#######ผมเลิกรักคุณแล้วครับ####### บทที่สอง(ครึ่งหลัง)21/01/22 14.14 น.
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: #######ผมเลิกรักคุณแล้วครับ####### บทที่สอง(ครึ่งหลัง)21/01/22 14.14 น.  (อ่าน 593 ครั้ง)

ออฟไลน์ รุ้งหลากสี

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 6
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม





บทนำ
ถ้าหากวันหนึ่งคุณเจอกับความรักที่เคยวิ่งตาม แต่สุดท้ายก็ไม่เคยถึงอีกครั้ง คุณจะทำยังไง คุณจะเริ่ม “ออกวิ่ง” อีกครั้งหรือคุณจะ “หยุด” มันไว้เพียงแค่นี้
“ไม่อยากรู้แล้วรึไงว่าฉันไปไหนมา”
“ไม่ล่ะครับ...............ผมเหนื่อย ”
ผมเหนื่อยแล้วจริงๆ

“คุณมีความสุขดีมั้ยครับ”
“............”
“ต่อไปนี้ผมว่าคุณต้องมีความสุขกว่านี้แน่ๆเลย”
“นายหมายถึงอะไร”
“ผม............ ลาก่อนนะครับ”
“.............”


   ผมนาย สแนคแจ็ค หรือที่หลายคนเรียกว่า แจ็ค ที่เป็นคนเฮฮาอยู่ตลอดเวลา สร้างเสียงหัวเราะให้กับเพื่อนในกลุ่มอยู่เสมอ แต่มีน้อยคนนักที่จะรู้จักว่าลึกๆแล้วผมเป็นคนแบบไหน ปีนี้ผมอายุ23 ปีทำงานอยู่บาร์แห่งหนึ่งของรุ่นพี่สมัยเรียน ถึงจะบอกว่าสมัยเรียนแต่แท้จริงแล้วผมเรียนไม่จบหรอกครับ ผมเรียนถึงแค่ปีสองเทอมแรกเท่านั้น เพราะครอบครัวต้องประสบกับปัญหาอย่างหนัก ส่วนปัญหาอะไรนั้นไว้ผมจะมาเล่าให้ฟังอีกทีตอนผมอยากจะดราม่านะครับ ส่วนตอนนี้ผมขอไปเตรียมตัวไปทำงานก่อนเพราะนี่ก็ใกล้จะถึงเวลาเข้างานแล้ว
“เฮ้ยพี่แจ็คสัน เสร็จยังพี่”ขณะที่ผมกำลังจะเตรียมตัวไปอาบน้ำก็ได้ยินเสียงคุ้นหูเรียกมาจากหน้าประตู
“อ้าว ฮอน มีไรอ่ะ ” ไอ้เด็กที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมเป็นรุ่นน้องที่มหาลัยของผมครับแต่เป็นรุ่นพี่ที่ทำงานของผมในบาร์แห่งนี้ ทุกคนคงไม่งงกันนะครับ ถ้างงก็อ่านทำความเข้าใจกันซะนะ
“เสร็จยังพี่วันนี้เฮียเค้าเรียกประชุมกันก่อนเวลาเริ่มงานนะเว้ย” ดูมันๆ นี่พี่นะมันยังจะกล้ามาพูดวงพูดเว้ยด้วย
“นี่พี่นะ พี่ กล้าดียังไงมาพูดเว้ยใส่เนี่ยฮะ เดี๋ยวพ่อก็จับทุ่มลงพื้นซะหรอก” ที่จริงผมก็พูดไปงั้นเองแหละครับเรื่องแค่นี้ผมไม่ถือหรอก
“โอ๋ พี่สแนคครับ ผมแค่ล้อเล่นน่ะ อย่าทำเด็กผู้ชายตัวเล็กๆอย่างผมเลยนะครับ” มันไม่พูดเปล่ายังเดินเข้ามากอดผมซะแน่นเชียว
“เฮ้ยๆ ปล่อยเลยนะ อย่างแกเนี่ยนะตัวเล็กๆ ดูตัวเองซะก่อนยังกะหมีกริซลี ”  ไอ้เด็กนี่ตัวมันเล็กที่ไหน ความสูงเกือบๆ189 เซน กับหุ่นที่ล่ำบึกขนาดนี้เรียกตัวเล็กแล้วคนที่สูงแค่ 174 อย่างผมนี่เรียกว่าอะไร”สรุปว่ามาเรียกนี่มีอะไร”ที่มันพูดมาก่อนหน้านี้ผมลืมแล้วล่ะครับ
“ผมจะมาบอกว่าเฮียแกเรียกประชุมก่อนเวลาเริ่มงานอ่ะเห็นบอกมีเรื่องสำคัญจะบอกกับทุกคนแต่เรื่องอะไรผมก็ไม่รู้เหมือนกัน”เฮียที่พูดถึงนี่คือเฮียไมค์ครับ แกเป็นรุ่นพี่ที่มหาลัยที่เคยบอกไว้ครับผมกับแกนี่โคตรจะสนิทกันเลย
“อ้าวหรอ เหลืออีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงแล้วน้ำก็ยังไม่ได้อาบเลย ถ้าเรื่องสำคัญถึงขนาดเฮียเรียกประชุมขนาดนี้แปลว่าสายไม่ได้ซะด้วย ” เป็นเพราะไอ้เด็กนี่แท้ๆเลยที่ชวนผมคุยได้ตั้งนาน ฮึ่ย ถ้าไปไม่ทันแล้วโดนหักเงินนะผมจะให้มันเลี้ยงข้าวผมทั้งเดือนเลยคอยดู
“พี่ก็รีบไปอาบสิครับจะยืนรอให้ผมตัดริบบิ้นหรอ” ดูมันครับดูมัน
ผมไม่พูดอะไรกลับแต่รีบเดินเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำอย่าเรียกว่าอาบเลยครับเรียกวิ่งว่าน้ำดีกว่าครับเพราะผมใช้เวลาอาบน้ำไม่ถึง5นาทีก็เสร็จแล้วใช้เวลาในอีก2นาทีเพื่อแต่งตัวแล้วรีบวิ่งเข้าร้านไปทางประตูหลังสำหรับพนักงาน
“โอ้ยยยยย จะทันมั้ยวะเนี่ย ถ้าไม่ทันเฮียได้หักเงินเดือนผมจริงๆ แน่ ” ผมบ่นไปวิ่งไปจนถึงที่ๆเฮียกำลังประชุมกันอยู่ผมหยุดแล้วยืนหอบแฮกๆ อยู่นอกวงที่ได้ยินแต่เสียงของเฮียไมค์ พูดอะไรอยู่ก็ไม่รู้
“ครับแล้วพนักงาน ที่ประจำอยู่ที่บาร์คนสุดท้ายก็คือแจ็คครับ อ้าว เฮ้ยไอ้แจ็คไปไหนว่ะ”ขณะที่ผมกำลังปรับลมหายใจให้เป็นปกติอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงเฮียไมค์แนะนำชื่อผมและเรียกหาผม งั้นแสดงว่าผมยังพอมาทันเวลาอยู่ใช่มั้ย
“อยู่นี่ครับเฮีย แจ็คคนหล่ออยู่นี่คร้าบบบบบ”เมื่อได้ยินดังนั้นผมก็ยกมือขึ้นและขานตอบเฮียแกไปเสียงทะเล้น เท่านั้นแหละครับทุกคนก็พร้อมใจกันแหวกทางให้ผมเดินเข้าไปรายงานตัวกับเฮีย แหม๋ รู้สึกว่าตัวเองเหมือนพระเอกขึ้นมาทันที5555
ผมเดินล้วงกระเป๋าแบบและยิ้มเท่ๆเข้าไปหาเฮียโดยไม่ทันสังเกตว่าข้างๆเฮียไมค์นั้นมีใครยืนอยู่ด้วย
“แหม เปิดตัวยังกะพระเอก แต่เสียใจด้วยว่ะ บทพระเอกเขาคงไม่ให้คนแคระเล่นหรอก55555” เท่านั้นแหละครับทุกคนก็พร้อมใจกันหัวเราะเยาะผมทันทีโดยเฉพาะเสียงหัวเราะเด็กโข่งจูฮอนนี่ดังกว่าใครเพื่อนเลย คอยดูเถอะอย่าให้ถึงคราวแจ็คผู้หล่อเหลาคนนี้บ้างแล้วกัน
“เฮียอ่ะ ทำไมชอบเอาความจริงมาล้อเล่นอยู่เรื่อยเลย” ผมทำหน้างอแก้มป่องใส่เฮีย เฮียเห็นดังนั้นก็ทำหน้าเอือมใส่ผม คงจะทนความน่ารักของผมไม่ไหวล่ะสิ5555555
“อะแฮ่ม”
ขณะที่ผมเฮียแกกำลังจะอ้าปากชมผมอีกครั้งก็มีเสียงหนึ่งดังขัดขึ้นทำให้เฮียและผมหันไปมองทางต้นเสียงทันที และนั่นทำให้ผมตัวชาวาบและค่อยๆหุบยิ้มลงทันที
“พี่ทัพ” ผมหลุดพูดชื่อคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเสียงแผ่ว และคนตรงหน้าก็ยืนจ้องหน้าผมเขม็ง
“อ้าว เอ่อ ขอโทษทีครับคุณทัพ นี่แหละครับเป็นบาร์เทนเดอร์ฝีมือดีของร้านเรา ชื่อแจ็คครับ แจ็คนี่คุณทัพ ที่เคยเล่าให้ฟังไงว่าเป็นผู้มีพระคุณของเฮีย สวัสดีคุณเขาสิ”
ผมได้แต่ยืนมองคนตรงหน้านิ่งจนเฮียสะกิดให้ผมไหว้เขานั่นแหละถึงรู้สึกตัวว่าเผลอจ้องคนตรงหน้าอย่างลืมตัว
“ส สวัสดีครับ” ผมยื่นมือไปข้างหน้าเพื่อที่จะจับตามมารยาทแต่คนตรงหน้ากลับเมินและเดินออกไปโดยไม่สนใจมือผมที่ยื่นออกไปเลยสักนิด
“อ้าว เอ่อ ”เฮียผู้ยืนอยู่ตรงกลางหันมองทางผมทีทางผู้ชายคนนั้นทีอย่างงงๆ ทุกคนก็งงไม่แพ้เฮียหรอก แต่คงยกเว้นผมไว้คนหนึ่ง เพราะผู้ชายคนนี้ผมรู้จักนิสัยเขาดี
“คุณทัพครับ ต้องการเครื่องดื่มอะไรเป็นพิเศษรึเปล่าครับ” เฮียรีบเดินตามผู้ชายคนนั้นแล้วถามขึ้นทันที
“เอาบาร์เทนเดอร์”
“อ อะไรนะครับ”เฮียถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้งว่าไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม
“ผมหมายถึง เอาอะไรก็ได้ที่บาร์เทนเดอร์ฝีมือดีของคุณทำแล้วดีที่สุด”พูดกับเฮียไมค์ด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่ มองมาที่ผมมองมาทางผมด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
“อ๋อครับ งั้นผมจะให้เด็กมันไปทำให้เดี๋ยวนี้แหละครับ เฮ้ย แจ็ค..”
“อ้อ คุณไมค์ ” ขณะที่เฮียกำลังจะเรียกบอกผมผู้ชายคนนั้นก็พูดขัดขึ้นมาสะก่อน
“ครับ?”
“ผมอยากะให้”บาร์เทนดอร์” ฝีมือดีของร้านคุณมานั่งชงให้ผมที่โต๊ะด้วย ได้มั้ยครับ” ถึงประโยคที่พูดออกมานั้นจะเหมือขออนุญาต แต่น้ำเสียงและสายตานี่ฆ่าคนฟังชัดๆ ไอ้บ้าอำนาจเอ้ย
“เอ่อ คือคุณทัพครับทางเรามีกฎห้ามให้พนักงานในร้านทำเกินหน้าที่ตัวเอง ผะ”
“แล้วมันผิดกฎตรงไหนหรอครับ เขาก็ชงเครื่องดื่มให้ผม แต่แค่ย้ายสถานที่มาเป็นที่โต๊ะผมเพราะอยากเห็นฝีมือแบบ ใกล้ชิด แค่นี้เองครับ” หมอนั่นขัดขึ้นทั้งที่เฮียไมค์พูดยังไม่จบ(อีกแล้ว) แล้วยังเน้นคำว่าใกล้ชิดทำอีกให้ผมเสียวสันหลังวาบ รู้สึกว่าอีกไม่นานชีวิตผมคงไม่ได้อยู่อย่างสงบสุขอีกต่อไป
“เอ่อ งั้นก็ได้ครับ แจ็คไปเตรียมของแล้วมานั่งกับคุณทัพเขาตรงนี้”เฮียรับคำตานั่นเสร็จก็หันมาสั่งงานผมทันที แต่จะบ้ารึไง ทำแบบนั้นผมเหมือนกับพวกเด็กนั่งดริ้งเลยนะ
“เฮ้ย เฮียผมไม่ใช่ดะ”
“อย่าเรื่องมากน่าคิดเสียว่าแค่มานั่งทำงานตรงนี้เปลี่ยนบรรยากาศไง”ผมพูดยังไม่ทันจบเฮียก็เดินเข้ามาลากแขนผมมาที่เคาร์เตอร์ แล้วกระซิบบอกผมแล้วนี่เฮียติดเชื้อไม่ยอมฟังให้คนอื่นพูดจบก่อนมาจากหมอนั่นรึไงเนี่ย
“แต่เฮียครับ ”ผมพยายามอ้อนวอนเฮีย
“เฮีย ทำไมเฮียไปรับปากหมอนั่นอย่างนั้นล่ะ นั่นมันไม่ใช่หน้าที่พี่แจ็คเลยนะเฮีย ” ไอ้ฮอนน้องรัก แกเข้ามาช่วยพี่แล้วใช่มั้ย ฮรือๆ
“นี่แกก็อีกคนเรื่องนี้แกไม่เกี่ยวฮอน นี่แจ็คฟังเฮียนะ คนนี้คือคนที่มีพระคุณกับเฮีย แกก็รู้นี่และตอนนี้แกก็กำลังอยากได้เงินเพิ่มไม่ใช่หรอ คนนี้นี่ทิปหนักมากเลยนะถ้าแกชงได้ถูกปากแกก็จะได้ไม่ต้องมานั่งเครียดอีกไง นะ ไม่มีไรเสียหายสักหน่อย” ใช่ครับตอนนี้ผมกำลังมีปัญหาเรื่องเงิน ยายผมต้องเข้าผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจด่วน ซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมากทำให้ผมต้องทำงานเพิ่มอีกในตอนกลางวัน เฮียแกก็จะช่วยนะครับแต่ผมอยากหาเองมากกว่าไม่ใช่ว่าผมหยิ่งในศักดิ์ศรีจนไม่เห็นแก่ยายที่กำลังป่วยนะครับแต่เฮียแกก็มีเรื่องที่จำเป็นต้องใช้เงินเหมือนผมซึ่งต้องใช้เงินมากกว่าผมหลายเท่าเลยล่ะผมจึงปฏิเสธแกเพราะแกลำบากมากกว่าผมอีก
“แต่...... เฮ้ออออ ก็ได้ครับเฮีย งั้นผมไปเตรียมของก่อนนะครับ” ผมตัดสินใจทำตามความต้องการของหมอนั่นในที่สุด ชั่งเถอะยังไงก็ไม่มีอะไรเสียหายอยู่แล้ว สู้ๆเว้ย ไอ้แจ็คสุดหล่อ
“พี่ จะทำจริงๆหรอ” ฮอนเดินมายืนซ้อนเอาแขนทั้งสองข้างมาคร่อมผมไว้จากทางด้านหลังหลังผมแล้วกระซิบถาม เพราะเฮียก็ยังยืนอยู่ใกล้ทำให้ฮอนไม่กล้าพูดเสียงดัง
“เอาน่าก็แค่ไปนั่งชงเครื่องดื่มเฉยๆ ถือว่าเปลี่ยนบรรยากาศเหมือนเฮียว่าไง” ผมเตรียมของไปก็คุยกับฮอนไปโดยที่ไม่ทันได้รู้ตัวว่าท่าที่เราสองคนคุยกันอยู่ตอนนี้มันเหมือนกับคนรักมายืน สวีทกันมากกว่าคนที่คุยกันเฉยๆ
โดยที่คนทั้งสองไม่ได้รับรู้เลยว่ามีใครอีกคนที่นั่งจ้องผมอยู่ตั้งแต่เดินผละออกมาแล้ว

“ขออภัยที่ให้คุณลูกค้ารอนานครับ”  ผมเอ่ยขึ้นหลังจากที่เดินถือของมาถึงโต๊ะที่คนๆนั้นนั่งอยู่ ที่ช้านี่ไม่ใช่ว่าผมเตรียมของนานนะครับ แต่เป็นเพราะผมเตรียมใจมากกว่าซึ่งกว่าจะเตรียมของเสร็จแล้วผมก็ใช้เวลาอีกเกือบๆ10นาทีในการทำใจและเรียกสติตัวเอง จากนั้นก็รีบยกของทั้งหมดโดยมีเฮียไมค์และเด็กในร้านอีกหนึ่งคนมาช่วยถือไปที่โต๊ะที่คนๆนั้นนั่งรออยู่
“คุณไมค์ ผมเป็นลูกค้าของร้านคุณหรอ” หมอนั่นไม่แม้แต่จะหันมามองผมหรือตอบผม แต่กลับไปพูดกับเฮียซะงั้น แล้วก็ใช่ว่าจะมองหน้าเฮียนะครับก็หมอนั่นนะเอาแต่มองไปข้างหน้าแล้วก็พูดด้วยเสียงนิ่งๆ นี่ถ้าตอนถามเมื่อกี้นี้ไม่มีประธานผมจะนึกว่าคุยกับผีแล้วนะครับ
“เอ่อ แจ็ค คุณทัพเค้าเป็นหุ้นส่วนของเฮียเอง ไม่ใช่ลูกค้าหรอก” เฮียพูดบอกผมเสียงแผ่ว สายตาแกเหมือนมีอะไรปิดบังไว้สักอย่าง
“อ อะไรนะครับ ไหนว่าเฮียเป็นเจ้าของที่นี่คนเดียวไง ล แล้ว” คือนี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย ไหนเฮียเคยบอกว่าไม่มีหุ้นกะใครไง
“เอาน่า ตั้งใจชงไป เดี๋ยวเฮียต้องไปเตรียมเปิดร้านแล้ว เอ่อคุณทับครับผมขอตัวก่อนนะครับ ถ้าต้องการอะไรเรียกเด็กในร้านได้เลยนะครับ” เฮียไมค์พูดกับผมจบก็หันไปบอกไอ้คุณทัพต่อ จากนั้นก็ผละตัวออกไปเลย เฮ้ยไอ้เฮี๊ยยยยยย(เสียงสูง)อย่าพึ่งปายยยย อยู่ด้วยกันก่อนนน
ผมก็ได้แต่มองตามเฮียแกตาละห้อย เฮ้ออออออ เฮียนะเฮียทิ้งผมอ่ะ
“จะยืนอาลัยอาวรณ์อีกนานมั้ย ” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเรียบๆ ทำให้ผมต้องละสายตากลับมามองทางที่ไอ้คุณทัพอีกครั้ง
“คุณอยากดื่มอะไรล่ะครับ”ผมรีบนั่งลงบนโซฟาเดี่ยวตรงข้ามกับหมอนั่น แล้วหยิบจับของเตรียมชงทันที
“หึ ” เอิ่ม คือผมว่าผมก็ถามหลายคำอยู่นะครับ แล้วดูคุณมึงสิ
“คือ คุณหุ้นส่วนอยากดื่มอะไรดีครับ” ผมพยายามสงบสติอารมณ์ตัวเองไว้ให้ได้มากที่สุด แล้วถามใหม่
“……”
เย็นไว้คนหล่อเย็นไว้ คือไม่ใช่อะไรนะครับ ถ้าไม่อยากดื่มก็บอกสิจะเงียบทำแป๊ะไรครับ แล้วยังนั่งจ้องคนอื่นเค้าเขม็งอีก ไม่รู้จักมารยาทรึไง(แต่ผมไม่ได้มองคุณมันนะครับ ตั้งหน้าตั้งตาทำเป็นหยิบนู่นจับนี่ต่อไป )
“ถามคนอื่นแต่ไม่มองหน้าเค้า หึ ไม่รู้จักมารยาทรึไง” คือ เอ่อ ที่ว่าคนอื่นเนี่ยคุณมึงกลับไปดูตัวเองยังครับ ได้ข่าวว่าคุณมึงทำก่อนผมอีกนะครับ
“อ่า ผมต้องขออภัยคุณหุ้นส่วนด้วยครับ พอดีผมกำลังคิดว่าจะเสนอเมนูไหนดีน่ะครับ” ผมเงยหน้าขึ้นไปสบตากับไอ้คุณทัพอย่างไม่เกรงกลัว นั่นนะสินะผมจะไปกลัวทำไมกัน ผมไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย คนที่ทำผิดก็มีแต่คนตรงหน้าผมคนเดียวนั่นแหละ และเรื่องนั้นมันก็ผ่านมาหลายปีแล้วด้วย เพราะฉะนั้นผมก็ไม่จำเป็นต้องกลัวหรือกังวลอะไรทั้งนั้น
“ทำไมต้องถาม นายลืมสิ่งที่ ผัวเก่า นายชอบแล้วเหรอ”
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-01-2022 14:05:57 โดย รุ้งหลากสี »

ออฟไลน์ cakecoco-boom

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 199
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
Re: #######ผมเลิกรักคุณแล้วครับ#######
«ตอบ #1 เมื่อ26-12-2021 22:42:05 »

รอตอนต่อไปนะคะ :katai4:
ป.ล. เว้นบรรทัดหน่อยนะคะแอบอ่านยากนิดนึง

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
Re: #######ผมเลิกรักคุณแล้วครับ#######
«ตอบ #2 เมื่อ27-12-2021 01:13:45 »

รอนะครับ

ออฟไลน์ รุ้งหลากสี

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 6
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
                                                                         
                                                                       บทที่หนึ่ง
   
หกปีก่อน

ผลัก
 
“โอ้ย!!! ขอโทษครับ”   ขณะที่กำลังเดินอย่างรีบร้อนนั้นอยู่ดีๆ ก็ไปชนเข้ากับกำแพงมนุษย์เข้า โอยยย คนอะไรตัวแข็งเป็นบ้า
 
“ไม่เป็นไรครับ แต่คราวหลังระวังด้วย”   ผมรีบเงยหน้ามองทันทีที่ได้ยินเสียง ปาดดด จะฆ่ากูมั้ยวะครับ ตัวสูงใหญ่ หน้าก็ดุยิ่งกว่าพี่การ์ดเฝ้าร้านทองแถวบ้านผมอีก

“ค ครับ เอ่อ มีอะไรกันรึเปล่าครับ” ผมชะโงกหน้าผ่านคุณพี่ตัวใหญ่ไปมอง คนเยอะเชียว รึเขามีลดราคาวะ

“ไม่ใช่เรื่องที่น้องต้องสนใจหรอก ”   อ้าวว เค้าแค่ถามเองอ่ะ

“แหะๆ  ครับ”  ทำได้แค่หัวเราะแห้งๆกลับไปเท่านั้น

“ไม่รีบแล้วหรอ”   เฮ้ย แย่แล้ว นัดติวให้น้องนักเรียนนี่หว่า

“จริงด้วย งั้นไปก่อนนะครับ ขอโทษอีกครั้งนะครับ” ผมก้มหัวลงขอโทษอีกครั้ง ขณะที่กำลังจะเดินผ่านไป สายตากลับมองเห็นผู้ชายตัวสูง ในชุดนักศึกษาของมหาลัยชื่อดัง ท่ามกลาง พนักงานในร้านและพี่ๆ ใส่ชุดสูท แต่เขากลับเด่นและดึงดูดผมได้ขนาดนี้ คนอะไรจะหล่อออร่า ขนาดนั้น

“ชิบหาย ใจเต้นแรงมากเลย”   ผมยกมือขึ้นจับหัวใจ กลัวว่ามันจะหลุดออกมา ตื่อ ตือ ดึดือ ตื่อ ตื๊อ ดือดือ ก่อนที่ใจจะลอยไปไกลเสียงเรียกเข้าก็ช่วยผมไว้ได้ก่อนครับ

“เฮ้ย เบอร์น้องนักเรียนนี่หว่า ตาย ๆ สายจนน้องโทรตามแล้วเนี่ย”




19.00 น.

“กลับมาแล้วคร้าบบบบบบ” เฮ้อ กว่าจะถึงบ้านได้ พลังในร่างนี่แทบจะหมด

“เอ้า เป็นไงบ้างลูกวันนี้ ไปสอนน้องทันมั้ย” แม่เดินออกมาจากฝั่งครัว เพื่อที่จะไปเรียกทุกคนมาทานข้าว

“ก็สายนิดหน่อยครับ แต่โชคดี น้องก็สายเหมือนกัน เลยมีเวลานั่งพักหายใจหน่อย” อ้อ ทุกคนคงสงสัยกันใช่ไหมละครับว่าผมทำอาชีพอะไร คือ ผมเป็นแค่นักเรียน ชั้นมัธยมปีที่ห้าครับหลังจากเลิกเรียนก็รับงานสอนพิเศษให้กับน้องๆ ประถมและอาจมีบ้างที่รับสอนน้องมัธยมต้นหรือรุ่นเดียวกันก็มี ที่ทำนี่ไม่ใช่ขยันอะไรหรอกนะครับ 55555 คือผมเนี่ยตั้งใจจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ฝันให้ได้ครับ เพราะที่นั่นมีคณะแพทย์ที่ขึ้นชื่อว่าที่จบมามีแพทย์เก่งๆ หลายท่านเลย ที่อื่นก็มีแพทย์เก่งๆ เยอะนะครับแต่ที่นี่ทั้งสะดวกต่อการเดินทางและเป็นที่ที่ผมอยากเข้าที่สุด แล้วทำไมผมถึงต้องรับสอนใช่มั้ยครับ ผมไม่อยากจะไปเรียนพิเศษครับด้วยฐานะทางบ้านแล้วผมเลยหาวิธีที่หาเงินได้และได้ทบทวนบทเรียนต่างๆ ได้ในเวลาเดียวกัน เลยมาจบที่การรับติว สอนให้กับน้องๆ เพื่อน ๆ นี่ละครับ

“เหนื่อยไหมลูก ลูกไม่ต้องทำแล้วก็ได้นะ แม่อยากให้ลูกมีเวลาพัก ผ่อนคลายเยอะๆ แค่เรียนก็หนักแล้วไม่ใช่หรอ ”   แม่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง แม่ไม่ค่อยเห็นด้วยหรอกครับที่ผมรับงานหลังเลิกเรียนเพราะท่านเป็นคนขี้เป็นห่วง งานข้าราชการของแม่ถึงจะเงินน้อยแต่ยังไงก็ส่งลูกได้นะ แม่เคยบอกผมไว้อย่างงี้ครับ แต่ก็ยังดีที่พ่อผมเข้าใจว่าผมไม่อยากให้ท่านลำบากเพราะแม่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง คุณยายก็ป่วยเป็นมะเร็งปอด ผมอยากช่วยแบ่งเบาด้วยเพื่อความสบายใจของผมไม่งั้นผมคงไม่กล้าเข้าเรียนคณะที่ฝันแน่

“แม่ก็ พ่อบอกแล้วว่าให้ลูกไปเปิดประสบการณ์บ้างไง ตอนเป็นหมอจะได้ชินกับผู้คนนะ” พ่อเดินลงมาจากชั้นบนคงได้ยินที่ผมกับแม่คุยกัน
“แม่เข้าใจนะพ่อ แต่แม่เป็นห่วงลูกนี่นา” แม่หันไปตักข้าวใส่จานหลังจากที่ทุกคนลงมาครบแล้ว
อ้อ คุณยายนั่งอยู่ในครัวตั้งแต่แรกแล้วครับที่เงียบคือท่านนั่งดูซีรีส์ต่างประเทศอยู่ เป็นไงละคุณยายผม5555
หลังจากทานข้าวเสร็จผมก็รับหน้าที่เก็บกวาดโต๊ะครับ เสร็จแล้วก็ขึ้นมาบนห้องนอน  บ้านผมเป็นบ้านไม้ 2 ชั้นครับ สร้างจากไม่สักตั้งแต่รุ่นคุณทวดแล้ว บ้านจึงผุเก่าไปตามกาลเวลา ชั้นบนจะเป็นห้องนอนของผมและห้องทำงานของพ่อกับแม่ ส่วนห้องนอนของพวกท่านจะอยู่ชั้นล่างกับห้องของคุณยายครับ

   พออาบน้ำและจัดเตรียมของที่จ้องเรียนพรุ่งนี่เสร็จผมก็ปิดไฟก้าวขึ้นเตียงพร้อมนอนครับ ตาจะปิดอยู่แล้ว แต่สมองนี่สิ ดันนึกไปถึงผู้ชายคนนั้นที่เจอที่ห้างไม่ได้ คนอะไรดึงดูดเป็นบ้าเลย
“ เอะ เดี๋ยวนะ” เมื่อนึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้ผมก็ดีดตัวขึ้นนั่งทันที “คนนั้นเรียนที่เดียวกับที่กูจะเข้าเลยนี่หว่า ” ผมรีบหยิบโทรศัพท์ตรงหัวเตียงมาค้นหาเพจคิ้วบอยของมหาลัยทันที เพราะผมมั่นใจว่าต้องเจอ เบ้าหน้าฟ้าประทานขนาดนั้นต้องมีพี่เขาประดับเพจอยู่แล้วละน่า

โอะ มีจริงๆ ด้วย หลังจากเลื่อนดูได้สักพักก็เจอครับ

“หืม น้องใหม่ปีหนึ่งคณะบริหาร ชื่อจริงกองทัพ ชื่อเล่นทัพ คนที่ปฏิเสธการเป็นเดือนเพราะเกลียดความวุ่นวาย ชอบว่ายน้ำ มีสาวๆหนุ่มๆตามจีบกันตั้งแต่ขึ้นมัธยม ” โห นี่เขารู้ลายละเอียดขนาดนี้เลยหรอ ฮ็อตสะด้วย อย่างนี้กว่าเขาจะขึ้นมหาลัยก็อีกตั้ง เกือบ 2 ปี พี่เขาจะไม่มีแฟนไปแล้วหรอวะ

“เอะ เดี๋ยวนะทำไมต้องกลัวพี่เขามีแฟนด้วยวะ เชี่ย คิดแบบนี้ก็แสดงว่ากูชอบเขาแบบแรกพบเลยหรอ” โอ้ยยย ผมควรจะดีใจหรือยังไงก่อนดีครับรักแรกเป็นผู้ชายก็ยากแล้วนี่ดูสูงส่งจนคนแบบผมยากจะเอื้อมถึงอีก แต่แล้วไงวะ รักแล้วก็ต้องสู้ดิ พ่อสอนมาตลอดว่าต้องทำทุกอย่างให้เต็มที่ถ้าไม่สำเร็จแต่อย่างน้อยก็ได้ทำแล้ว เพราะฉะนั้น คอยดูเถอะ เข้าปีหนึ่งแล้วผมจะรุกจีบให้ดู ถ้าพี่เขายังไม่มีแฟนน่ะนะ เฮ้ออออ

“เอาล่ะ นอนได้แล้วไอ้แจ็ค พรุ่งนี้ต้องตื่นไปส่งงานแต่เช้า”


สองปีผ่านไป

“เฮ้อออ คิดว่าเรียนแพทย์แล้วจะโดนสูบพลังขาดนี้” หลังจากเรียนวิชาสุดท้ายของวันนี้เสร็จพวกผมก็มากันลงมาจากตึกด้วยสภาพไม่ต่างจากซอมบี้

“เอ็ม มึงก็ขยันบ่นจัง บ่นมาตั้งแต่วันแรกจนตอนนี้จะหมดเทอมแล้ว” ผมอดที่จะพูดขึ้นไม่ได้ นี่ขนาดยังอยู่แค่ปีหนึ่งนะ ขึ้นปีสูงมันจะไม่บ่นสามเวลาหลังอาหารเลยหรอ ฮ่าๆ

“เออ แล้ววันนี้มึงจะไปตามจีบพี่คนนั้นไหมวะ เย็นมากแล้วไม่ใช่กลับไปแล้วหรอ”

“อืม กูทักไปถามเพื่อนพี่เขาแล้ว พี่เขาบอกไปดูหนังกับสาวว่ะ” ผมพูดด้วยเสียงปลงตก จีบมาตั้งแต่เข้าปีหนึ่งตอนนี้ก็จะสี่เดือนแล้ว

“หึ ปกติของพี่มันปะวะ มึงเถอะ ถ้ามันมองไม่เห็นทางก็มองคนอื่นบ้าง” เอ็มตบหลังผมให้กำลังใจ

“ก็รักไปแล้วนี่หว่า ต่อให้ข้อเสียเป็นร้อยข้อ ยังไงก็รักปะวะ แต่มึงมั่นใจได้ถ้าพี่เขามีแฟนเป็นตัวเป็นตนเมื่อไหร่กูก็จะเลิกยุ่งทันที”

“เออๆ งั้นตอนนี้เราก็กลับกันเถอะ เดี๋ยวกูไปส่งเอง” เอ็มอาสา หอพักผมก็อยู่แค่นี้แต่เพื่อนผมก็มักจะไปส่งประจำ มันบอกว่าซอยเปลี่ยวครับถึงจะเป็นผู้ชายก็ใช่ว่าจะไม่อันตราย ซึ่งผมก็เข้าใจว่าเพื่อนเป็นห่วงเลยตามใจให้ไปส่งยกเว้นวันไหนมันมีธุระผมจะปฏิเสธ เกรงใจมันครับ


“ลงไปได้แล้วไอ้ขนมขบเคี้ยว” พอขับรถมาจอดที่หน้าหอได้มันก็ผลักหัวผมไล่ส่งทันทีเลยครับ

“โห อิหนูของป๋า แค่ป๋าไม่ยอมไปค้างด้วยคืนเดียวก็งอนถึงขั้นรับไล่ให้ลงจากรถเลยหรอ” ผมพูดแหย่พร้อมกับเอานิ้วจิ้มแก้มมันไปด้วย

“สัด ขนลุก อย่างกูอิหนูมึงนี่อะไรครับ แหม กล้าเรียกตัวเองว่าเสี่ยนะ ไปบอกให้พวกผู้ชายที่มาตามจีบมึงเลิกตามก่อนเหอะ ”มันผลักหัวผมรอบที่สอง ฮ่าๆ ไอ้เอ็มมันไม่ชอบให้เรียกแบบนี้ครับเพราะตอนเด็กๆมันมีปม หน้าตาน่ารักเหมือนเด็กผู้หญิงจนลูกชายเพื่อนแม่ตามจีบ ตามตื้อบอกจะเอามันเป็นเจ้าสาวให้ได้ จนขึ้นมัธยมมันเลยพยายามทำตัวให้แมนให้เท่ มันถึงเถื่อนมาถึงทุกวันนี้ พี่คนนั้นคงทนความเถื่อนของมันไม่ไหว ไม่มาตามมันอีกเลย

“ฮ่าๆๆ เออๆ ขอบใจมึงมากขับรถกลับดีๆล่ะ พรุ่งนี้เดี๋ยวกูเอาข้าวเช้าไปเผื่อ” ผมพูดจบก็ลงจากรถเตรียมขึ้นห้องทันที

“ไอ้ขนม” หืม ผมที่กำลังหันหลังขึ้นตึกชะงักทันที เรียกกูแบบนี้ทีไรมันจริงจังทุกที “ที่กูพูดเมื่อบ่ายน่ะ กูจริงจังนะ ไม่อยากเห็นมึงเสียใจ ถอนตัวตอนนี้ยังทันนะ” มันพูดเสียงจริงจังพร้อมกับคิ้วที่ขมวดแทบจะชนกัน

“เออออออ กูรู้มึงเป็นห่วง แต่กูยังอยากพยายามว่ะ อย่างน้อยถึงจะเจ็บแต่ก็ได้ทำเต็มที่แล้ว” ผมพูดด้วยเสียงหนักแน่น

“เฮ้อ งั้นก็รีบขึ้นห้องได้แล้วไป ” มันถอนหายใจแล้วโบกมือไล่ผม

“เออ ขับรถดีๆ ” จากนจากนั้นเพื่อนสนิทสุดที่รักเพียงคนเดียวของผมก็ขับรถออกไป




22.45 น.
J.T.
                             พี่ทัพคนหล่อคร้าบบบบ หลับยังเอ่ย

….. (อ่านแล้ว)

                             โห อ่านแล้วไม่ตอบแบบนี้แสดงว่าอยากให้ผมโทรหาใช่ไหมเอ่ย

ถ้าว่างมากก็ไปหาอย่างอื่นทำ ไม่ต้องมากวนกู

                             โถ่ว ผมไม่ได้กวนสักหน่อยครับ
                             ที่ทักไปหาเนี่ยเพราะความคิดถึงล้วนๆเลยนะครับ

… (สติกเกอร์มองบน)

                             ว้าวว เดี๋ยวนี้มีส่งสติกเกอร์ด้วยอ่ะ แสดงว่าเริ่มมีใจให้ผมแล้วล่ะสิ

อยากให้บล็อกใช่ไหม
 
                             เดี๋ยวคร้าบบบ
                             ที่ผมทักมาหาเนี่ย จะถามว่ากลับรึยังเห็นเพื่อนพี่บอกว่าวันนี้
                            ไปดูหนังกับสาว

แล้วเกี่ยวอะไรกับมึง

                            แหม ผมก็อยากรู้เรื่องของคนที่ตัวเองตามจีบเป็นธรรมดาน่า

แน่ใจหรอว่าอยากรู้

                            แน่สิคร้าบบบ พี่กลับห้องแล้วใช่มะ

ใช่
                            เย้ พี่ไม่ได้ค้างห้องสาวด้วย แล้วทานข้าวรึยังพี่ดึกแล้วนะ
                                           ระวังปวดท้อง

กูอยู่ห้องหวาน
         
                                           ….(อ่านแล้ว)

หึ

                          เอ่อ งั้นผมไม่กวนแล้วครับ แต่ว่าตอนนี้ผมงอนพี่อยู่ พรุ่งนี้รับข้าวเช้า
                          ที่ผมทำไปให้ด้วยแล้วผมจะหายงอนที่วันนี้พี่ไปค้างห้องสาวนะครับ
….(อ่านแล้ว)



ผมกดล็อคหน้าจอหลังจากที่คุยกับพี่เขาเสร็จ เฮ้อ รักคนที่ไม่เคยคิดจะหยุดที่ใครนี่ก็ต้องทำใจละนะ ถึงจะรู้และเคยเจอแบบนี้บ่อยๆ แต่ก็อดที่จะหน่วงในใจไม่ได้ ผมยังจำวันที่เจอพี่เขาครั้งแรกได้ดี ตอนนั้นอยู่มัธมยมปีที่ 5 ผมที่กำลังไปสอนพี่เศษเกิดเจอเขา ท่ามกลางผู้คนรายล้อมมีเพียงคนนี้คนเดียวที่ดึดดูดสายตาผม คนแรกที่ทำให้ใจเต้นแรงได้ขนาดนั้น จนได้รู้ว่าเขาเรียนที่เดียวกับที่ที่มอยากเรียนต่อถึงแม้จะคนละคณะแต่อย่างน้อย เราก็มีโอกาสที่จะเจอกัน และสัปดาห์ที่สองของการเป็นปีหนึ่งของผมก็ได้เจอกับเขา  ในวันที่ผมกำลังวิ่งวุ่นขอลายเซ็นต์รุ่นพี่และตามหาพี่รหัสผมก็ได้สบตาเข้ากับเขา แม้จะเป็นเพียงไม่กี่เสี้ยววินาทีแต่นั่นทำให้ผมบ้าบิ่นถึงขั้นขอรุ่นพี่ตะโกนบอกรักเขากลางโรงอาหารเพื่อแลกกับลายเซ็นต์รุ่นพี่

 
“งั้นถ้าผมเปลี่ยนจากเต้นเพลงไก่ย่างเป็นตะโกนบอกรักคนที่แอบชอบกลางโรงอาหารพี่จะให้ผมไหมครับ”


“หืม ก็ต้องดูก่อนละนะว่าคนนั้นคือใคร” รุ่นพี่ทำท่าคิดทั้งๆที่ดวงตาแวววาวด้วยความสนุก


“คนนั้นคือพี่จอมทัพบริหารปีสามครับ” ผมก้มลงป้องปากกระซิบกับรุ่นพี่


“หะ!!!! จริงดิน้อง เล่นของสูงเลยนะนั่น” จากที่ทำหน้ามีความสุขก็เปลี่ยนเป็นหน้าช็อคโลกทันที


“แหะ ๆ จริงๆครับพี่ ” ฒยกมือเกาหัวด้วยความเขิน


“พี่ว่าจะเพิ่มกติกาถ้าเขาไม่รับรักจะไม่ยอมให้เรา แต่ถ้าเป็นคนนี้แค่น้องกล้าตะโกนบอกก็พอแล้ว แม่งกูจะโดนไอ้ทัพมันกระทืบปะวะเนี่ย” ประโยคแรกพูกับผมแล้วประโยคสุดท้ายพี่แกพึมพำกับตัวเองเบา ทำท่าเหมือนขยาดกับอะไรสักอย่าง


“ฮิฮิ ของคุณครับ” พูดจบผมก็ปีนขึ้นเก้าอี้แล้วเตรียมตะโกนทันที ไม่ทันได้ยินรุ่นพี่พึมพำอีกประโยค


“ไอ้เด็กนี่ทั้งบ้าบิ่น ทั้งฉลาด ทั้งโง่ในคนเดียวกัน กะยิงปืนนัดเดียวได้ทั้งนกทั้งเสือผสมเหี้ยในนัดเดียวเลย”


“พี่จอมทัพครับ ผมชอบพี่ ถ้าพี่ยังโสดผมขอจีบได้ไหมครับ!!!!!!!!”


หลังจากผมตะโกนออกทั้งไปโรงอาหารก็เงียบทันที จากนั้นหนึ่งนาทีก็ได้ยินทั้งเสียงช้อนตกเสียงสำลักมาจากหลายทิศทาง


“เชี่ย น้องมันไม่กลัวโดนกระทืบหรอวะ”


“น้องแม่งเจ๋งว่ะ คนแรกเลยนะที่กล้าทำแบบนี้กับไอ้หน้าหล่อนั่น”


“งื้อออออ จะมีเรือเพิ่มอีกเรือแล้วหรอ เขินรอได้ไหม”


“เสือบวกเหี้ย ทำไมมีคนรักเยอะจังวะ หรือเดี๋ยวนี้เขานิยมกัน”


“รุ่นพี่สั่งน้องมันทำรึเปล่าวะ”


และอีกมากมายเสียงกระซิบที่ดังไปสามบ้านแปดบ้าน


ผมที่ไม่ได้สนใจเสียงใดๆรอบตัวนอกจากจ้องตากับคนที่ผมตะโกนบอกรักออกไป รู้ว่าเวลาเดินไปไม่ถึงสองนาทีแต่ผมรู้สึกว่าผ่านไปสองปีแล้ว ตอนนี้หัวใจผมเต้นแรงมากทั้งตื่นเต้นและประหม่ากับสายตาคมคู่นั้นที่มองมาด้วยความแปลกใจแต่เพียงไม่กี่วิความเย็นชาก็เข้ามาแทนที่


“หึ” มีเพียงเสียงหึในลำคอและมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อย จากนั้นก็หันหลังเดินออกจากโรงอาหารไป ผมมองตามและคิดว่ากูทำอะไรไปวะ หรือพี่เขาจะอายแล้วลามไปเป็นโกรธ


“ลองมานอนกับกูดูก่อนไหมล่ะ แล้วก็จะพิจารณาดูอีกที”


“อะ” 






อ่าาาาา กลับมาแล้วค่าาาาาา ก่อนอื่นต้องขอโทษที่มาอัพช้านะคะพอดีกลับบ้านต่างจังหวัดแล้วลืมหยิบคอมไปด้วยทีนี้อยู่บ้านยาวเลยไฟล์สำรองก็ลืมส่งไว้ เพราะคิดว่าเอาคอมไปแน่ๆ สรุปคือ อดอัพเลยจ้าาา :mew6: :katai1:

แล้วที่สำคัญของคุณนักอ่านทุกท่านนะคะที่เข้ามาอ่านแล้วก็คอมเมนต์ให้กำลังใจนักเขียนด้วย  :mew1: :mew1: เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่แต่งภาษาอาจยังไม่สวยและลื่นมากก็ขออภัยด้วยยย จะพยายามปรับปรุงฝีมือขึ้นเรื่อยๆนะคะ :katai4:

ป.ล. หลังจากที่กลับมาถึงห้องพักก็รับอัพเลย ยังไม่ได้ตรวจคำผิดน้าาาา  :mew2:

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
รออยู่นะครับ

ออฟไลน์ รุ้งหลากสี

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 6
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
บทที่สอง ครอบครัว(ครึ่งแรก)


“ลองมานอนกับกูดูก่อนไหมล่ะ แล้วก็จะพิจารณาดูอีกที”
“อะ”


เฮ้อออ พอนึกไปถึงตอนนั้นทีไรก็อยากจะตบหัวตัวเองสักหลายๆที แทนที่จะเลือกวิธีอื่น แต่คิดไปคิดมา ไม่ว่าจะเข้าหาด้วยวิธีแบบไหนคนอย่างพี่จอมทัพก็ไม่ได้สนใจอยู่ดีแต่ก็เพราะหลังเหตุการณ์ในวันนั้นเหมือนกันที่ทำให้ผมได้เข้าใกล้พี่เขาได้อีกขั้นหนึ่ง

ครืดดด ครืดดดด


ผมที่กำลังจะเคลิ้มหลับต้องสะดุ้งขึ้นมาเพราะแรงสั่นจากมือถือตรงหัวเตียง

“หืม”

‘พ่อ’

ทำไมโทรมาดึกขนาดนี้

“ครับพ่อ โทรมาซะดึกเลย” ผมรับสายด้วยเสียงติดจะงัวเงีย

“แจ็คลูก คือตอนนี้แม่อยู่โรงพยาบาลนะ” พ่อพูดด้วยเสียงสั่นเครือเล็กน้อย

“อะไรนะครับพ่อ แม่เป็นอะไรครับ” จากประโยคที่พ่อบอกบวกกับน้ำเสียงพ่อมันทำให้ผมตื่นเต็มตาทันที

“หมอบอกว่าแม่แกเครียดลงกระเพาะน่ะ ก่อนมาอ้วกเป็นเลือดพ่อไปเจอพอดีเลยรีบพามาหาหมอ”

“แล้วตอนนี้แม่เป็นยังไงบ้างครับ ดีขึ้นหรือยัง”

“ตอนนี้หมอก็ให้นอนดูอาการน่ะ ให้ยาคลายเครียดไป แกก็ไม่ต้องเป็นห่วงมาก พ่อแค่โทรมาบอกเฉยๆ”

“พ่อครับทำไมแม่เครียดถึงขนาดนั้นล่ะ ปกติไม่เคยเป็นถึงขนาดนี้นี่ครับ” ผมถามพ่อไปพยายามตั้งสติเพราะตั้งแต่จำความได้แม่ไม่เคยไม่สบายถึงขั้นนอนโรงพยาบาลสักครั้ง

“เห้อ พ่อก็ไม่อยากจะเล่าเดี๋ยวแกจะเครียดไปอีกคน เอาเป็นว่าเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังทีหลังละกัน”


“พ่อครับผมอยากรับรู้ปัญหาของครอบครัวเรานะครับถึงผมจะช่วยไม่ได้มากแต่อย่างน้อยก็ขอให้ผมได้รู้นะครับพ่อ”

“เอาเป็นว่าวันหลังละกันนะ ตอนนี้แกก็ทำใจให้สบายอย่างเครียด รีบนอนได้แล้ว”

“งั้นพรุ่งนี้ผมจะรีบไปแต่เช้านะครับ” ผมรีบพูดก่อนที่พ่อจะวางสาย

“แกไม่ต้องมาหรอกมีเรียนไม่ใช่หรอ ตั้งใจเรียนไป เดี๋ยวพ่อจะส่งข่าวแกเอง” พ่อพูดด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้น


“แต่พ่อครับ”

“ไม่มีแต่ ตั้งใจเรียนไป ถ้ายังไงพ่อจะโทรบอกเอง ”

“ก็ได้ครับ” ผมจำใจต้องรับคำพ่อ ถึงแม้ว่าส่วนมากพ่อจะเป็นคนคอยพูดนั่นนี่กับแม่เพื่อให้ผมได้ทำสิ่งนั้นๆ แต่เวลาพ่อบอกว่าไม่ ผมก็ต้องเชื่อฟังทันที ถึงพ่อจะใจดีแต่เมื่อใดที่พ่อบอกว่าไม่ผมต้องเชื่อฟัง




08.00
“เฮ้ย แจ็คทำไมสภาพงั้นวะไม่ได้นอนหรอ” เอ็มที่เดินเข้าคลาสเรียนมาแล้วทักเมื่อเห็นสภาพผมที่หาว ตาพร้อมจะปิดตลอดเวลา

“อืม นอนไม่หลับน่ะ เมื่อคืนที่บ้านมีเรื่องนิดหน่อย” พูดเสร็จผมก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเพราะมีเสียงเรียกเข้า เป็นสายของแม่

“ครับแม่ เป็นยังไงบ้างครับผมเป็นห่วงมากเลย” ผมรีบรัวถามด้วยความเป็นห่วง

“ใจเย็นๆนะลูก ฮ่าๆๆ แม่ไม่เป็นไรแล้ว พ่อเราน่ะตื่นตระหนกเกินไป คุณก็ผมเป็นห่วงคุณมากไง”เสียงพ่อแทรกเข้ามาในสาย

“แม่ครับ ผมเป็นห่วงแม่นะ แม่มีเรื่องไม่สบายใจห้ามเก็บไว้คนเดียวนะครับ ยังมีพ่อ ยาย แล้วก็ผมที่คอยรับฟังตลอดนะครับ” ผมพูดด้วยเสียงสั่นเครือ

“โถ่ลูก อย่าทำเสียงอย่างนั้นสิ แม่ไม่เป็นไรแล้ว สัญญาจะไม่ทำให้ทุกคนเป็นห่วงอีกนะ”แม่ตอบกลับมาด้วยเสียงสดใสปกติ

“ครับ ผมก็จะตั้งใจเรียน จะรีบจบไปเป็นหมอเพื่อดูแลทุกคนนะครับ” พูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น

“ลูกแม่เก่งอยู่แล้วล่ะ แม่มั่นใจว่าลูกแม่จะต้องเป็นหมอที่ดีแน่ๆ”

“ครับแม่ งั้นแค่นี้ก่อนนะครับอาจารย์จะเข้าแล้ว รักนะครับ”

“จ้า รักลูกนะ ตั้งใจเรียนครับ”

“แม่ไม่สบายหรอวะ” หลังจากกดวางสายเอ็มก็ถามขึ้นทันที สีหน้ากังวลชัดเจน

“อืม แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว รอหมอเข้าตรวจช่วงบ่ายว่าจะให้กลับบ้านได้รึเปล่า”

“ที่มึงนอนไม่หลับเพราะเรื่องนี้สินะ ”

“อืม แต่ตอนนี้กูสบายใจขึ้นแล้วแหละ น้ำเสียงแม่ดูสดใสปกติแล้ว มึงก็ไม่ต้องกังวลล่ะ”

“เออๆ ดีแล้ว แต่ถ้ามีไรมึงต้องรีบบอกกูนะเว้ย เราก็เหมือนครอบครัวเดียวกัน”เอ็มบีบไหล่ให้กำลังใจผม

“อืม ตั้งใจเรียนเถอะ อาจารย์เข้าห้องแล้ว”


หลังจากที่เรียนเสร็จเราก็มาทานอาหารเที่ยงที่โรงอาหารคณะกัน ด้วยสภาพซอมบี้เหมือนเดิมโดยเฉพาะผมที่เมื่อคืนนอนไปไม่ถึงสองชั่วโมง

“ไหวไหมวะมึง กินข้าวเสร็จไปแอบงีบที่หอสมุดไหม” เอ็มเดินเข้ามาโอบเอวประคองผมไว้ คงกลัวผมล้มไปเนื่องจากออกจากห้องผมเซไปรอบหนึ่งแล้ว

“ก็ดีเหมือนกันว่ะ นี่ง่วงจนไม่หิวอะไรเลย” ผมตอบมันแล้วพยายามลืมตา จริงๆการอดนอนไม่ได้ทำให้ผมแย่ขนาดนี้หรอกครับ แต่เพราะวิชาที่พึ่งเรียนไปสูบพลังพวกเราในคลาสกันไปหมดนั่นแหละ ผมเลยอาการหนัก

“เอาน่ากินสักหน่อย เอาอะไรร้อนๆไหม ก๋วยเตี๋ยวคนไม่เยอะพอดี” เดินมาถึงโต๊ะว่างเอ็มก็รีบจัดการจะไปซื้อข้าวมาให้ทันที ช่างเป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ

“อืมได้หมดแหละ ขอบใจเว้ย” ว่าแล้วผมก็ฟุบหน้ารอกับโต๊ะ

“อ้าว น้องแจ็ครึเปล่าเนี่ย ทำไมสภาพเป็นอย่างนี้หล่ะ”ขณะที่กำลังจะหลับก็มีเสียงอันคุ้นเคยพร้อมกับสัมผัสหนักๆ ตบลงบนหลัง

“หืม อ้าวพี่วิช หวัดดีครับ มาทานข้าวนี่หรอครับ” เงยหน้าขึ้นก็รีบยกมือไหว้ทันที พี่วิชเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กของพี่จอมทัพ ซึ่งในกลุ่มก็มีพี่แกนี่แหละที่ช่วยส่งข่าวของพี่จอมทัพให้กับผม แต่อย่าไปบอกใครนะครับถ้าเรื่องถึงหูพี่จอมทัพเมื่อไหร่ผมสองคนเละแน่

“มากินข้าวกับสาวว่ะ” พี่แกตอบ

“แหม่พี่วันนี้แพทย์หรือพยาบาลล่ะ วันก่อนยังเห็นเป็นสาวถาปัตย์อยู่เลยไม่ใช่หรอ” ผมแซว แต่สายตากลับไม่ได้โฟกัสอยู่ที่ที่วิช
“ทำมาแซวกูนะมึงไอ้น้อง กำลังพูดกับกูอยู่นะครับ สายตามึงน่ะมองหาใครเอ่ย” พี่วิชพูดพร้อมจับล็อคหน้าผมให้หันไปทางพี่แก
“แหะๆ ก็นั่นแหละครับ”

“ก็เหมือนเดิมแหละมึงน่าจะเดาได้ ”

“อ่า ผมก็หวังว่าจะได้เห็นหน้าสักแวบก็ยังดี” พูดด้วยเสียงสลดทำเอารุ่นพี่เลิ่กลักทำหน้าไม่ถูก ด้วยไม่ค่อยจะเห็นรุ่นน้องคนนี้ทำหน้าทำเสียงแบบนี้สักเท่าไหร่(ปกติถึงแม้จะทำก็ยังเป็นการแกล้งๆเล่นให้เพื่อนเขาสนใจบ้างน่ะนะ)

“เฮ้ยๆ แต่มันไปเพราะเรื่องงานด้วยนะเว้ย ถ้าไม่มีเรื่องงานมันไม่ไปหรอกเชื่อกู”ละล่ำละลักบอกพร้อมกอดคอจนหน้าผมจะแนบกับรักแร้พี่มันอยู่แล้ว

“ฮ่าๆ พี่ปล่อยผมก่อนจากจะตายเพราะนอนไม่พอกลายจะตายเพราะหายใจไม่ออกเนี่ย” ผมรีบดึงแขนที่ไม่ต่างจากคีมเหล็กออก (พวกพี่มันกินข้าวกับอะไรวะแรงเยอะ ตัวแข็งกันชิบหาย)

“อ้าว ไอ้น้องนี่กูอุตส่าห์กลัวมึงเสียใจเห็นทำหน้าหงอย”พี่มันผลักผมหัวทิ่มเลยครับ

“ผมแค่ง่วงน่ะ พี่ เรื่องแบบนั้นของพี่ทัพน่ะ ผมชินแล้วครับ”

“เออๆ ไม่ไหวก็เลิกตามมันเถอะไอ้ทัพน่ะ มันไม่คู่ควรกับมึงสักนิด”

“อ้าว นั่นเพื่อนพี่ไม่ใช่หรอ ฮ่าๆ ”

“ก็เพราะเป็นเพื่อนนี่แหละถึงรู้ไส้รู้พุงกัน กูเป็นห่วงมึงนะเว้ย มึงก็ถือว่าเป็นน้องรักของกู”พี่วิชพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ขอบคุณครับ แต่ผมยังคิดว่าผมยังไหวนะ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ สู้ๆ ละกันถึงกูจะบอกว่ามันไม่คู่ควรกับมึงแต่กูก็อยากให้มีคนดีๆ ที่เอามันอยู่สักที” พี่แกตบบ่าให้กำลังใจด้วยแรงที่ไม่เบานัก คาดว่าถ้าผมไม่ทันตั้งตัวคงมีทรุดบ้างแหละ “งั้นกูไปหาสาวละ มึงก็กินข้าวเยอะๆล่ะ หน้าซีดเชียว จะเป็นหมอน่ะต้องห้ามไม่สบายนะเว้ย”พูดจบก็รีบวิ่งออกไปทันที มองตามไปก็เห็นว่าดาวคณะพยาบาลยืนโบกมือเรียกอยู่ตรงทางเข้าโรงอาหาร เล่นของดีอีกแล้วนะพี่

“อ้าว พี่วิชมันไปแล้วหรอวะ กะว่าจะให้เลี้ยงขนมสักหน่อย”หันกลับมาก็เห็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวชะเง้อคอมองตามพี่วิช

“มึงนี่ก็นะเห็นพี่มันเป็นไม่ได้เลยต้องไถเงินตลอด ทีกับกูทำไมชอบแย่งจ่ายวะ”ผมส่ายหัวไม่เข้าใจ

“เอ้า ก็พี่มันรวยนี่หว่า ส่วนมึงน่ะนะ เป็นน้องขนมตัวเล็กๆ ของกูกูก็ต้องเลี้ยงถูกแล้ว” ตรรกกะอะไรของมันวะ

“เฮ้อ แล้วแต่มึงเถอะ รีบกินกันดีกว่าง่วงไม่ไหวแล้ว”ใช้เวลาไม่ถึง 15 นาทีเราก็ทานกันเสร็จ แล้วรีบไปที่ห้องสมุดทันที

“เลือกมุมเดิมนะมึง เดี๋ยวกูไปคืนหนังสือที่ยืมมาก่อน” มาถึงบอกผมเสร็จ เอ็มก็ตรงดิ่งไปทางเคาท์เตอร์ทันที

“ขอให้ไม่มีคนด้วยเถอะ ง่วงมากกกก” พึมพำกับตัวเองขณะที่สองเท้าก็รีบก้าวไปยังมุมประจำที่ชอบมาอ่านหนังสือและแอบหลับในวันไหนที่มีสอนพิเศษแล้วกลับดึก

“พี่ทัพคะ ตรงนี้จะดีหรอ”


กำลังจะก้าวพ้นชั้นหนังสือที่บังมุมประจำไว้ก็ได้ยินเสียงที่ทำให้ผมต้องชะงักเท้าเอาไว้

“หึ อย่าถามเลยถ้าเบียดเข้าหาขนาดนี้แล้ว”
และเสียงต่อมาทำให้ผมยิ่งยืนตัวเกร็ง หัวใจเต้นกระหน่ำ ภาวนาว่าขออย่าให้เป็นคนคนนั้นเลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-01-2022 01:15:53 โดย รุ้งหลากสี »

ออฟไลน์ รุ้งหลากสี

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 6
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
บทที่สอง ครอบครัว(ครึ่งหลัง)
[/i][/b]

“พี่ทัพคะ ตรงนี้จะดีหรอ”

กำลังจะก้าวพ้นชั้นหนังสือที่บังมุมประจำไว้ก็ได้ยินเสียงที่ทำให้ผมต้องชะงักเท้าเอาไว้

“หึ อย่าถามเลยถ้าเบียดเข้าหาขนาดนี้แล้ว” และเสียงต่อมาทำให้ผมยิ่งยืนตัวเกร็ง หัวใจเต้นกระหน่ำ ภาวนาว่าขออย่าให้เป็นคนคนนั้นเลย

“งือ พี่ทัพก็”

ขณะที่ยืนฟังบทสนทนาความคิดก็ตีกันในหัวว่าจะเอาอย่างไรดีจะเดินเข้าไปหรือออกไปหามุมอื่น เมื่อแน่ใจแล้วว่าคนในบทสนทนานั้นคือคนที่ตัวเองคอยตามจีบมาได้ระยะหนึ่งแล้ว

 เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าตัวเองควรจะถอยออกไปดีกว่าก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อเพื่อนสุดที่รักมาได้ถูกจังหวะเหลือเกินแถมยังเรียกชื่อผมซะเสียงดัง

“อ้าวไอ้แจ็คยืนทำอะไรอยู่วะทำไมไม่เข้าไปหรือว่ามีคนจองแล้ว”

“เชี่ย เบาๆ สิวะ” กำลังจะรีบลากแขนเพื่อนออกมาหางตาก็เห็นผู้ชายร่างสูงคุ้นตาเดินออกมาจากมุมโปรดของพวกผม

“อ้าวพี่ทัพนี่ พี่มะ เอ่อ”ไอ้เอ็มที่กำลังจะทักทายพี่ทัพถึงกับชะงักไปเมื่อเห็นว่านอกจากคนตัวสูงแล้วยังมีรุ่นพี่สาวสวยเดินตามออกมา มือก็จัดกระดุมเสื้อ ดึงกระโปรงที่ต่อให้ดึงยังไงก็ไม่มีทางจะยาวได้อีกแล้ว อยู่

“เอ่อ หวัดดีพี่มาทำอะไรครับ” ผมที่สติยังไม่กลับเข้าร่างดีก็ทักออกไปและตามด้วยคำถามที่เด็กอนุบาลยังรู้เลยว่าไม่ได้ผ่านสมองออกไป

“หึ ” พี่มันร้องหึในลำคอมองมาทางผมด้วยสายตาว่าคิดรึยังที่ถามแบบนี้

“โถ่ เพื่อน พี่เขาก็มาอ่านหนังสือสิวะ เรารีบไปกันดีกว่า เดี๋ยวรบกวนพี่เขากว่านี้”

“เดี๋ยว” เอ็มกอดคอกำลังจะลากผมไปมุมอื่นก็มีเสียงทุ้มเรียกเอาไว้

“ครับ ?” ผม/เอ็ม

“ฉันจะไปแล้วพวกนายจะเข้าไปก็ได้” เหมือนจะพูดกับพวกผมแต่สายตามองมาที่ผมคนเดียวนิ่ง เหอะ  จะให้เข้าไปในที่ที่พี่มันพึ่งจิ๊จ๊ะกับสาวมาสดๆร้อนๆ เนี่ยนะ ผมคิดแล้วก็เผลอมุ่ยหน้าไม่รู้ตัว

“เหมือนจะมีคนไม่พอใจนะ” พูดด้วยเสียงยียวน

“ใครไม่พอใจหรอ ไม่มี๊!!!” ผมรีบพูด

“ไอ้แจ็คมึงน่ะอย่าร้อนตัวสิ” เอ็มก้มมากระซิบให้ได้ยินกันสองคน

“หรอ ที่ทำหน้าเมื่อกี้ก็คือปกติสินะ” ฮึ่ม ถ้าไม่ติดว่าชอบตามจีบอยู่นี่มีวางมวยกันสักยกอ่ะบอกเลย กวนนักคำพูดไม่เท่าไหร่แต่ไอ้สายตาน่ะ ฮึ่ย

“พี่ทัพคะ เราไปกันเถอะค่ะ นี่ก็จะได้เวลาพี่เข้าเรียนแล้วนะคะ ” พูดไปพี่สาวก็ควงแขนเบียดเข้าหาพี่มันจนอะไรๆ ก็แทบจะแนบกันไปหมด พี่มันหันไปมองหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวแวปหนึ่งแล้วหันกลับมามองหน้าผมเหมือนเดิม จากนั้นก็เดินควงกันออกไปไม่ลากันสักคำ เฮ้ออออ

“เชี่ย ทำไมกูรู้สึกหมั่นไส้พี่มันขึ้นทุกวันวะ ” เมื่อคนทั้งคู่เดินออกไปจนพ้นสายตาเอ็มก็เริ่มเริ่มบ่นทันที

“มึงหมั่นไส้หรืออิจฉาเอาดีๆ ” ผมเอาไหล่กระแทกแหย่มัน

“มันก็ทั้งสองนั่นแหละ กูก็หล่อเหอะทำไมสาวๆเขาไม่ตาม ไม่เข้าหากูเหมือนพี่มันบ้างวะ”ว่าแล้วก็เดินไปกระแทกตัวนั่งลงเก้าอี้ประจำ

“ก็ที่เขาไม่เข้ามาเพราะมึงมาทำตัวติดกับกูไง ป่านนี้เขาคงคิดกันไปทั่วแล้วมั้งว่ามึงอ่ะเมียกู”

“มึงพูดแบบไม่ได้ผ่านการคัดกรองจากสมองอีกแล้วใช่ไหมไอ้แจ็ค ถ้าคนอย่างมึงเป็นผัวกู โลกนี้ใครก็เป็นผัวได้ทุกคนละ”

“เอ้า กูออกจะมาดแมน ถ้ากูจีบพี่ทัพติดแล้วมึงจะไม่กล้าดูถูกกูอีกเลย ” ผมยืดอกภาคภูมิใจในความโซหลัวของตัวเอง

“ถามจริง ที่มึงจีบพี่มันนี่มึงคิดว่าจีบติดแล้วสถานะมึงนี่คือผัวหรอวะ ” แล้วทำไมมึงต้องหน้าเบื่อหน่ายน้ำเสียงสิ้นหวังขนาดนั้นด้วยวะ

“มึงรอดูก็แล้วกัน เดี๋ยวจะหาว่ากูโฆษณาตัวเองเกินจริง” ผมตัดบทเตรียมตัวเข้าสู่ห้วงนิทรา
ครืดดดดด ครืดดดดดด

“หืมกำลังจะเคลิ้มเลย ใครโทรมาวะ” พูดจบก็ควานหามือถือในกระเป๋าเป้ออกมา

‘หมายเลขที่ไม่รู้จัก’

“อ้าวไม่นอนอ่ะ เหลือเวลาแค่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงนะ” ไอ้เอ็มที่เดินไปเอาหนังสือมาเพื่อหนุนนอนเห็นผมนั่งจับโทรศัพท์อยู่ก็ทักขึ้น

“คนโทรมาว่ะ เบอร์แปลก”

“ลูกค้าที่มาติวกับมึงหรอเปล่า รับเถอะ”

“อืม สวัสดีครับ”

“สวัสดีครับ คุณใช่ญาติของนางบัวตองกับนายนพดลหรือเปล่าครับ” เสียงไม่คุ้นหูดังมาจากทางปลายสาย

“อ่า ครับผมเป็นลูกครับ ไม่ทราบว่ามีอะไรหรือเปล่าครับ” ผมถมกลับ ในใจคือมีลางสังหรณ์แปลกๆ ใจเต้นแรงขึ้นมาอย่าง
ประหลาด

“งั้น ทำใจดีๆ นะครับ พ่อและแม่ของคุณประสบอุบัติเหตุ ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล xyz ครับ

"อะไรนะครับ!!!!!" ไม่จริงใช่ไหม

“ครับ ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุ ตอนนี้ขอให้ญาติรีบเดินทางมาที่โรงพยาบาลนะครับ” ทันทีที่ได้ยินว่าพ่อและแม่ของผมประสบอุบัติเหตุ หูของผมก็ไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว รู้สึกเหมือนทั้งโลกของผมกำลังถล่ม ชาไปทั้งตัวแม้แต่หัวใจยังไม่ได้รู้สึกว่ามันเต้นอยู่เลยในเวลานี้

“แจ็ค เป็นไรวะ เฮ้ย มึงร้องไห้ทำไม แจ็ค”เอ็มที่สะดุ้งตกใจเสียงตะโกนของเพื่อนก่อนหน้านี้ กำลังทำตัวไม่ถูกเมื่ออยู่ดีๆ เพื่อนก็นั่งนิ่งตัวแข็ง ปล่อยมือถือหล่นลงโดนไม่สนใจ ที่สำคัญน้ำตาของเพื่อนเขากำลังไหล

“แจ็คเป็นไรวะ มึงตั้งสติหน่อย แล้วบอกกู” พยายามเรียกสติของเพื่อนดึงหน้ามาให้มองที่เขา เมื่อเห็นว่าจะไม่ทันการณ์ก็หยิบโทรศัพท์ของเพื่อนขึ้นมาแล้วโทรกลับเบอร์ล่าสุด ได้ความว่าพ่อและแม่ของเพื่อนสนิทนั้นประสบอุบัติเหตุตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล

“มึง ตั้งสติใจเย็นๆ เดี๋ยวกูจะพามึงไปหาพ่อกับแม่เอง เข้าใจที่กูพูดไหม” เขย่าเพื่อนเพื่อเรียกสติอีกครั้ง แจ็คที่ตอนนี้นั่งน้ำตาไหล ตัวสั่น ทำอะไรไม่ถูก ในสมองตอนนี้มีเพียงแค่ว่าต้องไปหาพ่อกับแม่

“พ่อ แม่ ต้องไปหาพ่อกับแม่ เอ็มกู ต้องไปแล้ว” เอ็มที่กำลังเก็บของหันมาคว้าแขนเพื่อนไว้แทบไม่ทันอยู่ดีๆ ก็ทำท่าจะเดินออกไปไม่รอเขา ด้วยสติที่ไม่รู้ว่าเหลือถึง 20 % หรือเปล่า

“เฮ้ย ๆ รอเดี๋ยวเก็บของแล้วกูจะพาไป ” มือหนึ่งดึงแขนเพื่อนอีกมือหนึ่งก็ยกกระเป๋าขึ้นสะพาย

“ไปมึง” พูดจบก็กอดเอวประคองเพื่อนให้เดินตาม สภาพมันตอนนี้ เดินเองจะถึง 10 ก้าวรึเปล่าเถอะ สมาชิกที่นั่งอยู่ในหอสมุดตอนนี้ต่างมองเพื่อนสนิทที่ประคองกันออกไป ตนหนึ่งน้ำตาไหลนองหน้า อีกคนก็หน้าเศร้า พยายามพูดดึงสติเพื่อนอยู่ตลอด ออกจากหอสมุดมาได้ก็พาเพื่อนเดินลัดเลาะไปเพื่อให้ถึงรถเร็วที่สุด ที่ลานจอดมีสายคาคมดุคู่หนึ่งที่มองตามทั้งคู่ซึ่งสายตาเอาแต่โฟกัสคนที่มีน้ำตาเต็มใบหน้า เขาบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรตอนเห็นภาพนั้น รู้ตัวอีกทีก็ขับรถตามทั้งคู่ออกมาจากหมาลัยแล้ว

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0

ออฟไลน์ Purimtat.jt

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 2
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด