[[เรื่องสั้น]] คนของเธอ (Omegaverse) 28-4-62
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: [[เรื่องสั้น]] คนของเธอ (Omegaverse) 28-4-62  (อ่าน 1699 ครั้ง)

ออฟไลน์ ความฝันของดอกไม้

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 26
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
***************************************************************************************
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ


******************************************


ความจริง..ผมไม่ใช่คนเหงา
แต่บางครั้งก็ต้องการจะนอนกอดใครสักคนในยามค่ำคืน

*******************************************
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-04-2019 00:05:29 โดย ความฝันของดอกไม้ »

ออฟไลน์ ความฝันของดอกไม้

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 26
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
Re: [[เรื่องสั้น]] คนของเธอ (1)
«ตอบ #1 เมื่อ03-03-2019 18:47:22 »

ความสัมพันธ์ระหว่างเรา

ถึงแม้จะดูแปลกไปสักหน่อย

แต่.. ณ เวลานี้ผมกล้าพูดได้เลยว่าหากคืนไหนผมไม่ได้นอนกอดเขา

วันนั้นคงเป็นวันที่ผมข่มตาหลับไม่ลงแน่ ๆ

ความเคยชินกับอะไรสักอย่างมันน่ากลัว

รักหรือเปล่า ผมไม่รู้ ตอนนี้รู้เพียงแค่ว่าขาดไม่ได้

โลกแบ่งเป็นสามระดับ 1.อัลฟ่า 2.เบต้า 3.โอเมก้า

และมีเพียงอัลฟ่ากับโอเมก้าเท่านั้น ที่สามารถสร้างความสัมพันธ์พิเศษต่อกันได้  คนส่วนใหญ่มักจะเรียกว่าคู่แท้ หรือคู่แห่งโชตชะตา

คงเพราะความโสมมของโลกใบนี้

ทำให้ผมไม่ค่อยศรัทธาในรักหรือเชื่อในเรื่องคู่ครองสักเท่าไหร่

เกิดเป็นอัลฟ่าจะมีคู่กี่คนก็ได้ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ผิดกับโอเมก้าถูกมองเป็นเพียงเครื่องบำบัดความใคร่ เป็นเพียงคนไร้ยางอายเที่ยวอ้าขาให้ใครต่อใคร ทั้งที่ความจริงโอเมก้าก็มีหัวใจที่จะรักใครสักคน

เกิดเป็นอัลฟ่าเหมือนเดินบนเส้นทางถูกปูด้วยพรมแดง มีแต่คนสรรเสริญเยินยอ

ผิดกับโอเมก้าที่เดินบนทางแห่งขวากหนาม มีแต่ดูถูกและเหยียบซ้ำ

ผมเห็นภาพอันน่ารังเกียจมานับครั้งไม่ถ้วน จนกลายเป็นความรู้สึกที่ตายด้าน ไม่เกิดความรู้สึกใด ๆ กับใคร แม้กระทั่งรักแรกผมยังไม่เคยมี คนรอบข้างมักจับคู่ให้ผมอยู่เป็นประจำ ต้องแต่งงานกับคนระดับเดียว อย่าทำให้ตระกูลเสียชื่อเสียง ทั้งที่ข้างในก็เน่าจนหนอนชอนไช

แก่งแย่ง

ชิงดี ชิงเด่น

การเป็นลูกคนที่หกในตระกูลอัลฟ่าที่มีชื่อเสียง เป็นหนึ่งในสี่ขั้วอำนาจโลกก็ว่าได้ ใครหลายคนมักพูดว่าโชคดีมีพร้อมทุกอย่างไม่ว่าเงินหรืออำนาจ

แต่ผมกลับไม่คิดอย่างนั้น ความรู้สึกตรงกันข้าม

ทำไมผมถึงต้องเกิดมาในสถานที่แบบนี้มักจะตั้งคำถามนี้อยู่เสมอ เป็นตระกูลซึ่งผลิตลูกเป็นว่าเล่น ความอบอุ่นแบบครอบครัวทั่วไป ไม่เคยได้สัมผัส เป็นเพียงคนแปลกหน้าที่มี่สายเลือดเดียวกัน

พี่น้องทั้งสิบสองคน ทุกคนล้วนแต่มีชื่อเสียงไปคนละด้าน

เว้นแต่ผมที่เป็นเพียงจุดด่างพร้อยของในตระกูล ไม่ใช่ว่าไม่มี เพียงแต่ไม่ได้บอกเรื่องความสามารถของผมให้ใครรู้เท่านั้น

ผมออกจากบ้านหลังนั้นมาตั้งแต่อายุ 15  โดยไม่รับเงินแม้แต่บาทเดียว ชีวิตที่เป็นอยู่ในตอนนี้ บ้านที่อยู่ตอนนี้ เงินหลักสิบล้านที่ผมมีอยู่ตอนนี้ มาจากน้ำพักน้ำแรงผมล้วน ๆ

ใช้ชีวิตคนเดียวจนเคยชิน ทุกอย่างในบ้านมีทุกอย่างที่ผมต้องการทั้งหมดแล้ว

มีหนังสือให้อ่าน มีชาให้จิบยามเช้า มีเนื้อย่าง และบทเพลง แค่นี้มันก็ทำให้มีความสุข

ความจริง..ผมไม่ใช่คนขี้เหงา

แต่บางครั้ง..ก็ต้องการนอนกอดใครสักคนในยามค่ำคืน

และนั่นคงจะเรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นระหว่างเรา เหมือนหนังสือนิยายเล่มหนึ่งที่ยังไม่รู้ว่าตอนจบจะเป็นไปในทิศทางไหน ความสัมพันธ์ของเรา เป็นเพียงผู้ขายและผู้ซื้อเท่านั้น

ปกติผมไม่เคย.. ถ้าพูดกันไปอย่างตามตรง ผมไม่เคยซื้อผู้ชายเข้ามาในห้องนอนของตัวเอง

เขาคือคนแรก

และผมคิดว่า อาจจะเป็นคนสุดท้าย

ผมไม่รู้ชื่อเขา ไม่เคยถามเรื่องของเขา

รักหรือเปล่า ผมยังยืนคำตอบเดิมคือไม่รู้

ผมเป็นอัลฟ่า และเขาคือเบต้า เราไม่ได้มีสายสัมพันธ์พิเศษ หรือคู่โชคชะตา

แต่เพราะอะไรถึงได้ลงเอยแบบนี้

ทำไมมันถึงกลายเป็นเช่นนี้

ใบหน้าของผมซุกลงบนแผ่นอกอย่างไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ อ้อมแขนใหญ่ยกโอบกอดไปถึงด้านหลัง แถมยังมีเสียงหัวใจที่เต้นดังไปในจังหวะเดียวกัน สงสัยหูผมจะเพี้ยนหรือเปล่าถึงคิดว่ามันช่างไพเราะราวกับเพลงกล่อมเด็กเหมือนที่แม่เคยร้องให้ฟังสมัยก่อน สุดท้ายคืออุณหภูมิร่างกายของอีกฝ่ายที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นเกินกว่าผ้าห่มผืนไหน

เปลือกตาเริ่มหย่อนคล้อยลงอีกครั้ง

และนี่คงจะเป็นอีกคืนที่ผมนอนหลับฝันดี


TBC

.

ออฟไลน์ arij-iris

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2892
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-5
รอๆๆ

ออฟไลน์ tasteurr

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 494
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
ติดตามค่ะ

 :pig4:

ออฟไลน์ nofsnof

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 362
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
 :o8: :o8:

ออฟไลน์ yunnutjae

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 633
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-2
ว้าวมากเลยอะ อัลฟ่าxเบต้า ติดตามนะคะ

ออฟไลน์ ความฝันของดอกไม้

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 26
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
Re: [[เรื่องสั้น]] คนของเธอ (2) 5-3-62
«ตอบ #6 เมื่อ05-03-2019 22:12:26 »

บทสนทนาระหว่างเรา

มีเพียงผมที่เป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อนเสมอ และเขามักจะตอบแค่คำว่า 'ครับ' กับ 'ไม่ครับ'

น้อยครั้งที่จะมีคำพูดอื่นนอกเหนือจากนั้น โดยธรรมชาติตัวผมเองก็ไม่ใช่คนช่างพูดเสียเท่าไหร่ ส่วนใหญ่เวลาเราอยู่ด้วยกันมีเพียงความเงียบ

ทว่าความเงียบในที่นี้ ไม่ได้มีความหมายในเชิงอึดอัด แต่กลับกลายเป็นความเงียบที่ทำให้สงบใจ สบายใจอย่างสรรหาคำอธิบายไม่ถูก ผมอาจรู้สึกแบบนั้นคนเดียวก็ได้

แต่ตราบใด..ถ้าเขายังไม่ปฏิเสธ นั่นเพียงพอแล้ว

ผมยกอ้อมแขนหนักออกจากเอว ก่อนจะลุกขึ้นมานั่งอย่างงัวเงียพลางหันไปมองดูเขาที่ยังคงหลับพริ้ม เสียงนกจิบร้องและแสงแดดสาดส่องเข้ามาจากนอกหน้าต่าง

ความสัมพันธ์ประหลาดไม่ยั่งยืนสักเท่าไหร่

ผมทราบดี

และมันคงจบลงในสักวัน

จะให้พัฒนาต่อจากนี้ ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง เราอยู่ด้วยกันนานเกินไปและผมยังไม่แน่ใจความรู้สึกตัวเอง อีกอย่างผมไม่เข้าใจความรู้สึกเขาด้วยเหมือนกัน

เขามักจะทำหน้านิ่ง และไม่เคยเห็นเขายิ้มเลยสักครั้ง

ต้องการอะไรอยู่หรือไม่ต้องการอะไร ก็ไม่เคยแสดงออกทางสีหน้า

แต่ก็ไม่เคยทำให้ผมลำบากใจ

ซึ่งจริง ๆ มันก็ดีไปอีกแบบ

คำว่า 'นอน'

หลายคนคงจะคิดว่าต้องมีเซ็กซ์เข้ามาเกี่ยวข้อง

แต่ไม่ใช่กับเรา

กอด..

มีเพียงคำว่า 'กอด' เท่านั้น

นี่คือข้อตกลงที่เราทำมาตั้งแต่แรก ผมมีความต้องการต่ำเป็นทุนเดิม ผิดกับอัลฟ่าทั่วไป และบ้านที่ผมอยู่ก็ห่างไกลผู้คน จึงไร้ความกังวลใจเรื่องที่จะติดสัดเพราะได้กลิ่นโอเมก้า แถมเมื่อก่อนผู้หญิงที่ผมซื้อมานอนด้วยก็ล้วนแต่เป็นเบต้า เพื่อต้องการจะตัดปัญหาเรื่องพวกนี้

อยู่และตายคนเดียวเหมาะสมที่สุดแล้วสำหรับคนอย่างผม

เงินเก็บมีมากพอที่จะใช้ชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องทำงานไปจนแก่ และมีมากพอที่จะให้เขากอบโกยไปตั้งต้นชีวิตใหม่ได้เลย ถึงกระนั้นเขาไม่เคยเรียกร้องอะไรนอกเหนือจากเงินค่าตัวที่ผมจ่ายให้ทุกเดือน

ผมไม่เคยถามเหตุผลว่าทำไมเขาถึงทำอาชีพนี้ ถามว่าอยากรู้ไหม ก็ต้องอยากรู้อยู่แล้วสิ

แต่ผมคิดว่า มันไม่ใช่สิ่งที่น่าจะไปก้าวก่ายสักเท่าไหร่

"วันนี้ทานอาหารเช้าด้วยกันก่อนไหม"

ผมเอ่ยถามในขณะที่เขาลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยท่าทางงัวเงียไม่ต่างกัน

"...ครับ"

คำตอบเหมือนอย่างที่ผมคิดไว้ จึงก้าวขาลงจากเตียงไปยังห้องครัว เพื่อไปทำอาหารเช้าเหมือนดั่งทุกวัน ผมเพิ่มเริ่มหัดทำก็ตอนมีเขาเข้ามาอยู่ด้วย เพราะทิฐิส่วนตัว ผมจึงซื้อตัวเขาแบบผูกขาด ไม่ให้ไปรับงานกับใครอื่นได้อีก เขายังเป็นนักศึกษามหาลัย ควรจะตั้งใจเรียน

ผูกขาดไม่ได้หมายถึงขนาดห้ามมีแฟน ผมให้อิสระเขาเต็มที่ และถ้าเขาไม่สะดวกใจเมื่อไหร่สามารถยุติได้ทุกเมื่อ

แต่นั่นเป็นสัญญาตอนที่เพิ่งเริ่มซื้อขายกันใหม่ ๆ

ถ้าเป็นปัจจุบันนี้

ผมไม่มั่นใจเลยว่าหากเขาต้องการจะยุติความสัมพันธ์ แล้วจะไม่รั้งไว้ ถ้าถึงเวลานั้นจริง แล้วจะทำยังไง อาจจะทำทุกอย่างให้เขาไม่ไป และไม่เคยคิดถึงวันที่ไม่มีเขามาก่อน

หากพรุ่งนี้ไม่มีเขา..

แล้วผมจะเป็นยังไง

หากพรุ่งนี้ไม่มีเขาแล้วผมจะหลับได้ไหม

ผมก้มมองมือตัวเองที่ยังคงสั่นไม่หยุด พร้อมหัวใจเต้นแรงจนรู้สึกเจ็บ เม็ดเหงื่อเริ่มผุดขึ้นมา

ความรู้สึกนี้ อาการแบบนี้คืออะไร ?

ความกลัวงั้นเหรอ..

มันคล้ายกับว่า..

"จะเสร็จแล้ว นั่งลงสิ"

เสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้ทำให้ผมหลุดออกจากภวังค์ พลางหันไปบอกเขาที่เข้ามาด้วยเนื้อกายที่แต่งชุดนักศึกษาอย่างเรียบร้อย ผมพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ

"ครับ"

เขาตอบพร้อมกับหยิบแก้วน้ำจานช้อนมาเตรียมไว้บนโต๊ะอาหาร

อีกหนึ่งเทอมเขาก็จะเรียนจบมหาลัย และวันนั้นอาจจะเป็นวันที่เขาต้องการจะหยุดความสัมพันธ์ก็ได้

ส่วนตัวผมในตอนนั้นจะเป็นยังไง จินตนาการไม่ออกเลยจริง ๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมไม่เคยมองหรือคิดเรื่องเขาอย่างจริงจัง

เพราะกลัวว่าผลจะลงเอยแบบนี้

ทั้งที่ตั้งใจจะไม่รักใครไปตลอดชีวิต

ทว่ายิ่งมองลึกลงไปในดวงตาของเขา มันทำให้ผมยิ่งมั่นใจ ว่าการเคยชินกับอ้อมกอดของเขามาตลอดสามปี ชักจะมีอิทธิพลมากเกินไป ความกลัวที่จะไม่มีเขานอนอยู่ข้างกาย คล้ายกับว่าผมหลงรักเขาอย่างไม่รู้ตัว

หรือไม่ผมคงถูกดวงตาคู่นี้ดึงดูดตั้งแต่วันแรกที่เราพบกัน

ทุกอย่างมันเริ่มแน่ชัด

ในความรู้สึก

วันไหนไม่มีเขาขึ้นมา ไม่ใช่เพียงผมจะนอนไม่หลับ

หัวใจผมคง...

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ถ้ารู้ว่าจะกลายเป็นถลำลึกอย่างนี้

คืนวันฝนพรำผมคงไม่น่าช่วยเขาออกมาจากการโดยรุมกระทืบเพราะไปยุ่งกับเมียชาวบ้าน ไม่น่าหาเรื่องใส่ตัว ควรจะช่วยพอเปฺ็นพิธี ไม่ควรกลายเป็นความรัก แถมเป็นรักข้างเดียวที่รอวันอกหัก

แต่จะมาเสียใจทีหลังในเอาตอนนี้ก็คงจะสายเกินไป



TBC



ออฟไลน์ nofsnof

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 362
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
หื้ม สงสัยในตัวเบต้าคนนี้อ่ะ  :katai1: :hao4:

ออฟไลน์ ความฝันของดอกไม้

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 26
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
หรือการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม

จะเป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับเรา

ผมนั่งเท้าคาง นิ้วมือวนปากแก้ว พลางคิดทบทวนเรื่องนี้ซ้ำไปมา อย่างหาคำตอบไม่ได้ แม้เสียงเพลงจะดังกระหึ่ม แต่ไม่อาจเข้าไปกระทบกับโสตประสาทการรับฟัง

คิดเพียงหาทางออกเพื่อจะทำให้เรื่องนี้จบลงแบบที่ตัวเองไม่เจ็บปวด เขาไม่มีท่าทีจะชอบผมหรืออะไร การบอกความรู้สึกของตัวเองไป มีแต่จะทำให้เขาอึดอัดใจ

เริ่มต้นจากความสัมพันธ์แบบนี้ จะให้จบลงด้วยดีคงเป็นไปไม่ได้

ลมหายใจพ่นยาวอย่างเหนื่อยอ่อนเป็นรอบที่ร้อยของวัน อุตส่าต์คิดว่าออกมาจากบ้านแล้วจะทำให้หยุดคิดฟุ้งซ่าน ดูเหมือนจะหนักกว่าเก่า เพราะร้านกึ่งบาร์ซึ่งผมมานั่งอยู่ตอนนี้ ดันกลายเป็นร้านแห่งความทรงจำที่เราพบกันครั้งแรก

แต่ผมเองก็ไม่รู้จะไปไหน ส่วนใหญ่นอกจากบ้านผมก็รู้จักแค่ที่นี่ เป็นสถานที่ซึ่งไว้ใจได้มากกว่าอะไรทั้งหมด ร้านที่ห้ามให้โอเมก้า(ที่ยังไม่มีคู่)เข้ามาอย่างเด็ดขาด เพื่อนรักทั้งสองร่วมสร้างขึ้นมาเพื่อผมโดยเฉพาะ

"ป๋าขาา มาแปลกนะวันนี้ นั่งวนปากแก้ว จนชานมอุ่นที่ฉันลงทุนชงให้ กลายชาเย็นไปแล้ว"

ผมมองค้อนไปยังต้นเสียงที่กำลังทำท่าทางดี๋ด๋า กระแนะกระแหน ผิดกับรูปลักษณ์แมน ๆ ของเจ้าตัว

"หยุดเลย"

ต้องรีบห้ามทับ ก่อนจะเจอภาพอุจาดตาไปมากกว่านี้

"เป็นอะไรมาล่ะ มีปัญหากับเด็กต้อยที่นายเลี้ยงไว้หรือไง"

คำถามที่ยิงมาอย่างตรงประเด็น มองออกทะลุปรุโปร่งสมกับการเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ผมส่ายหัวไปมาแทนคำตอบ ถ้าทะเลาะยังจะดีเสียกว่า

ความสัมพันท์เรากว่าเราทั้งที่ตัวอยู่ใกล้กัน กลับช่องว่างขนาดใหญ่ตรงกลางที่ไม่สามารถข้ามผ่านไปได้

"ซังกะตายไม่สมกับเป็นนายเลย"

แววตาที่เบี่ยงหลบไปเองโดยอัตโนมัติ

"อืม"

ก่อนจะตอบไปเพียงสั้น ๆ สองสามเดือนมานี้ ผมเองก็รู้สึกว่าตัวเองแปลกไป ตั้งแต่วันที่รู้ตัวว่าชอบเขา เวลาอยู่ใกล้ หัวใจมันสงบลงไม่ได้ จากเคยหัวถึงหมอนแล้วนอนหลับอย่างสนิท กลับกลายไปว่าต้องทนอดกลั้นหักห้ามไม่ให้ทำอะไรต่างจากที่ผ่านมาจนเผลอหลับไป

นี่สินะที่เขาเรียกว่าความรัก

และใครหลายคนมักจะบอกว่า รักแรกล้วนเจ็บปวด

"ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีไม่ใช่เหรอ"

มือใหญ่ลูบหัวผมอย่างปลอบประโลม

"ประสบการณ์แบบนี้ ฉันไม่อยากมีหรอก"

ผมกระดกชานมจนหมดแก้ว สมมติฐานว่ามันคือเหล้า ไม่ติดว่าผมแพ้แอลกอฮอล์ ป่านนี้คงเมาหัวลาน้ำไปแล้ว

"นั่งรออยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวฉันหยิบกุญแจรถแปป จะไปส่งที่บ้าน ถ้าไม่ได้มีปัญหาอะไรกันก็กลับบ้านไปได้แล้ว"

พูดอย่างกับเราเป็นคู่รักที่กำลังงอนกันอย่างนั้นแหละ ทั้งที่ความจริงไม่ใช่เลย

"ฉันยังไม่อยากกลับ"

ผมปฏิเสธเสียงแข็ง ร่างสูงแถมซึ่งมีออร่าของอัลฟ่าราวกับพระราชาหันหลังกลับมาก่อนดีดหน้าผากผมไปหนึ่งที

"ลืมไปแล้วหรือไงว่าตัวเองเลี้ยงต้อยหมาตัวโตไว้ที่บ้าน นี่มันจะตีสองอยู่แล้ว ซื้อมาแล้วก็รับผิดชอบหน่อย ป่านนี้ไม่คิดบ้างเหรอ ว่าเจ้านั่นจะรอกล่อมคนหลับยากอย่างนายให้นอน"

พร้อมกับคำบ่นยาวเหยียดเป็นหางว่าว ผมได้แต่เอามือลูบหน้าผากตัวเองปอย ๆ และต้องจำยอมกลับบ้านไปอย่างโดยดี

รถสีดำคันหรูแล่นทยายออกมาจากตัวเมือง โดยมีเพื่อนรักที่ดุยิ่งกว่าพ่อเป็นคนขับ ผมได้แต่นั่งมองออกไปบริเวณข้างทาง ถึงแม้จะมีเสียงบ่นพึมพรำอยู่ด้านข้าง ผมตอบแค่อืม แบบส่งเดชไป

เพื่อนสนิทที่รู้ไส้รู้พุงกับดี ถึงขนาดมองตาก็เห็นไปยังเส้นเลือดฝอยที่นิ้วเท้า ผมแทบจะไม่ได้เล่าอะไรให้ฟัง แต่อาการผิดปกติที่ผมเป็น มันทำให้เพื่อนเดาอาการได้อย่างไม่ยากเย็น

คนที่ไม่สนใจคนรอบข้าง หรือแม้กระทั่งความรักอย่างผม

ดันไปตกหลุมรักคน ที่ตัวเองซื้อมาเพราะความสงสาร

โดยความจริงเขาอาจจะไม่น่าสงสารอย่างที่คิด หรือความจริงเขาอาจจะชอบทำอาชีพนี้ด้วยความเต็มใจ

หรือในความจริงอาจจะเป็นผมเข้าไปก้าวก่ายเอง

และดันไปตกหลุมรักเสียเอง

ผมถอนหายใจอีกครั้งฉลองให้กับความน่าสมเพชของตัวเอง

รถสีดำหยุดจอดอยู่จุดหมายปลายทาง ผมก้าวลงจากรถทั้งที่ใจยังไม่พร้อมจะเจอหน้า

"ขอบคุณที่มาส่ง"

มือใหญ่ตรงเข้ามาลูบหัวผมอีกครั้ง

"ถ้าอกหักขึ้นมา เดี๋ยวพวกเราจะช่วยเยียวยาจิตใจให้เอง ร่าเริงเข้าไว้”

ผมระบายยิ้มอ่อน ขอบคุณที่อยู่เป็นกำลังใจให้กันมาตลอด ถ้าไม่มีเพื่อนสองคนนี้ ผมไม่รู้เลยว่าตัวเองจะมายืน ณ จุดนี้ได้หรือเปล่า เพื่อนที่เปรียบเสมือนกับครอบครัว

"ถ้าถึงวันนั้น ก็ช่วยเมาแทนฉันทีนะ"

ริมฝีปากหนาประทับลงบนรอยดีดบนหน้าผากอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

"Goodnight kiss♥"

"เจ้าบ้านี่ เราไม่ใช่เด็กกันแล้ว.”

เมื่อตั้งสติได้ ผมตวาดลั่น สิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงเสียงหัวเราะร่าอย่างสะใจที่กวนประสาทได้ สามีภรรยาเหมือนกันอย่างกับกิ่งทองใบหยกจริง ๆ เผลอเป็นไม่ได้เลย ชอบมาถึงเนื้อถึงตัวตลอด

ผมยืนมองรถสีดำแล่นออกไปจนลับสายตา ก่อนจะเปิดประตูรั้วเข้าไป

สิ่งที่น่าประหลาดใจ ที่เห็นเขานั่งตบยุงรออยู่หน้าบ้าน

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมกลับมาทีหลัง ถ้าพูดให้ถูกคือผมไม่เคยออกไปไหนเลยมากกว่านับตั้งแต่มีเขาเข้ามาอยู่ด้วย

ไม่คิดเลยว่าเขาจะนั่งรออยู่แบบนี้

ถือว่าเป็นผู้ขายที่ดี ซึ่งทำให้ผู้ซื้อประทับใจได้

"ไม่เห็นต้องมารอตรงนี้เลย"

ผมเอ่ยพลางกลั้นยิ้มในขณะที่เดินเข้าไปใกล้

"ครับ"

"ถ้ารออยู่ด้านใน ผมเกรงว่าจะหลับไปก่อน"

เขาตอบพร้อมเสริมเหตุผล นี่เป็นครั้งที่สามในรอบปีที่เขาพูดมากกว่าคำว่าครับ ช่างเป็นการบริการที่น่าประทับใจจริง ๆ

"กินข้าวหรือยัง"

"ครับ"

"พรุ่งนี้มีเรียนเช้าหรือเปล่า"

"ไม่ครับ"

"งั้นเหรอ งั้นก็ดีสิ ตื่นสายได้"

"ครับ"

ท่าทีของผมตอนนี้คงจะหลุดอาการดีใจออกมาไม่ใช่น้อย อย่างไม่อาจปิดป้องได้ เขาที่เดินมาผมจวนจะถึงห้องนอน

"เดี๋ยวฉันอาบน้ำก่อน เธอไปรอบนเตียงก่อนก็ได้"

ผมหยุดอยู่ที่ประตูห้องน้ำ พลางหันไปมองเขา

"หรือเธอจะเข้าไปอาบน้ำด้วย"

พร้อมกับแกล้งเย้า เพราะเห็นเขาเดินตามผมมาไม่หยุดสักที

"อะ เอ๊ะ ไม่ครับ"

ใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อเพียงชั่วครู่ ผมแทบจะคิดว่าตัวเองตาฝาด เพราะเขาหันเบี่ยงหลบทันทีแถมรีบเดินจ้ำอ้าวไปที่เตียงพร้อมซุกใบหน้าลงไปบนหมอนอย่างซ่อนความเขินอาย

ผมเองก็รีบเข้าไปในห้องน้ำเช่นกัน ไม่งั้นเขาคงจะเห็นหน้าผมแดงเป็นมะเขือเทศ ความรู้สึกซึ่งเหมือนเลือดสูบฉีดไปทั่วร่างกาย หัวใจที่กำลังพองโต

อยู่ด้วยกันมาตั้งสามปีเพิ่งจะเห็นเป็นครั้งแรก

และค่ำคืนนี้ผมไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอหลับไปตอนไหน

แต่สิ่งที่รู้คือเขากอดผมแน่นกว่าทุกวันที่ผ่านมา

........


ออฟไลน์ nofsnof

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 362
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
งุ้ยย พ่อคนพูดน้อยย

แล้วอย่างนี้จะเข้าใจกันได้ยังไงอ่ะะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: [[เรื่องสั้น]] คนของเธอ (Omegaverse) 3-3-62
« ตอบ #9 เมื่อ: 08-03-2019 15:15:40 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ความฝันของดอกไม้

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 26
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
Re: [[เรื่องสั้น]] คนของเธอ (4) 3-3-62
«ตอบ #10 เมื่อ08-03-2019 20:43:57 »

"เธอชอบดูหนังหรือเปล่า"

ผมถามในขณะเลือนดูโปรแกรมหนังบนสมาร์ทโฟน รอเขาที่กำลังใส่ชุดนอนอยู่บนเตียง

นิ้วมือเขี่ยขึ้นลงเป็นสิบรอบอย่างไม่รู้จะดูเรื่องไหน

ถ้าว่ากันตามความจริง ผมไม่ใช่คนชอบดูหนัง และไม่ใช่ประเภทที่ชอบออกจากบ้าน แถมห้างสรรพสินค้ายังเป็นแหล่งศูนย์รวมโอเมก้า แถมยังมีพวกที่หวังจะดันฐานะตัวเองอีกต่างหาก ด้านมืดมีอยู่ทุกที่ เพราะผมเคยโดนถึงได้รู้ ผมจึงไม่เอาตัวเองไปเสี่ยงต่อการติดสัดในสถานที่แบบนั้นแน่นอน

ทำไมผมถึงชวนเขา ?

คำตอบง่าย ๆ เพียงอยากจะสร้างความทรงจำ

หลังจากที่ผมคิดทบทวนเป็นเวลานานและะนี่จะเป็นเดือนสุดท้ายที่เราอยู่ด้วยกัน

จะผูกขาดให้เขาอยู่ตลอดไปคงไม่ได้

หากจะรอให้เขายุติความสัมพันธ์ ผมเป็นฝ่ายขีดเส้นตายเองคงเจ็บน้อยกว่า

เขามองผมอย่างสงสัยในสิ่งที่ถาม คงดูแปลกจริง ๆ สินะ ในจังหวะที่คิดว่าจะเอายังไงดี แววตาดันเหลือบไปเห็น โปรแกรมหนังซึ่งจะฉายพรุ่งนี้ดันชื่อเรื่องเดียวกันกับนิยายที่ผมเคยอ่าน

"พอดีมีหนังใหม่ที่ฉันอยากดูน่ะ"

โกหก...นิยายเรื่องนั้นผมไม่ได้ชอบเลยสักนิด

"ชวนใครไปแล้ว ไม่มีใครว่างไปด้วยเลย"

โกหก..ผมยังไม่ได้ชวนใครเลยด้วยซ้ำ

"เป็นเรื่องที่อยากดูมาก ๆ"

โกหก..สิ่งที่ผมอยากทำ คือได้ไปกับเขาต่างหากล่ะ

"ฉันเฝ้ารอมาตลอด"

โกหก..ผมเพิ่งรู้ว่ามีหนังเรื่องนี้ก็วันนี้นี่แหละ

"ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวฉันจ่ายเงินพิเศษให้"

ไม่ได้ตั้งใจจะพูดอย่างนี้เลย

"พรุ่งนี้เธอว่างหรือเปล่า เป็นวันเสาร์พอดีด้วย"

ในเมื่อดันเผลอหลุดปากเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ผมจึงเปลี่ยนคำถามว่าว่างไหมแทน เนื่องจากทุกสุดสัปดาห์เขามักจะออกจากบ้านตั้งแต่เช้ายันเย็นทุกวัน ซึ่งผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาไปไหน

และไม่เคยถาม

"....ครับ"

เขาคิดและตัดสินใจอยู่นาน กว่าจะให้คำตอบ แสดงว่าสิ่งที่เขาทำต้องเรื่องสำคัญมากถึงได้ลังเลขนาดนี้

"ถ้าเธอไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรนะ"

เขาก้าวขึ้นมาบนเตียงกับผมที่มองอย่างไม่ละสายตา ชุดนอนเขาก็ใส่เหมือนเดิมทุกวัน ทรงผมก็เหมือนเดิม มีแต่หัวใจผมที่ไม่เหมือนเดิม

"สะดวกครับ"

มือใหญ่ดึงร่างผมไปซุกไว้ในอ้อมกอด หัวใจเขาก็เต้นเป็นจังหวะปกติ มีเพียงใจผมเท่านั้นที่หวั่นไหว ความสว่างดวงสุดท้ายถูกดับลงพร้อมกับผมพยายามข่มตาหลับอีกเช่นเคย

เดทแรกของเรา ที่ผมคิดไปเองคนเดียว

ภาวนาขอให้วันพรุ่งนี้ เป็นวันที่ดี

...................


ผมตื่นมาพร้อมกับวันที่ท้องฟ้าสดใส

ไม่มีแม้แต่เมฆฝนให้เห็น

มือยกประสานขึ้นมาระดับอก สูดอากาศบริสุทธ์ในยามเช้าให้เต็มปอดพร้อมภาวนาในใจอีกครั้ง

ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีสำหรับเรา

ปกติผมมักจะตื่นก่อนเขาอยู่แล้ว หลังจากเตรียมอาหารเช้า อาบน้ำเสร็จ จึงหาข้อมูลว่าปกติเดท เขาต้องไปที่ไหนบ้างนอกจากไปดูหนังกินข้าว และกว่าห้างจะเปิดตั้งสิบโมง หนังรอบแรกก็สิบเอ็ดโมงครึ่ง เวลาก่อนหน้านั้นเขาทำอะไรกัน

เดทแรก

และเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ผมกังวลเรื่องเสื้อผ้าที่สวมใส่

ถ้าทำให้มันพิเศษกว่าวันอื่น ถ้าใส่ใจกว่าปกติทั่วไป จะทำให้เขาสงสัยหรือเปล่า

ลองสวมชุดโน้นนี้ คิดโน่นนี่ วางแผนไว้ตั้งมากมาย

สุดท้ายกว่าเราจะออกจากบ้านกันก็สิบโมง เสื้อผ้าก็ธรรมดาเหมือนดังเคย น่าขำชะมัด โปรแกรมรอบเช้าล่มไม่เป็นท่า ผมไม่รู้ว่าจะชวนเขาออกไปเช้า ๆ ด้วยเหตุผลอะไร

จะอ้างว่าเดี๋ยวรถติดก็คงไม่ใช่

จะบอกว่าผมอยากไป ก็ไม่รู้ว่าจะเห็นแต่ตัวเองมากไปหรือเปล่า

พอถามเขาว่าอยากไปไหนไหม

คำตอบคือไม่ครับ..

อืม...แล้วผมจะทำอะไรได้ล่ะ

คงต้องหวังพึ่งหลังจากดูหนังเสร็จ ผมอยากไปอยู่หลายแห่ง ทั้งสวนสัตว์ สวนสนุก พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ซึ่งผมไม่เคยไปเลยตั้งแต่สมัยไปทัศนศึกษาสมัยเรียน ไหน ๆ ก็ออกจากบ้านแล้วทั้งที ต้องใจกล้าหน่อย

โอกาสแบบนี้คงมีไม่บ่อยเท่าไหร่

รถซึ่งแล่นมาถึงห้างสรรพสินค้า โดยมีเขาเป็นคนขับและผมนั่งข้างคนขับ ระยะทางจากบ้านไม่ไกล แต่กว่าจะเดินทางมาถึงก็ปาไปสิบเอ็ดโมง คงเพราะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์มั้ง บนท้องถนนจึงมีรถมากกว่าปกติ

ผมมองตึกสูงตรงหน้า

สิบปีแล้วสินะที่ไม่ได้มา ครั้งก่อนมีประสบการณ์ไม่น่าจำเท่าไหร่ จึงไม่เคยมาอีกเลย

เอ...โรงหนังมันต้องไปทางไหนนะ

จำไม่ได้ด้วยสิ

ผมมองซ้ายขาวอย่างลุกลี้ลุกลน แล้วทางเข้าห้างไปทางไหน มีแผนที่หรือเปล่า

เขาเห็นท่าทีแบบนั้น ล็อครถและเดินนำริ่วไปอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ผมจึงวิ่งตามไปอย่างมึนงง

อะไรกัน รู้ทางก็ไม่บอก แถมเดินไปไม่พูดไม่จาอีก

กับคนอื่น เขาเป็นแบบนี้ด้วยไหม อดสงสัยไม่ได้ หรือแค่กับผมคนเดียว ผมดูเป็นคนไม่น่าพูดจาด้วยขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงอยากรู้แต่จะมีสิทธิ์ถามอะไร คงได้แต่เก็บความรู้สึกและความคิดนั้นไว้

เพราะคิดไปคงไม่ได้อะไรขึ้นมา

ในที่สุดเราก็เข้ามาภายใน

แต่วันหยุดใคร ๆ ก็มาห้างกัน ซ้ำยังจัดอีเว้นทฺ์ลดราคาอีกต่างหาก ผู้คนซึ่งเดินขวักไขว่ ด้วยความที่กลัวจะหลง ผมจึงเอาแต่มองตามหลัง จำเพียงสีเสื้อที่เข้าใส่  สายตาผมคงเพี้ยนที่คิดว่าวันนี้เขาดูดีมากกว่าทุกวัน

จนเผลอหลุดมองไปหลายรอบ

ดีตรงที่เขาไม่ทันได้รู้ตัว

"อ๊ะ ขอโทษครับ"

"ขอโทษครับ"

"เดินระวังหน่อย"

"ขอโทษครับ"

สายตาผมคงจดจ้องกับด้านหลังของเขามากเกินไป จนไม่สนใจสิ่งรอบข้าง อีกทั้งคนเยอะจนลายตา ผมไม่ชินกับสถานที่แบบนี้เลย

"ขอโทษครับ"

อีกแล้ว ให้ตายสิ

"ไม่เป็นไรค่ะ มาคนเดียวเหรอคะ ฉันก็มาคนเดียวเหมือนกันค่ะ"

สาวสวยที่ดูก็รู้ว่าเธอเป็นโอเมก้า เธอพูดเออเองพลางเข้ามาแนบชิด ผมไม่ได้ใสซื่อขนาดที่ไม่รู้ว่ากำลังโดนเชิญชวน

"ไม่ครับมีคนมาด้วย เขาอยู่..."

อ่ะ ให้ตายสิ ไปไหนแล้ว หายไปไหน ผมมองซ้ายขวา เสื้อสีเดียวกันอยู่เต็มไปหมดพร้อมกับพยายามแกะมือของเธอที่กำลังเกาะแขนอย่างพัลวัน

"รบกวนช่วยปล่อยได้ไหมครับ ผมกำลังรีบ"

กลิ่น..

ก่อนจะหยิบมือถือโทรหาเขาครั้งแรกในรอบสองปี ผู้หญิงคนนั้นยังคงเกาะแขนไม่ยอมปล่อยสักที คาดสายตาไปแวบเดียว กลายเป็นหลงกันเสียได้ เขาเดินอย่างไม่สนใจ ว่าผมจะเดินตามทันหรือไม่ ทำไมถึงทำเหมือนผมบังคับให้มา ไม่เต็มใจทำไมไม่บอกกัน

กลิ่น...

เจ็บที่อก ความรู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหล โธ่เว้ย ทำไมอะไรถึงไม่ได้ดั่งใจ ถึงไม่เป็นอย่างที่คิดไว้

กลิ่นนี้..

ความหอมหวานที่เริ่มได้กลิ่นมาสักพัก..

คืออะไร...

แถมอยู่ใกล้เพียงคืบ ผมก้มมองผู้หญิงที่กำลังเกาะแขนผม แววตาอันหยาดเยิ้มของเธอ อย่าบอกนะว่า เสียงซุบซิบซึ่งเริ่มดังมากจากรอบข้าง สมาร์ทโฟนในมือดิ่งลงสู่พื้น

'โอเมก้ามาฮีทอะไรแถวนี้'

สมองเริ่มขาวโพลน

'สร้างความเดือดร้อนชะมัด'

จนแทบคิดอะไรไม่ออก

'ฮิฮิ สงสัยตั้งใจจะมาตกอัลฟ่าน่ะสิ'

กลิ่นหอมจนน่าเวียนหัว

'น่าสงสารอัลฟ่าที่เกาะอยู่ดวงซวยเป็นบ้าเลยว่ะ ฮ่าฮ่า '

สายตาผมซึ่งมองแต่ต้นคอของเธอ พลางโน้มลงไปเองโดยอัตโนมัติ

'จริงด้วย ๆ ถึงจะไม่เต็มใจ แต่ใครจะต้านสัญชาตญาณดิบได้'

ไม่...ผมไม่ต้องการแบบนี้ ทั้งที่หลีกเลี่ยงมาตลอด ทำไมกลายเป็นแบบนี้ไปได้ ในวันสำคัญ ทำไมถึงได้กลายเป็นแบบนี้ ถึงใจอยากจะปฏิเสธแค่ไหน แต่ร่างกายยังคงเคลื่อนไหวไปตามสัญชาตญาณ

มือซึ่งลูบไล้ไปตามร่างกายอีกฝ่ายอย่างที่ไม่สามารถควบคุมได้

'ตายจริง อย่าบอกนะว่าจะมาเอากันในที่แบบนี้'

ริมฝีปากอ้าขึ้น พร้อมที่จะฝังคมเขี้ยว

'แจ้งรปภ.ดีไหมเนี่ย'

ใครก็ได้

ใครก็ได้

ใครก็ได้..

ช่วยผมที

แต่ถึงจะเรียกร้องแค่ไหน

รอบข้างที่ไม่มีใครสนใจ เหมือนกลายเป็นของโชว์ ในมือทุกคนพร้อมใจกันหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาถ่ายภาพตรงหน้า ไม่มีใครเข้ามา เพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเอง

เธอเอียงคอปัดไรผมอย่างเต็มใจ

กับผมที่น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างน่าเวทนา

ดวงตาปิดลงอย่างสิ้นไร้หนทาง ยากที่จะต่อต้าน

อึก..

ไม่นะ

ไม่นะ

ไม่!!!!!

คมเขี้ยวฝังลงไป

พร้อมแรงกระชากตัวผมจากด้านหลัง

สิ่งที่เกิดขึ้นรวดเร็วจนตามเหตุการณ์ไม่ทัน

รู้เพียงแต่ว่าสิ่งที่ผมกัดไม่ใช่ต้นคอของเธอ แต่เป็นหลังมือของเขาอย่างเต็มแรง

"เธอคิดจะทำอะไร ยัยบ้า!!!"

"ถ้าคิดจะจับอัลฟ่าก็ไปที่อื่น ไม่ใช่กลางห้างแบบนี้!!!"

”หน้าไม่อาย”

เขาหันไปตวาดเธอลั่น สีหน้าโกรธอย่างเป็นเอาตายที่ผมเพิ่งเห็นเป็นครั้งแรก ก่อนจะหยิบเข็มฉีดยาในกระเป๋าของตัวเองขึ้นมาฉีดให้ พอเขาเงยหน้ามาอีกทีก็พบว่าเธอได้วิ่งหายไปกับคลื่นฝูงชน

กลิ่นหอมหวานค่อย ๆ หายไป

แต่อาการยังไม่สงบลง

เขาอุ้มผมขึ้นมา รีบไปที่รถและเร่งขับออกไปทันที แววตาเขาในตอนนี้มีแต่ความโกรธอยู่เต็มไปหมด ขบกรามแน่นจนขึ้นนูน โกรธที่ผมบังคับพามา แล้วสร้างปัญหาให้อย่างนั้นเหรอ

แถมยังทำให้เขาบาดเจ็บอีก

เลือดบนหลังมือยังคงไม่หยุดไหล ดูท่าเขาไม่ได้สนใจตรงจุดนั้น

ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ทั้งทีระวังอย่างดีมาตลอด อาการติดสัดครั้งที่สองในชีวิต ซ้ำยังในสถานที่เดิม

ทุกอย่างที่วางแผนไว้ สถานที่ซึ่งอยากไป

ทุกอย่างที่อยากทำร่วมกับเขา

พัง...

ทุกอย่างพัง

ทั้งที่อยากจะสร้างความทรงดี ๆ  ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้

สุดท้ายการภาวนาของผมคงส่งไปไม่ถึง การร้องไห้ซึ่งหนักที่สุดในชีวิต ไม่ได้เตรียมตัวจะพบกับความผิดหวัง ไม่เคยคิดว่ามันจะทำหัวใจเจ็บซ้ำ กลายเป็นสร้างความทรงจำอันเลวร้าย

เขาวางผมลงบนเตียงอย่างเบามือ

ช่วงล่างแข็งนูนอย่างทรมาน แต่ตอนนี้ผมไม่เหลือแรงจะปลดปล่อยด้วยตัวเอง

"ปล่อยไว้ เธอไปทำแผลได้แล้ว"

ผมเอ่ยไล่อย่างสะอึกสะอื้น ไม่อยากจะให้เห็นสภาพอันน่าสมเพชไปมากกว่านี้ ทว่าเขาไม่ทำตามคำสั่ง มือใหญ่ปลดเข็มขัดกางเกงของผมพลางรูดซิปลง

คงรู้ว่าอาการนี้ต่อให้ปล่อยไว้หรือฉีดยาระงับอาการ ช่วงล่างก็ใช่ว่าจะหายไป

ต้องได้รับการปลดปล่อย

ร่างกายเขาโน้มลง ประทับริมฝีปากลงบนปลายแก่นซึ่งตั้งตะหง่าน

"อึก..อ่า..ไม่"

ราวกับไม่ได้ยินคำปฎิเสธ ภายในของเขาช่างอบอุ่น ลิ้นซุกซน ตวาดโลมเลีย เต็มไปด้วยความอ่อนโยน และความเร่าร้อนทำให้รู้สึกซาบซ่านไปทั้งตัว

"ไม่..ไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้"

เขาไม่ได้สนใจ พลางเหลือบมองเช็คสีหน้าของผมเป็นระยะ ในขณะที่ผมพยายามใช้มืออันไร้เรี่ยวแรงดันศีรษะเขาให้ออกห่าง

"ไม่...."

รู้สึกดี..ดีเกินไป

"อ่า..ไม่.."

ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน

แต่ว่า.. ของผม..

ของผม..

อึก..มัน..

"....มันสกปรก"

เหมือนกับฟ้าผ่ากลางใจ

การกระทำทุกอย่างหยุดชะงัก ผมหรี่มองอย่างสงสัย แววตาที่ส่งกลับมาเต็มไปด้วยความเศร้า โดยผมไม่รู้ตัวว่าได้สร้างความเข้าใจผิดอันใหญ่หลวงให้กับเขาไปแล้ว จากสัมผัสอย่างอ่อนโยน เขาใช้มือขยับปลดปล่อยให้อย่างรุนแรง จนเผลอหลุดคำว่าเจ็บออกมา

อาการทุกอย่างทุเลาลง

ด้วยความที่เหนื่อยมาทั้งวัน เปลือกตาหย่อนคล้อย เป็นครั้งแรกในรอบสามปีที่ผมหลับโดยไม่มีเขานอนอยู่ข้างกาย

ภาพและเสียงสุดท้ายที่ได้ยิน

คือเขานั่งอยู่ปลายเตียงพร้อมประคองมือข้างที่ผมกัดอย่างทะนุถนอมราวกับสมบัติล้ำค่า ด้านหลังช่างดูเหงาและเจ็บปวด ริมฝีปากประทับลงบนรอยกัดนั้น ก่อนจะพึมพำออกมาด้วยเสียงเครือสั่น

'หากรอยแผลนี้ไม่จางหายไปก็คงจะดี'


TBC



ออฟไลน์ nofsnof

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 362
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
Re: [[เรื่องสั้น]] คนของเธอ (Omegaverse) 3-3-62
«ตอบ #11 เมื่อ08-03-2019 22:19:39 »

เศร้าา  :m15: :m15:

อยากให้พ่อหนุ่มเบต้าเริ่มเปิดใจมากกว่านี้

ออฟไลน์ tasteurr

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 494
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
Re: [[เรื่องสั้น]] คนของเธอ (Omegaverse) 3-3-62
«ตอบ #12 เมื่อ08-03-2019 22:31:10 »

 :ling1:
คิดกันไปคนละทางสินะ
จะรู้ว่าใจตรงกันตอนไหนละทีนี้

 :pig4:

ออฟไลน์ ความฝันของดอกไม้

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 26
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
Re: [[เรื่องสั้น]] คนของเธอ (5) 3-3-62
«ตอบ #13 เมื่อ11-03-2019 02:02:43 »

เลือนรางเหมือนดั่งความฝัน

หรืออาจเป็นเพียงแค่ความฝัน

ผมตื่นมาพบกับอาการปวดตึบที่หัว อีกทั้งยังมีผ้าขนหนูเปียกแปะไว้บนหน้าผาก ร่างกายผมค่อนข้างอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก หากไม่นับเรื่องแพ้แอลกอฮอล์ ก็มีป่วยบ่อยทุกช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง แถมยาฉีดระงับอาการของอัลฟ่ายังสร้างผลข้างเคียงอย่างมหาศาล นั่นคือเหตุผลที่ผมถึงต้องคอยระวังตัวมาตลอด

ครั้งก่อนก็ต้องซมเพราะพิษไข้ไปหนึ่งเดือนเต็ม ๆ

ครั้งนี้ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ ด้วยความอายุอานามก็ไม่ใช่เด็กแล้วด้วย

ผมหันไปมองข้างกาย พบเพียงความว่างเปล่า

แววตากวาดไปทั่วห้อง ไม่พบแม้แต่เงาของเขา

"ตื่นแล้วเหรอ"

เห็นเพียงเพื่อนรักของผมที่เดินเข้ามาพร้อมถ้วยข้าวต้มเท่านั้น

"อาการเป็นไงบ้าง"

ผมหยิบผ้าขนหนูออก พลางดันตัวเองให้ลุกขึ้นอย่างฝืดฝืน

"ไม่ดีเท่าไหร่"

เวียนหัวราวกับบ้านกำลังหมุน

"ไม่ดีแล้วลุกขึ้นมาทำไม"

เพื่อนรักอีกคน เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมชามกะละมังใส่น้ำอุ่น

"มาที่นี่ได้ไงกัน ฉันหลับไปกี่วัน"

ผมมุ่ยหน้าอย่างคุ่นเคืองและเลี่ยงที่จะตอบ โดยยิงคำถามไปแทน

"เด็กต้อยของนายโทรไปเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังน่ะสิ กว่าจะไล่ลบคลิปพวกนั้นได้ กว่าจะกลบข่าวลำบากมากแค่ไหนรู้บ้างไหม ถ้าออกข่าวขึ้นมา คิดว่าบ้านใหญ่จะอยู่เฉยเหรอ คงตามมาราวีนายถึงที่นี่แน่ นอนหลับตั้งสองวัน พวกฉันต้องปิดร้านเพื่อมาเฝ้านายอย่างที่เห็นนี่แหละ"

คำบ่นปนเป็นห่วงร่ายยาวออกมาตามสไตล์ของเจ้าตัว ก่อนจะวางชามกะละมังลง ด้วยออร่าอัลฟ่าที่แผ่ออกมาพร้อมเสียงดุแบบนี้ ทำตัวเหมือนพ่อไม่ผิด ทำให้ผมสำนึกผิดแทบไม่ทัน เผลอทำให้ลำบากอีกแล้วสินะ

"นายน่ะเงียบปากไปเลย คงมีเหตุผลใช่ไหมถึงไปในสถานที่แบบนั้น"

คราวนี้อีกคนวางถ้วยข้าวต้มลง มองผมและยิงคำถามมาบ้าง ทว่าผมกลับไม่สนใจในประโยค มองเพียงแหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายอย่างรู้สึกอิจฉา ทำไม.. ทั้งที่เห็นมานับครั้งไม่ถ้วน  แต่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน รอยยิ้มอันอ่อนโยน พร้อมกับลูบหัวผมบางเบา ทำอย่างกับแม่กำลังปลอบลูกสาวที่โดนพ่อดุไม่มีผิด

แต่ไม่สามารถดึงสติผมกลับสู่ปัจจุบัน

จมอยู่กับความคิดพลางมองแหวนอย่างไม่ละสายตา

การสมหวังในรักแรก

น่าอิจฉา

ช่างน่าอิจฉาจริง ๆ

"เป็นอะไรไป หืม.. ทำไมหน้าอย่างกับจะร้องไห้"

เจ็บ..ทำไมความรักถึงทำให้เจ็บปวดแบบนี้

"เพราะนายนั่นแหละ เพื่อนเจอเรื่องสะเทือนใจมา กลับพูดจาอย่างนั้น"

มือผละออกก่อนจะเปลี่ยนเป็นกอดผมไว้อย่างปลอบโยน พลางต่อว่าอัลฟ่าจากหมาดราวกับพระราชา ซึ่งหงอยไม่เป็นท่าเพราะถูกภรรยาของตัวเองต่อว่า ซึ่งผมในขณะนี้ร้องไห้ไปเรียบร้อย

"ขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะพูดแรง"

ไม่มีอารมณ์จะปฏิเสธว่าไม่ได้โกรธ

อาจเพราะพิษไข้จึงทำให้จิตใจอ่อนแอ ทุกอย่างมันสุมรวมกัน

แย่..

รู้สึกแย่ไปหมด ทั้งอิจฉา ทั้งสิ้นหวัง ทั้งไม่รู้จะจัดกับเรื่องนี้ดียังไง จัดการความรวดร้าวของตัวเองยังไง ผมวาดฝันเอาไว้ หากดูหนังแล้ว ก็ต่อด้วยชวนไปทะเลที่ระยอง หรือไม่ก็ภูเก็ต ไปขึ้นเขาดูดาวที่ภูกระดึง

อยากจะสร้างความทรงจำที่ดี เผื่อว่าวันรับปริญญาจะมีตัวตนของผมไปร่วมยินดีกับเขาได้

ทั้งที่มันควรจะเป็นแบบนั้น

ตื่นมาไม่พบเขา มันพาลให้ผมคิดว่าเขาคงจะเอือมระอากับคนอย่างผมแล้ว ความสัมพันธ์ดิ่งลงสู่เหว โดยไม่รู้จะฉุดขึ้นมายังไง และภาพความทรงจำสุดท้ายที่เห็นก่อนหลับไป เลือนรางเสียจนผมคิดว่ามันเป็นเพียงแค่ความฝัน

ตื่นมาพบกับความจริง ความรู้สึกของเราไม่มีทางจะตรงกัน

ช่องว่างขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถก้าวข้ามผ่านไปได้

"ร้องออกมา ร้องออกมาให้พอ"

ไม่รู้ว่าเสียงทะเลาะของสามีภรรยาหยุดไปตอนไหน หรือเสียงร้องไห้ของผมจะดังเกินไป จนกลายเป็นว่าทั้งคู่มากอดผมแน่นจนอึดอัด

คงจะรู้ ว่าเรื่องที่ผมร้องไห้ได้ขนาดนี้ ไม่ใช่เพราะคำพูดต่อว่าของเพื่อน คำพูดแบบนั้นไม่ได้ทำให้ผมโกรธหรือรู้สึกอะไร สิ่งที่รู้สึกจริง คือความอัดอั้นที่ผมกดเก็บมาตลอด

ถึงจะสร้างความทรงจำอันเลวร้ายให้กับเขา

แต่ผมก็หวังว่า หากตื่นมาแล้วจะพบเขานอนอยู่ข้างกายเหมือนเช่นทุกวัน

การมีเขากลายเป็นความสุขของผมตั้งแต่เมื่อไหร่

ยังไม่พร้อม ยังไม่พร้อมที่จะให้เขาจากไป หัวใจยังไม่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง เวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนที่เหลือ ซึ่งผมขีดเส้นตายเอาไว้

จินตนาการถึงตัวเองในยามนั้นไม่ออกเลยจริง ๆ

ย้อนเวลาได้ไหม ย้อนไปวันแรกที่เราพบกัน หากรู้ว่าจะรักมากขนาดนี้

ผมไม่มีทางให้ความสัมพันธ์เริ่มต้นแบบนี้เด็ดขาด

.

.

.

อีกด้านหนึ่งของประตูห้องนอน เสียงร้องไห้โฮเสียดแทงหัวใจ สร้างความรู้สึกผิดอย่างใหญ่หลวง พร้อมกับคิดว่าตนทำเรื่องไม่สมควรกระทำลงไป ร่างกายสกปรกอย่างตนไม่อาจเอื้อม ช่องว่างเพียงเล็กน้อยซึ่งทำให้เห็นเหตุการณ์ด้านใน ภาพบาดตาเกินรับไหว ทั้งที่เขาตั้งใจรีบกลับมาจากมหาลัยก่อนคนที่นอนซมเพราะพิษไข้จะตื่นขึ้นมาจากนิทรา

แต่แล้ว..ภาพตรงหน้า

'ถึงไม่มีผม คุณก็มีคนให้กอดอีกตั้งมากมาย'

มือกำหมัดแน่น พร้อมกับขาที่ก้าวถอยห่างออกไป

ต่อให้ไม่มีผม...


TBC




ออฟไลน์ tasteurr

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 494
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
Re: [[เรื่องสั้น]] คนของเธอ (Omegaverse) 3-3-62
«ตอบ #14 เมื่อ11-03-2019 06:27:29 »

 :ling1:

ออฟไลน์ ความฝันของดอกไม้

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 26
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
Re: [[เรื่องสั้น]] คนของเธอ (6) 13-3-62
«ตอบ #15 เมื่อ13-03-2019 21:28:22 »

ไม่มีแม้แต่สร้างความทรงจำ

ความสัมพันธ์ของเรา จากห่างเหินเป็นทุนเดิม กลายเป็นไกลห่างเกินไขว้ขว้า เรายังนอนด้วยกันทุกคืน แต่สิ่งที่แตกต่างออกไป จากคนที่ไม่ชอบกินยาแก้หวัดหรือกระทั่งยาลดไข้ ต้องจำใจกินมันเพื่อให้ฤทธิ์ยาทำให้ผมหลับลง

การกอดเขา...ความอบอุ่นจากเขา ไม่ได้ทำให้ผมนอนหลับฝันดีอีกต่อไป

มีเพียงความเจ็บปวด ซึ่งยิ่งคิดเท่าไหร่ น้ำตาคอยจะไหลออกมา

หากใคร ๆ ก็สมหวังในความรัก โลกนี้คงไม่มีคนอกหัก

อาจจะจริง ถ้าสมหวัง ผมคงไม่รู้การอกหักสามารถทำให้คนหนึ่งคนเจ็บปวดเจียนตายได้ขนาดนี้ ความผูกพันก่อเกิดขึ้นมาภายใต้ความเคยชิน บ่มเพาะจนกลายเป็นผมซึ่งรักเขามาก

เขาทำอะไรต่างจากที่ผ่านมาไหม..ก็ไม่

แล้วดันไปตกหลุมรักได้ยังไง ทุกวันนี้ผมยังสับสนกับความรู้สึกตัวเอง

รู้เพียงว่ารักไปแล้ว จะให้เลิกก็ทำไม่ได้ด้วย

วันเวลาผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์ เขาช่วงใกล้จบมหาลัยจะยุ่งนิดหน่อย ผมเองก็ยังไม่หายดี

หากเป็นเมื่อก่อน..ช่วงเวลากลางวัน ถ้าเขาอยู่บ้าน สิ่งที่เราทำร่วมกันเป็นประจำ คืออ่านหนังสือในสวนหลังบ้านบรรยากาศเย็นสบาย รายล้อมไปดอกไม้ที่เขาเป็นคนนำมาปลูกและดูแล

ผมก็อ่านในส่วนของผม

เขาก็อ่านในส่วนของเขา

แต่เรื่องที่เขามาจะอ่าน จะเป็นตำราเพิ่มพูนความรู้ทั้งนั้น

ผิดกับผมที่อ่านนิยายแฟนตาซีไปวัน ๆ

ทั้งที่เราจะไม่ได้คุยอะไรกัน แต่กลับเป็นช่วงเวลาซึ่งผมชอบมากที่สุด

และไม่ว่าผมอยู่ส่วนไหนภายในบ้าน รอบกายผมมักจะมีเขาอยู่เสมอ

สิ่งที่แตกต่างออกไปในตอนนี้ เพื่อนรักมาขลุกอยู่กับผมตั้งเช้ายันเย็น สรรหากิจกรรมมาให้ผมทำ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องคิดมาก ต่อให้เขาอยู่บ้าน รอบกายผมไม่มีเขาอีกต่อไปแล้ว

ความสัมพันธ์ผู้ซื้อกับผู้ขาย

ก็ให้มันจบแบบผู้ซื้อกับผู้ขาย

ซึ่งผมก็ผิดเองที่ไปคิดอะไรบ้า ๆ อย่างสร้างความทรงจำ

ถ้าผมไม่คิดอะไรแบบนี้ เรื่องราวคงจบลงอย่างไม่มีอะไรติดค้างในใจ

อีกหนึ่งอาทิตย์ที่เหลือ..

"คิดอะไรอยู่เหรอ"

เพื่อนรักของผมเอ่ยถามพร้อมกัน วางแก้วชาและคุกกี้ลงบนโต๊ะ เมื่อเห็นนิยายที่ผมเปิดอ่านยังอยู่หน้าเดิม อ้อมแขนแกร่งทั้งสองซึ่งโอบกอดผมจากด้านหลัง

ผมหลับตาลงเพื่อซึมซับไออุ่นนั้น

"ช่วยไปบอกเขาให้ทีสิ ว่าไม่ต้องมาที่นี่อีกแล้ว"

ในเมื่อผมเป็นคนกำหนด ก็ไม่จำเป็นที่ให้เขาอยู่ยันเรียนจบก็ได้

ทุกครั้งที่เห็นหน้า มีแต่ความเจ็บปวด ไม่รู้จะฝืนเก็บไว้ให้อยู่ข้างกายอีกทำไม บางทีเขาอาจจะอยากไปจากผมตั้งนาน คงไม่กล้าพูดออกมา

ไม่อยากจะให้เขาฝืนอยู่เพราะความเห็นแก่ตัวของผม

"แน่ใจแล้วเหรอ"

อัลฟ่าหมาดราวพระราชาถามเสียงนิ่ง

ผมพยักหน้าเล็กน้อยแทนคำตอบ

"ยังไม่ถึงเวลาที่นายขีดเส้นตายไว้ไม่ใช่เหรอ"

คราวนี้ฝ่ายภรรยาถามบ้าง

"เบื่อแล้ว"

ผมตอบไปเพียงสั้น ๆ พร้อมกับน้ำตารื้นขึ้นมาอีกรอบ

เบื่อที่จะเจ็บปวดแล้ว

การห่างจากเขา การที่ไม่ได้เห็นหน้าเขา หวังว่าจะทำให้หัวใจของเจ็บช้ำน้อยลงก็คงดี

"เงินที่อยู่ในเซฟ ช่วยหยิบไปให้เขาทีนะ สักสองสามก้อนก็ได้"

งานสมัยนี้ก็ใช่ว่าจะหาได้ง่าย อีกทั้งยังเป็นเบต้าต่อให้มีความสามารถแค่ไหนก็ยังหายากอยู่ดี แถมเขาเป็นเด็กจบใหม่ประสบการณ์ทำงานบริษัททั่วไป นอกจากฝึกงานก็คงไม่มี ถ้าไม่นับเรื่องที่เขาเคยทำงานเป็นเด็กขายในบาร์โฮส

แต่ในความจริง เขาก็อาจจะไม่ไปทำงานบริษัท ใช้ชีวิตอย่างคนทั่วไป หรือเขาอาจจะชอบทำงานนี้ก็ได้ ถึงกระนั้นผมก็อยากจะให้เขาไป เพื่อความสบายใจของตัวเอง

ถือว่าเป็นค่าบทเรียนที่มอบให้

ทำให้ผมรู้จักความรัก

ความผิดหวัง

หรือกระทั่งไม่อยากจะเห็นเขาต้องลำบาก อยากให้เขามีความสุข

โดยไม่ได้หวังว่าจะเขารู้สึกแบบนั้นกลับมา

ณ เวลานี้เขาคงกลับมาจากมหาลัย เพื่อนรักทำตามคำขออย่างไม่คัดค้าน ผมเฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ไกล ๆ จึงไม่ได้ยินว่าคุยอะไรกันบ้าง

ไม่กล้าสู้หน้าเขา เพราะกลัวตัวเองจะร้องไห้

ด้วยความที่เขามีของติดตัวมาไม่เยอะ ก็มีแค่เสื้อผ้าและหนังสือ การเก็บของใช้ก็ไม่ได้ใช้เวลามากอะไร เดิมทีเขามีบ้านให้กลับ เพียงแค่กลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม

อย่างที่เขาเคยเป็นมา

มีแต่ผมที่ไม่มั่นใจว่าจะกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมได้หรือเปล่า

สำหรับเรา ความสัมพันธ์ของเรา ไม่ได้ลึกซึ้งถึงขนาดต้องมาเอ่ยคำลา

หวังเพียงว่า หากวันเวลาผ่านไป ยังมีผมอยู่ในเศษเสี้ยวความทรงจำของเขาบ้าง

เท่านี้ก็ดีมากมายเหลือเกิน


....

ออฟไลน์ DarkCat_BK

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 19
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: [[เรื่องสั้น]] คนของเธอ (Omegaverse) 3-3-62
«ตอบ #16 เมื่อ10-04-2019 20:57:04 »

รอนะคะ สนุก ภาษาสวย :กอด1:

ออฟไลน์ ป่ามป๊ามป่ามปาม

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
Re: [[เรื่องสั้น]] คนของเธอ (Omegaverse) 3-3-62
«ตอบ #17 เมื่อ13-04-2019 17:05:56 »

สนุกดีค่ะ เมื่อไหร่จะหันหน้ามาคุยกันสักที

ออฟไลน์ ดาวลูกไก่

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 249
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
Re: [[เรื่องสั้น]] คนของเธอ (Omegaverse) 3-3-62
«ตอบ #18 เมื่อ13-04-2019 17:58:02 »

ไม่เคยเจอเรื่องของอัลฟ่ากับเบต้ามาก่อนเลย แปลกใหม่มากค่ะ อยากให้เค้าคุยกันดีๆ แต่คุณเบต้าก็พูดน้อยจังเลย ถ้าไม่พูดก็ไม่มีใครรู้ความรู้สึกของตัวเองหรอกนะ ลองเปิดใจคุยกันตรงๆซักครั้งเถอะ

ออฟไลน์ LoveAlone

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
Re: [[เรื่องสั้น]] คนของเธอ (Omegaverse) 3-3-62
«ตอบ #19 เมื่อ13-04-2019 18:48:58 »

 :hao3: :pig4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: [[เรื่องสั้น]] คนของเธอ (Omegaverse) 3-3-62
« ตอบ #19 เมื่อ: 13-04-2019 18:48:58 »





ออฟไลน์ Chobreadyaoi

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 76
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: [[เรื่องสั้น]] คนของเธอ (Omegaverse) 3-3-62
«ตอบ #20 เมื่อ13-04-2019 19:23:25 »

ชอบพลอตจังค่ะ รอลุ้นคู่นี่อยู่


Sent from my iPhone using Tapatalk

ออฟไลน์ BAKA

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3263
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-10
Re: [[เรื่องสั้น]] คนของเธอ (Omegaverse) 3-3-62
«ตอบ #21 เมื่อ13-04-2019 20:05:12 »

ฮืออออ อ่านแล้วหน่วงๆ ตามเลย อยากให้คุยกันดีๆ จังเลยเนี่ย
ต่างคนต่างเข้าใจผิดกันหมดแล้ว

ออฟไลน์ Foggy Time

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 826
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +189/-1
Re: [[เรื่องสั้น]] คนของเธอ (Omegaverse) 3-3-62
«ตอบ #22 เมื่อ14-04-2019 01:07:32 »

รอนะคะ :o8:

ออนไลน์ aoihimeko

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +155/-8
Re: [[เรื่องสั้น]] คนของเธอ (Omegaverse) 3-3-62
«ตอบ #23 เมื่อ14-04-2019 23:46:32 »

จะมาต่อไหมนะ

ออฟไลน์ ความฝันของดอกไม้

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 26
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
Re: [[เรื่องสั้น]] คนของเธอ (Omegaverse) 15-4-62
«ตอบ #24 เมื่อ16-04-2019 11:53:46 »

ความว่างเปล่า

นี่คงเป็นความรู้สึกของความว่างเปล่า..

ไม่มีอะไร ไม่อยากจะทำอะไร ตื่นเช้ามาก็ไม่รู้จะลุกขึ้นไปทำอาหารเช้าเพื่อใคร มองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าและอากาศแจ่มใส มีเสียงนกร้องเช่นทุกวัน

แต่ในสายตาผม มีเพียงความดำมืด มองไม่เห็นอะไร ข้างกายที่ไม่มีเขา มีเพียงเพื่อนรักทั้งสอง

แตกต่าง

ช่างแตกต่าง เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่จำความได้ ไอ้เรื่องกอดโตมาจนอายุปูนนี้ก็เคยทำมานับครั้งไม่ถ้วน

ลักษณะการ 'กอด' รวมทั้งอ้อมแขนที่พาดผ่านร่างกาย หรือแม้กระทั่งตบหลังผมเบา ๆ ยามหลับใหล ทำเหมือนดั่งที่เขาเคยทำ กลิ่นสบู่ อุณหภูมิก็ไม่ต่าง

แล้ว..ทำไมถึงไม่เหมือนกัน

ไม่เหมือนอย่างสิ้นเชิง อ้อมกอดของเพื่อนทั้งสองราวกับก้อนน้ำแข็งไม่อาจทำให้หัวใจหายหนาวสั่น ผ้าห่มเสมือนกับผืนน้ำเย็น ไม่ได้ช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่น ผ่านไปตั้งหนึ่งเดือนแล้วทำไม..ยังโหยหาเพียงอ้อมกอดของเขา ผมต้องจมกับความรู้สึกสิ้นหวังแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่

ยิ่งเวลาผ่านไปมีแต่จะให้ความรู้สึกเพิ่มพูน แทนที่จะลดลงอย่างที่คิดไว้

เต็มไปความด้วยความ..คิดถึง...

อยู่ไหน..

เขาทำอะไร...

ทรมานเสียกว่าตอนมีเขาอยู่ข้างกาย

อยากเจอ...

อยากเจอ....

อยากเจอ....

อยากเจอจนแทบบ้า...........

แค่นาที สักเสี้ยวนาที..

แต่ไปเจอเขาในฐานะอะไร ไปเจอเขาให้ได้อะไร ไปตอกย้ำความรู้สึกตัวเองหรือไง ทั้งที่เป็นฝ่ายบอกยุติเองแท้ ๆ แล้วทำไม ถึงกลายเป็นผมที่เจ็บปวด เหมือนหัวใจถูกคมมีดทิ่มแทงซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ในที่สุดน้ำตาร่วงลงมาเป็นสาย

อีกแล้ว

อีกครั้ง

ครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่

เพื่อนรักต่างมองหน้ากัน ก่อนจะเข้ามากอดปลอบผมอย่างเงียบเชียบ

ไม่รู้ว่าจะจมกับความรู้สึกแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน

ถ้าเลือกได้ ผมอยากจะรักเขาต่อไป โดยที่ไม่ทำให้หัวใจเจ็บช้ำ พอจะเป็นไปได้ไหม จะมีวันนั้นไหม

บางทีการชอบหรือรักใครสักคน มักจะพัฒนามาจากจุดเล็ก ๆ

สำหรับผม..คงเริ่มจากโดนดึงดูดด้วยดวงตา

ซึ่งแววตาของเขาวันที่เราเจอกันครั้งแรก มันทำให้รู้สึกว่าไม่สามารถปล่อยเขาไปได้ หลังจากนั้นก็คงจะเป็นอุณหภูมิร่างกายที่ทำให้ผมอบอุ่น และกลิ่นร่างกายที่ทำให้ผมสบายใจ ทุกอย่างรวมกันหลอมรวมจนกลายเป็นความรู้สึกดี ชอบ สุดท้ายเป็นรัก และรักมาก

ดอกไม้ที่เขาปลูกไว้ผมยังคงปล่อยให้อยู่เหมือนเดิม แต่ไม่เคยดูแล หวังอยากจะให้มันเหี่ยวเฉาและตายไปพร้อมกับความเจ็บปวดภายในใจ

"ไม่เป็นไรแล้ว"

ผมบอกเพื่อนรักทั้งสองที่กำลังทำสีหน้ากังวล จนไม่ยอมอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปเปิดบาร์ ความจริงเจ้าพวกนี้ เป็นห่วงผมถึงขนาดจะปิดร้านมานอนเฝ้า มาอยู่เป็นเพื่อน มาคอยปลอบใจ จนกว่าจะเลิกร้องไห้ และกลัวว่าผมจะทำอะไรบ้า ๆ

อย่างเช่น ทำร้ายตัวเอง

ทั้งที่ย้ำเป็นหลายล้านรอบแล้วว่าไม่ทำ แต่ดูเหมือนจะไม่เชื่อกันเลย

แม้ความรักจะทำให้หัวใจเจ็บช้ำ แต่จะให้มันมาทำลายชีวิตไม่ได้ ชีวิตที่เพื่อนทั้งสองเคยช่วยเหลือและประคับประคองมาตลอด

จะให้มาจบเพราะความรัก เพราะคนที่เจอกันแค่สามปีไม่ได้

ผมตอกย้ำกับตัวเองเสมอ

ถึงการอกหักครั้งแรกในชีวิตจะทำให้ล้มลง

ต่อให้วันนี้เจ็บปวดเจียนตาย ต่อให้วันนี้มองไม่เห็นแสงสว่าง ผมจะพยายามเชื่อว่าสักวันมันต้องดีขึ้นแน่นอน

ถึงไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม

"อยู่คนเดียวได้"

ผมยืนยันอีกครั้งเมื่อเห็นทั้งคู่เดินออกมาจากห้องน้ำและแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ปิดร้านมาเป็นเดือนกว่า เดี๋ยวก็เจ๋งกันพอดี อีกอย่างการป่วยของผมก็แทบจะหายดี ไม่มีอะไรต้องห่วงอีกแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะสีหน้าที่ดูยังไม่คลายกังวล ผมจึงลอบขำออกมาเล็กน้อย

"ทำเหมือนเป็นพ่อแม่หวงลูกสาวไปได้"

ทั้งคู่เดินก้าวเข้ามาใกล้ ก่อนจะโน้มแนบริมฝีปากลงบนหน้าผาก

"ต่อให้เรามีลูกจริง จะรักลูกได้เท่าเด็กโข่งอย่างนายได้หรือเปล่า อย่าทำอะไรบ้า ๆ เด็ดขาด นึกถึงตอนที่เราป้อนน้ำ ป้อนยา ทุกครั้งที่นายป่วยให้มาก ๆ เราไม่ใช่แค่เพื่อน ตลอดมาเราเป็นครอบครัวเดียวกัน รู้อยู่แล้วใช่ไหม ถ้านายเป็นไรไป.."

น้ำตาเริ่มคลอแทบจะหลั่นริน ตอกย้ำให้รู้ว่า ผมมีความสำคัญกับพวกเขามากแค่ไหน

"อย่าคิดมากเลยน่า ไม่จำเป็นต้องร้องไห้ ปล่อยให้ฉันร้องไห้คนเดียวก็พอแล้ว"

ไม่ทันขาดคำ ผมปาดน้ำตาใบหน้าอันหล่อเหล่าทั้งสอง จากเคยเล่นพ่อแม่ลูกกันสมัยก่อน ไม่เคยคิดว่าโตมาจะกลายมาเป็นทำตัวเหมือนพ่อแม่ผมจริง ๆ แบบนี้

"ไปได้แล้วน่า ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก"

ผมลุกขึ้นจากเตียงและจูงมือทั้งสองไปส่งที่ประตูบ้าน

"พวกเราจะกลับมาไม่เกินสี่ทุ่ม" ภรรยา

"โทรมาทุกครั้งต้องรับ" สามี

"และห้ามรับช้าด้วย" ภรรยา

"เข้าใจไหม" สามี

ผมอมยิ้ม

"รู้แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก"

และย้ำไปอีกรอบ เพื่อให้ทั้งคู่มั่นใจ ว่าผมจะไม่ทำจริง ๆ สายตากังวลที่มองมาไม่ขาด จนผมต้องเป็นฝ่ายเปิดประตูและดันหลังให้ออกไปจากบ้านถึงจะยอม

เมื่อมองส่งรถคันหรูสีดำจนลับสายตา

รอบยิ้มบนใบหน้าหุบไปทันที

ทำให้ตัวเองหมดสภาพ ทำให้เพื่อนเป็นห่วง จะทำให้ตัวเองเป็นแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่

ลมหายใจพ่นออกมายาวเหยียดอย่างเหนื่อยล้ากับทุกสิ่ง ไม่อยากจะให้เพื่อนรักต้องเศร้าไปด้วย ไม่อยากจะให้พวกนั้นมาคอยกังวลเรื่องผมมากกว่าเรื่องของตัวเอง ไม่อยากจะเห็นน้ำตาของทั้งคู่อีกแล้ว

ต้องกลับมาเป็นคนเดิม คนที่ไม่เคยสนใจอะไร

ผมจะไม่พยายามลืม แต่จะเก็บเขาไว้ในส่วนลึกความทรงจำ

ว่าครั้งหนึ่งผมเคยได้รักใครสักคนมากเท่าชีวิตของตัวเอง

จะมามัวนอนซม ร้องไห้ คลุกตัวอยู่บนเตียงไม่ได้ ต้องทำให้เห็นว่าผมไม่เป็นอะไร ต้องทำให้เห็นว่าผมอยู่ได้ เพื่อให้คนรอบข้างจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงอีก

ทว่าหากมันทำได้ง่ายอย่างที่คิด..คงไม่เป็นแบบนี้

ณ ตอนนี้คงต้องหาอะไรทำ จนกว่าพวกนั้นจะกลับมา จะได้ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่คิดมาก นับตั้งแต่วันที่เขาไป นี่เป็นครั้งแรกที่ผมอยู่คนเดียว ว่าแต่จะทำอะไร..จิตใจไม่คิดอยากจะทำอะไรเลยด้วยซ้ำ

ลมหายใจที่ถอดถอนออกมาอีกครั้งอย่างเบื่อหน่าย

ขาที่หันหลังกำลังจะกลับเข้าไปในบ้าน แต่ไม่ทันไรมือใหญ่อันคุ้นตาได้จับบานประตูนั้นไว้

แรงฉุดกระชากข้อมือให้เดินเข้าไป

พร้อมปิดประตู

ขาก้าวตามโดยไม่ได้แข็งขืน ไม่คิดจะขัดขืนเลยมากกว่า เฝ้าแต่เหม่อมองใบหน้าที่เจอจนแทบบ้า แววตาผมในตอนนี้คงเต็มด้วยความรู้สึกที่โหยหา กลิ่นแอลกอฮอล์โชยมา แรงกระแทกของร่างกายปะทะเตียงทำให้สติผมกลับคืน พร้อมกับเงินแบงค์พันที่ถูกขว้างจนปลิวว่อนไปทั่วห้อง

"ขอซื้อตัวคุณบ้างได้ไหม! "

ผมนิ่งอึ้งอย่างไม่เข้าใจสถานการณ์ ใบหน้าของเขาถึงจะนิ่งเฉยแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยน ทว่าในตอนนี้กลับกลายเป็นโกรธเกรี้ยวและเย็นชา

"ไม่พอเหรอครับ"

ยังไม่ทันได้ตอบอะไร มือใหญ่หยิบสมุดบัญชีออกมาจากในกระเป๋า ก่อนจะขว้างมาอีกครั้ง ผมจำเล่มนี้สมุดบัญชีได้ดี ด้วยความอยากรู้ ผมจึงเปิดดู จึงพบว่าจำนวนเงินด้านใน เป็นเงินที่ผมโอนให้ทุกเดือนอย่างที่คิดไว้ ทว่าเขาไม่เคยใช้มันแม้แต่บาทเดียว

"พอไหมครับ"

คำถามทำให้ผมเงยขึ้นประจันหน้ากับเขาอีกครั้ง

"เงินทุกบาททุกสตางค์ที่เคยให้ ผมขอคืนให้คุณ"

สิ้นคำเขาก้าวขึ้นมาบนเตียง ในขณะที่ผมเริ่มขยับถอยหลัง ด้วยแววตาคมกริบราวกับราชสีห์จ้องขย้ำเหยื่อ เยือกเย็นจนน่าหวาดกลัว ร่างกายจึงขยับหนีไปเอง ผมไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน ไม่เคยรับมือกับสถานการณ์อย่างนี้ ไม่รู้ว่าต้องพูดหรือต้องทำอะไร

หลังที่ชนเข้ากับหัวเตียง และเขาที่ห่างเพียงเอื้อมมือ การหักห้ามใจไม่โผเข้าไปกอดช่างยากเย็น  จนเผลอเอามือไพล่หลังเอาไว้เพื่อซ่อนความรู้สึกอันแท้จริง ทั้งที่ใกล้ขนาดนี้ อยากจะกอดแต่ทำไม่ได้

เราต่างก็นิ่งอยู่หลายวินาที เมื่อรู้ว่าผมกลัว แววตาของเขาค่อย ๆ อ่อนลง เปลี่ยนมองผมอย่างเฟ้าหาคำตอบแทน

"ทำไม.. เพราะอะไร ผมทำอะไรผิดเหรอครับ"

ใบหน้าเบี่ยงหลบสายตาไปเองโดยอัตโนมัติ เกรงว่าหากยิ่งมองจะทำให้ผมหลุดปากบอกว่าชอบเขาออกไป

"หรือเป็นเพราะเรื่องคืนนั้นเหรอครับ"

ม..ไม่ใช่ ไม่เกี่ยวกับเรื่องคืนนั้น ทุกอย่างมันเป็นเพราะผม เพราะดันไปชอบเขาเอง..

"พูดอะไรบ้างสิครับ"

เขาขยับเข้ามาใกล้จนระยะห่างเกือบประชิด

"ผมจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว!!!"

เหมือนความอดทนของเขาถึงขีดสุด มือยกขึ้นมาบีบบริเวณต้นแขนของผม พร้อมเสียงที่ตวาดดังลั่นราวกับกดเก็บอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่านเอาไว้ไม่อยู่

"มองผมสิ พูดอะไรบ้างสิ!"

"เพราะผมเป็นเบต้าเหรอ!"

"เพราะผมเป็นผู้ชายเหรอ!"

"เพราะผมขายตัวเหรอ!"

"เพราะผมสกปรกเหรอ!"

"เพราะอะไร"

"ตอบมาทีสิ"

เขายิงคำถามระรัว ไม่เปิดโอกาสให้ผมได้พูดอะไร ว่าทุกอย่างมันไม่ใช่อย่างที่เขาคิด

นัยน์ตาของเขาเริ่มแดงกร่ำ

"บอกผมทีสิ บอกผมให้เข้าใจสักที"

แรงบีบคลายลง เปลี่ยนเป็นจับต้นแขนของผมไว้อย่างสั่นเทิ้มแทน

"คิดว่าผมไม่มีหัวใจเลยหรือไง"

ริมฝีปากซึ่งเม้มแน่นและสั่นไหว ก่อนมือใหญ่ค่อย ๆ เข้ามาสัมผัสที่แก้มของผมอย่างกล้ากลัว ออกแรงเล็กน้อยเพื่อให้หันมาสบตากัน

สีหน้าและแววตาที่กำลังเจ็บปวด

"บอกผมที บอกผม.."

จากอาการของเขาที่เป็นอยู่ตอนนี้ ผมไม่ได้คิดไปเองใช่ไหม จากคำพูดและท่าทีทำเหมือนกับว่าความรู้สึกของเราตรงกัน

บอกได้แล้วใช่ไหม.. ความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ภายในใจของผม

สามารถบอกเขาได้แล้วใช่ไหม..

แต่เขาไม่ได้ทิ้งจังหวะให้ผมได้พูดอะไร นัยน์ตาของเขาทำให้ผมตกอยู่ในภวังค์ กายใหญ่เริ่มโน้มลง ระยะห่างใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอันอบอุ่น ผมหย่อนเปลือกตาลงน้อมรับสัมผัสนั้น

กลิ่นแอลกอฮอล์ซึ่งลอยเข้ามากระทบจมูกอีกครั้ง

"จูบไม่ได้!!"

ด้วยความตกใจ ผมจึงผลักเขาออกไปเต็มแรงอย่างไม่รู้ตัว

แววตาของเขาลุกโชนด้วยความโกรธ

"มะ.. มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดนะ"

ผมรีบปฏิเสธทันที ว่าการกระทำเมื่อกี้ไม่ได้เป็นเพราะรังเกียจ แต่เขาไม่รับฟังคำพูดใดจากผมอีกต่อไป แบงค์พันรอบกายถูกยัดเข้ามาในปาก พร้อมแรงกดที่ทำให้นอนคว่ำนาบไปกับเตียง

เสื้อเชิ้ตถูกกระชากออก ก่อนจะใช้มันมัดมือของผมเอาไว้

กางเกงซึ่งถูกถอดออกตามไป พร้อมกับแก่นกายสวนเข้ามาโดยไร้ซึ่งการเตรียมการ ผมกรีดร้องในลำคออย่างเจ็บปวดประกอบกับน้ำตาที่กำลังไหลพราก

"ทำไมกับผู้หญิง คุณถึงทำได้"

"ทำไมกับผม คุณถึงทำไม่ได้"

ผมไม่รู้ว่าเขากำลังพูดถึงเรื่องใด จากน้ำเสียงอันสั่นเครือ พร้อมกับการกระทำที่รุนแรง ทำให้ผมเข้าใจความรู้สึกของเขาอย่างดี ว่าในตอนนี้กำลังเจ็บปวดมากแค่ไหน

อย่างน้อย

อย่างน้อย ๆ หากฟัง.. รับฟังคำสารภาพจากผมบ้าง หรือถ้าผมพูดให้เร็วกว่านี้ เรื่องคงไม่ลงเอยแบบนี้ ต่อให้ไม่มัด ผมก็ไม่คิดจะขัดขืน อยากจะกอดเขาไว้ให้แน่น ให้หายคิดถึงด้วยซ้ำ

เขาโกรธจนไม่ยอมแม้แต่จะฟังอะไร ขยับกายท่อนล่างตามอำเภอใจพร้อมไล่บรรจงจูบบริเวณต้นคอ

เป็นสัมผัสอันหอมหวานและตราตรึง

เสี้ยววินาทีคมเขี้ยวถูกฝังลงไปอย่างเต็มแรง กลิ่นเลือดลอยคละคลุ้งในอากาศ

"ผมรู้ดีว่ารอยกัดของเบต้า ไม่มีผลอะไรกับอัลฟ่า"

"ผมรู้ดีว่าเป็นเพียงรอยแผล ที่ไม่นานก็จางหายไป"


TBC



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-04-2019 11:58:50 โดย ความฝันของดอกไม้ »

ออฟไลน์ nofsnof

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 362
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
Re: [[เรื่องสั้น]] คนของเธอ (Omegaverse) 3-3-62
«ตอบ #25 เมื่อ18-04-2019 17:08:02 »

 :sad4: :sad4:

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3594
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +130/-4
Re: [[เรื่องสั้น]] คนของเธอ (Omegaverse) 3-3-62
«ตอบ #26 เมื่อ18-04-2019 20:34:54 »

 :mew6: :mew6:

ออนไลน์ aoihimeko

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +155/-8
Re: [[เรื่องสั้น]] คนของเธอ (Omegaverse) 3-3-62
«ตอบ #27 เมื่อ19-04-2019 05:44:23 »

ปากหนักกันจริงๆ  :sad4:

ออฟไลน์ ความฝันของดอกไม้

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 26
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
Re: [[เรื่องสั้น]] คนของเธอ (9) 20-4-62
«ตอบ #28 เมื่อ20-04-2019 04:57:41 »

คมเขี้ยวฝังลึกพร้อมความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่าง

เพียงชั่วครู่ กลับมีความรู้สึกบางอย่างแทรกแซงเข้ามา พาลทำให้หัวใจเต้นระส่ำอย่างไม่เคยเป็น ลิ้นชื้นโลมเลียบริเวณบาดแผลพร้อมช่วงล่างขยับระรัว ราวกับตอกย้ำตัวตนของเขาให้ฝังลึกลงไปเหมือนรอยคมเขี้ยวที่ต้นคอ

ความรู้สึกทุกอย่างที่ถูกปลดปล่อย

จุดที่เชื่อมต่อกัน

ภายในตัวของผม ซึ่งเต็มไปด้วยความอุ่นของเขา

เสียงหอบหายใจหลุดออกมาเป็นระลอก เขาถอนร่างกายออกเล็กน้อย..ฝ่ามืออันสั่นไหวยกเกลี่ยปัดไรผมบนใบหน้า แววตาฉ่ำวาวมองมาราวกับจะพูดเรื่องสำคัญ

ทว่า..

ริมฝีปากเม้นแน่นดั่งตัดสินใจจะไม่เอื้อนเอ่ยคำนั้น พลางโน้มลงอีกครั้ง ก่อนรวบร่างไปกอดแนบกายด้วยแรงทั้งหมดที่มี ผมหย่อนเปลือกตาลง เพื่อซึบซับกลิ่นอายอันคุ้นเคย อ้อมแขนอันแสนคิดถึง และไออุ่นที่โหยหา

ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะหยุดเวลานี้ไว้ตลอดไป

หากเขาเปิดโอกาสให้พูด มีหลายสิ่งที่อยากจะบอก

หากเขาเปิดโอกาสให้พูด ผมจะไม่ลังเลที่จะเอ่ยว่ารักเขาแค่ไหน

ไม่จำเป็นต้องรู้สึกแย่หรือโทษตัวเองกับสิ่งที่ทำลงไป เพราะทุกอย่างมันคือการ 'ยินยอม' และพร้อมใจแต่ 'โดยดี'

ต่อให้ทำได้ ผมก็ไม่คิดจะแข็งขืน

ต่อให้ร่างกายจะปวดร้าวระทม ครั้งแรกในชีวิตที่มอบให้เขา ไม่มีอะไรที่จะทำให้มีความสุขไปมากกว่านี้อีกแล้ว

ฉะนั้น...

ความรู้สึกที่มีบางอย่างหลั่งไหลออกมากระทบแผ่นหลัง ราวกับกำลังบอกความนัยผ่านหยดน้ำตาเหล่านั้น

'เธอไม่จำเป็นต้องนึกเสียใจอะไร..'

'ไม่จำเป็นเลย..'

อยากจะขอโทษที่ทำให้เจ็บปวด อยากจะยกแขนขึ้นมากอดตอบก็ทำไม่ได้ มีเพียงเสียงสะอื้นซึ่งแทรกขึ้นมาทำลายความเงียบ

ยิ่งได้ยิน มันยิ่งเสียดแทงไปถึงหัวใจ

ผมตั้งใจถอยห่างออกมาเพราะอยากเห็นใบหน้ายิ้มแย้มของเขา ไม่ใช่ใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาอย่างนี้

ผิดทุกอย่าง

สิ่งที่ผมคิด มันผิดไปหมดทุกอย่าง

คิดว่าสิ่งที่ผมทำไป จะทำให้เขามีความสุข จะทำให้เขามีอิสระ อยากไปไหนก็ไป มีเงินใช้จ่ายของที่อยากได้ ไม่ต้องมาคอยวนเวียนอยู่กับผม ที่มีชีวิตไปวัน ๆ ไม่มีความฝันหรือเรื่องที่อยากทำเป็นพิเศษ

คิดว่าน่าจะมีความสุข กลับทำให้เขาเป็นทุกข์

ร่างกายยังดูซูบผอมราวกับคนที่ไม่มีอะไรตกถึงท้องนอกจากแอลกอฮอล์

แถมขอบตาดำคล้ำ ราวกับคนอดนอนติดต่อกันเป็นเวลานาน

อาจเป็นเพราะผมมองเห็นแค่ความรู้สึกของตัวเอง

คิดแต่เรื่องของตัวเอง

คิดแต่จะทำยังไงไม่ให้ตัวเองเจ็บปวด บีบคั้นจนทำให้เขาต้องทำและเป็นแบบนี้

เห็นแก่ตัวสิ้นดี

ก่อนจะบอกรัก อยากจะขอโทษ ขอโทษจากใจ

เสียงโทรศัพท์ที่ดังมาได้สักพัก

หวนนึกถึงคำพูดของเพื่อนรักก่อนที่จะออกจากบ้านไป

แย่..

หากไม่รับสายตอนนี้

ต้องแย่แน่ ๆ

แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร

บานประตูเปิดออก

ทำให้แววตาเราทั้งคู่มองไปยังจุดเดียวกัน

เสี้ยวนาทีตัวเขาถูกแรงกระชากจากด้านหลังกลิ้งกองไปกับพื้น ไม่มีคำถามอันใด มีเพียงหมัดหนักของอัลฟ่าหมาดราวกับพระราชา กระหน่ำชกเข้าใบหน้าอย่างโกรธเกรี้ยว

ส่วนภรรยาปรี่เข้ามาที่เตียง แก้มัดที่ข้อมือและค่อย ๆ นำแบงค์พันออกจากปากพลางกอดผมแน่นอย่างเป็นห่วง ปลอบประโลมว่าไม่เป็นไรแล้ว ไม่เป็นไร เรามาช่วยแล้ว และกดโทรหาเรียกรถพยาบาลทันที

เราสบตากัน

เขาไม่คิดแม้แต่จะตอบโต้มองเพียงผมอย่างไม่ลดละ มองอย่างสิ้นหวังพร้อมกับหยดน้ำใสหลั่งไหลออกมาอาบแก้ม

ทั้งที่อยากจะบอกเพื่อนทั้งสองให้หยุด

และไม่เป็นอย่างที่คิด

แต่ร่างกายมันดันหนักอึ้ง ไม่มีแม้แต่แรงที่จะเปล่งเสียงกล่าวห้าม

ขอโทษนะ

ขอโทษ

ภาพตรงหน้าเลือนราง

ก่อนทุกอย่างจะดับวูบไป


....................

ผมตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

ทั้งที่ใจจริงคิดว่าน่าจะไม่รอด

ภาพเพดานสีขาวคุ้นตากับกลิ่นยาตลบอบอวล สถานที่ซึ่งอยู่ในตอนนี้คงไม่ต้องเดา ยังไงก็เป็นโรงพยาบาล ความรู้สึกแรกปะทะเข้ามาคือความเจ็บปวดแทบทุกส่วน บวกกับอาการคันหยุบหยิบทั่วบริเวณที่เขาประทับรอยสีแดงฉานบนร่างกาย

รสสัมผัสที่ยังคงตราตรึงร้อนผ่าวไปทุกอณู

ความรู้สึกของเราตรงกัน ทำให้ผมเผลอยิ้มขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

ผมกวาดมองไปรอบห้องหวังว่าจะมีเขานั่งอยู่ข้าง ๆ

แต่พอนึกขึ้นได้ถึงความทรงจำสุดท้ายก่อนสลบไป การที่จะมีเขาอยู่ข้างกาย ความเป็นไปได้เท่ากับศูนย์เปอร์เซ็น

แววตามองทั่วห้องแบบละเอียดอีกครั้ง

เขาล่ะ

เขาอยู่ไหน

ก่อนจะลุกพรวดพราดพร้อมกับความเจ็บจี๊ดโลดแล่นที่ศรีษะ จนหายใจไม่เป็นจังหวะ เสียงหอบหลุดออกมาเป็นระยะ ทำให้เพื่อนรักฝ่ายภรรยาที่นั่งอยู่บนโซฟากำลังอ่านอะไรบางอย่างหันมองอย่างตกใจ ก่อนจะรีบวิ่งเข้ามา

"ทำบ้าอะไรเนี่ย อยู่ ๆ จะลุกขึ้นมาทำไม"

พร้อมกับเสียงบ่นแกมเป็นห่วง

"เอ้า กินน้ำก่อน"

ไม่พูดเปล่าพลางยื่นแก้วมาให้ ผมรีบตักตวงเข้าร่างกาย ลำคอแห้งผาดราวกับไม่ได้กินหรือดื่มอะไรมาหลายวัน เมื่ออาการเข้าที่เข้าทาง เพื่อนรักไม่ทันได้ตั้งคำถามอะไร ผมยิงคำถามอย่างเร่งร้อน

"เขาล่ะ เขาไปไหน อยู่ไหน เป็นยังไง.."

บุคคลตรงหน้า ถอนหายใจอย่างเอือมระอา แทนที่จะเป็นห่วงร่างกายของตัวเอง ที่เพิ่งผ่านการเฉียดตายมาหมาด ๆ ดันถามถึงแต่เจ้าตัวปัญหา อย่างไม่สนว่าคนรอบข้างจะเป็นห่วงแค่ไหน

"ยัดเข้าซังเตไปแล้ว"

ผมอ้าปากค้างกับคำตอบที่ได้รับ

"...คดีอาญา ข้อหาบุกรุก ทำร้ายร่างกาย และข่ม---"

"ยินยอม!!!!"

ยังไม่ทันจบประโยค

"มันคือการยินยอม"

ผมสวนขึ้นมาทันควันอย่างเสียงดังสนั่น จนลืมนึกถึงบาดแผลบริเวณปากที่โดนแบงค์พันบาดและอาการเจ็บคอที่มีอยู่เป็นทุนเดิม ทำให้ไอคอกแคกจนตัวโยน

"ใจเย็นสิ"

มือบางตบหลังปุ ๆ สองสามครั้ง ก่อนทรุดนั่งลงข้างเตียงอย่างจำยอม

"ยังไม่ได้ดำเนินคดี แค่ฝากขังเอาไว้ก่อน ขึ้นอยู่กับคำพูดของนายนั่นแหละ"

คำพูด ?

"จะเอายังไงล่ะ"

"ปล่อยตัว"

ผมตอบอย่างไม่ต้องคิด

"แล้วเขา..เจ็บมากหรือเปล่า"

ก่อนถามเสียงอ่อนเมื่อหวนถึงเหตุการณ์นั้นได้ หมัดของเจ้าอัลฟ่านั่นหนักมากด้วยสิ

"ห่วงตัวเองก่อนไหม"

แววตาที่จ้องมองราวกับต่อว่า

"เกือบตายจริง ๆ นะรู้ไหม ถ้าพวกฉันไปช้ากว่านี้.. หมอบอกว่าเพราะได้รับยาแก้แพ้แอลกอฮอล์อย่างทันเวลาไม่งั้นตายคาอ้อมกอดไปแล้ว"

"แถมยังหลับไปตั้งสามวันเพราะความเจ็บปวดทางร่างกายและอาการเหนื่อยล้าสะสม"

"รู้บ้างไหม รู้บ้างไหม..ว่าพวกเราเป็นห่วงแค่ไหน นึกถึงความรู้สึกของพวกเราบ้าง"

ก่อนจะเปลี่ยนเป็นตัดพ้ออย่างน้ำตาคลอ สร้างความรู้สึกผิดจนล้นใจ

"ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วง"

อ้อมแขนยกโอบกอดคนข้างกายโดยไม่สนสายน้ำเกลือระโยงระยาง เพื่อหวังว่าจะหยุดยั้งน้ำตานั้นได้ แต่สุดท้ายก็ไม่เพื่อนรักปล่อยโฮออกมา บ่งบอกว่ากลัวจะเสียผมไปมากเท่าไหร่

หนึ่งเดือนที่ผ่านมา หากผมตัดสินใจจะทิ้งหรือทำร้ายชีวิตตัวเองลงไป หรือตัดช่องน้อยแต่พอตัว คงไม่รู้ว่าจะมีวันที่ทำให้ผมมีความสุข คงไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วความรู้สึกตรงกัน

และคงไม่รู้ว่าการสมหวังในรักครั้งแรกจะทำให้หัวใจพองโตขนาดนี้

ไม่รู้ว่าใช้คำว่าสมหวัง มันเร็วไปหรือเปล่า

แต่...ถ้าเราได้คุยกันอีกครั้ง..

ผมเชื่อว่า..

"ปล่อยได้แล้ว เจ้าบ้า"

ร่างที่อยู่ใต้วงแขนดันออกเล็กน้อยพร้อมปาดน้ำตา ดึงสติผมกลับมาสู่ปัจจุบัน และก็ผมยอมปล่อยแต่โดยดี

"ทั้งที่มีใจคิดถึงกันขนาดนี้ แต่ทำอะไรอ้อมโลกกันไปได้"

เสียงบ่นอุบอิบที่ดังตามมาทีหลัง ทำให้ผมหงอยไม่เป็นท่า อย่าซ้ำเติมนักจะได้ไหม แค่นี้ก็เจ็บใจจะตายอยู่แล้ว

"แต่ก็นะ.."

"เมื่อจุดยืนต่างกัน ไม่แปลกหรอกที่ความคิดจะสวนทาง"

"อย่าคิดมากไปเลย เอานี่ไปอ่านซะ ระหว่างรอเวลา เดี๋ยวโทรให้เจ้านั่นไปเอาตัวเด็กต้อยของนายออกมาจากห้องขังก่อน"

สมุดเล่มหนาสีดำทะมึนถูกยื่นมาให้ ผมรับมาอย่างแปลกใจ แต่ยังไม่ทันได้ถาม หันไปอีกทีเพื่อนรักก็ไปยืนคุยโทรศัพท์อยู่ที่ระเบียง

มือเปิดสมุดอย่างไม่ได้คิดอะไร

ทว่า..

เพียงบรรทัดเดียว..

แค่อ่านบรรทัดเดียว

บรรทัดเดียวเท่านั้น กลับทำให้น้ำตาหล่นไหลออกมาอย่างไม่อาจสกัดกลั้นได้

ทุกถ้อยคำ

ทุกตัวอักษร

ทุกเรื่องราวที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจ

ทุกอย่างถูกบรรจงเขียนขึ้นมาล้วนเป็นเรื่องราวของผม บรรยายความรู้สึกที่อัดแน่น ความเจ็บปวดที่เขาได้รับ บางหน้ามีรอยน้ำตาหยดเป็นดวงจนตัวหนังสือเลือนราง และสิ่งที่น่าตกใจไปกว่าบันทึกซึ่งลงวันที่ครั้งแรกตั้งแต่เมื่อหกปีก่อน

ทั้งที่ความจริงสำหรับผม เราเพิ่งรู้จักกันได้เพียงสามปี

ช่วงเวลาก่อนหน้านั้น เขาทำได้เพียงแอบมองจากอีกฟากหนึ่งของถนนอยู่เสมอ

ร้านที่เขาทำงานอยู่ตรงข้ามกับบาร์ของเพื่อนรักทั้งสอง

และผู้หญิงที่ผมมักจะซื้อมานอนด้วยอยู่เป็นประจำ ก็มาจากร้านที่เขาทำงานอยู่ทั้งนั้น

ทุกอย่างที่ผมเคยสงสัยในตัวเขา

ทุกอย่างที่ผมเคยตั้งคำถาม

ณ เวลานี้ผมได้คำตอบและเข้าใจถ่องแท้

ทำไม..เขาถึงพูดแค่คำว่า 'ครับ' กับ 'ไม่ครับ'

เพราะกลัวจะหลุดอาการว่ารักออกมา

ทั้งที่รัก..

ทำไม..เขาถึงซ่อนเก็บเอาไว้อย่างมิดชิด

เพราะกลัวว่า หากผมรู้แล้วจะโดนเลิกจ้างทันที ซึ่งมันก็เป็นเรื่องจริงกับผู้หญิงที่ผ่านมา..ผมทำแบบนั้น

ทำไม..วันที่เราไปดูหนังด้วยกัน เขาถึงจงใจเดินห่างไกล

เพราะไม่เหมาะสมที่จะเดินข้างกาย..

นิ้วหัวแม่ที่เปิดพลิกหน้าต่อไป

ประโยคที่เห็นทำให้ผมนิ่งอึ้งชั่วครู่

ก่อนจะมือยกขึ้นปิดหน้าและร้องไห้ออกมาสุดเสียง

เป็นประโยคที่ทำให้ผมปวดระทมจนทนอ่านต่อไม่ไหว

'ร่างกายของผมสกปรกเกินไป ไม่คู่ควรที่จะพูดว่า .. รักคุณ'

อึก..ให้ตายสิ

เธอคิดแบบนี้มาตลอดเลยอย่างนั้นเหรอ

นี่คือเหตุผลสินะ ที่ตอนนั้นเธอถึงคิดจะไม่พูดมันออกมา

บ้าชะมัด

เธอคิดแบบนี้มาตลอดเลยอย่างนั้นเหรอ

เธอมองตัวเองเป็นแบบนี้มาตลอดเลยสินะ

สกปรกอะไรกัน

บ้าบอสิ้นดี

แต่เมื่อเรื่องมันเลยเถิดมาถึงขั้นนี้

เวลามันย้อนไม่ได้ สิ่งที่ทำได้ ก็มีแต่ทำปัจจุบันไม่จำเป็นต้องดีที่สุด แต่จะทำให้คุ้มค่าที่สุด

ถ้าเราได้คุยกันอีกครั้ง..

ผมเชื่อว่าความสัมพันธ์ของเราต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน


TBC


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-04-2019 00:05:55 โดย ความฝันของดอกไม้ »

ออนไลน์ aoihimeko

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +155/-8
Re: [[เรื่องสั้น]] คนของเธอ (Omegaverse) 20-4-62
«ตอบ #29 เมื่อ20-04-2019 05:49:57 »

แพ้อะไรเนี่ยถึงขนาดหลับไปสามวัน

อยากให้พูดกันเร็วๆจัง   :เฮ้อ:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด