#20เหตุผลก่อนตาย | 10 : Just a Stranger [29/1/20]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: #20เหตุผลก่อนตาย | 10 : Just a Stranger [29/1/20]  (อ่าน 14762 ครั้ง)

ออฟไลน์ mameaw.omg

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 20
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
น้องภาพพพลูกน่าสงสารจัง :o12:รอลุ้นน้องภาพกับพี่คิมอยู่นะคะ

ออฟไลน์ Ac118

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 611
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-0
จะมีหักมุมไหม?  ความทรงจำที่หายไป ความอบอุ่นและปลอดภัยเวลาอยู่ในอ้อมกอดพี่ภาคแต่ก็เกลียดเข้ากระดูก มันย้อนแย้งมากๆ

/ปูเสื่อรอข้อ11ของคิม  :hao3:

ออฟไลน์ CKJPQQ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 11
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
 :really2:

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1868
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
 :a5:

ออฟไลน์ pearlluv

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
รอนะคะ  :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ 2pmui

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1510
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-6
อดใจรอมาอ่านหลายๆตอนยาวๆเพราะกลัวจะค้าง
เรื่องมันดาร์คจริงๆ แล้วน้องภาพก็แซ่บทุกตอนจริงๆ

ออฟไลน์ kokoro

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1090
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +138/-2
เห็นชื่อเรื่องกแปลกใจ มันมีเหตุอะไรทำไมถึงอยากตาย
พอมาอ่านแล้วก็ อื้มมม ภาพผ่านชีวิตมาแบบสาหัสเหมือนกันนะ
อยากให้ภาพมีความสุขมากขึ้นจนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปนะ

ออฟไลน์ zearet17

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 345
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +555/-0
    • facebook

Scream Bloody Murder

ข่าวซุบซิบในหน้าหนังสือพิมพ์พูดถึงไฮโซตระกูลดัง ว่ากันว่า...พี่น้องในสายเลือดมีสัมพันธ์ลึกซึ้งแบบผิดมนุษยธรรม…

“เขาต้องรู้เรื่องเราแน่เลยพี่ภาคย์ ฮึก ผม...” ผมซบหน้าลงกับอกพี่ชาย โป้ปดมดเท็จ ออดอ้อนและบีบน้ำตา

พี่ชายคนเก่งกำหมัดแน่น ในขณะที่ใจผมกำลังรอลุ้นว่าเหยื่อรายต่อไปจะเป็นคุณป้าแม่บ้านที่บังเอิญมาเห็น หรือเป็นแม่ของผมที่ยืนหลบดูพวกเราในห้องทำงานวันก่อนกันแน่

“ตัวเล็กไม่ได้บอกใครใช่ไหม” เขาบีบมือผมแน่น ดวงตาคมวาวโรจน์

ผมลังเล ถ้าผมยอมบอกเขาว่าผมเป็นคนปล่อยข่าว อาจจะไม่ใช่คนอื่นที่ตาย แต่เป็นผมแทน อา...กลัวจนเกือบจะหลุดยิ้ม

“พี่ภาคย์ไม่เชื่อภาพ! ” ผมผลักเขาออก ตะโกนใส่หน้าเสมือนคลุ้มคลั่ง

“ตัวเล็ก พี่เปล่า...” เขายกมือขึ้น ดูหวาดกลัวกับอากัปกิริยาของผม

“พี่ไม่เชื่อผม”

“พี่ไม่เชื่อผม!”

“พี่ไม่เชื่อผม!”

“พี่ไม่เชื่อผม!”

“พี่ไม่เชื่อผม!” ผมทึ้งหัวตัวเอง วิ่งถลาออกมานอกห้องนอนที่เราร่วมรักกันทุกคืน

“ไปไหน ตัวเล็กไปไหน อย่าหนีพี่! ” หมาป่าตัวโตวิ่งออกมาเพื่อจะจับตัวผม หน้าตาเขาดูหวาดกลัวแบบที่ผมเคยหวาดกลัว สะใจจังเลย...โดนปั่นประสาทบ้าง เป็นยังไงล่ะ

ในวินาทีที่เขาจะถึงตัวผม แม่บ้านคนเก่งก็วิ่งเข้ามาบอกพร้อมด้วยน้ำตา

“คุณภาคย์คะ คุณผู้ชายอาละวาดใหญ่แล้วค่ะ! ”

เขาหัวเสีย เลยเป็นผมที่หนีออกมาได้

ผมยิ้มเยาะ มองบ้านหลังใหญ่ที่อยากจุดไฟเผาให้มอด ถ้านรกมีจริง...บ้านหลังนี้คงเป็นสถานที่ที่ไม่ต่างกัน

.

.

.

“คุณภาพ ไปไหนครับ” สนที่ไม่ได้เจอกันสักพักหลังจากที่พี่ภาคย์ทำตัวติดกับผม เขามารับผมตรงบริเวณแถวบ้าน

“ขับไปเรื่อยๆ เดี๋ยวบอก” ผมเอนหลังลงกับเบาะ หลับตาและสูดหายใจเพื่อยืนยันกับตัวเองว่าผมนั้นยังไม่ตาย

“จอดทำไม” ผมถามคนที่อยู่ๆ ก็จอดรถตรงถนนเปลี่ยว นี่พลบค่ำแล้วเดี๋ยวไม่ถึงครึ่งชั่วโมงคงจะมืดสนิท ผมกลัวอยู่อย่างเดียวกลัวว่าเดี๋ยวคนของหมาป่าตัวนั้นจะตามทัน

“ผมคิดถึงคุณ” คนที่โดนพี่ภาคย์สั่งห้ามเข้าใกล้ผมหันมาบอกด้วยสายตาสื่อความหมาย อาจจะเพราะพี่ชายคนดีเห็นสายตาไม่ซื่อหรือไม่ก็ได้กลิ่นไม่ดีอะไรสักอย่างจากสน พวกเราเลยโดนสั่งห้ามให้เจอกัน และนั่นทำให้ผมแทบจะไม่ได้ออกนอกบ้านเลย

“คิดถึงอะไรกันแน่” ผมเหยียดยิ้ม

“ผมรักคุณ” เขาเอื้อมมือมาจับกันไว้ ทอดสายตาหวานเชื่อม

เด็กหนอ ช่างไม่รู้อะไรเลย

“ขับรถไป แล้วจะให้รัก” ผมบอกเขา ก่อนจะมองออกไปยังถนนเบื้องหน้า

.

.

.

ผมแวะมาหาคิมในตอนเกือบทุ่ม ที่นี่เป็นแหล่งกบดานใหม่ของเขาที่ความปลอดภัยค่อนข้างรัดกุม ผมเชื่อว่าคนของพี่ชายจะหาเราไม่เจอ และตอนนี้เขาคงวุ่นวายอยู่กับคุณพ่อที่รักมากกว่ามาสนใจเรื่องของผม

“สาบานมาสิว่าจะไม่เอาไปขายหรือลงออนไลน์” ผมถามคิมเมื่อมองเห็นกล้องบริเวณหัวเตียงและปลายเตียง พร้อมด้วยกล้องในมือของคิมอีกอัน

“ไม่สาบาน” คิมบอกพร้อมกับยิ้ม เขาก้าวเท้ามาหยุดที่ผมก่อนจะหันไปมองแขกที่ไม่ได้รับเชิญ

“ใคร”

“ข้อ 11 ชอบไม่ใช่เหรอ” ผมยิ้มให้คิม รู้ว่ารสนิยมของเขาคือคอะไร

“รู้ใจจริง”

“คุณภาพครับ นี่อะไร? ” สนที่ยังไม่รู้เรื่องอยู่ดีๆ ก็ได้เข้ามาอยู่ในเกมของพวกเรา

“คุณ มานั่งนี่สิ” คิมกวักมือชวนก่อนจะพึมพำว่าเวลาโดนมองก็รู้สึกดีไม่แพ้เวลาได้มอง ผมเกือบจะกลอกตาให้กับรสนิยมเขา แต่สัญญา...มันก็ต้องเป็นสัญญา

...ข้อ 11 ผมจะให้เขาได้ทำตามใจ…

ผมตามคิมขึ้นไปบนเตียง ก่อนจะนั่งคร่อมบนตักของเขาอย่างว่าง่าย บดก้นเข้ากับสิ่งที่นูนออกจากกางเกงวอร์มเนื้อหนาจนเจ้าตัวครางต่ำ

“คุณครับ ทำไม...” สนผู้ทำตัวไม่ถูกเอ่ยทักท้วงเมื่อพวกเราเริ่มจูบกัน ผมสกินเฮดของคิมทำให้ต่างจากเวลาที่ขยุ้มผมของพี่ชาย

“ถ้าไม่อยากดูก็ออกไป” คิมออกปากไล่คนที่นั่งดูเราอยู่ ก่อนจะยื่นข้อเสนอ

“แต่ถ้าอยากทำต่อก็ตั้งใจดู"

สนส่ายหน้าเป็นพัลวัน แต่ทันทีที่คิมถอดเสื้อของผมออก อีกคนก็ยืนนิ่งราวกับรูปปั้นปูน มือเขากำแน่น ไหล่เขาสั่นเทา และใบหน้าเขาบูดบึ้งราวกับกำลังโกรธโลกใบนี้อยู่

...ขอโทษนะสน…

ผมลุกจากตักคิมเดินมาข้างเตียง มองไปยังเครื่องพ่นไอน้ำที่คิมกำลังหยอดบางอย่างที่ไร้กลิ่นไร้สีลงไป

“ไม่เป็นไร สูดหายใจเข้าลึกๆ ” ผมวางมือลงบนอกหนา

“มันไม่ถูกต้อง” สนจ้องหน้าผมนิ่ง แววตาเขาสับสน

ซึ่งคำว่า ‘ถูกต้อง’ เป็นคำต้องห้ามของผมเชียวล่ะ

“ไม่อยากเหรอ จะทำที่ไหน ทำยังไง ก็เหมือนกันนี่” คิมถอดเสื้อผ้าออกพร้อมกับนอนลงบนเตียง พร้อมกับปรับมุมกล้องจากมือถือ

“จะต่อให้ก่อนก็ได้ แต่ถ้าไม่อยากก็ออกไป" เขายื่นคำขาด

ผมโคลงหัวไปมา ใช้มือลูบแผ่นอกหนาของเด็กที่เพิ่งจะเรียนจบ ก่อนจะปลดกระดุมกางเกงเนื้อหน้าให้เขา แล้วโน้มคอเขาลงมาจูบ

“คุณภาพ…” สนเรียกผมเสียงสั่น ความอยากและความผิดชอบชั่วดีคงตีรวนอยู่ในหัวเขา

แต่ตรงนั้น กลับแข็งขึ้นมาแล้ว

.

.

.

“อ๊ะ อ๊ะ” ผมหลับตาเชิดหน้าขึ้น เมื่อสิ่งที่กำลังมุดเข้าออกจากกายทั้งร้อนและลื่น

“เด็กๆ นี่แรงดีจังวะ” คิมชมพลางขำ เขายกขาคร่อมตรงหน้าผม จับจ่อตรงนั้นเข้าตรงปากผม

“ดีกว่าพี่มึงไหม”

ผมยิ้มก่อนจะฮุบสิ่งนั้นเข้าปากโดยไม่ตอบอะไร ในโลกที่บิดเบี้ยวของผม ผมเคยปรารถนาว่ามันจะหายไปเมื่อผมตายลง แต่ตอนนี้กำลังลากบางอย่างที่บริสุทธิ์ลงมาแปดเปื้อนเป็นวังวน ผมมันน่ารังเกียจจริงๆ

...ขอโทษนะสน…

“คุณของสน” เสียงเรียกพร้อมกับเสียงครางต่ำดังขึ้นเมื่อเขาใกล้สุขสม คิมถอนตัวออกจากปากผม พร้อมกับมองพวกเราอย่างสนุก

ผมโน้มคอสนลงมาจูบ กระซิบข้างแก้มเขาเบาๆ

“ดีจังเลยสน” บอกเพียงแค่นั้นร่างกายด้านล่างเขาก็ปลดปล่อย

“ข้างในเลย กูชอบแบบฉ่ำๆ ” คิมลุกขึ้นมองอย่างใจเย็น จนเมื่อเด็กคนนั้นฟุบหน้าลงที่อกผม เจ้าของห้องถึงได้ออกปาก

“ทีนี้ออกไปได้แล้ว”

“คุณภาพของสน” เขาเรียกแผ่ว

“กูบอกให้ออกไป! ” คิมดึงอีกคนออกจากตัวผม ก่อนจะชี้หน้าสั่ง เวลาเขาเมา...เขามักจะเป็นแบบนี้

“มีสองทางเลือกให้มึง คือออกไป กับนั่งดูนิ่งๆ มึงอาจจะได้ต่ออีกรอบ”

ผมลุกขึ้นก่อนจะผลักคิมลงเพื่อไม่ให้เสียเวลา

“ดีกว่าที่กูคิดอีก” เขาสูดปากเมื่อส่วนนั้นค่อยๆ เข้ามาในตัวผม

ผมปล่อยให้หัวว่างเปล่า ปล่อยให้ร่างกายเสียวซ่านกำกับจังหวะของมันเอง คิมตัวใหญ่กว่าสนแต่ก็ไม่ได้ ใหญ่ เท่าพี่ชาย

“ดีเท่าพี่มึงไหม? ” เขาถามยิ้มๆ ในตอนที่ผมกำลังบดสะโพกเข้ากับหน้าขาเขา เสียงเฉอะแฉะดังไปทั่วบริเวณ

“ของพี่ดีกว่า” ผมตอบตามจริง ก่อนจะโดนพลิกลงบนเตียงแล้วโดนโถมกายเข้ามาแทน

“เก่งนักเรื่องยั่วกูเนี่ย” คิมบ่น แต่สะโพกขยับไม่หยุดหย่อน

.

.

.

ผมลูบแก้มชื้นของผู้ชายตัวโตเบาๆ เหลือบมองไปข้างเตียง เด็กที่บอกว่ารักชอบกันนักหนาหายไปเสียแล้ว

“คิม”

“ว่าไง? ” เขาถามด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน แต่มือใหญ่กลับกอดผมไว้ไม่ไปไหน

“เปล่า” ผมซุกหน้าลงกับแผ่นอกหนา

“ข้อต่อไปล่ะ จะทำอะไร”

ผมคิดอยู่แค่ครู่เดียว

“ขอให้มีพรุ่งนี้” แปลกดีที่คนอยากตายอย่างผมกำลังพูดถึงวันพรุ่งนี้

“ภาพ รู้ไหมว่าข่าวที่มึงให้กูปล่อยไม่ใช่ข่าวใหม่”

“ไม่เข้าใจ” ผมบอกเขาตามตรง ผมบอกให้เขาปล่อยข่าวผมกับพี่ชายให้ แต่เขากลับบอกว่ามันไม่ใช่ข่าวใหม่

“พี่นักข่าวที่กูไปคุย เขาบอกกูว่าบ้านมึงเคยมีเรื่องแบบนั้นเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน”

ผมไม่เข้าใจ…

คิมจูบผมมูมมาม ก่อนจะอ้อยอิ่งและลุกจากเตียงเพื่อไปหยิบมือถือ แต่ก่อนจะให้ดู เขากลับยื่นข้อเสนออีกครา

“ข้อ 18-19 ก็ต้องเป็นของกู”

ผมที่ไม่มีอะไรจะเสียดึงเขาลงมาบนเตียงแล้วจูบอีกครั้ง

“เอาสิ แต่ขอดูหน่อย”

คิมเหยียดยิ้ม ก่อนจะส่งมือถือให้ผมดู เป็นหน้าอีเมลของพี่นักข่าวที่เขาบอก ในอีเมลฉบับนั้นมีภาพที่ถ่ายจากหน้าหนังสือนิตยสารเก่า ซึ่งน่าจะเป็นหนังสือหัวเกี่ยวกับดาราและวงการไฮโซ ในเนื้อความบอกว่า ‘พ่อของผมกับน้องสาวของเขาได้เสียกัน เป็นที่ครหาของสังคม’

ผมมองหน้าคิม ก่อนจะถาม

“อรุณรัตน์คือใคร”

คิมถอนหายใจยาว เขาก้มกัดซอกคอผม แต่ที่สุดก็ยอมตอบ

“อรุณรัตน์คือชื่อเก่าของแม่มึง”



‘ลูกชายเจ้าสัวและลูกสาวคนเล็กลอบได้เสีย ขณะนั้นอรุณรัตน์มีอายุได้เพียง 15 และเธอท้อง’



ผมอาบน้ำในตอนเช้าของอีกวัน สมองและสติเริ่มขาดหายเพราะเมื่อคืนเอาแต่คิดบางเรื่องซ้ำไปซ้ำมาจนไม่ได้นอน รู้ตัวอีกทีเดินอยู่ข้างถนนแล้ว ผมผินมองบรรยากาศตอนเที่ยง ผู้คนกำลังทานข้าวกัน แม่ค้าขายของระเกะระกะ เสียงรถ เสียงจอแจ ...เสียงของชีวิต… ตอนนี้อยากเป็นเด็กคนนั้นที่กำลังจูงมือคุณแม่เพื่อข้ามถนน เสียงสดใสของเด็กชายดังอยู่ในหัวของผมวนไปมา

.

.

.

“ไปไหนมา”

“พี่ถามว่าไปไหนมา! ”

ผมกลับมาได้สติตอนที่เดินเข้ามาในบ้าน ผมมองพี่ชายที่ลากผมเข้ามาในห้องทำงานที่เก็บเสียงและล็อกแน่นหนา

“ทำไมต้องหนี! หนีพี่ไปทำไม อยากตายรึไง! ”

ผมมองหน้าเขา ก่อนจะนึกได้ว่าบางทีพี่ชายคนนี้...อาจจะไม่ใช่พี่ชายในไส้จริงๆ

“ผมอยากตาย ฆ่าผมที” ผมบอกเขาด้วยเสียงสั่นเทา ก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือใหญ่ที่ทั้งรักทั้งเกลียดไว้ จับมันมาวางบนคอผม

“บอกให้ฆ่าไงวะ! ”

“มึงนั่นแหละที่ทำให้ชีวิตกูเป็นแบบนี้ เพราะมึง! ”

ผมจ้องหน้าที่ดูตระหนกของเขา จ้องลงไปในดวงตาสีสวยของลูกครึ่งต่างชาติ น้ำตาที่ไม่ได้ไหลเลยตั้งแต่เด็ก ไหลลงมาเหมืออนทำนบแตก ตั้งแต่ที่ผมโดนเขาทำร้ายในวัยเด็ก พ่อก็บอกเสมอว่า

‘ถ้าโวยวาย คนที่จะตายไม่ใช่แค่แม่ใหญ่ของมึง’

เรื่องใหญ่แบบนี้ทำไมผมเพิ่งนึกออกนะ

“ตัวเล็ก”

“ตัวเล็ก”

หมาป่าตัวใหญ่กอดผมแน่น ในขณะที่ผมสะอื้นตัวโยน

“เป็นอะไร ตัวเล็กของพี่เป็นอะไร ใครทำอะไรตัวเล็ก” เขาดูกังวล ดูหมดหนทางกับน้ำตาของผม ในที่สุดผมก็เอื้อมมือไปกอดแผ่นหลังกว้างไว้แล้วถามเขาด้วยคำถามที่สงสัยมาสักพักแล้ว

“พี่ภาคย์ฆ่าแม่ใหญ่ทำไม? ”











TBC.

______________________________________

คิมผู้ไม่รู้จักพอ สนที่รักแบบหลง หมาป่าที่อาจจะฆ่าแม่ตัวเอง พ่อและแม่ที่เป็นพี่น้องกัน มาลุ้นไปด้วยกันนะคะ  :L2:

#20เหตุผลก่อนตาย

ออฟไลน์ ป้าหมีโคตรขี้เกียจ

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 125
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-0
คิม ภาพไม่ได้ยั่วนายนะ แต่พี่ชายเด็ดกว่าจริงๆ ก๊ากกกกกก

เริ่มเหม็นคิมนิดๆแล้วอ่ะ ไม่รู้ทำไม อาจเป็นเพราะตวาดน้องสนมั้งหรืออะไรยังไงไม่รู้และ เรามันพวกเลือกฝั่งด้วยซิ

ออฟไลน์ lonesomeness

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 235
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-2
มันหน่วงมากกกกก โง้ย อยากให้จบแบบแฮปปี้จังค่ะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: #20เหตุผลก่อนตาย | 8 : Scream Bloody Murder [22/12/2019]
« ตอบ #99 เมื่อ: 22-12-2019 17:47:01 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1868
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
ด้านมืดของแต่ละคน เริ่มเผยออกมาแล้ว ทีแรกนึกว่าภาพเป็นคนร่าน แต่ก็มีที่มาที่ไปนะ
 :hao4: :hao4: :hao4:

ออฟไลน์ อิ๊อ๊ะชะเอิงเอย

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 128
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-1
ทำไมมันโหดร้ายถึงเพียงนี้ :ling3: :ling3:

ออฟไลน์ Ac118

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 611
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-0
คิมได้คืบจะเอาศอก แต่ยังไงพี่ชายก็เด็ดกว่า :laugh:

บางทีมันอาจไม่ใช่อย่างที่คิดและเข้าใจมาแต่แรก
สิ่งที่ภาพคิดและฝังใจจำ มันอาจบิดเบี้ยว เพี้ยนไปจากตวามเป็นจริงก็ได้นะ..

ออฟไลน์ zearet17

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 345
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +555/-0
    • facebook
Re: #20เหตุผลก่อนตาย | 9 : Lucky Number 13 [14/1/20]
«ตอบ #103 เมื่อ14-01-2020 17:52:16 »



#20เหตุผลก่อนตาย
9 : Lucky Number 13





“พี่ภาคย์ฆ่าแม่ใหญ่ทำไม? ” ผมเค้นเสียงแหบแห้งออกมาจากลำคอที่ตีบตัน

“ตัวเล็กพูดถึงเรื่องอะไร? ”

เขาดูไม่เข้าใจ นัยน์ตาคมทอดมองผมด้วยสายตาว่างเปล่า แต่ผมว่าเขาทำเป็นไม่รู้เรื่อง

.

.

.

คืนหนึ่งเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ผมหนีออกจากห้องโสโครกด้วยความช่วยเหลือของแม่ใหญ่ คนที่ได้ชื่อว่าภรรยาหลวงของพ่อผม เธอเป็นชาวตะวันตก เราไม่ค่อยได้คุยกันนัก แต่เธอมีใบหน้าสะสวย ตาสีฟ้าอมเขียว รอยยิ้มหวานคอยปลอบประโลม เธอช่วยให้เด็กที่เกิดมาในนรกแบบผมมีความหวังว่าสักวันเธอจะช่วยผมให้ออกไปจากบ้านหลังนี้ได้

และคืนนั้นเราก็หนีออกไปด้วยกัน เราคุยกันหลายอย่าง...แต่ผมกลับจำอะไรไม่ได้สักอย่าง

สิ่งที่ผมจำได้คือแค่สองคืนหลังจากการหนีออกจากที่นี่ เธอก็เสียชีวิตลงแบบที่ผมจำไม่ได้ว่าเพราะอะไร ผมถูกลากกลับมาที่บ้านนี้ บังคับให้สร้างภาพเป็นเด็กดีต่อหน้านักข่าว

ตอนนั้นผมผินมองไปยังพี่ชาย...เขานั่งอยู่ข้างโลงศพโดยมีแววตาพึงใจ และหลังจากนั้นไม่นานเขาก็ย้ายไปต่างประเทศ

หมาป่าตัวนั้นทิ้งให้ผมได้ใช้ชีวิตอย่างย่ามใจอยู่หลายปี ก่อนจะกลับมาทวงทุกอย่างคืน

.

.

.

“เขาเป็นแม่พี่” ผมจำแม่ใหญ่ที่มีใบหน้าแสนใจดี คอยกอดผมไว้ในตอนที่ผมโดนแม่แท้ๆ ลงโทษ “แล้วพี่ชายทำแบบนั้นกับแม่ใหญ่ทำไม? ”

ใบหน้าภายใต้กรอบแว่นเหลี่ยมนิ่งเฉย

“เขาพาตัวเล็กหนี เขาควรได้รับมัน”

หากว่าหัวใจผมกลวงโบ๋...เขาก็คงไม่มีหัวใจ

“แล้วพี่ก็เลยดึงผมกลับเข้ามาในนรกเหมือนเดิม” ผมแค่นหัวเราะ ก่อนจะหยิบปากกาด้ามสีทองบนโต๊ะเขาขึ้นมากดเล่น

“ตัวเล็ก…” เขาครางแผ่วเมื่อผมขีดเส้นสีดำลงบนคอตัวเอง

“ฆ่าผมที ช่วยที” ผมจับมือเขาวางบนคอตัวเองอีกครา

“ตัวเล็ก...” มือเขาสั่นเทา

ยิ่งความทรงจำค่อยๆ ไหลบ่ากลับมาถมหัวใจที่กลวงโบ๋ ผมก็ยิ่งสงสัย ยิ่งเจ็บปวดและยิ่งทรมาน

“อยากฆ่ากูก็ฆ่าสิวะ! ” ผมบีบมือเขาแน่นขึ้น แต่เขากลับนิ่งเฉย

“ตัวเล็ก…”

“ถ้าไม่ฆ่า จะหนีไป ดีไหม? ” ผมถามเขาดู ทำไมตอนนั้นคนที่เขาฆ่าไม่เป็นผมนะ

พูดเพียงแค่นั้นหมาป่านักล่าที่เคยน่ากลัวก็นั่งลงบนพื้นพรม เขากอดขาผมอย่างไร้ศักดิ์ศรี ท่าทางอ่อนลงของเขาทำผมแปลกใจเหมือนกัน

ดูเหมือนความทรงจำบางส่วนที่ผมลืมไป เขาน่าจะมีคำอธิบายทั้งหมดว่าทำไมพ่อของผมถึงเอากับแม่ของผมซึ่งเป็นพี่น้องกันแท้ๆ ทำไมผู้ชายตรงหน้านี้ถึงได้กล้าเอากับน้องชายตัวเอง ทำไมแม่ใหญ่ถึงได้ตาย และทำไมผมถึงไม่ลากตัวเองออกไปจากนรกนี้เสียที

“พี่ยอมทำทุกอย่าง ขอเพียงตัวเล็กยังอยู่ตรงนี้” เขาอ้อนวอนอย่างหมดแรง

ในขณะที่ผมใกล้จะบ้าตายเข้าทุกวัน พี่ชายที่เคยทำงานเก่ง แยกเรื่องงานกับมุมมืดของตัวเองออกได้ก็เริ่มเปลี่ยนไปเช่นกัน

อย่างการที่เขานั่งคุกเข่าลงบนพื้นเช่นนี้

ผมหัวเราะคิก นั่งลงบนเตียงนุ่มที่เรากอดก่ายกันแทบจะทุกคืน นั่งให้สูงกว่าเขา ก่อนจะยกเท้าออกจากการกอดกุม ผมสัญญากับตัวเองไว้ว่าจะได้เหยียบหน้าเขาก่อนตาย



...ข้อ 12 ผมจะเหยียบหน้าเขา…



ผมวางฝ่าเท้าข้างที่ถนัดบนอกเขา ปลายนิ้วเท้าย่ำลงตรงบริเวณหัวใจ ก่อนจะไล่ขึ้นไปบนปลายคาง สบสายตาที่งุนงงของเขา...แล้วเหยียบลงบนใบหน้าหล่อเหลา

สัมผัสของชัยชนะชั่วครู่ทำให้หัวใจผมเต็มตื้น

ผมเหยียบจนหน้าเขาหงายลงไปบนพรมแก่อนจะเหยียบแว่นนั่นจนแตกโดยไม่รู้ตัว ผมได้สติตอนที่มือใหญ่จับข้อเท้าผมแน่น

ใจผมเต้นตุบตับ อยากรู้ว่าเขาจะลุกมาจับผมขังใว้ หรือทำร้ายผมยังไง

“ตัวเล็ก เลือดไหลแล้ว” เขามองตาผมก่อนจะเลียฝ่าเท้าที่เหยียบเลนส์แว่นจนแตกให้...น้ำลายหมาป่าตัวนี้ช่างสกปรกเหลือเกิน

ผมชักเท้าออกก่อนจะเหยียบลงบนกลางลำตัวของเขา ถูสิ่งที่ตื่นอยู่แล้วให้โตยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็รั้งกางเกงของตัวเองลง

.

.

.

ผมตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ ในห้องเดิม ยิ้มให้ตัวเองที่ทำทีว่าอยากตาย แต่ก็พยายามหาเหตุผลที่จะตาย ซึ่งถ้าจะตายจริงๆ มันไม่เห็นจะต้องมีเหตุผลสักข้อเลย

ข้อ 12 แล้ว ผ่านมาครึ่งทางแล้วสินะ แต่ตอนนี้แค่ขยับตัว อีกคนก็กอดรัดกันแน่น ผมมองตาช้ำและดูโรยรา เหมือนกับว่าเขายังไม่ได้นอนเลย

“ตัวเล็ก”

“ไม่ไปทำงานเหรอครับ” ผมเหม่อมองออกไปไกล ไม่เข้าใจสักนิดว่าทำไมตัวเองยังอยู่ตรงนี้

“ไม่ไป”

“พี่...พี่...” เสียงเขาตะกุกตะกัก

ผมลูบคางสากไปด้วยตอหนวด ตรงแก้มเขามีรอยบาดจากเลนส์ที่ผมเหยียบเมื่อวาน ถึงจะเกลียด แต่ก็รัก แยกไม่ออกหรอกว่ารักที่รู้สึกอยู่ตรงนี้คือรักแบบไหน ก็คงเหมือนกับเขา

โซ่ตรงขาของผมหนักอึ้ง

“พี่ไม่ได้อยากทำ แต่ตัวเล็กจะหนีไป” เสียงเขาแหบพร่า

...หมาป่าตัวใหญ่ร่ำไห้ เขากอดผมไม่ห่าง…

“ถ้าผมหนีไปอีกครั้ง พี่จะฆ่าผมไหม? ”

ดวงตาเศร้าสร้อยของเขาทำให้ผมนึกถึงตอนที่เขาจะไปอยู่ต่างประเทศอย่างฉุกละหุก ผมมองส่งเขาที่ในห้องนั่งเล่น ส่วนเขายืนอยู่แถวรั้วบ้าน เราสบตากันผ่านหน้าต่างกระจกใส และตอนนั้นเขาพูดอะไรสักอย่างกับผม

...จะกลับมา...

อา...นึกออกจนได้

“พี่ไม่ได้อยากทำแบบนี้ ไม่อยากทำ ไม่อยากทำเลย ไม่อยากทำ” เขากอดผม ร้องไห้จนสะอื้น พร่ำบอกซ้ำๆ อย่างย้ำคิดย้ำทำ

“แต่ตัวเล็กอย่าหนีพี่ไป อย่ากลัวพี่”

ผมคือคนที่อยากตาย ส่วนเขากลับเหมือนตายออกมาจากข้างใน แต่ก่อนผมทั้งกลัว เศร้า แต่ตอนนี้กลับทำเหมือนโซ่ตรงเท้าเป็นแค่เพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอมานาน

“อยากเข้าห้องน้ำ” ผมชูมือขึ้น ให้เขาได้อุ้มถนัด ก่อนจะบอกคนที่วางให้ผมนั่งลงบนชักโครก

“ออกไป”

“ไม่”

“ผมจะถ่ายหนัก” ผมเตือนเขา แต่หมาป่าผู้เศร้าสร้อยก็ยังยืนกราน

“ตัวเล็กจะหนีไป”

ผมล่ะเชื่อเขาเลยจริงๆ

.

.

.



หลังจากตอนเช้าแสนทุลักทุเลผมที่โดนอุ้มกลับมานอนบนเตียงเช่นเดิมก็บอกตัวเองว่า



...ข้อ 13 ผมจะใช้เวลาในตอนที่ถูกขังอยู่ถามเรื่องทั้งหมดจากเขา…



เผื่อมันจะทำให้ผมได้ตายแบบไร้ข้อกังขา

“ทำไมถึงทำแบบนั้นกับผม” ผมสบตาเขาอย่างไร้ซึ่งความกลัว ตอนเด็กๆ ผมกลัวพี่ชายจะเกลียดผม กลัวพี่จะตีผม ผมถึงยอมให้เขาตามใจชอบ

แต่ตอนนี้แม้แต่ความตาย...ผมก็ยังไม่เหลือความกลัว

แต่เขาก็ยังไม่ยอมตอบ

“ถ้าไม่ตอบผมจะหนี” ผมยิ้มให้เขา

“หนีไม่ได้หรอก” เขาบอกเสียงเรียบ มือใหญ่ลูบไปตามกรอบหน้าผม

“ผมไม่ใช่เด็กอีกแล้วนะ” ผมจ้องตาเขา “ผมจะทุบให้ขาขาดแล้วหนีไป ไม่งั้นก็ตายอยู่ตรงนี้” ผมยิ้มกว้างเมื่อนึกได้ว่าตัวเองจะหลุดออกจาพันธนาการนี้ได้

“พี่ไม่ให้ตาย” เขากอดผมแน่น ดวงตาคมหลับแน่น หมาป่าจ่าฝูงตอนนี้เป็นแค่หมาป่าโซเซก็เท่านั้น

“ลองดูไหมล่ะครับ ระหว่างตอบดีๆ กับลองให้ผมหายไป” ผมผลักเขาออกจากตัว ลุกขึ้นนั่งอย่างเปลือยเปล่า เสียงโซ่หนักเสียดหู

ผมเชื่อว่าเขามีคำตอบให้...เพราะเขาดูสติดีกว่าผมเยอะ

“หรือจะให้ผมไปนอนกับคนอื่นอีกดี” ผมเหยียดยิ้ม เห็นเขากำมือแน่น บริเวณสันกรามและคอปูดโปนไปด้วยเส้นเลือด

“ตัวเล็กรักพี่คนเดียว!”

อา...นี่คงเป็นวิธีคิดของเขา

“ผมจะรัก ถ้าพี่บอกทุกอย่างมา ว่าทำไมถึงได้ทำร้ายผม! ขังผม! หนีผมไป! ฆ่าแม่ตัวเอง! และสุดท้ายก็กลับมาหนั่งหน้าโง่อยู่ตรงนี้!” ผมตวาดเขาอย่างเหลืออด

แย่จริงๆ เลย...กำลังคิดว่าจะใจเย็นอยู่แล้วเชียว

“ถ้าพี่ไม่ทำ ไอ้เหี้ยนั่นมันจะทำ! ” ดวงตาเขาวาวโรจน์ มือเขากำแน่น ดวงตาเขากลิ้งไปมาเหมือนกำลังอดกลั้นไว้สุดกำลัง

“ชู่ว ใครทำ? ” ผมยกมือขึ้นลูบแขนเขา

“พ่อที่รักของตัวเล็กไง ไอ้เดรัจฉานนั่น!” เขากัดฟันแน่น

น่าแปลกที่หมาป่ากล้าว่าคนที่ทำเหมือนตัวเองด้วย ผมนึกอะไรขึ้นมาอีกอย่าง

“ตอนเด็กๆ ผมจำได้ว่าเราเคยเป็นพี่น้องกันจริงๆ แต่ตอนนี้...”

ข่าวของคิมที่บอกว่า ‘พ่อของเรากับแม่ของผมเป็นพี่น้องกัน' ทำผมสับสน และผมว่าพี่ภาคย์คงรู้อะไรบางอย่าง

“มันเป็นพวกชอบอะไรวิตถาร มันทำน้องสาวตัวเอง มันทำพี่ มันทำพี่” เขาซบหน้าลงกับอกผม

“ทำอะไร?” คราวนี้ผมขมวดคิ้วแน่นจนปวดหัว

“ทำแบบที่พี่ทำ” เขาบอกเสียงเบาราวกับกระซิบ

“แล้วตอนนั้น ขังผมทำไม? ” ผมพยายามใจเย็น ทั้งๆ ที่ในหัวผุดแต่ความทรงจำโสโครก

“ถ้าไม่ทำ”

“ถ้าไม่ทำ”

“ถ้าไม่ทำ มันจะทำแทน มันจะทำแทน ไอ้นั่นมันจะทำ! ”

...นี่มันเรื่องอะไรกันนะ...

.

.

.

สัตว์ร้ายหลับลงไปหลังจากที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืน ผมหยิบมือถือที่อัดเสียงทั้งหมดไว้ตั้งแต่ก่อนเขาตื่นกดส่งไปให้คิม

เท่าที่ผมลองสังเกตพี่ภาคย์ถึงจะดูน่ากลัว เหมือนจะตามติด เหมือนจะร้าย แต่ผมรู้ว่าบางทีเขาก็หละหลวม...เหมือนอยากจะผ่อนปรนให้ผมบ้าง

เหมือนกลัวว่าถ้ามันตึงไปอย่างตอนนั้น ผมจะหนีเขาไปอีก หรือไม่ก็เพราะลึกๆ แล้ว เขาก็อยากออกจากวังวนนี้เหมือนกัน










TBC.

#20เหตุผลก่อนตาย




ออฟไลน์ ป้าหมีโคตรขี้เกียจ

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 125
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-0
Re: #20เหตุผลก่อนตาย | 9 : Lucky Number 13 [14/1/20]
«ตอบ #104 เมื่อ15-01-2020 08:35:16 »

เรารู้สึกว่าพี่ภาคย์รักน้องจริงๆ แต่การแสดงออกมันสื่อไม่ถึงใจน้อง ทุกอย่างเลยรวนไปหมด

ออฟไลน์ Ti0590

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 462
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
Re: #20เหตุผลก่อนตาย | 9 : Lucky Number 13 [14/1/20]
«ตอบ #105 เมื่อ15-01-2020 08:39:36 »

อ่านจบแล้วเหม่ออออออ เหม่อออออไปเลยค่ะ

ออฟไลน์ อิ๊อ๊ะชะเอิงเอย

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 128
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-1
Re: #20เหตุผลก่อนตาย | 9 : Lucky Number 13 [14/1/20]
«ตอบ #106 เมื่อ15-01-2020 09:25:59 »

 :a5: :a5:เบิดคำสิเว้าเลยค่ะเฮ้ออออ

ออฟไลน์ Ac118

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 611
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-0
Re: #20เหตุผลก่อนตาย | 9 : Lucky Number 13 [14/1/20]
«ตอบ #107 เมื่อ15-01-2020 13:16:18 »

ทุกคนเป็นเหยื่อความวิปริตของอิตัวพ่อเหรอ  :ling2:

ออฟไลน์ Pittabird

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 796
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
Re: #20เหตุผลก่อนตาย | 9 : Lucky Number 13 [14/1/20]
«ตอบ #108 เมื่อ15-01-2020 19:47:22 »

อ่านแล้วสงสารทั้งพี่ ทั้งตัวเล็ก บิดเบี้ยวกันหมดทุกคน

ออฟไลน์ zearet17

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 345
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +555/-0
    • facebook
Re: #20เหตุผลก่อนตาย | 10 : Just a Stranger [29/1/20]
«ตอบ #109 เมื่อ29-01-2020 15:17:19 »

Just a Stranger

เสียงโลหะหนักกระทบกับฟูกบนเตียงและเสียดสีกันเองในบางทีคลอไปกับเสียงหอบหายใจหนักและเสียงกระทบกันของเนื้อกาย ผมเสร็จในตอนที่ข้างในร้อนวูบเพราะของเหลวอุ่น พี่ชายแช่มันไว้ข้างในแม้ในที่สุดจังหวะการหายใจของเราจะกลับมาเป็นเช่นเดิมแล้ว

“ถ้าตัวเล็กท้องลูกของเรา...” ผมมองพี่ชายที่ลูบหน้าท้องผมเบามือ เกือบจะหลุดหัวเราะ หากแต่นึกออกว่าควรถามอะไร

“ถ้าผมท้อง พี่ชายจะทำกับลูกเราเหมือนที่พ่อทำกับพี่ไหม? ”

เขาก้มลงจูบผมแผ่วเบา และตอบด้วยสายตาเหม่อลอย

“ไม่ ไม่ทำ” คำตอบของเขาทำให้ผมแปลกใจ

“แล้วทำไมกับผม...พี่ถึงทำ”

“อา...” เขาครางต่ำเมื่อค่อยๆ ถอนตัวออกจากร่างกายผม ของเหลวที่เคยอัดแน่นไหลลงบนผ้าปูสีขาวสะอาด อย่างที่เขาบอก ถ้าผมเป็นผู้หญิง ก็คงท้องลูกของเขาได้หลายคนแล้ว

“เพราะพี่รักตัวเล็ก” มือใหญ่ลูบหน้าผมเบามือ ผมว่าเขาคงกำลังเข้าใจอะไรผิด

“ไม่เข้าใจ”ผมแนบแก้มเข้ากับมือนั่น

“พี่ชายรักผมเหมือนที่พ่อรักพี่ใช่ไหม” หลังจากคำถามนั่น เขาก็เงียบไปนาน

“หรือรักเหมือนที่พ่อรักแม่ผม” ผมซุกหน้าลงกับอกเขา ขยับข้อเท้าที่มีโซ่เล็กน้อยด้วยความเมื่อย

ตอนเด็กๆ ผมจำได้ว่าเคยรักพี่ภาคย์มาก เราเล่นด้วยกัน ไปโรงเรียนด้วยกัน เป็นเพื่อนสนิทที่ดีที่สุดในโลก พี่เองก็ดูรักและเอ็นดูผมมาก แต่ไม่นานนักพี่ก็เปลี่ยนไป...รักของพี่ที่มีต่อผมก็เปลี่ยนไปด้วย

แล้วสุดท้าย...รักคืออะไรนะ





เสียงเคาะประตูดังขึ้นในตอนเช้าของวันทำงาน ผมนอนอยู่บนร่างกายเปลือยเปล่ากำลังจะลุกขึ้น แต่พี่กลับกอดผมไว้เช่นเดิม

“น้องภาพ คุณภาคย์ คุณพ่อเรียกพบค่ะ” เสียงคุ้นหูดังขึ้นข้างเตียงหลังจากเสียงเปิดประตู แม่ของผมพรวดพราดเข้ามา

ผมตระหนกพอสมควรแต่หมาป่าตัวโตกลับใจเย็นกว่าที่คิด

“ไม่มีมารยาท” เขาออกปากก่อนจะลุกขึ้นนั่งโดยที่ยังกอดผมไว้ เหมือนกำลังกอดและเก็บซ่อนผมจากสายตาคนมอง

“ออกไป! ”

“กูบอกให้ออกไป! ” เขากราดไล่ผู้ใหญ่ที่ยืนอึ้งมองเราอยู่

ผมมองตามแม่ที่รีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว นึกออกว่าเคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ตอนนั้นแม่ผมเข้ามาพี่ชายกำลังทำร้ายผมที่ห้องเก็บของ ผมจำได้ว่าดีใจจนสะอึกสะอื้น แต่แม่ที่ผมเคยคิดว่ารักที่สุดในโลกกลับไม่ได้ช่วยเหลือกัน

“ไม่เป็นไรนะตัวเล็ก ไม่เป็นไรแล้ว” พี่ภาคย์ทั้งกอดและปลอบผม แปลก...

ตอนเด็กๆ ผมเอาแต่เสียใจว่าแม่ไม่รักผม เอาใจแต่พี่ จากที่คิดว่าความรักของแม่เป็นแผลในใจแต่ตอนนี้กลับรู้สึกแปลก ตั้งแต่แผนที่ปล่อยให้แม่มาเห็นเราในห้องทำงาน ตอนนั้นพี่ชายกับผมกำลังสนุกกันอยู่เลย แต่กลับแปลก...ที่เรื่องพวกนี้ไม่ได้ทำให้แม่ผมรู้สึกอะไรได้เลย

.

.

.

ซึ่งคำตอบน่าจะเป็นเพราะผู้ชายคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามผมตอนนี้

“เป็นยังไงกันบ้างลูก งานช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง” ชายวัยใกล้เกษียณหน้าตาใจดีนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะอันเป็นที่ของประมุขของบ้าน

“ก็ดีครับ” พี่ชายคนโตตอบเรียบๆ

“พี่ภาคย์สอนอะไรให้บ้างล่ะ” คราวนี้เขาเลยได้โอกาสหันมาถามผม

“หลายอย่างครับ” ผมตอบเรียบง่ายอย่างเคย แต่คราวนี้กลับได้เห็นรอยยิ้มแสนหวานของเขาแทนที่จะเป็นคำดุด่าเช่นเคย

“ถ้าเก่งแล้ว ภาพย้ายมาทำกับพ่อก็ได้นี่ จะให้รับโปรเจคไปทำ”

“ยังไม่เก่งขนาดนั้นหรอกครับ” พี่ชายตอบแทนด้วยเสียงอันเด็ดขาด

“น้องคงต้องอยู่กับผมอีกนาน”

ทุกคนเงียบลงเมื่อบรรยากาศแย่ลง ครอบครัวจอมปลอมยังหาเรื่องคุยกันไปทั่ว ผมฟังแต่จับใจความไม่ได้แม้แต่น้อย มาได้สติตอนที่แม่ออกปากถาม

“แล้วเย็นนี้นี้คุณภาคย์จะรับข้าวเย็นเป็นอะไรดีคะ? ” เขาถามพี่ชายแทนที่จะถามผม แต่ครั้งนี้ผมไม่ได้เสียใจแล้ว

เหมือนกำลังมองทุกอย่างจากข้างนอกมากกว่า ผมว่า...มันแปลก

.

.

.

“คิม มีเรื่องรบกวน ส่งของไปให้แล้ว”

“ข้อต่อไปเหรอ”

“อืม”

ข้อ 14 ผมจะพิสูจน์ความจริง ว่าผมกับผู้หญิงคนนั้น...อาจจะไม่ได้เป็นแม่ลูกกันจริง

เรื่องนี้ผมสงสัยมานานแล้ว ถ้าลองตัดความน้อยใจที่ว่าตั้งแต่เล็กเขาไม่เคยแยแสผมเลยแล้วลองมองตามความเป็นจริงดู การที่เขาไม่เป็นเดือดเป็นร้อนกับความสัมพันธ์ทางกายของผมกับพี่ก็แปลก แล้วไหนจะข่าวที่ว่าเขากับพ่อเป็นพี่น้องกันอีก

.

.

.

ขาที่ไม่มีโซ่ล่ามเบาสบาย ผมมองตัวเองในกระจกบานใหญ่ นึกแปลกใจที่รูปกายผมมีลักษณธแบบนี้...ทั้งๆ ที่แต่ก่อนมองไม่เห็นด้วยซ้ำ ร่างกายนี้ผอมบาง ผิวขาว อยู่ในชุดสูทสีกรมท่า สีผมและสีตาเข้มเหมือนลูกกวาง ใครๆ ต่างก็ชอบผมที่เปลือกนอกตรงนี้

ผมได้แต่สงสัยว่านี่หรือคือร่างกายที่บรรจุผมไว้ เป็นร่างกายที่น่าสงสารสิ้นดี





ผมไม่ได้กลับมาที่นี่สักพักแล้ว แต่พอโดนเพ่งเล็งจากพ่อคนลอยชายอย่างผมเลยต้องกลับมานั่งทำงานอีกครั้ง ผมนั่งเงียบๆ มองหมาป่าตัวใหญ่ทำงาน เขาดูเหมือนมีจิตใจหลายส่วน ส่วนทำงาน ส่วนวิปริต ต่างจากผมที่ทุกอย่างกองรวมกันเป็นเหมือนหลุมแห่งความประสาทแดก

“ไม่กลัวแล้วเหรอ? ” เขาถามเมื่อเห็นผมเดินมาหยุดยืนที่ตรงหน้า ผมเคยกลัวเขามากเวลาทำงาน แต่คนที่นอนกกกันทุกคืน ทำไมจะต้องกลัว ขนาดความตาย...ผมยังไม่กลัวเลย

“ที่พี่บอกว่าถ้าผมไม่ทำพี่จะจะฆ่าแม่ แม่ของใคร? ” นั่นเป็นสิ่งที่ผมพยายามถามเขาซื้อแล้วซ้ำเล่า

“ตอนนี้เป็นเวลางาน”

ผมไม่สนใจ เพราะผมก็เหลือเวลาชีวิตไม่เยอะเหมือนกัน

“พี่ฆ่าแม่ใหญ่เพราะแม่ใหญ่พาผมหนีใช่ไหม? ” ผมอยากได้คำตอบจากเขา ซึ่งการที่เขาไม่ตอบรับหรือปฏิเสธยิ่งทำให้ผมไม่รู้ต้นสายปลายเหตุของเรื่องรอบตัวผม

“ตอบมาสิ”

“กูบอกให้ตอบ! ” คราวนี้ผมบีบคอเขาแน่น แต่ก็ได้กลับมาเพียงแค่สายตาเบื่อหน่ายและเหลือเพียงแค่รอบแดงบนคอหนา

“พูดจาไม่เพราะ”

“ผมเลียนแบบพี่ชาย” เขาทำแบบนี้บ่อยเมื่อเรายังเด็ก

“คุณภาคย์คะ มีประชุมที่ชั้น 5 ตอนบ่ายสามนะคะ” เสียงโฟนอินจากเลขาหน้าห้องทำเขาและผมมองตากัน

เราทั้งคู่กำลังเล่นละครฉากใหญ่ ตอนกลางวันเราคือคนที่เดินสวนกับผู้คนมากมาย หากแต่เราเผยความนัยในตอนกลางคืน

“ผมมี 20 ข้อก่อนตาย” ผมยกมือขึ้นบิดขี้เกียจ

“และตอนนี้มันมาถึงข้อ 14 แล้ว”

แปลกดีที่คราวนี้เขาไม่ได้อ้อนวอนหรือแม้แต่มีท่าทีตกใจ แต่รู้อะไรไหม...ถึงเขาจะยินดีหรือไม่ ผมก็ต้องจากไป

“หมายความว่ายังไง? ” ท่าทางที่เขาถามผมเอื่อยเฉื่อยเหมือนเคยรู้มันมาก่อน

“หมายความว่า...เราจะจากกันชั่วนิรันดร์” ผมพูดถึงความตายของตัวเองเหมือนเพลงสักเพลงที่เคยได้ฟัง สำบัดสำนวนของตัวเองทำเอาผมขำ

“ผมคงไม่ได้กอดพี่อีกแล้ว” ผมแค่นยิ้มในที่สุด เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องเดียวในโลกที่ผมเสียดาย กามารมณ์กับสิ่งมีชีวิตนี่ตัดกันไม่ขาดจริง

ผมแอบคิดว่าเขาคงอ้อนวอนให้ผมอยู่ แต่เปล่า...เขาไม่แม้แต่เศร้าโศก

“ถ้าคิดว่าตายแล้วจะไม่เจอพี่ในนรก...ก็ลองตายดูสิ”

.

.

.

“ภาพ กูว่ามันแปลกขึ้นทุกทีแล้วนะ” คิมบอกในเช้าวันทำงานที่ผมหนีมาขลุกอยู่กับเขา

“? ” คนที่แปลกพอๆ กันหันมาบอกผม ยังมีอะไรแปลกกว่าเขาอีก?

คิมโคลงหัวไปมา

“ของกูมันเป็นแค่รสนิยมทางเพศ มันคือด้านมืด มึงเข้าใจไหม? ”

ผมส่ายหน้า คิมเลยขำเป็นต้องอธิบายด้วยท่าทางเบื่อหน่าย

“กูแค่ขี้เงี่-- ชอบดู ชอบเซ็กซ์หมู่ แต่ด้านสว่างของกูก็คนธรรมดา”

“กูก็แค่เอากับพี่ชาย” ผมหัวเราะเหมือนตลกแต่ที่จริงก็ไม่

“ตอนแรกกูก็คิดแบบนั้น คิดว่าของมึงแม่งสนุกดี แต่ดูเหมือนมึงก้าวข้ามเส้นนั้นมาแล้วนะภาพ”

ถ้าผมก้าวข้ามเส้นนั้นมามากแล้ว...แล้วเส้นนั้นอยู่ตรงไหนนะ เส้นนั้นคืออะไร

“อย่าพูดมาก มีอะไรก็พูดมา”

“มึงให้เวลากูแค่สามวันกับเงินแค่หยิบมือ” คิมเดินเข้ามาหาผม ปลดกางเกงตัวเองลง

“จะเอาอะไร” ผมถอนหายใจก่อนจะนั่งลงบนเตียงเขา

ในตอนที่กำลังจะถอดกางเกงออก เขาก็ยื่นมือมาแตะปากผม

“เอาปากดีๆ ”

.

.

.

ร่างกายเปลือยเปล่าของเรานั่งอยู่ข้างกันบนเตียง ผมยกตัวขึ้นเพื่อเช็ดทำความสะอาดตรงที่มันเหนอะหนะ พร้อมกับใช้ปากทำความสะอาดให้คิม เพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยนในผลงานเขา แค่เซ็กซ์มันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ที่ผมสั่งทำอะไร...คิมทำให้เสมอ

“อันนี้ของพ่อมึง a แม่มึง b อันนี้ของพี่ชายมึง c และอันนี้ของมึง d” คิมหยิบกระดาษออกจากซองกระดาษสีน้ำตาลที่เขียนว่าเอกสารลับ ผลแต่ละอันเป็นกระดาษปึกใหญ่

“แล้ว? ” ผมอ่านแล้วไม่เข้าใจ

“แม่กับพ่อของมึงอ่ะ เหมือนที่ในข่าวนั่นบอก เป็นพี่น้องกัน” เขาชี้ลงในจุดที่เป็นผลตรวจของใบที่เขียนว่า full siblingship test

อา...ผมอุตส่าห์เผื่อใจไว้นิดหน่อยแล้วเชียวว่าข่าวนั่นต้องผิดพลาด

“ส่วนที่ชายรักของมึง”

ผมขมวดคิ้วเมื่อเห็นกระดาษแผ่นที่พิมพ์ชื่อว่า c

“c เป็นลูกของ b” คิมมองหน้าผม “แต่ไม่รู้ว่าพ่อคือใคร”

“ดูจากหน้า c เป็นลูกครึ่ง ถ้าแม่คือ b พ่อคงเป็นฝรั่งที่ไหนสักที่” คำตอบพวกนี้มันมากกว่าที่ผมคิด ผมกำลังตื่นเต้น ทั้งกายเย็นเฉียบ

“ส่วนมึง”

ผมมองกระดาษแผ่นเดียว ที่อาจจะตัดสินผมทั้งชีวิต

“คือใครก็ไม่รู้ มึงไม่ใช่ทั้งลูก a หรือ b ไม่ได้เป็นน้องของ c”

ผมเหยียดยิ้ม สุขใจที่สายสัมพันธ์ทั้งหมดนั้นสะบั้นแหลกแค่เพราะกระดาษแผ่นเดียว

“มึงโกหก” ผมยิ้มกว้างในขณะที่ด่าคิม

“กูโกหกแล้วกูจะได้อะไร” คิมยักไหล่ก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ

อ้อมกอดของพ่อ รอยยิ้มของแม่ สนามเด็กเล่นของพี่ชายที่ลอยคว้างอยู่ทุกขณะจิตเป็นเรื่องเหลวไหลทั้งเพ

การที่ผมเป็นใครก็ไม่รู้เห็นเรื่องที่น่ายินดีที่สุดในชีวิต

“แล้วแม่ใหญ่ล่ะ? ” แล้วผู้หญิงแสนใจดีคนนั้นเป็นใคร...เขาจะเป็นแค่เหยื่อแบบผมไหมนะ

คิมส่ายหน้า “คนตายไปนานแล้ว กูหาข้อมูลไม่ได้หรอก”

ผมซบหน้าลงกับอกของคิม ก่อนจะจูบเขาเพื่อขอบคุณ

.

.

.

“น้องมึงอยู่กับกู เชื่อคนง่ายฉิบหาย”

“ดูไว้อย่าให้คลาดสายตา”

“ไม่คลาดแน่นอน”

“อย่าทำอะไรเกินคำสั่ง อย่าแตะต้องเขา”

“ของของมึง กูไม่แตะหรอก”

“ถ้าแตะ ก็เตรียมตัวตายพร้อมพ่อมึงได้เลย”

.

.

.

“คิม”

“ว่าไง? ”

ผมตื่นมาตอนบ่าย ผมฝันถึงเรื่องราวเก่าๆ ก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในตาเขา เขาเหมือนใครสักคนที่ผมเคยรู้จัก

“มึงคือใครกันแน่”

คิมเหยียดยิ้ม ก่อนจะหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

“ก็แค่คนที่ผ่านมา อย่าคิดมากเลย”

.

.

.





TBC.

____________________________

#20เหตุผลก่อนตาย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: #20เหตุผลก่อนตาย | 10 : Just a Stranger [29/1/20]
« ตอบ #109 เมื่อ: 29-01-2020 15:17:19 »





ออฟไลน์ ป้าหมีโคตรขี้เกียจ

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 125
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-0
Re: #20เหตุผลก่อนตาย | 10 : Just a Stranger [29/1/20]
«ตอบ #110 เมื่อ29-01-2020 15:51:39 »

คิม ที่ไม่ใช่ คิม หรอ!!!

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4015
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
Re: #20เหตุผลก่อนตาย | 10 : Just a Stranger [29/1/20]
«ตอบ #111 เมื่อ29-01-2020 22:31:39 »

เอ้าาาา อะไรเนี่ยยยยย !!  :a5:

ออฟไลน์ Ac118

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 611
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-0
Re: #20เหตุผลก่อนตาย | 10 : Just a Stranger [29/1/20]
«ตอบ #112 เมื่อ30-01-2020 12:10:51 »

เฮ้ยยย!! คาดเดาอะไรไม่ได้อีกแล้ว นี่มันอะไรเนี่ยยยยยยย!!! o22

ออฟไลน์ TheDoungJan

  • ขอบคุณนักเขียนที่คนที่สร้างทุกตัวละครขึ้นมานะคะ(♡˙︶˙♡)
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 690
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
Re: #20เหตุผลก่อนตาย | 10 : Just a Stranger [29/1/20]
«ตอบ #113 เมื่อ02-02-2020 19:34:34 »

ไม่กล้าเดาอะไรแล้ว เกินคาดไปมาก

ออฟไลน์ politesseone

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 24
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: #20เหตุผลก่อนตาย | 10 : Just a Stranger [29/1/20]
«ตอบ #114 เมื่อ02-08-2020 20:26:07 »

มันสุดยอดมากกกกก คืออย่างมึน อยากได้เฉลยอย่างแรงเลยอ่ะค่ะ สู้ๆนะคะ กลับมาต่อไวๆ

ออฟไลน์ Chanik

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 44
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: #20เหตุผลก่อนตาย | 10 : Just a Stranger [29/1/20]
«ตอบ #115 เมื่อ22-11-2020 23:23:45 »

กรี๊ดดดด หน่วงจังโว้ยยยย

ออฟไลน์ Flowerrice13

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 142
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
Re: #20เหตุผลก่อนตาย | 10 : Just a Stranger [29/1/20]
«ตอบ #116 เมื่อ01-01-2023 16:25:48 »

มาต่อได้ไหมคะ เราติดตามตลอด แต่ไม่ได้เม้น เห็นหายไปแล้วในรีดอะไรท์ เรามาตามเจอทีนี้ใจชื้นมาก อย่าลบเรื่องนี้เลยละคะ มันสนุกมากเลย ฮือ

ออฟไลน์ Sunset and Eeyore

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: #20เหตุผลก่อนตาย | 10 : Just a Stranger [29/1/20]
«ตอบ #117 เมื่อ10-01-2023 09:22:27 »

คุณนักเขียนจะกลับมาต่ออีกมั้ยนะ พล๊อตน่าสนใจมากๆเลย

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด