SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : E P I L O G U E (E N D) : 25/12/2019
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : E P I L O G U E (E N D) : 25/12/2019  (อ่าน 25022 ครั้ง)

ออฟไลน์ A_Narciso

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 984
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-2
Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER E L E V E N : 8/11/2019
«ตอบ #90 เมื่อ09-11-2019 22:07:03 »

 :m25:  ฮานะ เริ่ดมากแม่  แค่นี้เจ้าเด้นก็ไปไหนไม่รอดแล้ววว

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4158
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER E L E V E N : 8/11/2019
«ตอบ #91 เมื่อ10-11-2019 20:20:28 »

ฮานะ เธอมันร้าย ปล่อยลูกชั้นออกมานะ #saveพีท  :hao5:

ออฟไลน์ sang som

  • เจ็บจิต!!
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1652
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +108/-6
Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER E L E V E N : 8/11/2019
«ตอบ #92 เมื่อ11-11-2019 17:19:06 »

แซ่บมาก ยอมแล้วแม่!!!

ออฟไลน์ Punmile09

  • '...Cause we were just kids when we fell in love...'
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-4
Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER T W E L V E : 17/11/2019
«ตอบ #93 เมื่อ17-11-2019 16:31:41 »

CHAPTER T W E L E

_________________________________




[/b]


“โอ๊ย!”

“…”

“ฮานะ...อย่ากดแรงสิครับ”

นัยน์ตาสวยก้มลงมองคนที่นั่งร้องโอดโอยอยู่บนโซฟาก่อนที่จะกดสำลีชุบยาลงไปบนบริเวณปากแผลข้างคิ้วและมุมปากที่ปริแตก ดูท่าว่าคงต้องใช้เวลาสักพักเพื่อให้บาดแผลสมานตัว

หลังจากที่เดินทางกลับมาจากภูเก็ตเขาก็ได้รับสายตรงจากคุณแกเรนเรื่องของพีทกับอเล็กซ์ที่ก่อเหตุวิวาทกัน เรื่องนี้ไม่ได้ถูกหยิบมาเป็นประเด็นสำคัญสักเท่าไหร่นักเพราะทางผู้ใหญ่มองว่าทั้งคู่คงขาดสติจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แกเรนเลยไม่นึกติดใจเอาความแต่อย่างใด ทำเพียงแค่ว่ากล่าวตักเตือนทั้งคู่เอาไว้ว่าอย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก

...ถึงจะว่าอย่างนั้นก็เถอะ ลึกๆ แล้วเขาสัมผัสได้ว่าพีทไม่ใช่คนที่ใช้อารมณ์วู่วามมาทำร้ายคนอื่นอย่างแน่นอน

...แต่เพราะคู่กรณีเป็นอเล็กซ์นี่สิ..

แต่สุดท้ายไม่ว่ายังไงคนที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นเจ้านายจะลำเอียงเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้เพราะอย่างนั้นจึงต้องลงโทษให้เท่ากันโดยการหักเปอร์เซ็นต์จากการทำงานครั้งนี้เข้างบกลางของบริษัท

“เจ็บสิดี...จะได้จำ” นัยน์ตาสวยมองดุไปเป็นหนที่สิบของวัน

เมื่อคืนนี้ตอนที่มีอะไรกันเพราะอารมณ์มันพาไปเขาเลยไม่ทันได้สังเกตเห็นว่าพีทมีแผลที่ใบหน้า มันเพิ่งจะมาขึ้นจ้ำช้ำเอาเมื่อตอนสายๆ ที่ผ่านมานี่เอง…หลังจากที่มีอะไรกันเสร็จช่วงบ่ายฮานะก็ลงไปขออุปกรณ์ปฐมพยาบาลจากทางโรงแรมขึ้นมาล้างแผลให้เมื่อเห็นว่าบริเวณแผลที่ปริแตกมันเริ่มมีเลือดซึมออกมา

“..ขอโทษครับ” เด็กหนุ่มมองกลับอย่างสำนึกผิดก่อนจะคว้าเอาหลังมืออีกฝ่ายมาจรดจูบอย่างออดอ้อน

“คราวหลังห้ามทำแบบนี้อีกนะรู้ไหม” ฮานะถอนหายใจออกมาอย่างปลงตกก่อนจะลูบผ่านรอยฟกช้ำบริเวณแก้มแผ่วเบา

“…”

“แล้วพรุ่งนี้ต้องกลับบ้านด้วย...จะตอบแม่ว่ายังไง” เมื่อช่วงเย็นเขาตกลงกับพีทเอาไว้ว่าจะออกเดินทางเช้าหน่อยเพราะกลัวว่ารถจะติด ฮานะเป็นคนเสนอให้ขับรถไปเพราะมีเวลาหยุดยาวติดกันสามวันจึงถือโอกาสนี้เที่ยวพักผ่อนไปในตัวหลังจากที่โหมงานหนักต่อกันมาตั้งแต่ต้นปี ตอนแรกพีทไม่เห็นด้วยเพราะกลัวว่าเขาจะเหนื่อยจากการเดินทางแต่พอยืนยันว่าอยากขับไปเองฝ่ายนั้นก็ไม่คิดจะแย้งพร้อมรับปากว่าจะช่วยขับอีกแรง

“บอกว่า...เดินชนประตูครับ” เด็กหนุ่มคลี่ยิ้มออกมาเมื่อถูกมองค้อนก่อนจะต้องร้องเสียงหลงตอนที่ฮานะกดสำลีลงมาที่ข้างมุมปากอย่างจัง “โอ๊ย- ฮานะ...เบาๆ ครับ”

“เดี๋ยวเถอะ” คนอายุมากกว่าขู่ฟ่อ ก่อนจะแกะมือปลาหมึกที่เกาะหนึบอยู่ช่วงเอวออกแล้วเก็บขวดยาลงกล่องเพื่อนำไปเก็บเข้าที่ชั้น

เข็มนาฬิกาบนหน้าปัดบ่งบอกว่าตอนนี้เป็นเวลาสามทุ่มครึ่งเข้าไปแล้ว หลังจากที่ทานมื้อเย็นไปตอนหัวค่ำพวกเขาก็จัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางในวันพรุ่งนี้เป็นที่เรียบร้อย เรียกได้ว่าตอนนี้ในห้องชุดของฮานะนั้นไม่ได้มีเพียงข้าวของเครื่องใช้ของเขาเพียงคนเดียวอีกต่อไปเพราะตั้งแต่มีใครอีกคนมาค้างด้วยกันบ่อยๆ ห้องที่เคยกว้างและเงียบเหงากลับถูกเติมเต็มจนพอดี

...ความรู้สึกโดดเดี่ยวและอ้างว้างเหมือนอย่างที่ผ่านมานั้นไม่มีอีกแล้ว..

“คิดอะไรอยู่ครับ” สัมผัสนุ่มนวลโอบกอดลงบนเอวพร้อมกับลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดลงมาบนผิวแก้ม ฮานะหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายก่อนจะยกแขนขึ้นโอบรอบลำคอเอาไว้

“กำลังคิดว่า...” แววตาซุกซนประกายเจ้าเล่ห์ออกมา “บนโลกใบนี้ยังมีอัลฟ่าแบบเธออยู่อีกหรือเปล่านะ”

ฮานะยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าเจ้าเด็กตัวโตตีหน้ามึนงงก่อนจะยกมือขึ้นบีบเข้าที่ปลายคางของอีกฝ่ายแล้วพูดเสียงเนิบ “รู้อะไรไหมพีท...ผู้คนที่ฉันเคยรู้จักมาทั้งชีวิต...ไม่มีใครเหมือนเธอ”

ตลอดทั้งชีวิตที่ผ่านมาสังคมต่างทำให้ชนชั้นสูงสุดของห่วงโซ่อาหารนั้นเป็นชนชั้นที่สมบูรณ์แบบและสูงส่งกว่าคนทั่วไปเพียงเพราะมีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและส่วนใหญ่มักเป็นผู้มีอิทธิพลจึงทำให้มีการแบ่งแยกชนชั้นอย่างชัดเจน ถึงแม้ว่าในโลกปัจจุบันจะเริ่มมีการรณรงค์เรื่องสิทธิมนุษยชนความเท่าเทียมแล้วก็ตาม แต่ในความเป็นจริงกลับยากที่จะปฏิเสธได้ว่า

อัลฟ่าคือนาย เบต้าคือบ่าว

...ส่วนโอเมก้า...

แทบจะไม่ได้เห็นการได้รับเกียรติอย่างจริงจังใจจากคนในสังคม...ยิ่งเป็นโอเมก้าที่เกิดมาในครอบครัวที่ไม่ได้เพียบพร้อมด้วยแล้วก็ยิ่งโดนดูถูกเหยียดหยาม

เพราะแบบนี้จึงทำให้ฮานะต้องตะเกียกตะกายและพยายามอย่างหนักเพื่อให้หลุดพ้นจากสถานะด้อยค่า

...ถึงแม้ว่าความเป็นจริงจะศูนย์เปล่า...แต่คนตรงหน้ากลับทำให้เขารู้สึกได้ถึงคุณค่าของตัวเองอีกครั้ง

“เธอดีกับฉันมาก...จนบางทีก็อดที่จะตั้งคำถามกับตัวเองไม่ได้ว่าฉันโชคดีเกินไปหรือเปล่านะ” ฮานะมองลึกเข้าไปในตาคู่นั้น

“…” เด็กหนุ่มก้มมองคนที่อยู่ในอ้อมกอดก่อนความรู้สึกหนักอึ้งจะบีบเคล้นในอกข้างซ้ายเมื่อเห็นแววตาคู่นั้นสั่นไหว...ดอกไม้ที่เคยแตกสลายไร้ที่พักพิงกำลังอ้อนวอนให้ทุกสิ่งไม่ได้เป็นเพียงภาพฝัน

“บางครั้งฉันยังแอบนึกอิจฉาความโชคดีของตัวเองเลยรู้ไหม...ตลกชะมัด” ใบหน้าสวยพยายามกลั้นขำแต่ในจิตใจนั้นวูบโหวง เพราะลึกๆ แล้วยังรู้สึกกลัวว่าความสัมพันธ์ทางกายที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งคู่นั้นจะเป็นเพียงแค่เรื่องฉาบฉวย

…เพราะตั้งแต่ที่พีทได้ก้าวเข้ามาในชีวิต

...เขาก็ไม่เคยคิดอยากให้เรื่องคู่แห่งโชคชะตาเป็นเรื่องไร้สาระแม้แต่วินาทีทีเดียว..

“ฮานะ” เด็กหนุ่มกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นเพื่อย้ำเตือนว่าเขายังอยู่ตรงนี้ไม่ได้ไปไหน “..ทุกอย่างที่ผมทำก็เพื่อคุณ” เสียงทุ้มต่ำพร่ำบอกอย่างมั่นคง

“…”

“ทั้งหมดนั้นไม่ใช่เพราะคุณโชคดี” พีทมองลึกเข้าไปในตาคู่สวยและย้ำให้รู้ว่าคนตรงหน้านั้นมีค่าสำหรับเขามากแค่ไหน “...มันเป็นสิ่งที่คุณสมควรจะได้รับ” ความหมายแฝงเร้นที่เอ่ยบอกทำให้คนตรงหน้าเบิกตามองมาก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นสั่นไหวอย่างรุนแรง ฮานะกำมือที่สั่นเทาเข้ากับชายเสื้อเขาจนยับย่นก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่น...และวินาทีต่อมาเด็กหนุ่มก็ถูกอีกฝ่ายสวมกอดเอาไว้จนตัวเซไปด้านหลังด้วยกันทั้งคู่

...ความอุ่นชื้นที่ค่อยๆ ตีวงกว้างบนแผ่นอกทำให้ได้รู้ว่า...

..ฮานะกำลังร้องไห้...

“ที่ผ่านมา...ทำไมไม่เป็นเธอ...” ฝ่ายนั้นซุกหน้าลงกับอกเขาและพูดเสียงอู้อี้แต่กลับดังชัดในความรู้สึกของคนฟัง “…เรา ฮึก น่าจะเจอกันเร็วกว่านี้” คิดแล้วก็น่าขำ...ถึงจะย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อนพีทก็เป็นแค่เด็กชายอายุสิบสองเท่านั้นเอง

“ไม่เป็นไรครับ” เด็กหนุ่มยิ้มบางเบา กระชับอ้อมกอดแน่นก่อนจะซบหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่มแล้วหลับตาซึมซับช่วงเวลานี้เอาไว้ให้ได้มากที่สุด

เวลาผ่านไปเนิ่นนาน เสียงสะอื้นเริ่มจางหาย จังหวะการหายใจของคนในอ้อมกอดกลับมาเป็นปกติ เจ้าตัวสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากันด้วยตาที่บวมและจมูกขึ้นสีแดงก่ำเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก พีทก้มลงจูบซับบริเวณหน้าผากก่อนจะช้อนตัวอีกฝ่ายขึ้นอุ้มไปวางไว้บนโซฟาเพื่อที่เขาจะได้ไปเอาน้ำมาให้ฮานะได้ดื่มเพราะร้องไห้ติดต่อกันนานคงจะคอแห้ง

ตลอดเวลาที่เคลื่อนไหวจากห้องรับแขกไปครัว จากครัวกลับมาห้องรับแขกฮานะมองตามเขาตลอดเวลาจนความอดทนที่มีพังทลายต้องลงไปนั่งด้วยกันแล้วดึงอีกฝ่ายขึ้นมานั่งตัก ฮานะซบลงบนแผ่นอกกว้างก่อนจะเริ่มเผยเรื่องราวในอดีตออกมา

สิ่งที่พีทอยากรู้มาตลอด...แต่เป็นเขาเองที่พยายามปิดบัง

อดีตของรอยแผลเหวอะหวะที่ตอนนี้เริ่มตกสะเก็ดและจางหายเหลือไว้เพียงแค่แผลเป็นเพื่อย้ำเตือนความทรงจำ

“...อเล็กซ์กับฉัน เราเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยเข้าเรียนมหาลัย”

“…” เพียงแค่ได้ยินชื่อของบุคคลที่สามจากใบหน้าที่เคยอ่อนโยนกลับฉายความเครียดขมึงออกมาอย่างเห็นได้ชัด มือที่กอบกุมกันอยู่เผลอออกแรงกำแน่นจนฮานะต้องยืดตัวขึ้นไปจูบข้างสันกรามเพื่อให้อีกฝ่ายใจเย็นลง

“เขาเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่ฉันสนิทด้วยเพราะในตอนนั้นครอบครัวฉันย้ายกลับไปอยู่ที่ญี่ปุ่นหมดทุกคน มีแค่ฉันเพียงคนเดียวที่ดึงดันจะอยู่ที่นี่ต่อ...ส่วนอเล็กซ์...พ่อกับแม่เขาเพิ่งหย่าร้างกันช่วงที่ขึ้นมหาลัยพอดีเลยทำให้พวกเราตัวติดกันตลอดเวลา...ในเวลานั้นเราเข้ากันได้ดีเลยล่ะ” ฮานะกุมฝ่ามือใหญ่เอาไว้แน่นก่อนรอยยิ้มบางเบาจะปรากฏขึ้นเมื่อนึกถึงอดีต

“...”

“จนวันหนึ่งที่ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปเพราะฉันเองที่รู้สึกเกินเลยมากกว่าเพื่อน แล้วหลังจากนั้นระยะห่างของพวกเราทั้งคู่ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มห่างและไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยหลังจากที่เรียนจบ...แล้วเราก็ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ตอนนั้นฉันเพิ่งได้เข้าทำงานที่โมเดลลิ่งกับคุณแกเรนส่วนอเล็กซ์เป็นนายแบบโนเนมไร้สังกัดไม่มีชื่อเสียง” ฮานะหลับตาลงและซบหน้าลงแผ่นอกอุ่น “…ในเวลานั้น เพราะยังรู้สึกกับเขาอยู่ฉันเลยร้องขอให้คุณแกเรนลองติดต่ออเล็กซ์ไปเพราะทางโมเดลลิ่งกำลังอยากได้นายแบบที่มีคาแรคเตอร์ตรงกับเขาอยู่พอดี”

“แล้วหลังจากนั้นพวกคุณก็มีความสัมพันธ์แบบนั้นมาโดยตลอดเหรอครับ” แม้น้ำเสียงที่ถามจะทำให้รู้สึกเย็นเยียบแต่สายตาที่ก้มลงมามองกลับอบอุ่นจนเขากล้าที่จะเล่าต่อ

“ก็ไม่เชิง...การกลับมาเจอกันครั้งนั้นทำให้ฉันรู้สึกว่าอเล็กซ์ไม่ใช่คนเดิมเมื่อสมัยเรียน...เขาดูแปลกไปและทำตัวเสเพลหนักขึ้นทุกวัน...ยิ่งมีชื่อเสียงมากเท่าไหร่ข่าวด้านที่ไม่ดีของเขาก็มีมากขึ้นเท่านั้น ฉันไม่รู้ว่าช่วงที่พวกเราห่างกัน อะไรที่ทำให้เขาเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนได้ขนาดนี้” เขายังจำอเล็กซ์คนเดิมได้ดี...คนที่ไม่ได้นิสัยโมโหร้ายและเอาแต่ใจอย่างร้ายกาจเหมือนอย่างตอนนี้ “...แล้วพวกเราก็เผลอมีความสัมพันธ์ที่ถลำลึกจนกู่ไม่กลับ...ในตอนนั้นฉันหยิบยื่นโอกาสชื่อเสียงและทุกอย่างที่เขาอยากได้โดยมีข้อแลกเปลี่ยนเพียงอย่างเดียวคือเขาห้ามไปนอนกับใคร”

“…”

“แต่ที่ผ่านมาเขาก็ทำมันมาโดยตลอด...เป็นฉันเองที่แกล้งโง่ทำเป็นมองไม่เห็น ทั้งถูกเหยียดหยามและดูถูกสารพัดแต่ก็ยังทนที่จะอยู่” ...คิดย้อนกลับไปแล้วตัวเขามันช่างโง่เง่าสิ้นดี...เพราะมัวแต่ติดอยู่กับอดีตของคนที่แสนดีในความทรงจำจนลืมที่จะมองว่าปัจจุบันอเล็กซ์คนเก่านั้นได้ตายไปแล้ว

“…แล้วรอยที่ผมเคยถามในวันนั้น” พีทเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก...ยิ่งนึกถึงร่องรอยโหดร้ายที่ปรากฏอยู่บนผิวของฮานะวันนั้นก็ยิ่งโมโหจนแทบคลั่ง

“…”

“มันเป็นคนทำร้ายคุณใช่ไหม”

แทนคำตอบฮานะก็พยักหน้ายอมรับ เพียงเท่านั้นก็ได้ยินเสียงทุ้มสบถคำหยาบขึ้นมา เขามองตามอย่างแปลกใจเพราะตั้งแต่รู้จักกันมาพีทไม่เคยพูดคำหยาบให้ได้ยินแม้แต่นิดเดียว เด็กหนุ่มหันหน้าหนีออกไปอีกทางเป็นสัญญาณบอกว่าความอดทนเริ่มหมดลง

“พีท” ฮานะลุกขึ้นนั่งตัวตรงเมื่อฝ่ายนั้นหันหน้าหนี ฝ่ามือใหญ่ที่คอยกอบกุมกันผละออกไปกำแน่นจนสันหมัดขึ้น “พีท..” ลองเอ่ยเรียกอีกครั้ง เมื่อไม่ได้ผลฮานะจึงเปลี่ยนท่าเป็นนั่งคร่อมตักอีกฝ่ายเอาไว้ก่อนจะยกแขนขึ้นโอบรอบลำคอพร้อมกับช้อนตาขึ้นมองอย่างออดอ้อน

“…ครับ” เสียงถอนหายใจหนักดังติดกันยาวเหยียดก่อนที่ทั้งร่างจะถูกวงแขนแกร่งโอบกอดเอาไว้ดังเดิม

“อันที่จริง...ฉันตั้งใจว่าจะขอลาออกเพื่อกลับไปทำงานกับครอบครัวที่ญี่ปุ่น เพราะไม่อยากจะเจอหน้าเขา” ฮานะแนบแก้มเข้ากับฝ่ายนั้น พร้อมกับพูดเสียงเนิบนาบเมื่อสัมผัสได้ถึงสัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือที่บีบเคล้นลงบนช่วงสะโพก “…แต่คุณแกเรนขอร้องเอาไว้...ก็เลยทำให้ฉันได้มาเป็นผู้จัดการของเด็กแถวนี้แทนซะนี่”

“…” มาถึงตรงนี้ รอยยิ้มก็เริ่มกลับมาบนใบหน้า...ทำให้ฮานะใจชื้นขึ้นเยอะ

“วันที่พวกเราเดินชนกัน...นั่นคือวันที่ฉันไปขอลาออกเลยนะ รู้รึเปล่า” ฮานะมองลึกเข้าไปในตาคู่นั้นและนึกถึงความรู้สึกแรกตั้งแต่ที่ได้พบกัน “…คนอะไรตัวใหญ่ชะมัด...นั่นคือความรู้สึกแรกพบของฉันเลย” เขาพยายามที่จะเปลี่ยนบรรยากาศเพราะไม่อยากให้พีทต้องเครียดไปกับเรื่องราวในอดีต...แล้วก็ได้ผลเมื่อฝ่ายนั้นหลุมยิ้มออกมากว้างขึ้น

“คุณตัวเล็กเองต่างหากครับ” พีทก้มลงมองคนในอ้อมกอด...ตอนแรกแค่เห็นก็รู้สึกได้แล้วว่าตัวเล็กแบบนี้กอดทีคงจมหายลงไปในอก...พอได้กอดจริงกลับยิ่งไม่อยากปล่อยให้ห่างไปไหนไกล

“ฮื่อ ก็เธอเป็นลูกครึ่งนี่” ฮานะยู่หน้าใส่อย่างไม่ยอมแพ้...มีเรื่องนี้เรื่องเดียวเลยที่เขาเสียเปรียบ ทุกวันนี้ยังแอบคิดอยู่เลยว่าถ้าได้ส่วนสูงมาเพิ่มอีกสักยี่สิบเซ็นต์คงไม่ต้องเงยหน้าคุยกับเจ้าเด็กตัวโตจนปวดคอแบบนี้

“ฮานะก็ลูกครึ่งนี่ครับ” เด็กหนุ่มตอบกลับพร้อมกับนั่งเอนหลังมองลูกแมวตัวเล็กบนตักขู่จนขนพอง...ถ้าจับฟัดตอนนี้จะโดนข่วนเลือดซิบหรือเปล่านะ...

“ฉันเอเชียแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก” จู่ๆ หัวข้อสนทนามันกลับกลายมาเป็นเรื่องเชื้อชาติกันได้ยังไงกันล่ะเนี่ย...

“ผมก็เอเชีย...ครึ่งหนึ่ง” เจ้าเด็กนี่!

“แต่อีกครึ่งเธอเป็นฝรั่ง” ฮานะขู่ฟ่อพร้อมกับบีบเข้าที่ปลายคางได้รูปจนหน้ายู่...หนวดเจ้าโกลเดนท์เริ่มขึ้นเป็นตอแล้วแฮะ สงสัยคงจะต้องจับโกนออกให้เกลี้ยง

แทนคำตอบฝ่ายนั้นก็ยกมือขึ้นอย่างยอมแพ้ก่อนจะส่ายหน้าและหัวเราะออกมาด้วยแววตาที่ดูยังไงก็แสนจะเอ็นดูเขาซะเหลือเกิน

...ชักเริ่มไม่แน่ใจแล้วสิว่าใครกันแน่ที่อายุมากกว่ากัน..

“หัวเราะอะไร” ฮานะหรี่ตามองอย่างจ้องจับผิด

“เปล่าครับ” เด็กหนุ่มส่ายหน้าปฏิเสธก่อนจะโอบลงบนช่วงเอวคอดแล้วมองไปยังใบหน้าของคนที่นั่งอยู่บนตัก “…ฮานะ”

“หืม”

“ให้ผมได้ดูแลฮานะเถอะนะครับ” มือเรียวเล็กถูกคว้าขึ้นไปกุม ความอบอุ่นแผ่ซ่านผ่านผิวเนื้อ

“จะขอฉันคบรึไง” แต่แล้วเจ้าตัวกลับยิงคำถามเถรตรงใส่โดยไม่คิดจะอ้อมค้อมให้เสียเวลา

...ก็อายุขนาดนี้แล้วน่ะนะ...

“...ได้ไหมครับ” พีทไม่แสดงท่าทีอะไรออกมามากกว่าที่เป็นอยู่ แต่เพราะอยู่ในระยะที่ใกล้จึงสังเกตเห็นได้ว่าเจ้าเด็กตัวโตนั้นกำลังใบหน้าขึ้นสี

ออฟไลน์ Punmile09

  • '...Cause we were just kids when we fell in love...'
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-4
Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER T W E L V E : 17/11/2019
«ตอบ #94 เมื่อ17-11-2019 16:32:14 »

“อืม...ไม่รู้สิ” และก่อนที่จะถูกคว้ามือไปจูบฮานะก็แกล้งดึงออกก่อนจะลุกขึ้นยืนที่พื้นทั้งที่เอวยังถูกฝ่ายนั้นกอดเอาไว้ไม่ยอมปล่อย “คงต้องดูๆ กันไปก่อนน่ะนะ”

ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นตามมาก่อนจะสวมกอดเข้าที่ด้านหลัง ใบหน้าคมเข้มวางคางลงบนไหล่เล็กพร้อมกับพึมพำเสียงเบา “...สถานะไหนก็ได้ครับ” ริมฝีปากร้อนจัดแตะลงข้างซอกคอขาว “แค่ได้กอดคุณเอาไว้แบบนี้ก็พอแล้ว”

“ได้สิ” ฮานะยกมือขึ้นแนบข้างใบหน้าก่อนจะเอี้ยวตัวกลับไปจูบที่ข้างแก้มแล้วใช้ฟันขบเข้าที่ปลายคางของอีกฝ่ายอย่างอ้อยอิ่ง นัยน์ตาสวยช้อนขึ้นมองระหว่างที่พูด “แค่กอดอย่างเดียวน่ะ…ได้อยู่แล้ว” แววตาซุกซนประกายวาบไหวล้อกับแสงของหลอดไฟ

“ฮานะ” พีทพูดเสียงดุเมื่อรู้สึกได้ว่าคนในอ้อมกอดเริ่มอยู่ไม่สุข...ฮานะลูบมือไปตามต้นขา สัมผัสที่ลากไล้ผ่านเนื้อผ้าสร้างความปั่นป่วนให้เขาจนหน้าท้องหดเกร็ง เมื่อเด็กหนุ่มตั้งท่าจะรุกกลับก็ถูกฝ่ายนั้นใช้นิ้วดันปลายคางเอาไว้

“ห้ามซน” รอยยิ้มยั่วเย้าถูกส่งมาให้ รู้ตัวอีกทีก็ถูกดันให้ลงไปนั่งบนโซฟาตัวเดิมซะแล้ว “ไหนบอกแค่ได้กอดก็พอแล้วไง”

“โธ่...” พีทพยายามรวบร่างขาวนวลเข้ามาไว้ในอ้อมกอดแต่กลับช้ากว่าใครบางคนที่ย่อตัวลงไปคุกเข่าตรงหน้าเขาแล้วเป็นที่เรียบร้อย “เดี๋ยวครับ-” โดยไม่ทันได้ออกปากห้ามก็ต้องนั่งตัวเกร็งจนลมหายใจสะดุดเมื่อจู่ๆ ฝ่ายนั้นก็ก้มหน้าลงที่หว่างขาและใช้ริมฝีปากรูดซิปกางเกงลงส่วนมือก็ปลดกระดุมออกจากรังดุม

“อยู่เฉยๆ นะ” ออกปากสั่งไว้แค่นั้นก็ก้มลงไปพรมจูบบริเวณส่วนกลางกายใต้ชั้นในสีเข้มก่อนจะใช้ปากขบไปตามความยาวจนเริ่มสัมผัสได้ถึงการตื่นตัวขึ้นมาทีละนิด

“ฮานะ...ไม่ต้อง- อา..” ถ้อยคำทั้งหลายกลับกลืนหายเข้าไปในลำคอเมื่อแผ่นท้องถูกริมฝีปากนุ่มนิ่มพรมจูบ บริเวณกลางกายมีมือเล็กข้างหนึ่งนวดคลึงมันอย่างเนิบนาบผ่านเนื้อผ้าจนเขาเริ่มรู้สึกปวดร้าวขึ้นมา พีทขมวดคิ้วแน่นเมื่อถูกปรนเปรอในแบบที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน...เพียงแค่ถูกลมหายใจอุ่นร้อนและริมฝีปากเล็กเฉียดเข้าใกล้เขาก็แทบจะถึงฝั่งฝันโดยที่ฮานะไม่ได้สัมผัสมันเสียด้วยซ้ำไป

“ทำตัวตามสบาย” ฮานะช้อนตาขึ้นมองในระหว่างที่นำส่วนร้อนจัดออกมานอกชั้นใน...ขนาดที่ใหญ่โตเกินวัยทำให้คนอายุมากกว่าต้องลอบกลืนน้ำลายด้วยลำคอที่แห้งผากเมื่อนึกย้อนไปถึงความเจ็บปวดที่แร่นริ้วขึ้นมาเล่นงานในตอนที่เจ้าสิ่งนี้เข้าไปอยู่ในตัวเขาทั้งหมด “..เด็กดี”

...แต่ก็อดที่จะยอมรับไม่ได้เลยว่าในตอนที่ร่างกายถูกพีทเข้ามาเติมเต็มนั้นมันรู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน..

“ฮานะครับ...” เด็กหนุ่มกลั้นเสียงไว้ในลำคอเมื่อเห็นว่าอุ้งมือเล็กเริ่มขยับไปมาอย่างเนิบนาบ ความเสียวซ่านพุ่งเข้ามาโจมตีจนต้องพิงศีรษะไปกับพนักพิงโซฟาแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างใช้สมาธิ

จังหวะรูดรั้งเริ่มเร็วขึ้นจนส่วนปลายนั้นชุ่มฉ่ำ ฮานะลอบกัดริมฝีปากล่างเมื่อความรู้สึกบางอย่างแล่นเข้ามาเล่นงานจนรู้สึกร้อนไปทั้งร่างลามไปถึงบริเวณปากทางที่เริ่มมีน้ำหล่อลื่นไหลออกมาจนเหนียวเหนอะที่ร่องสะโพก

กลิ่นอายบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวของพีททำให้เขารู้สึกร้อนจัด....และมีอารมณ์ร่วมอย่างรุนแรง...

“ฮานะ อย่า...มันสกปรกครับ” พีทร้องห้ามเมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นแลบลิ้นเลียลงที่ส่วนปลาย เขากำมือแน่นจนเส้นเลือดข้างขมับเต้นตุบ ยิ่งได้เห็นว่าลิ้นสีสดกำลังไล้ขึ้นลงไปตามความยาวก็ยิ่งรู้สึกหดเกร็งที่หน้าท้องอย่างรุนแรง

เด็กหนุ่มครางเสียงต่ำเมื่อส่วนกลางกายถูกอีกฝ่ายรับเข้าไปในโพรงปากอุ่น ฮานะดูดกลืนมันอย่างไม่นึกรังเกียจจนเกิดเสียงเฉอะแฉะดังคลอขึ้นในระหว่างการขยับเคลื่อนไหว เรียวคิ้วขมวดมุ่นเมื่อส่วนอ่อนไหวถูกปรนเปรออย่างเอาอกเอาใจ ฝ่ายนั้นรับมันเข้าไปได้เพียงแค่ครึ่งเดียวก่อนจะสำลักและไอจนใบหน้าแดงก่ำ

“ฮานะ” พีทมองลงมาอย่างนึกเป็นห่วง นัยน์ตาฉายแววกังวลชัดเจน แต่คนที่อยู่ด้านล่างกลับไม่คิดยอมแพ้เมื่อสูดหายใจเข้าปอดได้ที่ก็ก้มลงไปจัดการกับบางส่วนที่ตั้งชูชันแผ่ไอร้อนระอุออกมาต่อ คราวนี้ฮานะกดคอลึกลงมาจึงทำให้รับตัวตนเขาเข้าไปได้ทั้งหมด

เรียวลิ้นห่อรัดรอบกายใหญ่อย่างช่ำชองจนคนถูกกระทำแทบนั่งไม่ติดโซฟา

จังหวะดูดดุนและขยับเคลื่อนไหวนั้นค่อยๆ เป็นไปอย่างเนิบนาบ ฮานะจัดการมันราวกับว่ากำลังกินไอศกรีมแท่งโปรดอยู่อย่างเอร็ดอร่อย ใบหน้าสวยแดงก่ำเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำแห่งอารมณ์

“พอแล้วครับ” พีทคำรามเสียงต่ำเมื่อใกล้หมดความอดทน เขาพยายามดันตัวอีกฝ่ายออกแต่ฮานะกลับดื้อรั้นกดปากลงมาแน่นกว่าเดิม “ฮานะ! ..อา” ไม่ทันขาดคำร่างสูงใหญ่ก็เกร็งสะท้านก่อนจะปลดปล่อยความกดดันทั้งหมดที่มีออกมาอย่างรุนแรงจนผู้รองรับสำลักหน้าแดง ฮานะสูดลมหายใจเข้าลึกในตอนที่บางส่วนถอนออกไป บริเวณมุมปากนั้นฉ่ำเยิ้มเลอะคราบคาวจนหยดย้อยลงไปตามลำคอขาวเนียนเขายกหลังมือขึ้นเช็ดคำความสะอาดและส่งบางนิ้วเข้าไปในปากเพื่อลิ้มลองรสชาติของบุรุษเพศ

“อื้อ!” แต่ในระหว่างที่กำลังพักเหนื่อยอยู่นั้น จู่ๆ กลับถูกรวบตัวขึ้นอุ้มจนตัวลอยรู้ตัวอีกทีก็มานั่งอยู่บนหน้าตักของใครอีกคนแล้ว พีทยังคงหอบหายใจหนักเพื่อปรับสภาพร่างกาย นัยน์ตาคมดุคู่นั้นมองลงมาเรียบนิ่ง แต่มือกลับเอื้อมไปหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดทำความสะอาดใบหน้าและฝ่ามือของเขาด้วยความอ่อนโยน

“ไม่เห็นต้องทำขนาดนี้เลยครับ” เด็กหนุ่มมองริมมีปากเล็กที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงจัด

“...เธอไม่ชอบเหรอ” ฮานะเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่เข้าใจ...เพราะที่ผ่านมาเขาเข้าใจมาโดยตลอดว่าการเอาใจแบบนี้จะทำให้พวกผู้ชายสุขสม...เมื่อก่อนเขาถูกอเล็กซ์บังคับให้ทำอยู่บ่อยๆ ตอนแรกที่ยังไม่ชินนั้นอาการหนักจนถึงขั้นอาเจียนออกมาเลยก็มีเพราะรสน้ำกามคาวเฝื่อนที่อีกฝ่ายปล่อยทิ้งเอาไว้ในโพรงปาก

แต่พอเริ่มจับจุดได้ก็เริ่มที่จะปรนเปรอได้อย่างช่ำชอง...แม้แต่กับอเล็กซ์เอง ในตอนที่เขาใช้ปากให้ฝ่ายนั้นจะดูอ่อนข้อลงเป็นพิเศษ

...แล้วทำไมกับพีทมันถึงใช้ไม่ได้ผล..

...หรือเพราะเขาทำไม่เก่งพอ..

เด็กหนุ่มก้มลงมองคนในอ้อมกอดก่อนจะถอนหายใจออกมา “คุณไม่จำเป็นต้องทำด้วยซ้ำ”

“ตอบมาก่อนสิ” จู่ๆ ความวูบไหวบางอย่างก็ทำให้ความมั่นใจลดลง

...ลึกๆ แล้วเขาก็แค่รู้สึกกลัว...กลัวว่าหากวันใดวันหนึ่งถูกเบื่อขึ้นมา

...อย่างน้อยๆ ถ้าสามารถทำให้พีทพึงพอใจในเรื่องนี้ได้...ก็คงจะดี..

“ฮานะ” พีทขมวดคิ้วมุ่น มองลึกเข้าไปในแววตาที่กำลังสับสน...เขามองลึกเลยผ่านไปยังต้นเหตุที่ทำให้คนในอ้อมกอดมีตรรกะความคิดที่ผิดเพี้ยน “...ไม่มีผู้ชายคนไหนไม่ชอบหรอกนะครับ” ฝ่ามือใหญ่แนบลงข้างแก้มขาวก่อนจะเกลี่ยปลายนิ้วไปมาอย่างทะนุถนอม

“แล้ว...ทำไม..” ฮานะเม้มปากแน่น

“แต่ถ้าความสุขของผมมันทำให้ฮานะรู้สึกแย่หรือเจ็บตัว...ผมไม่ต้องการ” เขาพูดตามที่รู้สึก ความฉาบฉวยจากอารมณ์เบื้องต่ำเพียงชั่วคราวนั้นมันเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกของฮานะ

“ฉันเปล่า” ฝ่ายนั้นส่ายหน้าปฏิเสธ “ฉันไม่ได้รู้สึกแย่สักนิด”

ตอนที่ทำแบบนี้ให้อเล็กซ์ความรู้สึกมันต่างกันราวฟ้ากับเหว กับฝ่ายนั้นเขารู้สึกเพียงแค่ว่าอยากทำให้มันจบๆ ไปเพื่อให้เจ้าตัวพอใจจะได้ไม่ลงมือรุนแรง

...แต่กับพีท ทุกอย่างมันเกิดขึ้นจากความรู้สึกตามธรรมชาติและความเต็มใจที่จะทำโดยที่เด็กหนุ่มไม่เคยเอ่ยปากขอ ไร้ซึ่งการบังคับข่มขู่และยัดเยียดให้เขาต้องทำ

ฮานะรู้เพียงแค่ว่าอยากจะเอาใจและทำให้พีทมีความสุขที่สุด

ริมฝีปากสีอ่อนขบเม้มเข้าหากันเมื่อรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่น่าละอาย

...แค่อยากให้พีทรู้สึกต้องการและลุ่มหลงในตัวเขา...ก็เท่านั้นเอง..

“ฉันเต็มใจที่จะทำมันนะ” ฮานะจ้องมองตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้ “แต่...ถ้าทำได้ไม่ดีพอหรือทำให้เธอต้องรู้สึกแย่ ครั้งต่อไปฉันจ-” ถ้อยคำที่พรั่งพรูกลืนหายลงไปในลำคอเมื่อริมฝีปากถูกประกบจูบแนบแน่น ลมหายใจร้อนระอุที่รินรดลงมาบนผิวแก้มทำให้ทั้งกายสะท้านไหว ลิ้นร้อนบุกรุกเข้ามากวาดต้อนอย่างช่ำชองจนเป็นเขาเองที่เริ่มจะหายใจไม่ทัน

“อื้อ” ฮานะร้องประท้วงเมื่อถูกฟันคมขบกัดเข้าที่ริมฝีปากล่าง

มัดกล้ามเนื้อตึงแน่นใต้เนื้อผ้าแผ่กลิ่นอายร้อนระอุโอบล้อมคนในอ้อมกอดจนแทบหลอมละลายไปกับวงแขน พีทดันร่างที่เล็กกว่าลงไปนอนราบกับเบาะโซฟาก่อนจะตามลงไปทาบทับไม่เว้นที่ว่างให้อากาศได้เข้ามาแทรกแซงระหว่างเขากับฮานะ

ร่างสูงใหญ่ผละออกห่างก่อนจะจัดการดึงเอาเสื้อยืดที่อีกฝ่ายสวมใส่อยู่ออกตามด้วยของตัวเอง แผ่นอกกำยำแนบชิดกับผิวเนื้อนวลเนียนจนสามารถส่งผ่านไอร้อนของร่างกายให้แก่กัน

ฮานะยกแขนขึ้นโอบรัดรอบแผ่นหลัง

..เรียกร้องให้เขาจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่า...

“ให้ตายสิ” เสียงทุ้มพร่าสบถในลำคอเมื่อรู้สึกได้ว่าส่วนกลางกายของตนเองตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้งในตอนที่ได้กลิ่นของผิวเนื้อเนียนละเอียด

...แค่ได้สัมผัสตัวฮานะ สติเขาก็พร้อมที่จะแตกซ่านได้ทุกเมื่ออยู่แล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องปรนเปรออะไรให้มากมายเสียด้วยซ้ำไป..

จะมีก็แค่คนตัวเล็กแต่ความคิดใหญ่โตที่นอนตัวอ่อนอยู่ใต้ร่างนี่ต่างหากที่คิดไปเองเป็นตุเป็นตะ...

..ต่อให้ฮานะจะไม่ยอมให้เขาได้ทำอะไรเกินเลยยนอกจากกอดก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว

“อื้อ...พีท” ริมฝีปากสีอ่อนเผยอขึ้นอย่างเรียกร้องตอนที่เขาผละลงมาพรมจูบบริเวณลาดไหล่ “พีท”

“ครับผม”

“…อยากจูบ”

เด็กหนุ่มสบถในลำคอไปเป็นหนที่สองก่อนจะยืดตัวไปป้อนจูบตามที่อีกฝ่ายต้องการ “ฮานะ...ไม่อ้อนแล้วครับ” เสียงทุ้มพึมพำในตอนที่ริมฝีปากผละห่าง ก่อนจะประกบลงไปใหม่อีกครั้ง “แค่นี้ผมก็หลงคุณแทบแย่แล้ว..” เขาสารภาพ

เสียงครางอื้ออึงในลำคอขาวผ่องตอบรับอย่างพอใจ เรียวแขนเล็กโอบรอบลำคอเอาไว้แน่นไม่ยอมให้เขาได้ถอนใบหน้าออกไปไหนไกล

ยิ่งฮานะอ้อนเท่าไหร่ ความยับยั้งชั่งใจที่มีมันก็เริ่มลดน้อยลงทุกที

...อยากจะครอบครองและเป็นเจ้าของให้รู้แล้วรู้รอด..

“ฮื่อ...หลงสิ” ริมฝีปากที่บดเบียดแนบชิดสัมผัสอย่างอ้อยอิ่ง “หลงเยอะๆ เลย”

เสียงคำรามทุ้มต่ำดังขึ้นในลำคออย่างอดทนอดกลั้น เด็กหนุ่มตัดสินใจทิ้งตัวลงนอนซ้อนแผ่นหลังก่อนจะดึงอีกฝ่ายเข้ามาไว้ในอ้อมกอดจนแผ่นหลังเปลือยสัมผัสกับแผ่นอกของเขา

...จังหวะชีพจรที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันเป็นสัญญาณที่ดี..

“อย่าแกล้งกันเลย...นะครับ” พีทขังร่างขาวนวลไว้ในอ้อมแขนก่อนจะซุกหน้าลงกับซอกคออีกฝ่าย “...ผมไม่อยากเอาเปรียบคุณไปมากกว่านี้แล้ว”

เสียงทุ้มพึมพำเนิบนาบในระยะประชิดทำให้คนที่ถูกโอบกอดไม่สามารถกลั้นยิ้มเอาไว้ได้

“เอาเปรียบยังไง”

ฮานะวางมือทับลงไปบนท่อนแขนแข็งแรง ก่อนจะถูกอีกฝ่ายกุมเอาไว้แล้วไล้ข้อนิ้วเล่นไปมาอย่างเพลิดเพลิน

“ฮานะก็ตัวแค่นี้” หลังมือถูกยกขึ้นจรดจูบอย่างอ่อนโยน “...ผมไม่อยากทำให้ฮานะเจ็บ”

“ไม่ต้องถนอมฉันนักก็ได้” ฮานะหลับตาลงเมื่อถูกไออุ่นจากร่างสูงใหญ่โอบล้อมจนเริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมา “ฉันไม่แตกสลายง่ายๆ หรอกน่า”

“…ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกครับ” พีทกดจูบลงบนแก้มนุ่มก่อนจะหลับตาตามพร้อมกระชับอ้อมแขนแน่น “อย่าบอกให้ผมทำ ทั้งที่คุณก็รู้ว่าผมไม่มีทางทำได้”

ฮานะพยายามข่มความรู้สึกบางอย่างที่ปะทุขึ้นมาจนร้อนไปถึงใบหู...แค่แหย่เล่นหน่อยเดียวไม่เห็นต้องจริงจังขนาดนี้เลยนี่นา

ท่ามกลางความเงียบมีเพียงเสียงของเครื่องปรับอากาศและลมหายใจที่ดังขึ้นสม่ำเสมอ แสงไฟจากภายนอกส่องผ่านม่านโปร่งแสงบริเวณระเบียงเข้ามากระทบกับร่างสองร่างที่นอนกอดกันอยู่บนโซฟาคับแคบ

...ความอบอุ่นส่งผ่านเข้าไปในความฝันจนเผลอหลุดยิ้มขึ้นมาในความมืดมิด

________________________________


น้องพีทท กลับมาหาแม่ลูกกก T ____________ T

ขอบคุณทุกๆฟีดแบ็กและกำลังใจมากเลยนะคะ ดีใจมากๆเลย

ฝาก #ดอกไม้ของพีท ด้วยนะคะ > < :กอด1: :L2:

ออฟไลน์ PandP

  • Déjame vivir esa fantasía.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1172
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +137/-0
    • http://www.facebook.com/iAMpingPINGping
Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER T W E L V E : 17/11/2019
«ตอบ #95 เมื่อ17-11-2019 17:01:35 »

ติดแท็ก #saveพีท ทันมั้ยคะ 555555

ออฟไลน์ พิศตะวัน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 496
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-3
Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER T W E L V E : 17/11/2019
«ตอบ #96 เมื่อ17-11-2019 19:29:20 »

 :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3348
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER T W E L V E : 17/11/2019
«ตอบ #97 เมื่อ17-11-2019 20:47:31 »

อบอุ่น...จนร้อน..นนนนนนนนน   :hao6: :hao6: :hao6:

ออฟไลน์ mickeyz.min

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 820
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER T W E L V E : 17/11/2019
«ตอบ #98 เมื่อ17-11-2019 22:25:37 »

อากาศมันร้อนนนนนน dam hottttt

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1837
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER T W E L V E : 17/11/2019
«ตอบ #99 เมื่อ17-11-2019 22:37:14 »

ไปบ้านพีทกันนนนนนนนนนน
แต่ก่อนจะไปบ้านก็อรุ่มนะ  :z1: :z1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER T W E L V E : 17/11/2019
« ตอบ #99 เมื่อ: 17-11-2019 22:37:14 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Majariga

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 451
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER T W E L V E : 17/11/2019
«ตอบ #100 เมื่อ17-11-2019 23:41:42 »

กอดฮานะน้าาาา เพราะนังอเล็กซ์คนเดียวทำให้ฮานะกลัวการโดนทิ้ง ไม่ต้องกลัวน้าาาคนสวย เจ้าเด้นหลงเธอมากๆเลย กอดๆฮานะคนสวย :กอด1:

ออฟไลน์ Jiraapp

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 395
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER T W E L V E : 17/11/2019
«ตอบ #101 เมื่อ19-11-2019 06:12:13 »

แค่อยู่เฉย ๆ เจ้าพีทก็ทั้งรักทั้งหลงจนไปไหนไม่รอดแล้วจ้าฮานะ

ออฟไลน์ Hnggnh

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 15
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER T W E L V E : 17/11/2019
«ตอบ #102 เมื่อ19-11-2019 08:30:15 »

เค้าจะเป็นคู่แท้กันมั้ยอ่าาา สนุกมากเลย น่ารักทั้งคู่ น้องพีท พี่ฮานะ

ออฟไลน์ Punmile09

  • '...Cause we were just kids when we fell in love...'
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-4
Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER T H I R T E E N : 19/11/2019
«ตอบ #103 เมื่อ19-11-2019 20:03:55 »

_________________________________







“แวะพักหน่อยไหม”

ในระหว่างที่ติดไฟแดงฮานะหันไปถามคนที่อาสาขับรถมาตั้งแต่เช้าโดยไม่มีท่าทีอ่อนล้า ตอนที่แวะพักที่ปั๊มจะขอเปลี่ยนฝ่ายนั้นก็ปฏิเสธท่าเดียว

..และที่สังเกตได้อีกหนึ่งอย่างคือสีหน้าที่ดูสดชื่นนั่นต่างหาก...

รู้สึกมันเขี้ยวจนต้องเอื้อมมือไปบิดแก้มจนเจ้าตัวส่งเสียงร้องโอ๊ยออกมาอย่างเจ็บเกินจริง

“ฮานะ” พีทลูบหน้าไปมาและคว้ามือที่ประทุษร้ายตัวเองมากุมเอาไว้ “โมโหอะไรครับ”

“หมั่นไส้” เขาดึงมือกลับเมื่อเห็นว่าเจ้าเด็กตัวโตจะคว้ามือเข้าไปกัดข้อนิ้ว “เป็นหมารึไงน่ะ”

เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังขึ้นอย่างอารมณ์ดีเมื่อถูกมองค้อนวงโต พีทหันกลับไปสนใจท้องถนนต่อหลังจากที่สัญญาณจราจรเปลี่ยนเป็นไฟเขียว

ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงพอดีฮานะจึงเสนอให้จอดพักที่จุดพักรถเพื่อหาอะไรกินรองท้อง แต่เพราะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์บวกกับอากาศที่ร้อนจัดทั้งคู่จึงตัดสินใจที่จะซื้อของในร้านสะดวกซื้อขึ้นมานั่งกินบนรถแทน

ฮานะเดินเลือกซื้อขนมขบเคี้ยวแก้ง่วงเอาไว้กินตอนเดินทางระหว่างที่รออบแซนด์วิชก่อนจะย้ายมาที่เชลฟ์ของหนังสือ นัยน์ตาคู่สวยมองผ่านกระจกใสไปยังจุดเติมน้ำมันที่ใครอีกคนกำลังจอดรถเติมอยู่ หลังจากนั้นพีทก็ขับไปเช็กลมยางในบริเวณที่ทางปั๊มจัดเตรียมเอาไว้ให้

ร่างสูงใหญ่ดูโดดเด่นท่ามกลางคนหมู่มากแม้ว่าเจ้าตัวจะสวมใส่แค่เพียงเสื้อยืดสีดำขนาดพอดีตัวกับกางเกงยีนสีเข้มและร้องเท้าผ้าใบ แผ่นอกตึงแน่นและบ่าที่ตั้งตรงรับกับช่วงเอวสอบทำให้อีกฝ่ายดูน่ามองจนยากที่จะถอนสายตา

...พีทดูดีขึ้นมากจริงๆ ..

ฮานะวางตะกร้าของลงบนแคชเชียร์เพื่อรอชำระเงินในระหว่างนั้นสายก็เหลือบไปเห็นสินค้าบางอย่างที่จัดวางอยู่บนเชลฟ์ข้างเคาน์เตอร์ ใบหน้าสวยพลันร้อนวูบขึ้นมาเมื่อนึกถึงเรื่องราวที่ภูเก็ต...คืนนั้นในระหว่างที่กำลังมีอะไรกันถุงยางอนามัยที่เขาให้อีกฝ่ายใช้ดันฉีกขาดคงเป็นเพราะขนาดที่เล็กไป

นัยน์ตาสวยกวาดมองเลขบนกล่องหลากสีอย่างพินิจพิจารณา

54...56...ที่หาซื้อได้มากสุดคือ56 ไซส์ที่เขาพกติดตัวไว้ตลอดเพื่อเอาไว้ใช้กับอเล็กซ์

...แต่มันก็ยังคงไม่มากพอสำหรับพีทอยู่ดี...โตเกินวัยเกินไปแล้ว..

หลังจากที่ขึ้นมาบนรถฮานะก็พยายามที่จะสลัดความคิดเรื่องนั้นออกไปให้พ้น เพราะจู่ๆ ก็รู้สึกกระดากอายขึ้นมาเมื่อคอยวนเวียนคิดถึงแต่ตอนที่ถูกอีกฝ่ายโอบกอดเอาไว้ทั้งตัว

...เหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างภายในตัวพีทสามารถปลุกเร้าความต้องการของเขาได้..

“ฮานะ” ในระหว่างที่ปล่อยความคิดล่องลอยไปกับวิวข้างถนนอยู่นั้นเสียงเรียกของคนที่อยู่ข้างกันก็ดึงให้เขาต้องหันกลับไปสนใจ “หน้าแดง...ไม่สบายหรือเปล่าครับ” เด็กหนุ่มถามอย่างนึกเป็นห่วงเพราะวันนี้แดดค่อนข้างแรงพอสมควร

“ห..หา” คนที่ยังไม่รู้สึกตัวยกหลังมือขึ้นแนบข้างแก้มถึงได้รู้ว่าตอนนี้มันร้อนจัด “…เปล่านี่”

...น่าขายหน้าชะมัดเลย..

“ถ้าไม่ไหวก็นอนพักเถอะครับ” พีทเอื้อมมือมาอังเข้าที่หน้าผากก่อนจะเลื่อนลงมาที่ต้นคอขาว ปลายนิ้วเกลี่ยไปมาบนผิวเนื้อจนใครอีกคนรู้สึกร้อนวูบแอบเม้มปากแน่น

“อื้อ...รู้แล้วน่า” ฮานะพยักหน้ารับก่อนจะเบี่ยงตัวนอนหันหลังให้คนขับด้วยจังหวะชีพจรที่เต้นถี่จนแทบทะลุออกมาจากอกซ้าย










กว่าจะเดินทางมาถึงตัวเมืองลำปางก็ปาไปเกือบจะสี่โมงเย็นเพราะถนนเส้นหลักนั้นรถค่อนข้างติดพอสมควร แต่พอเข้ามาในตัวเมืองก็ได้พบกับวิถีชีวิตที่เรียบง่ายไม่วุ่นวายเหมือนอย่างเมืองหลวง ฮานะนั่งมองตึกบ้านเรือนเก่าตามท้องถนนด้วยแววตาที่เป็นประกายอย่างสนอกสนใจเมื่อเห็นว่ามีรถม้าผ่านตาไป

กลิ่นอายวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนพื้นเมืองและบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติราวกับช่วยหยุดเวลาเอาไว้ชั่วขณะ...

...นานมากแล้วที่ไม่ได้พบเจอกับสถานที่ที่ให้ความรู้สึกสงบแบบนี้

...เริ่มจะตกหลุมรักเมืองลำปางขึ้นมาซะแล้วสิ..

“...สวยจัง” ฮานะพึมพำเมื่อรถขับผ่านย่านเมืองเก่า...ตึกบ้านเรือนโบราณกลับมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาดเมื่อถูกแสงของพระอาทิตย์ช่วงเย็นส่องกระทบ

“ตรงนั้นเป็นถนนคนเดินครับ” เด็กหนุ่มอธิบายขึ้นมาเมื่อเห็นว่าใครอีกคนนั่งจ้องตัวตึกแถวไม่วางตา “เรียกว่ากาดกองต้า...สมัยที่เรียนมัธยมผมกับเพื่อนเคยมาเล่นดนตรีเปิดหมวกที่นี่บ่อยๆ” รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมเข้มเมื่อเห็นว่าฮานะดูตื่นเต้นจนเก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่

“เอาไว้ผมจะพามาเดินเล่นก็แล้วกัน”

“มาวันนี้เลยได้ไหม” แววตาที่เปร่งประกายคล้ายกับเด็กที่เจอของเล่นถูกใจทำเอาคนมองต้องยิ้มตามไปด้วย

“ได้ครับ” เขารับปาก “แต่มาช่วงกลางคืนจะสวยกว่า อากาศไม่ค่อยร้อนด้วย”

“โอเค” ฮานะรับคำอย่างว่าง่าย

...ท่าทีแบบนั้นทำให้เขาอยากจะกอดให้จมอกไปเลย...

เพียงไม่นานรถก็ขับเคลื่อนมาจอดอยู่บริเวณหน้าร้านขายข้าวแกงที่มีลักษณะเป็นบ้านไม้สองชั้นขนาดกลาง บริเวณข้างบ้านมีสวนขนาดเล็กที่ดูร่มรื่นบ่งบอกให้เห็นว่าคงได้รับการเอาใจใส่เป็นอย่างดี บรรยากาศภายในร้านนั้นเนืองแน่นไปด้วยลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามาซื้อมื้อเย็น ฮานะลงมายืนข้างรถด้วยอาการที่ตกประหม่าอยู่ไม่น้อยเมื่อมองเข้าไปด้านใน

แต่แล้วกลับต้องสะดุดตากับหญิงวัยกลางคนที่ยืนตักแกงให้ลูกค้าด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มตลอดเวลา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าท่านเป็นแม่ของพีทแน่นอน

...รอยยิ้มที่คล้ายกับลูกชายไม่มีผิดเพี้ยน..

“แม่ครับ” เด็กหนุ่มเดินเข้าไปในร้านเรียกสายตาของลูกค้าที่กำลังยืนต่อแถวอยู่หน้าร้านต้องหันมามองเป็นตาเดียว แต่ที่ดูจะตกใจที่สุดก็คงเป็นคุณแม่ของเจ้าตัวเพราะท่านรีบยื่นถุงกับข้าวให้เด็กในร้านก่อนจะเดินเข้ามากอดลูกชายอย่างเต็มรัก ฮานะมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเพราะทำให้เขาคิดถึงครอบครัวที่อยู่ห่างไกล

“ตัวจริงหล่อกว่าในรูปเยอะเลย” เด็กหนุ่มถูกคนเป็นแม่จับหมุนซ้ายหมุนขวาก่อนจะโดนหอมแก้มซ้ำไปมาจนท่านพอใจแต่แล้วกลับกลายเป็นว่าถูกทักเรื่องร่องรอยบนหน้าซะก่อน “ว่าแต่...หน้าไปโดนอะไรมา หืม เจ้าพีท” คนเป็นแม่ถามเสียงดุด้วยสายตาเป็นห่วง

“พอดีตอนเล่นบาสอยู่ที่นู่นเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยครับ” โกหกคำโตออกมาเพราะไม่อยากให้ท่านเป็นกังวลมากไปกว่านี้ เพราะสมัยมัธยมปลายเขาก็มักมีแผลพวกนี้อยู่บนหน้าเป็นประจำอยู่แล้ว...บางครั้งก็ถูกศอกกระแทกจนคิ้วแตกไปเลยก็มี

“จริงๆ เลย” แม่ว่าเสียงดุพร้อมกับตีลงบนต้นแขนไม่แรงมากนัก ก่อนจะเปลี่ยนความสนใจไปที่ใครอีกคนแทน “แล้วนี่..” คุณแม่มองไปทางฮานะอย่างสนอกสนใจเพราะถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นคนที่ลูกชายนั้นเคยพูดถึงอยู่บ่อยๆ

“แม่ครับ นี่ฮานะ...ที่ผมเคยเล่าให้ฟัง” คนที่ถูกกล่าวถึงรีบยกมือไหว้ทักทายเมื่อเห็นว่าทางนั้นมองมา คุณแม่ยังคงมองอยู่อย่างนั้นจนฮานะเริ่มทำตัวไม่ถูก

“สวัสดีครับ” แววตาตื่นตะลึงของคนเป็นแม่ทำให้เด็กหนุ่มแอบกลั้นยิ้มเอาไว้...ที่ผ่านมาเขาพูดถึงฮานะบ่อยก็จริง แต่ไม่เคยบอกว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย....

“ฮานะ? ...สวยมาก” จู่ๆ คุณแม่ก็พูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างและเดินเข้าไปกอดจนคนที่ถูกชมนั้นตั้งตัวไม่ทัน ฮานะยกแขนขึ้นกอดตอบท่านและพยายามกลั้นความเขินอายที่พุ่งเข้ามาเล่นงานเพราะคุณแม่ของพีทชมไม่ขาดปาก “พีทไม่เคยบอกแม่เลย เห็นชื่อฮานะแม่ก็นึกว่าเป็นผู้หญิงซะอีก ขอโทษด้วยนะลูก” ท่านพูดอย่างเป็นกันเองเพราะรู้สึกเอ็นดูคนในอ้อมกอดอยู่ไม่น้อย...ยิ่งได้เห็นตัวจริงก็จริงชอบ

...ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเจ้าพีทถึงบอกว่าฮานะน่ารักอยู่บ่อยๆ ..

“ไม่เป็นไรครับ” ฮานะส่ายหน้าและยิ้มตอบกลับไป พอลอบมองทางต้นเหตุฝ่ายนั้นก็กำลังกลั้นขำจนถูกมองค้อนวงโต...เดี๋ยวเถอะ

“มาเหนื่อยๆ ขึ้นไปพักกันก่อนดีกว่า แม่ทำความสะอาดห้องไว้รอแล้ว” คุณแม่ทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้นก่อนจะขอตัวกลับไปช่วยลูกจ้างขายของต่อ พร้อมทั้งนัดหมายเอาไว้ว่าช่วงเย็นค่อยเดินทางไปเยี่ยมยายที่โรงพยาบาล

ห้องนอนของพีทนั้นอยู่บนชั้นสองของตัวบ้าน ถึงแม้จะไม่ได้กว้างขวางมากนักแต่ภายในกลับดูสะอาดสะอ้านเรียบร้อย ข้าวของถูกเก็บเป็นระเบียบไม่ต่างกับห้องที่อพาร์ตเม้นท์ของเจ้าตัว ทำเอาเขาแอบรู้สึกอายขึ้นมาเล็กน้อยเพราะบางครั้งตอนที่อยู่ด้วยกันตัวเองก็ทำห้องรกจนฝ่ายนั้นต้องตามเก็บทำความสะอาดให้อยู่บ่อยครั้ง

“นี่ใครน่ะ” ฮานะนั่งลงบนเตียงไม้ขนาดสำหรับนอนคนเดียวที่วางอยู่ติดบริเวณริมหน้าต่าง ก่อนจะหยิบกรอบรูปบนโต๊ะขึ้นมาดูอย่างสนอกสนใจ แม้รูปถ่ายจะซีดจางไปตามกาลเวลา แต่รอยยิ้มที่ฉายชัดอยู่บนนั้นกลับเรียกความสุขให้หวนกลับมาเสมอ

...เด็กชายพีรัท โชติเมธีในวันสำเร็จการศึกษาชั้นอนุบาลสาม...

...แก้มยุ้ยเชียว...น่ารักชะมัด..

“โดนบังคับให้ถ่ายน่ะครับ” เด็กหนุ่มหัวเราะเมื่อหวนนึกถึงความทรงจำในตอนนั้น หลังจากที่กลับมาจากโรงเรียนเขาถูกแม่และยายบังคับให้ไปถ่ายรูปที่สตูดิโอแถวบ้าน ตอนนั้นจำได้ว่างอแงไปไม่น้อยเพราะอยากจะกลับไปนอนดูการ์ตูนเต็มแก่ สุดท้ายภาพมันเลยออกมาเป็นอย่างที่เห็น

...ฉากหลังสีสันสดใส คุณแม่และคุณยายยิ้มร่า แต่เด็กชายตัวน้อยกลับยิ้มเกร็งจนหน้าตาดูตลก..

ตอนที่เพื่อนสมัยมัธยมมาเที่ยวเล่นที่บ้านแล้วเห็นรูปนี้พวกมันหัวเราะกันจนกลิ้งไปมาบนพื้น...พับผ่า..

แชะ!

เสียงชัตเตอร์โทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้ต้องหันกลับไปมอง แล้วก็ได้เห็นว่าฮานะถ่ายรูปวัยเด็กของเขาเอาไว้มิหนำซ้ำเจ้าตัวยังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างอารมณ์ดี

“ฮานะ” เด็กหนุ่มแกล้งดุ แต่ฝ่ายนั้นก็เอาแต่ยิ้มจนในที่สุดก็หลุดหัวเราะออกมาทำให้เขาต้องเผลอยิ้มตามไปด้วย

“ฮือ น่ารักอะ” ฮานะซูมเข้าไปที่ที่แก้มของเด็กชายตัวน้อยทั้งที่หัวเราะจนน้ำตาซึมก่อนจะเอื้อมมือออกไปดึงของจริงที่นั่งหน้าดุอยู่ด้วยความเอ็นดู “chubby~chubby~”

สิ้นเสียงถอนหายใจของคนที่ถูกแซวร่างสูงใหญ่ก็โถมตัวเข้าใส่คนตรงหน้าจนล้มลงไปนอนบนเตียงด้วยกันทั้งคู่ เสียงสปริงดังลั่นในตอนที่เด็กหนุ่มเคลื่อนกายขึ้นไปคร่อมทับอีกฝ่ายเอาไว้ ฮานะยังคงหัวเราะโดยไม่สนใจเลยว่าเขาต้องอดทนและอดกลั้นกับความต้องการที่กำลังปะทุขึ้นมามากแค่ไหน

นัยน์ตาคมเข้มจดจ้องริมฝีปากสีอ่อนไม่วางตา...ไม่รู้ว่าตอนไหนที่กลิ่นและรสของนิโคลตินเริ่มเจือจางหายกลับกลายเป็นรสหอมเย็นของมิ้นท์เข้ามาแทน

ฮานะไม่เคยบอกว่าจะเลิกบุหรี่...แต่กลับเริ่มห่างจากมันหลังจากที่เขาเล่าให้ฟังว่าตอนเด็กๆ ตัวเองเป็นโรคภูมิแพ้แล้วหลังจากนั้นเป็นต้นมาก็ไม่เคยเห็นอีกฝ่ายใช้มันอีกเลย

“มองอะไรเล่า” มือข้างหนึ่งเอื้อมขึ้นมาปิดตาเขาเอาไว้ทำให้ต้องคว้ามากอบกุมและจรดจูบลงไปเหมือนอย่างที่ชอบทำมาโดยตลอด

เด็กหนุ่มรวบแขนเรียวเล็กทั้งสองข้างไว้ด้วยมือเดียวก่อนจะดึงเอาโทรศัพท์เจ้าปัญหาไปวางไว้บนโต๊ะหัวเตียงโดยที่เจ้าของเครื่องได้แต่บ่นอุบอิบว่าเขาเผด็จการอย่างนู้นอย่างนี้ สุดท้ายเลยตัดปัญหาด้วยการลงไปกดจูบหนักๆ บนแก้มนุ่มจนฮานะต้องก้มหน้าหลบหนีอย่างสุดความสามารถ

แก้มฮานะนุ่มมาก...เหมือนกับก้อนแป้งขาวๆ เวลาที่ถูกนวดจนขึ้นฟูได้ที่ ยิ่งเวลาที่โดนแดดแล้วแดงปลั่งจนเห็นเลือดฝาดยิ่งน่ามองเข้าไปใหญ่

...แต่เวลาที่มีคราบน้ำตาเปรอะเปื้อนในตอนที่ถูกเขาโอบกอดเอาไว้นั้นน่ามองที่สุด..ยิ่งเห็นยิ่งอยากทำให้ร้องไห้..

...ถ้าฮานะรู้เข้าคงถูกหยิกจนเนื้อเขียว..

“ถอยออกไปเลย ร้อน” ฮานะพยายามเบี่ยงตัวหลบหนีสายตาคู่นั้นที่จ้องลงมา...ทำตาเจ้าชู้กรุ้มกริ่มแบบนี้เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะเจ้าโกลด์เด้นท์!

แต่นอกจากจะไม่ได้รับความร่วมมือแล้วยังถูกปล้นจูบอีกต่างหาก ริมฝีปากร้อนจัดที่ค่อยๆ ขบเม้มลงมาอย่างอ้อยอิ่งทำให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นตอบรับสัมผัสอ่อนโยนด้วยความเต็มใจ เรียวแขนเล็กยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งก่อนจะสอดปลายนิ้วเข้าไปในกลุ่มผมสีเข้มแล้วนวดคลึงไปมาจนได้ยินเสียงทุ้มต่ำคราเครืออยู่ในลำคอ

แสงของพระอาทิตย์ตกที่ลอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามานั้นทำให้รสจูบหวานล้ำขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาด ฮานะยกปลายนิ้วขึ้นแตะสัมผัสข้างกรอบใบหน้าที่อยู่เพียงระยะประชิดก่อนจะไล่สายตาผ่านจมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากร้อนจัดที่ฉ่ำวาวเพราะรสจูบ นัยน์ตาสีอ่อนกระทบกับแสงนวลตาสะท้อนเงาใครบางคนที่คร่อมทับเหนือร่าง

“...ฉันรู้สึกอิจฉาความโชคดีของตัวเองอีกแล้ว” เอ่ยบอกทั้งรอยยิ้มที่ประทับอยู่บนใบหน้า

“ผมก็เหมือนกัน” เสียงทุ้มต่ำพึมพำแนบชิดก่อนจะกดจูบย้ำลงไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งประคองอยู่ช่วงสะโพกได้รูปก่อนจะสอดปลายนิ้วเข้าไปลูบผิวเนื้อเนียนบริเวณที่มีรอยสัก

“มือไว” ฮานะแสร้งดุ ก่อนจะหยุดเอาไว้ได้ทันการก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ “พีท” เขาเริ่มเสียงเข้มเมื่อเจ้าเด็กตัวโตยังคงดึงดันจะก้มลงมาจูบอีกรอบ จนในที่สุดอีกฝ่ายก็ยอมถอยกลับอย่างว่าง่ายพอดีกับที่มีเสียงเคาะประตูจากด้านนอก

“ครับ” เด็กหนุ่มขานรับ

“แม่ปิดร้านแล้ว อีกสักครึ่งชั่วโมงลงไปเจอกันด้านล่างนะลูก”

“ครับแม่” หลังจากที่เสียงฝีเท้าด้านนอกเดินห่างออกไปฮานะก็ลุกขึ้นมานั่งพร้อมกับจัดเสื้อผ้าและทรงผมที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่

“จะอาบน้ำก่อนไหมครับ” พีทหันมาถามเพราะกลัวว่าอีกคนจะรู้สึกไม่สบายตัว แต่ฮานะกลับส่ายหน้าปฏิเสธ

“ค่อยกลับมาอาบทีเดียวดีกว่า” เขายิ้มรับในตอนที่ฝ่ายนั้นเอื้อมมือมาตรงหน้าและดึงให้ลุกขึ้นยืนข้างกัน










โรงพยาบาลประจำจังหวัดลำปางในช่วงหัวค่ำนั้นคนค่อนข้างที่จะเบาบางจึงทำให้การหาที่จอดรถนั้นไม่ใช่เรื่องยากนัก พีทเป็นคนถือของเยี่ยมไข้ทั้งหมดรวมไปถึงกระเป๋าเสื้อผ้าของแม่ที่จะมานอนค้างคืนเป็นเพื่อนยาย สุดท้ายก็ถูกฮานะดึงออกไปถือช่วยบางส่วน

“ที่จริงวันนี้แม่กลับไปนอนที่บ้านก็ได้นะครับ เดี๋ยวผมมาเฝ้ายายให้เอง” ในระหว่างที่อยู่ในลิฟต์เด็กหนุ่มก็หันไปบอกคนเป็นแม่อย่างนึกเป็นห่วง แต่กลับถูกฝ่ายนั้นปฏิเสธท่าเดียว

“แม่อยู่ได้ ยังไงวันพรุ่งนี้ร้านก็หยุดอยู่แล้ว สบายมาก” ท่านยิ้มบางเบา “อีกอย่างพีทนอนไม่ได้หรอก เชื่อแม่สิว่าล้นโซฟา...เนอะฮานะ” คนเป็นแม่หันไปขอกำลังเสริมจากคนที่ยืนอยู่ข้างหลังก่อนฝ่ายนั้นจะกลั้นยิ้มเอาไว้และพยักหน้ารับเห็นด้วย “ไม่ต้องห่วงหรอก แค่พวกลูกมาเยี่ยมยายเขาก็ดีใจมากแล้ว ไม่ต้องคิดมาก” ท่านยกมือลูบลงบนต้นแขนของลูกชายให้คลายความกังวลลง

ห้องพักผู้ป่วยของคุณยายนั้นเป็นห้องพักพิเศษเดี่ยวเพราะต้องคอยสังเกตอาการป่วยอย่างใกล้ชิดเนื่องจากไข้นั้นยังไม่ลดและรอผลเลือดที่ส่งไปตรวจ

ทันทีที่เปิดประตูห้องเข้าไปก็ได้เห็นว่าตอนนี้พยาบาลกำลังวัดไข้และวัดความดันให้กับคุณยายที่นอนอยู่บนเตียง ฝ่ายนั้นดูท่าทางอิดโรยอยู่ไม่น้อยเพราะพิษไข้ที่เล่นงานมาเป็นเวลานาน แต่ทันทีที่ท่านเห็นว่าหลานชายเดินเข้าไปใกล้เตียงสีหน้าก็พลันเปลี่ยนเป็นมีชีวิตชีวิขึ้นมาจนคุณแม่ต้องลอบยิ้มด้วยความใจชื้น

“ยายครับ” เด็กหนุ่มนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงพร้อมทั้งบีบมือเหี่ยวย่นที่มีสายน้ำเจาะอยู่ด้วยท่าทีที่อ่อนโยน “ผมกลับมาหาแล้ว” รอยยิ้มยกขึ้นในตอนที่อีกฝ่ายยิ้มตอบรับ

ฮานะค่อยๆ เดินเลียบเคียงเข้าไปใกล้เตียงผู้ป่วยก่อนจะยกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อมโดยมีคุณแม่ของพีทคอยแนะนำตัวช่วย

“นี่ฮานะ...คนที่ดูแลเจ้าพีทอยู่ที่นู่น” เรื่องที่หลานชายเดินเข้าสู่วงการบันเทิงนั้นตัวคุณยายเองก็เพิ่งได้รับรู้เมื่อไม่นานมานี้ ท่านจึงพยักหน้ายิ้มรับอย่างเป็นกันเองก่อนจะหันไปพูดกับหลานชายต่อ

“เราน่ะ...ทำตัวให้พี่เขาต้องปวดหัวหรือเปล่า หืม” เสียงแหบแห้งแต่กลับมากไปด้วยความเอ็นดูเอ่ยถาม

“น้องเป็นเด็กดีมากเลยครับ” ฮานะเป็นฝ่ายตอบกลับก่อนจะยกมือวางลงบนบ่ากว้าง “เพื่อนร่วมงานทุกคนเอ็นดูกันใหญ่”

“จริงหรือเปล่า” ฝ่ายนั้นยังคงไม่ไว้วางใจ “ถ้าเจ้าพีทดื้อ ยายฝากให้คุณฮานะจัดการได้ตามสบายเลยนะ คนนี้น่ะเห็นภายนอกไม่ค่อยพูดแต่ความจริงใจร้อนมาก”

“ได้ครับ” เขายิ้มรับก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างเกรงอกเกรงใจ “เรียกแค่ชื่อผมเถอะครับคุณยาย อย่าคุณเลย” ...ยิ่งอีกฝ่ายเป็นญาติผู้ใหญ่ของพีทด้วยแล้วเขาก็ยิ่งตั้งรับไม่ถูก

คุณยายยิ้มอย่างอารมณ์ดีก่อนจะพยักหน้ารับแล้วพูดชมว่าฮานะน่ารักไม่ขาดปากโดยมีคุณแม่เป็นแรงเสริมอีกคน

“แล้ว...หมอว่ายังไงบ้างครับ” เด็กหนุ่มเปิดประเด็นขึ้นมาอย่างนึกเป็นห่วงเพราะเห็นพยาบาลแจ้งว่าไข้ยายยังไม่ลดลง

“รอฟังผลเลือดพรุ่งนี้ก็น่าจะรู้แล้วว่าสาเหตุมาจากอะไร” แม่หันมาบอกในขณะที่กำลังปอกฝรั่งและแอปเปิ้ลใส่จานโดยมีฮานะช่วยเป็นลูกมืออีกแรง...แม้จะยังเก้กังอยู่บ้างแต่คุณแม่ของพีทกลับใจเย็นสอนจนสามารถปอกออกมาได้อย่างสวยงาม

“แล้วจะกลับมาอยู่กี่วันล่ะเจ้าพีท เสียการเสียงานหรือเปล่าลูก” หญิงสูงวัยถามอย่างนึกเป็นห่วงว่าจะทำให้หลานต้องทิ้งภาระหน้าที่เพื่อกลับมาเยี่ยมไข้

“กลับมะรืนนี้แล้วครับ...แต่ถ้ายายอาการไม่ดีขึ้น ผมก็คงยังไม่กลับ” บอกตามตรงเลยว่าพอยายล้มป่วยและมีเพียงแม่คนเดียวที่คอยดูแลเขาก็ยิ่งรู้สึกผิดที่ปล่อยให้ทั้งสองคนต้องเผชิญกับปัญหาเพียงลำพัง แต่เพราะความจำเป็นจึงทำได้แค่เพียงอดทนอดกลั้นและหวังว่าสักวันเขาจะสามารถกลับมาดูแลแม่กับยายได้อย่างเต็มที่โดยที่ไม่ให้พวกท่านทั้งสองต้องลำบากอีก

“ทำอย่างนั้นได้ยังไงกัน” ถูกยายดุขึ้นมาอย่างไม่จริงจังมากนัก “ต้องกลับไปทำสิ่งที่สำคัญก่อนสิลูก...อาการป่วยของยายน่ะก็เป็นๆ หายตามประสาคนแก่อยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก”

“ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าแม่กับยายแล้วครับ” เด็กหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงที่จริงจังพร้อมซบหน้าลงบนมือเหี่ยวย่นที่คอยโอบอุ้มเขามาตั้งแต่เด็ก

“วางใจเถอะครับ...เรื่องงานของพีทผมจะช่วยดูแลให้อีกแรง” ฮานะรับปากเพื่อให้อีกฝ่ายคลายความกังวลลง

เพราะเขานั้นเข้าใจความรู้สึกของพีทดีว่าการที่อยู่ห่างจากครอบครัวนั้นมันทรมานมากแค่ไหน ยิ่งตอนที่พวกท่านล้มป่วยก็ยิ่งเป็นห่วงจนไม่มีกะจิตกะใจจะทำงาน แต่เพราะภาระหน้าที่และระยะทางจึงทำได้เพียงแค่อดทน

ฉะนั้นเขาจึงไม่คิดลังเลเลยที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ...

...ขอแค่ได้เป็นที่พึ่งพิงในยามที่อีกฝ่ายกำลังเหนื่อยล้าได้สักนิดก็ยังดี..

เข็มสั้นบนหน้าปัดนาฬิกาที่ติดอยู่บนฝาผนังบ่งบอกว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนพอดิบพอดี ร่างสูงใหญ่ของเด็กหนุ่มยังคงนั่งเฝ้าดูอาการของผู้เป็นยายอยู่อย่างนั้นโดยไม่ลุกออกไปไหนไกล ทั้งยังคอยป้อนน้ำและยาก่อนนอนให้โดยที่พยาบาลหรือแม่ไม่ต้องออกแรงช่วย

“พีท...กลับไปนอนที่บ้านเถอะ...พี่เขาจะได้พักผ่อน” เธอเดินมาวางมือลงบนไหล่ลูกชายก่อนจะพยักหน้าไปทางคนที่นั่งพิงพนักโซฟาอยู่และหลับไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย ฮานะเอนหน้าซบลงบนไหล่ตัวเองบนช่วงตัวมีผ้าห่มผืนบางที่คุณแม่ของพีทนำไปคลุมเอาไว้ให้

“กลับไปพักผ่อนเถอะลูก อยู่นี่ก็มีพยาบาลคอยช่วยแม่อีกแรง...ไม่ต้องห่วงนะครับ” ฝ่ามืออบอุ่นของผู้เป็นแม่วางลงบนศีรษะพร้อมกับลูบปลอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยมาหายายใหม่ก็ได้”

เด็กหนุ่มหันกลับมามองตามก่อนจะสลับกับยายที่นอนหายใจสม่ำเสมออยู่บนเตียงผู้ป่วยด้วยแววตาที่เป็นห่วงเหมือนอย่างเคย...เมื่อช่วงหัวค่ำหลังจากที่ยายหลับไปเพราะความเหนื่อยล้าไข้ก็ขึ้นสูงจนทำให้มีเหงื่อซึมขึ้นมาเต็มแผ่นหลังโดยมีเขาเป็นคนเช็ดตัวและเปลี่ยนชุดให้จนอุณหภูมิในร่างกายยายลดลง

...ลึกๆ แล้วก็รู้สึกผิดกับฮานะที่ทำให้ฝ่ายนั้นต้องมาลำบากด้วยกัน มิหนำซ้ำยังผิดสัญญาที่ให้ไว้ว่าจะพาไปเดินที่กาดกองต้าอีก

...แต่เขาก็ไม่สามารถทิ้งยายไปได้จริงๆ ..

“ครับ” เด็กหนุ่มพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายก่อนจะลุกเดินเข้าไปหาคนที่นอนหลับคอพับคออ่อนอยู่บนโซฟา...เห็นแล้วก็ได้แต่เป็นห่วงว่าคอจะเคล็ดเอา “ฮานะครับ”

“…”

“ฮานะ...กลับกันเถอะครับ” พีทเอื้อมมือไปแตะเข้าที่ต้นแขนอีกฝ่ายแผ่วเบา

“หืม..” คนที่ยังคงงัวเงียค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นอย่างเชื่องช้าก่อนจะมองกลับไปที่เตียงผู้ป่วยอย่างเป็นห่วง “...คุณยายเป็นยังไงบ้าง”

“ไข้ลดลงแล้วครับ” เด็กหนุ่มยิ้มบางเบาเมื่อเห็นว่าบนแก้มขาวปรากฏรอยกดทับเจือจาง คงเป็นตอนที่นอนหนุนผ้า “กลับบ้านกันนะครับ”

“ไม่นอนนี่เหรอ” ฮานะถามกลับแต่ก็ยอมลุกขึ้นยืนอย่างว่าง่าย

“แม่บอกให้กลับไปนอนที่บ้านครับ...กลัวว่าฮานะจะนอนไม่สบาย” เขาก้มลงมองคนที่พยักหน้ารับด้วยความง่วงก่อนจะเอื้อมมือไปปัดเส้นผมที่ตกลงมาระแก้มออกให้อย่างเบามือ

พีทมองตามแผ่นหลังเล็กของอีกฝ่ายที่เดินไปดูอาการยายที่เตียงพร้อมกับยกมือไหว้แม่เพื่อขอตัวกลับ

...และรอยยิ้มบางเบาก็ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าพร้อมกับความอบอุ่นที่ตีตื้นขึ้นที่อกซ้าย




(มีต่อด้านล่าง)

ออฟไลน์ Punmile09

  • '...Cause we were just kids when we fell in love...'
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-4
Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER T H I R T E E N : 19/11/2019
«ตอบ #104 เมื่อ19-11-2019 20:04:42 »

หลังจากที่เดินทางกลับมาถึงบ้านฮานะก็แยกตัวไปอาบน้ำบนห้องน้ำชั้นสองที่อยู่ติดกับห้องนอนส่วนเจ้าของบ้านนั้นเสียสละลงไปอาบน้ำที่ชั้นล่างแทน เขาใช้เวลาเพียงไม่นานก็เดินกลับเข้าไปในห้องนอนแต่ก็ต้องพบกับความว่างเปล่าไร้ซึ่งวี่แววของใครอีกคนฮานะจึงตัดสินใจเดินตามลงไปด้านล่าง

บริเวณชั้นหนึ่งนั้นมีเพียงแค่ไฟบริเวณหน้าห้องน้ำเท่านั้นที่เปิดอยู่ เขาพยายามเพ่งผ่านความมืดรอบบ้านก็ไม่เห็นแม้แต่วี่แววของพีท แต่พอมองสังเกตดูดีๆ แล้วบริเวณประตูหลังบ้านที่อยู่หลังครัวกลับเปิดแง้มออกเล็กน้อยจึงเดินตามออกไปอย่างนึกสงสัย และแล้วก็ได้พบว่าใครอีกคนกำลังนั่งอยู่บนม้านั่งหลังบ้าน ท่ามกลางความมืดสลัวมีเพียงแสงของพระจันทร์เท่านั้นที่ให้แสงสว่าง

เด็กหนุ่มนั่งหันหน้าออกไปทางสวนผักที่เมื่อก่อนเขากับยายช่วยกันปลูกเพื่อนำมาทำอาหารและแจกจ่ายเพื่อนบ้าน จนถึงตอนนี้มีผักหลายชนิดมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนเพราะยายชอบซื้อเมล็ดพันธุ์มาปลูกไปเรื่อยเพื่อแก้เบื่อ

นัยน์ตาคมเข้มทอดมองบริเวณสวนหลังบ้านไปเรื่อยเปื่อยเพื่อซึมซับบรรยากาศให้หายคิดถึง แต่แล้วจู่ๆ กลับถูกวงแขนของใครบางคนสวมกอดลงมาบนช่วงบ่า กลิ่นหอมและสัมผัสที่นุ่มนวลเฉพาะตัวทำให้เขาไม่ได้หันกลับไปมองว่าเป็นใคร

“คิดอะไรอยู่” ฮานะถามพร้อมกับวางคางไว้บนไหล่เขา เรียวแขนเล็กโอบกระชับแน่นจนต้องยกมือขึ้นมากอบกุมมืออีกฝ่ายเอาไว้

“เปล่าครับ”

“คิดมากเรื่องคุณยายอยู่หรือเปล่า” ฝ่ายนั้นถามกลับด้วยท่าทีเป็นห่วง “...ไม่เป็นไรนะ พรุ่งนี้ก็รู้ผลแล้ว” ฮานะปลอบประโลมพร้อมกับกดจูบลงข้างขมับแผ่วเบา

“ฮานะ” พีทดึงให้อีกฝ่ายเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าก่อนวงแขนกว้างจะสวมกอดลงไปบนช่วงเอวคอด “...ขอโทษนะครับที่ทำให้ฮานะต้องมาลำบาก” เด็กหนุ่มช้อนตาขึ้นมองพร้อมกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น

“ใครบอกว่าลำบากกัน...เรื่องแค่นี้เอง” คนอายุมากกว่าก้มลงมองพร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะบีบเข้าที่สองข้างแก้มแล้วส่ายไปมา “คิดมากอีกแล้วนะ”

พีทมองลึกเข้าไปในตาคู่นั้นก่อนจะยิ้มบางเบาออกมา “...ขอบคุณนะครับ”

“ไม่เป็นไรน่า คุณยายกับคุณแม่เธอก็เหมือนญาติผู้ใหญ่ของฉันด้วย” เจ้าตัวพูดอย่างมุ่งมั่นและยิ้มออกมาเพื่อให้อีกฝ่ายได้คลายความกังวลลง “มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ...ไม่ต้องเกรงใจ ฉันยินดี”

และแล้วช่วงตัวก็ถูกวงแขนแกร่งดึงรั้งให้ลงไปนั่งบนตักพร้อมกับวางคางไว้บนไหล่เขาเสร็จสรรพ

...อ้อนอีกแล้วนะ..

“..ที่ผ่านมาเวลาที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้...ผมรู้สึกกลัว” เสียงทุ้มต่ำพึมพำอยู่ข้างใบหูพร้อมกับโอบกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น “กลัวว่าจะทำหน้าที่ดูแลพวกท่านได้ไม่ดีพอ...กลัวไปหมด”

ฮานะทำเพียงแค่นั่งเงียบและตั้งใจฟังในสิ่งที่อีกคนพูดพร้อมกับวางมือลงบนท่อนแขนแข็งแรงและลูบปลอบแผ่วเบา

“จนบางทีก็นึกโกรธตัวเองที่ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้...คิดแค่ว่าถ้าหาเงินได้มากพอจะกลับมาดูแลแม่กับยายให้ดีที่สุด” เด็กหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่คนฟังกลับสัมผัสได้ว่าวันนี้มันดูผิดแปลกไปเล็กน้อย...ในความเนิบนาบนั้นเจือเสียงสั่นเครือเอาไว้ แม้จะเพียงแค่นิดเดียวแต่เขาก็รับรู้ได้ว่าตอนนี้พีทกำลังอ่อนแอ “มัวแต่ไล่ตามความต้องการของตัวเอง ดิ้นรนเพื่อความฝันลมๆ แล้งๆ จนลืมนึกถึงคนที่รออยู่ข้างหลัง...มันทำให้ผมไม่ต่างอะไรกับคนเห็นแก่ตัว”

“พีท” ฮานะเอี้ยวตัวกลับไปหาพร้อมกับประคองใบหน้าของเด็กหนุ่มให้ขึ้นมามองกัน “สิ่งที่เธอทำมันไม่ได้เรียกว่าเห็นแก่ตัวหรอกนะ” นัยน์ตาสีอ่อนเจือความอ่อนโยนตอนที่สบเข้ากับดวงตาคมเข้มที่กำลังหลงทาง “ทุกคนมีความรับผิดชอบและภาระหน้าที่ที่ต่างกัน...ฉันเชื่อว่าพวกท่านรู้และเข้าใจว่าสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่ตอนนี้น่ะ ทั้งหมดก็เพื่อครอบครอบครัวของเธอ...จริงไหม”

“…”

“ที่ผ่านมาเธอได้เรียนในสิ่งที่ชอบ ได้วิ่งตามความฝันและได้ลงมือทำในสิ่งที่ตัวเองรัก...เท่านั้นก็บอกอะไรได้หลายอย่างแล้วนะว่า...ไม่ว่าเธอจะเลือกทางไหนพวกท่านทั้งสองก็พร้อมที่จะสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้เธอเสมอ”

บางสิ่งบางอย่างไม่จำเป็นที่จะต้องพูดหรือแสดงออกมาให้ได้เห็น...แค่เพียงการกระทำเท่านั้นก็มากพอแล้ว..ที่ผ่านมาไม่ว่าเขาจะเลือกเดินทางไหนก็มีแม่และยายคอยอยู่เคียงข้างเสมอ พวกท่านไม่เคยบอกให้เขาต้องเลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ แต่กลับให้อิสระในทุกด้านเพื่อให้เขาเลือกเดินในเส้นทางที่อยากจะเป็น

“เพราะฉะนั้น...อย่ามัวแต่โทษตัวเองเลยนะ” ฮานะยิ้มกว้างพร้อมกับลูบลงบนใบหน้าคมเข้มอย่างอ่อนโยน “ค่อยๆ เติบโตไปในแบบที่เธอต้องการเถอะ”

“…”

ทั้งสองสบตากันเนิ่นนานจนกระทั่งใครอีกคนเอ่ยปากเมื่อเห็นว่านัยน์ตาคมเข้มคู่นั้นสั่นไหวก่อนหยดน้ำที่เอ่อล้นจะร่วงหล่นลงมาอย่างเงียบเชียบ “...ยังมีฉันอีกคนที่อยู่ตรงนี้...เธอรู้ใช่ไหม?”

“ครับ” เด็กหนุ่มขานรับด้วยเสียงที่แหบพร่าก่อนจะสวมกอดร่างที่เล็กกว่าเอาไว้แน่น

...ขอแค่ฮานะยังอยู่ด้วยกันแบบนี้...ก็เพียงพอแล้ว..










“ผลจากแลปออกมาแล้วพบว่ามีเชื้อเมลิออยด์อยู่ในกระแสเลือด ซึ่งเชื้อชนิดนี้มักจะอยู่ในน้ำและดิน หมอไม่มั่นใจว่าคนไข้มีกิจกรรมที่ทำให้ต้องเจอกับสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงก่อให้เกิดการติดเชื้อมากน้อยแค่ไหน เพราะเท่าที่ดูจากประวัติแล้วเนื่องจากคนไข้มีโรคประจำตัวพ่วงมาด้วยจึงทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ และมีโอกาสที่จะติดเชื้อได้มากกว่าคนทั่วไป”

“แล้วอันตรายมากไหมครับ” ร่างสูงใหญ่ของเด็กหนุ่มยืนอยู่ข้างเตียงผู้เป็นยายไม่ห่างมาตั้งแต่เช้า ใบหน้าที่เคร่งเครียดกลับผ่อนคลายลงเมื่อเห็นว่าคุณหมอส่ายหน้าและยิ้มออกมา

“ไม่ต้องห่วงค่ะ โชคดีที่ตรวจพบได้ทันก่อนที่เชื้อจะลามไปมากกวานี้...หมอจะให้ยาฆ่าเชื้อทุกวันไปจนกว่าอาการจะดีขึ้นหรือจนกว่าไข้จะลด น่าจะใช้เวลาประมาณหนึ่งถึงสองสัปดาห์ก็กลับบ้านได้แล้วล่ะค่ะ” คุณหมอเจ้าของไข้พูดเอาไว้แค่นั้นก่อนจะขอตัวกลับออกไปทำงานต่อ

“พีทต้องดุยายแล้วนะ แม่ห้ามก็ไม่ฟัง ลงไปสวนทีไรไม่ชอบสวมรองเท้าบูต” เมื่อได้โอกาสคุณแม่ก็รีบฟ้องใหญ่ รายนี้ดื้อรั้นไม่ต่างกับหลานชายเลยสักนิด

เด็กหนุ่มหันไปมองคนสำคัญในชีวิตของเขาก่อนจะกอบกุมมือที่เหี่ยวย่นไปตามวัยขึ้นมากดจูบอย่างนุ่มนวลแล้วยิ้มส่งไปให้ “ยายสัญญากับผมได้ไหมครับว่าจะไม่ทำอะไรให้ผมต้องเป็นห่วง” มือข้างนั้นถูกยกขึ้นมาแนบแก้มเอาไว้อย่างรักใคร่พร้อมกับการพยักหน้าตอบรับคำขอของหลานชายอย่างว่าง่าย

“แล้วจะกลับกันพรุ่งนี้เช้าใช่ไหมลูก” คุณแม่หันมาถาม

“ครับ”

“ถ้าอย่างนั้นวันนี้ก็พาพี่เขาไปเที่ยวซะสิ ไหนๆ ก็มาทั้งที” เธอเสนอ เพราะตั้งแต่กลับมาก็วนเวียนอยู่แค่บ้านกับโรงพยาบาลกลัวว่าฮานะจะเบื่อเอา

“ไม่เป็นไรครับคุณน้า ผมตั้งใจมาเยี่ยมคุณยายอยู่แล้วเรื่องเที่ยวเอาไว้วันหลังก็ได้ครับ” ฮานะยิ้มรับอย่างเต็มใจ

“ไปพักผ่อนเถอะจ้ะ เห็นพีทบอกว่าฮานะอยากไปเดินเล่นที่กาดด้วยนี่…อีกอย่างคุณยายก็ไข้ลดลงแล้วด้วย ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วล่ะจ้ะ” คุณแม่เดินลงไปนั่งบนโซฟาตัวเดียวกันกับผู้จัดการคนสวยของลูกชายก่อนจะยกมือขึ้นวางลงบนตักอีกฝ่าย “แล้วก็อีกอย่าง...เรียกแม่เถอะ เรียกคุณน้าแล้วฟังดูห่างเหินกันจัง”

บอกตามตรงว่าเธอนั้นรู้สึกถูกชะตากับอีกฝ่ายอย่างบอกไม่ถูก...แล้วก็สัมผัสได้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่คงไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงานกันธรรมดาอย่างแน่นอน ดูจากสายตาของลูกชายตัวเองที่มองฮานะแล้วก็ยิ่งมั่นใจเข้าไปอีกว่าสิ่งที่เธอคิดนั้นไม่ใช่เรื่องที่รู้สึกไปเองคนเดียว










ช่วงค่ำคืนของย่านตลาดเก่าในเมืองลำปางนั้นเริ่มหนาแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาเยี่ยมชมบรรยากาศพื้นเมืองของตึกรามบ้านช่องที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สองข้างทางเต็มไปด้วยของพื้นถิ่นที่ชาวบ้านนำมาขาย เสียงดนตรีพื้นเมืองดังคลอแว่วไปตลอดสายช่วยเสริมให้บรรยากาศในกาดกองต้านั้นผ่อนคลายมากขึ้น

เด็กหนุ่มมองตามแผ่นหลังเล็กที่หยุดเดินดูของกินโดยเฉพาะอาหารพื้นถิ่นอย่างสนอกสนใจใน บางครั้งเจ้าตัวก็หยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปตึกแถวเอาไว้

“พีท...อันนี้อะไร” ฮานะชี้ไปที่กระทงใบตองที่อยู่บนเตาปิ้ง กลิ่นหอมของใบตองและไข่ที่อยู่ด้านในทำให้รู้สึกหิวขึ้นมาไม่น้อย

“ไข่ป่ามครับ” เขาบอก “ฮานะอยากลองชิมดูไหม” โดยไม่ต้องรอให้คิดฝ่ายนั้นก็พยักหน้ารัวจนเขาต้องเดินไปซื้อมาให้

“เหมือนไข่เจียวเลย” นัยน์ตาคู่สวยก้มลงมองเนื้อไข่นวลเนียนที่ถูกย่างจนหอม ด้านบนมีพริกสดและต้นหอมซอยโรยอยู่ ฮานะตั้งขึ้นมาชิมคำหนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยแววตาที่แวววาว

“อร่อยไหมครับ” พีทยิ้มพร้อมกับเอื้อมมือขึ้นไปเช็ดเหงื่อบนปลายจมูกออกให้

“อื้อ อร่อย”

“ฮานะอยากกินอะไรอีกหรือเปล่า”

“พอแล้ว...อิ่มตื้อเลย” เจ้าตัวส่ายหน้าปฏิเสธพร้อมกับชูถุงของกินที่ซื้อมาเต็มไม้เต็มมือให้ดูเป็นหลักฐาน ก่อนหน้านี้ก็กินขนมจีบไปแล้วด้วย

ทั้งสองคนเดินไปตามถนนทางเดินอย่างไม่รีบร้อน ในบางครั้งก็สลับกันเดินดูของที่ตัวเองสนใจไปเรื่อยๆ

ฮานะมองตามไปยังคนที่กำลังยืนดูของที่ร้านแผงลอยอย่างสนอกสนใจ เสี้ยวหน้าคมเข้มที่ถูกแสงจากหลอดไฟตกกระทบลงมานั้นมากล้นไปด้วยเสน่ห์จนอดที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายเก็บภาพเอาไว้ไม่ได้

“ฮานะ?” เด็กหนุ่มหันมามองตามเสียงชัตเตอร์ด้วยความสงสัย “ทำอะไรครับ”

“ถ่ายรูปไง” ฮานะยักคิ้วให้อย่างอารมณ์ดี “เผื่อวันไหนดังขึ้นมาจะได้เอาไปขายให้แฟนคลับเธอ...ดีไหม” เจ้าตัวหัวเราะชอบใจใหญ่ที่ได้แกล้ง ใบหน้าสวยเจือความสุขในแบบที่เขาไม่เคยได้เห็นมาก่อน แววตาคู่นั้นเปล่งประกายเจิดจ้าไร้ซึ่งความเศร้าหมองเหมือนอย่างที่ผ่านมา

“แล้ว...ผมต้องคิดค่าตัวหรือเปล่าครับ” เด็กหนุ่มยกมือขึ้นกอบกุมข้อมือขาวเอาไว้

“เดี๋ยวนี้หัดต่อรองแล้วเหรอ”

ฮานะหรี่ตามองเจ้าเด็กตัวโตที่นับวันความร้ายกาจและเจ้าเล่ห์ยิ่งถูกอัพเกรดมากขึ้น เขายื่นมือขึ้นไปดึงแก้มจนยืดเมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นไม่ตอบ เอาแต่หัวเราะและมองลงมาด้วยแววตาที่ทำให้ต้องเบือนหน้าหนีออกไปทางอื่นแทน

“ฮานะครับ”

“หืม”

แชะ!

ยังไม่ทันที่จะได้เงยหน้าขึ้นมองจู่ๆ ก็ถูกฝ่ายนั้นวางคางลงมาบนศีรษะพร้อมกับเสียงชัตเตอร์ที่กดถ่ายภาพที่กล้องหน้าเอาไว้จนได้รูปที่ดูยังไงมันก็เหมือนคู่รักกันชะมัดเลย...

“ฉวยโอกาสเหรอ” ฮานะพยายามแย่งโทรศัพท์ของเจ้าตัวมาดูรูป แต่นอกจากพีทจะไม่ให้แล้วยังชูขึ้นสุดแขนเพื่อต้องการแกล้งเขา

โอเค! ยอมแพ้!

“ฮานะน่ารัก” เด็กหนุ่มยกยิ้มบางเบาก่อนจะเปิดโชว์รูปคู่รูปแรกของพวกเขาให้ดู

มันก็ไม่ได้แย่น่ะนะ...แต่ทำตัวเหมือนเป็นคู่รักวัยรุ่นไปได้...

“ไม่คุยด้วยแล้ว” ฮานะรีบตัดบททันทีเมื่อรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าก่อนจะเดินหนีออกมาโดยมีฝ่ายนั้นเดินตามมาตีคู่กันแล้วคว้ามือเขาไปจับเอาไว้

“ฮานะ” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกในตอนที่เดินมาถึงสะพานปลายทาง บริเวณนี้คนไม่ค่อยพลุกพล่านมากนัก

“ว่าไง”

“ชอบที่นี่ไหมครับ” พีทก้มลงมองใบหน้าขาวที่ตอนนี้ขึ้นสีระเรื่อ...ไม่มั่นใจว่าเป็นเพราะอากาศที่ร้อนหรือเป็นเพราะเขาที่ทำให้ฮานะแก้มแดงได้ขนาดนี้....

แต่ที่แน่ๆ คนมองก็หน้าร้อนไม่ต่างกัน..

“อื้อ ชอบมากเลยล่ะ” เขาพยักหน้าตอบรับตามความรู้สึก...หลงรักเมืองนี้เข้าเต็มเปาซะแล้ว...

“แล้ว...คิดยังไงกับคนที่นี่ครับ ชอบหรือเปล่า”

“ชอบสิ คนที่นี่น่ารักแล้วก็ยัง-...เดี๋ยวนะ” แต่ก่อนที่จะรู้สึกตัวและนึกทบทวนคำถามใหม่อีกรอบเจ้าเด็กตัวโตก็ยืนยิ้มกว้างไปแล้ว

“ขี้โกง...งั้นเปลี่ยนใจไม่ชอบแล้ว” ฮานะยักไหล่เพื่อเปลี่ยนประเด็น แต่กลับรู้สึกว่าไม่สามารถซ่อนใบหน้าร้อนจัดให้หลบพ้นสายตาของคนที่มองลงมาได้เลย

“ใจร้ายจัง” ถึงจะพูดแบบนั้นแต่รอยยิ้มที่มีกลับไม่จางหาย มิหนำซ้ำยังขยับกว้างขึ้นเมื่อถูกใครอีกคนเอื้อมมือมาปิดปากเอาไว้ให้เขาหยุดพูด

...เพราะตอนนี้สองข้างแก้มของฮานะนั้นแดงจัดจนลามไปถึงใบหูแล้ว..










ร่างของคนที่นอนกอดเกยกันอยู่บนเตียงหลังเล็กนั้นทำให้เกิดเสียงสปริงลั่นท่ามกลางความเงียบสงบในยามค่ำคืน ฮานะกลั้นเสียงเอาไว้ในลำคออย่างสุดความสามารถเมื่อช่วงตัวถูกสอดใส่เข้ามาลึกจนต้องจิกปลายเล็บลงบนผิวเนื้อของเด็กหนุ่มจนเกิดรอย ท่อนล่างที่สอดประสานกันอยู่นั้นค่อยๆ ขยับอย่างเนิบนาบ อุณหภูมิรอบกายพุ่งสูงขึ้นในตอนที่หยาดเหงื่อจากคนที่อยู่เหนือร่างนั้นหยดลงมาผสมกัน เสียงร้องคราเครือเจือไปด้วยแรงอารมณ์ทำให้สะโพกสอบเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น

“อ....พีท” แผ่นท้องแข็งแรงถูกฝ่ามือเล็กดันห้ามเอาไว้เมื่อรู้สึกมากเกินกว่าที่จะรับไหว

ใบหน้าสวยส่ายไปมาอยู่บนหมอนจนเส้นผมกระจายฟุ้ง ฮานะสะอื้นฮักในตอนที่ถูกยกสะโพกลอยขึ้นสูงเพื่อรองรับแรงอารมณ์ ก่อนที่ความอุ่นร้อนจะพวยพุ่งเข้ามาเติมเต็มในตอนที่ทั้งคู่นั้นถึงฝั่งฝัน เรียวขาขาวโอบกระหวัดช่วงเอวสอบเอาไว้แน่น เสียงหอบหายใจหนักหน่วงของทั้งคู่นั้นสอดประสานกันเป็นจังหวะก่อนจะค่อยๆ สงบลง

หลังจากที่ได้สติฮานะก็รู้สึกกระดากอายขึ้นมาจนต้องยกมือขึ้นมาปิดหน้า

...เขากับพีทเพิ่งจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันในบ้านของพีท..

ถึงแม้ว่าตอนนี้จะไม่มีใครอยู่นอกจากพวกเขาทั้งสองคนแต่มันก็อดที่จะละอายใจไม่ได้อยู่ดี...ไม่น่าคล้อยตามแพ้แววตาออดอ้อนของเจ้าเด็กตัวโตเลยจริงๆ ..

“ฮานะ...อายเหรอครับ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามพร้อมกับกดจูบลงบนหลังฝ่ามือขาว

“ไม่ต้องพูดเลย...” ฮานะเลื่อนมือลงมา เผยให้เห็นแค่แววตาที่รื้นน้ำ “..เอาออกไปได้แล้ว” สะโพกเล็กขยับถอยเมื่อรู้สึกร้อนจัดบริเวณช่องทางที่รองรับ ก่อนชีพจรจะเต้นรัวเมื่อได้ยินเสียงเฉอะแฉะในตอนที่ฝ่ายนั้นถอนกายออกไป

ของเหลวร้อนผ่าวไหลออกมาเปื้อนบริเวณซอกขา

...ครั้งนี้เขาก็ไม่ได้ป้องกันเพราะไม่ได้เตรียมการล่วงหน้ามาก่อน...

“อา ให้ตายสิฉันปล่อยตัวกับเธอเกินไปแล้ว” ฮานะส่ายหน้าไปมาอย่างนึกขบขันตัวเอง

แม้แต่กับอเล็กซ์เองเขาก็ยังนึกไม่ชอบใจทุกครั้งที่อีกฝ่ายสัมผัสกันด้วยตัวตนเปลือยเปล่าไร้เครื่องป้องกัน

แต่กับใครอีกคนนั้นกลับปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ เพราะลึกๆ แล้วเขาเองก็ชอบความรู้สึกในตอนที่ถูกร่างกายใหญ่โตเข้ามาเติมเต็มมากเสียจนเผลอเรียกร้องกลับไปโดยที่ไม่รู้ตัว

...โชคดีที่พกยาคุมฉุกเฉินติดกระเป๋าเดินทางมาด้วย

…พกยาคุมแต่ไม่พกถุงยางอนามัย

...ถ้าจะบอกว่าเป็นความสะเพร่าที่ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น...ก็คงไม่เกินจริง...





_____________________________




เด้นก็อ่อนแอเป็นนะ โอ๋ๆนะคับลูกคนเก่งงง /หอมหัว

แอบสปอยว่าตอนหน้ามี15หน้าค่ะะ ยาวเฟื้อยเลยย แต่จะเป็นอะไรนั้นขออุบอิบไว้ก่อน้า > <



ฝากคอมเมนท์เป็นกำลังใจให้เด้นด้วยนะคับ หรือจะติด #ดอกไม้ของพีท ทางtwitter ก็ได้น้าา :กอด1: :L2:


ออฟไลน์ mickeyz.min

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 820
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER T H I R T E E N : 19/11/2019
«ตอบ #105 เมื่อ19-11-2019 21:07:04 »

โอ๊ยยยย ฟินมาก ค่อยๆรักกันแล้วใช่ไม๊นะ รอตอนได้กลิ้น :ling2:

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3348
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER T H I R T E E N : 19/11/2019
«ตอบ #106 เมื่อ19-11-2019 21:13:28 »

อ่านจุใจ...พีทน่าเอ็นดู รักคุณยายมาก ต้องพบเจอแต่สิ่งดีๆแน่นวล..ลลลลลลล    o13

ออฟไลน์ Majariga

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 451
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER T H I R T E E N : 19/11/2019
«ตอบ #107 เมื่อ19-11-2019 21:39:17 »

อ๋อยยยย อ๋อย อิจฉาเด้นนนนนนนนน อยากมีฮานะเป็นของตัวเองบ้างงงงง :hao7:

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1837
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER T H I R T E E N : 19/11/2019
«ตอบ #108 เมื่อ19-11-2019 22:16:28 »

หมั่นเขี้ยวเจ้าหมา  :hao7:

ออฟไลน์ Punmile09

  • '...Cause we were just kids when we fell in love...'
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-4
Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER F O U R T E E N : 24/11/2019
«ตอบ #109 เมื่อ24-11-2019 21:34:31 »

CHAPTER FOURTEEN


_________________________________



เช้าของวันต่อมาทั้งสองคนได้แวะเข้าไปเยี่ยมคุณยายที่โรงพยาบาลอีกครั้งก่อนที่จะเดินทางกลับ อาการของท่านนั้นนับว่าดีขึ้นกว่าเมื่อวานมากเมื่อได้รับยาฆ่าเชื้อ ไข้ที่เคยขึ้นสูงก็ลดลงจนอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจจึงทำให้ทุกคนหายห่วง

ขากลับจากลำปางนั้นฮานะอาสาช่วยอีกฝ่ายขับรถเพราะกลัวว่าพีทจะเหนื่อยเกินไป แล้วอีกอย่างพรุ่งนี้พวกเขาต้องเข้าบริษัทแต่เช้าตามนัดของคุณของแกเรนด้วย

เพราะเป็นวันธรรมดาถนนเส้นหลักจึงไม่ติดขัดเหมือนขามาจึงทำให้การเดินทางนั้นค่อนข้างสะดวก ในตอนที่แวะพักที่จุดพักรถพีทก็เปลี่ยนมาขับเพราะเขารู้สึกง่วงและอ่อนเพลียขึ้นมา แอร์เย็นจากเครื่องปรับอากาศทำให้ต้องขดตัวเข้ากับเสื้อแจ็คเกตที่ฝ่ายนั้นเอื้อมไปหยิบมาจากเบาะหลังมาห่มไว้ให้

รู้ตัวอีกทีภายนอกรถนั้นก็เริ่มมืดครึ้มจากเมฆฝน ในระหว่างที่รถกำลังติดไฟแดงอยู่บนท้องถนนนั้นคนที่อยู่หลังพวงมาลัยก็เอี้ยวตัวเข้ามาหาและก้มลงวัดอุณหภูมิให้อย่างนึกเป็นห่วง

“ฮานะ...เป็นยังไงบ้างครับ” พีทเกลี่ยลงบนหน้าผากนวลที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อย

ปกแล้วฮานะเป็นคนที่ขี้หนาวแต่ตอนนี้เจ้าตัวกลับมีเหงื่อทั้งที่อุณหภูมิทั้งภายในและภายนอกนั้นไม่ได้สูงจึงทำให้เขากลัวว่าอีกฝ่ายจะป่วยเพราะวันนี้อากาศค่อนข้างที่จะร้อนจัดและช่วงเย็นยังครึ้มฝน

“...พีท” ฮานะสูดหายใจเข้าออกอย่างเชื่องช้าเพราะจู่ๆ ก็รู้สึกว่าอุณหภูมิในร่างกายนั้นสูงขึ้น

“ครับ” ฝ่ายนั้นขานรับและเอื้อมมือมาจับกระชับกันไว้แน่นในตอนที่รถเคลื่อนตัวออกไปตามท้องถนน

“ร้อน…อื้อ” ร่างขาวนวลสั่นสะท้านเมื่อความรู้สึกบางอย่างพุ่งเข้ามาโจมตีกะทันหัน...ยิ่งได้กลิ่นของพีทที่หลงเหลืออยู่บนเสื้อเขาก็ยิ่งควบคุมสติเอาไว้ไม่อยู่ ทั้งร่างนั้นร้อนจัดจนแทบระเบิด จังหวะการหายใจเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ

…นี่ไม่ใช่อาการป่วยอย่างแน่นอน...ไม่ใช่...

“ฮานะ ไปหาหมอไหมครับ” เด็กหนุ่มถามอย่างร้อนใจเมื่อเห็นว่าใบหน้าของฮานะนั้นแดงก่ำ

“ม…ไม่ต้อง” อีกฝ่ายส่ายหน้าปฏิเสธ “กลับห้อง...เร็วๆ”

“แต่..”

“พีท...ได้โปรด” มือขาวทั้งสองข้างกำแน่นเข้าหากันจนขึ้นสันหมัด ฮานะกอดเสื้อแจ็กเกตเอาไว้แน่นเมื่อร่างกายเริ่มร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆ จนทัศนียภาพเบื้องหน้านั้นพร่าไปหมด หยดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาจนเปียกแก้มทำให้ต้องข่มความรู้สึกเอาไว้

ทันทีที่รถจอดฮานะก็ถูกอีกฝ่ายอุ้มเอาไว้ในอ้อมแขน เด็กหนุ่มเร่งฝีเท้าอย่างกระวนกระวายเมื่อคนในอ้อมกอดนั้นเริ่มหอบหายใจหนัก เสื้อเขาถูกขยุ้มจนยับย่นในตอนที่เดินเข้าไปในห้องโดยสารของลิฟต์

“ฮานะ...” จู่ๆ ลำคอก็ถูกคว้าลงต่ำก่อนที่ริมฝีปากร้อนจัดจะประกบบดเบียดแนบแน่น

เรียวลิ้นเล็กสอดเข้ามาในโพรงปากจนเขาต้องตอบสนองไปตามสัญชาตญาณ เสียงเฉอะแฉะทำให้ความรู้สึกเบื้องต่ำนั้นพุ่งพล่าน ร่างสูงใหญ่กระชับอ้อมแขนเอาไว้แนบแน่นก่อนจะจัดแจงเกี่ยวกระหวัดช่วงขาเรียวให้มาพันรอบเอวเอาไว้แล้วดันตัวอีกฝ่ายไปแนบกับผนังลิฟต์

ใบหน้าคมเข้มเคลื่อนลงต่ำจนระดับเสมอกับลำคอขาว ทันทีที่ปลายจมูกแตะลงบนผิวเนื้อนวลเนียนกลิ่นหอมรุนแรงก็ฟุ้งกระจายออกมาจนเขารู้สึกมึนหัวไปชั่วขณะ เด็กหนุ่มขบกรามจนขึ้นสันเมื่อสัญชาตญาณดิบในร่างกายถูกปลุกเร้าขึ้นมาเมื่อรู้ว่า...

...ฮานะกำลังจะเข้าสู่ชวงฮีท..

เมื่อเสียงสัญญาณลิฟต์เตือนว่าถึงชั้นห้องพักร่างสูงใหญ่ก็ก้าวเดินออกไปด้วยความเร่งรีบเพราะกลิ่นของฮานะนั้นเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ โชคดีที่ตอนนี้บริเวณทางเดินนั้นปลอดคนเขาจึงสามารถรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าได้โดยไม่ต้องนึกกังวล

ประตูห้องถูกเปิดและปิดออกด้วยความรวดเร็วก่อนที่พีทจะเดินเข้าไปในห้องนอนโดยไม่รีรอ ร่างขาวเนียนถูกวางลงบนเตียงอย่างระมัดระวัง ฮานะตัวชื้นเหงื่อจนเสื้อเชิ้ตสีครีมที่สวมใส่นั้นแนบไปกับผิวเนื้อ เด็กหนุ่มมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่รุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ลำคอพลันแห้งผากเมื่อถูกฟีรีโมนของอีกฝ่ายเล่นงานจนตาพร่าเบลอ

...หอม..

...หอมมาก..

...ไม่เคยได้กลิ่นหอมแบบนี้มาก่อน..

“พีท...ฉัน อ..”

...ยิ่งฮานะเรียกร้องหา กลิ่นก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจนไม่สามารถที่จะยับยั้งตัวเองได้อีกต่อไป

เสื้อยืดที่สวมใส่ถูกถอดโยนไว้บนพื้นข้างเตียง ฟูกนุ่มยวบลงเมื่อต้องรองรับน้ำหนักของคนสองคน ร่างสูงใหญ่เคลื่อนตัวไปคร่อมทับอีกฝ่ายเอาไว้ก่อนจะจัดการถอดกางเกงยีนออกจนท่อนล่างนั้นเปล่าเปลือย สะโพกเล็กถูกช้อนขึ้นสูงจนลอยเหนือพื้นเตียง น้ำหล่อลื่นที่ไหลออกมาจากร่องสะโพกนั้นมีมากกว่าปกติมันอาบไล้ซอกขาขาวเนียนจนฉ่ำวาว

เด็กหนุ่มประคองหนั่นเนื้อขาวจัดเอาไว้ก่อนจะลูบปลายนิ้วปัดผ่านช่องทางร้อนจัดด้วยลำคอที่แห้งผาก

“อ...ส..ใส่มันเข้ามาที ฮึก” ฮานะร้องขออย่างขาดสติ มือขาวจิกลงบนผ้าปูจนยับย่นเมื่อถูกเรียวนิ้วดันลึกเข้ามา

เสียงเฉอะแฉะดังขึ้นอย่างหยาบโลนในตอนที่ช่องทางถูกกระทำจนขับน้ำหล่อลื่นออกมาอาบเรียวนิ้วของอีกฝ่าย ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงจัดพร้อมกับส่ายไปมาบนหมอนนุ่มจนเส้นผมแผ่กระจาย

“ไม่ใช่นิ้ว...ม.. ฮึก ไม่เอานิ้วแล้ว” ฮานะสะอื้นในลำคอตอนที่ถูกพลิกตัวลงไปนอนคว่ำบนเตียงก่อนสะโพกจะถูกตะปบยกขึ้นสูงจนตัวแอ่นโค้ง “พีท...ได้โปรด...เข้ามา” ใบหน้าซบลงบนหมอนอย่างอ่อนแรงตอนที่ถูกฝ่ายนั้นซุกหน้าลงมาตรงหว่างขา ร่างขาวนวลตัวสั่นเทิ้มอย่างรุนแรงเมื่อช่องทางด้านหลังถูกเรียวลิ้นร้อนกดลึกเข้ามาอย่างตะกรุตะกราม

“อื้อ!” ฮานะรู้สึกร้อนวูบไปทั่วร่างเมื่อลิ้นถูกถอนออกไปแต่กลับมีบางอย่างที่ร้อนจัดแนบลงมาแทน

...ไม่ไหว...

...รู้สึกร้อนจนหัวแทบระเบิด...ยิ่งได้กลิ่นของพีทที่วนเวียนอยู่รอบกายก็เหมือนกับว่าสมองมันจะละลายหายไปซะให้ได้..

“ฮานะ” เสียงพร่าต่ำแหบแห้ง เรียวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างเคร่งเครียด เด็กหนุ่มขบกรามแน่นจนขึ้นสันเมื่อถูกกลิ่นหอมรุนแรงนั้นเล่นงานจนมึนหัว

จังหวะชีพจรเต้นรัวเร็วและหนักแน่นในตอนที่ก้มลงสูดกลิ่นข้างลำคอขาว

ในเวลาที่กายใหญ่สอดลึกลงไปในช่องทางอ่อนนุ่ม กลิ่นหอมยิ่งฟุ้งขึ้นมา

“อ..ทำไมมันใหญ่ขึ้น ฮ...อือ” ร่างเล็กเกร็งสะท้านเมื่อถูกกระชับสะโพกเอาไว้แน่นเพื่อรองรับความใหญ่โต “พ...พีท มันใหญ่..ใหญ่เกินไป อื้อ!” ถ้อยคำปลุกเร้าทำให้ผู้ที่อยู่เหนือกว่านั้นสติขาดสะบั้นลงแทบจะทันที

ช่วงเอวสอบกดลึกกระแทกกับบั้นท้ายขาวจัดจนขึ้นรอยแดง เสียงคำรามทุ้มต่ำดังเครืออยู่ในลำคอราวกับต้องการระงับความบ้าคลั่งที่กำลังปะทุขึ้นมา

ดวงตาคมปลาบมองต่ำไปที่ลำคอขาวอีกครั้ง ก่อนจะลากนิ้วผ่านปลอกคอหนังที่อีกฝ่ายสวมใส่เอาไว้ตลอดเวลา...พักหลังมาฮานะไม่ได้สวมปลอกคอที่มีระบบนิรภัยเหมือนอย่างตอนแรกที่พบกัน

..เป็นเพียงปลอกคอหนังธรรมดาที่ไร้ซึ่งระบบป้องกัน..

“พ..พีท อ” ฮานะพูดด้วยเสียงที่สั่นเครือ “ทำให้ฉัน...เป็นของเธอ”

สิ้นเสียงร้องขอโดยไม่รอให้เจ้าตัวเป็นฝ่ายปลดออก ปลอกคอก็ถูกกัดจนขาดออกจากกันกลิ่นฟีโรโมนกลับยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเป็นเท่าตัว

ลิ้นร้อนแลบเลียลงบนผิวนุ่มก่อนจะใช้ฟันขบกัดลงบนลำคอขาวจนเกิดร่องรอยประทับจนเป็นที่น่าพึงพอใจ และแล้วความรู้สึกบางอย่างก็ซ้อนทับขึ้นมา เร่งเร้าให้ชีพจนเต้นเร่าอย่างรุนแรง เด็กหนุ่มยืดตัวขึ้นนั่งพร้อมกับดึงร่างที่เล็กกว่าขึ้นมาแนบชิดกับแผ่นอก

“ฮานะ...” ริมฝีปากร้อนจัดแนบลงเมื่อเห็นประกายตารื้นน้ำจากอีกฝ่าย

“...เป็นเธอ” ฮานะถอนจูบออกมาก่อนจะขบกัดลงบนริมฝีปากล่างด้วยความรู้สึกที่ตีตื้นขึ้นมาในอก “เป็นเธอจริงๆ ด้วย” เสียงกระซิบสั่นพร่าจนไม่สามารถควบคุมเอาไว้ได้ สัญชาตญาณบางอย่างร่ำร้องอย่างบ้าคลั่ง โหยหารุนแรง

...นี่น่ะหรือความวิเศษของคู่แห่งโชคชะตา...

“คุณเป็นของผมแล้ว” เด็กหนุ่มก้มลงแนบใบหน้าเข้ากับลำคอขาวก่อนจะกัดลงไปบนลำคออีกข้าง “ฮานะ...เป็นของผม..”

...เป็นของกันและกันโดยสมบูรณ์..

สะโพกสอบกดกระแทกเรี่ยวแรงทั้งหมดเข้าไปจนเกิดเสียงหยาบโลนของหนั่นเนื้อที่กระทบกัน ฝ่ามือใหญ่ที่กระชับอยู่ข้างสะโพกเลื่อนขึ้นไปลูบไล้แผ่นอกขาวชื้นเหงื่อก่อนจะเน้นคลึงยอดอกที่กำลังชูชันขึ้นตามแรงอารมณ์ที่ปะทุ

“ฮ...อึก” ฮานะกัดริมฝีปากจนซีดในตอนที่ร่างกายสั่นไหวจากพละกำลังมหาศาลของคนที่อยู่เหนือกว่า

รู้ตัวอีกทีก็ถูกอุ้มลงไปนอนหงายอยู่บนเตียง ฮานะหน้าแดงจัดตอนที่ถูกยกขาข้างหนึ่งพาดไว้บนช่วงบ่ากว้าง ส่วนอีกข้างนั้นโดนกดแนบลงไปบนเตียงนุ่ม เจ้าตัวแหงนเงยหน้าขึ้นจนลำคอเป็นเส้นตรงเมื่อรู้สึกแน่นท้องน้อยจนจุก ทั้งที่พีทไม่ได้รุนแรงอย่างขาดสติ แต่เพราะขนาดตัวที่ต่างกันจึงทำให้บางส่วนนั้นดันลึกเข้ามามากกว่าที่เคย

...มันใหญ่ขึ้นกว่ารอบที่แล้ว...และร้อนจัดจนเหมือนกับว่าช่องทางเขาถูกหลอมละลายไปด้วย

“ร...ร้อน ตรงนั้น..มันร้อน” ฮานะครางเสียงสั่นเมื่อเริ่มควบคุมสติไม่อยู่ และทันทีที่อีกฝ่ายกระแทกเข้ามาจนสุดช่วงเอวเล็กก็แอ่นโค้งเหยียดเกร็งเอาไว้เมื่อรู้สึกเสียวซ่านแทบคลุ้มคลั่งเพราะส่วนปลายนั้นชนเข้ากับปากมดลูกอย่างจัง ร่างขาวนวลบิดตัวเร่าเมื่อรู้สึกมากเกินกว่าที่จะรับไหว ยิ่งอีกฝ่ายกดกายกระแทกเข้ามาช่องทางที่รองรับก็ยิ่งร้อนจัดและขับน้ำหล่อลื่นออกมาจนฉ่ำเยิ้มโคนขาขาว

“...ลึก...เกินไปแล้ว” เรียวนิ้วที่กำผ้าปูที่นอนถูกสอดประสานเอาไว้มั่นเมื่อสะโพกสอบกระแทกกระทั้นเข้ามาอย่างรุนแรง

“ฮานะ...น่ารักมาก” เด็กหนุ่มพึมพำเสียงต่ำตอนที่ก้มลงมองร่างกายช่วงล่างที่สอดประสานกันอย่างแนบแน่นแผ่นท้องแบนราบที่มีตัวตนของเขาอยู่ภายในนั้นกำลังขยับเคลื่อนไหวไปตามจังหวะการเคลื่อนตัว บริเวณสะโพกอิ่มถูกบีบขยำจนขึ้นรอยมือ เถากุหลาบที่อยู่บนผิวเนื้อขาวถูกบดขยี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนบอบช้ำ

ฮานะดึงมือที่กอบกุมเขาอยู่ลงต่ำก่อนจะวางแนบลงบนแผ่นท้องของตัวเอง นัยน์ตาสวยคลอน้ำได้อย่างน่าสงสารในตอนที่ช้อนขึ้นมามองกัน หยดน้ำเกลือกกลิ้งลงมาเปียกแก้มขาวได้อย่างน่าเห็นใจ

แต่แทนที่เขาจะหยุดและผ่อนแรงลง กลับควบขย่มหนักขึ้นกว่าเดิมจนคนใต้ร่างครวญครางไม่ได้ศัพท์...ฮานะสะอื้นฮักพร้อมทั้งจิกข่วนเขาเพื่อระบายอารมณ์จนเลือดไหลซิบ

กายใหญ่ขยับเคลื่อนเข้าออกจนสุดความยาวก่อนจะกดแช่ค้างเอาไว้อย่างนั้นเมื่อปลดปล่อยความต้องการเข้าไปข้างใน ฮานะหวีดร้องเมื่อเสร็จสมก่อนจะรับรู้ได้ถึงของเหลวร้อนจัดที่ไหลทะลักเข้ามาในมดลูกจนล้นปริ่ม แต่แล้วลมหายใจกลับหยุดชะงักเพียงครู่เมื่อรู้สึกได้ว่าส่วนนั้นพองขยายขึ้นจนคับแน่นเต็มช่องท้อง

“พ...พีท” ฮานะเอ่ยเรียกอย่างยากลำบาก...ตอนนี้แค่ขยับร่างนิดเดียวทุกส่วนก็ตื่นเร้าจนแทบหลอมละลาย

บริเวณส่วนโคนที่ขยายใหญ่ไปตามกลไกทางธรรมชาติของเผ่าพันธุ์อัลฟ่านั้นปิดกั้นไม่ให้น้ำเชื้อไหลย้อนกลับออกมาแม้แต่หยดเดียว เด็กหนุ่มยืดกายขึ้นเต็มความสูงก่อนจะผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างยากลำบากเมื่อรู้สึกราวกับว่ากำลังถูกช่องทางอ่อนนุ่มนั้นโอบรัดจนแทบกลืนหายเข้าไปข้างใน

ฮานะพยายามกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้เมื่อรู้สึกว่าตัวเองนั้นเผยด้านอ่อนแอออกมาให้ได้เห็นโดยที่ไม่สามารถควบคุมความรู้สึกนึกคิดเอาไว้ได้

“ฮานะครับ” ร่างสูงใหญ่ก้มลงไปคร่อมทับช่วงตัวที่เล็กกว่าเอาไว้...ครั้งนี้ให้ความรู้สึกที่รุนแรงมากกว่าครั้งที่ผ่านมา

ยิ่งได้รู้ว่าคนใต้ร่างเป็นของเขาทั้งตัวและจิตวิญญาณก็ยิ่งหลงใหลจนแทบคลั่ง...

“ไม่...ไม่ท้องได้ไหม” คนที่อายุมากกว่ากลับคล้ายเด็กตัวเล็กที่กำลังหลงทาง ริมฝีปากสีอ่อนถูกขบเม้มเอาไว้ราวกับคนที่ไม่มั่นใจในตัวเอง ฮานะช้อนตาขึ้นมองอย่างออดอ้อน นัยน์ตาคู่สวยนั้นวูบไหวเมื่อสติเริ่มพร่าเลือน “ฉัน...ยังไม่อยากท้อง...”

ใครต่างก็รู้ดีว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาแบบนี้โอกาสที่จะทำให้ตั้งครรภ์นั้นสูงมาก...ยิ่งเป็นคู่ของตัวเองด้วยแล้วเปอร์เซ็นต์ที่จะเกิดก็มากขึ้นไปอีก...

เด็กหนุ่มคว้ามืออีกฝ่ายมาจรดจูบอย่างอ่อนโยน “...ผมสัญญาว่าจะป้องกัน” รอยยิ้มบางเบาถูกจุดขึ้นให้คลายความกังวลลงก่อนจะก้มลงจูบบนหน้าผากชื้นเหงื่อ แต่พอผละออกมาคนใต้ร่างกลับขมวดคิ้วแน่นราวกับว่ากำลังใช้ความคิดอย่างหนัก

...เขายังไม่พร้อมก็จริง

...แต่กลับต้องการให้พีทโอบกอดกันด้วยร่างที่เปลือยเปล่ามากกว่าการสวมเครื่องป้องกัน..

“ไม่...ไม่ต้องหรอก” ฮานะหลบตาเมื่อเผลอหลุดความต้องการเบื้องลึกในจิตใจ “ฉันกินยาคุมอย่างเดียวก็ได้...”

“ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกครับ” เด็กหนุ่มยิ้มอย่างนึกเอ็นดูพร้อมกับคว้าตัวอีกฝ่ายเข้ามากอดไว้แนบอก “…มันเสี่ยงเกินไป” เสียงทุ้มนุ่มปลอบประโลม กดจูบข้างใบหูนิ่มที่กำลังขึ้นสีแดงจัด

ถึงแม้ว่าการที่ได้ปลดปล่อยเข้าไปในร่างกายของฮานะนั้นจะทำให้รู้สึกดี แต่ถ้ามันทำให้อีกฝ่ายต้องรู้สึกเป็นกังวลเขาก็พร้อมที่จะหยุดมัน

“ถ้าอย่างนั้น...เอาไว้รอบหลังได้ไหม” เสียงแหบพร่าออดอ้อนพร้อมกับสะโพกเล็กที่บดเบียดเข้าหากันจนเขาเริ่มที่จะตื่นเร้าอีกรอบ แทนคำตอบทั้งหมดเรียวขาขาวก็ถูกแยกออกจากกันก่อนร่างสูงใหญ่จะบดเบียดสะโพกลงไปเนิบนาบจนเสียงสปริงของเตียงนั้นดังลั่น เสียงครวญครางหวานหูทำให้ต้องเร่งจังหวะจนคนใต้ร่างตัวสั่นสะท้าน...

...ปลดปล่อย เติมเต็มอย่างไม่รู้จักพอ

...ราวกับว่าต่างคนต่างรอช่วงเวลานี้มานานแสนนาน...













เข็มสั้นและยาวของนาฬิกาชี้ไปที่เลขห้า...บ่งบอกว่าวันเวลาได้ย่างกลายเข้าสู่วันใหม่ แต่ทั้งสองร่างที่สอดประสานกันมานานชั่วข้ามคืนนั้นยังไม่ผละห่างออกจากกัน

เสียงของลมหายใจที่สอดประสานเป็นจังหวะเดียวกันทำให้อุณหภูมิภายในห้องนอนนั้นสูงขึ้นไปตามแรงอารมณ์ ร่างสูงใหญ่ที่ขับเคลื่อนกายอยู่ด้านบนควบขย่มจนสปริงเตียงดังลั่นไปตามจังหวะการขยับกาย หยาดเหงื่อที่ผุดซึมขึ้นมาตามผิวกายหยดลงไปบนผ้าปูซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลิ่นฟีโรโมนของทั้งคู่ที่ผสานกันตีฟุ้งจนทำให้สมองนั้นพร่าเบลอ มีเพียงแค่สัญชาตญาณดิบเท่านั้นที่ขับเคลื่อนให้ร่วมรักกันอย่างบ้าคลั่ง

เสียงครวญครางร่ำร้องจนแหบแห้ง

รอยขบกัดปรากฏขึ้นบนผิวเนื้อขาวจัดจนแทบไม่มีพื้นที่ว่าง...แม้แต่ข้อเท้าและโคนขาด้านในก็ไม่เว้น...

“...พ...พีท” ฮานะเอ่ยเรียกด้วยเสียงที่แหบพร่า อ่อนล้าไม่มีแม้แต่แรงที่จะยกมือขึ้นดันแผ่นอกกำยำที่ทาบทับลงมา

ความต่างของขนาดตัวเริ่มทำให้รู้สึกทรมานเมื่อถูกกอดเอาไว้เป็นเวลานานข้ามคืน

“พีท...พอแล้ว...” เขาร่ำร้องขอเพราะรู้สึกร้อนจัดไปทั่วทั้งร่าง...ในช่องท้องถูกเติมเต็มด้วยน้ำเชื้อจนล้นเปรอะเต็มซอกขาขาวเนียน แผ่นอกขาวจัดขึ้นสีระเรื่อเมื่อถูกบีบเคล้นจนแดงก่ำ บริเวณรอบฐานมีรอยกัดกระจายอยู่ทั่ว มันบวมเป่งและนูนขึ้นมาสู้มือของผู้กระทำ

เพียงแค่ปลายนิ้วปัดผ่าน ความรู้สึกมากล้นก็วิ่งขึ้นไปตามแกนสมอง

..พีทรุนแรงและเร่าร้อนจนเขาแทบละลายหายไปในอ้อมกอดของอีกฝ่าย

นัยน์ตาคมเข้มทอประกายวาบหวามอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...ไฟปรารถนาบางอย่างที่คุโชนในดวงตาคู่นั้นทำให้เขาตัวสั่นสะท้านไหว

...มันดุดันคล้ายกับสัตว์ป่าหิวโซที่กำลังติดสัดอย่างรุนแรง..

ถ้าโอเมก้าอย่างเขาฮีทเพื่อดึงดูดเหล่าอัลฟ่า...คนตรงหน้าก็กำลังตอบสนองกลับมาตามสัญชาตญาณของเผ่าพันธุ์...

พวกเขาทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างปล่อยฟีโรโมนออกมา จึงส่งผลให้เซ็กส์ครั้งนี้ดิบเถื่อนและกินเวลาเนิ่นนานราวกับไม่มีที่สิ้นสุด

“ม...ไม่ไหวแล้ว...ในนี้...มันแน่นไปหมด อื้อ” ฮานะวางมือลงไปบนแผ่นท้องแบนราบ ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงน้ำเชื้อที่อัดแน่นอยู่ภายในช่องทางสืบพันธุ์ ยิ่งตอนที่อีกฝ่ายขยับเข้าออกเสียงเฉอะแฉะน่าอายก็ยิ่งทำให้เขาต้องร้อนวูบไปทั่วร่าง

เสียงสะอื้นดังขึ้นจนทำให้ร่างสูงใหญ่ต้องลงไปโอบกอดเอาไว้แนบอก

....ไม่ไหวแล้ว...มันเหมือนจะตายซะให้ได้เลย..

แสงแดดในตอนเช้าที่เริ่มลอดผ่านม่านโปร่งแสงเข้ามาส่องกระทบกับผิวเนื้อเปลือยเปล่าทำให้เห็นใบหน้าของคนที่นอนอยู่ใต้ร่างชัดขึ้น สองข้างแก้มที่ชื้นไปด้วยน้ำตานั้นแดงก่ำ บริเวณแพขนตายาวเปียกชุ่ม

“ฮานะ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกในตอนที่ปลดปล่อยเข้าไปเป็นรอบสุดท้าย เด็กหนุ่มลงไปนอนกอดร่างที่สั่นเทิ้มเอาไว้แนบอก ฮานะครางเสียงพร่า ช่องทางอุ่นจัดบีบรัดตัวตนของเขาเอาไว้แน่นจนต้องขมวดคิ้วมุ่น

“ฮึก...พอแล้ว” ใบหน้าสวยแสดงท่าทีอ่อนล้าอย่างไม่คิดที่จะปิดบัง ฮานะร้องไห้จนตาเริ่มบวม

...ที่ร้องไม่ใช่เพราะเสียใจหรือทรมาน...แต่มันรู้สึกดีมากต่างหาก

มากจนไม่สามารถควบคุมร่างกายตัวเองเอาไว้ได้...

“ขอโทษครับ” พีทลงไปนอนซ้อนแผ่นหลังเล็กแล้วดึงร่างของอีกฝ่ายมาชิดแนบอกทั้งที่ช่องล่างยังไม่สามารถผละห่างออกจากกันได้

...ครั้งนี้อารมณ์รุนแรงมากจนตัวเองยังนึกแปลกใจ...แต่พอเห็นปฏิกิริยาของร่างกายที่ตอบสนองกันแล้วก็ได้แต่ลอบยิ้มขึ้นมา

...เขาและฮานะ ต่างฝ่ายต่างปล่อยฟีโรโมนออกมากระตุ้นกันและกันจนไม่สามารถควบคุมสติเอาไว้ได้ทั้งคู่

สภาพมันจึงเป็นอย่างที่เห็น...

“อึดอัด...” เจ้าตัวพึมพำเสียงเบาพร้อมกับพยายามที่จะถอยสะโพกหนีให้ส่วนที่เชื่อมนั้นหลุดออกจากกัน...แต่มันกลับไร้ผลเพราะตัวตนของเขานั้นยังขยายจนคับแน่นอยู่ในช่องทางอ่อนนุ่ม “เอาออกไป อื้อ ได้ไหม”

ฮานะงอแง เพราะถึงแม้จะเคยมีเซ็กส์มาหลายครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่ร่างกายจะต้องรับมือกับความดิบเถื่อนของพวกอัลฟ่าแบบนี้

“ชู่ว...รออีกสักพักนะครับ” พีทกระชับอ้อมกอดแน่นและก้มลงพรมจูบให้อีกคนใจเย็นลง แต่ฮานะกลับต่อต้านขัดขืนขึ้นมาเล็กน้อย คงเพราะเริ่มจะหงุดหงิดที่เขาไม่ยอมปล่อยให้ได้พัก

“...ใจร้าย” เสียงอ่อนระโหยว่ากล่าวอย่างไม่จริงจังนัก

มาถึงตอนนี้ก็นึกโกรธตัวเองที่เอาแต่เรียกร้องให้อีกฝ่ายกอดจนไม่คำนึงถึงร่างกายเลยว่ารับไหวหรือเปล่า

“ฮานะทำให้ผมแทบคลั่งตาย...” เสียงทุ้มที่กระซิบบอกอยู่ข้างใบหูทำให้อารมณ์เริ่มคงที่ “…ก่อนหน้านี้ก็หลงคุณจะแย่แล้ว”

“...แค่หลงหรือไง” ฮานะเอี้ยวตัวกลับไปหาก่อนจะงับเข้าที่ปลายคางแล้วช้อนตาขึ้นมอง

อีกฝ่ายก้มลงมาป้อนจูบดูดดื่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า แสดงให้เห็นว่าหลงใหลในตัวเขามากแค่ไหน รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าเมื่อคำหวานกระซิบบอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่ร้องขอให้เขาตอบกลับแม้เพียงประโยคเดียว จะมีก็เพียงแต่รสจูบเท่านั้นที่แสดงให้เห็นว่าไม่ได้มีเพียงแค่อีกฝ่ายที่รู้สึก....เขาเองก็เช่นกัน..

ร่างสูงใหญ่ที่สวมไว้เพียงแค่กางเกงวอร์มขายาวก้าวเดินออกมาจากห้องน้ำหลังจากที่ชำระล้างร่างกายเสร็จ ในมือมีอ่างน้ำอุ่นและผ้าขนหนูเตรียมไว้เพื่อเช็ดตัวให้คนที่นอนซุกอยู่บนเตียง หยดน้ำบางส่วนที่เกาะอยู่ปลายผมชื้นหยดลงมาบนแผ่นอกกำยำ บริเวณผิวเนื้อปรากฏรอยเล็บและรอยข่วนเป็นทางยาวไปถึงแผ่นหลัง

รอยยิ้มอ่อนโยนจุดขึ้นเมื่อเห็นเพียงแค่เสี้ยวใบหน้าที่โผล่พ้นออกมาจากผ้าห่ม

ฮานะเพิ่งจะได้นอนพักไปเมื่อสองชั่วโมงก่อนหลังจากที่ต้องทนรับความบ้าคลั่งของเขามาทั้งคืน

เด็กหนุ่มจัดการเช็ดทำความสะอาดเนื้อตัวเปลือยเปล่าให้จนเกลี้ยงเกลารวมไปถึงช่องทางบอบช้ำที่เริ่มบวมขึ้นมาเป็นสีแดงจัด

ปลายนิ้วเผลอปัดผ่านผิวเนียนลื่นมือในตอนที่ได้กลิ่นหอมฟุ้งกระจายขึ้นมาแตะจมูกทำให้เขาต้องรีบลุกเดินออกไปข้างนอกเพราะกลัวว่าจะเผลอลงมือรังแกฮานะอีก แต่แล้วเสียงโทรศัพท์มือถือที่แผดเสียงร้องมาจากทางโต๊ะหัวเตียงก็ทำให้ต้องเดินกลับมารับสายเพราะกลัวว่าจะไปรบกวนเวลาพักผ่อนของอีกฝ่ายเข้า

“สวัสดีครับ” พีทถือวิสาสะรับสายแทนเพราะเห็นว่าเป็นคุณแกเรนที่โทรเข้ามา

(พีทเหรอ?) ฝ่ายนั้นถามขึ้นอย่างแปลกใจ (ฮานะไปไหนล่ะ)

“ฮานะยังไม่ตื่นครับ...พอดีไม่สบายนิดหน่อย” ในระหว่างที่พูดก็หันกลับไปมองคนบนเตียงด้วย

(ไปหาหมอหรือยัง) น้ำเสียงของปลายสายเต็มไปด้วยความเป็นห่วง (แล้วฮานะเป็นอะไรมากไหม)

“ไข้ขึ้นนิดหน่อยครับ” รู้สึกผิดที่ต้องโกหก แต่เพราะไม่รู้ว่าจะบอกความจริงยังไงจึงต้องใช้อาการป่วยมาอ้าง

(ถ้าดูท่าไม่ดีรีบบอกผมนะ) ทางนั้นพูดเสียงเครียด (รายนั้นน่ะดื้อเงียบ ชอบอมพะนำไว้คนเดียว)

“ครับ”

(อ้อ...จริงด้วย ผมตั้งใจจะโทรมาบอกว่านัดประชุมวันนี้น่ะเลื่อนออกไปก่อนนะ พอดีมีงานด่วนเข้ามาน่ะเลยต้องยกเลิกกะทันหัน) คุณแกเรนถอนหายใจออกมายาวเหยียด (แล้วก็...ฝากบอกให้ฮานะเช็กเมลล์ด้วย ผมส่งบรีฟงานไปให้ดูแล้วจะได้เข้ามาคุยกันตอนประชุม)

“ได้ครับคุณแกเรน” เด็กหนุ่มขานรับก่อนจะหันไปมองทางเตียงเมื่อมีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้น ฮานะกำลังรู้สึกตัวตื่น

(แล้วคุณยายเป็นยังไงบ้างล่ะ ท่านอาการดีขึ้นไหม) เขาถามอย่างเป็นห่วง

“ดีขึ้นมากแล้วครับ เหลือแค่นอนให้ยาฆ่าเชื้อและคอยสังเกตอาการสักอาทิตย์นึงก็กลับบ้านได้ครับ”

พีทตอบกลับ ในระหว่างนั้นก็เห็นว่าคนบนเตียงนอนคะแคงข้างมองมาทางเขาอยู่

(อืม...ถ้ามีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้ก็บอกนะ ไม่ต้องเกรงใจ)

“ขอบคุณมากครับ”

(โอเค...ฝากดูแลฮานะด้วยก็แล้วกันนะพีท)

“ครับ คุณแกเรน”

ฝ่ายนั้นทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้นก่อนเสียงสัญญาณสายจะตัดไป

เด็กหนุ่มเดินเข้าไปหาคนที่นอนมองเขาอย่างตั้งอกตั้งใจก่อนจะนั่งลงบนเตียงด้วยกัน ฮานะขยับตัวเข้ามาใกล้พร้อมชูแขนขึ้นเป็นการบอกทางอ้อมว่าให้เขาลงไปนอนกอดเพราะดูท่าแล้วเจ้าตัวยังคงง่วงอยู่ไม่น้อย

...น่ารักเกินไปแล้ว..

“คุณแกเรนโทรมาเหรอ” น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยถามพร้อมกับซุกหน้าเข้ากับอกเขา

“ครับ...บอกว่าขอเลื่อนประชุมวันนี้ออกไปก่อนเพราะคุณแกเรนติดธุระด่วนน่ะครับ” เด็กหนุ่มก้มลงมองคนที่อยู่ในอ้อมกอด ฮานะหลับตาพริ้มลมหายใจสม่ำเสมอเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเจ้าตัวหลับไปแล้วเรียบร้อย

“ฮานะ” พีทลองเรียกเพราะนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ให้อีกฝ่ายกินยา “ลุกขึ้นมากินยาไหวไหมครับ”

“ยาอะไร” เจ้าตัวงอแง คิ้วขมวดขึ้นเล็กน้อย

“ก็...ยาคุม” กระแอมไอแก้เก้อขึ้นมาเมื่อรู้สึกร้อนที่ใบหน้าอยู่หน่อยๆ ...ความคิดอกุศลมันวิ่งแล่นทั่วหัวไปหมด

“ฮื่อ...ไม่กิน” ดูท่าแล้วคงกึ่งหลับกึ่งตื่นเพราะดูสติไม่ค่อยจะอยู่กับเนื้อกับตัวสักเท่าไหร่

“ฮานะ”

“พีท”

แล้วก็ต้องชะงักมือที่กำลังจะเอื้อมไปลูบแก้มอีกฝ่ายเอาไว้เมื่อจู่ๆ ฮานะก็พลิกตัวให้เขาลงไปนอนใต้ร่างแล้วขึ้นมาคร่อมทับแทน ร่างขาวนวลเปลือยเปล่าที่มีรอยกัดของเขากระจายอยู่ทั่วมีเสน่ห์มากจนต้องขบกรามเอาไว้เพื่อระงับแรงอารมณ์ที่กำลังจะปะทุขึ้นมาอีกรอบ

“ซนเกินไปแล้วครับ” เด็กหนุ่มยิ้มขำก่อนจะต้องลมหายใจสะดุดเมื่อฝ่ามือนุ่มเลื่อนลงไปกอบกุมบางส่วนของเขาเอาไว้จนมันเริ่มตื่นตัวตอบสนองกลับ และแล้วเจ้าตัวก็ประคองมันไปจดจ่ออยู่บริเวณปากทางที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยเมือกใสก่อนจะทิ้งน้ำหนักตัวลงมาทีเดียวจนสุด “...ฮานะ”

“อื้อ...อะไรเล่า” กลิ่นฟีโรโมนเริ่มแผ่กระจายออกมาในตอนที่สะโพกมนขยับเชื่องช้า “…วันนี้ว่างนี่ อ๊ะ! พีท!” เสียงร้องเหวใส่อย่างตกใจเมื่อถูกเขากระแทกตัวขึ้นไปจนเกิดเสียงของหนั่นเนื้อกระทบกัน

แล้วเสียงร้องประท้วงก็กลับกลายเป็นครวญครางอย่างหวานหูกินเวลาไปครึ่งค่อนวัน...จากเช้ากลับกลายเป็นบ่ายก่อนทุกอย่างจะหยุดลงเมื่อเข็มของนาฬิกาบ่งบอกว่าในอีกไม่กี่นาทีนั้นดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้าไปอีกครั้งหนึ่ง...


้(ต่อด้านล่าง)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-11-2019 21:44:37 โดย Punmile09 »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER F O U R T E E N : 24/11/2019
« ตอบ #109 เมื่อ: 24-11-2019 21:34:31 »





ออฟไลน์ Punmile09

  • '...Cause we were just kids when we fell in love...'
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-4
Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER F O U R T E E N : 24/11/2019
«ตอบ #110 เมื่อ24-11-2019 21:43:59 »

“หิวแล้ว~”

คนที่นั่งซ้อนอยู่บนโซฟาตัวเดียวกันพูดขึ้นมาหลังจากที่นั่งเงียบมานานเพราะมัวแต่จดจ้องสมาธิไปกับหนังในจอทีวี ฮานะนอนเหยียดอยู่บนโซฟาตัวยาวอย่างสบายตัวเพราะมีเบาะรองพิเศษให้เขานั่งพิงมาตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา เจ้าตัวเอนซบไปกับแผ่นอกกว้างที่แผ่ไออุ่นออกมาก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอย่างออดอ้อน

“อยากทานอะไรครับ” เด็กหนุ่มก้มลงมองคนที่กำลังกลิ้งศีรษะไปมาจนเส้นผมแผ่กระจาย กลิ่นหอมฟุ้งของแชมพูทำให้ต้องกดจูบลงบนกลุ่มผมนุ่มแผ่วเบา

“ไม่รู้สิ แล้วแต่เธอ” ฮานะยืดตัวขึ้นงับคางฝ่ายนั้นเล่นเหมือนอย่างที่ชอบทำ แต่แล้วกลับต้องขมวดคิ้วมุ่นเมื่อรู้สึกได้ว่าถูกฝ่ามือใหญ่สอดลึกเข้ามาใต้เสื้อเชิ้ตที่สวมใส่อยู่ ความร้อนแล่นปราบไปทั่วร่างเมื่อปลายนิ้วลูบผ่านจิวเงินบริเวณสะดือ “หยุดเลย” เขาแยกเขี้ยวขู่ แต่นอกจากเจ้าเด็กตัวโตจะไม่กลัวแล้วยังหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดีอีกต่างหาก

“ก็ฮานะถามผมว่าอยากทานอะไร” เสียงทุ้มนุ่มออดอ้อนพร้อมกับซุกใบหน้าเข้ากับลำคอขาวก่อนจะถือวิสาสะเลียลงบนรอยกัดที่เจ้าตัวเป็นคนสร้างขึ้นมา

“อือ...พีท ไม่เอา” ฮานะเบี่ยงตัวหลบเพราะยังรู้สึกเพลียไม่หาย

“ฮานะ...หอม” ปลายจมูกโด่งกดลงบนลาดไหล่เนียนที่โผล่พ้นออกมาจากเสื้อ “…หอมไปทั้งตัว”

เสียงพึมพำในระยะประชิดทำให้ใบหน้านั้นร้อนจัด คนตัวเล็กพยายามดิ้นขัดขืนแต่กลับถูกวงแขนแกร่งโอบกระชับเอาไว้แน่น รู้ตัวอีกทีก็ถูกดันลงไปนอนแผ่อยู่บนโซฟาแล้ว

...มือไวเกินไปแล้ว!

เชิ้ตขาวตัวใหญ่ถูกปลดกระดุมออกอย่างรวดเร็วจนแผ่นอกสัมผัสได้ถึงไอเย็นของเครื่องปรับอากาศ แต่เมื่อถูกนัยน์ตาคมเข้มคู่นั้นจ้องมองก็รู้สึกร้อนวูบไปทั่วทั้งใบหน้าพอจะเอื้อมมือมากระชับสาบเสื้อเพื่อปิดบังผิวเนื้อกลับถูกอีกฝ่ายดึงรั้งข้อมือเอาไว้ก่อน ดวงตาคมปลาบทอประกายวาบหวามจนต้องเบือนหน้าหนีไปอีกทาง

แต่ก่อนที่ใบหน้าคมเข้มจะเลื่อนลงซุกข้างลำคอ เสียงโทรศัพท์ของเขาก็แผดเสียงร้องขึ้นมาซะก่อนจึงทำให้พีทหยุดชะงัก ฮานะจึงใช้โอกาสนี้ดันตัวขึ้นลุกออกห่างเพื่อไปหยิบเครื่องมือสื่อสารมาดูแล้วก็พบว่าเป็นแม่ที่วีดีโอคอลเข้ามาได้ถูกจังหวะ...

ในตอนที่กดรับร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่ข้างกันก็ลุกเดินไปที่ครัวราวกับว่าต้องการให้เขาได้มีเวลาส่วนตัว

“ครับ”

(ฮานะ เป็นยังไงบ้างลูก) เสียงของแม่ทักถามอย่างเป็นห่วง

“ก็...ดีครับ งานเยอะดี” เจ้าตัวตอบกลับไปอย่างอารมณ์ดีแต่แล้วกลับรู้สึกแปลกขึ้นมาเมื่อถูกปลายสายจดจ้องเขม็งผ่านหน้าจอ กว่าจะรู้ตัวก็...

(ฮานะ) เสียงของแม่เข้มขึ้นมาในตอนที่เขากระชับคอเสื้อเข้าหากันเพื่อปิดบังรอยกัด

ให้ตายสิ...ลืมไปเสียสนิทเลย...

“คือ...” เจ้าตัวกระแอมแก้เก้อเมื่อถูกปลายสายหรี่ตามองมาอย่างจ้องจับผิด

(กับใคร) แม่ยังคงไม่ยอมแพ้ (อเล็กซ์?)

“…เปล่าครับ” เขาเม้มปากตอบเสียงอ้อมแอ้มสลับกับมองคนที่ยืนดื่มน้ำอยู่ทางครัว

(แล้วใคร...ลูกถูกขืนใจหรือเปล่า) ฝ่ายนั้นเริ่มร้อนรนเป็นตุเป็นตะจนเขาต้องรีบสารภาพออกมาเพราะกลัวว่าเรื่องมันจะบานปลายไปกันใหญ่ ฮานะหันกล้องหน้าไปทางใครอีกคนซึ่งฝ่ายนั้นก็ยังไม่รู้ตัวว่าถูกตกเป็นหัวข้อสนทนาไปแล้วเรียบร้อย

(ตั้งแต่เมื่อไหร่) แม่เค้นเอาคำตอบ

“เรื่องมันยาวน่ะครับ เอาไว้ผมค่อยเล่าให้ฟังดีกว่า” ฮานะมองอย่างออดอ้อนจนในที่สุดแม่ก็ยอมคล้อยตามแล้วถอนหายใจออกมายาวเหยียด

(แล้วป้องกันหรือเปล่า) คำถามเถรตรงทำให้รู้สึกร้อนวูบที่ใบหน้าก่อนจะพยักหน้ารับรัวเร็ว...แอบไขว้นิ้วไว้ด้วยนิดหน่อย....

(แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะเพราะเราก็โตขนาดนี้แล้ว) ทางนั้นยิ้มบางเบา (ถ้ายังไงก็พาเขามาแนะนำให้รู้จักด้วยล่ะ...พามาตอนปลายปีนี้เลย)

“จะพยายามครับ” ฮานะพยักหน้ารับ

(ห้ามพยายาม...ต้องมา) แม่ขู่ (แล้วก็เตรียมตัวไว้ได้เลย เราน่ะโดนพ่อเขาสอบปากคำหนักแน่)

“โธ่~”

(ไม่ต้องมาทำหน้าอ้อนเลยเจ้าตัวแสบ นี่ถ้าอยู่ใกล้จะตีเข้าให้) ทางปลายสายฮึดฮัดอย่างไม่จริงจังมากนักเรียกรอยยิ้มจากเขาได้เป็นอย่างดี (แม่ไม่กวนแล้วดีกว่า) สีหน้ามีเลศนัยของแม่ทำให้ต้องปั้นหน้าเพื่อกลั้นยิ้มเอาไว้อย่างสุดความสามารถ

“ครับ รักแม่นะ”

(รักลูกมากกว่าจ้ะ) เสียงจุ๊บที่ดังจากปลายสายทำให้ต้องทำกลับบ้างเพื่อความยุติธรรม

เสียงสัญญาณที่ตัดไปทำให้ความรู้สึกคิดถึงทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก ฮานะมองหน้าจอที่ดับไปพอดีกับที่ใครอีกคนเดินเข้ามาวางจานแซนด์วิชและผลไม้สดลงบนโต๊ะกระจกด้านหน้าตามด้วยนมสดแก้วโต ฝ่ายนั้นมองมาอย่างสงสัยเมื่อถูกเขาสวมกอดเข้าที่ช่วงเอว พีทวางมือลงบนศีรษะอย่างนุ่มนวลพร้อมกับขยี้ผมเขาจนยุ่งเหยิง พอถูกมองค้อนวงโตฝ่ายนั้นก็หลุดยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีที่ได้แกล้งให้เขาหน้าบึ้ง

“เป็นอะไรครับ” เด็กหนุ่มอุ้มอีกฝ่ายมานั่งตรงกลางระหว่างขาก่อนจะก้มลงมองคนที่ซบหน้าลงกับแผ่นอกเขาอย่างออดอ้อน

“คิดถึงพ่อกับแม่” ฮานะพูดเสียงงึมงำพร้อมกับเกลี่ยเรียวนิ้วยาวที่วางอยู่บนเอวตัวเองไปมา

ร่างสูงใหญ่กระชับอ้อมกอดเอาไว้แน่นพร้อมกับส่งผ่านไออุ่นไปโอบล้อมรอบตัวอีกฝ่ายเอาไว้ และตั้งใจฟังในสิ่งที่ฮานะกำลังพูดทุกประโยค

“...แม่รู้เรื่องของเราแล้ว” เจ้าตัวช้อนตาขึ้นมามองกัน “บอกด้วยว่าปลายปีให้พาเธอกลับไปที่ญี่ปุ่นด้วยกัน”

พีทยิ้มอย่างนึกเอ็นดูเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตีหน้ายุ่งพร้อมกับบ่นงึมงำว่าเขาคงถูกพวกท่านสอบปากคำจนพรุนแน่

“ยิ้มอะไร” ฮานะหรี่ตามองอย่างจับผิดเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่มองหน้าเขาแล้วยิ้มอยู่อย่างนั้นจนชักหมั่นไส้ขึ้นมา พอจะยืดตัวขึ้นไปงับคางก็ถูกก้มลงมาจุ๊บปากไปสองทีจนต้องเอี้ยวตัวหลบเมื่อกำลังจะถูกก้มลงมาจูบเป็นหนที่สาม

ขี้โกง!

“ปล่อยเลยหิวแล้วๆ” พยายามดึงข้อมือกลับแต่เจ้าเด็กตัวโตไม่ยอมปล่อยง่ายๆ พอหันไปขู่ฟ่อใส่ก็ถูกอุ้มขึ้นไปนั่งบนตักเลยต้องปล่อยเลยตามเลยนั่งกินมื้อค่ำมันด้วยท่านี้นี่แหละ

“อร่อยไหมครับ” เด็กหนุ่มก้มลงมองคนที่เคี้ยวแซนด์วิชจนแก้มพอง นัยน์ตากลมโตจดจ้องอยู่กับหนังในจออย่างใช้สมาธิ ฮานะเอี้ยวตัวมามองเขาก่อนจะยื่นแซนด์วิชที่ถูกกัดไปแล้วครึ่งหนึ่งมาจ่อไว้ที่ปาก พอทำท่าจะงับฝ่ายนั้นก็ดึงกลับไปกินซะเองพร้อมกับยักคิ้วมาให้อย่างท้าทาย

พีทมองแก้มขาวที่ขยับไปมาเหมือนก้อนแป้งเวลาที่ถูกนวดจนขึ้นฟู ก่อนจะก้มลงไปหอมฟอดใหญ่เมื่อรู้สึกมันเขี้ยวจนอยากจะฟัดให้ร้องงอแงอีกรอบ

…กับฮานะ...เท่าไหร่ก็ไม่พอจริงๆ ...

รู้สึกว่าตัวเองเป็นพวกมักมากก็ตอนนี้...

“ฮึ่ย กินไปเลย” แซนด์วิชชิ้นสุดท้ายถูกยัดเข้ามาในปากเพื่อตัดรำคาญ ฮานะเลียนิ้วที่เปื้อนมายองเนสจนเกลี้ยงก่อนจะเอื้อมไปหยิบนมสดแก้วโตขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมด นัยน์ตาคมเข้มจ้องมองการกระทำทุกอย่างอยู่ตลอดเวลาก่อนความคิดเบื้องต่ำจะถูกปลุกเร้าเมื่อเห็นคราบนมเปรอะอยู่เหนือริมฝีปากสีอ่อน

ทุกอย่างเกิดขึ้นไวกว่าความคิดเมื่อเรียวนิ้วยกขึ้นไปปาดไล้น้ำนมออกจากปากของฮานะแล้วส่งเข้าปากตัวเองแทน ฝ่ายนั้นหน้าแดงจนถึงใบหูก่อนจะหันกลับไปสนใจจอภาพโดยที่ไม่คิดจะสนใจเขาอีก

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า เมื่อเข็มนาฬิกาชี้เข้าไปที่เลขสิบเสียงของท้องฟ้าที่ร้องครืนอยู่ภายนอกเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าอีกไม่นานสายฝนคงเทกระหน่ำลงมา ฮานะนอนซ้อนอยู่บนตัวเขาอย่างสบายอารมณ์พร้อมกับจิ้มกินผลไม้สดที่เขาเตรียมไว้ให้ เจ้าตัวหยิบเชอร์รี่ขึ้นมากินอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่ลืมที่จะหันมาป้อนเขาด้วย กลุ่มผมนุ่มที่แผ่กระจายอยู่บนแผ่นอกให้ความรู้สึกเหมือนขนแมวจนต้องก้มลงไปหอมอยู่หลายรอบด้วยความมันเขี้ยว

...นี่ไม่ใช่แค่ความรู้สึกหลงธรรมดาแล้ว..

...ฮานะทำให้เขาเสพติดทุกอย่าง...ตั้งแต่หัวจรดเท้า..

...และก็มั่นใจว่าความรู้สึกนี้มันรุนแรงมาตั้งแต่ก่อนที่จะผูกพันธะคู่แล้วด้วย..

“อย่ากัดสิ” คนตัวเล็กเอ่ยปรามเมื่อถูกเขางับเข้าที่ปลายนิ้วตอนส่งลูกเชอร์รี่เข้ามาในปาก “พีท” ฮานะเสียงเข้มขึ้นเมื่อถูกก่อกวนโดยการยึดข้อมือเอาไว้แล้วพรมจูบไปตามข้อนิ้วทีละนิ้ว

หนังในจอกำลังเข้าสู่ช่วงไคล์แม็กซ์...พอดีกับที่ความรู้สึกบางอย่างที่ปะทุขึ้นมา

...กลิ่นฟีโรโมนของอัลฟ่าเพศผู้ถูกปล่อยออกมาเพื่อกระตุ้นเร้าคู่ของตัวเองตามสัญชาตญาณดิบ..

...ฮานะสะท้านไหว เริ่มหายใจแรงขึ้นจนใบหน้าแดงก่ำ..

“ฮานะ” เสียงทุ้มพร่าต่ำกระซิบข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงจัด หยดเหงื่อที่ผุดซึมออกมาทำให้เชิ้ตขาวบางแนบไปกับผิวกายนุ่มลื่น

ลูกเชอร์รี่ถูกเด็ดก้านทิ้งก่อนมันจะถูกนำมาจ่อไว้ตรงเรียวปากสีอ่อน ปลายนิ้วใหญ่ดันจนผลไม้ลูกเล็กผลุบหายเข้าไปในโพรงปากอุ่น ก่อนเขาจะเคลื่อนหน้าลงไปตามประกบจูบแนบแน่น เรียวลิ้นร้อนไล่ต้อนลูกเชอร์รี่จนรับรู้ได้ถึงรสชาติหวานอมเปรี้ยวที่คละคลุ้งอยู่ข้างใน รสชาติของมันเปลี่ยนรสจูบให้หวานล้ำมากขึ้น

เสียงหอบหายใจของฮานะถี่กระชั้นขึ้นเมื่อเริ่มหายใจไม่ทัน เจ้าตัวจิกมือลงบนแขนเขาจนเกิดรอยเล็บเพื่อเป็นการประท้วงให้ปล่อย พอผละหน้าออกมาอีกฝ่ายก็กอบโกยอากาศหายใจเข้าปอดไปจนใบหน้าแดงก่ำ พีทยังคงเคี้ยวลูกเชอร์รี่ที่เหลือจนหมด ตลอดเวลามีสายตาของฮานะมองตามอย่างเว้าวอน น้ำตาที่รื้นขึ้นมาเริ่มหยดลงบนแก้มขาวเมื่อถูกกลิ่นของเขากระตุ้นจนอยู่ไม่สุข

เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ที่อีกฝ่ายสวมใส่ถูกร่นลงไปกองบริเวณข้อศอกในตอนที่ก้าวขึ้นมาคร่อมทับบนตักเขา ฮานะเป็นฝ่ายประคองใบหน้าก่อนจะก้มลงมาบดจูบจนได้ยินเสียงชื้นแฉะ เรียวขาขาวที่คร่อมอยู่ด้านบนถูกบีบเคล้นจนขึ้นรอยแดง ปลายนิ้วกดลงน้ำหนักบริเวณรอยสักรูปกุหลาบที่สะโพกด้านขวาก่อนจะลากผ่านหน้าท้องแบนราบจนได้ยินเสียงคราเครือดังขึ้นอยู่ในลำคอ

“อ...พีท” เจ้าตัวสะดุ้งตอนที่เขาสอดนิ้วเข้าไปในร่องสะโพกก่อนจะเชิดหน้าขึ้นครางเสียงกระเส่าในตอนที่นิ้วถูกดันเข้าไปจนสุด

ฮานะยืดตัวขึ้นก่อนจะกอดเขาเอาไว้แนบอก ระดับใบหน้าที่อยู่เสมอกับเนินเนื้อขาวผ่องทำให้ทำอะไรได้ง่ายขึ้น มือข้างหนึ่งยกขึ้นลูบแผ่นอกขาวก่อนจะบีบเคล้นจนนูนแล้วครอบปากลงไปเกี่ยวกระหวัดยอดอกสีอ่อนที่กำลังตั้งชูชัน

เขาเลียสลับทั้งสองข้างจนผิวฮานะแดงก่ำ

ลมหายใจร้อนระอุที่เป่ารดลงบนเนินอกทำให้คนด้านบนสะท้านไหวก่อนจะกดศีรษะเขาเข้าหาและเรียกร้องให้กระทำอย่างไม่ปรานี

“ม.. อื้อ ไม่ไหวแล้ว” ใบหน้าสวยชื้นเหงื่อตอนที่ถูกนิ้วกระทุ้งเข้าออกในช่องท้อง น้ำหล่อลื่นจำนวนมากไหลเยิ้มอาบลงบนซอกขา กลิ่นฟีโรโมนของโอเมก้าโจมตีเขาจนสติถูกหลอมละลาย

ทันทีที่ถอนนิ้วออก สะโพกเล็กก็สั่นกระตุกพร้อมกับเสียงร้องครางหวีดหวิวมากไปด้วยอารมณ์ความต้องการ

บางส่วนที่ร้อนจัดถูกนำออกมาจากกางเกงก่อนจะใช้ส่วนปลายถูไถเข้ากับบริเวณร่องสะโพก

เขาไม่ยอมสอดใส่จนได้ยินเสียงของฮานะที่เริ่มเรียกร้องมากขึ้น

โดยไม่ทันได้รอให้ช่องทางปรับตัวอีกฝ่ายก็กดน้ำหนักตัวลงมาจนส่วนปลายนั้นผลุบหายเข้าไปข้างใน ช่องทางอ่อนนุ่มโอบรัดผู้บุกรุกแนบแน่นจนไม่สามารถขยับตัวเข้าไปได้ลึกมากกว่าที่เป็น ฮานะผ่อนลมหายใจเข้าออกเมื่อเริ่มรู้สึกอึดอัดภายในช่องท้องก่อนจะมองค้อนคนที่เอาแต่นอนมองเขาจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองอย่างอารมณ์ดี

ในที่สุดกายใหญ่ก็เข้าไปได้จนสุดโคน พีทเอนหลังพิงพนักโซฟาโดยที่สองมือยังคงประคองสะโพกเล็กเอาไว้

นัยน์ตาคมเข้มประกายวูบไหวเมื่อเห็นว่าคนที่อยู่บนตัวเริ่มขยับเอวขึ้นลงอย่างเชื่องช้า ฮานะวางมือลงมาบนแผ่นท้องของเขาก่อนจะเชิดหน้ากอบโกยอากาศเข้าปอดเมื่อเริ่มเร่งจังหวะสะโพก

ริมฝีปากสีอ่อนฉ่ำวาวเผยอขึ้นเล็กน้อยราวกับกำลังเรียกร้องให้เขาป้อนจูบ แต่แทนที่จะทำตามที่อีกฝ่ายต้องการเขากลับส่งนิ้วเข้าไปในโพรงปากอุ่นแทน ปลายนิ้วที่ดุดดันอยู่ข้างกระพุ้งแก้มทำให้รู้สึกร้อนวูบไปทั่วทั้งร่าง ฮานะประคองมือเขาเอาไว้ก่อนจะดูดกลืนและเลียจนมันเปียกชุ่ม


เด็กหนุ่มขบกรามแน่นเมื่อถูกนัยน์ตาสวยช้อนมองอย่างเย้ายวน นิ้วทั้งหมดถูกดึงออกกะทันหันก่อนช่วงตัวสูงใหญ่จะพุ่งเข้าไปบดจูบอย่างดุดัน ในตอนที่ใช้ฟันกัดลงไปบนกลีบปากนุ่มก็ได้ยินเสียงอีกฝ่ายหัวเราะในลำคออย่างชอบใจเพราะสามารถปั่นหัวเขาได้จนสำเร็จ

ร่างขาวนวลเริ่มบดเบียดสะโพกแรงขึ้นจนแผ่นท้องกำยำหดเกร็งเมื่อรู้สึกจนแทบทนไม่ไหว และก่อนที่ทุกอย่างจะเตลิดไปไกลเขาก็อุ้มฮานะขึ้นจนตัวลอย อีกฝ่ายเผลอร้องออกมาอย่างตกใจก่อนจะรีบโอบแขนเข้าที่ลำคอเพื่อกันตก

พีทเดินไปที่ประตูกระจกบริเวณระเบียงก่อนจะปล่อยคนในอ้อมกอดลงยืนหันหน้าออกไปด้านนอก เรียวขาขาวถูกดันออกเพื่อรองรับตัวตนใหญ่โต ฮานะวางแขนลงบนแผ่นกระจกใสเพื่อพยุงไม่ให้ตัวเองเสียหลักล้มในตอนที่สะโพกสอบกระแทกเข้ามาจนได้ยินเสียงหยาบโลน

“อึก..อะ แรง...แรงไปแล้ว” เจ้าตัวเกลือกใบหน้าไปกับแขนเมื่อรู้สึกว่าส่วนนั้นเข้ามาลึกจนสัมผัสกับปากมดลูก

สายฝนฉ่ำเย็นสาดกระหน่ำมาจากด้านนอกเร่งเร้าให้อุณหภูมิในกายสูงขึ้นเมื่อแผ่นอกแนบลงไปกับความเย็นเฉียบ ฮานะกัดแขนตัวเองเมื่อสติเริ่มถูกหลอมละลาย รู้ตัวอีกทีคนที่ประกบซ้อนอยู่ด้านหลังก็ส่งนิ้วเข้ามาในปากให้เขากัดแทน

“ฮานะ” เสียงหอบหายใจราวกับสัตว์ป่าที่กำลังหิวกระหายดังขึ้นอยู่หลังลำคอ ผิวเนื้อส่วนนั้นถูกกัดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนขึ้นจ้ำเลือดอีกฝ่ายก็ไม่มีท่าทีว่าจะหยุด ต่างฝ่ายต่างเบียดตัวเข้าหากันจนในที่สุดน้ำเชื้อร้อนจัดก็ทะลักเข้าไปเติมเต็มในช่องท้องจนคนที่รองรับนั้นตัวอ่อนระทวย

ฮานะขาสั่นเทิ้มตอนที่เขาถอนกายออก หลักฐานของบุรุษเพศเอ่อล้นออกมาเปรอะเปื้อนโคนขาขาว ตอนที่อีกฝ่ายมีท่าทีว่าจะทรุดลงไปที่พื้นก็ถูกตวัดขึ้นอุ้มจนตัวลอย

“ปวด...ขา” เสียงพึมพำออดอ้อนในตอนที่ซุกหน้าเข้ากับซอกคอ

กลิ่นของพีททำให้รู้สึกตื่นเร้าและรู้สึกปลอดภัย

สัมผัสเย็นจากเนื้อหินอ่อนที่แผ่นหลังทำให้รู้ว่าตอนนี้ถูกอุ้มมาวางไว้บนเคาน์เตอร์ครัว ฮานะปรือตามองอย่างเหนื่อยอ่อนเมื่อเห็นว่าเรียวขาถูกยกขึ้นไปพาดบนช่วงบ่ากว้างจนสะโพกลอย ความใหญ่โตที่ค่อยๆ ชำแรกเข้ามาทำให้ต้องเชิดหน้าครางอย่างสุขสม

ช่วงเอวคอดถูกสองมือจับกระชับเอาไว้อย่างมั่นคง จังหวะการสอดประสานนั้นรุนแรงจนต้องเอื้อมมือไปไขว่คว้าให้อีกฝ่ายประสานมือเข้าด้วยกัน

ช่องทางที่รองรับนั้นร้อนจัดเมื่อถูกเสียดสี

กลิ่นหอมฟุ้งกระจายปลุกเร้าให้แรงอารมณ์โพมกระพือมากยิ่งขึ้น ฮานะบีบมือแน่นเมื่อรู้สึกเสียววูบที่ช่องท้องจนตัวสั่นสะท้าน ความร้อนจัดที่ขยับขยายอยู่ภายในนั้นเติมเต็มจนเขาแทบสำลักความสุข

“พีท...พีท” เสียงนั้นออดอ้อน “อื้อ...ย..อยากจูบ”

เมื่อความอดทนหมดลงร่างสูงใหญ่ก็อุ้มอีกฝ่ายขึ้นมาแนบอกก่อนจะก้มลงป้อนจูบดูดดื่มอย่างหิวกระหาย เรียวลิ้นที่เกี่ยวกระหวัดกันนั้นคลุกเคล้าจนเปียกชุ่ม

เด็กหนุ่มก้าวเดินไปทางห้องนอนด้วยความมั่นคงก่อนจะวางร่างของคนในอ้อมกอดลงบนเตียงนุ่มแล้วตามลงไปทาบทับจนผิวเนื้อแนบชิดกันทุกสัดส่วน ใบหน้าคมเข้มผละออกมาโดยที่มีสายตารื้นน้ำคู่นั้นมองตามอย่างตัดพ้อ เขาขบกรามแน่นจนขึ้นสันเพื่อระงับอารมณ์ก่อนจะซุกลงไปข้างลำคอขาวแล้วขบเม้มจนมันขึ้นรอยจ้ำแดง

ริมฝีปากร้อนจัดค่อยๆ เคลื่อนต่ำลงมาที่แผ่นอกขาวแล้วดูดกลืนยอดอกจนตั้งชูชัน ความอุ่นชื้นไล่ต่ำลงมาที่แอ่งสะดือพร้อมกับคาบจิวเงินที่ถูกเจาะเอาไว้ในตอนที่ช้อนตาขึ้นมอง ฮานะตัวสั่นสะท้านและบิดกายเร่าเมื่อถูกปลุกเร้าอย่างรุนแรง เจ้าตัวแอ่นสะโพกขึ้นเมื่อถูกเขาซุกลงไปตรงกลางหว่างขาก่อนจะส่งบางส่วนที่ตั้งชันเข้าไปในโพรงปากแล้วดูดกลืนจนเกิดเสียงหยาบโลน

“อื้อ!”

ฮานะพยายามที่จะหุบเรียวขาเข้าหากันเมื่อรู้สึกมากเกินกว่าที่รับไหวแต่ติดที่ช่วงบ่ากว้างขวางกั้นเอาไว้ จึงทำได้แค่จิกทึ้งผ้าปูที่นอนจนยับย่น

ส่วนหน้าและหลังถูกปรนเปรออย่างตะกรุตะกรามจนเปียกชุ่ม

สะโพกถูกรั้งขึ้นสูงจนลอยเหนือพื้นเตียงก่อนบางส่วนที่ร้อนจัดจะสอดแทรกเข้ามาทีเดียวจนหมด ทำให้ต้องแอ่นหลังเหยียดตรงเมื่อรู้สึกเสียวซ่านจนชาไปตามแนวสันหลัง

ภาพของร่างที่เล็กกว่ากันเป็นเท่าตัวกำลังรองรับตัวตนใหญ่โตเข้าไปนั้นปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายจนถึงขีดสุด

ยิ่งถูกกระทำย่ำยีมากเท่าไหร่ แรงอารมณ์ก็ยิ่งพุ่งขึ้นสูงจนฟีโรโมนส่งกลิ่นยั่วเย้าให้สมองละลายไปกับไฟของห้วงเสน่หา

ถ้อยคำที่พร่ำบอกว่าในตัวเขานั้นดีเพียงใดทำให้รู้สึกราวกับว่ากำลังล่องลอยอยู่ในห้วงแห่งความฝัน

ฮานะยกแขนขึ้นโอบกอดรอบบ่ากว้างเอาไว้ในตอนที่น้ำตาแห่งความสุขรื้นขึ้นมาจนภาพตรงหน้านั้นพร่าเบลอไปหมด เสียงสะอื้นเจือไปกับเสียงครางหวานหูยิ่งเสริมให้ผู้กระทำไม่สามารถยับยั้งแรงอารมณ์เอาไว้ได้ ร่างเล็กถูกกระแทกกระทั้นจนแผ่นหลังเสียดสีไปกับผ้าปูที่นอนจนยับย่น ฮานะกัดลงบนไหล่แข็งแรงจนเกิดรอยในตอนที่บางส่วนนั้นขยับขยายเต็มช่องท้อง

จังหวะสอดประสานรัวเร็วจนหยาดเหงื่อผุดซึมและหยดลงผสานกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

มอดไหม้...แผดเผา...กลายเป็นธุลี

จุดสิ้นสุดของอารมณ์ถูกปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง ทุกหยาดหยดถูกเก็บไว้ในช่องท้อง

เสียงหอบหายใจดังประสานเป็นจังหวะเดียวกันในตอนที่ร่างสูงใหญ่ลงไปนอนกอดและก้มลงพรมจูบตามผิวเนื้อเนียนอย่างรักใคร่ วงแขนแกร่งโอบกระชับร่างร้อนจัดเพราะแรงอารมณ์ที่เพิ่งผ่านพ้น ฮานะยังคงสะอื้นเสียงเบาในลำคอเมื่อถูกปรนเปรอจนแทบคลุ้มคลั่ง

“ผมรักคุณ” พีทก้มลงพูดประชิดริมฝีปากสีอ่อนและกดจูบซ้ำไปมาอย่างหลงใหล

ปลายจมูกโด่งกดลงบนลาดไหล่เนียนพร่ำบอกรักคนในอ้อมกอดซ้ำไปมาก่อนจะได้รับการตอบสมองกลับมาเป็นการประคองใบหน้าแล้วจรดจูบลงบนสันกรามอย่างอ้อยอิ่ง

“…ฉันก็ด้วย” ฮานะกระชับอ้อมแขนเมื่อรับรู้ได้ถึงการขยับเคลื่อนไหวที่ช่วงล่าง

ก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่มใหม่อีกครั้งราวกับเหตุการณ์ที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่เรื่องลวงตา

ถูกเติมเต็มซ้ำแล้วซ้ำเล่า

วนเวียนอยู่อย่างนั้นจนข้ามวันไปเป็นเช้าวันใหม่

...ก่อนจะหยุดลงเมื่อพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไป




_____________________________________



บอกแล้วว่าอย่าให้เด้นได้แปลงร่างง สามวันสามคืนไปเล้ยยยยย> <

ในที่สุดก็จับคู่กันซะที นาทีนี้ต้องเซฟฮานะรัวๆๆๆแล้ววว น้องพีทไม่อ่อนโยนเลยลู้กกก T T

นี่ขนาดรัทครั้งแรกพี่เขายังจมเตียงขนาดนี้ มาส่งกำลังใจให้ฮานะกันค่ะะ 55555



15หน้าตามสัญญาเลยย ไม่ขาดไม่เกินน

ถ้ายังไงเม้นให้กำลังใจเด้นด้วยนะค้าบ หรือจะ #ดอกไม้ของพีท ในTwitter ก็ได้เน้อออ /อ้อนวอนน  :กอด1: :กอด1:

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3348
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER F O U R T E E N : 24/11/2019
«ตอบ #111 เมื่อ24-11-2019 22:49:56 »

โอ้วมายก็อด..พระเจ้าช่วยกล้วยทอด   :hao6: :hao6: :hao6:

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1551
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER F O U R T E E N : 24/11/2019
«ตอบ #112 เมื่อ24-11-2019 23:04:37 »

เกิ๊นนนนไปแร้วววว


Sent from my iPhone using Tapatalk

ออฟไลน์ PandP

  • Déjame vivir esa fantasía.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1172
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +137/-0
    • http://www.facebook.com/iAMpingPINGping
Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER F O U R T E E N : 24/11/2019
«ตอบ #113 เมื่อ24-11-2019 23:12:44 »

ย้ายข้างมาเซฟฮานะแทนล้าวววว
เด้นแปลงร่างเป็นหมาป่าซะแล้ว 55555

ออฟไลน์ Gokusan

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 799
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +269/-1
Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER F O U R T E E N : 24/11/2019
«ตอบ #114 เมื่อ24-11-2019 23:14:39 »

เง้อ~~~ คือดี~~~
มีความละมุนละไม แต่ก็ไม่ทิ้งสัญชาตญาณ

ปล.นี่ว่ายาคุมไม่น่ารั้งไว้ได้อ่ะ แฮ่~~~

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1837
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER F O U R T E E N : 24/11/2019
«ตอบ #115 เมื่อ25-11-2019 00:31:42 »

 :jul1: :jul1: :jul1:
เธอไม่อยากท้องแต่เธอไม่ป้องกันเลยฮานะะะะะะะะะ  :ling2:

ออฟไลน์ Jiraapp

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 395
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER F O U R T E E N : 24/11/2019
«ตอบ #116 เมื่อ25-11-2019 02:02:54 »

เรียกรถพยาบาลทีค่า ให้ฮานะเหรอ? ให้คนอ่านนี่ล่ะจ้าาาา

ออฟไลน์ bnmshhhhhhh

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 55
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER F O U R T E E N : 24/11/2019
«ตอบ #117 เมื่อ25-11-2019 08:34:36 »

รุนแรงมากเจ้าเด้น!!!!!!

ออฟไลน์ Majariga

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 451
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER F O U R T E E N : 24/11/2019
«ตอบ #118 เมื่อ25-11-2019 13:56:56 »

จากที่เป็นเอฟซีฮานะมาตลอดเพราะฮานะสวย(อยากน้วยฮานะเอง) ตอนนี้เริ่มอยากมาฝั่งเด้นแล้วค่ะ เอ็นดูน้องมาก เพราะยัยฮานะเจ้าเล่ห์มากกกก ยั่วเจ้าเด้นก่อนตลอด ไม่อยากท้องแต่ก็ไม่ชอบถุง ฮู้ยยย นายเอกเพลงเก็ทสึโนวา จะว่าไปเจ้าหมาตัวโตก็ไฟติดง่ายมาก มือเร็วสุด รอบนึงไม่เคยพอ ทั้งดื้อทั้งซนพอกัน ตอนเลือกไม่ถูกแล้วค่ะว่าจะเห็นใจใครดี :laugh:

ออฟไลน์ memozy

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
Re: SCENT : BLUE OCEAN [OMEGAVERSE] : CHAPTER F O U R T E E N : 24/11/2019
«ตอบ #119 เมื่อ25-11-2019 15:37:48 »

 :pighaun: :pighaun: :pighaun:

พีทททททท รุนแรงมาก
ฮานะ ไม่ไหวแล้วเลือดจะหมดตัว

รอติดตามตอนต่อไปอยู่นะ  :hao6:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด