___ เ ห นื อ ลิ ขิ ต ___ ลิขิตครั้งสุดท้าย ___ [05/10/62]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ___ เ ห นื อ ลิ ขิ ต ___ ลิขิตครั้งสุดท้าย ___ [05/10/62]  (อ่าน 30664 ครั้ง)

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3437
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ Sky

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 944
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-2
ทำไมน้องเกรี้ยวกราดเบอร์นี้5555555555555
เป็นแมวดุๆจอมขู่ แต่ก็ชอบให้แตะตัว

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8896
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

ออฟไลน์ kinsang

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +242/-5

ลิขิตครั้งที่ 20


            ผ่านมรสุมเรื่องประหลาดที่สุดในชีวิตมาได้ก็เข้าสู่สัปดาห์แห่งการสอบมิดเทอม สำหรับผมมันผ่านไปได้อย่างราบรื่น ผลก็คงออกมาเหมือนทุกครั้งที่ไม่ถึงกับมากแต่ก็ไม่ได้แย่ หลังผมสอบเสร็จพุดตานก็เข้าสู่ช่วงสอบบ้าง รายนี้จริงจังจนผมไม่ค่อยกล้าเข้าไปกวน กลับห้องก็ดึก บางวันก็ไม่กลับไปอยู่ติวกับเพื่อนบ้าง วันไหนกลับมาก็ปลีกตัวเข้าห้อง เป็นพวกเดียวกับไอ้กาลที่อ่านหามรุ่งหามค่ำ ส่วนผมนั้น one night miracle

            หลังสอบเสร็จก็กลับสู่สภาวะปกติ เรียน สอบย่อย ทำงานส่ง เที่ยวเล่น ก่อนจะวนกลับเข้าสู่การสอบไฟนอลในอีกสองเดือนข้างหน้า

            "ดูหนังกัน" เลิกเรียนปุ๊บพสุก็ชวนปั๊บ มันเดินไปยืนเท้าโต๊ะคิริน บอกเป้าหมายชัดเจนว่าอยากให้ใครไปด้วย เพราะคิรินมีเปอร์เซ็นต์ยอมไปกับมันที่สุดแล้ว

            "ขยันชวนนะมึง วันก่อนก็เพิ่งดู"

            "กูจ่ายเดือนละสองร้อยไง ต้องเอาให้คุ้ม"

            "แล้วกูไปคุ้มกับมึงมั้ย"

            "ถึงบอกให้ทำด้วยกันไง"

            "กูไม่ได้อยากดูหนังทุกเรื่องเหมือนมึง"

            มันสองคนยังคงเถียงกันต่อ ได้ยินเสียงเก้าอี้ขยับผมเลยหันไปหามงคลที่สะพายกระเป๋าเตรียมพร้อมออกจากห้องแล้ว

            "ไปไหนต่อวะ"

            "ห้องสมุด ไปมั้ย"

            "ตามสบายเลยมึง"

            เรายกมือทักทายก่อนมงคลจะเดินผ่านสองคนที่ยังเถียงกันไม่เลิกแล้วบอกลาเบาๆ พสุมันถึงได้รู้เรื่องตัวทำหน้าเหลอหลามองตามหลังมงคลที่เดินออกประตูไป ก่อนหันกลับมาถามผม

            "ไปแล้วเหรอวะ"

            "อืม มันไปห้องสมุด กูกลับแล้วนะ"

            "ไม่ไปดูหนังด้วยกันเหรอ"

            "มึงไปด้วยกันสองคนเถอะ กูอยากกลับไปนอน" หรือถ้าต้องดูก็อยากกลับไปดูหนังกับแมวที่ห้องมากกว่า

            "กลับไปนอนหรือไปทำอะไร" คิรินกดยิ้มถาม ใช้สายตาจับผิดจ้องดักทางเอาไว้ เป็นเพื่อนที่รู้ดีไปหมดเลยไอ้พวกนี้

            "เมื่อไรจะพามาเปิดตัววะ" หลังจากคิรินเปิดประเด็นพสุก็ทำการซักต่อ

            "เมื่อพร้อม"

            "แล้วเมื่อไรจะพร้อมวะ คราวที่แล้วก็พูดงี้"

            "อยากเห็นหน้าแฟนมึงแล้วเนี่ย"

            พอไม่เถียงกันพวกมันก็เข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย แล้วก็ต้องขอโทษด้วยที่ผมยังไม่มีแฟนเพื่อที่จะพามาให้เพื่อนได้เห็นหน้า

            "ตอนนี้ยังเป็นแค่คนคุยว่ะ"

            "เออนั่นแหละ คนคุยก็กูอยากเห็น"

            "จริง ตั้งแต่รู้จักกันมากูยังไม่เคยเห็นมึงคุยกับใครจริงจังเลย"

            พวกมันยังคงช่วยกันต่อประโยคได้อย่างราบรื่น คิรินเปิด พสุเสริม ช่างเป็นทีมที่เข้าขากันจริงๆ

            "ไว้เป็นแฟนก่อน"

            "ลีลาไอ้สัด"

            ผมหัวเราะใส่หน้าพสุ อยากรู้จนขาดใจตายไปเลยพวกมึง

            "แล้วเรื่องแมวเป็นไงบ้างวะตอนนี้" คิรินเปลี่ยนประเด็นถามขึ้นมาบ้าง

            "มันหายไปแล้วว่ะ"

            "มันไม่มาหามึงแล้วเหรอ"

            "ก็ประมาณนั้น" ผมไม่อยากพูดว่าแมวไม่มาหาเลย เพราะกลัวมันจะกลายเป็นเรื่องขึ้นมาอีก คำพูดคำจายิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่เหมือนคนอื่นอยู่ แต่จะให้บอกว่าตอนนี้แมวสีขาวตัวนั้นกลายมาเป็นเนื้อคู่แล้วก็ไม่ได้ด้วย

            "เออดีแล้ว กูจะได้ไม่ต้องหวงว่ามึงจะแพ้แมวตายเมื่อไร"

            "ปากมึงนี่นะ" ไม่ต้องรอให้ถึงมือผม คิรินมันก็จัดการตบปากพสุให้ โทษฐานพูดจาไม่เป็นมงคล

            "ทำดีมากมึง"

            "ไอ้สัด ตบซะแรง รับผิดชอบไปดูหนังกับกูเลย"

            "เออ โวยวายเพื่อ"

            "งั้นกูกลับแล้วนะ" เห็นมันตกลงกันได้ผมรีบแทรกแล้วเดินออกมาก่อนมันสองคนจะเริ่มตีกันอีกรอบ อยากกลับไปหาแมวที่ห้องแล้ว

 

            กลับมาถึงห้องก็เจอพุดตานกำลังจะขนผ้าลงไปซักพอดี เป็นตะกร้าผ้าของเราสามคนที่โยนใส่รวมกันไว้ ทำแบบนี้ตั้งแต่ตอนอยู่กับล่อนจ้อน เนื่องจากพื้นที่ในห้องมีน้อยเลยต้องใช้สอยอย่างประหยัด จะให้วางตะกร้าหลายๆ ใบคงไม่พอ ยกเว้นกางเกงในที่ซักของใครของมัน

            "รอแป๊บเดี๋ยวช่วยยก"

            ผมรีบเบรกก่อนพุดตานจะยกตะกร้าไป เดินเข้าห้องโยนทุกอย่างบนตัวลงเตียง เปลี่ยนชุดนักศึกษาออกแล้วหอบมาใส่ตะกร้า พร้อมเสนอตัวเข้าช่วย

            "เดี๋ยวยกเอง"

            "ไม่เป็นไร"

            "ไปเอาน้ำยาไป" ผมแย่งตะกร้ามาถือเองแล้วไล่ให้พุดตานไปหยิบผงซักฟอกกับน้ำยาปรับผ้านุ่ม

            คนโดนผมแย่งงานไม่แย้งอะไร หยิบน้ำยาทั้งสองขวดที่ไอ้กาลซื้อแบบถุงเติมมาเทใส่ขวดพลาสติกกอดไว้ในอ้อมแขน หยิบกุญแจกับคีย์การ์ดเปิดประตูรอผมออกแล้วค่อยล็อก ก่อนจะเดินนำไปกดลิฟต์อย่างรู้งาน

            ลงมาถึงโซนเครื่องซักผ้ายอดเหรียญพุดตานก็เดินนำไปยังถังใหญ่ที่เรายกลงมาซักด้วยกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เช็กถังใส่ผ้ากับช่องใส่น้ำยาแล้วก็หลบทางให้ผมเทผ้าใส่ลงไป จากนั้นก็หยอดเหรียญไปสี่สิบบาท

            พุดตานยื่นผงซักฟอกมาให้ผมช่วยเท ส่วนตัวเจ้าเทน้ำยาปรับผ้านุ่ม เปิดผ้าได้ก็เทพรวดลงไปพร้อมกับความรู้สึกแปลกๆ เลยรีบยกขวดขึ้นมาดูอีกรอบ

            ไอ้นี่มันน้ำยาล้างจานนี่หว่า ก็ว่าทำไมไหลเร็วขนาดนี้ กลิ่นมะนาวโคตรแรง

            "ทำไมหยิบน้ำยาล้างจานมา" ผมโชว์ขวดให้ดู แต่คนที่หยิบมายังทำหน้างง

            "น้ำยาล้างจานเหรอ"

            "ดม" เพื่อเป็นการพิสูจน์เลยยื่นไปให้ดม

            "ฉิบหายละ! เดี๋ยวมา" ว่าหน้าตาตื่นก่อนคว้าขวดจากมือผมแล้วหันเดินวิ่งออกไป

            มองตามแผ่นหลังที่รีบวิ่งออกไป ผมก็ส่ายหน้าไปอมยิ้มไป เป็นผลกระทบจากการอ่านหนังสือเตรียมสอบเมื่อสัปดาห์ที่แล้วหรือยังไงถึงได้เบลอขนาดนี้

            หายไปไม่กี่นาทีพุดตานก็กลับมาพร้อมขวดผงซักฟอกสูตรน้ำของจริง รีบเปิดผาแล้วเทใส่ลงไปก่อนจะหันมาโวยวายกับผม

            "สีมันใกล้เคียงกันเลยอ่ะ ขวดก็วางข้างกัน หยิบผิดเลย"

            "ไม่เห็นเป็นไรเลย"

            "ตกใจอ่ะดิ"

            "ทีหลังก็อย่าหยิบผิด เพิ่งเปลี่ยนยี่ห้อใหม่ สีมันอ่อนกว่าน้ำยาล้างจานนิดนึง" แถมใส่ขวดน้ำพลาสติกที่ดึงฉลากออกด้วย จะสับสนก็ไม่แปลกหรอก ยังดีที่ไอ้กาลมันผสมน้ำใส่น้ำยาล้างจานเลยเหลวกว่าปกตินิดหน่อย ตอนเทลงไปก็ขึ้นฟอง ไม่งั้นผมก็คงไม่สังเกตเห็นเหมือนกัน

            "ใส่ผิดมันไม่เป็นไรใช่มั้ย" ถามแล้วมองเสื้อผ้าในถังอย่างนึกเป็นห่วง

            "ไม่เป็นไรหรอก ไป ขึ้นห้อง"

            จะเป็นหรือไม่เป็นผมไม่รู้หรอก แต่เสื้อผ้าวันนี้คงได้ขจัดคราบมันไร้สิ่งตกค้างกันไปเลย

            ไอ้แมวเด๋อเอ๊ย

 

            หนึ่งชั่วโมงกว่าระหว่างรอผ้าซักเสร็จ ถ้าเป็นครั้งแรกที่สอนล่อนจ้อนซักผ้านั้นเจ้าตัวเผลอนอนหลับปล่อยให้ผมลงไปเอาผ้าคนเดียว พอขึ้นมาอีกทีจากคนก็กลายเป็นแมวไปแล้วเลยโดนงอนนิดหน่อย ส่วนพุดตานนั้นกลับขึ้นมาบนห้องก็ทิ้งตัวบนโซฟานอนเล่นโทรศัพท์เหมือนทุกที แล้วก็ไม่เคยหลับปล่อยให้ผมลงไปยกผ้าคนเดียวเลยด้วย ไม่รู้ฝังใจอะไรหรือเปล่า บางทีความจริงกับความทรงจำที่ถูกสร้างขึ้นอาจจะซ้อนทับกันจนทำให้เกิดความสับสนและหวาดระแวงอยู่นิดๆ

            แน่นอนว่าทุกอย่างที่สันนิษฐานมานี้เป็นสิ่งที่ผมเดาเองล้วนๆ

            โซฟาโดนยึดแต่ผมยังอยากอยู่ใกล้ๆ เลยนั่งพื้นพิงโซฟาหยิบมือถือขึ้นมาเล่นบ้าง ลืมบอกไปว่าในความทรงจำใหม่ผมกับพุดตานเป็นเพื่อนและติดตามกันในเฟซบุ๊กกับไอจีเมื่อสองเดือนก่อน ผมเป็นพวกเปิดเผย พุดตานตั้งค่าเป็นส่วนตัว มีแค่เพื่อนในมหาวิทยาลัยกับคนรู้จักแค่ไม่กี่คน

            จะว่าไปแล้วโซเชียลก็ใช้เปิดตัวคนคุยได้นี่หว่า

            ผมเปิดกล้องตั้งใจจะถ่ายเซลฟี่ให้ติดคนข้างหลัง เห็นตั้งแต่ช่วงคางลงมาพอให้บ่งบอกได้ว่าคนคนนี้ไม่ให้น้องชายฝาแฝดที่หน้าไม่เหมือนของผม เล็งมุมได้แล้วก็เตรียมลั่นชัตเตอร์ แต่พอกดปุ๊บคนบนโซฟาก็ขยับตัวปั๊บ สรุปเบลอ

            "ทำอะไร แอบถ่ายอ่อ" พุดตานก้มลงมามองหน้าจอมือถือผม ซึ่งภาพที่ได้นั้นเห็นแค่ผมกับคนข้างหลังที่สั่นไหวจนมองไม่ออกว่าคนแน่หรือเปล่า

            "รีบลุกทำไมเนี่ย"

            "แล้วแอบถ่ายทำไมอ่ะ"

            "ถ้าแอบถ่ายพุดก็ต้องไม่รู้ตัวดิ"

            "อย่าย้อน"

            "อยากมีรูปคู่บ้างไม่ได้ไง"

            "ไม่เห็นหน้าเรียกรูปคู่ได้เหรอ"

            "งั้นมาถ่ายรูปกัน จะเอาลงไอจี" แอบถ่ายแล้วรู้ตัวก็ขอมันตรงๆ นี่แหละ แต่กลับกลายเป็นว่าโดนมองแบบไม่ไว้ใจซะงั้น

            "เนื่องในโอกาส"

            "จะเปิดตัวคนคุย" เห็นว่าปิดบังไปก็ไม่ได้อะไรเลยสารภาพออกมาตรงๆ แต่ก็ยังโดนมองแบบไม่ไว้ใจอยู่ดี

            "เปิดตัวกับใคร"

            "กับเพื่อนไง"

            "ทีก่อนหน้านี้จะไปหาที่มอไม่ให้ไป"

            คิดคำแก้ตัวไม่ทันเลยทีนี้ ตอนยังเป็นล่อนจ้อนก็ยังพอหาข้ออ้างได้ แต่พอเป็นพุดตานแล้วไม่มีเหตุผลที่ต้องห้ามเลยสักนิด เลยได้แต่ยิ้มแห้งให้

            "แล้วรุ่นพี่คนนั้นอ่ะ" ไม่ได้คำตอบพุดตานก็ยิงอีกคำถามใส่ผมอีก ว่าแต่รุ่นพี่ที่ว่าคือใคร รู้จักรุ่นพี่ผมด้วยเหรอ

            "รุ่นพี่?"

            "ที่เจอกันที่ห้างไง ทำเป็นลืม"

            "อ้อ พี่ณดา" รุ่นพี่ที่ล่อนจ้อนเคยเจอที่ห้างมีแค่คนเดียว หลังจากเจอกันครั้งนั้นพี่เธอก็ไม่มาวอแวผมอีกเลย ไอ้กาลก็ไม่พูดถึงจนเกือบลืมไปแล้ว

            "ยังคุยกันอยู่มั้ย"

            "ไม่เคยคุยเลยเถอะ"

            คนฟังพยักหน้ารับเหมือนไม่สนใจแล้วกลับไปสนใจมือถือในมือต่อ เห็นว่าพื้นที่บนโซฟาว่างแล้วผมเลยขยับขึ้นไปนั่งข้างๆ เงยหน้าคุยกันนานๆ มันเมื่อย

            "ทำไม หวงเหรอ" กระแซะถาม แต่พุดตานกลับทำหน้าแมวเบื่อใส่

            "ก็ถามเฉยๆ จะคุยก็คุยได้ไม่ว่าอะไร ไม่คิดมากแค่คุยซ้อน"

            "เฮ้ย เราไม่ใช่คนแบบนั้น คุยก็คุยทีละคน ไม่ได้คุยเผื่อคบไปเรื่อย"

            "อืม รู้แล้ว" ก้มหน้าตอบ ปากอมยิ้ม ทำตัวน่ารักอีกแล้ว

            "แล้วพุดตานอ่ะ คุยกี่คน"

            "เคยเห็นคุยกับคนอื่นมั้ยล่ะ"

            "ไม่รู้ดิ เราก็ใช่ว่าจะได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา"

            "ก็เยอะกว่าคนอื่นนะ"

            "สรุปว่า"

            "ก็คุยกับลิขิตคนเดียวนั่นแหละ จะให้ไปคุยกับใครอีก"

            คนตอบพยายามทำหน้าขรึม แต่ผมน่ะขรึมไม่ไหว ปากฉีกยิ้มกว้างตั้งแต่ประโยคแรกแล้ว เพราะฉะนั้นปิดประเด็นนี้ได้แล้วกลับมาเรื่องรูปเปิดตัวดีกว่า

            "แล้วสรุปจะถ่ายด้วยกันหรือให้แอบถ่าย"

            "จะลงจริงดิ"

            "จริง ไม่ได้เหรอ"

            "เปล่า ไม่ได้ว่าอะไร"

            "งั้นมาถ่ายกัน"

            ผมเปิดกล้องเตรียมเซลฟี่อีกรอบ แต่คนที่บอกไม่ว่าอะไรกลับไม่ยอมโผล่หน้ามาเข้ากล้อง พอขยับเข้าไปใกล้ขยับหนีอีก

            "เดี๋ยวดิ"

            "สรุปไม่ให้ถ่าย?"

            "เปล่า แต่จะถามว่าจะเอาแค่ให้คนสงสัยแบบเรียกกระแสหรือเปิดตัวตรงๆ ไปเลย"

            "มาเป็นแพ็กเกจเลย" ผมล่ะตะลึง ไม่คิดเลยว่าจะมีทางเลือกมาให้แบบนี้

            "เลือกมา" พุดตานทำเสียงแมวขู่ใส่ ขัดใจนิดหน่อยไม่ได้เลย

            เปิดตัวแบบเห็นหน้าพร้อมประวัติไปเลยก็ดีคนจะได้ไม่ต้องถามเยอะ แต่เปิดตัวแบบไม่เห็นหน้าอย่างที่ผมตั้งใจตอนแรกก็น่าสนใจ เรียกกระแสให้คนสงสัย พอใครถามก็เล่นตัวไม่ตอบ

            "เอาแพ็กเกจแรก"

            "แบมือบนตักดิ"

            ผมทำตามที่บอก พุดตานเหล่มองแล้วเม้มปาก เป็นท่าทางที่ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าเจ้าตัวรู้สึกยังไงกันแน่ มองมือผมอยู่ชั่วครู่ก่อนจะวางมือลงมาประกบแล้วกุมไว้

            "ถ่ายดิ" บอกแล้วเหล่ตามองก่อนหลุบตาหนี

            แล้วทำไมแค่จับมือถ่ายรูปมันถึงเขินกว่าตอนจูบอีกวะเนี่ย

            ผมเปิดกล้องกดถ่ายไปสองสามรูป ได้รูปที่ถูใจแล้วก็กดล็อกมือถือวางไว้ข้างตัวเปิดทีวีรอเวลาลงไปเอาผ้าที่ซักไว้ขณะที่มือยังกุมกันอยู่

            ออกตัวเลยว่าผมจะไม่เป็นฝ่ายปล่อยมือก่อนเด็ดขาด ถ้าพุดตานไม่ปล่อยก็จะล็อกตัวไว้อยู่อย่างนี้ ส่วนรูปที่ว่าจะโพสต์ไอจี เอาไว้ดึกๆ ค่อยลงก็แล้วกัน

 

            การเปิดตัวครั้งนี้กระแสดีเกินคาด แค่ห้านาทีหลังจากลงรูปไปยอดไลค์กับคอมเมนต์ก็กระฉูด ผมยังนอนเล่นอยู่ที่ห้องตัวเองตามอ่านความคิดเห็นของแต่ละคน ส่วนใหญ่ก็ถามนั่นแหละว่าเจ้าของมืออีกข้างคือใคร เพราะไม่มีคำใบ้ใดๆ ให้ เนื่องจากคนที่นั่งอยู่ข้างๆ บอกว่าไม่ให้แท็กแล้วก็ไม่ต้องใส่แคปชัน หนึ่งเดียวที่รู้ก็จะมีแค่ไอ้กาล แล้วดูมันคอมเมนต์

            ‘กลับมาหากูได้แล้ว จะอยู่ด้วยกันจนเช้าเลยไง้’

            เท่านั้นแหละ ไอจีแทบแตก

            ปกติผมลงรูปไม่บ่อย ครั้งล่าสุดก็ตอนไปหาดเจ้าหลาว ถ่ายชายหาดอันกว้างขวางไม่ติดผู้คนแม้กระทั่งตัวเอง สตอรี่ก็นานๆ จะลงสักที ผิดกับไอ้กาลสายปาร์ตี้คนของสังคม เป็นคนดังที่มีความเคลื่อนไหวให้ติดตาม ส่วนผมน่ะดัง แต่ไม่ค่อยเคลื่อนไหว

            "ตอบกาลดิ" พุดตานบอก รายนี้ก็แอบส่องอยู่เงียบๆ เหมือนกัน อ่านแล้วก็ยิ้มชอบอกชอบใจ

            "อยากให้ตอบว่าอะไร"

            "ก็แล้วแต่"

            งั้นก็จัดไป

            ‘มึงนอนคนเดียวไปเลยคืนนี้’

            ในเมื่อเล่นแล้วก็ต้องเอาให้สุด

            คุยกันแบบนี้คนอื่นคงคิดว่าผมอยู่ห้องคนที่จับมือกันในรูปแล้วทิ้งให้ไอ้กาลอยู่ห้องคนเดียว โดยหารู้ไม่ว่าแท้จริงเราห่างกันเพียงผนังกั้น

            "มีคนให้ใบ้ด้วย" พุดตานอ่านคอมเมนต์แล้วหันมายิ้มแมวใส่ เป็นคอมเมนต์ที่ผมเพิ่งอ่านไปเหมือนกัน

            "ไอ้กาลตอบให้แล้วนี่ไง"

            ‘ใบ้ว่าเป็นหนึ่งในคนที่ไลค์รูปครับน้อง’

            แล้วตอนนี้คนกดไลค์รูปสองร้อยกว่า กวนตีนใช้ได้เลยมัน

            "ถ้าเกิดมีคนหาเจออ่ะ" พุดตานดูสนุกกับทุกสิ่งที่กำลังเป็นไป ถามผมแต่ไม่หันหน้ามามองกันเลยสักนิด

            "ปรบมือให้เลย"

            หันมายิ้มตาหยีให้ผมเสี้ยววินาทีก่อนกลับไปกดมือถือต่อ พิมพ์อะไรกับใครไม่รู้อยู่สักพักก็หันมาหาผมอีกรอบ

            "กาลเรียกไปนอนแล้ว"

            "บอกมันมาตามเอง" ไอ้น้องชายคนนี้ ถึงขนาดตามผมกลับห้องกับพุดตานแล้วนะ

            "กาลรู้ไงว่าตามเองคงไม่กลับ"

            "งั้นบอกมันไปว่าก็รู้นี่"

            "กลับเหอะ กาลง่วงแล้วมั้ง"

            "มันโตแล้วนอนคนเดียวได้"

            "ก็รู้ว่ากาลนอนไม่ได้อ่ะ" พุดตานทำหน้าจริงจังใส่ เจ้าตัวรู้อยู่แล้วว่าไอ้กาลมันชอบฝันร้าย แล้วก็แก้ได้ด้วยการที่ผมหนีออกมากลางดึก เหมือนอย่างที่ล่อนจ้อนรู้

            "ก่อนไปก็..." ผมยันตัวลุกขึ้นนั่งขยับหน้าเข้าไปใกล้แล้วหลับตา จะนอนแล้วต้องราตรีสวัสดิ์กันก่อน แต่วันนี้อยากทำอะไรให้พุดตานเป็นคนกำหนดเลย

            สัมผัสนุ่มๆ อุ่นๆ แตะที่หน้าผากเพียงชั่วครู่ เป็นสัมผัสที่ต่างจากทุกครั้งในช่วงสัปดาห์นี้ นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้จุ๊บหน้าผากก่อนนอน น่าจะตั้งแต่ล่อนจ้อนโตขึ้นและเลือกเชื่อนิทานที่ผมซื้อให้อ่านล่ะมั้ง

            เมื่อลืมตาขึ้นก็เจอสายตาแป๋วๆ มองกลัวมา พุดตานยิ้มให้ก่อนหลับตาลง ผมขยับเข้าไปแตะริมฝีปากที่หน้าผากเบาๆ แล้วผละออกมา เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งเราต่างยิ้มให้กันก่อนเอ่ยคำที่ต้องบอกก่อนนอนทุกคืน

            "ฝันดี"

            "ฝันดี"

            "ปิดไฟให้ด้วย"

            "รู้แล้วครับผม"

            คืนนี้ต้องจากกันก่อน แล้วค่อยเจอกันอีกครั้งเมื่อไอ้กาลหลับ

 
tbc

 
ขอโทษที่หายไปนานนะคะ อีกสองตอนจบแล้ววววว
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน เจอกันตอนหน้าค่า

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3382
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3437
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26

ออฟไลน์ bun

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2374
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +260/-5
ทำเหมือนต้องจากกันนาน จริง ๆ แล้ว แค่รอให้กาลหลับ 555

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1725
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
โถ่ ลิขิต 555555555555555555

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3494
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
น่ารักมากเลย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ kinsang

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +242/-5

ลิขิตครั้งที่ 21


            อยู่ด้วยกันจนถึงสิ้นเดือนพุดตานก็ย้ายออก สัมภาระมีแค่กระเป๋าเดินทางหนึ่งใบเหมือนตอนมา ผมได้ยินไอ้กาลมันแซวว่างั้น ขับรถมาส่งถึงหอใหม่ขึ้นมาดูห้องจัดการนู่นนั่นนี่ด้วยกันเรียบร้อยน้องชายผมก็ไปปฏิบัติภารกิจประจำวันหยุดของมัน ทิ้งผมกับพุดตานยืนเคว้งคว้างในห้องโล่งๆ ที่มีเฟอร์นิเจอร์ไม่มีชิ้นกันอยู่สองคน

            ห้องที่นี่เล็กกว่าหอผมนิดหน่อย เปิดประตูเข้ามาก็เจอเตียงขนาดห้าฟุตกับสู้เสื้อผ้า มองเลยไปอีกนิดก็เจอประตูระเบียงอยู่ข้างๆ ห้องน้ำ

            "อยากได้ชั้น" กระเป๋ายังไม่ทันได้เปิด ยังไม่รู้เลยจะจัดของยังไงก็หันมายิ้มตาหยีให้ผมซะแล้ว

            "จะเอามาวางตรงไหน"

            "อยากกั้นห้องนอน ใช้ตู้เสื้อผ้ากับชั้นวางของกั้น" พุดตานเดินไปชี้จุดที่แบ่งห้องออกเป็นสองฝั่งพอดีให้ผมดู

            "อีกฝั่งทำเป็นห้องนั่งเล่นเหรอ"

            "ใช่"

            "นั่งยังไงอ่ะ นั่งพื้น?"

            เจอผมกวนเข้าหน่อยคนหน้าแมวก็ทำหน้าไม่สบอารมณ์ใส่ แต่ก็ยังอุตาส่าห์ต่อมุกให้ แบบนี้สิค่อยน่าชื่นใจหน่อย รู้จักช่วยกันทำมาหากิน

            "นั่งพื้นทำไม ปูเสื่อดิ"

            "เออเนอะ คิดไม่ทัน"

            "ไปซื้อของกันนะ ใกล้ที่สุดก็มีแค่บิ๊กซี แถวนี้ไม่มีร้านเฟอร์นิเจอร์เลย"" พาออกนอกทะเลได้แป๊บเดียวพุดตานก็ดึงกลับเข้าเรื่องต่อ

            "ซื้อมาต่อเองก็ได้มั้ง ช่วยกันแป๊บเดียว"

            พุดตานยิ้มหวานแล้วพยักหน้ารับถี่ๆ

            "แล้วก็ซื้อพวกของใช้ด้วย" ผมว่าได้ไปห้างก็ดี ดูจากสภาพห้องตอนนี้มีของต้องซื้อเพิ่มเยอะเลย

            "ได้หมด" พุดตานยังคงยิ้มแย้ม คว้ากุญแจเดินนำผมออกไปรอนอกห้อง พอมีคนตามใจแล้วทำตัวเป็นเด็กดีขึ้นมาทันที

 

            มาถึงบิ๊กซีพุดตานก็พุ่งไปดึงรถมาเข็น ขับเก่งจนผมหมดห่วง เห็นแล้วก็นึกถึงตอนพาล่อนจ้อนมาซื้อของที่ห้างครั้งแรก น่าห่วงจนต้องคอยช่วยประคองตลอด แต่ระดับความร่าเริงตอนนี้นั้นไม่ต่างกันเลย

            ก่อนจะถึงโซนเฟอร์นิเจอร์ต้องผ่านโซนของกินของใช้ เดินผ่านของที่ผมเห็นว่าพุดตานยังไม่มีหรือน่าจะซื้อเก็บไว้ก็หยิบใส่รถเข็นให้ ใช้ของอะไรยี่ห้อไหนผมรู้หมดแล้ว เจ้าตัวก็ทำหน้าที่เข็นรถอย่างเดียวจนไม่รู้ว่าสรุปใครที่อยากมาซื้อของกันแน่

            ระหว่างทางเข็นผ่านโซนขายหมอนคนขับก็หยุดรถ ในห้องมีแต่ที่นอนไม่มีหมอนให้นี่เนอะ

            ผมยืนรอพุดตานเลือกหมอนหนุนกับหมอนข้างมาใส่รถเข็นอย่างละใบ กำลังจะเข็นรถไปต่อแต่เจ้าตัวกลับเดินไปหยิบหมอนมาเพิ่มอีกอย่างละใบจนเต็มรถเข็น

            "ซื้อทำไมเยอะแยะ"

            "เผื่อมีคนอยากมานอนด้วยไง" พุดตานตอบหน้านิ่ง แต่ผมน่ะอยากดึงตัวเข้ามากอดแล้วงับหูเล่น พูดจาน่รักเก่งจังนะช่วงนี้

            "งั้นหมอนข้างไม่ต้องก็ได้"

            "ไม่ได้ ต้องกอด"

            "ตอนคนนั้นไม่มานอนก็กอดหมอนอีกใบไปก่อนไง ถ้าคนนั้นมานอนด้วยก็กอดคนนั้นแทน"

            "คิดว่าคนนั้นคือตัวเองหรือไง"

            "แล้วไม่ใช่เหรอ"

            "ก็ใช่นั่นแหละ" ยอมรับแบบดื้อๆ แล้วพุดตานก็หอบหมอนข้างทั้งสองใบเอาไปเก็บจริงๆ

            หุบยิ้มไม่ได้เลยผม

            ได้หมอนแล้วเราก็มาเลือกชุดผ้าปูที่นอนกันต่อ เจอสีที่ชอบลายเรียบๆ พุดตานก็หยิบมาโชว์ให้ผมดู

            "ลายนี้โอเคมั้ย"

            "ชอบก็เอาเลย"

            "ลิขิตอ่ะชอบมั้ย"

            "แล้วแต่เจ้าของห้องดิ"

            "ก็ต้องถามคนที่คิดว่าต้องมานอนด้วยแน่ๆ ด้วยว่าชอบมั้ย"

            โดนอีกหนึ่งดอก ถามแบบนี้ชวนผมย้ายมาอยู่ด้วยกันเลยเถอะ แต่ก็ติดไอ้กาลมาไม่ได้อีก จะนั่งรถมาหาหลังน้องชายหลับก็ไม่ได้ด้วย ไปๆ มาๆ ไม่ได้อนกันพอดี

            "เอาอันนี้แหละ"

            ได้คำตอบพุดตานก็วางมันลงในรถเข็น ส่งยิ้มตาหยีมาให้ก่อนเดินนำยังไปโซนเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ถัดไปอีกสองล็อก และได้โยนน่าที่คนขับให้ผมเรียบร้อย

            ชีวิตนี้ก็คงจะขับเข็งแค่รถเข็นนี่แหละ หรือผมควรจะไปหัดขับรถให้เป็นเรื่องเป็นราวแล้วอ้อนให้พ่อซื้อรถให้ดี จะได้พาแมวไปไหนมาไหนได้สะดวก

            มาถึงโซนที่ต้องการพุดตานก็เดินลิ่วๆ ไปตรงชั้นวางของที่มีให้เลือกอยู่ไม่กี่แบบ เดินวนไปมาอยู่สองสามรอบ ยืนคิดอีกสามตลบก็ยังตัดสินใจไม่ได้

            "ถ้ายังไม่มีที่ถูกใจเอาไว้ก่อนก็ได้ เดี๋ยววันหลังพาไปดูร้านเฟอร์นิเจอร์"

            "ไม่ๆ กำลังคิดว่าจะเอาอันไหนดี ระหว่างอันนี้กับอันนี้" พุดตานรีบส่ายหน้า ก่อนชี้ชั้นวางแบบห้าช่องกับหกช่องให้ผมดู

            "จะวางของสูงๆ มั้ย ถ้ามีก็เอาห้า"

            "หรือว่าจะเอาสองอันดี"

            "อันเดียวพอ" ผมต้องรีบเบรก แค่ของใช้ก็ล้นตะกร้าแล้ว ถ้าจะเอาทั้งสองชั้นผมว่าไม่ไหว เราไม่ได้ขับรถมาเองด้วย มันลำบาก คิดมาถึงตรงนี้ผมว่าตั้งแต่พรุ่งนี้ไปต้องเริ่มหัดขับรถแบบจริงๆ จังๆ แล้วล่ะ

            "งั้นเอาหกช่องก็ได้"

            ผมเคลียร์ของในรถเข็นให้มีที่วาง ยังไม่ทันได้เข้าไปช่วยพุดตานก็ยกกล่องชั้นมาใส่ ทำเหมือนไม่หนักแต่ตอนยกนี่น่ายู่เลย

            ได้ของครบถ้วนเราก็ช่วยกันเข็นรถไปจ่ายเงิน จากนั้นก็ขึ้นรถแท็กซี่หน้าห้าง กว่าจะฝ่ารถติดมาถึงหอก็บ่ายแก่ๆ ขนของขึ้นมาไว้บนห้องยังไม่ทันได้จัดการอะไรก็หมดแรงแล้ว

            "จะสี่โมงแล้วอ่ะ ลิขิตลุก มาช่วยกันต่อตู้ก่อน" พุดตานฉุดกระชากลากแขนผมที่นั่งขี้เกียจอยู่บนเตียงให้ลุกขึ้น จะว่าไปห้องนี้ยังไม่มีอะไรพร้อมใช้งานสักอย่าง ผ้าปูที่นอนก็ยังไม่ได้ซักแล้วจะนอนยังไง

            "ไปซักผ้าปูก่อนมั้ย"

            "มันจะแห้งทันเหรอ"

            "ปั่นแล้วมาตากแป๊บเดียวเดี๋ยวก็แห้ง"

            "แล้วถ้ามันแห้งไม่ทันอ่ะ"

            "มันแห้ง ถ้าเกิดไม่ปูผ้าแล้วจะนอนยังไง กลับไปนอนด้วยกันก่อนมั้ย"

            "ก็แค่ไม่มีผ้าปู นอนได้ไม่เห็นเป็นอะไรเลย" พุดตานน่ะเป็นคนใช้ชีวิตแบบง่ายๆ แต่นี่มันก็ง่ายเกินไป

            "งั้นเดี๋ยวไปซักให้ แกะกล่องรอเลย" ผมลุกไปค้นกล่องผ้าปูที่นอนกับหมอนมาแกะ ตะกร้าใส่ผ้าก็ยังไม่มีเลยหอบลงไปมันทั้งอย่างนั้น พร้อมผงซักฟอกกับน้ำยาปรับผ้านุ่มที่เพิ่งซื้อมา

            กลับขึ้นมาอีกทีในห้องก็มีแผ่นไม้หลายชิ้นวางกองอยู่ พุดตานกำลังนั่งอ่านคู่มือการประกอบ พลางพลิกไม้แต่ละแผ่นดูไปด้วย

            "เป็นมั้ยน่ะ"

            "แค่นี้ง่ายๆ" ตอบด้วยความมั่นใจก่อนวางคู่มือลงแล้วเริ่มหยิบไม้แต่ละแผ่นมาประกอบกัน

            ผมหยิบใบคู่มือขึ้นมาดู มองอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีให้ แต่เหมือนจะขาดอะไรไปอีกอย่าง เพราะถ้าไม่มีสิ่งนี้ล่ะก็ไม่มีทางประกอบเสร็จแน่

            "มีไขควงมั้ย"

            เจ้าห้องของหันมามองผมด้วยสีหน้ามึนงงในทีแรก ก่อนจะเบิกตาอ้าปากค้างเหมือนเพิ่งนึกออกว่าต้องใช้

            "ไม่มี"

            "แล้วมันจะประกอบได้ไง"

            "ทำไมลิขิตไม่เตือนตอนไปซื้อ"

            "จะไปรู้มั้ยเนี่ย"

            "ทำไงดี"

            "เดี๋ยวลองลงไปยืมที่สำนักงานดูแล้วกัน" พูดจบผมก็หันหลังเดินออกมาจากห้องอีกรอบ กลายเป็นคนที่จัดการนู่นนี่แทนเจ้าของห้องไปเลย

            โชคดีที่สำนักงานมีไขควงให้ยืม เราช่วยกันประกอบตู้หกช่องสูงสามชั้นจนเสร็จ ผิดขั้นตอนไปบ้างเลยใช้เวลานานไปหน่อยแต่ก็ออกมาเหมือนแบบเป๊ะๆ จากนั้นก็ช่วยกันจัดห้อง ย้ายตู้เสื้อผ้ากับชั้นวางมาวางต่อกัน แบ่งเขตระหว่างห้องนอนกับห้องนั่งเล่น

            หนึ่งชั่วโมงผ่านไปผมก็ลงไปเอาผ้าปูที่นอนกับปลอกหมอนที่ซักไว้ หอบไปตากไว้ตรงระเบียง ด้วยอากาศของประเทศไทยแล้วผมว่ายังไงมันก็แห้งก่อนเวลาพุดตานง่วงแน่นอน แต่เจ้าตัวจะขี้เกียจขนมันมาปูมั้ยมันก็อีกเรื่อง

            ตากผ้าเสร็จแล้วผมก็มาทิ้งตัวลงบนเตียงอีกรอบ พุดตานกำลังจัดของที่มีอยู่น้อยนิดใส่ตู้ แต่แล้วอยู่ๆ เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น

            เราหันมองหน้ากัน ผมไม่รู้น่ะไม่แปลก แต่เจ้าของห้องที่ทำหน้าตกใจไปด้วยนี่แหละที่แปลก

            "นัดเพื่อนไว้หรือเปล่า" ผมถาม พุดตานรีบส่ายกลับมา

            "ไม่ได้นัด"

            "หรือเพื่อนมาเซอร์ไพรส์"

            "คนรู้ว่าย้ายมานี่มันอยู่ต่างจังหวัดมาไม่ได้หรอก"

            "งั้นใคร"

            จากสีหน้าตกใจเริ่มมีแววหวาดกลัวเล็กๆ ตอนเสียงเคาะดังขึ้นอีกรอบ

            "เดี๋ยวไปดูให้" ผมลุกจากเตียงเดินไปที่ประตูห้อง ตอนเดินผ่านเห็นพุดตานหยิบมือถือขึ้นมากดเข้าไลน์ น่าจะกำลังถามเพื่อน

            ผมส่องตาแมวดู หน้าห้องมีผู้ชายยืนอยู่ ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนดูจากหน้าตาไม่น่าใช่คนไม่ดี แล้วก็ไม่ใช่คนจากสำนักงานด้วยเพราะไขควงผมก็เอาไปคืนแล้ว ยามก็ไม่ใช่ เพื่อนบ้านหรือเปล่าไม่รู้ แถมยังเคาะอย่างเดียวไม่พูดอะไรอีก

            เขาเคาะประตูเป็นรอบที่สาม ผมหันมองพุดตานที่เงยขึ้นมาสบตาก่อนก้มลงไปกดมือถืออีกรอบ ประเมินด้วยสายตาแล้วผู้ชายที่ยืนอยู่หน้าห้องไม่น่าจะมีพิษภัยอะไร เข้ามาในตึกได้แสดงว่าคงเป็นคนในหอนี่แหละ อาจจะเป็นเพื่อนบ้านที่อยากมาทำความรู้จักจริงๆ ก็ได้

            ผมเปิดประตูออก ชายตรงหน้ามองผมด้วยสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย ผมเลยชิงถามออกไปก่อน

            "มีอะไรหรือเปล่าครับ"

            "ตานอยู่มั้ยครับ"

            "ตาน?"

            "พุดตานน่ะครับ อยู่มั้ย"

            "ครับ แล้วคุณเป็นใครครับ เพื่อนพุดเหรอ" กลุ่มเพื่อนของพุดตานผมเคยเห็นจากในรูปมาบ้าง แต่มั่นใจว่าไม่มีคนหน้าตาแบบนี้แน่ๆ

            "เปล่าครับ เป็นแฟน..."

            "พี่ธันวา"

            ผมหันกลับไปมองเจ้าของห้องที่เพิ่งเดินออกมา พุดตานพูดอะไรบ้างสมองผมไม่รับรู้แล้ว ในหัวมีแต่คำว่า 'เปล่าครับ เป็นแฟน' ที่ผู้ชายคนนั้นพูดออกมา มันหมายความว่ายังไง ไหนบอกไม่คุยซ้อน แต่ถ้าคนคนนั้นเป็นแฟนไม่ใช่คนคุยก็ไม่นับสินะ มันเป็นแบบนี้ใช่มั้ย

            ประตูห้องปิดลงพร้อมกับคนสองคนที่เดินออกไปด้วยกัน ผมยังยืนอยู่ที่เดิมอย่างไม่รู้จะทำยังไงต่อ จะหนีกลับหรือยังรออยู่ที่นี่ รอเพื่อฟังคำอธิบาย ที่ไม่รู้จะทำให้ใจรู้สึกปวดหนึบยิ่งกว่านี้อีกหรือเปล่า

            เจ็บที่รู้ว่าแมวที่เฝ้าเลี้ยงดูมามีคู่อยู่แล้วไม่พอ ยังเจ็บที่เขาเรียกกันว่าตานอีก ดูพิเศษสุดๆ ไปเลย

 

            ห้านาที

            สิบนาที

            เวลาที่ผ่านไปแค่ไม่กี่นาทีมันช่างยาวนานกับใจคนรอ ผมเดินกลับเข้ามาในห้อง หยุดความคิดทุกอย่างเกี่ยวกับสถานการณ์ในตอนนี้ ตัดสินใจแล้วว่าจะรอฟังคำอธิบาย หากจะเจ็บหนักกว่าเดิมก็ให้มันรู้กันไป ความจริงแล้วพุดตานอาจจะกลับมาเพื่อแก้แค้น ไม่ใช่เนื้อคู่หรือสิ่งดีๆ อย่างที่ผมเคยเข้าใจ ผลลัพธ์ที่พ่อบอกมันก็แค่เรื่องเข้าใจผิด

            ประตูห้องเปิดออกอีกหลายนาทีให้หลัง เจ้าของห้องกลับมาเพียงคนเดียว ไร้วี่แววของใครอีกคนที่บอกว่า 'เป็นแฟน'

            พุดตานกลับมานั่งจัดของต่อเหมือนไม่รับรู้อะไรเกิดขึ้นกับผม ผมไม่รู้ว่าเจ้าตัวต้องการอะไร อยากจะพิสูจน์กันเหรอ คิดว่าไม่ใช่เรื่องที่ต้องอธิบายเลยไม่พูด หรือคิดว่าเพราะผมไม่ถามเลยไม่ตอบ

            ความสงสัยที่มากขึ้นทำให้สมองผมเริ่มทำงานหนัก จากที่พยายามไม่คิดกลับคิดเยอะกว่าเดิม มีแฟนแล้วทำไมถึงไม่บอก ทำไมผมถึงไม่เคยเห็น ทำไมไม่เคยได้ยินพูดถึง มันคือการลงโทษที่ผมทำให้พุดตานกลายเป็นแมวงั้นเหรอ ลงโทษที่เคยปฏิเสธ ลงโทษที่เคยทำตัวน่ารังเกียจใส่ ถึงโดนหลอกให้รักแบบนี้

            มันคงเป็นการแก้แค้น

            "ลิขิต!"

            เสียงเรียกที่ดังจนเหมือนตะคอกเรียกให้ผมหลุดจากความคิด เมื่อหันไปสบตาก็เจอแววตาคู่นั้นมองมาด้วยความสงสัย

            "เป็นอะไร"

            "เปล่า"

            "เปล่าอะไร นั่งเหม่อตั้งนานแล้วเนี่ย"

            "เหรอ" มองกันด้วยเหรอ นึกว่าจะสนใจแค่ของที่กำลังจัดเสียอีก

            พุดตานวางของในมือก่อนลุกขึ้นเดินมายืนตรงหน้าผม เอียงคอมองแบบแมวขี้สงสัย ถ้าเป็นปกติผมคงชมในใจว่าน่ารักไปแล้ว แต่ตอนนี้ไม่มีอารมณ์

            "มีอะไรก็ถามดิ"

            "ต้องรอให้ถามด้วยเหรอ"

            เพียงคำถามเดียวของผมบรรยากาศในห้องก็ตึงเครียดขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ผมโกรธไม่บ่อยโดยเฉพาะกับคนตรงหน้า อีกอย่างอารมณ์ตอนนี้ยังไม่เข้าใกล้ทำว่าโกรธเลยด้วยซ้ำ ก็แค่ผิดหวัง น้อยใจ แต่มันทำให้บรรยากาศดีๆ พังไปหมดแล้ว

            "งั้นเราถามก็ได้ ลิขิตเป็นอะไรวะ อยู่ๆ ดีก็ตึง ไม่พอใจอะไรก็บอกดิ"

            "ต้องให้บอกอีกเหรอ"

            "ถ้าไม่บอกแล้วจะรู้มั้ย"

            ผมรู้ว่าพุดตานกำลังจะโมโหแต่ยังคุมน้ำเสียงไม่ให้ตะคอกโวยวาย แปลกนะ แสดงอาการขนาดนี้ ควรจะรู้ได้แล้วว่าต้นเหตุของความไม่พอใจคืออะไร แต่เหมือนยิ่งพูดก็ยิ่งคุยกันไม่รู้เรื่อง

            "แฟนน่ะ กลับไปแล้วเหรอ"

            คิ้วที่ขมวดชนกันของคนตรงหน้าคลายออกทันทีเมื่อผมเฉลย พุดตานหันหน้าไปทางอื่นแล้วถอนหายใจก่อนจะหันกลับมาจ้องกัน

            "ไปได้ยินอะไรมา"

            "เป็นแฟนกันไม่ใช่เหรอกับคนนั้นน่ะ"

            "พี่ธันวาบอกเหรอ"

            ผมไม่ตอบ แต่คนฟังน่าจะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว

            "แล้วไม่ได้ยินที่เราพูดบ้างหรือไง"

            อีกครั้งที่ผมเงียบ สารภาพในใจว่าไม่ได้ยิน หูดับตั้งแต่พี่คนนั้นบอกว่าเป็นแฟนพุดตาน แล้วในหัวก็เบลอไปหมด รู้ตัวอีกทีก็ตอนเขาเดินออกไปด้วยกัน

            "ขอสักทีเถอะ" พูดจบพุดตานก็กระโจนใส่โดยที่ผมยังไม่ทันตั้งตัวจนหงายหลังทั้งคู่ มือสองข้างขยุ้มหัวผมเหมือนอยากจะถอนผมให้หลุดออกมาทั้งหัว

            "เป็นบ้าอะไรเนี่ย"

            "ลิขิตนั่นแหละเป็นบ้าอะไร"

            พุดตานกำลังนั่งอยู่บนท้องผม สองแขนดันไหล่ผมไว้ ใช้สายตาแมวโกรธจ้องมองมา แน่นอนว่าแรงแค่นี้หยุดผมไว้ไม่ได้หรอก แค่พลิกตัวผมก็เปลี่ยนให้คนข้างบนลงมาอยู่ข้างล่างได้แล้ว แต่ที่ไม่ทำเพราะยังอยากฟังเหตุที่โดนด่ากลับ

            "ถ้ารู้แล้วว่าเราเป็นอะไรก็อธิบายมาดิ"

            "ก่อนจะออกจากห้องเราพูดว่าไง"

            "ไม่ได้ฟัง"

            คนข้างบนดึงแก้มผมทั้งสองข้างจนรู้สึกเจ็บ มันใช่เวลาที่ผมต้องมายอมให้พุดตานรังแกแบบนี้มั้ยเนี่ย

            "หยุดเล่นก่อนได้มั้ย"

            "เราพูดว่านี่พี่ธันวานะ เป็นแฟนเก่า เดี๋ยวมาขอออกไปคุยแป๊บนึง"

            "แฟนเก่า"

            "ก็ใช่ไง มันเป็นคำต้องห้ามเหรอ ได้ยินไม่ได้เลยเหรอ ทำไมแค่นี้ต้องตึงใส่ ถามว่าเป็นอะไรก็ไม่พูด หึงก็บอกว่าหึงสิวะ" พุดตานใส่มาชุดใหญ่จนผมไม่รู้จะแก้ตัวยังไงกับความเข้าใจผิดครั้งนี้ ผิดเองที่ไม่ฟังให้ดี

            กับคนที่เป็นแค่อดีตน่ะผมไม่คิดมากหรอก พุดตานจะเคยมีแฟนมากี่คนผมไม่สนใจ รู้ดีอยู่แล้วว่ามันเป็นเพียงความทรงจำใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นมา ในอดีตของพุดตานมันไม่เคยเกิดขึ้นอย่างที่เจ้าตัวเข้าใจ ผิดกับปัจจุบันที่กำลังดำเนินอยู่ ผมถึงได้สติหลุดตอนที่เข้าใจผิดว่าพี่ธันวาอะไรนั่นเป็นแฟนพุดตาน

            "เงียบทำไม" รอบนี้โดนถามเสียงแข็งผมเลยยอมรับไปแบบตรงๆ

            "ขอโทษ พอดีหึงจนหูดับ"

            "ทีหลังอย่าเป็นแบบนี้อีกนะ"

            "ครับ"

            พุดตานลุกขึ้นผมเลยคว้ามือเอาไว้แต่กลับโดนแมวฟาดดังเพี้ยะ ก้าวลงจากเตียงเดินกลับไปนั่งจัดของต่อ พร้อมกับบรรยากาศในห้องที่ค่อยๆ กลับมาดีเหมือนเดิม

            ใจผมอยากจะรั้งแล้วดึงมากอดอยากง้ออีกสักหน่อย แต่ในเมื่อแมวไม่ยอมเลยต้องกระโดดลงจากเตียงไปป้วนเปี้ยนอยู่ข้างๆ ลูบหัวเกาคางสักหน่อยน่าจะอารมณ์ดีขึ้น

            "ขอโทษ"

            "ก็ไม่ได้ว่าอะไรแล้วไง" ปากตอบมือหยิบของไม่ได้มองกันเลย

            "หายโกรธแล้วจริงดิ"

            "อืม ไม่อยากคนโกรธคนบ้า"

            "ด่างี้เลยนะ"

            "แล้วบ้าจริงมั้ยล่ะ"

            "ครับ บ้าครับ"

            พุดตานหันมาย่นจมูกใส่ ก่อนจะกลับไปสนใจของที่ยังจัดไม่เสร็จเหมือนเดิม

            "ยังไม่ได้เล่าเลยว่าพี่คนนั้นมาได้ไง จริงๆ ที่โกรธเมื่อกี้คือรอฟังอันนี้อยู่"

            "ให้พูดอีกที"

            "ล้อเล่นครับ จริงๆ คือไม่ได้ฟัง" ผมน่ะหูลู่ไปแล้วเรียบร้อย ส่วนหางแม้ไม่มีก็จุกตูดได้

            "ที่จริงเรื่องนี้ก็พูดไปแล้วนะ"

            "พูดตอนไหน"

            "ก็เอาแต่เหม่ออ่ะ ตอนมานั่งจัดของต่อก็บอกไปแล้วว่าเพื่อนเป็นคนบอกที่อยู่หอใหม่ไปเพราะพี่ธันวาตื๊อจะเอาของมาคืน แต่ลิขิตไม่ฟังอ่ะ พอถามว่าเป็นอะไรก็มาตึงใส่อีก พูดแล้วก็อยากโกรธอีกรอบ"

            "ใจเย็นน้า" ผมรวบตัวพุดตานไว้ก่อนจะโดนกรงเล็บตะปบ เอาแต่คิดไปเองจนไม่ได้ฟังเจ้าตัวพูดเลย แม่งโคตรแย่

            "ปล่อยเลย" สุดแสนจะเชื่อฟัง บอกให้ปล่อยผมก็ปล่อย

            "แล้วพี่เขาเอาอะไรมาคืน"

            "มือถือ ตอนเลิกทะเลาะกันแล้วพี่เขาทำมือถือเราพังตอนพยายามจะแย่งไปดู มันก็ค่อนข้างรุนแรงอยู่แหละ ตอนนั้นอยู่ห้องตรงข้ามกันเลยอยากย้ายหอหนีแต่หาหอไม่ได้ แม่ไปเล่าให้คุณพิทักษ์ฟังว่าอยากได้หอใหม่ คุณพิทักษ์ก็มาบอกคุณพิภพ ก็เลยให้มาอยู่กับลิขิตก่อน ขอโทษเหมือนกันที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยเล่าให้ฟัง"

            ผมเข้าใจแล้ว ความทรงจำใหม่มันเป็นแบบนี้นี่เอง ไม่น่าทำไมพุดตานถึงยังใช้มือถือเครื่องเก่ากับเบอร์ใหม่ที่ผมซื้อให้ล่อนจ้อน

            "งี้ทุกคนก็รู้หมดเลยดิว่าแฟนเก่าพุดเป็นใคร" ทั้งอาพิทักษ์แล้วก็พ่อผม

            "ไม่รู้หรอก มีแค่แม่รู้คนเดียว ตอนนี้ก็รู้ว่าคุยกับใครอยู่" แบบนี้ถ้าได้กลับบ้านสวนอีกครั้งก็เตรียมฝากเนื้อฝากตัวไว้ได้เลย

            "บอกแม่ทุกอย่างเลยเหรอ" ผมไม่ได้คิดมากหรือไม่ชอบใจที่พุดตานบอกป้าบุหงา ที่ถามแค่อยากรู้ว่าเจ้าตัวปรึกษาปัญหากับแม่ทุกเรื่องเลยหรือเปล่า

            "ก็เหลือแค่แม่คนเดียวแล้วนี่ จะให้ไปคุยกับใคร"

            "ขอโทษ"

            "ขอโทษทำไม"

            พอได้คำตอบแล้วก็รู้สึกจุกที่อกขึ้นมา ผมรู้ว่าความทรงจำของพุดตานไม่เหมือนเก่า แต่มันก็ลบล้างความรู้สึกผิดไม่ได้อยู่ดี

            "แต่เครื่องมันพังแล้วจะเอามาคืนทำไม" ก่อนบรรยากาศจะชวนให้เศร้าผมเลยชวนวกกลับมาเรื่องเดิม มันมีรายละเอียดที่ยังไม่เคลียร์

            "พี่เขาเอาไปซ่อมมาให้ มันก็พอใช้ได้แหละ ซิมเก่าก็ยังอยู่"

            "แล้วเพิ่งเอามาคืนตอนนี้เนี่ยนะ"

            "ตอนนั้นโกรธมากไง ย้ายหนีแล้วก็บล็อกทุกอย่าง พี่ธันวาติดต่อไม่ได้ไปตื๊อเพื่อนอยู่นานเลย ตอนอยู่กับลิขิตเพื่อนมันไม่อยากบอกเพราะกลัวรำคาญ พอมันรู้ที่อยู่ใหม่แล้วเลยบอกไป ตอนพี่ธันวามาถึงเจอคนเปิดประตูพอดีเลยเข้ามาได้"

            "แล้วไม่ไปหาที่มหา'ลัยอ่ะ"

            "พี่เขาทำงานแล้ว ไม่ค่อยมีเวลาไปตามหรอก"

            "ชอบคนแก่กว่าเหรอ เราแก่กว่าสี่เดือน" สบายใจแล้วก็แบบนี้ มีโอกาสก็ต้องเล่นเสียหน่อย

            พุดตานมองหน้าผมแล้วอมยิ้ม ต้องกำลังคิดอยู่แน่ๆ ว่าจะแกล้งผมกลับยังไงดี

            "เราชอบคนมีเหตุผล"

            "เรามีเหตุผลนะ" ตอบได้ไม่เต็มปากแต่ก็จะตอบ เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ช่วยพิสูจน์แล้ว

            "เหรอ"

            "มีเหตุผลมากขึ้นเรื่อยๆ ไง มีการพัฒนา"

            "อืม" ตอบคำเดียวสั้นๆ ขณะที่ริมฝีปากยังอมยิ้ม เว้นจังหวะให้ได้ลุ้นก่อนพุดตานจะเอ่ยอีกคำออกมา

            คำที่ฟังทีไรก็รู้สึกใจฟูทุกที

            "ตอนนี้ชอบลิขิต"

 

tbc


มีแอบให้ลุ้นกันนิดหน่อย
ตอนหน้าจบแล้วนะคะ
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน เจอกันตอนหน้าค่า


ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
ตกใจไม่คิดว่าจะมีแฟนมาก่อน

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1725
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
หูดับไปพร้อมลิขิตเลย  :ling3:

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3382
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3494
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
ถึงกับหึงจนหูดับไปเลย สงสาร 555555

ออฟไลน์ why yyy

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4565
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +309/-8
 :pig4: ขอบคุณ :)

ออฟไลน์ kinsang

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +242/-5

ลิขิตครั้งสุดท้าย


            เมื่อก่อนเลิกเรียนแล้วกลับหอ ทุกวันนี้เลิกเรียนก็ยังกลับหอเหมือนเดิม เพียงแต่เป็นหอคนอื่น ไม่ใช่หอตัวเอง

            ห้องของพุดตานกลายเป็นที่อยู่ช่วงหลังเลิกเรียนแห่งใหม่สำหรับผม อาจจะไม่ได้มาทุกวันแต่อาทิตย์หนึ่งอย่างน้อยต้องมาสองครั้งถ้าว่าง พุดตานเป็นฝ่ายไปหาบ้าง นัดเจอกันบ้าง สรุปแล้วก็ยังเจอกันแทบทุกวันเหมือนเดิม

            กิจกรรมของคนคุยที่ยังไม่ได้ขยับขั้นไปไหนไม่มีอะไรหวือหวานัก แต่เรื่องความหวานก็ยังมีให้หัวใจได้กระชุ่มกระชวยอยู่เรื่อยๆ เราใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บริเวณห้องนั่งเล่นที่ตกแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีโซฟาเล็กๆ หนึ่งตัว กับทีวีที่เพิ่งไปซื้อมาด้วยกันเมื่อสัปดาห์ก่อน

            พุดตานชอบดูหนัง ผมเดาว่าคงติดมาตอนเป็นล่อนจ้อน ทุกครั้งที่นัดเจอกันก็มักจะถูกชวนไปดูหนัง วันไหนมาหาที่ห้องถ้าไม่มีกิจกรรมอะไรทำเป็นพิเศษก็ชวนดูหนังอีก ซึ่งปกติมันก็ไม่มีอยู่แล้วไอ้กิจกรรมที่ว่าน่ะ

            หนังที่เปิดก็ดูจะมีแค่เจ้าของห้องที่ตั้งอกตั้งใจดู ส่วนผมน่ะสนใจแมวที่อยู่ข้างๆ มากกว่า ขยับเข้าไปนั่งเบียด เดี๋ยวจับมือ เดี๋ยวหันไปจ้อง โดนมองกลับบ้างแต่พุดตานก็ไม่ได้ว่าอะไร ไอ้ผมก็ได้ใจใหญ่

            "พุดตาน"

            "หืม"

            พอเจ้าของชื่อหันหน้ามาหาผมก็ขยับเข้าไปจูบ แตะริมฝีปากค้างไว้เพียงชั่วครู่แล้วผละออก คนโดนจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัวเลิกคิ้วใส่คล้ายสงสัย แต่เมื่อไม่เห็นอีกฝ่ายว่าอะไรผมก็เริ่มทำตามที่ใจตั้งการอีกครั้ง

            โน้มตัวเข้าไปหาเท้าแขนไว้กับโซฟา ประกบริมฝีปากแนบชิด กดจูบย้ำๆ ผละออกแล้วจูบใหม่ซ้ำๆ แล้วโถมน้ำหนักเข้าใส่ พุดตานยกแขนขึ้นคล้องคอผมไว้ ปล่อยตัวไปตามแรงโน้มถ่วงกระทั่งแผ่นหลังชิดพื้นโซฟา ตอบรับสัมผัสอย่างคุ้นเคย

            หลังจากไม่มีโอกาสได้จูบราตรีสวัสดิ์ผมก็หาเรื่องทวงจูบทุกครั้งที่เจอกัน ผิวเผินบ้าง ลึกซึ้งบ้างแล้วแต่โอกาส และสำหรับโอกาสของวันนี้ ดูเหมือนจะพิเศษกว่าทุกๆ ครั้ง

            พุดตานต่างจากล่อนจ้อนที่ไม่ได้ไร้เดียงสากับเรื่องอย่างว่า มีความเนียมอายเล็กๆ แต่ก็กล้าสู้ ถึงอย่างนั้นความสัมพันธ์ทางกายของเราก็ยังไม่ค่อยคืบหน้าไปไหนอยู่ดี ถึงภายนอกจะดูเหมือนคนที่ผ่านโลกมาพอสมควร แต่ในหัวผมมันคอยบอกอยู่เสมอว่าพุดตานยังบริสุทธิ์ แม้จะเคยผ่านมือผมมาบ้างแล้วก็เถอะ

            ได้จูบจนพอใจผมก็ผละออกก่อนอารมณ์จะเตลิด พุดตานคลายวงแขนที่คล้องคอกันเมื่อครู่มาพักไว้ที่ไหล่ เราสบตากัน ก่อนผมจะโดนแยกเขี้ยวใส่

            "ลุกได้แล้ว"

            ผมทำเมิน ยังอยากอยู่ในท่านี้ ดูเป็นทาสที่อยู่เหนือแมวดี

            "รู้มั้ยว่าจริงๆ เราแล้วเป็นเนื้อคู่กัน"

            "เนื้อคู่อะไร ตอนเด็กยังเกลียดกันอยู่เลย" เมื่อเดือนก่อนยังไม่เข้าใจคำว่าเนื้อคู่อยู่เลย ตอนนี้เถียงผมได้แล้ว

            "เกลียดก็แรงไป"

            "หรือไม่ใช่"

            "ก็ใช่แหละครับ" อยากเถียงว่าไม่ใช่แต่ก็เถียงไม่ออก

            "แต่ก็เข้าใจนะ" ผมน่ะ ชอบคนคนนี้เพราะแบบนี้แหละ

            "ไอ้ลิขิตคนนั้นนิสัยไม่ดี แต่ตอนนี้มันไม่อยู่แล้วนะ เหลือแต่ลิขิตคนดีที่หนึ่ง"

            "ชมตัวเองก็เป็น"

            "ไม่เชื่อเหรอ"

            "ก็เชื่อ"

            "เชื่อว่า"

            "ลิขิตเป็นคนดีแล้วไง"

            "แล้วเรื่องเนื้อคู่ล่ะเชื่อมั้ย"

            พุดตานไม่ตอบ สมัยนี้แล้วจะมีสักกี่คนที่เชื่อเรื่องเนื้อคู่ ประเมินจากสายตาที่มองกลับมาแล้ว พุดตานก็ดูจะไม่เชื่อเหมือนกัน

            "ลูกคนสวนกับหลานเจ้าของสวนเนี่ยนะ"

            "ลูกคนสวนแล้วไง เราเองก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสวนขนาดนั้น อย่าเอาไปคิดรวมกัน"

            "แต่ก็เป็นหลานเจ้าของสวนอยู่ดี"

            "แล้วไม่อยากเป็นแฟนหลานเจ้าของสวนบ้างเหรอ"

            "เอางี้เลยนะ"

            "ก็คุยกันมาสักพักแล้ว เป็นแฟนเลยมั้ยยังไงดี"

            เห็นแบบนี้ผมก็ต้องรวบรวมความกล้าอย่างมหาศาลเหมือนกันนะ แต่คำตอบที่ได้นั้นจะเรียกว่าเล่นตัวได้มั้ย

            "เพิ่งคุยกันแป๊บเดียว"

            "สมัยนี้แล้ว..."

            "เป็นคนคุยต่อไปเรื่อยๆ ก็แล้วกัน"

            ผมโดนตัดบท พุดตานดันตัวผมออกแล้วลุกขึ้นนั่งดีๆ ใขผมรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ เหมือนตอนโดนบอกว่ารำคาญ หรืออาจจะมากกว่านิดนึง แบบนี้ก็เท่ากับว่าโดนปฏิเสธน่ะสิ

            "ทำไมทำหน้าแบบนั้น"

            "หักอกคนอื่นแล้วยังจะกล้าถามอีก"

            พุดตานหัวเราะก่อนดึงผมไปจูบ เป็นครั้งแรกที่เจ้าตัวเป็นฝ่ายเริ่มก่อนโดยที่ไม่ต้องเอ่ยปากขอ

            จูบเบาๆ เพียงริมฝีปากแตะไม่ได้ลึกซึ้งคล้ายอยากจะปลอบใจ พุดตานอมยิ้มก่อนขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ผมหลับตารอ ทว่าไม่ใช่จูบอีกครั้งอย่างที่คิด แต่เป็นเสียงกระซิบที่ดังอยู่ข้างหู

            "ล้อล่น"

            ซนนักนะเจ้าแมวตัวนี้

 

            ดึกแล้วผมต้องกลับห้อง ไม่มีบริการรับส่งจากไอ้กาลทั้งที่มันควรจะง้อผมให้กลับไปนอนด้วย เหตุเพราะมันรู้ว่าถึงผมจะดึงดันอยู่ต่อยังไงพุดตานก็ไล่ผมกลับอยู่ดี ด้วยความเป็นห่วงว่าเหนือกาลจะนอนฝันร้ายหากไม่มีเพื่อนนอนด้วย

            พุดตานลงมาส่งผมที่หน้าหอ ความจริงเจ้าตัวเสนอจะเดินไปส่งที่รถไฟฟ้าแต่ผมปฏิเสธ จากหอเดินไปก็ไกลเอาเรื่องอยู่ ผมกลับคนเดียวได้พุดตานจะได้ไม่ต้องย้อนไปย้อนมา

            เราโบกมือลากันที่หน้าหอ ใจผมอยากจะเข้าไปหอมแก้มอีกสักฟอด ยังรู้สึกว่าวันนี้ยังฟัดไม่หนำใจแต่ก็เกรงใจศาลพระภูมิ เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยจัดการก็ยังไม่สาย

            ผมเดินออกจากซอยที่คนพลุ่กพล่านไม่มากนัก ออกห่างจากหอได้ไม่เท่าไรตาก็เหลือบไปเห็นก้อนสีขาวๆ ปุกปุยเดินนวยนาดอยู่ฝั่งตรงข้าม ขาผมหยุดก้าวต่อทันที และเมื่อผมหยุดไอ้ตัวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็หยุดตาม

            แมวเปอร์เซียสีขาว เห็นแล้วก็คิดถึง

            ผมส่งยิ้มให้เจ้าแมว มันใส่ปลอกคอแสดงว่าเป็นแมวของคนแถวนี้ หากเป็นเมื่อก่อนผมคงรีบกระโจนเข้าไปหา ลูบขนฟูๆ นั้นเล่นโดยไม่ห่วงสุขภาพตัวเอง แต่ตอนนี้ผมไม่ทำแบบนั้นแล้ว

            'มีแมวส่วนตัวแล้ว กูไม่เล่นด้วยหรอก'

            ผมจ้องมันแล้วบอกในใจเพราะกลัวว่าถ้าอยู่ๆ โพล่งออกไปจะโดนคนอื่นมองแปลกๆ ใส่ เมื่อกี้เพิ่งมีลุงเดินผ่านไปหนึ่งคน

            แมวเจ้าเข้าใจสิ่งที่ผมอยากสื่อหรือเปล่าไม่รู้ มันหันหน้าหนีก่อนก้าวเดินอย่างนวยนาดต่อไป ขณะที่ผมเองก็เริ่มก้าวเดินต่อ

            เห็นแล้วก็อยากกลับไปนอนกอดแมวชะมัด

            แมวที่ไม่ได้หมายถึงแมว

 
end

 
ในที่สุดก็มาถึงตอนสุดท้ายแล้ว ยาวนานมากๆ เลย เพราะหยุดอัพบ่อยมาก แงงงง
เรื่องราวของเหนือลิขิตจบแล้ว ยังมีเรื่องของเหนือกาลต่อนะคะ
แต่จะมาเมื่อไร่ยังไม่สามารถบอกได้ อาจจะเป็นปลายปีนี้หรือไม่ก็ปีหน้าเลยค่ะ
หนังสือคิดว่ามีแน่ๆ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าเมื่อไรเหมือนกันค่ะ ถ้ามีข่าวคืบหน้าจะแจ้งในเพจนะคะ
ขอบคุณทุกคนที่ตามอ่านมาจนถึงตอนนี้ แล้วเจอกันใหม่เรื่องหน้าค่า

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3382
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2

ออฟไลน์ why yyy

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4565
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +309/-8
 :pig4: ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1725
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
มีแมวแล้วค่าาาา  o13

ออฟไลน์ บีเวอร์

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-1
 :-[ เขิลลลล
แต่แอบอยากให้น้องจำได้

ออฟไลน์ titansyui

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2386
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-0

ออฟไลน์ songsa1234

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
น่ารัมากกกก
เอ็นดูล่อนจ้อน
อยากเลี้ยงแมวเลย แง

ออฟไลน์ MaidenQueen

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
น่ารักมากๆเลยยยย แอบหูดับตกใจเหมือนลิขิตตอนธันวาบอกว่าเป็นแฟน เกือบวีนน้องพุดตานแล้วว

ออฟไลน์ mellowshroom

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 980
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-1
อยากให้จำได้จัง ช่วงเวลานั้นน่ารักสุดๆ


Sent from my iPhone using Tapatalk

ออฟไลน์ มนุษย์บิน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 408
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-1
ช่วงท้ายๆมันมีวามห้วนๆไปแบบมึนๆนิดหน่อยแต่โดยรวมสนุกมากจ่ะ ล่อนจ้อนของแม่มีความสุขสักทีนะลูก อยากอ่านคู่ของกาลแล้วเนี่ยยยมีชื่อดื้อโผล่มาแล้วด้วยยย พร้อมอ่านมากจ้าาา

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3437
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ airicha

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 857
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
อ่านไปอ่านมาเพลินๆ อ้าว แบบ จบแล้วหรอ???
เนื้อเรื่องน่ารักสนุกดีค่ะ
แต่จบแบบมึนๆ ไปหน่อย
แล้วก็อยากอ่านเรื่องของกาลต่อ

ออฟไลน์ Bb nale

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 559
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
เคยอ่านแต่ตอนนั้นอ่านไม่จบ พอกลับมาอ่านให้จบแล้วรู้สึกมีความสุข ความรักเต็มไปหมดเลย รู้สึกดีที่น้องกลับมามีครอบครัวมีคนรู้จักไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว ดูแลน้องให้ดีนะเจ้าทาส ท้ายนี้ขอขอบคุณผู้เขียนมากจริงๆ เนื้อเรื่องดีไม่ดราม่าอะไร น่ารัก

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด