะประตู ราเชลก็คว้าเสื้อคลุมตัวนอกมาสวมแล้วลุกไปห้องประชุม         
วันนี้ห้องประชุดดูแปลกตาไปกว่าทุกทีเพราะจัดเป็นรูปวงกลม  ส่วนที่ควรจะเป็นที่นั่งของเขามีเก้าอี้ตั้งเคียงกันสองตัว  พนักงานของเขาส่วนใหญ่เข้ามานั่งแล้วแต่ยังเหลือเก้าอี้อีกสามตัวที่ว่างอยู่…รวมทั้งเก้าอี้ที่ถูกยกมาเสริมข้างเขา           
ราเชลหันไปมองหน้าเลขาของบิดา ยังไม่ทันที่จะถามประตูห้องทำงานก็ถูกเคาะและเปิดเข้ามา  มีฝ่ายบริหารคนหนึ่งเดินนำชายแปลกหน้าสามคนเข้ามาและ…ริช  แฮมิลตัน!         
“นี่มันอะไรกันครับ?…แฮมิลตันมาทำอะไรที่นี่?” ราเชลกระซิบถามเลขาบิดาอย่างร้อนรน         
“ก็วันนี้เรานัดประชุมนัดแรกกับแฮมิลตันคอปเปอร์เรชั่นก่อนการเซ็นสัญญาร่วมทุนไงครับ”       
“สัญญาร่วมทุน?”         
“คุณราเชลยังไม่ได้อ่านเอกสารที่ผมส่งไปให้เหรอครับเหรอครับ?” เลขาบิดาอุทานอย่างตกใจ
ราเชลหน้าร้อนวาบด้วยความอาย  พนักงานทั้งบริษัทรู้ว่าแฮมิลตันคอป-เปอร์เรชั่นจะมาร่วมทุนกับบริษัทแต่ผู้บริหารกลับไม่รู้อะไรเลย         
พนักงานของริชเข้าประจำที่แล้ว แต่ริชยังรออยู่ข้างๆไม่นั่งก่อน  ราเชลข่มความรู้สึกทั้งหมดไว้เข้าไปประจำที่พร้อมๆกับริช แล้วการประชุมก็เริ่มขึ้น         
ผู้จัดการฝ่ายต่างๆลุกขึ้นชี้แจงผลงานและสรุปผลประกอบการในรอบปี คนของริชซักถามอย่างละเอียด  ราเชลได้แต่ฟังเงียบๆเพราะเขารู้รายละเอียดน้อยมาก ริชเองก็นั่งฟังนิ่งๆแต่เด็กหนุ่มแน่ใจว่าไม่ได้มีสาเหตุเดียวกับเขาแน่
แม้จะรู้เรื่องธุรกิจของบิดาไม่มากนัก แต่สีหน้าของพนักงานจากแฮมิลตันคอปเปอร์เรชั่นก็บอกได้ว่าบริษัทของบิดาเขายังมีศักยภาพไม่พอที่จะเข้าร่วมทุนกับบริษัทย่อยในของเครือแฮมิลตันด้วยซ้ำ ทุกคนหันมาจ้องริชเป็นตาเดียวเพื่อรอการตัดสินใจ  ริชมองรายงานในมือนิ่งอยู่ครู่หนึ่งจึงเหลือบมองหน้าเขา  ดวงตาคมที่เป็นประกายเจิดจ้าจนเด็กหนุ่มต้องหลบตา         
“สัปดาห์หน้าเราจะเซ็นสัญญากัน”
เสียงปรบมือกราวจากพนักงานของบิดาทำให้ราเชลอดเหลือบมองคนของริชไม่ได้  แม้จะปรบมือแต่ก็ดูรู้ว่าเป็นไปตามมารยาทเท่านั้น เลขาของบิดาก็มีท่าทางไม่ค่อยสบายใจนัก  แต่ก็ยังคงยิ้มแย้มเข้าไปพูดคุยกับคนของริชและเชิญร่วมรับประทานอาหารกลางวัน  ราเชลออกจากห้องประชุมโดยมีริชเดินตามมาติดๆ         
“คุยกันหน่อยดีไหม?”       
“ทำไมคุณถึง…”ราเชลหมุนตัวกลับตั้งใจจะต่อว่าแต่กลายเป็นยืนชิดอกกว้างจนได้ไอตัวร้อนผ่าว         
“ไปคุยกันที่ห้องทำงานเธอดีกว่า”
ริชถือวิสาสะคว้าต้นแขนเด็กหนุ่มดึงเข้าไปในห้องทำงาน  ราเชลพยายามปลดมืออุ่นๆนั้นออกแต่ริชไม่ยอมปล่อย กลับดึงร่างบางให้หันมาเผชิญหน้ากัน
ราเชลเบือนหน้าหนีไม่กล้าสบตา  หัวใจเต้นรัวเมื่อสัมผัสถึงลมหายใจร้อนๆที่รินรดหน้าผาก         
“ราเชล…คิดถึงกันบ้างไหม…หรือว่าลืมฉันไปแล้ว?”
เสียงกระซิบแผ่วๆข้างหูนั้นทำเอาเด็กหนุ่มแทบเข่าอ่อน  มือที่ยึดไหล่บางเลื่อนไปโอบรัดจนร่างของทั้งสองแนบกันสนิท เด็กหนุ่มสะดุ้งพยายามถอยหนีแต่วงแขนแน่นหนากลับโอบกระชับยิ่งขึ้น         
“ปะ…ปล่อย…คุณแฮมิลตันกรุณาปล่อยผม” ราเชลเสียงสั่น         
“ไม่มีทาง…ทำไมต้องหนีล่ะ…เก่งจริงก็สบตากันหน่อยสิราเชล”
ราเชลเงยขวับเมื่อถูกสบประมาท  แต่ไม่อาจมองตาวาววับนั้นได้นานต้องเสมองไปที่อื่น ริชก้มลงมองวงหน้าแดงซ่านในอ้อมแขนด้วยความทะยานใจ  เกือบสัปดาห์ที่เขาไม่ได้เห็นราเชล  มันทรมานและทุรนทุรายจนแทบทนไม่ไหว หากไม่เตรียมแผนการให้ราเชลประหลาดใจวันนี้ เขาคงแล่นมาหาเสียตั้งแต่วันแรกนั่นแล้ว  ปากสีสดสั่นระริกเมื่อรู้ตัวว่าถูกจ้อง  ริชก้มลงไปหาช้าๆ  เด็กหนุ่มพยายามเอนตัวหนีแต่ไม่พ้น         
“คุณ..อยะ…อือ…”
เสียงห้ามปรามถูกกลืนหายเมื่อปากร้อนแนบประกบ  จูบอ่อนหวานนุ่มนวลหยุดการต่อต้านของราเชลได้ราบคาบ  แขนขาของดูเหมือนจะไร้เรียวแรงดื้อๆ 
ริชค่อยๆถอนปากอย่างเสียดายเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู  หากไม่เกรงว่าจะทำให้ราเชลถูกมองในทางไม่ดีเขาคงไม่มีวันปล่อย ชายหนุ่มวางร่างอ่อนระทวยนั้นลงบนเก้าอี้และหมุนเข้าหาผนังกระจก แล้วจึงกลับไปนั่งอยู่หน้าโต๊ะราเชลเป็นจังหวะเดียวกับที่เลขาของชาร์ลเปิดประตูเข้ามา 
ราเชลสูดลมหายใจลึก พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจายให้เข้าที่  เขาไม่ได้ยินเสียงเคาะประตูด้วยซ้ำ  หากริชไม่ปล่อยแน่นอนว่าเลขาของบิดาคงได้รู้ถึงความสัมพันธ์ของเขากับริชและเขาคงไม่มีหน้าทำงานอยู่ที่นี่อีกต่อไป         
“ผมร่างสัญญาคราวๆมาให้ครับ…ไม่ทราบว่าคุณแฮมิลตันจะตรวจไหมครับ?”         
“ขอบคุณ…ทางเราก็เตรียมสัญญาไว้เช่นกัน แต่ยังไงขอดูของทางนี้ก่อนก็ดี”
เลขาเอาสัญญาเข้ามาวางให้ริชตรวจ  ตลอดเวลาราเชลได้แต่มองออกไปข้างนอกไม่กล้าหันกลับมาเผชิญหน้ากับริชด้วยเกรงจะเห็นสายตาหมิ่นแคลนในความ‘ง่าย’และ‘อ่อนแอ’ของเขา         
“ส่วนใหญ่ก็ตรงกันแต่มีรายละเอียดบางแห่งที่ต่างกัน  เอาเป็นว่าทางเราจะส่งคนมาคุยรายละเอียดเรื่องนี้อีกทีแล้วกัน”         
“ครับท่าน” เลขาของชาร์ลเหลือบมองนายน้อย แต่เห็นเพียงพนักสูงๆของเก้าอี้เท่านั้น  ท่าทางทั้งคู่คงกำลังคุยอะไรที่สำคัญกันอยู่  ทางที่ดีเขาควรหลบออกไปโดยเร็วจะดีกว่า         
ทันทีที่ได้ยินเสียงประตูปิดราเชลก็รีบลุกขึ้นเพื่อออกไปบ้างแต่ริชปราดเข้ามาขวางอย่างรู้ทัน         
“ใจคอเราจะไม่พูดกันเลยเหรอ?”         
“ผมไม่ทราบจะคุยอะไรกับคุณ” ราเชลเมินไปทางอื่น หน้ายังร้อนเกินกว่าจะสบตาด้วย         
“ก็เรื่องธุรกิจของเราไง”         
“ธุรกิจนี่เป็นของพ่อไม่ใช่ของผม”         
“งั้นก็คุยเรื่องของเราสองคน”         
“เรื่องของคุณกับผมมันจบไปหลายปีแล้วและผมแน่ใจว่าไม่มีอะไรควรพูดถึง”         
“อย่างนั้นเหรอราเชล…งั้นเธอกล้ามองตาฉันไหม?”         
“ไม่จำเป็น…ถ้าคุณไม่มีธุระอะไรแล้วกรุณาหลีกผมจะออกไปข้างนอก”         
“เอ…คงไม่ได้หรอก”         
“คุณ!”         
“นี่มันเที่ยงกว่าแล้ว…ใจคอเธอจะปล่อยให้ว่าที่หุ้นส่วนหิวตายหรือไง…น่าเลี้ยงรับรองฉันหน่อยคงไม่เป็นไรมั้ง?”         
“ผมจะให้เลขาคุณพ่อพาคุณไป”         
“ขี้ขลาด” ริชกระซิบยิ้มๆชิดหน้าผากมน           
“คุณว่าใคร?” ราเชลตาขุ่นด้วยความโกรธแต่กลับไม่กล้าสบตาริช         
“เธอ”         
“คุณไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์ผม”         
“เธอหนีใจตัวเองไม่พ้นหรอกราเชล”         
“ผมไม่ได้หนี”         
“แต่การกระทำของเธอเนี่ย เขาเรียกว่าหนี”         
“ผมไม่ได้หนี!”         
“ดี…งั้นไปทานมื้อเที่ยงกัน”         
“นี่คุณ…ปล่อยผมนะ”
ริชอมยิ้มลากข้อมือเล็กให้เดินตามมา  ราเชลจำต้องรีบจ้ำตามด้วยไม่ต้องการให้เป็นที่สังเกตของพนักงานในบริษัท  โชคยังดีที่เวลานี้พนักงานส่วนใหญ่ออกไปรับประทานอาหารกันหมดแล้ว เหลืออยู่บ้างก็กำลังยุ่งจนไม่มีเวลามาสนใจเขากับริช
ราเชลเม้มปากแน่นเมื่อจำร้านที่ริชพามาได้  ร้านนี้เขาเคยมากับริชบ่อยๆด้วยความประทับใจในบรรยากาศน่ารักๆของร้าน  ริชเดินนำเข้าไปยังโต๊ะประจำ ทันทีที่นั่งลงเครื่องดื่มก็ถูกนำมาเสริฟทันที  ราเชลได้แต่นั่งหน้าบึ้งมองอาหารที่ถูกลำเลียงมาด้วยความขุ่นเคืองในความเอาแต่ใจของริช  แต่ลึกๆก็อดตื่นเต้นไม่ได้ที่ริชจำยังอาหารที่เขาชอบได้ทุกอย่าง  แต่ราเชลไม่ได้แสดงออกหนำซ้ำยังทำเมินหน้าหนี  ทำให้ริชนิ่งไปด้วยความผิดหวัง         
“ทานน้อยจัง…มิน่าถึงผอมนัก”         
“ผมไม่ทานก็เพราะไม่ชอบ”         
“แต่นี่เป็นของชอบของเธอทั้งนั้นนะ”         
“แหม…คุณแฮมิลตันครับ…ผ่านไปตั้งนานแล้วความชอบของคนเรามันก็เปลี่ยนกันได้นะครับ” ราเชลตอบเยาะๆ ทั้งสีหน้าและแววตาเป็นประกายเย้ยหยัน         
“แปลว่าตอนนี้เธอเปลี่ยนไปชอบอย่างอื่นแล้วสิ” ริชเสียดสีกลับ           
“ครับ” ราเชลรู้นัยคำพูดของชายหนุ่มดี  แต่เด็กหนุ่มกลับตอบรับหน้าตาเฉย สะใจที่ได้เห็นหน้าคมเผือดลง         
“งั้นเหรอ…แปลกนะที่ฉันแทบไม่รู้สึกว่าเธอเปลี่ยน”         
“บางครั้งสิ่งที่เราเชื่อกับความจริงก็ต่างกันนะครับ”
ตาคมหรี่ลงอย่างมาดหมาย         
“นั่นเป็นสิ่งที่ฉันต้องพิสูจน์ให้ได้…จริงไหมราเชล?”
ราเชลไหวไหล่และเมินมองไปทางอื่น  แต่เย็นวาบไปทั้งตัว แน่ใจได้เลยว่านับจากวันนี้ริชต้องทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ว่าเขายัง‘รู้สึก’กับชายหนุ่มเหมือนเดิม
แม้จะหวั่นไหวเพียงใดแต่ราเชลก็แน่ใจว่าเขาต้องทำให้ริชรู้ว่าชายหนุ่มไม่มีอิทธิพลใดๆต่อหัวใจของเขาอีกแล้ว…และเขาต้องทำทุกทางไม่ให้ตัวเองกลับไปเจ็บอีกครั้ง  เกราะกำบังที่ดีที่สุดก็คือความเจ็บปวดที่ริชเคยทำไว้กับเขานั่นเอง
      ..................................


ออฟไลน์ tianqin

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-1
.........
ราเชลอ้าปากค้างเมื่อเปิดประตูรถแล้วเจอริชนอนเอกเขนกอยู่ในรถของเขา           
“คุณ! เข้ามาในรถผมได้ยังไง?”         
“ก็เปิดเข้ามาสิ…ช้าจังฉันรอจนหิวแล้ว ไปกันเถอะ”         
“นี่ลงไปนะ...ผมไม่ไปไหนกับคุณทั้งนั้น บอกว่าให้ลงไป”         
“ไม่ได้หรอกเด็กดี  เพราะคุณพ่อเธอเชิญฉันไปทานมื้อค่ำที่บ้าน”         
“ก็ไปรถคุณสิ ผมมีธุระต้องรีบไป”         
“รีบขนาดไม่ไปรับคุณพ่อออกจากโรงพยาบาลเชียวเหรอ?”         
“คุณแฮมิลตัน ลงไปนะ”         
“ไม่เอาน่า ให้ฉันไปด้วยคนนะ…น่า…เอถ้าคุณพ่อเธอรู้ว่าฉันโดนไล่ลงจากรถจะว่าไงน้า?”         
“คุณนี่มัน…เจ้าเล่ห์แสนกลที่สุด!”         
“ขอบคุณครับที่ชม…ออกรถได้แล้ว”
ราเชลทำอะไรไม่ได้นอกจากออกรถอย่างกระชากกระชั้น โดยมีคนตัวโตนั่งผิวปากอยู่ข้างๆอย่างสบายอารมณ์
ทั้งที่ควรจะสะใจที่ริชถูกคุณย่าเมินใส่  ความตึงเครียดทำให้บรรยากาศงานเลี้ยงต้อนรับชาร์ลพังไม่เป็นท่า และเขาก็ประท้วงด้วยการไม่ยอมกินอาหาร ริช จึงขอตัวกลับไปก่อน  ทุกคนแยกย้ายกลับห้องด้วยความรู้สึกต่างๆกันและราเชลก็นอนไม่หลับทั้งคืน
      ..................................

เลขาของชาร์ลหน้าตึงสนิทเมื่อพบว่าเอกสารยังไม่ได้รับการอนุมัติทั้งๆที่ต้องเร่งผลิตให้ทันเวลา  ไม่อย่างนั้นสินค้าก็จะจัดส่งไม่ครบตามโควต้า       
“นี่เป็นเอกสารที่คุณต้องเซ็นครับ คุณราเชลกรุณาพิจารณาเร็วหน่อยนะครับ  ทางฝ่ายผลิตเร่งเรามากเลย”
ราเชลกุมขมับ เขาแทบไม่เข้าใจสิ่งอ่านเลย  เขาไม่มีความรู้ทางธุรกิจสักนิด จู่ๆจะมาให้ตัดสินใจกะทันหันเขาก็ไม่รู้จะทำยังไง  เสียงเคาะประตูสองครั้งแล้วเปิดผัวะเข้ามาทันที  ริชถือแฟ้มเล่มใหญ่เข้ามาด้วย         
“อ่านซะแล้วเซ็นด้วย”         
“ผมต้องรีบตัดสินใจเรื่องจัดซื้อของฝ่ายผลิตก่อน”         
“น่า…อันนี้สำคัญกว่า  อันนั้นเอามานี่”         
“คุณ!”
ราเชลพูดไม่ออกเมื่องานถูกดึงไปดื้อๆแถมยังถูกยัดเยียดอีกแฟ้มให้แทน  ราเชลอ่านเสร็จก็เซ็น  แค่เอกสารการประชุมทำไมสำคัญจนริชต้องเอาเข้ามาให้เซ็นเอง  ราเชลอ่านทวนอีกครั้งเผื่อมีอะไรที่เขามองข้ามแต่ก็ไม่เห็นจุดที่ว่า  ทันทีที่เขาวางแฟ้มลง ริชก็ลุกขึ้นลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ         
“จะทำอะไร?” เด็กหนุ่มถามอย่างระแวง  ใจเต้นระรัวเมื่อนึกถึงจูบเมื่อวันก่อน       
“เอกสารพิมพ์ผิดละมั้ง  ก็จะอธิบายงานฝ่ายผลิตให้ฟังนะสิ”         
“แต่…”         
“งานเร่งนะ  เธอยังไม่ได้อ่านไม่ใช่เหรอ  ฉันอ่านมาแล้วสรุปคร่าวๆเร็วกว่าอ่านเองน่า”
ปากว่าสรุปคร่าวๆแต่ริชกลับอธิบายเสียละเอียดตั้งแต่ข้อมูลพื้นฐานไปจนถึงรายละเอียดปลีกย่อยที่สำคัญในการตัดสินใจจะเพิ่มหรือลดส่วนใดที่จะจัดซื้อ
ราเชลแน่ใจว่าริชกำลังสอนงานเขา  แม้จะเป็นความหวังดี แต่การที่ต้องทนนั่งชิดกับคนที่ทำให้หัวใจโลดแรงแทบไม่เป็นจังหวะอย่างนี้มันลำบาก ลมหาย- ใจร้อนๆรินรดแก้มบ่อยครั้งจนราเชลต้องเมินไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าร้อนผ่าว           
“นี่ตั้งใจฟังหน่อยสิ”       
 “ก็พูดไปสิ”         
“หันมาทางนี้สิ  ไม่ดูแล้วจะเข้าใจไหมเนี่ย”         
“ผมรู้เรื่องก็แล้วกันแหละ”         
“จริงอะ…เขินฉันก็บอกเถอะน่า”         
“ใครเขินคุณ”
ราเชลหันมาทำตาเขียว  แต่ริชจ้องเขม็งจนต้องหลบ  ริชฉวยโอกาสหอมแก้มนวลแรงๆ เด็กหนุ่มสะดุ้งพยายามถอยหนีแต่ติดพนักพิง  ริชยื่นหน้าเข้ามาจนใกล้แล้วจุมพิตที่หน้าผากแผ่วเบา  ราเชลหน้าแดงซ่านด้วยความอายปนอุ่นๆในใจ  แต่ต้องฝืนทำเป็นโมโหไม่อยากให้ริชได้ใจว่าเขายังมีใจให้อยู่         
“อย่ามาทำรุ่มรามกับผมนะ…หลีกไป”         
“ไม่…ยังอธิบายไม่จบจะไปได้ไง”         
“ผมเรียกฝ่ายผลิตเข้ามาคุยก็ได้  คุณถอยไปได้แล้ว”         
“คำก็ไล่สองคำก็ไล่…จะให้ไปมันต้องมีของแลกเปลี่ยนกันหน่อยสิ”         
“อะไรอีกละ”         
“จูบ 1ทีแล้วฉันจะถอย”         
“ไม่”         
“งั้น2ทีแล้วฉันจะออกไปเลย”         
“ไม่!บอกว่าไม่ไง  นี่ถอยไปนะ  ริช…อย่านะ” ราเชลอุทานอย่างตกใจเมื่อใบหน้าคร้ามก้มมาใกล้อย่างรวดเร็ว  ริชแกล้งปัดจมูกผ่านแก้มนวลเบาๆ เด็กหนุ่มสะดุ้งรีบดันอกกว้างไว้           
“อย่านะ…ออกไปเดี๋ยวนี้ไม่งั้นผมเรียกยามมาลากคุณออกไปโยนข้างนอกแน่”         
“โอ้ยน่ากลัวจัง…ก็ได้”ริชผละไปดื้อๆจนราเชลยังแปลกใจ  เด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือกเมื่อริชล็อคห้องแล้วหันกลับมาอย่างรวดเร็ว         
“อย่า…ริช…อือ…”ราเชลกระโดดหนีแต่ริชคว้าตัวไว้ได้  ชายหนุ่มประกบจูบอย่างรวดเร็ว  ราเชลพยายามดิ้นแต่อ้อมแขนแข็งแรงรัดแน่นจนแทบกระดิกตัวไม่ได้  ริชหมุนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ของราเชล  มีร่างบางอยู่บนตัก  ลิ้นร้อนกวาดไล้ไปทั่วโพลงปากนุ่มหอม  ได้ยินเสียงประท้วงอู้อี้ แล้วกลายเป็นเสียงครางในที่สุด  นิ้วยาวเกี่ยวชายเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นทีละนิดจนหลุดจากเข็มขัดโดยที่เจ้าของไม่รู้ตัว  กระดุมถูกปลดอย่างว่องไว  ราเชลสะดุ้งเมื่อฝ่ามือร้อนสอดเข้ามาลูบไล้ทั่วแผ่นหลัง และเลื่อนลงมาด้านหน้า  เด็กหนุ่มผวาเมื่อยอดอกถูกสะกิดเบาๆก่อนจะบีบคลึงจนเสียวซ่าน         
“อะ…อย่า…ริช…”ราเชลร้องอู้อี้อยู่ในลำคอ 
ริชไม่ยอมปล่อยโอกาส  ชายหนุ่มละมือจากยอดอกตึงเลื่อนลงมาหาหน้าท้องเนียน  ปลดเข็มขัดออกอย่างว่องไว         
“ริช!” ราเชลอุทานเสียงหลง  มือที่เตรียมผลักไสกำแขนเสื้อริชแน่นเมื่ออุ้งมือร้อนโอบประคองส่วนไวต่อความรู้สึกเอาไว้  ปากร้อนปล่อยปากนุ่มเป็นอิสระแล้วเลื่อนลงมาครอบครองยอดสีสดไว้ในปาก  ฟันคมดูดดึงนุ่มนวล  พอใจกับปฏิกิริยาตอบสนองของเด็กหนุ่ม         
ราเชลหูอื้อตาลายไปหมด  สอดมือเข้าไปในกลุ่มผมนุ่มหนากดให้แนบชิดยิ่งขึ้น สะโพกขยับยกตามจังหวะที่ริชนำพา ความเสียวซ่านแผ่ซ่านจากหน้าท้องลามไปยังทุกเส้นเลือด  ยิ่งริชเร่งมากเท่าไหร่ ขดลวดในท้องก็ยิ่งบีบรัดแน่นขึ้นเท่านั้น
ริชดึงผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าเมื่อสะโพกกลมยกเกร็งขึ้น  เสียงครางเรียกชื่อเขาหอบกระชั้น ชายหนุ่มรั้งใบหน้าเนียนลงมาหา  ปากร้อนแนบประกบกับปากอิ่ม ทันทีที่ฉกลิ้นเข้าไปในปากนุ่มก็ได้รับการเสนอสนองตอบ  ร่างบางกระตุกไปทั้งตัวได้ยินเสียงร้องอู้อี้อยู่ในลำคอ  ของเหลวอุ่นร้อนทะลักออกมาและถูกกอบเก็บไว้ด้วยผ้าเช็ดหน้าเพื่อไม่ให้ชุดทำงานของราเชลเปื้อน  ลมหายใจหอบสะท้านค่อยๆผ่อนลง  ริขประคองร่างบางไว้กับอก  ได้ยินเสียงหัวใจของคนรักเต้นระรัว
 ราเชลไม่กล้ามองหน้าริชอยู่หลายวัน  เขาหลับจนไม่รู้ว่าริชออกไปเมื่อไหร่  มาตื่นเอาตอนที่เลขาเข้ามาเรียก  ยังดีที่ริชแต่งตัวให้แล้วไม่อย่างนั้นเขาคงอายแทบแทรกแผ่นดินหนี 
      ..................................

         ราเชลชะงักเมื่อลงจากรถแล้วพบว่ามีรถจิ๊ปคันหนึ่งจอดอยู่ในลานจอดของฝ่ายบริหาร  สภาพที่โคลนเลอะถึงหลังคาไม่น่าจะผ่านด่านอันเข้มงวดของยามที่นี่เข้ามาได้  เด็กหนุ่มลงไปหยุดยืนมองอยู่นานจนยามคนหนึ่งผ่านมา         
“มีอะไรครับท่าน?”         
“รถใคร?”         
“จากแฮมิลตันคอปฯครับผม”
ราเชลขมวดคิ้ว  นึกไม่ออกว่าจะมีผู้บริหารคนไหนของแฮมิลตันคอปฯที่จะขับรถแบบนี้มาทำงาน           
ร่างที่ยืนเท้าเอวหันหลังให้ทำให้ห้องแคบไปถนัดใจด้วยความสูงและหนาของชายคนนั้น ทันที่ได้ยินเสียงเปิดประตูร่างนั้นก็หันขวับกลับมา  ใบหน้ายาวกรามเหลียมค่อนข้างคล้ำแดด  ดวงตาเรียวเป็นประกายแข็งดุและค่อนข้างกร้าว  ปากบางเฉียบยิ้มหยันปนหมิ่นนิดๆทำราเชลรู้สึกหน้าร้อนผ่าวด้วยความไม่พอใจ  แต่เด็กหนุ่มก็กดความรู้สึกนั้นลงเป็นฝ่ายยิ้มและทักทายก่อน         
“สวัสดีครับ ผมราเชล เวลบอร์น ฝ่ายบริหารครับ”         
“…ผมเดนเซล  แฮมิลตัน…ผมจะมาทำงานแทนริช 2-3 อาทิตย์”
ราเชลคิดว่าได้ฟังข่าวดี แต่บางส่วนในหัวใจกลับโหวงเหวงอย่างประหลาด         
“ยินดีร่วมงานกับคุณครับ…เชิญคุณแฮมิลตันทางนี้เลยครับ…”         
“เรียกเดนเซลดีกว่า  ผมชอบเป็นตัวเองมากกว่าเป็นขี้ข้าแฮมิลตัน”
ราเชลกลั้นหัวเราะกับท่าทางหัวฟัดหัวเหวี่ยงนั้น  เมื่อได้พูดคุยและทำงานร่วมกันราเชลจึงได้รู้ว่ายิ้มที่เหมือนหมิ่นแคลนนั้นเป็นท่าทางที่เคยชินของเจ้าตัวมากกว่าที่จะเยาะหยันเขา  ดูเดนเซลจะยอมลงๆให้เขาเสียด้วยซ้ำเพราะเวลาทำงานชายหนุ่มค่อนข้างหัวแข็งจนแทบไม่ฟังใคร  แต่เมื่อราเชลขอร้องให้ลองพิจารณาเรื่องใดใหม่ชายหนุ่มก็ยอมหยุดฟัง และยอมแก้ไขบางเรื่องหากมีเหตุผลที่ดีกว่าแต่แน่นอนว่าต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ผลประโยชน์ของแฮมิลตันคอปฯต้องไม่ขาดไปสักเซนเท่านั้น ขนาดฝ่ายบัญชีที่ว่าเคี่ยวๆยังร้องโอดโอยถึงความเค็มของตัวแทนคนใหม่         
“โอย!ผมละคิดถึงคุณริช  ยังไงก็เคี่ยวน้อยกว่าหมอนี่เยอะเลย…นี่ถ้าคุณริชปล่อยให้หมอนี่ทำงานแทนไปตลอดมีหวังบัญชีเราคงแทบปิดไม่ลงแน่เลย  คนอะไรไม่ถอยสักก้าว  แต่คุณราเชลเก่งนะครับที่พูดให้หมอนั่นยอมปล่อยเรื่องจัดซื้อมาให้  อย่างน้อยก็คงพอได้หายใจจากงานส่วนนี้บ้าง”         
“คงเพราะเขาเห็นผมยังเด็กน่ะครับถึงยอมๆให้บ้าง”         
“ไม่ว่าจะเหตุผลไหนก็ดีทั้งนั้นแหละครับ…เฮ้อ!นี่ถ้าเป็นคุณริชเราคงสบายกว่านี้หน่อย  อย่างน้อยก็ไม่ต้องระวังตัวแจอย่างนี้”         
ราเชลได้แต่หัวเราะ แต่ในใจกลับคิดว่าการที่อีกฝ่ายตรงไปตรงมาแบบนี้เขากลับสบายใจมากกว่า  หากคนที่มาแทนริชดูเหมือนยอมทุกอย่างแต่เล่นงานเอาภายหลังสินั่นแหละถึงจะเรียกว่าน่ากลัว  ที่สำคัญการทำงานกับเดนเซลทำให้เขาได้เรียนรู้งานเต็มที่กว่าไม่ต้องคอยระแวงเหมือนเวลาทำงานกับริช  บางครั้ง
ราเชลอดรู้สึกไม่ได้ว่าเดนเซลเหมือนถูกส่งมาสอนงานมากกว่าจะมาคุมงานให้
แฮมิลตันคอปเปอร์เรชั่น
         ..................................

ราเชลรีรออยู่ครู่หนึ่งจึงตัดใจเดินเข้าไปในสวน  สังหรณ์ใจบาง –
อย่างทำให้เด็กหนุ่มไม่อยากเผชิญหน้ากับซอเรนเลย
ร่างสูงเพรียวเดินเรื่อยๆอยู่ที่ซุ้มกล้วยไม้  ใบหน้าขาวสะอาดค่อนข้างเผือดแต่ดวงตาที่มองตรงมากลับแน่วแน่จนราเชลเย็นวาบในใจ         
“ขอโทษนะครับที่ให้รอ  ผมอยู่ในห้องสมุด  เด็กก็เลยไปบอกช้า”         
“ไม่เป็นไรครับ”         
“แล้วนี่คุณหมอทานอาหารเช้ามาหรือยังครับ?”         
“ไม่เป็นไรครับผมไม่หิว”         
“ไม่ได้ครับเดี๋ยวผมให้เด็กจัดมาให้  รอเดี๋ยวนะครับ”         
“คุณราเชล…ผมอยากคุยกับคุณมากกว่า”         
“ครับก็คุยกันไงครับ แต่ควรทานอะไรสักนิด”       
“อย่าบ่ายเบี่ยงผมนักได้ไหมครับ”         
“คุณหมอ…”         
“ผมแน่ใจว่าคุณรู้ว่าผมจะพูดอะไร…ผมแน่ใจว่าคุณจะตอบว่าอะไร…แต่ถึงยังไงผมก็ต้องพูด  ผมปล่อยให้ทุกอย่างมันค้างคาอยู่อย่างนี้ไม่ไหวแล้ว…”         
“เอ่อ…เราไปนั่งกันก่อนดีกว่า…”ราเชลเดินนำลิ่วไปทางสวน ร่างสูงกว่าเดินตามมาติดๆ         
“ผมรักคุณนะครับราเชล…ให้โอกาสผมบ้างได้ไหม…ให้ผมได้ดูแลคุณ  ได้อยู่ข้างๆคุณ” ซอเรนยึดแขนเรียวไว้แน่น ราเชลจำต้องหยุดเดินหันกลับมา         
“ผม….เอ่อ…ผม…”         
“ผมขอมากไปเหรอครับ?”         
“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ…คุณหมอก็รู้ว่าผม…เอ่อ…ผมไม่ดีพอที่หมอจะรักผมหรอกครับ  ผมดีใจที่หมอให้ความรู้สึกที่ดีที่สุดกับผม  แต่…ผม…”         
“แต่คุณก็ยังลืมเขาไม่ได้…ผมรู้ว่าคุณยังรักเขาอยู่แต่จะไม่ให้โอกาสผมบ้างเลยเหรอครับราเชล?”         
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ…คือ…ตอนนี้คุณพ่อก็ป่วย  คุณย่าก็ไม่มีใครนอก- จากผม  ผมคิดว่าคุณย่าคงยอมรับเรื่องนี้ไม่ได้แน่ๆ”         
“คนที่ยอมรับไม่ได้ไม่ใช่คุณท่าน  แต่เป็นคุณเองต่างหากราเชล”         
“คุณหมอไม่เข้าใจ…”
ราเชลเดินหนีไปในเรือนกล้วยไม้  ความอับอายที่ถูกจับความรู้สึกได้ปะปนกับความสงสารและอึดอัดทำให้เด็กหนุ่มไม่อยากเผชิญหน้ากับดวงตาที่เหมือนจะอ่านทะลุเขาไปหมดทั้งใจ 
ซอเรนเจ็บจี๊ดในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก  ความรู้สึกที่อัดแน่นมาตลอดหลายปีบวกกับความผิดหวังทำให้เขาขาดความควบคุม  หมอหนุ่มตามไปคว้าไหล่บางไว้และเหนี่ยวกลับมาปะทะกับอก  ดวงตาโตเป็นเบิกกว้างอย่างตกใจเมื่อถูกเขากอดรัดไว้แน่น         
“คุณ…คุณหมอ!ปล่อยผมนะ…อย่า!” ราเชลร้องเสียงหลงพยายามหลบปากร้อนๆที่ระดมจูบไปทุกที่ที่จูบถึง  เด็กหนุ่มขนลุกซู่  ช่องท้องบิดเกร็งด้วยความกลัว           
“ทำไมล่ะราเชล…ทำไมเป็นผมไม่ได้…ทำไม…ผมรักคุณนะ  ผมรักคุณมากขนาดนี้แต่คุณกลับเลือกหมอนั้น  มันทำให้คุณเจ็บมากี่ครั้งแล้วทำไมคุณไม่รู้จักเข็ดไม่รู้จักจำ” ซอเรนตวาดก้อง  มือขาวเรียวที่ไม่น่าจะแข็งแรงขนาดนั้นเขย่าบ่าบางๆจนหัวสั่นหัวคลอน           
“ปล่อยนะครับ…หมออย่านะ  หมอ!” ร่างบางถูกดันจนไปปะทะกับเสาไม้ที่ทำเป็นโครงไว้แขวนกล้วยไม้  โดยมีร่างสูงกว่าของชายหนุ่มตามมาทาบทับไว้แน่น ปากร้อนระดมจูบทั่วใบหน้าเนียน           
“อย่านะหมอ…ไม่!”ราเชลสะบัดหน้าหนีแต่ซอเรนยึดปลายคางมนไว้แน่น  ปากร้อนผ่าวแนบประกบลงมาอย่างรวดเร็ว  ราเชลพยายามกัดฟันไว้แต่มือแข็งก็บีบที่กรามจนต้องเผยอปากออก  ลิ้นเปียกร้อนสอดเขามาแต่เด็กหนุ่มพยายามดันออกไป  เมื่อไม่สำเร็จราเชลก็ตัดสินใจกัด  แม้ซอเรนจะรู้ตัวและถอนปากออกแต่ฟันคมๆของเด็กหนุ่มก็ยังกัดโดนปลายลิ้นจนเจ็บแปลบ           
“โอ้ย!”  แคว่ก!! เสียงเสื้อขาดพร้อมกับอาการแสบจี๊ดที่ไหล่  แต่ราเชลก็สะบัดหลุดออกจากอ้อมแขนแน่นหนานั้นได้สำเร็จ  เลือดอุ่นๆเค็มคาวอยู่ในปากของหมอหนุ่มกระตุ้นให้ไฟโกรธโหมแรงมากขึ้น         
“ผ..ผมขอโทษ…ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้หมอเจ็บ…ปล่อยผมเถอะนะ”         
“ผมเป็นคนนะราเชล…เป็นปุถุชนธรรมดา ผมไม่ใช่พ่อพระ เมื่อรักผมก็อยากได้คุณเป็นของผมคนเดียว  ผมทนเห็นคุณกลับไปหาเขาอีกไม่ได้”                   
“แต่ผมไม่ได้รักหมอแบบคนรัก” เด็กหนุ่มถอยกรูด ใจหายเมื่อเห็นดวงตาที่เคยอ่อนโยนเป็นประกายกล้าและขุ่นมัว  ใบหน้าเกลี้ยงเกลาแดงกล่ำ ปากบางเม้มแน่นเหมือนพยายามระงับอารมณ์  ในมือของซอเรนยังกำแขนเสื้อที่ถูกกระชากจนขาดติดมือไว้แน่น         
“คุณไม่เคยลืมเขาทั้งที่เขาทำคุณเจ็บมาไม่รู้กี่ครั้ง  แต่คนที่รักคุณคุณกลับไม่แยแส”         
“ขอโทษครับหมอ…ผมขอโทษที่รักหมอไม่ได้สักที…เลือดออกมากนะครับ  ไปทำแผลเถอะครับ”         
“อย่า…ขอร้องล่ะราเชล  ถ้าคุณรักผมไม่ได้ ก็อย่าทำดีกับผมนักเลย  มันทำให้ผมเจ็บกว่าการทำเฉยๆไปเลย”         
“หมอ…ผม…”
ซอเรนหันหลังให้และยกมือขึ้นเสยผมแรงๆ  ราเชลมองไหล่กว้างที่เกร็งขึงอยู่นาน  ทุกสรรพเสียงในเรือนกล้วยไม้เงียบกริบ  ความร่มครึ้มในสวนเหมือนความหม่นมัวในหัวใจของซอเรนเวลานี้
ราเชลขยับตัวเมื่อได้ยินเสียงสูดลมหายใจยาวลึก  ร่างสูงเพรียวหมุนกลับมาหา  ใบหน้าค่อนข้างซีดมีรอยเสียใจเมื่อสังเกตเห็นรอยถลอกช้ำเป็นแนวบริเวณหัวไหล่ขาว         
“เจ็บไหม?…ผมขอโทษนะ” นิ้วยาวแตะไล้บนรอยแผลแผ่วเบา  ก่อนที่จะก้มลงจุมพิตรอยถลอกนุ่มนวล  ราเชลนิ่งงัน ก้อนสะอื้นแล่นขึ้นมาจุกที่คอจนพูดไม่ออก น้ำตาร้อนๆไหลเป็นทางโดยที่ไม่อาจบังคับไว้ได้           
“อย่าร้องไห้…ผมขอโทษ…ผมเคยสัญญาว่าจะไม่ทำให้คุณเสียใจแต่วันนี้ผมทำให้คุณทั้งเสียใจและเจ็บตัวด้วยซ้ำ”         
“หมอ…ครับ…ผม…”         
“ผมขอตัวกลับก่อนนะราเชล…ขอโทษด้วยที่ผมหยาบคายกับคุณ…เรายังเป็นเพื่อนกันได้อยู่หรือเปล่า?”         
“ครับ…ได้ครับ”       
“ขอบคุณที่ให้โอกาสผม…ขอผมตั้งหลักสักพัก  ไม่นานหรอกราเชลแล้วผมจะกลับมาเป็นเพื่อน เป็นพี่คุณเหมือนเดิม” ซอเรนพยายามฝืนยิ้มแม้จะรู้ว่าดูบิดเบี้ยวเหยเกแค่ไหนก็ตาม  วงหน้างามซีดเผือดและอาบด้วยน้ำตา สีหน้าสับสน ผิดหวังและละอายใจของราเชลทำให้ซอเรนรู้สึกแย่กว่าเดิม  เขาเดินจากมาด้วยความรู้สึกโหวงเหวง  ภายในกายของเขาว่างเปล่า ว่างจนแทบไม่รู้สึกอะไรเลย         
ราเชลมองตามไปจนร่างสูงโปร่งลับตา  แข้งขาดูเหมือนจะไร้เรี่ยวแรงเอาดื้อๆ ร่างโปร่งบางเซไปปะทะเสาข้างหลังแล้วทรุดลงนั่ง  ไม่เหลือเรี่ยวแรงอีกต่อไป
…คนที่แสนดี...คนที่เป็นหลักให้พักพิงยามเขาอ่อนล้า...คอยช่วยขจัดปัดเป่ายามทุกข์ใจ  ไม่มีอีกต่อไป…  ราเชลรู้สึกหนาววาบตลอดสันหลัง
         ..................................         
 :z3: :z3:


 :pig4:

ออฟไลน์ zandwizz

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2245
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +148/-7
แล้วมันจะจบยังไงกันละเนี่ย

ตามติดต่อไปคับ

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
กลับมาเจอกันแล้ว แต่แอบกลัวหมอซอเรนอ่ะ  ต้องมีอะไรแน่ๆ เลย  :serius2:

ออฟไลน์ dahlia

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +695/-4
รีบๆมาง้อขอคืนดีเร็วๆ เข้า หมอเริ่มบ้าแล้ว


อ้างถึง
เรื่องกายต้องติดตามคะ ถ้าอยากรู้เรื่องของกายอย่างละเอียดจะมีอยู่ในอีกเรื่องที่กายรับบทเป็นนายเอกคะ
เรื่องอะไรเหรอค่ะ แล้วจะมีโอกาสได้อ่านมั้ยเอ่ย ชักติดใจการแต่งของคุณใบปอแล้ว   :o8:

ขอบคุณค่ะ
 

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10

ออฟไลน์ M@nfaNG

  • ชีวิตคือการตรวจสอบ...
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4453
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +847/-18
สางสารหมอ แล้วก็ไม่ไว้ใจริช ต้องดูกันยาวๆนะราเชลอย่าใจอ่อนล่ะ :sad4:

ออฟไลน์ tianqin

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-1
Zandwizz : เรื่องจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆคะอย่ากระพริบตา
THIP        :  หุหุ :z13:
Dahlia        :  เรื่องของกายอยู่ใน "เลห์รัก"คะ เทียนฉินชอบเรื่องเลห์รักมากกว่าเรื่องนี้อีก ตอนแรกจะขอเรื่องเลห์รักลงก่อนแต่คุณ ใบปอ บอกว่าเรื่องเลห์รักลงหลายครั้งแล้วเลยนำเรื่องนี้มาลงก่อน เมื่อเรื่องนี้จบจะนำมาลงให้คะ
M@nfaNG  : สงสารเหมือนกันคะ

มาต่อกันเลยคะ
..............
เสียงกระซิบกระซาบของเหล่าสาวใช้ที่หน้าประตูทำให้เด็กหนุ่มรำคาญ  นี่พวกหล่อนคงไม่รู้ว่าเขานั่งทำงานอยู่ในห้องสมุดแทนที่จะอยู่ห้องทำงานของบิดา  เด็กหนุ่มตั้งใจจะลุกออกไปไล่แต่กลับได้ยินข้อความที่พวกหล่อนสนทนาลอดเข้ามาแว่วๆ         
“…นี่เขาตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ?”         
“ก็ถ้าตายแล้วจะมาด่าแว๊ดๆอยู่อย่างนั้นได้ยังไง”         
“ต๊าย!แล้วทำไมคุณท่านไม่สั่งให้ใครไล่ออกไป?”         
“จะไปรู้เหรอยะเห็นท่านเงียบกริบ…ว๊าย!หรือท่านตกใจจนช๊อคไปแล้ว”         
“หล่อนเข้าดูเร็วสิ!”         
“บ้า!ท่านไม่ได้สั่งใครจะกล้าเข้าไป”
ราเชลถลาพรวดออกไป สาวใช้ตะลึงอ้าปากค้างเมื่อเห็นเด็กหนุ่ม แต่
ราเชลไม่สนใจ ใจเขาห่วงแต่คุณย่าเท่านั้น
หน้าห้องรับแขกมีเพียงแม่บ้านยืนอยู่คนเดียว ท่าทางกระวนกระวายผิดวิสัยของนางอย่างมาก         
“ใครมาหาคุณย่า”         
“เอ่อ…เพื่อนเก่าของท่านน่ะค่ะ”         
“เพื่อนเก่า?”         
“ค่ะ…ดิฉันว่าคุณราเชลกลับห้องไปดีกว่านะคะ”         
“ทำไมล่ะ…ฉันมีเรื่องจะปรึกษาคุณย่าเกี่ยวกับธุรกิจของคุณพ่อนิดหน่อย”         
“เอาไว้เวลาอื่นเถอะค่ะ  ตอนนี้ดิฉันว่าคุณรีบไปดีกว่า  หากท่านออกมาเจอคุณท่านอาจจะไม่พอใจ”         
“ทำไมท่านต้องไม่พอใจด้วยล่ะ”         
“คุณกลับห้องเถอะค่ะดิฉันขอร้อง”     
ราเชลมองหน้าคนสนิทของคุณย่าอย่างงุนงงยังไม่ทันตัดสินใจอะไร  ประตูห้องรับแขกก็เปิดพรวดออกมา ร่างที่ถลาออกมาเกือบชนเข้ากับเขา แต่เด็กหนุ่มยื่นแขนออกไปรับไว้ทัน         
“ปล่อยฉันนะ!…แกมันไอ้พวกหมาหมู่”         
“คุณราเชล!”เสียงอุทานของทนายความที่วิ่งตามหลังร่างอ้วนมาติดๆ ทำให้เสียงผลุสวาทหยุดลงทันควัน  ร่างอ้วนกลมหันขวับกลับมา  วงหน้าบวมฉุมีแต่กลิ่นแอลกอฮอล์โชยฟุ้งจ้องค้างมาที่เด็กหนุ่ม         
“ราเชล…คุณหนูราเชลงั้นเหรอ…ฮะๆๆช่างสวยงามเหมือนแม่ไม่มีผิดบอบบางเน่งน้อยอย่างนี้นี่เอง ทั้งย่าทั้งทนายรวมทั้งไอ้อีขี้ข้าในบ้านถึงได้ช่วยกันปกป้องให้วุ่น”         
“หุบปากได้แล้วเบล ราเชลกลับไปห้อง”         
“คุณย่า!”         
“โอ๊ย!จะรีบไปไหนกันเล่าคุณหนูของเบล  เป็นไงคะจากกันไม่ถึงยี่สิบปีจะลืมแม่นมคนนี้แล้วเหรอ?”         
“เบล…เบลงั้นเหรอ?”         
“ราเชลกลับห้อง!”         
“แต่คุณย่าครับ”         
“ย่าสั่งให้กลับไปได้แล้ว  ได้ยินไหม?”         
“ครับ” ราเชลจำต้องหันกลับแต่ไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดชะงัก
“จะรีบไปไหนเล่าคุณราเชล  เชื่อฟังคนเลวๆที่ฆ่าแม่ตัวเองเหลือเกินนะ  นี่ถ้าคุณรีน่ารู้คงเสียใจที่มีลูกอกตัญญู!”
ราเชลหันขวับชาวาบไปทั้งตัว         
“อะไรนะ!”         
“ไปห้องเดี๋ยวนี้ราเชลไม่ต้องไปสนใจคนบ้าพูด ไปสิ!ย่าสั่งให้เธอกลับห้องเดี๋ยวนี้”         
“ไม่ได้นะ  ถ้าไปคุณจะไม่รู้ความจริงเลยชั่วชีวิต   คุณรู้ไหมว่าทำไมแม่คุณถึงตาย  แล้วคุณรู้ไหมทำไมคุณถึงฝันร้ายจนต้องมีหมอมาคอยดูแลใกล้ชิด”         
“หุบปากนะเบล”         
“ไม่มีวัน  ฉันหมดความอดทนแล้ว ลูกฉัน…ลูกฉันทั้งคนที่ต้องมาตายไปโดยไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วย  เพราะใคร?...ถ้าไม่เพราะคนใจคอโหดเหี้ยมแบบลูก- หลานคุณกับคนใจดำแบบคุณ”         
“ตกลงเบลฉันจะให้แกตามที่แกขอ  แต่แกต้องหุบปากเดี๋ยวนี้”
เบลชะงักปล่อยแขนราเชลแล้วถลากลับไปที่คุณย่า  คุณย่าเดินลิ่วกลับเข้าห้องไปโดยมีทนายกับเบลตามไปติดๆ ทนายปิดประตูห้องก่อนที่เด็กหนุ่มจะทันได้ตามไป         
“นี่มันอะไรกัน?”         
“ดิฉันว่าคุณราเชลควรกลับห้องตามคำสั่งของท่านได้แล้วค่ะ”         
“ไม่!จนกว่าฉันจะรู้ว่าที่ผู้หญิงคนนั้นพูดหมายความว่าอย่างไร?”         
“ดิฉันขอยืนยันให้คุณกลับห้องค่ะ ถ้าไม่อยากให้ท่านโกรธ”         
“ไม่!”
ประตูห้องเปิดอีกครั้ง  คราวนี้เบลเดินลิ่วๆออกไป  เด็กหนุ่มพยายามเรียกและวิ่งตามแต่ดูเหมือนหญิงอ้วนจะวิ่งหนีได้เร็วกว่าเขา  ยังไม่ทันพ้นประตูราเชลก็ถูกคนสวนขวางไว้         
“คุณท่านให้เชิญคุณราเชลที่ห้องสมุดครับ”         
“แต่…”         
“ท่านบอกว่าเดี๋ยวนี้ครับ…และทุกเรื่องที่คุณราเชลอยากรู้ท่านจะบอกเอง”
ราเชลจำต้องไปพบคุณย่าที่ห้องสมุด  ร่างผอมบางนั่งตรงแหน่วอยู่ที่เก้าอี้ใหญ่  แสงสว่างจากโคมระย้าจับใบหน้าชราให้ดูดุดันกว่าปกติ         
“นั่งสิราเชล”         
“คุณย่าครับผู้หญิงคนนั้น?”         
“เงียบแล้วฟัง…ผู้หญิงคนนั้นชื่อเบล เคยทำงานอยู่ที่นี่สองสามเดือน  ลูกสาวเขามีแฟนแล้วลอบมุดรั้วออกไปพบกันบ่อยๆต่อมาเขาถูกฆ่าข่มขืน  ตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือคนจรจัดหรือไม่ก็คู่รักเขาเพราะหมอนั่นหายไป  ตั้งแต่ลูกตายเบลก็กลายเป็นคนบ้าๆบอๆ  ติดเหล้าจนพูดจาไม่รู้เรื่อง  พยายามปั้นเรื่องบอกใครๆว่าบ้านนี้ใจร้ายใจดำทำให้ลูกเขาตาย  หนักเข้าก็เลยถูกส่งโรงพยาบาลบ้า  แล้วนี่คงหนีออกมาได้ เรื่องก็มีแค่นี้แหละ”         
“แต่…เขารู้จักคุณแม่”         
“เขาเคยเห็นแต่ในภาพเท่านั้นแล้วก็เอาไปปะติปะต่อเอาเอง  ที่พูดทุกอย่างก็เพราะอยากได้เงินเท่านั้น พูดสิบครั้งก็ไม่เคยซ้ำกันสักเรื่อง…เอาเป็นว่าเลิกสนใจได้แล้ว”         
“ครับคุณย่า”         
“แล้วงานที่บริษัทล่ะเป็นไงบ้าง?”         
“ทางแฮมิลตัลกรุ๊ปยืนยันมาแล้วครับว่าจะใช้ระบบบริหารร่วมต่อไป”         
“ใครเป็นตัวแทนบริหารฝ่ายโน้นละ?”         
“เอ่อ…คุณเดนเซลครับ”         
“งั้นเหรอ…ก็จัดการไปแล้วกัน  มีอะไรอีกไหม?”         
“ผมจะไปเยี่ยมคุณพ่อ  คุณย่าจะไปพร้อมผมไหมครับ?”         
“ไม่ละ  ย่าขอหาหนังสือตามลำพังสักครู่”         
“ครับ”
เด็กหนุ่มลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปเยี่ยมบิดาที่โรงพยาบาล
เอี๊ยด!!! ราเชลกระทืบเบรคตัวโก่งเมื่อจู่ๆก็มีคนกระโดดมาขวางหน้ารถ  โชคยังดีที่เขาขับช้าจึงเบรคได้ทัน  ร่างอ้วนกลมถลาเข้ามาทุบกระจกรถเขาแรงๆ         
“เบล…”         
“คุณราเชลฉันมีเรื่องจะบอกคุณ”         
“แต่คุณได้เงินจากย่าไปแล้วนี่”         
“ฉันจำเป็นต้องรับ  เพราะฉันยังไม่อยากตาย  แต่ฉันต้องเล่าความจริงทั้งหมดให้คุณฟัง”         
“แต่…”ราเชลลังเล  เพราะสีหน้าและแววตาของคนตรงหน้าดูขุ่นขวางก็จริงแต่ก็ไม่ถึงกับเหมือนคนวิกลจริตอย่างที่คุณย่าบอก เด็กหนุ่มตัดสินใจเปิดประตูให้เบลขึ้นมาบนรถ         
“ไปคุยกันที่สวนสาธารณะข้างหน้าก็ได้ที่นั้นเงียบดี”
ราเชลยอมไปที่สวนสาธารณะตามความต้องการของอดีตคนรับใช้ในบ้าน  ทันที่ลงจากรถเบลก็ลากเขาไปนั่งที่เก้าอี้ริมน้ำที่ค่อนข้างห่างจากผู้คน         
“คุณอยากรู้ไหมคุณราเชลว่าแม่คุณตายยังไง?”         
“คุณแม่รถคว่ำ”         
“แล้วทำไมรถถึงคว่ำรู้ไหม?”         
“ก็มันเป็นอุบัติเหตุ”         
“ไม่จริงเลยถ้ามันเป็นอุบัติเหตุทำไมถึงมีแต่คุณที่รอดมาได้  คุณรีน่าตายส่วนคุณชาลีบาดเจ็บสาหัส”         
“ใครคือชาลี?”         
“ก็คุณลุงของคุณยังไงล่ะ”         
“อะไรนะ…ลุงอย่างนั้นเหรอ?”         
“ใช่…ลูกของย่าใหญ่ ลูกพี่ลูกน้องกับคุณชาร์ล พ่อของคุณ”         
“ไม่จริง…ทำไมไม่เคยมีใครพูดถึง”         
“เฮอะ…ใครมันจะพูด  ก็คนที่รู้เรื่องนี้โดนให้ออกจากงานไปหมด  เหลือแต่พวกแก่ๆที่ไม่มีที่ไป  แล้วใคร๊มันจะกล้าเปิดปาก”         
“ไม่จริง”         
“จริง…รู้ไหมคุณราเชลว่าที่คุณพ่อคุณไม่ค่อยรักคุณเพราะคุณชาร์ลระแวงว่าคุณไม่ใช่ลูก”         
“ไม่จริง!”         
“ก่อนที่คุณรีน่าจะแต่งงานกับคุณชาร์ลเคยเป็นคนรักของคุณชาลีมาก่อน  คุณชาลีไปเรียนถ่ายภาพหรือวาดภาพอะไรนี่แหละที่อิตาลี่  ทางนี้คุณชาร์ลก็ให้คุณย่าคุณไปสู่ขอคุณรีน่า  พ่อคุณรีน่ายกให้เพราะเป็นหนี้คุณย่าคุณเยอะ  เรียกว่ายกลูกสาวกลบหนี้นั่นแหละ  ฮะๆๆน้ำเน่าดีไหมล่ะ…พอคุณชาลีกลับมาบ้านก็แทบแตก  พี่น้องทะเลาะกันจนคุณชาลีหนีไปอยู่บ้านท้ายสวน  แต่ก็แอบเป็นชู้กับแม่คุณ”         
“โกหก!”         
“เรื่องจริงแท้แน่นอน  ฉันแอบเห็นสองคนนั้นมองตากันเป็นประจำ บางทีก็แอบลงมาเจอกันที่สวนตอนดึกๆ พอคุณเกิดมาคุณชาร์ลไม่ไปรับที่โรงพยาบาลแถมยังไม่ยอมอุ้มคุณด้วยซ้ำแต่คุณชาลีดีใจแทบตาย”         
“ไม่…ฉันไม่เชื่อ…”         
“ตามใจคุณสิ…รู้ไหมวันเกิดคุณรีน่า…คุณรีน่ากับคุณชาลีออกไปฉลองกันสองคนแล้วขากลับอยู่ๆรถก็เบรคแตกพุ่งลงเหว…ใครๆก็รู้ว่าอู่ที่คุณชาลีซ่อมรถเป็นเพื่อนกับคุณชาร์ล”         
“…” ราเชลนั่งนิ่งขึงช็อคกับเรื่องที่ได้ยิน เบลยังคงพล่ามต่อไปด้วยสีหน้าแววตาดุดันสะใจ         
“พอตำรวจโทรมาบอกว่ารถแม่คุณตกเหว  คุณชาร์ลถามคำเดียวว่าใครตายบ้าง…แล้วหลังงานศพแม่คุณคนรับใช้ส่วนใหญ่ก็ถูกให้ออก  เหลืออยู่ไม่กี่คนเท่านั้น”         
“แล้วคุณลุง…”         
“คุณชาลีบาดเจ็บหนัก  แต่ย่าคุณไม่ยอมส่งโรงพยาบาลกลับเอามาขังไว้จนเป็นบ้า…บ้าจนมันฆ่าหมอ...ฆ่าลูกฉัน…”
ราเชลผวาทั้งตัวเมื่อจู่ๆเบลก็หวีดร้องโหยหวน  มือทั้งสองของหญิงอ้วนจิกแขนเด็กหนุ่มไว้แน่นจนเจ็บ ดวงตาหลุกหลิกมองไปรอบๆอย่างหวาดระแวง  สรรพนามที่ใช้เรียกชาลีก็กลายเป็นด่าว่าหยาบคาย         
“แต่คุณย่าบอกว่าลูกสาวคุณถูกคนรักทำร้ายนะ”         
“ไม่จริง…เอลล่ายังเด็กตัวนิดเดียว  เพิ่งจะ14 จะไปมีแฟนได้ยังไง  มันไปเที่ยวเล่นซ่อนหากับคุณนั่นแหละ  แล้วมันก็ไปเจอกระท่อมนั่นกับคุณ  ใครๆก็ว่ามันหาเรื่องเองที่แส่ไปที่นั่น  แต่จริงๆแล้วอาจเป็นคุณก็ได้ที่ไปเล่นซุกซนแถวนั้นจนลูกฉันต้องพลอยรับเคราะห์  เอลล่าของแม่…ลูกรัก…ชู้รักของแม่คุณฆ่าลูกฉัน…มันฆ่าตัดคอลูกฉัน…ทำไม…ทำไมคุณไม่ช่วย” เบลตวาดแหว ดวงตาทีมองราเชลดุดันและเกลียดชัง           
“ผมไม่รู้เรื่อง”         
“ไม่จริง…คุณอยู่ที่นั่น…คุณอยู่กับมันทั้งวันทั้งคืนแต่คุณไม่ช่วยมัน…คุณมันใจร้ายใจดำเหมือนย่าคุณนั่นแหละ”         
“ไม่…ผมไม่รู้…ผมจำไม่ได้…”         
“ทำไมจะจำไม่ได้…ตอนนั้นคุณเกือบ5ขวบแล้วจะจำไม่ได้ได้ยังไง…อ้อ!จริงสิ  คุณเองก็โดนมันเล่นงานเอาเหมือนกันนี่  ย่าคุณถึงต้องจ้างจิตแพทย์มาสะกดจิตคุณให้ลืม  ฮะๆๆๆ…หรือว่าจริงๆแล้วคนที่โดนข่มขืนไม่ได้มีแต่เอลล่า แต่คุณก็โดนด้วย”         
“ไม่จริง!” ราเชลทะลึ่งพรวดลุกขึ้น ตกใจสุดขีดกับเรื่องที่ได้ยิน 
เบลพยายามติดตามไขว่คว้าแต่เด็กหนุ่มปัดป้องและหนี  จนร่างอ้วนกลมล้มลุกคลุกคลาน       
“มันต้องเป็นอย่างนั้นแน่ๆ…มิน่าละคุณถึงต้องมีหมอคอยดูแลอยู่ตลอดเวลา…ที่แท้คุณก็โดนชู้รักของแม่ เอ…หรือจะเป็นพ่อแท้ๆของตัวเองข่มขืนเอานี่เอง…ฮะๆๆๆ...แกถูกพ่อตัวเองข่มขื่น...สมน้ำหน้า...ฮะๆๆๆ” เบลหัวเราะลั่น ดวงตาขุ่นขวาง น้ำลายไหลย้อยสองมุมปากและพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น         
“ไม่…ไม่…เธอมันบ้า” ราเชลวิ่งหนีออกมาขึ้นรถ หญิงอ้วนยังวิ่งตามมาแต่เด็กหนุ่มขับรถหนีออกมาเสียก่อน         
“นี่มันบ้ากันไปใหญ่แล้ว…” เด็กหนุ่มหวาดผวากับเรื่องที่ได้ยิน  แม้จะยอมรับไม่ได้ว่าเรื่องที่ผู้หญิงคนนั้นพูดจะจริง แต่อะไรหลายๆอย่างก็สะดุดความรู้สึกอย่างจัง
เขาเคยสงสัยมาตลอดว่าทำไมถึงไม่มีใครเอ่ยถึงมารดาเลย บิดาก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบหน้าเขานัก ไม่เคยกอดไม่เคยเล่นกับเขาสักครั้ง คุณย่าก็เย็นชาและเข้มงวด  ที่สำคัญเขาไม่เคยเข้าใจว่าทำไมเขาต้องมีคุณหมอมาตรวจเป็นประจำ  คอยถามโน่นถามนี่เอาแบบทดสอบหลายอย่างมาให้เขาทำแล้วก็เข้าไปคุยกับคุณย่า  เขาเพิ่งได้คำตอบวันนี้เอง         
ฝนที่ตั้งเค้ามาตั้งแต่เย็นตกซู่ลงมาดื้อๆ  ราเชลขับรถไปด้วยสัญชาติญาณมากกว่าจะรู้ตัว จนกระทั่งรู้สึกตัวอีกครั้งก็พบว่าเขาจอดรถอยู่ห่างจากรั้วด้านหลังคฤหาสน์ของริชเพียงไม่กี่เมตร
พายุฝนดูเหมือนจะแรงกว่าเดิมต้นไม้พับลู่ไปตามแรงลม แต่แสงไฟในบ้านยังสว่างไสว ราเชลนั่งมองอยู่นาน…ความเจ็บปวดอ่อนล้าที่ประดังเข้ามาทำให้เด็กหนุ่มละทิฐิตัดสินใจเข้าไปคนที่คิดถึงอยู่ตลอดเวลา แต่ยังไม่ทันถึงฟ้าก็ผ่าลงมาไม่ไกลนักทำให้ไฟดับวูบทั้งบ้านแต่ครู่เดียวก็กลับมาสว่างไสวอีกครั้ง  ราเชลชะงักแม้จะหนาวจนสั่นแต่ก็ไม่แน่ใจว่าควรจะเข้าไปหรือไม่   จู่ๆกิ่งไม้กิ่งหนึ่งก็หักและปลิวมากระแทกด้านหลัง  ราเชลเจ็บแปลบแล้วสติก็ดับวูบไป….
………………..



 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด