King Class Away: ทำยังไงไม่ให้ติดห้องคิง (18+) ตอนที่ 43: 12 เมย.64 จบแล้ว
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: King Class Away: ทำยังไงไม่ให้ติดห้องคิง (18+) ตอนที่ 43: 12 เมย.64 จบแล้ว  (อ่าน 9432 ครั้ง)

ออฟไลน์ Sorrowkung

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 103
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
King Class Away: ep21
จุดวิกฤต


เช้าวันจันทร์

ผมเดินเข้าซอยโรงเรียน ผมหวังว่าจะเจอบอมยืนรอที่ร้านน้ำหน้าโรงเรียนเหมือนเดิม แต่อีกใจก็หวังว่าจะไม่เจอเขา (อะไรวะใจตรู)
“หวัดดีพัต” เสียงสนตะโกนทัก
“หวัดดีสน หวัดดีบอม”
“นี่ เราเอาขนมสัมปันนีของขึ้นชื่อตลาดศาลเจ้าโรงทอง จ.อ่างทอง บ้านลุงเรามาฝาก”
“ขอบใจนะสน”

บอมไม่ยิ้มเหมือนทุกวัน ผมเองก็ยังทำตัวไม่ถูก ก็เมื่อคืนก่อนเรานัวเนียกันซะขนาดนั้น แค่เห็นเขาอยู่ตรงหน้านี้ผมยังใจเต้นแรงและรู้สึกผิด ยังมองหน้ากันได้แบบนี้ก็โคตรปาฏิหาริย์แล้ว ถึงบอมจะบอกให้ยังเป็นเพื่อนกันก็เถอะ

“หวัดดีพัต” บอมทักเบา ๆ
“หวัดดีบอม”
“เอ้อพัต บอมบอกว่าโทรทัศน์บ้านนายจอใหญ่มาก ดูบาสกันสนุกเลยล่ะสิ เสียดายจังเราดันติดธุระ”
“อ...อืม” ผมชำเลืองมองบอม หน้าเกลี้ยงคิ้วเข้มกับริมฝีปากที่ผมเคย…
“พัต ได้ยินเราเปล่า?”
“เหอ? สนว่าอะไรนะ?”
“เราถามว่านายชอบทีมไหนเหรอ? มีทีมในดวงใจมั้ย?”
“เอ่อ เราเพิ่งเริ่มเล่นบาสอ่ะ ไม่ค่อยรู้เรื่อง โทษทีนะ”
“เฮ้ยยยย! อยู่กับบอมทั้งคืนนี่ไม่โดนมันไซโคให้ชอบทีมโปรดมันเหรอว้า? Miami Heat น่ะ!”
...ไอ้คำว่าอยู่กับบอมทั้งคืนนี่ทำผมแทบสะอึก ตรูไม่โดนไซโคแต่ผลัดกันไซ้ตั้งแต่บนลงล่างเลย…

“เอ้อ เรื่องติวเลขสำหรับสอบเก็บคะแนนเนี่ยวันนี้เราน่าจะติวจบบทสุดท้ายละนะ บอมสนดิมจะได้มีเวลาอ่านวิชาอื่นต่อ”
“งั้นเจอกันเที่ยงนี้นะ” บอมพูดแล้วเดินเข้าห้องประจำชั้นไป

“พัต เดี๋ยวแวะห้อง 3 ก่อนนะ”
“อืม”
“หวัดดีเอส หวัดดีตี้”
“หวัดดีสน พัต”
“เราเอาขนมสัมปันนีของขึ้นชื่อตลาดศาลเจ้าโรงทอง จ.อ่างทอง บ้านลุงเรามาฝาก”
“ขอบใจนะสน”
“พวกนายนั่งติดกันเลยเหรอวะ มิน่าสนิทกันจัง”
“ช่าย สนิทมาก” ตี้หัวเราะ
“ไม่สนิทว้อย!” เอสเถียง

พอเอาขนมให้เอสกับตี้เสร็จผมกับสนก็เดินต่อไปตามระเบียง
“ทำไมวันนี้บอมมันพูดน้อยจังวะ? ทุกทีดูแข่งแล้วแมร่งจะคุยช็อตเด็ดได้ทั้งวัน”
“ม...ไม่รู้สิ เดี๋ยวเราเข้าห้องเราละนะสน ขอบใจสำหรับขนมนะ”
“เออ เจอกันตอนเที่ยง”

สนเดินต่อไปห้องประจำชั้นของเขาที่สุดระเบียง ดิมยืนรอเขาอยู่
“หวัดดีสน”
“........”
"เราโทรหานายเสาร์อาทิตย์แต่โทรไม่ติด"
"กรูไปต่างจังหวัด ไม่มีสัญญาณ" สนเดินผ่านดิมไปด้วยหน้าบูดบึ้ง
“สน เราอยากคุยกับนาย”
“คุยมาดิ”
“ไปคุยกันข้างล่างได้มั้ย?”
“คุยตรงนี้แหละ”
ดิมเงียบไป “นายโกรธเราแล้ว”
“เออ”
ดิมยืนนิ่งเงียบ ปล่อยสนเดินเข้าห้อง 4/8 ไป


12:14น. โรงอาหาร

ผมวางชามก๋วยเตี๋ยวลงบนโต๊ะ
“พัต มริงซื้อ เอ๊ย! นายซื้อก๋วยเตี๋ยวได้แล้วเหรอวะ?” สนถามแบบแปลกใจ
“อืม คนไม่ค่อยเยอะก็เลยกิน” จริง ๆ คือผมไม่อยากให้บอมเสนอตัวซื้อก๋วยเตี๋ยวให้ผมอีกแล้ว ผมควรเลิกรบกวนเขาเสียที
“สนคุยกับเราตามปกติก็ได้ เราไม่ถือหรอก เอ้อ! แล้วดิมล่ะ?”
“ไม่รู้ดิ ตอนเลิกคาบ 4 ก็ยังไม่เห็นมันออกมาเลย”
“คืออาจารย์สอนเลยพักเที่ยงอีกแล้วเหรอ?” บอมถาม
“ไม่รู้สิ กรูไม่ทันสังเกตอ่ะ”

มีอะไรประหลาด ๆ แฮะ ปกติเห็นสนมาพร้อมดิมตลอด แต่ช่างเถอะ ตัวผมตอนนี้เองก็ใช่ว่าจะปกติ
“เดี๋ยวนะพัต ทำไมวันนี้มริงดูแปลก ๆ วะ?”
“อะไรเหรอ?”...ฉิบหายล่ะ! ผมก็เช็คกระจกแน่แล้วนะว่าไม่มีรอยแดงรอยดูดอะไรทั้งนั้น…บอมเองก็นั่งนิ่งเหมือนกัน…

“ทำไมวันนี้มริงนั่งข้างกรูวะ? ทุกทีตอนกินข้าวมริงนั่งข้างไอ้บอมตลอด”
ก็วันนี้ผมไม่อยากนั่งข้างบอมไงเล่า! แค่แขนใกล้เขา ได้กลิ่นโคโลญจ์ รู้สึกไออุ่นจากตัวบอม ใจผมก็ย้อนกลับไปคืนนั้นแล้ว
“ยังไงก็รีบกินข้าวละกัน จะได้มีเวลาติวเยอะ ๆ เอาให้จบวิชาเลขวันนี้เลย”

บอมมองผมด้วยแววตาที่เจ็บปวดตอนผมพูดคำว่า “จบ”
ผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะสื่อความหมายแบบนั้นนะ และผมเองก็เจ็บเหมือนกันที่ดันทำให้ความสัมพันธ์ของเราจบเห่ มันไม่ควรเริ่มตั้งแต่แรกแล้ว ผมบอกตัวเองเสมอว่าคนนิสัยดีอย่างบอมน่าจะมีแฟนสวย ๆ อย่างอั้ม แต่ผมก็ยังปล่อยตัวเองให้มีความหวังปลอม ๆ เก็บเกี่ยวความสุขจากนิสัยชอบดูแลเพื่อน ๆ ของเขา

“บทสุดท้ายเป็นเรื่องค่าวิกฤต คือค่า x ตรงจุดที่กราฟวกกลับ ถ้าเราลากเส้นความชันของกราฟจะเห็นว่าณ ตำแหน่งนั้นเส้นความชันขนานไปกับแกน x และเรียกตำแหน่งนั้นว่าจุดวิกฤต อย่างกราฟพาราโบล่าจะมีจุดวิกฤตที่ตำแหน่งสุดของปลายโค้ง วิธีคำนวณหาค่า x คือ...”

...แมร่งเอ๊ย วิชาเลขบทสุดท้ายก็ช่างได้ความหมายแย่ ๆ ซ้ำเติมชีวิตซะเหลือเกิน…ติวเลขจบแล้ว จากนี้ผมจะเจอบอมแค่คาบสันทนาการกับการซ้อมบาสที่...เอ่อ...อันตรายยิ่งกว่าการติวซะอีก
“ขอบใจมากนะพัต เราเข้าใจขึ้นเยอะเลย แล้วเย็นนี้คาบ 8 เจอกันที่สนามบาสนะ”
สนลุกไปแล้ว เหลือแต่บอมนั่งเงียบอยู่ ผมเก็บสมุดหนังสือเตรียมกลับห้อง
"บอม เราไปละนะ"

ผมลุกเดินมาได้ไม่กี่ก้าวบอมก็เดินตามมา
"พัต"

โทรทัศน์ในโรงอาหารเล่นเพลงฝรั่งขึ้นมา
Don't know when I've been so blue
Don't know what's come over you
You've found someone new and
Don't it make my brown eyes blue


“พัต” บอมเรียกชื่อผมซ้ำ แค่นั้นก็ทำให้ผมต้องหันกลับไปหาเขา ...ยังไงผมก็ไม่เคยขัดใจบอมได้จริง ๆ ตาสีน้ำตาลของบอมฉายแววเศร้าตอนมองมาที่ผม ตรูสงสัยว่าใครแมร่งปล่อยคิวเพลงวะ ตั้งแต่เมื่อวันศุกร์แล้ว ได้บรรยากาศทุกเพลง โดนทุกดอก

Don't it make my brown eyes blue สิ่งที่เธอทำ ทำให้ดวงตาสีน้ำตาลของฉันต้องโศกา

“เย็นนี้พัตจะมาเล่นบาสด้วยกันมั้ย?”

I'll be fine when you're gone
I'll just cry all night long
Say it isn't true and
Don't it make my brown eyes blue


ผมรู้ว่าบอมยังอยากให้ผมเป็นเพื่อนเขาเหมือนเดิม มาซ้อมบาสกับเขา สิ่งเดียวที่ผมไม่รู้คือจะอยู่ในฐานะอะไร
“มาสิ เราชอบเล่นบาส"

Tell me no secrets, tell me some lies
Give me no reasons, give me alibis


"เราเป็นสมาชิกชมรมต้องมาทุกวันอยู่แล้ว บอมไม่ต้องห่วง”

Tell me you love me and don't let me cry
Say anything but don't say goodbye


“บอมช่วยซ้อมให้เราได้เป็นตัวสำรองทีนะ”
การฝืนตัวเองให้อยู่ใกล้นายเหมือนเพื่อน...ทั้งที่ผมคิดและทำไปไกลเกินเพื่อนแล้วนั้นยากมาก แต่ถ้าบอมต้องการผมก็ทำให้ได้
“อืม เดี๋ยวเรารอนะ” บอมยิ้มและโอบไหล่ผม เหมือนให้อภัยผมแล้ว เหมือนเหตุการณ์คืนนั้นไม่เคยเกิดขึ้น
...แมร่งเอ๊ย ลำบากใจชิบเป๋ง…


15:40น.
คาบ 8 วิชาสันทนาการ

ผมมาที่สนามบาสก่อนบอมเพื่อหาทางเลี่ยงเขา ทำไงดีวะ ตอนแรกผมคิดว่าว่าถึงยังไงเขาคงไม่กลับมา “สนิท” กันถึงระดับมือปลาหมึกอีกครั้ง เนี่ยในละครพอผ่านเหตุการณ์ประมาณนี้มา เค้าต้องมองหน้ากันไม่ติด อยู่กันห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ แบบหน่วง ๆ ปนเศร้า ๆ ซึ่งอย่างน้อยผมคงสบายใจว่าจะไม่เผลอใจอีก

แต่ไอ้โอบไหล่เมื่อตอนเที่ยงนั่นแมร่งแหวกทุกกฎ! บอกเลยว่าจุดวิกฤตที่ 2 แบบกราฟทรงคลื่นจะมาแน่นอน!

บอมเดินมาแต่ไกลแล้ว ผมต้องลงมือแล้ว!
“อาจารย์ครับ ผมว่าผมยังวิ่งเลี้ยงบอลไม่คล่องครับ ควรฝึกยังไงดีครับ?”
อาจารย์ประจำชมรม (และเป็นโค้ชทีมกีฬาบาสประจำโรงเรียน) หันมาตาเป็นประกาย
“เยี่ยมมากนายนนทภัทร รู้ส่วนที่ตัวเองยังอ่อน งั้นฝึกเลี้ยงบอลซิกแซกตามแนวกรวยพวกนี้ ขึ้นลงสุดขอบสนามไปเรื่อย ๆ นะ ไม่ต้องรีบ เอาท่าเป๊ะจนร่างกายจำได้ก่อน” อาจารย์จัดกรวยวางเรียงเป็นเส้นให้
“ครับอาจารย์”

“พัตขยันจัง” บอมยิ้มทัก ผมผงกหัวตอบแล้วเลี้ยงบอลวิ่งไปมา แบบนี้บอมเข้าหาผมไม่ได้แน่
ในที่สุดผมก็ผ่านคาบ 8 มาได้โดยบอมไม่มีโอกาสเข้าใกล้ แต่แมร่งเหนื่อยชิบเป๋ง หอบแฮ่กเลย
จู่ ๆ ก็มีอะไรเย็น ๆ มาแตะต้นคอ
“พัตมริงฟิตสาดอ่ะ มริงควรกินน้ำบ่อย ๆ ด้วยนะ” สนที่เหงื่อเต็มตัวยื่นขวดน้ำเย็นให้ผม
“ขอบใจนะสน”
“คืนนั้นดูแข่งแล้วมีไฟขึ้นมาเลยสินะ?”
“อือ” ผมตอบสั้น ๆ ...ไฟน่ะใช่ แต่แมร่งเป็นไฟราคะนะ เตลิดเบรกไม่อยู่เลยล่ะ
“ไงพัต วันนี้ขยันจัง” บอมเดินเข้ามานั่งข้าง ๆ เหงื่อโทรมตัวหลังจากฝึกทีมกับรุ่นพี่
“อ...อือ”
“มีเวลาอีกครึ่งชั่วโมงก่อนพ่อพัตมารับใช่มั้ย? งั้นเดี๋ยวเราสอ...”
“เราจะฝึกเลี้ยง control ลูกตามคลิปนี้นะ” ผมยกมือถือที่เสียบพาวเวอร์แบ้งค์พร้อมเปิดคลิปยูทิวป์ อาวุธที่สองที่ผมเตรียมมา
“อ้อ...เอ่อ ก็ดีนะ” บอมหน้าเหวอเล็กน้อย

ผมลุกขึ้นซ้อมทันที
“ย่อเข่า เขย่งเท้าเล็กน้อย หลังตรง เลี้ยงข้างละ 100 ที บอลต่ำกว่าหัวเข่า อีกมือยกไว้คอยป้องกัน”
เนี่ย ตึ๊บ ๆๆๆๆๆ ท่าเป๊ะ บอมไม่มีทางเข้ามาขัดผมได้แน่
“บอม เมื่อคืนนั้นมริงทำอะไรไอ้พัตวะ ทำไมแมร่งขยันฟิตจัดขนาดนี้” สนหันไปถามบอม
“เอ่อ...ก็...ก็พากษ์อธิบายเกมให้พัตฟัง เค้าคงยิ่งชอบบาสมั้ง เลยตั้งใจซ้อมอ่ะ” บอมหน้าแดงขึ้น

ห้าโมงเย็นแล้ว ผมรอจังหวะบอมเผลอก็หยิบเป้วิ่งออกประตูโรงเรียนเลย ไอ้การหลบหน้าคนที่เราพลาดไป XXX ด้วยทำไมมันไม่ง่ายไม่ดราม่าแบบในละครวะ! เขาควรมองผมจากไกล ๆ ด้วยสายตาเจ็บปวดเศร้าเหงาหน่วง ปล่อยตรูเดินผ่านไปพร้อมลมพัดใบไม้แห้งโปรย ๆ คั่นระหว่างเราสองคนสิเฟร้ย! ไม่ใช่มาโอบไหล่ยิ้มหัวเราะใกล้ชิดกันแบบนี้!

“พัต ทำไมเหงื่อเต็มตัวแบบนี้ล่ะลูก?” พ่อถามแบบตกใจ
“แดดร้อนน่ะครับพ่อ”
ผมต้องหนีแบบนี้อีกนานเท่าไหร่วะ เหนื่อยสาด ผมจะไม่ยอมให้ค่าความชันกราฟเข้าใกล้ 0 เป็นครั้งที่สอง


กลับถึงบ้าน รีบอาบน้ำแล้วลงมากินข้าว
“วันนี้พัตกินเยอะจัง”
“วันนี้ติวเลขสำหรับสอบกลางภาคเสร็จก็ซ้อมบาสน่ะครับ”
“ซ้อมกับบอมเหรอลูก?”
“ค...ครับ”
“ดีจังพัตตั้งใจเรียนและเล่นกีฬาด้วย ต้องขอบใจบอมนะเนี่ย วันหลังชวนเพื่อนมาเที่ยวอีกนะ”
“ครับแม่” ...เค้าคงไม่กล้ามาอีกแล้วล่ะ...

กลับขึ้นห้อง ...อีกนิดเดียวก็จะจบคืนนี้ แต่เดาเลยว่าบอมจะโทรมาแน่ และเสียงโทรศัพท์ผมก็ดังขึ้น เป็นบอมจริง ๆ ด้วย ผมทิ้งตัวลงบนเตียง เสียงเรียกเข้ายังดังเรื่อย ๆ ผมหมดมุกจะหนีหน้าเขาแล้ว
...พรุ่งนี้บอกบอมว่าเมื่อคืนเพลียจนหลับไปดีมั้ย
...แต่ก็อยากได้ยินเสียงเขา
...พัต มริงอยากเจ็บอีกเหรอ เค้ามีอั้มอยู่แล้ว
...แต่ถ้าบอมโมโหที่ผมไม่รับสาย แล้วเลิกเป็นเพื่อนกับผมล่ะ

ถ้ามีใครสักคนมองมา เขาคงนึกว่าเราเป็นคนรักกัน
ด้วยวิธีที่เธอทำที่ให้ความสำคัญ จนฉันบางทีก็ยังเผลอ
เผลอทุกทีที่เธอมากอด เผลอว่าเธอสุขใจที่เราได้เจอ
เคลิ้มไปตามที่เธอทำและเกือบหลงรักเธอ

...ไม่ใช่แค่เกือบอะดี๊...ทำไปแล้วด้วย บนเตียงนี่แหละ...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-12-2020 17:04:22 โดย Sorrowkung »

ออฟไลน์ Sorrowkung

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 103
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
King Class Away: ep22
Union and Except


วันอังคาร
6:30น.

เสียงโทรศัพท์ดังปลุกตี้ขึ้นมา หน้าจอขึ้นชื่อเอส
“ห...หวัดดี...เอส นี่นายจะโทรปลุกเราทุกเช้าจริง ๆ เหรอเนี่ย?”
“เออ! ก็นายบอกเองนี่” นี่เป็นเช้าวันที่สองแล้วที่เอสโทรมาปลุกตี้
“รีบตื่นเลย! แล้วเมื่อคืนนอนกี่ทุ่ม?”
“ฮ้าาาาว! ตีหนึ่ง”
“ดึก!”
“ขอโทษคร้าบ จะไม่ทำอีกแล้วคร้าบ”
“แล้วนี่จะกินอะไรเป็นข้าวเช้า?”
“หึ ๆๆ” ตี้ลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจ
“ขำอะไรวะ?”
“ก็นายเช็คแมร่งทุกอย่าง ยิ่งกว่าแฟนแล้วอ่ะ”
“..........”
“เขินเหรอวะ เงียบไปเนี่ย?”
“ตกลงกินอะไร? อย่ากวน”
“ก็คงข้าวเหนียวหมูปิ้งหน้าหมู่บ้านน่ะ”
“ห่านเอ๊ย ไม่ถูกหลักโภชนาการเลย งั้นมาเจอกันที่โรงอาหารนี่”
“คร้าบบบบ ดุกว่าแม่เราอีก”

เจ็ดโมง ตี้เดินเข้าซอยโรงเรียน เจอบอมกับสนนั่งอยู่
“หวัดดีพวกนาย”
“หวัดดีตี้”
“กินข้าวกันยังวะ?” ตี้ถาม
“พวกเรากินมาแล้วน่ะ นี่นั่งรอพัตอยู่ น่าจะใกล้มาละ”
“เราจะไปกินข้าวกับเอสที่โรงอาหารน่ะ ไปนั่งเล่นคุยกันป่ะ?”
“เออ ก็ดีเหมือนกัน ไปไหมบอม?”
“พวกนายไปเหอะ เราจะรอพัต” บอมตอบ
“ก็โทรบอกพัตดิว่ารอที่โรงอาหาร ไปเหอะเดี๋ยวเราเลี้ยงหมูยอ” ตี้พูดเสียงสดใส
“อารมณ์ดีอะไรวะตี้?” สนยักคิ้ว
“น่า ๆ จะได้มีเพื่อนคุย” ตี้ตอบแบบอารมณ์ดี
“ไปเหอะบอม มริงโทรบอกพัตก็ได้”
“เออ ๆ”

บอมโทรหาพัตระหว่างเดินเข้าโรงเรียน
“หวัดดีบอม”
“หวัดดีพัต เออพวกเราจะไปรอที่โรงอาหารนะ มีตี้กับเอสด้วย”
“อ...เอ่อ เรายังทำการบ้านไม่เสร็จเลย เราขึ้นห้องเลยละกันนะ โทษที”

“เออ แล้วดิมล่ะ หมู่นี้เราไม่เห็นเค้าเลย” เอสถามพลางตักข้าวหมูผัดผักรวมมิตรเข้าปาก
“เอ่อ...มันคงยุ่ง ๆ เรื่องเรียนมั้ง เห็นตอนคาบ 4 เรียนกันเกือบถึงคาบ 5 ตลอด” สนตอบ
“ห้ะ! คือไม่ได้กินข้าวงี้เหรอ?”
“ไม่รู้สิ” สนจิ้มหมูยอเข้าปาก พยายามซ่อนอารมณ์หงุดหงิดเวลาใครพูดถึงดิม

“เค้าเตรียมไปแข่งตอบปัญหาวิชาการไง” ตี้ตอบแล้วตักข้าวไข่ชะอมปลาทูเข้าปาก เมนูที่เอสเลือกให้
“นายรู้ได้ไงอ่ะ?” บอมถาม
“ก็เราเห็นรุ่นพี่ชมรมโสตเตรียมคิวไปถ่ายรายการน่ะ”
“แล้วทำไมพวกเราไม่เห็นต้องเตรียมตัวเลย?” เอสถาม
“ก็เค้าไม่ได้ให้เราไปไง เค้าส่งแต่ตัวแทนจากห้องคิงห้องควีน คิดว่าห้องธรรมดาอย่างพวกเราจะแข่งชนะโรงเรียนอื่นเหรอ?” ตี้หันไปตอบเพื่อนสนิท

“เอ้อบอม เรามีโปรเจคต์จะสัมภาษณ์ทีมโรงเรียนเรื่องการแบ่งเวลาเรียนกับซ้อมน่ะ เราอยากนำเสนอภาพลักษณ์ว่าเป็นนักกีฬาแล้วผลการเรียนก็ยังดีได้”
“อือ ก็น่าสนใจนะ เดี๋ยวเราคุยกับรุ่นพี่ให้”
“ไอ้พัตไง เรียนเก่งฉิบหายแต่ก็มาซ้อมบาสทุกเย็นนะ แมร่งเก่งขนาดติวพวกกรูได้ ตอนทำการบ้านพัตก็คิดโคตรไว กรูแตกสมการยังไม่เสร็จ พัตทำเสร็จแล้วอ่ะ” สนเอ่ย
“เราว่าพัตเก่งพอ ๆ กับดิมเลยล่ะ ขนาดตอนสอบเข้าพัตยังรู้คำตอบตั้งเยอะ” บอมบอก
“เออ วันนั้นพัตก็แนะนำหนังสือสรุปให้เราด้วย พูดจริง ๆ เรารู้สึกเหมือนพัตเคยเรียนม.4 มาแล้วว่ะ”

เอสเริ่มหน้าซีด
“เอส นายสนิทกับพัตนี่ เค้าซิ่วมาหรือไงวะ?”
“ไม่นี่ ก็เรียนมาตามระบบปกติ รีบกินเหอะจะเข้าแถวแล้ว”


16:30น.
สนามบาส

ผมเตรียมตัวซ้อม วันนี้จะใช้มุกไหนหลบหน้าบอมดีวะ
“พัต” บอมเรียก ...นายเป็นอโคไลท์เหรอ คิดปุ๊บวาร์ปมาปั๊บ
“หวัดดีบอม” ...ทำไงดีวะ อาจารย์ก็ยังดูกลุ่มรุ่นพี่อยู่ ผมต้องการตัวช่วยด่วน!
“เมื่อคืนเราโทรหาพัต นายนอนแล้วเหรอ?”
“ช...ใ..ช่ เมื่อวานซ้อมเยอะ กลับบ้านอาบน้ำกินข้าวนอนเลย โทษนะเราเพิ่งเห็น missed call ตอนเช้า”
“ตอนเที่ยงพัตก็ไม่มาทานข้าวกับพวกเรา”
“เอ่อ...”
“พัต...” บอมใช้สองมือจับบ่าผม ฉิบหายแล้ว!! บอมเล่นจู่โจมแบบนี้กลางสนามแล้วผมจะหนียังไงวะ ตาก็ประสานตา

เสียงเพลงจากลำโพงโรงเรียนดังแว่วมา
And I banished every memory you and I had ever made
But when you touch me like this
And you hold me like that
I just have to admit
That it's all coming back to me


ผมพยายามลืมเรื่องคืนนั้น ทุกสิ่งที่เราทำกัน แต่พอบอมจับบ่าผม ท่าเดียวกับตอนเขาจูบผม ความทรงจำทั้งหมดก็กลับมาชัดเจน...เราสองคนไม่สามารถแกล้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น

If I kiss you like this
And if you whisper like that


“เราขอโทษนะพัต พัตยังโกรธเราใช่มั้ย?” บอมพูดเสียงสั่นเบา ๆ แต่ได้ยินชัดเจนราวกับบรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดเหมือนคืนนั้น คืนที่ผมจูบเขา และเขากระซิบข้างหูผม ...พัตอยู่กับบอมนะ

The flesh and the fantasies all coming back to me
I can barely recall but it's all coming back to me now


ความรู้สึกคืนนั้นกลับมาอีกครั้ง ดวงตาสีน้ำตาล สัมผัสของผิว น้ำหนักตัว และความอุ่น
ความสุขที่ท่วมท้นจนคุมตัวเองไม่ได้ช่วงไม่กี่นาทีในตอนนั้นทำผมลืมหมดว่าอะไรไม่ควรทำ

“พัตยังให้เราเป็นเพื่อนอยู่ไหม? เราต้องทำยังไงให้พัตหายโกรธเรา?”
“บอม...เราไม่ได้โกรธนายนะ แต่เรา...”

If you forgive me all this
If I forgive you all that
We forgive and forget and it's all coming back to me


บอมจะยกโทษให้ผม ผมจะยกโทษให้บอมแล้วลืม ๆ ไปซะ จากนั้นเราก็ทำผิดซ้ำอีก
ไม่ใช่ละ!!!! ผมไม่รู้ใครเปิดเพลงแต่ผมจะหามันให้เจอและต่อยมันซะ เล่นซะตรูเคลิ้มเลย

...พัตอยู่กับบอมนะ...มันคืออะไรทั้งที่นายมีอั้มอยู่แล้ว ผมควรตอบสนองบอมยังไง ผมทำตามที่บอมขอไม่ได้จริง ๆ

“น้องบอมมานี่หน่อยสิ เห็นว่าจะมีรายการมาสัมภาษณ์เหรอ?” เสียงรุ่นพี่ตะโกนเรียกบอม เขาปล่อยมือจากผม
“พัตอย่าเพิ่งกลับนะ” บอมพูดด้วยสายตาอ้อนวอนก่อนเดินไปหารุ่นพี่
ผมควรทำยังไงดีวะ อยากตะโกนว่าบอมโว้ยนายควรไปอยู่กับอั้มดิวะ จะทำผิดซ้ำอีกทำไม...แต่ผมก็ไม่กล้าพูดออกไปสักคำ

“ช่วงนี้วิทยุโรงเรียนเป็นอะไรวะเปิดแต่เพลงเก่า” สนเดินบ่นเข้ามา
“สน ช่วยสอนเราหน่อยดิ”
“สอนอะไรดีล่ะ?”
“อะไรก็ได้”
“งั้นก็เลี้ยง cross over ละกัน เป็นทักษะต่อจากที่พัตฝึกเลี้ยงบอลเมื่อวาน”


17:14น.

“สน พัตล่ะ?”
“มันกลับไปแล้วอ่ะ พ่อมันมารับแล้ว”
บอมทำหน้าแปลก ๆ “เอ่อ...เดี๋ยวเย็นนี้กรูไปนั่งเล่นบ้านมริงได้ไหมสน?”
“ได้ดิ” ผมตอบ

พอห้าโมงครึ่งพวกเราเปลี่ยนชุดกลับมาเป็นชุดนักเรียนแล้วเดินไปขึ้นรถเมล์
“ตั้งแต่ติวกันนี่กรูเรียนรู้เรื่องขึ้นเยอะเลย เดี๋ยวสอบกลางภาคเสร็จกรูจะไปซื้อรองเท้าใหม่ละ เนี่ยกาวที่แปะเริ่มเอาไม่อยู่แล้ว มริงดูดิ” ผมยกรองเท้าปากอ้าให้ไอ้บอมดู
“เออ มริงจะไปซื้อที่ไหนเหรอ?”
“กรูว่าจะไปดูที่ Sport world ก่อน หรือมริงว่าควรซื้ออนไลน์ดีวะ ถูกแต่ไม่รู้ของแท้มั้ย?”
“ไม่รู้ดิ”
“ถ้าไปสยามก็มีรองเท้าสวยหลายร้าน แต่ราคาแพง หรือไปดูที่ FBT หน้ารามดี?”
“.............”
“บอมมริงเป็นอะไรวะ?” ผมเห็นมันเหม่อ ๆ
“เดี๋ยวถึงบ้านมริงกรูจะเล่าให้ฟังนะ”

พอลงรถเมล์ก็เดินเข้าซอยมาถึงบ้าน บอมเก็บรองเท้าในตู้เหมือนเป็นบ้านมันเองเพราะมาตั้งแต่ป.4 แล้วก็เดินตามผมขึ้นชั้นสองเข้าห้องนอน

“สน เมื่อกี้พัตคุยอะไรกับมริงเหรอ?”
“มันให้กรูสอนเลี้ยงบอลว่ะ ทำไมเหรอ?”
“เปล่าไม่มีอะไร” บอมตอบเสียงเศร้า ๆ อะไรของมันวะ
“คือกรูมีเรื่องอยากปรึกษามริง” บอมพูดพลางนั่งลงบนเตียง
“เอาดิ ว่ามาเลย”
“คือ...” ไอ้บอมถอนหายใจ 1 ครั้ง
“เฮ้อ...” มันถอนหายใจครั้งที่สอง
“คือว่า...กรู...” มันอ้าปากพูดแล้วก็เงียบไปอีก
“บอม เรื่องอะไรวะทำไมมันพูดยากขนาดนั้น?”
“กรูบอกมริงแล้วมริงอย่าบอกใครนะ...คือกรูก็รู้แหละว่ามริงไม่เคยเอาไปพูดต่อ...แต่แบบ...”
“เออ ไม่พูดหรอก เหยียบไว้นี่เลย ไว้ใจกรูได้”
“คือกรู...” มันถอนหายใจครั้งที่สามแล้วทิ้งตัวลงบนเตียง

“กรูจูบพัต แล้วตอนนี้เขาโกรธกรู เขาไม่คุยกับกรูแล้ว”

ออฟไลน์ Ritawongishere

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออฟไลน์ KaitlyynDuff

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 18
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เกิดอะไรขึ้น??? อย่างไรก็ตามฉันชอบส่วนนี้มาก! หวานจริงๆโดยเฉพาะกับเนื้อเพลงที่เข้ากันได้ดีกับช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน รอไม่ไหวแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป! พวกคุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้? หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายการต่อไปจะได้รับการอัปโหลดเร็ว ๆ นี้!

ออฟไลน์ Sorrowkung

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 103
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
พอดีช่วงนี้ใกล้วันคริสมาสต์ ขอลงเรื่องสั้นของดิม Vector space เป็นเหตุการณ์ของดิมตอนม.3 นะครับ
Vector space: เราสองคนเป็นแค่ฝุ่นที่ลอยในอากาศ

ออฟไลน์ Sorrowkung

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 103
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
King Class Away: ep23
เผย


“คือกรู...” บอมถอนหายใจครั้งที่สามแล้วทิ้งตัวลงบนเตียง
“กรูจูบพัต แล้วตอนนี้เขาโกรธกรู เขาไม่คุยกับกรูแล้ว”
บรรยากาศนิ่งเงียบไป 10 วินาที...ผมได้ยินผิดเปล่าวะ?

“มริง...จูบ...พัต...หมายถึงไอ้พัตน่ะนะ?”
“อือ” ไอ้บอมตอบทั้งที่นอนนิ่งบนเตียง ตาเหม่อมองเพดานห้องนอนผม
“ไอ้พัต...นนทภัทร...เพื่อนเรานี่เหรอ?”
“อือ”
“คือ...พวกมริงสองคน...บังเอิญหกล้ม...ปากแตะกัน...แบบในละคร...ใช่มั้ย?” ผมพยายามจะเข้าใจไม่พลาด
“ไม่ใช่อ่ะ กรู...กรูตั้งใจเลย หลายครั้งด้วย”
คำตอบของไอ้เพื่อนสนิททำผมอึ้งกว่าเดิม บอมมริงชอบผู้ชายเหรอวะ?

ผมค่อย ๆ นอนลงข้างมันแล้วกระซิบถาม “เชรี่ยยยย...เมื่อไหร่วะ?”
“คืนวันศุกร์ ที่พวกเราจะไปดูบาสที่บ้านพัตแล้วมริงต้องไปช่วยงานที่บ้านน่ะ”
“เดี๋ยวนะ ไอ้พัตบอกว่าคืนนั้นพ่อแม่มันไปสมุยนี่ ใช่มะ?”
“อือ”
“หมายความว่า...พวกมริงอยู่กันสองต่อสอง...ทั้งคืน...แล้ว...มริงก็จูบไอ้พัตไปหลายครั้ง...กรูเข้าใจถูกมั้ย?”
“อือ”
“เชรี่ย!! คือมริง...มริงชอบไอ้พัตเหรอ?”
“อือ”
อือสั้น ๆ ของไอ้บอมทำผมตะลึง เพื่อนสนิทของผม ซอยตรงข้ามที่เรียนด้วยกัน เล่นบาสด้วยกันมา 6 ปีตั้งแต่ป.4 ผมไม่เคยเห็นมันสนใจเรื่องแฟน ขนาดอั้มมาจีบมันตั้งแต่ม.1 มันก็ไม่สน แต่นี่…

“คือจู่ ๆ มริง เอ่อ...อย่างนั้นเลยเหรอวะ? หรือมันมีอะไรมากกว่านั้นวะ? บอมมริงช่วยเล่าให้ละเอียดได้ไหม?”
“คือกรูกำลังจะแกล้งถอดเสื้อของพัตแล้วกรูก็อดใจไม่ได้ หอมแก้มซ้ายของพัต แล้วก็หอมแก้มขวา แล้วพัตก็จูบปากกรู ตอนแรกกรูก็นึกว่าจูบคือ...ปากแตะกันแบบในละครแต่...ลิ้นของพัตเข้ามาในปากกรูเลย กรูทำตัวไม่ถูกเลยว่ะ แต่แมร่งก็...เหรี้ยเอ๊ย...บอกไม่ถูกว่ะ กรูก็... คือแมร่ง กรูเลยจับเค้าพลิกลงแล้วกรูก็ขึ้นคร่อมแล้วจูบแล้วก็...”
“กรูหมายถึงเล่าให้ละเอียดว่าทำไมมริงชอบไอ้พัต! มริงเริ่มรู้สึกกับเค้าแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่! ไม่ใช่ให้มริงเล่าบทอัศจรรย์!” ผมรีบเบรคก่อนมันจะบรรยายไปไกลเกินเรต 18+
“ห่าน! ก็มริงบอกให้เล่าละเอียด!!” บอมเอาหมอนข้างฟาดมาทีนึง
“แล้วมริงจะตีกรูทำเชรี่ยไรเล่า! ตกลงมริงรู้สึกแบบนั้นกับพัตตั้งแต่เมื่อไหร่วะบอม? แล้วแกล้งถอดเสื้อนี่มันคืออะไรวะกรูงงไปหมดแล้ว”

บอมนิ่งไปครู่หนึ่งเหมือนกำลังคิดทบทวนความรู้สึก
“กรูเริ่มรู้สึกกับพัตคือตอนวันพฤหัสที่พัตไม่มาเล่นบาสกับพวกเราแต่ไปติวที่ซีคอนคนเดียว”
“อ่อ กรูจำได้”
“กรูเป็นห่วงเพราะเห็นพ่อเค้ามารับพัตทุกวัน แล้วนี่จะขึ้นรถเมล์เองถูกไหมเลยลองโทรไปถาม แต่พัตปิดมือถือ กรูยิ่งเป็นห่วงก็เลยขอรุ่นพี่กลับก่อน กรูอยากไปดูให้แน่ใจว่าเค้าโอเคมั้ย”
“ที่มริงเล่าให้กรูฟังว่าสุดท้ายมริงไปเจอพัตที่ป้ายรถเมล์หน้าซีคอนตอนฝนตกหนัก แล้วชวนเขาค้างบ้านมริง”
“อือ”
“แล้วไงต่อวะ? มันมีอะไรมากกว่าที่มริงเคยเล่าให้กรูฟังใช่มั้ย?”
“จริง ๆ ก็...มีอ่ะ คือกรูเล่าแบบเปิดใจกับมริงได้ใช่มั้ยสน? กรูไม่รู้จะพูดกับใครแล้วจริง ๆ”
“ได้ดิ ว่ามาเลย”
“คือแม่กรูให้พัตรีบไปอาบน้ำเพราะเปียกฝน แล้วกรูก็เอาผ้าเช็ดตัวกับชุดใหม่ไปให้ คือกรูเองก็นุ่งผ้าเช็ดตัวเตรียมไปอาบห้องข้างล่างอ่ะ กรูเคาะประตูห้องน้ำแต่พัตแค่แง้มประตูยื่นแขนมา...คือ...เค้าไม่ได้ใส่อะไรเลยไง พัตมันเขินแบบ...แบบว่าไงดีวะ...กรูบอกไม่ถูก หน้าเค้าตลกดี”
บอมเล่าไปหน้ามันก็เริ่มแดงไป ลิ้นแมร่งพันกันหมดละ

ผมพอเข้าใจบอมนะ ตอนผมกับไอ้พัตเข็นอุปกรณ์ไปเก็บที่โรงยิมแล้วผมถอดเสื้อ ไอ้พัตแมร่งหน้าเหวอเลิ่กลั่กเดินตัวแข็งโคตรขำเลย
“เวลาอยู่ในโรงเรียนพัตเค้าเป็นเด็กเรียน เครียด ๆ ไม่ค่อยพูด แต่พอเจอตอนทำหน้าตกใจแบบนั้นกรูก็ยิ่งอยากหยอกหนัก ๆ เลยเปิดประตูห้องน้ำเข้าไป”
“เชรี่ย! นี่มริง...”
“ตอนนั้นกรูแค่อยากแกล้งเค้าอ่ะ กรูอยากเห็นตอนพัตตกใจแค่นั้น”
“แล้วพวกมริงก็...?”
“บ้า! ไอ้พัดมันยันประตูไม่ให้กรูเข้า!”
...โล่งอก…

“แต่ก็นั่นแหละ กรูยิ่งรู้สึกว่าแกล้งพัตแล้วยิ่งสนุก พอตอนเข้านอนกรูก็อยากแกล้งพัตอีก กรูเลย...”
“มริงเลย...” อย่าบอกนะว่ามริงปล้ำ
“คือกรูเริ่มรู้ละว่าพัตจะเขินเวลากรูถอดเสื้อ”
“มริงเลย...”
“กรูเลยแก้ผ้านอน”
“เชรี่ยย!!”
“กรูมีผ้าห่มนะเว้ย...คือ...กรูแค่อยากแกล้งพัตเฉย ๆ อ่ะ แต่...” บอมพลิกตัวกดหน้าลงกับหมอน
“คือกรูรู้สึกสนุกดีเวลาพัตอยู่ใกล้ ๆ แต่ไม่รู้ทำไมกรูก็โกรธที่พัตไปที่ที่ไม่เคยไปคนเดียว กรูบอกว่าจะไปด้วยมันก็ดื้อ บอกว่าไปถึงแล้วจะโทรหากรูก็ไม่โทร กรูโมโหอ่ะที่ทำให้เป็นห่วง กรูหงุดหงิด กรูอยากแกล้งให้หายโกรธ แต่ไม่ใช่ว่ากรูโกรธมันจริง ๆ นะเว้ยสน แค่เห็นหน้าพัตกรูก็หายแล้ว เชรี่ยเอ๊ย! กรูไม่รู้จะอธิบายยังไง”

“บอม มริงหวงไอ้พัต”
บอมนิ่งเงียบไปนานจนผมนึกว่ามันขาดอากาศหายใจสลบไปแล้ว สักพักมันก็เอาหมอนออก
“กรูแปลกใช่มั้ยสน?”
“ไม่หรอก มริงเล่าไปเรื่อย ๆ ดิ กรูอยากฟัง”
“อือ ตอนนั้นกรูแค่อยากแกล้ง แต่พัตแมร่งตะแคงหันหนีกรูเลย นอนสักพักกรูเห็นว่าเค้านอนไม่หลับ กรูเริ่มรู้สึกแย่อ่ะ มริงว่ากรูแกล้งเค้าแรงไปไหม?”
“ถ้ามริงแก้ผ้านอนข้างกรู กรูยันมริงตกเตียงอ่ะ”
“นั่นแหละ พัตคงไม่อยากนอนกับกรูแล้วล่ะ แต่มันบ้านกรูไงเค้าคงไม่กล้าพูด กรูเลยลุกจะไปนอนที่อื่นเอง แต่...เค้าจับตัวกรูแล้วบอกว่านอนเตียงเดียวกันก็ได้”
“หืม?”
“ตั้งแต่ตอนนั้นกรูก็...กรูว่า...กรูชอบพัตไปแล้วว่ะ” ตอนบอมพูดประโยคนี้ ความเศร้าหายไปจากหน้ามัน

“กรูมีความสุขที่เห็นพัตอยู่บ้านกรู ใส่ชุดของกรู ได้ขึ้นรถเมล์ด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน เค้ายืมไม้ปิงปองของกรู ยิ่งกรูสอนบาสให้แล้วพัตตั้งใจทำได้กรูโคตรมีความสุข ถึงจะอยู่คนละห้องแต่ก็ติวด้วยกัน ทุกเย็นกรูดีใจที่พัตมาชมรม อยากให้พัตมาลงสนามจริงกับกรูเร็ว ๆ แต่อยู่ได้แค่ครึ่งชั่วโมงเพราะพ่อมารับ กรูยังอยากอยู่กับเค้าต่อเลยหาเรื่องเดินไปส่งบ่อย ๆ คือ...ไม่รู้ทำไมกรูอยากมีพัตอยู่ด้วยตลอดเวลา”
ผมพูดอะไรไม่ออกเลย มันกับไอ้พัต ที่ฝึกบาสกัน ติวด้วยกัน นั่งทานข้าวก็นั่งติดกัน ทุกอย่างเกิดขึ้นต่อหน้าผมแต่ในใจไอ้บอมมันรู้สึกอะไรมากกว่าที่ผมเห็น

“ที่กินพิซซ่าวันนั้นพัตมันเข้าใจผิดว่าเป็นวันเกิดมริง มริงคงดีใจมากเลยสินะ?”
“เชรี่ย กรูโคตรดีใจอ่ะ แล้วยิ่งรู้ว่าพัตเกิดหลังกรู 1 เดือน สนมริงจำได้ใช่มั้ยที่กรูเคยบอกมริงตอนป.4”
ผมจำได้ ตอนนั้นพวกเราเล่นบาสกันจนค่ำ บอมมันพูดขึ้นมาว่าใจมันอยากมีน้องไว้เล่นบาสด้วย แต่ถึงพ่อแม่จะมีน้องอีกคนตอนนั้นอายุก็ห่างกันมากแล้ว มาเล่นโหด ๆ ดึก ๆ กับมันไม่ได้ ผมไม่เข้าใจมันเท่าไหร่หรอกว่าความเหงาของมันที่อยู่กับแม่แค่สองคนนี่เบอร์ไหนเพราะผมมีพี่สองคนกับญาติเต็มบ้าน แต่ตอนนี้เริ่มเข้าใจแล้วว่าความเหงาของมันสุดขั้วจริง ๆ

“เหมือนจู่ ๆ กรูก็มีน้องอายุใกล้กัน แล้วยิ่งกรูรู้ว่าพัตก็ลูกคนเดียว พ่อแม่เค้าก็ไปต่างจังหวัดบ่อย ๆ พัตบอกว่าบางทีก็เหงา คือกรู...กรูไม่รู้ว่ากรูชอบพัตแบบไหน เป็นเพื่อน เป็นน้อง รู้แต่ว่ากรูอยากมีเค้าอยู่ด้วยตลอดเวลา แมร่งเอ๊ย! ยิ่งพูดกรูเหมือนยิ่งวิปริตว่ะ”
ผมตบหลังมันเบา ๆ “ไม่ใช่หรอกมริง จะคิดมากทำไม มริงชอบพัตก็คือมริงชอบพัต แล้วพัตก็คงชอบมริงเหมือนกันไม่ใช่เหรอเพราะมันเป็นฝ่ายจูบมริงอ่ะ? ทำไมมริงต้องกลุ้มใจด้วยล่ะ?”
“คือ...พัตเค้ามีแฟนอยู่แล้วว่ะ”
“เฮ้ยยยยยย!!! เป็นไปได้ไงวะ? ก็พัตมันขลุกอยู่กับพวกเราตลอด ตอนเช้าก็เข้าโรงเรียนพร้อมกันเดินเข้าห้องประจำชั้นพร้อมกัน ตอนเที่ยงก็แดรกข้าวด้วยกัน ตอนเย็นก็ซ้อมบาสแล้วมริงก็เดินไปส่ง มันจะมีแฟนตอนไหน? แล้วมริงรู้ไหมใครแฟนมัน?”
“รู้”
“ใครวะ?”
“อาจารย์บิ๊ว”
ผมอึ้งไปอีก 10 วินาที กรูหูไม่ฝาดใช่มั้ย?

“มริงว่าไงนะ? อาจารย์ที่เคยขับรถส่งพวกเราวันฝนตกนั้นน่ะนะ?”
“อือ” บอมเปลี่ยนท่านอนตะแคง
“เชรี่ยยย!!! บอมมริงแน่ใจเหรอ? นี่เรื่องใหญ่เลยนะโว้ย!! พัตเป็นแฟนกับอาจารย์ผู้ชายในโรงเรียนเนี่ยนะ? พัตบอกมริงเรอะ!?”
“เค้าไม่ได้บอกกรูหรอก แต่กรูเห็นกับตา วันนั้นที่กรูตามพัตไปซีคอน กรูเจอพัตกับอาจารย์นั่งด้วยกันที่ศูนย์อาหาร”
“แค่นั่งด้วยกันอาจไม่ใช่แฟนนะว้อย เออ...แต่มันก็แปลกจริง ๆ แหละเหมือนนัดไปเจอกันนอกโรงเรียนว่ะ”
“กรูมองจากไกล ๆ ไม่รู้เค้าคุยอะไรกัน แล้วอาจารย์ก็ยื่นถุงให้พัต แล้วพัตก็ร้องไห้”
“เชรี่ยยยย!!!!” บอมแมร่งยิ่งเล่าเรื่องก็ยิ่งน่าตกใจขึ้นทุกที

“สักพักพัตก็เดินออกไป ตอนนั้นกรูไม่รู้จะทำไง พอจะตามพัตก็คลาดกันแล้ว กรูวิ่งตามหาทั้งห้างจนไปเจอเค้าติดฝนที่ป้ายรถเมล์ใต้สะพาน ตอนนั้นกรูอยากจะถามให้รู้เรื่องแต่เห็นเค้าทั้งเปียกทั้งตาแดง...กรูพูดอะไรไม่ออก กรูอยากให้เค้าสบายใจ ...กรูอยากให้พัตอยู่กับกรูคนเดียว”

...มริงเลยชวนพัตไปค้างบ้านมริงสินะ…

“แล้วในถุงมีอะไรวะมริงรู้มั้ย?”
“กรูรู้ คือตอนพัตไปค้างบ้านกรูเค้าลืมถุงไว้ จนเย็นวันศุกร์กรูกลับถึงบ้านเห็นถุงนั่น กรูโคตรอยากเปิดดูแต่มันเรื่องส่วนตัวของพัต กรูไม่กล้าเปิด กรูกลัวมันโกรธ เลยโทรไปบอกเค้าว่าลืมของไว้”
“แล้วพัตว่าไงวะ? มันตกใจไหมที่รู้ว่าลืมถุงของขวัญไว้บ้านมริง?”
“ไม่นะ พัตถามว่าใช่วิดีโอเกมมั้ย กรูบอกกรูยังไม่เปิดดูเพราะเป็นของของพัต เค้าบอกกรูให้เปิดดูเลย จะแกะเล่นเกมไปเลยก็ได้แต่กรูไม่มีเครื่อง switch น่ะ แต่นอกจากเกมแล้วมันมีกระดาษโน้ตในถุงด้วย”
“เขียนว่าไงวะ?”
บอมเปิดมือถือให้ผมดู รูปที่มันถ่ายกระดาษโน้ตอันนั้น

ให้น้องพัต นักเรียนคนเก่งของครูนะครับ

“เชรี่ยยยยย!!!!!”
“ทีนี้มริงเชื่อยังว่าพัตกับอาจารย์เป็นแฟนกัน” บอมเอาหมอนข้างตีหัวผม

“พัตบอกกรูว่าเกมนี้เค้าซื้อเองแต่จริง ๆ คืออาจารย์ให้ กรูโทรถามเค้าด้วยว่าเค้ามีแฟนยัง พัตก็บอกว่ายัง พัตโกหกกรูเพราะมันเป็นความรักต้องห้ามไง”
“แต่มริงมีหลักฐานแค่โน้ตใบเดียวนะเว้ย มริงอย่ารีบปักใจคิดแบบนั้น” ผมหยิบหมอนอีกใบมาตีมันคืน
“ตอนแรกกรูก็คิดงี้แหละ จนกรูเจอเรื่องที่ชัดสุด ๆ”
“อะไรวะ?”
“มริงจำวันที่กินพิซซ่าแล้วอาจารย์ขับรถไปส่งพวกเราทุกคนได้มั้ย?”
“จำได้” จริง ๆ อาจารย์คนนั้นก็ใจดีนะ แต่เค้าใจดีเพราะพัตเป็นแฟนเค้างี้เหรอ?
“ตอนอยู่ในรถ มริงเห็นอะไรแปลก ๆ ระหว่างสองคนนั้นมั้ย?”
“ไม่นี่ พัตมันนั่งข้างหลังกับพวกเรา อันที่จริงกรูจำได้ว่าไอ้ตี๋เนิร์ดไม่พูดอะไรกับอาจารย์เลยนะ”
“ไอ้นั่นแหละที่แปลก!”
“แปลกไงวะ?”
“มริงนึกดูดี ๆ ตอนนั้นใครพูดอะไรบ้าง?”

ผมชื่อตี้ครับอาจารย์ บ้านผมอยู่หมู่บ้านเมืองทองแถวโรงเรียนครับ
เอสครับ บ้านผมอยู่แถวแยกพระรามเก้าครับ
ผมชื่อบอมครับ อยู่อ่อนนุช 17 ครับ
ผมชื่อสนครับ อยู่ซอยตรงข้ามบ้านบอมน่ะครับ”
ผมชื่อดิมครับ อาจารย์ส่งผมที่สถานี BTS อ่อนนุชนะครับ


“สน มริงนึกออกยังว่ามีอะไรแปลก ๆ?”
“ไม่อ่ะ”
“พัตไม่บอกบ้าน จารย์ก็ไม่ถาม แล้วเค้าไปส่งถูกได้ไง!?”
“เชรี่ยยยยยย!!!!!! คืออาจารย์รู้บ้านพัตอยู่แล้ว!”
“ชัดยังล่ะมริง จารย์รู้บ้านพัต เคยมาบ้านพัต ตอนนั้นที่กรูกำลังทำอย่างนั้นกับพัต กรูก็คิดว่า...บางทีเค้าสองคนอาจ...เคยมีอะไรกันบนเตียงนั้นแล้ว พอกรูคิดแบบนี้กรูเลยทำต่อไม่ได้ กรูแมร่งเหรี้ย รู้อยู่แก่ใจว่าพัตมีแฟนแต่กรูก็ยัง...”
“บอม...”
“กรูขอโทษเค้า กรูบอกกรูไม่ได้ตั้งใจ พัตก็ขอโทษกรูบอกว่าเค้าก็ไม่ได้ตั้งใจเหมือนกัน แล้วแมร่งก็จบแค่นั้นเลย ตอนนั้นกรูหวังอย่างเดียวคืออย่างน้อยเค้าจะยังเป็นเพื่อนกับกรู แต่พอวันจันทร์พัตก็ไม่ยอมคุยกับกรูแล้ว เค้าหลบหน้าตลอด ตอนเล่นบาสก็ไม่ให้กรูสอน แต่เค้าดันไปให้มริงสอนแทน”

ตอนนั้นผมนึกว่าอาการแปลก ๆ ของพัตเป็นเรื่องตลก ไม่นึกว่าระหว่างพวกมันสองคนมีเรื่องอะไรเตลิดไปถึงไหนต่อไหนขนาดนี้
“บอม มริงใจเย็นนะว้อย คือถึงกรูไม่เคยมีแฟนนะ แต่กรูว่าพัตไม่ได้โกรธมริงหรอก”
“จริงเหรอวะ? เค้าหลบหน้ากรูขนาดนั้น”
“เที่ยงวันจันทร์พัตก็ยังติวให้พวกเรานะ ถ้าเค้าโกรธที่มริงปล้ำเค้า พัตมันจะติวให้อีกเหรอ? แล้วมันยังไม่ได้เป็นแม้แต่ตัวสำรอง ถ้าเค้าโกรธมริงเค้าก็แค่ไม่มาชมรมก็ไม่เจอมริงแล้วจริงมั้ย? แต่นี่ไอ้ตี๋มันก็ยังมาซ้อมตามเวลาทุกวันนะว้อย”

บอมนอนนิ่งเงียบปล่อยให้ผมตีมันด้วยหมอน
“บอม กรูว่าเรื่องนี้มันแปลก ๆ  ถ้าพัตรู้ว่ามีโน้ตส่อขนาดนี้ในถุง ทำไมเค้ากล้าอนุญาตให้มริงเปิดดู แปลว่าไอ้ตี๋มันยังไม่ได้เปิดถุง ซึ่งมันผิดวิสัยเวลาเราได้ของขวัญจากแฟนนะว้อย มริงลองจินตนาการถ้ามริงเป็นแฟนกับอาจารย์ในโรงเรียนแล้วเค้าให้ถุงของขวัญมริง มริงยังไม่ทันเปิดดูแต่ดันลืมไว้บ้านกรู มริงกล้าให้กรูเปิดมั้ย?”
“ไม่อ่ะ ถ้ากรูยังไม่รู้ว่าในนั้นมีอะไรกรูคงไม่ให้ใครเปิดดูแน่ กรูจะรีบแจ้นไปเอาถุงคืนเลย”
“แล้วพัตมันรีบมาเอาคืนเลยมั้ย?”
“ไม่ เค้าบอกไม่รีบ ให้กรูเอาไปให้วันจันทร์”
“นั่นไง”

บอมนิ่งเงียบไป ผมตีแมร่งด้วยหมอนจนเบื่อละ
“บอม กรูว่านะ ปัญหาทั้งหมดคือพัตเป็นแฟนกับอาจารย์จริงหรือเปล่า มริงควรถามพัตตรง ๆ”
“กรูไม่กล้าอ่ะสน”
“งั้นกรูจะสืบให้เอง”

ออฟไลน์ Sorrowkung

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 103
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
King Class Away: ep24
inquisition


เช้าวันพุธ ผมยืนรอไอ้พัตที่ร้านน้ำหน้าโรงเรียนเหมือนเดิม แต่วันนี้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมเพราะเรื่องที่ผมเพิ่งรู้จากบอม เรื่องที่มันกับพัตทำเมื่อคืนวันศุกร์ ความลับพิลึก ๆ อะไรก็แล้วแต่ที่ไอ้ตี๋เนิร์ดกับอาจารย์ปิดบังอยู่ อันที่จริงผมก็ยังไม่มีแผนอะไรจะล้วงความลับเลยด้วยซ้ำแต่ถึงยังไงผมต้องช่วยแก้ปัญหาให้ไอ้เพื่อนรักให้ได้

ถ้าจำเป็นจริง ๆ ผมกะจะลากไอ้พัตเข้าห้องแต่งตัวในโรงยิม เล่นงานจุดอ่อนไอ้พัตรับรองมันยอมพูดแน่ ๆ
“พัต กรูถามหน่อย มริงกับจารย์คนนั้นเป็นอะไรกัน?”
“อ...อะไรนะ?”
“พัต มริงไม่จำเป็นต้องทนเก็บความลับไว้คนเดียวอีกแล้วนะ กรูเห็นมริงกับอาจารย์นั่งคุยกัน ตอนวันนั้นที่จารย์ขับรถไปส่งทุกคนเค้าก็รู้จักบ้านมริง”
“ม...ไม่มีอะไรจริง ๆ นะ”
ผมกอดไอ้พัตด้วยแขนเดียวสบายมากเหมือนงูหลามรัดลูกหมา อีกมือปลดกระดุมเสื้อตัวเองทีละเม็ด
“กรูไม่ได้บังคับให้มริงตอบ กรูอยากคุยแบบเปิดใจกับมริงนะพัต”
“เฮ้ยสน! นายทำอะไร?”
“มริงจับดูดิ ใจกรูอยากรู้คำตอบจริง ๆ นะ” ผมกระซิบเบา ๆ อย่างจงใจข้างหูพัต
ผมดึงมือมันมาทาบอกแล้วลูบเหมือนใช้ฟองน้ำถูตัว ไอ้ตี๋ที่เก่งเรื่องเรียนแต่ดูจะซื่อ ๆ เซ่อ ๆ ในเรื่องอื่นทั้งหมด รับรองเจอไม้นี้มันไม่ขัดขืนหรือกล้าร้องแน่
“กรูรู้นะมริงชอบบอม บอมเพื่อนสนิทกรูมันก็ชอบมริง ตอนนี้มันกำลังทรมานที่มริงหลบหน้ามัน” ผมพูดพร้อมซุกหน้าลงซอกคอมัน
“ใจกรูก็ทรมานด้วย พัตมริงมีเรื่องอะไรไม่สบายใจบอกกรูเถอะ กรูจะช่วยมริง”
พัตต้องยอมพูดแน่ แต่ไอ้บอมคงฆ่าผม แมร่งหวงยิ่งกว่าอะไรดี
อีกอย่าง ถ้าแผนนี้ไม่สำเร็จพัตคงไม่ยอมให้ผมเข้าใกล้อีกแน่ ผมต้องเลือกวิธีที่เนียน ๆ กว่านี้

“หวัดดีสน” พัตตะโกนทัก ผมหันไปหามันแล้วคิดทบทวนแผนไม้ตายสุดท้าย 'งูหลามรัดลูกหมา' ถ้าจำเป็นจริง ๆ น่ะนะ
“หวัดดีพัต” ผมทักตอบกลับแต่สายตามันมองซ้ายขวา
“บอมล่ะสน?”
“บอมมันไม่สบาย เลยไปคลีนิค”
“ห้ะ! บอมเป็นอะไรมากไหมอ่ะ?” พัตทำหน้าเป็นห่วงจริง ๆ แฮะไม่ใช่เสแสร้ง ถ้าบอมได้เห็นหน้าพัตตอนนี้มันคงดีใจมาก
“แค่เป็นหวัดเจ็บคอน่ะ เดี๋ยวมันก็มาเรียนสาย ๆ ป่ะเดินเข้าโรงเรียนด้วยกันนะ”
“เอ่อ...เราขอโทรหาบอมก่อนนะ”

ผมนึกว่าพัตจะโทรหาแบบปกติแต่มันกลับกดวิดีโอคอลหาบอม
“หวัดดีบอม นายไม่สบายเหรอ?” พัตจงใจหมุนจอให้เห็นผมในกล้องด้วย นี่มริงตั้งใจให้บอมเห็นว่ามีผมอยู่ด้วยสินะ มริงพยายามที่จะไม่อยู่สองต่อสองกับไอ้บอมขนาดนี้เลยเหรอ
“อือ เราเป็นหวัดเจ็บคอนิดหน่อยน่ะ” โชคดีที่ผมเตี๊ยมกับไอ้บอมให้รออยู่หน้าคลีนิคแถวอ่อนนุช เล่นกับไอ้เด็กฉลาดก็ต้องเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์แนบเนียนที่สุด
“บอมหายไว ๆ นะ แล้วกำลังมาโรงเรียนใช่มั้ย หรือต้องลาป่วยอยู่บ้านเหรอ?”
“เรากำลังไปโรงเรียนน่ะ มียากินเดี๋ยวก็หายละ” ไอ้นี่ก็ลงทุนซื้อยาจากร้านขายยามาถือโชว์
ผมมองหน้าของพัตที่คิ้วขมวด หน้าแมร่งโคตรเป็นห่วงบอมจนผมพลอยรู้สึกผิดที่คิดแผนนี้ แต่ก็ดีที่บอมได้รู้ว่าพัตเป็นห่วงมัน
“พัตมากินข้าวเที่ยงด้วยกันนะ เราไม่สบายกินคนเดียวกินไม่ค่อยลง พัตช่วยไปซื้อข้าวให้เราได้มั๊ย?”
บอมแมร่งก็อ้อนนนน ผมพยายามกลั้นขำสุดชีวิต กรูไม่เคยเห็นมริงอ้อนใครขนาดนี้เล้ยยยยยย

“เอ่อ...เรา”
พัตทำหน้าลำบากใจ นี่ไงอาการแปลก ๆ ของมริง ห่วงแต่ไม่กล้าเข้าใกล้
“มาเหอะพัต มากินด้วยกันสามคน” ผมรีบรวบรัด พัตหันมามองตาผมแล้วผงกหัว มันคงคิดว่ามีผมคั่นอยู่คงไม่เป็นไร
"โอเคนะพัต เดี๋ยวเรารีบไปโรงเรียนละ เจอกันนะพัต สน"

จบไปหนึ่งเรื่อง ผมกับพัตเดินเข้าโรงเรียนพร้อมกัน อย่างน้อยเที่ยงนี้ไอ้บอมคงชื่นใจ แต่เรื่องถัดมาคือผมต้องรู้ให้ได้ว่าพัตเป็นอะไรกับอาจารย์คนนั้น
“เออพัต มริงเคยดูหนังเกาหลีเรื่องนี้มั้ย?” ผมเปิดยูทิวป์ให้มันดู
“ไม่อ่ะ เราไม่ค่อยได้ดูหนังเกาหลีอยู่แล้ว”
“เรื่องนี้เขาว่าสนุกนะ คืออาจารย์มหาลัยเป็นแฟนกับลูกศิษย์ตัวเองในวิชาวรรณกรรม ต้องแอบคบกัน”
“เหรอ” พัตตอบเสียงปกติ
“นายว่าความรักแบบนี้แปลกมั้ย?”
“ถ้าเป็นนักศึกษาปีท้าย ๆ อายุ 20 แล้ว เราว่าไม่แปลกหรอก แต่ตอนคิดคะแนนคงลำบากใจเพราะวิชาพวกนี้ต้องตัดสินด้วยความรู้สึก มันอาจมีการลำเอียงหรือไม่ก็ตรงกันข้าม คือพยายามกดคะแนนแฟนตัวเองไม่ให้รู้สึกลำเอียง”
“แล้วถ้าอาจารย์มัธยมเป็นแฟนกับนักเรียนในโรงเรียนล่ะ?”
“คงยากน่ะ กฏหมายกำหนดว่าผู้เยาว์คืออายุต่ำกว่า 20”
ผมสังเกตสีหน้าไอ้ตี๋แต่มันไม่มีอาการตกใจร้อนตัวอะไรทั้งนั้น ออกจะคิดแนววิเคราะห์เหตุผลด้วยซ้ำ

“เออ แล้วนายคิดว่าอาจารย์บิ๊วเค้าเป็นไง?”
“เป็นไงนี่คือยังไง?” พัตเอียงหัวถาม
“คือนิสัยดีไหม แบบเป็นผู้ใหญ่อบอุ่นอะไรงี้”

ไอ้พัตเงียบไม่ตอบแต่จ้องผมไม่วางตา
“สน คือเราเพิ่งเป็นเพื่อนกับนายได้ไม่นาน แต่เราเต็มใจรับฟังทุกเรื่องนะ จะเก็บเป็นความลับให้”
“ห้ะ! เหรี้ย! ไม่ใช่ยังงั้น! กรูไม่ได้หมายความแบบนั้น!”
“อ่อ ๆ เราก็คิดไปว่า...”
“ไม่ใช่! เราแค่คุยสมมุติเรื่อยเปื่อยน่ะ!”
เชรี่ยละ หลอกถามไป ๆ มา ๆ ไอ้พัตนึกว่าผมชอบอาจารย์บิ๊วซะงั้น! แต่ก็ดี มันไม่มีท่าทีหึงหวงอะไรแม้แต่น้อยแปลว่ามันไม่ได้เป็นแฟนกับอาจารย์จริง ๆ
“แล้วสนมีแฟนยังอ่ะ?”
“ยัง!”
“อืม”
ทำไมกลายเป็นกรูกำลังโดนไอ้พัตล้วงข้อมูลวะ?
“ไม่รู้สึกอะไรดี รู้สึกอะไรกับใครเลยเหรอ?”
“ม...ไม่มีอ่ะ”
ประโยคของพัตทำให้ภาพไอ้ดิมโผล่ขึ้นมาในหัว ผมไม่อยากคุยประเด็นพวกนี้แล้ว นี่ก็เดินขึ้นตึกมาถึงชั้น 3 แล้ว อีกนิดเดียวพัตก็จะเข้าห้องประจำชั้นแล้ว ผมต้องหาเรื่องคุยเพิ่มเผื่อได้ข้อมูลอะไรอีก

“พัต พอดีเราไม่เข้าใจวิชาเลขเสริม นายช่วยอธิบายเราหน่อยได้มะ เดี๋ยวคาบแรกต้องเรียนแล้วน่ะ” ผมเปิดเป้หยิบตำราขึ้นมาเปิดหาเรื่องชวนคุย
“เอ่อ...เราว่าอันนี้ถามดิมดีกว่านะ”
“ช่วงนี้มันไม่ว่าง” นายจะถามถึงไอ้ดิมให้ผมหงิดหงิดทำไมวะ
“เหรอ...เอ่อ เราไม่ค่อยถนัดวิชานี้น่ะ เดี๋ยวเราหาหนังสือสรุปให้สนละกันนะ” พูดจบพัตก็เดินเข้าห้องประจำชั้นตัวเองไป

“เอ้อ! เราลืมถามสนอีกเรื่อง ดิมเค้ายังต้องเรียนตอนเที่ยงไหมอ่ะ?” พัตโผล่หน้าออกมาอีกครั้ง
“กรูก็ไม่รู้”
“อืม ๆ งั้นจบคาบ 4 เจอกันนะ”

พอจบคาบ 4 ไอ้พัตก็มายืนแกร่วอยู่หน้าห้องผมจริง ๆ คือมริงมารอให้ผมไปเป็นเพื่อนจะได้ไม่ต้องอยู่กับบอมสองคนสินะ เรื่องนั้นผมพอเข้าใจ แต่ที่ไม่เข้าใจคือ…
“ดิม! ไปกินข้าวด้วยกันนะ!”
ไอ้พัตจงใจตะโกนเรียกไอ้ดิมที่ยังอยู่ในห้องประจำชั้นที่อยู่ติดกัน ดิมมองพัตกับผมที่ยืนหน้าประตูห้องแล้วเดินมาแบบจำใจ นี่มริงกะจะลากเพื่อนมากินข้าวเที่ยงพร้อมกันให้หมดทุกคนเลยใช่มั้ย!

“หวัดดีพัต หวัดดีสน”
“หวัดดีดิม” ผมกับพัตพูดพร้อมกันด้วยความรู้สึกต่างกันสุดขั้ว ไอ้พัตทำหน้าโล่งใจที่หาไม้กันหมาได้อีกหนึ่ง ส่วนผมลำบากใจชะมัดที่ต้องกินข้าวกับดิม
“ดิม วันนี้ต้องเรียนตอนเที่ยงอีกไหม?”
“ไม่ต้องละ”
“งั้นไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันนะ”
“ได้สิ”
“แล้วที่เรียนตอนเที่ยงตั้งหลายวันนั้นคือวิชาอะไรเหรอ?” พัตถามตอนเดินลงบันไดอาคาร
“ไม่ใช่เรียนหรอก อาจารย์ให้แข่งตอบปัญหากันเองในห้อง หาตัวแทนไปแข่งงานสัปดาห์วิชาการน่ะ”
“ดิมได้ไปแข่งสินะ?”
“ไม่หรอก เพื่อนคนอื่นเก่งกว่าเราน่ะ” ดิมตอบยิ้ม ๆ แต่...ตามันไม่ยิ้มด้วย
“เสียใจด้วยนะมริง” ถึงผมจะยังเคืองที่มันขอคบผมซ้อนกับเฟิร์ส แต่เห็นหน้ามันตอนนี้แล้วปากผมก็พลั้งไปเอง
“ขอบใจนะสน”

พัตเดินนำหน้าไป จังหวะนั้นดิมหันมาพูดกับผมเบา ๆ “สน เราขอเหอะนะ คุยกับเราแป๊บนึงได้มั้ย?”
“ก็...ก็ได้” ผมไม่อยากคุยเลย ให้ตายเหอะ! แต่จะปฏิเสธมันในเวลานี้มันต้องยิ่งเศร้าแน่ ถึงมริงจะเหรี้ย แต่ผมก็ทนไม่ได้เวลาเห็นมันทำหน้ามีความทุกข์ ผมจะทำยังไงกับสถานการณ์น่าอึดอัดแบบนี้ดีวะ

“เอส! ตี้! กินข้าวกัน!” พัตตะโกนเรียกคู่หูห้อง 3 ที่กำลังเดินอยู่แถวลานกลางโรงเรียนพอดี
...โชคดีมีคนมาคั่นระหว่างผมกับดิมแล้ว...

ณ โรงอาหาร
บอมจ้องผมตาถลึงเหมือนพยายามจะคุยด้วยกระแสจิต
“กรูอุตส่าห์ชวนพัตมากินข้าวได้ แล้วทำไมมีคนอื่นด้วยวะ?”
“ไอ้พัตมันชวนดิมมา”


“อันนี้โจ๊กร้อน ๆ ของบอมนะ เราใส่ขิงเพิ่ม ช่วยให้หายหวัด” พัตวางชามโจ๊กตรงหน้าบอมเสร็จมันก็เดินไปนั่งอยู่สุดปลายกลุ่มข้างเอส ห่างจากไอ้บอมสุดกู่

“อ้าว! นายไม่สบายเหรอบอม?” ตี้ถาม
“อื้ม เป็นหวัดเจ็บคอนิดหน่อย แค่ก ๆ” บอมปิดปากไอเบา ๆ ให้สมบทบาท

“แล้วตี้กับเอสนี่ใครชวนมา?” บอมคุยกระแสจิตพร้อมเอามือสะกิดเข่าผมใต้โต๊ะ
“ก็พัตนั่นแหละ” ผมส่งกระแสจิตผ่านตีนกลับไปเบา ๆ
“ทำไมมริงไม่ห้ามมมม?” แมร่งสะกิดด้วยตีนกลับมาแรง ๆ หนึ่งที

“นี่กรูซื้อน้ำอัดลมใส่เกลือมาให้มริงด้วย ตอนเด็ก ๆ แม่กรูให้กินแบบนี้แล้วหายหวัด” บนโต๊ะผมส่งโค้กส่งยิ้มให้บอม แต่ใต้โต๊ะผมกับมันกำลังเตะกันอยู่
“แล้วมียากินไหมบอม?” ดิมถามด้วยความเป็นห่วง
“มี แค่ก ๆ” บอมหยิบซองยาขึ้นมาชู
“นี่มันยาแก้อักเสบ ไม่เห็นมียาฆ่าเชื้อเลย?” เอสมองบนซองยา นี่ก็รู้ดีอีก
“อ๋อ เรากินก่อนอาหารแล้วน่ะเลยวางไว้ที่ห้อง”
“งั้นเย็นนี้บอมรีบกลับบ้านเถอะ จะได้นอนพักเยอะ ๆ” พัตพูดด้วยความเป็นห่วง
“จริง เราเคยอ่านหนังสือเขาบอกว่าออกกำลังนี่ร่างกายยิ่งอ่อนเพลียนะ งดบาสก่อนเถอะ” ตี้สำทับ
“อืม ขอบใจทุกคนนะ”
บอมตอบแต่สะกิดตีนผมอีกที เย็นนี้คงได้ทำสงครามหมอนกันดุเดือดแน่ ไอ้ดิมก็มองผมเป็นระยะ มันคงอยากคุยกับผมแต่ผมไม่อยากคุยไง
“งั้นเย็นนี้กรูกลับบ้านพร้อมมริงนะ กรูเป็นห่วง”


“พัตบอกอะไรมริงบ้างวะ?” บอมนั่งลงบนเตียงผมพลางควานหาหมอนขนาดเหมาะมือ
“เท่าที่กรูสังเกต กรูมั่นใจมากว่าพัตไม่ได้เป็นแฟนกับอาจารย์” ผมหยิบหมอนใบใหญ่มาเตรียมเป็นโล่ไว้ก่อนเลย
“แค่นั้น?” แมร่งฟาดมาละ
“ห่าน! นี่ไม่ใช่นิยายนะว้อยจะได้คุยทีเดียวรู้หมดทุกเรื่อง” ผมตีมันคืน
“กรูอุตส่าห์ชวนพัตมากินข้าวได้ มริงปล่อยให้พัตชวนเพื่อนมาด้วยทำไม?” มันฟาดมาอีกที
“ชวนหรืออ้อนนนนนนนนน กรูล่ะอยากบันทึกวิดีโอคอลนั่นฉิบหาย” ผมตีมันกลับ
“กลายเป็นว่ากรูต้องโดดบาสให้สมบทบาท อดเจอพัตเลย” มันฟาดมาอีกหนึ่งป๊าบ
“ถึงมริงอยู่เล่นบาส พัตก็หาทางเลี่ยงมริงได้อยู่ดีอ่ะ” ผมตีมันคืน

ไอ้ตี๋เนิร์ดนี่มันไม่ได้เซ่ออย่างที่ผมคิด ที่แสบสุดคือมันดันทำให้ดิมมีโอกาสคุยกับผม ...หรือผมมีโอกาสเกือบคุยกับดิม จะอะไรก็ตาม ถ้าผมไม่จัดการเรื่องนี้ให้จบไอ้พัตคงชวนดิมมากินข้าวทุกเที่ยงแน่ กรูอึดอัดกับสถานการณ์แบบนี้โว้ย!

“พัตมันโคตรห่วงมริงนะ มันอุตส่าห์ไปซื้อโจ๊กมาให้ทั้งที่กลัวการซื้อของที่เป็นน้ำ ๆ เดินถือฝ่าฝูงคนตอนพักเที่ยงที่สุดเพราะกลัวหก แต่มันดันไม่อยากอยู่กับมริงตามลำพัง กรูถามจริง ๆ เหอะบอม มริงทำอะไรไอ้พัตมากกว่ากอดจูบมั้ย?”
“กรูก็ทำแค่นั้นแหละ!”
“มริงไม่ได้จับกุเจี๊ยวมันนะ?!” ผมทุบมันด้วยหมอนอีกที
“ยังไม่ถึงขั้นนั้นเลยว้อย!” มันฟาดกลับมารัว ๆ แล้วก็หยุดไป
“หรือ...หรือพัตเค้าไม่ชอบกรูแล้ววะ เค้าอาจแค่เทคแคร์เพราะกรูไม่สบาย แต่เค้ากลัวที่กรูหื่นเลยไม่เข้าใกล้ หรือเค้าไม่พอใจที่กรูหยุดกลางคัน?”
“กรูว่ามริงเริ่มคิดมาก”
“ถ้าพัตห่วงกรูจริง เค้าคงโทรหา...”

กริ๊ง ๆๆ เสียงมือถือของผมดังขึ้น ผมหยิบขึ้นมาดู
“ไอ้พัตโทรมาว่ะบอม สมพรปากมริงยัง?”
“ห้ะ! งั้นกรูคุย!”
“ไม่ได้สิมริง! นี่บ้านกรูนะ มันจะดูแปลกที่มริงป่วยแต่ดันอยู่บ้านกรู!”
“เออ จริงว่ะ” บอมหน้าหงอย มันคงอยากคุยกับพัต และมันคงงอนเล็ก ๆ ที่พัตไม่โทรหามันแต่โทรหาผม
“มริงออกไปก่อน เผื่อพัตเกิดอยากเปิดวิดีโอคอลเดี๋ยวเห็นมริงแล้วจะยุ่ง”
“ไม่เอา กรูอยากอยู่ฟัง” แล้วมันก็เอาผ้าห่มคลุมตัวกระแซะเข้ามาหมอบอยู่ข้างหลังผม
“เอาที่มริงสบายใจ อย่าส่งเสียงละกัน” บอมพยักหน้าผมเลยกดรับสายแบบออกลำโพง

“สวัสดีพัต”
“สวัสดีสน เราขอโทษนะที่โทรมากวน”
“เฮ้ย ไม่กวนหรอก”
“บอมเป็นไงบ้าง อาการดีขึ้นมั้ย?”
“เราไปส่งมันที่บ้าน กินโจ๊กกินยาแล้วนอนพักละ”
“อือ เรากลัวโทรไปจะรบกวนบอม คิดว่าอาจนอนอยู่ เลยโทรหาสนแทน ขอโทษทีนะ”
น้ำเสียงพัตเป็นห่วงบอมมาก ไอ้บอมก็ทำหน้าเศร้าเหมือนกัน
“พัตถือสายแป๊บนึงนะ แม่กรูโทรมา ขอคุยแวบเดียวมริงอย่าเพิ่งวางสายนะ”
“อืม ได้เดี๋ยวเรารอ”

ผมกดพักสาย ไอ้บอมขมวดคิ้วว่าผมจะทำอะไร
“มริงจะทำอะไรวะสน?”
“กรูรำคาญที่พวกมริงสองคนดราม่ากันอยู่นั่นแหละ เดี๋ยวกรูตามความกระชุ่มกระชวยให้”
“มริงจะทำเชรี่ยไร?”
“มริงไปหลบละกัน กรูจะวิดีโอคอล”
“เฮ้ย!?”
“เชื่อกรู มริงไปหลบเร็ว”

ผมกดวิดีโอคอล พัตรีบกดรับทันที
“เออ คุยกับแม่เสร็จละ”
“อือ” พัตตอบแบบหน้างง ๆ ว่าผมจะวิดีโอคอลทำไม
“พัต ดูมริงห่วงไอ้บอมจังนะ”
“ก็...ก็เค้าไม่สบายนี่” หน้ามันเริ่มแดงฝาดขึ้นนิดนึง
“ก็จริง เออกรูเช็ดตัวให้มันด้วย”
“เหรอ...ก็ดีนะจะได้หายไข้” หน้ามันแดงขึ้นระดับ 2

ไอ้บอมโผล่หัวขึ้นมาจากขอบเตียง ส่งกระแสจิต มริงพูดเชรี่ยไรของมริง
“มันบอกเมื่อยตัวเช็ดเองยาก กรูเลยต้องเช็ดให้หมดทั้งตัวเลย ปกติเวลาแข่งบาสเสร็จก็แก้ผ้าอาบน้ำกันอยู่แล้ว”
“ห...เหรอ” หน้ามันแดงระดับ 3 แกล้งมันสนุกชิบเป๋ง

ไอ้บอมเขย่าขาผมพลางส่งกระแสจิตด้วยแววตาประทุษร้าย มริงหยุด! เช็ดทั้งตัวเชรี่ยไร!!
“พอกินยาเสร็จมันก็นอน แป๊บเดียวหลับเลย มันละเมออะไรแปลก ๆ ด้วยนะ”
“อะไรเหรอ?”
“อะไร พัตของผมนี่แหละ กรูไม่ยินไม่ค่อยชัด”
“เอ่อ... บอมนอนพักเยอะ ๆ ก็ดีละ” ตอนนี้หน้ามันแดงแปร๊ดแล้ว เชรี่ย! เร่งสีไวยิ่งกว่ากินซากุระ
“มริงว่าจริง ๆ แล้วมันละเมอว่าอะไรวะ เผื่อกรูเอาไปซื้อหวย”
“ม...ไม่รู้สิ เดี๋ยวเราไปทำการบ้านก่อนละกันนะ” พูดจบมันก็กดวางสายเลย

“กรูบอกแล้วว่ามริงคิดมาก ไอ้พัตมันโคตรชอบมริ...อุ๊!!” พูดยังไม่ทันจบแมร่งปาหมอนอัดหน้าผมเลย
“เช็ดตัวเช็ดไข่ละเมอพัตของผมเชรี่ยไรของมริง!! แล้วกรูจะมองหน้าพัตติดมั้ยทีนี้!”
แล้วสงครามหมอนรอบสองก็เริ่มขึ้นจนเหนื่อย ผมกดส่งวิดีโอที่อัดตอนคุยกับพัตเข้ามือถือบอม

“ไง ถูกใจมั้ยมริง?”
บอมไม่ตอบแต่อมยิ้มผงกหัว
“พัตมันชอบมริงแน่ ๆ และมันก็ไม่ได้เป็นแฟนกับจารย์อย่างที่มริงเคยคิดด้วย กรูว่ามริงลุยเลยเหอะ คุยกับพัตตรง ๆ ไปเลย”
“กรู...กรูไม่กล้า”

ไอ้เพื่อนหน้านิ่งคนนี้มันไม่เคยกลัวอะไร ขนาดมีเรื่องกับรุ่นพี่มันก็ไม่กลัว แต่ตอนนี้มันกลัวการโดนพัตปฏิเสธ
“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวกรูช่วยมริงเอง”
“ขอบใจนะสน”

บอมกลับไปไม่นาน เสียงโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้นอีก ผมหยิบขึ้นมาดู ...ดิมโทรมา…

ผมบอกไอ้บอมให้ลุย แต่ตัวเองกลับไม่กล้า เข้าใจเลยว่าเวลาเป็นเรื่องของตัวเองนี่แมร่งยากชิบเป๋ง
ถ้าเป็นคนอื่นขอคบซ้อนผมคงแจกตีนไปแบบไม่ต้องคิด แต่พอเป็นมัน...ใจผมปั่นป่วน
ผมนั่งรอจนเสียงโทรศัพท์หยุดไปเอง...ไว้วันพรุ่งนี้ผมจะคุยให้รู้เรื่อง พรุ่งนี้ละกัน

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1943
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1

ออฟไลน์ Sorrowkung

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 103
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
King Class Away Ep.25
Vertical Lookup


เช้าวันพฤหัสบดี ผมกับบอมลงรถเมล์แล้วเดินข้ามถนนเข้าซอยโรงเรียน
“บอม เดี๋ยววันนี้พอมริงเจอพัตแล้วมริงรีบปลีกตัวไปเลยนะ บอกว่ารุ่นพี่นัดคุยเรื่องบาส”
“อ้าว! ทำไมต้องทำยังงั้นด้วยวะ?”
“กรูดูยูทิวป์มา เค้าบอกว่ามริงต้องทำให้อีกฝ่ายไม่เจอมริงบ้างแล้วเค้าจะอยากอยู่กับมริงมากขึ้น แบบยั่วให้อยากแล้วจากไปอะไรงี้”
“แต่กรูอยากคุยกับพัตนาน ๆ”
“มริงพยายามเข้าหาพัตหลายทีแล้วเค้าหนีมริงทุกทีอ่ะ เปลี่ยนแผนบ้าง”
“ได้ผลจริงแน่นะมริง?”
“แน่น่า เชื่อกรู ถ้าไม่เวิร์คเดี๋ยวกรูใช้ไม้ตาย”
“ไม้ตายอะไรวะ?”
“เอาน่า รับรอง” (รับรองว่ามันถีบผมแน่ถ้ารู้ไม้ตาย “งูหลามรัดลูกหมา” ของผม)

เดินมายังไม่ถึงร้านน้ำก็เจอพัตยืนรออยู่แล้ว มันห่วงบอมจริง ๆ ไอ้บอมก็ใช่ย่อยทำท่าไอค่อกแค่กทันที อ้อนเข้าไป สำออยเข้าไป
“หวัดดีบอม หวัดดีสน”
“หวัดดีพัต”
“บอมเป็นไงบ้าง?” พัตท่าทางแข็ง ๆ คงเพราะที่ผมอำมันว่าไอ้บอมละเมอถึงมัน
“ก็ดีขึ้นเยอะละ วันนี้เล่นบาสได้แล้ว” บอมยิ้มตาปิด
“พัตมาเล่นด้วยกันนะ” ผมพูด เพราะถ้าบอมชวนพัตคงหนีแน่
“อ...อืม คือที่จริงแล้ว...”
บอมหน้าเสีย หรือพัตจะไม่มาเย็นนี้?
“เมื่อวานเราก็มาชมรมนะ เราทบทวนท่าเลย์อัพกับท่าเลี้ยงบอลตามที่บอมกับสนสอน อัดคลิปไว้ด้วย”

พัตเปิดคลิปในมือถือให้ดู ขนาดผมกับบอมไม่มาชมรมพัตก็ยังมาแถมขยันเรียนรู้ ผมเข้าใจเลยทำไมบอมถึงชอบพัตขนาดนี้ พัตเป็นเพื่อนที่ชอบกิจกรรมแบบเดียวกับมัน ทุ่มเทเหมือนมัน คนที่อยากอยู่กับมันตลอดเวลาในทุกอย่างทุกเรื่อง
“ไม่ต้องห่วงนะ ถึงบอมกับสนไม่อยู่เราก็ตั้งใจซ้อม”
นายคงอยากให้ไอ้บอมสบายใจสินะ?
“ท่าเลย์อัพถูกแล้ว ท่าเลี้ยงลูกงอเข่าอีกนะให้บอลไม่ลอยสูง คนอื่นจะแย่งยาก” บอมพูด
“ได้ เดี๋ยววันนี้เราฝึก” แค่พัตบอกว่าจะมาชมรม บอมก็ยิ้มแก้มแทบฉีก

“ช่วงนี้บอมเรียนวิชาไหนไม่รู้เรื่องก็บอกเราได้นะเดี๋ยวเราติวให้”
“อืม ขอบใจนะ”
ผมเอื้อมแขนไปสะกิดไอ้บอม มริงต้องปลีกตัวแล้ว มันมองกลับมาด้วยแววตาเสียดาย
“พัต เราไปก่อนนะ เช้านี้รุ่นพี่มีนัดประชุมเรื่องทีมบาส”
“เหรอ? แล้วสนต้องไปด้วยมั้ย?”
“ไม่อ่ะ บอมไปคนเดียวก็พอ”
บอมเดินไปอีกทาง ไอ้พัตมองตามด้วยสีหน้าเป็นห่วงจนไม่รู้ตัวด้วยว่าผมมองมัน ...ในหัวมันคิดอะไรอยู่กันนะ อยู่ตรงหน้าแท้ ๆ แต่หาคำตอบไม่ได้... จนบอมเดินลับมุมตึกไปนั่นแหละพัตถึงหันมาเห็นผมมองมันอยู่

“อ้อ! เรื่องวิชาเลขเสริมที่สนถามเราเมื่อวาน เราหาหนังสือสรุปได้ 2-3 เล่ม ลองอ่านละเค้าเขียนดีนะ เนี่ยเราเซฟรูปปกมาด้วย นายลองไปหาตามร้านดูนะ”
พัตกดเปิดมือถือแต่หน้าจอยังค้างที่คลิปวิดีโอที่พัตซ้อมบาสเมื่อวาน แตะอะไรก็นิ่ง
“เอ๋? สงสัยเครื่องค้าง เครื่องเราเก่าแล้วน่ะ”
“พ่อแม่นายไม่ซื้อเครื่องใหม่ให้เหรอ บ้านนายออกจะรวย”
“แม่บอกต้องประหยัดน่ะ ยังใช้ได้ก็ใช้ไปก่อน เดี๋ยวเราปิดเปิดเครื่องอีกที”

พอเครื่องเปิดอีกครั้งพัตก็กดใส่ PIN เอ๋….เลข 6 ตัวนั่น…

พัตเปิดรูปปกหนังสือให้ผมดูและบรรยายว่าเล่มนี้สอนดี มีภาพประกอบเข้าใจง่าย แต่สมาธิผมไปอยู่ที่เลข PIN 6 ตัว…
“แต่ถ้าจะให้ดี เราว่าสนถามดิมดีกว่านะ เค้าอธิบายได้ละเอียดกว่าหนังสือแน่”
“มันไม่ว่างน่ะสิ”
“เมื่อวานดิมบอกว่าไม่ต้องคัดตัวแข่งสัปดาห์วิชาการแล้วนี่?”
“เออน่ะ เราอยากอ่านเอง”
“อยู่ห้องติดกันนี่ เดินไปถามก็ได้”
“เราไม่อยากถามมัน”
“ทะเลาะกันเหรอ?
แมร่งช่างสังเกตมาก พัตคงเห็นสีหน้าแปลก ๆ ระหว่างผมกับดิมเมื่อวานสินะ

“เปล่า” ผมพยายามเค้นเสียงโมโหให้พัตเลิกถาม แต่เสียงที่ออกมามีแต่ความรู้สึกผิดที่กำลังโกหก ใช่ ผมทะเลาะกับมันและเป็นการทะเลาะที่ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมโมโหอะไรกันแน่ หนำซ้ำผมยังหลบหน้าไม่รับสายมันทั้งที่รับปากแล้วว่าจะคุยด้วย

“คือ...บอกตรง ๆ นะ เราไม่ได้เรียนวิชานี้น่ะสน วิชานี้เป็นของสายศิลป์”
“เอ๋? แต่ดิมมันเคยติวบทต้น ๆ ให้เรานะ”

พัตเม้มปากเหมือนมันกำลังตัดสินใจจะพูดอะไรบางอย่าง
“สน คือจริง ๆ แล้วดิมขอให้เราปิดเรื่องนี้ไม่ให้บอกนาย”
“หืม?”
“ดิมก็ไม่ได้เรียนวิชานี้เหมือนกัน”
“อ้าว!?”
“เขาตั้งใจอ่านเพื่อมาติวสน ทั้งวิชานี้ เลขเสริม ดาราศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ที่พวกนายติวกันก็เป็นของเฉพาะสายศิลป์”

...ไอ้ดิม มริง…
...ภาพไอ้ดิมนอนฟุบที่โรงอาหารตอนเช้าตรู่ที่นัดผมติวทุกวัน…

“เราไม่รู้พวกนายทะเลาะกันเรื่องอะไร แต่เราว่าดิมตั้งใจทำเพื่อสนจริง ๆ นะ”

...เหตุผลที่ผมอยากประหยัดเงินค่าติวเพื่อไปซื้อรองเท้าบาส…เหตุผลโคตรงี่เง่า...ทั้งที่ดิมก็รู้ แต่กลับชมว่าดีซะอีก มันน่ะเล่นกีฬาไม่เป็นสักอย่าง…

“ไหน ๆ เราก็ผิดสัญญากับดิมแล้ว เราขอพูดให้หมดเลยละกันนะสน”
“พัตบอกเราให้หมดเลย เรา...เราอยากรู้”
“ที่ดิมวิ่งตอนเย็นหลังเลิกเรียน เค้าไม่ได้วิ่งออกกำลังกายนะ”
“แล้วดิมไปวิ่งทำไมวะ?”
“เค้าทำการบ้านผิดหรือทำไม่ทัน มีเฉพาะห้องคิงกับห้องควีนที่ลงโทษแบบนี้”

...ที่มริงบอกวิ่ง 8 รอบ เพื่อนมริงวิ่ง 5 รอบ…
...ผมไม่เคยเอะใจว่าทำไมแต่ละคนวิ่งไม่เท่ากัน...
...ที่มริงเป็นลม บอกผมว่าอ่านหนังสือดึกแล้วไปวิ่งเยอะ ๆ…

ผมแมร่งเป็นไอ้โง่ฉิบหาย ก็ว่าทำไมหลายคนมองผมแปลก ๆ เวลาดิมติวให้ผม เพราะแบบนี้เองเหรอ? ดิมอดหลับอดนอนอ่านทั้งวิชาสายวิทย์ของตัวเองและวิชาสายศิลป์เพื่อติวให้ผมคนเดียวจนตัวเองเรียนไม่ทัน...สุดท้ายมริงไม่ได้เป็นตัวแทนไปแข่งสัปดาห์วิชาการ...

ผมหันหน้าหนีไปทางระเบียงแต่ก็เจอคน ๆ หนึ่งที่ชั้นล่างกำลังมองขึ้นมา ...ไอ้ดิม… ผมมองมัน มันก็มองขึ้นมาเช่นกัน
ถ้าผมแนะนำบอมให้ถามพัตตรง ๆ ผมเองก็ต้องกล้าถามไอ้ดิมตรง ๆ เหมือนกัน…

ครั้งนี้ผมจะไม่หนีแล้ว! ผมรีบวิ่งผ่านระเบียงยาวลงบันไดไปให้ถึงชั้น 1 แต่ดิมก็รีบวิ่งขึ้นมาเหมือนกัน เราเลยเจอกันที่โถงบันไดชั้น 2 หอบแฮ่กกันทั้งคู่
“แฮ่ก ๆๆ สน….เรา...อยาก...คุย..”
“เดี๋ยว ๆ กรูสิ...อยากคุย แฮ่ก ๆๆ แต่ขอ...ขอกรูหายใจก่อน”
ผมยืนหอบพิงผนังโถงบันได ตรูจะรีบวิ่งมาทำไมวะในเมื่อห้องประจำชั้นก็อยู่ติดกันแท้ ๆ
ก็ผมไม่อยากให้มันลำบากเพื่อผมอีกแล้วไง ไอ้ดิมเองก็คงรีบวิ่งมาเพราะกลัวผมหนีมันเหมือนกัน

“ดิม มริงยังอยากคุยกับกรูมั้ย?”
“อยากดิสน”
ผมมองไปรอบ ๆ มีคนเดินขึ้นลงบันไดหลายคน ดิมมันคงไม่อยากคุยตรงนี้เหมือนครั้งที่แล้วที่ผมบังคับมันให้พูดตรงหน้าห้องประจำชั้นแล้วมันไม่กล้า คราวนี้ผมจะยอมอ่อนให้มันก็ได้ฟระ

“ดิม มริงอยากคุยที่ไหนเมื่อไหร่ยังไงก็ได้ เอาที่มริงสบายใจ”
“แฮ่ก ๆๆ จู่ ๆ ถามแบบนี้คิดไม่ออกเลย” ดิมยิ้มหน้าเหนื่อย ๆ
“มริงวิ่งรอบสนามบอลกี่สิบรอบแล้วยังหอบขนาดนี้อีกเหรอ?”
“เราวิ่งสุดฝีเท้าเลยอ่ะดิ แฮ่ก ๆ เรากลัวนายเดินหนีเรา”
“กรูไม่หนีแล้ว” ผมเอื้อมไปแย่งกระเป๋าดิมมาถือ “ป่ะ ขึ้นห้องกัน มริงอยากคุยเมื่อไหร่ก็บอกกรู”
“เที่ยงนี้ได้มั้ย?” ดิมเอ่ยตอนเดินมาถึงหน้าห้องประจำชั้น 4/7
“ได้ เจอกันที่ไหนล่ะ?”
“บนอัฒจันทร์นะ”
“อืม เจอกัน”



สนามบอลมี 5 อัฒจันทร์สำหรับ 5 กลุ่มกีฬาสี แต่มองปราดเดียวก็เห็นไอ้ดิมนั่งรออยู่แล้ว
“กินข้าวยังดิม”
“ยังเลย แล้วสนล่ะ?”
“กรูก็ยัง ยังไม่หิวอ่ะ มาคุยกับมริงก่อน” ผมหย่อนตัวลงนั่งข้างมัน ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี ดิมก็นั่งเงียบเหมือนกัน
“ดิม พัตเล่าให้กรูฟังหมดแล้ว”
ดิมฟังแล้วผงกหัว “ขอโทษนะที่เราปิดนาย”

“ไอ้เรื่องนั้นกรูก็อยากคุยให้ชัดกับมริง แต่กรูขอเริ่มจากเรื่องที่กรูโมโหสุดก่อนเลยละกัน กรูโมโหที่มริงจะคบทั้งเฟิร์สทั้งกรู กรูไม่ตกลง มริงเห็นกรูเป็นอะไรวะ? เออ! มริงทำดีกับกรูฉิบหาย ทำหลายอย่างด้วย มริงไม่เคยเรียกร้องอะไรเลย ทำดีกับกรูจนตัวมริงเองลำบาก มีแต่กรูที่ถามมริงตลอดว่าอยากได้อะไรกรูจะทำให้...แต่พอมริงขอแบบนี้ ขอคบสามสัปดาห์คืออะไรวะ? หรือมริงแค่อยากให้กรูเป็นคู่ซ้อมให้มริงไปทำอย่างว่ากับเฟิร์สแฟนมริงงั้นเหรอ?” ผมอัดไม่ยั้ง มาเลยมริงอยากเคลียร์ก็เคลียร์มาเลย

“เราเลิกกับเฟิร์สแล้ว” ดิมตอบหน้านิ่ง
“ห้ะ! เมื่อไหร่?”
“หลังจากวันที่ไปกินพิซซ่าน่ะ”
“อ้าว! แล้วทำไมมริงไม่บอกกรู!”
“วันนั้นเราจะบอก นายก็บอกให้เราหยุดพูดไง”
...หงอยเลยกรู ผมเองนี่หว่าตัวก่อดราม่า ถ้าผมไม่ใจร้อนตะคอกใส่มัน ถ้าผมปล่อยมันพูดอีกประโยคก็คงไม่ต้องผิดใจกันหลายวันแบบนี้

“ล...แล้วทำไมมริงเลิกกับเค้าล่ะ?”
“วันนั้นตอนอยู่บนรถ...” ดิมมองหน้าผม ตามันเริ่มมีประกายหลังจากหน้าสลดมาตลอด
“ตอนที่นายนั่งตัก...เรารู้สึกดีมาก มากจนเผลอกอดเอวนายไว้ มันมากจนเรารู้ว่า….เราไม่มีทางรู้สึกแบบนี้กับเฟิร์ส เราเลยไม่อยากให้เค้ามาเสียเวลากับเราอีกแล้วน่ะ”

“แค่กรูนั่งตักนี่มริงดีใจขนาดนั้นเลยเหรอวะ? กรูนั่งตักเพื่อนคนอื่นมีแต่มันบ่นหนัก บ่นว่ากรูตรูดแหลม”
ผมพูดจบไอ้ดิมก็หัวเราะลั่น ...เออ หน้าแบบนี้แหละที่ผมอยากเห็น หน้าที่ยิ้มที่หัวเราะแบบสบายใจ

“จริง ๆ เราก็ชอบนายตั้งแต่ตอนเจอกันที่เล่นสแครบเบิ้ลแล้วล่ะ”
“ที่กรูอาละวาดนั่นน่ะนะ?”
“อืม” ...เชรี่ย มีแต่เรื่องไม่น่าจดจำ
“ตอนแรกที่เราติดห้องควีน เราตื่นเต้นมากอ่ะ คิดว่าเปิดเทอมมามันคงเหมือนห้องเรียน X-men เหมือนเรื่อง The Gifted แต่...มันไม่ใช่เลย มีแต่การบ้านเยอะ ๆ ถ้าทำไม่ได้ต้องโดนลงโทษ แม้แต่คาบสันทนาการเราก็โดนบังคับว่าต้องเลือกสแครบเบิ้ลเพราะคะแนนสอบเข้าของเราอ่อนภาษาอังกฤษ”
“แมร่งโหดร้ายจังวะ”

“พอเริ่มเล่นก็เห็นหลายคนเล่นโกง เรารู้สึกแย่มากอ่ะ ต่อไปเราก็ต้องโกงแบบนี้บ้างเหรอ เราไม่อยากอยู่แต่ไม่รู้จะทำยังไง ตอนนั้นเองที่นายลุกขึ้นมาโวยวายแล้วเดินออกไป...รู้ไหมตอนนั้นนายโคตรเท่ เราเลยคิดได้ว่าเราต้องกล้าเลือกสิ่งที่เราชอบเองดิ เราก็เลยลาออกเดินตามนายไปด้วย ...เราอยากเป็นเพื่อนกับนาย แต่เราก็ไม่กล้าคุยกับนายอ่ะสน”

ดิมมองทอดสายตาไปที่สนามบอล
“พอวันถัดมาที่เราทะเลาะกับเฟิร์ส นายรู้มั้ยเราโคตรกลุ้มใจ ไม่รู้จะปรึกษาใคร ...แล้วนายก็อยู่ตรงนั้น”
“ตอนนั้นกรูนึกว่ามริงมีปัญหานกเขาไม่ขันอ่ะ”

ผมแซวเล่นแต่ดิมจับมือผมไว้ “เราได้เจอโชคดี 2 ครั้งติดกัน แต่โชคดีไม่อยู่กับเรานาน เราไม่รู้จะมีโอกาสแบบนี้อีกมั้ย เราบอกตัวเองว่าเราอยากมีนายทุกวันแบบนี้ เราต้องสร้างโชคขึ้นมาเอง ตอนที่สนบอกว่าอยากติว เราเลยตัดสินใจ...”
“ตัดสินใจอ่านหนังสือเรียนสายศิลป์ที่มริงไม่ได้เรียนเพื่อมาติวกรู จะได้มีเรื่องอยู่ใกล้กรู?”
“อืม”

“ไอ้นี่แหละอีกเรื่องที่กรูโมโห มริงทำตัวเองลำบากเพื่อกรูแบบนี้กรูเหมือนไอ้โง่ มริงรู้มั้ยเพื่อน ๆ เค้ารู้หมดว่ามริงอ่านเพิ่มจนตัวเองทำการบ้านไม่ทัน โดนลงโทษไปวิ่งรอบสนาม มีแต่กรูที่ไม่รู้เรื่องเชรี่ยอะไรเลยมาให้มริงติวทุกวัน”
“เราขอโทษนะสน แต่เราคิดไม่ออกจริง ๆ ว่าเราจะทำยังไงถึงจะสนิทกับนายได้”

“แล้วที่มริงขอให้กรูลองคบกับมริงสามสัปดาห์ มริงกะจะทำอะไรวะ? เวลาแค่นั้นมริงคิดว่าจะเปลี่ยนให้กรูชอบผู้ชาย ชอบมริงได้เหรอ?”
“ก็มาโรงเรียนด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน นั่งติวด้วยกัน เล่นบาสเล่นคอมด้วยกัน กลับบ้านด้วยกัน เราไปนั่งเล่นบ้านนาย นายมานั่งเล่นบ้านเรา ดูหนังดูโทรทัศน์ ไปเที่ยวกันบ้าง”
“แมร่งก็แทบไม่ต่างจากปกติที่ทำอยู่ คิดว่าตัวติดกันสามสัปดาห์แล้วกรูจะชอบมริง?”
“เราไม่รู้”
“ตกลงอยากได้กี่สัปดาห์? เอาจริง ๆ”
“ไม่รู้เลย ถ้าตอบจริง ๆ ก็อยากให้ลองคบกันตลอดไปเลยน่ะ”
“อันนั้นไม่เรียกลองคบแล้วไอ้บ้า!”
“เราก็ไม่รู้ต้องใช้เวลานานแค่ไหน นายบอกให้เราขอได้...เราก็ขออ่ะ...แต่เราไม่กล้าขอนานกว่านั้นกลัวนายจะไม่ยอม”
“นี่แหละที่กรูโมโหมริง มริงอยากได้อะไรก็บอกอย่างที่อยากได้จริง ๆ ดิวะ! ไม่งั้นกรูจะทำตัวให้ถูกใจมริงได้ไง มริงขอแค่นี้เพราะกลัวกรูไม่รับปาก เดี๋ยวพอครบสามสัปดาห์มริงก็เศร้าอีก”

หน้ามันสลดอีกแล้ว กรูล่ะกลุ้ม “เออ! สามก็สาม”
หน้ามันดีใจขึ้นมาวูบนึงแล้วก็เศร้าคิ้วขมวดอีก จนผมต้องเอานิ้วจิ้มหน้าผากมัน
“นี่ไง ๆ เห็นมั้ย พอกรูตกลงมริงก็กังวลละว่าสามสัปดาห์พอมั้ย ตกลงเอาไง?”
“เราไม่รู้ ใครจะรู้ล่ะต้องใช้เวลานานแค่ไหน”
“งั้นก็สาม! สามปีไปเลย!”
"ห้ะ! นายว่าอะไรนะ!?”
“สามปี คบไปถึงตอนประกาศผลแอดมิชชั่นเลย กรูว่าป่านนั้นกรูคงอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของมริงครบละ พอใจมั้ย?”

ดิมกอดผมเต็มแรง “นายพูดจริงใช่มั้ย!”
“กรูพูดจริง”
ดิมกอดผมแน่นไม่ปล่อยเลย มริง ๆ กอดนานไปไหม คนที่ตึก 7, โรงพละ, ตึก 11 เห็นหมดแล้วมั้ง
“เราคบกันแล้วใช่มั้ย?”
“เออ”

“ดิม”
“หือ?” มันตอบทั้งที่ไม่ยอมปล่อย
“ที่มริงบอกว่ามริงเล่นกีฬาไม่เป็นสักอย่าง”
“อืม”
“แต่กรูว่ามริงเล่นมวยปล้ำได้นะ มริงกอดแน่นจนกรูหายใจไม่ออกแล้วเนี่ย”
“อ้าว! ขอโทษ ๆ”
“ป่ะ ไปกินข้าวกัน”

ผมกับดิมเดินลงจากอัฒจันทร์ผ่านสนามบอลไปโรงอาหาร บอกไม่ถูกว่าผมรู้สึกยังไง มันรู้สึกสบายใจอุ่นใจแบบแปลก ๆ
“มริงจะกินอะไรล่ะดิม?”
“เราชอบกินร้านโน้นน่ะ นายไม่ต้องซื้อให้เราหรอก เคยทำตัวยังไงก็เป็นแบบนั้นแหละ”
“เออ กรูก็ทำตัวไม่ถูก”
“เราก็เหมือนกัน”

ผมกับดิมถือจานเดินไปถึงโต๊ะ เจอบอม, พัต, เอส, ตี้ นั่งทานข้าวใกล้เสร็จแล้ว ...พัตคงไปรอผมกับดิมที่หน้าห้องแต่ไม่เจอเลยไปชวนเอสกับตี้มาทานข้าวด้วยสินะ และเช่นเคยบอมมีโจ๊กใส่ขิงเยอะ ๆ ที่พัตซื้อให้ มันทำหน้านิ่ง ๆ แต่พอดูออกว่าไอ้บอมคงเซ็งและรู้ว่าไม่มีทางอยู่กับพัตตามลำพังได้แน่
“สนกับดิมไปไหนมาเหรอ เพิ่งมาทานข้าวเนี่ย?”
“พวกเราไปนั่งคุยกันนิดหน่อยน่ะ”
บอมกับพัตมองผมเหมือนอยากรู้ว่าผมไปคุยอะไรกับดิม ส่วนเอสกับตี้คุยกันเรื่องกิจกรรมชมรม

“เดี๋ยวตอนสัปดาห์วิชาการที่ห้องสมุดจะมีงานด้วยนะ พวกนายมาเล่นกันดิ มีแจกเครื่องเขียนนะ” เอสพูด
“ชมรมโสตทัศน์ก็จะไปถ่ายรายการแข่งตอบปัญหาที่โรงเรียน XXX ด้วยนะ เออ! ดิมอยู่ห้องควีนนี่ นายได้ไปแข่งด้วยมั้ย?”
“ไม่อ่ะ เพื่อนเราไปแข่ง” ดิมตอบหน้านิ่ง ๆ ผมดูไม่ออกเลยว่ามันเสียใจผิดหวังมั้ย
“แล้วบอมหายหวัดยัง?” พัตถาม เท่านั้นแหละหน้าไอ้บอมสดชื่นขึ้นทันที
“เราหายดีแล้วล่ะ ไม่เจ็บคอแล้ว วันนี้เล่นบาสได้ละ”
“ดี ๆ เห็นมั้ยโจ๊กใส่ขิงได้ผล” พัตพูดแล้วหันมาหาดิม “ดิม เย็นนี้มาเล่นบาสด้วยกันมั้ย?”
“ได้สิ วันนี้เราไม่มีงานชมรม เดี๋ยวเรามาเล่นด้วยนะ” ดิมพูดพร้อมหันมายิ้มให้ผม ในขณะที่ไอ้บอมหน้าสลดลงอีกครั้ง โอ๊ยกรูล่ะสงสารมริง ...กรูบอกแล้วว่าต่อให้มริงมาเล่นบาสได้ ไอ้พัตก็มีวิธีเลี่ยงมริงอยู่ดี

ผมเอื้อมมือไปสะกิดเข่าบอมคุยด้วยกระแสจิต
บอม มริงไม่ต้องเศร้า เดี๋ยวกรูจัดการไอ้พัตให้เอง
ทำไงวะ?
เอาเหอะ เชื่อใจกรูละกัน กรูมีไม้ตายละ
ไม่เอาละเมอพัตของผมเชรี่ยไรนั่นแล้วนะ แค่นี้กรูก็ไม่กล้าเข้าหน้าเค้าแล้ว


ผมมองไอ้พัตอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ พัต...เย็นนี้ต่อให้นายเป็นเสือติดปีกก็หนีไม่รอด! (ติดสำนวนหนังจีนจากไอ้บอม)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-12-2020 12:09:04 โดย Sorrowkung »

ออฟไลน์ Sorrowkung

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 103
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
King Class Away Ep.26
PIN


16:30

พอจบคาบ 8 ดิมก็มายืนรอหน้าห้องเช่นเคย แต่บางอย่างไม่เหมือนเคยเพราะตอนนี้ผมคบกับดิม พูดตามตรงผมทำตัวไม่ถูกเลย มันแปลก ๆ ...ไม่เคยมีแฟนมาก่อน พอมีแฟนคนแรกก็เป็นผู้ชายซะงั้น…
“เราเคยเรียนบาสมาบ้าง” ดิมเอ่ยพร้อมพับแว่นใส่กระเป๋าระหว่างเดินไปรอพัตที่ห้อง 4
“อืม”
“วันนี้แข่งเลยไหม? แล้วเล่นกันหนักไหมอ่ะ?”
“นายอ่านสแลมดั๊งค์เยอะไปเปล่าว้า?”
“ก็เราไม่เคยเข้าชมรมกีฬา ไม่รู้เขาทำอะไรกัน”
ผมกอดคอดิม เจ้าแว่นดูจริงจังมาก ดูไปก็ทั้งขำทั้งทึ่งในความตั้งใจของมันนะ

“ดูจริงจังนะเนี่ย สบาย ๆ น่าแค่ชวนมาเล่นสนุกคลายเครียดหลังเลิกเรียน” ผมแหย่ไอ้ดิมที่มันถามยังกะจะเข้าทีมโรงเรียนเลย
“เราอยากทำให้ดีที่สุดน่ะ ก็ชมรมของสนนี่”
“มาบ่อย ๆ สิเดี๋ยวก็เก่ง เราสอนให้”
“ได้ งั้นเราจะมาเล่นบาสด้วยบ่อย ๆ นะ” ดิมยิ้มรับ
“แล้วนายก็ติวเราบ้าง สอนคอมเราด้วยละกัน”
“ได้เลย แล้วเล่นถึงกี่โมงเหรอ?”
“ทุกทีก็เล่นถึง 6 โมงเย็น แต่วันนี้บอมน่าจะกลับก่อน พวกเราก็เลิกแล้วกลับบ้านพร้อมกันเลย”
“อืม เป็นครั้งแรกนะที่ได้กลับบ้านกับนาย” ดิมยิ้ม

“ดิม กรูมีเรื่องนึงอยากคุยกับมริง”
“อะไรเหรอ?”
“คือกรูไม่เคยมีแฟนนะ แต่ที่กรูดูพวกละคร กรูว่าเรื่องระแวงหึงหวงไม่เข้าใจกันอะไรเนี่ยแมร่งน่ารำคาญสุด กรูเลยอยากบอกมริงอย่างหนึ่ง”
“อืม?”
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น กรูจะบอกทุกอย่างกับมริงตามตรง แล้วมริงรู้สึกอะไรยังไง สงสัยอยากพูดอยากถามอะไร พูดกับกรูได้ทุกเรื่องไม่ต้องเกรงใจกัน”

ดิมฟังแล้วเงียบไป
“โอเคมั้ย? คือกรูไม่ชอบเรื่องง้องแง้งน่ะ ถ้ากรูคุยกับเพื่อนผู้หญิงในห้องมริงอย่าคิดมากนะ กรูพูดคำไหนคำนั้นไม่เจ้าชู้โว้ย คบสามปีก็คือสามปี”
“อืม ระหว่างเราพูดกันได้ทุกเรื่อง”
“โดยเฉพาะหลังเล่นบาสเย็นนี้ เรามีบางอย่างต้องเคลียร์กับไอ้พัต มริงสัญญานะจะไม่หึง”
“มีเรื่องอะไรเหรอ?”
“คืองี้...” ผมกอดคอดิมมากระซิบ
“เฮ้ย! ต้องแบบนั้นเลยเหรอ?”
“เออ ถึงต้องบอกมริงล่วงหน้าไง กรูก็ไม่อยากให้มริงระแวงคิดมากตั้งแต่วันแรก”

ไอ้พัตสะพายเป้ยืนรอหน้าห้องละ
“ป่ะพัต ไปเล่นบาสกัน”
“ดีจังวันนี้ดิมมาเล่นด้วย”
“อืม” ดิมตอบพร้อมหันมาทางผม “ต่อไปจะมาเล่นด้วยบ่อย ๆ”
“พัต มริงกับดิมไปเล่นกับไอ้บอมก่อนนะ กรูไปทำธุระแป๊บ”
“อืม” พัตผงกหัวรับ มันคงคิดว่ามีดิมอยู่ด้วยเลยกล้าเข้าใกล้บอมล่ะสิ

ลงไปถึงสนาม บอมก็อุ่นเครื่องอยู่แล้ว
“บอม วันนี้ดิมมาเล่นด้วยน่ะ มริงช่วยสอนพัตกับดิมแป๊บนะกรูไปทำธุระเดี๋ยวมา”
“ได้เลย ดีจังวันนี้ดิมมาด้วย”
“อืม อาจเล่นไม่ค่อยเก่งนะ” ดิมพูด
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราสอนเบสิคให้จะได้ไม่บาดเจ็บ วันนี้เบา ๆ พอแล้วมาเล่นชู้ตขั้นบันไดกัน”

ผมเดินไปร้านขนมหลังโรงอาหาร เป็นร้านเดียวที่ยังเปิดตอนเย็น
“สวัสดีครับคุณป้า ซื้อขนมหน่อยครับ” พูดแล้วก็หยิบ ๆๆ
“โห? นี่หนูหิวมากเลยเหรอ?”
“เป็นสวัสดิการไปเลี้ยงน้อง ๆ ทีมบาสน่ะครับ”
แผนการของผมไม่มีทางพลาด ไอ้พัตเอ๊ยงานนี้นายเสร็จแน่ ทุกปัญหาคาใจต้องจบในเย็นนี้...แต่ใช้เงินสัปดาห์นี้ของตรูหมดเลยว้อยยยย! พรุ่งนี้ตรูแดรกน้ำก๊อกแหง ๆ! ผมหอบถุงขนมมาวางหลบมุมกำแพงตรงโรงอาหารไว้ก่อนแล้วเดินไปเล่นบาสกับพวกบอม
“ไง กรูมาละ”
“อ่ะ มริงเริ่มเลย ตอนนี้พัตนำไปไกลแล้ว” บอมโยนลูกบาสมา
“โห! ไม่ใช่เล่นนะเนี่ย”
“บอมออมมือให้ตะหาก” พัตหัวเราะร่า
พัตมันพัฒนาไปบ้างละ ถึงจะไม่ค่อยแม่นแต่ท่าก็เกือบเป๊ะ เมื่อตอนเปิดเทอมพัตยังเก้ ๆ กัง ๆ อยู่เลย มิน่าบอมถึงชอบมริงสุด ๆ

พวกเราเล่นจนใกล้ห้าโมงเย็นแล้ว
“มือถือเราแบตหมดแล้วแฮะ แย่เลยว่าจะโทรหาแม่สักหน่อย” ดิมพูดขึ้นมา
“ดิมมีสายชาร์จมั้ย?” พัตเอ่ยถาม
“ไม่มีน่ะ”
“งั้นใช้พาวเวอร์แบ๊งค์ของเราก่อนก็ได้” พัตรูดซิปเปิดเป้หยิบพาวเวอร์แบ๊งค์ที่เสียบกับมือถือตัวเองยื่นให้ ดิมเสียบสายกับมือถือตัวเองแล้วโทรบอกที่บ้านมาจะทานข้าวข้างนอกเลยไม่ต้องรอ
“ขอบใจนะพัต”
“ไม่ต้องเกรงใจนะดิม เออห้าโมงแล้วเราต้องกลับละ” พัตเปลี่ยนเสื้อ เก็บมือถือกับพาวเวอร์แบ๊งค์ลงเป้
“พัตกลับยังไงอ่ะ?”
“พ่อเรามารับน่ะ เราไปละนะดิม บอม สน”
“งั้นเราไปส่งนะพัต”
“ไม่เป็นไรหรอกบอม ไปซ้อมกับพวกรุ่นพี่เถอะ”
“...งั้นเราไปเล่นกับพวกพี่เค้าต่อนะ” บอมยิ้มเศร้า ๆ ตามเคย ...กรูบอกแล้วยังไงพัตก็หาทางเลี่ยงมริงได้

...แต่เลี่ยงผมไม่ได้หรอก…
“เดี๋ยวก่อนพัต”
“สนมีอะไรเหร...” พัตอึ้งนะจังงังเพราะผมถอดเสื้อพละออกต่อหน้ามัน
“มริงแบ่งขนมไปกินด้วยสิ พวกพี่เค้าซื้อมาให้เยอะเลย”
“เอ่อ...แม่ไม่ให้เราทาน...”
“เอาไปเหอะ แมร่งเยอะพวกกรูกินไม่หมด”
“เดี๋ยวพ่อเราว่า”
“งั้นกรูยัดใส่เป้มริง พ่อจะได้ไม่เห็น”

ผมถือถุงขนมเดินเข้าประชิดตัว ระยะใกล้ขนาดนี้จุดอ่อนมริงทำงานแน่ พัตยืนตัวแข็งให้ผมเอื้อมมือไปรูดซิปเป้ที่อยู่ด้านหลังพัตแล้วยัดขนมลงไป มันฝรั่งทอด ป๊อกกี้ แอลฟี่ โปเต้ ปาปริก้า  คอร์นพัฟ  เงินกรูทั้งนั้น เอาให้แมร่งเต็มเป้เลย
“พัต มริงเล่นเก่งขึ้นนะ มริงต้องเล่นกล้ามเพิ่มแบบกรูด้วยนะจะได้แข็งแรง” ผมชวนคุยพลางยัดขนมลงเป้
“ด...ได้” หน้าพัตห่างจากอกผมไม่กี่เซ็น ตอนนี้หน้ามันแดงระเรื่อแล้ว ดูออกเลยว่าไอ้ตี๋กำลังขืนตัวไม่ให้โดนตัวผม นายนี่แกล้งง่ายชะมัด
“อ่ะ กินให้อิ่มเลยนะ ไม่ต้องกลัวอ้วนหรอกเล่นบาสทุกวันแบบนี้”
“ขอบใจนะสน เราไปก่อนนะ”

ผมซ้อมพื้นฐานให้ดิมต่อ ส่วนบอมไปเล่นทีมกับรุ่นพี่
“แล้วสนไม่ต้องไปเล่นทีมกับพวกบอมเหรอ?”
“ถ้ากรูไปแล้วใครจะอยู่กับมริง พวกรุ่นน้องกับม.4 ก็กลับหมดแล้ว อีกอย่างมริงต้องซ้อมพื้นฐานเยอะ ๆ เวลาเล่นจะได้ไม่บาดเจ็บ นิ้วซ้นทีก็เรียนลำบากแล้ว”
“เราเป็นภาระให้นายมั้ยเนี่ย?”
“อย่าคิดมาก ตอนม.ต้นกรูอยู่ทีมโรงเรียนกับบอมนะ เดี๋ยวฝึกแป๊บ ๆ ก็เข้าขากับพวกรุ่นพี่แล้ว”
“พวกนายเก่งจัง”
“ไม่ขนาดนั้นหรอก แล้วมริงก็ไม่ต้องคิดมากว่าจะเป็นภาระ ดูแลมริงคนเดียวไม่ยากหรอก ถ้าวันไหนกรูต้องซ้อมกับทีมกรูจะบอกมริง”
“อืม”
“ว่าแต่มริงเหอะ ไม่ต้องไปชมรมคอมเหรอ?”
“เราทำโปรแกรมเสร็จแล้ว ตอนนี้กำลังรันหาบั๊กอยู่ มีเวลาว่าง”
"เอ๊ะ! นั่นมือถือใครน่ะ?"

บอมหันไปตามที่ผมชี้ มือถือกับพาวเวอร์แบ๊งค์วางอยู่ข้างกำแพง
"ของพัตนี่?" บอมหยิบขึ้นมาดู
"ใช่เหรอวะ?"
"ใช่ เราจำได้"
"งั้นก็แย่ล่ะสิ พัตกลับบ้านไปเกือบชั่วโมงแล้วนะ"
"บ้านพัตอยู่พญาไท ถ้าต้องวนกลับมาเอามือถือนี่มีหวังโดนพ่อบ่นแน่ เอาไงดีวะบอม?"
“งั้นเราเอาไปให้พัตที่บ้านเอง ถ้าไป airport link ชั่วโมงเดียวก็ถึง”
“บอม ลองใส่รหัสเปิดเครื่องพัตสิ ถ้าเปิดได้คงมีเบอร์พ่อแม่มัน จะได้โทรบอกพัตให้สบายใจตอนนี้เลย”
“กรูไม่รู้รหัสของพัตนี่”
“ลองวันเกิดดิ”
“อืม วันเกิดพัต 24 กุมภา”

บอมกด 2402 แต่เครื่องยังนิ่ง
“ต้องมากกว่า 4 หลักแฮะ” พูดแล้วบอมก็กด 47 ต่อ

Incorrect PIN number

“หรือเป็นค.ศ.หว่า?” บอมลองกด 240204

Incorrect PIN number

“เราเอาไปให้พัตที่บ้านเลยดีกว่า” บอมหันไปหยิบกระเป๋าทันทีอย่างร้อนใจ
“งั้นเราไลน์บอกพัตให้ด้วยว่าบอมกำลังเอาไปให้ เผื่อพัตเปิดอ่านด้วยคอม” ดิมเสนอ
“ขอบใจนะดิม” แล้วบอมก็วิ่งออกไปเลย

ผมรีบวิ่งตามไป “บอม มริงเชื่อกรู วันเกิด”
“ก็ลองวันเกิดพัตไปแล้วมันไม่ใช่น่ะ”
“ลองวันเกิดคนอื่นดิวะ”
“ถ้าพัตตั้งรหัสมือถือด้วยวันเกิดคนอื่นกรูก็คงไม่รู้ตัวเลขอยู่ดีอ่ะ”
“บอม มริงทำได้ ตอนนี้อยู่ที่ตัวมริงละ” ผมตบบ่ามันแล้ววิ่งกลับเข้าโรงเรียน



บอมวิ่งขึ้นสถานี Airport Link หัวหมากอย่างร้อนรน ถ้าเขาทำให้พัตมีความสุขเร็วขึ้นอีก 1 วินาทีเขาก็จะทำเต็มที่ เขาก้าวเข้าตัวรถ ไม่ถึงชั่วโมงน่าจะไปถึงบ้านพัต ตอนนี้เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากรอ...ไม่สิ ถ้าเขาปลดล็อกมือถือพัตได้ เขาจะบอกพัตได้เร็วขึ้น ถ้าเขาแค่รู้รหัส
...ลองวันเกิดคนอื่นดิวะ…
...บอม มริงทำได้ ตอนนี้อยู่ที่ตัวมริงละ…

สน มริงหมายความว่ายังไงวะ? อยู่ที่ตัวมริง...หรือว่า…

บอมเปิดเครื่องแล้วพิมพ์ช้า ๆ เพราะถ้าผิดครั้งที่สาม เครื่องจะไม่ให้ใส่รหัสไปอีก 15 นาที
1...9...0…1...



18:17

รถของพ่อเลี้ยวเข้าประตูบ้าน ผมเปิดประตูรถลงมาพร้อมถือเป้อย่างระมัดระวังเดินขึ้นห้องนอนไม่ให้ถุงขนมข้างในเกิดเสียงกรอบแกรบ พ่อแม่กำชับผมมาแต่ไหนแต่ไรไม่ให้กินขนมซองพวกนี้ แต่อีกใจก็ดีใจนะที่เพื่อน ๆ แบ่งขนมให้
“เอาไว้ในตู้หนังสือก่อนละกัน”

ผมล็อกห้องแล้วเปิดตู้ เปิดซิปเป้แล้วค่อย ๆ ดึงขนมออกมาทีละชิ้น เมื่อไหร่จะกินหมดเนี่ย แล้วมดจะขึ้นห้องนอนมั้ย ผมเปิดกล่องป๊อกกี้ของโปรดกินพลางจัดขนมแอบใส่ตู้ แล้วเอาเสื้อเปียกเหงื่อใส่ตะกร้า

เอาล่ะหมดแล้ว เตรียมตัวอาบน้ำแล้วลงไปกินข้าวดีกว่า ผมควานหามือถือจะเอามาชาร์จแบต...เอ๋? มือถือไม่อยู่ในเป้ พาวเวอร์แบ๊งค์ก็ไม่มี ผมรื้อสมุดหนังสือออกมาจนหมด แต่ไม่มีมือถือผม นี่ผมลืมไว้ที่โรงเรียนเหรอ? ตั้งสติก่อน ๆๆ ตอนเลิกเล่นบาสผมเอามือถือใส่เป้หรือถือใส่กระเป๋ากางเกง? หรือผมเดินถือมาแล้ววางในรถพ่อ?

ผมรีบวิ่งลงมา “พ่อครับขอยืมกุญแจรถหน่อยครับ”
“มีอะไรเหรอพัต?”
“สงสัยผมลืมมือถือไว้บนรถครับ”
“พัตถือมาแต่เป้นะ”

ในรถก็ไม่มี แย่แล้วผมลืมไว้ที่โรงเรียนแน่ ๆ ตอนนี้หกโมงเย็นแล้วด้วย พวกบอมคงกลับบ้านหมดแล้ว ทำไงดี?
“ลูกลืมมือถือเหรอ?”
“ครับ สงสัยจะลืมไว้ที่โรงเรียนแน่เลย”
“ทำไมเหลวไหลแบบนี้ล่ะ”
“คุณคะอย่าดุลูกเลย ใคร ๆ ก็เคยลืมทั้งนั้นแหละ” แม่เดินมา
“เดี๋ยวแม่ลองโทรเข้ามือถือลูกดีมั้ย เผื่อมีใครเก็บได้”
“ครับแม่”

แม่หยิบมือถือจากโต๊ะแต่ยังไม่ทันกดอะไรมือถือก็ดังขึ้น
“พัต”
“ครับแม่?”
“มือถือลูกกำลังโทรเข้าเครื่องแม่”
“หา?” มีคนเก็บได้แน่ ๆ แต่...แต่เขาปลดล็อกรหัสได้ยังไง?
“เดี๋ยวแม่ลองรับดูนะ”
“ครับแม่”

คน ๆ เดียวที่จะเดารหัสได้ก็...ไม่นะ…
“สวัสดีค่ะ นั่นใครคะ?”
“สวัสดีครับคุณแม่ ผมบอมนะครับ เพื่อนพัตครับ”

บอมจริง ๆ ด้วย!!

“โอ้! ลูกบอมเก็บมือถือพัตได้เหรอ? พัตกำลังหาอยู่พอดีเลย แล้วนี่ลูกบอมอยู่ไหนเหรอ?”
“ผมกำลังนั่ง airport link ไปให้ที่บ้านนะครับ คุณแม่บอกพัตไม่ต้องห่วงนะ อีกแป๊บนึงน่าจะถึงครับ”

...บอมกำลังมาที่นี่…

“ขอบใจมากนะจ๊ะ เดี๋ยวลูกบอมคุยกับพัตละกันนะ”
“ครับคุณแม่”
ผมรับมือถือมา ...ปลายสายอีกฝั่งคือบอม...ถ้าเขาปลดล็อกมือถือผมได้ เขาก็คงรู้ทั้งหมดแล้ว
“พัต”
“บอม เอ่อ...ขอบใจมากนะที่เก็บมือถือให้เรา”
“พัต ...เรากำลังไปหานะ” เสียงกระซิบเบา ๆ ของบอม
“อืม เรารอนะ”

ผมนั่งรอบอมอยู่หน้าบ้าน ไม่รู้ว่ากำลังรู้สึกยังไง บอมกำลังมาและเขาน่าจะรู้ความจริงแล้ว ถึงผมพยายามหลบหน้าแต่สุดท้ายผมก็กำลังรอให้ทุกอย่างพังลงตรงหน้า บอมคงรู้แล้วว่าผมคิดยังไงกับเขาทั้งที่เขามีแฟนอยู่แล้ว

ผมพยายามถอยออกให้อย่างน้อยผมยังเป็นแค่เพื่อนกับบอมต่อไปได้ แต่นี่แมร่งพังยิ่งกว่าโคตรพัง อย่างที่โต้งบอก ผมวางแผนอะไรก็แป๊กแทบทุกที

ที่ตลกสุดคือ...ตอนเห็นบอมเดินมาตรงรั้วบ้านผมดันมีความสุข
“พัตเรามาแล้ว”
“ขอบใจนะบอม เข้ามาก่อนนะ” ผมเปิดประตูรั้วให้บอมเข้ามา
“สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่”
“ขอบใจมากนะบอมช่วยเก็บของของพัตไว้ให้ นี่ลำบากเอามาส่งให้อีก แล้วทานข้าวมายังจ๊ะ?”
“ยังเลยครับ แต่เดี๋ยวผมต้องรีบไปธุระต่อน่ะครับ”
“เหรอ เสียดายจัง ไว้วันหลังแวะมาเที่ยวอีกนะ”
“ครับ ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” บอมยกมือไหว้และหันมามองผม
“แม่ครับ ผมเดินไปส่งบอมนะครับ”

พวกเราสองคนเดินออกจากซอยไปสถานีพญาไท ผมไม่รู้จะคุยอะไรทั้งที่ในหัวมีเรื่องมากมายอยากพูด กลัวไปหมดทุกอย่าง บอมเองก็เดินเงียบ ๆ ไม่รู้เลยเขากำลังคิดอะไรอยู่

มือผมแกว่งไปเฉียดมือบอม บอมก็คว้ามือผมไว้หลวม ๆ ผิวฝ่ามือแข็งที่อบอุ่นที่ผมเคยสัมผัส
“พัต...เราถามอะไรอย่างได้มั้ย?”
“ได้สิ”
“รหัสมือถือพัต...ทำไมเป็นวันเกิดเราล่ะ?”
“.........” เขารู้แล้วจริง ๆ ด้วย
“190147 ไม่ใช่เรื่องบังเอิญใช่มั้ยพัต?”

ผมหันไปมองบอม มาถึงตรงนี้จะหลบหน้าก็ไม่มีประโยชน์แล้ว
“ไม่บังเอิญหรอก เป็นวันเกิดบอมจริง ๆ นั่นแหละ บอมเป็นคนสำคัญของเรา เราไม่อยากลืม”

มือถือเป็นพื้นที่ส่วนตัว...และผมให้บอมคนเดียวที่เข้ามาได้
“เราขอโทษนะ ทั้งที่รู้ว่านายมีอั้ม แต่เราก็ยัง...”

บอมกำมือผมแน่น “พัต อั้มกับเราไม่ได้เป็นอะไรกันนะ”
“แต่รูปหน้าจอมือถือบอม”
“พัตเห็นเหรอ?”
“เอ่อ...ใช่เราเห็น”
“พัต เราไม่ได้เป็นแฟนอั้ม พัตเชื่อใจเรานะเราอธิบายได้”

บอมแตะไหล่ผมไว้เบา ๆ ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองมา
...ระหว่างภาพอั้มหอมแก้มบอมที่ผมเห็นในมือถือเขา กับสิ่งที่บอมพูด ผมจะเชื่ออะไร…
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-12-2020 12:21:15 โดย Sorrowkung »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1943
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1

ออฟไลน์ conunGB

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7768
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
อ่านตั้งนาน ต่างคนต่างเข้าใจผิดซะงั้น

ออฟไลน์ Sorrowkung

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 103
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
King Class Away Ep.27
Revelation


“พัต เราไม่ได้เป็นแฟนอั้ม พัตเชื่อใจเรานะเราอธิบายได้” บอมแตะไหล่ผมไว้เบา ๆ ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองมา

“เราเชื่อบอม” ถึงความรู้สึกสองอย่างจะตีกันในหัวผม แต่ผมเชื่อสิ่งที่บอมจะพูด

“เรากับอั้มเป็นเพื่อนห้องเดียวกันตอนม.1” บอมลดมือมากุมมือผมไว้
“อั้มมานั่งดูเรากับสนซ้อมบาสหลังเลิกเรียนประจำ คือ...เราก็พอรู้ว่าเค้าคิดยังไง แต่เราคิดกับเขาแค่เพื่อนนะ พอม.2 เราอยู่กันคนละห้องแต่อั้มก็ยังสนิทกับพวกเราเหมือนเดิมจนสนแซวประจำ”

“เราคิดว่าถ้าเราเฉย ๆ สักวันเค้าคงเลิกรู้สึกแบบนั้นไปเอง คือเราไม่อยากทำร้ายจิตใจเพื่อนน่ะพัต จนถึงม.3 พ่อแม่เราอยากให้ลองสอบเข้าโรงเรียนที่ใกล้บ้านมากขึ้น แต่เราไม่อยากบอกอั้ม เรากลัวเค้าจะทำอะไรแปลก ๆ เราลำบากใจน่ะ”
“เราพอเข้าใจบอมนะ”
“อืม ตอนวันจบม.3 ตอนเซ็นเฟรนด์ชิป สนก็เลยบอกอั้มเองว่าพวกเราจะไปสอบเข้าม.4 ที่อื่น อั้มเค้าก็เงียบไปเลย”

“เค้าเลยบอกว่างั้นมาเล่นเกมกัน ให้เราถ่ายรูปคู่กับเค้าแล้วตั้งเป็นหน้าจอมือถือ ถ้าใช้รูปนี้ 5 เดือนเค้าจะซื้อเสื้อแจ็คเก็ตทีม Miami Heat ที่เราอยากได้ให้” บอมเปิดรูปเสื้อแจ็คเก็ตในมือถือให้ดู

“เราไม่ได้อยากให้เขาซื้อให้หรอก เราแค่ไม่อยากให้อั้มเสียใจเราเลยตกลง ทีนี้ตอนถ่ายเค้าก็…หอมแก้มเราเลย เค้าบอกต้องใช้รูปนี้ไม่งั้นเค้าไม่ยอม พัตถามสนก็ได้นะ เขาก็อยู่ตอนนั้นด้วย”
“เราเชื่อบอม เราเข้าใจบอมนะ เรารู้ว่านายใส่ใจดูแลเพื่อน ๆ ทุกคน”

สำหรับอั้ม การที่บอมจะไปอยู่โรงเรียนอื่นกะทันหัน ทางเดียวที่ยังพอจะมีหวังก็คงต้องทำแบบนี้เท่านั้น

ถึงจะอยู่คนละโรงเรียนแต่บอมก็รักษาคำสัญญาตลอด ตอนวันนั้นที่ผมไปดูบอมแข่งบาส ที่เขายื่นมือถือให้อั้มดูก็คืออยากให้เค้ารู้ว่าบอมรักษาคำพูดสินะ
“พัตเข้าใจเราแล้วนะ?”
“อืม”
“เราถามพัตได้มั้ย ...พัตเป็นอะไรกับอาจารย์บิ๊วเหรอ?”
“ห้ะ! เรากับอาจารย์บิ๊ว?”
“วันนั้นที่ซีคอนเราเห็นพัตนั่งคุยกับอาจารย์แล้วพัตก็ร้องไห้”
ฉิบหายแล้ว! บอมเห็นผมตอนนั้นเหรอ?

“พัต พัตเป็นแฟนกับอาจารย์รึเปล่า? บอกเราตรง ๆ เถอะนะ”
“บอม เราไม่ได้เป็นอะไรกับอาจารย์เลยนะ!”

บอมเข้าใจผิดเพราะเห็นที่อาจารย์ยื่นถุงให้ผมแล้วผมร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรนั่นสินะ ไหนจะกระดาษโน้ตในถุงที่บอมคงเห็นแล้วนั่นอีก มาถึงขนาดนี้แล้วผมต้องเล่าทุกอย่างก่อนเขาจะเข้าใจผิดไปมากกว่านี้…

“มันไม่ใช่อย่างที่บอมเห็นนะ คือพ่อเราจ้างอาจารย์บิ๊วให้ติวเราที่บ้านช่วงปิดเทอมสามเดือน”
“หืม?”
“พ่อบอกว่าคนที่จะติวข้อสอบเข้าโรงเรียนนี้ได้ดีที่สุดก็คืออาจารย์ในโรงเรียน พ่อตั้งใจมากให้เราสอบได้ห้องคิง แต่ถ้าคนอื่นรู้ก็อาจคิดว่าอาจารย์ช่วยเราโกงข้อสอบ เราก็เลยต้องปิดเรื่องนี้เป็นความลับ”
“แต่พัต...”
“ใช่ เราไม่ได้ห้องคิง...เพราะเราจงใจกามั่วให้คะแนนต่ำ ๆ แค่สอบติด”
“เฮ้ย!? ทำไมล่ะ?”
“บอมก็เห็นว่าดิมเจออะไรบ้าง”
บอมนิ่งไป ห้องคิงห้องควีนในฝันของบอมและของหลาย ๆ คน มันคงสวยหรูเป็นแหล่งรวมเด็กหัวกะทิ

“ความจริงตอนม.ต้นที่โรงเรียนเก่าเราก็อยู่ห้องคิงมาตลอด เรียนโหดมาก เราโดนลงโทษแทบทุกวัน”
“มิน่าคืนนั้นตอนเล่นเกมพัตเล่าแต่เรื่องสมัยประถม ไม่เล่าเรื่องตอนม.ต้นเลย”
“แต่สุดท้ายตอนจบม.3 พ่อก็ให้เราลาออกเพราะเราเพื่อนน้อย พ่ออยากให้มีเพื่อนเยอะ ๆ เวลาจบไปทำงานจะได้รู้จักกันกว้างขวาง”
“พัต...”
“ถ้าเราได้ห้องคิงอีกเราก็คงไม่มีเพื่อนตามเคย ไม่รู้พ่อจะย้ายเราไปไหนอีก แล้วเช้าวันสอบเราก็เจอบอมกับสน”

“เรา...เราชอบนาย...ตั้งแต่ตอนนั้น”
ผมมองตาบอม ตาสีน้ำตาลคู่นั้นที่ผมเห็นตอนเช้าวันนั้น วันที่ผมตัดสินใจทำอะไรบ้าที่สุดในชีวิต

“เราคิดว่า...ถ้า...ถ้าได้ห้องเดียวกับบอมก็คงดี จะโดนพ่อด่าเราก็ทนได้...แต่เราก็ไม่ได้...”
ผมพยายามกลั้นใจเล่าให้จบ แต่น้ำตามันก็ไหลจนพูดไม่ออก
“พัตพอแล้ว เราเข้าใจ นายไม่ต้องพูดแล้ว” บอมกอดผมไว้แน่น
“ตอนบอมชวน...เข้าชมรมบาส...เราดีใจมากจะได้มีโอกาสอยู่กับนาย ฮะ ๆๆ แต่เราก็กลัวนะ กลัวนายจะรำคาญ รู้มั้ยเราห่วยวิชาพละที่สุด”
“ไม่ต้องบอกเราก็รู้ ฮ่า ๆๆ พัตเลี้ยงลูกบาสยังไม่เป็นเลย แต่เราชอบสอนพัตนะ เราดีใจที่เห็นพัตตั้งใจ ดีใจที่ได้ใกล้นายทุกวัน”

“พออาจารย์เห็นคะแนนสอบเข้าของเรา อาจารย์ก็เลยนัดเราไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น เราก็เลยเล่าให้อาจารย์ฟัง...แล้วก็...ฮะ ๆๆ ...อย่างที่บอมเห็นนั่นแหละ ส่วนเกมในถุงนั่นคืออาจารย์เคยสัญญาตอนติวว่าถ้าได้ห้องคิงจะซื้อเกมให้เราน่ะ”
“พัตไม่เคยเล่าให้เราฟังเลย”
“ก็เราเห็นบอมอยากได้ห้องคิงเราเลยไม่กล้าเล่า เรากลัวนายหมั่นไส้เรา และอีกอย่างก็...”
“อะไรเหรอ?”
“เราเป็นคนลบไลน์ในมือถือนายเองแหละ”
“ห้ะ?”
“ก็วันนั้นบอมจะเปิดแชทไลน์เฉลยข้อสอบเข้าให้พ่อเราดู ถ้าพ่อรู้ว่าจริง ๆ เราทำได้นี่พ่อฆ่าเราแน่”
“แล้ว-พัต-รู้-รหัส-เรา-ได้-ไง?” วงแขนของบอมเริ่มแน่นเข้าพร้อมรอยยิ้มกวน ๆ
“เราไม่รู้รหัสอ่ะ เราแฮ็กมือถือนายเลย”
“นายนี่ร้ายจริง ๆ!” บอมซุกหน้ามาฟัดซอกคอผม
“พัตนี่ตัวแสบอย่างที่นายเคยบอกตอนวันเปิดเทอมเลย! ถ้าไม่ใช่อยู่กลางถนนนะจะจับกดให้เข็ด!”
“โอ๊ย ๆๆ นี่คนเยอะนะ”
“เราไม่สนอ่ะ” บอมยกผมในท่า bear hug เข้าไปในซอยเลย

“ที่ผ่านมาทั้งหมดพวกเราเข้าใจผิดกันไปเองงั้นเหรอ”
“อืม เราผิดเองแหละที่ไม่ได้บอกบอม”
“งั้นตอนนี้...” บอมยื่นหน้าเข้ามาใกล้
“ต...ตอนนี้?”
“เราชอบพัตได้แล้วใช่มั้ย?”
“ได้ เราก็ชอบบอมได้แล้วใช่มั้ย?”
“อืม”

ผมกอดบอมไว้ ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ได้ จากวันที่เจอกันตอนสอบเข้า จากคนที่ไม่เคยรู้จักกัน จากที่ผมได้แต่มองบอมไกล ๆ
“พัตตัวสูงขึ้นนะ”
“เหรอ?”
“ตอนแรกที่เจอกันตาเราอยู่ตรงหน้าผากนาย แต่ตอนนี้อยู่ตรงคิ้วแล้ว”
“บอมสังเกตขนาดนั้นเลยเหรอ” ...ผมสูงขึ้นเหรอเนี่ย เพราะเล่นบาสสินะ...
“เรามองพัตตลอด”
คำพูดสั้น ๆ ของบอมเล่นเอาผมทำตัวไม่ถูกเลยว้อย

“พัตรู้มั้ยนายน่ารักที่สุดตรงไหน?”
“เอ่อ...ไม่รู้สิ” มีตรงไหนน่ารักด้วยเหรอวะ
“ตรงที่พัตมองเราแล้วนึกว่าเราไม่รู้ตัวไง ตั้งแต่ตอนแอดเฟสบุ้คแล้ว เราบอกชื่อเฟสแต่ยังไม่ทันบอกเลยว่าเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษแต่พัตก็กดแอดมาทันที นี่ส่องมาตั้งนานแล้วใช่มั้ย?”
“เวรล่ะ รู้ตัวเรอะ?”
“ตอนเข้าแถวตอนเช้าด้วย พอเราหันหลังไปทีไรพัตก็หันหน้าหลบ”
“นี่รู้ตัวมาตลอดเลยเหรอ?” ...อย่างที่โต้งบอก ผมวางแผนอะไรก็แป๊กทุกที…
“แน่นอน คิดว่าที่เราเปลี่ยนเสื้อต่อหน้าพัตบ่อย ๆ คืออะไรล่ะ? แต่ตอนนั้นเราไม่แน่ใจว่าพัตเป็นแฟนกับอาจารย์หรือเปล่า ไม่งั้นเราทำมากกว่านั้นอีก” บอมยิ้มตาปิด เป็นยิ้มที่กวนที่สุด ตรูว่าแล้ว! ไอ้ฉากเซอร์วิสที่มีบ่อยชิบเป๋งนี่มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญนี่หว่า! แกล้งยั่วกันชัด ๆ!!
“ว้อย! ต่อไปไม่ต้องเลยนะ!”
ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่ผมก็ดีใจที่ผมไม่ได้คิดไปฝ่ายเดียว ผมไม่ได้เหงาอยู่คนเดียว

“พัต ไปนั่งรถไฟฟ้าเที่ยวกันแป๊บนึงได้มั้ย?” บอมถามพร้อมคลายอ้อมแขนลง
“ก็ได้ ทำไมล่ะ?”
“ก็ตกลงเป็นแฟนกันในซอยมืด ๆ นี่ไม่ได้บรรยากาศเลยน่ะสิ”
“บอมยังไม่กินข้าวใช่มั้ย งั้นไปที่สะพาน sky walk ที่สยามดีมั้ย วิวดีนะ แล้วไปกินฮะจิบังกันแล้วค่อยกลับบ้าน”
“ร้านที่เราเจอพัตหลังวันสอบตอนนั้นสินะ?”
“อืม”

ผมกับบอมนั่งรถไฟฟ้ามาลงสถานีสยามแล้วเดินมาลาน sky walk ผมชอบตรงนี้มันเหมือนหนังไซไฟดี
“บอม”
“หืม?”
“จับมือได้มั้ย?” ถึงจะอายมากก็เถอะ แต่ผมก็ฝันแบบนี้มาตลอด
“อืม”
ผมจับมือบอมเดินช้า ๆ ไปที่ห้าง MBK
“ตอนม.ต้น เวลาเรารู้สึกแย่เราจะมาเดินแถวนี้ก่อนกลับบ้าน บางทีก็ไปเล่นเกมตู้จนค่ำ”
“พัตมีเรื่องอะไรไม่สบายใจเหรอ?”
“เวลาเราทำการบ้านผิด เราโดนบังคับให้กินบอระเพ็ดทุกที”
“มันเป็นยังไงเหรอ? เราเคยแต่ได้ยินชื่อ”
“ครูตัดเป็นท่อนสั้น ๆ ให้เคี้ยวสด ขมกว่ามะระร้อยเท่า”
“พัตเจออะไรมาหนักเลยนะเนี่ย”
“ตลอดหลายปีเลย ที่แย่สุดคือพ่อแม่เราบอกว่าต้องทำแบบนี้แหละจะได้เรียนเก่ง”
“พัต ต่อไปนี้พัตมีเรานะ พัตกลุ้มใจอะไรบอกเรานะ”
“อืม”

พอมาถึงร้านฮะจิบัง สั่งอาหารเสร็จบอมก็เอ่ยขึ้นมา
“รู้มั้ยวันนั้นที่เราเจอพัต เรานึกว่าพัตมากับแฟน”
“ที่บอมเห็นเป้ 2 ใบน่ะเหรอ?”
“ใช่ มีเป้ 2 ใบวางอยู่ ก๋วยเตี๋ยวก็มี 2 ชาม เราใจแป้วเลยอ่ะ”
“บอมนี่คิดมากนะเนี่ย”
“ก็นายผอม ใครจะนึกว่านายจะกินเยอะขนาดนั้น”
...ถ้าบอมได้เห็นเวลาผมโต้งเอ็มกินบุฟเฟต์จะตกใจกว่านี้ หลุมดำชัด ๆ

“แล้วเกมตู้ที่พัตว่าคือร้านที่อยู่หน้าร้านการ์ตูนฟากโน้นใช่มั้ย?”
“อืม”
“กินเสร็จแล้วไปเล่นกัน”
“มันจะดึกแล้วน่ะ เดี๋ยวพ่อแม่จะเป็นห่วงนะ”
“งั้นเสาร์อาทิตย์นี้ก็ได้”
“บอมอยากเล่นเหรอ?”
“เปล่า เราอยากเห็นเวลาพัตเล่นเกม เรานึกภาพไม่ออกเลยว่าเด็กเรียนเวลาเล่นเกมตู้จะเป็นยังไง และอีกอย่าง...”
“อะไรเหรอ?”
“พัตจะได้ลืมว่าเคยเหงาจนต้องมาเล่นเกมตู้ ต่อไปพัตจะมีเราอยู่ด้วย”

“ขอบใจนะบอม งั้นเสาร์นี้มาเล่นด้วยกันนะ"



บนรถสองแถวลาดกระบัง-อ่อนนุช

“นี่สนหยิบมือถือของพัตออกมาจากเป้ได้ยังไงเค้าไม่รู้ตัว?”
“กรูสกิลมือเบาไง ตอนนั้นยัดถุงขนมลงไปด้วยมันมีเสียงกรอบแกรบพัตเลยไม่รู้ ยิ่งกรูถอดเสื้อด้วยมันจะเขินจนตัวแข็งทื่อเลย”
“อืม” ไอ้ดิมพูดพร้อมขมวดคิ้ว
“เฮ้ยยย ดิมมริงสัญญาแล้วไงว่าจะไม่หึง”
“เปล่า แค่รู้สึกไม่ดีที่โกหกพัต”
“โกหกตรงไหนวะ?”
“ก็ที่นายให้เราหาเรื่องยืมพาวเวอร์แบ๊งค์ของพัตไง เราเลยโกหกว่าเราจะทานข้าวนอกบ้าน”
ผมให้ดิมช่วยเพื่อระบุตำแหน่งชัด ๆ ว่าพัตเก็บมือถือไว้ช่องไหนของเป้

“มริงก็ไม่ได้โกหกนี่ ก็หาข้าวกินกันแถว bts อ่อนนุชแล้วกรูก็ส่งมริงขึ้นรถไฟฟ้าไง”
“โห! นี่วางแผนไว้หมดเลยใช่มั้ย ฮะ ๆๆๆ”
“กรูบอกแล้วไง ดูแลมริงคนเดียวไม่ยากหรอก”
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-02-2021 23:27:09 โดย Sorrowkung »

ออฟไลน์ Grey Twilight

  • Moderator
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 397
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +171/-17
ผมชอบเนื้อเรื่องเรื่องนี้นะครับ ตอนแรกอ่านแล้วรู้สึกหดหู่เล็กน้อย คุณซอร์โรว์สามารถอธิบายความอึดอัดของการเรียนห้องควีน แล้วสร้างผลกระทบของความ depress ให้เกิดกับตัวละครได้ดีมาก อันนี้สมจริงครับ ขอชม

ผมชอบการหยิบประเด็นเรื่องของความบ้าคลั่งในการแข่งกันเรียน แล้วเอามาบรรยายได้สมจริงในนวนิยาย เพราะมันทำให้เนื้อเรื่องมีตรรกะที่ดีขึ้น สมเหตุสมผลขึ้น สร้างน้ำหนักให้กับพื้นพล็อตตัวละคร โชคดีที่ตัวเดินเรื่องหลัก (พัต) เป็นคนที่อารมณ์ดีและติดขี้เล่น น้องตื่นตระหนกง่ายแล้วก็มีมุมหื่นๆในใจแต่ไม่กล้าแสดงออก น่าแกล้งดีครับ ฮะๆ มันเลยทำให้ความหนักหน่วงของอารมณ์ จากการบรรยายสภาวะซึมเศร้าที่เป็นผลมาจากการถูกบีบบังคับให้แข่งขันกันเรียนมันถูกลดทอนลง ซึ่งก็ทำให้เรื่องเบาขึ้น อ่านง่ายขึ้น และโทนเรื่องที่ติดสกินชิพและหื่นๆเล็กน้อย ก็ทำให้อ่านแล้วรู้สึกมีรอยยิ้มไปด้วย

สำหรับจุดติ มีอยู่สองเรื่อง เรื่องแรกคือตัวสะกดครับ ผมคิดว่าตอนนี้เราก้าวข้ามยุคที่การเขียนนวนิยายต้องเว้นคำหยาบไปละ ดังนั้นใช้กู-มึง แม่ง แบบสะกดถูกได้เต็มที่ ไม่ถึงกับต้องแปรเสียงแบบสมัยก่อนเพื่อหลบคำเซนเซอร์ แล้วเล้าเป็ดเองก็ไม่มีนโยบายเซนเซอร์คำพวกนี้ด้วย ถ้าใช้คำพวกนี้ผมว่ามันจะทำให้เรื่องถูกหลักภาษามากขึ้นครับ ส่วนพวกคำอื่นๆที่จะหยาบ ก็ใช้แบบสะกดถูกได้เลยครับ อ่านแล้วชัดเจนกว่าด้วย ดังนั้นก็อยากให้แก้ตัวสะกดของคำหยาบครับ

เรื่องที่สองคือลอจิกของตัวละครผู้ปกครองของพัต อันนี้ผมว่ามันแปลกๆไปหน่อย ถ้าคุณพ่อพัตมองว่าการมีเพื่อนเยอะๆจะดี ทำให้มีเครือข่ายเวลาทำงานสามารถกว้างไกลและมุมมองที่กว้างขวางขึ้น การมีเพื่อนมันจะแปรผันตรงกับเวลาว่างจากการเรียนอยู่แล้วครับ ถ้าคุณมีเวลาว่างจากการเรียนน้อยมาก คุณก็จะมีเพื่อนน้อย สังเกตอย่างตอนที่พัตเรียนห้องควีน เรียนดึกดื่นๆ โดนทำโทษมากมาย แข่งกันเรียน เวลาว่างก็ต้องไปเรียนพิเศษอีก เหลวไหลไม่ได้ ดังนั้นมันจะเอาเวลาที่ไหนไปมีเพื่อนดีๆได้ครับ ถ้าจะหาเพื่อนจากสภาวะในห้องเรียนที่แข่งกันเรียน แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้แน่ๆ เพราะเกิดการแย่งชิงขึ้นตลอดเวลา มันไม่เอื้อ่ต่อความสัมพันธ์ที่ดีของเพื่อน ที่เกิดจากการเสียสละ การทุ่มเท ความมีน้ำใจต่อกันและกัน การแย่งชิงไม่เอื้อต่อสภาวะความสัมพันธ์พวกนี้ เช่นเดียวกับที่เรียนพิเศษ ซึ่งก็มีกฏระเบียบเคร่งครัด และพัตก็โดนที่บ้านตีกรอบค่อนข้างแน่น ดังนั้นจะเอาเวลาที่ไหนไปสร้างความสัมพันธ์ที่จะทำให้เกิดเพื่อนดีๆแบบที่คุณพ่อต้องการได้ครับ? มันเป็นไปไม่ได้ ได้อย่างที่ก็ต้องเสียอย่าง แต่การตีกรอบให้ลูกเรียนจนประสาทเสีย มันจะมีผลเสียมากกว่าผลดี เพราะอย่างที่เห็นว่าเคสพัตนี่ยังดีนะครับ รู้จักเอาตัวเองออกมาจากสภาวะที่ย่ำแย่ตรงนั้น กล้าฉีกตัวเองออกมาโดยที่ไม่ฟังใคร เพราะไม่งั้นซึมเศร้าแน่ๆ แต่อาจจะเพราะพัตมีความต้องการหลบเร้นด้วยแหละ ขบถน้อยๆที่เป็นผลมาจากฮอร์โมนเพศวัยรุ่นพลุ่งพล่าน แถมยังชอบแอบมองหุ่นหนุ่มๆอีกนะ ฮะๆ

สำหรับคู่ตัวละคร ผมชอบสน-ดิม ที่สุดนะครับ ดิมให้อารมณ์พัตในช่วงม.ต้นเลย แต่ว่าสิ่งที่น่าสนใจคือดืมเป็นคนที่จิตใจดีมาก และไม่ขบถเลยสักนิด สิ่งที่น่ากลัวคือดิมอาจจะถูกสภาวะการแข่งขันแบบนั้นทำให้ตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า ดังนั้นผมชอบเคสนี้ที่ตัวพระ (สน) น่าจะเป็นฝ่ายปกป้องดิมได้ดี ยังไม่นับว่าสนมีคุณสมบัติของตัวพระที่ดีหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างที่ดี ชอบออกกำลังกาย ขี้เล่น ซึนๆหน่อยแต่ก็พร้อมปกป้อง (พฤติกรรมดูให้อารมณ์คู่ ซองแทฮุน-คิมโดอุน ในตอนที่ 57จากเรื่อง How to fight ของ Webtoon มาก) แต่ว่าก็ยังมีปัจจัยอยู่อีก คือเรื่องครอบครัวของดิม ไม่รู้ว่าจะออกแนวบ้าเรียนเหมือนพัต หรือว่าสบายๆ แต่ว่ายังไม่รู้เรื่องที่ลูกตัวเองโดนทำอะไรแบบนี้จนดึกๆดื่นๆ ซึ่งถ้าเป็นแบบแรก สนน่าจะงานหนักหน่อย แต่ถ้าแบบที่สอง ก็น่าจะดันเส้นเรื่องไปทางพล็อตไม่ดราม่ามากได้ แต่ทั้งสองแบบผมว่าพล็อตคู่นี้มีศักยภาพดันไปได้ไกลมาก

อีกคู่นึงที่ผมว่าน่าสนใจ แต่ไม่ใช่แนวชอบเคมีของคู่พระ-นาย แต่เพราะอยากรู้ว่าจะแก้ปัญหาในอนาคตยังไง คือคู่ตี้-เอส ถ้าพูดกันตามจริง ผมว่าการที่พัตช่วยเอสในการจะผลักดันตี้เข้าไปในห้องควีนนี่อาจจะส่งผลอย่างคาดไม่ถึงเลยนะครับ อันดับแรกคือด้านกายภาพก่อน ตี้ไม่ได้ชอบเล่นกีฬามาก แต่ตัวสูงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และน่าจะออกกำลังกายบ้าง ทีนี้พอได้รับสารอาหารที่ถูกต้องครบถ้วน ศักยภาพทางกายจะพุ่งพรวดๆเลยเพราะยังอยู่ในช่วงวัยรุ่น รับรองเดี๋ยวหุ่นล้ำหน้าบอมกับสนไปอีก เด่นเกินหน้าตาตัวพระคู่อื่นเลย ฮะๆ ส่วนเรื่องศักยภาพสมอง ถ้ามีเอสกับพัตช่วยกันวางแผน ก็น่าจะช่วยให้ผลักดันเข้าห้องควีนไปได้ไม่ยาก แต่ปัญหาคือหลังจากเจอสภาพแวดล้อมในการเรียนของห้องควีน ผมไม่แน่ใจว่าตี้จะมีความรู้สึกกับเอสต่อยังไง ดังนั้นลางดราม่ามาเต็ม แต่อย่างตี้ที่นิสัยค่อนข้างอินดี้ (สังเกตว่าอยากเป็นอาชีพที่ค่อนข้างอิสระ ช่างภาพ นักข่าว) น่าจะไม่แคร์อะไรมาก แต่ผมอยากเห็นว่าอนาคตคู่นี้จะเป็นยังไง และอยากเห็นพัฒนาการทางรูปร่างของตี้ด้วย

โดยรวมๆผมว่าโอเคแล้วครับ ยังไงแก้ไขเรื่องตัวสะกดนิดนึง ผมติดตามพล็อตอยู่ครับ น่าสนใจมาก ชอบตรงที่ว่า 18+ แล้วมีโทนเรื่องที่เป็นไปตามนั้นจริงๆด้วย

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7768
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
เป็นแฟนกันแล้ว~

ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 806
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ Sorrowkung

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 103
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
King Class Away Ep.28
งานกลุ่ม


5:52น.

“แม่ครับ ผมไปโรงเรียนนะครับ” ผมพูดพลางสะพายเป้ขึ้นหลัง หยิบรองเท้าบาสที่พื้นรองเท้าเปิดอ้าใส่ถุงขึ้นถือ
“จ้า ทำไมวันนี้ไปเช้าจังล่ะ? แล้วกินข้าวยัง?”
“ผมจะเอารองเท้าไปซ่อมตรงตลาดแล้วกินที่นั่นน่ะครับ”
“มีเงินค่าซ่อมรึยัง? เอานี่แม่ให้” แม่รีบเดินกลับเข้าไปในครัว
“ไม่ต้องหรอกแม่ สนมีแล้ว”
“อดข้าวอีกล่ะสิ? ไม่เอานะ!” แม่หน้าบึ้งตอนแปะมือเบา ๆ ที่แขนผมเพราะเอื้อมจะไม่ถึงหัวแล้ว
“ไม่อด ๆ สนประหยัดค่าติวไป 2 วิชา นี่มีคืนให้แม่ด้วย”
ผมยื่นเงินพันนึงคืนให้คิดว่าแม่จะดีใจ ที่ไหนได้หน้างอกว่าเดิมอีก “ไม่เรียนแล้วเหรอ!?”
“เปล่า เพื่อนสนติวเลขกับอังกฤษให้ เลยเหลือแค่กวด 2 วิชา”
“อ้าว! ไปลำบากเพื่อนอีก”
“ไม่ลำบากหรอก เค้าบอกว่าได้ทบทวนความรู้ตัวเองไปด้วยอ่า”
“จริงเหรอ?”
“จริงครับ แม่น่ะไม่เชื่อสนเหรอ?”
“ก็เวลาลูกเรียกชื่อเล่นตัวเองทีไรเนี่ยมีอะไรปิดบังแม่ตลอด อย่ามาอ้อน”
“ไม่ได้อ้อน แบบนี้ตะหากเรียกว่าอ้อน” ผมอุ้มแม่ที่ตัวนิดเดียวกลับไปอยู่ในครัว
“ว้าย! เล่นอะไรพิเรนทร์จริงลูกคนนี้!”

พอออกจากบ้านผมก็เดินตรงไปข้ามถนนอ่อนนุชตรงสี่แยกไฟแดง เอ๊ะ! นั่นดิมนี่
“หวัดดีสน”
“มารอกูเลยเหรอเนี่ย?”
“อืม ตอนนั้นที่อาจารย์มาส่งเราจำได้ว่าบ้านสนกับบอมอยู่ตรงนี้ ป้ายรถสองแถวที่ใกล้สุดก็น่าจะเป็นตรงนี้ก็เลยมารอ” มันพูดแบบชัดถ้อยชัดคำ
“แล้วไม่บอกกูวะ ถ้ากูไปก่อนล่ะ?”
“ถ้าถึง 6:30 ยังไม่เจอเราค่อยโทรหา”
“มึงนี่ชอบทำตัวเองลำบาก”
ดิมไม่ตอบ มันยิ้มอย่างเดียว

“แล้วมึงกินข้าวยัง?”
“ทานละ แล้วสนล่ะ?
“ยังเลย กูกะจะเอารองเท้าไปซ่อมที่ตลาดตรงสี่แยกแล้วกินข้าวที่นั่นตอนรอรองเท้าน่ะ”
“อ้าว ไหนว่าจะซื้อคู่ใหม่?”
“กูกะจะเรียนเลขเสริมกับวิทยาศาสตร์ ส่วนดาราศาสตร์จะตั้งใจเรียนเอง ที่เหลือเลขหลักกับอังกฤษให้มึงติวไง สองวิชานี้ของสายวิทย์”
“อืม แล้วนี่รอบอมใช่มั้ย?”
“ไอ้บอมมันไปถึงโรงเรียนแล้วมั้ง”
“ไปเช้าจัง”
“ปกติก็มาเจอกันตรงนี้ตอน 6:40 แหละ แต่วันนี้มันคงไปตั้งแต่ไก่โห่ ไปรอพัตน่ะ หึ ๆๆ”
“อ่อ ที่เมื่อวานบอมเอามือถือไปให้พัตน่ะนะ”

เมื่อคืนผมโทรถามมันว่าตกลงเป็นไง มันก็เงียบพูดแค่ว่า “ดีกันแล้ว”
“ยังไงว้า ดีกันแล้วของมึงเนี่ย” ผมแกล้งกระเซ้า
“คือตอนนั้นพัตเค้านึกว่า...กูเป็นแฟนอั้ม เค้าบังเอิญเห็นในมือถือกูน่ะ”
“รูปนั้นน่ะนะ?”
“เออ"
"คือเค้าคิดว่ามึงคบอั้ม พัตมันเลยไม่กล้าอยู่กับมึงสองต่อสอง กลัวมึงหื่นนอกใจอั้มสินะ?”
“เออก็ประมาณนั้นแหละ แต่มึงไม่ต้องบอกอั้มนะกูกลัวเค้าจะเสียใจไปกว่านี้”
“เออ ๆ แล้วเรื่องพัตกับอาจารย์ตกลงคือยังไงวะ?”
“จริง ๆ บ้านพัตจ้างอาจารย์มาติวตอนปิดเทอม เค้าเลยรู้จักกันอยู่แล้ว เรื่องมันยาวกว่านี้น่ะเดี๋ยวมีเวลากูเล่าให้ฟังนะ”
“เออ พวกมึงเข้าใจกันก็ดีแล้ว”

“รถสองแถวมาละ พวกเราไปกันเลยดีกว่า”
ดิมก้าวขึ้นรถสองแถว ส่วนผมยืนท้ายรถเพราะตัวสูง ถ้าเดินเข้าไปในรถต้องก้มตัว มาถึงตลาดตรงสี่แยกอ่อนนุช ผมเอารองเท้าไปซ่อมแล้วสั่งข้าวกะเพราไข่ดาว
“ดิม แล้วมึงมาเส้นนี้ทุกวันมั้ย?”
“ถ้าวันไหนตื่นเช้าก็มาทางนี้นะประหยัดค่ารถดี แต่วันไหนตื่นสายก็นั่ง bts ไปต่อ airport link ที่พญาไทมาลงหัวหมาก”
“เด็กเรียนอย่างมึงตื่นสายด้วยเหรอวะ?”
“บางทีก็ง่วงลุกไม่ขึ้นน่ะ ฮะ ๆๆ”
“ถ้าวันไหนจะมาเส้นนี้ก็โทรบอกนะ กูกลัวมึงมารอเก้อ”

ผมรับรองเท้าที่ซ่อมเสร็จแล้ว
“รอยเย็บใหญ่จัง” ดิมเอ่ย ผมเองก็อึ้งทั้งที่ทำใจแล้วว่าเย็บถาวรมันคงไม่สวยนัก
“มันไม่สวยแต่ก็ประหยัดเงินไปหลายพัน มึงเองก็ไม่ต้องลำบากติวกูหลายวิชาด้วย”
“อืม”



ผมเดินเข้าซอยโรงเรียน ยังนึกไม่ออกว่าจะทำตัวยังไงถ้าเจอบอม เกิดมาไม่เคยมีแฟนว้อย
“หวัดดีพัต”
“หวัดดีบอม” เช้านี้บอมในชุดพละดูสดใสกว่าทุกวัน หรือผมคิดไปเองฟระ
“แล้วสนล่ะ?”
“เช้านี้เขาเอารองเท้าบาสไปซ่อมก่อนน่ะ เราเลยมาคนเดียวแต่เช้า”
“อืม” ดีจังเช้านี้ได้เดินเข้าโรงเรียนกับบอมสองคน ชุดพละเหมือนกันด้วย
“เมื่อคืนนอนไม่หลับเลยนะพัตรู้มั้ย?”
“เราก็เหมือนกัน”
คิดว่าทำตัวยังไงดี อะไรจะเหมือนเดิม อะไรจะเปลี่ยนไป ที่สำคัญจะบอกเพื่อนยังไงดี

“พัตก็เหมือนเราใช่มั้ย? เราคิดทั้งคืนเลย งั้นพัตว่าเมื่อไหร่ดี?”
บอมทำหน้าเขินเกาหัวก้มหน้าพูดนี่น่ารักชะมัด...ว่าแต่...เมื่อไหร่ดีนี่คืออะไร?
“คืออะไรเหรอ?”
“ก็...” บอมกอดคอผม “เมื่อไหร่ดีไง”
“อะไรคือเมื่อไหร่ดี?”
“ก็เมื่อไหร่ดีไง” บอมยิ้มตาปิดพลางพูดเสียงกระซิบ
“คือ...จะบอกเพื่อนเมื่อไหร่ดีอ่ะเหรอ?”
“เปล่า ต่อจากคราวก่อนเมื่อไหร่ดี?”
“..........”
“พัตอ่า คราวนั้นไปครึ่งทางแล้วน้า”
ไม่อ่ะ น่าจะยังอีกเยอะเลย -///- อีกเยอะมาก
 
“เมื่อวานเราขอพ่อแล้ว ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเราจะนั่ง airport link ไปกลับเอง พ่อจะได้ไม่ต้องมารับส่งเรา”
“ดี ๆ”
“เพราะบอมมาเมื่อวานนั่นแหละ เราบอกพ่อว่าบอมออกจากโรงเรียนหลังเราหนึ่งชั่วโมงแต่มาถึงบ้านแทบจะพร้อมเราเลย พ่อเลยบอกว่าประหยัดเวลาดี”
“แล้วพรุ่งนี้ไปเล่นเกมตู้กันนะ”
“อืม” พรุ่งนี้จะเป็นเดทครั้งแรกของผมกับบอม ตื่นเต้นชะมัด

“อ้อ! สัปดาห์หน้ามีงานสัปดาห์วิชาการ ต้องจับกลุ่มทำสิ่งประดิษฐ์วิทยาศาสตร์ เราถามอาจารย์แล้วเค้าบอกว่าจับคู่กับเพื่อนห้องอื่นก็ได้ กลุ่มละ 3-4 คน บอมจับคู่กับใครยัง?”
“ยังเลย งั้นพวกเราจับกลุ่มกัน 4 คนดีมั้ย?”
“อืม ต้องสนุกแน่ ๆ บอมอยากทำอะไรเหรอ?”
“ยังนึกไม่ออกเลย เดี๋ยวหาไอเดียก่อนแล้วเที่ยงนี้มาประชุมกันนะ”



“พวกนายเตรียมตัวกันเร็วจัง จับคู่กับห้องอื่นได้เหรอ? เพิ่งรู้นะเนี่ย” เอสถามพร้อมวางชามสุกี้พิเศษเพิ่มไข่ต้มลงบนโต๊ะ
“รีบทำให้เสร็จก่อนเพราะถัดจากนั้นก็สอบกลางภาคแล้วน่ะ”
“แล้วเอสจับคู่กับใครเหรอ?” บอมถาม
“เราไง” ตี้ตอบทันที
“ถามเรายัง?” เอสเสียงแข็ง
“ท่านเอสจะจับคู่กับใครครับ?”
“นายไง ปล่อยให้คู่กับคนอื่นก็อู้แน่”
“นั่นไง แล้วจะเถียงเพื่อออ?” ตี้ยักคิ้วกวนใส่
“ชวนบอยกับมุกด้วยนะ ไม่ได้มีแค่ 2 คน” เอสถามพลางตักไข่ต้มใส่จานตี้
“นายก็กินไปสิ”
“ฟองนี้ตั้งใจมาให้นายอยู่แล้วเพราะเดาละว่าอาหารนายโปรตีนน้อยแน่ ๆ”
“ข้าวผัดใส่ไส้กรอกตั้งหลายชิ้นนะ” ตี้ชี้จานตัวเอง
“ไส้กรอกมีแป้งผสมตั้งเยอะ จริง ๆ มีเนื้อไม่ถึงครึ่งนะรู้มั้ย เนื้อที่ใช้ก็เป็นเศษเนื้อบดฆ่าเชื้อด้วยแอมโมเนียแล้วใส่สีแต่งรสกับสารกันบูด”
“พอ ๆๆ เลยเอส แดรกไม่ลงละเนี่ย”

“บอม มึงจะทำอะไรล่ะ?” สนถาม
“ก๊อกน้ำลอยได้”
“ฟวย เค้าเล่นกันมาจะ 20 ปีแล้วมั้ง”
“แล้วมึงเสนออะไรล่ะ?” บอมถามกลับ
“เกมถือแท่งผ่านด่านลวดไฟฟ้า”
“อันนั้นเค้าเล่นกันมาตั้งแต่พ่อกูยังประถม”
“พัตเสนออะไรดี?”
“คานสมดุลน่ะ มีคานกับตุ้มห้อยกับเชือกกลางคานให้เลื่อนไปมาได้เหมือนในแบบฝึกหัด เวลาเราทำการบ้านฟิสิกส์เราคิดว่าถ้ามีของจริงคงคำนวณง่ายดี”

“ฟิสิกส์บทไหนเหรอพัต?” ตี้ขมวดคิ้ว
“เอ่อ...เราจำไม่ได้แล้วล่ะ แล้วดิมเสนออะไรดี?”
“หุ่นเดินตามเส้นปากกาน่ะ เราเขียนโปรแกรมเพิ่มให้หุ่นสุ่มเดินเวลาเจอทางแยกได้”
“สุดยอดเลยดิม!”
“ต้องสร้างหุ่นยนต์เลยเหรอวะ?” สนถาม
“หุ่นมีขายสำเร็จรูปน่ะ” ดิมตอบ
“อันนี้เจ๋งดี คนเล่นใช้จินตนาการวาดเส้นเองได้ เวลาเจอทางแยกก็ลุ้นว่าหุ่นจะเดินทางไหน” บอมสำทับ
“ตกลงอันนี้แหละนะ ทุกคนเห็นด้วยมั้ย?” ผมรีบปิดประเด็นก่อนตี้จะสงสัยเรื่องวิชาฟิสิกส์ เพราะมันเป็นเนื้อหาม.4 เทอม 2 แต่ผมเรียนไปตอนอยู่ห้องคิงปีที่แล้ว เกือบซวยแล้ว
“เอาเลย ปีนี้ได้คะแนนเต็มแน่ ๆ” สนกอดคอดิม

“ย้ายมากลุ่มนี้ทันมั้ยเนี่ย?” เอสพูดขำ ๆ
“ไรว้า เราก็มีไอเดียดี ๆ เหมือนกันนะ” ตี้ขมวดคิ้ว
“จะทำอะไรล่ะ?”
“แบบจำลองการแลกเปลี่ยนอิเล็กตรอนของธาตุ ใช้ลูกปิงปองเป็นแกนกลาง หลอดดูดติดก้อนแม่เหล็กแทนอิเล็กตรอน ทำโมเดลประมาณนี้” ตี้วาดภาพในมือถือคร่าว ๆ
“ทำแบบนี้จะเข้าใจเลยว่าทำไมไฮโดรเจน 2 อะตอมจับคู่กับอ๊อกซิเจน 1 อะตอมเป็นน้ำ 1 โมเลกุล”
“ความคิดนายเจ๋งแฮะ แบบนี้เข้าใจเรื่องพันธะเคมีง่ายมากเลยแค่จำเลขอิเล็กตรอนแต่ละธาตุได้ก็พอ”
“คิดได้ไงเนี่ย เราเห็นนายนอนคาบเคมีประจำ” เอสแซว
“แค่ฟุบหน้าว้อยไม่ได้หลับ หูยังฟังตลอด”

“แบบนี้พวกเราสองกลุ่มน่าจะทำเสร็จเร็วแน่ แล้วสัปดาห์หน้ามาติวเตรียมสอบกลางภาคกันนะ”
ผมชำเลืองมองเอส เอสผงกหัวรับ แผนส่งตี้เข้าห้องควีนใกล้จะถึงขั้นสุดท้ายแล้ว
“ดี ๆ มาถ่ายรูปรวมกันหน่อย” ตี้ยกกล้องขึ้นถ่าย



จบคาบ 6 ผมเปลี่ยนกางเกงพละกลับมาเป็นกางเกงขาสั้นเสร็จห้อง 4/2 ของบอมก็มาพอดี
“นายเรียนเสร็จแล้วเหรอ ปิงปองวันนี้ยากมั้ย?” บอมเข้ามากอด เขินว้อย! ถึงเพื่อนผู้ชายจะกอดกันมันไม่ใช่เรื่องแปลกก็เถอะ แต่แบบนี้อีกไม่นานรู้กันทั้งสองห้องแหง
“ไม่ยากอ่ะ เรียนกติกาชั่วโมงนึงไปละ”
“อืม เดี๋ยวเลิกเรียนเจอกันที่สนามบาสนะ”

หลังจบคาบ 8 ผมมารอที่สนาม สนมารอก่อนแล้ว
“สน แล้วดิมล่ะมาเล่นด้วยกันไหม?”
“มันบอกว่าไปชมรมคอมน่ะ จะทำโปรแกรมที่ค้างให้เสร็จแล้วเสาร์อาทิตย์นี้จะเริ่มเขียนรายละเอียดงานกลุ่มของพวกเรา”
“ตั้งใจมากเลยนะเนี่ย”
“กูว่าจะไปเรียนคอมกับมันด้วย มันบอกว่าจังหวะดีเลยจะได้ฝึกเขียนคำสั่งง่าย ๆ”
“ดีจัง นายก็สนใจเรื่องนี้เหรอ?”
“ก็ลองอะไรใหม่ ๆ บ้างน่ะ เออวันนี้มาลองเล่นจริงกันนะ”
“เหรอ? ชักหวาด ๆ แฮะ”
“ไม่ต้องกังวลหรอก มายืดเส้นกันก่อนนะ บอมบอกว่าเดี๋ยวจะตามมา”
“แบบนี้เหรอ?” ผมทำท่ากายบริหาร
“ประมาณนี้แหละ เดี๋ยวมีท่าอื่นด้วย”

สนสอนท่าให้หลายท่า บางท่าผมก็เอื้อมตัวไม่ไหว
“แรก ๆ จะยืดไม่ถึงหรอกไม่ต้องกังวล ทำเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็ได้ ต่อไปไอ้บอมจะมาช่วย”
สนทำหน้ายิ้มเจ้าเล่ห์ คืออะไรฟระทำไมยืดเส้นต้องทำหน้ามีพิรุธ

“พัต เตรียมพร้อมยัง? มายืดเส้นกัน” บอมมาในชุดบาสพร้อมด้วยเสื่อโยคะ 
“ได้เลย ว่าแต่เอาเสื่อมาทำไม?”
“พัตนั่งลงนะ กางขาออก เอื้อมมือไปแตะปลายขา”
“ไม่ถึงน่ะ”
“อืม งั้นนั่งขัดสมาธิ ขยับขาขึ้นลง โอเค ก้มตัวลงช้า ๆ เอาเท่าที่ได้”
บอมช่วยกดหลังเบา ๆ แล้วเปลี่ยนท่า ทำไมท่าหลัง ๆ มันต้องนอนฟระ มันเริ่มหวาดเสียวขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อบอมแทบจะขึ้นคร่อมตัวผมแล้ว
“พัตยกขาขึ้นนะ ไม่ต้องเกร็ง” แล้วบอมก็ยกขาผมข้างนึงขึ้นพาดบ่าเขา
“บ...บอม”
“อะรายยย! นี่ท่ายืดเส้น อย่าคิดมากดิ” เขายิ้มกวน
“โอ๊ย!”
“ไม่เกร็งนะ เราจะค่อย ๆ ทำ ถ้าพัตเจ็บก็บอก” บอมพูดพร้อมกดขาผมลง บอมยื่นหน้ามาใกล้ ๆ
“นี่ตั้งใจใช่มั้ย?” ทั้งท่า ทั้งบทพูด ใช่ชัด ๆ
“ตั้งใจอะไร? ยืดเส้นจริ๊ง ๆ อะเปลี่ยนข้าง” เขาหัวเราะร่าแล้วยกขาผมอีกข้างขึ้นพาดบ่า ตั้งใจแน่ ๆ จงใจสุด ๆ
ยิ่งบอมใส่เสื้อบาสที่เป็นเสื้อกล้ามที่เห็นไปถึงไหนต่อไหน มาใกล้ด้วยท่าหวาดเสียวขนาดนี้ ผมจะไม่ไหวแล้วว้อย!

“พัตลองยืนแล้วก้มตัวแตะปลายเท้าอีกที เห็นมั้ยเอื้อมเกือบถึงละ”
“เออ จริงด้วยแฮะ”
บอมยื่นหน้ามากระซิบ “พัตนี่จินตนาการเยอะนะ หึ ๆๆ”
ดูแววตาที่เป็นประกายนี่รู้เลยว่าบอมมีท่าหวาดเสียวแบบนี้อีกเพียบแหง ๆ แววตาแบบอยากแกล้งเต็มที่ หน้าตามีความสุขมาก

ลงสนามจริงครั้งแรกผมตื่นเต้นมาก ทำตัวไม่ถูกเลย อะไรที่เคยซ้อมนี่ลืมหมด
“พัต!” บอมตะโกนเรียกแล้วส่งบอลมาให้ผม แต่โดนอีกฝ่ายคว้าตัดหน้าไป
“ไม่เป็นไรนะพัต” บอมเดินมายิ้ม

อีกครั้งที่บอลลอยมา ผมคว้าไว้ได้แต่ทำอะไรไม่ถูกเลย
“เลี้ยงไปเลยพัต!”
พอเริ่มเลี้ยงลูกก็โดนคนอื่นปัดแย่งไปทันที

“เป็นไงสนุกมั้ยพัต?” บอมเดินกอดคอผมหลังเล่นเสร็จ
“ขอโทษนะ เราตกใจทำอะไรไม่ถูกเลย”
“ไม่เป็นไร พัตได้บอลตั้ง 2 ครั้งก็เก่งแล้ว ลงสนามจริงครั้งแรกตื่นเต้นแบบนี้ทุกคนแหละ” สนปลอบ
“อืม”
ถึงพวกบอมจะพูดแบบนั้นแต่ผมก็ยังรู้สึกแย่อยู่ดี ซ้อมมาตั้งหลายสัปดาห์พอเล่นจริงเละไม่เป็นท่า ผมทำเค้าผิดหวังมั้ยเนี่ย
“ฝึกบ่อย ๆ เดี๋ยวพัตก็เก่ง เชื่อไว้นะเดี๋ยวทำได้”
“อืม”
“สน เดี๋ยวกูเดินไปส่งพัตนะ”
“กูก็จะขึ้นห้องคอมไปหาดิมแป๊บนึง”

“ตอนเราเล่นสนามจริงวันแรกตอนป.4 เราก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน เดี๋ยวเล่นบ่อย ๆ จะเริ่มใจเย็นเอง”
“ขอบใจนะบอม งั้นเราจะลงเล่นบ่อย ๆ นะ เย็นนี้กลับไปก็จะซ้อมด้วย”
“มีลูกบาสที่บ้านด้วยเหรอ?”
“ใช่ เราซื้อตั้งแต่วันที่ไปดูบอมแข่งตอนปิดเทอม ซ้อมเองที่บ้านประจำแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากอ่ะ ลานหน้าบ้านแคบนิดเดียว”
“ดีใจจังที่พัตชอบ”
“ก็...ก็อยากอยู่กับนาย เราก็ต้องตั้งใจซ้อม”
“อืม พัตทำได้ พรุ่งนี้เจอกัน เราไปรอที่ bts พญาไทนะ”
“อืม แล้วเจอกันนะบอม”



17:22น.
ห้องโสตทัศน์

ตี้กำลังเร่งตัดต่อวิดีโอสารคดีของชมรมให้เสร็จในวันนี้ ไม่อยากดองงานยาวข้ามเสาร์อาทิตย์ เขารู้ว่าอาจจะดึกเลยไม่ใด้ชวนเอสมาด้วย
สักพักเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
“ฮัลโหล หวัดดีแม็ก”
“เอ้อหวัดดีตี้ เป็นไงไม่เจอกันตั้งนาน”
“เออ ตั้งแต่งาน motor expo ก็ไม่เจอนายเลย”
 
ตี้กับแม็กเป็นเพื่อนกันตอนเข้าค่ายนักข่าวรุ่นจิ๋วของสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งตอนม.3 แม้จะอยู่คนละโรงเรียนแต่ชอบกิจกรรมเหมือนกันจึงคุยกันบ่อยในกลุ่มเล็ก ๆ บางทีรวมตัวกันไปถ่ายรูปในงานอิเว้นต์ใหญ่ ๆ หรือทำสกู๊ปข่าวลงสื่อส่วนตัว

“อือ ก็สบายดี นี่กำลังปั่นงานตัดต่อของชมรมอยู่ไฟลุกเลย ฮะ ๆๆ”
“ขยันตลอดนะนายเนี่ย เออ ถามอะไรหน่อยตี้ เห็นรูปใน IG นายน่ะ”
“ทำไมเหรอ?”
“นายรู้จักพัตเหรอ เค้าย้ายมาเข้าโรงเรียนนายเหรอวะ?”
“อะไรนะได้ยินไม่ชัด”
“พัตน่ะ นนทภัทร ที่นายถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ ลง IG เมื่อตอนเที่ยงน่ะ”
“อ๋อ พัต ใช่เพื่อนห้องข้าง ๆ เราเอง แม็กรู้จักพัตด้วยเหรอ?”
“ทำไมจะไม่รู้จัก Elite 5 ของรุ่นที่โรงเรียนเรา”
“Elite 5 คืออะไร?”
“พวกเด็ก EP. ห้องคิง 5 คนที่เรียนโคตรเก่งไง ไปประกวดชนะได้ยินชื่อหน้าเสาธงแทบทุกเดือน พัตย้ายมาโรงเรียนนายเหรอ มิน่าเดี๋ยวนี้ไม่ได้ยินชื่อเลย”
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-01-2021 19:08:43 โดย Sorrowkung »

ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 806
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ Sorrowkung

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 103
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
ขออภัยแฟนนิยายทุกท่าน วันอังคารนี้ปั่นงานไม่ทันครับ ขอยกไปวันศุกร์นะครับ
ขอบคุณคุณ meteexp เม้นต์แรกเลย
คุณ AkuaPink แฟนเหนียวแน่นเม้นต์ทุกสัปดาห์เลย
คุณ UnisonMinor แฟนตั้งแต่นิยายเรื่องแรก ขอบคุณมากครับจำน้องวิงกับป้อมได้ด้วย ผ่านมา 13 ปีวิงโตเป็นอาจารย์แล้ว
คุณ KaitlyynDuff คอเพลงเดียวกันเลยครับ
คุณ Grey Twilight คอมเม้นต์ยาวมาก ดีใจมากเลยครับ
คุณ OoniceoO ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ
คุณ Ritawongishere มาบ่อย ๆ น้า ดีใจครับ
คุณ conunGB ขอบคุณครับ
คุณ mystery Y ให้กำลังใจตลอดเลย ขอบคุณครับ
คุณ ซีเนียร์ มาเยี่ยมชมบ่อย ขอบคุณครับ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Mostly999

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 1
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
รอนะครับ อ่านรวดเดียวเลย ชอบมากๆ :mew2:

ออฟไลน์ Sorrowkung

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 103
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
King Class Away Ep.29
เดทแรก


เช้าวันเสาร์ผมมายืนรอบอมที่สถานี bts พญาไทก่อนเวลานัด ยังง่วงนิด ๆ เพราะเมื่อคืนอ่านเคมีกับสังคมไปหลายบทชดเชยล่วงหน้าเลย วันนี้จะได้เที่ยวกับบอมเต็มที่ เดทแรกในชีวิตเลยว้อยตื่นเต้นชะมัด ที่ผ่านมาเคยแต่แอบมองเขา ตอนอยู่ใกล้ก็ตื่นเต้นทำตัวไม่ถูก กลัวเขาจะไม่ชอบ แต่ตอนนี้ผมอยู่กับบอมได้อย่างสบายใ..

“พัตรอเรานานมั้ย!!!” บอมเข้ามากอดจากด้านหลังพร้อมทักเสียงดัง คนหันมามองพวกเราเป็นตาเดียว
“บ...บอม!”
“พัตหิวมั้ย? กินข้าวยัง?” บอมถามทั้งที่ไม่เลิกกอด แถมยังลูบหัวเล่นซะตรูเหมือนตุ๊กตาหมีเลย
“เรากินมาแล้วน่ะบอม”
“เหรอ? เรามีแซนวิชมาด้วยนะ นมกล่องก็มี เผื่อนายหิว” เขาเปิดเป้ให้ดู
...นี่มาเดินป่าเหรอ? เตรียมพร้อมมาก!

พอขึ้นรถไฟฟ้าได้บอมก็พามายืนมุมตู้ขบวน เขาจ้องและยิ้มไม่เลิกเลย
“คิดถึงพัตจัง”
“อืม เราก็คิดถึงบอม”
“ตรงนี้ไงที่พัตเคยพาเรามาดูที่เรียนพิเศษ อยู่ใกล้บ้านนายเลยแฮะ” บอมในเสื้อแจ๊กเก็ตสีเหลืองส้มชี้ไปนอกหน้าต่างรถ ผมเคยได้เห็นเขาได้ชุดเที่ยวแค่ 2 ครั้งเดียวคือหลังวันสอบกับตอนมาดูที่เรียนพิเศษที่นี่ตอนปิดเทอม
“ตอนนั้นเราว่าจะชวนพวกบอมไปเที่ยวบ้านเราด้วย”
“ผ่านมาเดือนกว่า ๆ เองแต่รู้สึกนานจังเลยเนอะพัต”
“คงเพราะช่วงเปิดเทอมมีอะไรเยอะมากเลย ทั้งเรียน ทั้งติว มีชมรมบาสด้วย”
บอมยิ้มตาปิด ที่ผ่านมาผมได้อยู่กับบอมแทบทั้งวันทุกวัน นึกถึงคืนนั้นที่บอมบอกว่า “พัตอยู่กับบอมนะ” เขาคงอยากทำแบบนี้มานานแล้ว

“วันนี้ไปเล่นเกมตู้กันแล้วกินอะไรดี? ดูหนังกันมั้ย? พัตมีธุระต้องทำอะไรหรือเปล่า?”
“เดี๋ยวดูหนังเสร็จก็อยากจะไปเดินร้านเครื่องเขียนซื้ออุปกรณ์ทำสิ่งประดิษฐ์น่ะ”
“แถวนี้มีแต่ห้าง มีร้านเครื่องเขียนด้วยเหรอ?”
“อืม เดี๋ยวเราพาไปดูนะ มีในสยามกับจามจุรีสแควร์ด้วย แถวนี้ถิ่นเรา ฮะ ๆๆ”

ผมเดินย่านนี้ตั้งแต่เด็กรู้ทุกซอก จะมีช่วงม.ต้นที่เรียนหนักมากนี่แหละไม่ค่อยได้เดินเที่ยวเลย มาก็แค่เดินร้านการ์ตูนใน MBK กับกินบุฟเฟต์ดูหนังกับโต้งเอ็มเท่านั้น หรือบางวันที่เบื่อมาก ๆ ก็มาเดิน sky walk ก่อนกลับบ้าน

“พ่อบอกว่าเมื่อก่อนห้างเคยมีสวนสนุกบนดาดฟ้าด้วย เราก็เกิดไม่ทันหรอก”
“บ้านพัตอยู่แถวนี้ คงมาเดินบ่อยตั้งแต่เด็กเลยสินะ?”
“อืม”
“ว้า! ว่าจะพาพัตเดินเที่ยว เตรียมขนมมาตั้งเยอะ กลายเป็นว่าพัตนำทางซะงั้น ฮะ ๆๆ”
...ที่บอมเคยบอกว่าตอนเจอผมว่าเหมือนได้เจอน้องที่เขาอยากได้มาเป็นสิบปี นายอยากดูแลน้องแบบนี้ใช่มั้ย…

เริ่มด้วยการไปเล่นเกมตู้กันก่อนเลย
“เล่น House of the dead กันนะ เล่นสองคนได้ ช่วยกันยิง”
“ดีๆ เราชอบเกมผี”
จากนั้นบอมชวนเล่นเกมชู้ตบาส น่าจะเป็นเกมโปรดเขาเลย ชู้ตแม่นมาก อยู่ข้างบอมแบบนี้รู้สึกอุ่นดีชะมัด ชอบกลิ่นโคโลญจ์นจาง ๆ ที่คุ้นเคยจากตัวเขาทำผมลืมความรู้สึกเหงาที่เคยมาเล่นเกมคนเดียวเวลาเซ็ง ๆ ไปเลย
“เที่ยงแล้วกินอะไรดีพัต?”
“บอมอยากกินอะไรล่ะ? เรายังไงก็ได้ เมื่อวานก่อนก็กินร้านโปรดเราไปแล้ว คราวนี้นายเลือกบ้าง”
“กินชาบูละกัน พวกเราเล่นบาสต้องกินเนื้อกินผักเยอะ ๆ”

บอมชอบเนื้อวัวกับเนื้อหมู ส่วนผมชอบพวกอาหารทะเลกุ้งกับหอย ว่าแล้วก็หยิบซูชิด้วยดีกว่า
“พัตจะกินหมดเหรอ?” บอมหน้าเหวอเมื่อเห็นของเต็มโต๊ะ
“สบายมาก เรามีหลุมดำในกระเพาะ ฮะ ๆๆ”
“คนนี้ท่าจะเลี้ยงยากนะเนี่ย อ้อ! แล้วดูหนังเรื่องอะไรดี?”
ผมหยิบมือถือขึ้นมาเลือกหนัง ตอนนั้นเองมีคนโทรเข้ามาพอดี
“ดิมโทรมาแฮะ”
“เรื่องงานกลุ่มมั้ง” บอมเอ่ย

“หวัดดีดิม”
“หวัดดีพัต เราโทรมากวนวันหยุดหรือเปล่า?”
“ไม่กวนหรอก ดิมมีอะไรเหรอ?”
“คือ...เราจะรบกวนพัตหน่อย พัตพอทำโจทย์ข้อนี้ได้มั้ย?”
ผมกดสลับมาดูหน้าจอ เป็นโจทย์วิชาฟิสิกส์ที่ยากเอาเรื่องเลยแฮะ
“คือเป็นการบ้านของเราน่ะ มีทั้งฟิสิกส์, เลข, เคมี อาจารย์บอกว่าใกล้สอบกลางภาคต้องฝึกข้อยาก ๆ”
โจทย์ฟิสิกส์ที่ต้องใช้ตรีโกณมิติผสมด้วย...บรรยากาศนรกที่คุ้นเคยมาก เหอ ๆๆ
“พัตพออธิบายให้เราหน่อยได้มั้ย? เราลองทำเองแล้วเมื่อคืนแต่ไม่เข้าใจหลายข้อเลย”
“เหลืออีกกี่ข้อเหรอ?”
“ฟิสิกส์ 3 ข้อ เลข 4 ข้อ เคมี 2 ข้อน่ะพัต”
“อืม...แป๊บนะเดี๋ยวเราโทรกลับ”

“การบ้านของห้องควีนเหรอเนี่ย โคตรยุบยับเลย ดูก็ตาลายแล้ว” บอมก้มลงมาดูมือถือที่เขายื่นให้
“พัตทำได้มั้ย?”
“ก็พอได้ แต่ถ้าอธิบายให้ดิมทางโทรศัพท์คงงงกว่าจะเข้าใจ”
“แล้วพัตจะทำไง?”
“มีหลายข้อด้วย เราต้องไปอธิบายที่บ้านดิมเลย”
ผมคิดว่าบอมจะทำหน้าผิดหวังที่ไม่ได้เที่ยวกับเขา แต่เขากลับยิ้มร่า “งั้นไปบ้านดิมกัน ดีเลยเราจะได้เรียนวิธีทำโจทย์ยาก ๆ แบบนี้ด้วย ถ้าทำเสร็จเร็วจะได้คุยงานกลุ่มกันต่อเลยดีมั้ย?”
“อืม งั้นเราโทรบอกดิมก่อนนะ”

“ดิม เราไปอธิบายให้ฟังที่บ้านนายเลยดีมั้ย?”
“พัตจะมาบ้านเราเหรอ?”
“อืม อธิบายทางโทรศัพท์คงเข้าใจยากน่ะ”
“แป๊บนึงนะ”
ดิมเงียบไปครู่หนึ่ง ผมได้ยินเสียงเหมือนเขาคุยกับใคร สงสัยคนที่บ้านมั้ง
“ได้ ๆ พัตมาได้เลยนะ เราขอโทษนะที่รบกวนนายขนาดนี้”
“ไม่เลย เราดีใจจะได้ไปเที่ยวบ้านนายละ อ้อ! เดี๋ยวบอมไปด้วยนะ”
“อืม พัตมาถูกนะ?”
“เราจำบ้านนายได้ เดี๋ยวนั่งรถไฟฟ้าไปนะ”

บอมแวะซื้อขนมในสยามไปด้วย เขาบอกว่าเอาไปฝากบ้านดิมและไว้ทานด้วยกันตอนทำการบ้านกับงานกลุ่ม
“บอมนี่ใส่ใจเรื่องของกินตลอดเลยนะ”
“เราเล่นบาสแล้วหิวบ่อยน่ะ เลยกลัวว่าพัตจะหิวเหมือนกัน นายก็ซ้อมทุกวัน”
“กินชาบูไปขนาดนั้นไม่หิวแล้ว”
“เผื่อไว้ก่อน กินกันหลายคนสนุกดี”
“อืม”
“พัตใจดีจัง ไปช่วยสอนการบ้านดิมด้วย”
“ก็เพื่อนกันนี่นา อีกอย่างเราก็...อาจเป็นต้นเหตุให้เขาเจอเรื่องแบบนี้”
“ยังไงนะ?”
“ก็เรากามั่วให้ไม่ติดห้องคิง ทุกอันดับเลยเขยิบขึ้นมา 1 คน ดิมอาจติดห้องควีนเพราะเราเป็นต้นเหตุ”
“พัตคิดมากไปแล้ว นายจะเอาทุกเรื่องมาโทษตัวเองไม่ได้นะ ดิมเค้าอาจติดห้องควีนตั้งแต่แรกแล้วก็ได้”
“ก็เรารู้สึกผิดนี่นา”
“พัตช่วยเพื่อนมาตลอด นายยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ ถ้านายไม่สบายใจอะไรก็ระบายให้เราฟังนะ เราอยู่กับพัตตลอดนะ”
บอมกอดผม เอ่อ...มันก็ดีนะแต่นี่รถไฟฟ้านะบอม
“บอม คนเยอะ”
“นี่แหละข้อดี เพื่อนผู้ชายกอดกันไม่มีใครสนใจหรอก” บอมยิ้มร่าเหมือนรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่
แย่ละ แฟนตรูหื่นไม่แคร์ใคร ไม่สนใจสถานที่ด้วย -///- นี่เลเวลสูงสุดของนายรึยัง?

“พัต”
“หืม?”
“พัตว่าจะอธิบายการบ้านดิมเสร็จกี่โมง?”
“ตอนนี้จะบ่ายสองแล้ว เดินทาง 1 ชม. การบ้านมหาโหด 9 ข้อคงใช้เวลาสัก 3 ชม. คงเสร็จเกือบทุ่ม”
“แล้วพวกเราจะกินข้าวเย็นแล้วคุยงานกลุ่มต่อด้วยใช่มั้ย?”
“อืม ก็คงเสร็จราว 3 ทุ่ม”
“ถ้าพัตกลับบ้านก็เกือบ 5 ทุ่มเลยนะ”
“จริงด้วยแฮะ” ผมห่วงแต่เรื่องการบ้านของดิม ลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย
“นั่นแปลว่า...” ตาของบอมเป็นประกาย
“แปลว่า?”
“พัตควรค้างบ้านเรา” บอมยิ้มตาปิดพร้อมรัดผมแน่น
“ฮะ ๆๆ นี่คิดเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนดิมโทรมาเลยใช่มั้ย”
“ก็เราอยากอยู่กับพัตตลอดเวลานี่นา”
“ได้ เดี๋ยวโทรบอกพ่อก่อนนะ”
“เราโทรชวนสนมาด้วยดีกว่า จะได้ทำงานกลุ่ม”

“สน เรากับพัตจะไปทำการบ้านที่บ้านดิมน่ะ นายไปด้วยมั้ย?”
“อ๋อ กูอยู่บ้านมันนี่แหละ”
“อ้าวเหรอ!”
“เออ แล้วเจอกันนะ”


มาถึงบ้านดิมในซอยข้างห้างอิมพีเรียลสำโรง ดิมมาเปิดประตูบ้านให้
“หวัดดีพัต หวัดดีบอม”
“หวัดดีดิม สนมาด้วยเหรอ?”
“อืม อยู่ในครัวน่ะ กำลังช่วยแม่เราทำอาหาร”
“เพื่อนมาแล้วเหรอลูก? แม่ทอดไก่ใกล้เสร็จแล้ว มากินด้วยกันเร็ว”

คุณแม่ของดิมเดินออกมาจากในตัวบ้าน ดูเหมือนการสอนการบ้านวันนี้จะกลายเป็นปาร์ตี้ใหญ่ไปแล้ว
“สวัสดีครับคุณป้า ผมมีขนมมาด้วยครับ” บอมกับผมยกมือไหว้
“โอ๊ย! ไม่ต้องก็ได้ แค่เพื่อน ๆ มาเที่ยวบ้าน ดิมเค้าก็ดีใจมากแล้ว”

สนในชุดผ้ากันเปื้อนยกถาดไก่ทอดออกมาวางที่โต๊ะเตี้ยหน้าโทรทัศน์ ดูแปลกตามาก ทุกทีเจอเขาแบบนักบาสตลอด
“เฮ้ย! มึงเป็นพ่อครัวเหรอ?” บอมตะโกนแซว
“ก็กูไม่รู้จะช่วยดิมมันทำการบ้านยังไง อ่านโจทย์กูยังงงเป็นไก่ตาแตก แล้วพวกมึงบอกว่าจะมากูเลยมาช่วยแม่เค้าทำอาหาร เนี่ยชิมไก่ทอดแม่ เด็ดกว่า KFC อีก”
“กินกันตามสบายนะ เดี๋ยวแม่ไปรีดผ้าต่อนะ”
“ขอบคุณครับคุณป้า”

ดิมหยิบจานช้อนส้อมแจกทุกคน บอมจัดขนมใส่ถาด แล้วปาร์ตี้การบ้านก็เริ่มขึ้น ระหว่างที่ทานผมก็อธิบายวิธีแปลงโจทย์เป็นสมการให้ดิม ถ้าทำข้อแรกได้เขาคงเบาใจและทานกับทุกคนได้สบายใจขึ้น

“ข้อนี้ค่า t มี 2 อัน t1คือเวลาที่รถคันแรกจะชนกับรถคันที่สอง t2คือเวลาที่มวลบนพื้นเอียงที่บรรทุกบนรถคันที่สองเคลื่อนที่ขึ้น แล้วเอาแรงที่เกิดจากการชนมาคำนวณมุมของพื้นเอียง”
“อ๋อ มิน่าเราแตกสมการแล้วงง เราใช้ t เดียวกันทั้งระบบนี่เอง”
“แรงตอนชนต้องคำนวณมวลที่รถคันแรกบรรทุกไว้ด้วย”
“งี้นี่เอง”
“แล้วคนขับทำไมมันเซ่อจังวะ รถอยู่ตรงหน้ายังขับไปชน” สนเปรย...เออ ผมก็คิดแบบนี้ประจำเหมือนกัน ทำไมไม่เบรคฟระ
“มึงก็ขัดเค้าจัง เสียสมาธิหมด”
“ก็กูสงสัยอ่ะ”

ผมอธิบายวิธีคิดข้อถัดไปเรื่อย ๆ สักพักสนก็เริ่มโอดครวญ “สมองจะระเบิดแล้ว แค่แตกทิศทางแรงเป็นบวกเป็นลบก็งงแล้วเนี่ย มีทั้งขึ้นลงซ้ายขวาเอียงซ้ายเอียงขวา นี่สูตรเกมคอนทร้าเหรอวะ?”
“เออ สนมึงไปเซเว่นปากซอยกับกูหาอะไรดื่มกัน ปล่อยเด็กห้องคิงกับห้องควีนเรียนกันเถอะ พัตดิมเอาอะไรมั้ย?”
“เราเอาไอติมละกันนะบอม”
“เรายังอิ่มอยู่เลย ขอบใจนะบอมสน” ดิมตอบยิ้ม ๆ

ดิมเอ่ยถามเมื่ออยู่กันตามลำพัง “พัต ทำไงเราจะเรียนเก่งได้แบบนายล่ะ?”
“เราไม่ได้เก่งหรอก คือจริง ๆ แล้ว เอ่อ...เราเคยเรียนเนื้อหาม.4 ตั้งแต่ปีที่แล้วน่ะ”
“จริงเหรอ?”
“ที่โรงเรียนเก่าเราอยู่โปรแกรม EP ห้องคิงน่ะ เรียนเร็วกว่าหลักสูตร 1 ปี”
“โห!”
“ตอนม.1 เราเรียนถึงเนื้อหาม.2 ครึ่งนึง พอม.2 เราก็เรียนจบของม.3 แล้วน่ะ”
“งี้ ม.3 ก็เรียนของม.4 พอขึ้นม.5 ก็จบหลักสูตรม.6 แล้วงั้นสิ?”
“อืม”
“แล้วม.6 เค้าเรียนอะไรล่ะ?”
“เรียนเหมือนมหาลัยปี 1 แล้วก็ทำ portfolio ไว้สอบสัมภาษณ์คัดตรงเข้ามหาลัย และก็หลักสูตรภาษาอังกฤษปรับพื้นฐานสำหรับไปต่อเมืองนอก”
“สุดยอดเลย!”
“อืม” ผมได้แต่ตอบสั้น ๆ ...มันคงสุดยอดนะถ้าผมทนจนเรียนจบ…

“แล้ว...”
ดิมเอ่ยค้างไว้แค่นั้น ผมรู้ว่าเขาอยากถามอะไร
“เราเพื่อนน้อยน่ะ พ่ออยากให้เราไปเรียนที่อื่นที่มีห้องคิงเหมือนกันเผื่อเราจะมีเพื่อนเยอะกว่านี้ พ่อบอกว่าคอนเนคชั่นเป็นเรื่องสำคัญเวลาโตขึ้น”
“เฮ้ย! เหตุผลประหลาดจัง แต่พัตเก่งขนาดนี้แล้วทำไมนายถึงไม่ได้ห้องคิงล่ะ? นายเก่งกว่าเราตั้งเยอะ”

ผมมองดิม สักวันเขาก็ต้องรู้ความจริง ความลับไม่มีในโลกหรอก
“เราจงใจกามั่วเองแหละ”
ผมเล่าเรื่องที่เจอมาตั้งแต่ป.6 จนถึงม.3 ให้ดิมฟัง

“บอมก็รู้เรื่องนี้ใช่มั้ย?”
“อืม”
“มิน่าบอมถึงบอกว่าปล่อยให้เด็กห้องคิงกับห้องควีนเรียนกัน เราว่าอีกเดี๋ยวห้องเราก็คงเรียนโหดแบบเดียวกับที่พัตเคยเจอ”
“ดิมทำได้แน่ เชื่อเรา โรงเรียนนี้ก็ไม่มีต้นบอระเพ็ดด้วยนะ เราเดินสำรวจทั่วแล้ว”
“พัตนี่มองโลกในแง่ดีเนอะ เฮ้อ...เราโชคดีนะที่เจอนาย”

ดิมเอนตัวลงนอนกับพื้นแล้วเปิดเพลงในมือถือ

When life doesn't seem worth the living
And you don't really care who you are
When you feel there is no one beside you
Look for a star
When you know you're alone and so lonely
And your friends have traveled afar
There is someone waiting to guide you
Look for a star

“สาย oldies เหรอ?”
“เปล่าอ่ะ เพื่อนเราชื่อปิงเคยให้เราฟังเพลงนี้เวลารู้สึกแย่”
“ความหมายดีนะ”
“เมื่อคืนเราทำการบ้านไม่ได้เลย เราปรึกษาสนว่าทำไงดี เค้าบอกว่าให้ลองปรึกษาพัต”
“.......”
“There’s a friend who’s waiting to guide you...Look for a star ขอบใจนะพัต ไม่ได้นายเราคงแย่”
“อืม”

...ถ้าแผนผมผิดพลาด อีกไม่นานผมก็ได้เรียนห้องเดียวกับดิมแน่ ๆ อันที่จริงก็คงไม่เลวนะอย่างน้อยผมก็มีเพื่อนสนิทหนึ่งคนในห้องนั้นแล้ว

บอมกับสนกลับมาพร้อมน้ำชาเขียวและไอติม พวกเราทำการบ้านกันต่อจนเสร็จเกือบหนึ่งทุ่ม
“เสร็จซะที ขอบใจมากนะพัต เราเข้าใจวิธีทำละต่อไปคงทำเองได้”
“งั้นกินข้าวไปคุยงานกลุ่มกันไปละกันนะ เดี๋ยววันจันทร์จะได้หาของมาทำให้เสร็จเร็ว ๆ เลย”

คุยสรุปงานกันเสร็จ ดิมเขียนโปรแกรม ผมเขียนแบบฐานกับกระดานเหน็บกระดาษ บอมกับสนผลิตจริง
“กูชอบต่อกันดั้มอ่ะ ขอกูประกอบหุ่นได้มั้ย?” สนพูด
“อันนี้ไม่เหมือนกันดั้มนะว้อย” บอมศอกเบา ๆ
“เราก็อยากต่อ เคยเห็นแต่ในยูทิวป์”
“งั้นทุกคนมาประกอบหุ่นด้วยกันนะ มีเว็บเนี้ยที่ขายหุ่นยนต์ สั่งคืนนี้น่าจะได้ของมะรืนนี้” ดิมเปิดคอมให้ดู
“งั้นวันอังคารมาช่วยกันประกอบทั้งหมดหลังเลิกเรียนนะ” ผมเสนอ
“ขอบใจมากนะดิมเลี้ยงข้าวตั้งสองมื้อ”
“ขอบใจทุกคนเหมือนกันนะมาช่วยอธิบายการบ้านให้เรา”
“งั้นพวกเรากลับบ้านก่อนนะ” บอมกอดคอผม แสดงออกชัดเจนมาก
“เออ คืนนี้กูค้างบ้านดิมอ่ะ จะติวภาษาอังกฤษกัน”

บอมกับผมนั่งรถเมล์มาขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานีแบริ่ง คืนวันเสาร์รถว่างไม่ค่อยมีคนแล้ว พวกเราเลือกยืนข้างหน้าต่าง ดูไฟยามค่ำบนถนน
“สองคนนั้นดูสนิทกันดีนะ”
“อืม” สนเคยบอกว่าทะเลาะกับดิม ไม่รู้เหมือนกันว่าทะเลาะเรื่องอะไร แต่ตอนนี้กลับมาดีกันก็ดีแล้ว
“วันนี้ได้ทำอะไรหลายอย่างมากเลยนะ” บอมโอบไหล่ผม
“อืม ไม่ได้มาทำงานกลุ่มที่บ้านเพื่อนแบบนี้นานมากละ”
ครั้งสุดท้ายก็ตอนม.2 ตอนนั้นยังไม่บ้าเรียนขนาดนี้ งานกลุ่มแสดงละครภาษาอังกฤษได้ทำฉากเวทีกับเพื่อน ๆ ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน ...พูดแล้วก็คิดถึงเพื่อนนะ ตอนนี้ก็คงกำลังทำสิ่งประดิษฐ์วิทยาศาสตร์เหมือนกันมั้ง ทุกปีมักจะมีกลุ่มที่ทำผลงานเวอร์วังอลังการ

ผมกดเข้าไปดูเว็บบอร์ดกลุ่มปิดของเด็กนักเรียนโรงเรียนเก่าของผม…

“เป็นเดทครั้งแรกแบบเด็กเรียนเลยเนอะพัต ฮะ ๆๆ”
“....อืม...”
“พัตเป็นอะไร ทำไมดูเครียด ๆ”
“เปล่า เราไม่ได้เป็นอะไร”
“พัต เราดูออกนะ จู่ ๆ นายก็เปลี่ยนสีหน้าไปเลย มีอะไรหรือเปล่า?”
“ไม่มีอะไรหรอก”
“ตะกี้นายดูมือถือแล้วนายก็เงียบไปเลย”

ผมควรให้บอมดูไอ้นี่มั้ย…
“พัต เราเป็นแฟนพัตนะ มีอะไรบอกเราได้”
ผมสู้ดวงตาสีน้ำตาลที่มองมาไม่ได้ ผมเลยต้องยื่นมือถือของผมให้เขาดู
“บอมสัญญานะจะไม่โมโหพวกเขา”
“พวกไหน?”
“สัญญาก่อนดิ”
“ก็ได้”

Topic: Elite5 กลายเป็น Elite4 ไปแล้วว่ะ
ห่า! นั่นโปเกม่อนแล้ว 555
พัตเกรดตกจนพ่ออาย ลาออกไปละ
ก็ดี ลดเวลาอวดเก่งหน้าเสาธงไปได้หลายนาที กูนั่งจนเมื่อย
ไปโรงเรียนใหม่สอบไม่ติดห้องคิงด้วยว่ะ
ก็แมร่งโง่ เข้าห้องคิงเพราะเส้นพ่อ
เรียนจริงไม่รอด
ตัดชื่อน่ารำคาญไปได้หนึ่ง กูฟังทุกวันจนหลอน


“Elite5 คืออะไรน่ะพัต?”
“อาจารย์ประจำชั้นคัดพวกเรา 5 คนในห้องคิงไปแข่งประกวดบ่อย ๆ คนอื่นก็เลยเรียก Elite5”
“นี่พวกมันด่านายนะพัต! มีแต่เรื่องมั่ว ๆ ทั้งนั้น!”
“ช่างเถอะ เรารู้ว่าเราไม่ได้เป็นแบบนั้นก็พอ”
หน้าบอมโกรธจัด “ไอ้พวกนี้มันใคร?”
“บอมสัญญาแล้วนะ ไปต่อปากต่อคำไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก”
“...พัต”
“ตั้งแต่ตอนพ่อให้เราลาออกก็คิดอยู่แล้วว่าจะเป็นแบบนี้”
ผมกุมมือของบอมไว้ แค่มีบอมอยู่ใกล้ผมก็ไม่รู้สึกอะไรมากกับคำนินทาพวกนั้น แค่เขาอยู่กับผมก็พอ ดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นกับมืออุ่น ๆ นี้

“บอมเห็นห้องที่เปิดไฟนั่นมั้ย? เวลาค่ำ ๆ เรานั่งรถแล้วเห็นไฟในห้องแบบนี้เราคิดว่าคนในห้องคงมีความสุขมากกว่าเรา เค้าคงมีเพื่อนอยู่ด้วย ดูโทรทัศน์ด้วยกัน กินข้าวเล่นเกมด้วยกัน คุยกันว่าวันนี้เหนื่อยมั้ย แล้วก็เล่าความฝันให้กันฟัง ...เมื่อก่อนเราอิจฉาเค้านะ ตลกป่ะ ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในห้องนั้นมีใครอยู่หรือเปล่า”
“แล้วตอนนี้ล่ะพัต?” บอมกอดผมเบา ๆ และมองออกไปนอกหน้าต่างรถด้วยกัน
“ตอนนี้เราไม่อิจฉาใครแล้ว บอมอยู่กับเรา เราก็มีความสุขแล้ว”
“งั้นคืนนี้เรานั่งคุย นั่งเล่นเกมด้วยกันอย่างที่พัตว่าในห้องเรากันนะ” บอมซุกจมูกลงบนหัวผม
“อืม”
“เดี๋ยวตอนปิดไฟห้องเรา พัตจะมีความสุขยิ่งกว่านี้”
...คือซีนนี้ต้องโรแมนติกป่ะ? นี่มาหื่นตลอดเลยว้อยยย! คืนนี้เราจะแค่นอนกันเฉย ๆ หรือเปล่า? แม่นายก็อยู่ด้วยนะเฟร้ย!

ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 310
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ Sorrowkung

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 103
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
King Class Away Ep.30
Inception


พอลงสถานี bts พวกเราก็เดินต่อเข้าถนนอ่อนนุชเพื่อไปรอขึ้นรถสองแถวหน้าตลาดเพื่อไปบ้านบอม
“เดี๋ยวแวะเซเว่นก่อนนะพัต”
“อืม” ...แถวหน้าบ้านบอมก็มีเซเว่น จะซื้อทำไมตั้งแต่ตรงนี้ให้ถือของไปไกล ๆ หว่า?
“พัตไปซื้อนมกล่องให้เราหน่อยสิ”
“ได้”
ผมเดินไปหยิบนมกล่อง แต่บอมยังยืนอยู่หน้าเค้าเตอร์ พอหยิบนมกลับมาก็เห็นบอมรีบยัดของกลับเข้าไปในชั้นวาง
“รับอะไรดีคะ?” พนักงานเซเว่นถาม
“ม...ไม่มีอะไรครับ”
หน้าบอมแดงไปถึงหู แล้วหยิบ 1 กล่องยื่นให้พนักงานไว ๆ “เอาอันนี้ครับ”
ผมได้แต่ยืนรอบอมซื้อเสร็จแล้วค่อยเดินไปจ่ายเงินค่านมกล่อง พอขึ้นรถสองแถวบอมก็ยังนั่งหน้าแดง
“ด...เดี๋ยวคืนนี้เล่นเกมเพลย์ 2 กันนะ”
“อืม”
“แล้วพรุ่งนี้พัตไปไหนมั้ย?”
“เรามีเรียนพิเศษ 2 วิชาตอนบ่ายแถวบ้านเราน่ะ”
“ตอนเช้ายังว่างใช่มั้ย? คือในซอยนี้มีสนามบาสด้วยนะ เจ้าเดียวกับที่พวกเราเคยไปเล่นข้างเซ็นทรัลบางนาน่ะ ตอนเช้าพวกเราไปเล่นครึ่งสนามกันได้มั้ย?”
“ได้สิ”



“แม่ครับ คืนนี้พัตมาค้างด้วยนะครับ” บอมบอกแม่ทันทีที่เปิดประตูเข้าบ้าน
“สวัสดีครับคุณแม่ ขอรบกวนนะครับ”
“มาเลย ๆ ลูกพัตไม่ต้องเกรงใจ กินข้าวมากันยัง?”
“ทานเรียบร้อยแล้วครับ”
“จ้า ลูกพัตตัวสูงขึ้นนะเนี่ย ไม่เจอแป๊บเดียว”
“จริงเหรอครับ?”
“สูงเกือบเท่าบอมแล้ว โตไวแบบนี้แม่อยากเลี้ยงจังเลยลูก มาเที่ยวบ่อย ๆ นะ”
...ก็จะมาเป็นลูกบ้านนี้แล้วครับ
“พัตเล่นบาสกับผมทุกวันเลยครับแม่”
“ทุกเย็นเวลากินข้าวกันนะ บอมเค้าเล่าเรื่องพัตกับเพื่อนที่โรงเรียนตลอด เล่าจนแม่นึกว่านี่แฟน”
...ใช่ครับแม่ นี่แหละแฟน
“บอมดูแลพัตด้วยนะ คืนนี้แม่ง่วงน่ะแม่จะขึ้นไปนอนแล้ว”
“ได้ครับ แม่ไปนอนเถอะ”

พอขึ้นห้องบอมก็จัดแจงหาชุดกับผ้าเช็ดตัวให้ “พัตไปอาบน้ำก่อนนะ”
“อืม”
อาบแล้วแปรงฟัน...แปรงอีกรอบละกันเผื่อไว้ก่อน -///- แล้วกลับมาในห้อง บอมก็เปิดเครื่องเกมเพลย์ 2 ให้ผมเล่นรอระหว่างที่บอมไปอาบน้ำ ผมเอาผ้าเช็ดตัวไปตากที่ระเบียง ถึงจะนั่งเล่นเกมแต่ใจเต้นไม่เป็นจังหวะเลย...ตื่นเต้นว้อย! คืนนี้จะยังไงฟระ

“เกมเก่าหน่อยนะพัต พอเล่นได้มั้ย?” บอมเดินเช็ดหัวเข้ามาในห้อง เขาไม่ใส่เสื้อ ใส่แต่กางเกงขาสั้นเดินผ่านเอาผ้าเช็ดตัวไปตากที่ระเบียง คือจะยั่วกันใช่มั้ย  ผมมองบอมจนแทบเล่นบอมเบอร์แมนไม่เป็นละตรู กดระเบิดพลาดโดนตัวเองตาย อุตส่าห์เก็บของอัพพลังไว้ตั้งเยอะ
“เล่นสองคนกันนะ” บอมหยิบจอยสองนั่งลงเล่นข้างกัน

ผมแกล้งกระเถิบเข้าไปนั่งชิดกับเขา เข่าเกยเข่า แขนแนบแขน บอมถึงกับเดินไม่พ้นแรงระเบิด นี่ ๆๆ ยั่วตรูจนเล่นพลาด ต้องเอาคืน
“ตั้งใจป่ะเนี่ย?” บอมยิ้มยักคิ้ว
“ตั้งใจ ก็นายแกล้งเราก่อน”
“อะไร ไม่ได้แกล้ง”
เปลือยท่อนบนโชว์กล้ามอกกล้ามท้องมาขนาดนี้ไม่เรียกว่าแกล้งจะเรียกอะไร เล่นสักพักผมเอามือลูบขา บอมปาจอยแล้วอุ้มผมขึ้นเตียงเลย “ไม่เล่นเกมละ มาคุยกันซะดี ๆ”

บอมวางผมลงบนเตียงแล้วทาบทับลงมา หน้าซุกไซ้คลุกไปตามซอกคอ
“เรารักพัตนะ” ริมฝีปากกระซิบเบา ๆ ตอนไล้ไปมาบนหน้าผม มือสองข้างเคลื่อนสะเปะสะปะหาชายเสื้อแล้วถกขึ้นทีละนิดพร้อมเสียงหายใจหนัก ๆ
“พัต...เรา...”
ผมโน้มหน้าบอมมาจูบช้า ๆ “เรารู้ว่าบอมอยากทำ”
“พัตรู้เหรอ?”
“ก็...เห็นตอนซื้อถุง”
บอมหน้าแดงระเรื่อ หน้าหล่อ ๆ ตอนเขินนี่โคตรน่ารักเลย

“เราก็อยากทำ ...แต่วันนี้คุณแม่อยู่นะ”
ดวงตาสีน้ำตาลฉายแววดีใจ “จริงนะ? ตอนแรกเรากลัวว่าพัตไม่กล้า”
“ก็กลัวแหละ แต่..” บอมไม่ฟังผมพูดจบประกบปากเลย หน้าหล่อเกลี้ยงเกลาคลุกบดลิ้นเข้ามาดุดันกว่าคืนนั้น ตกลงได้ฟังมั้ยเนี่ยว่าแม่อยู่
“อือ...” ยิ่งดิ้นเขายิ่งคลั่ง บอมถอนริมฝีปากออกแล้วเคลื่อนหน้าลงมาที่อก มือก็ค่อย ๆ ถอดกางเกงผมลงไปช้า ๆ
“บอม...แม่อยู่” ตอนนี้ทั้งกลัวทั้งอยาก ผมเดาไม่ถูกแล้วว่าบอมจะทำอะไร มันหยุดไม่อยู่แล้วตอนนี้
“หัวใจพัตเต้นแรงมากเลย”
บอมแนบหูกับอกผม ตาสีน้ำตาลมองช้อนขึ้นมา ผมจะคลั่งตายแล้ว ตัวบอมทั้งหนักทั้งอุ่น เขาขยับเอวถูท่อนเนื้อแข็งในกางเกงเขากับขาผม งั้นขอทำตามใจสักนิดเถอะวะ!

ผมพลิกตัวขึ้นคร่อมบอม ยั่วผมมาตลอดหลายสัปดาห์จนผมแทบทนไม่ไหวอยากปล้ำเขากลางสนามบาสหลายทีละ ถึงเวลาทำจริงแล้ว! ผมกระชากกางเกงเขาออก เรือนร่างเปลือยเปล่าของหนุ่มนักบาสอยู่ตรงหน้าผมแล้ว ส่วนสัดต่ำกว่าเอวลงมาที่ผมไม่เคยเห็น ได้แต่จินตนาการ ตอนนี้ก็ยังอาย ๆ ที่จะมอง

ผมประคองหน้าบอมแล้วกดริมฝีปากลงลิ้มรสเขาทุกส่วน นี่คือบอมของผม ผมจูบสอดลิ้นเข้าไปชิมรสจนหนำใจแล้วซุกไซ้ซอกคอ ไม่มีคำพูดอะไรอีกแล้วนอกจากเสียงครางที่บอมพยายามกลั้น ต้วเขาอุ่นลื่นและหอมเพราะเพิ่งอาบน้ำมาใหม่ ๆ ผมกดแกนกลางโยกเบา ๆ ลงบนท่อนเนื้อของบอม บอมกอดผมไว้แน่น ความรู้สึกที่กลางลำตัวตอนนี้มันยิ่งกว่าที่เคยทำเองเยอะเลย
“พัต...พัตอย่าแกล้งสิ เราไม่ไหวแล้ว”
“ให้หยุดมั้ย?”
“ไม่อ่ะ”

ผมขยับตัวลงลิ้นที่หัวนมบนหน้าอกแกร่งแล้วลากลิ้นไปใต้วงแขน สัมผัสทุกส่วนของบอม บอมของผม
“พัต...อย่า...” เห็นสุดหล่อของผมหน้าแดงก่ำอ้าปากหอบเบา ๆ นี่สนุกที่สุดเลย
“ก็ชอบเปิด ๆ ถอด ๆ ยั่วเราทำไมล่ะ”
ผมซุกไซ้ไล่ลงไปถึงกล้ามท้องเป็นลอน ส่วนมือผมลูบไปตามลำตัว เอวที่คอดกิ่วแต่แข็งปั๊กแบบนักกีฬา ผมลูบรุกล้ำไปถึงแก่นกายของเขา ใหญ่ชิบเป๋งเลย อุ่นมากด้วย
ผมรูดเบา ๆ พลางเลียกล้ามท้อง บอมเริ่มร้องครางจนต้องเอาผ้าห่มโปะหน้าตัวเอง เอาไงดีล่ะผมเริ่มกลัวความหื่นของตัวเองจะทำหนุ่มนักบาสกลั้นเสียงไม่อยู่ อยากทำแบบในหนังแต่ตัวเองก็กล้า ๆ กล้ว ๆ พอใช้นิ้วแตะน้ำใส ๆ ที่ส่วนหัวบอมก็ร้องอู้อี้
“พัต” บอมจับมือผมไว้
“หืม?”
“ขอ...ขอแค่…” บอมดึงตัวผมขึ้นไปเสมอหน้าเขา
“ขอแค่มือได้มั้ย เรากลัวกลั้นเสียงไม่ไหว”
“อืม”
หน้าเราสองคนแนบกัน ผมใช้มือให้บอม ลมหายใจอุ่น ๆ กับเสียงครางเบา ๆ ของบอมที่ข้างหูทำผมเตลิดหยุดไม่อยู่แล้ว สองแขนของบอมโอบกอดผม ปล่อยให้ผมใช้มือกับแก่นเนื้อของบอมเร็วขึ้น ๆ

“พัต เราขอ” พูดจบเขาก็พลิกขึ้นคร่อมโอบรัดผมไว้แน่น ซอยเอวถูไถกับต้นขาผม กล้ามท้องเขาก็บดถูท่อนเนื้อของผมด้วย บอมดูดไปทั่วทั้งตัว เราสองคนพยายามกลั้นเสียงจนเสร็จ

บอมคว้าผ้าห่มมาเช็ดตัวให้แล้วฟุบหมดแรงบนตัวผม มีแต่เสียงหอบเบา ๆ ของเราสองคน ร่างเปลือยเปล่าที่แสนอุ่นของบอมกอดกระหวัดผมไว้
“พัตไม่โกรธเรานะที่คืนนี้ทำให้ได้แค่นี้”
“ไม่โกรธหรอก ก็แม่อยู่”
“เรา...” บอมกุมมือผม “เราอยากอยู่กับพัตนาน ๆ”
“เราก็อยากอยู่กับบอมนาน ๆ”
“พัตมีความสุขมั้ย?”
“อืม”
“เรามีความสุขมากเลย” เขาหลับตาซุกหัวลงกับหัวผม ผมก็หมดแรงเหมือนกัน เราสองคนหลับในอ้อมกอดกัน

หลับไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ เสียงบอมปลุกผมขึ้นมาในความมืด
“พัต”
“อือ…” ผมลืมตาขึ้นมา “เช้าแล้วเหรอ?”
“เปล่า นี่ตีสาม ...พัตเป็นอะไรรึเปล่า?” 
“หืม? ทำไมเหรอ?”
บอมจ้องผมแววตาเป็นห่วง...หรือจะขออีกยก?

“ไม่มีอะไร พัตนอนต่อเถอะนะ” บอมจัดหมอนให้ผมนอนถนัดขึ้น พร้อมห่มผ้านวมที่มาจากไหนไม่รู้
“อือ นอนกันนะ” ผมกุมมือบอมใต้ผ้านวม มือหนาที่อุ่นมาก
บอมกระซิบแล้วขยับผ้านวมคลุมเราสองคน “เราจะดูแลพัตเองนะ”



ผมตื่นมาตอนเช้า บอมไม่อยู่บนเตียงแต่ได้ยินเสียงจานกระทบกันที่ชั้นล่าง สงสัยบอมคงช่วยคุณแม่จัดมื้อเช้า แย่ล่ะผมนอนเตลิดแบบนี้เสียมารยาทจัง เลยใส่เสื้อผ้าเดินลงมาหวังจะช่วยอะไรบ้าง
“อรุณสวัสดิ์ครับคุณแม่ มีอะไรให้ผมช่วยมั้ยครับ?”
รู้สึกผิดนิด ๆ ไม่รู้เมื่อคืนคุณแม่ของบอมได้ยินอะไรไหม
“หวัดดีจ้าลูกพัต แม่ทำกับข้าวไว้แล้ว รีบอาบน้ำแล้วลงมาทานด้วยกันนะ”
“เราเตรียมชุดไว้ให้นายแล้วนะ ห้อยอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าน่ะ” บอมในชุดบาส เตรียมพร้อมไปเล่นบาสตามที่คุยกันเต็มที่เลย
ผมเดินกลับขึ้นห้องไปหยิบผ้าเช็ดตัวไปอาบน้ำแล้วรีบแต่งตัว...เดี๋ยวนะ นี่ก็เสื้อบาสนี่นา
“ชุดนี้ของบอมตอนม.ต้นน่ะ ลูกพัตใส่ได้พอดีมั้ย?”
“ใส่ได้ครับคุณแม่”
“เหมือนได้ลูกชายตอนเด็กมาอีกรอบเลย แต่ไม่ซนทโมนเหมือนบอมน่ะ ดีใจจัง”
“แม่จะเห่อพัตมากกว่าผมแล้วนะเนี่ย” บอมแซว
“ยืนคู่กันแล้วเหมือนพี่กับน้องชายเลย ชุดเหมือนกันด้วย ยืนชิด ๆ กันนะเดี๋ยวแม่ถ่ายรูปให้”
บอมยิ้มตาปิด กอดผมเอามือขยี้หัว

พวกเรานั่งรถสองแถวลึกเข้าไปในซอย ย่านนี้มีตลาดเล็ก ๆ ถัดไปเป็นอาคารใหญ่ที่เป็นสนามบาสกับสนามฟุตบอล บอมเดินนำไปที่สนามบาสในร่ม เช้าแบบนี้มีคนเล่นอยู่ห่าง ๆ แค่ทีมเดียว
“เราจองสนามนี้ไว้ มาเล่นกันเบา ๆ นะพัต”
“อืม”
ผมมีความสุขจัง เมื่อวานเราเดทกัน ตอนบ่ายก็ไปปาร์ตี้ทำการบ้านทำงานกลุ่มด้วยกันสี่คน ตอนค่ำก็อยู่กับบอมทั้งคืน เช้านี้ได้เล่นบาสด้วยกันสองคนอีก
“อยากลองดั๊งค์มั้ยพัต?”
“เราโดดไม่สูงขนาดนั้นหรอก”
“ขี่คอเรานี่”
“เฮ้ย! ไม่เอา!”
“เอาน่า! นะ ๆๆ สนุกเชื่อเรา”
“บอมจะยกเราไหวเหรอ?”
“สบายมาก”
บอมนั่งยอง ๆ ให้ผมขี่คอแล้วลุกขึ้น แป้นบาสอยู่ใกล้มาก ผมยัดลูกบาสลงห่วง ตื่นเต้นชะมัดเลย
“ตอนเด็ก ๆ พ่อเราก็ให้ทำแบบนี้” บอมยิ้มระรื่น
“คุณพ่อเป็นคนสอนนายเล่นบาสเหรอ?”
“ช่าย เราก็ฝันมาตลอดว่าถ้าเรามีน้อง เราจะสอนน้องเล่นบาสด้วย อยากให้เขาขี่คอดั๊งค์แบบนี้เหมือนกัน”
บอมเดินไปหยิบมือถือที่วางถ่ายไว้มุมสนาม
“ร้ายนะเนี่ย ไม่บอกก่อนว่าจะถ่าย”
“ถ้าบอกพัตคงไม่หัวเราะขนาดนี้อ่ะดิ” ว่าแล้วบอมก็กดโพสวิดีโอลงเฟสบุ้คเลย

จับมือจูงน้องไป มองฟ้าอันกว้างใหญ่ ฟ้าคงไกลไป ขี่คอพี่สูงเอง

“โห! เพลงเก่ามาก” ผมแซว บอมยิ้มไม่พูดอะไรแต่กอดผมไว้
“เราไม่ยอมให้ใครรังแกพัต”
“เฮ้ย! เดี๋ยว ๆ อะไรอ่ะบอม”
เขาไม่ตอบอะไร ...บอมคงหมายถึงเรื่องเว็บบอร์ดที่ผมให้เขาดู
“ไม่มีใครรังแกเราได้หรอกบอม นายก็รู้ว่าเราแสบขนาดไหน”

พอเล่นบาสเสร็จก็กลับบ้านมาอาบน้ำอีกรอบ
“พัตเอาชุดนี้ไปใส่ละกันนะ ชุดของพัตทิ้งไว้นี่เลย เผื่อวันหลังนายมาค้างอีก”
บอมเลือกเสื้อยืดกับเสื้อแจ็กเก็ตลายทีม Miami Heat ให้ผม
“ทีมโปรดของบอมนี่”
“อืม ดีใจจังพัตจำได้ด้วย”

เสื้อทีมโปรดของเขา...เหมือนที่บอมบอก ถ้าเรามีน้อง เรายกให้หมดทุกอย่างเลย

“เริ่มไม่แน่ใจว่าเราเป็นน้องบอมหรือแฟนบอม ฮะ ๆๆ”
“พัตเป็นทุกอย่างแหละ” บอมยิ้มตาปิด



ผมนั่งรถไฟฟ้ามาที่เรียนพิเศษ โทรศัพท์ผมดังขึ้น โต้งโทรมาแฮะ เดาได้เลยว่าเรื่องอะไร
“หวัดดีโต้ง”
“พัต มึงอย่าเข้าเว็บบอร์ดนะ”
“เราเห็นแล้วล่ะ”
“เชรี่ยเอ๊ย กูอุตส่าห์รีบโทรมากลัวมึงเห็น”
“แค่กระทู้ในบอร์ด ทำอะไรเราไม่ได้หรอก” ผมกระชับเสื้อแจ็กเก็ตของบอม ผมมีบอม ผมไม่อ่อนแอขนาดให้ตัวหนังสือมาทำร้ายผมหรอก
“ต่อความยาวสาวความยืด อยู่เงียบ ๆ เดี๋ยวพวกเค้าก็ลืม”
“ถ้ามึงว่างั้นก็ได้”
“เราอยากดู Fate Stay Night อ่ะโต้ง”
“เออ เดี๋ยวเปิดจองรอบพิเศษเมื่อไหร่ไปดูด้วยกันนะ”

ผมมีบอม มีโต้ง มีเอ็ม มีสน ดิม เอส ตี้ เพื่อนดี ๆ อีกตั้งหลายคน...ผมไม่สนใจแค่บางคนที่โรงเรียนเก่าที่ไม่ชอบเด็กห้องคิงหรอก...แต่ทำไมลางสังหรณ์ของผมมันรู้สึกว่าบางอย่างแย่ ๆ กำลังจะเกิดขึ้น

คิดมากน่า! ตามที่เอสบอกมา คะแนนของตี้ดีขึ้นเรื่อย ๆ วันนี้จะลองชวนทำโจทย์ท้ายชีตวิชาเลขกับเคมี สัปดาห์หน้าก็ชวนมาทำการบ้านด้วยกัน ผมเก็งข้อสอบไว้แล้ว เท่านี้ก็พอจะเดาระดับคะแนนเขาได้ ที่เหลือผมก็แค่ทำคะแนนสอบกลางภาคให้ได้น้อยกว่า ตี้ก็ได้เข้าห้องควีนตามแผน

ผมนัดเจอเอสกับตี้ที่ร้านข้าวแกงกะหรี่ ต้องเปลี่ยนเมนูบ้างเดี๋ยวตี้เบื่อ ร้านนี้ดีที่มีสลัดผักด้วยได้สารอาหารครบ
“หวัดดีเอส หวัดดีตี้”
“หวัดดีพัต ไปเล่นบาสมาเหรอ?” เสื้อแจ็กเก็ตผมบ่งบอกมากเลยสินะ
“อืม เมื่อเช้าไปเล่นบาสกับบอมน่ะ”
“เออ ดีแฮะ ตอนม.2 เราก็เล่นบาสนะแต่พอการบ้านเยอะ ๆ ก็ไม่ได้เล่นอีกเลย” ตี้พูด
“งั้นหลังเลิกเรียนมาเล่นกันมั้ยล่ะ?” ผมชวน การออกกำลังเบา ๆ ช่วยเพิ่มพัฒนาการร่างกายและสมอง
“วันจันทร์มีชมรมโสตน่ะสิ วันอื่นก็ไม่แน่ใจว่าว่างมั้ย?”
“ออกกำลังบ้างหัวจะแล่นนะ” เอสช่วยเสริม
“นายมาด้วยป่ะล่ะเอส?” ตี้ถามกลับ
“มาดิ ตอนเด็ก ๆ เพื่อนเรียกเราจุง โคชิกะเลยนะว้อย”
“อันนั้นวอลเลย์บอล”
“เออ! ยังไงก็มาเล่นแป๊บนึงตอนเย็นละกัน” เอสสรุปแล้วตักสลัดใส่จานตี้ “กินผักด้วย”
“ก็ได้ นายเล่นเราก็เล่น”

“ยังมีเวลาเหลือครึ่งชม. มาลองทำโจทย์ท้ายเล่มกันมั้ย?”
“อืม ก็ดีเหมือนกัน ใกล้สอบละ”
ตี้เข้าใจกฏพีซคณิตของเซ็ตและเรื่องพาวเวอร์เซ็ตเป๊ะมาก ไม่สับสนกับเครื่องหมาย แบบนี้ไปรุ่งแน่
“พัต เรื่องเซ็ตพวกเนี้ย ในชีวิตจริงเอาไปทำอะไรเหรอ?” ตี้เงยหน้าขึ้นมา
“นั่นสิ เราก็สงสัยเหมือนกัน อย่างตรีโกณมิติยังใช้หาความยาวด้านได้ แต่อันนี้ใช้ทำอะไร?” เอสถามด้วย
“เราก็ไม่รู้แฮะ”
“เราค้นในกูเกิ้ลก็ไม่ได้คำตอบ แปลว่าเรากำลังเรียนสิ่งที่ไม่รู้จะเอาไปใช้อะไรงั้นเหรอ?”
“เดี๋ยวเราหาคำตอบมาให้ละกันนะตี้”
“ใกล้เวลาเริ่มคลาสเลขละ เราไปห้องน้ำก่อนนะ” เอสพูดแล้วลุกไป

“เออพัต เราถามอะไรนายอย่างดิ?” ตี้ถามระหว่างพวกเราเก็บสมุดเตรียมออกจากร้านอาหาร
“อะไรเหรอ?”
“ตอนม.ต้นนายเรียนที่ไหนเหรอ?” คำถามของตี้ทำผมสะดุ้งโหยง
“ดลปัญญานุกูลน่ะ”
“โห! โรงเรียนดังนี่”
“ห...เหรอ?” ทำไมตี้ถามเรื่องนี้หว่า? ตรูยิ่งไม่ค่อยอยากพูดเรื่องนี้เท่าไหร่
“แล้วทำไมนายมาต่อม.4 ที่นี่ล่ะ? ดลปัญญานี่ระดับท็อปเลยนะ”
“เอ่อ...”

ผมไม่รู้จะตอบยังไงดี ผมไม่อยากพูดความจริงแต่ก็ไม่อยากโกหก ผมไม่อยากโกหกเพื่อนมากไปกว่านี้

“เฮ้ย! เราแค่ชวนคุยไปเรื่อยน่ะ ก็เห็นนายรู้เยอะดี ถ้าเป็นเหตุผลส่วนตัวก็ไม่ต้องบอกหรอกเราเข้าใจ”
ตี้ตบไหล่ผม “ตอนเราเลือกต่อม.4 ที่นี่เพื่อนก็ถามเราเหมือนกันว่าทำไมไม่ไปโรงเรียน xxxx ดังกว่าตั้งเยอะ เพื่อนในห้องเราก็ไปสอบเข้าที่นั่นหลายคนนะแต่เราว่ามันเรียนหนักเกินน่ะ เราชอบใช้เวลาว่างทำกิจกรรมที่เราชอบมากกว่า”
“เหรอ? ความคิดก้าวหน้าดีนะ”
“นายก็เห็นด้วยใช่มั้ย? ดูแนวโน้มตอนนี้สิ ประกาศรับสมัครงานก็เน้นรับคนที่มีประสบการณ์ เราว่ากว่าเราจะจบมหาลัยก็อีก 7 ปี โลกอาจเปลี่ยนไปเยอะแล้ว เราคิดว่าทักษะเสริมเป็นสิ่งที่ช่วยให้เราได้ในสิ่งที่คนอื่นไม่ได้ เราอยากเป็นนักข่าวก็เลยคิดว่าต้องเคยทำงานจริงเยอะ ๆ”
“ถ้านายอยากเป็นนักข่าว ทำไมเลือกสายวิทย์ล่ะ?”
“ขืนเลือกสายศิลป์มีหวังบ้านแตกดิ บ้านเราแต่ละคนจบหมอ จบวิศวะ แต่อยู่สายวิทย์ก็ใช่ว่าจะเป็นนักข่าวไม่ได้นี่ เราอาจได้เป็นนักข่าวสายวิทยาศาสตร์อันดับหนึ่งของประเทศก็ได้นะ”
“ตี้คิดการณ์ไกลดีเนอะ”
“อันที่จริงก็กลัวเหมือนกันแหละว่าเราคิดถูกมั้ยวะ แต่ได้นายช่วยติวบ่อย ๆ เราว่าเราเรียนรู้เรื่องขึ้นเยอะเลยว่ะ คะแนนเก็บก็ฟลุกมาก ก็เลยมั่นใจมากขึ้น ขอบใจนะพัต” ตี้กอดคอผม

“เดี๋ยวเสร็จงานสิ่งประดิษฐ์นี่เราจะตั้งใจละ คิดว่าถ้าคะแนนกลางภาคได้สัก 90% เราจะกล้าบอกพ่ออยากเป็นนักข่าว คนเรามันต้องกล้าประกาศเป้าหมายเนอะ”
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-01-2021 08:19:23 โดย Sorrowkung »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 421
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0

ออฟไลน์ Sorrowkung

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 103
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
King Class Away Ep.31
Deception


หลังเรียนเสร็จ พวกผมบอกลาพัตแล้วเดินลงมาชั้นล่างของอาคารเพื่อไปขึ้นรถ Airport link กลับบ้าน
ว่าแต่ทำไมวันนี้ไอ้ตี้อารมณ์ดีเป็นพิเศษ ไม่ค่อยกวนตีนเหมือนทุกวัน
“หิวยังเอส?”
“อือ หิวละ”
“งั้นหาอะไรกินกัน”
“กิน Subway ตรงสี่แยกเหมือนเดิมมั้ยล่ะ?”
“เบื่อน่ะ เอสนายบอกเองไม่ใช่เหรอว่าเราควรทานอาหารหลากหลาย”
หืม? ผมหันขวับไปมองตี้ จะมาไม้ไหนฟระ?

“งั้นจะกินอะไรล่ะ? ตอนมื้อเที่ยงกับบ่ายก็ทานในตึกนี้แล้ว ข้างนอกเราก็ไม่เคยเดินไปทานตอนมืดเลย”
“งั้นตามเรามา”
“แมคเหรอ? หรือ KFC?”
“ตามมาละกัน ยังไม่รีบกลับใช่มั้ย?”
“อืม ไม่รีบ”

ผมนึกว่าตี้จะไปร้านฟาสต์ฟู้ดแถวนี้ (ซึ่งผมก็จะค้านมันเพราะไม่ถูกหลักโภชนาการ) แต่มันกลับพาผมเดินเข้าซอย
“เฮ้ย! ไปไหนตี้?”
“เหอะน่า ตามมา”
ตี้มันจะพาผมไปไหนฟระ แถวนี้มีแต่ร้านหรู ๆ สำหรับฝรั่งทั้งนั้น แล้วพวกเราก็มาหยุดหน้าภัตตาคารสีขาวป้ายชื่อเป็นแถบดำ ตี้หันมายิ้ม “ที่นี่แหละเขาว่าอร่อย เราดูรีวิวในเน็ตมาแล้ว”
“ท่าทางหรูชิบเป๋ง เราไม่ค่อยมีตังค์นะ”
ตี้ทำหูทวนลมเปิดประตูเข้าไปเลย นี่นายจะแกล้งแรงไปแล้วนะ นายอาจมีตังค์แต่ผมไม่มีนะว้อย
“ตี้!” ไอ้โย่งไม่ฟังเสียง เดินนำไปนั่งที่โต๊ะเลย
“ตี้! เราไม่มีตังค์!” ผมกระซิบเพราะอายคนอื่นในร้าน
“เราเลี้ยงเองน่า เอาเบอร์เกอร์ไข่กับออมเล็ตครับ ของผมชุดซีซาร์สลัดทูน่า”

ผมรีบคว้าเมนูมาเปิดตามเพื่อดูราคา โอเคไม่แพงมากยังพอไหว แต่นายไม่ถามกันเลยฟระ
“ตอนพักเที่ยงที่โรงเรียนเราเห็นนายเดินผ่านร้านเบอร์เกอร์ข้างโรงอาหาร นายชอบมองบ่อย ๆ เลยคิดว่าคงชอบแนวนี้ อันนี้มีผักเยอะด้วย รีวิวก็บอกว่าดี”

ตอนแรกผมจะด่ามันแต่เมนูที่มันเลือกก็น่ากินจริงแฮะ
“ร้านที่โรงอาหารคนเยอะตลอด นายไม่ชอบต่อคิวใช่มั้ยล่ะเอส?”
“ก็ประมาณนั้น ว่าแต่นายรวยมาจากไหนฟระ อยู่ ๆ จะเลี้ยงเรา”
“ก็...” ตี้ดึงมือถือออกมาเปิด IG
“มีสปอนเซอร์เข้า”
“เหรอ? คราวนี้อะไรน่ะ?”
“เสื้อยืดคู่รัก”
“...........”
“นะเอสนะ ช่วยรับงานนี้กับเราที”
“ไม่!”
“เหอะนะเอส เสื้อร้านนี้ครีเอทีฟมากเลยนะ แบบคู่ฝาแฝดก็มี เพื่อนรักก็มี เสื้อทีมก็มี เราอยากถ่ายงานนี้”
“แค่นี้เพื่อนในห้องก็นึกว่าเป็นคู่จิ้นกันหมดแล้ว”
“เหอะนะ จะได้มีตังค์ซื้ออุปกรณ์ทำสิ่งประดิษฐ์ด้วยไง คิดเสียว่าเพื่องานกลุ่มก็ได้”
“ได้เท่าไหร่ล่ะ?”
“6,000 แบ่งกันคนละครึ่ง”
“......”
ขอแกล้งหน้าบึ้งสักหน่อยเหอะ ไถหน้าจอดูเมสเสจที่มันคุยกับสปอนเซอร์ถ่วงเวลาแกล้งมัน
“นาย 4,000 เรา 2,000 ก็ได้ นะเอสนะ”
“เออ ๆ ก็ได้ แบ่งคนละครึ่งนั่นแหละ”
ก็อยากโก่งค่าตัวหรอกนะ แต่ดู ๆ แล้วตี้มันก็ต้องคุยงานคุยรายละเอียดอะไรเยอะเหมือนกัน อันที่จริงผมไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากยอมให้มันถ่ายรูปบ้า ๆ บอ ๆ ลง IG จะเอามากกว่ามันก็น่าเกลียด

“ชอบนายที่สุดก็ตรงนี้แหละ” ตี้ยิ้มร่าแล้วพิมพ์ตอบเมสเสจ IG ทันที
“ที่พามาเลี้ยงคือกะมัดมือชกใช่มั้ย?”
“มีเรื่องอื่นด้วยน่ะเอส”
“อะไรเหรอ?”
“คือ...เราอยากขอบใ”
“เฮ้ย! นี่อะไรฟระ? ถ่ายแบบที่โรงเรียน!”
ผมไถไปดูที่ไอ้ตี้คุยงาน นัดถ่ายที่โรงเรียน แล้วดูท่าที่ต้องถ่ายมีทั้งกอด, ขี่หลัง, อุ้ม, นอนหนุนตัก, ท่าซารางเฮโย, กินป๊อกกี้คนละฟาก, แตะหน้าผากวัดไข้ แต่ละท่าบรรเจิดบรรลัยมากเหมือนขุดจากนิยายมาทุกเรื่อง
 
ตี้ยิ้มแห้ง ๆ “นะเอส เพื่องานกลุ่มนะโว้ย”
“เสื้อก็ส่อ ท่าก็ใช่ ถ่ายที่โรงเรียนด้วย เพื่อน ๆ ก็เห็นหมดดิวะ ไม่เอาว้อย”
ตี้หน้าสลดก้มลงไปพิมพ์

Ty_Tweetie: พี่ครับ เอาท่าธรรมดาได้มั้ยครับ?
Heart_JT: ทำไมล่ะคะน้องตี้น้องเอส?
Ty_Tweetie: เอสเค้าเขินครับ


“ไม่ได้เขินว้อย เอามานี่เราพิมพ์เอง” ผมแย่งมือถือมันมาเลย

Heart_JT: แค่ท่ากุ๊กกิ๊กเองนะคะ ให้พี่คุยกับน้องเอสได้มั้ย?
Ty_Tweetie: เป็นนักเรียนครับพี่ ขอท่าธรรมดาดีกว่า

Heart_JT:  :sad4:
Heart_JT: นะคะ เพื่อ FC น้าาาา

มีแฟนคลับด้วยเหรอวะ? IG ที่มีแต่รูปคู่บ๊อง ๆ เนี่ย?

Ty_Tweetie: ไม่ได้จริง ๆ ครับ
Heart_JT: งั้นพี่ขอแค่ 2 ท่านะคะ อันไหนก็ได้ พี่ยื่น story board ไปแล้วน่ะค่ะ
Ty_Tweetie: งั้นแค่ขี่หลังกับแตะหน้าผากวัดไข้ครับ
Heart_JT: ค่าาา  :mew1:

2 ท่านี้เพื่อนผู้ชายก็ทำกันนะ

“เรียบร้อยละเนาะ ทานข้าวกันต่อดีกว่า กินเยอะ ๆ นะจะได้สูง”
“ฟวยเหอะ เดี๋ยวโทรปลุกตอนตีห้าซะนี่” สรุปมันก็ปากหมาเหมือนเดิม
“ไม่ตื่นหรอก ฮ่า ๆๆ”
“แล้วที่บอกว่ามีเรื่องอื่นจะคุยด้วยคืออะไร?”
“ไม่มีแล้วล่ะ รีบกินเหอะจะสามทุ่มละ”

พอลงบันไดจากสถานี airport link หัวหมาก ตี้ก็เอ่ยขึ้นมา “ดึกแล้วเดี๋ยวเราเดินไปส่งนายที่บ้านนะ”
“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวนายก็นอนดึกอีก เรากลับเองได้”
“เออ ๆ พรุ่งนี้โทรมาปลุกด้วยนะ”
“ตื่นเองบ้างดิว้อย”
นายนี่เหมือนเด็กจริง ๆ ต้องโทรปลุกทุกเช้าหรือไง แต่ได้มา 3,000 โคตรดีใจเลยว้อย
ผมเดินข้ามถนนไปอีกฟากแล้วหันกลับมาดูให้แน่ใจว่าตี้มันกลับบ้านปลอดภัย ไอ้โย่งโบกมือแล้วคุยโทรศัพท์กับใครก็ไม่รู้ เอาเถอะมันเดินไปป้ายรถเมล์ก็โอเค   

กริ๊ง ๆๆ เสียงมือถือของตี้ดังขึ้น เขาโบกมือลาเอสแล้วกดรับสาย
“สวัสดีครับพี่ฮาร์ต”
“ยอมถ่าย 2 ท่าแล้ว เห็นมั้ยคะว่าพวกพี่เชี่ยวชาญเรื่องความรักมากกว่าแค่เสื้อยืด”
“ขอบคุณมากครับพี่”
“แล้วเมื่อไหร่น้องตี้จะบอกรักน้องเอสล่ะค้าาา พวกพี่ลุ้นเอาใจช่วยอยู่น้า”
“ถ้าสอบกลางภาคได้ 90% ผมจะบอกเขาครับ”
“ทำไมล่ะคะ?”
“ก็เอสเค้าช่วยดูแลให้ผมตั้งใจเรียน”
“งู้ยยย เงื่อนไขแบบเด็กนักเรียนจริง ๆ น่ารักจัง ขอให้สำเร็จสอบได้เยอะ ๆ นะจ๊ะ”



04:35น.
เช้ามืดวันจันทร์

มลฤดีมองลูกชายร่างสูงของเธออย่างประหลาดใจที่วันนี้ตื่นเช้ามาวิดพื้นกระโดดตบ พักนี้ตื่นเช้าทุกวันแถมออกกำลังด้วย แต่ไหนแต่ไรมาตี้ตื่นเกือบ 8 โมงตลอด ไปโรงเรียนสายประจำจนเธอระอาใจ ที่สำคัญคือมีโทรศัพท์มาปลุกทุกเช้า เห็นลูกชายคนเล็กคุยไปยิ้มไปอย่างนี้กำลังมีความรักแน่ ๆ เธอเลี้ยงลูกผ่านช่วงวัยรุ่นมาแล้ว 2 คนจึงพอเดาได้

เป็นช่วงเวลาสำคัญ เธอต้องยั้งใจไม่พูดแซว ได้แต่หวังว่าลูกชายจะเล่าให้ฟังเอง
“ทานข้าวมั้ยลูก?”
“ไม่ครับแม่ เดี๋ยวไปทานที่โรงเรียนกับเพื่อน”
มีแค่เรื่องนี้แหละที่เธอแอบงอนเล็ก ๆ ใครหนอมัดใจลูกชายเธอให้ไปทานข้าวเช้าด้วยทุกวัน เอาเถอะก็ดีกว่าที่เขาทานแต่แซนวิชกับข้าวเหนียวหมูปิ้งหน้าปากซอยเพราะจะไปโรงเรียนไม่ทันอยู่รอมร่อ

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ลูกชายคว้าแล้วกระโดดลงนอนบนโซฟา
“หวัดดี ฮ้าววว”
“เพิ่งตื่น”
มลฤดีแอบมองพฤติกรรมแปลก ๆ ของลูกจากในห้องครัว
“อือออ ไม่นอนต่อหรอก”

เธออมยิ้มอยู่คนเดียวในครัว พยายามทำอาหารให้เบาเสียงที่สุด กลัวลูกชายความแตกว่าจริง ๆ ไม่ได้อยู่ในห้องนอน วิธีอ้อนช่างน่ารักเหมือนตอนเด็ก ๆ ทั้งที่ตอนนี้สูงชะลูดแล้ว ตอนนั้นเป็นวันเด็กป.4 หรือป.5 นะที่ลูกชายคนเล็กอ้อนขอไปดูสถานีโทรทัศน์ แทนที่จะไปเที่ยวห้าง
“แค่นี้นะ เดี๋ยวไปอาบน้ำละ” เจ้าตัวสูงคุยโทรศัพท์เสร็จก็โดดผลุงขึ้นจากโซฟา
“ตี้ เอาอะไรไปทานที่โรงเรียนด้วยมั้ยลูก?”
“ไม่อ่ะแม่ ไปทานที่โรงอาหารกับเพื่อน”
“มีหมูอบนะ”
สิ้นเสียง ลูกชายหัวยุ่งก็โผล่หน้ามาในครัวทันที มลฤดีบรรจงหั่นหมูอบชิ้นใหญ่ให้ดูประหนึ่งกำลังอยู่ในรายการแข่งทำอาหาร เจอของชอบกับฉากหั่นสโลว์โมชั่นอย่างนี้จะห้ามใจไหวไหม
“น่ากินจังครับแม่ งั้นขอใส่กล่องไปหน่อยนะ อันนี้น่าจะคลีน”
ใครจะมาแย่งลูกชายเธอก็ไม่รู้ล่ะ แต่มั่นใจเสน่ห์ปลายจวักนี้มัดใจคนทั้งบ้าน ว่าแต่ ‘คลีน’ นี่คือยังไงนะ เดี๋ยววันนี้ต้องไลน์ถามกลุ่มเพื่อนดูสักหน่อย



6:35น.
เช้านี้ผมนั่งรอบอมที่ร้านน้ำหน้าโรงเรียน ผมอ่านชีทเคมีระหว่างรอ แต่ในหัวผมวนเวียนกับคำพูดของตี้

ถ้าคะแนนกลางภาคได้สัก 90% เราจะกล้าบอกพ่ออยากเป็นนักข่าว
เราอาจได้เป็นนักข่าวสายวิทยาศาสตร์อันดับหนึ่งของประเทศก็ได้นะ


ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ถ้าได้เรียนห้องควีนเขาจะเก่งขึ้นกว่านี้อีกแน่ ๆ...แต่ผมกลับรู้สึกผิด
“หวัดดีพัต”
ผมสะดุ้งเงยหน้าขึ้นมาเพราะเสียงที่คุ้นเคยนั่นคือคนที่ผมกำลังนึกถึงพอดี ตี้ยืนยิ้มอยู่หน้าร้าน
“ห...หวัดดีตี้”
“รอพวกบอมอยู่เหรอ?”
“อืม”
“เราจะไปทานข้าวกับเอสน่ะ ไปก่อนนะ”
ผมมองตามตี้ที่เดินเข้าประตูโรงเรียนไป ข้อความไลน์จากเอสก็เด้งขึ้นมา

เอส: นัดตี้มาได้ตอนเช้าที่โรงอาหาร พัตมาทำโจทย์เคมีกันมั้ย?

...มันควรจะเป็นแบบนี้จริง ๆ เหรอ...ผมกำลังหลอกใช้เพื่อน ๆ เพื่อหนีห้องควีน หลอกใช้ตี้ หลอกใช้เอส …

พัต: เรารอพวกบอมอยู่น่ะ เอสทานข้าวกับตี้เถอะนะ ขอบใจนะเอส

“หวัดดีพัต มาเช้าเลยนะวันนี้”
เสียงบอมทักขึ้นมา ผมหันไปดูเห็นพวกเขาหอบไม้มาพะรุงพะรัง
“เมื่อเช้าเราไปถามร้านไม้หน้าปากซอยว่าพอมีเศษไม้มั้ยจะเอามาทำฐานสิ่งประดิษฐ์ เจ้าของร้านใจดีมาก เค้าขอดูแบบแล้วหาชิ้นเหมาะ ๆ ให้น่ะ” บอมยิ้มแฉ่งที่งานสิ่งประดิษฐ์เริ่มคืบหน้าแล้ว
“กูกับดิมเลยช่วยหอบมา เดี๋ยวเที่ยงนี้มาช่วยกันทำที่ช็อปไม้นะ กูคุยกับอาจารย์ไว้ละ” สนกล่าว
“งั้นเดี๋ยวเราไปช่วยนะ”
“เราเขียนโปรแกรมเสร็จแล้ว เดี๋ยวเที่ยงนี้จะลองรันโปรแกรมจำลองที่ห้องคอม พรุ่งนี้หุ่นมาจะโหลดโปรแกรมใส่ได้เลย”
“เฮ้ย! กูลองทำคอมด้วยสิดิม ยากมั้ยวะ? มันจะเหมือนหุ่นจูโอมารูมั้ย?”
“ตกลงมึงจะช่วยช็อปไม้หรือทำคอมวะ?” บอมถาม
“กูก็อยากทำทั้งสองอย่างน่ะ”
“สนช่วยดิมที่ห้องคอมเถอะ เดี๋ยวเรากับบอมประกอบฐานไม้เอง แยกกันทำจะได้เสร็จเร็ว ๆ”
“พัตไหวเหรอ? บอมทำคนเดียวก็ได้”
“เราไหว ตอนม.ต้นก็เคยทำงานไม้อยู่”

“แหม ๆๆๆ บอมทำคนเดียวก็ด้ายยยย กูเพิ่งเคยได้ยินมึงเรียกตัวเองมุ้งมิ้งแบบนี้”
“ห่าน! กูหลุดปากนิดเดียวเล่นกูเลยนะมึงไอ้สน” บอมคว้าไม้ออกมาจากถุง
“ไอ้เหี้ยบอม! ไม้นะโว้ยไม่ใช่หมอน”
สนหลบมากอดด้านหลังดิม “เอาสิมึง ตีมามึงไม่มีหุ่นส่งอาจารย์แน่”

พักเที่ยงพวกเรารีบทานข้าวแล้วแยกย้ายกันไปทำงาน ผมกับบอมช่วยกันทำฐานที่เวิร์คช็อปไม้ ส่วนดิมกับสนไปทดลองโปรแกรมที่ห้องคอม บอมเปิดแบบที่ผมเขียน ตัวกระดานออกแบบสำหรับเหน็บกระดาษ A0 ที่จะใช้ปากกาวาดเส้นทางเดินของหุ่นยนต์ มีกล่องไม้ไว้เก็บตัวหุ่นและช่องเก็บปากกา และไดคัทไม้เป็นชื่องานพร้อมใบอธิบายวิธีเล่นที่ดิมพิมพ์มาให้แล้ว

บอมใส่แว่นป้องกันแล้ววัดขนาดไม้อย่างทะมัดทะแมง เพิ่งเคยเห็นเขาในแบบนี้ เท่ชะมัดเลย อาจารย์มาสอนการใช้เครื่องใบเลื่อยตัดไม้ อธิบายหลักความปลอดภัยให้ ผมเริ่มทำตามที่อาจารย์สอน
“พัตไหวแน่นะ?”
“ไม่ต้องห่วง เช็คทิศใบเลื่อยให้แน่ใจอีกครั้งจะได้ไม่ดีดไม้ออก แล้วค่อยเปิดเครื่อง จับไม้แน่น ๆ ใส่เข้าไป”
การได้ทำอะไรนอกเหนือจากการอ่านหนังสือบ้างก็สนุกดีเหมือนกัน ผมอยากเป็นเหมือนคนธรรมดาและผมต้องเป็นให้ได้ บอมจะได้ไม่ต้องกังวล

พอตัดไม้เสร็จก็เอาไปขัดให้หมดเสี้ยน จากนั้นทากาวแล้วประกอบ บอมจัดการตอกตะปูซ้ำอีกที บอมเอาป้ายชื่องานทากาวติดบนกระดานไม้แล้วตามตามแบบมาประกอบขั้นสุดท้าย ฐานก็เสร็จเรียบร้อยทันหมดเวลาพักเที่ยงพอดี

พวกเราไปล้างมือล้างหน้าก่อนเดินกลับห้องประจำชั้น
“เช้านี้พัตมา airport link ใช่มั้ย?”
“อือ เราเพิ่งเคยขึ้นตอนเช้า กะเวลาไม่ถูกเลยมาเช้าไว้ก่อน”
“แล้วเย็นนี้ก็กลับเองมั้ย?”
“อืม พ่อบอกว่าเดินทางเร็วแบบนี้ให้อยู่เย็นได้อีกหน่อย จะได้มีเวลาเล่นบาสนานขึ้น”
“ดีจังเลย งั้นเล่นบาสเสร็จเราไปส่งพัตนะ”
“เรากลับเองได้ บอมอยู่ฝึกบาสกับพวกพี่ ๆ เถอะ”
“คือ...” บอมทำหน้าจริงจัง “เรามีเรื่องอยากคุยกับพัตน่ะ แค่สองคน”
“อืม ก็ได้”

บอมจะคุยอะไรกับผมหว่า? ท่าทางจะเป็นความลับขนาดต้องไปคุยกันที่ไกล ๆ ด้วยเหรอ?
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-02-2021 23:48:45 โดย Sorrowkung »

ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 310
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7768
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
เขาจะคุยอะไรกันนะ?

ออฟไลน์ Sorrowkung

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 103
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
King Class Away Ep.32
Stress


ช่วงพักเที่ยง
ณ ห้องคอมพิวเตอร์ ชั้น 3 ของอาคาร 5

บอมกับพัตไปช็อปไม้ ส่วนผมกับดิมมาจัดการเรื่องโปรแกรมของหุ่นยนต์ ตอนเที่ยงไม่มีใครในห้องคอมพิวเตอร์ สงสัยคงมากันตอนเย็น ๆ เท่านั้น ดิมจัดการเปิดไฟเปิดแอร์ เปิดเครื่องคอมแล้วเปิดโปรแกรมอะไรสักอย่างขึ้นมา “อันนี้เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปไว้ป้อนคำสั่งให้หุ่นยนต์นะสน ช่องด้านนี้สำหรับเขียนโค้ด แล้วพอสั่งรัน ตัวหุ่นในจออีกด้านจะจำลองว่ามันเดินตามที่เราเขียนคำสั่งยังไง”
“อืม” ผมนั่งอยู่ด้านซ้ายของไอ้ดิม หน้าจอมีอะไรยุบยับไปหมด
“ตอนนี้เราเขียนให้หุ่นไม่สุ่มเดินเลี้ยวทิศเดียวกันติดกันสามครั้งเพราะมันมักจะเดินวนกลับมาจุดเดิม”
“เออจริงด้วยว่ะ”
“การเขียนโปรแกรมจะพิมพ์เองด้วยมือก็ได้ หรือกดปุ่มคำสั่งสำเร็จรูปตรงด้านล่างจอก็ได้เหมือนกัน”
เวลาดิมทำคอมมันดูเท่ดีแฮะ

“สนลองทำดูมั้ย?”
“เออ ขอลองสักที”
ผมกดเล่นแป๊บ ๆ ด้วยปุ่มคำสั่งสำเร็จรูป ดูก็ไม่ค่อยยากนะ แต่ถ้าพิมพ์ภาษาต่างดาวแบบที่ดิมทำคงยังไม่ไหว พอเงยดูนาฬิกาที่ผนังก็เหลือเวลาแค่ครึ่งชม.จะถึงคาบ 5 ละ
“สนุกดี เดี๋ยววันหลังนายสอนเราอีกนะ วันนี้เอางานกลุ่มให้เสร็จก่อนละกัน”
“อืม เดี๋ยวขอแก้โค้ดอีกนิด”

“อ้าวน้องดิม มาตอนเที่ยงด้วยเหรอ?” รุ่นพี่คนหนึ่งเปิดประตูห้องเดินเข้ามาทักทาย
“ครับพี่ยุทธ ทำงานกลุ่มสิ่งประดิษฐ์น่ะครับ เขียนโปรแกรมหุ่นยนต์เดินตามเส้นปากกา”
“สร้าง AI เลี้ยวสุ่มเหรอ?” พี่ยุทธเดินมายืนคร่อมด้านหลังไอ้ดิม ท่าทางสนิทกันเชียว
“ครับพี่ นี่เพื่อนผมครับชื่อสน พี่ยุทธเป็นรุ่นพี่ชมรมคอมครับ”
“สวัสดีครับพี่ยุทธ”
“สวัสดีครับน้องสน”
 
ดิมเปิดมือถือรูปหุ่นให้ดู “เดี๋ยวพรุ่งนี้ได้หุ่นมาก็อัพโปรแกรมเข้าก็น่าจะเสร็จละครับ”
“อือ...พวกนี้หน่วยประมวลผลมันเล็กนะ น้องเขียนโค้ดแบบนี้ ลองด้วยซิมูเลเตอร์มันทำงานได้ แต่พอใช้กับหุ่นจริงมักจะเอ๋อน่ะ”
“อ้าว เหรอครับพี่?”
“อืม พี่ก็เคยเล่นพวกนี้มาก่อน ถ้าดิมอยากให้มันเคลื่อนที่เหมือนมีความคิดให้ลองใส่คำสั่งแบบตายตัวลงไปสัก 20 ชุดให้มันสุ่มเลือก คนเล่นดูไม่ออกหรอกว่ามันเป็นแบบกำหนดล่วงหน้า”
“อ้าว ยังงี้ก็ไม่ใช่ AI จริงสิครับ?” ผมแย้ง ไอ้พี่ยุทธแม่งเป็นใครวะมาดับความฝันของดิมซะงั้น
“ฮาร์ดแวร์มันมีข้อจำกัดน่ะ ก็มีทั้งสุ่มจริงสุ่มหลอกปนกันไป อย่างพวกเกมกาชาปองก็ไม่ใช่การสุ่ม 100% หรอก มันมีชุดคำสั่งไว้แล้วว่าคนเริ่มเล่นจะเปิดได้ของเทพใน 20 ครั้งแรกอะไรงี้ หลังจากนั้นก็เกลือล้วน ๆ ไปอีก 50 ครั้งค่อยได้ของดีอีก”
...เออพี่มันก็พูดมีเหตุผลแฮะ ว่าแต่ทำไมเรียกชื่อกันสั้นลงเรื่อย ๆ วะ? จาก ‘น้องดิม’ กลายเป็น ‘น้อง’ แล้วก็เหลือแค่ ‘ดิม’

“ถ้าอยากให้ดูเป็น AI แต่ประหยัดการประมวลผล ดิมก็เขียนชุดคำสั่งแตกต่างกันสัก 10 ชุดแล้วให้มันสุ่ม 2 ชุดมาต่อกัน แบบนี้ก็ดูดีนะ”
ไอ้พี่ยุทธไม่พูดเปล่า ๆ มันจับมือดิมที่กุมเมาส์เลื่อนไปเลย เฮ้ย!

“ก็มีความเป็นไปได้ 100 แบบแล้ว งั้นคั่นด้วยการสุ่มจริงทุก 1 ครั้งแบบนี้ก็พอรันได้ใช่มั้ยครับ?”
ไอ้แว่นคงสนุกกับการทำคอมจนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ารุ่นพี่จับมือมันอยู่ ไอ้รุ่นพี่หน้าตี๋ก็เอื้อมแขนซ้ายผ่านไหล่ไอ้ดิมมาช่วยพิมพ์คอมอีก ท่านี้แม่งยิ่งกว่ากอดอีกโว้ย!!!
“ดิม จะหมดพักเที่ยงแล้ว!” ผมต้องรีบแยกพวกมันออกจากกัน
“จริงด้วย งั้นพวกผมไปก่อนนะครับพี่ยุทธ ขอบคุณมากครับที่แนะนำ” ดิมบันทึกงานลง thumb drive แล้วดึงออกจากเครื่องคอม
“การบ้านดิมยากขึ้นแล้วใช่มั้ย?” ไอ้รุ่นพี่อมยิ้ม
“พี่รู้ด้วยเหรอครับ?” ดิมถาม
“ก็ห้องควีนเหมือนกันนี่ พี่จำได้เลย 2 สัปดาห์ก่อนสอบกลางภาค นรกแตกมาก ให้พี่ช่วยติวก็ได้นะ”
“ขอบคุณครับพี่”

“เราไปขอหนังสือเรียนจากพี่ยุทธตอนเปิดเทอมน่ะ พอมาเจอกันอีกในชมรมคอมก็เลยคุยกันบ่อย ๆ”
ดิมเล่าระหว่างเดินกลับเข้าห้องประจำชั้น สรุปว่าไอ้พี่ยุทธเป็นรุ่นพี่ ม.5/7 ห้องควีนของดิม แถมขอหนังสือเรียนกัน แล้วยังอยู่ชมรมคอมด้วยกันอีก ชอบหุ่นยนต์เหมือนกันด้วย มันแต๊ะอั๋งจับมือพิมพ์โอบข้ามตัวนี่มึงไม่รู้ตัวเลยเรอะ!? แล้วนี่ยังจะไปให้มันสอนการบ้านอีก!? กูไม่ยอมโว้ย!!



16:35น.

ผมเลิกเรียนคาบสุดท้ายแล้วออกมายืนรอดิมหน้าห้อง มองผ่านประตูไปที่ไอ้แว่นยังเรียนไม่เสร็จ มันหันมามองแล้วบุ้ยใบ้ประมาณว่าอาจารย์ไม่เลิกสอนสักที พอบ่นด้วยสีหน้าเสร็จมันก็ยิ้มให้ทีนึง ยิ้มห่าอะไรเล่า! กูโมโหมึงอยู่นะโว้ย ขอคบกับกูแท้ ๆ แต่ดันปล่อยไอ้พี่ยุทธจับมือง่าย ๆ ซะงั้น

เอ๊ะ! ถ้าอยู่ชมรมเดียวกันก็แปลว่าไอ้พี่ขี้หลีนั่นน่าจะแต๊ะอั๋งมันมานานแล้วสิ อาจจะตั้งแต่เปิดเทอมที่ดิมลาออกจากชมรมสแครบเบิ้ลพร้อมผมเลยมั้ง คือดิมมันไม่ได้สนใจหรือตั้งใจทำคอมมากจนไม่รู้ตัววะ? จริง ๆ ผมควรโมโหไอ้พี่ยุทธสิฟระ? ไม่สิ กูโมโหมึงนี่แหละ ก่อนหน้านี้ยังไงก็ช่างแต่คบกันแล้วมึงต้องระวังตัวหน่อยสิ แล้วเมื่อไหร่จะเลิกเรียนฟระ? รอนานแล้วนะว้อย บาสก็ไม่ได้ซ้อม กว่าจะเลิกปาไปเกือบห้าโมงเย็นแล้ว
“ขอโทษนะสน อาจารย์เลิกช้า”
“ขอโทษทำไมวะ ไม่ใช่ความผิดมึง แล้วนี่หิวป่ะวะ?”
“ก็นิดนึง หาอะไรกินก่อนไปเล่นบาสมั้ย? นายรีบไปซ้อมไหม?”
“ไม่รีบ ไปกินไส้กรอกกันน่าจะอิ่มท้องหน่อย”

“คือกูหงุดหงิด” ผมพูดหลังจากนั่งทานไส้กรอกกันไปครึ่งนึงแล้ว
“เรื่องอะไรเหรอ?”
“ไม่รู้ว่ะ หลายเรื่อง” ผมพูดไปตามตรง ก็เราตกลงกันแล้วว่าจะพูดกันทุกอย่างตรง ๆ
“เรื่องที่เราเลิกช้าป่ะ?”
“อันนั้นกูต้องโมโหอาจารย์มึงอ่ะ”
“แล้วมีเรื่องอื่นไหม?”
“เรื่องรุ่นพี่มึงน่ะ กูว่ามันหาเรื่องแต๊ะอั๋งมึง กูไม่ชอบ ทั้งจับมือเลื่อนเมาส์ มาชิด ๆ พิมพ์คอมให้”
“เอ่อ บางครั้งเราก็ทำแบบนั้นเวลาช่วยเพื่อนพิมพ์คีย์บอร์ดนะ เราคิดแต่เรื่องโค้ด ไม่ทันคิดเรื่องอื่นน่ะ”

จะว่าไปเวลาพวกผมเล่นบาสก็มีโดนตัวกันก็ไม่เคยคิดอะไรนี่หว่า สนใจแต่การแข่งอย่างเดียว ดิมมันก็คงอารมณ์นั้นเหมือนกัน
“อืม งั้นขอแค่เรื่องจับมือละกัน”
“ได้ ต่อไปเราจะปล่อยเมาส์เลยเวลาใครมาช่วย”
ตอนตกปากรับคำว่าคบกัน ผมก็รู้สึกดีกับมัน แบบมากกว่าเพื่อนแต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะมากกว่านั้นได้ไหม ตอนนั้นคิดอย่างเดียวคืออยากดูแลให้มันสบายใจขึ้น แต่พอเห็นไอ้รุ่นพี่จับมือดิม ...นี่คนของตรูนะโว้ย!
“แล้วเรื่องการบ้านนรกแตกของมึงน่ะ เอาวิชาเลขมาดูหน่อยดิ”
“อือ”
ผมเปิดมาก็ตาลายแล้ว นี่การบ้านหรือโจทย์โอลิมปิกวิชาการฟระ? นี่ขนาดเป็นวิชาที่ผมก็เรียนเหมือนดิม แต่การบ้านมันยากไปอีกขุมจริง ๆ
“มึงทำได้รึเปล่า?”
“ก็พอได้ ใช้เวลาหน่อย ปัญหาคือมันเยอะมาก”
มันคงกังวล โลกของดิมดูโหดร้ายขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าเป็นเรื่องใช้กำลังผมไม่กลัวหรอก แต่ยากด้วยการเรียนนี่ผมเองยังเอาตัวแทบไม่รอด แล้วผมจะดูแลมันได้ยังไงวะ ดิมเองก็คงเกรงใจไม่อยากถามพัตบ่อย ๆ นี่ก็ใกล้สอบกันแล้ว คนเดียวที่เอ่ยปากเต็มใจช่วยก็คือไอ้พี่ยุทธนี่แหละ ถึงผมจะไม่ชอบขี้หน้าแต่ลองคิดดี ๆ แล้วพี่มันก็ใกล้สอบกลางภาคเหมือนกันแต่ยังอาสาช่วยสอนการบ้านให้ดิม ก็นับว่าเป็นคนดีน่ะนะ ถ้ามึงไม่คิดอะไรกับพี่เค้ากูก็จะเชื่อใจมึง

“ดิม มึงให้พี่ยุทธสอนก็ได้นะ”
“แต่สนไม่ชอบพี่เค้านี่?”
“เราไปนั่งเรียนด้วย ไม่ปล่อยพวกมึงสองคนไว้ด้วยกันอ่ะ”
“จริงนะ?” ดิมหน้าระรื่นขึ้นมาทันที
“ไปเรียนด้วยนะเว้ยไม่ใช่ไปเที่ยว ทำไมต้องดีใจขนาดนั้น?”
“ขอบใจนะสน เวลาเจอการบ้านยาก ๆ เราเครียดน่ะ เราก็อยากให้นายอยู่ด้วย”
“เออ กูอยู่ด้วย บอกแล้วไงดูแลมึงคนเดียวไม่ยากหรอก แต่การบ้านมึงน่ะยากฉิบหาย”

“งั้นเราไลน์บอกพี่ยุทธก่อน”
“เฮ้ย! มีไลน์กันด้วยเหรอ!?”
“ก็ปรึกษาให้พี่เขาดูโค้ดโปรแกรมให้บ่อย ๆ น่ะ บางทีพี่เค้ารีโมทมาคอมเราด้วย”
“รีโมทคืออะไร?”
“ก็ประมาณว่าเขาออนไลน์มาทำงานในเครื่องคอมเราเลย เปิดไฟล์เปิดโปรแกรมอะไรได้ทุกอย่าง”
“เหรี้ย! ฟังดูน่ากลัวสาด แล้วทำไมชื่อไลน์มีรูปหัวใจด้วยวะ?”
“ก็พี่เค้าเขียนแบบนี้น่ะ ก็เห็นกันทุกคนที่แอดเขานะ”
“มึงก็ edit ลบรูปหัวใจออกไปดิ!”

เฮ้อ! นี่ผมต้องไปเรียนการบ้านโหดนรกนี่กับไอ้รุ่นพี่ขี้หลีด้วยเหรอ แต่ดันรับปากไปแล้วนี่หว่า ถึงจะไม่ชอบนักแต่เห็นดิมยิ้มได้ผมก็รู้สึกดี ผมไม่ชอบเวลามันทำหน้าอมทุกข์น่ะ
“ขอบใจนะสน”

“ดิม สน มาเล่นบาสกัน” บอมตะโกนเรียกเมื่อเห็นพวกผมเดินมาที่สนาม
“เออ ๆ มาแล้ว” ผมวิ่งนำไปรับลูกบาสจากบอมแล้วชู้ตเข้าห่วงแก้ความเซ็ง
“พวกเราทำฐานเสร็จแล้วนะดิม เราฝากไว้ที่ห้องอาจารย์เวิร์คช็อปน่ะ”
“ดีเลย เราก็ทำโปรแกรมเสร็จแล้วเหมือนกัน ได้รุ่นพี่มาช่วยด้วย แม่ไลน์มาบอกว่าพัสดุส่งมาถึงบ้านเราแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้มาประกอบด้วยกันที่โรงอาหารนะ”
"ทำไมเพิ่งมาล่ะ? วันนี้มีเรียนแถมตอนเย็นเหรอ?" บอมถามขำ ๆ แต่ผมงี้ไปไม่เป็นเลย
"ช่าย วันนี้มีแถมฟรีนิดนึง" มึงนี่มองโลกแง่ดีเนาะไอ้ดิม
 
----------------------------------

ผมซ้อมบาสถึงเวลากลับบ้านละ เวลาที่ได้อยู่นานขึ้นครึ่งชั่วโมงก็ยังสั้นอยู่ดี
“เดี๋ยวเราต้องไปละทุกคน”
“พรุ่งนี้เจอกันนะพัต” ดิมกับสนโบกมือลา
“สน กูไปส่งพัตนะ ฝากเก็บอุปกรณ์ด้วยนะ”
“ได้เลย พรุ่งนี้เจอกันที่ปากซอยนะ”

ผมกับบอมเดินไปสถานี airport link หัวหมาก จะรอรถเมล์หน้าโรงเรียนก็ห่างแค่ 4 ป้ายเลยเลือกเดินดีกว่า พออยู่กันสองคนแล้วก็เขิน ๆ นะ เมื่อคืนวันเสาร์ผมกับเขาไป ‘ไกล’ มากเลย -///- มองหน้าบอมจากด้านข้างแล้วนึกถึงตอนเขานอนอยู่ข้างกัน ที่บอมบอกว่ามีเรื่องอยากคุยกับผมคือเรื่องนี้หรือเปล่าหว่า?
“พัตหิวมั้ย?”
“ก็หิวนิด ๆ นะ แต่มาโรงเรียนเองวันแรกเราอยากรีบกลับบ้านน่ะพ่อจะได้ไม่เป็นห่วง”
“อืม”
ชวนคุยเรื่องของกินซะงั้น อยากตอบว่าอยากกินคนตรงหน้ามากกว่า แต่ถ้าตอบไปแบบนั้นก็ไม่รู้บอมจะลากผมเข้าพงหญ้าข้างทางตอนนี้มั้ย ฮ่า ๆๆ ตอนบอมมีอารมณ์นี่ผมเดาใจไม่ถูกจริง ๆ คราวที่แล้วก็กอดอุ้มผมกลางถนนเลย

“แล้วบอมมีอะไรจะคุยกับเราเหรอ?”
“อาจารย์บอกว่างดซ้อมบาสจนกว่าจะสอบกลางภาคเสร็จน่ะ”
“ก็ดีนะพวกเราจะได้มีเวลาอ่านหนังสือเยอะ ๆ งั้นต่อไปมาติวกันตอนเย็นมั้ยบอม?”
“อืม” บอมผงกหัว
ที่ผมอ่านทวนม.4 ทั้งหมดจะได้ใช้ให้เกิดประโยชน์เต็มที่เสียที ผมดีใจที่ได้ช่วยบอมบ้าง

“พัต ช่วงนี้พัตไม่สบายใจหรือเครียดอะไรมั้ย?”
“หืม? ไม่นะ ทำไมเหรอ?”
“ก็คืนนั้นที่นายค้างบ้านเรา...” บอมกุมมือผม “นายนอนกัดฟันน่ะ นายคงไม่รู้ตัว”
“...เอ่อ”

...บ้าน่า มันเป็นอีกแล้วเหรอ...

“เราไปหาในเน็ตมา เขาบอกว่าอาการนี้คือมีความเครียดสูง พัตมีอะไรไม่สบายใจบอกเราได้นะ”
ผมมองหน้าบอม ผมรู้ว่าเขาเป็นห่วง ผมควรบอกเขามั้ย? แต่ถ้าเขารู้เขาจะยังรู้สึกกับผมเหมือนเดิมมั้ย…

“ถ้าเล่าให้เราฟังแล้วพัตอาจสบายใจขึ้นนะ”
“เราขอโทษนะบอม เรา...เรานึกว่าเราหายแล้วซะอีก” ผมไม่อยากให้เขารู้เลย แต่ผมก็อยากมีใครสักคนที่ผมสามารถบอกทุกอย่างได้
“นึกว่าหายแล้ว? คือพัตรู้ตัวอยู่แล้วเหรอ?"
"อืม เรารู้"
"พัตเป็นมานานแล้วเหรอ?”
“ตั้งแต่ม.2”
ผมไม่อยากให้บอมรู้เรื่องนี้เลย ไม่อยากให้เขามองว่าผมป่วย ตอนไปตรวจฟันประจำปีตอนม.2 คุณหมอบอกว่าฟันกรามผมมีรอยร้าวทั้งสองข้าง เมื่อตรวจละเอียดเลยรู้ว่านอนกัดฟันมาหลายเดือนแล้ว

...ฝันร้ายเรื่องห้องคิงที่ผมเจอบ่อย ๆ ไม่ได้จบแค่ในความฝัน…

“นี่พัตเป็นแบบนี้มา 2 ปีแล้วเหรอ?”
“อืม เราต้องใส่ฟันยางเวลานอน แต่ว่าตั้งแต่เราเจอบอม พอสอบไม่ได้ห้องคิงที่นี่เราก็ไม่ค่อยเป็นแล้ว เราใช้แอพบันทึกเสียงตอนนอนเรื่อย ๆ น่ะ ไม่นึกว่าเราจะเป็นอีก ขอโทษนะบอมคงรำคาญ”

...ตอนนี้ผมดูเป็นคนป่วย...ป่วยโรคเครียด...ป่วยทางจิต...ผมไม่อยากให้บอมรู้เรื่องนี้เลย

“มันไม่ใช่เรื่องรำคาญนะพัต นายกำลังเครียด เป็นเพราะไอ้เว็บบอร์ดพวกที่โรงเรียนเก่าที่มันว่านายคืนนั้นใช่มั้ย? แล้วคุณพ่อคุณแม่นายไม่ทำอะไรเลยเหรอ? แค่ใส่ฟันยางแค่เนี้ยนะ?”
“แม่บอกว่า...”

ทุกอย่างมีราคาที่ต้องจ่าย อยากเรียนเก่งก็ต้องแลกด้วยอะไรบางอย่าง

“พัตบอกว่าไม่มีใครทำอะไรนายได้” บอมเสียงสะอื้นตอนดึงผมเข้าไปกอด
“จริง ๆ แล้วพัตก็ยังเครียดใช่มั้ย? เราช่วยอะไรพัตไม่ได้เลย เราดูแลนายไม่ได้ นายนอนครางเหมือนคนฝันร้าย เราทำได้แค่ปลุกพัตขึ้นมา”

อย่าขี้แยนะ จะเก่งก็ต้องแบบนี้แหละ

“หรือเป็นเพราะช่วยดิมทำการบ้านยาก ๆ นั่นใช่มั้ยพัตเลยนึกถึงสมัยเรียนม.ต้น งั้นต่อไปพัตไม่ต้อ..”
“เราเต็มใจช่วยดิม เค้าเป็นเพื่อนนะ และการบ้านน้่นก็ไม่ใช่สาเหตุหรอก”
“งั้นคืออะไรล่ะ?”

ถ้าบอมรู้ต้นเหตุที่ฝันร้ายยังหลอกหลอนผมอยู่คือเรื่องคัดคนเข้าห้องควีนจากคะแนนสอบกลางภาค บอมจะทำยังไง?
...จะให้ผมหลอกใช้ตี้กับเอสต่อไป...
...หรือจะห้ามผม แล้วผมโดนย้ายไปอยู่ห้องควีนจริง ๆ ...
...มันไม่มีคำตอบ บอมไม่ควรต้องตัดสินใจเรื่องนี้ บอมไม่ควรรู้เรื่องนี้…

"หมอบอกว่าเป็นแค่ความเครียดสะสมมานานน่ะ ออกกำลังเป็นประจำพอเหนื่อยก็หลับได้ ตั้งแต่บอมชวนเราเล่นบาสเราก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ นะ เดี๋ยวก็หายขาดเองแหละ"
"เหรอ? พัตพูดจริงนะ?"
ดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นจ้องมาหาคำตอบว่าสิ่งที่ผมพูดเป็นเรื่องจริงไหม

“จริงดิ” ผมดึงบอมมากอด...เขาจะได้ไม่เห็นสีหน้าโกหกของผม ...อีกแค่สองสัปดาห์เท่านั้น...แค่ผมทำให้ตี้เข้าห้องควีนแทนผมได้ก็ไม่ต้องฝันร้ายอีกต่อไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-02-2021 22:28:33 โดย Sorrowkung »

ออฟไลน์ Grey Twilight

  • Moderator
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 397
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +171/-17
ผมว่าคู่สนดิมนี่น่ารักมากเลยนะครับ ดิมนิสัยน่ารักสุดๆ เป็นคนที่สังเกตรายละเอียดอะไรเล็กๆน้อยๆและเอาเรื่องอีกฝ่ายมาใส่ใจ ปรับตัวเข้ามาหากัน เป็นนิสัยของการคบกันที่ดีมากๆ ผมว่าเดี๋ยวอนาคตดิมน่าจะฝึกเย็บรองเท้าแน่ๆเลย 555 ส่วนสนก็เป็นตัวพระที่มีคาแรกเตอร์เด็กม.ปลายผู้ชายชัดมาก เด่นสมจริงครับ ทั้งเรื่องที่ตัวสนเองเรียนไม่เก่ง แต่เนื่องจากอยากจะดูแลอีกฝ่ายเพราะตกปากรับคำคบกันแล้ว ก็ต้องหาทางออกให้กับดิม โดยยอมผ่อนเรื่องหึงหวงลง แต่ว่าก็มีมุมที่หวงๆเหมือนกัน เท่ดีครับ ชอบคาแรกเตอร์แบบนี้ที่รู้ว่าตัวเองเด่นด้านไหน ไม่เด่นด้านไหน แล้วก็ลนๆหน่อย สมกับเป็นวัยรุ่นดีครับ

รู้สึกว่าเราจะยังไม่เคยเห็นฐานะของบ้านดิม แต่การไปกลับบ้านโรงเรียนไกลขนาดนี้ก็น่าจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงอยู่นะครับ ก็น่าสนใจดีว่าเราจะมีปมเรื่องฐานะสำหรับคู่นี้มั้ย แต่ปมเรื่องฐานะนี่ถือเป็นปมที่ดราม่ามากพอสมควร อาจจะต้องดูพล็อตดีๆครับผม

PS. พอสะกดคำหยาบหลายคำได้ถูกต้องตามอักขระ ไม่แปรเสียงหรือเติม ร เรือ ตัวงานเขียนอ่านลื่นไหลมากครับ ชอบเลย

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด