1
Boy's love story / Re: ทีเซอร์. ๓๒.Oops! Baby, I, the Big World เนี่ย! ที่รัก ฉัน,โลกใบใหญ่ 15/6/69
« กระทู้ล่าสุด โดย KADUMPA เมื่อ 15-06-2026 19:00:00 »'อิ๊กพาหม่าม้าไปที' อิ๊กขอยืมรถกระบะคันเก่ากึ้ก ขับพามาที่นี่ ตามคำขอของหม่าม้า อิ๊กถอยรถให้กระบะท้ายมาจอดอยู่ให้ใกล้กับริมชายหาด ให้ได้มากที่สุด ประตูด้านท้ายถูกเปิดออก อิ๊กเอาผ้านวมผืนใหญ่ ๆ สองผืน มาปูวางซ้อนกัน ก่อนจะพยุงหม่าม้าให้มานั่งอยู่ที่ท้ายกระบะนั้น ด้วยท่าทางที่สบายตัวมากที่สุด
“ใส่เสื้อกันหนาวเอาไว้หน่อยนะหม่าม้า ลมมันแรงมาก” หม่าม้าพยักหน้า เมื่ออิ๊กหยิบเอาเสื้อกันหนาวตัวหนามาใส่ให้ “ไม่ได้ออกงานนานแล้วนะ เสื้อกันหนาวตัวนี้” อิ๊กพูด ตอนกลัดกระดุมด้านหน้าให้กับหม่าม้าจนเสร็จ “สวยเชียว” อีกเอ่ยชมหม่าม้าออกไป ก่อนจะได้ยินหม่าม้าหัวเราะออกมาเบา ๆ ที่ทำให้อิ๊กยิ้มตาม
“อิ๊กจำได้มั้ย ว่าหม่าม้าเคยพาอิ๊กมานั่งดูดาว เมื่อตอนอิ๊กเด็ก ๆ” หม่าม้าถามออกมา ด้วยเสียงที่แผ่วเบา แต่ก็พอได้ยิน เมื่อต้องสู้กับแรงลม “จำได้สิหม่าม้า” อิ๊กตอบกลับหม่าม้าไป ก่อนจะนั่งลงที่ข้าง ๆ กันกับหม่าม้า อิ๊กดึงเอาผ้าห่มอีกผื้น มาคลุมไหล่เอาไว้ ให้นั่งชิดกัน สองคนแม่ลูก
“เรานั่งดูดาว นั่งอยู่จนเช้า แล้วได้ดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกัน” อิ๊กจำได้ดี ว่าตอนนั้น ตัวเขามีความสุขมากแค่ไหน “นั่งรอนานมาก หลายชั่วโมง ก็ยังไม่เช้าสักที ทนง่วงไม่ไหว หลับฟุบไปเลย เป็นหม่าม้านั่นแหละ ที่เป็นคนปลุกอิ๊กขึ้นมาดู อิ๊กนะ ง่วงก็ง่วง อยากดูก็อยากดู” อีกพูดไปหัวเราะไป กับเรื่องราวในสมัยก่อน ที่หม่าม้ากับเขายังคงอาศัยอยู่กันในพื้นที่นี้
“แต่คราวนี้ อีกแค่ไม่ถึงชั่วโมง เดี๋ยวก็เช้าแล้ว เราก็จะได้อยู่ดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกัน” แม้ว่าตอนแรก อิ๊กเองนั้น จะคัดค้านไม่ให้หม่าม้ามาที่นี่ เพราะต้องนั่งรถกันมาไกล ด้วยที่ว่าวันนี้นั้น พอตกเย็นมา หม่าม้ามีอาการไข้ตัวรุม ๆ อิ๊กกลัวว่า หม่าม้าจะไข้ขึ้นหนัก หากว่าต้องเดินทาง แต่หม่าม้าก็ยืนกรานให้อิ๊กขับรถพามา อิ๊กจึงต้องยอม แต่มีข้อแม้ว่า หม่าม้าต้องกินยาแก้ไข้ก่อน มาถึงตอนนี้ อิ๊กที่ใช้แขนโอบหัวไหล่หม่าม้าเอาไว้ อิ๊กเองก็รู้สึกว่า หม่าม้านั้นตัวร้อนขึ้นกว่าเมื่อตอนเย็นพอสมควร
“หม่าม้าอยากให้อิ๊กพามาตั้งนานแล้ว” หม่าม้าพูด ก่อนจะซบลงบนไหล่ของอิ๊ก สายตามองออกไปยังทะเลเบื้องหน้า ที่ยังคงเป็นภาพสีดำขนาดใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่ “ได้กลับมาเยือนถิ่นเก่าของหม่าม้าใช่มั้ย” อิ๊กถาม รู้สึกจากหัวไหล่ได้ว่า หม่าม้าพยักหน้าแทนคำตอบ นานเท่าไหร่แล้วนะ ที่หม่าม้าพาเขาออกจากที่นี่ไป เพราะต้องการจะมอบชีวิตที่ดีให้กับเขา หม่าม้าอยากจะเป็นแม่ที่ดีของลูกชายคนเดียวคนนี้ให้ได้
“ฟ้าเริ่มสางแล้ว อีกเดี๋ยวพระอาทิตย์ก็จะพ้นจากขอบฟ้าขึ้นมาจากทางนั้น” ภาพพระอาทิตย์ขึ้นครั้งหลังสุดที่อิ๊กได้ดูกับหม่าม้า เขายังจำความสวยงามของมันได้อย่างดี “จริง ๆ แล้ว ถ้าหม่าม้าอยากดูพระอาทิตย์ขึ้นแบบนี้บ่อย ๆ อิ๊กพาหม่าม้ามาได้ตลอดเลยนะ เดี๋ยวนี้ถนนหนทางมันดีขึ้นมาก ขับรถมาแป๊บเดียวก็ได้ดูแล้ว กลับไปนี่ เดี๋ยวอิ๊กจะเอาเงินเก็บไปดาวน์รถสักคัน เวลาหม่าม้าอยากไปไหน เราก็จะได้ไปกัน ทุกที่ที่หม่าม้าอยากไปเลย” อิ๊กพูดกับแม่ของตัวเอง โอบกระชับแขนกอดหม่าม้าของเขา ที่ตอนนี้นิ่งเงียบเสียงไป
“หม่าม้า” อิ๊กเรียกอีกฝ่าย สายตามองไปที่แสงเรือง ๆ ขึ้นมา “หม่าม้าอย่าหลับ พระอาทิตย์ขึ้นมาแล้ว” อีกพูดบอกกับหม่าม้าไปแบบนั้น ภายในอ้อมกอดของเขานั้น หม่าม้านิ่งสนิท อิ๊กไม่ได้ยินเสียงกรนเบา ๆ อย่างทุกครั้งที่หม่าม้าเคยทำตอนหลับสนิท “หม่าม้า” เสียงเรียกของอิ๊กเริ่มสั่นเครือ “พระอาทิตย์ขึ้นแล้วหม่าม้า” ลำคอของอิ๊กตีบตันไปหมด คำพูดของหม่าม้าที่เคยบอกว่า อย่ายื้อเลย ปล่อยให้หม่าม้าไปเถอะ ดังลอยเข้ามาในหัว “หม่าม้าตื่นสิ ลืมตาขึ้นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นกับอิ๊กก่อน” อิ๊กบอกรักหม่าม้า กอดหม่าม้าเอาไว้จนแน่น แสงอาทิตย์ที่พ้นขอบฟ้านั้น พร่าเลือนเพราะน้ำตาของอิ๊กที่พรั่งพรูลงมาอาบสองแก้ม
เจ้สุกล่าวทักทายยิ้มต้อนรับแขกที่กำลังเดินเข้ามาในร้าน เชื้อเชิญให้เดินเข้ามาด้านใน ก่อนจะพาไปหาที่นั่ง เสียงรถคันหรูขับเข้ามาจอดไม่ไกลจากร้าน เจ้สุจำได้ทันที ว่ารถสปอร์ตคันงามราคาแพงระยับนั้นเป็นของใคร เธอจึงเรียกเด็กในร้านให้มารับออเดอร์อาหารให้ลูกค้า ก่อนที่จะรีบเดินออกไปทางที่รถคันโก้นั้นมาจอด
“ฉันคิดว่า คุณขึ้นรถ ขับกลับไปซะดีกว่า” ทันทีที่นาวินลงมาจากรถ เจ้สุก็เปิดฉากพูดกับชายหนุ่มที่เพิ่งมาถึง ด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและท่าทางที่หมางเมิน ไม่ต้อนรับอีกฝ่าย ผิดไปจากครั้งที่แล้วที่ได้เจอกัน ด้วยความที่เจ้สุ ต้องการให้นาวินรู้ชัด ๆ แบบไม่ต้องแปล ว่าครั้งนี้ เขาไม่ได้เป็นที่ต้องการของคนที่นี่ แม้ว่านาวินจะยกมือไหว้ แต่เจ้สุก็ทำเป็นมองไม่เห็นไปเสียอย่างนั้น
“ผมมาที่นี่ เพราะอยากจะมาขอความกรุณาเจ้สุ ช่วยบอกผมที ว่าตอนนี้อิ๊กเขาไปอยู่ที่ไหน ผมพยายามออกตามหา แต่ก็ยังไม่เจอเขาเลย” แม้ว่านาวินจะจ้างนักสืบมือดี ตามตัวควานหาอิ๊ก แต่ก็ยังคว้าน้ำเหลว “ทำไม คุณจะอยากเจออิ๊กมันอีกทำไม ไอ้ที่คุณทำกับมัน คุณคิดว่า คุณยังทำให้หลานของฉันเสียใจไม่พออีกใช่มั้ย” พูดแล้ว เจ้สุก็รู้สึกเจ็บใจแทนอิ๊ก กับสิ่งที่เธอได้รับรู้มา
“ผมอยากจะพูดให้อิ๊กเข้าใจ” นาวินอยากจะอธิบายให้เจ้สุฟัง “ให้หลานฉันเข้าใจว่ายังไง ให้อิ๊กมันเข้าใจว่า คุณหลอกฟันมันเล่น ๆ แล้วพอได้มันสมใจแล้ว ก็จะไปแต่งงานกับผู้หญิงที่แม่ของคุณจัดหาเอาไว้ให้น่ะหรือ นี่ยังไงล่ะ ที่หม่าม้าไอ้อิ๊กมันถึงสั่งนักสั่งหนา ห้ามแล้วห้ามอีก ว่าถ้าไม่รัก ก็ไม่มีวันทุกข์ใจ” ยิ่งพูด เจ้สุยิ่งอารมณ์ขึ้น
“ผมถึงได้อยากจะพูดกับอิ๊กให้เข้าใจไงครับ เจ้สุครับ ขอโอกาสผมอีกสักครั้งนะครับ” นาวินไม่ได้อยากจะให้ทุกคนคิดว่า ที่เขามาในวันนี้ เพราะเตรียมคำพูดมาแก้ตัว แต่เขาอยากพูดความจริงให้กับอิ๊กได้ฟังต่างหาก “คุณจะมาแก้ตัวอะไร มันก็ไม่ทันแล้วล่ะตอนนี้ นี่คุณรู้มั้ย ว่ามันเกิดอะไรกับหลานฉันบ้าง โน่น ตรงโน้นโน่น” เจ้สุชี้ไปที่ชายหาดด้านหน้า
“อิ๊กมันต้องดูหม่าม้าของมันสิ้นใจตายไปต่อหน้า ตายในอ้อมกอดของมัน คุณคิดว่ามันจะเสียใจมากแค่ไหน” เจ้สุพูดไปก็ยกมือขึ้นปาดน้ำตาของตัวเองไป รู้สึกเจ็บใจแทนหลาน ที่ต้องมาเจอะเจอเรื่องราวอะไรแบบนี้ “แล้วอิ๊กมันต้องเก็บเอาความช้ำใจ ที่หม่าม้าต้องโทษตัวเอง ที่บอกให้มันไปหาคุณในคืนนั้น พี่ฉันต้องรู้สึกผิด เสียใจ ตรอมใจ เพราะส่งลูกชายคนเดียว ไปให้หมาป่าใจร้ายอย่างคุณ ฉีกหัวใจที่ยอมเปิดโอกาสให้คุณ ทึ้งมันทิ้งเป็นชิ้น ๆ” ใจจริง เจ้สุอยากจะทำอะไรที่มันมากกว่าด่านาวินเท่านั้น
“ผมไม่ได้ตั้งใจครับ” นาวินได้แต่ยอมรับผิด ไม่คิดอยากจะเถียง หรือแก้ตัว “ผมไม่เคยคิดที่จะทำร้ายความรุ้สึกของอีกเลยแม้แต่น้อย ไม่เคยเลย” ตอนนี้นาวินรู้สึกสะเทือนใจมาก ที่ได้รับรู้ว่าหม่าม้าได้จากไปแล้ว เพราะอยู่ ๆ อิ๊กก็ขาดการติดต่อไป ทีมหมอพยาบาลที่นาวินให้ไปที่บ้านหลังนั้น รายงานกลับมาว่า บ้านของอิ๊กนั้นว่างเปล่า ของภายในบ้าน ถูกขนออกไปหมด ไม่มีใครอยู่แล้ว “ถ้าเจ้สุจะกรุณา เมตตาผมสักครั้ง บอกผมได้มั้ยครับ ว่าอิ๊กอยู่ที่ไหน” เจ้สุยืนน้ำตานองหน้า แต่ก็นิ่งเงียบ นาวินพยักหน้าช้า ๆ ด้วยความยอมจำนน ยกมือไหว้เจ้สุ ก่อนที่จะเดินกลับไปที่รถของตัวเอง
“เจ้สุ” เด็กในร้านที่เห็นเหตุการณ์ รีบเดินเข้ามาพูด เมื่อเห็นนาวินขับรถออกไปจากตรงนั้น “เจ้พูดไปแบบนั้น ไม่คิดว่ามันใจร้ายกับคุณนาวินเขามากไปหน่อยหรือไง” เจ้สุเบ้ปากใส่ ก่อนจะพูดขึ้นว่า “นี่มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ กับความเสียใจที่ลูกเจ้าสวยอย่างเขา ทำเอาไว้กับนังอิ๊กหลานฉัน” เด็กในร้านที่เล่นโซเชียลมีเดียมากกว่าเจ้สุส่ายหน้า “เจ้ต้องดูนี่ ดูคลิปนี้ ตอนนี้ใครก็ไม่รู้ปล่อยออกมา เขาแชร์กันให้กระหน่ำ” เด็กในร้านเปิดคลิปของนาวินให้กับเจ้สุได้ดู
“คุณแม่คะ เรื่องนี้นารีไม่อยากให้ดึงเอานาวินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะมันเป็นปัญหาของนารีเอง น้องไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย” นารีที่ต้องตามคุณหญิงอภิรดีมาที่คอนโดหรูริมแม่น้ำของนาวินอย่างเลี่ยงไม่ได้ พยายามพูดกันนาวินน้องชายออกไปจากปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น
“แล้วก็ปล่อยให้แกยอมหย่าขาดจากผัวแกง่าย ๆ ให้เป็นขี้ปากชาวบ้านอย่างนั้นเนี่ยนะ นารี นี่แกจงใจจะทำให้แม่ต้องอับอาย ขายขี้หน้าเขาไปทั้งวงสังคมใช่มั้ย” คุณหญิงอภิรดีที่เป็นประธานสมาคมภริยาเจ้าสัว ไม่สามารถยอมรับเรื่องนี้ได้จริง ๆ “คุณแม่คะ ธันวากำลังถูกข้อกล่าวหาเรื่องพัวพันกับพวกทุจริตสีเทานะคะ ไม่มีอะไรน่าอับอายมากไปกว่าที่นารีแต่งงานกับเขาตั้งแต่แรกแล้วล่ะค่ะ” การแต่งงานที่นารีว่า ก็คือความคิดและความเห็นชอบของคุณหญิงอภิรดีเช่นกัน
“แต่แกจะยอมหย่ากับธันวาง่าย ๆ เพราะแกรู้สึกหน้าบาง แต่นั่นหมายถึง แกจะไม่ได้อะไรจากตระกูลนั้นมาสักสตางค์แดงเดียว นี่แกลืมไปแล้วหรือยังไงนารี ว่าธันวามีทรัพย์สินเป็นหมื่น ๆ ล้าน” คุณหญิงอภิรดีต้องเตือนความจำลูกสาวคนโตของเธออีกครั้ง เรื่องจำนวนเงินมากมายมหาศาลที่ลูกเขยของเธอมี “ทรัพย์สินเงินทองพวกนั้น จะถูกยึดไปเมื่อไหร่ก็ได้ค่ะคุณแม่ นี่คุณแม่เชื่อหรือคะ ว่าธันวาบริสุทธิ์จริง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนั้น” นารียืนยันกับมารดาของเธอในเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน
“งั้นนาวินก็ต้องแต่งงานกับหนูวิชุดา ทายาทของเจ้าสัวเครือโรงแรมมาเวลลัส” คุณหญิงอภิรดีหันไปพูดกับลูกชายคนเล็กของเธอ “เพื่อพยุงฐานะทางการเงิน รวมถึงหน้าตาในสังคมของครอบครัวเราเอาไว้ด้วย” คุณหญิงอภิรดียืนกรานออกไปในทันที “คุณแม่คะ ดูนารีสิคะ ดูสิ่งที่มันเกิดขึ้นกับนารี ที่แต่งงานเพราะความเหมาะสม ไม่ได้จากความรักและชอบพอกันของทั้งสองฝ่ายสิคะ” นารีหวังใจว่าแม่ของเธอจะเห็นถึงความเลวร้ายในข้อนี้ แต่ก็เปล่าเลย
“โอเคครับคุณแม่” นาวินที่ยืนฟังอยู่นาน พูดขึ้นในที่สุด “ผมจะทำตามที่คุณแม่บอก” นารีได้ยินน้องชายของเธอพูดแบบนั้น ก็ทำท่าจะพูดคัดค้าน แต่นาวินก็รีบพูดขึ้นมาเสียก่อนว่า “ไม่เป็นไรครับพี่นารี คุณแม่ก็ด้วย ไม่ต้องเป็นห่วงครับ ผมพร้อมและยินดีจะแต่งงานกับผู้หญิงที่คุณแม่เป็นคนเลือกให้” นารีส่ายหน้าให้กับสิ่งที่นาวินพูดออกมา โดยที่คุณหญิงอภิรดีนั้น ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ โดยที่ไม่มีใครได้ยินเสียงประตูห้องที่ปิดลงเบา ๆ นั้นเลย
“โดยผมมีข้อแม้เพียงข้อเดียวที่จะขอ” คุณหญิงอภิรดีหันขวับมามองลูกชายในทันที “ผมจะแต่งงานกับผู้หญิงคนไหนตามที่คุณแม่เห็นสมควร ขอเพียงเรื่องเดียว ผู้หญิงคนนั้นต้องรับรู้เอาไว้ว่า ผมเป็นเกย์ ผมชอบผู้ชายด้วยกันและผมมีคนที่ผมชอบ ที่ผมรักอยู่แล้ว ถ้าเขาโอเคและยินดีจะใช้ไอ้อันเดียวตัวเดียวของผม ร่วมกับผู้ชายอีกคน ที่ผมจะไม่มีวันปล่อยมือจากเขาไปเป็นอันขาด ผมก็ไม่ติดขัดอะไรเลยครับคุณแม่ ลองเลือกเอาครับคุณแม่ ว่าอยากจะอับอายขายขี้หน้าเรื่องพี่นารีหย่าผัว หรือเรื่องผมนอนกับผู้ชายด้วยกัน” นารีนั้น ยิ้มกว้างออกมา แต่คุณหญิงอภิรดีนั้น โกรธนาวินเสียจนหน้าดำหน้าแดง
“เย็นนี้ฝนจะตกอีกแล้วหม่าม้า” อิ๊กยืนอยู่ที่ริมถนน มองขึ้นไปบนฟ้า พึมพำออกมาเบา ๆ แอบบ่นให้หม่าม้าฟัง “หม่าม้าเคยบอกเอาไว้ ว่าไม่เอาร่มมา ฝนมันก็จะตกแบบนี้แหละ” อิ๊กหัวเราะออกมา นึกถึงคำพูดของหม่าม้าที่เคยพูดเอาไว้ “หรือว่าอิ๊กคิดผิด ที่กลับมาในเมืองหลวง แบบนี้ ชีวิตมันเลยยากจัง” อิ๊กเอง บางทีก็คิด “หรือว่าหม่าม้าที่อยู่บนนั้น แกล้งอิ๊กกันแน่” เขาส่ายหัวอย่างนึกขัน ก่อนจะรีบเดินออกไป หวังว่าจะถึงบ้าน ก่อนที่ฝนจะเทกระหน่ำลงมา
“หม่าม้าคงไม่พ้น พูดออกมาอย่างแน่นอน” อิ๊กพึมพำ พลางมองเม็ดฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมา “ว่าทุกอย่างที่หม่าม้าเคยพูด เคยสอน เคยบ่นไว้ เป็นไปตามนั้นทุกอย่าง” อิ๊กเองนั้น ถึงจะไม่อยากยอมรับว่า นี่มันคือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ก็ตาม “อะไรที่อิ๊กเคยค้าน เคยเถียงหม่าม้าเอาไว้ ดูมันจะเกิดขึ้น อย่างที่หม่าม้าพูดไปเสียทุกเรื่อง” อิ๊กเม้มปากจนเกือบจะเป็นเส้นตรง “ถ้าหม่าม้าอยู่ด้วยกันตรงนี้กับอิ๊ก ก็คงดี” อิ๊กกะพริบตาถี่ ๆ “อิ๊กรู้ว่ามันยาก แต่ไม่คิดว่าจะยากขนาดนี้” เพื่อไล่หยาดน้ำตาใสอุ่นนั้น ที่รื้นขึ้นมาที่ขอบตาจนร้อนผะผ่าว ให้หายไป แต่มันก็ยากเต็มทน
********************************************************
คำแปลเนื้อร้องเป็นภาษาไทย โดย KADUMPA
Big Big World - Emilia
https://www.youtube.com/watch?v=7IjFVneQZsc
I'm a big, big girl
ก็โตมาจนป่านนี้
In a big, big world
ในโลกใบใหญ่ใบนี้
It's not a big, big thing if you leave me
แต่มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ หากว่าเธอจะจากกันไป
But I do, do feel that
แค่ฉันเองนั้นจะรู้สึกอย่างแน่นอน
I do, do will miss you much
ว่าใจมันคิดถึงเธอมากมาก
Miss you much
คิดถึงเธอที่สุด
I can see the first leaf falling
ฉันมองเห็นใบไม้ใบแรกร่วงหล่น
It's all yellow and nice
สีมันเหลืองแต่ยังคงสวย
It's so very cold outside
ที่ข้างนอกนั่นอากาศช่างหนาวเหน็บ
Like the way I'm feeling inside
เช่นเดียวกับความรู้สึกที่ฉันมีข้างในใจ
I'm a big, big girl
ก็โตมาจนป่านนี้
In a big, big world
ในโลกใบใหญ่ใบนี้
It's not a big, big thing if you leave me
แต่มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ หากว่าเธอจะจากกันไป
But I do, do feel that
แค่ฉันเองนั้นจะรู้สึกอย่างแน่นอน
I do, do will miss you much
ว่าใจมันคิดถึงเธอมากมาก
Miss you much
คิดถึงเธอที่สุด
Outside it's now raining
ที่ข้างนอกนั้นฝนเริ่มตกลงมาแล้ว
And tears are falling from my eyes
น้ำตาของฉันก็ร่วงหล่นจากขอบตา
Why did it have to happen?
ทำไมเรื่องนี้มันถึงต้องเกิดขึ้นด้วย
Why did it all have to end?
ทำไมทุกทุกอย่างถึงต้องจบลงแบบนี้ด้วย
I'm a big, big girl
ก็โตมาจนป่านนี้
In a big, big world
ในโลกใบใหญ่ใบนี้
It's not a big, big thing if you leave me
แต่มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ หากว่าเธอจะจากกันไป
But I do, do feel that
แค่ฉันเองนั้นจะรู้สึกอย่างแน่นอน
I do, do will miss you much
ว่าใจมันคิดถึงเธอมากมาก
Miss you much
คิดถึงเธอที่สุด
I have your arms around me warm like fire
ฉันมีอ้อมแขนของเธอโอบกอดดั่งไฟให้ความอบอุ่น
But when I open my eyes
แต่พลันที่ฉันลืมตาขึ้นมอง
You're gone
เธอได้จากฉันไป
I'm a big, big girl
ก็โตมาจนป่านนี้
In a big, big world
ในโลกใบใหญ่ใบนี้
It's not a big, big thing if you leave me
แต่มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ หากว่าเธอจะจากกันไป
But I do, do feel that
แค่ฉันเองนั้นจะรู้สึกอย่างแน่นอน
I do, do will miss you much
ว่าใจมันคิดถึงเธอมากมาก
Miss you much
คิดถึงเธอที่สุด
I'm a big, big girl
ก็โตมาจนป่านนี้
In a big, big world
ในโลกใบใหญ่ใบนี้
It's not a big, big thing if you leave me
แต่มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ หากว่าเธอจะจากกันไป
But I do, do feel that
แค่ฉันเองนั้นจะรู้สึกอย่างแน่นอน
I do, do will miss you much
ว่าใจมันคิดถึงเธอมากมาก
Miss you much
ฉันคิดถึงเธอจริงจริง


กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้