King Class Away: ทำยังไงไม่ให้ติดห้องคิง (18+) จบแล้ว เพิ่มตอนพิเศษ 1: 31 พค.64
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: King Class Away: ทำยังไงไม่ให้ติดห้องคิง (18+) จบแล้ว เพิ่มตอนพิเศษ 1: 31 พค.64  (อ่าน 11487 ครั้ง)

ออฟไลน์ Sorrowkung

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 105
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
King Class Away: Special 1

4 เดือนต่อมา
เดือนพฤศจิกายน ต้นเทอม 2
ณ งานกีฬาสีเชื่อมสัมพันธ์ในเครือโรงเรียน เสียงเพลงเชียร์และเสียงเคาะไม้ดังเซ็งแซ่ทั้งอาคารกีฬา

“เหลืออีก 4 นาทีจะจบควอเตอร์ที่ 2 พับสนามบุกเลย ไหวมั้ยทุกคน?” พี่แจ๊คม. 6 กัปตันทีมส่งสัญญาณ
“พี่ ผมเหนื่อย ขอเปลี่ยนตัวครับ” พี่ปายรุ่นพี่ม.5 โบกมือ
“มีใครอยากเปลี่ยนตัวอีกไหม?”
“ผมยังไหวครับ” บอมพูดอย่างแข็งขัน
“ผมก็ยังไหว เครื่องกำลังร้อนเลย” สนตอบ
พี่แจ๊คส่งสัญญาณมือให้โค้ช โค้ชโบกมือเรียกตัวสำรองที่อุ่นเครื่องยืดเส้นรออยู่ข้างสนามแล้ว “ขอเปลี่ยนตัว!”
“มาแล้ว!” บอมยิ้มกว้าง
“มาละเว้ยไอ้ตัวป่วน!!”

“ทีมสีแดงเปลี่ยนตัวเบอร์ 16 นนทภัทร วงศ์ประสาน ลงสนาม!”
ตื่นเต้นชิบเป๋งเลยเว้ย! ที่ซ้อมมาตลอดครึ่งปีจะได้ใช้จริงวันนี้แหละ! ดีที่อุ่นเครื่องเยอะมากจนสั่นแค่นิด ๆ  ผมวิ่งเข้าประจำตำแหน่งทันที

“พัตลงสนามแล้ว!” ตี้ที่นั่งดูอยู่บนอัฒจันทร์สะกิดเอสที่กำลังดื่มน้ำขวด
“เออ ๆๆ ต้องรีบถ่ายละ” เอสรีบวางขวดลงแล้วคว้ามือถือขึ้นมาอย่างเร่งด่วน
ตี้มองมือถือของเพื่อนสนิท ชั่วเสี้ยววินาทีนั้นที่ภาพหน้าจอของเอสแว่บขึ้นมาก่อนจะเข้าแอพกล้องถ่ายรูป...ภาพเอสกับเขากอดคอกันริมทะเลที่มีนกบินว่อน ร่างสูงเห็นก็อมยิ้มดีใจ ...เอสก็มีใจให้เขาใช่มั้ยวะ...มีใจแน่ ๆ ไม่งั้นจะตั้งเป็นรูปหน้าจอเหรอ
"ก้มตัวลงหน่อยดิ" เอสวางมือลงบนไหล่ตี้
"ทำไมเหรอ?"
"ขอยืมเป็นขาตั้งกล้องแป๊บ มือถือจะได้นิ่ง ๆ" เอสวางมือและโทรศัพท์มือถือบนไหล่ขวาของตี้ คางเกยบนไหล่ ตัวก็นาบติดกับหลังซีกขวาของตี้
"อยู่นิ่ง ๆ นะ" คำพูดง่าย ๆ ของเพื่อนสนิทแต่มันทำยากเหลือเกินเมื่อหัวใจของร่างสูงเต้นโครมคราม เวลาเอสขยับตัวนั้นทั้งจั๊กจี้และอุ่นดี
...ค่อย ๆ ไปทีละนิด… ใกล้ชิดกันมากขึ้นทุกวัน...
...ตอนนี้เขาเป็นภาพหน้าจอในมือถือของเอสแล้ว...
...สักวันเอสต้องมีใจให้เขาแน่…

ผมเข้าสกัดฝ่ายตรงข้ามที่ครองบอลแต่โดนเขาใช้แขนผลักออก แต่แค่นั้นก็ทำให้ฝ่ายตรงข้ามชะงักแล้ว ฝ่ายโน้นชู้ตไม่ลง รุ่นพี่ได้บอลคืนมาแล้วบุกกลับทันที ผมวิ่งตามไปด้วย บอมเข้ามาตบบ่าให้กำลังใจผมแว่บหนึ่ง บอมคนที่คอยดูแลอยู่ข้าง ๆ ผมตลอดมาไม่เคยห่างไปไหนไกล คนที่ฝึกบาสให้ผมตั้งแต่วันเปิดเทอมที่เล่นไม่เป็นเลย จนผ่านคัดตัวสำรอง มาถึงวันนี้...วันที่ผมได้ลงสนามจริงแข่งพร้อมกับบอม

ในวันที่ผมทุกข์ใจเมื่อต้องเข้าห้องคิงที่แสนเกลียด เขาพาเพื่อน ๆ ทำภารกิจลับสุดยอดสร้างคลิปแฉเรื่องแย่ ๆ ของห้องคิงไปทั้งประเทศจนโรงเรียนเลิกให้การบ้านโหด ๆ และยกเลิกการลงโทษทั้งหมด เหลือแค่การสอนเนื้อหาเข้มข้นซึ่งผมก็โอเคนะไม่งั้นจะเป็นห้องคิงไปทำไมล่ะ ผมเองก็ได้เรียนเยอะ ๆ เพื่อมาสอนเพื่อน ๆ ต่ออีกที

...ผมมองไปที่อัฒจันทร์ ดิม เอส ตี้...กลุ่มของพวกเรา...เพื่อน ๆ ของผม

เกมดำเนินไปจนจบควอเตอร์ 3 ผมได้ออกมานั่งพัก และลงสนามอีกครั้งตอนใกล้จบเกมเพราะโค้ชบอกว่ายังไงคะแนนทีมเราก็เหนือกว่า ให้ผมลงไปเก็บฝึกให้ชินสนามอีกหน่อย

“พัต! ไปหลัง!” สนตะโกนเมื่อเห็นฝ่ายตรงข้ามที่ครองบอลถูกทีมเราเข้าสกัด ผมวิ่งพุ่งไปสุดตัว เพราะผมเป็นไอ้อ่อนที่สุดในทีมขนาดมองมาจาก 500 เมตรยังดูออก ฝ่ายตรงข้ามคงคิดว่าส่งบอลกลับแนวหลังให้คนอื่นในทีมที่อยู่ใกล้ผมน่าจะปลอดภัยสุดสินะ! ผมตบแย่งบอลได้หวุดหวิดแล้วรีบเลี้ยงต่อไปแป้นฝ่ายโน้น มือแขนแข้งขาตรูพันกันวิ่งไม่ถูกเลย! ตื่นเต้นจนหัวใจเต้นโครม ๆ แล้วว้อย! รุ่นพี่ไปถึงหน้าแป้นแล้ว! ผมส่งบอลเตี้ย ๆ ไปให้บอมที่วิ่งตามมาข้างสนาม บอมชู้ตจากนอกเขตโทษ บอลกระเด้งขอบห่วงแล้วรุ่นพี่โดดขึ้นคว้าแล้วรีบาวด์ซ้ำ เสียงนกหวีดเป่าจบเกม!!

ผมทรุดลงนั่งกับพื้นสนามในขณะที่เสียงกองเชียร์ตะโกนลั่นฟังไม่ได้ศัพท์ ทีมเราชนะแล้ว! ทั้งเหนื่อยทั้งดีใจจนอยากร้องไห้ บาสสนุกแบบนี้นี่เอง
“เจ๋งสาดอ่ะมึง! สมกับเป็นลูกศิษย์กู!” สนเข้ามาช่วยดึงผมขึ้นยืน
“พวกเราทำได้แล้ว!” บอมเข้ามากอดคอผมกับสน

โค้ชพาพวกเราจับมือกับทีมฝ่ายตรงข้าม ขอบคุณกันและบอกว่าปีหน้าเจอกันใหม่ เป็นบรรยากาศที่รู้สึกดีชะมัด ตามด้วยการขึ้นแท่นรับเหรียญรางวัล
“แท่นนิดเดียวจะขึ้นไปยืนยังไงหมดล่ะ?”
“เค้าให้กัปตันทีมยืนน่ะ ส่วนพวกเรายืนข้างล่าง” สนตอบ
“ดีใจด้วยนะ พัตเก่งขึ้นเยอะเลย” ตี้เอสดิมมาถ่ายรูปให้พวกผมด้วย
“ขอบใจนะดิม” ผมตอบ
“รถทัวร์ของทีมบาสจะออกแล้วนะ พวกเธอจะกลับไปโรงเรียนด้วยกันเลยมั้ย?” โค้ชเอ่ยถาม
“พวกผมว่าจะเดินดูโรงเรียนนี้หน่อยครับ นาน ๆ ได้มาโรงเรียนอื่นบ้าง” ดิมพูดพร้อมส่งกระเป๋าให้สนที่เปลี่ยนชุดแล้ว
“ตอนนี้บ่ายสามกว่า ผมก็ว่าจะไปดูกีฬาอื่นต่อครับ ช่วยพี่ ๆ ถ่ายรูปทำข่าวด้วย” ตี้กระชับเป้ขึ้นหลัง
“เราไปด้วยดิ” เอสหันไปพูดกับตี้
“เออดี ๆ จะไปกลับบ้านทางเดียวกัน”

“พัต” บอมโอบไหล่ผมระหว่างที่ทุกคนกำลังแยกย้าย
“หืม?”
“อาบน้ำกัน”
“ห...หา!?”
บอมไม่รอฟังคำตอบ เขาคว้าเป้ของผมกับของเขาพร้อมดึงแขนผมเข้าห้องอาบน้ำด้านหลังโรงยิม เดี๋ยวก่อนดิบอม! ตอนนี้หัวใจผมเต้นยิ่งกว่าตอนแข่งซะอีก อาบน้ำกับบอมท่ามกลางคนเยอะแยะเนี่ยนะ?

พอเข้ามาในห้องอาบน้ำของอาคารกีฬา โถงส่วนกลางมีม้านั่ง 4-5 ตัว ด้านในเป็นห้องอาบน้ำแยกเป็นห้อง ๆ เอ่อ...บอมคงหมายความว่าผมกับบอมเข้าอาบคนละห้องล่ะมั้ง ผมวางเป้ที่ม้านั่งทั้งที่ใจยังเต้นรัวคิดไปคนละอย่างกับความคิดในสมอง ผมหยิบผ้าเช็ดตัว แชมพู สบู่ เดินไปที่ห้องอาบน้ำ แต่เหมือนผมจะเข้าใจผิด (หรือตอนแรกผมเข้าใจถูกแล้ว) เมื่อบอมดึงผมเข้าห้องเดียวกับเขาแล้วปิดประตูทันที
“บ...บอม!”
หนุ่มนักบาสยักคิ้วพลางยกนิ้วแตะปากผมเบา ๆ บอมจ้องหน้าผมแล้วยิ้มมุมปาก ตรงข้ามกับผมที่รู้สึกร้อนวาบหน้าชาตัวเกร็งจนไม่รู้ว่าตอนนี้ทำหน้ายังไง เราสองคนมองกันอยู่อย่างนั้นโดยไม่พูดอะไร ขัดกับข้างนอกที่มีเสียงคนและเสียงเชียร์ดังแว่วมา จะ...จะทำที่นี่จริง ๆ เหรอ!? ถึงประตูจะปิดล็อกก็เถอะแต่ด้านบนเปิดโล่งโจ้งเลยนะ

ใจผมเต้นตึกตักตอนตัวเขาเข้ามาชิด ผิวที่ชุ่มเหงื่อทั้งบอมและผมถูกัน มันอาจเป็นเพราะฮอร์โมน เพราะความต่างถิ่น หรือหน้าหล่อของบอมและเส้นผมที่ชุ่มเหงื่อของเขาทำให้ผมก็คุมตัวเองไม่ได้เหมือนกัน บอมถอดเสื้อบาสออก กล้ามอกกล้ามไหล่กล้ามท้องเปียกเหงื่อเป็นเงามันวับ โอเคตรูหยุดไม่อยู่แล้ว
“รู้มั้ยตอนพัตอยู่ในสนาม พัตตั้งใจมาก หน้าตาจริงจังสุด ๆ” เขาพาดเสื้อบาสกับขอบกำแพง
“เราอยากเล่นบาสกับพัต ลงสนามด้วยกัน อยากชนะไปด้วยกัน” เขากระซิบที่ข้างหู
“บอม...คนเยอะแยะเลยนะ”
“แต่ในห้องนี้มีแค่เราสองคน” เขาพูดด้วยเสียงกระซิบข้างหูผม “นายน่ารักมากรู้มั้ย”

คงเพราะความคึกความตื่นเต้นที่ยังค้างมาจากการแข่งที่เพิ่งจบไปหมาด ๆ ผมถึงกล้าไปกับบอมด้วย ผมถอดเสื้อออกเช่นกัน เขาซุกหน้าลงมาที่ซอกคอ ตัวล่ำ ๆ ที่ยังเปียกเหงื่อชุ่มของบอมถูบดตัวผมเข้าติดกับกำแพงที่เย็นเยือกจนผมสะดุ้งโหยง บอมเหมือนจะรู้เลยใช้สองแขนลูบแผ่นหลังผมให้อบอุ่นขึ้นก่อนบดตัวเข้ามาอีกครั้ง สองมือซนของเขาลูบไปที่ขอบกางเกงของผมแล้วรูดลงช้า ๆ
“บ..บอ..” ผมสะดุ้งจะเรียกชื่อเขาแต่โดนดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นจ้องอย่างอ่อนโยนจนผมไม่อยากเอ่ยขัดขืน
“ตอนพัตอยู่ในสนาม ทำหน้าขึงขังน่าฟัดมากเลย” ปากบอมกึ่งจูบกึ่งพูดเสียงกระเส่าบรรยายความรู้สึกในขณะที่มือเขาจัดการเสื้อผ้าชิ้นสุดท้ายของผมกับเขาออก

ผมเองก็รู้สึกไม่ต่างกับเขา บอมเท่มาก ๆ ตลอดการแข่ง...ตลอดเวลาที่เราสองคนอยู่ด้วยกัน…ทุกช่วงเหตุการณ์ คนเท่ที่สุดที่คอยปกป้องผม...ตอนนี้อยู่แนบชิดตรงหน้า ช่างชวนให้ลิ้มรสทุกอย่างของเขาเหลือเกิน...แต่นี่ในโรงเรียนนะว้อย! โรงเรียนอื่นด้วย! แล้วข้างนอกนั่นก็คนเยอะแยะเลยว้อยบอมมมม! หื่นให้ถูกเวลาหน่อยดิว้อยยย!
บอมเปิดน้ำฝักบัวรดลงบนตัวที่เปลือยเปล่าของเราสองคน เขาบีบแชมพูจากขวดแล้วโปะลงบนหัวผม บอมสระผมให้ผมเบา ๆ “พัตอยู่กับบอมนะ”
“อืม” ฟองแชมพูไหลลงหน้าผม ผมหลับตาคลำสะเปะสะปะกอบเอาฟองฟอดนั้นโปะลงบนหัวบอมบ้าง เสียงหัวเราะคิกคักของเขาอยู่ใกล้ ๆ ตรงหน้า
“ล้างแชมพูละนะ” เสียงบอมเปิดน้ำฝักบัวอีกครั้งล้างแชมพูออกไปทำให้ผมลืมตาได้อีกครั้ง
“หนาวมั้ย?”
“ไม่ละ”

หน้าของบอมอยู่ใกล้มาก ตัวเราแนบกันทุกส่วน...เขาหยิบขวดสบู่เหลวขึ้นมา ผมกลืนน้ำลายเอื๊อกจินตนาการตอนนี้พุ่งไปไกลสุดขอบจักรวาลแล้ว บอมเทราดสบู่เหลวให้ไหลลงบนตัวผม มือของเขาลูบฟอกสบู่ไปตามตัวผมแล้วแนบกายเปลือยเปล่าเข้ามาบดถูฟอกตัวไปพร้อมกัน ผมไม่เคยอาบน้ำกับใครอย่างนี้มาก่อนเลย ตอนไปเข้าค่ายลูกเสือตอนม.ต้นก็แค่รีบ ๆ ตักน้ำราดตัวเพราะความเขินกันทุกคน แต่นี่...ตัวแนบตัว มือปลาหมึกของบอมลูบฟองสบู่ไปตามตัวผม ใจเต้นระทึกกับทุกสัมผัส ผมกำลังเป็นของบอมทุกส่วน
“บอม...ที่นี่โรงเรียนนะ”
“อือ”
ไอ้อือนี่แปลว่าอะไรวะ เหมือนจะเข้าใจที่ผมพูดแต่มือเขาทำตรงกันข้ามเลย มือของบอมฟอกขยี้ลูบต่ำลงไปเรื่อย ๆ ต้นขาก็เบียดแทรกเข้ามาที่หว่างขาผมช้า ๆ อีกมือก็ลูบถูด้านหลังผมไล่ลงมาเรื่อย ๆ ถึงช่วงล่าง
“บอมอยากเล่นกับพัต อยากอาบน้ำให้พัตอย่างนี้มานานแล้ว” 
อยากเล่นนี่คืออะไรฟระ ...เขาจะทำที่นี่จริง ๆ เหรอ…ใจบอกว่าไม่ แต่มือตรูนี่ลูบตัวบอมไปทั่ว ทั้งกล้ามแข็งทั้งส่วนนูนส่วนเว้าแต่ละที่โคตรเร้าใจเลย

“ยังมีใครอยู่มั้ยคะ!? แข่งเสร็จแล้วเดี๋ยวจะปิดโรงยิมแล้วนะค้า!!” เสียงคุณป้าภารโรงตะโกนอยู่หน้าห้องน้ำทำผมกับบอมสะดุ้งโหยง ฉิบหายแล้ว!
“ครับ! เดี๋ยวรีบอาบครับ!” บอมตะโกนตอบไปแล้วหันมาทำหน้าทะเล้นใส่ผม
พวกเรารีบล้างสบู่ออก เช็ดตัวให้กันแล้วแง้มประตูดูให้แน่ใจว่าไม่มีใครในห้อง ทางโล่งแล้วผมกับบอมก็นุ่งผ้าเช็ดตัวออกมาหยิบเสื้อผ้าจากกระเป๋าเป้มาแต่งตัว ใจยังเต้นโครมครามไม่หยุดเลย
“พัตหน้าแดงน่ะ” บอมเปรยเสียงขำ
“ก็เพราะใครเล่า?”
“แค่อาบน้ำเอง พัตน่ะคิดไปถึงไหน?”
“คิดไปถึงดาวพลูโตแล้ว” ยังจะแซวอีก อีกนิดนึงตรูจะเอาท์ดอร์แล้ว ตกลงเขาแค่อยากอาบน้ำกับผมจริง ๆ หรอกเรอะ ชิ! ...แต่นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งที่ผมชอบเขา เวลาอยู่กับบอมมีอะไรให้ประหลาดใจเสมอ

เราสองคนเดินไปดูการแข่งกีฬาอื่น ๆ จนถึงการแข่งฟุตบอลที่เป็นการแข่งรายการสุดท้าย (แต่โรงเรียนเราตกรอบไปตั้งแต่บ่าย ได้รางวัลที่ 4 เลยไม่ได้เชียร์เค้า)
“พัตกินสายไหมมั้ย?”
“ดีเลย เรากำลังหิวมากอ่ะบอม”
บอมซื้อสายไหมก้อนใหญ่มาแบ่งกันกินสองคน เส้นไหมนุ่ม ๆ พอกัดเข้าปากก็ละลายเป็นน้ำตาลหวาน ๆ
“ตอนเด็ก ๆ ที่งานวัดแถวบ้านเรามีเครื่องให้ทำสายไหมเองด้วยล่ะ เอาไม้แหย่เข้าไปแล้วมันค่อย ๆ กลายเป็นเส้นพันรอบไม้ให้เราหมุน ๆ เอง” บอมบอก
“เหรอ? เราไม่เคยทำเลย”
“ไม่รู้สมัยนี้ยังมีมั้ย เดี๋ยวถ้าเค้ามีงานวัดเราจะชวนพัตมานะ”
“อืม”

...เวลาบอมอยู่ด้วย ฟังเขาเล่าเรื่องต่าง ๆ เหมือนโลกของผมขยายออก มีความสุขทุกวินาทีที่อยู่ด้วยกัน
...คนอบอุ่น เข้มแข็ง ใจดี คนที่บอกกันเสมอว่าเราสองคนจะอยู่ด้วยกัน

“พัต คืนนี้ค้างบ้านเรามั้ย?” บอมพูดตาแป๋ว
“ไม่ได้บอกแม่ไว้ก่อนน่ะ” คือตรูปฏิเสธแบบเปิดทาง (จริง ๆ ก็อยากไป)
“นะพัตนะ ไปติวอังกฤษให้เราหน่อย”
“อืม ขอโทรบอกแม่ก่อนนะ”
หลังจากเหตุการณ์ห้องคิง พ่อก็เปิดไฟเขียวแทบทุกเรื่อง เวลาจะขอไปค้างบ้านเพื่อนเลยให้แม่เป็นคนตัดสินใจแทน ซึ่งแม่ก็ไม่ขัดหรอกเพราะพรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ด้วย แต่ยังไงก็ต้องบอกพ่อแม่ก่อนเค้าจะได้ไม่เป็นห่วง

พวกเรานั่งรถเมล์จากป้ายหน้าโรงเรียนไปขึ้นรถไฟฟ้า พอได้ที่นั่งบวกกับแอร์เย็น ๆ ผมก็เริ่มง่วงด้วยความเพลียจากการแข่งบาส ขอเอาหัวฝากวางบนไหล่บอมแป๊บนึงละกัน

“พัต ใกล้ถึงแล้ว” เขาเอ่ยปลุกผมเบา ๆ
“เอ่อ...นี่เราหลับไปจริง ๆ เลยเหรอ? ถึงไหนแล้วเนี่ย?”
“หลับเหมือนเด็กตัวน้อยเลย นี่ถึงสถานีอ่อนนุชแล้ว” บอมหัวเราะพลางแบกกระเป๋าทั้งของเขาและของผมขึ้นบ่าสองข้างพาเดินเข้าถนนอ่อนนุชเพื่อไปต่อรถสองแถวเข้าบ้านบอม ตอนนี้เริ่มจะมืดแล้วผู้คนเดินกันขวักไขว่
“เราถือเองก็ได้”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพัตเหนื่อย เราดูแลนายได้สบายมาก”

พอลงรถสองแถวก็เดินเข้าซอยอ่อนนุช 17 อีกนิดมาถึงบ้านบอม เขาเปิดประตูเดินนำเข้าไป
“สวัสดีครับคุณแม่ ขอรบกวนค้างคืนนึงนะครับ” ผมกล่าวทักทายคุณแม่ของบอม...เอ๋...ทำไมบ้านเงียบจัง ไฟในบ้านก็ไม่เปิดสักดวง?
“หึ ๆๆๆๆ” บอมยืนหันหลังและหัวเราะอย่างมีเลศนัยอยู่ในความมืด
“บอม...”
“นายติดกับแล้วพัต” เขาเอ่ยเสียงเย็น ๆ “แม่เราไปเที่ยวต่างจังหวัดกับคุณลุงคุณป้า กลับพรุ่งนี้เย็น ๆ”
บอมหันมายักคิ้วยิ้มมุมปาก ถึงจะมืดสลัวแต่ดวงตาของเขาฉายแวววูบวาบ
“เอ๋?”
“ทีนี้เข้าใจยังว่าทำไมเราแค่อาบน้ำกับนายที่โรงเรียน เพราะยังไงคืนนี้นายก็เสร็จเราแน่!” บอมหันมาพูดพร้อมเปิดไฟฉายส่องใต้คางตัวเอง
“เราไม่กลัวผีน่ะบอม” ผมหยิกแก้มเขาเบา ๆ คนอะไรตลกชะมัด
“ก็อยากเปลี่ยนบรรยากาศให้พัตตกใจบ้างน่ะ” หนุ่มนักบาสพูดเสียงงอน ๆ แล้วกดเปิดไฟในบ้าน โถ...คงติดเชื้อวางแผนแป๊กจากผมไปแล้ว

มืออุ่นของบอมจับมือผมพาเดินขึ้นชั้นสอง อันนี้น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าหนังผี คืนแรกของเราสองคนที่จะได้อยู่กันตามลำพัง ไม่ได้เตรียมใจว่าจะเป็นแบบนี้นี่ว้อย ยิ่งใกล้ถึงห้องนอนจินตนาการยิ่งทะลุไปพ้นสุริยจักรวาล -///- บอมเปิดไฟเปิดประตูห้อง ผมก้าวเข้าไปและ…ทั้งห้องมีรูปแปะเต็มไปหมด น...นี่บอมทำไว้เหรอ
“เราเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อคืนก่อนไปแข่ง” ร่างสูงกอดผมจากข้างหลังแล้วเอ่ยที่ข้างหู “กะว่าถ้าทีมเราชนะเราจะพาพัตมาฉลองที่นี่ แต่ถ้าแพ้ เราก็จะพาพัตมาปลอบใจ”
“บอม”
“เรารู้ว่าถ้าแพ้ในการแข่งจริงครั้งแรกในชีวิตจะรู้สึกแย่แค่ไหน เราจะอยู่กับพัตเสมอนะ” 
“อืม เราก็จะอยู่กับบอม” ผมหันข้างไปหาเขา คนเดียวที่อยู่ใกล้หัวใจผมคนนี้เขาคิดทุกอย่างเผื่อผมไว้หมดเลย

“รูปนี้พัตจำได้มั้ย?” เขาชี้รูปที่ผนังใกล้ประตูห้อง
“จำได้ ผังที่นั่งตอนสอบเข้า” ผมเองก็ถ่ายเก็บไว้เหมือนกัน กระดาษใบแรกที่มีชื่อผมกับบอม จุดเริ่มต้นที่ให้ความกล้าบ้าบิ่นให้ผมกล้ากาเอาคะแนนปานกลางเพื่อหนีห้องคิง “ตอนนั้นบอมรู้มั้ย เราฝันว่าเราจะได้อยู่ห้องเดียวกับบอม”
“เราก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน” บอมยิ้มแล้วชี้รูปถัดไป คือรูปหมู่พวกเราสามคน ผม บอม สน ที่เขาถ่ายตอนวันประกาศผลสอบบนอัฒจันทร์ ตอนนี้ที่บอมขอให้ผมเข้าชมรมบาส
“พอรู้ว่าเราไม่ได้อยู่ห้องเดียวกับพัต เราเลยตื๊อให้นายเข้าชมรมบาสจะได้มีโอกาสอยู่ด้วยกัน”
“ถ้าตอนนั้นเราไม่เข้าชมรมบาสล่ะ?”
“เราก็จะกอดให้แน่นขึ้นอีก ยังไงก็ไม่ยอมปล่อยน้องชายคนนี้หลุดมือไปแน่”
...เออ แฟนตรูเอาชนะทุกอุปสรรคด้วยมือปลาหมึก

“ตอนนั้นเรากลัวมากเลยนะบอม”
“พัตกลัวอะไรเหรอ?”
“เรากลัวว่าถ้าเข้าชมรมบาสแล้วเล่นไม่เป็นเลยเดี๋ยวบอมจะเกลียดเรา” คือห่วยขนาดเพื่อนไม่ให้ร่วมทีมด้วยเลยสักเทอม


บอมจ้องตาผมระหว่างฟังผมพูดความหวาดหวั่นในใจ เขาเขี่ยเส้นผมของผมเบา ๆ แล้วแปะริมฝีปากบนแก้มผม “บอมเองก็กลัวนะ กลัวเอาพัตมาลำบากแล้วนายจะเบื่อบาสเบื่อเรา”
“เราสองคนนี่ชอบคิดไปเองเนอะ ฮะ ๆๆ”

บนหัวเตียงมีรูปผมตอนซ้อมบาสไว้เยอะเลย ผมไม่รู้ตัวเลยแฮะว่าเขาถ่ายรูปผม
“ตอนแรกเรารู้สึกเหมือนพัตเป็นน้องตัวเล็ก ๆ เราอยากดูแล อยากสอนบาส เราเลยถ่ายรูปถ่ายวิดีโอพัตไว้ดูว่าต้องสอนอะไรปรับปรุงตรงไหน แต่พอพัตกลับบ้านไป ใจเราโหวง ๆ เราไม่เข้าใจว่าทำไม จนวันนั้นที่พัตมาค้างที่นี่ เราอยากเล่นกับพัตเลยแกล้งตั้งเยอะจนพัตนอนไม่หลับ แต่พัตไม่โกรธเราเลย”
...จะโกรธยังไงเล่า ตอนนั้นบอมถอดโชว์อยู่เรื่อย อยากจับกดจนเก็บไปฝันเลย…

“ตั้งแต่คืนนั้นเราก็เริ่มรู้สึกดีกับพัต” บอมดึงผมลงนั่งบนขอบเตียงกับเขา บอมหยิบรูปหมู่พวกเรา 6 คนตอนกินพิซซ่าที่ใส่ในกรอบร้านสเวนเซนส์ส่งให้ผม วันนั้นมีเรื่องอะไร ๆ เกิดขึ้นเยอะมาก
“วันนั้นเราดีใจมาก ๆ เลย ทั้งขำทั้งดีใจที่พัตนึกว่าเป็นวันเกิดเรา”
“วันนั้นเราหน้าแตกสุด ๆ อ่ะ”
“ตอนไอติมวันเกิดมาอยู่บนโต๊ะ” บอมนอนลงหนุนตักผม “พัตรู้มั้ย...พัตได้ใจเราไปแล้ว”
“บอม” ผมจ้องตาเขา ตาสีน้ำตาลคู่นั้นมองขึ้นมาที่ผม
“พัตพยายามช่วยทุกคนทำการบ้านให้เสร็จจะได้จัดงานวันเกิดให้เรา พอรู้ว่านายสั่งไอติมวันเกิดให้ด้วย ...ตอนนั้น...เราถึงรู้ว่าเรารักพัต”
บอมเอื้อมมือมาลูบแก้มผม สัมผัสอบอุ่นนั้นมีแรงดึงดูดให้ผมโน้มหัวลงไปจูบความสุขของผม ผมเอ่ยกระซิบคำที่เขารอฟังมานาน “มาต่อจากคราวที่แล้วกันนะบอม”

บอมยิ้มเขินแล้วดันตัวขึ้นช้า ๆ และเอนตัวผมลงกับเตียง หน้าเกลี้ยงเกลากับนัยน์ตาสีน้ำตาลเคลื่อนไปทั่ว ผิวเนื้อเราสัมผัสกันทีละส่วนจนไม่เหลืออะไรกั้น บอมใช้มือกับส่วนนั้นของผม เริ่มจากลูบเบา ๆ แล้วค่อย ๆ แรงขึ้นพร้อมกับดูดเม้มที่หน้าอกจนผมทนไม่ไหวพลิกตัวหนีแต่ก็ไม่รอดมือปลาหมึกของหนุ่มร่างสูงตามกอดกวัดเคลื่อนตัวทาบทับ แกนเนื้อร้อนนาบลงด้านหลัง บอมจูบที่หลังคอและเลื่อนมากระซิบที่หู ร่างอุ่นทั้งตัวก็เบียดถูไปมากับหลังผมด้วย ยอมแล้วว้อยยย
“เรารักบอม”
บอมยิ้มกว้างพลิกตัวผมไปหาเขา ริมฝีปากกดลงมา ลิ้นสากควานเข้ามาดูดดื่มรุนแรงจนผมไม่กล้าลืมตา ได้ยินเสียงฉีกซอง บอมขยับขลุกขลักแล้วบางอย่างก็สอดเข้ามา
“อ...โอ๊ย!”
“แค่นิ้วนะพัต” บอมกอดป้องกันผมดิ้นและพูดเสียงอ่อน หน้าบอมตอนนี้รู้เลยว่าทั้งอยากทั้งกลัวผมเจ็บ 
“เรา...กลัวน่ะบอม” ผมกลัวมากเพราะเคยได้ยินว่ามันเจ็บสุด ๆ แต่ผมก็อยากมีอะไรกับคนที่ผมรัก
“เราก็กลัว จะทำเบา ๆ นะ พัตอย่าเกร็งนะ” บอมถอนนิ้วออก บางอย่างที่ใหญ่กว่ากดเข้ามาช้า ๆ พยายามไม่เกร็ง มันคือส่วนหนึ่งของบอม ๆๆ แต่ผมก็กลั้นเสียงไม่ไหว ใบหน้าของบอมตอนนี้แดงก่ำคิ้วขมวด
“พัตเจ็บเหรอ?”
“อื้ม-”
พูดไม่ทันสิ้นเสียง บอมก็ประโคมจูบพรมลงทั่วหน้าผมและซอกคอ เจอความอบอุ่นของบอมทำให้ผมคลายความเจ็บ ผมกอดรัดเขาไว้...บอมของผม… เช่นเดียวกับที่เขารุกล้ำทั้งข้างบนข้างล่างเข้ามาเป็นเจ้าของทุกอย่างในตัวผม บอมเคลื่อนไหวช่วงล่างช้าเนิบนาบเพราะกลัวผมเจ็บ
“ชอบพัต ตัวขาวน่ากินจัง” บอมกระซิบเสียงกระเส่าพลางกัดใบหูผมเบา ๆ “ตอนเราแกล้งให้พัตเปลี่ยนเสื้อที่สนามบาสอ่ะ เราใจเต้นมากเลย”
“ชอบช้าจัง เราน่ะชอบบอมตั้งแต่วันแรกแล้ว!”
เขายิ้มกว้างทั้งที่หน้าแดงก่ำ แล้วเริ่มขยับเอวกระแทกกระทั้นเข้ามาแรงขึ้น ๆ บอมครางเสียงสั่น ภาพหนุ่มนักบาสในมุมนี้มีผมคนเดียวเท่านั้นที่ได้เห็น ไม่ใช่แค่ภาพอ่ะ ผมลูบจับลูบล้วงทุกส่วนของบอมเอาให้หนำใจ ผิวอุ่นและกล้ามแข็งทั้งตัวเร้าใจชะมัด เขายิ้มและเร่งแรงขึ้น จนในที่สุดเราสองคนก็เป็นของกันและกัน บอมฟุบลงนอนหอบบนตัวผม ลมหายใจอุ่น ๆ รดที่ต้นคอ ผมมองตาสีน้ำตาลของบอมที่อยู่ห่างแค่ปลายจมูก ไม่มีคำพูดอะไรจะสื่อความรู้สึกในตอนนี้ได้

“พัต...” บอมลูบหัวผมเบา ๆ “ดีใจจังที่ได้ฝึกบาสให้พัต”
“ดีใจยังไงอ่ะ?”
“ก็อึดดีไง”
“บ้า!” ผมทั้งอายทั้งขำ คือวินาทีนี้น่าจะพูดอะไรซึ้ง ๆ ดิว้อย! ผมแต่งตัวลวก ๆ จะไปล้างตัวในห้องน้ำ
“ฮื้อ อย่าเพิ่งไปดิ๊ ต่ออีกยกก่อน” บอมหยอกเสียงขำ
ไม่คุยด้วยแล้ว ผมเดินไปห้องน้ำเลย ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงบอมเดินไปลงล้างตัวที่ห้องน้ำชั้นล่าง พอกลับมาที่ห้อง บอมยังไม่มาผมเลยล้มนอนลงบนเตียง...จะอีกยกจริงเปล่าวะ? ยังเจ็บอยู่เลยนะ ผมกดปิดไฟรีบหลับเลยดีกว่า

ผมลืมตาอีกทีตอนได้ยินเสียงประตูเปิด แกล้งหลับ ๆ ว้อย
“พัต...พัตโกรธเราเหรอ?” เสียงบอมกล่าวในความมืดสลัว
“หืม? ใครโกรธ? โกรธอะไร?”
“ก็พัตปิดไฟนอนเลยอ่ะ พัตโกรธเราเมื่อกี้เหรอ?” บอมนั่งลงบนเตียง หน้านิ่วหงอเลย
“เปล่า แค่ง่วงน่ะ คิดว่ายังไงเดี๋ยวบอมเข้ามาก็คงนอนเลย เราเลยปิดไฟ” ผมลุกขึ้นมานั่ง ชักไม่ดีเลยวุ้ย ผมแค่แกล้งหลับเพราะกลัวเขาจะต่อยกที่สองแค่นั้น แต่เหมือนบอมจะคิดมากไปไกลเลย
“พัตหายโกรธเราแล้วนะ?” บอมทำหน้าหงอย ๆ โอ๊ย! น่ารักชะมัด
“ไม่ได้โกรธจริง ๆ” ผมแตะริมฝีปากที่แก้มเขาให้คลายความกังวล “แค่แกล้งหลับจะได้ไม่เจอยกที่สอง ฮะ ๆๆ”
บอมคลี่ยิ้ม เขากอดผมเบา ๆ ประคองเราทั้งสองคนลงนอน แววตาสีน้ำตาลจ้องผมในแสงสลัวจากหน้าต่างที่ลอดผ่านม่าน
“เรากลัวพัตหายไป” บอมเอ่ยเสียงเบาราวกับกลัวคำนั้นจะเป็นจริง “ตอนม.2 เราสนิทกับรุ่นน้องม.1 คนนึง เค้าชอบเล่นบาสมาก อยู่ฝึกกับเราและสนหลังเลิกเรียนแทบทุกวัน”
“แล้วยังไงต่อเหรอ?”
“วันนึงเค้าให้เราสอนรีบาวด์ พอเค้าทำได้ก็ชอบมากฝึกกันจนลืมเวลา วันนั้นเค้ากลับบ้านดึก...พอวันรุ่งขึ้น...เค้าบอกว่าพ่อแม่ให้ลาออกจากชมรมเพราะเสียการเรียน”
“บอม...”
“เรารู้สึกผิดมาตลอด” บอมกอดผมซุกอก “โค้ชก็บอกนะว่าความผิดพลาดมีไว้ปรับปรุง แต่เราก็ลืมไม่ได้...ลึก ๆ เราอยากมีน้องที่เล่นกับเราได้ตลอดเวลา อยู่ด้วยกันตลอดไม่หายไป”

ในหัวบอมเห็นภาพที่พ่อของเขากลับบ้านมาไม่กี่วันแล้วก็ไปอยู่แท่นเจาะน้ำมันอีก ไม่รู้กี่เดือนถึงจะกลับบ้านอีกครั้ง เขาอยากมีใครสักคนที่อยู่กับเขาทุกวันไม่จากไปไหน แต่เขารู้ว่ามันเป็นความคิดบ้า ๆ
 
“จนวันประกาศผล...ที่พัตตกลงเข้าชมรมบาส” วันนั้นที่เด็กเรียนตัวบางตอบตกลงเข้าชมรมบาสกับเขา ความรู้สึกที่ไม่สามารถบรรยายได้ก็ก่อขึ้นมาในใจทีละน้อย เขาหวงพัต เพื่อนและน้องในจินตนาการอย่างที่เขาฝันมาตลอด

“มิน่าบอมใจดีกับเราจัง” ตรูเข้าใจละว่าทำไมบอมใส่ใจและสอนผมสุด ๆ ขนาดนั้น แต่ไม่เคยขอให้ผมอยู่เกินเวลาเลย ตอนเลิกก็เดินมาส่งที่ประตูโรงเรียนแทบทุกวัน

บอมคลุกหน้ากับเส้นผมของผมฟัดไปมา ผมดีใจที่เขาเล่าเรื่องที่เก็บงำไว้คนเดียวมาตลอดให้ผมฟัง ผมจะเป็นคนลบความทุกข์ใจของบอมเอง
“เราจะอยู่กับบอม ไม่มีทางหายไปไหนนะ ไม่ต้องกลัวอีกแล้วนะ”
“อื้ม” เขาตอบเบา ๆ น้ำเสียงดีใจ

ก่อนที่ผมจะหลับไปในอ้อมกอดเขา บอมเอ่ยขึ้นมา “พรุ่งนี้วันเสาร์ สนกับดิมจะไปเที่ยวท้องฟ้าจำลอง แล้วพัตอยากไปไหน?”
“ตอนเช้าไปเล่นบาสที่เดิมกันมั้ย? ตอนบ่ายเรามีเรียนพิเศษน่ะ”
“อื้ม”


เช้าวันเสาร์
ณ ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ

ผมลงรถไฟฟ้าที่สถานีเอกมัยแล้วเดินเข้าไปในท้องฟ้าจำลอง ตอนแรกผมบอกสนว่าจะไปรับเขาที่บ้านแต่เขาบอกให้ผมนั่งรถไฟฟ้าตรงจากสำโรงไปเอกมัยเลยไม่ต้องเดินทางเข้าอ่อนนุชย้อนไปมาให้ลำบาก เอาเถอะ! ไม่ได้เจอกันแค่แป๊บเดียวไม่เป็นอะไรหรอกน่า

ผมมองอาคารสีขาวที่มีช่องกระจกทะแยงมุมแปลกตาและสระน้ำใหญ่ด้านหน้าอาคาร ผมชอบมาที่นี่ตั้งแต่เด็ก ๆ ชอบทั้งส่วนพิพิธภัณฑ์ในอาคารนี้และส่วนดูดาวในอาคารด้านหลัง ทุกครั้งที่มาก็เห็นภาพที่พ่อชี้มือให้ดูกระสวยอวกาศในอาคารและถามว่าผมอยากไปอวกาศไหม ต้องเรียนเก่ง ๆ นะจะได้ทำงานนาซ่า

ผมมองจากภายนอกผ่านช่องกระจกเข้าไปในอาคารใหญ่พลางนึกถึงเรื่องที่พ่อเคยบอกความหมายของชื่อจริงและชื่อเล่นผม ตอนนั้นความทรงจำหนึ่งก็ย้อนผุดขึ้นมา

“แล้วชื่อนายแปลว่าอะไรเหรอ?”
“Dim ตัวย่อของ Dimension มิติ พ่อเราอยากให้เราเป็นนักวิทยาศาสตร์นาซ่า”


ตอนนี้คนนั้นสบายดีไหมนะ คงยังชอบเล่นกีตาร์เหมือนเคย สาย ๆ แบบนี้ผมนึกภาพเขาคงกำลังนั่งฝึกเพลงโปรดอยู่ในห้องตัวเอง...และเราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว…

ผมเดินตรงไปอาคารด้านหลังเพื่อซื้อบัตร เมื่อวานผมโทรสอบถามแล้วว่าวันนี้ไม่มีโรงเรียนใดมาทัศนศึกษาจึงโล่งไม่ค่อยมีคน ผมแวะดูเนื้อหาของการแสดงเดือนนี้ กลับไปดวงจันทร์กันเถอะ เป็นเรื่องแบบไหนกันนะ ผมหวังว่าจะสนุกสำหรับสน นี่เป็นการพาเขามาท้องฟ้าจำลองครั้งแรกผมอยากให้เขาประทับใจที่สุด ผมเดินไปที่ช่องจำหน่ายตั๋วเพื่อจะซื้อตั๋วสองใบสำหรับผมกับสน

“ดิม”

เสียงหนึ่งกล่าวทัก เสียงที่คุ้นเคยแต่ไม่ใช่เสียงของสน เสียงที่ทำให้ความทรงจำย้อนกลับมา

...เราอยากกินบิงซู แล้วก็อยากไปท้องฟ้าจำลองด้วย...
...สมกับเป็นโปรแกรมเมอร์นาซ่า แต่อันนั้นไกลมาก อยู่เอกมัยเลยนะ...


ผมมองคนตรงหน้า คนที่เคยพูดประโยคนี้กับผม คนที่เคยสัญญาจะมาเที่ยวที่นี่ด้วยกัน
“ปิง”
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31-05-2021 21:35:54 โดย Sorrowkung »

ออฟไลน์ Sorrowkung

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 105
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
เนื้อหาตอนต่อไปจะเกี่ยวกับนิยายสั้นเรื่อง Vector Space เป็นเรื่องของดิมกับเพ่อนสนิทชื่อปิงสมัยม.3 ที่โรงเรียนเก่านะครับ
อ่านได้ที่นี่ครับ https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=72432.0#gsc.tab=0

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด