♪ดังต้องมนตร์♫ ตอนพิเศษ ปัจจุบัน (หน้า12|18062020)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ♪ดังต้องมนตร์♫ ตอนพิเศษ ปัจจุบัน (หน้า12|18062020)  (อ่าน 71412 ครั้ง)

ออฟไลน์ minenat

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1678
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +67/-3
แกต้องชดใช้ให้น้องด้วยนะทิ!!!!

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5468
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
อ่านเพลินเลย

ออฟไลน์ marisa9397

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 246
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
สนุกมากกก เป็นกำลังใจให้น้ำมนต์ 555


Sent from my iPhone using Tapatalk

ออฟไลน์ labelle

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2685
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-0
วุ่นวายมาก วุ่นจนสงสารน้ำมนต์
เจ็บตัวก็แล้ว ดูแลดีก็แล้ว

พี่ทิคะ คิดได้สักทีไหม ติดเหล้านี่เรื่องใหญ่นะ

แล้วลมก็นะ ทำไมปล่อยน้องให้ดูแลขนาดนี้
มาส่องน้องบ้างเหอะ

ออฟไลน์ Kelvin Degree

  • ถ้าวันนั้นเลือกที่จะเดินออกไป คงไม่เจ็บมาจนถึงทุกวันนี้...
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1700
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-2
สนุกมากครับ,,,

ออฟไลน์ Jnchnn

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 65
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
นับถือความอดทนของน้ำมนต์จริงๆ ทั้งกับฟ้าและก็พี่ทิ
บางทีก็อยากให้น้ำมนต์เทไปเลยทั้งคู่
แต่ก็นะ เพราะความอดทนนี้ของน้ำมนต์ที่ทำให้ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น
อยากให้พี่ทิมันตกหลุมรักน้องก่อนให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
แล้วถ้าน้ำมนต์ไม่รับรักด้วยนะ แกไม่รอดแน่พี่ทิ!!!

ออฟไลน์ -west-

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1393
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1875/-12
    • FACEBOOK PAGE
07 คนขี้อาย



          บางทีแล้วผมก็มีความรู้สึกที่น่ารำคาญบางอย่าง ประมาณว่าเป็นความรุงรัง น้อยอกน้อยใจที่ตัวเองไม่ถูกจัดเป็นคนกลุ่มเดียวกันกับเพื่อนในกลุ่มโก้หรูร่ำรวยจนไม่สามารถบอกได้ว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งกับพวกเขาจริง

          แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่ผมจะรู้สึกว่าถูกดึงเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตใครทั้งที่ไม่ได้รู้จักมักคุ้นกับเขา

          กระทั่งเกิดสัญญาใจ สัญญาทาสที่ให้ไว้กับพี่ลม

          “สมน้ำหน้า”

          ชายผู้นอนพังพาบสิ้นฤทธิ์เมื่อวานกลับมากำลังวังชาขึ้นมาต่อต้านผมใหม่เพียงเพราะอาการป่วยทุเลาลงแล้ว คนที่เสียสติสมประดีกลายเป็นผมแทนเพราะคำตัดสินอย่างไม่เป็นธรรมจากนายจ้างที่ขึงขังไม่เหมือนตอนเกาะกินข้าว โต๊ะตักอาหารให้อย่างช่างเอาอกเอาใจแม้สักหน่อย

          ใครจะรู้ว่าเห็นพี่ลมเอาใจเก่งขนาดนั้นบทจะเด็ดขาดก็เล่นเอาผมใบ้แดก เถียงไม่ออกทั้งที่อยู่ภายในใจเป็นหมื่นล้านคำ

          ‘ที่พี่จ้างน้ำมนต์ก็เพราะต้องการให้น้ำมนต์พากะทิไปบำบัดไงครับ’

          ผมก็ทึกทักไปเองว่าต้องเป็นพ่อบ้านคอยดูแลเรื่องส่วนตัวบางประการแล้วเชียร์อัพให้ตัวเงินตัวทองของฟ้ามีแรงลุกขึ้นมาทำงานก็เท่านั้น

          ใครจะคิดว่าทิวากรจะไร้ญาติขาดมิตรโดยสิ้นเชิงขนาดนี้

          ผมปรายตามองคนที่นั่งดีดกีตาร์บนโซฟา เขายังคงสีหน้าถมึงทึงไม่เป็นมิตร แผ่รังสีความหงุดหงิดออกมาแม้ว่าในห้องพักจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปโข หลังจากที่เขานอนแอดมิทที่โรงพยาบาลหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มๆ

          เมื่อวานนี้ผมอยู่เฝ้าพี่ทิในห้องพิเศษ แอร์เย็นฉ่ำ พอเช้าก็รีบกลับมาเอาเสื้อผ้าจากคอนโดไปให้เขาเปลี่ยนก่อนออกมา พอเห็นสภาพห้องที่ปราศจากอุปสรรคอย่างเจ้าของห้องแล้ว ผมก็อดไม่ได้ที่จะเร่งมือทำความสะอาดก่อนตัวทำลายล้างจะกลับมาป่วน คอนโดหรูหลักล้านถึงได้มีหน้าตาหลักล้านได้อย่างราคาคุย

          หลังจากนั้นผมก็ถูกคุณหมอหน้าตาสุภาพเรียกไปคุยในฐานะคนที่อยู่ด้วยกับผู้ป่วยเพื่อรับฟังเนื้อหาขั้นต้นของการบำบัดโรคพิษสุราเรื้อรังของนักเขียนเพลงชื่อดังอย่างทิวากร

          “พ่อแม่พี่ไปไหนหมด”

          ผมคุ้นๆ ว่าแม่ของพี่ทิเป็นนักร้อง ทำงานในวงการเพลง แต่พี่ลมบอกว่าที่บ้านพี่ทิไม่คุยด้วยเพราะการเลือกทางเดินสายดนตรี ผมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ สรุปว่าที่บ้านทำงานเพลงแต่ไม่ชอบให้ลูกชายทำอะไรอย่างนี้น่ะนะ ย้อนแย้งเหลือเกิน

          “แม่ตาย พ่อแต่งงานใหม่ พ่ออยากให้ทำงานที่บริษัทเลยมีปัญหากันนิดหน่อย”

          “นิดหน่อยที่ว่า ถึงขั้นไม่ได้ติดต่อกันเลยเหรอ”

          “เห็นว่าติดต่อไหมล่ะ”

          ยอกย้อนเก่งนัก ปลายนิ้วดีดสายกีตาร์ไม่เป็นเพลง เหมือนกดคอร์ดเล่นมั่วๆ ไปงั้นๆ “เอ็งไม่ต้องมายุ่งก็ได้นะ”

          “เกรงใจผมล่ะสิ”

          “รำคาญ”

          เนี่ย สังคมไทยถึงไม่พัฒนา แทนที่จะพูดจาดีๆ กลับเอาแต่กดเหยียดกันอยู่ได้

          “ผมก็ไม่ได้อยากยุ่งหรอกนะ พูดแบบหล่อๆ เลยคือผมอยากให้พี่กลับมาทำงานได้ พูดอย่างจริงใจคือมันเป็นงานที่ผมดีลกับพี่ลมไว้ เข้าใจใช่ปะ”

          “โดนพี่ลมหลอกใช้”

          “ก็ไม่เชิง”

          “สรุปเป็นเด็กพี่ลมจริงๆ เหรอ”

          “เด็กยังไง แฟน กิ๊ก อะไรอย่างนี้ไม่ใช่นะ แต่เป็นคนที่พี่ลมจ้างมาพร้อมข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้ เข้าใจปะ”

          “พี่ลมก็ไม่เคยยื่นข้อเสนอที่ใครปฏิเสธได้อยู่แล้ว”

          ผมนึกว่ากำลังอยู่ในเรื่องก็อด ฟาเธอร์ และพี่ลมสวมบท ดอน วีโต คอร์เลโอเน ที่มักพูดว่า I'll make you an offer you can't refuse แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงทำไมพี่ลมเอาพี่ไม่อยู่ล่ะวะ ผมตั้งถามอยู่ในใจ แต่ไอ้คนหัวรั้นตรงหน้าก็เป็นคำตอบให้ด้วยตัวเองไปพร้อมกัน

          “มองอะไร”

          “ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เรามาทำให้มันจบๆ ไปเลยไหมพี่”

          พี่ทิถลึงตามองผม “ใครจะทำอะไรกับเอ็ง”

          โว้ยยย!

          “ผมหมายถึงก็ไปบำบัดให้มันจบๆ ไป สองสัปดาห์เอง”

          เป็นคอร์สบำบัดที่คุณพยาบาลให้ข้อมูลไว้ ต้องเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งสิ้นหกครั้ง ปัญหาของการเลิกเหล้าไม่ใช่เลิกเหล้า แต่เป็นการกลับไปกินซ้ำ พี่ทิเองก็ไม่ได้ติดถึงขั้นไม่กินแล้วจะลงแดง ไม่น่ายืดเยื้อเท่าไหร่ ที่ผ่านมาทางโรงพยาบาลเคยบำบัดผู้ป่วยแบบกลุ่มให้เลิกเหล้าเด็ดขาดมาหลายคนแล้ว ยิ่งเคสพี่ทิมีหมอดูแลควบคุมเดี่ยวๆ จะไปยากอะไร

          “ก็บอกแล้วว่าไม่ได้ติดเหล้า”

          “ไม่ได้ติดเหล้าแล้วไม่กินได้ปะ หงุดหงิดปะ”

          “เหล้ามันติด”

          เวร

          ข้อเสียของการต่อล้อต่อเถียงกับนักประพันธ์คือเราไม่มีทางรู้เลยครับว่าเขาจะประดิษฐ์คำไหนมาแย้งได้ ต่อให้แถแบบสีข้างถลอกก็พูดออกมาหน้าตาเฉย

          “นั่นแหละ ผมอยากให้พี่เลิกเหล้าให้ขาด”

          “ก็มันเขียนงานไม่ได้”

          “กินแล้วเขียนได้เหรอครับ”

          เขาไม่ตอบ ยังดื้อเงียบด้วยการดีดกีตาร์ดังจนหนวกหู ผมเลยสวดต่อ

          ” พี่เขียนงานไม่ได้ก็ไม่ได้เงิน ถ้าไม่ได้เงินแต่จ่ายค่าเหล้าเรื่อยๆ แบบนี้มีแต่ขาดทุนนะพี่ทิ ไม่กินยังจะเก็บเงินได้มากกว่า”
                   
          “มันไม่ใช่เรื่องของเงิน”

          ต้องคนรวยเท่านั้นที่พูดแบบนี้ได้ ถ้าเงินซื้อความสุขให้เขาไม่ได้ก็ควรโอนให้ผมปะวะ เงินซื้อความสุขของผมได้ ได้มากด้วย

          “พูดไปเอ็งก็ไม่เข้าใจหรอก ยังเด็ก”

          เขาวางกีตาร์ลงพื้น เป็นคนที่ไม่ยอมขยับตัวเก็บของใช้ให้เข้าที่เข้าทางจริงๆ สิน่า ผมพรูลมหายใจออกยาว เดินไปหยิบกีตาร์ของเขา แต่แทนที่จะวางพื้นเอามาวางที่ตักตัวเองแทน ลองกดคอร์ดเล่นๆ โดยไม่ขออนุญาต

          “เล่นเป็นด้วยเหรอ”

          “แน่นอน แต่ไม่กี่เพลงนะ เล่นไม่เก่ง ฝึกไว้จีบสาว”

          “เคยเล่นดนตรีจีบสาวเหรอ”

          “ไม่เคย เขิน”

          ผมหัวเราะ พี่ทิก็หลุดขำออกมานิดนึง พอผมมองหน้าก็ทำหน้าขรึมอย่างกับกลัวว่าจะเสียผู้ใหญ่ เอาจริงพอเขาไม่เมาแล้วก็ดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนะ ผิดหูผิดตาจากวันแรกพอสมควรเลย

          ผมลองดีดเป็นเพลงของพี่ทิ เพลงยู เป็นเพลงรักที่เนิบช้า มีแค่สี่คอร์ด จับคอร์ดง่ายสุด เพลงชาติประจำงานแต่ง พูดถึงหญิงสาวอันเป็นที่รัก และดีใจที่เธอมีความสุขในวันนี้ ประมาณนั้น เรียกได้ว่าเป็นเพลงที่เจ้าบ่าวเล่นก็ได้ แฟนเก่าเจ้าสาวเล่นก็ได้ ครบองค์

          “ตอนพี่แต่งเพลงนี้พี่คิดอะไรอยู่อะ”

          ผมถาม เขานิ่งไปสักพัก นอนเหยียดตัวยาวบนโซฟา มองเพดานห้องที่สว่างจ้าจากม่านที่รูดชิดมุม “คิดถึงแม่”

          “แม่ที่แต่งงานใหม่หลังจากพ่อตายอะเหรอ”

          “แม่ตาย พ่อแต่งงานใหม่”

          โอเคครับ ผมจำผิด

          “แม่พี่เป็นอะไรตายอะ ถามได้ปะ ถ้าไม่ได้ก็ไม่ต้องตอบนะ”

          “ไม่หายใจ”

          ขอบคุณ

          “หลับไปเฉยๆ หมอบอกว่าภาวะหัวใจล้มเหลวฉับพลัน ไม่มีสัญญาณ ไม่มีคำบอกลาอะไรทั้งนั้น”

          “พี่โตมากับแม่เหรอ”

          “อืม ไม่เชิง โตมาในโรงเรียนประจำ แต่แม่จะไปรับมาอยู่ด้วยตอนปิดเทอม”

          เดาได้ว่าคนที่อยู่โรงเรียนประจำตลอดชีวิตที่บ้านคงมีฐานะอยู่บ้าง ก็คือรวยตั้งแต่เกิดแล้วนั่นเอง “เมื่อก่อนผมไม่คิดว่าพี่รวยเลยอะ”

          “ใครบอกเอ็งว่าเรารวย”

          “พี่ว่าสรรพนามมันประหลาดๆ ปะวะ”

          “ทำไม” เขาเกาแก้มเบาๆ เหมือนทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะเอามือไม้ไปวางไว้ไหน “แล้วต้องเรียกอะไร”

          “ก็เรียกน้ำมนต์ไง พี่ก็รู้ชื่อผม เรียกนาย เรียกมึง เรียกแก ทำไมต้องเอ็งวะ”

          “ไม่รู้ ไม่ค่อยสนิทกับเด็กผู้ชาย”

          ให้โอกาสพูดใหม่ ท่าทางไม่สนิทกับใครเลยต่างหาก หรือถ้ามีก็ช่วยบอกกันบ้าง ผมจะได้ไม่ต้องรับหน้าที่ผู้ปกครองที่พาเขาไปบำบัดเหล้า แถมยังต้องเข้าไปร่วมกิจกรรมด้วย

          “แต่เพลงยูเป็นเพลงรักที่หวานมากเลยนะ” ผมวกกลับมาที่เรื่องเดิม ยิ่งผสานกับซาวด์ของฝนในตอนเริ่มแล้วยิ่งรู้สึกหวานฉ่ำชุ่มในใจ แบบที่ว่าผู้หญิงคนไหนฟังก็ต้องติดกับดัก

          “ก็มันเป็นเพลงรัก”

          จะว่าไปก็ไม่ได้เอ่ยว่าเป็นความรักในแบบของหนุ่มสาว ผมนึกถึงเพลง Tear in heaven ของเอริก แคลปตันที่เขียนให้ลูกชายที่ตกลงอพาร์ทเม้นลงมาตาย แต่นั่นเป็นเพลงเศร้าที่ฟังเมื่อไหร่ก็เศร้า แต่เพลงของพี่ทินี่ดิ

          “ต้องเติบโตท่ามกลางมวลดอกไม้มากขนาดไหนน้า ถึงได้เขียนเพลงได้หวานซึ้งทั้งที่ตัวเองเศร้า”

          “โตในโรงเรียนประจำ ชายล้วน ไม่ได้โตในปากคลอง”

          “อะไรปากคลอง”

          “โตในดงดอกไม้อะไรของเธอ”

          เหยดโด้ว ขนลุกกว่าเรียกเอ็งอีก

          พระเจ้าเฉลยทีเถอะว่าไอ้คนพูดเสียงเย็นชืดในห้องเดียวกับผมตอนนี้ไม่ใช่ทิวากรที่ผมหลงใหลได้ปลื้มนักหนา เขาผุดลุกขึ้น เดินไปในห้องครัวและกลับออกมาอีกทีพร้อมสีหน้าไม่สบอารมณ์

          “เบียร์ไปไหนหมด”

          “ทิ้ง”

          “พูดจริง?”

          “อ้าว ก็พี่จะเลิก”

          “กูบอกตอนไหนว่าจะเลิก”

          เริ่มกูมึงอีกแล้วอะ ไม่อ่อนโยนเลย

          “ปวดท้องขนาดนั้นยังจะกลับไปกินอีกเหรอครับ อย่างน้อยรักษาตัวให้หายก่อนไม่ดีกว่าเหรอ”

          “ก็หายแล้วนี่ไง”

          “ตอนนี้แค่ดีขึ้นเพราะยาช่วยหรอก หมอก็บอกแล้วว่าถ้ากลับไปกินอีกยาก็ไม่ช่วยอะไร”

          “หมอมันจะมารู้ดีกว่าตัวกูได้ไง”

          “หมอเรียนมา พี่อะจบหมอมาหรือไง”

          พี่ทิหงุดหงิดไม่หาย เดินวนไปวนมาไม่ยอมนั่งที่

          “เอาน้ำหวานแทนไหมครับ หรือสปาร์คกิ้งวอเต้อร์”

          ผมหมายถึงน้ำดื่มซ่าๆ เพื่อสุขภาพ อาจจะชดเชยเบียร์หรือเหล้าใส่โซดาได้

          “มันเหมือนกันที่ไหนล่ะวะ”

          “เอ้อ จริงด้วย หมอห้ามดื่มน้ำซ่า งั้นเหลือแค่เฮลบลูบอยแล้วอะ เดี๋ยวผมชงให้ ชากาแฟก็งดนะพี่ทิ เข้าใจป่าว”

          “เออ รู้แล้ว กลับไปได้แล้ว อยากนอน”

          จู่ๆ ก็ไล่กันแบบนี้ผมเดาว่าเขาต้องคิดอะไรไม่ดีแน่ๆ

          “ถ้าผมกลับไปแล้วพี่จะลงไปซื้อเบียร์ขึ้นมาอะดิ”

          “ไม่ซื้อหรอกน่า พรุ่งนี้ก็ไปหาหมอด้วยกันไง เธอไม่มีเรียนหรือไง ไหนว่ารุ่นเดียวกับฟ้า”

          พี่ทิรู้จักฟ้าด้วย? แต่ไม่รู้จักสิแปลก พี่เล่นกินรวบกิจการครอบครัวเขาไปขนาดนั้น

          “ตกลงว่าพี่ไปเข้าคอร์สกับผมแล้วนะ”

          “เออ”

          “เย้ งั้นสัญญากัน ครึ่งเดือน แล้วก็ไปติดตามผลทุกเดือน แล้วผมจะไม่จุกจิกพี่เลย ด้วยเกียรติของลูกเสือสำรอง”

          เขามองผมด้วยหางตา เดินไปหยิบน้ำมาดื่มแทนแอลกอฮอลล์ ผมยังดีดกีตาร์เป็นเพลงยูของพี่ทิ

          “นี่...” จู่ๆ เขาก็เรียก ผมชะงักมือที่กำลังดีดกีตาร์อยู่จนเสียจังหวะ “ที่บอกว่าเป็นแฟนเพลง ไม่ได้โกหกเหรอ”

          “จำได้ด้วยเหรอว่าผมพูดอะไรกับพี่”

          เขาครางรับในลำคอ

          “งั้นก็จำได้ดิว่าทำอะไรกับผมไว้บ้าง”

          “ไม่ได้”

          “โกหก ขอโทษผมมาเลยนะ”

          คนตัวโตเบะปาก เดินเลยผมไปด้านหลัง ชั้นเก็บแผ่นเสียงที่สูงเท่าหัว เลือกออกมาหนึ่งแผ่นแล้วจัดการใส่กับเครื่องเล่น ทำนองเพลงไทยเย็นๆ ดังกลบเสียงดีดกีตาร์เหมือนสั่งให้ผมเลิกเล่นเสียที

          “ผู้ใหญ่ก็อย่างนี้แหละนะ ทำผิดแล้วไม่ค่อยยอมรับ”

          ผมยังพูดลอยๆ เขาก็ทำหูทวนลมเก่งจนผมต้องเปลี่ยนเรื่องชวนคุยไปเอง

          “เวลาพี่เขียนเพลง พี่เขียนเนื้อก่อนหรือทำนองก่อนอะ”

          “แล้วแต่ บางครั้งก็พร้อมกัน”

          “มีเพลงที่เคยเขียนแต่ใส่ทำนองของคนอื่นด้วยใช่ปะ รู้สึกขัดๆ ไหมอะ เหมือนเป็นงานที่ไม่สมบูรณ์ของตัวเอง อะไรงี้”

          “ไม่”

          เขายืนตัวตรงหน้าเครื่องเล่นเสียงนั่น กระดิกนิ้วเรียวเบาๆ ให้เป็นจังหวะ

          “พี่เขียนเพลงแรกตอนอายุเท่าไหร่เหรอ”

          “ถามมากจังวะ”

          “ก็พี่ไม่เคยให้สัมภาษณ์กับที่ไหนเลย”

          ถ้าไม่ใช่เจน เขาคงไม่ยอมออกมาสู่แสงไฟ เป็นคนประเภทไหนที่ทำงานเอนเตอร์เทนแต่ไม่อยากถูกเปิดเผย

          “ไม่ให้สัมภาษณ์แปลว่าไม่อยากเล่า”

          “แหม แต่ผมเป็นแฟนเพลงพี่จริงๆ นะ”

          คราวนี้คู่สนทนาหันกลับมา มองผมนิ่ง ดวงตาไม่แข็งกร้าวเหมือนทุกที มีร่องรอยระริกไหว เหมือนกับว่าเขาดีใจที่ผมบอกว่าเป็นแฟนเพลงอย่างนั้นแหละ

          “พี่ก็อยากให้คนชอบผลงานพี่ แต่พี่ไม่โปรโมตอะนะ”

          “ไม่ใช่ไม่อยากโปรโมต” อ้อมแอ้มพูดในลำคอ แถมยังเกาท้ายทอยอีกต่างหาก อย่าบอกนะว่าเขิน

          “พี่...หรือที่จริงเป็นคนขี้อาย”

          “เพ้อเจ้อ”

          “อ๊ะ หูแดงด้วย”
         
          “พูดมาก กลับบ้านไปได้แล้วไป น่ารำคาญ”

          “พี่ทิ” ผมลุกขึ้นวางกีตาร์กลับเข้าที่ของมันให้เรียบร้อย เจ้าของชื่อเดินหมุนหนีไปอีกฝั่ง ไม่ยอมมองหน้า “อุ๊บ..เขินจริงด้วย”
         
          คำสารภาพจากทิวากรคือหมอนอิงลายเดียวกับโซฟา ลอยตรงมายังผมอย่างแม่นยำ แต่ไม่ได้กินหรอก ประสาทสัมผัสผมไวอย่างกับอะไรดี เขาทำหน้ายุ่ง ทิ้งตัวลงบนโซฟาอีกครั้ง นอนหันหน้าเข้าพนักพิงเหมือนไม่อยากจะให้ค้นหาตัวตนให้ลึกไปกว่านี้
         
          “กลับไปได้แล้ว คนจะนอน”

          “นอนจริงป๊าว”

          “หนวกหู!”

          ให้ตายครับ ผู้ชายที่นอนหันหลังให้ผมตอนนี้เป็นคนเดียวกับที่ตะเพิดผมเตลิดเปิดเปิงไปเมื่อหลายวันก่อนแน่เหรอ ผมควานหาโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา กดอัดคลิปโดยที่ไม่ขออนุญาต เป้าหมายคือเจ้าของแผ่นหลังกว้างที่หันหน้าหนีไม่ยอมพูดยอมจาคนนั้นแหละ

          “พี่ทิ”

          “อะไร”

          “ผมชอบเพลงพี่มากเลยนะ”

          “เออ”

          “เพลง Untitled ของพี่อะ ผมฟังแล้วโคตรเศร้าเลย ร้องไห้ด้วย”

          เพลงนั้นเป็นเพลงอกหัก ตอนฟังผมไม่ได้อกหักแต่คิดว่าความรู้สึกคงเป็นทำนองนั้น เจ้าของบทเพลงนอนนิ่ง ไม่ขยับ ผมค่อยๆ ก้าวขาเข้าหาเชื่องช้า เก็บภาพผ่านสายตาที่จับจ้องไปที่โทรศัพท์ของตัวเองอีกที

          “ตอนที่เขียนเพลงพี่คิดอะไรอยู่อะ”

          “ไม่ได้คิดอะไร แค่คิดว่า...เป็นเพลงที่คุณลูกแก้วร้อง”

          “อ๋อ คุณลูกแก้วชอบร้องแต่เพลงอกหักนี่นะ”

          ผมเพิ่งรู้ว่านอกจากเนื้อหาแล้วพี่ทิยังเลือกเขียนเพลงจากนักร้องแต่ละคนด้วย คาแรคเตอร์ของคุณลูกแก้วเป็นผู้หญิงเศร้า ไม่รู้ว่าเศร้าเบอร์นั้นได้ยังไง ต่อให้เป็นเพลงรักยังร้องออกมาเศร้าเลย โคตรเก่ง แต่จะว่าไปแล้วเพลง Untitled ของคุณลูกแก้วก็โด่งดังติดชาร์ตหลายสัปดาห์เลยทีเดียว หลังจากเพลงดัง นักร้องก็ถูกเชิญออกรายการเพื่อโปรโมตหลายงาน เบื้องหลังความสำเร็จอย่างพี่ทิแทบจะไม่มีซีนเลย แต่กระนั้นก็หลุดรอดสายตาของผมไปไม่ได้

          “ผมมีเทปด้วยนะ”

          ยุคนั้นเป็นช่วงปลายมากๆ ของเทปคลาสเซ็ต กว่าพี่ทิจะมีผลงานถี่ๆ ก็ตั้งช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัย ส่วนเพลงนั้นเป็นเพลงที่เก่ามากจนแทบจำไม่ได้ว่าเขาเขียนไว้ กว่าจะรู้ก็ตอนเมื่อเขาอยู่ช่วงมหาวิทยาลัย แต่ผมยังต้องตามหาเทปมาฟังเพราะเครื่องเสียงในรถของพ่อยังเป็นเครื่องเล่นเทปอยู่ ในเทปหน้าเอเป็นเพลงโปรโมต เพลงดัง ส่วนหน้าบีมักเป็นหน้าของเพลงที่ไม่ถูกใจคนฟังนัก แต่กระนั้น Untitled ที่ถูกจัดร่นลงมาหน้าบีกลับโด่งดังจนผมแปลกใจว่าไม่ได้ตั้งใจโปรโมตจริงดิ
           จะว่าก็ว่าเถอะ ตอนที่คุณลูกแก้วดังพี่ทิยังเป็นโนเนมอยู่เลย ถ้าไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ไม่มีทางรู้เด็ดขาด
          ผมค่อยๆ คลาน เข่าเข้าหาคนที่โซฟา เขาไม่ได้เล่าอะไรต่อจนผมแอบคิดว่าบางทีเขาอาจจะหลับไปแล้ว หมดกัน อุตส่าห์ถ่ายคลิปไว้ยังไม่ทันเห็นพี่ทิเขินหน้าแดงเลย

          ผมทรุดตัวลงนั่งข้างโซฟาที่เขานอนหลับตา ส่งเสียงเรียกเบาๆ “พี่ทิ...พี่ทิ...”

          ฉับพลันที่ไม่ทันตั้งตัวก็โดนแขนใหญ่ล็อกเอาไว้ กลิ้งหลุนๆ ตกลงมาจากเบาะหนัง พี่ทิช่วยเซฟหัวผมด้วยการกดหัวเข้ากับบ่า ได้กลิ่นอาฟเตอร์เชฟเบาบาง และเสื้อผ้าที่หอมน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ผมเลือกกลิ่นให้ แต่ว่าหนักฉิบเป๋ง อย่างกับโดนหมีควายทับ

          “พูดมาก”

          เขาเป็นฝ่ายได้เปรียบ กดแผ่นหลังผมลงกับแผ่นพื้น ยกมือใหญ่ขึ้นปิดปาก จ้องตากันระยะประมาณหนึ่งไม้บรรทัด พอไม่อวลด้วยกลิ่นละมุดหมักเขาก็ดูดีขึ้นกว่าวันแรกพบจริงๆ นี่ผมเผลอชมเขาเป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันแล้วนะ สมกับที่เป็นไอดอลของผมแล้ว

          “หนัก”

          ผมพยายามดันช่วงบ่าของเขาให้ยืดขึ้นเล็กน้อย เล่นโถมลงมาทั้งตัวแบบนี้จะแบนเป็นขี้แล้วครับ

          “น้ำมนต์”

          เขาเรียกชื่อผมเสียงทุ้มแหบ ปร่าแปร่ง ลูกตาดำในกรอบตากวาดมองรอบใบหน้า ไม่สบตากับผม เดี๋ยวก็หลุบไปทางซ้าย ทางขวา จ้องต่ำลงมาแถวๆ คางหรือปากก็ไม่แน่ใจ

          “อะไรครับ”

          “ไม่ได้เป็นเด็กพี่ลมจริงเหรอ”

          “เอาจริงนะพี่” ผมเริ่มสับสนว่าควรจะพาตัวเองออกไปจากท่าทางพิลึกพิลั่นแบบนี้หรือควรตอบคำถามเขาก่อน แต่นานๆ ทีพี่ทิจะดูมีสติแบบนี้ ไม่สิ นับเป็นครั้งแรกที่เราได้เจรจากันดีๆ ด้วยซ้ำไป “พี่ลมเป็นเกย์เหรอ ผมไม่รู้เลย”

          ชายหนุ่มที่กอดผมไว้ทั้งตัวถอนหายใจ เขาคลายอ้อมแขนแต่ยังไม่ลุก กลิ้งตัวลงนอนข้างๆ กัน มองฝ้าเพดานลายท้องฟ้า ผมเพิ่งสังเกตว่ามันคือลายท้องฟ้าที่เหมือนฟ้าจริงๆ โคมไฟแชนเดอเรียระย้า เม็ดคริสตัลเป็นประกายวาววับเมื่อกระทบกับแดดจากด้านนอกที่ส่องเข้ามา

          “มองจากดาวอังคารยังรู้เลย”

          “ไม่เห็นรู้มาก่อนเลย ทำไมพี่ถามอย่างนั้น หรือเขาเล็งผมอยู่ ไม่ได้นะ ไม่ได้เลย”

          ผมระล่ำระลักห้ามทั้งที่คนข้างๆ ก็ไม่ใช่เจ้าตัว ผิดผี ผิดมากๆ ผมที่แอบชอบน้องสาวจะให้ไปได้กับพี่ก็ออกจะละครไปหน่อย ถึงแม้ว่าการอยู่บ้านเดียวกับฟ้าเป็นสิ่งที่ผมใฝ่ฝันก็เถอะ

          “เปล่า ก็ถามไปงั้น”

          คนพูดยกมือก่ายหน้าผาก ผมพลิกตัวนอนคว่ำ ดีนะที่ห้องสะอาดแล้วก็เลยนอนกลิ้งอย่างสบายใจ “หรือว่าพี่ลมชอบพี่?”

          คราวนี้พี่ทิไม่ตอบ ยังมองเพดานด้วยท่าเดิม ดวงตาเลื่อนลอยจับจุดไม่ได้ ผมยกมือขึ้นกวาดผ่านหน้าเขาเบาๆ ชายหนุ่มก็คว้าหมับที่ข้อมือ ทำเสียงดังจิ๊กับเพดานปาก

          “อย่าบอกนะว่าพี่ลมทำให้พี่กับเจนเข้าใจผิดกันแล้วก็รอเสียบ”

          โอ้โห พี่ลมแม่งไอดอลผมเลยครับ! แผนอย่างนี้ผมก็คิดไว้นิดๆ ระหว่างไอ้อุ้ยกับฟ้าเหมือนกัน แต่อย่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย ไม่เห็นมีวี่แววว่าจะทำให้สองคนนั้นทะเลาะกันได้ยังไง ต้องไปปรึกษาท่านอาจารย์เสียหน่อยแล้ว

          “นาย ยังไม่มีแฟนใช่ไหม”

          เขาถามเสียงเบา แต่เพราะมีแค่เราสองคนในห้องกว้างๆ แบบนี้ทำให้ได้ยินชัด ผมพยักหน้าหงึกหงัก “ทำไมเหรอ จะให้ผมช่วยอะไร ไม่ไหวแล้วนะแค่รับจ๊อบมาดูแลพี่ผมก็เหนื่อยจะแย่แล้ว”

          “เปล่าหรอก สมควรแล้วแหละที่ไม่มีแฟน เพ้อเจ้อเก่งฉิบเป๋ง”

          เขามองผมด้วยหางตา อย่างนี้มันบุลลี่กันชัดๆ

          “โห คนแต่งเพลงได้เป็นอัลบั้มไม่เพ้อเจ้อเลยมั้ง”

          ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอ ถอนหายใจบางเบา เสียงกรุ๊งกริ๊งของโมบายด้านนอกดังเมื่อลมพัดลอยเข้ามาด้านใน ช่วงเวลาที่แดดเป็นสีส้มอ่อนละมุน พี่ทิเงยหน้าแหงนกลับขึ้นไป เหมือนเห็นคลับคล้ายคลับคลาว่ามีละอองของหยดน้ำตาเคลือบวาวบนดวงตาทั้งสองก่อนอันตรธานหายไป

          เป็นเมจิกโมเม้นต์ที่ดูสวยงามและเศร้าซึมลึกอย่างบอกไม่ถูก หรือว่า...ผมพูดอะไรบางอย่างผิดไป

          “พอตื่นจากฝันก็เลยรู้ไงล่ะว่ารักที่เพ้อหามันไม่ได้เป็นอย่างนั้นจริง มันเลย...ไม่กล้าวาดภาพของความรักให้ดีได้อีก”

          เขาพูดเสียงเนือยแต่สัมผัสได้ถึงความเหนื่อยล้า เรี่ยวแรงอ่อนระโหยจนผมรู้สึกชา ไม่ใช่เจ็บปวดรวดร้าวทรมาน แต่คล้ายๆ กับวินาทีที่เหยียบตะปูแล้วชักขากลับขึ้นมา จะพูดไปแล้วผมก็ไม่เคยได้สัมผัสความรักที่สมหวังอย่างที่เขาว่าเหมือนกัน

          ทิ้งตัวลงนอนที่เก่า มองฟ้าจำลองบนหัว แสงระยิบพราวของโคมไฟคริสตัลสวยสะดุดตา จู่ๆ ความรักที่วาดฝันไว้ก็เหมือนเป็นเถ้าถ่าน คล้ายกับดวงดาวเผาไหม้ตัวเอง ให้เราหลงยินดีในแสงกะพริบวิบวับของมันว่าสวยงามทั้งที่กำลังแผดเผาตัวเองเป็นจุณ

          “ถ้าเขียนเพลงรักไม่ได้พี่เริ่มจากเพลงอกหักก่อนดิ ประโยคเมื่อกี๊มันเหมือนตบหน้าคนที่ผิดหวังในความรักทุกคนเลยนะ”

          “ประโยคไหน”

          “ที่บอกว่า...พอตื่นแล้วก็กลับไปฝันไม่ได้อีก”

          เขาเลียริมฝีปาก ผมเห็นผ่านหางตา กระซิบเสียงเบาคล้ายกลัวว่าใครจะได้ยิน

          “เดี๋ยวลองดูแล้วกัน”

          ให้ตาย แค่คำพูดธรรมดาๆ ของเขาก็ทำให้ผมรู้สึกวูบไหวร้อนผ่าวทั่วหน้า “คงดีเนอะถ้าผมได้เป็นคนที่ช่วยให้พี่เขียนเพลงได้จริงๆ”

          “เพ้อเจ้ออีกละ”

          “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ไง” ผมว่า “งั้นผมให้เวลาพี่อยู่คนเดียวเผื่อคิดเพลงออกดีกว่า ไว้พรุ่งนี้เก้าโมงเจอกัน ผมจะกลับไปลอกเล็กเชอร์ด้วย”

          “อืม ไล่ตั้งนานแล้วไม่รู้จักไป”

          ผมยิ้มตายิบหยี ดันตัวเองลุกขึ้นมา เห็นห้องโล่งขึ้นกว่าวันแรก พี่ทิเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาก็ใจชื้น อย่างน้อยที่อดทนมามันก็ไม่ได้สูญเปล่าเสียทีเดียวล่ะวะ

          นาทีนั้นที่ผมเพิ่งรู้สึกว่าที่จริงแล้วเงินค่าจ้างรวมทั้งใบรับรองการฝึกงานต่างๆ นานาที่พี่ลมบอกว่าจะให้อาจเป็นแค่แรงจูงใจ แต่ความรู้สึกที่ทำให้ผมอยากสู้ต่อสักเดือน สองเดือนจากนี้คงเป็นการได้เห็นคนที่เราชื่นชมค่อยๆ ดีขึ้นทีละนิดต่างหาก

          “ขอบคุณนะ พี่ทิ”

          ผมว่า เขาไม่ตอบ แต่หลับตา

          นี่ใช่วิธีแสดงออกของคนขี้อายหรือเปล่านะ ไม่รู้ตอนนี้ก็ไม่เป็นไร ผมเชื่อว่าตัวเองมีเวลาเรียนรู้อีกนานว่าทิวากรคนนั้น คนที่ผมอยากรู้จัก ที่จริงแล้วข้างในเป็นคนยังไงกัน

         



          tbc



วันพุธมาแล้ววว เลทไปนี้ดด หน่อย พอดีแบตหมด เพิ่งหาที่ชาร์จเจอ ฮือๆ ยินดีต้อนรับสู่เดือนสุดท้ายของปีนะคะทุกคนน พี่ทิเริ่มเผยความน่ารักออกมานิดนึงละ #prayforน้ำมนตร์ กันค่ะ!!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-12-2019 15:33:46 โดย -west- »

ออฟไลน์ Jnchnn

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 65
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
เริ่มน่ารักแล้ว>< พี่ทิเริ่มดีขึ้นถึงขั้นบอกน้องว่าจะลองเขียนเพลง แงงง
อยากรู้จักพี่ทิมากขึ้นเลยค่ะ  คนๆนี้เหมือนมีอะไรในใจมากมาย
แต่อีกมุมหนึ่งกลับดูว่างเปล่าจัง
ไม่เป็นไรนะพี่ น้ำมนต์จะเข้ามาเติมเต็มพี่ทิเอง
ส่วนพี่ลมนี่ยังไงนะคะ ดูน่าสงสัยหลายอย่าง โดยเฉพาะคสพกับพี่ทิ :hao4:

ออฟไลน์ inkteuk

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เง้อ แพ้มาก แพ้ตอนพี่ทิเรียกชื่อน้ำมนต์
ขำตอนใช้สรรพนามว่าเธอ เอ็นดูววว
เป็นผู้เป็นคนขึ้นมามากแล้ว แถมเขินน่ารักด้วย  :sad4:

ออฟไลน์ goosongta

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1523
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-6
มอบโลห์แฟนพันธ์แท้ทิให้น้ำมนต์เลย
พี่ทิต้องหันมารักตัวเองได้แล้ว​นะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ MyLavenderLand

  • ฉันสุขใจ เมื่อได้ Log in เล้า
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1582
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-1
โอ๊ยยย สั้นนนนน  :ling1: พี่ทิเริ่มน่ารักแล้ว เป็นการปิดปากที่ท่วงท่าล่อแหลมน่าลุ้นต่อมากเลยอ่าาาา รักพี่ทิจัง  :mew1:

ออฟไลน์ noomasoi3

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 171
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
 :L1: :L1: พี่ทิเริ่มเปิดประตูหัวใจแล้ววววว

ออฟไลน์ Ginny Jinny

  • ความเป็นจริงมันวุ่นวาย ก็ขอให้ใจมันสบายๆในความฝัน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2115
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-4
พี่ทิมีอะไรในกอไผ่กับพี่ลมเปล่าเนี่ย  :m28: :m28:

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3437
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ minenat

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1678
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +67/-3
เขิน!! คิดภาพผู้ชายตัวโตเขินแบบพี่ทิก็จะบ้าตาย :katai5:

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3341
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
พี่ทิมีเงื่อนงำเรื่องความรักแน่ๆเลย เจนเป็นแค่ตัวหลอกใช่หรือไม่?  :katai1: :katai1: :katai1:

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
พี่ทิเริ่มเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาแล้ว พอไม่เมาก็เริ่มมองเห็นความน่ารักของน้องล่ะซี้

ออฟไลน์ G-NaF

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 820
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-1
เป็นผู้เป็นคนขึ้นเยอะ อย่ากินเหล้าเลยพี่ นึกแล้วปวดหัวแทนน้อง

ออฟไลน์ มาดามพีพี

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 55
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
กำลังจะดีแล้ว น้ำมนต์อย่าเพิ่งหมดแรงนะลู้กกกก

ออฟไลน์ Kelvin Degree

  • ถ้าวันนั้นเลือกที่จะเดินออกไป คงไม่เจ็บมาจนถึงทุกวันนี้...
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1700
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-2
เริ่มดีขึ้นมาละนะ พี่ทิ,,,

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5468
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
ตกลงความรักของพี่ทินี่ยังไง
พี่ทิแอบรักพี่ลมเหรอ
เพราะจากที่ว่าน้ำมนต์เพ้อเจ้อ
เรื่องที่เดาว่าพี่ลมชอบพี่ทิ

ออฟไลน์ LadySaiKim

  • ▫▪□Dezine'Kim□▪▫
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1693
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-0

ออฟไลน์ -west-

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1393
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1875/-12
    • FACEBOOK PAGE
08  คำสัญญา



       ที่จริงแล้วผมมีนัดกับพี่กะทิจะไปเข้าคอร์สบำบัดที่โรงพยาบาลด้วยกัน แต่ทุกอย่างตาลปัตรไปหมด

       นักศึกษาปีสี่ยังไงก็เป็นนักศึกษา งานหลักของผมคือเรียนหนังสือ ดังนั้นการขาดควิซจึงเป็นเรื่องที่ยอมให้เกิดขึ้นง่ายๆ ไม่ได้ ถ้าหัวไวอย่างคนอื่นก็ดี แต่ผมมันสายเอาหัวชนผนัง จะพูดก็คือเป็นคนที่เรียนดีจากความมานะอดทนล้วนๆ คะแนนเล็กน้อยก็เก็บให้ได้หมด ดังนั้นพอเพื่อนในกรุ๊ปไลน์บอกว่าวันนี้มีควิซผมก็เลยโทรไปบอกให้พี่ลมพาพี่ทิไปหาหมอแทน ถ้าเรียบร้อยจากเรื่องเรียนเมื่อไหร่จะรีบตามไปให้ไวที่สุด

       “ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นหน้ามึงเลย หายไปไหนวะ”

       ไอ้อั้มทักหลังหมดคาบแรก ผมลังเลระหว่างจะอยู่เรียนวิชาต่อไปกับโดดไปหาพี่ทิที่โรงพยาบาล ไม่ทันคิดคำตอบไอ้นิวก็พูดแทรก “ที่หอก็เหมือนกลับมานอนอย่างเดียว”

       “เอ๊ะ หรือว่ามีแฟน”

       “ไม่ใช่โว้ย” ผมรีบปฏิเสธ ฟ้าหัวเราะแหะๆ มึงน่ะตัวดี ขอโทษครับ เผลอหยาบคายใส่หญิงสาวอันเป็นที่รักไปอีกแล้ว “ก็พี่ทิไง”

       “อ๋อ ไปติ่ง”

       “ไม่ใช่โว้ย” ไม่ใกล้เคียงเลยสักนิด ผมกำลังทำหน้าที่ไล่ผีออกจากทิวากรที่ผมหลงใหลเมื่อครั้งเยาว์วัยต่างหาก “พี่ทิไม่ค่อยสบาย ก็บอกไปแล้วนี่”

       “อ๋อ ที่ไปโรงพยาบาลน่ะเหรอ แล้ว เป็นไรมากป่าว”

       “กระเพาะ ไม่ค่อยได้กินข้าวอะ กินแต่เหล้า”

       ฟ้าทำหน้าเหมือนได้กลิ่นลำยองออกมาจากคำว่าเหล้า แต่ที่จินตนาการมันยังดีเกินไป จะให้ผมอธิบายก็เดี๋ยวจะเสียจรรยาบรรณผู้จัดการส่วนตัวเปล่าๆ “แล้วเป็นไงบ้าง ดีขึ้นไหม”

       “ก็ดีขึ้นนะ”

       “ฟ้าว่าแล้วว่าน้ำมนต์ต้องทำได้”

       “ยัง” ผมปรามก่อนจะคาดหวังไกลกันไปใหญ่ “เขาบอกว่าจะพยายามเขียนเพลงน่ะนะ แล้วก็เรื่องเลิกเหล้าก็ต้องคุยกับหมอจริงๆ นั่นแหละ”

       “เขายอมไปเหรอ”

       “ล่าสุดเดี้ยงไง ไม่ยอมก็ต้องยอม แต่วันนี้พี่ลมเป็นคนพาไปนะ”

       พูดถึงพี่ลมขึ้นมา ผมก็มองหน้าฟ้านิ่งพักหนึ่ง “ฟ้า พี่ลมเป็นเกย์เหรอ”

       “มึงดูไม่ออกเหรอวะน้ำมนต์”

       ไอ้นิว สาระแน ตอบมาเหมือนผมเป็นคนเดียวที่โง่ “ไม่ใช่ ก็แค่ไม่ทันสังเกต”

       “แล้วทำไมถึงถามอะ พี่ลมจีบน้ำมนต์เหรอ”

       “ยัง” ทุกคนทำตาโต ผมรีบแก้ตัวกลับไป “เปล่าๆ หมายถึงไม่ได้จีบ”

       “ไม่ได้จีบหรือยังไม่ได้จีบ”

       “ไม่ได้จีบ”

       “อ้อ แล้วไป”

       เห็นฟ้าถอนหายใจยาวแล้วมีกำลังวังชาขึ้นมาหน่อย หึงล่ะซี่

       “ถ้าจีบน้ำมนต์อีกคนฟ้าปวดหัวตาย ขอลาออกจากการเป็นน้องสาว”

       ผมค่อนข้างเอะใจกับคำว่าอีกค แต่ฟ้าก็เปลี่ยนเรื่องคุยก่อน “คนอื่นหาที่ฝึกงานกันได้หรือยังอะ”

       “เราได้แล้ว เป็นโรงแรมของญาติๆ กัน” ไอ้นิวตอบ ผมเพิ่งรู้ว่ามันมีคอนเนคขั่นกับเขาด้วย “ฟ้ากับอุ้ยไปฝึกที่เดียวกันหรือเปล่า”

       “อือ ก็ของที่บ้านอะแหละ”

       แม่งเป็นประเทศของคนรวยจริงๆ อยากทำอะไรก็ได้ทำ ผมล่ะเชื่อในบุญเก่าของไอ้อุ้ยกับฟ้าจริงๆ แม้แต่ชนชั้นกลางค่อนข้างไปทางเกือบรวยอย่างไอ้นิวก็มีคอนเนคชั่น จะว่าไปแล้วผมเองถ้าไม่ได้บังเอิญสนิทกับพวกนี้ก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะได้ฝึกงานที่ไหน อย่างที่พี่ตูนบอกว่ามีสตางค์น่ะมันช่างดีเหลือเกิน ผมพูดอย่างคนไม่โกรธโลกเลยนะ แม้แต่พี่ทิเองก็ยังมีพื้นฐานชีวิตที่ดีถึงได้มาอยู่จุดนี้ได้

       “แป๊บเดียวเองเนอะ ยังจำวันที่น้ำมนต์มาชวนฟ้าคุยได้เลยอะ”

       ไอ้นิวหัวเราะหึๆ อย่างคนรู้ทัน ผมบอกมันเองว่าชอบฟ้าตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน แต่ก็ได้แค่นั้นแหละ มันจบตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยด้วยซ้ำ

       “เออ เลิกเรียนแล้ววันนี้ไปไหนกันหรือเปล่า ไปดูหนังกันมั้ย” อุ้ยถาม คงได้ตั๋วฟรีมาตามสไตล์ ผมลังเลครู่หนึ่งระหว่างการไปหาพี่ทิกับไปดูหนังกับเพื่อนควรเลือกอะไร แต่ว่าพักหลังๆ ก็ไม่ได้อยู่กับพวกนี้เลย อีกอย่างวันนี้พี่ลมก็รับปากว่าจะพาพี่ทิไปหาหมอด้วย ผมไม่เข้าไปวันนึงคงไม่เป็นไร

       “ไปดิ ไม่ได้ไปดูครบๆ มานานแล้ว ไอ้นิว วันนี้มึงห้ามเบี้ยว”

       “เลี้ยงป๊อบคอร์นปะ”

       “ตั๋วก็ไม่ต้องจ่ายยังจะแดกของฟรีอีกนะ เป็นเพื่อนหรือเป็นปลิง”

       “ขนหน้าแข้งมึงไม่ทันร่วงหรอกไอ้อุ้ย แหม กูก็กินไม่เยอะสักหน่อย”

       “เยอะ!!!”

       ทุกคนประสานเสียงกัน หัวคิดเลยได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อน

       

       

       หนังทีไอ้อุ้ยได้ตั๋วมาเป็นหนังผีเกาหลี พักหลังวงการหนังเกาหลีก้าวแบบก้าวกระโดดจากประเทศอื่นๆ ในเอเชียไปไกลมาก ไม่ว่าจะเป็นนักแสดง ซีจี หรือพล็อตเรื่อง แย่พื้นที่ฉายในโรงไปโข เว้นเสียแต่หนังไทยทุนหนาที่กวาดเอาเรื่องอื่นเหลือโรงฉายไม่กี่โรง เชิงว่าถ้ามึงไม่ดูหนังกูก็ไม่ต้องดูหนังเรื่องอะไรทั้งนั้น ปกติแล้วผมไม่ดูหนังผี แต่ถ้ามากับไอ้นิวต้องดูเพราะมันกลัวผีขึ้นสมอง แต่ความประหลาดก็คือคนกลัวผีอย่างมันดันชอบดูหนังผีจนน่ารำคาญ

       “เลิกกอดแขนกูได้แล้ว ห่า”

       ผมด่าหลังออกจากโรงแล้วเพื่อนที่นั่งติดกันยังไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย ถ้าเป็นผู้หญิงผมคงคิดว่าไอ้นิวหลอกลวนลามแล้วนะ

       “ยังไงก็ต้องกลับห้องด้วยกันอยู่แล้ว กูเกาะนิดเกาะหน่อยไม่เห็นเป็นไร”

       “มันน่ารำคาญโว้ย”

       ผมพูดกลั้วหัวเราะ ไอ้นิวเบะปากใส่ “น้ำมนต์ มึงพูดว่ารำคาญกูเหรอ นี่มึงจะโหดร้ายเกินไปแล้วนะ”

       มานึกดู ผมเองก็ไม่ค่อยพูดกับใครว่ารำคาญ รู้สึกว่าเป็นคำพูดที่หยาบคายและเย็นชาที่สุด สงสัยว่าจะเป็นผลพวงจากการที่เข้าไปเจอพี่ทิบ่อยๆ แล้วโดนอีกฝ่ายพูดใส่หน้าว่ารำคาญทุกครั้งกระมัง

       “เออ โทษๆ อุ้ยกับฟ้ากลับเลยป่าว เดี๋ยวเราเดินกลับก็ได้ หอแค่นี”

       “เดี๋ยวพี่ลมมาน่ะ คงมาหาน้ำมนต์มั้ง”

       “อ้าวเหรอ” ผมเกาหัวแกรกๆ ไม่ทันขาดคำโทรศัพท์ก็ดัง พี่ลมโทรมา “ครับพี่”

       “รับไวเหมือนใจสั่งมา”

       “จะหยิบโทรศัพท์มาดูเวลาพอดี พี่ลมจะมาแถวนี้เหรอครับ”

       “มาแล้ว” เขาตอบ ไม่ทันขาดคำก็เห็นชาหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งขึ้นมาจากบันไดเลื่อน ออร่าโดดเด่นสะดุดตาอย่างกับลอยมา

       “สวัสดีครับพี่”

       ทุกคนยกมือไหว้ พี่ลมโบกมือไหวๆ ก่อนตรงมาหยิกแก้มผม “เอ็บ”

       “หมั่นเขี้ยว”

       ผมย่นจมูกเข้าหากัน ตอนนี้ที่ไอ้นิวปล่อยมือจากแขนผมอัตโนมัติ “เดี๋ยวกลับกันไปก่อนเลยนะ พี่ขอคุยกับเจ้านี่แป๊บ”

       “อ้าว มาฉกเพื่อนฟ้าไปเฉย”

       “ไม่งั้นก็ไม่ได้เจอสักที ช่วงนี้พี่ยุ่งๆ ด้วย น้ำมนต์กินข้าวหรือยัง”

       “กินแล้วครับ”

       “พี่ยังไม่กินเลย ไปกินเป็นเพื่อนหน่อย เอ้า บอกลาเพื่อนๆ ซะ”

       มาไวเคลมไวที่สุดล่ะคนนี้ ใช้เวลาไม่ถึงนาทีพี่ลมก็ลากผมเข้าร้านอาหารญี่ปุ่นที่คิวน้อยที่สุด สั่งสลัดมาเป็นมื้อเย็น ผมเพิ่งรู้ว่าพี่ลมต้องคุมหุ่นด้วย

       “เป็นโปรดิวเซอร์ต้องรักษารูปร่างด้วยเหรอครับ”

       “ถ้าลำพังแค่โปรดิวเซอร์จะหุ่นยังไงก็ได้น่ะนะ” เขาว่าก่อนจิบชาเขียวอุ่นๆ “แต่ถ้าเป็นโปรดิวเซอร์ที่จะงาบนักร้องก็ต้องดูแลหุ่นนิดนึง”

       ก็ตรงไป๊! เล่นเอาผมสำลักชาเขียวเลยทีเดียว

       “นี่ วันนี้พี่ไม่ได้พาเจ้าทิไปหาหมอหรอกนะ” จู่ๆ พี่ลมก็พูดขึ้นมา ถอนหายใจยาวจนเหมือนจะไม่หายใจเข้าอีกแล้ว “ดื้ออีกแล้ว”

       “พี่ทิน่ะเหรอครับ”

       “จะใครล่ะ น้ำมนต์ พี่เห็นที่ห้องแล้วนะ เรียบร้อยกว่าตอนพี่เข้าไปเยอะมาก ขอบคุณนะ ฟ้าแนะนำคนคุณภาพมาจริงๆ พี่ชอบ”
       
       พอถูกชมด้วยน้ำเสียงจริงจังผมก็เขินขึ้นมานิดๆ ยกมือขึ้นเกาแก้มแก้เก้อ “เหมือนกะทิเริ่มพยายามเขียนเพลงแล้วด้วย”

       “ครับ เขาบอกผมว่าจะลองดู”

       “อืม แต่มันคงไม่ง่ายหรอก พี่คงต้องรบกวนน้ำมนต์ไปก่อนนะช่วงนี้ จะเริ่มสอบกลางภาคเมื่อไหร่ก็ส่งตารางมาให้พี่ก่อน ให้ไวที่สุด พี่จะได้เคลียร์คิวตัวเองเข้ามาแทน”

       “ได้ครับ แล้วันนี้พี่ทิเป็นไงบ้างอะพี่”

       “ก็งอแง หงุดหงิด เจ้าอารมณ์ สุดท้ายก็ลงไปซื้อเหล้าอีก ห้ามไม่ได้เลย”

       “พี่เองก็ชอบซื้อมาให้เขานีครับ”

       พี่ลมสะดุ้งเหมือนเด็กๆ โดนจับได้ว่ามีความผิดร่วมกับหัวขโมย

       “ก็มันชอบโวยวาย พอบอกว่าจะซื้อให้ค่อยฟังกันหน่อย”

       ผมนึกออก ผู้หญิงมารยาร้อยเล่มเกวียน ผู้ชายอย่างพี่ทิก็มารยาสามร้อยเล่มเกวียนนั่นแหละครับ

       “พี่ต้องใจแข็งสิ...หรือทนขัดใจพี่ทิไม่ได้อะครับ”

       “ทำไมถามอย่างนั้น เดี๋ยวจะตี”
       
       ผมหัวเราะเบาๆ นึกถึงที่คุยกับพี่ทิว่าพี่ลมชอบพี่ทิหรือเปล่า รวมกับที่พี่มบอกว่าต้องรักษาหุ่นเพราะจะงาบนักร้องแล้วก็เป็นไปได้ว่านอกจากนักร้องอาจจะอยากงาบนักแต่งเพลงด้วยก็ได้ “พี่ทิถามผมว่าผมเป็นเด็กพี่หรือเปล่า”

       “ไอ้เด็กบ้านั่น ผีเจาะปากมาพูดจริงๆ แล้วตอบไปว่าไง”

       “ผมไม่รู้มาก่อนเลยว่าพี่ชอบผู้ชาย” ผมหัวเราะแหะๆ สลัดญีปุ่นมาเสิร์ฟพอดี พร้อมกันกับทาโกยากิไส้ปลาหมึกของผม

       “ผมเลยถามกลับว่าพี่ลมชอบพี่ทิหรือเปล่า”

       “ถามใคร”

       “ถามพี่ทิ”

       คนตรงหน้าหัวเราะต่ำ ผมมองยังไงเขาก็เหมือนผู้ชายทั่วๆ ไป ทำไมพี่ทิถึงบอกว่ามองจากดาวอังคารก็รู้วะ ไม่เข้าใจเลย “แล้วไอ้ทิว่าไง”

       “ไม่ตอบ”

       ผู้ชายตรงหน้าค่อยๆ คีบมะเขือเทศเข้าปากอ้อยอิ่ง ยิ้มมุมปากร้ายๆ น่ากลัวชะมัด

       “ที่จริงพี่ก็ชอบนะ แต่กะทิมันไม่เล่นด้วยเลย”

       “จริงดิ” ผมห้ามความคิดตัวเอง แต่ยิ่งห้ามก็ยิ่งคิด “อย่างนี้ใครรุกใครรับอะครับ”

       “หยาบคายนะ อย่าไปถามแบบนี้กับใคร”

       ผมตะครุบปากตัวเองเอาไว้ แต่พี่ลมดูจะไม่ถือสา แค่สอนในฐานะที่ผมเป็นน้องคนหนึ่ง

       “ถ้าอยากรู้ต้องลองขึ้นเตียงกับพี่สักรอบ”

       ไม่ว่าเปล่า ยังขยิบตาให้อีกที ผมใบ้แดกเลยครับ ไม่รู้จะไปต่อทางไหน กระทั่งคู่สนทนาหลุดหัวเราะออกมาเลยรู้ว่าโดนแกล้งเข้าให้แล้ว

       “หยอกเล่นน่า รู้ว่าเราน่ะชอบฟ้า”

       “ดะ...ดูออกเลยเหรอครับ”

       “เปล่า เดา”

       ผมอมริมฝีปากล่างของตัวเองทันที คนตรงหน้าร้ายกาจจนประมาทไม่ได้เลย ให้ตาย

       


       สี่ปีของการเรียน ปีนี้นับเป็นปีที่ว่างได้จนนึกเสียดายค่าเทอม มหาวิทยาลัยรัฐปัจจุบันเป็นเหมาจ่ายหมดแล้ว แต่ลงเรียนได้ไม่เกิน 28 หน่วยกิจ ส่วนหนึ่งเพื่อการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพของนักศึกษา อีกส่วนก็เพื่อควบคุมภาระงานของอาจารย์แต่ละท่านไม่ให้มากจนปวดหัว แต่ถึงอย่างนั้นผมในฐานะที่เรียนไม่ถึงยี่สิบหน่วยกิตก็เสียดายค่าเทอมอยู่ดี เพราะแม้ว่าตัวเรียนจะน้อยผมก็ยังโดดไปตั้งวิชาละหลายคาบ

       หลังจากหมดคาบเช้าของอีกวันที่ไม่มีเพื่อนเข้าเรียนด้วยผมก็เดินเตร่ออกมาซื้อของกินติดไม้ติดมือไปเยี่ยมพี่ทิเหมือนเคย เมื่อวานหลังจากกินข้าวกับพี่ลมแล้วก็กลายเป็นว่าผมต้องเป็นคนพาพี่ทิไปพบคุณหมอใหม่วันนี้ บ่ายสามโมงตรง นัดเวลาและสถานที่เรียบร้อย

       ไม่อยากจะเชื่อเลย คนอะไรถึงโตแต่ตัวได้ขนาดนั้น

       ทำไมถึงดื้อ...ไอ้เวร ดื้อฉิบหาย

       ผมไม่มาทีคอนโดวันเดียวดูเหมือนทิวากรคนมึนจะคืนร่างมาร นอนเป็นลำยองในร่างชายที่พื้นหน้าโซฟา ยาแก้ปวดกระเพาะวางข้างขวดเหล้าเลย คงหาย

       “พี่ทิ”

       ผมเรียกเสียงหน่าย ไม่รู้ว่าจะโกรธหรือเอือมระอาก่อนดี คคนนอนสลบไสลไม่ได้สติค่อยๆ ขยับตัว ปีนขึ้นนั่งบนโซฟา หัวยุ่งฟูเหมือนตาแก่ที่เกษียณแล้วไม่ดูแลตัวเอง

       “อะไรของพี่วะ ไหนว่าสัญญากันแล้วว่าจะเลิกเหล้าไง”

       “สัญญา?”

       เขาหัวเราะหึในลำคอ หยิบขวดเหล้าที่วางบนโต๊ะกระจกมา เทใส่โซฟาหน้าตาเฉย ผมวิ่งเข้าไปชาร์จทันกึ่งหนึ่ง แต่บางส่วนก็เปียกซึมลงไปตามร่องรูของโซฟาเรียบร้อย

       “ไอ้เหี้ย เพิ่งซัก แล้วเทอย่างนี้ซักแค่ปลอกไม่ได้นะเว้ย มันเหม็น”

       เขายังคงหัวเราะหึในลำคอ มองผมด้วยสายตาเย็นชา ไม่ติดแววเล่นหลุกหลิกหรือรำคาญ เป็นสายตาที่เหมือนผิดหวังกับผมนักล่ะ

       “เฮ้ย”

       เขาคว้าขวดเหล้าแย่งไปอีกรอบตอนที่ผมเผลอ เทใส่พื้นเพราะรู้ว่าคนทำความสะอาดต้องเป็นผมแน่ๆ อย่างนี้มันกวนตีนกันนี่หว่า

       “หยุด!”

       หยุดเดี๋ยวนี้! หยุดทันที! ผมกระโจนไปแย่งขวดแก้วจากมือ ชายหนุ่มยืดตัวขึ้นสูงผมก็ปีนขึ้นตักเขาไปคว้าก้นขวดได้ แต่จับประคองได้แค่นั้นเพราะสุดแขนตัวเองแล้วยังเหยียดไม่ถึง พี่ทิแม่งมือยาวเกินไปแล้ว ไหนจะมืออีกข้างล็อกเอวไม่ให้ผมขยับตัวยืดไปไกลกว่านี้

       “พี่จะกวนประสาทผมทำไมวะ” ถามพลางหอบหายใจแรง ทั้งโมโหทั้งเหนื่อย ของกินที่ซื้อมาเมื่อกี๊ก็นอนกองรวมกันหลังประตูทางเข้า นี่ผมอุตส่าห์เดินตากแดดตอนเที่ยงเพื่อซื้อของมาให้เขาและเจอเจ้าของห้องกวนตีนอย่างนี้น่ะเหรอ มันจะเกินไปหน่อยแล้ว

       “ทั้งที่สัญญา...”

       “ก็ใช่น่ะสิ ทั้งที่สัญญา...”

       จู่ๆ ภาพที่ดีใจที่เขารับปากเมื่อวันก่อนก็ผุดพรายขึ้นมาเหมือนหนังฉายซ้ำ อย่าบอกนะว่าเขาโกรธที่ผมรับปากว่าจะไปหาหมอเป็นเพื่อนเมื่อวานแล้วผมไม่ได้มา

       “คือ...เมื่อวานมีควิซ”

       “ทำไม่ได้แล้วจะสัญญาทำไม”

       อุ่ก...

       เหมือนโดนอัปเปอร์คัตกลางแยกอโศก

       “มันสุดวิสัย...ผมก็เพิ่งรู้ตอนเช้า ไม่ได้ตั้งใจจะผิดสัญญาพี่เลยนะ”

       ทำไมเกมมันตาลปัตรได้อย่างนี้นะ จู่ๆ ผมก็รู้สึกว่าการที่พี่ทิเมาหยำเปอย่างนี้เป็นความผิดของตัวเอง แต่ว่า...วิธีการแก้แค้นมันก็ไม่ควรเป็นอย่างนี้นะเว้ย

       “วันนี้ก็จะพาไปหาหมอแล้วไง โอ๊ย!”

       เพราะผมยืดตัวค้างอยู่บนตัก และกำลังคิดหาข้อแก้ตัวเลยไม่ทันระวัง จู่ๆ ฟันเรียงก็กัดเข้าที่เอวหนึ่งหมับ หดตัวถอยกลับทันที

       “เป็นหมาเหรอวะ”

       “เออ”

       “ผมต้องไปฉีดยาแก้พิษสุนัขบ้าแล้ว...” จังหวะนี้แหละ “พี่พาผมไปโรงพยาบาลหน่อยได้ไหม”

       “ไม่เนียน ไปคิดมาใหม่”

       จะหลอกเขาไปโรงพยาบาลเสียหน่อย สรุปเมาจริงเมาหลอก ทำไมไม่กระจอกลงเลย “พี่ลมนัดหมอให้แล้ว บ่ายสาม”

       “ไม่ไป”

       “พี่ที้” ลากเสียงยาว ทั้งที่ผมก็ยังโกรธอยู่แต่ต้องทำเสียงอ่อนหลอกล่อ เป้าหมายมีไว้พุ่งชน ไม่ชนก็ต้องตะล่อมให้ได้ น้ำมนต์ไม่เลือกวิธีการหรอกครับ “ไปเถอะนะ คราวนี้ผมไปด้วยแล้วไง ไปอาบน้ำอาบท่า กินข้าวแล้วก็ออกไปด้วยกัน ผมจะไม่โกรธที่พี่เทเหล้าใส่พื้น ใส่โซฟาก็จะไม่บ่น ที่กัดผมด้วย ไปเถอะนะ”

       ผมเม้มปากเข้าหากัน เขายังนิ่ง มองผมด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

       “ผมพูดมากอีกแล้วใช่ไหม”

       พออยู่กับเขาก็กลายเป็นคนปากไม่มีหูรูดไปได้ ทั้งที่ตอนอยู่กับฟ้าผมเป็นน้ำมนต์คนละมุนแท้ๆ ผมผ่านสายตาใครๆ ก็ไม่เคยเป็นน้ำมนต์ที่น่ารำคาญเหมือนอยู่กับเขาสักครั้ง แต่ที่เป็นอย่างนี้เพราะตัวพี่ทินั่นแหละที่งอแงจนต้องบ่นยาวเหยียด

       จะบอกว่าผู้ชายทุกคนคือเด็กที่ไม่รู้จักโตเลยก็ไม่ได้ เพราะผมเองถึงแม้ว่าเขาอาจมองว่าเป็นเด็กก็ยังไม่แก้ปัญหาด้วยวิธีปัญญาอ่อนแบบเขาเลยสักนิด

       ถอนหายใจยาวเหยียด ตอนสอนพิเศษเด็กๆ หลอกล่อด้วยวิธีไหนนักเรียนถึงยอมบอกว่ามีการบ้านนะ

       “ไปเตรียมน้ำ”

       ระหว่างที่กำลังคิด จู่ๆ ชายหนุ่มก็พูดออกมา ถ้าเป็นหมาตอนนี้ผมก็คงเป็นหมาที่หูตั้งหางกระดิกแล้ว บทจะใจอ่อนก็อ่อนกันง่ายๆ อย่างนี้เลยเนอะคนเรา

       “เยส!”

       ผมกระโดดลงจากโซฟาทันที เดินส่องห้องโน้นห้องนี้แล้วสภาพยังไม่เยินมาก เขาอาละวาดแค่ในส่วนของห้องโถงเหมือนทำเพื่อให้เห็นว่าไม่พอใจ หยิบผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดหัว เปิดประตูห้องน้ำเข้าไปแล้วต้องผงะ

       ไอ้เหี้ยพี่ทิ

       “ไม่กดชักโครกวะ!!!”

       ฝันร้ายของน้ำมนต์มากๆ เลยครับ อยากเอาน้ำยาล้างห้องน้ำล้างตา ผมเดินปึงปังกลับมาเห็นเจ้าแผนการณ์นั่งหัวเราะคิกคักชอบใจก่อนยักคิ้วกวนๆ หนึ่งข้าง

       “ไปกดชักโครกเดี๋ยวนี้!”

       ผมพูดเสียงจริงจัง เขาเอียงคอ ทำท่าแคะหูเหมือนไม่ได้ยิน

       “ไอ้ทุเรศเอ๊ย จงใจใช่ไหม!”

       “คนผิดสัญญามีสิทธิ์ต่อรองด้วยเหรอ”

       “เมื่อไหร่พี่จะหยุดแกล้งผมซักที เหนื่อยนะเว้ย”

       “คนผิดสัญญา”

       เขาเอาแต่พูดประโยคเดิม หน้าสะใจเมื่อครู่เปลี่ยนกลับไปเป็นบึ้งตึงแข่งกับผม “จะไปหรือไม่ไป”

       ชายหนุ่มผู้ทิ้งอารยธรรมไว้ในส้วมเหยียดตัวบิดขี้เกียจ ผมถกแขนเสื้อ เดินไปกระชากคอเสื้อยืดอีกฝ่ายจนรัดคอ ทิวากรสำลักอากาศเพราะไม่คิดว่าผมจะเข้าประชิดตัว จังหวะที่เขายังไม่ทันรู้ว่าต้องทำยังไงผมก็บังคับให้เขาลุกจากโซฟา เดินนำเข้าไปในห้องน้ำ ปิดตา กลั้นลมหายใจ ดันเขาไปด้านหน้าหาชักโครกที่ใช้แล้วไม่กด เขย่าคอเสื้อจนได้ยินเสียงสำลักอากาศของอีกฝ่ายอีกครั้งก่อนเสียงน้ำในชักโครกจะไหลชำระเศษซากลงไป พอลืมตาขึ้นก็เห็นฝาชักโครกปิดแล้ว เลยได้ปล่อยคนในอาณัติให้เป็นอิสระ

       ทิวากรไอโขลก หอบหายใจหน้าแดงจนถึงคอ

       มุตตาไม่ใช่เหยื่อของแกอีกต่อไป!

       “ผมจะไม่ยอมให้พี่แกล้งผมฝ่ายเดียวแล้วนะ บอกไว้เลย”

       ไม่ได้ขู่ เอาจริงแน่ ฟาดมาฟาดกลับไม่โกง ผมไม่ได้เตรียมน้ำอุ่นให้เขาอาบแล้ว เดี๋ยวไปเตรียมเสื้อผ้ากับมื้อเที่ยงให้ดีกว่า กลัวว่าอยู่นานจะได้จับคนเอาหัวจุ่มชักโครกสักที

       “ถ้าคราวหลังเล่นอะไรแบบนี้นะ ผมจะเอาแปรงสีฟันพี่มาขัดเล็บเท้า”

       เรื่องสถุนต่ำน่ะลอกของไอ้นิวมาทั้งนั้น แต่ไม่เหมือนกันตรงที่รูมเมทผมมักจะทำอะไรแย่ๆ เพราะไม่คิดจนหน่าย ไม่ใช่ทำเลวหวังผลแบบคนตรงหน้า พี่ทิเหลือบมองแปรงสีฟันหน้ากระจกโดยอัตโนมัติ แอบผวาแบบปิดบังไว้ไม่ได้

       “ยังไม่ได้ทำ”

       ผมบอกแล้วหมุนตัวกลับ แม่บ้านคนก่อนๆ เจออะไรแบบนี้หรือเปล่านะถึงได้ลาออกไปตั้งสามคน

       



TBC



พี่ทิท็อปฟอร์ม อย่าหือกับพี่ บอกแค่นี้นะน้องมนต์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-12-2019 11:18:02 โดย -west- »

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3341
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
พี่ลมน่าสงกะสัยมาก..กกกกกกกก  :hao4:

ออฟไลน์ goosongta

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1523
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-6
อ่านไปอ่านมาเหมือนมีเงื่อนงำมีแผน​อะไรซ่อนอยู่

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
พี่ทิเล่นสกปรก เป็นเด็กหรือไง

ออฟไลน์ Ginny Jinny

  • ความเป็นจริงมันวุ่นวาย ก็ขอให้ใจมันสบายๆในความฝัน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2115
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-4
เอาจริงๆนะพี่ลมน่าสงสัยที่สุด o18

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5468
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
สงสารน้ำมนต์ 555

ออฟไลน์ Jnchnn

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 65
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
แหม พี่ทิ มีการมากัดเอวน้อง

ออฟไลน์ กุหลาบเดียวดาย

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 812
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-2
น้ำมนต์เก่งมากลูก เรียนรู้จะรับมือคนเกเรเกตุง

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด