เพราะมัน...ทำให้ผมนอนไม่หลับ (My bad Roommate) R18+ ตอน19 [13.11.20] up!
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: เพราะมัน...ทำให้ผมนอนไม่หลับ (My bad Roommate) R18+ ตอน19 [13.11.20] up!  (อ่าน 2070 ครั้ง)

ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
 :hao4:ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-11-2020 10:06:08 โดย Lambosasha »

ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
ครั้งแรกมั้ย ไม่รู้ แต่พยายามแต่งแนวนี้ทีไรไม่เคยจะ 18+ ได้เต็มที่เลยสักครั้ง เลยลองอีกที ถ้าไม่โอเคบอกนะ จะมีคนอ่านมั้ยนี่ 55


เปิดเบาๆ ก่อน

...



รูมเมทผมแม่งโครตเหี้ย

เหี้ยยังไงน่ะเหรอ


“อ๊า”

พรวด!


ผมปาดเช็ดคราบสีขาวขุ่นที่พุ่งใส่หน้า

แม่งเปียกบนสมุดโน๊ตด้วย

ไม่ต้องสงสัยว่ามันคืออะไรครับ

ก็ไอ้รูมเมทเหี้ยของผม

แม่งยืนชักว่าวน้ำแตกใส่หน้าผมอยู่เนี่ย!


ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
Intro
ใครเคยมีรูมเมทเหี้ยๆ มั่งมั้ยครับ คือ ขอโทษที่ผมต้องหยาบคาย เพราะไอ้เมทคนนี้ของผมแม่ง โครตเหี้ย แถมจัญไร จนสุดจะหาคำด่าไหนมาปรนเปรอมันได้

แรกๆ มันก็เป็นคนปกตินี่แหละครับ ครั้งแรกที่เจอหน้ากันในหอพัก ผมกับมันก็แค่ทักทายกันธรรมดา ผมเรียนอักษร ซึ่งเป็นคณะที่ผู้ชายน้อยที่สุดในมหาวิทยาลัยก็ว่าได้ สัดส่วนแบบ 3/10 เพราะงั้น ตอนอยู่หอก็ไม่ค่อยจะได้อยู่กับเพื่อนร่วมคณะหรอก บางคนก็อยู่หอนอกบ้าง ไปกลับบ้าง แล้วผู้ชายคณะผมคือขึ้นชื่อเรื่องสาวแตก ไม่ค่อยมาอยู่รวมกับชายฉกรรจ์หอในกันเท่าไหร่ แต่พอดีผมไม่ได้เป็นพวกเก้งกวาง แถมบ้านก็อยู่ต่างจังหวัดไกลมาก เลยเลือกอยู่หอใน เพื่อจะได้ประหยัดเงิน

วันแรกที่ย้ายเข้าหอ ยังเป็นช่วงปิดเทอมอยู่ เขาให้ย้ายเข้ามาก่อนเปิดเรียน 1 อาทิตย์ เพื่อจะได้เตรียมตัวเตรียมใจ ผมรู้ว่าการเรียนในระดับมหาวิทยาลัยมันจะต่างกับตอนมัธยม ก็คงต้องค่อยๆ ปรับตัวไป ปี 1 ยังต้องเรียนวิชาบังคับไปก่อน กว่าจะได้เลือกเอกโทก็ปี 2 นู่น ผมตั้งใจว่าจะเข้าเอกญี่ปุ่น ส่วนวิชาโทไว้ค่อยเลือกทีหลัง ต้องลองเรียนให้ครบทุกรายวิชาก่อน

วันที่สองของการอยู่หอใน ก็ยังไม่มีอะไรผิดแปลกครับ เมทของผมดูเป็นคนเงียบๆ มั้งนะ เห็นมันนอนอ่านการ์ตูนบนเตียงตลอด บางทีก็ดูหนังดูอะไรของมันในโน๊ตบุ๊คไป ผมเองก็ว่าง นั่งเล่นเกมในสมาร์ทโฟนบ้าง อ่านเวบบอร์ดเกี่ยวกับเกมบ้าง บางทีก็อุดหูฟังเพลง

“เบ๊บ ไปกินข้าวกันป่าว” ผมลุกขึ้นถามมัน เพราะเห็นว่าจะบ่ายโมงแล้ว ยังไม่ได้กินข้าวกลางวันกันทั้งคู่ ไหนๆ ก็ต้องอยู่ด้วยกันเป็นปี ผมก็อยากจะผูกมิตรไว้ให้มากที่สุดครับ เลยชวนมันไปกินข้าวด้วย

ไอ้เบ๊บ ชื่อมันน่ารักเนอะ มันบอกว่ามาจากคำว่าเบบี๋อะไรแบบนั้น มันลดหนังสือการ์ตูนลงปิดช่วงปากตัวเอง แล้วเหลือบตาขึ้นมองผม เพราะมันนอนอยู่ และผมก็ยืนค้ำหัวมันอยู่

“เที่ยงแล้วเหรอ”

“จะบ่ายแล้วเหอะ” ผมว่า ก่อนที่มันจะลุกขึ้นนั่ง บิดขี้เกียจไปมา ผมเดินไปหยิบกระเป๋าสตางค์และเปิดประตู เบ๊บที่ลุกมาแล้วก็เดินเบียดแทรกตัวผมออกไปก่อนเฉย ผมก็งงๆ เหมือนตัวเองเปิดประตูให้มัน แต่ก็ช่างเหอะ

ผมปิดประตูล็อคกลอนเรียบร้อย ไอ้เบ๊บเดินนำไปแล้ว ผมรีบเดินตามไป ขาผมยาวกว่า เพราะผมสูงกว่ามัน ยังไงก็เดินทันมันอยู่แล้ว ไอ้เบ๊บมันเป็นผู้ชายตัวเล็ก สูงประมาณ 160 กว่าๆ น่าจะได้ ส่วนผม 177 ผมก็ไม่ได้ตัวใหญ่อะไรนะ แต่เบ๊บมันผอมมาก แขนขาเล็กอย่างกับผู้หญิง

“เดี๋ยวกูจองที่ ฝากซื้อข้าวกะเพราหมูสับกับน้ำเปล่าขวดนึง” มาถึงโรงอาหารหน้าหอ มันก็เตรียมนั่งทันที ใช้งานผมเสร็จสรรพ ผมก็เออออไป แบบยัง งงๆ มึนๆ นะ แต่ก็เอาเหอะ แบ่งหน้าที่กันแล้วก็ตามนั้น

ผมเดินไปสั่งข้าวก่อน แล้วก็ซื้อน้ำมาวางที่โต๊ะ ไอ้เบ๊บก็รับขวดน้ำไปจะเปิด แต่เปิดไม่ออกไง ก็ดูแขนมันดิ มือมันก็เล็กนิดเดียว สุดท้ายมันก็ทำหน้ามุ่ย ยื่นขวดน้ำมาให้ผม

“อะไร” ผมเหล่มองมัน เห็นหรอกว่ายื่นขวดน้ำมาให้เปิด แต่คือ มันยังไงๆ อยู่ป่ะวะ

“เปิดให้หน่อย”

“อ่า” โอเคครับ เปิดก็เปิด คิดซะว่าเป็นน้องนุ่งแล้วกันวะ ดูแลคุณเบ๊บมันหน่อย หน้าตาบ๊องแบ๊วซะขนาดนี้

พอป้าร้านข้าวตะโกนเรียก ผมก็ต้องเป็นคนเดินไปหยิบจานมาวางให้มัน นี่เพิ่งเจอกันวันสองวันเองนะ ทำไมผมรู้สึกเหมือนโดนรูมเมทกดขี่แปลกๆ หรือมันจะเป็นพวกนิสัยเสีย ชอบวางอำนาจใส่คนอื่น ถ้าเป็นอย่างนั้นก็แย่แน่ ผมไม่ควรจะยอมมันมากไป ไม่อย่างนั้นมันจะคิดว่าผมเป็นเบ๊

“ไปสำรวจมอกันมั้ย” ระหว่างกินข้าว เบ๊บก็ถามผมแบบนั้น ผมเงยหน้ามองมัน หน้ามันก็นิ่งๆ จ้องผมอยู่

“อยู่ว่างๆ เบื่ออ่ะ”

“ก็ได้นะ มึงมีรถป่ะล่ะ” ส่วนผมเอามอเตอร์ไซค์มา เด็กต่างจังหวัดส่วนมากก็ขี่มอเตอร์ไซค์ ขับรถได้ทั้งนั้นแหละครับ มันไม่ค่อยมีรถสาธารณะให้ใช้

“ไม่มีอ่ะ” มันตอบ ชวนทั้งที่ตัวเองไม่มีรถเนี่ยนะ ผมอมยิ้มขำ ไอ้เบ๊บก็มองหน้าผมใหญ่

“กูมีมอไซค์ มึงขี่เป็นมั้ยล่ะ” ผมถาม มันส่ายหน้า เอากะแม่งสิ ชวนแบบไม่มีห่าไรเลยนี่หว่า

พอกินข้าวเสร็จ ผมก็พามันไปที่มอเตอร์ไซค์ของผม ไม่ใช่ของไฮโซอะไร ฮอนด้าธรรมดาๆ นี่แหละ สีขาวแดง พ่อลงทุนซื้อให้ใหม่ตอนสอบเข้าได้ คันเก่าผมสภาพมันเหมือนเศษเหล็กไปแล้ว

ผมสตาร์ทรถรอ ไอ้เบ๊บก็ค่อยๆ ปีนขึ้นมาคร่อมเบาะหลังแบบเก้ๆ กังๆ มือข้างหนึ่งเกาะไหล่ผม คือเบาะรถผมไม่ได้แคบนะ แต่มันก็เบียดซะชิด

“เขยิบไปหน่อยก็ได้ กูจะตกรถอยู่แล้ว” ผมเอี้ยวตัวไปว่ามัน มันก็ยอมเขยิบขึ้นนิดหน่อย

“กลัวตกอ่ะ”

“กูไม่ทำมึงตกไปหรอกน่า เกาะไว้แน่นๆ ดิ” ท่าทางคุณชายจัดนะมึง ไม่เคยนั่งมอเตอร์ไซค์หรือไงวะ ผมคิดพลางส่ายหน้า พลันต้องสะดุ้ง เพราะไอ้เบ๊บมันโอบแขนมากอดตัวผมไว้ คือ ที่บอกให้เกาะแน่นๆ กูหมายถึงเกาะรถครับ ท้ายเบาะมันมีที่ให้จับ

“มันอึดอัด มึงเกาะรถสิวะ”

“ก็กลัวตกอ่ะ”

เอ้าไอ้เหี้ยนี่ แล้วมึงจะชวนกูสำรวจมอทำห่าไร เอาแต่บอกว่ากลัวตกๆ แต่ก็ช่างเหอะว่ะ ขี้เกียจเถียงกับแม่งละ

“เออๆ อย่ารัดแน่นมาก กูขี่ไม่ถนัด” ผมบอก มันก็คลายแรงออกนิดหน่อย แต่ยังกอดอยู่บนช่วงอกของผม ยังดีที่มันกำมือไว้ ถ้าแบมือนี่คงเป็นภาพประหลาดตาฉิบหาย

แล้วผมก็ขับรถไปเรื่อยๆ รอบมหาวิทยาลัย ขับแบบช้าหน่อย ไม่งั้นคงไม่ทันได้ชมวิว บรรยากาศดีอยู่ครับ มีสวนเยอะตามคณะต่างๆ สวนกลางใหญ่สุด มีบ่อน้ำกว้างมาก มีสะพานให้เดินข้าม ติดไฟระโยงระยาง ตอนกลางคืนน่าจะสวยดี เบ๊บมันก็ท่าทางชอบมาก ชี้ให้ดูตรงนั้นตรงนี้ตลอด มันดูเป็นคนช่างสังเกตอยู่นะ สมกับที่เรียนสายวิทย์มา อ้อ มันอยู่คณะวิศวกรรมครับ ดูแล้วไม่น่ามีแรงเรียนอ่ะบอกเลย

“ปาล์ม จอดๆๆ” จู่ๆ มันก็ตะโกนสั่ง ผมก็ค่อยๆ ชะลอรถ จอดเข้าข้างทาง แล้วเอี้ยวตัวหันไปมองมัน

“อะไรวะ”

“ไปนั่งเล่นตรงนั้นกัน” มันชี้ไปที่สนามเด็กเล่นของคณะศึกษาศาสตร์ โซนนั้นมันมีโรงเรียนอนุบาลกับประถม ที่ไว้ให้ฝึกสอน เป็นโรงเรียนสาธิตเล็กๆ มีเด็กๆ วิ่งเล่นกันอยู่หลายคน เพราะเลิกเรียนแล้ว

เบ๊บเดินตรงไปนั่งที่ม้าหินข้างสนามเด็กเล่น ผมจอดรถหลบให้เข้าที่ก่อนแล้วค่อยเดินตามไปนั่งข้างๆ มัน มองดูพวกเด็กๆ วิ่งเล่นกันสนุกสนาน ส่งเสียงดังเจี๊ยวจ๊าว

“ปาล์ม” มันเรียก ผมเลิกคิ้ว แต่ไม่ได้หันไปมอง

“ชอบเด็กมั้ย”

“ไม่ว่ะ”

“อ้าว ทำไมอ่ะ” มันเขยิบเข้ามานั่งชิดผม จนแขนชนกัน เหมือนปลายนิ้วของมันจะโดนมือผมนิดๆ ด้วย

“กูมีน้องอีกสองคนไง โครตรำคาญ ไอ้ตัวเล็ก 6 ขวบละ ซนฉิบหาย ตอนเด็กๆ ก็ต้องช่วยแม่เลี้ยง เบื่อโครต อนาคตกูจะไม่มีลูกเด็ดขาด ไม่อยากเลี้ยงเด็กแล้ว” ผมบ่นยาว เข้าใจอารมณ์พี่คนโตมั้ยครับ เหมือนเกิดมาก็ต้องแบกรับภาระ ช่วยแม่เลี้ยงน้อง วุ่นวายสุดๆ อยากจะไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนก็ไม่ค่อยได้ไป เพราะมีตัวมารมันเกาะแจ ผมถึงเลือกเรียนไกลๆ บ้าน จะได้ใช้ชีวิตของตัวเองแบบสงบๆ สักที

“งั้นก็ไม่อยากมีแฟนเหรอ”

ผมกลอกตาไปมา “มีแฟนเกี่ยวไรกับมีลูกวะ”

“ก็มีแฟนแล้วก็ต้องแต่งงาน แล้วก็มีลูกไง”

“ไม่จำเป็นนี่ ก็แค่หาคนที่ไม่ได้อยากมีลูกเหมือนกันก็ได้ ผู้หญิงสมัยนี้ไม่อยากท้องเยอะแยะไป” ผมว่าพลางลุกขึ้น มองหน้าไอ้เบ๊บที่เหมือนจะอมยิ้มนิดๆ

“ไปไหนต่อป่าว ออกนอกมอมั้ย ไปหาข้าวเย็นกินข้างนอกเลย”

คราวนี้เบ๊บยิ้มกว้างเต็มหน้า
“อื้อ ไปดิ”
***
 :pig4:

ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
1
นั่นแหละครับ มันดีแค่ช่วงแรกๆ ที่รู้จักเท่านั้น แม้บางอย่างที่มันทำจะแปลกๆ ไปหน่อย แต่คงไม่เหี้ยเท่าที่ผมเจอหลังจากนี้

ก่อนเปิดเทอม 1 วัน ผมเตรียมจัดกระเป๋า หาสมุดไว้จดโน๊ตสองสามเล่ม อุปกรณ์เครื่องเขียนพร้อม หนังสือเรียนหรือชีทเรียนยังไม่มี ต้องไปเช็คที่ตึกเรียนอีกที รออาจารย์บอกในชั่วโมงเรียนด้วย

เตรียมของเสร็จ ก็เห็นไอ้เบ๊บหลับอยู่บนเตียงมัน ผมเลยกะจะลงไปซื้อข้าวขึ้นมากินข้างบน เผื่อมันด้วย เพราะถึงไปที่โรงอาหาร ผมก็ต้องบริการมันอยู่ดี แค่ไม่กี่วันผมก็จะเป็นเบ๊แม่งจริงๆ แล้ว ปฏิเสธไม่เก่ง ยอมได้ก็ยอมๆ ไป มันเองก็ไม่ได้ขู่เข็ญให้ผมทำ กลายเป็นผมนี่แหละที่ทำตามมันบอกจนเริ่มชิน

ผมเดินไปโรงอาหารหน้าหอ มันไม่ไกลมาก เลยไม่ถึงกับต้องขี่รถไป ช่วงนี้เริ่มรู้จักเพื่อนในหอเดียวกันบ้างแล้ว ส่วนมากเป็นเด็กคณะวิศวะกับวิทยาศาสตร์

“ไอ้เบ๊บไม่ลงเหรอ” เพราะทุกทีผมกับเบ๊บจะมาด้วยกันตลอด พอเจอหน้าผม เพื่อนคนอื่นก็ถามหามันด้วย

“หลับ กูขี้เกียจปลุก” ผมว่าพลางนั่งลง รอข้าวที่สั่ง

เพื่อนคนนี้อยู่คณะวิทยา ชื่อ แก๊บ นั่งอยู่กับเพื่อนคณะมันอีกสามสี่คน ผมยังจำชื่อไม่หมด จำได้แค่ไอ้แก๊บกับคนใส่แว่นเนิร์ดๆ ที่ชื่อวิทย์ ชื่อสมกับคณะแม่งจริงๆ

“พรุ่งนี้เปิดเทอมแล้วว่ะ กูยังรู้สึกขี้เกียจอยู่เลย”

“จริง เห็นว่ามีกิจกรรมให้ทำด้วย แล้วแต่ใครจะเข้าก็ได้ พวกมึงจะเข้ามั้ยวะ”

“ก็น่านะ คือแบบ มันก็ว่างอยู่แล้วป่ะวะ อยู่หอในเงียบเหงาจะตายห่า”

“แต่กูอยากนอนมากกว่า”

“ก็เรื่องของมึง”

ผมนั่งฟังพวกมันคุยกัน ปีนี้เห็นว่ากิจกรรมต่างๆ ที่พวกรุ่นพี่จัด จะให้เราเข้าร่วมตามความสมัครใจ ส่วนมากพวกอยู่หอในก็คงเข้าร่วม เพราะไม่มีอะไรทำเป็นพิเศษอยู่แล้ว ไว้เรียนหนักเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน แต่ยังไงพวกแข่งกีฬาหรือเชียร์ คงต้องช่วยๆ กันลงไปให้ครบ ดีที่คณะผมไม่ค่อยเน้นกีฬา ผู้ชายก็น้อยจนตั้งทีมฟุตบอลยังไม่ได้เลยมั้ง

“คณะมึงผู้หญิงเยอะนี่ไอ้ปาล์ม” ไอ้วิทย์หันมาทางผม

“ก็เยอะแหละ” ผมท้าวคางตอบ ตอนเย็นคนเยอะ เลยรอข้าวนาน นั่งคุยเล่นกับพวกมันไปฆ่าเวลา

“มีเพื่อนสวยๆ ก็แนะนำมั่งนะเว้ย”

ผมเลิกคิ้วข้างหนึ่ง “ถ้าเจอสวยๆ กูเก็บไว้แดกเองดีกว่าป่ะ”

“โหยย ไอ้หมานี่ แม่ง” วิทย์ส่ายหน้าขำๆ จากนั้นบทสนทนาก็เปลี่ยนเป็นเรื่องสาวๆ โต๊ะถัดไปสองโต๊ะหน้า ที่หน้าตาดีทั้งกลุ่ม ใส่กางเกงขาสั้นเห็นขาอ่อนขาวๆ ทั้งโต๊ะ จะว่าผมลามกก็ได้ แต่มันมีอะไรที่ควรมอง มันก็ต้องมองว่ะครับ

“คณะมึงป่าววะไอ้ปาล์ม จีบดิ” ไอ้แก๊บเอาศอกมาสะกิดผมยิกๆ คือยังไม่เปิดเรียนเลยไม่รู้จัก แล้วถ้าไม่ใช่คณะเดียวกันก็แหกอ่ะครับ จะให้ทักยังไง

“ลองไปคุยๆ ดิวะ แนะนำเพื่อนด้วย” เร่งกันใหญ่ แล้วทำไมต้องเป็นกูวะเนี่ย

ผมเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะฝากพวกมันไปเอาข้าวถ้าป้าเรียก แล้วลุกเดินไปที่โต๊ะสาวๆ ทั้ง 5 คนนั้น พวกเธอก็ยิ้มอย่างเฟรนลี่เลยครับ เพราะเด็กปี 1 เหมือนกันหมด อยากมีเพื่อนใหม่ๆ กันอยู่แล้ว

“อ้าว คณะเดียวกันเหรอเนี่ย นี่ผู้ชายหนึ่งในร้อยของคณะเราเลยสินะ” มายมิ้น สาวหวานที่ใส่เสื้อแขนพองๆ สีชมพูอ่อนทำท่าทางตกใจได้อย่างน่ารักน่าชังมาก ตาโต ผมยาว หน้าคมสวย ผิวก็ขาวจั๊วะเลย คนนี้สเปคผมแล้วแหละ ขอเก็บไว้เองแล้วกัน

“หนึ่งในร้อยเลยเหรอ ฮ่าๆ” ผมหัวเราะอย่างสุภาพสุดๆ แบบเก๊กจนหน้าเกร็ง

“เออ เรามีเพื่อนคณะวิดยาด้วยนะ เดี๋ยวแนะนำให้รู้จัก” แล้วผมก็กวักมือเรียกไอ้พวกนั้นมาแนะนำตัวกับสาวๆ นั่งรวมกันเป็นกลุ่มใหญ่คุยกันสนุกสนานเฮฮา พวกมันเห็นผมเลือกนั่งข้างๆ มายมิ้น ก็รู้แล้วว่าคนนี้ผมจอง มีส่งสายตาแซวมาด้วย มายมิ้นที่ดูเหมือนจะรู้ตัวก็เขินอาย แก้มแดงเชียว

หลังจากคุยกับพวกสาวๆ เสร็จ ผมก็เพิ่งนึกได้ว่า ต้องเอาข้าวขึ้นไปกินบนห้องกับไอ้เบ๊บ นี่จะทุ่มแล้ว คุยติดลมไปหน่อย ข้าวเย็นหมด ผมรีบขอตัวกับพวกสาวๆ และเพื่อนๆ แล้วเดินเร็วๆ กลับหอ

ป่านนี้ไอ้เบ๊บคงตื่นแล้ว แต่ไม่เห็นลงมาที่โรงอาหารเลย คงไม่ได้หนีไปไหนหรอกนะ ผมอุตส่าห์ซื้อข้าวมาให้มันด้วย ตู้เย็นก็ไม่มี ถ้ามันไม่อยู่ สงสัยต้องกินเองสองห่อ

พอมาถึงห้อง ผมก็ไขกุญแจเข้าไปเอง เผื่อมันยังไม่ตื่น ไม่อยากปลุกให้ลุกมาเปิดประตู พยายามทำให้เบาที่สุด ไม่ให้รบกวนมัน ผมแง้มประตู จะแทรกตัวเข้าไป พลันต้องขมวดคิ้ว กับเสียงแปลกๆ ที่ดังออกมาจากลำโพงโน๊ตบุ๊คของเบ๊บ เลยแง้มประตูค้างไว้แค่นั้น

มันกำลังดูหนังโป๊อยู่ ซึ่งมันจะไม่เป็นเรื่องแปลกประหลาดอะไรเลย ถ้าแม่งไม่ใช่หนังโป๊เกย์!

ไอ้เหี้ยยยยย มันดูผู้ชายเอากัน เสียงผู้ชายสองคนครางกันสนั่นห้อง ผมกลัวว่าเสียงจะลอดออกไป เลยต้องรีบเข้าไปในห้องแล้วปิดประตู ไอ้เบ๊บไม่มีสะดุ้งสะเทือนด้วย แถมหันมามองหน้าผม แล้วก็ดูของมันต่อ แถมมือแม่ง...กำลังชักว่าว

ไอ้เหี้ยเบ๊บ นี่มึงเป็นเกย์เหรอ!

ผมเหงื่อแตกพลั่ก ค่อยๆ ไต่โต๊ะไปยังเตียงของตัวเอง เตียงของไอ้เบ๊บอยู่อีกฝั่ง มันนั่งหันข้างให้ผม มือขยับรัว มีกัดปากด้วย ไอ้สัส เซ็กซี่มากอ่ะมึง

“...เกรงใจกูหน่อยก็ได้” ในที่สุดผมก็กล้าพูดออกไป คอนี่แห้งผากจนเสียงแหบเลย พยายามจะไม่มองไอ้แท่งสีชมพูนั่น แต่แม่งก็อดมองไม่ได้ ไม่รู้ทำไม

ไอ้เบ๊บมันผิวขาวจัด ตรงนั้นมันเลยขาวอมชมพูได้ขนาดนั้น มันครางซี้ดซ้าด แล้วก็เกร็งตัว ไอ้ที่อยู่ในมือกระตุกรัว ปล่อยน้ำสีขุ่นข้นออกมาเต็มฝ่ามือเล็กๆ นั่น

ผมเหมือนจะหยุดหายใจ ตอนที่แม่งหันมามองด้วยตาเยิ้มๆ

“โทษที มันหยุดไม่ได้ว่ะ”

***

มองหน้าไม่ติดไปสองวันเต็มๆ ดีที่เปิดเรียนแล้ว อย่างมากก็เจอแค่ตอนตื่นกับตอนนอน ผมไปหมกตัวอยู่ที่ห้องพวกไอ้แก๊บยาวๆ ถึงเวลานอนก็กลับมานอนเลย ไม่ได้คุยอะไรกัน

เบ๊บมันมองผมเหมือนจะอยากคุยด้วย แต่ผมก็หลบเลี่ยงตลอด แค่มันยื่นมือมาจะแตะ ผมก็หลบทันที ที่คณะผมเองก็มีเพื่อนที่เป็นกะเทยเป็นเกย์ แต่งหญิงมาเรียนเลยก็มี ผมไม่ได้รังเกียจ แต่ที่ทำใจไม่ได้คือ ต้องมาเห็นมันดูหนังโป๊เกย์แล้วแฟ้บให้ตัวเองเนี่ย

มันจะเป็นเกย์ เป็นตุ๊ด เป็นเหี้ยไรผมไม่สน แต่มันควรจะอายผมมั่งเว้ย

แล้วก็แปลก ดูหนังโป๊กับเพื่อน ก็ต่างคนต่างทำ ไม่เห็นคิดห่าไรแบบนี้ หรือเพราะมันเป็นหนังเกย์? ผมเลยเกิดความรู้สึกต่อต้าน รับไม่ได้กับการช่วยตัวเองตามประสาผู้ชายของมัน เพราะมันดูหนังโป๊เกย์ ไม่ใช่ชายหญิงที่พวกผมดูกันงั้นเหรอวะ

ผมนิ่งคิด แล้วก็เหมือนจะรู้สึกผิดนิดๆ ที่ทำท่าทีเหมือนรังเกียจมัน วันนี้วันที่สามแล้วที่พยายามหลบเลี่ยงไอ้เบ๊บ ผมมาขลุกอยู่ที่ห้องพวกไอ้แก๊บเหมือนเดิม แต่ไม่ได้เล่าให้ใครฟังหรอกนะ ว่าเกิดอะไรขึ้น พวกมันก็ไม่เห็นถามอะไร คงคิดว่าผมแค่อยากหาเพื่อน เพราะเบ๊บกลับช้ากว่า

“เฮ้ยๆๆ ไอ้เหี้ยปาล์ม ไปดูเมทมึงที” จู่ๆ ก็มีเพื่อนในหอคนหนึ่งเปิดประตูโพล่งมา ผมผุดลุกขึ้นนั่ง จากที่นอนตะแคงดูหนังในสมาร์ทโฟนอยู่

“มีอะไรวะ”

“รีบไปเหอะ เร็วๆ” ไอ้ไทด์เร่ง ผมก็รีบลุกอย่าง งงๆ คนอื่นก็ตามออกมาด้วย ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ไอ้เบ๊บคงไม่ได้ทำอะไรแผลงๆ หรือปีนหอฆ่าตัวตาย เพราะผมไม่พูดด้วยหรอกนะ

พวกเราวิ่งลงไปที่ลานหน้าหอ แล้วก็เจอไอ้เบ๊บ กำลังโดนพวกรุ่นพี่รุม แต่จำได้ว่าเขาให้ยกเลิกระบบรับน้อง ว้ากน้องแล้วนะเว้ย แล้วนี่คือไอ้เบ๊บโดนคนเดียวด้วย ตัวมันก็เล็กแค่นั้น ไอ้ยักษ์พวกนั้นแม่งมารุม ในมือคนหนึ่งในกลุ่มนั้นมีถังน้ำ แล้วตัวไอ้เบ๊บก็เปียกโชกแล้วด้วย โดนแกล้งชัวร์แบบนี้

“แม่งตัวแค่นี้ จะเอาแรงที่ไหนเข้าช้อป มึงทำตัวให้มันเข้มแข็งหน่อยดิวะ”

“เป็นตุ๊ดทำไมไม่ไปเรียนคณะที่พวกตุ๊ดมันเรียนวะ มาอยู่ให้เสียสถาบันพวกกูทำไม”

โอ้โห มีเหยียดเพศด้วยเหรอวะ ไอ้ห่าสันดานพวกนี้ ผมกำหมัดแน่นตอนได้ยินพวกมันพูดแบบนั้น รุ่นพี่ก็รุ่นพี่เถอะวะ พอเห็นพวกมันคนหนึ่งคว้าคอเสื้อของไอ้เบ๊บ ผมพุ่งเข้าไปทันที กระชากคอเสื้อไอ้เหี้ยที่ถือถังแล้วต่อยแม่งเต็มแรงคนแรกเลย

“ไอ้ปาล์ม!” “เว้ยยย” “ไปห้ามมันเร็ว”

ไอ้พวกรุ่นพี่แม่งแตกฮือ มีกัน 6-7 คน โดนรุมตีนก็ช่างแม่งละ

“โตเป็นควายแล้ว ยังทำตัวเหมือนเด็กปัญญาอ่อน คอยหาเรื่องรุ่นน้องอีกเหรอวะ ไอ้สัสหมา” ผมด่ากราด ก่อนจะถูกรุ่นพี่สองคนมาล็อคแขนไว้ แม่งโดนรุมแน่ แต่โชคดีที่เพื่อนผมวิ่งเข้ามาช่วยกันอีกแรง กลายเป็นชุลมุนกันฉิบหาย มือตีนใครมั่งก็ไม่รู้ มีเรื่องกันกลางมอ ดีที่มีแค่ลุงยามในหอวิ่งมาห้าม สุดท้ายแยกย้ายแบบด่าสวนกันทิ้งท้าย

ไอ้เบ๊บที่ตัวเปียกโชกเหมือนลูกหมาตกน้ำเงยหน้ามองผม ตาของมันเหมือนมีน้ำตาคลอหน่อยๆ มันกัดปากที่สั่นระริกไว้ มุมปากเหมือนช้ำๆ นิดหน่อย สงสัยโดนลูกหลงเมื่อกี้ ผมก็ไม่รู้จะพูดอะไร สุดท้ายกระชากแขนแม่งให้เดินกลับเข้าหอไปด้วยกัน

ปกติผมเป็นคนง่ายๆ สบายๆ อะไรยอมได้ก็ยอม แต่กับพวกสันดานเถื่อนสถุล ก็ต้องมีฉะกันบ้าง เด็กบ้านนอกมีเรื่องกันประจำอยู่แล้ว แค่ผมพยายามจะปรับตัว เป็นนักศึกษาที่ดี ตั้งใจเรียน แต่นี่มันอดไม่ไหวว่ะ เห็นเพื่อนโดนแกล้งใครจะทนไหว

มาถึงห้อง ผมโยนผ้าเช็ดตัวให้มัน “ไปอาบน้ำก่อนไป”

แต่เบ๊บมันไม่ยอมไป แถมยังโผเข้ามากอดผมไว้แน่น ตัวมันยังสั่นอยู่เลย คงทั้งกลัวและหนาว ผมนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย แต่ก็เอามือขยี้ผมที่เปียกแฉะของมัน ไล่น้ำที่เกาะอยู่ออก

“ไปอาบน้ำ เดี๋ยวไม่สบาย”

“ขอบคุณที่ช่วย” ไอ้เบ๊บเอ่ยเสียงสั่น “นึกว่าจะเกลียดกูแล้ว”

ผมพูดไม่ออก การที่ผมทำเหมือนรังเกียจ ไม่พูดกับมัน ก็ไม่ต่างจากที่มันโดนพวกนั้นแกล้ง แต่ผมไม่เคยคิดเกลียดมันเลย ผมวางมือแปะลงบนผมเปียกๆ นั้น โยกหัวมันเบาๆ

“กูไม่เกลียดมึงหรอก ไปอาบน้ำสักที ก่อนที่กูจะลากมึงไปอาบเอง”

***

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 280
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0
เข้ามาอ่าน  ไวมากเรื่องใหม่มาทันใจ ไวกว่าWiFiที่บ้านเขาอีก(ฮาๆ) 
อ่านแล้ว อยากด่าไอ้รุ่นพี่ที่ทำร้ายเบ๊บ ไปอยู่ที่ไหนมาถึงได้กล้าพูดคำนี้ เป็นตุ๊ดเป็นเกย์มันเสียสถาบันตรงไหน)))

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 267
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0

ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
2
จากเรื่องคราวนั้น ก็ทำให้ผมกับเบ๊บกลับมาคุยกันเหมือนเดิม อดห่วงไม่ได้ เพราะมันยังต้องเจอไอ้รุ่นพี่พวกนั้นที่คณะ ผมก็เลยคอยไปส่งเวลาที่ไม่มีเรียนเช้า ส่งแม่งถึงหน้าห้องเรียนเลยนี่แหละ โชคดีที่เพื่อนๆ มันก็คอยช่วยดูแลกัน ผมรู้จักเกือบทุกคนที่อยู่หอใน ที่เรียนกับไอ้เบ๊บ ก็เลยฝากๆ ไว้

แม่งเหมือนเลี้ยงน้องอีกคน

“เย็นนี้ ขอแรงน้องๆ ที่อยู่หอในหรือน้องคนไหนที่สะดวก ช่วยมารวมกันที่หน้าตึกคณะตอน 4 โมงครึ่งด้วยนะคะ”

ผมเดินขึ้นตึกมาก็ได้ยินเสียงประกาศโทรโข่งจากพี่ประธานรุ่นปี 2 พี่ปุ๊กกี้ ยืนอยู่กลางตึกอย่างโดดเด่น ทุกคนต่างก็หยุดมองและฟัง

“วันนี้เราจะคัดลีด ดาวและเดือนคณะ ใครสนใจมาลงชื่อได้เลยค่ะ เย็นนี้เจอกันอีกที”

อ๋อ มาแล้วสินะ งานเฟรชชี่ทั้งหลาย ผมไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ แต่ว่างอยู่ อยากมาดูว่าใครจะได้เป็นเดือนดาว แล้วก็อยากดูลีดสาวๆ ด้วย แอบเห็นมายมิ้นไปลงชื่อที่โต๊ะรับสมัครลีดคณะ เอาเว้ย งานนี้ ผมต้องอยู่ทำกิจกรรมซะแล้ว

“น้องๆ น้องคนนั้น ที่ใส่เสื้อกันหนาวสีแดง”

เสียงพี่ปุ๊กกี้ดังลั่นผ่านลำโพง ชี้มือชี้ไม้อะไรสักอย่างมาทางที่ผมยืนอยู่ ผมหันมองรอบข้าง ใครวะเสื้อกันหนาวสีแดง?

อ้าว?

ไอ้เหี้ย กูเอง

“น้องชื่อไรนะ” พี่แกเดินปรี่เข้ามาเลย ผมผงะนิดหน่อย มองหน้าเพื่อนๆ ทุกคนก็ส่ายหน้าเหมือนไม่รู้เรื่องด้วยนะ

“ผม?” ผมชี้ตัวเองอย่าง งงๆ พี่เขาก็พยักหน้า “เอ่อ ปาล์มครับ”

“น้องปาล์ม อยู่หอในมั้ยคะ”

“ครับ”

“เย็นนี้ต้องมานะ พี่ขอร้องเลย ไหว้ก็ได้อ่ะ”

“เฮ้ยยย อย่าพี่ ไม่ต้องไหว้ ผมมาครับ มาร่วมงานแน่นอน” ผมรีบตอบรับ ก่อนที่พี่แกจะยกมือย่อขาไหว้ซะสวย ผมถอนหายใจเมื่อพี่ปุ๊กกี้ยอมรามือ ก่อนไปยังกำชับแล้วกำชับอีก เหมือนกลัวผมจะลืม

แล้วเย็นนั้นผมก็ไปเข้ากิจกรรมเชียร์แบบงงๆ คือที่ผ่านมาไม่เคยเข้าเลยครับ เลิกเรียนกลับไปนอนห้องพวกไอ้แก๊บ มีแต่ผู้หญิงเต็มไปหมด ผมเขิน ไม่ค่อยอยากนั่งท่ามกลางสาวสวยเยอะๆ ใจคอไม่ค่อยดี

“เอาล่ะค่ะ ใครที่ลงสมัครลีดไว้ ไปหาพี่อิ๋ว คนผมชมพูๆ ตรงนั้นเลย ที่เหลืออย่าเพิ่งไปไหน พวกพี่จะขอคัดดาวเดือนคณะก่อนนะคะ”

เสียงฮือฮาดังขึ้น หลายคนก็อยากเป็นกันทั้งนั้น แต่มันอยู่ที่ว่าพี่เขาจะลงมติเลือกใคร ผมเห็นเด็กผู้หญิงสองสามคนโดนเรียกออกไปแล้ว ฝั่งผู้ชายนี่นั่งกันอยู่ไม่ถึง 20 คน แถมเป็นกะเทยไปแล้วเกินครึ่ง พอเลือกผู้หญิงหน้าตาดีไป 3 คนแล้ว พวกพี่ก็เดินมาฝั่งผู้ชายบ้าง

“น้องปาล์ม มาเลยค่ะ”

“ห๊ะ” ผมขมวดคิ้ว หน้าเหวอแน่ๆ แต่ก็ไม่ยอมลุก จนพี่ปุ๊กกี้เจ้าเก่าเดินมาฉุดแขนให้ลุก

“คนนี้เดือนคณะ ไม่ต้องคัดแล้ว” พี่ปุ๊กกี้หันไปบอกเพื่อนๆ ทุกคนหันมามองหน้าผมเป็นตาเดียว นี่ก็คนนะครับ เขินเป็น แหม่

“โอเคว่ะ” “ได้อยู่” “หล่อดี”

เหมือนพี่ๆ คนอื่นก็เห็นด้วยหมด จบข่าว นี่ผมต้องไปประกวดเดือนมหาลัยเหรอวะ อายยันลูกบวชแน่งานนี้ เอ๊ะ แต่ผมไม่ได้คิดจะมีลูก งั้นอายจนหลานบวชก็ได้วะ

สรุป ผมต้องเป็นเดือนคณะ ดาวคณะเป็นเพื่อนของมายมิ้น ชื่อ รุ้ง ก็สวยจริงจังครับ ตัวสูงเกือบเท่าผมแน่ะ หุ่นนางแบบมาก ผมสีน้ำตาลอ่อนดัดเป็นลอนๆ นิดหน่อย แต่มายมิ้นของผมน่ารักกว่า

ที่ได้เป็นนี่ไม่ใช่อะไร ผู้ชายมันมีน้อยไง ไอ้ที่ดูแมนๆ ก็นับหัวได้อ่ะ จริงๆ มันน่าจะมีที่หล่อกว่าผม แค่พี่เขาหาไม่เจอมากกว่า

“เฮ้ย จริงดิ มึงเนี่ยนะเดือนคณะ” พวกไอ้แก๊บแหกปากลั่น ได้ข่าวจากไอ้มีมไอ้ต้น เพื่อนร่วมคณะของผมที่อยู่ด้วยเมื่อเย็น

“ก็เชื่ออ่ะ คณะมึงผู้ชายน้อย ฮ่าๆ”

“ว่าไป เพื่อนพวกกูก็หล่ออยู่นะ” ไอ้วิทย์เอาแขนมาพาดบ่าผม ไอ้เบ๊บที่นั่งอีกข้างเหลือกตามองทันที แต่พอผมหันไป มันก็ทำเป็นไม่ได้มอง อะไรของมัน

“ไม่ต้องยอกูเลย แค่มันไม่มีคนนั่นแหละ” ผมส่ายหัว

“ถ่อมตัวไปอี๊ก น่ารักจริงๆ เพื่อนกู” ไอ้วิทย์เขย่าไหล่ผมพลางหัวเราะ แล้วเราก็หาเรื่องคุยกันไปเรื่อยเปื่อย คุยเรื่องสาวๆ กลุ่มมายมิ้นด้วย มายมิ้นได้เป็นลีดคณะแล้ว เดี๋ยวต้องไปขอถ่ายรูปตอนใส่ชุดลีดสวยๆ เดือนกับลีด คงดูสมกันดีว่ามั้ยครับ เหอะๆๆ

“แล้วตกลงมึงได้จีบมายมิ้นยังวะ” ไอ้แก๊บเบนมาเรื่องนี้จนได้ ผมส่ายหน้า

“ยุ่งๆ อยู่ว่ะ แต่เดี๋ยวตอนทำกิจกรรมก็ได้เจอบ่อยๆ ละ กำลังคิดอยู่ว่าจะจีบยังไงดี”

“อะไรวะ ชักช้าระวังหมาคาบไปแดกนะ”

“ถ้าคณะกูอ่ะไม่ห่วง แต่คณะอื่นก็ไม่แน่” มีม เพื่อนในคณะของผมว่า “เดี๋ยวงานกีฬามาเมื่อไหร่ ลีดคณะเรามีคนตามรุมเพียบแน่ สาวอักษรขึ้นชื่อเลยนะเว้ย”

เออว่ะ มันก็จริง ผมต้องเร่งมือแล้วมั้งเนี่ย “เออ เดี๋ยวกูเดินหน้าเต็มสูบเลย”

กินข้าวเสร็จ พวกเราก็แยกย้ายกันกลับหอใครหอมัน ห้องใครห้องมัน ช่วงนี้ไม่ต้องไปหมกตัวที่ห้องพวกไอ้แก๊บแล้ว เบ๊บมันก็ไม่ค่อยทำอะไรพิเรนทร์ๆ ด้วย เลยพอจะอยู่ด้วยกันต่อได้

“มายมิ้นนี่ใครวะ” เออ ลืมเลยว่าไอ้เบ๊บไม่ได้อยู่เมื่อวันที่ผมด้านหน้าไปชวนสาวๆ คุยกลางโรงอาหาร

“เพื่อนที่คณะกูเอง เขาน่ารักดี กูเลยว่าจะลองจีบ” ผมตอบพลางนั่งลงบนเตียง หยิบหมอนหนุนมากอดไว้ เบ๊บมองผมพลางกัดปากเหมือนจะอยากพูดอะไร แล้วจู่ๆ ก็ถอดเสื้อ ผมตกใจนิดหน่อย เพราะมันมาถอดตรงหน้าผม

“ร้อน”

“อ้อ” ผมพยักหน้าเข้าใจ เหลือบมองหัวนมสีชมพูของมันแค่แว้บเดียวเท่านั้น รู้สึกอยากกลืนน้ำลายขึ้นมาเลย

“ไปอาบน้ำดิ” ผมเขยิบตัวไปพิงหัวเตียง พยายามมองตรงไปข้างหน้า ไม่มองไอ้คนที่ยืนอยู่ข้างเตียง

“อาบแล้ว”

“ก็เห็นว่าร้อน อาบอีกก็ได้นี่” แล้วทำไมกูต้องใจสั่นวะเนี่ย เชี่ยเอ๊ย แม่ง ภาพไอ้จ้อนสีชมพูเหมือนสีหัวนมแม่งลอยมาอีก อุตส่าห์ลืมๆ ไปได้ตั้งหลายวันแล้วเชียว

แล้วมันก็นะ จะขาวไปไหน ทำไมมันถึงได้มีแต่ขาวๆ ชมพูๆ ทั้งตัวแบบนั้นวะ แดกอะไรเข้าไป โว้ยยย

ผมพยายามไม่สนใจ นั่งสูดหายใจเข้าหายใจออก หดขา เอาหมอนมากอดแล้วทำสมาธิสุดชีวิต ผมไม่ใช่เกย์นะเว้ย ไม่ได้เกิดอารมณ์กับผู้ชายด้วยกันง่ายๆ ไม่มีทาง ไม่มี...

ฮือออ ทำไมของกูแข็ง

“ดะ เดี๋ยว ไอ้เบ๊บ” เกือบลุกไปคว้ามือมัน เพราะจู่ๆ เบ๊บก็ถอดกางเกงขาสั้นที่ใส่อยู่ เฮ้อ โชคดีมีบ็อกเซอร์ข้างใน

“อะไร” มันยังมีหน้ามาเหลือบมอง ก่อนจะกระโดดขึ้นบนเตียงตัวเองไป แล้วก็หยิบโน๊ตบุ๊คมาเปิด เสียงคลิปอะไรสักอย่างลอดออกมา เป็นภาษาญี่ปุ่น แล้วเวรกรรมที่ผมเสือกเรียนศิลป์ญี่ปุ่นมา

หนังโป๊เกย์เหมือนวันนั้นอีกแล้วคร้าบบบ ฮืออออ

ทำไมผมต้องซวยมาอยู่กับไอ้เกย์หื่นกามนี่ด้วย แถมแม่งยังตัวเล็ก น่ารัก ขาวจั๊วะน่าเจี๊ยะ เหี้...ย แล้ว อย่าคิดสิวะ ไอ้ห่าเบ๊บแม่งจะแฟ้บอีกแล้ว ส่วนลูกชายผมเนี่ย แข็งโด่กว่าเดิมอีก

“อื้ออ อ่ะ อ๊า”

พ่องเอ๊ย อย่าส่งเสียงครางสิวะ แม่งงงง มันยั่วผมใช่มั้ย มันยั่วผมแน่ๆ มันจงใจจะให้ผมตบะแตกกับผู้ชายอย่างมัน

ผมเหลือบตาไป ไอ้เบ๊บแม่งท่าแปลกๆ มันยกขาขึ้นตั้ง แล้วสอดมือไปใต้ก้นตัวเอง...ผมถึงกับลมหายใจสะดุด ต้องกลืนน้ำลายดังเอื๊อก

ไม่ไหวแล้วว้อยยยย

“เบ๊บ! กูไปอาบน้ำนะ”

แล้วผมก็รีบคว้าผ้าเช็ดตัววิ่งออกไป เปิดประตูแบบไม่กลัวใครมาเห็นไอ้เบ๊บกำลังช่วยตัวเอง ช่างแม่งแล้ว หนีก่อนว้อยยย

***

เรื่องนี้ไม่มีเนื้อหาใดๆ 5555

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5265
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 280
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0
 :laugh:  ปาล์ม หนูคงไม่รอดค่ะลูก ถ้ารู้สึกร่วมไปกับเขาขนาดนี้ เป็นเถอะค่ะ

ออฟไลน์ wutwit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 279
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-2
ทำไมชั้นชอบนายเอก ทั้งเฟี๊ยต ทั้งแซ่บเลยลูก ไปให้สุดแล้วหยุดที่จับปาล์มทำผัว มารอลุ้นภารกิจให้สำเร็จ 5555555

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
3
เพราะไอ้เหี้ยเบ๊บตัวเดียว แม่งทำผมนอนไม่หลับมา 3 คืนแล้ว ไม่รู้จะเงี่ยนอะไรนักหนา ยังดีที่หลังๆ มันเอาหูฟังมาใส่ ผมเลยไม่ต้องทนฟังเสียงผู้ชายในคลิป แต่ก็ยังได้ยินเสียงซี้ดซ้าดอี๊ดอ๊าดของแม่งอยู่ดี ขนาดอุดหูฟังเพลงก็ยังลอดเข้ามา สงสัยผมต้องซื้อเฮดโฟนมาครอบเลย จะได้ตัดเสียงรบกวน แต่ก็นอนลำบากอีก ให้ตายเหอะว่ะ

“ไอ้ปาล์ม ทำไมหน้ามึงโทรมจังวะ” มาถึงโรงอาหาร ซื้อข้าวซื้อน้ำบริการไอ้เบ๊บเสร็จ พวกไอ้แก๊บลงมาพอดี ก็มานั่งรวมกัน พอเห็นหน้าผม พวกแม่งก็ทำหน้าตกใจ คือขอบตาคล้ำเป็นหมีแพนด้าอ่ะ กว่าจะหลับลง ผมต้องเข้าห้องน้ำแล้วเข้าห้องน้ำอีก (อย่าถามว่าเข้าไปทำอะไรนะครับ) ไอ้ห่าเบ๊บแม่ง ครางเกือบเที่ยงคืน อึดฉิบหาย แล้วผมก็ยังไงล่ะ ค้างสิวะ แม่ง เสียงปลุกเร้าขนาดนั้น ทั้งที่เวลาดูหนังโป๊กับเพื่อนสมัยมัธยม ใครจะร้องยังไงไม่เห็นเคยสนใจ สงสัยเพราะในห้องมันเงียบๆ แล้วก็มีแค่สองคนมั้ง

“ช่วงนี้กูนอนไม่ค่อยหลับ...แดกกาแฟเยอะไปหน่อย” ผมตอบอย่างหงุดหงิด พลางส่งสายตาดุดันไปที่ไอ้ตัวเล็กด้านซ้ายที่กำลังนั่งตัวสั่น เพราะมันขำ! ยังมีหน้ามาหัวเราะเยาะกูอีก ผมจะทำยังไงถึงจะแกล้งมันกลับได้ แม่งแกล้งผมชัดๆ แล้วอ่ะ ไม่ได้จะยั่วยวนเหี้ยไรหรอก นี่มันคือการกลั่นแกล้งรูปแบบใหม่ชัดๆ

“เออ แล้ววันนี้มึงต้องเข้ากิจป่ะ เขาเริ่มซ้อมเชียร์แล้วนี่” ไอ้วิทย์นั่งลงข้างๆ ผมทางขวา เหลือบตาในแว่นสายตามามอง “เออ มึงเป็นเดือนนี่ ต้องซ้อมกับเขาป่ะวะ”

“เห็นพวกพี่เขาบอกจะให้ไปถ่ายรูปลงเพจมอ”

“เดี๋ยวกูเตรียมกดไลค์รัวๆ ล็อคอินแม่งทุกแอคเค้าท์โหวตให้มึงเลย”

“โห วิทย์เพื่อนรัก” ผมเอียงหัวซบบ่ามันทันที รักกันขึ้นมาทันที

“พวกกูช่วยโหวตด้วย เพราะรุ้งสวย กูจำได้ อยากจีบคนนี้ว่ะ แต่แม่งระดับดาวคณะละ” ไอ้แก๊บว่า วันนั้นไงครับ ที่พวกมันให้ผมเข้าไปขอคุยกับสาวๆ 5 คนนั้น รุ้งก็อยู่ด้วย แหม ไอ้ห่าแก๊บ ชอบสวยคมระดับนั้นเลยเชียว

“แล้วดาวเดือนคณะวิทยากับวิศวะใครวะ” ผมถามพวกมันบ้าง ในแก๊งเรานี่ไม่มีชัวร์

“วิดวะรู้สึกจะเพื่อนสาขาเดียวกับไอ้ไทด์” ไอ้ตัวเล็กตอบ “ชื่อเต็มป่ะนะ กับน้อยหน่า”

“เออ พวกนั้นแหละ” ไอ้ไทด์ เพื่อนคณะวิศวะตอบ ถ้าจำไม่ผิดไอ้ตัวเล็กมันเรียนไฟฟ้า ส่วนไทด์เป็นโยธา

“ของวิดยาเดี๋ยวพวกมึงก็เห็น สวยสุดในมอ เพื่อนกูเอง” ไอ้วิทย์รีบอวด “แต่เดือนจะใครก็ช่างหัวแม่ง ไม่สนใจว่ะ ฮ่าๆ”
“เออ พี่เขาบอกมีประกวดดาวหลงฟ้าด้วยนะ”

“คืออะไรวะ” ผมถาม ไอ้แก๊บก็อธิบายต่อ ไอ้ห่านี่รู้ดีไปหมดทุกเรื่อง สงสัยสายเผือก

“ก็กะเทยไงมึง ให้แต่งสาวประชันกัน คณะไหนไม่มีกะเทยสวยๆ ก็เอาผู้ชายแท้ๆ นี่แหละแต่ง”

“อ๋อ” ผมพยักหน้า เหลือบตามองไอ้เตี้ยข้างๆ แม่งเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ เลอะขอบปาก ผมเลยยกมือขึ้นปาดออกแล้วเลียข้าวที่ปลายนิ้วที่ปาดมา พวกแม่งมองผมทั้งโต๊ะเลยเว้ย ก็ผมชินมือ เหมือนเวลาเลี้ยงน้องที่บ้าน ที่ต้องป้อนน้องไปกินไปด้วย เลอะเทอะก็เช็ดๆ มากินต่อ เสียดายข้าวครับ บางทีเบ๊บมันมัวแต่เล่นมือถือ อ่านการ์ตูน ผมก็ช่วยป้อนข้าวไป แล้วก็กินด้วยช้อนเดียวกันไป ไม่ทันคิดอะไร

แต่สุดท้ายพวกมันก็แค่มองๆ ไม่มีใครถามอะไร แล้วก็คุยเรื่องกิจกรรมต่างๆ ที่กำลังจะทยอยจัดเรื่อยๆ ในมอเรา

กินข้าวเช้าเสร็จ ผมก็พาเบ๊บไปส่งที่ตึกคณะวิศวะ จริงๆ ตึกคณะมันใกล้กับโรงอาหารหน้าหอมากที่สุดแล้ว ส่วนมากเขาก็เดินไปกัน ไม่ก็ขี่จักรยาน แต่ผมขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งมัน เพราะต้องไปเรียนต่อ คณะผมอยู่หน้ามอเลย ไกลมาก ช่วงนี้เหมือนพวกรุ่นพี่จะไม่ค่อยมาวอแวแล้ว เห็นว่าอยู่ปี 3 กัน มีฝึกงานเป็นปี ดีแล้วได้ไปพ้นๆ พอพวกมันปี 4 ใกล้จบ ก็คงไม่ว่างมาแกล้งรุ่นน้องแล้วล่ะ มีเรื่องกันแล้วเรียนไม่จบ น่าอายกว่ามีไอ้เบ๊บอยู่ในคณะอีก หรือจะยอมเรียนซ้ำ เพื่อมาแกล้งป่วนรุ่นน้อง ก็สุดแล้วแต่พวกควายมัน

“วันนี้กูมีสอบย่อยตอนเที่ยงนะ มึงไปกินข้าวกับเพื่อนมึงก่อนเลย กูน่าจะกินบ่ายๆ”

“รอได้ มีเรียนบ่ายสอง กินบ่ายก็ทัน” ดูมัน ดื้อด้าน เหมือนเด็ก 6 ขวบไม่มีผิด แล้วจะไม่ให้ผมเห็นมันเป็นน้องได้ไง

“ก็รู้” ผมถอนหายใจ คือผมจำตารางเรียนมันได้ เสมือนหนึ่งตารางของตัวเองไปแล้ว มันต้องเรียนเช้าวันไหน กี่โมง ตึกไหน บ่ายเรียนกี่โมง ถึงกี่โมง จำได้หมดอ่ะ

“แต่จะรอทำไมวะ กินให้ตรงเวลาดิ”

“ทีมึงยังกินบ่ายได้เลย”

“ก็กูต้องไปสอบมั้ยวะ มึงอย่าดื้อ อยากโดนฟาดหรือไง” ผมทำท่าเงื้อมือจะตี มันก็เด้งตัวหนี แก้มแดงขึ้นมาเชียว

“เออๆ ไม่รอก็ได้ ไปแล้ว” มันหันหลังวิ่งไปหาเพื่อนๆ มัน ที่ส่วนมากก็เป็นผู้หญิงที่มีน้อยนิดในคณะวิศวะ ได้ยินเสียงเพื่อนมันแว่วๆ มาว่า แฟนมาส่งอะไรสักอย่าง คิดมาได้ ใครจะเป็นแฟนไอ้เกย์หื่นกามนั่นวะ

ตกเย็น ผมก็ไลน์ไปบอกเบ๊บว่าต้องไปถ่ายรูปเดือนดาวอะไรนั่น ผมเป็นคนไม่ชอบถ่ายรูป ในเฟสบุ๊คแทบไม่มีรูปผมอยู่เลย IG ก็เช่นกัน มีแต่รูปหมาแมว กับน้องที่บ้าน ไม่ถึง 20 รูปเลยมั้ง แต่อันนี้เขาบังคับมา จำใจยืนเก๊กๆ ถ่ายให้มันจบๆ ไป

“ยิ้มหน่อยสิลูก น้องปาล์มคร้าบ” เสียงเจ๊ปุ๊กกี้ดังมา ผมก็พยายามขยับปากยิ้มนิดๆ คือกูกลัวกล้องงงง อยู่หน้ากล้องแล้วแม่งโครตเกร็ง

“น้องปาล์มครับ ช่วยเขยิบมาซ้ายนิด นั่นแหละ ยืนเอียง 15 องศา”

ไอ้ฟวย ยืนยังไงวะ 15 องศา ผมด่าพี่ตากล้องในใจ พี่มันขำผมด้วย คือเห็นผมเกร็งใส่กล้อง คณะอื่นเขาถ่ายเสร็จกันไปแล้วเป็นชาติ เหลือแค่ของอักษรเนี่ย อยู่โยงท้ายสุด

“ไม่ต้องเกร็งลูก” เจ๊ปุ๊กกี้แหวมาอีกรอบ ผมก็ถอนหายใจ รุ้งเองก็คงเหนื่อย แต่ก็ยังยิ้ม แถมช่วยจับตัวผมให้ขยับยืนให้มันได้มุมด้วย

“ปาล์ม ปล่อยสบายๆ แค่ยิ้มแบบนี้เอง” รุ้งยิ้มหวานให้ผมดู “มั่นๆ เลย ปาล์มหล่อสุด”

“ครับๆ” ผมรับคำพร้อมถอนหายใจเบาๆ อีกรอบ ลดอาการเกร็งลง แล้วก็แค่ยิ้มนิดๆ เหมือนเดิม

“โอเค เรียบร้อย” พี่ตากล้องยกนิ้วโอเคให้ โล่งแล้วกู คนอื่นๆ ก็เหมือนโล่งไปด้วย แล้วไอ้พี่ตากล้องก็เดินถือกล้องเอารูปมาให้พวกเราดู

“หน้าตาดีแบบนี้ ยังจะกลัวกล้องอีก ถ่ายยังไงก็หล่อ กลัวไรของมึงนักหนา” พี่มันหัวเราะ

“ผมไม่ค่อยชอบถ่ายรูป” ผมตอบพลางมองรูปที่มันถ่ายไว้ ได้เยอะเหมือนกัน ประมาณ 40 รูป โห มึงกดชัตเตอร์ตอนไหนวะ

“งั้นก็ถ่ายบ่อยๆ มาเป็นแบบให้พี่ถ่ายก็ได้นะ เดี๋ยวให้ค่าขนม เอาป่ะ” พี่ตากล้องขยิบตาให้ผม

“ไม่ต้องเต๊าะน้องเลยไอ้ดิว” พี่ปุ๊กกี้กระชากคอเสื้อตากล้องอย่างหมั่นไส้

“เต๊าะห่าไร กูแค่อยากได้นายแบบไง แล้วมันก็ได้ฝึกสู้กล้อง เดี๋ยวมีงานต้องถ่ายอะไรอีก จะได้ไม่เกร็ง”

“ข้ออ้างเยอะ”

“อ้างอะไรเล่า กูพูดจริงๆ ว่าไงปาล์ม สนใจมั้ย แค่มายืนเป็นแบบให้พี่ถ่ายสักวัน 4,000 + เลี้ยงชาบู”

ผมตาวาว เฮ้ย ได้เยอะงั้นเลยเหรอวะ พี่ดิวอะไรเนี่ย สายเปย์โครต ผมเหลือบตาลงสบตากับพี่มัน ที่ยืนกอดอกเงยหน้ามองผมเหมือนรอคำตอบ

“คนก่อนๆ ไม่เห็นมึงให้เยอะงี้ มีไรป่ะเนี่ย” เพื่อนๆ พี่มันแซว หัวเราะกันคิกคัก พี่ตากล้องก็ยักไหล่ ยังมองหน้าผมอยู่ ผมลังเลพอเป็นพิธี สุดท้ายก็ตอบตกลงไป เก็บเงินไปซื้อเฮดโฟนพอดี จะเอารุ่นที่ตัดเสียงรบกวน ราคาก็หลายพันถึงหมื่นกว่าๆ เลย

จากนั้นพี่ดิวก็นัดวันถ่ายมา เป็นวันเสาร์นี้ เจอกันตั้งแต่ 6 โมงครึ่ง ห่า เช้าเกิน แต่พี่มันบอกแสงเช้าๆ สวย ผมก็เออออ เอาไงก็เอา ถ่ายทั้งวัน 4,000 นี่คุ้มมั้ยวะเนี่ย ทีแรกก็คิดว่าเยอะนะ แต่ดูเวลานัดแล้ว พี่แม่งก็กะเอาคุ้มเหมือนกัน

“ไปด้วย”

“ห๊ะ” ผมนิ่วหน้าหันไปมองไอ้ตัวเล็กที่กระโดดมาจากเตียงมัน มาปีนที่นอนผมเฉย ผมนั่งพิงหัวเตียงที่เดิม มีหมอนวางอยู่บนตัก กำลังท่องศัพท์ภาษาอังกฤษอยู่

“อยากดูปาล์มเป็นนายแบบ ไม่ได้เหรอ” ไม่ต้องมาเกาะไหล่กอดแขนเลย อ้อนจะให้พาไปด้วยแน่ๆ

“กูเกรงใจพี่เขา”

“ไม่กวนหรอกน่า แค่นั่งรอเฉยๆ ได้มั้ย” เบ๊บเขย่าแขนผมใหญ่ อยู่กันสองคนในห้องทีไร มันจะเกาะแกะง้องแง้งผิดปกติทุกที

“เออๆ พาไปก็ได้ แต่ไม่กวนแน่นะ อย่าดื้ออย่าซน” ผมกำชับ เอานิ้วชี้หน้ามัน ไอ้เบ๊บเบะปาก ยื่นปากมาจะงับนิ้วผม แต่ผมหลบทัน

“เห็นกูเป็นเด็ก 2 ขวบเหรอ แม่ง”

“6 ขวบมากกว่า เพิ่มอายุให้หน่อยอ่ะ” ผมพูดกลั้วหัวเราะ เห็นมันทำแก้มพองหน้ามุ่ยแล้วอยากแกล้ง ชอบมาปั่นประสาทให้กูนอนไม่หลับดีนัก หาเรื่องแหย่มันกลับมั่ง ได้เจ๊ากัน ไอ้เบ๊บก็ยิ่งไม่พอใจ ทุบผมใหญ่ ฮ่าๆ สนุกว่ะ

***

ยังดีที่ก่อนวันนัดถ่ายแบบ ไอ้เบ๊บยอมให้ผมได้นอนอย่างสงบ คงกลัวผมตาคล้ำ แต่มันก็ยังไม่หายคล้ำเท่าไหร่หรอก เล่นนอนไม่หลับ 3 คืน หลังๆ ก็นอนดึกอีก

“ต้องทาครีมกลบ เดี๋ยวถ่ายออกมาไม่หล่อ” เบ๊บมันตื่นแต่ตี 4 มาทาครีมลบรอยคล้ำใต้ตาให้ผม “ทาลิปมันด้วยได้ป่ะ ปากมึงได้ไม่แห้ง”

“นี่เป็นช่างแต่งหน้าส่วนตัวกูเหรอ” ผมแซวมันขำๆ

“อยากให้เป็นป่ะล่ะ” มันจ้องผมตาแป๋ว มือก็ค่อยๆ บรรจงแตะครีมมาแต้มให้เบาๆ แล้วค่อยๆ เกลี่ย มือมันนุ่มมาก เบามาก ตัวก็หอมอีก แล้วผมจะดมทำห่าไรวะเนี่ย จะใจเต้นกับรูมเมทตัวเองไม่ได้นะเว้ย ยังต้องอยู่ด้วยกันอีกทั้งปีเลย ไอ้ปาล์ม มึงห้ามหื่น!

“ทำเหมือนกูเป็นนายแบบจริงๆ งั้นแหละ แค่งานนี้พอแล้ว กูไม่ชอบถ่ายรูป”

“ทำไมล่ะ”

“ก็ไม่ชอบไง”

“แล้วทำไมไม่ชอบล่ะ”

“ไม่มีเหตุผลได้มั้ยวะ ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ” ผมตอบเสียงแข็งขึ้นนิดหน่อย บางเรื่องก็ไม่อยากให้เซ้าซี้ ในเมื่อผมไม่ตอบ เบ๊บก็เลยเงียบไป แต่มือยังทาครีมให้อยู่ มีครีมสามอย่างที่มันเอามาพอกหน้าผม รู้สึกหน้าหนากว่าเดิมเยอะ

“เสร็จละ นัดกี่โมงนะ” เบ๊บละมือออกไป เก็บของใส่กระเป๋าเครื่องประทินโฉมทั้งหลายแหล่ของมัน ผมเห็นมันนั่งทาเช้าทาเย็น ไอ้ครีมพวกนั้น ส่วนผมนี่ไม่เคยใช้เลยสักอย่าง ขนาดโฟมล้างหน้ายังหยิบๆ เอาตามเซเว่นเลย

“6ครึ่ง เห็นพี่มันบอกถ่ายแสงเช้าแป้ปเดียว แล้วเดี๋ยวพาไปกินข้าว”

“พาไปกินข้าวด้วยเหรอ” เบ๊บกลอกตาไปมา

“ตอนเย็นมันบอกจะเลี้ยงชาบูด้วย มึงจ่ายเองนะ” เพราะพี่ดิวเลี้ยงแค่ผม แค่ขอให้เพื่อนไปด้วยก็เกรงใจจะตายห่าแล้ว

“ได้” เบ๊บตอบพลางโคลงหัวไปมา เหมือนคิดอะไรอยู่ จากนั้นก็จูงมือผมออกจากห้อง ซึ่งผมเป็นคนเปิดประตู ล็อคห้องเหมือนเดิม แค่ครั้งนี้มันยืนรอจูงมือผม แล้วทำไมต้องจับมือด้วยวะ? งง

***
สาระของเรื่องอยู่ตรงไหน
555

ปาล์มนางโก๊ะกังมาก ต้องให้น้องเบ๊บจูงจมูกตลอด นังปาล์มเป็นพวกแพ้ทางคนตัวเล็ก นิสัยน้อง อิๆ

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 280
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0
อ่านตอนแรก คิดว่าเบ๊บจะกดปาล์ม ตกลงใครจะกดใคร รอรอรอ
 :katai2-1: :katai2-1:

ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
เบ๊บ
วันแรกที่เจอปาล์ม บอกตรงๆ ว่าโครตสเปคเราเลย

เรามาอยู่หอก่อนปาล์มสองวัน ตอนที่ปาล์มมาถึงห้อง มีของแค่กระเป๋าเดินทางขนาดกลางกับเป้ใบนึง ปาล์มมันหน้าตาดี เรียกว่าหล่อเลยล่ะ แต่ไม่ค่อยยิ้ม แถมยังแต่งตัวได้เชยสุดๆ วันนั้นมันหอบของมา ในชุดเสื้อกีฬากับกางเกงบอล เรานี่เกือบหลุดขำ เหมือนมันจะชอบสีแดง เพราะเสื้อผ้าส่วนใหญ่ต้องมีสีแดง ของใช้ก็ด้วย ผมก็ย้อมสีออกแดงๆ น่ารักดี ดูมีเอกลักษณ์ในตัวเอง

เราคอยสังเกตปาล์มอยู่เรื่อยๆ แต่เหมือนมันไม่รู้ตัว ดูเป็นคนไม่ค่อยสนใจโลก หรือคนรอบข้างเท่าไหร่ บนโต๊ะมันมีแต่พวกหนังสือเรียนที่มันหอบมาจากบ้าน กล่องดินสอเก่าๆ สมาร์ทโฟนรุ่นธรรมดาๆ โน๊ตบุ๊ตที่น่าจะเอาไว้ใช้ทำงานอย่างเดียว เพราะแทบไม่เห็นเอามาเปิดเล่นอะไร มันชอบอุดหูฟังเพลง แต่ก็พยายามจะผูกมิตรกับเรา ชวนคุย ชวนไปกินข้าว เราให้ทำอะไรก็ทำ ทำแบบงงๆ โก๊ะๆ กังๆ แต่ก็น่ารักมากจริงๆ

เราเริ่มคุยกันมากขึ้น จนได้รู้ว่าปาล์มมีน้องชายอีกสองคน ซึ่งยังอยู่ในวัยกำลังซน และเพราะต้องช่วยเลี้ยงน้องมาตลอด เลยไม่ชอบเด็ก เราคิดว่าดีเลยล่ะ เพราะถ้าเราได้ปาล์มเป็นแฟน เราก็มีลูกให้ไม่ได้อยู่ดี

แต่หลังจากนั้น จู่ๆ ปาล์มก็เริ่มรู้จักคนมากขึ้น แม้หน้าจะนิ่งๆ ไม่ค่อยยิ้ม แต่มันดึงดูดคนรอบข้างด้วยไอ้หน้านิ่งๆ นั่นแหละ จริงๆ มันก็ไม่ถึงกับหน้าบึ้ง มีหัวเราะมียิ้มบ้างตามโอกาส แต่แค่น้อยครั้งจะได้เห็นเท่านั้น เพราะแบบนั้น เลยดึงดูดไงล่ะ ใครเห็นมันหัวเราะหรือยิ้ม ก็อยากเข้าใกล้ทั้งนั้น โดยเฉพาะพวกผู้หญิง

วันที่เรานอนกลางวันยาว ตื่นมาตอนเย็นไม่เจอปาล์ม เราคิดว่ามันลงไปโรงอาหารแน่นอน เลยตามลงไป แล้วก็เจอมันนั่งคุยกับผู้หญิงกลุ่มหนึ่ง มีพวกไอ้วิทย์ด้วย ปาล์มนั่งติดกับผู้หญิงตัวเล็กๆ ผิวขาวจัด มันยิ้มน้อยๆ ตอนคุยกับผู้หญิงคนนั้นด้วย เรารู้ทันทีว่ามันชอบเขา สเปคของปาล์มคือคนตัวเล็ก ผิวขาว หน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตา

แล้วเราล่ะ เราก็ตัวเล็กนะ ขาวมากด้วย หัวนมชมพูด้วย ขาวอมชมพูทั้งตัวเลย เพราะเราทาครีมบำรุงตลอด ดูแลตัวเองมาอย่างดี แค่เราไม่ได้ไว้ผมยาว แล้วเราก็...ไม่ใช่ผู้หญิง

ตอนนั้นเราหึงมาก หงุดหงิดที่ปาล์มไปสนใจผู้หญิงคนนั้น เราก็เลยแกล้งทำให้ปาล์มรู้ ว่าเราเป็นเกย์ เราชอบผู้ชาย และเราก็ชอบมันด้วย

ปาล์มชอบขาวๆ ใช่มั้ย เราจะโชว์ให้ดู ว่าเราขาวเนียนอมชมพูแค่ไหน เราจะยั่วมันให้มันชอบเรา ให้มันหลงเรา แต่ปาล์มแม่งโครตซื่อบื้อ ไม่แตะต้องเราเลยสักนิด มีแต่เราที่ต้องเอาตัวเข้าแลกก่อนทุกที จากแค่อยากให้มันตบะแตก เลยกลายเป็นเราอยากแกล้งมันมากกว่า เห็นมันงุ่นง่านแล้วตลกดี มันเห็นเราช่วยตัวเองทีไร เป็นต้องขยี้หัวจนยุ่ง กัดปาก ส่งเสียงฮึดฮัด หน้าแดงเถือก แล้วก็เดินไปเข้าห้องน้ำ อ้อ หอในเป็นห้องน้ำรวม ไม่มีห้องน้ำส่วนตัว มันเลยต้องไปแอบทำในห้องน้ำรวม คิดแล้วก็สงสาร คงอึดอัดน่าดูอ่ะ แค่ลุกมาขึ้นคร่อมเราก็จบแล้วนะจริงๆ

แต่เราไม่ได้ใจร้ายขนาดจะให้ปาล์มอดหลับอดนอนติดกันนานๆ ก็เลยเว้นช่วงให้บ้าง ช่วงไหนมีสอบก็ไม่รบกวน ปาล์มมันนิสัยดี ไม่ว่าเราจะทำเรื่องแย่ๆ ใส่แค่ไหน ก็ไม่เคยด่าเราจริงจัง ไม่โกรธไม่เกลียดเราเลย ถึงจะมีช่วงนึงที่มันหนีหน้าเรา แต่พอเห็นเราโดนรุ่นพี่รุมรังแก ก็มาช่วยปกป้อง หลังจากนั้นก็ยังคอยห่วง ไปรับไปส่งทุกวัน แต่วันไหนไม่ว่างก็ไลน์บอกด้วย จนเพื่อนในกลุ่มเราคิดว่าเรากับมันเป็นแฟนกัน สาววายจิ้นกันกระจายไปหมด ถ้าเป็นจริงๆ ก็ดีสิ

เราอยากเป็นแฟนปาล์ม

นี่ขนาดไม่ใช่แฟน ยังทำให้ขนาดนี้ ถ้าได้เป็นแฟนกันจริงๆ ปาล์มต้องเป็นผู้ชายที่เพอร์เฟคสุดๆ สำหรับเราแน่ๆ โครตเอาใจใส่ขนาดนี้ เมื่อไหร่ปาล์มจะรู้ตัวสักทีนะ ว่าเราอยากได้ปาล์มมากแค่ไหน

***
มุมน้องเบ๊บแบบสั้นๆ มั่ง
คือนางเล็งของนางไว้แล้วแต่แรกไง 555

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 687
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-1
พระเอกเรื่องนี้ออกแนวรู้ตัวช้า ให้เบ๊บปลั้มเลยค่ะ ฮ่าๆ

ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
4
“นั่งนิ่งๆ ตรงนี้นะ ห้ามซน จะไปไหนก็ตะโกนบอกด้วย กูขี้เกียจโทรหา” ผมสั่งไอ้เด็ก 6 ขวบ มันทำหน้าไม่พอใจ เป่าแก้มที่ขึ้นสีชมพูจางๆ จนพองเหมือนปลาปักเป้า

“กูไม่ใช่เด็กๆ นะ”

“ไม่ใช่ก็เหมือนใช่” ผมว่า พลางส่งเป้ให้มัน กำชับมันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะรีบเดินไปหาพี่ดิว ไม่อยากฟังเสียงสิบแปดหลอดที่ตะโกนใส่หน้า ฮ่าๆ

“สะพายไว้ ข้างในมีชื่อที่อยู่ของกู เผื่อมึงหลงไปไหน คนได้พามาส่งกูถูก”

“อะ ไอ้เหี้ยปาล์ม!”

แกล้งไอ้ตัวเล็กแล้วก็สบายใจ พี่ดิวเหลือบมองเบ๊บ แล้วก็มองผม ก่อนจะกดชัตเตอร์

“เฮ้ย จู่ๆ ถ่ายเลยเหรอพี่”

“เมื่อกี้สีหน้ามึงดีอ่ะ” พี่มันว่า สีหน้าดี? คือไรวะ เมื่อกี้ผมทำหน้าแบบไหนไป พอเห็นผมเริ่มขมวดคิ้ว มันเลยรีบเรียกไปยืนที่หน้าบ่อน้ำ แสงแดดตอนเช้าสะท้อนระยิบระยับเชียว

“มาๆ เริ่มเลย เดี๋ยวแสงหมด มึงไปยืนตรงมุมนั้นนะ ทำท่าให้มันเป็นธรรมชาติ แบบเหมือนมาเดินเล่นริมน้ำ มองนกมองไม้ มองตัวเหี้ยในบ่อก็ได้” มันชี้นิ้วไปแถวๆ ที่มีม้านั่งใต้ต้นไม้

แล้วให้มองตัวเหี้ยเนี่ยนะ ไอ้เหี้ย ทำไมเหี้ยเยอะจังวะ ห่า แล้วผมจะสบถในใจอะไรนักหนาเนี่ย

ผมก็ทำเป็นเดินๆ ยืนๆ นั่งๆ มองนั่นนี่ตามที่มันบอก แต่แม่งไม่มีอะไรน่าสนใจเลยว่ะ ก็บ่อน้ำ ต้นไม้ มีนกบิน มีตัว...ตัวเงินตัวทองแล้วกัน พี่ดิวก็เหมือนจะคอยกดชัตเตอร์อยู่ตลอด

ผมไม่รู้จริงๆ ว่าตัวผมมันมีอะไรน่าสนใจให้ถ่ายขนาดนั้น ผมก็แค่คนธรรมดาๆ ที่มีชีวิตธรรมดาๆ เรียน เฮฮากับเพื่อนบ้าง จีบสาวที่สนใจ กิน แล้วก็นอน แม่งโครตธรรมดา ผมไม่มีเรื่องที่อยากทำเป็นพิเศษ อาจจะชอบฟังเพลง เล่นเกม แต่ก็ไม่ได้จริงจัง มันเหมือนเป็นอะไรที่ทำเพื่อฆ่าเวลา ไม่อยากให้ตัวเองว่าง ทั้งที่ไม่มีอะไรอยากทำ งงเนอะ

จะว่าไป ผมไม่เคยพูดเรื่องส่วนตัวเท่าไหร่สินะ เอาน่า ไม่จำเป็นต้องบอกพวกคุณหรอก

คนธรรมดาๆ อย่างผม มันก็มีช่วงหนึ่งแหละที่ชีวิตแม่งดิ่งลงเหวจนเกือบกลับขึ้นมาไม่ได้ แต่ช่างเหอะ เพราะตอนนี้ผมกลับขึ้นมาแล้ว และผมยังอยู่ตรงนี้

“ถ่ายรูปนี่มันยากมากมั้ยพี่” ผมถามพี่ดิว ระหว่างที่เรากำลังนั่งกินข้าวกลางวันในโรงอาหารกลางของมหาวิทยาลัย เป็นโรงอาหารที่ใหญ่กว่าหน้าหอมาก ดูเป็นสัดส่วน ติดแอร์เย็นฉ่ำ ของกินก็แพงกว่านิดหน่อย ปกติจะมากินแค่ช่วงพักกลางวัน เพราะมันอยู่กลางมอพอดี คนละครึ่งทางกับไอ้เบ๊บ

“ก็ไม่นะ แค่ถ่ายทอดความงามที่สายตาเรามองออกมาเท่านั้น”

“ฟังดูยากว่ะ ผมยังเลือกวิชาโทไม่ได้เลย” พี่ดิวมันอยู่คณะเดียวกันกับผมครับ เอกทัศนศิลป์ โทEng มั้ง มันเรียนเกี่ยวกับการวาดภาพและถ่ายรูป

“มีวิชาอะไรที่สนใจมั่งมั้ยล่ะ” พี่มันดูตั้งใจฟัง มองหน้าผมไปคุยไป นี่ถ้าได้เป็นสายรหัสกันคงดี คณะผมคนเยอะ ไม่มีการจับสายรหัส แต่จะเรียงตามเลขที่ มีรหัสที่แน่นอนอยู่แล้ว แค่ไปเซิร์สชื่อก็เจอ ของผมได้พี่ผู้หญิงชื่อหนิง เป็นพี่รหัส พี่เขาไม่ได้อยู่หอ เลยยังไม่เคยไปเลี้ยงสายอะไรสักครั้ง เหมือนทุกคนก็ยุ่งๆ กับเรื่องของตัวเอง คนเยอะก็แบบนี้แหละ ถ้าเจอพี่รหัสที่อยู่หอก็จะสนิทกันง่ายกว่า แถมผมเป็นผู้ชาย พี่ผู้หญิงเขาคงไม่มาอะไรด้วยมาก

“ตอนนี้ยังอ่ะ แต่เห็นพี่ถ่ายรูปสวยดี ก็เลยอยากลองมั่ง เรียนทัศนศิลป์ดีมั้ย”

“แล้วแต่มึงชอบดิ ลองก็ได้ ลองลงสักตัว ถ้าชอบก็เก็บโทเทอมหน้าเลย”

เทอมแรกนี้ ปี 1 ต้องเรียนตามที่บังคับทุกรายวิชา แต่เลือกวิชาเสริมที่สนใจได้ พอเทอม 2 เขาจะให้เลือกเก็บวิชาที่อยากเข้าเอกโท เลือกได้ 3 รายวิชา พอขึ้นปี 2 จะมีการสอบแยกสายอีกที ถ้าผ่านตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ของรายวิชา ก็ค่อยมาระบุเอกโท จากนั้นก็จะเน้นแค่วิชาเอกวิชาโทยาวๆ ยันจบปี 4 ช่างสลับซับซ้อนยิ่งนัก เอาจริงๆ ตอนเข้าเรียนแรกๆ แล้วอาจารย์อธิบาย ผมนี่นั่งมึนไปแปดตลบได้

เบ๊บมันก็นั่งกินข้าวเงียบๆ ไม่มีขัดจังหวะที่ผมคุยเลย เพราะรู้ว่าผมกำลังคุยเรื่องเรียนแบบค่อนข้างซีเรียสกับพี่เขา แต่ก็มีเหลือบๆ มาเป็นระยะ

จบมื้อกลางวัน ก็ไปถ่ายรูปต่อที่นอกมอบ้าง มีพวกสวนหย่อม ร้านคาเฟ่สวยๆ แถวนั้น ผมนี่เขินฉิบหาย ตอนถ่ายในร้านคาเฟ่ เพราะมันมีลูกค้าคนอื่นด้วย

“เออ จริงๆ เอาแฟนมึงมาถ่ายด้วยกันเลยมั้ย ร้านแบบนี้นั่งกับแฟนดูน่าจะเวิร์คกว่า” พี่ดิวพูดพลางกดเช็คดูรูปที่ถ่ายไปแล้วบางส่วน

“แฟน?” ผมนิ่วหน้า ใครแฟนกูวะ

“อ้าว? ก็ไอ้น้องตัวเล็กนั่นไง เห็นมานั่งรอ ไม่ใช่แฟนแล้วอะไรวะ” พี่ดิวเลิกคิ้ว

“เพื่อนดิพี่ รูมเมทอ่ะ มันว่าง เลยอยากมารอ” ผมล่ะอยากจะขำ นี่คนอื่นมองพวกเราแบบนั้นด้วยหรือเปล่า ก็แค่คอยไปรับส่ง ต้องกินข้าวด้วยกันสามมื้อเกือบทุกวัน อยู่หอด้วยกัน ทั้งที่บ้านไอ้เบ๊บอยู่แค่กรุงเทพฯ แต่เสาร์อาทิตย์มันก็ไม่กลับ ไปไหนมันก็ไปด้วยตลอด

เออว่ะ พอมาคิดดูแล้ว แม่ง...ทำไมแปลกๆ

“มานั่งรอตั้งแต่เช้าเนี่ยนะ เพื่อนที่ไหนเขาทำกัน แล้วน้องมันมองมึงตลอดเลย กูหันไปทีไรก็เห็น”

“จริงเหรอวะพี่” ผมยื่นหน้าไปคุยกับมันใกล้ๆ พี่มันก็ยื่นหน้ามาหา ทำท่าป้องปากคุยกันแบบลับลมคมใน ผมเหลือบไปมองทางหางตา ไอ้ตัวเล็กที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเริ่มขยับยุกยิก เหมือนจะลุกมา

“จริงดิ มันแอบชอบมึงเปล่า ไม่งั้นไม่มานั่งเฝ้าแบบนี้หรอก”

“ไม่หรอกม้าง”

“งั้นให้กูพิสูจน์” พูดจบ พี่แม่งยื่นปากมาจุ๊บปากผม ไอ้เหี้ยยยย

“เหวอออ”

“ทำอะไรน่ะ!” ตัวผมเองยังไม่ทันได้ตกใจจนสุด ไอ้เบ๊บก็ลุกพรวด ดิ่งมากระชากคอเสื้อผม อ้าว เฮ้ย เดี๋ยว ทำไมมึงไม่กระชากคอพี่ดิว กูไม่ได้เป็นคนทำอะไรนะ

“ไม่ต้องถ่ายแม่งแล้ว กลับ!”

“เฮ้ยยย” ผมลุกตามแทบไม่ทัน เพราะมันดึงคอเสื้อผมไว้ เกือบทำโต๊ะล้ม ท่าทางจะโกรธจัดด้วย แรงมันไม่ได้เยอะหรอก แค่ผมไม่ปัดออกเอง กลับยอมตามมันไปซะงั้น พอหันไปมอง ไอ้พี่ดิวแม่งหัวเราะตัวงอ ไอ้ฉิบหาย พี่มึงสนุกคนเดียวเลย ได้ยินเสียงไอ้พี่ดิวดังตามหลังมา ก่อนที่ประตูร้านจะปิดลงเพียงเสี้ยววินาที

“ไว้กูโอนเงินให้นะ ชาบูติดไว้ก่อน”

พอออกมานอกร้าน ผมก็หยุดเดิน ไอ้ตัวเล็กที่ดึงคอเสื้ออยู่เลยหันมามองหน้า เพราะถ้าผมไม่ยอมไป มันก็ลากผมไปไหนไม่ได้หรอก

“ฮึ่ยยย บอกให้กลับไง” มันพยายามออกแรงกระชาก

“ปล่อยก่อน เสื้อกูยืดหมดละไอ้สัส” ผมปัดมือมันออก มันก็ยอมปล่อย หน้าตานี่เหมือนแดกดีหมีเข้าไป โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงอะไรขนาดนั้นวะ

“จะกลับก็กลับดิ ป่ะ” ผมบอกมันอีกครั้ง แล้วเดินนำไปที่มอเตอร์ไซค์สีขาวแดง ไอ้เบ๊บวิ่งตามหลังมา พอขึ้นไปนั่งคร่อมบนมอเตอร์ไซค์ก็กอดผมแน่น

“บอกว่าอย่ารัด มันอึดอัด ขี่ลำบาก” ผมดุมันเบาๆ พร้อมกับสวมหมวกกันน็อค ออกมานอกมอต้องใส่หมวกครับ กันอุบัติเหตุ แถวนี้รถบรรทุกวิ่งเยอะ มีมอไซค์เคยโดดดูดไปใต้ล้อมาแล้ว อย่างน้อย ตัวขาด แต่หัวก็ยังอยู่วะ เดี๋ยวพ่อแม่จำศพไม่ได้

แต่สุดท้ายเบ๊บก็ไม่ยอมคลายแรง มันกอดรัดผมแน่น จนรู้สึกเหมือนหายใจไม่สะดวก แต่ผมก็ไม่อยากพูดอะไรมากกว่านั้นแล้ว

***

พอมาถึงห้อง ผมปิดประตูเสร็จ หมุนตัวจะไปที่โต๊ะ กะจะเก็บกระเป๋า แต่จู่ๆ ไอ้หมาบ้าที่เพิ่งคลุ้มคลั่งในร้านคาเฟ่ก็พุ่งเข้ามากระชากคอเสื้อผม ดึงลงไปประกบปากกับมัน ผมตกใจหน้าเหวอ ไม่ทันขัดขืน เลยโดนดันจนหลังติดประตู รีบเอามือผลักมันออกแทบไม่ทัน

“ทำเหี้ยไรเนี่ย!” ผมยกมือขึ้นเช็ดปากพลางยืดตัวยืนตรงๆ เมื่อกี้โดนดึงคอจนตัวงอไปหมด

“กูก็จะจูบมึงด้วย” ไอ้เบ๊บโวยวาย หน้าแดงก่ำ ไม่รู้โกรธหรืออาย แต่คนที่อายที่สุดคือผมมากกว่า เกิดมาจนอายุจะ 18 เพิ่งเคยจูบปากผู้ชายเนี่ย มันไม่เหมือนที่ไอ้พี่ดิวเอาปากมาแตะนะเว้ย นี่แม่งเล่นขยี้ซะปากเกือบแหก ดีที่ผลักออกก่อนที่มันจะสอดลิ้นเข้ามา ผมเองก็คงหน้าแดงเหมือนกัน ร้อนไปทั้งหน้าเลยเนี่ย

“แล้วมึงจะจูบกูทำห่าไร เป็นบ้าเหรอ”

“เออ กูโมโหที่ไอ้พี่นั่นมันมาจูบปากมึงนี่” มันกอดอกขมวดคิ้ว

“แล้วมึงจะโกรธทำไมวะ มันไม่ได้จูบปากมึงสักหน่อย” ผมงง เวรกรรมอะไรของกู จู่ๆ ก็ต้องมาเสียปากให้ผู้ชายด้วยกันตั้งสองคนเนี่ย ผมสบถเบาๆ ในคออย่างหงุดหงิด ผลักไหล่มันออก แล้วเดินไปเก็บกระเป๋าเข้าที่ ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง ขอสงบสติแป้ปครับ เมื่อกี้ใจสั่นไปหมด ห่าเอ๊ย ปากแม่งเสือกหอม หวานด้วย นุ่มโครตๆ โว้ยยยย กูอุตส่าห์จะไม่คิดแล้วนะ

มองมันที่ยืนหน้าแดง ปากเจ่อนิดๆ ไอ้ห่าราก บังคับจูบกูแต่เสือกปากเจ่อเอง แม่ง จะน่ารักไปไหน โอ๊ย ไม่ใช่ตรงนั้นสิวะ ผมหงุดหงิดหนักกว่าเก่า ขยี้หัวตัวเองจนฟู หยุดคิดไม่ได้เลย ทำไมผมต้องมาอยู่กับมัน ไอ้คนตัวเล็ก ผิวขาวอมชมพู กลิ่นตัวหอม แถมยังปากนุ่มอีก กูไม่อยากเป็นเกย์! ไม่อยากเป็น! พระเจ้าได้ยินกูมั้ยวะ!

“ปาล์ม” เสียงมันอ่อนลง มือเล็กๆ นุ่มๆ ขาวๆ ยื่นมาแตะบนบ่าของผมทั้งสองข้าง พร้อมกับเข่าที่ยันลงมาบนเตียง ตรงหว่างขาผม เป็นท่าทางที่ล่อแหลมมาก ไอ้สัส!

ผมหน้ายุ่ง รู้สึกร้อนไปทั้งตัว ถึงกลับต้องกลืนน้ำลาย แค่มองมันแล้วดันนึกถึงภาพหัวนมสีชมพู แม่ง...ขนาดผู้หญิงที่ผมเคยนอนด้วย ยังไม่มีใครหัวนมสวยน่าดูดอย่างมัน แต่นี่มันผู้ชาย ไอ้ปาล์ม มันเป็นผู้ชาย มึงจะหื่นกับผู้ชายด้วยกันไม่ได้เด็ดขาด มึงไม่ใช่เกย์ ใจเย็นไว้ไอ้ปาล์ม ผมพยายามบอกตัวเองในใจ กำหมัดแน่น หลับตาทำสมาธิสุดชีวิต มือนุ่มๆ เลื้อยอยู่แถวคอกับไหล่ กลิ่นหอมๆ แม่งเซอร์ราวด์รอบตัวมาก หอมจนอยากยื่นหน้าไปดม แต่ผมก็ยังข่มใจไว้

ให้ตายสิวะ ผมเป็นผู้ชาย ที่ไม่ได้เอาผู้หญิงมาเกือบปี เพราะต้องเตรียมตัวสอบเข้า แล้วจู่ๆ ก็ถูกส่งมาที่ห้องนี้ มาอยู่กับไอ้เหี้ยนี่ ที่แม่งตรงสเปคทุกอย่าง ยกเว้นอย่างเดียว คือมันเป็นผู้ชาย

พระเจ้า มึงเล่นตลกอะไรกับกูครับ!

***

คนแต่งนี่แหละ เล่นอะไรกับน้องปาล์ม 5555
 :pig4:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-10-2020 16:10:24 โดย Lambosasha »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 280
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0
 :z3  โธ่ปาล์มเอ่ย มาขนาดนี้แล้วยอมไปเถอะลูก

ออฟไลน์ wutwit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 279
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-2
ลูกเบ๊บรุกสุดแรงมากกกก ไปให้สุดแล้วหยุดที่มีผัวนะลูก55555

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 55
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
 :hao6:
มารอติดตามค่ะ

ออฟไลน์ Grey Twilight

  • Moderator
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 385
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +170/-17
ถ้าปาล์มตบะแตก ผมว่าเบ๊บมีลุกไม่ขึ้นจากเตียงอะ (หัวเราะ) แววหลงแฟนมาเต็มมากปาล์ม

ปล. ผมยังรออ่านตอนพิเศษของ เทวิน x ปริม อยู่นะครับ (ทวงมันดื้อๆในนิยายเรื่องอื่นนี่แหละ ฮะๆๆ)

ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
5
“ปาล์ม”

ไม่! อย่าเรียกกูด้วยเสียงกระเส่าเย้ายวนอย่างนั้น ผมหลับตาปี๋ เบ๊บมันค่อยๆ แตะริมฝีปากกับลำคอของผมเชื่องช้ามากเหมือนเป็นภาพสโลโมชั่น ปากเล็กๆ สีชมพูอ่อนนั่นโครตร้อน และชื้น ลิ้นของมันสากแต่ให้ความรู้สึกดี มันเลียๆ ดูดๆ ที่คอของผม สองมือลูบแผงอกของผม คือผมก็ไม่ได้กล้ามหนาอะไร แต่ก็ไม่ได้ผอมบาง ลูบไปจนถึงหน้าท้อง แล้วก็สอดมือเข้าไปใต้เสื้อยืดของผม ผมรีบคว้ามือของมันไว้ แล้วกดมันลงกับเตียง เบ๊บเหมือนจะตกใจเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้ม คล้ายดีใจ

ผมโน้มหน้าลงไป กดจูบมันอย่างรุนแรง มันครางในคอ อ้าปากให้ผมสอดลิ้นเข้าไปง่ายดาย ไม่มีเล่นตัวใดๆ แถมยังพยายามจะเกี่ยวลิ้นผมด้วยลิ้นเล็กๆ นั่น จนมันพันกันไม่รู้ลิ้นใครเป็นของใคร ความรู้สึกเหมือนกำลังดำดิ่งลงไปในทะเลลึก มันทั้งตื่นเต้นหวาดเสียว จนแทบหยุดหายใจ ผมขบเม้มริมฝีปากปากล่างของมัน แล้วสอดลิ้นโลมเลียทั้งโพรงปากสลับไปมา ดูดดึงริมฝีปากเล็กๆ นั่นให้บวมเจ่อ แล้วก็ผละออก ก่อนจะประกบลงไปใหม่ซ้ำๆ จนไอ้ตัวเล็กเหมือนจะหายใจไม่ทัน สองมือของมันที่ถูกผมกดไว้กระตุกสั่น ส่วนกลางลำตัวที่อยู่ตรงหน้าท้องของผมมีปฏิกิริยา มันทิ่มแทงอยู่ตรงช่วงท้องของผม ของผมเองก็ไม่ต่างกัน

“อือ...” ในจังหวะสุดท้ายที่ผมถอนปากออกมา เสียงครางของมันก็ดังตาม ใบหน้ารั้นๆ นั่นแดงก่ำ ลมหายใจยังปั่นป่วน แผ่นอกบางแอ่นขึ้นเล็กน้อย ทั้งที่ไม่ได้สัมผัส แต่ตุ่มไตสองข้างนั้นกลับแข็งขืนจนดันเสื้อยืดออกมา มันนูนขึ้นอย่างชัดเจน ผมกลืนน้ำลายลงคอ ภาพหัวนมสีชมพูผุดเข้ามาในหัว ความรู้สึกตอนนั้นคือ หน้ามืดครับ ไม่รู้อะไรเป็นอะไรแล้ว ผมถกเสื้อมันขึ้น ละเลงลิ้นรัวจนน้ำลายเปียกชุ่มหัวนมสีชมพูเข้มทั้งสองข้างนั่น แม่ง อร่อยอย่างที่คิดจริงๆ เหมือนยิ่งดูดยิ่งเลียก็ยิ่งหยุดไม่ได้ เบ๊บกอดหัวผมไว้แน่น แอ่นอกรับสัมผัสด้วยความเสียวซ่าน แถมยังครางเสียงหวานเชียว ท่าจะชอบ

ยิ่งเห็นมันชอบ ผมก็ยิ่งดูดแรงขึ้น งับเม้มเป็นพักๆ มือล้วงลงไปใต้กางเกงยีนส์ของมัน บีบคลึงแท่งเนื้อสีชมพูของมันที่แข็งชนต้นขาของผมอยู่อย่างหนักมือ ถึงไม่เคยทำให้ผู้ชายคนอื่น แต่มันก็คงเหมือนๆ เวลาช่วยตัวเองนั่นแหละ ของมันไม่ใหญ่มาก มือผมกำได้รอบเลย รูดมันเชียวล่ะ

ผมมองหน้าแดงก่ำของมันไปด้วย รูดรั้งของมันไปด้วย พลางเลื่อนกางเกงของมันลงไปที่ปลายเท้า แกล้งบี้ส่วนปลายของแท่งสีชมพูแรงๆ ไอ้เบ๊บแทบกรีดร้อง แอ่นสะโพกขึ้นรับจนตัวเกร็ง ผมขยับตัวขึ้นไปกดจูบมันอีกครั้ง ก่อนที่จะรัวมือจนมันปลดปล่อยออกมา ไอ้ตัวเล็กหอบหายใจ แผ่นอกบางกระเพื่อมไหว พอมันเริ่มมีแรง ก็ดันอกผมแล้วลุกขึ้น ก้มตัวลงมา อ้าปากงับท่อนเอ็นแข็งๆ ของผมที่อยู่ใต้กางเกง ผมสะดุ้งนิดหน่อย ก่อนที่มันจะปลดกางเกงผม ใช้ปากรูดซิปลงด้วยท่าทางโครตเซ็กซี่ แล้วก็ใช้ปากสีชมพูอ่อนเล็กๆ นั่นปรนเปรอให้ผมอย่างไม่มียอมแพ้ แม้ว่ามันจะใหญ่คับปาก ลิ้นเล็กๆ ที่ร้อนสากไล้เลีย แถมยังห่อปากดูดจนแก้มตอบ ผมมองภาพนั้นด้วยใจเต้นระทึก ความรู้สึกเดียวตอนนี้คือ อยากเข้าไปในตัวมันใจจะขาด สายตาเหลือบไป เห็นมันยกสะโพกขึ้นแล้วเอานิ้วสอดช่องทางของตัวเองไปด้วย เลยอดไม่ได้ที่จะช่วย ผมยื่นมือไป จับนิ้วเล็กๆ นั่นให้ขยับเข้าออกรัวๆ

“อืม...” มันครางยาวในคอ ปากยังอมลูกชายผมอยู่ไม่ยอมปล่อย แต่พอผมดันนิ้วตัวเองเข้าไปเพิ่ม มันก็อ้าปากคายแท่งร้อนของผมออกมา น้ำลายยืดเหนียวย้อยติดคาง แก้มนี่แดงก่ำ เล่นเอาผมใจสั่น

ผมอุ้มมันขึ้นมานั่งบนตัก ปากไล่งับเม้มตามใบหูและลำคอบาง ดูดแรงๆ จนเป็นรอย นิ้วสองนิ้วยังคาอยู่ในช่องทางที่ตอดรัด ขยับเข้าออกรัวๆ กระแทกจุดกระสันที่ทำให้มันตัวสั่นเหมือนจะเสร็จ แล้วก็ถอนออกมา มันมองหน้าผมเหมือนจะตัดพ้อ ก่อนจะอ้าปากร้องอย่างไม่มีเสียง เมื่อผมจับสะโพกมันกดลงบนท่อนเอ็นของตัวเอง ถุงยางก็ไม่มี เสียบสดนี่แหละวะ ไม่ไหวแล้ว

“อื้อ ปาล์ม เบาหน่อย” มันครางกระเส่าร้องบอกผมที่เริ่มขยับเอว เพราะมันไม่ยอมขยับเองสักที คงจะจุกอยู่

“มึงก็ขย่มเองสิ” ผมหยุดขยับ แล้วยักคิ้วให้มัน เบ๊บเม้มปาก ก่อนจะเกาะบ่าผมแน่นแล้วค่อยๆ ขยับสะโพกขึ้นลงช้าๆ ช้าจนผมแทบคลั่ง ทนไม่ไหว เลยผลักมันลงเตียง แล้วจับกระแทกเองรัวๆ

“อ๊า อร๊างงงง”

“เสียงดังไปแล้ว เดี๋ยวข้างห้องได้ยิน” ผมกระซิบ ไอ้เบ๊บเอามือตะครุบปากตัวเองแทบไม่ทัน มันคงลืมตัว เห็นมันกัดปากกลั้นเสียง หน้าตาเหยเก ก็รู้สึกมีความสุขบอกไม่ถูก เหมือนได้แกล้งมันกลับ เลยยิ่งกระแทกแรงๆ ให้ตัวมันเด้งตาม เสียวจนอยากร้อง แต่ร้องไม่ได้ โครตสะใจอ่ะบอกเลย

แกล้งยั่วดีนัก เอากลับให้เข็ด

เบ๊บเหมือนจะหลุดเสียงครางเป็นระยะ เพราะมันใกล้เสร็จแล้ว ปลายเท้าของมันจิกเกร็ง เล็บครูดไปกับแผ่นหลังใต้เสื้อยืดของผม ขยำเสื้อผมซะยับยู่ยี่เลยล่ะ ผมโน้มตัวไปจูบปิดปากมันไว้ แล้วกระแทกย้ำๆ จนตัวมันบิดเกร็ง แท่งสีชมพูกระตุกถี่ ช่องทางนั้นตอดรัดผมอย่างรุนแรงจนผมผละออกมาไม่ทัน แตกในตามไปเรียบร้อย

ผมละริมฝีปากออกมา เสียงหอบหายใจดังก้องไปทั่วห้อง เบ๊บกอดคอผมแน่น รั้งคอลงไปจูบแลกลิ้นกันอีกครั้ง ร่างกายของผมเหมือนถูกกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้า ไอ้ที่คาอยู่ในตัวมันแข็งขึงขึ้นมา ดูท่าว่าจะไม่จบง่ายๆ แล้วคืนนี้

***

เช้าวันต่อมา โชคดีที่เป็นวันอาทิตย์ ผมตื่นมาเกือบสิบโมงได้ ร่างกายเมื่อยล้าเล็กน้อย แต่ที่แขนคือเหน็บแดกเลยครับ เพราะไอ้ตัวเล็กมันนอนทับทั้งคืน น้ำก็ไม่ได้อาบ เหนียวตัวโครตๆ แถมคราบอะไรต่อมิอะไรคาตา จะมาหน้าร้อนตอนนี้คงไม่ทันแล้ว

ผมกับมัน...ทำลงไปแล้วจริงๆ

ยิ่งมองร่องรอยตามลำตัวและคอของเบ๊บ ยิ่งแจ่มแจ้งกระจ่างใจ ว่าผมไม่ได้ฝัน ทำกันตั้งแต่เย็นยันจะเช้าอีกวันได้มั้ง ไอ้เบ๊บแม่งโครตอึด เป็นผมซะอีกที่ไม่ไหวจนจะหลับคาอกมัน ไม่รู้เยกันเอาสถิติโลกหรือไง

ทำไมแม่งหื่นกามได้ขนาดนี้ ผมนี่ไม่ไหวตั้งแต่รอบ 5 หรือ 6 แล้ว คือหัวหมุนติ้วๆ น้ำจะหมดตัว ต้องคลานไปเปิดขวดดื่มน้ำหมดไปสองขวดอ่ะ พักเสร็จ ไอ้ห่าเบ๊บขึ้นมาคร่อมแล้วขย่มอีก คือ ได้พักประมาณ 15 นาที แล้วก็ต่อเรื่อยๆ นี่ร่างกายคนนะเว้ยไม่ใช่ไวเบรเตอร์

“อือ” เบ๊บขยับตัว เอาหน้ามาซุกอกผม หอในแม่งไม่มีแอร์ ร้อนจะตายห่า ดีนะไม่ฮีทสโตรกตายเมื่อคืน ผมถอนหายใจ แล้วพยายามปลุกเบ๊บ

“ตื่นๆ เฮ้ย ปวดแขน” ผมเขย่าๆ ตัวมัน เบ๊บก็งัวเงียลุกขึ้นนั่ง ในสภาพที่แบบ เปลือยทั้งตัว ผ้าไม่ได้ห่มด้วย เพราะร้อน ส่วนผมยังมีบ็อกเซอร์ติดตัวอยู่ แต่ก็เหนอะหนะน่าดูอ่ะ

“กี่โมงแล้วอ่ะ” แล้วมันก็ควานหาสมาร์ทโฟนบนโต๊ะที่อยู่ข้างเตียงของผม “มิน่า หิว”

ผมกลอกตาไปมา นี่มึงคิดถึงเรื่องนี้ก่อนเลย น้ำไม่คิดจะอาบ

“ไปอาบน้ำกันเหอะ” ผมลุกขึ้นบ้าง สะบัดๆ แขนให้หายชา แล้วหยิบผ้าเช็ดตัวมาโปะหัวมัน ไอ้เบ๊บเหมือนจะขาสั่นๆ แต่จะให้อุ้มออกไปทั้งสภาพนี้ ใครมาเจอได้รู้ทั้งมอแน่

“มึงไหวมั้ยวะ”

เบ๊บส่ายหน้า ให้ตายเหอะ เมื่อคืนเหมือนแม่งแดกไวอากร้าเข้าไป เช้ามาขาเปลี้ยซะงั้น แล้วผมจะทำไงดีวะ

“เอางี้ เดี๋ยวกูลงไปซื้อข้าวให้ มึงเดินไหวเมื่อไหร่ก็ค่อยไปอาบน้ำนะ เดี๋ยวกูจะเช็ดตัวให้ก่อน” ว่าแล้วผมก็ออกไปหยิบกาละมังที่ไว้ซักผ้าที่อยู่ตรงระเบียง แล้วเอาไปรองน้ำจากในห้องน้ำรวม เอามาเช็ดตัวให้ไอ้เบ๊บที่ห้อง แล้วคือ...ไอ้ข้างในนั่นก็ลำบากหน่อย ต้องล้วงเข้าไปควานน้ำออกมา แล้วก็เช็ดให้สะอาด เบ๊บก็นั่งนิ่งเลย แอบหูแดงหน่อยๆ ขนาดนี้แล้วมึงยังมีหน้ามาเขิน พอเช็ดตัวให้มันเสร็จ ผมก็ไปอาบน้ำต่อ แล้วลงไปซื้อข้าวมากินด้วยกันบนห้อง

ไม่คาดคิดมาก่อน ว่าผมจะกลายเป็นเกย์ได้ในเวลาอันรวดเร็วปานนี้ ทั้งที่พยายามข่มใจมาหลายครั้ง แต่มันก็พลาดไปแล้วล่ะ มีแต่ต้องทำใจยอมรับ ที่ห่วงคือเรื่องไอ้เบ๊บมากกว่า ความสัมพันธ์ของพวกเราจะเปลี่ยนไปในทางไหน ผมยังไม่รู้เลย และยังไม่อยู่ในอารมณ์ที่อยากจะถามมันด้วย หลังจากนี้ คงต้องปล่อยให้มันเป็นไปแล้วแต่ชะตากรรม

“อ้าว? ไมมึงลงมาคนเดียววะ” ตอนลงไปซื้อข้าว ก็เจอพวกไอ้แก๊บเจ้าเก่า นั่งเล่นหมากรุกกันอยู่หน้าหอ ไอ้มีมนั่งฉีกไก่ให้แมวแถวหอกินอยู่ใกล้ๆ

“มันยังไม่ตื่น” ผมตอบ ทำไมไม่กล้าสบตาเพื่อนแปลกๆ วะ “เดี๋ยวกูไปซื้อข้าวแป้ป”

“เออๆ ไปเหอะ” แก๊บโบกมือไล่ ผมเดินไปโรงอาหารหน้าหอ ซื้อข้าวหมูแดง 2 ห่อกับน้ำเย็นๆ มาสี่ขวด เดินกลับมาหน้าหอ ก็ยังเห็นพวกไอ้แก๊บอยู่ ก็ทักทายเล็กน้อยตามประสา ก่อนจะรีบขึ้นไปบนห้อง เพราะกลัวเบ๊บมันหิวจนหน้ามืด

แล้วก็เหมือนปกติ แกะข้าวใส่จานห่อหนึ่งก่อน แล้วก็ตักข้าวป้อนไอ้ตัวเล็กไป กินไป เบ๊บนั่งตะแคงๆ คอยอ้าปากงับช้อนเรื่อยๆ มือก็เล่นมือถือไปด้วย มันเป็นพวกติดโซเชี่ยล ชอบโพสเฟสบุ๊ค นี่ก็คงโพสรูปอะไรอยู่ หัวเราะคิกคักใหญ่

“เดี๋ยวก็ติดคอ” ผมเงยหน้าเหลือบตามองมัน คือผมนั่งอยู่บนพื้นข้างเตียง ส่วนมันนั่งบนเตียง

“อย่าดุดิ ยิ้มหน่อย เร็วๆ” มันยู่ปากน้อยๆ

“ทำไมต้องยิ้ม” ผมยิ่งนิ่วหน้าใหญ่ อย่าบอกนะว่ามันกำลังถ่ายรูปผม

“มึงถ่ายรูปกูเหรอ ลบเดี๋ยวนี้เลย” ผมยื่นมือไปจะแย่งสมาร์ทโฟนของมัน แต่มันรีบโยกหลบ

“ไม่ได้ถ่ายรูป” มันเบ้ปากใส่ “ไลฟ์อยู่ต่างหากล่ะ”

“ไอ้...” จะด่าแต่ต้องหยุดปากไว้ เดี๋ยวออกสื่อ “หยุดเลยเบ๊บ เลิกถ่ายแล้วมานั่งกินข้าวดีๆ”

“พ่อดุอ่า ดูดิ” มันพูดกับพวกคนดูในไลฟ์ น่าจะเป็นเพื่อนๆ มันนั่นแหละ ห่าเอ๊ย นี่ผมกลายเป็นพ่อมันไปแล้วจริงๆ เหรอวะ

“ยิ้มให้เพื่อนๆ หน่อยสิ พี่ปาล์มสุดหล่อ”

“ไม่ต้องมายอ มากินข้าวดีๆ”

“มีคนขอให้ปาล์มยิ้มอ่ะ ยิ้มหน่อยน้า” ยังกวนโมโหไม่เลิกนะ ผมชักหงุดหงิด ไม่ชอบออกสื่ออยู่แล้วด้วย ไอ้ที่เป็นเดือนคณะก็เพราะพวกรุ่นพี่ขอร้อง

“จะไม่เลิกเล่นใช่มั้ย” ผมวางจานข้าวลง ก่อนจะหยัดตัวลุกขึ้น เอามือปิดกล้องไว้แล้วกดมันลงบนเตียง เบ๊บถึงกับหน้าเหวอ หูแดงขึ้นมาทันที กับเสียงกระซิบขู่เบาๆ พอให้ได้ยินแค่สองคน

“ถ้าไม่กดปิดไลฟ์ มึงได้เล่นหนังสดแน่”

***

5555เรื่องนี้แม่งโครตไร้สาระจริง ทั้งเรื่องคือการฝึกแต่งฉาก NC ของเราเองแหละ
ตอนพิเศษน้องปริมกับเรื่องเก่าๆ ที่ยังไม่จบ รอกันก่อนน้า มันต้องบิ้วนิดนึง

ยังรู้สึกเหมือนแต่งฉาก NC ไม่ค่อยดีเลยอ่า  :mew2:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2026
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-0

ออฟไลน์ wutwit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 279
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-2
นิยายลงไวมาก เค้าก็ได้กันไวมากเช่นกัน55555

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5265
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 280
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0
 :oo1: เขาได้กันแล้ว สมดังที่น้องเบ๊บต้ั้งใจแล้ว
พี่ปาล์มอย่าทิ้งน้องเบ๊บนะ ถ้าทิ้งคนอ่านโกรธนะ   :serius2:

ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
6
ตอนแรกก็รู้สึกเหมือนเป็นเบ๊ ตอนนี้กลายเป็นทาสกามไปซะงั้น

ตั้งแต่วันที่ผมเผลอไผลเสียตัวให้มัน ไอ้เบ๊บ เกย์หื่นกาม รูมเมทแสนจัญไรของผม ก็ขยันใช้งานผมเหมือนเป็นไวเบรเตอร์ส่วนตัว

“อื้อ อ่ะ...ฮึก” เหี้ยมากครับ แม่งมานั่งขย่มตอผมแล้วส่งเสียงครางยวนยั่ว โดยที่ในมือของผมก็ถือหนังสือ อ่านแบบไม่มีสมาธิเท่าไหร่ พยายามไม่สนใจช่วงล่างที่ถูกมันตอดเอาๆ แต่หน้าหวานๆ ที่แม่งกำลังหลับตาพริ้ม เหงื่อซ่ก แก้มแดงปลั่ง แถมยังกัดปากซี้ดซ้าดแบบนั้น แม่งเอ๊ย ของกูไม่แข็งสู้ ก็ตายด้านอ่ะ นี่แทบจะเอากันหลังอาหารวันละสามเวลา ถ้าไม่ติดว่าต้องไปเรียนด้วย มันคงจัดให้ผม 24 ชม. ไม่ต้องหลับต้องนอน ทุกวันนี้ผมแทบจะนอนแค่วันละ 3-4 ชั่วโมงอยู่แล้ว ทั้งที่แม่งก็โดนถี่ๆ แต่รูแม่งดันโครตฟิต รัดซะผมแทบทนไม่ไหวทุกที

“อา...ปาล์ม...อ่ะ อ๊า”

พรวด!

สัส...แม่งน้ำแตกกระเด็นใส่หนังสือกู

“พอได้แล้วมั้งเบ๊บ มันเลอะเทอะ” ผมปรามมันเบาๆ เสียงแอบสั่น คือผมไม่ใช่ตุ๊กตาไม้นะเว้ย แค่ตอนมันช่วยตัวเองยังพอทน นี่ต้องมาโดนมันขย่มเอาๆ เสียวแบบแทบไม่ได้ผุดได้เกิด

ไอ้เบ๊บไม่ตอบ อ้าปากหอบหายใจ แล้วปัดหนังสือผมออก เอนลงมากอดซบผมไว้ ท่าทางจะเหนื่อยเหมือนกัน แต่ก็ยั่วไม่เลิก

“อยากจูบอ่ะ” มันเงยหน้า ช้อนสายตาเยิ้มๆ ขึ้นมองผม อกข้างซ้ายของผมคือสั่นรัว จะใจเต้นทำห่าไรวะ

“กูมีสอบจันทร์นี้ ช่วยอย่า...” ไม่ทันละ แม่งไม่เคยฟังกันเลย ประกบปากสอดลิ้นเสร็จสรรพ เสียงดูดปากดังจ๊วบๆ แล้วจะให้ผมทำยังไง นอกจากทิ้งหนังสือกองไว้ตรงนั้น แล้วจัดการมันให้หายคันสิครับ!

ส่วนสถานะของพวกเราตอนนี้...น่าจะเป็น

SEX FRIEND

“เย็นนี้มีประกวดดาวเดือนมหาลัย กูต้องไปแต่งหน้าทำผมที่สตู 10 มึงจะไปดูหรือกลับห้องไปก่อนก็ได้” ผมรายงานมันประหนึ่งมันเป็นเจ้านาย ไอ้เบ๊บยืนดูดนมกล่องพยักหน้ารับหงึกๆ เห็นปากสีชมพูอ่อนงับหลอดดูดเลอะน้ำลายนิดๆ เซ็กซี่ฉิบหาย ผมกลืนน้ำลาย พักนี้ชักจะหื่นขึ้นตาเหมือนรูมเมทไปทุกทีแล้ว เพราะไอ้ตัวเล็กนี่แท้ๆ

“อิ่มอ่ะ กินต่อที” มันว่าพลางยื่นกล่องนมยัดใส่มือผม ผมก็รับมาดูดต่อ ก่อนจะจูบกัน ยังกล้ากินข้าวช้อนเดียวกับมันเลย กะอีแค่ดูดหลอดเดียวกันนี่คือจิ๊บๆ อ่ะ ดูดหมดผมก็โยนกล่องทิ้งลงถังขยะแถวนั้น แล้วขึ้นไปสตาร์ทมอเตอร์ไซค์ รอมันกระโดดขึ้นมานั่งซ้อน วันนี้รีบกินแค่ขนมปังกับนม

ส่งไอ้เบ๊บที่หน้าตึกคณะวิศวะเสร็จ ผมก็ขี่รถไปเรียนต่อ เดี๋ยวนี้ไม่ต้องไปส่งถึงหน้าห้องแล้ว พวกรุ่นพี่ไปฝึกงานหมด ไม่มีใครมาคอยดักตีหัว ทุกวันนี้ผมยังไม่เข้าใจเลย ว่าพวกพี่ปี 3 แม่งเก็บกดเหี้ยไร แค่โดนสั่งยกเลิกว้าก ต้องหาที่ระบายกับรุ่นน้องด้วยวิธีอื่น ประสาทแดก

“เย็นนี้เจอที่สตู 10 เลยนะลูกปาล์ม” พี่ปุ๊กกี้ ประธานสโมปี 2 คณะเรา เจอหน้าผมปุ๊บก็เตือนทันที เดี๋ยวนี้กลายเป็นลูกรักเจ๊แกไปแล้ว

“ดูจากคะแนนโหวตแล้ว ลูกๆ มีสิทธิเข้าชิงดาวเดือนมหาลัยกันนะ คนกดไลค์เยอะเชียว” เจ๊แกยื่นหน้าจอมาให้ผมดู คือผมแทบไม่ได้เข้าโซเชียลเลย ไม่รู้โลกไปถึงแล้วป่านนี้ เห็นพวกไอ้แก๊บบอกจะเกณฑ์กันโหวตให้ เพราะหมั่นไส้เดือนคณะตัวเอง แบบนี้ก็มีด้วยเหรอวะ

“แต่ป๊อปปูลาร์โหวตนี่ยังไง แม่ว่าลูกปาล์มได้แน่ๆ ลูก เชื่อแม่”

“อ่า ครับ” ผมก็พยักหน้ารับๆ ไป ไม่ค่อยเข้าใจหรอก ว่าได้ตำแหน่งพวกนั้นแล้วมันดียังไง ผมไม่ชอบโดนถ่ายรูป ไม่ชอบเป็นจุดสนใจเท่าไหร่ มีคนคอยมองมันน่าเบื่อ อยากอยู่แบบเงียบๆ มากกว่า

วันนั้นมีเรียนสามวิชา เลิกตอนสี่ครึ่ง แล้วผมก็ต้องไปแสตนด์บายที่สตู 10 จริงๆ มันเป็นโรงละครครับ โรงละครที่ใหญ่ที่สุดของมหาวิทยาลัย และเป็นของคณะอักษรเรานี่แหละ มันมีอยู่ 3 สตู คือ 1 7 แล้วก็ 10 เลขโดดๆ เพราะถือเคล็ดอะไรสักอย่างไม่รู้ สตูอื่นเอาไว้ใช้เวลาเอกโทการแสดงมีงานละคร ส่วนสตู 10 เอาไว้จัดงานใหญ่ๆ อย่างการประกวดดาวเดือนมหาลัย เออ รู้สึกจะมีดาวหลงฟ้าอะไรด้วยมั้ง คณะผมส่งพอลลี่ไป จริงๆ มันชื่อพบพร เป็นกะเทยแต่งหญิงที่สวยที่สุดของปี 1 แล้ว แม้จะตัวสูงเป็นเปรตไปหน่อยก็ตาม แต่จริงๆ ไอ้ตัวเล็กของผม...น่ารักกว่านะ

“ช่วงนี้ขอบตาคล้ำๆ นะคะน้องปาล์ม” พี่แพนด้า กะเทยสวยปี 3 ของคณะเรา เป็นช่างแต่งหน้าให้พวกผม “แต่นอกจากขอบตาแล้ว อย่างอื่นเปล่งปลั่งมากค่ะ”

ผมนิ่วหน้า อะไรเปล่งปลั่งวะ “อ่านหนังสือดึกอ่ะครับ”

“แหม ขยันจังเลย พ่อหนุ่ม” โดนเจ๊แพนหยิกแก้มไปอีก ผมนี่มีสเน่ห์กับเก้งกวางมากกว่าที่คิดหรือเปล่าวะ คือสมัยอยู่บ้านนอกมันไม่มีกะเทยไง เลยไม่รู้ตัว

“ปาล์มอย่าขยันมากดิ มันกดเกรดนะ” เสียงรุ้งดังมา เธอนั่งรอแต่งหน้าต่อจากผมอยู่ใกล้ๆ กัน กำลังอ่านนิยายอะไรไม่รู้ ท่าทางตั้งใจมาก

“ก็เราเรียนไม่เก่ง” ผมหัวเราะ รุ้งรีบโวย

“โห สอบกลางภาคคะแนนสูงสุด 4 วิชารวด จากทั้งหมด 7 รายวิชา ยังมีหน้ามาพูดอีก”

“โห น้องปาล์มเป็นเด็กเรียนเหรอคะเนี่ย” เจ๊แพนตาโต

“ไม่ขนาดนั้นหรอกพี่ ก็มันมีแต่คนเก่งๆ ผมเลยยิ่งต้องพยายาม” ผมหลับตาลง ให้เจ๊แพนเขียนขอบตา ทาครีมกลบรอยคล้ำใต้ตา แบบที่ไอ้ตัวเล็กมันเคยทาให้

“เออ ไอ้ครีมนี่มันคืออะไรอ่ะพี่”

“หือ ที่กลบรอยใต้ตาเหรอคะ” ผมพยักหน้า “เขาเรียกอายครีมอ่ะลูก สั่งซื้อตามช้อปปี้ก็มี หรือจะไปตามช้อปในห้างฯ ก็ได้ หนูอยากได้ยี่ห้อไหนล่ะคะ”

“ไม่แน่ใจอ่ะครับ ขอกลับไปดูชื่อก่อนแล้วกัน” เหมือนจะเป็นกระปุกขาวๆ แดงๆ ป่ะวะ ดันลืมดูชื่อยี่ห้อ

“จะซื้อใช้เอง หรือเอาไว้ให้ใครหรือเปล่าคะเนี่ย”

“ใช้เองสิครับ โธ่” ผมโกหกไป ใครจะบอกว่าซื้อไปให้รูมเมทกันล่ะ

กว่างานประกวดจะเริ่มก็เกือบ 6 โมงเย็น ด้านนอกมีงานขายของ แต่ละคณะมาออกบูธกันเต็ม เหมือนตลาดนัดวันพุธกลางมอ ของกิน เสื้อผ้า ของกระจุกกระจิกเพียบ แล้วแต่ความครีเอทของแต่ละคณะ ที่จะสรรหามาขาย ของคณะผมแม่งโครตเรียบง่าย ขายข้าวไข่เจียว

“ตื่นเต้นมั้ย” รุ้งหันมาถามผม รอบข้างมีแต่หนุ่มหล่อสาวสวย เดือนดาวแต่ละคณะที่มารวมตัวกันในแบบจัดเต็ม ต่างจากตอนที่ไปถ่ายรูปรวมคราวก่อนมาก เรื่องแสดงความสามารถพวกผมเตรียมกันมาแล้ว เพราะรุ้งเรียนสาขาละคร ก็เลยจะเล่นละครเวที แถมเป็นละครร้องด้วย รุ้งเสียงดีมากบอกเลย แสดงกันสองคนนี่แหละ ผมไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลย

“ก็นิดหน่อยมั้ง” ผมถูมือไปมา มันค่อนข้างชื้นเหงื่อนิดๆ ทั้งที่ในสตู 10 ก็เปิดแอร์เย็นเจี๊ยบ จริงๆ บทของผมมีไม่เยอะ เน้นให้รุ้งเล่นและร้องมากกว่า นี่แค่ประกอบฉาก แต่ก็มีท่อนที่ต้องร้องนิดหน่อย แล้วคือ เสียงดีมากอ่ะครับ ประชดนะ

“แฟนมาดูมั้ย ออกไปแล้วมองหน้าเขาไว้ จะได้ไม่ตื่นเต้น” รุ้งยิ้มหวาน แต่คำพูดมันแปลกๆ

“เฮ้ย เรายังไม่มีแฟนสักหน่อย” ผมรีบปฏิเสธ อะไรวะ คราวก่อนไอ้พี่ดิวก็หาว่าเบ๊บเป็นแฟนผม แล้วคราวนี้ใครอีกล่ะเนี่ยที่โดนเข้าใจผิด

“อ้าว เห็นในเพจลับมีคนเอารูปคู่ลงเยอะแยะเลย ไม่ใช่แฟนหรอกเหรอ”

เพจลับอะไรวะ ผมเกาหัวงงๆ ก่อนจะก้มมองหน้าจอสมาร์ทโฟนที่รุ้งยื่นมาให้ดู พลันต้องตกใจจนตาถลน ใครแม่งแอบถ่ายวะ รูปผมกับไอ้ตัวเล็กว่อนเพจ เพจลับคู่จิ้นมอxx ห่าไรเนี่ย รุ้งเป็นคนแบบนี้เหรอวะ เพิ่งรู้ สมัยนี้เขานิยมเรื่องพรรค์นี้กันเหรอวะ

“มันคืออะไรเนี่ย”

“ก็แบบเพจเกี่ยวกับคู่จิ้นในมออ่ะ มีทั้งชายหญิง หญิงหญิง ชายชาย แต่ส่วนใหญ่ก็เน้นชายชาย”

“แล้วมันยังไงอ่ะ” นี่ก็โง่ครับ เรื่องพวกนี้ยอมรับตรงๆ ว่าผมไม่รู้ห่าอะไรเลยจริงๆ

“ก็แบบคู่ที่ใครๆ เขาเห็นแล้วมันน่ารักไง อยู่ด้วยกันแล้วมันดีต่อใจ มีโมเม้นท์น่ารักๆ แบบแฟนกัน แต่ที่ดูนี่ ของคู่ปาล์มอ่ะเรียลมากเลยนะ มีป้อนข้าวกันด้วย กินนมต่อกันงี้ สนิทกันดีจัง” ไอ้กินนมต่อกันนี่เมื่อเช้าเลยนี่หว่า ไวมาก ไอ้ตากล้อง

“เหอๆๆ” ผมหัวเราะเหมือนตุ๊กตาไขลานที่พังแล้ว สนิทกันยิ่งกว่าที่เห็นในรูปอีกครับเพื่อน แต่ออกสื่อไม่ได้

“ตกลงใช่มั้ยอ่ะ แฟนกันป่าว” รุ้งเอียงคอสบตาผมอย่างสงสัย ไอ้ผมก็พูดไม่ออกบอกไม่ถูก

“เอ่อ ไม่ใช่หรอก แค่รูมเมทน่ะ”

“มิน่า ถึงได้ดูสนิทกันมากเลย อยู่ด้วยกันแล้วนี่เอง”

“ไม่ใช่ดิวะ แค่รูมเมท ไม่ใช่อยู่กันแบบนั้น” ผมล่ะละเหี่ยใจที่จะเถียง รุ้งก็ยิ้มกริ่มใหญ่ ทำหน้าเหมือนจับผิดอะไรสักอย่างด้วย  บ้าบอไปใหญ่แล้ว สวยแต่เพี้ยนสินะเนี่ย

แล้วก็ถึงเวลาที่พวกเราต้องขึ้นไปแนะนำตัวทีละคณะบนเวที ก่อนจะเข้าสู่การแสดงของแต่ละคู่ ส่วนมากก็ร้องเพลง เล่นดนตรี รำ เต้น เดือนคณะวิดยาที่พวกไอ้แก๊บหมั่นไส้ก็ใช้ได้นะ มันโชว์มวยไทยครับ เท่ดีออก ทำไมพวกแม่งไม่ชอบกันก็ไม่รู้ ไม่รู้ไอ้ตัวเล็กมันมาดูผมมั้ย เพราะมองไม่ค่อยเห็นหรอก ตัวแม่งเตี้ย

แต่พอชะเง้อไป ก็เจอเลยว่ะ แม่งชูป้ายไฟซะใหญ่ ไอ้ห่า กูอายเค้าไอ้เบ๊บ!

เหมือนมันจะตะโกนอะไรมาด้วย กระโดดเหยงๆ ใหญ่เลย ผมไม่ค่อยได้ยินหรอก เสียงคนกำลังกรี้ดที่พวกเดือนดาวเดินออกมาเรียงกันหน้าสลอนบนเวทีอีกรอบ เพื่อรอรับดอกไม้ เอาไปรวมกับคะแนนโหวตในเนต เป็นผลป๊อปปูลาร์อะไรนั่น จากนั้นพี่พิธีกรก็ประกาศให้ส่งดอกไม้ได้ ก็มีคนทยอยเอามาให้เรื่อยๆ พวกเพื่อนๆ กันเองนี่แหละ ใครอยากให้คณะตัวเองชนะก็มาช่วยกัน แต่เพื่อนผมแม่งกวนตีนฉิบหาย เด็กวิดยาเกือบทั้งฝูง เสือกเอาดอกไม้ให้ผมหมดเลย ไอ้เดือนคณะมันนี่เหล่กูตาแทบหลุด แล้วเขาให้ได้คนละดอกด้วยไง เหมามากองไม่ได้ หนึ่งดอกต่อหนึ่งคนและหนึ่งเดือนดาว

สรุปผลเลยละกันครับ ผมได้ป๊อปปูลาร์โหวตจริงๆ แต่เดือนดาวประจำมอ คณะดุริยางค์ได้ไป ม้ามืดฉิบหาย แต่มองๆ ไปก็โอเคแหละ ดาวดุริยางค์อย่างน่ารัก ตัวเล็กๆ จิ้มลิ้มดี ส่วนเดือนดุอย่าถามผมครับ ไปถามคนอื่นเหอะ ไม่ได้มอง

“ปาล์ม! ปาล์ม!” เบ๊บแม่งแหกปากเรียกมาแต่ไกล พอผมหันไป ก็เจอมันโผเข้าใส่ เกือบรับไว้ไม่ทัน ล้มไปทั้งยืนนี่ภาพไม่น่าสวยเหมือนในละครนะไอ้ห่า

“ดีๆ เดี๋ยวล้ม” ผมดุเบาๆ มันเลยยืนใหม่ กอดผมตั้งหลัก แล้วเงยหน้าขึ้นมายิ้มแฉ่ง อดไม่ได้ที่จะบีบแก้มแม่งเล่นด้วยความหมั่นเขี้ยวสักที

“คืนนี้ไปฉลองกัน ที่ปาล์มได้ป๊อปปูลาร์โหวต” มันเปลี่ยนมากอดแขนผม ชวนไปเที่ยวกลางคืน เด็กวิดวะนี่ขึ้นชื่อเรื่องแดกเหล้าเคล้านารี แต่ไอ้เบ๊บคงเคล้าบุรุษเพศมากกว่าผมว่า แต่ผมอ่ะ เลิกเหล้าเลิกบุหรี่มาเป็นปีแล้วไง

“ที่ไหนวะ”

“ไปกับพวกแก๊บด้วย แล้วก็มีเพื่อนคณะเรา” มันมองไปทางด้านหลังผม แล้วตะโกนเรียกเพื่อนมัน “อ๊ะ คนนั้นไง เดือนวิดวะ เต็ม!”

“ไง เบ๊บ ไม่โหวตเราเลยนะ” ผมหันไปมอง เห็นเดือนคณะวิศวะเดินยิ้มมาแต่ไกล ขาวออร่ามาก ดูสำอางไม่เหมือนชุมนุมคนเถื่อนของวิดวะเลยว่ะ มิน่าถึงเด่นจนได้เป็นเดือนคณะ แล้วดูผมดิ สภาพแม่งเหมือนบ้านนอกเข้ากรุง ขนาดใส่ชุดนักศึกษาเหมือนกัน ยังรู้สึกแตกต่างกับพวกคุณชายในเมืองหลวง

“หวัดดี นี่เดือนอักษรป่ะ แย่งคะแนนเดือนวิดยา จนมันหน้าหงิกเป็นตูดเลย” รู้สึกไอ้เบ๊บจะเรียกมันว่า เต็ม มันหัวเราะใหญ่ ผมก็แค่ยกมุมปากเหมือนจะยิ้มก็ไม่ยิ้ม ขำก็ไม่ออก เสียวๆ โดนดักตีหัวอยู่เหมือนกันแหละ เดือนวิดยาแม่งตาเขใส่ทั้งงาน

“ก็ทำไงได้ล่ะ ปาล์มหล่อกว่านี่ แล้วเพื่อนๆ ก็รักปาล์มมากกว่า ปาล์มน่ารัก นิสัยดี”

“ชมแต่ปาล์มอ่ะ ไม่ชมเรามั่งเหรอ” ไอ้เดือนเต็มยื่นปากยื่นหน้าหยอกล้อกับไอ้ตัวเล็ก ต่อหน้าต่อตากูเลยนะพวกมึง

“เต็มมีคนอื่นชมเยอะแยะแล้วนี่”

“โหย แต่ปาล์มเขาได้ป๊อปปูลาร์นา ต้องมีคนชมเยอะกว่าเราสิ” หน้าแม่งมาใกล้เกินแล้วว้อย ไอ้ห่านี่ ผมเริ่มนิ่วหน้า จ้องไอ้เดือนวิดวะ ที่แม่งก็เหมือนจะสนใจอ้อล้อกับเบ๊บ จนลืมผมกันเลย

แล้วทำไมกูต้องหงุดหงิดวะเนี่ย

ทนไม่ไหว ผมดึงแขนไอ้ตัวเล็กให้ถอยห่างจากหน้าหล่อๆ ของไอ้เดือนวิดวะ แล้วหันไปพูดกับมันเสียงแข็งสุดๆ จนตัวเองยังต้องตกใจ

“ไหนบอกจะไปฉลองไรไง ไปได้ยังวะ เบ๊บ”

***

อ่านวนกันไปก่อน 555 อีกตอนน่าจะเสร็จทันก่อนไปข้างนอกมั้งนะ
 :pig4:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-10-2020 10:25:07 โดย Lambosasha »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2026
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-0

ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
7
มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก มันร้อนๆ รุ่มๆ ในอก หน้าก็ร้อน ตัวก็ร้อน มือก็ร้อนไปหมด

เวร...นี่กูเมาชัดๆ

ผมไม่ได้กินเหล้ามาเป็นปี เลยคออ่อนลงอัตโนมัติงั้นเหรอวะ นี่เพิ่งกระดกไปขวดเดียวเองนะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนทั้งลังยังไม่เมาเลยมั้ง ก็เว่อร์ไปครับ จริงๆ ผมไม่ได้คออ่อนอะไรขนาดนั้น นี่แค่กรึ่มๆ ยังมีสติดีอยู่ แต่ก็เหมือนสติจะหลุดๆ แหละ ยิ่งเห็นไอ้เบ๊บไปแรดกับคนอื่นยิ่งหงุดหงิด ร้อนเหมือนอยากจะระเบิดแม่งออกมาให้โลกรู้

ว่ามันเป็นเมียกูโว้ยยยยย

ทำไมผมต้องคิดอะไรแบบนี้ด้วยวะแม่ง ก็แค่เซ็กส์เฟรนด์ป่ะวะ ไอ้เบ๊บแม่งร่านไง หาที่ระบายไปทั่วแหละ น่าหงุดหงิดชะมัด ยิ้มเก่งมากนัก เดี๋ยวกูจะยิ้มให้เยิ้มเลย

ไม่รู้ผีห่าซาตานที่ไหนมาสิง ผมลุกพรวด คว้าไหล่ไอ้ตัวเล็ก ในตอนที่มันกำลังยิ้มร่าสนุกกับเพื่อนผู้ชายทั้งฝูงของมัน คนอื่นอ่ะผมรู้จักดี ยกเว้นไอ้เต็ม เดือนคณะวิดวะที่แม่งกะลิ้มกะเลี่ยใส่ไอ้เบ๊บตลอด ตอดเล็กตอดน้อย แตะเอวมั่ง ตูดมั่ง ไม่จับค...แม่งเลยล่ะวะ ไอ้สัส

“ปาล์ม?” เบ๊บเงยหน้ามองผมงงๆ “เมาเหรอ”

“เปล่า” ผมตอบเสียงแข็ง นิ่วหน้าจ้องตามัน “พาไปห้องน้ำหน่อยดิ”

“ทางนั้นไง ป้ายเบ้อเร่อ” ไอ้เต็มชี้นิ้วให้ ยักคิ้วใส่กูไปอีก กวนส้นตีนเหรอ ผมเหมือนควบคุมมือไม้ตัวเองไม่ค่อยได้ เกือบกระชากคอเสื้อมันแล้ว ดียังยั้งทัน เปลี่ยนเป็นคว้าคอไอ้ตัวเล็กแทน

“ไปช่วยหน่อย” ผมก้มลงกระซิบบอกมัน คนอื่นไม่มีใครสนใจเราหรอก นอกจากไอ้เต็มที่มองเหมือนสงสัย ส่วนไอ้เบ๊บก็หน้าขึ้นสีนิดๆ รีบดึงมือผมไปทางห้องน้ำทันที

พอถึงห้องน้ำ ผมก็ผลักมันเข้าไปในห้องสุดท้าย ล็อคประตูเสร็จสรรพ ปล้ำจูบแม่งจนมันสะดุ้ง แต่ก็โอบคอผมแล้วตอบรับกลับมาเมื่อตั้งตัวได้ ผมดันหลังมันชิดกำแพงห้องน้ำด้านที่ไม่ติดห้องอื่น รัวลิ้นใส่ปากมันเหมือนอดอยาก เออ ผมเมา เมาสุดๆ ทำอะไรลงไปวะเนี่ย

“โทษที กูจะฉี่” กลายเป็นผมที่ผละออกมาแบบค้างๆ คาๆ ยกมือขึ้นเช็ดน้ำลายที่มุมปากแล้วจะปลดกางเกง เบ๊บมองตามผมอย่างงุนงง หน้ามันยังแดงอยู่เลย

“ต้องช่วยจับมั้ยอ่ะ” มันแกล้งถามเย้าแหย่ หัวเราะคิกคัก

“อยากจับก็จับ” แล้วผมก็เสือกบ้าจี้ อนุญาตให้จับซะงั้น ขนาดอมยังปล่อยมันทำมาแล้วเลย ไม่อายหรอกครับ แล้วเบ๊บมันก็ยื่นมือมาช่วยจับให้จริงๆ ผมก็ยืนฉี่ทั้งแบบนั้นแหละ ปล่อยจนหมดก๊อก มือนุ่มๆ แม่งก็ยังลูบตามความยาวไม่เลิก ดวงตากลมๆ ใสๆ จ้องของผมตาวาว

“แข็งแล้วนี่”

“เอาลงดิ” มันมองหน้าผมเหมือนตกใจนิดๆ นอกจากคืนแรกที่ล่อกันแบบมาราธอนนั่น ผมแทบไม่เคยพูดหรือทำอะไรแบบนี้ก่อนเลย มีแต่มันเข้ามายั่วเอง จนผมทนไม่ไหว บางครั้งทนไหว ก็ไม่ทำด้วยซ้ำ เพราะผมหนีออกจากห้องไปก่อน นี่เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่ผมเอ่ยปากให้มันทำอะไรลามกๆ ได้เต็มที่

เบ๊บมันก็ใจง่ายโครตๆ คุกเข่าลงทันที ไม่มีอิดออด อ้าปากอมของผมเข้าปากไม่มีรังเกียจสักนิด ผมจิกหัวมันขึ้นมา

“ทำไมมึงร่านอย่างนี้วะ”

“อื้อ” แววตาของมันดุดันขึ้นมานิดหน่อย เหมือนไม่พอใจกับคำที่ผมใช้ ไม่จริงหรือไงวะ ก็มึงแม่งร่าน เอากูคนเดียวไม่พอ ไปแรดกับคนอื่นอีก ผมไม่อยากหยาบคายกับมันเลยนะให้ตาย แต่ผมเมาไงวะ ไม่ไหวจริงๆ ทำไมมันอยากรุนแรง เหมือนร่างกายต้องการปะทะ

ผมกระชากหัวมัน กดลงให้อมจนสุดโคน ปากมันนุ่มมาก ร้อนด้วย รู้สึกสุดยอด เหมือนจะแตกตอนที่ลิ้นสากเล็กๆ นั่นเลียเล็ม มันครางอู้อี้ในคอ น้ำตาเล็ด เพราะคงเข้าไปลึกจนถึงคอหอย แต่ก็พยายามจะดูดเลียสุดชีวิต จนผมแตกคาปากมัน ตอนที่ดึงออกมา น้ำคาวๆ ไหลทะลักเลอะเต็มปากมัน เห็นลำคอขาวๆ กลืนลงไปอึกใหญ่ ของมันเองก็เหมือนจะพองนูนอยู่ในกางเกง ผมเอาเท้าเหยียบลงไปเบาๆ มันครางในคอ หลับตาพริ้ม แก้มนี่แดงก่ำ ชอบสินะ

แต่ผมไม่ทำหรอก ผมดึงกางเกงขึ้นสวมตามเดิม แล้วเปิดประตู เดินออกไปจากห้องน้ำ ไอ้เบ๊บแทบจะกรี้ด แต่สภาพมันคือวิ่งตามออกมาไม่ได้ คงใช้เวลาจัดการตัวเองอีกพักใหญ่ ส่วนผมก็ไปบอกพวกไอ้แก๊บว่าขอกลับห้องก่อน แล้วก็กลับไปทั้งอย่างนั้นเลย

ผมใจร้ายเนอะ ไม่รู้โกรธอะไรมันเหมือนกัน แต่มันหยุดตัวเองไม่ได้ รู้สึกตัวเองโครตเลวที่แกล้งมันแล้วก็ทิ้งไว้แบบนั้น แต่มันก็เคยแกล้งผมมาตั้งเยอะนี่หว่า ถือว่าเอาคืนแล้วกัน

ผมกลับมาถึงห้อง อาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้วก็เข้านอน บางอย่างมันติดค้างในใจ แต่ผมคิดไม่ออกว่ามันคืออะไร

***

เบ๊บไม่กลับมาที่ห้อง

ผมตื่นมาไม่เจอมัน คงเมาแอ๋ไปนอนห้องใครมั้ง หรือไม่ก็ไปเอากับใครที่ไหนจนไม่ยอมกลับมาที่ห้อง แม่งเอ๊ย ผมหงุดหงิดห่าไรนักหนา มือขยี้หัวตัวเองจนผมจะร่วงทั้งกระจุกอยู่แล้ว รำคาญความคิดของตัวเองชะมัด

ผมอาบน้ำแต่งตัว วันนี้วันเสาร์ ไม่มีอะไรทำก็คงอ่านหนังสือเหมือนเคย ผมกินข้าวเช้าเสร็จ ก็เจอเพื่อนๆ ที่เพิ่งตื่นลงมากันในสภาพยังไม่สร่างดี

“เบ๊บไปนอนห้องใครวะ” ผมถามพวกไอ้แก๊บ พวกมันก็มองหน้ากัน

“รู้สึกว่าจะไปกับไอ้เต็มป่ะวะ” ไอ้ไทด์โพล่งขึ้นมา มีมที่เหมือนจะเห็นเหมือนกันก็เลยพยักหน้า

“เออๆ กูเห็นมันไปกับไอ้เต็ม”

ผมกำหมัดแน่น ไม่รู้ทำหน้าแบบไหน พวกมันสะดุ้งกันนิดหน่อย แล้วผมก็เดินจ้ำอ้าวเข้าหอไปเลย ไอ้พวกนั้นตะโกนเรียกก็ไม่ได้สนใจ

ผมแม่งเป็นอะไรวะ ทำไมช่วงนี้หงุดหงิดชะมัด มันอยู่กับไอ้เต็มเหรอ แล้วไงวะ? เกี่ยวอะไรกับผมล่ะ ผมไม่ได้เป็นอะไรกับมันสักหน่อย เบ๊บมันก็แค่ใช้ผมฆ่าเวลา เพราะอยู่กันแค่สองคน มันอยาก ผมเองก็อยาก ก็แค่นั้นเอง เราต่างคนต่างช่วยกัน แค่นั้น...เอง

ไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย ถ้าผมไม่ตัดสินใจพลาดในวันนั้น ถ้าผมรู้จักหักห้ามตัวเอง ผมกับมันคงยังเป็นแค่เพื่อนธรรมดาๆ ที่ไม่ต้องมานั่งคิดอะไรห่าเหวพวกนี้ให้ปวดหัว

บ่ายๆ ไอ้เบ๊บก็กลับมาที่ห้อง มาในชุดเดียวกับเมื่อวานนี้ มาถึงมันก็มองหน้าผมนิ่งๆ แล้วก็หมุนตัวเดินไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียงตัวเอง

โดนเอาจนเพลียหรือไง

ผมคิดพลางส่ายหน้า แม่งต้องได้กับไอ้ห่าเต็มแล้วแน่ๆ ไอ้นั่นมันจ้องจะฟันตาเป็นมันขนาดนั้น พักนี้คณะวิศวะมีเกย์เยอะขึ้นเนอะ ตอนแรกเห็นมีแต่เถื่อนๆ เหมือนลิงป่า

หงุดหงิดอีกแล้ว ผมแทบขยำหนังสือในมือทิ้ง แต่ก็ฝืนทน อ่านต่อแบบไม่คิดอะไร ตั้งสติให้มั่น ผมต้องเรียนให้จบด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง มันคือเป้าหมายของผม

เหลือบมองไป ไอ้เบ๊บยังนอนหันหลังให้ เงียบเชียบมาก ผมรู้สึกถึงเส้นกั้นบางๆ จากร่างเล็ก เล่นทิ้งมันให้ค้างในห้องน้ำผับแบบนั้น ใครไปเจอมันตอนนั้น มีหวังโดนเขาโทรมเอาแน่ๆ อ่ะ แต่ผมก็ยังทิ้งมันไว้ ไม่ใยดี

เลวเนอะ

ไม่มีสมาธิเลยว่ะ ผมโยนหนังสือลงบนเตียง ถอนหายใจเบาๆ พลางขยี้หัวตัวเอง ลุกออกไปสูดอากาศข้างนอกดีกว่า พอผมจะลุกไป ก็ได้ยินเสียง

“ฮึก...”

ผมขมวดคิ้ว หันกลับไปมอง แผ่นหลังเล็กๆ นั่นกำลังสั่นไหวเบาๆ แล้วก็ค่อยๆ หดเกร็ง เสียงสะอื้นดังขึ้น

รู้สึกเหมือนใจหาย

ลำคอของผมแห้งผาก มันไม่มีเสียงออกมา ผมไม่เคยเห็นเบ๊บร้องไห้แบบนี้เลย

ไอ้เกย์บ้ากาม วันๆ คิดแต่เรื่องใต้สะดือ ลามกจกเปรต เอาแต่ใจ ชอบข่ม แถมยังขี้อ้อน กำลังร้องไห้ตัวสั่นเหมือนเด็กเล็กๆ ตัวมันก็เล็กอยู่แล้ว ตอนนี้เหมือนยิ่งเล็กลงไปใหญ่ มันงอตัวกอดเข่าตัวเอง อย่างกับทารก

หัวใจผมเหมือนถูกบีบ

“ร้องไมวะ” ผมเค้นเสียงถามออกไปได้ในที่สุด เดินไปแตะไหล่มันเบาๆ มันสะดุ้งตัวสั่น

“ฮึก...ก็ปาล์ม...ทิ้งเรา”

ผมกลืนน้ำลาย นั่งลงข้างๆ แล้วลูบหัวมันเบาๆ

“ขอโทษแล้วกัน” ไม่มีอะไรจะพูดมากกว่านี้แล้วจริงๆ ผมผิดเองแหละ ไม่น่าไปอารมณ์เสียใส่มันแบบนั้น

“เราไปทำอะไรให้” มันถามเสียงเครือ สะอื้นไม่หยุด จนผมต้องอุ้มมันขึ้นมากอดไว้ มันก็ยอมให้ผมกอด ไม่ได้ขัดขืนอะไร

“กูขอโทษ”

“ไม่เอาคำขอโทษ เราอยากรู้ว่าโกรธอะไรเรา” มันผลักอกผมออก น้ำตานองหน้าเลย ปากเบี้ยวเชียว แต่ก็น่ารัก

“ไม่ได้โกรธหรอก แค่หงุดหงิดนิดหน่อย” ผมพ่นลมหายใจ ลูบแก้มมันเบาๆ เช็ดคราบน้ำตาออกให้ “เลิกร้องได้แล้ว หิวป่าว ไปหาไรกินมั้ย”

“หงุดหงิดอะไร” มันยังสงสัยไม่เลิก แต่ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมไง

“ก็ไม่รู้ไง กูก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน มันหงุดหงิด แค่อยากแกล้งมึงเฉยๆ” ผมเริ่มนิ่วหน้า มันเลยเบะปากเหมือนจะร้องอีก ผมไม่อยากเห็นมันร้องไห้ ก็เลย...จูบปากมันเบาๆ เบ๊บตาโต เหมือนจะประหลาดใจ เพราะมันเป็นจูบที่ต่างจากครั้งไหนๆ

เพียงแค่สัมผัสเบาๆ เท่านั้น แต่กลับทำให้หัวใจเต้นแรง

สองมือของผมประคองแก้มของมันไว้ ปลายจมูกเราแตะกัน ผมมองตามันนิ่งๆ

“เลิกร้องได้ยัง”

มันส่ายหน้า ไอ้นี่ อยากให้ผมจูบอีกทีสินะ มามุกนี้ ผมคลี่ยิ้มอย่างเอ็นดู รู้นิสัยมันดี เลยยอมประกบปากอีกครั้ง มันเป็นจูบที่ไร้ราคะ อ่อนนุ่มและอบอุ่น

พอละริมฝีปากออกมา มันก็ยิ้มกว้าง จนตาหยี แม่งโครตน่ารัก

และไอ้ที่ใจเต้นรัวอยู่นี่ คงไม่ใช่ว่าผม...


เป็นโรคหัวใจหรอกนะ?

***

จบบบบบ เฮ้ยยย ล้อเล่น
เราหาเนื้อหาสาระของเรื่องไม่เจอจริงๆ 555  :pig4:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-10-2020 13:57:56 โดย Lambosasha »

ออฟไลน์ wutwit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 279
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-2
แหมมมม เซ็กเฟร็น เริ่มมีหึงละเว้ย

ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
8
เบ๊บ
เย้! ปาล์มหึงเราด้วยล่ะ ปาล์มหึง หึง หึง!

เนี่ย ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์จ้างไอ้เต็มมาช่วย ตอนปาล์มหึงแม่งโครตน่ารักเลย หึงโหดด้วย แต่เสียดายนิดหน่อย นึกว่าจะโดนจัดหนักๆ สักที แต่ปาล์มแม่ง ก็สมเป็นปาล์มจริงๆ โมโหแล้วก็ทิ้งเราให้ค้าง แต่เราไม่โกรธหรอกนะ เราชอบซะอีกที่ปาล์มเริ่มแสดงตัวตนจริงๆ ออกมา ความดิบเถื่อนที่มันซ่อนอยู่ ที่เราค้นหา ที่เราต้องการ

แต่ตอนที่แกล้งร้องไห้ ไม่คิดว่าปาล์มจะจูบแบบนั้นหรอกนะ เลยตกใจนิดหน่อย อ่อนโยนมากกกก ขอกรี้ดได้มั้ย ไม่มีใครอิจเราใช่มั้ยนะ ที่จะได้แฟนหล่อเท่เรียนเก่ง เอาเก่ง หมายถึงเอาใจเก่ง อิๆ

เนี่ย เหลือแค่ให้ปาล์มมันรู้ตัวว่าชอบเรา มันหลงเราแล้วแน่ๆ แค่ปาล์มพูดมาคำเดียวว่าชอบเรา เราจะตกลงทันที อยากได้ตัวสั่นไปหมดแล้ววววว แต่เราจะไม่ยอมบอกชอบปาล์มก่อนหรอก เดี๋ยวมันจะได้ใจ ปาล์มมันไม่ได้โง่หรอก มันแค่ซื่อบื้อ แล้วก็เป็นพวกตามน้ำ แบบโดนจูงง่าย ถ้าเราบอกว่าเราชอบมันก่อน มันก็จะตามน้ำไปงั้นๆ ไม่ใช่ความรู้สึกจริงๆ เราอยากให้มันรู้สึกด้วยตัวเอง ว่ามันชอบเราจริงๆ มากกว่า เพราะแบบนั้นมันจะได้หลงเราแบบหัวปักหัวปำเลยไง

“อือ” ดูสิ หน้าตอนหลับก็ยังหล่ออ่ะ น้ำลายยืดนิดหน่อย แต่ไม่รังเกียจหรอก เราชอบน้ำลายของปาล์ม ชอบให้มันเปียกอยู่บนตัวเรานี่แหละ อ๊า คิดแล้วก็อยากโดน แต่เมื่อคืนปาล์มไม่ยอมทำอ่ะ แค่จูบแล้วก็นอนกอดกันเฉยๆ

“ทำไมมึงตื่นก่อนวะ” อุ้ย พอลืมตามาเห็นเรานอนมองอยู่ก็นิ่วหน้าใส่เลย น่ารักกกกก หน้าบึ้งๆ นี่แหละโครตเท่ แบดบอยสุดๆ เรารีบเอาหัวไถแขนปาล์ม

“ก็อยากมองหน้าตอนหลับมั่ง” เรายิ้มเขิน เรารู้ว่าปาล์มชอบคนน่ารัก ขี้อ้อน เราต้องอ้อนเยอะๆ แรกๆ เราพยายามทำตัวให้กลมกลืนกับปาล์ม แต่มันก็ไม่แนวเท่าไหร่อ่ะ เราเถื่อนไม่ขึ้น ก็ดูตัวเราสิ จะมามึงๆ กูๆ ด่าหยาบๆ ก็ทำไม่ได้ไง เวลาอยู่กับปาล์มเราอยากอ้อน อยากพูดหวานๆ ด้วยมากกว่า

“งั้นก็เลิกมองได้ละ กูจะไปอาบน้ำ ลุก!” หูยยย เสียงดุมาเชียว ปาล์มชอบทำเป็นดุ แต่จริงๆ ใจดีกับเรามาก ไม่รู้ว่าปาล์มรู้ตัวมั้ยว่าตัวเองน่ะเป็นคนใจดีแค่ไหน เรารู้สึกเหมือนบางมุม ปาล์มมีอะไรอยู่ในใจ ดูเครียดๆ ในบางครั้ง ไม่น่าจะเป็นเรื่องเรียนด้วย แต่ปาล์มไม่ค่อยเล่าเรื่องตัวเองเท่าไหร่ เราก็ยังไม่กล้าถามลึกขนาดนั้น

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวกันเสร็จ เราก็กอดแขนปาล์มออกไปกินข้าวด้วยกัน เพื่อนๆ ก็ดูรู้กันแหละ เพราะเราหวงของเรามาก ใครจะมาเข้าใกล้ เราจะคอยตาขวางใส่ ทั้งที่ปาล์มหล่อขนาดนี้ แต่ไม่มีผู้หญิงหรือเก้งกวางคนไหนมาตามรุม เพราะเราเลยล่ะ เราชอบไลฟ์เวลาอยู่ในห้องกับปาล์มด้วย ประกาศให้รู้ว่านี่ผัวเรา! ห้ามใครแตะ อิๆ

“อย่ามัวแต่เล่นดิวะ” อิๆ แกล้งติดมือถือเข้าหน่อย ปาล์มก็ตักข้าวป้อนใส่ปากแล้ว แบบนี้ไม่ให้รักได้ไงอ่ะ ตักป้อนเราแล้วก็ใช้ช้อนเดียวกันตักข้าวตัวเองกินต่อ พวกสาววายแถวนี้นั่งกรี้ดกันเป็นแถว แต่ปาล์มไม่เคยรู้ตัวเลย ฮ่าๆ เพื่อนก็อยู่กันนะ แต่ปาล์มมันคงชินมือ ไม่แยแสรอบข้างจริงๆ เล้ย น่ารักชะมัด

เราเคยมีแฟนเมื่อสมัยมัธยมมาคนนึง แรกๆ ก็ดูแลดี คอยมาถือกระเป๋านักเรียนให้ ไปรับไปส่งที่บ้าน มีจูบกันนิดหน่อย ลูบๆ คลำๆ ตามประสา แต่ไม่เคยมีอะไรกันจริงๆ หรอก เราเรียนโรงเรียนชายล้วน ผู้ชายบางคนก็แค่เหมือนเหงา เลยมาคบเราเล่นๆ แต่พอจะต้องออกนอกโรงเรียน จับมือกัน ทำเหมือนเป็นแฟนกัน มันก็ไม่ค่อยอยากทำ เหมือนอายสังคม ไม่กล้าเปิดเผย น่าเบื่อเนอะคนพวกนั้น ตอนเจอปาล์ม เราก็ไม่มั่นใจหรอกว่ามันจะรับเราได้แค่ไหน แต่จากที่ปาล์มทำให้เรา เราเลยมั่นใจว่า ถ้าได้เป็นแฟนกัน ปาล์มไม่มีทางอายที่ต้องเดินจูงมือเรา หรือกอดเรา

ก็ขนาดไม่ได้เป็นแฟน ยังกล้าทำในสิ่งที่เพื่อนทั่วไปเขาไม่ทำกันขนาดนี้แล้ว แถมไม่แคร์ใครเลย โครตดีจริงๆ

อยากให้ปาล์มรีบๆ บอกชอบเราเร็วๆ จัง รีบบอกสักทีสิ เจ้าทึ่ม!

***

ปาล์ม
พักนี้ไอ้เบ๊บทำตัวประหลาดขึ้นทุกที จริงๆ แม่งก็เป็นคนพิลึกมาตลอดแหละ แถมจัญไรด้วย แต่ไอ้ที่มันทำช่วงนี้เป็นความประหลาดในแบบอื่น

“ซื้อมาทำไมเนี่ย กูไม่ใส่หรอกนะ” ผมมองสร้อยคอที่มันจะยัดเยียดเอามาใส่ที่คอผม แม่งนึกถึงปลอกคอหมา ไม่มีทางรับมาใส่แน่ๆ

“น่า มันเหมาะกับปาล์มออก ใส่ให้ดูนิดเดียวก็ได้ แล้วจะถอดก็ค่อยว่ากัน” มันช้อนสายตาขึ้นมองปริบๆ

ผมถอนหายใจ “เออๆ” ยอมมันจนได้ ผมนั่งลงบนเตียง เบ๊บก็คลานไปโอบมาจากด้านหลัง สวมสร้อยให้ผมอย่างตั้งอกตั้งใจ มีฮัมเพลงลัลลามาก

“เนี่ย ดูสิ ใส่แล้วเท่ออก” มันว่า ผมเอามือแตะสร้อยเงินที่คอ เป็นสร้อยเส้นบางๆ แบนๆ เรียบๆ แม่ง รู้สึกเหมือนปลอกคอจริงๆ ด้วย

“ใส่ให้ดูแล้ว ถอดได้ละ”

“หูยยย ไม่เอาดิ ใส่ไปเที่ยวด้วยกันก่อน ไหนบอกว่าจะพาเบ๊บไปดูหนังไง”

ผมหรี่ตามองมันที่กำลังเกาะแขนออดอ้อน ใครบอกมันวะ แม่งมาร้องกระจองอแงบอกว่าเบื่ออยู่หอ บ้านช่องไม่ยอมกลับเอง ทีงี้มาบ่นเบื่อ ผมรำคาญ เลยบอกจะพาไปขี่รถเล่น ไปๆ มาๆ กลายเป็นต้องพาไปดูหนัง? มาตอนไหน กูพูดตอนไหน?

“แล้วเนี่ย เดี๋ยวเลือกชุดให้ เสื้อผ้าดีๆ ก็มี ไม่ค่อยจะใส่เลย จะขนมาทำไมให้รกตู้” มีบ่นๆ แค่เสื้อผ้าจะเลือกห่าไรนักหนา หยิบได้อะไรผมก็ใส่แบบนั้นแหละ

ไอ้ตัวเล็กยืนเลือกเสื้อผ้าแล้วหยิบโยนออกมาวางกองบนเตียงสามสี่ชุด ก่อนจะหันมาท้าวสะเอวมองหน้าผม ผมก็เอียงคอมองหน้ามัน

“ลองดิ จะดูว่าอันไหนใส่แล้วหล่อสุด”

“เรื่องเยอะ” ผมหาววอดๆ มัวเลือกเสื้อผ้าปาเข้าไปสิบโมง กว่าจะออกไปถึงห้างฯ พอดีเย็น เอาเวลาที่เสียไปมานอนกลางวันดีกว่า กลางคืนแม่งก็ไม่ค่อยจะได้นอน

“เร็วๆ น่า” มันดึงแขนผมให้ลุกขึ้นยืน แล้วก็จับผมลองชุด สรุปลงตัวที่เสื้อยืดสีขาว ทับด้วยแจ๊คเกตสีดำแดงกับยีนส์ขาดๆ สีดำ พ่วงด้วยสร้อยคอที่มันให้มาเมื่อกี้ ตามด้วยรองเท้าผ้าใบสีแดงคู่โปรดของผม มีอยู่คู่เดียวนี่แหละ อีกคู่ก็รองเท้าหนังใส่ไปเรียนละ

มันจับผมมายืนหน้ากระจก แล้วก็ช่วยเซตผมให้นิดหน่อย ผมเป็นคนผมน้อย มันเลยจะดูฟูๆ หน่อยที่ย้อมสีแดงๆ เพื่อให้มันดูสว่างๆ มีโวลุ่ม

“อ่ะ หล่อแล้ว ไปได้”

“เออ กว่าจะได้ไป แวะแดกข้าวกลางวันก่อนเลย” ผมพูดแดกดันมันไป ก่อนจะเปิดประตูให้คุณชายเบ๊บตามเคย

***

เบ๊บมันเลือกหนังที่จะดู ซื้อตั๋วที่เครื่องขายอัตโนมัติเสร็จสรรพ ก็วิ่งดุ๊กดิ๊กมาหาผมที่นั่งรออยู่ เพราะผมบอกว่าอยากดูอะไรก็ดูเลย ไม่ถนัด ค่าตั๋วต่างคนต่างออก ทีแรกมันบอกจะจ่ายให้ แต่ผมไม่เอา

“นี่ เทอมหน้าเราย้ายไปอยู่หอนอกมั้ย จะได้มีห้องน้ำในตัว” จู่ๆ ไอ้เบ๊บก็ถาม ผมกำลังนั่งอ่านเรื่องย่อหนังที่จะดู

“มึงก็ย้ายไปสิ กูอยู่ได้”

“โหย ก็เราอยากอยู่กับปาล์ม หอนอกมีตู้เย็นด้วยน้า” มาเกาะแขนง้องแง้งใส่อีกแล้ว

“มันเปลือง”

“เราออกให้หมดเลย ทั้งค่าห้องค่าน้ำค่าไฟ”

ผมกลอกตาไปมา “ถ้าอย่างนั้นมึงก็ออกไปอยู่คนเดียวง่ายกว่า ไว้กูแวะไปเยี่ยม”

“ไม่เอา ฮือออ” นั่น เบะปาก จะร้องอีกแล้ว แม่ง น่ารำคาญจริงๆ ต้องปลอบเด็กอีกแล้ว ผมถอนหายใจ ก่อนจะหันหน้าไปหามันแล้วก็ทำอย่างที่เคยทำเวลามันร้องงอแง

จุ๊บ

มันนิ่ง เสียงร้องไห้หายไปทันทีเหมือนไฟโดนตัด ก่อนที่สีแดงจะค่อยๆ ลามจากใบหูจนฉาบทั่วทั้งใบหน้าและลำคอของมัน

พอเห็นแบบนั้นแล้ว ไม่รู้ทำไม ผมถึงกับหลุดยิ้มออกมา

***

สุดท้ายของวันนี้ละจ้า ไม่อยู่บ้าน 2 วันเช่นเคย กลับมาอังคาร ถ้าคอมว่าง อาจจะมานั่งแต่งต่อได้
 :pig4:

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 280
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0
ปาล์มนี้พระเอกทึมและปากหนักอีก หึงหวงเบ๊บด้วยนะ ส่วนนายเอกก็ทำตัวน่ารักงุ้งงิ้ง
สักวันปาล์มจะหลงหัวปักเลยและ  :hao3:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด