{ yaoi } • Loud & Clear - แจ้งข่าวรวมเล่ม - up 9.7.62 end.
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: { yaoi } • Loud & Clear - แจ้งข่าวรวมเล่ม - up 9.7.62 end.  (อ่าน 41172 ครั้ง)

ออฟไลน์ Swanlee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0
{ yaoi } • Loud & Clear - 14 - up 1.2.62
«ตอบ #60 เมื่อ01-02-2019 23:16:15 »



14



เหมือนมีบางอย่างที่เปลี่ยนไป

ไม่ผมก็เขาที่มีความรู้สึกดีๆ เพิ่มขึ้นมากมายกว่าเดิม



 

ฟองฟางนั่งเท้าคางมองภาพในจอคอมพิวเตอร์ในหอสมุดของมหาวิทยาลัย นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มประกายวับวาวเมื่อกระทบกับแสงจากจอ มุมปากของฟองฟางยกขึ้นเล็กน้อยคล้ายกับกำลังจะแย้มยิ้ม ที่อารมณ์ดีแบบนั้นก็เพราะตอนนี้กำลังดูรอบฉายหนังเรื่องโปรดอยู่น่ะ



ก็ตั้งใจว่าจะจองแล้วไปดูเย็นนี้เลยนั่นแหละ แต่ยังชั่งใจอยู่ ไม่รู้ว่าจะชวนมัทกับแยมไปด้วยดีมั้ยเพราะว่าใจหนึ่งก็อยากมีเพื่อนดูหนังด้วย แต่อีกใจก็ไม่อยากรบกวนเวลาส่วนตัวของเพื่อนเท่าไหร่ ไม่ใช่อะไรหรอก เดือนหน้าก็จะสอบแล้ว แถมช่วงนี้มัทกับแยมก็ติดแฟนมากด้วย



แยมมีแฟนแล้ว...คนที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้เพราะรายนั้นเปลี่ยนแฟนบ่อย กับคนนี้เห็นว่าเพิ่งคบกันไม่นานนี้เอง



ถ้าเอ่ยปากชวนยังไงสองคนนั้นก็ไปดูด้วยอยู่แล้วแหละ แต่ฟองฟางแค่ไม่อยากบังคับเพื่อนที่ไม่ชอบดูหนังเท่านั้นเอง มัทกับแยมดูหนังน้อยมาก มีแต่ฟองฟางนี่แหละที่ดูแทบทุกเดือน...ดูคนเดียวด้วยนะ

 



Kram: เหมือนลืมยาแก้ปวดไว้ในกระเป๋าฟอง

 



เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าทำให้ฟองฟางละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ทันที พอเห็นข้อความจากใครบางคนฟองฟางก็ย่นคิ้ว เตรียมจะกดปิดเครื่องคอมแล้ว แต่ว่า...



“ขอยาหน่อย”



เสียงนั้นทำให้ฟองฟางต้องชะงักและหันหลังกลับไปมองทันที



ฟองฟางยิ้มแฉ่งให้เจ้าของเสียงทุ้มที่กำลังขยับตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวข้างๆ กัน ครามสมุทรคนหล่อคนนี้ใส่เฝือกมาสามอาทิตย์แล้ว พอเหลือมือที่ใช้งานได้แค่ข้างเดียวคนตัวสูงก็เลยไม่ได้สนใจที่จะเซ็ตผม ปล่อยให้มันชี้โด่เด่อยู่อย่างนั้น



มันก็เข้ากับหน้ายุ่งๆ หล่อๆ ของครามสมุทรอยู่ดีนั่นแหละ



“แล้วมาหย่อนใส่กระเป๋าเราทำไมล่ะ”



“คิดว่าจะช่วยเตือนให้กินยา”



“โห โตแล้วนะครับคุณครามสมุทร” ล้อครามสมุทรแล้วอมยิ้มจนแก้มป่อง



ฟองฟางหยิบถุงยาให้คนป่วย ไม่ลืมที่จะแกะยาใส่ฝ่ามือของอีกฝ่าย



ก็กลายเป็นความเคยชินไปแล้ว...ตลอดสามอาทิตย์มานี้ฟองฟางดูแลครามสมุทรเหมือนเป็นหมอประจำตัวไปเลย แต่ก็ดูแลเท่าที่ทำได้น่ะนะ



ส่วนใหญ่ก็เตือนอีกฝ่ายเรื่องกินยาให้ตรงเวลาและให้ครบตามที่หมอสั่งนั่นแหละ ครามสมุทรเป็นคนที่ชอบคิดไปเองว่าตัวเองแข็งแรงมากๆ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกินยาให้ครบ สามวันแรกที่ใส่เฝือกครามสมุทรไม่ยอมกินยาสักเม็ดจนฟองฟางต้องขอร้องให้คนตัวสูงจำใจกินมันลงไปหน่อย



เห็นเงียบๆ ขรึมๆ แบบนี้...ครามสมุทรโคตรจะดื้อเลยจริงๆ



“อาทิตย์หน้าก็ถอดเฝือกออกแล้วนี่นา”



“อยากถอดตั้งแต่วันแรก”



“แล้วนี่เมื่อไหร่ครามจะบอกคุณแม่” ถ้าท่านรู้ที่หลังคงเสียใจแย่...



“แม่รู้แล้ว รู้เมื่อคืน”



“ครามบอกแม่เองเหรอ”



“เปล่า วิดีโอคอลกัน แม่เลยเห็น”



ฟองฟางอมยิ้มเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายอ้อมแอ้มตอบ



ฟองฟางเพิ่งรู้ว่าครามสมุทรสัญญากับคุณแม่เอาไว้ว่าจะไม่เจ็บไม่ป่วย ถึงป่วยก็ต้องป่วยให้น้อยมากที่สุด แต่นี่เล่นเจ็บถึงขั้นเข้าเฝือกตั้งหนึ่งเดือน...เลยเป็นเหตุผลที่ครามสมุทรไม่อยากให้คุณแม่รู้



“ฟอง”



“อื้ม”



“เดี๋ยวแม่จะขึ้นมาหา”



“อ่า ดีเลย” ฟองฟางปรายตามองคนตัวสูงแล้วก็พบว่าอีกฝ่ายจ้องมาที่เขาอยู่ก่อนแล้ว...มองด้วยสายตาที่แปลกไปจากเดิม...อบอุ่น อ่อนโยนจนหัวใจของเขาสั่นรัว



“อยู่เป็นเพื่อนด้วย ตอนแม่มา”



“...ต้องอยู่ด้วยเหรอ”



“อือ”



“...”



“แม่อยากเจอ”



“อยากให้อยู่ด้วยก็พูด เอาแม่มาอ้างตลอดเล้ย...”



ครามสมุทรไหวไหล่เบาๆ พลางกระดกน้ำลงคอ...ในตอนนั้นเองฟองฟางเผลอไปมองลำคอแกร่งของอีกฝ่ายที่ขยับขึ้นลงเมื่อกลืนน้ำ แล้วก็ต้องกลั้นยิ้มสุดฤทธิ์พราะจู่ๆ ก็รู้สึกเขินบ้าบออะไรขึ้นมาก็ไม่รู้



ก็เป็นอย่างนี้ทุกที แพ้ครามสมุทรตลอด



“ชอบดูหนังเรื่องนั้นเหรอ”



แล้วคนที่สูงกว่าก็เอ่ยปากถาม ครามสมุทรจ้องภาพบนจอในขณะที่ฟองฟางเลิ่กลั่กจับเม้าส์จับแป้นพิมพ์ไม่ค่อยจะถูก คนตัวเล็กกว่าได้แต่เกาหัวแกร็กๆ ยิ่งตอนที่ครามสมุทรชะโงกหน้าเข้ามาดูหน้าจอใกล้ๆ แล้วหรี่ตาขมวดคิ้วยุ่งๆ...ฟองฟางยิ่งไม่กล้าหายใจ



ก็โคตรจะใกล้กันขนาดนั้น ใกล้ชนิดที่ว่าฟองฟางได้กลิ่นแชมพูหอมๆ จากกลุ่มผมของครามสมุทรเลยแหละ



ฟองฟางนั่งเกร็ง มือจับเม้าส์แน่น ริมฝีปากจิ้มลิ้มเม้มติดกันอย่างประหม่าตอนที่ครามสมุทรขยับตัวเข้าใกล้หน้าจอ และนั่นก็ทำให้แผ่นอกกว้างๆ ของอีกคนสัมผัสกับมือของฟองฟางอยู่อย่างนั้น



“พ่อมดน้อย...” แล้วครามสมุทรก็พึมพำชื่อเรื่องบนหน้าจอ



“ค ครามชอบดูหนังมั้ย”



“ปกติก็ไม่”



ครืด ครืด



โทรศัพท์ของครามสมุทรสั่นครืดหลายครั้งติดกัน คนที่ชะโงกหน้ามองหน้าขยับตัวกลับไปนั่งหลังตรงในที่ของตัวเองเหมือนเดิม ครามสมุทรหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกง อีกฝ่ายจ้องมันอยู่พักหนึ่งกว่าจะกดรับ



“คราม...”



“ขอนอนแป๊บเดียว” พอบอกแบบนั้นแล้วก็กดรับสายพร้อมกับเอนศีรษะไว้บนไหล่ของคนที่ตัวเล็กกว่า



คนตัวขาวได้แต่นั่งนิ่งทิ้งตัวเองให้อยู่กับความปั่นป่วนที่อีกฝ่ายมอบให้โดยที่คนคนนั้นไม่รู้ตัวซ้ำ...ว่ากำลังทำให้ฟองฟางเตลิดไปไกล ครามสมุทรทำอย่างกับว่าเขาเป็นอะไรสักอย่างที่มากกว่าเพื่อน...ไม่รู้สิ ปกติเรื่องแบบนี้มันธรรมดาสำหรับฟองฟางเพราะเขาเองก็กอดก็พิงไหล่มัทกับแยมบ่อยๆ ก็เหมือนกัน แต่ที่ทำไปก็เพราะเป็นเพื่อนที่สนิทกันจริงๆ



แต่กับครามสมุทรมันแปลกไป...มันพิเศษมากกว่านั้น



เป็นความพิเศษที่ไม่มีสถานะ เป็นเพื่อนไม่ได้...เป็นอะไรมากกว่านั้นก็คงไม่ได้ และที่สำคัญ...



ไม่มีเพื่อนที่ไหนทำแบบนี้



ไม่มีเพื่อนที่ไหนเขาจูบกันหรอก







*****







 

ฟองฟางยืนตาเป็นประกายอยู่หน้าเคาน์เตอร์แคชเชียร์ที่ขายน้ำกับป๊อปคอร์น ในมือเล็กๆ ถือตั๋วภาพยนตร์พ่อมดน้อยภาคแปดเอาไว้ มุ่งมั่นตั้งใจกับการมาดูหนังเรื่องนี้เป็นพิเศษเพราะมันคือภาคสุดท้ายแล้ว



“ป๊อปคอร์นชีสผสมรสหวานกับโค้กได้แล้วค่ะ”



“ขอบคุณครับ”



แล้วมันก็เป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่ฟองฟางมาดูหนัง เขาไม่สามารถเข้าไปนั่งดูเฉยๆ ได้โดยไม่มีป๊อปคอร์นกับน้ำติดมือ ฟองฟางรับน้ำกับป๊อปคอร์นมาถือไว้อย่างทุลักทุเลค่อยๆ สาวเท้าเดินไปให้พนักงานฉีกตั๋ว ยิ้มแย้มให้พนักงานคนนั้นที่ส่งยิ้มมาก่อน ก็มาบ่อยจนจำหน้าได้แล้วแหละ ดูหนังทีไรเจอพนักงานคนนี้ทุกครั้งเลย



เดินฉับๆ เข้าโรงหนังที่จะฉายพ่อมดน้อยภาคแปด ฟองฟางเข้ามาก่อนเวลาเลยยังพอมีไฟสว่างๆ ให้ดูทาง คนตัวเล็กวางแก้วน้ำลงก่อนจะหย่อนสะโพกลงบนเก้าอี้สีม่วง แขนซ้ายกอดกล่องป๊อปคอร์นไว้อย่างนั้นแล้วรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปิดเสียงเพราะตอนนี้เสียงแจ้งเตือนดังถี่มากๆ

 

Mutt: พรุ่งนี้ใครจะติวก็มาที่ห้องกู

Yammy: ห้องมึงอ่ะไกล ติวที่หอสมุดได้ป่ะ

Mutt: กิ๊กก็ติวด้วย มึงคิดว่าคนนอกจะเข้าหอสมุดมอเราได้เหรอแยม

Yammy: งั้นบ้านไอ้ฟอง

Mutt: บ้านมึงได้เปล่าล่ะแยม

Yammy: บ้านกูไม่รับแขกจ้า

Mutt: กูคนไทยไม่ใช่แขกอ่ะดิ

Yammy: โห มุกเหี้ยมาก

Mutt: แล้วนี่ไอ้ฟองไปไหนวะ

Yammy: ดูหนังชัวร์ เมื่อกี้กูเห็นมันเช็กอินในไอจีสตอรี่

Mutt: งั้นรอมันมาตอบ

.ff: เออ เดี๋ยวสองทุ่มจะมาอ่านแชตอีกรอบ!

 

แล้วก็รีบกดปิดเครื่องเพราะจู่ๆ ไฟในโรงหนังก็ดับพรึ่บพร้อมกับตัวอย่างหนังเรื่องอะไรสักเรื่องที่ฟองฟางไม่รู้จักปรากฏบนหน้าจอ คนที่ซื้อที่นั่งวีไอพีแถวบนสุดหยิบป๊อปคอร์นเข้าปาก หันซ้ายหันขวาเพื่อมองว่าตอนนี้มีคนอื่นมานั่งในแถวที่เขานั่งอยู่บ้างหรือเปล่า แต่ก็ไม่มี



นัยน์ตาประกายวาววับกะพริบเบาๆ ฟองฟางจดจ่ออยู่กับป๊อปคอร์นและภาพตรงหน้าเป็นอย่างนั้นอยู่หลายนาทีจนกระทั่งรู้สึกว่ามีคนเดินเข้าโรงหนังมาใหม่ ใบหน้าหวานเลยค่อยๆ หันไปมองยังทางที่รู้สึกว่ามีคนเดินอยู่ตรงนั้น แต่กลับต้องชะงักพร้อมกับหัวใจหล่นวูบลงพื้น



ถึงมันจะมืด ถึงจะไม่มีแสงสว่างอะไรนอกจากแสงที่จอ แต่ฟองฟางก็จำได้ดีว่าคนตัวสูงที่เดินถือถังป๊อปคอร์นด้วยมือข้างขวาคือใคร



คนที่ใส่เฝือกแบบนั้น



คนที่ตัวสูงเด่น



คนที่มีใบหน้าเย็นชาแบบนั้น...



เป็นใครอื่นไม่ได้เลยถ้าไม่ใช่ครามสมุทร...คนที่ฟองฟางเหมือนจะคุ้นเคยดี



ครามสมุทรก้มหน้ามองหาตัวเลขของเก้าอี้ อีกฝ่ายนั่งแถวหน้าเลยทำให้ฟองฟางเห็นทุกอย่างชัดเจน เขาคงจะเอ่ยปากทักไปแล้วถ้าครามสมุทรมาดูหนังเรื่องนี้คนเดียว แต่มันไม่ใช่แบบนั้น...เพราะมีผู้หญิงสวยๆ เดินตามหลังครามสมุทรมาติดๆ มือของเธอคนนั้นจับชายเสื้อนักศึกษาที่หลุดออกจากกางเกงไว้แน่น



ฟองฟางขมวดคิ้วยกมือทาบหน้าอกตัวเอง...จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนกับว่าหายใจไม่ค่อยออก ในตอนนี้ป๊อปคอร์นไม่อร่อยสำหรับเขาแล้ว ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะคนข้างหน้าที่กำลังนั่งอยู่กับใครสักคนที่มาด้วยกัน นั่งดูหนังเรื่องที่ฟองฟางชอบที่สุดกับคนอื่น



เขาคงจะกินป๊อปคอร์นและมีสมาธิจดจ่อกับหนังที่ชอบมากกว่านี้ถ้าสองคนนั้นไม่ดูสนิทสนมกันมากเกินไป



มันคงจะดีกว่านี้แน่ๆ ถ้าใครอีกคนที่มากับครามสมุทรไม่เอนศีรษะพิงไหล่กว้างๆ



ในหัวของฟองฟางมีแต่คำถามไปเต็มหมด คำถามหลายอย่างที่ว่ายวนอยู่ในความคิด ฟองฟางหาคำตอบเองไม่ได้เพราะเขาเป็นคนที่ไม่รู้อะไรเลย



ไม่รู้ว่าหนังเรื่องโปรดกำลังฉายอยู่ เขาควรจะแหงนหน้ามองจอมากกว่ามองคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า



ไม่รู้ว่าแอร์ในโรงหนังมันเย็นมากๆ เพราะตอนนี้ข้างในของฟองฟางมันร้อนผ่าวไปหมด



“…ฮึก”



ไม่รู้ว่าน้ำตาของตัวเองไหลออกตอนไหน...



รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ต้องยกมือขึ้นปิดปากเพราะกลัวว่าเสียงสะอื้นของตัวเองจะรบกวนสมาธิคนข้างหน้า



มีอย่างเดียวที่เขารู้ คือเสียงของครามสมุทรที่ลอยวนอยู่ในหัว



‘ค ครามชอบดูหนังมั้ย’

‘ปกติก็ไม่’



มันเป็นคำตอบเดียวที่ฟองฟางไม่กล้าชวนครามสมุทรมาดูหนังเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่ชอบ สุดท้ายแล้วผลลัพธ์มันเลยออกมาเป็นแบบนี้



แบบที่ครามสมุทรมาดูหนังกับคนอื่นทั้งๆ ที่ปกติก็ไม่ชอบดู



คนอื่นสำหรับฟองฟาง



แต่คงเป็นคนสำคัญของครามสมุทร







*****







 

ถึงจะดูหนังไม่รู้เรื่องแต่เขาก็ดูไปอย่างนั้นเพราะเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ครามสมุทรเอนหลังไปกับพนักพิงของเบาะ เหลือบมองคนข้างๆ ที่ถึงแม้ว่าจะมาดูหนังเรื่องโปรดแต่ก็ยังก้มหน้าแอบแชตหาแฟนหนุ่มอยู่ดี



“เบื่อหนังแล้วเหรอครับ”



“ยังๆ แต่กำลังยั่วแฟนอยู่”



“อ่อ”



“เบื่อมั้ยคราม ถ้าเบื่อกลับไปก่อนก็ได้นะ”



“ผมกลับก่อนแล้วเบลจะกลับยังไง”



“แท็กซี่ไง”



“ดึกแล้ว อันตราย”



“งั้นครามก็รอกลับพร้อมกลับพร้อมพี่แหละเนาะ ไหนๆ ก็มานั่งดูเป็นเพื่อนแล้ว”



“ครับ” ครามสมุทรเหลือบมองลูกพี่ลูกน้องที่สนิทกันแวบหนึ่งแล้วหันกลับไปจ้องบนจอหนังเหมือนเดิม



เบลอายุมากกว่าเขาสองปีเรียนอยู่ปีสามในมหาวิทยาลัยชื่อดังที่กรุงเทพฯ เขากับเบลสนิทกันมากเพราะโตมาด้วยกัน ใช่ พอคุณแม่รู้ครามสมุทรแขนหักเลยฝากให้เบลมาดูแลน้องชายในช่วงที่ท่านยังไม่เดินทางมาหา



ความจริงแล้วครามสมุทรดูแลตัวเองได้ แต่เขาขัดคุณแม่ไม่ได้...เบลเองก็เหมือนกัน



แล้วที่ครามสมุทรต้องมาดูหนังทั้งๆ ที่ไม่ได้ชอบเท่าไหร่ก็เพราะเบลนี่แหละที่คะยั้นคะยออยากมาดูแต่งอนกับแฟนอยู่เลยไม่อยากชวนแฟนมาด้วย กลายเป็นว่าเขาต้องมานั่งถือป๊อปคอร์นให้ลูกพี่ลูกน้องที่ไม่สนใจจะกินมันแม้แต่ชิ้นเดียวเพราะกลัวน้ำหนักขึ้น



อือ พอได้มาดูหนังเรื่องนี้มันทำให้เขานึกถึงใครบางคนที่ชอบภาพยนตร์พ่อมดน้อยเรื่องนี้เอามากๆ



“ฮึก...”



ครามสมุทรหันหลังไปมองต้นตอของเสียงที่เขาได้ยินมาตั้งแต่หนังเริ่มฉาย แต่พอหันกลับไปยังที่นั่งแถวบนสุดกลับไม่เจอใคร เขาเห็นแค่แก้วน้ำกับกล่องป๊อปคอร์นที่ยังพูนกล่องถูกลืมทิ้งไว้เท่านั้น ครามสมุทรใช้ตาคมๆ กวาดมองตั้งแต่เก้าอี้ตัวที่หนึ่งของแถวนั้นยันเก้าอี้ตัวสุดท้าย ก่อนจะเห็นแผ่นหลังไวๆ ของคนที่คาดว่าน่าจะเป็นเจ้าของเสียงเมื่อกี้เดินหายไปยังทางเข้า-ออกที่ครามสมุทรกับเบลเดินเข้ามาด้วยกัน



“มองอะไรคราม”



“เปล่า”



ไหล่ข้างซ้ายถูกตีเบาๆ เพราะครามสมุทรหันหน้าชะเง้อคอมองคนที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปจนละสายตา ถึงจะเห็นแค่หลังไวๆ แต่กลับเขารู้สึกคุ้นอย่างบอกไม่ถูก ทรงผมแบบนั้นที่ปลายผมคลอเคลียท้ายทอย หัวกลมๆ แบบนั้น หรือแม้กระทั่งแผ่นหลังที่ดูแล้วสะดุดตาทำให้เขานึกถึงฟองฟาง



ครามสมุทรแค่คุ้น แค่รู้สึกว่าเหมือน...



และไม่รู้ว่าจะใช่ฟองฟางหรือเปล่า แต่ถ้าใช่



ก็คงจะเกิดคำถามตามมาในหัวเขาแล้วล่ะ ว่าทำไมฟองฟางถึงได้ร้องไห้



เขารู้ดีกว่าการใช้โทรศัพท์ในขณะกำลังชมภาพยนตร์เป็นเรื่องที่เสียมารยาท แต่เพราะเก้าอี้ชั้นนี้ไม่มีใครนั่งอยู่นอกจากพวกเขา ครามสมุทรเลยกล้าที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาคนคนนั้นที่อยู่ในความคิดเขาตอนนี้



แต่ว่า...



‘ขอโทษค่ะหมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถ...’



ก็ติดต่อไม่ได้



“คราม พี่ดูไม่รู้เรื่องเลยอ่ะ”



“เหมือนกัน”



“กลับเลยดีมั้ย พี่สงสารครามแล้วเนี่ย ต้องมาทนนั่งดูเป็นเพื่อน”



“กลับเลยก็ได้”



ครามสมุทรรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที เขาคว้ามือเบลที่มัวแต่ทำอะไรชักช้าให้เดินออกจากโรงหนังไปด้วยกัน ครามสมุทรใจร้อนสาวเท้าเร็วทุกฝีก้าวจนเบลเกือบตามไม่ทัน



“รีบขนาดนี้ปล่อยมือพี่ก็ได้นะคราม ตามไม่ทันแล้วเนี่ย”



ไม่รู้ว่าจะตามหาคนที่เขารู้สึกคุ้นเจอหรือเปล่า แต่ระหว่างที่เดินออกจากโรงหนังพยายามติดต่อฟองฟางตลอด ใช่ และผลมันก็ออกมาเป็นเหมือนเดิมคือเขาไม่สามารถติดต่อฟองฟางได้เลย



ถ้าตามที่นี่แล้วไม่เจอ ครามสมุทรคงต้องตามถึงบ้าน



อย่างน้อยๆ ถ้าคนคนนั้นคือฟองฟางจริงๆ ครามสมุทรจะคอยอยู่ข้างๆ



คอยดูแลคนที่กำลังร้องไห้อยู่







*****







 

Kram: ลงมาหาหน่อย

Kram: อยู่หน้าบ้านฟอง

 

คนที่นอนเอาหน้าซุกหมอนน้ำตาอาบแก้มปรือตาแดงก่ำมองโทรศัพท์ที่สั่นและส่งเสียงแจ้งเตือนอยู่อย่างนั้นหลายต่อหลายครั้ง ไม่ใช่แค่เสียงข้อความ แต่มีทั้งเสียงเรียกเข้า เขาไม่อยากจะชะโงกหน้าไปดูเพราะตอนนี้ไม่อยากคุยกับใครทั้งนั้น



อยากอยู่กับตัวเองให้มากๆ อยากทบทวนทุกสิ่งทุกอย่างที่มันเกิดขึ้น



แต่สมองก็โล่ง ไม่มีสมาธิคิดหรือทำอะไรนอกจากนอนคว่ำแล้วร้องไห้อย่างนี้



ยิ่งตอนนี้ฝนตกหนัก อากาศเหงาๆ กับเรื่องราวมากมายที่วนเวียนอยู่ในความคิดทำให้ฟองฟางกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ได้เลย เขาคิดไว้อยู่แล้วว่ายังไงพรุ่งนี้ก็คงต้องหยุดเรียนทั้งๆ ที่มีเรียนไม่กี่วิชา...ฟองฟางไม่กล้าพาตาบวมๆ ไปเรียนหรอก



ขอร้องไห้วันนี้ให้พอ ขอเจ็บแค่วันนี้วันเดียวจริงๆ



ฟองฟางเพิ่งรู้ว่าการแอบรักใครสักคนมันเหนื่อยขนาดนี้ เขาท้อแท้ทุกครั้งเวลาที่ทุกอย่างไม่เป็นดั่งใจ แต่ก็นั่นแหละ เรื่องแบบนั้นมันจะเกิดขึ้นถ้าครามสมุทรไม่ได้ทำตัวเหมือนให้ความหวัง...ฉุดเขาขึ้นไปยืนบนที่สูง มีลมเย็นๆ โบกพัดหน้า ทำให้ยิ้มได้และปล่อยให้ฟองฟางตกลงมาจากที่สูงเอง



อือ แต่ก็ตกลงมาเองจริงๆ เพราะครามสมุทรยังไม่ได้ทำอะไร...ฟองฟางก็เสียหลักซะแล้ว



“ฟองฟาง ลงไปดูข้างหน่อยลูก แม่เห็นเหมือนเพื่อนมายืนรอนะ”



“มัทหรือเปล่าครับแม่”



“น่าจะไม่ใช่...มัทแขนหักเหรอลูก แม่เห็นใส่เฝือกด้วย”



“...” มัทไม่ได้ใส่เฝือก



หรือว่าจะเป็นครามสมุทร



ฟองฟางรีบเงยหน้าขึ้นทั้งที่น้ำตายังไม่หยุดไหล เม้มปากแน่นก่อนปาดน้ำตาออกแล้วมองไปที่ประตู เขากับคุณแม่คุยกันผ่านประตูไม้สีขาว ฟองฟางกลั้นหายใจรอคนที่อยู่นอกห้องพูดต่อ



“ลงมาดูด้วยแล้วกัน ฝนตกหนักเดี๋ยวเพื่อนไม่สบาย”



เสียงฝีเท้าเดินออกจากหน้าประตูห้องดังขึ้นและเงียบไปในที่สุด ฟองฟางกลั้นเสียงสะอื้นของตัวเองรีบลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปตรงหน้าต่าง



มือขาวค่อยๆ แง้มผ้าม่านสีเขียวอ่อนให้เป็นช่องเล็กๆ สำหรับแอบส่อง คิ้วสวยของคนตัวเล็กขมวดแน่น...และสิ่งที่เห็นก็ทำให้ฟองฟางยกมือปิดปาก



ครามสมุทรจริงๆ



ตากลมๆ มองคนตัวสูงที่ยืนกางร่มสีเทาด้วยมือขวา ครามสมุทรหันหน้าเข้ามาในบ้านและเหมือนจะแหงนหน้ามองมาตรงหน้าต่างฟองฟางเลยรีบปิดม่านหันหลังให้กับใครอีกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น หัวใจดวงน้อยๆ ของเขามันเต้นเป็นจังหวะที่เร็วกว่าเดิม



“ฟองฟาง ฝนตกแรงแล้วนะลูก”



มันไม่ได้เต้นเพราะหวั่นไหว



“เปิดประตูให้แม่หน่อยสิ ขอแม่เข้าไปคุยด้วยหน่อย”



แต่มันเต้นเพราะอะไรไม่รู้...



คนตัวเล็กเดินเอื่อยๆ ขยี้ตาไปเปิดประตูให้คุณแม่ ฟองฟางก้มหน้าก้มตาตอนที่หมุนลูกบิดและเปิดเข้ามาตัวเอง ริมฝีปากสีแดงจัดเม้มเข้าหากันเบาๆ เขาไม่กล้าเงยหน้ามองคุณแม่เพราะไม่รู้ว่าจะให้คำตอบเรื่องที่ตัวเองร้องไห้ยังไงดี



ก็ตอนที่มาถึงบ้านฟองฟางน่ะดันวิ่งหนีคุณพ่อกับคุณแม่ ท่านเรียกเท่าไหร่เคาะประตูยังไงก็ไม่ยอมตอบ



เขามันโคตรบ้าเลย



“เป็นอะไรคนเก่ง อย่าบอกนะว่าอินซีรีส์” คุณแม่ถอนหายใจเบาๆ แล้วถามลูกชายคนเดียวด้วยน้ำเสียงนุ่มๆ เพราะๆ ท่านอมยิ้มเล็กน้อยตอนที่เห็นว่าฟองฟางส่ายหัว



“ผมไม่ดูซีรีส์ครับแม่”



“งั้นเข้าไปนั่งกันดีๆ หน่อยไป”



มือนุ่มๆ กุมไหล่ทั้งสองข้างของลูกชายไว้ จับหมุนตัวแล้วพาเดินไปนั่งบนเตียงที่มีหมอนเปื้อนรอยน้ำตา คุณแม่ก้มหน้ามองฟองฟาง ประคองกรอบหน้าหวานๆ ขึ้นให้เงยหน้าสบตากัน



“ไปทะเลาะกับใครมา”



“ไม่ได้ทะเลาะครับ”



“เพราะเพื่อนที่มารอลูกอยู่หน้าบ้านใช่มั้ย”



“...”



“ตอนนี้ฝนตกหนักนะฟองฟาง ถ้ายังไม่พร้อมคุยจะให้แม่บอกให้เพื่อนลูกกลับไปเลยดีมั้ย”



ฟองฟางส่ายหน้า เขาไม่รู้จริงๆ ว่าตอนนี้ควรจะทำยังไงดี ไอ้อาการงี่เง่าของตัวเองเมื่อไหร่จะหายไปก็ไม่รู้...ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้เลย



ครามสมุทรไม่ผิด...เขาเองนั่นแหละที่ผิด



“แม่ไม่รู้นะว่าฟองกับเพื่อนมีปัญหาอะไรกัน สมมติถ้าทะเลาะกันแล้วเพื่อนลูกมายืนรออย่างนี้...ควรให้โอกาสตัวเองและเขานะลูก”



“...แล้วถ้าไม่ได้ทะเลาะละครับ”



“...”



“แต่ผม...งี่เง่าไปเอง”



คุณแม่แย้มยิ้มกว้างๆ ให้ลูกชายที่ดูเหมือนว่าน้ำตาจะคลอเบ้าพร้อมไหลอาบแก้มอีกครั้ง ใช้ฝ่ามือนุ่มๆ ลูบผมของฟองฟางเบาๆ จนสุดท้ายคนตัวเล็กก็โผเข้าอ้อมกอดคุณแม่แล้วปล่อยโฮ



“งั้นฟองให้โอกาสเขาหน่อยได้มั้ย เขาอาจจะไม่รู้เลยว่าตัวเองทำอะไรผิด”



“...”



“ฟองฟางคนเก่ง”



“แม่พาเขาเข้ามาในบ้านได้มั้ยครับ”



“จ้ะ”



“แต่ฟอง...ไม่ลงไปนะ”



“...”



ฟองฟางค่อยๆ ขยับออกจากอ้อมกอดอุ่นๆ คนตัวเล็กก้มหน้าก้มตาเอื้อมหยิบกระเป๋าเป้ที่พิงอยู่ข้างๆ เตียงก่อนจะเปิดกระเป๋าแล้วหยิบถุงยาจากโรงพยาบาลออกมายื่นให้คุณแม่



“ฝากให้เขาด้วยนะครับ...ครามน่าจะยังไม่ได้กินยาของมื้อเย็น”



“ลงไปให้เองดีกว่ามั้ย”



“แม่...” ทำตาละห้อยแล้วทำเสียงง้องแง้ง ตอนนี้ฟองฟางไม่พร้อมเจอจริงๆ เพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะแสดงด้านแย่ๆ ให้ครามสมุทรเห็นหรือเปล่า



ก็ครามสมุทรไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย มีแต่เขานั่นแหละที่งี่เง่าไปเอง



“ก็ได้ๆ เดี๋ยวแม่เอายาลงไปให้” ฟองฟางยกมือไหว้คุณแม่ ขอบคุณที่ท่านเข้าใจความรู้สึกของเขา



“แต่ถ้าเพื่อนฟองอยากจะขึ้นมาหา แม่ห้ามไม่ได้นะ”



“คงไม่หรอกครับแม่”



ก็ไม่ได้สำคัญขนาดนั้น...ครามสมุทรคงไม่ขึ้นมาหรอก



“อย่าล็อกประตูแล้วกันล่ะ”







*****





 

ไฟในบ้านเดี่ยวสองชั้นปิดหมดทุกดวงแล้ว มีแต่แสงจากเสาไฟฟ้าที่ทำให้เห็นถนนเส้นเล็กๆ ของหมู่บ้าน คนตัวสูงนอนฟังเสียงฝนอยู่บนโซฟาสีครีม รู้ว่าตอนนี้ตีสองแล้ว แต่เขายังนอนไม่หลับ



‘นอนที่นี่ก่อนนะลูก ดึกแบบนี้กลับบ้านคนเดียวอันตรายจะตาย’

‘เอาชุดนอนพ่อไปใส่ก่อนก็ได้...ฟองฟางโกรธง่ายหายเร็ว เดี๋ยวใจอ่อนก็ลงมาแล้ว’



เขาก็รอให้ฟองฟางหายโกรธทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าโดนโกรธเรื่องอะไร ไม่รู้ใช่เรื่องเดียวกันกับในความคิดเขาหรือเปล่า



ใช่ ตอนนี้ครามสมุทรนอนอยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้านฟองฟาง เขาสารภาพกับพ่อแม่ของฟองฟางไปแล้วว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นกับความรู้สึกของเขาบ้าง และบอกไปตามตรงสำหรับเรื่องของวันนี้ เรื่องที่เขาไม่มั่นใจว่าคนคนนั้นใช่ฟองฟางหรือเปล่า...แต่ตอนนี้เหมือนจะมั่นใจได้แล้ว



ครามสมุทรส่งข้อความหาฟองฟางตลอด สาบานว่าเขาไม่เคยทำแบบนี้กับใครทั้งนั้น ครามสมุทรไม่เคยพิมพ์หาใครบ่อยๆ เท่าฟองฟาง ไม่เคยอยากคุยกับใครเท่าฟองฟางอีกแล้ว

 

Kram: อยู่ชั้นล่าง

Kram: ลงมาหาหน่อยได้มั้ย

 

เขาส่งไปเมื่อชั่วโมงที่แล้ว

 

Kram: จะรอนะ

 

ทุกข้อความขึ้น read เขารอให้ฟองฟางตอบทุกวินาทีจนตอนนี้แต่ก็ไม่



ครามสมุทรสั่งตัวเองให้หลับตาและนอนหลับไป แต่ร่างกายไม่ทำตามที่สมองสั่ง เขาเป็นแบบนี้ตลอดนั่นแหละ ถ้ามีอะไรค้างคามักจะนอนไม่หลับ ในหัวของเขาคิดแค่ว่าจะขึ้นไปหาฟองฟางเลยดีมั้ย แต่คงขึ้นไปรบกวนเปล่าๆ เพราะตอนนี้ก็ดึกแล้ว...ครามสมุทรเลยได้แต่นอนอยู่ตรงนี้ มองเพดานท่ามกลางความมืดไปอย่างนั้น จนกระทั่ง...



ตึ่ง ดึ้ง



ครามสมุทรรีบหยิบโทรศัพท์ที่ถือติดมือไว้ตั้งนานแล้วขึ้นมาดู เขาตื่นเต้นเพราะเสียงแจ้งเตือนนั้นต้องเป็นข้อความของฟองฟางแน่ๆ



เพราะฟองฟางคือคนเดียวที่ครามสมุทรเปิดเสียงแจ้งเตือนทุกอย่างไว้

 

.ff: ขอโทษนะคราม

.ff: ฝันดีนะ

Kram: ฟองฟาง

Kram: โทรหาได้มั้ย

.ff: ดึกแล้ว

Kram: ครับ

Kram: ขอโทษ

 

ขอโทษสำหรับทุกๆ อย่างที่ทำให้ฟองฟางรู้สึกไม่ดี

 

.ff: ฝันดีนะ

 

ตาคมจ้องหน้าจอโทรศัพท์ค้างไว้อย่างนั้น



เขารู้ว่าฟองฟางคงนอนไม่หลับเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นคงไม่ตอบกลับข้อความดึกดื่นขนาดนี้ หรือไม่...อาจจะแค่สะดุ้งตื่น



แค่นี้ก็พอแล้วแหละ เขาคิดว่าฟองฟางคงยังไม่พร้อมที่จะเจอหน้ากัน เขาให้เวลาฟองฟางหลบหน้าก็ได้ แต่นับจากนี้ไป...



ฟองฟางจะไม่มีโอกาสได้หลบหน้าเขาอีกเลย

 

Kram: ฝันดีครับ

 

และครามสมุทรจะไม่ปล่อยให้ทุกอย่างมันค้างคาเหมือนวันนี้อีกต่อไป














#ฟองฟางครามสมุทร





ออฟไลน์ Gokusan

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 799
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +269/-1
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 14 - up 1.2.62
«ตอบ #61 เมื่อ01-02-2019 23:39:37 »

แง~~~ ป้าจะนอนแล้ว แต่เด็กๆ ยังนอนไม่หลับกันเลย...ป้าค้างคามากลูก

น้องฟางลงมาเคลียร์ หรือเจ้าครามขึ้นบ้านไปหาเลยไป๊...ป้าลุ้นอยู่ลูก แต่ตาจะปิดแล้ว เจอกันใหม่พรุ่งนี้เช้านาจา ^^"

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 14 - up 1.2.62
«ตอบ #62 เมื่อ02-02-2019 00:09:50 »

 :pig4: :pig4: :pig4:

นี่คือ...คุณแม่ไฟเขียวให้  ใช่ไหมจ๊ะนุ้งฟาง  อิอิ

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8219
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 14 - up 1.2.62
«ตอบ #63 เมื่อ02-02-2019 00:47:36 »

เฮ้อออ  คุยกันก็จบแระ

ออฟไลน์ HappyYaoi

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 165
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 14 - up 1.2.62
«ตอบ #64 เมื่อ02-02-2019 01:35:24 »

น้องฟองลูก น่าเอ็นดู

ออฟไลน์ O-RA DUNGPRANG

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1786
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +50/-5
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 14 - up 1.2.62
«ตอบ #65 เมื่อ02-02-2019 07:23:45 »

โอ๋ โอ๋ นะฟองฟาง  :กอด1: :กอด1: :กอด1:

ออฟไลน์ Swanlee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0
{ yaoi } • Loud & Clear - 15 - up 2.2.62
«ตอบ #66 เมื่อ02-02-2019 11:08:37 »

15



ในโลกที่มีแต่เรา

หนาว...แต่อบอุ่นเพราะกอดของคุณ

 



ขอบคุณที่ฝนยังตก เพราะมันทำให้มั่นใจว่าเสียงของสายฝนกับฟ้าร้องดังจะช่วยกลบเสียงฝีเท้าของเขาเอาไว้ มือขาวจับราวบันไดแล้วชะโงกหน้ามองผ่านความมืดเข้าไปในห้องนั่งเล่นที่มีใครบางคนยึดพื้นที่ตรงนั้นไว้ แพขนตางอนๆ เคลื่อนไหวตามเปลือกตาที่กะพริบ ฟองฟางกัดปากตัวเองแน่น...ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงมายืนอยู่ตรงนี้ทั้งๆ ที่ก็ดึกมากแล้ว



หรือเพราะหัวใจของเขาอยู่ในห้องนั่งเล่น สมองเลยสั่งให้ร่างกายลงมาเก็บหัวใจกลับไปด้วย



เฮ้อ



คนที่อยู่ในชุดนอนสีครีมเอาคางวางไว้บนหลังมือ มองจากตรงนี้ไม่เห็นหรอกว่าครามสมุทรอยู่ตรงไหน แต่ถ้าเดาก็คงเป็นตรงโซฟา ที่ฟองฟางรู้ว่าครามสมุทรยึดพื้นที่ตรงนั้นก็เพราะเมื่อหลายชั่วโมงที่แล้วคุณแม่มาเคาะประตูบอกว่าเพื่อนของเขาจะค้างด้วยคืนหนึ่ง ในห้องนั่งเล่นนั่นแหละ



ฟองฟางรู้สึกว่าตัวเองเหนื่อยกับความคิดของตัวเองเอามากๆ สมองมันตีกันระหว่างลงไปหากับไม่ลงมา...ก็นั่นแหละ ยอมรับแต่โดยดีว่าฟองฟางหายงี่เง่าตั้งแต่รู้ว่าครามสมุทรมาหาที่บ้านแล้ว แต่ที่ไม่ยอมลงมาเจอเพราะยังไม่รู้ว่าจะจัดการยังไงกับดวงตาของตัวเองที่มันบวมช้ำขนาดนี้



ถ้าครามสมุทรเห็นเดี๋ยวก็ถูกถามยาวเหยียดอีก



แล้วฟองฟางก็ไม่รู้ด้วยว่าจะหาคำตอบให้ครามสมุทรได้ยังไง



ถ้าให้ตอบความจริง...ไม่ได้หรอก



สุดท้ายคนที่วุ่นวายอยู่กับความคิดของตัวเองก็มายืนเกาะราวบันไดทำหน้ามุ่ยอยู่ตรงนี้จนได้ ฟองฟางเพิ่งอ่านแชตล่าสุดของครามสมุทรเสร็จเมื่อห้านาทีที่แล้ว และก็เพิ่งรู้ตัวเองโคตรจะทำตัวให้ครามสมุทรรู้สึกลำบากใจกับอารมณ์งี่เง่าที่เกิดขึ้น



ฟองฟางค่อยๆ ก้าวลงบันไดทีละขั้น นึกถึงข้อความที่ครามสมุทรส่งมา...เขาจำได้หมดและรับรู้ได้ถึงความเป็นห่วงเป็นใยจากครามสมุทร ทุกประโยคมันทำให้เขาฝันไปไกลจริงๆ



ถ้าวันนี้ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นที่โรงหนัง...ฟองฟางคงไม่ต้องหลบหน้าครามสมุทรแบบนี้



รู้ตัวอีกทีคนที่จมกับความคิดก็ก้าวเท้ามาหยุดอยู่ในโซนห้องนั่งเล่นของบ้านซะแล้ว เขาเหมือนถูกสะกดจิตให้เดินมาเพื่อมองใครอีกคนที่นอนอยู่บนโซฟา ฟองฟางประหม่าทั้งๆ ที่เป็นบ้านของตัวเอง แต่กลับรู้สึกว่าไม่ควรที่จะมายืนอยู่ตรงนี้เลยสักนิด



ครามสมุทรหลับอยู่...แล้วการมายืนมองคนอื่นหลับก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรทำเลย



คนตัวเล็กเลยหมุนตัวเตรียมสาวเท้าเดินกลับห้อง แต่ว่า...



“ฟอง”



คนที่นอนอยู่ลืมตาขึ้นในความมืด เสียงทุ้มๆ เปล่งเรียกชื่อเขา



“...ครามยังไม่นอนเหรอ” ถามไปแบบนั้นเพราะสมองสั่งให้พูดอะไรสักอย่าง



ครามสมุทรค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง แล้วเอื้อมมือกดเปิดโคมไฟตั้งโต๊ะที่คุณแม่ซื้อมาจากประเทศจีนเมื่อหลายเดือนก่อน พอมีแสงสว่างฟองฟางก็เห็นครามสมุทรชัดขึ้นกว่าเดิม และนั่นก็ยิ่งทำให้ฟองฟางไม่กล้าจะขยับตัวไปไหนเลย



คนตัวสูงลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินตรงมาที่เขา ครามสมุทรไม่ได้เคลื่อนไหวรวดเร็วจนฟองฟางกลัว แต่อีกฝ่ายค่อยๆ เข้ามาหา ทุกก้าวเดินของครามสมุทรมาพร้อมกับใบหน้ายุ่งๆ ของเขา คิ้วเข้มๆ ขมวดแน่นอยู่ตรงเวลา และพอห่างกันไม่กี่เซนติเมตร...ฟองฟางก็ไม่กล้าเงยหน้ามองอีกคน



“นอนไม่หลับ”



“อื้อ เหมือนกันเลย” อ้อมแอ้มตอบความจริงขณะที่ตัวเองก็ยืนก้มหน้ามองมือสองข้างที่บีบกันแน่น



“อือ”



“...”



“ถ้ามีอะไรคาใจอยู่จะนอนไม่หลับ”



“เหรอ...เราก็เป็น”



“คุยกันหน่อยมั้ย”



ฟองฟางเงยหน้ามองคนตัวสูงด้วยแววตาตื่นๆ เหมือนเด็กที่กำลังถูกสอบสวนความจริงอะไรสักอย่าง มองลึกเข้าไปในตาคมๆ ที่ดูอ่อนโยนและอบอุ่น ไม่นิ่งหรือเย็นชาเหมือนเมื่อก่อน



“อื้อ”



พยักหน้าหงึกตอบคนตัวสูงไม่ทันไรไหล่แคบๆ ของตัวเองก็ถูกครามสมุทรดันให้เดินไปนั่งบนโซฟาด้วยกัน



ฟองฟางเป่าลมออกปาก สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และค่อยผ่อนออกเงียบๆ นั่งห่อไหล่บนโซฟาที่มีครามสมุทรนั่งอยู่ด้วย



“นึกว่าจะไม่ลงมา”



“เรารู้สึกเหมือนจะไม่สบาย”



“ป่วยเหรอ”



“อื้อ” ป่วยที่ใจน่ะนะ



“กินยาหรือยัง”



“ยัง เดี๋ยวมันก็คงหาย”



“อือ”



“...”



“เมื่อเย็นดูหนังสนุกมั้ย”



“รู้ได้ไงว่าเราไปดูหนังมา”



ฟองฟางขมวดคิ้ว หันหน้ามองครามสมุทรที่จ้องเขาอยู่ก่อนแล้ว สายตาของครามสมุทรตอนนี้เป็นอะไรทำให้เขารู้สึกอยากจะร้องไห้ขึ้นมาอีกครั้งจริงๆ



“ก็เจอ”



“...”



ถึงฟองฟางจะไม่เคยมีแฟนมาก่อน แต่ก็รู้สึกได้ว่าแววตาแบบนั้น...เหมือนครามสมุทรกำลังพยายามง้อกันอยู่เลย



ดูตัดพ้อ ดูอ้อนวอนยังไงก็ไม่รู้



“...ไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ จริงๆ มันสนุกแต่ว่า...”



“วันนี้ไปดูมาเหมือนกัน กับพี่สาว”



พี่สาว...



แต่จู่ๆ ฟองฟางเม้มปากจ้องตาคนที่กำลังขยับปากพูด ตอนนี้เหมือนกับว่า...ใจกำลังลอยไปที่ไหนสักที่เลย



ไม่ใช่ไม่เชื่อว่าที่ครามสมุทรพูดเป็นเรื่องโกหก แต่ที่ฟองฟางรู้มาตลอดก็คือ...ครามสมุทรเป็นลูกชายคนเดียว



“...”



“วันนี้ร้องไห้ทำไม”



คนถูกถามตรงๆ ทำอะไรไม่ถูก ฟองฟางได้แต่ยิ้มแล้วส่ายหน้าเบาๆ เพราะไม่รู้จะตอบไปว่าอะไรดี เหมือนครามสมุทรรู้เลยว่าวันนี้เขาร้องไห้ ร้องตั้งแต่ในโรงหนังจนกลับบ้าน



“รู้ได้ไง”



“บอกแล้วว่าเห็น แล้วตาบวมขนาดนี้” เขาชี้มาที่ดวงตาของฟองฟางให้รู้ว่ามีหลักฐานให้เห็นคาตา



“เครียดๆ เรื่องสอบ...เราควรจะอ่านหนังสือมากกว่าแต่ก็ยังไปดูหนัง”



“เลยไม่ตอบแชต โทรไปก็ไม่รับ”



“คราม...” เรียกชื่ออีกคนด้วยน้ำเสียงเบาแผ่ว อ่อนใจกับครามสมุทรจริงๆ



“ครับ”



“มีพี่สาวด้วยเหรอ...สวยจัง” ยิ้มแห้งๆ แล้วกลั้นใจถามไปแบบนั้นเพราะอยากรู้จริงๆ ฟองฟางเองก็ไม่ให้อะไรมันค้างคาใจนานเท่าไหร่ แอบชอบก็ส่วนแอบชอบ อยากรู้เรื่องครามสมุทรก็ส่วนของความอยากรู้อยากเห็น จะว่าก้าวก่ายก็ได้ ตอนนี้ในฐานะอะไรฟองฟางก็ไม่อยากจะสนใจแล้ว



ก็ครามสมุทรพูดก่อนนี่นาว่าไปดูหนังกับพี่สาว



“ลูกพี่ลูกน้อง แม่ให้มาดูอาการเฉยๆ”



“...”



“พี่สาวมีแฟนแล้ว”



“...”



“สบายใจได้หรือยัง”



“ส สบายใจอะไร…”



“ที่ร้องไห้ไม่ใช่เรื่องเพราะเรื่องนี้?”



“เฮ้ย! บ้าแล้ว...ก็บอกอยู่ไงว่าเครียดเรื่องสอบ”



ฟองฟางเลิ่กลั่กปรับอารมณ์ตัวเองไม่ทันเพราะถูกครามสมุทรพูดแทงใจดำเข้าให้ คนตัวขาวรีบก้มหน้ามองพื้นหลบซ่อนแววตาที่ลุกลี้ลกลนของตัวเอง กลัวถูกจับได้ว่าที่ร้องไห้ก็เพราะเรื่องนี้ กลัวว่าเขาจะรู้ว่าตัวเองโคตรจะงอแงขนาดไหน



“ปกติไม่เห็นเครียดขนาดนี้”



“คราม จะเอาให้ได้เลยใช่มั้ยเนี่ย”



“เอาอะไร”



“เออ ยอมรับก็ได้...ก็ร้องไห้เพราะครามนั่นแหละ” อ้อมแอ้มบอกความจริงแล้วเม้มปากแน่น



ยอมรับกันดื้อๆ แบบนี้เลยแหละ...ไม่อยากโกหกตัวเองกับครามสมุทรอีกต่อไปแล้ว ฟองฟางเบื่อตัวเองเหมือนกัน หงุดหงิดตัวเองที่ทำอะไรแบบนี้จนอยากจะทึ้งหัวแรงๆ อยู่แล้ว



และนั่นก็ทำให้ครามสมุทรยิ้ม



“ใครจะไปรู้ว่ามีพี่สาว...แยมไม่เห็นบอกเลย”



“แยมจะไปรู้อะไร”



ก็แยมสืบประวัติให้ไง

ครามนั่นแหละที่ไม่รู้อะไรเลย



ครามสมุทรขยับเข้ามาใกล้ คล้องแขนแกร่งข้างขวาโอบไหล่ฟองฟางไว้หลวมๆ คนที่ถูกกอดก็นั่งนิ่งๆ อยู่ในอ้อมกอดอุ่นๆ นั่นแหละ นั่งฟังเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นแรงแข่งกับฝนที่ตกลงมา



คนตัวสูงโน้มตัวเล็กน้อย แนบหน้าผากบนคอขาวๆ ของฟองฟาง เขาหลับตาลงแล้วหายใจเข้าออกเบาๆ ครามสมุทรนั่งนิ่งๆ อยู่อย่างนั้น เหมือนครามสมุทรกำลังคิดอะไรสักอย่างแต่ยังไม่พูดออกมาสักที



ก็รอฟังอยู่ถึงได้รู้



“ฟอง คราวหลังไม่เอาแบบนี้” น้ำเสียงเหนื่อยๆ ของครามสมุทรดังขึ้นใกล้ๆ



“...”



“สงสัยก็ถาม จะได้ไม่คิดไปเอง”



“ครามจะตอบหรือไง”



“ตอบอยู่แล้ว”



“ถ้าสงสัยบ่อยๆ จะไม่รำคาญเราใช่มั้ย”



“ฟอง สงสัยมาเถอะ”



ฟองฟางกลั้นยิ้มเพราะเสียงทุ้ม จากที่อยู่ในโหมดวุ่นวายใจก็เหมือนจะหลุดออกจากตรงนั้นมาได้เพราะตัวเองยอมบอกความรู้สึกให้ครามสมุทรรับรู้



ครามสมุทรเองก็ดูสบายใจเหมือนกัน



“แล้วทำไมไปดูหนังคนเดียว ไม่เห็นชวน” เสียงนิ่งๆ ที่ปนตัดพ้อหน่อยๆ ของครามสมุทรทำเอาฟองฟางหัวเราะเบาๆ



ครามสมุทรเท่านั้นแหละที่ทำให้ฟองฟางยิ้มได้ หัวเราะได้ และเศร้าได้



“ก็ปกติครามไม่ค่อยชอบดูหนังไม่ใช่เหรอ...ใครจะกล้าชวน”



“ทำไมไม่ลองชวนดูก่อน”



“ถ้าชวนแล้วจะไปเหรอ”



“อือ”



“...”



“ถ้าฟองชวน ชอบหรือไม่ชอบก็ไปด้วยอยู่แล้ว”







*****









“สรุปมึงจะอ่านหนังสือหรือว่าจะนั่งยิ้ม”



“ไหนเอามาดูดิ ในโทรศัพท์มึงมีอะไรให้น่ายิ้ม”



“เรื่องอะไรอ่ะ ขอมีความลับบ้างดิ”



บุ้ยปากบอกแยมที่ชะเง้อคอจากฝั่งตรงข้ามเพื่อมองจอโทรศัพท์ของฟองฟาง พอถูกปฏิเสธไม่ให้มองแยมก็เบะปากใส่



“มองตามึงก็รู้แล้วฟอง ความลับไม่มีในโลก” มัทที่นั่งอยู่ซ้ายมือของฟองฟางพูดขึ้นแล้วหันไปพยักหน้าเออออกับแยม เข้ากันได้ดีจริงๆ ตอนที่จะแกล้งฟองฟางเนี่ย



“ตั้งใจหน่อยนะมึง แคลคูลัสที่รักของมึงสอบก่อนวิชาแรกเลย เดี๋ยวสอบไม่ได้ก็มาง้องแง้งใส่กูอีก”



“กูไม่หวั่นกับแคลแล้วแยม ความรู้เต็มสมอง”



ยักคิ้วตอบอย่างมั่นใจจริงๆ เพราะว่าเมื่อหลายวันก่อนครามสมุทรติววิชาที่ยากที่สุดให้ฟองฟางแล้ว แล้วก็เหมือนกับว่าเย็นนี้จะมีแววได้ไปทบทวนก่อนสอบจริงกับติวเตอร์ครามสมุทรอีกครั้งด้วย

 

Kram: ติวก่อนหรือดูหนังก่อน

 

ก็นั่นแหละ เหตุผลที่ทำให้ฟองฟางยิ้มหน้าแป้นไม่ยอมอ่านหนังสือสักที

 

.ff: ต้องดูก่อนมั้ยอ่า หนังสองชั่วโมงกว่าๆ

 

ครามสมุทรส่งแชตมาหาเขาตั้งแต่เช้าว่าจะชวนไปดูหนังด้วยกัน ก็เรื่องเดิมที่ฟองฟางชอบนักชอบหนานั่นแหละ ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์กว่าๆ แล้วครามสมุทรเพิ่งจะเอ่ยปากชวน...ก่อนหน้านั้นคนตัวสูงสั่งไว้ด้วยว่าอย่าเพิ่งไปดูหนังกับใคร รอถอดเฝือกก่อนแล้วจะเป็นฝ่ายชวนไปดูเอง

 

Kram: ทำอะไรอยู่

Kram: ถ่ายรูปให้ดูหน่อย

.ff: เฮ้ยยย ทำไมต้องถ่าย 55555

Kram: อยากเห็น

.ff: แลกกันสิ

Kram: อือ

Kram: ฟองส่งมาก่อน

 

เหมือนคนคบกัน เหมือนเป็นแฟนกันเลยจริงๆ นะ ._.



สาบานได้ว่ากับเพื่อนสนิทอย่างแยมกับมัทก็ไม่เคยสั่งให้ฟองฟางถ่ายรูปยืนยันว่าทำอะไรอยู่ที่ไหน แต่กับครามสมุทรแทบต้องรายงานต้องแชร์กันตลอด เหมือนระหว่างฟองฟางกับครามสมุทรมีอะไรที่พิเศษกว่านั้น แต่จริงๆ สถานะตอนนี้ฟองฟางก็เป็นแค่เพื่อนของครามสมุทร...ส่วนครามสมุทรก็เป็นคนที่ฟองฟางรู้สึกดีๆ ด้วยอยู่เสมอ



ตากลมๆ เหลือบมองเพื่อนสองคนที่ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือกันอย่างเอาจริงเอาจัง ฟองฟางค่อยๆ ตั้งโทรศัพท์ให้อยู่ในมุมที่จะสามารถถ่ายรูปสวยๆ ส่งให้ครามสมุทรได้ เจ้าตัวไม่ได้จัดแจงชีทที่วางตรงหน้าปล่อยให้มันรกๆ แบบนั้นแล้วกดชัตเตอร์ไป



“อ่านหนังสือสอบแค่นี้ต้องถ่ายรูปเลยว่างั้น” เพราะไม่ได้ปิดเสียงไว้ตอนที่ถ่ายรูปเลยมีเสียงแชะออกมา ฟองฟางเลยถูกแยมแขวะ



“แยมก็ถ่าย เมื่อกี้เห็นนะ”



“กูถ่ายอัพเดตให้แฟนจ้า แต่มึงน่ะถ่ายเอาไปรายงานใครเหรออออ”



“ครามสมุทรเปล่าจ๊ะน้องฟอง”



“งื้ออออ อะไรกันน้า ไม่ใช่แฟนแต่ก็ไม่ใช่เพื่อน”



“ตั้งแต่ถอดเฝือกก็ไปรับไปส่งกันทุกวันเลยนะเว้ย”



“มั่วแล้วพวกมึงเนี่ย ไม่ใช่ทุกวันสักหน่อย”



มองค้อนแยมกับมัทที่เอาแต่ล้อ ทำตาดุๆ ใส่เพื่อนกลบอาการเขินจนหน้าร้อนของตัวเองไปงั้น ฟองฟางไม่พูดอะไรมากเพราะเดี๋ยวพวกนั้นก็เอาไปแซวกันสนุกปากอีก ตอนนี้เลยก้มหน้างุดไปกับกองชีท มือก็กดโทรศัพท์ยิกๆ ตอบแชตใครอีกคนที่ถูกพูดถึงเมื่อกี้นี้ด้วย

 

.ff: ส่งแล้วๆ

.ff: (send a photo)

Kram: ไม่เห็นหน้า

.ff: อ้าว ต้องเห็นหน้าด้วยเหรอ

Kram: อือ แบบนี้

Kram: (send a photo)

 

“...”



ส่งสติ๊กเกอร์หมีทำหน้าแดงยืนบิดเขินๆ ไปแล้วก็นั่งอมยิ้มจนแก้มป่องอยู่อย่างนั้น ฟองฟางไม่กล้าจ้องรูปถ่ายที่อีกฝ่ายส่งมาให้ เพราะว่ารูปนั้นเป็นรูปเซลฟี่ของครามสมุทรเอง...



อะไรดลใจให้ครามสมุทรส่งรูปตัวเองมาแบบนั้นก็ไม่รู้ ฟองฟางกลั้นใจเปิดดูรูปของครามสมุทรอีกครั้งแล้วผลก็เป็นแบบเดิมคือเขินจนหน้าแดงยิ้มจนแก้มปริ ฟองฟางแพ้ความหล่อทะลุจอของครามสมุทรมากๆ เลย

 

Kram: ฟองฟาง

 

แล้วก็ชอบเรียกชื่อเล่นเต็มๆ อีกแล้ว

 

.ff: เพื่อนอยู่เต็มเลย ไม่กล้าถ่าย ._.

.ff: ส่งรูปมาให้น่าเอาไปแปะในเพจมหา’ลัยนะเนี่ย สาวกรี๊ดตรึมแน่

Kram: ไม่หวงก็ลองดู

 

“...”



เหมือนจะเป็นบ้าอยู่คนเดียวเพราะครามสมุทรแท้ๆ ฟองฟางนั่งกำมือเม้มปากแน่น กลั้นยิ้มรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้

 

.ff: จะหวงได้ไง ไม่ได้เป็นแฟนครามสักหน่อย

 

ล้อเล่นนะ...



ฟองฟางอยากกดยกเลิกข้อความแต่ก็ต้องชะงักเพราะข้อความที่เขาส่งขึ้น Read แล้ว คนตัวขาวลังเลอยู่อย่างนั้น ไม่รู้ว่าสิ่งที่พิมพ์ไปจะสร้างความลำบากให้ครามสมุทรหรือเปล่า เลยตัดสินใจยกเลิกข้อความไป

 

ยกเลิกข้อความแล้ว

Kram: มาเป็นมั้ยล่ะ

Kram: อยากให้มีคนคอยหวงอยู่เหมือนกัน

 

ปึง ปึง ปึง!



“เชี่ยฟอง มึงทุบโต๊ะทำไม”



“แล้วเป็นเหี้ยอะไรหน้าแดงขนาดนั้น”



“มัทแยม...”



ฟองฟางเบะปากทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ มือขาวๆ ยกขึ้นกุมอกซ้ายของตัวเอง ในใจมันเต้นโครมครามแรงจนฟองฟางแทบนั่งอยู่ตรงนี้ไม่ไหว



“เป็นอะไรของมึงเนี่ย...” แยมจ้องคนที่นั่งตรงข้ามอึ้งๆ บอกตามตรงว่าไม่มีใครเคยเห็นฟองฟางในมุมแบบนี้มาก่อนเลยตกใจ



เขินอะไรเบอร์นั้นก็ไม่รู้



“เหมือนจะหายใจไม่ออกเลยแยม”



บอกแบบนั้นแล้วก็ฟุบหน้าลงบนกองชีท ยิ้มกว้างคนเดียวไม่ให้เพื่อนอีกสองคนที่นั่งอยู่ด้วยกันเห็น ฟองฟางในตอนนี้เหมือนสติหลุดไปแล้ว...หลุดไปอยู่กับครามสมุทรแล้วแหละ

 

Kram: ยังไง เงียบเลย

 

อือ ถ้าบอกขนาดนี้แล้ว...

ก็รับผิดชอบความรู้สึกของเราด้วยนะคราม .__.







*****







 

ฟองฟางกะพริบตาปริบๆ อยู่ในโรงหนังมืดๆ ที่มีแสงสว่างจากจอเท่านั้น ภาพยนตร์สุดโปรดเรื่องเดิมที่เคยมาดูแล้ว (แต่ดูไม่รู้เรื่อง) ฉายอยู่ตรงหน้าฟองฟางอีกครั้ง ความจริงตอนนี้ก็ดูไม่รู้เรื่อง...จนจะจบเรื่องแล้วฟองฟางยังจับใจความอะไรไม่ได้เลย



ไม่ใช่เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ดีนะ แต่เพราะกลิ่นจากตัวครามสมุทรนั่นแหละ...เป็นกลิ่นหอมๆ เฉพาะตัวที่ทำให้ฟองฟางปั่นป่วน ไม่มีสมาธิกับอะไรทั้งนั้น



“ออกไปซื้ออีกถังมั้ย”



“หือ”



“กินเก่ง” บอกแบบนั้นแล้วเคาะเบาๆ บนปากถังป๊อปคอร์นที่เหลือก้นถัง



ฟองฟางหันมองคนข้างๆ ที่เอียงคอจ้องหน้าเขาอยู่ก่อนแล้ว ครามสมุทรเลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วหยิบป๊อปคอร์นเข้าปาก เคี้ยวโชว์ให้ฟองฟางดู



“พูดอย่างกับว่าเรากินคนเดียว”



ฟองฟางคว้าถังป๊อปคอร์นที่อยู่ในมือของครามสมุทรมากอดไว้เอง ก็อยากหาว่ากินเก่งทั้งๆ ที่ครามสมุทรนั่นแหละที่กินเก่งยิ่งกว่าฟองฟางซะอีก



คนตัวขาวเหลือบมองร่างสูงที่เอนศีรษะพิงพนักพิงด้วยท่าทางสบายๆ ครามสมุทรไหวไหล่เล็กน้อยหลังจากที่ฟองฟางแย่งถังป๊อปคอร์นมากอดไว้ ตอนนี้เขายิ้มจนเมื่อยแก้มไปหมดแล้ว บอกตามตรงเลยว่าฟองฟางไม่เคยเห็นครามสมุทรในมุมแบบนี้มาก่อนเลย



มุมที่ดูสบายๆ เรื่อยๆ ไม่นิ่งเฉยกับสิ่งรอบกาย แต่ตอบสนองกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น



“สนุกหรือไม่สนุก เห็นนั่งนิ่งๆ” แล้วก็พูดเยอะขึ้นกว่าเดิมมาก



ฟองฟางก้มหน้าผงกหัวให้คนถาม หนังเรื่องนี้สนุกจริงๆ นะ แต่แค่ดูไม่รู้เรื่องเพราะมีครามสมุทรมานั่งใกล้ๆ ทำให้เขิน เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวอยู่อย่างนี้เท่านั้นเอง



แล้วก็...ขอจิ้มตาตัวเองได้มั้ยวะเนี่ย



ฟองฟางรีบยกมือขยี้ตาตัวเองแรงๆ เพราะเมื่อกี้ที่หันไปพยักหน้าตอบ สายตาของตัวเองดันเลื่อนต่ำไปมองแผงอกขาวๆ กว้างๆ ที่อยู่ใต้เสื้อนักศึกษา ครามสมุทรปลดกระดุมเสื้อสองเม็ดทำไมไม่รู้ เนคไทสีกรมที่ต้องผูกเป็นระเบียบก็ถูกคลายออกลวกๆ คอเสื้อเปิดกว้างจนโชว์ให้เห็นอกหนั่น



“หนังจบแล้วฟอง”



“อะไรอ่ะ...” ยังไม่ทันได้ดูอะไรเลยเนี่ย



ฟองฟางเกาหัวเบาๆ เงยหน้ามองครามสมุทรที่ลุกขึ้นยืนก่อนแล้วหยิบถังป๊อปคอร์นไปถือไว้เอง มืออีกข้างก็คว้าท่อนแขนดึงให้ฟองฟางขยับตัวลุกขึ้นตาม



“ดูไม่รู้เรื่องก็บอก”



“...”



“เห็นเหม่อตั้งแต่หนังเริ่มฉายแล้ว”



“เจ็บนะคราม...”



ขมวดคิ้วยู่ปากเพราะถูกนิ้วชี้เรียวยาวของคนตัวสูงจิ้มเข้าที่หน้าผากสามครั้ง ครามสมุทรไม่ได้ทำอะไรฟองฟางรุนแรงจนเจ็บหรอก แต่ตอนนี้เป็นอะไรก็ไม่รู้ นิดหน่อยก็อยากงอแงใส่คนตรงหน้าแล้ว



มันเป็นอาการประมาณว่า...ถ้าเราอยู่กับใครแล้วสบายใจ ก็อยากจะง้องแง้งใส่คนคนนั้นไปเลย



แล้วพอบ่นว่าเจ็บก็ถูกรักษาด้วยการที่อีกคนใช้นิ้วโป้งนวดคลึงบริเวณที่ถูกจิ้ม ฟองฟางยืนหน้าแดงก่ำอยู่อย่างนั้น ตากลมๆ สบกับนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มน่ามองของคนตัวสูง จากที่ประหม่าอยู่แล้วก็ยิ่งประหม่ามากขึ้นไปอีกเมื่อคนตรงหน้าโน้มตัวลงมาแนบริมฝีปากบนหน้าปากของฟองฟางเบาๆ แค่เสี้ยววินาที...แล้วผละออกกุมมือฟองฟางเดินพากันเดินออกจากโรงหนัง



ครามสมุทรไม่สนใจคนรอบข้างที่กำลังเดินออกจากโรงหนัง



ไม่สนใจว่าใครจะเห็น ไม่สนใจว่าจะมีคนหยุดมองหรือเปล่า...



ครามสมุทรไม่สนใจเลยว่าหัวใจของฟองฟางจะเต้นแรงมากแค่ไหน



“ครามทำแบบนี้หลายครั้งแล้วนะ”



“แล้วชอบมั้ย”



“บ้า! ใครจะชอบ” ถลึงตาใส่คนที่เดินข้างกันก่อนจะก้มหน้าซ่อนแก้มแดงๆ...ก็ไม่มีทางรู้ว่ามันดูตลกในสายตาคนมองมากแค่ไหน



อบอุ่นไปทั้งหัวใจเลยจริงๆ นะ แค่ได้เดินจับมือกับใครสักคนที่เรารู้สึกดีด้วยก็เหมือนกับว่าได้รับพลังบวกจากคนคนนั้น ใช่ คนที่จับมือกับฟองฟางอยู่ก็คือครามสมุทร คือคนที่เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้ใกล้ชิดกันขนาดนี้...



“ฟอง” เสียงทุ้มเรียกชื่อเขาเบาๆ ฟองฟางสัมผัสได้ว่าครามสมุทรเอียงตัวมาทางเขานิดหน่อยตอนที่กำลังพูดอยู่ด้วย



“ฮื้อ”



“แต่ครามชอบ”



แล้วครามสมุทรก็ควรจะรู้ตัวสักทีว่าไม่ควรแทนตัวเองแบบนี้กับฟองฟาง…เพราะมันทำให้คนฟังเขาใจสั่นเอามากๆ เลย



“...ชอบอะไร พูดให้เคลียร์ๆ ด้วยสิ”



“ชอบจูบฟอง”



“...”



“เคลียร์พอหรือยัง?

















#ฟองฟางครามสมุทร








« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-02-2019 13:42:47 โดย Swanlee »

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 15 - up 2.2.62
«ตอบ #67 เมื่อ02-02-2019 11:34:05 »

 :pig4: :pig4: :pig4:

อุ้ยยยย  มดขึ้นจอเต็มไปหมดเลย

ออฟไลน์ Gokusan

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 799
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +269/-1
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 15 - up 2.2.62
«ตอบ #68 เมื่อ02-02-2019 12:11:47 »

จ้ะ เคลียร์จ้ะ
บอกว่าเป็นแฟนแบบเคลียร์ๆ ทีเถอะ ^^
น้องครามก็ชวนมาเป็นแฟนแล้วเนาะ น้องฟองควรเข้าข้างตัวเองอีกนิด อิอิ

ออฟไลน์ O-RA DUNGPRANG

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1786
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +50/-5
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 15 - up 2.2.62
«ตอบ #69 เมื่อ02-02-2019 12:13:07 »

 o18 o18 o18

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: { yaoi } • Loud & Clear - 15 - up 2.2.62
« ตอบ #69 เมื่อ: 02-02-2019 12:13:07 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8219
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 15 - up 2.2.62
«ตอบ #70 เมื่อ02-02-2019 12:43:38 »

 :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:

ออฟไลน์ Swanlee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0
{ yaoi } • Loud & Clear - 16 - up 8.2.62
«ตอบ #71 เมื่อ08-02-2019 13:37:27 »




16



รู้สึกเหมือนกัน

ก็รับผิดชอบไปพร้อมๆ กันนะ




Yammy: @.ff @Mutt

Yammy: พวกมึงเห็นกล่องดินสอกูป่ะ

Yammy: เนี่ยกูหาทั่วห้อง รื้อกระเป๋าแล้วก็ยังไม่เจอเลยว่ะ

Yammy: ดินสอกดที่ทำให้กูผ่านทุกวิชาอยู่ในนั้นด้วยอ่ะ พรุ่งนี้ถ้ากูไม่ได้เอามันเข้าห้องสอบกูต้องแย่แน่ๆ T_T

Mutt: ที่กูไม่มี หาดูดีๆ

Yammy: ดีสุดๆ แล้ว

Yammy: นี่กูเครียดหากล่องดินสอจนลืมเครียดเรื่องสอบแล้วเนี่ย

Yammy: ไอ้เหี้ยนี่ก็หาย @.ff กูว่าอยู่กับมันแน่ๆ เลยอ่ะ กูชอบยัดขยะใส่กระเป๋ามันบ่อยๆ

.ff: ไม่รู้ว่ะ

Yammy: แงะ ค้นกระเป๋าให้กูยังงงง

.ff: กระเป๋าไม่ได้อยู่กับตัวอ่ะดิ

Yammy: โหยยยย แล้วกระเป๋ามึงอยู่ไหน หาให้กูหน่อยขอร้องล่ะ

.ff: กระเป๋าอยู่บนรถคราม ._.

.ff: ครามมาส่ง ถือของเยอะมาก เลยลืมหิ้วกระเป๋ามาด้วย

.ff: แล้วซื้ออะไรมาให้เยอะแยะก็ไม่รู้ บอกว่าไม่ต้องๆ ก็ยังจะซื้ออ่ะ

Yammy: นี่ไม่ใช่เวลาที่มึงจะมาอวดผัวตัวเองค่ะฟองฟาง

Mutt: 55555

.ff: เกินไปว่ะแยม แฟนยังเรียกไม่ได้เลยเถอะ

Mutt: น่าสงสาร

Yammy: สงสารกูก่อน! ไอ้ฟอง กลับไปเอากระเป๋าตัวเองมาเดี๋ยวนี้เลย กูต้องการกล่องดินสอคืน

.ff: ดึกแล้วนะแยม จะให้กูไปกดกริ่งบ้านครามตอนสองทุ่มเพื่อเอากล่องดินสอกล่องเดียวเนี่ยเหรอ

Yammy: เพื่อกระเป๋ามึงด้วย ใจคอจะทิ้งกระเป๋าไว้กับมันทั้งๆ ที่พรุ่งนี้มึงก็มีสอบหรือไง

.ff: ขอถามก่อนแล้วกันว่าสะดวกมั้ย

.ff: ถ้าครามไม่สะดวกทำไงอ่ะ

Yammy: ก็ไปหาถึงบ้านเลยไง

Yammy: เร็วๆ เหอะไอ้ฟอง ถ้าเป็นมึงครามมันสะดวกอยู่แล้วแหละ

Yammy: แต่กูจะร้องไห้แล้วเนี่ย

 

ฟองฟางนั่งจ้องหน้าจอโทรศัพท์ กำลังคิดอยู่ว่าจะเอายังไงกับกระเป๋าของตัวเองที่ลืมไว้บนรถครามสมุทรดี จริงๆ เขาไม่เดือดร้อนกับการลืมของไว้กับอีกคนเท่าไหร่ เพราะเดี๋ยวยังไงพรุ่งนี้ก็เจอกันแล้ว...ถึงจะเป็นช่วงเย็นก็เถอะ



ก็เพราะมีกระเป๋าเป้หลายใบ และใบที่ลืมไว้บนรถของครามสมุทรไม่ได้มีเอกสารสำคัญสำหรับใช้อ่านเพื่อสอบ ฟองฟางเลยไม่ค่อยกระตือรือร้นที่จะทวงคืน เขาคิดว่าฝากไว้บนรถปอร์เช่เบาะนุ่มๆ ไว้วันหนึ่งก็ได้ นี่ถ้าแยมไม่คะยั้นคะยอให้หากล่องดินสอ ฟองฟางคงไม่ทักไปกวนเวลาอ่านหนังสือสอบของครามสมุทรแน่ๆ

 

.ff: อยู่มั้ยครับคุณครามสมุทร

.ff: เราลืมกระเป๋าไว้ในรถครามอ่ะ สะดวกมาเจอกันหน่อยมั้ย คนละครึ่งทางก็ได้

.ff: ในนั้นมันน่าจะมีกล่องดินสอของแยม มีดินสอกดที่เป็นเหมือนไม้กายสิทธิ์เอาไว้เขียนข้อสอบด้วยอ่ะ

.ff: ยังไงบอกด้วยนะคราม

 

ก็รู้อยู่แล้วว่าเวลานี้ครามสมุทรน่าจะปิดอินเตอร์เน็ตแล้วอ่านหนังสือสอบอยู่เหมือนกัน แต่ลองทักไปก่อนคงไม่เสียหายอะไร ฟองฟางวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ตอบแชตใครอีกถ้าไม่สำคัญจริงๆ อือ...ยกเว้นครามสมุทรไว้ด้วยอีกคน เพราะต้องไปเอากระเป๋ามาค้นดูกล่องดินสอให้แยมน่ะนะ

 

Yammy: กูไม่มีสมาธิจะอ่านหนังสือ

Yammy: ได้เรื่องยังวะฟอง

Mutt: ซื้อใหม่ง่ายกว่ามั้ยวะแยม มึงกวนคนอื่นไปทั่วแล้วเนี่ย

Yammy: ถ้าหมดหนทางแล้วจริงๆ ก็ต้องซื้ออ่ะ จริงๆ กูใช้แท่งอื่นก็ได้ แต่กูชินมือแท่งนั้นมากๆ ใช้มาตั้งสิบปี

Mutt: เออ งั้นซื้อใหม่

Yammy: ครามมันตอบอะไรมึงยังอ่ะฟอง T_T

.ff: ยังเลย เงียบมาก ครามน่าจะอ่านหนังสือ

Yammy: ฮุก เสียใจ

Mutt: ซื้อใหม่

Yammy: เลือกไม่ถูก

Yammy: กูอยู่ห้างแถวโรงเรียนเก่าเราอ่ะ มาช่วยกูเลือกหน่อยดิ

Yammy: แงะ เงียบกันเลยนะไอ้สัด

Mutt: กูติวให้กิ๊กอยู่

Yammy: มึงมันเพื่อนไม่จริง

.ff: สรุปไม่รอครามแล้วใช่มั้ย

Yammy: ไม่รอแล้ว เดี๋ยวไอ้มัทด่ากูอีก

.ff: เออ งั้นเดี๋ยวไปช่วยเลือกดินสอ จะได้กลับบ้านไปสักที

Yammy: แง กูรักมึงงงง มึงมันเพื่อนแท้ ไม่เหมือนไอ้มัทเลยมันเหี้ย

Mutt: สัด

.ff: เดี๋ยวเจอกันนน

 

ปิดหนังสือที่เปิดค้างไว้ตั้งนานแต่อ่านไปได้ไม่กี่บรรทัด ลุกขึ้นหยิบเสื้อคลุมตัวใหญ่ที่แขวนไว้ใกล้ๆ มาสวมพร้อมกับการออกไปห้างในช่วงสองทุ่มแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก ฟองฟางอยากหาเรื่องทำอะไรสักอย่างที่ไม่ต้องจ้องหนังสือนานๆ อยู่แล้ว ความจริงจะไม่อ่านเลยแหละ...แต่เพราะความรู้สึกผิดกับตัวเองเลยต้องจำใจนั่งทำเป็นจริงจังกับการสอบไปเรื่อยๆ



ฟองฟางตะโกนบอกแม่ที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นว่าจะออกไปห้างแป๊บหนึ่ง แน่นอนว่าเขาโดนแม่ดุตามหลังเพราะดึกแล้วยังจะออกไปเที่ยวข้างนอกอีก แต่คนโดนดุสนใจที่ไหน ฟองฟางรีบวิ่งออกจากบ้านทันทีก่อนที่จะโดนแม่ใช้ซื้อของหลังจากที่ท่านบ่นเสร็จ



บ้านกับห้างไม่ไกลกันเท่าไหร่ ฟองฟางเดินมาจนถึงหน้าปากซอยก็โบกมือเรียกพี่วินมอเตอร์ไซค์ที่ยังนั่งแกร่วอยู่ตรงท่ารถให้ไปส่งปลายทาง เขาใช้เวลาเดินทางแค่สิบนาทีเท่านั้นก็ถึงห้างที่นัดกับแยมไว้



ฟองฟางสาวเท้าเดินขึ้นบันไดเลื่อนขึ้นไปยังชั้นสาม เดินตรงไปเรื่อยๆ อย่างชำนาญทางเพราะมาห้างนี้บ่อย คนตัวเล็กฉีกยิ้มเมื่อมาถึงร้านหนังสือตรงโซนเครื่องเขียนแล้วเจอกับแยมที่ยืนเกาหัวแกร็กๆ อยู่คนเดียว



“เลือกให้กูหน่อย”



“แค่นี้เลือกเองก็ได้มั้ยแยม”



“ดินสอแท่งนั้นมึงซื้อให้กูจำได้มั้ย ถ้าซื้ออีกกูก็จะให้มึงเลือกนี่แหละ ศักดิ์สิทธิ์ดี”



“เว่อร์เก่ง”



“เลือกไปๆ เดี๋ยวกูไปดูสมุดตรงนู้นแป๊บ”



เพื่อความสบายใจของเพื่อนฟองฟางทำให้ได้ทั้งนั้นแหละ แค่มาเลือกดินสอให้แยมก็ไม่ได้หนักหนาอะไรเลย แต่ถ้าเป็นมัทนะ รายนั้นไม่มีวันตามใจแยมแบบนี้แน่ๆ



คนตัวขาวหลับตาอยู่หน้าโซนเครื่องเขียนที่มีแต่ดินสอกดวางเรียงหลายยี่ห้อเต็มไปหมด ฟองฟางใช้มือสุ่มหยิบดินสอขึ้นมาแท่งหนึ่งเพราะเลือกเองไม่ถูกเหมือนกัน แต่จังหวะที่ปลายนิ้วสัมผัสลงบนแท่งเย็นๆ ของดินสอกด หลังมือของเขาก็ถูกจับด้วยมือของใครบางคนเช่นกัน



“ขอโทษครับ อ้าว...ฟองฟาง?”



คนที่จับมือฟองฟางตอนที่เลือกดินสอกดเมื่อกี้ทักขึ้น ฟองฟางหน้าเหวอเพราะตกใจที่ผู้ชายตัวสูงข้างๆ รู้จักชื่อเขา คนตัวเล็กเงยหน้ามอง ขมวดคิ้วงุนงงให้กับผู้ชายคนนั้นที่อยู่ในชุดนักศึกษา...หัวเข็มขัดเป็นสถาบันเดียวกัน



“รู้จักเราด้วยเหรอ” ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง



“รู้ดิ ก็...”



“ไอ้ฟอง เลือกเสร็จยังวะ กูจะไปจ่ายตังแล้วเนี่ย”



ผู้ชายคนนั้นชะงักแล้วหันไปมองตามเสียงเรียกของแยมที่ดังมาจากด้านหลัง ฟองฟางหันกลับไปมองดินสอกดอีกครั้ง คราวนี้สุ่มหยิบแบบลืมตามองมาแท่งหนึ่งก่อนจะยื่นให้เพื่อนสนิทที่เดินดุ่มๆ ยืนกดดันอยู่ข้างหลัง



“นึกว่ามึงกลับไปแล้วซะอีกไอ้บูม แล้วนี่ยังไงวะ มึงสองคนรู้จักกันเหรอ” แยมมองหน้าเขากับผู้ชายตัวสูงสลับกันไปมา



แยมนี่ก็โคตรสนิทกับใครไปทั่วเลยจริงๆ ทั้งมหาวิทยาลัยไม่มีใครที่แยมไม่รู้จักเลยมั้งเนี่ย



“ทำหน้างง นี่เพื่อนแฟนกูชื่อบูม เรียนอยู่นิเทศอ่ะ...ส่วนนี่ฟองฟางเพื่อนกูเอง”



“เรารู้จักฟองฟางอยู่แล้ว” ยิ้มบางๆ ให้ฟองฟางที่ยังทำเหวอไม่หาย “เคยเจอตอนประกวดดาวเดือน แต่ไม่โอกาสเข้าไปทัก”



“อ๋อ...”



แยมกับฟองฟางร้องอ๋อพร้อมๆ กัน เขาไม่ค่อยรู้จักใครเท่าไหร่หรอก จำหน้าคนไม่ค่อยจะได้ด้วยถ้าเกิดว่าไม่เคยคุยกัน ก็อย่างว่าแหละ ในสมองของฟองฟางมีพื้นที่เล็กนิดเดียว แล้วในนั้นก็มีแต่ใบหน้าของครามสมุทรอยู่เต็มไปหมดเลยไม่รับใครเข้ามาอีกแล้ว



“นี่มาซื้อดินสอกดกันเหรอ”



“เออกูซื้อ มึงอ่ะ”



“เหมือนกัน วันนี้มันหายเลยมาซื้อใหม่ ต้องใช้สอบมะรืนนี้อ่ะ”



ฟองฟางยืนมองคนตัวสูงเพลินๆ บูมก็น่ารักดี ดูตี๋อินเตอร์สเปกสาวหลายๆ คน ตัวสูงไล่เลี่ยกับครามสมุทร แถมยังชอบทำผมยุ่งๆ เหมือนกันทั้งๆ ที่จะเซ็ตให้ดูก็ได้



“ชั้นหนึ่งมีร้านเบเกอรี่เปิดใหม่...ฟองฟางสนใจไปนั่งกินเป็นเพื่อนเรามั้ย” หนุ่มตี๋อินเตอร์เกาท้ายทอยเบาๆ เหมือนกำลังเขินที่ต้องมาพูดอะไรแบบนี้ต่อหน้าคนอื่น



มือไม้ของบูมอยู่ไม่สุข เกาท้ายทอยเสร็จก็มาเกาจมูกต่อ ดูเลิ่กลั่กแต่ดูน่ารักไปอีกแบบ



“แหม่ะ ชวนแต่ไอ้ฟองแต่ไม่ชวนกูได้ไงวะ”



“แยมเคยไปกินแล้วนี่”



“เอ้า เผื่อกูอยากกินอีกไม่ได้ไง?”



พอถูกถามไปแบบนั้นบูมถึงกับทำหน้าไม่ถูก ได้แต่ยิ้มแหยเหมือนถูกจับได้ว่าจุดประสงค์ของการชวนฟองฟางไปนั่งกินขนมด้วยกันคืออะไร



“ไงอ่ะมึง จะไปกินกับมันมั้ย”



ฟองฟางอมยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ ถ้าอยู่คนเดียวฟองฟางคงทำอะไรไม่ถูก ก็ดันโดนจู่โจมจากคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแบบนี้น่ะนะ



“งั้นมึงนกแล้วไอ้บูม”



บูมพยักหน้าสบายๆ แล้วคลี่ยิ้มกว้าง...ไม่ทำตัวประหม่าเคอะเขินเหมือนเมื่อกี้



“งั้นพวกกูไปจ่ายเงินก่อนนะ ไว้เจอกันเว้ย”



“อื้อ กลับบ้านดีๆ นะแยม” บูมส่งยิ้มให้แยมแล้วเหลือบมองเขาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ “เรามีไลน์ฟองฟาง...คืนนี้ขอทักไปได้มั้ย”



“เฮ้ย มีไลน์เราได้ไง”



“พี่ซองให้...ได้คอนแทคไว้ตั้งนานแล้ว แต่ยังไม่กล้าแอดไป”



“อ่า”



“ขออนุญาตแอดไลน์นะ...เดี๋ยวคืนนี้ทักไปแล้วกัน กลับบ้านดีๆ ครับฟองฟาง” พูดจบก็ขยิบตาให้



ยืนงงมองแผ่นหลังของคนตัวสูงที่เดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ ฟองฟางยังมึนอยู่เลยว่าเมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น คนตัวเล็กสะบัดหัวเบาๆ พลางหัวเราะให้กับความเด๋อด๋าของตัวเอง...เขาคงอ่านหนังสือมากเกินไปสมองเลยประมวลผลอะไรไม่ทันสักอย่าง



“ฮอตจริงนะมึงน่ะ ดีนะที่กูกันไว้ให้ เห็นตี๋ๆ ดูขี้อายอย่างนั้นมึงรู้มั้ยมันโคตรจะเจ้าชู้”



“จะไปรู้ได้ไง ก็เพิ่งเจอกันมั้ย”



“มึงรู้มั้ยว่ามันจะจีบมึง”



“ก็พอดูออก”



“กูล่ะเบื่อมาก คนฮอตอย่างมึงเนี่ย”



“ฮอตบ้าอะไรล่ะแยม ตั้งแต่เรียนมาก็เพิ่งมีหลงเข้ามาจีบ คนแรกเลยมั้ง”



“ไม่ๆ คนที่สอง”



“คนที่สองได้ไง”



“คนแรกก็ไอ้ครามไง”



“...”



“อ่า...กูฟ้องครามดีมั้ยวะว่ามีคนมาจีบมึง”



“ตลกแล้ว...ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”



“โห รู้ตัวมั้ยว่าน้ำเสียงมึงโคตรจะตัดพ้อ”



เขากับแยมชะลอเท้าตอนที่เดินมาถึงหน้าเคาน์เตอร์พร้อมกัน ระหว่างกำลังรอให้พนักงานคิดเงินฟองฟางก็ส่ายหน้าไม่ยอมรับในสิ่งที่แยมพูด...เขาไม่ได้ตัดพ้อ ที่พูดไปก็พูดความจริงทั้งนั้น เขากับครามสมุทรไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย



เป็นแค่เพื่อน...ไม่เห็นต้องฟ้องเลยว่ามีคนอื่นเข้ามาจีบมาสนใจในตัวเขา



จริงมั้ย i_i







*****







 

ครามสมุทรเหยียดแขนขึ้นเหนือศีรษะบิดตัวซ้ายขวาไล่ความขบเมื่อยจากการนั่งอ่านหนังสือติดกันหลายชั่วโมง ความจริงแล้วเขาไม่ต้องนั่งอ่านหนังสือเป็นบ้าเป็นหลังแบบนี้ก็ได้ แต่ครามสมุทรแค่หาเรื่องละความสนใจจากโทรศัพท์เท่านั้นเอง



กลัวว่าถ้าตัวเองจับโทรศัพท์แล้วจะเอาแต่คุยกับฟองฟางจนอีกคนไม่มีเวลาอ่านหนังสือสอบ



ครามสมุทรกลัวว่าจะเป็นต้นเหตุทำให้ฟองฟางไม่ได้พักผ่อน



เขาต้องอดทน ห้ามใจ ทั้งที่ตัวเขาเอง...ทรมานแทบตาย



ครืด ครืด



ครามสมุทรปิดหนังสือลงพร้อมๆ กับโทรศัพท์ของเขาที่สั่นครืดติดต่อกัน โทรศัพท์มันวางอยู่ใกล้ๆ มือครามสมุทรนั่นแหละ แต่เขาปิดอินเตอร์เน็ตไว้ รอเปิดอีกทีตอนที่เขาบอกกับฟองฟางว่าจะอ่านหนังสือเสร็จเมื่อไหร่



“ว่าไง”



[มึงยังมีชีวิตอีกเหรอวะ]





“เพิ่งอ่านหนังสือสอบเสร็จ”



[โห่ กูนี่ยังไม่ได้อ่านสักตัว]



เสียงของช็อปดังผ่านโทรศัพท์พร้อมกับเสียงดนตรีที่แทรกเข้ามา ครามสมุทรขมวดคิ้วเล็กน้อยไม่ต้องถามก็รู้ว่าเพื่อนสนิทของเขาอยู่ที่ไหน กำลังทำอะไรอยู่



[มาแดกเหล้ากันมั้ย คลายเครียดก่อนสอบหน่อยเว้ย]



“เห็นมึงคลายเครียดแทบทุกวัน”



[ก็กูเครียดแทบทุกวันเลยนี่หว่า]



“ไม่ไป”



[กูรู้คำตอบอยู่แล้วแหละ แต่ไม่เป็นไรเว้ย เดี๋ยวกูส่งแชตไปชวนฟองฟางก็ได้]



ชื่อของใครคนหนึ่งที่หลุดออกจากปากช็อปทำเอาครามสมุทรขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม เขาไม่เคยห้ามถ้าหากว่าช็อปจะไปเมาที่ไหนเพราะนั่นมันตัวของช็อปเอง ห้ามไปเดี๋ยวก็หาว่าเขาบ่นเหมือนเป็นพ่อมันอีก แต่คราวนี้คงไม่ได้



“ไม่ต้องยุ่งกับฟอง มึงก็กลับบ้านไปนอนด้วย”



[อะไรวะ ไม่ได้เป็นอะไรกับฟองสักหน่อย มีสิทธิ์ไรมาห้าม]



“...”



[เนี่ย ไอ้บูมนิเทศก็มานั่งแดกอยู่ด้วย มันบอกว่ามันชอบฟอง กูเลยจะเป็นพ่อสื่อให้]



“บูม?”



[เออ จำชื่อมันไว้เลย คนนี้แม่งก็ดูดี เหมาะกับฟองฉิบหาย 55555]



“กูก็ชอบฟอง ไม่เห็นมึงจะช่วย”



[โอ๊ยยยย มึงมันขี้เก๊ก กูไม่ช่วยมึงหรอกไอ้ห่า ถ้าไม่มาก็แค่นี้นะ กูไป…]



ครามสมุทรไม่รอให้ช็อปพูดจบประโยคเขาก็ชิ่งตัดสายทิ้งก่อน ปลายนิ้วโป้งเรียวของเขารีบกดเปิดสัญญาณอินเตอร์เน็ต และยังไม่ทันทำอะไรต่อเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากฟองฟางก็ดังขึ้นติดกัน

 

.ff: อยู่มั้ยครับคุณครามสมุทร

.ff: เราลืมกระเป๋าไว้ในรถครามอ่ะ สะดวกมาเจอกันหน่อยมั้ย คนละครึ่งทางก็ได้

.ff: ในนั้นมันน่าจะมีกล่องดินสอของแยม มีดินสอกดที่เป็นเหมือนไม้กายสิทธิ์เอาไว้เขียนขอสอบด้วยอ่ะ

.ff: ยังไงบอกด้วยนะคราม

 

ครามสมุทรหลับตาลงช้าๆ ผ่อนลมหายใจออกเบาๆ...รู้แล้วว่าตัวพลาดที่ไม่ได้ตอบแชตฟองฟาง

 

Kram: ฟอง

.ff: อ่านหนังสือเสร็จแล้วเหรอคราม

Kram: เพิ่งเสร็จเมื่อกี้

Kram: ฟองฟาง

.ff: อื้อออ

.ff: เรียกแบบนี้เหมือนจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเลยอ่ะ 55555

.ff: ใจไม่ดีเด้อ

Kram: กระเป๋าฟองอยู่ในรถ

.ff: ไม่เป็นไรๆ พรุ่งนี้เช้าค่อยไปเอาได้มั้ย สอบตึกเดียวกันนี่นา

Kram: อย่าเพิ่งนอน

.ff: ยังไม่นอนๆ กำลังจะตอบแชตช็อปเลย

Kram: ไม่ต้องคุยกับมัน

.ff: อ้าว 5555 ได้ไงอ่ะ

.ff: แง่ะ อ่านไม่ตอบด้วย

.ff: อะไรเนี่ยคุณครามสมุทร มาห้ามแบบนี้ชักโมโหแล้วนะ._.

.ff: ตอบหน่อยได้มั้ยอ่ะว่าทำไม

.ff: (ส่งสติ๊กเกอร์หมีร้องไห้)

 

ครามสมุทรรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เขาคว้ากุญแจรถปอร์เช่ไว้ในมือและก้าวขาฉับๆ ลงบันไดมาที่ชั้นล่าง พาใบหน้ายุ่งๆ ของตัวเองเดินผ่านห้องนั่งเล่นที่มีเสียงทีวีเปิดไว้จนกระทั่งได้ยินเสียงเรียกของพี่สาที่นั่งดูทีวีอยู่ในห้องนั้นพร้อมกับร่างของพี่สาที่รีบวิ่งออกจากนั่งเล่นแล้วยืนหอบใกล้ๆ เขา



“ฝนตกอยู่นะคะน้องคราม พี่ดูข่าวเห็นบอกว่าจะตกแรงช่วงสามสี่ทุ่มด้วย”



“ครับพี่สา ฝากบ้านด้วยนะครับ”



“คืนนี้น้องครามจะไม่กลับเหรอคะ”



“คิดว่าคงไม่ครับ”



คนตัวสูงยิ้มบางๆ ให้พี่สาแล้วก้าวเท้ายาวๆ ตรงไปที่โรงจอดรถ ครามสมุทรได้ยินเสียงแจ้งเตือนข้อความเป็นระยะ ไม่ต้องก้มมองก็รู้ว่าเป็นของใคร ก่อนที่เสียงแจ้งเตือนนั้นจะเงียบลงก็เป็นช่วงที่ครามสมุทรเข้าไปนั่งประจำตำแหน่งคนขับในรถปอร์เช่พอดี

 

Kram: เดี๋ยวไปตอบ

.ff: หืมมมม เดี๋ยวไปตอบคืออะไร

.ff: จะมาหาที่บ้านอ่อ

Kram: ครับ

.ff: เฮ้ย

Kram: อย่าเพิ่งนอน รอก่อน

.ff: ดากหด้ดด !!

.ff: ฝนตกอยู่นะจะมาทำไมเนี่ย i_i

.ff: ฮึ่ยยย อ่านไม่ตอบอีกแล้ว

.ff: แงะ

.ff: ฮืออออ

.ff: ก็ได้ ยอมแล้ว

.ff: เปิดไฟหน้าบ้านรอแล้วเนี่ย

.ff: ขับรถดีๆ ด้วยนะคุณครามสมุทร

 

ครามสมุทรอมยิ้มให้กับข้อความที่อีกฝ่ายรัวส่งมาแบบนั้น ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงรำคาญและไล่ปิดแจ้งเตือนแชตไปตั้งแต่ครั้งแรก แต่กับฟองฟาง ครามสมุทรยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ



สำหรับคนคนนี้ ต่อให้ส่งมาทั้งคืนจนเขาไม่ได้หลับไม่ได้นอนยังได้เลย

 











#ฟองฟางครามสมุทร






ก็จะทำให้ลุ้นกันประมาณนี้
อดทนกับครามหน่อยนะคะ 5555




ออฟไลน์ Gokusan

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 799
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +269/-1
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 16 - up 8.2.62
«ตอบ #72 เมื่อ08-02-2019 13:59:06 »

น้องครามมมม ขี้หวงละเกินนนน

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8219
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 16 - up 8.2.62
«ตอบ #73 เมื่อ08-02-2019 19:07:48 »

ฮอตจริงนะฟองฟาง

ออฟไลน์ Swanlee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0
{ yaoi } • Loud & Clear - 17 - up 8.2.62
«ตอบ #74 เมื่อ08-02-2019 19:32:59 »



17



เราต่างรู้ดีว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปตอนเจอหน้ากันคืออะไร

แต่ยังอยากถามให้แน่ใจ...ว่าตรงกับที่คิดไว้หรือเปล่า




ลูกชายเจ้าของบ้านหลังนี้เดินยิ้มแป้นลงมาที่ชั้นล่าง ช่วงเวลาสี่ทุ่มกว่าคุณพ่อกับคุณแม่เข้านอนกันหมดแล้ว เหลือแต่เขาที่ยังรอใครบางคนอยู่ และคนคนนั้นก็จอดรถปอร์เช่รออยู่หน้าบ้านในตอนนี้



ฟองฟางกดรีโมทเปิดประตูบ้าน เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ตอนที่ปอร์เช่คันนั้นเคลื่อนเข้ามาจอดในโรงจอดรถ ยังคงตื่นเต้นและประหม่าทุกครั้งที่ต้องเจอหน้าครามสมุทร หัวใจมันเต้นแรงอยู่เรื่อย เขาซ่อนความรู้สึกของตัวเองไม่เคยจะได้เลยสักครั้ง



“...” ยิ้มให้กับคนที่ก้าวลงจากปอร์เช่คันหรู ฝนตกหนักขนาดนี้ครามสมุทรยังจะขับรถมาทั้งๆ ที่ไม่มีเรื่องสำคัญอะไรเลยด้วยซ้ำ



ผมของฟองฟางยุ่งฟูเพราะถูกลมนอกบ้านพัดจนไม่เป็นทรง คนตัวขาวดันกรอบแว่นตาด้วยนิ้วชี้ เขาไม่ได้สายตาสั้น มันเป็นเพียงแค่แว่นตากันแสงที่ฟองฟางหยิบมาใส่ตอนเล่นโทรศัพท์เท่านั้น



ตากลมๆ มองคนตัวสูงกำลังเดินตรงเข้ามา บนไหล่กว้างสะพายกระเป๋าเป้คุ้นตาของเขาเอาไว้ ทั้งๆ ที่บอกแล้วว่ามันไม่ได้สำคัญอะไรมากมาย แต่ครามสมุทรก็ยังจะแบกมาคืนถึงที่



พวกเขาเดินเข้าบ้านด้วยกันโดยที่ยังไม่มีใครปริปากพูดอะไร มีเพียงรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าครามสมุทร และสีแดงจัดบนแก้มนุ่มนิ่มที่ฟองฟางไม่รู้ว่าตอนนี้มันแดงมากแค่ไหน...คนข้างๆ จะมองเห็นหรือเปล่า ถ้าเห็นเขาคงเขินแย่



“วางไว้ตรงนี้นะ”



“อื้อ ขอบคุณนะ...กินข้าวก่อนมั้ย”



“มันดึกแล้ว”



“อ่า”



ทั้งที่เคยคุยกัน เคยใกล้ชิดแต่ฟองฟางก็ยังประหม่าไม่เลิก คงเป็นเพราะสายตาของครามสมุทรไม่ได้เย็นชาเหมือนเก่า ฟองฟางเขินตาคมๆ ของคนตัวสูงที่จ้องมาด้วยสายตาอ่อนโยนผิดปกติ เขาไม่ชินเลย...ไม่ชินกับครามสมุทรที่เป็นแบบนี้



“งั้นบอกเราได้หรือยัง ทำไมถึงไม่ให้ตอบข้อความของช็อป”



เขากับครามสมุทรยืนอยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้าน เพราะทุกคนเข้านอนกันหมดแล้ว ฟองฟางเลยเลือกที่จะคุยกับครามสมุทรด้วยเสียงที่เบากว่าปกติ คนตัวเล็กก้มหน้าก้มตา ช้อนมองใบหน้าครามสมุทรเป็นพักๆ แต่เห็นสายตาอ่อนโยนแบบนั้นก็สู้ไม่ไหว แพ้พ่ายจนต้องหาจุดโฟกัสอย่างอื่นแทน



“ไม่อยากให้ตอบแชตใครเลย นอกจากคราม”



“ด ได้ไงล่ะ เรามีเพื่อนเยอะนะ ไม่ได้มีครามเป็นเพื่อนแค่คนเดียว”



“ไม่ได้อยากเป็นเพื่อนฟองอยู่แล้ว”



“หมายความว่าไง...” ตากลมๆ ช้อนมองคนตัวสูง ฟองฟางรู้ว่าการเงยหน้ามองอีกคนจะทำให้หัวใจเต้นแรงมากกว่าเดิม แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็อยากเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายมากกว่าการก้มมองปลายเท้า แล้วได้แค่ฟังแต่เสียงทุ้มนุ่มของครามสมุทร



ไม่อยากปล่อยให้ช่วงเวลาดีๆ มันหลุดลอยไป ฟองฟางอยากเห็นใบหน้าของครามสมุทรในทุกอารมณ์ อยากรู้ว่าเขากำลังคิดอะไร



วินาทีนั้นมืออุ่นของครามสมุทรกุมมือนุ่มเอาไว้ คนตัวสูงขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม จับมือของฟองฟางวางไว้ตรงแผ่นอกกว้างด้านซ้าย ให้ฟองฟางรับรู้ถึงก้อนเนื้อในนั้นที่มันกำลังเต้นแรงเพราะใครบางคน



“...อะไรเหรอ”



“หัวใจของครามไม่เคยเต้นแบบนี้ จนมาเจอฟอง”



แพ้น้ำเสียงทุ้มนุ่มกับจังหวะหัวใจของครามสมุทรจนทนมองหน้าต่อไปไม่ไหว สุดท้ายคนที่แพ้ก็คือฟองฟางเหมือนเดิม เขาละสายตาจากใบหน้าของคนตัวสูงแล้วก้มมองพื้นอีกครั้ง แต่ไม่ทันไรก็ต้องเงยหน้าสบตาครามสมุทรเมื่อกรอบหน้าถูกประคองขึ้นด้วยมือหนา



“เหนื่อยกับครามหรือยัง”



“ไม่เคยเหนื่อยเลย”



“ขอโทษที่ไม่ได้บอกว่ารู้สึกยังไงกับฟองตั้งแต่แรก” ริมฝีปากอุ่นแนบบนปลายจมูกโด่งงุ้มของฟองฟาง เจ้าตัวไม่เคยรู้หรอกว่าครามสมุทรชอบสีแดงปลั่งบนจมูกสวยๆ นี้มากแค่ไหน



ในตอนที่หัวใจของครามสมุทรกำลังเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ ฟองฟางกลับเหมือนคนที่หยุดหายใจไปชั่วขณะแล้วด้วยซ้ำ เขารู้แต่เพียงว่าตอนนี้ขอบตามันร้อนผ่าว ภาพของครามสมุทรพร่ามัวเพราะน้ำตาดันไหลออกมา



“ฟองยังชอบครามอยู่มั้ย”



“ชอบ...เหมือนจะมากกว่าเดิม”



“ครับ”



“...”



“รักฟองมากกว่าเดิมเหมือนกัน”



คำว่ารักที่หลุดออกจากปากของครามสมุทรทำให้ฟองฟางแทบยืนไม่ไหว เขาเกือบเซล้มลงไปถ้าครามสมุทรไม่ละมือข้างหนึ่งออกจากใบหน้าแล้วรวบเอวเข้าไปกอดไว้แน่น ฟองฟางเม้มปากกลั้นเสียงสะอื้น ไม่ได้อยากร้องไห้แต่น้ำตาดันไหลออกมาซะเยอะแยะ แล้วก็เป็นครามสมุทรที่เกลี่ยน้ำตาออกให้อย่างอ่อนโยน



เขาอยู่ในความคลุมเครือ ไม่ชัดเจนมาตลอด



อยู่กับความไม่แน่ใจ อึดอัดในใจมาตั้งนาน...ฟองฟางไม่คิดด้วยซ้ำว่าครามสมุทรที่เฉยชามาตลอด จะมีความรู้สึกที่มากมายกว่าเขา...จะรักเขามากขนาดนี้



“ตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอคราม”



“ตั้งแต่วันแรก”



“แล้วทำไมเพิ่งมาบอกเอาตอนนี้...ใจร้ายมากเลยนะ”



“เคยสัญญาไว้แล้วว่าจะไม่ให้รอนานแต่ก็ทำไม่ได้ ครามขอโทษ”



คนที่ร้องไห้ยิ้มทั้งน้ำตา ยิ่งตื้นตันใจเท่าไหร่น้ำตายังไหลออกมาไม่หยุด ฟองฟางเพิ่งรู้ก็วันนี้ว่าคนที่มีความสุขจนร้องไห้ออกมามันเป็นยังไง มันแตกต่างกับตอนที่เสียใจและดีกว่านั้นมากๆ จนบรรยายอะไรไม่ถูก



เขาร้องไห้ ครามสมุทรก็คอยเช็ดน้ำตาด้วยนิ้วโป้งที่เกลี่ยลงมาเบาๆ จนสุดท้ายเปลี่ยนเป็นใช้ริมฝีปากเช็ดแทน ครามสมุทรมอบความอบอุ่นในวันที่ฝนพรำ มันนุ่มละมุน ลึกซึ้ง...ตราตรึงจนอยากหยุดเวลาไว้แค่นี้



“ฟองฟาง”



“อือ”



“ขอรับผิดชอบได้มั้ยที่ไม่ตามสัญญา”



“ครามไม่ได้ไม่ทำตามสัญญาครามทำดีมาตลอด อย่าโทษตัวเองเลยนะ”



“อือ ถึงอย่างนั้นก็ยังอยากรับผิดชอบอยู่ดี”



“แล้วจะรับผิดชอบเรายังไง”



“ทำตามก่อน”



“อื้อ”



“เรียกชื่อครามหน่อย”



“คราม...ครามสมุทร”



“มาเป็นหัวใจของครามสมุทรมั้ย”



น้ำเสียงอบอุ่น แววตาอ่อนโยนที่แสดงถึงความจริงจังในประโยคนั้น ฟองฟางไม่ได้ร้องไห้แล้วเพราะมัวแต่หาวิธีกลั้นยิ้ม เขาไม่อยากจ้องตาครามสมุทรแต่ก็หนีไปไหนไม่รอดเพราะมือหนาข้างหนึ่งเชยคางไว้อย่างนั้น



“นี่คือการรับผิดชอบเหรอ”



“ใช่ ยกให้ทั้งใจ ฟองอยากได้มั้ย”



“ถ้าเอาหัวใจครามมา...แล้วหัวใจของเราจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ”



“อยู่ที่นี่”



ตรงที่ที่ฟองฟางสัมผัสอยู่...อกด้านซ้ายของครามสมุทร



“เป็นแฟนกันมั้ย”



“ไม่เป็น”



“...”



“แต่จะเป็นหัวใจของครามสมุทร...ได้มั้ย”



“ยังไงก็ได้ แล้วแต่ฟองเลย”



“งั้นเป็นแล้วนะ”



“ครับ หัวใจของคราม”



“ไม่รู้มาก่อนเลยว่าครามจะเลี่ยนเก่งขนาดนี้...ไปเรียนมาจากไหน” ฟองฟางโดนรวบเข้าไปกอดด้วยแขนทั้งสองข้างใช้ปลายนิ้วชี้แตะปลายจมูกของครามสมุทรเบาๆ เขาเขย่งเท้าขึ้นเพื่อให้ระดับความสูงไล่เลี่ยกับคนตัวโตมากกว่านี้ ฉีกยิ้มกว้างกับคนที่ยกให้เขาเป็นหัวใจของครามสมุทร



“ไม่เห็นต้องเรียน ใช้ความรู้สึกเอา”



“บอกหน่อยว่าครามไม่เคยมีแฟน”



“เคย”



“นี่ เราเพิ่งคบกันนะ”



“ก็คนตรงหน้านี่ไง”



“อย่ามึนสิ หมายถึงอดีตต่างหาก”



คนตัวเล็กถูกช้อนตัวลอยอยู่ในอ้อมกอดอบอุ่นของคนตัวสูง คนที่มีพลังล้นเหลือนั่งลงบนโซฟาตัวยาวโดยมีเขานั่งคร่อมอยู่บนตัก ครามสมุทรเอนหลังพิงพนักโซฟาคล้องแขนแกร่งรอบเอวบางอยู่อย่างนั้นดูไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย



“ปกติ รักเป็นชอบเป็น”



“ถ้าอย่างนั้นก็รู้แล้วแหละว่าได้สกิลการขอคนอื่นเป็นแฟนมายังไง”



“เคยคบกับคนอื่นมาก็จริง แต่ครามไม่เคยขอใครเป็นแฟนมาก่อน”



“...”



“ฟองคือคนแรก” จูบกลีบปากนุ่มนิ่มของคนตัวขาวเบาๆ หนึ่งที ถึงแม้ว่าครามสมุทรจะไม่ได้เย็นชาและตอนนี้อบอุ่นอ่อนโยนมากกว่าเดิม แต่แววตาของเขาอย่างกับเสือ...เจ้าเล่ห์จนฟองฟางกลั้นยิ้มไว้ไม่ได้



“แล้วทำไมจู่ๆ ถึงมาบอก...ปกติครามเก็บความรู้สึกเก่งจะตาย” เอียงหน้าหนีคนที่จะเอาแต่จูบ ครามสมุทรยื่นหน้าแนบริมฝีปากเขาหลายครั้งแล้ว แม้มันจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่สัมผัสกัน แต่คนที่ถูกจูบหน้าร้อนไปหมดแล้ว



“กลัวเสียฟองไป รู้มั้ย ครามเกือบเสียฟองไปตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน”



นิ้วแกร่งค่อยๆ ประสานกับนิ้วเรียวเล็กของฟองฟาง เขาสบกับดวงตาที่กระทบแสงไฟประกายสวยงาม ครามสมุทรยิ้มบางๆ ให้หัวใจของเขา กลั่นความรู้สึกผ่านนิ้วมือ สายตา และคำพูดให้คนตัวเล็กรับรู้ว่าที่ผ่านมามันเป็นเขาเองที่ทรมานแค่ไหน



“เพราะรักมากด้วย”



“ตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอคราม”



“ตั้งแต่วันที่ฟองหันมามองในแถว วันแรกที่เจอกันไง รู้สึกกับฟองตั้งแต่วันนั้น”



“แล้วทำไมไม่บอกกันเลย”



“ปากแข็ง อีกอย่างช็อปก็ชอบฟอง มีแต่คนพูดถึงฟองตั้งเยอะ”



“ไม่เอาแล้วนะคราม ต่อจากนี้ห้ามปากแข็งอีกแล้ว”



“ครับ”



ฟองฟางไม่ชินที่อีกฝ่ายเป็นแบบนี้ ไม่ชินกับความอ่อนโยนของครามสมุทรทั้งๆ ที่เคยจินตนาการเอาไว้ว่าถ้าใครที่ได้คนตรงหน้าไปเป็นแฟนต้องน่าอิจฉามากแน่ๆ ผู้ชายที่เฉยชากับทุกสิ่งอย่างเขาคงดูแลเอาใจใส่คนรักได้เป็นอย่างดี และก็เป็นอย่างที่คิด ไม่สิ ดีกว่ามากๆ เลยแหละ



“หน้าฟองมีแต่คำถาม” หรี่สายตาเจ้าเล่ห์มองคนในอ้อมกอดแล้วคลี่ยิ้มบางๆ ออกมา ครามสมุทรจะรู้ตัวมั้ยนะว่าตัวเองหล่อและดูทุกสีหน้า...หล่อจนฟองฟางเหนื่อยไปหมดแล้ว



“รู้ได้ไง”



“รู้สึกอะไรก็ออกหน้าหมด ฟองเก็บความรู้สึกไม่เก่ง”



“อือ ไม่ดีเลยเนอะ”



ครามสมุทรส่ายหน้าพลางกระชับกอดให้แน่นขึ้นกว่าเดิม ฟองฟางที่นั่งบนตักตอนแรกก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะหนัก พยายามทำให้ตัวเองตัวเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่พอถูกกอดแน่นขนาดนี้เลยไม่สนใจแล้ว ครามสมุทรแข็งแรงกว่าที่คิดเยอะเลย



“อยากรู้อะไรหรือเปล่า ถามได้”



“เยอะแยะ ครามจะเบื่อก่อนมั้ย”



“ไม่เคยเบื่อ”



ครามสมุทรก็เป็นแบบนี้ตลอด ไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือตอนนี้ เขายังเป็นคนที่ทำให้หัวใจของฟองฟางเต้นแรงอยู่เสมอ



“ไม่ถามหรอก เรามีคำถามในหัวเยอะมาก แต่มันแย่งกันอยากรู้จนเราเหนื่อยไปหมดแล้ว”



“แล้วแต่ฟอง ครามมีเวลาตอบคำถามทั้งชีวิตอยู่แล้ว”



ฟองฟางหัวเราะให้กับคำเลี่ยนๆ ที่อีกฝ่ายพูดออกมา ไม่รู้เลยจริงๆ ว่าครามสมุทรไปสรรหาคำพูดพวกนี้มาจากไหน แต่ถึงอย่างนั้นก็สัมผัสได้เลยแหละว่าครามสมุทรพูดออกมาจากใจจริง ไม่ได้ประดิดประดอยขึ้นมาเพื่อเอาใจฟองฟางอย่างเดียว



“อื้อ งั้นเดี๋ยวค่อยถาม”



“ครับ”



“คราม ขอบคุณนะที่มาบอกเรา”



ฟองฟางชอบดวงตาของครามสมุทร ชอบที่จะได้สบตากันอยู่อย่างนั้นแม้ว่าจะไม่มีใครพูดอะไรออกมาก็ตาม เหมือนสื่อสารกันผ่านสายตา ยิ้ม หัวเราะ...รู้สึกไปพร้อมๆ กันโดยไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกจากปาก



“ขอบคุณฟองเหมือนกัน ขอบคุณที่เป็นเข้ามาเป็นหัวใจของคราม”







*****







 

“ดีนะที่ไอ้ครามมันตั้งสถานะตอนสอบเสร็จแล้ว ถ้าตั้งตอนเช้านะมึงงง ได้เห็นไอ้ฟองเขินตายคาห้องสอบแน่”



“เออ น่าภูมิใจมั้ยล่ะ ทำให้คนที่ไม่ค่อยเล่นเฟซอย่างไอ้ครามเข้ามาตั้งสถานะได้”



“แต่แหม ขนาดมีแฟนแล้วยังฮอตไม่เลิกเลยนะไอ้ฟอง...”



แยมดันไหล่ฟองฟางเบาๆ แซวเท่าไหร่ไอ้เพื่อนที่สละโสดได้หมาดๆ ก็ไม่มีทีท่าว่าจะเดือดร้อนกับพูดเมื่อกี้นี้เลย ฟองฟางเอาแต่นั่งกดโทรศัพท์ตั้งแต่ออกจากห้องสอบ คนที่คุยด้วยไม่ใช่แฟนหมาดๆ ของฟองฟางหรอก แต่เป็นบูม คนที่ทำท่าว่าจะจีบตั้งแต่เมื่อคืนแต่ก็ได้กินแห้วไปตามระเบียบ



ใครจะไปคิดว่าครามสมุทรจะจัดการทุกอย่างได้เร็วขนาดนี้ คลุมเครือในความสัมพันธ์จนแยมกับมัทที่มองห่างๆ เริ่มรู้สึกรำคาญ...ถึงได้ไฟเขียวให้ใครก็ตามที่ชอบฟองฟางเข้ามาจีบ กะจะทิ้งครามสมุทรไว้ที่กลางทางแล้วเชียว



“ไม่คุยแล้ว โคตรงอแงเลยว่ะ” ฟองฟางกดบล็อกแชตของบูมเพราะอีกฝ่ายเริ่มคุยไม่รู้เรื่อง อยู่ดีๆ ก็ส่งข้อความมาตัดพ้อ...เหตุมันก็เกิดหลังจากที่ครามสมุทรตั้งสถานะในเฟซนั่นแหละ



Kramsamut Anuwongworawat ♥ กำลังคบกับ Pakapat ff



ว่าจะไม่กดยอมรับแล้วเชียว ฟองฟางทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ตั้งแต่เดินออกจากห้องสอบแต่สุดท้ายก็ใจอ่อนยอมกดตอบรับคำขอของอีกฝ่าย ใช่ มันก็เป็นที่ฮือฮาทันทีเลยแหละ



“หมายถึงไอ้บูม?” แยมหันมาถามตอนที่พวกเขากำลังยืนเคี้ยวลูกชิ้นปลาระเบิดอยู่ตรงหน้าตู้กดเงินสด ยืนรอพ่อคนเงินเยอะอย่างมัทกดเงินราวๆ ห้านาทีแล้ว



“อือ”



“มันทำไมมึงวะ”



“ก็บอกว่าทำไมไม่รอก่อน ขอทำคะแนนก่อนได้มั้ย เยอะอ่ะ เอาไปอ่านมั้ย”



“แค่นี้ถึงขั้นบล็อกเลยเหรอ ปกติมีคนมาจีบมึงก็ปล่อยเบลอตลอด”



“ก็คนนี้พูดถึงครามแต่เรื่องแย่ๆ เบื่อจะคุยแล้ว”



“มีความหวงแฟนปกป้องแฟน”



“กดเงินไปเลยไอ้มัท ถ้าไม่เสร็จในสองนาทีกูจะกลับแล้วนะ”



แยมตีแขนมัทแรงๆ เบะปากใส่หนึ่งครั้งเพราะมัทยืนกดเงินนานมาก แถมยังไม่ยอมให้พวกเขากลับก่อนเพราะอ้างเหตุผลว่ากดเงินเยอะถ้าเกิดว่าโดนตีหัวแล้วถูกปล้นไปจะทำยังไง เขากับแยมเลยต้องมารับชะตากรรมยืนตากแดดเฝ้ามัทอยู่หน้าตู้กดเงินนี่แหละ



ฟองฟางเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าเพราะอากาศมันชักจะร้อนเกินไปจนทำให้เครื่องร้อนจี๋ไปด้วย ยืนหันหลังให้มัท ผลัดกันป้อนลูกชิ้นเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย จนกระทั่ง...



“หยุดป้อนกูเลยไอ้ฟอง นู่น ปอร์เช่มึงวิ่งมานู่นแล้ว”



“ทำไงดี กูยังไม่พร้อมเจอหน้าครามเลยอ่ะ”



“อย่าบอกนะว่ามึงเขิน”



“อือออออ”



“โอ๊ยไอ้ฟอง ไปเลยมึง ไม่ต้องมายืนใกล้กูแล้ว เชิญนั่งรถหรูกลับบ้านไปเลย”



รั้งไว้หน่อยก็ไม่ได้ ._.



ฟองฟางถูกดันไหล่ให้ลงบันไดมาหนึ่งขั้น คนตัวเล็กผิวขาวจัดตอนที่อยู่กลางแดด แก้มกลมๆ แดงปลั่งอย่าบอกใคร ทั้งอายทั้งร้อนผสมกันมั่วไปหมดแล้ว



แล้วก็ต้องหน้าแดงเห่อร้อนมากขึ้นไปอีกเมื่อปอร์เช่คันนั้นเทียบจอดตรงหน้า คนในรถลดกระจกลงเผยให้เห็นใบหน้าแสนจะหล่อเหลาของคนที่นั่งอยู่ในรถคันนั้น ครามสมุทรเปิดประตูออกก้าวขาลงจากรถโดยไม่ดับเครื่องยนต์ พาร่างสูงๆ กับมือที่ถือร่มตรงมาทางฟองฟาง



แล้วหยุดอยู่ตรงหน้าเขา ยืนถือร่มบังแดดให้อย่างนั้น...



กลางมหาวิทยาลัย หน้าโรงอาหารที่คนโคตรจะเยอะ!



แต่ทั้งๆ ที่ คนออกจะเยอะฟองฟางกลับไม่ได้ยินเสียงใดนอกจากเสียงลมหายใจเบาๆ จากคนที่อยู่ตรงหน้า เขาแหงนมองส่งยิ้มจางๆ ให้ครามสมุทรที่ยืนขมวดคิ้วเข้มๆ เข้าหากัน



“ยืนตากแดดทำไม”



“ไม่ได้ตากแดด ตอนแรกก็ยืนอยู่ในนั้นกับมัท”



ชี้นิ้วหันหลังไปตรงที่มัทยืนอยู่กับแยม ไม่รู้หรอกว่ามัททำธุรการเงินของตัวเองเสร็จหรือยัง แต่ที่แน่ๆ คือฟองฟางโคตรจะเกลียดรอยยิ้มของมัทกับแยมเลยจริงๆ



“กลับเลยมั้ยคราม”



“ชวนเพื่อนกลับด้วยมั้ย”



คนที่จู่ๆ ก็เกิดใจดีอยากชวนคนอื่นขึ้นปอร์เช่เอียงหน้าถาม แต่ฟองฟางรีบส่ายหน้าพัลวันจนเส้นผมปลิวไปตามธรรมชาติ ยกนิ้วชี้แนบริมฝีปากชมพูอวบอิ่มจนคนมองคลี่ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู



ท่าทางน่ารักๆ แบบนั้น ถ้าไม่ใช่ฟองฟางก็เป็นคนอื่นไม่ได้แล้ว



“เรากลัวเพื่อนล้อ แค่นี้ก็...จะแย่”



เสียงหัวเราะในลำคอดังเล็ดลอดออกมาจนฟองฟางหน้ามุ่ย เขารีบหันไปขยับปากบอกมัทกับแยมแบบไม่มีเสียงว่าขอตัวกลับก่อนแล้วรีบดึงมือคนตัวสูงให้ขึ้นรถไปด้วยกันเร็วๆ



พอแทรกตัวเข้ามาในรถ ปิดประตูปอร์เช่ได้แล้วก็ถอนลมหายใจเฮือกใหญ่จนครามสมุทรหันมามอง



“มองแบบนี้อีกแล้ว”



สายตาเจ้าเล่ห์ของเขาฟองฟางขอซื้อตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนะ ฟองฟางภาวนาให้ครามสมุทรคนเย็นชาคนนั้นกลับมาอีกครั้ง อย่างน้อยๆ ครามสมุทรคนนั้นยังทำให้ฟองฟางรู้สึกกลัวๆ เกร็งๆ อยู่บ้าง



ครามสมุทรคนที่มีแต่แววตาเจ้าเล่ห์คนนี้...น่าหยิกแก้มชะมัดเลย



คนตัวสูงไม่ได้ตอบอะไร แต่เอี้ยวตัวมาคาดเบลท์ให้แฟนทั้งๆ ที่ไม่จำเป็นต้องทำด้วยซ้ำ ฟองฟางกลั้นยิ้มหนักมาก กำมือที่วางอยู่บนตักแน่น...โชคดีนะที่ฟิล์มติดกระจกรถปอร์เช่คันนี้เป็นสีดำทึบ คนนอกมองเข้ามาไม่ได้ ไม่อย่างนั้นแยมกับมัทที่ยืนกอดอกอยู่ที่เดิมและกำลังพยายามเพ่งมองเข้ามาคงเก็บไปแซวแล้วแน่ๆ



“ไปไหนต่อดีเหรอ” คนตัวเล็กผ่อนลมหายใจเบาๆ ครามสมุทรผละออกไปแล้ว เหลือไว้แต่อ้อมกอดอุ่นๆ จากคนตัวสูงที่ตัวตราตรึงอยู่อย่างนั้น



“บ้านฟอง”



“กลับบ้านเลยเนาะ”



“ไปคุยกับแม่ฟองหน่อย”



“เฮ้ย คุยทำไม”



“คุยเรื่องของเราสองคน”



“ด...เดี๋ยวนะคราม ต้องคุยด้วยเหรอ”



“ครับ”



“ฮื้อ คุยทำไมอ่า”



“บอกให้ท่านรู้ว่าฟองเป็นแฟนครามแล้ว”



“จริงๆ ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้มั้ง...แหะ”



“ต้อง”



“ถ้าแม่รู้แม่เราต้องตั้งคำถามกับครามเยอะมากแน่ๆ เลย”



“เมื่อเช้าโดนถามไปแล้ว”



“ห๊ะ”



“จริงๆ”



คนที่ตอบว่า จริงๆ ทำหน้านิ่งเหมือนไม่เดือดร้อนอะไรกับเรื่องนี้เลย ฟองฟางขมวดคิ้วจ้องใบหน้าหล่อเหลาของครามสมุทร...ฟองฟางไม่รู้เลยว่าคุณแม่ไปตั้งคำถามกับอีกฝ่ายไว้ตั้งแต่ตอนไหน



อาจจะเป็นเมื่อเช้าที่ฟองฟางอาบน้ำ...หรือช่วงไหนสักช่วงนี่แหละ



“แต่ตอบไม่ทันเพราะต้องรีบไปสอบ ครามเลยบอกกับแม่ฟองว่าเดี๋ยวสอบเสร็จแล้วจะรีบกลับไปตอบให้หมด”



“...”



“ฟอง”



“หือ”



“ท่านเห็นตอนที่ครามจูบฟองด้วย”



ฟองฟางหน้าเหวอ ตากลมๆ เบิกกว้าง



...ไม่รู้จะพูดอะไรเลย



“สงสัยได้ตอบคำถามกันยาว”



ไม่รู้จะโทษอะไรดีแล้ว



โทษคุณแม่ได้มั้ยที่ท่านดันมาเห็นพวกเขากำลังจูบกันอยู่พอดี



โทษครามสมุทรที่เอาแต่ใจอยากจูบ...ทั้งๆ ที่เมื่อคืนก็ให้ไปตั้งเยอะแยะแล้ว



หรือจะต้องโทษตัวเองที่แพ้ครามสมุทรไปหมดทุกอย่าง ปฏิเสธอะไรอีกฝ่ายไม่ได้เลย...

ใจอ่อนยวบเพราะเขาหมดแล้ว

 












#ฟองฟางครามสมุทร









แล้วพวกเขาก็เป็นแฟนกันสักที ♥


ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 17 - up 8.2.62
«ตอบ #75 เมื่อ08-02-2019 19:46:26 »

 :pig4: :pig4: :pig4:

อะไรจะเพิ่งมาฮอตเอาตอนนี้จ๊ะนุ้งฟองฟาง

ออฟไลน์ Gokusan

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 799
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +269/-1
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 17 - up 8.2.62
«ตอบ #76 เมื่อ08-02-2019 20:37:05 »

เป็นแฟนล้าวววว
อัพสถานะขึ้นเฟซซะด้วย
น้องครามร้ายกาจ 555

ไปค่ะ ไปตอบคำถามคุณแม่ แล้วพาน้องฟองกลับไปนอนกอดได้ อิอิ

ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1940
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
    • -
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 17 - up 8.2.62
«ตอบ #77 เมื่อ09-02-2019 06:35:12 »

สนุกมาก

ออฟไลน์ maemix

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4460
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +299/-3
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 17 - up 8.2.62
«ตอบ #78 เมื่อ09-02-2019 09:31:04 »

เป็นแฟนกันแล้ว​  ครามขี้อวดนะ

ออฟไลน์ Swanlee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0
{ yaoi } • Loud & Clear - 18 - up 9.2.62
«ตอบ #79 เมื่อ09-02-2019 10:43:03 »

18



ไม่ใช่ฤดูหนาว ฝน หรือร้อน

แต่มันเป็นฤดูรัก...ฤดูของเราสองคน




เคยมีครั้งหนึ่งที่ฟองฟางจินตนาการว่าอยากจะแผ่ตัวบนอ้อมกอดอุ่นๆ ของใครสักคน และคนนั้นคงเป็นใครไม่ได้นอกจากครามสมุทร ผู้ชายที่ทำให้เขาวุ่นวายหัวใจตั้งแต่แรกเจอ



แต่มันเป็นเพียงแค่ความคิดในขณะหนึ่งเท่านั้นจนเขาลืมไปสนิทว่าในชีวิตหนึ่งเคยคิดอะไรแบบนี้กับครามสมุทรด้วย น่าอายที่เป็นเรื่องแบบนี้...แทนที่จะเป็นเรื่องดีๆ



“หล่อแล้วครับคุณครามสมุทร”



[แค่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ หล่อตรงไหนครับ]



“เฮ้อ...” ทำไมทำแบบนี้อีกแล้วนะ



ฟองฟางแพ้ให้กับคนที่อยู่ในโทรศัพท์ตั้งกี่ครั้งแล้ว แพ้คิ้วเข้มที่ขมวดตอนสงสัยอะไรสักอย่าง แพ้น้ำเสียงแสนจะนุ่มทุ้มละมุนหู แพ้คำว่าครับของครามสมุทรทั้งที่ตัวเองก็พูดแบบนั้นเหมือนกัน



“แล้วคิดจะไปงานแบบนี้จริงๆ เหรอคราม งานเปิดตัวตึกใหม่เป็นงานใหญ่มากเลยนี่นา”



[สูทที่มีใส่ไม่ได้แล้ว คงไปหาซื้อที่ห้างก่อนเข้างาน]



ครามสมุทรยืนเท่ๆ อยู่หน้าตู้เสื้อผ้า ข้างๆ กันเป็นราวที่แขวนสูทสีดำของคนตัวสูง ครามสมุทรบอกว่าเพิ่งใส่ครั้งแรกก่อนมาเรียนที่กรุงเทพฯ จนตอนนี้ยังไม่ครบปีสูทตัวนั้นก็ดูคับแน่นเกินไปสำหรับคนไหล่กว้างตัวหนาอย่างครามสมุทร



[ฟอง ทำไมทำหน้าแบบนั้น]



“หือ เราทำหน้ายังไง”



ฟองฟางเบิกตากลมมองคนในจอที่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้กล้อง มือขาวจับใบหน้าของตัวเองเมื่ออีกฝ่ายทักท้วงขึ้นมา เขาทำหน้ายังไงล่ะ มองดูในกล้องที่ฉายภาพหน้าของตัวเองก็ไม่เห็นว่าจะทำหน้าแปลกๆ อะไรออกไปเลย



[หน้าหงอย]



“หงอยตรงไหนเล่า ตาฝาดแล้วมั้งคราม”



[ไปด้วยกันมั้ย เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทัน]



“ชวนเรารอบที่สิบแล้วนะคราม ไม่เหนื่อยเหรอ”



[อยากให้มีรอบที่สิบเอ็ดมั้ย]



“ไม่สิ”



[งั้นไปด้วยกัน]



“งอแงเก่งจัง”



ฟองฟางยู่ปากให้คนที่กำลังหยิบโทรศัพท์ไว้ในมือแล้วเดินออกจากห้องแต่งตัวไปนั่งอยู่ในห้องนอนของตัวเอง วันนี้ครามสมุทรต้องไปงานเปิดตัวตึกอาณาจักรสยาม ตึกที่สูงที่สุด ไฮโซที่สุด และมีมูลค่าหลายพันล้านบาทที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้ๆ กับห้างสรรพสินค้าที่เป็นของครอบครัวครามสมุทร คุณพ่อกับคุณแม่ของอีกฝ่ายถือหุ้นตึกนี้ด้วย ฉะนั้นจำเป็นมากๆ ที่ครามสมุทรจะต้องไปงานนี้



ตั้งแต่รู้ว่าต้องได้ไปงานสังคมครามสมุทรก็เอ่ยปากชวนฟองฟางตั้งหลายรอบ และเขาก็ปฏิเสธท่าเดียวเพราะตัวเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับตึกนี้ด้วยเลย ถ้าไปคงดูแปลกๆ



[อยากให้ไป]



“เรานอนอยู่บ้านสบายกว่าแน่นอน”



[ไม่ได้เจอกันกี่วันแล้วฟอง]



“อืม...น่าจะสี่วัน หรือห้าวันนี่แหละ”



[คิดถึง]



“อื้อ คิดถึงเหมือนกัน”



มันเป็นช่วงวันหยุดเทศกาลที่ฟองฟางไม่ได้อยู่กับครามสมุทร ไม่ได้ออกไปไหนด้วยกัน ไม่ได้เจอหน้ากันเลย ฟองฟางกลับไปเยี่ยมคุณตากับคุณยายที่ต่างจังหวัด เพิ่งกลับถึงกรุงเทพฯ เมื่อวานนี้เอง ส่วนครามสมุทรก็อยู่แต่บ้าน เพิ่งจะได้ออกไปเปิดหูเปิดตาก็วันนี้แหละ



[จำได้มั้ย วันนี้วันอะไร]



“จำได้สิ...วันครบรอบที่คบกัน”



[แต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน]



ยี่สิบเก้าวันที่คบกันมาครามสมุทรไม่เคยอยู่ในโหมดงอแงเท่าวันนี้มาก่อนเลย วันที่สามสิบของเราสองคน...ฟองฟางไม่ได้คิดไว้มาก่อนหน้านั้นว่าต้องมีอะไรพิเศษหรือเปล่า แค่รักกันอย่างนี้ก็พอแล้วมั้ง



“อย่าทำแบบนี้ได้มั้ย เรายิ่งอยากกอดครามอยู่ด้วย”



[มาให้กอดหน่อย ตอนนี้เลย]



“ทำไมครามทำกับเราแบบนี้อ่ะ ก็รู้อยู่ว่าคิดถึง”



[จะทำให้คิดถึงจนทนไม่ไหว ดีมั้ย]



“ฆ่ากันให้ตายง่ายกว่า”



ฟองฟางส่งยิ้มให้กับคนที่อยู่ในจอโทรศัพท์ ข้อดีของการเป็นแฟนครามสมุทรก็คือได้เห็นอีกฝ่ายยิ้มง่ายขึ้นมากกว่าเมื่อก่อน ครามสมุทรมักจะส่งรอยยิ้มจางๆ ให้ฟองฟางคนเดียว แต่ถ้าเป็นเพื่อนๆ ก็จะได้เห็นครามสมุทรในโหมดเย็นชา



จะว่ายังไงดี ครามสมุทรเคยบอกว่ารอยยิ้มบนใบหน้ามีไว้ให้กับคนสำคัญเท่านั้น นอกจากพ่อแม่แล้วก็มีฟองฟางนี่แหละที่ได้เห็นรอยยิ้มของครามสมุทร...



ตอนที่ได้ยินก็ดีใจจนยิ้มแก้มแทบปริเลย



[ฟอง อย่าเพิ่งวาง ไปขึ้นรถก่อน]



“อ้าว วันนี้ไม่ขับรถไปเองเหรอ”



[แม่ให้ไปคันเดียวกัน]



ครามสมุทรทำหน้าที่แสดงให้เห็นว่าอยากขับปอร์เช่ไปเองมากแค่ไหน...ถึงจะนิ่งๆ แบบนี้แต่ก็เป็นเด็กดีของคุณพ่อกับคุณแม่เสมอ เท่าที่ฟองฟางรู้มา ครามสมุทรไม่เคยขัดใจพวกท่านเลย ทำตามทุกอย่างแถมยังเป็นลูกชายที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ภูมิใจอีกต่างหาก



ระหว่างนั้นหน้าจอโทรศัพท์ของฟองฟางก็ไม่มีภาพใบหน้าของครามสมุทร แต่เป็นภาพของเนื้อผ้ากางเกงยีนในระยะใกล้เพราะอีกฝ่ายทิ้งมือไว้ข้างลำตัว ถึงไม่เห็นหน้าแต่ฟองฟางก็ได้ยินเสียงลมหายใจของครามสมุทรชัดเจนมาก



[แม่ให้คนที่งานเตรียมสูทไว้แล้วล่ะ เดี๋ยวไปเปลี่ยนที่นั่นเลย]



[ขอบคุณครับ]



[สาจ๋า คืนนี้ไม่ต้องรอเปิดประตู คิดว่าคงต้องกลับดึกแน่ๆ]



“ให้เราวางก่อนมั้ย”



เพราะนั่งฟังเสียงคนรอบข้างครามสมุทรคุยกันจนรู้สึกว่าตัวเองอาจจะเสียมารยาท ฟองฟางเลยเอ่ยถามปลายสายไปอย่างนั้น



[ถ้าวางจะไปรับที่บ้านตอนนี้]



“เฮ้ย ฮ่าๆๆ”



น้ำเสียงทุ้มที่ฟังดูดุหน่อยๆ ดังขึ้นและไม่กี่วินาทีต่อมาหน้าจอก็แสดงใบหน้าหล่อเหลาอีกฝ่ายตอนที่นั่งอยู่บนรถให้ฟองฟางต้องกลั้นยิ้ม ดูหน้าคนเสียงดุก่อนสิ แววตาครามสมุทรเจ้าเล่ห์เหมือนหมาป่าชะมัดเลย



[ฟอง]



“อื้อๆ ไม่วางหรอกหน่า”



เพราะเป็นตอนกลางคืนและที่เมื่อครามสมุทรนั่งอยู่ในรถเลยทำให้ฟองฟางไม่ค่อยจะเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายชัดเจนเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้นครามสมุทรก็ยังหล่อท่ามกลางความมืดเอามากๆ วันนี้แฟนของฟองฟางเซ็ตผมทรงคอมม่าด้วย ครามสมุทรถูกจับทำผมด้วยช่างแต่งหน้าชื่อดังของเมืองไทยเลยแหละ



แฟนของฟองฟางที่หล่ออยู่แล้ว...เลยหล่อขึ้นกว่าเดิมมากขึ้นไปอีก



[ไม่ชวนฟองฟางมาด้วยล่ะคราม]



[ชวนแล้วครับ แต่ฟองไม่สะดวก]



[แต่คราวหน้าต้องไปหาแม่กับพ่อที่เกาะนะคะ ไม่สะดวกก็ต้องไป]



ฟองฟางยิ้มแหยให้กับครามสมุทรที่ยกยิ้มมุมปาก คนตัวสูงเหลือบตาคมมองฟองฟางสลับกับมองออกไปนอกหน้าต่าง เช่นเดียวกับฟองฟางที่นั่งเท้าคางอยู่บนโต๊ะจ้องอีกฝ่ายที่อยู่ในความมืดอย่างนั้น



คุณพ่อกับคุณแม่ของครามสมุทรรับรู้ความสัมพันธ์ของพวกเขา มันราบรื่นและผ่านไปได้ด้วยดีตอนที่ครามสมุทรบอกเรื่องที่พวกเขาคบกันให้พวกท่านรู้ พ่อแม่ของฟองฟางก็ด้วย...ฟองฟางยังจำวินาทีแรกที่พาครามสมุทรมาไหว้พ่อกับแม่ของตัวเองในสถานะใหม่ได้ขึ้นใจ...ก็ตอนที่บอกว่าเป็นแฟนกัน พวกท่านดันเงียบเหมือนอึ้งไปสักพัก ก่อนจะฉีกยิ้มและยินดีให้กับความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองคน



[พรุ่งนี้มาเจอกันหน่อยมั้ย]



“ไม่คิดจะพักผ่อนหน่อยหรือไง”



[พักทำไม ไม่ได้เหนื่อย]



“ตั้งแต่คุณแม่กับคุณพ่อมากรุงเทพฯ ครามออกงานไปกี่งานแล้วล่ะ รู้นะว่าเหนื่อย...เราอยากให้ครามนอนพักผ่อนเยอะๆ ก่อนเปิดเรียนมากกว่า”



[ไม่รู้] ตอบนิ่งๆ อย่างนั้นพร้อมกับส่ายหน้าไปมา ครามสมุทรดูเหนื่อยมากจริงๆ ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายบอกว่าชินกับการออกงานแล้ว แต่ฟองฟางก็สัมผัสได้



[มันก็เหนื่อย แต่ไม่ได้เจอกันเลยเหมือนจะเหนื่อยกว่า]



[หืม อะไรกันคะ มาจีบกันต่อหน้าพ่อกับแม่แบบนี้เลยเหรอ...ร้ายจริงๆ เลยนะคราม ร้ายเหมือนพ่อเขาเลย]



ฟองฟางก้มหน้างุดแนบแก้มไปกับโต๊ะไม้สีขาวตอนที่ได้ยินเสียงหัวเราะของคุณพ่อกับคุณแม่ของครามสมุทรดังแทรกเข้ามา พวกท่านขยันแซวครามสมุทรแบบนี้ตั้งแต่เช้าแล้ว ก็แหง ลูกชายสุดที่รักดันหยอดฟองฟางได้ทุกสถานการณ์เลยนี่นา



“พูดอะไรแบบนั้น...”



[เรื่องจริง]



ตั้งแต่คบกันเขากับครามสมุทรวิดีโอคอลล์หากันมากกว่าเจอหน้า ไม่ใช่เพราะเบื่อกันแล้วหรอกนะ แต่เพราะว่าเรียนหนักมากขึ้นเรื่อยๆ ต่างหากเลยทำให้ไม่ได้เจอหน้ากันบ่อยเหมือนเมื่อก่อน สามสิบวันที่ผ่านมานี้...เจอกันไม่ถึงยี่สิบวันด้วยซ้ำ แต่ครามสมุทรก็พยายามมารับมาส่งฟองฟางให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้



ไม่ได้นั่งกินข้าวด้วยกัน ไม่ได้เรียนในห้องเรียนเดียวกัน แต่ได้นั่งจับมือกันบนรถก็ดีแล้ว



“หมู่นี้ทำหน้างอแงเก่งจัง”



[ใครงอแง]



“ครามไง”



[งอแงตอนไหนครับ]



“ตะ ตอนนี้แหละ”



แพ้น้ำเสียงนุ่มๆ กับคิ้วเข้มที่เลิกขึ้นพร้อมกับประโยคคำถามประโยคนั้น ฟองฟางหัวใจเต้นรัวเหมือนกลับไปแอบรักอีกครั้งทั้งๆ ที่ได้หัวใจเขามาครอบครองแล้วแท้ๆ



ฟองฟางย่นจมูก กลั้นยิ้มเขินของตัวเองจนหน้าแดง ครามสมุทรได้เปรียบที่ตัวเองอยู่ในความมืดเลยเห็นสีหน้าไม่ชัด แถมยังเห็นหน้าฟองฟางชัดเจนกว่าต้องหลายเท่าเพราะคนตัวขาวนั่งอยู่ในห้องนอนเปิดไฟสว่างจ้าทุกดวง



[ฟอง อย่าทำหน้าแบบนั้น]



“นี่ก็หน้าปกตินะ”



[ไม่ปกติ]



“ไม่ปกติยังไง เนี่ยๆ ปกติที่สุดแล้ว”



[ไม่]



“อ้าว”



[นี่มันน่ารัก]



จุ๊บ



ชมกันโต้งๆ พร้อมกับยื่นริมฝีปากจุ๊บลงบนหน้าจอเบาๆ หนึ่งที ตอนที่ใบหน้าของครามเคลื่อนเข้ามาฟองฟางก็ถดคอถอยหนีอัตโนมัติราวกับว่าอีกคนกำลังอยู่ตรงหน้าจริงๆ กำลังจะจูบแก้มกันจริงๆ อย่างนั้นทั้งที่มันเป็นเพียงแค่การวิดีโอคอลล์เท่านั้น



เฮ้อ ก็คิดถึงเขามากไปเหมือนกัน

แพ้ครามสมุทรมากไปจนไม่รู้จะต้านทานยังไง



“อย่าทำแบบนี้สิ”



บอกแฟนด้วยน้ำเสียงงุ้งงิ้งไปอย่างนั้นแล้วครามสมุทรก็ดูเหมือนว่าจะชอบใจเอามากๆ ถึงได้เอาแต่หัวเราะในลำคอไม่หยุด



“แหนะ ยังจะขำอีก”



[รู้ตัวมั้ยว่าเป็นคนแรกที่ทำให้หัวเราะได้]



“ถ้าบอกว่ารู้จะหาว่าหลงตัวเองมั้ย”



[ไม่]



“อื้อ งั้นรู้” พยักหน้าตอบไปแบบมั่นใจเกินร้อยเพราะในชีวิตนี้ยังไม่เคยเห็นครามสมุทรหัวเราะให้กับอะไรสักอย่าง แต่ฟองฟางทำได้ ทำให้ครามสมุทรยิ้มและหัวเราะได้อย่างน่าอัศจรรย์เลยแหละ



เสือยิ้มยากของฟองฟาง : )



[อยากกอด]



“ชู่ว...บอกเรารอบที่เท่าไหร่แล้ว”



[ไม่รู้ จะบอกจนกว่าได้กอด]



“ทำไมถึงชอบกอดเราจัง”



[อุ่นดี นุ่มด้วย]



ฟองฟางหัวเราะให้กับคนที่กำลังวิดีโอคอลล์ด้วยกันอยู่ นึกถึงกอดทีไรก็อบอุ่นหัวใจไปหมดเลย ทุกครั้งที่กอดกันฟองฟางจะตกอยู่ในอ้อมกอดแน่นๆ ของเขา จมอยู่ในอกกว้างๆ อย่างมีความสุขจนไม่อยากให้ครามสมุทรปล่อยกอดไปเลย



ก็ไม่รู้ว่าใครติดใครกันแน่ มีแต่คนบอกว่าครามสมุทรติดฟองฟางเอามากๆ



แต่เขาขอค้านเลย ดูเหมือนว่าฟองฟางจะติดครามสมุทรมากกว่าซะอีก



“แล้วถ้าเจอหน้าจะกอดเรามั้ย”



[มาเจอให้ได้ก่อน]



“เนี่ย ก็กำลังไปให้เจอแล้วไง”



คิดถึงมากๆ จนรอให้ถึงวันพรุ่งนี้…



“อ้าแขนกว้างๆ รอรับเราไปกอดด้วยล่ะ : )”



ไม่ไหวแล้ว

 





*****









ครั้งแรกในหลายวันที่เจอกันฟองฟางก็ได้เรียนรู้ชีวิตของครามสมุทรเพิ่มมากขึ้น อย่างเช่นครามสมุทรไม่เคยนั่งรถไฟฟ้ามาก่อนเลย แม้จะเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ เกือบปีแล้วแต่ครามสมุทรก็ไม่เคยทดลองใช้บริการมันสักครั้ง จนกระทั่งตอนนี้



“ทนหิวเอาหน่อย เดี๋ยวก็ถึงสถานีแล้ว” ฟองฟางเงยหน้าพูดกับคนตัวสูงที่ยืนโหนบนรถไฟฟ้าด้วยกัน วันนี้เป็นวันศุกร์สิ้นเดือนคนบนรถไฟฟ้าเลยแน่นจนไม่มีที่ว่างให้นั่ง เขากับครามสมุทรเลยต้องมายืนเบียดกันอยู่อย่างนี้



ตัวเองน่ะไม่เท่าไหร่ ชินแล้วกับการเบียดผู้คนบนรถไฟฟ้า แต่ครามสมุทรที่เพิ่งเคยขึ้นครั้งแรกนี่น่ะสิ...ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะอึดอัดมากหรือเปล่า



“ขยับเข้ามาหน่อย”



“ฮื่อ นี่ก็จะรวมร่างกับครามแล้วนะ”



พูดไปได้ฟังที่ไหนกันล่ะ ครามสมุทรกุมหัวไหล่ของฟองฟางด้วยมือข้างเดียวก่อนรั้งให้คนตัวขาวขยับเข้าไปใกล้จนใบหน้าแทบแนบไปกับอกกว้าง ฟองฟางเงยหน้ามองคนตัวสูงอย่างสงสัย แต่พอเห็นคิ้วเข้มขมวดยุ่งกับใบหน้าที่แสนจะเย็นชาจากอีกฝ่ายก็หลุดยิ้มกว้างออกมาทันที



“หิวเหรอ ทำหน้าเครียดเชียว” ฟองฟางนึกถึงเจ้าซาลาเปาไส้หมูสับที่ยัดอยู่ในกระเป๋าเป้ของตัวเอง ก็อยากหยิบให้ครามสมุทรกินอยู่หรอก แต่ติดตรงที่ว่าบนรถไฟฟ้าทานอาหารไม่ได้นี่สิ



“ฟองเบียดคนอื่น”



“หือ ไม่เลยนะ...แต่เบียดกับครามเนี่ยใช่”



“กอดเอว”



“อ อะไรของคราม เฮ้ย!”



ฟองฟางที่กำลังงงๆ กับคำสั่งปุบปับของคนตัวสูงหลุดร้องออกมาเบาๆ เมื่อเอวบางของตัวถูกรั้งด้วยท่อนแขนแกร่ง คนตัวขาวเบียดแน่นกับแผงอกกว้างของครามสมุทรจนหาช่องว่างไม่เจอแล้ว ฟองฟางกำลังจะอ้าปากบอกให้ครามสมุทรช่วยปล่อยแขนออกจากเอวเขาหน่อยแต่ก็ต้องกลืนคำพวกนั้นลงคอทันทีเมื่อเสียงทุ้มดังขึ้นก่อน



“สถานีนี้ใช่มั้ย”



“อ่า ใช่ๆ”



ไม่รอให้ตั้งสติอะไรได้ก่อนเลย ครามสมุทรก็คว้าข้อมือเล็กๆ ของฟองฟางแล้วดึงพาแทรกตัวเดินออกจากรถไฟฟ้าขบวนนี้ทันที



โชคดีที่ครามสมุทรไม่ได้รีบเดินและก้าวขายาวๆ อย่างใจเย็นผิดกับสีหน้าที่ดูยุ่งๆ ขรึมๆ ฟองฟางสาวเท้าเดินช้ากว่าครามสมุทรหนึ่งก้าวมองแผ่นหลังกว้างๆ ของอีกคนพร้อมกับรอยยิ้มที่เปื้อนอยู่บนหน้าตลอดตั้งแต่วินาทีที่เจอกันในวันนี้



แผ่นหลังเดิมๆ ที่ฟองฟางชอบมอง เป็นแผ่นหลังเดิมๆ ที่ให้ความรู้สึกพิเศษกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา



คนตัวสูงในชุดสูทสีกรมดูหล่อและโตขึ้นอีกเป็นกองชะลอเท้า ครามสมุทรก้าวสั้นๆ ให้ฟองฟางที่เดินรั้งหลังขยับมาเดินข้างๆ มือเปลี่ยนจากจับข้อมือมาเป็นกุมและประสานเรียวนิ้วไว้ด้วยกัน



เพราะตอนนี้ดึกพอสมควร บนชานชาลาเลยไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านเท่าไหร่ การเดินจับมืองุ้งงิ้งกับแฟนตัวสูงเลยเป็นไปอย่างราบรื่น...ก็ถ้าคนเยอะฟองฟางไม่กล้าให้ครามสมุทรจับๆ แตะๆ แบบนี้หรอก



เขินจะแย่...



“คราม นั่งกินซาลาเปาก่อนมั้ย ดูเหมือนครามจะหิวนะ”



“รู้ได้ไงว่าหิว”



“ก็เหมือนว่าครามจะโมโหหิว...อะไรแบบนี้อ่ะ”



“ไม่ได้โมโหหิว”



“ได้ไง บนรถไฟฟ้านี่อาการออกเลย เหวี่ยงแบบเงียบๆ อ่ะรู้ตัวมั้ย”



“ไม่ได้โมโหหิว” ครามสมุทรย้ำอีกครั้งพร้อมกับเหลือบมองฟองฟางในตอนที่กำลังก้าวลงบันไดไปด้วยกัน ฟองฟางยู่ปากเล็กน้อย ถ้าไม่ได้โมโหหิวแล้วจะทำเสียงดุๆ จะรั้งเอวเขาเข้าไปกอดไว้ทำไมล่ะ



“อื้อ ไม่หิวก็ไม่หิว”



“ต่อจากนี้ไม่ต้องขึ้นรถไฟฟ้าแล้ว เวลาเรียนไม่ตรงกันไม่เป็นไร เดี๋ยวครามไปรับไปส่งฟองเอง”



“ลำบากเปล่าๆ นะคราม เราเรียนเช้าครามเรียนบ่าย งี้ครามต้องตื่นเช้าไปส่งเราน่ะเหรอ ไม่เอาด้วยหรอก...”



“ไม่เอาก็ต้องเอา”



“แหนะ”



“ครามแทบต่อยหน้าคนที่มาเบียดหลังฟอง รู้มั้ยว่าถูกลวนลามอยู่”



“ก็คนมันเบียดนี่นา แหม...ทีพี่ผู้หญิงคนนั้นมาเบียดแขนครามเรายังไม่ว่าอะไรเลย”



“งั้นว่าหน่อย”



“เฮ้ย เราจะว่าครามทำไมล่ะ”



พวกเขาปล่อยมือกันตอนที่ต้องเสียบบัตรผ่านประตูของรถไฟฟ้าก่อนจะกลับมาเดินกุมมือกันเหมือนเดิม ฟองฟางปรายตามองคนตัวสูงแล้วก็พบว่าอีกฝ่ายกำลังมองมาที่เขาอยู่เหมือนกัน



“ฟอง จริงจังอยู่ครับ”



คนตัวขาวหูแดงหน้าแดงไปหมดตอนที่ได้ยินเสียงทุ้มนุ่มเปล่งออกมาแบบนั้น เวลาที่ครามสมุทรคุยเรื่องจริงจังกับฟองฟางอีกฝ่ายมักจะเป็นแบบนี้ทุกที เขาจะอ่อนโยนและนุ่มนวลมากกว่าเดิมร้อยเท่า ไม่ได้ใช้น้ำเสียงดุๆ คุยกันเพราะรู้ว่าอย่างฟองฟางต้องใช้ไม้อ่อนเข้าหา ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ตัวมาก่อนเลยว่าครามสมุทรจะปราบฟองฟางที่ชอบพูดนู่นนี่ไปเรื่อยไม่จริงจังสักทีได้อยู่หมัด มันได้ผลทุกครั้งที่ครามสมุทรอ่อนโยนแบบนี้



“ครามหวง เป็นห่วงด้วย เมื่อก่อนไม่รู้ว่าฟองต้องเจออะไรมาบ้าง แต่ตอนนี้รู้แล้ว” เสียงทุ้มๆ สลับกับเสียงรองเท้าของเราสองคน ฟองฟางก้มหน้ามองพื้น ค่อยๆ ก้าวขาซ้ายและขาขวาเดินไปพร้อมๆ กับครามสมุทร



“ถึงมันจะเล็กน้อยสำหรับฟอง แต่รู้มั้ย เรื่องของฟองเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคราม”



“...”



“เป็นห่วงมาก ไม่ใช่แค่เรื่องถูกลวนลาม แต่เรื่องสุขภาพของฟองด้วย”



“...”



“ฟองครับ”



“ค ครับ...”



“จะไปยืนเบียดกับคนอื่นอีกทำไม ในเมื่อมีคนเต็มใจขับรถให้นั่ง”



ฟองฟางรู้ว่าการเขินโดยไม่ต้องจ้องตากันมันเป็นกันยังไง ครามสมุทรมีวาจาร้ายกาจที่ฆ่าคนให้ตายได้ เสียงทุ้มน่าฟังของเขาเหมือนอาบยาพิษ ยาพิษที่มีแต่ความสุข ที่ฟังแล้วให้ความรู้สึกอยากจะฉีกยิ้มกว้างๆ หรือลงไปดิ้นตายเพราะเขินจนไม่รู้จะทำยังไงอีกต่อไปแล้ว



“ครามไม่ใช่คนขับรถสักหน่อย...” ท้วงอ้อมแอ้มกับตัวเองเบาๆ แต่มั่นใจว่าครามสมุทรได้ยินเพราะนอกจากเสียงรถที่สัญจรไปมา ก็ไม่มีเสียงอื่นใดนอกจากเสียงของพวกเขา “เป็นแฟนต่างหาก”



“งั้นให้แฟนไปรับไปส่งได้มั้ย”



“ใครสอนให้ครามปากหวานแบบนี้เนี่ย”



“ไม่นอกเรื่อง ตอบมาก่อน”



“อื้อ ไม่เคยขัดใจได้สักครั้งเลยนี่”



หันไปฉีกยิ้มกว้างๆ ให้คนตัวสูงอย่างที่เคยทำมาตลอด แต่รู้มั้ยว่าวันนี้ฟองฟางยิ้มกว้างกว่าเดิมเพราะครามสมุทร เพราะรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าของคนตัวสูง...เป็นรอยยิ้มที่กว้างกว่าเมื่อวานและวันไหนๆ



แฟนก็มีคนเดียว แถมเทคแคร์มากขนาดนี้ ฟองฟางถามตัวเองทุกวันว่าโชคดีแค่ไหนกันนะ...



ถึงได้เป็นหัวใจของครามสมุทร ได้เป็นคนที่ครามสมุทรเก็บไปใส่ไว้ในชีวิตประจำวันแบบนี้ : )

 













#ฟองฟางครามสมุทร












CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

{ yaoi } • Loud & Clear - 18 - up 9.2.62
« ตอบ #79 เมื่อ: 09-02-2019 10:43:03 »





ออฟไลน์ graciej

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 18 - up 9.2.62
«ตอบ #80 เมื่อ09-02-2019 12:50:12 »

เบาหวานขึ้นตา  :hao7: :o8: :-[ :hao7:

ออฟไลน์ k00_eng^^

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 647
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +63/-2
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 18 - up 9.2.62
«ตอบ #81 เมื่อ09-02-2019 13:02:24 »

อยากมีครามสมุทรเป็นของตัวเอง

ออฟไลน์ goosongta

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-6
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 18 - up 9.2.62
«ตอบ #82 เมื่อ09-02-2019 13:43:41 »

พอได้เป็นแฟนนี่ครามรุกหนักกว่าตอนจีบอีก จะหวานไปไหน โอ๊ยเขิน

ออฟไลน์ maemix

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4460
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +299/-3
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 18 - up 9.2.62
«ตอบ #83 เมื่อ09-02-2019 16:07:41 »

โอ้โห   น้ำตาลหล่นตามทางเลย
เขินแทนฟองแฟง

ออฟไลน์ Swanlee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0
{ yaoi } • Loud & Clear - 19 - up 9.2.62
«ตอบ #84 เมื่อ09-02-2019 16:15:57 »



19



หัวใจของฟองฟาง

 



วันหยุดสุดสัปดาห์ที่แพลนเอาไว้ตั้งแต่เปิดเรียนหลังหยุดเทศกาลคือการนอน แต่สุดท้ายก็มาโผล่อยู่บนหาดทรายเนื้อละเอียดที่เมื่อโดนแสงแล้วกลายเป็นสีทอง ข้างหน้าคือทะเลสีฟ้าใส ส่วนข้างๆ ผมคือคนที่มีชื่อเดียวกันกับเกาะนี้



ตั้งแต่ลงจากเครื่องก็ตรงมาที่เกาะครามสมุทรก่อนเป็นอันดับแรกทั้งๆ ที่ควรจะแวะบ้านคุณพ่อคุณแม่ของครามสมุทรซะก่อน ปกติครามสมุทรจะกลับมานี่เฉพาะเวลาที่มีวันสำคัญหรือคุณแม่เรียกตัวลงมา แต่วันนี้เขาแค่อยากพาผมมาเที่ยว มาทานข้าวกับครอบครัวของเขาด้วยกัน



ผมเดินบนรองเท้าแตะ Supreme สีดำคาดแดงของครามสมุทร เดินกุมมือไปกับอีกคนท่ามกลางแดดที่ส่องลงมา มันไม่ร้อนเท่าไหร่เพราะได้รับกลิ่นอายและลมเย็นๆ จากคลื่นทะเลที่พัดเข้ามา เพราะหาดทรายมันไม่ร้อน ผมเลยยอมใส่รองเท้าของครามสมุทร ส่วนรองเท้าผ้าใบของผมที่กลัวว่ามันจะเปียกน้ำครามสมุทรเอาไปถือไว้เองแล้ว



ครามสมุทรน่ะดีที่สุดในโลกแล้ว



Yammy: มึงรู้ป่ะว่าไปทะเลเขาทำไรกัน

Mutt: เล่นน้ำทะเล

Yammy: นั่นมันกิจกรรมประจำทะเลอยู่แล้ว

Yammy: มึงว่าคู่รักที่เขาไปฮันนีมูนกันที่ทะเลอะไรแบบนี้ เขาจะไปทำอะไรกันวะ คึคึ

Mutt: โอ้โหไอ้แยม ผมนี่...

Yammy: @.ff เจลหล่อลื่น ถุงยางอนามัย มึงต้องเตรียมให้พร้อมนะ

Yammy: กูว่ามึงต้องเจ็บแน่ๆ อ่ะ ถ้าไม่ไหวก็บอกให้ไอ้ครามหยุด แต่ถ้ามันไม่หยุดมึงก็ถีบอกแม่ง

Yammy: ตัวมึงหอมอยู่แล้วคงไม่ต้องใส่น้ำหอมเพิ่ม แค่นี้ไอ้ครามก็แทบจะแดกตัวมึงเข้าไปอยู่แล้ว

Yammy: โอเคมั้ยเพื่อน

Mutt: เงียบแบบนี้มีลุ้นว่ะ

 

“ตอบเพื่อนหน่อยมั้ย”



“ไม่เอาอ่ะคราม ถ้าครามเห็นอาจจะไม่อยากตอบเลยด้วย”



“ทำไมล่ะ”



“แยมกับมัทนิสัยไม่ดี ชอบแกล้ง”



“แล้วก็ปล่อยให้เขาแกล้ง?”



“ไม่อยากตอบโต้ไง เดี๋ยวพวกนั้นหงายเงิบ”



“จะโต้ทันเขาเหรอ เห็นโดนแกล้งทีไรก็สู้เขาไม่ได้ทุกที”



“แต่เราสู้ครามได้นะ นี่แน่ะ” ต่อยคนตัวสูงด้วยหมัดแบบไม่จริงจัง แฟนทั้งคนใครจะไปทำร้ายได้ลงคอ แค่หยอกครามสมุทรเหมือนที่เขาชอบหยอกผมด้วยการหอมแก้มเท่านั้นเอง



“ต่อยแรงๆ ก็ได้ ไม่เจ็บหรอก”



“ฮื่อ ไม่ต่อยอ่ะ ทำครามไม่ลงหรอก”



ผมเงยหน้ามองคนข้างๆ รู้ตัวว่าตัวเองขมวดคิ้วตอบเสียงจริงจังกลับไป แต่พอเห็นครามสมุทรปรายตามองแล้วยกยิ้มมุมปากให้แบบนั้นคิ้วที่ขมวดอยู่ก็คลายออกทันที



“แต่ครามกล้าทำฟองนะ”



“ทำไมใจร้ายอ่ะ”



“กลัวเหรอ”



“ไม่กลัว เอาซี้ เดี๋ยวรู้เลยว่าใครแรงเยอะกว่ากัน”



“อือ เดี๋ยวก็รู้ : )”



รู้มั้ยว่าผมนึกถึงหมัดของตัวเองกำหมัดของครามสมุทรเป็นอย่างแรก เสียงเพลงเวลาที่นักมวยเริ่มชกลอยเข้ามาในหัวของผมแล้ว แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมาของครามสมุทรนี่น่ะสิที่ดับทุกอย่างในหัว กับแววตากรุ้มกริ่มแบบนั้นใครมองก็ต้องรู้ว่าเจ้าเล่ห์มากแค่ไหน ผมหรี่ตาหลบแสงแดดและเพื่อให้มองใบหน้าของครามสมุทรชัดกว่าเดิม สบตากันอีกคนอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งอีกฝ่ายโน้มตัวลงมาฝากรอยจูบเบาๆ ที่ซอกคอ



ผมสะดุ้งโหยงเลยแหละ...จั๊กจี้จะตาย



“แค่นี้ก็แพ้ครามแล้ว”



“...อะไรของครามเนี่ย”



ผมยกมือเกาแก้มเบาๆ แล้วรีบหันหน้าหนีครามสมุทร อันตรายแน่ๆ ถ้าปล่อยให้เขาหอมนิดจูบหน่อยแบบนี้ แถมประโยคที่ผมกับเขาคุยกันมันก็คนละเรื่อง...ผมน่ะคุยเรื่องต่อย ต่อสู้ ใครแรงเยอะกว่าเดี๋ยวก็รู้



แต่ครามสมุทรเนี่ย...ไม่ได้คุยเรื่องเดียวกับผมแน่ๆ



ไม่ใช่แน่ๆ ._.



ผมหันหน้าหนีครามสมุทรซ่อนรอยยิ้มเขินๆ ของตัวเองเอาไว้ไม่ให้เขาเห็น โชคดีที่เกาะครามสมุทรนักท่องเที่ยวไม่เยอะเต็มหาด มีประปรายแค่ฝรั่งประมาณสองสามคนเท่านั้นที่นอนอาบแดดอยู่...ผมเลยไม่ค่อยอายเท่าไหร่ที่ถูกเขาจูบคอแบบนั้น แต่ถ้าคนเยอะๆ นี่สิ...ฮึ่ม



“ที่นี่สวยมากเลยเนอะ” ผมกระชับนิ้วที่ประสานกับนิ้วของครามสมุทรแน่นกว่าเดิม หาเรื่องอื่นมาพูดกลบความเขินอายของตัวเอง



“ครับ สวย”



“เราชอบหาดทรายนะ เวลาโดนแสงระยิบระยับเหมือนเพชรเลย ครามคิดว่าในเกาะนี้อะไรสวยสุด”



“ฟองฟางไง”



ผมชะงักแล้วปรายตามองคนข้างๆ พอพบว่าอีกฝ่ายจ้องมองอยู่ก่อนก็ถึงกับตกอยู่ในสภาวะที่ทำอะไรไม่ถูก ครามสมุทรจะรู้มั้ยว่าผมแพ้ดวงตาคมๆ ของเขามากแค่ไหน เขาจะรู้มั้ยว่าริมฝีปากสีชมพูธรรมชาตินั่นผมชอบให้เขาสัมผัสลงมาบนปากผมมากจริงๆ



แล้วเขาจะรู้มั้ยนะ...ว่าทุกอย่างที่เป็นเขาทำให้ผมใจสั่นไม่หยุดสักที



“ห ห้ามตอบแบบนี้”



“ก็ความจริงไง ตอบแบบนี้ดีที่สุดแล้ว”



“...”



“หัวใจของคราม สวยที่สุดครับ”



ผมยิ้มกว้างออกมาโดยไม่หลบหน้าอีกฝ่าย เช่นเดียวกับเขาที่ส่งยิ้มหล่อๆ มาให้ ผมสบตากับเขา บอกคำว่าขอบคุณผ่านสายตา



ช่วยบอกที ผมจะทำยังไงให้รักผู้ชายน้อยลงได้บ้าง



ยิ่งผ่านไปนานเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งรักเขามากกว่าเดิมซะอีก







*****







 

“ไม่ต้องเกร็งนะคะฟอง ทานเยอะๆ เลยค่ะ เห็นครามบอกว่าฟองทานเก่งจะตาย ไหงตอนนี้แตะแต่ปลาไปนิดเดียวเองล่ะคะ เอ...หรือว่าอาหารไม่อร่อย”



คนที่ถูกให้ยกเป็นลูกชายคนที่สองของบ้านนั่งตัวลีบๆ ยิ้มแหยให้คุณผู้หญิงของเกาะครามสมุทร ท่านใช้หลังมืออังบนหน้าผากที่มีผมปรกหน้า ฟองฟางทำหน้าอึนๆ เขาเองก็งงเหมือนกันที่วันนี้กินข้าวได้น้อยมากทั้งๆ ที่อาหารตรงหน้าก็ของโปรดทั้งนั้น



“ฟองหน้าซีดๆ นะลูก เมาเรือหรือเปล่า”



“...น่าจะใช่ครับ”



พอคุณพ่อของครามสมุทรเดาอาการให้ฟองฟางก็เหมือนจะรู้ตัวทันทีว่าตัวเองเมาคลื่นแรงๆ กับสปีดโบ๊ทที่วิ่งเร็วเอาซะมากๆ ปกติแล้วฟองฟางไม่เคยเมาเรือเลยด้วยซ้ำ แต่คงเป็นเพราะวันนี้ยืนตากแดดกับครามสมุทรสองคนตั้งนาน หลังจากนั้นก็นั่งสปีดโบ๊ทไปรับคุณพ่อกับคุณแม่ของครามสมุทรมาที่เกาะด้วยกันอีก...เจอคลื่น เจอแดดเข้าหน่อยเลยรู้สึกเพลียๆ มึนหัวไปหมด



“นอนพักก่อนมั้ย หายแล้วค่อยมากินต่อ”



อาการของฟองฟางไม่ได้แย่ขนาดนั้น แต่ครามสมุทรขมวดคิ้วแน่น สีหน้ากังวลของคนข้างกายทำเอาฟองฟางต้องฉีกยิ้มกว้างๆ ให้ครามสมุทรเห็นว่าเขาแข็งแรงดี เมาเรือแค่นี้สบายกว่าเมาเหล้าตั้งเยอะ



“เรายังไม่อิ่มเลย”



“ยกไปกินบนเตียงก็ได้”



“...นี่คราม” จะทำตัวน่ารักเกินไปแล้ว



ฟองฟางแก้มแดงปลั่งเพราะสายตาอ่อนโยนกับน้ำเสียงนุ่มละมุนลื่นหูของคนข้างๆ ยิ่งเมื่อคุณพ่อกับคุณแม่ของครามสมุทรหัวเราะออกมาเบาๆ หน้าของฟองฟางยิ่งแดงเข้าไปกันใหญ่



“เราสองทำให้พ่อคิดถึงสมัยที่พ่อพาแม่ไปเปิดตัวกับที่บ้านครั้งแรก” คุณพ่อครามสมุทรหัวเราะเบาๆ ระหว่างที่ท่านกำลังพูดพร้อมรอยยิ้ม มือของท่านก็หั่นเนื้อตักใส่จานคุณแม่ไปด้วย แถมยังหยิบซอสมาราดบนเนื้อให้



“รู้มั้ยว่าครามเหมือนพ่อเขาตอนหนุ่มๆ...พาแม่ไปทานข้าวกับที่บ้านครั้งแรกก็เอาแต่เทคแคร์แม่ต่อหน้าผู้ใหญ่ ยิ่งบนโต๊ะอาหารแม่เกร็งมาก ทั้งตักอาหารทั้งเช็ดปากให้แม่ ตอนนั้นแม่อยากตีพ่อเขาแรงๆ เลยแหละจ้ะ”



ฟองฟางยิ้มกว้างกว่าเดิมเพราะได้ยาดมจากครามสมุทร นั่งฟังพวกท่านเล่าความหลังไป แฟนของเขาก็หยิบผ้าเย็นมาเช็ดกรอบหน้าให้อย่างเบามือ ความอบอุ่นอ่อนโยนและความใส่ใจของครามสมุทรทำให้ฟองฟางไม่สามารถสู้หน้าคุณพ่อกับคุณแม่ได้อีกแล้ว ท่านพูดแซวครามสมุทรเป็นระยะ แต่เหมือนลูกชายคนนี้จะไม่ได้ยินอะไรเลยน่ะสิ



“...คราม พอก่อนสิ” ฟองฟางกระซิบเบาๆ เหลือบตามองตาคมๆ ที่จดจ่อกับใบหน้าของเขา



“เอาใหญ่เลยนะคราม จะทำให้พ่อกับแม่อิจฉาหรือไงคะ”



“คราม...นี่” แตะข้อมือหนาด้วยปลายนิ้วเบาๆ ฟองฟางเงยหน้ามองครามสมุทรที่ยังคงใช้ผ้าเย็นเช็ดหน้าให้อย่างนั้น



ฟองฟางจ้องไรหนวดเขียวจางๆ ที่ทำให้ครามสมุทรดูเท่อย่างบอกไม่ถูก กับไอ้แค่ไม่มีเวลาโกนหนวดมันทำให้คนคนหนึ่งเพอร์เฟกต์กว่าเดิมได้ขนาดนี้เลยเหรอ ใบหน้าขาวกระจ่างที่แสนหล่อเหลาในระยะใกล้ เหมือนใบหน้าของครามสมุทรจะดึงให้ฟองฟางไม่ได้ยินเสียงอะไรแม้กระทั่งเสียงรอบข้าง เหมือนอีกฝ่ายทำให้ฟองฟางหลงไปอยู่ห้วงของครามสมุทร...มือเล็กยกขึ้นกุมหน้าอกซ้าย ฟองฟางถอนหายใจออกมาเบาๆ



เฮ้อ...ทำไมต้องมีแฟนหล่อขนาดนี้ด้วย



“ฟอง เลือดกำเดาไหล”



“ห ห๊ะ...ทำไงดี”



“ไม่เป็นไรฟอง นั่งนิ่งๆ เดี๋ยวครามเช็ดให้”



อือ ก็โคตรตลกตัวเองเลยที่เลือดกำเดาไหลเพราะมองหน้าแฟนตัวเอง

ครามสมุทรหล่อเกินไปก็งี้...



ฟองฟองบอกตัวเองในใจว่าจะไม่ให้ครามสมุทรรู้แน่ๆ ว่าที่เป็นแบบนี้เพราะแพ้ความเพอร์เฟกต์ของเขาน่ะ : (







*****









 

ครามสมุทรเดินออกจากห้องน้ำหลังจากที่เขาทำความสะอาดร่างกายของตัวเองเสร็จเรียบร้อยเพราะเมื่อเช้าตากแดดอยู่นานจนมีกลิ่นแดดติดตัว เขาพาฟองฟางขึ้นมานอนในห้องนี้ราวๆ ห้าชั่วโมงแล้ว หลังจากที่ฟองฟางเลือดกำเดาไหลครามสมุทรก็ไม่ลังเลที่จะให้แฟนคนเดียวของเขาได้พักผ่อน



มุมปากของครามสมุทรเปื้อนยิ้มตอนที่เห็นคนบนเตียงพลิกตัวเพราะคงจะเมื่อยจากการนอนท่าเดิมๆ...กว่าจะกล่อมให้ฟองฟางหลับได้ก็นานเอาเรื่องเพราะเจ้าตัวยืนยันว่ายังไม่ง่วง ครามสมุทรรู้ดีว่าฟองฟางพักผ่อนน้อย ผลพวงมาการอดหลับอดนอนทำโปรเจ็กต์เล็กๆ ของสาขาที่อีกคนเรียนอยู่ ไหนจะตื่นเต้นตอนรู้ว่าเขาจะพามาหาพ่อกับแม่อีก



คนตัวสูงหยิบเจลกระคบเย็นที่หล่นอยู่ข้างหมอนมาวางไว้บนหน้าผากคนตัวเล็กเหมือนเดิม ฟองฟางตอนหลับเหมือนเด็กไม่มีผิด ยิ่งหน้าตาจิ้มลิ้ม ปากนิดจมูกหน่อยทำให้ดูน่ารักเอามากๆ จนครามสมุทรอดใจไม่ไหวที่จะกดจูบเบาๆ บนแก้มนุ่มนิ่มของอีกคน



แม้รู้ว่าควรจะปล่อยให้คนที่ดูอิดโรยพักผ่อนอย่างเต็มที่แต่ครามสมุทรก็อดใจตัวเองไม่ไหว เขากดจมูกย้ำบนแก้มขาว บนขมับที่มีผมคลอเคลียอยู่ ทำอยู่อย่างนั้นหลายครั้ง สูดเอาความหอมจางๆ ที่ยังติดอยู่แม้ฟองฟางจะตากแดดช่วงเช้าเหมือนกันก็ตาม ฟองฟางน่ะตัวหอมกว่าเขาตั้งเยอะ



ครามสมุทรไม่เว้นแม้กระทั่งกลีบปากสีชมพูอวบอิ่มของแฟน เขาลงน้ำหนักในการแนบริมฝีปากมากกว่าส่วนอื่นที่ใช้แค่จมูกโด่งๆ กดลงไป ใครจะไปรู้ว่าริมฝีปากของฟองฟางจะหวานฉ่ำขนาดนี้ ครามสมุทรบดคลึงจูบอยู่อย่างนั้น ละเลียดแทะเล็มขอบปากหยักได้รูปอย่างค่อยเป็นค่อยไปจนคนที่หลับอยู่ปรือตาตื่นขึ้นมา



ฟองฟางมึนงง กะพริบตาถี่ โฟกัสภาพตรงหน้าไม่ได้เพราะครามสมุทรเข้ามาใกล้กันเกินไป มือเล็กๆ จับไหล่หนาของคนที่อยู่ข้างบนเอาไว้ ได้แต่เงยหน้ารับจูบอุ่นๆ ที่ไม่ได้ลุกล้ำเข้ามาแต่ก็วาบหวามจนต้องเกร็งหน้าท้องไว้อย่างนั้น



“ค...คราม อื้อ” ฟองฟางหลับตาปี๋ทั้งๆ ที่เพิ่งลืมตาได้ไม่นาน เอียงหน้าหนีจูบที่แนบแน่นกว่าเดิมเพราะกลัวว่าตัวเองจะหายใจไม่ไหว แล้วบทลงโทษของคนที่หนีริมฝีปากของครามสมุทรก็คือรอยจูบเบาๆ ที่ทำให้ขนลุกขึ้นมา ไรหนวดจางๆ สัมผัสกับเนื้อผิวนุ่มนิ่มที่ซอกคอจนฟองฟางต้องเม้มปากกลั้นเสียงบางอย่างเอาไว้ ยิ่งครามสมุทรคว้าแขนทั้งสองข้างของฟองฟางให้คล้องลำคอแกร่งเอาไว้แล้วกักขังคนตัวเล็กไว้ในอ้อมกอดแน่นๆ ยิ่งทำให้ฟองฟางแทบจะบ้าตายในตอนนั้นเลย



ฟองฟางหดคอตอนที่ริมฝีปากอุ่นๆ กดย้ำสันกรามก่อนจะจูบย้ำข้างใบหูจนได้ยินเสียงเฉอะแฉะจากริมฝีปากของคนที่ขึ้นคร่อมตัวเองไว้ เกร็งหน้าท้องมากกว่าเดิมตอนที่ครามสมุทรลากริมฝีปากลงมาตรงซอกคอ ฟองฟางเงยหน้าหลับตาแน่น จิกปลายเท้าบนเตียงเมื่อครามสมุทรงับคอเบาๆ จนหลุดเสียงครางหวานๆ เพราะเสียวแปลบไปทั่วทั้งร่างกาย



เหมือนจะขาดอากาศหายใจไปชั่วขณะเมื่อครามสมุทรเลื่อนจูบบนริมฝีปากอีกครั้ง ครามสมุทรสอดลิ้นเข้ามาในโพรงปากของฟองฟาง ถึงจะรู้ว่าคนใต้ร่างมีรสชาติจูบที่หวานยิ่งกว่าลูกอมอยู่แล้ว แต่ครามสมุทรไม่คิดมาก่อนเลยว่าข้างในจะหวานฉ่ำมากขนาดนี้



มันร้อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อฟองฟางสอดนิ้วเข้าไปในเส้นผมหนาหนุ่มของอีกฝ่าย ขยุ้มเบาๆ ระบายความรู้สึกที่มีอยู่ตอนนี้ให้ครามสมุทรรับรู้ ยิ่งให้ความร่วมมือกันมากเท่าไหร่อารมณ์ของพวกเขายิ่งเตลิดไปไกล จากจูบเบาๆ กลายเป็นจูบเร่าร้อน ครามสมุทรดูดกลืนฟองฟางทุกซอกทุกมุม กะทำให้ฟองฟางตายคาอ้อมกอดอุ่นๆ แบบนี้ด้วยซ้ำ



เสียงลมหายใจดังขึ้นตอนที่ครามสมุทรถอนริมฝีปากออกช้าๆ โดยไม่ลืมที่จะก้มลงไปจูบซอกคอหอมๆ ของฟองฟางอีกครั้ง ตาคมสบกับดวงตาหวานฉ่ำเป็นประกาย เขายิ้มให้คนใต้ร่างที่กะพริบตาเบาๆ เหมือนยังงงๆ อยู่ว่าเมื่อกี้ตัวเองทำอะไรลงไปบ้าง



“นิสัยไม่ดี...รังแกคนป่วย”



“คนป่วยน่ารักทำไม” หยิบเจลประคบเย็นที่หล่นไปกองข้างศีรษะคนตัวเล็กตั้งแต่เมื่อไหร่รู้ออกก่อนโยนไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียงอีกที พร้อมกับเกลี่ยน้ำใสๆ ออกจากหางตาของฟองฟางเบาๆ ไม่ได้ร้องไห้หรอก แต่ฟองฟางคงจะแสบตาหรือหาวออกมาจนน้ำตาคลอแบบนี้



คนตัวสูงเงยหน้ามองนาฬิกาที่อยู่บนหัวเตียง ตอนนี้สี่โมงเย็นแล้ว ยังไม่ถึงเวลาอาหารเย็นของที่บ้านแต่เขาก็เดาเอาว่าฟองฟางคงหิว คนตัวสูงช้อนหลังคนที่บอกว่าป่วยให้ลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง เกลี่ยเส้นผมที่ปรกใบหน้าสวยๆ ของแฟนออกอย่างเบามือ



“เดี๋ยวครามเอาข้าวผัดมาให้ ของชอบฟองใช่มั้ย จะได้กินยาแก้ปวดหัวด้วย” พูดไปมือหนาก็จับแก้มนุ่มนิ่มไปด้วย เหมือนครามสมุทรเป็นพวกติดสัมผัสแฟนไปแล้วจริงๆ ถ้าไม่จับมือกันไว้ก็ต้องหาเรื่องแตะตัวกันตลอด



“อื้อ แต่เราลงไปกินข้างล่างดีกว่า อะไรกัน...มาเยี่ยมบ้านครามแท้ๆ แต่ดันมาคลุกอยู่แต่ในห้องครามอย่างนี้”



“ก็ฟองป่วย”



“แต่เราหายป่วยแล้ว”



“แน่ใจ?”



“แน่มากๆ ได้ยาดีน่ะ” ตอบไปก็ยิ้มกรุ้มกริ่มไปด้วย ยาที่ได้ดีจริงๆ...นี่ยังเสียดายอยู่เลยที่ครามเลิกป้อนยาให้เร็วเกินไป เฮ้อ...



“ชอบเหรอ เอาอีกมั้ยล่ะ”



“พอเลยๆ ไม่รู้หรือไงว่ากำลังจะฆ่ากันตายไปข้าง”



ปูทางให้ขนาดนี้มีหวังถ้าฟองฟางเล่นตามน้ำคงไม่ได้ออกจากห้องนอนแน่ๆ ครามสมุทรน่ะร้ายจะตาย เห็นหน้านิ่งๆ ดูจริงจัง ดุดันแบบนี้ แต่เวลาอยู่ด้วยกันสองคนแทบเปลี่ยนเป็นคนละคนไปเลย



ก็นะ ที่เขาว่ากันว่าคนเรามักจะมีอีกมุมที่ไม่แสดงให้ใครเห็น แต่เปิดเผยเมื่อได้อยู่กับคนที่ไว้ใจมากๆ



“นี่ห้องครามเหรอ อยู่แบบนี้ตั้งแต่เด็กจนโตเลยจริงดิ” ฟองฟางมองรอบๆ เพราะเพิ่งสังเกตว่ามันหรูหราและใหญ่โตเอามากๆ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเป็นของแบรนด์ดังทั้งนั้น



“อยู่ตั้งแต่จำความได้”



“โห ไม่เหงาแย่เหรอ”



“ไม่ครับ” ครามสมุทรส่ายหน้าเบาๆ พลางยิ้มมุมปาก “ตอนแรกไม่เหงา แต่ตอนนี้ชักเหงา อยากมีคนให้นอนกอดทุกวัน”



“ขอซื้อเลยนะ ครามสมุทรโหมดขี้อ้อนปากหวานเหมือนคนเจ้าชู้แบบนี้น่ะ”



ย่นจมูกให้คนที่นั่งหัวเราะในลำคออยู่คนเดียว ครามสมุทรเป็นแบบนี้ใครจะตามทันกันล่ะ นึกจะพูดอะไรก็พูดออกมาทั้งๆ ที่แต่ก่อนทำตัวอย่างกับถ้าพูดแล้วดอกพิกุลจะร่วง



ฟองฟางละสายตาจากใบหน้าแสนหล่อของคุณแฟนแล้วมองรอบห้องอีกครั้ง ก่อนไปสะดุดกับตู้โชว์สีครีมที่มีถ้วยรางวัล เหรียญรางวัล รูปและใบประกาศนียบัตรเป็นเครื่องการันตีว่าสมัยเรียนมัธยมครามสมุทรเก่งขนาดไหน...แต่มันก็มีรูปถ่ายขนาดเท่าเอสี่หนึ่งรูปที่ถูกใส่กรอบรูปตั้งโชว์ในนั้น เป็นรูปถ่ายที่สะดุดตามากที่สุด...เพราะฟองฟางก็มีรูปนี้อยู่แฟ้ม Portfolio เหมือนกัน



“สงสัยอะไร”



“ครามเคยไปแข่งคณิตระดับประเทศใช่มั้ย เมื่อปีที่แล้วที่กรุงเทพฯ”



“ใช่ เคยไปแข่ง”



“แล้ว...ครามได้ที่เท่าไหร่”



“ที่หนึ่ง”



ฟองฟางยิ้มกว้างออกมาทันที รีบชี้นิ้วไปที่ตู้นั้นที่มีรูปภาพเดียวกันกับที่ฟองฟางเก็บไว้ที่บ้าน รู้สึกดีใจจนไม่รู้จะพูดออกมายังไง อ้ำอึ้งจนครามสมุทรต้องบีบไหล่เบาๆ บอกให้ฟองฟางใจเย็นกว่านี้



“อะไรฟอง ค่อยๆ พูด”



“เรา...เราเคยเจอกันแล้วนี่นา เคยถ่ายรูปด้วยกันด้วยตอนรับรางวัลด้วย ตอนนั้นเราก็ไปแข่งคณิตนะ เราได้ที่สอง...เราจำได้ว่ามีผู้ชายตัวสูงๆ มาจากโรงเรียนในเครือเดียวกัน แต่ทำไมเราถึงจำไม่ได้เลยว่าคนคนนั้นคือคราม”



ในรูปถ่ายขนาดเอสี่ที่ครามสมุทรเก็บใส่กรอบไว้ในตู้โชว์เป็นรูปหมู่ มีเพื่อนนักเรียนรุ่นเดียวกันที่ได้ไปแข่งยืนอยู่ในนั้น หลากหลายโรงเรียนจนจำไม่ได้ว่ามีที่ไหนบ้าง...จำไม่ได้แม้กระทั่งครามสมุทร คนที่ชิงคะแนนอันดับหนึ่งด้วยกัน



“ครามจำได้ คนที่ตัวสั่นเพราะกลัวไม่ได้เหรียญทอง”



“...”



“ขอโทษนะครับที่ตอนนั้นครามก็อยากจะชนะเหมือนกัน ฟองเลยได้เหรียญเงินกลับบ้านแทน”



“ไม่ให้อภัยได้มั้ย ตอนนั้นเราพนันกับแม่ไว้ด้วยว่าถ้าชนะต้องซื้อรองเท้าคู่ใหม่ให้...ก็อดได้ไปเลย”



ครามสมุทรบีบจมูกคนตัวเล็กเบาๆ ก่อนลุกขึ้นไปหยิบเหรียญทองที่แขวนอยู่ในตู้นั้นออกมา ฟองฟางมองตามคนตัวสูงไม่วางตา อยู่ดีๆ ก็รู้สึกเขินแฟนตัวเองขึ้นมาอีกครั้งเพราะครามสมุทรชอบทำตัวให้หล่อจนเกินไปอยู่ตลอด



แล้วเหรียญทองจากการแข่งขันคณิตศาสตร์ระดับประเทศก็ถูกสวมลงบนคอขาวๆ...ฟองฟางเงยหน้ายิ้มแฉ่งก่อนจะโผเข้ากอดคนตัวสูง ซุกหน้าอยู่กับอกแน่นหนั่นของครามสมุทรที่อบอุ่นน่าซบกว่าหมอนตั้งหลายเท่า



“สวมให้คือยังไง ให้ลองใส่เฉยๆ ใช่มั้ยล่ะ” ถามด้วยเสียงอู้อี้เพราะแนบริมฝีปากไปกับแผ่นอกของครามสมุทรแล้ว



“ถ้าฟองอยากได้ก็เอาไปได้เลย ครามให้”



“แต่เราไม่ได้แข่งชนะ แล้วกว่าครามจะได้มาก็ไม่ใช่ง่ายๆ...ไม่เสียดายเหรอ”



“เสียดายทำไม”



ครามสมุทรกดจูบบนหน้าผากที่เส้นผมปรกอยู่ ก่อนจะจูบย้ำอีกครั้งเมื่อฟองฟางเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มหวานๆ ให้กัน



“ครามให้ฟองได้ทุกอย่างอยู่แล้ว”



“พูดจริงนะ”



“ครับ จริงๆ”



“งั้นทำตามที่พูดหน่อย จูบเรานานๆ หนึ่งที”



“...”



“ถ้าเราไม่บอกให้หยุด...ครามก็อย่าหยุดนะ”



ครามสมุทรคลี่ยิ้มไปพร้อมๆ กับคนในอ้อมกอด มองใบหน้าที่ถูกใจตั้งแต่แรกเจอด้วยความรู้สึกที่อบอุ่นมากกว่าเดิม เขาไม่รู้มาก่อนว่าในสักวันหนึ่งจะรักฟองฟางได้มากขนาดนี้



ไม่ได้อยากจะอ้างว่าเป็นพรหมลิขิต โลกเหวี่ยงหรืออะไรก็ตามทำให้ได้เจอกัน



แต่ครามสมุทรขอบคุณจริงๆ ขอบคุณที่ได้มีฟองฟางอยู่ข้างๆ...ได้รักฟองฟางแบบนี้ไปเรื่อยๆ



เพียงแค่นี้...ครามสมุทรก็สุขใจมากแล้วจริงๆ











 

 

#ฟองฟางครามสมุทร

ออฟไลน์ Gokusan

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 799
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +269/-1
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 19 - up 9.2.62
«ตอบ #85 เมื่อ09-02-2019 17:49:35 »

หวานทะเลจืดไปเล้ยยยย ><

หวานจนพ่อแม่อิจฉาทีเดียว อิอิ

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 19 - up 9.2.62
«ตอบ #86 เมื่อ09-02-2019 18:05:09 »

 :L2: :pig4:

ออฟไลน์ Swanlee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0
{ yaoi } • Loud & Clear - 20 - up 9.2.62 end.
«ตอบ #87 เมื่อ09-02-2019 18:33:52 »

20



หัวใจของครามสมุทร



 

หลังจากที่เมาเรือไปเมื่อวาน แพลนที่ฟองฟางตั้งใจไว้ว่าจะทำตอนมาเที่ยวเกาะครามสมุทรก็ถูกล้มเลิกไปหมด แต่ตัวเองถูกคุณหมอที่ชื่อว่าครามสมุทรบังคับให้นอนอยู่แต่ในห้องเพราะกลัวว่าถ้าพาฟองฟางออกไปตากแดดอีกอาจจะไม่ได้แค่เมาเรือ แต่คงเป็นลมแดดเพิ่มไปอีกอย่าง



โห่ ก็ไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นสักหน่อย : (



แต่ก็เข้าใจครามสมุทรเขานั่นแหละ มีแฟนตัวขาวจั๊วะอยู่คนเดียวจะไม่ให้ห่วงยังไงไหว ยิ่งในสายตาของครามสมุทรฟองฟางเป็นเหมือนแก้วบางๆ ที่พร้อมจะแตกสลายทุกเมื่อ เหมือนลูกเจี๊ยบตัวเล็กที่ต้องการแสงไฟอุ่นๆ เมื่ออยู่ห่างไกลครอบครัว ครามสมุทรเลยต้องสวมบทเป็นคุณพ่อของฟองฟางเวอร์ชั่นดุกว่านั้นล้านเท่า



นั่งๆ นอนๆ อยู่ในห้องของครามสมุทรจนกระทั่งช่วงบ่ายของวันถัดมาฟองฟางถึงได้ออกมาเที่ยวจริงๆ จังๆ อีกครั้ง แต่บอกเลยว่าคราวนี้นั่งสปีดโบ๊ทมาที่เกาะไม่มีการเมาเรืออีกแล้ว ฟองฟางเสิร์ชหาวิธีที่ไม่ให้เมาเรือ ทั้งกินยา พกยาดม ยาอม ยาหม่อง สารพัดยาจนครามสมุทรถามไปพร้อมกับหัวเราะจนไหล่สั่นว่ากลัวจะไม่ได้เที่ยวเหรอ...แหงสิ ครามสมุทรเวลาอยู่ในโหมดจริงโคตรน่ากลัว ถ้าห้ามก็คือห้ามจริงๆ ขัดอะไรเขาก็ไม่ได้ด้วย



“ขยับเข้ามาหน่อย ยื่นหน้าไปขนาดนั้นเดี๋ยวก็ตกเรือพอดี”



“ห๊ะ อะไรนะ”



เพราะตอนนี้อยู่บนสปีดโบ๊ททั้งลมและเสียงเรือดังกลบเสียงทุ้มต่ำของครามสมุทร ฟองฟางที่คุกเข่าเกาะขอบเรือได้ยินแค่เสียงแว่วแต่จับใจความไม่ได้ว่าครามสมุทรกำลังจะพูดอะไรเลยก้มหน้าถาม แต่กลับถูกจมูกโด่งกดลงบนแก้มแรงๆ พร้อมกับถูกรวบเอวให้ลงมานั่งบนที่นั่ง



“เชื่อแล้วที่แม่ฟองบอกว่าซนเก่งที่หนึ่ง”



“แล้วมีใครเคยบอกมั้ยว่าครามอ่ะฉวยโอกาสเก่งที่หนึ่ง” เดี๋ยวก็กอด เดี๋ยวก็หอม ถ้าลับตาคนเข้าหน่อยก็คว้าฟองฟางไปจูบเหมือนคนที่ขาดสัมผัสวาบหวามอะไรทำนองนี้ไม่ได้



ฟองฟางบีบจมูกโด่งเบาๆ พลางจับส่ายไปมาสองที สุดท้ายก็นั่งนิ่งๆ อยู่ในอ้อมแขนของครามสมุทร เอียงคอซบไหล่กว้างอีกฝ่าย ปล่อยให้ครามสมุทรก้มลงมาหอมหัวของตัวเองถึงแม้ว่าจะเขินสายตาพี่คนขับเรือแค่ไหนก็ตามเถอะ



เฮ้อ...ครามสมุทรไม่อายบ้างหรือไงเนี่ย



“เตินคราม ทำพันนั้นโหม้เด็กบัดสีเหม็ดแล้วครับ” (คุณคราม ทำอย่างนั้นแฟนอายหมดแล้วครับ)



สปีดโบ๊ทถูกดับเครื่องเพราะเข้าใกล้ท่าเรือของเกาะครามสมุทร ฟองฟางเลยได้ยินเสียงพี่คนขับเรือชัดเจนยิ่งกว่าตอนที่คุยกับคนข้างๆ นี่อีก คนฟังทำหน้ายิ้มแหยทันทีที่พี่เขาพูดจบ พยายามจะขยับตัวออกห่างจากครามสมุทรเพราะคำว่าบัดสีที่ยินเต็มหู



อือ มันก็น่าบัดสีมั้ยล่ะ ทั้งกอดทั้งหอมต่อหน้าคนอื่นแบบนี้...



ครามสมุทรหันไปยิ้มให้พี่คนขับที่ดินไปมาเตรียมเอาเรือเทียบท่า มือก็ยังหนึบอย่างกับติดกาวไม่ยอมให้ฟองฟางขยับไปไหนจนคนตัวขาวต้องหันไปตีต้นแขนของอีกฝ่ายเบาๆ



“พี่เขาว่าแล้วนะเมื่อกี้ ได้ยินมั้ย”



“ว่าอะไรครับ”



ฟองฟางที่ไม่เข้าใจภาษาใต้หรี่ตามองอีกคนที่อยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด นึกสงสัยขึ้นมาทันทีว่าเมื่อครามสมุทรไม่ได้ยินที่พี่คนขับเรือพูดหรือไง ถึงเขาจะฟังไม่รู้เรื่องแต่ก็ตีความออกเหมือนกันแหละหน่า...



“มากอดเราแบบนี้อ่ะบัดสีมากเลยรู้มั้ย กอดก็พอว่าแล้ว มาหอมอีกด้วย เฮ้ย! พอเลยๆ...” ลูบแก้มปอยๆ เพราะไม่ทันขาดคำครามสมุทรก็กดจมูกลงบนแก้มนุ่มนิ่มของฟองฟางอีกครั้ง แถมยังยิ้มหน้าระรื่นไม่เห็นจะมีทีท่าสำนึกกับการกระทำของตัวเองบ้างเลยสักนิด



ชักเอาใหญ่แล้วครามสมุทรเนี่ย...



“รู้แล้วว่าบัดสี”



“รู้แล้วก็ยังทำ นิสัย...นี่ถ้าเป็นที่บ้านยายเรานะ คงโดนจับขอขมาผีสางไปแล้ว”



“ขนาดนั้นเลยเหรอ”



เลิกคิ้วถามพลางยิ้มกรุ้มกริ่ม ครามสมุทรรู้อยู่แล้วแหละว่าอีกฝ่ายไม่รู้ภาษาใต้สักคำ อยากสอนเอาไว้ให้เป็นความรู้เหมือนกัน แต่พอเห็นตาโตๆ เบิกกว้างเวลาตกใจหรือตื่นกลัว กับริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูที่เจื้อยแจ้วอย่างนั้นเขาก็อยากแกล้งไปสักพักก่อน



น่ารักดี



“อย่าทำหน้าเหมือนไม่เชื่อสิคราม เดี๋ยวก็เล่าเรื่องผีให้ฟังซะเลย”



“กล้าเล่าเหรอ ได้ข่าวว่ากลัวผี”



คนตัวขาวทำปากมุบมิบที่เถียงอะไรครามสมุทรไม่เคยจะได้ โดนดักทางตลอดเพราะอีกฝ่ายรู้เรื่องของฟองฟางดีหมดทุกอย่าง แต่ไม่แสดงเห็นเลยสักครั้งว่ารู้อะไรเกี่ยวกับฟองฟางบ้าง ต้องค่อยๆ ตะล่อมให้ครามสมุทรคายออกมาเอง แล้วในหลายๆ เรื่องที่ครามสมุทรรู้...ก็เป็นเรื่องที่ฟองฟางคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะใส่ใจกันมากขนาดนี้



“เอ้อ แล้วงี้ต้องไปขอโทษพี่เขามั้ย มันบัดสีอ่ะ”



“ไม่ต้องหรอก แค่บัดสีเอง”



“ไม่ได้เลยคราม บัดสีคือสุดยอดของความไม่ดีนะรู้มั้ย”



“ไม่ดียังไง”



“จะพูดยังไงดี...ค้นกูเกิ้ลแป๊บดีมั้ยเนี่ย”



“เมื่อกี้พี่เขาบอกว่าฟองบัดสี”



“...เราเนี่ยนะ”



“ใช่”



“บัดสีเลยเหรอ...”



“บัดสีภาษาใต้แปลว่าเขินหรืออาย”



คนที่รู้คำแปลก็ตอบหน้านิ่งๆ ตามสไตล์เขานั่นแหละ แต่คนที่เพิ่งรู้ความหมายเนี่ย...นั่งอึนไปหลายวินาทีเลย



สุดท้ายก็โดนครามสมุทรแกล้งจนได้



คนนิสัยไม่ดี : (







*****









[อิจฉาคนไปฮันนีมูนจริงค่ะ]



“ฮันนีมูนบ้า มาเยี่ยมครอบครัวครามมั้ยล่ะ”



[ทำมาเป็นไปหาครอบครัวแฟน...กลับมามึงต้องไปบางแสนกับกูด้วยเข้าใจป่ะ ร่างกายโหยหาทะเลสัดๆ]



“ก็ไปกันเองดิแยม มารอกูทำไมวะ”



[ไม่รอมึงก็ไม่ครบกลุ่มสิวะ นี่ไอ้กิ๊กมันก็เพิ่งว่าง มัทบอกว่าทริปนี้เจอหน้ากันครบแน่]



“เออเดี๋ยวค่อยดูอีกที เฮ้ยแยม แค่นี้ก่อนนะ ครามสร้างปราสาทให้กูเสร็จแล้ว”



ลืมวางสายเพื่อนที่ทำท่าจะชวนคุยยาวตามประสาคนเหงาประจวบเหมาะกับในตอนนั้นที่ครามสมุทรนั่งก่อปราสาททรายเสร็จพอดีด้วยแหละ ฟองฟางที่นั่งย่อตัวอยู่บนหาดรีบขยับใกล้แฟนตัวโตที่ดูจะตั้งใจก่อทรายให้ฟองฟางมากเป็นพิเศษ และความตั้งใจนั่นแหละก็ทำให้ครามสมุทรสร้างสิ่งก่อสร้างที่เล็กแต่สวยงามขึ้นมาได้



“ถูกใจมั้ย”



“ยิ่งกว่าถูกใจอีก ขอบคุณนะครับคุณครามสมุทร”



ครามสมุทรใช้หลังมือที่ไม่เปื้อนทรายลูบผมฟองฟางเบาๆ สายตาของคนตัวสูงมีแต่ความเอ็นดูแฟนตัวเล็กคนนี้ ก่อนจะเทน้ำเปล่าจากขวดล้างมือหนาทั้งสองข้างโดยมีฟองฟางคอยช่วยเกลี่ยเม็ดทรายออกจากมือให้



แพลนของวันนี้ไม่มีอะไรมาก ฟองฟางแค่อยากใช้เวลาอยู่บนเกาะครามสมุทรให้นานที่สุดมากกว่าการอุดอู้อยู่ในบ้าน อยากลงไปเล่นน้ำเหมือนกันแต่ติดที่ฟองฟางขี้เกียจอาบน้ำเปลี่ยนชุด อ้อ...วันนี้ช่วงดึกๆ ต้องกลับกรุงเทพฯ แล้วด้วยแหละ เขาอยากกลับไปอาบน้ำที่บ้านรอบเดียวมากกว่า



“แยมบอกว่าเราเที่ยวไม่ชวน”



“ก็จริง”



“เอ้าคราม”



“แยมติดเพื่อนเหรอ” ครามสมุทรเปลี่ยนเรื่องเพราะถูกคนหน้าหวานย่นจมูกใส่ เขาน่ะชอบแกล้งแฟนเป็นที่หนึ่ง ชอบมองหน้ายุ่งๆ ของฟองฟางเวลางอน แล้วก็มักจะชอบง้อด้วยจูบเบาๆ บนหน้าผากทุกครั้งเลย



นี่ก็ยื่นหน้ามาจูบอีกแล้ว แต่ฟองฟางไม่ได้ผงะหนีหรอก แต่อยู่นิ่งๆ ปล่อยให้อีกฝ่ายแนบริมฝีปากลงมาให้ชื่นใจ



ครามสมุทรประคองฟองฟางให้ทิ้งสะโพกนั่งลงบนผ้าสีฟ้าที่ถูกปูไว้ก่อนหน้านั้น พวกเขานั่งชันขา หันหน้าสบตาและส่งยิ้มให้กัน...ทุกการกระทำของครามสมุทรมีความหมาย มันแปลว่าเขาสามารถดูแลได้ดีและทะนุถนอมแฟนคนนี้แค่ไหน



“ไม่เชิงติดเพื่อน แต่เหมือนมันผูกพันมากกว่า ไปไหนไปกัน...ก็รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กนี่นา” ดวงตากลมโตเป็นประกายแวววับตอนที่พูดถึงเพื่อนๆ ใบหน้าของฟองฟางมีแต่รอยยิ้ม เป็นยิ้มที่ทำให้ครามสมุทรสุขใจทุกครั้งที่มอง



“คบกันมากี่ปี”



“โห...ไม่ได้นับเลย กับกิ๊กเนี่ยเพิ่งรู้จักตอนม.ต้น...แต่แยมกับช็อปนี่...นานแล้วนะ แหะ จำไม่ได้แล้วอ่ะ”



“รู้มั้ย ครั้งแรกที่เจอ ครามคิดว่าแยมคือแฟนฟอง”



แล้วก็ขำพรืดออกมาจริงๆ ฟองฟางน้ำหูน้ำตาไหล ถึงจะมีคนเคยรู้สึกเหมือนที่ครามสมุทรรู้สึกมาแล้วหลายคนก็เถอะ แต่พอเป็นอีกฝ่ายทำถึงได้ขำจนพูดอะไรไม่ออกอย่างนี้ก็ไม่รู้



“ถ้าแยมรู้คงขำตายเลย แล้วช็อปกับครามล่ะ คบกันมากี่ปีแล้ว คนละขั้วมากๆ เลยนะ อีกคนเงียบเหมือนพูดไม่เป็น แต่อีกคนพูดเก่งมาก”



“ตั้งแต่จำความได้ก็มีมันเป็นเพื่อน”



“โห แสดงว่าเรียนด้วยกันมาตั้งแต่เด็กเลยสิ”



“ใช่ แม่ครามสนิทกับแม่ช็อป”



“อย่างนี้นี่เอง”



“ไหนบอกว่าสืบหมดแล้ว ทำไมแค่นี้ไม่รู้”



“ถ้าพูดแบบนี้คราวหน้าต้องพัฒนาฝีมือสืบเรื่องครามแบบเจาะลึกกว่านี้แล้วมั้ง”



โชคดีที่ตรงนี้มีร่มกางอยู่พวกเขาเลยนั่งคุยกันได้สบายๆ...ทุกช่วงของบทสนทนาไม่มีใครละสายตาจากใครทั้งนั้น ครามสมุทรจ้องฟองฟางที่ส่งเสียงนุ่มๆ พูดนู่นนี่ไปเรื่อย เช่นเดียวกับฟองฟางที่มักจะสบกับตาคมและใบหน้าพรีเมี่ยมของอีกฝ่ายที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว พระเจ้าบันดาลความหล่อเพอร์เฟกต์ให้ครามสมุทรอย่างไม่น่าเชื่อ



“อยากรู้ก็ถามมา นั่งอยู่ตรงหน้าให้ถามแล้วจะไปสืบทำไม”



“เอาไว้ถ้าอยากรู้อะไรจะถามแล้วกัน”



ครามสมุทรนั่งเอนหลังใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างยันพื้นทรายเอาไว้ ใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มจางๆ ทำให้ฟองฟางไม่อยากจะกะพริบตาเลยสักครั้ง เฮ้อ รู้เลยว่าอาการของคนหลงแฟนเป็นยังไง ไม่อยากละสายตา อยากมองไปนานๆ เท่าที่จะทำได้



ตอนนี้ก็โคตรอยากจะโน้มลงไปซบอกกว้างมากๆ เลย แต่ก็ทำได้แค่คิดเพราะฟองฟางไม่กล้าทำอะไรแบบนั้นโจ่งแจ้งขนาดนี้หรอก



ถ้าอยู่ในที่ลับตาสองต่อสองก็ไม่แน่...



เอาจริงๆ ถ้าถามว่าฟองฟางชอบครามสมุทรที่ตรงไหนก็คงให้คำตอบไม่ได้ เพราะตัวเขาเองยังไม่รู้เลยว่าทำไมถึงได้ชอบครามสมุทรมากขนาดนี้



“มองขนาดนี้เอาไปกินเลยมั้ยครับ” คนสูงกว่าบีบจมูกรั้นของแฟนเบาๆ ถึงจะเขินที่ถูกมองแต่ครามสมุทรก็เก็บอาการไว้ได้อย่างแนบเนียนเลยแหละ



“กินได้เหรอ เนื้อเหนียวแย่เลย”



“ลองมั้ย”



“ไม่เอา ครามไม่อร่อยหรอก”



“เดี๋ยวคืนนี้ก็รู้”



“...”



กำลังยิ้มแฉ่งอยู่ดีๆ ก็เม้มปากหุบยิ้มทันที ฟองฟางฟาดแขนครามสมุทรไปหนึ่งครั้งเพราะอีกคนพูดอะไรสองแง่สองง่ามออกมา แถมหน้าตาของครามสมุทรก็ไม่ได้สื่อไปในทางที่ดีซะด้วย...



“ไม่ได้อยากรู้เลย”



“ได้ไง”



“ได้สิ ไม่อยากรู้ ไม่ต้องพิสูจน์”



“ไม่รอดหรอก”



“คราม!”



ตกหลุมพรางคนเจ้าเล่ห์เข้าอย่างจัง ฟองฟางตีกับตัวเองจนวุ่นวายอยู่เดียวในความคิด...ไม่มีครั้งไหนเลยที่เขาจะชนะครามสมุทร ขนาดเป็นแฟนกันแล้วยังถูกอีกฝ่ายแกล้งจนมุมอยู่เรื่อย



เฮ้อ แบบนี้แหละนะที่เขาเรียกว่าแพ้ราบคาบ







*****







 

แสงสุดท้ายของวันจากพระอาทิตย์ที่กำลังตกดินคลอเคลียเสี้ยวหน้าของคนตัวสูงที่ยืนอยู่ข้างกันมาตลอด ฟองฟางอดไม่ได้ที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปครามสมุทรกับตะวันตกดินเอาไว้ พอเสียงแชะดังขึ้นเจ้าตัวก็ยิ้มกว้างออกมาทันที



ไม่เคยรู้มาก่อนว่าบนเกาะครามสมุทรจะมีจุดชมวิวสวยๆ แบบนี้ด้วย มันอยู่บนภูเขาที่สูงเหนือน้ำทะเลหลายสิบเมตร พอได้มายืนอยู่ตรงจุดสูงสุดของที่นี่ ฟองฟางก็ได้เห็นทุกอย่างของเกาะครามสมุทรในมุมกว้าง



ลมเย็นๆ พัดแผ่วเบาทำให้ฟองฟางต้องสูดเอากลิ่นอายของธรรมชาติเข้าปอด จำได้ดีว่าทันทีที่คนตัวสูงเอ่ยปากบอกว่าจะมาฟองฟางไปในที่ที่หนึ่งที่สำคัญกับครามสมุทรเจ้าตัวก็ไม่อิดออดอะไรทั้งนั้น ฟองฟางตื่นเต้นกับการขึ้นเขาด้วยการเดินเท้าครั้งแรก ถึงมันจะไม่ได้ลำบากมาก แต่ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีเพราะได้เดินไปพร้อมๆ กับครามสมุทร



“เดี๋ยวๆ มาแอบถ่ายรูปเราได้ไงเนี่ย” ฟองฟางย่นคิ้วให้คนที่จู่ๆ ก็หยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปเขา คนตัวขาวแกล้งยกมือบังหน้าด้วยเองหน่อยๆ ซ่อนรอยยิ้มไว้กับฝ่ามือนุ่มของตัวเอง



“ฟองก็ถ่ายคราม”



“ก็ครามดูดีนี่นา หน้าเราแย่จะตาย”



เสียงหัวเราะดังขึ้นเมื่อครามสมุทรจับมือขาวที่ยกป้องใบหน้าหวานๆ ออกแล้วรัวกดชัตเตอร์จนฟองฟางซุกหน้าหนีไปไหนไม่ได้ สุดท้ายก็เลยต้องโผเข้ากอดคนตัวสูง ซบหน้าไปกับอกกว้างของครามสมุทรแล้วส่งเสียงร้องอู้อี้ขอร้องให้แฟนตัวโตเลิกถ่ายสักที



“ถ่ายเยอะๆ จะคิดค่าตัวแล้วนะคราม”



“เท่าไหร่”



“เยอะอ่ะ จ่ายไม่ไหวหรอก”



“เยอะก็จ่ายไหว เงยหน้าหน่อยฟอง”



ครามสมุทรหยุดถ่ายรูปแล้ว มือหนาสองข้างประคองแก้มนุ่มนิ่มให้เงยขึ้นสบตากัน มือหนาเกลี่ยเส้นผมที่ปรกใบหน้าออกอย่างเบามือ ทัดมันไว้ข้างใบหูสะอาดของฟองฟางก่อนก้มลงมาจูบเหม่งของคนที่กอดเอวหนาไว้แน่นเหมือนกลัวว่าครามสมุทรจะหายไป



“จมูกแดง หนาวเหรอ” จิ้มปลายจมูกแดงก่ำของฟองฟางพร้อมกับย่นคิ้วถาม แต่เจ้าตัวก็ส่ายหน้าพัลวันเพราะตอนนี้ไม่ได้หนาวหรือร้อนสักอย่าง เมื่อกี้อาจจะถูหน้าตัวเองกับเสื้อของครามสมุทรมากไปมันเลยแดงอย่างที่คนตัวสูงบอก



“ครามก็อยากจิ้มบ่อยสิ ดั้งหักขึ้นมาทำไง”



“อยู่นิ่งๆ หน่อยฟอง ทำไมซน”



“ไม่ได้ซนเลย โห่...พูดเหมือนเราเป็นเด็กไปได้”



แค่ขยับตัวไปมาในอ้อมกอดอุ่นๆ ก็โดนดุซะแล้ว ฟองฟางที่อยากจะเขย่งปลายเท้าให้สูงเท่าๆ กับครามสมุทรเลยต้องยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น



“ครามขึ้นมาบนนี้บ่อยมั้ย”



“แต่ก่อนก็บ่อย คู่รักชอบมาขอแต่งงานกันบนนี้”



“เป็นแลนด์มาร์คของที่นี่ใช่มั้ย”



“จะว่างั้นก็ได้ เพราะมันเห็นวิวทั้งหมด ตอนตะวันตกดินแสงจะสวยมาก”



“เหมือนตอนนี้”



“ใช่ครับ”



“โรแมนติกจัง”



“บางคู่อุ้มแฟนขึ้นมา มันสูงไม่มากก็จริง แต่ก็เหนื่อยเอาเรื่อง”



“อื้อ ขนาดเราเดินตัวเปล่ายังเหนื่อยเลย...ครามเหนื่อยมั้ย ถือเป้เรามาขึ้นมาด้วย ของครามเองก็เยอะอยู่แล้วนี่นา ขอโทษจริงๆนะ เดี๋ยวตอนลงไปเราถือเอง”



เงยหน้ามองคนตัวสูงพลางลูบสันกรามที่สากเพราะไรหนวดเบาๆ ถึงครามสมุทรจะอาสาถือให้เองแต่ฟองฟางก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดีที่ต้องมาเป็นภาระให้อีกคนแบบนี้



“ครามยินดีถือให้ ไม่อยากให้ฟองเหนื่อย”



“ทำไมน่ารักขนาดนี้ จะทำให้เรารักไปถึงไหน”



ไม่รู้มาก่อนจริงๆ ว่าพอเป็นแฟนกันแล้วมันจะดีขนาดนี้เพราะฟองฟางไม่เคยวาดฝันเอาไว้ ครามสมุทรเปรียบเสมือนความโชคดีของฟองฟาง เป็นสิ่งดีงามที่ในชีวิตคงหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว



“จะทำให้รักไปเรื่อยๆ”



ฟองฟางยิ้มไม่หุบกับคำธรรมดาที่ทำให้คนฟังเขินจนหน้าแดงทุกครั้งที่ได้ฟัง...



รอยยิ้มของพวกเขา อ้อมกอดของครามสมุทร และทุกอย่างในตอนนี้มันทำให้จุดที่พวกเขายืนอยู่โรแมนติกอย่างบอกไม่ถูก ท้องฟ้าสีครามกับทะเลที่เป็นเกลียวคลื่นจากด้านล่างทำให้ฟองฟางอุ่นใจจนน้ำตาคลอ ยิ่งเมื่อตกอยู่ในอ้อมกอดของครามสมุทรด้วยแล้ว...ยิ่งทำให้ฟองฟางรู้สึกว่าวันนี้มันพิเศษ...เพราะครามสมุทร



“เรามีคำถามอยากถาม ครามจะตอบมั้ย”



“ครับ ครามตอบฟองได้ทุกคำถาม”



“...มีคนตั้งเยอะให้ครามเลือกที่จะทุ่มเทไปกับเขา แต่ทำไมครามถึงเลือกเราล่ะ”



“เพราะรัก”



“...”



“ไม่มีเหตุผลอื่น”



เหตุผลของครามสมุทรก็เป็นเหตุผลเดียวกันกับฟองฟาง มันคงเป็นอย่างอื่นไม่ได้อีกแล้ว...หัวใจของพวกเขาที่เชื่อมกันไว้ด้วยคำว่ารักที่เอ่อล้นออกมาจนปิดบังไว้ไม่ได้



“คราม ขอบคุณนะที่ดูแลเราดีขนาดนี้”



“ฟองล่ะ ไม่ลังเลที่จะทุ่มเทไปกับครามใช่มั้ย”



“ไม่...เราไม่เคยลังเลเรื่องครามเลยสักครั้ง”



“อยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นะ ฟองฟาง”



ทุกทำที่กลั่นออกจากใจสลักไว้ในความทรงจำของฟองฟางหมดแล้ว คนตัวเล็กเม้มปากเบาๆ ก่อนคลี่ยิ้ม โน้มใบหน้าซบอกของคนตัวสูง ฟังเสียงอัตราการเต้นของหัวใจที่มันดังกระหน่ำออกมาแบบนั้น...มันเต้นไปพร้อมๆ กับหัวใจของฟองฟาง



“อื้อ ข้างๆ กันไปแบบนี้ตลอดเลย”



“ขอบคุณครับ ฟองฟาง”



“อื้ม : )”



ขอบคุณที่ทำให้รัก ที่ทำให้มีความสุขมากขนาดนี้



ขอบคุณจริงๆ หัวใจของครามสมุทร









 
The end

#ฟองฟางครามสมุทร












ถึงจะเป็นพระเอกที่ปากแข็งในระดับหนึ่ง แต่ก็รักฟองฟางหมดใจ ♥

ครามสมุทรเป็นตัวละครที่เราอยากแต่งให้เป็นคาแร็กเตอร์แบบนี้อีกครั้ง

เราอยากแต่งให้พระเอกมีความกังวล ความไม่มั่นใจอะไรหลายๆ อย่าง มานานแล้วค่ะ แต่ก็ยังไม่มีโอกาสสักที :)

ครามสมุทรนี่แหละ ที่เหมาะกับคาแร็กเตอร์เหล่านั้น

อยากจะบอกว่าเราใช้เวลาในการแต่งเรื่องนี้ไปพร้อมๆ กับความสับสนหลายอย่าง

กดดันบ้างอะไรบ้าง แบบนี้เลยอยากจะขอบคุณทุกคนจริงๆ เลยค่ะที่เข้ามาอ่าน ♥

ยังไงก็ขอฝาก ฟองฟางครามสมุทร ไว้ในใจ มีข่าวรวมเล่มเมื่อไหร่ จะรีบมาแจ้งเลย ^^

รอเรื่องใหม่ๆ ในวันข้างหน้ากันด้วยนะคะ แฮะ




ออฟไลน์ O-RA DUNGPRANG

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1786
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +50/-5
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 20 - up 9.2.62 end.
«ตอบ #88 เมื่อ09-02-2019 19:53:36 »

 :mc4: :mc4: :mc4: :mc4: :mc4:

ออฟไลน์ ข้าวสวย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 20 - up 9.2.62 end.
«ตอบ #89 เมื่อ09-02-2019 20:06:19 »

 o18 o18 o18 อยากเห็นยัยฟองโดนกินแล้วค่าา

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด