( มหาลัย VS เทคนิค ) ต่างกันแล้วไงก็ใจมันสั่งมา : chapter 22 : 26/05/63
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ( มหาลัย VS เทคนิค ) ต่างกันแล้วไงก็ใจมันสั่งมา : chapter 22 : 26/05/63  (อ่าน 5498 ครั้ง)

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3335
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

นู๋ตัง  นี่ช่างสังเกตนะ

เจ้าทัช  หันส่องกระจกบ้างนะ  เจ้าตังอ่ะเป็นกระจกให้ได้นะ

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1639
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0

ออฟไลน์ Kelvin Degree

  • ถ้าวันนั้นเลือกที่จะเดินออกไป คงไม่เจ็บมาจนถึงทุกวันนี้...
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1823
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-2
ยังไงต่อละทีนี้,,,

ออฟไลน์ Blackcrow

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 49
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-0
Chapter 19
จริงหรือหลอก



ถ้าจะถามว่าวันไหนเป็นวันที่วุ่นวายที่สุดสำหรับผม ก็ตอบได้เลยว่าเป็นวันนี้!

วันที่อยู่ๆ ลูกค้าก็เข้าร้านกันอย่างทล่มทลาย ทำเอาพนักงานอย่างผมทำงานไม่ได้พักกันเลยทีเดียว ตอนจัดโปรโมชั่นยังไม่ขนาดนี้เลย แต่นี่มีทั้งกินที่ร้านสั่งกลับแล้วยังจะมาให้ไปส่งอีก บางทีก็แยกวันให้ลูกค้าเข้าร้านบ้างเถ๊อะไม่ใช่มาตุ้มเดียวแบบนี้ พวกผมจะตายกันหมด

“ทำไมวันนี้ลูกค้าเยอะจังวะ” ใครจะไปรู้ล่ะวะ

“อย่าบ่นน่าเด็กๆ ทำงานเร็ว”

“ค้าบบบ” ผมกับไอ้โก้รีบหันมาทำหน้าที่ของตัวเองต่อทันที

ลูกค้าเข้าร้านเยอะๆ มันก็ดีนะครับ ถ้าพี่แทนมาเห็นคงดีใจมากแน่ๆ

“กูว่าโทรให้พวกอยู่บ้านมาช่วยไหม” ไอ้โก้เสนอ มันก็ดูเข้าท่านะเพราะตอนนี้ไม่มีคนส่งของ คนรับออร์เดอร์ด้วย เอาง่ายๆ คือคนไม่พอครับ

“มึงไปโทรดิ้ กูคิดตังค์ให้ลูกค้าก่อน”

“โอเคๆ ” ว่าแล้วไอ้โก้มันก็ไปจัดการต่อ

“ทั้งหมด250บาทครับ”

ผมรับตังค์จากลูกค้าพร้อมกับยิ้มอย่างเคย

“ขอบคุณนะครับ”

“วันหลังจะมาใหม่นะคะ” ลูกค้าสาวยิ้มก่อนจะขยิบตาให้ผม

“ร้านของเรายินดีต้อนรับเสมอครับ” ความเกิดมาหน้าตาดีก็งี้แหละครับ เฮ้ออออ ลูกค้าเยอะเพราะผมแน่ๆ …

กลุ้มใจกับความหล่อของตัวเองจริงๆ

“วันนี้ลูกค้าเยอะเป็นพิเศษนะ ต้องการคนช่วยไหม”

“เห้ย! ทำไมเข้าร้านได้อะ” ผมตกใจเมื่ออยู่ๆ พี่ธัญก็โผล่มา แถมเดินเข้ามาในร้านได้ด้วย

“ไม่มีคนว่างมาไล่ไง” ผมมองไปรอบๆ ซึ่งมันก็จริงอย่างที่พี่ธัญพูดไม่มีใครว่างมาสนใจพี่ธัญเลยสักคน จะสนก็แต่สาวๆ ในร้านนี่แหละครับ

ผมรู้สึกว่ามันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่พี่ธัญเข้าร้านไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นพี่ธัญก็ยังมารอผมที่หน้าร้านหลังเลิกงานทุกวัน

ต้องยอมให้กับอดทนของเขาเลยจริงๆ

“พี่นี่วอนหาเรื่องจริงๆ เลยว่ะ”

“ท้าทายดีออก” ท้าไปท้ามาเดี๋ยวก็โดนจริงๆ

“งั้นไปรับออร์เดอร์ให้ผมหน่อย โต๊ะนู่นนน” ผมชี้ไปทางลูกค้าที่เพิ่งเข้ามาใหม่

“ได้ครับ” พี่ธัญยิ้มรับก่อนจะเดินไปตามที่ผมบอก

ผมมองตามหลังพี่ธัญก่อนจะเห็นว่าลูกค้าดูพอใจกับพนักงานจำเป็นของผมซะเหลือเกิน เวลาพี่ธัญยิ้มดูดีมากกว่าเวลาทำหน้านิ่งตั้งเยอะ

“นั่นคืออะไรวะ”

“อะไร”

“นั่นไง” ไอ้โก้ชี้ไปทางพี่ธัญ

“คนช่วยงานไง”

“เดี๋ยวพี่แทนก็จับได้หรอก”

“กูไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”

“ระวังไว้เถอะมึง มาดีแปลกๆ นะกูว่า”

ไอ้โก้คงหมายถึงช่วงนี้พี่ธัญทำตัวดีแปลกๆ ใช่ครับ มันคงดูแปลกสำหรับคนรอบข้างผมขนาดผมยังมองว่าแปลกเลย แต่หมายถึงตอนแรกนะเพราะตอนนี้ผมเริ่มชินแล้วล่ะ

“เออน่า”

“ระวังจะชอบเขาจริงๆ นะมึง”

“ถ้าชอบแล้วจะทำไมวะ มึงไม่โอเคที่กูชอบผู้ชายหรอ” จริงๆ ผมก็พอรู้คำตอบนะแต่แค่ลองถามดูเฉยๆ

“ไม่ใช่แบบนั้น มึงจะชอบใครก็เรื่องของมึงแต่ดูดีๆ แล้วกัน”

“ครั้งนี้ถ้ากูจะคบใครสักคนกูคงคิดเยอะกว่าเมื่อก่อนว่ะ”

“ก็ดี จะได้ไม่ต้องมาเสียใจทีหลัง” ก็จริงอย่างที่ไอ้โก้มันพูดแหละครับ เพราะงั้นผมถึงยังไม่ขอพลอยเป็นแฟนอาจจะเป็นเพราะผมรอให้อะไรๆ มันชัดเจนกว่านี้ ก่อนที่จะตัดสินใจอย่างเด็ดขาดโดยไม่ต้องมีใครมาวุ่นวายแบบนี้

นี่สินะเขาเรียกว่าความหล่อเป็นเหตุ

“ไม่ได้เข้าร้านหลายวันลูกค้าเยอะขึ้นนะ” เสียงของคนมาใหม่ทำให้ความคิดของผมหยุดชะงัก เมื่อคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าของร้านและเป็นพี่ชายของผมเดินเข้ามา

ชิบหายแล้ว!!!

ผมใช้เท้าสะกิดไอ้โก้แล้วมองมันเหมือนจะสื่ออะไรบางอย่างซึ่งแน่นอนว่ามันเข้าใจ

“เอ่อ พี่แทนครับมาพอดีเลย ช่วยดูขนมให้หน่อยได้ไหมครับ”

“หืม มีปัญหาอะไรรึเปล่า”

“เหมือนว่ามันจะไม่พอน่ะครับ”

“ใช่ครับพี่แทน ลูกค้าเข้าร้านเยอะคิดว่าไม่น่าจะพอ” ผมพูดเสริมแล้วฉีกยิ้มก่อนจะเห็นว่าพี่ธัญกำลังเดินมาทางนี้

อย่าเพิ่งเดินมานะเว้ย!!!

“ไปดูสิพี่แทน ลูกค้าเข้าร้านอีกแล้วเนี่ย”

ผมดันหลังพี่แทนให้เดินไปดูขนมในห้องอบ ถ้าไม่ทำแบบนี้คงได้เจอพี่ธัญแน่ๆ รายนั้นจะรู้ไหมว่าพี่แทนมาเนี่ย

“แล้วพี่แนนล่ะ” ยังไม่วายหันกลับไปมองข้างหลังจนผมต้องเดินเข้ามาข้างในด้วย

“อ่อ ไปเช็คของหลังร้านมั้งครับ”

“นี่”

“ครับ?”

“คิดว่าพี่ไม่รู้หรอ” พี่แทนพูดพลางทำหน้าจริงจังจนผมกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เอาแล้วไงจบแล้วไอ้ทัช เกมโอเวอร์แล้วมึง

“รู้อะไรอะพี่แทน”

“ก็รู้ว่า…ขนมมันพอไง นี่หลอกให้พี่มาดูเพื่อที่เราจะอู้งานหน้าเคาน์เตอร์ใช่ไหมไอ้ตัวแสบ” พี่แทนว่าพลางเขกหน้าผากผมเบาๆ เมื่อกี้คือใจหล่นไปอยู่ตาตุ่มแล้วนะแต่ดีที่ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน รอดตายอย่างหวุดหวิด

“ออกไปทำงานเลย”

“ครับๆ คุณเจ้านาย” ผมเดินออกจากห้องอบขนมแล้วสอดส่องดูด้านนอกเห็นว่าพี่ธัญน่าจะไปแล้วจึงทำงานตามปกติ

ผมมองไอ้โก้เป็นเชิงถามว่าพี่ธัญไปแล้วหรอ มันก็พยักหน้ารับถือว่าวันนี้รอดไปอีกวันแต่เอาจริงๆ นะผมกับพี่ธัญจะเล่นซ่อนแอบแบบนี้ไปได้ถึงเมื่อไหร่ มันต้องมีสักวันที่พี่แทนจับได้แล้วความซวยจะมาเยือนแน่ๆ

“ทำตัวเหมือนแอบคบกันยังไงยังงั้น”

“คบห่าอะไรล่ะ”

“ปากแข็งขึ้นเยอะนะมึงอะ”

ถ้าผมพูดออกมาตรงๆ ก็ซวยดิ…









….………………………………..



ผมเดินออกมาหน้าบ้านหลังจากได้ยินเสียงออดซึ่งตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่จะมีแขกมาบ้านเท่าไหร่เพราะมันค่อนข้างดึกมากแล้ว

พี่ไผ่ยืนอยู่นอกรั้ว สีหน้าดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ดูจากสีหน้าผมก็เดาได้ไม่อยากว่าสาเหตุมาจากเรื่องอะไร

ผมเปิดประตูให้อีกคนเข้ามา พี่ไผ่ยิ้มให้ผมอย่างเคยแต่เป็นรอยยิ้มที่ดูฝืนมากกว่าจะเป็นรอยยิ้มที่ดูสดใสนั่นทำให้ผมค่อนข้างเป็นห่วง

“พี่โอเครึเปล่า” พี่ไผ่ไม่ได้ตอบในทันทีแต่เดินมานั่งที่โต๊ะหน้าบ้าน สักพักก็ตอบกลับมา

“อีกสักพักก็คงโอเคล่ะมั้ง”

“มีเรื่องอะไรรึเปล่าครับ เล่าให้ผมฟังได้นะ” ผมนั่งลงข้างๆ ที่ไผ่ก่อนจะยิ้มให้

ผมมองว่าพี่ไผ่เป็นพี่ชายคนหนึ่งมาตลอดและทุกครั้งที่เขามีปัญหาผมก็พร้อมจะรับฟัง อย่างน้อยก็อยู่ข้างๆ ดีกว่าปล่อยให้เจ้าตัวอยู่คนเดียว

“พี่กำลังจะหมั้น”

หมั้น? หมายถึงหมั้นกับพี่คนสวยคนนั้นรึเปล่า แต่ทำไมพี่ไผ่ถึงได้ทำหน้าเศร้าแบบนั้นล่ะ ดูจากคนที่จะหมั้นด้วยแล้วผมว่าควรดีใจมากกว่านะ

“แล้วทำไมถึงทำหน้าแบบนั้นล่ะครับ”

“พี่ไม่ได้รักเขาทัช” พี่ไผ่มองผมด้วยสายตาเศร้าๆ ซึ่งมันไม่เหมาะกับเจ้าตัวเลยสักนิด

ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าพี่ไผ่ถูกบังคับสินะ แต่จะให้หมั้นกับคนที่ไม่ได้รักมันก็ยากเหมือนกันถึงแม้คนคนนั้นจะมีพร้อมทุกอย่างก็เถอะ

“พ่อพี่ไม่รู้เรื่องนี้หรอครับ” ผมค่อนข้างที่จะพยายามพูดถึงพ่อพี่ไผ่เสียงเบาที่สุดเพราะพี่ไผ่กับพ่อมีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ ซึ่งมันทำให้ผมรู้ว่าพี่ไผ่มีพร้อมทุกอย่างแต่ไม่ได้มีความสุขอย่างที่ควรจะเป็น

“เขาจะมารู้อะไรล่ะ เขาไม่เคยอยากรู้ว่าพี่รู้สึกอย่างไรหรอก”

“…อย่างน้อยก็มีผมนะครับ” พอผมพูดแบบนั้นพี่ไผ่ก็หันมามองผมทันที พี่ไผ่เข้าใจดีว่าผมหมายถึงอะไรผมพูดเรื่องสถานะกับพี่ไผ่เรียบร้อยแล้ว

พี่ไผ่ไม่ได้ชอบผมอย่างที่คนอื่นเข้าใจ และผมก็ไม่ได้ชอบพี่ไผ่

“เพราะอย่างนี้ไงพี่ถึงมาหาทัช ขอบคุณนะที่อยู่ข้างๆ พี่”

“มาอุดหนุนร้านผมบ่อยๆ สิผมจะอยู่ข้างๆ พี่ตลอดเวลาเลย”

“ขายของอีกแล้วนะเรา”

“นิดนึง” พี่ไผ่ยิ้มออกมาซึ่งมันดูโอเคกว่าเมื่อกี้มาก

“เห็นทีว่าพี่จะอยู่กับเราตลอดไม่ได้น่ะสิ มีหมาหวงก้างอยู่ตัวหนึ่งไม่ใช่หรอ” รอยยิ้มเจ้าเหล่ห์ปรากฎบนใบหน้าพี่ไผ่ หมาหวงก้างที่พี่ไผ่หมายถึงคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพี่ธัญ

“ไม่เห็นเกี่ยวเลยพี่”

“แน่ใจหรอ”

“แน่ใจสิ ผมไม่ได้สนใจสักหน่อย”

“อย่ามาหลอกพี่ซะให้ยากน่า” พี่ไผ่มองผมเหมือนจับผิดอะไรสักอย่างอีกทั้งยังเหมือนรู้อะไรมา นั่นทำให้ผมรู้ว่าพี่ไผ่คนเดิมกลับมาแล้ว เศร้าได้ไม่นานจริงๆ เลยพี่คนนี้

แต่ก็ดีแล้วล่ะ

“หายเศร้าแล้วใช่ไหมครับ”

“แหนะ มีเปลี่ยนเรื่อง”

“พี่นั่นแหละเปลี่ยนเรื่อง” ยังมีหน้ามาว่าผมอีกโถ่

“โอเคๆ พี่ยอมก็ได้” นั่นเป็นสิ่งที่พี่ควรทำอยู่แล้วครับ เพราะคนที่เปลี่ยนเรื่องคือพี่

พี่ไผ่มองหน้าผมแล้วยิ้มแปลกๆ อะไรของเขาวะอารมณ์เปลี่ยนไวจนเพี้ยนหรือไง

“เป็นอะไรของพี่เนี่ย”

“พี่แค่กำลังคิดว่าทำไมทัชน่ารักจัง หมายถึง…นิสัยน่ะ”

“ก็แน่นอนอยู่แล้วเพราะหน้าผมหล่อ” เรื่องนี้ผมโคตรหมั่นใจอะบอกเลย

“อะไรทำให้เราหมั่นใจขนาดนั้น”

“ก็เห็นๆ กันอยู่ปะพี่” หลักฐานมันชัดเจนอยู่บนหน้าผมขนาดนี้ยังต้องถามอีกหรอ

“มิน่าไอ้ธัญถึงได้หลงขนาดนั้น”

“อะไรนะพี่” เสียงพรึมพรำเหมือนคุยกับตัวเองของพี่ไผ่ทำให้ผมได้ยินไม่ชัดจนต้องถามออกไป

“เปล่าครับ”

“ไม่ใช่นินทาผมอยู่หรอกนะ” ลักษณะอย่างนี้ใช่แน่ๆ

พี่ไผ่ยิ้มบางๆ ไม่ได้ตอบอะไรกลับมาก่อนจะเงียบไป

ผมกับพี่ไผ่ต่างคนต่างอยู่ในความคิดของตัวเอง เงยหน้ามองดาวบนท้องฟ้าพลางคิดนั่นคิดนี่ไปเรื่อย

ตอนกลางคืนเป็นเวลาที่เราได้ยินเสียงความคิดของตัวเองดังที่สุด ผมคิดว่าอย่างนั้นนะ

ผมชอบนะมันทำให้ผมมีสมาธิมากกว่าตอนกลางวันซะอีกโดยเฉพาะเวลาทำงานส่งอาจารย์ นี่อาจจะเป็นเหตุผลของการอยู่โต้รุ่งในช่วงเวลาที่ต้องปั่นงานหรือมีสอบล่ะมั้ง และอีกหนึ่งเหตุผลคงไม่พ้นความขี้เกียจที่ต้องมานั่งปั่นงานคืนสุดท้ายก่อนส่ง แต่มันก็ท้าทายดี ว่าไหมล่ะครับ

“ขอโทษที่พี่มารบกวนทัชเวลาดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้นะ” อยู่ๆ พี่ไผ่ก็พูดขึ้นทำลายความเงียบ

“ไม่เป็นไรครับ อย่างน้อยการมารบกวนผมมันก็ทำให้พี่รู้สึกดีขึ้นไม่ใช่รึไง” ผมไม่ชอบเห็นคนรอบตัวผมมีความทุกข์เท่าไหร่โดยเฉพาะคนที่ผมรู้จัก ถ้าช่วยได้ผมก็เต็มใจช่วย พูดแบบนี้ก็เหมือนว่าผมเป็นคนดี แต่ไม่ใช่หรอกผมแค่ไม่ได้ทำร้ายใครแค่นั้นเอง

“เพราะใจดีแบบนี้ไงเลยมีแต่คนเข้าหา”

“งั้นหรอครับ” แต่ผมไม่เห็นว่าที่ผ่านมาคนที่ผมเคยชอบจะอยากเข้าหาผมบ้างเลยนะ

“ที่พี่พูดว่าอยากให้ทัชเจอคนดีๆ พี่พูดจริงนะ”

“ผมก็อยากเจอคนดีๆ เหมือนกันครับ” ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้ดีขนาดนั้นก็เถอะ

“งั้นก็ดูดีๆ นะ... อย่าเชื่อถ้าไม่ได้เห็นด้วยตา อย่าฟังถ้าไม่ได้ยินกับหูตัวเอง” น้ำเสียงและแววตาของพี่ไผ่ทำให้ผมรู้ว่าพี่ไผ่หมายถึงอะไร ผมเชื่อตัวเองเสมอและเมื่อไหร่ที่ผมตัดสินใจอะไรแล้วนั่นคือเป็นสิ่งที่เด็ดขาด

ตอนนี้ผมเลือกที่จะเชื่อความรู้สึกของตัวเอง

“การเชื่อใจเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ควรเชื่อใจจนทำให้ตัวเองดูเป็นคนโง่ เข้าใจที่พี่พูดรึเปล่า”

พี่ไผ่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังซึ่งไม่ต่างจากตอนที่พี่แทนพูดกับผมเลยสักนิด

“คนเรามันไม่ได้มีแค่ด้านเดียวนะ มองหลายๆ ด้านของเขาก่อนจะตัดสินใจอะไรลงไป”

“พี่หมายความว่าไง” เหมือนพี่ไผ่อยากจะบอกอะไรกับผมแต่ก็ไม่ยอมบอกสักที ผมจึงเลือกที่จะถามออกไปตรงๆ

“เอาเถอะ พี่รบกวนเวลาของทัชมามากแล้ว เข้าไปนอนเถอะพี่จะกลับแล้ว”

เดี๋ยวนะ มาพูดแบบนี้แล้วจะซิ่งหนีกลับไม่ได้นะเว้ย

“พี่นี่จริงๆ เลยมาพูดให้ผมสงสัยแล้วก็ไม่ยอมตอบ”

“เดี๋ยวเราก็รู้เองแหละ” บอกเลยไม่ได้หรอวะทำไมต้องรอเวลาให้ผมรู้เองด้วย

เห็นใจคนอยากรู้บ้างดิเว้ยยยยยยยยยยยย

“พี่กลับแล้ว ฝันดีนะ”

“ฝันดีครับ กลับดีๆ นะพี่” ว่าแล้วผมก็เดินไปส่งพี่ไผ่หน้าบ้านก่อนจะโบกมือให้

รถหรูเคลื่อนตัวออกไปจากบริเวณหน้าบ้านไปจนลับตา

สิ่งที่พี่ไผ่พูดมาก่อนหน้านี้ยังติดอยู่ในหัว ผมจะทำยังไงกับความรู้สึกตอนนี้ดีนะผมจะตัดสินใจยังไงดี

ในเมื่อผมกำลังจะเริ่มต้นกับอีกคนแต่ความรู้สึกที่มีกับอีกคนหนึ่งคืออะไรก็ยังตอบตัวเองไม่ได้เลย











...ในคืนเดียวกันนั้นผมก็ได้รับข้อความจากเบอร์ที่ผมไม่รู้จัก แต่มันกลับทำให้ผมตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ทันที..…




ออฟไลน์ Windtofree

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 45
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
เกิดอะไรขึ้นเนี่ย

ออฟไลน์ Blackcrow

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 49
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-0
Chapter 20
Thay'Part



ผมเดินออกจากหน้าคณะตรงไปยังรถที่จอดอยู่ไม่ไกลอย่างอารมณ์ดี เรียกได้ว่าเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่ตอนเย็นผมต้องแวะไปหาทัชที่ร้านเกือบทุกวัน ทั้งที่ได้แค่รออยู่ข้างนอกแต่กลับมีสิ่งที่ทำให้ผมมีกำลังใจไปรอน้องทุกวันก็คือความน่ารักของเจ้าตัวนั่นแหละ ปากก็ถามว่ามาทำไมแต่ก็ยอมออกมาหาผมอยู่ดี

“ดูคุณชายเขาสิครับ ไม่สนใจเพื่อนอย่างเราแล้วเนาะ”

“คนมีความรักก็งี้”

“ไว้เจอกัน”

ผมบอกลาเพื่อนทั้งสองคนโดยไม่ได้สนใจสิ่งที่พวกมันพูดก่อนหน้านั้นแล้วขับรถออกไปทันทีโดยมีจุดมุ่งหมายคือร้าน Double T







พอมาถึงจุดที่เคยจอดรถก็ต้องแปลกใจเมื่อทัชมายืนรออยู่ก่อนแล้ว มันควรจะเป็นเรื่องที่น่าดีใจแต่ทำไมผมถึงรู้สึกว่ามันมีอะไรแปลกๆ โดยเฉพาะหน้านิ่งๆ ของทัชซึ่งปกติจะไม่ค่อยได้เห็น นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกเลยล่ะ

“ทำไมวันนี้ถึงมารอพี่ได้ล่ะครับ” ผมแกล้งทำเป็นพูดแซวอีกคน

“ผมมีเรื่องจะคุยด้วย” ผมไม่ชอบที่ทัชทำหน้านิ่งแบบนี้เลย โดยเฉพาะสายตาที่กำลังมองมา... มันเหมือนไม่ใช่ทัชคนเดิม

“เรื่องอะไรครับ” คงจะเป็นเรื่องสำคัญมากถึงได้ดูจริงจังขนาดนี้

“นี่คือเสียงพี่จริงๆ ใช่ไหม” ทัชถามก่อนจะเปิดอะไรบ้างในมือถือให้ผมฟัง

รอสักพักเสียงที่คุ้นหูก็ดังขึ้น มันคือบทสนทนาของผมกับไอ้ไผ่…



‘มึงกล้าพนันกับกูไหมล่ะ’

‘พนันอะไร’

‘ถ้ามึงจีบทัชติดกูยอมจ่ายห้าหมื่น แต่ถ้ามึงจีบไม่ติดมึงก็ต้องจ่ายห้าหมื่นให้กูเหมือนกัน… มึงกล้าปะ’

‘แล้วทำไมกูต้องเล่น’

‘นั่นน่ะสินะ เอ๊ะ หรือว่า…มึงกลัวจีบไม่ติดหรอครับคุณธัญ แต่ก็ดีนะปล่อยให้คนอื่นจีบบ้าง อย่างเช่นกูไง’

‘…ก็ได้ กูตกลง’



คลิปเสียงหยุดแต่เพียงเท่านั้น ผมมองหน้าทัชที่นิ่งเสียจนผมไม่รู้จะทำยังไง

น้องโกรธผมแน่ๆ

แต่สิ่งที่ทำให้ผมได้แต่หวั่นใจคือผมไม่รู้ว่าตอนนี้น้องกำลังคิดอะไรอยู่

“เสียงของพี่ใช่ไหม” ทัชถามย้ำอีกครั้ง

“ใช่…” นั่นคือเสียงผมที่คุยกับไอ้ไผ่คืนนั้น คืนที่มันแกล้งเมาเพื่อจะได้ให้ทัชไปส่ง

“พี่แม่ง…”

“พี่อธิบายได้นะ ที่พี่ตอบตกลงไปแบบนั้นพี่แค่ไม่อยากให้ไอ้ไผ่มายุ่งกับทัช”

“เหอะ แล้วพี่กล้าพูดไหมล่ะว่าไม่ได้อยากเอาชนะพี่ไผ่”

คำถามของทัชทำเอาผมสะอึก ผมตอบไม่ได้เต็มปากเพราะลึกๆ แล้วผมก็อยากเอาชนะไอ้ไผ่จริงๆ

ผมรู้ว่ามันแย่มาก ที่ทำให้ทัชต้องมาเสียความรู้สึกแบบนี้

แต่ที่ผมทำไป…

“เงียบแบบนี้แสดงว่าผมพูดถูกสินะ จริงๆ แล้วผมอยากพูดขำๆ นะว่าเงินพนันห้าหมื่นมันเยอะเกินไป แต่แม่งขำไม่ออกว่ะ เพราะตอนนี้…ผมโคตรเสียความรู้สึกเลย”

สิ่งที่ทัชพูดทำให้ผมไม่กล้าแม้แต่จะหาคำแก้ตัว และที่เจ็บไปกว่านั้นคือสายตาที่มองผมอย่างผิดหวัง

“หรือว่าพี่เข้าหาผมเพราะแบบนี้หรอวะ ที่ทำทุกอย่างก็เพื่ออยากเอาชนะพี่ไผ่หรอ”

“ทัช มันไม่ใช่…”

“พี่รู้ปะ ที่ผ่านมาผมหาเหตุผลเข้าข้างพี่แค่ไหน ผมพยายามมองพี่ต่างจากที่คนอื่นมองแค่ไหน”

“พี่ยอมรับว่าพี่ผิด แต่ที่พี่เคยบอกว่าชอบทัช…พี่พูดจริงๆ นะ”

ทัชเงียบไปสักพักก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ผมรู้สึกใจหาย

“…ผมไม่อยากหาเหตุผลเข้าข้างพี่อีกแล้วว่ะ”

“ทัชหมายความว่าไง”

“เลิกยุ่งกับผมเถอะ จริงๆ เราไม่ควรยุ่งเกี่ยวกันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”

เหมือนบรรยากาศรอบตัวหยุดชะงักหลังจากที่ทัชพูดประโยคนั้นออกมาก่อนจะรู้เจ็บแปลบที่โดยคนที่เราชอบตัดขาดความสัมพันธ์ ขนาดตอนที่ทัชปฏิเสธตอนผมบอกชอบยังไม่เจ็บเท่าสายตาที่ทัชกำลังมองผมตอนนี้เลย

ทัชไม่ฟังขนาดไอ้แทนบอกไม่ให้ยุ่งกับผม แต่สุดท้ายผมก็พลาดเพียงเพราะไอ้ไผ่มันยุแค่ไม่กี่คำ

แต่จะโทษใครได้ในเมื่อเป็นผมที่ผิดเอง



ทัชเดินเข้าไปในร้านโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมา สองมือที่อยากจะรั้งแต่กลับทำได้แค่คิด ผมจะรั้งทัชด้วยเหตุผลอะไรในเมื่อเป็นผมเองที่ดึงดันอยากอยู่ตรงนี้ตั้งแต่แรกแค่…ฝ่ายเดียว

และสายตาแบบนั้นผมไม่อยากเห็นมันเลยจริงๆ

ผมยืนนิ่งกับความรู้สึกที่อยู่ๆ ก็พุ้งเข้ามาโดยที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว ทั้งที่ไม่กี่นาทีก่อนผมกำลังอารมณ์ดีอยู่แท้ๆ แต่ตอนนี้กลับตรงกันข้าม

เพียงแค่ไม่กี่นาทีที่มันเปลี่ยนความรู้สึกของผมและมีหนึ่งคนที่เดินจากไปโดยที่ผมไม่กล้าแม้แต่จะรั้งเขาไว้

คำที่บอกให้เลิกยุ่งของทัชยังดังก้องอยู่ในหัว เพียงแค่คำเดียวที่ทำให้ผมเจ็บขนาดนี้

ทัชไม่อยากยุ่งกับผมจริงๆ แล้วใช่ไหม…







“ไอ้ธัญมาพอดีเลยกูมีเรื่องจะบอก”

“ถ้าไม่สำคัญอย่าเพิ่งบอก กูไม่มีอารมณ์ฟังอะไรทั้งนั้น” ผมยกแก้วเหล้าของไอ้ภูมิขึ้นดื่มเผื่อมันจะช่วยบรรเทาความรู้สึกตอนนี้ได้บ้าง

“สำคัญ”

ไอ้ภูมิยื่นมือถือของมันมาให้ผมดู หน้าจอปรากฎภาพของผู้ชายสองคนกำลังนั่งดื่มในร้านแห่งหนึ่ง แต่ที่ทำให้ผมแปลกใจคือสองคนนั้นคือไอ้แทนกับไอ้ไผ่

สองคนนั้นรู้จักกันอย่างนั้นหรอ

ผมหันไปมองหน้าไอ้ภูมิก่อนที่ไอ้ภูมิจะพูดต่อ

“สองคนนี้รู้จักกัน”

ผมมองภาพอีกครั้งก่อนจะเริ่มปะติดปะต่อเรื่องที่ผ่านมาพร้อมทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ คนที่ส่งคลิปเสียงให้ทัชคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากไอ้ไผ่ เพราะวันนั้นมีแค่ผมกับมัน!

ส่วนไอ้แทน หรือว่า…

“กูว่าทั้งหมดที่ไอ้ไผ่ทำ มันเป็นแผนของไอ้แทน”

ผมเห็นด้วยกับไอ้ภูมิ เพราะถ้าลองคิดดูดีๆ มันก็ค่อนข้างสมเหตุสมผล มิน่าล่ะทำไมผมถึงรู้สึกแปลกใจตั้งแต่ที่ผมเข้าถึงตัวทัชได้โดยที่ไอ้แทนไม่โผล่มาเลยสักครั้ง เพราะคนที่คอยจับตามองผมคือไอ้ไผ่นี่เอง

รวมถึงยุให้ผมพนันอะไรบ้าๆ นั่นด้วย แล้วยังบันทึกเสียงผมส่งให้ทัชอีก

ไม่เบาเลยนี่ไอ้แทน แม่งทำสำเร็จซะด้วย

“ทัชบอกให้กูเลิกยุ่งกับเขา”

“ทำไมวะ ทัชก็ดูชอบมึงนี่”

“เพราะไอ้ไผ่ไง”

“ทัชชอบไอ้ไผ่หรอ”

“เปล่า”

“ไอ้ไผ่มันก่อเรื่องอีกแล้วสินะ ว่าแต่คราวนี้มันก่อเรื่องอะไรล่ะ”

“เรื่องพนัน มันบันทึกเสียงส่งให้ทัช” เรื่องพนันผมกับไอ้ไผ่แทบจะพนันกันทุกครั้งที่จีบคนเดียวกัน ทั้งที่คิดว่าครั้งนี้จะไม่พนันเพราะเป็นทัชแต่สุดท้ายผมก็ทำเหมือนเดิมอยู่ดี

สมน้ำหน้าตัวเองแล้วล่ะครับ ทำตัวเองแท้ๆ

“ไม่ใช่แผนของไอ้แทนมันก็อยากทำอยู่แล้วล่ะกูว่า” ก็มันทำไปเพราะความสนุกและปั่นหัวคนอื่นไง

แต่สิ่งที่ทำให้ผมสบายใจได้ตอนนี้คือไอ้ไผ่จะไม่ยุ่งกับทัชแล้ว ก็ไม่รู้เพราะอะไรถึงทำให้ผมคิดแบบนี้ เพียงแค่รู้สึกว่าถ้ามันต้องการแค่อยากให้ผมเลิกยุ่งกับทัช มันก็ไม่มีเหตุผลที่จะไปหาทัชเหมือนกับเมื่อก่อนที่ต้องคอยจับตาดูผม

“แล้วมึงจะทำไงต่อวะ”

“....ไม่รู้ว่ะ” เพราะตอนนี้ผมยังคิดอะไรไม่ออกเลย

ความรู้สึกด้านลบมันพุ้งเข้ามาจนผมตันไปหมดแล้ว

“จะเลิกยุ่งกับน้องมันจริงๆ หรอ”

“แล้วมึงคิดว่ากูควรเลิกยุ่งรึเปล่า” นี่ไม่ใช่คำถามกวนประสาทแต่ผมถามเพราะอยากรู้คำตอบของไอ้ภูมิจริงๆ และเหมือนมันจะรู้ด้วยว่าผมก็จริงจัง

“ก็ลองดูสิ เผื่อมันจะทำให้มึงตัดสินใจอะไรได้เด็ดขาดขึ้นว่าชีวิตที่ไม่มีเขา…มึงจะอยู่ได้ไหม”

พอรู้ว่าเป็นแผนของไอ้แทนความรู้สึกที่ตามมาคือโล่งอก และดูเหมือนว่าตอนนี้อุปสรรคของผมไม่ได้มีแค่ไอ้แทนแต่มันรวมถึงตัวผมด้วย

“อืม..... กูจะลองดู”

เพราะผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าจะเลิกยุ่งกับทัชได้รึเปล่า จะใช้ชีวิตโดยไม่คิดถึงอีกคนได้รึเปล่า

“ทำตามแผนเขาหน่อยแล้วกัน”

“คงเอาคืนที่กูทำกับเพื่อนมันไว้ล่ะมั้ง ทำสำเร็จซะด้วย” ไอ้ภูมิไม่ได้ว่าอะไรแต่ตบบ่าผมเบาๆ

ลึกๆ แล้วผมก็กลัวว่าจะเป็นเหมือนที่ผ่านมา กลัวว่าผมแค่อยากจะเอาชนะทุกคนที่คอยขัดขวางผม แล้วถ้าทัชชอบผมขึ้นมาจริงๆ มันจะเป็นอย่างไรต่อ ผมจะเบื่อน้องแล้วทิ้งอย่างที่เคยทำกับคนที่ผ่านมารึเปล่า

และเมื่อเป็นทัชผมถึงอยากพิสูจน์ให้แน่ใจ เพราะยิ่งเห็นสายตาของทัชในวันนี้ผมยิ่งไม่อยากทำให้น้องต้องเสียความรู้สึกเพราะผมอีก

“กูจะเบื่อทัชไหมวะ”

“เบื่อไม่เบื่อจะได้รู้หลังจากนี้แหละ”

ผมเข้าใจความรู้สึกของทัชนะ ล้อเล่นกับความรู้สึกมันไม่ใช่เรื่องตลกและที่แย่ไปกว่านั้นก็คือผมรู้และก็ทำมันมาตลอด…







‘งั้น…เรามาตกลงอะไรกันแบบจริงจังดีมะ’ ไอ้ไผ่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์พลางยักคิ้วซึ่งดูแล้วสิ่งที่มันจะพูดต่อจากนี้คงไม่ใช่เรื่องที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผมแน่ๆ

แต่ผมมีทางเลือกหรอนอกจากสู้กับมันจนกว่ามันจะยอมแพ้ไปเอง

‘จะตกลงอะไรก็ว่ามา’

‘ไหนๆ เราก็มีเป้าหมายเดียวกันแล้ว เรามาเพิ่มเงื่อนไขเพื่อให้มันน่าสนุกขึ้นดีไหม’

‘พูดมาตรงๆ ’ ผมไม่มีเวลามานั่งฟังมันพูดอ้อมโลกหรอกนะ

‘มึงกล้าพนันกับกูไหมล่ะ’

‘พนันอะไร’

‘ถ้ามึงจีบทัชติดกูยอมจ่ายห้าหมื่น แต่ถ้ามึงจีบไม่ติดมึงก็ต้องจ่ายห้าหมื่นให้กูเหมือนกัน… มึงกล้าปะ’

ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยพนันกับมันแต่ครั้งนี้ผมไม่อยากเล่น

‘แล้วทำไมกูต้องเล่น’

‘นั่นน่ะสินะ เอ๊ะ หรือว่า…มึงกลัวจีบไม่ติดหรอครับคุณธัญ แต่ก็ดีนะปล่อยให้คนอื่นจีบบ้าง อย่างเช่นกูไง’

ปล่อยให้คนอื่นจีบงั้นหรอ ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่มันผมอาจจะพอรับได้นะ

แต่ใครจะไปยอมให้มันทำแบบนั้นวะ

ผมมองหน้าไอ้ไผ่ก่อนจะรู้สึกว่าตัวเองคิดผิด เพราะหน้าตากวนๆ ของมันทำให้ผมเริ่มหมดความอดทน

ทำไมเกิดมาได้หน้าตากวนตีนขนาดนี้วะ

‘…ก็ได้ กูตกลง’

สุดท้ายผมก็ตกลงพนันกับมันจนได้

‘เตรียมเงินห้าหมื่นไว้แล้วกัน เพราะมึงต้องจ่ายให้กูในเร็วๆ นี้แน่’ ว่าแล้วมันก็ยิ้มอย่างพอใจ มั่นใจไปเถอะมึง

‘แต่กูมีข้อแม้’

‘หืม? ว่ามาสิครับคุณชาย’

‘ถ้ากูชนะมึงต้องเลิกยุ่งกับทัช แล้วก็ไม่ต้องโผล่หน้ามาให้ทัชเห็นอีก’

‘นึกว่าจะเพิ่มของพนันชะอีก อืม…ก็ได้นะถ้ามึงชนะกูจะเลิกยุ่งกับทัช แต่ว่านะ…มึงชนะให้ได้ก่อนเถอะ’ ถ้าผมต่อยมันจะผิดไหม เริ่มคันไม้คันมือจริงๆ ซะแล้วสิ

ผมจอดรถทันทีที่คิดได้แต่ไม่ได้จะต่อยมันนะ ปล่อยมันลงข้างทางต่างหาก

‘มึงจอดรถทำไม’

‘นี่มึงคิดว่ากูจะไปส่งมึงจริงๆ หรอ มองโลกในแง่ดีไปรึเปล่า’ ผมพูดพลางยิ้มให้ไอ้ไผ่ก่อนที่มันจะสบถออกมาอย่างหงุดหงิดแล้วเปิดประตูลงจากรถไป แต่ก็ยังไม่วายชะโงกหน้าเข้ามาพูดกับผม

‘ถ้าแพ้ก็อย่าหาว่ากูใจร้ายแล้วกัน!’

คนที่แพ้น่าจะเป็นมันมากกว่า









….………………………………



เสียงเพลงคลอเบาๆ ภายในร้านทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายทั้งยังเหมาะที่จะมานั่งดื่มชิลๆ มากกว่ามาหาอะไรที่มันท้าทาย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ผมมาที่นี่ผมมาเพราะอยากคุยกับคนที่ผมไม่ค่อยอยากจะเจอหน้าเท่าไหร่

ผมต้องอดทนไม่ให้ตัวเองซัดหน้ามันให้ได้เมื่อนึกถึงสิ่งที่มันทำเอาไว้

ไอ้ไผ่นั่งอยู่กับผู้หญิงที่ทุกคนในมหาลัยรู้จักกันดีในฐานะคู่หมั้นของมัน เป็นคนที่ใจกว้างจนผมไม่คิดว่าจะมีคนแบบนี้อยู่บนโลก

ผมเดินมาถึงโต๊ะของไอ้ไผ่แต่มันก็ไม่ได้สนใจเลยว่าผมมายืนอยู่ตรงนี้ จนกระทั่งผู้หญิงของมันสะกิดจึงหันมามองผม

“อ้าว นึกว่าใคร ว่าไงเอาเงินมาให้กูหรอ” ไอ้ไผ่ยกยิ้ม

“มึงเป็นคนทำใช่ไหม”

“ทำอะไร” มันทำหน้าเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร

“คลิปเสียงนั่น”

“อ่ออ เรื่องนี้นี่เอง จะว่าไปมึงก็มาโวยวายช้านะหรือว่ามัวแต่สืบหาอะไรอยู่” ไอ้ไผ่ว่าอย่างรู้ทัน แน่นอนแหละครับคนอย่างมันไม่รู้อะไรบ้างล่ะ

“มึงเป็นอะไรกับไอ้แทน”

“คำถามฟังดูน่าขนลุกนะ” ไอ้ไผ่หันไปยิ้มขำกับผู้หญิงของมันเหมือนเป็นเรื่องตลก

ถามว่าผมต้องใช้ความอดทนในการคุยกับไอ้ไผ่แค่ไหน ผมบอกเลยว่าต้องใช้ความอดทนทั้งหมดที่ผมมีเลยล่ะ โคตรจะกวนตีนทั้งหน้าตาทั้งคำพูด

“กูมายกเลิกการเดิมพัน”

“แค่ยกเลิกเดิมพันปากเปล่ามึงถึงกับมาหากูเลยงั้นหรอ บอกมาตรงๆ ดีกว่าว่ามึงต้องการอะไรกันแน่” ไอ้ไผ่จ้องหน้าผมพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์

“กูอยากให้มึงช่วย...”

“ความสัมพันธ์ของกูกับมึงไม่ได้อยู่ในขั่นที่จะมาขอให้ช่วยก็ช่วยได้นะ”

“แล้วความสัมพันธ์แบบไหนถึงจะยอมช่วยเหมือนที่มึงช่วยไอ้แทนล่ะ” ถ้าจะบอกว่ามันกับไอ้แทนเป็นเพื่อนกันผมว่ามันคงฟังดูตลกไปหน่อยนะ เพราะอย่างที่รู้ๆ ไอ้ไผ่มันไม่มีเพื่อนสนิท

“เห้อ พวกมึงสองคนนี่มันบ้าพอๆ กันเลยนะ”

และจากที่คิดว่ามันไม่น่าจะปฏิเสธ แต่ผมกลับคิดผิด…

“กูไม่ช่วย ไม่ว่าจะเรื่องอะไร” แทนที่จะเป็นน้ำเสียงกวนๆ แต่กลับจริงจังจนผมแปลกใจ แปลกใจว่าคนที่สนใจแต่ความสนุกอย่างมันทำไมถึงปฎิเสธผม

มันไม่แม้แต่จะฟังด้วยซ้ำว่าผมจะให้มันช่วยเรื่องอะไร

หึ แล้วทำไมผมต้องง้อมันด้วยล่ะ

“กูจะเชื่อนะว่ามึงชอบทัชจริงๆ แต่ต่อให้มึงชอบทัชยังไงมันก็ยังมีความจริงที่ว่ามึงอยากชนะ ถ้าไม่มีกูไม่มีไอ้แทนหรือคนอื่นที่คอยขัดขวางมึง มึงจะยอมทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะใจทัชไหม… ชอบอาจจะชอบจริงแต่ต่อจากนั้นล่ะ ต่อจากที่มึงชนะทุกคนแม้กระทั่งใจทัช มึงกล้ารับปากรึเปล่าว่าสุดท้ายแล้วมึงจะไม่ทิ้งทัชไป”

คำพูดยาวเหยียดออกจากปากไอ้ไผ่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนพร้อมทั้งสายตาที่เหมือนกับไอ้แทนเวลาที่มันบอกไม่ให้ผมยุ่งกับทัช…เหมือนกันไม่มีผิด

“เพราะมึงเคยทำกับไอ้วิน... กูพูดถูกไหม” สายตาที่ดูเหมือนจะเย็นชาแต่กลับซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้

และที่มันพูดแบบนี้ก็เพราะมันเคยชอบวิน แต่วินมาคบกับผม

ความสัมพันธ์และการเอาชนะกันของผมกับมันเป็นแบบนี้อยู่เสมอ

“กู…”

“ไม่ต้องพูดกูไม่อยากฟัง” ท่าทีของไอ้ไผ่เปลี่ยนไปในทันที มันทำท่ารำคาญผมก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม

“เราขอพูดอะไรหน่อยนะ เราว่าธัญกลับไปทบทวนกับตัวเองให้มันชัดเจนก่อนดีกว่าว่าจะเอายังไงต่อ อย่างน้อยมันก็ดีต่อตัวธัญแล้วก็คนที่ธัญชอบนะ”

นี่ผมยังชัดเจนไม่พองั้นหรอ ผมควรทำยังไงให้ทัชเห็นว่าผมจริงใจกันล่ะ

หรือว่าผมควรถอยกลับไปตั้งหลักก่อนจริงๆ …






ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1639
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3335
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-1

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5005
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +181/-19

ออฟไลน์ Blackcrow

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 49
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-0
Chapter 21
Pai'Part



ผมกลับจากไปส่งพายด์ที่บ้านก่อนจะมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่ได้นัดหมายกับใครบางคนเอาไว้ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นไอ้แทน คนที่อยู่ๆ ก็มาขอให้ผมช่วยเรื่องของน้องชายตัวเองที่ผมก็เพิ่งรู้ว่ามันมีน้องชายกับเขาด้วย

น้องชายไอ้แทนก็คือทัช คนที่ผมเคยเจอก่อนจะรู้ว่าเป็นน้องของมัน



‘ที่ผ่านมากูเข้าใจผิดมาตลอดหรอว่ามึงไม่ชอบขี้หน้ากู’ ผมถามคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า

ผมรู้จักกับไอ้แทนมาก่อนอยู่แล้วแต่ไม่ได้เป็นเพื่อนกันและก็ไม่ใช่ศัตรู แค่ไม่ชอบขี้หน้าของกันและกัน งงไหมครับ เอาเป็นว่าช่างมันเถอะ

‘กูมีเรื่องให้มึงช่วย’

‘นี่คิดว่ากูเป็นคนมีเมตตากรุณาขนาดนั้นเลยรึไง’

‘เปล่า คิดว่ามึงเป็น ‘คนชั่ว’ คนหนึ่ง’ ดูมัน มาขอให้คนอื่นช่วยยังจะมาด่าเขาอีก

อย่างที่บอกผมไม่ได้เป็นศัตรูแต่ก็ไม่ได้เป็นเพื่อนกับมัน

เอาจริงๆ ผมเริ่มจะงงกับความสัมพันธ์แปลกๆ นี้แล้วนะ

‘มีอะไร ก็ว่ามา แต่จะช่วยไหมก็อีกเรื่องนะ’

‘มึงช่วยกันไอ้ธัญออกจากน้องกูหน่อย’



นั่นแหละครับจุดเริ่มต้นของกันปั่นประสาทไอ้ธัญ ผมยอมช่วยไอ้แทนเพราะนึกสนุกและมีอีกเรื่องที่ไอ้แทนมันไม่เคยรู้ว่าตอนแรกผมก็สนใจทัชเหมือนกัน

ถ้าไอ้แทนรู้มันคงไม่มาขอให้ผมช่วย แต่ผมก็แค่สนใจยิ่งเป็นน้องของไอ้แทนเลยไม่อยากยุ่งเท่าไหร่

ทัชไม่ควรมายุ่งกับผม แต่กับไอ้ธัญผมไม่รู้หรอกว่าควรยุ่งด้วยรึเปล่า

ถึงผมจะรู้ว่าไอ้ธัญชอบทัชจริงๆ แต่ก็ยังไม่หยุดแถมยังทิ้งระเบิดเอาไว้ซึ่งมันก็สำเร็จซะด้วย ตอนแรกผมคิดว่าทัชจะไม่สนใจคลิปเสียงนั่นแล้วเข้าข้างไอ้ธัญอย่างเคย แต่ผิดคาดทัชตัดความสัมพันธ์จนผมอย่างก็นึกแปลกใจ

แต่พอมาคิดถึงเหตุและผล การที่เราจะโกรธใครสักคนเราก็ต้องรู้สึกอะไรบางอย่างกับคนคนนั้นใช่ไหมล่ะครับ ซึ่งมันอาจจะเป็นไปได้ว่าทัชก็เริ่มชอบไอ้ธัญแล้วเหมือนกัน

เมื่อมีความรักมันก็ต้องมีอุปสรรคเป็นเรื่องธรรมดา แต่ต่อจากนี้อุปสรรคไม่ใช่ผมหรือไอ้แทนหรอกแต่เป็นความรู้สึกของสองคนนั้นมากกว่า

ผมไม่ได้นึกถึงความสนุกของตัวเองจนไม่สนใจความรู้สึกของใครหรอกนะ แต่คนที่ผมสนใจคงไม่ใช่ไอ้ธัญแน่นอน

“ไหนล่ะค่าตอบแทนของกู” ผมนั่งลงเก้าอี้ข้างๆ ไอ้แทน

ร้านที่ไอ้แทนนัดผมมาเป็นร้านประจำของผมกับมัน พอมาร้านนี้ทีไรยิ่งตอกย้ำว่าผมเหมือนเป็นลูกน้องที่ต้องคอยรายงานความคืบหน้าของงานที่ทำให้เจ้านายอย่างมันฟัง

นี่ผมเป็นลูกน้องของมันเต็มตัวแล้วสินะ

“จะเอาอะไร”

“เอาเพื่อนมึง” ไอ้แทนจ้องเขม็งทันทีที่ผมพูดจบ

“ล้อเล่นน่า กูไม่เอาหรอก” ไอ้แทนมองผมอีกครั้งอย่างไม่ไว้ใจ เรื่องค่าตอบแทนผมไม่ได้คิดอยู่แล้วผมไม่อยากได้อะไรหรอกนอกจาก…จะว่าไปก็ช่างมันเถอะ

“จะบอกว่ามึงช่วยกูฟรีๆ งั้นหรอ”

“ทำไมก็กูมีน้ำใจ” ผมยักไหล่

“อย่างมึงเนี่ยนะ” ผมไม่ได้ตอบอะไรแล้วหยิบมือถือเปิดคลิปที่ผมบันทึกไว้เมื่อสองวันก่อนให้ไอ้แทนดู

นอกจากผมจะเป็นคนกันไอ้ธัญออกจากทัชแล้วผมยังรับหน้าที่เป็นสโตกเกอร์อีกด้วย ทำไมเหมือนชีวิตผมว่างขนาดนั้นล่ะเนี่ย มันก็ว่างจริงๆ นั่นแหละครับ

“มึงคิดว่าไง” ไอ้แทนยื่นมือถือคืนมาให้ผม

คลิปที่ผมให้ไอ้แทนดูคือวันที่ทัชทะเลาะกับไอ้ธัญถึงขั่นเลิกยุ่งกันเลยนั่นแหละ ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่าผมหมดหน้าที่ตรงนี้แล้ว

“ก็ดีไงจะได้ไม่ต้องมายุ่งกับน้องกูอีก”

“กูหมายถึงมึงคิดว่าน้องมึงชอบไอ้ธัญไหม” ไอ้แทนทำหน้าคิดสักพักแต่ก็ไม่พูดอะไรออกมา จนเป็นผมที่ถามต่อ

“ถ้าเขาสองคนชอบกันจริงๆ มึงจะทำยังไงวะ” ผมอยากรู้ว่าถ้าน้องมันชอบไอ้ธัญมันจะขัดขวางเหมือนที่เคยทำไหม

“กูมีเหตุผลพอ ถ้าไอ้ธัญมันทำให้กูรู้สึกว่าจะไม่ทำแบบที่เคยทำกับไอ้วิน กูจะขัดขวางทำไม”

เลือกที่จะให้โอกาสสินะ ก็สมกับเป็นไอ้แทนดี

บทจะดีก็ดีแต่บทจะร้ายมันก็ร้ายไม่เผื่อแผ่ใครเหมือนกัน นั่นแหละคือไอ้แทน

“ไม่แน่นะมึงอาจจะได้น้องเขยเป็นมันก็ได้”

“เหอะ ไม่ค่อยอยากได้เท่าไหร่ว่ะ”

แต่ผมว่าไม่รอดหรอก

“ว่าแต่…เพื่อนมึงมีแฟนยังวะ”

“ใคร”

“วินไง” เมื่อกี้ยังเหมือนจะเป็นมิตรกับผมอยู่เลยพอพูดถึงเพื่อนรักนี่ตาขว้างขึ้นมาเชียว

จริงๆ แล้ววินเป็นคนที่ผมชอบนะแต่ถูกไอ้ธัญคาบไปแดกซะก่อน ผมควรจะทำให้มันสำลักความเศร้าตายไปเลยดีไหมไอ้ธัญเนี่ย คิดแล้วหมั่นไส้มันว่ะ

“เลิกคิดเถอะมึงน่ะ” ว่าแล้วมันก็ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม

“มึงควรจะเปิดใจกับกูบ้าง”

“พายด์เล่าเรื่องมึงให้กูฟังเยอะเกินกว่าที่กูจะเปิดใจได้ว่ะ” ผมเบ้ปาก ยัยตัวแสบอีกแล้วหรอคอยดูนะเจอเมื่อไหร่จะเอาคืนซะให้เข็ด!

“เดี๋ยวกูมา”

“เออ จะไปไหนก็ไป” ดูมันสิครับ พองานเสร็จก็ไม่เห็นหัวกันเลยแม่ง

หมดประโยชน์แล้วก็เขี่ยทิ้ง เฮ้อออออเป็นผมนี่มันเศร้าจริงๆ นะ



พอเดินห่างจากโต๊ะมาพอสมควรผมก็หยิบมือถือขึ้นมา เบอร์ของคนที่ไม่ได้เมมชื่อไว้ปรากฏบนหน้าจอพร้อมกับเวลาที่บอกว่าโทรหากันได้นานเท่าไหร่ ผมยกมันขึ้นแนบหูก่อนจะพูดกับปลายสาย

“ถ้าอยากได้น้องเขาก็ต้องทำตัวให้มันดีๆ หน่อยนะ แต่อาจจะยาก…” ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดจบประโยคปลายสายก็ตัดสายทันที

ผมมองหน้าจอที่เพิ่งโดนตัดสายไปอย่างไม่ใยดีก่อนที่คิ้วจะกระตุก ให้ตายสิไม่น่าช่วยมันเลยแม่ง

แต่ก็เอาเถอะถือว่าทำบุญแล้วกัน

.

.

.

จริงๆ ผมทำแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับนกสองหัวใช่ไหมล่ะ แต่จะบอกอะไรให้นะครับ ผมน่ะ…ก็เป็นคนแบบนี้แหละ







….……………………………….





“ผมนึกว่าพี่จะไม่มาแล้วซะอีก” น้ำเสียงของเจ้าตัวบ่งบอกว่าดีใจที่ได้เจอผม

ไอ้แมน ที่อยู่ในชุดนักศึกษาแต่ไม่ได้เรียนที่เดียวกับผม มันเรียนเทคนิคซึ่งผมก็ยังไม่เข้าใจว่าเขายอมใหม่มันเรียนได้ยังไงทั้งที่ออกจะห่วงภาพลักษณ์ทางสังคมขนาดนั้น

“งั้นครั้งหน้ากูจะไม่มา”

“โถ่ พี่ไผ่ก็ใจดีที่สุดแล้วล่ะ” ไอ้แมนยิ้มจนปากแทบจะฉีกไปถึงหู โดยไม่ได้สนใจหน้าตาที่ไม่ได้คล้อยตามมันของผมเลย

“รีบขึ้นรถกูจะไปส่ง”

“แล้วพี่ไม่นอนบ้านหรอ”

“ที่ถามนี่คิดรึยัง” พอได้ยินผมพูดแบบนั้นไอ้แมนก็ทำหน้าหงอยๆ ทันที พอเห็นมันทำหน้าแบบนั้นผมก็เลิกสนใจแล้วเปิดประตูเข้าไปในรถทันที

“ถ้าไม่ขึ้นกูจะกลับแล้วนะ” ไอ้แมนรีบขึ้นรถแทบไม่ทัน เมื่อกี้ถ้าไม่ขึ้นผมก็จะกลับจริงๆ นะ

ใครจะอยู่รอมันล่ะ คิดว่าผมใจดีขนาดนั้นเลยรึไง

“ทำไมไม่โทรเรียกรถที่บ้านมารับ”

“ผมอยากเจอพี่ไง” ผมแค่นยิ้มกับคำตอบของไอ้แมน ดูเหมือนว่ามันจะเป็นคนเดียวในบ้านที่อยากเจอผมและอยากให้ผมกลับบ้านน แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ซึ้งหรอกน่า

ไอ้แมนคิดว่าผมเป็นพี่ซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจหรอกว่ามันจะคิดยังไง ก็อย่างว่าแหละมันไม่ใช่น้องแท้ๆ ของผมสักหน่อยถึงจะมีพ่อคนเดียวกันก็เถอะ

แต่ผมก็ไม่ได้เกลียดมันนะทั้งๆ ที่มัน…กำลังจะแย่งทุกอย่างไปจากผม…





“พี่จะไม่เข้าไปหาพ่อหน่อยหรอ” ผมจอดรถหน้าบ้านให้ไอ้แมนลง แต่ก็ยังไม่วายหันมาถามผมอีกรอบ

“เข้าบ้านไป” ผมไม่สนใจว่าไอ้แมนจะทำหน้ายังไงรีบขับรถออกไปจากตรงนี้ทันที

เข้าไปหาพ่องั้นหรอ ฟังดูตลกชะมัด

แล้วก็บ้านหลังนั้นด้วยใครจะอยากกลับวะ

…ถ้าไม่จำเป็นผมก็ไม่อยากกลับไปหรอก





End Part

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3335
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-1

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1639
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0

ออฟไลน์ Kelvin Degree

  • ถ้าวันนั้นเลือกที่จะเดินออกไป คงไม่เจ็บมาจนถึงทุกวันนี้...
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1823
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-2
มาต่ออีกนะครับ,,,

ออฟไลน์ Blackcrow

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 49
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-0
Chapter 22
กลับสู่สภาวะปกติที่ไม่ปกติ



วันนี้เกือบทั้งวันที่ผมนั่งเรียนแต่เนื้อหาที่อาจายร์สอนไม่ยอมเข้าหัวเหมือนกับว่ามันไม่มีที่ว่างพอสำหรับเรื่องเรียนทั้งๆ ที่ในหัวก็โล่งไปหมด

“เป็นอะไรของมึงเนี่ย” แรงสะกิดที่หัวไหล่ทำให้ผมกลับมาสนใจสิ่งรอบข้าง

“เปล่า”

“มึงท่าทางแปลกๆ มาสองสามวันละนะ เป็นอะไรบอกพวกกูได้นะเว้ย” ผมมองหน้าเดอะแก๊งก่อนจะถอนหายใจทำเอาพวกมันทำหน้างงไปตามๆ กัน

ที่ผมเป็นแบบนี้คงเป็นเพราะเรื่องที่ผมทะเละกับพี่ธัญเมื่อหลายวันก่อนแต่ยังไม่ได้บอกเดอะแก๊ง จริงๆ ก็ไม่รู้จะบอกยังไงเหมือนกันมันรู้สึกไม่อยากพูดถึง และที่สำคัญผมไม่อยากยอมรับความจริงว่าที่ผ่านมาพี่ธัญหลอกผม

“เกี่ยวกับคุณธัญใช่ไหม” ไอ้โก้ถามอย่างรู้ทัน

ผมพยักหน้าอย่างปฎิเสธไม่ได้ ตามจริงผมควรจะดีใจด้วยซ้ำที่เลิกยุ่งกับพี่ธัญแต่ทำไมมันถึงไม่รู้สึกแบบนั้นเลยวะ

ตั้งแต่วันที่ผมพูดตัดความสัมพันธ์กับพี่ธัญไปหลังจากนั้นเขาก็ไม่โผล่หน้ามาอีกเลย

มันก็ดีแล้วไม่ใช่รึไง….

“สองสามวันมานี่กูไม่เห็นเขามาหาไอ้ทัชเลยนะ”

“เออจริงด้วย พวกมึงมีอะไรกันหรอหรือว่าทะเลาะกัน” ไอ้ปาล์มถาม

“ไม่มีอะไร ก็แค่...กูกับเขาเลิกยุ่งเกี่ยวกันแล้ว” พอได้ยินแบบนั้นพวกมันก็ทำหน้างงเข้าไปอีก

“เป็นไปได้ไง นี่มึงเชื่อเรื่องที่เขาพูดกันแล้วหรอ”

“อืม เชื่อแล้ว” ตอนแรกดึงดันแทบตาย สุดท้ายก็ต้องเจอกับตัวเองถึงจะรู้

ถึงตอนนี้จะยังไม่ชินที่ไม่มีพี่ธัญคอยป้วนเปี้ยนแต่สักพักคงกลับมาเป็นเหมือนเดิม เหมือนตอนที่ยังไม่ได้เจอพี่ธัญ

มันคงไม่อยากเท่าไหร่หรอก…มั้ง

“คืนนี้ไปแดกเหล้ากัน”

“นี่มึงกำลังทำตัวเหมือนคนอกหักอยู่นะไอ้ทัช” ไอ้โอ๊ตว่าพลางมองผม

“กูอยากแดกเหล้านี่เหมือนคนอกหักตรงไหน พวกมึงจะไปไม่ไป ไม่ไปกูไปคนเดียวก็ได้” แน่นอนว่าผมพูดจริงทำจริงอารมณ์อยากนั่งดื่มชิลๆ มันมาครับ พร้อมฉายเดี่ยวแล้วตอนนี้

“โถ่ พูดแค่นี้ทำเป็นน้อยใจ พวกกูก็ต้องไปกับมึงอยู่แล้วปะเมามาใครจะเก็บศพมึง” ไม่ว่าเปล่าไอ้โอ๊ตมันกอดคอผมก่อนจะใช้มือหนักๆ ของมันยีหัวผมอย่างแรง

ผมนี่ขึ้นชื่อว่าเมาเหมือนหมาต้องมีเพื่อนคอยเก็บศพตลอด ไอ้ที่คิดจะฉายเดี่ยวเมื่อกี้ก็คงต้องพับเก็บไว้ก่อนไม่งั้นคงได้นอนข้างทางแน่ๆ

อย่างเพิ่งห้าวไอ้ทัช เดี๋ยวมึงจะได้เป็นหมานอนข้างถนน!





หลังจากที่ตกลงสถานที่กันได้แล้วเลิกเรียนพวกผมก็ตรงมาที่ร้านทันที

พวกผมเดินเข้ามาในร้านที่คุ้นเคยกับเจ้าของร้านเป็นอย่างดีนั่นก็คือร้านพี่ชายไอ้ตัง กันเองแบบนี้แหละดีเวลาหมดสภาพจะได้ไม่นอนข้างถนน ผมคิดว่างั้นนะ

“นึกว่าร้านแกจะเจ๊งไปแล้วซะอีก”

“จะเจ๊งเพราะพวกมึงมาแดกฟรีเนี่ย”

“อุ้ย! เฮียหวัดดีค้าบบบ” พวกผมนี่ยกมือไหว้เฮียแกแทบไม่ทันเมื่อไอ้โอ๊ตมันนินทาแล้วอยู่ๆ เฮียแกก็โผล่มา

อาจจะได้แดกตีนเฮียแกก่อนจะได้แดกเหล้าเป็นแน่

“วันนี้จัดมาเลยเฮียเอาแบบหนักๆ ไม่เมาไม่กลับ”

“พวกมึงไม่มีเรียนกันหรอพรุ่งนี้” ปากถามพวกผมแต่ตาหันไปจ้องไอ้ตัง

“พรุ่งนี้วันเสาร์ค่าเฮียย ลืมวันลืมเดือนรึไง”

เฮียหมอกทำหน้าเหมือนนึกขึ้นได้ก่อนจะพยักหน้าให้พวกผมแล้วเดินนำพวกผมไปที่โต๊ะ เด็กเส้นมันดีอย่างนี้แหละครับ จองโต๊ะแบบวีไอพีได้ด้วย



“พวกกูจะถือซะว่าวันนี้มาฉลองที่มึงไม่มีตัวป่วนมาวนเวียนให้รำคาญแล้วกันนะ” ไอ้ปาล์มพูดพลางทำท่าโอเว่อร์ตามสไตล์มัน ซึ่งผมก็ได้แต่ยิ้มรับทั้งที่ในใจมันจะรู้สึกโหวงๆ แปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้

“ก็ดีนะมึงที่ผ่านมาบรรยากาศแม่งแปลกๆ ชิบหาย” ไอ้โอ๊ตเสริม

“แปลกตรงไหนย่ะ บรรยากาศออกจะดี เนาะไอ้ทัช”

“พวกมึงเลิกพูดเรื่องนี้เถอะน่า อย่ามัวแต่พูดย่างแดกเองบ้างไม่ใช่ให้แต่กูย่างให้เนี่ย” เป็นไอ้โก้ที่ตัดบทสนทนา จากนั้นต่างคนต่างกินทั้งพูดเรื่องนั้นเรื่องนี้กันอย่างสนุกสนาน ผมก็สนุกนะแต่อีกใจหนึ่งกลับรู้สึกเหงา

หวังว่ามันจะเป็นแค่ช่วงนี้นะ ไม่งั้นผมต้องแย่แน่ๆ

“กูว่าเราน่าจะชวนสาวๆ มาด้วยนะ”

“สาวๆ นี่หมายถึงคนไหนวะ ชวนมาให้ถูกนะมึงรถไฟชนกันระวังจะซวย” ผมแซวไอ้ปาล์มอย่างนึกหมั่นไส้ สาวเยอะชิบหายไอ้นี่ไม่รู้เอามุขอะไรไปจีบสาวถึงได้ติดขนาดนี้

สาเหตุที่ไอ้ปาล์มมันยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนคือมันเลือกไม่ได้ครับ มันบอกเลือกไม่ได้เพราะมันชอบหมด

สักวันสาวๆ จะมารุมกระทืบแทนที่จะพิศวาสมัน

“มึงก็หาสักคนดิ แห้งมานานแล้วไม่ใช่หรอ”

“กูเจ้าชู้ไม่เป็นว่ะ กูมันคนดี”

“หราาาาาา” แม่งประสานเสียงกันอีก

“ตัวจริงมันก็พลอยไง” ไอ้โก้ว่า

“คนนี้กูเชียร์”

“กูด้วย”

“ก็ไม่ได้เลวร้ายนะถึงแม้จะสวยน้อยกว่ากูก็เถอะ” อันหลังนี่ผมว่าไม่ใช่ละ

ดูเหมือนเดอะแก๊งจะเชียร์พลอยมากกว่าคนที่ผมเคยคบมา ก็แน่ล่ะพลอยทั้งน่ารักทั้งนิสัยดีนี่นา จะว่าไปผมก็ตาถึงเหมือนกันนะเนี่ย







“เห้ยๆ ไอ้ทัชมึงทำเหี้ยไรเนี่ย” โก้ตะโกนลั่นก่อนจะคว้าตัวเพื่อนเอาไว้ไม่ให้พุ่งไปมีเรื่องกับลูกค้าคนอื่น

“ขอโทษครับเพื่อนผมเมา” อีกฝ่ายมองมาอย่างไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนักแล้วเดินออกไป

ถือเป็นเรื่องดีที่ไม่มีใครอยากถือสาคนเมา ถึงแม้จะน่าโดนสักทีก็เถอะ

“พามันกลับเถอะ แม่งเมาทีไรหมาทุกที” ปาล์มบอก

ในบรรดาเพื่อนที่นั่งดื่มกันทั้งหมดก็มีแค่ทัชที่เมาเละอยู่คนเดียวเนื่องจากดื่มเหล้าเหมือนดื่มน้ำเปล่า

ไม่รู้เจ้าตัวตั้งใจจะมาเมาหรือติดลมกันแน่ แต่เมาครั้งนี้ไม่ได้อ้วกแล้วหลับเหมือนครั้งก่อนๆ

โก้มองเพื่อนตัวเองก่อนจะใช้แขนล็อคคออีกคนเอาไว้หลอมๆ แล้วส่ายหน้าเบาๆ

สาเหตุที่เมาเละก็มีไม่กี่อย่างส่วนมากก็อกหัก แต่ครั้งนี้มันค่อนข้างน่าแปลกใจแต่ก็พอเข้าใจได้สำหรับเพื่อนที่อยู่ด้วยกันแทบจะตลอดเวลาแบบโก้

คงไม่พ้นเรื่องคนคนนั้น

ทั้งที่ขัดขวางแทบตายสุดท้ายเพื่อนเขาก็มีใจให้อีกคนจนได้

“ยั้มมี่ย้ามมมมม” เสียงแหกปากร้องเพลงที่ไม่รู้ว่าเป็นเพลงอะไรดึงความคิดของโก้ให้กลับมาอยู่ปัจจุบัน

ปัจจุบันที่ควรจะพาไอ้ขี้เมากลับบ้านสักที

“อายคนชิบหาย มีสาวที่กูเล็งไว้มาไหมเนี่ย”

ปาล์มบ่นแต่ไม่ได้จริงจังนัก

“มาช่วยกูแบกมันไปรถดิ้ หนักจะตายห่าอยู่แล้วเนี่ย”

ยังไม่ทันที่ปาล์มจะเข้าถึงตัวทัช ไอ้ตัวแสบก็หยิบมือถือขึ้นมาเหมือนจะโทรหาใครสักคนซึ่งมันทำให้โก้รีบแย่งมือถือจากมือทัชทันที

เป็นเพราะโก้สนใจมือถือในมือจนเผลอปล่อยให้ทัชลงไปนั่งกองอยู่กับพื้นด้วยสภาพที่เห็นแล้วไม่รู้จะสงสารหรือสมน้ำหน้าดี

“ปล่อยมันทำไมเนี่ย” ปาล์มโวยวายแต่โก้กลับไม่ได้สนใจเพราะชื่อที่ทัชเกือบจะกดโทรออกนั้นน่าสนใจกว่า

พี่ธัญ

โก้ละสายตาจากหน้าจอแล้วมองเพื่อนที่นั่งปัดป่ายมือปาล์มไม่ให้พยุงตัวเอง เพื่อนเขามีนิสัยอีกอย่างเวลาเมาก็คือมักจะโทรหาคนที่เป็นต้นเหตุของการเมาครั้งนั้น และครั้งนี้เขาก็มั่นใจแล้วว่าต้นเหตุคือใคร

ตอนเลิกกับแฟนเก่าทัชก็มักจะโทรไปหาคนนั้นจนเขาต้องปิดเครื่องหนี พอเมาแล้วความรู้สึกจริงๆ ก็มักจะแสดงออกมา

ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าทัชกับธัญทะเลาะกันเรื่องอะไร จะไม่รู้ได้ยังไงในเมื่อเขาก็เป็นอีกคนที่พี่แทนบอกให้ช่วยจับตามองทัช

เขาช่วยพี่ไผ่แทบจะทุกอย่างตั้งแต่พี่ไผ่เข้ามา

สาเหตุที่โก้ทำแบบนั้นก็เพราะเป็นห่วงทัช และเขาก็ไม่ได้รู้สึกถูกชะตากับธัญตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

โก้หันกลับมากดบางอย่างในมือถือของทัชก่อนจะเก็บมันใส่กระเป๋าตัวเองแล้วช่วยปาล์มพยุงทัชไปที่รถ









….……………………………………..



สิ่งแรกที่รู้สึกคือหัวที่ปวดแทบจะระเบิด ผมกระพริบตาถี่ๆ ก่อนจะลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนและคำตอบที่ได้หลังจากพยายามนึกอยู่สักพักก็คือ

เมาเหมือนหมาอีกตามเคย

“เฮ้อออ” ผมถอนหายใจอย่างนึกรำคาญตัวเองที่รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองแบบนี้

ก่อนจะนึกถึงคนที่มักจะเข้ามาในความคิดของผมตลอดในช่วงสามวันที่ผ่านมา

“นี่ผมชอบพี่จริงๆ หรอวะ”

ผมทึ้งหัวตัวเองเผื่อมันจะทำให้สมองทื่อๆ ของผมโล่งบ้าง แต่ก็ไม่ได้ผลเพราะความรู้สึกของผมมันมักจะสวนทางกับความคิดอยู่เสมอ

“ให้กูช่วยไหม” เสียงจากทางประตูทำให้ผมผงกหัวดู

ไอ้โก้ยืนกอดอกพิงประตูมองผมด้วยสายตาเอือมๆ ที่เห็นบ่อยจนชิน

ผมลุกขึ้นก่อนจะกุมหัวตัวเองเพราะความปวดมันกลับมาเล่นงานอีกครั้ง

“มีอะไรวะ”

“ไปแดกข้าว ไอ้ปาล์มมันทำไว้ให้ละ”

“เดี๋ยวไป” ผมตอบไอ้โก้แต่ก็ยังไม่ยอมลุกไปไหน

ไอ้โก้ไม่ได้พูดอะไรต่อซึ่งมันแปลกเพราะปกติมันต้องกวนตีนผมแล้ว แต่นี่ไม่แถมยังเงียบใส่อีกต่างหาก

“เห็นมือถือกูไหม” พอผมถามออกไปไอ้โก้ก็หยุดเดินแต่ไม่ได้หันกลับมา ก่อนจะตอบคำถามผม

“อยู่กับกู อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วค่อยมาเอา”

มันตอบคำถามทั้งที่ไม่หันมาแล้วเดินออกไปทั้งอย่างนั้น นี่ผมไปทำอะไรไว้รึเปล่าวะเมื่อคืน

ผมไม่ได้ไปทำให้ไอ้โก้มันโกรธใช่ไหมเนี่ย ทำไมอยู่ๆ ถึงนิ่งใส่ผมแบบนี้ล่ะ

“เหี้ยไรวะเนี่ยยย”

ผมทึ้งหัวตัวเองอีกรอบ นึกโทษตัวเองที่แม่งจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้จนคิดไม่ออกว่าไปทำอะไรไว้

แต่เดี๋ยวมันก็บอกผมเองแหละอย่างไอ้โก้มันปิดปากเงียบได้ไม่นานหรอกน่า





โต๊ะกินข้าวมีแค่ไอ้โก้ที่นั่งอยู่ ผมมองหาคนอื่นๆ แต่ก็ไม่เห็นจนกระทั่งเดินมาถึงโต๊ะไอ้โก้จึงบอกผมเหมือนกับรู้ว่าผมกำลังจะถามอะไร

“ไอ้ตังไปเรียน ส่วนสองตัวนั้นไปข้างนอก”

“แล้วมึงไม่ไปกับพวกมันอะ”

“พวกมันนัดสาวแล้วกูมีสาวกับพวกมันที่ไหนล่ะ” ไอ้โก้ว่าพลางทำหน้าเซ็งซึ่งผมรู้สึกว่ามันปกติกว่าตอนที่อยู่ในห้องกับผมขึ้นเยอะ

หรือผมอาจจะคิดมากไปเอง

“มือถือกูล่ะ”

“ห่วงจังมือถือเนี่ย ไปหาข้าวแดกนู่นไป” ถึงจะพูดอย่างนั้นไอ้โก้มันก็วางมือถือไว้บนโต๊ะเรียบร้อย

ผมหยิบมือถือมาเช็คว่าสภาพมันยังโอเคอยู่ไหม ไม่ใช่หวงความเป็นส่วนหรือมีความลับอะไร แต่ผมห่วงว่ามันจะพังต่างหากเวลาเมายิ่งไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่ด้วย

เมื่อเช็คสภาพทุกอย่างว่าโอเคแล้ว ผมจึงเดินเข้าครัวแล้วออกมาพร้อมกับข้าวต้มถ้วยใหญ่ อาการปวดหัวมาเป็นระยะแต่ก็ไม่ได้กังวลอะไรมากเดี๋ยวมันก็หาย

ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยเมานี่นา

“เมื่อคืนมึงโทรหาคนคนหนึ่ง” พอผมนั่งลงไอ้โก้ก็เปิดประเด็นขึ้นมาซึ่งมันเรียกความสนใจของผมได้ดีเลยทีเดียว

เพราะในเวลาแบบนี้ผมจะโทรหาใครล่ะ นอกจาก…

“ทำหน้าตกใจอะไรขนาดนั้นวะ ทำไม กลัวว่าจะโทรไปหาใครหรอ” ไอ้โก้ทำหน้าตาอย่างผู้เหนือกว่า เวลาเมามันเหนือกว่าผมตลอดครับแถมยังเป็นคนรู้ความลับผมเยอะที่สุดด้วย

“กูโทรหาใคร”

“เช็คมือถือดูดิ้” นั่นไงได้ทีเริ่มปั่นหัวผมละ

ผมกดเช็คการโทรออกของมือถือแต่ก็ไม่พบว่าตัวเองโทรหาใครเลยเมื่อคืน พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นไอ้โก้กำลังกลั้นขำอยู่

ไอ้ห่านี่ แกล้งผมอีกแล้ว

“ไอ้เหี้ยโก้” ผมยืดสุดแขนเพื่อที่จะตบหัวไอ้โก้ที่นั่งอยู่ตรงข้าม

“โอ้ยสัส!” ฟาดไปเต็มแรงครับ สะใจดี

“กวนตีนแต่เช้านะมึง”

“เที่ยงเหอะ” สำหรับผมมันเช้านี่ครับผิดตรงไหน

“มึงกลัวว่ามึงจะโทรหาใครหรอ” ไอ้โก้มองผมอย่างจับผิด

“เปล่า”

“แต่กูรู้นะ” ไอ้โก้ยิ้มกวนตีนให้ผม ยิ้มแบบนี้ไม่ใช่แค่กวนตีนผมแน่ๆ แสดงว่ามันต้องรู้อะไรมาแน่นอน

“กูไม่ได้โทรหาใครสักหน่อย”

“ก็ใช่ไง แต่มึงอาจจะจำไม่ได้ว่ามึงเกือบ…โทรถ้ากูไม่แย่งมือถือมาจากมึงซะก่อน”

ผมนึกขอบคุณมันที่ทำแบบนั้นเพราะคนเดียวที่ผมพอนึกได้ว่าจะโทรไปคงมีคนเดียว

“ที่มึงเมาเมื่อคืนเพราะคุณธัญ…มึงชอบเขาใช่ไหมไอ้ทัช” ไอ้โก้ถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ผมวางช้อนที่ต่อให้อยากกินก็คงกินไม่ลงก่อนจะตอบคำถามที่ผมเคยคิดมันมาหลายครั้ง อาจจะมีแค่ไอ้โก้ที่รู้เพราะจากนี้คงต้องลืมๆ มันไปแล้วก็กลับมาใช้ชีวิตปกติสักที

.

.

.

“ไอ้โก้” ผมมองบางอย่างในมือถือก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาถามไอ้โก้

“ว่า?”

“มึงบล็อคเบอร์พี่ธัญหรอ”

ไอ้โก้ยักไหล่ก่อนจะตอบกลับมา

“กูไม่ลบทิ้งก็ดีเท่าไหร่แล้ว”






ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3335
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

เพื่อนโก้นี่เอง  หนึ่งขบวนการสายลับ ๆ ของพี่แทน

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1639
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0

ออฟไลน์ Kelvin Degree

  • ถ้าวันนั้นเลือกที่จะเดินออกไป คงไม่เจ็บมาจนถึงทุกวันนี้...
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1823
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-2

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด