( มหาลัย VS เทคนิค ) ต่างกันแล้วไงก็ใจมันสั่งมา : chapter 31(จบ) : 30/06/63
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ( มหาลัย VS เทคนิค ) ต่างกันแล้วไงก็ใจมันสั่งมา : chapter 31(จบ) : 30/06/63  (อ่าน 11792 ครั้ง)

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

นู๋ตัง  นี่ช่างสังเกตนะ

เจ้าทัช  หันส่องกระจกบ้างนะ  เจ้าตังอ่ะเป็นกระจกให้ได้นะ

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1906
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-0

ออฟไลน์ Kelvin Degree

  • ถ้าวันนั้นเลือกที่จะเดินออกไป คงไม่เจ็บมาจนถึงทุกวันนี้...
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1816
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-2
ยังไงต่อละทีนี้,,,

ออฟไลน์ Blackcrow

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 66
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0
Chapter 19
จริงหรือหลอก



ถ้าจะถามว่าวันไหนเป็นวันที่วุ่นวายที่สุดสำหรับผม ก็ตอบได้เลยว่าเป็นวันนี้!

วันที่อยู่ๆ ลูกค้าก็เข้าร้านกันอย่างทล่มทลาย ทำเอาพนักงานอย่างผมทำงานไม่ได้พักกันเลยทีเดียว ตอนจัดโปรโมชั่นยังไม่ขนาดนี้เลย แต่นี่มีทั้งกินที่ร้านสั่งกลับแล้วยังจะมาให้ไปส่งอีก บางทีก็แยกวันให้ลูกค้าเข้าร้านบ้างเถ๊อะไม่ใช่มาตุ้มเดียวแบบนี้ พวกผมจะตายกันหมด

“ทำไมวันนี้ลูกค้าเยอะจังวะ” ใครจะไปรู้ล่ะวะ

“อย่าบ่นน่าเด็กๆ ทำงานเร็ว”

“ค้าบบบ” ผมกับไอ้โก้รีบหันมาทำหน้าที่ของตัวเองต่อทันที

ลูกค้าเข้าร้านเยอะๆ มันก็ดีนะครับ ถ้าพี่แทนมาเห็นคงดีใจมากแน่ๆ

“กูว่าโทรให้พวกอยู่บ้านมาช่วยไหม” ไอ้โก้เสนอ มันก็ดูเข้าท่านะเพราะตอนนี้ไม่มีคนส่งของ คนรับออร์เดอร์ด้วย เอาง่ายๆ คือคนไม่พอครับ

“มึงไปโทรดิ้ กูคิดตังค์ให้ลูกค้าก่อน”

“โอเคๆ ” ว่าแล้วไอ้โก้มันก็ไปจัดการต่อ

“ทั้งหมด250บาทครับ”

ผมรับตังค์จากลูกค้าพร้อมกับยิ้มอย่างเคย

“ขอบคุณนะครับ”

“วันหลังจะมาใหม่นะคะ” ลูกค้าสาวยิ้มก่อนจะขยิบตาให้ผม

“ร้านของเรายินดีต้อนรับเสมอครับ” ความเกิดมาหน้าตาดีก็งี้แหละครับ เฮ้ออออ ลูกค้าเยอะเพราะผมแน่ๆ …

กลุ้มใจกับความหล่อของตัวเองจริงๆ

“วันนี้ลูกค้าเยอะเป็นพิเศษนะ ต้องการคนช่วยไหม”

“เห้ย! ทำไมเข้าร้านได้อะ” ผมตกใจเมื่ออยู่ๆ พี่ธัญก็โผล่มา แถมเดินเข้ามาในร้านได้ด้วย

“ไม่มีคนว่างมาไล่ไง” ผมมองไปรอบๆ ซึ่งมันก็จริงอย่างที่พี่ธัญพูดไม่มีใครว่างมาสนใจพี่ธัญเลยสักคน จะสนก็แต่สาวๆ ในร้านนี่แหละครับ

ผมรู้สึกว่ามันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่พี่ธัญเข้าร้านไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นพี่ธัญก็ยังมารอผมที่หน้าร้านหลังเลิกงานทุกวัน

ต้องยอมให้กับอดทนของเขาเลยจริงๆ

“พี่นี่วอนหาเรื่องจริงๆ เลยว่ะ”

“ท้าทายดีออก” ท้าไปท้ามาเดี๋ยวก็โดนจริงๆ

“งั้นไปรับออร์เดอร์ให้ผมหน่อย โต๊ะนู่นนน” ผมชี้ไปทางลูกค้าที่เพิ่งเข้ามาใหม่

“ได้ครับ” พี่ธัญยิ้มรับก่อนจะเดินไปตามที่ผมบอก

ผมมองตามหลังพี่ธัญก่อนจะเห็นว่าลูกค้าดูพอใจกับพนักงานจำเป็นของผมซะเหลือเกิน เวลาพี่ธัญยิ้มดูดีมากกว่าเวลาทำหน้านิ่งตั้งเยอะ

“นั่นคืออะไรวะ”

“อะไร”

“นั่นไง” ไอ้โก้ชี้ไปทางพี่ธัญ

“คนช่วยงานไง”

“เดี๋ยวพี่แทนก็จับได้หรอก”

“กูไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”

“ระวังไว้เถอะมึง มาดีแปลกๆ นะกูว่า”

ไอ้โก้คงหมายถึงช่วงนี้พี่ธัญทำตัวดีแปลกๆ ใช่ครับ มันคงดูแปลกสำหรับคนรอบข้างผมขนาดผมยังมองว่าแปลกเลย แต่หมายถึงตอนแรกนะเพราะตอนนี้ผมเริ่มชินแล้วล่ะ

“เออน่า”

“ระวังจะชอบเขาจริงๆ นะมึง”

“ถ้าชอบแล้วจะทำไมวะ มึงไม่โอเคที่กูชอบผู้ชายหรอ” จริงๆ ผมก็พอรู้คำตอบนะแต่แค่ลองถามดูเฉยๆ

“ไม่ใช่แบบนั้น มึงจะชอบใครก็เรื่องของมึงแต่ดูดีๆ แล้วกัน”

“ครั้งนี้ถ้ากูจะคบใครสักคนกูคงคิดเยอะกว่าเมื่อก่อนว่ะ”

“ก็ดี จะได้ไม่ต้องมาเสียใจทีหลัง” ก็จริงอย่างที่ไอ้โก้มันพูดแหละครับ เพราะงั้นผมถึงยังไม่ขอพลอยเป็นแฟนอาจจะเป็นเพราะผมรอให้อะไรๆ มันชัดเจนกว่านี้ ก่อนที่จะตัดสินใจอย่างเด็ดขาดโดยไม่ต้องมีใครมาวุ่นวายแบบนี้

นี่สินะเขาเรียกว่าความหล่อเป็นเหตุ

“ไม่ได้เข้าร้านหลายวันลูกค้าเยอะขึ้นนะ” เสียงของคนมาใหม่ทำให้ความคิดของผมหยุดชะงัก เมื่อคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าของร้านและเป็นพี่ชายของผมเดินเข้ามา

ชิบหายแล้ว!!!

ผมใช้เท้าสะกิดไอ้โก้แล้วมองมันเหมือนจะสื่ออะไรบางอย่างซึ่งแน่นอนว่ามันเข้าใจ

“เอ่อ พี่แทนครับมาพอดีเลย ช่วยดูขนมให้หน่อยได้ไหมครับ”

“หืม มีปัญหาอะไรรึเปล่า”

“เหมือนว่ามันจะไม่พอน่ะครับ”

“ใช่ครับพี่แทน ลูกค้าเข้าร้านเยอะคิดว่าไม่น่าจะพอ” ผมพูดเสริมแล้วฉีกยิ้มก่อนจะเห็นว่าพี่ธัญกำลังเดินมาทางนี้

อย่าเพิ่งเดินมานะเว้ย!!!

“ไปดูสิพี่แทน ลูกค้าเข้าร้านอีกแล้วเนี่ย”

ผมดันหลังพี่แทนให้เดินไปดูขนมในห้องอบ ถ้าไม่ทำแบบนี้คงได้เจอพี่ธัญแน่ๆ รายนั้นจะรู้ไหมว่าพี่แทนมาเนี่ย

“แล้วพี่แนนล่ะ” ยังไม่วายหันกลับไปมองข้างหลังจนผมต้องเดินเข้ามาข้างในด้วย

“อ่อ ไปเช็คของหลังร้านมั้งครับ”

“นี่”

“ครับ?”

“คิดว่าพี่ไม่รู้หรอ” พี่แทนพูดพลางทำหน้าจริงจังจนผมกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เอาแล้วไงจบแล้วไอ้ทัช เกมโอเวอร์แล้วมึง

“รู้อะไรอะพี่แทน”

“ก็รู้ว่า…ขนมมันพอไง นี่หลอกให้พี่มาดูเพื่อที่เราจะอู้งานหน้าเคาน์เตอร์ใช่ไหมไอ้ตัวแสบ” พี่แทนว่าพลางเขกหน้าผากผมเบาๆ เมื่อกี้คือใจหล่นไปอยู่ตาตุ่มแล้วนะแต่ดีที่ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน รอดตายอย่างหวุดหวิด

“ออกไปทำงานเลย”

“ครับๆ คุณเจ้านาย” ผมเดินออกจากห้องอบขนมแล้วสอดส่องดูด้านนอกเห็นว่าพี่ธัญน่าจะไปแล้วจึงทำงานตามปกติ

ผมมองไอ้โก้เป็นเชิงถามว่าพี่ธัญไปแล้วหรอ มันก็พยักหน้ารับถือว่าวันนี้รอดไปอีกวันแต่เอาจริงๆ นะผมกับพี่ธัญจะเล่นซ่อนแอบแบบนี้ไปได้ถึงเมื่อไหร่ มันต้องมีสักวันที่พี่แทนจับได้แล้วความซวยจะมาเยือนแน่ๆ

“ทำตัวเหมือนแอบคบกันยังไงยังงั้น”

“คบห่าอะไรล่ะ”

“ปากแข็งขึ้นเยอะนะมึงอะ”

ถ้าผมพูดออกมาตรงๆ ก็ซวยดิ…









….………………………………..



ผมเดินออกมาหน้าบ้านหลังจากได้ยินเสียงออดซึ่งตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่จะมีแขกมาบ้านเท่าไหร่เพราะมันค่อนข้างดึกมากแล้ว

พี่ไผ่ยืนอยู่นอกรั้ว สีหน้าดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ดูจากสีหน้าผมก็เดาได้ไม่อยากว่าสาเหตุมาจากเรื่องอะไร

ผมเปิดประตูให้อีกคนเข้ามา พี่ไผ่ยิ้มให้ผมอย่างเคยแต่เป็นรอยยิ้มที่ดูฝืนมากกว่าจะเป็นรอยยิ้มที่ดูสดใสนั่นทำให้ผมค่อนข้างเป็นห่วง

“พี่โอเครึเปล่า” พี่ไผ่ไม่ได้ตอบในทันทีแต่เดินมานั่งที่โต๊ะหน้าบ้าน สักพักก็ตอบกลับมา

“อีกสักพักก็คงโอเคล่ะมั้ง”

“มีเรื่องอะไรรึเปล่าครับ เล่าให้ผมฟังได้นะ” ผมนั่งลงข้างๆ ที่ไผ่ก่อนจะยิ้มให้

ผมมองว่าพี่ไผ่เป็นพี่ชายคนหนึ่งมาตลอดและทุกครั้งที่เขามีปัญหาผมก็พร้อมจะรับฟัง อย่างน้อยก็อยู่ข้างๆ ดีกว่าปล่อยให้เจ้าตัวอยู่คนเดียว

“พี่กำลังจะหมั้น”

หมั้น? หมายถึงหมั้นกับพี่คนสวยคนนั้นรึเปล่า แต่ทำไมพี่ไผ่ถึงได้ทำหน้าเศร้าแบบนั้นล่ะ ดูจากคนที่จะหมั้นด้วยแล้วผมว่าควรดีใจมากกว่านะ

“แล้วทำไมถึงทำหน้าแบบนั้นล่ะครับ”

“พี่ไม่ได้รักเขาทัช” พี่ไผ่มองผมด้วยสายตาเศร้าๆ ซึ่งมันไม่เหมาะกับเจ้าตัวเลยสักนิด

ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าพี่ไผ่ถูกบังคับสินะ แต่จะให้หมั้นกับคนที่ไม่ได้รักมันก็ยากเหมือนกันถึงแม้คนคนนั้นจะมีพร้อมทุกอย่างก็เถอะ

“พ่อพี่ไม่รู้เรื่องนี้หรอครับ” ผมค่อนข้างที่จะพยายามพูดถึงพ่อพี่ไผ่เสียงเบาที่สุดเพราะพี่ไผ่กับพ่อมีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ ซึ่งมันทำให้ผมรู้ว่าพี่ไผ่มีพร้อมทุกอย่างแต่ไม่ได้มีความสุขอย่างที่ควรจะเป็น

“เขาจะมารู้อะไรล่ะ เขาไม่เคยอยากรู้ว่าพี่รู้สึกอย่างไรหรอก”

“…อย่างน้อยก็มีผมนะครับ” พอผมพูดแบบนั้นพี่ไผ่ก็หันมามองผมทันที พี่ไผ่เข้าใจดีว่าผมหมายถึงอะไรผมพูดเรื่องสถานะกับพี่ไผ่เรียบร้อยแล้ว

พี่ไผ่ไม่ได้ชอบผมอย่างที่คนอื่นเข้าใจ และผมก็ไม่ได้ชอบพี่ไผ่

“เพราะอย่างนี้ไงพี่ถึงมาหาทัช ขอบคุณนะที่อยู่ข้างๆ พี่”

“มาอุดหนุนร้านผมบ่อยๆ สิผมจะอยู่ข้างๆ พี่ตลอดเวลาเลย”

“ขายของอีกแล้วนะเรา”

“นิดนึง” พี่ไผ่ยิ้มออกมาซึ่งมันดูโอเคกว่าเมื่อกี้มาก

“เห็นทีว่าพี่จะอยู่กับเราตลอดไม่ได้น่ะสิ มีหมาหวงก้างอยู่ตัวหนึ่งไม่ใช่หรอ” รอยยิ้มเจ้าเหล่ห์ปรากฎบนใบหน้าพี่ไผ่ หมาหวงก้างที่พี่ไผ่หมายถึงคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพี่ธัญ

“ไม่เห็นเกี่ยวเลยพี่”

“แน่ใจหรอ”

“แน่ใจสิ ผมไม่ได้สนใจสักหน่อย”

“อย่ามาหลอกพี่ซะให้ยากน่า” พี่ไผ่มองผมเหมือนจับผิดอะไรสักอย่างอีกทั้งยังเหมือนรู้อะไรมา นั่นทำให้ผมรู้ว่าพี่ไผ่คนเดิมกลับมาแล้ว เศร้าได้ไม่นานจริงๆ เลยพี่คนนี้

แต่ก็ดีแล้วล่ะ

“หายเศร้าแล้วใช่ไหมครับ”

“แหนะ มีเปลี่ยนเรื่อง”

“พี่นั่นแหละเปลี่ยนเรื่อง” ยังมีหน้ามาว่าผมอีกโถ่

“โอเคๆ พี่ยอมก็ได้” นั่นเป็นสิ่งที่พี่ควรทำอยู่แล้วครับ เพราะคนที่เปลี่ยนเรื่องคือพี่

พี่ไผ่มองหน้าผมแล้วยิ้มแปลกๆ อะไรของเขาวะอารมณ์เปลี่ยนไวจนเพี้ยนหรือไง

“เป็นอะไรของพี่เนี่ย”

“พี่แค่กำลังคิดว่าทำไมทัชน่ารักจัง หมายถึง…นิสัยน่ะ”

“ก็แน่นอนอยู่แล้วเพราะหน้าผมหล่อ” เรื่องนี้ผมโคตรหมั่นใจอะบอกเลย

“อะไรทำให้เราหมั่นใจขนาดนั้น”

“ก็เห็นๆ กันอยู่ปะพี่” หลักฐานมันชัดเจนอยู่บนหน้าผมขนาดนี้ยังต้องถามอีกหรอ

“มิน่าไอ้ธัญถึงได้หลงขนาดนั้น”

“อะไรนะพี่” เสียงพรึมพรำเหมือนคุยกับตัวเองของพี่ไผ่ทำให้ผมได้ยินไม่ชัดจนต้องถามออกไป

“เปล่าครับ”

“ไม่ใช่นินทาผมอยู่หรอกนะ” ลักษณะอย่างนี้ใช่แน่ๆ

พี่ไผ่ยิ้มบางๆ ไม่ได้ตอบอะไรกลับมาก่อนจะเงียบไป

ผมกับพี่ไผ่ต่างคนต่างอยู่ในความคิดของตัวเอง เงยหน้ามองดาวบนท้องฟ้าพลางคิดนั่นคิดนี่ไปเรื่อย

ตอนกลางคืนเป็นเวลาที่เราได้ยินเสียงความคิดของตัวเองดังที่สุด ผมคิดว่าอย่างนั้นนะ

ผมชอบนะมันทำให้ผมมีสมาธิมากกว่าตอนกลางวันซะอีกโดยเฉพาะเวลาทำงานส่งอาจารย์ นี่อาจจะเป็นเหตุผลของการอยู่โต้รุ่งในช่วงเวลาที่ต้องปั่นงานหรือมีสอบล่ะมั้ง และอีกหนึ่งเหตุผลคงไม่พ้นความขี้เกียจที่ต้องมานั่งปั่นงานคืนสุดท้ายก่อนส่ง แต่มันก็ท้าทายดี ว่าไหมล่ะครับ

“ขอโทษที่พี่มารบกวนทัชเวลาดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้นะ” อยู่ๆ พี่ไผ่ก็พูดขึ้นทำลายความเงียบ

“ไม่เป็นไรครับ อย่างน้อยการมารบกวนผมมันก็ทำให้พี่รู้สึกดีขึ้นไม่ใช่รึไง” ผมไม่ชอบเห็นคนรอบตัวผมมีความทุกข์เท่าไหร่โดยเฉพาะคนที่ผมรู้จัก ถ้าช่วยได้ผมก็เต็มใจช่วย พูดแบบนี้ก็เหมือนว่าผมเป็นคนดี แต่ไม่ใช่หรอกผมแค่ไม่ได้ทำร้ายใครแค่นั้นเอง

“เพราะใจดีแบบนี้ไงเลยมีแต่คนเข้าหา”

“งั้นหรอครับ” แต่ผมไม่เห็นว่าที่ผ่านมาคนที่ผมเคยชอบจะอยากเข้าหาผมบ้างเลยนะ

“ที่พี่พูดว่าอยากให้ทัชเจอคนดีๆ พี่พูดจริงนะ”

“ผมก็อยากเจอคนดีๆ เหมือนกันครับ” ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้ดีขนาดนั้นก็เถอะ

“งั้นก็ดูดีๆ นะ... อย่าเชื่อถ้าไม่ได้เห็นด้วยตา อย่าฟังถ้าไม่ได้ยินกับหูตัวเอง” น้ำเสียงและแววตาของพี่ไผ่ทำให้ผมรู้ว่าพี่ไผ่หมายถึงอะไร ผมเชื่อตัวเองเสมอและเมื่อไหร่ที่ผมตัดสินใจอะไรแล้วนั่นคือเป็นสิ่งที่เด็ดขาด

ตอนนี้ผมเลือกที่จะเชื่อความรู้สึกของตัวเอง

“การเชื่อใจเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ควรเชื่อใจจนทำให้ตัวเองดูเป็นคนโง่ เข้าใจที่พี่พูดรึเปล่า”

พี่ไผ่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังซึ่งไม่ต่างจากตอนที่พี่แทนพูดกับผมเลยสักนิด

“คนเรามันไม่ได้มีแค่ด้านเดียวนะ มองหลายๆ ด้านของเขาก่อนจะตัดสินใจอะไรลงไป”

“พี่หมายความว่าไง” เหมือนพี่ไผ่อยากจะบอกอะไรกับผมแต่ก็ไม่ยอมบอกสักที ผมจึงเลือกที่จะถามออกไปตรงๆ

“เอาเถอะ พี่รบกวนเวลาของทัชมามากแล้ว เข้าไปนอนเถอะพี่จะกลับแล้ว”

เดี๋ยวนะ มาพูดแบบนี้แล้วจะซิ่งหนีกลับไม่ได้นะเว้ย

“พี่นี่จริงๆ เลยมาพูดให้ผมสงสัยแล้วก็ไม่ยอมตอบ”

“เดี๋ยวเราก็รู้เองแหละ” บอกเลยไม่ได้หรอวะทำไมต้องรอเวลาให้ผมรู้เองด้วย

เห็นใจคนอยากรู้บ้างดิเว้ยยยยยยยยยยยย

“พี่กลับแล้ว ฝันดีนะ”

“ฝันดีครับ กลับดีๆ นะพี่” ว่าแล้วผมก็เดินไปส่งพี่ไผ่หน้าบ้านก่อนจะโบกมือให้

รถหรูเคลื่อนตัวออกไปจากบริเวณหน้าบ้านไปจนลับตา

สิ่งที่พี่ไผ่พูดมาก่อนหน้านี้ยังติดอยู่ในหัว ผมจะทำยังไงกับความรู้สึกตอนนี้ดีนะผมจะตัดสินใจยังไงดี

ในเมื่อผมกำลังจะเริ่มต้นกับอีกคนแต่ความรู้สึกที่มีกับอีกคนหนึ่งคืออะไรก็ยังตอบตัวเองไม่ได้เลย











...ในคืนเดียวกันนั้นผมก็ได้รับข้อความจากเบอร์ที่ผมไม่รู้จัก แต่มันกลับทำให้ผมตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ทันที..…




ออฟไลน์ Windtofree

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 52
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เกิดอะไรขึ้นเนี่ย

ออฟไลน์ Blackcrow

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 66
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0
Chapter 20
Thay'Part



ผมเดินออกจากหน้าคณะตรงไปยังรถที่จอดอยู่ไม่ไกลอย่างอารมณ์ดี เรียกได้ว่าเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่ตอนเย็นผมต้องแวะไปหาทัชที่ร้านเกือบทุกวัน ทั้งที่ได้แค่รออยู่ข้างนอกแต่กลับมีสิ่งที่ทำให้ผมมีกำลังใจไปรอน้องทุกวันก็คือความน่ารักของเจ้าตัวนั่นแหละ ปากก็ถามว่ามาทำไมแต่ก็ยอมออกมาหาผมอยู่ดี

“ดูคุณชายเขาสิครับ ไม่สนใจเพื่อนอย่างเราแล้วเนาะ”

“คนมีความรักก็งี้”

“ไว้เจอกัน”

ผมบอกลาเพื่อนทั้งสองคนโดยไม่ได้สนใจสิ่งที่พวกมันพูดก่อนหน้านั้นแล้วขับรถออกไปทันทีโดยมีจุดมุ่งหมายคือร้าน Double T







พอมาถึงจุดที่เคยจอดรถก็ต้องแปลกใจเมื่อทัชมายืนรออยู่ก่อนแล้ว มันควรจะเป็นเรื่องที่น่าดีใจแต่ทำไมผมถึงรู้สึกว่ามันมีอะไรแปลกๆ โดยเฉพาะหน้านิ่งๆ ของทัชซึ่งปกติจะไม่ค่อยได้เห็น นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกเลยล่ะ

“ทำไมวันนี้ถึงมารอพี่ได้ล่ะครับ” ผมแกล้งทำเป็นพูดแซวอีกคน

“ผมมีเรื่องจะคุยด้วย” ผมไม่ชอบที่ทัชทำหน้านิ่งแบบนี้เลย โดยเฉพาะสายตาที่กำลังมองมา... มันเหมือนไม่ใช่ทัชคนเดิม

“เรื่องอะไรครับ” คงจะเป็นเรื่องสำคัญมากถึงได้ดูจริงจังขนาดนี้

“นี่คือเสียงพี่จริงๆ ใช่ไหม” ทัชถามก่อนจะเปิดอะไรบ้างในมือถือให้ผมฟัง

รอสักพักเสียงที่คุ้นหูก็ดังขึ้น มันคือบทสนทนาของผมกับไอ้ไผ่…



‘มึงกล้าพนันกับกูไหมล่ะ’

‘พนันอะไร’

‘ถ้ามึงจีบทัชติดกูยอมจ่ายห้าหมื่น แต่ถ้ามึงจีบไม่ติดมึงก็ต้องจ่ายห้าหมื่นให้กูเหมือนกัน… มึงกล้าปะ’

‘แล้วทำไมกูต้องเล่น’

‘นั่นน่ะสินะ เอ๊ะ หรือว่า…มึงกลัวจีบไม่ติดหรอครับคุณธัญ แต่ก็ดีนะปล่อยให้คนอื่นจีบบ้าง อย่างเช่นกูไง’

‘…ก็ได้ กูตกลง’



คลิปเสียงหยุดแต่เพียงเท่านั้น ผมมองหน้าทัชที่นิ่งเสียจนผมไม่รู้จะทำยังไง

น้องโกรธผมแน่ๆ

แต่สิ่งที่ทำให้ผมได้แต่หวั่นใจคือผมไม่รู้ว่าตอนนี้น้องกำลังคิดอะไรอยู่

“เสียงของพี่ใช่ไหม” ทัชถามย้ำอีกครั้ง

“ใช่…” นั่นคือเสียงผมที่คุยกับไอ้ไผ่คืนนั้น คืนที่มันแกล้งเมาเพื่อจะได้ให้ทัชไปส่ง

“พี่แม่ง…”

“พี่อธิบายได้นะ ที่พี่ตอบตกลงไปแบบนั้นพี่แค่ไม่อยากให้ไอ้ไผ่มายุ่งกับทัช”

“เหอะ แล้วพี่กล้าพูดไหมล่ะว่าไม่ได้อยากเอาชนะพี่ไผ่”

คำถามของทัชทำเอาผมสะอึก ผมตอบไม่ได้เต็มปากเพราะลึกๆ แล้วผมก็อยากเอาชนะไอ้ไผ่จริงๆ

ผมรู้ว่ามันแย่มาก ที่ทำให้ทัชต้องมาเสียความรู้สึกแบบนี้

แต่ที่ผมทำไป…

“เงียบแบบนี้แสดงว่าผมพูดถูกสินะ จริงๆ แล้วผมอยากพูดขำๆ นะว่าเงินพนันห้าหมื่นมันเยอะเกินไป แต่แม่งขำไม่ออกว่ะ เพราะตอนนี้…ผมโคตรเสียความรู้สึกเลย”

สิ่งที่ทัชพูดทำให้ผมไม่กล้าแม้แต่จะหาคำแก้ตัว และที่เจ็บไปกว่านั้นคือสายตาที่มองผมอย่างผิดหวัง

“หรือว่าพี่เข้าหาผมเพราะแบบนี้หรอวะ ที่ทำทุกอย่างก็เพื่ออยากเอาชนะพี่ไผ่หรอ”

“ทัช มันไม่ใช่…”

“พี่รู้ปะ ที่ผ่านมาผมหาเหตุผลเข้าข้างพี่แค่ไหน ผมพยายามมองพี่ต่างจากที่คนอื่นมองแค่ไหน”

“พี่ยอมรับว่าพี่ผิด แต่ที่พี่เคยบอกว่าชอบทัช…พี่พูดจริงๆ นะ”

ทัชเงียบไปสักพักก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ผมรู้สึกใจหาย

“…ผมไม่อยากหาเหตุผลเข้าข้างพี่อีกแล้วว่ะ”

“ทัชหมายความว่าไง”

“เลิกยุ่งกับผมเถอะ จริงๆ เราไม่ควรยุ่งเกี่ยวกันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”

เหมือนบรรยากาศรอบตัวหยุดชะงักหลังจากที่ทัชพูดประโยคนั้นออกมาก่อนจะรู้เจ็บแปลบที่โดยคนที่เราชอบตัดขาดความสัมพันธ์ ขนาดตอนที่ทัชปฏิเสธตอนผมบอกชอบยังไม่เจ็บเท่าสายตาที่ทัชกำลังมองผมตอนนี้เลย

ทัชไม่ฟังขนาดไอ้แทนบอกไม่ให้ยุ่งกับผม แต่สุดท้ายผมก็พลาดเพียงเพราะไอ้ไผ่มันยุแค่ไม่กี่คำ

แต่จะโทษใครได้ในเมื่อเป็นผมที่ผิดเอง



ทัชเดินเข้าไปในร้านโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมา สองมือที่อยากจะรั้งแต่กลับทำได้แค่คิด ผมจะรั้งทัชด้วยเหตุผลอะไรในเมื่อเป็นผมเองที่ดึงดันอยากอยู่ตรงนี้ตั้งแต่แรกแค่…ฝ่ายเดียว

และสายตาแบบนั้นผมไม่อยากเห็นมันเลยจริงๆ

ผมยืนนิ่งกับความรู้สึกที่อยู่ๆ ก็พุ้งเข้ามาโดยที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว ทั้งที่ไม่กี่นาทีก่อนผมกำลังอารมณ์ดีอยู่แท้ๆ แต่ตอนนี้กลับตรงกันข้าม

เพียงแค่ไม่กี่นาทีที่มันเปลี่ยนความรู้สึกของผมและมีหนึ่งคนที่เดินจากไปโดยที่ผมไม่กล้าแม้แต่จะรั้งเขาไว้

คำที่บอกให้เลิกยุ่งของทัชยังดังก้องอยู่ในหัว เพียงแค่คำเดียวที่ทำให้ผมเจ็บขนาดนี้

ทัชไม่อยากยุ่งกับผมจริงๆ แล้วใช่ไหม…







“ไอ้ธัญมาพอดีเลยกูมีเรื่องจะบอก”

“ถ้าไม่สำคัญอย่าเพิ่งบอก กูไม่มีอารมณ์ฟังอะไรทั้งนั้น” ผมยกแก้วเหล้าของไอ้ภูมิขึ้นดื่มเผื่อมันจะช่วยบรรเทาความรู้สึกตอนนี้ได้บ้าง

“สำคัญ”

ไอ้ภูมิยื่นมือถือของมันมาให้ผมดู หน้าจอปรากฎภาพของผู้ชายสองคนกำลังนั่งดื่มในร้านแห่งหนึ่ง แต่ที่ทำให้ผมแปลกใจคือสองคนนั้นคือไอ้แทนกับไอ้ไผ่

สองคนนั้นรู้จักกันอย่างนั้นหรอ

ผมหันไปมองหน้าไอ้ภูมิก่อนที่ไอ้ภูมิจะพูดต่อ

“สองคนนี้รู้จักกัน”

ผมมองภาพอีกครั้งก่อนจะเริ่มปะติดปะต่อเรื่องที่ผ่านมาพร้อมทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ คนที่ส่งคลิปเสียงให้ทัชคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากไอ้ไผ่ เพราะวันนั้นมีแค่ผมกับมัน!

ส่วนไอ้แทน หรือว่า…

“กูว่าทั้งหมดที่ไอ้ไผ่ทำ มันเป็นแผนของไอ้แทน”

ผมเห็นด้วยกับไอ้ภูมิ เพราะถ้าลองคิดดูดีๆ มันก็ค่อนข้างสมเหตุสมผล มิน่าล่ะทำไมผมถึงรู้สึกแปลกใจตั้งแต่ที่ผมเข้าถึงตัวทัชได้โดยที่ไอ้แทนไม่โผล่มาเลยสักครั้ง เพราะคนที่คอยจับตามองผมคือไอ้ไผ่นี่เอง

รวมถึงยุให้ผมพนันอะไรบ้าๆ นั่นด้วย แล้วยังบันทึกเสียงผมส่งให้ทัชอีก

ไม่เบาเลยนี่ไอ้แทน แม่งทำสำเร็จซะด้วย

“ทัชบอกให้กูเลิกยุ่งกับเขา”

“ทำไมวะ ทัชก็ดูชอบมึงนี่”

“เพราะไอ้ไผ่ไง”

“ทัชชอบไอ้ไผ่หรอ”

“เปล่า”

“ไอ้ไผ่มันก่อเรื่องอีกแล้วสินะ ว่าแต่คราวนี้มันก่อเรื่องอะไรล่ะ”

“เรื่องพนัน มันบันทึกเสียงส่งให้ทัช” เรื่องพนันผมกับไอ้ไผ่แทบจะพนันกันทุกครั้งที่จีบคนเดียวกัน ทั้งที่คิดว่าครั้งนี้จะไม่พนันเพราะเป็นทัชแต่สุดท้ายผมก็ทำเหมือนเดิมอยู่ดี

สมน้ำหน้าตัวเองแล้วล่ะครับ ทำตัวเองแท้ๆ

“ไม่ใช่แผนของไอ้แทนมันก็อยากทำอยู่แล้วล่ะกูว่า” ก็มันทำไปเพราะความสนุกและปั่นหัวคนอื่นไง

แต่สิ่งที่ทำให้ผมสบายใจได้ตอนนี้คือไอ้ไผ่จะไม่ยุ่งกับทัชแล้ว ก็ไม่รู้เพราะอะไรถึงทำให้ผมคิดแบบนี้ เพียงแค่รู้สึกว่าถ้ามันต้องการแค่อยากให้ผมเลิกยุ่งกับทัช มันก็ไม่มีเหตุผลที่จะไปหาทัชเหมือนกับเมื่อก่อนที่ต้องคอยจับตาดูผม

“แล้วมึงจะทำไงต่อวะ”

“....ไม่รู้ว่ะ” เพราะตอนนี้ผมยังคิดอะไรไม่ออกเลย

ความรู้สึกด้านลบมันพุ้งเข้ามาจนผมตันไปหมดแล้ว

“จะเลิกยุ่งกับน้องมันจริงๆ หรอ”

“แล้วมึงคิดว่ากูควรเลิกยุ่งรึเปล่า” นี่ไม่ใช่คำถามกวนประสาทแต่ผมถามเพราะอยากรู้คำตอบของไอ้ภูมิจริงๆ และเหมือนมันจะรู้ด้วยว่าผมก็จริงจัง

“ก็ลองดูสิ เผื่อมันจะทำให้มึงตัดสินใจอะไรได้เด็ดขาดขึ้นว่าชีวิตที่ไม่มีเขา…มึงจะอยู่ได้ไหม”

พอรู้ว่าเป็นแผนของไอ้แทนความรู้สึกที่ตามมาคือโล่งอก และดูเหมือนว่าตอนนี้อุปสรรคของผมไม่ได้มีแค่ไอ้แทนแต่มันรวมถึงตัวผมด้วย

“อืม..... กูจะลองดู”

เพราะผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าจะเลิกยุ่งกับทัชได้รึเปล่า จะใช้ชีวิตโดยไม่คิดถึงอีกคนได้รึเปล่า

“ทำตามแผนเขาหน่อยแล้วกัน”

“คงเอาคืนที่กูทำกับเพื่อนมันไว้ล่ะมั้ง ทำสำเร็จซะด้วย” ไอ้ภูมิไม่ได้ว่าอะไรแต่ตบบ่าผมเบาๆ

ลึกๆ แล้วผมก็กลัวว่าจะเป็นเหมือนที่ผ่านมา กลัวว่าผมแค่อยากจะเอาชนะทุกคนที่คอยขัดขวางผม แล้วถ้าทัชชอบผมขึ้นมาจริงๆ มันจะเป็นอย่างไรต่อ ผมจะเบื่อน้องแล้วทิ้งอย่างที่เคยทำกับคนที่ผ่านมารึเปล่า

และเมื่อเป็นทัชผมถึงอยากพิสูจน์ให้แน่ใจ เพราะยิ่งเห็นสายตาของทัชในวันนี้ผมยิ่งไม่อยากทำให้น้องต้องเสียความรู้สึกเพราะผมอีก

“กูจะเบื่อทัชไหมวะ”

“เบื่อไม่เบื่อจะได้รู้หลังจากนี้แหละ”

ผมเข้าใจความรู้สึกของทัชนะ ล้อเล่นกับความรู้สึกมันไม่ใช่เรื่องตลกและที่แย่ไปกว่านั้นก็คือผมรู้และก็ทำมันมาตลอด…







‘งั้น…เรามาตกลงอะไรกันแบบจริงจังดีมะ’ ไอ้ไผ่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์พลางยักคิ้วซึ่งดูแล้วสิ่งที่มันจะพูดต่อจากนี้คงไม่ใช่เรื่องที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผมแน่ๆ

แต่ผมมีทางเลือกหรอนอกจากสู้กับมันจนกว่ามันจะยอมแพ้ไปเอง

‘จะตกลงอะไรก็ว่ามา’

‘ไหนๆ เราก็มีเป้าหมายเดียวกันแล้ว เรามาเพิ่มเงื่อนไขเพื่อให้มันน่าสนุกขึ้นดีไหม’

‘พูดมาตรงๆ ’ ผมไม่มีเวลามานั่งฟังมันพูดอ้อมโลกหรอกนะ

‘มึงกล้าพนันกับกูไหมล่ะ’

‘พนันอะไร’

‘ถ้ามึงจีบทัชติดกูยอมจ่ายห้าหมื่น แต่ถ้ามึงจีบไม่ติดมึงก็ต้องจ่ายห้าหมื่นให้กูเหมือนกัน… มึงกล้าปะ’

ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยพนันกับมันแต่ครั้งนี้ผมไม่อยากเล่น

‘แล้วทำไมกูต้องเล่น’

‘นั่นน่ะสินะ เอ๊ะ หรือว่า…มึงกลัวจีบไม่ติดหรอครับคุณธัญ แต่ก็ดีนะปล่อยให้คนอื่นจีบบ้าง อย่างเช่นกูไง’

ปล่อยให้คนอื่นจีบงั้นหรอ ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่มันผมอาจจะพอรับได้นะ

แต่ใครจะไปยอมให้มันทำแบบนั้นวะ

ผมมองหน้าไอ้ไผ่ก่อนจะรู้สึกว่าตัวเองคิดผิด เพราะหน้าตากวนๆ ของมันทำให้ผมเริ่มหมดความอดทน

ทำไมเกิดมาได้หน้าตากวนตีนขนาดนี้วะ

‘…ก็ได้ กูตกลง’

สุดท้ายผมก็ตกลงพนันกับมันจนได้

‘เตรียมเงินห้าหมื่นไว้แล้วกัน เพราะมึงต้องจ่ายให้กูในเร็วๆ นี้แน่’ ว่าแล้วมันก็ยิ้มอย่างพอใจ มั่นใจไปเถอะมึง

‘แต่กูมีข้อแม้’

‘หืม? ว่ามาสิครับคุณชาย’

‘ถ้ากูชนะมึงต้องเลิกยุ่งกับทัช แล้วก็ไม่ต้องโผล่หน้ามาให้ทัชเห็นอีก’

‘นึกว่าจะเพิ่มของพนันชะอีก อืม…ก็ได้นะถ้ามึงชนะกูจะเลิกยุ่งกับทัช แต่ว่านะ…มึงชนะให้ได้ก่อนเถอะ’ ถ้าผมต่อยมันจะผิดไหม เริ่มคันไม้คันมือจริงๆ ซะแล้วสิ

ผมจอดรถทันทีที่คิดได้แต่ไม่ได้จะต่อยมันนะ ปล่อยมันลงข้างทางต่างหาก

‘มึงจอดรถทำไม’

‘นี่มึงคิดว่ากูจะไปส่งมึงจริงๆ หรอ มองโลกในแง่ดีไปรึเปล่า’ ผมพูดพลางยิ้มให้ไอ้ไผ่ก่อนที่มันจะสบถออกมาอย่างหงุดหงิดแล้วเปิดประตูลงจากรถไป แต่ก็ยังไม่วายชะโงกหน้าเข้ามาพูดกับผม

‘ถ้าแพ้ก็อย่าหาว่ากูใจร้ายแล้วกัน!’

คนที่แพ้น่าจะเป็นมันมากกว่า









….………………………………



เสียงเพลงคลอเบาๆ ภายในร้านทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายทั้งยังเหมาะที่จะมานั่งดื่มชิลๆ มากกว่ามาหาอะไรที่มันท้าทาย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ผมมาที่นี่ผมมาเพราะอยากคุยกับคนที่ผมไม่ค่อยอยากจะเจอหน้าเท่าไหร่

ผมต้องอดทนไม่ให้ตัวเองซัดหน้ามันให้ได้เมื่อนึกถึงสิ่งที่มันทำเอาไว้

ไอ้ไผ่นั่งอยู่กับผู้หญิงที่ทุกคนในมหาลัยรู้จักกันดีในฐานะคู่หมั้นของมัน เป็นคนที่ใจกว้างจนผมไม่คิดว่าจะมีคนแบบนี้อยู่บนโลก

ผมเดินมาถึงโต๊ะของไอ้ไผ่แต่มันก็ไม่ได้สนใจเลยว่าผมมายืนอยู่ตรงนี้ จนกระทั่งผู้หญิงของมันสะกิดจึงหันมามองผม

“อ้าว นึกว่าใคร ว่าไงเอาเงินมาให้กูหรอ” ไอ้ไผ่ยกยิ้ม

“มึงเป็นคนทำใช่ไหม”

“ทำอะไร” มันทำหน้าเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร

“คลิปเสียงนั่น”

“อ่ออ เรื่องนี้นี่เอง จะว่าไปมึงก็มาโวยวายช้านะหรือว่ามัวแต่สืบหาอะไรอยู่” ไอ้ไผ่ว่าอย่างรู้ทัน แน่นอนแหละครับคนอย่างมันไม่รู้อะไรบ้างล่ะ

“มึงเป็นอะไรกับไอ้แทน”

“คำถามฟังดูน่าขนลุกนะ” ไอ้ไผ่หันไปยิ้มขำกับผู้หญิงของมันเหมือนเป็นเรื่องตลก

ถามว่าผมต้องใช้ความอดทนในการคุยกับไอ้ไผ่แค่ไหน ผมบอกเลยว่าต้องใช้ความอดทนทั้งหมดที่ผมมีเลยล่ะ โคตรจะกวนตีนทั้งหน้าตาทั้งคำพูด

“กูมายกเลิกการเดิมพัน”

“แค่ยกเลิกเดิมพันปากเปล่ามึงถึงกับมาหากูเลยงั้นหรอ บอกมาตรงๆ ดีกว่าว่ามึงต้องการอะไรกันแน่” ไอ้ไผ่จ้องหน้าผมพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์

“กูอยากให้มึงช่วย...”

“ความสัมพันธ์ของกูกับมึงไม่ได้อยู่ในขั่นที่จะมาขอให้ช่วยก็ช่วยได้นะ”

“แล้วความสัมพันธ์แบบไหนถึงจะยอมช่วยเหมือนที่มึงช่วยไอ้แทนล่ะ” ถ้าจะบอกว่ามันกับไอ้แทนเป็นเพื่อนกันผมว่ามันคงฟังดูตลกไปหน่อยนะ เพราะอย่างที่รู้ๆ ไอ้ไผ่มันไม่มีเพื่อนสนิท

“เห้อ พวกมึงสองคนนี่มันบ้าพอๆ กันเลยนะ”

และจากที่คิดว่ามันไม่น่าจะปฏิเสธ แต่ผมกลับคิดผิด…

“กูไม่ช่วย ไม่ว่าจะเรื่องอะไร” แทนที่จะเป็นน้ำเสียงกวนๆ แต่กลับจริงจังจนผมแปลกใจ แปลกใจว่าคนที่สนใจแต่ความสนุกอย่างมันทำไมถึงปฎิเสธผม

มันไม่แม้แต่จะฟังด้วยซ้ำว่าผมจะให้มันช่วยเรื่องอะไร

หึ แล้วทำไมผมต้องง้อมันด้วยล่ะ

“กูจะเชื่อนะว่ามึงชอบทัชจริงๆ แต่ต่อให้มึงชอบทัชยังไงมันก็ยังมีความจริงที่ว่ามึงอยากชนะ ถ้าไม่มีกูไม่มีไอ้แทนหรือคนอื่นที่คอยขัดขวางมึง มึงจะยอมทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะใจทัชไหม… ชอบอาจจะชอบจริงแต่ต่อจากนั้นล่ะ ต่อจากที่มึงชนะทุกคนแม้กระทั่งใจทัช มึงกล้ารับปากรึเปล่าว่าสุดท้ายแล้วมึงจะไม่ทิ้งทัชไป”

คำพูดยาวเหยียดออกจากปากไอ้ไผ่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนพร้อมทั้งสายตาที่เหมือนกับไอ้แทนเวลาที่มันบอกไม่ให้ผมยุ่งกับทัช…เหมือนกันไม่มีผิด

“เพราะมึงเคยทำกับไอ้วิน... กูพูดถูกไหม” สายตาที่ดูเหมือนจะเย็นชาแต่กลับซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้

และที่มันพูดแบบนี้ก็เพราะมันเคยชอบวิน แต่วินมาคบกับผม

ความสัมพันธ์และการเอาชนะกันของผมกับมันเป็นแบบนี้อยู่เสมอ

“กู…”

“ไม่ต้องพูดกูไม่อยากฟัง” ท่าทีของไอ้ไผ่เปลี่ยนไปในทันที มันทำท่ารำคาญผมก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม

“เราขอพูดอะไรหน่อยนะ เราว่าธัญกลับไปทบทวนกับตัวเองให้มันชัดเจนก่อนดีกว่าว่าจะเอายังไงต่อ อย่างน้อยมันก็ดีต่อตัวธัญแล้วก็คนที่ธัญชอบนะ”

นี่ผมยังชัดเจนไม่พองั้นหรอ ผมควรทำยังไงให้ทัชเห็นว่าผมจริงใจกันล่ะ

หรือว่าผมควรถอยกลับไปตั้งหลักก่อนจริงๆ …






ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1906
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-0

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5209
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ Blackcrow

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 66
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0
Chapter 21
Pai'Part



ผมกลับจากไปส่งพายด์ที่บ้านก่อนจะมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่ได้นัดหมายกับใครบางคนเอาไว้ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นไอ้แทน คนที่อยู่ๆ ก็มาขอให้ผมช่วยเรื่องของน้องชายตัวเองที่ผมก็เพิ่งรู้ว่ามันมีน้องชายกับเขาด้วย

น้องชายไอ้แทนก็คือทัช คนที่ผมเคยเจอก่อนจะรู้ว่าเป็นน้องของมัน



‘ที่ผ่านมากูเข้าใจผิดมาตลอดหรอว่ามึงไม่ชอบขี้หน้ากู’ ผมถามคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า

ผมรู้จักกับไอ้แทนมาก่อนอยู่แล้วแต่ไม่ได้เป็นเพื่อนกันและก็ไม่ใช่ศัตรู แค่ไม่ชอบขี้หน้าของกันและกัน งงไหมครับ เอาเป็นว่าช่างมันเถอะ

‘กูมีเรื่องให้มึงช่วย’

‘นี่คิดว่ากูเป็นคนมีเมตตากรุณาขนาดนั้นเลยรึไง’

‘เปล่า คิดว่ามึงเป็น ‘คนชั่ว’ คนหนึ่ง’ ดูมัน มาขอให้คนอื่นช่วยยังจะมาด่าเขาอีก

อย่างที่บอกผมไม่ได้เป็นศัตรูแต่ก็ไม่ได้เป็นเพื่อนกับมัน

เอาจริงๆ ผมเริ่มจะงงกับความสัมพันธ์แปลกๆ นี้แล้วนะ

‘มีอะไร ก็ว่ามา แต่จะช่วยไหมก็อีกเรื่องนะ’

‘มึงช่วยกันไอ้ธัญออกจากน้องกูหน่อย’



นั่นแหละครับจุดเริ่มต้นของกันปั่นประสาทไอ้ธัญ ผมยอมช่วยไอ้แทนเพราะนึกสนุกและมีอีกเรื่องที่ไอ้แทนมันไม่เคยรู้ว่าตอนแรกผมก็สนใจทัชเหมือนกัน

ถ้าไอ้แทนรู้มันคงไม่มาขอให้ผมช่วย แต่ผมก็แค่สนใจยิ่งเป็นน้องของไอ้แทนเลยไม่อยากยุ่งเท่าไหร่

ทัชไม่ควรมายุ่งกับผม แต่กับไอ้ธัญผมไม่รู้หรอกว่าควรยุ่งด้วยรึเปล่า

ถึงผมจะรู้ว่าไอ้ธัญชอบทัชจริงๆ แต่ก็ยังไม่หยุดแถมยังทิ้งระเบิดเอาไว้ซึ่งมันก็สำเร็จซะด้วย ตอนแรกผมคิดว่าทัชจะไม่สนใจคลิปเสียงนั่นแล้วเข้าข้างไอ้ธัญอย่างเคย แต่ผิดคาดทัชตัดความสัมพันธ์จนผมอย่างก็นึกแปลกใจ

แต่พอมาคิดถึงเหตุและผล การที่เราจะโกรธใครสักคนเราก็ต้องรู้สึกอะไรบางอย่างกับคนคนนั้นใช่ไหมล่ะครับ ซึ่งมันอาจจะเป็นไปได้ว่าทัชก็เริ่มชอบไอ้ธัญแล้วเหมือนกัน

เมื่อมีความรักมันก็ต้องมีอุปสรรคเป็นเรื่องธรรมดา แต่ต่อจากนี้อุปสรรคไม่ใช่ผมหรือไอ้แทนหรอกแต่เป็นความรู้สึกของสองคนนั้นมากกว่า

ผมไม่ได้นึกถึงความสนุกของตัวเองจนไม่สนใจความรู้สึกของใครหรอกนะ แต่คนที่ผมสนใจคงไม่ใช่ไอ้ธัญแน่นอน

“ไหนล่ะค่าตอบแทนของกู” ผมนั่งลงเก้าอี้ข้างๆ ไอ้แทน

ร้านที่ไอ้แทนนัดผมมาเป็นร้านประจำของผมกับมัน พอมาร้านนี้ทีไรยิ่งตอกย้ำว่าผมเหมือนเป็นลูกน้องที่ต้องคอยรายงานความคืบหน้าของงานที่ทำให้เจ้านายอย่างมันฟัง

นี่ผมเป็นลูกน้องของมันเต็มตัวแล้วสินะ

“จะเอาอะไร”

“เอาเพื่อนมึง” ไอ้แทนจ้องเขม็งทันทีที่ผมพูดจบ

“ล้อเล่นน่า กูไม่เอาหรอก” ไอ้แทนมองผมอีกครั้งอย่างไม่ไว้ใจ เรื่องค่าตอบแทนผมไม่ได้คิดอยู่แล้วผมไม่อยากได้อะไรหรอกนอกจาก…จะว่าไปก็ช่างมันเถอะ

“จะบอกว่ามึงช่วยกูฟรีๆ งั้นหรอ”

“ทำไมก็กูมีน้ำใจ” ผมยักไหล่

“อย่างมึงเนี่ยนะ” ผมไม่ได้ตอบอะไรแล้วหยิบมือถือเปิดคลิปที่ผมบันทึกไว้เมื่อสองวันก่อนให้ไอ้แทนดู

นอกจากผมจะเป็นคนกันไอ้ธัญออกจากทัชแล้วผมยังรับหน้าที่เป็นสโตกเกอร์อีกด้วย ทำไมเหมือนชีวิตผมว่างขนาดนั้นล่ะเนี่ย มันก็ว่างจริงๆ นั่นแหละครับ

“มึงคิดว่าไง” ไอ้แทนยื่นมือถือคืนมาให้ผม

คลิปที่ผมให้ไอ้แทนดูคือวันที่ทัชทะเลาะกับไอ้ธัญถึงขั่นเลิกยุ่งกันเลยนั่นแหละ ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่าผมหมดหน้าที่ตรงนี้แล้ว

“ก็ดีไงจะได้ไม่ต้องมายุ่งกับน้องกูอีก”

“กูหมายถึงมึงคิดว่าน้องมึงชอบไอ้ธัญไหม” ไอ้แทนทำหน้าคิดสักพักแต่ก็ไม่พูดอะไรออกมา จนเป็นผมที่ถามต่อ

“ถ้าเขาสองคนชอบกันจริงๆ มึงจะทำยังไงวะ” ผมอยากรู้ว่าถ้าน้องมันชอบไอ้ธัญมันจะขัดขวางเหมือนที่เคยทำไหม

“กูมีเหตุผลพอ ถ้าไอ้ธัญมันทำให้กูรู้สึกว่าจะไม่ทำแบบที่เคยทำกับไอ้วิน กูจะขัดขวางทำไม”

เลือกที่จะให้โอกาสสินะ ก็สมกับเป็นไอ้แทนดี

บทจะดีก็ดีแต่บทจะร้ายมันก็ร้ายไม่เผื่อแผ่ใครเหมือนกัน นั่นแหละคือไอ้แทน

“ไม่แน่นะมึงอาจจะได้น้องเขยเป็นมันก็ได้”

“เหอะ ไม่ค่อยอยากได้เท่าไหร่ว่ะ”

แต่ผมว่าไม่รอดหรอก

“ว่าแต่…เพื่อนมึงมีแฟนยังวะ”

“ใคร”

“วินไง” เมื่อกี้ยังเหมือนจะเป็นมิตรกับผมอยู่เลยพอพูดถึงเพื่อนรักนี่ตาขว้างขึ้นมาเชียว

จริงๆ แล้ววินเป็นคนที่ผมชอบนะแต่ถูกไอ้ธัญคาบไปแดกซะก่อน ผมควรจะทำให้มันสำลักความเศร้าตายไปเลยดีไหมไอ้ธัญเนี่ย คิดแล้วหมั่นไส้มันว่ะ

“เลิกคิดเถอะมึงน่ะ” ว่าแล้วมันก็ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม

“มึงควรจะเปิดใจกับกูบ้าง”

“พายด์เล่าเรื่องมึงให้กูฟังเยอะเกินกว่าที่กูจะเปิดใจได้ว่ะ” ผมเบ้ปาก ยัยตัวแสบอีกแล้วหรอคอยดูนะเจอเมื่อไหร่จะเอาคืนซะให้เข็ด!

“เดี๋ยวกูมา”

“เออ จะไปไหนก็ไป” ดูมันสิครับ พองานเสร็จก็ไม่เห็นหัวกันเลยแม่ง

หมดประโยชน์แล้วก็เขี่ยทิ้ง เฮ้อออออเป็นผมนี่มันเศร้าจริงๆ นะ



พอเดินห่างจากโต๊ะมาพอสมควรผมก็หยิบมือถือขึ้นมา เบอร์ของคนที่ไม่ได้เมมชื่อไว้ปรากฏบนหน้าจอพร้อมกับเวลาที่บอกว่าโทรหากันได้นานเท่าไหร่ ผมยกมันขึ้นแนบหูก่อนจะพูดกับปลายสาย

“ถ้าอยากได้น้องเขาก็ต้องทำตัวให้มันดีๆ หน่อยนะ แต่อาจจะยาก…” ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดจบประโยคปลายสายก็ตัดสายทันที

ผมมองหน้าจอที่เพิ่งโดนตัดสายไปอย่างไม่ใยดีก่อนที่คิ้วจะกระตุก ให้ตายสิไม่น่าช่วยมันเลยแม่ง

แต่ก็เอาเถอะถือว่าทำบุญแล้วกัน

.

.

.

จริงๆ ผมทำแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับนกสองหัวใช่ไหมล่ะ แต่จะบอกอะไรให้นะครับ ผมน่ะ…ก็เป็นคนแบบนี้แหละ







….……………………………….





“ผมนึกว่าพี่จะไม่มาแล้วซะอีก” น้ำเสียงของเจ้าตัวบ่งบอกว่าดีใจที่ได้เจอผม

ไอ้แมน ที่อยู่ในชุดนักศึกษาแต่ไม่ได้เรียนที่เดียวกับผม มันเรียนเทคนิคซึ่งผมก็ยังไม่เข้าใจว่าเขายอมใหม่มันเรียนได้ยังไงทั้งที่ออกจะห่วงภาพลักษณ์ทางสังคมขนาดนั้น

“งั้นครั้งหน้ากูจะไม่มา”

“โถ่ พี่ไผ่ก็ใจดีที่สุดแล้วล่ะ” ไอ้แมนยิ้มจนปากแทบจะฉีกไปถึงหู โดยไม่ได้สนใจหน้าตาที่ไม่ได้คล้อยตามมันของผมเลย

“รีบขึ้นรถกูจะไปส่ง”

“แล้วพี่ไม่นอนบ้านหรอ”

“ที่ถามนี่คิดรึยัง” พอได้ยินผมพูดแบบนั้นไอ้แมนก็ทำหน้าหงอยๆ ทันที พอเห็นมันทำหน้าแบบนั้นผมก็เลิกสนใจแล้วเปิดประตูเข้าไปในรถทันที

“ถ้าไม่ขึ้นกูจะกลับแล้วนะ” ไอ้แมนรีบขึ้นรถแทบไม่ทัน เมื่อกี้ถ้าไม่ขึ้นผมก็จะกลับจริงๆ นะ

ใครจะอยู่รอมันล่ะ คิดว่าผมใจดีขนาดนั้นเลยรึไง

“ทำไมไม่โทรเรียกรถที่บ้านมารับ”

“ผมอยากเจอพี่ไง” ผมแค่นยิ้มกับคำตอบของไอ้แมน ดูเหมือนว่ามันจะเป็นคนเดียวในบ้านที่อยากเจอผมและอยากให้ผมกลับบ้านน แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ซึ้งหรอกน่า

ไอ้แมนคิดว่าผมเป็นพี่ซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจหรอกว่ามันจะคิดยังไง ก็อย่างว่าแหละมันไม่ใช่น้องแท้ๆ ของผมสักหน่อยถึงจะมีพ่อคนเดียวกันก็เถอะ

แต่ผมก็ไม่ได้เกลียดมันนะทั้งๆ ที่มัน…กำลังจะแย่งทุกอย่างไปจากผม…





“พี่จะไม่เข้าไปหาพ่อหน่อยหรอ” ผมจอดรถหน้าบ้านให้ไอ้แมนลง แต่ก็ยังไม่วายหันมาถามผมอีกรอบ

“เข้าบ้านไป” ผมไม่สนใจว่าไอ้แมนจะทำหน้ายังไงรีบขับรถออกไปจากตรงนี้ทันที

เข้าไปหาพ่องั้นหรอ ฟังดูตลกชะมัด

แล้วก็บ้านหลังนั้นด้วยใครจะอยากกลับวะ

…ถ้าไม่จำเป็นผมก็ไม่อยากกลับไปหรอก





End Part

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1906
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-0

ออฟไลน์ Kelvin Degree

  • ถ้าวันนั้นเลือกที่จะเดินออกไป คงไม่เจ็บมาจนถึงทุกวันนี้...
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1816
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-2
มาต่ออีกนะครับ,,,

ออฟไลน์ Blackcrow

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 66
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0
Chapter 22
กลับสู่สภาวะปกติที่ไม่ปกติ



วันนี้เกือบทั้งวันที่ผมนั่งเรียนแต่เนื้อหาที่อาจายร์สอนไม่ยอมเข้าหัวเหมือนกับว่ามันไม่มีที่ว่างพอสำหรับเรื่องเรียนทั้งๆ ที่ในหัวก็โล่งไปหมด

“เป็นอะไรของมึงเนี่ย” แรงสะกิดที่หัวไหล่ทำให้ผมกลับมาสนใจสิ่งรอบข้าง

“เปล่า”

“มึงท่าทางแปลกๆ มาสองสามวันละนะ เป็นอะไรบอกพวกกูได้นะเว้ย” ผมมองหน้าเดอะแก๊งก่อนจะถอนหายใจทำเอาพวกมันทำหน้างงไปตามๆ กัน

ที่ผมเป็นแบบนี้คงเป็นเพราะเรื่องที่ผมทะเละกับพี่ธัญเมื่อหลายวันก่อนแต่ยังไม่ได้บอกเดอะแก๊ง จริงๆ ก็ไม่รู้จะบอกยังไงเหมือนกันมันรู้สึกไม่อยากพูดถึง และที่สำคัญผมไม่อยากยอมรับความจริงว่าที่ผ่านมาพี่ธัญหลอกผม

“เกี่ยวกับคุณธัญใช่ไหม” ไอ้โก้ถามอย่างรู้ทัน

ผมพยักหน้าอย่างปฎิเสธไม่ได้ ตามจริงผมควรจะดีใจด้วยซ้ำที่เลิกยุ่งกับพี่ธัญแต่ทำไมมันถึงไม่รู้สึกแบบนั้นเลยวะ

ตั้งแต่วันที่ผมพูดตัดความสัมพันธ์กับพี่ธัญไปหลังจากนั้นเขาก็ไม่โผล่หน้ามาอีกเลย

มันก็ดีแล้วไม่ใช่รึไง….

“สองสามวันมานี่กูไม่เห็นเขามาหาไอ้ทัชเลยนะ”

“เออจริงด้วย พวกมึงมีอะไรกันหรอหรือว่าทะเลาะกัน” ไอ้ปาล์มถาม

“ไม่มีอะไร ก็แค่...กูกับเขาเลิกยุ่งเกี่ยวกันแล้ว” พอได้ยินแบบนั้นพวกมันก็ทำหน้างงเข้าไปอีก

“เป็นไปได้ไง นี่มึงเชื่อเรื่องที่เขาพูดกันแล้วหรอ”

“อืม เชื่อแล้ว” ตอนแรกดึงดันแทบตาย สุดท้ายก็ต้องเจอกับตัวเองถึงจะรู้

ถึงตอนนี้จะยังไม่ชินที่ไม่มีพี่ธัญคอยป้วนเปี้ยนแต่สักพักคงกลับมาเป็นเหมือนเดิม เหมือนตอนที่ยังไม่ได้เจอพี่ธัญ

มันคงไม่อยากเท่าไหร่หรอก…มั้ง

“คืนนี้ไปแดกเหล้ากัน”

“นี่มึงกำลังทำตัวเหมือนคนอกหักอยู่นะไอ้ทัช” ไอ้โอ๊ตว่าพลางมองผม

“กูอยากแดกเหล้านี่เหมือนคนอกหักตรงไหน พวกมึงจะไปไม่ไป ไม่ไปกูไปคนเดียวก็ได้” แน่นอนว่าผมพูดจริงทำจริงอารมณ์อยากนั่งดื่มชิลๆ มันมาครับ พร้อมฉายเดี่ยวแล้วตอนนี้

“โถ่ พูดแค่นี้ทำเป็นน้อยใจ พวกกูก็ต้องไปกับมึงอยู่แล้วปะเมามาใครจะเก็บศพมึง” ไม่ว่าเปล่าไอ้โอ๊ตมันกอดคอผมก่อนจะใช้มือหนักๆ ของมันยีหัวผมอย่างแรง

ผมนี่ขึ้นชื่อว่าเมาเหมือนหมาต้องมีเพื่อนคอยเก็บศพตลอด ไอ้ที่คิดจะฉายเดี่ยวเมื่อกี้ก็คงต้องพับเก็บไว้ก่อนไม่งั้นคงได้นอนข้างทางแน่ๆ

อย่างเพิ่งห้าวไอ้ทัช เดี๋ยวมึงจะได้เป็นหมานอนข้างถนน!





หลังจากที่ตกลงสถานที่กันได้แล้วเลิกเรียนพวกผมก็ตรงมาที่ร้านทันที

พวกผมเดินเข้ามาในร้านที่คุ้นเคยกับเจ้าของร้านเป็นอย่างดีนั่นก็คือร้านพี่ชายไอ้ตัง กันเองแบบนี้แหละดีเวลาหมดสภาพจะได้ไม่นอนข้างถนน ผมคิดว่างั้นนะ

“นึกว่าร้านแกจะเจ๊งไปแล้วซะอีก”

“จะเจ๊งเพราะพวกมึงมาแดกฟรีเนี่ย”

“อุ้ย! เฮียหวัดดีค้าบบบ” พวกผมนี่ยกมือไหว้เฮียแกแทบไม่ทันเมื่อไอ้โอ๊ตมันนินทาแล้วอยู่ๆ เฮียแกก็โผล่มา

อาจจะได้แดกตีนเฮียแกก่อนจะได้แดกเหล้าเป็นแน่

“วันนี้จัดมาเลยเฮียเอาแบบหนักๆ ไม่เมาไม่กลับ”

“พวกมึงไม่มีเรียนกันหรอพรุ่งนี้” ปากถามพวกผมแต่ตาหันไปจ้องไอ้ตัง

“พรุ่งนี้วันเสาร์ค่าเฮียย ลืมวันลืมเดือนรึไง”

เฮียหมอกทำหน้าเหมือนนึกขึ้นได้ก่อนจะพยักหน้าให้พวกผมแล้วเดินนำพวกผมไปที่โต๊ะ เด็กเส้นมันดีอย่างนี้แหละครับ จองโต๊ะแบบวีไอพีได้ด้วย



“พวกกูจะถือซะว่าวันนี้มาฉลองที่มึงไม่มีตัวป่วนมาวนเวียนให้รำคาญแล้วกันนะ” ไอ้ปาล์มพูดพลางทำท่าโอเว่อร์ตามสไตล์มัน ซึ่งผมก็ได้แต่ยิ้มรับทั้งที่ในใจมันจะรู้สึกโหวงๆ แปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้

“ก็ดีนะมึงที่ผ่านมาบรรยากาศแม่งแปลกๆ ชิบหาย” ไอ้โอ๊ตเสริม

“แปลกตรงไหนย่ะ บรรยากาศออกจะดี เนาะไอ้ทัช”

“พวกมึงเลิกพูดเรื่องนี้เถอะน่า อย่ามัวแต่พูดย่างแดกเองบ้างไม่ใช่ให้แต่กูย่างให้เนี่ย” เป็นไอ้โก้ที่ตัดบทสนทนา จากนั้นต่างคนต่างกินทั้งพูดเรื่องนั้นเรื่องนี้กันอย่างสนุกสนาน ผมก็สนุกนะแต่อีกใจหนึ่งกลับรู้สึกเหงา

หวังว่ามันจะเป็นแค่ช่วงนี้นะ ไม่งั้นผมต้องแย่แน่ๆ

“กูว่าเราน่าจะชวนสาวๆ มาด้วยนะ”

“สาวๆ นี่หมายถึงคนไหนวะ ชวนมาให้ถูกนะมึงรถไฟชนกันระวังจะซวย” ผมแซวไอ้ปาล์มอย่างนึกหมั่นไส้ สาวเยอะชิบหายไอ้นี่ไม่รู้เอามุขอะไรไปจีบสาวถึงได้ติดขนาดนี้

สาเหตุที่ไอ้ปาล์มมันยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนคือมันเลือกไม่ได้ครับ มันบอกเลือกไม่ได้เพราะมันชอบหมด

สักวันสาวๆ จะมารุมกระทืบแทนที่จะพิศวาสมัน

“มึงก็หาสักคนดิ แห้งมานานแล้วไม่ใช่หรอ”

“กูเจ้าชู้ไม่เป็นว่ะ กูมันคนดี”

“หราาาาาา” แม่งประสานเสียงกันอีก

“ตัวจริงมันก็พลอยไง” ไอ้โก้ว่า

“คนนี้กูเชียร์”

“กูด้วย”

“ก็ไม่ได้เลวร้ายนะถึงแม้จะสวยน้อยกว่ากูก็เถอะ” อันหลังนี่ผมว่าไม่ใช่ละ

ดูเหมือนเดอะแก๊งจะเชียร์พลอยมากกว่าคนที่ผมเคยคบมา ก็แน่ล่ะพลอยทั้งน่ารักทั้งนิสัยดีนี่นา จะว่าไปผมก็ตาถึงเหมือนกันนะเนี่ย







“เห้ยๆ ไอ้ทัชมึงทำเหี้ยไรเนี่ย” โก้ตะโกนลั่นก่อนจะคว้าตัวเพื่อนเอาไว้ไม่ให้พุ่งไปมีเรื่องกับลูกค้าคนอื่น

“ขอโทษครับเพื่อนผมเมา” อีกฝ่ายมองมาอย่างไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนักแล้วเดินออกไป

ถือเป็นเรื่องดีที่ไม่มีใครอยากถือสาคนเมา ถึงแม้จะน่าโดนสักทีก็เถอะ

“พามันกลับเถอะ แม่งเมาทีไรหมาทุกที” ปาล์มบอก

ในบรรดาเพื่อนที่นั่งดื่มกันทั้งหมดก็มีแค่ทัชที่เมาเละอยู่คนเดียวเนื่องจากดื่มเหล้าเหมือนดื่มน้ำเปล่า

ไม่รู้เจ้าตัวตั้งใจจะมาเมาหรือติดลมกันแน่ แต่เมาครั้งนี้ไม่ได้อ้วกแล้วหลับเหมือนครั้งก่อนๆ

โก้มองเพื่อนตัวเองก่อนจะใช้แขนล็อคคออีกคนเอาไว้หลอมๆ แล้วส่ายหน้าเบาๆ

สาเหตุที่เมาเละก็มีไม่กี่อย่างส่วนมากก็อกหัก แต่ครั้งนี้มันค่อนข้างน่าแปลกใจแต่ก็พอเข้าใจได้สำหรับเพื่อนที่อยู่ด้วยกันแทบจะตลอดเวลาแบบโก้

คงไม่พ้นเรื่องคนคนนั้น

ทั้งที่ขัดขวางแทบตายสุดท้ายเพื่อนเขาก็มีใจให้อีกคนจนได้

“ยั้มมี่ย้ามมมมม” เสียงแหกปากร้องเพลงที่ไม่รู้ว่าเป็นเพลงอะไรดึงความคิดของโก้ให้กลับมาอยู่ปัจจุบัน

ปัจจุบันที่ควรจะพาไอ้ขี้เมากลับบ้านสักที

“อายคนชิบหาย มีสาวที่กูเล็งไว้มาไหมเนี่ย”

ปาล์มบ่นแต่ไม่ได้จริงจังนัก

“มาช่วยกูแบกมันไปรถดิ้ หนักจะตายห่าอยู่แล้วเนี่ย”

ยังไม่ทันที่ปาล์มจะเข้าถึงตัวทัช ไอ้ตัวแสบก็หยิบมือถือขึ้นมาเหมือนจะโทรหาใครสักคนซึ่งมันทำให้โก้รีบแย่งมือถือจากมือทัชทันที

เป็นเพราะโก้สนใจมือถือในมือจนเผลอปล่อยให้ทัชลงไปนั่งกองอยู่กับพื้นด้วยสภาพที่เห็นแล้วไม่รู้จะสงสารหรือสมน้ำหน้าดี

“ปล่อยมันทำไมเนี่ย” ปาล์มโวยวายแต่โก้กลับไม่ได้สนใจเพราะชื่อที่ทัชเกือบจะกดโทรออกนั้นน่าสนใจกว่า

พี่ธัญ

โก้ละสายตาจากหน้าจอแล้วมองเพื่อนที่นั่งปัดป่ายมือปาล์มไม่ให้พยุงตัวเอง เพื่อนเขามีนิสัยอีกอย่างเวลาเมาก็คือมักจะโทรหาคนที่เป็นต้นเหตุของการเมาครั้งนั้น และครั้งนี้เขาก็มั่นใจแล้วว่าต้นเหตุคือใคร

ตอนเลิกกับแฟนเก่าทัชก็มักจะโทรไปหาคนนั้นจนเขาต้องปิดเครื่องหนี พอเมาแล้วความรู้สึกจริงๆ ก็มักจะแสดงออกมา

ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าทัชกับธัญทะเลาะกันเรื่องอะไร จะไม่รู้ได้ยังไงในเมื่อเขาก็เป็นอีกคนที่พี่แทนบอกให้ช่วยจับตามองทัช

เขาช่วยพี่ไผ่แทบจะทุกอย่างตั้งแต่พี่ไผ่เข้ามา

สาเหตุที่โก้ทำแบบนั้นก็เพราะเป็นห่วงทัช และเขาก็ไม่ได้รู้สึกถูกชะตากับธัญตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

โก้หันกลับมากดบางอย่างในมือถือของทัชก่อนจะเก็บมันใส่กระเป๋าตัวเองแล้วช่วยปาล์มพยุงทัชไปที่รถ









….……………………………………..



สิ่งแรกที่รู้สึกคือหัวที่ปวดแทบจะระเบิด ผมกระพริบตาถี่ๆ ก่อนจะลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนและคำตอบที่ได้หลังจากพยายามนึกอยู่สักพักก็คือ

เมาเหมือนหมาอีกตามเคย

“เฮ้อออ” ผมถอนหายใจอย่างนึกรำคาญตัวเองที่รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองแบบนี้

ก่อนจะนึกถึงคนที่มักจะเข้ามาในความคิดของผมตลอดในช่วงสามวันที่ผ่านมา

“นี่ผมชอบพี่จริงๆ หรอวะ”

ผมทึ้งหัวตัวเองเผื่อมันจะทำให้สมองทื่อๆ ของผมโล่งบ้าง แต่ก็ไม่ได้ผลเพราะความรู้สึกของผมมันมักจะสวนทางกับความคิดอยู่เสมอ

“ให้กูช่วยไหม” เสียงจากทางประตูทำให้ผมผงกหัวดู

ไอ้โก้ยืนกอดอกพิงประตูมองผมด้วยสายตาเอือมๆ ที่เห็นบ่อยจนชิน

ผมลุกขึ้นก่อนจะกุมหัวตัวเองเพราะความปวดมันกลับมาเล่นงานอีกครั้ง

“มีอะไรวะ”

“ไปแดกข้าว ไอ้ปาล์มมันทำไว้ให้ละ”

“เดี๋ยวไป” ผมตอบไอ้โก้แต่ก็ยังไม่ยอมลุกไปไหน

ไอ้โก้ไม่ได้พูดอะไรต่อซึ่งมันแปลกเพราะปกติมันต้องกวนตีนผมแล้ว แต่นี่ไม่แถมยังเงียบใส่อีกต่างหาก

“เห็นมือถือกูไหม” พอผมถามออกไปไอ้โก้ก็หยุดเดินแต่ไม่ได้หันกลับมา ก่อนจะตอบคำถามผม

“อยู่กับกู อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วค่อยมาเอา”

มันตอบคำถามทั้งที่ไม่หันมาแล้วเดินออกไปทั้งอย่างนั้น นี่ผมไปทำอะไรไว้รึเปล่าวะเมื่อคืน

ผมไม่ได้ไปทำให้ไอ้โก้มันโกรธใช่ไหมเนี่ย ทำไมอยู่ๆ ถึงนิ่งใส่ผมแบบนี้ล่ะ

“เหี้ยไรวะเนี่ยยย”

ผมทึ้งหัวตัวเองอีกรอบ นึกโทษตัวเองที่แม่งจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้จนคิดไม่ออกว่าไปทำอะไรไว้

แต่เดี๋ยวมันก็บอกผมเองแหละอย่างไอ้โก้มันปิดปากเงียบได้ไม่นานหรอกน่า





โต๊ะกินข้าวมีแค่ไอ้โก้ที่นั่งอยู่ ผมมองหาคนอื่นๆ แต่ก็ไม่เห็นจนกระทั่งเดินมาถึงโต๊ะไอ้โก้จึงบอกผมเหมือนกับรู้ว่าผมกำลังจะถามอะไร

“ไอ้ตังไปเรียน ส่วนสองตัวนั้นไปข้างนอก”

“แล้วมึงไม่ไปกับพวกมันอะ”

“พวกมันนัดสาวแล้วกูมีสาวกับพวกมันที่ไหนล่ะ” ไอ้โก้ว่าพลางทำหน้าเซ็งซึ่งผมรู้สึกว่ามันปกติกว่าตอนที่อยู่ในห้องกับผมขึ้นเยอะ

หรือผมอาจจะคิดมากไปเอง

“มือถือกูล่ะ”

“ห่วงจังมือถือเนี่ย ไปหาข้าวแดกนู่นไป” ถึงจะพูดอย่างนั้นไอ้โก้มันก็วางมือถือไว้บนโต๊ะเรียบร้อย

ผมหยิบมือถือมาเช็คว่าสภาพมันยังโอเคอยู่ไหม ไม่ใช่หวงความเป็นส่วนหรือมีความลับอะไร แต่ผมห่วงว่ามันจะพังต่างหากเวลาเมายิ่งไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่ด้วย

เมื่อเช็คสภาพทุกอย่างว่าโอเคแล้ว ผมจึงเดินเข้าครัวแล้วออกมาพร้อมกับข้าวต้มถ้วยใหญ่ อาการปวดหัวมาเป็นระยะแต่ก็ไม่ได้กังวลอะไรมากเดี๋ยวมันก็หาย

ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยเมานี่นา

“เมื่อคืนมึงโทรหาคนคนหนึ่ง” พอผมนั่งลงไอ้โก้ก็เปิดประเด็นขึ้นมาซึ่งมันเรียกความสนใจของผมได้ดีเลยทีเดียว

เพราะในเวลาแบบนี้ผมจะโทรหาใครล่ะ นอกจาก…

“ทำหน้าตกใจอะไรขนาดนั้นวะ ทำไม กลัวว่าจะโทรไปหาใครหรอ” ไอ้โก้ทำหน้าตาอย่างผู้เหนือกว่า เวลาเมามันเหนือกว่าผมตลอดครับแถมยังเป็นคนรู้ความลับผมเยอะที่สุดด้วย

“กูโทรหาใคร”

“เช็คมือถือดูดิ้” นั่นไงได้ทีเริ่มปั่นหัวผมละ

ผมกดเช็คการโทรออกของมือถือแต่ก็ไม่พบว่าตัวเองโทรหาใครเลยเมื่อคืน พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นไอ้โก้กำลังกลั้นขำอยู่

ไอ้ห่านี่ แกล้งผมอีกแล้ว

“ไอ้เหี้ยโก้” ผมยืดสุดแขนเพื่อที่จะตบหัวไอ้โก้ที่นั่งอยู่ตรงข้าม

“โอ้ยสัส!” ฟาดไปเต็มแรงครับ สะใจดี

“กวนตีนแต่เช้านะมึง”

“เที่ยงเหอะ” สำหรับผมมันเช้านี่ครับผิดตรงไหน

“มึงกลัวว่ามึงจะโทรหาใครหรอ” ไอ้โก้มองผมอย่างจับผิด

“เปล่า”

“แต่กูรู้นะ” ไอ้โก้ยิ้มกวนตีนให้ผม ยิ้มแบบนี้ไม่ใช่แค่กวนตีนผมแน่ๆ แสดงว่ามันต้องรู้อะไรมาแน่นอน

“กูไม่ได้โทรหาใครสักหน่อย”

“ก็ใช่ไง แต่มึงอาจจะจำไม่ได้ว่ามึงเกือบ…โทรถ้ากูไม่แย่งมือถือมาจากมึงซะก่อน”

ผมนึกขอบคุณมันที่ทำแบบนั้นเพราะคนเดียวที่ผมพอนึกได้ว่าจะโทรไปคงมีคนเดียว

“ที่มึงเมาเมื่อคืนเพราะคุณธัญ…มึงชอบเขาใช่ไหมไอ้ทัช” ไอ้โก้ถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ผมวางช้อนที่ต่อให้อยากกินก็คงกินไม่ลงก่อนจะตอบคำถามที่ผมเคยคิดมันมาหลายครั้ง อาจจะมีแค่ไอ้โก้ที่รู้เพราะจากนี้คงต้องลืมๆ มันไปแล้วก็กลับมาใช้ชีวิตปกติสักที

.

.

.

“ไอ้โก้” ผมมองบางอย่างในมือถือก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาถามไอ้โก้

“ว่า?”

“มึงบล็อคเบอร์พี่ธัญหรอ”

ไอ้โก้ยักไหล่ก่อนจะตอบกลับมา

“กูไม่ลบทิ้งก็ดีเท่าไหร่แล้ว”






ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

เพื่อนโก้นี่เอง  หนึ่งขบวนการสายลับ ๆ ของพี่แทน

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1906
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-0

ออฟไลน์ Kelvin Degree

  • ถ้าวันนั้นเลือกที่จะเดินออกไป คงไม่เจ็บมาจนถึงทุกวันนี้...
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1816
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-2

ออฟไลน์ Blackcrow

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 66
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0
Chapter 23
ความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ในใจ



“อ้ายคนจนจำต้องทนปั่นรถถีบ จะไปจีบอีน้องคนงาม ~”

“พอไปถึง อ้ายก็ฟังเอิ้นถาม~”

“พอไปถึง อ้ายก็ฟังเอิ้นถาม~”

“อี๋น้องคนงาม กิ๋นข้าวแลงแล้วกา~ ฮิ้ววว”

“ยังไม่กินจ้าา สนใจมากินด้วยกันไหมคะ”

“โห่ๆ บ้านอยู่ไหนหรอค้าบบบคนสวย”

ผมนั่งขำเพื่อนในแผนกที่พากันร้องเพลงแซวสาวที่กำลังเดินผ่าน ไอ้คนร่วมแซวก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกครับ ไอ้โอ๊ตขาประจำที่มักจะเป็นหัวโจกแซวสาวๆ เวลาเขาเดินผ่านจนแทบจะไม่มีใครกล้าผ่านเพราะกลัวพวกมันเนี่ย

แต่นานๆ ทีจะมีสาวเล่นด้วยให้หายเหงาล่ะครับ

“คนนี้แม่ของลูกว่ะ”

“กูจองๆ ”

“พวกมันหิวมาจากไหนวะนั่น” เสียงไอ้โก้ดังมาจากด้านหลัง ผมจึงลุกไปเก็บของเตรียมกลับบ้านตามมัน

“นานๆ ทีจะมีคนมาเล่นด้วยนี่หว่า”

“เหอะ แล้วนี่มึงจะไปส่งพลอยใช่ปะ”

“ใช่ ว่าจะไปหาไรกินที่ตลาดด้วย พวกมึงจะไปปะ”

“มึงพาพลอยไปก่อนเลยเดี๋ยวพวกกูตามไป แล้วเจอกันที่บ้าน”

“โอเค เจอกัน”

พอเก็บของเสร็จผมก็เดินออกไปหาพลอยที่แผนกออกแบบทันที



ช่วงนี้ชีวิตผมก็มีความสุขดีครับ อิสระเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือมีคนคุย ผมกับพลอยแทบจะเรียกได้ว่าเป็นแฟนกันแต่เพราะเราทั้งคู่ยังไม่ได้ใส่ใจในสถานะจึงไม่ได้ตกลงคบกันอย่างเป็นทางการ ซึ่งผมก็รู้สึกดีกับการอยู่แบบนี้นะ อีกอย่างผมก็ไม่ใช่คนที่จะคุยกับใครไปทั่วพลอยจึงไม่ได้กังวลอะไร

คนเราถ้าจะคบกันมันต้องเชื่อใจกันใช่ไหมล่ะครับ

“ทำไมวันนี้มาไวจัง”

“ก็คิดถึงพลอยไง”

“โม้อีกแล้ว” พลอยหยิกแขนผมไม่แรงนักซึ่งเธอมักจะทำเวลาที่หมั่นใส้ผม แต่ผมมองว่ามันก็น่ารักดี

“ไปกันเลยไหม”

“โอเคค”

ผมแย่งกระเป๋าของพลอยมาถือก่อนจะวิ่งนำหน้าเพราะเธอไม่ชอบที่ผมถือของให้เท่าไหร่ นั่นแหละครับสาเหตุที่ต้องวิ่งเพราะเธอต้องบ่นเรื่องนี้แน่ๆ

“ทัช! เล่นเป็นเด็กอีกแล้วนะ” เสียงตะโกนไล่หลังไม่ได้ทำให้ผมหยุดวิ่ง

นี่แทบจะเป็นกิจวัตรที่ผมจะต้องกวนเธอแล้วให้เธอบ่นเป็นประจำ ซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก





“พลอยบอกแล้วใช่ไหมว่าพลอยถือเองได้” ไม่ว่าเปล่าพลอยทำท่าจะเข้ามาแย่งกระเป๋าตัวเองจากผมคืนแล้วมีหรือที่ผมจะยอม

“ไม่เล่นดิ เดี๋ยวก็ชนคนอื่นหรอก” ผมคว้าแขนเธอให้ขยับเข้ามาหาเพื่อไม่ให้ชนคนที่กำลังเดินสวนมา

ตอนนี้ผมกับพลอยเดินหาซื้อของที่ตลาดที่เรามักจะมาประจำ ส่วนมากก็จะมีเด็กวิลัยแบบพวกผมนี่แหละพอหลังเลิกเรียนก็มาเดินตลาดกัน

“เห็นพลอยบ่นว่าอยากกินน้ำแตงโมปั่น เดี๋ยวเราไปซื้อให้เอาไหม” พลอยทำหน้าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งแล้วพยักหน้า

“งั้นเราไปดูของทางนั้นรอนะ ทัชรีบมาล่ะ”

“ค้าบบบบ”

ผมแยกกับพลอยโดยที่ถือกระเป๋าของเธอมาด้วย ซึ่งพลอยก็เดินดูของไม่ไกลจากผมเท่าไหร่

“แตงโมปั่นแก้วหนึ่งครับ”

“รอแปปนึงนะคะ” ผมยิ้มให้แม่ค้าแล้วหาที่นั่งพลางมองนู่นมองนี่ไปเรื่อย

เดอะแก๊งผมน่าจะมาแล้วมั้งแต่คงไม่เจอกันหรอกคนเยอะขนาดนี้ แต่ผมกลับชอบที่คนเยอะแบบนี้นะอาจเป็นเพราะเวลาอยู่ในที่ที่มีคนเยอะๆ ผมจะไม่รู้สึกเหงาล่ะมั้ง

“ได้แล้วจ้าาา”

“ขอบคุณครับ”

ผมรับแก้วแตงโมปั่นจากแม่ค้าก่อนจะจ่ายตังค์แล้วเดินออกมา มองหาพลอยซึ่งไม่รู้ว่าไปหยุดอยู่ที่ร้านไหนแล้ว

เผลอแปปเดียวหายเลยนะยัยตัวแสบ

ผมเดินสอดส่องหาพลอยตามร้านต่างๆ แล้วสายตาก็ไปหยุดอยู่หน้าร้านขายขนมซึ่งตอนนี้มีคนกำลังมุงดูอะไรสักอย่าง แต่สักพักคนที่มุงอยู่ก็เลิกสนใจแล้วสลายตัวไปจนได้รู้ว่าตรงนั้นมีคนที่ผมกำลังตามหายืนอยู่

ผมรีบเดินเข้าไปหาพลอยทันที

“ขอโทษนะคะ เดี๋ยวฉันซื้อคืนให้นะคะ”

“มีอะไรรึเปล่า…” ผมเดินเข้าไปถามพลอยแล้วมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าก่อนที่คำพูดจะถูกกลืนลงคอ

คนตรงหน้าทำให้ผมยืนนิ่งทั้งที่หัวใจกำลังเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมา นี่เป็นการเจอกันครั้งแรกในรอบหนึ่งเดือน…..

ฟังไม่ผิดหรอกครับ หนึ่งเดือนที่ผมไม่ได้เจอเขาและอยู่ๆ ก็บังเอิญมาเจอกันที่นี่

“พี่ธัญ…” เสียงของผมเบาจนไม่น่าจะทำให้คนที่ยืนห่างจากผมเล็กน้อยได้ยิน

พี่ธัญมองผมสักพักก็ละสายตาไปมองสิ่งที่ตกอยู่บนพื้น

“ไม่เป็นไรครับ ผมก็เดินไม่ดูทางเหมือนกัน” คำพูดที่ฟังดูสุภาพและรอยยิ้มอบอุ่นถูกส่งมา มันแปลกตาจนผมรู้สึกว่าเขามีบางอย่างเปลี่ยนไป

อาจเป็นเพราะไม่ได้เจอกันนานล่ะมั้ง

“มีเรื่องอะไรกันหรอครับ” แล้วสิ่งที่ผมไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นก็คือ…เสียงผมสั่น

ไม่มีอะไรผิดปกติเลยไอ้ทัชเอ้ย เสียงมึงสั่นขนาดนี้ไม่ผิดปกติเลย!

ในขณะที่ผมกำลังบ่นตัวเองอยู่ในใจคนตรงหน้าก็พูดขึ้น

“พอดีเราเดินชนกันน่ะครับ ตะบองเพชรจึงหล่นแตกอย่างที่เห็น”

ให้ตายสิ คำพูดนี่มัน…

ผมพยายามควบคุบตัวเองไม่ให้ตื่นเต้นไปมากกว่านี้แล้วหันมาพูดกับพลอย

“พลอยชนเขาหรอ” พลอยพยักหน้าทั้งทำหน้ารู้สึกผิด

แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไร ไอ้น้ำแตงโมปั่นในมือผมคงเป็นหมันแล้วสินะ

เย็นมือด้วยเนี่ยย

“ซื้อมาจากร้านไหนครับเดี๋ยวเราซื้อคืนให้” ผมถามพลางมองหน้าอีกคนถึงแม้ใจจะเต้นแรงก็ตาม

พี่ธัญทำท่าคิดอยู่สักพักก่อนจะเดินนำพวกผม ตอนแรกเหมือนจะไม่ให้ซื้อคืนนี้หว่าแล้วทำไมถึงนึกเปลี่ยนใจได้ล่ะ



“ซุ่มซ่ามนะเรา” ผมแกล้งดุพลอย ก่อนจะยื่นน้ำแต่งโมปั่นให้

“แล้วเมื่อกี้แตกไปกี่ต้นอะ ผมลืมดู”

“ทั้งหมด” ผมมองหน้าพี่ธัญทันทีที่เขาตอบ นี่ไม่ใช่คำตอบกวนตีนใช่ไหมครับ

“แล้วทั้งหมดที่ว่ามันกี่ต้นล่ะครับ”

“4 ต้น” ตอบแบบนี้ตั้งแต่แรกก็จบปะวะ

ผมทำหน้าเซ็งใส่พี่ธัญอย่างลืมตัว ทั้งยังไม่ทันได้เห็นมุมปากที่ยกขึ้นของอีกคน

“งั้นก็เลือกเลยครับ”

สิ้นเสียงผมไม่นานพี่ธัญก็เดินดูต้นตะบองเพชรต้นใหม่ ผมจึงเดินมาหาพลอยที่ยืนรออยู่ใกล้ๆ ที่ตอนนี้กำลังดูดน้ำแตงโมปั่นอย่างสบายใจเหมือนกับลืมไปว่าตัวเองก่อเรื่องอะไรไว้ เห็นแล้วมันก็อดไม่ได้ที่จะบีบจมูกรั้นๆ ของเธอด้วยความหมั่นเขี้ยว

“โอ้ยทัช เจ็บนะ” พลอยทำหน้ามุ้ยใส่ผม แต่มีหรือที่ผมจะแคร์ผมยักไหล่ไปหนึ่งทีจนเธอตีไหล่ผมชะแรง

ใช้กำลังกับผมอีกแล้ว

ผมกับพลอยยืนรอคนที่ตั้งใจหาต้นตะบองเพชรที่ถูกใจจนรู้สึกว่ามันนาน และมันก็นานเกินไปด้วย!

กะอิแค่เลือกต้นตะบองเพชรก็ล่อไปครึ่งชั่วโมงแล้ว นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงคิดว่าเขากำลังแกล้งผมอยู่แน่ๆ

“ทัช ทำไมพี่เขาเลือกนานจังอะ” พลอยสะกิดผมพลางพูดเสียงเบา ผมก็ได้แต่ส่ายหน้าใครจะไปรู้ล่ะครับ

“เลือกได้รึยังครับ” และความอดทนในการยืนรอผมก็หมดลง เดินไปถามคนที่เหมือนกำลังพินิจพิจารณาต้นตะบองเพชรอย่างตั้งใจ

“เลือกได้พอดีเลย เอาสี่ต้นนี้ครับ” ว่าแล้วก็ชี้ทั้งสี่ต้นให้เจ้าของร้านดู ซึ่งมันก็เป็นต้นที่เขานั่งเฝ้ามันมาตั้งนานไม่ใช่หรอวะ นี่ถ้าผมไม่เดินมาถามก็ไม่ยอมเลือกสินะ

“นี่พี่แกล้งผมหรอ” ผมถามออกไปทั้งรู้สึกไม่พอใจ

“เปล่านะครับ ทำไมถึงคิดว่าผมแกล้งล่ะ” พี่ธัญหันมามองหน้าผม แววตาไม่ได้มีความล้อเล่นหรือเจ้าเล่ห์อย่างที่ควรจะเป็นแต่มันกลับเรียบเฉยทั้งที่ปากยังคงยิ้ม

สุดท้ายผมก็คงจะนึกบ้าไปเองล่ะมั้ง

ผมละสายตาตากพี่ธัญพอดีกับเจ้าของร้านเดินมา

“เท่าไหร่ครับ”

“140 บาทครับ” ผมจ่ายตังค์แล้วยื่นถุงที่ห่อต้นตะบองเพชรอย่างดีให้พี่ธัญ

หมดธุระสักที เสียเวลาไปตั้งครึ่งชั่วโมง

และในขณะที่ผมกำลังจะเดินไปอีกทางเสียงของพี่ธัญก็ดังขึ้นพร้อมกับประโยคที่ทำให้ผมงง

“พี่ชื่อธัญนะ แล้วน้องชื่ออะไรครับ” แน่นอนว่าประโยคที่พูดออกมานั้นพูดกับผม

แล้วคำถามก็ผุดขึ้นมาในหัวทันทีว่า ผมกับเขาไม่ได้รู้จักกันอยู่แล้วหรอ

“พลอยค่ะ ส่วนนี่ทัช” พอเห็นผมไม่ตอบอะไรพลอยที่ยืนอยู่ข้างๆ จึงตอบแทน

“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” สายตาพี่ธัญยังคงจ้องมาที่ผมพร้อมกับรอยยิ้มที่นานๆ ครั้งจะยิ้มออกมา

และผมก็พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมพี่ธัญถึงพูดแบบนั้น ก่อนที่ผมจะตอบกลับไป

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ”

ในเมื่อเขาอยากรู้จักผม ผมก็อยากรู้จักเขา…อีกครั้ง

…คงไม่เป็นไรใช่ไหมล่ะครับ









….………………………………..



“เหนื่อยเป็นบ้า!” ไอ้โก้พูดพลางทิ้งถุงขยะลงข้างถังอย่างไม่ใยดี ก็แน่ล่ะวันนี้ลูกค้าเยอะนี่นา

“ทำเป็นบ่นนะมึง แอบอู้เยอะกว่ากูอีก”

“อะไร เขาเรียกพักเอาแรงเว้ย” แถได้หน้าตาเฉย สมแล้ว! สมแล้วที่เป็นเพื่อนผม!

“มึง วันนี้อยากแดกอาหารทะเล”

“ซีฟู้ดปะ”

“ดิว” ผมดีดนิ้วเห็นด้วยกับไอ้โก้

และต้องไปดิวกับเดอะแก๊งอีกซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาเพราะตามกันอยู่แล้ว อยู่ง่ายกินง่ายสไตล์เดอะแก๊ง เพราะอย่าให้พวกผมแต่ละคนเรื่องมากเลยครับ มันจะชิบหายกันหมดดดด

“ปะเข้าร้าน” ผมกอดคอไอ้โก้แล้วเดินเข้ามาในร้าน ที่กอดคอมันไม่ใช่อะไรนะครับเนียนๆ เช็ดมือกับเสื้อมันต่างหาก

“นึกว่ากลับกันแล้ว ลูกค้าฝากมาให้น่ะจ่ะ” พี่แนนเดินมาหาผมพร้อมกับยื่นโพสอิทให้

ผมรับโพสอิทมาแล้วพลิกดูหน้าหลังก็พบว่ามันมีสองแผ่นประกบกัน นี่กันไม่ให้คนอ่านสินะ แต่ดูเหมือนว่าไอ้คนข้างๆ มันจะอยากอ่านเต็มทนแล้วนะ

“เอาไปเปิดอ่านเลยไหม”

“เอามาดิ”

“กูประชดไอ้สัส” ว่าแล้วผมก็เดินเลี่ยงมาอีกทาง ไอ้โก้มันก็ทำหน้าเซ็งที่อดเผือกไปตามระเบียบ

ผมเปิดโพสอิทออกก่อนจะพบว่าข้อความข้างในเป็นข้อความธรรมดา แต่กลับทำให้รู้สึกดี


อย่าลืมหาอะไรทานนะ



แล้วใครที่เขียนข้อความนี้ให้ผมล่ะ

“พี่แนนครับ ใครเป็นคนให้โพสอิทนี่มาหรอครับ”

“พี่ไม่รู้จักชื่อเขานะ รู้แต่ว่าหล่อมากแถมยังดูคุณชายด้วย เหมือนเขาจะมาร้านเราบ่อยด้วยแต่ช่วงหลังๆ ไม่ค่อยเห็นเพิ่งจะมาก็วันนี้แหละ” ได้ฟังแค่นั้นผมก็พอจะนึกออกว่าเป็นใคร แต่ไม่อยากคิดว่าจะเป็นคนเดียวกัน

“เอามาดูดิ้ …อย่าลืมหาอะไรทานนะ อะไรเนี่ยนึกว่าจะเขียนว่า คิดถึง อะไรแบบนี้ซะอีก” ไอ้โก้ทำหน้าเหมือนผิดหวังที่ข้อความในโพสอิทเป็นอีกแบบ

“มึงรู้หรอว่าใคร”

“ทำไมจะไม่รู้ ที่ไม่รู้คือมึงต่างหาก”

“อ้าว แล้วกูจะไปรู้ได้ไงอะ” ทำไมคนรอบตัวผมเหมือนรู้อะไรตลอดทั้งที่ตัวผมแม่งไม่รู้อะไรเลยวะ

เริ่มจะหงุดหงิดแล้วนะเว้ย

“งั้นกูจะบอกให้ก็ได้เห็นว่าโง่มาเป็นเดือนแล้วหรอกนะ” เตะมันสักทีดีไหมเนี่ย

ผมก็ได้แค่คิดแหละครับเพราะถ้าเตะมันก็อดฟังเรื่องที่มันจะพูดแน่ๆ

“มึงเห็นต้นไม้ต้นนั้นไหม ทุกๆ วันที่มึงมาทำงานเขาก็จะมายืนอยู่ตรงนั้นสักพักแล้วก็ไปตอนแรกกูก็สงสัยนะว่ามาทำไม แต่พอสังเกตดีๆ กูถึงได้รู้ว่าเขาแค่อยากเห็นหน้ามึง…แค่แปปเดียวก็ยังดี”

ผมมองต้นไม้ที่อยู่ห่างจากร้านไม่ไกล แต่มันคงไกลสำหรับผมที่ไม่เคยเห็นอะไรเลย

“ทำไม…มึงถึงไม่บอกกู”

“กูต้องถามว่าทำไมมึงถึงไม่เคยสังเกตเห็นทั้งที่เขามาทุกวัน”

“เรื่องจริงหรอวะ” ผมยังไม่อยากเชื่อสิ่งที่ไอ้โก้พูด อย่างที่มันถามทำไมผมถึงไม่เคยเห็นเขาเลยล่ะ

“ตอนแรกกูไม่ได้ชอบคุณธัญหรอกนะ แต่ไม่รู้สิตอนนี้กูอาจจะชอบความพยายามของเขามั้ง”

“กู…ควรทำยังไงดีวะ”

“มึงเลิกถามคนอื่นแล้วถามตัวเองได้แล้ว มึงถามคนอื่นเยอะเกินไปแล้วไอ้ทัชครั้งนี้มึงต้องตัดสินใจด้วยตัวเองบ้าง เออแล้วก็ไม่ต้องมาถามอะไรอีกนะเพราะกูบอกไปหมดแล้ว” พูดจบไอ้โก้ก็เดินไปหลังร้านหยิบกระเป๋าออกมาให้ผมด้วย

“อย่ามัวแต่ยืนเอ๋อกลับบ้านได้แล้ว หิว”

แม่งอะไรวะเนี่ย

ในความสับสนมึนงงกับสิ่งที่ไอ้โก้พูด ผมกลับรู้สึกถึงความดีใจที่ตัวเองรู้สึกอยู่ลึกๆ ภายในใจ มันเป็นแบบนี้ตั้งแต่ผมเจอพี่ธัญครั้งนั้น

แล้วอยู่ๆ ความรู้สึกที่มันควรจะหายไปก็กลับมา…




ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5209
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Kelvin Degree

  • ถ้าวันนั้นเลือกที่จะเดินออกไป คงไม่เจ็บมาจนถึงทุกวันนี้...
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1816
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-2
จะรู้ตัวเองจริงๆรึป่าวครับทัช,,,

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1906
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-0

ออฟไลน์ Blackcrow

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 66
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0
Chapter 24
Thay'Part



“มีอะไรให้กูกินบ้างอะ” หน้าที่ไม่แม้แต่จะหันมามองผมกลับถามหาของกินเหมือนกับว่าผมจะใจดีซื้อมาให้มันอย่างนั้นแหละ

“เมื่อไหร่จะกลับ”

“ก็บอกแล้วว่ากูขออยู่ด้วยอาทิตย์หนึ่งไง”

ตอนนี้ไอ้โซมันกำลังทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาหนีออกจากบ้าน เพียงแค่พ่อไม่ยอมซื้อรถคันใหม่ให้ทั้งที่มันก็ไม่ขับ

ผมเข้าใจพ่อมันนะ เพราะต่อให้ไอ้โซได้รถคันใหม่มันก็มานั่งรถผมอยู่ดี

ไม่รู้จะซื้อให้ทำไม

“แล้วนี่มึงไปไหนมา”

“ไปหาทัช”

“จริงดิ” มันหันมาสนใจผมแทนหน้าจอทีวีทันที

“ก็ไปหาปกติ”

“มึงหมายถึงแบบที่ไปยืนมองเขาแล้วก็กลับมาเฉยๆ อะนะ”

“อืม”

“เฮ้ออ เพื่อนกู” ไอ้โซส่ายหน้าแล้วหันไปสนใจทีวีต่อ

ผมไม่ได้สนใจไอ้โซแล้วเดินเข้าห้อง นั่งลงบนเตียงพลางนึกถึงวันที่เจอทัชซึ่งๆ หน้าวันนั้น

ทัชตกใจที่เห็นผมแต่ผมกลับดีใจที่ได้เจอทัชในระยะใกล้ขนาดนั้น เพราะปกติก็มองอีกคนจากนอกร้าน

ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมาทั้งที่บอกว่าจะลองใช้ชีวิตโดยไม่มีทัช แต่ผมกลับทำไม่ได้ซึ่งนั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงไปที่ร้านทุกวัน แต่ได้แค่ยืนมองอยู่ห่างๆ แค่นั้น

มันเป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึก…ไม่กล้า ถ้าเข้าไปทัชจะมองผมแบบไหน หรือถ้ามองเหมือนวันที่เราทะเลาะกันผมยอมมองทัชอยู่ห่างๆ แบบนี้ดีกว่า

ใครจะไปคิดล่ะครับว่าอยู่ๆ ผมจะขี้ขลาดขึ้นมาทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

แต่แล้วการเจอกันครั้งนั้นมันทำให้ผมกล้าที่จะปรากฏตัว ถ้าผมไม่เข้าข้างตัวเองจนเกินไปทัชก็เหมือนดีใจที่เจอผม แต่สิ่งที่ทำให้ผมลังเลคือผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ ทัชวันนั้น

“ถ้าได้กลับมาคุยกันเหมือนเดิมก็ดีสินะ” ผมถอดเนคไทที่เคยถูกผูกไว้อย่างดีก่อนจะนอนแผ่ลงบนเตียง

ตั้งแต่วันที่ทัชหันหลังให้ผม ผมก็แทบจะรีเซ็ทตัวเองใหม่จากที่เคยคุยกับใครหลายคนก็แทบจะไม่คุย ถ้าเบื่อก็ไปร้านไอ้ภูมิวันไหนที่คิดถึงทัชก็ไปหา จริงๆ ผมก็ไม่ได้เป็นคนขี้เหงาแล้วต้องมีคนคุยหรือควงใครตลอดเวลาขนาดนั้นพอมาอยู่แบบนี้จึงไม่มีปัญหาอะไร

สบายใจด้วยซ้ำที่ไม่ต้องคอยตามใจใคร

“ธัญ! ไปหาไรกินกันนนน” เสียงตะโกนของไอ้โซหลังบานประตูทำให้ผมลุกขึ้น

นี่ผมต้องเลี้ยงลูกอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย

“จะกินอะไร” สุดท้ายผมก็ยอมเปิดประตูออกมาตามใจมันอยู่ดี

“อยากกินอะไรร้อนๆ อะ”

“ไอ้ต้มน้ำกินไป”

“กวนตีนละ” ไอ้โซทำหน้ามุ้ยจนผมอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปยีหัวมันแรงๆ

“บอกแล้วว่าอย่าเล่นหัว” เสียงขู่ที่ไม่ได้น่ากลัวของมันทำให้ผมยักไหล่อย่างกวนๆ

“ถ้าหิวก็ตามมา” เพิ่งกลับมาห้องก็ต้องออกไปอีกแล้วครับ

ได้เวลาพาลูกไปกินข้าว จะว่าไปลูกก็มีแล้วแต่ขาดแม่อะครับ พูดแล้วเศร้า

“ชวนไอ้ภูมิมาด้วยปะ”

“ตามใจ” หมายถึงผมนี่แหละตามใจมัน อาจจะเป็นเพราะผมตามใจมันจนติดนิสัยล่ะมั้ง
สรุปคือผิดที่ผมสินะ





“มึงจอดเซเว่นหน่อยดิ” คำสั่งของคนข้างๆ ทำให้ผมต้องทำตามอย่างช่วยไม่ได้

“เร็วๆ ล่ะ”

“ค้าบพ่ออออ” ว่าแล้วไอ้โซก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปเซเว่นทันที

ระหว่างที่รอผมก็เห็นคนที่ไม่น่าจะได้เจอในเวลาดึกๆ แบบนี้ ทัชนั่งอยู่เก้าอี้หน้าเซเว่นเหมือนกำลังคิดอะไรสักอย่าง

ผมควรเข้าไปทักน้องดีไหม

ไม่รอให้ตัวเองได้ลังเลนานกว่านี้ ผมเปิดประตูลงจากรถเดินไปหาคนที่นั่งอยู่เก้าอี้ทันที

ดึกแล้วควรกลับบ้านสิทำไมมาอยู่แถวนี้ได้ล่ะ

“มาทำอะไรแถวนี้” ทัชเงยหน้าขึ้นมามองพอเห็นว่าเป็นผมก็ทำหน้าตกใจทันที

“พี่ธัญ” ว่าแล้วทัชก็ก้มหน้าลงเหมือนเดิมผมจึงนั่งลงข้างๆ

“มาทำอะไรแถวนี้ครับ” ผมถามน้องอีกครั้งแต่ก็ได้รับเพียงความเงียบแทนคำตอบ

ทัชยังก้มหน้ามองมือตัวเองโดยไม่ได้สนใจผมที่นั่งอยู่ข้างๆ

มีเรื่องไม่สบายใจอะไรรึเปล่านะ แล้วผมอยู่ในสถานะที่จะถามเรื่องพวกนี้ได้อยู่รึเปล่า

“มีเรื่องอะไรรึเปล่า”

“…….”

“ไม่อยากคุยกับพี่หรอครับ” พอผมพูดออกไปแบบนั้นทัชก็เงยหน้าขึ้นมา

“เฮ้ออ เปล่าครับ”

“หมายถึงยังอยากคุยกับพี่อยู่ใช่ไหม” ทัชมองหน้าผมก่อนจะตอบคำถาม

“คงงั้นมั้งครับ”



...เราต่างคนต่างเงียบกันไปสักพักจนเป็นผมที่เอ่ยทำลายความเงียบนั้น

“พี่ขอโทษนะ”

“เรื่องอะไรครับ”

“เรื่องที่พนันกับไอ้ไผ่” ไม่ว่าครั้งไหนผมก็อยากขอโทษจนกว่าทัชจะให้อภัยผม

เรื่องล้อเล่นกับความรู้สึกแบบนี้ ผมควรได้รับการให้อภัยรึเปล่า

“ช่างมันเถอะครับ”

“ทัชไม่โกรธพี่แล้วหรอ”

“โกรธดิ” ทัชจ้องหน้าผมจริงจังก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นยิ้มบางๆ พร้อมทั้งประโยคที่ทำให้ผมยิ้มออกมา

“แต่หายแล้ว”

“แล้วพี่ยังคุยกับทัชได้เหมือนเดิมใช่ไหม”

“อืมมม ได้ดิ” ผมแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง นี่ทัชยอมกลับมาคุยกับผมเหมือนเดิมแล้วใช่ไหม

น้องไม่โกรธผมแล้วจริงๆ หรอ ผมฝันอยู่รึเปล่าวะเนี่ยย

“ดีใจขนาดนั้นเลยหรอพี่” ทัชมองหน้าผมแล้วขำออกมา ดีใจจนอยากจะคว้าคนตรงหน้ามากอดเลยล่ะเพียงแค่ยังทำไม่ได้

ต้องเก็บอาการไว้ก่อน!

“อ้าวไอ้ธัญ” เสียงจากด้านหลังทำให้ทั้งผมและทัชหันไปมอง

ไอ้โซหอบถุงขนมออกมาจากเซเว่นเหมือนกับลืมว่าอีกไม่กี่นาทีก็ต้องไปกินข้าวต่อ กินข้าวดึกๆ แบบนี้ก็ยังไม่อ้วนทั้งขนมอีกคนอะไรกินเก่งชิบหาย

“พี่โซหวัดดีครับ” ทัชยกมือไหว้ไอ้โซก่อนที่มันจะพยักหน้ารับ

“หวัดดีครับ แล้วทัชมาทำไรอะดึกแล้วนะ”

“อ๋อ ผมมาขี่รถเล่นน่ะเดี๋ยวผมกลับละ ไปก่อนนะครับ” พอไอ้โซมาก็ซิ่งหนีเลย

เวลาของความสุขมันมักผ่านไปเร็วเสมอสินะครับ

“กลับดีๆ นะ” ไว้พรุ่งนี้เจอกัน

“ครับ.....เกือบลืมไปเลย ผมว่าจะบอกพี่…” ทัชหันกลับมายิ้มให้ก่อนจะพูดบางอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกเขินขึ้นมาดื้อๆ

“วันหลังไม่ต้องไปแอบอยู่นอกร้านแล้วนะครับ เข้ามาในร้านก็ได้ร้านเรายินดีต้อนรับ”

ครั้งนี้ผมยิ้มแบบไม่ต้องเก็บอาการทัชรู้ว่าผมไปที่นั่นทุกวันสินะ ไม่รู้ว่ารู้ด้วยเองหรือคนอื่นบอกแต่ยังไงก็ช่างเถอะถือว่าผมได้รับอนุญาตแล้ว

“ยิ้มหน้าบานเลยนะครับคุณชายย ไม่คีฟลุคแล้วว่างั้น”

“พูดมากน่า” ปากบ่นให้ไอ้โซแต่ก็ยังยิ้มไม่หุบ

รอจนกระทั่งทัชขี่รถออกไปผมกับไอ้โซจึงเดินกลับมาที่รถก่อนจะขับไปยังร้านอาหารที่นัดกับไอ้ภูมิไว้

....ถึงอย่างนั้นใบหน้าผมก็ยังเปื้อนยิ้มจนถึงร้านอาหาร









….…………………………………..



“นี่กูต้องกลับไปแก้งานอีกแล้วหรอวะ ธัญวันนี้มึงช่วยกูด้วยนะ” ไอ้โซที่เดินนำหน้าหันมาพูดกับผมอย่างจนใจ

“อย่าช่วยมันนะ” ไอ้ภูมิกระซิบเบาๆ เพื่อไม่ให้ไอ้โซได้ยิน ไม่งั้นมันงอแงใส่ไอ้ภูมิแน่ๆ

“ของกูก็ต้องแก้ กูคงว่างไปช่วยมันอยู่หรอก”

“พวกมึงคุยอะไรกัน” พอไอ้โซหันมาผมกับไอ้ภูมิก็ขยับออกจากกันโดยอัตโนมัติ

เรื่องแก้งานผมไม่ได้กังวลหรอกครับแต่ขี้เกียจแก้นี่สิปัญหา รอบนี้ก็เป็นรอบที่สามแล้วไม่รู้ว่าต้องแก้อีกกี่ครั้งอาจารย์ถึงจะพอใจสักที

“เสียดายว่ะ”

“เสียดายอะไรวะ”

“นั่นไง” ไอ้ภูมิชี้ไปข้างหน้าที่มีเพื่อนร่วมคณะยืนอยู่แต่ที่โดดเด่นกว่าคนอื่นก็คงจะเป็นเจ้าของผมสีคาราเมลซึ่งเป็นคนที่ผมรู้จักดี ข้างๆ ก็มีสาวสวยที่มองแล้วก็ดูเหมาะสมกันดี

“มึงเสียดายไอ้ไผ่หรอ”

“จะบ้ารึไงกูต้องเสียดายพายด์สิ” ที่ไอ้ภูมิมันพูดแบบนั้นเพราะมันเคยมองพายด์มาสักพักจนได้รู้ว่าพายด์คบกับไอ้ไผ่ ไม่ใช่คบกันธรรมดาแต่เป็นคู่หมั้นกันด้วย

“ทำใจนะ” ผมตบบ่าไอ้ภูมิเบาๆ

“ทำใจนานละว่าแต่เรื่องของมึงเถอะไปถึงไหนแล้ว”

เรื่องของผมก็คงเหมือนกับการเริ่มต้นใหม่พร้อมกับโอกาสที่ครั้งนี้ผมจะพลาดไม่ได้นั่นแหละ

“น้องไม่โกรธกูแล้ว”

“ก็ดีนี่ แต่ทำไมเหมือนมึงยังกังวลอยู่วะ” ไอ้โซถาม

“กูยังไม่รู้ว่าน้องมีแฟนแล้วรึเปล่า”

“แล้วถ้ามีล่ะ มึงจะเอาไงต่อ”

คำถามนี้ผมก็เคยถามตัวเองนะ และผมก็ได้คำตอบแล้วด้วย

“ก็ถอยออกมา มองอยู่ห่างๆ อย่างที่เคยทำ” จะให้ผมไม่เจอทัชเลยคงจะเป็นการหักดิบกับความรู้สึกตัวเองเกินไป

“ทำไมอยู่ๆ ถึงเป็นพระเอกขนาดนี้วะ มึงใช่ไอ้ธัญเพื่อนกูรึเปล่าเนี่ย” ไอ้โซจับหน้าผมหันไปหันมาจนผมต้องจับมือมันออก

“เป็นอย่างนี้ก็ดีไม่ใช่หรอวะ ดีกว่ามันไปบ้าจี้เล่นเกมไร้สาระกับไอ้ไผ่ไปวันๆ ” เหมือนโดนด่าว่าที่ผ่านมาผมทำแต่เรื่องไร้สาระเลยนะครับเนี่ย

“ไป แยกย้ายเดี๋ยวกูจะเข้าร้าน”

“ไม่ชวนพวกกูหรอ”

“กลับไปแก้งานเลยมึงน่ะ”

“ขี้งก” ก่อนจะไปไอ้ภูมิก็ไม่วายผลักหัวไอ้โซอย่างหมั่นไส้

“กลับได้แล้ว”

“หาอะไรกินก่อนได้ปะ หิว” อยู่กับมันคงไม่พ้นเรื่องกินจริงๆ ครับ

ผมส่ายหน้าเอือมๆ ก่อนจะหันไปเห็นคนต่างคณะที่กำลังเดินมาทางผม

ไอ้แทน

ไอ้แทนเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าผมก่อนจะมองด้วยสายตาที่ไม่รู้ว่ามาดีหรือมาร้าย แต่อย่างไอ้แทนมันคงไม่มาดีกับผมหรอก

“ได้ข่าวว่าเป็นคนดีขึ้นหนิ”

“ก็คงงั้น จะว่าไปดีพอที่จะยุ่งกับน้องมึงได้รึยังล่ะ” พอผมพูดถึงทัชไอ้แทนก็เริ่มตาขวางใส่ผมก่อนรอยยิ้มจะปรากฏบนใบหน้า

“ก็ลองดูสิ ถ้ามึงทำให้ทัชชอบมึงได้อะนะ” คำตอบของไอ้แทนทำให้ผมแปลกใจไม่น้อย อยู่ๆ มันก็ยอมหลีกทางให้ผมง่ายๆ แบบนี้เนี่ยนะ หรือว่า…

“มึงมีแผนอะไรอยู่งั้นหรอ”

“กลัวว่ากูจะมีแผนเหมือนคราวที่แล้วสินะ” รอยยิ้มของไอ้แทนดูเย้ยหยันผมอยู่ในที

“อย่าคิดมากเลย เมื่อก่อนกูอาจจะประเมินมึงสูงเกินไปแต่ตอนนี้กูรู้แล้วว่ามึงไม่ได้มีอะไรให้กูต้องกังวลเลยสักนิด.... เพราะมึงไม่เหมือนไอ้ไผ่”

“เหอะ” ผมไม่รู้ว่าควรดีใจรึเปล่าที่ได้ยินมันพูดแบบนั้น

“นี่แสดงว่ามึงยอมให้เพื่อนกูจีบน้องมึงแล้วหรอ” ไอ้โซถามอย่างปกปิดความตื่นเต้นไม่มิด

ลุ้นกว่าผมอีกนะนั่น

“ครั้งนี้กูจะไม่ยุ่งแล้วกัน” ไอ้แทนว่าแค่นั้นแล้วก็ยักไหล่ ก่อนจะเดินมากระซิบผมด้วยประโยคที่ทำให้ผมรู้สึกอยากจะซัดหน้ามันสักหมัด

“กากๆ อย่างมึงจะจีบน้องกูติดได้ไง.....จริงไหม”

ไอ้แทนผละออกแล้วเดินไปหาไอ้ไผ่ทันที

ก็รอดูเอาเองละกันว่ากากๆ อย่างผมจะจีบน้องมันติดรึเปล่า

“เอาเรื่องว่ะ คบค้าสมาคมกับไอ้ไผ่นี่ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน”

“ทำไมดูชื่นชมมันขนาดนั้น”

“เปล่านี่ แต่ก็จริงอย่างที่ไอ้แทนมันพูดนะ มึงไม่เหมือนไอ้ไผ่เพราะงั้นคราวนี้มันถึงยอมให้มึงจีบน้องมันไง”

“แล้วกูต่างจากไอ้ไผ่ตรงไหน”

“อาจจะต่างตรงที่....มึงจริงใจไงไอ้ธัญ มึงอาจจะมีเยอะกว่ามัน”

นั่นคือข้อแตกต่างระหว่างผมกับไอ้ไผ่งั้นหรอ ไม่น่าจะใช่มั้ง

เพราะบางทีผมกับมันอาจจะไม่แตกต่างกันเลยก็ได้…




ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5209
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ Kelvin Degree

  • ถ้าวันนั้นเลือกที่จะเดินออกไป คงไม่เจ็บมาจนถึงทุกวันนี้...
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1816
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-2
รีบๆจีบให้ติดนะครับ,,,

ออฟไลน์ Blackcrow

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 66
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0
Chapter 25
ตัดสินใจ


ผมมองต้นตะบองเพชรที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าเมื่อก่อนอย่างใช้ความคิด แต่การมองอะไรที่ชอบไม่ได้ทำให้ผมคิดออกเลยแม้แต่น้อย

ตั้งแต่ตื่นมาผมก็ยังคิดไม่ออกว่าควรทำยังไง

ผมควรจะบอกพลอยยังไงดีว่าผมมีคนที่ชอบแล้ว มันจะดูเป็นคนเลวทำร้ายความรู้สึกเธอรึเปล่า

“ดูอะไรวะ ตะบองเพชรออกดอกหรอ” อยู่ๆ ไอ้โอ๊ตก็ชะโงกหน้าเข้ามาดูตะบองเพชรใกล้ๆ จนผมเกือบใช้มือฟาดปากมันเพราะความตกใจ

“ตกใจทำไมเนี่ย”

“อยู่ๆ ก็โผล่มาไงสัส”

“อ้าว กูผิดหรอ” ไอ้โอ๊ตชี้นิ้วเข้าหาตัวเองอย่างงงๆ

ผมไม่เถียงกับมันต่อแล้วหยิบเป้มาสะพายก่อนจะเดินออกจากบ้าน แต่ก็ไม่วายได้ยินเสียงไอ้โอ๊ตตะโกนถาม

“มึงจะไปไหน!”

“ไปหาพลอย”

“เออๆ โชคดี”

โชคดีงั้นหรอ พูดอย่างกับรู้ว่าผมจะไปเจอพลอยเพราะอะไร แต่จะว่าไปถ้าโชคดีทำให้อีกฝ่ายไม่รู้สึกแย่กับผมมากไปก็คงจะดี

เห็นผมเป็นแบบนี้ผมก็คิดมากเมื่อต้องทำอะไรบ้างอย่างที่อาจจะทำให้คนอื่นรู้สึกแย่นะ





ผมเดินเข้ามาในห้องสมุดวิลัยที่เป็นสถานที่นัดหมายของผมกับพลอย เอาเข้าจริงมันก็ไม่เหมาะกับเรื่องที่ผมจะบอกเธอเท่าไหร่ แต่ทำไงได้ก็อีกฝ่ายเป็นคนนัดผมมาที่นี่เองนี่นา

“ทัชมาพอดีเลย” พลอยที่กำลังดูหนังสือหันมาเจอผมก่อนจะทักแล้วยิ้มให้ ผมยิ้มตอบก่อนจะนั่งลงตรงหน้าเธอ

“กำลังหาหนังสืออยู่หรอ”

“ช่ายย เราจะเอาไปทำงานส่งอาจารย์น่ะ”

“หนังสืออะไร ให้เราช่วยหาไหม”

“ก็ดีนะเดี๋ยวรีบหาแล้วไปหาไรกินกัน” พลอยยื่นมือถือที่มีรูปของหนังสือที่กำลังหาให้ผมดู ซึ่งมันเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับงานออกแบบ

ผมพยักหน้าเข้าใจแล้วเดินไปโซนหนังสือศิลปะพร้อมกับพลอย ในหัวผมตอนนี้ไม่ได้สนใจที่จะหาหนังสือสักเท่าไหร่ คิดเพียงแต่ว่าจะเริ่มบอกพลอยยังไงดี

“มองพลอยทำไมอะ หาหนังสือเร็ว” ไม่รู้ว่าผมเผลอยืนมองพลอยนานเท่าไหร่ถึงได้ยินเสียงใสๆ ของอีกคน

ผมได้แต่ยิ้มก่อนจะเดินหาหนังสือทันที



เฮ้อออออ จริงๆ ผมไม่ควรคิดมากแล้วก็บอกเรื่องที่อยากบอกกับพลอยไปซะ ผลจะออกมายังไงก็ต้องยอมรับมัน อาจจะโดนพลอยโกรธหรือเกลียดก็ต้องรับมันให้ได้

“ทัช หาเจอไหม” ผมสะดุ้งเมื่ออยู่ๆ เสียงพลอยก็ดังขึ้น

“เอ่อ…ยังไม่เจอครับ” จะเจอได้ไงก็ผมยังไม่หาเลย

ผมสะบัดหัวที่กำลังมึนๆ ก่อนจะหันกลับมาตั้งใจหาหนังสือต่อ

ว่าแต่ไอ้หนังสือที่ว่านี่มันจะมีในห้องสมุดหรอวะ

ผมสอดส่องหาหนังสือที่ว่าก่อนจะสะดุดตาหนังสือเล่มหนึ่งแล้วหยิบมันออกมาจากชั้น หน้าปกเหมือนกับที่พลอยให้ผมดูไม่มีผิด ในใจดีใจแวบหนึ่งที่หาหนังสือเจอแต่อีกใจก็รู้สึกไม่น่าหาเจอ เพราะจากนี้ก็ต้องบอกเรื่องที่ไม่อยากบอกกับพลอย

อย่างงี่เง่าน่า สุดท้ายก็ต้องบอกอยู่ดี

ดูเหมือนว่าตอนนี้ผมกำลังจะเถียงกับตัวเองซึ่งตอนแรกก็ได้ข้อสรุปแล้วแต่ตอนนี้กลับลังเลอีกขึ้นมาซะงั้น

จะเป็นแบบนี้ไปอีกเท่าไหร่วะ ปกติมึงไม่ใช่คนลังเลนะทัช

แค่พูดๆ ไปก็จบน่า

แต่ที่ผมยังเป็นแบบนี้อาจจะเป็นเพราะผมแคร์ความรู้สึกของพลอยล่ะมั้ง…







“ทัชมีอะไรรึเปล่า วันนี้แปลกไปนะ” ผมใช้ช้อนเขี่ยข้าวไปมาก่อนจะเงยหน้าขึ้นเมื่อคนตรงหน้าเอ่ยถาม

“เอ่อ…จริงๆ ทัชมีเรื่องจะคุยกับพลอยน่ะ”

“งั้นก็ว่ามาสิ” พลอยยิ้มให้

“เราสองคน…กลับมาคุยกันแบบเพื่อนดีไหม” มือที่กำลังจะตักข้าวเข้าปากชะงัก มองผมเหมือนมีคำถามแต่แล้วกลับไม่เอ่ยออกมา

พลอยวางช้อนแล้วมองหน้าผมนิ่ง นิ่งจนผมกลืนคำพูดที่เตรียมมาลงคอ ขณะที่ผมกำลังจะพูดต่อพลอยกลับพูดขึ้นมาก่อน

“ทัชมีคนที่ชอบแล้วใช่ไหม”

...ผมพยักหน้ารับ

“เราขอโทษนะพลอย”

“…..ไม่ต้องขอโทษเราหรอก เราเคยตกลงกันไว้นี่ว่าถ้าวันหนึ่งเราต่างมีคนที่ชอบเราจะบอกกันตรงๆ แล้วตอนนี้ทัชก็บอกเราแล้ว เราดีใจนะที่ทัชบอกเราตรงๆ ดีกว่าเก็บไว้แล้วมาอึดอัดใส่กัน” รอยยิ้มบางๆ ปรากฎบนใบหน้าของพลอย แต่ถึงยังไงผมก็ยังรู้สึผิดที่ผมชอบเขามานานแล้ว…. เพียงแต่ผมเพิ่งรู้ตัว

“เลิกทำหน้ารู้สึกผิดได้แล้ว ทัชไม่ได้บอกเลิกเราซะหน่อยอีกอย่างเราก็ไม่ได้คบกันด้วย”

“มันก็…” รู้สึกผิดนี่นะ

“นี่คือเรื่องที่ทำให้ทัชดูแปลกๆ วันนี้ใช่ไหม”

“ครับ”

“โถ่ เอาเถอะถึงแม้เราจะตกใจนิดหน่อยที่อยู่ๆ ทัชก็บอกเรื่องนี้ แต่…ทำตามความรู้สึกของตัวเองเถอะ เราไม่เป็นไร” รอยยิ้มที่เหมือนจะสดใสแต่ก็แฝงไว้ด้วยความหม่น ผมรู้ดีว่าพลอยรู้สึกอย่างไร

ทำไมผมถึงชอบคนตรงหน้าไม่ได้ ทั้งที่เธอดีกับผมขนาดนี้

“กินข้าวต่อเถอะ ไหนๆ ก็กลับมาเป็นเพื่อนกันแล้วเลี้ยงข้าวเราด้วยนะ” คราวนี้พลอยยิ้มกว้างจนตาแทบปิดนั่นทำให้ผมยิ้มตาม

บรรยากาศตึงๆ เมื่อกี้คลายลงเพราะรอยยิ้มของพลอย

พลอยเข้าใจผมมากกว่าที่คิด และเธอก็ไม่ได้ถามอะไรมากไปกว่าผมมีคนที่ชอบแล้ว

“เลี้ยงอีกมื้อก็ยังไหว”

“พูดแล้วนะ” พลอยทำหน้าจริงจังซึ่งนั่นทำให้ผมรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป เพราะคนตรงหน้าผมน่ะกินเยอะอย่างกับอะไรดี

“ถอนคำพูดตอนนี้ทันไหม”

“ไม่ทันแล้ว เราบันทึกเสียงไว้แล้ว”

“ร้ายนะเรา” เพราะแบบนั้นผมจึงอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปยีหัวอีกคน

จะว่าไปมีเพื่อนผู้หญิงมันก็ไม่เลวนะครับ มีเพื่อนกับพี่น้องเพิ่มงี้

“แล้ว…คนที่ทัชชอบนี่เป็นผู้ชายหรือผู้หญิงหรอ” น้ำที่เพิ่งดื่มแทบพุ่งออกมาเมื่ออยู่ๆ พลอยก็ถามขึ้น

แล้วผมควรจะตอบพลอยว่ายังไงดีล่ะเนี่ย

“ท่าทางแบบนี้…ผู้ชายชัวร์!” แววตาเป็นประกายทันทีที่สรุปเองเสร็จสรรพ ซึ่งมันก็ถูกนั่นแหละครับ

“ใครอะ”

“อยากรู้ไปทำไมเล่า” ผมเกาท้ายทอยแก้เก้อ

ให้ตายสิ ทำไมต้องทำหน้าอยากรู้ขนาดนั้นด้วยล่ะ แถมตาเป็นประกายอย่างกับเจอขนมชิ้นโตแบบนั้นทำเอาผมไม่กล้าสบตาพลอยเลย

อยู่ๆ ก็เขินขึ้นมาซะงั้น

“ช่างมันเถอะน่า”

“เชอะ ไม่รู้ก็ได้ แต่ให้เดานะต้องเป็นหนึ่งในพี่สองคนนั้นแน่ๆ ” สองคนที่พลอยหมายถึงคงเป็นพี่ธัญกับพี่ไผ่เพราะไม่มีใครที่พลอยจะเห็นนอกจากสองคนนั้นแล้วล่ะนะ

ก็ใช่ครับผมชอบหนึ่งในสองคนนั้น ทั้งที่เขาทำร้ายความรู้สึกผมแต่ตอนนี้มันแทบไม่มีความรู้สึกโกรธเหลืออยู่เลย

เหลือก็แต่ความรู้สึกชอบและ…คิดถึง









….……………………………………



สายลมปะทะใบหน้ายามขี่รถทำให้ผมรู้สึกดีทุกครั้ง เหมือนได้รับอิสระทั้งที่ไม่ได้ถูกพันธนาการ

ผมชอบขี่รถเล่นตอนเย็น นอกเมืองแบบนี้รถค่อนข้างน้อยกว่าในเมืองทำให้ผมมักจะมาขี่รถเล่นแถวนี้เสมอ

ยามที่ต้องการปล่อยความคิดไปกับสายลมและความเร็วของรถ มันทำให้ผมรู้สึกดีจริงๆ

ความรู้สึกของผมตอนนี้เหมือนกับได้ยกสิ่งหนักอึ้งภายในใจออกไป แต่มันไม่ได้ออกไปทั้งหมดเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น

ผมยอมรับว่าตอนเจอพี่ธัญครั้งแรกในรอบหนึ่งเดือน ผมดีใจ แต่กลับมีสิ่งที่ฉุดไม่ให้ผมรู้สึกแบบนั้นและย้ำกับผมว่าเขาเคยทำอะไรไว้ ทั้งที่มีอีกความรู้สึกที่มันสวนทาง

ผมไม่อยากยอมรับว่าผมยังชอบพี่ธัญ ทั้งที่ไม่รู้ว่าตอนนี้พี่ธัญรู้สึกยังไงกับผม และไม่รู้ว่าอะไรบ้างที่เขาพูดเป็นความจริง

ผมเลิกคิดเรื่องที่ยังไม่มีทางออกแล้วมองทางด้านหน้าอย่างตั้งใจ ปลายทางคือที่ไหนไม่รู้ รู้แค่ว่าอยากจอดตรงไหนก็จอด แค่นั้นแหละ







สุดท้ายผมก็มาโผล่อยู่หน้าบ้านตัวเอง บ้านที่ไม่ได้มีเดอะแก๊งแต่เป็นบ้านจริงๆ ของผม คงจะคิดถึงฝีมือทำกับข้าวของแม่อีกล่ะมั้ง

“ทัช! กลับมาทำไมไม่โทรบ้านแม่ก่อนล่ะ” ทันทีที่เห็นผมแม่ก็รีบเดินเข้ามาหาทันที ผมเข้าไปกอดแม่ก่อนจะหอมแก้มไปหนึ่งที

“ถ้าบอกก่อนก็ไม่เซอร์ไพรส์สิครับ แล้วนี่กำลังทำไอะไรอยู่ครับ”

“กำลังทำกับข้าวจ่ะ อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนนะ”

“ครับบบ ว่าแต่พี่แทนล่ะครับ” เมื่อสายตามองหาคนที่ควรจะอยู่บ้านแต่ไม่เจอ ผมจึงถามขึ้น

“เห็นบอกว่าจะกลับดึกๆ น่ะ เข้าไปเคลียร์งานที่ร้าน” ผมนึกอ๋อในใจทันที วันนี้เป็นวันหยุดของผมแต่พี่แทนทำงานนี่นา

“ให้ผมช่วยนะครับ” แม่ยิ้มให้ผมก่อนจะเดินนำไปที่ครัว

ทั้งที่บอกว่าจะมาเป็นลูกมือแต่วัตถุดิบและอุปกรณ์เครื่องครัวกลับถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อย แล้วจะให้ผมทำอะไรล่ะเนี่ย

“ดูเหมือนแม่จะเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ทัชไปนั่งรอที่ห้องนั่งเล่นเถอะไป”

“ไม่เอาอะ ผมดูแม่ทำกับข้าวดีกว่า” มาบ้านทั้งทีผมคงไม่ได้มานั่งเล่นแน่ๆ เบื่อจะตาย

“งั้นก็ตามใจจ่ะ”

ว่าแล้วแม่ก็หันไปจับนู่นจับนี่อย่างคล่องมือผมมองก่อนจะยิ้มตาม แม่ชอบทำอาหารและดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ท่านทำแล้วไม่เบื่อ

“ที่วิลัยเป็นไงบ้างจ๊ะ”

“ก็สนุกดีครับ” แต่ถ้าถามถึงเรื่องเรียนผมคงไม่ตอบแบบนี้แน่ๆ ใครเรียนหนังสือแล้วสนุกกันครับผมคนหนึ่งแหละที่ไม่สนุก

“แล้วนี่มีแฟนรึยังล่ะเรา”

“ถ้ามีผมจะพามาให้แม่ดูตัวคนแรกเลยครับ” แต่ผมว่าคงอีกนานแหละ

“งั้นหรอจ๊ะ” ว่าแม่พลางอมยิ้มแปลกๆ

“มีอะไรรึเปล่าครับ พี่แทนพูดอะไรให้แม่ฟังหรอ”

“แหนะ ร้อนตัวนะเรา” ผมร้อนตัวตรงไหนครับทุกคน ไม่ได้ร้อนตัวเล้ยย

“ก็พี่แทนน่ะรายงานเรื่องของผมให้แม่ฟังทุกเรื่องไม่ใช่รึไงครับ”

“คิดมากน่ะเรา พี่เขาไม่ได้บอกแม่ทุกเรื่องสักหน่อย” ผมเบ้ปากทันทีที่นึกถึงหน้าพี่แทน พี่แทนอะนะจะไม่เล่าทุกเรื่อง โถ่ ไม่เชื่อหรอก

“ผมไปรอที่ห้องนั่งเล่นดีกว่า”

“ว่าไม่ได้เลยลูกคนนี้หนิ” ว่าแล้วผมก็หอมแก้มแม่ทีหนึ่งก่อนจะรีบวิ่งออกมา

จริงๆ ผมไม่ได้คิดว่าจะค้างที่บ้านนะแต่สงสัยต้องคิดใหม่ซะแล้ว นอนบ้านสักคืนก็ดีเหมือนกัน





22:00 น.

พี่แทนไม่กลับบ้าน

ปกติต่อให้อยู่เช็คของจนดึกก็ต้องกลับแต่อยู่ๆ ก็โทรมาบอกว่าจะนอนที่ร้าน เพิ่งรู้ว่าพี่ผมเริ่มจะบ้างานเข้าทุกวัน หลายวันมานี้ผมแทบไม่ได้เจอพี่แทนเพราะเล่นไม่เข้าร้านเป็นอาทิตย์พอกลับมาที่บ้านก็ดันไม่อยู่อีก เวลาไม่ตรงกันสักที

พี่แทนไม่กลับผมก็เหงาน่ะสิ ไม่มีใครบ่นให้รำคาญหูเลย

ผมมองซ้ายมองขวาพลางคิดว่าจะทำอะไรดี ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าที่ห้องพี่แทนมีเครื่องเล่นเกมอยู่

“เสร็จโจร” ผมลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องตัวเองไปอีกห้องที่อยู่ข้างๆ กันทันที

ผมเข้าออกห้องที่แทนได้เหมือนห้องตัวเอง พี่แทนก็เช่นกัน เราสองคนแทบจะไม่หวงพื้นที่ส่วนตัวของกันและกันเลย

พอเข้ามาในห้องก็ต่างกับห้องผมลิบลับ ห้องพี่แทนสะอาดมากส่วนห้องผมน่ะหรอก็ตรงกันข้ามยังไงล่ะ

วันนี้นอนห้องพี่แทนดีกว่า น่าจะสบายกว่าเยอะ

“อยู่ไหนล่ะเนี่ย” ผมกวาดสายตาหาเครื่องเล่นเกมแต่ดูเหมือนพี่แทนจะจัดห้องใหม่เพราะที่เดิมที่มันเคยวางอยู่กลับไม่มี

ก่อนที่ผมจะคิดได้ว่ามันควรอยู่ตรงไหนมือถือที่ผมปิดเสียงไว้ก็สั่นเป็นเจ้าเข้า

เวลานี้ใครจะโทรมาหาผมวะ

ไม่ปล่อยให้ตัวเองสงสัยนานมือก็ล้วงเอามือถือที่กระเป๋ากางเกงออกมา หน้าจอปรากฏชื่อคนที่โทรเข้ามาจนผมต้องขมวดคิ้ว

พี่ภูมิ?

ผมชั่งใจอยู่สักพักก่อนจะกดรับสาย

“ครับพี่ภูมิ”

“ทัช..... มารับไอ้ธัญหน่อยได้ไหมมันเมากลับไม่ได้” และประโยคที่ทำให้ผมต้องขมวดคิ้วอีกรอบก็ตามมา

อย่างพี่ธัญเนี่ยนะเมา

“แล้วทำไมผมต้องไปรับพี่ธัญด้วยล่ะครับ” ปลายสายเงียบไปสักพักจนผมคิดว่าวางแล้วแต่ก่อนที่ผมจะดูว่าปลายสายวางไปแล้วรึเปล่ากลับมีเสียงพูดขึ้นมา

“ก็เพราะมันไม่ยอมให้พี่ไปส่งแล้วก็เอาแต่เรียกหาทัชน่ะสิ”

กลับกลายเป็นผมที่เงียบ แต่มีเสียงที่ดังอยู่ตอนนี้คือเสียงหัวใจของผม...

ตอนนี้ผมได้ยินแค่เสียงหัวใจตัวเอง แค่คำพูดแค่นั้น คำพูดที่ไม่รู้ว่าจริงรึเปล่ากลับทำให้ผมรู้สึกดี

.

.

ให้ตายสิ ผมชอบเขาขนาดนั้นเลยหรอวะ




ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1

ออฟไลน์ Blackcrow

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 66
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0
Chapter 26
‘ ทัช ’



ไม่รู้เป็นเพราะประโยคที่พี่ภูมิบอกหรือเพราะห่วงอีกคนผมถึงได้ออกจากบ้านตอนสี่ทุ่มกว่าๆ ทั้งที่ควรจะนั่งเล่นเกมอยู่ห้องพี่แทน

เหตุผลคงเป็นทั้งสองอย่างนั่นแหละ

แต่เดี๋ยวนะ เหมือนมีอะไรแปลกๆ เลยว่ะ

อยู่ๆ ผมก็คิดว่ามันแปลกๆ พวกเขาคงไม่ได้วางแผนหลอกให้ผมมาใช่ไหม แต่จะหลอกทำไม อยากให้ผมปรับความเข้าใจกับพี่ธัญงั้นหรอ แต่ผมก็ไม่โกรธแล้วนี่นา

“ทัช!” ขณะที่ความคิดกำลังตีกันวุ่นวายเสียงๆ หนึ่งก็ดังขึ้น

ผมหันไปมองตามเสียงเรียก เห็นพี่โซกำลังกวักมือเรียกผมให้เข้าไปในร้าน

ร้านพี่ภูมิร้านเดิมที่คุ้นตาถึงไม่ได้มานานแต่ลูกค้าก็ยังคงหนาแน่นเหมือนเดิม

“แล้ว…”

“ไอ้ธัญอยู่ข้างใน ตามพี่มา” ไม่รอให้ผมได้ถามพี่โซก็พูดขึ้นทันทีพร้อมกับเดินนำผม

สภาพที่เห็นหลังจากที่มาถึงโต๊ะคือพี่ธัญนอนราบอยู่กับโต๊ะโดยหนุนแขนตัวเอง เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นพี่ธัญในสภาพนี้ เรียกได้ว่า…หมดสภาพ

“มันน็อคไปเมื่อกี้” พี่ภูมิพูดขึ้น

ทั้งพี่ภูมิและพี่โซต่างยังมีสติครบถ้วนแต่คนตรงหน้าผมไม่ใช่

“แล้วทำไมถึงได้ดื่มหนักขนาดนี้ล่ะครับ”

“เห็นมันบอกว่าอยากดื่มน่ะ พี่ก็ไม่รู้นะว่ามันมีเรื่องอะไรแต่ช่วงนี้เหมือนมันจะเครียดๆ ” พี่โซตอบ

ผมมองคนที่นอนไม่รู้เรื่องอย่างปลงๆ ดูพี่ธัญจะไม่ใช่คนที่เมาง่ายๆ สงสัยจะดื่มเข้าไปไม่น้อย

“พี่รบกวนพามันไปส่งที่คอนโดหน่อยนะ เดี๋ยวพี่จะไปส่งไอ้โซ”

มาขนาดนี้ก็คงต้องไปส่งแล้วล่ะ

“ว่าแต่ทัชจำห้องไอ้ธัญได้ไหม เห็นมันเคยบอกว่าทัชเคยไป”

“ไม่ได้ครับ” ผมตอบแทบจะทันที

ใครจะไม่จำได้ล่ะครับ ผมไม่ได้ไปบ่อยขนาดนั้นแถมไปเมื่อนานแล้วด้วย

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่เขียนเลขห้องให้” พี่โซหันไปคว้ากระเป๋าตัวเองก่อนจะหยิบโพสอิทสีส้มออกมาเขียนเลขห้องแล้วยื่นให้ผม

“ฝากมันด้วยนะ พี่รู้ว่าทัชอาจจะลำบากใจ”

“ไม่เป็นไรครับ” ผมตอบพลางยิ้มให้พี่โซ

ลำบากใจงั้นหรอ ถ้าเป็นเมื่อก่อนอาจจะใช่นะ

“เดี๋ยวพี่ให้พนักงานมาแบกมันไปที่รถ พี่ลองแบกละหนักเป็นบ้า”

พี่ภูมิบ่นแต่ดูเหมือนไม่ได้ใส่ใจมากนัก ไม่หนักก็แปลกแล้วครับ





เมื่อรถเคลื่อนเข้ามาจอดในที่จอดรถของคอนโดเรียบร้อยผมก็ต้องมองหาสิ่งที่จะช่วยให้ผมแบกร่างหนักๆ ของคนที่หลับไม่รู้เรื่องขึ้นห้อง

ผมเพิ่งรู้มาจากพี่โซว่าเวลาเมาพี่ธัญจะหลับซึ่งต่างกับผมที่เมาแล้วเรื้อนเหมือนหมา เดี๋ยวนะผมจะมาแซะตัวเองทำไมเนี่ย

ผมเปิดประตูลงจากรถหรูซึ่งอยู่ๆ ก็มีวาสนาได้ขับเพราะเจ้าของรถเมา เพิ่งรู้ว่านอกจากขี่มอ’ ไซด์แล้วขับรถก็โคตรฟินเลยย

ตอนมาที่ร้านพี่ภูมิบอกให้ผมนั่งแท็กซี่และผมก็รู้เหตุผลในภายหลังว่าต้องมาทำหน้าที่ขับรถให้เจ้าของรถนั่นเอง

“เอ่อ…คุณลุงครับ ช่วยอะไรผมหน่อยได้ไหมครับ” ผมวิ่งมาหาลุงยามที่กำลังเดินตรวจนับว่าเป็นโชคดีของผมที่ไม่ต้องแบกพี่ธัญขึ้นห้องคนเดียว

“มีอะไรครับ”

“ช่วยผมแบกเขาขึ้นห้องหน่อยได้ไหมครับ” เมื่อเดินตามผมมาแล้วลุงยามก็มองคนในรถก่อนจะทำหน้าตกใจ

“คุณธัญ!” ดูจากท่าทางลุงยามน่าจะรู้จักพี่ธัญเพราะลุงแกรีบเปิดประตูก่อนจะพยุงพี่ธัญออกมาผมจึงรีบเข้าไปช่วย

“ไม่เคยเห็นคุณธัญเมาขนาดนี้มาก่อนเลยนะครับ ว่าแต่หนูเป็นน้องคุณธัญรึ”

“เอ่อ..ครับ” ผมเออออกับลุงยามก่อนจะรีบเดินเข้าไปในคอนโดเพราะน้ำหนักของคนข้างๆ ไม่เหมาะที่จะยืนคุยกันตรงนี้





“ขอบคุณมากนะครับ”

“ไม่เป็นไรๆ ฝากดูแลคุณธัญด้วยนะ”

“ครับ” ลุงยามยิ้มให้ผมก่อนจะเดินจากไป ผมนึกว่าพี่ธัญจะมีมนุษยสัมพันธ์แย่จนไม่รู้จักใครแถวนี้ซะอีก แต่กลับรู้จักกับยามหน้าคอนโดเนี่ยนะ เป็นไปได้ด้วย

ผมเดินเข้ามาในห้องโดยไม่ลืมปิดประตูก่อนจะมองพี่ธัญที่นอนอยู่บนโชฟาอย่างใช้ความคิด ทำแบบนี้เพื่ออะไรไอ้ทัช เป็นห่วงเขาจนต้องออกมาดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้เลยงั้นหรอ

โว้ยยยยยย ไม่คิดแล้วเว้ย!

ผมขยี้หัวตัวเองแรงๆ ก่อนจะพยุงพี่ธัญเข้าไปในห้องนอน หลับเป็นตายแบบนี้ได้ไงวะเนี่ย

“หนักเป็นบ้า!” ผมเริ่มเข้าใจเดอะแก๊งที่มันคอยเก็บศพผมตอนเมาแล้วล่ะ

ต่อไปนี้กูจะพยายามไม่เมาให้พวกมึงลำบากอีกแล้วเพื่อนนนน

ผมใช้มืออีกข้างเปิดประตูห้องอย่างทุลักทุเลก่อนจะใช้เท้าถีบประตูให้กว้างพอที่ผมจะพาร่างหนักๆ ของพี่ธัญเข้าไปได้

ถึงสักที!!

แต่จังหวะที่ผมกำลังจะวางพี่ธัญลง คงเป็นเพราะน้ำหนักตัวของพี่ธัญจึงทำให้ผมเซล้มลงไปทับบนตัวพี่ธัญด้วย

ทั้งที่รู้สึกว่าขนาดร่างกายผมกับพี่ธัญก็ไม่ต่างกันมาก แต่พอมาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้แล้วก็ต้องรู้ถึงความแตกต่าง พี่ธัญซ่อนรูปกว่าที่คิดส่วนผมน่ะหรอไม่ซ่อนอะไรทั้งนั้นแหละภายนอกเป็นยังไงภายในก็ไม่ต่างกัน

ขณะที่ผมกำลังจะลุกขึ้นแขนทั้งสองข้างของคนที่ผมคิดว่าหลับอยู่ก็กอดผมเอาไว้ หน้าของผมแนบกับอกของพี่ธัญจนได้ยินเสียงหัวใจที่มันเต้นแรงเหมือนกับจะทะลุออกมา และนั่นคือเสียงหัวใจของผม!

พี่ธัญไม่ได้หลับงั้นหรอ

“พี่ธัญ”

“.......”

“พี่แกล้งหลับใช่ไหม ปล่อยผมเดี๋ยวนี้เลยนะไม่งั้นผมจะโกรธจริงๆ ด้วย” ไม่ว่าเปล่าผมออกแรงดันตัวเองให้ลุกขึ้นแต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมให้ผมทำแบบนั้น แถมยังกอดผมแน่นกว่าเดิมอีก

“พี่ขอ…กอดทัชหน่อยได้ไหม…” เสียงพี่ธัญเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ แต่ผมกลับได้ยินชัดเจน

แล้วร่างกายผมมันก็นิ่งราวกลับได้รับคำสั่งและดูเหมือนคนที่สั่งจะไม่ใช่ผมแต่เป็นพี่ธัญ

เราทั้งสองคนตกอยู่ในความเงียบแต่มีสิ่งหนึ่งที่ดังท่ามกลางความเงียบก็คือเสียงเต้นของหัวใจ ที่ไม่รู้ว่าเป็นของผมหรือพี่ธัญที่เต้นแรงกว่ากัน…

อ้อมกอดที่แม้จะไม่ได้ตั้งใจแต่กลับทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นและปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ผมรู้สึกชอบอ้อมกอดนี้ชะมัด

“พี่ธัญ พี่ธัญ” ไม่ใช่ว่างหลับไปจริงๆ หรอกนะ

“พี่ธัญ”

“อื้อ”

“ถ้าจะนอนก็ปล่อยผมก่อน”

“…………” ได้ความเงียบแทนคำตอบอีกแล้ว

“เอาแต่ใจซะมัด”

“ทัช….”

ตอนแรกผมก็คิดว่าพี่ธัญแกล้งหลับแต่แล้วแขนที่กอดผมอยู่ก็ค่อยๆ คลายลง อย่างกับว่าเมื่อกี้แค่ละเมอ

ผมลุกขึ้นทันทีที่มีโอกาส สักพักเสียงพรึมพรำก็ดังขึ้น ซึ่งผมก็จับใจความไม่ได้หรอกว่าพี่ธัญพรึมพรำอะไร

ตอนแรกคิดว่าแกล้งเมาซะอีก แต่คงจะเมาจริงแล้วล่ะ

เสียงพรึมพรำของพี่ธัญเงียบลงพร้อมกับลมหายใจสม่ำเสมอทำให้ผมมั่นใจว่าอีกฝ่ายหลับไปจริงๆ

ผมคงไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าให้พี่ธัญแน่นอน ไม่มีทาง

ผมจัดการถอดรองเท้าให้พี่ธัญแล้วจัดท่านอนที่มันดูสบายกว่าท่าเดิมให้ แต่ก่อนที่ผมจะเดินออกจากห้องสายตาก็เหลือบไปเห็นโพสอิทที่แปะอยู่ผนังใกล้ๆ ประตู และสิ่งที่ทำให้ผมต้องเบิกตากว้างก็คือมันไม่ได้ติดไว้แค่แผ่นเดียว...

โพสอิทหลากสีถูกติดไว้เต็มห้องโดยมีคำเพียงคำเดียวที่เขียนไว้ในนั้นก็คือ.....ชื่อของผม

‘ทัช’

คำเดียวที่อยู่ในพื้นที่ห้องนี้

ผมมองไปรอบๆ ห้องทั้งที่ตอนเข้ามาไม่ได้สังเกตเห็นมันเลยสักนิด ก่อนจะกลืนน้ำลายที่มันเริ่มจะฝืดคอแล้วหันไปมองคนที่หลับอยู่บนเตียง

ผมไม่รู้ว่าเจ้าของห้องเขียนชื่อผมทำไม แต่ผมรู้แค่ว่าความรู้สึกของผมมันชันเจนมากขึ้นทุกที

ทำแบบนี้ผมจะหนีไปไหนรอดล่ะพี่ธัญ…









….…………………………………….



“ไหนบอกว่าชอบนักชอบหนาไงไอ้ผมสีควันบุหรี่เนี่ย แล้วไปย้อมกลับทำไม” เสียงไอ้ตังดังขึ้นข้างหูจนผมต้องถอยหนี เพราะมันเข้ามาใกล้เกินไป

“กูเบื่อ”

“จ้าแหมมมม เบื่อก็ทิ้งงี้”

“แล้วมึงมายุ่งอะไรกับกูเนี่ย”

“กูก็ยุ่งของกูมานานแล้วปะ จริงๆ กูมีเรื่องจะสารภาพนะ” อยู่ๆ ไอ้ตังมันก็จับมือผมก่อนจะทำหน้าจริงจัง

“อะไร”

“กูชอบมึงมานานแล้วทัช…. กูไม่ได้ชอบโก้แต่กูชอบมึง”

“ถุ้ย! ไปหลอกเด็กป.2นู่นไป” ผมสะบัดมือไอ้ตังออกก่อนจะผลักหัวมันจนเกือบหงายหลัง

“กูไม่น่าเชื่อตรงไหน”

“ตรงที่มึงบอกชอบกูนี่แหละ”

“กัดกันอีกแล้วหรอกพวกมึง” ไอ้ปาล์มเดินมานั่งลงข้างๆ ผมพร้อมกับไอ้โก้ไอ้โอ๊ต

ช่วงนี้เป็นช่วงพักหลังจากกินข้าวเสร็จพวกผมเลยมาหาที่นั่งสุมหัวกัน อืมมมมคำมันค่อนข้างดูไม่ดีไปหน่อยนะครับแต่ความหมายก็ตามนั้นแหละ

“มึงว่าไอ้ตังเป็นหมาหรอไอ้ปาล์ม”

“มึงนั่นแหละย่ะ”

“หมาอะไรจะหล่อขนาดนี้”

“หมาอย่างมึงไง ไม่ใช่หมาธรรมดานะแต่เป็นหมาหัวเน่า” โอ้โหๆ แม่งดูมันพูดให้ผมสิครับ

คิดว่าผมจะเจ็บรึไง ไม่เจ็บหรอกเว้ย

“หมาทั้งคู่”

จากที่กำลังจะหันไปเถียงก็รีบหุบทันทีเพราะนั่นเป็นเสียงของไอ้โก้ ไอ้ตังไม่กล้าแม้แต่จะเถียง ผมจึงได้แต่นั่งกลั้นขำข้างๆ ซึ่งก็โดนศอกไอ้ตังถองเข้าให้

แรงควายขนาดนี้มีจุกแหละครับ

“ว่าแต่มึงเถอะไอ้ทัช เลิกคุยกับพลอยทำไมวะ”

“เลิกคุยอะไรกูกับพลอยก็คุยกันตามปกติ”

“อย่ามาแถ คุยที่กูหมายถึงไม่ใช่คุยแบบเพื่อน” ไอ้โอ๊ตว่าพลางทำหน้าเหมือนคาดคั้นเอาคำตอบจากผม

“ก็มันไม่ใช่ไง ไม่ใช่ก็ไปต่อไม่ได้มันจะยากอะไร”

“หรอ ไม่ใช่เพราะคนที่กูบอกว่ามาเฝ้ามึงที่หน้าร้านทุกวันหรอ” ไอ้โก้พูดพลางยกยิ้มอย่างเป็นต่อ

นี่จะยำกูใช่ไหม ด้ายยย เดี๋ยวมึงเจอกู

“จริงๆ เมื่อวานกูเห็นนะว่ามึงแอบขโมยขนมแล้ว..อื้อ” ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดจบประโยคมือหนาๆ ของไอ้โก้ก็รีบปิดปากผมทันที จนผมต้องรีบแกะมือมันออกที่รีบไม่ใช่อะไรหรอกครับ เค็ม!

“อะไรกันวะ”

“เปล่าๆ ไม่มีอะไรกูว่าเราเปลี่ยนเรื่องคุยกันดีกว่า คุยเรื่องเรียนกันบ้างดิเออ” เหอะ ทีงี้รีบเปลี่ยนเรื่องทีเรื่องกูล่ะแฉจัง

ไอ้ตังทำหน้าตาสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร

สาเหตุที่ไอ้โก้มันเปลี่ยนเรื่องเพราะมันไม่อยากให้ไอ้ตังรู้ว่าเมื่อวานมันขโมยขนมที่ร้านไปให้สาวคนหนึ่งที่มันกำลังจีบอยู่ เพราะถ้าไอ้ตังรู้ล่ะก็…มันตามไอ้โก้เป็นเงาแน่ๆ

“มีความลับกับพวกกูงั้นหรอ”

“ไม่มี้” แล้วกูจะเสียงสูงทำไมมมม

“บอกกูมาเดี๋ยวนี้เลยนะ” ไอ้ปาล์มกระโดดมาล็อคคอผมจนแทบหายใจไม่ออก

นี่กะจะฆ่ากูรึไงฟะ

“กูหายใจ…ไม่ออก!”

“อุ้ย โทษๆ ” ไอ้ปาล์มปล่อยผมเป็นอิสระแต่ก็ไม่วายมานั่งเบียดจนผมเริ่มจะทนไม่ไหว

“อยากรู้อะไรก็ถามมา” เท่านั้นแหละครับไอ้ปาล์มก็ทำหน้าระริกระรี้แล้วถามผมอย่างตั้งใจ

กับการเรียนมึงตั้งใจขนาดนี้ไหมเพื่อน

“มึงเลิกคุยกับพลอยทำไม” ผมได้แต่กลอกตาไปมากับคำถามที่วนมาอีกครั้ง

ถ้าอยากรู้ผมจะตอบให้แล้วกัน

“ก็กูมีคนที่ชอบแล้ว”

“ใคร!!!” ว่าแล้วไงไม่ได้มีแค่คำถามเดียวซะด้วย แต่ดูเหมือนเดอะแก๊งของผมจะสนใจเหลือเกินนะว่าคนที่ผมชอบเป็นใคร

“กูชอบ……จ่ายมาคนละ50แล้วกูจะบอก” ไม่ว่าเปล่าผมแบมือไปตรงหน้าไอ้ปาล์มก่อนจะเรียงไปทีละคนยกเว้นไอ้โก้ที่มันรู้อยู่แล้ว

“งกสัส กูถามไอ้โก้ก็ได้” ไอ้ปาล์มหันไปหมายจะถามไอ้โก้แต่ไอ้โก้ดันพูดขึ้นก่อน

“คนละร้อย” ไอ้โก้แบบมืออย่างที่ผมเคยทำก่อนจะหันมายักคิ้วให้

วันนี้มันอยู่ข้างผมว่ะ

เดอะแก๊งที่เหลือทำหน้าเซ็งไปตามระเบียบซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าไม่มีใครยอมจ่าย เห็นอย่างนี้มีแต่คนงกมาอยู่ด้วยกันนะครับ แต่เชื่อเหอะเดี๋ยวมันก็หาทางเผือกจนได้นั่นแหละ

ไม่มีอะไรหยุดยั้งความอยากรู้อยากเห็นของพวกมันได้หรอกน่า

.

.

ส่วนคนที่ผมชอบ….ก็เดาได้ไม่อยากนี่ครับ จริงไหม?




ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด