~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH  (อ่าน 91224 ครั้ง)

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6284
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 7
«ตอบ #30 เมื่อ08-07-2009 23:45:21 »

 o13

นนท์น่าร๊ากกกก ๆๆ
อยากให้พี่ต้นเห็นเร็ว ๆๆ หุุห

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 7
«ตอบ #31 เมื่อ09-07-2009 19:26:03 »

ลงทุนขนาดนี้ ต้นจะหนีไปไหนจ๊ะ  :z2: :z2:

LoveNineTeen

  • บุคคลทั่วไป
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 7
«ตอบ #32 เมื่อ09-07-2009 21:12:37 »

ตอน 8

นนท์หยุดลงด้านข้างของรถซึ่งมีหญิงสาวนั่งหน้าบึ้งอยู่ เธอลดกระจกลงมองออกมาอย่างสงสัย


“ มีอะไรหรือเปล่า” แม้อารมณ์ขุ่นมัวจากการทะเลาะกัน แต่เมื่อมีคนอื่นก้าวเข้ามาเธอก็พยายามปรับเสียงให้เป็นปกติ


“ แฟนคุณเขาสั่งดอกไม้ไว้ให้ รับไปสิครับ” คนหน้าหวานยื่นช่อดอกลิลลี่สีขาวในมือให้เธอแล้วยิ้มให้ คนนั่งในรถดีใจจนแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ หันไปมองแฟนหนุ่มอย่างซึ้งใจเธอโผเข้ากอดเขาอย่างดีใจ


“ จะเซอร์ไพร์ส แนนก็ไม่บอกดอกไม้นี่สวยจังเลยนะ” หญิงสาวเริ่มเสียงคลอ ชายหนุ่มกอดตอบอย่างไม่เข้าใจสักเท่าไหร่ นนท์จึงยิ้มให้แล้วพูดออกมาด้วยเสียงที่แสนเบาว่า

“ รักกันมากๆนะครับ” แม้เสียงที่ลอดออกมาจะเบามากแต่เพราะรูปปากที่เขากล่าวอย่างช้าๆทำให้ คนในรถอ่านได้และเข้าใจความหมาย ชายหนุ่มใช้รูปปากเป็นสัญลักษณ์ตอบนนท์กลับไป

“ขอบคุณมากครับ” คนร่างบางยิ้มให้เขาอีกครั้งแล้วเดินจากไปอย่างมีความสุข จากนั้นนนท์ก็เดินนำดอกไม้ไปให้คนอื่นๆบ้าง ทุกแยกไฟแดงที่รถติดนานๆ จะมีดอกไม้ไปให้คนอื่นๆเสมอ..( เล่นอย่างนี้เด็กขายมาลัยตรงงานนะคุณหนู .) ท้ายที่สุดก็เหลืออยู่เพียงไม่กี่ช่อเท่านั้นเอง


**
“ ทำอะไรวะ” ชายหนุ่มตาคมมองร่างของแฟนย่างสงสัย เพราะเหมือนตอนนี้กิ่งกำลังควานหาอะไรบางอย่างอยู่ เหมือนกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ใกล้ยิ่งกว่าใกล้


“ ฉันกำลังจะดูว่าเส้นขนานมันจะบรรจบกันได้ไหม” หญิงสาวอยากพิสูจน์แต่เพราะต้องจับกระจกไว้หลายด้านทำให้มุมของมันประชิดกันมากเกินไปจนมองได้ยาก ชายหนุ่มนั่งลงตรงข้ามเธอแล้วยื่นมือไปช่วยจับ คราวนี้แหละเธอถึงได้สังเกตเห็นมันอย่างชัดเจน


“ใช่แล้วมันตัดกันจริงๆอย่างที่แม่ฉันบอก” เธอบอกอย่างดีใจ ...นี่แหละน่าที่มารดาบอกว่าต้องรู้จักใช้กลวิธีเข้าบ้าง มารดาและเธอกำลังรับบทเป็นกลโกงที่เข้าช่วยให้แผนการสำเร็จไงล่ะ หลังจากคลายความสงสัยจากหลักการหักเหและสะท้อนไปมาแล้ว เธอก็มีเรื่องใหม่มาให้หนักใจอีก



“ เป็นอะไรอีกวะ”


“ ก็เรื่องนนท์สิ ฉันว่าอย่างนี้ไม่ไหวแล้วว่ะขืนปล่อยไว้อีกแค่วันสองวัน บ้านฉันได้กลายเป็นสวนดอกไม้แน่นอน” เธอถอนใจอย่างแสนอ่อนล้า โธ่ใครจะนึกล่ะว่าเสน่ห์ของเพื่อนหนุ่มจะแรงติดลมบน จนแม้จะกระตุกสายป่านให้ร่วงลงมายังไม่แน่ใจเลยว่าลมจะดึงให้สายขาดหรือเปล่า


“ ก็ต้องแก้ที่ต้นเหตุสิ” ชายหนุ่มเสนอ


“ แก้ไขเหรอ”


“ พวกนั้นเขามาจีบลิลา แล้วทำไมแกไม่ทำให้พวกเขาเข้ามาจีบไม่ได้ล่ะ หากทำได้อย่างนี้พวกเขาก็ไม่ต้องส่งดอกไม้แล้วล่ะ” ชายหนุ่มเสนอแต่ก็ยังไม่บอกเป็นรูปธรรมออกมา


“ ทำยังไงวะ ฟังแล้วชักงง” คนอยากรู้ชักหงุดหงิดฟังไม่เข้าใจว่าเขาพูดอะไรอยู่ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนและเดินไปมาอย่างครุ่นคิด


“ ก็หาใครมาแสร้งทำเป็นแฟนมันดิว่ะ ง่ายจะตายไปถ้ารู้ว่าพ่อหนุ่มฮอตของเรามีแฟนแล้วใครจะกล้า ต่อให้กล้าก็คงน้อยรายลงเยอะ”


“จริงด้วยแกนี่ฉลาดจริงๆ ว่าแต่จะให้ใครมาทำเป็นแฟนนนท์ล่ะ” ปัญหาใหม่เข้ามาอีกแล้ว แม่คนช่างคิดนับวันสมองจะแตกแขนงเต็มจนไม่มีพื้นที่ให้เพิ่มแล้วล่ะมั้ง


“ ...” เขาชี้นิ้วมาที่ตัวเองแล้วยิ้มแฝงเล่ห์


“ ไอ้ต่อแกอยากโดนเท้าฉันมากใช่ไหม..”

“ ผมขอโทษครับ...ล้อเล่นน่า...ให้พี่แกดิง่ายจะตายโง่ทำไมเล่า” เห็นหน้ายักษ์ขมูขีทำให้ต้องถอดวิญญาณนอมินีทันที ...รีบเสนอ


“ จริงของแก..ฉลาดมาก..แฟนใครว่ะ” กิ่งยิ้มร่าพลางโผเข้าโอบร่างอีกฝ่ายเล็กน้อย.. ใช่สิต้องให้พี่ต้นเป็นไม้กันหมา ..เฮ้ย...ให้พี่ต้นนั่นแหละดีที่สุดแล้ว ใครอย่ามาแหยม..



วันต่อมาแม่คนผมยาวก็ได้ออกอุบายให้ นนท์นั่งแท็กซี่ไปมหาวิทยาลัยกับเธอ โดยยกข้ออ้างว่าน้ำมันรถหมดกะทันหันทำให้ใช้รถไม่ได้ แต่นนท์เองก็ยังแปลกใจไม่หายเพราะเมื่อวานตอนขับรถกลับมา เขาก็เหลือบดูแล้วนี่ว่ามันเหลือพอให้ขับได้สามสี่วัน แต่ไหนๆ กิ่งอุตส่าห์บอกหนักแน่นขนาดนี้ สงสัยเขาจะดูผิดมากกว่า


“ วันนี้ไม่รู้จะเป็นยังไงอีกบ้างนะ สองวันมานี่ฉันถือดอกไม้จนกล้ามขึ้น ขืนเจออย่างนี้ทุกวันฉันได้กลายเป็นแรมโบ้หญิงเมืองไทยแน่ ” กิ่งชวนคุยออกจะบ่นเพียงปลายเสียงเท่านั้น



“ ใช่สิ...วันนี้ฉันคงต้องหลบอีกแล้ว” เสียงอีกคนออกจะเนือยไม่แพ้ โธ่ขนาดบอกแล้วว่าไม่ต้องเอามาให้เขาอีก แต่ก็ไม่มีใครฟัง คนที่เอามาให้เมื่อก่อน เมื่อวานยังอุตส่าห์หอบมาให้อีก บางคนถึงขนาดหอบมาให้มากกว่าเดิมเป็นสองเท่า คิดแล้วน่าปวดหัวมากกว่าภูมิใจนะนี่ ..ตกลงมันดีหรือแย่นี่ที่เปลี่ยนตัวเอง...


“ เอาเถอะเดี๋ยวฉันไปห้องน้ำก่อนนะ” กิ่งจับมือเพื่อนสนิทให้กำลังใจ จริงๆอยากจะบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงมากกว่า วันนี้เธอจะจัดการทุกอย่างให้เองคิดแล้วก็ลอบยิ้มในที จากนั้นก็รีบปลีกตัวไปมุมอับคนอย่างรวดเร็ว หญิงสาวควักโทรศัพท์พกพาเครื่องบางเฉียบในมือขึ้นกดเบอร์พี่ชายสุดหล่อทันที


“ มีอะไรเหรอ” ชายหนุ่มทักทายด้วยคำถาม หญิงสาวยิ้มอย่างมีความสุขที่พี่ชายรับสายรวดเร็วเช่นนี้ แล้วความสุขก็จำต้องสลัดออกไปก่อน เพราะจะแสดงพิรุธออกมาทางเขาก็ไม่ได้ หญิงสาวลูบไรผมที่ตกปรกหน้าของเธอเล็กน้อยก่อนจะปั้นเสียงให้เป็นปกติที่สุด สมควรแล้วจริงๆที่เป็นทายาทคุณแก้วการแสดงระดับรางวัลออสการ์จริงๆ


“ พี่ต้นเหรอคะเย็นนี้ว่างไหม” เธอเริ่มเข้าประเด็น


“ เย็นนี้เหรอน่าจะว่างนะ” ชายหนุ่มตอบกึ่งรับแต่ก็มีแนวโน้มว่าจะว่างมากกว่า หญิงสาวยิ้มอีกครั้งหลังจากได้ยินคำตอบ


“ วันนี้พี่ต้นช่วยกิ่งหน่อยนะคะ คือวันนี้กิ่งต้องอยู่เย็นที่มหาวิทยาลัยแต่จะปล่อยให้นนท์กลับบ้านคนเดียวก็ไม่วางใจ อีกอย่างวันนี้นนท์ก็ไม่ได้เอารถมาด้วย”


“ แต่..” ชายหนุ่มเริ่มลังเล


“ นะคะพี่ต้น อืมแต่ถ้าพี่ต้นไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรเดี๋ยวกิ่งไปส่งนนท์ก่อนแล้วค่อยกลับมามหาวิทยาลัยก็ได้ค่ะ” หญิงสาวชักมารยาไม้หนึ่งขึ้นมาใช้ โธ่รู้ทั้งรู้ว่าบ้านกับมหาวิทยาลัยใกล้กันสักที่ไหนล่ะ หากต้องปล่อยให้น้องสาวเทียวไปเทียวกลับจริง คงเสียเวลามากมาย ...ชายหนุ่มได้ถอนใจเฮือกใหญ่



“ ก็ได้” เขายอมรับปากในที่สุด และตรงตามแผนที่วางไว้ทุกอย่างตรงตามใจคนคิด ถ้าคุณแก้วรู้คงได้มีเรื่องให้ดีใจเพิ่มขึ้นแน่นอน ว่าที่สะใภ้แสนสวย( หล่อด้วย)ที่ผ่านการแปลงโฉมกำลังจะได้พบกับลูกชายครั้งแรก รับรองต้องประทับใจจนมองตาค้างไปเลย


เย็นวันนั้นเหตุการณ์ก็เดินไปเหมือนเช่นเมื่อสองวันก่อนหน้า กิ่งและนนท์ถูกห้อมล้อมด้วยเหล่านักศึกษาชายมากมายมีทั้งปีหนึ่งยันปีสี่ แต่ละคนใช่จะขี้ริ้วขี้เหล่ ขนาดเดือนเด่นของมหาวิทยาลัยยังส่งดอกไม้ให้เขาอเลย คิดดูสิใครจะเชื่อแค่ลูกหมีที่อยู่ติดกาย กับไอ้แอฟโฟ่ว์ กางเกงแน้วแนว เสื้อบ้านนอก ( รู้สึกมันไม่ใช่แค่แล้วนะ..มันต้องพูดว่าตั้งมากกว่า) มาตลอดจะบดบังรัศมีความน่ารักสดใสของเขาได้มากขนาดนี้เลยเหรอ


“ นนท์บอกแล้วไงว่าไม่ต้องเอามาให้อีกแล้วนะ” แม้จะอึดอัดแต่ก็จำต้องรับ ถึงกระนั้นเขาก็ยังพูดเช่นเมื่อวาน รู้ดีอยู่กับใจว่าพูดไปก็เท่านั้น ฟังกันซะทีไหนแต่ละคนล่ะดื้อแพ่งได้ใจจริงๆ



“ รับไปเถอะ ดอกไม้สวยๆก็ต้องคู่กับคนน่ารักอย่างพี่นนท์สิ” โธ่พ่อนักศึกษาหนุ่มปีหนึ่งพูดคำ
หวานหยอดเข้าให้ไปหนึ่งมุก คนรับแม้จะไม่ค่อยเต็มใจรับสักเท่าไหร่ แต่ได้ยินคำชมซึ่งหน้าก็อดหน้าแดงวูบวาบไปไม่ได้


“ แล้วแฟนแกไม่ว่าเหรอนนท์” กิ่งเริ่มดำเนินแผนการ



“ แฟนเหรอ ?” นนท์หันมองเพื่อนสาวด้วยสายตาที่แสนประหลาด จะเล่นอะไรทำไมไม่นัดกันมาก่อนนะกิ่ง คนอ้าปากเหวอส่อพิรุธจนคนอื่นจับได้


“ อย่าโกหกให้ยากเลยพี่กิ่งผมเห็นพี่นนท์มาตั้งแต่ปีสองยังไม่มีวี่แววว่าจะมีแฟนสักหน่อย” เป็นไงล่ะถูกตอกกลับเข้าให้ ก็สมัยก่อนเขาเป็นสติชสติแตกไร้สาระ ใครๆก็เห็นนนท์เป็นประจำ...


“ จะรู้ดีเท่ากับฉันได้ยังไงยะ ฉันเป็นเพื่อนสนิทเขานะ” กิ่งตีสุ้มเสียงแว้ดใส่ จนรุ่นน้องต้องผงะแต่ยังไม่ยอมถอยทัพ คนอื่นๆยังคงยื่นดอกไม้ให้นนท์ต่อ จนเขาต้องขออนุญาตวางไว้บนโต๊ะใกล้ๆก่อน ไม่อย่างนั้นแขนได้หักเป็นเสี่ยงๆแน่


เสียงโทรศัพท์ของกิ่งดังขึ้น พอเหลือบดูที่หน้าจอก็ทำให้คนเฝ้ารอเผยยิ้มอย่างดีใจ


ในที่สุดพ่ออัศวินขี่ม้าขาวก็ควบม้ามาถึงแล้ว


“ อยู่ไหนนี่น้องกิ่ง”


“ กิ่งอยู่หน้าตึกคณะการตลาด พี่ต้อลขับรถเข้ามาเลยนะ จะมีกลุ่มคนเยอะๆหน้าตึกตรงนั้นแหละ ยังไงกิ่งฝากนนท์ด้วยนะ” หญิงสาวรีบปิดการสนทนาอย่างรวดเร็ว มัดมือชกไปทั้งที่เขายังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องราวสักเท่าไหร่ กิ่งเดินเข้ามาใกล้เพื่อนสนิทที่ถูกรุมล้อมทั้งหน้าทั้งหลังแล้วกระซิบบางอย่างข้างหู


“ อัศวินขี่ม้าขาวกำลังมาช่วย ฉันไปก่อนนะ”

“ อัศวินอะไร”


“ เดี๋ยวแกก็รู้เองแหละ นนท์ฉันบอกได้คำเดี๋ยวว่าอัศวินของฉันหล่อมากรับรองได้ เขาต้องช่วยแกให้รอดพ้นจากพวกที่ตามจีบอยู่ได้แน่นอน” สุ้มเสียงแสนเจ้าเล่ห์จนนนท์ต้องเหลือบมองอย่างไม่วางใจ นี่กิ่งกำลังเล่นอะไรอีกนี่ แล้วแม่เพื่อนสนิทจอมวางแผนก็หายลับไปในกลีบเมฆ



ออฟไลน์ ปี้ปี้ปี้~PalmY

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2427
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +273/-1
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 7
«ตอบ #33 เมื่อ09-07-2009 21:30:29 »

ไม่ไหวแล้วคราบอยากอ่านต่อสุดๆ
อย่ามาทำให้ค้างแล้วต้องจิ้นเองซิ  :z3:

LoveNineTeen

  • บุคคลทั่วไป
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 7
«ตอบ #34 เมื่อ09-07-2009 22:08:29 »

ชายหนุ่มขับรถมาเรื่อยๆก็เจอป้ายบอกทางไปคณะการตลาดที่อยู่ใกล้ๆ มองแต่ไกลก็เห็นนักศึกษาจำนวนมากกำลังรุมล้อมใครบางคน

“ มหาวิทยาลัยนี้มีดารามาเรียนด้วยเหรอ” ชายหนุ่มเปรยเบาๆ ใช่สิเมื่อครู่กิ่งบอกเองว่า น้องสติชสติแตกอยู่ในกลุ่มนั้น สงสัยจะเป็นพวกบ้าดาราล่ะมั้งถึงได้มาอยู่รวมในกลุ่มนี้ด้วย เขาเดินลงจากรถช้าๆ แล้วเดินเข้าไปใกล้ๆกลุ่มคนตรงนั้น


สายตาพยายามสอดส่ายมองหาชายหนุ่มผมฟูที่ต้องมารับ แต่เพราะคนมากกันเกินไปทำให้เขาเริ่มถูกเบียดวงเข้าไปเรื่อยๆ จนแทบจะอยู่ตรงหน้าของนนท์แล้ว ( กรี๊ด...) แวบแรกที่เห็นในใจเขารู้สึกว่าผู้ชายตรงหน้าช่างหน้าหวานเสียจริง ใบหน้าเปล่งปลั่ง สวยกว่าผู้หญิง ร่างบาง..เพรียวลม ( ได้อีกๆ)



แวบที่สองเขาก็สบเขากับดวงตาคู่งามก็ระลึกได้ว่าดวงตาคู่นี้คือดวงตาซึ่งจับจ้องที่เขาตลอดเวลาหนึ่งปี ดวงตาที่มาดมั่นว่าสักวันจะทำให้เขารัก เหมือนคนอื่นรอบข้างไม่มีตัวตน โลกของเขาหมุนเร็วจนแทบจับความรู้สึกไม่ได้


ส่วนคนที่กำลังรับดอกไม้อยู่ก็ไม่ทันสังเกตว่าเขาถูกเบียดมายืนใกล้ตัวนนท์แล้ว ในจังหวะหนึ่งกลุ่มคนที่เพิ่งมาใหม่ก็เปลี่ยนให้วงข้างนนท์แคบลง ชายหนุ่มถูกแรงเบียดจนร่างไปชนเข้ากับอกกว้าง กลิ่นหอมอ่อนๆที่แสนคุ้นเคยลอยมาในความรู้สึก ผมนุ่มๆที่เพิ่งตัดมาไม่กี่วันของนนท์กระทบเข้ากับปลายจมูกของเขาพอดิบพอดี


‘ ไม่ใช่มั้งคงเป็นคนที่ใช้น้ำหอมกลิ่นเดียวกันมากกว่า’ นนท์ไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไปแล้วหันไปก้มหน้าขอโทษคนที่ชน


“ ขอโทษครับ” นนท์เงยหน้าขึ้นก็เห็นเจ้าของน้ำหอมกลิ่นคุ้นเคยยืนหน้างออยู่ เพราะเขาไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีเลยต้องวางหน้าขรึมไว้ก่อน


“ พี่ต้นมาได้ไงนี่” นนท์ถามอย่างดีใจ อัศวินขี่ม้าขาวเหรอใช่สินี่คงเป็นสิ่งที่ กิ่งกระซิบไว้ก่อนจะหลบลี้หนีไปนั่นเอง อัศวินแสนเฉยชาผู้เคยผิดหวังในความรัก...



“ น้องกิ่งให้พี่มารับเรา เห็นบอกว่าไม่ได้พารถมา” ชายหนุ่มบอกประสงค์ นักศึกษาคนอื่นๆเลยแปลกใจที่นนท์ยิ้มให้เขาอย่างเปิดเผย (ตายแล้วพี่ต้น...ยังกล้าเย็นชาอีกนะ..อารมณ์เสีย)



“ งั้นก็กลับบ้านสิ เอาพี่ช่วยนนท์ถือหน่อยนะ” นนท์ยิ้มให้แล้วยกดอกไม้หลายสิบช่อใส่อ้อมแขนของเขา ส่วนตัวนนท์เองก็กลับไปรวบที่เหลือมาบ้างแล้วเดินแหวกฝูงชนเดินไปที่รถ คราวนี้ใครจะกล้าล่ะ กิ่งบอกแล้วว่านนท์มีแฟนทำไมไม่มีใครเชื่อกัน นี่แหละต้องให้เห็นกับตาตัวเองถึงจะเชื่อกัน


ชายหนุ่มแม้รู้สึกขัดๆเขินที่ถูกสายตาคนอื่นมองด้วยความอิจฉาแต่ก็ยังช่วยนนท์ขนดอกไม้อีกตั้งสองรอบ ไม่นึกว่านนท์จะมีเสน่ห์ขนาดนี้.....กว่าจะออกจากมหาวิทยาลัยมาได้ก็เย็นจัด แถมวันนี้รถติดเป็นพิเศษ คนร่างบางนึกได้ก็ทำเช่นเมื่อวานรีบดึงการ์ดออกแล้วเดินนำดอกไม้ไปมอบความสุขให้คนอื่นๆ


“ จะลงไปไหนน่ะ” ชายหนุ่มถาม


“ รถยังติดอีกตั้งสามนาที นนท์ลงไปยืดเส้นยืดสายหน่อยนะ” หลังจากดึงการ์ดออกจากดอกไม้ไปหลายช่อก็ถึงเวลาแจก หอบดอกไม้ช่อโตหลายช่อส่งให้รถคันแล้วคันเล่า หลายคนแปลกใจแต่เมื่อได้สูดกลิ่นและเห็นความงามในดอกไม้ที่เขาเอามาให้ก็นึกขอบคุณในใจ ภรรยาที่กำลังงอนๆสามีอยู่ก็หายเป็นปลิดทิ้ง ไหนจะแม่ลูกที่ทะเลาะกันก็หายเคืองด้วยดอกไม้ของนนท์

เพราะเวลาที่เดินอยู่บนป้ายสัญญาณใกล้หมดเวลาไฟแดง เขาจึงต้องวิ่งกลับมานั่งในรถอย่างกระหืดกระหอบ แต่นนท์ก็มีความสุขที่ได้แบ่งปันรอยยิ้มแก่คนอื่นบนท้องถนน

“ คนให้เขาไม่โกรธแย่เหรอที่ทำอย่างนี้ คุณหนู ”


“ ไม่ล่ะมั้ง...พี่ไม่เห็นเหรอว่า แต่ละคนมีความสุขขนาดไหน ถ้าคนให้เขารู้ว่านนท์สามารถส่งต่อความสุขให้คนอื่นได้อีก พวกเขาคงดีใจมากกว่า” นนท์ปรายยิ้มเล็กน้อย สายตามองตรงไปข้างหน้าอย่างอ่อนล้า แล้วจึงปรับเอนเบาะที่นั่งให้ล้มลงไป ....เหนื่อยจริงๆแบกดอกไม้มาตั้งสามวัน หวังว่าพรุ่งนี้ปัญหาทุกอย่างคงจบนะ ไม่เช่นนั้นจากร่างบางได้กลายเป็นเดอะร็อคแน่นอน ก็เล่นแบกดอกไม้วันละหลายกิโลแถมใช่จะแบกแค่ครั้งเดียวเท่านั้น


“ ...” ชายหนุ่มหน้าเหลือบมองอีกคนด้วยหางตา ใช่สิวันนี้นนท์ดูน่ารักจริงๆ แม้แต่เขายังอดหวั่นไหวไม่ได้ แต่ก็นั่นแหละยังไงลูกแกะดำก็ต้องดำวันยังค่ำ ต่อให้ย้อมสีขาวทั้งตัวแต่ไม่นานเมื่อสีหลุดลอกแกะก็จะกลับไปดำอีกคราหนึ่ง


พี่ชายของบ้านที่เสร็จจากขนดอกไม้มาวางไว้ที่ระเบียงด้านล่างเดินกลับขึ้นห้องของตัวเองอย่างอ่อนล้า เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็ต้องแปลกใจ กลิ่นหอมของดอกไม้ที่สดชื่นเข้ามาปะทะเต็มๆ ดวงตาของเขาไล่ไปมารอบห้องก็เห็นช่อดอกไม้วางอยู่เต็ม นึกแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างผ่อนคลาย พ่อคนเจ้าเสน่ห์ดูท่า...เขาจะประมาทนนท์ไม่ได้แล้วจริงๆ บางทีสิ่งที่นนท์ประกาศก้องไว้เมื่อปีก่อนอาจทำได้จริง

เขาอาจตกหลุมรักคนเจ้าเสน่ห์เข้าอีกคน เหมือนนักศึกษาชายมากมายที่รายล้อมพ่อคนนั้นในวันนี้


“ ดูนายจะเปลี่ยนไปจริงๆ คุณหนู” เขาเปรยเล็กน้อยก่อนจะล้มตัวลงบนที่นอนหนานุ่ม สูดเอากลิ่นหอมของมวลดอกไม้ที่วางอยู่เต็มห้องเข้าไป


***

กิ่งที่แอบหลบหนีจากวงล้อมเมื่อตอนเย็นก็มาขลุกอยู่ในห้องแฟนหนุ่ม จนหลับไปอย่างครั้งก่อน ..แต่การหลับครั้งนี้ก็ถูกปลุกจากเสียงแผดของเจ้าโทรศัพท์เครื่องเล็ก ...


“ พี่แบเหรอ มีอะไรคนกำลังนอนหลับอย่างมีความสุข” กิ่งคว้าเจ้าโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมากดรับอย่างแสนงัวเงีย

“ กิ่งแกอยู่ที่ไหนนี่ จะสามทุ่มแล้วนะยังไม่กลับอีก”

“ บอกแม่ให้หน่อยสิว่าฉันนอนบ้านเพื่อนนะ”


“ กับไอ้คิงคองอีกแล้วล่ะสิ” พ่อคนแสนรู้เดาได้ไม่ยาก นนท์ไม่ได้ว่าอะไรหรอก เพราะเขาเองก็รู้ดีว่าเจ้าหน้าหยกนั้นรักกิ่งแค่ไหน ไม่มีวันที่จะเดินเลยความสัมพันธ์ในช่วงเวลาที่ยังไม่พร้อมเช่นนี้ กิ่งเองก็ไม่ใช่พวกผู้หญิงใจง่ายไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว เขาเลยวางใจ


“ เออใช่ .. ตอนแรกกะจะมานั่งเล่นสักหน่อยแต่ก็หลับไปจนได้..ว่าแต่วันนี้พ่ออัศวินของฉันเป็นยังไงบ้างล่ะ หล่อถูกใจแกไหม” กิ่งรับคำเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามเหตุการณ์ในตอนเย็นที่ผ่านมา


“ ก็โอเคนะ แต่อัศวินของแกชอบทำหน้าบึ้งใส่ฉันอยู่เรื่อย” ความใกล้ชิดในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาทำให้นนท์หวั่นไหวอย่างไม่รู้ตัว ในทีแรกก็หมายจะพิชิตใจอีกฝ่ายเพื่อลบคำสบประมาท แต่สุดท้ายนนท์ก็หลงรักเจ้าคมขรึมเข้มจนได้.

.รักจนกิ่งยังรับรู้ การพบเจอกันครั้งแรกในคืนไร้หวัง แม้จะสร้างความไม่พอใจต่อคนหน้าสวยอย่างมาก แต่เวลาหนึ่งปีมานี้มันทำให้นนท์ได้รับรู้และเข้าใจพี่ต้นมากขึ้น จูบแรกอันเป็นอคติจึงเป็นสิ่งที่เขาลืมไปเสียสนิทใจ


“ เหรอ ดีแล้วล่ะไว้วันหลังฉันจะเอาใหม่นะเอาให้น่ารักกว่านี้อีกดีไหม”


“พอแล้วแหละ แค่วันนี้ฉันก็สงสารเขาจะแย่ ช่วยฉันแบกดอกไม้จนแขนเกือบหัก หวังว่าพรุ่งนี้ทุกอย่างคงหายใจได้สะดวกนะ คงไม่มีดอกไม้มาอีก” นนท์ได้แต่ภาวนาในใจ


“ ฉันอุตส่าห์ลงทุนหลอกล่อพี่ต้นไปสมอ้างแล้ว คงล่าถอยกันไปเยอะแหละนะแต่ถ้าจะมีก็แสดงว่าพวกนั้นอึดสุดๆ สงสัยจะหลงเสน่ห์แกเข้ามากๆแล้ว พี่แบเอ๊ย”

“ อย่าพูดอย่างนั้นสิฉันล่ะเหนื่อยใจจริงๆนะ” นนท์ปราม

“ ไม่ต้องห่วงหรอกถ้าพวกนั้นยังไม่รามือ เดี๋ยวฉันขอให้พี่ต้นไปรับแกอีกสักอาทิตย์หนึ่งเลยดีไหม พวกนั้นจะได้เชื่อว่าแกมีแฟนแล้วจริงๆไม่ได้โกหกหรือสร้างฉากมาเพื่อหลอกลวง คนอย่างพวกอึดๆอย่างนั้นมันต้องเล่นกันยาวนานและรุนแรงจะได้รู้สึก” กิ่งเริ่มเสนอแผนการขจัดพวกคลั่งไคล้


“ ไม่ต้องขนาดนั้นหรอก โธ่แค่วันนี้เขาไปรับฉัน ฉันยังเห็นหน้าเขางอจะตายไป ขืนแกบอกให้ไปรับฉันทั้งอาทิตย์เขาคงได้กระทืบฉันลงจากรถวันหนึ่งก็เป็นได้” แม้เขาจะไม่พูดอะไรตามนิสัยเย็นชาของเขา แต่หน้าเขาในบางมุมที่นนท์เห็นก็ใช่จะสบอารมณ์นัก


“ เหรอ ไม่ต้องห่วงหรอกฉันเชียร์แกเต็มที่อยู่แล้ว” กิ่งเสริมทัพกำลังใจ

“ อืม ว่าแต่ทีหลังจะเล่นมุกอะไรหัดบอกฉันบ้างก็ดีนะไอ้ลิง ฉันจะได้เตรียมตัวให้พร้อมไม่ใช่ว่ายิ้มเก้อปากเหวอเหมือนวันนี้อีก”


“ ได้อยู่แล้ว” ปากบอกไปว่าได้ แต่ก็แอบเอานิ้วมาขัดกัน ขืนบอกแผนการทั้งหมดนนท์ได้โวยบ้านแตก หากได้รู้ความจริงว่าทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องโกหกที่ทุกคนรวมหัวกัน นนท์คงได้อาละวาดจนไม่มีใครห้ามได้แน่ แม้นิสัยคุณหนูจะหายไปจากเขาจนปลิดทิ้ง แต่ใครจะรู้ล่ะมันอาจจะมีเชื้อแฝงอยู่ก็ได้


รอตอนร่างกายและจิตใจอ่อนแอก็จะแผลงฤทธิ์ออกมาอีก คราวนี้แหละเชื้อคงกำเริบมากกว่าเดิมแน่ สมัยก่อนที่ว่าเป็นคุณหนูมีสักร้อยมาถึงตอนนี้คงต้องเอาอีกสักพันสักหมื่นคูณเข้าไปแน่นอน.....


“ ถ้าอย่างนั้นแค่นี้ก่อนนะไว้พรุ่งนี้ฉันจะเอาชุดนักศึกษาไปให้แล้วกัน” นนท์ยอมยื่นมือเข้าช่วยทุกอย่าง แม้จะไม่ได้เตรียมรับกับแผนที่กิ่งวางไว้ในวันนี้ แต่ทุกอย่างก็ออกมาดีและสมบูรณ์อย่างมาก เจ้าชายขี่ม้าขาว โธ่คำนี้ช่างดูคลาสสิกดูมีเสน่ห์เสียจริง



แม้วันนี้จะไม่มีคนมาส่งดอกไม้ให้นนท์มากมายเช่นทุกวัน แต่ก็ยังมีไม่ขาดสายเขายังต้องรับดอกไม้นับสิบช่อ แต่เอาเถอะก็ดีกว่ามีคนเกลียด..มีจำนวนไม่มากอย่างนี้สิเขาพอทำใจได้หน่อย
“ ถึงพี่จะมีแฟนแล้วแต่เราก็ภาวนาให้พี่เลิกกับแฟนเร็ว” ดูสิพูดออกมาได้ นักศึกษาชั้นปีหนึ่งที่รวมตัวกันเป็นชมรมรักนนท์เริ่มประกาศเปิดรับสมาชิกตั้งแต่เย็นวาน ยืนยันที่จะเป็นแฟนคลับของเขาต่อไปไม่ว่านนท์จะมีแฟนแล้วก็ตามที

“ ครับขอบคุณ” นนท์ยิ้มแสนเจื่อนสนองกลับไป.. นี่ถ้าเป็นแฟนกับพี่ต้นจริงคงได้เศร้าแน่นอนที่มีคนมาอวยพรให้เลิกกันเสียงหนักแน่นอย่างนี้


“ รับรองครับ แม้เราจะอ่อนกว่าพี่แต่ความรักไม่น้อยอยู่แล้ว” ตัวแทนของกลุ่มกล่าวขึ้นกับเขาเสียงนุ่มนวลมองตาเสียหวานเยิ้มจนน้ำตาลแทบเกาะตกผลึก

“ พี่ไปก่อนนะ” แล้วนนท์ก็รีบหอบดอกไม้ทั้งหมดเดินตรงไปที่รถ

“ เป็นไงคนเจ้าเสน่ห์” เสียงทักทายจากคนผมยาวทำให้นนท์อดหันไปดุไม่ได้..กิ่งนะกิ่งทำไมไม่ได้ช่วยถือดอกไม้บ้างเลย นั่งสบายใจเฉิบอยู่ในรถ แต่ก็ช่างเถอะ..เฮ้อ ยังไงวันนี้ก็ไม่ได้มากได้มายเหมือนวันก่อนๆ



บรรยากาศในห้องประชุมตอนนี้ถือว่าค่อนข้างเครียดไม่น้อย บรรณาธิการบริหารหนุ่มเจ้าของสำนักพิมพ์ถึงกับกุมศีรษะเพราะภาวะยอดขายตกต่ำ


“ ตอนนี้ทางบริษัทของเขาค่อนข้างประสบกับวิกฤติ ในช่วงนี้เศรษฐกิจขาลง อีกทั้งคู่แข่งของเราก็ผุดกันมาก เลยทำให้ยอดขายในตอนนี้ลดลงกว่าเดิมถึงยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์และดูเหมือนแนวโน้มจะลดลงมากขึ้นเรื่อยๆอีกทั้งรัฐบาลที่เพิ่งเข้ามาก็ยังไม่มีนโยบายเร่งด่วน ในการจัดการเกี่ยวกับธุรกิจเลย.


.ปัญหาน้ำมัน ราคาข้าว ตลอดจนเครื่องใช้อุปโภคบริโภค ทำให้ค่าเงินในมือน้อยลง ประชาชนเลยเลือกจะซื้อในสิ่งจำเป็นมากกว่า” นุ่นหรือวรนุชผู้จัดการฝ่ายโฆษณารับหน้าที่รายงานนอกจากตำแหน่งที่เธอรับอยู่ เธอก็ยังควบตำแหน่งดูแลยอดขายหนังสือด้วยด้วย


“ คู่แข่งตอนนี้ส่วนมากที่เด่นๆก็มีอยู่สักห้าหกสำนักพิมพ์ ตอนนี้เหมือนยอดขายกระจายๆกันไป เลยทำให้เราได้รับเงินน้อยกว่าเดิม เพราะภาวะฝืดเคืองเลยทำให้คนควักเงินจ่ายน้อยลง” ผู้จัดการฝ่ายการเงินคุณประชาแจงต่อจากคุณวรนุช


“ ดิฉันว่าทางที่ดีเราควรต้องหากลยุทธเปิดการตลาดดู ” คุณวรนุชเสนอต่อ แต่ต้นก็ยังนั่งนิ่งครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ชายหนุ่มเอ่ยปากในตอนท้ายๆของการประชุม


“ ผมว่ายังไงเรื่องนี้ก็ยังสรุปอะไรไม่ได้นัก รอดูยอดขายอีกสักสองสามปักษ์แล้วค่อยว่ากันอีกครั้ง” เขาตัดสินใจสรุปรายงานในวันนี้ หลังเลิกประชุมสมาชิกแต่ละคนก็เดินออกไปเรื่อยๆมีแต่คนร่างอวบน้อยๆเท่านั้นที่ยังอยู่เป็นเพื่อนเขา ชายหนุ่มกางมือสุดแขนแล้วทิ้งตัวลงไปยังเก้าอี้ที่นั่งอยู่ ปลดปล่อยความอ่อนล้าออกไป ทันทีที่ยอดขายอีกสองปักษ์ออกมาคงมีผลแค่สองอย่างคือเสมอตัวหรือขาดทุนเท่านั้น….อุปสรรคใหญ่กำลังเข้ามาท้าทายเขาเต็มเหนี่ยว


“ ฉันว่าบางทีหากเหตุการณ์ยังเป็นอย่างนี้ เราควรเปลี่ยนไปออกเป็นรายเดือนที่กว่าไหม โอกาสเสี่ยงก็จะน้อยลงด้วย” หญิงสาวเสนอความคิด เพราะความเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียนแถมยังทำงานมาด้วยกันตั้งปีกว่าเลยทำให้เธอค่อนข้างวางตัวสบายๆเวลาอยู่กับเขา


“ แต่ผมคิดว่ามันไม่ดี your house my home ถูกตั้งเป็นหนังสือรายปักษ์ตั้งแต่เริ่มแรกหากเรามาเปลี่ยนตอนนี้กลุ่มผู้อ่านที่ตามเรามาสิบกว่าปีจะนึกยังไงล่ะ” สิ่งที่เขากังวลคือภาพของผู้อ่านที่ติดตานิตยสารตกแต่งบ้านของเขามานาน


“ เหรอ...อย่างนั้นก็อย่าเครียดเลยฉันว่าเราเลิกคิดเรื่องนี้ไปก่อนดีกว่า” หญิงสาวเสนอเพราะยิ่งคุยเขาก็ยิ่งจะเครียดมาขึ้นกว่าเดิม



“ อืม” เขาเห็นตามแล้วลุกขึ้นยืนอย่างฉับไหว ทั้งคู่เดินออกมาจากห้องประชุม แล้วก็ออกจากสำนักพิมพ์ไปทานอาหารด้วยกันที่ร้านใกล้ๆ เวลาในช่วงอาหารเย็นผ่านไปรวดเร็วตอนออกจากร้านหญิงสาวเอื้อมมือไปคว้ามือของมากุมไว้


“คุณอย่าคิดมากเลยนะ” หญิงสาวให้กำลังใจ


“ คือขอบคุณ” เขาตกใจไม่น้อยที่เธอคว้าแขนเขาไปคล้องด้วย แทนที่จะกุมมือเพียงอย่างเดียว เขาพยายามแกะมือของเธอออก


“ เป็นอะไรไปคะ”หญิงสาวถามอย่างสงสัย เมื่อเห็นเขาพยายามดึงมือที่คล้องแขนเขาออก ชายหนุ่มก้มหน้าลงเล็กน้อยแล้วพูดความจริง


“ ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าถูกตัวผมเลยนะ ผมไม่ค่อยชอบให้คนอื่นมาถูกตัวสักเท่าไหร่ ขอโทษด้วยนะถ้าไม่สุภาพ” ชายหนุ่มบอกเสียงราบเรียบไม่ได้โกรธหรือไม่พอใจ แต่บอกไปอย่างบริสุทธิ์ใจ แล้วเขาก็เดินลับหายไปทางสะพานลอยทันที

สะพานลอยที่จะพาเขาไปอีกฝั่งของถนนเพื่อขึ้นไปยังคอนโดมิเนียมซึ่งอยู่คนละฟากกับสำนักพิมพ์ วรนุชยืนมองอย่างเสียใจแม้จะได้ทำงานใกล้กัน คุยกันบ่อยครั้งแต่ก็ไม่มีวันที่จะได้เดินฝ่าความเย็นชาในตัวของเขาได้เลยสักครั้ง หญิงสาวยิ้มรับให้กับสิ่งที่เขาบอกเอาเถอะก็ใครสั่งให้เธอหลงรักพ่อคนเย็นชาคนนั้นเข้าล่ะ หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่เดินตรงไปที่รถของตัวเองซึ่งจอดไว้ไม่ห่างจากที่ยืนอยู่

nune

  • บุคคลทั่วไป
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 7
«ตอบ #35 เมื่อ09-07-2009 22:12:45 »

ถ้าพี่ต้นเจอนนนี่เวอร์ชั่นใหม่ จะจำได้ไหมหนอ ตื่นเต้นๆอยากอ่านต่อง่า  :impress2:
ไม่ได้มาวันเดียว นิยายไปไวมากๆเลย ขอบคุณนะคะ ^^

ออฟไลน์ ปี้ปี้ปี้~PalmY

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2427
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +273/-1
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 8
«ตอบ #36 เมื่อ09-07-2009 22:52:55 »

พี่ต้นเริ่มหลงไปซะแล้ว  :z2:
แต่นนท์ดันรักเข้าจริงแล้ว  o22 :เฮ้อ:

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 8
«ตอบ #37 เมื่อ10-07-2009 20:04:21 »

หุหุ ใกล้ละ เดี๋ยวคงมีเฮ  :z2: :z2:

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6284
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 8
«ตอบ #38 เมื่อ10-07-2009 21:50:39 »

อยากได้ดอกไม้จากนนท์บ้าง ฮร่า ๆๆๆ :L2:
พี่ต้นไม่ต้องเครียดน๊า
กลับบ้านไปเห็นหน้านนท์ก็หายเครียดเองแหละ  :z1:

LoveNineTeen

  • บุคคลทั่วไป
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 9
«ตอบ #39 เมื่อ11-07-2009 10:01:43 »

ตอน 9

บ้านวรโชติดูเหมือนกำลังมีใครเล่นตลกอยู่ เพราะวันนี้ลูกสาวคนเล็กกลับมานอนที่บ้านแต่ลูกชายคนโตก็ไปนอนที่คอนโดมิเนียมของตน แต่กระนั้นบ้านหลังนี้ก็ยังคึกครื้นได้ตลอดเวลา สองแม่ลูกนั่งคุยกันอย่างออกรสและประเด็นที่ทำให้ร่าเริงกันได้ขนาดนี้จะมีอะไรเสียอีกล่ะ ถ้าไม่ใช่แผนการจับคู่ให้นนท์กับพี่ต้นโดยเฉพาะแผนอัศวินขี่ม้าขาววานนี้


“ เมื่อวานพวกที่มาจีบนนนี่ของแม่ถึงกับอึ้งไปเลยค่ะ กิ่งแอบดูอยู่ใกล้ๆนั้นนนท์นี่หน้าแดงแบบว่าบรรยายไม่ถูกเลย” กิ่งเล่าเหตุการณ์แสนลุ้นระทึกให้มารดาได้รับรู้


“จริงเหรอ ...เมื่อวานแม่แอบเห็นพี่ต้นช่วยนนนี่ขนดอกไม้เข้ามาในบ้านด้วย” มารดาเองก็มีความสุขยามได้พูดถึงสองคนที่ไม่รู้เรื่อง

“ว่าแต่พี่ต้นเป็นไงบ้างคะ นนท์อุตส่าห์ลงทุนแปลงร่างเสียหล่อเช้งขนาดนี้”


“ แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ แต่แม่ว่ามีสิทธิ์ลุ้นก็แต่ก่อนเห็นนนท์เป็นเด็กตลอดเลยนี่ มาตอนนี้ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงคงหวั่นไหวบ้างไม่มากก็น้อยแหละ”


“ ถ้าเป็นอย่างที่แม่ว่าก็ดีนะ กิ่งกลัวจริงๆว่าภูเขาน้ำแข็งอย่างพี่ต้นนี่ไฟธรรมดาคงละลายลงไม่ได้” กิ่งยังคงเก็บความกลัวว่าแผนจะไม่สำเร็จไว้ในส่วนหนึ่งของความคิด


“ โธ่ มีแม่กับลูกร่วมมือกันจะเป็นไฟธรรมดาได้ไง”


“จริงสิคะ กิ่งรู้สึกว่าช่วงนี้พี่ต้นดูเครียดไปนะไม่รู้ว่างานที่สำนักพิมพ์จะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า” ถัดจากเรื่องจับคู่ ลูกสาวคนเล็กก็เอ่ยอีกประเด็นขึ้นมา


“เหรอ แม่ไม่ยักกะรู้ไว้พรุ่งนี้แม่จะเข้าไปสำนักพิมพ์ดูก็แล้วกัน ลูกไม่ต้องเป็นห่วงนะ” มารดาบอกเสียงนุ่มนวล ก็ตั้งแต่วางมือจากงานที่ทำก็ไม่ได้กลับไปดูสักเท่าไหร่ ถือโอกาสนี้กลับไปเยี่ยมพนักงานบ้างก็น่าจะดี ใช้บารมีความรักปกครองคนจะได้ทำงานกับเราอย่างมีความสุข

ทำให้คนใต้ปกครองรักในงานที่ทำไม่ใช่หวังเพียงน้ำเงินที่ได้กลับไป ปรัชญาที่ได้รับมาจากคุณสามีผู้ล่วงลับนางยังจำได้ขึ้นใจ




วันต่อมาคุณแก้วก็เข้าไปที่สำนักพิมพ์ตั้งแต่เช้า และได้รับรู้ทราบความจริงจากพนักงานในบริษัทนางไม่นึกมาก่อนว่าลูกชายจะเก็บเรื่องหนักอึ้งนี้ไว้แต่เพียงผู้เดียวไม่ยอมบอกให้นางได้รับรู้เลย



“ ทำไมเรื่องใหญ่ขนาดนี้พี่ต้นถึงไม่บอกแม่ล่ะลูก” นางใช้ความเมตตาเข้าหาไม่ใช่เกรี้ยวกราดและไม่โทษว่ามันเป็นความผิดพลาดของลูกชาย


“ ผมก็แค่ไม่อยากให้แม่เป็นกังวล”


“ เรื่องอย่างนี้น่ะต้องบอกกันให้รู้นะลูก เราจะได้เตรียมตัวรับมือกันทัน วิกฤตไม่ใช่ว่าเพิ่งเกิดกับสำนักพิมพ์เราครั้งแรกเสียหน่อย สมัยก่อนตอนแม่เข้ามารับช่วงจากคุณพ่อใหม่ๆบริษัทก็ประสบปัญหารุมเร้ามาตั้งเยอะ แม่ไม่เชื่อหรอกว่าครั้งนี้จะผ่านไปไม่ได้” นางบอกอย่างมาดมั่น

“ แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนครั้งก่อนนะแม่ เพราะเรามีคู่แข่งเพิ่มขึ้นมาก แถมยอดขายยังตกแล้วตกอีกผมกลัวจริงว่า...” เขาไม่อยากพูดสิ่งที่จะทำให้มารดาสะเทือนใจ แต่สัจธรรมของโลกก็ย่อมเป็นจริงมิมีวันเท็จลวง


ทุกอย่างมีเกิดก็ต้องมีดับไป


“ อย่าห่วงไปเลยไม่มีวันที่เราจะต้องปิดบริษัทหรอก ต่อให้เราขาดทุน แต่เงินที่เราเก็บสะสมไว้ก็ยังมีอยู่มากเอามาจุนเจือก่อนก็ได้” ....


“ โธ่แม่เงินของเรามีสักกี่ล้านกันเชียว แค่ลงทุนวางแผนการตลาดใหม่ก็หมดงบไปเยอะแล้ว อย่างน้อยหากเราจะเปิดกลยุทธ์ใหม่ก็ต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่าห้าล้าน” ชายหนุ่มระบายสิ่งที่อัดอั้น แม้ทางบริษัทจะก่อตั้งมายาวนานและค่อนข้างน่าเชื่อถืออย่างมาก แต่ในสภาพเศรษฐกิจอย่างนี้คงยากที่จะขอกู้จากแหล่งเงินได้รวดเร็วทันเวลา



“ ไม่ต้องเป็นห่วงนะรับรองอาทิตย์หน้าแม่หาเงินห้าล้านให้ลูกได้แน่” นางรับปากอย่างมั่นใจ บ้านวรโชติจัดเป็นครอบครัวที่มีฐานะไม่น้อย แต่ทรัพย์สินส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในรูปของเงินสด เลยทำให้ยากที่จะหาเงินหลายล้านภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ ชายหนุ่มยังมืดแปดด้านมองไม่เห็นทางเดินเลย

หลังจากออกมาจากสำนักพิมพ์แล้วคุณแก้วก็ต่อสายตรงถึงเพื่อนสนิทที่อยู่คนละฝั่งฟ้าทันที บัดนี้นางคงต้องเอ่ยปากเพื่อรักษาสำนักพิมพ์ไว้


“ สวัสดีจ้ะมีอะไรหรือเปล่าแม่คุณนี่มันห้าทุ่มกว่าแล้วนะ” ปลายสายถามเสียงใสหันมองความมืดนอกหน้าต่างที่พัก

“ นันฉันมีเรื่องจะรบกวนหล่อนหน่อย”


“ ดูเสียงเธอมันคงไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลยนะ มีปัญหาอะไรร้ายแรงเหรอ” คุณนันจับน้ำเสียงของเพื่อนสนิทได้อย่างรวดเร็ว


“ ตอนนี้ทางสำนักพิมพ์กำลังมีปัญหาทางการเงินฉัน...”


“ ได้อยู่แล้วแค่นี้เอง เธอกับฉันก็รู้จักกันมาหลายสิบปีเรื่องแค่นี้สบายมาก” เศรษฐีนีวัยกลางคนรับปากไปทั้งที่ยังไม่ฟังให้จบเลยว่าคุณแก้วจะพูดอะไร


“ อะไรของหล่อนนี่ฉันยังพูดไม่ทันจบเลยนะ ...รับปากแล้ว นี่ถ้าฉันบอกให้หล่อนโอนมรดกทั้งหมดให้ฉัน หล่อนไม่แย่เหรอ...” นางอดยิ้มให้กับกระบอกโทรศัพท์ไม่ได้ นี่แหละน่าตัดสินใจเร็วพูดเร็วแต่ไม่เคยผิดพลาดนิสัยที่ติดตัวคุณนันมาตั้งแต่รู้จักกัน


“ เอาเถอะโอนให้เธอทั้งหมด แต่พอหลังจากนนท์แต่งงานกับลูกชายเธอแล้ว ยังไงฉันก็ได้กลับไม่เห็นจะซีเรียสอะไรเลย” คำตอบของคนห่างไกลสร้างรอยยิ้มให้คนฟังได้มากขึ้นกว่าเดิม


“ แต่นัน..”


“ โธ่สมัยก่อนเธอยืมเงินฉันซื้อขนมบ่อยจะตายคิดอะไรมากล่ะ”


“ แต่หล่อนสมัยนั้นมันยืมที่ละสองสามบาทนะ แต่ตอนนี้ที่ฉันกำลังจะขอยืมมันเข้าหลักล้านเชียวนะ” คุณแก้วพูดเพราะอยากให้อีกคนคิดให้จงดี


“จะเท่าไหร่ก็ไม่ได้ต่างกันสักหน่อย เวลาฉันมีปัญหาหล่อนก็ช่วยรับหน้าไว้ตั้งหลายครั้งไม่ต้องคิดมากเลยนะ”


“ขอบใจมาก” นี่แหละนะมิตรภาพที่มีอยู่ไม่ว่าอะไรก็ไม่เคยทำให้สองคนต้องแยกร้างห่างหาย ตัวเงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่วัดความไว้วางใจที่มีให้ ...

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 9
« ตอบ #39 เมื่อ: 11-07-2009 10:01:43 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






LoveNineTeen

  • บุคคลทั่วไป
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 8
«ตอบ #40 เมื่อ11-07-2009 10:21:43 »

แม้เวลาจะผ่านไปแล้วหนึ่งอาทิตย์ แต่ทุกวันต้องมีคนเอาดอกไม้มาให้นนท์อย่างน้อยสองช่อ จนมันกลายเป็นความเคยชินอย่างหนึ่งในกิจวัตรของนนท์ กลิ่นหอมของดอกไม้ที่นักศึกษาชายเอามาให้ ก่อนกลับบ้านถ้าไม่เห็นตัวคนก็จะมีดอกไม้มาวางไว้ที่กระจกหน้ารถแถมยังมีการ์ดลายสวยผูกห้อยติดมาด้วย “ ฉันนับถือความพยายามของพวกนี้จริงๆเลยนะ” กิ่งเดินมาหยิบช่อดอกไม้ที่วางไว้บนกระโปรงรถ แล้วเปรยขึ้นอย่างทึ่งๆ ในเสน่ห์ของเพื่อน



“ คงจะอย่างนั้นหรือฉันรับรักเขาดีไหม” ท่าทางครุ่นคิดและตริตรองทำให้กิ่งต้องตีแขนเพื่อนสนิทอย่างแรงหนึ่งที


“ โอ๊ย ทำอะไรของแกนี่ไอ้ลิง เดี๋ยวฉันก็เรียกบริวารจัดการหรอก..”



“ บ้าคิดอะไรอย่างนั้น ..ห้ามรับรักใครเด็ดขาดฉันจองแกเป็นพี่สะใภ้แล้วอย่าลืมสิ ขืนแกกล้าไปรับรักคนอื่นนะฉันเลิกคบแกแน่”



“ ก็ดูพี่ชายแกสิทำกับฉันไม่ต่างจากเมื่อก่อนเลยสักนิด ถึงแม้จะคุยกันได้มากขึ้นแต่ยังไงเขาคงไม่เปลี่ยนความคิดในการมองฉันหรอก” ลมหายใจถูกถอนออกอย่างเหนื่อยหน่าย ความพยายามของนนท์จะเสียเปล่าหรือไม่นะ


“ แต่พี่ชายฉันก็ไม่มีแฟนสักหน่อยนี่ ในบรรดาคนที่เข้ามาทั้งหมด แกนับว่าใกล้เขาที่สุดแล้วนะ อุตส่าห์สู้มาตั้งหนึ่งปีนี่แกจะยอมล้มง่ายๆเหรอ” กิ่งกล่าวให้กำลังใจ เพราะไม่อยากให้เพื่อนสนิทที่ลงทุนเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในชีวิตล้มเลิกไปง่ายดาย


“ ใช่สิฉันจะล้มเลิกไม่ได้” นนท์ยิ้มให้ รับการต่อสู้ที่เพิ่งเดินมาได้ไม่เท่าไหร่ เขาจะแพ้ไม่ได้..


“ ต้องอย่างนี้สิ”


**

กลับมาบ้านสองคนก็ทานข้าวเย็นกันพร้อมเพรียง ก่อนที่คุณแก้วจะเดินเลี่ยงขึ้นห้องไปปล่อยให้สองเพื่อนสนิทอยู่กันตามลำพังภายในห้องนั่งเล่น


“ น้าแก้วเป็นอะไรเปล่าวะกิ่ง..ดูท่านแปลกๆไป”


“ ไม่รู้สิ..เดี๋ยวฉันลองไปถามแม่ละกัน” กิ่งส่ายหน้าอย่างไม่รู้ เสนอว่าตนจะไปถามมารดาเอง จากนั้นก็ลุกพาร่างเพรียวลมเลาะไปยังห้องของคุณแก้วโดยไว

“ แม่คะ หลับหรือยัง” หญิงสาวเคาะประตูบวกคำถาม


“ ยังจ้ะ” นางตอบ



“ งั้นกิ่งเข้าไปนะ” หญิงสาวบอกก่อนจะเปิดประตูเข้าไป เปิดมาก็เห็นมารดากำลังนั่งดูอะไรบางอย่างบนเตียงนอน ดูสีหน้าไม่ค่อยจะปกตินัก


“ มีอะไรหรือเปล่าคะแม่”


“ เปล่าหรอกที่บริษัทมีปัญหานิดหน่อย..” นางบอกปัด ไม่อยากเพิ่มความกังวลให้ลูกสาวอีกคน แต่เธอก็ดูออกว่ามารดากำลังปิดบังความจริงอยู่


“ แม่โกหกไม่เก่งเลยนะ”


“ ความจริงเพราะพิษเศรษฐกิจและคู่แข่งที่เพิ่มขึ้นมากในตอนนี้เลยทำให้ยอดขายเราลดลง ต้องเร่งวางแผนการตลาดใหม่.” ในที่สุดก็ยอมเอ่ยปากบอกความจริง

“ แสดงว่าต้องใช้เงินเยอะสิคะ” กิ่งคาดเดา..


“ ใช่ ...แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไรเรื่องเงินแล้วล่ะ น้านันเขายินดีจะให้เรายืมมาหมุนเวียนก่อน” นางยอมบอกความลับลำดับต่อมา


“ เหรอคะ แสดงว่าน้านันต้องไว้ใจแม่มากล่ะสิถึงได้ยอมให้ยืมเงินจำนวนเยอะขนาดนั้น”


“ อืม แต่เรื่องนี้ห้ามบอกให้ใครรู้เด็ดขาดเลยนะ เดี๋ยวสองคนนั้นจะสงสัยเราเอาได้” มารดาเอ่ยกำชับ เรื่องความรักที่จัดวางต้องอยู่เหนือทุกอย่างสิ


วันนี้คุณแก้วเข้าบริษัทมาตั้งแต่เช้าก็เพื่อมาหาลูกชายสุดที่รัก

“ นี่เงินห้าล้านบาทแม่โอนเข้าบัญชีของบริษัทแล้วนะ” นางยื่นใบรับฝากที่รับจากธนาคารให้ลูกชายซึ่งนั่งหน้าเครียดรับไป


“ นี่แม่พูดจริงเหรอ ตอนแรกผมนึกว่าแม่จะพูดเล่นเสียอีก” เขาไม่อยากเชื่อว่าเวลาหนึ่งสัปดาห์
มารดาจะสามารถหาเงินจำนวนมากได้ขนาดนี้


“ แม่บอกแล้วว่าบริษัทเราต้องผ่านพ้นไปให้ได้ แต่เงินนี่ต้องใช้อย่างระวังล่ะรอดูยอดขายอีกสักสามสี่ปักษ์หากมันยังไม่กระเตื้องถึงวางแผนการตลาดใหม่ บางทีเงินก็ไม่ใช่คำตอบของการทำให้ยอดขายของเราเพิ่มขึ้นหรอกนะ” มารดาใช้ประสบการณ์ยาวนานในการทำงานเตือนสติลูกชาย


“ครับแม่ผมจะอดทนรอดูยอดขายอีกสักสี่ปักษ์ เผื่อว่าจะจับทิศทางได้บ้างว่าควรวางแผนไปทางไหนดี” เขาเห็นด้วยกับความคิดของมารดา อย่างไรเสียนางก็อาบน้ำร้อนมาก่อน


“ ว่าแต่เงินมากมายขนาดนี้แม่เอามาจากไหนเหรอ” ชายหนุ่มอดที่จะถามถึงแหล่งเงินไม่ได้ นางยิ้มให้แต่ก็ไม่ยอมบอกความจริง


“ มีคนเขาอยากช่วยบริษัทของเรา แม่แค่ขอยืมมาหมุนเวียนก่อนเท่านั้น”


“ แสดงว่าเราก็ต้องรีบใช้เขาสิครับ”

“ไม่หรอกลูกจัดการงานของลูกไปได้อย่างสบายใจเลยไม่ต้องกังวล คนคนนี้เขาไม่รีบเร่งเพราะเงินไม่ใช่สิ่งสำคัญ เขาอยากให้บริษัทของเรารอด..”

“ ไม่น่าเชื่อนะครับว่าจะมีคนอย่างนี้ในโลก คนที่ช่วยเหลือคนอื่นแถมยังให้เรายืมเงินตั้งหลายล้านโดยไม่เร่งวันให้เราคืนอีก”ชายหนุ่มอดแปลกใจไม่ได้

“ จ้ะเขาเป็นคนดีจริง ใช่วันนี้ลูกรีบกลับบ้านหน่อยนะ”

“ ทำไมเหรอครับปกติวันศุกร์ผมก็กลับบ้านอยู่แล้ว ให้กลับเร็ววันนี้มีอะไรพิเศษหรือเปล่า” ชายหนุ่มเลิกคิ้วอย่างสงสัย

“ เปล่าหรอกวันนี้แม่กับน้องกิ่งจะไปทำธุระสักหน่อยคงกลับบ้านดึกๆ พี่ต้นกลับไปอยู่เพื่อนน้องหน่อยนะ ให้เขาอยู่บ้านคนเดียวแม่ไม่ค่อยวางใจ” คำว่าน้องในที่นี่เขารู้ดีว่านางหมายถึงใคร

“ คือ..”

“ เอาเถอะนะ ดูแลน้องหน่อยถ้าไม่ติดธุระแม่คงไม่ปล่อยให้น้องเขาอยู่บ้านคนเดียวหรอก” นางรีบชิงบอกเพื่อปิดประเด็น


“ ก็ได้ครับแม่”ชายหนุ่มยอมรับปาก ไหนๆเรื่องที่เขากังวลมาตลอดสัปดาห์ก็ถูกมารดาขจัดออกให้แล้ววันนี้กลับบ้านเร็วหน่อยก็น่าจะดี


“ งั้นแม่ไปก่อนนะ” นางโบกมือเยี่ยงวัยรุ่น แล้วเดินโฉบออกจากสำนักพิมพ์อย่างปราดเปรียว
ใครจะเชื่อล่ะว่าหญิงวัยกลางคนที่เดินออกไปบัดนี้วัยล่วงเลยถึงเลขห้าแล้ว ยิ่งอายุเยอะนางยิ่งดูเด็กลงไอ้ผมทรงสั้นที่ไปตัดมาเมื่อปีก่อนก็ยังคงเหมือนเดิม พอมันเริ่มยาวนางก็ให้ช่างซอยออกให้สั้นเหมือนเดิม เพราะมีเพื่อนๆทักกันว่าทรงนี้ดูเด็กลงเยอะนางเลยติดใจตัดมาตลอด



ชายหนุ่มกลับมาบ้านเร็วตามคำสั่งของมารดา เขาเดินเข้ามาในบ้านก็เห็นอาหารเตรียมไว้อย่างเรียบร้อยแล้วก็แปลกใจ เพราะมารดาบอกว่าจะไปทำธุระไม่ใช่เหรอแล้วใครทำอาหารล่ะ ชายหนุ่มเดินตามเสียงเข้าไปในครัวก็แทบไม่เชื่อสายตาว่าคนที่กำลังจับตะหลิวผัดผักอย่างคล่องแคล่ว จะเป็นคนเคยหัวฟู..คนที่เขาสบประมาทไว้เมื่อปีก่อน


เขาเดินมาหยุดที่ข้างหลังของนนท์โดยไม่ส่งเสียงทักทายเลยสักนิด อยากจะดูสิว่านนท์จะคล่องจริงอย่างที่เห็นหรือเปล่า สมัยนี้พวกสวยแต่รูปจูบไม่หอมก็มีเยอะจะตายไป ท่าทางคล่องแคล่วไม่ใช่เครื่องการันตีว่าอาหารจะอร่อยสักหน่อย


“ เฮ้ย” คนตัวบางภายใต้ผ้ากันเปื้อนลายลูกไม้ที่กำลังจะหันหลังไปหยิบจานซึ่งวางไว้ในชั้นข้างๆ ชนเข้ากับร่างของเขาอย่างจัง เพราะไม่รู้มาก่อนว่าชายหนุ่มจะมาหยุดยืนอยู่



นนท์เซไปคนละทางกับด้านที่ชนเพราะสิ่งที่ชนดูมั่นคงเหมือนพ่อยักษ์ปักหลั่น ร่างที่บางกว่าเลยต้องเซไปตามระเบียบ ชายหนุ่มเอื้อมคว้าร่างนั้นไม่ให้ล้มลงแล้วดึงร่างของนนท์เข้ามา ด้วยแรงที่มีมากเลยทำให้คนที่ถูกช่วยเหลือชนเข้ากับร่างเขาอีกครั้ง แต่คราวนี้มีมือแข็งแรงโอบรับไว้ร่างเพรียวจึงไม่ล้มลงไปอีก หน้าหวานๆจมอยู่ที่อกของเขาเช่นเมื่อครั้งก่อนทุกอย่างเหมือนกับเหตุการณ์วันนั้นไม่มีผิด เหมือนกันมากแม้กระทั่งกลิ่นหอมจากชายหนุ่มก็ยังคงเป็นกลิ่นเดียวกัน



“ เป็นอะไรหรือเปล่า...ซุ่มซ่ามจริงๆ” ชายหนุ่มคลายมือออกปล่อยให้นนท์เป็นอิสระ นนท์ยังคงงงๆแต่ก็พยายามรวบรวมสติแล้วกลับไปตักผัดผักใส่จาน


“ มาไม่ให้สุ้มให้เสียงนนท์จะรู้ไหมล่ะ” พ่อครัวหน้าสวยค่อนขอดเขาเล็กน้อยไม่ได้จริงจัง


“ ก็ใครใช้ให้นายไม่หัดดูซ้ายดูขวาล่ะคุณหนู ชนพี่จนอกแทบหัก” ชายหนุ่มหมายถึงกระดูกหน้าอกไม่ใช่อกหักอย่างนั้น แต่ก็รู้ตัวว่าเขาพลาดปากไปแล้ว


“ หลีกสินนท์จะยกออกไปแล้ว”


“ เชิญคุณหนู” ชายหนุ่มผายมือแล้วหลีกทางให้นนท์เดินออกไปจากครัวโดยดี ร่างโปร่งเหลือบมองด้วยหางตาแล้วเดินออกไป ชายหนุ่มเดินตามหลังเขาไปติดๆ แล้วนั่งลงประจำที่ของตน


ชายหนุ่มยังลังเลที่จะทานอาหารฝีมือนนท์ดีหรือไม่ เคยรู้ฤทธิ์มาตั้งหลายครั้งแล้วว่าแทบจะต้องคายทิ้งทันทีที่ต้องลิ้น แต่สภาพวันนี้ดูดีจนไม่น่าเชื่อ ชายหนุ่มแข็งใจตักอาหารเข้าปาก...และความกังวลทั้งหมดก็คลายไป หากไม่เห็นกับตาคงไม่เชื่อหรอกว่านนท์ทำเองทั้งหมดนี้


“ อึ้งไปเลยละสิ” คนผมสีอ่อนบอกเสียงใส



“ คงจะอย่างนั้น” ชายหนุ่มรับด้วยสีหน้าเรียบเฉย ช่างน่าหมั่นไส้เสียจริงคนบ้าอะไร รู้ทั้งรู้ว่าใกล้จะแพ้พนันแล้ว แต่ก็ยังวางหน้าปกติไม่รู้ร้อนหนาวคิดแล้วช่างน่า....


“ อย่าลืมสัญญาล่ะ” แล้วนนท์ก็รีบทวงถามทันที


“ สัญญาอะไร” ชายหนุ่มตักอาหารเข้าปากต่อ ถามออกไปโดยไม่มองหน้าอีกฝ่ายเลยสักนิด นนท์ถึงกับกำมือแน่นในท่าทางเมินเฉยของเขา


“ อย่าลืมล่ะนนท์ได้ตบหน้าพี่สองทีแน่ ทุกอย่างกำลังจะสำเร็จ...”


“ ขอให้จริงเถอะ” เขาไม่ได้กลัวคำขู่ของนนท์เลย เพราะเขายังไม่รู้หรอกว่าอดีตพ่อคนสมองขี้เลื่อยบัดนี้กลายเป็นนักศึกษาเรียนดีคนหนึ่งของคณะไปแล้ว


‘ คนบ้าไม่รู้จักสะทกสะท้านบ้างเลยนะ คอยดูนะนนท์จะตบหน้าพี่ให้แดงเป็นแถบๆไปเลย คอยดูสิว่าจะไปทำงานได้ไหม ให้รู้กันทั่วไปเรื่อยว่าโดนนนท์ตบ’ ความหมั่นไส้ที่มีต่อชายหนุ่มข้างกายเหมือนจะมากล้นพ้นทวีไปอีกระดับหนึ่งแล้ว เพราะท่าทางเฉยๆไม่แสดงอารมณ์นี่แหละบางทีก็ทำให้เขาดูยโสไม่เห็นหัวใคร นนท์เกลียดสายตาว่างเปล่าที่มักเห็นเขาทอดออกมาเสียจริง มันเป็นสายตาที่ไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าเขากำลังคิดอ่านอะไรอยู่

“ เป็นอะไรทำไมไม่กินล่ะ” เขาออกปากถามอย่างสงสัย เห็นท่ากำช้อนแน่นหนาแถมดวงตาดุจมีเพลิงแค้นลุกโชนก็รู้ดีว่านนท์คงหาทางแก้เผ็ดเขาอย่างแน่นอน

“ เปล่าหรอก” นนท์กัดฟันตอบ

“ แล้วแม่จะกลับกี่โมง รู้หรือเปล่า”

“ นนท์ไม่รู้หรอกแต่เห็นกิ่งบอกว่าบางทีอาจจะกลับดึกๆหน่อย นนท์สงสัยจริงๆว่าสองคนนั้นเขาเยี่ยมญาติทางฝ่ายพ่อพี่ไม่ใช่เหรอ ทำไมพี่ไม่ไปด้วยล่ะ” ชายร่างบางซักถาม


“ ญาติทางคุณพ่อเหรอ ..”ชายหนุ่มนิ่งงันใช้ความคิด เท่าที่จำได้ญาติทางฝั่งบิดาก็ย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดกันหมดแล้ว แถมแต่ละจังหวัดก็อยู่ไกลครึ่งค่อนประเทศแล้วมารดาจะไปเยี่ยมใครนะ


“ ใช่เห็นบอกว่าสำคัญมากนนท์ก็ไม่รู้หรอก วันก่อนเห็นบอกว่าจะไปตอนวันเสาร์กัน อยู่มาเปลี่ยนเป็นวันนี้เฉยเลย” นนท์ยังเปรยต่ออย่างสงสัย แล้วเลิกสนใจในที่สุดหันไปทานข้าวต่อ

แต่แล้วสิ่งที่สองหนุ่มไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น .ฝนที่ไร้เค้าลางเทกระหน่ำอย่างหนัก !



ตกแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยมากก่อน ทั้งที่ก่อนหน้านี้อากาศยังสดใสไร้เงาเมฆเงาฝนเลยสักนิด
ชายหนุ่มที่นึกขึ้นได้ว่าตากผ้าไว้หลังบ้านรีบวางช้อนในมือตรงดิ่งไปเก็บผ้าทันที ต้นเห็นดังนั้นเลยวิ่งไปช่วยอีกคนเก็บโชคยังดีที่มีกันสาดบังไว้เลยทำให้ผ้าไม่ค่อยเปียก


“ฝนบ้าจะตกก็ไม่ส่อเค้าให้รู้เลย จะได้เตรียมตัวเก็บไว้ก่อน ถ้านนท์นึกไม่ออกมีหวังผ้าไปเปียกกันไปทั้งราวแน่นอน” คนตาเรียวสบถบ่นฟ้าฝน หารู้หรอกว่ามันกำลังเป็นใจให้สองคนได้เข้าใกล้กันมากกว่าเดิม


“ มีอย่างที่ไหนพูดกับท้องฟ้าก็ได้ด้วย นายนี่อาการหนักเอาการจริงเลยนะ” ชายหนุ่มที่ยืนหลบฝนข้างๆยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้ เพราะส่วนที่ยืนอยู่เป็นลานหลังบ้านไว้ซักล้างระยะทางค่อนข้างห่างจากตัวบ้านไม่น้อย ฝนก็ยังไม่มีเค้าจะหยุด

สองคนที่วิ่งมาเก็บเสื้อผ้าที่ตากไว้เลยต้องยืนหลบฝนภายใต้ลานซัก ที่มีกันสาดยื่นออกมาราวเมตรครึ่ง และดูเหมือนฝนจะยิ่งตกหนักมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก รอบๆข้างทั้งสองแทบมองไม่เห็นอะไรเลยเพราะความหนาแน่นของฝนที่ตกลงมามีมากนัก


“ ดูท่ามันจะไม่หยุดง่ายๆนะ” นนท์เอ่ยขึ้น เพราะชักเริ่มรู้สึกหนาวขึ้นมาแล้ว ทั้งลมทั้งฝน...พัดมาไม่หยุดบางส่วนก็สาดมาโดนทั้งสองปลายๆ แม้จะไม่ใช่ปริมาณมากแต่เพราะยืนอยู่นานเลยทำให้เสื้อผ้าเริ่มชื้น
“ หนาวเหรอ” ชายหนุ่มถามขึ้นเมื่อเห็นปากนนท์เริ่มสั่น


“ จะไม่หนาวได้ยังไงล่ะ ลมแรงขนาดนี้แถมยังโดนน้ำอีก” เขาตอบคนอายุมากกว่าไปทั้งที่ปากยังคงสั่น ตัวเริ่มเย็นไปทั้งหมด แม้จะเดินเข้าไปชิดติดผนังแล้วก็ตาม แต่ก็หลบไม่พ้นอยู่ดีมือที่กุมตะกร้าผ้าอยู่เริ่มสั่นตามไป


“ เอาตะกร้ามานี่” เขาบอกพร้อมทั้งดึงมันออกไปจากมือของนนท์


“ มือเย็นมากเลยนี่” เขาตกใจเมื่อมือของเขาได้สัมผัสกับมือคนถือตะกร้า ... เขาวางตะกร้าในมือลงแล้วหยิบผ้าขนหนูผืนใหญ่ขึ้นมาคลุมร่างของนนท์ไว้


“ เป็นไงบ้าง...”


“ ขอบคุณครับ” นนท์บอกเสียงอ่อนยิ่งนานก็ยิ่งหนาว ชายหนุ่มมองอีกคนอย่างสงสารเลยเดินมายืนตรงหน้า แล้วดันร่างนั้นให้เข้ามาชิดกับเขา ( กรี๊ด.....พี่ต้นของหนู..)


“ ทำอะไร...” นนท์ไม่มีแรงแม้แต่จะพูดห้าม เขาดึงมือของคนตรงหน้าให้เข้ามากอดร่างของเขาภายใต้เสื้อสูท กดหน้าหวานๆให้จมลงกับอกแกร่งแล้วดึงสูทที่เขาใส่มาปิดหน้าของนนท์เอาไว้ มือแกร่งๆค่อยลูบหลังของคนตัวบางเบาๆเพื่อไล่ความหนาว ... ( โรแมนติกมาก..พี่ต้น..)



นี่แหละน่าสิ่งที่นนท์ยืนบ่นอยู่เมื่อกี้กลับกลายเป็นสิ่งที่ดึงเขาให้ใกล้กับพี่ต้นมากขึ้นกว่าเดิม

...
“ดีขึ้นไหม..” เขาเองก็ไม่ค่อยกล้าจะพูดสักเท่าไหร่ ไม่รู้หรอกว่าทำไมถึงได้ทำอะไรอย่างนั้นลงไป คิดแล้วก็เขินตัวเองอยู่เหมือนกัน เหมือนว่าตอนนั้นสติพร่ามัวความรู้สึกเท่านั้นที่มีอำนาจ อำนาจที่สั่งให้เขาดึงร่างอีกคนเข้ามากอดไล่ความหนาว ส่งต่อความอบอุ่นที่มีให้นนท์ไป


“ ครับ” นนท์พยักหน้ารับ ในใจก็เต้นระรัวแทบล้นออกจากอก..ใกล้กันมากที่สุด กลิ่นหอมจากกายหนั่นหนาดูจะเป็นเอกลักษณ์ตราลงในทุกความรู้สึก..


“ ทีหน้าทีหลังก็เอาร่มมาวางไว้ตรงนี้สักคันดีกว่า เผื่อวันหลังฝนตกอีกจะได้กลับเข้าบ้านไปได้” เขาบอกเสียงอ่อน หารู้หรอกว่าตอนนี้ยังมีสายตาอีกสองคู่จับจ้องอย่างเป็นสุข

มารดากับลูกสาวสุดสวยหันมาตีมือกันอย่างดีใจ


“ สำเร็จ..” คุณแก้วที่แอบซุ่มอยู่บ้านข้างๆ บอกอย่างสุขใจ นางอุตส่าห์ไปขอร้องให้เพื่อนข้างบ้านช่วยอำนวยความสะดวกแถมยังดักซุ่มเพื่อปฏิบัติการตอนกลางคืน แต่เหตุการณ์ฟ้าฝนก็เป็นใจเสียก่อนเลยทำให้นางและลูกสาวได้เห็นภาพที่รอคอยมานาน


กว่าฝนจะยอมหยุดตกทั้งคู่ก็ต้องยืนรออยู่เกือบยี่สิบนาที สายฝนเริ่มขาดเม็ดลง..พาร่างของสองหนุ่มก้าวเข้าไปภายใน..ต้นเลือกผ้าขนหนูอีกผืนแล้วส่งให้กับคนหน้าหวาน ..


“ ขอบคุณครับ..”


“ รีบไปอาบน้ำเสียก่อนสิ เดี๋ยวจะเป็นไข้เอาได้หรอก และอย่าลืมเช็ดผมให้แห้งละเดี๋ยวปวดบวมได้ขึ้นตัวหรอก..” คำสั่งดูนุ่มนวลและอ่อนโยนกว่าทุกทีที่เขาเคยพูด นนท์ยิ้มรับแล้วรีบเดินขึ้นไปอาบน้ำตามคำสั่งของเขาทันที


คนร่างขาวเพ่งพิศตัวเองในกระจกห้องน้ำแล้วยิ้มให้ด้วยความสุข กลิ่นหอมในวันนี้มันใกล้และยาวนานกว่าทุกวัน เขาคงไม่รู้หรอกว่าจริงๆแล้วตอนหลังที่ตัวนนท์สั่นไม่ใช่เพราะความหนาว แต่มันมาจากแรงสูบฉีดของเลือดภายในกายทั้งสิ้น หากฝนไม่ตกหนักจนกลบทุกสรรพเสียง เขาคงได้ยินเสียงหัวใจของนนท์ที่เต้นแรงไม่เป็นจังหวะเข้าแล้วล่ะ


“ วันนี้พี่น่ารักมากเลยนะ” นนท์เปรยกับตัวเองเสียงใส ..อกกว้างที่อิงแอบเมื่อไหร่กันหนา..แรงบีบภายในจะเปล่งเสียงเป็นชื่อของนนท์...แต่เขาก็ไม่กล้าจะหวังอะไรมาก มีหรือที่นนท์จะลืมใครคนนั้น ใครผู้ที่ทำให้ต้นเลือกจะจบชีวิตตัวเองริมทะเล ..


“ แพท” ชื่อนี้ยังคงจำตรึงติดในห้วงคิดของนนท์ไม่คลาย


“ ช่างเถอะอย่าคิดมากเลยนนท์ ยังไงนายก็ต้องสู้สิ ! จะมาคิดบั่นทอนความเชื่อมั่นของตัวเองได้ยังล่ะ” เขาส่ายศีรษะไปมาเติมกำลังใจให้ตัวเอง


เวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงค่ำ ฝนที่ดูท่าจะสงบลงไปเมื่อตอนเย็นกลับมาเทกระหน่ำอีกครั้ง แถมครั้งนี้ยังรุนแรงกว่าเก่าอีกด้วย

ฟ้าร้องโครมครามจนทำให้ร่างเพรียวลมไม่อาจข่มตาลงได้ ด้วยเพราะโรคกลัวผีที่มีมาตั้งแต่เด็กเลยทำให้เขาค่อนข้างกลัวขึ้นสมอง แถมบรรยากาศยังสุดสยองเป็นใจ .


..รอบกายๆในขณะนี้ เหมือนฉากหนึ่งของละครผีที่เคยดูเป๊ะเลย เขาเริ่มใจฟุ้งซ่านคิดโน้นคิดนี้ เสียงลมที่ลอดมาทางช่องหน้าต่างเป็นสิ่งที่กวนใจนนท์ที่สุด เขายังคงกล้าๆกลัวๆใจหนึ่งก็อยากจะเดินไปปิด แต่อีกใจก็เกรงว่าจะเห็นอะไรเข้าให้


“ เอาเถอะนนท์ ดีกว่านายต้องมานอนทนฟังอยู่อย่างนี้นะ” เขาตัดสินใจอย่างเด็ดขาดก่อนจะพูดดังๆเพื่อเติมกำลังใจให้ตัวเอง.. ร่างบางลุกขึ้นเดินตรงไปที่หน้าต่างแต่ก็ยกมือข้างหนึ่งมาปิดตาไว้ พอให้มีระยะห่างของนิ้วสำหรับการมองเห็น แต่นนท์คิดเหรอว่าทำอย่างนี้แล้วจะหลบได้พ้น ตอนที่มือของเขายื่นไปปิดหน้าต่างก็เหลือบเห็นบางอย่างเข้าจนได้


“ อะไรน่ะ” เสียงพึมพำกับตัวเองดังขึ้นเพราะเห็นเงาบางอย่างวูบไหวไปมาที่สนามหญ้าหน้าบ้าน
ทำให้ต้องเปิดตามองให้ถนัดขึ้น ภาพของร่างใครบางคนในชุดสีมัวลอยมาใกล้เขารวดเร็ว !! ...เท่านั้นแหละชายหนุ่มหน้าสวยก็วิ่งป่าราบ ร้องเสียงดังลั่นบ้าน หารู้ไม่ว่า...


“ สำเร็จ” ลูกสาวคนสวยที่ยืนชักรอกชั่วคราวซึ่งห้อยตุ๊กตาเด็กเล่นตัวใหญ่สวมชุดสีมัวทั้งตัว หันมายิ้มให้กับมารดาที่ช่วยกำกับทิศทางอยู่ข้างๆ นางอุตส่าห์สั่งคนให้มาผูกเชือกห้อยตั้งแต่ตอนสาย มาถึงหัวค่ำถึงได้ใช้และเหมือนจะสำเร็จด้วย จากนั้นนางก็ส่งกรรไกรให้ลูกสาวเพื่อเก็บหลักฐานทั้งหมด...ขืนนนท์รู้ว่าสองคนแม่ลูกแอบรวมหัวกันแกล้งเขา ชายหนุ่มคงได้โกรธแน่นอน


เพราะอยากได้นนท์เข้ามาร่วมใช้นามสกุลวรโชติมากสภาพสองคนแม่ลูกยามนี้จึงออกจะเละเทะน่าดู ฝนตกหนักแม้จะสร้างความหนาวสั่นและเปียกปอนแต่เพื่องานใหญ่ สองสาวต่างวัยไม่ย่อท้อ...เสร็จงานก็รีบหอบสังขารวิ่งข้ามรั้วเตี้ยไปยังบ้านข้างๆทันที

ออฟไลน์ menano

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1463
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +288/-0
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 9
«ตอบ #41 เมื่อ11-07-2009 10:36:18 »

เป็นสองแม่ลูกจอมวางแผนกันจริง ๆ เลยนะเนี่ย

ถ้าเกิดทำไปแล้วไม่ได้กันจริง ๆ

คงเสียใจแย่เลยเนอะ  :laugh:

kom-kamol

  • บุคคลทั่วไป
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 9
«ตอบ #42 เมื่อ11-07-2009 10:41:32 »

อ่านแล้ว..ชอบมาก ขอบคุณนะครับสำหรับนิยายดีๆ  o13

ออฟไลน์ ปี้ปี้ปี้~PalmY

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2427
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +273/-1
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 9
«ตอบ #43 เมื่อ11-07-2009 11:40:14 »

แม่ลูกคู่นี้ไม่ไหวเลย สุดยอด  :z2:
แล้วตอนต่อไปจะมีฉาก นนท์ตกใจเข้าไปกอดพี่ต้น  :z3:

อ๊ากกก ละครไทย  :z10:

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6284
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 9
«ตอบ #44 เมื่อ11-07-2009 19:27:01 »

น้าแก้วกับกิ่งนี่เอาโล่ไปเลยดีกว่า  :m20:
แล้วแบบนี้นนท์จะพ้นจากการเป็นลูกสะใภ้บ้านนี้ได้ไง
 :L2:

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 9
«ตอบ #45 เมื่อ11-07-2009 20:30:14 »

 :a5: อยากได้ลูกสะใภ้ขนาดนั้น  o22

nune

  • บุคคลทั่วไป
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 9
«ตอบ #46 เมื่อ11-07-2009 20:48:35 »

แม่แก้ว น้องกิ่ง สมกับเป็นแม่ลูกกันจริงๆ จอมวางแผนทั้งคู่  o22

ออฟไลน์ Chatcha

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 717
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 9
«ตอบ #47 เมื่อ12-07-2009 11:23:40 »

จอมวางแผนจริงๆเลย 2 แม่ลูกคู่เนี้ย

LoveNineTeen

  • บุคคลทั่วไป
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 9
«ตอบ #48 เมื่อ12-07-2009 20:53:00 »

ส่วนใหญ่ในฟิคแต่ละเรื่อง จะมีแฟนคลับไม่นายเอกก้อพระเอกที่จะเยอะที่สุด

แต่ทำไมเรื่องนี้มีแต่แฟนคลับแม่แก้วกับกิ่งอ่ะ รู้นะคิดอะไรอยู่ 55555

ออฟไลน์ ปี้ปี้ปี้~PalmY

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2427
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +273/-1
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 9
«ตอบ #49 เมื่อ12-07-2009 21:00:48 »

ส่วนใหญ่ในฟิคแต่ละเรื่อง จะมีแฟนคลับไม่นายเอกก้อพระเอกที่จะเยอะที่สุด

แต่ทำไมเรื่องนี้มีแต่แฟนคลับแม่แก้วกับกิ่งอ่ะ รู้นะคิดอะไรอยู่ 55555
ป๊าวววววว (ทำเสียงสูง) ไม่ได้คิด แต่ถ้ากลัวคนคิด จงเอาตอนที่ 10 มาซะนะ
 :z2:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 9
« ตอบ #49 เมื่อ: 12-07-2009 21:00:48 »





LoveNineTeen

  • บุคคลทั่วไป
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 10
«ตอบ #50 เมื่อ12-07-2009 21:15:09 »

ตอน 10

นนท์วิ่งไปไม่มีจุดหมาย เห็นห้องกิ่งก็ตรงไปเคาะอย่างลืมตัว ทุกอย่างเหมือนพร่ามัวไปหมด พร่าจนลืมไปจริงๆว่ากิ่งไม่ได้อยู่บ้าน ก็มันเป็นเรื่องที่นนท์กลัวที่สุดนี่ จะให้มาวางท่ามีสตินนท์ทำไม่ได้หรอกจากนั้นก็วิ่งไปเคาะห้องคุณแก้วตามด้วยห้องของพี่ต้นตามลำดับ


เจ้าของห้องเดินมาเปิดประตู...


“ พี่ต้นดีใจจังเลย..” เมื่อเห็นว่ายังมีอีกหนึ่งสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ใกล้ๆ .นนท์จึงดึใจอย่างมากโผกระโดดเข้ากอดเขาตัวสั่น ชายหนุ่มมองอย่างแปลกใจ รู้เพียงแต่น้องสติชข้างหน้ากำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่างอยู่ และมันคง

“มีอะไรใจเย็นๆ” เขาพยายามเรียกสติให้กับนนท์


“ ผีๆ นนท์เห็นผี” ภาพหุ่นห้อยไปมาท่ามกลางม่านฝน ทำให้เขาคิดได้อย่างเดียวว่าต้องไม่ใช่มนุษย์ เห็นเท่านั้นก็ไม่มีใจจะยืนดูต่อให้แน่ใจอีกแล้วแหละ ใครเห็นก็ต้องคิดอย่างคนขี้กลัวทั้งสิ้น ไม่มีทางคิดหรอกว่าจะมีใครกำลังเล่นตลกอยู่


“ ผีที่ไหนอะไรของนายนี่”

“ ผีจริงๆนนท์ไม่ได้โกหก” เขายืนยันหนักแน่น ว่าสิ่งที่ประสบมาไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เล่าไปน้ำตาก็ไหลไป เขาเลยพาคนหวาดกลัวไปนั่งพักที่เตียงใหญ่หวังให้ คนตัวบางได้คลายจากความกลัวที่เกาะกินอยู่ในขณะนี้

“ ตาฝาดหรือเปล่าคุณหนู”

“ ตาฝาดบ้าอะไรนนท์บอกแล้วว่านนท์เห็นจริงนะไม่โกหก นนท์เห็นมากับสองตาของนนท์เองเลย”


“ ผีก็ผีแล้วไงล่ะ หายกลัวหรือยัง” ชายหนุ่มเลิกต่อปากต่อคำ แล้วหันไปถามความรู้สึกในตอนนี้ของอีกคนข้างกาย ใครจะนึกล่ะว่านนท์ยังเป็นโรคกลัวผีจนถึงทุกวันนี้

“ ดีแล้ว”

“ งั้นก็กลับห้องได้แล้วพี่จะทำงานต่อแล้ว” ชายหนุ่มบอกเสียงราบ คนฟังถึงกับตาค้างที่เขาบอกให้นนท์กลับไปนอนในห้องที่เพิ่งเห็นภาพเหล่านั้นมา คนหน้าหวานส่ายหน้าไปมาแรงๆย้ำชัดว่าไม่กลับไปนอนในห้องนั้นแน่

“ แล้วจะเอาไง”

“ ให้นนท์นอนด้วยนะ นนท์ไม่ไหวจริงๆ ไว้พรุ่งนี้กิ่งกลับมาแล้วนนท์จะไปนอนกับเขา” ชายหนุ่มอ้อนวอนเสียงใส แถมยังยื่นมือไปเกาะแขนเขาไว้แน่นเอาเป็นว่าถ้าเขาไม่ยอม นนท์ก็ไม่ปล่อยเหมือนกัน เรื่องอะไรล่ะที่ต้องกลับไปนอนในห้องผีสิงห้องนั้นลำพัง ในบ้านมีเขาเป็นที่พึ่งเพียงคนเดียวยังไงนนท์ก็ขอพึ่งพิงเขาไปทั้งคืน

“ ตามใจ” เขายอมในที่สุดแล้วเดินไปหยิบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค กลับมาทำงานที่เตียงเช่นเมื่อครู่ นนท์ยิ้มอย่างดีใจ ในที่สุดที่พึ่งก็ยอมอ่อนให้เขา มีพี่ต้นอยู่ข้างๆเขาไม่รู้สึกกลัวเลยสักนิด ชายหนุ่มเอนหลังลงไปพิงกับขอบเตียงเล็กน้อย คิดแล้วก็ใจหายจริงๆ

ทำไมมันต้องมาเลือกหลอกวันที่บ้านทั้งหลังมีเพียงเขากับพี่ต้นด้วยล่ะ คิดไปก็เหลือบมองอีกฝ่ายทำงานไปด้วย


‘ พี่นี่ช่างบ้างานจริงๆเลยนะ ทำได้ทั้งวันทั้งคืนวันเสาร์ก็ยังทำอีกรับรองบริษัทต้องก้าวหน้าอย่างแน่นอนนนท์รับรองได้’ คำชื่นชมดังขึ้นในใจ ไม่กล้าจะส่งเสียงรบกวนเขาหรอก แค่นี้ก็ถือว่าเขายอมนนท์มามากพอแล้ว ดวงตาคู่เรียวค่อยๆพริ้มลงเรื่อยๆความหนักอึ้งเข้ามาถ่วงหน่วยตาให้หยุดนิ่งและหลับไปในที่สุด คนกึ่งเอนกึ่งนั่งค่อยๆล้มไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก ศีรษะของคนหน้าสวยโอนไปชิดติดไหล่ของเขาที่กำลังนั่งทำงานอยู่ข้างๆ



“ ..” ชายหนุ่มนึกว่าคนข้างกายกำลังจะแกล้งเขาอีก เลยตั้งท่าจะดุแต่เมื่อเห็นว่าหลับไปเลยไม่ได้ว่าอะไร ชายหนุ่มวางคอมพิวเตอร์ในมือลงกับเตียง แล้วเลื่อนร่างของนนท์ให้นอนลงอย่างเบามือ เพราะไม่อยากให้ตื่นขึ้น


จากนั้นก็กลับไปสนใจงานในมือต่อ สายตาคมกริบเหลือบแลคนนอนหลับเป็นบางช่วง...

“ นายนี่นะ” เขาอดยิ้มกับเรื่องราวที่ผ่านมาเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนไม่ได้ หน้านนท์ดูตื่นมากจนน่าตกใจแถมเหงื่อออกมาแทบจะท่วมร่าง ...ถ้าไม่รู้สาเหตุจากปากมาก่อนเขาคงคิดว่า นนท์เพิ่งผ่านศึกวิ่งมาราธอนประจำปีมาแน่



“ ...” แสงไฟถูกหรี่ลงจนมืด ภายใต้ความเงียบมีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคน กลิ่นหอมอ่อนๆจากยาสระผมที่นนท์ใช้ลอยติดชิดจมูกของเขาราวกับจะฝังตรึงกลิ่นนี้ในทุกห้วงลมหายใจ


นนท์เริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาทั้งที่ฟ้ายังไม่สว่าง อาจเพราะหนึ่งปีที่ผ่านมา แทบทุกวันเขาเธอตื่นเวลานี้เป็นประจำเลยติดเป็นนิสัย สามารถตื่นได้เองโดยไม่ต้องใช้นาฬิกาปลุกให้ยุ่งยาก เขาลุกขึ้นนั่งอิงขอบเตียงอย่างงัวเงียดวงตายังคงหนักอึ้ง แม้จะนอนมาเต็มอิ่มแล้วก็ตามที


ต้นตื่นขึ้นอาบน้ำก่อนหน้านนท์ตื่นเล็กน้อย เสร็รสรรพชายหนุ่มเจ้าของห้องก็เดินเข้ามาในห้องอย่างปกติด้วยผ้าเช็ดตัวเพียงผืนเดียว เพราะคิดว่าอีกฝ่ายยังไม่ตื่นเลยไม่ได้ระวัง ต้นเดินตรงดิ่งไปเลือกเสื้อผ้าตรงตู้ใกล้ๆเตียงนอน โดยไม่เห็นว่านนท์ลุกขึ้นมาแล้ว

“เฮ้ย..” คนงัวเงียที่ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาในห้องเลยมองตามไป และเห็นชายหนุ่มที่เปลือยท่อนบนยืนเลือกเสื้อผ้าอยู่ใกล้ๆถึงกับร้อง เกิดมาเคยพบเคยเห็นเสียที่ไหนล่ะ ที่สำคัญเป็นพี่ต้น นนท์ยิ่งตกใจเป็นสองเท่า


“ พี่เข้ามาในห้องนนท์ได้ยังไง ไอ้คนลามกนนท์ไม่คิดมาก่อนเลยนะว่าพี่จะเป็นผู้ชายพรรค์นี้” ชายหนุ่มออกโรงโวยวายเสียงดัง เพราะอารามตกใจที่เห็นชายหนุ่มนุ่งผ้าเช็ดตัวเพียงผืนเดียวเข้ามา มือหนึ่งก็คว้าหมอนที่หนุนนอนเมื่อครู่ปาไปยังชายเจ้าของห้อง


“ ตั้งสติแล้วดูให้ดีเสียก่อนคุณหนู” เขาหยิบเสื้อยืดตัวเก่งมาสวมโดยไม่สะทกสะท้าน ยังคงแต่งตัวไปอย่างปกติก็นี่มันห้องของเขา จะทำอะไรก็ได้...นนท์นั้นแหละเป็นผู้รุกล้ำอาณาเขตเข้ามา แถมยังมาส่งเสียงโวยวายโหวกเหวก ถ้าคนอื่นเข้ามาเห็นตอนนี้จะคิดยังไงกัน...


“ ใช่สินะ นนท์ลืมไป” เขาเริ่มจะนึกขึ้นได้ ก็แสร้งสีหน้าสลด...


“ ทำไมช่วงนี้งานยุ่งมากนักเหรอ นนท์เห็นพี่เครียดหลายวันแล้วนะ” แล้วเขาก็เอ่ยปากถาม สงครามขนาดย่อมเมื่อครู่จบลง

“ ไม่หรอก” เขาบอกปัดเพราะไม่อยากอธิบายให้ยืดยาว ไหนๆก็มีแหล่งเงินทุนเข้ามาจุนเจือแล้ว
ปัญหาก็เท่ากับถูกแก้ไปเปราะหนึ่ง ที่เหลือคือการวางโครงสร้างการตลาดคร่าวๆเท่านั้น

“ อืมใช่ นนท์เพิ่งนึกได้ว่ามีอะไรให้พี่ดู”


“ อะไรล่ะ”


“ รอเดี๋ยวนะ” นนท์ลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินกลับไปที่ห้องของตนอย่างเร่งรีบ เพราะรู้ว่าเช้าแล้วความกลัวเลยละหายไปบางส่วน ทำให้กล้าที่จะเดินเข้าไปหยิบของสำคัญบางอย่างที่จะอวดเขา นนท์ดึงแฟ้มสีฟ้าใสที่วางไว้บนโต๊ะแล้วเร่งฝีเท้าออกจากห้องไป ยังไงก็ยังมีอาการเสียวสันหลังอยู่ดี

“ อะไรล่ะ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจ รับซองแฟ้มสีฟ้าไปดู กระดาษสองแผ่นที่ทางมหาวิทยาลัยส่งมาให้เมื่อวันก่อน

“ ดูเอาเอง...แล้วอย่าลืมสัญญาล่ะ” นนท์ไม่ยอมบอกอยากให้เขาประจักษ์ด้วยตาของเขาเอง มันถึงจะสมควรกับการรอคอยอันยาวนานของนนท์

“ ...” เขาเงียบไปเพียงครู่ ไม่นึกว่ากระดาษในมือจะเป็นใบแสดงผลการเรียนที่ทางมหาวิทยาลัยออกให้ แล้วคนหน้าสวยก็ดึงมันจากมือของเขา แล้วชี้เกรดทั้งสองเทอมที่ผ่านมาให้เขาดู

“ เป็นไง...อึ้งไปเลยล่ะสิ” เสียงพูดอย่างกระหยิ่มใจดังขึ้น

“ เอาอยากตบก็เชิญ” ชายหนุ่มยอมแพ้โดยง่าย เมื่อนนท์พิสูจน์ให้เขาเห็นแล้วว่าสามารถเป็นหนึ่งในทุกด้านที่เขาเคยสบประมาทไว้ได้จริงอย่างที่ประกาศ เขาเลยยอมทำตามสัญญาและจะถอนคำที่เคยปรามาสไว้อีกด้วย


“ เอาไว้ก่อนเถอะ ตอนเย็นนนท์ค่อยทวงก็ได้...เดี๋ยวพี่ก็ต้องไปทำงานอีกขืนมีรอยแดงไป คนคงสงสัยแย่” ชายหนุ่มเก็บผลการเรียนลงแฟ้มแล้วเดินกลับห้องไปอย่างผู้กุมชัยชนะ ใครใช้ให้พี่ต้นท้ายทายเขาเองล่ะไม่รู้เสียแล้วว่ากำลังเล่นกับพ่อคนบ้าพลังอยู่




ต้นออกไปข้างนอกตั้งแต่ตอนเช้า..ปล่อยให้นนท์นั่งเล่นนอนเล่นอยู่ตามลำพัง..พอเริ่มตกเย็นคนตาเรียวก็ลุกขึ้นทำอาหารรออีกฝ่าย ..เสนอเมนูสารพัด..



“ ทำไมกลับบ้านช้าจริง..” นนท์เอ่ยขณะที่ถือตะหลิวเดินมาชะเง้อตรงประตูบ้าน..ผ้ากันเปื้อนลายลูกไม้ ตะหลิวในมือ..พร้อมใบหน้าบูดบึ้ง..


“ เฮ้ย..ทำตัวยังกับเป็นเมียพี่ต้นเลย..ไม่ๆ..บ้าไปแล้วเรา..” ชายหนุ่มส่ายหน้าตัวเองแรง ๆ พอนึกสภาพตัวเองในขณะนี้..ทำยังกับเป็นภรรยาของอีกฝ่าย .. นนท์กลับไปยกอาหารจากครัวมาขึ้นโต๊ะ .โดยเฉพาะไข่พะโล้ของโปรด..น่าแปลกที่อีกคนชอบกินแต่ไข่..แต่ไม่ชอบหมู..( ฮ่าๆ..)



นนท์อุตส่าห์ถามเคล็ดลับมาจากว่าที่แม่ยายเรียบร้อยแล้ว


รับรองต้องถูกปากพี่ต้นเป็นแน่..วันนี้นี่แหละนนท์จะทวงสัญญาจากเขาให้ครบทั้งต้นทั้งดอก หากไม่เพราะใจที่แอบโอนเอียงไปทางเขาจนมากเกินจะรั้งไว้



คนหน้าสวยคงคิดบัญชีกับเขาตั้งนานแล้วล่ะ ...เพราะเขาทำให้นนท์ที่แสนมั่นใจ(ในทางที่คิดว่าถูก แน้วแนว)กลับกลายเป็นคนใหม่.. แม้จะไม่เอะอะโวยวาย ต่อปากเร็วรวด แต่ยังไม่ลดละเลิกได้หรอก..



ดูก็เหมือนชะตาเล่นตลกกับนนท์ ในวันนั้น...วันที่ความมืดโรยตัวไปทั่ว เขาเลือกจะสู้กับความกลัวในใจลงไปช่วยพี่ต้นในทะเล ในวันนั้นเขากับพี่ต้นเหมือนเดินอยู่คนละโลก ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อของกันและกัน แต่วันนี้ได้มาอยู่ร่วมชายคาหลังเดียวกันช่างน่าประหลาดใจเสียจริง

ใครบางคนคงลิขิตให้ทั้งเดินมาเจอกัน แต่ไม่รู้ว่าคนคนนั้นจะขีดให้ทั้งสองได้รักกันหรือเปล่านะ หรือนนท์ต้องสานต่อด้วยตัวเธอเอง


“ แม่ยังไม่กลับอีกเหรอ” คำทักทายแรกตั้งขึ้น พร้อมคมหน้าหล่อที่เดินเข้ามา..ชายหนุ่มถอดสูทสีเข้มวางพาดบนเก้าอี้ แล้วนั่งลงตรงข้ามอีกคนที่รอเขาอยู่นานแล้ว


“ ไม่รู้สิ นนท์โทรฯหาทั้งวันยังไม่ติดเลย หรือเพราะเมื่อวานฝนตกหนักเลยทำให้สัญญาณล่มล่ะ” คนหน้าสวยพูดไป ก็ลุกขึ้นตักข้าวใส่จานให้พี่ชายของบ้านไป..จากนั้นก็กลับมานั่งที่ของตน.. วันนี้เขาโทรฯหาสองแม่รู้เกือบร้อยครั้งแล้ว แต่ทุกครั้งก็...ไม่มีสัญญาณตอบรับจากปลายสาย ..( แล้วแกที่พูดนี่เป็นใครโกหกชัดๆ..) นี่ถ้านนท์รู้ความจริงว่าสองแม่ลูกอยู่ห่างแค่รั้วบ้านกั้นคงอาละวาดบ้านแตก


“ อย่างนั้นเหรอ”



“ เออใช่อย่าบอกนะ.” นนท์พยักหน้ารับ..แต่ก่อนความคิดใดจะผ่านพ้น..หนึ่งความหวาดผวาก็ปรากฏ ชายหนุ่มที่นั่งตรงข้ามมองหน้านนท์อย่างแปลกใจ พ่อคนนี้เป็นอะไรไปอีก อยู่ๆก็หน้าซีดอีกแล้ว


“ เป็นอะไรไปอีกล่ะ คุณหนู” มันกลายเป็นสรรพนามติดปากของเขาไปแล้วล่ะมั้ง คำติดปากที่เขามักใช้เรียกประชดนนท์ตอนเด็ก แต่ยามนี้ทุกครั้งที่คุยกัน เขาก็มักใช้ คุณหนู แทนตัวอีกฝ่ายมาตลอด


“ พี่”

“ อะไร”


“ คืนนี้นนท์ขอพึ่งใบบุญพี่อีกนะ ถ้ากิ่งไม่กลับมานนท์ไม่กล้ากลับไปนอนในห้องตัวเองแน่ นะพี่ต้นนะถือว่าสงเคราะห์ลูกนกลูกกาตัวน้อยๆด้วยนะ ” ในที่สุดก็ยอมบอกสิ่งที่ไม่ค่อยกล้าจะเอ่ยออกมา ถ้าคนอื่นมาได้ยินว่า คนเจ้าเสน่ห์อย่างนนท์ขอเข้าไปนอนในห้องต้น ..มีหวังได้ถลากันกระทืบชายหน้านิ่งแล้วล่ะ ..อิจฉาโชคดี แต่ไม่เคยรู้ตัวเลย..พี่ต้นเอ๊ย



ออฟไลน์ ปี้ปี้ปี้~PalmY

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2427
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +273/-1
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 9
«ตอบ #51 เมื่อ12-07-2009 21:28:27 »

แอร๊ก รักตายเลย บอกให้มาต่อก็มา  :z1:
พี่ต้น กะ นนนี่ กิสส นอนกันอีก
2 แม่ลูกจอมแสบยังอาศัยเพื่อนบ้าน

LoveNineTeen

  • บุคคลทั่วไป
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 9
«ตอบ #52 เมื่อ12-07-2009 21:50:50 »

“ ที่แท้ก็โรคกลัวผีขึ้นสมองนี่เอง” เขามองอย่างไม่ค่อยสนใจ


“ โธ่ก็นนท์กลัวนี่ พี่ไม่รู้หรอกว่าตอนเด็กๆนนท์เคยเจออะไรมา ภาพมันยังฝังติดตานนท์มาจนถึงทุกวันนี้เลยล่ะ เออใช่...วันนั้นนนท์ก็มานอนที่บ้านพี่นี่แหละ...”

“ ...” เขาเริ่มตั้งใจฟัง


“ ตายแล้ว...เพิ่งนึกออกนะนี่ จริงๆด้วย มันเป็นห้องเดียวกับที่นนท์นอนอยู่ปัจจุบันนี่” ความทรงจำที่ถูกกาลเวลาเก็บกั้นเผยออกมา พร้อมอาการสยองพองขนไปทั้งร่าง


“ อะไรของนายอีก ผีเผอมีที่ไหน”



“ นนท์เห็นจริงๆนะ ตอนเด็กๆ นนท์หลับอยู่บนเตียง แล้วก็มีใครไม่รู้มานั่งอยู่ข้างๆเตียง นั่งกอดเข่าแถมยังร้องไห้น่ากลัวมากเลย พอเข้าไปใกล้ก็เห็นที่เขานั่งมีน้ำอยู่เต็มไปหมด แล้วเขาก็เงยหน้าขึ้น พี่รู้ไหมว่ามันหน้าเละมาก เป็นอะไรที่น่ากลัวจริงๆ มันต้องเป็นพี่ตัวเดียวกับเมื่อคืนแน่นอน” คนหน้าหวานเริ่มเล่าเสียงสั่น ความกลัวจับเข้าทุกอณูขุมขน


“ เหรอ” เขานิ่งงัน ภาพในสมัยเด็กๆลอยเข้ามาซ้อนทับภาพแล้วภาพเล่า และมาหยุดอยู่ตรงภาพที่เขาใส่ชุดดำสวมหน้ากากผี แถมยังรดน้ำให้ชุ่มไปทั้งตัวเข้าไปแกล้งเด็กน้อยเจ้าปัญหาถึงในห้องนอน ไม่อยากเชื่อว่าเขานี่เองจะเป็นสาเหตุที่ทำให้นนท์เป็นโรคกลัวผีมาจนถึงทุกวันนี้


“ พี่อยู่ที่นี่มันยี่สิบกว่าปีไม่เคยเจอบ้างเหรอ” ....เสียงซู่ซ่าที่ดังจากข้างนอก ปลุกทั้งสองให้รับรู้ว่าสายฝนเทลงมาอีกแล้ว เสียงฟ้าผ่าที่ครืนโครมอยู่นอกบ้านปลุกภาพเก่าลอยเข้ามา..แล้วอยู่ๆลมที่เกิดก็พัดมาแรงกระทบกับประตูส่งเสียงดัง…

“ ปัง”



“เฮ้ย” ชายหนุ่มตาเรียวกระโดดเข้าไปใกล้..แถมยังไปหยุดอยู่บนตักของอีกฝ่ายที่กำลังทำหน้าตกใจเพราะความเร็วแสงที่ไวกว่าสิ่งใดในโลก..นนท์หมดมาดคนเจ้าเสน่ห์ไปในนาทีนี้..


“ คุณหนูจะกลัวอีกนานไหม พี่หนักนะ..” ต้นสะกิดคนที่ทับเขาเบาๆ ก่อนจะเปรยออก ทำให้นนท์ก็ขยับลงไปนั่งเก้าอี้ข้างๆ..ดูความไวสิเมื่อครู่ยังนั่งตรงกันข้าม แต่แค่ประตูกระทบกันไม่ถึงสามวิ..นนท์ก็ปลีกสังขารไปอยู่บนร่างต้นได้อย่างอัศจรรย์..


“ ก็คนมันกลัวนี่..”

“ หืม..” ต้นพยักหน้ารับเล็กน้อย ในความคิดบังเกิดความขบขัน นึกอยากจะแกล้งอีกคนขึ้นมาจับใจ คืนนี้แหละเจอทีเด็ดเขาแน่


“ แค่ลมพัดจะตกใจอะไรนัก คุณหนู”



“ พี่ไม่คิดว่ามันเป็นสัญญาณบ้างเหรอ เราคุยเรื่องผีกันอยู่ดีๆ แล้วฝนก็ตกลงมาแถมยังปิดประตูเสียงดังอีก สงสัยมันจะรู้ว่านนท์กำลังนินทามันอยู่” ต้นถึงกับอึ้งในความช่างชักช่างโยง จินตนาการเป็นเลิศ


“ เอาเถอะ พี่ไปอาบน้ำก่อน” เขาแกะมือของนนท์ที่เกาะไว้ออก แต่ชายหนุ่มก็ไม่ยอม เรื่องอะไรจะปล่อยให้เขาทิ้งนนท์ไว้คนเดียวล่ะ

“ ไม่นะ นนท์ไม่อยากอยู่คนเดียว”


“ จะตามพี่ไปอาบน้ำไหมล่ะ” เขายกไม้เด็ดมาขู่นึกว่าคนเกาะแขนจะยอมล่าถอย แต่กลับกลายเป็นว่าความกลัวที่ครอบงำจิตใจอยู่ ทำให้ต้องพยักหน้างกๆ


“ บ้าหรือเปล่านี่.. ”
“ ก็นนท์กลัวนี่ ดูสิทุกอย่างเหมือนเมื่อวานเลย นนท์ว่าเดี๋ยวมันต้องเหมือนเมื่อวานแน่นอน” เขาคาดการณ์ต่อ เมื่อวานฝนก็ตกอย่างนี้แหละแล้วเขาก็เห็น....



“ งั้นรีบเก็บอาหารเข้าตู้ก่อนแล้วขึ้นไปข้างบนด้วยกัน” เขายอมในลูกดื้อของ คนตรงหน้า..แล้วช่วยอีกฝ่ายเก็บจานเข้าไปไว้ในครัว


ทางฝ่ายที่ดักรออยู่บ้านข้างๆตอนนี้ก็กำลังจับตามองความเคลื่อนไหวของคนทั้งสอง


กิ่งถึงกับนับถือในความพยายามของมารดา ต่อให้เปียกให้ป่วย แต่เพื่อภารกิจส่งนนท์ถึงดวงดาวก็ยอมได้ทุกอย่าง ..นับถือๆ



“ นี่แม่นั่งดูมาสองชั่วโมงแล้วยังไม่เบื่ออีกเหรอ” กิ่งเปรยขึ้น ภาพที่อุตส่าห์ส่องกล้องดูอยู่ยังคงเห็นอะไรไม่ชัดเจน ฝนที่ตกลงมาก็ประดุจม่านชั้นดีกั้นทัศนวิสัยให้แย่ลง แต่คุณแก้วก็ยังอดทนนั่งเฝ้ามองอยู่มิคลาย


“ กะพริบตาหนึ่งทีอาจพลาดช็อตเด็ดไปก็ได้นะ” คติของนางปรากฏ


“ โธ่แม่..” หญิงสาวชักอ่อนใจ เดินไปล้มตัวลงที่โซฟาตัวใหญ่ เจ้าของบ้านซึ่งเป็นเพื่อนของคุณแก้วเดินถือถาดของว่างเข้ามาให้ แถมยังยิ้มแย้มเต็มใจสุดๆที่จะให้ความร่วมมือ

“ เป็นไงบ้างคะ คุณแก้ว”


“ ก็ยังไม่ถึงไหนเลยค่ะคุณเดือน แต่ฉันว่าคืนนี้น่าจะมีลุ้นมากกว่าเมื่อคืนนะ นนนี่กลัวผีมากกว่าที่ฉันคิดเสียอีก” นางหัวเราะคิดคักอย่างระรื่น มีคุณปานเดือนมานั่งเป็นเพื่อนคุยด้วยก็ยิ่งเพิ่มอรรถรสในการวางแผนให้มากขึ้นกว่าเดิม


“ น้าเดือนกับแม่นี่พอกันเลยนะ” หญิงสาวส่ายหน้าอย่างอ่อนใจทอดสายตาออกไปอีกทาง ก็เห็นชายหนุ่มหน้าใสวัยสักสิบแปดสิบเก้าเดินตรงเข้ามาทางหล่อน เขายิ้มกว้าง...


“ สวัสดีครับพี่กิ่ง น้าแก้ว” ชายหนุ่มยกมือไหว้ด้วยท่าทีกวนๆ แม้บุคลิกของเขาจะส่อว่ากวน แต่จริงๆแล้วเขาก็ค่อนข้างรู้จักวางตัวได้ดี


“ จ้ะ” นางรับไหว้แล้วหันกลับไปกระซิบกระซาบกับคุณปานเดือนต่อ ก็เรื่องกำลังเข้าตอนสนุกอยู่เลยจะขาดหายแค่เสี้ยววินาทีก็คงไม่ต่อเนื่อง


“ ฝนตกขนาดนี้กลับมายังไงล่ะนี่ โดม” หญิงสาวเอ่ยถาม แค่ชื่อที่เรียกก็บอกได้ชัดว่าเธอเองก็รู้จักกับเด็กหนุ่มคนนี้มานานพอควร


“ ผมเพิ่งกลับมากับแท็กซี่ครับ เพิ่งมาจากที่เรียนพิเศษครับ ปีนี้ก็ม.6 แล้ว ต้นปีหน้าก็ต้องแอดมิชชั่นเข้ามหาวิทยาลัย เลยต้องตั้งใจหน่อย” ชายหนุ่มเปรยอย่างหนักใจ การสอบเข้ามหาวิทยาลัยถือเป็นงานหนักของเด็กมัธยมปลายแทบทุกคน ใครๆก็หวังอยากเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ แม้ในความเป็นจริงความรู้ที่ได้ไม่ค่อยจะต่างกันสักเท่าไหร่ แต่ค่านิยมและความเชื่อที่ติดฝังลงรากในใจคน ก็ปลูกความคิดให้เชื่อว่าคนมีความรู้ต้องสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชื่อดังเท่านั้น



“ อย่าไปเครียดเลย เวลาที่เหลือก็เตรียมตัวให้ดีแล้วกัน คนที่มีความพยายามยังไงก็ต้องได้สิ่งที่ตัวเองต้องการอยู่แล้ว” ใช่สิคนพยายามเหมือนมารดาของเจ้าหล่อนนั่นแหละ พยายามมาปีกว่าแล้วที่จะจับคู่ให้ลูกชายกับหลานนอกไส้น้องสติชสีอ่อน


“ ครับ ก็พี่เก่งจะตายไปแต่ผมมันหัวทื่อนี่”


“ ไม่มีคำว่าทื่อหรือเก่งหรอกนะ มีแค่ไม่รู้กับรู้ ถ้าอยากเป็นคนมีความรู้ก็ต้องขยันเรียน การเรียนพิเศษอาจช่วยได้ก็จริง แต่เชื่อไหมว่าถ้าตั้งใจเรียนในห้องทุกอย่างก็สบายแล้ว” ผู้อาบน้ำร้อนมาก่อนให้คำแนะนำ


“ ครับผมจะจำไว้นะ ผมว่าเราไปหาอะไรกินในครัวดีกว่า รู้สึกว่าแม่กับน้าแก้วคงไม่อยากพูดกับเรานักหรอกนะ” ชายหนุ่มเสนอ เพราะเห็นว่าสองสาววัยกลางคนมีโลกส่วนตัวค่อนข้างสูงมาก


“ ก็ดีเหมือนกัน.” เธอเห็นด้วยอย่างมาก ตอนนี้อยากออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด นั่งทนมาตั้งสองชั่วโมงกว่าแล้ว



สรุปว่าต้นไม่ยอมให้เจ้าตาเรียวเข้าไปภายในห้องน้ำกับเขา..บ้าสิโตจนป่านนี้แล้วจะให้คนอื่นเข้ามาอาบด้วยนี่นะ..ประสาทหลอนตาย..สุดท้ายนนท์เลยต้องนั่งแอ้งแม้งรอต้นอยู่ภายในห้องของพี่ใหญ่ของบ้าน ..ในใจก็สั่นไปสั่นมา..เสียงลมพัดมาทีก็สะดุ้งที..นนท์เกลียดบรรยากาศอย่างนี้เป็นที่สุด..สวรรค์..มันดูไม่ต่างอะไรจากหนังสยองขวัญ ..ม่านฝนก็พร่าลงไม่มีแววจะหยุด.. ฟ้าก็ดันร้องแบบไม่ลืมหูลืมตา ..


นนท์เริ่มจินตนาการฟุ้งซ่านไปเรื่อยๆ เวลาที่นั่งรออีกฝ่ายอาบน้ำแม้ไม่นานสักเท่าไหร่แต่ในความรู้สึกมันช่างแสนทรมานมาก สุดท้ายความกลัวที่มีมากกว่าสิ่งใดก็ปลุกเขาให้ลุกขึ้นจากห้อง เดินไปตามพี่ต้นหน้าห้องน้ำ...


“ พี่ต้น..ๆ” มือเรียวรัวเคาะประตูห้องน้ำด้วยความหวาดหวั่น ตอนนี้นนท์เริ่มสติแตกอีกครั้งเพราะหูเริ่มแว่วเสียงก๊อกแก๊กตรงที่บันได เสียงกระทืบเท้าที่ดังใกล้เข้ามาจนนนท์แทบจะกลั้นลมหายใจ



ชายหนุ่มตัดสินใจเปิดประตูห้องน้ำเข้าไปแต่ก็พบว่าประตูไม่ได้ล็อคแถมในห้องน้ำไม่มีพี่ต้นอยู่ ความว่างเปล่า โหวงเหวงเข้าแทนที่...และสิ่งสำคัญ เจ้าเสียงประหลาดมันกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้นนท์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ...

“ พี่ พี่ใช่ไหม” นนท์ทำใจดีสู้เสือออกปากเรียกอีกคนร่วมบ้าน แต่ก็ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมา คนร่างบางในชุดนอนสีฟ้าอ่อนๆ ..รวบรวมความกล้าทั้งหมดภายในใจเดินออกมาดูข้างหน้าห้องน้ำ แต่ก็ไม่พบกับอะไรแล้วพี่ต้นของนนท์หายไปไหนกันนี่


“ พี่ต้น...” ชายหนุ่มร้องหาอีกครั้ง แต่ก็เป็นเช่นเดิม ขาของนนท์เริ่มสั่นจนเดินไปข้างหน้าไม่ไหว คราวนี้นี่แหละที่เขาเริ่มรู้สึกเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง มือของใครบางคนวางลงบนบ่าของเขาอย่างแผ่วเบา


“ พี่ใช่ไหม” นนท์ดีใจรีบหันหลังกลับเข้ากอดร่างของอีกฝ่ายไว้มั่น เอาเถอะยังไงนนท์ก็ไม่ยอมปล่อยเด็ดขาด ไม่ยอมขาดที่พึ่งไปอีกแน่นอน


“....”


“ เฮ้ย..” เมื่อดวงหน้าแสนใสเงยขึ้นก็พบกับบางสิ่งที่ทำให้ความตกใจแล่นวาบ ..คนที่ยืนอยู่ไม่ใช่ต้นแต่กลับเป็นชายชุดดำแถมหน้ายังเล๊ะ ที่พื้นเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ ใช่แล้วนี่มัน


“ ..ผีตัวนั้น” นนท์ระลึกได้ว่านี่แหละคือผีตัวเดียวกับที่หลอกเขาเมื่อตอนเป็นเด็ก ผีที่ทำให้เป็นโรคกลัวขึ้นสมอง เสียงแหกปากดังลั่นบ้าน ..เขาหมายจะหนีจากจุดที่ยืนไปอย่างรวดเร็ว แต่แล้วมือข้างหนึ่งก็ดันถูกจับเอาไว้ได้เสียก่อน ..สติของนนท์เริ่มขาด


‘ ไม่ได้ๆ นนท์วิ่งไม่ไปเลย มันจับมือนนท์อยู่นี่ เป็นไงเป็นกันวะสู้สักตั้ง’ จากความกลัวและเสียงร้องกลายไปเป็นแรงฮึดสู้กับเจ้าผีกำมะลอสักตั้ง ชายหนุ่มหยุดดิ้นแล้วเปลี่ยนเป็นทุบตัวผีที่จับมือเขาไว้หลายครั้งจนมือนั้นเริ่มคลายออก นนท์ยกมือขึ้นป่ายปัด..จนฟาดหน้าเจ้าผีตัวนั้นไปหลาดฉาด..


“ โอ๊ย” เขาร้องเสียงดังไม่แพ้ เพราะมือของนนท์ตบลงหนักมากจริงๆ แต่ใครจะรู้ว่าต้นเสียงที่ดังทำให้ คนหน้าสวยต้องชะงักแล้วเริ่มจับสังเกต


‘ ผีบ้าอะไรนี่ร้องด้วย’


“ แกตาย” เขาชักเริ่มเรียกความกล้าออกมามากขึ้นกว่าเดิม ระรัวตีร่างของอีกฝ่ายไม่ยั้งมือ จนสุดท้ายผีร้ายต้องยอมเผยหน้าตาแท้จริงออกมา


“ หยุดตีได้แล้วพี่เจ็บ”


“ พี่ต้น...” นนท์ถึงกับตลึง เพราะจำเสียงที่พูดออกมาได้..นี่พี่ต้นแกล้งหลอกผีเหรอ.นนท์ไม่อยากจะเชื่อ


“ นี่พี่คือผีที่หลอกนนท์มาตั้งแต่เด็ก แถมยังแกล้งนนท์อีกเหรอไอ้บ้าๆ นนท์อุตส่าห์หลงกลัวมาตั้งนานที่แท้ก็เป็นพี่นี่เอง ” นนท์เริ่มโวยวายอย่างคุกรุ่น..ความกลัวที่บังเกิดในใจเกาะกินความกล้าหาญให้กร่อนกรอดไปเรื่อยๆ ใครจะรู้ว่าแท้จริงเป็นเพียงการแกล้งของคนตรงหน้า ..


“ ..”


“ ไอ้บ้า นนท์ไม่พูดด้วยแล้ว ไอ้พี่ต้นนิสัยไม่ดี..” ชายหนุ่มมองด้วยความไม่พอใจ ใช้คำพูดถากถางอย่างไม่เสียใจ..คนที่ทำให้เขาเป็นบ้าเป็นหลังได้มากขนาดนี้คือคนที่ยืนตรงหน้านนท์ คือคนที่ชอบวางหน้าว่างเปล่า

...ร่างเพรียววิ่งออกไปเพราะในใจเริ่มสับสนวุ่นวายอีกคราหนึ่งแล้ว



พี่ต้นของนู๋ทำอะไรออกไป  :serius2: นนนี่..งอลแล้ว 55555





ออฟไลน์ menano

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1463
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +288/-0
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 10
«ตอบ #53 เมื่อ12-07-2009 22:03:52 »

ตกลงที่คุณแม่วางแผน

กลายเป็นว่าทำให้รู้ความจริงเรื่องเมื่อครั้งยังเด็กอีก

คราวนี้สงสัย

แทนที่จะคืบหน้า

จะกลายเป็นงอนกันไปซะล่ะมั้ง

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6284
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 10
«ตอบ #54 เมื่อ12-07-2009 22:51:21 »

เอ ๆๆ เอาไงละพี่ต้นคราวนี้
นนท์งอลแล้ว ๆๆ

gboy

  • บุคคลทั่วไป
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 10
«ตอบ #55 เมื่อ13-07-2009 00:25:34 »

 o13
สนุกมากค้าบ
จะตามต่อนะ
ชอบคุณแม่แก้ว และ คุณแม่ของ น้องสติช
ที่จะจับคู่ให้ลูกชายตัวเอง
555 ลงทุนจริงๆ

ออฟไลน์ ● MaYa~Boy ●

  • ฉันมันคนขี้อิจฉา
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3992
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-2
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 10
«ตอบ #56 เมื่อ13-07-2009 00:45:32 »

พี่ต้นก็ช่างแกล้งเนอะ

ออฟไลน์ ปี้ปี้ปี้~PalmY

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2427
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +273/-1
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 10
«ตอบ #57 เมื่อ13-07-2009 03:22:10 »

แอร๊ก เคืองพี่ต้นละ งอลลลเว่ยยยย :z3: :z3:

ออฟไลน์ Chatcha

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 717
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 10
«ตอบ #58 เมื่อ13-07-2009 10:30:27 »

พี่ต้นใจร้าย

แกล้งน้องนนท์ที่น่ารักได้ลงคอ

ออฟไลน์ THIP

  • Global Moderator
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +986/-10
Re: [นิยาย] ~PeRHaPS LoVe~ by MIRARATH ตอนที่ 10
«ตอบ #59 เมื่อ13-07-2009 20:04:28 »

หุหุ งอนเลย งอนเยอะๆ จะได้ยืด  :z2: :z2:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด