{ yaoi } • Loud & Clear - แจ้งข่าวรวมเล่ม - up 9.7.62 end.
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: { yaoi } • Loud & Clear - แจ้งข่าวรวมเล่ม - up 9.7.62 end.  (อ่าน 41175 ครั้ง)

ออฟไลน์ ดาวโจร500

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 649
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-3
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 07 - up 10.1.62
«ตอบ #30 เมื่อ12-01-2019 19:41:25 »

 :กอด1: :3123: :L1:

ออฟไลน์ Swanlee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0
{ yaoi } • Loud & Clear - 08 - up 16.1.62
«ตอบ #31 เมื่อ16-01-2019 20:09:39 »

08



ไม่ชอบความสับสน

แต่ก็อยู่กับมันมาตลอด

 



Song: ได้ข่าวว่าตามหาบัตรนักศึกษาเหรอไอ้น้อง

Song: ตอนนี้หาเจอยัง

.ff: หาเจอแล้วครับพี่ซอง ใจหายเลยตอนหาไม่เจอ

Song: เออๆ ดีละ ไปทำใหม่มันเสียเงินเยอะอยู่

Song: แถมให้เดินไปทำเรื่องที่นู่นที่นี่อีก ฉิบหาย ทำอย่างกับมหา’ลัยเราเล็กๆ งั้นแหละ

.ff: พูดงี้แสดงว่าพี่ซองเคยทำหายใช่มั้ยครับ

Song: ตอนอยู่ปีหนึ่งประจำอ่ะ เมาเละพี่ก็จำอะไรไม่ได้แล้วครับน้อง

.ff: 55555 บทเรียนครับพี่

 

“ไอ้ฟอง มึงรีบจดงานดิ ไม่ทันเดี๋ยวมางอแงใส่กูอีก” แยมสะกิดแขนฟองฟางที่นั่งก้มหน้ากดมือถือยิกๆ เสียงของอาจารย์ที่พูดออกไมค์ไม่ได้อยู่ในหัวคนตัวขาวแล้ว



ฟองฟางเงยหน้ามองไปตรงโปรเจ็กเตอร์อย่างเลิ่กลั่ก รีบพิมพ์ข้อความบอกพี่รหัสว่าขอตัวเรียนต่อก่อนไม่อย่างนั้นพี่ซองคงชวนคุยไปถึงไหนต่อไหน ตอนนี้เขาเรียนวิชา HUM120 ในหอประชุมที่เดิม...เป็นวิชาง่ายๆ แต่ต้องจดเยอะหน่อย เรียนไม่ถึงปีฟองฟางก็ใช้สมุดหมดไปตั้งหนึ่งเล่มแล้ว



“กูได้ยินมาว่าเมื่อปีที่แล้ววิชานี้จะต้องออกค่ายอาสาทุกปีเว้ย แต่เมื่อปีที่แล้วมีรุ่นพี่ที่ไปออกค่ายจมน้ำตาย เขาเลยยกเลิกแล้วให้ทำกิจกรรมในมอแทน”



“มึงรู้ได้ไงวะเต้”



ฟองฟางผงกหัวหงึกๆ เห็นด้วยกับคำถามของมัทที่นั่งอยู่ข้างหน้า มือก็จดยิกๆ ตาก็มองแต่โปรเจ็กเตอร์ หูก็ฟังเพื่อนอีกสามคนที่นั่งเม้าส์มอยอยู่



“พี่ซองบอก พี่ที่ตายอ่ะกรุ๊ปพี่กูพอดี”



“งี้พวกพี่เขาไม่หลอนตายเลยเหรอวะ”



“ก็มีหลอนอ่ะ ช่วงแรกๆ พี่กูบอกว่าแม่งเข้าฝันเพื่อนทุกคนเลย พี่กูยังโดน”



ฟองฟางขมวดคิ้วแน่น ทำเป็นไม่ได้เสียงของแยม เตเต้ และมัทที่คุยเรื่องนี้กันอย่างออกรส ก็แน่แหละ มัทน่ะตัวดีชอบเรื่องลี้ลับเอามากๆ ส่วนแยมที่สนิทและคุยง่ายกับทุกคนใครเล่าอะไรมาก็นั่งฟังอย่างตั้งใจ รายนั้นไม่กลัวผีเลยด้วยซ้ำ ซึ่งต่างจากฟองฟางมากที่นั่งขนลุกซู่



“เขามาในสภาพที่แบบปกตินะมึง แต่พี่กูอ่ะฝันเห็นตอนเขาจมน้ำ ตอนนั้นพี่กูจะลืมตาละ แต่เหมือนโดนผีอำมันเลยลืมตามไม่ได้” เตเต้เล่าต่อเพราะมัทกับแยมทำหน้าทำตาสนใจเรื่องนี้มากๆ ยังมีเพื่อนที่นั่งหน้าสองคนนี้หันมาฟังอีกด้วย



“ไอ้ฟอง มึงขนลุกทำไมวะ” แยมที่นั่งข้างกันหันมาถามพลางเหลือบตามองขนแขนของฟองฟาง



“หนาวอ่ะ”



“หนาวหรือกลัวผี เล่าเรื่องผีทีไรมึงขนลุกทุกที”



“รู้แล้วจะถามทำไมอ่ะแยม”



“ไอ้ฟองกลัวผีเหรอวะ” เตเต้หันขวับ ส่งเสียงถามแล้วใช้สายตากวนๆ มองมาเหมือนจะแกล้ง



“เออ มันหลอนตอนไปเข้าค่ายธรรมะ ตอนนั้นอยู่ม.สี่มั้ง โดนกูกับไอ้มัทแกล้งจนร้องไห้เลย”



“นิสัยไม่ดีอ่ะสองคนนี้” มองค้อนแยมพร้อมกับใช้กำปั้นทุบหลังมัทที่นั่งอยู่ข้างหน้า



ฟองฟางยังจำได้ดี...ลืมไม่ลงเลยว่าแยมกับมัทรวมหัวกับเพื่อนคนอื่นๆ สมัยเรียนม.ปลายแกล้งด้วยการขังฟองฟางไว้ในห้องน้ำ แล้วก็หลอกผีอีกสารพัด คนขี้กลัวอย่างเขาก็ตัวสั่นจนทนไม่ไหว สุดท้ายเลยร้องไห้โฮ



โคตรจะอายเลย



ปล่อยให้พวกนั้นเผาเรื่องของฟองฟางอย่างสนุกต่อไป ส่วนเจ้าตัวที่โดนหยิบเรื่องเก่าๆ ไปพูดก็นั่งยู่ปากก้มๆ เงยๆ ระหว่างโปรเจ็กเตอร์กับสมุดที่วางอยู่บนตัก



“เอาไปลอกมั้ย”



“ครามจดเสร็จแล้วเหรอ”



“อือ”



“อ่ะ ไอ้สัด กูยังจดไม่เสร็จไม่ให้กูลอกบ้างล่ะ”



ฟองฟางหันไปยิ้มให้กับช็อปที่ดูท่าจะน้อยใจเอามากๆ ครามสมุทรกับช็อปนั่งอยู่ข้างหลังเขา ครามสมุทรนั่งอยู่ในแถวเดียวกับแยมซึ่งอยู่ซ้ายมือของฟองฟาง ส่วนช็อปนั่งแถวเดียวกันกับฟองฟางนี่แหละ พวกเขานั่งเป็นแถวตอนลึกอยู่ในห้องประชุมห้องนี้



“เดี๋ยวเราถ่ายรูปไว้ ช็อปจะได้เอาสมุดของครามไปลอก”



“มันจดเสร็จนานแล้ว” ครามสมุทรบอกเสียงเรียบ ส่วนฟองฟางก็ได้แต่ผงกหัวหงึกๆ ไปอย่างนั้น



“ไอ้เหี้ยข้างหน้า คุยอะไรกันขอเสือกบ้างดิ” ช็อปยื่นหน้าเข้ามาจนฟองฟางต้องเอียงตัวหลบ คนตัวขาวเม้มปากเบาๆ เหลือบตามองช็อปที่ขยับเข้ามาใกล้จนอกกว้างๆ ชิดหลังฟองฟาง



“ช็อป...ขี่เราเลยมั้ย”



“ให้ขี่เหรอ”



“ประชดอ่ะ”



“ถ้าจะคุยก็สลับที่ ฟองจะจดงาน” แล้วก็เป็นเสียงของครามสมุทรที่แทรกเข้ามา



 “อะไรของมึงวะคราม อยากนั่งกับฟองก็พูดตรงๆ ดิ” ช็อปแซวครามสมุทรที่นั่งนิ่งไม่ตอบโต้อะไร อีกฝ่ายแค่ใช้สายตามองหน้ากวนๆ ของเพื่อนคนนี้



“ไอ้ฟอง มึงสลับที่กับมันดิวะ นั่งแบบนี้เบียดกูฉิบหาย”



“เออๆ”



สุดท้ายแล้วก็ต้องขยับตัวเปลี่ยนที่กับช็อป ฟองฟางหอบกระเป๋าเป้ของตัวเองวางไว้บนตักหลังจากที่จัดแจงกับตัวเองเสร็จเรียบร้อย...พอได้นั่งข้างๆ ครามสมุทรแบบนี้ ฟองฟางดูตัวกระเปี๊ยกทันทีเลย



คนตัวขาวเป่าลมออกปากเบาๆ ก้มหน้ามองสมุดของครามสมุด ก่อนจะหลุดยิ้มเมื่อเห็นลายมือสวยๆ ของอีกฝ่ายในสมุดเล่มนี้



“ลายมือครามสวยมาก” พูดด้วยโทนเสียงปกติไม่ได้ดังจนเกินไป เอียงหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายที่ตัวเองชอบแอบมองจากระยะไกลมาตลอด



“ก็ปกติ”



“แบบนี้ปกติเหรอ”



“ช็อปเขียนสวยกว่าอีก”



“โห” ชะโงกหน้ามองสมุดของช็อปแล้วก็ร้องออกมาเบาๆ อือ สวยจริงอย่างที่พูดนั่นแหละ อย่างกับคัดลายมือทั้งๆ ที่เขียนปกติ



“เอาแต่มองอย่างอื่นเมื่อไหร่จะจดเสร็จ”



“อย่าดุสิ จดต่อแล้วๆ”



ฟองฟางอยากขอบคุณตัวเองทุกครั้งที่สามารถทำตัวปกติต่อหน้าครามสมุทรได้โดยไม่หลุดท่าทางแปลกๆ ออกมาอยากขอบคุณตัวเองที่เก็บอาการอยู่...ไม่แสดงออกว่าชอบอีกฝ่ายมากทั้งที่ครามสมุทรรู้อยู่แล้ว



“เอ้อ ถามจริงนะ เมื่อวันเสาร์ที่ไปห้าง...ครามคุยอะไรกับแม่เรา”



อาศัยจังหวะที่พวกข้างหน้าหัวเราะกันเสียงดังถามเรื่องเย็นวันเสาร์ที่ผ่านมา ครามสมุดเอาบัตรนักศึกษาไปคืนฟองฟาง พอคุณแม่รู้ว่าลูกชายชอบทำนู่นนี่นั่นหายบ่อยๆ ก็โดนดุจนหน้าจ๋อย...แต่พอคุยกับครามสมุทรเนี่ยเสียงใสแจ๋วเชียว แถมยังชวนอีกฝ่ายไปนั่งกินข้าวด้วยกันอีกต่างหาก



“เรื่อยเปื่อย”



“อ่อ...”



“ศุกร์นี้ว่างมั้ย”



“เย็นๆ ก็ว่างอยู่แล้ว...ครามมีอะไรให้ช่วยเหรอ” ฟองฟางส่งยิ้มให้ครามสมุทร รอฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรก็ถูกแทรกซะก่อน



“ศุกร์นี้วันเกิดมัน แม่ไอ้ครามเตรียมจัดงานเลี้ยงให้อ่ะ” ช็อปหันมาตอบแทนครามสมุทร



“อ๋อ งี้ที่คุณแม่โทรมาตามกลับบ้านก็เพราะงานวันเกิดครามใช่มั้ย”



“เจ๋งเป้ง” ช็อปยกนิ้วโป้งให้ก่อนหันกลับไปคุยกับมัทและเตเต้ต่อเหมือนเดิม



ฟองฟางเอียงคอมองคนตัวโตที่เหมือนจะรำคาญเพื่อนตัวเองเพราะชอบแย่งพูด มือขาวๆ ที่ถือปากกาอยู่ออกแรงกำแน่น บีบๆ คลายๆ สลับกันไปอยู่อย่างนั้นกว่าจะเปล่งคำธรรมดาๆ ที่แสนจะยากเย็นออกมาได้



“สุขสันต์วันเกิดล่วงหน้านะคราม ขอให้...”



“ไปด้วยกันมั้ย”



“ไปไหน”



“งานวันเกิดที่ภูเก็ต”



“เฮ้ย จะดีเหรอ เรา...”



“แม่อยากเจอฟอง”



“คุณแม่ครามอ่ะนะ”



“อือ”



“...”



“แม่บอกว่าอยากเจอคนที่คุยด้วยวันนั้น”



“...”



“ที่เสียงนุ่มๆ น่ารัก”



“...”



ฟองฟางกลอกตาวนไปมาระงับอาการร้อนผ่าว ก้มหน้ามองสลับระหว่างสมุดของฟองฟางกับสมุดของครามสมุทรสลับกันไปมา...ไอ้คำว่าน่ารักจากปากครามสมุทรเนี่ยแหละคือต้นเหตุที่ทำให้ฟองฟางพูดไม่ออกทำตัวไม่ถูก



“คุณแม่ครามบอกแบบนั้นเหรอ”



“อือ”



“โหย ฮ่าๆ” ยกหลังมือถูปลายจมูกแก้อาการเขิน



ไม่รู้จะพูดอะไรต่อเลยหัวเราะแห้งๆ กลับไป บอกตามตรงว่าฟองฟางโคตรจะช็อกกับคำๆ นั้นจริงๆ คนพูดอาจไม่คิดอะไรเพราะพูดในสิ่งที่ได้ยินจากคุณแม่มาอีกที แต่คนฟังเนี่ย...ใจฟูไปหมดแล้ว



“คิดดูก่อนก็ได้ แล้วค่อยบอกอีกที” ครามสมุทรบอกแบบนั้นแล้วพวกข้างหน้าที่คาดว่าจะได้ยินก็หันมาจ้องเขม็ง



“ไปไหนกันวะ” แยมเป็นคนเริ่มเปิดเรื่องก่อน



“วันเกิดครามอ่ะ คุณแม่ครามชวน”



“อะไรคือชวนฟองก่อนแต่ไม่ชวนกูวะ นี่กูรู้จักกับมึงมากี่ปีแล้วไอ้คราม” ช็อปที่สนิทสุดๆ ยังไม่ได้รับคำชวนแบบฟองฟางเลย



แต่ก็จริงนั่นแหละ...ทำไมครามสมุทรไม่เอ่ยปากชวนช็อปก่อน นี่เขาคิดว่าครามสมุทรชวนเพื่อนสนิทแล้วนะนั่น



“รู้อยู่แล้วจะชวนทำไม” ครามสมุทรตอบเสียงเรียบพอเห็นสายตาจับผิดของเพื่อนๆ ที่นั่งอยู่ข้างหน้าเลยพูดต่อ “เย็นวันศุกร์นี้ที่ภูเก็ต ใครไปได้บ้าง”



“นี่คือมึงชวนคนอื่นเหรอวะ” ช็อปหัวเราะกลั้ว ก็เพื่อนสนิทเขาดันชวนแบบหน้านิ่งๆ ไม่รู้ว่าเต็มใจให้ไปหรือเปล่า แต่เตเต้ กับแยมพยักหน้ารัวคอนเฟิร์มกับครามสมุทรว่าไปแน่



เจ้าของงานวันเกิดก็พยักหน้ารับเบาๆ



“ไอ้มัท มึงไปเปล่าเนี่ย” แยมพเยิดหน้าถามมัทที่นั่งอมยิ้ม



“ถ้าฟองไปกูก็ไป”



“ตัวติดกันอย่างผัวเมีย”



“กูก็ติดฟองแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรละ”



เป็นแบบนั้นจริงๆ นั่นแหละ แยมรู้ดีที่สุดว่ามัทชอบไปไหนมาไหนกับฟองฟางเสมอ ก็เพราะว่าเป็นเพื่อนที่คุยอะไรกันได้เยอะแยะ สนิทกันมากๆ เลยรู้ใจกันไปหมดทุกอย่าง



“ยังไงบอกด้วยแล้วกัน จะได้จองตั๋วเครื่องบินไว้” ครามสมุทรบอกแบบนั้นแล้วก็เบนสายตามองจอโปรเจ็กเตอร์ที่เปลี่ยนรูปภาพไปตามเรื่องที่อาจารย์กำลังบรรยาย



ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า...เหมือนว่าฟองฟางจะสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจอะไรบางอย่างจากน้ำเสียงของเขา สีหน้านิ่งๆ สรุปไม่ได้หรอกว่าครามสมุทรกำลังคิดอะไรอยู่ แต่เสียงที่เขาเปล่งออกมาเมื่อกี้...มันแข็งทื่อผิดปกติ



“ฟรีใช่มั้ยวะ” เตเต้ถามครามสมุทร แต่คนถูกถามไม่สนใจจะตอบเท่าไหร่ ช็อปเลยทำหน้าที่นั้นแทน



“กูตอบแทน ฟรีหมดตั้งแต่ตั๋วไปกลับ พอถึงภูเก็ตแล้วจะมีรถหรูๆ มารับไปพักที่บ้านมัน แต่ถ้ามึงอยากนอนรีสอร์ตรับลมทะเลก็ได้ แต่ต้องนั่งเรือข้ามเกาะไปนะเว้ย...พ่อกับแม่มันให้พักฟรีไม่เสียตัง มึงเก็บแค่เสื้อผ้าไปก็พอ เงินไม่ต้องเอาไปหรอก กูรับรองว่ากินอิ่มนอนหลับทุกมื้อ”



“ว้าว...บ้านไอ้ครามมีรีสอร์ตเหรอวะ” เตเต้เนี่ยดูท่าจะตื่นเต้นที่สุดแล้ว



“เออ มีรีสอร์ตแล้วเกาะ เกาะครามสมุทรอ่ะ มึงรู้จักป่ะ” ช็อปก็ทำหน้าที่ตอบแทนครามสมุทรทุกคำถาม



ส่วนมัทกับแยมก็นิ่งๆ เพราะรู้อยู่แล้วว่าที่บ้านครามสมุทรทำธุรกิจอะไร เพราะตอนนั้นที่ฟองฟางบอกกับสองคนนี้ว่าชอบครามสมุทรมากๆ แยมก็รีบสวมร่างนักสืบหาประวัติครามสมุทรให้ทันที



 “จริงอ่อวะ โห...แม่งโครตรวย”



 “ไอ้ฟอง มึงชักช้าจริง บอกครามไปดิว่าจะไปหรือไม่ไป” แยมขมวดคิ้วดุฟองฟาง รายนั้นก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว ไม่ชอบอะไรชักช้า ถ้าไม่ทันใจแยมเมื่อไหร่จะโดนด่าทันที



“ขอกลับถามแม่ก่อนได้เปล่า เผื่อแม่จะหนีไปเที่ยวไหนอีกอ่ะ...เดี๋ยวไม่มีคนเฝ้าบ้าน”



“แหม ทำอย่างกับที่ผ่านมามึงเฝ้าบ้านอย่างนั้นแหละ” แยมแขวะพร้อมกับหัวเราะก๊าก ส่งสายตามาล้อเลียนฟองฟางที่นั่งหน้าเหวอ



“หันไปเรียนเลยแยม ไม่อยากได้ยินเสียงแล้ว”



“อ่ะจ้าๆ”



ดีนะที่พวกนั้นยอมหันหน้ากลับไปตั้งใจเรียนเหมือนเดิม ส่วนฟองฟางก็เลิกสนใจคนข้างหน้าแล้วก้มปั่นงานยิกๆ พอเงยหน้าแล้วเห็นว่าอาจารย์กำลังขึ้นบทเรียนใหม่เลยรีบหยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูปเนื้อหาที่ครามสมุทรจดไว้ กำลังจะยื่นสมุดคืนคนที่นั่งข้างๆ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อมีแจ้งเตือนข้อความเด้งขึ้น



 

Kram: แม่ย้ำว่าอยากเจอ

.ff: ได้ๆ เย็นนี้ขอไปถามแม่ก่อน เดี๋ยวจะรีบตอบเลย

Kram: ฟองฟาง

.ff: เรียกอีกแล้ว 55555

Kram: อยากให้ไป

.ff: งื้อ._. รับทราบครับผม



 

ครามสมุทรบอกเองว่าอยากให้ไป...เข้าใจมั้ยฟองฟาง







*****





 

เย็นวันนี้ฝนก็ตกเหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือลมที่พัดแรงมากๆ จนไม่กล้ากางร่มเดินเข้าบ้าน ฟองฟางที่เพิ่งลงจากบีทีเอสเลยยืนหลบฝนกินไอศกรีมอยู่ในร้านสะดวกซื้อหน้าหมู่บ้าน แอร์เย็นๆ ทำให้หนาวอยู่แล้ว พอกินไอศกรีมเข้าไปยิ่งหนาวเข้าไปกันใหญ่



ก็ชอบมากๆ เลยไอศกรีมเนี่ย ต้องกินทุกวันเลยแหละ



ฟองฟางยืนกอดอกมองฝนนอกร้านอยู่พักหนึ่ง นึกได้ว่าต้องกดเงินสดเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในวันพรุ่งนี้เลยเดินออกจากร้านทั้งๆ ที่ฝนยังตกอยู่ คนตัวขาวรีบยกมือบังหน้าตอนที่ฝนกระเด็นเข้ามา หันหลังให้สายฝนแล้วยืนสอดบัตรเดบิตเข้าไปในตู้กดเงิน



สัปดาห์นี้เงินเหลือสี่ร้อยบาท ฟองฟางเลยกดตัวเลขเท่าที่มีเงินในบัญชีลงไป กดตกลงเสร็จสรรพแต่สุดท้ายก็ต้องใจแป้วเมื่อตู้หน้าจอขึ้นข้อความว่ากดได้เฉพาะธนบัตรหนึ่งพันบาท



“มาทีไรไม่เคยกดแบงก์ร้อยได้เล้ย” ฟองฟางงึมงำหน้ามุ่ยอยู่คนเดียว สุดท้ายก็เดินคอตกกลับเข้าไปในร้านสะดวกซื้อเหมือนเดิม ขยับตัวนั่งบนเก้าอี้สตูลบาร์ตัวสูง หันหน้าออกไปนอกร้านมองดูรถที่สัญจรไปมาท่ามกลางฝนกระหน่ำแรง



ระหว่างที่รอให้ฝนหยุดตกและตัวเองก็ยังกลับเข้าบ้านไม่ได้ ฟองฟางฆ่าเวลาด้วยการหยิบโทรศัพท์มากดเล่นแก้เบื่อ เข้าเฟซบุ๊กเพื่อดูว่าใครทำอะไรที่ไหน มีข่าวสารอะไรบ้าง เลื่อนไปเรื่อยๆ ก็เจอกับเฟซบุ๊กของใครคนหนึ่งที่เด้งขึ้นแนะนำให้กดขอเป็นเพื่อน



 

คนที่คุณอาจจะรู้จัก

Kramsamut Anuwongworawat



 

ฟองฟางส่องเฟซบุ๊กครามสมุทรบ่อยๆ จนระบบขึ้นแนะนำให้แบบนี้ ก็เพราะอยากรู้ว่าชีวิตของอีกคนเป็นยังไงบ้าง แต่มันก็ไม่มีอะไรเลยนอกจากรูปโปรไฟล์ที่เป็นรูปครามสมุทรยืนก้มหน้าเท่ๆ

 



Kram: ฟอง

 



เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าดังขึ้นพร้อมด้านบนของจอไอโฟนที่เด้งให้เห็นว่าใครส่งข้อความอะไรมาทำเอาฟองฟางหลุดยิ้ม ไม่รู้ว่าบังเอิญหรืออะไร แค่คิดถึงครามสมุทรก็ทักมาทันที มือเรียวขาวรีบกดเข้าไปตอบข้อความเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะรอนาน



 

.ff: ว่าไงคราม

Kram: ยังไม่เข้าบ้าน?

.ff: รู้ได้ไง 55555

Kram: เห็นนั่งอยู่ในซุปเปอร์หน้าหมู่บ้าน

.ff: เดี๋ยวๆ ครามเห็นได้ไงอ่ะ

 



ฟองฟางรีบยืดคอมองออกไปนอกร้านผ่านกระจกใส แล้วก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่ามีปอร์เช่คันหรูจอดอยู่ริมฟุตปาธหน้าร้านสะดวกซื้อ จอดต่อท้ายรถเบนซ์สีดำที่ดูหรูหราไม่แพ้กัน

ฟองฟางไม่อยากคิดไปเองเลยจริงๆ

ไม่อยากคิดว่าที่ครามสมุทรมาจอดรถอยู่ตรงนี้เพราะตามเขามา

แต่ก็...ขอคิดหน่อยเถอะ

 



Kram: กลับบ้านมั้ย

.ff: อื้อๆ เดี๋ยวฝนซาค่อยเดินกลับ

Kram: ฝนตกอยู่ กลับได้เหรอ

.ff: เราพกร่มมาด้วยไง

 



จริงๆ แล้วครามสมุทรชวนฟองฟางกลับบ้านด้วยกันตั้งแต่คาบเรียน HUM120 แล้วแหละ แต่ฟองฟางปฏิเสธเพราะต้องกลับพร้อมแยม...คุณพ่อแยมกำชับให้กลับด้วยกันเพราะกลัวลูกสาวสุดที่รักจะโดนผู้ชายฉุดทั้งที่ท่านไม่รู้เลยว่าลูกสาวคนนี้น่ะจะไปฉุดผู้ชายคนอื่นมากกว่า



ก็เสียดายอยู่เหมือนกันที่ไม่ได้กลับบ้านพร้อมครามสมุทร เลยนั่งหน้าจ๋อยบนบีทีเอสจนโดนแยมด่าว่าเห็นคนที่ชอบสำคัญกว่าเพื่อน



ไม่ใช่แค่ฟองฟางที่จ๋อย ตอนที่ปฏิเสธครามสมุทรไปรายนั้นก็จ๋อยเหมือนกัน แต่จ๋อยแบบนิ่งๆ สัมผัสได้ถึงน้ำเสียงตอนคุยที่แผ่วลง



Kram: ฟองฟาง



 ใจกระตุกทุกครั้งที่เขาพิมพ์ชื่อฟองฟางมาเต็มๆ แบบนี้



จริงๆ นะ...



 Kram: เดินมาที่รถ

Kram: เดี๋ยวไปส่ง

.ff: หือออ นี่แอบตามเรามาใช่เปล่าเนี่ย 5555

Kram: ไม่ได้แอบ

Kram: ฟองฟาง

.ff: เรียกรอบที่เท่าไหร่แล้ว._.

.ff: เดี๋ยวเราเดินกลับเองดีกว่า

Kram: ฝนตกแรง เดี๋ยวไม่สบาย

.ff: บอกอย่างนี้จะคิดว่าเป็นห่วงแล้วนะ

Kram: อือ

Kram: ก็เป็นห่วง

 

เป็นคำไม่กี่คำจากอีกคนที่ตอบกลับมา และมันก็ทำให้ฟองฟางยิ้มกว้างให้กับรถปอร์เช่ที่จอดอยู่ตรงนั้น



ฟองฟางมีคำถามในใจมากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ ครามสมุทรมาหาทำไม มาจอดรถตรงนี้ทำไมทั้งๆ ที่ไม่ใช่หน้าบ้านของตัวเอง



เป็นคำถามที่ไม่รู้ว่าถามไปแล้วครามสมุทรจะตอบได้มั้ย แต่ก็...

 

.ff: ไม่ได้บังเอิญผ่านมาใช่มั้ยคราม

 

ลองถามดูแล้วกัน เผื่อว่ามันจะคำตอบแบบนั้น...

 

Kram: ไม่บังเอิญ

Kram: ตั้งใจมา

 

ได้คำตอบที่ตรงกับใจ

 











 

#ฟองฟางครามสมุทร

 

 

 

 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-01-2019 15:25:18 โดย Swanlee »

ออฟไลน์ Gokusan

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 799
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +269/-1
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 08 - up 16.1.62
«ตอบ #32 เมื่อ16-01-2019 20:41:51 »

งื้อ~~~ นี่ก็ใจละลายไปกับการเรียกชื่อฟองฟาง ><

มันแบบ...คิดภาพครามมากระซิบเรียกน้องใกล้ๆ
โอย...ยอมทุกอย่างเลย ^^ เนอะ น้องฟางเนอะ

ออฟไลน์ goosongta

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-6
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 08 - up 16.1.62
«ตอบ #33 เมื่อ16-01-2019 21:30:56 »

จะกั๊กอยู่ทำไม บอกรักไปเหอะคราม

ออฟไลน์ O-RA DUNGPRANG

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1786
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +50/-5
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 08 - up 16.1.62
«ตอบ #34 เมื่อ16-01-2019 21:46:56 »

 :-[ :-[ :-[ :-[ :-[

ออฟไลน์ Swanlee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0
{ yaoi } • Loud & Clear - 09 - up 16.1.62
«ตอบ #35 เมื่อ16-01-2019 22:02:58 »




09



มีแต่หัวใจ ความรู้สึก

และเรา



 

“อย่ามัวแต่เซลฟี่ดิแยม”



“กูเพิ่งมาใต้ครั้งแรกขอหน่อยไม่ได้เหรอวะ”



“เดินอ่ะมองทางด้วย นี่มึงเป็นเพื่อนหรือเมียกูวะแยม กูต้องดูแลตลอดเนี่ย”



มัททะเลาะกับแยมตั้งแต่อยู่กรุงเทพฯ จนตอนนี้อยู่ภูเก็ตแล้วก็ยังไม่วายหยุดทะเลา ฟองฟางหันไปมองสองคนที่เดินช้ากว่าใครเพื่อนเพราะแยมมัวแต่ถ่ายรูปตัวเองกับสนามบิน ส่วนมัทก็ทำหน้าที่ลากกระเป๋าของแยมที่ขนมาตั้งสี่ใบทั้งๆ ที่อยู่แค่สามวันสองคืน



“แล้วของมึงจะเยอะแยะวะ มาค้างคืนไม่กี่วันขนมาอย่างกับจะย้ายบ้าน”



“กูจะเล่นน้ำไง ต้องมีชุดเปลี่ยนเยอะๆ ผู้ชายอย่างมึงไม่เข้าใจหรอก”



มัทส่ายหน้าแล้วสาวเท้าเดินเร็วๆ ไม่สนใจแล้วว่าแยมจะหยุดเซลฟี่ตรงไหน



ที่ต้องคอยมองคอยดูแลเพราะว่าคุณพ่อของแยมฝากฝังเอาไว้ อ้อ ทริปนี้แยมโกหกคุณพ่อว่ามีผู้หญิงมาเป็นเพื่อน แต่ความเป็นจริงไม่มีเลยสักคน



และความจริงอีกอย่างก็คือ...วันนี้แพลนเดินทางคือช่วงเย็น แต่ทุกคนลงความเห็นว่าไม่อยากเรียนแล้วเพราะเป็นวันศุกร์ เลยพร้อมใจกันโดดเรียนโดยที่ครามสมุทรเองก็เห็นด้วย แพลนเดินทางจึงถูกเลื่อนมาเป็นตอนเช้าแทน



“นู่นๆ รถตู้วีไอพีรับส่งแขกที่จะไปเกาะไอ้คราม” ช็อปชี้ไปตรงรถตู้สีขาวหรูๆ คันหนึ่งที่ไม่มีป้ายบ่งบอกว่าเป็นรถตู้ของโรงแรมหรือรีสอร์ตที่ไหนให้เตเต้ดู คงเป็นเป็นเพราะว่ารถมันหรูที่สุดในสนามบินแล้วล่ะมั้ง หรือบางทีช็อปอาจจะจำหน้าพี่คนขับรถได้เลยมั่นใจว่านั่นต้องเป็นรถโดยสารของเกาะครามสมุทรที่ใช้บริการนั่งท่องเที่ยวที่จะไปพักที่นั่น ฟองฟางเองก็ชะเง้อคอมองตาม แต่ก็ถูกบังโดยช็อปกับเตเต้ที่สูงกว่าอยู่ดี



“บ๊ะ! มีแบบนี้ด้วยเหรอวะ” เตเต้หันมาถามครามสมุทรที่เดินล้วงกระเป๋ากางเกงเหมือนนายแบบ เจ้าตัวที่ถูกถามแค่พยักหน้าหนึ่งครั้งให้



“ไอ้คราม คันนั้นเลยป่ะวะ กูจะได้วิ่งเอาของไปเก็บ”



“อือ”



บอกแบบนั้นแล้วช็อปกับเตเต้ก็รีบวิ่งออกจากอาคารของสนามบินทันที ข้างนอกแดดร้อนเอาเรื่องเลย ฟองฟางไม่ค่อยมีอารมณ์วิ่งไปไหนเลยเดินตามครามสมุทรต้อยๆ



“ร้อนเหรอ”



“เปล่าๆ แอร์เย็นดี”



“แล้วเหงื่อ...”



“เราตื่นเต้นอ่ะ”



“ตื่นเต้น?”



“อื้อ...จะได้เจอแม่ครามไง” คนที่ตื่นเต้นหน้ากับจมูกแดงก่ำ



ฟองฟางยกแขนเสื้อขึ้นซับเหงื่อบนหน้าผากแล้วยิ้มแหยให้ครามสมุทรที่เดินนำหน้าแค่ก้าวเดิน แต่ไม่ทันไรคนตัวสูงก็ชะลอเท้า รอให้ฟองฟางสาวเท้าเดินมาใกล้ๆ แล้วค่อยเดินไปพร้อมกัน



“แม่ไม่ดุหรอก”



“ฟังจากเสียงก็รู้แล้วหน่า”



“หนักมั้ย เดี๋ยวช่วยถือ” ครามสมุทรมองกระเป๋าเป้ที่ฟองฟางสะพายไว้ข้างหน้าแล้วกอดแน่น คนตัวเล็กกว่าส่ายหน้าจนเส้นผมสีน้ำตาลกระจายฟูฟ่อง ฟองฟางไม่รู้หรอกว่าตัวเองกำลังเผลอทำตัวน่ารักๆ ให้คนข้างๆ เห็นซะแล้ว



ก็มันเป็นนิสัยของเขา เวลากำลังจะสนิทกับใคร...ก็จะค่อยๆ เผยมุมแบบนี้ออกมา



“สบายมากๆ”



“น่าจะหนัก”



“โหย ไม่เลย เรายัดผ้าห่มไว้มันเลยดูตุงๆ หนักๆ”



“ผ้าห่ม?”       



“อื้อ ผ้าห่มผืนนี้ขาดไม่ได้”



“อ่อ ผ้าเน่า”



“เฮ้ย ผ้าห่มจริงๆ เดี๋ยวถึงบ้านครามแล้วจะเปิดให้ดูเลยว่ามันไม่ได้เน่า” คนที่พูดทำปากยู่เงยหน้ามองครามสมุทรที่ส่ายหน้าไม่เชื่อ



ไม่พอแค่นั้น ครามสมุทรยังใช้นิ้วชี้อังไว้ตรงจมูกของตัวเอง ขมวดคิ้วเข้มๆ แกล้งฟองฟางให้เหมือนกับว่าแค่พูดถึงผ้าเน่าผืนนั้นกลิ่นตุๆ ก็ลอยออกจากกระเป๋า



เดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงรถตู้คันหรู ครามสมุทรชะลอเท้าแล้วพเยิดหน้าเชิงบอกให้ฟองฟางขึ้นรถไปก่อน คนตัวขาวเลยหันไปมองเพื่อนอีกสองคนที่กึ่งเดินกึ่งวิ่ง พอเห็นว่ามัทกับแยมกำลังจะถึงรถตู้แล้วฟองฟางเลยขึ้นไปหาที่นั่ง



“กูขอนั่งกับพี่คนขับ” มัทวิ่งถึงรถก่อนที่ฟองฟางจะเลือกที่นั่งได้ด้วยซ้ำ



เพราะเป็นรถตู้หรูๆ ที่นั่งได้แค่เจ็ดคน แล้วตอนนี้ช็อปกับเตเต้ก็นั่งครองเบาะที่ใกล้กับประตูที่สุดไปแล้ว เลยเหลือแต่แถวหลังที่ต้องนั่งอัดกันสามคน



“แยม ขึ้นมาก่อนเลย เดี๋ยวกูนั่งกลาง” กวักมือหยอยๆ เรียกเพื่อนที่กำลังขนกระเป๋าใส่ท้ายรถ แยมรีบวางกระเป๋าก่อนจะวิ่งขึ้นรถด้วยความเร็ว ครองที่นั่งริมกระจกขวามือสบายใจเฉิบ



ส่วนครามสมุทรที่ยืนรออยู่ข้างนอกตอนนี้ก็เดินก้มตัวขึ้นมาบนรถแล้ว เหลือที่แค่ตรงกลางกับริมซ้ายสุด แน่นอนว่าฟองฟางคงไม่ปล่อยให้เจ้าบ้านต้องนั่งตรงกลางหรอก เลยจะหันไปบอกให้อีกคนเดินแทรกไปนั่งตรงริมหน้าต่างฝั่งซ้ายมือ แต่ครามสมุทรกลับดันหลังให้ฟองฟางเดินเข้าไปนั่งตรงนั้นแทน



“ไม่เป็นไรๆ เรานั่งตรงกลางได้”



“นั่งไปเถอะ”



“อ่า...”



ครามสมุทรบอกแบบนั้นแล้วฟองฟางจะทำอะไรได้นอกจากยอมหย่อนสะโพกนั่งลงบนเบาะนุ่มๆ ส่วนคนที่สูงกว่าก็ขยับนั่งลงตรงกลางด้วยท่าทางนิ่งๆ



“ถ้านั่งไม่สบายบอกเราเลยนะคราม”



“อือ”



ครามสมุทรเว้นระยะให้ห่างจากแยมเพราะอีกฝ่ายเป็นผู้หญิง เลือกที่จะขยับตัวมาทางฟองฟางมากกว่า ถึงไม่ได้เบียดจนแน่นแต่ก็บอกได้เลยว่านั่งแบบนี้ทำให้พวกเขาใกล้ชิดกันพอสมควร



“ถ้าเบียดเกินไปก็บอก”



“ไม่เลย เราโอเค”



ฟองฟางกัดปากเพราะอีกฝ่ายโน้มตัวลงมากระซิบถามเบาๆ...คนตัวขาวนั่งกุมมือตัวเองแน่นจนเหงื่อไหลชุ่มฝ่ามือไปหมด



“ครามหิวหรือเปล่า เรามีขนมปังนะ” เพราะเห็นว่าอีกคนยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้าเลยอยากแบ่งขนมปังก้อนเล็กๆ กลมๆ ให้ อยู่บนเครื่องก็มีอาหารเสิร์ฟ แต่ครามสมุทรกลับยกให้ช็อปกินหมด



“ไม่หิว ขอบคุณ”



“อยู่ได้ไงเนี่ย ไม่หิวเหรอ”



“รอกินที่บ้าน”



“อ๋อ” ส่งยิ้มบางๆ ให้อีกคน



“นอนมั้ย”



ครามสมุทรเหลือบมองคนที่นั่งข้างๆ ส่วนฟองฟางก็ยิ้มแหย ส่ายหน้าปฏิเสธแต่กลั้นหาวจนแก้มกลมๆ ขึ้นสีแดง ปลายจมูกที่ดูรั้นกับตาสวยๆ ของฟองฟางก็แดงก่ำเหมือนกัน



“ง่วงก็นอน”



ฟองฟางผงกหัวทำตามที่อีกคนบอก นอนก็ได้ เพราะฟองฟางตื่นเต้นนอนไม่หลับมาทั้งคืนแล้ว



...นอนอยู่คนเดียวในห้องก็คิดไปต่างๆ นาๆ ว่าทำไมคุณแม่ของครามสมุทรถึงอยากเจอ ทำไมครามสมุทรถึงอยากให้ไป...อะไรอีกเยอะแยะเลย



แต่นอนบนรถมันไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ ฟองฟางยังไม่กล้าเอนศีรษะพิงเบาะเต็มๆ เพราะกลัวว่าจะเจ็บแผลที่เพิ่งตัดไหมออกไปเมื่อไม่กี่วัน ฟองฟางเลยเอนตัวชิดกระจกทางซ้ายมือ คิดว่าจะเอนศีรษะพิงกระจกนั่นแหละ แต่พอรถวิ่งอยู่บนทางขรุขระเขาก็หลับไม่ลงแล้ว



ฟองฟางค่อยๆ หันไปมองอีกคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ มองไหล่กว้างของคนคนนั้นที่เคยซบมาก่อน ไหล่ของครามสมุทรไม่ได้นุ่มเหมือนหมอนที่บ้าน แต่กลับให้รู้สึกอบอุ่นมากๆ เมื่อได้สัมผัส...



น่าซบอิง น่าหนุนนอน



“อยากซบก็ซบ”



แล้วเขาก็รู้ทันฟองฟางทุกครั้ง



“ได้เหรอ”



“ได้”



ฟองฟางช้อนตามองคนตัวโตกว่าและอมยิ้มให้อีกคนที่ก้มหน้ามองลงมา ตาคมสบกับดวงตาที่ใครก็ชอบบอกว่ามันทั้งสวยและหวานน่ามอง ฟองฟางไม่รู้ว่าเขาจะรู้สึกเหมือนที่คนอื่นๆ บอกกันหรือเปล่า เพราะตัวเองก็มัวแต่ตกอยู่ในหลุมของดวงตาคมที่มักจะนิ่ง...ไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมา



ตอนนี้มันก็ยังเป็นแบบนั้น



กว่าจะละสายตาได้ก็ตอนที่ครามสมุทรเอื้อมมือหนามาโอบศีรษะด้านซ้ายของฟองฟางไว้แล้วดันให้ซบบนไหล่ของเขา



อะไรบางอย่างบอกกับฟองฟางว่าอย่าเพิ่งหลับตาแม้ว่าอีกฝ่ายจะใช้ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยแก้มกลมๆ ด้านซ้ายเป็นวงกลมสลับกับเกลี่ยเบาๆ บนเปลือกตา อย่าเพิ่งหลับตาแม้ว่าครามสมุทรจะทำให้หัวใจของฟองฟางเต้นแรงแค่ไหนก็ตาม...



คนตัวขาวกะพริบตาปริบ นั่งบีบมือตัวเองเบาๆ รู้สึกอายจนอยากหนีไปไกลๆ เพราะเมื่อกี้ช็อปหันมามองแล้วยิ้มกริ่มกับแยมสองคน



เพื่อนเห็นหมดแล้ว



แต่ฟองฟางทำอะไรไม่ได้เลย ไม่กล้ายกหัวออกจากไหล่ของครามสมุทรเพราะกลัวว่าจะเสียดายที่ไม่ได้ซบไหล่กว้างๆ อีก



“นอนได้แล้ว” เสียงทุ้มกระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน และนั่นก็เป็นเหมือนคำสั่งที่ฟองฟางต้องทำตามเดี๋ยวนั้น



“ถึงแล้วปลุกด้วยนะ”



ฟองฟางหลับตาลงช้าๆ



“อือ”



“เราหลับลึก ครามต้องเรียกหลายๆ ครั้ง”



หลับตาทั้งๆ ที่ยังอมยิ้ม ยังพูดกับครามสมุทรอยู่อย่างนั้น



“รู้อยู่แล้ว”



“คราม”



“ครับ”



“ขอบคุณนะ”



“...”



“...”



“อือ นอนเถอะ”



นอนแล้วแหละ...

จะนอนหลับฝันดีเลยด้วย

: )







*****





 

ฟองฟางหรี่ตาเพราะแสงจากพระอาทิตย์แยงตาจนสู้ไม่ไหว คนที่ตัวขาวอยู่แล้วพอโดนแดดจัดๆ ยิ่งดูขาวจัดจนแสบตา วันนี้ฟองฟางใส่แค่เสื้อยืดพอดีตัวแค่ตัวเดียว ไม่ได้ใส่เสื้อคลุมปกปิดเนื้อแขนขาวๆ เลยทำให้คนมองอย่างแยมต้องหยีตา



“มึงจะขาวบาดตาอะไรขนาดนี้วะ” แยมบอกคนที่อึนๆ มึนๆ เพราะเพิ่งตื่นนอนแล้วต้องรีบลงจากรถ “เข้าไปในร่มเร็วๆ มึง ผิวกูจะไหม้หมดแล้วเนี่ย”



เพราะรถตู้ไม่ได้จอดหน้าบ้านตรงที่แดดส่องไม่ถึงเพราะมีรถเบนซ์หรูอีกคันจอดอยู่ ฟองฟางกับเพื่อนๆ เลยต้องเดินบนถนนเส้นเล็กๆ ภายในรั้วบ้านเพื่อไปยังที่ร่มที่อยู่ข้างหน้า ตามจริงเดินไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้ว แต่ฟองฟางทั้งร้อนทั้งอยู่ในอาการสะลึมสะลือเลยไม่มีกะจิตกะใจจะเคลื่อนตัวไปไหนด้วยความเร็วได้



“ร้อนจ้าร้อน”



“เอาเสื้อไปคลุมไป” มัทถอดเสื้อคลุมของตัวเองโยนให้แยมเพราะรายนั้นกลัวแดดมากจริงๆ โดนนิดโดนบ่อยก็บ่นไม่จบไม่สิ้น



ฟองฟาง มัท แยม และครามสมุทรรีบเดินเข้าที่ร่มตรงหน้าบ้าน ไม่สิ เรียกว่าบ้านไม่ได้เพราะนี่มันใหญ่กว่าบ้านตั้งเยอะ ควรจะเรียกว่าคฤหาสน์มากกว่า



“เข้าบ้านก่อน”



ครามสมุทรเดินไปเปิดประตูไม้ของบ้านบานสีขาว พยักหน้าเรียกให้ทุกคนที่ยืนรอตรงรถเบนซ์เดินเข้าไปในบ้านพร้อมกัน แน่นอนว่าช็อปต้องเดินนำเพราะคนอื่นๆ เพิ่งเคยมาที่นี่ไม่กล้าที่จะขยับตัวไปไหน พอช็อปเดินเข้าสู่ตัวบ้าน เตเต้ก็เดินตามไปติดๆ พร้อมพวกเขา



“อย่างสวยเลยว่ะ” เตเต้พึมพำกับช็อป



“อ้าว มาถึงกันแล้วเหรอคะ สวัสดีค่ะน้องคราม สวัสดีค่ะเพื่อนๆ น้องคราม”



ห้าคนที่ยืนอยู่ในบ้านรีบยกมือไหว้พี่ผู้หญิงที่ใส่ชุดกระโปรงสีขาวผูกผ้ากันเปื้อนสีน้ำเงินที่ดูแล้วเหมือนชุดของสาวใช้แบบในละครหลังข่าว



“แม่กับพ่ออยู่ไหนครับพี่จ๋า” เจ้าของบ้านที่พาเพื่อนมาเยือนถิ่นถามหาคุณแม่กับคุณพ่อก่อนเลย



“คุณผู้ชายไปดูสถานที่จัดปาร์ตี้ที่เกาะคืนนี้ค่ะ ส่วนคุณผู้หญิงเตรียมกับข้าวอยู่ในครัวค่ะ ชิมแล้วชิมอีกกลัวรสชาติไม่ถูกปากเพื่อนน้องคราม”



พี่จ๋าพูดไปยิ้มไป เพราะคุณผู้หญิงของบ้านตื่นเต้นตั้งแต่รู้ว่าลูกชายคนเดียวของตระกูลจะพาเพื่อนจากกรุงเทพฯ มาด้วย ถึงขั้นให้สาวใช้ในบ้านช่วยคิดเมนู งานนี้คุณแม่ของครามสมุทรเลยลงมือทำอาหารต้อนรับเอง โดยมีป้าแม่บ้านคนเก่าแก่อีกคนคอยช่วยอยู่ตลอด



“เดี๋ยวพี่จ๋าไปเรียนคุณผู้หญิงให้นะคะว่าน้องครามกับเพื่อนๆ มาถึงแล้ว” พี่จ๋าหมุนตัวเดินกลับเข้าไปตรงปีกขวาของบ้าน



“ไปได้แล้ว” ไล่หลังพี่จ๋าเสียงของครามสมุทรก็ดังขึ้น คนตัวสูงเดินนำทุกคนไปก่อน ส่วนช็อปก็คว้าคอมัทให้เดินตามไปติดๆ



ฟองฟางสาวเท้าเอื่อยๆ ระหว่างทางเดินก็แอบสำรวจคฤหาสน์หลังใหญ่หลังนี้ไปด้วย สวยและใหญ่จนอธิบายไม่ถูก เหมือนบ้านที่เห็นในละครแต่สวยงามและใหม่กว่านั้นหลายเท่า



เครื่องปรับอากาศเย็นๆ ทำให้ฟองฟางรู้สึกดีกว่าตอนอยู่กลางแจ้ง เขาหย่อนสะโพกนั่งบนโซฟาที่ดูหรูหราราคาแพงอย่างระมัดระวัง



 “บ้านครามอยู่ไกลจากทะเลเหรอ นี่ยังไม่เห็นทะเลไม่เห็นเกาะครามสมุทรอะไรเลยอ่ะ”



“เกาะไอ้ครามต้องนั่งเรือไป ถามกูก็ได้กูไปบ่อย” ช็อปที่ยืนพิงสะโพกตรงโซฟาหันมาตอบแทนครามสมุทร



“เดี๋ยวคืนนี้ก็เห็น” ครามสมุทรตอบสั้นๆ และนั่นทำให้แยมตาโต



“โห นี่อย่าบอกนะว่าจัดปาร์ตี้วันเกิดครามที่เกาะนั้นอ่ะ”



“เออดิ ทุกปีก็จัดที่นั่น นอนที่รีสอร์ตบนเกาะเลยด้วย หรูและบรรยากาศดีสุดๆ กูคอนเฟิร์มจ้า”



“ช็อป มึงให้กูคุยกับครามบ้างได้มั้ย”



ปล่อยให้สองคนนั้นเถียงกันต่อไป ส่วนฟองฟางก็ขยับหนีพวกนั้นย้ายมานั่งตรงโซฟาตัวเดี่ยวที่ยังไม่มีใครจับจอง หามุมเงียบๆ เล่นโทรศัพท์ เปิดดูนั่นนี่ไปเรื่อยตามประสาคนไม่มีอะไรทำ



แต่ก็นั่นแหละ ฟองฟางยังไม่ทันได้เข้าแอพอะไรสักอย่างหน้าจอไอโฟนก็เด้งแจ้งเตือนข้อความจากใครอีกคนที่อยู่ในห้องนี้เหมือนกัน



ฟองฟางเหลือบตามองคนคนนั้นที่ส่งขอความมาให้ หลุดยิ้มบางๆ เมื่อเห็นว่าครามสมุทรกำลังก้มหน้าก้มโทรศัพท์ยิกๆ

 

Kram: ออกมาด้วยกันหน่อย

.ff: ทำไมเหรอ

Kram: มีเรื่องจะคุย

.ff: คุยตรงนี้ก็ได้นี่นา

Kram: อยากให้เพื่อนล้อก็ตามใจ

 

ขู่กันแบบนี้แล้วฟองฟางจะทำอะไรได้ล่ะ ขนาดตอนที่นอนซบไหล่ครามสมุทรบนรถฟองฟางยังถูกล้อด้วยสายตาเลย



ฟองฟางไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แค่ยู่ปากช้อนตามองอีกคนที่เดินล้วงกระเป๋ากางเกงออกไปจากห้อง เขาเม้มปากแน่น...ในหัวกำลังคิดอยู่ว่าจะเดินตามครามสมุทรไปดีหรือไม่ไปดี



แต่ก็...



“เดี๋ยวมานะ ไปเข้าห้องน้ำก่อน” บอกแบบนั้นแล้วรีบลุกขึ้นวิ่งออกจากห้องนั่งเล่นตามเจ้าของบ้านไปติดๆ



ตามครามสมุทรไปก็ดีเหมือนกัน อยู่กับพวกนี้ฟองฟางกลัวว่าจะถูกล้อเรื่องบนรถจริงๆ นั่นแหละ







*****





 

00.00 am



เสียงร้องเพลงสุขสันต์วันเกิดให้เจ้าของวันเกิดบนเกาะครามสมุทรในตอนกลางคืนดังขึ้นก่อนจะจบลงพร้อมกับคำอวยพรจากคนรอบข้าง ครามสมุทรยกมือไหว้คุณพ่อกับคุณแม่ของตัวเอง และหันไปขอบคุณเพื่อนๆ ที่วันนี้มาร่วมงานวันเกิดด้วยกัน



และตอนที่ต้องเป่าเทียนบนเค้กก็ทำให้ฟองฟางรู้ว่าครามสมุทรไม่ค่อยชอบงานวันเกิดนั้นเป็นเรื่องจริง มันทำให้เขาดูเหมือนเด็กที่ยังไม่โตเสมอ เพราะต้องเป่าเทียนต่อหน้าพ่อกับแม่ทั้งๆ ที่บรรลุนิติภาวะแล้ว แต่ก็คงต้องจัดแบบนี้ไปทุกปีเพราะเขาต้องตามใจผู้ให้กำเนิดเสมอ



‘ดูครามเบื่อๆ นะ’

‘มองออกขนาดนั้นเลย’

‘เห็นหน้าก็รู้แล้ว’

‘นิดหน่อย’

‘เบื่ออะไร ได้กลับบ้านน่าจะดีใจนะ’

‘ไม่อยากจัดงานวัดเกิด’

‘ทำไมล่ะ’

‘ก็โตแล้ว’

‘...คนที่โตแล้วเขาก็จัดงานวันเกิดกันทั้งนั้นแหละหน่า’



ได้เปิดใจคุยกันบางเรื่องตอนที่ครามสมุทรเรียกให้ตามออกไปเมื่อช่วงบ่าย...จริงๆ แล้วครามสมุทรไม่ได้มีเรื่องอะไรจะคุยกับฟองฟางเลย แค่พาไปนั่งตรงมุมนั่งเล่นเอาต์ดอร์ในสวน ชมนกชมไม้ สูดอากาศดีๆ ของต่างจังหวัด



และฟองฟางเองก็เป็นฝ่ายชวนคุยมากกว่าเพราะนั่งเงียบๆ กันแค่สองคนมันดูอึดอัดพิลึก แต่คุยได้ประมาณสองสามเรื่องคุณแม่ของครามสมุทรก็เดินออกมาหาลูกชายคนเดียวของบ้านพอดี...ตอนนั้นเองที่ฟองฟางได้เจอกับท่าน และพบว่าตัวจริงท่านสวยมาก



แต่ก็ยังไม่รู้เหมือนกันจริงๆ ว่าที่คุณแม่อยากเจอนี่เพราะอะไร...ตอนแรกที่ท่านเจอฟองฟางประโยคแรกที่หลุดออกจากปากก็คือ ‘คนนี้นี่เอง...น่ารักจริงๆ ด้วย’ แค่นั้นเอง



 คุณแม่ชวนฟองฟางคุยอยู่พักหนึ่ง ส่วนใหญ่ก็ถามเรื่องของครามสมุทร แต่มันเป็นเรื่องส่วนตัวทั้งนั้น...ฟองฟางเองไม่ได้สนิทอะไรกับอีกคนมากมายเลยได้แต่ยิ้มแหยเพราะตอบคำถามท่านไม่ได้ สุดท้ายก็จบบทสนทนาเมื่อคุณแม่เรียกให้เข้าไปนั่งกินอาหารด้วยกัน



ฟองฟางนั่งรับลมทะเลที่ปะทะใบหน้าอยู่คนเดียว เขาเดินเลี่ยงออกจากงานวันเกิดหลังจากที่เป่าเค้กเสร็จเพราะไม่ค่อยชอบปาร์ตี้เท่าไหร่ เอาจริงๆ ในนั้นมีแต่คนที่สนิทกับครามสมุทรทั้งนั้น มัท แยมและเตเต้ที่เพิ่งรู้จักกับครามสมุทรยังสนิทกันมากกว่าที่ฟองฟางสนิทกับครามสมุทรเลย



เกาะครามสมุทรสวยมากจริงๆ ถ้าเป็นตอนกลางวันคงได้เห็นน้ำทะเลสีฟ้าใส ฟองฟางเคยมาเที่ยวที่นี่กับครอบครัว ตอนนั้นที่มาเที่ยว...ยังไม่รู้จักครามสมุทรเลย



ยังไม่ได้ตกหลุมรักครามสมุทรขนาดนี้



พอได้มาอีกที...ก็มาพร้อมกับความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิม



“เบื่อเหรอ”



สะดุ้งเบาๆ แล้วเงยหน้ามองเจ้าของเสียงทุ้มที่เดินเข้ามาใกล้ ฟองฟางส่ายหน้าให้คนคนนั้น ก่อนขยับตัวไปทางซ้ายเพื่อแบ่งพื้นที่บนเสื่อให้อีกคนนั่งด้วยกัน



“ครามล่ะ ไม่อยู่ดื่มกับเพื่อนๆ เหรอ” หันกลับไปมองจุดที่มีปาร์ตี้แล้วก็ต้องหัวเราะออกมาเบาๆ



มีแยมกับช็อปที่ไหนต้องมีแอลกอฮอล์ที่นั่น ซึ่งงานนี้คุณแม่กับคุณพ่อของครามสมุทรก็จัดให้ชุดใหญ่เพราะฉลองที่ลูกชายคนเดียวอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์



“เป็นเจ้าภาพมานั่งหลบอยู่ตรงนี้แขกจะคิดยังไงเนี่ย”



“เป็นแขกมานั่งอยู่ตรงนี้เจ้าภาพจะคิดยังไง”



“นู่น แขกมีตั้งเยอะมาสนใจอะไรแค่เรา”



“...”



ครามสมุทรไม่ได้ตอบอะไร เขาแค่เอามือค้ำไปทางด้านหลังแล้วเอนตัวเล็กน้อย เหยียดขายาวๆ ไปข้างหน้า ทำเอาฟองฟางที่กำลังจะเปลี่ยนท่าเป็นเหยียดขาเหมือนกันแทบไม่กล้าชักขาออกมา เพราะรู้ว่าตัวเองน่ะขาสั้นกว่าอีกคนเยอะ เลยได้แต่นั่งขัดสมาธิจุมปุ๊กอย่างนั้นต่อไป



“เราไม่ค่อยชอบเหล้าอ่ะ ไม่ได้คุณหนูนะ แต่ดื่มไม่เก่งจริงๆ”



“อือ”



“แล้วก็...กลัวว่าดื่มแล้วจะทำอะไรแปลกๆ ด้วย”



“เหมือนคืนนั้น”



“คืนไหน”



“คืนที่...”



“หยุดๆๆๆ รู้แล้วว่าจะพูดอะไร”



“อือ”



“ถ้าสงสารกันก็อย่าคุยเรื่องนี้อีกเลยนะ” ยกมือไหว้อีกคนเพราะอับอายจริงๆ นี่ขนาดครามสมุทรยังไม่ได้พูดถึงจริงๆ จังๆ ในหัวของเขาก็มีแต่ภาพที่ตัวเองปีนโต๊ะ คลานไปหาครามสมุทร แล้วก็... อือนั่นแหละ แค่นี้ก็จะร้องไห้แล้ว



“นั่นเพื่อนครามใช่มั้ย เห็นดูสนิทกัน”



รีบเปลี่ยนเรื่องแล้วบุ้ยปากไปตรงที่มีแสงสีเสียง ตรงนั้นมีคนรุ่นราวคราวเดียวกันอยู่ไม่ต่ำกว่าสิบคนที่หัวเราะเฮฮากินเหล้ากินเบียร์กันสนุกสนาน มีทั้งต่างชาติและไทยปนกัน จะบอกว่างานวันเกิดครามสมุทรที่จัดอยู่ตอนนี้ คุณพ่อของเจ้าตัวเคลียร์พื้นที่บนเกาะส่วนหนึ่งไว้ให้ลูกชายเพื่อฉลองโดยเฉพาะ



“เพื่อนสมัยเรียนด้วยกัน”



“ครามมีเพื่อนเยอะน่าดู”



“ไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่ แต่ก็คุยได้”



“แล้ว...เดินออกมานั่งตรงนี้คุณพ่อคุณแม่ไม่ว่าเหรอ”



“ก็เป็นแบบนี้ทุกปี”



“อ๋อ...”



“ปีนี้ดีหน่อย”



“...”



“มีคนนั่งเป็นเพื่อน”



ฟองฟางถึงกับต้องขมวดคิ้วแล้วหัวเราะเบาๆ ออกมา ความจริงเขาควรที่จะรับมือกับครามสมุทรให้ได้ทุกรูปแบบตั้งแต่ตอนที่ไปอาศัยบ้านอีกฝ่ายนอนแล้วจริงๆ



แต่ก็ไม่รู้สิ...บางทีครามสมุทรก็เงียบมากๆ แววตาที่ไม่แสดงความรู้สึกอะไรทำให้ฟองฟางไม่กล้าเข้าใกล้ แต่บางครั้งก็เหมือนกับว่าจะชอบให้ชวนคุย...ทั้งๆ ที่ครามสมุทรคุยไม่เก่ง



“อ้อ ลืมไปเลย” ฟองฟางหันไปหยิบตุ๊กตาสุนัขสีน้ำตาลตัวเล็กๆ ขนาดไม่ใหญ่ที่เตรียมมาตั้งแต่กรุงเทพฯ ยื่นให้ครามสมุทร ปากจิ้มลิ้มเม้มแน่นรอให้อีกฝ่ายรับไป ฟองฟางถึงขั้นกลั้นหายใจเพราะเอาแต่ลุ้นว่าครามสมุทรจะชอบหรือเปล่า จะเต็มใจรับของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ชิ้นนี้มั้ย



“สุขสันต์วันเกิดนะคราม”



ครามสมุทรมองตุ๊กตาสุนัขในมือของฟองฟางอยู่อย่างนั้น ไม่ยอมหยิบไปสักที



“เราไม่รู้ว่าครามชอบอะไร เลยปรึกษากับแม่ว่าจะซื้ออะไรให้ครามดี แม่บอกว่าให้ซื้อสิ่งที่เราชอบหรือมองถูกใจ เลยหยิบน้องหมาตัวนี้มาได้”



“...”



“ถ้าไม่ชอบก็ไม่เป็นไร...เราเข้าใจ”



เข้าใจว่าครามสมุทรคงไม่ชอบตุ๊กตาสุนัขที่ดูหน่อมแน้ม



เข้าใจว่าครามสมุทรคงไม่อยากได้ของขวัญจากฟองฟาง



เข้าใจว่า...ครามสมุทรคงมีของขวัญที่ดีกว่านี้แล้ว



รับตุ๊กตาตัวนี้ไว้...ก็คงไม่มีประโยชน์อะไร



ฟองฟางคลี่ยิ้ม ถึงจะเข้าใจแต่ก็ทำตัวร่าเริงเหมือนเดิมไม่ได้ ไม่มีใครสามารถซ่อนความผิดหวังไว้ได้หรอก เก่งแค่ไหนก็ต้องหลุดความรู้สึกออกมาอยู่ดี



แล้วคนไม่เก่งอยากฟองฟาง คนที่แสดงความรู้สึกง่ายๆ แบบนี้ต้องทำยังไง



เขาตัดสินใจที่จะเก็บตุ๊กตาสุนัขไว้แล้วคิดว่าหลังจากนี้คงต้องเดินหนีไปไกลๆ ไปหาที่ร้องไห้สักทีเพราะตามันร้อนผ่าว อีกนิดน้ำตาก็คงไหลออกมา แต่จังหวะที่กำลังจะชักมือกลับ ตุ๊กตาสุนัขตัวสีน้ำตาลกลับถูกดึงไปไว้ในมือหนาของครามสมุทรอย่างรวดเร็ว



ฟองฟางช้อนตามองคนข้างๆ ด้วยสีหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม เป็นเวลาเดียวกันกับครามสมุทรที่ยกยิ้มบางๆ มองตุ๊กตาตัวเล็กในมือ



“ขอบคุณ”



“...อื้อ” จู่ๆ น้ำตาก็ไหลออกมา ฟองฟางรีบยกมือปาดน้ำตาออกลวกๆ ตั้งใจมองคนตัวสูงที่ใช้อีกมือลูบหัวตุ๊กตาอยู่



“มันน่ารักดี”



“...ใช่ มันน่ารักจริงๆ”



“...”



“ถ้าเรารู้ว่าครามชอบอะไร...ปีหน้าจะซื้อให้ใหม่นะ”



“อือ ขอบคุณ”



“...”



ครามสมุทรจูบหัวตุ๊กตาเบาๆ แล้วหันมามองคนตัวขาวที่นั่งเม้มปากอยู่ข้างๆ ฟองฟางไม่กล้าสบตาเพราะรู้ว่าตอนนี้ตาคงต้องแดงก่ำ



ไม่อยากให้เขาเห็นเราในสภาพนี้เลย มันอ่อนแอไปหมด



“ค คราม...”



“ร้องไห้ทำไม”



ขยับปากถามเบาๆ พลางใช้นิ้วโป้งเช็ดน้ำตาออกจากแก้มขาวๆ ทั้งสองข้าง ฟองฟางชะงัก ทุกอย่างในร่างกายราวกับหยุดทำเมื่อถูกครามสมุทรสัมผัสอย่างแผ่วเบา



ทุกสิ่งที่เกี่ยวกับคนตรงหน้ามันทำให้หัวใจบีบรัดในหลายๆ ครั้ง



“ชอบของที่ฟองให้อยู่แล้ว”



ครามสมุทรก็เป็นแบบนี้



“ปีหน้าซื้อให้อีกก็ได้”



“...”



“จะได้รู้ว่าฟองชอบอะไร”



เป็นคนที่มาปั่นป่วนหัวใจทุกครั้ง



“คิดว่าครามรู้อยู่แล้วว่าเราชอบอะไร”



“อือ”



“...”



“ชอบมากๆ เลยใช่มั้ย”



“...” ค่อยๆ ผงกศีรษะตอบคำถามอีกคนอย่างประหม่า เพราะตอนนี้ใบหน้าของพวกเขาอยู่ใกล้กันมากจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของกันและกัน



“ครามว่า...อื้อ”       



ฟองฟางจะพูดอะไรสักอย่างแต่คำนั้นถูกกลืนลงคอเมื่อริมฝีปากอุ่นๆ ของครามสมุทรทาบทับลงมา เขาไม่ได้บดเบียดหรือแนบชิด แค่สัมผัสกันแผ่วเบาให้รับรู้ถึงความรู้สึกในตอนนี้



ความรู้สึกที่ฟองฟางก็ไม่รู้เหมือนกัน...ว่ามันหมายความว่ายังไง



ไม่กี่วินาทีครามสมุทรก็ค่อยๆ ผละออก มือหนาประคองกรอบหน้าฟองฟางเอาไว้ทั้งที่มือยังถือตุ๊กตาอยู่ด้วย คนตัวขาวมองนัยน์ตาสีเข้มเย็นชาคู่นั้น เป็นดวงตาที่เขาชอบมากที่สุด



ชอบแบบไม่เหตุผล แค่เกี่ยวกับครามสมุทร เป็นของครามสมุทรก็ชอบแล้ว



“ทำไมถึงทำแบบนี้” 



“วันนั้นฟองทำแบบนี้ทำไม”



“...เพราะเมา”



“แน่ใจ”



เขาไม่แน่ใจ...



“ไม่ต้องพูดออกมาก็ได้ ตอบในใจก็พอ”



...เพราะเราชอบคราม

ชอบมากๆ เลยรู้มั้ย












#ฟองฟางครามสมุทร



ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8219
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 09 - up 16.1.62
«ตอบ #36 เมื่อ16-01-2019 22:48:18 »

 :hao6: :hao6: :hao6:

ออฟไลน์ ก้อนขี้เกียจ

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 594
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 09 - up 16.1.62
«ตอบ #37 เมื่อ17-01-2019 07:16:00 »

ตายๆ ครามสมุทรไม่อ่อนโยน

ออฟไลน์ Swanlee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0
{ yaoi } • Loud & Clear - 10 - up 17.1.62
«ตอบ #38 เมื่อ17-01-2019 12:20:37 »





10



ไม่มีอะไรสำคัญเท่าการกระทำและความรู้สึกของพวกเรา

ไม่มีอะไรชัดเจนกว่านี้อีกแล้ว




ฟองฟางกับแยมแบกมัทที่เมาไม่รู้เรื่องเข้ารีสอร์ตที่เป็นที่พักตลอดสามวันสองคืน มัทดื่มไม่เก่งหรอก...แต่พอได้อยู่กับเพื่อนๆ สนุกสนานเฮฮาด้วยกัน อารมณ์พาไปจะจัดหนักจัดเต็มเหมือนดื่มเก่ง



ความจริงมัทเมาตั้งแต่นั่งสปีดโบ๊ทมาที่เกาะครามสมุทรแล้ว แต่นั่นเมาเรือไง...พอหายดีก็ไปซัดแอลกอฮอล์ต่อ ตอนนี้มัทเลยหงายเงิบ เรี่ยวแรงจะเดินยังไม่มี ต้องเดือดร้อนเพื่อนอย่างเขากับแยมแบกกลับที่พัก



“ตัวหนักฉิบหายยังอยากจะเมาให้กูแบกอีก”



จับคนเมานอนลงบนเตียงได้แล้วก็ยืนหอบพร้อมกัน ฟองฟางหัวเราะตอนที่แยมคว้ากระเป๋าเครื่องสำอางขึ้นมา หยิบลิปสติกสีแดงสดของตัวเองมาเขียนบนหน้าหล่อๆ ของไอ้เพื่อนคนนี้ วาดเป็นรูปหนวดแมวที่ขัดกับลุคเท่ๆ คูล แล้วถ่ายรูปเก็บไว้ล้อตอนมัทตื่น



“ส่งให้เมียมันดูดีมั้ยวะ”



“ส่งไปก็ได้ จะได้บอกกิ๊กด้วยว่ามัทเมาแล้ว”



แยมกับกิ๊กสนิทกัน จริงๆ พวกเขาสี่คนสนิทกันหมดนั่นแหละ เพราะเรียนมาด้วยกันตั้งหลายปี เป็นกรุ๊ปเดียวกันที่โคตรจะรู้ใจกันมากๆ ทุกวันนี้ฟองฟางยังเสียดายอยู่เลยที่กิ๊กไม่ได้มาเรียนที่มหา’ลัยเดียวกัน เพราะอีกคนสอบติดมหาวิทยาลัยรัฐชื่อดังที่ทางบ้านเลือกไว้ให้ กิ๊กเลยต้องเรียนที่นั่นตามความต้องการของครอบครัว



“เอ้อ แล้วรูปนี้ส่งให้ไอ้กิ๊กมันดูด้วยดีมั้ยวะ” แยมยืนเท้าเอวยิ้มกริ่ม เหลือบตามองฟองฟางที่พยักหน้าหงึกๆ เพราะคิดว่าเป็นรูปหลุดๆ ของมัทที่แยมถ่ายเก็บไว้



แต่ทว่าเมื่อแยมยื่นโทรศัพท์ให้ดูรูปภาพบนหน้าจอฟองฟางกลับชะงัก คนตัวขาวเม้มปากเบาๆ กะพริบตาปริบมองแยมที่เชิดหน้าแบบคนเหนือกว่า



“ไง มีอะไรจะพูดกับกูหน่อยมั้ยฟอง”



ฟองฟางส่ายหน้า...ไม่รู้จะพูดอะไรเพราะไม่รู้เหมือนว่าครามสมุทรจูบเขาทำไม อือ ใช่ สิ่งที่เห็นบนหน้าจอไอโฟนของแยมคือรูปถ่ายจากด้านหลังตอนที่พวกเขา...จูบกัน จะปฏิเสธว่าคนคนนั้นไม่ใช่ตัวเองก็ไม่ได้ เพราะว่าภาพที่ถ่ายออกมามันชัดเจนมากๆ ว่าเป็นเขากับครามสมุทร



“งั้นกูถามหน่อย ใครเริ่มก่อน”



“ครามดิ กูไม่กล้าทำแบบนั้นหรอก”



“แต่มึงเคยทำแล้วไง”



“ก็ตอนนั้นเมา”



“เออ กูถึงได้ถาม นึกว่ามึงไปจูบมันอีกแล้ว”



“...”



“กูว่าเซ้นส์กูไม่ผิด”



“...”



“ไอ้ครามชอบมึงชัวร์”



“...”



ฟองฟางครุ่นคิดอยู่กับประโยคที่แยมพูดออกมาว่ามีส่วนเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน



ครามสมุทรที่ไม่เคยเผยความรู้สึกอะไรสักอย่างให้ใครรับรู้จะเป็นแบบที่แยมพูดจริงๆ หรือเปล่า...หรือแค่รู้สึกไปเองคนเดียว



แต่บอกตามตรงว่าสัมผัสแผ่วเบาตรงริมฝีปากมันสลักลึกเข้าไปในใจของฟองฟางแล้ว ถึงจะเบาบางเหมือนกระดาษในตอนที่สัมผัส แต่มัน...ก็ชัดเจนมากๆ สำหรับเขาอยู่ดี



“ฮื่อ คงเป็นแบบนั้นแหละ”



“เอ้า มึงจะไม่ปฏิเสธหน่อยเหรอวะ”



“ปฏิเสธทำไม กูก็...รู้สึกเหมือนว่าครามจะชอบ” มั้งนะ



“งั้นคืนนี้คงต้องฉลองเปล่าวะ เพื่อนกูจะสมหวังแล้วอะไรแบบนี้”



“เว่อร์แล้วแยม กลับไปอาบน้ำนอนได้แล้ว”



“โอเคๆ กูกลับไปอาบน้ำแป๊บ แต่มึงอย่าเพิ่งล็อกประตูนะ เดี๋ยวกูหอบไวน์กับขนมในงานมาฉลองกับมึงสองคนเอง”



พูดเองเออเองแล้วตบบ่าเพื่อนแรงๆ พร้อมกับยีผมเหมือนอย่างที่เคยทำ แยมชอบเล่นกับฟองฟางแบบนี้เสมอ รายนั้นบอกว่าผมของเขามันนุ่มมือดีเลยชอบยีให้ฟูอยู่บ่อยๆ



ฟองฟางหยิบผ้าขนหนูที่ใช้อาบน้ำพาดบ่า ตากลมๆ เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างตรงม่านที่แง้มไว้...ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ชอบแอลกอฮอล์เท่าไหร่ แต่ถ้ามันทำให้ความว้าวุ่นฟุ้งซ่านมันหลุดออกไปจากหัวก็คงต้องยอมดื่ม



แล้วคืนนี้มีแค่เขากับแยม...ถ้าฟองฟางเมาก็คงไม่ก่อเรื่องให้ใครลำบากใจเหมือนครั้งก่อนหรอกมั้ง







*****





 

ครามสมุทรนั่งชันเข่าอยู่บนเสื่อผืนเดิมแม้ว่าฟองฟางจะกลับเข้าที่พักไปนานแล้วก็ตาม เขาแหงนหน้ามองท้องฟ้าสีดำ มองดาวดวงเล็กๆ บนนั้นแล้วเปลี่ยนมามองทะเลสีเดียวกับท้องฟ้าที่โอบล้อมเกาะครามสมุทรไว้



ในมือของเขายังถือตุ๊กตาตัวเดิมที่ได้รับเป็นของขวัญวันเกิดจากใครคนนั้น เป็นแค่ตุ๊กตาตัวเล็กๆ แต่ครามสมุทรกลับถือติดมือไม่ยอมปล่อยราวกับเป็นของสำคัญที่สุด



ก็สำคัญที่สุดจริงๆ นั่นแหละ



ปาร์ตี้จบลงแล้ว เพื่อนๆ แยกย้ายกลับที่พักกันหมด เหลือแค่ครามสมุทรที่ยังคิดอยู่ว่าจะกลับเลยดีมั้ย แต่พอหันหน้ากลับไปมองรีสอร์ตหลังที่ฟองฟางใช้เป็นที่พักแล้วเห็นว่าไฟในนั้นยังเปิดสว่างอยู่ ครามสมุทรเลยตัดสินใจที่จะอยู่ตรงนี้ไปอีกสักพัก



“คราม จะกลับไปนอนที่บ้านกับแม่หรือนอนที่นี่ดีจ๊ะ”



คุณพ่อกับคุณแม่ที่เดินกินลมชมวิวอยู่ใกล้ๆ กันเดินเข้าถาม ครามสมุทรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เหลือบมองไปที่รีสอร์ตหลังเดิม...ความจริงเขาต้องกลับบ้าน เพราะเสื้อผ้าอยู่ที่นั่นหมด แต่ว่า...



“นอนที่นี่ครับ”



“งั้นเข้าไปอาบน้ำนอนได้แล้วลูก นั่งตากลมตรงนี้เดี๋ยวไม่สบาย” คุณพ่อยกมือลูบผมลูกชาย ท่านมองคนตรงหน้าอย่างภูมิใจ เพราะลูกชายคนนี้สูงขึ้นและดูโตขึ้นกว่าเดิมมาก



“ครับพ่อ ผมไปก่อนนะครับ เดินทางกลับบ้านปลอดภัยนะครับ”



ครามสมุทรยกมือไหว้ลาคุณพ่อกับคุณแม่ ส่งท่านทั้งสองขึ้นเรือตรงท่าเรือของเกาะ ทุกย่างก้าวคุณพ่อจับมือคุณแม่ไว้ตลอด หันไปยิ้มให้กัน และเดินข้างกันอย่างมีความสุข



กระทั่งสปีดโบ๊ทที่พวกท่านโดยสารกลายเป็นจุดเล็กๆ ในสายตาและหายไปจากเกาะแห่งนี้ ครามสมุทรถึงได้หมุนตัวแล้วค่อยๆ ย่ำเท้าบนพื้นทรายเดินไปยังรีสอร์ตหลังนั้น หลังที่มีฟองฟาง



ทุกย่างก้าวเขาครุ่นคิดเสมอว่าเมื่อถึงหน้าประตูแล้วจะทำยังไงต่อ เคาะประตูก่อนหรือเปิดเข้าไปเลย แล้วตอนนี้ฟองฟางกำลังอยู่กับใคร กำลังทำอะไรอยู่



จนในที่สุดครามสมุทรก็หยุดอยู่ตรงหน้าประตูรีสอร์ตหลังนั้นจริงๆ



“อ้าวคราม ยังไม่นอนอีกเหรอ”



แยมเท้าเอวยืนมองครามสมุทร เดาะลิ้นรอคำตอบจากอีกฝ่ายที่ทำท่าจะบิดลูกบิดเปิดประตู แยมเห็นความประหม่าที่แผ่ออกจากสายตาของคนตัวสูง เธอรู้ทันทีเลยว่าครามสมุทรอยากจะทำอะไร



“เปิดประตูให้หน่อยสิ”



“อือ”



“ขอบใจจ้า” แทรกตัวเข้าไปในรีสอร์ตที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ แยมวางถุงพลาสติกที่ใส่ขวดไวน์กับถุงน้ำแข็งพร้อมขนมลงบนโต๊ะก่อนหันมากวักมือเรียกลูกชายเจ้าของรีสอร์ตที่ยืนอยู่ข้างนอก “เข้ามาก่อนดิคราม ยืนข้างนอกยุงกัดนะเว้ย”



“นอนนี่เหรอ”



“เปล่าๆ กู เอ้ย เรานอนอีกหลัง...ไม่ว่าอะไรใช่ป่ะ”



“ก็เปิดห้องไปแล้วนี่”



“แหะๆ ก็คุณแม่บอกให้กู...เรา! บอกให้เราไปนอนนู่นอ่ะ”



“พูดแบบที่ถนัดก็ได้”



“เออๆ ถ้ารับไม่ได้ก็ทนฟังเอาแล้วกันนะ”



ครามสมุทรกวาดสายตามองรอบห้องแล้วไปสะดุดบนเตียงนอนที่มีร่างของมัทนอนอยู่ รายนั้นคงจะนอนดิ้นมากผ้าห่มกับหมอนหนุนหัวถึงได้กองอยู่บนพื้น



ครามสมุทรขยับตัวนั่งลงบนโซฟาที่อยู่อีกมุมของห้อง เขาได้ยินเสียงน้ำจากฝักบัวไหลกระทบพื้นห้องน้ำเลยเดาว่าฟองฟางคงกำลังอาบน้ำอยู่ และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะไม่กี่นาทีต่อมาประตูห้องน้ำถูกเลื่อนออกพร้อมกับร่างขาวๆ ของใครคนนั้นกำลังก้าวเดินออกมา



ฟองฟางชะงักเล็กน้อย แก้มขาวๆ ขึ้นสีแดงปลั่ง ปากจิ้มลิ้มมุบมิบเหมือนกำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่ ครามสมุทรสบตากับนัยน์ตาสวยๆ เพียงครู่เดียวเท่านั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงความประหม่าของฟองฟาง



“ยังไม่นอนเหรอคราม” เสียงนุ่มๆ เปล่งถาม ฟองฟางเลื่อนประตูห้องน้ำให้ปิดสนิท เดินเข้ามาหาแยมกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่หน้าโต๊ะกระจกสีดำใกล้ๆ กับโซฟาที่ครามสมุทรนั่งอยู่ คนตัวขาวย่อตัวลงนั่งยองทำตัวเล็กๆ ลีบๆ อยู่ตรงหน้าเขา



“อือ แยมชวนมาดื่ม”



“แยม ชวนครามมาทำไมอ่ะ รบกวนเวลาพักผ่อนเขามั้ย”



“กูเห็นมันด้อมๆ มองๆ หน้าบ้านมึงหรอกเลยชวนเข้ามา”



“ตลกแล้ว”



“กูพูดจริง”



สองคนนั้นกระซิบกระซาบกันเบาๆ...คงคิดว่าเขาไม่ได้ยินล่ะมั้ง



ครามสมุทรไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกไป นั่งนิ่งๆ มองทีวีที่เปิดช่องภาพยนตร์ พอเห็นว่าแยมรินไวน์ใส่แก้วพร้อมกับเลื่อนมาตรงหน้าเขา ครามสมุทรหยิบมันขึ้นมาจิบเบาๆ



“มึงไปนั่งตรงนู้นไป จะได้ดูทีวีด้วย” แยมพเยิดหน้ามาตรงที่ว่างข้างๆ



“ขยับโต๊ะออกไปหน่อยมั้ย จะได้นั่งพื้นเหมือนกัน” ครามสมุทรที่นั่งบนโซฟาถามแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เหลือบมองฟองฟางกับแยมที่เงยหน้าขึ้นมา



“เออ เอาดิ”



“แยมถอยไปเดี๋ยวกูยกโต๊ะเอง”



แยมขยับถอยหลังปล่อยให้เป็นหน้าที่ของครามสมุทรกับฟองฟางที่ช่วยกันขยับโต๊ะให้ห่างจากโซฟา พอทุกอย่างเสร็จสิ้น ครามสมุทรก็นั่งลงบนพื้นเอนหลังพิงโซฟา ในขณะที่ฟองฟางยังยืนเงอะงะไม่รู้ว่าจะนั่งกับแยมหรือนั่งกับครามสมุทรดี



“นั่งด้วยกันสิ” ครามสมุทรขยับตัวให้มีพื้นที่พอสำหรับฟองฟาง



อือ แล้วจะไปไหนได้...ครามสมุทรเอ่ยปากบอกนาดนี้ฟองฟางเลยต้องหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ คนตัวสูง



แล้วต่างคนก็ต่างเงียบ ครามสมุทรกระดกไวน์ลงคอรวดเดียวหมดแก้ว เขาไม่ได้อยากดื่ม แต่ไม่รู้ทำไมว่าเหมือนกัน....พอเห็นใบหน้าของฟองฟางมันก็อดไม่ได้



เหมือนดื่มเพื่อสงบสติตัวเอง ดื่มให้มึนเบลอๆ หลุดจากความเป็นตัวเองแม้ว่าครามสมุทรจะไม่ใช่คนคออ่อน ไวน์สิบกว่าขวดที่แยมหอบมาไม่มีผลอะไรกับเขาเลยสักนิด



ผิดกับคนที่นั่งข้างๆ ขนาดดื่มไวน์ผสมน้ำเปล่าหูกับแก้มยังแดงก่ำ



“ชนแก้วหน่อยมึงงงง”



เคร้ง



เสียงแก้วสามแก้วกระทบกันเบาๆ ครามสมุทรใช้ตาคมของเขาสำรวจคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ผ่านไปไม่กี่นาทีแยมก็หน้าแดงไปตามๆ กัน แต่เขารู้ว่าแยมคอแข็ง...รู้ด้วยว่าแยมดื่มแอลกอฮอล์ในปาร์ตี้มาแล้วหลายอึกแต่ก็ยังไม่เมาเหมือนมัทที่นอนกองอยู่บนเตียง



“เนื่องในโอกาสอะไร” ครามสมุทรจับก้านแก้วแกว่งเบาๆ



“เนื่องในโอกาสที่ไอ้ฟองมันกำลังจะสมหวัง คิคิ” แยมใช้นิ้วชี้ข้างที่ถือแก้วไวน์ชี้หน้าเขากับฟองฟางสลับกัน



“พอเลยแยม...ครามอย่าไปถือสาแยมนะ น่าจะเมาแล้วอ่ะ” หันมาบอกกับเขาแล้วตีมือแยมเบาๆ ให้หุบนิ้วลง



“มึงก็รู้ว่ากูไม่เมาง่ายๆ นะฟองงงง”



“คึกแบบนี้เมาก็คือมั้ย”



ฟองฟางโดนเพื่อนแยกเขี้ยวใส่ชักมือกลับมาไว้บนตักแล้วนั่งจิบไวน์ผสมน้ำเปล่าไปพลางๆ ในขณะที่ครามสมุทรจ้องคนตัวขาวอยู่ แต่ฟองฟางกลับหลบสายตา



ทำเป็นหันหน้ามองนู่นมองนี่



ทำเป็นมองมัทที่นอนอยู่บนเตียง



ทำเป็นมองค้อนแยมที่นั่งยิ้มแล้วเอาแต่พูดอะไรเรื่อยเปื่อย



มันน่ามั้ยล่ะ...เมื่อก่อนแอบมองเขาแทบทุกเวลา ไกลแค่ไหนก็มอง ฝากเพื่อนมองยังมีเลย...แต่พอเขาอยู่ใกล้ๆ อยู่ห่างกับฟองฟางไม่กี่เซ็นต์กลับหนีหน้า ไม่หันมามองครามสมุทรเหมือนที่ผ่านมา



พวกเขานั่งไม่เงียบๆ อยู่อย่างนั้นไม่มีใครพูดอะไรยกเว้นแยมที่พูดมากตามประสาคนคุยเก่ง หัวเราะบ้างเวลาที่แยมเล่นมุกตลกๆ...เวลามันก็เดินไปเรื่อยๆ ไวน์หมดไปทีละขวดจนตอนนี้หลักฐานที่แสดงว่าพวกเขาดื่มกันเยอะแค่ไหนวางกองอยู่ข้างโต๊ะ



ครามสมุทรกระดกไวน์อึกสุดท้ายเข้าปากแล้วครางออกมาเบาๆ เหลือบมองคนข้างกายที่วันนี้ดื่มได้มากกว่าปกติ คงเป็นเพราะผสมน้ำเปล่าเยอะ ฟองฟางน่าจะดื่มไปสี่แก้ว



“ไวน์หมดแล้วว่ะ” แยมเรอเบาๆ “เดี๋ยวกูไปเอาไวน์มาเพิ่มก่อน มึงสองคนรอตรงนี้ห้ามไปไหน วันนี้ถ้ากูไม่เมาห้ามนอน!”



“...”



ฟองฟางเหมือนจะไม่ได้ยินในสิ่งที่แยมพูด ก็แหง...นั่งก้มหน้าคางชิดอก ตัวโอนเอนขนาดนั้นสติฟองฟางคงหลุดไปที่ไหนแล้วสักที่แล้ว



อาการเหมือนวันนั้น ใครพูดอะไรก็ไม่ได้ยิน ใครเรียกก็ไม่หัน เอาแต่ปีนโต๊ะตรงมาหาครามสมุทรอย่างเดียว



“เดินดีๆ แยม ถ้าไม่ไหวก็กลับไปนอน”



“กูไหว! นี่ใคร นี่แยมคอเหล็ก รอกูแป๊บเลยไอ้คราม เดี๋ยวกูมา”



ปึก!



พูดจบก็เปิดประตูเดินออกไปพร้อมกับปิดประตูแรงจนเสียงดังลั่น ครามสมุทรส่ายหน้าช้าๆ...เขาคิดว่าแยมคงอยู่ในอาการเมาแล้วแหละ



“พาไปนอนที่เตียงหน่อยได้มั้ยอ่า”



เสียงของคนข้างๆ ดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าแดงก่ำที่แหงนมองครามสมุทร ฟองฟางเมาแล้วเขารู้ดี ยิ่งเมายิ่งพูดไม่รู้เรื่องเขาก็รู้



“นี่ครามเหรอเนี่ย...”



ครามสมุทรเลิกคิ้วเมื่อฝ่ามือร้อนๆ ทั้งสองข้างของฟองฟางประคองกรอบหน้าเขาไว้ คนที่ตัวเล็กกว่าตั้งเยอะขยับตัวนั่งคุกเข่าค่อยๆ เคลื่อนใบหน้าเข้าใกล้ครามสมุทร



วันนั้นขยุ้มคอเสื้อนิสิตจนยับยื่นหน้าเอาลมหายใจหอมๆ ปนกลิ่นแอลกอฮอล์ให้สูดดม คล้ายๆ กับวันนี้ ต่างกันตรงที่ไม่มีคอเสื้อให้ฟองฟางขยุ้ม



“ฝันหรือเปล่า...ทำไมครามอยู่ตรงนี้อ่า”



“ไม่ได้ฝัน ฟองเมา”



“เหรอ”



“อือ”



คล้องเอวบางๆ ด้วยแขนแกร่งเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเสียหลักล้มลง ฟองฟางตอนนี้อ่อนปวกเปียก ดูแตกหักง่ายยิ่งกว่าแก้วบางๆ ซะอีก



“ถ้าเมาแล้วจะพูดอะไรก็ได้ใช่มั้ย”



“ได้ แต่นั่งดีๆ ก่อน”



“ฮื่อ”



พูดไม่ฟังแถมยังลดมือที่ประคองกรอบหน้ามาวางไว้บนไหล่ของเขาแทน ไม่กี่นาทีต่อมาฟองฟางก็เลื่อนแขนโอบครามสมุทรไว้ โถมตัวเบียดอกแกร่งของเขา ซบแก้มกลมๆ บนไหล่ ขดตัวอยู่ในอ้อมกอดครามสมุทร



เขาไม่ผลักไส ไม่ไล่ให้อีกคนออกไปไกลๆ...เพราะทั้งหมดมันคือความต้องการ ครามสมุทรเต็มใจ



ครามสมุทรวางมือบนศีรษะเล็กๆ ลูบผมนุ่มเบาๆ ปลอบฟองฟางที่ตัวสั่นเพราะสะอื้น



“คราม”



“ว่าไง”



ฟองฟางเลิกเงยหน้ามองคนตัวสูง ขยับออกห่างเลิกน้อยเพื่อให้สบตากับเขาได้เต็มๆ ดวงตาสวยคู่นั้นแดงก่ำ ระเรื่อน้ำ



สวย...สะกดให้หลง...น่ามอง



“โกรธเรามั้ย”



“โกรธเรื่องอะไร”



“โกรธเรามั้ย...”



“เรื่องอะไรล่ะ”



“ครามสมุทร”



“ครับ”



เขาใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ปกหน้าผากออก ทัดผมที่คลอเคลียกรอบหน้าฟองฟางไว้หลังใบหู ใช้สายตามองโครงหน้าที่สมบูรณ์แบบของคนตัวเล็ก ใบหน้าที่ทำให้เขาต้องกระชับแขนคล้องเอวไว้แน่นกว่าเดิม



ครามสมุทรมองดวงตาหวานฉ่ำที่ใช้มองเขามาตั้งหลายเดือน มองแพขนตาหนางอนงามที่เมื่อสัมผัสแล้วนุ่มนวลเหมือนใบหน้าของอีกฝ่าย มองจมูกที่โด่งสวย มีความโค้งมนเป็นรูปลักษณ์ชัดเจน เลื่อนสายตามองริมฝีปากจิ้มลิ้มสีชมพูที่ตอนนี้แดงระเรื่อ มันเผยอเหมือนรอให้เขาครอบครองทุกครั้ง



“ถ้าบอกจะโกรธมั้ย”



“ไม่รู้ ลองบอกมาก่อน”



น้ำเสียงงอแงแบบนั้นเขาไม่รู้ว่าถ้าสร่างเมาแล้วฟองฟางจะจำได้บ้างมั้ยว่าคืนนี้ตัวเองทำอะไรลงไปบ้าง



“เราชอบคราม”



“อือ”



“ชอบมากๆ เลยนะ”



“ครับ”



แล้วก็เป็นครามสมุทรที่เป็นฝ่ายถูกจูบครั้งที่สอง ฟองฟางยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ฝากสัมผัสเบาๆ บนริมฝีปากก่อนผละออกมาจ้องหน้าครามสมุทรเหมือนเดิม



“แต่กลัวครามรังเกียจ”



“ไม่หรอก”



“จริงๆ นะ”



“จริงๆ”



“เราชอบครามมากๆ เลย”



จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ



ทิ้งจูบสั้นๆ บนริมฝีปากหลายต่อหลายครั้ง ยืนยันผ่านการกระทำว่าฟองฟางชอบครามสมุทรมากจริงๆ และไม่กี่นาทีต่อมาฟองฟางก็ซบหน้าบนอกแกร่งของเขา นิ่งไปพร้อมกับลมหายใจที่เข้าออกสม่ำเสมอ



หลับแล้วตัวป่วน



ครามสมุทรค่อยๆ ช้อนตัวฟองฟางขึ้นช้าๆ ก่อนจะวางอีกคนลงบนโซฟาที่อยู่ใกล้ๆ จัดแจงกับเสื้อยืดอีกคนที่เลิกขึ้นจนเห็นหน้าท้องขาวๆ ปัดผมที่ปรกหน้าผากออกอย่างเบามือ ทะนุถนอมฟองฟางให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้



ครามสมุทรคุกเข่าตรงหน้าฟองฟางอยู่อย่างนั้น เขามองใบหน้าคนตัวขาวสลับริมฝีปากอวบๆ...จิตใต้สำนึกของครามสมุทรสั่งให้โน้มใบหน้าลงไปใกล้ๆ...ใกล้จนได้ครอบครองริมฝีปากแดงฉ่ำหวานอีกครั้ง



ครามสมุทรขยับกลีบปากบดคลึงริมฝีปากของฟองฟางเบาๆ อ้อยอิ่ง เนิบนาบมากที่สุด ละเลียดจูบจนคนที่นอนอยู่ร้องฮื่อเบาๆ ถึงได้ผละออก



‘เราชอบคราม’



‘ชอบมากๆ เลยนะ’



‘แต่กลัวครามรังเกียจ’



จะรังเกียจได้ยังไง ในเมื่อ...เขาเองก็ชอบฟองฟางเหมือนกัน



“ฝันดีครับ” จูบหน้าผากบอกฝันดีคนเมา ครามสมุทรรั้งฟองฟางเข้ามากอดไว้แน่น กระซิบความในใจแผ่วเบาให้อีกคนรับฟัง...ถึงฟองฟางจะไม่รับรู้ก็ไม่เป็นไร



“ขอบคุณที่บอกอีกครั้ง”



ขอบคุณที่บอกว่าชอบ

ขอบคุณที่ทำให้มั่นใจว่าในใจของฟองฟางจะมีแค่เขาที่วนเวียนอยู่ในนั้น

 

 

 

 

 

 

#ฟองฟางครามสมุทร




เดี๋ยวก็ถนอมเขา เดี๋ยวก็ฉวยโอกาสเขา
ครามสมุทรนี่เป็นคนยังไงกันแน่นะ~
 :mew1:



ออฟไลน์ ก้อนขี้เกียจ

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 594
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 10 - up 17.1.62
«ตอบ #39 เมื่อ17-01-2019 12:41:19 »

เนี่ยฟองบอกตั้งสองรอบละครามจะไม่บอกฟองบ้างอ่อ  :katai4: ถ้ายังไม่บอกก็ไปเลยนะ อย่ามายุ่งกับลูกชั้น

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: { yaoi } • Loud & Clear - 10 - up 17.1.62
« ตอบ #39 เมื่อ: 17-01-2019 12:41:19 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8219
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 10 - up 17.1.62
«ตอบ #40 เมื่อ17-01-2019 12:57:06 »

อร๊ายย ครามกะฟองฟางฟินกันไป ส่วนแยมเมาตกทะเลไปละ 55555

ออฟไลน์ O-RA DUNGPRANG

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1786
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +50/-5
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 10 - up 17.1.62
«ตอบ #41 เมื่อ17-01-2019 20:44:33 »

โถฟองฟางน่าเอ็นดู  :o8: :o8: :o8:

ออฟไลน์ goosongta

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-6
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 10 - up 17.1.62
«ตอบ #42 เมื่อ17-01-2019 22:29:55 »

ละมุนมากแต่พอตื่นมาฟองก็ลืม 555

ออฟไลน์ TheDoungJan

  • ขอบคุณนักเขียนที่คนที่สร้างทุกตัวละครขึ้นมานะคะ(♡˙︶˙♡)
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 696
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 10 - up 17.1.62
«ตอบ #43 เมื่อ18-01-2019 16:31:23 »

อยากให้แยมแกล้งๆเมาละแอบอยู่หลังประตู อยาหเห็นคนโดนแซวละเขินอีกก เมาแล้วลวนลามเขาตลอดเลยนว้องงงฟองงงงง :กอด1:

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 10 - up 17.1.62
«ตอบ #44 เมื่อ23-01-2019 15:35:24 »

ไม่มีใครอัดคลิปให้นะคราวนี้ ไม่มีหลักฐาน  o18

ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1940
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
    • -
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 10 - up 17.1.62
«ตอบ #45 เมื่อ23-01-2019 22:10:41 »

สนุกมากจ้า

ออฟไลน์ Swanlee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0
{ yaoi } • Loud & Clear - 11 - up 26.1.62
«ตอบ #46 เมื่อ26-01-2019 10:31:04 »


11



คอยอยู่ข้างกัน

ให้ความรู้สึกแทรกซึมในหัวใจ

 



ฟองฟางนั่งก้มหน้าเช็กมือถือระหว่างที่หูก็ฟังเสียงบาสกระทบพื้น เสียงเท้าคนนับสิบวิ่งดังกระหึ่ม เสียงเป่านกหวีด หรือแม้แต่เสียงตะโกนของโค้ชกับนักกีฬาไม่ได้ทำให้ฟองฟางรู้สึกรำคาญเลยสักนิด



ฟังจนชินแล้ว เพราะเขานั่งฟังแบบนี้มาเกือบเดือน



ตอนนี้ฟองฟางนั่งอยู่บนอัฒจันทร์ในโรงยิมที่จะใช้เป็นสถานที่แข่งบาสอีกสองวันข้างหน้า แต่ไม่ได้นั่งดูนักกีฬาซ้อมหรอกนะ ฟองฟางเอาแต่ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์อย่างเดียวเพราะอายเกินกว่าที่จะเงยหน้ามองไปที่สนาม



ก็เพราะว่ามองไปทีไร มักจะเจอแต่สายตาของครามสมุทรคนเดียวทุกที



นี่ไม่ได้คิดไปเองจริงๆ...ตอนแรกฟองฟางรู้สึกเหมือนว่าครามสมุทรจะคอยมองมาที่เขาทุกครั้ง เหมือนมองให้รู้ว่ายังอยู่ตรงนี้หรือเปล่า แล้วทำอะไรอยู่



ก็อยู่ตรงนี้แหละ อยู่กับครามสมุทรเสมอ



หนีไปไหนไม่รอดหรอก

 

Yammy: Send a photo

Yammy: มึงว่าครามรูปนี้เหมาะกับแท็ก #ภูเก็ตเผ็ดขนาดไหน มั้ย

Yammy: ขออนุญาตเอารูปนี้โพสต์เฟซบุ๊กได้ป่ะคะน้องฟองฟาง

.ff: มาขอกูทำไมอ่ะ

.ff: ไปขอเจ้าตัวนู่น

Yammy: เจ้าตัวให้กูมาถามมึงว่ะ คึคึ

 

ฟองฟางขมวดคิ้วเกาหัวแกร็กๆ...รูปที่แยมส่งมาให้ดูแล้วถามว่าลงได้มั้ยมันเป็นรูปแผ่นหลังของครามสมุทรที่กำลังหันหน้าให้ท้องทะเลอยู่บนเกาะที่เป็นชื่อเดียวกับคนในรูป ฟองฟางจำได้ว่ารูปนั้นเป็นฝีมือการถ่ายของเขาเอง แต่มันเป็นกล้องของแยม รายนั้นเลยต้องมาขอนู่นขอนี่กับคนในภาพ...รวมทั้งมาขออนุญาตคนถ่ายอย่างเขาด้วย



ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องมาถาม ในเมื่อคนในภาพคือครามสมุทรไม่ใช่เขาสักหน่อย



หมู่นี้...ครามสมุทรชักจะอะไรๆ ก็ฟองฟางมากเกินไปแล้ว



‘ไอ้คราม วันนี้กูขอติดรถไปลงห้างหน่อยได้ป่ะ’

‘ไม่รู้ ถามฟองดูก่อน’

‘เอ้าไอ้สัด มึงเป็นเจ้าของรถ...’

‘ฟองต้องกลับด้วย’

‘โอ้โหเพื่อนกู’



อะไรประมาณนั้นเลย...



มันเป็นแบบนี้ตั้งแต่หลังจากที่ครามสมุทรจูบฟองฟางในวันเกิดคืนนั้น เช้าวันต่อมาครามสมุทรก็ทำตัวสนิทสนมกับเขาทั้งๆ ที่ปกติก็ต่างคนต่างอยู่ ฟองฟางไม่ต้องแอบมองครามสมุทรจากระยะไกลเพราะอีกฝ่ายมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ตลอด



จนกระทั่งพวกเขากลับจากภูเก็ต ฟองฟางก็คิดว่าทุกอย่างมันคงจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม แต่ไม่เลย…มันดีกว่าเดิม เหมือนจะสนิทกันมากขึ้น



ครามสมุทรให้ฟองฟางติดรถกลับบ้านด้วยทุกวัน ให้ไปรอที่โรงยิมทุกวันเพื่อรออีกคนซ้อมบาส รอกินมื้อเย็นที่ร้านอาหารข้างทางด้วยกัน...ถ้าวันไหนฝนไม่ตกน่ะนะ



พอนึกแล้วหน้าก็ร้อนผ่าวๆ จนต้องหยิบน้ำเย็นๆ มาจิบ ให้ความร้อนที่หน้ามันหายไปซึ่งก็ไม่รู้ว่าเกี่ยวกันมั้ย ฟองฟางนึกไม่ถึงมาก่อนเลยจริงๆ ว่าครามสมุทรจะเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย กินได้ทุกอย่างไม่ว่าจะของเผ็ดของดองหรือร้านข้างทางทั้งๆ ที่อีกฝ่ายก็ดูจะเป็นลุคลูกคุณหนูบ้านคนรวยขนาดนั้น



จุดๆ นี้...โคตรจะประทับใจเลย

 

.ff: งั้นก็ไม่รู้แล้ว

Yammy: อย่ามาทำเป็นไม่รู้ห่าอะไร

Yammy: กูขอถามตรงๆ ในฐานะเพื่อนที่โคตรสนิท

Yammy: มึงกับครามคบกันอยู่ใช่ป่ะ

 

พรวด!



“แค็กๆ”



น้ำเปล่าที่กำลังกลืนลงคอพุ่งออกจากปากทันทีที่อ่านแชตจบ ฟองฟางรีบเอามือเช็ดปากลวกๆ พลางหันซ้ายหันขวามองว่าบนอัฒจันทร์มีใครนั่งอยู่ใกล้ๆ บ้าง จะมีใครเห็นหรือเปล่าว่าเมื่อกี้เขาเผลอทำอะไรแปลกๆ...แล้วก็เจอกับนักศึกษาผู้หญิงห้าถึงหกคนหน้าเดิมๆ ที่มานั่งเฝ้าแฟนซ้อมบาส โชคดีแล้วที่ไม่มีใครสนใจฟองฟางสักคน

 

.ff: ตลกแล้วแยม

Yammy: ไม่ตลก ตอนกูพิมพ์ถามกูทำหน้าจริงจังมากๆ

Yammy: มึงสองคนทำตัวอย่างกับแฟนกัน

Yammy: ถามหน่อย แต่ก่อนมึงกลับบ้านเองได้ตลอด

Yammy: เดี๋ยวนี้คือไรวะ ต้องไปนั่งรอครามซ้อมบาสแล้วก็กลับพร้อมมัน

Yammy: ไม่ให้กูคิดว่าคบกันแล้วให้กูคิดว่าอะไร

.ff: i___i

Yammy: เขินอ่ะดิ๊

.ff: กูไม่คุยด้วยแล้วนะแยม

Yammy: ตามใจมึง แต่บอกกูมาก่อนว่ารูปครามอ่ะลงได้มั้ย

.ff: ไปถามเจ้าตัวเอาเองดิ

Yammy: สัด งั้นกูลงละ เบื่อพวกมึงจริงๆ

Yammy: อย่าให้กูรู้นะว่าคบกันแล้วไม่บอก

 

ฟองฟางล็อกหน้าจอโทรศัพท์พร้อมๆ กับเสียงนกหวีดที่ดังขึ้นพอดี คนตัวขาวเงยหน้ามองไปในสนาม ตอนนี้คงเลิกซ้อมแล้วละมั้งเพราะเมื่อกี้โค้ชปรบมือเรียกให้ทุกคนเข้าไปยืนรวมกลุ่มกันตรงข้างสนาม



คนตัวขาวคลี่ยิ้มเมื่อเห็นครามสมุทรใช้หลังมือปาดเหงื่อออกจากหน้าผากลวกๆ และหันไปกระดกน้ำจากขวดน้ำของช็อปลงคอเพราะขวดน้ำของตัวเองน่ะอยู่กับฟองฟาง



ก็นั่นแหละ จะไม่ให้แยมคิดว่าคบกันได้ยังไง อะไรที่เป็นของครามสมุทรอีกฝ่ายก็ฝากไว้กับฟองฟางหมด ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเป้ โทรศัพท์ เสื้อกับกางเกงนักศึกษาที่เอาไปแขวนในห้องน้ำก็ได้แต่ครามสมุทรกลับเอามาฝากไว้ที่เขา ขวดน้ำที่ควรจะวางไว้ข้างสนามยังเอามาให้ฟองฟางถือเลย



หรือแม้กระทั่งผ้าขนหนูเช็ดเหงื่อที่พักเมื่อไหร่ก็ต้องวิ่งขึ้นมาบนอัฒจันทร์เพื่อหยิบไปซับเหงื่อบนหน้า เสร็จแล้วก็วางไว้บนแขนขาวๆ ของฟองฟางเหมือนเดิม



ฝากของส่วนตัวไว้กับฟองฟางหมดแล้ว



เหลือฝากหัวใจนี่แหละ



ถ้าครามสมุทรเอ่ยปากฝากเมื่อไหร่ ฟองฟางคงล้มตึงนอนตายเมื่อนั้น



ฟองฟางมองแผ่นหลังกว้างๆ ของครามสมุทรที่ยืนเท้าเอวหันหลังให้ เพราะครามสมุทรเป็นผู้ชายเฮลตี้มากๆ ทำให้สัดส่วนบนร่างกายของเขาเพอร์เฟ็กต์ไปหมด ขายาวๆ ได้เปรียบมากเวลาแข่งบาส แล้วคณะวิทยาศาสตร์ก็มีแต่ผู้ชายตัวสูงลงแข่งทั้งนั้น...การแข่งขันที่จะถึงนี้ ฟองฟางคิดว่าคณะวิทยาศาสตร์มีเปอร์เซ็นต์ชนะสูงแน่ๆ



“โอเค ขอบคุณทุกคนครับ วันนี้แยกย้ายไปพักผ่อนได้ พรุ่งนี้พี่ปล่อยให้รีแล็กซ์ก่อนแข่งจริงหนึ่งวัน แต่อย่าลืมวินัยด้วยนะครับ น้องๆ คือความหวังของคณะ ขอบคุณครับ”



เสียงโค้ชที่เป็นรุ่นพี่ปีสามดังขึ้นพร้อมกับเสียงเฮดังๆ ของนักกีฬา ใช่ วันนี้ซ้อมวันสุดท้ายก่อนแข่งจริง ทีมนี้ซ้อมกันมาหนักหน่วงตั้งแต่เปิดเทอมแรกๆ คงฟิตกันน่าดู



เพื่อนคนอื่นกระจายตัวกันเข้าห้องน้ำบ้าง กลับบ้านเลยบ้าง เช่นเดียวกับนักศึกษาผู้หญิงที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ พวกเธอก็ลุกไปหาแฟนในสนามแล้วเดินออกจากโรงยิมไป ส่วนฟองฟางก็นั่งทำตาแป๋วตอนที่ครามสมุทรเดินตรงมาทางนี้



“น้ำหน่อย” คนตัวสูงนั่งลงข้างๆ ฟองฟาง ยื่นมือขอขวดน้ำจากเขา



“เมื่อกี้เห็นแย่งช็อปกินน้ำ นิสัย...”



“คอแห้งให้ทำไง”



“แทนที่จะเอาน้ำไปไว้ข้างสนาม แต่เอามาฝากไว้ที่เราซะงั้น”



“คราวหน้าบริการให้หน่อย เดินไปเสิร์ฟถึงสนามก็ได้”



“ให้เพื่อนครามล้อเอาน่ะเหรอ”



เอี้ยวหน้ามองคนตัวสูงที่นั่งข้างๆ ครามสมุทรนั่งเอนตัวไปข้างหน้าวางท่อนแขนไว้บนหน้าขา นิ้วชี้กับนิ้วโป้งคีบขวดน้ำเอาไว้



“ฝนตกแล้ว ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้วคราม” ตกแรงด้วย...



ตอนนี้ครามสมุทรอยู่ในเสื้อกีฬาสีส้มสลับดำแขนสั้น กางเกงยาวเท่าเข่าตัวใหญ่ หน้าเปื้อนเหงื่อดูเซ็กซี่หล่อดีไปอีกแบบ ผมเส้นตรงสีดำชี้ไปคนละทิศคนละทางแต่ก็ไม่ทำให้ครามสมุทรหลุดจากคราบเดือนมหา’ลัยไปได้หรอก



“เดี๋ยวก่อน ร้อน” บอกแบบนั้นฟองฟางเลยหยิบพัดลมใส่ถ่านมากดเป่าให้คนข้างๆ



ตอนนี้เพื่อนร่วมทีมทยอยออกไปจากโรงยิมจนเกือบหมดแล้ว เหลือแค่ช็อปกับเพื่อนอีกสาม-สี่คนที่ยังไม่ออกจากห้องน้ำ



ครามสมุทรหันหน้ามองฟองฟาง ร่างสูงหรี่ตาคมเล็กน้อย สบกับดวงตาสวยๆ ของฟองฟางที่ประกายไปด้วยความสุข พลังบวก และอะไรสักอย่างที่ดึงดูดให้อยากมองไปนานๆ



“มองนานไปแล้วคราม”



“อือ”



“...”



เสียงครางสั้นๆ พร้อมกับศีรษะหนักๆ ของอีกคนที่เอนลงซบไหล่ของฟองฟางเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน



“เฮ้ย ทำงี้ได้ไงอ่ะ”



ถึงปากจะพูดอย่างนั้นแต่เชื่อเถอะว่าฟองฟางโคตรจะมีความสุขเลย มีความสุขที่เป็นหมอนใบเล็กๆ ให้ครามสมุทรพิงเวลาเหนื่อย



“ลุกไปเลยนะคราม”



“ขอนอนแป๊บเดียว”



นานๆ ก็ได้



“เช็ดเหงื่อให้หน่อย”



“ง่อยกินแล้วแน่ๆ”



“ถ้าเช็ดให้ยอมเป็นง่อยก็ได้”



ฟองฟางกลั้นยิ้มแล้วหยิบผ้าขนหนูผืนสีขาวเช็ดตามกรอบหน้าหล่อเหลาของอีกคน



“ฟอง”



“อื้อ”



“วันนี้ขอค้างที่บ้านได้มั้ย”



“บ้านตัวเองออกจะใหญ่แต่ชอบไปนอนบ้านคนอื่น”



“ได้มั้ย”



ฟองฟางเม้มปากเบาๆ ครามสมุทรก็น่าจะรู้คำตอบอยู่แล้ว ฟองฟางไม่เคยปฏิเสธครามสมุทรเลยสักเรื่อง แต่กลับเต็มใจมากๆ ซะอีก



“ไปก็ไป”



“ขอบคุณ”



“อื้อ สบายมาก”



ฟองฟางต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอบคุณ



ขอบคุณจริงๆ ที่ทำแบบนี้

ขอบคุณจริงๆ ที่ไม่รังเกียจกันเลย







*****





 

เสียงกับกลิ่นอายของสายฝนทำให้คนที่รับหน้าที่ถือร่มคันสีฟ้าต้องกลั้นยิ้มเอาไว้ เพราะว่าตอนนี้มีคนที่ตัวสูง 187 เซนติเมตรกำลังเดินโน้มตัวอยู่ในร่มคันเดียวกัน



เจ้าของแก้มขาวที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นแดงปลั่งเพราะเขินอยู่คนเดียวก้มหน้ามองพื้นแฉะๆ แต่พอยิ่งก้มมือข้างที่ถือร่มก็ยิ่งเตี้ยลงกว่าเดิมจนชนศีรษะของคราสมุทร



“ถือร่มสูงๆ หน่อย”



“ครามก็ย่อตัวอีกหน่อยได้เปล่า”



ย่อกว่านี้ครามสมุทรก็นั่งแล้ว



ฟองฟางหันไปยิ้มให้คนที่สะพายกระเป๋าเป้สองใบ ใบหนึ่งเป็นของเขาส่วนอีกใบก็ของคนตัวสูงที่กำลังหันมามองหน้ากันอยู่นั่นแหละ มือทั้งสองข้างของครามสมุทรไม่ว่างเพราะถือชุดกับเข็มขัดนักศึกษา ไหนจะขวดน้ำ โทรศัพท์มือถืออีก ฟองฟางเลยอาสาถือร่มให้



เตี้ยกว่าก็งี้ ก็ถือได้ในระดับความสูงของตัวเองนั่นแหละ ครามสมุทรเลยต้องคอยก้มตัวอยู่ตลอด



“ไม่”



ตอบสั้นๆ กับน้ำเสียงที่ใครฟังก็ต้องรู้ว่าครามสมุทรกำลังกวนโอ๊ยกันอยู่ ฟองฟางบุ้ยปากใส่อีกคน เดินช้าลงกว่าเดิมเพราะวันนี้ไม่มีอะไรต้องรีบถึงแม้ว่าตอนนี้จะดึกมากแล้วก็ตาม



“งั้นเราเขย่งเองก็ได้”



ฟองฟางหันไปตอบอีกคนพลางเขย่งปลายเท้าไปด้วย คนตัวเล็กเม้มปากแน่น กลั้นหายใจสุดฤทธิ์เมื่อต้องยืนด้วยปลายเท้า ตัวก็โอนเอนเพราะไม่ชินที่จะต้องทำอะไรแบบนี้ ตากลมๆ เหลือบมองตาคมของครามสมุทรด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความประหม่า



“ฟอง ยืนดีๆ”



“อื้อ แบบนี้ก็ได้”



เอื้อมมือไปจับสายกระเป๋าของครามสมุทรไว้ แต่ขายังสั่นและการทรงตัวก็ไม่ได้ดีขึ้นเท่าไหร่ ฟองฟางยิ้มแหยเพราะจังหวะที่ขยับตัวโซซัดโซเซ ร่มคันนี้ก็ไม่ได้บังฝนให้ครามสมุทรเลยจนอีกคนเริ่มเปียก



“ขอโทษๆ เฮ้ย!”



“...”



คนที่ทรงตัวไม่ดีเกือบได้ล้มตึงลงไปจริงๆ แล้วถ้าครามสมุทรไม่คว้าเอวเอาไว้ คนตัวสูงขมวดคิ้ว กระชับท่อนแขนที่โอบเอวบางของฟองฟางไว้แน่น ส่ายหน้าเบาๆ เพราะฟองฟางเล่นไม่รู้เรื่อง ถ้าเมื่อกี้พลาดล้มลงไปแล้วเขารับไว้ไม่ทันคงได้มีเจ็บตัวแน่ๆ



“ขอบคุณนะ...”



“ระวังหน่อย”



“อื้อๆ” ปล่อยได้แล้วมั้ง…



ในใจตะโกนบอกครามสมุทรแบบนี้แต่ปากกลับไม่กล้าพูดออกไปแม้แต่คำเดียวเลยด้วยซ้ำ เพราะแค่เห็นแววตาดุๆ ของเขาที่มองมาฟองฟางก็กลัวไปหมดแล้ว



ฟองฟางค่อยๆ กำมือที่วางบนแผ่นอกกว้างของครามสมุทร ตอนนี้เขาไม่เป็นตัวของตัวเองเลยสักนิด จะทุบอกให้อีกคนปล่อยก็ไม่กล้า จะพูดก็ไม่กล้า แม้แต่หายใจยังไม่กล้าเลย



ทำได้แค่กะพริบตาปริบมองมืออีกข้างที่จับร่มไว้แน่นสลับกับมองใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้านี่แหละ...มองอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งครามสมุทรยอมปล่อยให้ฟองฟางเป็นอิสระสักที



แต่ปล่อยได้แป๊บเดียวเท่านั้นไหล่แคบๆ ของฟองฟางก็ถูกโอบด้วยแขนแกร่ง ครามสมุทรรั้งฟองฟางไว้ในอ้อมแขน



ตามทางที่พวกเขาเดินมันมืดสนิท แต่มีแสงไฟจากเสาไฟฟ้าให้ความสว่าง ฟองฟางเงยหน้ามองเม็ดฝนที่ตกลงมา แสงไฟที่ส่องจนเห็นละอองฝนดูโรแมนติก ดูอบอุ่นเหมือนกับแขนของครามสมุทรที่โอบไหล่เขาอยู่ในตอนนี้มากๆ



‘กูว่าเซ้นส์กูไม่ผิด’

‘ไอ้ครามชอบมึงชัวร์’



เรื่องแบบนี้ไม่ต้องใช้เซ้นส์ใครก็ดูออก ที่ผ่านมาฟองฟางรู้ แค่ไม่มั่นใจ

แต่ตอนนี้...ก็คงจะมั่นใจได้แล้วมั้ง : )







*****





 

“ดะ เดี๋ยว...ขอพักก่อน” ฟองฟางก้มตัวเอามือยันเข่าไว้ หอบหายใจแฮ่กๆ เพราะเหนื่อยกับการออกกำลังกาย นี่แค่วิ่งสลับเดินได้แค่ห้าร้อยเมตรเท่านั้นฟองฟางก็หายใจไม่ทันแล้ว



“นั่งก่อนมั้ย”



“...ไม่ๆ แป๊บเดียวก็หายเหนื่อยแล้ว” เงยหน้ามองคนที่ใช้ฝ่ามืออุ่นๆ ลูบหลัง



ฟองฟางห่างหายจากการออกกำลังนานมากๆ น่าจะตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว พอเช้านี้ได้มาวิ่งเหยาะๆ เคลื่อนไหวร่างกายอีกครั้งก็เหนื่อยเอาเรื่องสุดๆ



“นั่งก่อน”



“ไม่ได้เรื่องเลยเนอะ”



“ไม่หรอก แรกๆ ก็แบบนี้”



ฟองฟางยิ้มแหยก่อนขยับตัวนั่งบนเก้าอี้ตัวยาวที่อยู่ใกล้ๆ



ที่วันนี้เขาตื่นเช้าทั้งที่มีเรียนเที่ยงก็เพราะว่าเมื่อคืนสัญญากับครามสมุทรไว้ว่าจะออกมาวิ่งเป็นเพื่อน จริงๆ เขาจะนอนแผ่บนที่นอนสบายๆ ต่อก็ได้เพราะครามสมุทรไม่ได้ขอร้องให้ออกมาด้วย แต่ฟองฟางอยากออกมาวิ่งกับครามสมุทรเอง



ก็นั่นแหละ เมื่อคืนครามสมุทรค้างที่บ้านฟองฟาง...ตอนนี้คุณแม่ได้ลูกชายเพิ่มอีกคนแล้ว แถมคนนี้หล่อมากๆ ด้วย



“กลับเลยมั้ย”



“ปกติครามวิ่งแค่นี้เหรอ ห้าร้อยเมตรเองนะ”



“สิบห้ากิโล”



“โห...”



“เหนื่อยก็กลับ อย่าฝืน”



“อยากวิ่งให้ได้เยอะๆ แบบครามบ้างอ่ะ”



“มันต้องใช้เวลา”



ผงกหัวและนวดน่องตัวเองอยู่อย่างนั้น ฟองฟางหน้าเจื่อนเพราะรู้ว่าตัวเองเป็นตัวถ่วงครามสมุทรชัดๆ แทนที่อีกคนจะได้วิ่งฟิตร่างกายสำหรับแข่งในวันพรุ่งนี้ แต่ต้องมานั่งมองขาของเขาแทน



“ครามไปวิ่งต่อเลยก็ได้นะ เดี๋ยวเรานั่งพักแป๊บหนึ่งแล้วจะวิ่งตามไป”



“ไม่” คนตัวสูงส่ายหัวพร้อมกับขยับตัวลงไปนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งบนพื้นหญ้า



และฟองฟางก็ต้องร้องเฮ้ยออกมาดังๆ เมื่อจู่ๆ ครามสมุทรก็จับท่อนขาของตัวเองขึ้นไปวางไว้บนหน้าตักของคนตัวสูง ครามสมุทรล็อกข้อเท้าเขาไว้ด้วยมือหนา ค่อยๆ ใช้มืออีกข้างบีบน่องตรงจุดที่ฟองฟางรู้สึกปวดและตึงอย่างช้าๆ



“ไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืน เดี๋ยวเจ็บตัว” ฝ่ามืออุ่นๆ ของคนสูงกว่าทำให้ฟองฟางรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก



ไม่รู้เลยว่าถ้าคนที่นั่งตรงหน้าฟองฟางคือคนอื่น ไม่รู้เลยว่าถ้าคนที่นวดน่องให้เป็นคนอื่น...ฟองฟางจะรู้สึกแบบนี้หรือเปล่า



รู้สึกว่าหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ รู้สึกดีใจจนอยากยิ้มกว้างๆ



“ไม่ต้องวิ่ง กลับบ้านไปหายานวดดีกว่า น่องแข็งแล้ว”



ฟองฟางเพลินไปกับน้ำเสียงทุ้มๆ ที่ฟังแล้วอบอุ่นใจจนอยากได้ยินไปเรื่อยๆ



แค่มือหนาที่นวดให้อยู่ก็เป็นเหมือนยาที่ดีที่สุดสำหรับฟองฟางแล้ว



ไม่ต้องพึ่งยานวดก็ได้ : )



“ฟองฟาง” เงยหน้ามองคนตัวขาวที่นั่งห่อไหล่อยู่บนนั้น ฟองฟางมองตาคมๆ ของอีกฝ่ายที่เป็นสีน้ำตาลเข้มลึกลับน่าค้นหา เป็นดวงตาคู่เดียวที่เขาอยากมองอย่างนี้ไปเรื่อยๆ



ครามสมุทรส่งยิ้มมุมปากจางๆ เป็นยิ้มที่ทำให้ฟองฟางยิ้มตามเพราะไม่ได้เห็นบ่อยนักหรอก



“พรุ่งนี้ไปเชียร์ด้วยนะ”



“...”



“ไปเป็นกำลังใจให้หน่อย”



“นี่อ้อนเราอยู่ใช่มั้ย”



ชอบทำให้ตกหลุมจนถอนตัวไม่ขึ้น



“ไม่ชอบเหรอ”



“ชอบสิ...ชอบมากๆ เลย”



“งั้นก็ชอบไปเรื่อยๆ”



“...”



“อย่าเพิ่งเลิกชอบแล้วกัน”



“อื้อ...เราไม่เลิกชอบง่ายๆ หรอก”



ก็ฟองฟางชอบครามสมุทรมากๆ ขนาดนี้...

จะให้เลิกชอบง่ายๆ ได้ยังไง

 

 




#ฟองฟางครามสมุทร



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-01-2019 11:35:13 โดย Swanlee »

ออฟไลน์ k00_eng^^

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 647
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +63/-2
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 11 - up 26.1.62
«ตอบ #47 เมื่อ26-01-2019 10:52:43 »

 :-[ :-[

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8219
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 11 - up 26.1.62
«ตอบ #48 เมื่อ26-01-2019 11:14:04 »

 :hao6: :hao6: :hao6: :hao6:

ออฟไลน์ ก้อนขี้เกียจ

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 594
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 11 - up 26.1.62
«ตอบ #49 เมื่อ26-01-2019 12:45:19 »

หวานเกิ๊น

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: { yaoi } • Loud & Clear - 11 - up 26.1.62
« ตอบ #49 เมื่อ: 26-01-2019 12:45:19 »





ออฟไลน์ Swanlee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0
{ yaoi } • Loud & Clear - 12 - up 26.1.62
«ตอบ #50 เมื่อ26-01-2019 14:20:45 »




12



อยู่ในสถานะอะไรก็ได้ ขอแค่ได้ดูแลใกล้ๆ ก็พอ




ฟองฟางพาหัวหนักๆ ของตัวเองออกจากห้องเรียน เดินเอื่อยๆ ไปตามทางเชื่อมที่จะไปยังโรงยิมซึ่งเป็นสถานที่จัดการแข่งขันบาสเก็ตบอลของสี่คณะในวันนี้ ฟองฟางรู้สึกว่าช่วงเช้าน่าจะเป็นการแข่งของคณะนิเทศศาสตร์กับคณะวิศวกรรมศาสตร์ ส่วนช่วงบ่ายนี่เขามั่นใจมากๆ เพราะเป็นการแข่งขันของคณะบริหารกับวิทยาศาสตร์



แล้วก็เป็นช่วงบ่ายที่ฟองฟางต้องไปให้กำลังใจเพื่อนๆ...ให้กำลังใจใครคนนั้นที่ส่งข้อความมาบอกตั้งแต่เช้าว่าอย่าลืมไปเชียร์



ถึงจะปวดหัวจากวิชาแคลคูลัสมากแค่ไหนแต่ฟองฟางก็ยิ้มออกเพราะครามสมุทร แต่มันเป็นยิ้มไม่ค่อยกว้างและไม่สดใสเท่าไหร่เพราะฟองฟางรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองจะไม่สบายจริงๆ



“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นวะ มึงยังเครียดเรื่องแคลคูลัสอยู่เหรอ...กูบอกแล้วไงว่าเดี๋ยวเสาร์นี้ติวให้”



“น่าจะใช่ ร้อนๆ หนาวๆ ด้วย”



“อากาศเปลี่ยนก็งี้ เมื่อเช้าฝนตกหนักฉิบหาย แต่วันนี้แดดโคตรร้อน” เชียร์บาสวันนี้มัทก็ไปด้วย ส่วนแยมหนีไปกินปิ้งย่างที่ห้างกับเตเต้เพราะรายนั้นไม่ชอบกีฬามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว



ก็นั่นแหละ ตอนนี้ฟองฟางเดือนเอื่อยๆ อยู่ข้างมัท อยากเร่งตัวเองให้เดินไวกว่านี้แต่ร่างกายไม่ให้ความร่วมมือ ฟองฟางปวดหัวตุบๆ ไปหมดแล้ว คิดว่าหลังจากที่ครามสมุทรแข่งบาสเสร็จคงต้องรีบกลับบ้านไปกินยาแล้วนอนพักผ่อน



“ไม่ไหวก็กลับบ้านมั้ยวะ ฝืนไปนั่งตากแอร์ในโรงยิมเดี๋ยวอาการมึงก็แย่”



“ไม่เอา อยากดูเพื่อนแข่งบาส”



“อยากเพื่อนหรืออยากดูไอ้ครามกันแน่มึงน่ะ”



“ครามก็เพื่อนมั้ยล่ะ”



“อ้าวเหรอ กูนึกว่าพวกมึงเป็นแฟนกันแล้วซะอีก”



“ตลกเหมือนแยมอีกแล้วนะมึง ถ้าเป็นแฟนก็ต้องบอกให้รู้มั้ย เพื่อนทั้งคนนะเนี่ย”



“เผื่อพวกมึงไม่อยากให้ใครรู้ไง แบบว่ากุ๊กกิ๊กกันสองคนมันจั๊กจี้ใจดีไรงี้”



“ไปเหอะ เดี๋ยวไม่มีที่นั่ง”



“บอกตัวมึงเถอะฟอง เดินช้าขนาดนี้เมื่อไหร่จะถึง”



“ก็อย่าชวนคุยดิ ไม่มีสมาธิเดินแล้วเนี่ย”



ยู่ปากเพราะไม่อยากเถียงกับมัทแล้ว พอรู้สึกป่วยก็เป็นแบบนี้ทุกที ฟองฟางอยากนั่งหรือนอนเฉยๆ ไม่อยากคุยกับใคร แต่อยากงอแงกับใครสักคน ซึ่งมัทนั่นแหละที่เจอฟองฟางในโหมดนี้บ่อยที่สุด



พากันเดินไปเรื่อยๆ จนขึ้นบันไดโรงยิม ฟองฟางเคลื่อนไหวช้าจริงๆ จนมัทที่เดินนำไปสองก้าวต้องหมุนตัวกลับมาคว้าคอคนที่ทำหน้ายุ่ง



“เชี่ย ตัวมึงร้อนมากเลยฟอง” แขนที่สัมผัสกับคออีกคนรับรู้ได้ถึงไอร้อนผ่าว มัทจับแก้มจับหน้าผากของฟองฟางสำรวจอาการคนป่วย “มึงกลับบ้านมั้ยฟอง เดี๋ยวกูไปส่ง”



“ไม่เอา เข้าไปนั่งในนั้นเดี๋ยวก็หาย”



“ตัวมึงร้อนขนาดนี้ยังจะดื้อ”



“กูไม่อยากเดินไปไหนแล้วมัท” บอกแบบนั้นแล้วก้มหน้าก้มตาทำท่าเหมือนคนจะร้องไห้จนมัทต้องโอบคนตัวเล็กกว่าเข้ามากอดโอ๋เหมือนเด็กน้อย



มัทโยกตัวฟองฟางเบาๆ ในขณะที่ไหล่ซ้ายก็ร้อนผ่าวเพราะหน้าผากของเพื่อนคนนี้แนบอยู่ ลูบผมนุ่มๆ ที่ไม่รู้เหมือนกันว่าฟองฟางดูแลยังไงถึงได้นุ่มขนาดนี้ นุ่มกว่าผมแยมด้วยมั้ง



“แล้วมึงจะเดินเข้าไปในโรงยิมไหวใช่มั้ย”



“ฮื่อ”



ครางตอบเบาๆ ยืนหน้ามุ่ยอยู่ในกอดของมัทจนกระทั่งคนสูงกว่าผละออกแล้วจับมือขาวๆ ที่ร้อนระอุมากุมเอาไว้ มัทพาคนที่หน้าโคตรจะงอแงเดินเข้าไปในโรงยิม ชะเง้อคอหาที่นั่งว่างๆ บนอัฒจันทร์ก่อนจะเดินลัดเลาะขึ้นไปบนที่นั่ง



คนเยอะพอสมควรเลย ฟองฟางที่ไม่ค่อยจะมีเรี่ยวแรงต้องจับมือจับแขนมัทไว้แน่นเพราะช่องระหว่างทางเดินกับที่นั่งมันเล็กมาก ถ้าก้าวพลาดอาจจะกลิ้งตกไปทับคนที่นั่งชั้นล่างๆ ได้



พอถึงที่นั่งคนตัวขาวก็หายใจยาวหนึ่งครั้ง ฟองฟางหย่อนสะโพกลงบนเก้าอี้ ปล่อยมือมัทออกแล้วนั่งกอดตัวเองที่จู่ๆ ก็สั่นไปทั้งร่างกาย



“มึงหนาวเหรอฟอง”



“อือ จู่ๆ มันก็หนาวอ่ะ”



ถึงโรงยิมจะติดแอร์ก็จริง แต่พอคนจำนวนเยอะๆ มาอยู่รวมกันแอร์มันก็ไม่ได้เย็นอะไรมาก มัทที่ใส่เสื้อแจ็คเก็ตยีน Evisu ต้องถอดออกและเอาไปคลุมไหล่ของคนที่นั่งตัวสั่นอยู่ข้างๆ เขาดึงไหล่ฟองฟางมาโอบเอาไว้



“เหมือนจะไม่สบายเลยว่ะ”



“ไม่เหมือน แต่มึงไม่สบายเลยต่างหาก”



“ไม่อยากเรียนแคลแล้วอ่ะ”



“ทำไงได้ มึงมาเรียนสาขานี้เอง”



“ซิ่วดีมั้ยดีมั้ยมัท”



“ถามจริง”



“ไม่รู้สิ ถ้ากูไม่ไหวก็ต้องซิ่ว”



“ลองดูก่อน เดี๋ยวกูช่วยติว”



“มึงติวให้กูมาตั้งแต่เริ่มเรียนแคลครั้งแรกแล้วนะ ไม่เห็นว่ากูจะฉลาดขึ้นเลย”



“แต่มึงสอบคณิตได้ท็อปตลอด แคลคูลัสที่ว่ายากมึงก็สอบแข่งจนคว้าเหรียญทองตัวแทนระดับจังหวัดมาได้อ่ะ มึงลืมไปแล้วเหรอวะ”



“ก็อันนั้นมันง่ายกว่านี้อ่ะมัท” ขมวดคิ้วยุ่งๆ ทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้จริงๆ อีกครั้ง แต่คราวนี้ฟองฟางน้ำตาคลอเบ้าเลยเพราะปวดหัวมากจริงๆ แล้วยังต้องมานั่งเถียงเรื่องคณิตที่แสนจะปวดหัวกับมัทอีกด้วย



จนกระทั่งทั่วทั้งโรงยิมมีเสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกับเสียงกรี๊ดกระหึ่ม ฟองฟางละสายตาจากมัทแล้วมองไปยังสนามที่มีนักกีฬากำลังวิ่งออกมายืนเรียงแถวหน้ากระดาน



“มึงงงงง น้องครามสมุทรโคตรหล่ออ่ะ สูงมากกก ผัวมากกก”

“กูโคตรชอบหน้ายุ่งๆ ของน้องเขาเลยว่ะ มันเกรี้ยวกราดอ่ะ กูอยากโดนน้องเขาตบ อยากโดนเขาทำร้ายร่างกายจังเลย ฮือ”

“ถ้าน้องครามสมุทรได้ยินคงร้องไห้อ่ะ มีรุ่นพี่ในคณะแบบพวกมึงน่ากลัวจริงๆ”



ฟองฟางอมยิ้มเมื่อได้ยินเสียงคุยกันของรุ่นพี่ที่นั่งอยู่ข้างหลังดังขึ้น ก็นั่นแหละ ครามสมุทรหล่อมากจริงๆ หน้านิ่งๆ ดูเย็นชายืนเอามือไขว้หลังในชุดนักกีฬาบาสสีส้มสลับกับสีดำ บางครั้งก็เอาดุ้นแก้ม บางครั้งก็ขมวดคิ้วหน่อยๆ



“อีเหี้ยๆ น้องครามสมุทรของพี่มองมาตรงนี้”

“น้องมองกูค่ะ โบกมือแป๊บ...น้องครามมม พี่ปุ๊กอยู่นี้น้า ตั้งใจเล่นนะครับคนดีของพี่”

“มโนเก่งจังอ่ะมึง น้องเขามองกู”



ครามสมุทรกำลังมองใครอยู่เขาไม่รู้ แต่ถึงอย่างนั้นฟองฟางก็ยังจะยิ้มให้กับคนที่อยู่ในสนาม คนตัวเล็กชูสองนิ้วส่งให้ครามสมุทรและตามด้วยเสียงกรีดร้องของรุ่นพี่ผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างหลัง



ใช่ ครามสมุทรชูสองนิ้วกลับมาให้ แต่ว่า...



“น้องครามสมุทรทำนิ้วกระต่ายให้กู กรี๊ดดด”



ทำให้ฟองฟางหรือเปล่าก็ไม่รู้



“น้องมันจะทำให้มึงทำไมวะ กูละขำฉิบหาย หลงตัวเองกันดีจริง”



อือ ทำให้ใครก็ช่างเหอะ แค่ได้ส่งกำลังใจให้ครามสมุทรก็พอแล้ว



“คู่แข่งมึงเยอะน่าดู” มัทก้มมากระซิบเบาๆ เพราะรายนั้นเองก็ได้ยินเหมือนกันที่พวกรุ่นพี่สาวๆ ด้านบนกำลังชื่นชมครามสมุทรอยู่



ก็ครามสมุทรหล่อขนาดนั้น เก่งขนาดนั้น



“อ่อ แต่ลืมไปว่ะ ดูยังไงมึงก็ชนะขาด”



“ชนะขาดอะไร”



“กูไม่เคยเห็นคนอื่นได้นั่งปอร์เช่ไอ้ครามสักคน นอกจากไอ้ช็อปที่โคตรสนิท”



“ก็เพื่อน”



“ดูตาก็รู้แล้ว มันคิดกับมึงแค่เพื่อนที่ไหน”



“...”



“กูรู้อยู่แล้วว่ามึงชอบมันมากๆ แต่ตัวไอ้ครามเองอ่ะ แม่งเปลี่ยนไปเยอะเลย เห็นไอ้แยมบอกว่าเปลี่ยนไปตั้งที่มึงไปจูบ...”



“เงียบเลยมึง ตั้งใจดูเพื่อนแข่งได้แล้ว”



ฟองฟางยกมือกุมขมับเพราะเมื่อกี้ดันทำเสียงแข็งใส่มัทจนไอ้อาการปวดหัวมันกลับมาตุบๆ หนักๆ อีกครั้ง โชคดีนะที่มัทยอมเงียบไปง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องพูดซ้ำสอง แต่เงียบแล้วนั่งหัวเราะคนเดียวจนไหล่สั่นนี่น่ะสิ โคตรจะน่าหมั่นไส้เลย



ไม่นานกรรมการก็เป่านกหวีดเริ่มต้นการแข่งขัน ฟองฟางนั่งหัวหนักๆ มองครามสมุทรในสนามที่วิ่งเดาะบาสแล้วชู้ตลงห่วงจากระยะไกลจนเรียกเสียงกรี๊ดจากคนทั้งสนามได้ แล้วคนเก่งของทีมก็ทำแต้มให้ทีมอยู่หลายครั้ง



รู้มั้ย...ทุกครั้งที่ครามสมุทรทำแต้มได้ เขาจะหันมามองฟองฟางตลอด



แม้จะมองจากระยะไกล แต่ฟองฟางก็เห็นสายตาคมๆ ขอคนนั้นชัดเจน



และนั่นก็ทำให้หัวใจของคนที่นั่งเปื่อยๆ ฟูฟ่องขึ้นมาทันที



“ไม่ไหวก็พิงกูก่อน หรือจะกลับเลย”



“ไม่เอา ยังไม่จบเลย”



“เออๆ งั้นนอนมา”



มัทเอื้อมมือดันศีรษะของฟองฟางให้เอนซบไหล่ซ้าย ส่วนฟองฟางเองก็ทำตามไม่อิดออดอะไร ดวงตาคู่สวยฉายรอยยิ้มในนั้นอีกครั้งเมื่อครามสมุทรต่อเกมจากเพื่อนจนสามารถชู้ตบาสลงได้อีกแต้ม แล้วก็เหมือนเดิม...ครามสมุทรมองมาที่ฟองฟาง



เขาส่งยิ้มให้คนในสนาม ครามสมุทรวิ่งเหยาะๆ แต่สายตาของอีกคนเอาแต่จ้องมองมาที่ฟองฟางจนระทั่งครามสมุทรเผลอวิ่งไปชนกับร่างของคนในทีมคณะบริหาร



“ไอ้เหี้ยน้องครามโดนต่อย!”



“จะซัดกันแล้วมึง”



ฟองฟางที่ตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้ารีบลุกขึ้นยืนตามคนอื่นๆ 



ครามสมุทรแค่วิ่งไปชนไม่แรงจนเจ็บตัวสักหน่อย แต่คนที่ถูกชนคงโกรธเอามากๆ เลยซัดหน้าครามสมุทรด้วยหมัดหนักๆ ไปหนึ่งครั้ง ครามสมุทรเกือบเซล้มแต่ประคองตัวเองไว้ได้ ก่อนจะสวนหมัดกลับไปเต็มๆ ครามสมุทรทำท่าจะพุ่งเข้าชกอีกครั้ง โชคดีที่ช็อปกับคนในทีมมาห้ามไว้



“ใจร้อนกันทำไมวะ” มัทพึมพำหลังจากที่เหตุการณ์ตรงหน้าจบลงโดยมีกรรมการเข้ามาเคลียร์และตักเตือนทั้งสองฝ่าย



ฟองฟางนั่งลงเหมือนเดิม เพ่งมองครามสมุทรที่ยืนเท้าเอวก้มหน้ามองพื้น คนตัวสูงยกมือขึ้นมาขยี้ผมตัวเองจนมันยุ่ง



“น้องครามมองมาทางนี้จนใจกูสั่น”

“ก็มองกูเปล่าวะ”

“มึง เอาจริงๆ หรือแฟนน้องมันจะนั่งอยู่ในดงนี้วะ”

“ตลกละ กูรู้มาจากน้องช็อปว่าน้องครามยังไม่มีแฟน”

“หรือจะมองคนที่น้องมันชอบอยู่”

“คนคนนั้นก็คงเป็นกูแล้วล่ะ”

“สาธุ อย่าเพิ่งมีแฟนเลยนะลูกกก อยู่โสดๆ ให้พี่มโนว่าเป็นแฟนไปก่อนนะคะน้องคราม”



เสียงรุ่นพี่ข้างบนไม่สามารถดึงความสนใจของฟองฟางได้เลย ตอนนี้เขาเป็นห่วงครามสมุทรมากๆ จนไม่อยากจะนั่งเชียร์แล้ว อยากพาครามสมุทรกลับบ้านไปเลยมากกว่า



“ให้กูกอดมั้ย”



“ฮื่อ”



มัทโอบไหล่ฟองฟางเบาๆ รั้งเพื่อนที่ผิวขาวจัดให้มาอยู่ในอ้อมกอด เขาตัวสั่นมาก สั่นเพราะพิษไข้ สั่นเพราะกังวลใจที่ครามสมุทรโดนต่อยแบบนั้น อาหารปวดหัวมันทวีมากขึ้นกว่าเดิมจนฟองฟางอยากหลับตามากกว่าลืมตาแบบนี้



“ไม่ไหวก็นอนเหอะว่ะ ถ้าครามรู้ว่ามึงฝืนมาที่นี่มันคงไม่ดีใจด้วยหรอก”



“อยากมา ไม่ได้ฝืน”



“แต่มึงไม่สบายไง มันด่ามึงแน่ๆ”



“ครามไม่เคยด่ากู”



“มันชนน้องครามล้ม!”

“เชี่ยละ แขนหักเปล่าวะมึง ล้มแรงด้วยอ่ะ”

“ไล่มันออกไปเลยค่ะกรรมการ จงใจแกล้งน้องหนูชัดๆ”



เสียงตะโกนกับเสียงโห่ฮือฮาดังขึ้นจนฟองฟางที่กำลังคุยกับมัทอยู่ต้องหันหน้ากลับไปมองในสนาม



ฟองฟางนั่งไม่ติดเก้าอี้อีกต่อไปแล้วเพราะภาพที่เห็นคือมีแต่คนเข้ามาล้อมครามสมุทรเอาไว้ ส่วนคนเจ็บก็นอนกุมแขนซ้ายนิ่งๆ ปล่อยให้พยาบาลข้างสนามตรวจดู จนกระทั่งครามสมุทรถูกย้ายตัวขึ้นเปลแล้วพี่บุรุษพยาบาลก็ช่วยหามร่างสูงออกจากโรงยิม



“มัท กูไปก่อนนะ”



“มึงจะไปไหนฟอง”



“ไปกับคราม ตอนนี้ครามไม่มีใครเลย ช็อปก็ยังแข่งอยู่คงไปด้วยไม่ได้...กูไปหาครามก่อนนะ”



มัทตะโกนเรียกตามหลังแต่ฟองฟางไม่สนใจแล้ว คนตัวเล็กรีบพาขาสั่นๆ วิ่งจากอัฒจันทร์ไปรออยู่ตรงประตูทางออก พอดีกับตอนนั้นที่บุรุษพยาบาลข้างสนามแบกเปลมาตรงนี้พอดี



“คราม เจ็บมากมั้ย” กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามกันไปและถามคนที่นอนขมวดคิ้วอยู่บนเปล



ตาคมๆ เป็นประกายที่กระทบกับหลอดไฟของโรงยิมจ้องมองฟองฟาง อีกฝ่ายไม่ตอบอะไรแต่พยักหน้าให้รู้ว่าเจ็บ



“เขาเป็นอะไรมากมั้ยครับ”



“แขนหักค่ะ”



ฟองฟางทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ตอนที่พี่พยาบาลบอกอาการของครามสมุทร คนฟังตกใจมาก แต่คนเจ็บนี่นิ่งเหมือนไม่เจ็บไม่ปวดอะไรเลย



“พี่ครับ ผมขอไปด้วยนะครับ”



“น้องเป็นอะไรกับคนเจ็บคะ”



“...เป็นเพื่อนครับ”



บอกแบบนั้นแล้วเม้มปากแน่น คำตอบที่ตอบพี่พยาบาลไปเหมือนย้ำสถานะ ย้ำจิตใต้สำนึกของฟองฟางให้รู้ว่าเขากับครามสมุทรเป็นอะไรกัน...



ให้รู้ว่าในบางครั้งที่เขาคิดไกลแค่ไหนสุดท้ายก็เป็นได้แค่เพื่อน



คนตัวขาวที่ยืนกุมมือแน่นกะพริบตามองร่างของครามสมุทรถูกหามขึ้นรถแอมบูแลนซ์ ตอนนี้จะสถานะอะไรก็ช่างเถอะ ฟองฟางปล่อยให้ครามสมุทรไปโรงพยาบาลคนเดียวไม่ได้ ปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวไม่ได้จริงๆ



เป็นห่วงจะแย่อยู่แล้ว ถ้าไม่ได้ไปด้วยฟองฟางคงร้องไห้แน่ๆ



“งั้นน้องรีบขึ้นรถเลย คนเจ็บจะได้รีบไปโรงพยาบาล”



“ขอบคุณครับพี่”



ฟองฟางรีบก้าวขึ้นรถไปนั่งบนเบาะตัวยาว ตากลมมองร่างสูงที่นอนหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ครามสมุทรดูไม่วิตกกังวลเท่ากับฟองฟางเลยสักนิด กลับกัน เขานิ่งมากๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น



“ฝั่งนั้นเล่นแรงจัง”



“...”



“เราใจหายหมดเลยตอนที่ครามล้ม”



รถแอมบูแลนซ์เคลื่อนออกจากรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว คนขาวจัดนั่งเก้ๆ กังๆ อยู่ในนี้ มือเล็กยุกยิกอยู่บนตักอยากจะจับมือของครามสมุทรเพื่อให้กำลังใจแต่ก็กลัวว่าอีกคนจะเจ็บ



และครามสมุทรเองก็จะเห็นท่าทางประหม่าของฟองฟางอยู่แล้ว คนตัวสูงเอื้อมมือข้างขวามากุมมือนุ่มๆ ที่วางอยู่บนตัก บีบเบาๆ ให้ฟองฟางโล่งใจขึ้นหน่อย นัยน์ตาที่แข็งกร้าวและเย็นชาของครามสมุทรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนตอนที่จ้องใบหน้าที่ใครๆ ก็บอกว่าจิ้มลิ้มน่ารัก



“ขอบคุณที่มา”



“ไม่เป็นไร เราเต็มใจจริงๆ”



“เป็นห่วงเหรอ”



“เป็นห่วงสิ ใจหายวูบเลยรู้มั้ย”



“อือ”



“อืออะไร”



“ไม่เป็นไรแล้ว” มือของครามสมุทรบีบๆ คลายๆ แล้วสุดท้ายอีกฝ่ายก็สอดนิ้วมาประสานมือของฟองฟางไว้อย่างนั้น



ครามสมุทรทำให้ฟองฟางหนีไปไหนไม่ได้จริงๆ



“เจ็บหนักขนาดนี้บอกว่าไม่เป็นอะไรได้ยังไง”



“ไม่รู้”



ทำให้ฟองฟางเลิกชอบไม่ได้ด้วย



“...”



“แค่ฟองเป็นห่วงก็เหมือนจะหายแล้ว”



แถมตอนนี้ครามสมุทรยังทำให้ความรู้สึกของฟองฟางเปลี่ยน



เปลี่ยนจากชอบเป็นรัก

รักเขามากจริงๆ...







*****





 

ตาคมมองฟองฟางที่ก้มหน้าก้มตาควักเงินจากกระเป๋าจ่ายค่าแท็กซี่แทนเขาตอนที่รถจอดอยู่หน้าบ้าน ความจริงมันต้องเป็นหน้าที่ครามสมุทร แต่เพราะไม่มีอะไรติดตัวกลับบ้านนอกจากถุงยา เสื้อผ้า และแขนข้างซ้ายที่ใส่เฝือก เขาเลยต้องรบกวนให้ฟองฟางเป็นฝ่ายออกเงินไปก่อน



ข้าวของส่วนตัวอยู่ที่โรงยิม อีกสักพักช็อปจะเอามาคืนให้พร้อมกับปอร์เช่ของเขา



ประตูบ้านถูกเปิดอัตโนมัติเพราะรีโมท แม้จะจ่ายเงินเสร็จแล้วแต่ขอนั่งรออยู่ในรถเพราะฝนตกลงมาหนักมาก พี่แท็กซี่ก็ใจดีให้รอในนี้จนกว่าพี่สาจะหยิบร่มออกมาให้



“พี่สามาแล้ว”



“อือ”



ครามสมุทรเหลือบตามองฟองฟางที่นั่งห่อไหล่กอดตัวเองอยู่ในแจ็คเก็ตยีนส์ พลางมองมือเล็กๆ ที่เขาสัมผัสบนรถแอมบูแลนซ์ ทั้งร้อนและสั่นเหมือนคนไม่สบาย



“ฟอง”



“เดี๋ยวครามไปกับพี่สานะ ส่วนเราจะกางร่มอีกคัน...”



“กางร่มให้หน่อย”



เขาพูดขึ้นก่อนที่ฟองฟางจะพูดจบประโยค ครามสมุทรเหลือบมองคนตัวเล็กที่นั่งข้างๆ กำลังเม้มปากอย่างประหม่า



“อื้อ เดี๋ยวเราถือร่มให้” ฟองฟางเปิดประตูรถแล้วรีบไปอยู่ใต้ร่มกับพี่สา



ครามสมุทรมองคนผิวขาวจัดกำลังกางร่มอย่างทะมัดทะแมง มองมือกับจมูกแดงๆ ที่ขึ้นสีชัดเจนไม่วางตา



เขารู้ว่าฟองฟางไม่สบายตอนที่จับมือกันนั่นแหละ สีหน้าที่เปลี่ยนไปของฟองฟาง รอยยิ้มที่ยิ้มไม่เต็มที่ แววตาที่เหนื่อยล้าของฟองฟางคือคำตอบ



“ค่อยๆ ลงนะ”



เขาก้าวเท้าลงจากรถด้วยอาการและสีหน้าที่ปกติถึงจะรู้สึกปวดแขนข้างซ้ายอยู่บ้างก็ตาม



ครามสมุทรอยู่ในร่มคันเดียวกันกับฟองฟาง เดินเข้าบ้านไปพร้อมๆ กัน และในระยะที่ใกล้ นอกจากไอเย็นๆ ของละอองฝน ครามสมุทรยังสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากตัวของฟองฟางอีกด้วย



“ครามมียาต้องกินเลยใช่มั้ย เราขอดูอีกทีได้หรือเปล่า”



พอเดินเข้ามาในบ้านคนที่คอยกางร่มให้ก็ถามขึ้น ฟองฟางก้มหน้ามองถุงยาของครามสมุทร กัดปากรอให้เขายื่นถุงยาดูแต่ก็ต้องช้อนตามองเมื่อครามสมุทรส่ายหน้า



“ฟองต่างหากที่ต้องกินยา”



“เรา?”



“ไม่สบายใช่มั้ย”



“...”



“ตัวร้อน” อังมือบนหน้าผากที่ปรกด้วยเส้นผมสีน้ำตาลเข้ม วัดอุณหภูมิร่างกายของฟองฟางที่ร้อนผ่าวเอามากๆ



“เราปวดหัวนิดหน่อย กินยาก็หาย”



“แล้วกินหรือยัง”



“ยังเลย”



“ทำไมไม่กิน”



“ยังไม่หิวนี่”



“พี่สาครับ ทำข้าวต้มให้คนป่วยด้วยนะครับ”



”คราม...” คนตัวเล็กหน้างอเพราะเขาเปล่งเสียงดังเข้าไปในครัวแล้วพี่สาขานรับเสียงดังฟังชัดกลับมา มือขาวๆ ปัดมือหนาที่อังอยู่บนหน้าผากไม่ปล่อย แต่ปัดเบาๆ เหมือนเด็กที่กำลังงอแงเท่านั้น



“คราวหน้าเป็นอะไรก็บอกกันหน่อย”



จับมือร้อนๆ ของคนป่วยแล้วพานั่งพักบนโซฟาสีครีม ตอนที่เขาอยู่ในห้องเอ็กซ์เรย์ฟองฟางวิ่งวุ่นทำเรื่องให้แทบทั่วทั้งโรงพยาบาลทั้งๆ ที่ตัวเองก็อาการไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ ออกมาอีกทีก็เจอกับคนตัวขาวที่กำลังนั่งกุมมือขมวดคิ้วอยู่หน้าห้อง



ครามสมุทรรู้ว่าฟองฟางเป็นห่วงเขามากแค่ไหน



“ขอนอนหน่อยได้มั้ย ตาจะปิดแล้ว” ฟองฟางยกมือขึ้นขวดขมับตัวเองเบาๆ



“อือ ค่อยๆ นอน”



ครามสมุทรถอดแจ็คเก็ตยีนส์ที่ฟองฟางใส่อยู่ออกด้วยมือข้างที่ไม่ใส่เฝือก ก่อนที่อีกคนจะทิ้งหลังพิงกับพนักพิง โน้มตัวมองคนที่หายใจเข้าออกเป็นจังหวะช้าๆ ครามสมุทรค้ำแขนข้างขวาไว้บนโซฟา



เขาไล่มองหน้าผาก ดวงตากลมๆ ที่สะท้อนกับแสงไฟแล้วเป็นประกายสวยงาม มองจมูกโด่งที่รับกับปลายจมูกเหมือนหยดน้ำ มองแก้มขาวๆ ที่ตอนนี้เปลี่ยนสีแดงก่ำ...และริมฝีปากจิ้มลิ้มสีแดงที่เม้มเล็กน้อยแล้วคลายออก



ครามสมุทรค่อยๆ โน้มใบหน้าลงจนกระทั่งปากของเขาแตะกับริมฝีปากร้อนผ่าว ทาบไว้อย่างนั้นแล้วทิ้งน้ำหนักลงอีกหน่อยให้คนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ใต้ร่างรับความรู้สึกและสัมผัสจากเขาได้มากขึ้น แพขนตาแผงหนายาวสวยของฟองฟางคลอเคลียใต้ดวงตาครามสมุทร เขาค่อยๆ หลับตาลงเมื่อเห็นว่าฝ่ายหลับตาปี๋



เขาขยับริมฝีปากแผ่วเบา ครามสมุทรงับกลีบปากล่างของฟองฟางเบาๆ ก่อนจะปรือตามองเมื่อคนตัวเล็กสะดุ้งเฮือก ครามสมุทรเพิ่งรู้ว่าตัวเองความอดทนต่ำก็ตอนที่ปากของเขาสัมผัสกับปากของฟองฟางในคืนวันนั้นที่ร้านเหล้า



ยอมรับแบบหน้าด้านๆ เลยว่าเขาเก็บเอาใบหน้าของฟองฟางไปฝัน ไปจินตนาการต่างๆ นานา



จนกระทั่งเขาถอดจูบออกแล้วซบหน้าบนไหล่ข้างซ้ายของฟองฟาง ครามสมุทรยิ้มบางๆ ตอนที่ได้ยินเสียงดังเต้นตุบๆ ของชีพจรตรงซอกคอขาวๆ...



“จะ...จูบเราอีกแล้ว”



กับเสียงเล็กๆ หวานๆ ที่เขาชอบฟัง ที่อยากได้ยินทุกวัน



“ทำไมทำแบบ...”



“กับมัท...บอกได้มั้ยว่าเป็นอะไรกัน”



“มัท? ก็เพื่อนไง”



“เพื่อนแบบไหนถึงกอดกันซบกัน”



“ครามเห็นด้วยเหรอ”



“อือ ก็มองอยู่ตลอด”



“เพื่อนสนิทไง”



“แน่ใจว่าแค่เพื่อน”



“ถามแบบนี้เหมือนหึงเรา”



“อือ หึง”



“คราม...”



“อย่าไปซบใครอีก อย่าให้ใครมากอดด้วย”



“...”



“เข้าใจมั้ย”

 

 

 













#ฟองฟางครามสมุทร









เพื่อนแบบไหนเขาหึงกัน เพื่อนแบบไหนเขาจูบกันคะครามสมุทร

งึ ><
 :katai2-1:

ออฟไลน์ catka12

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 587
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-0
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 12 - up 26.1.62
«ตอบ #51 เมื่อ26-01-2019 15:40:07 »

 :o8:   :-[    :impress2:   เขินจนตัวแตกแล้วค่ะ.....   :hao7:   :hao7:   :hao7:

ออฟไลน์ Gokusan

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 799
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +269/-1
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 12 - up 26.1.62
«ตอบ #52 เมื่อ26-01-2019 16:46:48 »

โอ๊ย~~~ น้องคราม...ถามตัวเองก่อนมั้ย ว่าบอกเขาชัดๆ รึยังว่าเป็นอะไรกัน
อยากจะแหม~~~ ไปถึงดาวเสาร์ - -"

เดี๋ยวจูบๆ แถมหึงด้วยหวงด้วย มองจากดาวพุธก็รู้ว่ารักเขา แต่มันก็ต้องพูดไง ปัดถ่อววว

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 12 - up 26.1.62
«ตอบ #53 เมื่อ26-01-2019 19:11:25 »

 :pig4: :pig4: :pig4:

ก็เพราะหึงไง  เลยเกิดอุบัติเหตุ  ลามไปจนทะเลาะวิวาทในสนามจนพาให้เจ็บตัว  อิอิ

ออฟไลน์ Swanlee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0
{ yaoi } • Loud & Clear - 13 - up 26.1.62
«ตอบ #54 เมื่อ26-01-2019 19:51:06 »


13



อารมณ์ที่อ่อนไหว

จะทำให้เรารู้ใจกันมากกว่าเดิมหรือเปล่า



 

‘มึงเห็นคนขาวๆ ที่นั่งอยู่ตรงนั้นป่ะ แม่งโคตรน่ารัก’



‘กูไปสืบมาละ ชื่อฟองฟางเรียนวิทยาศาสตร์สาขาคณิต จบจากโรงเรียนมองแฟรงค์ นานาชาติที่ดังๆ ของกรุงเทพฯ เลยอ่ะ พวกมึงมาจากใต้รู้จักกันมั้ย’



‘ก็โรงเรียนในเครือเดียวกับที่พวกกูจบมานี่หว่า’



‘มึงมองแบบนี้คือชอบใช่มั้ยไอ้ช็อป เดี๋ยวกูไปบอกพวกพี่ให้ขอเบอร์’



‘ไม่ต้องไอ้ปาล์ม กูขอเองได้ มึงอ่ะนั่งเฉยๆ ไปเหอะ จะสมาธิสั้นอะไรขนาดนั้นวะ’ ปาล์มคือเพื่อนที่เพิ่งรู้จักกัน สนิทกับช็อปมากกว่าเพราะว่าพูดมากเหมือนกัน แต่ตอนนี้ปาล์มซิ่วไปเรียนที่อื่นแล้ว



‘จะให้กูนิ่งๆ แบบไอ้ครามเลยมั้ยล่ะ’



‘เออไอ้นี่ สัดคราม กูเห็นนะว่ามึงจ้องฟองฟางอยู่ อย่าบอกนะว่ามึงก็สนใจเขาเหมือนกันอ่ะ...โอ้โห กูกราบล่ะ อย่าไปโปรยเสน่ห์ คนนี้กูอยากได้’



‘แค่มองเฉยๆ’



‘มึงโกหก’



ใช่ เขาโกหก



‘มองตามึงก็รู้แล้ว แต่บอกเลยนะ คงต้องแข่งกันแล้วว่ะ’



‘ถ้าแข่งกูว่าไอ้ครามชนะชัวร์’



‘เหี้ยปาล์ม ให้กำลังใจกูหน่อย’



โกหกทุกคน โกหกตัวเองมาตลอดว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับใครอีกคนที่แจกยิ้มให้คนอื่นไปทั่ว ใครรู้ก็คงตลก...เขาโกหกเพื่อหลีกทางให้เพื่อนสนิทสมหวังกับคนคนนั้น...คนที่ชื่อว่าฟองฟาง



หกเดือนที่แล้วครามสมุทรปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความหงุดหงิดใจที่สร้างขึ้นมาเอง เขายอมรับกับตัวเองไม่ได้ว่าชอบฟองฟาง ชอบมาก...ไม่ได้เล่นๆ เหมือนกับที่ช็อปทำ ปากบอกว่าจะจีบ แต่ตัวเองก็เที่ยวเตร่ หิ้วผู้หญิงมานอนที่คอนโด หยอกฟองฟางไปวันๆ จนเขาชักรำคาญ



แต่เพื่อนก็คือเพื่อน ช็อปคือเพื่อนรัก คือเพื่อนคนเดียวที่เข้าใจเขามากที่สุด นับตั้งแต่วันปฐมนิเทศที่ช็อปเอ่ยปากไม่ให้เขายุ่ง เขาก็ไม่ยุ่ง แต่สายตาของฟองฟางที่เอาแต่มองมาที่เขา...มันทำให้ครามสมุทรใช้ชีวิตในทุกๆ วันลำบากมากขึ้นกว่าเดิม



แววตาที่ใครๆ ดูก็รู้ว่าชอบครามสมุทรมากแค่ไหน ชอบแต่ไม่บอก แอบมอง แอบรู้สึกคนเดียวไปอย่างนั้น



แล้วสุดท้ายช็อปก็เปิดทางให้ครามสมุทรเต็มที่ เพราะรายนั้นรู้ดีว่าไม่ใช่แค่ฟองฟางที่มีความรู้สึกดีๆ ให้กัน



ครามสมุทรไม่ต่างจากฟองฟาง อาจจะรู้สึกมากกว่าอีกคนด้วยซ้ำ



“อื้อ...”



ครามสมุทรสงสัยมาเสมอว่าจะมีใครสักคนบนโลกที่นอนหลับได้น่าเอ็นดูเหมือนฟองฟางอีกมั้ย...เขาคิดในหัวตอนที่เสียงเล็กๆ ดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างของคนตัวขาวที่ขยับตัวอยู่บนเตียง



ฟองฟางหลับไปได้ชั่วโมงเศษๆ หลังจากที่กินยาเข้าไป เขามองคนที่นอนคดคู้เหมือนเด็ก ยิ่งบนหน้าผากมีแผ่นปิดลดไข้แปะอยู่ด้วยยิ่งเหมือนเด็กเข้าไปกันใหญ่



คนสูงกว่าลูบผมฟองฟางเบาๆ ยิ้มให้กับคนป่วยที่ดูแลเขาทั้งๆ ที่ตัวเองแทบจะเดินไม่ไหว

 

ช็อปเปอร์: ได้ยินเสียงท่อน้องปอร์เช่มึงป่ะ

ช็อปเปอร์: กูพาส่งหน้าบ้านละ ลงมาให้เพื่อนๆ เห็นหน้าหน่อย

 

ครามสมุทรส่ายหน้าเบาๆ หลังจากที่เห็นข้อความเพิ่มขึ้นในแอพแชต เขาไม่ได้เปิดแจ้งเตือนเหมือนเดิม แต่เผอิญว่าโทรศัพท์ค้างหน้าแชตไว้ของช็อปพอดี เลยเห็นว่าอีกฝ่ายส่งข้อความอะไรมาบ้าง



คนตัวสูงลุกจากเตียงแล้วเดินไปแง้มม่านสีเทาดูตรงลานจอดรถหน้าบ้าน เห็นปอร์เช่คันเดิมจอดอยู่ ช็อปคงขับมาให้ แต่พวกฮอนด้ากับเบนซ์สองคันที่จอดอยู่...ไม่ใช่ของเขา



“น้องครามคะ เพื่อนๆ มาเยี่ยมค่ะ ซื้อของมาฝากเต็มเลย”



“ครับพี่สา”



เสียงจากอินเตอร์คอมดังขึ้นและนั่นก็ทำให้ครามสมุทรเอื้อมมือกดอินเตอร์คอมตอบกลับ เขากำลังจะเดินไปเปิดประตูเพื่อออกจากห้องนอนแล้วด้วยซ้ำ แต่ต้องชะงักแล้วหมุนตัวกลับมาที่เตียง กลับมาดูว่าผ้าห่มอยู่บนตัวของฟองฟางมิดชิดดีมั้ย เอามือวัดอุณหภูมิไอเย็นที่ออกจากเครื่องปรับอากาศว่ามันเย็นเกินไปหรือเปล่า



แม้กระทั่ง...เดินไปหยิบถุงเท้าแล้วสวมให้คนป่วยเพราะกลัวว่าตอนที่ฟองฟางนอนดิ้นผ้าห่มจะไม่คลุมเท้า



ทำไปเพราะเป็นห่วง



ทำไปเพราะไม่อยากให้ป่วยอีก



ทำไปเพราะฟองฟางเปราะบาง แตกหักง่าย เขาเลยทะนุถนอมเหมือนเป็นฟองเล็กๆ ที่เกาะอยู่บนเกลียวคลื่นในมหาสมุทรสีคราม แล้วจมอยู่ในอ้อมกอดของมหาสมุทรตอนที่ถูกคลื่นซัด



ทำไปเพราะฟองฟางคนเดียว







*****





 

แล้วไอ้พวกเพื่อนก็ให้บ้านรกเล่นๆ



ครามสมุทรมองพวกนั้นที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น เปิดเบียร์ที่แช่อยู่ในตู้เย็นกับที่ซื้อมากรอกใส่ปาก ฟ้ายังไม่มืดแต่พวกมันก็อยากเมากันแล้ว



“ทีมเราชนะเว้ย ฝีมือล้วนๆ” ใบหม่อนพูดพร้อมกับกดรีโมททีวีไปด้วย



“ไอ้เหี้ยโอที่ทำมึงแขนหักรอสอบสวน พี่เอกไปคุยกับโค้ชฝั่งมันอยู่” ส่วนนี่ก็โตมร ตัวเต็งในทีมอีกคน



“อือ”



ครามสมุทรใช้สายตานิ่งๆ มองเพื่อนที่นอนกลิ้งบนพื้นพรมบ้าง บนโซฟาบ้าง พวกนี้ไม่ได้ตั้งใจมาเยี่ยมหรอก แค่อยากใช้สถานที่ในบ้านเพื่อฉลองมากกว่าถึงได้ตุนเหล้าหนักขนาดนี้



“แขนมึงเป็นไงบ้างวะ งี้ต้องใส่เผือกกี่เดือน”



“เดือนเดียว ไม่ได้รุนแรง” ตอบช็อปไปตามที่หมอบอก โชคดีอย่างหนึ่งที่ไม่ต้องผ่าตัดอะไรให้วุ่นวาย แต่แขนข้างซ้ายคงใช้งานหนักๆ ไม่ได้ไปอีกสักพักจนกว่าจะหายดี



“เล่นมันเลยมั้ยไอ้โอคณะบริหารอ่ะ กูเหม็นมันตั้งแต่ตอนปฐมนิเทศละ” ใบหม่อนใจร้อนที่สุดในกลุ่ม แต่ถูกพี่เอกที่เป็นโค้ชให้กับทีมจับละลายพฤติกรรมจนตอนนี้มันใจเย็นกว่าเดิม แต่ก็นั่นแหละ ตอนที่เขาโดนหมัดซัดหน้าใบหม่อนก็เกือบจะพุ่งมาเอาคืนแทนเขา



ครามสมุทรส่ายหน้าช้าๆ ถ้าโค้ชจัดการแล้วก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของโค้ชไป เขาพอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายคงถูกแบนจากการแข่งบาส แค่เดาไม่ได้ว่ากี่เดือน...ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ทั้งหมดนั่นแหละ



“นั่งแดกเบียร์ได้แล้วครับไอ้เจ้าของบ้าน พรุ่งนี้วันหยุดกูจะเมาคาบ้านมึงนี่แหละ” ช็อปกวักมือเรียกครามสมุทรที่ยืนพิงกรอบประตูเท่ๆ ถึงจะใส่เฝือกแต่ก็ไม่ทำให้ความหล่อออร่าลดน้อยลง



“กระเป๋าใครอ่ะ...ภคภัทร สุวรรณภรณ์ นี่ใครวะ” โตมรเปิดกระเป๋าเป้ออกแล้วหยิบสมุดที่มีชื่อเขียนแสดงความเป็นเจ้าของไว้



“อย่ายุ่ง ของฟอง”



“ฟองฟางที่ไปจูบมึงวันนั้นอ่ะนะ”



“อือ” พยักหน้าเบาๆ แล้วคว้ากระเป๋าเป้ออกจากมือซนๆ ของโตมรมาถือไว้เอง



แน่นอนว่าพอเขาบอกแบบนั้นเสียงแซวของเพื่อนๆ ก็ดังขึ้น พวกมันยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วพยักหน้าให้กัน ครามสมุทรเลยใช้ตาคมมองนิ่งๆ ให้พวกนั้นเลิกเสียงดังได้แล้ว



“แล้วฟองอยู่ไหนวะ มึงไปเอากระเป๋าเขามาได้ไง” ใบหม่อนถามด้วยใบหน้ายิ้มๆ



“ไม่สบาย นอนอยู่บนห้อง”



“ห้องมึงอ่ะนะ”



“อือ”



“เชี่ย...คบกันแล้วเหรอวะ”



“งี้สาวๆ อกหักแย่ๆ”



“น้องสาวกูด้วยที่อกหัก”



ครามสมุทรเดินหนีพวกนั้นออกมาเพราะเบื่อที่จะอยู่คุยด้วย พอก้าวเท้าพ้นห้องนั่งเล่น พ้นสายตาของเพื่อนๆ มุมปากของเขาก็ยกยิ้มทันที



ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนถามว่าเขากับฟองฟางคบกันหรือเปล่า แต่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้



ทุกๆ ครั้งที่มีคนถามแบบนั้นเขามักจะไม่ตอบ ปล่อยให้คิดกันไปเอง ปล่อยให้เข้าใจผิดกันไปเองว่าครามสมุทรกับฟองฟางกำลังคบกันอยู่



และเขาก็โคตรจะยินดีให้เข้าใจกันแบบนั้น

เข้าใจกันไปว่าเขากับฟองฟางคบกัน...ก็ดีแล้ว







*****





 

จะไม่หายไข้ก็เพราะอากาศที่แปรปรวนนี่แหละ เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวแดดออก เดี๋ยวครึ้ม เดี๋ยวร้อน ฟองฟางแทบปรับตัวไม่ทัน



และตอนนี้ฝนก็ตกอยู่



คนตัวขาวนั่งตาปรืออยู่บนเตียงนุ่มๆ ในเช้าวันใหม่ โชคดีที่เป็นวันหยุดเพราะมันทำให้เขาไม่ต้องกังวลว่าจะขาดเรียนหรือเปล่า



ฟองฟางได้นอนเต็มอิ่มเพราะฤทธิ์ยา หลับตั้งแต่บ่ายของเมื่อวานจนเช้าของวันนี้ หลับยาวชนิดที่ครามสมุทรกลัวว่าเขาจะเป็นอะไรไป เลยต้องช่วยกันปลุกกับพี่สาสองคน



แล้วก็ตื่นมานั่งจุมปุ๊กอยู่ตรงนี้ มองอาหารเช้ากับยาเม็ดที่วางอยู่ตรงหน้า



“กิน”



“ยังไม่หิวเลย”



“กิน”



“ยังไม่แปรงฟันเลยนะ”



“กิน”



ดื้อกับครามได้ที่ไหน...



ฟองฟางเหลือบมองคนที่โคตรจะดุในเวลานี้ คนตัวสูงยืนเอามือล้วงกระเป๋าด้วยมือขวา ส่วนตาคมๆ นั่นก็มองฟองฟางสลับกับโจ๊กหมู



“กินแล้วไปอาบน้ำ เดี๋ยวไปส่งที่บ้าน”



“เฮ้ย ไม่เป็นไรๆ ครามขับรถไม่ได้หรอกแขนเจ็บอยู่ เดี๋ยวเรากลับเอง”



“ขับมือขวาข้างเดียวได้”



“ต้องจับพวงมาลัยสองข้างสิ”



“ปกติก็จับข้างเดียว”



ฟองฟางเม้มปากเบาๆ



“ไม่เป็นไรจริงๆ คราม”



“ป่วยอยู่จะกลับเองได้ยังไง”



“เหมือนว่าจะหายแล้วนะ”



“...”



“...”



ชะงักไปเพราะจู่ๆ คนที่ยืนอยู่ปลายเตียงก็ขยับมายืนข้างๆ แล้วแนบหลังมือไว้บนหน้าผากของฟองฟางที่เพิ่งจะดึงแผ่นเจลลดไข้ออก ครามสมุทรหลับตาลงช้าๆ เหมือนกำลังวัดอุณหภูมิให้ และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ



“ยังไม่หาย”



“ทำไงดี”



“...”



“วันนี้นัดติวแคลคูลัสกับมัทด้วยอ่ะ ถ้าไม่ติววันนี้คงสอบไม่ได้”



บุ้ยปากพึมพำออกไปพร้อมกับหยิบช้อนมาคนโจ๊กวนไปมาอยู่อย่างนั้น ถึงแม้ว่าแคลคูลัสจะยากไปหน่อยแต่ฟองฟางก็ไม่ลดละความตั้งใจ เขานัดให้มัทมาติวที่บ้าน และอีกไม่นานอีกฝ่ายก็คงจะถึง



“ติวกี่โมง”



“เก้าโมงเป๊ะ นี่คงใกล้ถึงบ้านเราแล้วมั้ง”



“โทรไปยกเลิก”



“ห๊ะ”



“เดี๋ยวติวให้เอง”



ไม่พูดเฉยๆ แต่ยัดโทรศัพท์ของตัวเองใส่มือฟองฟางอีกด้วย คนตัวเล็กนั่งยิ้มแหยกำไอโฟนของครามสมุทรแน่น นึกในใจคนเดียวว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมจู่ๆ ก็ทำเหมือนหึงกันขึ้นมาซะอย่างนั้น



“โทรสิ” ครามสมุทรนั่งลงบนที่นอน คนสูงกว่าเลิกคิ้วมองฟองฟางด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง



“เดี๋ยวเราเอาเครื่องเราโทร”



“ไม่ต้อง เครื่องนี้มีเบอร์มัทเหมือนกัน”



“ก็ได้”



เอาจริงๆ ก็ไม่อยากจะคิดไปเองหรอกว่าครามสมุทรกำลังหึงอยู่ แต่สีหน้า แววตา น้ำเสียงที่อีกคนเปล่งออกมาทำให้ฟองฟางอดคิดไม่ได้จริงๆ



ถ้าหึงก็ดีเลย ดีมากๆ ด้วย



แต่หึงฟองฟางกับเพื่อนเนี่ยสิ...ถ้ามัทรู้คงขำแย่



“090909”



“...”



“รหัสปลดล็อกไอโฟน”



คนฟังชะงักเล็กน้อยก่อนพยักหน้าและกัดริมฝีปากเบาๆ ความรู้สึกแปลกใจล้นอยู่ในอก...แปลกใจที่ครามสมุทรใช้รหัสเดียวกับที่ฟองฟางใช้อยู่



090909



09 แรกคือวันเกิดของฟองฟาง

09 ถัดมาคือเดือนเกิดของฟองฟางเอง

09 สุดท้ายคือวันเกิดของครามสมุทร



ใช่ ตอนแรกเขาไม่ได้ใช้รหัสนี้ แต่พอรู้ว่าครามสมุทรเกิดวันไหนฟองฟางก็เปลี่ยนรหัสโทรศัพท์ของตัวเองทันที แต่สาบานได้เลย...ฟองฟางไม่รู้แน่ๆ ว่าครามสมุทรใช้รหัสนี้ด้วยเหมือนกัน



มันคือความบังเอิญที่โคตรจะทำให้ฟองฟางเกือบกลั้นยิ้มไว้ไม่ได้



เจ้าของไอโฟนลุกขึ้นจากที่นอนก่อนเดินไปนั่งลงบนโซฟาที่อยู่ตรงปลายเตียง ครามสมุทรทำเป็นไม่สนใจเขาด้วยการเปิดทีวีดูการ์ตูน ปล่อยให้ฟองฟางมองไหล่กว้างๆ อยู่อย่างนั้น



ฟองฟางก้มหน้าหารายชื่อของมัทที่เจ้าของเครื่องเมมไว้ แล้วไม่นานก็เจอเพราะครามสมุทรเมมชื่อของมัทไว้ตรงตัว



[ฮัลโหล]



“มัท กูเอง”



[กูไหน...เบอร์ครามสมุทรนี่หว่า เออๆ ว่าไงคราม]



“จำเสียงกูไม่ได้เหรอมัท”



[...]



“มัท...”



[ฟองฟาง?]



“อืออออ”



[เฮ้ยๆ แล้วทำไมมึงใช้เบอร์ไอ้ครามโทรมาอ่ะ อย่าบอกนะว่ามึงไปเยี่ยมมัน วันนี้มึงนัดติวแคลกับกูนะเว้ย]



“ยังไม่ได้กลับเลยต่างหาก” ยกมือป้องปากแล้วกรอกเสียงเบาๆ ออกไปเพราะกลัวว่าครามสมุทรจะได้ยินน้ำเสียงเขินๆ ของตัวเอง



ฟองฟางแก้มแดงจัดเมื่อนึกถึงอ้อมกอดอุ่นๆ ของครามสมุทร ใช่ ครามสมุทรกอดเขาไว้ทั้งคืนเลย กอดทั้งๆ ที่มีผ้าห่มผืนหนาคลุมตัวฟองฟางอยู่แล้ว



แค่ป่วยไม่ได้หมดสติ ฟองฟางรู้สึกตัวตลอดทั้งคืนเพราะนอนไม่หลับ ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะหัวใจที่มันเต้นโครมครามอยู่ตลอดจนแทบจะทะลุออกมาข้างนอกเพราะใครคนนั้น



[อะไรของมึงวะ อะไรคือยังไม่กลับ]



“ฟอง คุยเสร็จแล้วชาร์จแบตให้ด้วย” แล้วจู่ๆ เจ้าของโทรศัพท์ก็พูดแทรกขึ้นมา แน่นอนว่าปลายสายได้ยินชัดเจนทุกประโยค



[...]



“อ...อื้อ เดี๋ยวชาร์จให้”



[กูเข้าใจละ ไอ้ครามมันอ้อนให้มึงอยู่ต่อใช่มั้ย มันอ้อนให้มึงดูแลมันใช่ป่ะ]



“ครามต่างหากที่ดูแล...” มีแต่เสียงแผ่วเบาที่เปล่งออกมา กับรอยยิ้มของฟองฟางที่ต้องกลั้นเอาไว้ตลอด “เอ้อมัท จะโทรมาบอกว่าไม่ติวแล้วนะ ไม่ต้องมาบ้านกู ไปติวกับแยมกันสองคนนู่น”



[อะไรของพวกมึงวะ แยมมันเทกูตั้งแต่เมื่อคืนละ มึงยังจะมาเทอีกคน อ้อๆ อยู่กับแฟนก็เป็นงี้ ได้ ได้เลยฟอง...เดี๋ยวกูไปเล่าให้แยมฟัง ให้มันมาล้อมึงจนเขินตายเลย]



“พอเลยมึง แค่นี้นะ กูเกรงใจครามจะแย่แล้ว”



[อ่ะจ้า มีความเกรงใจแฟน มึงนี่น้า...]



ฟองฟางไม่สนใจว่ามัทจะแซวอะไรต่อ เขารีบกดวางสายทันทีแล้วหันซ้ายหันขวาหาสายชาร์จของครามสมุทร พอเห็นว่ามันอยู่ตรงหัวเตียงก็รีบหยิบมาเสียบชาร์จโทรศัพท์ให้ทันที



แล้วก็นั่งหลังตรงมองคนตัวสูงที่หันหลังให้อยู่อย่างนั้น ชินแล้วมั้งกับการที่ต้องมองครามสมุทรจากทางด้านหลังตลอด พอเป็นแบบนี้แล้วก็ทำให้ฟองฟางรู้สึกเหมือนกับว่าได้ย้อนกลับไปในช่วงแรกๆ ที่เขาแอบมองคนสูงกว่า...มองจนไม่รู้ว่าในชีวิตนี้จะเลิกมองได้หรือเปล่า



แล้วก็เหมือนว่าจะเลิกมองไม่ได้จริงๆ



แผ่นหลังของครามสมุทรดึงดูดฟองฟางมากๆ เลย



“ครามชอบดูการ์ตูนเหรอ”



“เมื่อก่อนใช่ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ดู”



ได้คำตอบแล้วก็พยักหน้าหงึกๆ อย่างสนใจ ยิ้มแฉ่งเพราะคำตอบของอีกคน ไม่แปลกหรอกถ้าครามสมุทรจะชอบดูการ์ตูนเพราะตอนเด็กๆ เขาก็ชอบดูมากเหมือนกัน ที่ถามก็อยากรู้อะไรเกี่ยวกับครามสมุทรให้มากขึ้นเท่านั้นเอง



แต่แล้วคนที่กำลังนั่งยิ้มหวานทำตาเยิ้มอยู่บนเตียงก็ต้องหุบยิ้มทันทีเมื่อร่างสูงลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินตรงมาทางเขา



ครามสมุทรชะลอเท้าและหยุดนิ่ง ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่ข้างเตียง ตาคมๆ ของอีกฝ่ายมองมาที่โจ๊กหมู ฟองฟางลอบสังเกต...แอบเห็นด้วยนะว่าในแววตาอีกฝ่ายดูเหมือนจะผิดหวังหน่อยๆ ยังไงไม่รู้



“กินหน่อย สองสามคำก็ได้”



“...”



“ถ้าคนทำรู้ว่าไม่กินเลย เดี๋ยวเขาเสียใจแย่”



ก็นั่นแหละ เพราะแววตาที่มองมาเหมือนจะอ้อนวอนขอร้องกันแบบนั้นทำให้ฟองฟางต้องยอมตักโจ๊กหมูเข้าปากทั้งๆ ที่ไม่หิว แต่พอได้สัมผัสรสชาติของโจ๊กหมูเช้านี้ก็ต้องบอกเลยแหละว่าอร่อยมากๆ จนอยากกินอีกเยอะๆ



“อร่อยนะคราม โห...มันแบบ ละมุนในปาก”



“ขอบคุณ”



“ขอบคุณทำไม เราต่างหากที่ต้องขอบคุณอ่ะ...”



“โดนชมว่าทำอาหารอร่อยก็ต้องขอบคุณ”



“ค...ครามทำเองเหรอ”



ครามสมุทรพยักหน้า



และนั่นก็ทำให้คนตัวเล็กที่ใบหน้าเปื้อนยิ้มอยู่แล้วคลี่ยิ้มกว้างกว่าเดิม ฟองฟางวางช้อนลงเบาๆ พลางแหงนหน้ามองคนตัวสูงที่ใบหน้าดูผ่อนคลายมากขึ้น



“...แบบนี้คนทำก็ไม่เสียใจแล้วใช่มั้ย”



มองใบหน้าเพอร์เฟ็กต์ของครามสมุทร กับแววตาคมๆ คู่นั้น



“อือ ใช่”



มองคนที่มาทำให้รู้สึกปั่นป่วนทุกครั้ง



“ฟอง”



และ...



“หือ”



มองคนที่เป็นเจ้าของหัวใจของฟองฟาง



“คนทำฝากบอก ว่าอยากทำกับข้าวให้กินทุกวัน”



ฮื่อ คนที่ทำก็คือครามสมุทรมั้ยล่ะ

แล้วดูดิ...ครามทำให้หนีไม่ไปไหนไม่รอดจริงๆ

ใจเต้นจนเหนื่อยแล้ว รู้มั้ย ._.











#ฟองฟางครามสมุทร







ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 13 - up 26.1.62
«ตอบ #55 เมื่อ26-01-2019 21:04:57 »

 :pig4: :pig4: :pig4:

โอยยยย  มดขึ้นจอคอมฯ

ออฟไลน์ Gokusan

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 799
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +269/-1
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 13 - up 26.1.62
«ตอบ #56 เมื่อ26-01-2019 21:24:20 »

โอ๊ย ขี้หึงเหลือเกินนนน
แล้วก็ยังจะปากแข็งไม่บอกเขา
อยากจะแหม~~~ 555

ออฟไลน์ goosongta

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-6
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 13 - up 26.1.62
«ตอบ #57 เมื่อ26-01-2019 21:54:52 »

น่ารักมาก คนทำโจ๊กช่วยพูดตรงๆได้มั้ย บอกรักซะทีเถอะ

ออฟไลน์ O-RA DUNGPRANG

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1786
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +50/-5
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 13 - up 26.1.62
«ตอบ #58 เมื่อ26-01-2019 22:54:08 »

อิจฉาคนป่วยแล้วสิเราก็อยากมีคนทำโจ๊กให้กินเหมือนกันนะ  :hao3: :hao3: :hao3:

ออฟไลน์ PandP

  • Déjame vivir esa fantasía.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1171
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +137/-0
    • http://www.facebook.com/iAMpingPINGping
Re: { yaoi } • Loud & Clear - 13 - up 26.1.62
«ตอบ #59 เมื่อ27-01-2019 13:08:45 »

บอกเป็นเพื่อนกันแต่การกระทำนี่ไม่ใช่เลย 55555 นี่มันคู่รักชัดๆ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด