~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH  (อ่าน 91240 ครั้ง)

ออฟไลน์ ปี้ปี้ปี้~PalmY

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2427
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +273/-1
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 20+21+22
«ตอบ #120 เมื่อ22-07-2009 16:42:39 »

พี่ต้นรักษาสัญญาด้วยนะ  :z1:

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 20+21+22
«ตอบ #121 เมื่อ22-07-2009 20:10:50 »

:mc4: :mc4: :mc4:  ในที่สุดก็สำเร็จ   :-[ :-[

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6283
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 20+21+22
«ตอบ #122 เมื่อ22-07-2009 22:48:16 »

 :o8: :o8:

ว๊าวววว

changasa@hotmail.com

  • บุคคลทั่วไป
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 20+21+22
«ตอบ #123 เมื่อ23-07-2009 00:15:11 »

 :L1: กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆ รักกันแล้ววววววววว น่ารักจังเลย พี่ต้น น้องนนท์นี่ เริดๆๆๆๆๆ

LoveNineTeen

  • บุคคลทั่วไป
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 23
«ตอบ #124 เมื่อ23-07-2009 21:33:07 »

ตอน 23 ..

เช้าวันถัดมา...ก็เป็นวันเสาร์นนท์เลยขอต้นกลับบ้าน..ส่วนชายหนุ่มก็ยังมีงานต้องสะสางเลยปล่อยให้น้องสติชของเขากลับบ้านคนเดียว เมื่อคืนถือเป็นช่วงเวลาที่นนท์มีความสุขมากไม่น้อย พี่ต้นที่มักจะเย็นชา ทำเหมือนไม่สนใจ แต่กลับแสดงอะไรๆ ออกมาชัดเจนพอสมควร ระหว่างที่ลงจากแท๊กซี่ก็ไม่ทันได้สังเกตว่าด้านหลังมีแท๊กซี่อีกคันมาจ่อจอด..


“ ยิ้มกว้างเลยนะแก...” เสียงทักทายของแม่ร่างเล็กที่ยิ้มกว้างไม่แพ้กันเอ่ยขึ้น ..


“ ว่าแต่ฉัน..แกล่ะไอ้ลิง ปากจะถึงรูหูแล้วนะ..” นนท์แก้เก้อด้วยปากตระไกร ที่ไม่เคยหายไปแม้วันเวลาจะผ่านไปนานสักแค่ไหน ..สองเพื่อนสนิทเดินมาใกล้กัน พลางหัวเราะอย่างรู้ทันในกันและกัน..


“ เป็นไงบ้างล่ะ..ดีกับไอ้คิงคองมันยัง..” นนท์ถามเป็นเชิง ..ดูจากรอยยิ้มมีหรือจะดูไม่ออกว่าดีหรือยังไม่ดี.. ก็เล่นกว้างเสียขนาด ยูเอ็ฟโอเข้าไปได้..


“ ก็เหรอ..แล้วเมื่อคืนไงบ้างล่ะ..อย่าบอกนะว่าโดนไอ้คิงคองมัน..”

“ บ้า..ฉันไม่ได้ใจง่ายขนาดนั้นนะไอ้ป๋า... ขืนไอ้ต่อกล้าฉันฆ่ามันแน่...”


“ อืมๆ... เหรอ...แต่เห็นมันงอนทีไร แกจะเป็นจะตายทุกทีเลยไอ้ลิงน้อยของพี่..” นนท์ยิ้มกริ่มพลางคล้องคอเพื่อนที่สูงน้อยกว่าอย่างมีความสุข .. วันนี้มันวันเสาร์สุดสดใสของนนท์นี้...มีความสุขมากเกินไปหรือเปล่าพ่อน้องสติชของพี่ต้น ..


“ ดีแต่ล้อ..แกล่ะ..ทำไมถึงไปนอนกับพี่ต้นได้...” กิ่งไม่ยอมแพ้หันไปคาดคั้นกับเพื่อนบาง..


“ ไม่ได้มีอะไรสักหน่อย ...ฝนมันตกฉันเลยไปนอนก็เท่านั้น..” นนท์บอกไปไม่ได้โกหกสักหน่อยนะ แค่บอกไม่หมดเท่านั้นเอง

“ แล้วขีดความสัมพันธ์เป็นไงบ้าง พัฒนารึเปล่า”


“ ก็เหมือนเดิม. ขึ้นบ้านดีกว่าแก.” นนท์ยิ้มให้เบาๆ ..โอบร่างเพื่อนแสนสนิทเข้าบ้านไปอย่างมีความสุข น้องติชนะน้องติช ขืนไปทำอย่างนี้ต่อหน้าไอ้พี่ต้น ..ได้โดนหึงอีกหรอก ขนาดครั้งก่อนยังเกือบโดนเหวี่ยง ลืมไปแล้วหรือยังไง...



หลังจากอู้งานมาหลายวันเพราะพิษรัก วันนี้เจ้าหน้าหวานพ่อครัวประจำบ้านได้โอกาสกลับมาทำหน้าที่อย่างเต็มตัว โดยมีคุณแก้วคอยช่วยเป็นลูกมือ ตั้งแต่นนท์มารับหน้าที่นี้ไป นางก็เบาแรงลงเยอะแม้การทำอาหารจะเป็นงานที่นางรัก แต่เพราะภาระอื่นอีกมากมายเลยทำให้งานบ้านบางอย่างเหนื่อยเกินไปสำหรับคนวัยอย่างนาง


คุณแก้วที่เห็นว่างานในครัวใกล้จะเสร็จ เลยจัดการนำอาหารส่วนหนึ่งออกไปจัดไว้ข้างนอก และเป็นช่วงพอดีกับที่พ่อครัวหน้าสวย .. เกิดจะเข้าห้องน้ำเลยเรียกให้กิ่งช่วยมาดูอาหารให้หน่อย


เมื่อเพื่อนสาวมารับหน้าที่ นนท์จึงรีบจัดการไปทำธุระของเขา



คนที่กำลังคนแกงในหม้ออยู่เพลินๆ ตกใจจนเกือบทำทัพพีหล่นพื้น เพราะอยู่ๆเสียงโทรศัพท์เคลื่อนที่ของนนท์ก็ดังขึ้น ตอนแรกเธอก็กะจะไม่รับ แต่สายตาเจ้ากรรมก็ดันเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างในจังหวะหนึ่ง




“ แม่ ๆ” เธอส่งเสียงเรียกลั่นบ้าน จนคุณแก้วที่กำลังจัดจานอยู่ถึงกับสะดุ้ง นึกว่ามีสัตว์ร้ายกล้ำกรายเข้ามาในครัว เลยรีบวิ่งมาตามต้นเสียง


“ มีอะไรแม่คุณ แม่นึกว่างูเงี้ยวเสียอีกร้องซะลั่นบ้านเลยนะเรา” นางเอ็ดเข้าให้เมื่อพบห้องครัวที่ว่างเปล่าไม่มีสัตว์ร้ายอย่างที่คิด ก็เสียงของแม่ลูกสาวดังเสียโอเว่อร์เกินมาตรฐานทั่วไป


“ แม่อย่าเพิ่งว่ากิ่งเลยดูนี้ซะก่อน” เธอรีบชี้ให้มารดาดู


“ ว้าย...” สองสาวยิ้มพร้อมเพรียง คนที่เอ็ดลูกว่าส่งเสียงโวยวายไม่สมเป็นกุลสตรีไทยเป็นฝ่ายส่งเสียงดังกว่ากิ่งเสียอีก ก็สิ่งที่เห็นมันทำให้ใจสองสาวต่างวัยเต้นแรงนี้



“ ตายแล้วนี่เขาไปถ่ายรูปกันตั้งแต่ตอนไหนกัน หอมแก้มกันด้วย” นางกล่าวขึ้น เพราะภาพแสดงสายเรียกเข้าคือภาพของคนหน้าหวานโดนต้นหอมแก้มอยู่


“ ไม่อยากเชื่อว่าพี่ต้นจะทำอย่างนี้ สงสัยภูเขาน้ำแข็งบ้านเราคงถูกนนท์ละลายลงได้จริงๆแล้วล่ะแม่” กิ่งเสริมทัพ น่าแปลกที่ต้นจะยอมถ่ายรูปอย่างนี้ อีกอย่างภาพนี้ก็ฟ้องชัดว่าทั้งสองพัฒนาความสัมพันธ์ไปไกลอีกระดับหนึ่งแล้ว


“ แม่...นนท์มาแล้ว” กิ่งส่งสัญญาณเมื่อเห็นเงาไหวๆนอกครัว สองแม่ลูกหันกลับที่หน้าเตาพร้อมกับเสียงโทรศัพท์ที่เงียบลง


“ หอมน่าทานจังเลยนะ” นางพูดเสียงหวานกับแม่ลูกสาวเอาเถอะตอนนี้ออสการ์ก็ออสการ์เถอะ นางชิงได้ทุกถ้วยแน่นอนหากมีชื่อนางเสนอเข้าไป ก็เล่นเนียนจนขนาดนนท์ยังจับไม่ได้



“ มาแล้วเหรอนนท์” กิ่งทักขึ้นอย่างปกติ ทำเหมือนเพิ่งเห็นว่าเพื่อนสนิทเดินเข้ามาทั้งที่จริงๆแล้วเห็นตั้งแต่นนท์ยังไม่เข้ามาในครัว

“ อืม..เป็นไรไปหรือเปล่านี่ลิงน้อย..ท่าทางแปลกๆ ”


“เปล่าๆ.... เออใช่เมื่อกี้ใครโทรฯมาไม่รู้ ฉันกำลังช่วยแม่หยิบจานออกไปข้างนอกเดินเข้ามาก็วางสายไปแล้ว” แนบเนียนจริงๆทั้งสองแม่ลูก ลูกรับแม่ส่งชงกันได้อย่างกลมกล่อม นนท์เลิกคิ้วเล็กน้อยไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูหมายเลขและต่อกลับไปทันที



“ เอ๊ะ” ฝ่ายต้นที่กำลังนั่งดูเอกสารอยู่ หันกลับมามองโทรศัพท์ที่ส่งเสียงร้องพลางจ้องมองหน้าจออย่างแปลกใจ ชื่อของสายที่โทรฯเข้าไม่มี แต่ปรากฏเป็นรูปขึ้นมาแทน สงสัยที่นนท์ขอโทรศัพท์เขาเมื่อคืนนี้คงจะจัดการใส่ภาพแสดงสายโทรเข้ามาอย่างนี้แน่นอน ช่างคิดได้จริงๆเลยนะเจ้าสติชสีอ่อน

..
“ มีอะไรหรือเปล่า” นนท์ส่งเสียงลอดปลายสาย...


“ พี่จะถามว่ารายงานที่เขียนเมื่อคืนนี้ ผลยอดรวมมันเท่ากับเท่าไหร่เหรอพี่หาตัวเลขไม่เจอ” ที่แท้ก็โทรฯมาเรื่องงาน แต่เอาเถอะได้ยินเสียงของเขาก็ดีใจแล้ว

“ นนท์เขียนไว้ในสมุดสีชมพู เล่มเล็กๆ พี่ลองดูบนโต๊ะนนท์นะจะเห็นว่ามันวางอยู่” นนท์บอกตำแหน่งสมุดที่จดรายละเอียดข้อมูลไว้ ฝ่ายสองแม่ลูกก็รีบปลีกตัวออกมาจากห้องครัวไปสนทนาเรื่องที่ได้ยินได้เห็น

“ เบอร์พี่ต้นจริงๆด้วย นนท์ไม่ยักกะบอกว่าโดนพี่ต้นจุ๊บๆ”


“ นั้นนะสิ แต่อย่าเพิ่งแหวกหญ้าให้งูตื่นล่ะนะ รอดูกันไปเรื่อยๆอย่างนี้สิถึงจะสนุกชักลุ้นตามแล้ว สนุกกว่าละครตอนค่ำอีก ไม่นึกเลยว่าคนอย่างพี่ต้นจะกล้าหอมแก้มนนท์อย่างนี้” คุณแก้ววางตัวเนียนต่อไป..รอลุ้นผมการแข่งขันที่กำลังดำเนินอยู่..



ในอีกไม่กี่วันหลังจากนั้นก็เป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยเปิดภาคเรียนนนท์ทำเรื่องมาฝึกงานที่สำนักพิมพ์ของบ้านวรโชติได้อย่างรวดเร็ว เพราะเจ้าของบริษัทยอมลงชื่อให้ตั้งแต่ที่เขายื่นหนังสือมาให้ ไม่ใช่เพราะนนท์เป็นคนสนิทชิดใกล้เพียงอย่างเดียว ความสามารถที่ช่วยแบ่งเบาภาระของต้น ได้ดี ทำให้คุณแก้วไม่ลังเลที่จะลงชื่อยอมให้นนท์เข้ามาฝึกงาน แต่การลงชื่อยังต้องมีชื่อเจ้านายอีกคน เจ้านายที่จะควบคุมและพิจารณาการฝึกงานของเขาในเวลาหนึ่งภาคเรียนต่อจากนี้



“ โธ่น้าแก้วเห็นปุ๊บก็เซ็นให้ปั๊บ พี่จะแกล้งนนท์ใช่ไหมนนท์รอมาหนึ่งชั่วโมงแล้วนะ พี่ไม่ยอมเซ็นให้นนท์จริงเหรอ” นนท์บ่นกระเง้ากระงอด..นั่งหน้างอข้างๆเขา เห็นท่าทีร้อนใจของคนข้างกายก็แอบดีใจ ที่ได้แกล้งกวนประสาท เขายังจับจ้องที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ห่าง จนนนท์ชักจะหมดความอดทนทอดกายลงเอนบนโซฟาอย่างเหนื่อยอ่อน



“ เซ็นให้นนท์ได้หรือยัง หรือจะให้นนท์ไปสมัครที่บริษัทอื่นหา ใช่สินนท์รู้แล้วงั้นนนท์ไปฝึกงานที่บริษัทแม่ก็ได้ เล่นตัวดีนัก” นนท์ย่นจมูกเข้าใส่เจ้านายจอมกวน..( ตายแล้วพี่ต้น นับวันยิ่งน่ารัก..) พลางลุกขึ้นคว้าใบลงชื่อที่วางไว้หน้าโต๊ะของเขาขึ้น ฝึกงานที่บริษัทของคุณนันงั้นเหรอ ก็แสดงว่านนท์จะไปฝึกไกลถึงอเมริกานะสิและอย่างนี้ก็ต้องห่างกัน ...มือของเขาชิงตัดหน้าหยิบใบนั้นไปก่อน

นนท์มองอย่างขัดใจเขายังจะแกล้งอีกเหรอนี่


“ จะเอายังไงกันแน่นนท์เหนื่อยแล้วนะ”


“ แล้วใครบอกว่าพี่จะไม่เซ็น ทำงานอยู่ไม่เห็นหรือยังไงล่ะ” แต่นนท์ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่างานที่ยุ่งอยู่จะเจียดเวลาแค่สามวินาทีมาลงชื่อในใบอนุญาตรับฝึกงานของเขาไม่ได้เลยหรือไง

“ โธ่เซ็นให้นนท์ก่อนไม่ได้เหรอ”


“...” เขาละสายตาจากคอมพิวเตอร์ ตัดสินใจจรดปากกาลงนามในใบฝึกงานของน้องสติช ไหนๆก็รั้นมาได้ไกลถึงหนึ่งชั่วโมงจะรั้นต่อ ก็กลัวว่านนท์จะระเห็จไปอเมริกาจริงอย่างที่พูดขู่เขา


“ ก็แค่นี้เองไม่เห็นจะยากเลย” นนท์หยิบแผ่นกระดาษขาวนั้นมาดู กระดาษเพียงใบเดียวแต่มีผลต่อการจบการศึกษาของเขาเลยทีเดียว... ไม่น่าเชื่อเลยว่ากระดาษเพียงใบเดียวจะตัดสินอนาคตของคนเราบางคนได้เลย

“ สมใจแล้วสิ”

“ โธ่ก็พี่เล่นแกล้งนนท์ตั้งแต่เมื่อชั่วโมงก่อน นนท์ก็หมดกำลังใจพอดีสิ เห็นเซ็นให้แล้วถึงได้กำลังใจกลับมาบ้างแต่ก็เหนื่อยใจ กว่าพี่จะยอมเซ็นให้ ” นนท์ถอนใจหลังกล่าวจบ ชายหนุ่มละจากหน้าจออีกครั้งคราวนี้เขามองมายังนนท์ตรงๆ

“ มานี้สิ” ชายหนุ่มส่งเสียงบอก.. นนท์หันกลับไปมองคนคิ้วเข้มอย่างไม่เข้าใจนัก จะให้ไปไหนอ่ะ..นนท์ก็ยืนใกล้ต้นอยู่แล้วนี่.. จะให้ใกล้กว่าเดิมงั้นเหรอ..

“ ไปไหนครับ”


“ มานั่งนี้” เขาชี้ไปยังเก้าอี้ที่วางไว้ข้างๆ เมื่อแน่ใจแล้วว่าเขาจะให้นนท์มานั่งตรงนั้น เลยยอมเดินไปนั่งอย่างว่าง่ายทำตามที่เขาบอก นนท์หนอช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย ในแววตาของต้น ที่มองเขาเปลี่ยนไปมาหลายครั้งแล้ว นนท์ไม่เคยรู้เลยว่าในดวงตาคู่กลมแอบรู้สึกบางอย่างกับนนท์เข้าแล้ว


“ มีอะไรเหรอ ให้นนท์มานั่งตรงนี้ทำไมล่ะ” นนท์ถามตาใส ดวงตาจ้องหน้าคนหน้าหล่อที่ชอบบึ้งๆ ตึงตลอดวันอย่างสงสัย

พี่ต้นจะให้นนท์นั่งตรงนี้ทำอะไร


“ แค่พี่แกล้งนิดหน่อยถึงกับกำลังใจหดหายเลยเหรอ” เขาขยับเก้าอี้ให้มาประจัญหน้ากับนนท์ตรงๆ คำถามที่ต้องการคำตอบถูกเขาเอ่ยออก

“ ก็ใช่นะสิ เวลาพี่แกล้งก็ชอบทำหน้านิ่งนนท์จะรู้ได้ยังไงล่ะว่าพี่รู้สึกยังไง จะแกล้งหรือกำลังทำงานจริงๆ นนท์แยกไม่ออกหรอกเห็นแล้วกำลังใจหายหมด ” นนท์บอกไปตามที่คิด


“ เหรอ” ชายหนุ่มปรายยิ้มเพียงน้อย แล้วเลื่อนกายเข้าหาอีกคนอย่างนุ่มนวล ริมฝีปากของเขาวางที่แก้มปลั่งอีกคราแล้ว ดวงตาคู่เดิมที่ชอบเบิกกว้างเมื่อเจอเข้าอย่างนี้ทำงานตามวิสัยของมัน เมื่อกี้เขายังแกล้งนนท์อยู่เลย แล้วมาทำหวานซึ่งหน้าแบบนี้นนท์ปรับอารมณ์ตามไม่ทันจริงๆ

“ เป็นไงบ้างกำลังใจกลับมาหรือยังล่ะ ถ้าวันไหนกำลังใจหมดอีกอย่าลืมบอกพี่บ้างล่ะ แล้วทีหลังก็อย่าเอาเรื่องไปอเมริกามาขู่อีกฟังแล้วกำลังใจหดหายเหมือนกัน” เขายอมปริปากถึงขนาดนี้มีหรือที่นนท์จะไม่ดีใจคนอย่างต้น ทำอะไรดีๆอย่างนี้ก็เป็นแฮะ ไม่อยากเชื่อว่าจะได้ยินคำนี้จากปากของเขา


“ ครับ.” นนท์พยักหน้ารับอย่างดีใจ พลางโผเข้ากอดอีกคนที่นั่งอยู่บนกอดอีกอย่างเร็ว..เก้าอี้ล้อเลื่อนที่นั่งอยู่ถึงกับเลื่อนไปด้านหลังจนชนผนัง..แต่ก็กลับไม่มีอะไรทำให้ทั้งสองแยกจากกันได้..พี่ต้นมองคนที่กอดร่างเขาอยู่พลางยกมือขึ้นโอบอีกร่างนั้นเบาๆ..

“ หนักไหมพี่ต้น..”


“ ตัวเล็กจะตาย..พี่หนักก็แปลกแล้ว..” ต้นยิ้มรับกับความสุขที่ปรากฏ กลิ่นหอมจากกายนุ่มๆ ของคนที่กอดเขา ดูจะตราตรึงไปทุกความรู้สึก.....พี่หลงรักเราเข้าแล้วใช่ไหม น้องสติชขี้อ้อน...


“ วันนี้นนท์ขอลานะ..ต้องเอาหนังสือไปยื่นคณบดีก่อน..” นนท์ผละออกเล็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองคนที่เขาก่อนเพื่อขออนุญาต..


“ อืม..” ต้นพยักหน้ารับ ..ปล่อยมือออกจากนนท์ให้อีกคนได้ไปทำธุระอย่างที่บอก เส้นทางข้างหน้านับจากนี้จะไม่ใช่ทางราบที่หนึ่งชีวิตวิ่งไปข้างหน้า อีกหนึ่งหัวใจวิ่งตามอยู่ข้างหลัง... ณ เวลานี้ ทั้งสองจะวิ่งไปด้วยกัน หากนนท์เหนื่อย..พี่ต้นจะชะลอฝีเท้า หากนนท์ล้า..เขาจะหยุดวิ่งเพื่อรอให้นนท์หายเหนื่อย...


LoveNineTeen

  • บุคคลทั่วไป
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 24
«ตอบ #125 เมื่อ23-07-2009 23:01:30 »

ตอน 24

วันนี้ที่บ้านวรโชติมีสมาชิกอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา แถมยังมีแขกมาร่วมโต๊ะอาหารเพิ่มอีกคน ด้วยเพราะคุณปานเดือนเพื่อนบ้านต้องไปทำธุระเร่งด่วนเช่นครั้งก่อน เลยฝากลูกชายมาทานข้าวที่บ้านคุณแก้วอีกครั้ง ซึ่งนางก็ยินดียิ่งที่ได้สมาชิกมาเพิ่ม


“ ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะที่ต้องรบกวนคุณแก้วอีกแล้ว” น้ำเสียงเกรงใจของคุณปานเดือนลอดผ่านสายมา จนคุณแก้วเองก็จับกระแสนั้นได้


“ จะเกรงอกเกรงใจไปทำไมคะบ้านเราก็รู้จักกันมานาน ฉันเห็นตาโดมตั้งแต่เด็กเหมือนลูกเหมือนหลานคนหนึ่ง อีกอย่างฉันก็ไปรบกวนบ้านคุณตั้งหลายวันในครั้งก่อนคุณอย่าคิดมากเลยนะคะ ได้ตาโดมเพิ่มมาอีกคนบ้านจะได้ครึกครื้นไงคะ” นางปลดความวิตกของเพื่อนบ้านลงจนหมด


“ ขอบคุณมากนะคะ ไว้ฉันจะรีบกลับ” ไม่นานหลังจากที่มารดาโทรศัพท์นำร่อง โดมก็เดินทางถึงบ้านวรโชติด้วยสีหน้าแช่มชื่น วันนี้เขาเพิ่งได้รับข่าวดีเรื่องการเรียน บรรยากาศในโต๊ะอาหารดำเนินไปอย่างที่คุณแก้วคิดทุกประการ เพราะโดมสอบเข้าในมหาวิทยาลัยเดียวกับสองเพื่อนสนิทของบ้าน เลยทำให้ประเด็นนี้ถูกพูดกันไม่หยุดหย่อน


“ เก่งจริงๆเลยนะโดม ได้คณะวิทยาศาสตร์เหรอนี่ คณะนี้ได้ข่าวว่าสอบเข้ายากมากเลยนะ แต่ละปีรับแค่ไม่กี่สิบคน สอบได้อย่างนี้ถือว่าเก่งทีเดียว” กิ่งเอ่ยชมไม่ขาดปาก ร่วมแสดงความยินดีกับเพื่อนบ้านรุ่นน้องที่อายุห่างจากเธอราวสองปี


“ เพราะพี่กิ่งนั่นแหละ ครูต่อที่พี่กิ่งแนะนำให้มาสอนผมน่ะ เก่งมากเลยทีเดียวความดีทั้งหมดเห็นทีผมต้องยกให้ครูเขาแล้วล่ะ” คำชมของเขายกอ้างไปถึงพ่อหนุ่มหัวดี แฟนหนุ่มของหญิงสาวท่าทีของเธอหลุกหลิกเล็กน้อยแต่ก็ไม่รอดสายตานนท์ได้หรอก โดมรู้จักกับครูสอนพิเศษคนนี้ก็ยังเป็นบอกไปว่าเป็นเพื่อน..เฮ้อ...


“ ค่ะแม่” เธอจำต้องรับ


“ แม่ชักอยากเห็นหน้าเขาเสียแล้ว เออใช่แม่นึกออกแล้วเห็นตาโดมบอกว่าเขาหล่อยังกะพระเอกหนังจีนใช่ไหม ครั้งที่แล้วแม่ถามว่าระหว่างเขากับพี่ต้นของลูกใครหล่อกว่า ให้นนท์ตัดสินก็คงไม่ได้หรอกเพราะรายนั้นเขาลำเอียงเห็นๆ...” นนท์ถึงกับสะดุด ช้อนในมือหล่นลงกระทบจานเสียงดัง แล้วทำไมถึงมาลงที่นนท์อย่างนี้ล่ะ คนนั่งใกล้ส่งยิ้มแสนเจ้าเล่ห์มองมายังเจ้าน้องสติชข้างกาย มองท่าทีขัดเขินก็น่ารักไปอีกแบบ


“ ยิ้มอะไร ” นนท์ทักท้วงเสียงแผ่ว


“ เปล่ายิ้ม ” เห็นอยู่ชัดว่ายิ้มอยู่ แต่ยังมีหน้ามาตอบว่าไม่ได้ยิ้มอีกคิดแล้วน่าหมั่นไส้เขาจริงๆแต่เพราะยังมีอีกหลายคนร่วมโต๊ะอยู่เลยทำให้ต้องนั่งเฉย


การสนทนาเรื่องความหล่อเหลาของพ่อลูกชายคนโตกับเพื่อนสนิท ที่ชิดใกล้ของกิ่งสะดุดนิ่ง เมื่อนนท์ทำช้อนตกกระทบจานข้าว ทุกสายตามองมายังร่างบางไม่คลาย


นนท์ได้แต่ข่มความอายพยายามนั่งนิ่งไม่แสดงอาการอะไรมากกว่านี้ แต่รอยยิ้มที่ยังเปื้อนบนหน้าพี่ต้นเขายังยียวนกวนประสาทนนท์ไม่หาย ต้นเดี๋ยวนี้ชักกวนประสาทมากขึ้นนะ


แต่การกวนนี้ก็มาพร้อมกับการเปิดเผยความรู้สึก การกระทำที่สร้างรอยยิ้มและความอิ่มเอมให้กับนนท์ คิดไปแล้วก็พออภัยให้ได้ เพราะถึงอย่างไรสิ่งที่เขาทำดีๆให้ก็ย่อมมีความหมายมากกว่าอยู่แล้ว


“ หยุดยิ้มเดี๋ยวนี้นะ” นนท์บอกลอดไรฟัน แต่เขาก็ไม่ยอมทำตามง่ายๆหรอก การได้แกล้งเจ้าตัวเล็กแม้เล็กน้อยแต่ก็พอทำให้ชีวิตมีสีสัน นนท์นั่งอดทนอยู่นานจนสุดท้ายต้องแกล้งกระทืบเท้าเขา... ตอนนี้แหละรอยยิ้มถึงได้จาง หน้าของนนท์เปลี่ยนไปประดับด้วยรอยยิ้มแทนที่

นนท์ปรายตามองเขาอย่างผู้ชนะ เห็นท่าทางสนิทสนมของชายหนุ่มและว่าที่สะใภ้ที่เพิ่มมากขึ้น ก็ทำให้ทุกคนล้วนยินดี แม้ส่วนหนึ่งของใจเด็กหนุ่มข้างบ้านจะร้าวๆแต่ก็พร้อมยิ้มรับ ในเมื่อเขาเห็นว่านนท์เองก็มีความสุข เขาเลยอยากให้ความสุขยังคงอยู่ และเผื่อแผ่ไปสำหรับคนอื่น ..

“ ตกลงว่าไง... พี่ต้นกับเพื่อนน้องกิ่ง น้องกิ่งคิดว่าใครหล่อกว่าจ๊ะ” มารดาสลัดความคิดเกี่ยวกับคู่ของลูกชายคนโต มาถามคำถามจากแม่ลูกสาวคนเล็กต่อ


“ หนูไม่รู้หรอก หนูอิ่มแล้ว” เล่นหลบหลีกเสียเต็มประดา มีเพียงนนท์และต้นเท่านั้นที่รู้เหตุผล คนที่ทำให้กิ่งหวั่นไหวเสียใจ ต้นรู้จากปากนนท์หมดแล้ว



“ เป็นอะไรไปนะลูกคนนี้ กินข้าวยังกับแมวดมแล้วดูสิคำตอบก็ยังไม่ให้แม่เลย” นางกล่าวอย่างไม่ติดใจสักเท่าไหร่ แม้จะได้คำตอบแต่ในใจก็ต้องยกให้ลูกชายของตนหน้าตาดีที่สุดอยู่แล้ว คนเป็นแม่ที่ไหนบ้างจะบอกว่าลูกชายตนหน้าตาไม่เข้าขั้น ใจของแม่ย่อมลำเอียงเข้าหาลูกเสมอ


การมาทำงานที่สำนักพิมพ์ในช่วงนี้ค่อนข้างสบาย เพราะต้นเดือนที่ผ่านมาได้ระดมความคิดสรุปต้นฉบับหนังสือไปได้ถึงสี่ห้าปักษ์ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก กับการวางตารางงานที่นนท์เขียนให้
ตอนแรกเขาก็ไม่ได้สนอะไรนักหรอกเพราะดูเป็นเรื่องไร้สาระ แต่เพราะมีอีกคนคอยนั่งบอกข้างๆ เลยทำให้เขาต้องทำทุกอย่างให้เป็นเวลา โดยเฉพาะการทานข้าวกลางวันเป็นสิ่งที่นนท์ไม่ยอมให้เขาผัดผ่อนสักนาที นนท์เป็นห่วงเขามากเพราะแต่ก่อนชายหนุ่มก็เลือกเอาสะดวกโดยดื่มกาแฟกับขนมปัง เวลาทานข้าวกลายเป็นเวลางานไปปริยาย

“ พี่จะเอาอะไรไหมเดี๋ยวนนท์จะลงไปซื้อขนมข้างล่าง” นนท์เงยหน้าขึ้นถามชายหนุ่มที่ตรวจรายละเอียดผู้ลงโฆษณาที่นุ่นเพิ่งส่งมาให้


“ ไม่หรอกแต่นี่ไปซื้อขนมอีกแล้วเหรอ เลขาฯพี่นี่ไม่ไหวเลยนะ” เขาบ่นเพียงน้อยไม่ได้จริงจังอะไรมากกับคำพูดที่ออกมา


“ โธ่พี่ลืมไปแล้วเหรอว่าตอนนี้สำนักพิมพ์ของเราเพิ่มช่วงพักสิบนาทีให้ทั้งสองช่วง ตอนสายและตอนบ่ายฉะนั้นห้ามบ่นนะ นนท์ไม่ได้อู้สักหน่อยการเดินลงไปซื้อขนมถือเป็นการยืดเส้นยืดสายอย่างหนึ่ง พี่เองก็เหมือนกันตอนนี้เป็นตอนพักสิบนาทีนะ” เรื่องพักช่วงสั้นๆสิบนาทีเหรอ


...จะมาจากใครได้อีกล่ะถ้าไม่ใช่นนท์ความคิดจากช่วงที่เรียนประถม เหมือนจะนำมาปรับใช้กับองค์กรนี้ได้อย่างลงตัว เพราะการได้ไปผ่อนคลายบ้างในช่วงที่ต้องทำงานเครียดๆจะทำให้สมองคนเราปลอดโปร่งขึ้น งานที่ติดค้างอยู่ก็จะจัดการไปได้อย่างรวดเร็ว


ถือเป็นแนวคิดที่ดีไม่น้อย จากสำนักพิมพ์บ้านวรโชติ..ควรเปลี่ยนนามเป็นสำนักพิมพ์น้องสติชสีอ่อนจะเหมาะกว่า เพราะนนท์เหมือนจะยินดีเสนอความคิดทุกอย่างที่มีประโยชน์ต่อบริษัทและต่อเขาอย่างมีความสุข


“ ตามสบายครับคุณหนู” เขาอนุญาตเมื่อได้ฟังเหตุผล เอาเถอะไว้วันหลังเขาจะออกไปยืดเส้นยืดสายบ้าง ระหว่างที่เดินมาจากห้องเจ้านายใหญ่ของสำนักพิมพ์นนท์ก็เดินสวนกับหญิงสาวคนหนึ่ง กลิ่นหอมบางๆจากร่างนั้นแตะจมูกจนทำให้นนท์ต้องเหลียวดู หญิงสาวผมยาวประบ่าเสื้อผ้าหน้าผมทุกอย่างลงตัวไปหมดมีเสน่ห์ไม่น้อย นนท์เดินออกห่างมาได้สักระยะก็ต้องเดินกลับไปเพราะลืมกระเป๋าเงินไว้ที่โต๊ะ


“ กลับมาเร็วจริงนะไปซื้ออะไรมาบ้างล่ะ” ชายหนุ่มเข้าใจว่าคนที่เปิดประตูเข้ามาคือนนท์
เลยทักขึ้น เพราะในสำนักพิมพ์นี้มี นนท์เพียงคนเดียวที่กล้าเข้ามาในห้องโดยไม่เคาะประตู คนเดียวที่เขายินยอมพร้อมใจให้ทำเช่นนั้น


“ ไม่ได้เร็วอะไรสักหน่อยนี้คะ แพท เพิ่งมาต่างหาก” ( ตาย..นังแพท...) เสียงคุ้นเคยที่แทบเลือนหายไปจากห้วงคิดปลุกเขาให้รู้ตัว หญิงสาวที่มาหาเขาคือคนที่ทิ้งเขาไปเมื่อสามปีที่แล้ว



“แพท ” ชายหนุ่มเบิกตากว้างเมื่อพบว่าใครมา เธอยังไม่เปลี่ยนไปจากเดิมนักแทบจะเรียกได้ว่าเหมือนเดิมทุกประการหญิงสาวเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่มพร้อมโปรยยิ้มหวาน เธอยังมีเสน่ห์ไม่คลาย

“ ไม่เจอกันนานเลยนะต้น แพท คิดถึงต้นจะแย่ ” หญิงสาวเดินเข้ามาใกล้แล้วมาหยุดอยู่ข้างๆเขา ชายหนุ่มชักทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่ได้เตรียมใจรับสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน ใครจะนึกล่ะว่าคนที่ทิ้งเขาไปหลายปีจะหวนกลับมาในยามที่ใจเขาหวั่นไหวและเปี่ยมสุขกับใครอีกคน


“ อย่าทำอย่างนี้เลยนะแพท ” ชายหนุ่มพยายามแกะมือที่เข้ามาโอบเอวเขาไว้ หากเป็นเมื่อก่อนเขายินดียิ่งจะให้เธอทำเช่นนี้ การจับมือหรือสัมผัสทางกายอย่างอื่นที่ไม่เลยเถิดเขาพร้อมจะยอมและสุขใจยิ่งหากเธอทำเช่นนั้น แต่ตอนนี้มันควรทำเหรอ...ใจของเขาร้างลาจากเธอ ไปตั้งแต่เขาจูบคนที่ช่วยชีวิตคนนั้นคนที่ช่วยเขาจากการคิดสั้นครั้งนั้น

“ ต้นเองก็ยังไม่มีใครไม่ใช่เหรอ จะเป็นไปได้ไหมที่เราจะมาเริ่มต้นกันใหม่” ดวงตาเว้าวอนทำให้เขาทำอะไรไม่ถูกคำปฏิเสธติดอยู่ที่ริมฝีปากแต่ทำอย่างไรมันก็ไม่หลุดออกไปเสียที เธอคงรู้เรื่องเขาพอตัวถึงได้รู้ว่าเขายังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน แต่รู้พอตัวใช่จะรู้ทั้งหมด...



“ คือ...”เขาอึกอักพูดไม่ออก

“ นะคะต้น” หญิงสาวยังคงออดอ้อน เหมือนสามปีที่ไม่เจอกันแพท จะผ่านโลกมาเยอะ เธอไม่ใช่พวกผู้หญิงจอมมารยาที่จะใช้ไม้ตายหญิงมาหลอกตาพวกผู้ชาย สิ่งที่เธอพูดย่อมออกมาจากห้วงคิดทั้งนั้น
การกลับมาครั้งนี้เพราะบิดาต้องย้ายกลับมาทำงานที่เมืองไทย ความสัมพันธ์ที่ทิ้งร้างไปเธอเลยอยากสานต่อเพราะรู้ดีว่าเขาต้องเสียใจมากแน่ๆ แต่เธอยังไม่รู้หรอกว่าเขาหมดใจจากเธอแล้ว


“ ใช่สิพี่อยากทานขนมอะไรยังไม่ตอบ...” คนที่เดินเข้ามาในห้องกล่าวถาม แต่คำพูดทั้งหมดของนนท์ก็จางหายเมื่อเห็นชายหนุ่มยืนกอดกับแม่สาวที่เดินสวนกับนนท์เมื่อครู่



“ ทำไมคนของต้นไม่มีมารยาทอย่างนี้ล่ะ” เพราะกำลังทำกิริยาที่ไม่เหมาะต่อการเปิดให้คนอื่นๆเห็นจีรนันท์จึงกล่าวดุคนเสียมารยาท



“ ขอโทษนนท์ไม่รู้ว่ามีแขก นนท์แค่มาเอากระเป๋าเงิน” นนท์ข่มใจแล้วเดินไปหยิบกระเป๋าเงินที่โต๊ะแถมยังคว้าเจ้ากระเป๋าสะพายใบโตออกไปด้วย ต้นรับรู้ได้ทันทีว่าเจ้าน้องสติชของเขางอนเข้าแล้ว มีใครคนไหนจะยินดีบ้างล่ะ ถ้าเห็นคนที่ตัวเองรักกำลังกอดกับผู้หญิงคนอื่น


“ คนของต้นไม่ไหวเลยนะ”


“ ขอโทษนะ” ชายหนุ่มแกะมือของเธอออกโดยไว...แล้วนั่งลงอย่างหัวเสีย รู้ดีอยู่แก่ใจว่านนท์นะทิฐิแรงขนาดไหน ความเชื่อมั่นในใจมีอยู่เต็มร้อยหากเชื่อว่าเขามีผู้หญิงอื่นแล้ว


...ก็จะเชื่ออย่างนั้นปักใจ จนกว่าจะได้พิสูจน์ และที่สำคัญที่เขาหนักใจ คือผู้หญิงคนที่เข้ามาข้องเกี่ยวกับเขาในตอนนี้คือแฟนเก่าที่ทำให้เขาเป็นบ้าเป็นหลังไร้สติจนคิดฆ่าตัวตายเมื่อสามปีก่อน ภาษีทางลบในความคิดของนนท์ก็ยิ่งมากขึ้นด้วย…


“ เป็นอะไรไปหรือเปล่าต้น แค่เลขาฯทำให้ต้นหน้าเครียดอย่างนี้เลยเหรอ” จีรนันท์ถามอย่างเป็นห่วงตั้งแต่ผ่านมาเธอไม่เคยทำให้เขาเป็นอย่างนี้ได้เลยสักครั้งเดียว แค่เลขาฯเดินหนีออกไปเท่านี้แต่กลับทำให้เขาหวั่นไหวได้มาก แววตาที่วูบหวั่นทำให้จีรนันท์จับบางอย่างได้ในแววนั้น


“ ผมคงเริ่มต้นกับแพท ไม่ได้หรอกนะต้องขอโทษด้วย เขาไม่ใช่เป็นแค่เลขาฯ แต่เป็นทุกอย่างในชีวิต” ชายหนุ่มชักหวั่นมากขึ้น สายตาที่ไม่แสดงอะไรของนนท์ลอกแบบมาจากสายตาของเขาในอดีตชัดๆ สายตาที่ไม่สามารถคาดเดาอะไรได้เลย ใบหน้าเรียบเฉยสิ่งที่นนท์เกลียดที่สุด แต่กลับแสดงออกมาได้แนบเนียนเยี่ยงต้นฉบับ เหมือนเขาได้มองเห็นเงาสะท้อน เหมือนเขาได้ไปอยู่ในมุมของนนท์ เขาชักเกลียดใบหน้าเรียบเฉยนั้นบ้างแล้ว


“ ขอโทษด้วยนะที่แพท เข้ามาทำให้ต้นเดือดร้อนอีกแล้ว เดี๋ยวแพท ไปอธิบายให้เขาเข้าใจก็ได้ไม่ต้องห่วงหรอก” เมื่อได้รับรู้ว่าต้นไม่ได้หลงเหลือใจให้แล้ว จีรนันท์ก็พร้อมยืดอกรับเธอไม่ใช่พวกหัวรั้น
ที่ต้องร้ายเช่นนางอิจฉาอยากได้อะไรต้องได้ หากจะเลือกเธอย่อมเลือกเป็นนางเอกอยู่แล้ว ( แมนย่ะหล่อน..จริงๆเอาแพทมาเป็นน้ำจิ้ม...เพราะแพทจะทำให้ตัวละครสองตัวมีพัฒนาการอีกระดับ..)


“ ไม่เป็นไรหรอกผมพูดกับเขาเอง” ชายหนุ่มตัดปัญหาด้วยการจะแก้ทุกอย่างเอง หากเป็นเขาไปเห็นนนท์กำลังกอดกับคนอื่นคงคลั่งไปแล้ว ความรักที่ก่อตัวกลางใจยากนักที่จะอธิบาย เวลาที่ผ่านมาหลายปีเขามีนนท์อยู่ข้างๆตลอด แม้จะยังพูดไม่ได้เต็มปากว่ารัก แต่ในใจนี้สิกลับซ่อนคำๆนี้ไว้รอวันที่อุปสรรคผ่านเข้ามาทดสอบมันจะเฉลยตัวของมันเอง

เหมือนมรสุมทดสอบใจกำลังทวีความรุนแรง เพราะแม้แต่คู่ของต่อก็ไม่รอดพ้นเช่นกัน สิ่งที่เขาหลงลืมไปแล้วหลายเดือนกำลังจะกลับมาทำให้ใจเขาหวาดหวั่นอีกครั้ง วันนี้ทั้งสองเลิกเรียนตั้งแต่ตอนเที่ยง กิ่งเลยมานั่งขลุกอยู่ในห้องของชายหนุ่ม ส่วนเขาก็ไปนอนพักผ่อนอยู่ในห้อง ระหว่างที่หญิงสาวเปิดโทรทัศน์ดูอยู่นั้นเธอก็ได้ยินเสียงคนมาเคาะประตู เลยเดินไปดูเมื่อมองลอดตาแมวดวงเล็กๆออกไปก็คลับคล้ายคลับคลาหญิงวัยกลางคนที่ยืนกดกริ่งเรียกหน้าห้อง คุณมินฑิตา... หญิงสาวเริ่มหายใจไม่ทั่วท้องรีบวิ่งไปปลุกคนที่นอนอยู่ในห้องอย่างเร่งรีบ


“ ต่อ ตื่นๆ” เธอทั้งเขย่าทั้งเรียก แต่ชายหนุ่มก็เหมือนจะเหนื่อยเกินไป...จนเคลื่อนกายแต่ละทีก็กินเวลานานมาก หญิงสาวเลยต้องหยิบเอาแก้วน้ำข้างหัวเตียงมาราดใส่หน้าเขาอย่างเร่งร้อน

“ ทำอะไรของแกวะ” ได้ผลชะงักงัน ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่งได้เร็วปร๋อ



“ ต่อแม่แกมาว่ะ รีบไปเปิดประตูเร็ว” น้ำเสียงเธอกระหืดกระหอบไม่น้อย ขืนมารดาของเขามาเห็นเธอในห้องเรื่องคงไม่จบง่ายๆแน่ บ้านของต่อเป็นตระกูลดังที่ใครๆ ก็รู้ถึงความมีหน้ามีตาในสังคม แม้จะให้อิสระในการใช้ชีวิตกับชายหนุ่ม แต่การกระทำทุกอย่างของเขาก็ต้องคำนึงถึงวงศ์ตระกูลเป็นหลัก


“ เหรอ ...แกเข้าไปหลบในห้องน้ำก่อนนะ ฉันไปรับหน้าเอง” ชายหนุ่มสั่งการ ส่วนตัวเขาก็รีบปรี่ไปเปิดประตู หญิงสาวก็ทำตามที่เขาบอกรีบหนีเข้าห้องน้ำไปหลบอย่างมิดชิด



“ ทำไมเปิดช้าจังลูก แม่กดเรียกตั้งนานแล้วนะ หรือว่าซ่อนผู้หญิงเอาไว้กำลังซ่อนตัวอยู่ใช่ไหม” คำทักทายของมารดาทำให้อีกสองคนหายใจไม่ทั่วท้องตามๆกัน โดยเฉพาะกิ่งที่กำลังลุ้นกลัวว่านางจับได้


“ เปล่าหรอกแม่ผมล้างหน้าอยู่” ชายหนุ่มบอกเสียงใส รีบเดินนำมารดามานั่งที่โซฟา อย่างน้อยก็ช่วยกักกันที่เดินไปมาของนางได้บ้าง เพราะหากเดินดูทั่วห้องอาจเห็นจุดผิดสังเกตเอาก็เป็นได้ ทางที่ดีควรกันไว้ก่อนดีกว่า

“ แม่มาหาผมมีอะไรสำคัญหรือเปล่า” ชายหนุ่มเอ่ยถาม


“ แม่มานะเหรอก็มีเรื่องสำคัญจะมาบอกลูกนะสิ ตอนนี้ลูกยังไม่มีแฟนใช่ไหม จำเรื่องที่แม่บอกเมื่อปีที่แล้วได้ไหมตอนนี้แม่กำลังมาทวงสัญญาไงล่ะ” และแล้วนางก็เฉลยถึงเหตุผลการมาเยี่ยมลูกชายในครั้งนี้ ต่อลืมไปจริงๆ ถึงสิ่งที่มารดาเคยบอก..


“ โธ่ ! แม่ผมไม่อยากแต่งกับคนที่ไม่ได้รัก ทำไมต้องบังคับกันด้วยเดี๋ยวนี้มันยุคไหนพ.ศ.ไหนแล้ว อย่าเอาความคิดของผู้ใหญ่มาตัดสินชะตาของคนอื่นสิแม่” เขาเองก็ระลึกได้แล้วว่าเรื่องที่มารดาพูดถึงคือเรื่องอะไร การแต่งงานงั้นเหรอเขาไม่ยินยอมหรอก การที่คนจะแต่งงานกันและจะไปรักกันภายหลัง เขาคิดว่ามันมีแต่ในนิยายเท่านั้น เขารับไม่ได้จริงๆกับการตัดสินของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย แล้วสุดท้ายก็ให้เด็กๆเป็นคนรับชะตากรรมยุคนี้ทุกคนควรมีสิทธิ์ในการตัดสินไม่ใช่เหรอ



“ แม่ก็แค่อยากให้เราไปดูก่อน ทำไมต้องเอ่ยดักอย่างนั้นด้วยล่ะ อีกอย่างลูกกับเขาก็หมั้นกันไว้ตั้งแต่เด็ก โตขึ้นมาก็ควรไปทำความรู้จักกันบ้างสิ” นางเกลี่ยกล่อม


“ แล้วถ้าผมไม่ชอบยัยนั่นล่ะ”


“ อย่าเรียกน้องเขาว่ายัยนั่นสิไม่สุภาพเลยนะต่อ ถ้าไม่ชอบก็ไม่ชอบ แต่แม่มั่นใจว่าหากลูกเห็นน้องต้องหลงรักเข้าแน่ แม่ยังแอบขับรถไปดูที่มหาวิทยาลัยอยู่เลย” นางชักแม่น้ำต่อ เพราะถึงอย่างไรนัดดูตัวที่กำลังจะเกิดต้องมีพ่อลูกชายไปตามนัด ไม่เช่นนั้นก็จะถูกถอนหงอกเอาได้



“ เอาอย่างนั้นนะแม่ ถ้าผมไม่ชอบเขาห้ามแม่บังคับเด็ดขาด” ชายหนุ่มมั่นใจว่าถึงอย่างไรเขาก็ไม่หวั่นไหวอยู่แล้ว ต่อให้ฝ่ายตรงข้ามจะสวยเลิศเลอแค่ไหน ใจเขาจะไม่เปลี่ยนแปรจากเธอ เขาไม่ยอมให้สิ่งใดมาทำให้เขาต้องเลิกรักกิ่ง



“ ถ้าอย่างนั้นแม่กลับก่อนล่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่จะโทรฯมาบอกเวลานัดแล้วห้ามสายเด็ดขาด เดี๋ยวผู้ใหญ่จะรอนานมันไม่ดีรู้ไหม” คุณตาปรายตาเพียงน้อยเดินคว้ากระเป๋าใบโตออกจากห้องลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไป


“ เอาเถอะ.... ห้ามไปสาย แต่ไม่ได้ห้ามแต่งตัวแย่ไปนี่ ! อยากรู้นะถ้ายัยนั่นเห็นว่าเราแต่งตัวไม่ดีไปร่วมโต๊ะจะทำท่ายังไง” แค่คิดก็ชักสนุกแล้วถือว่าไปเปิดหูเปิดตาสักครั้ง ให้คุณตาได้ตัดใจไปในการนัดครั้งนี้ที่ใกล้จะเกิด เขาต้องทำให้พวกผู้ใหญ่ล้มเลิกความตั้งใจจะคลุมถุงชนให้จงได้



“ ...” เขาหันกลับมาอย่างโล่งอกแต่ก็เห็นหญิงสาวผมยาวยืนจ้องมองเขานิ่งอยู่ แววตาของหล่อนนะเหรอไมได้วูบไหววาบหวั่นสักเท่าไหร่ มีเพียงแววสั่นน้อยๆแฝงไว้เท่านั้นเอง



“ ฉันกลับบ้านก่อนนะ” เธอขอตัว สิ่งที่ได้ยินเมื่อกี้แม้รู้ว่ามันไม่มีความสำคัญต่อใจของเขาสักเท่าไหร่ แต่กับคุณตาย่อมคิดว่าเหมาะควรแล้วที่จะเลือกสะใภ้ให้ลูกชายตัวเอง



“ อย่าบอกนะว่างอนอีก” เขาถามตรงๆ ไม่อยากอ้อมค้อมให้มาก เพราะรู้ดีว่าการไม่พูดความจริงออกมาทำร้ายใจเราได้มากมายขนาดไหน หรือกว่าจะรู้อาจจะเสียเวลาที่มีความหมายมีค่าน่าจดจำไปหมดแล้ว เขาไม่อยากให้เธอเดินออกไปโดยยังมีเรื่องกระทบใจอยู่



“ แกเห็นฉันเป็นผู้หญิงอย่างนั้นเหรอเอะอะอะไรก็งอน ก็น้อยใจ ฉันไม่ใช่พวกนั้นสักหน่อยนะ” แค่ฟังเท่านี้ก็รู้แล้วว่างอน บอกเองว่าไม่ใช่ผู้หญิงอย่างนั้นแต่ฟังจากน้ำเสียงสิจอมประชดประชันชั้นหนึ่ง


“ แล้วดูสิยังมาบอกว่าไม่ได้งอนอีก” เขายิ้มให้บางๆ


“ บอกแล้วไงว่าไม่ได้งอน แกหลีกเถอะฉันจะกลับบ้านแล้ว” หญิงสาวบอกปัดเป็นครั้งที่สอง แถมยังยกมือข้างหนึ่งมาดันร่างเขาให้หลีกทางไปด้วย งอนไม่งอนก็เห็นอยู่


“ นี่ ” เขายกมือขึ้นห้ามแรงของเธอ แล้วเปลี่ยนเป็นมากุมข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้แน่น กิ่งหนอกิ่งจากคนเข้มแข็งมีความสามารถรอบด้าน แต่เมื่อประสบพบกับความรักกลับกลายเป็นหญิงสาวเจ้าน้ำตา ขี้ใจน้อยแถมยังอ่อนแอจนน่าอ่อนใจ

“ จะหนีไปไหนล่ะ” เขาดึงมือของเธอให้มารวบเอวเขาไว้ ร่างบางนั้นจำต้องชิดร่างของเขาอย่างช่วยไม่ได้ ชายหนุ่มวางหน้าของเขาลงบนเรือนผมของคนขี้งอนไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากเขาสักคำในนาทีนี้เพียงสัมผัสที่เนิ่นนานและน่าหลงใหล ตรึงตราตรึงใจเธอไว้ให้เคียงข้างเขาตราบนานเท่านาน เขาอยากจะพิสูจน์ให้เห็นด้วยการกระทำมากกว่าคำพูด หากเขาจะรักใครอีกคงทำไม่ได้หรอก ความรักที่ดำเนินมาจากความผูกพัน มั่นคงเกินสิ่งใดจะทำลายลง..


“ อย่างอนให้มากนักสิ คนง้อเขาอ่อนใจไม่รู้หรือยังไง” มือที่กุมข้อมือเธอไว้เปลี่ยนมาโอบเธอตอบ โยกร่างนั้นไม่มาราวกับกำลังกล่อมเด็กยังไงยังงั้น

“ ฉันไม่ได้งอนสักหน่อย”

“ ปากแข็ง ! เห็นหน้าแกก็รู้แล้วว่างอนยังจะมาทำปากดีอีก ไอ้ลิง...” เขาจับโกหกแม่เด็กเลี้ยงแกะ เธอไม่มีทางปิดบังความรู้สึกเขาได้หรอก ต่อให้พยายามซ่อนเร้นไว้แต่ก็ไม่มีทางรอดสายตา ด้วยแววตาเชื่อมั่นที่จ้องลึกไปในตาของเธอ ทำให้กิ่งเกิดความเชื่อมั่นในความรักที่เขามี ..


ออฟไลน์ ปี้ปี้ปี้~PalmY

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2427
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +273/-1
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 23+24
«ตอบ #126 เมื่อ23-07-2009 23:20:12 »

ยัยแพท แมนจริงๆ  :z2:

ออฟไลน์ ● MaYa~Boy ●

  • ฉันมันคนขี้อิจฉา
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3990
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-2
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 23+24
«ตอบ #127 เมื่อ23-07-2009 23:34:35 »

สงสารนนท์จัง

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6283
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 23+24
«ตอบ #128 เมื่อ24-07-2009 01:14:39 »

แพทนี่เชื่อใจได้ป่ะเนี่ย
ไม่ได้เป็นตัวร้ายแน่น๊า
เห้อ ๆๆ พี่ต้องรีบ ๆ ไปอธิบายให้นนท์ฟังซะเลย
แล้วคู่ต่อกะกิ่งนี่ งานเข้าาาา

ออฟไลน์ Chatcha

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 717
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 23+24
«ตอบ #129 เมื่อ24-07-2009 11:21:30 »

กลัวแพทร้ายจังอะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 23+24
« ตอบ #129 เมื่อ: 24-07-2009 11:21:30 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






micaeal

  • บุคคลทั่วไป
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 23+24
«ตอบ #130 เมื่อ24-07-2009 15:48:28 »

 :กอด1:


น่าร๊ากกกก  รออยู่เน้อ  พี่ต้นต้องรีบตามน้องติชไปไว ๆ เน้อ

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 23+24
«ตอบ #131 เมื่อ24-07-2009 22:39:54 »

 :serius2: ง้อโดยด่วน  :serius2:

LoveNineTeen

  • บุคคลทั่วไป
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 23+24
«ตอบ #132 เมื่อ24-07-2009 22:58:01 »

ตอน 25

หลังจากเห็นภาพบาดตาบาดใจเป็นครั้งที่สอง ครั้งนี้นนท์มั่นใจอย่างมากว่าไม่ได้เข้าใจผิดไปเช่นครั้งก่อน นนท์เห็นเต็มสองตาว่าหญิงสาวที่เดินสวนกับเขา.กอดพี่ต้นกลมดิก ใช่สินนท์ระลึกได้แล้วเขาเรียกหญิงสาวคนนั้นว่า แพท เธอคือคนเดียวกับที่ทำให้เขาคิดสั้น เป็นคนที่ยังฝังใจมาตลอดและคงจะเป็นคนเดียวกับที่กิ่งเคยบอก


‘ พี่ต้นเขาเคยบอกว่ามีคนที่รักอยู่แล้ว แต่ถามยังไงเขาก็ไม่ยอมบอกแต่บางทีอาจจะเป็นแค่เรื่องโกหกที่พี่ต้นสร้างขึ้นมาก็ได้มั้ง’ ถ้อยความครั้งเมื่อที่นนท์เข้ามาอยู่ในบ้านวรโชติได้ไม่เท่าไหร่ดังก้องในสมอง คิดแล้วมันเจ็บเสียยิ่งกว่าเจ็บ นนท์เดินเข้ามาในบ้านด้วยความเจ็บปวดและเพราะใจลอยเลยทำให้ลืมสังเกตว่ามีใครบางคนกลับมาเยี่ยมเขาในขณะนี้..

หลังจากนนท์กลับมาได้ไม่เท่าไหร่ต้นก็ตามกลับมา

“ แม่ นนท์คิดถึงแม่จังเลย” ชายหนุ่มโผเข้ากอดมารดาที่นานๆจะกลับมาเยี่ยมสักครั้งหนึ่ง อ้อมกอดของความรักคงไม่มีกอดไหนจะอบอุ่นใจเท่ากอดของคุณนันอีกแล้ว...


“ เป็นอะไรหรือเปล่านนท์ ร้องไห้เหรอลูกใครทำอะไรให้ลูกเสียใจบอกแม่มา” นางใจเสียเมื่อเห็นคนที่เพิ่งกลับเข้ามาบ้านมีน้ำตาไหลเป็นทาง ในใจของคนเป็นแม่ เหมือนมีใครเอาเข็มสักร้อยสักพันมาทิ่มแทงให้ต้องเจ็บปวด

“ คือ...” นนท์อึกอัก

“ มีอะไรก็บอกแม่มาสิลูก ไม่ต้องปิดบังหรอกนะหรือว่าพี่ต้นรังแกลูก น้าแก้วเขาบอกว่าเรากับพี่ต้นก็ดีกันมากขึ้นกว่าแต่ก่อนแล้วไม่ใช่เหรอ เขาทำอะไรให้ลูกเสียใจบอกแม่มา” นางเดาเข้าลู่ทางที่ถูกต้อง จะมีเรื่องอะไรสำคัญมากจนทำให้ร้องไห้ได้เท่าเรื่องของต้นไม่มี ครั้งก่อนที่ซึมไปเพราะเข้าใจผิดเรื่องนุ่น

คุณนันก็รู้เรื่องทุกอย่างจากปากของคุณแก้ว แม้ตอนนั้นประมุขบ้านวรโชติจะยังไม่รู้ว่าสาเหตุแท้จริงคืออะไร แต่ก็เดาได้ว่าต้องเกิดจากพ่อลูกชายตัวดีของนางแน่นอน

“ แม่จะกลับอเมริกาเมื่อไหร่”


“ ยังไม่ตอบคำถามแม่เลยนะ” นางท้วง

“ แม่จะกลับเมื่อไหร่” นนท์ถามซ้ำ

“ อีกสามวัน” นางยอมตอบคำถามของลูกชายก่อน เพราะเห็นท่าทีของเขาแล้วก็ไม่อยากจะยืดเยื้อให้มากตอนนี้นางอยากฟังความจริงมากที่สุด ไม่อยากเห็นนนท์ต้องทรมานอย่างนี้เลย ความรักหนอความรักสร้างพิษขมระทมใจอีกคราแล้ว

“ นนท์จะกลับด้วย” ชายหนุ่มบอกเสียงหนักแน่น...

“ ไม่ได้นะนนท์ ตอนนี้ลูกยังเรียนไม่จบเลยนะ อีกอย่างน้าแก้วก็บอกว่าลูกกำลังฝึกงานอยู่ไม่ใช่เหรออีกสองเดือนก็จะจบแล้ว ถ้าจบก็จะได้ทำงานที่บริษัทน้าแก้วต่อเลยไงลูก” นางยอมไม่ได้หรอกที่จะให้ลูกชายทิ้งการเรียนปีสุดท้ายไปอย่างนี้ และยอมไม่ได้ที่ลูกชายจะทิ้งทุกคนไป

“ นนท์จะไป เรื่องฝึกงานก็ช่างมันนนท์จะไปขอทำเรื่องยกเลิก แล้วจะขออาจารย์ให้อนุมัติการฝึกงานในเทอมหน้าแทน นนท์จะไปฝึกงานที่บริษัทแม่” คนร่างบางบอกถึงแผนการที่คิดไว้ เขากำลังเศร้าเลยอยากหนีปัญหาทุกอย่างไป

“ ไม่ได้นะทำอย่างนี้ไม่ได้ แม่ไม่เคยสอนให้ลูกไม่รับผิดชอบอย่างนี้ หน้าที่ก็ควรทำให้ดีสิอย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาทำให้อนาคตเราต้องสั่นคลอน” นางเตือนสติ แต่เหมือนจะไม่ได้ผลกับนนท์ในยามนี้ ..เขามีปณิธานแน่วแน่เกินกว่านางจะห้ามได้

“ แต่แม่ยังโกหกนนท์เรื่องบริษัทได้เลย ตั้งสามปีที่แม่ปิดบังมาแม่จะโกหกนนท์ไปถึงไหน กับแค่นนท์ขอไปฝึกงานที่อเมริกาทำไมจะไม่ได้ล่ะ” นนท์ตัดสินยกไม้ตายขึ้นมาแย้ง.. เอาความลับที่เขาแอบรู้มาเป็นเงื่อนไข คุณนันได้แต่นั่งนิ่งพูดอะไรไม่ออกสักคำ


ทั้งสองคนที่สนทนาอยู่ ยังไม่รู้หรอกว่ายังมีใครอีกสองคนฟังอยู่ด้วยหนึ่งคือคุณแก้ว.. และอีกหนึ่งคือคนที่กลับบ้านหลังนนท์ไม่นาน ต้นยืนฟังอย่างปวดใจในเวลานี้เขากำลังจะเสียนนท์ไปงั้นเหรอ เขาเพิ่งตระหนักว่าชีวิตที่ขาดอีกคนคงเป็นชีวิตที่จืดชืดไร้สีสันเช่นเก่าก่อน โดยเฉพาะคุณแก้วกับกิ่งคงไม่ยอมพูดจากับเขาดีๆแน่

เพราะเขาคือต้นเหตุให้คนตัวบางจากทุกคนไป

ชีวิตที่ขาดเธอ...

“ ไม่ได้นะนนท์น้าไม่ยอม ลูกจะทิ้งไปอย่างนี้ไม่ได้” คุณแก้วที่แอบฟังอยู่นานตัดสินใจออกจากที่ซ่อน นางไม่อยากให้หลานชายนอกไส้ว่าที่สะใภ้ของบ้านจากไปจริงๆ

“ แต่นนท์ต้องไป” นนท์ยืนยัน

“ นี่ลูกจะทิ้งทุกคนไปให้ได้ใช่ไหม อย่าไปเลยนะนนท์อยู่กับน้ากับน้องกิ่งนะ” นางขอร้องเมื่อเห็นท่าทีมาดมั่นไม่เปลี่ยนใจของชายหนุ่มก็เริ่มหายใจไม่คล่อง ทุกอย่างติดขัดไปหมดเหมือนกำลังโดนพรากดวงใจไปยังไงยังงั้น นนท์กลายเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน...และจะเป็นตลอดไป

“ นนท์ขอโทษนะแต่นนท์..” ไม่ทันที่เขาจะพูดจบ คนที่นั่งเกาะแขนเขาอยู่ก็เเป็นลมล้มไป
ตอนเห็นมารดาเป็นลมไปเขาเองก็ใจหายไม่น้อย แต่เพราะไม่อยากให้นนท์รู้ว่าเขาแอบฟังเรื่องทั้งหมดอยู่เลยจำต้องยืนนิ่งเฝ้ามองมารดาอยู่ห่างๆ สองคนแม่ลูกนั่งเฝ้าอาการคุณแก้วมาสักระยะหนึ่ง

มารดาก็บอกให้นนท์ออกไปได้เพราะนางจะเฝ้าเอง ชายหนุ่มยอมทำตามอย่างว่าง่ายเดินออกมาจากห้องคุณแก้วด้วยใจที่ยังไม่หายกังวล ระหว่างที่เดินออกมานั้นก็สวนเข้ากับชายคนหนึ่งที่ นนท์ต้องเจ็บ ..คนที่ทำให้นนท์เข้าใจผิด


ในตอนนี้นนท์ไม่มีอารมณ์อยากจะมองหน้าอีกฝ่ายหรอก ไม่อยากจะสัมผัสหรือแม้แต่คิดถึง แต่ระหว่างที่สวนกันกลิ่นหอมของเรือนกายนั้นก็ลอยมาแตะเช่นทุกครั้ง น้ำหอมที่นนท์อุตส่าห์ไปเลือกซื้อขวดใหม่มาให้เขาใช้มันทุกวันกลายเป็นของรัก ของติดกายเพราะมันเป็นของชิ้นแรกล่ะมั้งที่นนท์ให้เขา


“ เดี๋ยวสิ” เขาออกปากรั้งคนที่ทำท่าทีเมินเฉย

“ นนท์ง่วงขอตัวก่อน” นนท์เอ่ยปากปฏิเสธ...ไม่รอฟังคำตอบจากปากของอีกคน..พูดจบก็รีบสาวเท้าออกไปอย่างเร็ว แต่ชั่วขณะลมหายใจร่างของเขาก็ถูกตวัดมาอยู่ในอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นอย่างเร็ว..

“ จะไม่ฟังพี่พูดจริงๆเหรอ..” ต้นบอกเสียงเศร้า... มันไม่ต่างอะไรจากครั้งก่อน ไม่ต่างอะไรจากครั้งนั้นที่เขาเจ็บเจียนตาย..หากจะมีต่าง..ก็ตรงที่ครั้งนี้มันหนักแน่น..และยิ่งใหญ่กว่าครั้งก่อนหลายเท่านัก..


... นนท์ไม่อยากฟังคำแก้ตัวใด.ๆ..สลัดตัวออกจากร่างสูงอย่างแรง แล้วรีบวิ่งกลับเข้าห้องตัวเองไปไม่รอช้า... ต้นได้แต่มองตามอย่างใจหาย

.. เจ้าน้องสติชของเขาทิฐิร้อนขนาดไหนมีหรือจะไม่รู้.. เฮ้อ..แต่ทั้งหมดก็เป็นเพราะเขาเองไม่ใช่เหรอ... เป็นเพราะเขาไม่เคยยืนยันคำใดให้หนักแน่น ไม่เคยแสดงความรู้สึกลึกๆในใจออกไปให้อีก คนได้มั่นใจเลยสักครั้ง


ต้นเดินกลับไปทางเดิมเพื่อดูอาการมารดาของตนอย่างห่วงใย..


เมื่อเห็นต้นเข้ามาคุณนันเลยเดินออกไป เปิดโอกาสให้สองคนแม่ลูกอยู่กันตามลำพัง คุณแก้วที่รู้สึกตัวได้สักระยะหนึ่งแล้วพลิกไปอีกด้านไม่อยากมองหน้าพ่อลูกชายตัวดี ต้นเหตุของความคิดหนีไปอเมริกาของว่าที่สะใภ้

“ แม่” เขาเรียกนางอย่างอ่อนใจ เห็นท่าทีของนนท์ก็ร้อนรนจะแย่อยู่แล้วนี่มารดาจะมาบึ้งตึงไม่ยอมพูดจากับเขาอีกงั้นเหรอ ศึกประชิดทั้งหน้าทั้งหลังอย่างนี้ยากนักจะรับได้


“ ถ้ายังทำให้นนท์เปลี่ยนความคิดหนีไปอเมริกาไม่ได้ก็ไม่ต้องมาพูดกับแม่” นางประกาศก้อง นางยอมไม่ได้หรอกที่ว่าที่สะใภ้จะทิ้งทุกคนไป เกือบสามปีแล้วสินะที่นนท์คือรอยยิ้มของบ้าน คือความสดใสและคือความรักของทุกคน นางไม่ยอมเด็ดขาดเรื่องนี้ต้นต้องรับผิดชอบ


“ แม่...ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อยนะเขาเข้าใจผิดไปเอง” เขาพยายามจะอธิบายให้นางเข้าใจ อย่างน้อยถ้ามีนางกลับมาเป็นพวกคอยสนับสนุนเช่นเมื่อก่อน แผนการคืนดีกับคนขี้งอนคงดำเนินไปได้อย่างไม่ยากเย็น

“ ไม่รู้ ! จัดการเอาเองแล้วกัน แม่บอกแล้วถ้ายังทำให้นนท์เปลี่ยนใจไม่ได้ก็ไม่ต้องมาพูดกับแม่เข้าใจ?” ท้ายประโยคก็ส่งเสียงสูงแสดงความขัดเคือง

“ ก็ได้ๆ” ชายหนุ่มยอมรับปาก

-***


เรื่องราวต่างๆเหมือนจะยังไม่พร้อมให้ต้นได้ปรับความเข้าใจกับกับคนร่างบางเจ้าเสน่ห์..เมื่ออุปสรรคที่เข้ามาทดสอบครั้งนี้ใช่จะมีเพียงจีรนันท์เท่านั้น


สิ่งสำคัญที่กำลังจะกระทบกระเทือนใจต้นได้ดำเนินขึ้นในวันถัดมา นอกจากคุณนันที่กลับมาเยี่ยมลูกชายสุดที่รักแล้ว ยังมีใครอีกคนกลับมาเยี่ยมนนท์เช่นกัน


“ พี่วิน” ...ร่างบางยิ้มกว้างเมื่อพบว่าใครคือคนมาเยี่ยมเยียน ชายหนุ่มตรงหน้าอายุราวสักยี่สิบห้าหรือยี่สิบหก เขาสูงขาวคิ้วเข้มทรงเสน่ห์แถมเวลายิ้มยังดูน่าหลงใหล ใครๆต่างเรียกเขาในนามคนยิ้มสวย


“ เป็นไงบ้างไม่เจอกันซะนานเลย” ชายหนุ่มยิ้มตอบทักทายกับนนท์..อย่างเป็นกันเอง น้องสติชสีอ่อน..เขาเองก็รู้จักฉายานี้ของนนท์


แต่ตอนนี้ภาพเด็กไร้สาระคนนั้นเลือนหายไปหมดแล้ว นนท์กลายเป็นคนเจ้าเสน่ห์ที่หลายคนต้องหลงใหลและเพ้อพก.. ชายหนุ่มยังแปลกใจที่เห็นนนท์ในรูปลักษณ์ใหม่เช่นนี้


“ ก็สบายดีนนท์ไม่ได้ข่าวพี่วินนานแล้วนะ” คนร่างเพรียวบอกอย่างใคร่รู้ แต่ก่อนนนท์มักเจอเขาบ่อยๆโดยเฉพาะตอนที่ย้ายบ้านเมื่อสิบกว่าปีก่อน เพื่อนบ้านคนใหม่ของนนท์คือครอบครัวของเขานี้เอง



“ ตอนนี้พี่ได้ทุนไปเรียนต่อที่อังกฤษน่ะ เราไม่เจอพี่ก็ไม่แปลกหรอก” รอยยิ้มของเขายังหวานจับใจไม่คลาย ไม่ว่ากี่ปี่ๆเขาก็ยังยิ้มสวยบวกกับดวงตารียาวนั้นยิ่งทำให้เสน่ห์ของเขาเพิ่มมากหลายเท่าตัว เคยมีใครบางคนบอกไว้ว่าเวลาเขายิ้มเหมือนโลกพร้อมจะยิ้มตาม แม้จะมีปัญหาร้อยพันก็จะหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อเขาแย้มยิ้มออกมา นนท์ เองก็เห็นตามคำพูดนั้น

“ เหรอ ! สงสัยจะเรียนหนักแย่เลยนะ”


“ ได้ข่าวว่าเราใกล้จะเรียนจบแล้วนี่ ปีนี้ก็เป็นปีสุดท้ายแล้วไม่ใช่เหรอ” ชายหนุ่มเองก็ได้ยินคุณนันพูดถึงพ่อลูกชายมาบ้างเลยคุยกันได้ง่ายมากขึ้น

“ ก็ใกล้แล้วล่ะแต่สงสัยคงต้องเลื่อนไปจบเทอมหน้ามั้ง นนท์จะไปฝึกงานที่บริษัทของแม่ในอเมริกา” นนท์บอกเขาเสียงใส ไม่มีแววขุ่นเคืองแต่อย่างใด

“ อย่างนั้นเหรอแต่ได้ข่าวว่าเราฝึกงานอยู่ที่นี่แล้วไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมต้องไปไกลถึงอเมริกาด้วยล่ะ” ชายหนุ่มแปลกใจเพราะจากการคุยกับมารดาของคนหน้าสวย ก็ทำให้ทราบถึงความเคลื่อนไหวของนนท์มาบ้าง

“ นนท์คิดถึงแม่ก็เลยไม่อยากอยู่ห่าง อีกอย่างตอนนี้แม่ก็ไม่ใช่สาวๆแล้วนะ นนท์ก็ควรดูแลท่านให้มาก” ชายหนุ่มใช้เหตุผลพื้นฐานทั่วไปยกมาอ้าง แต่คนอย่างวินฉลาดเกินไปที่จะเชื่อแววตาวูบไหว ในเพียงเสี้ยววินาทีทำให้เขาได้รู้ว่านนท์กำลังโกหก


“ เอาเถอะวันนี้ยังไงไปทานข้าวกับพี่สักมื้อนะชวนน้านันไว้แล้ว” ชายหนุ่มชวนนนท์ จริงๆน่าจะเรียกว่าชวนแกมบังคับมากกว่าล่ะ เพราะชวนมารดาของนนท์ไปแล้ว การที่นนท์จะไม่ไปก็กระไรอยู่ อีกอย่างสมัยก่อนวินก็เป็นเพื่อนเป็นพี่ของเขาจะปฏิเสธก็กระดากใจ


“ ก็ได้” ทั้งสองยังคงคุยกันไปเรื่อย ข้างในบ้านเองสองแม่ลูกจอมวางแผนก็กำลังนั่งพูดคุยถึงเรื่องราวสับสนที่กำลังเกิดอยู่ในตอนนี้

“ ดูสิมีพี่วินอดีตคนที่นนท์เคยชอบมาร่วมอีกคน เรื่องชักจะวุ่นวายมากเกินไปแล้วนะคะแม่ อีกอย่างหนูรู้แล้วว่าทำไมนนท์ถึงได้อยากหนีไปเมืองนอก” กิ่งพูดออกมาอย่างว้าวุ่นใจ ว่าที่พี่สะใภ้กับพี่ชายกับผิดใจกันจะทำอย่างไรล่ะนี่...เรื่องชักไม่ง่ายแล้ว

“ ทำไมเหรอลูกเมื่อวานพี่ต้นมาบอกว่าเขาไม่ได้เกี่ยวสักหน่อย นนท์เข้าใจผิดไปเอง” คุณแก้วเองก็อยากรู้ถึงสาเหตุการขุ่นใจครั้งนี้

“ ก็หนูได้ข่าวจากคนในสำนักพิมพ์ ว่ามีผู้หญิงสวยเลิศคนหนึ่งมาหาพี่ต้นถึงห้อง แล้วนนนี่ของเรานะก็เข้าไปเห็นหลังจากนั้นก็เดินออกมาไม่พูดไม่จากับใครเลย” หญิงสาวเล่าไปตามที่ได้รับรายงานจากพนักงานคนหนึ่งในสำนักพิมพ์ สายสืบอัจฉริยะที่เธอไหว้วานให้ดูความสัมพันธ์ระหว่างนนท์และพี่ชายตัวดีของเธอ

“ ตายแล้วผู้หญิงที่ไหนกัน กล้าหยามนนท์ถึงถิ่นเลยเหรออย่างนี้ยอมไม่ได้ต้องจัดการให้รู้สำนึก” ได้ฟังข้อมูลจากลูกสาวคนเล็กก็ทำให้เลือดขึ้นหน้า หญิงสาวคนไหนนะกล้าทำอย่างนี้...


“ อย่าเพิ่งเดือดร้อนใจไปเลยแม่ เรามาหาทางแก้กันดีกว่า” หญิงสาวเตือนสติเพราะเมื่ออารมณ์ขุ่นมัวไปก็จะทำให้ใจขุ่นตาม การคิดแผนต่อก็จะสะดุดและอาจทำให้ต้องสูญเสียว่าที่สะใภ้ไปก็เป็นได้


“ ใช่สิไม่ได้ต้องไม่เครียด ไม่อย่างนั้นจะจัดการแผนต่อไปไม่ได้” นางคล้อยตามคำของกิ่งยอมสงบลงโดยดี


“ เรื่องสำคัญตอนนี้คือพี่วินที่กำลังคุยกับนนท์นี่สิ แม่ก็เห็นแล้วว่าพี่เขาหล่อแค่ไหนพี่ต้นของเขาแทบสู้ไม่ได้เลยนะ เวลายิ้มนี่นะหนูแทบอยากจะโผเข้าหาเชียว คนอะไรทั้งหล่อทั้งยิ้มสวย เกิดมาเพิ่งเคยเห็นนี่แหละถ้าไม่ติดว่าหนูมี..” ตายแล้วหนูมี..นั้นเหรอหากฉุกคิดไม่ทันคงหลุดบอกไปแล้วว่ามีต่ออยู่ มารดาหันมองด้วยสายตาสงสัย

“ มีอะไรน้องกิ่ง..” นางชักประเด็นขึ้นมาถาม


“ เปล่าหรอกเรากำลังคุยกันเรื่องนนท์ไม่ใช่เหรอแม่” เธอเตือนสติอีกรอบ เตือนเพื่อให้เธอหลุดรอดจากข้อสงสัยของมารดาด้วย

“ ช่างเถอะให้พ้นเรื่องนนท์ก่อนแล้วค่อยว่ากัน” นางยอมลบประเด็นออกในที่สุด ปัญหาในตอนนี้ควรแก้ให้จบไปเป็นเรื่องๆน่าจะดีกว่า

“ แม่ๆพี่ต้นกำลังเดินมาแล้ว” กิ่งกระซิบบอกเสียงแผ่วเมื่อเห็นต้นที่เดินมาแต่ไกลๆ ในตอนนี้คุณแก้วเลยคิดแผนได้มาอย่างทันควัน นางหันไปส่งสายตาไปแก่ลูกสาวให้เล่นตามบทที่นางจะส่งต่อจากนี้ กิ่งรับรู้ได้โดยสัญชาตญาณ เลยกะพริบตาตอบเป็นสัญญาณการรับรู้

“ เป็นไงล่ะก็แม่บอกแล้วว่าให้รีบง้อเขา ตอนนี้แฟนเก่าเขากลับมาเห็นทีนนท์จะเสร็จพ่อรูปหล่อคนนั้นไปแน่ ขนาดแม่อายุปานนี้ยังหลงเสน่ห์พ่อคนนั้นเลย” กิ่งถึงกับอึ้งไม่นึกว่านางจะมาไม้นี้ แต่เพื่อความสมจริงสมจังหญิงสาวเลยต่อสานต่อบทสนทนาไป

“ ก็นั่นสิคะแม่ นนท์นะอุตส่าห์ทุ่มเทมาให้พี่ต้นตั้งสามปี แม้ตอนนี้จะดูว่าทั้งสองสนิทกันมากขึ้นแต่ยังไงก็ไม่เหมือนคนรักกันสักหน่อย นนท์อาจจะเหนื่อยแล้วก็ได้ล่ะมั้งที่ต้องละลายน้ำแข็งทั้งภูเขา” อุปมาไปเสียใหญ่โตจนออกคล้ายๆภาษาในวรรณคดีก็ไม่ปาน

“ อย่างนั้นสิ เป็นแม่ แม่ก็ทนไม่ไหวหรอกพี่เราน่ะใจแข็งยังกะหิน รู้กันทั้งบ้านมีแต่นนท์นี่แหละที่ใช้ความอดทนมาตลอด คิดแล้วก็เศร้านะถ้านนท์ไปจริงๆ” ในตอนท้ายนางใส่อารมณ์ความคิดไปเช่นนั้นจริงๆ นางไม่อยากเสียนนท์ไปเลย

“ แต่ถ้านนท์ตกลงปลงใจกับพี่คนนั้นจริงๆเราจะทำยังไงล่ะคะแม่”


“ ช่างเถอะในเมื่อทุกอย่างเกิดจากพี่ของเรา ต้องให้เขาแก้เองหากนนท์จะไปกับพ่อรูปหล่อคนนั้นคงเพราะทุกอย่างเป็นไปตามที่ชะตากำหนด” ดูสิพูดออกมาได้ชะตากำหนดยิ่งฟังเหมือนการสนทนาคล้ายๆบทลิเกยังไงยังงั้น

“ ...” กิ่งถึงกับปากเหวอเมื่อได้ยินคำพูดประโยคสุดท้ายจากมารดา


“ ไปแล้วค่ะแม่” หญิงสาวบอกขึ้น หลังจากเห็นต้นที่แอบฟังอยู่ไกลๆเดินหันหลังกลับออกไป ชายหนุ่มเดินออกไปที่สวน สายตาของเขาจ้องมองน้องสติชของเขาและชายหนุ่มแปลกหน้าอย่างไม่ชอบใจนักความรู้สึกตอนที่นนท์เห็นเขากอดกับแพท..เจ็บปวดอย่างนี้นี่เอง เขาเพิ่งเข้าใจ !!


ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 23+24
«ตอบ #133 เมื่อ24-07-2009 23:08:08 »

ลงตอนต่อไปเลยได้มั๊ย  :call: :call:

LoveNineTeen

  • บุคคลทั่วไป
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 26
«ตอบ #134 เมื่อ24-07-2009 23:40:30 »

ตอน 26 แตกหัก..แต่พี่ต้นน่ารักอ่ะ..


เย็นวันนั้นนนท์ออกไปทานอาหารกับมารดาและวินที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในแถบย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯและเป็นร้านเดียวกับที่ต้นพาแพทไป เขาจงใจพาหญิงสาวไปร้านนี้โดยเฉพาะ เพราะแอบได้ยินว่าวินชวนน้องสติชของเขาไปทานกันที่ไหน


“ นึกยังไงถึงพาแพทมาทานข้าวร้านนี้ล่ะคะ” หญิงสาวตรงหน้าเริ่มแปลกใจ เพราะเมื่อวานเขายังทำหน้าจะเป็นจะตายเมื่อเห็นเธออยู่เลย


“ นานๆจะกลับมาเมืองไทยผมเลยอยากเลี้ยงอาหารสักมื้อหนึ่ง” ชายหนุ่มให้เหตุผลซึ่งมันยังซ่อนความจริงอยู่ลึกๆ เขาอยากมาสังเกตการณ์บรรยากาศบนโต๊ะอาหาร ของโต๊ะที่อยู่ไกลออกไปไม่เท่าไหร่มากกว่า

“ เหรอ...งั้นแพทสั่งไม่เกรงใจเลยนะ” หญิงสาวยิ้มให้พร้อมทั้งหยิบรายการอาหารขึ้นมาเปิดออกเลือก บริกรเดินมารับรายการอย่างรู้งาน ร้านอาหารแห่งนี้ดูต่างจากร้านทั่วๆไปบรรยากาศร่มรื่นน่านั่ง แถมยังมีน้ำพุเต้นระบำขนาดย่อมอยู่ใจกลางร้าน การตกแต่งออกแนวสบายๆให้ความรู้สึกเย็นสดชื่น

“ เชิญเลยครับตามสบายวันนี้ผมเลี้ยง” เขาบอก

“ ค่ะ” การทานอาหารในวันนี้เขาไม่ได้ให้ความสนใจกับมันมากนักหรอก สายตาคอยจับจ้องดูความเคลื่อนไหวของน้องสติชไม่วางตา แม้แต่แพทเองก็ยังรับรู้ได้ว่าเขาไม่ได้ใจอยู่กับเนื้อกับตัวเลย เขากำลังออกอาการหวงชายหนุ่มโต๊ะที่ห่างไปอย่างไม่รู้ตัว


“ เป็นอะไรไปหรือเปล่าต้น” หญิงสาวจำใจทักขึ้น เพราะแม้จะทานอาหารกันเสร็จหลายนาทีแล้วแต่เขายังไม่ยอมจ่ายตังค์ ไม่ยอมลุกขึ้นเหตุผลเพียงข้อเดียวนั้นเพราะโต๊ะของนนท์ยังทานกันไม่เสร็จ


“ เปล่าครับผมอยากจะนั่งพักสักแป๊บ” เขาหาข้อแก้ตัว...ไม่กี่นาทีถัดมาการทานอาหารของสามคนที่ถูกจับตามองมานับชั่วโมงก็จบลง


“ ไปกันเถอะครับ” เขาบอกขึ้น ทำให้แพทมองเขาอย่างแสนงงไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อกี้เขาบอกว่ายังอยากพักแต่ไหงกลายเป็นอยากกลับขึ้นมา แต่ไหนๆเขาก็บอกมาอย่างนี้แล้วจึงไม่อยากขัดใจเขา เมื่อวานที่ทำให้เขากับนนท์โกรธกันก็เสียใจจะแย่อยู่แล้ว เลยไม่อยากให้เขาต้องมีความรู้สึกไม่ดีกับเธออีก


“ ก็ได้ค่ะ” หญิงสาวเอ่ยออก สายตาของเขายังจับจ้องใครอีกคนผู้อยู่ห่างไกลไม่คลาย วันนี้นนท์ดูน่ารักกว่าปกติมาก รอยยิ้มแจ่มใสที่ทำให้โลกงดงามกอรปกับรอยยิ้มของชายหนุ่ม คนที่ได้รับสมญาคนยิ้มหวานช่างเข้ากันจนน่าใจหาย ยิ่งเห็นนนท์อยู่ใกล้เขาคนนั้นเหมือนความร้อนรนในใจต้นก็จะเพิ่มมากขึ้น มากจนแทบเก็บอาการไม่อยู่


“ เดี๋ยวผมขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะ” ชายหนุ่มบอกเพื่อหาโอกาสปลีกตัวไปสักพัก แพทไม่ได้คิดอะไรไปยืนรอเข้าอยู่หน้าร้านอาหาร เป็นจังหวะเดียวกันกับที่นนท์ขอตัวไปห้องน้ำเช่นกัน... ชายหนุ่มคงได้ตกทอดมรดกทางพันธุกรรมมาจากมารดาแน่ นับวันเขาจะเจ้าวางแผนไม่ต่างจากคุณแก้วและน้องสาวเขาเลย เจ้าวางแผนกันทั้งบ้าน ...


“ พี่” นนท์ที่กำลังเดินตรงมาถึงกับสะดุดอึกเมื่อตอนจะเดินเข้าห้องน้ำไป ก็มีชายหนุ่มคนคุ้นเคยยืนดักรออยู่ สายตาเขานิ่งเฉยไม่แสดงอาการอะไร...ทำให้นนท์เลือกจะแสดงสายตาเช่นเดียวกันตอบกลับไป ตาต่อตาฟันต่อฟันอย่าคิดว่านนท์ตอบโต้ไม่ได้

“ เป็นไงล่ะ ทานข้าวคงอร่อยสินะ” แม้ตั้งใจมาดิบดีว่าจะพูดกับนนท์ดีๆ แต่เมื่อเอาเข้าจริงก็อดจะประชดประชันไม่ได้ ต้นนะต้นตอนนี้ควรทำอย่างไรยังไม่รู้อีก สมควรไหมล่ะที่คนตรงหน้าจะทอดทิ้งเขาไป หนีออกไปจากชีวิตเขาให้ไกล


“ อร่อยสินานๆจะได้มาทานของอร่อยอย่างนี้” นนท์ตอบกลับไม่สะทกสะท้าน

“ รักครั้งแรกคงจะฝังใจ ” และแล้วก็พลั้งปากทำร้ายจิตใจนนท์อีกแล้ว กี่ครั้งแล้วนะที่อยู่กับเขาแล้วต้องเสียใจ กี่ครั้งแล้วนะที่เขาทำให้นนท์เจ็บ

“ ก็คงอย่างนั้นใช่สิรักครั้งแรกของทุกคนย่อมฝังใจ พี่ก็ไม่ได้ต่างอะไรนี่รักครั้งแรกไม่มีวันลบล้างออกจากใจได้หรอกต่อให้เวลาผ่านไปนานสักแค่ไหน ” คำของเขาถูกอีกฝ่ายหยิบมาเป็นหอกย้อนทำร้ายเขาเอง ไม่ใช่เพราะรักครั้งก่อนของเขาเหรอที่ทำให้นนท์เสียใจอย่างนี้ คิดแล้วชักเศร้าน้ำตาที่พยายามแข็งใจไม่ให้มันไหลเริ่มจะกลั้นไม่อยู่

“ อย่าย้อนพี่นะ” เขาเองใช่จะไม่เจ็บปวดกับคำตอกกลับ มันทิ่มแทงจนใจแทบทะลักออกมาเป็นเสี่ยงๆ เจ็บปวดนักที่คนที่รักพูดจาทำร้ายจิตใจ


“ นนท์ไม่ได้ย้อนหลีกทางด้วยนนท์จะเข้าห้องน้ำ” นนท์ตั้งท่าเลิกพูด ต้องการจะจบปัญหาด้วยการเดินหนีเข้าห้องน้ำ แต่ต้นไม่ยอมที่จะให้นนท์เดินหลบง่ายๆ เขาต้องพูดจากับอีกฝ่ายให้รู้เรื่อง


“ นายกับเขาดูเหมาะกันดีนะ” เขาเลือกจะทำร้ายนนท์ต่อ แม้ใจจะบอกว่าให้พอแต่ปากก็พลั้งออกไปอย่างห้ามไม่ได้ คำว่าเหมาะงั้นเหรอมันร้ายนักสำหรับชายหนุ่ม... เขากำลังดึงวินที่ไม่รู้เรื่องอะไรมาเกี่ยวข้อง มาเป็นเครื่องมือทำให้นนท์ต้องเจ็บ


“ เหมาะงั้นเหรอ ฉันเหมาะกับพี่วินมากล่ะสิพี่ไม่รู้หรือว่าแกล้งโง่กันแน่..ว่านนท์คิดยังไง... นนท์เกลียดพี่เอาคืนไปนนท์ไม่ต้องการ” นนท์บอกอย่างเหลืออด น้ำตาในตอนนี้ไหลมาจนเขาชักใจเสีย ตั้งแต่เห็นนนท์มาไม่เคยเห็นคนร่างบางร้องไห้มากมายเท่าครั้งนี้มาก่อนเลย


มือเรียวบางของคนตัวเล็กกระชากสร้อย ที่มีจี้น้องสติชคริสตัลสีฟ้าปาใส่เขาแล้ววิ่งออกไปอย่างปวดใจ แพทที่เข้ามาตามชายหนุ่มได้เห็นการสนทนาของทั้งสอง ตั้งแต่ต้นเธอเข้าใจแล้วล่ะว่าเขารักนนท์มากแค่ไหน แม้จะไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องเป็นอย่างนี้ แต่เธอก็เป็นตัวการหนึ่งของเรื่องราว เรื่องของความรักยากนักที่คนเราจะเข้าใจ ยากนักที่จะแก้ปัญหายามเกิดเรื่องสับสน


แพทก้มลงต่ำเพื่อเอื้อมมือไปเก็บสร้อยที่น้องสติชปาใส่เขา หญิงสาวดึงมือของต้นออกมาแล้ววางมันลงในมือเขาอย่างทะนุถนอม เวลาสามปีที่ผ่านมาใจของเขาสลัดเธอหลุดออกไปแล้วจริงๆ ไม่มีที่ว่างเหลือให้เธอแม้เพียงเสี้ยวของหัวใจ แต่เธอก็เข้าใจและเห็นควรเมื่อรู้ว่าเจ้าของคนใหม่คือนนท์


แต่เพราะบางทีสวรรค์ยังไม่โหดร้ายพอ...เพราะในระหว่างที่ต้นและแพทเดินออกมาจากร้านอาหารก็เกิดได้ยินความจริงบางอย่างเข้า ความจริงที่เขาเข้าใจคาดเคลื่อนไปเอง เขาอยากจะตีตัวเองแรงๆนักที่ทำให้นนท์ต้องร้องไห้


“ แล้วเราจะกลับอังกฤษวันไหนล่ะวิน” คุณนันที่นั่งอยู่ข้างๆชายหนุ่มรูปงามเจ้าของยิ้มพราวเสน่ห์เอ่ยถามขึ้น

“ ก็น่าจะเป็นอีกสามสี่วันข้างหน้าครับ แต่พรุ่งนี้ผมกะจะไปเยี่ยมพ่อสักหน่อย” ชายหนุ่มบอกแผนการที่กำหนดไว้


“ ใช่สิน้าไม่เจอคุณมรุตนานแล้วนะ การเป็นทูตที่พิวอาคงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่น้าว่าก็ดีเหมือนกันที่ได้เจอคนเยอะแยะ แต่ก็นั่นแหละท่านคงเหนื่อยแย่ ” คำของนางบอกระยะเวลาที่รู้จักกับครอบครัวของเขาได้ดี แถมยังรู้ลึกไปว่าบิดาของเขาเป็นใครทำงานที่ไหนอีกด้วย


“ ไม่หรอกครับ”


“ ใช่สิเห็นเราบอกว่าจะแต่งงานใช่ไหม วันที่เท่าไหร่นะ” นางเอ่ยถามต่อ


“ น่าจะเป็นราวๆ ปลายปีครับผมต้องพิมพ์เรียนจบก่อน ไม่อยากจะเร่งร้อนอะไรน่ะ” คนยิ้มสวยเอ่ยชื่อเจ้าสาวที่ไม่ใช่ชื่อของนนท์ออกมา ต้นถึงกับโล่งใจยกใหญ่ที่รู้ว่าเขาเข้าใจเรื่องราวผิดไปทั้งหมด เมื่อรู้ว่าพลาดไปเขาเลยตั้งมั่นจะแก้ไข ต่อจากนี้เขาจะทำให้คนขี้งอนได้รู้ความจริงบ้างว่านนท์เองก็เข้าใจทุกอย่างผิดไปเช่นกัน รู้อย่างนี้แล้วเขาก็มีแรงจะรั้งอีกฝ่าย ต่อ

มีแรงจะยื้อความรักให้ดำรงต่อไปอย่างราบรื่นความรัก ความสุข ความหวังเขาจะนำมันกลับมาสู่บ้านวรโชติ..



นนท์ที่หนีกลับมาก่อนเก็บตัวเงียบในห้องของตัวเอง กว่ามารดาจะรู้ว่านนท์กลับแล้วก็นั่งรออยู่ในร้านอาหารกับคนยิ้มสวยนานสองนาน ต้นเข้ามาหลังจากการมาถึงของชายหนุ่ม..ไม่เท่าไหร่ ตอนนี้เขากำลังร้อนใจอย่างมากเพราะมะรืนก็ถึงวันที่นนท์จะหนีเขาไปแล้ว ตอนนี้ยังไม่มีแผนจะรั้งอีกคนไว้เลยชายหนุ่มตัดสินเดินไปปรึกษาน้องสาวคนเดียวของเขาเพราะคิดว่าเธอน่าจะรู้วิธีง้อน้องสติชดี


“ คือพี่มีเรื่องจะพูดด้วย” ชายหนุ่มลังเลกว่าจะยอมเอื้อนเอ่ยออกมาก็ยากยิ่ง แต่ไหนๆเมื่อรักมันจุกอกจะทำยังไงได้ล่ะวางฟอร์มไปก็เท่านั้น เพราะหากนนท์จากไปสิ่งที่เขาทำจะเกิดประโยชน์งั้นเหรอ ในเวลานี้เขาไม่อยากจะชักช้าแม้เพียงนาทีเดียว

“ มีอะไรก็ว่ามาสิ” แม้จะรู้ว่าพี่ชายเข้ามาด้วยเรื่องของนนท์ แต่ก็อยากได้ยินจากปากเขาเอง คนอย่างต้นต้องหัดพูดให้มากกว่านี้


“ เรื่องนนท์” เขายอมบอกในที่สุด ความกล้าทั้งหมดรวบรวมเปล่งเป็นคำพูด กิ่งได้ฟังเช่นนั้นก็ยิ้มกว้าง เธอเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้นะว่านนท์มีความสำคัญกับเขาถึงขนาดทำให้เขายอมเอ่ยปาก

“ เรื่องอะไรล่ะ” เธออยากจะแกล้งเขาสักนิด


“ อย่าทำอย่างนี้สิน้องกิ่ง รู้ทั้งรู้ว่าเรื่องอะไรแล้วยังมาทำหน้าตายไม่รู้เรื่องราวอีก” เขาบอกออกมาบ้าง โธ่จะคาดคั้นเขาไปถึงไหนนะ แค่นี้เขาก็ใจสั่นจนแทบบอกไม่ถูกแล้ว ครั้งแรกล่ะมั้งที่ใจไม่เป็นของตัวเองอย่างนี้เขาเพิ่งรู้นะว่าความรักมีอิทธิพลต่อเขามากอย่างนี้

“ ...นนท์เขาออกจะเป็นที่รักของทุกคน ถ้าเขาไปกิ่งก็ไม่แปลกหรอกที่พี่จะรู้สึกหวิวๆไปบ้าง ...ใครอยู่ใกล้ก็ต้องรักต้องเอ็นดูนนท์ทั้งนั้น แต่หากเขาจะไปเราจะห้ามก็ไม่ได้”

“ คือ...”

“ กิ่งมานั่งคิดดูแล้วตั้งหลายรอบ เราไม่มีเหตุผลจะรั้งเขาไว้จริงๆ ...นนท์เขาชอบพี่มาตั้งนานจนตอนนี้อาจจะอ่อนใจแล้วล่ะมั้งเลยคิดอยากกลับอเมริกา พี่เองก็ไม่ชอบนนท์ไม่ใช่เหรอปล่อยให้เขาไปเถอะ พี่เองก็จะได้สบายใจไม่ต้องมีคนมากวนใจอีกไงล่ะ” กิ่งแกล้งยั่ว

“ ทำไมเราพูดอย่างนี้ล่ะ...”


“ พี่มาในห้องของกิ่งวันนี้เพราะอะไรกันแน่ เพราะพี่รู้สึกว่ากำลังจะขาดเลขาฯช่วยงานคนเก่งไปเลยเสียดาย หรือรู้สึกว่ากำลังจะขาดคนพูดเก่งไปเลยกลัวเหงาหู หรือรู้สึกว่ากำลังจะขาดพ่อครัวคนเก่งไปเลยกลัวจะอด..หรือรู้สึก...”

“ พี่กำลังรู้สึกจะขาดใจมากกว่า...ถ้าไม่เพราะพี่ชอบเขามากพี่คงไม่มายืนให้น้องกิ่งยั่วอย่างนี้หรอกนะ เรารู้ทั้งรู้ว่าพี่คิดอะไรอยู่ในใจยังจะแกล้งพี่อีก” ต้นจำต้องคายทั้งหมดออกไปอย่างเหลืออด


“ นี่พี่...” กิ่งอึ้งไปเล็กน้อย เพราะไม่คาดคิดว่าพี่ชายจะยอมเปิดปากพูดชัดเจนอย่างนี้ เพราะเขาชอบเจ้าสติชสีอ่อนมากเลยยอมทนให้กิ่งยั่วอย่างนี้งั้นเหรอ...ต้นไม่อยากเชื่อใจตัวเองว่าเขาจะพูดอะไรทำนองนี้ออกมาได้


“ เรื่องนี้มันง่ายนิดเดียว ก็พี่เคยบอกเขาไปตรงๆหรือเปล่าล่ะ พูดอย่างที่พี่พูดต่อหน้ากิ่งเมื่อกี้ หากไม่ยอมพูดรังแต่จะสร้างความเจ็บให้ทั้งสองฝ่าย พี่ต้องเลือกแล้วว่าจะยอมกล้าหาญบอกเขาหรือเปล่าแค่กิ่งถามแค่นี้พี่ยังอ้อมโลกได้แสนไกลเลย” หญิงสาวบอกแนวทางในการแก้ปัญหา


“ แต่เขาจะยอมฟังเหรอ” เมื่อได้ยินคำอธิบายรายละเอียดต่อจากนั้นเขาเลยอดแย้งออกมาไม่ได้ ในยามนี้แม้แต่หน้าของเขา นนท์ก็ยังไม่อยากเหลือบแล แล้วจะยืนฟังเขาพูดนานสองนานคงเป็นเรื่องที่ห่างไกลความเป็นจริงมาก


“ แล้วใครใช้ให้พี่ต้นบอกเขาอย่างเดียวล่ะ พี่น่าจะรู้นะว่าแบบว่า..คนเราเขามักจำความประทับในการจุ๊บๆครั้งแรก พี่ก็ได้เปรียบคนอื่นไปหลายขุม” หญิงสาวยกเรื่องราวในอดีตมาเป็นตัวช่วยให้แผนการคืนดีง่ายขึ้น แต่กิ่งก็เพิ่งมานึกออกที่หลังว่าเธอผิดสัญญาที่รับปากไว้กับเพื่อนสนิทไปแล้ว สัญญาที่จะไม่แพร่งพรายความลับที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ความลับในค่ำคืนที่สับสนท่ามกลางท้องทะเลและความมืดมิด


“ เราช่วยพี่ทำอะไรหน่อยสิ” เขาคิดตามไปกับเธอ พร้อมทั้งวางแผนได้คร่าวๆ เขาจะไม่ยอมให้นนท์ที่แสนรักคนนั้นจากไปแน่นอน ต้นจะชนะในการรบได้เช่นไรหากขาดนนท์ผู้ซึ่งผลักดันเดินเคียงเขามาตลอด เชือกชะตาที่ร้อยรัดทั้งสองเข้าด้วยกันกำลังรอการทดสอบจากฟ้า อุปสรรคครั้งใหญ่ต้นจะใช้ทั้งหมดของความรักเป็นตัวแก้ปัญหา


“ ได้อยู่แล้วพี่ต้นไม่ต้องเป็นห่วงนะ แต่กิ่งต้องขอบอกแม่ก่อนถ้าได้แม่มาช่วยอีกแรงทุกอย่างจะง่ายขึ้น” สองคนแม่ลูกทำงานเป็นทีมมาตลอด การจะสานต่อแผนการเพื่อช่วยให้ต้นง้อว่าที่สะใภ้ของบ้านให้สำเร็จต้องอาศัยความร่วมมือจากมารดาเป็นสำคัญ เจ้าแผนการกันทั้งบ้าน ...


กิ่งขอเวลาในการช่วยคิดแผนกับมารดาหนึ่งคืนพรุ่งนี้เช้าจะจัดการเรื่องราวทุกอย่างให้เอง ตอนนี้เวลาของนนท์ในบ้านวรโชติเหลืออีกไม่เท่าไหร่แล้ว การทำงานของสองคนแม่ลูกต้องฉับไวและไม่รีรอ

“ เอาไงดีล่ะคะแม่”


“ จัดงานเลี้ยงอำลาให้ดีไหม แล้วก็สร้างสถานการณ์ให้พี่ต้นจัดการเอาเอง แต่เราต้องชวนคนมางานกันเยอะๆนนท์จะได้ไม่สงสัยบรรยากาศต่างๆจะได้สมจริงสมจังด้วย” คุณแก้วเสนอ


“ เอาอย่างนั้นก็ดีนะหนูเห็นด้วย ต้องชวนเพื่อนมาด้วยเห็นจะดี นนท์น่ะจะได้ไม่สงสัยอย่างที่แม่ว่า” เธอเองก็เห็นคล้อยตามความคิดแรกเริ่มของมารดา



“ เอาเถอะยังไงก็ต้องร่วมมือกันแล้ว พรุ่งนี้ตั้งแต่เช้าลูกก็โทรฯไปชวนคนมางานด้วยล่ะชวนคุณเดือน ตาโดม และก็คุณนุ่นที่ทำงานอยู่สำนักพิมพ์มาด้วยนะเอามาให้พร้อมกันหลายๆคนเลย ใช่เพื่อนลูกคนนั้นที่บอกว่าแนะนำให้เป็นครูของโดมน่ะก็พามาด้วยแม่อยากเห็นหน้า” ประโยคของนางลื่นไหลตลอดในความคิดของหญิงสาวจะมาสะดุดก็ตรงคำสั่งสุดท้ายนี่แหละ


“ คือเพื่อนหนูมันมีธุระน่ะค่ะน่าจะมาไม่ได้” เธอรีบบอกกันไว้แต่แรกเริ่ม ไม่อยากให้คุณแก้วได้ล่วงรู้ความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่ของทั้งสองคน กลัวใจจริงๆว่าต่อจะทำอะไรประเจิดประเจ้อแล้วมารดามาพบเข้า เรื่องคงไม่จบง่ายๆแน่



“ เหรอ...งั้นไม่เป็นไร ใช่สิวันศุกร์นี้ทำตัวให้ว่างด้วยล่ะแม่จะไปทำธุระ อีกอย่างหากพี่ต้นง้อนนท์ได้สำเร็จก็ถือโอกาสนี้ให้ทั้งสองได้อยู่บ้านกันตามลำพังด้วย ..เพื่อจะได้..แบบว่าๆ ..” คิดแล้วก็ชักสนุก คนในวัยอย่างนางอยากได้อะไรมากกว่าเห็นลูกๆเป็นฝั่งเป็นฝาล่ะ เรื่องสำคัญสุดท้ายคือการได้เห็นลูกหลานแต่งงานใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ..จะมีรอยยิ้ม ความสดใส เข้ามาเติมเต็มทุกอณูที่ขาดหาย.

.พรุ่งนี้..แผนการจะเริ่มต้นขึ้น

“ วันศุกร์เหรอ ก็ได้ค่ะ” เธอรับคำจากนั้นก็ขอปลีกตัวไปนอนก่อน เพราะพรุ่งนี้เช้าคงต้องโทรศัพท์ไปบอกให้แขกมางานกันหน่อย


ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6283
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 25+26
«ตอบ #135 เมื่อ25-07-2009 00:20:33 »

พี่ต้นน่ารักจริง
แต่ก็น่าตี มาทำน้องสติชร้องไห้ได้งัยเนี่ยย

Dangerous_patz

  • บุคคลทั่วไป
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 25+26
«ตอบ #136 เมื่อ25-07-2009 03:40:22 »

อิอิ



ชอบเรื่องนี้ อ่า น่าร๊ากที่สู๊ดดดดดดดดดดดดดดด



มาต่อไวๆน้าค้าบบบบ

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 25+26
«ตอบ #137 เมื่อ25-07-2009 07:05:53 »

หุหุ ลุ้นตอนคืนดี อิอิ  :mc4: :mc4:

gboy

  • บุคคลทั่วไป
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 25+26
«ตอบ #138 เมื่อ25-07-2009 07:36:47 »

 :serius2:
อ้ากกกก
อยากรู้ว่าจะง้อกันยังใง

รีบมาต่อนะค้าบบบ
 o13

ออฟไลน์ ● MaYa~Boy ●

  • ฉันมันคนขี้อิจฉา
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3990
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-2
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 25+26
«ตอบ #139 เมื่อ25-07-2009 11:04:40 »

ในที่สุดก็ยอมรับสักทีนะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 25+26
« ตอบ #139 เมื่อ: 25-07-2009 11:04:40 »





ออฟไลน์ ปี้ปี้ปี้~PalmY

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2427
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +273/-1
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 25+26
«ตอบ #140 เมื่อ25-07-2009 11:34:55 »

วันศุกร์กิ่งกับต่อ
ดูตัวกันเองใช่ปะ หึหึ

LoveNineTeen

  • บุคคลทั่วไป
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 25+26
«ตอบ #141 เมื่อ25-07-2009 22:30:21 »

ตอน 27



“ ยืนทำอะไรกิ่งจ้องฉันนานแล้วนะ ..อย่าบอกนะโว้ยว่าเปลี่ยนใจมาชอบป๋าแล้วใช่ไหม..” นนท์แสร้งตีเสียงรื้นขึ้นมาเย้าเพื่อนที่จ้องตนอยู่ มือก็ยังติดกระดุมไปไม่ลดละ.. เวลานี้นนท์ดูหล่อมากจริงๆ..ผิวหน้าขาวใส อมชมพูน้อยๆ..รับกับชุดที่ใส่..

“ เออ..วันนี้แกหล่อจริงๆ..”


“ มาแปลกโว้ย...วันนี้ กินยาผิดหรือเปล่า ..หรือไอ้คิงคองลืมให้กินกล้วยเลยเพี้ยน..” นนท์อดจะกระเซ้าคืนไม่ได้.. จริงๆกิ่งวันนี้ก็ดูสวยใช่น้อย... แต่ติดที่เจ้าหล่อนยังหน้าตึงหน้าบึ้ง ตอนรู้ว่านนท์จะหนีไปอเมริกากิ่งก็โกรธมากที่เพื่อนทำอะไรไม่ปรึกษา แถมยังบอกว่าจะให้แฟนหนุ่มรุมโกรธนนท์อีก..แต่สุดท้ายก็ทำไม่ลง..


“ เดี๋ยวฉันลงไปก่อนนะ ไปช่วยแม่จัดอาหารที่สวนก่อนถ้าแกเสร็จแล้วก็ตามลงไปล่ะ” หญิงสาวบอกเสียงใสก่อนเดินออกจากห้องนนท์ไป สายตาของเธอหันกลับมาเหลือบแลเพื่อนหน้าสวยอีกครั้งแต่สุดท้ายก็ตัดใจเดินลงไปข้างล่าง

“ เป็นไงบ้างน้องกิ่งนนท์แต่งตัวเสร็จรึยัง” คุณแก้วเอ่ยถาม มือยังสาละวนกับการลงขนมใส่ถาดใบโตงานเลี้ยงในวันนี้จัดเป็นแบบบุปเฟ่ต์มีอาหารที่ทำเองสองอย่าง และอีกสองอย่างก็สั่งจากร้านประจำที่มักไปทานกันบ่อยๆ


“ ใกล้แล้วล่ะค่ะ สาคูน่าทานจังเลยนะ” หญิงสาวหันไปสนใจกับของทานเล่นที่มารดากำลังจัดอยู่ มือเรียวยื่นไปหยิบขนมชิ้นหนึ่งเข้าปากอย่างรวดเร็ว แม้จะหลุดลงคอไปแล้วแต่คุณแก้วก็ยังตามไปตีมือของคนชุดสีฟ้าได้ทัน

“ ทานเข้าไปได้ยังไงมือยังไม่ได้ล้างเลยนะน้องกิ่ง”


“ โธ่แม่หนูเพิ่งแต่งตัวเสร็จมือยังไม่ได้เปื้อนอะไรสักหน่อยนะ” กิ่งออกปากแย้ง จริงอย่างที่เธอว่านั้นแหละก็เพิ่งลงมาจากข้างบนจะมีความสกปรกติดมือมาได้ยังไงล่ะ

“ ก็เพิ่งแต่งเสร็จนั่นแหละตัวดี ไหนจะครีมเครื่องสำอางที่เราใช้ล่ะแต่ละอย่างมีสารเคมีทั้งนั้น” นางไม่คิดเช่นกิ่งตอบกลับไปอย่างที่รู้มา ก็นางเป็นคนในวงการหนังสือมาเสียนานนิตยสารต่างๆก็อ่านมาหมดทุกประเภท ...


“ เจ้าค่ะ ทีหลังหนูจะล้างมือก่อนทาน” หญิงสาวยอมคล้อยตามที่มารดากล่าว หลังจากนั้นไม่นานคนที่กิ่งโทรศัพท์ไปเชิญต่างทยอยมากัน เริ่มจากคุณนุ่น คุณแพท พี่วิน และน้องโดม..


“ เอ๊ะนั่นใครกันเหรอ” นางหมายถึงหญิงสาวร่างโปร่งในชุดสีขาวปลอดตลอดตัว..คนที่ดูจะโดดเด่นและมีความมั่นใจในตัวเอง..แฟนเก่าของต้น แพท

“ คนที่เดินมากับคุณนุ่นน่าจะเป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้พี่ต้นกับนนท์เข้าใจผิดกัน” กิ่งตอบไป...


“ สวยก็จริง แต่กล้าดียังไงมาทำให้สะใภ้แม่เสียใจนี่..” คุณแก้วเอ่ยปากเล็กน้อย.. แล้วเชิดหน้าไม่อยากมองคนที่ทำให้ว่าที่สะใภ้ของนางมีความคิดจะหนีบ้านวรโชติไปไกลแสนไกล...
“””


แต่ละคนก็แยกย้ายกันไปตักอาหารและมานั่งเรียงร่วมโต๊ะ เจ้าภาพของงานยังไม่ลงมาจากด้านบน..

“ น้องกิ่ง” .ต้นเห็นดังนั้นเลยส่งซิกเรียกน้องสาวให้ขยับมานั่งใกล้..ก่อนจะกระซิบพูดกันอย่างมีลับลมคมใน..จากนั้นต้นก็ค่อยๆเล่าแผนที่จะดำเนินการ


“ เอาอย่างนี้เลยเหรอพี่ต้นมันไม่แรงไปหน่อยหรือยังไง” กิ่งชักเริ่มไม่เห็นด้วยกับแผนการของพี่ชาย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะคำยืนยันจากปากเขาหนักแน่นยิ่งว่าจะใช้แผนการที่คิด

“ เอาเถอะนะเอาอย่างนี้แหละรับรองว่าทุกอย่างต้องกลับสู่สภาพเดิมแน่” หลังจากคิดทบทวนเรื่องราวระหว่างทั้งสองมานานทั้งคืนชายหนุ่มก็ได้ความคิดหนึ่งขึ้นมารับมือนนท์


“ เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ แต่ถ้านนท์อาละวาดเพราะแผนบ้าๆของพี่หนูไม่รับรู้ด้วยนะ” กิ่งออกตัวไว้ก่อนเพราะคิดว่าแผนนี้ออกจากเสี่ยงไปสักหน่อย

“ พี่จะไม่ซัดทอดเราเลยสักนิด โอเคไหม” ชายหนุ่มรับปากให้สัญญา
“ เจ้าค่ะ” จากนั้นเขาก็แยกออกไปจากโต๊ะอาหาร ตามด้วยกิ่งที่ส่งสัญญาณให้มารดารู้ถึงแผนที่ใกล้จะเริ่มขึ้นแล้ว

ก่อนที่นนท์จะลงมาจากห้อง คุณแก้วก็ได้อธิบายถึงเหตุการณ์ที่ใกล้จะเกิดขึ้นให้คุณนันได้รับรู้ก่อนแล้ว

ฝ่ายแพทที่ถือว่าเป็นตัวต้นเหตุของปัญหาอีกเรื่องหนึ่ง ก็ถือโอกาสที่ต้นเดินออกไปจากโต๊ะอาหารเข้าไปคุยกับนนท์ที่วางหน้านิ่งไม่แสดงอารมณ์ใดๆออกมา


“ พี่มีอะไรจะคุยกับน้องนนท์หน่อย ขอเวลาสักห้านาทีได้ไหม” เพราะรู้ว่าทำให้ความสัมพันธ์ของแฟนเก่าและน้องสติชสีฟ้าอ่อนเกิดรอยแยก เธอเลยอยากช่วยผสานรอยนั้นบ้างแม้จะทำได้ไม่ดี แก้วที่ร้าวไม่ถึงกับหายเป็นปลิดทิ้งไม่ใสเช่นแต่ก่อน แต่เธอก็อยากจะลองลงมือทำ...มันดีกว่าปล่อยไว้เฉยๆ


“ ได้สิครับ” นนท์ชั่งใจเพียงครู่ก็ยอมรับปากออกไปคุยกับแพท ซึ่งที่ที่ใช้เปิดใจก็เป็นห้องโถงภายในตัวบ้าน..เวลานี้ใครๆต่างไปอยู่ที่สวนกันหมด ที่ตรงนี้จึงสงบกว่ามุมไหนๆในบ้าน..

“ มีอะไรสำคัญหรือเปล่าครับ” นนท์เอ่ยถามอย่างแปลกใจ


“ เรื่องวันก่อนที่เกิดขึ้น พี่คิดว่าน้องนนท์อาจจะเข้าใจอะไรผิด และที่สำคัญที่พี่ว่าน้องนนท์ไม่มีมารยาทต้องขอโทษจริงๆนะ” เธอตัดสินใจจัดการความคาใจเรื่องแรกด้วยการเอ่ยคำว่าขอโทษออกมา



“ เรื่องแค่นี้เองไม่ต้องคิดมากหรอกครับ เพราะนนท์ไม่รู้ว่าในห้องมีแขกการเปิดเข้าไปอย่างนั้นก็เสียมารยาทอยู่แล้วพี่ทำถูกแล้วแหละ” นนท์ยอมรับในจุดนี้ เขาพยายามเบี่ยงเบนประเด็นให้ออกห่างเรื่องความสัมพันธ์ที่มีต้นร่วมอยู่ในนั้น


“ คือพี่มีความจริงจะบอก คือ....” เธอชั่งใจในนาทีนี้ เพราะสีหน้าของนนท์ที่แช่มชื่นกำลังทำร้ายแพทอยู่อย่างมาก เธอเพิ่งรู้นะว่าชายหนุ่มตรงหน้าเก็บความรู้สึกแสนเป็นเลิศ..นึกแล้วก็เกลียดตัวเองจริงๆที่ทำให้ต้นต้องเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ มีอะไรเหรอครับ”


“ จริงๆแล้วต้นเขาเป็นคนเข้มแข็งน้อยครั้งที่เขาจะสับสนอย่างที่เป็น ความจริงพี่กับต้น...” หญิงสาวเกริ่นเรื่องเล็กน้อยก่อนจะหักเข้าประเด็น แต่ไม่ทันที่ความจริงจะออกจากปากหญิงสาวตัวต้นเรื่อง แม่คนเจ้าแผนการลำดับสองของบ้านวรโชติก็วิ่งเข้ามาขัดจังหวะการสนทนาของทั้งสองไว้ สีหน้าของกิ่งในตอนนี้ตระหนกสุดขีด ลมหายใจก็กระหืดกระหอบไม่เป็นจังหวะ


“ นนท์ๆ” เธอส่งเสียงเรียกฟังแล้วไม่ค่อยได้ศัพท์สักเท่าไหร่นัก จนนนท์บอกให้หญิงสาวค่อยๆพูดถึงได้รู้ความ กิ่งเล่าเหตุการณ์ที่ตระเตรียมไว้กับพี่ชายมาอย่างดีออก


“ แกรีบไปที่สระว่ายน้ำหลังบ้านเร็วพี่ต้นเขา พี่ต้น” เธอบอกเพียงเท่านั้นนนท์ก็เหมือนจะรับรู้ได้ด้วยลางสังหรณ์บางอย่าง ร่างบางรีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว


“ ต้นเขาเป็นอะไรเหรอ” แพทชักร้อนใจเมื่อได้ฟัง หลังจากดูว่านนท์วิ่งออกไปแล้วจริงๆกิ่งจึงพาหญิงสาวที่ยังไม่รู้เรื่องเดินไปรวมกับคนอื่นๆที่ด้านนอกบ้าน ตอนนี้ทุกคนเดินมาหลบอยู่มุมหนึ่งของสวนซึ่งยืนอยู่ตรงนั่นสามารถสังเกตการณ์ที่สระน้ำได้สุดสะดวก


เจ้าน้องสติชร่างบางวิ่งมายังสระอย่างร้อนใจ สิ่งที่เห็นในตอนนี้คือร่างของต้นที่กำลังเดินอยู่ในสระจากที่ตื้นไปหาที่ลึก ในใจของเขาชักหายวาบเพราะต้นไม่เหมือนคนที่กำลังเล่นน้ำเลยสักนิดภาพในอดีตเหมือนย้อนกลับมาในห้วงคิด
พี่ต้นกำลังคิดสั้น


ชายหนุ่มไม่อยากเชื่อว่าต้นจะทำสิ่งที่ไร้ความคิดเป็นครั้งที่สองในชีวิตของเขา ในตอนนั้นนนท์กล้าๆกลัวๆต้องสู้กับความขลาดในใจกว่าจะยอมลงไปช่วยเขาในทะเล แต่ตอนนี้นนท์ไม่คิดอะไรมากแล้วเพราะเขาในตอนนี้คือคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งในใจ ชายหนุ่มวิ่งไปทันกับระดับที่เขายืนจากนั้นก็กระโดดลงไปในสระน้ำที่เย็นยะเยือก


พ่อเจ้าแผนการหารู้หรอกว่าสวรรค์ใกล้จะลงโทษเขาแล้ว กล้าเอาความเป็นความตายมาเป็นเครื่องมือในการต่อรอง เพราะความเย็นของน้ำในยามค่ำคืนกอรปกับชายหนุ่มลงไปแช่ในสระนานสองนานแล้ว ในช่วงที่เดินถึงจุดที่ลึกแม้แต่เท้าก็แตะไม่ถึงขาของเขาก็เกิดเป็นตะคริวขึ้น ร่างของชายหนุ่มดิ้นไปมาใกล้จะจม ...
(สมน้ำหน้าดีไหมนี่อีพี่ต้น...)


ภาพที่เห็นทำให้ใจตัวน้อยถูกบีบเค้นอย่างรุนแรง


แม้นนท์จะวิ่งมาให้ทัดเทียมกับเขาก่อนที่จะกระโดดลงมาในน้ำ แต่ระยะจากขอบสระกับที่เขายืนอยู่ก็ใช่จะใกล้ชายหนุ่มที่กำลังจะจมอยู่ทุกขณะ ถูกมือบางรั้งไว้ตัวเขาที่ค่อนข้างหนักทำให้ร่างบางถึงกับเหนื่อยในการช่วยเขา


นนท์เลือกพาเขาไปแตะขอบสระก่อนจะค่อยขยับไปที่ตื้น อย่างน้อยร่างบางก็มีหลักยึดและพาเขาไปได้...เขาใช่จะตัวเล็กๆขืนหาญกล้าพาเขาไปที่ตื้นโดยไม่เกาะขอบสระ มีหวังนนท์ได้ถูกเขาลากจมหายไปเช่นครั้งก่อนแน่ เมื่อพ้นจากเขตอันตรายมาแล้วคนเกือบตายก็หอบรัวไม่นึกว่าสิ่งที่ใช้พิสูจน์จะร้ายแรงจนเกือบเอาชีวิตเขาไปแล้ว


“ ทำบ้าอะไรทำไมถึงได้คิดสั้นอีกแล้ว” นนท์ตวาดถามอย่างไม่เข้าใจ ชายหนุ่มไม่พอใจอย่างมากที่เขาทำเช่นนี้แม้ในใจจะหวาดหวั่นกลัวว่าจะเสียเขาไป แต่ความโกรธก็มีมากกว่าหลายเท่านักนนท์คือคนที่ช่วยชีวิตของเขาไว้คราวก่อนเขาไม่มีสิทธิทำร้ายตัวเองอีก


“ บ้าก็เพราะว่านายนั่นแหละ” ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบมือยังลูบๆคลำๆที่ขาข้างที่เป็นตะคริวอยู่ไม่คลายเขาไม่นึกนี่ว่าน้ำในตอนกลางคืนจะเย็นเหลือร้ายเช่นนี้ หากนนท์มาช้าไปสักน้อยเขามีหวังได้บรรลุจุดประสงค์เมื่อหลายปีก่อนแน่


“ ช่างเถอะพี่ไม่เป็นไรแล้วก็ดีนนท์จะกลับ” นนท์ถึงกับอึ้งน้อย..แต่สุดท้ายก็ตัดใจจะปิดฉากการพูดคุยในที่ที่มีเพียงทั้งสองตามลำพังไว้เพียงเท่านี้ นนท์ไม่ไว้วางใจเขาอีกแล้วตั้งแต่เห็นภาพเขากับหญิงสาวคนรักเก่ากอดกันกลม แถมยังกอดกันในที่ทำงานไม่ไว้หน้านนท์เลยสักนิด


“ เดี๋ยวสิ” เขาเอื้อมไปคว้ามือเรียวบางของร่างเล็กเอาไว้ ไม่ยอมปล่อยให้นนท์ขึ้นจากน้ำง่ายหรอก เขาอุตส่าห์ลงทุนทำทุกอย่างจนเรื่องเดินเข้ามาถึงนี่แล้วเขาจะไม่ยอมเสียโอกาสดีๆอีก



“ ปล่อยนะนนท์จะขึ้น” ร่างเล็กพยายามสะบัด..แขนออกจากเขาอย่างแรง แต่มือของชายหนุ่มก็ตามไปกุมไว้เช่นเดิม เขาใช้มืออีกข้างที่ว่างจับต้นแขนของนนท์ไว้แน่นคราวนี้จะทำอย่างไรก็ดิ้นไม่หลุดแล้ว


“ อย่าดิ้นสิคุณหนู” เขาบอกเสียงราบ แต่หน้าของเขายามนี้แปลกไปมีรอยยิ้มบางๆปรากฏอยู่ช่างต่างจากเสียงที่ออกมาสิ้นดี นนท์รู้สึกแปลกใจไม่น้อยเพราะไม่เคยเจอเขาในรูปแบบนี้มาก่อน

“ จะทำอะไรนนท์” นนท์ถามเสียงแข็ง



“ พี่ไม่ได้คิดจะทำอะไรสักหน่อย แค่อยากขอเวลาสักสามสี่นาทีฟังความจริงจากปากพี่ก่อน หากนายจะทั้งไปอย่างนี้ ทิ้งไปโดยยังเข้าใจผิดอยู่พี่ไม่ยอม” คำพูดแบบนี้ออกจากปากเขางั้นเหรอ ไม่อยากเชื่อคำที่เอ่ยมีแววประชดน้อยกอรปเสียงอันจริงจังจริงใจ จนทำให้ชายหนุ่มต้องหยุดนิ่งยอมมอบโอกาสที่เขาขอ การจะฟังเขาสักสองสามนาทีคงไม่ทำให้เสียหายอะไรหรอก


“ จะพูดอะไรก็ว่ามาสิ” นนท์อนุญาต


“ สิ่งที่นายเห็นวันนั้นนายกำลังเข้าใจผิด พี่กับแพทไม่ได้มีอะไรกันสักหน่อย” ชายหนุ่มบอกพร้อมแววตาเว้าวอนที่มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่เรียวบางของคนตรงหน้า.. นนท์พยายามหลบหลีกไม่สบตาเขาตรงๆ


“ ก็ช่างสิพี่จะกอดกับใครนนท์ไม่เห็นสนใจ ต่อให้มากกว่านั้นนนท์ก็ไม่มีสิทธิ์ไปห้าม” ดูสิเจ้าคนปากแข็งปากบอกว่าไม่สน ตนไม่มีสิทธิ์แต่รอยประชดปรากฏชัดในกระแสเสียง



“ แล้วไหนบอกว่าไม่สนใจล่ะ” เขาเองก็ย่อมจับน้ำเสียงกึ่งน้อยใจประสานไม่พอใจนั้นได้



“ นนท์บอกแล้วว่าไม่สนใจ พี่มีเรื่องจะพูดเท่านี้ใช่ไหมนนท์จะขึ้นจากน้ำแล้ว” นนท์ตั้งท่าจะหนี เพราะชายหนุ่มเริ่มไล่นนท์เข้าจนมุม อารมณ์ในตอนนี้ไม่ว่าจะพยายามปิดบังเช่นไรแต่สำหรับพี่ต้นเขาสามารถรับรู้ได้หมด นนท์หันหลังกลับจะเดินขึ้นจากสระ



“ เดี๋ยวสิ” เขารีบก้าวเข้าไปหาอย่างรวดเร็วดึงร่างของอีกคนมากอดไว้ หลังของเจ้าร่างบางชนกับอกแกร่งของชายหนุ่มอย่างแรงสัมผัสเนิบนาบวาบหวามเข้าไปในกลางใจลึกๆ ..นนท์เริ่มชักนึกละอายนักที่วูบหนึ่งหลงใหลไปกับสัมผัสนี้ มือของเขาเลื่อนมือประสานด้านหน้าของตรงท้องแบบเป็นเชือกมนุษย์ขัดขวางการหลบหนี


“ ปล่อยนนท์สิ” ร่างเล็กที่ถูกกอดบอกเสียงขุ่น



“ ไม่ ! ถ้าไม่ยอมฟังพี่จะไม่ปล่อย” ชายหนุ่มยิ่งกอดแน่นขึ้นเมื่อนนท์ดิ้น สุดท้ายนนท์จำต้องสงบอยู่ภายใต้วงกอดแกร่งของชายตัวสูง ม่านฟ้าที่ประดับประดาด้วยแสงดาว ม่านน้ำไหวกระเพื่อมด้วยวงไหล ม่านใจของชายหนุ่มหน้าหวานใกล้จะไหวหวั่นเต็มที การกอดจากเขาทำให้นนท์หายใจไม่สะดวก เหมือนเลือดในร่างสูบฉีดแรงจนแทบทะลัก


“ พี่ต้นพูดอะไรกับนนท์นี่ไม่ค่อยได้ยินเลย” คุณแก้วที่ยืนแอบดูเหตุการณ์หน้าสุดเอ่ยอย่างขัดใจ แม้ที่ที่แอบซ่อนจะสามารถดูเรื่องราวที่เกิดได้อย่างชัดเจน แต่มันก็ไกลเกินกว่าทุกคนจะได้ยินถ้อยแถลงของทั้งสองคนที่อยู่ในสระน้ำได้ชัดเจน


“ โธ่แม่รอดูไปก่อนเถอะค่ะ” ลูกสาวคนสวยเอ่ยเตือนเพราะเสียงมารดาที่สบถออกมานั้นดังใช่เล่น ขืนนนท์รู้ว่าทุกคนร่วมมือกันจัดฉากให้ต้นได้แก้ข้อกังขาในใจน้องสติช...นนท์คงไม่ปล่อยทุกคนไว้แน่


“ จริงอย่างที่ลูกหล่อนว่า หล่อนนี่นะเสียงไม่เคยลดระดับลงเลยนะพูดทีนึงได้ยินไปสามบ้านเจ็ดบ้าน” คุณนันที่ยืนลุ้นข้างกายได้ทีขี่แพะไล่เพื่อนสนิท

“ โธ่รุมฉันจังเลยนะ” นางกล่าวเสียงค่อย วินและแพทที่แอบยืนจ้องมองโดยไม่พูดอะไรสักคำ ตอนนี้ในใจของทุกคนกำลังลุ้นให้นนท์และต้นคืนดีกันให้ได้


ต้นกระชับกอดให้แน่นขึ้นเพียงน้อยก้มลงแนบจมูกลงบนเรือนผมที่เปียกน้ำ กลิ่นแชมพูอ่อนๆที่คนตัวบางใช้ไม่เคยเปลี่ยนยี่ห้อเป็นกลิ่นที่เขาเองก็ฝังใจไม่คลาย ทุกครั้งที่เข้าใกล้ก็จะได้กลิ่นแชมพูมาก่อนอย่างอื่น การสัมผัสของต้นทำให้นนท์หน้าเริ่มแดง เขากอดนนท์มาเกือบนาทีโดยไม่พูดอะไรสักคำเลยและเหมือนเขาอยากจะทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ



“ ปล่อยนนท์ได้แล้วถ้าไม่มีอะไรจะพูด” ร่างเล็กตัดสินใจเปิดประเด็นขึ้นมาอีกครั้ง อยากรู้นักว่าเขาจะพูดอะไรกันแน่ ต้นไม่ยอมปล่อยอย่างที่นนท์บอก เขาเริ่มปริปากบอกบางอย่างกับคนที่กอด



“ รู้ไหมว่าในชีวิตพี่เคยมีความรักมาทั้งหมดสี่ครั้ง ..ถ้าไม่นับรวมแม่กับน้องกิ่ง..” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงแผ่ว เหมือนเสียงโทนนี้จะทำให้ใจของนนท์เธอหวั่นไหวเป็นพิเศษเขาเพียงเกริ่นไม่เท่าไหร่ นนท์ก็รู้สีกเหมือนกระแสความอบอุ่นเข้ามาไหลเวียนในร่าง


“ คนแรกเธอคงรู้แล้วว่าเป็นแพทแต่อีกสามคนรู้ไหมว่าเป็นใคร” คำถามของเขาไมได้เจาะจงจะให้นนท์ตอบหรอก เพียงถามเกริ่นก่อนเข้าเรื่อง ...แต่นนท์ก็แอบค่อนขอดในใจ

‘ นนท์จะรู้ได้ไงล่ะรักคนเยอะจริงนะ ’


“ คนแรก เป็นครั้งแรกที่พี่เพิ่งเข้าใจว่าความรักมันเป็นยังไง เขาเป็นความรักในวัยเด็กตอนนั้นพี่ไม่รู้หรอกว่าทำไมเวลาเจอหน้าเด็กคนนั้นพี่ถึงได้ชอบแกล้งเขานัก การมีเขาข้างๆในตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่พี่มีความสุขมากแม้ทุกครั้งที่ทะเลาะกันเด็กคนนั้นจะทำให้พี่บาดเจ็บหลายครั้งหลายคราว หากจะว่าไปทุกจุดในตัวพี่ที่มีแผลล้วนเกิดขึ้นเพราะฝีมือเด็กคนนั้น ตอนเขาจากไป นายรู้ไหมว่าพี่เสียใจแค่ไหนต้องแอบร้องไห้ในห้องอยู่เป็นวันๆกว่าจะยอมออกมา” ชายหนุ่มหยุดเพียงครู่เพื่อให้นนท์ได้คิดตาม ...



“ ส่วนคนที่สองคือใครคนหนึ่งที่พี่เห็นเขาเป็นตัววุ่นวายค่อยทำเรื่องมากมายให้พี่ต้องเหนื่อยใจแต่วันนี้ใครจะรู้ล่ะว่า คนคนนี้จะกลายเป็นคนที่ดีพร้อมไปทุกอย่าง จนพี่เองชักหวั่นไหวอีกครั้งหนึ่ง มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเหมือนกัน พี่สับสนมากว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง เวลาอยู่กับคนคนนี้พี่ต้องทำอะไรที่ไม่เคยทำตั้งหลายอย่างจากชอบวางท่าชอบทำทีไม่สนใจอะไรพี่ต้องกลับมามองให้เต็มตา โดยเฉพาะตอนที่พี่กังวลมากที่สุดบริษัทของเรากำลังจะเดินไปถึงทางตัน คนคนนี้ก็เข้ามาช่วยพี่จนทุกอย่างกลับสู่สภาพเดิมแถมมันยังดีวันดีคืนขึ้นอีก” นนท์เริ่มหวั่นไหวไปตามคำพูดนั้น ระลึกได้ดีว่าสองคนที่เขากล่าวมาไม่ใช่ใครอื่น น้ำตาที่คลอหน่วยเริ่มล้นออกมาข้างนอกจนเป็นสายเปื้อนยาว



“ ส่วนคนสุดท้ายนายอาจนึกไม่ถึงหรอกว่าจะเป็นเขาคนนี้ เขาเป็นคนที่พี่ไม่รู้จัก หน้าของเขาก็จำไม่ได้แต่เรื่องราวที่เกิดในคืนนั้นทำให้พี่ย้ำฝังใจมาจนถึงทุกวันนี้ คนที่ลงไปช่วยพี่ที่กำลังคิดสั้นจะฆ่าตัวตาย คนที่ถูกพี่จูบและตบพี่อย่างแรง คนที่ทำให้พี่มายืนอยู่ได้ถึงทุกวันนี้นายรู้ไหมว่าเขาเป็นใคร...” ปลายประโยคเอ่ยเอื้อนเพื่อถาม มีหรือที่นนท์จะไม่รู้อดีตที่ฝังตรึงใจเหตุผลใหญ่ที่ผลักดันให้นนท์หลงรักพี่ต้น รอยจูบที่ยังฝังลึกไม่ยอมคลายออกไม่ว่าพยายามเท่าไหร่นนท์ก็ต้องพ่ายแพ้ทุกคราไป



“ นนท์ไม่รู้” ร่างเพรียวปากแข็งจนเขาต้องจับร่างนั้นหมุนมาประจัญกับเขา ดวงตาจริงใจมองลึกเข้าไปเพื่อถ่ายทอดความรักความผูกพันที่ดำรงอยู่ในใจอย่างแสนเงียบเฉียบ วันนี้เขาปริปากบอกนนท์ทุกอย่างเพราะนนท์คือคนสำคัญ คือคนที่ทำให้เขากล้าเดินทะลุกำแพงใจที่กั้นขวางมายาวนานหลายปี



“ ต้องให้พี่เตือนความจำก่อนใช่ไหมถึงจะรู้” คำถามที่ไม่ต้องการคำตอบจบลง ด้วยการก้มลงครั้งแรกเขาวางริมฝีปากลงแนบชิดข้างแก้มของนนท์อย่างแผ่วเบา และอีกครั้งมันก็ประทับลงที่ริมฝีปากเรียวบางของนนท์ สัมผัสอันอ่อนหวานละมุนกว่าสิ่งใด ทลายทุกอย่างที่เป็นอุปสรรคในใจนนท์จนหมดสิ้น ตอนนี้เขาไร้แรงจะหนีจากพี่ต้นไปแล้ว ร่างบางอ่อนยวบเหมือนฟองน้ำที่พร้อมจะถูกแรงบีบไปทุกทาง นนท์รักเขาจริงๆ คนที่ทำให้นนท์เปลี่ยนจากเด็กไร้สาระเอาแต่สนุกและใช้เงินไปวันๆ กลายเป็นชายหนุ่มที่พร้อมทุกอย่าง ชายหนุ่มที่มีดวงตางดงาม ยามยิ้มนนท์ประดุจแสงสีสวยแต่งแต้มโลก



“ ว้ายจูบกันแล้ว” คุณแก้วร้องบอกอย่างแสนดีใจ ครั้งแรกล่ะมั้งที่นางเห็นต้นใกล้ชิดว่าที่สะใภ้เช่นนี้เขาไม่ใช่คนที่ยอมแสดงความรักออกมาง่ายๆ วันนี้นางเพิ่งรู้ว่าพ่อลูกชายของตนก็ไม่ต่างจากชายหนุ่มทั่วไปมีหัวใจมีเลือดเนื้อที่พร้อมจะรักพร้อมจะสัมผัส

“ เบาๆสิคะแม่” หญิงสาวข้างกายออกปากเตือนอีกครั้ง



“ ..” ฝ่ายคุณนันพูดไม่ออกสักคำ นางได้แต่ตื้นตันใครจะนึกล่ะว่าลูกชายหน้าสวย จะถูกพรหมลิขิตชักนำให้เดินไปเจอต้น ตั้งแต่ก่อนเข้ามาในบ้านวรโชติ...ต้องขอบใจกิ่งที่พาทุกคนมาแอบดูที่มุมใหม่ ซึ่งใกล้กว่าที่เดิมนักแม้จะไม่ได้ยินชัดเจนเต็มร้อยแต่ก็ฟังทุกถ้อยทุกตอนจากปากต้นได้ครบถ้วน

“ อย่าทิ้งพี่ไปได้ไหม..คุณหนู” เขาถามเสียงแผ่ว


“ นนท์” นนท์สะอึกงึก ...รู้สึกเต็มตื้นไปจนจะพูดจะกล่าวอะไรก็ทำได้ลำบาก... ไม่นึกเลยจริงๆ.. ไม่นึกเลยว่าพี่ต้นจะรักนนท์มากเช่นนี้. รักด้วยใจที่หนักแน่นและมั่นคง


“ บอกพี่สิว่าจะไม่หนีพี่ไป” เขาถามย้ำแต่ครั้งนี้น้ำเสียงของเขามีแววหวั่นซ่อนอยู่ นนท์รีบรับปากอย่างรวดเร็วไม่อยากทำให้คนที่รักต้องทรมานอีกแล้ว


“ นนท์ไม่ไปไหนก็ได้” นนท์ยอมรับปากในที่สุด ความรักที่เกิดขึ้นท่ามกลางการพิสูจน์นานัปการ
กี่ปีแล้วนะที่นนท์รักพี่ต้น..วันนี้ทำให้นนท์ได้รู้ว่า มันไม่เสียหายเลยที่ต้องใช้เวลานานสักนิดเพื่อทำให้รักมั่นคง คนที่ผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะๆจะรักกันมากขึ้นทุกครั้งที่ฟันฝ่าอุปสรรคมาได้



“ งั้นทีหลังก็อย่าทิ้งของที่พี่ให้อีกนะ สร้อยนี้พี่อยากให้จริงๆ” ชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสร้อยซึ่งมีจี้เจ้าสติชสีฟ้าอ่อนขึ้นมา..จากนั้นก็อ้อมมือไปทางด้านหลังของคนหน้าแดงเพื่อสวมสร้อยนี้คืนให้



“ นนท์ไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งสักหน่อยแต่เพราะพี่นั่นแหละแกล้งยั่วนนท์ก่อนนี่ พี่วินเขามีคู่หมั้นอยู่แล้วพี่ไม่รู้หรือยังไง” เพราะเขานั่นแหละทุกอย่างเป็นเพราะความเข้าใจผิดที่มีต่อตัวนนท์และวิน เรื่องราวถึงได้บานปลายมาไกลเกินกว่าที่ทุกคนคาด

“ ช่างเถอะแค่ต่อไปนี้ใส่มันไว้ตลอดก็พอแล้ว”


“ ปล่อยนนท์ได้แล้วนนท์ชักจะหนาวแล้วนะน้ำเย็นจะตายไป” นนท์บอกให้คนที่กอดเขาไว้ปล่อยมือออก การแช่อยู่ในน้ำเย็นนานๆ พานจะทำให้ป่วยเป็นปวดบวมไปได้ทั้งสองคน

“ เดี๋ยวสิ”

“ อะไรอีก” นนท์เลิกคิ้วขึ้นมองเขาอย่างแปลกใจ ต้นมีอะไรจะพูดอีกงั้นเหรอเอาเถอะไหนๆก็เปียกแล้วจะอยู่ฟังอีกสักหน่อยคงไม่เป็นไร เพราะต่อให้หนาวสักแค่ไหนหากใจอบอุ่นอาบด้วยความรักที่เปี่ยมเต็มเพียงเท่านี้ก็แปรเป็นพลังให้นนท์สู้กับสิ่งรบกวนได้แล้ว


“ นี่” ชายหนุ่มยกนิ้วขึ้นชี้ที่ปากของตัวเอง

“ อะไรเหรอ” นนท์ทำหน้าเหรอ รู้อยู่กับใจว่าชายหนุ่มต้องการให้เขาทำอะไรแต่ก็แกล้งถามออกไปอย่างนั้นเอง ต้นนะต้นตอนนี้ไม่ต่างจากเด็กน้อยช่างอ้อนจะว่าไปนนท์ชอบเขาในแบบนี้ที่สุด การที่เขายอมทำอะไรน่ารักๆให้ ย่อมหมายถึงความรักที่เขามีให้อย่างเปี่ยมล้น

“ ก็นี่ไง” เขายังคงชี้ที่เดิม


“ ก็ได้ย่อตัวลงสิ” จะให้นนท์เขย่งสุดท้ายเท้าก็ยังไม่ถึงหรอก เขาออกจะสูงกว่านนท์อยู่หลายขุมคนอะไรทั้งสูงทั้งหล่อ

“ ...” ชายหนุ่มทำตามที่บอกย่อร่างลงเพียงน้อยเพื่อให้อีกฝ่ายได้เอื้อมถึง นนท์เขย่งปลายเท้าอีกครั้งยกมือสองจับแขนเขาไว้เป็นแรงส่ง วางปากลงสัมผัสปากหนาของเขาเพียงครู่เร็วและไวแม้จะรวดเกินกว่าที่คิด แต่นั่นก็มากพอแล้วที่จะทำให้ใจเขาแช่มชื่น สองคนเดินจูงมือกันเดินขึ้นจากสระบัดนี้หัวใจได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว


ออฟไลน์ Chatcha

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 717
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 27
«ตอบ #142 เมื่อ25-07-2009 22:58:42 »

หวานซะ

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6283
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 27
«ตอบ #143 เมื่อ25-07-2009 23:00:50 »

คนแอบดูเบาหวานขึ้นไปแล้ว
อ๊ากกกก

หวานจริงนะพี่ต้น

ออฟไลน์ ● MaYa~Boy ●

  • ฉันมันคนขี้อิจฉา
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3990
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-2
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 27
«ตอบ #144 เมื่อ26-07-2009 01:21:24 »

พี่ต้นนี่สุดบยอดเลยอ่ะ

ชอบมากๆๆ

Dangerous_patz

  • บุคคลทั่วไป
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 27
«ตอบ #145 เมื่อ26-07-2009 03:16:13 »

ย๊ากกกกกก



หวานจัดดดดด




หมดตอมมมมม แว้ววว




อิจฉาาาาาาาาาา   :m31: :m31: :m31: :m31:

ออฟไลน์ ปี้ปี้ปี้~PalmY

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2427
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +273/-1
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 27
«ตอบ #146 เมื่อ26-07-2009 06:09:02 »

ย๊าาาาาาาาาาาาาาาากกกก  :z2: :กอด1:

gboy

  • บุคคลทั่วไป
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 27
«ตอบ #147 เมื่อ26-07-2009 06:32:41 »

มดวิ่งกันยั้วเยี้ย

เต้มบอร์ดเลย

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 27
«ตอบ #148 เมื่อ26-07-2009 07:31:45 »

 :-[ :-[ :-[  :mc4: :mc4: :mc4:

gboy

  • บุคคลทั่วไป
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 27
«ตอบ #149 เมื่อ26-07-2009 21:57:04 »

 :o8: :-[
 :o8: :-[
 :o8: :-[

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด