(Omegaverse) พุทธชาดหยาดรัก :: ตอนที่ 10 [17-06-2021]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: (Omegaverse) พุทธชาดหยาดรัก :: ตอนที่ 10 [17-06-2021]  (อ่าน 5759 ครั้ง)

ออฟไลน์ lolli_candy99

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 61
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ตัดจบได้ลุ้นมากค่ะะะ สนุกมากเลย เป็นกำลังใจให้คนแต่งนะคะะ ติดตามค่ะ

ออฟไลน์ Hazel_nut

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 158
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +163/-3

บทที่ 7

สถานการณ์บังคับ ปรับเปลี่ยนความคิด




“ตามอาหมอมา ด่วน!”

พุทธชาดออกคำสั่งเป็นอย่างแรกเมื่อมาถึงบ้าน เขาพยุงกัลปพฤกษ์ข้างหนึ่ง อีกข้างมีคนขับรถช่วย แต่สุดท้ายเจ้าตัวที่เป็นเบต้าธรรมดาก็ถูกผลักออกไป นอกจากอัลฟ่าด้วยกันก็ไม่มีใครจะจับอัลฟ่าที่กำลังรัทได้อยู่หมัดหรอก งานหนักจึงตกมาอยู่ที่พุทธชาดเข้าเต็มๆ

สามีของเขาแทบจะไร้สติโดยสิ้นเชิง มือหนาบีบหนักๆ เข้ากับหัวไหล่ของราชนิกูลหนุ่มจนคนถูกบีบนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ เขาลากร่างสูงให้ก้าวขึ้นชั้นบนด้วยตัวคนเดียว ไม่ลืมออกคำสั่งกับแม่บ้านที่เพิ่งโทรศัพท์เสร็จและวิ่งตามมาช่วยเปิดประตูห้องนอนให้

“อย่าให้โอเมก้าแม้แต่คนเดียวเข้ามาในบ้านเด็ดขาด”

“ค่ะคุณแก้ว”

“อาหมอจะมาหรือยัง”

“คุณขจรออกไปธุระที่ต่างจังหวัด ไม่แน่ใจว่าจะกลับมาถึงกี่โมงค่ะ แต่ดิฉันแจ้งกับท่านแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ท่านบอกว่าจะรีบมาค่ะ”

สีหน้าของพุทธชาดเคร่งเครียดขึ้นมาทันที หากเป็นจังหวัดใกล้ๆ ก็คงสักชั่วโมงน่าจะมาถึง แต่ถ้าไกลกว่านั้นคงอีกหลายชั่วโมง แล้วเขาควรทำยังไงกับกัลปพฤกษ์ที่กำลังรัทดีล่ะ หากไม่ได้ปลดปล่อยหรือได้รับยาระงับอีกฝ่ายก็จะทรมานอยู่อย่างนี้ไปทั้งคืน ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่นอน

ถึงจะเกลียดกัลปพฤกษ์มากแค่ไหน แต่พุทธชาดก็ไม่ใช่คนใจร้ายถึงขนาดจะปล่อยให้สามีต้องทนเจ็บปวดเพราะอาการรัท แม้ตัวเขาจะไม่เคยรัทมาก่อนแต่ก็พอจะรู้มาบ้างว่าความรู้สึกมันเป็นอย่างไร แย่หน่อยที่เขาประมาทเกินไปที่ไม่เก็บยาระงับรัทเอาไว้บ้าง ตอนนี้ก็เลยได้แต่รอให้อาหมอมาถึงไวๆ หรือไม่อีกทางหนึ่งก็มีแต่ต้องใช้ตัวเองช่วยผู้เป็นสามีเท่านั้น

ซึ่งนั่นเป็นหนทางสุดท้ายที่พุทธชาดจะใช้ ตอนนี้เขาจะรออาหมอก่อน ไม่แน่บ้านใหญ่อาจจมียาอยู่บ้าง...คิดได้ดังนั้นชายหนุ่มก็หันไปสั่งแม่บ้านเก่าแก่อย่างเร่งรีบ

“ไปหายาระงับอาการรัทมา ถ้าบ้านนี้ไม่มีก็ลองไปดูที่บ้านใหญ่ เร็วเข้า!”

“ค่ะๆ คุณแก้ว ดิฉันจะรีบมาค่ะ”

คล้อยหลังแม่บ้านวัยกลางคนไป ราชนิกูลหนุ่มก็หันกลับมามองสภาพอันแสนย่ำแย่ของผู้เป็นสามี กัลปพฤกษ์คำรามเสียงต่ำในลำคอ อัลฟ่าหนุ่มนอนดิ้นกระสับกระส่าย จิกทึ้งผ้าปูที่นอน หมอนและผ้าห่มจนยับยู่ สุดท้ายร่างสูงก็กระชากเสื้อที่ตัวเองใส่อยู่ออกจนกระดุมขาดทั้งแผง พอสลัดเสื้อทิ้งไปได้ก็ตามด้วยถอดกางเกงทั้งที่มือสั่นเทา

พุทธชาดมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างตกตะลึงไปชั่วขณะ แต่อัลฟ่าหนุ่มก็ตั้งสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว เขาขยับเข้าไปช่วยถอดเสื้อผ้าออกให้ ความเปลือยเปล่าที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อนทำให้รู้สึกประดักประเดิดไม่น้อยเวลามอง แต่ชายหนุ่มเลือกตัดเรื่องนั้นออกไปจากใจ เวลานี้เขาควรช่วยให้กัลปพฤกษ์ได้ผ่อนคลายลงมากกว่าจะมาสนใจเรื่องหยุมหยิมพวกนี้

“บัดซบ!”

กัลปพฤกษ์สบถออกมาอีกหลายคำ กำส่วนกลางลำตัวของตนเองเอาไว้ในอุ้งมือ รูดรั้งไม่กี่ทีก็ปลดปล่อยความต้องการที่อดกลั้นเอาไว้มาพักใหญ่ออกไป แต่เท่านี้มันยังไม่พอ ชายหนุ่มหอบหายใจอย่างหนัก ดวงตาแดงก่ำเหลือบมองใบหน้าตกตะลึงของผู้เป็นภรรยา แม้สติจะไม่มั่นคงนักแต่ก็ยังรับรู้เหตุการณ์รอบตัวได้ดี และนั่นทำให้เขาอดรู้สึกสมเพชตัวเองไม่ได้ที่ต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้ต่อหน้าคุณแก้ว

“กำลังสมเพช...ฮ้า!” เขาหอบอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ก่อนจะพูดต่อ “...ผมอยู่ใช่ไหมล่ะ!? เห็นผมเป็นแบบนี้คุณคงดีใจสินะ!”

“คุณกัลป์ คุณเป็นบ้าไปแล้วหรือไง เห็นคุณทรมานแบบนี้ผมจะไปดีใจได้ยังไง” พุทธชาดอดต่อว่าไม่ได้ “ลดอคติของคุณลงแล้วพูดกันดีๆ บ้างเถอะ ตอนนี้คุณไม่พร้อมจะต่อปากต่อคำกับผมหรอก”

“เหอะ!” กัลปพฤกษ์แค่นเสียงขึ้นจมูก ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น สลับกับสบถด่าโดยที่มือยังคงกำรูดความเป็นชายของตัวเองไม่หยุด “ทำไม? อึก! คุณอยากช่วยผมมากหรือไง?”

“แน่นอนอยู่แล้ว การที่คุณรัทมันเป็นเหตุสุดวิสัย ถึงผมจะเกลียดคุณแต่ก็ไม่ได้อยากให้คุณตกอยู่ในสภาพนี้หรอกนะ” อัลฟ่าราชนิกูลถอนหายใจ พยายามจับสายตาเอาไว้ที่ใบหน้าของผู้เป็นสามีเท่านั้น “ผมตามอาหมอแล้ว แต่คุณอาจต้องรอนานหน่อยเพราะเขาไม่อยู่”

“ผมรู้! แต่มัน...ฉิบ! มันจะง่ายกว่านี้ถ้าคุณจะกรุณา อึก! หาโอเมก้ามาให้ผมสักคน!”

“ไม่ได้!” พุทธชาดปฏิเสธโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด “มีโอกาสสูงมากที่คุณจะทำโอเมก้าท้อง”

“ไม่ดีหรือไง จะได้...” กัลปพฤกษ์กัดฟันข่มกลั้นความรู้สึกวูบวาบในกายอยู่พักหนึ่งแล้วจึงพูดต่อ “เอาเด็กคนนั้นมาเป็นลูกของเรา หึ!”

“ผมไม่มีทางทำอย่างนั้นแน่” น้ำเสียงของพุทธชาดเด็ดขาดมั่นคง กลิ่นอายความเป็นอัลฟ่าแผ่ออกจากตัวกดดันให้อัลฟ่าอีกคนรับรู้ได้ หากแต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้พูดคุยอะไรกันต่อ เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นเสียก่อนพร้อมเสียงเรียกของแม่บ้านที่ดังตามหลัง

“คุณแก้วคะ”

“ไม่ต้องเข้ามา!” อัลฟ่าหนุ่มตะโกนบอก เขาเดินไปเปิดประตูแล้วยืนคุยหน้าห้อง “ได้ยาไหม”

สีหน้าของแม่บ้านสลดลง “ไม่มีเลยค่ะคุณแก้ว คุณท่านทั้งสองไม่เคยมีอาการรัทจึงไม่ได้ซื้อเก็บไว้ อีกทั้งมีคุณขจรอยู่ไม่ไกลเลยคิดว่าไม่จำเป็น”

พุทธชาดอยากต่อว่าที่ทุกคนมองเรื่องนี้เป็นเรื่องไม่จำเป็น ทั้งที่ควรรู้ว่าแม้ไม่เคยมีใครเกิดอาการก็ใช่ว่าจะไม่มีทางเกิดขึ้น แต่เขาก็พูดอย่างนั้นได้ไม่เต็มปาก เนื่องด้วยตั้งแต่แรกชายหนุ่มเองก็ไม่เคยรับรู้ว่าในบ้านมีหรือไม่มีอะไรบ้าง หากจะต่อว่าใครก็คงต้องเป็นตัวเขาเองคนแรกที่ไม่ตรวจสอบข้าวของเครื่องใช้ในบ้านให้ดี

ราชนิกูลหนุ่มเม้มปากตัวเองด้วยความเคร่งเครียด ปกติที่มักจะเก็บอารมณ์ไว้ได้ดีตอนนี้กลับเผยทุกความกังวลออกมาอย่างที่นานๆ ครั้งจะเป็น พุทธชาดครุ่นคิดอย่างหนักโดยมีแม่บ้านวัยกลางคนยืนรอรับคำสั่งเงียบๆ กระทั่งเสียงครวญครางสลับสบถด่าของกัลปพฤกษ์ดังขึ้นอีกครั้ง อัลฟ่าหนุ่มจึงได้สติและตัดสินใจได้ในที่สุด

“โทร. บอกอาหมอไม่ต้องรีบกลับมาแล้ว”

“คะ?”

“แล้วก็...” พุทธชาดถอนหายใจยาว ในใจรู้สึกหวั่นเกรงแต่ก็รีบสลัดมันทิ้งไป มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะช่วยผู้เป็นสามีได้ ที่สำคัญเขาเป็นภรรยาของอีกฝ่ายอยู่แล้ว ถือซะว่านี่คืออีกหนึ่งหน้าที่ของคนเป็นภรรยาก็แล้วกัน มันไม่ได้เสียหายอะไรหากเขาเต็มใจจะทำมันด้วยตัวเอง “อย่าให้ใครขึ้นมารบกวนเด็ดขาด ถ้าฉันไม่ได้เรียกก็ห้ามใครขึ้นมา ต่อให้จะเลยเวลามื้ออาหารไปแล้วก็ตาม”

คนฟังหน้าแดงก่ำ เข้าใจได้ในทันทีว่าเจ้านายผู้สูงศักดิ์ต้องการจะทำอะไร เธอรีบรับคำแล้วก้าวไวๆ จากไปทันที...คล้อยหลังแม่บ้านอาวุโส พุทธชาดกลับเข้าห้อง เขากดล็อกลูกบิดประตู หมุนตัวเดินกลับไปหาสามีที่ยังคงพยายามอดทนอดกลั้น ปรนเปรอตัวเองไปถึงฝั่งฝันเพื่อบรรเทาความต้องการในตัวแม้รู้ว่ามันไม่มีทางหายง่ายๆ เพียงแค่ชั่วตัวเองสองสามครั้งเท่านั้น

อัลฟ่าสายเลือดสูงศักดิ์ถอนหายใจอีกครั้ง เขาถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกจนร่างกายเปลือยเปล่า กัลปพฤกษ์มองการกระทำของผู้เป็นภรรยาตาค้าง ไม่ต้องพูดออกมาก็เดาได้ว่าคุณแก้วคิดจะทำอะไร

“คุณแก้ว!”

“ครับ”

กัลปพฤกษ์ตกใจจนหยุดมือที่กำลังปลุกปั่นความร้อนผ่าวกลางกายตัวเองไปชั่วขณะ อัลฟ่าผิวแทนไม่ทันตั้งตัวในตอนที่ภรรยาปากร้ายของตนคว้าเอาเนกไทที่ปลดทิ้งไปกลับขึ้นมา ใช้มันมัดข้อมือทั้งสองข้างของเขาเอาไว้แน่นจนแทบขยับไม่ได้

“นี่คุณคิดจะทำอะไร?!”

พุทธชาดตอบหน้าตาย “ช่วยคุณไงครับ”

“ช่วยผม? ยังไง ด้วยการนอนกับผมงั้นสิ?!” น้ำเสียงทุ้มต่ำแทบจะกลายเป็นตวาด ก่อนจะเปลี่ยนเป็นหัวเราะหยามเหยียดขึ้นมาอีกครั้ง “คนที่ทระนงว่าตัวเองสูงส่งอย่างคุณแก้วน่ะเหรอจะยอมทำหน้าที่ภรรยาให้ผม นึกว่าเราแค่แต่งงานกันในนามซะอีก”

“ผมไม่ได้อยากทำ แต่ในฐานะภรรยาอย่างที่คุณพูด และในฐานะเพื่อนมนุษย์ที่ยังมีความเมตตาต่อ ‘สัตว์’ เหลืออยู่” พุทธชาดเน้นคำบางคำเป็นพิเศษ มองเห็นความไม่พอใจฉายชัดในแววตาของคนฟังแต่เขาไม่ได้สนใจ ยังคงพูดต่อไปและพยายามยื้อยุดกับมือของกัลปพฤกษ์ ไม่ให้อีกฝ่ายหลุดออกจากการควบคุมของเขา “ผมจะช่วยให้คุณบรรเทาความทรมานลง แต่คุณต้องไม่แตะตัวผมโดยที่ผมไม่อนุญาต”

“มีน้ำใจเหลือเกินนะ แต่ผมไม่ต้องการ! ออกไป!” กัลปพฤกษ์ตวาดลั่น สะบัดมือของพุทธชาดออกเต็มแรง

คนเป็นภรรยาเริ่มหมดความอดทน เขาต้องใช้ความกล้าในตัดสินใจเรื่องสำคัญขนาดนี้เพื่อช่วยอีกฝ่าย แต่สามีจอมสำส่อนของเขากลับถือทิฐิชวนให้น่าโมโหเป็นไหนๆ สุดท้ายพุทธชาดก็เลือกที่จะตบหน้าเรียกสติอีกฝ่ายจนใบหน้าหล่อเหลามีเสน่ห์นั่นหันไปตามแรง

เกิดความเงียบขึ้นหลังจากนั้น

“ผมรู้ว่าคุณไม่ต้องการร่างกายของผม ผมเป็นอัลฟ่าที่ไม่ได้มีกลิ่นฟีโรโมนหอมๆ เหมือนพวกโอเมก้าอย่างที่คุณชอบ แต่นี่มันสถานการณ์ฉุกเฉิน คุณช่วยฝืนทำมันด้วยกันหน่อย มันคงไม่ยากเกินความสามารถของคุณหรอกมั้ง” ราชนิกูลหนุ่มสบดวงตาสีดำคู่สวยที่มองมาอย่างจริงจัง “มันทรมานมากไม่ใช่เหรอ แล้วถ้าคุณไม่ทำคุณจะทนไหวไปได้อีกนานแค่ไหน แน่นอนว่าการเอาโอเมก้ามานอนด้วยน่ะคุณเลิกคิดไปได้เลย ผมไม่ยอมให้คุณทำใครท้องแล้วกลายเป็นข่าวฉาวเด็ดขาด”

“หึ คุณก็ห่วงแต่ชื่อเสียงเหมือนเดิม”

“เพราะมันคือส่วนหนึ่งของชีวิตผม ฉะนั้นถ้าคุณจะกรุณาก็ให้ความร่วมมือกับผมหน่อย”

“ทำอะไรล่ะ?” กัลปพฤกษ์แกล้งถามทั้งที่เข้าใจความหมายที่ภรรยาปากร้ายพูดทุกอย่าง ท่าทางยียวนกวนประสาททั้งที่เหงื่อไหลซึมไปทั่วร่าง ขอบตาแดงระเรื่อ อาการรัทไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย

“ทำเรื่องที่สามีภรรยาเขาทำกัน” พุทธชาดตอบ หากเป็นเวลาอื่นคงต่อว่าอีกฝ่ายด้วยคำพูดเจ็บๆ ไปแล้ว แต่วันนี้เขาเหนื่อยหน่ายใจเกินกว่าจะทำอย่างนั้นได้ลง

เวลาผ่านไปไม่กี่นาทีแต่เหมือนนานหลายชั่วโมง พุทธชาดไม่ได้คาดหวังว่าสามีหนุ่มจะยอมรับง่ายๆ เขารู้ตัวดีว่าไม่ได้ดึงดูดใจหรือเย้ายวนคุณกัลป์มากพอ แต่ก็อย่างที่บอกว่านี่มันเหตุการณ์ฉุกเฉิน อะไรที่พอทำได้ก็ต้องทำ ถ้าหากคุณกัลป์ไม่รับข้อเสนอ ก็มีแต่ต้องรอให้อาหมอมาถึงเท่านั้น ซึ่ง...เขาให้แม่บ้านโทร. ไปบอกแล้วเสียด้วยสิว่าไม่ต้องรีบแล้ว แต่ถ้าสามีงี่เง่าของเขาอยากจะรอก็ตามใจแล้วกัน พุทธชาดถือว่าเขาพยายามโปรดสัตว์แล้ว แต่สัตว์ไม่ต้องการก็ช่วยไม่ได้

ท้ายที่สุดคำตอบที่รออยู่ก็มาถึง

“ก็ได้ แต่ผมบอกไว้ก่อนเลยนะว่ามันจะเป็นแค่เซ็กซ์เพื่อปลดปล่อยให้ผ่านไปเท่านั้น ผมไม่ได้รักใคร่หรืออยากมีอะไรกับคุณแม้แต่นิดเดียว...คุณแก้ว”



เมื่อตกลงกันได้แล้ว พุทธชาดก็หยิบเอาอุปกรณ์ที่ต้องใช้เวลามีเพศสัมพันธ์ออกมา เขาไม่เคยทำกับใครมาก่อน เรียกว่าทั้งชีวิตอัลฟ่าสายเลือดหม่อมราชวงศ์อย่างเขาไม่เห็นว่าเรื่องพวกนี้จำเป็นมากไปกว่างาน หากอยากผ่อนคลายก็แค่ช่วยตัวเองเท่านั้นโดยไม่คิดจะนอนกับใคร ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาทำไม่เป็นอย่างแน่นอน แต่ที่มีของพวกนี้ครบและรู้ขั้นตอนการทำอยู่บ้างเพราะเคยศึกษามาเหมือนอ่านหนังสือให้ความรู้ทั่วๆ ไป ท่าทางของชายหนุ่มจึงไม่ได้ดูงกๆ เงิ่นๆ แต่อย่างใด

“จะไม่ปล่อยมือผมจริงๆ เหรอครับคุณแก้ว ให้ผมช่วยน่าจะดีกว่านะ หึ” กัลปพฤกษ์ข่มความต้องการที่ยังคุกรุ่นเอาไว้ สีหน้าบิดเบี้ยวในบางครั้งเพราะอยากปลดปล่อยเต็มที

“อยู่เฉยๆ ไปเถอะ ผมบอกแล้วไงว่าห้ามคุณแตะต้องตัวผมเด็ดขาดหากผมไม่อนุญาต”

“น่าเบื่ออีกแล้ว คุณนี่มันไม่มีแรงดึงดูดทางเพศเลยจริงๆ เป็นถึงอัลฟ่าแท้ๆ นี่ถ้าเป็นเวลาอื่นผมคงไม่มีทางทำอะไรคุณได้ลงแน่ๆ ไอ้หนูของผมคงไม่แข็งขึ้นมาหากเจอกับความจืดชืดของคุณ”

พุทธชาดนิ่วหน้า อยากจะต่อว่าที่อีกฝ่ายพูดจาหยาบคายใส่เขา แต่ชายหนุ่มก็เลือกที่จะเงียบไปแล้วทำการปลุกเร้ารวมไปถึงขยับขยายให้ตัวเองแทน

ช่องทางด้านหลังของอัลฟ่าไม่เหมือนโอเมก้ายามฮีท มันไม่มีน้ำหล่อลื่นช่วย ดังนั้นเขาจึงต้องทำมันด้วยตัวเอง จะปล่อยผู้เป็นสามีมาทำให้ก็ไม่น่าอภิรมย์เท่าไหร่นัก พอคิดว่านิ้วของผู้ชายตรงหน้ากำลังสอดเข้ามาในร่างกาย ชายหนุ่มก็รู้สึกรับไม่ได้แล้ว อัลฟ่าราชนิกูลเม้มปากแน่นในระหว่างที่กลั้นใจสอดปลายนิ้วชุ่มเจลหล่อลื่นเข้าไปในร่างกายตัวเอง

“อึก...”

ใบหน้าหล่อเหลาขาวซีดลงเล็กน้อยเพราะความเจ็บเสียด พุทธชาดกัดฟันแน่นโดยไม่รู้ตัว พยายามขยับขยายให้ตัวเองพรั่งพร้อมพอที่จะรองรับความต้องการของสามีหน้าไม่อาย ที่เวลานี้กำลังจ้องมองทุกการกระทำของภรรยาอย่างเขาตาไม่กะพริบ

หากเป็นไปได้พุทธชาดก็ไม่อยากตกอยู่ในท่าทางน่าอายเช่นนี้ เขานั่งเอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อย แยกขาทั้งสองข้างออกกว้าง เปิดเผยร่างกายขาวจัดให้กัลปพฤกษ์ได้เห็นจนหมด แผ่นอกกว้าง หน้าท้องที่มีกล้ามเนื้ออ่อนๆ เรียงตัวสวย ไม่ได้หนาแน่นกำยำเหมือนกับผู้เป็นสามี แต่ก็น่ามองไปอีกแบบ

ความเป็นชายของพุทธชาดเริ่มมีปฏิกิริยาไปตามแรงอารมณ์ซึ่งถูกปลุกเร้า ใบหน้าหล่อเหลาที่มักเรียบเฉยหรือแสดงสีหน้าดูแคลนออกมาเวลาอยู่กับสามีไม่ได้เรื่อง ยามนี้กลับแฝงความเจ็บปวดเอาไว้จางๆ กัลปพฤกษ์ที่มองอยู่นานเดาได้ไม่อยากว่าอีกฝ่ายไม่ใคร่จะพอใจนักกับการที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้ แน่ล่ะก็คุณแก้วผู้สูงส่งทำอย่างขอไปที เหมือนกับว่าแค่อยากให้มันจบๆ ไปเท่านั้น พออารมณ์ร่วมมันไม่เกิดมากพอก็ต้องเจ็บเป็นธรรมดา

กัลปพฤกษ์อยากจะหัวเราะเย้ยหยันให้กับคนตรงหน้า คนที่ทำตัวเหมือนอยู่บนยอดพีรามิดเสมอ เวลานี้กลับกำลังเตรียมตัวเองให้พร้อมเพื่อเขา น่าตลกขบขันซะจนแทบทนไม่ไหว แต่ก็รู้สึกนับถืออยู่นิดๆ ที่อีกฝ่ายยอมลงให้เขาถึงเพียงนี้ ทั้งที่ตลอดมาไม่เคยยอมพ่ายแพ้เลยด้วยซ้ำ มีแต่กัลปพฤกษ์เท่านั้นที่มักแพ้อยู่เสมอ

มันน่าอายนะที่อัลฟ่าอย่างกัลปพฤกษ์ ชัยพัฒน์พิมานผู้เก่งกาจ ดันมีคนที่ไม่อาจสู้ฝีปากได้เป็นภรรยา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่าการได้เย้าแหย่คนปากร้ายอย่างคุณแก้วมันทำให้เขาสนุกไม่น้อย

ผ่านไปไม่นานพุทธชาดก็ขยับเข้ามาใกล้ผู้เป็นสามี เขามองส่วนกลางลำตัวของกัลปพฤกษ์ที่กำลังผงาดสู้สายตา ความองอาจนั้นทำให้อัลฟ่าราชนิกูลลังเลใจเล็กน้อย แต่แล้วเขาก็เลือกที่จะสัมผัสมัน เพราะถ้าหากเขาอยากเป็นฝ่ายควบคุม เขาก็ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง

ทันทีที่มือนุ่มอย่างคนไม่ได้ทำงานหนักแตะลงมา ร่างกายของอัลฟ่าผิวแทนก็กระตุกขึ้นมาเบาๆ ความรู้สึกหวามไหวแล่นพล่านไปทั่วร่าง ความต้องการเอ่อล้น อึดอัดจนอยากจะระบายมันออกมาเต็มทนแล้ว กัลปพฤกษ์ทนกับอาการรัทได้จนถึงขนาดนี้ก็ถือว่าเขาใช้ความอดทนหมดไปครึ่งชีวิตแล้วมั้ง

“เลิกจับเฉยๆ แล้วทำอะไรกับมันสักทีคุณแก้ว! ผมทนมามากเกินพอแล้วนะ! คุณจะช่วยผมหรือแกล้งให้ผมอยากจนตายกันแน่วะ!”

“เลิกหยาบคายแล้วพูดกับผมดีๆ ให้ได้เสียก่อน เพราะถึงผมเป็นคนเสนอตัวจะช่วยคุณเอง แต่ก็ไม่ปฏิเสธหรอกนะหากทำให้คุณดิ้นพล่านได้” พุทธชาดสวนกลับอย่างรวดเร็ว เล่นเอาคนฟังกัดฟันกรอด ส่งสายตาคมดุอย่างอยากจะกินเลือดกินเนื้อมาให้

กัลปพฤกษ์กัดฟันกรอด เอ่ยเสียงรอดไรฟันออกมาว่า “ให้ผมยัดไอ้หนูเข้าไปในตัวคุณได้หรือยัง”

คำพูดคำจาหยาบโลนจนพุทธชาดหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ชายหนุ่มพยายามเก็บสีหน้า เคลื่อนกายขึ้นนั่งคร่อมตักแกร่งเอาไว้ เขาสูดหายใจเข้าลึก พยายามผ่อนอาการเกร็งตามข้อมูลที่ได้เคยศึกษามา มือขาวจับความเป็นชายของผู้เป็นสามีให้อยู่นิ่ง แล้วกอดสอดมันผ่านช่องทางคับแคบของตัวเอง

“อึก เจ็บ...” น้ำเสียงทุ้มนุ่มหลุดปากออกมาเบาๆ แต่เพราะอยู่ใกล้กันมากกัลปพฤกษ์จึงได้ยินชัดเจน

อัลฟ่าผิวแทนคำรามเบาๆ ในลำคอ ความอุ่นร้อนรัดแน่นที่กลางกายของเขาจนทำให้เจ็บไปหมด เข้าใจดีว่าผู้เป็นภรรยาไม่เคยทำแบบนี้กับใครจึงออกอาการเกร็งอย่างเห็นได้ชัด แม้จะไม่ได้พิศวาสแต่ถ้าอีกคนยังเจ็บอยู่ เซ็กซ์ครั้งนี้คงผ่านไปได้ยาก

กัลปพฤกษ์มีนโยบายส่วนตัวคือจะไม่ทำให้คู่นอนเจ็บโดยไม่จำเป็น กับโอเมก้าก็แค่ช่วยนิดๆ หน่อยเพราะร่างกายพร้อมรับการมีเพศสัมพันธ์มากกว่าเพศอื่นอยู่แล้ว แต่กับอัลฟ่าด้วยกันแม้ไม่เคยนอนด้วยแต่คิดว่าน่าจะต้องทำให้ผ่อนคลายกว่านี้

“คุณแก้วอย่าเกร็ง ที่คุณรัดผมมันทำให้ผมเจ็บไปด้วย”

“ไม่ต้องอธิบายขนาดนั้น อะ...ผมไม่ได้อยากฟัง” พุทธชาดรีบแย้ง แค่บอกให้เขาไม่เกร็งก็เกินพอแล้ว บีบๆ รัดๆ นั่นจะพูดออกมาทำไมกัน น่าไม่อายเลยสักนิด!

“นี่ คุณควรรู้ไว้นะว่านี่มันคำพูดปกติของคนที่กำลังมีอะไรกัน และนี่ผมก็กำลังช่วยให้คุณไม่ต้องเจ็บด้วย” พูดจบกัลปพฤกษ์ก็สบถออกมายกใหญ่เมื่อแรงบีบรัดมีแต่จะกระตุ้นให้เขาอยากกระแทกเข้าใส่อีกฝ่ายแรงๆ แต่จำต้องฝืนเอาไว้

“ผมไม่สนใจ เพราะงั้นช่วยเงียบสักทีเถอะ”

กัลปพฤกษ์หงุดหงิดซะจนอยากเอาคืน ความคิดที่จะรอให้ภรรยาปากร้ายผ่อนคลายลงมากกว่านี้ปลิวหายไปจากสมอง อัลฟ่าหนุ่มยกสะโพกกระแทกสวนขึ้นไปโดยที่พุทธชาดไม่ทันตั้งตัว ทำให้แก่นกายของเขาจากที่ฝังเข้าไปในตัวภรรยาได้เพียงครึ่งเดียว...ถูกดันเข้าไปจนหมด

“คุณกัลป์!” ใบหน้าของพุทธชาดเหยเกเพราะความเจ็บกับความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง เขาเจ็บ...เจ็บมาก แต่ในความเจ็บก็มีความวูบวาบเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน มันเป็นความรู้สึกที่ราชนิกูลหนุ่มไม่เคยสัมผัสมาก่อน

“เป็นอัลฟ่าแท้ๆ แต่กลับไม่เคยเอาใครมาก่อน คุณเป็นอัลฟ่าที่เสียของมากเลยรู้ไหม”

“ผมบอกให้เงียบไง!”

เสียงกึ่งตวาดนั้นสั่นพร่าจนคนฟังรู้สึกได้ กัลปพฤกษ์อยากจะแกล้งภรรยาปากร้ายอีกสักนิด แต่ตัวเขาเองก็เกินจุดที่จะทนต่อได้ไหวแล้วเหมือนกัน ท้ายที่สุดอัลฟ่าหนุ่มผิวแทนจึงสั่งให้พุทธชาดเป็นฝ่ายนอนลงไป เพื่อที่เขาจะได้เป็นคนควบคุมจังหวะสอดประสานเอง

“นอนลงไปซะ ผมจะขยับเอง”

“ไม่”

“คุณแก้ว คุณทำไม่เป็น ครั้งแรกก็คิดจะออนท็อปให้ผม คุณมั่นใจแค่ไหนว่าจะไม่ทำของผมหัก”

พุทธชาดหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง คำพูดน่าอายเหล่านี้หลุดออกมาจากปากของกัลปพฤกษ์ได้อย่างไม่ยากเย็น ผิดกับเขาลิบลับที่คงไม่มีวันพูดมันออกมาได้แน่...ชายหนุ่มเข้าใจที่สามีบอก จึงยอมเอนกายลงนอนราบไปกับเตียงโดยที่มีร่างสูงกำยำของอัลฟ่าอีกคนโน้มตัวลงตาม การปรับเปลี่ยนท่าทางนี้เป็นไปโดยที่ความร้อนผ่าวไม่ได้หลุดออกจากช่องทางคับแน่นเลยแม้แต่นิดเดียว

“จะดีมากถ้าคุณยอมให้ผมปลดไอ้เนกไทบ้าๆ นี่ออกไปด้วย มันทำให้ผมขยับไม่ถนัด”

“ไม่ ผมไม่ไว้ใจคุณ มือหนักอย่างคุณคงได้เผลอทำให้ร่างกายผมเป็นรอยช้ำ”

ได้ฟังอย่างนั้นร่างสูงก็กลอกตาใส่ทันที “ให้ตายเถอะคุณแก้ว หวงเนื้อหวงอะไรนักหนา น่ารำคาญชะมัด”

“คุณหยุดบ่นแล้วขยับสักทีเถอะ ผม...ผมอึดอัด”

แม้จะขัดใจแต่กัลปพฤกษ์จำต้องสอบสะโพกเข้าหาคนใต้ร่างทั้งที่มือยังถูกมัดอยู่อย่างนั้น เสียงผิวเนื้อกระทบกันเบาๆ ในตอนแรกค่อยๆ ทวีความดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออัลฟ่าผิวแทนจับจังหวะได้อย่างรื่นไหลแล้ว เขากระแทกกระทั้นโดยไม่ยั้งแรง ไม่สนว่าพุทธชาดจะรู้สึกยังไง เวลานี้เขาต้องการปลดปล่อยความต้องการออกมาให้ได้มากที่สุด อาการรัทครั้งแรกของชีวิตเล่นงานเขาเสียจนแทบคลั่งตาย

“อึก เบาลงหน่อย มันเจ็บ”

คำร้องขอจากภรรยาปากเก่งทำให้คนเป็นสามียอมเบาแรงให้แม้จะไม่ชอบใจก็ตาม กัลปพฤกษ์เผลอมองใบหน้าหล่อเหลาของอัลฟ่าผู้สูงส่งอย่างเผลอไผล เขาไม่เคยเห็นคุณแก้วที่กำลังทำสีหน้าแบบนี้มาก่อน มันไม่ได้ยั่วยวนเหมือนโอเมก้าที่เขาเคยนอนด้วย ไม่ได้ชวนมองและเร้าอารมณ์เท่า แต่ดวงตาที่ฉ่ำเพราะหยาดน้ำตานั่น ริมฝีปากที่กัดเม้มเพื่อกลั้นเสียงนั่น อีกทั้งร่างกายที่เต็มไปด้วยความแข็งแกร่งอย่างอัลฟ่า กลับให้ความรู้สึกน่าตื่นเต้นต่อชายหนุ่มเสียอย่างนั้น

กัลปพฤกษ์โน้มหน้าลงหวังกดจูบที่ปากของผู้เป็นภรรยา มันน่าสนใจอย่างน่าประหลาดซะจนเขาอยากลองลิ้มรสปากของคุณแก้วขึ้นมาซะเฉยๆ แต่พุทธชาดกลับเบี่ยงหน้าหนี แม้ไม่พูดออกมาก็ทำให้คนมองเข้าใจได้ว่านี่คือการปฏิเสธ เห็นดังนั้นคนที่กำลังอยู่ในอาการรัทจึงยอมตัดใจ เปลี่ยนเป็นซุกหน้าเข้ากับซอกคอขาวแทน

ทั้งที่คิดว่าคงไม่ได้กลิ่นอะไร ก็ในเมื่ออัลฟ่าไม่ได้มีฟีโรโมนหอมๆ เหมือนพวกโอเมก้า แต่น่าแปลกอีกแล้วที่กัลปพฤกษ์กลับได้กลิ่นหอมจากตัวอีกฝ่าย มันคงเป็นกลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นของครีมอาบน้ำที่ยังหลงเหลืออยู่ก่อนออกไปงานคืนสู่เหย้า

เป็นกลิ่นหอมที่ชายหนุ่มไม่เคยได้กลิ่นที่ไหนมาก่อน เป็นความหอมเฉพาะตัวอย่างไม่ต้องสงสัย

“คุณแก้ว ที่จริงคุณก็ตัวหอมได้เหมือนโอเมก้าเลยนี่”

“ผมไม่ใช่โอเมก้า” น้ำเสียงทุ้มนุ่มพูดขึ้นเสียงแข็ง

“แต่การที่คุณนอนให้ผมสอดใส่เข้าไปก็ไม่ต่างจากโอเมก้าเท่าไหร่เลยนะ”

ดวงตาของราชนิกูลหนุ่มวาววับ ยื่นมือไปจิกทึ้งเส้นผมสีดำสนิทของผู้เป็นสามีเต็มแรงจนคนถูกดึงนิ่วหน้าและร้องออกมาด้วยความเจ็บ หากแต่ยังไม่ทันที่กัลปพฤกษ์จะได้พูดอะไร ผู้เป็นภรรยาก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน

“ผมเป็นอัลฟ่า...อย่าเอาผมไปเทียบกับบรรดาเด็กๆ โอเมก้าของคุณ!”

“ครับๆ ยอมแล้วทูนหัว หึๆ”

สะโพกสอบกระทั้นกายหนักๆ จนทำให้คนใต้ร่างที่มัวแต่โกรธไม่ทันตั้งตัว หลุดเสียงร้องครางออกมาเบาๆ แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้หัวใจของสามีหนุ่มเต้นระรัวขึ้นมาอย่างน่าแปลก พอมองดูดีๆ แล้วทั้งหมดทั้งมวลที่คุณแก้วกำลังแสดงออกให้เขาเห็นอยู่ใต้ร่างเขามันก็น่ามองดีไม่น้อย กัลปพฤกษ์เพิ่งรู้ตัวเอาในตอนนี้เองว่าภรรยาอัลฟ่าของเขา...

แท้จริงไม่ได้จืดชืดอย่างที่ชายหนุ่มเคยสบประมาทเอาไว้

.

.

.

ได้กันเพราะจำเป็น แต่มีคนถูกใจเขาเฉยเลยค่าาาา โถๆๆ ไอ้คนสำส่อน! 555555555555


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-03-2021 15:06:57 โดย Hazel_nut »

ออฟไลน์ lolli_candy99

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 61
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
รอดูคนปากดีค่ะ 555555555555

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2343
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
รอดูคนปากดีเสียฟอร์ม  เป็นฉากที่นึกไม่ถึงจริงๆ ไม่รู้จะอารมณ์ไหนดีระหว่างฟินจิกหมอน หรือฟังโต้วาที  :laugh:

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1977
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-1

ออฟไลน์ PooriPong

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 1
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
คุณแก้วของน้องงงงงงงง

ออฟไลน์ Hazel_nut

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 158
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +163/-3

บทที่ 8

ทำได้เพียงแค่คิด ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง




พุทธชาดตื่นขึ้นเองตามเวลาปกติ ราวกับว่าเขาฝังนาฬิกาปลุกไว้ในเซลล์ของร่างกาย แม้จะเหนื่อยล้าหรือนอนดึกมากแค่ไหน แต่อัลฟ่าหนุ่มก็มักจะตื่นขึ้นมาในเวลานี้เสมอไม่เว้นแม้กระทั่งวันหยุด หรือแม้แต่ตอนนี้...ที่เขาเพิ่งจะผ่านค่ำคืนอันแสนหนักหน่วงเป็นครั้งแรกมา เหตุเพราะสามีของเขาเกิดอาการรัทขึ้นอย่างกะทันหัน

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเปิดปรือขึ้น ใช้เวลาหลายนาทีอยู่เหมือนกันกว่าที่พุทธชาดจะเรียกสติของตัวเองมาได้ และสิ่งแรกที่เขาสัมผัสถึงมันได้...ก็คือท่อนแขนหนักๆ ซึ่งพาดทับอยู่บนเอวของชายหนุ่ม

ราชนิกูลหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาก้มมองสภาพของตัวเองที่ตอนนี้เปลือยเปล่าไร้เสื้อผ้าปกปิด จากนั้นพุทธชาดก็รู้สึกได้ถึงความเปรอะเปื้อนเหนียวเหนอะบนร่างกาย เมื่อคืนเขาเป็นที่รองรับอารมณ์ให้กับกัลปพฤกษ์จนหมดสติไปตอนไหนก็จำไม่ค่อยได้นัก ชายหนุ่มจำได้เพียงว่าเขาไปถึงปลายทางของอารมณ์ตามกลไกของร่างกายอยู่สองสามครั้ง

แน่นอนว่าเขาจะไม่พูดถึงความคิดหรือความรู้สึกของตัวเองออกมาให้ใครรู้เด็ดขาด สิ่งเดียวที่เขาจะพูดออกมามีเพียงแค่...ทุกอย่างนั้นเกิดจากความจำเป็น เขาไม่ได้ต้องการมันแต่ทำเพราะโปรดสัตว์เท่านั้น

อัลฟ่าหนุ่มดึงแขนของสามีออกจากตัว เขาตั้งท่าจะลุกลงจากเตียง แต่ยังไม่ทันได้ขยับกายไปไหนก็ถูกแขนแกร่งข้างเดิมกอดรั้งเอาไว้ซะก่อน ไม่นานหลังจากนั้นเสียงทุ้มหากแต่แหบพร่าก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

“จะรีบลุกไปไหนกันล่ะครับคุณแก้ว กว่าจะได้นอนก็เกือบเช้าเลยนะ”

“ผมจะไปอาบน้ำ” พุทธชาดเพิ่งรู้ตัวเอาตอนที่พูดออกมาว่าเสียงของเขาเองก็แหบแห้งไม่ต่างกัน เขารู้สึกหิวน้ำขึ้นมาทันที “คุณกัลป์ ปล่อยผมได้แล้ว”

“น่าๆ อย่าเพิ่งสิ มาทำกันอีกสักรอบแล้วค่อยลุกก็ยังไม่สายนะ”

เรียวคิ้วของอัลฟ่าราชนิกูลขมวดเข้าหากันยิ่งกว่าเดิม “ผมคิดว่าเราควรคุยกัน”

“เรื่อง?”

พุทธชาดไม่ได้ตอบในทันที ร่างสูงสง่าสะบัดแขนของผู้เป็นสามีออกไปอีกครั้งแล้วรีบลุกจากเตียง เขายืนอยู่ข้างเตียงพลางกอดอกมองอัลฟ่าหนุ่มผิวแทนบนเตียง ไม่นำพาต่อร่างกายที่ไร้สิ่งใดปิดบัง ปล่อยให้กัลปพฤกษ์ใช้สายตากรุ้มกริ่มมองต่อไป แม้เขาจะรู้สึกไม่ค่อยชอบใจสายตาของอีกฝ่ายเท่าไหร่ก็ตาม

“เมื่อคืนเป็นเหตุสุดวิสัย ผมไม่ได้ต้องการมีอะไรกับคุณ แต่ที่ผมยอมให้คุณทำก็เพราะผมไม่ต้องการให้คุณไปนอนกับโอเมก้าที่ไหนแล้วพลาดพลั้งทำอีกฝ่ายท้องขึ้นมา” พุทธชาดเชิดใบหน้าขึ้นอีกนิดแล้วกดดวงตาลงมองต่ำ เขาทำเหมือนอย่างทุกครั้ง...สายตาที่ใช้มองสิ่งมีชีวิตน่าสมเพชสักชนิดอยู่ “ผมถือว่าผมทำทานโปรดสัตว์”

“คุณหาว่าผมเป็นสัตว์งั้นเหรอ!?”

กัลปพฤกษ์ฟังอย่างสงบมาตลอด แต่พอโดนด่าก็ถึงกับตื่นเต็มตา เขาลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับภรรยาจอมปากร้าย เอื้อมมือไปกอบกุมต้นแขนของอีกฝ่ายแล้วบีบมันแน่นเพื่อระบายความโกรธ

คนโดนบีบไม่สะท้านสะเทือนใดๆ ทั้งสิ้น ราชนิกูลหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกพลางแกะมือข้างนั้นออกจากแขนตนเอง แน่นอนว่าสามีของเขาไม่ยอมปล่อยเช่นกัน หลังยื้อยุดกันพักใหญ่ ในที่สุดพุทธชาดก็สามารถเอาชนะได้และก้าวถอยหลังออกไปหลายก้าว

“ถอยออกไปให้ห่างจากผมนะคุณกัลป์!”

“ทำไม? เอาก็เอากันแล้ว แต่ตัวอีกนิดอีกหน่อยคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง”

“อย่าใช้คำพูดคำจาหยาบคายกับผม!”

กัลปพฤกษ์แค่นเสียงหัวเราะขึ้นจมูก สองเท้าก้าวเข้าไปใกล้ผู้เป็นภรรยามากขึ้น ไล่ต้อนจนแผ่นหลังของพุทธชาดจนมุมชนเข้ากับผนังห้อง เห็นดังนั้นอัลฟ่าผิวแทนก็รีบคร่อมแขนทับเอาไว้ กั้นไม่ให้อีกฝ่ายได้หนีไป...ดวงตาของทั้งคู่สบกันในระยะประชิด

“ก็แค่คำว่า ‘เอา’ เองนะคุณภรรยา ทำเป็นรับฟังไม่ได้งั้นเหรอ? แล้วถ้าผมใช้คำที่มันรุนแรงกว่านี้ล่ะ คุณจะอกแตกตายหรือเปล่า?”

“กัลปพฤกษ์! ถอยออกไปให้ห่างจากผมเดี๋ยวนี้” พุทธชาดเอ่ยเสียงหนัก ย้ำคำพูดเดิมอีกครั้ง “แล้วก็กลับไปห้องของคุณได้แล้ว”

“นี่ก็ห้องผมเหมือนกัน ห้องหอของเราแท้ๆ แถมเมื่อคืนเรายังเข้าหอด้วยกันไปแล้วด้วย ทำไมคุณยังคิดจะไล่ผมไปอีก” อัลฟ่าผิวแทนยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้างดงามราวรูปสลักของภรรยาที่เขาคิดมาตลอดว่าน้ำราญ แต่แท้ที่จริงภายใต้ความน่ารำคาญนั้นก็ยังเต็มไปด้วยความน่าหลงใหล ชายหนุ่มกระซิบแผ่วเบา “แค่คิดถึงเสียงครางของคุณเมื่อคืนผมก็แทบจะแข็งขึ้นมาอีกรอบแล้วสิ”

พุทธชาดทนฟังไม่ได้อีกต่อไป อัลฟ่าหนุ่มสวนหมัดซัดเข้าหน้าท้องของสามีจอมหยาบคายเต็มแรง เล่นเอาคนถูกต่อยจุกจนเซถอยหลังและกุมท้องงอตัวลง ใบหน้าหล่อเหลาของอัลฟ่าผิวแทนบิดเบี้ยวจนดูไม่ได้

“ผมเตือนแล้วนะว่าให้ถอยออกไป”

“คุณแก้ว! คุณจะเล่นตัวอะไรนักหนา อึก...” ตวาดเสียงใส่ภรรยาเสร็จก็กลับไปกลั้นหายใจหวังลดทอนความเจ็บปวดลง แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ค่อยได้ผลนัก กัลปพฤกษ์ต้องหายใจเข้าออกช้าๆ อยู่ชั่วครู่กว่าจะพูดออกมาได้อีกครั้ง “เราเป็นผัวเมียกัน มีเซ็กซ์กันแล้ว เรื่องแบบนี้มันผิดตรงไหน!?”

“คุณลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าเราแต่งกันเพราะความจำเป็น ผมไม่ได้ต้องการเป็นอะไรกับคุณมากไปกว่าสามีภรรยาแค่ในนาม และต้องให้ผมย้ำอีกงั้นเหรอว่าเมื่อคืนผมเสียสละตัวเองช่วยคุณก็เพราะมันจำเป็น” พุทธชาดอธิบายอย่างใจเย็น ชายหนุ่มก้าวเท้าเร็วๆ ไปคว้าเอาชุดคลุมอาบน้ำมาใส่ มัดเชือกเสร็จก็คว้าผ้าเช็ดตัวที่ยังไม่ได้ใช้โยนไปให้ผู้เป็นสามี “สวมปิดท่อนล่างที่น่ารังเกียจของคุณซะแล้วออกไปจากห้องของผม”

“ถึงจะน่ารังเกียจแต่ก็ทำให้คุณครางจนเสียงแหบเสียงแห้งได้แล้วกัน”

พุทธชาดอยากจะขว้างปาของใส่อีกฝ่ายเป็นการระบายอารมณ์เคืองโกรธนัก แต่นั่นไม่ใช่นิสัยของเขา สุดท้ายอัลฟ่าราชนิกูลจึงทำเพียงแค่เก็บงำความรู้สึกเหมือนเช่นทักครั้ง แล้วเอ่ยย้ำอีกรอบ...

“มันจะไม่มีครั้งต่อไปแน่คุณกัลป์”

“งั้นเหรอ?” อัลฟ่าหนุ่มผิวแทนเลิกคิ้ว เหยียดยิ้มเย้ยหยัน “แล้วผมจะรอดูว่าคุณจะต่อต้านผมได้นานแค่ไหน”

“ออกไป”

พอโดนย้ำเป็นครั้งที่สาม กัลปพฤกษ์ก็ยอมล่าถอยไปได้สักที คล้อยหลังบานประตูห้องนอนที่ปิดลง พุทธชาดที่ทนยืนอยู่นานก็พาตัวเองทรุดลงนั่งบนเตียง เขาเม้มปากสะกดกลั้นความเจ็บเสียดที่ด้านหลัง ก่อนจะผ่อนลมหายใจยาวและได้แต่คิดสงสัยว่าสามีจอมสำส่อนของเขาได้รับความกระทบกระเทือนทางสมองหรืออย่างไร ถึงได้ทำเหมือนอยากจะมีอะไรกับเขาอีกครั้ง ทั้งที่เป็นคนบอกเองไม่ใช่หรือไงว่าเขาจืดชืดแถมยังน่าเบื่อ หรือการได้เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขามันทำให้อีกฝ่ายสนุกมากจนอยากจะทำซ้ำสอง

ถ้าเป็นอย่างที่เขาคิด...กัลปพฤกษ์ในสายตาเขาก็เป็นผู้ชายน่ารังเกียจโดยสมบูรณ์แล้ว
.
.
.
ตลอดทั้งวันพุทธชาดอยู่แต่ในห้องทำงาน แม้ไม่ได้ไปบริษัทแต่เขาก็ยังมีงานอีกมากมายให้ต้องรับผิดชอบ โชคดีที่กัลปพฤกษ์เองก็จำต้องออกไปทำงานเร่งด่วนบางอย่าง ทั้งบ้านจึงเหลือแค่เขาเพียงคนเดียวเท่านั้น แน่นอนว่านี่เป็นอะไรที่ชายหนุ่มพึงพอใจอย่างมาก

เขาทำงานแทบไม่ได้พัก นิสัยบ้างานแก้เท่าไหร่ก็ไม่หายและมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นด้วยซ้ำ หากพ่อกับแม่กลับมาแล้วเห็นว่าเขาเป็นแบบนี้ คงได้เรียกไปว่ากล่าวตักเตือนยกใหญ่ อาจลามไปจนถึงไล่ให้เขากับกัลปพฤกษ์ไปฮันนีมูนกันอีกรอบ เหตุเพราะเห็นว่าเขาให้ความสำคัญกับงานมากกว่าการเอาใจใส่ผู้เป็นสามี แค่คิดพุทธชาดก็เผลอถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความเหนื่อยหน่ายใจเสียแล้ว

อัลฟ่าราชนิกูลทิ้งแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้ เพราะอยู่คนเดียวจึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาเห็นท่าทางไม่สง่างามของตัวเอง หลังจากทำงานมาทั้งวันโดยที่เขาพักทานมื้อเที่ยงไปนิดเดียวเท่านั้น ไหนจะเมื่อคืนที่ใช้ร่างกายไปกับการช่วยเหลือสามีจอมสำส่อนนั่น ตอนนี้ร่างกายจึงเริ่มออกอาการประท้วงว่าเหนื่อยล้าเกินกว่าจะทนไหวแล้ว

พุทธชาดเป็นอัลฟ่า และอัลฟ่ามีความแข็งแกร่งกว่าเพศรองอื่นๆ อยู่หลายส่วน แต่ยังไงซะไม่ว่าอัลฟ่า เบต้า หรือโอเมก้าก็ล้วนแล้วแต่เป็นมนุษย์ เมื่อถึงจุดๆ หนึ่งที่โหมใช้พลังงานชีวิตของตนเองมากเกินไป ก็มีสิทธิ์ที่จะป่วยได้ไม่ว่าจะเป็นเพศไหนก็ตาม

ขมับที่ปวดตุบๆ กำลังบอกชายหนุ่มว่าเขาเข้าใกล้คำว่าไม่สบายเข้าไปทุกที และมันถึงเวลาที่อัลฟ่าหนุ่มต้องหยุดทุกอย่างเพื่อไปทานมื้อเย็น รวมไปถึงการกินยาแก้ไข้และเข้านอนก่อนเวลาปกติสักเล็กน้อย...นั่นคือแผนการทั้งหมดที่พุทธชาดคิดเอาไว้

มันคงจะเป็นไปตามนี้หากไม่ใช่เพราะผู้เป็นสามีของเขากลับมาบ้านในตอนหัวค่ำ หลังเขาจัดการมื้อเย็นและยาที่แม่บ้านจัดหามาให้เสร็จพอดี เมื่อกัลปพฤกษ์เห็นเขา อีกฝ่ายก็เอ่ยทักอย่างอารมณ์ดี ใบหน้าหล่อเหลานั้นเผยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม...ในแบบที่ทำให้พุทธชาดรู้สึกว่ามันน่าประหลาด

ปกติสามีของเขามักจะมีแต่รอยยิ้มยียวนกวนประสาทไม่ก็เยาะหยันให้เขามากกว่า วันนี้เกิดอะไรขึ้นกับอีกฝ่าย ทำไมถึงได้มีท่าทีแปลกไปอย่างนี้ล่ะ?

“ไงคุณภรรยา ทานข้าวไม่รอผมเลยนะครับ”

กัลปพฤกษ์พูดขึ้น อัลฟ่าผิวแทนก้าวเท้าไวๆ เข้ามาหา แต่ยังไม่ทันได้เข้าใกล้พุทธชาดในระยะหนึ่งเมตรเลยด้วยซ้ำ ภรรยาจอมเย็นชาของเขาก็เดินหนีไปเสียก่อน โดยไม่แม้แต่จะกล่าวทักทายกลับมาแม้แต่คำเดียว และนั่นทำให้คนโดนเมินไม่พอใจ ถึงอย่างนั้นวันนี้ชายหนุ่มก็อารมณ์ดีเกินกว่าจะอยากหาเรื่องทะเลาะ ดังนั้นเขาจึงทำเพียงก้าวเท้าไวๆ ตามไปรั้งข้อศอกของภรรยาอัลฟ่าเอาไว้ ด้วยน้ำหนักมือที่ไม่หนักแต่ก็ไม่เบาจนเกินไป

ความอ่อนโยนเพียงเล็กน้อยที่ทำให้พุทธชาดยิ่งไม่เข้าใจและสงสัยเข้าไปใหญ่ ปกติกัลปพฤกษ์ต้องกระชากเขาแรงๆ แล้วสิ ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกับอีกฝ่ายกันแน่

“คุณกัลป์ คุณเมาหรือเปล่า?”

คนถูกถามเลิกคิ้ว “ผมดูเหมือนคนเมางั้นเหรอ?”

“ไม่ แต่คุณดูไม่เหมือนทุกครั้ง”

“ยังไงครับ”

พุทธชาดลอบถอนหายใจเบาๆ กวาดสายตามองสามีหนุ่ม มองมือที่ยังจับข้อศอกของเขาเอาไว้นานกว่าเล็กน้อย ก่อนสุดท้ายจะวกกลับขึ้นมาสบดวงตาคมกริบสีดำสนิท ที่ตอนนี้มันเต็มไปด้วยประกายระยับเหมือนกำลังสนุกในอะไรสักอย่างอยู่ เป็นสายตาในแบบที่พุทธชาดไม่ไว้วางใจ และรู้สึกว่าแบบนี้ต่างหากที่เรียกว่า ‘เป็นปกติ’ ของอีกฝ่าย

“วันนี้คุณไม่หาเรื่องผม”

“เพราะวันนี้ผมอารมณ์ดีล่ะมั้ง” กัลปพฤกษ์หัวเราะ เขาขยับเข้ามาใกล้ผู้เป็นภรรยามากกว่าเดิม โน้มใบหน้าลงเหมือนว่าจะจูบแก้ม แต่พุทธชาดเบี่ยงหน้าหลบพลางถอยหนีก่อนที่เขาจะทันได้แตะปลายจมูกโดนแก้มขาวด้วยซ้ำ เห็นดังนั้นอัลฟ่าผิวแทนก็เคลื่อนใบหน้าไปกระซิบข้างใบหูแทน “คืนนี้ผมนอนด้วยได้หรือเปล่าที่รัก”

คนฟังมุ่นคิ้ว เมื่อเช้าเพิ่งจะทะเลาะกันไปแถมเขายังไล่อีกฝ่ายออกจากห้องด้วย แต่ตกเย็นกลับมาขอนอนด้วย อะไรทำให้สามีจอมเจ้าชู้ของเขาอารมณ์ดีจนทำพฤติกรรมประหลาดได้ขนาดนี้

ถึงจะสงสัย แต่พุทธชาดก็ไม่ได้อยากก้าวก่ายเรื่องของกัลปพฤกษ์ เรื่องเดียวที่เขาจะคาดคั้นเอาความจากเจ้าตัว ก็คือเรื่องใดๆ ก็ตามที่อาจส่งผลต่อชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลเท่านั้น

“ไม่ครับ”

“ไม่เอาน่า เมื่อคืนเราก็นอนด้วยกันแท้ๆ” กัลปพฤกษ์ยิ้มกรุ้มกริ่ม “นอนแบบแนบชิดสนิทกันจนเป็นหนึ่งเดียวเลยนะ คืนนี้เรามานอนแบบนั้นกันอีกดีกว่า คุณแก้วไม่อยากเหรอ”

พุทธชาดเข้าใจความหมายของคำว่านอนที่สามีอัลฟ่าของเขาพูดถึงแล้ว และนั่นปลุกเอาความขุ่นเคืองให้เกิดขึ้นในใจชายหนุ่มทันที เขาผลักร่างที่มีขนาดตัวพอๆ กับเขาให้ถอยห่างออกไป ข่มกลั้นอารมณ์ที่ปะทุเหมือนลูกไฟอยู่ในอกแล้วตอบเสียงเรียบเฉยเย็นชาเหมือนเช่นทุกครั้ง

“ถ้าคุณอยากหาคนมานอนด้วยแก้เหงา ก็ไปหาที่อื่น ผมไม่ใช่เหยื่อปลดปล่อยอารมณ์ใคร่ของคุณ”

“แต่คุณเป็นภรรยาผม และนี่ก็ถือเป็นหน้าที่ของภรรยาเหมือนกัน”

“การสำเร็จความใคร่ให้คนมักมากอย่างคุณ เห็นทีผมคงทำหน้าที่นั่นได้ไม่ดีพอหรอกครับ” ราชนิกูลหนุ่มยังคงเอ่ยปฏิเสธอย่างใจเย็น “ผมยังยืนยันคำเดิมว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเป็นเพราะสถานการณ์บังคับ และมันจะไม่มีครั้งต่อไปอีก”

“แล้วถ้าเกิดผมรัทขึ้นมาอีกล่ะ คุณจะให้ผมไประบายกับโอเมก้ารึไง บอกเองแท้ๆ ว่าไม่อยากให้ผมเผลอไปทำใครท้องเข้า แต่พอผมจะ ‘เอา’ คุณแทน คุณกลับปฏิเสธซะอย่างนั้น” กัลปพฤกษ์เริ่มไม่สบอารมณ์ขึ้นมาบ้างแล้ว

คู่สามีภรรยายืนมองหน้ากันอยู่นาน ท่ามกลางความเงียบที่ล้อมรอบตัวของพวกเขาเอาไว้ ไม่มีใครพูดอะไรราวกับจะหยั่งเชิงกันและกัน พุทธชาดไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าสามีจอมสำส่อนของเขาเกิดเป็นบ้าอะไรขึ้นมาถึงได้ทำเหมือนอยากจะนอนกับเขานัก

ที่สุดแล้วอัลฟ่าชนชั้นสูงก็พูดขึ้น “ถ้าคุณอยากนัก ทำไมไม่ไปหาโอเมก้าที่คุณเก็บๆ เอาไว้ล่ะครับ ตอนนี้คุณไม่ได้รัทแล้ว ไม่เห็นความจำเป็นที่ผมจะต้องช่วยคุณแต่อย่างใด”

“เพราะผมไม่ได้อยากเอาโอเมก้าน่ะสิ!” กัลปพฤกษ์โพล่งขึ้นเสียงดัง ดวงตาคู่คมจ้องใบหน้าขาวเนียนของภรรยาอัลฟ่าแล้วเน้นถ่อยคำต่อจากนี้ชัดๆ “ผมอยากเอากับคุณแก้วต่างหาก!”

คนฟังอยากจะเอาน้ำล้างหูเหลือเกิน จะมีสักครั้งไหมที่สามีของเขาจะไม่พูดจาหยาบคายหรือหยาบโลนแบบนี้ ทุเรศสิ้นดี ในตัวของกัลปพฤกษ์มีอะไรดีๆ บ้างไหมนอกจากหน้าตา ฐานะ และความรู้ความสามารถ พฤติกรรมย่ำแย่ เอาแต่ใจและเห็นแก่ตัว มั่วซั่วสำส่อนเกินจะทนรับไหวจริงๆ

ต่อว่าต่อขานอีกฝ่ายในใจเสร็จ พุทธชาดก็กอดอกพลางถอนหายใจแล้วเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “คุณเคยบอกว่าชอบกลิ่นหอมๆ ของพวกโอเมก้า”

“แล้วยังไง?”

“คุณเคยบอกว่าไม่มีทางนอนกับผมเพราะผมไม่ได้มีกลิ่นหอมเหมือนพวกเขา” คนเป็นภรรยายังคงพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉยราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไรในสิ่งที่พูดออกมา “คุณบอกเองว่าผมจืดชืด น่าเบื่อ น่ารำคาญ แล้วทำไมตอนนี้คุณกลับกำลังทำเหมือนอยากได้ผมนักหนา”

กัลปพฤกษ์ถึงกับนิ่งงันไปเมื่อได้ยินคำถาม เขาสบตากับภรรยาที่เคยย้ำอยู่หลายครั้งหลายหนว่าอีกฝ่ายไร้เสน่ห์ดึงดูดใจมากแค่ไหน แต่ตอนนี้...ตอนนี้เขากลับอยากได้โอกาสในการลิ้มรสชาติหอมหวานบนเตียงกับคุณแก้วอีกสักครั้ง เรื่องนี้วนเวียนอยู่ในหัวสมองของอัลฟ่าหนุ่มมาตลอดแทบทั้งวัน และเพราะเขาปรารถนามันอย่างแรงกล้า เขาถึงต้องมายืนต่อล้อต่อเถียงกับคุณแก้วอยู่แบบนี้

ชายหนุ่มเพียงนึกเสียดายขึ้นยามเมื่อคิดได้ว่าแท้จริงแล้วเขามีของดีอยู่ใกล้ตัว แม้ภรรยาของเขาจะไม่มีกลิ่นหอมของฟีโรโมนอันน่าหลงใหล แต่ก็มีกลิ่นกายที่ชวนให้ติดตรึงใจ ไหนจะท่าทางที่ไร้เดียงสาแต่กลับตอบรับเขาทุกจังหวะยามร่างกายของเราสอดประสานกัน

ความแข็งแกร่งแบบอัลฟ่าเข้ามาแทนที่ความอ่อนนุ่มของโอเมก้า ร่างกายที่มีขนาดตัวพอๆ กัน พละกำลังใกล้เคียงกัน มัน...ให้ความรู้สึกแตกต่างกันเป็นอย่างมาก หากจะให้กัลปพฤกษ์หาคำนิยามมาบอกเล่าความต้องการของชายหนุ่มในตอนนี้ เห็นทีจะมีแค่เหตุผลเดียวเท่านั้นที่ทำให้เขาอยากมีเซ็กซ์กับพุทธชาดอีก

นั่นก็เพราะมันแปลกใหม่จนอยากได้ลองอีกครั้ง หรืออย่างน้อยก็จนกว่าเขาจะเบื่อ

หากพุทธชาดได้รับรู้ความคิดของผู้เป็นสามี คงไม่พ้นด่าว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ชายสำส่อนน่ารังเกียจอีกแน่

“คุณกัลป์ ผมคิดว่าคุณควรกลับไปพักผ่อนแล้วคิดทบทวนการกระทำของตัวเองดีกว่านะครับ คุณน่ะเหรอจะอยากมีอะไรกับภรรยาที่ไม่ชอบหน้าอย่างผม...”

“แล้วถ้าผมบอกว่าใช่ล่ะ”

กึก

พุทธชาดที่กำลังพูดเพื่อตัดบทเป็นอันต้องชะงักงันกับคำตอบที่ไม่ได้คาดคิดว่าจะได้รับ เขามองใบหน้าหล่อเหลาของอัลฟ่าหนุ่มผิวแทนนิ่ง จะอย่างไรเขาก็ไม่เข้าใจสิ่งที่กัลปพฤกษ์คิดในตอนนี้เลยแม้แต่นิดเดียว จากที่ทำท่าว่าไม่ชอบเขา ไม่มีทางทำอะไรเขาได้ลง แต่แค่เขาช่วยเหลือให้ผ่านอาการรัทไปเพียงคืนเดียวก็อยากจะมีอะไรกับเขาขึ้นมางั้นเหรอ?

สามีของเขาใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยการขับเคลื่อนของอารมณ์ทางเพศหรือยังไง

“สมองคุณต้องมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นแน่ๆ คุณกัลป์”

“ผมรู้ตัวดีว่าผมต้องการอะไร สมองของผมยังปกติอยู่”

“วันนี้นอกจากคุณจะไม่ชวนผมทะเลาะ หรือพูดจาหยาบคายเหยียบย่ำความรู้สึกของผมแล้ว ยังมาพูดจาซื่อตรงจริงใจเพียงเพราะต้องการมีอะไรกับผม ไม่คิดเหรอว่าที่คุณทำอยู่ตอนนี้มันไม่ใช่ตัวคุณเลย” พุทธชาดยังคงไม่ยอมแพ้ที่จะชี้ให้ผู้ชายตรงหน้าเห็นว่าตัวเองผิดปกติที่ตรงไหน

แต่กัลปพฤกษ์เองก็ยังยืนยันคำเดิม “ผมก็แค่อยากนอนกับคุณอีก จนกว่าผมจะเบื่อก็ได้”

คำพูดนั้นทำให้พุทธชาดนิ่งค้าง อัลฟ่าราชนิกูลผู้สูงศักดิ์สูดหายใจเข้าลึก แท้จริงแล้วสามีไม่ได้เรื่องของเขาก็แค่ต้องการแก้เบื่อด้วยของแปลกใหม่อย่างเขาก็เท่านั้น...เท่านั้นเองจริงๆ ดังนั้นถึงได้พยายามทู่ซี้ไม่เลิกอย่างนี้

แม้จะเดาได้แต่แรก แต่การได้ยินคำยืนยันชัดๆ จากปากของร่างสูง ก็ทำให้พุทธชาดไม่ชอบใจอยู่ดี

“จำเอาไว้นะครับคุณกัลป์ ว่ามันจะไม่มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นกับเราอีก ครั้งหน้าหากคุณรัทผมก็จะทำเพียงแค่ฉีดยาระงับอาการให้คุณ แล้วปล่อยให้คุณทุรนทุรายไปจนกว่ายาจะออกฤทธิ์ หรือจนกว่าอาการรัทของคุณจะหายไปเอง”

“นี่คุณแก้ว มันไม่เกินไปหน่อย...”

“ผมไม่ใช่ของเล่นแก้เบื่อของคุณ เพราะฉะนั้นคุณทำได้แค่คิดเท่านั้นครับ”

“...”

“คุณไม่มีสิทธิ์ได้แตะต้องผมแบบเมื่อคืนอีกแน่”

พูดจบพุทธชาดก็เดินหนีกลับขึ้นห้องนอนทันที ทิ้งให้กัลปพฤกษ์ยืนอยู่ที่เดิมนานหลายนาที กว่าที่อัลฟ่าหนุ่มผิวแทนจะได้สติกลับมา แผ่นหลังมั่นคงของผู้เป็นภรรยาก็หายลับไปเสียแล้ว ชายหนุ่มพ่นลมหายใจแรงอย่างหงุดหงิด เขากำมือแน่นก่อนจะหันไปทุบผนังใกล้ๆ เต็มแรงจนแทบเรียกเลือด

เขาเพิ่งค้นพบว่าเจอของดีอยู่ใกล้ตัว ของดีที่เขาปรามาสมาตลอดว่าไม่มีวันทำให้เขามีความสุขได้ แต่เมื่อคืนเขาได้พิสูจน์แล้วว่าความคิดที่ผ่านมาของเขามันผิด และเขาต้องการอีกฝ่ายมาร่วมเตียงด้วยอีกครั้ง แต่เขาไม่อาจทำได้อย่างที่ใจคิด มันไม่ง่ายดายเอาซะเลย

คุณแก้วไม่ใช่โอเมก้า อีกฝ่ายเป็นอัลฟ่าที่มีสัญชาตญาณแข็งแกร่งเหมือนกันกับเขา กัลปพฤกษ์ไม่อาจบงการเจ้าตัวได้เหมือนที่ทำกับโอเมก้าเหล่านั้น ตอนนี้ชายหนุ่มจึงได้แต่รู้สึกเสียดาย

“โธ่เว้ย!”

มีของดีใกล้ตัวแต่รู้ตัวช้าไป การจะได้มาคงไม่ง่ายดายเอาเสียเลย

แต่เขาไม่มีทางยอมแพ้หรอก...ไม่มีวัน!





_____________

ย้ำคำพูดในใจของคุณแก้วที่มีต่อสามีอีกครั้ง...

'สามีของเขาใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยการขับเคลื่อนของอารมณ์ทางเพศหรือยังไง'

55555555555555555555555555555555555555555555555555




ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1977
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-1

ออฟไลน์ lolli_candy99

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 61
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
คุณแก้วใจแข็งมากกกก

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2343
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
สมน้ำหน้า สบประมาทคุณแก้วเอาไว้เยอะนัก โดนตอกหน้าหงายไปเลย  :laugh:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Hazel_nut

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 158
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +163/-3

บทที่ 9

ไม่มีวันจะรักกัน ไม่มีทางเป็นอย่างนั้น




จู่ๆ คุณพ่อกับคุณแม่ก็กลับจากไปเที่ยวโดยไม่บอกล่วงหน้า ทำเอาพุทธชาดตั้งตัวไม่ทัน ดีที่พวกท่านโทร. มาบอกเขาตอนที่ลงจากเครื่องแล้ว ทำให้อัลฟ่าหนุ่มยังพอมีเวลาสั่งแม่บ้านให้ย้ายข้าวของของผู้เป็นสามี กลับมาที่ห้องนอนของเขาตามเดิม

กัลปพฤกษ์ถึงกับหัวเราะด้วยความชอบใจ เขารู้ว่ายังไงซะก็ต้องได้กลับมานอนกับผู้เป็นภรรยาไม่วันใดก็วันหนึ่ง แต่การได้เห็นสีหน้าไม่พอใจของคุณแก้วแล้วเขาก็อดที่จะบันเทิงใจไม่ได้ การได้เห็นคนสมบูรณ์แบบมีเรื่องที่ไม่อาจหาทางออกได้ก็เป็นอะไรที่สะใจไม่น้อย

แต่ในความสะใจก็มีความสมใจอยากอยู่ด้วย กัลปพฤกษ์ตั้งใจแล้วว่าเขาจะหาทางลากคุณภรรยาขึ้นเตียงอย่างเต็มใจให้ได้ และการนอนห้องเดียวกันก็เป็นขั้นเริ่มต้นที่ดี

“เราควรจู๋จี๋กันให้พวกท่านเห็นสักนิดสักหน่อยนะคุณแก้ว”

“ไม่จำเป็นครับ...คุณกัลป์!” พุทธชาดแทบจะตวาดออกไปเมื่อจู่ๆ ถูกดึงเข้าไปกอด พยายามดิ้นหนีก็ถูกรัดแน่นมากขึ้น

“อย่าดิ้นสิครับ พ่อแม่คุณอาจจะมาเห็นเข้าก็ได้นะ”

“อย่าฉวยโอกาสกับผมแบบนี้”

“ผมไม่ได้ทำอะไรนอกจากกอดภรรยา แบบนี้เรียกว่าฉวยโอกาสงั้นเหรอครับ?”

กัลปพฤกษ์ถามหน้าซื่อ อัลฟ่าผิวแทนโน้มใบหน้าเข้าใกล้คนในอ้อมกอดมากขึ้นจนปลายจมูกแทบแตะกัน และพุทธชาดก็พยายามเอียงใบหน้าหนีสุดกำลัง เขาหันไปมองทางอื่นแทนที่จะสบดวงตาคู่คมสีดำนั้น แต่นั่นกลับเป็นการเปิดโอกาสให้สามีจอมสำส่อนได้หอมแก้มเขา

“หอมจังครับ”

“คุณกัลป์!” เสียงทุ้มนุ่มกดต่ำ ใบหน้าขาวกระจ่างหันกลับมามองกัลปพฤกษ์ด้วยดวงตาวาววับ พุทธชาดต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากในการไม่กำหมัดทุบหัวผู้เป็นสามี

อีกฝ่ายยิ่งได้แกล้งภรรยาแล้วก็ยิ่งสุขใจ ชายหนุ่มล็อกลำคอของคุณแก้วเอาไว้ด้วยแรงมือไม่หนักแต่ก็ไม่เบาจนเกินไป ยื่นหน้าเข้าไปคลอเคลียใกล้ๆ พลางกระซิบเสียงเบา

“แม่คุณมาถึงแล้ว และท่านกำลังมองเราอยู่”

พุทธชาดชะงัก ชายหนุ่มเอียงหน้าไปมองทางระเบียงเล็กน้อย ด้วยเพราะตอนนี้พวกเขาอยู่ที่สวนดอกไม้ แต่เพียงแค่ได้เห็นร่างโปร่งบางของหญิงสาวผู้เป็นแม่ ชายหนุ่มก็ถูกจูบโดยไม่ทันตั้งตัว

“อื้อ!”

ริมฝีปากถูกครอบครองจนแนบสนิท ความนุ่มนิ่มและเปียกชื้นเคลือบผิวปากอ่อนบางตามแรงขยับของฝ่ายชักนำ กัลปพฤกษ์ดูดดุนเรียวปากของภรรยาเบาๆ เขาบีบสะโพกของพุทธชาดและนั่นทำให้คนถูกกระทำตกใจจนเผลออ้าปากประท้วง แต่นั่นกลับเป็นการเปิดโอกาสให้ปลายลิ้นร้อนผ่าวได้แทรกผ่านเข้ามาภายใน ตวัดหยอกล้อลิ้นของเขาจนเกิดเสียงน่าอาย

“อุ้ย!”

ได้ยินเสียงอุทานของผู้เป็นมารดากระทบเข้าสู่โสตประสาท พุทธชาดออกแรงผลักแผ่นอกแกร่งจนถอยห่างออกไป เขาสูดหายใจเข้าลึก กล่อมตัวเองไม่ให้เผลอยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากอย่างโกรธเคือง ด้วยกลัวว่าคุณแม่ที่มองมาจะรู้สึกผิดสังเกตเอาได้ แต่พอชายหนุ่มหันไปมองยังตำแหน่งระเบียงบ้านอีกครั้ง ร่างโปร่งบางของเธอก็ไม่ได้อยู่ตรงนั้นเสียแล้ว

เช็กจนแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ในระยะการมองเห็นหรือได้ยินพวกเขา ราชนิกุลหนุ่มจึงหันมาต่อว่าสามีจอมฉวยโอกาสของเขาทันที

“คุณกัลป์! คืนนั้นที่ผมปฏิเสธจูบจากคุณ มันก็ชัดเจนแล้วไม่ใช่เหรอว่าผมไม่ต้องการจูบกับคุณ!”

“คุณไม่ได้สั่งห้ามผมทำเป็นคำพูดนี่ครับ” กัลปพฤกษ์แบสองมือออกไปข้างหน้าพลางยักไหล่

ท่าทางยียวนกระประสาทนั้นทำเอาพุทธชาดกรุ่นโกรธขึ้นมาไม่น้อย แต่ก็เหมือนทุกครั้งที่อัลฟ่าผู้สูงศักดิ์พยายามข่มกลั้นอารมณ์ เขาเชิดใบหน้าขึ้นพลางกดดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองผู้เป็นสามี กลิ่นอายความเป็นอัลฟ่าแผ่ออกมากดดันฝ่ายตรงข้าม แต่นอกจากกัลปพฤกษ์จะไม่สะทกสะท้านแล้ว ยังปล่อยกลิ่นอายอัลฟ่าของตัวเองออกมาต่อต้านอีกต่างหาก

“ผมต้องบอกคุณทุกอย่างเลยหรือไงครับ การที่ผมบอกว่าคุณไม่มีสิทธิ์แตะต้องผม มันยังครอบคลุมไม่พออีกเหรอครับ? สมองของคุณประมวลผลสิ่งที่ควรหรือไม่ควรทำไม่ได้เลยสินะ”

“คุณกำลังด่าผมว่าโง่อยู่หรือเปล่า”

“ถ้าคุณจะคิดอย่างนั้น”

วินาทีแรกดวงตาของกัลปพฤกษ์วาวโรจน์ แต่เพียงไม่นานก็กลับมาเป็นประกายระยับราวกับกำลังเจอเรื่องสนุก อัลฟ่าหนุ่มขยับเข้ามาใกล้ภรรยาของเขาอีกครั้ง ยื่นหน้าเข้าไปหาแต่ไม่ได้ดึงมากอดรั้งเอาไว้เหมือนที่ทำก่อนหน้านี้ กระนั้นพุทธชาดก็ยังมีท่าทีระวังระไว หากสามีที่น่ารำคาญของเขายื่นมือออกมาแม้แต่นิดเดียว เขาจะได้ถอยหนีได้อย่างทันท่วงที

“นี่ คุณภรรยาครับ ยังไงคุณก็หนีผมไม่พ้นหรอก คืนนี้คุณกับผมต้องนอนด้วยกัน จำได้มั้ย?” ร่างสูงกระตุกยิ้มมุมปาก “อ้อ มีอีกอย่างที่ผมอยากบอกคุณ”

“อะไรครับ?” พุทธชาดมุ่นคิ้วด้วยความไม่ไว้วางใจ ไม่รู้ว่าเขาจะต้องทนฟังคำพูดไม่เข้าหูอะไรอีกคราวนี้

“ผมแค่อยากจะบอกว่านอกจากแก้มของคุณจะหอมแล้ว” กัลปพฤกษ์ยืดตัวกลับไปยืนตรง กล่าวทิ้งท้ายให้ใจคนฟังเต้นแรง...หากแต่เป็นการเต้นแรงเพราะความโกรธมากกว่าจะตื่นเต้น ดีใจ หรือเขินอาย “ปากของคุณยังหวานมากอีกด้วย เหมือนโอเมก้าเลยนะ”

แผ่นหลังกว้างของสามีจอมสำส่อนเดินหายลับกลับเข้าบ้านไปอีกแล้ว พุทธชาดแต่ได้กำหมัดแน่นพลางสูดหายใจเข้าลึก ข่มกลั้นความรู้สึกคุกรุ่นเอาไว้ กดมันให้ฝังลึกไม่เผยตัวออกมา ผู้ชายคนนั้นหายใจเข้าออกก็เป็นกลิ่นหอมของโอเมก้า แต่กลับบอกว่าอัลฟ่าอย่างเขาเหมือนโอเมก้างั้นเหรอ...

“คนน่ารังเกียจ”

ในหัวคิดแต่เรื่องต่ำกว่าใต้สะดือ ผู้ชายมักมากแบบนี้ควรหมดไปจากโลกได้แล้ว



บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเป็นไปด้วยความปกติสุข พุทธชาดยิ้มทุกครั้งที่ถูกถามไถ่สารทุกข์สุขดิบจากผู้เป็นพ่อและแม่ แสร้งทำเหมือนว่าชีวิตรักของเขากับกัลปพฤกษ์เป็นไปได้ด้วยดี พวกเขารักกันหวานชื่นในทุกๆ วัน ไม่ได้ทะเลาะจนเลือดตกยางออกหรือแยกห้องนอนกันแต่อย่างใด ซึ่งกัลปพฤกษ์ก็ไม่ได้หักหน้าเขาด้วยการพูดความจริงออกมา อัลฟ่าผิวแทนแย้มยิ้มกว้าง สร้างเรื่องเท็จออกมาเล่าให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฟังเป็นเรื่องเป็นราวจนพุทธชาดเองแทบไม่อยากจะเชื่อ

สามีของเขาโกหกได้แนบเนียนและเก่งมากเหลือเกิน

“พวกลูกไปด้วยกันได้ดีก็ดีแล้ว ตอนแรกแม่ก็กังวลว่าจะรักกันไม่มากพอ เพราะถึงจะรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก แต่พวกลูกดูไม่ค่อยสนิทกันนัก ตอนแต่งงานก็เป็นการตัดสินใจที่กะทันหันมากเสียด้วย”

“ถึงจะกะทันหัน แต่ผมกับคุณกัลป์ก็รู้เรื่องข้อตกลงของทั้งสองตระกูลอยู่ก่อนแล้ว เพราะงั้นไม่ใช่เรื่องที่คุณแม่จะต้องกังวลหรอกครับ” ราชนิกุลหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ได้ยินแบบนั้นแม่ก็เบาใจ ใช่ไหมคะคุณ” หญิงวัยกลางคนหากแต่ใบหน้ายังคงงดงามหันไปขอความเห็นสามี

บิดาของพุทธชาดพยักหน้าเห็นด้วย “แค่เห็นพวกลูกรักกันพ่อก็พอใจแล้ว ส่วนเรื่องทายาทไม่ต้องคิดมากหรอกนะ ถึงไม่มีสายเลือดโดยตรงสืบทอด แต่เราก็ยังมีลูกหลานของญาติพี่น้องคนอื่นๆ มารับช่วงต่อได้”

พอเรื่องเกี่ยวกับทายาทถูกหยิบยกขึ้นมาพูด คู่แต่งงานใหม่ต่างชะงักไปพร้อมๆ กัน พวกเขาไม่เคยคิดถึงเรื่องทายาทมาก่อนเลย อัลฟ่าเพศชายแต่งงานกันไม่มีทางมีบุตรได้...นั่นคือความเป็นจริง พอคิดอย่างนั้นแล้วก็รู้สึกว่ามันแปลกที่ครอบครัวของพวกเขายังอยากจะให้พวกเขาแต่งงานกัน ทั้งที่สัญญาของคุณปู่ก็มีแค่ให้ทายาทรุ่นใดก็ได้แต่งงานกันสักรุ่นก็เท่านั้น และไม่ได้กำหนดว่าจะต้องเป็นเพศอะไรด้วย

หากคุณพ่อคุณแม่ของทั้งเขาและคุณกัลป์คิดมากเรื่องทายาทสืบสกุล ก็คงขอเลื่อนการแต่งงานออกไปเป็นรุ่นถัดจากนี้ได้ แต่นี่กลับยอมทำตามข้อตกลง ทั้งที่พวกเขาเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลในรุ่นนี้...พุทธชาดเข้าใจว่าพ่อแม่ของเขาไม่เป็นห่วงเรื่องทายาท แต่กับครอบครัวของกัลปพฤกษ์นั้นไม่เหมือนกัน ราชนิกุลหนุ่มรู้มาว่าคุณลุงราชพฤกษ์กับคุณป้าราชาวดียึดถือเรื่องทายาทสายตรงมากเสียยิ่งกว่าตระกูลที่เป็นผู้ดีเก่าอย่างตระกูลของเขาด้วยซ้ำ

แต่...ทำไมถึงยอมให้ลูกชายคนเดียวมาแต่งงานกับอัลฟ่าอย่างเขากันล่ะ?

พุทธชาดไม่เคยเอะใจในเรื่องนี้เลย นั่นคือสิ่งที่เขาพลาดไป...หรือแท้จริงแล้วการแต่งงานในครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เงื่อนไขของคำสัญญาที่ให้แก่กันเอาไว้ มันต้องมีอะไรมากกว่านั้น

อัลฟ่าผู้สูงศักดิ์เงยหน้าขึ้นสบตาสามีซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เป็นอีกครั้งที่พุทธชาดชะงักไป เมื่อกัลปพฤกษ์หลบเลี่ยงสายตาของเขาไปมองทางอื่น และกลบเกลื่อนด้วยการหัวเราะน้อยๆ ซึ่งฟังแล้วดูเป็นการหัวเราะที่แห้งแล้งเหลือเกิน ไหนจะการชวนพ่อแม่ของเขาเปลี่ยนเรื่องคุยนั่นอีก

แปลกเกินไป

แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่พุทธชาดต้องรีบหาคำตอบ อัลฟ่าหนุ่มเข้าร่วมบทสนทนากับทุกคนอีกเล็กน้อย ก่อนเขากับสามีจะขอตัวกลับบ้าน ให้พ่อแม่ได้พักผ่อนหลังจากเดินทางไกลมาหลายชั่วโมง

ทันทีที่กลับมาถึงพุทธชาดก็สั่งให้แม่บ้านที่มารออยู่ก่อนแล้ว นำชาร้อนสักแก้วขึ้นไปให้บนห้องทำงาน ชายหนุ่มตั้งใจว่าจะอาบน้ำก่อนแล้วค่อยไปเคลียร์งานที่ค้างคา ส่วนกัลปพฤกษ์...ผู้ชายคนนั้นอยากทำอะไรก็ไม่ใช่ธุระกงการที่เขาต้องใส่ใจ อยู่ในบ้านแบบนี้ผู้เป็นสามีของเขาคงไม่อาจสร้างเรื่องเสียๆ หายๆ ได้หรอก

“คุณแก้ว...คุณเคยคิดเรื่องความรักบ้างหรือเปล่า”

คำถามนั้นเรียกให้เจ้าของชื่อหยุดฝีเท้าที่กำลังจะก้าวขึ้นบันได พุทธชาดหันกลับมามองคนถาม ค่อนข้างแปลกใจด้วยไม่คิดว่าจะได้ยินคำถามเช่นนี้ หลุดออกมาจากปากของผู้ชายที่ใช้ชีวิตมากตัณหามากกว่าจะคิดรักใครจริง ถึงอย่างนั้นราชนิกุลหนุ่มก็ยังตอบกลับไป

ไม่มีเหตุผลที่จะตั้งแง่ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้เล่นแง่กับเขาก่อน ในเมื่อถามมาดีๆ เขาก็จะตอบดีๆ

“ไม่เคยครับ”

“คุณเคยรักใครไหม?”

พุทธชาดนิ่งงันเมื่อเจอคำถามนี้ เขาจ้องตาสีดำสนิทคู่นั้น พยายามบังคับตัวเองไม่ให้หลบเลี่ยงมัน “ไม่เคยครับ”

“กับผมที่แต่งงานด้วยกัน คุณก็ไม่คิดว่าสักวันจะรักผมได้งั้นเหรอ?” กัลปพฤกษ์เลิกคิ้ว คำถามของเขาเป็นเชิงล้อเล่นมากกว่าจะจริงจัง

“ผมขอถามคุณกลับไปเหมือนกันว่าคุณล่ะ เคยคิดว่าจะรักผมได้ในสักวันไหม”

เกิดความเงียบขึ้นระหว่างพวกเขา ต่างฝ่ายต่างตกอยู่ในความคิดของตัวเอง การแต่งงานครั้งนี้มันเริ่มมาจากคำสัญญาของคุณปู่ พวกเราไม่ได้รัก และไม่เคยคิดเลยสักครั้งว่าจะรักกันได้ พุทธชาดเคยบอกไว้แล้วว่าจะไม่มีการหย่าร้างกันเกิดขึ้น ต่อให้เขาจะไม่ได้รักผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าก็ตาม

แต่เขาลืมไปเสียสนิท...เขาลืมถามอีกฝ่ายว่าถ้าหากกัลปพฤกษ์ได้เจอกับคนที่เขารักได้อย่างเต็มหัวใจ เจ้าตัวจะเรียกร้องการหย่าร้างหรือไม่ เพราะใครๆ ก็ย่อมอยากอยู่กับคนที่ตัวเองรัก มากกว่าจะอยู่กับคนที่ไม่ได้เต็มใจแต่งงานด้วยตั้งแต่แรก

“ผมไม่เคยคิด” พุทธชาดเป็นฝ่ายตอบคำถามนั้นก่อน เรียกดวงตาคู่คมของอัลฟ่าผิวแทนให้กลับมามองใบหน้างดงามราวรูปสลักอีกครั้ง “ผมรู้ดีว่าระหว่างเราไม่มีทางรักกันได้หรอก”

“แล้วถ้าวันหนึ่งคุณมีคนที่รักขึ้นมาล่ะ?”

น่าแปลกที่นั่นเป็นคำถามที่อัลฟ่าผู้สูงศักดิ์มีต่อผู้เป็นสามีเช่นกัน

“ผมไม่คิดว่าชีวิตนี้ผมจะรักใครได้หรอก เพราะผมไม่เคยสนใจเรื่องความรักมาตั้งแต่แรกแล้ว”

“คุณอาจจะเจอคนที่ใช่ในสักวันก็ได้”

“ไม่หรอก ไม่มีทาง” พุทธชาดส่ายหน้า ที่เขามั่นใจมากขนาดนี้มันเป็นเพราะว่าเขา...ช่างมันเถอะ ความรักของเขาไม่สำคัญเท่าเรื่องของธุรกิจและชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล เขาได้เลือกเส้นทางของการถูกผูกมัดเอาไว้ตลอดชีวิตแล้ว ไม่อาจถอยหลังกลับได้อีกต่อไป “คุณเองก็เหมือนกัน ถ้าหากมีคนที่รักขึ้นมาในสักวัน คุณจะหย่ากับผมใช่หรือเปล่า”

คนถูกย้อนถามหลุดหัวเราะออกมา แต่น้ำเสียงนั้นกลับแปร่งปร่า เหมือนอีกฝ่ายต้องการหัวเราะเยาะเย้ยอะไรสักอย่าง กัลปพฤกษ์เหยียดยิ้มหยันพลางตอบ

“เรื่องความรักมันก็แค่เรื่องไร้สาระสำหรับผม คุณแก้วเถอะครับ อย่าหลงรักผมเข้าล่ะ ไม่ใช่ว่าสร้างภาพทำเหมือนว่ารักผมมาก แล้วเผลอใจรักผมเข้าให้หรอกนะ”

พุทธชาดแทบเก็บสีหน้ารังเกียจเอาไว้ไม่อยู่ สามีของเขาหลงตัวเองมากเกินไปแล้ว

“เราไม่มีทางรักกันได้ และมันจะเป็นอย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลง”

“ก็ดี เพราะผมคงทำตัวไม่ถูกแน่ถ้าได้เห็นสายตารักใคร่จากคุณ” กัลปพฤกษ์ขยับเท้าก้าวเดินเข้ามาใกล้ผู้เป็นภรรยา จนระยะห่างของพวกเขาลดเหลือเพียงครึ่งช่วงแขน “แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว กับเรื่องเซ็กซ์มันเป็นคนละเรื่องกัน ถึงไม่รักก็เอากันได้”

“นี่คุณ...”

เรียวปากของพุทธชาดถูกปลายนิ้วของอัลฟ่าผิวแทนแตะไว้เบาๆ เป็นเชิงบอกไม่ให้พูด ดวงตาสีรัตติกาลเป็นประกายวาววับและเต็มไปด้วยความคาดหวัง

“ร่างกายเราเข้ากันได้ดี คุณเองก็มีประสบการณ์แล้ว ไม่คิดจะสานต่อกับผมอีกสักครั้ง...หรือหลายๆ ครั้งหน่อยเหรอครับ คุณภรรยา”

“ไม่” พุทธชาดปัดมือของกัลปพฤกษ์ออกไป สีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง บ่งบอกว่าเขาไม่ได้ปฏิเสธเล่นๆ แต่อย่างใด

“ไม่เอาน่า ถ้าคุณยอมนอนกับผม ผมจะไม่ไปหาโอเมก้าคนอื่นสักพัก ทีนี้คุณก็จะได้สบายใจว่าผมจะไม่ไปทำใครท้องหรือกลายเป็นข่าวฉาวลงสื่อ ไม่ดีเหรอ?”

แวบแรกพุทธชาดรู้สึกว่าข้อเสนอนี้น่าสนใจ แต่พอคิดว่าคนมักมากในกามอย่างกัลปพฤกษ์คงอยากนอนกับเขาแค่ไม่กี่ครั้ง สุดท้ายแล้วอีกฝ่ายก็จะกลับไปหาเด็กในสังกัดพวกนั้น และการเอาตัวเข้าไปแลกกับข้อเสนอแบบนี้ดูไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย ดังนั้นราชนิกุลหนุ่มจึงปฏิเสธอีกครั้งอย่างไร้เยื่อใย

“ไม่ ผมไม่ต้องการเป็นคู่นอนแก้ใคร่ของคุณครับ”

“โอ๊ะโอ พูดแบบนี้แล้วดูเหมือนคุณกำลังน้อยใจผมอยู่เลยแฮะ”

“คุณจินตนาการเกินจริงมากไปแล้วครับ” อัลฟ่าผู้สูงศักดิ์ถอนหายใจ “ผมขอตัว”

“เดี๋ยวสิ...”

กัลปพฤกษ์รั้งผู้เป็นภรรยาเอาไว้อีกครั้ง ชายหนุ่มคว้าแขนของอีกฝ่ายดึงเข้าหาตัว ทำให้คนที่ไม่ทันตั้งตัวเซไปตามแรงนั้น แต่ก่อนที่จะได้ทันต่อว่าต่อขานหรือขัดขืน ริมฝีปากของพุทธชาดก็โดนประกบปิดด้วยเรียวปากของผู้เป็นสามีเข้าเสียก่อน

แรงบดขยี้นั้นแตกต่างจากเมื่อตอนบ่ายโดยสิ้นเชิง ครั้งนี้กัลปพฤกษ์ทำอย่างรุนแรงและดุดันกว่ามาก ชายหนุ่มบีบแก้มขาวเนียนพอให้คนโดนกระทำเจ็บจนเผลออ้าปาก เปิดทางให้ปลายลิ้นร้อนได้สอดแทรกเข้าไปหยอกเย้าเคล้าเคลีย แต่พุทธชาดไม่ได้ตกใจจนคิดอะไรไม่ทันเหมือนครั้งก่อนแล้ว อัลฟ่าหนุ่มอาศัยทีเผลอกัดลิ้นของสามีจอมสำส่อนด้วยน้ำหนักที่พอจะทำให้เจ็บแต่ไม่เสียเลือด

เพียงแค่นั้นกัลปพฤกษ์ก็สะดุ้งจนเผลอถอยหนีแล้ว

“คุณกัดผมทำไมเนี่ย!?”

“คุณล่วงเกินผมก่อน โดนแค่นั้นยังน้อยไป”

“เจ้าคิดเจ้าแค้นมากกว่าที่ผมคิดนะครับ” อัลฟ่าผิวแทนผ่อนลมหายใจยาว เขาดุนลิ้นกับเพดานปาก รู้สึกแสบตรงที่โดนกัดเล็กน้อยแต่เพราะไม่รับรู้ถึงรสชาติของเลือดจึงไม่ได้กังวลใจอะไรนัก “เป็นหมาหรือยังไงถึงได้กัดผม”

“คุณน่ะสิเป็นหมา หมาในช่วงติดสัดเสียด้วย”

“เฮ้! คุณว่าผมเป็นหมาอีกแล้วนะ ที่เกาะนั่นก็ทีหนึ่งแล้ว”

“ก็ถ้าคุณไม่ใช่แล้วจะเดือดเนื้อร้อนใจทำไมครับ?” พุทธชาดกล่าวถามหน้าตาเฉย “คราวหน้าถ้าคุณยังกล้าฉวยโอกาสลวนลามผมอีก ผมจะทำหนักกว่านี้แน่”

พูดจบก็หมุนตัวเดินขึ้นบันไดหนีไปทันที ทิ้งสามีอัลฟ่าให้ยืนเดาะลิ้นไม่พอใจไว้ที่เดิม

คนถูกทำร้ายร่างกายสบถเบาๆ อย่างไม่สบอารมณ์ แต่เขาไม่มีทางยอมแพ้แน่ ยังไงก็ต้องหลอกล่อให้อีกฝ่ายตอบตกลงยอมนอนกับเขาให้ได้ เขาไม่ได้รักใคร่อะไรคุณแก้วทั้งนั้น เขาต้องการแค่ความสุขชั่วครั้งชั่วคราว ความรักเป็นเรื่องงี่เง่าและจอมปลอมที่สุด ฝันไปเถอะว่าเขาจะรักพุทธชาดได้ลง

และไม่ว่าใคร...เขาก็ไม่คิดจะมอบความรักให้ทั้งนั้น

ไม่อีกแล้ว

.

.

.

พาคุณแก้วมาเสิร์ฟแบบเต็มตอนไปเลยยย เมื่อวานขอโทษที่ขำนะคะ แต่มีคนเมนต์ใช่ปะว่าคุณแก้วเป็นลูกเมียน้อย เพราะคนเขียนไม่ยอมอัปสักที คืออยากบอกว่าไม่ใช่แค่คุณแก้วหรอกค่ะ นิยายเรื่องอื่นๆ ของเราก็เป็นลูกเมียน้อยเหมือนกันเพราะเราไม่ยอมอัปทั้งนั้น 55555555555555 แต่เราก็พยายามอยู่นะ แง อากาศมันร้อนมากจนเราไม่ค่อยมีสมาธิเขียนเลยค่ะ ไหนหน้าฝนที่กรมอุตุบอกเอาไว้ ไหนนน

แต่จะว่าไปแล้วคุณแก้วก็เป็นลูก...แค่กๆๆ มาต่อที่คุณกัลป์นะคะ มีใครอยากสาปส่งนางอีกไหม จัดไปอย่าให้เสียชื่อตัวร้ายของเรื่องที่ตอแหลว่าเป็นพระเอกค่ะ 55555 แล้วเจอกันตอนหน้านะคะทุกคนนน






ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1977
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-1

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2343
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
คู่นี้จะมีจุดบรรจบกันไหมนะ  :laugh:

ออฟไลน์ Hazel_nut

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 158
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +163/-3


บทที่ 10

ถึงคราวป่วยไข้ จำใจดูแล




พุทธชาดทอดสายตามองสายฝนที่ตกลงมาผ่านหน้าต่าง เขาทำงานที่คั่งค้างเอาไว้จนลืมเวลาเหมือนอย่างเคย อัลฟ่าหนุ่มถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะปิดแฟ้มเอกสารที่เพิ่งอ่านจบไปโดยไม่ได้หยิบปากกามาเซ็น ด้วยเพราะเขาเห็นว่าบางอย่างในนั้นควรได้รับการแก้ไขเสียก่อน

พอได้พักจากงานสมองของพุทธชาดก็เปลี่ยนไปคิดเรื่องอื่นแทน...นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้นั่งมองฝนพรำแบบนี้ คงตั้งแต่ที่เรียนจบแล้วเข้ามาช่วยงานในบริษัทเต็มตัว กระทั่งปัจจุบันได้ขึ้นเป็นผู้บริหารแล้ว ยิ่งเติบโตและอายุมากขึ้นก็ยิ่งมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบมากมายซะจนเขาไม่อาจทำตัวผ่อนคลายได้บ่อยๆ

เหม่อมองความมืดด้านนอก ฟังเสียงฝนที่ตกแรงขึ้นเรื่อยๆ บรรยากาศรอบกายเงียบสงบ หากแต่มันก็เคล้าไปด้วยความเงียบเหงาไม่ต่างกัน จู่ๆ พุทธชาดบังเกิดความสงสัยขึ้นมาอีกครั้งว่าเวลาว่างเขาทำอะไรนอกจากงานบ้าง อันที่จริง...ควรใช้คำว่าเขา ‘เคย’ ทำอะไรตอนที่ไม่ได้ทำงานถึงจะถูก ครั้งสุดท้ายที่เขาผ่อนคลายที่สุดคงเป็นตอนที่จำใจต้องบินไปฮันนีมูนกับผู้เป็นสามีที่ทะเล ซึ่งนั่นก็ผ่านมาเป็นเดือนๆ แล้ว

บางทีพุทธชาดคิดว่าควรหาโอกาสไปเที่ยวดูอีกสักครั้ง ทำแต่งานแถมยังต้องสู้รบตบมือกับกัลปพฤกษ์แทบทุกวัน ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนตัวเองค่อยๆ แก่ลงไปวันละสิบปีเห็นจะได้

พูดถึงสามีผู้ไม่ได้เรื่องแล้วพุทธชาดก็ชะงักไป นับตั้งแต่วันที่อีกฝ่ายย้ายกลับมานอนห้องเดียวกับเขา แต่แทนที่จะหาเรื่องกวนประสาทกลับสงบเสงี่ยมนิ่งเฉยอย่างไม่เคยเป็น ไม่พูดจายั่วโมโหหรือก่อร่างสร้างปัญหาให้เขาเลยแม้แต่นิดเดียว ท่าทีของกัลปพฤกษ์เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ปลุกพุทธชาดให้หลุดจากภวังค์ เขาเอ่ยอนุญาตสั้นๆ หลังจากนั้นไม่นานบานประตูก็ถูกเปิดเข้ามา ตามด้วยร่างของแม่บ้านเก่าแก่ที่ถือถาดใส่แก้วนมอุ่นมาให้ด้วย

“คุณแก้วต้องการอะไรอีกไหมคะ”

“ไม่ล่ะครับ ป้าดาไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวอีกสักพักผมก็จะไปนอนแล้ว”

“เข้าใจแล้วค่ะ” หญิงวัยกลางคนค้อมหัวเล็กน้อยเป็นเชิงตอบรับ แต่แทนที่จะเดินออกไปเหมือนอย่างทุกครั้ง เธอกลับมีสีหน้าลังเลปนกังวลใจและเอ่ยขึ้นมาด้วยท่าทางละล้าละลัง “เอ่อ คือว่าคุณกัลป์...กลับมาแล้วนะคะ เพิ่งมาถึงเมื่อสักครู่นี่เองค่ะ”

“ครับ แล้วมีอะไรผิดปกติงั้นเหรอ?” อัลฟ่าหนุ่มถามอย่างไม่เข้าใจ ปกติกัลปพฤกษ์ก็กลับบ้านดึกอยู่บ่อยๆ แต่ก็ไม่เคยมีใครมารายงานเขาทั้งนั้น ยกเว้นก็แต่ว่าเขาจะเป็นฝ่ายเอ่ยถามเอง...การที่ป้าแม่บ้านพูดขึ้นก่อนแบบนี้ แสดงว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับผู้ชายคนนั้นแน่ๆ

“ไม่รู้คุณกัลป์ไปทำอะไรมา ปากแตกแถมยังเปียกฝนมาทั้งตัวเลยค่ะ”

“ปากแตก?” พุทธชาดทวนถาม ชายหนุ่มมุ่นคิ้วก่อนจะพยักหน้ารับ “เดี๋ยวผมจัดการเอง ไปนอนเถอะครับ”

คล้อยหลังแม่บ้านคนสนิท พุทธชาดก็ยกนมขึ้นดื่มจนหมด จากนั้นจึงกลับไปยังห้องนอนที่ตอนนี้ใครอีกคนน่าจะกำลังอาบน้ำอยู่ ราชนิกุลหนุ่มก้าวเข้าห้องพลางกวาดสายตามองโดยรอบ แต่เสียงน้ำที่ดังมาจากในห้องน้ำทำให้เขาผ่อนคลายลงได้เล็กน้อย เพราะนั่นหมายความว่าเรื่องที่เขาเดาเอาไว้นั้นถูกต้อง

พุทธชาดครุ่นคิดถึงคำบอกเล่าของแม่บ้านก่อนหน้านี้อีกครั้ง ปากแตก...ก็หมายความว่ากัลปพฤกษ์อาจจะไปมีเรื่องกับใครสักคนมา เพราะคนอย่างนั้นคงไม่โง่ถึงขนาดที่จะเอาปากไปกระแทกกับเสาไฟหรืออะไรสักอย่างจนแตกหรอก ดังนั้นความเป็นไปได้เดียวก็คือเจ้าตัวน่าจะมีเรื่องชกต่อยกับคนอื่นมา

คิดได้ดังนั้นคนเป็นภรรยาก็เริ่มกังวลใจขึ้นมา ไม่รู้ว่าไปมีเรื่องกับใครที่ไหน ถ้าเกิดกลายเป็นข่าวขึ้นมาอีกล่ะก็...ไม่ได้การ เขาควรถามอีกฝ่ายให้ชัดเจนแล้วรีบสั่งการให้เลขาฯ ของตนปิดข่าวให้ไวที่สุด

กำลังจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร. ออก แต่ร่างสูงกำยำที่เดินออกมาจากห้องน้ำก็ทำให้พุทธชาดชะงักมือเสียก่อน มองมุมปากที่ช้ำเล็กน้อยนั่นแล้วจึงเลื่อนขึ้นมาสบดวงตาสีรัตติกาล แล้วทั้งสองก็ตกอยู่ในความเงียบงัน...นานเท่าไหร่ไม่แน่ใจนัก แต่ในที่สุดพุทธชาดก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน

“คุณไปมีเรื่องกับใครมาครับ”

คนถูกถามเลิกคิ้วเมื่อได้ยินคำถามนั้น เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะตอบ “คุณแก้วคงไม่ได้ถามเพราะเป็นห่วงผมใช่ไหมครับเนี่ย”

คำพูดกวนประสาทพวกนี้มันกลับมาแล้ว เป็นการการันตีได้ว่านิสัยแย่ๆ ของสามีจอมสำส่อนไม่ได้หายไปไหนเลยแม้แต่นิดเดียว ช่วงที่ดูสงบเสงี่ยมขึ้นมันก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น

“ผมถามเพราะจะได้รู้ว่าต้องรีบปิดข่าวทะเลาะวิวาทของคุณหรือเปล่า”

“ชื่อเสียงอีกล่ะสิ เรื่องเดิมๆ”

พุทธชาดเลือกที่จะไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เขาก้าวพลางล้มตัวลงนอนหันหลังให้ผู้เป็นสามีเหมือนเช่นทุกครั้ง โดยไม่ลืมกล่าวทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะพยายามข่มตาตัวเองให้หลับลง

“ถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่ก็ดีไปครับ แต่ถ้าใช่ก็แจ้งกับเลขาฯ ของผมด้วย เขาจะได้รีบปิดข่าว”

ชายหนุ่มไม่อาจรู้ได้เลยว่าสีหน้าของกัลปพฤกษ์เป็นยังไงหลังจากนั้น เพราะถ้าเขาจะหันไปมองสักนิด คงได้เห็นความโกรธเคืองและเจ็บใจเหลือแสนในดวงตาคู่นั้นแล้ว

และพุทธชาดคงต้องสงสัยไปอีกนานว่าอะไร...ที่ทำให้อีกฝ่ายมีสีหน้าแบบนั้น



ฝนตกตลอดทั้งคืน อากาศที่ควรเย็นสบายกลับไม่เป็นอย่างนั้น เมื่อพุทธชาดสัมผัสได้ถึงไอร้อนที่ผิดปกติจากผู้เป็นสามี เพราะแขนที่แนบเข้าหากันโดยไม่ตั้งใจ...อัลฟ่าหนุ่มลุกขึ้นนั่ง แม้เพิ่งตื่นนอนโดยไม่เต็มใจ แต่สีหน้าท่าทางของเขาก็ยังคงดูสง่างามไร้ที่ติเหมือนเคย

ราชนิกุลหนุ่มขมวดคิ้ว ด้วยไม่แน่ใจว่าควรจะยื่นมือไปหากัลปพฤกษ์ดีหรือไม่ แต่สุดท้ายท่าทางกระสับกระส่าย ไหนจะใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดซึมขึ้นมาตามกรอบหน้าของสามี ก็ทำให้พุทธชาดตัดสินใจต้องยื่นมือไปวัดไข้จากอีกฝ่ายอย่างช่วยไม่ได้ และความร้อนที่หลังมือก็บ่งบอกได้เป็นอย่างดีแล้วว่ากัลปพฤกษ์กำลังไม่สบายจริงๆ

“ทำไมไข้ขึ้นขนาดนี้” ประโยคนี้พุทธชาดถามขึ้นโดยไม่คิดจะให้อีกคนลืมตาขึ้นมาตอบ “หรือเป็นเพราะบาดเจ็บมาแถมยังตากฝน”

นั่นไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด แค่แผลปากแตกและตัวเปียกฝนไม่น่าจะทำอะไรอัลฟ่าอย่างกัลปพฤกษ์ได้เลยด้วยซ้ำ ยกเว้นก็แต่ว่าอีกฝ่ายโดนทำร้ายมามากกว่าที่เขาเห็น...คิดได้ดังนั้นพุทธชาดก็ถือวิสาสะปลดกระดุมเสื้อนอนสีเข้มออก และเพียงแค่สาบเสื้อแยกจากกันเขาก็ได้เห็นร่องรอยฟกช้ำบนตัวของสามี

สิ่งที่เขาคาดเดาเอาไว้นั้นถูกต้อง มันไม่ใช่แค่เรื่องชกต่อยเล็กๆ น้อยๆ นี่เรียกว่าการทำร้ายร่างกายกันได้เลยด้วยซ้ำ ดูเหมือนว่าเขาต้องเค้นคอถามอีกฝ่ายให้ได้เสียแล้วว่าไปทำอะไรมา ทำไมบาดเจ็บขนาดนี้แล้วไม่ไปหาหมอ แถมยังตากฝนกลับบ้านมาจนไข้ขึ้นสูงอีก

พุทธชาดถอนหายใจ เขาตัดสินใจปลุกคนป่วยให้ตื่นขึ้น “คุณกัลป์ คุณกัลป์ครับ”

“ฮื่อ...” คนถูกเรียกขมวดคิ้วแน่นหากแต่ยังไม่ยอมลืมตา

“คุณกัลป์ ตื่นขึ้นมาก่อนครับ”

ลองเรียกอีกสองสามครั้งแต่กัลปพฤกษ์ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมา เขาดูจะทรมานเพราะไข้ที่ขึ้นสูงไม่หยุด พุทธชาดจึงผละออกแล้วก้าวเท้าไวๆ เข้าไปในห้องน้ำ นำอ่างแก้วใบเล็กออกมาใส่น้ำตามด้วยหยิบเอาผ้าขนหนูผืนเล็กใส่ลงไปสองผืน ร่างสูงสง่าถือมันออกมาวางข้างเตียง จับผู้เป็นสามีขึ้นนั่งเพื่อถอดเสื้อออกก่อนจะนำผ้าผืนหนึ่งบิดหมาดๆ แล้วพับวางพาดเอาไว้บนหน้าผากคนป่วย จากนั้นจึงค่อยใช้ผ้าอีกผืนเช็ดตัวไปตามขั้นตอนที่เคยได้เรียนมา

ที่จริงเขาจะไปเรียกแม่บ้านสักคนมาทำให้ก็ได้ แต่เวลานี้ดึกมากเกินกว่าพุทธชาดจะทำแบบนั้นได้ลง ชายหนุ่มจึงต้องทำมันด้วยตัวเอง นั่นรวมไปถึงการหาหยูกยามาให้กัลปพฤกษ์ด้วย...หลังจากเช็ดตัวให้อีกฝ่ายเสร็จ ราชนิกุลหนุ่มก็ก้าวลงจากห้องไปยังตู้ยาสามัญประจำบ้าน เขารื้อหายาแก้ปวดหัวลดไข้ รวมไปถึงยาทาแผลฟกช้ำและแผลแตก ไม่ลืมหยิบเอาปรอทวัดไข้มาด้วย

กลับขึ้นมาบนห้องอีกครั้งก็พบว่าคนไม่สบายกำลังปรือตามองไปรอบๆ มือสีแทนข้างหนึ่งหยิบเอาผ้าบนหน้าผากขึ้นมามอง เห็นดังนั้นพุทธชาดก็วางของทั้งหมดที่ถือมาลงบนเตียงก่อนจะคว้ามืออีกฝ่ายเอาไว้แล้วดึงผ้ากลับมาวางลงบนหน้าผากกัลปพฤกษ์ตามเดิม

“อย่าซน”

“ผมไม่สบายเหรอ...” น้ำเสียงคนป่วยแหบแห้งอย่างเห็นได้ชัด เรียวคิ้วขมวดแน่น “ปวดหัว”

“ครับ คุณบาดเจ็บมาแถมยังตากฝน ต่อให้เป็นอัลฟ่าก็ล้มได้เหมือนกัน” พุทธชาดตอบพลางหันไปหยิบปรอทวัดไข้มาทำความสะอาดก่อนยื่นใส่ปากของกัลปพฤกษ์ โดยไม่ลืมจัดตำแหน่งให้มันอยู่ในจุดที่ถูกต้อง ซึ่งก็คือใต้ลิ้นของอีกฝ่าย “อมเอาไว้นะครับ ผมจะดูว่าคุณไข้สูงแค่ไหน ถ้ามันมากเกินไปจะได้เรียกอาหมอมาดู ผมไม่อยากให้คุณตัวร้อนจนช็อกหมดสติที่นี่”

“กลัวผมตายกลายเป็นผีบนเตียงของคุณเหรอครับ”

อัลฟ่าราชนิกุลไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเวลาแบบนี้สามีของเขายังจะพูดจากวนโมโหใส่กันได้อีก เขาถอนหายใจเบาๆ แล้วเอ่ยย้ำอีกครั้ง

“ก็บอกว่าให้อมไว้เฉยๆ ไงครับ ในสามนาทีนี้ห้ามพูดอะไรเด็ดขาด”

คราวนี้คนฟังให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แม้จะมีคำถามมากมายแต่กัลปพฤกษ์ยอมที่จะรออีกสามนาทีแล้วค่อยเอ่ยถาม ดวงตาสีดำสนิทมองตามความเคลื่อนไหวของคนเป็นภรรยาไปด้วย พุทธชาดหันไปจัดเตรียมยาแก้ปวดลดไข้พร้อมน้ำเปล่า เสร็จแล้วก็หยิบเอายาทาแก้ฟกช้ำมาทาบนหน้าท้องของสามี

กัลปพฤกษ์เผลอเกร็งหน้าท้องเล็กน้อย แต่สัมผัสที่แผ่วเบาและอ่อนโยนเกลี่ยยาไปตามรอยช้ำเขียว ชายหนุ่มก็ผ่อนคลายลง อดจะชมคุณแก้วในใจไม่ได้ว่ามือเบา เขานึกว่าอีกฝ่ายจะใช้โอกาสนี้ทำให้เขาเจ็บยิ่งกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ ดูเหมือนคนที่คิดอะไรเป็นเด็กๆ จะกลายเป็นเขาฝ่ายเดียวไปซะแล้ว

หลังจากทายาเสร็จพุทธชาดก็ลุกไปล้างมือก่อนจะกลับมาอีกครั้ง เมื่อเหลือบมองนาฬิกาก็พบว่าครบเวลาสามนาทีที่ว่าแล้ว อัลฟ่าหนุ่มหยิบเอาปรอทออกมาจากปากคนป่วย

“สามสิบแปดจุดหกองศา ถือว่าไม่มาก ลองกินยาแก้ไข้กับเช็ดตัวไปก่อน ถ้าไม่ดีขึ้นพรุ่งนี้เช้าค่อยขอให้อาหมอมาดูอาการนะครับ”

“ทำไมคุณถึงไม่เรียกแม่บ้านมาดูแลผมแทนล่ะ” นี่คือคำถามแรกที่คนเป็นสามีเอ่ยถามหลังจากปากว่างแล้ว

คนถูกถามชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะตอบ “มันดึกมากแล้ว ผมไม่อยากรบกวนป้าดาหรือใครทั้งนั้น”

“แต่คุณกลับมาคอยดูแลผมเองเนี่ยนะ? ผมนึกว่าคุณจะปล่อยให้ผมไข้ขึ้นต่อไปไม่ดูดำดูดีกันซะอีก”

“ก็อยากทำอย่างนั้นอยู่หรอกครับ แต่ผมมีน้ำใจมากพอที่จะไม่ทำ และถึงจะต้องจำใจดูแลคุณแต่ผมจะถือว่ามันคือหน้าที่ที่ผมในฐานะภรรยาพึงกระทำ...ก็เท่านั้นครับ”

“ชมตัวเองน่ะกระดากปากบ้างไหม” กัลปพฤกษ์ยังคงหาเรื่องมาเย้าแหย่ไม่เลิก เขาเห็นสีหน้าหงุดหงิดใจของผู้เป็นภรรยาแวยหนึ่ง ก่อนมันจะกลับมาเรียบเฉยอีกครั้ง แต่เพียงแค่นั้นก็มากพอแล้ว อัลฟ่าผิวแทนไม่ได้เห็นคนอย่างคุณแก้วเสียอาการมาสักพักใหญ่ พอได้เห็นบ้างก็ทำให้รู้สึกสนุกดีพิกล

“ลุกขึ้นมากินยาครับ” พุทธชาดไม่ตอบคำถามนั้นแต่ออกคำสั่งแทน และกัลปพฤกษ์ก็ยอมทำตามอย่างว่าง่ายเสียจนน่าแปลกใจ แต่ก็ดีแล้ว เขาจะได้ไม่ต้องเสียเวลาบังคับขู่เข็ญหรือยัดยากรอกน้ำใส่ปากของอีกฝ่ายให้เปลืองแรง “คุณอยากทำแผลที่ปากหรือเปล่า”

คนถูกถามยกปลายนิ้วขึ้นแตะมุมปากของตัวเองแล้วก็นิ่วหน้า มันเป็นแค่แผลแตกเล็กๆ ถึงจะเจ็บไปบ้างเวลาอ้าปากพูดหรือไปแตะโดนมันแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร ถึงอย่างนั้นกัลปพฤกษ์ก็ไม่อยากให้คนเป็นภรรยาเสียน้ำใจ ชายหนุ่มพยักหน้ารับพลางว่า

“รบกวนคุณหน่อยแล้วกัน”

พุทธชาดพยักหน้ารับ เขาลงมือทำแผลให้โดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่พูดอะไร กระทั่งการทำแผลเสร็จสิ้นพร้อมกับคำขอบคุณแผ่วเบาจากกัลปพฤกษ์ที่ดังมาเข้าหู มันทำให้ร่างสูงสง่าชะงักลงอีกครั้ง เงยหน้าขึ้นสบดวงตาสีรัตติกาลที่แสนมีเสน่ห์แล้วเอ่ยขึ้นอย่างจนใจ

“ผมไม่ชินกับคุณที่เป็นแบบนี้เลยคุณกัลป์”

“แบบไหนครับ?”

“พูดจาสุภาพและรู้จักขอบคุณผมจากใจจริง” ราชนิกุลหนุ่มทำมือเป็นสัญญาณว่าให้อีกฝ่ายนอนลงซะ แน่นอนว่านี่เป็นอีกครั้งที่สามีของเขาทำตัวเชื่อฟังยอมล้มตัวลงนอนทันที “ถ้าคุณหัดขอโทษอย่างจริงใจแบบนี้บ้างเวลาสร้างปัญหาให้ผมต้องตามแก้ก็คงจะดี”

“อ้าว”

“ไม่สิ ถ้าคุณเลิกสร้างเรื่องให้ผมปวดหัวถึงจะดีที่สุดต่างหาก”

“ตกลงคุณจะชมหรือด่าผมกันแน่ครับ คุณภรรยา”

กัลปพฤกษ์ทั้งขำทั้งฉิว เขาจับผ้ากลับขึ้นไปโปะหน้าผากอีกครั้ง แต่พุทธชาดแย่งมาแล้วลุกหายเข้าห้องน้ำไปพร้อมอ่างแก้วโดยไม่พูดอะไร กลับมาอีกครั้งพร้อมน้ำอ่างใหม่และผ้าที่ชุบน้ำบิดหมาดวางลงบนหน้าผากของร่างสูงอีกครั้ง ตามด้วยผ้าอีกผืนที่นำมาเช็ดแขนและลำคอให้

“แล้วแต่คุณจะคิด”

“ครับ?” คนฟังมุ่นคิ้วเมื่อจู่ๆ ภรรยาอัลฟ่าของเขาก็พูดขึ้น

พุทธชาดเช็ดมือเรียวยาวของสามีแล้วกล่าวขยายความ “ที่คุณถามก่อนหน้านี้ไงครับ ว่าผมด่าหรือชมกันแน่”

“จริงๆ แล้วคุณแก้วเป็นคนตลกหน้าตายสินะครับ”

“แล้วแต่คุณจะคิด”

“ตอบคำตอบอื่นบ้างก็ได้” กัลปพฤกษ์ถึงกับถอนหายใจ เขาปล่อยให้อัลฟ่าผู้สูงศักดิ์ติดกระดุมเสื้อนอนให้ตามเดิม รวมไปถึงยอมให้คุณแก้วจับผ้าห่มขึ้นมาห่มให้เขาจนถึงคอด้วย อัลฟ่าผิวแทนอดคิดไม่ได้ว่าที่จริงแล้วภรรยาของเขาก็ทำอะไรน่ารักๆ แบบนี้ได้นี่นา “ถ้าคุณทำตัวน่ารักๆ แบบนี้กับผมอีกบ่อยๆ ก็คงดี”

“ถ้าคุณไม่ก่อเรื่องให้ผมตามแก้กก็คงดีเหมือนกันครับ”

“พอทีเถอะน่า เพิ่งหลอกด่าผมไปเมื่อกี้นี้เอง ยังจะขุดขึ้นมาย้ำอีก ผมเบื่อจะฟังแล้ว”

พุทธชาดอยากจะบอกเหมือนกันว่าเขาเองก็เบื่อที่ต้องมาปวดหัวกับเรื่องของอีกฝ่าย แต่สิ่งที่เขาพูดออกไปคือ “คุณไปทะเลาะกับใครมาครับ”

“...”

“ผมคิดว่าคุณควรบอกผม ผมจะได้รู้ว่าต้องจัดการยังไง”

“ไม่ต้อง” น้ำเสียงของกัลปพฤกษ์เปลี่ยนไปจากเดิม มันแข็งกระด้างมากขึ้นและนั่นรวมไปถึงดวงตาคู่คมที่เป็นประกายวาวโรจน์ราวกับกำลังโมโหใครสักคนอยู่ “ผมจัดการเองได้และจัดการไปแล้วด้วย คุณไม่ต้องมายุ่งเรื่องนี้”

“ผมต้องยุ่งแน่ถ้าเรื่องนี้มันเกี่ยวกับชื่อเสียงของเรา”

คนเป็นสามีทำหน้าเหม็นเบื่อทันที “เลิกพูดเรื่องชื่อเสียงด้วย มันน่ารำคาญ”

“งั้นคุณก็บอกผมมาว่าไปมีเรื่องกับใครถึงขั้นต้องทำร้ายร่างกายกัน มีคนเห็นเหตุการณ์มากน้อยแค่ไหน...”

“เอาเป็นว่าผมจัดการปิดข่าวหมดแล้ว โอเคมั้ย!?” กัลปพฤกษ์แทบจะตวาดออกมา แต่เพราะน้ำเสียงของเขามันแหบแห้งเนื่องจากพิษไข้ที่กำลังรุมเร้า ไหนจะอาการปวดตุบๆ ที่ศีรษะ พอเขาโมโหขึ้นมาเลยยิ่งไปกระตุ้นให้ร่างกายรู้สึกแย่ลงกว่าเดิม สุดท้ายอัลฟ่าผิวแทนก็ตัดบทด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดใจ “ส่วนผมทะเลาะกับใครนั่นก็ไม่ใช่เรื่องของคุณ ผมรักษาชื่อเสียงให้กับตระกูลของเราแล้ว เรื่องนอกเหนือจากนั้นเป็นเรื่องของผม คนนอกไม่เกี่ยว!”

คนนอก

พุทธชาดนิ่งงัน เขามองใบหน้าหล่อเหลาหากแต่ยามนี้กลับซีดเซียวเพราะไม่สบายอีกเล็กน้อย จากนั้นจึงพยักหน้ารับแล้วยอมถอยให้ตามที่กัลปพฤกษ์เรียกร้อง

“ก็ได้ ผมจะไม่ยุ่งกับเรื่องนี้อีก”

“ดี”

“แต่ถ้าสุดท้ายแล้วยังมีข่าวเสียๆ หายๆ ของคุณหลุดออกไปอีกล่ะก็ ผมจะถือว่าคุณไม่มีความสามารถในการจัดการมันอย่างดีพอ และผมจะเข้าไปจัดการต่อให้เรียบร้อยเอง”

“คุณแก้ว!”

“ถึงเวลานั้นก็หวังว่าคุณจะเปิดปากคายเรื่องโสมมของคุณออกมาให้หมดล่ะครับ”

คนนอกไม่เกี่ยวสินะ

ใช่...ท่องเอาไว้สิพุทธชาดว่าตัวเองเป็นแค่คนนอก

.

.

.

ออฟไลน์ aukuzt

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 107
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-1
คิดถึงงง อย่าหายไปนานเลยนะคะ อยากรู้จังว่าพระเอกของเราไปต่อยตีกับใครมา มีภรรยาเป็นสาเหตุไหมมม รอตอนต่อไปไม่ไหวแล้ว

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด