(Omegaverse) พุทธชาดหยาดรัก :: ตอนที่ 10 [17-06-2021]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: (Omegaverse) พุทธชาดหยาดรัก :: ตอนที่ 10 [17-06-2021]  (อ่าน 5763 ครั้ง)

ออฟไลน์ anntonies

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 870
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
ติดตามค่าาาาา

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1147
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
 :katai3: เริ่มต้นก็ตีกันแล้ว

ออฟไลน์ ภูริพงค์

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 2
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
 :katai2-1: รอติดตามนะคะ

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7677
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-8
มาลองตามดู

ออฟไลน์ Hazel_nut

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 158
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +163/-3
บทที่ 1

วันแรกหลังแต่งงาน พบพานความย่ำแย่


 

ด้วยการตกลงของทั้งสองครอบครัวที่มีมาตั้งแต่ก่อนแต่งงาน เรือนหอของทั้งคู่จึงอยู่ในเขตรั้วของตระกูลฝ่ายเจ้าสาว บ้านเก่าที่คุณปู่กับคุณย่าของพุทธชาดอาศัยอยู่นับตั้งแต่เกิดจนตาย นั่นเป็นสิ่งที่ชายหนุ่มค่อนข้างพอใจ เพราะแค่ต้องเปลี่ยนไปใช้นามสกุลผู้เป็นสามีเขาก็กล้ำกลืนเต็มทนแล้ว หากต้องย้ายไปอยู่ในตระกูลชัยพัฒน์พิมาน พุทธชาดคงได้รู้สึกแย่เกินจะรับไหว

เช้าวันนี้พวกเขาตื่นขึ้นมาโดยที่เมื่อคืนเพียงแค่นอนข้างกันและหลับไปเพราะความเหนื่อยอ่อน สิ่งที่ตั้งใจว่าจะทำหลังคืนแต่งงานเป็นอันต้องยกเลิกไป เนื่องจากพ่อบ้านมารอที่ห้องอาหารพร้อมตั๋วฮันนีมูนบนเกาะส่วนตัวทางตอนใต้ของประเทศ กับคำสั่งกรายๆ ให้พุทธชาดหยุดงานเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ขณะที่กัลปพฤกษ์เพียงหัวเราะขบขัน ยักไหล่เป็นเชิงบอกว่ายังไงก็ได้

สุดท้ายพุทธชาดก็จำต้องยอมหยุดงานและออกเดินทางไปฮันนีมูนกับผู้เป็นสามี ตลอดทางไปสนามบินพวกเขาไม่ได้พูดอะไรกันสักคำ บรรยากาศค่อนข้างเงียบเชียบและน่าอึดอัด...ในความคิดของคนขับรถ

หากให้ใครอื่นมามองก็คงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทั้งสองไม่เหมือนคู่แต่งงานข้าวใหม่ปลามัน บอกว่าไม่ถูกกันยังจะเข้าเค้าเสียมากกว่า แม้กระทั่งตอนที่ลงจากรถก็ทำเพียงหิ้วกระเป๋าของใครของมันไปจนถึงเครื่องบินส่วนตัว หรือตอนที่เครื่องบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พุทธชาดก็เลือกที่จะเมินเฉยต่อทุกการกระทำของกัลปพฤกษ์ ไม่นำพาแม้กระทั่งเสียงสนทนานัดหมายโอเมก้าในสังกัดมาปรนนิบัติพัดวีทันทีที่ถึงเกาะส่วนตัว

ชายหนุ่มกดตามองใบหน้าด้านข้างของผู้เป็นสามีอย่างเหยียดหยามในใจ ผู้ชายเจ้าชู้ สักวันก็คงต้องตายคาอกโอเมก้าสักคนในสภาพอเน็จอนาจดูไม่ได้ และก็คงไม่พ้นกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่ง ถูกวิจารณ์แม้กระทั่งตอนที่ตายไปแล้ว แต่ก็อย่าหวังเช่นกันว่าเขาจะยอมให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้น หากกัลปพฤกษ์ตายแบบนั้นจริงๆ พุทธชาดจะทำให้แน่ใจว่าข่าวที่หลุดออกไปคือการตายที่ไม่ทุเรศนักเวลาอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์ เพราะเขาไม่อยากถูกมองว่าเป็นภรรยาของผู้ชายที่ใช้ชีวิตได้ห่วยแตกแบบนี้

เบือนสายตามองออกนอกหน้าต่างเครื่องบินพลางคิดว่าเมื่อไปถึงเกาะเขาจะทำอะไรดี ในเมื่อได้พักร้อนแม้จะแค่สัปดาห์เดียว แต่คนที่ใช้ทุกวินาทีอย่างมีค่าเสมออย่างพุทธชาดจะทำให้การพักร้อนครั้งนี้มีค่า

ลืมเรื่องฮันนีมูนให้สมกับเป็นคู่แต่งงานใหม่ไปได้เลย แค่คิดว่าต้องอี๋อ๋อกับกัลปพฤกษ์เขาก็รับไม่ได้แล้ว

“คุณจะลองทำดูบ้างก็ได้นะ”

“ครับ?” เหลือบกลับมามองคนพูดอย่างไม่เข้าใจ

กัลปพฤกษ์ไหวไหล่ มุมปากเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ “นัดโอเมก้ามาคอยดูแลคุณสักสามสี่คน ผมจะได้สบายใจว่าไม่ได้ปล่อยให้คุณอยู่คนเดียว ไม่งั้นอย่างนั้นผมคงดูเป็นสามีที่แย่มาก”

“เชิญคุณมีความสุขกับโอเมก้าพวกนั้นไปเถอะ ไม่มีความจำเป็นต้องมายุ่งกับผม”

“แหม คุณนี่เย็นชาตลอดเลยนะ ผมก็แค่เป็นห่วง”

“เก็บความเป็นห่วงของคุณไปเถอะ” พุทธชาดหันหน้าหนีแล้วตบท้ายว่า “ผมไม่ต้องการ”

คนฟังเลิกคิ้ว เลิกสนใจภรรยาผู้แสนหยิ่งยโสของตัวเอง เพราะเอาเข้าจริงเขาก็ไม่ได้ใส่ใจนักหรอกว่าพุทธชาดจะทำอะไรเมื่อไปถึงเกาะ ตัวเขามีสิ่งที่อยากจะทำแล้ว และมันต้องสนุกมากแน่ๆ : )

 

เกาะส่วนตัวเป็นสมบัติของตระกูลสิทธาพิวัฒน์ นานๆ ครั้งคนในครอบครัวถึงจะมาพักผ่อนที่นี่ หากแต่พุทธชาดเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ค่อยได้มานัก เพราะเขางานยุ่งแทบจะตลอดเวลา นับตั้งแต่ขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานบริษัทเมื่อห้าปีก่อน

ทันทีที่ถึงบ้านพัก กัลปพฤกษ์ก็หิ้วกระเป๋าเดินเข้าห้องนอนใหญ่ไปในทันที พุทธชาดจึงเลือกที่จะเข้าห้องพักแขกแทน เขายอมนอนในห้องที่เล็กกว่า เนื่องจากที่นี่ไม่ใช่บ้านใหญ่หรือเรือนหอซึ่งมีผู้คนมากมายมองเห็นทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขา ลองคิดดูว่าถ้าเราแยกห้องนอนกัน...คงไม่พ้นเหล่าพ่อบ้านแม่บ้านได้เอาไปนินทาจนเข้าหูคุณพ่อกับคุณแม่ แต่กับที่นี่ซึ่งไม่มีใครอื่นนอกจากเขากับผู้เป็นสามี ดังนั้นการแยกห้องนอนจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

แต่เพียงแค่ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่ใส่อยู่ออกสองเม็ดบน ประตูห้องนอนของเขาก็ถูกเปิดเข้ามาอย่างถือวิสาสะ พร้อมเสียงทุ้มนุ่มที่ไม่ว่าจะได้ยินกี่ครั้งก็ทำให้ชายหนุ่มรำคาญเสมอ

“ทำไมมานอนห้องนี้เสียล่ะ เมื่อคืนก็นอนกับผมแท้ๆ”

“เชิญคุณกับโอเมก้าของคุณตามสบายครับ”

“โอ๊ะโอ อย่าบอกนะว่าคุณแก้วหึงผม : )”

พุทธชาดถอนหายใจแผ่วเบา เงยหน้าจากการรื้อกระเป๋าเสื้อผ้าเพื่อมองคู่ชีวิตหมาดๆ ก่อนจะว่า “สำคัญตัวผิดไปแล้วล่ะครับ อย่างคุณกัลป์...ไม่มีอะไรให้ผมต้องหึงแม้แต่นิดเดียว”

“เย็นชาตลอดเลยแฮะ”

“หมดธุระหรือยังครับ?” ราชนิกูลหนุ่มมองไปที่ประตูเป็นเชิงขับไล่กรายๆ กัลปพฤกษ์จึงยอมเดินออกจากห้อง แต่ยังไม่ทันปิดประตู เสียงนุ่มหากแต่เรียบนิ่งก็ดังขึ้นอีกว่า “จริงสิ ครั้งหน้า...”

“..?”

“อย่าเข้าห้องคนอื่นโดยไม่ขออนุญาตอีกนะครับ มันไร้มารยาท”

ได้ยินอัลฟ่าหนุ่มผิวเข้มหัวเราะ “คุณแก้วนี่ปากร้ายเหลือทน ไม่แปลกใจที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้”

ปัง

ประตูปิดไปแล้ว แต่คำพูดทิ้งท้ายของสามีก็ทำให้คนฟังนิ่งงันไปชั่วขณะหนึ่ง พุทธชาดหวนนึกถึงบางอย่างที่ไม่อยากจำ แต่ก็รีบขับไล่มันออกไปจากสมองแล้วจัดเรียงเสื้อผ้าเข้าตู้จนเสร็จ จากนั้นเขาก็ใช้เวลาที่เหลือทั้งบ่ายไปกับการนอนพักผ่อนอย่างที่ไม่ค่อยได้ทำนัก

ไม่รู้ว่าผล็อยหลับไปตอนไหน รู้ตัวอีกทีก็เป็นตอนที่ความหิวเรียกให้ชายหนุ่มตื่นขึ้น เหลือบมองหน้าต่างก็พบว่าตอนนี้เย็นมากแล้ว แสงอาทิตย์รำไรเริ่มจางลงบ่งบอกว่าอีกไม่นานคงจะมืดลงในที่สุด

พุทธชาดไม่ได้กินข้าวกลางวัน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะหิวจัด แต่เพราะความเป็นผู้ดีในสายเลือด ชายหนุ่มเพียงพาตัวเองลุกขึ้นแล้วเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตา ออกมาด้วยสภาพที่เนี้ยบทุกกระเบียดนิ้วแม้ใส่เสื้อผ้าสบายๆ เช็กความเรียบร้อยทิ้งท้ายหน้ากระจกก่อนก้าวออกจากห้อง

แต่เพียงแค่เปิดประตูออกมาอัลฟ่าหนุ่มชั้นสูงก็ต้องชะงัก ดวงตามองเห็นภาพไม่น่าพิสมัยที่โถงกลางบ้าน เวลานี้โซฟาตัวยาวมีร่างกายกำยำของสามีเขานั่งอยู่ โดยที่ทั้งสองข้างขนาบด้วยชายหญิงฝั่งละสองคน

โอเมก้าสี่คนงั้นเหรอ เหอะ! ทุเรศสิ้นดี

“อ้าว คุณตื่นแล้วเหรอ”

พุทธชาดไม่ตอบ เขาแค่มองหน้าสามีหมาดๆ ด้วยแววตาเหยียดหยันเหมือนเช่นทุกครั้ง ก่อนหมุนตัวเดินไปทางห้องครัว ถึงจะมีคนทำอาหารให้กินตลอด แต่ใช่ว่าชายหนุ่มจะทำอาหารไม่เป็น การไปเรียนต่างประเทศหลายปีทำให้เขาต้องฝึกไว้บ้างเพื่อความอยู่รอด แม้จะเดินออกไปนั่งกินในร้านอาหารหรูๆ ได้ทุกมื้อแต่พุทธชาดกลับเลือกที่จะไม่ทำ

“ผมก็อยากจะเรียกคุณออกมากินข้าวอยู่หรอกนะ แต่เคาะตั้งหลายทีคุณกลับไม่ตอบ แล้วคุณก็บอกเอาไว้ว่าห้ามเข้าห้องก่อนได้รับอนุญาต ผมเลยต้องปล่อยให้คุณนอนต่อไป”

บางทีพุทธชาดก็คิดนะว่ากัลปพฤกษ์กำลังกวนประสาทเขาอยู่หรือเปล่า ผู้ชายคนนี้นอกจากเจ้าชู้กับน่ารำคาญ แล้วยังตีหน้ามึนพูดหน้าซื่อได้อีกด้วยงั้นเหรอ? ชายหนุ่มไม่อยากจะคิดเลยว่าหากต้องทนอยู่กับคนแบบนี้ไปจนแก่ตาย เขาจะรับมือไหวหรือไม่ แต่จะให้หย่าก็กลัวว่าจะเป็นที่ครหาของคนในวงสังคม

ใช่ การหย่าไม่เคยอยู่ในความคิดของพุทธชาด เพราะมันคือมลทินของชีวิตหากเขาทำแบบนั้น เขาไม่แคร์เรื่องความรักตั้งแต่แรกอยู่แล้ว มันก็แค่เรื่องของคำสัญญากับความสัมพันธ์ที่สองตระกูลมีให้กันมาอย่างยาวนาน ยิ่งเรื่องคู่แท้แห่งโชคชะตาเขายิ่งไม่เชื่อ ไม่ใช่เพราะมันยังไม่เกิดขึ้นกับเขา แต่เป็นเพราะเขาถูกกำหนดมาตั้งแต่เกิดแล้วว่าต้องเดินไปในเส้นทางแบบไหน พุทธชาดจึงไม่เคยคิดถึงเรื่องเพ้อฝันซึ่งหาได้ไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์จากคนทั้งหมดบนโลกใบนี้

การหย่าหมายถึงชีวิตคู่ที่ล้มเหลว และเชื่อเถอะว่านอกจากจะทำให้สองตระกูลผิดใจกันแล้ว ยังต้องตกเป็นขี้ปากให้คนในชนชั้นสูงและแวดวงธุรกิจวิพากย์วิจารณ์ไม่จบไม่สิ้นอีกด้วย สิทธาพิวัฒน์จะเสื่อมเสียชื่อเสียงมากแค่ไหนจากการหย่าของเขากับกัลปพฤกษ์

ไม่ได้เด็ดขาด จนกระทั่งเขาตายชื่อเสียงและเกียรติยศก็จะต้องดำรงอยู่ตลอดไป เขาจะไม่มีวันหย่า ต่อให้ผู้เป็นสามีจะชั่วช้าสารเลวมากแค่ไหนก็ตาม ก็แค่ต่างคนต่างอยู่ และดูให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะไม่ทำเรื่องเดือดร้อนมาสู่เราทั้งสองครอบครัว นอกเหนือจากนั้นอยากจะใช้ชีวิตแบบไหนก็เชิญ เขาเองก็จะใช้ชีวิตในแบบของเขาเหมือนกัน

“ขอบคุณในความมีมารยาทนะครับ เชิญคุณกัลป์ไปมั่วสุม...อ้อ ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าเชิญคุณสังสรรค์กับโอเมก้าของคุณต่อไปเถอะ ผมไม่รบกวน”

“ก็ดี”

กัลปพฤกษ์ตอบรับเพียงเท่านั้นแล้วหันมาพูดคุยหยอกล้อกับเด็กๆ ข้างกายเขาต่อ เสียงหัวเราะคิกคักชวนบาดหูคนฟัง พุทธชาดนิ่วหน้าเล็กน้อย เร่งมือทำอาหารมื้อง่ายๆ อย่างข้าวผัดแล้วจากนั้นชายหนุ่มก็เดินกลับเข้าห้องนอนอีกครั้ง เขายอมเสียมารยาทอันพึงมีกินข้าวในห้องนอน ดีกว่านั่งข้างนอกแล้วทนเห็นเรื่องอุจาดตาต่อไปแม้เพียงแค่ไม่กี่นาที

หลังจัดการมื้อเย็นเสร็จอัลฟ่าหนุ่มก็หยิบเอาแท็บเล็ตซึ่งพกพามาด้วยเพื่ออ่านอีเมลและเคลียร์งานทางไกล แม้จะได้พักร้อนและพ่อของเขาเข้าทำหน้าที่แทนชั่วคราว แต่ชายหนุ่มก็ยังไม่วางใจเนื่องจากบางอย่างก็เป็นสิ่งที่เขาต้องตรวจสอบด้วยตัวเอง

บริษัทของเขาเป็นเจ้าของกิจการด้านอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะโรงแรม รีสอร์ต หรือว่าคอนโดฯ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นธุรกิจใหญ่ที่ต้องดูแลให้ดีและทั่วถึง นอกจากคุณพ่อแล้วเขาก็ไม่ไว้ใจใครให้ดูเอกสารสำคัญของบริษัททั้งนั้น เขาก็เลยต้องทำงานอย่างหนักอยู่เสมอ

ส่วนคู่ชีวิตของเขาน่ะเหรอ? ความจริงแล้วพุทธชาดไม่ค่อยอยากจะยอมรับนัก แต่ผู้ชายนิสัยแย่คนนั้นเป็นนักธุรกิจที่เก่งกาจคนหนึ่งของวงสังคม กิจการด้านอาหารหลากหลายประเภทเป็นไปได้ด้วยดีเสมอมา ผลประกอบการเพิ่มมากขึ้นด้วยซ้ำนับตั้งแต่ที่อีกฝ่ายขึ้นเป็นประธานบริษัทในเวลาไล่เลี่ยกันกับเขา

เช็กงานของวันนี้จนเสร็จเรียบร้อยจึงหยิบเอาจานอาหารออกไปล้าง แต่ก็เหมือนภาพซ้ำเกิดขึ้นอีกครั้ง สองเท้าของอัลฟ่าหนุ่มราชนิกูลเป็นอันต้องชะงัก นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนจดจ้องไปที่ชายหญิงห้าคนบนโซฟาบุผ้าเนื้อดี หนึ่งในโอเมก้าซึ่งเป็นผู้ชายตัวเล็กที่สุดกำลังถ่ายคลิปที่กัลปพฤกษ์นัวเนียกับโอเมก้าหญิงแสนเซ็กซี่อยู่

เร็วเท่าความคิดพุทธชาดตรงเข้าไปแย่งโทรศัพท์เครื่องนั้นมาก่อนกดลบคลิปทิ้งโดยไม่สนเสียงร้องอุทานเพราะความตกใจของเจ้าของ เขาเบือนหน้าไปสบตาผู้เป็นสามีก่อนมุ่นคิ้วรับไม่ได้กับปากของอีกฝ่ายซึ่งเปรอะเลอะไปด้วยคราบลิปสติก

ทุเรศสิ้นดี

“ผมเคยเตือนคุณไปแล้วก่อนเราจะแต่งงานกัน ว่าห้ามมีภาพหรือคลิปใดๆ ก็ตามหลุดออกไปจนถึงหูตาของนักข่าว ซึ่งคุณก็รับปากผมเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วด้วย แต่นี่มันอะไรครับ?”

“อ่า ก็แค่ถ่ายเล่นเองน่า”

ได้ฟังดังนั้นชายหนุ่มก็แทบกลั้นความกรุ่นโกรธในอกเอาไว้ไม่อยู่ แต่เพราะเขาเก็บงำความรู้สึกได้ค่อนข้างดี สิ่งที่ทำจึงมีเพียงแค่ลอบสูดหายใจเข้าลึก ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบขึงยิ่งกว่าเดิม

“คุณไม่ใช่คนโง่ กัลปพฤกษ์ เพราะถ้าโง่ก็คงมีแต่แกล้งโง่เท่านั้น”

“...”

“นี่เป็นคำเตือนครั้งสุดท้าย ถ้ายังมีการถ่ายรูปหรือคลิปอีก” พุทธชาดชูโทรศัพท์ในมือขึ้น ก่อนปามันออกไปกระแทกอกสามีอัลฟ่าเต็มแรง กดเสียงต่ำลงจนดูเยือกเย็นน่าขนลุก “อย่าหาว่าผมไม่เตือน”

และใช่...คนฟังได้รับสาส์นที่ผู้เป็นภรรยาต้องการจะสื่อแล้ว ชั่ววินาทีหนึ่งกัลปพฤกษ์แปลกใจมากกว่าที่ได้เห็นพุทธชาดโกรธออกอาการ ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะโดนเขาปั่นหัวหรือแกล้งกี่ครั้ง อีกฝ่ายก็มีวิธีโต้ตอบเขาได้อย่างไม่ยอมพ่ายแพ้ แต่กลับครั้งนี้ดูท่าจะไม่พอใจจริงๆ ดวงตาคู่คมสีน้ำตาลอ่อนเป็นประกายเหมือนผู้ล่ายามจ้องตะปบเหยื่อไม่มีผิด

อัลฟ่าหนุ่มผิวแทนยกสองมือขึ้นเป็นเชิงบอกว่ายอมแพ้

“ก็ได้ๆ ผมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วครับคุณภรรยาที่รัก”

“แล้วผมจะรอดู”

“แต่พูดก็พูดเถอะนะ แทนที่คุณจะเอาเวลามานั่งควบคุมความประพฤติผม สู้คุณมาร่วมสังสรรค์กับผมจะดีเสียกว่า ไหนๆ เราก็มาฮันนีมูนด้วยกันทั้งที” กัลปพฤกษ์เอ่ยปากชวน ชายหนุ่มลูบไหล่ของโอเมก้าสาวข้างกาย ขณะที่อีกมือไล้ข้างแก้มของโอเมก้าหนุ่ม หากแต่ตาจ้องไปยังคู่ชีวิตของตน

พุทธชาดไม่แสดงอารมณ์อื่นใด ชายหนุ่มเพียงเหยียดตามองเหมือนกำลังมองเหลือบไร “ผมจะทำในสิ่งที่ผมอยากทำ ส่วนคุณอยากทำอะไรก็ทำแต่อย่าให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของเราทั้งสองตระกูล”

“พูดแต่เรื่องชื่อเสียงน่ารำคาญอยู่ได้ นอกจากคุณแก้วจะไม่น่าเข้าใกล้แล้วยังน่าเบื่ออีกหรือเนี่ย”

คำพูดนั้นมีผลกับใจคนฟังมากเกินกว่าที่ใครจะรู้นอกจากตัวของพุทธชาดเอง

หากแต่ยังไม่ทันที่พุทธชาดจะได้ตอกกลับ โอเมก้าที่เขาแย่งโทรศัพท์มาก็โผเข้ามากอดแขนเขาเอาไว้ ใช้สายตายั่วยวนออดอ้อนช้อนขึ้นสบ ริมฝีปากฉ่ำแย้มยิ้มหวาน ดวงตาเป็นประกาย เหนือสิ่งอื่นใดคือกลิ่นหอมอันแสนประหลาดที่โชยมาจากตัวของโอเมก้าคนนี้

เขารู้ได้ในทันทีว่ามันคือกลิ่นฟีโรโมน แม้จะไม่มากพอให้เรียกว่าอาการฮีท แต่ก็มากพอที่จะทำให้อัลฟ่าที่ได้กลิ่นรู้สึกดี...วูบหนึ่งพุทธชาดเกือบหลงไปกับกลิ่นหอมนั้น แต่เพียงไม่นานชายหนุ่มก็ได้สติกลับมาแล้วสะบัดแขนออกจากการเกาะกุม

“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน”

โอเมก้าคนนั้นสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อเห็นดวงตาแข็งกร้าวก็รีบถอยห่างจากเขาอย่างรวดเร็ว ขณะที่กัลปพฤกษ์ซึ่งมองอยู่ตลอดเลิกคิ้ว เอ่ยกระเซ้าเย้าแหย่

“คุณทำท่าเหมือนรังเกียจโอเมก้า...”

“ผมไม่ได้รังเกียจ” พุทธชาดกล่าวปฏิเสธ “ออกจะเห็นใจพวกเขาด้วยซ้ำที่ต้องเกิดมาเป็นเพศซึ่งถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม ถูกทำราวกับเป็นแค่เซ็กซ์ทอยชิ้นหนึ่งเหมือนอย่างที่คุณกำลังทำ หากจะถามว่าใครกันแน่ที่ทำให้พวกเขาตกต่ำ...”

“...”

ทั้งสองสบตากัน กัลปพฤกษ์รู้ในวินาต่อมาว่าเขาคงไม่อาจเถียงผู้เป็นภรรยาชนะ

“คำตอบก็คือคุณ” อัลฟ่าสายเลือดหม่อมหลวงเชิดใบหน้าขึ้น “คุณนั่นล่ะที่ทำให้โอเมก้าดูแย่กว่าเดิม เพราะความสำส่อนและใช้พวกเขาเป็นเครื่องมือระบายความไม่รู้จักพอของตัวเอง”

คนถูกปรามาสสะบัดตัวหลุดจากมือของโอเมก้าที่นั่งมองสงครามน้ำลายระหว่างพวกเขาอยู่เงียบๆ ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับผู้เป็นภรรยา ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้ดวงตาสองคู่สบกันอย่างตรงไปตรงมา น้ำเสียงของกัลปพฤกษ์กดต่ำไม่ต่างจากพุทธชาด

“ผมจะทำอะไรมันก็เรื่องของผม คุณไม่มีสิทธ์วิจารณ์ต่อให้คุณจะเป็นภรรยาของผมก็ตาม”

“ผม...คือภรรยาของคุณ” พุทธชาดกอดอก ไม่กลัวต่อโทนเสียงที่เปลี่ยนไปของคนตรงหน้า “ต่อให้คุณไม่มีเกียรติมากแค่ไหน แต่สิ่งที่คุณควรมีให้ผมคือการให้เกียรติผมในฐานะภรรยา”

“เราไม่ได้แต่งกันเพราะรักตั้งแต่แรกอยู่แล้วนี่ เรื่องพวกนี้จะแคร์ทำไม”

“ต้องแคร์สิเพราะผมจะไม่ยอมให้ความสำส่อนของคุณสร้างความเสียหายให้คำว่าชีวิตคู่ของเราสองคน”

“คุณมันก็ห่วงแต่ชื่อเสียง”

“ถูกต้อง ผมห่วงชื่อเสียง เพราะถ้าให้ผมห่วงคุณผมยอมตายจะดีกว่า” พุทธชาดตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า และไม่คิดจะใช้คำพูดถนอมน้ำใจใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อคิดได้ว่ากัลปพฤกษ์เองก็ใช้คำพูดไม่ถนอมน้ำใจเขาก่อน “อย่างที่บอก คุณอยากทำอะไรก็เชิญ แต่ต้องไม่มีเรื่องเสื่อมเสียเกิดขึ้น ข่าวฉาวของคุณต้องถูกกลบจนมิด ผมไล่กลบความเละเทะของคุณได้ แต่จะดีมากถ้าคุณให้ความร่วมมือตั้งแต่แรก”

“...”

“หมดธุระของผมแล้ว หวังว่าที่ผมพูดไปทั้งหมดจะซึมเข้าหัวของคุณบ้าง ส่วนคืนนี้ก็ช่วยเบาเสียงหน่อยแล้วกัน เพราะผมคงนอนไม่หลับแน่หากได้ยินเสียงคุณครวญครางเหมือน...สุนัข”

“คุณแก้ว!”

พุทธชาดหมุนตัวเดินหนีออกมาทันที ไม่สนใจเสียงคำรามเรียกชื่อจากผู้เป็นสามีอีกตามเคย เขาเพียงยกยิ้มหยัน พาตัวเองกลับเข้าห้องนอนและล็อกลูกบิดอย่างแน่นหน้ากันไม่ให้ใครเข้ามารบกวน แต่เมื่ออยู่ตามลำพังอัลฟ่าหนุ่มชั้นสูงก็อดที่จะถอนหายใจไม่ได้

เพียงคืนแรกของการฮันนีมูนก็ทำให้เขาเหนื่อยมากขนาดนี้แล้ว หากต้องอยู่จนกว่าจะครบเจ็ดคืนเขาไม่ต้องปวดหัวเพราะผู้ชายที่ชื่อกัลปพฤกษ์ทุกวันหรอกหรือ

ชายหนุ่มยังคงยืนยันคำเดิม...

เขาเกลียดกัลปพฤกษ์มากจริงๆ




______________________________

คอนเซ็ปต์พระเอกเรื่องนี้คือชั่วให้สุดแล้วหยุดที่กราบเมีย ข่อมค่า!

ช่วงนี้เรายังติดต้นฉบับอยู่ กลับมาอัปแต่ก็คงหายไปหลายวันอีก แง แต่จะพยายามมาให้ไวที่สุดนะคะ เราวางทรีตเมนต์เรื่องนี้ไปได้หน่อยหนึ่งก็รู้สึกว่าอยากจะเขียนให้ทุกคนมาร่วมเกลียดกัลปพฤกษ์ด้วยกันจริงๆ ห่างหายจากความตื่นเต้นสุดๆ ตอนเขียนนิยายมานาน ตอนนี้คิดอะไรได้ก็อยากเขียนไปหมด แง แทบจะแต่งจบในหัวแล้วค่ะ สนุกมาก จริงๆ นี่พูดเลย สนุกจัดจัด!



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-03-2020 10:50:50 โดย Hazel_nut »

ออฟไลน์ BloodyBlue

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 233
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
 :fire: จะรอดูวววว

ออฟไลน์ MyLavenderLand

  • ฉันสุขใจ เมื่อได้ Log in เล้า
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1691
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +83/-1
ผัวเลวแบบนี้ คุณแก้วต้องเก่งมากเลยที่ทนได้ นี่แค่วันแรกนะ

ออฟไลน์ Jiraapp

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ดิชั้นนี่นั่งรอดูคนไปไหนไม่รอดแทบเท้าเมียเลยค่ะ :laugh:

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3346
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1

ออฟไลน์ crOnOs

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
คุณแก้วสู้ๆนะคะ จะรอวันที่มีคนคลานเข่ามาร้องไห้แทบเท้าคุณแก้วค่ะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4942
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-7
แจกจ้า แจก มีดยาวราว ๆ 12 นิ้ว คมฟุดๆ มีใครแถวนี้สนใจบ้างไหม  :z4:

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4044
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
เอาเลยจ้า ไปให้สุด ยังไปได้อีก อยากเห็นตอนนังหลงคุณแก้วมากๆ แล้วคุณแก้วไปปล่อยฟีโรโมนใส่โอเมก้าคนอื่น ได้หึงเลือดขึ้นหน้าแน่ 55555555555

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2343
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
สงสารคุณแก้ว แทนที่จะมาฮันนีมูนหรือพักผ่อนจะกลายเป็นมาทรมานตัวเองกันน้อ

ออฟไลน์ aommyga40

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 106
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
 :pig4: :pig4: สนุกมากกกกกค่ะ รออออออๆๆ

ออฟไลน์ ภูริพงค์

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 2
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
รอติดตามนะคะ

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1977
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-1
 :pig4:
 :3123:
รอวันคนกราบเมีย
 :katai5:

ออฟไลน์ Hazel_nut

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 158
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +163/-3


บทที่ 2

ฮันนีมูนเลือดสาด วิวาทจนเจ็บตัว


 

เช้าของวันที่เจ็ดก่อนกลับไปสู่ชีวิตปกติสุขในวันพรุ่งนี้ พุทธชาดพบว่าการมาฮันนีมูนกับสามีหมาดๆ เป็นเรื่องสิ้นคิดมากกว่าสิ่งไร้สาระทั้งหมดในชีวิตที่เขาเคยประสบพบเจอมา

อันที่จริงชายหนุ่มคิดแบบนี้ในทุกวันหลังตื่นนอน ยามได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของโอเมก้าเหล่านั้นกับเสียงหัวเราะอย่างสำราญใจของผู้ชายคนนั้น หลายครั้งที่เขาอยากจะหนีไปจากตรงนี้ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะเขากลัวว่า...หากละสายตาจากกัลปพฤกษ์ สามีอัลฟ่าจอมสำส่อนของเขาอาจไปสร้างเรื่องที่ทำให้เป็นข่าวหน้าหนึ่งเข้าในวันใดวันหนึ่งก็เป็นได้

เหลืออีกแค่วันเดียว

ราชนิกุลหนุ่มปลอบตัวเองในใจ หางตาเหลือบมองผู้เป็นสามีที่กำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศยามเย็นอยู่ริมสระว่ายน้ำ ซึ่งมองเห็นชายหาดสรขาวสะอาดกับท้องทะเลสวยงาม อัลฟ่าหนุ่มสูงศักดิ์ผ่อนลมหายใจเล็กน้อยก่อนจะเดินผ่านกัลปพฤกษ์ไป โดยไม่สนใจเสียงร้องถามที่ดังตามมา

“เฮ้ คุณแก้ว รีบไปไหนล่ะครับ มาดื่มไวน์ชมอาทิตย์ตกดินด้วยกันก่อนสิ”

พุทธชาดอยากจะกลอกตาแต่นั่นไม่ใช่นิสัยของเขา ร่างสูงสง่าก้าวเดินอย่างมั่นคงไปตามทางเดินปูด้วยหินหยาบ กระทั่งสองเท้าลงมาเหยียบที่ผืนทรายริมชายหาด

ชายหนุ่มทอดสายตามองขอบฟ้าที่ตัดกับขอบท้องทะเล แสงสีส้มอ่อนจางกำลังเคลื่อนลงต่ำเรื่อยๆ ทุกเย็นนับตั้งแต่วันที่เขาต่อว่าผู้เป็นสามีไป พุทธชาดเลือกที่จะมายืนผ่อนคลายอารมณ์ขุ่นมัวที่นี่ เขาเคยได้ยินคำว่าธรรมชาตบำบัด แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะบำบัดได้จริง กระทั่งเขาได้ประสบเองกับตัว

แสงแดดอ่อนๆ ลมทะเลพัดผ่าน หาดทรายนุ่มเท้า และวิวทิวทัศน์อันงดงาม ทั้งหมดนี้ช่วยเขาได้มากทีเดียว

หากคิดว่าคนอย่างกัลปพฤกษ์ ชัยพัฒน์พิมานจะเก็บคำของผู้เป็นภรรยาอย่างเขาไปคิดล่ะก็...ทุกคนก็คิดผิดแล้ว เพราะผู้ชายคนนั้นไม่ได้เศร้าสลดกับคำด่าของเขาเท่าไหร่นัก วันต่อมาก็ยังทำตัวยียวนกวนประสาทได้เช่นเดิม ออกจะมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ ราวกับจงใจทำในสิ่งที่พุทธชาดไม่ชอบ เพื่อให้ชายหนุ่มหงุดหงิดใจเป็นการแก้แค้น

ราชนิกุลหนุ่มอาจมีขัดใจบ้างในบางครั้งกับการกระทำของอีกฝ่าย แต่ก็ไม่มากพอให้เขาควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ การปลูกฝังตั้งแต่เด็กว่าเราคือผู้มีชาติตระกูลที่ดีงามทำให้อัลฟ่าหนุ่มเก็บงำอารมณ์ความรู้สึกเก่งกว่าที่ใครจะคาดคิด

เสียงหัวเราะหยอกล้อดังตามสายลมมาให้ได้ยินอีกครั้ง ขัดจังหวะการดื่มด่ำธรรมชาติของพุทธชาดเสียอยู่หมัด ร่างสูงสง่ามุ่นคิ้วเล็กน้อย แล้วขยับฝีเท้าก้าวเดินให้ห่างไกลออกไปจากตัวบ้านพักตากอากาศหลังใหญ่ สถานที่ฮันนีมูนของเขากับสามีที่ไม่ได้เรื่อง

ชายเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนปลิวไปตามแรงลม เส้นผมสีน้ำตาลเข้มปรกหน้าเล็กน้อย ทำให้เขาต้องปัดมันออก มาคิดดูแล้วพุทธชาดก็จำไม่ได้ว่าตนเองแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสบายๆ แบบนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ และเขารู้สึกผ่อนคลายอย่างนี้ครั้งล่าสุดมันตอนไหน และเพราะเขาจำไม่ได้ จึงได้คำตอบให้ตัวเองว่ามันนานมากแล้วจริงๆ

ดูเหมือนนี่จะเป็นข้อดีข้อเดียวของการมาฮันนีมูนจอมปลอมที่นี่

อัลฟ่าหนุ่มเดินไปเรื่อยๆ ย่ำเท้ากับผืนทราบที่แม้ไม่ได้ถอดรองเท้าแล้วสัมผัสมันตรงๆ แต่เนื้อทรายบางส่วนที่แทรกผ่านรองเท้าของเขาในยามก้าวเดิน ก็พอจะทำให้เขารับรู้ได้ว่ามันนุ่มมากแค่ไหน และนั่นทำให้ใบหน้าที่มักไม่ค่อยยิ้ม หรือมักจะยิ้มเพื่อติดต่อธุรกิจและสร้างภาพลักษณ์เท่านั้น กำลังแย้มยิ้มบางๆ อย่างพึงพอใจกับทุกสิ่งในเวลานี้

เดินมาสักพักพุทธชาดก็หลุดออกจากส่วนของชายหาดส่วนตัว แม้นี่จะเป็นเกาะที่ครอบครัวของเขาซื้อไว้แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นที่อีกด้านของเกาะก็ยังเปิดให้ชาวบ้านซึ่งอาศัยอยู่ดั้งเดิมได้อยู่อาศัยและทำมาหากินต่อไป เพียงแต่ไม่อนุญาตให้เข้าไปที่บ้านพักตากอากาศของตระกูลก็เท่านั้น

ตั้งแต่มาเที่ยวที่นี่จนจะครบเจ็ดวัน นี่เป็นวันแรกที่พุทธชาดออกจากบ้านพักแล้วเดินมาไกลถึงที่นี่ ราชนิกุลหนุ่มไล่สายตามองชาวบ้านมากมายที่กำลังนั่งคัดแยกปลาอยู่เป็นกลุ่มๆ กลิ่นเหม็นคาวของปลาทะเลชวนให้ย่นคิ้วเล็กน้อย

เสียงซุบซิบดังขึ้นเมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งหันมาเห็นเขา ก่อนจะหันไปบอกคนอื่นๆ จนตอนนี้กลายเป็นว่าชาวบ้านนับสิบกำลังมองมาที่พุทธชาด

คนถูกมองเคยชินกับสายตาที่จับจ้องแบบนี้อยู่แล้ว การทำงานที่ต้องพบเจอคนหมู่มากและออกสื่อบ่อยทำให้เขาไม่มีปัญหากับการถูกจ้องมอง ใบหน้าหล่อเหลาของอัลฟ่าผู้สูงส่งกลับมาเรียบเฉยอีกครั้ง ในเวลาเดียวกันนั้นชายคนหนึ่งที่มองเขาอยู่เช่นกันก็ร้อง ‘อ๋อ’ ขึ้นมาเสียงดัง แล้วรีบเดินเข้ามาหา

“สวัสดีครับ ผมเปรมทัตครับ เป็นผู้ใหญ่บ้านของที่นี่”

“สวัสดีครับ ผมพุทธชาด พอดีผมมา...พักผ่อนที่บ้านพักตากอากาศอีกฟากหนึ่งน่ะครับ” พุทธชาดทักทายกลับ โดยเลี่ยงคำว่า ‘ฮันนีมูน’ ออกไป ไม่ค่อยอยากจะพูดคำนี้ออกมาสักเท่าไหร่นัก ในเมื่อการกระทำของเขากับกัลปพฤกษ์ไม่มีอะไรให้เรียกว่าฮันนีมูนได้เลย ขณะเดียวกันเขาก็มองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างประเมินโดยใช้เวลาภายในเสี้ยววินาที

“อ๋อ คุณเป็นคนจากสิทธาพิวัฒน์นี่เอง” ผู้ใหญ่บ้านที่ดูยังไงก็ยังหนุ่มจนไม่น่าจะดำรงตำแหน่งนี้ได้ แต่เมื่อสำรวจดูดีๆ แล้วก็คงไม่แปลกเท่าไหร่เมื่อกลิ่นความเป็นอัลฟ่าของอีกฝ่ายมันฟุ้งซะขนาดนี้ “เราไม่เห็นพวกคุณมาพักผ่อนที่นี่นานแล้ว เลยค่อนข้างแปลกใจน่ะครับ”

“อืม ขอโทษด้วยที่ทำให้ตกใจ”

“ไม่เป็นไรเลยครับ ว่าแต่คุณเดินมาถึงที่นี่ ต้องการอะไรหรือเปล่าครับ”

พุทธชาดเหลือบมองแสงอาทิตย์ที่เริ่มคล้อยต่ำลงไปทุกที คาดว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าท้องฟ้าที่สว่างไสวคงมืดมิดเมื่อเวลากลางคืนมาเยือน...เขาส่ายหน้าให้กับคำถามของผู้ใหญ่บ้าน

“ไม่หรอกครับ ผมแค่มาเดินเล่น”

“โอ้ ถ้าอย่างนั้น หากคุณไม่รังเกียจ ผมจะเป็นไกด์ให้คุณเอง”

“ไกด์?”

“ครับ คุณสนใจไหม?” เปรมทัตยิ้มแย้มให้เขา ท่าทีเต็มใจที่จะพาเดินเที่ยวอย่างที่ปากพูดออกมาจนเห็นได้ชัด ทำเอาพุทธชาดตัดใจปฏิเสธไม่ลง

“ครับ ดีเหมือนกัน”

กลับดึกหน่อยคงไม่เป็นไร เขาขอเพียงแค่ไม่ต้องกลับไปเจอหน้ากัลปพฤกษ์ แล้วต้องทนฟังเสียงมีความสุขของอีกฝ่ายไปอีกครึ่งคืนจนกว่าจะเช้าก็พอแล้ว

 

หมู่บ้านนี้ยังคงดำรงชีวิตแบบดั้งเดิม ซึ่งพุทธชาดไม่ค่อยแปลกใจนักเพราะที่นี่เป็นเกาะใหญ่ห่างไกลผู้คน แม้จะไม่มากแต่ก็เรียกได้ว่าสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มีน้อยกว่าบนฝั่งอยู่มากโข ถึงอย่างนั้นตอนไปเจอเข้ากับกลุ่มแม่บ้านวัยกลางคนกำลังทอผ้าอยู่ ชายหนุ่มก็ประทับใจผ้าทอพวกนั้นจนเอ่ยปากขอซื้อ

คุณแม่ของเขาชอบผ้าทอมือมาก หากรู้ว่าหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนเกาะส่วนตัวมีช่างทอผ้ามากมาย คงไม่แคล้วได้รีบมาเยือน บางทีเขาควรเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ท่านฟัง เผื่อท่านจะช่วยส่งเสริมแม่บ้านเหล่านี้ให้มีรายได้มากขึ้น

นาฬิกาบ่งบอกเวลาว่าตอนนี้สองทุ่มกว่าแล้ว เท่ากับว่าพุทธชาดออกจากบ้านพักมาราวสามชั่วโมงเห็นจะได้ แม้จะยังไม่ดึกมากพอ แต่ชายหนุ่มก็คิดว่าเขาควรจะกลับได้แล้ว

“ผมคิดว่าผมคงต้องกลับแล้ว”

เปรมทัตก้มมองนาฬิกาข้อมือก่อนจะพยักหน้า “จริงด้วย ค่ำมากแล้ว เดี๋ยวผมเอารถไปส่งนะครับ”

“รถ? ที่นี่มีรถด้วยเหรอครับ?”

ผู้ใหญ่บ้านหัวเราะอย่างขบขันเล็กน้อย “มีสิครับ เราเอาไว้ใช้ขนของที่มีจำนวนมากๆ น่ะ”

“งั้นผมคงต้องรบกวนแล้วล่ะ”

การเดินทางกลับบ้านพักตากอากาศที่อีกฟากของเกาะใช้เวลาเพียงสิบห้านาที พุทธชาดกล่าวขอบคุณสารถีจำเป็น พูดคุยถึงผ้าทอที่เขาสั่งซื้อไว้และจะรอรับในวันพรุ่งนี้ก่อนกลับบ้านตอนบ่ายโมงอีกนิดหน่อย ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าบ้านเมื่อเปรมทัตขับรถจากไปแล้ว

แต่สิ่งที่อัลฟ่าราชนิกุลไม่คาดคิดว่าจะเจอในเวลานี้ก็คือ...สามีของตนเอง

“ไงคุณแก้ว ออกไปเที่ยวมาเหรอครับ”

“...” คนถูกถามไม่ตอบ เขาเดินเลี่ยงจะเข้าไปในบ้าน แต่กลับถูกร่างสูงใหญ่ของอัลฟ่าผิวแทนขวางทางเอาไว้ “ต้องการอะไร”

“ก็แค่อยากรู้ว่าหนีไปเที่ยวที่ไหนน่ะครับ ทิ้งสามีให้อยู่บ้านมันไม่ดีนะที่รัก” กัลปพฤกษ์ยิ้มกวนประสาท เขากอดอกมองภรรยาแสนเย็นชาด้วยท่วงท่าน่ารำคาญใจเหลือเกินสำหรับพุทธชาด

“ผมจะไปไหนก็เรื่องของผม กรุณาหลีกทางด้วย”

“เป็นเรื่องของคุณไม่ได้หรอก เพราะคุณ...เป็นภรรยาของผม”

คนฟังมุ่นคิ้วอย่างไม่ชอบใจนัก “เราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือไงครับ ว่าตราบใดที่ไม่ทำให้สถานะชีวิตคู่ของเรามีปัญหา คุณจะทำอะไรก็เรื่องของคุณ ผมจะทำอะไรก็เรื่องของผม”

“การที่คุณออกไปเที่ยวกับคนอื่นมันเหมาะสมงั้นเหรอครับ” สีหน้าของกัลปพฤกษ์เปลี่ยนไป ดวงตาคมกริบหรี่มองภรรยาซึ่งมาจากชาติตระกูลสูงส่ง แต่กลับหายไปเที่ยวกับใครที่ไหนก็ไม่รู้ตั้งหลายชั่วโมง “หมายความว่าที่คุณหายไปทุกเย็นก็เพราะออกไปเที่ยวกับไอ้หมอนั่น?”

“คุณกัลป์ ผมขอเตือนว่าอย่าพูดจาดูถูกผมเด็ดขาด ถ้าคุณไม่ได้รู้อะไรเลยแม้แต่นิดเดียว”

“โอ้ แล้วที่คุณดูถูกผมเมื่อหลายวันก่อนนั่นล่ะ คิดว่าผมชอบใจนักหรือไง!?”

สุ้มเสียงของอัลฟ่าเจ้าสำราญกลายเป็นกรรโชก มือหนากระชากข้อมือของคนที่ตัวเพรียวบางกว่าตนเองเล็กน้อยให้เข้ามาใกล้ นั่นทำให้พุทธชาดที่ไม่ทันตั้งตัวเซไปตามแรงนั้น

“ปล่อย!” เขาบอกกับอีกฝ่ายเสียงหนัก “คุณไม่มีสิทธิ์แตะต้องผมถ้าผมไม่อนุญาตนะคุณกัลป์!”

“ผมมีสิทธิ์ในญานะผัวคุณไง!”

“หยาบคาย!” พุทธชาดสะบัดแขนเต็มแรงจนหลุดออกจากการจับกุม แม้จะเริ่มกรุ่นโกรธแต่ชายหนุ่มก็ยังคงบุคลิกสุขุมเอาไว้ได้อยู่หมัด “ที่ผมต่อว่าคุณไปในวันนั้น ไม่ได้ซึมเข้าไปในสมองของคุณเลยหรือยังไง”

“คุณแก้ว!”

“เราต่างคนต่างอยู่ คุณมีอิสระในการมั่วสุมกับโอเมก้าพวกนั้นได้เต็มที่ แต่ต้องไม่มีข่าวหลุดออกไปขึ้นหน้าหนึ่ง และผมมีสิทธิ์ทำอะไรก็ได้ตราบใดที่ผมไม่ได้ทำให้ตระกูลของเราเสื่อมเสีย ซึ่งผมมั่นใจว่าผมทำมันอยู่ตลอดเวลา”

“แต่คุณออกไปเที่ยวกับคนอื่น”

“ผมไม่ได้ออกไปเที่ยวกับเขา แต่ถึงผมจะทำแบบนั้นจริงแล้วมันทำไมหรือครับ ในเมื่อคุณยังเสวยสุขกับโอเมก้าพวกนั้นได้ทุกวัน”

คนเป็นสามียังคงไม่พอใจ ตั้งแต่โดนลูบคมเมื่อหลายวันก่อน ชายหนุ่มก็หาทางเอาคืนมาตลอด พอวันนี้เห็นผู้เป็นภรรยามีอัลฟ่าที่ไหนก็ไม่รู้มาส่ง เขาก็เห็นสมควรว่าเรื่องนี้เหมาะกับการเอามาโจมตีอีกฝ่าย

“ตัวเองก็ไม่ได้ทำตัวสูงส่งอย่างปากพูด ออกไปกับใครที่ไหนก็ไม่รู้ แต่กลับต่อว่าที่ผมเอาโอเมก้ามาเที่ยวด้วย” กัลปพฤกษ์แค่นหัวเราะ “ย้อนแย้งไปหรือเปล่าครับ”

“ถ้าคุณยังพูดไม่รู้เรื่อง เราก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก” พุทธชาดตัดบท “สมองของคุณคงแยกแยะไม่ได้ว่าการกระทำของใครมันน่ารังเกียจมากกว่ากัน แต่ผมแยกมันได้ และผมจะบอกให้...”

“...”

“ว่าคุณนั่นล่ะที่ทำตัวน่ารังเกียจยิ่งกว่าผม!”

ราชนิกุลหนุ่มสาวเท้าก้าวเข้าบ้าน แต่ยังไม่ทันหมุนลูกบิดเปิดประตู ร่างทั้งร่างก็ถูกกระชากเต็มแรง แผ่นหลังของเขาถูกเหวี่ยงไปแนบกับผนังที่อยู่ไม่ไกล ก่อนริมฝีปากจะถูกปิดแน่นด้วยอวัยวะเดียวกัน

กัลปพฤกษ์กำลังจูบเขา

วินาทีหนึ่ง...สมองของพุทธชาดคิดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ เขาเบิกตากว้าง ก่อนจะรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาเมื่อเรียวปากของเขาถูกบดขยี้อย่างรุนแรงจนฟันขบเข้ากับผิวเนื้อในปาก ส่งผลให้เลือดออกเพราะเขารับรู้ได้ถึงรสชาติของมันในปากตัวเอง

ชายหนุ่มออกแรงผลักร่างสูงกว่าให้กระเด็นออกไป เพราะเป็นอัลฟ่าเหมือนกันจึงมีแรงต่างกันไม่มาก กระนั้นพุทธชาดที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเท่าอีกฝ่ายก็ดูจะแรงน้อยกว่าอยู่ดี เมื่อสามีที่เขาจำใจต้องแต่งงานด้วยโผเข้ามาบังคับจูบเขาอีกครั้ง

“หยุดทำแบบนี้กับผมได้แล้วคุณกัลป์! คุณไม่มีสิทธิ์!”

“ผมก็บอกแล้วไงว่าผมมีสิทธิ์ในฐานะสามีคุณ!”

เพี๊ยะ!

ฝ่ามือขาวของพุทธชาดฟาดเข้าที่ข้างแก้มของอัลฟ่าจอมสำส่อน เสียงตบดังสนั่น ทำเอาคนถูกตบอย่างกัลปพฤกษ์หน้าชา เผลอผ่อนแรงที่บีบไหล่ผู้เป็นภรรยาลง นั่นทำให้พุทธชาดหลุดออกจากวงแขนอีกฝ่ายได้อีกครั้ง

“ให้เกียรติผมบ้างคุณกัลป์ เกียรติที่ภรรยาพึงจะได้!”

คนฟังยิ้มเยาะ “ผมพาโอเมก้ามากก ทั้งหมดก็ยังอยู่ในสายตาคุณ แต่คุณที่หายออกไปตั้งหลายชั่วโมงโดยที่ผมไม่รู้ว่าคุณหายไปกับใคร แบบนี้เรียกว่าคุณเองก็ไม่ให้เกียรติสามีอย่างผมหรือเปล่าครับคุณแก้ว หึ”

“ผมบอกไปแล้วว่าผมเพิ่งเจอกับเขาเพราะไปเที่ยวที่หมู่บ้านอีกฟากหนึ่งของเกาะมา หากคุณฟังไม่เข้าใจผมก็ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องพูดเรื่องเดิมๆ กับคนอย่างคุณ...อื้อ!”

ริมฝีปากของชายหนุ่มถูกบดขยี้อีกครั้ง และครั้งนี้กัลปพฤกษ์ก็ไม่คิดจะยอมให้ภรรยาอัลฟ่าของเขาหลุดไปได้ง่ายๆ อีก แต่ยังไม่ทันได้ล่วงล้ำมากไปกว่านั้น เพียงปลายลิ้นของเขาสอดผ่านรอยแยกของริมฝีปากคุณแก้วเข้าไป...

กึด!

“โอ๊ย!”

เลือดสีแดงไหลซึมออกมาจากลิ้นของอัลฟ่าผิวแทน เป็นผลมาจากที่ถูกพุทธชาดกัดเข้าให้ ทั้งสองจ้องตากันเขม็งอย่างไม่มีใครยอมใคร พุทธชาดแม้ไม่ชอบใช้กำลังตัดสินปัญหา แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาใช้ไม่เป็น ถึงจะทำได้แค่ตบหน้ากับกัดลิ้นอีกฝ่าย แต่เท่านี้ก็มากพอแล้ว

หากกัลปพฤกษ์กล้าทำอะไรเขาอีก จะต้องเจ็บตัวมากกว่านี้แน่

อัลฟ่าผู้สูงส่งจากตระกูลเก่าแก่เชิดใบหน้าขึ้น แม้จะเจ็บปากแต่ก็ยังมีแววตาและสีหน้าที่แน่วแน่มั่นคง เขากดตามองผู้เป็นสามีอย่างหยามเหยียด แล้วเอ่ยทิ้งท้ายว่า...

“เก็บปากน่าขยะแขยงของคุณไปจูบโอเมก้าพวกนั้นเถอะ แต่คุณคงจะจูบไม่ได้ไปอีกนานเพราะแผลนั้น”





___________________

เลือดสาด...สาดปากนังกัลป์ 55555555555 อย่ามาแหยมกับคุณแก้วย่ะนังคนสำส่อน!

เรารู้ว่าทุกคนคิดถึงคุณแก้ว พามาหาแล้วนะคะ พามาได้เพราะพิเรนทร์อยากทำชาเล้นจ์อัปนิยาย 10 เรื่องในวันเดียว ผลที่ได้คือเกือบตาย ไม่เอาแล้วค่ะ พอ เหนื่อยมาก ปวดข้อมือแล้วตอนนี้ 5555555555555 แล้วเจอกันตอนหน้านะคะ เมื่อ...เมื่อเราพร้อม เอ่อ...





ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1822
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
หัวร้อนๆๆ

ออฟไลน์ nightsza

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2054
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-1
จัดการเลยคุณแก้ว

ออฟไลน์ Piechicofic

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 42
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ภรรยาก็แสบ สามีก็ยียวน
ไม่ชอบการทำร้ายร่างกายกันเลย
เธอใช้ความรุนแรงในครอบครัว
ฮึ่มมม

ติดตามอยู่นะคะ เป็นกำลังใจให้คุณนักเขียนค่า สนุกมากเลย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ aommyga40

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 106
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
คุณแก้ว โหดได้ใจมากๆๆๆ

ออฟไลน์ Hazel_nut

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 158
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +163/-3


บทที่ 3

ข่าวฉาวปิดไม่มิด คนผิดไม่สำนึก



บรรยากาศบนเครื่องบินตอนเดินทางกลับจากฮันนีมูนไม่ได้ต่างจากขาไปมากนัก ไม่สิ...ต้องบอกว่ามันย่ำแย่ยิ่งกว่าซะอีก ต้นเหตุก็มาจากเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน จนถึงตอนนี้พุทธชาดก็ยังไม่แม้แต่จะชายตามองผู้เป็นสามี ทำเหมือนอีกฝ่ายเป็นเพียงอากาศธาตุเท่านั้น กัลปพฤกษ์เองแม้ยังคงไม่พอใจแต่ก็เลือกที่จะไม่สนใจผู้เป็นภรรยาเช่นกัน

ต่างคนต่างอยู่แต่ในมุมของตัวเอง ฝ่ายหนึ่งนึกถึงบาดแผลในปากก็รู้สึกกรุ่นโกรธขึ้นมาแต่ยังคงนิ่งเฉย มีเพียงเรียวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันเท่านั้น ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจดจ่อกับอีเมลที่เปิดอ่าน ขณะที่อีกฝ่ายยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มระบายความหงุดหงิด ความเจ็บจี๊ดที่ลิ้นยามเครื่องดื่มรสขมฝาดเคลื่อนผ่านทำให้เขายิ่งโมโหเมื่อนึกถึงที่มาของแผลนี้

กัลปพฤกษ์หมายมั่น...เขาต้องจัดการภรรยาผู้ร้ายกาจให้เชื่องกับเขาให้ได้

เครื่องบินส่วนตัวลงจอดบนลานจอดส่วนบุคคล พวกเขาย้ายไปนั่งรถยนต์และยังคงเงียบงันไร้ซึ่งบทสนทนา ความมาคุราวกับมีไฟพร้อมจะปะทุขึ้นเผาทุกอย่างให้เป็นจุลลอยอบอวลอยู่รอบตัวแม้มองไม่เห็น เล่นเอาคนขับรถที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์นี้อดที่จะกลืนน้ำลายอย่างหวาดหวั่นไม่ได้...ทำไมขากลับมันน่าอึดอัดกว่าขาไปกันล่ะเนี่ย

ตอนที่กลับถึงบ้านพุทธชาดตั้งใจว่าจะไปพักผ่อนที่ห้องหนังสือแทนที่จะเป็นห้องนอน เพราะไม่อยากหายใจเอาอากาศเข้าปอดร่วมกับสามีจอมสำส่อนมากไปกว่านี้แล้ว แต่ยังไม่ทันได้ทำอย่างที่ตั้งใจก็ต้องเปรับเปลี่ยนสีหน้าและท่าทางให้ดูปกติที่สุด เมื่อทันทีที่อัลฟ่าหนุ่มก้าวเท้าพ้นกรอบประตูบ้าน เสียงทักทายของมารดาก็ดังขึ้น

“กลับมาแล้วเหรอจ๊ะ ฮันนีมูนเป็นยังไงบ้างลูกรัก” รอยยิ้มของคุณหญิงพุดน้ำบุศย์แฝงความคาดหวังเอาไว้เต็มเปี่ยม และนั่นทำให้ลูกชายที่ดีของเธอต้องรีบปั้นหน้ายิ้มเอ่ยตอบ

“สนุกมากครับแม่” พุทธชาดหันไปมองใบหน้าสามีอัลฟ่าของตัวเองเป็นครั้งแรกในรอบวัน “ใช่ไหมครับคุณกัลป์”

กัลปพฤกษ์สบตาภรรยาผู้แสนเย่อหยิ่ง เขาทั้งทึ่งทั้งหงุดหงิดใจไปพร้อมๆ กัน อีกฝ่ายสามารถโกหกได้อย่างหน้าตายว่าการไปเที่ยวด้วยกันครั้งนี้เต็มไปด้วยความสนุก ทั้งที่ความจริงไม่ใช่เลยแม้แต่นิดเดียว ช่างปั้นหน้าเสแสร้งได้เก่งกาจเหลือเกิน

ถึงจะไม่พอใจอย่างไร แต่อัลฟ่าหนุ่มผิวแทนก็ยังยอมเล่นตามน้ำ แย้มยิ้มกว้างให้แม่ยาย เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริง หากแต่ประโยคที่พูดออกมานั้นทำให้คนเป็นภรรยาตะลึงงัน

“สนุกมากครับคุณแม่ คุณแก้วทำให้ผมหมดแรงแทบทุกวันเลย”

“คุณ!” พุทธชาดแทบจะตะโกนใส่หน้า แต่ราชนิกูลหนุ่มก็ยั้งปากตัวเองเอาไว้ได้มัน ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนขึงมองสามีนิสัยเสียโดยไม่ให้ผู้เป็นแม่ได้เห็น ขณะที่คุณหญิงแห่งบ้านสิทธาพิวัฒน์ป้องปากหัวเราะด้วยความชอบใจ

“สนุกกันก็ดีแล้วจ๊ะ นี่แม่แวะมาทักทายถามไถ่แทนคุณพ่อของลูกก็เท่านั้น กลับมาเหนื่อยๆ ไปพักผ่อนกันเถอะ แล้วมื้อเย็นอย่าลืมไปทานข้าวเย็นที่บ้านใหญ่นะ”

“ครับคุณแม่”

“แล้วพบกันมื้อเย็นครับคุณแม่” กัลปพฤกษ์ค้อมหัวให้แม่ยายเล็กน้อย จากนั้นก็ถือวิสาสะโอบไหล่ของภรรยาอัลฟ่าเข้ามาใกล้ตัว กระชับแน่นไม่ให้พุทธชาดดิ้นหลุดไปได้ แถมยังแกล้งโน้มหน้าเข้าหาจนปลายจมูกแตะกับใบหูขาวเบาๆ “ไปกันเถอะที่รัก ผมเหนื่อยมากเลย เมื่อคืนคุณทำให้ผมแทบไม่ได้นอน ถึงเวลาที่เราต้องไปนอนชดเชยแล้วล่ะ”

“นี่คุณ! หยุดพูดจาน่ารังเกียจได้แล้ว!” พุทธชาดกระซิบเสียงเบา สองขาก้าวเดินตามแรงลากของสามีหนุ่มแต่โดยดี จนกระทั่งพ้นตาคุณแม่และคนในบ้านจนหมดแล้วนั่นล่ะ เขาถึงจะผลักอีกฝ่ายออกไป “ถอยไป!”

“อะไรกัน ก็คุณแก้วอยากให้ผมแสดงละครว่าเรารักกันหวานชื่นไม่ใช่เหรอ ที่ผมทำก็ถูกต้องแล้วนี่” อัลฟ่าหนุ่มผิวแทนกระตุกยิ้มพลางไหวไหล่

ราชนิกุลหนุ่มเหยียดตามองอีกฝ่ายด้วยสายตารังเกียจอย่างชัดเจน “เก็บความต่ำตมของคุณไว้ใช้ที่อื่น อย่าเอามาใช้ที่นี่”

“คุณแก้ว!”

กัลปพฤกษ์ดวงตาวาวโรจน์ เขากระชากแขนภรรยาจอมหยิ่งลากเข้าห้องนอน แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรมากไปกว่านั้น พุทธชาดก็ออกแรงสะบัดแขนจนหลุดแล้วก้าวถอยห่างได้ทันเสียก่อน

“ถอยออกไปให้ห่างจากผม!”

“คุณจะทำอะไรผมได้ เป็นอัลฟ่าแท้ๆ แต่กลับมีแรงสู้ผมไม่ได้ด้วยซ้ำ” นอกจากจะไม่ถอยแล้วอัลฟ่าหนุ่มผิวแทนยังก้าวเท้าเข้ามาหาผู้เป็นภรรยาเรื่อยๆ อีกด้วย

แรกเริ่มพุทธชาดยังคงถอยเท้าหนี แต่พอคิดว่าเขาไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแสดงความกลัวออกมา และใช่เขาไม่ได้กลัวเลยสักนิด แค่ไม่ชอบที่อีกฝ่ายแตะต้องเนื้อตัวของเขาเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงยืดปักหลักมั่น ไม่หวั่นเกรงใดๆ ทั้งสิ้น จะไม่ยอมให้สามีจอมสำส่อนได้แตะต้องตัวเขาอีกเด็ดขาด

หากกล้าทำอะไรเขาเหมือนเมื่อคืนอีกแม้แต่นิดเดียว พุทธชาดจะเอาคืนให้หนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม!

ทันทีที่ฝ่ามือของกัลปพฤกษ์ยื่นมาหา ราชนิกุลหนุ่มก็ปัดออกอย่างแรงจนเกิดเสียงกระทบดังลั่นห้อง คนถูกปัดมือเบิกตากว้าง ดวงตาคมกล้าดุดัน กลิ่นอายความเป็นอัลฟ่าแผ่ออกมาจนอัลฟ่าด้วยกันอย่างพุทธชาดรับรู้ได้ แต่แล้วยังไง เขาไม่กลัวเลยสักนิด ความเป็นอัลฟ่าของเขาก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าอีกฝ่าย คิดว่าใช้มันข่มขู่เขาได้คนเดียวหรืออย่างไร

“คุณทำผมเจ็บตัวมาสองครั้งแล้วนะคุณแก้ว!”

“คุณเองก็หยาบคายไร้มารยาทกับผมซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนกัน ถอยออกไปให้ห่างจากผมซะ!”

“ภรรยาอย่างคุณ นอกจากน่าเบื่อแล้วยังไม่ยอมเชื่อฟังสามีอีก รู้ตัวหรือเปล่าว่าบกพร่องในฐานะภรรยามากแค่ไหน” กัลปพฤกษ์ต่อว่าต่อขานอย่างไม่ไว้หน้า เขาคาดหวังว่าจะได้เห็นคนฟังจนตรอก แต่กลับไม่ใช่อย่างนั้นเลย

พุทธชาดเชิดใบหน้าขึ้นอย่างไม่ยินยอม ดวงตาคมกริบของอัลฟ่าหนุ่มราชนิกุลจ้องหน้าสามีไม่คิดกลัวเกรง “คุณลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าเราเป็นอัลฟ่าเหมือนกัน ผมไม่จำเป็นต้องเชื่อฟังคุณเหมือนพวกโอเมก้าที่คุณเลี้ยงดูเอาไว้บำบัดความใคร่”

“...”

“อีกอย่าง...ถึงแม้ว่าผมจะแต่งให้คุณในฐานะภรรยา แต่ความคิดที่ว่าภรรยาต้องปรนนิบัติสามีและเชื่อฟังทุกอย่างน่ะ คุณลืมมันทิ้งไปได้เลย เพราะมันเป็นความคิดที่หัวเก่าและโง่เง่ามากสำหรับผม” พุทธชาดเปลี่ยนเป็นปรายตามองร่างสูงตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาหยามเหยียดชัดเจนดั่งเช่นทุกครั้ง “แล้วก่อนที่คุณจะมาสอนว่าผมต้องเป็นภรรยาแบบไหน เอาเวลาไปสอนตัวเองเสียก่อนเถอะว่าควรทำตัวเป็นสามีที่ดียังไง”

“มันจะมากไปแล้วนะคุณแก้ว!”

“คุณเองก็ไร้มารยาทกับผมมากเกินไปเหมือนกัน” เสียงของพวกเขาเริ่มดังมากขึ้น และพุทธชาดเป็นคนแรกที่ตระหนักได้ เขาลดเสียงลง สูดหายใจเข้าลึกจากนั้นก็ก้าวผ่านร่างสูงกำยำของผู้เป็นสามีด้วยความระมัดระวัง โชคดีที่กัลปพฤกษ์ไม่ได้คว้าเขาเอาไว้ อัลฟ่าหนุ่มผู้เย่อหยิ่งจึงก้าวไปถึงประตูแล้วเอ่ยขึ้นทั้งที่ไม่ได้หันหลังไปมอง “เราต่างคนต่างอยู่ แต่มื้อเย็นคุณควรไปรับประทานอาหารที่บ้านใหญ่กับผม ตามที่คุณรับปากคุณแม่เอาไว้”

“...”

“อย่าผิดคำพูดเด็ดขาด ถ้าไม่อยากถูกผมตราหน้าว่าคุณเป็นสามีที่แย่มากแค่ไหน”

คนพูดก้าวออกจากห้องไปแล้ว แต่คนฟังยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ มองบานประตูด้วยความกรุ่นโกรธราวกับว่าจะสามารถมองทะลุออกไปเห็นร่างของภรรยาจอมกวนโมโหได้ กี่ครั้งแล้วที่กัลปพฤกษ์ลับฝีปากกับอีกฝ่าย และจบลงที่เขาพ่ายแพ้แทบจะทุกครั้ง

แล้วเราจะได้เห็นดีกันแน่คุณแก้ว!



มื้อเย็นของวันนั้นเป็นไปอย่างอบอุ่นชื่นมื่น...ในสายตาพ่อและแม่ของพุทธชาด แต่ทั้งเขาและผู้เป็นสามีต่างรู้ดีว่าทุกอย่างที่แสดงออกไปล้วนเป็นการปรุงแต่งเพื่อไม่ให้พวกท่านคลางแคลงใจหรือเป็นห่วง

ฉากหน้าทำเหมือนรักกันดี ตักอาหารใส่จานให้กันและกัน แต่แท้จริงแล้วพุทธชาดจงใจตักของที่จำได้ว่ากัลปพฤกษ์ไม่ชอบกิน ขณะที่ผู้เป็นสามีก็ทำไม่ต่างกัน การทานมื้อเย็นจึงเหมือนเป็นสงครามแห่งการกวนประสาทย่อมๆ ของพวกเขาสองคน โดยที่ไม่มีใครมองออกเลยสักคน

จบด้วยของหวานล้างปากก็นั่งพูดคุยกันในห้องนั่งเล่นเล็กน้อย แล้วในที่สุดสองอัลฟ่าคู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันก็ได้กลับเรือนหอของตัวเอง ระหว่างทางทั้งคู่เดินเคียงข้างกันด้วยรอยยิ้มประดับเจือจางบนใบหน้า แต่พอขึ้นมาถึงห้องนอนพุทธชาดก็แยกตัวไปอาบน้ำโดยไม่คิดพูดคุยกับเพื่อนร่วมห้องนอน

ถึงจะเกลียดมากแค่ไหนแต่เขาก็ย้ายไปนอนห้องอื่นไม่ได้อยู่ดี

ผลัดกันอาบน้ำจนเสร็จโดยที่พุทธชาดอดจะแปลกใจไม่ได้ที่สามีจอมสำส่อนของเขาไม่พูดจากวนประสาทเลยแม้แต่ครึ่งคำ จะว่าเป็นเพราะเหตุการณ์เมื่อตอนกลับมาถึงบ้านก็ไม่น่าจะใช่ ราชนิกุลหนุ่มไม่รู้เลยจริงๆ ว่ากัลปพฤกษ์คิดจะทำอะไร แต่เขาจะระแวงและระวังเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน

คนอย่างกัลปพฤกษ์ ชัยพัฒน์พิมานน่ะไว้ใจไม่ได้

พุทธชาดไม่แยแสต่อร่างสูงใหญ่ที่เพิ่งก้าวออกมาจากห้องน้ำ เขายังคงเช็กอีเมลต่อแม้พรุ่งนี้จะได้กลับไปทำงานแล้วก็ตาม แต่แล้วอีเมลหนึ่งก็ทำให้ชายหนุ่มชะงักงัน ยิ่งเมื่อกดเข้าไปดูแล้วพบว่าเป็นรูปแอบถ่ายกับคลิปวิดีโอก็ยิ่งรู้สึกโกรธจนแทบควบคุมอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่

เสียงในคลิปดังออกมาทำลายความเงียบระหว่างพวกเขา สีหน้าของพุทธชาดขึงตึงมากขึ้นทุกที ในขณะที่กัลปพฤกษ์นั้นขมวดคิ้วแน่น เพราะเขารู้สึกคุ้นกับเสียงต่างๆ ในคลิปนั้นมาก แล้วคำเฉลยของความสงสัยก็ได้รับการไขในเวลาต่อมา เมื่อภรรยาอัลฟ่าของเขาหันหน้าจอแท็บเล็ตมาให้ดู

“นี่อะไรคุณกัลป์”

อัลฟ่าผิวแทนรับเอามาดูใกล้ๆ เขากดเล่นคลิปใหม่หลังจากมันจบไปแล้วก่อนเขาจะทันได้ดู ในคลิปเป็นเขากับบรรดาโอเมก้านั่งรายล้อมเอาอกเอาใจ และใช่มันคือคลิปที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อนตอนไปฮันนีมูน พอเนื้อหาอีเมลลงอีกนิดหน่อยก็เจอเข้ากับลิงก์ข่าวซุบซิบ



อัลฟ่าหนุ่มเจ้าของธุรกิจหมื่นล้าน หอบหิ้วโอเมก้าหลายคนไปฮันนีมูนกับภรรยา!



หัวข้อข่าวเรียกได้ว่าแม้ไม่เอ่ยชื่อแต่ก็บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าหมายถึงใคร ขายหนุ่มมุ่นคิ้วอย่างไม่พอใจนัก เพราะดูคลิปก็รู้แล้วว่าคนที่ปล่อยมันหลุดออกมาคือโอเมก้าคนหนึ่งที่เขาหิ้วไปเที่ยวเกาะด้วย ตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะจัดการเขี่ยไอ้เด็กนี่ทิ้งไปซะแล้วสั่งสอนให้เข้าใจว่าอย่าคิดจะเล่นแง่กับเขา แต่พอเขาเงยหน้าขึ้นมาเห็นสีหน้าโกรธเคืองของภรรยาจอมหยิ่ง กัลปพฤกษ์ก็รู้สึกชอบใจจนต้องเย้าแหย่

“ก็แค่ข่าวฉาวของผมเหมือนอย่างทุกทีนี่ครับ คุณแปลกใจอะไร”

“คุณกัลป์! ผมบอกแล้วไงว่าหลังจากแต่งงานต้องไม่มีเรื่องพวกนี้หลุดออกสื่ออีก” พุทธชาดย้ำเตือนด้วยน้ำเสียงกดต่ำ แม้จะไม่พอใจมากแค่ไหนแต่อัลฟ่าหนุ่มก็ยังพยายามเก็บอารมณ์ของตนเองเอาไว้ให้มิดชิด วันนี้เขาแสดงอารมณ์ออกมามากเกินไปแล้ว และใช่ว่าเขาจะมองไม่ออกยามเห็นแววตาชอบใจของอีกฝ่าย

“ก็ไหนคุณบอกว่าคุณกลบข่าวฉาวของผมได้เสมอ งั้นคุณก็แค่ทำมันอีก ไม่เห็นจะยากตรงไหน”

“ผมบอกว่าผมกลบให้คุณได้ แต่จะดีกว่าหากคุณไม่สร้างเรื่องมาให้ผมต้องกลบ!”

ร่างสูงกำยำแบมือสองข้างออกกว้างแล้วยักไหล่ ทำเหมือนไม่เดือดเนื้อร้อนใจ ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ “ยากหน่อยนะ เพราะผมน่ะรักความสำราญ และการมีโอเมก้าตัวหอมๆ รายล้อมน่ะ ก็ทำให้ผมสำราญใจมากซะด้วย จะให้เลิกมันคงยาก”

“...”

“ยกเว้นก็แต่ว่าคุณจะหาทางทำให้ตัวเองหอมได้เหมือนโอเมก้าพวกนั้น อ้อ ต้องน่ารักนุ่มนิ่ม น่าซุกซบและทำเรื่องอย่างว่าได้เหมือนพวกเขาด้วยนะ แล้วผมจะพิจารณาไม่ยุ่งกับใครแต่มายุ่งกับคุณแทน จะได้ไม่มีข่าวฉาวของผมหลุดออกไปอีก ดีไหมล่ะครับ?”

“คุณนี่มัน...!”

พุทธชาดถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ เขาได้แต่กัดฟันข่มอารมณ์ หัวสมองแล่นเร็วจี๋ คิดไปด้วยว่าจะต้องสยบข่าวลือเรื่องคลิปมั่วเซ็กซ์ของผู้ชายตรงหน้านี้ยังไง

“ว่าไงล่ะครับคุณภรรยา อยากให้ผมสนใจคุณมากกว่าโอเมก้าพวกนั้นไหมล่ะ”

คนถูกถามไม่ตอบ เขามองใบหน้าหล่อเหลาหากแต่ยียวนกวนประสาทที่สุดอีกเล็กน้อย จากนั้นก็หมุนตัวเดินหนีออกจากห้อง ตรงไปยังห้องทำงานเพื่อสงบสติอารมณ์และวางแผนปิดข่าวฉาวของสามีจอมสำส่อนให้มิดก่อนมันจะกลายเป็นข่าวดังในวันรุ่งขึ้น

โชคยังดีที่ดูเหมือนว่าโอเมก้าที่ปล่อยคลิปนี้ออกมาจะส่งให้แค่สำนักข่าวออนไลน์ที่เดียวเท่านั้น เขาจึงยังต่อสายหาเลขาฯ แล้วสั่งให้ดำเนินการปิดข่าวได้ทัน แม้จะมีคนเห็นไปแล้วหลายหมื่น คนแชร์อีกหลายพัน แต่ถ้าเขาสั่งให้ปิดให้มิดมันก็ต้องมิด พรุ่งนี้จะต้องไม่มีข่าวเกี่ยวกับการมั่วเซ็กซ์ของกัลปพฤกษ์หลุดรอดออกไปแม้แต่นิดเดียว

“จัดการให้เรียบร้อยนะ แล้วก็ขอโทษด้วยที่โทร. มาสั่งงานตอนนี้ อืม...พรุ่งนี้ฉันจะเข้าบริษัท”

หลังจากวางสายราชนิกุลหนุ่มก็วางมือที่กำแน่นทั้งสองข้างลงบนโต๊ะทำงาน เขามองรูปที่อยู่บนหน้าจออีกครั้ง ใบหน้าแสนรื่นเริงนั่นทำให้พุทธชาดแทบได้ยินเสียงหัวเราะอันแสนเบิกบานใจของผู้เป็นสามีดังขึ้นในห้วงความคิด เสียงหัวเราะที่เขาได้ยินมันดังลอดเข้ามาในห้องอยู่บ่อยครั้ง ตอนที่ยังพักผ่อยอยู่ที่บ้านพักตากอากาศบนเกาะส่วนตัว

จากนั้นใบหน้ายียวนก่อนหน้านี้ก็ปรากฏขึ้นมาแทนที ไหนจะน้ำเสียงไม่ยินดียินร้าย ไหนจะท่าทางไม่เดือดเนื้อร้อนใจ แล้วไหนจะรอยยิ้มสนุกสนานยามได้มองเขาเต้นเร่าเพราะการกระทำของอีกฝ่าย ทั้งหมดนั้นทำให้พุทธชาดโกรธจนแทบทนไม่ไหว อยากจะลงไม้ลงมือใส่อีกฝ่ายแต่นั่นไม่ใช่นิสัยของเขา

จะทำยังไงกับผู้ชายสารเลวคนนี้ดี

“หน้าเครียดเชียวนะ หาทางแก้ข่าวให้ผมไม่ได้เหรอ”

เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน เรียกให้พุทธชาดเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงกำยำที่กอดอกยืนพิงขอบประตูอยู่ อัลฟ่าหนุ่มผู้สูงศักดิ์ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงาน เหยียดตามองผู้ชายไร้มารยาทอย่างดูแคลนพลางเอ่ยขึ้น

“ผมไม่ได้เชิญคุณเข้ามา ดังนั้นกรุณาออกไปด้วย”

“อะไรกัน ผมเป็นสามีคุณนะ ไล่กันแบบนี้ได้ด้วยเหรอ” กัลปพฤกษ์นอกจากจะไม่เดินออกไปแล้ว ยังเดินเข้ามาแทนอีกต่างหาก กระทั่งมายืนเท้าแขนคร่อมโต๊ะและโน้มหน้าเข้าหาภรรยาอัลฟ่าแล้วนั่นล่ะ เขาถึงได้พูดขึ้นมาอีกว่า “ตกลงปิดข่าวผมทันไหมล่ะครับคุณภรรยา?”

“รับรองได้ว่าข่าวคาวของคุณไม่ได้ออกไปเป็นไวรัลในกระแสสังคมแน่ แต่ผมยังยืนยันคำเดิมว่าอย่าให้มีครั้งต่อไปอีก ผมไม่ชอบที่คุณหาเรื่องมาทำให้ตระกูลของเราต้องเสื่อมเสีย”

“คำก็ตระกูล สองคำก็เสื่อมเสีย คุณนี่มันน่าเบื่อจริงๆ เลยคุณแก้ว แบบนี้ใครจะอยากได้เป็นเมีย”

คำพูดไม่ถนอมน้ำใจนั้น กระแทกเข้าสู่กลางใจคนฟังอีกครั้ง พุทธชาดสูดหายใจเข้าลึกแล้วผ่อนออก ทำแบบนั้นอยู่หลายครั้ง พยายามปัดสิ่งที่ได้ยินออกไปจากหัว

“หยุดหยาบคายแล้วทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีได้แล้วคุณกัลป์ ไม่อย่างนั้นผมคงต้องเป็นฝ่ายเขี่ยบรรดาคู่ขาโอเมก้าของคุณออกไปให้พ้นทาง และจะทำทุกอย่างไม่ให้คุณหาใครมาบำเรอความมักมากได้อีก”

“เฮ้ คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้นนะ”

“คิดว่าผมแคร์งั้นเหรอ? คุณเองยังไม่แคร์เลยว่ากำลังทำให้ผมเดือดร้อน แล้วทำไมผมจะต้องสนใจคุณด้วยล่ะ” อัลฟ่าราชนิกุลหนุ่มเหยียดยิ้มเยาะหยัน เขาเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดีและมั่นใจในตัวเองสูง “เชื่อเถอะว่าผมทำได้ และผมจะทำแน่ถ้าครั้งหน้ายังมีคลิปประจานความสำส่อนของคุณหลุดออกมาอีก”

“...”

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็เชิญออกไปจากห้องทำงานของผมด้วย ที่นี่ไม่ต้อนรับคุณ”

“คุณแก้ว!”

น้ำเสียงทุ้มต่ำเยือกเย็นเรียกชื่อของผู้เป็นภรรยาอย่างไม่พอใจเหมือนเช่นทุกครั้ง ยิ่งเห็นท่าทีไม่แยแสของพุทธชาดก็ยิ่งหงุดหงิดใจ ภรรยาที่น่าเบื่อทำให้เขาขุ่นเคืองมากี่ครั้งแล้วก็แทบนับไม่หมด หากเลือกได้ชายหนุ่มจะขอหย่ากับอีกฝ่ายซะ แต่ก็รู้ดีว่าทำไม่ได้เพราะสัญญาใจของทั้งสองตระกูลนั้นสำคัญเป็นอย่างมาก

กัลปพฤกษ์ยอมหมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานของผู้เป็นภรรยา เขายังคงหมายมาดเอาไว้ในใจ...สักวันเขาจะทำให้พุทธชาดเชื่องกับเขาให้ได้เหมือนโอเมก้าที่เขาเลี้ยงดูอยู่พวกนั้น!

.

.

.

มีใครรออยู่ไหมคะ 555555555 พอกลับมาเขียนเรื่องนี้หลังจากไม่ได้เขียนมานานก็รู้สึกมันมือมากเลย แบบสนุกอะ อยากเขียนอีกบ่อยๆ จัง แต่เรื่องนี้ยอมรับเลยว่าเป็นเรื่องที่ยากสำหรับเราพอควร ด้วยเพราะเราไม่เคยเขียนแนวนี้มาก่อนเลย คือไงดี ปกติพระเอกเราไม่ได้ชั่วร้ายแบบนังคุณกัลป์อะค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นเจนเทิลแมนแสนดีอะ พอต้องมาเขียนผู้ชายเฮงซวยเลยยากมากกว่าที่คิด 55555 แต่ก็นั่นล่ะ สนุกมาก จะพยายามมาอัปให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้นะคะ แง แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ






ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1977
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-1

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5600
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
  :z3: โกรธอ่ะ
เขาก็ยอมให้มั่ว ยอมให้หยามต่อหน้าต่อตาแล้ว
ทำไม่ยังต้องให้มีการถ่ายคลิปอีก
ยอมรับว่าโกรธหนักมาก อ่สนไปกึดฟันกรอดๆ

ว่าแต่ เราอินไปเปล่าหว่า 55555

ออฟไลน์ Hazel_nut

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 158
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +163/-3


บทที่ 4

การกระทำเลวทราม เหยียดหยามกันถึงที่




โชคดีที่เมื่อคืนพุทธชาดทำการปิดข่าวคาวโลกีย์ของผู้เป็นสามีได้ทัน เช้าวันนี้บนโต๊ะอาหารจึงไม่ถูกบิดามารดาถามถึง เป็นสัญญาณอันดีว่าข่าวนั้นยังไม่ถูกเผยแพร่ไปเข้าหูเข้าตาพวกท่าน ชายหนุ่มต้องการให้ชีวิตคู่ของตนดูราบรื่นในสายตาของทุกคน ไม่เว้นแม้แต่กับคนในครอบครัว

ทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขาจะต้องเพอร์เฟ็กต์ในสายตาของคนอื่น แม้ความเป็นจริงจะไม่เป็นเช่นนั้นก็ตาม

หลังมื้ออาหารยามเช้าจบลงโดยที่พุทธชาดปรายตามองผู้เป็นสามีอยู่หลายหน บิดาและมารดาของชายหนุ่มก็บอกกล่าวเรื่องที่ตัดสินใจอย่างกะทันหันกับลูกชายและลูกเขย

“คุณพ่อกับแม่ตั้งใจว่าจะไปเที่ยวพักผ่อนที่ต่างประเทศสักหน่อย น่าจะไปสักเดือนสองเดือน อยากให้ลูกๆ ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันโดยที่ไม่ต้องมาคอยห่วงพะวงว่าต้องมาร่วมทานอาหารมื้อเช้าและมื้อเย็นด้วยกัน ดังนั้นเย็นนี้พวกลูกก็ลองออกไปดินเนอร์ข้างนอกตามประสาสามีภรรยากันบ้างนะลูก อย่าเอาแต่ทำงานหรือหมกตัวอยู่แต่ในบ้านล่ะ”

“จะไปวันนี้เลยเหรอครับ?”

“ใช่ลูก ไฟล์บินบ่ายนี้แล้ว ลูกไม่ต้องไปส่งหรอกนะ พ่อกับแม่ก็ไปเที่ยวด้วยกันเหมือนอย่างทุกทีนั่นล่ะ”

“เข้าใจแล้วครับ เดินทางปลอดภัยนะครับ”

พุทธชาดกล่าวอวยพรทั้งสอง เขาชะงักไปเมื่อกัลปพฤกษ์โน้มตัวมาโอบไหล่รั้งให้เขาเอนไปแนบชิดกับอีกฝ่าย ตอนแรกราชนิกูลหนุ่มตั้งใจจะผละหนี แต่นึกขึ้นได้เสียก่อนว่าตอนนี้อยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ที่กำลังมองมายิ้มๆ อัลฟ่าหนุ่มจึงไม่ได้ทำอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ ชายหนุ่มแย้มยิ้มบางเบาไปตามหน้าที่ภรรยาที่ดีพึงกระทำ

“คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมจะดูแลคุณแก้วอย่างดีเลย”

กัลปพฤกษ์เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงรื่นเริง คำพูดเหล่านั้นล้วนปั้นแต่งแบบที่พุทธชาดเองก็รู้ดี ว่าคนที่อีกฝ่ายจะดูแลอย่างดีน่ะ เห็นทีจะเป็นพวกโอเมก้าในสังกัดเสียมากกว่า

ปั้นหน้าทำเหมือนรักใคร่กันดีอยู่พักใหญ่ จากนั้นก็แยกย้ายกันไปทำงาน เพราะว่าพวกเขาเป็นผู้บริหารด้วยกันทั้งคู่ จึงแยกกันเดินทางไปทำงานโดยไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติแต่อย่างใด ราชนิกูลหนุ่มก้าวขึ้นรถโดยไม่คิดเอ่ยคำร่ำลาต่อสามี เขาต้องการไปทำงานให้เร็วที่สุด เพิ่มโอกาสในการไม่ต้องทนเห็นหน้าอีกฝ่ายให้ได้มากที่สุด

แต่ก่อนที่รถจะเคลื่อนออกจากรั้วบ้าน พุทธชาดก็สั่งให้คนขับรถจอดเทียบกับรถของกัลปพฤกษ์ก่อน อัลฟ่าหนุ่มลดหน้าต่างกระจกแล้ว เป็นจังหวะเดียวกันกับที่อัลฟ่าผิวแทนปิดประตูเลือกที่จะปิดประตูรถแล้วหมุนตัวกลับมาหา โน้มหน้าลงให้พอดีกับผู้เป็นภรรยาพลางเอ่ยเย้า

“จะจูบอำลาผมก่อนไปทำงานเหรอครับคุณแก้ว”

คนฟังอยากจะกลอกตานัก แต่ก็รักษากิริยาแล้วเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ “อย่าสร้างข่าวฉาวให้ผมต้องตามปิดอีก ถ้าคุณยังมีสมองก็ช่วยจดจำเอาไว้ด้วย”

พูดจบพุทธชาดก็กดปิดกระจกทันที ชายหนุ่มเบือนหน้ามองตรง จึงไม่ทันเห็นสีหน้าหงุดหงิดใจของสามีจอมเจ้าชู้ กัลปพฤกษ์มองตามรถของภรรยาปากร้ายไปจนลับตา ก่อนจะก้าวขึ้นรถของตัวเองแล้วขับออกจากบ้านเพื่อไปทำงาน ในหัวก็คิดไปถึงท่าทีหยิ่งผยองกับคำพูดคำจาราวกับกำลังออกคำสั่งกัน ก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบใจอย่างยิ่ง

“คนอะไรน่าเบื่อชะมัด”

ชายหนุ่มก่นด่า เคาะนิ้วกับพวงมาลัยเพื่อคิดว่าจะหาวิธีไหนมากวนประสาทพุทธชาดดี แล้วความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว ทำให้ชายหนุ่มแย้มยิ้มชอบใจ ตั้งใจว่าคืนนี้คงได้ทำให้ภรรยาผู้สูงส่งโมโหจนเลือดขึ้นหน้าได้บ้างแน่นอน แค่คิดจินตนาการถึงสีหน้าของพุทธชาด อัลฟ่าผิวแทนก็รู้สึกสุขใจขึ้นมาเสียแล้ว

เวลาล่วงเลยผ่านไปจนกระทั่งยามเย็นมาเยือน แต่กระนั้นพุทธชาดก็ยังคงสะสางงานของตัวเองต่อจนท้องฟ้ากลายเป็นยามราตรีนั่นล่ะเขาถึงจะยอมละมือจากเอกสารทั้งหมด แล้วตรงกลับบ้านทันทีโดยไม่คิดแวะที่ไหน เขาไม่ได้อยากกลับไปกินข้าวกับผู้เป็นสามี และก็ไม่คิดจะออกไปดินเนอร์ข้างนอกตามที่พ่อกับแม่แนะนำด้วย เวลาที่พวกท่านไม่อยู่อย่างนี้ ยิ่งเป็นโอกาสอันดีให้พวกเขาต่างคนต่างอยู่ ไม่ต้องปั้นหน้าว่ารักกันดีต่อหน้าผู้ใหญ่ได้อย่างสบายใจ

เวลาเกือบสองทุ่มชายหนุ่มกลับมาถึงบ้าน พุทธชาดไล่คนขับรถให้ไปพักผ่อน เขาพาดสูทตัวนอกไว้กับแขน คลายเนกไทออกจากลำคอเล็กน้อย ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในบ้าน คุณแม่บ้านที่รออยู่แล้วก็รีบเข้ามาต้อนรับทันที ราชนิกูลหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบๆ สุดท้ายก็เอ่ยถามขึ้น

“คุณกัลปพฤกษ์ล่ะ?”

“คุณกัลป์ยังไม่กลับค่ะคุณแก้ว” คุณแม่บ้านที่คุ้นเคยกันดีเอ่ยตอบอย่างนอบน้อม “จะให้ดิฉันตั้งโต๊ะอาหารเย็นเลยไหมคะ หรือจะรอให้คุณกัลป์กลับมาก่อน”

“ตั้งเลย ไม่ต้องรอเขาหรอก เขาจะกลับมากินข้าวที่บ้านหรือเปล่าก็ไม่รู้ รอไปก็เปล่าประโยชน์”

พุทธชาดตอบเสียงนิ่งไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น อัลฟ่าหนุ่มผู้สูงศักดิ์ขึ้นห้องเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นก็กลับลงมาเพื่อทานมื้อเย็น แม้จะต้องกินคนเดียวก็ไม่ได้รู้สึกเหงาอะไร อีกทั้งเมื่อไม่มีสามีจอมสำส่อนเขาก็ยิ่งเจริญอาหารมากขึ้นกว่าเดิม

จบอาหารคาวก็ต่อด้วยผลไม้ล้างปาก หลังจากนั้นชายหนุ่มก็เข้าห้องทำงานเพื่อเคลียร์งานต่อ ไม่ได้สนใจว่ากัลปพฤกษ์ผู้เป็นสามีจะกลับบ้านหรือไม่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าแอบกังวลอยู่เช่นกัน ด้วยกลัวว่าผู้ชายคนนั้นจะไปมั่วกิจกรรมกามอารมณ์แล้วเกิดคลิปหลุดออกมาอีก

ความคิดนั้นกวนใจเขาเป็นอย่างมาก พุทธชาดยกโทรศัพท์หวังต่อสายหาเลขาฯ เพื่อให้เช็กที่อยู่ของผู้เป็นสามีน่าชิงชัง แต่ยังไม่ทันได้กดหมายเลขปลายทางเสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นเสียก่อน

“เข้ามา”

หลังจากเอ่ยอนุญาต แม่บ้านก็เปิดประตูเข้ามาเพื่อแจ้งให้เขาทราบว่า “คุณกัลป์กลับมาแล้วค่ะคุณแก้ว”

“อืม ก็ดีแล้ว”

“เอ่อ แต่ว่า...” สีหน้ากระอักกระอ่วน อีกทั้งน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล ไหนจะอาการลุกลนแปลกๆ ของแม่บ้านสาว ทำให้พุทธชาดต้องขมวดคิ้ว รู้สึกใจไม่ดียังไงก็ไม่รู้

“เกิดอะไรขึ้น”

แม่บ้านเม้มปากไม่กล้าเอ่ยคำ แต่พอโดนสายตากดดันจากเจ้านายก็กล่าวออกมาเสียงเบา “คุณกัลป์ไม่ได้กลับมาคนเดียวน่ะค่ะ”

“แล้วเขามากับใคร” น้ำเสียงของพุทธชาดเข้มขึ้น อัลฟ่าหนุ่มสาวเท้าก้าวออกจากห้องทำงานแล้วตรงลงไปยังชั้นล่างของบ้านทันที โดยมีคุณแม่บ้านเดินตามไม่ห่าง

“ดิฉันเองก็ไม่ทราบค่ะ คุณกัลป์ดูจะดื่มหนักก่อนกลับมาด้วย”

ราชนิกูลหนุ่มได้แต่เข่นเขี้ยวในใจ...ผู้ชายคนนั้นหาเรื่องให้เขาอีกแล้ว!

ทันทีที่ลงมาถึงห้องนั่งเล่นเขาก็พบเข้ากับผู้เป็นสามีที่กำลังนั่งซุกไซ้ซอกคอของหนุ่มน้อยตัวเล็กผิวขาวคนหนึ่งอยู่ เพียงได้กลิ่นฟีโรโมนที่ลอยมาตามอากาศแค่เล็กน้อย พุทธชาดก็บอกได้แล้วว่าแขกไม่ได้รับเชิญในอ้อมกอดของกัลปพฤกษ์เป็นโอเมก้า และคงจะเป็นหนึ่งในสังกัดของอีกฝ่ายนั่นล่ะ

“คุณกัลป์!”

อัลฟ่าสายเลือดเก่าแก่แทบจะตวาดเรียกออกไป ขณะที่คนถูกเรียกหันมามองแล้วก็แย้มยิ้มกว้าง ลุกขึ้นยืนโดยไม่ลืมโอบโอเมก้าตัวน้อยให้ลุกขึ้นตาม ร่างกายของทั้งสองเบียดเสียดแนบชิดกันจนแทบรวมเป็นหนึ่งได้แล้วด้วยซ้ำ ไม่ได้นำพาต่อสายตาของคนเป็นภรรยาอย่างเขาเลย

“ไงคุณแก้ว มาทักทายก่อนนอนเหรอครับ”

กัลปพฤกษ์ทักทายด้วยน้ำเสียงยานคาง กลิ่นเหล้าเหม็นหึ่งโชยมาแตะจมูก บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าอีกฝ่านดื่มมามากแค่ไหน ดวงตาคู่คมหยาดเยิ้มเพราะความเมามาย หากแต่สีหน้านั้นยียวนกวนประสาทซะจนพุทธชาดอยากจะตบเรียกสติให้นัก

“คุณพาโอเมก้าเข้ามาในบ้านของผมทำไม!?” ราชนิกูลหนุ่มถามเสียงเข้มจนแทบจะเป็นการตวาดได้อยู่แล้ว

อัลฟ่าผิวแทนก้มมองโอเมก้าตัวหอมในอ้อมแขน จากนั้นก็ก้มลงหอมแก้มนุ่มต่อหน้าต่อตาภรรยาปากร้าย ตามด้วยหัวเราะร่า เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงและวาจาที่ทำให้คนฟังยิ่งกรุ่นโกรธ

“นี่ก็บ้านผมเหมือนกันนาคุณแก้ว ผมจะพาใครมาก็ได้ทั้งนั้นแหละน่า”

“ไม่ได้!” พุทธชาดตวาดดังขึ้นกว่าเดิม เขาก้าวดุ่มๆ เข้าหาทั้งสองคน จากนั้นก็กระชากเอาโอเมก้าคนนั้นออกมาจากกายสูงแกร่ง แล้วลากข้อมือพาออกไปยังหน้าประตูบ้าน “ออกไปจากบ้านของฉันเดี๋ยวนี้!”

ประโยคหลังเขาทั้งบอกแขกไม่ได้รับเชิญและบอกกับผู้เป็นสามี แต่ยังไม่ทันได้ก้าวไปถึงที่หมายก็มีแรงกระชากดึงกลับ ทำให้พุทธชาดเสียหลักจนเกือบเซล้ม ดีที่ตั้งตัวได้ทันเสียก่อน

คู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันจ้องตากันนิ่ง ในดวงตาของพวกเขาแวววาวคล้ายมีประกายไฟลุกโชนอยู่ในนั้น ราชนิกูลหนุ่มยังคงไม่ปล่อยมือจากข้อมือของโอเมก้าของผู้เป็นสามี ที่จริงเขาไม่ได้อยากจับเนื้อต้องตัวอีกฝ่ายด้วยซ้ำ แต่เพราะรู้ดีว่าการพูดคุยไม่ช่วยอะไร จึงมีแต่วิธีจับอีกฝ่ายโยนออกไปจากบ้านเท่านั้นที่ทำให้ทุกอย่างรวดเร็วขึ้น

“ปล่อยมือจากคนของผมนะคุณแก้ว!”

“งั้นคุณกับเขาก็ออกไปจากบ้านซะสิ ผมไม่ต้อนรับใครทั้งนั้น!”

“คุณมีสิทธิ์อะไรมากีดกันผมไม่ให้พาคนเข้าบ้าน ในเมื่อบ้านนี้ก็ถือว่าเป็นของผมเหมือนกัน!” กัลปพฤกษ์ตวาดกลับอย่างไม่ยอมแพ้ เขาดึงมือของภรรยาออกจากมือของโอเมก้าหนุ่มน้อย ก่อนจะผลักร่างสูงสง่าให้ถอยห่างออกไปเต็มแรง

แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น!

อัลฟ่าหนุ่มผู้สูงศักดิ์ไม่ทันตั้งตัวกับแรงผลักนั้น จึงเซล้มลงไปชนเข้ากับโต๊ะที่อยู่ด้านหลัง ศีรษะกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะ ก่อเกิดเป็นแผลแตกและมีเลือดสีสดไหลซึมออกมาทันที!

“กรี๊ด! คุณแก้วคะ!”


พุทธชาดรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หน้าผาก เขามึนงงไปชั่วขณะก่อนจะยกมือขึ้นแตะเบาๆ ตรงจุดที่กระแทกขอบโต๊ะ ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงความเปียกเหนียวเหนอะ เมื่อดึงมือกลับลงมาดูก็พบเข้ากับเลือดสีสด ชายหนุ่มหายใจสะดุดไปชั่วขณะหนึ่ง หัวใจสั่นไหวอย่างรุนแรงพาให้ทั้งร่างกายสั่นเทิ้มไปด้วย

อัลฟ่าหนุ่มผู้สูงศักดิ์รีบเบือนหน้าหนีแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นเลือดบนนิ้วมือตัวเอง เขาเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นสามีที่ยามนี้กำลังยืนนิ่งงัน ดวงตาเบิกกว้างตะลึงค้างไปแล้ว ในขณะที่สีหน้าหน้าของโอเมก้าด้านหลังอีกฝ่ายเองดูจะตกใจมากเช่นกัน

แม่บ้านรีบเข้ามาพยุงชายหนุ่ม พุทธชาดลุกขึ้นอย่างช้าๆ เพราะยังคงมึนหัวไม่หาย กระนั้นชายหนุ่มก็ยังยืนหยัดได้อย่างมั่นคงและสง่างามเช่นเคย ใบหน้าขาวซีดเซียวลงเล็กน้อยเพราะตกใจกับรอยเลือดซึ่งยังคงติดตาอยู่ แม้ว่าเลือดนั้นจะเป็นของเขาเองก็ตาม

“คะ...คุณแก้วคะ ไป...ไปหาหมอกันเถอะค่ะ รถ ต้องเอารถออก...” แม่บ้านลนลานตาลีตาเหลือกจนราชนิกูลหนุ่มต้องรั้งแขนอีกฝ่ายเอาไว้เบาๆ เพื่อเรียกสติ น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นเรียบๆ หากแต่ดังชัดเจน

“โทร. ตามคุณอาหมอมาก็พอ ไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาลหรอก”

“อะ...จริงด้วย คุณชายขจร!”

แม่บ้านวิ่งลิ่วไปยังโทรศัพท์เพื่อกดโทร. หาคุณอาของพุทธชาดซึ่งอยู่บ้านห่างจากเขาไปไม่ไกลนัก ชายหนุ่มฝืนความเจ็บลอบสูดหายใจเข้าลึก เขามองโอเมก้าหนุ่มน้อยที่ยืนทำอะไรไม่ถูกอยู่ด้านหลังร่างสูงใหญ่ของสามีตน ใบหน้าเรียบเฉยหากแต่น้ำเสียงโอนอ่อนผ่อนปรนเป็นอย่างมากยามพูดกับแขกไม่ได้รับเชิญ

“คงต้องขอให้คุณกลับไปก่อน เดี๋ยวผมให้คนขับรถไปส่ง บอกทางกับเขาได้เลย และจะดีมากหากคุณไม่มาเหยียบบ้านของผมอีก” ราชนิกูลหนุ่มไม่คิดแม้แต่จะมองใบหน้าหล่อเหลาของกัลปพฤกษ์ เขาเอ่ยขึ้นมาอีกว่า “ผมไม่ได้เกลียดคุณ หากคุณอยากจะไปทำอะไรที่ไหนกับเขาก็เรื่องของคุณ ขอแค่ไม่มาที่บ้านของผมอีกเป็นพอ ผมไม่ต้อนรับแขกที่ผมไม่ได้เชิญ หวังว่าคุณจะเข้าใจ”

โอเมก้าคนนั้นถึงกับทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็พยักหน้ารับทราบ พุทธชาดไม่ได้อยากจะใช้ความเป็นอัลฟ่าของตนเองกดข่มใคร แต่ในเวลานี้เขาจำเป็นต้องแผ่กลิ่นกายความเป็นอัลฟ่าออกไป เพื่อแสดงเจตจำนงให้ทั้งสามีไม่ได้ความและเด็กในสังกัดของอีกฝ่ายได้เข้าใจ ว่าเขารับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ อีกทั้งยังเป็นการย้ำว่าต้องไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง...เด็ดขาด!

ทันทีที่แม่บ้านกลับมาอีกครั้งเพื่อรายงานว่าคุณอาหมอจะรีบมา พุทธชาดก็ฝากให้เธอพาโอเมก้าคนนี้ออกไปและกำชับให้คนขับรถพาไปส่งให้ถึงบ้านของอีกฝ่ายโดยสวัสดิภาพ เสร็จสิ้นทุกอย่างนั้นก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่กัลปพฤกษ์ได้สติ หลังจากยืนนิ่งค้างมานานพักใหญ่แล้ว

อัลฟ่าผิวแทนมุ่นคิ้วเล็กน้อยขณะมองบาดแผลหัวแตกที่ยังคงมีเลือดไหลซึมออกมาไม่หยุด แม้จะไม่ค่อยพอใจนักที่โอเมก้าของเขาถูกพากลับไป แต่ก็รู้ดีว่าวันนี้เขาทำเกินกว่าเหตุไปมาก ใครจะไปคิดเล่าว่าแค่ผลักจะทำให้คุณแก้วผู้สูงส่งถึงกับล้มลงไปกระแทกขอบโต๊ะแบบนั้น เขาไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย

ใจรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิด แต่กัลปพฤกษ์ก็มีฐิทิเกินกว่าจะเอ่ยคำขอโทษออกไปโดยง่าย ร่างสูงก้าวเท้าเข้าไปหาผู้เป็นภรรยา ตั้งใจว่าจะดูแผลของอีกฝ่ายแต่เพียงแค่เขาเข้าไปหาในระยะใกล้พอที่จะเอื้อมมือถึงกัน พุทธชาดก็เหวี่ยงหมัดซัดเข้าข้างแก้มของเขาเต็มแรง!

พลั่ก!

“ว้าย!” เสียงของแม่บ้านคนเดิมที่เดินกลับเข้ามาและเห็นเหตุการณ์พอดีร้องอุทานขึ้นด้วยความตกใจ ไม่ต่างอะไรจากกัลปพฤกษ์ที่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงอีกครั้ง

ความเจ็บที่มุมปากและรสชาติของคาวเลือดเล็กๆ ทำให้อัลฟ่าผิวแทนรู้ตัวในทันทีว่าหมัดเมื่อกี้ทำให้เขาปากแตกเข้าเสียแล้ว ความกรุ่นโกรธทะยานขึ้นในจิตใจ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยวาจาใดออกไป พุทธชาดก็กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นแฝงความขุ่นเคืองเอาไว้ชัดเจน

“หมัดนี้สำหรับที่คุณทำผมเจ็บทั้งตัว เจ็บทั้งใจ”

“...”

“ผมรู้ว่าเราไม่ได้รักกัน ที่แต่งงานก็เพราะข้อตกลงของตระกูลและผลประโยชน์ แต่คุณจำได้ไหมว่าผมเคยพูดเอาไว้ยังไงบ้าง?” ยิ่งพูดพุทธชาดก็ยิ่งโกรธ แต่ราชนิกูลหนุ่มยังคงท่าทีสุขุมได้อย่างมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง หากจะมีอะไรที่คุมไม่อยู่ ก็คงเป็นแววตาของเขาเท่านั้น เพราะยามนี้ชายหนุ่มกำลังมองสามีตนด้วยดวงตาที่สื่อความหมายหลากหลายอารมณ์ “คุณอยากจะไปมั่วกับโอเมก้าที่ไหนก็ได้ แต่ต้องไม่ทำให้มีข่าวฉาวหลุดออกไป ผมคาดหวังการให้เกียรติจากคุณ แต่คุณไม่เคยให้มันกับผมได้เลยทั้งที่ผมให้คุณตั้งแต่แรก ผมคิดว่าคุณจะมีสำนึกบ้างแต่คุณกลับไม่มี เมื่อวานสร้างเรื่องให้ผมต้องตามปิดข่าวไม่พอ วันนี้ยังกล้าพาคนอื่นเข้ามาในบ้านของผม คุณมันไร้ยางอายเกินไปแล้วกัลปพฤกษ์”

“ผม...”

“มันทำให้ผมสงสัย” พุทธชาดไม่ให้โอกาสผู้เป็นสามีได้พูด เขากอดอกมองใบหน้าหล่อเหลานั้นด้วยดวงตาเย็นชาและชิงชัง “คุณป้าวดีกับคุณลุงพฤกษ์ก็ออกจะเป็นคนดี แต่ทำไมลูกชายของท่านถึงออกมาเลวทรามได้ขนาดนี้”

“มากเกินไปแล้วคุณแก้ว!” กัลปพฤกษ์ตวาดลั่น นี่ไม่ต่างอะไรกับการด่าว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอนเขาเลยสักนิด! และดูเหมือนพุทธชาดก็รู้ว่าสามีจอมสำส่อนเข้าใจไปในทางนั้น อัลฟ่าผู้สูงศักดิ์จึงขยายความขึ้นอีก

“ผมไม่โทษพ่อแม่ของคุณหรอกนะ เพราะผมเชื่อว่าพวกท่านน่าจะสั่งสอนคุณมาดีแล้ว เพียงแต่เป็นตัวคุณเองมากกว่าที่ไม่ใช้สมองคิดวิเคราะห์ว่าสิ่งไหนควรหรือไม่ควรทำ คุณเลือกที่จะทำตามใจตัวเองโดยไม่เห็นหัวใคร ดีแต่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคนอื่น ดีแต่เหยียดหยามผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า คุณมันไร้จิตสำนึก!”

“คุณแก้ว!”

พุทธชาดอยากจะพูดอะไรมากกว่านี้ แต่เพราะว่ารถยนต์ของคุณอาหมอมาถึงหน้าบ้านเข้าซะก่อน อัลฟ่าหนุ่มเหลือบมองผู้เป็นอาที่ก้าวลงมาจากรถพร้อมกระเป๋ายา ก่อนจะเบนสายตากลับมามองผู้เป็นสามีแล้วเอ่ยทิ้งท้ายไว้แค่ว่า...

“ถ้าคุณยังมีจิตสำนึกเหลืออยู่บ้าง ก็ช่วยไปให้พ้นจากตรงนี้ อย่าให้อาของผมเห็นว่าเรามีปากเสียงกัน ผมยังไม่อยากให้เรื่องนี้ไปถึงหูคุณพ่อคุณแม่ ตัวคุณเองก็คงไม่อยากให้เรื่องวันนี้ไปถึงหูคุณลุงพฤกษ์กับคุณป้าวดีเหมือนกันใช่ไหม?”

เป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ กัลปพฤกษ์ได้แต่กัดฟันข่มกลั้นความหงุดหงิดใจ และเมื่อภรรยาอัลฟ่าของตนเอ่ยทักทายผู้เป็นอา ชายหนุ่มก็รีบปรับสีหน้าให้ดูเป็นสามีที่ดี หันไปทักทายญาติของพุทธชาดราวกับว่าก่อนหน้านี้พวกเขาไม่ได้มีปากเสียงกัน

แม่บ้านทำหน้าไม่เข้าใจ แต่พอพุทธชาดส่งสัญญาณให้หลบออกไปเธอก็ยอมทำตามแต่โดยดี พวกเขาทั้งสามเดินไปยังห้องรับแขกด้วยกัน พุทธชาดนั่งนิ่งให้คุณอาหมอทำแผลให้ หลังจากประเมินเบื้องต้นพบว่าแผลของเขาไม่ได้ใหญ่มากจนถึงขั้นต้องเย็บ แม้จะปล่อยให้เลือดไหลมากไปหน่อยแต่โดยรวมก็ยังไม่มีอะไรให้ต้องเป็นห่วง

ตลอดระยะเวลาของการทำแผลนั้น กัลปพฤกษ์ไม่ได้ลุกไปไหน เขานั่งอยู่ไม่ไกลจากผู้เป็นภรรยา มองทุกสิ่งทุกอย่างโดยไม่พูดอะไร ความเมามายก่อนหน้านี้หายไปหลังจากที่ชายหนุ่มผลักราชนิกูลหนุ่มล้ม เขายอมรับว่าตอนนั้นเขาตกใจมาก ไม่ได้คาดคิดว่าแรงผลักของตนเองจะทำให้อีกฝ่ายได้แผล ตอนแรกก็แค่ตั้งใจจะกวนประสาทคุณแก้วเท่านั้น แต่ทุกอย่างก็บานปลายมาจนถึงขั้นนี้

แม้จะไม่อยากยอมรับแต่กัลปพฤกษ์ก็ต้องยอมรับว่าครั้งนี้เขาทำเกินกว่าเหตุไปจริงๆ ถึงอย่างนั้นความปากหนักและศักดิ์ศรีของตัวเองก็ทำให้อัลฟ่าหนุ่มผิวแทนไม่คิดที่จะเอ่ยคำขอโทษออกไปแม้แต่คำเดียวเช่นกัน คุณแก้วด่าเขามากมายถึงเพียงนั้นแล้วนี่ เขาขอโทษไปก็ไม่ช่วยอะไรหรอก เหอะ!

หลังจากทำแผลเสร็จคุณอาหมอก็กำชับไม่ให้แผลโดนน้ำและจะมาทำแผลให้ใหม่ทุกวันจนกว่าจะหายสนิท แน่นอนว่าก่อนกลับก็ไม่ลืมที่จะถามหาที่มาของแผลนี้ แต่พุทธชาดก็เลือกที่จะโกหกว่าเขาสะดุดล้มหัวไปโขกโต๊ะเอง แทนที่จะบอกเรื่องจริงออกไป ด้วยไม่อยากให้กลายเป็นเรื่องใหญ่

หากคนในครอบครัวรู้ว่าเขากับสามีทะเลาะจนถึงขั้นบาดเจ็บ เรื่องคงไม่จบง่ายๆ แน่ และความสัมพันธ์ของทั้งสองตระกูลก็จะมีปัญหาตามมาไปด้วย ดังนั้นพุทธชาดเลือกที่จะปิดบังต่อไป หลังจากส่งผู้เป็นอากลับบ้านไปแล้ว ชายหนุ่มก็ไม่ลืมที่จะเรียกแม่บ้านมาย้ำว่าห้ามเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ใครฟังเด็ดขาด และให้ออกคำสั่งนี้กับคนงานทั้งหมดของบ้านด้วย หากเรื่องนี้หลุดออกไปเข้าหูผู้ใหญ่แม้แต่นิดเดียว ชายหนุ่มจะหักเงินเดือนครึ่งหนึ่งเป็นเวลาหนึ่งปีทันที

เตรียมแผนปกปิดและรับมือเอาไว้เรียบร้อยแล้ว พุทธชาดก็พาตัวเองกลับขึ้นห้องนอนทันที เขาไม่มีแรงเหลือจะทำงานต่อ ได้แต่ปล่อยทุกอย่างไว้ให้เป็นเรื่องของเขาในวันพรุ่งนี้จัดการ

ยังไม่ทันได้เปิดประตูก้าวเข้าห้อง อัลฟ่าราชนิกูลก็หมุนตัวกลับไปหาสามีที่เดินตามขึ้นมา ชายหนุ่มปรายตามองกัลปพฤกษ์ ก่อนจะชี้มือไปที่ประตูของห้องถัดไป

“คุณย้ายไปนอนห้องนั้นซะ ตั้งแต่วันนี้หากไม่ได้อยู่ในสายตาของคุณพ่อคุณแม่ เราสองคนก็ควรจะแยกกันนอน ข้าวของของคุณเดี๋ยวผมจะให้คนมาขนไปไว้ห้องนั้น เหลือเอาไว้นิดหน่อยในห้องนอนนี้เท่านั้น เพื่อไม่ให้ผิดสังเกตจนเกินไป”

คนฟังดุนลิ้นกับกระพุ้งแก้ม รู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง “วางแผนมาดีเลยนี่ คุณแก้วนี่เป็นจอมวางแผนมากกว่าที่ผมคิดเอาไว้ซะอีกนะ”

“ผมวางแผนเพื่อให้ชีวิตของตัวเองราบรื่น การเฉดหัวคุณไปนอนห้องอื่นก็เป็นแผนเพื่อให้ตัวผมไม่ต้องรู้สึกขยะแขยงเวลานอนเพราะมีคุณอยู่บนเตียงเดียวกัน”

“คุณแก้ว! พูดแบบนี้กับผมอีกแล้วนะ!” กัลปพฤกษ์แทบจะตวาดขึ้นมาอีกครั้ง “คุณบอกให้ผมให้เกียรติคุณ แต่คำพูดคำจาของคุณเองก็ดูจะไม่ได้ให้เกียรติอะไรผมเลย!”

พุทธชาดถอนหายใจยาว เขากดสายตามองผู้เป็นสามีอย่างเหยียดหยามอีกครั้ง “นั่นเป็นเพราะคุณไม่ให้เกียรติผมก่อน ผมพูดเรื่องนี้หลายรอบแล้วเหมือนกัน หากสมองคุณไม่ได้มีปัญหาก็น่าจะจำได้”

“คุณแก้ว!”

“พอเถียงผมไม่ได้ก็เอาแต่เรียกชื่อ ผมว่าคุณเลิกเรียกผมทุกครั้งเวลาโมโหจะดีกว่าไหม แล้วเปลี่ยนเป็นเลิกสร้างปัญหาให้ผม ให้เกียรติผมในฐานะภรรยา ถ้าคุณทำได้ผมก็จะให้เกียรติคุณบ้างเหมือนกัน”

“...” อัลฟ่าผิวแทนได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างทำอะไรไม่ได้ แม้อยากจะพูดจาว่าร้ายภรรยาแสนน่าเบื่อมากแค่ไหน แต่ชายหนุ่มก็สรรหาคำมาต่อว่าไม่ออก

พุทธชาดมองท่าทางนั้นอย่างพอใจ ราชนิกูลหนุ่มกล่าวย้ำอีกครั้ง “ไปนอนห้องนั้นซะ และอย่าโผล่หน้ามาที่ห้องนี้หากไม่จำเป็น อ้อ ผมหวังว่าคุณคงฉลาดพอที่จะรู้นะว่าเวลาไหนเรียกจำเป็นหรือไม่จำเป็น”

จากนั้นอัลฟ่าผู้สูงศักดิ์ก็พาตัวเองหนีเข้าห้อง ด้วยไม่อยากสนทนาใดๆ กับผู้เป็นสามีอีก เขาปิดประตูลงกลอนทันที ได้ยินเสียงหมุนลูกบิดสองสามครั้งแต่ในที่สุดกัลปพฤกษ์ก็ยอมรามือ เขาสบถด่าผ่านบานประตูอีกเล็กน้อยแล้วเสียงฝีเท้าหนักๆ จากอารมณ์อันไม่คงที่ก็ดังห่างไกลออกไปในที่สุด

พุทธชาดถอนหายในยาว ร่างสูงสง่าก้าวไปยังเตียงนอน สอดตัวเองเข้าใต้ผ้าห่ม ยกมือจับผ้าปิดแผลบนหน้าผาก ความเจ็บตุบๆ ยังคงมีอยู่ กระตุ้นให้เขาระลึกเสมอว่าแผลนี้ได้มาเพราะสามีไม่ได้ความเป็นคนทำ และเขาจะจดจำไว้ว่ากัลปพฤกษ์สามารถทำให้เขาเกลียดได้มากขึ้นกว่าเดิม

เขาเกลียดอีกฝ่ายสุดหัวใจ เกลียดแบบที่ไม่คิดว่าจะเกลียดใครได้เท่านี้อีกแล้ว

อัลฟ่าแบบนั้น...เขาเกลียดเหลือเกิน





____________________

อิคุณกัลป์สมควรตายยยยยยยยยย 55555555555555555555555555555555

มีเด็กมางอแงว่าอยากอ่าน เลยยอมทิ้งงานมาปั่นให้อ่านก่อนค่ะ 555 ช่วงนี้กำลังปั่นต้นฉบับเรื่องอื่นส่งสำนักพิมพ์อยู่ เรื่องนี้เองก็อยู่ในคิวที่ต้องปิดต้นฉบับส่งเช่นกันค่ะ ตั้งใจแล้วว่ายังไงก็ต้องเขียนให้จบในปีนี้ ทุกคนเป็นกำลังใจให้เราด้วยนะคะ แง้ แล้วเจอกันตอนหน้าค่าา

คอมเมนต์ให้เรากันหน่อยน้า อยากเห็นพระเอกโดนด่าค่ะ 55555555555555



ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2343
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
พระเอกหน้าหนาเกินไป นอกจากจะทำร้ายจิตใจแล้วยังทำร้ายร่างกายอีก แย่ๆ   :katai1:

ออฟไลน์ Hazel_nut

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 158
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +163/-3


บทที่ 5

จุดเริ่มความชิงชัง คำพูดฝังลงใจ




กัลปพฤกษ์เห็นภาพตัวเองตอนอายุหกขวบ เขาได้รู้จักกับพุทธชาดครั้งแรกในตอนนั้น เด็กที่อายุเท่ากับเขาแต่อ่อนเดือนกว่าไม่มากนัก ผิวขาวจัด ดวงตาเรียวรีแสนเย็นชา ใบหน้าเคร่งขรึมไม่สมกับวัย เพียงแรกพบคนที่ชอบความสดใสร่าเริงและรักการเล่นสนุกก็ไม่ค่อยชอบขี้หน้าอีกฝ่ายซะแล้ว

หลังจากพยายามชวนคุยอยู่สองสามครั้ง แต่ได้รับความเงียบตอบกลับมา กัลปพฤกษ์ก็เลยโมโห เขาในตอนนั้นทั้งเอาแต่ใจและไม่ชอบการถูกเมินเฉย ก็เลยต่อว่าพุทธชาดออกไป...

‘นายนี่โคตรน่าเบื่อเลย คุยด้วยก็ไม่คุย ทำแบบนี้แล้วใครเขาจะอยากเข้าใกล้!’

อัลฟ่าหนุ่มเห็นตัวเองตอนเด็กมองคุณแก้วด้วยความโกรธเคืองพลางผลักไหล่อีกฝ่ายเต็มแรง เขาเห็นสีหน้าของคุณแก้วเต็มไปด้วยความตกตะลึง ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำราวกับน้ำตาจำไหลลงมาได้ทุกเมื่อ แต่มันก็ไม่เกิดขึ้น...พุทธชาดผลักเขากลับจนเซล้ม จากนั้นเจ้าตัวก็วิ่งหนีไป

นั่นเป็นครั้งแรกที่กัลปพฤกษ์ได้เจอกับคนหยิ่งยโสแบบนั้น และรู้สึกไม่ชอบใจในตัวอีกฝ่ายเอาเสียเลย

จากนั้นพวกเขาก็ยังได้เจอกันอีกหลายครั้งเพราะทั้งสองตระกูลเป็นเพื่อนที่คบหากันมานานหลายต่อหลายรุ่น กัลปพฤกษ์ทำตัวปกติยามอยู่กับพุทธชาดต่อหน้าผู้ใหญ่ แม้จะยังเด็กแต่เขาก็มักจะวางตัวดีเสมอ ด้วยถูกสอนมาให้ระมัดระวังการกระทำและคำพูดของตัวเอง แต่ลับหลังเขาหาเรื่องทะเลาะกับพุทธชาดตลอด ขอแค่ได้ยียวนกวนประสาทอีกฝ่าย ได้เห็นสีหน้าหงุดหงิดโมโหของคนที่ชอบทำตัวสูงส่งแล้วก็รู้สึกมีความสุขไม่น้อย

ความสัมพันธ์ของเขากับคุณแก้วเป็นแบบนั้นมาตลอด ต่อหน้าแสดงละครหลอกตาผู้คนว่าสนิทสนมกันดี เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมาโดยตลอด กระทั่งพวกเขาอายุได้สิบห้าปีจึงได้รู้ว่าถูกจับให้หมั้นหมายกันไว้ตั้งแต่เพิ่งเกิด เพราะสัญญาของคุณปู่ของพวกเขาที่ตกลงกันเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว

กัลปพฤกษ์จำได้ว่าเขาอาละวาดกับผู้เป็นพ่อและแม่อยู่นาน เขาไม่ชอบการถูกบังคับ ยิ่งกับการแต่งงานมีคู่ชีวิตสักคนยิ่งไม่เคยอยู่ในหัวของเขามาก่อน เขาปฏิเสธแบบไม่ต้องคิดและจะไม่ยอมให้ใครมาบังคับเขาได้ สองตระกูลจะบาดหมางกันก็ช่างสิ นี่มันชีวิตของเขา ใครก็ห้ามมาบงการทั้งนั้น!

แต่แล้ววันหนึ่งพุทธชาดก็มาดักเจอเขาระหว่างกำลังเดินอยู่ในโรงเรียน อีกฝ่ายยังคงมีใบหน้าเรียบเฉยจนน่ารำคาญเหมือนเดิม อัลฟ่าหนุ่มผิวแทนไม่อยากคุย แต่เพราะว่าอีกฝ่ายแสดงเจตจำนงว่ายังไงเรื่องนี้ก็ต้องคุยกันให้ได้ เพราะมันเกี่ยวกับการหมั้นหมายของพวกเราสองคน กัลปพฤกษ์ถึงได้ยอมคุย เพราะเขาเองก็อยากบอกออกไปให้ชัดๆ เช่นกันว่าเขาไม่อยากแต่งงานกับอีกฝ่าย แม้การแต่งงานนั้นจะยังไม่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ก็ตาม

‘ผมอยากให้คุณยอมหมั้นหมายและแต่งงานกับผม’

‘สมองกระทบกระเทือนมาหรือไงคุณแก้ว เหอะ! อยากแต่งงานกับผม? คุณชอบผมหรือไง?’

‘เปล่า แต่ผมอยากทำให้ความต้องการของคุณปู่เป็นจริง แล้วก็ไม่อยากให้ครอบครัวของเรามีปัญหากันด้วย’

‘ห่วงชื่อเสียงว่างั้น คุณยอมแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักเพื่อครอบครัวได้เลยเหรอเนี่ย แต่เสียใจด้วยนะที่ผมทำไม่ได้ เพราะผมไม่ชอบอัลฟ่าด้วยกัน ผมชอบพวกโอเมก้าตัวหอมๆ มากกว่า แต่คุณไม่หอม ไม่มีอะไรดึงดูดผมได้เลย แถมยังดูน่าเบื่อมากๆ อีกต่างหาก ผมไม่อยากอยู่กับคนแบบนั้นไปทั้งชีวิตหรอกนะ เหี่ยวเฉาจนตายกันพอดี’

กัลปพฤกษ์เห็นตัวเองทำหน้าเหม็นเบื่อออกมา ขณะเดียวกันคุณแก้วในวัยสิบห้าก็มองเขาด้วยดวงตาแข็งกร้าว หากแต่อีกฝ่ายเลือกที่จะเก็บอารมณ์ขุ่นเคืองของตนเองเอาไว้จนมิดชิด น้ำเสียงที่เอ่ยออกมายังคงเฉยชา

‘ผมแค่ต้องการให้เราแต่งกันบังหน้าเท่านั้น ส่วนคุณจะไปมีโอเมก้าอีกกี่คนก็ได้ แค่ไม่หย่ากันให้เป็นเรื่องด่างพร้อยต่อวงศ์ตระกูล แล้วก็ไม่ทำให้ครอบครัวของเราทั้งคู่เดือดร้อนก็พอ’

‘คุณแก้วจะบอกว่ายอมให้ผมไปหาเศษหาเลยนอกบ้านได้ทั้งที่เราแต่งงานกันแล้วงั้นเหรอ?’

‘ผมพูดชัดเจนแล้ว ถ้าคุณยังคิดตามไม่ได้ก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงแล้วเหมือนกัน’

‘ปากดี นี่คือคนที่อยากแต่งงานกับผมจนตัวสั่นเหรอครับ ถ้าคุณอยากให้ผมยอมรับข้อตกลงนี้ ก็ควรจะพูดดีๆ กับผมหน่อยนะ เหอะ’

‘ตกลงว่าคุณจะยอมรับการหมั้นหมายและแต่งงานในครั้งนี้ไหมครับ?’

‘คุณยอมให้ผมมีคนอื่นได้ตลอดชีวิต แต่จะไม่ยอมหย่าใช่ไหม?’

‘ครับ การหย่าจำทำให้เราทั้งคู่เสียชื่อเสียง ผมไม่ยอมเด็ดขาด’

อัลฟ่าผิวแทนเห็นตัวเองทำหน้าเบื่อหน่ายอีกครั้ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาไม่ชอบการผูกมัดนัก แต่พอคิดว่าถ้าเขาแต่งงานกับพุทธชาดแล้วไปเล่นสนุกกับโอเมก้าได้เรื่อยๆ โดยที่ไม่ต้องกลัวโดนพ่อกับแม่บังคับให้แต่งงานอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันก็น่าสนใจดีไม่น้อย เขายื่นข้อเสนอสุดหนึ่งออกไปเพราะต้องการแกล้งคนหยิ่งยโสอย่างคุณแก้ว

‘ผมแต่งงานกับคุณก็ได้ แต่คุณต้องอยู่ในฐานะภรรยาของผม ตกลงไหมล่ะ?’

‘ตกลงครับ’

‘’ง่ายๆ แบบนี้เลย?’

‘การเป็นภรรยาไม่ได้แย่อะไร ยิ่งกับเราสองคนที่เป็นอัลฟ่าเหมือนกัน คุณคิดหรือว่าแค่คุณมีตำแหน่งเป็นสามีผม จะทำให้คุณกดขี่ผมยังไงก็ได้ อีกอย่างเลิกคิดว่าคนเป็นภรรยาต้องยอมให้สามีทุกอย่างได้แล้วนะครับ ปิตาธิปไตยน่ะมันเก่าไปแล้ว ไม่ว่าจะมีเพศหลักหรือเพศรองเป็นเพศไหน เราทุกคนล้วนเท่าเทียมกันครับ’

ภาพความฝันหายไปกลายเป็นเพดานห้องที่เขาคุ้นเคย กัลปพฤกษ์ไม่ค่อยเข้าใจนักว่าทำไมเขาดันฝันถึงเรื่องนี้ขึ้นได้ ทั้งที่มันล่วงเลยผ่านมาตั้งสิบสองปีแล้วนับจากวันที่เขายอมรับข้อเสนอของพุทธชาด ยิ่งไปกว่านั้นคือเหตุการณ์ตอนได้เจอกันครั้งแรกนั่นก็ด้วย เรื่องนานเป็นยี่สิบกว่าปีแต่เขาก็ดันมาฝันเห็นมัน ประหลาดชะมัด

อัลฟ่าหนุ่มรู้สึกได้ถึงแรงขยับข้างกาย เขาหันไปมองก็พบเข้ากับโอเมก้าหนุ่มน้อยที่ยังนอนหลับสนิทแนบชิดเขา อีกฝ่ายก็คือคนที่ได้เห็นการปะทะกันทางอารมณ์ของเขากับผู้เป็นภรรยาเมื่อครึ่งเดือนก่อน

ใช่ เหตุการณ์ที่ชายหนุ่มเผลอผลักคุณแก้วจนล้มหัวฟาดขอบโต๊ะผ่านมาครึ่งเดือนแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขากับภรรยาใช้ชีวิตแบบต่างคนต่างอยู่ พอแยกห้องนอนแล้วกัลปพฤกษ์ก็เลยกลับบ้านบ้างไม่กลับบ้าง วันไหนไม่ได้กลับเขาก็จะพาโอเมก้าสักคนสองคนมานอนกกในคอนโดฯ ที่ซื้อทิ้งไว้ตั้งแต่สมัยเรียนมหา’ลัย

กลิ่นหอมหวานของฟีโรโมนโอเมก้าทำให้อัลฟ่าหนุ่มอดใจไม่ไหว ซุกไซ้ซอกคอขาวจนทำให้คนหลับตื่นขึ้นมาเพราะถูกรบกวน จากนั้นการนัวเนียคลอเคลียระเริงรักก็เกิดขึ้นในยามสายของวัน เสียงเสียดสีของร่างกาย เสียงลมหายใจกระเซ่าและเสียงผิวเนื้อกระทบกันดังเป็นจังหวะ ก่อนทุกอย่างจะหยุดลงเมื่อกัลปพฤกษ์พอใจแล้ว

“เด็กดี ยังไงฉันก็ยังชอบเธอมากกว่าใคร ไม่ต้องพูดมากให้เสียเวลาเธอก็ตอบสนองฉันได้เป็นอย่างดี” กัลปพฤกษ์กล่าวชมเชย สูดดมกลิ่นกายหอมหวานที่แสนชอบใจไม่หยุด อดจะนึกเปรียบเทียบไปถึงผู้เป็นภรรยาอัลฟ่าไม่ได้ “ภรรยาของฉันไม่หอมและน่าเร้าใจเท่าเธอเลยสักนิด แถมยังปากร้ายอีกต่างหาก น่าเบื่อจริงๆ”




พุทธชาดเหม่อมองท้องฟ้ากว้างผ่านกระจกของห้องทำงาน แม้เวลานี้จะดึกมากแล้วแต่ชายหนุ่มก็ยังจดจ่อกับการทำงานไม่เลิก เพิ่งจะได้พักสายตาก็เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้เท่านั้น เขาเหนื่อยล้า...แต่ก็เป็นความเหนื่อยที่ตั้งใจน้อมรับมันโดยไม่เคยปริปากบ่น

ท้องฟ้าข้างนอกมืดมิดเหมือนหัวใจที่ปิดตายของเขา

ครึ่งเดือนมานี้อัลฟ่าหนุ่มแทบไม่ได้สนทนาพาทีกับสามีของตนเท่าไหร่นัก เจอหน้าก็แทบนับครั้งได้ พุทธชาดยอมรับว่าแรกๆ เขาค่อนข้างสบายใจที่ไม่ต้องพบหน้าแล้วทนฟังคำพูดคำจาเสียดสียียวน แต่พอเวลาผ่านไปได้หนึ่งสัปดาห์ ราชนิกูลหนุ่มกลับรู้สึกเป็นกังวล ด้วยกลัวว่ากัลปพฤกษ์จะไปก่อนเรื่องอะไรให้เกิดเป็นข่าวฉาวขึ้นมาอีก

ชายหนุ่มอยากส่งคนไปตามประกบ แต่ก็รู้ว่านั่นเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลมากเกินไป เขาเป็นฝ่ายร้องขอให้มีการแต่งงานระหว่างเรา เป็นคนเสนอให้อีกฝ่ายไปมีใครต่อใครที่ไหนก็ได้ ขอเพียงไม่หย่าและทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง แต่เขาลืมขอไปอีกข้อ...ลืมขอให้กัลปพฤกษ์ให้เกียรติเขาบ้าง

อย่างไรซะเขาก็คือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของอีกฝ่าย ผู้ชายคนนั้นอยากจะออกไปมั่วสุมกับโอเมก้าที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น แต่ก็ไม่ควรจะทำมันต่อหน้าต่อตาเขา หรือทำมันในบ้านของเขาแบบที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง เรื่องนี้คงต้องโทษเขาในอดีตด้วยเหมือนกันที่ไม่ทันได้ฉุกใจคิด ก็ตอนทำข้อตกลงเขาเพิ่งจะอายุสิบห้าเองนี่นะ แม้จะถูกเรียกว่าเป็นอัจฉริยะของสิทธาพิวัฒน์ แต่เขาก็ไม่ได้เก่งกาจไปเสียทุกเรื่องอยู่ดี

‘หลานอย่าทำตัวน่าเบื่อแบบนั้นสิจ้ะ เดี๋ยวตากัลป์ก็เบื่อเอาหรอกที่ต้องแต่งงานกับคนเย็นชาแบบหลาน’

‘คุณนี่น่าเบื่อจริงๆ เลยคุณแก้ว’

เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นในความนึกคิด ซ้อนทับตามมาติดๆ ด้วยเสียงทุ้มเข้มของผู้เป็นสามี พุทธชาดหลับตาลงพลางเม้มปากแน่น แต่ไหนแต่ไรเขาก็เติบโตมาแบบที่มองเห็นครอบครัวสำคัญที่สุด จนหลายๆ ครั้งก็ลืมนึกถึงความต้องการของตัวเอง โดนพูดกรอกหูอยู่หลายครั้งว่าตัวเขาที่เป็นแบบนี้นั้นน่าเบื่อ แต่ชายหนุ่มก็ไม่รู้จะแก้ไขมันยังไง

พุทธชาดที่ใครๆ ต่างก็มองว่าเป็นอัลฟ่าผู้เก่งกล้าสามารถ แต่หลายครั้งกลับโดนนินทาว่าเป็นคนไร้มนุษยสัมพันธ์เกินไป แต่ใครจะรู้ดีไปกว่าเขากันล่ะ ว่าเขาเองก็ไม่ได้เย็นชาจนดูไร้ชีวิตจิตใจถึงขนาดนั้น เพียงแต่เขาเลือกที่จะแสดงความเป็นกันเองกับคนที่เชื่อใจก็เท่านั้น

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเรียกความสนใจของอัลฟ่าหนุ่มให้หันไปมอง เครื่องมือสื่อสารสั่นเบาๆ พร้อมหน้าจอที่สว่างขึ้น ปรากฏชื่อของเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเขา

“อืม”

“ยังทักทายได้สั้นเหมือนเดิม นี่เพื่อนอุตส่าห์โทร. หาทั้งทีนะ พูดอะไรยาวกว่านี้หน่อยไม่ได้เหรอ”

“ว่างแล้วเหรอ กลับมาไทยหรือยัง”

“ว้าว ชื่นใจจังที่แกถามได้ยาวขนาดนี้”

“ศล ฉันไม่ได้เป็นคนพูดน้อยเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ เลิกเอาเรื่องนี้มาล้อฉันได้แล้ว”

เสียงหัวเราะร่าเริงของโกศลผู้เป็นเพื่อนทำให้พุทธชาดจุดยิ้มบางเบาบนริมฝีปาก เขาไม่ได้สนทนากับเพื่อนสนิทคนนี้มาเดือนกว่าได้แล้วล่ะมั้ง ครั้งล่าสุดที่คุยกันอีกฝ่ายบอกว่าจะไปผจญภัยที่ต่างประเทศ แล้วหลังจากนั้นก็หายเงียบไปเลย ชายหนุ่มเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาหลายครั้งแล้วจึงไม่ได้แปลกใจอะไรนัก

“ตกลงโทร. มาเพราะกลับถึงไทยแล้วใช่ไหม”

“ใช่ คิดถึงฉันล่ะสิ”

“อืม ก็นิดหน่อย”

“ได้ข่าวว่าแต่งงาน ขอโทษด้วยนะที่กลับมาไม่ทัน แถมยังไม่ได้โทร. ไปแสดงความยินดีอีก”

น้ำเสียงของคนปลายสายดูจะรู้สึกผิดมากไม่น้อย แต่นั่นกลับทำให้พุทธชาดแย้มยิ้มมากขึ้นกว่าเดิม ตรงข้ามกับดวงตาที่เฉยชาจนน่าใจหาย แต่ถ้าหากสังเกตดีๆ จะเห็นความเจ็บปวดเล็กๆ แฝงอยู่ในนั้น

“นายก็รู้นี่ว่ามันไม่ใช่การแต่งงานเพราะความรักอยู่แล้ว”

“แต่เขาก็เป็นคนที่นายเลือกจะอยู่ด้วยไปตลอดชีวิต”

“ฉันทำเพื่อครอบครัว”

“แก้ว” น้ำเสียงของโกศลจริงจังมากขึ้นจนพุทธชาดสัมผัสได้ “ทำเพื่อตัวเองบ้างเถอะ ฉันอยากให้แกมีความสุข”

คนฟังไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขาเพียงถอนหายใจแผ่วเบาเท่านั้น กลับไปเหม่อมองท้องฟ้ามืดๆ ด้านนอกนั่นอีกครั้ง ปล่อยให้สมองล่องลอยไปเรื่อยๆ แล้วสายลมพัด ไม่อยากคิดอะไรอีกแล้วในตอนนี้ แม้ส่วนลึกจะคอยแต่นึกถึงกัลปพฤกษ์ก็ตาม

เงียบกันอยู่นาน กระทั่งโกศลพูดขึ้นอีกครั้ง หากแต่เปลี่ยนไปกล่าวถึงเรื่องอื่นแทน “ที่ฉันโทร. มาก็เพราะกลับมาถึงไทยแล้วนั่นล่ะ แล้วก็จะถามเรื่องงานเลี้ยงฉลองครบรอบร้อยปีของโรงเรียนเรา อืม เรียกว่างานคืนสู่เหย้าก็ได้อยู่ล่ะมั้ง นายได้รับบัตรเชิญหรือยัง?”

“ได้แล้ว กำลังคิดอยู่เหมือนกันว่าจะไปดีหรือเปล่า”

“เฮ้ ต้องไปสิ ฉันอยากเจอนายกับเพื่อนคนอื่นๆ”

“ทำอย่างกับว่าฉันมีเพื่อนเยอะงั้นล่ะ ก็มีแค่นายที่สนิทกันมาจนถึงปัจจุบัน” ราชนิกูลหนุ่มแค่นหัวเราะ ก่อนจะเอ่ยต่อ “แต่ก็คงต้องไปนั่นล่ะนะ สามีฉันไปแล้วฉันจะไม่ไปได้ไง”

“เขาบอกว่าไปเหรอ?”

“เปล่า เขาไม่ได้บอกกับฉันโดยตรง แต่เลขาฯ ของเขาโทร. มาบอกกับเลขาฯ ของฉันน่ะ” บอกเล่าด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไร้อารมณ์ แต่เนื้อความนั้นชวนให้รู้สึกสงสัยต่อคนปลายสายมาก

โกศลท้วงขึ้น “เดี๋ยวนะ หมายความว่าไงที่ว่าเขาให้ดลขาฯ โทร. มาบอก ไม่ใช่ว่านายกับเขาอยู่ด้วยกันหรอกเหรอ ก็แต่งงานกันแล้วนี่”

“เราทะเลาะกัน ฉันกับเขาแยกห้องกันนอน ครึ่งเดือนมานี้ไม่ค่อยได้คุยกันหรอก เจอหน้ากันก็นับครั้งได้”

“แก้ว แบบนี้...มันดีแล้วจริงๆ เหรอ?”

พุทธชาดระบายยิ้มบางอีกครั้ง แววตาวูบไหวแต่ก็กลับมามั่นคงอย่างรวดเร็ว “ฉันกำลังพยายามทำให้มันออกมาดีที่สุดอยู่ แม้มันจะยากมากก็ตาม”

“ไม่ชอบนายที่เป็นแบบนี้เลย”

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า มันคือสิ่งที่ฉันต้องการเองตั้งแต่แรก เดี๋ยวฉันก็ปลงได้เอง ว่าแต่นายเถอะ...”

อัลฟ่าหนุ่มชวนเพื่อนสนิทพูดคุยเรื่องอื่นๆ ไปอีกพักใหญ่ ก่อนจะวางสายได้ในที่สุด เขาเหลือบมองเวลาซึ่งเคลื่อนเลยผ่านเที่ยงคืนมาสักพักแล้ว ก้มมองแฟ้มเอกสารอีกสองสามแฟ้มที่ยังไม่ได้อ่านเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะวางมันไว้อย่างนั้นแล้วกลับห้องเพื่อเข้านอนแทน

หากแต่ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าไปถึงห้องนอน ร่างสูงใหญ่ของกัลปพฤกษ์ก็ก้าวพ้นขั้นบันไดขึ้นมาพอดี เป็นเหตุให้ทั้งสองได้พบหน้ากันโดยบังเอิญ แม้จะเป็นอย่างนี้มาหลายครั้ง แต่บรรยากาศระหว่างพวกเขาก็ยังเต็มไปด้วยความอึมครึมไม่หายอยู่ดี

พุทธชาดตั้งใจเป็นฝ่ายเดินหนีมาก่อน แต่ข้อมือก็ถูกจับรั้งเอาไว้โดนผู้เป็นสามี แรงกระชากเบาๆ นั้นไม่อาจทำให้ราชนิกูลหนุ่มสะทกสะท้านได้ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะชอบใจเช่นกัน

“ปล่อย”

“โดนตัวนิดหน่อยก็หวงงั้นเหรอ? คุณเป็นภรรยาผมนะ ทำไมแค่จับข้อมือก็ยังไม่ได้ล่ะ?”

“ถ้าจะมาพูดจากวนประสาทกันก็ไปนอนเถอะ คุณเมามากแล้วล่ะ”

อัลฟ่าผิวแทนหัวเราะหยัน กำข้อมือภรรยาปากร้ายแน่นขึ้นจนคนถูกกระทำต้องนิ้วหน้า แต่พุทธชาดก็ไม่ได้แสดงกิริยาอาการว่าเจ็บออกมา เขากลับไปทำสีหน้าเรียบเฉยอีกครั้ง ดวงตาจ้องมองสามีจอมสำส่อนนิ่ง ไม่หวาดกลัวใดๆ ทั้งนั้น

“เอะอะก็ไล่ แค่จะคุยกับผัวมันยากนักหรือไงครับ”

“อย่ามาหยาบคายใส่ผมนะคุณกัลป์ เพราะเราไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องคุยกันต่างหาก ผมถึงไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องคุย” พุทธชาดเชิดหน้าขึ้นพลางหรี่ตาเหยียดมองร่างสูงตรงหน้าพลางพูดต่อ “อีกอย่างคุณก็รู้ตัวเองดีว่าเพราะอะไรผมถึงไม่อยากคุยกับคุณ ก็เพราะมันยากจริงๆ ที่จะคุยกับคนพูดไม่รู้ฟังอย่างคุณน่ะ”

“คุณแก้ว!”

“พอเถียงสู้ไม่ได้ก็ตะโกนเรียกชื่ออีกแล้วเห็นไหม คุณเหมือนเด็กที่ไม่ได้ดั่งใจก็โวยวายไม่มีผิด”

“ปากดีเสมอต้นเสมอปลายเลยนะครับคุณภรรยา” กัลปพฤกษ์แค่นเสียงขึ้นจมูก เขาผลักภรรยาหนุ่มไปชนผนังด้านหลังเต็มแรงจนพุทธชาดนิ่วหน้าขึ้นมาอีกครั้ง ผลักเขาออกเต็มแรงแต่อัลฟ่าผิวแทนก็กดแรงสวนกลับไป กักพุทธชาดเอาไว้ไม่ให้หนีไปได้

“คุณกัลป์ ปล่อยผม!”

“ผมกลับบ้านทั้งทีก็น่าจะต้อนรับกันดีๆ หน่อยนะ อย่างเช่น...” ชายหนุ่มกระตุกยิ้มร้าย “จูบต้อนรับสักทีสองที อะไรแบบนั้น”

“คุณคงเมาจนเลอะเลือนไปแล้วถึงได้คิดจะมาขอจูบจากผม ไหนคุณบอกว่าไม่ชอบอัลฟ่าแบบผมไง แต่อยากจะจูบผมเนี่ยนะ?” พุทธชาดขมวดคิ้วเล็กน้อย เขามองผู้เป็นสามีอย่างไม่เข้าใจนัก แต่ก็ต้องข่มกลั้นอารมณ์เอาไว้เมื่ออีกฝ่ายพูดจาไม่เข้าหูเขาอีกครั้ง

“ผมอาจจะอยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็ได้นี่ จูบกับภรรยาแค่ทีสองทีคงไม่ได้แย่เท่าไหร่หรอกมั้ง เพราะแค่แต่งงานกับคนน่าเบื่อแบบคุณผมยังผ่านมาได้เลย...!”

พลั่ก!

ยังไม่ทันที่กัลปพฤกษ์จะพูดจบก็ต้องทิ้งตัวลงไปคุกเข่ากับพื้น เมื่อพุทธชาดยกเข่าขึ้นกระแทกหน้าท้องอีกฝ่ายเต็มแรง ดวงตาคมกริบกดต่ำมองคนที่นั่งคุดคู้ด้วยสายตาเหยียดหยามดูแคลน คำว่า ‘น่าเบื่อ’ ยังดังก้องอยู่ในหูของเขา ทำให้ราชนิกูลหนุ่มยิ่งรู้สึกหงุดหงิด

“คุณที่เป็นแบบนี้ก็น่าเบื่อสำหรับผม”

ใช่ พุทธชาดเองก็เบื่อที่ต้องรับมือกับสามีไม่ได้ความแบบนี้แล้วเหมือนกัน!



_________________

มาช้าแต่ว่าก็มานะ แหะๆ อย่างที่หลายคนเข้าใจค่ะ คำว่าน่าเบื่อ น่ารำคาญเนี่ย มันฝังใจคุณแก้วมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว คนแรกที่พูดกับเขาก็คือกัลปพฤกษ์ แต่ก็มีคนอื่นพูดใส่เหมือนกัน จริงๆ แล้วเป็นคุณแก้วนี่ก็ไม่ได้ดีอย่างที่ใครๆ คิด อยากกอดโอ๋คุณเขาจัง แง




ออฟไลน์ labelle

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2839
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-0
เฮ้อออ ใช้ชีวิตกันมายังไงนะ ถึงได้แปรปรวนกันขนาดนี้
อดีตหลอกหลอนไม่พอ ตอนนี้ยังเข้าหน้ากันไม่ติดไปอีกจ้า
ลุ้นทุกตอนเลยค่ะ ว่าจะญาติและตกบ่วงกันตอนไหน
เอาใจช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น และได้รักกันดีๆ สักทีนะ

ออฟไลน์ aukuzt

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 107
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-1
สงสารคุณแก้ว แสร้งว่าตัวเองก็ไม่รู้สึกอะไร แต่ในใจคงบอบช้ำเหลือเกิน เชียร์ให้คุณแก้วเจอคนที่ดีกว่าพระเอกค่ะ

ออฟไลน์ Hazel_nut

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 158
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +163/-3



บทที่ 6

เหตุไม่คาดฝัน เปลี่ยนผันทุกสิ่ง




แม้จะไม่เต็มใจ แต่ยังไงพวกเขาก็ต้องไปงานคืนสู้เหย้าด้วยกัน ในฐานะศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งของโรงเรียน และในฐานะสามีภรรยาที่เพิ่งจะแต่งงานกันด้วย หากพวกเขาไม่ออกงานด้วยกัน ก็อาจเกิดคำครหาต่อวงสังคมชั้นสูงได้

สองร่างในชุดสูทคล้ายกันก้าวขึ้นรถ ก่อนหน้านี้พุทธชาดคิดว่าเขาอาจต้องเสียเวลา ‘เกลี้ยกล่อม’ ผู้เป็นสามีให้ยอมนั่งรถไปด้วยกัน แทนที่อีกฝ่ายจะขับรถไปเองเหมือนอย่างที่ชอบทำ แต่ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยปาก กัลปพฤกษ์กลับบอกด้วยตัวเองว่าจะนั่งรถไปด้วย

ถึงจะแปลกใจ แต่พุทธชาดกลับพอใจมากกว่าเมื่อเขาไม่จำเป็นต้องเปลืองแรงทะเลาะกับอีกฝ่ายด้วยเรื่องไร้สาระเช่นนี้ อัลฟ่าทั้งสองนั่งเคียงข้างกันในรถหรูแต่ไร้ซึ่งบทสนทนาใดๆ ทั้งสิ้น ฝ่ายหนึ่งมองออกไปนอกหน้าต่างรถ อีกฝ่ายเปิดอีเมลอ่าน กระทั่งมาถึงโรงเรียนซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน ทั้งสองก็ยังไม่ได้พูดคุยอะไรกันสักคำ

กระนั้นยามเมื่อก้าวลงจากรถ รอยยิ้มก็ถูกเรียกขึ้นมาประดับบนใบหน้า สองร่างเดินข้างกันผ่านประตูโรงเรียน หลังเรียนจบได้กลับมาเยี่ยมอาจารย์ผู้สอนแค่ไม่กี่ครั้ง ผ่านไปนับสิบปีหลายอย่าง ณ ที่แห่งนี้ยังคงเหมือนเดิม แต่บางอย่างก็เปลี่ยนไปไม่น้อยทีเดียว

“เราควรจับมือกันหน่อยไหมคุณแก้ว”

“จับมืออะไรครับ”

“ก็จับมือจูงกันเดินไง คนจะได้ไม่คิดว่าเราห่างเหิน”

“ไม่จำเป็น”

พุทธชาดลอบถอนหายใจ อุตส่าห์หลงคิดว่าวันนี้คงไม่ต้องปะทะกับคำพูดคำจายียวนกวนอารมณ์ของอีกฝ่ายแล้ว แต่ที่ไหนได้...เพียงก้าวเท้าเข้างานมาได้ไม่เท่าไหร่ กัลปพฤกษ์ก็หาเรื่องให้เขาต้องปวดหัวเสียแล้ว

“เอาน่า สักหน่อยก็ดีนะ คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าผมควรทำตัวให้สมกับเป็นสามีคุณ ตอนนี้ก็เป็นเวลาที่ผมควรทำแบบนั้นนะ คุณไม่คิดว่าเหมาะสมงั้นเหรอ?”

พุทธชาดหมดคำจะพูด แค่คิดว่าต้องต่อล้อต่อเถียงก็เหนื่อยแล้ว ดังนั้นชายหนุ่มจึงตัดบทด้วยการคว้ามือของผู้เป็นสามีมากุมไว้หลวมๆ จากนั้นก็ดึงให้เร่งเท้าเดินเร็วขึ้น ข้างหน้าคือทางเข้าหอประชุมใหญ่ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงที่แท้จริง

ราชนิกูลหนุ่มทำไปตามหน้าที่ โดยไม่ทันได้เห็นสีหน้าประหลาดใจของกัลปพฤกษ์

สองร่างยื่นบัตรเชิญให้กับเจ้าหน้าที่หน้าทางเข้า พอตรวจสอบเสร็จพวกเขาก็ได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้ ในหอประชุมใหญ่เปิดเพลงบรรเลงฟังสบายเอาไว้ คลอไปกับเสียงพูดคุยหัวเราะของคนมากมายที่มาถึงงานก่อนหน้านี้แล้ว เพียงปรากฏกายหลายสายตาก็หันมามองทันที

พุทธชาดยิ้มน้อยๆ ขณะที่กัลปพฤกษ์นั้นแย้มยิ้มกว้าง ฝ่ามือยังคงจับกันเอาไว้ไม่ปล่อย แน่นอนว่ามีหลายคนมองเห็นเช่นกันและถึงกับยิ้มชอบใจปนแสดงความยินดี ไม่ต้องเดาให้ยากก็รู้ได้ว่าคนเหล่านั้นคงกำลังพูดคุยกันถึงความรักอันแสนอ่อนหวาน ของสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันอย่างพวกเขาทั้งสองคน

“ปล่อยได้แล้วมั้งครับ”

“คุณแก้วอายงั้นเหรอ?” อัลฟ่าผิวแทนเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี “ไม่เห็นเหรอครับว่าหลายคนมองมาด้วยสายตาชื่นชม คุณชอบไม่ใช่หรือไงเวลาได้เห็นว่าการสร้างภาพของตัวเองมันทำให้คนมองคุณในแง่ดีมากแค่ไหน”

คนฟังชะงักงันไปกับคำพูดเสียดสีนั้น ราชนิกูลหนุ่มหันไปมองใบหน้าหล่อเหลาคมคายของสามี หัวใจที่คิดว่าตายด้านรู้สึกปวดหนึบขึ้นมาแม้จะเพียงแค่เสี้ยวนาทีก็ตาม ดูเหมือนว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่เขาเถียงผู้ชายคนนี้ไม่ได้ แม้สมองจะพยายามสรรหาคำมาปฏิเสธก็ตาม แต่ก็ดูเหมือนเขาจะคิดอะไรไม่ออกไปแล้ว

เป็นอีกครั้งที่พุทธชาดสูดหายใจเข้าลึก ข่มความรู้สึกย่ำแย่ให้ซ่อนเร้นอยู่ในส่วนลึกดั่งเช่นทุกครั้ง อัลฟ่าผู้สง่างามเชิดใบหน้าขึ้นอีกเล็กน้อย รอยยิ้มที่เลือนหายไปชั่วคราวกลับมาอีกครั้ง เขาปั้นสีหน้าทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดึงมือที่จับกับกัลปพฤกษ์เอาไว้ออกช้าๆ ไม่ให้ดูผิดสังเกต

แต่แทนที่ชายหนุ่มจะได้ออกห่างผู้เป็นสามี ไหล่ของเขากลับถูกโอบเอาไว้แน่น ราชนิกูลหนุ่มอยากจะหันไปต่อว่า แต่ก็ทำไม่ได้เมื่อมีเพื่อนเก่ากลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาทักทาย และใช่...พวกเขาเป็นเพื่อนของกัลปพฤกษ์ ไม่ใช่เพื่อนของพุทธชาด แต่ไหนแต่ไรมาสามีอัลฟ่าของเขาก็มีเพื่อนเยอะอยู่แล้ว

“ไงไอ้กัลป์ ตั้งแต่งานแต่งก็ไม่ได้เจอกันเลยนะ” เพื่อนคนหนึ่งที่พุทธชาดจำหน้าได้แต่จำชื่อไม่ได้เอ่ยทักทาย “สวัสดีครับคุณแก้ว ยินดีอีกครั้งที่ได้หนุ่มฮอตอย่างไอ้กัลป์ไปเป็นสามีนะครับ”

เสียงหัวเราะฮาครืนดังขึ้นทั้งกลุ่มหลังสิ้นคำพูดของเพื่อนสามี กัลปพฤกษ์ยังคงยิ้มระรื่น โอบกระชับไหล่ของภรรยาปากร้ายเอาไว้ แต่พุทธชาดไม่ใช่หมูในอวยที่จะยืนฟังคำพูดหยอกล้อเหล่านี้เฉยๆ โดยไม่โต้ตอบ แม้รู้ว่าพวกเขาไม่ได้มีเจตนาหัวเราะเยาะเย้ย ก็แค่คำแซวธรรมดาเท่านั้น แต่ยังไงซะชายหนุ่มก็ไม่ชอบอยู่ดี

“ควรยินดีกับคุณกัลป์มากกว่านะครับที่ได้ผมเป็นภรรยา” เขาเอ่ยขึ้นเสียงเรียบเรื่อย ทั้งที่ใบหน้ายังติดยิ้มจางๆ “เพราะเขาคงหาคนแสนดีที่ยอมรับพฤติกรรมไม่ดีของเขาไม่ได้อีกแล้วนอกจากผม”

“เอ่อ...”

“ขอตัวก่อนนะครับ พอดีผมเจอเพื่อนน่ะ...แล้วเจอกันตอนพิธีเปิดงานเริ่มนะครับคุณกัลป์” บอกลาทิ้งท้ายจากนั้นก็ปลดแขนของอัลฟ่าผิวแทนออกจากไหล่อย่างนุ่มนวล ไม่ให้ดูเหมือนสะบัดทิ้ง สบดวงตาวาวโรจน์สีดำสนิทที่จ้องมาอย่างไม่พอใจเล็กน้อย จากนั้นพุทธชาดก็ก้าวเท้าเดินหนีมาอีกทางทันที

เขายิ้มกว้างยิ่งกว่าเก่าเมื่อสายตามองเห็นโกศลยืนจิบแชมเปญอยู่ตรงหน้า ที่บอกว่าจะมาหาเพื่อนก็ไม่ได้โกหกเสียทีเดียว แต่อีกเหตุผลที่รีบแยกตัวออกมาน่ะเป็นเพราะรำคาญล้วนๆ เขารู้ได้เลยว่าการยืนอยู่ตรงนั้นคงไม่พ้นโดนแซวแล้วแซวอีก แล้วก็คงจะโดนกัลปพฤกษ์เสียดสีเข้าอีกด้วยเช่นกัน

หากเป็นไปได้พุทธชาดก็ไม่อยากปะทะอารมณ์กับสามีจอมสำส่อนแล้วจริงๆ แค่ปั้นหน้าว่ารักกันดีก็เหนื่อยมากพอแล้ว หากต้องมาปั้นหน้ายามกระซิบต่อว่าต่อขานกัน สักวันชายหนุ่มน่าจะเส้นเลือดในสมองแตกตาย

“มาถึงนานหรือยังศล”

“ก็นานพอจะเห็นสามีภรรยาชื่อดังจับมือกันเดินเข้ามาในงาน”

ราชนิกูลหนุ่มเกือบหลุดสีหน้าเอือมระอาออกมา แต่ก็ดึงหน้าได้ทันเช่นกัน กระนั้นมันก็ยังไม่ทันเท่าสายตาที่จ้องมองมาของเพื่อนสนิท หากไม่นับตัวเขาเอง โกศลคือคนที่เข้าใจในตัวตนและพฤติกรรมหลายๆ อย่างของเขามากที่สุด ดังนั้นเพียงแค่เล็กน้อยอีกฝ่ายก็เดาอารมณ์ การกระทำ หรือความคิดบางอย่างของเขาได้แล้ว

จะหาเพื่อนที่รู้ใจเราดีขนาดนี้ได้จากที่ไหน หากไม่ติดว่าอีกฝ่ายมีคู่หมั้นที่รักกันมานานหลายปี พุทธชาดก็คงอยากจะแต่งงานกับโกศลมากกว่าคนสำส่อนหลายใจอย่างกัลปพฤกษ์

“เลิกพูดเรื่องของเขาเถอะ สิ่งแรกที่นายควรทำคือการกอดฉัน”

“มาถึงก็อ้อนกันเลยนะ”

“นี่ไม่ใช่การอ้อน ศล ฉันแค่คิดถึง นายหายหน้าไปเป็นเดือนๆ” อัลฟ่าหนุ่มผู้สูงศักดิ์ผ่อนลมหายใจแผ่วเบา ได้ยินเสียงโกศลหัวเราะเล็กน้อย แล้วในที่สุดทั้งคู่ก็สวมกอดกันหลวมๆ พุทธชาดตบหลังเพื่อนสนิทเบาๆ “ดีใจที่ได้เจอนะ ฉันมีเรื่องอยากเล่ามากมายเลยล่ะ”

“เอาไว้เรานัดไปกินข้าวด้วยกันสิ ถึงตอนนั้นฉันจะฟังนายทุกเรื่องเลย”

“นายเองก็ต้องเล่าเรื่องระหว่างที่ไปต่างประเทศให้ฉันฟังด้วย คราวนี้ไปผจญภัยที่...!!!”

จังหวะที่กำลังจะผละออกจากอ้อมกอดของกันและกัน แขนของพุทธชาดก็ถูกดึงให้ออกห่างโกศลซะก่อน และคนที่ทำอย่างนั้นก็คือกัลปพฤกษ์ผู้เป็นสามี น้ำเสียงเรียบเย็นของอัลฟ่าผิวแทนดังขึ้นตามมา

“กอดกันกลมขนาดนี้ ตกลงใครเป็นสามีคุณแก้วกันแน่ครับ?”

พุทธชาดนิ่วหน้า ไม่ใช่เพราะเจ็บที่โดนบีบแขน แต่ไม่พอใจการกระทำหยาบคายของสามีมากกว่า ชายหนุ่มปรับสีหน้ากลับมาเป็นตามเดิมแล้วพยายามดึงแขนออกจากมือใหญ่ หากเป็นเวลาที่อยู่กันตามลำพังเขาคงสะบัดมันหลุดออกไปนานแล้ว แต่ตอนนี้มีสายตาของคนหมู่มากรายล้อม การสะบัดออกดูจะโจ่งแจ้งและทำให้น่าสงสัยเกินไป

สุดท้ายราชนิกูลหนุ่มก็ไม่อาจสลัดมือของกัลปพฤกษ์ออกไปได้ จึงได้แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายบีบแขนเขาไว้อย่างนั้น ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองผู้เป็นสามีด้วยความเย็นชาไร้อารมณ์ น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเรียบเย็นจนทำให้บรรยากาศรอบด้านอึดอัดไปหมด

“ถ้าคุณไม่ได้สมองเสื่อม ก็น่าจะจำโกศลได้ว่าเขาเป็นอะไรกับผม”

โกศลถึงกับกลั้นหายใจ ก็รู้หรอกว่าเพื่อนของเขาเป็นคนปากร้าย แต่ก็ไม่คิดว่าจะกล้าต่อว่าสามีตัวเองถึงขนาดนี้ สองคนนี้ไม่ได้แต่งงานกันด้วยความเต็มใจก็จริง แต่มันก็ไม่น่าจะทำให้พุทธชาดพูดจารุนแรงขนาดนี้กับอีกฝ่ายได้ ยกเว้นว่ามีอะไรเกิดขึ้นมากกว่านี้แน่ๆ คนอย่างคุณชายแก้วน่ะเหรอจะต่อปากต่อคำด้วยวาจาร้ายกาจกับคนอื่น โกรธแค่ไหนยังพูดสุภาพกว่านี้เลย

ด้านกัลปพฤกษ์ถึงกับนิ่งไป เขาหันไปมองอัลฟ่าร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างภรรยาของเขา เมื่อมองดูดีๆ จึงจำได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ถึงจะไม่สนิทสนมกันแต่โกศลก็เป็นคนดังคนหนึ่งของโรงเรียนในสมัยนั้น เคยเห็นไปไหนมาไหนกับคุณแก้วอยู่บ้างเช่นกัน

กัลปพฤกษ์ปล่อยแขนของพุทธชาดก่อนจะผงกหัวทักทายโกศล “สวัสดีครับ ขอโทษที่เสียมารยาทนะครับ”

“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ คุณคง ‘หึง’ ภรรยา”

คนฟังชะงักไปแต่ก็หัวเราะเบาๆ กลบเกลื่อน ขณะที่พุทธชาดหันไปหรี่ตามองเพื่อนอย่างไม่พอใจเล็กน้อยกับคำพูดไร้สาระนั่น คนอย่างกัลปพฤกษ์ที่รักอะไรไม่เป็นนอกจากรักสนุกมั่วกับโอเมก้าไม่หยุดน่ะเหรอ จะหึงภรรยาที่แต่งเพราะหน้าที่อย่างเขา ชาติหน้ายังไม่มีทางเป็นไปได้เลยด้วยซ้ำ

“ผมไม่ได้หึง” อัลฟ่าผิวแทนหน้าตึง รีบปฏิเสธเสียงเข้ม “ผมแค่ไม่อยากให้คนเข้าใจผิด คุณแก้วเป็นห่วงนักหนากลัวคนอื่นจะมองไม่ดี คอยย้ำผมเสมอว่าไม่ให้สร้างเรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่ถ้าทำเสียเองมันก็ไม่ถูกต้องไหมครับ ผมก็แค่มาเตือนเท่านั้น”

“ใครๆ ก็รู้ว่าผมกับศลเป็นเพื่อนกัน และนี่มันก็งานคืนสู่เหย้าด้วย ไม่มีใครคิดว่าผมกำลังจะมีชู้หรอกนะคุณกัลป์ ยกเว้นคนที่มีจิตใจสกปรกเหมือนกันคุณ”

“คุณแก้ว!” คนเป็นสามีกระซิบเรียกภรรยาด้วยน้ำเสียงดุดันยิ่งกว่าเดิม เขาตั้งท่าจะจับแขนของพุทธชาดไปบีบอีกครั้ง แต่อัลฟ่าราชนิกูลรู้ทัน เบี่ยงแขนหลบอย่างสงวนท่าทีไม่ให้ดูประเจิดประเจ้อมากเกินไป ก่อนจะพูดตัดบท

“ผมจะไปเข้าห้องน้ำ ส่วนคุณก็อย่าหิ้วโอเมก้าที่ไหนออกไปก่อนงานจะเลิกแล้วกัน” ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสามีไม่ได้เรื่อง “ในเมื่อมาเตือนผมไม่ให้ทำอะไรไม่ดีได้ ก็หวังว่าจะไม่ทำมันเสียเองนะครับ”

พูดจบก็หมุนตัวเดินไปอีกทางทันที ทิ้งให้โกศลละล้าละลังเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็ก้าวตามหลังเพื่อนสนิทไป เหลือเพียงกัลปพฤกษ์ที่ยังยืนอยู่ที่เดิม ความโกรธคุกรุ่นอยู่ในอกแต่เขาทำอะไรไม่ได้ กี่ครั้งแล้วที่เขาพ่ายแพ้ให้กับเกมการทุ่มเถียงนี้ มันทำให้ชายหนุ่มหงุดหงิดจนอยากอาละวาดเหลือเกิน

หากวันหนึ่งภรรยาน่ารำคาญของเขาพลาดเมื่อไหร่ กัลปพฤกษ์สาบานเลยว่าจะซ้ำเติมอีกฝ่ายให้หนักยิ่งกว่าที่เขาโดน!



งานคืนสู่เหย้าดำเนินต่อไปค่อนคืน พุทธชาดเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเล็กน้อย นี่ก็ห้าทุ่มกว่าแล้ว อีกไม่นานงานคงเลิก หลังจากเขาได้รับเชิญให้ขึ้นไปพูดอะไรสักเล็กน้อยในฐานะที่เคยเป็นอดีตประธานนักเรียน อัลฟ่าหนุ่มก็ได้รับการทักทายจากคนที่เคยทำงานร่วมกันในสภานักเรียนอีกพักใหญ่ กว่าเขาจะได้อยู่อย่างสงบก็เล่นเอาเหนื่อยไม่น้อย

สามีของเขาหายไปกับเหล่าเพื่อนๆ ของตนเองนานพอสมควร แต่สุดท้ายก็กลับมายืนอยู่ข้างเขา สร้างภาพลักษณ์ว่าเราทั้งคู่เป็นสามีภรรยาที่ไม่เคยอยู่ห่างกันนานเกินไป โกศลเองก็อยู่เป็นเพื่อนคุยกับพุทธชาดจนกระทั่งกัลปพฤกษ์กลับมานั่นล่ะเขาถึงได้แยกตัวไปคุยกับเพื่อนเก่าที่เคยอยู่ชมรมกีฬาด้วยกัน

“ผมเพิ่งเคยออกงานกับคุณครั้งแรก” จู่ๆ อัลฟ่าผิวแทนก็พูดขึ้น ทำให้พุทธชาดเหลือบมองด้วยความไม่เข้าใจ แต่สีหน้าของชายหนุ่มยังคงเรียบนิ่งเหมือนเดิม “คุณเก่งนะ”

“คุณหมายถึงอะไรคุณกัลป์ ต้องการจะพูดอะไรกันแน่”

คนถูกถามยักไหล่ “ก็แค่คิดว่าคุณเก่งนะที่ปั้นหน้านิ่งได้แทบจะตลอดเวลาเลย ผมเห็นแล้วเหนื่อยแทน”

“...” ยิ่งฟังพุทธชาดก็ยิ่งไม่เข้าใจว่าสามีของเขาต้องการจะบอกอะไรกันแน่ แต่ความสงสัยก็ได้รับการแถลงไขในเวลาต่อมา เมื่อกัลปพฤกษ์พูดขึ้นอีกว่า...

“แค่ผมทำหน้านิ่งห้านาทีก็เหนื่อยแล้ว แต่คุณดึงหน้าได้ตลอดเวลา ยิ้มกว้างๆ สักยิ้มยังไม่มีเลย จะว่าไปผมก็อดสงสัยไม่ได้นะว่าภรรยาของผมที่จริงแล้วเป็นรูปปั้นหรือเปล่า หึ”

“คุณกัลป์” ราชนิกูลหนุ่มต้องอดกลั้นไม่ให้เผลอแสดงสีหน้าไม่พอใจออกไป “เมื่อไหร่คุณจะเลิกหาเรื่องผม”

“ผมเปล่า”

“งั้นเหรอ? แล้วที่เอาแต่พูดจาถากถางผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันหมายความว่าอะไรครับ หยอกล้อภรรยาเล่น?”

“จะคิดแบบนั้นก็ได้นะ”

พุทธชาดผ่อนลมหายใจยาว “ผมอยู่ของผมเฉยๆ คุณเองก็ควรสงบปากสงบคำบ้างนะครับ ไม่หาเรื่องผมสักชั่วโมง คุณกลัวสุนัขในปากตัวเองจะเบื่อหรือยังไงครับ”

“คุณแก้ว!” เสียงของกัลปพฤกษ์แทบจะเป็นการตวาด แต่โชคดีที่มีเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือดังกระหึ่มขึ้นมากลบเสียก่อน ทำให้ไม่มีใครได้รู้ได้เห็นว่าสองสามีภรรยาที่อยู่ตรงนี้กำลังร่ำๆ จะทะเลาะกันแล้ว

“เอาล่ะครับ สำหรับค่ำคืนนี้ก็ใกล้จะได้เวลาแยกย้ายกันแล้ว ขอบคุณทุกคนที่ตอบรับบัตรเชิญมาร่วมงานคืนสู่เหย้าในครั้งนี้นะครับ ในฐานะตัวแทนของผู้จัดงานก็รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง หวังว่าทุกคนจะสนุกไปกับค่ำคืนดีๆ ครั้งนี้...”

เสียงของพิธีกรของงานกล่าวขึ้นหลังจากเสียงปรบมือจบลง พุทธชาดจ้องตากับสามีของตนเองอีกเล็กน้อย ก่อนจะเลิกสนใจอีกฝ่ายแล้วหันไปมองหน้าเวทีตามเดิม ปล่อยให้กัลปพฤกษ์กัดฟันข่มอารมณ์ ชายหนุ่มหมุนตัวเดินออกไปอีกทางโดยไม่บอกกล่าวใดๆ ทั้งสิ้นกับผู้เป็นภรรยา แต่เพราะว่าแสงไฟในห้องประชุมถูกปิดลงแล้วเปลี่ยนเป็นไฟหลากสีวิบวับเหมือนในคลับหรือบาร์แทน จึงไม่มีใครสนใจอัลฟ่าหนุ่มที่กำลังหงุดหงิดมากนัก

พุทธชาดถอนหายใจ เขาเหนื่อยจนอยากจะกลับไปนอนเต็มทนแล้ว แต่ที่เหนื่อยยิ่งกว่าก็คงเป็นใจของเขาที่ต้องมาคอยรับมือกับคำพูดยียวนกวนประสาทจากกัลปพฤกษ์ ผู้ชายคนนั้นหาเรื่องเขาได้ไม่หยุดหย่อน ระยะเวลาที่ห่างเหินไปกันไปไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายเลิกปากเสียใส่เขาได้เลย

ไม่ค่อยได้เจอกันก็ยังพอมีเวลาให้ราชนิกูลหนุ่มพักหายใจหายคอได้บ้าง แต่อีกไม่นานพ่อกับแม่ของเขาก็จะกลับมาแล้ว และเขากับสามีก็คงต้องกลับมานอนห้องเดียวกันอย่างหลักเลี่ยงไม่ได้ สร้างภาพลักษณ์ว่าเป็นคู่สมรสที่รักกันดีในทุกวัน

แค่คิดพุทธชาดก็อดที่จะท้อใจไม่ได้เสียแล้ว แต่เขาปล่อยตัวเองให้ท้ออยู่ได้ไม่นานหรอก อัลฟ่าที่มีสายเลือดของชนชั้นสูงอย่างเขา ต่อให้ต้องเจอเรื่องหนักหนาสาหัสมากกว่านี้อีกเท่าไหร่ เขาก็จะผ่านมันไปให้ได้เหมือนที่ผ่านมา ต้องไม่มีคำว่ายอมแพ้หลุดออกมาจากปากของพุทธชาด สิทธาพิวัฒน์เด็ดขาด

“ส่งท้ายกันไปด้วยปาร์ตี้มันๆ ทุกคนเต้นกันให้สนุกสุดเหวี่ยงไปเลยนะครับผม! เรามาปล่อยผีกันเถอะ!”

เสียงเพลงจังหวะสนุกสนานดังกระหึ่ม เสียงกรี๊ดเสียงโห่ดังขึ้นอย่างชอบใจ ทุกคนผ่อนคลายลงมากและเต้นด้วยกันเต็มที่ พุทธชาดเห็นโกศลชนแก้วส่งเสียงหัวเราะเฮฮากับเพื่อนกลุ่มใหญ่ อัลฟ่าหนุ่มตัดสินใจไม่เข้าไปกวนแล้วหมุนตัวเดินออกจากหอประชุมแทน

ในเมื่องานดำเนินมาถึงช่วงสุดท้ายแล้วเขาก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ต่อ ชายหนุ่มกดโทร. หาคนขับรถเพื่อบอกให้เอารถมาจอดรอรับที่หน้าประตูโรงเรียน ระหว่างนั้นก็กวาดสายตามองหาผู้เป็นสามีไปด้วย ไม่รู้ว่าเดินหายไปไหนจนถึงตอนนี้ยังไม่กลับมาอีก หรือว่าจะกลับไปก่อนแล้ว แต่คุณกัลป์ไม่ได้เอารถมา...

“คุณดพุทธชาดหรือเปล่าครับ?”

พุทธชาดลังเลใจว่าควรโทร. หาอีกฝ่ายหรือไม่ แต่แล้วเสียงเรียกของใครคนหนึ่งก็รั้งให้เขายั้งมือแล้วหันไปมอง เรียวคิ้วสวยมุ่นเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อเห็นหน้าคนเรียก ผู้ชายคนนี้ถ้าเขาจำไม่ผิดน่าจะเป็นเพื่อนของสามีเขา

“ครับ คุณเป็นเพื่อนของคุณกัลป์ใช่ไหมครับ”

“ครับ พอดีเลย ผมอยากให้คุณ เอ่อ...” อีกฝ่ายมีท่าทีอึกอักและดูร้อนรน “ผมว่าคุณตามผมมาดีกว่าครับ เรื่องนี้คงต้องให้คุณจัดการ ยังไงซะไอ้กัลป์ก็เป็นสามีของคุณ”

แม้จะไม่เข้าใจแต่พุทธชาดก็ยอมเดินตามเพื่อนของสามีไป ตลอดทางเดินไร้ผู้คน ได้ยินเสียงเพลงจากในหอประชุมเพียงลางๆ เท่านั้น อัลฟ่าหนุ่มไม่ค่อยแน่ใจนักว่าควรเดินตามต่อไปหรือไม่ เขากำลังคิดจะหันหลับเดินกลับ แต่เสียงคำรามเหมือนสัตว์กำลังขู่ขวัญศัตรูที่ดังมาให้ได้ยิน ทำให้ชายหนุ่มเกิดความสนใจจนเผลอเร่งฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว

“แม่งเอ๊ย!”

เสียงสบถดังลั่นเมื่อพุทธชาดมาถึงที่หมาย เขาเบิกตากว้างเมื่อเห็นสภาพของกัลปพฤกษ์ อีกฝ่ายหอบหายใจอย่างหนัก ดวงตาแดงก่ำ ใบหน้าดุดันและกำหมัดแน่น หยาดเหงื่อไหลซึมตามกรอบหน้า ส่งเสียงครางต่ำในลำคอสลับเสียงก่นด่าไม่หยุด เขาแผ่กลิ่นกายของอัลฟ่าออกมาอย่างเข้มข้นจนทำให้อัลฟ่าด้วยกันเองอย่างพุทธชาดรู้สึกกดดันไม่น้อย เวลาเดียวที่อัลฟ่าจะเป็นแบบนี้ก็มีแต่...

“คุณกัลป์! นี่คุณ...” ราชนิกูลหนุ่มรีบเข้าไปพยุงผู้เป็นสามีเอาไว้ แม้จะโดนสะบัดออกแต่ก็ยังเกาะไว้แน่นไม่ยอมปล่อย หากเขาเป็นโอเมก้าหรือเบต้าคงปลิวไปแล้ว แต่เพราะชายหนุ่มเองก็เป็นอัลฟ่าเหมือนกันจึงมีแรงกำลังพอสูสี “ทำไมคุณถึงรัทขึ้นมาได้”

คนที่ให้คำตอบนี้กับเขาก็คือเพื่อนของสามีหนุ่ม “มันเจอเข้ากับโอเมก้าที่กำลังฮีทน่ะครับ เกือบจะขาดสติแล้วด้วยซ้ำ แต่ผมกับเพื่อนของโอเมก้าคนนั้นมาช่วยกันจับแยกออกได้ก่อน”

“แล้วโอเมก้าคนนั้นไปไหนแล้วครับ”

“ผมให้เพื่อนเขารีบพาไปห้องพยาบาลน่ะครับ ที่นั่นเป็นที่เดียวที่มียาระงับฟีโรโมนของโอเมก้า แต่ว่ากับไอ้กัลป์ผมจะพามันตามไปด้วยก็ไม่ได้ เพราะว่าเวลาแบบนี้อัลฟ่าที่กำลังรัทกับโอเมก้าที่กำลังฮีทไม่ควรอยู่ใกล้กัน เมื่อกี้ผมตั้งใจจะไปขอให้เจ้าหน้าที่ห้องพยาบาลเอายาระงับการรัทของอัลฟ่ามาฉีดให้มัน แต่ผมเจอคุณเข้าซะก่อนก็เลยคิดว่าให้คุณมาพามันกลับไปคงดีกว่า”

พุทธชาดพยักหน้ารับ “เข้าใจแล้ว ขอบคุณคุณมากนะครับ งั้นผมขอพาเขากลับก่อน”

บอกลากันลวกๆ จากนั้นอัลฟ่าราชนิกูลก็หอบหิ้วสามีที่กำลังรัทให้ออกไป โชคดีที่ระยะทางจากตรงนี้ไปถึงหน้าโรงเรียนไม่ไกลมากนัก พอออกมาถึงก็เจอรถของตนจอดรออยู่ก่อนแล้ว พุทธชาดสั่งให้คนขับรถเปิดประตูจากนั้นก็จับสามีอัลฟ่าของตนเข้าไปนั่ง

“รีบกลับบ้าน”

“ครับคุณแก้ว”

“อึก!” ท่าทางไม่ค่อยสู้ดีนักของกัลปพฤกษ์ทำให้พุทธชาดค่อนข้างกังวล อัลฟ่าที่รัทเพราะโดนฟีโรโมนของโอเมก้ากระตุ้น หากไม่ได้รับยาระงับก็จะทรมานอย่างมากและต้องได้รับการปลดปล่อยถึงจะหาย

พุทธชาดไม่มีความคิดที่จะพาอีกฝ่ายไปโรงพยาบาลเพราะแน่นอนว่ามันจะต้องกลายเป็นข่าวในหน้าสังคมแน่ แต่จะให้ไปหาโอเมก้าในสังกัดของกัลปพฤกษ์ก็ไม่ได้ เพราะมีสิทธิ์สูงมากที่สามีของเขาจะขาดสติจนทำให้โอเมก้าพวกนั้นท้องขึ้นมา ดังนั้นการกลับบ้านแล้วโทร. ให้อาหมอมาฉีดยาระงับให้ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว

เขาคิดอย่างนั้น...โดยที่ไม่รู้เลยว่าอะไรบางอย่างก็มักไม่เป็นไปตามที่คิดเสมอไป



_______________

ที่มาช้า เพราะว่าตอนนี้มันจะคาบเกี่ยวไปกับตอนหน้า เราก็เลยตั้งใจเขียนตอนหน้าให้จบก่อนแล้วค่อยอัปติดกันด้วยไม่อยากให้ทุกคนค้างนานน่ะค่ะ พรุ่งนี้ทุกคนจะได้อ่านเต็มตอนนะคะ แล้วเจอกันค่าา

อ้อ ใช่ค่ะ ตอนหน้านั้น... 555555555555555





 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด