O U T S I D E #ดอกไม้ป่าที่ริมหน้าต่าง (Mpreg) #12 up06.11.62
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: O U T S I D E #ดอกไม้ป่าที่ริมหน้าต่าง (Mpreg) #12 up06.11.62  (อ่าน 9095 ครั้ง)

ออฟไลน์ NaunaeZaa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
แงงง สนุกมากเลยค่ะ :sad4:

ออฟไลน์ คุณซี

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 205
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
เคลฟินร้ายยยย หนีน้องไปทัมมัยกลับมามั่ยมีเหตุผลต้องโดนตีให้ตูดลาย

ออฟไลน์ noonaaRP

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 262
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
    • fanpage Noonaa
เคลฟินร้ายยยย หนีน้องไปทัมมัยกลับมามั่ยมีเหตุผลต้องโดนตีให้ตูดลาย
แม่ๆน้องใจร้ายตีพี่ยักษ์ได้ลงคอ 55555

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1

ออฟไลน์ noonaaRP

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 262
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
    • fanpage Noonaa

ออฟไลน์ noonaaRP

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 262
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
    • fanpage Noonaa

#ดอกไม้ป่าที่ริมหน้าต่าง

ตอนที่ ๑๐

๑๖ ปีก่อน

การได้ตื่นมาพบเจ้ายักษ์ตัวใหญ่อยู่ริมหน้าต่างทุกวันทำให้จิตใจของแวนกัสรู้สึกถึงความห่วงหาของอีกฝ่ายง่ายดายขึ้น และชายหนุ่มก็อยากเก็บความรู้สึกนั้นด้วยการวาด ความรู้สึกของการถูกใครสักคนมองด้วยความคิดถึง เอ็นดู และเทิดทูนเป็นของสำคัญ คงเป็นเคลวินน์คนเดียวที่มอบให้แวนกัสได้ นั่นกระมังที่ทำให้ชายหนุ่มคิดจะลองเปิดใจ

บ่ายแก่ที่สดใสวันหนึ่ง ชายหนุ่มเก็บสมุดสเก็ทภาพของตัวเองใส่ลิ้นชักในห้องพัก เพราะได้ยินฝีเท้าหนักแน่นจากป่ามุ่งหน้ามา จากที่เคยขับไล่ กลายเป็นว่าต้องลุกขึ้นไปต้อนรับอยู่ทุกวี่วัน เจอกันยามเช้ามิพอ ต้องเจอยามบ่ายอีกด้วย

“มาแล้วเหรอ”

เจ้ายักษ์ที่เคยงกเงิ่น อยู่กับมนุษย์จนชินแล้ว “เมื่อคืน เคลฟินน์ ฝัน ถึง แฟนเกิซ”

“พูดจริงเหรอ”

“พูดจริง”

คนฟังยกยิ้ม “ฝันว่าอะไร”

“เราจับคู่กัน...” เจ้ายักษ์ใช้นิ้วชี้สองข้างมาแนบกันให้ดู

“โธ่...” ชายหนุ่มส่ายหน้า “หนีไม่พ้นเรื่องนี้เลยสิน่า”

“พูด จริง ๆ”

“ทำไม ถ้าฉันไม่จับคู่กับนาย เราจะไม่เป็นเพื่อนกันอย่างนั้นเหรอ”

“ไม่ใช่” เจ้ายักษ์เอื้อมมาจิ้มนิ้วจุดที่มันเคยชิน “ข้ารัก เหมือนเดิม”

“อืม...” คนฟังลากเสียงคลอ ทำเป็นแก้กระดากอายด้วยการหมุนตัวไปแกะช็อกโกแลตให้ “เอ้า ของนาย”

มือใหญ่ทำท่าจะเอื้อมมารับไปกิน หากทว่าคนทางนี้นึกอยากจะแกล้งให้ไม่ได้ดังใจ แวนกัสลอบยิ้ม ขณะที่เห็นเจ้ายักษ์ตัวใหญ่พยายามคว้าตาม หากทว่าท้ายที่สุดมือน้อยของฝ่ายมนุษย์ก็ถูกกระตุกดึง อุ้มเสียตัวลอยออกจากบ้านไปหายักษ์พลังเหลือ “แฟนเกิซ ขี้โกง”

“นายนั่นแหละขี้โกง ตัวเองตัวใหญ่กว่าฉันแล้วคิดจะใช้พละกำลังอะไรก็ได้งั้นเหรอ” ชายหนุ่มคว้าเกาะคออีกฝ่ายกลัวตก ถูกอุ้มพาเดินเล่นที่ธารหลังบ้าน เจ้ายักษ์ไม่ได้ตอบ มันพาชายหนุ่มเดินวนอยู่แถวนั้น ไม่ยอมวางลงสักที ราวกำลังอุ้มเพียงตุ๊กตาเล็กเบามือ

“พาออกมาทำไม”

“ข้างใน อุดอู้ ไม่สบาย”

“ฉันสบาย นายนั่นแหละไม่สบาย ทำมาเป็นบอกว่าอุดอู้” ชายหนุ่มยกนิ้วแซว “อยากอุ้มฉันล่ะสิ”

เคลวินน์ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ “ไม่จริง”

“โกหกไม่เนียนเลย ขอกันตรง ๆ ก็ได้”

“ขอได้...” มันเอียงคอ หันดวงตาซื่อมาสบราวกับมีแผน “ออกไปข้างนอกกับข้า”

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนกวาดมองใบหน้าเจ้ายักษ์ ใบหน้าไร้ที่ตินั้นดูชมอย่างไรก็ไม่มีทางเบื่อ ตั้งแต่คืนที่แวนกัสถูกพาไปยังรังของอีกฝ่าย แล้วได้ใช้ช่วงเวลาโรแมนติกด้วยกัน นับแต่นั้นมา ดูเหมือนเคลวินน์จะยังตั้งตารอคอยให้เขาเปิดใจกว่านี้

และที่มันน่าอาย ก็คงจะเป็นเขาที่มองอีกฝ่ายไร้เดียงสาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว แม้ท่าทางของเคลวินน์จะเป็นเช่นนั้นก็ตาม

“อา ฉันไม่ได้สวมรองเท้า จะเดินเล่นกับนายยังไง” แวนกัสถูกวางไว้ที่โขดหินในสภาพชุดทำงาน เขาสวมเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งสีขาวกับกางเกงห้าส่วนสีขี้ม้า ครั้นวางเขาได้แล้ว คนพามาก็ทรุดนั่งเรียงกันราวกับตั้งใจที่จะทำเช่นนี้ตั้งแต่มาถึง มันงับมายังมือที่ถือช็อกโกแลตของเขาไปเคี้ยวกร้วมอย่างพอใจ ในขณะที่แวนกัสกำลังสนใจรอบกาย

“ฉันอยากเดินแต่พื้นมันเฉอะแฉะนะ นายลักพาตัวฉันมาทั้งที่ไม่ได้ใส่รองเท้ารู้มั้ย”

“เคลฟินน์ไม่ได้ใส่” มันเหยียดขาอวดบ้าง

“ใครจะไปหนังเหนียวเหมือนนายกันล่ะ นายเป็นยักษ์ ฉันเป็นคน”

“งั้น” เจ้ายักษ์ฉีกยิ้ม “ข้าจะอุ้ม ตลอดเวลา”

“ไม่ล่ะ ฉันก็มีขา”

“แฟนเกิซ ใช้ข้าได้”

คนฟังฉุกคิดขึ้นมา ว่าคงจะดีเหมือนกันที่อีกฝ่ายยอมอย่างนี้ “งั้น นายจะพาฉันไปเที่ยวทั่วทั้งป่าได้มั้ย ที่สวย ๆ เหมือนบ้านของนายน่ะ”

“ได้”

“ไม่เหนื่อยนะ ถ้าต้องอุ้มฉันนาน ๆ”

“ข้าอยากอุ้ม แฟนเกิซ ทุกนาที”

“พูดอะไรของนาย จะทำคะแนนเหรอ” อย่าคิดว่าแวนกัสไม่รู้ทัน ได้ฟัง เจ้ายักษ์ตัวใหญ่เอียงคอไม่เข้าใจขณะที่สบตากัน แวนกัสนึกขัน สายตาพลันเหลือบไปเห็นที่คออีกฝ่ายว่ามีร่องรอยอะไรบางอย่าง “นี่ เคลวินน์นายเป็นเรื้อนเหรอ ดูขนตรงนี้ของนายมันร่วงเป็นวง ๆ หมดแล้ว”

“ขนร่วง” มันย้อนพลางจับที่คอน่าเกลียดของตัวเอง

“นั่นไง ฉันเตือนนายแล้วว่าให้อาบน้ำทุกวัน ไหนดูซิ” แววตาเป็นห่วงเป็นใยของแวนกัสทำเอาอสูรตัวใหญ่รู้สึกกระดากอายที่จะถูกมอง มันกระเถิบหนีไม่ยินยอมให้มนุษย์เห็นสิ่งน่าอายของมัน “ไม่ได้”

“อะไร นายอายรึไง” แวนกัสยิ้มขัน “อายอะไร นายควรอายตอนตัวเองแก้ผ้าเดินโทงเทงสิถึงจะถูก มานี่มา”

“ไม่”

“เฮ้ ที่แขนนายก็มี วงกว้างน่าดูเลย นายไปทำอะไรมาเนี่ย” แวนกัสอยากดูให้แน่ว่าเกิดอะไรขึ้น หากป่วยเป็นเรื้อนเพราะความสกปรกจริงเขาจะได้ช่วยรักษาให้ ชายหนุ่มผละมองที่เสื้อของตัวเอง เห็นขนมากมายสีน้ำตาลเกาะเป็นอณุเล็ก ๆ อยู่ “อา ขนนายร่วงเต็มเสื้อผ้าฉันเลย รู้สึกคันแฮะ ยิ่งอากาศร้อนอยู่ด้วย หน้าร้อนคงมาถึงแล้วสินะ”

“หน้าร้อน” เคลวินน์โพล่ง

“อะไร”

“หน้าร้อน ขนร่วง”

คนฟังส่ายหน้า “นายเป็นหมารึไง”

“เป็นเคลฟินน์!”

“เหรอ นึกว่าเป็นยักษ์ขี้เรื้อนขนกระหยอมกระแหยม”

“เป็นเคลฟินน์!”

คนล้อสนุกสนานกว่าเก่า “จริงเหรอ ยักษ์สกปรก ยักษ์ไม่ยอมอาบน้ำอ๊ะ..”

โดนตะครุบเข้าแล้ว “อาบน้ำ ไป อาบน้ำกับเคลฟินน์”

“ไม่อาบ!”

“อาบ” เจ้ายักษ์ยกแวนกัสตัวลอย

“ไม่อาบ”

“อาบ!”

“งั้น ขอไปเอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนก่อน” แวนกัสใช้ข้ออ้างหลอกให้อีกฝ่ายพากลับบ้าน แล้วทีนี้เขาจะแอบหนีเข้าไปแล้วไม่ยอมออกมา คราวนี้เจ้ายักษ์ก็จะบังคับให้เขาไปอาบน้ำกับมันไม่ได้แล้ว คนกล่าวยกยิ้มเหนือกว่า หากทว่าต้องอ้าปากค้างเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่วิ่งไปด้วยความรวดเร็ว ไม่นานก็ได้ชุดของแวนกัสติดมือกลับมา “ได้ เสื้อผ้า”

ให้ตาย ไม่น่าซักผ้าวันนี้เพราะแดดดีเลย

“ทำไมวันนี้อยากอาบน้ำขึ้นมาละฮะ ทุกวันบังคับให้อาบจนปากเปียกปากแฉะก็ไม่ยอม จนต้องโมโหถึงจะไป อ๊ะ...อย่ามาอุ้มฉันโดยไม่ขอสิ เคลวินน์ เคลวินน์!” ชายหนุ่มดิ้นแด่ว

“แฟนเกิซ ไม่ชอบ สกปรก”

“มันก็ใช่ แต่นายจะมาบังคับให้ฉันอาบน้ำด้วยได้ไง”

“แฟนเกิซสกปรก” แวนกัสอยากจะบ้าตาย นับวันเคลวินน์ก็พูดเก่งขึ้น เรียนรู้ไว้ขึ้น คนถูกอุ้มทำได้เพียงกลอกตามองบนอย่างรู้สึกหน่ายที่จะเอาชนะ ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงยินยอมให้อีกฝ่ายพาไปยังที่หมายแต่โดยง่าย รู้อย่างนี้ไม่สอนก็ดี

เพราะเข้าฤดูร้อนอย่างที่แวนกัสว่า ทุกวัน จากที่เคยโดนบังคับ บริเวณน้ำตกหน้ารังของเคลวินน์กลับเต็มไปด้วยเสียงของพวกเขาเล่นน้ำด้วยกัน ชายหนุ่มเคยชินกับการกระโดดลงน้ำ ดำผุดดำว่ายไปพร้อมกับยักษ์ตัวใหญ่ที่ยังคงมีเสน่ห์เหลือล้นยามยิ้มจนเห็นเขี้ยวทั้งสองข้าง แม้จะอยู่ใต้น้ำกันก็ตาม

แต่ที่ดูผิดหูผิดตาไป ก็คงจะเป็นขนของเจ้าตัวที่ร่วงออกจนเป็นวง เขาชี้นิ้วล้อให้มันอายอยู่ทุกวี่วัน เจ้ายักษ์ตัวใหญ่ก็แสนงอน มันทำหน้าบู้แล้วเถียงว่ามันไม่ได้ป่วยเป็นอะไร จนกระทั่งขนของมันหล่นออกไปหมด หลงเหลือเพียงผิวสีขาวซีดที่เคยโดนปกปิดให้ชายหนุ่มเห็น

“เคลวินน์ ขนหนา ๆ ของนายหลุดออกหมดแล้ว ผิวนายเหมือนมนุษย์เลย” รวมถึงยังสว่างจ้าจนแวนกัสรู้สึกแสบตา เขาคิดว่าตัวเองผิวขาวซีดเพราะไม่ค่อยออกจากบ้านอยู่แล้ว แต่ผิวของเคลวินน์คล้ายหิมะ ขาวไปทั่วทั้งตัว ครั้นพูดถึงผิวของอีกฝ่าย ก็นึกอะไรขึ้นมาได้

“นี่ สงสัยคนเขียนหนังสือเล่มนั้น คงจะไปเห็นบรรพบุรุษของนายช่วงขนร่วงพอดีล่ะสิท่า” ชายหนุ่มกุมปากขำ

รู้ว่าคนฟังกำลังรู้สึกว่าตัวเองโป๊เปลือยเพราะร่างกายล่อนจ้อนไร้ขนปกปิด ซึ่งมันก็น่ารัก ยามเคลวินน์หน้าแดงไม่พูดไม่จา ขณะมือยาวของชายหนุ่มก็เป็นฝ่ายช่วยนำหวีสางผมยาว ๆ ให้ “คงน่าอายน่าดูเลย ร้อยวันพันปีไม่เคยโดนมนุษย์จับได้ แต่ดันมาเห็นช่วงโป๊ ในหนังสือถึงบรรยายว่าพวกนายผิวขาว รูปหล่อเหมือนเทพ ไม่สวมเสื้อผ้าอะไร”

“แฟนเกิซ เห็นข้า ตอนนี้”

“เห็นแล้วยังไง ก็แค่ขนร่วง นายก็ยังหล่อเหมือนเดิมนั่นแหละ”

เจ้ายักษ์งุดหน้าลงมองตัก ปล่อยให้มนุษย์น้อยสางผมให้ ฟังเสียงน้ำตกและหมู่นกร้องเก็บอาการขัดเขินของตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้นคนชมก็ยังรู้ทัน “ตอนนี้นายก็ดูสะอาดสะอ้านดีกว่าตอนมีขนตั้งเยอะ ไม่ต้องอาย”

“ข้าเห็น แฟนเกิซ ไม่มีขนแล้ว”

“หา”

“เราหายกัน”

“ตอนไหน”

เคลวินน์หันมาสบตา “คืนนั้น ข้ากับแฟนเกิซ ร่วม หลับนอน”

“ไม่ใช่!” คนฟังตาถลนเถียง “ใครให้ใช้คำนั้นกันเล่า แค่ไปค้างคืนก็แค่นั้นแหละ”

“เหมือนกัน”

“ไม่เหมือน เกิดใครได้ยินก็คงเข้าใจผิดไปหมดว่าฉันกับนายมีอะไรกันไปแล้ว”

“ไม่มีใคร ได้ยิน นอกจาก แฟนเกิซ”

คนฟังยกมือกุมหน้าร้อนของตัวเอง “ช่างมันเถอะ”

“แต่ข้า ชิม ร่างกายแฟนเกิซ”

“หยุดเลย หยุดพูดนะไอ้ยักษ์บ้า”

“ข้าพูด ความจริ..” ถ้อยคำทุกอย่างหายลงคอไป ยามมือของมนุษย์น้อยถลามากุมปิดให้มันหุบปากฉับลง เจ้ายักษ์ร้ายงุนงงเล็กน้อย ดวงตาคมเห็นบนแก้มของเจ้าของมือน้อยนี้ ที่กำลังแดงปลั่งราวผลไม้สุกงอม ไหนจะริมฝีปากสีแดงน่าชิมน่าลอง และเพราะความงดงามของแวนกัส ทำให้อสูรที่เคยซื่อบื้อเผลอนึกคิดแผนร้ายขึ้นมา แผนที่จะได้ใช้เวลาชิมผลไม้ที่ว่านั่นอย่างเอร็ดอร่อยหนำใจ

“อะไรน่ะ ฝนตกเหรอ” แวนกัสชะงัก แหงนมองท้องฟ้าอย่างไม่เข้าใจ “เป็นไปไม่ได้ ท้องฟ้าปลอดโปร่งจะตาย หนีสิรออะไร” ไม่พูดเปล่า เจ้าตัววิ่งนำเคลวินน์มุดหนีเข้าไปในรังของมันแล้ว โดยไม่ต้องให้เจ้ายักษ์เอ่ยปากบอก “เฮ้ รีบตามเข้ามาสิเดี๋ยวนายก็เปียกอีกหรอก ผมนายกว่าจะแห้งไม่ใช่เรื่องง่ายนะ”


 

ออฟไลน์ noonaaRP

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 262
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
    • fanpage Noonaa

(ต่อ)

เป็นเรื่องง่ายที่จะต้อนมนุษย์น้อยป่วยง่ายเข้าถ้ำยักษ์

อสูรร้ายยกยิ้มขึ้น เดินตามไปเห็นอีกฝ่ายกำลังนั่งอยู่บนกองฟางเช็ดเนื้อตัวที่เปียก เคลวินน์หัวใจเต้นตึก ยามมนุษย์น้อยไม่รู้เรื่องราว หันมายกยิ้มหวานจูงเขาไปนั่งด้วย แล้วเป็นฝ่ายช่วยเช็ดน้ำที่เกาะบนผิวให้ “นายเองก็จะไม่สบายได้นะ ไม่มีขนเหมือนเมื่อก่อนแล้ว”

“ข้า ไม่เจ็บป่วย”

“อา” แวนกัสพยักหน้า “ดีจัง”

“แฟนเกิซหิว ข้าให้นี่” เจ้ายักษ์ลุกไปยกผลไม้มาให้ทั้งพวง ค่อย ๆ แกะป้อนทีละคำ ราวกับดูแลลูกน้อยจนอิ่ม คนถูกเอาใจทำได้เพียงยินยอมการปรนนิบัตินี้อย่างขัดเขิน เพราะฝนที่ตกทำให้บรรยากาศครึ้มลง บวกกับอากาศที่ไม่ร้อนอบอ้าวเหมือนแต่ก่อนทำให้แวนกัสรู้สึกสบายตัว ชายหนุ่มยกขาตั้งใจกระเถิบขึ้นไปเอนหลังนอน หากทว่าเท้าถูกกระตุกกลับ

“ฮื่อ นายทำอะไร” ชายหนุ่มผุดนั่ง

“สกปรก” เคลวินน์จับเท้าของแวนกัสไปปัดเช็ดให้อย่างเบามือ ก่อนจะยินยอมปล่อยให้ชายหนุ่มได้นอนแต่โดยดี คนมองรู้สึกเขิน แต่ก็เริ่มเคยชินกับการถูกดูแลอย่างดีเช่นนี้แล้ว “ขอบใจนะ”

“วันนี้ข้า...” เจ้ายักษ์ทำหน้ารู้สึกผิดครู่หนึ่ง ก่อนมันจะอึกอักไม่กล้าเอ่ย

“หือ”

“ข้า อยากนอนกอด แฟนเกิซอีกครั้ง”

คนฟังหน้าร้อน พยายามอย่างที่สุดที่จะกลั้นยิ้มตนเอง “ไม่ให้”

“ข้ารู้ มันยากที่แฟนเกิซ จะยอม”

“ฉันกลัว ถ้าเกิดฉันให้นายนอนกอดขึ้นมา แล้วบรรยากาศมันจะพาไปทำให้เราต้องเกินเลยกันอีก คราวนี้ฉันคงห้ามใจตัวเองไม่ไหว แล้วทำให้นายต้องลำบาก” มนุษย์น้อยพูดไปพลางยิ้มไปพลาง ยามเห็นสีหน้าผิดหวังของเจ้ายักษ์ไร้ขนตรงหน้า

“ข้าไม่ลำบาก”

ผู้ฟังนอนตะแคง หันหนี “นายควบคุมตัวเองได้งั้นเหรอ”

“ได้...” มันพยักหน้ารัว

“นายจะไม่ทำฉันแหลกคามือนายใช่มั้ย”

“แฟนเกิซ คือชีวิตของข้า” เจ้ายักษ์ไม่ได้ฟังคำขออนุญาตจากชายหนุ่มเลย แวนกัสยกยิ้ม ยามเจ้าของร่างใหญ่ป่ายขึ้นมาบนกองฟางด้วยกันจนได้ยินเสียงสากเพราะแรงเสียดสีของชิ้นฟาง วางมือไว้ที่ต้นแขนของเขาลูบราวกับปลอบเด็กตัวน้อย “ข้าจะปกป้องแฟนเกิซ ไม่เคยคิดทำลาย ข้าจะ...รักเจ้าอย่างอ่อนโยน”

“ฮื่อ...” ทำตัวเสมอเขาแล้ว ยังไม่ทันได้ตกลงเป็นอะไรกันแท้ ๆ แวนกัสหลับตาแน่นสนิท ยามเจ้ายักษ์ตัวใหญ่โน้มลงมาแสดงออกถึงความห่วงหาอาวรณ์เขา ด้วยการหอมที่แก้มเสียได้ยินเสียงลมฟอดใหญ่ “นายเรียกฉันว่าอะไรนะ”

ฝ่ายมนุษย์พลิกตัวมานอนหงายให้ได้สบตากับมัน บนแก้มยังคงเปื้อนยิ้มอยู่

“เจ้าตัวน้อยของข้า” นิ้วชี้ใหญ่จิ้มลงที่ปลายจมูกเล็กนั้น เขี่ยสางเส้นผมสีสวยที่มันไม่คุ้นตาออกจากหน้าให้ ผู้ถูกกระทำทั้งเขินอายทั้งพร้อมใจที่จะถูกมันกอดหอม ร่างน้อยไม่เคยที่จะผลักไสมันเพียงสักครั้ง

แวนกัสยกนิ้วจิ้มมาที่จมูกของมันคืนบ้าง “ยักษ์ใหญ่ของฉัน”

“ข้าเป็นของเจ้า” เจ้ายักษ์โถมตัวเข้าไปกอด “ข้าปรารถนาทุกนาทีที่จะเป็นของเจ้า...”

“คำพูดของนายฟังดูเจ้าชู้จังเลยรู้ตัวมั้ย” แวนกัสยกมือสวมกอดคืน แม้ว่าลำแขนน้อยของเขาจะกอดเคลวินน์ไม่มิดก็ตาม “ถ้านายไม่ได้เกิดมาใช้ชีวิตในป่าตัวคนเดียว ฉันคงคิดว่านายเจ้าเล่ห์ ไม่ได้ใส่ซื่อเหมือนที่พูด”

“ข้าไม่โกหก” ยักษ์ใหญ่ส่ายหน้า “ข้าต้องการเพียงมนุษย์น้อยของข้า”

มันไม่ได้สบตายามกล่าว ก็เพราะมีส่วนที่มันเจ้าเล่ห์อยู่บ้าง แต่มันทำไปเพราะอยากสมหวังกับแวนกัสก็เท่านั้น ไม่ได้โกหกหลอกลวงอันใดเพื่อความสุขประเดี๋ยวประด๋าว มันหวังที่จะครองรักกับมนุษย์ในอกไปจนชั่วกัปชั่วกัลป์ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่อาจพรากมันไปจากแวนกัสได้ “ได้โปรด...”

“นายมากอดฉัน ทั้งที่ฉันยังไม่อนุญาตเลยนะเคลวินน์” แวนกัสทำเป็นแกล้ง

“ข้าจะ หักห้ามใจ”

“หักห้ามใจอะไร”

“ไม่ทำเจ้า มากกว่านอนกอด”

น่าเสียดาย แวนกัสนึกว่าจะทำมากกว่านี้เสียอีก “อืม...” พ่อคนดีของเขา

ชายหนุ่มพริ้มตา ซบอยู่ในอกนั้นอย่างไม่นึกเกรงว่าจะถูกทำร้าย ในเมื่อตนเองอยู่ในอ้อมกอดอบอุ่นของผู้ที่จะปกป้องเขาได้อยู่ ตามร่างกายแน่นหนั่นของเคลวินน์นุ่ม มีกลิ่นสาบความเป็นชายอันหนักแน่น แต่ไม่รู้เหตุใด เขาถึงได้คุ้นชินกับมันได้ง่ายดายนัก

“แฟนเกิซ...” เจ้ายักษ์ใช้เสียงอ่อน “จับคู่กับข้า ได้โปรด...”

“สัญญากับฉันก่อน”

เจ้ายักษ์งุดมองร่างน้อยในอก “ข้าจะสัญญา”

“นายจะดูแลฉันอย่างนี้ไปตลอด ทำได้มั้ย”

นึกว่าอะไร เคลวินน์ยิ้มกว้างขึ้น “ข้าสัญญา”

“อืม...” คนฟังม้วนเส้นผมงามสีเงินของเคลวินน์เล่นไปพลาง “ทำได้แน่นะ”

“ทำได้”

“แล้วถ้าฉันตกอยู่ในอันตราย นายจะต้องรีบมาช่วย”

“ข้าจะไป เร็วที่สุด”

คนฟังยกยิ้ม “สัญญาว่าจะอาบน้ำแปรงฟันทุกวัน”

“ฮื่อ...” เจ้ายักษ์ส่ายหน้า

“แค่นี้เอง ตัวจะได้หอม เนี่ย...นายไม่ยอมอาบน้ำทุกวัน ตัวนายก็จะเหม็น แถมขนก็ร่วง” นิ้วมือเรียวจิ้มที่อกเจ้ายักษ์ที่นอนตะแคงตั้งใจฟัง มันพอใจกับเสียงน้อย ๆ เวลานอนคุยกันวันนี้ มากกว่าตอนที่ได้ยินแวนกัสแว้ดใส่เวลาโกรธ รู้แล้วว่าการตามใจเป็นสิ่งที่มนุษย์น้อยต้องการ “ข้าจะอาบน้ำ พร้อมกับ แฟนเกิซอย่างนี้”

“อา...” คนฟังกลอกตา “นายนี่หนีไม่พ้นเรื่องคุกคามฉันเลยนะ”

“ไม่โกรธ”

“เปล่า ฉันไม่ได้โกรธ” คนฟังส่ายหน้า “แต่ถ้าหากเราจับคู่กันแล้วฉันโกรธขึ้นมานายจะง้อฉันยังไงล่ะ”

เจ้ายักษ์เผยรอยยิ้ม “ข้าจะทำตามใจ แฟนเกิซ ทุกอย่าง”

“ฉันอยากถามนายอีกซักคำถาม” แวนกัสว่า เคลวินน์มุ่นคิ้ว เกรงว่าคำถามอาจจะทำให้มนุษย์น้อยในอกของมันเปลี่ยนใจขึ้นมา ขนาดนอนเรียงกันอยู่อย่างนี้มันยังคิดว่าเป็นความฝัน เบื้องบนได้โปรดอย่าทำให้มันกลายเป็นยักษ์โชคร้ายกว่านี้ คิดแล้วเจ้าของร่างใหญ่ก็กระเถิบเข้าหา เก็บเอาความรู้สึกมีความสุขให้มากขึ้นอีกด้วยการกอดแน่นขึ้น

“ทำไมนายถึงรักฉันล่ะ”

เจ้ายักษ์รู้สึกพูดไม่ถูก มันอึกอักพักหนึ่ง ก่อนจะจิ้มที่ปลายจมูกเล็กนั้นตอบ “ตัวน้อย น่ารัก”

คนฟังรู้สึกถึงเลือดที่แล่นขึ้นมา แล้วหลบสายตาไป “อือ นายก็เอาแต่บอกว่าฉันน่ารัก ทำไมยังต้องถามอีก”

“แฟนเกิซ ชอบข้า ที่ไหน”

อา...ทำไมถึงมาอยากรู้ได้เล่า

คนฟังยกยิ้ม แสร้งหลับไปเสียดื้อ ๆ ครั้นเห็นเขาหลับตา เจ้ายักษ์ก็ผุดลุกมาสะกิดให้ชายหนุ่มลืมตาราวกับรู้ทันว่าคราวนี้ตั้งใจที่จะไม่ตอบ ชายหนุ่มหลุดหัวเราะ เพราะปลายนิ้วของยักษ์จิ้มบริเวณที่เขาจักจี้ เจ้ายักษ์พึงพอใจที่ได้แกล้งเขาแล้วตะครุบบังคับกอดหอม บนกองฟางเต็มไปด้วยเสียงของสองร่างที่กลิ้งหยอกเย้ากันไปมามีความสุข ท่ามกลางเสียงฝนที่เคลวินน์ไม่อยากให้หยุด

เสียงเหล่าลูกกำลังมีความสุข ทำเอาผู้ที่ฟังอยู่ยกยิ้มขึ้นตาม

“อ๊ะ” คนถูกบังคับกอดชะงัก ตาเบิกกว้างยามเห็นอีกฝ่ายมันเขี้ยวเขา งับจูบที่ปลายเท้าราวกับเอ็นดูเต็มแก่ แต่ไม่นานที่เห็นแวนกัสตกใจ มันก็ยอมผละออก นอนจ้องตากันในความสลัวของรัง

ชายหนุ่มยกยิ้ม ยามเอื้อมไปแตะที่เขี้ยวใหญ่แต่กลับไร้พิษสง ลากขึ้นไปจับเขายักษ์ใหญ่โค้งงอนน่ากลัวอันมีไว้เพียงโอ้อวดคนอื่น สำรวจด้วยสายตาและนิ้วมือน้อย

เคลวินน์พริ้มตายามถูกจับ แล้วยิ้มเมื่อเห็นเขาชะงักมือ ราวกับรู้แล้วว่าแวนกัสกลัวจะปลุกปั่นมันเข้า ชายหนุ่มเอื้อมจับเส้นผมสีเงินยาวมาสาง ลูบตามเนื้อตัวที่สะอาดสะอ้าน รวมถึงดวงตาสีแดงวาวโรจน์ไร้เดียงสาเบื้องหน้า ไม่อยากจะเชื่อว่าสิ่งตรงหน้าของตัวเองนั้นเป็นของจริง

งดงาม...

“ฉันชอบทุกอย่างที่เป็นนาย...”

เอื้อมดึงมือใหญ่แข็งแรงมาจับ จูบซับที่หลังมือนั้นแผ่วอ่อน

“ฉันอยากตกเป็นมนุษย์น้อยของนาย เคลวินน์” ชายหนุ่มกระซิบ ชะโงกหน้าเข้าไปหาอีกฝ่ายที่กำลังตั้งใจฟัง แนบปากไว้ที่อวัยวะเดียวกัน ชิมรสชาติที่เขาเอาแต่มองมาโดยตลอดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถึงได้ยอมกล่าวผ่านหัวใจที่เต้นตึกออกไปว่า

“ทำให้ฉันตกเป็นของนายสิ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ”

ครั้นได้ฟังประโยคที่ว่า เจ้ายักษ์ก็ตาเหลือก ผุดลุกนั่ง ถอยกรูดไปยืนหลังติดกำแพงอย่างไม่เข้าใจ

“ข้าฝัน...” มันละล่ำละลักพูดเสียงดัง “ตรงหน้า เป็นมายา!”

“หา!” แวนกัสเกาหัว ไหงจบที่ตรงนี้ได้กัน จำได้ว่าเมื่อครู่เขาบิ๊วอารมณ์ตั้งนาน “ไม่ใช่โว้ย”

“ไม่จริง ไม่ใช่ความจริง”

ตัวของอสูรสั่นราวกับเจ้าเข้ายามทอดมองร่างของมนุษย์ที่นอนอยู่บนกองฟาง สิ่งที่มันได้ยินได้ฟังเมื่อครู่นั้นเป็นเรื่องที่มันไม่ได้คาดหมายไว้ เจ้ายักษ์กลืนน้ำลาย จ้องร่างนั้นที่ยังคงนอนมองมันอยู่ด้วยสายตาไม่เข้าใจ

ที่มันใช้กลอุบายนำพาแวนกัสเข้ามา ก็แค่เพราะอยากนอนกอดร่างน้อย ๆ นุ่มนิ่มไว้ในอกทั้งคืนก็เท่านั้นเอง

ไม่ได้คิดว่าแวนกัสจะยินยอมจับคู่จริง ๆ รวมถึงยอมสมสู่กับมันในฐานะคนรัก เจ้ายักษ์คิดอย่างไม่อาจเอื้อม ทั้งที่ภายในหัวของมันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

 

เพราะทำความสะอาดที่รังเก่าของบิดาทั้งคู่แล้วเสร็จ รวมถึงนำของจิปาถะเช่นตู้วางของอันเล็ก เก้าอี้ ฟูกอันใหม่มาวางให้เสมือนเป็นที่อยู่ของคน ทำให้รู้สึกร้อนและเหนื่อย เด็กทั้งสี่ก็พากันถอดผ้ากระโดดเล่นน้ำแถวนั้นแก้ร้อน ก่อนจะถอดผ้าเปียกไปพาดตากไว้ที่รูปปั้น นั่งพิงที่โขดหินนั้นสุมหัวกันอ่านหนังสืออย่างตั้งใจ

พวกเขาไม่ได้เกลียดบิดาที่เป็นยักษ์ แค่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดถึงได้หายไป และการอ่านหนังสือนี้ทำให้ทุกคนได้รู้จักพ่อของตัวเองมากขึ้น แม้จะไม่รู้ว่าเป็นความจริงมากน้อยเพียงใดก็ตาม วิลมุ่นคิ้ว เมื่ออ่านไปถึงย่อหน้าหนึ่ง

“ดูตรงนี้ เขียนว่าบุตรของเทพเจ้ามีสิ่งต้องห้ามกระทำ คือห้ามให้มนุษย์พบเห็น ห้ามทำร้ายมนุษย์ ห้ามมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ แต่ก็มีข้อแม้อยู่ว่าการถูกมนุษย์พบเห็นจะสามารถอ้อนวอนเทพเจ้าให้บิดเบือนความจริงได้” เด็กหนุ่มหันไปหาน้อง

“หรือเขาจะโดนลงโทษที่ถูกเห็น” เคลออกความเห็น

“ฉันว่าเขาต้องฆ่ามนุษย์แน่”

“นายหมายถึงพ่อของพวกเราเป็นฆาตรกรงั้นเหรอ”

ทุกคนสบตากัน เป็นวิลที่ส่ายหน้า “ก่อนที่พวกนายจะคิดถึงขั้นนั้น ลองมานึกดูก่อนมั้ยว่าใครกันที่เป็นคนเขียนหนังสือเล่มนี้ ทั้งที่มีกฎว่าห้ามมนุษย์เห็น แล้วอย่างนั้นมนุษย์จะไปเอาข้อมูลพวกนี้มาจากไหน”

“หมายความว่าหนังสือนี่ก็แค่เรื่องแต่ง”

เคลยักไหล่ “อาจผสมกัน”

“หรือไม่ คนที่เขียนเรื่องพวกนี้ก็ต้องไม่ใช่คนธรรมดา” วิลคิดแล้วพยายามพลิกหาข้อมูลของผู้เขียน “ฉันว่าต้องมีมนุษย์ที่ตกหลุมรักกับบุตรของเทพเจ้าคนอื่นก่อนหน้าปะป๊า เขาจะให้คำตอบเราได้ว่าพ่อของเราตอนนี้หายไปไหน”

“เยี่ยม!” เคลยิ้มร่า “นายเก่งที่สุดเลยวิล”

แต่แล้วทุกอย่างต้องพังทลาย เมื่อหาอย่างไรก็หาไม่เจอ “แต่ฉันลืมไปว่าใครเขาจะกล้าเปิดเผยตัว”

“นี่ แต่นี่เป็นหนังสือที่มีในละแวกนี้เท่านั้น หมายความว่าคนเขียนอาจจะอาศัยอยู่แถวนี้ก็ได้”

“อา ฉันเหนื่อยแล้วนะ” ไคล์งอแงเอนหลังบิดขี้เกียจ

“เอาน่า เดี๋ยวเราก็ไขปัญหาทุกอย่างได้”

“หายไปไหนของเขา ทำให้ปะป๊าเศร้าทุกวันไม่รู้ตัวรึไง ทำไมเป็นคนนิสัยแย่แบบนี้” เด็กหนุ่มโอด

“เขาคงยัง...ไม่ตายหรอกนะ” เคลลากเสียงเศร้า ไม่อาจคิดในแง่ร้ายแต่ก็อดไม่ได้ “คงน่าเศร้า ถ้าเขาตายโดยที่ปะป๊ายังรอเขาอยู่อย่างนี้ จากไปโดยที่ไม่ได้พูดลาอะไรสักคำ ฟัง ๆ ดูแล้วเขาก็รักปะป๊ามากนี่นา”

“นายเข้าข้างเขารึไง” ไวน์ใช้เสียงเบื่อ

“เปล่า ฉันพูดในมุมที่เผื่อพวกเราไม่รู้”

ผู้พี่พยายามอย่างที่สุดที่จะเข้มแข็ง เมื่อเห็นน้องเล็กงุดหน้าลงมองพื้นดิน ทำได้เพียงแค่เอนหลังพิงรูปปั้นนั้นเก็บงำสีหน้าเศร้าของตัวเอง ให้เรือนผมเส้นสีเงินแนบอยู่กับวัตถุนั้น แต่แล้วต้องสะดุ้ง เมื่อสัมผัสได้ว่าด้านหลังที่เคยแข็งแรงนั้นเปราะลงจนเกิดเสียงโครมคราม วิลหงายหลัง แหงนขึ้นไปเห็นแขนที่ยังคงมีตะไคร่น้ำเกาะยกลอยขึ้นเหนือฟ้า

“อ๊ากกกกกก!”

มีตัวประหลาดโผล่ขึ้นมาจากดินเสียงดังครืน เด็กหนุ่มผุดลุกขึ้นถอยกรูดกันออกห่าง ไม่ใช่ตัวประหลาดที่ไหน แต่เป็นรูปปั้นตัวที่พวกเขาใช้เป็นเก้าอี้ ใช้ตากกางเกงใน และใช้เป็นที่กระโดดน้ำนั่นกำลังลุกขึ้นยืนเต็มตัว ให้เห็นว่าใหญ่เพียงไหน

เจ้ารูปปั้นทำเอาฝุ่นแถวนี้ตลบอบอวลไปหมดแล้ว

“วิล วิล!”

วิลตาค้างมองมันที่กำลังสะบัดไล่เศษหินที่เกาะตัวออก เสียงลมหายใจฟืดของเจ้าสิ่งตรงหน้าบอกเด็กหนุ่มว่ามีชีวิต จนลืมที่จะก้าวเท้าหนี ในขณะที่อสูรตัวใหญ่ตรงหน้าเหลือบมาเห็นเขา ก็ก้าวเข้ามาใกล้ “วิล วิ่ง!”

เด็กหนุ่มกลืนน้ำลาย รู้สึกขาแข็งขึ้นมาฉับพลัน

“วิล หนีเร็ว มันจะจับนายกินแล้ว!”

เสียงเรียกของไคล์กับไวน์ทำให้เจ้ายักษ์ตัวใหญ่ตรงหน้าหันไปเจอะ แต่แล้วจุดหมายของมันก็เปลี่ยนไปทันทีที่เห็น มันออกตัววิ่งตาม เนื้อตัวที่อยู่ใต้ดินมาไม่รู้นานเท่าไรถูกเกาะไปด้วยดินและต้นไม้ “อ๊ากกกก มันมาแล้ว หนีแล้วไคล์”

วิลกับเคลแปลกใจ “ทำไงดี มันตามคนตัวเล็กซะด้วย”

“วิล เคล ช่วยด้วย!” เพราะตัวเล็กกว่าพวกเขาทำให้ไคล์กับไวน์ถูกจับได้ง่าย และเจ้าตัวใหญ่น่ากลัวนั้นก็ว่องไวกว่าพวกเขาเป็นสองเท่า วิลวิ่งตามไปหา คว้าก้อนหินปาไปที่แผ่นหลังใหญ่นั้นทั้งที่ตัวเองขาสั่น “ย..หยุดนะ ปล่อยน้องของเราเดี๋ยวนี้ ไอ้ยักษ์น่าเกลียด!”

เจ้ายักษ์หายใจฟืดฟาด สองมือหิ้วเด็กหนุ่มทั้งสองไว้ใต้รักแร้ราวกับยกหมอนข้าง หันมาหาทางนี้

“ปล่อยพวกเขา ไม่งั้นเราจะจัดการแกแน่ แกรู้มั้ยว่าฉันลูกใคร!”

มันยังคงจ้องมาที่พวกเขา ท่ามกลางไวน์กับไคล์ร้องโหวกเหวก “วิล เคล ช่วยด้วย!”

“แกคงโกรธที่พวกฉันไปเสียงดัง แต่น้อง ๆ ของฉันเป็นเด็กดี แล้วก็ไม่อร่อยหรอก”

ตัวประหลาดยังคงนิ่ง ไม่ยอมปล่อย

“ก็บอกให้ปล่อยพวกเขาไง!”

เจ้ายักษ์เอียงคอ ส่งเสียงคำรามฮึมฮั่มทุ้มต่ำ มุ่งหน้าเดินมาหาในสภาพเละเทะเปล่าเปลือย ท้ายที่สุดก็ยอมวางร่างของน้อง ๆ ไว้ที่ตรงหน้าแต่โดยดีโดยไม่ทันได้ทำอะไร วิลเหงื่อแตกจับพาทั้งสองถอยให้อยู่ในระยะที่ปลอดภัย พยายามอย่างที่สุดที่จะเข้มแข็งปกป้องเหล่าน้องชาย “ถือว่าแกฉลาดที่เลือกจะยอมแพ้ ไม่อย่างนั้นฉันฉีกเนื้อแกแน่ ถอยไป!”

เจ้าตัวใหญ่ชะงัก ถอยกรูดยามเด็กหนุ่มยิงเขี้ยวน้อย ๆ ที่เพิ่งเกิดให้ดูเป็นการขู่ และไม่น่าเชื่อว่ามันได้ผล สิ่งประหลาดตรงหน้ายกมือกุมที่ปากตัวเอง ล่าถอยแล้วยอมค้อมหัวต่ำ หลบไปอยู่หลังพุ่มไม้อย่างยอมแพ้ ท่ามกลางเสียงเชียร์ของเหล่าน้องชายที่เห็นเขาเป็นฮีโร่

นึกว่าจะไม่รอดเสียแล้ว...

“นายเจ๋งที่สุดเลยพวก ฉันอยากเปลี่ยนร่างเหมือนนายบ้าง” ไวน์กระโดด

วิลเกาหัว ยิ้มแห้ง “อืม ฉันก็เพิ่งจะรู้ข้อดีของมันก็วันนี้”

เคลหันไปมองคนอยากเปลี่ยนร่าง แล้วประคองแก้มทั้งสองข้างของพี่ด้วยอุ้งมือ “แต่ข้อดีของพวกนายคือเหมือนปะป๊า”

“อะไรของนาย” ไวน์มุ่นคิ้ว

“น่ารักไง”

“ฉันไม่ได้อยากน่ารัก ฉันอยากปกป้องทุกคนได้”

“พูดแบบนี้ไม่กลัวปะป๊าเสียใจรึไง ฉันอยากเป็นลูกชายที่เหมือนปะป๊า ไม่อยากเหมือนยักษ์”

“ไม่ใช่แบบนั้น ฉันอยากเหมือนปะป๊าแล้วก็มีพลังด้วย อย่างน้อยก็จะได้ดูแลทุกคน” ไวน์แก้ตัวเสียงเล็กเสียงน้อย

“อ้อเหรอ” เด็กหนุ่มย้อนล้อพี่ แล้วพากันเดินกลับบ้านกันในสภาพสวมเพียงแค่บ็อกเซอร์ตัวเดียว เพราะเกรงว่าหากกลับไปที่น้ำตกแล้วจะไปเจอเจ้าอสูรตัวใหญ่นั่นเข้า จะไม่โชคดีเช่นนี้ เพราะบางทีคราวนี้มันอาจจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญ หรือมันขี้เกียจที่จะต่อสู้กับเด็กตัวน้อยอย่างพวกเขาก็เป็นได้ เคลไม่ได้เชื่อเรื่องฝีมือของวิลขนาดนั้น

ไปกันหมดแล้ว

เจ้ายักษ์ชะโงกหัวออกไป นึกถึงเขี้ยวน้อย ๆ นั้นน่าเอ็นดูจนทนมองไม่ไหว ยามพยายามทำขู่เพื่อปกป้องพี่น้อง สิ่งมีชีวิตที่ซุ่มอยู่ด้านหลังป่าไม้รกพยายามอย่างที่สุดที่จะไม่ไล่ตาม ยามเห็นลูกครึ่งยักษ์ทั้งสี่วิ่งหนี แต่ครั้นเห็นสองตนที่มีใบหน้าคล้ายกับมนุษย์ที่มันฝันหา ลำขาใหญ่ก็พาให้มันขยับไปอย่างอัตโนมัติอย่างไม่คิดว่าอีกฝ่ายเกรงกลัว

ท้ายที่สุดก็มารำลึกได้ ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ในตัวเจ้ายักษ์ตัวน้อยทั้งสี่ในยามนี้

เพราะไม่ได้ทำหน้าที่ที่ตัวเองควรทำต่ออีกฝ่ายมาตั้งแต่เกิด

มันคิด ขณะที่พาร่างของตัวเองเดินลงไปยังน้ำตกลึก ชำระล้างความสกปรกที่สั่งสมมาตลอดสิบหกปีบนร่างกายที่ถูกสาปให้ขยับไม่ได้...



---------------------------------------------------

คุณพ่อเพิ่งมาขยับตัวได้เพราะอะไร แล้วในเมื่อเพิ่งขยับตัวได้ ใครเป็นคนเอาดอกไม้ไปให้แวนกัสก่อนหน้านี้

ความพี่ยักษ์จีบน้องขอความรักในตอนนี้ กับความน้องที่ทำเป็นเล่นตัวแต่รุกแรงจนพี่ไม่ทันตั้งตัว อันไหนน่าจับตีกว่ากัน ส่วนตอนหน้า เตรียมอ่านฉากอัศจรรย์ได้เลย อิอิ

นี่ชอบฉากลูกทำยิงเขี้ยวน่ากลัวใส่พ่อมาก แต่อิพ่อเห็นว่าเป็นแงวน้อยขู่ ทำไมตะรักขนาดนี้ลูกกก แกล้งถอยหลบทำเป็นกลัวให้เอ้า จะได้ไม่อายน้อง 555555

ออฟไลน์ NaunaeZaa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
ขยับได้ซักทีนะขุ่นพ่อ55555 นี่รอฉากเจอกันเลยย

ออฟไลน์ Funnycoco

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ในที่สุดก็ขยับได้แล้ววววววววว จะได้เจอกันไหมมม

ออฟไลน์ noonaaRP

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 262
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
    • fanpage Noonaa
ขยับได้ซักทีนะขุ่นพ่อ55555 นี่รอฉากเจอกันเลยย
อีกนานอยู่นะกว่าจะได้เจอกัน อุอิ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3463
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0
 :katai2-1: :pig4:  :katai2-1:

เขียนได้น่าติดตามมากครับ... o13

ออฟไลน์ PKT

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 184
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
ฮืออออ ทำไมตัดบท16ปีก่อนชับๆเลยยย แงงงง อุตส่าตั้งตารอเค้าได้กัน อิๆ
เยยย่ อย่างน้อยคนพ่อก็ฟื้นแน้ววว

ออฟไลน์ sang som

  • เจ็บจิต!!
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1612
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +108/-6
คูมพ่อ ขยับได้ซักที!!

ออฟไลน์ noonaaRP

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 262
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
    • fanpage Noonaa

#ดอกไม้ป่าที่ริมหน้าต่าง

ตอนที่ ๑๑

ช่อดอกไม้ป่าที่ริมหน้าต่างของแวนกัส ทำให้ชายหนุ่มร้อนอกร้อนใจต้องเดินออกไปตามหา มือขาวถือสิ่งที่เพิ่งได้รับ ของขวัญที่สูญหายไปตลอดสิบหกปีสั่นไหว ย่างเดินไปยังหลังบ้านด้วยต้องการพบเจ้าของของมัน เขาอยากถาม อยากต่อว่า อยากให้เจ้ายักษ์เลวได้รู้เสียบ้างว่าชายหนุ่มต้องผ่านอะไรมาตัวคนเดียว

ลำธารที่เขาคิดว่ามีใครสักคนรออยู่นั้นว่างเปล่า มีเพียงเสียงสายน้ำไหลหลากไปตามแรงโน้มถ่วงและเหล่านกน้อยร้องจิบ ๆ ลมหายใจแวนกัสหอบลึกเพราะหัวใจที่เต้นรัว ไม่มีเคลวินน์ที่รออยู่ แล้วผู้ใดที่เอาของพวกนี้มาให้เขากัน ชายหนุ่มเบิกตา ได้ยินเสียงฝีเท้าผู้เดินมาด้านหลังก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมา “นายมาแล้วเหรอ”

คนกล่าวหันขวับกลับไป แต่สิ่งที่เขาคาดหวังนั้นกลับไม่ใช่

“คุณถามถึงใครครับ”

แวนกัสมุ่นคิ้ว “วิคเตอร์ นายมาทำอะไรที่บ้านฉัน” ผ่อนปรนอารมณ์อันตื่นเต้นของตัวเองให้ดูสุขมลง ไม่อยากแสดงอาการผิดแปลกให้เด็กตรงหน้าเดาออกว่ากำลังประหม่า สายตาของคู่สนทนางุดลงมองที่ดอกไม้ในมือ แล้วยกยิ้มเล็กน้อย “ชอบดอกไม้นั่นมั้ยครับ”

“อะไร” แวนกัสนำของที่ว่าไปซ่อนที่หลัง

“ดอกไม้นั่นไง” คนถามชี้ “ผมว่าคุณชอบแน่นอน”

หรือว่า...แวนกัสเบิกตา เอื้อมมายื่นให้อีกฝ่ายเห็น “นี่...ฝีมือนายหรอกเหรอ ทำไปทำไม!”

“โว้ว คุณเสียงดังเกินไปแล้วนะ” วิคเตอร์กระตุกยิ้ม ยกมือปราม “ทำไมต้องโมโหขนาดนี้ด้วยล่ะ”

“ฉันถามว่านายทำแบบนี้ไปทำไมวิคเตอร์!”

“ใจเย็นก่อน ผมแค่เอามาวางไว้ให้เพราะพวกคุณไม่อยู่ แค่แสดงความยินดีที่คุณจัดบ้านเสร็จแล้ว”

“ทำไมต้องเอาไปวางไว้ตรงนั้น นายมีแผนอะไร”

คนฟังหัวเราะหึ “ผมต้องถามคุณมากกว่าว่าเป็นอะไร ผมผิดนักรึไงที่ไปวางดอกไม้ตรงนั้น”

“เลิกมากวนโมโหฉันได้แล้ว” แวนกัสโยนของในมือให้

“โว้ว อารมณ์คุณร้ายจัง ผมอุตส่าห์เดินหาเจ้านี่ไปทั่วทั้งป่า ปวดขาจะตาย” วิคเตอร์ก้มลงเก็บของที่ว่า

“ฉันจะถามเป็นรอบสุดท้าย นายต้องการอะไรจากครอบครัวฉัน” แวนกัสใช้เสียงทุ้มต่ำลง จ้องเด็กตรงหน้าเพราะอยากจะเอาเรื่องคนเล่นไม่รู้จักกาลเทศะ แต่ก็คิดขึ้นมาได้ว่าตนเองไม่อาจทำอย่างนั้นได้ เขาจะไปจัดการวิคเตอร์เพียงเพราะอีกฝ่ายเอาดอกไม้มาให้มันก็จะดูแปลกอย่างไรอยู่

คนถูกถามถอนใจ “ไม่รู้ผมคิดไปเองรึเปล่าว่าคุณกำลังร้อนอกร้อนใจ คุณตามหาใครอยู่อย่างนั้นเหรอ”

“นั่นไม่ใช่เรื่องของนาย ถ้าจะไม่ตอบคำถามฉันก็กลับไปซะ”

วิคเตอร์มองสีหน้าที่เปลี่ยนไปของอีกฝ่าย “ไม่แน่ เราอาจจะตามหาคนคนเดียวกันอยู่ก็ได้”

“ไม่มีทาง”

“ทำไมคิดงั้น”

“คนที่ฉันตามหาไม่มีตัวตนบนโลกใบนี้ นายไม่มีทางตามหาคนคนเดียวกันกับฉันได้”

“อ้อ...” คนฟังพยักหน้า ก่อนจะยกยิ้มกวน “ผมเข้าใจ แต่ผมว่าผมน่าจะตามหาคนคนนั้นเหมือนกันกับคุณนะ คนที่ไม่มีตัวตน” เจ้าตัวเปรย แวนกัสมุ่นคิ้ว มองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ ก่อนที่วิคเตอร์จะเลือกหมุนตัวเดินจากไปพร้อมกับทิ้งท้ายให้สงสัยไว้ว่า “ต่อให้คุณปิดบังผม ผมก็จะหาเขาให้เจอให้ได้ ถ้าจะปิดบัง ผมก็จะยิ่งตามหาจนกว่าจะเจอ”

สิ่งที่วิคเตอร์พูดออกมานั้น ทำให้แวนกัสฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า หรือเจ้าตัวรู้เรื่องระหว่างเขากับเคลวินน์เข้าแล้ว เด็กนั่นเป็นพวกสอดรู้สอดเห็น ไม่แน่อาจนำภัยมาสู่แวนกัสกับลูกทีหลังก็เป็นได้ ชายหนุ่มถอนใจ แล้วพยายามนึกว่าวิคเตอร์ไปรู้จักเคลวินน์เมื่อไร เหตุใดถึงต้องตามหาเจ้ายักษ์นั่นอย่างมั่นอกมั่นใจด้วยว่ามีอยู่จริง

แวนกัสเบิกตา นึกสังหรณ์ใจว่าบางทีเขาอาจทำความลับรั่วไหลแล้วก็เป็นได้ สองขาไวเท่าความคิด รีบเดินไปยังห้องพักของตัวเองที่แม้กระทั่งเด็ก ๆ ก็ไม่ค่อยเข้ามารบกวน เปิดลิ้นชักหาของส่วนตัวด้วยหัวใจเต้นตึก แต่แล้วชายหนุ่มก็พรูลมหายใจออกอย่างนึกโล่งอกที่สมุดสเก็ทภาพกับไดอารี่ของตัวเองไม่ได้หายไป

คิดว่าวันนั้นต้องมีคนแอบเข้ามาในบ้านของพวกเขาแน่ วันที่เขาตามลูกเข้าไปในป่า

แต่เดี๋ยวก่อน ของสำคัญของเขาไม่ได้หายไป แต่ใช่ว่ามันจะไม่รั่วไหล สมัยนี้มีทั้งกล้องและมือถือที่บันทึกภาพได้อย่างคมชัด ถ่ายไว้เพียงครู่เดียวแล้วไปซูมอ่านทีละหน้าก็ยังได้ ไหนจะรูปวาดที่เขาวาดเคลวินน์ที่ยืนอยู่ริมหน้าต่าง พร้อมดอกไม้ที่นำมาฝากเขาอีก

วิคเตอร์รู้ความลับของเขาแล้ว! “ไอ้เด็กเวร”

ชายหนุ่มสบถ ไม่ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรเขาก็จะไม่ปล่อยมันไว้แน่ คิดแล้วแวนกัสก็เดินดุ่มออกไปนอกบ้าน จุดมุ่งหมายคือที่พักของป้ามีญ่ากับลุงแซ็ค ทั้งคู่ต้องทราบวีรกรรมแสนแย่ของเจ้าหลานขี้ขโมยนี่ แวนกัสคิดขณะกดออดอยู่ที่ประตูบ้านของนาง อารมณ์กำลังเดือดได้ที่

“อ้าว คุณแวนกัส” นางยิ้มร่า โผเข้ากอดชายหนุ่มที่ไปเยือน

ทั้งที่ฝ่ายเขาตั้งใจจะไปเอาเรื่องหลานนิสัยแย่ของนางแท้ ๆ “ป้ามีญ่า”

“ไปยังไงมายังไงคะ ทำไมถึงมาโผล่ที่นี่”

“ขอผมเข้าไปข้างในนะครับ”

“อา ได้สิ ตามสบายเลย” นางยิ้มหวานพลางขยับตัวให้เดิน “ตามสบายนะคะ เอาชาหรือกาแฟดี”

“ชาฮะ” ชายหนุ่มทรุดนั่งลงที่โซฟาเพราะคงคุยกันยาว กวาดมองรอบบ้านอันเรียบร้อยของนางไปเห็นรูปคู่สมัยยังสาวกับสามี ชายหนุ่มยกยิ้มเล็กน้อย ด้วยความใคร่ทราบจึงตะโกนไปถามคนในครัวอย่างไม่รู้ “แล้วลุงแซ็คไปไหนครับ ปกติเวลาอย่างนี้เขาจะออกไปทำงานช่างข้างนอกนี่ครับ อยากชวนออกไปทำสวนด้วยกันจังเลย”

ไม่มีเสียงตอบอันใด มีเพียงความเงียบ ไม่นานก็แทนที่ด้วยร่างท้วมของเจ้าของบ้านที่เดินกลับออกมา และสีหน้าของนางที่ดูเศร้าลงไป “แซ็คล้มป่วยกะทันหัน เส้นเลือดในสมองแตกจนขยับตัวไม่ได้ ตอนนี้นอนอยู่อีกห้อง ตั้งแต่คุณไม่อยู่ก็เกิดเรื่องขึ้นตั้งมากมาย”

คนฟังก้มหน้า “อ่า..ผมเสียใจด้วยนะครับ”

“ไม่หรอก ชีวิตคนเรามันก็อย่างนี้แหละค่ะ” นางยื่นแก้วชาให้ด้วยไมตรีจิตที่ดี ก่อนจะทรุดนั่งที่ตรงกันข้าม “นี่ถ้าฉันไม่ได้มีวิคเตอร์ก็คงจะเป็นยายแก่งกเงิ่นทำอะไรไม่ได้ มีเขาก็ช่วยงานบ้านงานช่างได้เยอะ ว่าแต่ที่บ้านมีอะไรหักพังก็ให้เด็ก ๆ มาเรียกเขาไปซ่อมให้ได้นะคะ หลานฉันคนนี้เก่งที่สุด ทำได้หมดทุกอย่าง” นางยิ้มมีความสุข ยามได้พูดถึงหลานชาย

หลานที่เขาตั้งใจจะมาเล่นงานนั่นแหละ ได้ฟัง แวนกัสก็เกาหัวแล้วเม้มปากแน่น “คือว่า เรื่องของวิคเตอร์”

คนฟังงุดหน้ามองแก้วของตัวเอง “เขาไปรบกวนคุณใช่มั้ยคะ”

อ้าว นางรู้อยู่แล้วหรอกหรือ “ผมเพิ่งทราบมาว่าเขาบุกรุกเข้าไปในบ้านตอนที่ผมไม่อยู่”

“ขอโทษแทนเด็กคนนั้นด้วย เขาเหมือนเด็กที่กำลังหลงทาง...” คนกล่าวยังคงไม่ได้แสดงออกอันใดนอกจากทีท่าที่สุขุมนิ่ง เห็นเช่นนั้นแวนกัสก็แปลกใจ

“หลงทาง” ชายหนุ่มย้อน

“วิคเตอร์หมกมุ่นกับสิ่งที่เขาตามหามาตลอดสิบหกปีที่เขาอาศัยอยู่ที่นี่ สิ่งนั้นที่เขาเจอ ในคืนที่พ่อแม่ของเด็กคนนั้นตายคงมีคำตอบให้ เขาต้องตามหาสิ่งนั้นเพื่อหาคำตอบว่าสุดท้ายแล้วเกิดอะไรขึ้นกับพ่อแม่ของเขา ทำไมถึงตาย” นางเล่า แล้วยกน้ำชาขึ้นจิบในความเงียบ

“เกิดอะไรขึ้นกับเขา”

คนแก่ยกยิ้มเล็กน้อย ยามรำลึกความหลัง “คุณคงรู้แล้วว่าเขาไม่ใช่หลานแท้ ๆ ของฉัน ฉันเจอเขาตอนสี่ห้าขวบสภาพตัวเต็มไปด้วยเลือด เขายืนตัวสั่นอยู่ที่หน้าบ้านเวลากลางดึก ช็อก ไม่พูดไม่จาอยู่หลายวัน ต้องหาจิตแพทย์รักษาจนหายถึงได้กลับมาใช้ชีวิตปกติได้ เพราะอาการช็อกนั่นทำให้เขาจำไม่ได้ว่าคืนนั้นตัวเองเจออะไรมาบ้าง”

แวนกัสก้มหน้า เกาะกุมมือของตัวเองแน่น “ถ้าบอกว่าจำไม่ได้ แล้วทำไมเขาถึงจำสิ่งนั้นได้ ป้ามีญ่าก็รู้ว่าเขาต้องหาจิตแพทย์ เป็นไปได้ว่าสิ่งนั้นอาจเป็นภาพหลอนที่เขาสร้างขึ้นมาเอง”

“ฉันก็ไม่รู้หรอกค่ะ เพราะงั้น ฉันถึงอยากให้เขาตามหาด้วยตัวเอง”

“แต่เขาใช้วิธีที่ผิดอยู่นะครับ เขาบุกรุกบ้านคนอื่น” ชายหนุ่มเอนหลังพิงพนักเพราะอึดอัด

ผู้ฟังเองก็เช่นกัน “ช่วยให้คำตอบกับเขา ให้เขาเลิกหมกมุ่นกับมันสักทีสิคะ”

หน้าแวนกัสรู้สึกชาขึ้นมา เพราะความอยากรู้อยากเห็นของเด็กบ้าคนหนึ่งทำให้เขาต้องถูกบุกรุกที่พัก ไม่น่าเชื่อว่านางจะตอบกลับเขามาด้วยการโบ้ยให้เขาจัดการเองเสียได้ “ผมไม่มีอะไรจะตอบเขาหรอกครับป้ามีญ่า แค่จะมาเตือนว่าถ้าเขายังทำแบบนี้อยู่ ผมคงจะต้องแจ้งตำรวจ”

“ขอโทษจริง ๆ ค่ะ” นางถอนใจ

“ที่ผมยังไม่เอาเรื่องเพราะเขาเป็นหลานของคุณนะครับ”

นางเอื้อมมาแตะที่หลังมือเขา “ฉันยังยืนยันว่าวิคเตอร์เป็นเด็กดีนะคะ”

จะให้แวนกัสเชื่ออย่างที่นางพูดได้อย่างไรกัน ในเมื่อเขาเพิ่งจะถูกเด็กนั่นปั่นหัวว่าเคลวินน์กลับมาแล้ว ชายหนุ่มทอดถอนใจอย่างเห็นใจคนแก่ รู้ดีว่าการเอาเรื่องพวกนี้มาบอกมันไม่ใช่สิ่งที่ดีนัก แต่เขาสุดจะทนกับวิคเตอร์แล้ว รวมถึง...สิ่งที่นางเล่านั้นทำให้ชายหนุ่มเริ่มจะปะติดปะต่ออะไรขึ้นมาได้เล็กน้อย

หรือที่เคลวินน์หายไป จะเป็นเพราะพ่อแม่ของวิคเตอร์ที่ตายคืนนั้น

แต่เกิดอะไรขึ้นกัน เขาเองก็อยากรู้ไม่ต่างจากวิคเตอร์นักหรอก

ถึงจะอยากเห็นแก่ตัวเองเช่นนั้น หากทว่าแวนกัสกลับต้องเดินกลับบ้านด้วยความรู้สึกผิดที่ทำให้ป้ามีญ่าต้องเป็นกังวล ระหว่างที่จะเปิดประตูเข้าบ้าน เหลือบไปมองที่ธารน้ำเห็นเหล่าลูกชายวิ่งกันมาหน้าตื่น ในสภาพสวมเพียงบ็อกเซอร์ตัวบางกันเท่านั้น เห็นแล้วผู้เป็นพ่อก็ส่ายหน้า “เฮ้! พวกลูกเล่นอะไรกัน”

คำทักของบิดาทำเอาสี่หนุ่มหน้าเหวอ วิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าสภาพเละทะดินทรายเกาะ

“เกิดอะไรขึ้น ทำไมสวมแค่กางเกงในวิ่งกลับมาบ้าน ก็ไหนลูกบอกว่าจะไปทำความสะอาดที่ถ้ำนั่น” ชายหนุ่มกวาดสายตามองทั้งสี่อย่างไม่เข้าใจ เป็นวิลที่หันไปหาเหล่าน้อง แล้วตัดสินใจเล่าให้ฟังอย่างละล่ำละลักว่า “รูปปั้น รูปปั้นที่น้ำตกมันขยับได้”

“หา” แวนกัสย้อน เดี๋ยวก่อน...

“จริงนะฮะ มันจับไวน์กับไคล์ไปเป็นตัวประกันด้วย”

“เฮ้ นี่พวกลูกกำลังเล่นดื้ออะไรกันน่ะหืม” ผู้เป็นพ่อส่ายหน้าให้ “พ่อไม่ตลกด้วย เอาเรื่องที่มันฟังขึ้นมาอ้างเถอะ”

“เราพูดจริงนะฮะ มันวิ่งไล่จับพวกเรา แต่เราหนีมาได้”

“แถวนี้ไม่มีรูปปั้นเดินได้อะไรทั้งนั้นแหละ เพ้อเจ้อ” พ่อส่ายหน้าอีกครั้ง

“ปะป๊าต้องเชื่อเรานะ” เคลพยายามบอก “เห็นเราเป็นเด็กเลี้ยงแกะรึไง!”

เพราะคำคำนี้ แล่นเข้ามาตีกลางแสกหน้าของชายหนุ่มอย่างจัง เทียบกับวิคเตอร์แล้วเหล่าลูกชายของแวนกัสกลายเป็นเด็กอ่อนต่อโลกขึ้นมาทันทีทันใด

ชายหนุ่มถอนใจยกมือกุมหน้าผากอย่างปวดประสาท “ก็ได้ ๆ พ่อเชื่อแล้ว เดี๋ยวตอนเย็นพ่อจะเดินขึ้นไปดูว่ามีจริงรึเปล่า ไปอาบน้ำกินมื้อเที่ยงกันได้แล้วไป” แวนกัสบอก เห็นเหล่าลูกชายทำหน้างอที่เขายังไม่ยอมฟัง พากันเดินนำเข้าไปด้านในก่อน ทว่าคนที่อยู่สุดท้ายเช่นไคล์ชะงักเท้า จ้องตาเขาแล้วพูดด้วยเสียงใจเย็นลง แต่ฟังแล้วน่าขนลุกประหลาด

“ปะป๊าไปที่นั่นไม่ได้อีกแล้ว มันอันตราย”

“หือ”

“ผมพูดความจริงนะฮะ มันจับผม จะกินผมกับไวน์ ต้องเชื่อเรานะ”

คนฟังยิ้ม ยกมือโยกหัวทุยอย่างนึกเอ็นดู “โอเค พ่อเชื่อแล้ว” แวนกัสตัดปัญหาด้วยการยอมรับ แล้วเดินเข้าไปจัดการอาหารให้เหล่าลูกชายอย่างที่ทำทุกวัน เขาตอบรับคำพูดของเหล่าลูกน้อยไปอย่างนั้นเอง ด้วยความที่รู้อยู่ก่อนแล้วว่าแถวนี้ไม่มีรูปปั้นผีสิงอะไรที่ว่านั่นอย่างแน่นอน ไม่มีทางเป็นไปได้ เด็กดื้อก็แค่อาจนอนหลับแล้วบังเอิญฝันอะไรแปลก ๆ เข้าเท่านั้นกระมัง

ใจจริงชายหนุ่มแอบคิดว่าลูกชายอาจกำลังตั้งใจวางแผนทำอะไรบางอย่าง แล้วกุเรื่องผีรูปปั้นเพื่อกันไม่ยอมให้เขาไปยังรังของเคลวินน์เสียด้วยซ้ำ แต่จนแล้วจนรอด ผ่านมาสองวันแล้วที่ทั้งสี่ไม่ยอมออกห่างจากบ้าน ซึ่งมันก็แปลกพอควร ปกติเวลานี้เหล่าเจ้าลิงทั้งสี่ต้องออกจากบ้านแล้วแท้ ๆ แวนกัสรู้สึกแปลกใจ

“พวกลูกไม่ออกไปวิ่งเล่นกันเหรอ”

หนุ่มน้อยทั้งหมดผละมามองพ่อ “เราบอกแล้วไงฮะว่าข้างนอกมันอันตราย”

“ไม่มีหรอก อย่างมากก็สัตว์ป่า พวกลูกวิ่งเร็วกว่ามันอยู่แล้วนี่”

“โธ่...มีตัวที่วิ่งเร็วกว่าเรานะฮะ มันจะจับเราไปฉีกแขนขากินทั้งเป็น” เคลพยายามเล่า

“ไหนบอกมาซิว่ารูปร่างหน้าตามันเป็นยังไง” แวนกัสกอดอก

“เละเทะ ตัวมันใหญ่ หน้าตาทุเรศมีก้อนหินตะปุ่มตะป่ำเต็มตัว อัปลักษณ์น่าเกลียดมากฮะ แบบว่าไม่เคยเห็นตัวอะไรทุเรศอย่างนี้มาก่อน อี๋...” วิลสาธยายให้ฟัง ได้ยินแล้วแวนกัสก็ไม่ได้กระจ่างแจ้งอะไรนัก เพราะที่ลูกชายเล่าก็ไม่ได้ใกล้เคียงอะไรเลย “แต่ดวงตาของมันสีแดงน่ากลัวมากเลย สีแดงสว่างเหมือนดวงไฟ”

ดวงตาสีแดง...คนฟังรู้สึกแปลก ไม่อยากคิดเป็นสิ่งที่ตัวเองนึกนัก เพราะเกรงว่าเหล่าลูกชายจะรู้ทันว่าตอนนี้เขายังก้าวเดินต่อไปไม่ได้ ยังคงย่ำอยู่กับความเจ็บปวดเก่า “ลูกเห็นเขาของมันมั้ย พ่อหมายถึง...เจ้าตัวนั้นมีเขารึเปล่า”

“ไม่มีฮะ แต่ผมไม่แน่ใจ”

“ไม่มี ผมจำได้ว่ามันไม่มีเขา” ไวน์ที่เคยถูกจับตัวยืนยันอีกเสียง ให้ความหวังสุดท้ายของแวนกัสพังทลายลงไป ชายหนุ่มพยักหน้าอือออเพียงครู่เดียวเท่านั้น พยายามเก็บงำความผิดหวังให้พ้นจากสีหน้า ยอมเป็นฝ่ายถอยออกมา ปล่อยให้ลูกชายได้ใช้เวลาเป็นส่วนตัวกันเช่นเดิม กลับมายังห้องพักด้วยความรู้สึกฝันสลายเป็นรอบที่ร้อย

ไม่ใช่หรอก ยักษ์นั่นมีเขาที่สวยและใหญ่

มีเอาไว้อวดตัวเมีย...แล้วก็ให้แวนกัสลูบ

เสียงลมพัดผ้าม่านดังปึกปักบอกชายหนุ่มว่ามันกำลังถูกเปิดทิ้งไว้ แวนกัสรู้สึกแปลกใจ ชายหนุ่มจำได้ว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนเปิดมันไว้อย่างแน่นอน ลำขายาวก้าวไวเท่าความสับสน ไปหยุดอยู่ที่หน้าต่างแสนคุ้นชินอย่างไม่อยากหวังอีกต่อไปแล้ว แต่แล้วเหมือนโชคชะตากำลังล้อเล่นกับความรู้สึกชายหนุ่มอีกครั้ง ให้บางสิ่งบางอย่างปลิวลอยเข้ามาตกที่เตียงนอนของชายหนุ่ม

แวนกัสเบิกตา คราวนี้ดอกไม้ช่อเล็กแสนสวยนี่ เป็นของใครกัน

“นี่ดอกอะไร”

“ดอกแฟนเกิซ”

“นายตั้งชื่อดอกไม้นี่ด้วยชื่อฉันงั้นเหรอ”

“เพราะข้ารัก แฟนเกิซ...” ดอกไม้ดอกนี้ ทำให้รำลึกถึงช่วงเวลาที่หอมหวาน นิ้วมือของแวนกัสสั่น สิ่งที่ทำอย่างต่อไปคือสัญชาตญาณความโง่เง่าของตัวเองก็เท่านั้น วิ่งผ่านร่างลูกชายออกไปยังหลังบ้าน มุ่งหน้าสู่รังของเคลวินน์ด้วยต้องการพิสูจน์ให้แน่ชัดว่าเจ้าของของสิ่งนี้ คือคนที่เขารอคอยมาตลอดจริงหรือไม่

โดยไม่สนคำทัดทานด้วยความกลัวของเหล่าลูกชายเลยสักคำ

 

มีต่อ

ออฟไลน์ noonaaRP

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 262
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
    • fanpage Noonaa
๑๖ ปีก่อน

เพราะบรรยากาศที่ดีทำให้เผลอพูดคำน่าอายออกไป แต่การตอบสนองของเคลวินน์หน้าหมั่นไส้เสียจนแวนกัสต้องลุกขึ้นไปแกล้งอีกฝ่ายด้วยการปลดกระดุมเสื้อของตัวเอง เอาให้อกแตกตายไปข้าง รอยยิ้มมุมปากของชายหนุ่มปรากกฎขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเห็นนัยน์ตาสีแดงวาวโรจน์ของเจ้ายักษ์ซื่อบื้อเหลือกถลนกว่าเก่า

“ไม่ แฟนเกิซทำอะไร!” มันส่ายหน้าไม่เข้าใจ

ฝ่ายที่กำลังแกล้งก้มลงมองตัวเอง เก็บงำรอยยิ้ม “ก็นี่ไง นายจะไม่ทำเหรอ”

“ทำอะไร”

“ที่นายขอฉันจับคู่ ฉันก็ยอมแล้ว”

“เคลฟินน์ อยากนอนกอดเท่านั้น”

“อ้าว”

“ใส่คืนเข้าไป ห้าม...”

“ไหนนายบอกว่าฉันเหมาะกับการถอดผ้าถอดผ่อนมากกว่า เนี่ย ดูซะให้เต็มตา จะได้ไม่ต้องมาแอบมอง” คนถามทำเป็นเชิดคอเดินเข้าใกล้ แทบจะหลุดขำเมื่อเห็นอสูรตัวใหญ่ยืนหลังชิดกำแพง ตัวแข็งจ้องเขาราวกับเป็นสิ่งที่กลัวที่สุดในชีวิต ยามหัวไหล่ขาวนวลของชายหนุ่มโผล่พ้นจากคอเสื้อแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้เจ้ายักษ์ตัวใหญ่เคยเห็นมากกว่านี้แท้ ๆ “มาเถอะน่า นายอายอะไร”

แวนกัสเป็นอะไรไป เคลวินน์ไม่เข้าใจ

เสียงฟ้าฝนที่ตกกระหน่ำหยุดลงไปเสียดื้อ ๆ เจ้ายักษ์เดินออกห่างแวนกัสไปอีกฝั่งอย่างระวังท่าที หยุดอยู่ที่ปากทางเข้าถ้ำแล้วหันหน้างกเงิ่นมาหามนุษย์ที่ยังคงสวมเสื้อผ้าไม่เรียบร้อย กล่าวด้วยความอึดอัดออกไปว่า “ฝนหยุดตก ข้าจะไปส่ง”

“ไม่เอา”

เจ้ายักษ์ตาเหลือกกว่าเก่า “ทำไม”

“จะทำไมซะอีก นายก็รู้ ๆ กันอยู่” แวนกัสยักษ์ไหล่ “ฉันอยากนอนกับนาย”

“ข้าไม่เก่ง ยังไม่พร้อม ที่จะทำให้เจ้ามีความสุขในตอนนี้” เจ้ายักษ์ใช้เสียงอ่อน มันก้มหน้าก้มตาตัวเองยามยอมบอกถึงความจริง ได้ยินแล้วฝ่ายแวนกัสจึงหลุดหัวเราะจนตัวงอ เพราะไอ้นอนที่ว่าไม่ได้หมายถึงเรื่องอย่างว่าเลยสักนิด มือขาวหยิบจับเสื้อผ้าของตัวเองมาสวมด้วยความที่รู้อยู่แล้วว่าท่าทางของเคลวินน์จะตลก แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตลกถึงเพียงนี้ สงสัยในหัวคงจะคิดแต่เรื่องลามกทั้งวันแน่

“นี่ ฉันคิดว่านายจะรีบทำซะอีก เห็นคอยตามตื๊อให้ฉันตกลงอยู่วันละร้อยรอบ พอเอาจริงขึ้นมา ไหงมาทำตาเป็นลูกหมาไร้เดียงสาใส่ฉันได้ล่ะ ยักษ์หื่นที่คอยแต่จะคุกคามฉันหายไปไหนแล้ว” คนกล่าวเช็ดน้ำหูน้ำตา ไม่ได้รีบร้อนจะเดินตามอีกฝ่ายออกไปด้านนอก ทำทีไปหยุดมองตรงโน้นทีตรงนี้ที ราวกับว่ายังไม่อยากกลับบ้านตนเองอย่างที่พูดไปข้างต้น

เจ้ายักษ์มองร่างมนุษย์น้อยของมันเดินวนอยู่ในรังพักหนึ่ง จึงยอมกลับไปนั่งบนโขดหิน นึกโกรธตัวเองที่ใจเสาะเมื่อถึงเวลาเอาเข้าจริง ทั้งที่ก่อนหน้ามันหมายมั่นปั้นมือว่าจะจับมนุษย์ทำเมียให้จงได้ อยากกลืนกินอีกฝ่ายทั้งตัวตั้งแต่เห็นกันครั้งแรก

“แฟนเกิซ จะมืดแล้ว”

คนฟังหันไปสบแล้วยิ้ม “มืดแล้วทำไม”

“ต้องกลับ”

“ฉันบอกแล้วว่ายังไม่อยากกลับ”

“ทำไมไม่อยากกลับ” มันเอียงคอ

“เพราะฉันอยากอยู่กับนายนาน ๆ” คนกล่าวก้มลงมองดอกไม้ป่าแสนสวยในกระเป๋าเสื้อตัวเอง หยิบยกมันขึ้นมาสูดดมก่อนจะหันไปเห็นผู้ฟังที่กำลังพอใจกับคำบอกกล่าว เคลวินน์ลุกเดินมาหา ย้อนถามให้แน่ใจ “แฟนเกิซ ไม่โกหกข้า”

“ฉันจะโกหกทำไม อยู่กับนายฉันสบายใจ แล้วก็ปลอดภัย”

“ข้าดีใจ” เคลวินน์ยิ้มกว้าง “ข้าจะปกป้อง มนุษย์น้อยของข้า”

ตัวของแวนกัสลอยขึ้นเพราะแรงอุ้มของยักษ์ที่ยืนอยู่ตรงกันข้าม ขณะที่ดวงตาสองคู่สบประสานในความมืดสลัวของรังขนาดใหญ่ มือยาวคว้าเกาะกอดที่ต้นคอของเจ้ายักษ์ตรงหน้าด้วยเกรงกลัวตก แต่ครั้นเห็นรอยยิ้มของเคลวินน์ แวนกัสรู้สึกได้เลยว่าตั้งแต่นี้ไปไม่มีอะไรจะทำร้ายเขาได้ เจ้าสิ่งตรงหน้าจะดูแลเขาอย่างแน่นอน

ฝนพรำลงมาอีกครั้ง ยามร่างของแวนกัสถูกวางลงบนกองฟางของยักษ์ตัวใหญ่ด้วยความละมุนละม่อม มนุษย์ร้ายกาจ ลำแขนน้อยไม่ยอมปล่อยออกจากคอเจ้ายักษ์ขี้กลัวให้มันได้ลุกนั่งอย่างดี ลมหายใจของมันเหือดหาย พยายามอย่างที่สุดที่จะไม่พ่นรดใบหน้าขาวผ่องที่ใกล้กันแค่คืบ หรือสูดดมเอาความหอมอันปลุกปั่นอารมณ์คึกคะนองของตัวเอง

นัยน์ตาสีแดงวาวจับจ้องที่ริมฝีปากสีสวย อันเคยมอบรสชาติแสนหวานให้ แต่ครั้นยามที่แวนกัสยกยิ้มขึ้นขณะยังสบตากันผ่านความเงียบ เจ้ายักษ์คิดได้ว่ามนุษย์กำลังแกล้งมันอีกเช่นเคย “แฟนเกิซ อย่ารังแกข้า”

“อะไร ตัวเล็ก ๆ อย่างฉันจะทำอะไรนายได้” เสียงสดใสย้อนกลับ

“ปล่อย”

“หวงตัวเหรอเดี๋ยวนี้”

“ไม่หวง ข้ากลัวว่าจะอดกลั้น ไม่ไหว” มันหลบตาไปที่อื่น

“ดูซิจะเก่งไปได้กี่น้ำ เอาซี้...” คนด้านใต้ท้าทาย เจ้ายักษ์พ่นพรูลมหายใจยามแวนกัสกระชับกอด ตัวก็มีแค่นั้นยังบังคับมันได้ เอาเสียร่างใหญ่สามเมตรของมันอ่อนแรงไม่กล้าขืนแม้แต่น้อย อยู่ในท่าคุกเข่าคร่อมนี้จนเหน็บจะกินเข้าแล้ว และหากไม่ทำอะไรบางอย่างคงได้อยู่แบบนี้กับมนุษย์จอมวางแผนทั้งคืนเป็นแน่

“ความคิดของข้า ไม่ค่อยดี” เจ้ายักษ์สารภาพ

“หือ”

“ในสมองของข้า คิดแต่จะจับคู่กับแฟนเกิซ”

“นายคิดเรื่องลามกกับฉันงั้นสิ คิดว่าอะไร”

เจ้ายักษ์พยักหน้ายอมรับ “ทุกครั้งที่ เจ้านอนอยู่บนนี้” มันตบพื้นว่างบนกองฟางดังปุอธิบายเสียงต่ำพร่า กลืนน้ำลายอย่างพยายามที่สุดที่จะอดทนให้ทุกนาทีผ่านพ้นไป “ข้าอยากให้ตัวน้อย ๆ ของเจ้าทำหน้าที่คู่ของข้า ส่งเสียงร้องยามสมสู่กันในรังของข้า นัยหนึ่งข้า อยากจะทำแทบขาดใจ นัยหนึ่ง ข้าก็อยากทนุถนอม กอดเจ้าเท่านั้น”

คนฟังยกยิ้ม “ไม่แปลกหรอก ฉันเองก็อยากฟัดนายเหมือนกัน”

“ฟัด” เจ้ายักษ์ย้อน จิตใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อตัว

“ไม่เห็นต้องกลัวอะไรเลยนี่นา ก็แค่ใช้สัญชาตญาณเหมือนคราวที่แล้ว”

“ไม่พอ” เจ้ายักษ์ส่ายหน้า “ทำแบบคราวที่แล้ว แฟนเกิซ จะบาดเจ็บ”

“นายรักฉัน นายจะทำไปอย่างรู้ว่าแบบไหนฉันถึงไม่เจ็บ” ตั้งใจพูดแบบนี้ เจ้ายักษ์ฉลาดเกินไปหรือไม่ที่อดจะคิดไม่ได้ว่ามนุษย์น้อยของมันกำลังเชิญชวน มือใหญ่ขยับสางผมคนนอนด้านใต้อย่างอ่อนโยน พยักหน้ายอมรับว่าที่แวนกัสพูดนั้นถูกต้อง ความรักของมันจะทำให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี “ข้ารัก แฟนเกิซ”

“พิสูจน์สิ” มนุษย์ใช้เสียงเบาบอก ลากไล้ฝ่ามือกับต้นคอของมัน “ทำกับฉัน แบบที่นายต้องการทำ แบบที่นายคิดลามกจินตนาการถึงฉันทุกคืน ทำจนกว่าฉันจะขอร้องให้นายหยุด เคลวินน์”

“เจ้า...”



--------------------------------------------------------

CUT หากรู้รหัสแล้วให้กด   https://writernoonaa.blogspot.com/2019/10/blog-post.html


ตามหารหัสได้ที่แฟนเพจ ทวิตเตอร์ของหนูนา และแท็กนิยาย #ดอกไม้ป่าที่ริมหน้าต่าง

----------------------------------------------------



“ฉ...ฉัน” ทำอะไรลงไป

ความรู้สึกแสนมีความสุขเมื่อครู่มันเกิดอย่างหุนหันพลันแล่นนัก แต่มันก็ดีเหลือเกิน

“แฟนเกิซ” เจ้ายักษ์ทรุดมาคุกเข่าตรงหน้า “เจ็บหรือ”

“อือ เจ็บ”

“ข้าขอโทษ ข้าอ่อนหัดนัก”

“ที่เจ็บกว่านั้นคือฉันทำบ้าอะไรลงไป เคลวินน์ เรื่องแบบนี้ไม่น่าเกิดขึ้นเลย ฮึก!”

เจ้ายักษ์เอียงคอไม่เข้าใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยกชายหนุ่มในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยไปกอดปลอบ จูบซับ และเพราะความอบอุ่นนั้นก็ยิ่งทำให้คนเพิ่งเสียเอกราชร้องไห้ไปกว่าเก่า สองแขนยาวกอดคอเจ้ายักษ์แน่น ซุกหน้าปล่อยโฮราวกับคนบ้าอย่างไม่รู้ว่าตนเองกำลังหลงทางอยู่แห่งหนไหน ร้องจนคอแหบแห้งก็ไม่อาจห้ามน้ำตาได้

นานเท่าไรไม่อาจทราบที่เคลวินน์ปลอบชายหนุ่ม พายุฝนเคลื่อนผ่านไป หลงเหลือเพียงหยดน้ำที่ค้างบนใบไม้ตกเปาะแปะมาทีละเล็กน้อย เหมือนคนที่ยังนอนซบเรียงกันอยู่บนกองฟาง ยังคงหลงเหลืออารมณ์โหยหา เจ้ายักษ์เคลื่อนมาจูบหอมที่เรือนผมแวนกัส ลากนิ้วใหญ่จากหน้าผากมาจิ้มปลายจมูกอย่างเคย

“อารมณ์ฉันมันขึ้น ๆ ลง ๆ แปลกไป”

แวนกัสกล่าวขณะที่นอนสบตากัน แล้วจู่ ๆ ความร้อนก็แล่นขึ้นดวงตาอีกครั้งเมื่อนึกถึงยามที่ตัวเองร้องไห้โฮขึ้นมาก่อนหน้า “ในขณะที่ฉันชอบนายมากขึ้น ฉันกลัวว่าวันนึงที่ฉันรักนายสุดหัวใจ แล้วทุกอย่างมันเกิดเปลี่ยนไปแบบไม่รู้ตัวฉันคงรับไม่ไหว แค่คิดฉันก็รู้สึกเศร้า แล้วก็คิดขึ้นมาว่าไม่น่าทำอย่างนี้เลย ถ้าไม่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นฉันก็จะไม่เสียใจ”

“อะไรที่เปลี่ยน หัวใจข้าไม่เปลี่ยน”

“นายจะไม่เจ็บป่วย ไม่ตายก่อนฉันใช่มั้ยเคลวินน์” นิ้วมือเรียวแตะโครงหน้ารูปงามอย่างนึกหวง

“ไม่ ข้าแข็งแกร่ง”

“แล้วนายเคยคิดถึงวันที่ฉันจะตายมั้ย”

“ไม่” เจ้ายักษ์ยกนิ้วชี้จรดที่ริมฝีปากของแวนกัสให้หยุด ในตาคมนั้นมีแววไหวหวั่น

“แบบนั้นฉันก็ไม่กล้าตายน่ะสิ ถ้าฉันตาย...”

“ไม่”

“เคลวินน์ มนุษย์อายุยืนยาวที่สุดได้แค่ร้อยปีนะ นายรู้เรื่องนี้ดี” คนกล่าวยกยิ้มหวานให้ แตะที่เขี้ยวยาวทั้งสองข้างอย่างนึกเอ็นดูคนฟัง “พอคิดขึ้นมาได้ ฉันก็อยากใช้ทุกเวลาอยู่กับนายให้นานที่สุด อยากอยู่กับนายทุกนาที ไม่อยากกลับบ้าน อยากจับคู่แล้วก็เป็นของนาย ให้นายเลี้ยงฉันจนแก่ไปเลย”

เพราะอย่างนั้น แวนกัสถึงได้ตั้งใจเชิญชวนมันสินะ เจ้ายักษ์ทำหน้าเศร้ายามรับฟังสิ่งที่จะเกิดในอนาคต เรื่องนั้นยักษ์ใหญ่ไม่ได้คิดว่าจะพานพบ รู้แค่ว่าความรักของตัวเองกำลังงอกงามไปพร้อมกับดอกไม้ป่าที่นำเอาไปยื่นไว้ให้ หัวใจของมันเรียกร้องให้ทำโดยไม่ได้คิดถึงสิ่งใดอื่นเลย

“อย่าเศร้า” เจ้ายักษ์กระเถิบมาแนบหน้าผาก “ข้าจะรอพบเจ้าอีกครั้ง และอีกครั้ง”

“นายไม่กลัวเหรอ ว่าฉันจะได้ไปเกิดใหม่เป็นงู เป็นกิ้งก่า”

“ไม่ แวนกัสไม่เกิดเป็นอาหาร”

“อา เลิกคิดว่าพวกนั้นเป็นอาหารได้แล้ว” มนุษย์ส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้ม “ถ้าหิวก็กินฉันแทน”

“ข้าจะกิน” เจ้ายักษ์จุมพิตข้างหู “จะค่อย ๆ กินจนอิ่ม”

เสียงกระซาบของมันทำเอามนุษย์ที่กำลังอยู่ในอารมณ์หดหู่ดีขึ้นเมื่อได้นอนคุยกัน ต่อให้ต้องสรรค์หาคำคุยหรือปลอบใจจนรุ่งสางเจ้ายักษ์ก็ไม่มีวันหน่าย มันตระกองกอดคนที่นอนคุยกันจนม่อยกลับคาอก ขยับตัวให้ได้นอนในท่าสบาย เพ่งมองสิ่งเล็กน้อยน่ารักตรงหน้าอย่างไม่อาจปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ความหมาย

อายุของมนุษย์สั้นนัก ดังนั้นมันจะทำทุกอย่างเพื่อให้แวนกัสมีความสุข มันให้คำมั่นกับคนหลับเพียงเบาพร่า แล้วบรรจงจุมพิตอย่างอ่อนแผ่วด้วยเกรงว่าคนเพิ่งหลับจะรู้สึกตัวตื่น





-------------------------------------------------------------------



พี่ยักษ์ตกเป็นของน้องแล้ว แล้วน้องก็หลงซะมีอย่างหนักมาก มองมุมไหนก็หล่ออะเนาะ

ขอโทษสำหรับฉากอัศจรรย์ที่ค่อนข้างหยาบนะคะ หรือไม่หยาบนะ ถูกใจกันรึเปล่าไม่รู้ แต่สูบพลังมาก เอาอีกรึไม่เอาตอบมาให้ชื่นใจคนเขียนก่อนนนนนนนน

ส่วนพาร์ทปัจจุบัน คาดว่าน้องน่าจะใช้เวลาวิ่งไปหาอีพี่อีกถึงสามสี่ตอนโน่นแหละ กว่าจะรู้ว่าผัวกลับมาแล้ว 555555 ช่วงเวลานี้ขอย้อนไปพาร์ทอินเลิฟ กับตั้งครรภ์ไปก่อนซักสองสามตอน ดูซิพ่อแม่มือใหม่เขาทำอะไรกันบ้าง อิคนน้องจะแพ้ท้องมั้ย แล้วเจอกันตอนหน้าจ้า

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
รอตอนต่อไปค่ะ

ออฟไลน์ Januarysky

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 511
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
รักแฟนเกิซ! รักเคลฟินน์
คุณพ่อรีเทิร์นแว้วววว ลูก 4 คงดีใจน่าดู
จะมีก็เรื่องของวิคเตอร์ ขออย่ามีเรื่องร้ายๆ เลย

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3463
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
สนุกมากๆค่ะ

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1095
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ noonaaRP

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 262
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
    • fanpage Noonaa
รักแฟนเกิซ! รักเคลฟินน์
คุณพ่อรีเทิร์นแว้วววว ลูก 4 คงดีใจน่าดู
จะมีก็เรื่องของวิคเตอร์ ขออย่ามีเรื่องร้ายๆ เลย

ขอบคุรนะคะ

ออฟไลน์ PKT

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 184
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
เย่ยยยยยยย ได้กันแน้ว

ออฟไลน์ NaunaeZaa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
 บะลั่กบะลั่กอักอัก :jul1: :jul1: :jul1:

ออฟไลน์ nrbtst1997

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 22
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
สนุกมากๆเลย ไปตามอ่านตอนต่อไปที่อีกเว็ปมาแล้ว ดีใจที่ได้อ่านที่เล้าเห็นนิยายที่เล้าขอบคุณ​ที่เอามาลงในนี้ :mew1:

ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 782
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
ติดตามจ้า  :L2:

ออฟไลน์ noonaaRP

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 262
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
    • fanpage Noonaa


#ดอกไม้ป่าที่ริมหน้าต่าง

ตอนที่ ๑๒

๑๖ ปีก่อน

แสงอาทิตย์ทอดสาดมาได้พักใหญ่ให้รู้ว่าตอนนี้สายแล้ว เคลวินน์ยังคงมีความสุขกับการค่อย ๆ มองเห็นใบหน้าสวยงามของมนุษย์น้อยคู่ครองของมัน ที่ชัดเจนขึ้นจนสว่างคาตาเช่นนี้ มันฝังจมูกดอมดมแวนกัสอยู่บ่อยครั้ง และอีกฝ่ายก็สลบปางตายหลังจากที่ร่วมใช้ช่วงเวลาแห่งความสุขด้วยกัน ทั้งที่ฝ่ายมันยังคงไม่เพียงพอแค่หนเดียว

แต่ถึงอย่างนั้น แวนกัส คือคู่ครองของมันโดยแท้แล้ว

ระหว่างที่อิ่มเอมใจกับการนอนมองของรัก เสียงของอะไรบางอย่างจากอีกฟากฝั่งของป่าแล่นเข้าหูเจ้ายักษ์ มันคุ้นชินกับเครื่องยนต์ของสิ่งนั้นอย่างรู้ดีว่าเป็นอะไร พาหนะของสหายที่มักแวะเวียนมาหาแวนกัสอยู่ทุกเดือนกำลังแล่นตรงมา คราวแรกมันตั้งใจจะเมินเฉย ปล่อยให้มนุษย์ผู้นั้นตามหาแวนกัสไม่เจอแล้วกลับไปเอง

แต่อสูรตัวใหญ่ก็มานึกได้ว่า หากเจ้ามนุษย์เพศผู้ผู้นั้นทำให้เป็นเรื่องใหญ่ แล้วพาคนออกมาตามหาแวนกัสถึงในป่า ทุกอย่างมันจะวุ่นวายมากขึ้น ทั้งที่ยังอารมณ์ดี อยากกอดร่างนุ่มนิ่มให้อยู่ในอกนี้ทั้งวันทั้งคืน มันจำต้องสะกิดเรียกให้แวนกัสตื่นจากพักผ่อนแล้ว “แฟนเกิซ มีมนุษย์มาหาเจ้า”

คนนอนในอกงัวเงีย “อือ”

“มีมนุษย์มาหาเจ้า”

“ใคร” คนถามไม่ได้ตั้งใจฟังนัก แต่แลน่าเอ็นดูประหลาด

“สหายของเจ้า”

“เชนเหรอ อืม...”

“ต้องกลับ”

“ไม่อยากกลับเลย” อีกฝ่ายตอบเสียงเครือ เจ้ายักษ์พอใจจนอดที่จะฟัดจูบไม่ได้

“ต้องกลับ ไม่อย่างนั้นสหายของเจ้าคงร้อนใจ”

“ช่างมัน ฉันอยากอยู่ที่นี่”

“แฟนเกิซ ข้าจะออกไปส่งให้ไวที่สุด” มนุษย์นั่นจะได้ไม่รู้สึกแปลกที่หาแวนกัสไม่เจอ

“นายไม่รักฉันแล้วเหรอ ทำไมไล่คนที่นายเพิ่งพรากความบริสุทธิ์ให้กลับบ้านได้ลงคอ” เสียงงอแงของมนุษย์น่าเอ็นดูราวสัตว์ตัวน้อยที่หยอกเย้ากับแม่ของมัน เจ้ายักษ์อดจะจิ้มปลายจมูกนั้นไม่ได้ ครั้นถูกทำ เจ้าตัวก็ยกหัวฟูและดวงตาที่ยังคงปิดแน่นขึ้นมาบ่นว่า “ขอฉันอยู่กับนายที่นี่ไม่ได้เหรอ นะเคลวินน์ ขาฉันปวดระบมยืนไม่ไหว แถมตรงนั้นน่ะแสบเหมือนจะตายอยู่แล้ว”

เจ้ายักษ์ตบปุที่ก้นกลมอย่างปลอบใจ “ข้าจะรักษา”

“หือ อะไรนะ”

“ข้ารักษาได้” มันว่า

“มะ..ไม่ต้อง ไม่เป็นไร ฉันหายแล้ว” แวนกัสรีบลุกนั่ง ความอายแล่นเข้าสู่หน้าอย่างเร็วไวเมื่อรู้ว่าจะถูกอีกฝ่ายทำอะไรด้วยเส้นผมแสนสวยสีเงิน ชายหนุ่มขยี้ตาตัวเอง ทำทีไม่รู้ไม่ชี้เอื้อมหยิบกางเกงที่ถูกถอดทิ้งไว้แถวนั้นมาสวม ไม่น่าเชื่อว่าจะกล้านอนในสภาพตัวเปล่าเล่าเปลือยบนกองฟางนี้ได้ลงคอ ใบหน้าของชายหนุ่มแดง เมื่อตามขายังมีรอยคราบที่ทำกันอย่างสกปรก

มันแย่ ที่เขาเหมือนโดนดูดพลังจนไม่ได้ลุกไปทำความสะอาดตัวเอง

“ฉันพร้อมแล้ว ไปส่งฉัน...”

เจ้ายักษ์ดึงคนตัวน้อยเข้าหา ฝังจูบที่ริมฝีปากอยู่ครู่หนึ่ง

“นาย” คนถูกทำตาค้าง “นายรู้จักมอร์นิ่งคิสด้วยเหรอ นี่มันวัฒธรรมของมนุษย์นะ”

“ข้ารู้มาก กว่าที่มนุษย์น้อยของข้ารู้”

“ไม่ต้องมาขิงกันหรอก” แวนกัสเบ้ปากยักไหล่ หันมาพึมพำกับตัวเอง “ขนาดเมื่อคืนยังต้องให้สอน ยักษ์โง่”

“ข้าได้ยิน”

ตัวของแวนกัสลอยไปนั่งอยู่บนหน้าขาของผู้กระทำ ชายหนุ่มเบิกตาตกใจ แต่ก็ทำได้เพียงเท่านั้น ความขวยเขินเพราะสิ่งที่ร่วมกันทำเมื่อคืนมันดึงความสนใจเขาไปหมดสิ้นแล้ว เจ้ายักษ์เล่นงานแวนกัสด้วยการสบตา เมื่อได้เห็นความร้อนแรงในนั้น มนุษย์น้อยก็เหมือนโดนหลอมละลายให้ตัวอ่อนปวกเปียก ซ่อนหน้าแดงกับอกแน่นหนั่นของอีกฝ่าย ไม่รู้ทำไมตอนนี้แค่สบตา ชายหนุ่มก็ตื่นเต้น

“หลังจากนี้ ไม่ต้องสอนข้า” มันกระซาบ แล้วลามเลียที่ใบหูจนชายหนุ่มขนลุกซู่ “ข้าจะทำจนกว่าเจ้า จะขอร้องให้ข้าหยุด แล้วอย่ามาบ่น ว่าข้าเก่งกาจเกินไปล่ะ”

“อ่า...โอเค” ไม่อยากจะเถียง เพราะเมื่อคืนเขาแอบบ่นอยู่ในใจเสียแล้วสิ แวนกัสคิด

“เราจับคู่อย่างดี”

“ใช่ ดีมากซะด้วย”

มือยักษ์จับมือน้อยเขาพิต แวนกัสรู้ว่ามันกำลังเอ็นดูเขา “เจ้าสุขสมรึไม่”

ทำไมถามชายหนุ่มอย่างตรงเถรอย่างนั้นเล่า “ก็...ไม่ได้แย่ ฉันหมายถึงดี ดี...เลยล่ะ”

“สำหรับข้า แฟนเกิซวิเศษนัก ข้าอ่อนหัด กายเจ้าทำข้าร้อนรุ่มไปหมด...”

“พอแล้ว พูดอะไรก็ไม่รู้” อายจะแย่แล้ว

“ข้าเพียง ยอมรับความจริง”

“นายพูดภาษามนุษย์คล่องขึ้นนะ มันทำให้นายดู...เซ็กซี่” คนกล่าวพยายามอย่างที่สุดที่จะเก็บงำความรู้สึกขัดเขิน ยามที่จะ ‘ยอมรับความจริง’ อย่างที่อีกฝ่ายบอก “นายรู้วิธีใช้คำพูดมากกว่าฉันซะอีก”

“ข้าอายุมากกว่าแฟนเกิซ” เคลวินน์บอก “รู้มากหลายภาษา เพียงแต่ไม่ได้ใช้กับใคร”

“ฉันมีคู่ที่เก่งถึงขนาดนี้เลยเหรอ”

เจ้ายักษ์ตัวใหญ่ยิ้มพอใจกับคำชม “เจ้ารู้นานแล้ว มนุษย์น้อยของข้า”

บ้า...ยักษ์บ้าที่เอาแต่คุกคามเขา ขยันทำให้แวนกัสเขินอายนักเชียว

ความว่องไวของเคลวินน์ทำให้แวนกัสไปถึงกระท่อมของตัวเองในอีกไม่กี่นาทีต่อมา แต่เพราะอ้อยอิ่งไม่อยากห่างจากกัน ทำให้เชนมาถึงก่อนแล้วพักหนึ่ง ร่างของมนุษย์ถูกวางไว้ที่โขดหินริมฝั่งธาร ให้แวนกัสเดินข้ามไปเองด้วยกลัวว่าจะเป็นพิรุธ วินาทีที่ต้องผละจากกัน ชายหนุ่มก็เหมือนตัวเองกำลังอกหัก แต่ภายในใจก็ยังคงมีดอกไม้เบ่งบานเพราะความรัก ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรเช่นกัน

“ขอบใจที่มาส่ง” แวนกัสจิ้มจมูกใหญ่

“ข้าจะกลับมา เมื่อเจ้าเรียก”

“อื้อ” แวนกัสยิ้มพลางพยักหน้า มองเจ้ายักษ์ใหญ่หมุนตัววิ่งเข้าไปในป่าจนหายลับไป ใบหน้าที่กำลังยิ้มปรากฏความเศร้าขึ้นมาเมื่อต้องจากกันแล้ว “เคลวินน์!”

คนรอรู้สึกหงอยเหงา เขี่ยเท้ากับพื้นดิน ไม่นานเจ้ายักษ์ใหญ่ก็วิ่งกลับมาหยุดตรงหน้า “บาดเจ็บตรงไหน”

“คือฉันจะบอกว่า คืนนี้มาหาฉันด้วยนะ”

“ข้าตั้งใจจะมา อยู่แล้ว” มันตอบ

“แล้ว...” คนกล่าวลากเสียง แก้ขัดเขิน “คืนต่อ ๆ ไป”

“ข้าก็จะมา ข้าจะมาดังเดิมไม่เปลี่ยนแปลง”

“สัญญานะ”

“สัญญาด้วยชีวิต” มันก้มลงมาแนบหน้าผาก เวลาจากกันก็เวียนมาถึงอีกครั้ง แล้วเจ้าอสูรก็วิ่งกลับเข้าไปในป่าท่ามกลางรอยยิ้มของคนที่ชื่นใจขึ้นมา แต่เมื่อตรงหน้าไม่มีเจ้ายักษ์ที่นอนกอดทั้งคืน ไม่มีกลิ่นสาบของเพศผู้ที่เคยดอมดม แวนกัสรู้สึกโหวง อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากเรียก “เคลวินน์!”

“อะไร” มันมาไวกว่าที่คิด หรือไม่ก็แอบดูเขาอยู่ไม่ไกลแถวนี้เพราะรู้ทัน

“เปล่า ฉันแค่ลองเรียกดู” ชายหนุ่มยิ้มขึ้น

“แฟนเกิซ เพื่อนมนุษย์ของเจ้ารออยู่”

“ใช่สิ นายได้ฉันแล้วนี่” ชายหนุ่มกอดอก “นายถึงไม่ได้อยากอยู่ใกล้ฉันแล้ว”

“ข้าจะทำอย่างไร มนุษย์น้อยของข้าถึงจะพอใจ” ไม่รู้เพราะอะไร เจ้ายักษ์ตรงหน้าถึงดูมีสติสัมปชัญญะและมีความเป็นผู้นำขึ้นมาอย่างนี้ ให้อารมณ์ความรู้สึกของเพศผู้ที่อยู่เหนือเพศผู้ขึ้นมาอีกที หรือตั้งแต่เขาตกเป็นเมียของมันแล้วกันหนอ แวนกัสคิดแล้วมองใบหน้ารูปหล่อน่าหวงแหนของอีกฝ่าย ก่อนจะยกยิ้มขึ้นมา “ก็ฉันไม่อยากห่างนายนี่นา”

“ข้าก็เช่นกัน...”

ความห่วงหาของแวนกัสนั้นเป็นสิ่งที่ยักษ์ตัวใหญ่ฝันถึงมาโดยตลอด รอยยิ้มมันผุดขึ้นจนเห็นเขี้ยวทั้งสองข้าง ยามเดินตามหลังคู่ครองของมันตรงไปยังกระท่อม น่าขันตรงตลอดการเดินทางนั้นสายตาคู่สวยเทียวแต่หันมามอง ตรวจดูอย่างสม่ำเสมอว่ามันยังคงตามอยู่หรือไม่ อย่างไม่ไว้วางใจที่จะต้องถูกทอดทิ้ง แต่เป็นความไม่ไว้วางใจที่มันรู้สึกเอ็นดูที่สุด

มนุษย์ของมันน่ารักตัวน้อย แถมยังขี้เหงา เรียกร้องขอความรักเก่งนัก

“เฮ้ นายหายไปไหนมา ฉันร้องเรียกตั้งนาน” เชนถามผู้ที่เดินออกมาจากป่าด้วยสีหน้าไม่แสดงออกอันใด แวนกัสทำเป็นกระแอมเอาพลังสู่ลำคอ แต่ถึงอย่างนั้นเสียงก็ฟังดูแหบอยู่ดี

“ฉันออกไปเดินเล่นมา อากาศตอนเช้าในป่าสดชื่นดี” ไม่น่าร้องดังขนาดนั้นเลย เจ็บคอไปหมดแล้ว

“งั้นเหรอ”

“อือ” เจ้าบ้านบอกพลางเปิดประตูให้เพื่อนเข้าสู่ด้านในพร้อมกับตัวเอง

“แต่หน้านายดูเหมือนเพิ่งจะตื่น ทรงผมด้วย”

“ฉันไปเผลองีบหลับที่น้ำตกน่ะสิ อากาศตอนเช้ามันพอดีจนง่วง”

คนฟังตาถลน “หา!” ย้อนเสียงดัง “นายไปเผลอหลับไปในป่าได้ยังไงกัส”

“ทำไมจะไม่ได้ นี่มันแถวบ้านฉันนะ ไม่มีอะไรต้องกลัว” คนบอกเดินไปเปิดตู้เย็นหาอะไรหยิบเข้าปากเพราะสายแล้ว ในขณะที่ผู้เป็นเพื่อนสนิทยังคงมองตามด้วยสายตาไม่เข้าใจความคิด เชนเดินมาหยุดอยู่ด้านหลัง แปลกใจที่เห็นบริเวณลำคอของแวนกัสมีร่องรอยแปลก ๆ เหมือนรอยจูบ ซึ่งแวนกัสไม่น่าจะได้มีเวลานอนหรือมีเซ็กส์กับใครที่ไหนนัก “เฮ้ ที่คอของนายมีรอย”

แวนกัสผละของที่ถือจนหล่น รีบหันมาหา “รอย รอยอะไรนะ”

“ที่คอ ตรงนั้น” เชนชี้

“คงโดนแมลงต่อยตอนหลับแน่ ฉันหลับลึกไม่รู้เรื่องเลย ขอไปล้างหน้าล้างตาก่อนนะ”

“อย่าลืมทายาด้วยล่ะ”

“อืม ขอบใจเพื่อน”

“นายรู้ข่าวนี่รึเปล่า” เชนถามพลางเดินตามไปยังห้องนอน ทรุดนั่งลงบนเตียงของเพื่อนที่กำลังง่วนอยู่กับการหยิบผ้าเช็ดตัวเตรียมอาบน้ำ “เมื่อวันก่อน มีข่าวคนโดนลักพาตัวมาที่ป่าแถวนี้เพื่อเรียกค่าไถ่ เพิ่งเจอเป็นศพไปเมื่อวันก่อน พ่อแม่ของนายรู้ข่าวก็เลยใช้ฉันให้แวะมาดูว่านายโอเคมั้ย”

“อ๋อ ได้ยินมาบ้าง” แวนกัสหลบตา

“แถวนี้ถึงมันจะสงบก็จริง แต่มันก็ห่างไกลความเจริญ เป็นพื้นที่ที่เกิดอาชญากรรมได้ง่าย”

“อือ ฉันเข้าใจ”

“นายอยู่คนเดียวไม่กลัวใช่มั้ย”

อันที่จริงเขาไม่ได้ตามข่าวข้างนอกมาสักพักแล้ว ตั้งแต่รู้จักกับเคลวินน์ ทุกวันชายหนุ่มเอาแต่พูดคุย เที่ยวเล่นกับเจ้ายักษ์ตัวใหญ่จนลืมไปว่าตัวเองเป็นคน รวมถึงเขาไม่กลัวอันตรายอันใดอีกต่อไปแล้ว เพราะมีคู่ครองที่สามารถปกป้องชายหนุ่มจากเสือดำตัวใหญ่ได้ด้วยเพียงแค่ส่งเสียงคำราม “ฉันแค่ได้ยินข่าว แต่ฉันไม่ได้สนใจอะไร ที่นี่ฉันอยู่ได้แบบสบายเลยเพื่อน”

“นายควรระวังตัวนะรู้มั้ย”

“ฉันรู้เชน นายกับพ่อแม่ห่วงฉัน จะระวังให้มากโอเคมั้ย”

“นายอยู่ที่นี่ก็หลายเดือนแล้ว ไม่รู้สึกเหงาบ้างเลยรึไง”

คนฟังยกยิ้ม ส่ายหน้าเป็นคำตอบ “ไม่เลย ฉันมีความสุข แล้วก็สนุกมาก”

คำตอบของมนุษย์น้อยที่บอกกล่าวสหายด้วยรอยยิ้มหวาน ทำเอาหัวใจของเจ้ายักษ์ใหญ่ที่ยืนอยู่ริมหน้าต่างฟังอยู่ตลอดเต้นไหวขึ้นมา ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนผละไปมองเพียงเสียววินาที แล้วก็หมุนตัวเดินเข้าไปในห้องน้ำทำธุระส่วนตัว เพียงไม่กี่วินาทีที่แวนกัสเข้าห้องน้ำ ลมก็พัดผ่านหน้าต่างเข้ามาหวิวไหว เชนรู้สึกขนลุกจนต้องลูบแขนให้คลายลง

อยู่กับแวนกัสแล้วต้องรู้สึกอย่างนี้ทุกที เขาไม่โอเคเลย

การกลับมาเยี่ยมแวนกัสคราวนี้เชนสัมผัสได้ว่าเพื่อนรักสดใสขึ้นราวเป็นคนละคน ไม่น่าเชื่อว่าการใช้ชีวิตอยู่ในป่าเพียงคนเดียวจะเปลี่ยนแวนกัสได้มากมายขนาดนี้ ชายหนุ่มลอบสังเกตเพื่อนรักที่นั่งมองออกไปยังหน้าต่าง บนใบหน้าที่สดใสนั้นแต้มไปด้วยรอยยิ้มอยู่ตลอด หรือสติของเพื่อนรักจะฟั่นเฟือนไปแล้ว

“เฮ้ นายนั่งยิ้มให้หน้าต่างพักใหญ่แล้วนะเพื่อน โอเคมั้ย”

“หา” แวนกัสผละมามอง “โอ้ โอเคเลย นายมีอะไรสงสัยเหรอ”

“ไม่ นายแปลกนะแวนกัส อยากออกไปหาหมอหน่อยมั้ย”

“ฮะ!” เจ้าของบ้านมุ่นคิ้ว “หาหมอทำไม”

“ก็นายร่าเริงผิดปกตินี่นา”

“เชน นายกังวลเรื่องของฉันมากเกินไปแล้วพวก มัวแต่หมกมุ่นเรื่องของฉัน นายไม่มีแฟนเลยรึไง” แวนกัสหันมาสบตาในขณะที่ถาม สีหน้าแสดงออกว่านึกตลกกับการเอาใจใส่เกินไปของเพื่อน คนฟังยักไหล่ “ฉันมาอยู่กับนายวันที่สองแล้วเพื่อน นายเพิ่งจะสนใจถามสารทุกข์สุกดิบฉันตอนนี้ ดูเหมือนนายจะอยู่กับตัวเองมากเกินไป ฉันชักไม่โอเคกับนายตอนนี้ซะแล้ว”

“เชน...” แวนกัสส่ายหน้า ละรอยยิ้มลงเมื่อเห็นว่าคนฟังไม่สนุกด้วย “นายมีแฟนแล้วเหรอ”

“ฉันมีตั้งแต่เดือนที่แล้วแล้ว ฉันพยายามจะบอกนาย แต่นายไม่สนใจฉัน นายไม่ใช่กัสคนที่ฉันเคยรู้จัก”

“เชน เดี๋ยว...” แวนกัสมองตามเพื่อนที่จู่ ๆ ก็หมุนตัวเดินไปข้างนอก แวนกัสเองก็เพิ่งจะรำลึกได้ว่าตัวเองทำนิสัยแย่กับเพื่อนที่ใส่ใจตัวเองมาโดยตลอดถึงเพียงไหน เชนต้องขับรถกี่ร้อยไมล์มาหาเขาทุกเดือน ไม่เคยปริปากบ่นสักคำเพราะเป็นห่วง แต่ชายหนุ่มกลับตอบรับความรักของเพื่อนด้วยการเมิน ด้วยการเอาแต่อี๋อ๋อกับลมฟ้าอากาศ

“เชน ฉันขอโทษ เฮ้...” แวนกัสกระตุกมือดึงเพื่อนรักอยู่หน้าบ้านให้กลับมา เห็นว่าหน้าของเชนไม่โอเคเอาเสียเลย เห็นดังนั้นแวนกัสก็ยิ่งรู้สึกผิด “ฉันขอโทษที่เมินนายนะเพื่อน ทั้งที่นายแคร์ฉัน ฉันแย่กับนายตั้งกี่ครั้งแต่นายก็ทนกับฉันมาโดยตลอด อย่าโกรธกันเลยนะ”

คนฟังส่ายหน้า “นายมีอะไรทำไมถึงไม่บอกฉัน”

“ฉันเปล่า”

“กัส ฉันรู้จักนายมาตั้งแต่เด็กนะเพื่อน ฉันรู้ว่านี่ไม่ใช่นาย”

“ฉันก่อนหน้านี้มันเป็นแบบไหน”

“นายใส่ใจคนอื่น นายรับฟัง นายกระด้างแค่ภายนอกแต่นายอบอุ่นข้างใน” คำพูดของเชนทำเอาแวนกัสจุกไปพักหนึ่ง ชายหนุ่มก้มหน้าลงพื้น เขาอยากเล่าว่าตัวเองเจออะไรขณะที่อาศัยอยู่ที่นี่ เพียงแต่ว่าเคลวินน์ไม่ยินยอมที่จะให้ความลับถูกเปิดเผย และเขาก็รับปากอีกฝ่ายไปแล้วด้วยว่าจะไม่บอกใคร แต่นั่นก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่เขาจะปฏิบัติตัวแย่กับเพื่อนที่รักตนมากขนาดนี้

ร่างโปร่งขยับไปสวมกอดเพื่อน “เชน ฉันยังคงเป็นแบบนั้น ฉันรู้ว่านายห่วงฉันมากจนรู้สึกโกรธ แต่ฉันไม่ได้เป็นอะไรจริง ๆ นะ ฉันก็แค่มีความสุขกับการใช้ชีวิตของฉันเท่านั้นเอง เข้าใจฉันเถอะ”

“งั้นนายก็ใช้ชีวิตของนายไปเถอะ”

“ไม่นะเพื่อน ฉันแคร์นาย อย่าโกรธกันเลยขอร้อง”

คนที่ถูกกอดพ่นลมหายใจ ยกมือสวมกอดคืนอย่างเสียไม่ได้ “ให้ตายสิ นายจะแคร์อะไรกับคนที่คอยเป็นลูกไล่ให้นายมาตลอดอย่างฉันห๊ะ ที่ฉันมาก็แค่เพราะพ่อแม่นายจ้างมา ไม่ใช่ว่าฉันห่วงอะไรนายนักหนาหรอก!”

“เอาเลย พูดแรง ๆ กับฉันอีก”

“ไอ้เพื่อนโง่” สิ้นคำต่อว่าของเชนแล้ว เจ้าตัวใหญ่คิดคำด่าแวนกัสไม่ออกและไม่ได้เป็นฝ่ายผลักไส ปล่อยให้ความเงียบดำเนินต่อไปราวกับรู้ดีว่าเพื่อนสำนึกผิดจริงอย่างที่พูด ไม่อย่างนั้นคงจะหัวเสียเถียงกันเหมือนทุกครั้งที่ทะเลาะ

“ด่าฉันเสร็จแล้ว ก็ช่วยเล่าให้ฉันฟังด้วยว่าเธอเป็นใครมาจากไหน แล้วงานที่นายไปสัมภาษณ์คราวที่แล้วผ่านรึเปล่า”

แวนกัสลืมแยกแยะไปเสียสนิทจนเกือบเสียเพื่อนที่ดีไปแล้ว ขณะที่ยังสวมกอดเพื่อนรัก แม้จะเห็นว่าเจ้ายักษ์ตัวใหญ่กำลังโมโหฟึดฟัดถึงเพียงไหน แวนกัสก็ยังคงตัดสินใจบอกให้อีกฝ่ายกลับไปที่รัง เขาจะอยู่กับเพื่อน อยู่กับสังคมของมนุษย์อย่างไม่ลืมว่าตัวเองเป็นใครมาก่อน แม้ว่าตอนนี้ เขาจะมีฐานะของคู่ยักษ์พ่วงเพิ่มอีกตำแหน่ง

เชนเล่าให้เขาฟังว่า ตนได้พบรักกับสาวเชื้อสายญี่ปุ่นคนหนึ่งในที่ทำงานใหม่ที่สัมภาษณ์ผ่าน ให้ชายหนุ่มรำลึกได้ว่านอกจากต้องพยายามฟังสำเนียงของยักษ์อายุสองร้อยกว่าปีให้เข้าใจแล้ว เขาก็มีความสุขกับการที่ได้พูดคุยกับคนที่มีความชอบคล้ายเคียงกัน เขากับเชนยังคงพูดคุยกันจนดึกดื่นอย่างออกรส จนกระเพื่อนหลับไปแล้วเวลากลางดึก ชายหนุ่มก็พยายามลุกออกจาเตียงให้เบาที่สุด ชะโงกออกไปนอกหน้าต่างกล่าวเรียก

“เคลวินน์ นายได้ยินฉันมั้ย”

เขารู้ว่ามันผิด ที่จะแอบนัดเจอกับคนรักยามดึกดื่น แต่ตลอดทั้งวันแวนกัสไม่ได้รับการกอดหอมอย่างทนุถนอมจากเจ้ายักษ์ตัวใหญ่เลยสักครั้ง ชายหนุ่มพ่นลมหายใจอย่างนึกเสียดาย ดูเหมือนเจ้าอสูรตัวใหญ่จะหลับไปแล้ว

แต่ไม่นาน ร่างสูงใหญ่ก็โผล่พ้นพุ่มไม้มาหยุดที่หน้าต่าง เคลวินน์ทำหน้าน้อยใจใส่ชายหนุ่มราวกับต้องการให้รู้ว่าตอนนี้ยังคงงอน ที่เขากอดกับชายอื่น “เรียกข้า มีธุระอะไร”

“ตอนนี้ต้องมีธุระแล้วเหรอถึงจะเรียกนายได้”

“นึกว่าแฟนเกิซหลับไปแล้ว”

“นายสัญญากับฉันว่าถ้าฉันเรียก นายจะรีบมาให้เร็วที่สุด นายผิดสัญญา” แวนกัสกอดอกทำเป็นโกรธคืนบ้าง ซึ่งดูเหมือนเจ้ายักษ์ตัวใหญ่จะยิ่งงอนที่เขาไม่ง้อ มันใช้ลมหายใจเสียงดังฮึ่มฮั่ม “แฟนเกิซ สัมผัสกายผู้อื่น”

“ก็ได้ ถ้าฉันมีมลทินเพราะถูกเนื้อต้องตัวกับใคร เรามายกเลิกการจับคู่อ๊ะ...” คนกล่าวตาเหลือกถลน เกือบร้องออกไปเสียงดังด้วยความตกใจ ทันทีที่เขาพูดเช่นนั่นเจ้ายักษ์ก็คว้าดึงแวนกัสอุ้มออกจากหน้าต่าง วิ่งพาเข้ามาในป่าอย่างไม่บอกกล่าว ท่ามกลางความมืดมิดยามราตรี “เคลวินน์ เคลวินน์!”

“ข้าไม่ยกเลิก”

เขาก็แค่พูดเล่นเท่านั้นเอง “นี่มันกลางคืนนะ พาฉันออกมาทำไม”

“ข้าไม่ยกเลิก แฟนเกิซคือคู่ของข้า”

“รู้แล้ว ฉันไม่ได้พูดจริง ๆ ซักหน่อย” จริงจังไปได้ ยิ่งเห็นก็ยิ่งน่าแกล้ง

แวนกัสเกาะคอของอีกฝ่ายแน่นอย่างนึกตกใจ ไม่คิดว่าเคลวินน์วิ่งเร็วถึงเพียงนี้ มันผ่านต้นไม้ใบหญ้าว่องไวนัก ไม่นานก็หยุดที่น้ำตกเสียงดังหน้ารังของเคลวินน์ แต่ที่แปลกไปก็คงเป็นเพราะชายหนุ่มได้มาดูด้านนอกตอนกลางคืนเป็นครั้งแรก แวนกัสอ้าปากหวอยามถูกวางให้ยืนบนโขดหิน แสงวาววับของน้ำตกสะท้อนแสงจันทร์ แล้วเหตุใด มันถึงเรืองแสงเป็นสีมรกตน่าหลงใหลเช่นนี้กัน


ออฟไลน์ noonaaRP

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 262
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
    • fanpage Noonaa
เคลวินน์มีสระว่ายน้ำส่วนตัวที่สวยกว่ามหาเศรษฐีทุกคนบนโลกใบนี้ แวนกัสคิดแล้วก้มลงใช้เท้าหย่อนลงในน้ำ เพราะฤดูร้อนทำให้น้ำอุ่นจนรู้สึกสบาย ไหนจะมีแสงของหิ่งห้อยหลายร้อยตัวบินออกมาต้อนรับชายหนุ่มอีก “นายอยู่ในที่แบบนี้มาตลอดสองร้อยกว่าปีเหรอ ไม่แย่เลยนะ”

“หิ่งห้อยจะมีนาน ๆ ครั้ง” ยักษ์ข้างกายบอก “แฟนเกิซโชคดีที่ได้เห็น”

“ลางบอกเหตุที่ดี คงบอกว่าต่อไปนี้ฉันจะมีความสุขกับนายตลอดไปสินะ ฮิฮิ”

“เจ้าจะมีความสุขกับข้า” เคลวินน์โน้มตัวใหญ่ลงมาใกล้ ให้ได้สัมผัสถึงความอุ่นร้อนของลมหายใจ ราวกับรู้ว่าตัวเองจะถูกทำอะไร และด้วยบรรยากาศที่เอื้ออำนวยทำให้แวนกัสอดไม่ได้ที่จะยืดคอไปหา แล้วพริ้มตารับจูบของเคลวินน์ในความเงียบ

แสงของพระจันทร์ทำให้ทุกอย่างสว่างขึ้นมา แต่ใบหน้าของยักษ์รูปหล่อที่ผละออกจากกันยามจูบแล้ว แวนกัสรู้สึกเหมือนมันส่องสว่างไสวกว่าดวงจันทร์เสียอีก สงสัยเพราะอานุภาพความรักที่เขามีต่ออีกฝ่ายแน่ ๆ ชายหนุ่มยกยิ้ม ยามนิ้วหัวแม่มือใหญ่ลากไล้ริมฝีปากเขาอย่างอ่อนโยนหลงใหล “รสชาติของปากเจ้า หอมหวาน”

“นายจูบฉันแบบนี้ เลิกกินแมงมุมแล้วเหรอ” ชายหนุ่มมองที่ริมฝีปากของยักษ์ตรงหน้าราวกับติดใจไม่ต่างกัน รสชาติของจูบจากยักษ์แปลกที่ตรงมีเขี้ยวให้ได้สัมผัสกดทับริมฝีปาก ยามบดเบียดดูดดุนมันสร้างอารมณ์ได้ดีนัก

เจ้ายักษ์หัวเราะ “ข้าทำความสะอาด แฟนเกิซไม่รังเกียจข้า”

“ฉันไม่อยากห้ามนายกินของที่นายชอบ”

“ข้าไม่ชอบสิ่งที่แฟนเกิซไม่ชอบ”

“รักฉันขนาดนั้นเลยเหรอ” แวนกัสกุมจับมือใหญ่ แกว่งไกวขาของตัวเองในน้ำที่เรืองแสงจากด้านใต้ เป็นสีมรกตสวย เจ้ายักษ์พยักหน้ายามสบตายอมรับ แสงของแผ่นน้ำ สาดมาให้เห็นโครงหน้ารูปงามที่แวนกัสหลงใหลให้ดูดีขึ้นหลายเท่านั้น เห็นแล้วชายหนุ่มก็ยกยิ้มอย่างนึกสนุกขึ้นมา กุลีกุจอลุกขึ้นปลดกระดุมเสื้อนอนของตัวเองออกตั้งใจจะว่ายน้ำ

ครั้นเสื้อตัวบางร่วงลงกองบนพื้น เจ้ายักษ์ก็ใจเต้น

“แฟนเกิซร่างกายอ่อนแอ” มันลุกขึ้นยืน มองมนุษย์น้อยยักไหล่หลังถอดกางเกงจนเหลือร่างเปลือยเปล่า ยามที่แวนกัสไร้อาภรณ์ปกปิดทำเอายักษ์ตัวใหญ่เลือดลมวิ่งพล่าน มันกลืนน้ำลายรู้สึกหิว มองตามเรือนร่างขาวสะอ้านค่อย ๆ เดินลงน้ำไปจนลึกถึงคอ แต่แม้ร่างจะจมลงไปแล้ว ความใสทำให้มันก็ยังเห็นความเปลือยเปล่าของอีกฝ่ายอยู่ดี

ช่างชั่วยวนชวนให้กำหนัดดีแท้ มนุษย์น้อย

“เคลวินน์” เจ้ายักษ์มองคู่ครองที่เพิ่งจะได้ลิ้มลองไปเพียงครั้งเดียวร้องเรียก อีกฝ่ายมองตาเขาในความสลัวยามค่ำคืน ก่อนจะอ้าแขนเรียกให้มันถอดผ้าผ่อนตามลงไป “เล่นน้ำกัน”

หรือแวนกัสตั้งใจเชิญชวนมันอีกครั้งกันหนอ เจ้ายักษ์ครุ่นคิดแล้วปลดกางเกงอย่างไม่ต้องคิดให้เสียเวลา “รอข้าครู่เดียวแฟนเกิซ ข้ากำลังไป”

ไม่นาน เจ้ายักษ์ตัวใหญ่ก็ลงตามไปหาในนั้น มนุษย์ลอยตุบป่องด้วยรอยยิ้มหวานพิฆาตอารมณ์มันนัก เอื้อมมือน้อยเกาะตัวให้มันช่วยพยุงพากันไปลอยคอบริเวณกลางบ่อ ทั้งที่เคยเล่นน้ำด้วยกันมาคลายครั้งหลายครา แต่เจ้ายักษ์กลับทำตัวไม่ถูกเอาเสียเลย ฝ่ายมนุษย์จับได้ก็ยิ้มร่าอย่างนึกขัน “นายเกร็งขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ข้าไม่คุ้นที่เจ้าไม่สวมอันใดต่อหน้าข้า”

“ทำไม” แวนกัสหรี่ตาล้อ “นายเกิดอารมณ์งั้นสิ ยักษ์ทะลึ่ง”

“เป็นเรื่องยากที่จะต้องอดกลั้น เพราะรู้ว่าเมื่อคืนมันยอดเยี่ยมเพียงไหน” ยักษ์ร้ายดึงมนุษย์เข้าห้าให้ใกล้กว่าเก่า “ครั้งก่อนข้าได้ทำเพียงแค่น้อยนิด เพราะเกรงว่ามนุษย์ของข้าจะบุบสลาย”

“งั้นเหรอ แย่จัง”

“ไม่อยากให้แฟนเกิซบาดเจ็บเพราะสมสู่กับข้า”

คนฟังก้มหน้า ซุกแก้มร้อนของตัวเองกับอกเจ้ายักษ์อย่างเหนียมอาย

“งั้น...คราวนี้ก็อย่าทำแรงกับฉันนักนะ ตัวฉันเล็ก”

อสูรตัวใหญ่เบิกตากับประโยคที่ได้ยิน ดูเหมือนว่าแวนกัสจะอยากร่วมใช้ช่วงเวลากับมันอย่างคุ่มค่าสมคำบอกกล่าว เจ้ายักษ์พยักหน้าให้คำมั่น โน้มลงไปมอบหวามไหวให้อีกฝ่ายด้วยจูบเบาอ่อน สองมือประคองเอวน้อยที่ลอยตัวบนน้ำเพราะขาไม่ถึงอย่างนึกรักและต้องการมากกว่าจูบ

ตัวใหญ่ประคองอุ้มร่างน้อย ทั้งคู่เปียกโชกไปด้วยหยดใสของน้ำ พากันขึ้นฝั่งในสภาพเปล่าเปลือยกันทั่งคู่ เสียงหยดน้ำเปาะแปะกระทบกับโขดหินอยู่หลายคราจนหายไปแล้ว แล้วคนโดนอุ้มก็หน้าแดงขึ้นมา แปลกใจที่จุดหมายของเคลวินน์ไม่ใช่รังของยักษ์อย่างที่คิดไว้ แต่เป็นทุ่งหญ้าอ่อนแถวนั้น ที่มีขนาดกว้างเหมาะเจาะสำหรับทำกิจกามเสียจนชายหนุ่มนึกกระดาก

“น..นายจะทำตรงนี้เหรอ”

“ไม่ได้หรือ” เจ้ายักษ์ย้อนด้วยคำถาม

“ม..มีแมลงหรือพวกงูรึเปล่า ฉันกลัวโดนกัด”

“ไม่ต้องกลัว พวกมันรู้ว่าข้าอยู่แถวนี้” เจ้ายักษ์โน้มลงวางแวนกัสไว้ที่พื้นหญ้า ความเย็นเยียบทำชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย เกาะกอดคอใหญ่ให้ไม่ยอมห่างหายไปไกล เห็นเคลวินน์ยกยิ้ม สายตาคมสีแดงเพลิงสำรวจมองเขาไร้เสื้อผ้าอย่างพึงพอใจ “เจ้างดงามมาก คู่ของข้า”

คนฟังยกยิ้ม “ฉันดูดีขนาดไหนในสายตานาย”

“กว่าทุกสิ่งบนโลกใบนี้” คำหวานของเคลวินน์เป็นสิ่งที่ทำให้แวนกัสรู้สึกราวกับฝัน ใช่ว่าคนทุกคนจะพูดคำเหล่านี้ออกมาแล้วจะยังน่าฟัง ชายหนุ่มพริ้มตารับความสุขที่อีกฝ่ายมอบให้ สิ่งทำได้คือครวญคราง จิกเท้าไว้กับพื้นหญ้าอย่างไม่อาจบังคับกายตัวเองได้



----------------------------------------

CUT สำหรับคนที่รู้รหัสแล้วให้กด  https://writernoonaa.blogspot.com/2019/10/nc.html

ใครที่ยังไม่รู้รหัสให้ไปหาที่แฟนเพจ แท็กนิยาย #ดอกไม้ป่าที่ริมหน้าต่าง

---------------------------------------



“แฟนเกิซ”

ยักษ์ที่ยังคงเปลือยในบ่อน้ำตกร้องเรียกผ่านเสียงน้ำไหล ขณะที่มองร่างน้อยหยิบเสื้อผ้าชุดนอนขึ้นสวมทับหลังจากล้างเนื้อล้างกันเสร็จแล้ว อยู่บนโขดหิน แวนกัสผละไปส่งยิ้มหวานให้ยักษ์ที่ร้องเรียก “ว่าไง หรือว่า...นายติดใจฉันจนไม่อยากให้กลับ”

“เจ้าพูดถูกมนุษย์น้อยของข้า” เคลวินน์เดินขึ้นมาหยุดอยู่ตรงหน้า ประคองใบหน้าเล็กอย่างเอ็นดู “ข้าลุ่มหลงเจ้า”

“งั้นก็จงลุ่มหลงให้มากกว่านี้ เพี้ยง!” คนตัวน้อยร่ายมนต์ใส่เสียงสดใส

“แต่ข้าคาดหวังที่จะสืบพันธุ์”

คนฟังละสีหน้าลง แล้วรอยยิ้มก็หายไป “แล้วไง นายจะบอกว่าฉันเป็นคู่ครองที่บกพร่องเหรอ ฉันทำหน้าที่เมียให้นายไม่ดีหรือไง เมื่อกี้ฉันก็ทำให้นายมีความสุขน้อยไปเหรอ หรือเพราะฉันด่านายที่ทำท่านั้นนายเลยไม่พอใจ...ต่อไปฉันจะไม่ว่านายอีกแล้วก็ได้”

“ข้าหมายถึงอยากมีลูก”

“ก็นั่นแหละ” แวนกัสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แสดงออกถึงความไม่พอใจ “นายอยากจะไปมีเมียเป็นมนุษย์ที่เป็นผู้หญิงล่ะสิ เพราะฉันไม่สามารถมีลูกให้นายได้ ให้ตายสิ...” คนกล่าวกอดอกเสียงดังขึ้นเพราะความอารมณ์เสีย ทั้งที่ก่อนหน้านั้นยังมีความสุขอยู่ด้วยกันอย่างถึงอกถึงใจแท้ ๆ แต่มาพูดเรื่องลูกอะไรไร้สาระอยู่ได้

“ข้า...”

“งั้นถือว่าเรื่องของเราเป็นโมฆะก็แล้วกัน เรายกเลิกเรื่องจับคู่ นายจะไปมีเมียคนใหม่ที่ไหนก็ไป”

“แฟนเกิซ” เจ้ายักษ์เหมือนจะมีอารมณ์น้อยใจ แต่แล้วก็ฉุกคิดได้ขึ้นมาว่าที่มนุษย์กำลังอารมณ์เสียและเสียงดังใส่เป็นเพราะอะไร มันเดินตรงไปหา สวมกอดร่างนุ่มนิ่มไว้ในอก เมื่อเห็นมันกระทำเช่นนี้ มนุษย์ตัวน้อยของมันที่กำลังพยายามเข็มแข็งที่สุดนั้น ก็อ่อนไหวขึ้นมาอีกครั้ง น้ำตาหล่นแหมะราวกับฝนสั่งได้ของมันในระหว่างที่ถูกกอด

“ฉันไม่ได้เสียใจหรอก นายจะไปหาใครก็เชิญ”

“แฟนเกิซ ได้โปรดฟังข้าก่อน” มันจับคนกอดผละออกมาสบตา ประคองไว้อย่างหวงแหน “ข้าไม่เคยคิดมองมนุษย์ผู้อื่น ข้ารักเจ้ากว่าชีวิตของข้า เหตุใดข้าต้องไปจับคู่กับผู้อื่น ทั้งที่คู่ของข้างดงามกว่าอะไรทั้งโลก”

“แต่นายก็รู้ว่าฉันเป็นผู้ชาย ฉันให้อย่างที่นายหวังไม่ได้”

“ข้ารู้” เคลวินน์จูบเรือนผมคนเศร้า “ข้าขอโทษที่ไม่ได้พูดให้เข้าใจ ข้าหมายถึงต้องการมีลูกกับมนุษย์น้อยของข้าเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงมนุษย์ที่ไหนอีก”

“ฉันเองก็ไม่ได้อยากให้นายหมายถึงใครที่ไหน นายเป็นของฉัน”

“ข้าเป็นของเจ้าผู้เดียว แฟนเกิซ ชีวิตของข้าเป็นของเจ้า” เคลวินน์ยังคงยืนยันคำเดิม ฝังริมฝีปากไว้ที่หน้าผากมนุษย์ตัวน้อยที่กำลังหวาดกลัวให้วางใจ แวนกัสถูกอุ้มให้นั่งตัก ปลอบประโลมกอดหอมเอาใจ พร่ำบอกว่าหัวใจของเคลวินน์เป็นเพียงของมนุษย์ผู้นี้เท่านั้น

สองมือต่างขนาดกุมจับกันด้วยความหวงแหน ความเศร้าเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มได้เพียงแค่ไม่กี่ประโยค แม้ในความมืดของค่ำคืนไม่ได้ทำให้แวนกัสรู้สึกหวาดกลัวได้อีก ยามถูกอุ้มพาเดินกันไปทั่วทั้งป่า พูดคุย จีบกันด้วยคำพูดหวานจนพอใจ ก่อนเคลวินน์จะพาชายหนุ่มกลับมายังที่พัก แวนกัสพยายามอย่างที่สุดที่จะไม่ให้คนหลับรู้สึกตัวตื่นในความมืด ยามที่เขาสอดแทรกตัวเข้าไปในผ้าห่มเดียวกันกับเชนที่กำลังหลับ

ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี พร้อมความรักของเขาที่เบ่งบานส่งกลิ่นหอมราวเกสรดอกไม้

ระหว่างที่เชนยังอยู่ การลักลอบพบกันยามค่ำคืนด้วยความคิดถึงของทั้งคู่เกิดขึ้นอยู่ทุกวัน ยิ่งตอกย้ำภายในหัวใจว่าความรู้สึกของสองชีวิตต่างสายพันธุ์แน่นแฟ้นต่อกันมากเพียงไหน แวนกัสรู้สึกว่าตัวเองโหยหา อยากได้รับไออุ่นจากยักษ์ตัวใหญ่ คุ้นชินกับกลิ่นสาบสางความเป็นตัวผู้ของอีกฝ่ายราวกับเป็นสารเสพติดเข้าให้แล้ว

เคลวินน์ไม่ต่างกันนักชายหนุ่มรู้ พบเจอกันบ่อยเข้า แวนกัสไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายเชิญชวนเจ้าอสูรอีกต่อไปแล้ว กลับกันเป็นฝ่ายชายหนุ่มเสียอีกที่ต้องห้ามปรามให้มันอยู่ในขอบเขตบ้าง เคลวินน์พยายามจะจับคู่กับเขาแทบจะตลอดเวลา ทุกที่ในป่า เป็นยักษ์หนุ่มกลัดมันที่หมกมุ่นกับร่างกายมนุษย์ผู้เป็นคู่ครองของมันอย่างไม่เคยหน่าย และนั่น ก็ทำให้แวนกัสรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกเติมเต็ม

เชนกลับไปแล้ว วินาทีที่เพื่อนรักกลับไป แวนกัสตัดสินใจเรียกให้เคลวินน์มาหา เขาขนข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นของมนุษย์ออกมาวางกองไว้ ส่วนมากจะเป็นของที่เก่าแล้ว และเขาสามารถเอาไปใช้เป็นของสำรองเมื่ออาศัยอยู่ในรังของเคลวินน์ได้ “แฟนเกิซ ของมากมายนี่”

มันก้มลงมองฟูกนอน โต๊ะน้อยสำหรับวางของจิปาถะ กล่องจานชามและถุงผ้าผ่อนส่วนหนึ่งที่ชายหนุ่มวางไว้ให้อย่างงุนงงไม่เข้าใจ

“ขนไปที่รังนายสิ”

“ขนไปที่รังข้า” ยักษ์เอียงคอไม่เข้าใจ ครุ่นคิดแล้วฉีกยิ้มกว้าง “เจ้าจะไปอยู่ในรังกับข้า!”

“แต่รังของนายทำให้เมียนายไม่สบายตัวซะเลย เลยต้องใช้ของพวกนี้ด้วย”

“เมียข้า” เคลวินน์ย้อนสีหน้าลิงโลด ไม่รู้จะดีใจกับคำไหนดีระหว่างที่แวนกัสตัดสินใจตามมาอยู่ที่รังด้วย หรือยามที่อีกฝ่ายแทนตัวเองด้วยคำว่าเมีย มันเดินตรงมาหา กกกอดแวนกัสย้ำกับสิ่งที่ได้ฟัง “เมียของข้า”

คนฟังยกยิ้ม ยังไม่ยักชิน “ในที่สุดนายก็หลอกล่อให้ฉันตกเป็นของนายจนได้”

“ข้าไม่ได้...” มันเถียง แล้วยกอุ้ม “เจ้าต่างหาก ที่หลอกล่อ”

“ใช่ซะที่ไหน ฉันไม่เห็นรู้เรื่อง”

“หรือข้าคิดไปเอง เพราะเรือนร่างของเจ้าเชิญชวนข้าจนทนไม่ไหว” เจ้ายักษ์งุดมองคนในอก คนฟังทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ราวกับไม่เข้าใจในสิ่งที่ยักษ์พูด ทั้งที่ตัวเองเข้าใจไปหมดเสียตั้งแต่ครั้งแรกที่ถูกเจ้ายักษ์ถามแล้ว ชายหนุ่มซุกแก้มกับบ่าใหญ่ ทำทีเป็นเปลี่ยนเรื่องไป “นายเคยขอให้ฉันไปอยู่กับนาย แต่ฉันเป็นคนที่รักสบาย เพราะงั้นนายจะดูแลฉันได้มั้ยนะ”

“ข้าดูแลได้”

“สัญญาแล้วนะ”

“ไปอยู่ร่วมชีวิตกับข้า เป็นคู่ของข้าตลอดไป” เจ้ายักษ์ใช้คำพูดหวานจีบเขาอีกแล้ว แวนกัสยกยิ้มยามได้ฟัง แก้ขัดเขินด้วยการพยักหน้าตอบกลับไปเท่านั้นอย่างเป็นสุข

แต่ถึงจะพูดเช่นนั้น ทั้งสองก็ได้อยู่กันเพียงเป็นพักเท่านั้น แวนกัสของต้องกลับมาที่กระท่อมทำความสะอาดอยู่บ้างสองสามวันครั้งหนึ่ง เกรงว่าผู้คนจะสงสัยว่าเขาหายไปไหน ไหนจะเชนที่เทียวเดินทางมาเยี่ยมเขาเพราะพ่อแม่ของแวนกัสคอยกำชับให้แวะมาอีกด้วย

กี่เดือนไม่รู้ที่ไป ๆ มา ๆ ระหว่างบ้านกับรังของอสูรผู้ที่พ่วงตำแหน่งคนรัก แต่แวนกัสกลับไม่รู้สึกเหนื่อยเลย

เขาเคยชินกับการเดินถอดผ้าผ่อนในรังยามกลางวัน ลงเล่นน้ำ วิ่งไล่จับกัน ความรักของทั้งคู่งอกงามจนไม่รู้ตัวสักนิดเลยว่าดอกไม้ที่เบ่งบานแสนสวย บริเวณเกสรตัวเมียของตนนั้นผสมติดแล้ว มีบางอย่างกำลังเจริญพันธุ์อยู่ในท้องของชายหนุ่มทีละเล็กน้อยอย่างไม่ผิดสังเกตอันใด ทั้งสองยังคงพอใจกับการสมสู่นับครั้งไม่ถ้วนด้วยความรัก อย่างไม่รู้เรื่องอันใดเลยสักนิดเดียว

จนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง แวนกัสตื่นขึ้นมาด้วยอาการวิงเวียนเสียยกใหญ่

เจ้าเมล็ดพันธุ์น้อย ๆ เหล่านั้น กำลังจะบอกอะไรบางอย่างให้ชายหนุ่มรับรู้เข้าแล้ว

ทั้งคู่ กำลังจะเป็นพ่อแม่ของเจ้าลูกครึ่งยักษ์ตัวน้อย...





-----------------------------------------------------

กรี๊ดดดด เป็นตอนที่เขียนแล้วมีความสุขมาก ไม่รู้ทำไม ชอบความรักและความอิสระของคู่นี้มากเลยแง้ อยากใช้เวลาด้วยกันทุกวินาที แต่แล้วโชคชะตาก็ทำให้ต้องเสียเวลาไปตั้งสิบหกปี คนเมียก็รอ คนผัวก็อยากไปแต่ไปไม่ได้ แง...

อ่านแล้วฝากคอมเม้นคนละ 12345678910 คอมเม้นด้วยนะคะ 55555 เอาแบบคนงงว่าเม้นอะไรเยอะแยะ เฟบไม่ขึ้นไม่เป็นไร แบบคนเขียนไม่จริงจัง ขอเม้นอลังการไว้ก่อน // กราบเบญจางคประดิษฐ์ 55555555555


ออฟไลน์ Januarysky

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 511
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
ชอบตอนเคลฟินน์ใช้เวลาอยู่กับเฟนกัซที่ซู๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ถนอมยิ่งกว่าดอกไม้กลีบบอบเบา

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1095
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
 :ruready :ruready บรรยากาศดีจริงๆ ได้กันกลางป่า :hao3:

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7700
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
ติดตามจ้า~

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด