ซีรี่ยส์ LOVE, FINALLY === กว่าเราจะรักกันได้ ===
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ซีรี่ยส์ LOVE, FINALLY === กว่าเราจะรักกันได้ ===  (อ่าน 144095 ครั้ง)

ออฟไลน์ ลูกหมีน้ำแดง

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 471
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-1
 :mc4:  ผลงานคุณคฑาวุธ เรื่องใหม่ มาแล้วววววววว



ออฟไลน์ nana

  • 아주마 애기 두명 ㅋㅋ
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2759
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +138/-2

MrTroy

  • บุคคลทั่วไป
ตอนแรกกำลังลุ้นว่าคุณ katawoot จะแต่งเรื่อง นักรักพยัคฆ์ร้าย ต่อรึเปล่า
แต่กลายเป็นเรื่องใหม่แทน ซึ่งท่าทางจะแรงไม่หนีกันด้วย หุหุ

รออ่านตอนต่อไปนะคับ o13

va_yu

  • บุคคลทั่วไป
มีเรื่องใหม่แล้ว...แวะมาให้กำลังใจค่ะ  :L2:

ออฟไลน์ CMYK

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 395
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-1
หุหุ ถ่ายทำที่เมืองน่านเหรอเนี่ย  ถ่ายในเวียงก๊ะว่าถ่ายตั้งไหน

ออฟไลน์ fannan

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2454
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +141/-6
คุณโชคดีนี่ดุมากกกกกกก



แล้วจะไงล่ะเนี่ยอย่างงี้ก็ต้องไปขออ่ะดิ




ลูกผู้ชายก็ต้องรับผิดชอบ

ออฟไลน์ tae1234

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
 :mc4:

เรื่องท่าทางจะมันส์



katawoot

  • บุคคลทั่วไป
: 2 :

ไม่มีใครสนใจโชคดีตอนที่เขาเดินเข้ามาในสถานที่ก่อสร้างรีสอร์ทแห่งใหม่เชิงดอย ชายหนุ่มเดินดูสถานที่ไปเรื่อยๆ เห็นว่าป่าถูกถางไปมากพอสมควร มีการปรับดินให้เป็นเนินสูงต่ำติดกับลำธารคดเคี้ยวไปมาในโครงการ บางช่วงเป็นธารธรรมชาติ หากบางช่วงขุดขึ้นมาใหม่ให้ต่อเนื่องกัน เสาเข็มจำนวนมากกองอยู่เป็นระยะๆ โชคดีคาดคะแนว่าโครงการนี้ท่าทางจะใหญ่โตเอาการ อย่างก็เกิน 70 ไร่
ก่อนหน้านี้ ญาติของพงษ์ผู้ช่วยคนสนิทของเขามาบอกว่านายทุนจากกรุงเทพฯ มาสร้างรีสอร์ทแห่งใหม่เชิงดอย ติดกับโค้งน้ำของแม่น้ำน่านก่อนถึงสะพานข้ามจากหมู่บ้านไปยังที่ดินผืนกว้างที่เรียกได้ว่าเป็นที่ที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง รีสอร์ทแห่งนี้ขุดคลองเยอะมาก และทำประตูน้ำติดกับแม่น้ำน่านและท่าทางจะผันน้ำเข้าไปในโครงการ หากเป็นเช่นนั้นจริง ถ้าเป็นการรบกวนธรรมชาติ เปลี่ยนแปลงทางเดินของน้ำ หือไม่ก็มีผลกระทบต่อปริมาณน้ำในแม่น้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน้าแล้ง โชคดีจึงอยากมาดูให้เห็นกับตา
ชายหนุ่มนักสำรวจเดินลัดแนวต้นไม้ใหญที่ไม่ถูกตัดลงเพื่อตรงไปยังด้านที่ติดกับแม่น้ำ เพื่อดูว่ามีการขุดคลองเชื่อมกับแม่น้ำหรือไม่ ขณะที่กำลังเดินขึ้นเนินดินใกล้ต้นตะแบกใหญ่ เขาเห็นชายหนุ่มสองคนกำลังยืนคุยกันอยู่อีกฟากหนึ่งของเนินดินจึงหยุดเพ่งมอง
...นายช่างคนนั้นกับผู้ชายที่สูงพอๆ กันแต่ผอมกว่าใบหน้าสะอาด นัยน์ตาเรียวเล็ก ไว้หนวดเข้ม สวมหมวกสีเขียวขี้ม้าในมือถือแปลนที่ม้วนอยู่ นายช่างที่เขาไม่ชอบหน้าหันมาเห็นและดูเหมือนจะจำเขาได้
"คุณโชคดี" ชยุตม์ตะโกนเรียก แต่โชคดีรีบหันหลัง เดินย้อนกลับไปทางเดิม
โชคดีบอกตัวเองว่า ตอนนี้ยังไม่อยากจะคุยเรื่องอะไรกับชายหนุ่มคนนั้น อย่างน้อยก็เรื่องโต๋กับเดือน ไม่อยากให้คนขี้เต๊ะคนนั้นคิดไปว่าเขาตามมาตอแยถึงที่ทำงาน เมื่อวานเขายื่นคำขาดไปแล้วและไม่ต้องการพูดร่ำไรอะไรอีก เขาต้องการรออย่างเดียว ดูซิว่าวันนี้ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน เจ้าโต๋จะเอายังไง หรืออีกนัยหนึ่ง "ผู้ใหญ่" ของโต๋จะทำอะไร
ไม่นานโชคดีก็เดินถึงรถ หันไปมองไม่เห็นชยุตม์เดินตามมา ชายหนุ่มกวาดสายตาไปรอบๆ ก่อนขึ้นรถสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วขับตรงไปยังทางออกหน้าโครงการในขณะเดียวกันรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์สีดำวิ่งสวนเข้ามา เขาหันไปมองเห็นใบหน้าของผู้นั่งอยู่บนเบาะหลังของรถ
...คุณองอาจ ผู้ว่าราชการจังหวัด กับลูกชายคนเล็ก...ปฐพี...

โชคดีขับรถไปตามถนนลูกรักด้วยความรู้สึกสงสัย กลับไปถึงบ้านเขาต้องสืบให้ได้ว่าใครเป็นเจ้าของโครงการนี้
...แล้วทำไมผู้ว่าราชการจังหวัดจึงมาเกี่ยวข้องด้วย ปฐพี นายตำรวจคนเก่งก็มาด้วย...
...ไหนบอกว่าเป็นตำรวจใสซื่อมือสะอาดนัก...
...หากโครงการนี้โปร่งใสและใส่ใจกับธรรมชาติอย่างแท้จริง ต้องไม่มีการทำลายระบบนิเวศน์วิทยา แต่หากสิ่งที่เขากังวลจะเกิดขึ้นจริง จะทันทานไหวหรือ ในเมื่อผู้ว่าราชการก็อาจมีส่วนได้ส่วนเสียด้วย...
...คนรวย คนรวยมาอีกแล้ว แรกก็ห้างสรรพสินค้าในตัวจังหวัดที่ถูกตีกระเจิงไป คราวนี้รีสอร์ท อยู่มาตั้งนานไม่เห็นจะมีรีสอร์ทใหญ่โตแบบนี้ คราวนี้จะโผล่ขึ้นมากลางป่า กลางธรรมชาติอันสวยงาม...
ความคิดของโชคดีสะดุดเมื่อรถกระตุกและทำเสียงแปลกๆ อีกไม่กี่เมตรเขาก็จะถึงสะพานไม้ข้ามคลองที่แยกออกมาจากแม่น้ำน่าน เมื่อข้ามสะพานไปแล้วถนนกว้าจะกว้างขึ้น เป็นถนนลาดยางมะตอยที่รถสามารถวิ่งสวนทางกนได้อย่างสะดวก แต่สะพานแคบจนรถสวนกันไม่ได้ต้องผลัดกันผ่านไปมา
สองข้างทางเป็นเนินดินลาดต่ำลงไปเป็นพื่นที่เจิ่งน้ำ ฝนสุดท้ายของหน้าฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาทำให้น้ำในลำธารเอ่อล้น ฤดูหนาวกำลังจะเริ่มขึ้น ความสดชื่นของฤดูฝนกำลังจะแทนที่ด้วยความหนาวเย็น
รถสะดุดอีกสองครั้งแล้วหยุดสนิท โชคดียกมือตบพวงมาลัยอย่างอารมณ์เสียที่รถคู่ใจเกิดมาดับกลางทาง เขาพยายามสตาร์ทรถอยู่หลายครั้งแต่กระบะไฮลักซ์ไทเกอร์ของเขาก็ไม่ตอบสนอง
ชายหนุ่มลงจากรถมายืนมองอย่างเซ็งๆ ที่ตัวเองไม่มีความรู้เรื่องรถเลย มือล้วงกระเป๋ากางเกงตั้งใจจะหยิบโทรศัพท์ดึงออกมาโทรเรรียกพงษ์ให้มาช่วย แต่กางเกงตัวนี้ค่อนข้างคับ ขณะที่ล้วงโทรศัพท์ออกมา ผ้าเช็ดหน้าสีขาวนวลผืนเล็กก็ถูกดึงติดออกมาด้วย โชคดีหยิบผ้าออกมาคลี่แล้วมองอย่างพิจารณา ผ้าเช็ดหน้าเก่ามากแล้ว แต่ก็สะอาด เขาใช้ผ้าผืนนี้อยู่บ่อยๆ จนแม่ของเขาบ่นว่าควรจะทิ้งได้แล้ว
ชายหนุ่มสะบัดผ้าเช็ดหน้าแรงๆ แต่โชคร้ายลมแรงกระโชกมาวูบหนึ่ง พัดเอาผ้าเช็ดหน้าให้ปลิวไป โชคดีรีบคว้าแต่ไม่ทัน ผ้าเช็ดหน้าปลิวไปตกลงในแอ่งน้ำข้างถนน
"โธ่โว้ย เปื้อนหมด" โชคดีหันซ้ายหันขวา หาไม้จะเขี่ยผ้าเช็ดหน้าผืนโปรด
เขาไม่อยากทิ้งผ้าเช็ดหน้าผืนเล็ก...ผืนเดียวที่เขาใช้แทบทุกวัน สิ่งเดียวที่ยังเป็นความทรงจำของเขา ความทรงจำที่เจ็บปวด และผ้าเช็ดนี้เป็นสิ่งที่จะคอยเตือนใจเขาตลอดเวลาถึงความรักครั้งแรกและครั้งเดียวที่เคยมี
ชายหนุ่มพยายามยื่นแขนออกไปจนสุด ปลายไม้เขี่ยถูกผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กที่ค้างติดอยู่กับกอหญ้า กิ่งไม้ที่เขาถืออยู่สั้นเกินไป โชคดีลุกขึ้น รีบหันมองหากิ่งไม้กิ่งอื่นที่ยาวกว่า พลันสายตามองไปเห็นรถกระบะสีขาวคันหนึ่งกำลังวิ่งตรงมา
รถของเขาขวางทางอยู่ โชคดียักไหล่ หันมาสนใจผ้าเช็ดน้าของตัวเองต่อ รถที่มาจากทางด้านนั้นเป็นรถที่มาจากโรงการก่อสร้างรีสอร์ททำลายธรรมชาติ เขาจึงไม่เห็นจะต้องสนใจ
โชคดีหากิ่งไม้กิ่งอื่นไม่ได้ จำต้องใช้กิ่งเดิม ชายหนุ่มขยับตัวเข้าไปไกล้มากขึ้น เท้าเริ่มจุ่มลงไปน้ำ ที่จริงเขาคิดว่าแค่ลุยลงน้ำไปก็หยิบได้ แต่ใจหนึ่งก็ไม่อยากลงทุนขนาดนั้น น้ำลึกหรือเปล่าก็ไม่รู้ ตรงนี้ใกล้กับลำธารและน้ำที่เอ่อล้มขึ้นมาทำให้ไม่แน่ใจว่าริมตลิ่งอยู่ตรงไหนกันแน่
"คุณครับ ช่วยเลื่อนรถด้วย" เสียงคุ้นๆ ดังขึ้นข้างหลัง โชคดีเกี่ยวผ้าเช็ดหน้าได้แล้ว ชายหนุ่มกำลังจับกิ่งไม้ให้มั่นแล้วหมุนมือช้าๆ เพื่อให้ผ้าเช็ดหน้าพันปลายกิ่งไม้
"คุณ...คุณจอดรถขวางสะพานอยู่ ช่วยขยับรถให้หน่อยสิครับ" มือใหญ่ๆ แตะลงที่บ่าของโชคดี
"เดี๋ยวสิ" โชคดีพูดเบาๆ ไม่หันไปมอง
"ทำอะไรหรือครับ ให้ผมช่วยไหม" เสียงทุ้มๆ ดังขึ้นข้างหู คนพูดก้มหน้าลงมาใกล้มาก เสียงคุ้นจนโชคดีอดหันไปมองไม่ได้
"คุณ..."
...นายช่างคนนั้นเอง...โชคดีตกใจ ไม่นึกว่าจะเจอคู่ปรับ เผลอขยับมือ ผลก็คือผ้าเช็ดหน้าที่เกี่ยวได้แล้วหลุดออกจากปลายกิ่งไม้ ลอยออกไปไกลกว่าเดิม
"โอ้ย ชิบหาย แย่แล้ว" ผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กกำลังจะจมลง โชคดีรีบยืดแขนใช้กิ่งไม้เกี่ยวอย่างรวดเร็วแต่ไร้ผล จนในที่สุดคนที่มาทำให้เขาตกใจก็พูดขึ้น
"คุณจับแขนผมไว้แล้วยืดออกไป" ชยุตม์กางขาออก จับมือโชคดีแล้วพยักหน้า ชั่ววินาที โชคดียืนตัวล้ำออกไปจากตลิ่ง ยืดตัวล้ำออกจากฝั่งไปเหนือน้ำ ยื่นแขนออกไปใช้กิ่งไม้เกี่ยวเอาผ้าเช็ดหน้าไว้ได้ทันท่วงที แขนยาวของชยุตม์ช่วยเพิ่มความยาวให้แขนเขาเอื้อมถึงผ้าเช็ดหน้าแล้วเกี่ยวเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย
"ได้แล้ว ดึงผมขึ้นไปสิ" โชคดีสั่ง
ชยุตม์รีรออยู่ชั่วครู่ ในใจสึกสนุกอยากล้อเล่นเพราะขณะนี้คนปากร้ายยืนตัวเอียงเหนือผิวน้ำ แขนขวายืดออกจนสุด โดยมีมือของเขายึดจับข้อมืออีกข้างเอาไว้
"คุณโชคดีครับ ช่วยบอกผมหน่อยว่า..."
"ดึงกลับไป" โชคดีแทรก ไม่ยอมฟังที่ชยุตม์พูด
...จะเป็นยังไงนะถ้าปล่อยมือ...
ชยุตม์คิดเล่นๆ นึกอยากจะเห็นภาพชายหนุ่มหน้าเข้มหล่นตูมลงไปในน้ำ เขาเห็นฤทธิ์เดชของโชคดีแล้วเมื่อวานนี้ ท่าทางจะกินเลือดกินเนื้อจนลุงแสวงกับโต๋กลัวจนหัวหด ถามอะไรก็เอาแต่อ้ำอึ้ง
...แต่อย่าดีกว่า ถ้าปล่อยมือโชคดีให้หล่นลงไป แม้นึกภาพออกว่าน่าจะเป็นภาพที่น่าดูมาก แต่ผลที่ตามมาก็ไม่อาจคาดเอาได้ แต่คาดว่าคงไม่น่าเสี่ยง เผลอๆ เขาจะเป็นคนที่ "อยู่เมืองน่านไม่ได้"
"ขอบคุณ" คนที่ได้รับการช่วยเหลือตอบเบาๆ "แต่ว่าผมกำลังจะเกี่ยวได้อยู่แล้ว ถ้าคุณไม่มาทำให้ตกใจ"
"อ้าว ผมผิดหรือ"
โชคดียักไหล่ บิดผ้าเช็ดให้แห้ง "เปล๊า ไม่ได้ว่าผิด"
ชยุตม์เอียงคอมองหน้าชายหนุ่มที่ยืนก้มหน้าบิดผ้าเช็ดหน้าเหมือนตั้งใจมาก ชายหนุ่มผู้สร้างความแปลกใจให้เขาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ชายหนุ่มที่เขารู้สึกว่ามีอะไรค้นหา ชายหนุ่มที่ไม่เหมือนใครที่เขาเคยรู้จัก
เขารู้สึกว่าภายใต้บุคลิกก้าวร้าวนั้นามีความอ่อนโยนแฝงอยู่ วาจาโผงผางนั้นเหมือนซ่อนอะไรบางอย่างไว้
...บางอย่างที่น่าเข้าไปสัมผัส...

 :pig4:
ไปทานอาหารกลางวันก่อนครับ

YO DEA

  • บุคคลทั่วไป
บางอย่างที่น่าสัมผัส

อืม...


น่าคิดนะ

 :o8:

ออฟไลน์ M@nfaNG

  • ชีวิตคือการตรวจสอบ...
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4453
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +847/-18
คู่กัดคู่ใหม่ ท่าทางจะแรงส์สสสทั้งคู่ :laugh:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






mecon

  • บุคคลทั่วไป
คุณโชคนี้ท่าจะมีค.หลังเยอะนะ
ผ้าเช็ดหน้านั่นก็คงจะสำคัญมาก พอๆกับอดีตของมัน
ถึงขนาดลงทุนตามเก็บเลย ยังดีที่ชยุตม์ช่วยอีกแรงถึงแม้ว่า
เกือบทำให้ล่มก็ตาม ไม่งั้นมีหวังไม่ชอบขี้หน้ากันไปมากกว่านี้
ชยุตม์อาจไม่เท่าไหร่ ณ ตอนนี้ แต่คุณโชคเนี่ยดูท่าจะเอาอคติส่วนตัว
มาปนกะเรื่องงาน งานนี้คงกัดไม่ปล่อยหรอก ถ้ามีหลักฐานจริงๆอ่ะนะ
ก่อนทำโครงการมันก็ต้องศึกษาแล้วจิว่าจะกระทบกับสิ่งแวดล้อมรึป่าว
แต่อย่างว่าถ้ามีตังค์แล้วมีback หนุนหลังเป็นถึงผู้ว่าฯเนี่ย การมองโลก
ให้แง่ร้ายของคุณโชคก็คงไม่ผิดหรอก มีเงินกับอิทธิพล สีดำยังปั่นให้เป็นสีเทาได้เลย
นับประสาอะไร คุณโชคถ้าจะลุยก็ลุยกันให้ถึงพริกถึงขิงนะ ถ้าสร้างแล้วกระทบต่อระบบนิเวศน์
ก็อย่าปล่อยให้ลอยนวลล่ะ หุหุ

ออฟไลน์ nana

  • 아주마 애기 두명 ㅋㅋ
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2759
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +138/-2

katawoot

  • บุคคลทั่วไป
ต่อ

เขารู้สึกว่าภายใต้บุคลิกก้าวร้าวนั้นามีความอ่อนโยนแฝงอยู่ วาจาโผงผางนั้นเหมือนซ่อนอะไรบางอย่างไว้
...บางอย่างที่น่าเข้าไปสัมผัส...

"รถของคุณขวางทางอยู่ ผมผ่านไม่ได้ ขอความกรุณาช่วยเลื่อนรถด้วยครับ" ชยุตม์ขอร้อง
โชดดีไม่พูดอะไรตอบ ล้วงเข้าในกระเป๋ากางเกง ดึงกุญแจรถออกมายื่นชยุตม์
วิศวกรหนุ่มส่ายหน้า ถอนหายใจเบาๆ ที่โดนกวนประสาท
ชยุตม์รับกุญแจจากมือโชคดี เดินไปที่รถกระบะโตโยต้ากลางเก่ากางใหม่ที่จอดขวางทางอยู่ แล้วสตาร์ทเครื่อง ตั้งใจว่าจะขับข้ามสะพานไปจอดไว้อีกฟากของลำธารที่ถนนกว้างกว่า
ตอนนั้นเองที่ชยุตม์ถึงรู้ว่ารถเสีย และเขาถูกหลอกให้มาสตาร์ทรถเสีย
...คนอะไร มันน่า...นัก...
ชยุตม์ยื่นหน้าออกมาจากรถ สูดลมหายใจเข้าปอดช้าๆ ก่อนจะตะโกนเรียกโชคดี
"รถเสียนี่ครับ"
...ก็เข็นให้พ้นทางสิ คนอะไร เรื่องมากชมัด...
โชคดีคิดอย่างฉุนๆ ในใจ พอไม่ชอบหน้าผู้ชายคนนี้ตั้งแต่แรกแล้ว เขาก็ไม่อยากพูดดีด้วย ยิ่งมารู้ว่าเป็นนายช่างสร้างรีสอร์ทยิ่งไม่ชอบหน้า
ชายหนุ่มไม่ตอบ เดินช้าๆ ไปที่รถ หันมองซ้ายมองขวาราวกำลังชื่นชมกับทุ่งหญ้าป่าเขา จงใจให้ชยุตม์รอ อีกฝ่ายก็รออย่างอดทน นั่งทำหน้านิ่งอยู่ในรถ จับตามองโชคดีไม่วางตา
"ทำไมไม่บอกผมว่ารถเสีย" ชยุตม์ต่อว่าเมื่อโชคดีเดินมาถึงที่รถ
"คุณนี่รอนิดรอหน่อยก็ไม่ได้ มาถึงก็บอกให้เลื่อนรถ" โชคดีตอบเสียงเรียบ "ส่วนเรื่องรถเสีย คุณก็ไม่ได้ถาม อยากได้คำตอบยังไง ก็ถามให้ถูกสิครับนายช่าง"
ชยุตม์ถอนหายใจอีกครั้ง คุยกับโชคดีแชล้วเขาต้องใช้ความคิดอยู่ตลอดเวลา พอๆ กับก่อสร้างอาคารสูงร้อยชั้นกลางทะเลทราย ไม่เคยคุยกับใครแล้วต้องใช้สมองมากเท่านี้มาก่อน
"อ๋อ ผมต้องถามถูกคำถาม ถึงจะได้คำตอบที่ถูกต้อง" ชยุตม์สรุป พยักหน้าช้าๆ ทำทีเป็นเข้าใจ "แล้วทีนี้ ผมควรจะถามว่า เป็นผมใช่หรือไม่ ที่ควรจะเป็นคนเข็นรถข้ามสะพาน"
"ผมเข็นก็ได้ ไม่เห็นต้องมากระทบกระเทียบ" โชคดีตอบสั้นๆ แล้วเดินไปท้ายรถ ออกแรงไม่มากผลักรถไปข้างหน้ารถก็เคลื่อนตัวเพราะถนนค่อนข้างลาดลงคอสะพาน
ชยุตม์ลงจากรถ ยื่นกุญแจให้ชายหนุ่มหน้านิ่งที่เดินเข้ามาใกล้แล้วบอกว่าจะช่วยดูรถให้ แต่โชคดีปฏิเสธ บอกว่าจะให้ช่างมาจัดการ ชยุตม์จึงถามว่า "คุณจะกลับยังไง ผมไปส่งไหมครับ รถทิ้งไว้ที่นี่ก่อนก็คงได้นะ"
โชคดีพยักหน้า แล้วพูดว่า "ที่นี่ไม่มีโจรหรอก ที่นี่ไม่ใช่กรุงเทพฯ"
ชายหนุ่มเน้นเสียงคำสุดท้าย แล้วเดินไปยังรถของชยุตม์ นายช่างหนุ่มอมยิ้ม รู้ว่าถูกประชดและรู้ว่ายังไงโชคดีก็พยายามหาเรื่องว่าเขาจนได้ทุกสถานการณ์
เขาเดินตามชายหนุ่มช้าๆ อดพิจารณาเรือนร่างสูงโปร่งของโชคดีไม่ได้ แผ่นหลังกว้าง ขายาว ก้าวเดินเป็นจังหวะอย่างมั่นใจ รูปร่างใต้เสื้อลายสก๊อตสีน้าตาลปนดำและกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้มนั้นดูก็รู้ว่าเป็นคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ เนื้อแน่นๆ ใต้เข็มขัดด้านหลังยิ่งทำให้เขาไม่อยากละสายตา

ชายหนุ่มทั้งสองนั่งเงียบมาตลอดทางจนรถเข้าเขตตัวเมืองชยุตม์จึงเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นว่า "คุณโชคดีครับ ผมอยากถามคุณเรื่องโต๋"
"ไม่ต้องถาม ผมไม่มีคำตอบ พูดไปแล้ว ไม่ชอบพูดอะไรซ้ำ"
"คุณไม่คิดหรือว่ามันเร็วไปหรือที่จะจับเด็กทั้งสองแต่งานกัน" ชยุตม์ถาม ไม่สนใจที่อีกฝ่ายบอกว่าไม่มีคำตอบ
"คุณนี่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย" โชคดีส่ายหน้า
ชยุตม์ไม่เข้าใจ "นี่ไง ผมถึงต้องถาม แล้วผมถามถูกตรงกับคำตอบไหมล่ะ" เสียงชยุตม์ฟังดูอ่อนใจ
"เอาไว้คุยกันตอนที่โต๋มาสู่ขอเดือนและตกลงกันเรื่องแต่งงาน" โชคดีตอบแล้วยกเท้าขวาขึ้นวางบนเบาะ นั่งชันเข่าข้างเดียว ศอกขวางวางบนเข่า มือค้ำอยู่ที่ที่คางของตัวเอง เมินหน้ามองออกไปนอกรถ
"คุณแน่ใจหรือว่าที่ทำนี่ถูกแล้ว" ชยุตม์ยังไม่ยอมแพ้ ถามเพื่อจะเอาคำตอบให้ได้
"เลี้ยวซ้ายข้างหน้า ตรงไปถึงไฟแดงแล้วเลี้ยวขวา ข้ามสะพานแล้วจอดหน้าร้านขายเหล็ก อย่าต้องให้ยอกซ้ำ"
"ผมความจำดี" ชยุตม์หน้าบึ้ง
"ถ้าผมไม่แน่ใจผมไม่ทำหรอก ถ้าไม่ถูกผมก็ไม่ทำเหมือนกัน" โชคดีหันมามอง แววตามุ่งมั่น
ชยุตม์ไม่พูดอะไรต่อ ท่าทางโชคดีเป็นคนหัวแข็งมาก ประเภทยอมหักไม่ยอมงอ แบบที่ว่า หากคิดว่าตัวเองถูกแล้ว ก็ยากที่จะเปลี่ยนความคิดได้ หรืออาจจะเปลี่ยนไม่ได้เลย

ชยุตม์จอดรถหน้า "โชคดีค้าเหล็ก" อาคารพาณิชย์ 3 คูหาที่ตั้งโดดเด่นอยู่ตรงข้ามกับสถานีตำรวจ อดทึ่งไม่ได้กับชายหนุ่มที่เพิ่งจะกล่าวขอบคุณเขาสั้นๆ ก่อนจะก้าวลงจากรถเดนเข้าไปร้าน ไม่หันหลังกลับมามองเขาแม้แต่นิดเดียว
ชยุตม์ลงรถแล้วเดินตามชายหนุ่ม ตั้งใจว่าจะคุยกับเด็กสาวที่ชื่อเดือนให้รู้เรื่อง ในใจหวังว่าคงไม่โดนโชคดีไล่ตะเพิดออกมา
ชายหนุ่มเจ้าของกิจการค้าเหล็กหยุดเดิน หันขวับกลับมาด้านหลังทันที่รู้ว่ามีคนเดินตาม
"ผมอยากจะขอคุยกับเดือน" ชยุตม์รีบแจ้งความประสงค์
"คุยทำไม" ฝ่ายนั้นถามเสียงห้วน
"คุณอยากให้เรื่องจบไม่ใช่หรือ ผมกำลังจะช่วย" ขยุตม์มองหน้าโชคดีนิ่ง ตาสองคู่ประสานกัน แวบหนึ่งทั้งสองสัมผัสถึงอะไรบางอย่างที่มีเพียงทั้งสองคนนั้นเข้าใจ อะไรบางอย่างที่ยากจะอธิบาย อะไรบางอย่างที่เปิดเผยโจ่งแจ้งไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองเล็กๆ เช่นนี้
"ได้ แต่คุณก็รู้จุดยืนผม หวังว่าคงเข้าใจ" โชคดีประกาศ แล้วหันหน้าไปหาเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เพิ่งจะเดินออกมาจากห้องกระจกข้างๆ ชั้นวางเหล็กหลายขนาด
"โอ่ง ไปตามเดือนมาให้น้าซิ" โชคดีสั่ง
"ครับผม" เด็กหนุ่มอายุประมาณ 15 ปีพยักหน้าแล้วรีบวิ่งหายไปหลังร้าน
ไม่นาน เด็กสาวอายุมากกว่าก็เดินก้มหน้าเข้ามาหาชยุตม์กับโชคดีอย่างอายๆ ชยุตม์คาดคะเนอายุของเดือนไม่น่าจะเกิด 17 ปี โต๋อายุ 18 ย่าง 19 ปี เด็กมากทั้งสองคน เด็กเกินกว่าจะเป็นสามีภรรรยากัน...เป็นพ่อแม่ของเด็กที่กำลังจะเกิด
...ทำไมโชคดีแน่ใจนักว่าโต๋เป็นพ่อของเด็ก พอท้องขึ้นมาก็รู้ได้เลยหรือไร...
ชยุตม์นั่งลงบนม้าหินอ่อนหน้าร้าน ส่วนโชคดียืนกอดอกพิงเสาอยู่ใกล้ๆ ขาซ้ายหย่อนไขว้ทับขาขวาเอาไว้ มองเขากับเดือนนิ่ง
"คุณโชคดีครับ ผมขอคุยกับเดือน"
"ก็คุยไปสิ" โชคดีตอบห้วนๆ "เรียกมาให้คุยแล้ว ไม่ได้ให้มานั่งมองตากัน แต่รีบๆ คุยเข้านะ เพราะเรามีงานต้องทำ"
"ผมหมายความว่า ขอคุยตามลำพัง" ชยุตม์เสียงเรียบ ใบหน้านิ่งขรึม พยายามใจเย็น
"ไม่ได้ จะคุยกับเดือนต้องคุยต่อหน้าผม ไม่งั้นก็ไม่ต้องคุย" เจ้าของร้านเหล็กตอบเสียงแข็ง
ชยุตม์ถอนหายใจ โชคดีร้ายเสียจนเขาเริ่มจะอ่อนใจ ไม่เคยนึกเลยว่ามาเป็นวิศวกรสร้างรีสอร์ทของคุณอาเพียงหกเดือนเพื่อนเป็นการพักผ่อนกลายๆ เขาต้องมาเป็นเถ้าแกสู่ขอลูกสาววัยรุ่นของร้านโชคดีค้าเหล็กแห่งเมืองน่าน
"เดือน ผมขอถามเดือนหน่อยสิว่ารู้จักกับโต๋มานานแค่ไหน"
...ไหนๆ โชคดีก็ไม่ยอมให้เขาคุยกับเด็กสาวเพียงลำพัง เขาก็ต้องยอมล่อ ลองดูซักหน่อย...
"ก็...ราวๆ สองปีค่ะ" เดือนตอบเสียงค่อย หันไปมองโชคดีอย่างหวั่นๆ
...ใครก็กลัวโชคดีกันทุกคน มีอะไรกันนะ ถึงได้กลัวกันนัก ท่าทางร้ายก็จริงแต่ก็ไม่ได้น่ากลัวเหมือนเจ้าพ่อ หรือผู้มีอิทธิพลที่ไหน...
"แล้วคบกับโชคดีคนเดียวหรือ" ชยุตม์ลดเสียงให้ค่อยลง พอได้ยินกันเฉพาะเขากับเดือน แต่ชายหนุ่มคนที่ยืนพิงเสาอยู่ก็ช่างหูดีจริงๆ
"พอแล้ว ถือดียังไงมาดูหมิ่นกันขนาดนี้" โชคดีถลันเข้ามาใกล้ ชยุตม์รีบลุกขึ้น เตรียมพร้อม เพราะไม่รู้ว่าเจ้าของร้านเหล็กจะร้ายขนาดไหน
"ผมก็แค่อยากรู้" ชยุตม์ให้เหตุผล
"คุณคิดว่าคุณกำลังจะทำอะไร ดูตาเด็กมันซะก่อนสิค่อยถาม" โชคดีเสียงเข้ม แล้วหันไปสั่งเด็กในร้าน "เดือน กลับเข้าบ้าน"
เด็กสาวลุกขึ้น "คุณโชคดีคะ อย่าทำอะไรนายช่างนะคะ"
"เดือน..." ชยุตม์คราง ตอนนี้รู้สึกแล้วว่าเขาใช้คำถามผิด
ดวงตาของเด็กสาวนั้นใสซื่อ ไร้มารยา จะบอกว่าโต๋เป็นผู้ชายแรกและคนเดียวที่เดือนเคยพบเขาก็เชื่อ แม้คำถามของเขาดูเหมือนจะโหดร้ายไปนิด แต่แววตาของเดือนไม่มีแววขึ้งโกรธ ซ้ำยังห่วงใย กลัวว่าเขาจะถูกโชคดีทำร้าย
...โชคดี...นอนนี้ทำท่าจะกินเลือดกินเนื้อเขาอยู่แล้ว...
"หนูรักพี่โต๋มาก พี่โต๋ก็รักหนู คุณโชคดีคะ นายช่างไม่ผิดอะไร คุณโชคดีอย่า..."
"บอกให้เข้าบ้าน" โชคดีหันไปทำหน้าดุ เสียงเข้มดังขึ้นกว่าเดิม เด็กสาวจึงรีบก้มหน้าเดินลับหายไป
"ส่วนคุณ เชิญกลับไปได้แล้ว ถ้ายังคิดอย่างนี้อีก เราก็ไม่ต้องมาพูดกัน ไอ้โต๋จะรับไม่รับ ผมจัดการเอง คุณไม่ต้องเกี่ยวแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องของผมกับไอ้โต๋"
"ฟังผมก่อนสิ ผมไม่ได้มีเจตนาอย่างที่คุณคิด ผมแค่..." ชยุตม์พยายามอธิบาย
"แค่หลุดปากออกมา" โชคดีแทรก "ถ้าไม่คิดก็ไม่พูดหรอก"
"เอาเป็นว่าผมขอโทษ วิธีพูดของผมอาจไม่ใช่แบบที่คุณชอบใจ แต่ผมก็ควรถามคำถามแบบนี้ ถ้าไม่อย่างนั้นผมก็ไม่รู้ คุณก็พูดเองว่าอยากรู้อะไรต้องถามให้ตรงคำตอบ"
"บอกแล้วไง คุณจะไปรู้อะไร" โชคดีกระชากเสียง "เชิญกับไปได้แล้ว อย่าหาว่าไล่เลย แต่ผมไม่อยากต้อนรับคุณ"
ชยุตม์จำต้องหันหลังกลับ พูดกับโชคดีท่าทางจะเข้าใจกันยาก เขาเคยคุยตกลงอะไรกับใครได้เสมอ จนเพื่อนเคยล้อว่าน่าจะไปเป็นนักเจรจาต่อรองแทนที่จะมาเป็นวิศวกร แต่กับชายหนุ่มหน้าขาวคนนี้เขากลับพ่ายไม่เป็นท่า

 


Siri_nan

  • บุคคลทั่วไป
^
^
จึ้ม ฮะจิ้ม  จิ้มซะเลย
ได้รับหนังสือแล้ว ขอบคุณมาก
และก็ติดตามเรื่องนี้ต่อไป :man1:

mecon

  • บุคคลทั่วไป
คุณโชค.................
นายมันกวนประสาทที่สุด น่าชกมาก
กินน้ำตาลเป็นอาหารเรอะทำไมถึงดุจัง ชยุตม์อุตสาห์พูดดีๆ
ถามดีๆก็กวนได้โล่ห์ ตัวเองยังไม่ชอบให้ประชดเลย หนอยๆ
แล้วทีตัวเองพูดจาห่วยๆแบบนี้ล่ะคนอื่นเค้าคงชอบงั้นแหละ
"ส่วนเรื่องรถเสีย คุณก็ไม่ได้ถาม อยากได้คำตอบยังไง ก็ถามให้ถูกสิครับนายช่าง"
>> :z6:
"ผมเข็นก็ได้ ไม่เห็นต้องมากระทบกระเทียบ"
 :beat:
"ไม่ได้ จะคุยกับเดือนต้องคุยต่อหน้าผม ไม่งั้นก็ไม่ต้องคุย"
 :serius2: ลดปริมาณการกินน้ำตาลหน่อยนะคุณโชค ดุเกิ๊น
ชยุตม์ไม่ต้องไปหลงรูปหลงหุ่นแน่นของพี่แกหรอก เจอปากเจ็บๆไปแบบนี้
หมดอารมณ์พิศวาส 555


ออฟไลน์ fannan

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2454
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +141/-6
คุณโชคดีเนี่ยท่าจะร้ายไม่เบาเลยน่ะเนี่ย



โต๋งานเข้าแล้วยังไงก็ต้องรับผิดชอบอ่ะ

nuttykung

  • บุคคลทั่วไป
โต๋กับเดือนจะเป็นยังไงไม่รู็้

แต่ท่าทางคุณโชคดีกับนายช่างชยุตม์จะเป็นคู่กัดคู่รักแน่นอน

 :laugh:

mackerel

  • บุคคลทั่วไป
ร้ายๆ-เด๋วก็-รักๆ เน้อ..ครึครึครึ
***
ขอบคุณที่ต่อแบบจุใจคร้าบ
แต่ว่า

...

เอาอีก ครึครึครึ..  :pig4:

ken_krub

  • บุคคลทั่วไป

ออฟไลน์ wan

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5575
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +643/-10
เรื่องโต๋กับเดือน จะจบยังไง ต้องตามดู

เพราะโชคดี ไม่ยอมคุยอะไรเลย ส่วนนายช่างก็ไม่รู้จะทำยังไง

+1 ให้พี่นาย แล้วรีบมาต่อนะครับ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ ï_Kiss_U♥

  • รักไม่ได้
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1132
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-2

ออฟไลน์ K2KARN

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3084
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +393/-6
โชคดีอารมณ์รุนแรงมากๆ
แต่ทำไมเรารู้สึกชอบคุณโชคดีแบบนี้มากๆเลยล่ะเนี่ย  :laugh:


อารมณ์เหมือนนางเอกเจ้าอารมณ์ยังไงไม่รู้สิเนี่ย
 :impress2:

+1 พี่นายค่ะ
เรื่องใหม่ทันใจจริงๆ  :mc4: o13

un_john2006

  • บุคคลทั่วไป

katawoot

  • บุคคลทั่วไป
ชยุตม์จำต้องหันหลังกลับ พูดกับโชคดีท่าทางจะเข้าใจกันยาก เขาเคยคุยตกลงอะไรกับใครได้เสมอ จนเพื่อนเคยล้อว่าน่าจะไปเป็นนักเจรจาต่อรองแทนที่จะมาเป็นวิศวกร แต่กับชายหนุ่มหน้าขาวคนนี้เขากลับพ่ายไม่เป็นท่า

...ที่จริงใบหน้าขาวสะอาดนั้นไม่ดุเลย ดูเศร้าๆ เสียด้วยซ้ำ แต่เจ้าตัวกลับทำหน้าดุ เสียงเข้ม วางมาดนักเลงข่มขู่เขาอยู่ได้...
ชยุตม์เปิดประตูรถ หันกลับไปมองชายหนุ่มเจ้าของร้านเหล็กที่ยังยืนกอดอกจ้องมองเขาอยู่ไม่วางตา

...จ้องอยู่ได้ สงสัยกลัวเราจะแอบวิ่งเข้าไปในร้านคุยกับเด็กของตัวเอง...

...เดือน ลูกสาวก็ไม่ใช่ เด็กในร้านหรือ แค่เด็กในร้าน ทำไมโชคดีเป็นเดือดเป็นร้อนแทนมากมายนัก...

ความคิดของชยุตม์ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงโทรศัพท์ เขายกโทรศัพท์ขึ้นมามองหน้าจออยู่ชั่วครู่อย่าง
คิดคำนึง ก่อนจะกดรับ

...จักริณทร์...

เสียงของคนในสายต่อว่าทันทีที่ชยุตม์ตอบรับ แต่เป็นการต่อว่าแบบเสียงนุ่มๆ แสดงให้รู้ว่าฝ่ายที่โทรมานั้นไม่ได้ฉุนเฉียวอย่างที่พูด

"ยุตม์ ไม่เห็นโทรหาผมบ้างเลย คิดถึงจะแย่อยู่แล้ว เมื่อไหร่จะไปหาได้"

"ผมกำลังยุ่งๆ อะไรก็ยังไม่เข้าที่เข้าทาง อีกวันสองวันน่าจะพร้อม" ชยุตม์ตอบน้ำเสียงเรียบๆ เช่นเคย

"ผมได้พัก 10 วันก่อนบินยาวไปยุโรป" จักริณทร์บอก

"บินอีกแล้ว"

"อ้าว ก็เป็นนักบิน ถ้าผมไม่ขับ เครื่องบินก็ไม่ขึ้นจากสนามบินสิครับ แต่บินยาวก็ดีนะ เพราะได้พักยาวเหมือนกัน เราจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกัน ว่าแต่ยุตม์เถอะ จะมีเวลาหรือเปล่า แต่คงมีนะ เพราะรีสอร์ทเล็กๆ ไม่มีอะไรน่าหนักใจนี่ แค่สร้างกระท่อมไม่กี่หลัง" จักริณทร์หัวเราะขำๆ ชยุตม์บอกเขาว่าขอ "พักร้อน" ด้วยการรับงานง่ายๆ กลางธรรมชาติสักครั้ง สร้างแต่โครงการขนาดใหญ่กลางเมืองมานานแล้ว ลองเปลี่ยนบรรยากาศดูเสียบ้าง

"ก็ไม่ค่อยหนักใจเท่าไหร่ครับ" ชยุตม์เสียงอ้อมแอ้ม พลันใบหน้าของใครคนหนึ่งโผล่ขึ้นมา ทำให้เขาต้องถอนหายใจโดยไม่รู้ตัว

"เป็นอะไรยุตม์" จักรินทร์คงได้ยินในโทรศัพท์

"เปล่า" ชยุตม์ปฏิเสธแล้วถามชายหนุ่มเกี่ยวกับการเดินทาง แล้วลงท้ายด้วยเรื่องที่จักริณทร์จะมาเยี่ยมเขาที่น่าน

"แล้วนี่อาทิตย์กว่าๆ แล้วนะ บ้านพักยังไม่เสร็จหรือ"

"เสร็จแล้วครับ แต่ว่ายังไม่ได้ติดตั้งปั๊มน้ำ ยังเข้าไปอยู่ไม่ได้ ตอนนี้ผมอยู่บ้านโฟร์แมน จักรอย่าเพิ่งมาเลย มันยังไม่สะดวก" ชยุตม์ตอบ

"แอบซ่อนใครไว้ที่นั่นหรือเปล่า ถึงไม่อยากให้ผมไป" จักริณทร์ล้อ

ชยุตม์หัวเราะเบาๆ แวบหนึ่งภาพใบหน้าคมเข้มของคนดุๆ ที่เพิ่งปะทะคารมกับเขาเมื่อครู่โผล่ขึ้นมาในความคิดอีกครั้ง

"มีที่ไหน นี่เมืองเล็กๆ นะครับ มีแต่ชาวบ้าน"

"เขาว่าชาวเหนือหน้าตาดี นุ่มนวล อ่อนโยน มีเสน่ห์ ใครเห็นใครก็อดชอบไม่ได้" จักริณทร์พูดยิ้มๆ

...ยกตัวอย่างเช่น โชคดี...

"ไงก็สู้จักรไม่ได้" ชยุตม์หัวเราะเบาๆ

"หวานกับแฟนเป็นด้วยหรือยุตม์" จักริณทร์เย้า "นึกว่าทำหน้านิ่งๆ เงียบๆ เป็นอย่างเดียว"

"ถ้ามาถึงน่านแล้วผมจะฝึกหวานให้ดู แต่ว่าตอนนี้จักรรออีกหน่อยนะครับ ซักวันปลายๆ อาทิตย์นี้ก็คงเรียบร้อย"

"สรุปแล้ววันศุกร์นะ ถ้าหลังจากนั้น ก็ไม่มีเวลาเหลือมาก ผมกลัวว่าเขาจะเรียกขึ้นบิน" จักริณทร์สรุป "ยุตม์ก็เร่งๆ ช่างให้ทำให้เรียบร้อย เราจะได้อยู่ด้วยกันท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามซะที"

"ครับ" ยุตม์ตอบรับสั้นๆ "แต่น่านเป็นเมืองเล็กๆ เงียบๆ ไม่มีอะไรเลยนะ จักรอาจจะเบื่อ"

"ไม่เบื่อหรอก มียุตม์จะเบื่อได้ยังไง ตอนนี้ยุตม์ก็ทนเบื่อไปคนเดียวก่อน พอจักรไปถึง จะทำให้หายเบื่อ อยู่เงียบๆ มีคนไปเป็นอยู่เป็นเพื่อน ยุตม์จะได้ไม่เหงา"

...มีโชคดีคอยหาเรื่องก็ไม่เหงาแล้ว...

ชยุตม์ตอบจักริณทร์อยู่ในใจ แต่ตอบว่า "ผมก็งานยุ่งนิดหน่อย อาจจะไม่ค่อยมีเวลาพาจักรเที่ยว"

อะไรบางอย่างลึกๆ ในใจทำให้ชยุตม์รู้สึกลังเลที่จะให้แฟนเดินทางมาเยี่ยม อะไรเองที่เขาก็ไม่ค่อยเข้าใจ

"มีเวลาอยู่ด้วยกันตอนเย็นๆ กับกลางคืนก็พอแล้ว" จักริณทร์หัวเราะชอบใจ "กลางวันผมก็จะขับรถเที่ยวไปเรื่อยๆ"

ชยุตม์คุยกับจักริณทร์จนเขาขับรถกลับมาถึงบ้านพักชั่วคราว ฝ่ายนั้นจึงยอมวางสาย

จักริณทร์เป็นนักบิน และเดินทางบ่อยๆ บางครั้งไปทำงานถึงสองอาทิตย์หากบินไกลถึงยุโรป ชยุตม์เองก็มีตารางการทำงานที่ไม่ค่อยสัมพันธ์กันทำให้เขาไม่ค่อยได้มีโอกาสใช้เวลากับจักริณทร์มากนัก ชีวิตรักของเขากับจักริณทร์ดำเนินไปเรื่อยๆ ไม่มีอะไรหวือหวา ลักษณะต่างคนต่างอยู่มากกว่า แล้วก็มาเจอกันเป็นครั้งคราวช่วงเวลาสองสามวัน

ชยุตม์เดินขึ้นไปบนบ้านเห็นแสวงนั่งคุยอยู่กับโต๋ ทันทีที่เห็นเขา ชายต่างวัยทั้งสองก็มองหน้ากันเหมือนจะสื่อสารอะไรกันบางอย่าง แสวงกับโต๋ดูอ้ำอึ้ง เหมือนจะอยากบอกอะไรเขาแต่ก็ยังสองจิตสองใจอยู่ วิศวกรหนุ่มจึงถามขึ้นว่า "ว่าไง มีอะไรหรือลุงแสวง"
"คือ เอ่อ...เอ่อ..." แสวงอึกอักไม่กล้าพูด
"คืออะไรก็พูดมา" ชยุตม์บอกแล้วหันไปยังเด็กหนุ่มหน้าอ่อนที่นั่งอยู่ใกล้ "หรือโต๋อยากจะพูด"
โต๋หันไปมองแสวง แล้วหันมามองชยุตม์ ยังทำท่าทางกล้าๆ กลัวๆ เช่นเคย จนชยุตม์ต้องย้ำ "เร็วๆ เข้า ผมจะไปดูบ้านริมธาร"
โต๋ทำหน้าผะอือผะดม ถอนหายใจเบาๆ แล้วพูดว่า "ผมอยากขอให้นายช่างช่วยกับ คือว่า เอ่อ..."
"คืออะไรโต๋ อ้ำอึ้งอยู่นั่นล่ะ"
โต๋หันไปมองแสวง ฝ่ายนั้นถลึงตาใส่ โต๋จึงพูดต่อ "คือผมอยากขอให้นายช่างไป..."
โต๋อุตส่าห์รวบรวมความกล้า แต่วลีท้ายสุดกลับหายไปในลำคอ ทว่าชยุตม์เดาความได้ จึงเติมให้วา
"ไปสู่ขอเดือน"
เด็กหนุ่มพยักหน้า แล้วพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เพราะโล่งอกที่พูดออกมาได้
"เพราะว่ายอมรับว่าตัวเองเป็นพ่อของเด็ก หรือเพราะเพราะว่ากลัวคุณโชคดี"
"ทั้งสองครับ" แสวงแทรก
"แน่ใจหรือโต๋ ที่ว่าตัวเองเป็นพ่อของเด็ก" ชยุตม์ถามย้ำ
"ก็คงงั้นครับ" โต๋ตอบอ้อมแอ้ม
"ก็คงงั้น..." ชยุตม์ทวนคำ ถอนหายใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่นี่เป็นอย่างนี้ ทำไมไม่พูดอะไรกันตรงไปตรงมา เข้าใจได้ง่ายๆ
"แล้วรักเขาหรือเปล่า จะแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล็กนะ ยิ่งจะเป็นพ่อคนยิ่งไม่ใช่เรื่องเล็ก ต้องแน่ใจจริงๆ นะ" ชยุตม์ย้ำ อดหนักใจแทนไม่ได้ เด็กหนุ่มอายุ 18 ปีกว่า กับเด็กสาวอายุ 17 ปีกำลังจะเป็นพ่อแม่คน จะไปกันรอดหรือเปล่าก็ยังไม่รู้
...แต่โชคดีคงไม่ทิ้งสองคนนี้ ยังไงก็คงต้องคอยกำกับควบคุมดูแลทั้งสองคนนี้ไม่ห่าง...
อะไรบางอย่างทำให้เขานึกถึงชายหนุ่มผู้แสนดุคนนี้ ชยุตม์อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมตัวเองรู้สึกมั่นใจว่าโชคดีจะดูแลสามีภรรยาเด็กคู่นี้ได้
...ก็แน่สิ ท่าทางช่างเป็นคนเจ้าจัดการนักนี่ เด็กในร้านท้องขึ้นมาก็วิ่งไปลุยหาคนรับผิดชอบถึงที่อย่างไม่เกรงกลัว...
ชยุตม์อมยิ้ม
"ตกลงนายช่างจะไปเป็นเถ้าแก่ให้ผมใช่ไหมครับ" โต๋ละล่ำละลัก ตาเป็นประกาย
ชยุตม์โคลงศรีษะ ไม่เข้าใจเด็กหนุ่มคนนี้ ท่าทางเหมือนจะอยากมีเมีย ทำท่าดีใจตื่นเต้น ทั้งๆ ที่เมื่อวานทำอึกอัก เงอะงะ ไม่รู้จะเอายังไง
...นี่เขาต้องหวนกลับไปหาโชคดีอีกครั้งหนึ่งใช่ไหมนี่ คิดแล้วก็หนักใจ ไม่รู้จะโดนอะไรอีก...
ชยุตม์พยักหน้าช้าๆ โต๋ยิ้มกว้าง หันไปหาแสวงที่แสดงอาการโล่งอก
วิศวกรหนุ่มผู้กลายมาเป็นเถ้าแก่ฝ่ายชายอดนึกขำไม่ได้ มาอยู่น่านแค่อาทิตย์กว่าต้องกลายเป็นเถ้าแก่ไปสู่ขอลูกสาวเจ้าของร้านค้าเหล็กที่เป็นชายหนุ่มรูปหล่อเจ้าอารมณ์อายุไล่เลี่ยกันกับเขา ถ้าโทรศัพท์ไปเล่าให้คุณพ่อกับคุณแม่ของเขาฟัง ทั้งสองคนหัวเราะจนปวดท้อง
...ชยุตม์ หนุ่มกรุงเทพฯ อายุ 30 ปีที่ใช้ชีวิตอยู่กลางเมืองหลวงและต่างประเทศมาแห่งละ 15 ปี กลับต้องมาเป็นผู้ใหญ่ไปขอสาวให้ลูกน้อง ประสบการณ์ที่ในชีวิตเขาไม่เคยนึกว่าจะได้รับ...
***************
จบบบที่ 2

YO DEA

  • บุคคลทั่วไป
 :กอด1:
เต็มอิ่มจริง
ได้อ่านวันนี้

mackerel

  • บุคคลทั่วไป
อ่านตอนล่าสุดแล้วคร้าบ
*********
เหวอ-มีแฟนอยู่แล้ว อีกต่างหาก

***********
ขอบคุณคร้าบ
 :pig4:

ken_krub

  • บุคคลทั่วไป

ออฟไลน์ M@nfaNG

  • ชีวิตคือการตรวจสอบ...
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4453
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +847/-18
หวายยย มีแฟนแล้วด้วย แต่ไม่เป็นไรมีแฟนแล้วก็เลิกได้ โชคดีเร้าใจกว่า :laugh:

imageriz

  • บุคคลทั่วไป
^
^
คิดเหมือนรีบนเลย มีแฟนก็เลิกได้  o18

ออฟไลน์ pongsj

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6054
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +213/-9
ว้าววววววววววววววววววววววววววววเรื่องใหม่มาแล้ววววววววววววววววววว  :mc4:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด