☁▧☀▧☁ คิด(ไม่)ถึง .. คะนึง(ไม่)หา ☁▨☀▨☁ ๐๔/๕/๖๔ ‡ บทที่ ๒๙ {ครึ่งหลัง} หน้า ๑๓
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ☁▧☀▧☁ คิด(ไม่)ถึง .. คะนึง(ไม่)หา ☁▨☀▨☁ ๐๔/๕/๖๔ ‡ บทที่ ๒๙ {ครึ่งหลัง} หน้า ๑๓  (อ่าน 14448 ครั้ง)

ออฟไลน์ แก่ เหี่ยว เคี้ยวยาก

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 163
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ไม่มีความคิดเห็น

มีแต่ความเป็นห่วง คุณผอบ

อย่าทิ้งกันนาน แบบนี้อีกนะ

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5345
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ anterosz

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 794
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +111/-1
มั่นทำได้ดีมาก

รอตอนต่อไปครับ

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7768
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12

ออฟไลน์ :นางสาวผอบ:

  • ความเคลื่อนไหวในเงามืด
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 177
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +647/-4
บทที่ ๒๙ (ครึ่งหลัง)



ครั้งแรกที่แขไขได้รู้จักกับจีรัชญ์ก็ราวปีก่อน ในตอนนั้นเธอมาดูงานกับทีมงานในบริษัท ขับรถมาเองคนเดียวจนหลงมาทางถนนของวังปริพัตร ขับวนอยู่นานเพื่อหาทางออกแต่แล้วน้ำมันหมด เธอจอดรถหลบอยู่ข้างทางก็เจอหนุ่มใจดีให้ความช่วยเหลือ พอถามไปถามมาจึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายมีบ้านอยู่แถวนี้ และนั่นคือจีรัชญ์นั่นเอง

แขไขรู้สึกถูกชะตาต้องใจผู้ชายคนนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ อาจด้วยหน้าตา รูปร่าง และความมีน้ำใจทำให้จีรัชญ์ได้ใจเธอไปตั้งแต่วันนั้น เธอจึงพยายามสานสัมพันธ์กับอีกฝ่ายให้มากที่สุด แม้จีรัชญ์จะดูเป็นคนเก็บตัวและไม่ค่อยสุงสิงกับใครก็ตาม แต่เธอก็ยังเข้าหาอีกฝ่ายจนได้ผูกมิตรกัน ถึงขนาดยอมลงมาที่นี่ทุกเดือนหาข้ออ้างสารพัดเพื่อจะได้พบหน้าจีรัชญ์

เธอยอมรับว่าในตอนนั้นเธอรู้สึกดีกับจีรัชญ์มากจนเอ่ยปากบอกอีกฝ่ายไปตรงๆ ว่ารู้สึกอย่างไร แต่ถึงอย่างนั้นจีรัชญ์ก็ให้ความเงียบเป็นเพียงคำตอบ สีหน้าที่แม้จะมีรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก แต่สายตากลับเฉยชาไร้ความรู้สึก ราวกับว่าอีกฝ่ายไม่ต้องการมีความรักและไม่คิดจะรักใคร

หญิงสาวจากเมืองกรุงยังไม่ละความพยายามในการเอาชนะใจจีรัชญ์ เธอยังคงเหนี่ยวรั้งอีกฝ่ายไว้ด้วยคำว่ามิตรภาพ จนกระทั่งจีรัชญ์ยอมเปิดใจที่จะให้เธอเข้ามาในวัง สถานที่ที่อีกฝ่ายหวงแหนไม่แม้แต่จะให้ใครคนอื่นได้เข้ามา เธอรู้สึกว่าจีรัชญ์เปิดใจให้กับเธอมากขึ้น และทุกอย่างก็ดูเป็นไปได้ดีจนลูกน้องที่ทำงานเริ่มพูดกันมากขึ้นว่าเธอกับเขาเป็นคู่รักกัน

จีรัชญ์ไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้แขไขจึงไม่ได้แก้ข่าวในเรื่องนี้ เพราะสำหรับตัวจีรัชญ์ที่ยอมรับในชะตากรรมของตนเอง เขาคิดว่าหากชาตินี้จะผูกไมตรีกับผู้หญิงสักคนก็คงได้ แม้ใจจะไม่ได้รักเหมือนที่ตนรักคุณปราณก็ตาม จีรัชญ์ยอมให้แขไขเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้เข้าใกล้ตัวเขามากกว่าใครอื่น แต่คนทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคนมีเส้นบางๆ กั้นอยู่เสมอ

ใจของไอ้หาญที่ถอดใจเรื่องของคุณปราณแล้ว ทำให้ตนเองยอมที่จะเปิดรับแขไขเข้ามาในชีวิต นอกเหนือจากคนอื่นที่เขาคบหาไว้เพื่อผลประโยชน์ในการปกปิดตัวตน จนกระทั่งจีรัชญ์ได้มาเจอณิช และทุกสิ่งทุกอย่างที่คิดไว้จึงผิดแผนจากที่คาดคิดไว้ทั้งหมด

“ที่นี่ร่มรื่นดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาก ทั้งที่แค่เปลี่ยนแปลงข้างในตัวตึกไปไม่เท่าไหร่ แต่มันทำให้วังดูน่าอยู่มากกว่าเมื่อก่อนขึ้นเยอะเลยนะคะ” แขไขพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มสวยบนใบหน้า เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณสระบัว เธอได้มาที่นี่นับครั้งได้เพราะจีรัชญ์มักจะให้เธอพักในตัวเมืองมากกว่า เธอเคยถามว่าทำไมถึงให้เธอไปพักที่อื่น ทั้งที่วังแห่งนี้มีห้องว่างตั้งหลายห้อง แต่จีรัชญ์กลับตอบแค่เพียงว่าไม่สะดวก

จีรัชญ์มองหญิงสาวที่ยังคงทำตัวเหมือนเดิม รอยยิ้ม ความสดใสในวัยเลข 3 ของแขไขยังมีเหมือนเดิม เพียงแต่ความรู้สึกดีๆ ที่อีกฝ่ายมอบให้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกกับเธอมากกว่านั้น เขายอมเปิดรับแขไขเข้ามาในชีวิต แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเปิดใจให้ใครอื่นเข้ามา เพราะหัวใจของไอ้หาญเป็นของคุณปราณมาเนิ่นนาน และไม่สามารถรักใครได้อีกแล้ว

"คุณแขครับ ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย" จีรัชญ์พูดน้ำเสียงจริงจังจนแขไขต้องหันมอง เธอลอบยิ้มในใจเพราะคาดหวังว่าเรื่องที่อีกฝ่ายจะพูดคงเป็นเรื่องแต่งงาน ถึงแม้จีรัชญ์จะไม่เคยพูดคำว่ารักกับเธอเลยก็ตาม แต่การที่ผู้ชายโลกส่วนตัวสูงเสียดฟ้ายอมให้เธอได้เข้าถึงขนาดนี้ เธอก็คงเป็นผู้หญิงที่จีรัชญ์เลือกแล้ว

แต่แน่นอนว่าความคิดเหล่านั้นเธอล้วนคิดไปเองทั้งสิ้น

“ผมขอโทษที่ทำให้คุณต้องมาเสียเวลากับคนอย่างผม และผมอยากให้เรื่องระหว่างเราจบกันเพียงแค่นี้ครับ" แต่คำพูดของจีรัชญ์เหมือนมีใครเอาค้อนมาทุบหัว แขไขอึ้งไปไม่น้อยเพราะนอกจากมันจะไม่เป็นดั่งเธอหวังแล้วยังเป็นเรื่องใหญ่กว่าด้วย

"ทะ...ทำไมคะ"

"เพราะผมไม่ได้รักคุณ" คำตอบซื่อตรงคงดีที่สุดที่จะทำให้หญิงสาวตรงหน้าไม่ค้างคาไปมากกว่านี้

"แขไม่เข้าใจ ที่ผ่านมาคุณดีกับแขมาตลอด คุณไม่มีใครคบหาดูใจอยู่ เราเข้ากันได้ดีไม่ใช่เหรอคะ หรือแขทำอะไรผิดคุณบอกแขได้ไหมคะ" ตอนนี้เธองงไปหมดจนคิดว่าจีรัชญ์หลอกอำเธอรึเปล่า แต่สีหน้าและน้ำเสียงที่จริงจังของชายหนุ่มก็ดูจะจริงเกินกว่าจะโกหกตัวเองได้ว่าฝ่ายนั้นล้อเล่น

"คุณไม่ผิด แต่ผมผิดเองที่ไม่ชัดเจนกับคุณมาตั้งแต่แรก" แขไขตัวชาพร้อมใจที่ปวดหนึบ จริงอยู่ที่ผ่านมาจีรัชญ์ไม่ได้แสดงออกกับเธอหวือหวาดั่งเช่นคู่รักทั่วไปก็จริง แต่เธอก็รู้สึกกับเขามากกว่าเพื่อนชายและเธอก็แสดงออกชัดเจน

“ถ้าคุณไม่คิดจะรักแขตั้งแต่แรกแล้วคุณให้ความหวังแขทำไมคะ”

คำถามนี้ของหญิงสาวทำจีรัชญ์เงียบไป ไม่ใช่เขาอึ้งจนตอบไม่ได้ แต่เพราะเขาไม่สามารถตอบให้หญิงสาวเข้าใจได้ ทุกอย่างมันคือโชคชะตาที่เขาพยายามกำหนดด้วยตัวเองแล้ว แต่ท้ายสุดก็ทำไม่ได้เพราะจุดบรรจบมันก็ยังเหมือนเดิม

ตอนแรกที่เขายอมเปิดใจคุยกับแขไข ให้แขไขได้เป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เข้าใกล้เขามากที่สุดนั่นเพราะเขาตัดใจเรื่องคุณปราณไปแล้ว ไอ้หาญยอมที่จะไม่ตามหาและฝืนชะตาด้วยการไม่ข้องเกี่ยวกับคนชื่อปราณอีก แต่ใครเลยจะรู้ว่าการที่เขาถอดใจนั้นมันแค่ยืดเวลาออกไปก็เท่านั้น เพราะท้ายสุดคุณปราณในชาตินี้ก็เอาชนะใจเขาได้อยู่ดี

เพี้ยะ!

แรงจากฝ่ามือกระทบผิวแก้มไม่เบานักจนเกิดเสียง แขไขตบหน้าจีรัชญ์ที่ยืนเงียบไม่พูดไม่จา ในตอนนี้เธอโกรธจีรัชญ์แต่มันก็โกรธได้ไม่สุดใจ เพราะลึกๆ แล้วเธอก็รู้อยู่ว่าจีรัชญ์เหมือนกำลังรอใครบางคนอยู่ ในแววตาของจีรัชญ์ตอนอยู่กับเธอไม่ได้ฉายแววมีความสุขอย่างคนที่กำลังมีความรัก มันเฉยชาแต่เธอกลับมองข้ามเพราะรู้สึกชอบอีกฝ่ายมาก

เธอมองข้ามทุกสิ่งทุกอย่างไป ยิ่งได้ยินคนอื่นพูดเรื่องของเธอกับจีรัชญ์ก็ยิ่งรู้สึกดี เหมือนเธอได้ครอบครองหัวใจผู้ชายคนนี้เข้าจริงๆ เธอเคยพูดเรื่องที่ลูกน้องในบริษัทลือกันว่าคนเหล่านั้นคิดว่าเขากำลังจะแต่งงานกัน แต่จีรัชญ์นิ่งเงียบไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ซึ่งมันยิ่งทำให้เธอคิดไปไกล ก่อนจะถูกกระชากกลับมาให้เจอกับความจริงในวันนี้ว่าจีรัชญ์ไม่ได้รักเธอเลย

“ถ้าคุณยังมีความเป็นสุภาพบุรุษหลงเหลืออยู่ก็บอกแขมาค่ะว่าคนนั้นคือใคร” แขไขพูดเสียงเรียบ เธอข่มเสียงไว้ไม่ให้สั่น แต่ความเสียใจที่อัดแน่นอยู่ในอกก็กลั่นออกมาเป็นน้ำตาที่ไหลลงอาบแก้ม เธอจ้องหน้าจีรัชญ์ที่หลบสายตาเธอเพียงแวบเดียวก่อนจะตอบออกมา ซึ่งมันทำให้เธออึ้งกับคำตอบอีกครั้ง

“ผมรักคุณณิช”

แม้จะตะหงิดใจอยู่บ้างแต่ก็ไม่คิดว่าความสัมพันธ์ของจีรัชญ์กับณิชจะไปไกลถึงขั้นนี้ จีรัชญ์แสดงออกกับณิชต่างจากที่เคยแสดงออกกับเธอ มันไม่ใช่เรื่องการกระทำแต่เป็นสายตาที่อีกฝ่ายมองณิชอย่างลึกซึ้ง เธอคิดว่าตัวเองคิดมากไปแต่แท้จริงแล้วสิ่งที่เธอคิดนั้นคือความจริงที่ยากจะยอมรับ

เธอควรโกรธจีรัชญ์มากกว่านี้ แต่การที่จีรัชญ์หันไปชอบผู้ชายมันก็ห้ามกันไม่ได้

“แล้วณิชรักคุณไหม” แขไขกลั้นใจถามกลับ จีรัชญ์ไม่ตอบแต่แววตาที่มีความสุขของจีรัชญ์ก่อนหน้านี้ก็คือคำตอบที่ชัดเจนแล้วว่าคนทั้งสองใจตรงกัน

“ผมไม่ว่าอะไรเลยถ้าคุณจะโกรธและเกลียดผม แต่คุณณิชไม่เกี่ยวอะไรด้วย เป็นผมเองที่ไม่หักห้ามใจ ขอคุณอย่าถือโทษเขาได้ไหมครับ”

แขไขไม่รู้เรื่องความสัมพันธ์และคำสาปที่ผูกพันกันมาของพวกเขา เพราะฉะนั้นอธิบายอะไรไปอีกฝ่ายก็ไม่เข้าใจอยู่ดี และที่เขาบอกว่าไม่ห้ามใจนั้นก็เป็นเรื่องจริง ถ้าเขาฝืนโชคชะตาให้มากกว่านี้ เขาอาจจะรักแขไขขึ้นมาก็ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่อยากให้หญิงสาวต้องพาลโกรธณิช ที่เขาบอกกับแขไขเรื่องรักณิชไปตรงๆ นั้นก็เพื่อไม่เป็นการดูหมิ่นความรู้สึกของแขไขที่มอบให้เขา แต่เป็นการให้เกียรติแขไขให้มากที่สุดเท่านั้น

“แค่พูดมันก็ง่ายนะคะ แต่ตอนนี้แขจะทำอะไรได้ล่ะคะ นอกจากมองดูพวกคุณรักกันส่วนแขก็โดนทิ้ง” อดที่จะประชดประชันออกมาไม่ได้ เธอหัวเราะในลำคออย่างนึกสมเพชตัวเอง อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้วแต่ดันมาอกหัก ทั้งที่คนรุ่นราวคราวดียวกันมีครอบครัวมีลูกกันไปนานแล้ว

จีรัชญ์ปล่อยให้แขไขอยู่ที่ศาลาต่อไป เขาหลบเลี่ยงออกมาเพื่อให้อีกฝ่ายได้ใช้เวลากับตัวเอง จะก่นด่าหรือแค้นเคืองเขามากแค่ไหนก็สุดแล้วแต่เจ้าตัวจะทำ แต่เขาได้พูดสิ่งที่อยู่ในใจและรับผิดชอบต่อความรู้สึกของหญิงสาวไปหมดแล้ว

*

วันรุ่งขึ้นณิชและพวกผ้องเตรียมกลับกรุงเทพฯ แม่บ้านต่างมายืนรอส่งพวกคนกรุงที่กำลังจะกลับกันแล้ว ครั้งนี้บอยจะขับรถเขากลับไปเช่นเดิมโดยมีพี่โอ๋นั่งไปเป็นเพื่อน ส่วนเขากับมิ้งจะกลับกันทางเครื่องบิน โดยไฟลต์บินของเขาจะไปตอนบ่าย พี่โอ๋และบอยจึงขับรถออกไปก่อน เหลือก็แต่เขาสองคนที่กำลังรอให้จีรัชญ์ขับรถไปส่งที่สนามบิน

และสาเหตุที่เขานั่งรถทางไกลนานๆ ไม่ได้นั้นก็ได้รับการไขให้กระจ่างแล้ว ว่าที่เขากลัวการนั่งรถนานๆ นั่นก็เพราะในอดีตครอบครัวของเขาประสบอุบัติเหตุ มันคงเป็นเรื่องอ่อนไหวที่ส่งผลมาจนถึงเขาในชาตินี้

ส่วนแขไขนั้นนั่งเครื่องบินกลับไปก่อนแล้ว เขาคิดว่าคงเพราะเรื่องที่จีรัชญ์พูดอย่างแน่นอนที่ทำให้เจ้านายของเขาหนีกลับไปก่อนแบบนี้ เดี๋ยวไปเจอกันอีกทีที่กรุงเทพฯ เขาคงต้องเตรียมรับมือดีๆ เพราะไม่รู้ว่าแขไขจะทำกับเขาอย่างไร

“ขอให้เดินทางปลอดภัยนะคะ” ป้าแจ่มกล่าวอวยพร หญิงสูงวัยมีน้ำตาเอ่อคลอเมื่อต้องจากลากับคนทั้งสองที่มาอยู่ด้วยกันที่นี่นานหลายเดือน ความรู้สึกผูกพันมันก่อตัวขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ เธอรู้สึกผูกพันกับคนทั้งสองไปแล้ว

“ไว้เจอกันใหม่นะครับป้าแจ่ม ขอบคุณที่ดูแลพวกผมเป็นอย่างดีนะครับ” ณิชยกมือไหว้หญิงแม่บ้าน ก่อนจะโดนอีกฝ่ายดึงไปสวมกอดเต็มรัก เขาก็รู้สึกใจหายไม่น้อยที่ต้องจากวังปริพัตรแห่งนี้ไปอีกครั้ง

“ฮึก...” เสียงแปลกๆ หลุดออกมาจากมิ้งจนทุกคนต้องหันมอง ณิชขำด้วยความเอ็นดูเมื่อเห็นว่ารุ่นน้องตนก้มหน้าร้องไห้อยู่

“ฮึก...หนูคงคิดถึงที่นี่มากแน่ๆ เลย อึก...ฮือออ” แล้วเธอก็ปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ณิชยังมีทางออกว่าลาออกจากงานแล้วมาอยู่ที่นี่ได้ แต่เธอที่มีชีวิตอยู่ที่กรุงเทพฯ ล่ะจะทำอย่างไร ไม่รู้จะมีโอกาสได้กลับมาเจอผู้คนที่นี่อีกไหม และที่สำคัญ...คู่หูดวงวิญญาณอย่างพี่มั่นเธอก็อาจไม่ได้เจออีกแล้ว

กลายเป็นป้าแจ่มต้องมากอดปลอบมิ้งและพากันร้องไห้ตามๆ กัน ป้าแจ่มแพ็กขนมกลีบลำดวนใส่กระปุกสุญญากาศให้มิ้งไปจำนวนหนึ่ง ไม่ลืมเขียนสูตรขนมต่างๆ ที่อีกฝ่ายฝึกทำกับเธอตอนอยู่ที่นี่ให้ไปด้วย ย้ำมิ้งเป็นสิบครั้งว่าอย่าลืมคนที่นี่ ถ้าว่างต้องแวะมาเยี่ยมกันบ้าง

“หนูไม่อยากกลับเลย” มิ้งพึมพำเบาๆ

“ถ้าไม่ว่างมาค่อยโทรหากันก็ได้นะคะ” ป้าแจ่มบอกพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น มิ้งพยักหน้าก่อนจะมองเลยหลังป้าแจ่มไปก็เห็นไอ้มั่นยืนอยู่

‘เราจะได้เจอกันอีกไหมพี่มั่น’ เธอถามในใจ

‘เจ้าลืมไปแล้วรึว่าข้าคือคนของใคร คุณปราณอยู่ที่ใดข้าก็อยู่ที่นั่น ตราบใดที่คุณปราณยังอยู่อย่างไรเจ้าก็ได้เจอข้าเจ้ามิ่ง’ คำพูดของไอ้มั่นเหมือนเรียกสติของมิ้งไว้

“เออ จริงด้วยว่ะ” มิ้งพูดกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเช็ดน้ำตาแล้วยิ้มกว้าง ป้าแจ่มมองด้วยสีหน้างงงวยที่หญิงสาวเปลี่ยนอารมณ์ได้ไวเหลือเกิน

ณิชขอตัวขึ้นไปหาจีรัชญ์เพราะฝ่ายนั้นยังไม่ออกจากห้องมาตั้งแต่เช้า เขาไปเคาะเรียกที่ห้องก็ไม่ตอบ พอใกล้ได้เวลาเดินทางเลยขึ้นมาตามสักหน่อย แต่จีรัชญ์ไม่ได้อยู่ในห้อง อีกฝ่ายอยู่ในห้องทำงานและกำลังหาของอยู่

“คุณจีรัชญ์ ผมจะไปแล้วนะ” ณิชบอกคนที่อาจจะลืมเวลาเดินทางของเขา

“มานี่สิครับ” จีรัชญ์เรียกเขาให้เข้าไปในห้องที่เก็บภาพวาดของเจ้าตัว ก่อนที่สมุดบันทึกของคุณปราณจะถูกยื่นมาตรงหน้า

“มันคือของคุณ ผมคืนให้ครับ” จีรัชญ์คืนสมุดบันทึกให้กับเจ้าของ ณิชยิ้มก่อนจะรับมา บทจะได้สมุดเล่มนี้ก็ได้มาง่ายเหลือเกิน ผิดกับตอนแรกที่ต้องทำตัวเป็นหัวขโมยทั้งที่สมุดเล่มนี้เป็นของเขาเองแท้ๆ

“ผมจะรีบเคลียร์งานให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะได้ลงมาหาคุณนะ” ณิชพูดก่อนจะรั้งมือจีรัชญ์มาจับไว้ เขาหอมมือใหญ่นั้นซ้ำๆ ด้วยความรักและคิดถึงที่มี ขนาดยังไม่จากกันเขายังคิดถึงอีกฝ่ายขนาดนี้ เขาไม่รู้เลยว่าเวลาต่อจากนี้ไปที่จะไม่ได้เจอจีรัชญ์เขาจะทรมานแค่ไหน

“ผมอยากให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่เราต้องจากกัน และผมจะไม่มีวันปล่อยให้คุณต้องรอคอยผมอยู่คนเดียวอีกแล้ว” ณิชพูดต่อ เขากอดจีรัชญ์แน่นที่สุดเท่าที่จะถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดออกมาได้ จีรัชญ์จูบที่ขมับคนตัวเล็กกว่าเบาๆ

“ไอ้มั่นจะไปอยู่กับคุณ มันจะคอยดูแลคุณแทนผม”

“ครับ ผมจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุด เป็นหวัดนิดนึงก็จะรีบไปหาหมอ...หมอที่ชื่ออนันต์” ท้ายประโยคณิชกระซิบพร้อมสายตากรุ้มกริ่ม ทำเอาจีรัชญ์ถึงกับหัวเราะเบาๆ ก่อนจะบีบจมูกคนช่างพูด

“ทางที่ดีอย่าป่วยเลยดีกว่าครับ” จีรัชญ์บอกคนในอ้อมกอด

ณิชพยักหน้ากับอกกว้างเบาๆ เมื่อก่อนเขาทำงานแทบจะหามรุ่งหามค่ำ ไม่ค่อยได้ดูแลตัวเองเท่าไหร่นัก นอนดึกแต่ตื่นเช้าลากสังขารตัวเองไปทำงาน กินข้าวไม่เป็นเวลาจนหวิดจะเป็นกรดไหลย้อน แต่นับแต่นี้ต่อไปเขาจะดูแลตัวเองให้มากขึ้น ดูแลให้ดีที่สุดให้สมกับที่ใครบางคนรอคอยเขามานานนับร้อยปี

จีรัชญ์ขับรถมาส่งแขกของบ้านที่อยู่บ้านเขาร่วม 3 เดือนเศษ มิ้งยกมือไหว้ขอบคุณปรกๆ ที่จีรัชญ์ใจดีทั้งเรื่องกินและที่พักจนน้ำหนักขึ้นหลายกิโล อีกทั้งเรื่องราวความรักที่สุดแสนโรแมนติกปนเศร้า ซึ่งทำให้เธอเขียนนิยายได้จนมีแฟนคลับติดตามหลายพันคน

“หนูเข้าไปก่อนนะพี่” มิ้งบอกกับณิชเพราะเข้าใจดีว่าณิชคงร่ำลากับจีรัชญ์จนถึงวินาทีสุดท้ายโน่นแหละ

“ถ้าคุณว่างก็แวะไปหาผมที่กรุงเทพฯ บ้างนะครับ แล้วก็ฝากบอกคุณสุทินด้วยว่าขอโทษที่ไม่ได้ไปลา” ณิชไม่ลืมนึกถึงผู้ช่วยลับๆ ของจีรัชญ์อย่างสุทิน บุคคลที่เคยอยู่ในเหตุการณ์เฉียดตายของเขาตอนโดนรถเฉี่ยว

“เดินทางปลอดภัยนะครับ ถึงแล้วโทรบอกผมด้วย”

“ผมไม่อยากไปเลย” ณิชงอแงอีกครั้ง นิ้วชี้เขาเกี่ยวนิ้วก้อยจีรัชญ์แกว่งไปมาเบาๆ เขาก้มหน้าเพราะต้องซ่อนน้ำตาที่มันปริ่มๆ จะไหลไว้ ยิ่งใกล้นาทีที่เขาจะต้องไปที่เกทแล้วมันยิ่งบีบหัวใจ เพราะเขากลัวว่าเขาสองคนอาจจะต้องจากกันอย่างไม่มีวันได้เจออีกครั้ง

“ผมสัญญาว่าจะรอ”

“ผมไม่อยากให้คุณรออีกแล้ว คุณกลับไปกับผมได้ไหม ฝากวังไว้กับคุณสุทินก่อนก็ได้ ขึ้นกรุงเทพฯ ไปกับผม ไปอยู่ด้วยกัน อยู่ในสายตาของผม” ใช่ว่าจะมีแค่จีรัชญ์ที่รู้สึกโหยหาแต่ณิชก็เช่นกัน เขาอยากอยู่ใกล้จีรัชญ์ทุกคืนวัน ไม่อยากจากไปไหนเลย

จีรัชญ์ยิ้มอบอุ่นเมื่อเห็นว่าณิชไม่สามารถเก็บอารมณ์อ่อนไหวได้อีกต่อไป เขาเช็ดหยาดน้ำตาที่กลิ้งผ่านแก้มณิชอย่างเบามือ

“ได้เวลาแล้วครับ รีบไปเถอะเดี๋ยวจะตกเครื่อง” เขาเตือนเมื่อเข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาว่าณิชควรไปที่เกทได้แล้ว

ณิชเม้มปากแน่นยอมตัดใจ เขาเดินเข้าโซนที่จีรัชญ์ไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ โบกมือลาคนที่ยืนส่งเขาอยู่หน้าประตู จากนั้นก็เดินไปทิ้งตัวนั่งข้างมิ้ง เงาดำทะมึนคุ้นตาอยู่ใกล้ไม่ห่างกาย ไอ้มั่นยิ้มให้นายของมันก่อนจะกล่าวออกมา

‘คุณปราณอย่าเสียใจไปเลยขอรับ อย่างน้อยๆ การจากลาในครั้งนี้ก็เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ ประเดี๋ยวก็จะได้เจอกันอีกนะขอรับ’ ณิชพยักหน้าเบาๆ กับคำพูดปลอบของทาสผู้ซื่อสัตย์ เขาก็ขอให้การจากกันในครั้งนี้ เป็นการจากกันครั้งสุดท้ายระหว่างเขากับไอ้หาญเถอะ

จีรัชญ์มองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่ได้หัวใจเขากลับไป ถึงแม้มันจะอยู่ที่เจ้าตัวมาตลอดตั้งแต่ชาติก่อนเก่า แต่ครั้งนี้ณิชกลับทำทุกอย่างเพื่อคว้าใจเขาไป ณิชร้องไห้เสียใจที่พวกเขาต้องจากกัน แต่เจ้าตัวคงไม่รู้ว่าเขานั้นเจ็บกว่า เพราะนี่อาจเป็นอีกครั้งที่ไอ้หาญจะต้องเริ่มต้นรอคุณปราณอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

*

การจราจรบนท้องถนนยังคงหนาแน่นตามรายงานของดีเจที่จัดรายการทางวิทยุ ก่อนเจ้าของรถจะบ่นเบาๆ เมื่อดีเจบอกว่าเกิดเหตุรถชนกันบนทางด่วน ณิชถอนหายใจด้วยความเซ็งที่เขาต้องมาติดแหงกอยู่แบบนี้เป็นชั่วโมง ทั้งที่ตอนนี้ได้เวลาเข้างานแล้ว

“ว่าไงไอ้บอย” ชายหนุ่มรับสายจากรุ่นน้องทีมเดียวกัน

[ถึงไหนแล้วพี่ ลูกค้าวีไอพีของพี่จะมาแล้วเว้ย]

“กูก็รีบอยู่เนี่ย ใจกูอยู่บริษัทแล้วแต่รถกูอยู่บนทางด่วน มีรถชนกันมันเลยช้า”

[เออๆ เดี๋ยวผมบอกพี่โอ๋ให้รับหน้าไปก่อน ถ้ายังไงรีบเลยนะเว้ย] พูดจบบอยก็วางสายไป

ณิชถอนหายใจรอบที่ร้อยของเช้านี้ และเขาก็ได้เฮเมื่อรถเริ่มเคลื่อนที่ในเวลาต่อมา ก่อนรถจะจอดติดไม่ขยับอีกครั้งเมื่อใกล้ถึงแยกที่เขาต้องเลี้ยวไปทางบริษัท เนื่องจากจำนวนรถติดไฟแดงสะสม ณิชเห็นว่าเลยเวลามาสิบนาทีแล้ว เขาไม่อยากช้ามากไปกว่านี้จึงจอดรถทิ้งไว้ข้างทาง จากนั้นก็โบกวินมอเตอร์ไซค์เพื่อไปบริษัททันที

เมื่อมาถึงเขาก็รีบเข้าบริษัท ใจเต้นรัวเหมือนกลองเพราะวิ่งมาด้วยความเร็ว ยืนหอบอยู่หน้าห้องประชุมอยู่ไม่กี่วิก็ฮึบกับตัวเองแล้วเปิดประตูเข้าไป สายตาทุกคนในห้องประชุมมองเขาเป็นตาเดียว แน่นอนว่าณิชเตรียมใจรับอยู่แล้วเพราะเขามาสาย เขายิ้มแหย่และก้มหัวขอโทษแขไขด้วยความรู้ผิด

“คุณปราณันต์มาสักที ผมกำลังรออยู่เลย” เสียงทุ้มไม่คุ้นหูแต่ดูมีอำนาจทำให้ณิชต้องหันไปมอง และถ้าเขาเดาไม่ผิดนี่คงเป็นลูกค้าวีไอพีที่เจาะจงให้เขาทำงานให้อย่างแน่นอน




โปรดติดตามตอนต่อไป

ขอบคุณทุกความเห็นค่ะ

ออฟไลน์ anterosz

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 794
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +111/-1
เสียงนี้คือพ่อของปราณในชาติแรกกลับชาติมาเกิดด้วยรึเปล่า

รอติดตามครับ

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5345
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด