Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >>>> (09/07/2019) ตอนที่ 38 จบแล้วย้ายได้เลยค่ะ
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >>>> (09/07/2019) ตอนที่ 38 จบแล้วย้ายได้เลยค่ะ  (อ่าน 31683 ครั้ง)

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 918
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +570/-0
ขอบคุณครับ +1 ให้นะครับ o13

ออฟไลน์ wookyu

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-3
                                                                     

                                                                            - 19 -


     เช้าวันต่อมา หลังจากที่ผมเดินพ้นจากซอยบ้านมาได้ซักเล็กน้อยก็พบกับรถยนต์สีดำคันหนึ่งจอดอยู่ตรงทางเข้า ซึ่งผมมองแค่เห็นแวบแรกผมก็จำได้ทันทีว่ารถสีดำคันดังกล่าวมันเป็นของใคร ผมคิดว่าเมื่อคืนมันจะแค่พูดเล่นที่ว่ามันจะมารับผมที่บ้าน ไม่คิดเลยว่ามันจะมาจริงๆ

"มาแล้วหรอ”

มันถามผมพร้อมยิ้มบาง ก่อนจะก้าวขายาวๆพรวดเดียวมาหยุดตรงหน้าผม คว้ากระเป๋าที่ผมถืออยู่ไปถือให้เสียเอง

"รีบไปกันเถอะ กูหิวข้าวแล้ว”

มันพูดแล้วทำท่าลูบท้องประกอบ ตั้งแต่ที่เจอหน้ากันมันยังไม่เว้นช่วงให้ผมได้เป็นฝ่ายพูดบ้างเลย มาถึงก็พูดๆๆ แล้วก็ดันหลังให้ผมขึ้นรถ พอขึ้นรถมาได้ มันก็ชวนผมคุยโน่นคุยนี่ไม่หยุดปาก ไม่รู้ว่ามันไปเก็บกดมาจากไหน ผมเองก็ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง จนกระทั่งมันจอดรถเสร็จแล้วพาผมเดินเข้ามาที่ร้านอาหารเนี่ยแหละมันถึงได้หยุดพูด

"​ภูอยากกินอะไร”

มันถามผมแล้วยื่นเมนูที่พี่พนักงานส่งมาให้ตอนเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะ ก่อนจะชี้เมนูโน่นเมนูนี้ให้ผมดู

"มึงสั่งไปเถอะ”

ผมพูดแล้ววางเมนูลงกับโต๊ะ ไม่ได้รำคาญอะไรนะครับ แต่เห็นว่ามันน่าจะรู้จักเมนูอาหารที่นี่ดีกว่าผม ผมเลยให้มันเป็นคนสั่ง ผมเองกินอะไรก็ได้อยู่แล้ว และก็อยากรีบๆกินรีบๆไปด้วย บอกตรงๆเลยผมรู้สึกอึดอัดกับสายตาที่ไอภีมมันใช้มองผมยังไงก็ไม่รู้ ยิ่งเวลามันจ้องผมนานๆ ผมยิ่งรู้สึกประหม่าแล้วก็ทำตัวไม่ค่อยถูก แค่มือตัวเองยังไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหนเลย ไม่รู้มันจะมานั่งมองหน้าผมทำไม

"มองเหี้ยอะไรหนักหนาวะ”

ผมว่าแล้วถีบขาโต๊ะมันเบาๆ ส่วนมันดันเสือกหัวเราะชอบใจที่ถูกผมด่า ระหว่างทานอาหารผมก็ต้องคอยเลื่อนจานหลบสารพัดอาหารที่มันหยิบยื่นมาให้ ไม่รู้มันจะใจดีห่าอะไรหนักหนาตักมาให้ซะเต็มจาน จนตอนนี้ในจานของผมแทบจะมองไม่เห็นเม็ดเลยด้วยซ้ำมีแต่กับข้าวเต็มไปหมด

"มึงเอาไปแดกบ้างเหอะ ของกูเต็มจานแล้ว”

ผมว่าแล้วตักอาหารในจานตัวเองไปวางใส่จานมันบ้าง เอาคืนครับดูแล้วยังไงผมก็คงกินมันไม่หมดแน่ๆ ผมย้ายอาหารจากจานตัวเองคืนให้มันไปเกือบครึ่ง ก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมมันไม่ร้องทัก และก็ไม่ยอมแดกซักที ผมเลยเงยหน้ามามองมัน ซึ่งมันเองก็กำลังมองมาที่ผมอยู่เช่นกัน ผมเลยใช้สายตาในเชิงถามมันว่าทำไมไม่รีบแดกๆซักที

"น่ารักหว่ะ ตักอาหารให้กูกินด้วย”

ได้ยินมันพูดแบบนั้นผมเลยรีบชักช้อนตัวเองกลับมาวางในจานทันที ผมก็นึกว่าทำไมมันถึงไม่ยอมแดก ที่แท้แม่งหาเรื่องกวนตีนผมอยู่นี่เอง

"รีบๆกินเถอะมึงมีเรียนเช้าไม่ใช่หรอ นี่จะแปดโมงแล้วนะ”

ไอภีมพูดจบก็ก้มหน้าก้มตากินข้าวในจานตัวเองทันที มีเงยหน้ามาส่งยิ้มให้ผมบ้างเป็นบางครั้ง ในขณะที่ผม แดกไม่ลงตั้งแต่ตอนที่มันชมว่าน่ารักนั่นแหละครับ จู่ๆผมก็รู้สึกกินไม่ลง แล้วก็รู้สึกร้อนหน้าแปลกๆ ยิ่งเวลาที่ไอภีมมันเงยหน้ามายิ้มให้ผม ผมยิ่งประหม่าเข้าไปใหญ่ ไม่ไหวผมว่าไอภีมคนนี้ดูหน้ากลัวยิ่งกว่าไอภีมคนก่อนหลายร้อยเท่าเลยและผมก็หนักใจกับไอภีมเวอร์ชั่นนี้มาก

"ตอนเย็นกูมารับนะ”

"ไม่ต้อง!!กูมีงานอย่างอื่นต้องทำหลังเลิกเรียน กูไปนะ”

ผมรีบค้านมันไว้ทันทีตอนที่มันบอกจะมารับผมในช่วงเย็นอีก ไม่เอาครับผมไม่ไหวจริงๆ พักหลังเวลาผมเจอไอภีมผมรู้สึกไม่โอเคเลย ผมบอกไม่ถูกว่าผมรู้สึกยังไง บางครั้งผมก็ดีใจที่เจอมัน แต่พอคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาทีไรผมก็โกรธมัน ไม่อยากมองหน้ามัน แต่พอมันทำดีกับผมด้วยหน่อยผมกลับรู้สึกเหมือนจะลืมความโกรธของตัวเองไปเฉยๆ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ผมยอมไม่ได้ ผมจะไม่ยอมให้ความรู้สึกดีเพียงชั่วครั้งชั่วคราวของตัวเองมาหักล้างกับสิ่งที่มันทำ ผมจะปล่อยให้มันเกิดขึ้นไม่ได้

"งานอะไร บอกกูได้ไหม”

มันรั้งแขนผมไว้ ผมเลยต้องหันหน้าไปเผชิญหน้ากับมันอีกครั้ง

"เรื่องของกู มึงกลับไปเถอะ”

"มึงไม่บอกกูก็ไม่กลับและจะตามขึ้นไปเรียนกับมึงที่ห้องด้วย หรือมึงคิดว่ากูไม่กล้า หื้ม”

ผมเบี่ยงตัวหลบทันที หลังจากที่มันพูดจบก็ทำท่าจะเข้ามากอดผม ไอเหี้ยนี่ใครเอายาส้นตีนอะไรให้มันแดกหรือเปล่าวะ ทำไมพูดไม่ฟังแถมยังตีมึนใส่ผมอีก พอผมทำท่าจะเดินขึ้นไปเรียนมันก็เดินตาม

"ไอเหี้ยภีม!!!”

ผมหันไปเอ็ดมัน แต่มันกลับเดินเบียดผมแล้วเดินนำขึ้นห้องเรียนไปก่อนใครเพื่อน ไอเหี้ยนี่บทจะดีก็ดีจนน่าแปลกใจ บทจะมึนก็ทำให้กูปวดหัวได้สุดๆเลยซินะแม่ง โดนเด็กวิศวะกระทืบตายอย่าคลานมาขอให้กูช่วยนะมึง!!

ผมคาดโทษไอคนที่เดินหายเข้าไปในห้องเรียนขนาดใหญ่ก่อนจะเดินตามเข้าไปบ้าง

"ที่นั่งมึงอยู่ตรงไหน”

ผมไม่ได้หันไปตอบสิ่งที่ผมทำคือเดินไปนั่งยังเกาอี้ว่างที่อยู่ประมาณแถวๆกลางของห้องบรรยาย พอผมได้ที่นั่งมันก็เดินมาทิ้งตัวนั่งลงข้างๆผม พร้อมรอยยิ้มที่ทำให้ผมต้องเสมองไปทางอื่น

"อยากให้กูมานั่งเรียนด้วยก็ไม่บอก”

"มึงคิดของมึงเองเหอะไม่เกี่ยวกับกู”

"เอาไง กูให้โอกาสอีกครั้งนะว่าจะบอกดีๆหรือเปล่าว่าจะไปไหนหลังเลิกเรียน ไม่งั้นกูจะตามติดมึงไปทุกที่จริงๆนะ”

ไม่พูดเปล่าครับมันยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผมซะจนปลายจมูกเฉียดแก้มผมไปนิด ผมเลยรีบผลักมันออก ใจจริงนี่อยากลุกขึ้นกระทืบให้มิดตีนด้วยซ้ำ แต่เกรงใจเพื่อนๆและอาจารย์ที่พึ่งเดินเข้ามา ผมเลยทำได้แค่ผลักมันออกห่างตัว

"กูไปทำงานจริงๆ มึงจะไปได้ยัง”

"เลิกกี่โมง”

"ไม่รู้กูไปทำวันแรก”

“โทรหากูก่อนตอนเลิกเรียน เดี๋ยวกูไปส่งเอง”

“ไม่เอากู….”

“ปฏิเสธกูจับมึงจูบโชว์เพื่อนตรงนี้เลยดีไหม”

มันไม่ทำแค่ขู่ นี่คือความรู้สึกแรกที่ผมสัมผัสได้หลังจากที่ฟังมันพูดจบ แล้วผมจะทำไงได้ล่ะ ของถนัดมันอยู่แล้วหนิเรื่องข่มขู่ชาวบ้านเขาเนี่ย ด้วยความที่ผมไม่รู้จะหาทางไล่ให้มันออกจากห้องยังไง ไอภีมก็เลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ใบหน้าผมเรื่อยๆจนช่องว่างระหว่างใบหน้าผมกับมันเหลือไม่ถึงนิ้ว ผมเลยจำต้องตกปากรับคำมันไปอย่างเลี่ยงไม่ได้

"เออ”

"ดีมาก แล้วกูจะรอนะ อย่าคิดหนีด้วยล่ะ ตั้งใจเรียนนะครับ”

มันไปแล้วครับมันลุกไปจากที่นั่งข้างๆผมแล้ว มันจากไปแล้วพร้อมกับสัมผัสบางเบาที่ข้างแก้มของผม

กว่าสามชั่วโมงเต็มที่ผมนั่งฟังบรรยายในคลาส ผมกล้าพูดได้เลยว่าเนื้อหาเข้าหัวผมได้ไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ ผมเอาแต่คิดถึงสัมผัสบางเบานั้นของมัน ความจริงผมไม่ควรจะติดใจอะไรกับสิ่งที่มันทำมากนัก มันก็แค่หอมแก้ม มากกว่านั้นมันก็เคยทำมาแล้ว แต่ทำไมผมถึงรู้สึกตราตรึงกับสัมผัสนี้เหลือเกิน ผมเป็นอะไรไป หรือผมจะชอบมัน

"ภูๆๆทำไมมานั่งตรงนี้คนเดียวล่ะ เกดกับเอสเดินหาตั้งนาน”

ผมหลุดจากภวังค์อีกครั้งก็ตอนที่เกดเดินมาเคาะโต๊ะที่ผมนั่งเบาๆ พอหันมองรอบห้องก็เห็นว่าเพื่อนๆกำลังเก็บของทยอยออกจากห้องไปเกือบหมดแล้ว

"อ่อ โทษทีพอดีภูไม่เห็นน่ะ”

"ไม่เป็นไรเราแค่ถามเฉยๆ ไปกันเถอะห้องจะปิดแล้ว”

ผมพยักหน้ารับคำก่อนจะก้มเก็บของแล้วเดินตามเพื่อนออกไปบ้าง

"แล้วนี่จะไปไหนต่อหรือเปล่า ไปเดินตลาดนัดรถไฟกับพวกเราไหม”

เกดถามผมระหว่างเดินลงมายังด้านล่างของตึกเรียน ผมเลยส่ายหน้าให้เป็นคำตอบ วันนี้ผมต้องไปทำงานพิเศษ ผมต้องหาเงินจ่ายค่าฝึกงานด้วย เงินจำนวนไม่กี่พันบาทสำหรับคนอื่นคงเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับผมมันไม่ใช่

"ทำไมไม่ไปวะ”

"กูไปทำงาน พวกมึงไปกันเถอะ”

"อ้าว หรองั้นมึงอยากได้อะไรไหมเดี๋ยวกูซื้อมาฝาก”

"นั่นดิภูเอาไรไหม เสียดายภูไปกับพวกเราไม่ได้”

"ไม่เอาหรอกไปเหอะ ภูจะไปทำงานแล้ว”

ผมบอกแล้วเดินแยกจากพวกมันมา ผมไม่รู้ว่าควรโทรหาไอภีมมันดีหรือเปล่า ผมยืนชั่งใจอยู่นานสุดท้ายก็เก็บโทรศัพท์ล กระเป๋ากางเกงไปตามเดิม ผมไม่อยากให้มันรู้ว่าผมทำงานที่ไหน ผมกลัวมันจะไปสร้างความวุ่นวายให้ผมอีก นี่คือเหตุผลที่ผมตัดสินใจไม่โทรหามันตามที่ผมรับปากเอาไว้ ผมเดินออกไปยืนรอรถเมลที่หน้า มอ นี่ก็เกือบจะยี่สิบนาทีแล้วไม่เห็นมีรถผ่านมาซักคันเลย นี่ก็ใกล้เวลาเข้างานแล้วด้วยซิ

"ภูๆ”

"ภูทางนี้เห็นพี่ไหม”

เสียงตะโกนเรียกชื่อผม ทำให้ผมต้องหันซ้ายหันขวามองหาต้นเสียงดังกล่าว ผมกวาดสายตามองไปรอบๆแต่ก็ไม่เห็นมีใครจนกระทั่งสายตาไปหยุดอยู่ที่รถสีขาวคันหนึ่งที่กระพริบไฟใส่ผมอยู่ พอได้มองชัดๆแล้วผมถึงเห็นว่าคนที่ผมเรียกเป็นใคร

"พี่เขต”

ผมเรียกชื่อคนตรงหน้า แล้วใช้สายตาถามพี่เขาแทนคำพูดว่า เรียกผมทำไม

"ขึ้นมาก่อนซิ จะไปไหนเดี๋ยวพี่ไปส่ง”

ผมทำท่าลังเลว่าจะขึ้นดีหรือเปล่า อย่างที่ผมบอก ผมไม่อยากให้ไอภีมมันรู้จักที่ทำงานของผม แล้วถ้าพี่เขตไปส่งผมพี่เขาจะบอกไอภีมหรือเปล่าว่าผมทำงานที่ไหน

"ขึ้นมาเร็วๆภู รถคันหลังบีบแตรไล่แล้ว”

พี่เขตว่าติดเล่น ผมเลยจำใจต้องขึ้นรถพี่เขาไปอย่างเลี่ยงไม่ได้

"จะไปไหนกลับบ้านหรอ”

"เปล่าครับ เดี๋ยวจอดให้ภูลงข้างหน้าก็ได้”

"ทำไมล่ะ จะไปไหนเดี๋ยวพี่ไปส่ง”

"ไม่เป็นไรครับ”

"ทำไมล่ะกลัวอะไร”

"เปล่าครับ”

"งั้นก็ไม่เห็นเป็นไรเลยบอกมาเร็ว ไม่บอกพี่พาไปที่อื่นนะ”

ผมไม่รู้จะทำไงดีมองนาฬิกามันก็ใกล้เวลาเข้างานมากขึ้นทุกทีๆ ถ้าผมไปเองตอนนี้มีหวังสายแน่ๆ

"ไปส่งผมที่อู่ซ่อมรถณรงค์ชัยได้ไหมครับ”

"หื้ม ว่าไงนะไปทำไมอู่ซ้อมรถครับ”

"ทำงานครับแล้วนี่ผมก็กำลังสาย”

"อ่อ โอเคๆได้เดี๋ยวพี่รีบให้”

พี่เขตรับปากอย่างร้อนรนก่อนจะขับรถมาส่งผมยังจุดหมายได้อย่างทันเวลา พอถึงผมก็เปิดประตูลงจากรถแล้วหันไปหาพี่เขตถ้าผมจะบอกให้พี่เขาเก็บเรื่องนี้เป็นความลับพี่เขาจะทำให้ผมไหมผมคิดก่อนที่จะออกปากขอร้องไปในที่สุด

"พี่ครับเรื่องวันนี้ อย่าบอกเพื่อนพี่ได้ไหม ผมไม่อยากให้มันรู้ว่าผมทำงานที่ไหน”

"ได้ซิ ถึงเราไม่บอกพี่ก็จะทำอย่างนั้นอยู่แล้ว รีบไปเข้างานเถอะตั้งใจทำงานนะ”

ผมพยักหน้ารับแล้วยกมือไหว้ขอบคุณพี่เขตก่อนจะวิ่งเข้าไป  ผมไปเปลี่ยนเสื้อผ้าข้างหลังร้านแล้วเดินออกมาให้พี่ๆในที่ทำงานช่วยเทรนด์งานให้ผม พี่ๆที่นี่ก็ใจดีมากครับช่วยสอนผมอย่างละเอียดโดยไม่บ่นไม่ดุผมเลย ไม่ว่าผมจะถามเยอะแค่ไหนก็ตาม

"มึงพักแถวไหนวะไอเด็กใหม่”

หนึ่งในเพื่อนร่วมงานของผมร้องถามระหว่างที่เรานอนอยู่ใต้ท้องรถข้างๆกัน ผมย้ายสายตาจากงานที่ทำไปมองหน้าคนถาม

"ไม่ไกลจากที่นี่มากครับแล้วพี่เก่งล่ะ”

"กูหรอ กูพักอยู่ที่อู่นี่แหละ กินนอนที่นี่ตั้งแต่กูเกิดแล้ว”

พี่เขาพูดแล้วยิ้มเศร้ามาให้ผม นัยน์ตาคู่นั้นดูเศร้าเสียจนผมไม่กล้าจะถามอะไรต่อ ผมเลยทำได้แค่รับคำสั้นๆในแบบฉบับของคนพูดน้อยของผม

"ครับ”

"เดี๋ยวเสร็จตรงนี้มึงกลับบ้านไปเลยก็ได้ กูปิดอู่เอง”

"ให้ผมช่วยก็ได้”

"ไม่เป็นไรที่นี่ก็เหมือนบ้านกูแหละ มึงไม่รีบกลับไปอ่านหนังสงหนังสือหรือไง “

"ครับงั้นผมกลับเลยนะครับ งานเสร็จพอดีเลย”

ผมบอกแล้วก็เนียนช่วยพี่เขายกโน่นยกนี้เข้าไปเก็บในบ้าน บอกว่าเป็นทางผ่านเพราะผมต้องเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังร้านอยู่แล้ว สรุปกว่าผมจะได้กลับบ้านจริงๆก็โน่นสี่ทุ่มกว่าเข้าไปแล้ว ผมเดินเข้าซอยบ้านมาได้เพียงไม่กี่ก้าว แขนผมก็ถูกมือของใครบางคนคว้าเอาไว้

"ทำไมไม่รับโทรศัพท์และไม่ยอมโทรหากู!!”

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19
 o18


ฮั่นแน่ !!

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

มาแล้ว  หลังจากหายไปนานพอสมควร

อิภีมเวอร์ชั่นใหม่ก็เหอะ  ภูแกจะไปรู้สึกดีกับมันไม่ได้นะ

ควรทำให้มันรู้จักเจ็บปวดบ้าง  ให้มันสาสมกับความเลวระยำของมันที่เคยมีด้วย

ออฟไลน์ wookyu

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-3
                                                                       
                                                                          - 20 -


ทันทีที่ผมหันกลับไปมองก็เห็นไอภีมทำหน้าถมึงทึงใส่ผมอยู่

“กูลืม”

ผมพูดปัดๆแล้วแกะมือมันที่บีบข้อมือผมจนขึ้นเป็นรอยริ้วแดงๆออก แต่ทว่ามันก็ไม่ยอมปล่อยง่ายๆยิ่งผมพยายามแกะ แรงบีบที่ข้อมือก็เพิ่มขึ้นตาม

“ทำไมดื้อแบบนี้กูอุตส่าห์บอกว่าจะมารับ ทำไมไม่รอ”

(………………………………………)

“ตอบกูซิว่าทำไม”

(………………………………………)

“มึงเห็นว่ากูยอมมึงหน่อย เลยคิดจะเป็นแบบนี้ใช่ไหม ทำไมกูดีด้วยมึงไม่ชอบหรือไง ตอบมาซิ หรือชอบกูที่เป็นแบบเดิมก็ได้ถ้าอยากให้กูร้ายใส่เหมือนเดิมก็ได้กูไม่ว่า!!”

ไอภีมมันตะคอกผมเสียงดังลั่นด้วยสีหน้าและน้ำเสียงตัดพ้อ ก่อนจะสะบัดมือผมออกอย่างแรง ผมมองไอภีมที่กำลังจะเดินกลับไปที่รถด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ผมทั้งรู้สึกผิดทั้งรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก มารู้ตัวอีกทีตอนที่ผมขยับปากเรียกชื่อคนตรงหน้าเบาๆ

“ภีม”

ผมรั้งมันไว้ โดยที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ไอภีมไม่ได้หันกลับมาตามที่ผมเรียก ผมเห็นมือมันยังจับประตูรถค้างไว้เหมือนกำลังรอฟังว่าผมจะพูดอะไร

“กู….เข้าบ้านนะ”

ผมพูดจบก็รีบเดินเข้าซอยบ้านไปทันที ความจริงผมไม่ได้จะเรียกมันเพราะบอกว่าผมจะเข้าบ้านหรอก จริงๆแล้วผมอยากบอกว่าขอโทษ แต่ผมไม่กล้าพอที่จะพูด มันรู้สึกแปลกๆ ผมไม่อยากพูดขอโทษให้มันทั้งๆที่ผมไม่ได้ทำผิดอะไร แต่ทำไมผมถึงรู้สึกขัดใจตัวเองที่ไม่ได้ขอโทษมันก็ไม่รู้ ผมเปิดประตูบ้านเข้ามาพร้อมกับความรู้สึกที่ตีกันยุ่งไปหมด ผมไม่ชอบเลยที่ตัวเองรู้สึกค้างคาแบบนี้ จนในที่สุดผมเลยจำใจต้องหยิบโทรศัพท์ออกมา แล้วพิมพ์ข้อความสั้นๆไปหาคนที่ผมพึ่งแยกจากมันมาเมื่อครู่

PHU: กูขอโทษ

ผมพิมพ์เสร็จก็รีบเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าทันที โดยไม่รอดูด้วยซ้ำว่ามันจะอ่านข้อความของผมแล้วหรือยัง ผมแค่อยากขอโทษก็แค่นั้น ผมเดินเข้าบ้านมาก็เห็นตาเหงี่ยม ไม่ซิ พ่อนอนหันหน้าเข้ากำแพงหลับไปแล้ว ถึงผมจะแปลกใจอยู่ไม่น้อยว่าทำไมวันนี้พ่อถึงนอนเร็วนักแต่ก็ดีแล้ว ปกตินอนดึกแถมยังเมาหนักทุกวัน ผมเดินไปห่มผ้าห่มให้ท่านก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้อง เพื่อเตรียมหาเสื้อผ้าไปอาบน้ำ วันนี้ผมยังมีภารกิจที่ต้องอ่านหนังสือสอบอีก

P’PEAM: ไม่หายโกรธ ภูดื้อ (1:30)

P’PEAM: ภูนอนแล้วหรอ?(2:10)

P’PEAM: พี่ยังไม่หายโกรธเลยนอนได้ไง(2:11)

P’PEAM:ภูครับ ภู(2:15)

ผมปิดหนังสือลงพร้อมกับหนังตาที่ใกล้จะปิดเต็มที ก่อนจะเดินไปปิดไฟแล้วทิ้งตัวลงบนที่นอน มือก็คว้าเอาโทรศัพท์ที่วางอยู่บนหมอนขึ้นมาดู ผมเห็นข้อความหลายอันถูกส่งมาจากไอภีม ผมไล่อ่านแต่ละข้อความก่อนจะกดพิมพ์อะไรบางอย่างส่งไป

PHU:ไม่หายก็เรื่องของมึง กูนอนแล้ว

ผมพิมพ์เสร็จก็เก็บโทรศัพท์ไว้ใต้หมอนก่อนจะข่มตาหลับ ไม่ข่มนะความจริงผมง่วงมากจนตาจะปิดแล้วต่างหาก แต่พอผมเคลิ้มๆเสียงโทรศัพท์เจ้ากรรมก็ดังขึ้น ตอนแรกผมว่าจะไม่รับเพราะนี่มันก็ดึกมากแล้ว แต่เห็นทีถ้าผมไม่รับคงจะไม่ได้นอนเสียที มันเล่นกระหน่ำโทรจนผมต้องตัดสินใจรับตัดความรำคาญ

“มีอะไร”

(ทำไมใจร้ายจัง รู้ไหมว่าวันนี้ภูทำให้พี่โกรธ)

“…………………………………….”

(วันหลังบอกให้รอภูต้องรอนะ พี่ไม่ชอบคนผิดสัญญา)

“………………………………….”

(รับปากพี่ซิ นะครับ รับปากก่อนเร็ว)

(ภูครับ)

(น้องภู)

“เออ กูรู้แล้ว”

ผมรับปากไปส่งๆ ผมรู้สึกดีใจหรือเขินหรืออะไรก็ไม่รู้ที่ได้ยินเสียงอ้อนๆแบบนี้ของไอภีมแถมยังแทนตัวเองว่าพี่อีก ข้างในใจผมมันรู้สึกเต็มไปหมด เหมือนผมกำลังถูกเติมเต็มด้วยคำพูดและน้ำเสียงอ้อนๆของมัน ผมไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกเหล่านั้นออกมาเป็นคำพูดว่ายังไง ผมรู้แค่ว่ามันไม่ใช่ความรู้สึกที่ไม่ดีแน่

(จะนอนแล้วหรอ นอนเร็วจัง)

“มึงนอนดึกเองต่างหาก กูไปนอนแล้วนะ”

(ครับงั้นฝันดีนะ)

หลังจากที่วางหูไป ไออาการง่วงนอนเหี้ยๆของผมเมื่อกี้ก็หายไปภายในพริบตา กลายเป็นนอนไม่หลับแทนซะงั้น ผมนอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนที่นอน กว่าจะหลับได้ก็โน่นเกือบเข้าเช้าวันใหม่ไปแล้ว

“ไงตัวยุ่งวันนี้หนีไอภีมมาได้ยังไง”

ผมที่กำลังง่วงอยู่กับการเปลี่ยนยางรถยนต์ให้ลูกค้า หันกลับมามองยังต้นเสียงด้านหลังก็เห็นพี่เขตในชุดนักศึกษากำลังยืนยิ้มให้ผมอยู่

“มาได้ไงครับ”

ผมถามสั้นๆแล้วเช็ดไม้เช็ดมือเดินเข้าไปทักทายพี่เขา

“ผ่านมาแถวนี้หน่ะเห็นว่าเราทำงานอยู่เลยแวะมาดู แล้วนี่ไอภีมมันรู้หรือยัง”

คำถามของพี่เขต ทำให้ผมได้แต่พยักหน้าให้แทนคำตอบ แน่นอนครับว่าผมไม่ได้อยากให้ไอภีมมันรู้ แต่มันดันมาดักรอรับผมที่หน้าคณะ ผมหาทางเลี่ยงเท่าไหร่มันก็ไม่ได้ผล แถมรังแต่จะทำให้ผมมาทำงานสายอีก ผมเลยต้องยอมให้มันมาส่งอย่างที่ผมพึ่งบอกให้ทราบเมื่อกี้แหละครับ

“หรอแย่เลยเนอะ อะเอานี่ไปพี่ซื้อขนมมาฝาก เอาไปแบ่งให้พี่ๆที่ทำงานกินด้วยก็ได้”

ผมรับขนมจากพี่เขตมาแล้ว ก็ไม่ลืมยกมือไหว้ขอบคุณ วันนี้พี่เขตแวะเอารถมาตรวจสภาพเครื่องยนต์กับอู่ที่ผมทำงานอยู่

แล้วพี่เขาก็นั่งดูผมทำงานอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนแถวๆนั้น แถมยังมีชวนผมคุยตลอดเวลาด้วย

“ภูพี่ควรจะเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ยกชุดไหม”

“ไม่ต้องครับ สภาพยังดีอยู่เลย”

ผมตะโกนตอบทั้งๆที่มือก็ง่วนอยู่กับการงัดแงะเครื่องยนต์จากฝากระโปรงรถมาทำความสะอาด ผมพูดออกไปตามในสิ่งที่ผมเห็น เครื่องยนต์พวกนี้ยังดูดีอยู่เลย แล้วพี่เขาจะเปลี่ยนทำไม

“หรอ งั้นรบกวนด้วยนะพี่ไม่ถนัดเรื่องพวกนี้เลย”

“ครับ”

ผมรับคำสั้นๆแล้วรบลงมือทำให้เสร็จ ผมอยากทำให้เสร็จก่อนที่ไอหมาบ้ามันจะมารับผม มีหวังถ้าเห็นพี่เขตอยู่ด้วยมันได้ตกมันใส่ผมแน่ และก็เป็นไปตามคาดหกโมงตรงไอภีมเดินยิ้มแผล่เข้ามาหาผมพร้อมกับถุงขนมถุงน้ำเต็มสองมือ แต่พอมันเห็นคนที่นั่งอยู่ที่ม้าหินอ่อนเท่านั้นแหละ หน้าก็ตึงเป็นหนังกลองทันที

“มึงมาทำไม!”

ไอคนมาใหม่ถามอย่างไม่ค่อยจะเป็นมิตรนักก่อนจะวางของลงบนโต๊ะ แล้วตวัดสายตาฉับมาที่ผมซึ่งยืนถ่ายน้ำมันเครื่องจากรถพี่เขตออกอยู่

“กูเอารถมาซ่อมแล้วพอดีมาเจอน้องเขา ทำไมมีอะไรหรือไง”

“บังเอิญ? มึงกำลังจะบอกกูแบบนี้ใช่ไหม”

“อย่างที่มึงคิดแหละ ภูครับใกล้เสร็จหรือยังครับ”

ประโยคแรกพี่เขตพูดกับไอภีมส่วนประโยคหลังพี่เขาพูดกับผมแล้วเดินเข้ามาดูว่าผมทำอะไรไปถึงไหนแล้ว โดยไม่ได้สนใจเลยซักนิดว่าไอคนที่มองตามหลังมามันมองมาด้วยสายตาแบบไหน แค่ผมเห็นแวบเดียวยังต้องหันหลบเลยครับ แม่งน่ากลัวมาก

“เสร็จแล้วครับ เดี๋ยวผมไปบอกเถ้าแก่ให้มาเก็บตังค์ซักครู่นะครับ”

ผมว่าแล้วก็เดินหายเข้าไปในออฟฟิศเล็กๆในอู่ที่มีเถ้าแก่ของผมนั่งทำงานอยู่ ก่อนจะออกมาพร้อมกับใบเสร็จในมือ

“เสร็จแล้วงั้นพี่กลับนะครับ แล้วเจอกัน”

“กูไม่ให้เจอ!!!”

พี่เขตพูดจบแล้วทำท่าเหมือนจะยกมือขึ้นมาลูบหัวผมเล่น ไอภีมก็เดินเข้ามาปัดมือออกแถมยังดึงผมให้ไปยืนหลบข้างหลังมันอีก

“เสร็จแล้วก็กลับไปซะ อย่ามายุ่งกับคนของกู!!!”

“เหี้ยภีม มึงเป็นเหี้ยอะไร นี่มันที่ทำงานกูนะเว้ย”

ผมกระตุกแขนมันเตือนสติให้หยุด ผมว่าผมบอกมันไปแล้วนะครับว่าห้ามสร้างความเดือดร้อนให้ผม แต่ดูแม่งจะไม่ฟังที่ผมพูดเลย

“เราน่ะเงียบไปเลย พี่ว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันภู”

มันหันมาว่าผม แต่นั่นก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่พี่เขตขับรถออกไปแล้ว แต่ก่อนที่ผมกับมันจะได้พูดอะไรกันพี่เก่งก็เดินเข้ามาเรียกผมให้เข้าไปช่วยงาน  ผมเลยปล่อยให้มันยืนทำหน้าเป็นส้นตีนไปคนเดียวแล้วเดินตามที่เก่งไป กว่าผมจะเสร็จงานก็ปาเข้าไปจะสองทุ่มแล้ว ออกมาผมก็เห็นมันนั่งคุยโทรศัพท์อยู่

“มึงบอกว่าใครกลับมานะ”

“แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน”

“อืม กูไม่เป็นอะไรแล้ว บอกเขาว่ากูยังไม่ว่างเจอ”

“ตอนนี้หรอ กูมารอรับเด็กดื้อ แค่นี้นะมันมาแล้ว”

ไอภีมตัดสายทิ้งทันทีที่เห็นผมเดินเข้ามาหามัน ก่อนจะคว้ากระเป๋าเป้จากมือผมไปสะพายราวกับเป้นั้นเป็นของมัน

“ของมึงหรือไง”

“ขึ้นรถเร็ว เรามีเรื่องต้องคุยกัน”

ผมสั่งแกมดุผมให้เดินไปขึ้นรถ ไอผมพักนี้ก็ไม่รู้เป็นห่าอะไรพักนี้ถึงทำตัวเชื่องเสียเหลือเกิน มันให้ทำอะไรก็ทำตามซะหมด แถมยังไม่รู้สึกอึดอัดหรือรำคาญใจเหมือนช่วงแรกๆด้วย มันคงไม่ใช่เพราะผมรู้สึกแบบนั้นกับมันหรอกนะ คงไม่ใช่แบบนั้นหรอก ผมไมได้แต่หวังว่ามันจะไม่ใช่

“ไอเขตมาที่นี่ได้ไงภูบอกมันหรอ”

ไอภีมถามผมเสียงเรียบหลังจากที่ขับรถมาจอดนิ่งอยู่หน้าซอยบ้านผม ก่อนจะจ้องมองมาที่ผม สายตาที่มันใช้มองผมไม่ใช่สายตาคาดคั้น ไม่ใช่สายตาที่เกรี้ยวกราดในแบบที่มันชอบทำ หากแต่เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล

“เปล่า”

ผมโกหก จะให้ผมบอกมันว่าผมเคยให้พี่เขตมาส่งหรอ เรื่องมันคงไม่จบง่ายๆแน่ มันบ้าแค่ไหนพวกคุณก็ทราบใช่ไหมครับ และวันนี้ผมเองก็เหนื่อยเกินกว่าที่จะมานั่งเถียงกับมันแล้วด้วย

“งั้นพี่จะเชื่อนะครับว่ามันไม่มีอะไร แต่ครั้งหน้าต้องไม่เป็นแบบนี้แล้วนะครับภู รู้ไหมพี่กำลังจะบ้าตายเพราะเรานะ”

ไอภีมไม่พูดแล้วคว้าตัวผมเข้ามากอดหลวมๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงจะผลักมันออกแทบจะในทันที แต่วันนี้ผมกลับปล่อยให้มันกอด ผมทำราวกับว่าตัวผมอยากได้รับสัมผัสนั้นจากมัน

“ปล่อยกูได้แล้ว”

หลังจากที่ผมปล่อยให้มันกอดอยู่นาน ผมก็เป็นฝ่ายร้องท้วงขอให้มันปล่อย ไอภีมทำท่าอิดออดอยูพักก่อนจะปล่อยให้ผมเป็นอิสระจากอ้อมกอดของมัน

“พรุ่งนี้เจอกันนะครับ เดี๋ยวพี่มารับ”

ผมเผลอพยักหน้ารับคำพูดของมันอย่างว่าง่าย และก็ไม่รู้ว่าผมเผลอแบบนี้มากี่ครั้งแล้ว ผมเผลอจนกลายเป็นเหมือนผมปล่อยใจไปกับมัน ภูเอ้ย มึงต้องบ้าหรือไม่ก็เพี้ยนไปแล้วแน่ๆ มันทำกับมึงขนาดไหนมึงยังจะชอบมันลงอีกหรอวะ

มาถึงขนาดนี้แล้วผมคงไม่สามารถโกหกความรู้สึกตัวเองได้อีกต่อไปว่าจริงๆแล้วผมเองก็มีใจให้มัน อาจจะฟังดูเพี้ยนดูบ้าอย่างที่ผมพูด แต่ความรู้สึกของคนเราผมเชื่อว่าคุณเองก็รู้ดีว่ามันห้ามกันไม่ได้เลย ผมเองก็เป็นมนุษย์เดินดินธรรมดา ถึงผมไม่ได้อยากรักอยากชอบมัน แต่ผมก็ไม่สามารถขัดความรู้สึกของตัวเองได้

ออฟไลน์ wookyu

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-3
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย

เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                              คำเตือน


นิยายเรื่องนี้ไม่เหมาะสำหรับ        ผู้ที่ไม่ชอบพระเอกเลวไปจนถึงชั่ว

นิยายเรื่องนี้ไม่เหมาะสมสำหรับ    ผู้ที่โลกสวย

นิยายเรื่องนี้ไม่เหมาะสำหรับ        ผู้ที่รับไม่ได้กับความรุนแรงของเนื้อเรื่อง

นิยายเรื่องนี้ไม่เหมาะสำหรับ        ผู้ที่ยึดติดกับความเป็นจริงมากเกินไป (นิยายคือนิยายค่ะ)


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------



เกริ่นเรื่อง


“กูถามจริงกูไปทำอะไรให้มึงนักหนา มึงถึงได้เข้ามาราวีชีวิตกูแบบนี้”

ผมถามเพราะผมอยากจะรู้จริงๆว่าอะไรที่ทำให้มันเจ้าคิดเจ้าแค้นผมเสียเหลือเกิน

“มึงจะมาดราม่าห่าอะไร”

“กูแค่อยากรู้ เพราะกูคิดเท่าไหร่มันก็ไม่สมเหตุสมผลที่มึงจะมาทำกูแบบนี้ ครั้งแรกที่เจอกันมึงทำน้ำต้มยำรดตัวกูมึงก็ไม่ขอโทษแถมยังจะชกกูอีก ครั้งที่สองมึงก็หาเรื่องกูทั้งๆที่กูไม่ได้ทำอะไรให้มึงด้วยซ้ำ ที่กูพูดมาทั้งหมด มีตอนไหนบ้างที่กูไปกวนตีนมึงก่อน”

ผมยืนนิ่งรอฟังคำตอบ แต่ดูเหมือนจะไม่มีคำตอบสำหรับผม เพราะผมเห็นมันทิ้งตัวหลับตานอนนิ่งๆ ผมถามเพราะต้องการหลุดพ้นเรื่องบ้าๆแบบนี้ ผมเสียเวลาโดยใช่เหตุมาหลายวันแล้ว ผมไม่ได้ไปสอนมวย ไม่ได้ไปดูงานพิเศษ เงินเก็บผมก็ใช่ว่าจะมีเยอะในขนาดที่ว่าไม่ทำงานแล้วยังพอใช้ ผมต้องหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ไม่มีเวลามานั่งเล่นกับมันหรอก

“ภีมกูขอเถอะหลังจากวันนี้ไป มึงช่วยปล่อยกูไปตามทางของกูได้ไหมวะ ต่างคนต่างอยู่เหมือนที่เคย กูไม่มีเวลามากพอที่จะมาเล่นกับมึงแล้ว ถ้ามึงอยากให้กูซักผ้าให้กูก็จะทำ แต่เสร็จแล้วมึงต้องให้กูไป”

“มึงพล่ามเหี้ยอะไรของมึงเนี่ย มึงคิดว่ากูจะยอมง่ายๆหรือไง”

มันเดินทำปรี่มาหาผมก่อนจะผลักผมให้เซถอยไปอีกทาง ผมอยากจะสวนมันคืนบ้าง แต่ก็อยากให้มันปล่อยผมไปมากกว่า “แล้วมึงจะเอายังไง”

“ดูเหมือนมึงอยากจะไปซะเหลือเกิน”

“ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่กูจะต้องอยู่”

“ปากดีนักมึง เอางั้นก็ได้มึงอยากไปก็ไปแต่มึงจำไว้ กูจะไม่ยอมหยุดแค่นี้ เออน้องเกดเพื่อนมึงดูท่าจะชอบกูมากเนอะมึงว่าไหม”

“สัส!!! อย่าคิดแม้แต่ที่จะแตะต้องเพื่อนกู”

ผมพูดพลางเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อมัน แต่มันกลับมองผมอย่างยียวน

“มึงจะยุ่งเหี้ยอะไร เพื่อนมึงอยากได้กูเป็นผัว กูก็จะใจดียอมเป็นผัวเพื่อนมึงไง ทำไมมึงข้องใจอะไร!!!”

“ห้ามแตะต้องเพื่อนกู!!!”

ผมพูดแล้วปล่อยมืออกจากคอเสื้อมัน ผมรู้สึกได้เลยว่าตอนนี้ตัวผมกำลังสั่น ผมโมโหมัน ผมอยากจะกระทืบมันใจจะขาด ทำไมมันต้องใช้วิธีสกปรกแบบนี้กับผมด้วย ทำไมต้องดึงคนที่ผมรักเข้ามาเกี่ยวด้วย

“งั้นกูมีเงื่อนไข”

ผมมองไอภีมอย่างไม่ค่อยจะไว้ใจ คำว่าเงื่อนไขของมันแค่ได้ยินผมก็รู้แล้วว่าต้องเป็นเงื่อนไขเหี้ยๆเป็นแน่

“อะไร”

 

“ถ้ามึงไม่อยากให้กูแตะต้องเพื่อนมึง มึงก็ยอมยกตูดมึงให้กูซิ เป็นไงทำได้ไหม!!!!"

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2

ออฟไลน์ everlastingly

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 470
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-1
 :pig4: รออ่านต่อๆ ภูอย่าเพิ่งไปตามใจไอ้ภีมง่ายๆ นะ

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3105
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
รออ่านตอนต่อไปนะจ๊ะ

ออฟไลน์ wookyu

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-3
                                                                                 - 21 -


ภีม

ผมขับรถออกจากซอยบ้านไอเด็กดื้อของผมมาด้วยอารมณ์ที่จัดว่าดีมาก ผมรู้สึกมีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้ภูถึงจะไม่ค่อยแสดงความรู้สึกใดๆออกมาให้ผมเห็น แต่ผมก็รู้สึกได้นะครับว่าเด็กเฉยของผมมันเริ่มอ่อนข้อให้ผมบ้างแล้วเห็นไหมเมื่อกี้มันยังนิ่งให้ผมกอดเฉยๆเลย แถมเดี๋ยวนี้เวลาผมอ้อนอะไรมัน มันก็ยอมให้ผมตลอด ไอดื้อของผมนี่มันน่ารักจริงๆ ผมขับรถเลี้ยวเข้ามาจอดในคอนโด แกว่งกุญแจฮัมเพลงเล่นไปเรื่อยจนมาถึงห้องพักของตัวเอง ผมก็ไขประตูเข้าไปปกตินะครับ แต่ทำไมรู้สึกเหมือนห้องมันจะไม่ได้ล็อคหรือเมื่อเช้าผมลืมล็อคห้อง มันจะเป็นไปได้หรอที่ผมจะลืม ผมค่อยๆเปิดประตูห้องเข้ามา ก็เห็นไฟทุกดวงในห้องเปิดอยู่แล้ว ผมได้ยินเสียงคนเปิดเพลงในห้องรับแขก ผมเลยรีบเดินไปตามเสียงทันที ผมจำได้ว่าผมไม่เคยให้กุญแจใครไว้ แล้วใครล่ะที่แอบเข้าห้องผม

“นั่นใครน่ะ”

ผมถามแล้วเดินไปยังส่วนของห้องรับแขก ภาพแรกที่ผมเห็นคือผู้หญิงผมสั้นคนนึงในชุดกระโปรงพลิ้วสีขาวบริสุทธิ์กำลังยืนส่งยิ้มมาให้ผม

“กลับมาแล้วหรอภีม”

เสียงที่ผมหวังมาตลอดว่าจะได้ยินอีกเมื่อสี่ปีที่แล้ว ตอนนี้เจ้าของเสียงนั้นกำลังยืนอยู่ตรงหน้าผม และผมก็มั่นใจด้วยว่าผมไม่ได้ฝันไป

“ยู”

“นั่งก่อนซิดื่มน้ำไหมเดี๋ยวยูไปเอามาให้”

“ไม่ กลับซะ”

ผมบอกแล้วเดินหนีมือคู่นั้นที่หวังจะเข้ามาจับแขนผม ยูทำหน้าเสียเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มในแบบที่เธอชอบยิ้มให้ผมเมื่อก่อน แล้วพยายามจะเดินเข้ามาหาผมอีก

“ทำไมละภีม ยูกลับมาแล้วไม่ดีใจหรือไง”

“ไม่!!ผมบอกให้กลับไง ออกจากห้องผมไปเดี๋ยวนี้”

ผมตะหวาดเธอลั่นห้อง ผมอยากให้เธอรีบกลับออกไป ผมไม่อยากเห็นหน้าของเธออีก ผมไม่อยากเห็นผู้หญิงใจร้ายที่ทิ้งผมไปอีกแล้ว

“อะไรกันน่ะภีมยูอุตส่าห์มาเยี่ยม ทำไมทำกันแบบนี้”

ยูเดินเข้ามากระชากแขนผมไว้ แต่ผมเลือกที่จะแกะมือออกแล้วหันหลังให้ยูแทน บอกตรงๆผมยังไม่พร้อมที่จะเจอเธอจริงๆ ถึงแม้ว่าผมจะรู้อยู่แล้วว่าเธอกลับมา แต่ผมก็ยังไม่พร้อมที่จะเจอ

“กลับไปยู และไม่ต้องมาให้ภีมเห็นหน้าอีก ในเมื่อยูเลือกจะไปตั้งแต่ครั้งนั้นแล้วจะกลับมาหาภีมทำไม”

“ภีม!!ยูขอโทษ เรายังเป็นเพื่อนกันได้หนิใช่ไหม ยูแค่มาเยี่ยมภีมเฉยๆไม่เห็นต้องโกรธเลย”

เป็นเพื่อนกันได้หรอ ทำไมยูถึงพูดคำนี้ออกมาได้อย่างหน้าตาเฉยหลังจากที่ทิ้งผมไปครั้งนั้น ผมเคยบอกหรือไงว่าผมอยากเป็นเพื่อนกับเธออีก ผมไม่ต้องการแม้ที่จะเห็นหน้าเธออีกครั้งด้วยซ้ำ

“เพื่อนภีมมีเยอะแล้ว ยูกลับไปเถอะแล้วก็ถ้าไม่จำเป็นอย่ามาให้ภีมเห็นอีก ภีมขอร้อง”

ผมพูดจบก็เดินเปิดประตูออกจากห้องไปทันที ผมเดินออกจากห้องมาทั้งๆที่ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมจะไปที่ไหน ผมคิดอยู่อย่างเดียวว่าอยากเดินหนีจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด ผมไม่อยากให้ภาพความทรงจำเดิมๆของผมกับเธอมันผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้งหลังจากที่ผมพยายามที่จะลืม ผมเดินเรื่อยๆจนมาถึงลานจอดรถที่ผมพึ่งจะขับเข้ามาได้ไม่ถึงยี่สิบนาทีด้วยซ้ำขับออกไปดังเดิม คืนนี้ผมคงต้องไปนอนที่บ้านไม่ซิไม่ใช่แค่คืนนี้ ผมคงต้องกลับไปอยู่บ้านซักระยะ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเจอเธออีก


     เช้าวันต่อมาผมก็กลับเข้ามาที่คอนโดเพื่อมาเก็บของใช้บางอย่างที่จำเป็นไปไว้ใช้ตอนที่ผมอยู่บ้าน ผมเปิดประตูเข้ามาในตอนเช้าผมก็ไม่พบยูอยู่ในห้องแล้วครับ แต่คาดว่ายูน่าจะออกจากที่นี่ไปได้ไม่นานนัก เพราะความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่คงอยู่ในห้อง ยังจัดว่าเย็นมากอยู่ทีเดียว หรือผมกับเธอจะเดินส่วนกันตรงทางเดินแต่ไม่ทันเห็น ผมคิดไปพลางเก็บของใช้ใส่กระเป๋าไปพลาง ก่อนจะเดินออกจากห้องเพื่อไปเข้าเรียนให้ทันช่วงเช้าของวัน ซึ่งวิชานี้ผมจะขาดอีกไม่ได้แล้ว เพราะผมใช้โควตาขาดสามครั้งไปแล้วภายในหนึ่งเดือน แล้วถ้าผมขาดอีกพอดีผมคงไม่จบสี่ปีแน่

“ไอภีมมึงจะรีบไปไหนของมึงเนี่ย”

ไอนพดึงแขนรั้งผมที่กำลังจะเดินออกจากห้อง ให้หันกลับไปหามัน

“กูจะไปรับน้องภู”

ผมว่าอย่างไม่สบอารมณ์แล้วปัดแขนมันออก คนยิ่งรีบๆอยู่ด้วย ไปช้าหน่อยไอเด็กดื้อของผมมันอาจจะหนีไปทำงานก่อน

“แต่ยูรอมึงอยู่หน้าตึก”

ผมชะงักไปเล็กน้อยกับประโยคถัดมาของมัน ยูมาหาผมทำไมถึงที่ มอ เมื่อคืนผมไม่ได้บอกไปหรอว่าผมไม่อยากเจอหน้าเธออีก

“มาบอกกูทำไม”

ผมไม่สนใจแล้วว่ามันจะพูดอะไรต่อ สิ่งที่ผมทำคือกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่ลานจอดรถใต้คณะ ผมเดินมาถึงก็เปิดประตูเข้าไปนั่งประจำที่คนขับทันที ก่อนจะค่อยๆขับออกจากที่จอดรถ พอขับผ่านหน้าคณะผมก็ต้องเหยียบเบรกตัวโก่ง เพราะร่างของผู้หญิงคนนึงวิ่งเข้ามาขวางหน้ารถของผมไว้ ผมที่เบรกไม่ทันรถเลยทำให้รถพุ่งชนกลางลำตัวเธอ แม้จะไม่แรงมากแต่ก็ทำให้จุกจนขยับตัวไม่ได้เช่นกัน

“ยู!!!!”

ผมรีบเปิดประตูรถลงไปพยุงร่างคนเจ็บให้ลุกขึ้น ภาพที่ผมเห็นยูถูกรถของผมชนทำเอาหัวใจผมกระตุกวูบ ร่างผอมบางสั่นเทิ่มถลาเข้ามากอดผมแน่น

“ภีมยูกลัว ยูกลัวคะ”

“ยูภีมขอโทษ เจ็บมากไหมแล้วยูวิ่งมาแบบนี้ได้ยังไง”

ผมถามอย่างเป็นห่วงพลางพลิกขาพลิกแขนเธอดู เพื่อหาร่องรอยของบาดแผล แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากครับ เพราะตามตัวไม่มีแผลใหญ่ มีเพียงรอยถลอกเล็กน้อยที่หัวเข่า ขา และแขนเพียงเล็กน้อย

“ไปลุก ไปหาหมอกันไปให้หมอตรวจเช็คดูอีกที”

ผมบอกพลางอุ้มคนเจ็บขึ้นรถ ตลอดเวลาที่ผมขับรถพาเธอไปโรงพยาบาล เธอก็เอาแต่จ้องหน้าผมแล้วยิ้ม ไม่รู้จะยิ้มอะไรนักหนา ทำให้คนอื่นเขาเป็นห่วงยังมีหน้ามายิ้มอีก เห็นอย่างนั้นแล้วผมก็อดหงุดหงิดไม่ได้ ทั้งๆที่คิดว่าจะทำเป็นไม่สนใจ ทำเป็นไม่แคร์ ไม่ไปให้เจอ เพราะไม่อยากจะคิดถึงเรื่องเก่าๆอีก ผมคิดว่าผมทำได้ แต่พอมีเรื่องนี้ขึ้นมา กลับกลายเป็นว่าผมทำไม่ได้

“เจ็บตัวสนุกหรือไงยู ยิ้มอะไรนักหนา”

คนถูกดุแทนที่จะทำหน้าสลดแต่กลับยิ้มกว้างยิ่งกว่าเดิม แถมยังคว้ามือผมที่กุมอยู่บนเบรกมากุมไว้แทนเสียอีก ความอบอุ่นจากมือคู่นั้นทำให้ใจของผมกระตุกวูบ

“เป็นห่วงยูมากขนาดนั้นเลยหรอคะ”

ยูถามผมด้วยน้ำเสียงอ้อนๆในแบบที่เธอชอบทำใส่ผม เมื่อตอนที่เราคบกัน ทั้งสีหน้า น้ำเสียง ที่เธอแสดงออกต่อผมทำให้ผมต้องชักมือกลับ เมื่อกี้ผมเกือบจะยอมให้กับรอยยิ้มและน้ำเสียงอ้อนๆของยูอีกแล้ว ผมยอมรับนะครับว่ามาถึงตอนนี้ยูก็ยังคงมีอิทธิพลต่อหัวใจผมอยู่ไม่น้อย ผมยอมรับครับว่าลึกๆแล้วผมยังรักเธออยู่ มันก็คงไม่แปลกมั้งที่ผมจะตื่นเต้นบ้างเวลาอยู่กับเธอ เหมือนกับที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้

“เปล่า”

ผมเลือกที่จะสลัดความคิดและความรู้สึกเมื่อครู่ทิ้งแล้วให้ความสนใจกับการขับรถต่อ หลังจากที่ส่งยูถึงมือหมอเรียบร้อยผมก็อยู่รอดูผลการตรวจอยู่ข้างนอก ผมได้แต่หวังว่าเธอจะไม่เป็นอะไรมาก เพราะจากที่เห็นบาดแผลภายนอกก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไร ผมนั่งรออยู่ไม่นานยูก็เดินออกมาจากห้องตรวจพร้อมกับผ้าพันแผลบางแห่งบนตัว

“เป็นไงบ้างหมอว่ายังไง”

ผมเดินไปช่วยพยุงตัวเธอมานั่งที่เก้าอี้ ยูยิ้มแล้วส่ายหน้าให้ผมแทนคำตอบ

“ไม่เป็นไรคะแค่แผลถลอกนิดหน่อยเอง”

ได้ยินแบบนี้แล้วผมเองก็รู้สึกโล่งใจ ในเมื่อได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหมอแล้วว่ายูไม่เป็นอะไร มันก็ถึงเวลาแล้วที่ผมกับเธอเราควรจะแยกกันซักที หลังจากเสร็จธุระที่โรงพยาบาลผมก็ขับรถมาส่งยูที่โรงแรมซึ่งไม่ได้ไกลไปจากโรงพยาบาลเท่าไหร่นัก

“ภีมไปแล้วนะ”

ผมบอกแล้วเตรียมจะเดินกลับเข้าไปที่รถ แต่มือเล็กของยูก็คว้าแขนผมเอาไว้เสียก่อน

“ยูขอเจอภีมบ้างได้ไหม ตอนนี้ยูไม่มีเพื่อนคนไหนแล้วนอกจากภีม”

ผมขับรถกลับมาบ้านพร้อมกับความสับสนที่เกิดขึ้นภายในใจ ที่ผมทำมันถูกแล้วหรือ ผมยอมให้เธอกลับเข้ามาอยู่ในชีวิตอีกครั้งแบบนี้มันสมควรแล้วหรือไง ผมกำลังคิดอะไรของผมอยู่กันแน่ ผมไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ

ผมทิ้งตัวลงบนที่นอนอย่างเหนื่อยล้า ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมากดดูอะไรเล่น ผมไล่กดดูไลน์ของเพื่อนๆที่ส่งมาหาผม ก่อนสายตาจะเลื่อนไปเจอกับข้อความสั้นๆของใครบางคนที่นานครั้งถึงจะส่งมาหาผม

PHU: กูไปทำงานแล้วนะ (17:30)

เหี้ย!!!ผมมัวแต่ยุ่งๆจนลืมไปเลยว่าผมสัญญากับเด็กดื้อของผมว่าจะไปส่งที่ทำงาน ผมถึงกับดีดตัวขึ้นจากที่นอนแล้วคว้ากุญแจรถกับกระเป๋าตังค์เพื่อจะออกไปหาเด็กดื้อของผม แต่นี่มันจะสี่ทุ่มแล้วไม่รู้ว่าภูจะกลับบ้านไปหรือยัง ผมกดโทรศัพท์โทรหาเจ้าตัวในขณะที่กึ่งวิ่งกึ่งเดินไปยังรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน

“ฮัลโลภูอยู่ไหนครับ”

ผมถามทันทีที่ปลายสายกดรับ

(กูอยู่บ้าน)

“ถึงบ้านแล้วหรอ พี่ขอโทษนะที่วันนี้ไม่ได้ไปส่งเราโกรธพี่ไหมครับ”

(ทำไมต้องโกรธ)

ปลายสายถามเสียงเรียบ ตามแบบฉบับ น่าน้อยใจชะมัดจะแกล้งทำเป็นงอนผมหน่อยก็ไม่ได้หรือไง อย่างน้อยถ้ามันงอนผมก็ยังพอมีหวังว่ามันอาจจะชอบผมขึ้นมาบ้างแล้วเหมือนที่ผมชอบมัน

“พรุ่งนี้พี่ไปรับนะ ไม่ผิดสัญญาแล้วขอโทษนะครับ”

(อืม กูไปนอนนะ)

สั้นๆง่ายๆแต่ทำให้ผมหุบยิ้มไม่ได้เลย โอยยย ผมละอยากเห็นหน้ามันจริงๆ วันนี้ไม่ได้เจอหน้าเลย คิดถึงใจจะขาดอยู่แล้ว เจ้าตัวมันจะรู้บ้างหรือเปล่านะว่าทำให้ผมคิดถึงมากแค่ไหน คงไม่รู้หรอกใจร้ายซะขนาดนั้น ผมเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านไปตามเดิม วันนี้คงไม่มีหวังที่จะได้เจอไอหน้าเฉยของผมแล้ว รอพรุ่งนี้ก่อนก็แล้วกันผมจะรีบตื่นขับรถไปรับตั้งแต่เช้าเลยคอยดู แล้วเจอกันนะครับเด็กดื้อของพี่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-04-2019 14:02:47 โดย wookyu »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3105
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
ปูเสื่อรอ

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2

ลงตอนซ้ำเดิมหรือเปล่าครับ?

ออฟไลน์ wookyu

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-3

ลงตอนซ้ำเดิมหรือเปล่าครับ?


ขอโทษนะคะ ลงซ้ำจริงๆด้วย แต่แก้ให้แล้วนะคะ

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19
 :a5:

ยู อีกกกกกกกกกกกก

ออฟไลน์ everlastingly

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 470
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-1
รออ่านๆ ต่อ ยูลงทุนจังเลย 555

ออฟไลน์ wookyu

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-3
         
                                                                                   - 22 -

     

     หลายวันมานี้พ่อผมมีอาการแปลกๆ ในทุกๆครั้งที่ผมกลับเข้ามาบ้านทีไรก็จะเห็นแกนอนหันหน้าเข้ากำแพงตลอด หลับตั้งแต่หัววัน ข้าวปลาก็ไม่ค่อยยอมกิน แต่ก็ยังดีนะครับที่ไม่ดื่มเหล้าหนักเหมือนทุกวัน ไม่ซิเรียกว่าไม่ดื่มเลยดีกว่า

วันนี้ผมได้เลิกงานเร็วเพราะเถ้าแก่ที่อู่มีธุระเร่งด่วนต้องรีบเดินทางไปต่างจังหวัด แถมยังพ่วงพี่เก่งคนดูแลอู่ไปด้วยอีก พวกผมเลยได้เลิกงานก่อนเวลา และกลับมาบ้านอย่างที่ผมพึ่งจะพูดให้ฟังไปเมื่อสักครู่เนี่ยแหละครับ ผมเดินเข้ามาในบ้านวางของเรียบร้อยเสร็จก็ตรงเข้าไปหาพ่อที่นอนหลับอยู่บนที่นอน ผมยืนมองหน้าพ่อตัวเองอยู่ซักพักก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวให้ท่าน แล้วเตรียมจะเดินออกไปเพื่อไปอาบน้ำอ่านหนังสือต่อ

“กลับมาแล้วหรอลูก แค่กๆๆ”

เสียงร้องทักจากคนที่ผมคิดว่าหลับไปแล้วฉุดให้ผมต้องหันหน้ากลับมามองยังที่มาของเสียง พ่อขยับตัวพิงกับหัวเตียงช้าๆก่อนจะเงยหน้ามาสบตาผมตรงๆ และทำให้ผมได้เห็นสีหน้าของท่านชัดๆ

“คุณไม่สบายหรอ”

ผมถามในขณะที่ยังยืนอยู่ที่เดิมมองท่านด้วยสายตานิ่งๆ ซึ่งเต็มไปด้วยความเป็นห่วงของผม

“นิดหน่อย แล้วนี่ทำไมวันนี้เอ็งกลับเร็ววะ แค่กๆๆ”

พ่อส่งยิ้มเฝื่อนๆส่งมาให้ผม พร้อมกับนัยน์ตาที่แฝงไปด้วยความอบอุ่น ทำไมผมเห็นแบบนี้แล้วผมถึงรู้สึกว่าอยากร้องไห้

นานแค่ไหนแล้วที่แววตาคู่นั้นไม่เคยมอบความอบอุ่นให้ผม นานแค่ไหนแล้วที่พ่อไม่เคยยิ้มให้ผมอย่างจริงใจเท่านี้มาก่อน

นานแค่ไหนแล้วครับพ่อ ผมได้แต่เฝ้าถามชายผู้ให้กำเนิดตัวเองตรงหน้าอยู่ในใจ ก่อนที่ขาทั้งสองข้างจะค่อยๆขยับไปยืนตรงหน้า

“ไปหาหมอไหม คุณป่วยมากนะครับ”

“เอ๊ะ!ไอเด็กคนนี้ เมื่อไหร่เอ็งจะเลิกเรียกข้าว่าคุณซักทีวะ ฮ่าๆๆ แค่กๆๆๆๆๆ กูพ่อมึงนะเว้ยไอภู แค่กๆ ถึงข้าจะเป็นพ่อที่ไม่ได้เรื่อง แต่ไอแก่หัวหงอกๆคนนี้ ก่อนตายมันก็อยากได้ยินลูกตัวเอง แค่กๆๆ เรียกมันว่าพ่อ”

ประโยคที่พ่อพูดกับผมเมื่อครู่ แม้ท่านจะทำเป็นเหมือนพูดเล่น แต่กลับทำให้ผมรู้สึกใจหายกับคำพูดนั้นอย่างบอกไม่ถูก

ตายหรอ ทำไมพ่อถึงพูดอะไรน่ากลัวแบบนี้ ผมไม่ยอมอย่าพูดคำนี้ออกมาอีกผมไม่ชอบ ทำไมต้องพูดเหมือนจะทิ้งผมไว้คนแบบนี้คนเดียวอีก ผมไม่อยากอยู่คนเดียว ผมไม่อยากคิดถึงวันที่ผมต้องอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ ความคิดต่างๆประดังประเดเข้ามาในหัวผมเต็มไปหมด พร้อมๆกับความกลัวที่เก็บขึ้นเงียบๆภายในใจของผม

“.................................”

“ภูเอ้ย ตลอดเวลาที่ผ่านมาเอ็งคนเหนื่อยกับข้ามามากใช่ไหม แค่กๆๆ เหนื่อยกับพ่ออย่างข้ามากใช่ไหมลูก”

“..............................”

“พ่อขอโทษนะ พ่อขอโทษจริงๆ อุก แค่กๆๆๆๆ”

“พอแล้ว หยุด!!อย่าพูดอีกเลย”

ผมทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว ผมไม่อยากได้ยินคำขอโทษใดๆจากพ่ออีก ตอนนี้พ่อกำลังเจ็บ ผมไม่อยากฟังคำขอโทษทั้งๆที่ท่านกำลังป่วยแบบนี้เพราะมันกำลังทำให้ผมคิดว่ามันคือคำสั่งลา เพราะฉะนั้นผมจะไม่ฟัง

“เอ็งคงโกรธข้าจริงๆ หึหึ ถึงไม่อยากแม้แต่จะฟังในสิ่งที่ข้าพูด”

พ่อพูด้วยน้ำเสียงตัดพ้อก่อนจะค่อยๆทิ้งตัวลงนอนตามเดิม

“ไปหาหมอกับผมก่อนได้ไหม แล้วค่อยกลับมานอน”

“ไม่ไปข้าไม่เป็นอะไร เอ็งไม่เหนื่อยหรือไง ไปพักผ่อนได้แล้ว แค่กๆๆ”

พ่อตอบผมทั้งๆที่ยังนอนหันหลังให้ผมอยู่ ผมมองแผ่นหลังที่กระเพื่อมจากการไอด้วยความรู้สึกเป็นห่วง ท่านไอหนักมากจนผมไม่คิดว่าจะสามารถปล่อยให้ท่านนอนอยู่ที่นี่โดยไม่ได้รับการรักษาได้ ผมกลัวว่าท่านจะเป็นอะไรไป

“ไปหาหมอเถอะนะครับ”

“..................พ่อ”

ผมเดินลงจากตึกคณะตัวเองในช่วงเย็นพร้อมกับเอสและเกดหลังจากจบคลาส  วันนี้ผมไม่มีแพลนที่จะไปทำงานเพราะผมต้องไปเผ้าพ่อที่โรงพยาบาล ส่วนเกดกับเอสมีนัดไปยื่นเรื่องฝึกงานที่บริษัท ผมไม่บอกเพื่อนผมทั้งสองคนว่าพ่อเข้าโรงพยาบาล เพราะถ้าสองคนนั้นรู้มีหวังคงไม่ยอมไปยื่นเรื่องฝึกงานให้เสร็จแล้วตามผมไปแน่ ผมคิดว่าจะบอกหลังจากผ่านเรื่องฝึกงานนี้ไป

“เดี๋ยวกูกับเกดไปก่อน มึงแน่ใจว่าจะไม่ให้กูขับรถไปส่งจริงๆนะ”

“อืม ไปเถอะ”

“งั้นเราไปก่อนนะภู เจอกันพรุ่งนี้”

ผมพยักหน้ารับเป็นอันเข้าใจก่อนจะเดินไปรอรถเมลที่หน้า มอ วันนี้ไอภีมมันโทรมาหาผมบอกว่าไม่ว่างให้ผมไปทำงานก่อนเลย ผมก็ไม่ได้ถามว่าทำไม แต่รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้มันไม่ผิดนัดกับผมบ่อย ผมไม่ได้น้อยใจนะ ก็เรื่องของมัน มันจะทำอะไรก็เรื่องของมัน เพียงแต่บางครั้งผมก็รู้สึกไม่พอใจจนอธิบายเป็นคำพูดไม่ถูก ผมมาถึงโรงพยาบาลก็เกือบจะห้าโมงแล้ว ผมเลือกโรงพยาบาลที่อยู่ทั้งใกล้บ้านและใกล้มอ เวลาผมเดินทางไปมาระหว่างสองที่นี้จะได้สะดวกและกินเวลาไม่มาก

ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายผมคงต้องหางานทำเพิ่ม ลำพังงานที่ทำอยู่คงจ่ายค่ารักษาพยาบาลของพ่อไม่ไหว ผมเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องที่พ่อทำการรักษาอยู่ โรคที่พ่อเป็นไม่สามารถอยู่รวมกับผู้ป่วยเคสอื่นได้เลยต้องมาอยู่ห้องพิเศษคนเดียว และค่าใช้จ่ายก็แพงอยู่มากทีเดียว

“พ่อลุกขึ้นมาทำอะไรครับ”

ผมรีบเดินเข้าไปพยุงคนป่วยที่กำลังจะลุกจากเตียงไปไหนก็ไม่รู้ไว้ให้กลับนั่งที่เตียงตามเดิม

“ไปภูพาพ่อออกจากโรงพยาบาลที ที่นี่มันแพงเอ็งจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายเยอะแยะ”

พ่อพูดแล้วเขย่าแขนผมด้วยแรงที่มีอยู่เพียงน้อยนิด ผมเลยจับมือท่านไว้แล้วบีบเบาๆ

“แค่พ่อคนเดียวภูหาให้ได้ อย่าดื้อขึ้นไปนอน”

ผมบอกพลางผลักคนป่วยให้นอนลงบนเตียงตามเดิม ก่อนจะลากเก้าอี้แล้วหยิบขนมที่ผมซื้อมาฝากป้อนให้พ่อกิน แล้วเปิดทีวีให้ท่านดู ระหว่างนั้นผมสองพ่อลูกก็คุยกันถึงเรื่องหนังเรื่องข่าว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผมไม่คิดเลยว่าวันนึงผมจะได้สัมผัสกับมัน เสียงหัวเราะที่ผมไม่ได้ยินมานาน ตอนนี้ดังก้องไปทั่วทั้งห้องแม้จะเป็นเสียงหัวเราะที่แทรกแสร้งด้วยเสียงไอของพ่อแต่นั่นก็ทำให้ผมมีความสุข หลังจากดูทีวีพ่อก็กินยาแล้วหลับไป ผมเองก็ต้องไปหาซื้อของใช้บางมาไว้ให้พ่อ

เพราะผมไม่รู้ว่าท่านจะพักอยู่ที่โรงพยาบาลอีกนานเท่าไหร่ แต่ที่รู้คงมีซักสามสี่วัน รอผลเลือดที่เอาไปตรวจ ผมเดินออกจากลิฟท์แล้วกำลังจะเดินตรงไปยังทางออก แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นใครบางคนเข้าซะก่อน

“เดินไหวใช่ไหม ไม่ต้องให้ภีมพยุงนะ”

“ไหวแต่ช่วยพยุงไม่ได้หรอ นะภีมนะๆๆๆ”

ภาพของชายหญิงสองคนที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากตรงที่ผมยืนเท่าไหร่นักกำลังคุยกันอยากออกรส ใบหน้าของคนทั้งคู่ยิ้มให้กันอย่างมีความสุข นั่นก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ทำไมคนสองคนที่กำลังยืนหยอกล้อมีความสุขกันตรงหน้า ถึงทำให้ผมปวดใจอย่างนี้ก็ไม่รู้

“เดินไหวก็เดินเอง ภีมจะยอมให้ครั้งนี้ครั้งเดียวนะห้ามโทรเรียกภีมอีก”

ผมหันหลังเข้ากำแพงแทบจะในทันที ที่เห็นคนทั้งสองเมื่อครู่กำลังเดินมาทางที่ผมยืนอยู่ โดยที่ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมจะหลบทำไม รู้อย่างเดียวแค่ผมยังไม่พร้อมที่จะมองหน้าและคุยกับใครบางคนเท่านั้น หลังจากที่เห็นสองคนนั้นเดินหายไปผมก็เดินออกไปซื้อของของผมตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็คงจะเป็นใจดวงนี้เท่านั้นแหละครับ มันเจ็บจี๊ดๆอยู่ตลอดเวลาเหมือนโดนเข็มแทง ผมไม่ชอบเลยมันหน่วงๆไม่ว่าจะทำอะไรมันก็ไม่ยอมหายไป และคาดว่าผมคงจะเป็นแบบนี้ไปอีกเรื่อยๆ เพราะผมคงต้องเห็นอะไรแบบนี้บ่อย คงต้องเริ่มทำให้ชินตั้งแต่วันนี้ พอผมไปซื้อของกลับมาจัดให้พ่อเสร็จผมก็หนังสือพิมสมัครงานมากางหางานที่พอจะทำเพิ่มได้ ช่วงเย็นหลังจากงานที่อู่ผมคงต้องหางานที่ทำเป็นกะได้เพิ่มอีก ผมใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงในการจดเบอร์และงานที่ผมจะโทรหาพรุ่งนี้ลงสมุด พอหันมองนาฬิกาอีกทีก็เกือบจะตีหนึ่งแล้ว ผมเลยเก็บของแล้วเข้านอนผมนอนมองโทรศัพท์ในมืออย่างเลื่อนลอย วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่ไม่มีการติดต่ออะไรจากไปภีมเลยไม่มีทั้งไลน์ ทั้งโทรศัพท์ หึนี่ผมประสาทแดกไปแล้วหรอเวลาอย่างนี้ยังเสือกมีหน้ามานอยด์แดกเป็นสาวๆไปได้ ผมกำลังคาดหวังอะไรในตัวมันแล้วผมมีสิทธิที่จะทำอย่างนั้นหรือไง ผมสลัดความคิดบ้าๆทั้งหมดออกจากหัวแล้วข่มตาหลับ นอนเถอะภูพรุ่งนี้ชีวิตมึงยังมีอะไรให้ทำอีกตั้งเยอะนะ หลับซะ

     เช้าวันต่อมาผมไม่มีเรียนคาบแรกในวันนี้เลยกลับบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วออกไปหางานอย่างที่ผมตั้งใจไว้ โชคดีนะครับที่ผมโทรไปสมัครงานที่หนึ่งไว้แล้วเขาตอบรับกลับมา เนื่องจากกำลังขาดคนอยู่พอดี และช่วงเวลาก็เป็นช่วงที่ผมต้องการระหว่าง 5ทุ่มถึง ตี 5 ค่าแรงวันละ 800 บาท เป็นงานของเขตครับพวกลอกท่อ ใช่ครับฟังไม่ผิดหรอกผมรับจ้างลอกท่อ ค่าแรงดีและก็เวลาก็ซับพอร์ทผมด้วย ตอนนี้ไม่ว่าอะไรที่จับแล้วเป็นเงินคนอย่างผมคงต้องหยิบต้องจับทำทุกอย่าง

“สวัสดีครับผมมาตามที่โทรนัดเรื่องงานเอาไว้ครับ”

ผมบอกกับพี่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมเห็นหลังจากที่เปิดประตูสำนักงานเข้ามา สำนักงานที่ผมกำลังพูดถึงคือสำนักงานจัดหางานเล็กๆ ดูแล้วน่าจะมีพนักงานอยู่ไม่ถึง 5 คนด้วยซ้ำ พี่เข้ายิ้มรับให้ผมก่อนจะเดินไปหยิบเอกสารรับสมัครงานมาให้ผม

“เริ่มงานได้วันไหนคะ”

“วันนี้เลยก็ได้ครับ”

ผมตอบ พี่เขาพยักหน้ารับแล้วส่งเอกสารให้ผมกรอก พอกรอกเสร็จพี่เขาก็เดินมาส่งผมที่หน้าสำนักงาน

“เราจะไหวหรอดูจากท่าทางแล้วไม่น่าจะทำงานหนักได้ ดูเป็นลูกคุณหนูซะขนาดนี้”

“ไหวครับขอบคุณมากนะครับ”

ผมบอกลาพี่เขาเสร็จก็มุ่งหน้าไปมหาลัยต่อทันที พอผมมาถึงหน้าคณะก็เห็นไอคนที่ผมพึ่งจะหลบหน้าเมื่อคืนยืนพิงรถรอผมอยู่ และเมื่อมันเห็นผมมันก็ฉีกยิ้มเดินเข้ามาหาอย่างไว ในขณะที่ผมอยากจะหันหลังกลับแล้วไปไหนก็ได้ที่ที่ผมจะไม่ต้องเห็นมัน

“ไปไหนมาพี่ไปรับที่บ้านไม่เห็นเจอ มือถือก็ไม่รับ”

มันว่าแล้วทำหน้าบึ่งใส่ผม ก่อนจะดึงแขนผมให้เดินตามมันขึ้นรถไป

“ไปไหนกูมีเรียน”

ผมบอกแล้วแกะมือมันออก

“ไปกินข้าวกันเสร็จแล้วค่อยมาเรียน”

“กูไม่หิว”

“ไปครับ เร็วเด็กดี”

นอกจากมันจะไม่ฟังในสิ่งที่คนอื่นเขาพูดแล้วมันยังทำเป็นเมินในท่าทางที่ไม่เต็มใจของผม ทั้งลากทั้งดึงให้ผมขึ้นรถไปกับมันจนได้ ระหว่างทางมันก็เอาแต่พูดโน่นพูดนี่ให้ผมฟัง จนกระทั่งมาถึงร้านอาหารร้านหนึ่ง

“สองที่นะคะ”

“เปล่าครับหกที่ครับเดี๋ยวมาอีกสี่”

คำตอบของมันที่หันไปพูดกับพี่พนักงานแม้จะทำให้ผมสงสัยอยู่ไม่น้อยว่าใครคืออีกสี่คนที่เหลือ แต่ผมก็เลือกที่จะนั่งเงียบๆมองอะไรไปเรื่อยเปื่อย แค่หน้ามันตอนนี้ผมยังไม่อยากจะมองเลย คิดถึงภาพที่ผมเห็นเมื่อคืนขึ้นมาทีไรใจผมก็ยังเจ็บอยู่เหมือนเดิมทุกที เพราะฉะนั้นเรื่องชวนมันคุยคงไม่ต้องนึกถึง

“เป็นไรหรือเปล่าภู วันนี้ดูตึงๆนะ”

มันถามระหว่างที่เปิดเมนูอาหารดูไปเรื่อย

“เปล่า”

“ภูงอนพี่เรื่องเมื่อวานหรอ พี่ติดธุระจริงๆนะพี่ไปทำธุระกับแม่มา ภูครับไม่โกรธพี่ซิ หื้มม นะๆดีกัน”

ได้ฟังคำตอบของใจผมยิ่งรู้สึกหงุดหงิดจนแทบอยากจะลุกหนีจากโต๊ะไปให้รู้แล้วรู้รอด ผมพึ่งจะรู้นะครับว่าแม่มันอายุเท่ามันแถมมันยังพูดคุยกับแม่มันเหมือนเพื่อนเล่นอีก ทำไมมันจะต้องโกหกผมด้วยพูดมาเลยตรงๆมันจะตายหรือไงแค่บอกว่ามันพาผู้หญิงของมันไปโรงพยาบาล

“อ้าวเหี้ยภีมมานานแล้วหรอมึง สวัสดีครับน้องภูไอภีมก็ชวนเรามาเหมือนกันหรอ”

พี่นพที่พึ่งเดินเข้ามาในร้านร้องถามไอภีมเสร็จแล้วก็หันมาทักทายผมด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ไอผมเลยต้องยกมือกราดไหว้เพื่อนมันจนครบทุกคน ก่อนจะก้มหัวทักเป็นเชิงทักทายให้พี่เขตอีกครั้งที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

“น้องครับเดี๋ยวขอโต๊ะเพิ่มอีกตัวนะครับ”

พี่ต้าหันไปพูดกับพี่พนักงานในร้าน และทันทีที่พี่ต้าหันกลับมาไอภีมก็ยิงคำถามใส่ทันที

“เอามาทำไมอีก ใครมาเพิ่ม!!?”

“ยูเองคะภีม”

ผู้หญิงคนเมื่อคืนที่ผมเจอเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มก่อนจะทิ้งตัวนั่งที่เก้าอี้ถัดจากผม มองดูใกล้ๆแบบนี้แล้วเธอดูสวยมากครับขาว ตัวเล็ก น่ารัก แถมยิ้มสวยอีกต่างหาก ไม่แปลกเลยที่คนอย่างไอภีมจะชอบ

“มาทำไมภีมไม่ได้ชวนยูนะ”

“ยูก็ไม่ได้มาเพราะภีมชวนซักหน่อยเนอะนพๆเนอะ”

“ไอนพมึงชวนยูมาหรอ เสือกไม่เข้าเรื่องนักนะมึง”

“อะไรวะแค่กินข้าว มึงอย่าทำตัวใจร้ายกับแฟนเก่าตัวเองหน่อยเลยหว่ะ”

“ไอนพ!!!”

“ภูสั่งอาหารยังให้พี่สั่งให้ไหม”

ผมที่กำลังถูกบทสนทนาระหว่างอดีตแฟนเก่าทั้งเขาเถียงดึงดูดความสนใจอยู่ เสียงพี่เขตที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็เรียกสติผมให้กลับมาสนใจกับเมนูอาหารในมือ

“พี่สั่งเถอะผมไม่หิว”

ผมบอกแล้วเหลือบตาไปมองยังอดีตคู่รักอีกทีทั้งสองคนยังดูสนิทกันดีไม่เหมือนกับเป็นแฟนเก่ากันเลย ดูแล้วผมว่าเหมือนทั้งสองคนยังมีเยื่อใยให้กันและกันอยู่ ไอภีมแม้มันจะแสร้งทำเป็นพูดไม่ดีกับผู้หญิงของมันแต่ก็ยิ้มไปพูดไปทุกครั้ง ยิ่งเห็นก็ทำให้ผมยิ่งคิดว่าผมมาทำอะไรที่นี่

“ภูมานั่งนี่เร็ว นพมึงย้ายไปนั่งตรงโน่นเลย”

“ให้น้องตรงนั้นก็ดีอยู่แล้ว มันจะได้ไม่เกร็งมึงเวลาแดกไง”

“อย่าเสือก ภูครับมานั่งนี่เร็ว”

ผมมองหน้าไอคนเรียกนิ่งไม่ได้ขยับตัวไปตามคำสั่ง ในทางกลับกันผมอยากจะรีบกินให้เสร็จแล้วไปจากตรงนี้แต่โดยเร็ว

ผมอึดอัดกับบรรยากาศตรงนี้เหลือเกิน

“ภูครับ ก็ได้ภูไม่ย้ายมาพี่ย้ายไปเอง”

“ดูภีมจะแคร์น้องเขาเหลือเกินนะคะ ยูน้อยใจนะเนี่ย”

ยูแฟนของไอภีมทำหน้างอ แล้วมองหน้าผมอย่างไม่พอใจ โดยที่ผมไม่ได้ทำอะไรให้เธอด้วยซ้ำ

“แคร์ซิก็ภีม……ชอบน้องเขาหนิ”

“ฮิ้วววววววว กูก็ว่าเรียกพวกกูมารวมตัวกันทำไมที่แท้ก็จะเปิดตัวแฟนใหม่นี่เอง”

“ภีมล้อยูเล่นใช่ไหมคะ!!!”

“เปล่าภีมพูดจริง”

“กูไปเรียนก่อนนะ”

ผมแทรกขึ้นแทบจะทันทีก่อนที่เรื่องมันจะยุ่งมากไปกว่านี้ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมไอภีมถึงทำแบบนี้  มันจะมาพูดเหี้ยอะไรต่อหน้าคนอื่น หรือมันแค่อยากจะทำให้แฟนเก่ามันหึง เลยใช้ผมเป็นข้ออ้าง มันทำแบบนั้นเพราะอยากกลับไปคืนดีกับแฟนเก่า มันจะไม่ง่ายกว่าหรอแค่มันบอกว่ายังรักเขาอยู่ ดูแล้วยูเองก็คงอยากจะกลับมาคืนดีกับมันใจจะขาดคงไม่ใช่เรื่องยากอะไรนัก แต่ผมไม่ชอบใจเลยที่มันทำเหมือนกับผมเป็นเพียงเครื่องมือขอบมันเท่านั้น

“อ้าวทำไมหล่ะครับภู งอนอะไรอีก”

“กูมีเรียน”

“ภู!!!”

“…………………….”

“เออ เรื่องของมึงไม่แดกก็อย่าแดกจะไปไหนก็ไป!!!”

ฟังคำพูดที่ไล่ตามหลังผมมาจบ มือทั้งสองข้างของผมก็เผลอกำเข้าหากันแน่น ก่อนที่ผมจะรีบเดินออกจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด หลังจากผมได้เห็นสิ่งที่มันทำกับผม นั่นยิ่งทำให้ผมรู้ว่าผมโง่แค่ไหนที่เผลอคิดไปว่ามันทำดีพูดดีกับผมเพราะมันชอบผมจริงๆ แต่จริงๆแล้วผมสำหรับมันก็แค่เครื่องมือและของเล่นดีๆชิ้นนึงเท่านั้นเอง พอมันเบื่อหรือหมดประโยชน์กับมันแล้ว มันก็จะเขี่ยผมทิ้ง



--------------------------------------------------

ภีมยังแคร์แฟนเก่าแบบนี้แล้วจะมาตอแยน้องภูทำไม

ขอเม้นท์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11

ออฟไลน์ everlastingly

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 470
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-1
 :z6: ร่วมลงชื่อขับไล่อิภีมมมมมมมมม

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

โอย...ทำไมชีวิตน้องภูมันช่างรันทดขนาดเน้

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3105
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
ไม่กล้าออกตัวแรง555

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19
 :z6:


รำคาญ !!

ออฟไลน์ wookyu

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-3
                                                                         

                                                                        - 23 -


     หลังจากเรื่องวันนั้นผมก็ไม่เจอไอภีมมันอีกเลย ผมใช้ชีวิตหลังจากวันนั้นโดยการไปทำงานที่อู่ช่วงเย็นอยู่เฝ้าพ่อที่โรงพยาบาลช่วงสามทุ่มถึงสี่ทุ่มครึ่ง พอห้าทุ่มผมก็ไปกับรถเขตเพื่อไปลอกท่อตามพื้นที่ต่างๆ ผมเหนื่อยกับชีวิตที่เป็นอยู่ตอนนี้มาก ค่ารักษาพยาบาลที่ผมพยายามหามารักษาพ่อตอนนี้ก็ได้ไม่ถึงเสี้ยวหนึ่งของค่ารักษาพยาบาลต่อคืนเลยด้วยซ้ำ ผมยอมรับว่าผมเครียดมาก ผมมองหาทางออกไม่เจอ ในชีวิตผมไม่เหลือคนที่สามารถจะพึ่งพาได้เลยซักคน ตอนนี้ผมไม่รู้จะทำยังไงดีแล้ว

“ภู”

เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้ผมที่ยืนเหม่อหน้าฝากระโปรงรถยนต์หันกลับมามองยังที่มาของเสียง พี่เขตเดินเข้ามาหาผมพร้อมรอยยิ้ม ผมเลยยกมือไหว้พี่เขาแล้วถอดถุงมือเดินนำพี่เขตมานั่งที่โต๊ะม้าหินอ่อนที่ประจำ

“มาทำอะไรครับ”

“เป็นไงบ้างเรา ทำไมดูโทรมแบบนี้”

พี่เขตถามด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง ไม่ใช่แค่สีหน้าแต่ความเป็นห่วงของพี่เขตยังส่งผ่านมายังน้ำเสียงทำให้คนฟังอย่างผมรู้สึกผ่อนคลายขึ้น ผมหันไปมองหน้าพี่เขต ทำไมคนแรกที่มักจะมาให้ผมเห็นหน้าเวลาที่ผมรู้สึกแย่แบบนี้คือพี่เขตตลอด ทำไมต้องเป็นพี่ทุกที

“ผมเครียด”

“ครับเครียดอะไรบอกพี่ได้ไหม”

“ผมเหนื่อยครับพี่ ผมไม่รู้จะหาทางออกยังไง”

ผมเผลอพูดทุกอย่างออกไปตามใจที่ผมคิด ผมไม่รู้ว่าเพราะอะไรผมถึงอยากจะระบายความอัดอั้นของตัวเองที่มีอยู่ให้พี่เขตรู้ หรือเพราะแค่พี่เขาคือพี่เขตผมเลยอยากจะแชร์ทุกอย่างในชีวิตของผมให้พี่เขารู้

“มีอะไรให้พี่ช่วยไหมภู บอกพี่ได้ไหม”

“พ่อภูเป็นมะเร็งตับ ภูกลัวครับ”

ทันทีที่ผมพูดจบมือใหญ่ก็โอบบ่าผมเข้ามากอดไว้หลวม ก่อนที่มือหนาจะยกมือขึ้นมาลูบหัวผมเบาๆ

“อยากร้องไห้ หรืออยากระบายอะไรให้พี่ฟังก็ทำเลยนะครับพี่อยู่ตรงนี้ภูไม่จำเป็นต้องเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว ให้พี่ได้ช่วยภูบ้างนะครับ”

“ภูร้องไห้ไม่มีน้ำตาภูอึดอัดมาครับพี่ ข้างในนี้มันจุกแน่นไปหมด ฮึกๆๆ”

ผมพูดแล้วเอามือขึ้นมาทุบที่หน้าอกของตัวเองอย่างแรง ผมทรมานกับทุกอย่างที่ผมเป็น ทำไมเรื่องแย่ๆถึงได้มาเกิดขึ้นกับผมคนเดียวหมด ทำไมโชคร้ายต้องเลือกผมแค่คนเดียว

“ภู”

พี่เขตเรียกผมสั้นๆแล้วกระชับกอดแน่นยิ่งกว่าเดิม ไม่ว่าจะด้วยความอ่อนแอที่ผมมีหรืออาจจะเป็นเพราะผมอยากได้รับการปลอบโยนจากใครซักคน ไม่ว่าจะเพราะอะไรผมผมขอได้ไหมครับแค่เสี้ยววินาทีผมขอรับความอบอุ่นนั้นอย่างเต็มอิ่มซักครั้งหนึ่ง ผมคิดแล้วหลับตาอิงหัวเข้ากับหัวไหล่พี่เขตเบาๆโดยที่มีพี่เขตค่อยลูบหัวปลอบประโลมอยู่ข้างๆ

“ไม่เป็นไรแล้วนะครับภูยังมีพี่อีกคน พี่เป็นห่วงภูนะครับ”

ผมไม่รู้จะทำยังไง อ้อมกอดที่แสนจะอบอุ่นนี้บอกให้ผมเชื่อใจว่าเขาจะเป็นคนที่ผมไว้ใจได้จริงๆ ผมเลยค่อยๆพยักหน้ารับเพื่อเป็นการบอกพี่เขตกลายๆว่าผมไว้ใจพี่เขา  ผมนั่งอยู่อย่างนั้นจนรู้สึกว่าดีขึ้น เลยยกหัวออกจากไหล่พี่เขตพร้อมกับคำขอบคุณสั้นๆ ก่อนที่ผมจะเดินกลับไปทำงานต่อ พี่เขตก็อยู่เป็นเพื่อนผม คอยเล่าเรื่องโน่นเรื่องนี้ให้ผมฟัง พี่เขาบอกว่าช่วงนี้ปีสี่ค่อนข้างยุ่งกับโปรเจคจบ ผมก็พยักหน้ารับรู้ไปเรื่อย สองทุ่มกว่าพี่เขตก็อาสามาส่งผมที่โรงพยาบาลแล้วเลยขึ้นมาเยี่ยมพ่อผมถึงห้องพักฟื้น

“น่าเสียดายพี่มาตอนพ่อภูหลับ เลยไม่ได้ทักทายเลย”

พี่เขตพูดหลังจากที่เดินไปดูพ่อผมที่เตียงแล้วเดินกลับมานั่งเล่นที่โซฟาหน้าทีวีอีกครั้ง

“ครับ”

“ภูหิวไหมลงไปหาซื้ออะไรกินกันไหม”

“ไม่หิวครับ พี่เขตอีกพักผมต้องไปทำงานต่อ ถ้าพี่เขตอยากจะอยู่พักเหนื่อยที่นี่ก็ตามสบายนะครับ เดี๋ยวผมจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะไปทำงานต่อ”

“งาน? เราทำงานที่ไหนอีกเนี่ย ทำอะไรเยอะแยะ”

“ถ้าภูไม่ทำภูจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลพ่อครับ ภูขอตัวก่อนเลยแล้วกัน”

ผมพูดแล้วแล้วลุกขึ้นยืน พี่เขตก็รีบลุกตามทันที

“งั้นพี่ไปส่งนะครับ”

ผมพยักหน้ารับก่อนจะเดินนำพี่เขตออกไป แต่พอออกมาถึงหน้าเคาน์เตอร์พี่เขตก็บอกผมให้ไปรอที่รถก่อน พี่เขาขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ผมเลยพยักหน้ารับรู้แล้วออกไปรอข้างนอกตามคำสั่ง ไม่นานนักพี่เขตก็กลับออกมา ผมให้พี่เขตไปส่งที่หน้าบ้านแล้วบอกให้กลับไปเลยแต่พอออกมาผมกลับเห็นพี่เขตยังรออยู่ โดยพี่เขาบอกผมว่าจะไปส่งผมที่ทำงานก่อนแล้วค่อยกลับบ้าน ผมรู้สึกทั้งขอบคุณและเกรงใจในความมีน้ำใจของพี่เขามาก ในความโชคร้ายของผมอย่างน้อยก็ยังมีพี่เขตนี่แหละที่เป็นความโชคดี

“ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะครับภูไปทำงานนะ”

ผมพูดแล้วยกมือไหว้ลาพี่เขตก่อนจะวิ่งเข้าไปรวมตัวกับพวกพี่ๆที่แบกหามอุปกรณ์ขึ้นรถ ไปถึงผมก็วางกระเป๋าแล้วช่วยพี่เขายกของแบกของทันที

     ประมาณหกโมงเช้าผมก็กลับมาถึงบ้าน ผมเดินกลับบ้านมาด้วยสภาพร่างกายที่อ่อนแรงเหมือนทุกวัน เนื้อตัวผมเปื้อนดินเปื้อนทราย จากการทำงานเมื่อคืน เดินไปไหนมาไหนก็มีแต่คนทักคนถามผมตลอดทาง ผมมาถึงหน้าบ้านก็เปิดประตูเข้าไปตามความเคยชิน กลับมาเหนื่อยๆ ผมทำแค่ถอดเสื้อผ้าออกเหลือแต่บอกเซอร์ตัวเดียวแล้วทิ้งตัวลงบนที่นอนอย่างหมดแรง ความเหนื่อยล้าที่สั่งสมมาตั้งแต่เมื่อวานทำให้ผมดิ่งลงสู้ห้วงนิทราได้อย่างง่ายดายโดยใช้เวลาไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ พอตื่นขึ้นมาผมก็เตรียมตัวไปเรียนต่อในช่วงบ่ายความจริงผมมีเรียนตั้งแต่เช้าแต่เพราะร่างกายผมมันไม่ไหวจริงๆ เลยมาได้แค่ช่วงบ่ายเท่านั้น  และในระหว่างที่ผมกำลังจะเดินขึ้นตึกเรียนผมก็เจอไอภีมกำลังเดินสวนลงมาด้วยหน้าตาบึ่งตึง ผมเลยขยับหลบทางให้มัน แต่ทว่ามันกลับไม่ยอมไปอีกทางมันยังคงยืนขวางหน้าผมไว้จนผมต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง

“มีเรียนเช้าแล้วทำไมพึ่งมา”

มันถามผมด้วยสีหน้าเดิม แต่ผมเลือกที่จะไม่ตอบผมขยับไปอีกทางแล้วเดินผ่านตัวมันไป แต่ได้แค่เพียงสองก้าวนะครับเพราะหลังจากนั้นผมถูกมันกระชากกลับมายืนที่เก่า

“เหี้ย!!!”

ผมด่ามันแล้วสะบัดมือมันออกอย่างแรง ไม่รู้แม่งจะเอาอะไรกับผมอีกที่ผ่านมาก็พึ่งไล่ผม แล้วนี่อะไรมาจะมาไล่ตามผมอีกทำไม

“ทำไมมาเรียนสาย แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงไม่ยอมติดต่อกูเลย”

มันถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง แต่มือก็ยังกำแขนผมไว้แน่น

“ปล่อยกู”

“ตอบกูมาก่อนซิ วันนั้นกูตั้งใจจะแนะนำมึงให้เพื่อนๆกูรู้จักในฐานะคนรักของกู แต่มึงก็งี่เง่าจะไปเรียนให้ได้รู้ไหมกูเสียหน้าแค่ไหน”

มันพูดใส่ผมด้วยน้ำเสียงแสดงความไม่พอใจ สำหรับมึงอาจจะแค่เสียหน้า แต่กูในวันนั้นมึงจะรู้ไหมว่ากูยิ่งกว่าเสียใจ กูสับสนตัวเองไปหมด กูเหมือนจะมีความสุขที่ถูกรัก แต่ในเวลาเดียวกันกูก็รู้สึกสมเพชตัวเอง มึงรู้ไหมว่าการใช้ชีวิตของกูในทุกๆวัน มันยากขึ้นเรื่อยๆเมื่อกูเจอมึง

“…………………………………”

“ภูพี่ขอโทษนะ หายโกรธพี่นะครับ พี่คิดถึงภู”

ไอภีมพูดแล้วดึงผมเข้าไปกอด ในจังหวะที่ผมไม่ทันตั้งตัว ทำให้ตอนนี้ร่างผมทั้งร่างถูกมันกอดไว้อย่างแน่น และที่สำคัญมันกอดผมตรงทางเดินขึ้นตึก ผมเลยพยายามดันๆมันออก

“เฮ้ย!!ไอภีมปล่อยกู!!”

“เด็กดื้อ พี่ไม่มาหาก็ไม่เห็นตามหาพี่บ้างเลยทำไมใจร้ายแบบนี้”

“สัส!!ปล่อย”

ผมก็รวบรวมแรงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดผลักมันออกไปให้พ้นตัว ก่อนจะหันหลังเดินลงไปยังใต้ตึกตามเดิม

“ภูเราอย่าเป็นแบบนี้เลย รู้ไหมว่าพี่คิดถึงภูมากนะครับ”

ไอภีมตะโกนตามหลังผมมา คำว่าคิดถึงของมันทำไมผมฟังแล้วรู้สึกไม่อินเลยซักนิด ผมไม่รู้ว่ามันพูดจริงไหมที่บอกว่าคิดถึง แต่สิ่งที่ผมเห็นจากนัยน์ตาคู่นั้นของมันคือความรู้สึกผิดที่มีต่อผม

“ไปเถอะภีม ไปอยู่ในที่ๆคนอย่างมึงควรจะอยู่เถอะกูไม่เป็นไร”

“แต่พี่เป็นหนิ พี่จะบ้าตายอยู่แล้ว อยากไปหาก็กลัวว่าภูกำลังโกรธพี่อยู่ พี่กลัวว่าพี่จะทำให้ภูคิดหนีพี่ไปอีกพี่กลัว”

“มึงก็มีพี่ยูอยู่แล้ว ทำไมไม่ปล่อยกูไปซักทีวะ!”

“ยูเกี่ยวอะไร พี่กับยูเราไม่มีอะไรกันแล้วพี่ชอบภูพี่รักภูทำไมต้องไล่พี่ให้ไปหาคนอื่นอีก”

ไอภีมว่าแล้วกระชากตัวผมเข้าไปกอดแน่น ผมยืนนิ่งๆให้มันกอดผมไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไงในสถานการณ์แบบนี้

ผมรู้อยู่แก่ใจว่าผมรู้สึกยังไงกับมันผมรู้ แต่ผมไม่แน่ใจว่าที่มันพูดคือเรื่องจริง ที่มันบอกว่ารักผม ผมเชื่อไม่ลงว่ามันคือความจริง

“กูเชื่อได้หรอ?”

ผมขยับปากถามออกไปตามความคิด ตอนนี้ผมสับสนไปหมด ก่อนหน้านี้ผมรู้สึกน้อยใจ เสียใจให้กับสิ่งที่มันทำกับผม แต่พอได้ยินมันบอกว่ารัก ได้เห็นแววตาที่แสดงความรู้สึกผิดเต็มๆของมันอีกครั้ง ทำไมผมถึงได้เขวและอยากจะลองให้อภัยมันอีกครั้ง

“พี่รักภูจริงๆ พี่รักภูมากนะครับ”

“……………………………….”

“แล้วภูรักพี่บ้างไหม”



---------------------------------------------------

ทำไมคำบอกรักของภีมฟังกี่ครั้งก็ไม่อินนะ อย่าลืม comment เป็นกำลังใจให้น้องภูด้วยนะคะ พลีสสสส

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

เปลี่ยนได้ไหม?  เปลี่ยนพระเอกเป็นพี่เขตอ่ะ

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3105
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
สงสารภู ทำงานสายตัวแทบขาด

ออฟไลน์ wookyu

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-3


                                                                          - 24 - 


ภีม

วันนั้นผมโมโหมากที่ไอภูทำตัวงี่เง่าใส่ผม ทั้งที่ผมตั้งใจจะเปิดตัวมันกับเพื่อนๆในฐานะคนรัก แต่มันกับไม่สนใจในสิ่งที่ผมทำเลย ขนาดผมบอกมันว่าผมชอบมันต่อหน้าคนอื่น มันยังคิดที่จะหนีไปดื้อๆ ผมทั้งโกรธและเสียใจ ยิ่งมันทำเหมือนคำพูดและความรู้สึกของผมไม่มีความหมายผมก็ยิ่งเสียใจ จนเผลอหลุดปากเอ่ยไล่มันไป ทั้งๆที่ผมย้ำกับมันนักกับมันหนาว่าห้ามมันพูดว่าจะไปจากผม แต่ครั้งนั้นผมกลับเป็นฝ่ายไล่มันไปเอง แต่ที่ผมพูดผมไม่ได้หมายความไปตามที่ผมพูดเลย

ด้วยความที่พูดไม่คิด ทำให้หลายวันนี้ผมไม่กล้าแม้ที่จะไปเจอหน้าไอเฉยของผม ทั้งๆที่ผมคิดถึงใจแทบขาด

“ไอห่าภีมถ้ามึงคิดถึงน้องเขามากขนาดนั้นมึงก็ไปหาเลยซิวะ จะกลัวอะไร”

ไอนพพูดแล้วหยิบแก้วเหล้าตรงหน้าผมขึ้นไปดื่ม หลายวันมานี้นอกจากมหาลัยแล้วผมก็มาที่คลับของพี่เอิทเกือบจะทุกวัน มากินเหล้า ฟังเพลง เสร็จแล้วก็กลับไปนอน เพราะผมไม่คิดว่าตัวเองจะหลับได้โดยที่ไม่คิดถึงเรื่องของภู

“กูพูดแรงขนาดนั้นภูคงเกลียดกูจริงๆแล้วแหละ กูแม่งเหี้ย”

ผมต่อว่าตัวเองเสร็จก็ยกแก้วขึ้นดื่ม วันนั้นผมไม่น่าโมโหจนฟิลขาดแล้วหลุดพูดคำพวกนั้นออกมาเลย ไม่งั้นป่านนี้ผมกับภูคงได้เจอหน้ากัน ทุกวันหลังเลิกเรียน ป่านนี้ผมคงได้รอไปรอมันส่งบ้าน ผมไม่น่าทำอะไรโดยไม่คิดแบบนั้นเลย

“รู้ว่าเหี้ยก็ดีแล้วไง มึงก็ไปขอโทษน้องเข้าให้จบๆไปซิวะ หรือมึงจะปล่อยให้เรื่องมันเป็นแบบนี้แล้วก็ห่างกันไปในที่สุด มึงจะเอาแบบนั้นหรือไง”

“ไม่มีทาง กูไม่ยอม”

“ก็นั่นไง กูถึงได้บอกให้ไปรีบๆเคลียร์”

ไอนพพูดแล้วตบบ่าผมเบาๆ ในเชิงให้กำลังใจ ก่อนจะเดินไปนั่งลงบนที่นั่งฝั่งตรงข้ามกับผม

“เคลียร์เรื่องน้องภูเสร็จมึงก็อย่าลืมเคลียร์เรื่องยูด้วยนะ นั่นน่ะเดินมานั่นแล้ว”

ไอท็อปพูดพร้อมบุ้ยปากไปที่ข้างหลังผม และพอผมหันกลับไปก็เห็นยูในชุดกระโปรงตัวสั้นสีดำกำลังเดินมาทางโต๊ะที่พวกผมนั่งอยู่ ผมเลยตวัดสายตากลับมาที่โต๊ะอย่างไว มันต้องมีใครซักคนในที่นี้แน่เป็นคนบอกยูว่าผมอยู่ที่นี่

“ใครบอกยูว่ากูอยู่ที่นี่”

ผมถามขึ้นกลางโต๊ะ แต่กลับไม่มีใครเลยคิดที่จะให้คำตอบผม พอผมถามแม่งก็ทำเป็นยกเหล้าขึ้นมาจิบบ้าง เล่นโทรศัพท์บ้าง ไม่เงยหน้ามาสบตาผมเลย

“มาเที่ยวกันไม่คิดจะโทรชวนยูเลยหรอคะภีม”

ยูทำเสียงงอนใส่ผม ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆผมซึ่งก่อนหน้านี้ไอต้ามันนั่งอยู่ แต่พอมันเห็นยูมามันเลยขยับเปลี่ยนที่ให้ยูมานั่งข้างผมแทน

“ก็เพราะภีมไม่ได้อยากให้ยูมาด้วยไงเลยไม่ชวน”

ผมตอบอย่างไม่ใส่ใจ แล้วหยิบแก้วเหล้าตรงหน้าขึ้นดื่ม แสดงให้ยูเห็นอย่างชัดเจนเลยว่าผมไม่พอใจกับการมีอยู่ของเธอ

“เป็นอะไรไปคะ ทำไมเดี๋ยวนี้ใจร้ายกับยูจัง”

ยูถามผมด้วยสีหน้าตัดพ้อ แล้วคว้าแก้วเหล้าตรงหน้าผมขึ้นดื่ม

“ยูดื่มเหล้าไม่ได้แล้วจะดื่มทำไม”

ผมกระชากแก้วเหล้าที่เจ้าตัวกรอกเข้าปากไปเมื่อครู่ออกอย่างไว ยูเป็นพวกแพ้แอลกอฮลขั้นรุนแรง ถ้าเธอดื่มอะไรก็แล้วแต่ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอลเธอจะแน่นหน้าอกจนหายใจไม่ออก ทั้งๆที่ตัวเธอก็รู้ดี แต่ทำไมถึงยังดื่มผมไม่เข้าใจเลย

“ภีมยังจำได้ด้วยหรอ”

น้ำเสียงถัดมาของยู เศร้าเสียจนผมได้แต่นึกตำหนิตัวเองในใจที่พูดจาแรงไปแบบนั้น

“มันใช่เรื่องล้อเล่นหรือไงยู”

ผมว่าแล้วเตรียมจะลุกหนี แต่ก็ถูกยูกอดไว้จากด้านหลัง

“อย่าใจร้ายกับยูแบบนี้เลยภีม”

“ปล่อยภีม”

“ไม่ยูไม่ปล่อย ยูไม่ปล่อยจนกว่าภีมจะสัญญาว่าจะไม่ใจร้ายกับยู”

“ยูปล่อย!!!”

“ไม่

“ยู”

“อาทิตย์หน้ายูจะกลับแล้ว จนกว่าจะถึงวันนั้นยูขออยู่ข้างๆภีมได้ไหม”

ทั้งที่ผมคิดว่าจะไม่ยุ่งไม่วุ่นวายกับยูอีก แต่พอเห็นสีหน้าและท่าทางแบบนั้นของยูก็ทำให้ผมอดใจอ่อนไม่ได้ทุกที

มันคงไม่เป็นอะไรมากใช่ไหมกับอีกแค่อาทิตย์เดียวที่ผมจะทำหน้าที่แฟนเก่าให้เธอเป็นครั้งสุดท้าย ผมทำแบบนั้นได้ใช่ไหม

มันจะไม่ผิดต่อภูใช่ไหม ผมก็แค่อยากจะทำดีกับยูเป็นครั้งสุดท้ายเป็นการบอกลา ก่อนที่ผมจะเริ่มต้นชีวิตใหม่

“ภีมเหมออะไรสุดที่รักของภีมเดินมาโน่นแล้ว”

ยูสะกิดบอกผมหน้าบึ่ง ให้หันไปมองยังบุคคลที่ผมนั่งรอมาเกือบครึ่งชั่วโมงในรถ ไอตัวยุ่งของผมเดินมากับเพื่อนๆมันครับ ผมเลยรีบเปิดประตูรถลงไปหามัน โดยที่ก่อนจะลงจากรถไปผมก็ไม่ลืมสั่งให้ยูย้ายไปนั่งข้างหลัง เพราะที่ข้างหน้าข้างผมมันเป็นของไอเด็กแสบที่ผมกำลังจะเดินไปหาอยู่เดี๋ยวนี้

“เลิกช้าจังครับวันนี้”

ผมทักไอเฉยของผมพร้อมรอยยิ้มโดยไม่ได้สนใจการมีอยู่ของตนสองคนที่เดินมากับมันด้วยแม้แต่น้อย

“สวัสดีคะพี่ภีม เอสทักทายพี่ภีมด้วยซิ”

คนที่ชื่อเอสยกมือไหว้ผมอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจเท่าไหร่ ก่อนจะหันไปมองทางอื่น

“สวัสดีครับกำลังจะไปไหนกันหรอ”

“เกดกับเอสจะไปดูหนังกันคะ แต่ภูกำลังจะไปทำงานเสียดายไม่ได้ไปด้วยกันอีกและ”

สาวน้อยตรงหน้าเป็นคนตอบคำถามแทนทุกคนพร้อมยิ้มหวาน แต่วันนี้ค่อนข้างแปลกอยู่นิดนึงครับตรงที่เธอไม่พยายามยื่นหน้ายื่นตามาหาผมในอย่างที่เธอชอบทำ เอาแต่ยิ่งยิ้มเขินอยู่กับที่ไม่เดินมาหยอดผมเหมือนที่เคย

“งั้นพี่กับภูขอตัวก่อนนะครับ ไปดูหนังกันให้สนุกนะ”

ผมว่าแล้วก็จัดแจงจูงมือคนตรงหน้าให้เดินตาม โดยไม่สนใจสีหน้าแปลกๆของเพื่อนไอเฉยเลยว่าจะมองผมกับภูด้วยสายตาแบบไหน ดูท่าจะไม่มีใครรู้เรื่องที่ผมชอบภูมั้ง

“ปล่อยกู กูเดินเอง”

มันว่าแล้วแกะมือผมออก ก่อนจะเดินนำไปยังรถที่จอดอยู่ตรงหน้า แต่แทนที่ไอเฉยของผมมันจะขึ้นไปนั่งข้างหน้า มันกลับปิดประตูฝั่งที่นั่งข้างคนขับ แล้วเดินไปเปิดประตูหลังขึ้นไปนั่งแทน เห็นแบบนั้นแล้วผมรู้เลยว่ายูไม่ยอมทำตามที่ผมบอก

“ยูทำไมไม่ฟังที่ภีมพูด ภีมบอกให้ยูย้ายไปนั่งข้างหลังไง”

“ยูอยากนั่งกับภีมหนินะภีมนะ แค่ที่นั่งเอง น้องเขาไม่เห็นว่าอะไรเลย”

ใช่ครับเป็นอย่างที่ยูพูดทุกอย่าง ไอเฉยของผมนอกจากมันจะไม่ปริปากพูดอะไรแล้ว มันยังหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างไม่ได้สนใจผมที่ยืนเถียงอะไรไร้สาระเพื่อมันอยู่เลย น้อยใจแต่ก็เข้าใจว่านี่คือนิสัยของมัน ผมเลยปล่อยเลยตามเลยแล้วขึ้นไปขับรถเงียบๆ โดยที่มีเสียงเจือแจ้วของยูชวนคุยไม่ขาดปาก

“น้องภูรู้จักภีมได้ยังไงคะทั้งๆที่ไม่ได้เรียนคณะเดียวกัน”

(………………………………………….)

“ทำไมไม่ตอบพี่ล่ะคะ ไม่อยากคุยกับพี่หรอ”

(บังเอิญครับ)

“หรอเป็นความบังเอิญที่โชคดีจริงๆนะคะ ที่ทำให้น้องภูมาเจอภีมเนี่ย”

ผมมองบทสนทนาที่ไม่ต่อเนื่องของคนทั้งสองแล้วก็รู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ผมก็ทำอะไรไปได้มากไปกว่านั่งเงียบๆแล้วขับรถไปเรื่อยๆ

“ภูรู้ไหมคะว่าภีมเนี่ยเป็นคนขี้อ้อนมากเลยนะ เวลานอนก็ชอบให้นอนกอดแถมยังชอบจูบชอบคลอเคลียอยู่เรื่อย น่ารักเนอะว่าไหม”

“ยู!!!!”

ผมหันไปตวาดทันทีที่ยูหยิบเรื่องเก่าๆระหว่างผมกับเธอขึ้นมาเล่าให้ไอเฉยของผมฟัง ไอเฉยมันฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่นัยน์ตาคู่นั้นของมันกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ผมไม่สามารถอธิบายให้ตัวเองเข้าใจได้ว่ามันคือสายตาแบบไหน

“ทำไมคะยูแต่เล่าเฉยๆเอง ภีมเขินน้องหรอ”

“ภีมบอกให้หยุด ถ้าไม่หยุดก็ลงไปเลย!!!”

ผมตะคอกเสียงดัง ยูถึงกับรีบตะครุบปิดปากตัวเองไว้อย่างไว ไม่รู้ว่าไอเฉยของผมมันจะรู้สึกยังไงที่ได้ยินเรื่องในอดีตของผม มันจะน้อยใจเสียใจไหม ที่จู่ๆยูก็พูดถึงเรื่องระหว่างผมกับเธอขึ้นมา

“เรื่องมันนานแล้วนะครับ อย่าคิดมากนะ”

ผมพูด ไม่มีเสียงตอบรับ ไม่มีปฏิกิริยาใดๆตอบสนองต่อคำพูดของผม มีแต่ความเงียบและสายตาว่างเปล่าที่จับจ้องไปยังภาพนอกหน้าต่างรถบานนั้น ผมอยากรู้ว่าจริงๆแล้วซักนิด ในหัวของมันเคยคิดเรื่องของผมอยู่บ้างไหม บางครั้งผมก็รู้สึกท้อใจนะครับเหมือนสิ่งที่ผมพยายามทำไปมันจะไม่เคยมีความหมายเลยสำหรับมัน

“ภูเลิกงานแล้วโทรหาพี่นะครับเดี๋ยวพี่มารับ”

ผมบอกไอคนที่เปิดประตูเตรียมลงจากรถ มันเหลือบตามามองผมผ่านกระจกหน้าคอนโซลรถด้วยสีหน้านิ่ง

“กูมีงานต้องทำต่อ มึงไปกับพี่ยูเถอะ”

พูดจบมันก็เปิดประตูรถลงไปเลย แล้วก็ไม่หันหลังกลับมามองผมที่เปิดประตูรถวิ่งตามมันไปด้วยซ้ำ

“ภู”

“มึงจะตามมาทำไม กูจะทำงาน”

“เดี๋ยวก่อนงานน่ะภูได้ทำแน่ แต่คุยกับพี่ซักพักได้ไหม”

ผมพูดแล้วคว้ามือคนตรงหน้ามากุมไว้หลวมๆ

“ทำห่าอะไรของมึง!!”

“ภูครับเรื่องที่ยูพูดมันเป็นแค่เรื่องในอดีตนะครับ พี่กับยูเราไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว ภูเชื่อใจพี่นะ”

ผมพูดด้วยน้ำเสียงและสายตาอ้อนวอน ผมอยากให้คนตรงหน้าเชื่อในสิ่งที่ผมพูด เพราะผมหมายความไปตามนั้นจริงๆ

ภูมองผมนิ่ง โดยที่ไม่พูดหรือแสดงปฎิกิริยาใดๆให้ผมทั้งนั้น มีแต่สายตาว่างเปล่าที่มองตรงเข้ามาในตาผม

“พี่รักภู พี่ต้องทำยังไงภูถึงจะเชื่อว่าพี่รักภูจริงๆครับ”



----------------------------------------------------------------

ไม่เลือกซักทางวะภีม คนโน่นก็รัก คนนี้ก็หว่ง เฮ้อออ



ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

คำพูดอ่ะใคร ๆ ก็ประดิษฐ์พูดได้ทั้งนั้นแหละ

แต่การกระทำนี่สิที่บอกอะไรได้ชัดเจน

แค่การกระทำของเมิงก็ไม่ชัดเจนแล้ว   อิภีม

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด