Loop "อมตะ มีราคาที่ต้องจ่าย" (อัพเดทตอน 2)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedsengped[at]gmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Loop "อมตะ มีราคาที่ต้องจ่าย" (อัพเดทตอน 2)  (อ่าน 414 ครั้ง)

ออฟไลน์ zipboy

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 312
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +65/-0
Loop

บทนำ

“ถ้าการเป็นอมตะที่ทุกคนฝันถึง ต้องแลกกับราคาที่ต้องจ่าย คุณจะยังอยากได้มันไหม”

หลังกล้องที่กำลังสัมภาษณ์เซน นักธุรกิจหนุ่ม ทายาทรุ่นที่ 20 ของกลุ่ม Z Corporation กลุ่มทุนที่มีอายุองค์กรถึง 500 ปี ผ่านรายการสำนักข่าวอันดับต้น ๆ ของประเทศ ในหัวข้อความสำเร็จระดับตำนานที่ยาวนานที่สุด จาก บริษัท สมุทรการค้า สู่ Z Corporation

“ท้ายสุดนี้ ผมคิดว่าคงมีหลายคนที่ต้องการมัน ถึงราคาที่จ่ายจะสูงก็ตาม แล้วคุณเซนจ่ายด้วยอะไรครับ ถึงทำให้สมุทรการค้าของท่านเจ้าสัวสมุทร กลายเป็น Z Corp ในวันนี้”

“ผมถือว่า มันคือภารกิจของตระกูลครับ การได้เกิดมาในตระกูล”สุนทรพานิชย์” ให้มุมมองได้ทั้งความโชคดี หรือคำสาปก็ว่าได้ สำหรับผม ไม่ว่าทางไหน ผมแค่ทำสิ่งที่บรรพบุรุษผมสร้างไว้ ให้ก้าวหน้าขึ้นไปตามโลกที่เปลี่ยนไปครับ”

“ขอบคุณสำหรับวันนี้ครับ”

หลังคัทจบ เซนลุกขึ้นจับมือกับพิธีกร และไหว้ขอบคุณก่อนจะยิ้มให้ แล้วเดินจากไป

“โทษนะครับ คุณมีเพื่อนผู้หญิงที่กำลังจะคลอดใช่ไหมครับ” เซนถามพิธีกรท่านนั้น
“ใช่ครับ เออ คุณเซนรู้จักเหรอครับ”
“ไม่มีอะไรครับ ขอให้โชคดีครับ”

เซนรีบเดินออกจากสตูดิโอ ขึ้น 911 Turbo แล้วขับออกไป จนเมื่อถึงบ้าน

“เพื่อนคุณคลอดลูกแล้วใช่ไหมครับ” เซนส่งข้อความไปหา
“คุณเซนครับ เพื่อนผมเสียชีวิตแล้วครับ ทั้งแม่ทั้งเด็กเลย”
“เสียใจด้วยครับ เข้มแข็งไว้นะครับ”

ทันใดนั้นมือถือก็ตกพื้น เซนลงไปนอนเจ็บปวดทุรนทุรายทั้งช่อง รูทวารทั้งด้านหน้าและหลังที่กำลังระเบิดออก ก่อนที่ช่วงล่างทั้งหมดของร่างกาย ตั้งแต่เชิงกราน ไปจนถึงต้นขา ระเบิดกระจุยจนฉีกร่างของเซนให้จมกองเลือดตรงนั้น

สติรับรู้ความเจ็บปวดกำลังทำให้เค้าหายใจรวยริน

“ความอมตะ มีราคาที่ต้องจ่าย”

///////////

เหมือนไม่ได้มานานมาก คิดว่า Account น่าจะโดนลบ แต่ในเมื่อ Account ยังอยู่ ไอเดียมันออกขำๆ ตอนอาบน้ำครับ ลองอ่านดูครับผม น่าจะลงได้อาทิตย์ละตอน ทั้งหมด ประมาณ 40 ตอนจบครับผม

ฝากเดาเนื้อเรื่องจากบทนำได้เลยครับ
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-06-2026 09:05:41 โดย zipboy »

ออฟไลน์ zipboy

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 312
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +65/-0
Re: Loop "อมตะ มีราคาที่ต้องจ่าย"
«ตอบ #1 เมื่อ07-06-2026 10:42:13 »

บทที่ 1 สมุทรการค้า / Z Corporation

“ท่ามกลางกระแสความซบเซาของการท่องเที่ยวไทย ห้างสรรพสินค้า โรงแรม ร้านอาหาร สปา ในกลุ่ม Z Cop กลับทำกำไรโตสวนกระแสได้ โดยคาดกันว่าในการจ่ายปันผล จะทำได้ถึงหุ้นละ 3 บาท ในรอบปันผลประจำปีนี้”

“เซน สมุทรพานิชย์ รุ่นที่ 20 ของอาณาจักร สามแผ่นดิน กำลังเดินทางสู่ความเปลี่ยนแปลงของโลก ที่แข่งขันด้วยเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ และความท้าทายทางเศรษฐกิจ เกินตัวไหม สำหรับวัย 22 ปีที่พึ่งจบใหม่หมาด ๆ”

“คุณเห็นกล้ามเค้าไหม? เจาะลึกหุ่นสุดแซ่บของเซน สมุทรพานิชย์ ไม่ได้มีดีแค่รวย แต่หุ่นที่ล่ำแน่น ความเร็วในน้ำที่ไม่เป็นสองรองใคร คือภาพลักษณ์ผู้บริหาร Longevity คนนี้ มาแรงที่สุดในหน้าสังคมตอนนี้”

นี่คือตัวอย่างหัวข้อข่าว การสนทนาสังคม ที่เซนเห็นจนเหมือนไม่เห็น เช้ามืดวันจันทร์ ถึงเมื่อคืนที่ผ่านมา เค้าจะยังรู้สึกเจ็บจากการระเบิดนั้นก็ตาม Lamborghini Urus SE สีเหลืองที่ขับมาถึงโรงแรม “สมุทร” ที่เป็นออฟฟิศหลัก จอดรถในชั้นที่เข้าลิฟท์ไปยังฟิตเนสได้ทันที

ชุดรัดกล้ามแขนยาว ทั้งท่อนบนและท่อนล่าง กับกางเกงขาสั้น 4 นิ้วที่สวมทับ รองเท้าวิ่งพร้อมกระติกน้ำ ผ้าเช็ดตัว และเทรนเนอร์ที่ต้องตื่นเช้า แบบผลัดเวียนกันดูแลโปรแกรมเจ้าของอาณาจักรนี้ หลังเสร็จการเวท บนลู่วิ่งไฟฟ้าที่มองเห็นวิวกรุงเทพฯ สปีด 9-11 บนลู่วิ่ง คือความเร็วมาตราฐานสำหรับทำ Tempo เบา ๆ เป็นเวลา 90 นาที ระยะทางวิ่งรวม 17-22 กิโลเมตร โดยประมาณเสมอ

พระอาทิตย์ชัดเจนแล้ว เซนไปเปลี่ยนชุดเป็นกางเกงว่ายน้ำแบบบรีฟที่ขับให้หุ่นของเซน ดูเย้ายวนกับทุกคนที่เห็น แล้วว่ายไปกลับในสระไร้ขอบไปกลับอีก 1 ชั่วโมง ระยะทางรวม 3KM

เซนเกาะขอบสระดูวิวสักครู่ก่อนจะหลับตา แล้วกำขอบสระแน่นๆ แล้วสักครู่ จึงลืมตาช้า ๆ ด้วยแววตาที่รู้สึกว่างเปล่า

หลังจากอาบน้ำ แต่งตัวด้วยเชิ๊ต สูทลำลอง เซนลงไปทานมื้อเช้าในห้องอาหารของโรงแรม ซึ่งเป็นการเดินทักทายแขกในโรงแรมไปในตัว ก่อนจะเข้าไปเซ็นต์เอกสาร แล้วไปห้างสรรพสินค้าในเครือ

เซนมักจะเดินห้างในเวลาที่เป็นช่วงเที่ยง / ช่วงหลัง 17.00 ในวันธรรมดา และเสาร์ อาทิตย์ จะเดินทั้งวันแบบสุ่มสาขา เพื่อดูความเรียบร้อยด้วยตัวเอง ในฐานะทายาทของกิจการ พนักงาน ผู้บริหารทุกรุ่น ต่างให้ความเคารพในการวางตัว ทำงานของเซนมาก ๆ

“ผมคิดว่ามุมนี้ของห้าง มันโทรม ดูไม่เรียบร้อย ฝ่ายการตลาด กับฝ่ายอาคาร ช่วยคิดเปลี่ยนมุมของชั้นนี้ให้ผมด้วยว่า จะทำอะไรแทน ไม่งั้นมันจะกลายเป็นจุดบอดแน่นอน”

“ลานจอดรถมืดไปนะ ช่วยปรับแสงสว่างกับเส้นให้มันชัดด้วย”

“ทำไมผมไม่เคยเห็น BA ของ TOM FORD คนนี้เลยละ” เซนสะดุดตากับใครบางคน แต่คนที่สะดุดตา กลับรีบหลบหน้าไปทำงานต่อ

หลังจากตรวจห้างเสร็จ วันนี้เซนต้องกลับไปจัดการงานที่โรงแรม แต่ทันใดนั้นเอง ระหว่างที่เซนขับรถอยู่ มอไซค์ที่ฝ่าไฟแดง ถูกรถอีกคันที่พุ่งออกจากไฟเขียวซัดจนลอยละลองหายไป แต่สิ่งที่เซนเห็น คือมอไซค์เปล่า ๆ หนึ่งคันวิ่งผ่านไปให้รถชน

“ผมคงไปถึงช้าหน่อยนะ สี่แยกมีรถชนกัน”

เซนแค่กลับรถเลี่ยงขับอ้อมไปอีกทาง โดยไม่รู้สึกอะไรกับสิ่งที่เห็นเลยสักนิด แต่ก็ได้ยินเสียงรถหวอที่ผ่านไปเมื่อขับมาได้สักพัก


ในห้องทำงานของของเซนที่โรงแรม นาวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเครือโรงแรมสมุทร / มหา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารห้างสรรพสินค้าในเครือ Z Corp และ สุระ ผู้ดูแลกองทรัสท์เพื่อการลงทุนขององค์กร ต่างก็นำเอกสาร เรื่องที่สำคัญมาให้เซนตัดสินใจ

“เจ้านายลงมือเองใช่ไหมครับ”
“ใช่ นาวา มันถึงคราว และผมก็ไม่ต้องทำอะไร นอกจากกระตุ้นนิสัยปกติของเค้า”

เสียงปากกาของเซนยังคงกรีดลงกระดาษใบแล้วใบเล่า

“อนันต์บอกผมว่า เจ้านายจมกองเลือดเมื่อคืนนี้”

ปากกาของเซน หยุดลงกระทันหัน ก่อนจะพูดกับมหาว่า

“ผู้หญิงคนนั้น เป็นคนดีมาก แถมสามีเธอ ก็เป็นผู้ชายที่เลือกได้ทุกอย่าง ฉันรู้ว่ามันคือหน้าที่ แต่ถึงฉันไม่ทำ เค้าก็ไม่รอดอยู่ดี”

เซนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบจนแทบจะไม่ได้ดังกว่าปากกาที่เซ็นลงไป

“แต่เจ้านายไม่เจ็บเหรอครับ พวกเราเวลาถูกสั่งให้ทำ พวกเราเจ็บแทบขอตายดีกว่านะครับ”

เซนถอนหายใจเบาๆ แล้วหยิบเอกสารแฟ้มใหม่มาเซ็นต่อ

“จะนานแค่ไหน ฉันก็ไม่อยากมอบความตายให้คนดี ๆ พวกนี้ มันยากมาก ยากจนการร่วมเจ็บไปด้วย ดูเป็นทางออกที่เรายังทนได้มากกว่าอีก”

“คิดซะว่า นี่คือหน้าที่ โลกสะอาดขึ้นด้วยฝีมือเรา และเราก็ไม่ใช่คนไปตัดสินว่า เค้าสมควรหรือไม่สมควรตาย พวกเรามันก็แค่คนส่งสารไปหาก็เท่านั้นเอง”

เซนจัดการเอกสารจนหมด ก่อนจะพูดกับทุกคนว่า

“อย่าลืมนั่งสมาธิละ พวกเราทุกคน นอนไม่ได้ เข้าใจนะ”

เมื่อทุกคนพ้นจากประตูกลับไปแล้ว เซนเดินออกไปมองนอกหน้าตา หลับตา รับรู้ และเขียนชะตาตอนจบให้กับหน้าที่ของคนในรัศมีรอบ ๆ ที่เซนจับสัมผัสได้ เซนรอสักครู่ ก่อนจะลืมตาช้า ๆ สายตาของเซนดูว่างเปล่าก่อนจะเดินไปเก็บกระเป๋า แล้วกลับไปที่ยิม เพื่อเปลี่ยนกางเกงว่ายน้ำ แล้วว่ายน้ำรอบเย็น

ในหัวของเซน คิดถึงตัวเองตอนที่หายใจรวยริน สติเริ่มเลือนล่าง เห็นเพียงแค่อนันต์ พ่อบ้านคู่ใจที่รีบมาอุ้มร่างท่อนบนไปนอนบนเตียงที่ปูผ้ายางรอแล้ว ก่อนจะเก็บขาสองข้างไปวางไว้ใกล้ ๆ ความรู้สึกของหน้ากากช่วยหายใจ แผลจากเข็มน้ำเกลือ ยังคงชัดอยู่ในความรู้สึก การเตะขา กลับตัวของเซน เร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนเริ่มไม่เหมือนการว่ายเพื่อออกกำลังกาย ครบ 1 ชั่วโมง เซนรู้สึกหอบเหมือนตัวเองกำลังหนีสิ่งที่ไม่มีทางหนีสำเร็จ

ณ ห้องอาหารของโรงแรม โต๊ะเล็กๆ มุมนึง เซนกำลังเปิด iPad อ่านแผนงานฝั่งห้าง ในการจัดโปรโมชั่น รวมถึงกำลังวางตารางเพื่อชมเชยพนักงานดีเด่นประจำเดือนด้วยตัวเองในวันรุ่งขึ้น อาหารถูกจัดเตรียมพอดีสำหรับมื้อเย็น ถูกเสิร์ฟและรายงานสถาณการณ์โดยคุณสเตฟาน หัวหน้าห้องอาหารเวรมื้อเย็นวันนี้

“คุณเซนใช่ไหมคะ ขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมคะ”
เซนยิ้ม และลุกขึ้นยืนถ่ายรูปกับสาวสวยสองคนที่มาทานบุฟเฟต์ในโรงแรม

“เราเป็นแฟนคลับคะ คุณหล่อมากเลยนะค่ะ”
“ขอบคุณครับ ทานให้อร่อยนะครับ ขาดเหลืออะไร เรียกผมหรือหัวหน้าห้องอาหาร คุณสเตฟานได้เลยนะครับ”

เซนกลับไปนั่งทานมื้อเย็นกับทำงานต่อ

ภาพใน Social ไม่ว่าจะตอนเดินห้างเพื่อทำงาน ว่ายน้ำในโรงแรม หรือกินข้าวเย็น ทุกภาพมีกระแส มี Comment แต่สิ่งที่ทุกคนไม่รู้คือ ความสามารถของเซน คือสิ่งที่โลกไม่อยากรับรู้แน่นอน

“มหาครับ ฝากเช็คหน่อยว่า TOM FORD มีพนักงานลงทะเบียนใหม่ใช่ไหม ถ้าใช่ชื่อ บรรพต ชื่อเล่น บิว แจ้งผมด้วยนะครับ ตอนนี้คุณน่าจะเข้าสมาธิไปแล้ว”

เซนวางสายลงขณะที่ Lamborghini Urus SE วิ่งลงจากทางด่วนเข้าบ้านพักส่วนตัวย่านเย็นอากาศ

ใบหน้าที่เรียบเฉยของเซน มีแค่แววตาที่มีความสุข หายากมากสำหรับชีวิตที่ยาวนานของเซน

//////


Comment กันได้นะครับ ผมทำเรื่องนี้ในธีมที่ว่า "ถ้าคนเราเป็นอมตะได้ มันต้องมีราคาบางอย่างที่ต้องจ่าย" ผมจะค่อย ๆ เล่ามาเรื่อย ๆ เองนะครับ เจอกันใหม่อาทิตย์หน้าครับ : )

ออฟไลน์ zipboy

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 312
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +65/-0
Re: Loop "อมตะ มีราคาที่ต้องจ่าย"
«ตอบ #2 เมื่อ13-06-2026 09:05:13 »

บทที่ 2 ลูกเจ้าสัวกับเด็กกำพร้า

ปี 2019

โรงเรียนนักบุญคริสต์แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

“ทุกคน วันนี้เปิดภาคเรียน ม.4 เรามีเพื่อนใหม่ร่วมชั้นนะครับ”

“สวัสดีครับ ผมชื่อเซน สมุทรพานิชย์ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”

เสียงกระซิบกระซาบดังเบา ๆ ไปทั่วห้อง
“เห้ย ใช่นามสกุลเดียวกับห้องประชุมโรงเรียนเรา ตึกพละเปล่าวะ”
“คนนี้เปล่าวะ ที่ว่าบ้านแม่งโคตรรวย แต่พ่อแม่ตาย”
“เชี่ยแม่งโคตรล่ำ หล่อสัส มาดับรัศมีพวกกูชัด ๆ”

“บรรพต ฝากนั่งเป็นเพื่อนเซนนะ”

มาสเซอร์ประจำชั้นในชุดคลุมขาวยาว บอกให้ให้เซนไปนั่งกับเพื่อนที่ว่างอยู่

“ฮิ้ววว ได้ผัวแน่ๆ ฮิ้ววววว”

“แซวไร นี่มันยุคไหนแล้ว สุภาพกับเพื่อนด้วย”

“เราเซนนะ” “บิวครับ คุณเซน”

บรรยากาศหลังจากนั้น ตลอดการเรียนทุกคาบ เพื่อนข้าง ๆ เซนคนนี้เกร็ง และไม่กล้าแม้นแต่ให้ท่อนแขนสัมผัสตัวของเซน เซนมองบิวด้วยรอยยิ้มเสมอ จนทำให้บิวเอง ก็รู้สึกอยากหลบหรือเปลี่ยนที่นั่งให้คนอื่นนั่งแทน

“กินข้าวด้วยกันไหม”
“ผมต้องไปรับข้าวเที่ยงก่อนครับ คุณเซน”
“ทำไมเรียกเราว่าคุณ เรียกเซนก็ได้”
“ไม่ได้ครับ บ้านคุณเซนเลี้ยงดูผมกับเพื่อนๆ ในหอเด็กกำพร้ามา ผมจะเสมอกับคุณเซนได้ไง”

เซนลุกขึ้นยืนยิ้ม

“เราพึ่งมาเรียนที่นี่ เราไม่มีเพื่อน คนแรกที่เราเจอก็บิว เดี๋ยวเราไปซื้อข้าว แล้วมานั่งด้วยกันนะครับ”
“อีบิว ไปมึง ไป”

เสียงเพื่อนสาวในห้องกลุ่มนึงดังพอให้เซนได้ยินแล้วยิ้ม

“เห็นไหม เพื่อนบิวอนุญาตแล้ว”

บิวที่ยืนตรงหน้าเซน กำลังก้มเขินอายแบบปฎิเสธไม่ได้ ก่อนที่จะพยักหน้าด้วยแก้มที่แดงระเรือ
“ได้ครับคุณเซน”

เซนส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนที่บิวจะเชินกว่าเดิม

“อย่าเรียกว่าคุณ เรียกเซนนะ”

บิวพยักหน้าก่อนจะเดินตามเซนไป ท่ามกลางเสียงโห่ฮิ้วของเพื่อนสาว เพื่อนในห้องบางกลุ่ม และไม่วายที่จะมีเสียงสนทนาว่า

“ลูกเจ้าของโรงเรียนมันเป็นเกย์เปล่าวะ”

ระหว่างทางที่เดินไปโรงอาหาร เซนกับบิวยกมือไหว้ซิสเตอร์ท่านนึง แต่สิ่งที่เซนเห็น คือเงาที่ดำที่ปะอยู่ในร่างเท่านั้น

“เซนเป็นไรเปล่า”
“เปล่าๆ เราแค่คิดอะไรนิดหน่อย”

เซนรู้ตัวว่าต้องเก็บสีหน้า อาการให้นิ่งกว่านี้

โรงอาหารที่จอแจ บิวที่กำลังทานมื้อเที่ยงอยู่ตรงหน้าเซน กำลังทานแบบเขี่ยช้อนกับส้อมไปมา มากกว่าจะตักทานจริงๆ ส่วนเซนที่ทานขึ้นจานที่สอง กำลังมองบิวด้วยรอยยิ้มแบบเอ็นดู

“เราทำให้บิวอึดอัดเปล่า”

บิวเริ่มทานอาหาร เหมือนหลุดจากภวังค์ แต่เซนที่กินเสร็จกำลังดูดน้ำ หัวเราะอย่างเอ็นดู สายตามองไปเห็นกลุ่มเพื่อนชายออกสาว ที่แอบนั่งไกล ๆ เชิงดูสถาณการณ์ เซนยกแก้วให้หนึ่งทีเป็นการรับทราบ

“คือ พ่อกับแม่ของคุณเซน เป็นอะไรเหรอครับ ผมเสียใจด้วยนะ”

เซนมีสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะตอบแค่

“ท่านสุขภาพไม่ดีตั้งแต่มีผม บ้านเรามีคำสาปกัน ถ้ามีทายาท จะอายุไม่ยืนกัน และก็ บอกแล้วไงว่า อย่าเรียกว่าคุณ เรียกเซนเฉยๆ นะ….ตอนนี้ เซนก็เหมือนบิวแหละ เด็กกำพร้า”

“ไม่เหมือนนะครับ บิวไม่เคยรู้เลยว่า พ่อกับแม่บิวคือใคร จำความได้ ก็คือห้องนอนรวม เข้าโบสถ์ เรียนหนังสือ ปิดเทอมก็ไม่ได้ไปไหน นอกจาก เรียนพระคัมภีร์ แต่เซนยังเคยมีเวลาที่ร่วมกับพ่อแม่นะ”

เซนหยุดดูดน้ำ ก่อนจะวางแก้วลง

“พ่อกับแม่เรา ทำงานเยอะมาก ถ้าเราไม่มีว่ายน้ำ เราก็ไม่รู้จะทำไรเหมือนกัน เราจะเก่งแค่ไหน ท่านก็แทบไม่ว่างมาดูอยู่ดี การมองเห็นว่ามี แต่จริงๆ เหมือนไม่มี ก็แย่ไม่ต่างกันนะ”
“บิวขอโทษครับคุณ เออ ขอโทษเซนนะ”
“ไม่เห็นต้องขอโทษไรเลย แค่อยากบอกว่า ชีวิตเราทั้งคู่ไม่ต่างกันเลย ฉะนั้น เราไม่ได้อยู่สูงกว่าใครหรอก”

สีหน้าของบิว ดูดีขึ้น แต่ก็มีระยะห่างต่อเซน เพียงแต่ระยะห่างนั้นแคบลง

สามวันต่อมา ซิสเตอร์ท่านนึงได้เสียชีวิตลงจากการทานยานอนหลับเกินขนาด โดยที่เซนก็หยุดเรียนวันเดียวกับที่ซิสเตอร์ท่านนั้นเสียชีวิต

“เซนโอเคไหม”

วิชาแรกของวันที่เซนกลับมาเรียน คือว่ายน้ำ ทุกคนกำลังเปลี่ยนชุดใน locker แต่บิวคนเดียว ที่ดูไม่ถอดเสื้อผ้าซะที

“อือ วันนั้นเราท้องไส้ไม่ค่อยดีนิดหน่อย”

เซนถอดเสื้อผ้าออก กางเกงว่ายน้ำทรง Trunk ของ Arena แบบใส่แข่ง เมื่อรวมกับไหล่ที่กว้างหนา อกที่แน่นชัด หลังที่คมทุกมัด หน้าท้องกับร่องวี ที่คมจนเห็น 8 Pack ร่อง 11 ยิ่งทำให้บิวไม่กล้ามอง

“เซน เราขอเปลี่ยนชุดคนเดียวได้ไหม”

เซนหันหลัง ยกมือปิดตา

“เราจะไม่แอบดูนะจนกว่าเปลี่ยนเสร็จ”
“เห้ย หลามบก มึงแน่นเกินหน้าเกินตาเพื่อนมาก มึงย้ายมาดับรัศมีพวกกูชัดๆ”

เซนที่ปิดตาอีก ใช้อีกมือชูนิ้วกลางให้

“เร็วๆ เว้ย เดี๋ยวมาสเซอร์ซ่อมยกห้องนะไอ้หลามบก”
“เสร็จแล้ว”

เซนหันไปเห็นบิวในกางเกงว่ายน้ำ Jammer แต่เอาแขนทั้งสองข้างบังหน้าอกไว้ เซนเดินไปชิดใกล้ขึ้น

“น่ารักจะตาย ไม่เห็นต้องอายเลย”

แล้วเซนก็เดินออกไปเลย เสียงในหัวเซนลอยมาคนเดียวว่า

“สเปกเมียของกูชัดๆ แม่ง น่าเอาตอนนี้ฉิบหาย”

ตลอดสามปีที่เรียนที่นี่ เซนเป็นนักกีฬาว่ายน้ำ ที่นำความสำเร็จมาให้โรงเรียนเสมอ และไม่รู้ทำไมแต่บิวก็มักจะได้เป็นผู้ช่วยโค้ชว่ายน้ำ ในการเตรียมของ ส่งผ้าเช็ดตัว ให้กับเซนเสมอ หลายครั้ง เซนขอให้ช่วยเช็ดตัวให้หน่อย โดยให้เหตุผลว่าแขนตึงจนไม่อยากเช็ดแล้ว

หัวค่ำวันนึงหลังซ้อมเสร็จ และเก็บสระแล้ว
“บิว เรามีของให้นะ”

เซนยืนถุงกระดาษของห้าง Z Corp ให้กับบิว บิวรับไปแบบ งง ๆ ก่อนจะหยิบของในถุงมาดู ของในถุงคือ เสื้อว่ายน้ำแบบรัดรูปแขนยาวของ Nike กับ Jammer ว่ายน้ำของ Nike สีดำ

“เห็นไม่กล้าโชว์หุ่น รับไว้นะ เราไม่ได้ออกเงินซื้อแน่นอน ไนกี้พึ่งมาลงขายชุดว่ายน้ำที่ห้างเรา เค้าให้ของขวัญกับห้าง เราเลยขอมาชุดนึงให้”
“เรารับไว้ไม่ได้ มันแพงนะ”
“บอกอยู่ว่าได้ฟรี อีกอย่าง บิวเปลี่ยนชุดช้ากว่าทุกคนเลยนะ ถ้าเขิน ก็แค่ใส่มาจากหอพัก แล้วใส่ชุดนักเรียนทับมาก่อนเลยก็ได้นะ”
“แต่…”
“รับไว้นะ บิวควรมีอะไรดี ๆ ใช้บ้างนะ”

บิวเก็บของลงถุง ยิ้มอย่างชัดเจน และพยักหน้าให้กับเซน

“เราจะใช้งานเป็นประจำนะ เราดูเซนว่ายน้ำ มันดูไม่ยากเลย เราจะว่ายบ่อยๆ นะ”


ปี 2022

รูปถ่ายรวมรุ่นถูกส่งมาแบบใส่กรอบ สิ่งเดียวที่ทำให้เซนยิ้มคือการเห็นตัวเองยืนข้างๆบิว ในรูปรวมจบ เซนที่ผูกไทด์ แต่งชุดนักศึกษาเสร็จ คว้ากุญแจ BMW 530e M Sport สีขาว ขับไปเรียนที่มหาลัยกลางเมือง

ในงานรับน้องรวม สีที่ทาหน้าของเซน ดูตัดกับผิวแทนแดด ชุดนักศึกษาที่ค่อนข้างเต็ม จนขับมัดกล้ามออกมาชัดเจนผ่านเสื้อเชิ๊ตขาว และไม่ไกลนักในแถว ก็คือบิว ที่ดูดีมากในชุดนักศึกษา

“เอาละ เรามาจับฉลากหาอาสาสมัครดีกว่า”

เสียงกลองกับเสียงเฮ สร้างบรรยากาศให้รู้ว่า นี่คือเกมสานสัมพันธ์แน่นอน

“น้องบิว การโรงแรม”
“น้องเซน เศรษฐศาสตร์”

เสียงกลองอึกทึก ทั้งคู่เดินออกมายืนข้างหน้า เซนยิ้มด้วยความสุข แต่บิวกลับก้มหน้าเขินอาย จนต้องขอบคุณสีที่แต้มกับแก้ม ที่ช่วยบังว่ารู้สึกเขินแค่ไหน

“เอาละ แนะนำตัวกันหน่อยน้องๆ เอาล่ำนี่ก่อนเลย ทำไมมันล่ำจังวะ ต่อยกูไหมเนี่ย”
“ผมเซน สุนทรพานิชย์ ชื่อเล่นชื่อเซน เศรษฐศาสตร์ครับ”
“บิวครับ บรรพต อุปถัมภ์กุล การโรงแรมครับ”
“รู้ไหมเนี่ย พี่เรียกออกทำไร ไม่รู้ใช่มะ สบายใจได้ ไม่เอาเต้นไก่ย่าง มันเก่ามาก”

“พี่จะให้เราสองคน ช่วยกันคาบเวเฟอร์ คนนึงคาบหัว คนนึงคาบท้าย แล้วเดินไปวางที่จาน ห้ามใช้มือช่วย ให้เวลา 3 นาที ถ้าได้น้อยกว่า 5 ชิ้น การโรงแรมกับกับเศรษฐศาตร์ ซ้อมเชียร์ต่ออีก 1 ชั่วโมงแน่นอน”

เสียงโห่ฮาของเพื่อนๆ ดังกระหื่มทันที
“ไอ้เชี่ยเซน ดีๆ นะเว้ย”
“บิว สู้ๆ”

บิวกับเซน มองหน้ากัน เซนดูสนุก แต่บิวดูไม่สนุกด้วยสักนิด ทั้งคู่ถูกมัดมือเอาไว้
“เชื่อใจเราไหม”
“อือ เชื่อซิ”

ด้วยส่วนสูงที่ต่างกันพอสมควร ทำให้เซนเลือกเป็นฝ่ายทั้งย่อ และเดินปู เพื่อคาบเวเฟอร์จากจานจุดเริ่ม ไปวางจานจุดสุดท้าย สายตามองเซนคือสนุกแต่สายตาของบิวที่ต้องมองตาเซน ทำให้บิวรู้สึกประหม่า จนสองชิ้นแรกหล่นหมด
“ใจเย็นนะบิว บิวเขินทำไม เห็นเราเปลือยก็เคยเห็นแล้วนะ”

ชิ้นที่สามจึงยังไม่ทันคาบก็หล่น เซนพยักหน้าทำนองว่าไม่แซวแล้ว ทำให้ชิ้นแรกผ่านไปได้ ชิ้นสองผ่านไปได้ ชิ้นสามผ่านไปได้

“เหลือนาทีเดียว”

ชิ้นที่สี่ผ่านไปได้

“สามสิบวินาทีสุดท้าย”

ชิ้นที่ห้าสำเร็จแบบเฉียดฉิว เพราะทั้งคู่ใจเย็นมาก ๆ

“เศรษฐศาสตร์กับการโรงแรม กลับบ้านได้”

ทั้งคู่ดูกลายเป็นฮีโร่ของเพื่อน ๆ ในคณะตัวเอง เซนเอาเวเฟอร์ที่ใช้แข่งมากินเองหมด ทุกชิ้นที่กัด คือสายตาที่มองบิวแบบรอยยิ้มจริงจัง แต่บิวก็ยังก้มหน้าหลบตาอยู่ดี

“เราไปส่งนะ”
“ไม่เป็นไรเซน เรานั่งรถเมล์กลับได้”
เซนคว้าแขนบิว แล้วลากจนเป้ที่สะพายหลังของบิวแทบร่วง เซนใช้แรงที่มากกว่า ลากบิวไปจนถึงรถตัวเอง ก่อนจะเปิดท้าย แล้วหยิบทิชชู่เปียกให้เช็ดสีที่หน้าออกก่อน

“บิวยังพักที่หอโรงเรียนใช่ไหม”
“อือ แต่หลังปีสอง เราต้องออก คงต้องหางานทำ เพราะมันมีเรื่องค่าหอ ค่าใช้ชีวิตอื่นๆ อีก”
“งั้น เดี๋ยวเราไปว่ายน้ำที่สระโรงเรียนดีกว่า เตรียมผ้าเช็ดตัวให้เซนด้วยนะ”
“เราว่าเรากลับรถเมล์ก็ได้นะ รถเซนแพงมาก เรากลัวทำเลอะ”
“อะไรกัน ห้างเรามีร้านล้างรถ เลอะก็แค่ล้าง อย่าคิดมากซิ”

เซนปิดท้ายรถ ลากบิวไปขึ้นรถแบบ กึ่งลาก กึ่งยัดเข้า แล้วรีบวิ่งไปที่คนขับ ก่อนจะล็อครถ แล้วออกรถไปส่งที่หอพักโรงเรียน

หลังจากนั้นเป็นต้นมา เซนก็ไปรับไปส่งบิว ให้บ่อยที่สุด ถ้าบิวจะหลบหน้า ก็ต้องออกให้เช้าหรือเปลี่ยนเวลา แต่ไม่รู้ทำไม เซนสามารถมาจอดรถแบบกะเวลาออกมาจากหอได้ถูกเสมอ ที่น่าสงสัยคือ เซนรู้ตารางเรียนของบิวได้หมด

“ผู้ชายเค้ามาขอยะ”
“ให้เค้าไปทำไม เราไม่โอเคนะ”
“บิว ผู้ชายโคตรล่ำ แถมนามสกุลเจ้าของห้างกับโรงแรม เป็นนางเอกหรือไง”
“ไม่ใช่ แต่บ้านเค้าคือคนออกเงินเลี้ยงเรามา มันเหมาะสมตรงไหนที่ให้เค้ามาบริการเราละ”
“มึงดูไม่ออกเหรอบิว เค้าชอบมึง”

บิวรู้สึกเหมือนหูดับ ก่อนจะเก็บกระเป๋า แล้วตัดบทว่า ไปห้องสมุด…. แต่ก็ต้องพบ BMW สีขาวจอดในที่จอดรถคณะการโรงแรม ซึ่งห่างกับเศรษฐศาสตร์ พอสมควร โดยเซนให้เหตุผลว่า ที่จอดคณะนั้นเต็มตลอด เลยมาฝากไว้

และเซนก็ตามมาทำการบ้าน อ่านหนังสือ รับ ส่ง บิว ตลอดเวลาที่สะดวก ซึ่งบิวก็คงปฎิเสธยาก จนกลายเป็นภาพชินตาของการโรงแรม และเศรษฐศาสตร์แล้วว่า BMW สีขาวของเซน นักกีฬาว่ายน้ำของมหาลัย มีเบาะหน้าให้บิว หนุ่มหน้าสวยตัวบางเป็นตุ๊กตาหน้ารถ

ปี 2024

ดอยอ่างข่าง

ค่ายอาสามหาลัย ไปซ่อมโรงเรียนที่ดอย บิวยังได้อยู่หอ แต่แลกกับการรับสอนพิเศษ ให้กับนักเรียนเป็นค่าตอบแทน บิวรู้ได้เลยว่า เป็นฝีมือของเซน ค่ายอาสานี้ เซอร์ไพรส์มากที่ เซนสมัครมาด้วย ตลอดทางของการนั่งรถบัสพัดลม มีเพื่อนๆ จากหลากคณะมารวมตัวกัน เซนกลายเป็นหนุ่มฮอต เสื้อแขนกุด กางเกงขายาวโอเวอร์ไซส์ ตัดผมเกรียน ผิวแทนแดดเข้ม ๆ แต่ไปนั่งกับบิว สร้างความอิจฉาตาร้อนให้กับสาว ๆ และชายออกสาวทุกคนในทริปมาก

“ทุกคน สำหรับทริปนี้ ปรบมือให้พี่เซนปี 3 ด้วยนะครับ สำหรับสารพัดขนม น้ำ และของอุปกรณ์การเรียนแบบเต็มพิกัดขนาดนี้ ขอเชิญพี่เซนมากล่าวไรหน่อยครับ”
“ก่อนอื่น ผมต้องขอบคุณที่บ้านผม ที่เห็นความสำคัญ และอุดหนุนของที่จำเป็นมาให้ทั้งหมดนี้ครับ ยังไงแล้ว เราไปซ่อมโรงเรียนกันนะครับ”
“สุดยอดมากน้อง ลูกเจ้าของห้างตัวจริง”

บิวมองวิวตามข้างทางโดยไม่สนใจเซน ต่อให้เซนยื่นขนม หรือแกล้งแหย่อะไรก็ตาม บิวแค่หันมาส่งสายตาปรามเบาๆ ว่าอย่าแกล้งกัน

หลังตั้งค่ายเสร็จ กางเต๊นท์พร้อม ชาวบ้านต่างทำอาหารเลี้ยงให้ วันแรกเป้นการพักผ่อน วันที่สอง คืองานจริง เหล่านักศึกษาค่าย ต่างก็ขมักเขม้นกับการซ่อมโครงสร้าง ทาสี โดยงานหลักเป็นสถาปัตย์กับวิศวะโยธา ส่วนคณะอื่น ทำตามคำสั่ง แน่นอน เซนเป็นแรงงานแบกหามที่ดีมาก

ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี จนหลังมื้อเย็น เซนเดินไปหารุ่นพี่คนนึงของคณะวิทย์กีฬา

“พี่ครับ คืนนี้อย่านั่งดื่มเหล้าเด็ดขาด ไม่งั้นอาจมีเรื่องแน่”
“ทำไมวะน้องหลามบก อากาศโคตรดี เบียร์ต้องเช้าแล้ว”
“เชื่อผมเถอะ นะครับ”
“อะๆ มึงอะคิดมาก พวกกูแค่ดื่มเบียร์รับลมหนาวเอง”
“พี่ ผมจริงจัง ถ้าพี่ไม่เชื่อผม พี่อาจไม่ได้กลับไปเลยนะ”
สีหน้ารุ่นพี่คณะวิทย์ถึงกับฉุกคิด
“อะ โอเค ๆ นี่เป็นริวจิตสัมผัสปะเนี่ย”

เซนไปอาบน้ำ แล้วกลับมานอนที่เต๊นท์ที่บิวนอนก่อนแล้ว เซนนอนด้วยการใส่แค่ boxer ตัวเดียว
“ไม่หนาวหรอ”
“ไม่อะบิว เราร้อนมาก ที่ๆ เราเคยอยู่ หนาวกว่านี้มาก”
“พรุ่งนี้ตอนเย็น ขากลับ บิวอย่านั่งฝั่งซ้ายของรถนะ”
“อือ เรานอนนะเซน”

บิวที่นอนในถุงนอนหันขวาเพื่อหลบหน้าเซน ถูกเซนนอนคว้าไปกอดไว้แน่นๆ

“ขอกอดไว้แบบนี้นะ”

แล้วเสียงลมหายใจของเซน คือเข้าสู่การหลับ ในเวลาสั้นมาก จนบิวไม่สามารถเขย่าให้เซนหลุดออกจากการกอดได้

“ตัวหนักมากนะ”

วันรุ่งขึ้น หลังจากเก็บค่าย เซนดูหน้าตาเคร่งเครียดเล็กน้อย และนั่งรถบัสที่ฝั่งขวา โดยดึงบิวมานั่งฝั่งขวา เช่นกัน โดยยอมให้บิวนั่งริมหน้าต่าง หลังจากเดินทางออกมาได้ไม่ถึงชั่วโมง

“ทุกคน เบรคแตก”

สิ้นเสียงคนขับ รถเสียหลังพลิกล้มไถลไปตามโค้งถนนลงเขา เมื่อสิ้นความวุ่นวายทั้งหมด คนที่ยังมีสติ ขยับตัวได้ พากันปีนออกทางหน้าต่าง และทยอยช่วยกันเอาคนที่เจ็บออกมาจากรถ แต่สิ่งที่เกินคาดสำหรับทุกคนในทริปคือ

พี่ปีสี่สาขาวิทย์กีฬา กระเด็นออกจากรถร่างเสียบกับกิ่งไม้ใหญ่ทะลุร่าง เสียชีวิตคาต้นไม้ โดยร่างยังกระตุก เซนถลอกไปทั้งตัวจนเสื้อขาด โดยที่บิวแค่ฟกช้ำตามตัวจากที่เซนกอดไว้แน่น ๆ ขณะที่รถตะแคงไถลเข้าป่าไป เซนพาบิวไปรวมกับทุกคน เพื่อกลับไปช่วยคนอื่นที่ติดในรถต่อ แต่จู่ๆ เซนรีบวิ่งออกไป แต่ไม่ทันจะไกลพอ หน้าอกของเซนมีแผลฉีกทะลุจากหลังไปหน้า และกระอักเลือด นอนชักกระตุกเช่นเดียวกับรุ่นพี่ที่เสียชีวิต

เซนดื่นขึ้นในห้องนอนที่บ้านตัวเอง

“อนันต์ บิวเห็นเหตุการณ์เปล่า”
“น่าจะไม่ทันเห็นครับ อย่าลืมนะครับ พวกเรารู้เสมอว่าเจ้านายจะตัดสินใจยังไง”
“เราแจ้งกู้ภัยไว้ตั้งแต่ก่อนรถออกจากดอยแล้วครับ ผมเองก็รีบขึ้นไปตั้งแต่เมื่อคืน เพื่อให้แน่ใจว่า พอถึงจุดเกิดเหตุ ผมจะเก็บร่างเจ้านายออกมาทันครับ”
“ผมใช้พลังลบความจำทุกคนที่เห็นร่างเจ้านายว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วครับ”

เซนลุกขึ้น ยังมีแผลเป็นจากการทิ่มของกิ่งไม้ขนาดใหญ่ที่ยังไม่สมานดี ก่อนจะเดินไปที่ตู้เย็น เพื่อหยิบนมกล่อง

“ผมคิดว่า นมเย็น ๆ น่าจะไม่ดีสำหรับตอนนี้ ทานโจ๊กให้อิ่มก่อนดีกว่านะครับ”

เซนเก็บโดยดี และไปนั่งกินอาหารที่พ่อบ้านคู่ใจเตรียมไว้ให้

“ผมขอเสียมารยาทเตือนเจ้านายนะครับ เราทุกคนผ่านเรื่องนี้มานานมาก อย่าหวั่นไหว”
“คนจะถึงเวลาก็คือถึงเวลา ผมจำได้ อนันต์”

อนันต์โค้งรับ ก่อนจะออกไป ทิ้งให้เซนอยู่คนเดียวเงียบ ๆ ก่อนจะหยิบมือถือมาดูข่าว แล้วพบว่า ไม่มีรายชื่อตัวเองในการไปค่ายอาสานี้ เซนกระแทกหน้าจอมือถือลงไปกับโต๊ะ มีแต่เค้าที่จำได้ว่า ใช้เวลากับบิวอย่างไร แต่บิวจะจำไม่ได้ว่า ใช้เวลากับเซนอย่างไรตลอดทริปนี้

ปี 2025

งานรับปริญญาที่แน่นขนัด สำหรับเซนแล้ว มีเพียงแค่เหล่าผู้บริหาร พนักงานระดับ VP ขึ้นไป มาเป็นครอบครัวในการถ่ายรูป แสดงความยินดี ส่วนบิวนั้น มีเพียงแค่การเช่าครุยมาเพื่อถ่ายรูปกับเพื่อนๆ เท่านั้น

แต่สิ่งที่ทำให้เซนเจ็บปวดที่สุดคือ

“เราหาหอได้แล้วนะ เราจะย้ายออกจากโรงเรียนแล้ว”
“บิวอยู่ต่อได้นะ เราแค่อยากให้บิวตั้งตัวได้ก่อน”
“ขอบคุณครับคุณเซน แต่ผมรู้ตัว รู้สถานะตัวเอง และผมไม่อยากให้ใครมองคุณเซนไม่ดี”
“แต่มันเล็กน้อยมากนะบิว”
“ไม่เลยครับ การที่ผมเรียนจบ อยู่ตรงนี้ ไม่ต้องทำงานพิเศษจนกระทบเวลาเรียน ก็เป็นพระคุณของบ้านคุณเซนมากแล้วครับ”
“บอกแล้วใช่ไหมว่า…”
“อย่าเรียกว่าคุณเซน ผมจำได้ครับ”

เซนเงียบไปสักครู่
“ผมแค่จะมาบอกลา เพราะผมต้องไปใช้ชีวิตจริงตามปกติแล้ว เซนช่วยผมไปตลอดไม่ได้นะ”
“อย่างน้อย ผมจะได้ไม่ดูเป็นคนอ่อนแอในสายตาใคร รวมถึงในสายตาของเซนด้วย”

“ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะครับ เซน”

เซนไม่ตอบอะไร นอกจากดึงมือของบิวมาถ่ายรูปรับปริญญาด้วยกัน รูปใบนั้นถูกใส่กรอบไว้ที่โต๊ะทำงาน โดยสายตาที่เย็นชา ว่างเปล่า กำลังมองมันพลางหมุนปากกาไปเรื่อยๆ ในห้องทำงานของอาณาจักร Z Corp เหมือนทุกวันที่เซนจ้องมอง


//////

ขอบคุณคนที่กดเข้ามาอ่านนะครับ ผมหวังว่า ไอเดียผม จะทำให้ใครที่ได้อ่าน สนุกไปกับมันครับ เจอกันอาทิตย์หน้าครับ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด