◑ คุ ณ ไ ม่ ต ร ง ป ก ( ต อ น ที่ 2 4 : ค ว า ม ลั บ) | 20/ 01/20 - P. 1 6
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ◑ คุ ณ ไ ม่ ต ร ง ป ก ( ต อ น ที่ 2 4 : ค ว า ม ลั บ) | 20/ 01/20 - P. 1 6  (อ่าน 99215 ครั้ง)

ออฟไลน์ Fahsang

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 13
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
คนอ่อยเก่งงงงงง อืมหื้มมมม

ออฟไลน์ shoi_toei

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4609
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +222/-26
แค่จูบ เค้าจูบกัน

โอ้ยยยย ใจอิชุ้น เต้นแรงมาก

ออฟไลน์ Maccagadz

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 47
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
คนร้ายกาจจจ แซ่บมากค่ะ

ออฟไลน์ Maccagadz

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 47
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
นี่มันตัวบอส อมกกก ใครไหวไปก่อนเลย

ออฟไลน์ ชอบวาย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 2
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ชอบบบบ

ออฟไลน์ Maccagadz

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 47
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ก็คือไม่ไหวแน้ววว ฮือออ
เกือบไปแล้วววว

ออฟไลน์ OoniceoO

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 983
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-2
สุดยอดความไม่ตรงปก 55555

ออฟไลน์ ดาวโจร500

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 660
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-3
ภัทรรรร คุณคีเขารู้แล้วแหละว่าเทอน่ะไม่ใส

ออฟไลน์ TheDoungJan

  • ขอบคุณนักเขียนที่คนที่สร้างทุกตัวละครขึ้นมานะคะ(♡˙︶˙♡)
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 700
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
เกือบหลุดความแซ่บออกไปแล้ว

ออฟไลน์ Cyclopbee

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 178
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
ิอยากอ่านตอนต่อไปแร้วววววววว :hao7:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ nisaday

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 136
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
 :m25: :m25: :m25:
แซ่บพริกสิบเม็ด
คุณคีจะต้องยิ่งหลงใหลน้อง

ออฟไลน์ bree

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 6
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
รอค่ะะ  :katai4::pig4: :L1:

ออฟไลน์ before30october

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 70
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2




คุ ณ ไ ม่ ต ร ง ป ก


ตอนที่ 9 : สัญญา


_________



การประชุมที่ภูเก็ตลุล่วงไปได้ด้วยดีจากการร่วมมือกันของทุกฝ่าย เราบินกลับกรุงเทพในรุ่งเช้าของวันอังคารทันทีเนื่องจากตารางงานของเจ้านายที่แน่นหนา และนั่นทำให้วันต่อมาสภาพร่างกายของเขาก็ไม่ปกติเท่าที่ควร


ภัทรจามตลอดทางที่นั่งรถมาในตอนเช้า กองม้วนทิชชู่ที่อยู่ในถังขยะใบเล็กข้างโต๊ะทำงานบ่งบอกเป็นอย่างดีการป่วยกำลังจะเริ่มต้นขึ้น มันมักจะเป็นอย่างนั้นเสมอ เมื่อไหร่ที่จะเป็นไข้ เขามักจะมีน้ำมูกและมีอาการเจ็บคอร่วมด้วยอยู่ตลอด


เขาไม่ใช่คนที่ป่วยบ่อย ร่างกายค่อนไปทางแข็งแรงถึงแข็งแรงมากเสียด้วยซ้ำ ถึงแม้จะมีไข้ปีละครั้งสองครั้งตามสภาพฤดูกาลแต่ไม่เคยป่วยหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาลเลยสักรอบ ครั้งที่ป่วยหนักที่สุดคงจะเป็นโรคไข้เลือดออกเมื่อตอนเด็กที่นานเสียจนเขาก็แทบจะจำอาการและความรู้สึกไม่ค่อยได้มากนัก รู้แต่เพียงต้องนอนโรงพยาบาลหลายคืนและมีสายน้ำเกลือระโยงระยางอยู่ตลอด


“ฮัดชิ้ว!”


ร่างโปร่งตัวโยนเมื่อจามออกมาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ริมฝีปากบางอ้าค้างหอบหายใจอยู่อย่างนั้น สองมือรีบโกยหาทิชชู่เพื่อเช็ดน้ำมูกที่เริ่มจะไหลพ้นจมูกจนน่าอาย


“กลับมาก็ไม่สบายซะแล้ว อะไรกันเนี่ยเรา” พี่เล็กที่เข้ามาพอดีเอ่ยทักทาย ภัทรสูดจมูกสองสามรอบ ก่อนจะเอ่ยถามอีกฝ่ายกลับ


“พี่เล็กมาหาคุณคีหรอครับ?”


“อ่าใช่ เขาอยู่รึเปล่า?”


“อยู่ห้องรับรองด้านในครับ เข้าไปได้เลย” อีกฝ่ายมองตามมือเขาที่ผายไปยังห้องอีกฝั่งที่อยู่ติดกัน เจ้าตัวพยักหน้าก่อนจะตบบ่าเขาสองสามรอบ


“อย่าลืมกินยาด้วยล่ะ”


“ครับ” ภัทรหัวเราะแล้วยิ้มตอบ มองแผ่นหลังของผู้ชายที่หายลับไปกับบานประตูก่อนจะเบือนสายตาออกไปรอบๆ


ห้องของคีรติจะเป็นห้องทำงานขนาดใหญ่ที่มีหลายฟังก์ชันการใช้งานรวมกันอยู่ด้านใน มีห้องอื่นๆแยกออกไปตามความเหมาะสมของงานที่รับผิดชอบ ห้องที่เขาอยู่เป็นห้องบนชั้นสูงของตึก มีกระจกรอบด้านที่ยอมให้แสงสว่างลอดผ่านม่านผืนใหญ่ ตกแต่งด้วยสีโทนอุ่นโดยมีสีครีมและสีน้ำตาลปะปนกันเข้ากับผนังหินอ่อน ดวงตากลมโตทอดสายตาผ่านแว่นกลมไปยังโต๊ะทำงานกลางห้องที่วางบนพื้นยกสูง สีทองของผนังตกแต่งตัดกับสีของหินอ่อนจนสวยสด ของประดับทุกชิ้นเป็นสีดำและสีทองจนทำให้ทุกอย่างดูหรูหราขึ้นทันตาเห็น ทั้งหมดคงปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่ารสนิยมของคีรตินั้นดีเสียจนเขาต้องยอมรับ


“ฮัดชิ้ว!”


ภัทรเผลอจามในตอนที่พี่เล็กออกมาจากห้องที่หายไปก่อนหน้า เจ้าตัวหัวเราะเสียงดังจนเขาตกใจ อีกฝ่ายเดินเข้ามาหาแล้วเอ่ยถามอีกรอบ


“มียารึเปล่า? พี่มีอยู่ที่ห้องจะเอามั้ย?”


“มีครับ แต่เป็นยาที่กินแล้วต้องนอน ภัทรกะว่าจะรอตอนเย็นก่อนแล้วค่อยกิน” เสียงเขาอู้อี้ มือถูจมูกจนแดงก่ำ


“อ่านั่นสิ กลับไปก็กินข้าวกินยาล่ะ พรุ่งนี้ไม่ไหวก็ขอคุณคีเขาลานะ” อีกคนแสดงความเป็นห่วงเป็นใย ภัทรยิ้มหวานส่งไปให้ก่อนจะรับคำ


“ได้ครับ”


“มีอะไรกัน?” คีรติเอ่ยถามในตอนที่เดินตามมา รอยยิ้มที่มีกลับน้อยลงเรื่อยๆเมื่อเลขาคนเก่งอยู่ตรงหน้าเจ้านายสุดเนี้ยบ คนตัวเล็กกว่ายืดตัวตรง จับกระดาษในมือมั่นแล้วตอบรับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง


“ไม่มีอะไรครับ พี่เล็กแค่เป็นห่วงภัทรเฉยๆ” อีกคนมีสีหน้าสงสัย


“พี่ขอตัวก่อนนะ ผมไปก่อนนะครับ” คนที่โดนพาดพิงถึงเห็นสถานการณ์ตรงหน้าแล้วรีบบอกลา ในประโยคแรกเจ้าตัวบอกเขาส่วนประโยคหลังบอกคนด้านข้างที่ตอนนี้กำลังกอดอกแล้วจ้องมาอย่างหาคำตอบ


“ไม่มีอะไรจริงหรอ?” เสียงคีรติเข้มขึ้น ภัทรยืดตัวอีกครั้ง หลบสายตาที่ยังไม่ละไปไหนอยู่อย่างนั้น


“ครับ”


“...”


“…”


“อืม” คนตัวสูงหันหลังกลับเมื่อเขาไม่ยอมพูดอะไรต่อ ทิ้งตัวลงยังโต๊ะทำงานแล้วเริ่มอ่านเอกสารที่วางอยู่อยู่อย่างตั้งใจ เมื่อเป็นดังนั้น เสียงถอนหายใจจึงดังขึ้นพร้อมกับตัวเขาที่หันหลังกลับมายังโต๊ะของตัวเองบ้างเช่นกัน


เหมือนอาการไข้จะมาไวกว่าที่เขาคิดไว้เสียแล้ว


/


ภัทรพยายามกลั้นเสียงจามให้เบาที่สุดในช่วงหลังพักกลางวัน โชคดีที่อาการคัดจมูกเริ่มเบาลงกว่าช่วงเช้าจึงทำให้เขามีสมาธิทำงานมากขึ้น มือเล็กเคาะแป้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะรีบหยิบแฟ้มเอกสารแล้วเดินเข้าห้องที่อยู่ติดกันโดยไม่ลืมเคาะประตูก่อน


“คุณคีครับ ทางบริษัทอาร์ตดีไซน์พร้อมที่ห้องประชุมแล้วครับ” เขาหยุดยืนเมื่อเดินไปไม่ถึงห้าก้าว เท้าเล็กแนบชิด ยืดตัวตรงจนเสื้อเชิ๊ตสีขาวไหวไปตามร่างกายที่ขยับ คนที่นั่งอยู่บริเวณโซฟาวางแก้วกาแฟเซรามิก ลงกับถาดรอง ใช้ผ้าซับริมฝีปากแล้วลุกขึ้นยืนพร้อมกับหยิบสูทที่แขวนไว้ขึ้นสวมโดยมีเขาช่วยอีกแรง


“ยังไม่ถึงเวลานัดไม่ใช่หรอ?”


“เขามาถึงก่อนครับ” ภัทรตอบ ไม่รู้ทำไมถึงได้ยิ้มออกไปแบบนั้นจนอีกฝ่ายเหลือบมองเป็นพักๆ มือเล็กจัดแจงปลายแขนเสื้อให้อยู่ทรง ถอยออกมาตั้งหลักเพื่อสำรวจความเรียบร้อยก่อนจะพยักหน้าให้เมื่อไม่มีอะไรที่ผิดปกติ และก่อนที่จะได้หมุนตัวกลับ คีรติกลับเอื้อมมือเข้าใกล้พร้อมกับบีบจมูกเขาไปมา


“เอ่ออ...” ภัทรอ้ำอึ้ง ไม่คาดคิดว่าจะโดนจู่โจมโดยไม่ทันได้ตั้งตัวเช่นนี้ มือใหญ่ขยับเล็กน้อยคล้ายหยอกล้อก่อนอีกคนจะโน้มตัวเข้าหาจนใจเขาเต้นแรง กระซิบข้างใบหูแล้วผละออกคล้ายไม่มีอะไรเกิดขึ้น


“เดี๋ยวนี้คนป่วยชอบโกหกหรอครับ ผมก็เพิ่งรู้”


ความจริงที่เอื้อนเอ่ยออกมาทำให้ภัทรเพียงเดินตามหลังอีกคนไปเงียบๆเท่านั้น ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันอย่างใช้ความคิด ไม่รู้ว่าคีรติจะโกรธไหมแต่ที่ทำไปเขาก็มีเหตุผล


แค่ไม่อยากเป็นคนอ่อนแอในสายตาคนอื่น


ก็แค่นั้น


ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกพร้อมกับแขกในห้องสามคนที่ลุกขึ้นพร้อมกัน คนแรกเป็นชายสูงวัยในชุดสูทสีดำสนิท สองเป็นผู้ชายชุดสูทเช่นกันแต่หน้าตาอ่อนวัยกว่าเล็กน้อย และสาม...คนที่ทำให้เขายืนตัวแข็งทื่อไม่ต่างจากคนข้างกายที่มีอาการเดียวกัน


ผู้หญิงใส่แว่นคนนั้น กับท่าทางสุภาพเรียบร้อยและรอยยิ้มอ่อนหวาน


ภัทรสูดหายใจลึก เหลือบมองเจ้านายที่กระแอมในลำคอแผ่วเบาแล้วเดินไปนั่งยังหัวโต๊ะ


“เชิญนั่งครับ” ถึงแม้จะมีอาการประหม่าแต่คีรติก็เก็บมันไว้ได้เป็นอย่างดี เจ้าตัวผายมือเป็นการเชื้อเชิญจนทุกคนในห้องนั่งลงอย่างพร้อมเพรียง


“วันนี้คุณดนัยมีเรื่องอะไรครับ?” คนตัวสูงเอ่ยถาม ก่อนที่เราจะเริ่มต้นงานใหม่โดยมีสายตาเขาที่มองแฟนเก่าของใครบางคนอยู่เป็นระยะ


และเช่นเดียวกันกับสายตาเรียวรีคู่นั้น


ที่ไม่ได้จับจ้องมายังตัวเองอย่างที่เคยเป็น


การประชุมครั้งนี้ใช้เวลาไม่นานเท่าที่คาดไว้ เราสามารถเจรจากันได้โดยไม่มีอะไรติดขัด เจ้านายเขาเห็นชอบเป็นอย่างดีกับดีไซน์ใหม่ของงานที่อีกฝ่ายนำเสนอ เราเตรียมหารือกันในครั้งหน้าโดยมีคณะกรรมการชุดใหญ่เข้าร่วม เขาและคีรติขอตัวกลับเมื่อมีงานที่ต้องจัดการให้แล้วเสร็จจึงเดินล่วงออกมาก่อน แต่ถึงอย่างนั้น ก็มีอีกหนึ่งคนที่เดินตามมาพร้อมกับรั้งข้อมือใหญ่เอาไว้


“คุณคีคะ”


วิภาวีเอ่ยทักก่อนจะรีบปล่อยมือเมื่ออีกคนหันกลับมามองด้วยความแปลกใจ ก่อนสีหน้าบนใบหน้าคมคายจะเปลี่ยนไปจากที่เขาเคยเจอ


ทั้งสับสน ยินดี และห่วงหา


“วิขอเวลาสักครู่ได้ไหม” หญิงสาวเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มจาง คีรตินิ่งไปสักพัก มองหน้าเขาสลับกับอีกฝ่ายไปมาก่อนจะออกคำสั่ง


และลูกน้องอย่างเขา มีหรือที่จะเคยขัด


“ภัทรขึ้นไปก่อน เดี๋ยวผมตามไป”


“ครับ” ถึงแม้จะได้ยินแบบนั้น แต่ยังไงใจเขาก็ยังมีความรู้สึกกระวนกระวายอยู่เต็มไปหมด สองมือเล็กจับแฟ้มแน่นกว่าเก่า ค่อยๆเดินถอยหลังจากมาพร้อมกับรอยยิ้มเช่นกัน


เป็นยิ้ม...ที่เขาไม่มีความสุขเวลาที่ได้ยิ้มเลยแม้แต่นิด


ปัก!


เมื่อถึงทางแยกของโถงยาว แผ่นหลังเล็กจึงทิ้งน้ำหนักเข้ากับกำแพงด้านข้าง พยายามลบความรู้สึกที่อยู่ในดวงตาของคนตัวสูงให้หมดไปแต่ทำอย่างไรมันก็ยังติดตรึงใจเขาอยู่อย่างนั้น


เพราะเขากำลังกลัว กลัวว่าอีกคนจะเปลี่ยนไปไม่เป็นดังเก่า


และบางครั้ง เขาก็รู้สึกแย่ที่ต้องตกอยู่ในสถานะของคนที่มาทีหลัง


มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด


ภัทรยกแฟ้มในมือขึ้นกอด พยายามบังคับตัวเองให้หอบหายใจเป็นจังหวะ ก่อนที่จะชะโงกหน้าแอบมองสองคนที่ยืนอยู่แล้วพบว่าเขานั้นคิดผิดถนัด


เพราะสายตาและรอยยิ้มหวานที่คีรติมีให้อีกฝ่ายกลับดูสดใสมากกว่าตอนที่อยู่กับเขาหลายเท่า


ความผิดหวังที่อยู่ในใจเริ่มก่อตัวขึ้นจนบางคนแทบไม่รู้ตัว ภัทรไม่รู้ว่าต้องทำแบบไหนในเมื่อสถานะระหว่างเขาและคีรติมันช่างคลุมเครือจนเดาไม่ถูก อีกฝ่ายไม่มีอะไรที่แน่ชัดมอบให้ และเขาก็ไม่กล้าเอ่ยถามเพราะกลัวว่าความต้องการจะสวนทางกับความเป็นจริง


กลัวว่าจะผิดหวัง เพราะเขาเองก็ไม่ได้ล้อเล่นกับทุกความรู้สึกที่มีให้อีกคนเลยสักนิด


แต่ไม่รู้ว่าคีรติจะคิดแบบนั้นเหมือนกันรึเปล่า


“งั้นเย็นนี้ไปทานข้าวด้วยกันไหมครับ?”


เขาไม่รู้เลยจริงๆ


/


และกลับกลายเป็นว่าภัทรไม่มีสมาธิอีกเลยตลอดช่วงบ่ายของวัน ทั้งงานที่ต้องทำให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนดก็ส่งล่าช้าจนโดนดุกลับมาจากแผนกอื่น ทั้งอาการหวัดที่ยังไม่หายดีและตอนนี้ความรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวก็กลับมาเล่นงานเขาอย่างหนัก ไม่รวมสายตาอีกคู่ที่มองมาเป็นพักๆจากโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ตรงหน้า


ทุกอย่างไม่ควรเกิดขึ้นในวันเดียวกันเลยจริงๆ


ติ๊ง!
ติ๊ง!
ติ๊ง!

“อ๊ะ!”


ข้อความมากมายเด้งขึ้นบนหน้าจอเมื่อเขาเผลอกดปุ่มอะไรสักอย่างเข้าให้ ตัวอักษรที่เลื่อนไปมาทำเอาภัทรกุมขมับ งานเขายังไม่ทันเสร็จและตอนนี้คอมพิวเตอร์ก็เริ่มจะมีปัญหาเข้าซะแล้ว


คนตัวเล็กยกโทรศัพท์ ต่อสายตรงเข้ากับระบบไอทีอย่างร้อนรนใจและไม่นาน ผู้ชายที่พอคุ้นหน้ากันดีก็เข้ามาช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น


“อาการมันเป็นยังไงครับคุณภัทร?” อีกฝ่ายถาม มีรอยยิ้มประดับตลอดเวลาตามประสาคนอารมณ์ดี


“เหมือนภัทรจะไปกดโดนปุ่มอะไรสักอย่าง หน้าจอเลยรวนแบบนั้น”


“อ่อ พอจะจำได้ไหมครับว่าปุ่มไหน?”


“ไม่ได้เลยครับ” เขาส่ายหน้า อีกคนหัวเราะเบาๆก่อนจะตอบรับ


“ฮ่าๆ โอเคครับ รอสักครู่นะเดี๋ยวผมดูให้” รุ่นน้องฝ่ายไอทีก้มๆเงยๆกับหน้าจออยู่พักใหญ่ สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดเมื่อได้เริ่มแก้ไขจุดที่บกพร่อง ภัทรยืนเคียงข้างเพื่อแสดงความเป็นห่วงเป็นใย และทั้งหมดก็ตกอยู่ในสายตาของคนที่นั่งทำงานบนโต๊ะอยู่ตลอดเวลา


ดวงตากลมโตบังเอิญสบกับสายตาเย็นที่ส่งให้ เขาเบือนหน้ากลับเมื่อนั่นไม่ได้ทำให้รู้สึกเกรงกลัวแต่อย่างใด เมื่อเช่นนั้น ภัทรจึงเอาแต่สนใจกับผู้ชายด้านข้างมากกว่าเจ้านายที่นั่งอยู่


“น่าจะประมาณนี้นะครับ คุณภัทรลองดูก่อน” ผู้ชายผมจุกใช้มือลูบคางเมื่อคลิกเมาส์เสร็จ ลุกขึ้นให้เขานั่งยังเก้าอี้ตัวเดิมแล้วเท้าแขนวางไว้เมื่อชี้ไปยังหน้าจอเพื่ออธิบาย


“กดตรงนี้...กดตกลง...ต่อไป...ครับ...ใช่ครับ”


“ฮึ่ม!” เสียงดังขัดจังหวะทำให้เราหันไปมองยังทางเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง คีรติถอนหายใจ ส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วก้มทำงานต่อโดยยังไม่หลุดมาดน่าเกรงขามเลยสักนิด ภัทรดันแว่นขึ้น เงยมองคนที่คร่อมตัวเองอยู่กลายๆแล้วส่งยิ้มเป็นเชิงขอบคุณ


“ได้แล้วครับ น้องแม็คเก่งจัง”


“ไม่เก่งหรอกครับ” คนที่ยืนอยู่เกาหัวคล้ายเขินอาย ก่อนจะผละออกแล้วถามย้ำให้แน่ใจ “ใช้ได้แน่แล้วนะครับ?”


“ครับ เป็นเหมือนเดิมทุกอย่างเลย”


“งั้นผมขอตัวก่อนนะ มีอะไรก็โทรหาได้เลย” อีกคนยักคิ้วเป็นเชิงหยอกล้อ เขาหัวเราะตามก่อนที่แผนการใหม่จะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง


ในเมื่อคุณไปทานข้าวกับคนอื่นได้ เขาเองก็ไปทานข้าวกับคนอื่นได้เหมือนกัน


“เพื่อเป็นการขอบคุณ ให้ภัทรเลี้ยงข้าวสักมื้อได้ไหมครับ?”


เสียงที่เอื้อนเอ่ยดูจะตั้งใจให้ดังมากกว่าเก่าหนึ่งระดับ เผื่อแผ่ไปยังคนที่นั่งทำงานร่วมห้อง คีรติชะงักมือค้างกลางอากาศแม้จะยังไม่หันมามอง แต่นั่นเขาก็พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายรับรู้ทุกอย่าง


“ไม่เป็นไรครับ ผมเกรงใจแย่” อีกคนรีบปฏิเสธในทันที


“ถือว่า เป็นการชดเชยที่คราวที่แล้วภัทรไม่ได้ไปด้วยแล้วกันครับ” คราวนี้ มือเล็กเอื้อมไปจับแขนไว้เพื่อขอร้อง และนั่น...สมองเขาก็คำนวณมาเป็นอย่างดีว่ามันจะได้ผล


ทั้งกับคนนี้


และกับคนนั้น


“เอ่อ..”


“นะครับ” สายตาและน้ำเสียงออดอ้อนเพิ่มมากขึ้นเท่าตัวกลัวว่าจะไม่เป็นไปตามแผน เมื่อโดนเล่นงานเข้าอย่างจัง มีหรือคนที่แอบหวังบางอย่างจะไม่สมยอม


“ก็ได้ครับ”


ปัง!


เสียงปิดประตูห้องดังสนั่นเมื่อมีคนทนไม่ไหวจนต้องเดินออกไปข้างนอก รุ่นน้องมองตามอย่างหวาดหวั่นแต่ภัทรก็กระตุกมืออีกครั้งให้อีกคนหันกลับ รอยยิ้มหวานถูกนำมาใช้งานจนเขาคิดว่าอาจจะเป็นวันที่เขายิ้มมากสุดแล้วก็ได้ ภัทรใช้นิ้วโป้งไล้แขนอีกคนไปมาเพื่อเบี่ยงความสนใจ เอื้อนเอ่ยถ้อยคำให้สัญญาว่าดินเนอร์ของเขาทั้งคู่ไม่ได้เป็นแค่เรื่องโกหก


“เจอกันตอนเย็นนะครับ”


/


ไม่ใช่เรื่องยากถ้าอยากรู้ว่าร้านอาหารร้านไหนที่คีรติพาสาวๆมาทานข้าวด้วยบ่อยๆ เป็นร้านอาหารบรรยากาศดี ตกแต่งหรูหรา ราคาแพงหูฉี่


และแน่นอน...เขาเองก็เลือกร้านนั้นสำหรับมื้อค่ำในเย็นนี้


ร่างโปร่งเลือกที่นั่งในมุมมืด ไม่ยากเกินไปที่คนอย่างเจ้านายจะสามารถมองเห็นได้จากที่ไกล และไม่ยากเกินไปถ้าเขาจะจัดแจงไม่ให้รุ่นน้องเห็นอีกคนร่วมด้วย มื้อเย็นผ่านไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่ทำให้บรรยากาศร่าเริงอยู่ตลอด เจ้าตัวเล่นมุกบ้าง หยอดเขากลับบ้างเมื่อมีจังหวะ แต่ถึงอย่างนั้น ภัทรก็ไม่ได้ลุ่มหลงอีกฝ่ายมากไปกว่าเก่า


เพราะเขาไม่สามารถรักใครได้อีกนอกจากคนที่แอบมองมาเป็นระยะ


เราบอกลากันที่หน้าคอนโดแห่งใหม่ที่เขาเพิ่งซื้อได้ไม่นาน ถ้าไม่ติดว่าอาการป่วยเริ่มกลับมาเล่นงานในตอนเย็นเขาคงได้ใช้เวลากับอีกคนให้มากกว่านี้อีกสักนิด ภัทรหมุนตัวกลับถอนหายใจยาวเพราะเอาจริงๆแล้วเขาก็เพิ่งรู้ว่าตัวเองไม่ได้รู้สึกสบายใจแบบนี้มาสักพักใหญ่


เท้าเล็กก้าวไปตามทางที่ไฟส่องสว่าง ผ่านสวนต้นไม้ที่ปลูกไว้อย่างสวยงามก่อนที่จะเข้าไปยังด้านในตัวตึก ในมุมหนึ่งของลานจอดรถกลับมีแรงรั้งข้อมือเขาไว้จนร่างโปร่งสะดุ้งจนสุดตัว


“!!”


ร่างเขาลอยหวือจนเกือบจะชิดแผงอกของคนตัวสูง ภัทรกำแขนแกร่งไว้แน่นเพื่อทรงตัว กลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อเห็นว่าใบหน้าหล่อเหลามีแต่อารมณ์ที่พร้อมจะปะทุออกมาได้ทุกเมื่อ


“ไปไหนมา” เสียงเข้มเอื้อนเอ่ยพร้อมกับแรงจากมือที่เพิ่มขึ้น เขาพยายามจะบิดแขนออกจากการเกาะกุมเพราะเริ่มรู้สึกเจ็บจนทนไม่ไหว


“ปล่อยภัทรก่อนครับ”


“ผมถามว่าคุณไปไหนมา!” คีรติออกแรงกระชากอีกครั้ง ครั้งนี้ภัทรใช้มือดันร่างกายอีกคนเอาไว้ไม่ให้เข้าใกล้


“ภัทรเจ็บ”


“ทำไมไม่ตอบ?” อีกฝ่ายจ้องหน้าเขา ดวงตาเรียวรีมองเขม็งอย่างคนไม่พอใจ


“คุณเห็นว่าภัทรไปที่ไหนมาก็ที่นั่นแหละครับ” เมื่อพันธนาการที่แขนมันเกินจะห้ามไหว เขาจึงหยุดดิ้นแล้วเงยหน้าขึ้นเพื่อตอกกลับบ้าง


“เหอะ! ทานข้าวกับผู้ชายคนใหม่ของคุณน่ะหรอ?”


“เขาไม่ใช่ผู้ชายคนใหม่ของภัทร!”


“ไม่ใช่คนใหม่แล้วมันเป็นใคร!?”


“แฟนเก่ามั้งครับ!” ร่างโปร่งกัดฟันตอบ หอบหายใจหนักไม่ต่าง ในเมื่ออีกคนอยากเล่นสงครามประสาทมากนักเขาก็ยินดี


“...” คีรติยืนนิ่ง คงจะตกใจไม่น้อยที่เขาพูดไปแบบนั้น ร่างกายที่อ่อนล้าเริ่มหมดแรงจะขัดขืน อุณหภูมิที่ร้อนจัดทำเอาคนตัวสูงแปลกใจแต่ก็ไม่เท่าความสงสัยที่ยังคงอยู่


“แล้วภัทรถามคุณบ้างได้ไหมล่ะ?”


“...” อีกฝ่ายเงียบ


“ว่าคุณคีไปทานข้าวกับใครมา?” มือใหญ่ปล่อยข้อมือเขาให้เป็นอิสระ ถอนหายใจออกมาก่อนจะพิงไปที่ตัวรถที่อยู่ด้านหลัง “ย้ำให้ภัทรมั่นใจแบบที่คุณชอบพูดสิ บอกภัทรว่าภัทรไม่ได้คิดไปเอง”


เมื่อความเงียบเป็นคำตอบ เขาจึงไม่คาดคั้นอะไรต่อนอกจากหอบหัวใจที่มันไร้ความรู้สึกแล้วหันหลังกลับช้าๆ ดวงตากลมโตหลับลงพร้อมกับพร่ำบอกตัวเองซ้ำๆว่าไม่เป็นไร


แต่แล้วอีกฝ่ายก็รั้งเอาไว้จากแรงแผ่วเบาที่ข้อมือพร้อมกับดึงเขาเข้าสบตาอีกครั้ง


เอาล่ะ...เขาคิดว่างานน้ำตามันต้องมาเสียหน่อย


ความรู้สึกเสียใจปนกับอารมณ์หลากหลายที่วนเวียนกันกลั่นกรองออกมาเป็นหยาดน้ำใสที่รื้นขึ้น ดวงตาคู่สวยจ้องมองผ่านเลนส์แว่นอย่างไม่คิดจะหลบ เป็นครั้งแรกที่เขาเงียบพร้อมกับกำมือไว้แน่น และเป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่เขาเห็นสีหน้าตกใจของคนอายุมากกว่า


คีรติยืนนิ่ง คำพูดที่จะบอกกล่าวถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อมีน้ำตาหนึ่งเม็ดร่วงหล่น คนข้างกายเบือนหน้าไปทางอื่นเพื่อปกปิดมันเอาไว้จนมือใหญ่ต้องจับไหล่ให้หันมาอย่างแผ่วเบา เขาดึงภัทรเข้าในอ้อมกอด ความรู้สึกผิดวนเวียนอยู่ซ้ำๆจนคำว่าขอโทษยังไม่กล้าที่จะเอื้อนเอ่ย


เสียงสะอื้นมาพร้อมกับมือที่กำเสื้อเอาไว้แน่น เขาลูบศีรษะอีกฝ่ายไปมาคล้ายกลังปลอบประโลม


“ขอโทษนะครับ...”


เสียงเจ้าตัวแหบแห้ง ไม่ต่างจากเสียงของคนในอ้อมกอดมากเท่าไหร่


“ขอโทษที่ทำให้คุณต้องร้องไห้”


“…”


”…”


“สัญญาได้ไหม…” ภัทรใช้สถานการณ์ตรงหน้าเดิมพัน “...ว่าจะไม่ไปกับเขาอีก”


“…”


“…”


“ครับ”


และใช้สถานการณ์ตรงหน้าปกปิดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เขาเก็บมันไว้ไม่มิด


“ผมสัญญา”



อย่างน้อย...น้ำตาที่เสียไปก็สามารถตัดคู่แข่งคนสำคัญไปได้อีกหนึ่ง



#คุณไม่ตรงปก


171218
before30october




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-12-2018 16:53:09 โดย before30october »

ออฟไลน์ ก้อนขี้เกียจ

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 616
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
คุณคีตกลงไปในหลุมลึกมาก555555

ออฟไลน์ Cyclopbee

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 178
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
เรียบร้อย

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8460
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
 :z1: :z1: :z1: ภัทรนี้สุดยอดจริงๆ นึกว่าดูละครหลังข่าว

ออฟไลน์ anntonies

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 895
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
ร้ายสุดดดดดด :hao7:

ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7058
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-6
เอาละจ้า ปล่อยของรัวๆ

ออฟไลน์ bowbeauty

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 312
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +32/-0
ร้ายมากกกกกกก แซ่บบบบบ ต้องซี๊ดดดปาก

ออฟไลน์ JokerGirl

  • ∀Σ❤∀ΔΣ Forever^^
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3050
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +128/-3
ภัทรคือคำนวณมาหมดแล้ว o13

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1837
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
โอ้โหร้ายยยยยยยยยย
คุณคีจะตามทันมั้ย :hao7:

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4158
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
พลิกทุกวิกฤติให้เป็นโอกาส  :hao7:

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3495
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4

ออฟไลน์ shoi_toei

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4609
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +222/-26
กะให้ปีนขึ้นจากหลุมไม่ได้เลยจ้าาา

ออฟไลน์ oiw08

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 62
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
น้องภัทรแผนการแยบยลมาก. 
สนุกมากค่ะ 

ออฟไลน์ Majariga

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 451
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
วี๊ดดดดด ยัยภัทรร้ายกาจมากกกกกกกก   :hao7:


ออฟไลน์ JustWait

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3459
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-4

ออฟไลน์ Tiffany

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1179
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
นับถือความเจ้าแผนการของน้องภัทรจริงๆจ้า

ออฟไลน์ OoniceoO

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 983
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-2
โดนดูดเข้าไปในหลุมดำแลัว

ออฟไลน์ before30october

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 70
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2




คุ ณ ไ ม่ ต ร ง ป ก


ตอนที่ 10 : สำคัญ


_________



ภัทรแทบจะไม่เชื่อเมื่อคีรติเป็นฝ่ายร้องขอมาส่งเขาที่ห้องในยามดึก อาจเป็นเพราะอุณหภูมิร่างกายที่สูงจัดจนเจ้าตัวเกิดสงสัยและเขาก็บอกอาการตัวเองออกไป นั่นทำให้อีกฝ่ายไม่ปล่อยให้เขาห่างกายเลยแม้แต่น้อย


“น้ำเปล่าครับ”


“ขอบคุณครับ” เขาวางแก้วใสลงบนโต๊ะกลางขนาดเล็ก คนที่นั่งอยู่บนโซฟามองมาด้วยความเป็นห่วง


“เอ่อ..คือ...”


“ผมเข้ามาวุ่นวายเกินไปรึเปล่า?” เจ้านายเขาถาม สองมือประสานกันไว้ด้านหน้า


“เปล่าครับ ภัทรแค่รู้สึกเกรงใจนิดหน่อย”


“เกรงใจทำไม ผมสิต้องเกรงใจเพราะนี่มันห้องภัทร” อีกฝ่ายแย้ง จ้องมองเขาไม่วางตา “เดี๋ยวผมก็กลับแล้วครับ ไม่ต้องเป็นห่วง”


“…” เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับไป อาจเพราะสมองไม่ค่อยประมวลผลมากเท่าไหร่จากอาการที่เป็นอยู่


“ไปอาบน้ำได้แล้วภัทรจะได้รีบนอน วันนี้คุณเหนื่อยมาทั้งวัน”


เมื่อได้ยินดังนั้นร่างโปร่งจึงขอตัวลาแยกเข้ามาในอีกห้อง สายตากวาดมองไปทั่วเพราะกลัวว่าจะมีอะไรผิดสังเกต เมื่อพบว่าทุกอย่างปกติดีจึงถอดแว่นวางไว้ที่โต๊ะแล้วหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำอย่างเร็วไว


สายน้ำอุ่นที่ไหลผ่านร่างกายพอจะทำให้เขาสบายตัวขึ้นมากโข มือเล็กลูบไล้ไปจนทั่วผิวเนื้อเนียน สูดกลิ่นหอมอ่อนของครีมอาบน้ำที่ชื่นชอบจนพอใจแล้วรีบเปลี่ยนเป็นชุดนอนในทันทีที่แล้วเสร็จ เขาไม่ลืมที่จะหยิบแว่นติดตัวมาด้วยเมื่อเดินออกมาหาคนที่รออยู่ ใช้ผ้าเช็ดนิดหน่อยเมื่อเห็นว่ามันขุ่นมัวเล็กน้อยจากการใช้งาน


“รอนานมั้ยครับ” เขาเอ่ยทักคนที่ยืนอยู่หน้าผนังกระจกบานใหญ่ สายตาทอดมองไปยังภาพวิวยามดึกแน่นิ่ง สองมือล้วงเข้ากับกระเป๋ากางเกงไว้อย่างภูมิฐาน เจ้าตัวเหลือบมองเขาที่ยืนข้างกายก่อนจะยิ้มให้


“อาบน้ำเสร็จแล้วหรอ?”


“ครับ” ภัทรตอบรับ มองเห็นเสี้ยวใบหน้าของคนที่มองไปยังที่เก่าด้วยความรู้สึกหลากหลาย 


จากที่เป็นเพียงความฝัน แต่คนตรงหน้าที่ยืนอยู่นั้นกลับบ่งบอกว่าทุกอย่างเป็นเรื่องจริง


เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้อีกฝ่ายมาครอบครอง การที่คีรติหันมามองก็ถือว่าเพียงพอมากแล้วสำหรับการทำทุกอย่าง ถึงแม้จะต้องการมากกว่านั้น แต่ภัทรก็คอยย้ำตัวเองอยู่ตลอดให้เตรียมรับมือกับความเสียใจที่มันจะเกิด ทั้งๆที่เขาไม่รู้เลยว่าจะสามารถรับมือกับมันได้หรือไม่เพราะตอนนี้ตัวเขาเองกลับมีความสุขเสียจนไม่อยากจะผิดหวัง


คีรติเลื่อนมายืนด้านหลัง แขนแกร่งโน้มเอวคอดให้เข้าชิดตัว ใบหน้าคมคายเกยไว้กับไหล่เล็กจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจที่เป็นจังหวะ


“คุณคีครับ เดี๋ยวคุณจะติดหวัด” ภัทรพยายามดันตัวออกถึงแม้จะอยากอยู่อย่างนั้นให้นานกว่าเดิมสักหน่อย แต่เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่สบายแบบเขาเข้าจึงต้องหักห้ามใจเอาไว้อย่างหนัก


“นานๆทีจะได้กอดภัทร จิตใจคุณจะไล่ผมให้ได้เลยหรอ?” เสียงอีกคนออดอ้อน คนในอ้อมกอดแก้มขึ้นสีเมื่อได้ยินเช่นนั้น


ก็คีรติน่ะ มีมุมแบบนี้ให้เห็นเสียที่ไหน


“ภัทรไม่ได้อยากไล่ แต่ถ้าคุณไม่สบายขึ้นมามันจะแย่เอานะครับ” เขาบอกเหตุผลที่อยู่ในใจ แต่เมื่อพูดจบ พันธนาการที่รั้งตัวเองอยู่กลับแน่นขึ้นกว่าเก่า แถมมีสัมผัสจากริมฝีปากหยักกดลงที่ข้างแก้มแผ่วเบา...และเชื่องช้า


“ถ้าไม่สบายผมก็ยอม” อีกคนกระซิบชิดใบหู และเขาก็รู้ความจริงเพิ่มอีกหนึ่งข้อ


คววามจริงที่ว่าคีรตินั้นปากหวานยิ่งกว่าอะไรดี


“อืออ” ร่างโปร่งตัวแข็งทื่อ ครางฮือพร้อมกับเอียงคอหลบจมูกโด่งที่เริ่มซรุกไซร้ไปมาอย่างคนเอาแต่ใจ ได้ยินเสียงอีกฝ่ายหัวเราะในลำคอเมื่อได้แกล้ง


“พอเลยครับ” เขายั้งไว้ด้วยคำพูด สองมือจับแขนอีกคนไว้แน่นพร้อมกับหันไปมอง แต่นั่นทำให้ภัทรรู้ตัวว่าตัวเองกำลังตกหลุมพรางของคีรติเข้าให้เมื่อในตอนนี้ใบหน้าที่ยื่นเข้าใกล้ห่างออกไปเพียงไม่กี่เซ็น


“ไม่พอหรอก” อีกคนยิ้มมุมปาก “กับภัทรน่ะ ยังไงก็ไม่เคยพอ”


ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ความร้อนบนร่างกายยังไม่เลือนหาย และก่อนที่อีกคนจะได้รับสัมผัสที่พอใจ เขาก็ตัวโยนพร้อมกับใช้มือเลื่อนปิดปากเอาไว้แล้ว...


“ฮัดชิ้ว!”


คราวนี้คีรติชะงักนิ่ง เจ้าตัวคงอยากโทษอาการไข้ก็ในตอนที่อะไรหลายๆอย่างมันไม่เป็นดังใจ อาการขัดเขินทำให้ภัทรดิ้นไปมาจนอีกคนต้องยอมปล่อย


“ภัทร...มีน้ำมูก...ขอตัวไปเช็ดก่อนเดี๋ยวมันจะไหล” คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้น เส้นผมปรกลู่ลงตามแรงโน้มถ่วง แว่นที่ใส่อยู่ขยับไปมาตามจังหวะที่เคลื่อนตัว


“คุณกินยารึยัง?”


“ยังเลยครับ”


“อยู่ไหน?” เหมือนอีกคนจะถามถึงยาที่เขาซื้อไว้เมื่อวันก่อน ร่างโปร่งชี้ไปยังลิ้นชักที่อยู่ในห้องครัวก่อนที่จะมีคนหายลับไปแสนนานในตอนที่เขาซับทิชชู่เข้ากับจมูก


“อ่า ผมไม่รู้ว่าคุณต้องกินอันไหนบ้าง แต่มีสามอันนี้ที่กินหลังอาหารและ...อันนี้ก่อนนอน” เจ้าตัวเอียงคอลง ขมวดคิ้วมุ่นเมื่อจับซองใสตรงหน้าเพื่ออ่านฉลาก วางแยกมันไว้เป็นสามกองก่อนตามการใช้งาน


“มีลดน้ำมูก แก้อาการเจ็บคอแล้วก็...ภัทรยิ้มอะไร?” คีรติเอ่ยถามเมื่อเห็นเขาจ้อง ขมวดคิ้วอยู่อย่างนั้นด้วยความสงสัย


“ภัทรก็มองคุณคีไง”


“แล้วทำไมต้องยิ้มด้วย ผมทำตัวแปลกๆรึเปล่า?”


“ไม่ครับ” ภัทรตอบ เท้าแขนสองข้างไว้ที่เคาน์เตอร์ห้องครัว ยิ้มกว้างขึ้นกว่าเก่ายามที่บอกความจริงออกไป


“…”


“คุณน่ารักมากเลยต่างหาก”


คำชมพร้อมดวงตาที่หยีลงเป็นเส้นโค้งทำเอาคนตัวสูงค้างมือไว้กลางอากาศ ก่อนที่จะหัวเราะบางเบาแล้วหันกลับไปยุ่งกับของตรงหน้าต่อ


“ไม่เท่าภัทรหรอก” เจ้าตัวอมยิ้ม ก่อนจะแกะยาที่อยู่ในซองใสออกมาแล้ววางบนมือ รินน้ำเปล่าจนเต็มแก้วแล้วยื่นให้เขาที่ยืนด้านข้าง


“กินยาแล้วจะได้รีบนอน”


“ครับ” ภัทรตอบรับ แต่ก่อนที่จะได้รับของที่อยู่ในมือใหญ่เขากลับเดินเข้าไปจนชิด วางมือทั้งสองข้างไว้กับขอบกางเกงของอีกฝ่าย ยืดปลายเท้าเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าของเราทั้งคู่อยู่ในระดับเดียวกันแล้วแตะริมฝีปากบางลงบนริมฝีปากหยักเนิ่นนาน


“แล้วก็...” เขาผละออก ยังไม่ละมือจากเอวหนา “...ถือว่าเป็นรางวัลจากคนป่วยนะครับ”


คีรติแลบลิ้นตอนที่จ้องมองคนตรงหน้า เจ้าตัวรีบกลืนน้ำตามยาที่กินเข้าไปก่อน รสชาติของยาคงจะขมพอตัวจนทำให้ใบหน้าแหยไปพักใหญ่ก่อนที่จะกลับไปนิ่งเรียบดังเก่า


เราไม่มีบทสนทนาต่อกันเพราะเขานั้นยังไม่อยากบอกลา สองมือกอดอกเอาไว้แล้วพิงตัวมองคนข้างกายอยู่ตลอด ภัทรรีบเก็บของให้เป็นระเบียบดังเก่า เดินไปล้างแก้วน้ำแล้ววางมันไว้ที่เดิม ร่างโปร่งหยุดยืนตรงหน้าก่อนจะอ้ำอึ้งไปหลายนาที


“จะไปนอนแล้วหรอ?”


“ครับ” นานกว่าที่ภัทรจะตอบรับ เมื่อได้ยินดังนั้นคีรติเลยยืดตัวขึ้นพร้อมจะบอกลา แต่ว่ามือที่เอื้อมมาจับยังต้นแขนทำให้ต้องมองหน้าคนเจ้าแผนการอีกหนึ่งรอบ


“คุณคีครับ”


“…”


“ช่วยอยู่กับภัทรจนหลับได้ไหม?”



/



เพราะภัทรรู้ดีว่าอีกคนไม่สามารถปฏิเสธตัวเองได้ คำขอร้องที่เอ่ยออกไปจึงถูกตอบรับแต่โดยดี


เขาลดความสว่างแสงของโคมไฟเป็นระดับต่ำสุดจนภายในห้องมืดสลัว เมื่อความมืดเข้าครอบงำ ความเงียบก็ตามมาเช่นกัน


คีรตินั่งอยู่ด้านข้างโดยพิงกับหัวเตียงไว้ ต่างจากเขาเองที่นอนราบไปกับฟูกนุ่มพร้อมกับห่มผ้าแสนอุ่นจนเกือบถึงอก จมูกเขาไม่สามารถหายใจได้อีกต่อไปเมื่ออาการหวัดกำลังเล่นงานอย่างหนัก ริมฝีปากด้านบนอุ่นร้อนจากลมหายใจจนน่าหงุดหงิด ไม่ต่างจากดวงตาที่มีอาการล้าเช่นกัน


“พรุ่งนี้ก็คงไม่หายมั้งเนี่ย” อีกคนหยอกล้อ มือข้างหนึ่งพาดผ่านศีรษะ ใช้นิ้วพันม้วนเส้นผมเขาไปมาอย่างชอบใจ


“ภัทรดูเป็นหนักเลยหรอ?”


“ปกติคุณดูสดชื่นมากกว่านี้” อีกฝ่ายตอบ จ้องมองคนที่นอนอยู่ไม่วางตา


“อืออ คงงั้นมั้งครับ” เสียงเขาอื้ออึงในลำคอ พยายามกดหัวลงกับหมอนเพื่อตั้งใจนอนอย่างเต็มที่ ดวงตากลมโตปิดลงอย่างที่เคยทำ บังคับลมหายใจเข้าออกให้เป็นจังหวะแต่ถึงอย่างนั้น ภัทรก็ไม่สามารถหลับลงได้เลยแม้แต่นิด


เมื่อความพยายามถูกล้มเลิก เขาจึงเปลี่ยนมาช้อนมองคนที่นั่งด้านข้าง สบตากับคนที่มองมาไม่ละสายตาไปไหน ร่างเล็กขยับตัวเข้าไปจนชิด แบมือไว้กับขาของอีกฝ่ายก่อนจะเอื้อยเอ่ยคำขอครั้งที่สองของค่ำคืน


“ถ้าไม่มากจนเกินไป ภัทรขอจับมือหน่อยได้ไหมครับ?”


ถึงแม้อาการป่วยจะไม่ได้อยู่ในแผนการที่วางเอาไว้ แต่การอ้อนให้ตายใจก็เป็นผลพวงที่ดีไม่น้อย


สัมผัสอุ่นจากมือใหญ่ทำให้เขายิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ร่างโปร่งครางฮรือในลำคอย่างพอใจเมื่ออีกฝ่ายออกแรงให้มือเรากระชับแน่นกว่าเดิม ไม่ต่างจากคีรติที่มองเขาอย่างอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน


“ชอบจังเลยครับ” เสียงเขาแทบฟังไม่ได้ศัพท์เมื่อดึงมืออีกคนแนบที่แก้ม ปล่อยให้ลมหายใจของตัวเองรดลมอุ่นอยู่อย่างนั้น


“ภัทรน่ะ...ชอบผมหรือชอบที่ได้จับมือผมกันแน่?” คนเจ้าเสน่ห์ถามคำถามที่ทำให้หัวใจเขาเต้นรัว คีรติรู้ดีว่ายังไงเขาก็ไม่สามารถมีทางหนีทีไล่ได้อีกแล้ว


“ภัทรไม่ตอบได้ไหม?”


“ได้ครับ” อีกคนพยายามดึงมือออกเพื่อกลั่นแกล้งเมื่อไม่ได้คำตอบที่พอใจ คนอายุน้อยกว่าทำหน้าบึ้งก่อนจะสอดนิ้วเข้าหามือนั้นจนอีกคนหัวเราะ


“แกล้งคนป่วยไม่ดีนะครับ คุณคีรู้ใช่ไหม?”


“รู้ครับ แกล้งคนป่วยน่ะไม่ดี แต่แกล้งภัทรนั่นก็อีกเรื่อง โอ๊ย”


มือเล็กถือวิสาสะหยิกเข้ากับผิวเนื้อต้นขาอีกฝ่ายในทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ความกล้าจากอาการป่วยทำให้เขากล้ามากพอที่จะหยิกขาเจ้านายได้โดยไม่กลัวว่าจะโดนไล่ออก มือใหญ่ลูบบริเวณที่ตัวเองโดนทำร้ายซ้ำๆ ก่อนจะนำมันวางไว้ที่เก่าแล้วลูบหัวเขาไปมา


ถึงจะบอกว่าอายุเท่านี้แล้วก็ตาม แต่ยังไงความอบอุ่นก็ยังเป็นสิ่งที่คนเราต้องการมันอยู่เสมอ


“คุณคีแน่ใจหรอครับ เรื่องที่ให้สัญญากับภัทร?” เมื่อเราเงียบกันทั้งคู่ เขาจึงเลือกที่จะถามสิ่งที่ยังค้างคาในใจมาโดยตลอด


“เห็นผมเป็นคนชอบโกหกหรอไง?”


ภัทรเป็นฝ่ายเงียบเมื่ออีกคนตอบกลับมาแบบนั้น เป็นความจริงที่คีรติไม่ใช่คนขี้โกหก แต่มันไม่ใช่กับตัวเขาเอง บางทีภัทรก็รู้สึกไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำทุกอย่างไปทำไม แค่ให้ได้อีกคนมาครอบครองแต่กลับต้องแลกด้วยการโป้ปดนับพันครั้งเขาเองก็ไม่ได้มีความสุขเสียเท่าไหร่


และบางครั้ง เขาก็อยากกลับไปเป็นภัทรคนเดิมที่เป็นตัวเขาโดยไม่ต้องกังวลอะไร แต่ก็กลัวว่าระหว่างเราทั้งคู่จะเปลี่ยนไปไม่เหมือนที่เป็นอยู่


เพราะตอนนี้ทุกอย่างมันดีเอาซะมากๆ


ดีเสียจนคนอย่างเขาต้องยอมหลอกลวงอีกฝ่ายไปเรื่อยๆ


“เปล่าครับ” มือเล็กบีบมือแกร่งเป็นจังหวะ เกาะกุมไว้แน่นเพราะกลัวว่าจะมีคนปล่อยมันจนหวั่นใจ


“ภัทรประชดผมหรอที่ออกไปทานข้าวกับเขา?” คีรติเอ่ยถาม ร่างโปร่งเม้มปากแน่นก่อนที่จะเลือกบอกความจริงให้ได้รับรู้


“ครับ”


“นิสัยไม่ดีเลยนะ”


“แต่คุณก็นิสัยไม่ดีมากกว่าที่ไปทานข้าวกับแฟนเก่า” นิสัยดื้อรั้นถูกเผยให้เห็นเพียงเพียงเสี้ยววิ ภัทรชะงักนิ่ง สายตาเหลือบมองไปทางอื่นเมื่อเผลอลืมตัวชักเสียงเข้าสู้


“ผมขอโทษนะครับที่ไม่บอกให้คุณรู้ก่อน” เสียงอีกคนอ่อนลงกว่าเดิม นิ้วมือที่พันไล้กับเส้นผมเลื่อนมาเกลี่ยที่แก้มจนรู้สึกวาบหวิว


ตามความเป็นจริงแล้วคีรติแทบไม่ต้องเอ่ยขอโทษเลยด้วยซ้ำ เพราะสถานะของเราที่มันยังก้ำกึ่งและไม่มีอะไรชัดเจนเลยแม้แต่อย่างเดียว


ทุกอย่างยังดูคลุมเครืออยู่โดยตลอด


ทั้งที่ผ่านมาและที่กำลังจะผ่านไป


“โกรธผมอยู่รึเปล่า?”


“ภัทรโกรธได้ด้วยหรอครับ?” คนตัวเล็กยิ้ม เป็นยิ้มที่มอบให้กับตัวเองเมื่อมีคำถามมากมายอยู่ภายในหัว


“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ”


“แล้วภัทร...” ต้องโกรธในฐานะอะไร?


คนที่นอนอยู่เลือกที่จะเก็บคำถามไว้โดยไม่ได้เอื้อนเอ่ย พยายามชักมือกลับแต่คีรติเองกลับรั้งเอาไว้แล้วดึงมือเขาขึ้นสูง มอบจูบลงบนหลังมือแล้วค้างมันไว้อยู่อย่างนั้น


“ผมไม่ใช่คนที่ชอบมานั่งบอกว่าเราเป็นอะไรกัน ไม่ใช่เด็กๆที่ต้องคอยมากำหนดสถานะของความสัมพันธ์ว่ามันถึงขั้นไหน” อีกคนเว้นช่วง “แค่เรารู้สึกยังไงแค่นั้นมันก็มากเพียงพอแล้วจริงๆ”


“…”


“ผมผิดที่อาจจะละเลยความรู้สึกของภัทรไปบ้าง ผมขอโทษ แต่อยากให้ภัทรรู้ไว้ว่าคุณเองสำคัญสำหรับผม”


เขาเงียบ ความจริงที่อีกคนบอกทำให้ใจเต้นแรงอีกครั้ง ครานี้แขนเล็กเอื้อมกอดเอวหนาเอาไว้ ซุกหน้าลงข้างกายก่อนจะพึมพำเบาๆเพียงพอให้คีรติได้รับรู้



“คุณคีก็สำคัญสำหรับภัทรเหมือนกัน”


“จริงหรอครับ?”


“ครับ…สำคัญจนภัทรไม่อยากให้คุณหายไปไหนกับใครอีกเลย”


คนตัวสูงยกยิ้ม ใช้นิ้วโป้งลูบแก้มเนียนไปมาช้าๆ พร้อมกับจับแขนเขาให้กอดตัวเองแน่น คนตัวเล็กเงียบไปนานยามที่ถาม น้ำเสียงแหบจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์


“ภัทรกอดได้ใช่ไหม?”


“ได้สิ”




ไม่ได้มีอะไรมากมายในตอนที่เราเคียงใกล้ มีเพียงความธรรมดาที่เพียงพอต่อใจ และเพียงพอต่อเขา...คนที่แอบชอบอีกฝ่ายมาเนิ่นนาน



“กอดทั้งคืนยังได้เลย”








#คุณไม่ตรงปก


191218
before30october





 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด