Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >>>> (09/07/2019) ตอนที่ 38 จบแล้วย้ายได้เลยค่ะ
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >>>> (09/07/2019) ตอนที่ 38 จบแล้วย้ายได้เลยค่ะ  (อ่าน 31723 ครั้ง)

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19

ออฟไลน์ wookyu

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-3
                                                                      - 12.2 -





 Part's Pheem



ผมเดินกลับขึ้นมาจากการไปเล่นน้ำกับสาวๆ ก็มองหาไอคนที่ผมลากมาด้วย ผมสั่งให้มันเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วตามผมมา นี่มันก็นานแล้วทำไมมันยังไม่โผล่หัวมาซักทีแค่เปลี่ยนเสื้อผ้าทำไมถึงชักช้านัก ผมคิดไปพลางคว้าผ้าขนหนูขึ้นมาซับหน้า สายตาก็ยังคงกวาดมองหาไอภูไปเรื่อย ก่อนที่จะไปหยุดอยู่ที่ริมหาด ห่างจากตรงที่พวกผมเล่นน้ำอยู่ไม่ไกลนัก ไอภูมันนั่งอยู่ตรงนั้นครับสีหน้ามันดูผ่อนคลาย สงสัยมันจะชอบทะเลมากจริงๆ เพราะตอนมาถึงที่นี่ผมเห็นมันเอาแต่มองออกไปที่ทะเล มองแล้วมองอีกผมเลยคิดจะพามันไปเล่นน้ำแต่มันเสือกกลับหนีมานั่งริมหาด ผมมัวแต่มองมันเลยลืมสังเกตุไปว่าไอภูมันไม่ได้นั่งอยู่คนเดียวข้างๆมันมีไอเขตนั่งอยู่ด้วย ผมเห็นมันคุยกันด้วยท่าทีสบายๆแล้วก็รู้สึกหงุดหงิด ทีกับผมนอกจากไอภูมันจะไม่ยอมคุยด้วยแล้ว มันยังไม่เคยมองผมด้วยสายตาในแบบที่มันมองไอเขตเลยสักครั้ง นัยน์ตาคู่นั้นของมันภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยแลดูสงบนิ่ง และผ่อนคลายในคราเดียวกัน ยิ่งเห็นผมก็ยิ่งหงุดหงิด และความหงุดหงิดก็ทำให้ผมต้องย้ายตัวเองมาหามันถึงที่

"มานั่งทำอะไรกันตรงนี้"

ผมถามเสียงเย็น ก่อนจะเดินไปยืนหยุดอยู่ตรงหน้ามันสองคน ไอภูถอดหูฟังออกแล้วมองหน้าในเชิงถามผมว่ามีอะไร ส่วนไอเขตมันหันกลับมามองผมแค่แวบเดี๋ยวแล้วมันก็หันกลับไปให้ความสนใจท้องฟ้ากับทะเลของมันต่อ

"กูบอกให้มึงเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วตามกูมาไม่ใช่หรอ ใครใช้ให้มึงมานั้งตรงนี้!!"

ผมพูดใส่หน้ามันเสียงดัง จนไอเขตต้องหันกลับมามอง แล้วเหมือนมันจะทำหน้าไม่พอใจใส่ผมด้วย ถ้าผมมองไม่ผิด แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจมาก เพราะคนที่ผมหงุดหงิดอยู่มันกำลังพูดอะไรบางอย่างผมเลยหันกลับไปฟัง

"กูเห็นมึงเล่นน้ำอยู่"

"แล้วไง....มึงก็รออยู่ตรงนั้นจนกว่ากูจะเล่นเสร็จซิ!!!"

ผมรู้ว่าผมเหมือนคนไม่มีเหตุผลที่โมโหด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ ผมแค่ไม่ชอบที่มันทำเป็นเมินคำสั่งผม และก็ไม่ชอบที่เห็นมันคุยกับไอเขตด้วยสีหน้าสบายๆต่างจากตอนที่มันคุยกับผม

"อย่าหาเรื่องกู จะใช้กูทำส้นตีนอะไรอีกก็พูดมา"

เห็นไหมทีกับผมดูมันพูด มันทำเหมือนกับรำคาญผมซะเหลือเกิน แดกดันแม่งทุกประโยค

"รู้หน้าที่หนิ กูหิวแล้วไปหาอะไรให้เพื่อนกูกับกูแดกด้วยแล้วอย่าเที่ยวหายหัวไปไหนโดยที่กูไม่อนุญาติอีกละ ไม่งั้นจะหาว่ากูไม่เตือน"

ผมเดินจากมันมาด้วยความหงุดหงิดที่มากกว่าขาไปเป็นสองเท่า ทั้งๆที่คิดว่าจะพามันมาเปิดหูเปิดตา ในที่ๆคนอย่างมันแทบจะไม่มีปัญญามาบ้างไม่คิดเลยว่ามันจะทำตัวไม่เห็นหัวกันขนาดนี้ ผมกลับมานั้งที่โต๊ะริมหาด แล้วมองดูไอภูอยู่ไกลๆผมเห็นมันยืนคุยอะไรกับไอเขตก็ไม่รู้ซักพักมันก็เดินกลับเข้าไปในบ้านด้วยกันผมนี่แทบจะลุกตามไปเลยครับแต่ก็ติดอยู่ที่มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาคุยกับผมซะก่อน

"สวัสดีคะ มาพักที่รีสอตท์นี้หรอคะ"

"ครับ"

ผมตอบแต่ตาก็ยังคงมองตามไอภูที่เดินหายเข้าไปในบ้าน ผมอยากรู้ว่ามันจะกลับเข้าบ้านไปทำไมกันสองคน อย่างไอภูผมรู้เพราะผมสั่งมันให้ไปหาอะไรให้พวกผมกิน แต่ไอเขตผมไม่เข้าใจว่ามันจะตามไปทำไม ปกติมันเป็นคนไม่ยุ่งเรื่องของใคร ไม่สนใจใคร แล้วทำไมมันถึงทำราวกับว่ามันสนใจไอภูมันซะเหลือเกิน หรือผมจะคิดไปเอง

"เราชื่อเนยนะ แล้วตรงนั้นเพื่อนเรา"

คนข้างตัวผมพูดแล้วชี้ไปทางเพื่อนๆของเธอที่ยืนคุยกับเพื่อนของผม ผมพยักหน้ารับในเชิงเป็นอันว่าเข้าใจผมลุกขึ้นเพื่อจะเดินเข้าบ้านแต่เธอก็ชวนผมให้ไปเดินเล่นด้วยกันอีก มาแนวนี้ผมรู้เลยครับว่าเธอเข้ามาเพราะต้องการอะไร ถึงเธอจะสวยมากก็จริงแต่ตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์จะมานั่งสานสัมพันธ์กับใคร ผมอยากไปลากคอไอภูมันออกมามากกว่า ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงผมก็เห็นไอภูมันเดินออกมาจากบ้านพร้อมกับถาดอาหารในมือแล้วไอเขตที่ตามมาติดๆพร้อมกับกระติกน้ำ

"ทำไมมึงต้องเข้าไปช่วยมัน!!"

ผมเห็นท่าทีแปลกๆของไอเขตก็อดที่จะถามไม่ได้ คำว่าทำไม มันลอยเต็มความคิดของผมไปหมด

"ของตั้งเยอะมึงจะให้น้องมันถือคนเดียวยังไงไหว"

มันตอบแบบขอไปทีแล้วเอากระติกไปวางใกล้ๆตรงที่ผมนั่งเล่นกันอยู่

"พี่เขตให้ภูวางตรงไหนครับ"

ผมตวัดสายตามองคนพูดอย่างไว อะไรนะพี่หรอ!! เมื่อกี้มันแทนตัวมันว่าภู แล้วเรียกไอเขตว่าพี่ ผมได้ยินแบบนั้นจริงๆใช่ไหม ผมรู้สึกทั้งโกรธและโมโหมันมากๆ ทั้งๆที่ผมเองก็เป็นพี่มันเหมือนกัน แต่ไม่เคยมีซักครั้งเลยที่มันจะเรียกผมว่าพี่แล้วทำไมกับไอเขตคนที่มันพึ่งจะเจอแค่ไม่กี่ครั้งมันถึงให้ความเคารพนัก

"ไอภูมึงตามกูมานี่เลย!!!"

ผมกระชากแขนไอภูให้เดินตาม สงสัยผมจะใจดีกับมันมากไปมันเลยได้ใจแล้ว ผมคงต้องเตือนสติมันหน่อยแล้วว่าใครกันแน่ที่มันควรจะให้ความเคารพ

"ไอภีมมึงจะทำอะไรภู"

ไอเขตดึงแขนผมไว้ ด้วยสีหน้าไม่พอใจ

"อย่าเสือกเรื่องของกู"

ผมพูดแล้วออกแรงกระชากแขนไอภูแรงๆ โดยไม่สนใจว่ามันจะขืนตัวไม่ยอมไปตามทิศทางที่ผมกำหนดซักแค่ไหน ผมพามันกลับเข้ามาในบ้านแล้วพามันเข้าไปในห้อง ก่อนจะล็อคประตู



 ปัง ปัง ปัง!



“ไอภีมมึงจะทำอะไรภู เปิดประตู กูบอกให้เปิดประตูไง!”

 ไอเขตเคาะประตูห้องผมอย่าบ้าคลั่ง ร้องขอให้ผมปล่อยไอภูออกไป ผมไม่รู้ว่าอะไรทำให้คนที่ไม่เคยยุ่งเรื่องของคนอื่นอย่างมันถึงได้เป็นเดือดเป็นร้อนแทนไอภูนัก และยิ่งไม่รู้ผมก็ยิ่งไม่พอใจ

“กูบอกแล้วไงว่าอย่าเสือก!!”

ผมตะโกนกลับไป ซักพักผมก็ได้ยินเสียงพวกไอนพเกลี้ยกล่อมแล้วลากไอเขตออกจากหน้าประตูห้องผมได้ในที่สุด ผมจึงหันกลับมาคิดชำระความกับไอคนตรงหน้า

"มึงจะทำอะไร"

มันถามผมสั่น แต่หน้ามันยังคงรักษาความนิ่งได้เป็นอย่างดี ทีอย่างนี้ทำมาเป็นกลัวกู ก่อนหน้านี้มึงยังทำเป็นไม่เห็นหัวกูอยู่เลยด้วยซ้ำ ผมผลักมันลงกับเตียง ก่อนจะตามขึ้นไปนั่งคร่อมตัวมันในจังหวะถัดมา

"ปล่อยกูไอเหี้ยภีม มึงเป็นบ้าอะไรของมึงวะแม่ง"

มันดิ้น ทั้งถีบ ทั้งต่อยผม แต่ผมก็ไม่ยอมปล่อยให้มันเป็นอิสระ แม้ผมจะเจ็บมากก็ตาม อย่างที่รู้ไอภูแรงมันน้อยซะที่ไหน ถีบที ต่อยที่ ผมต้องกัดฟันทนทุกครั้ง

"มึงชอบไอเขตหรือไง"

ผมถามขณะที่ล็อคแขนมันไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างของผม รอฟังว่ามันจะพูดว่าอะไร และถ้าคำตอบของมันคือใช่ ผมนี่แหละจะทำให้มันรู้สถานะตัวเองแบบจริงๆจังๆซักที จะย้ำให้มันรู้ว่าอย่าคิดไปชอบใคร เพราะตัวมันมีผัวเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว

"มึงจะบ้าหรือไง ทำไมกูต้องชอบพี่เขาด้วย"

"แต่มึงเรียกมันว่าพี่!!!!"

ผมตะคอกใส่หน้ามันด้วยความโมโห ผมยอมรับว่าผมโมโหมันมากที่ได้ยินมันเรียกไอเขตว่าพี่ ผมไม่แน่ใจว่าทำไม อาจเพราะมันเหมือนเป็นการหักหน้าผม มันเรียกคนอื่นว่าพี่ได้แต่ไม่ยอมเรียกผมหรือเพราะผมน้อยใจ เพราะอยากให้มันเรียกผมแบบนั้นบ้างเหมือนกัน

"ก็เขาอายุมากกว่ากู มึงจะให้กูเรียกเขาว่าอะไรวะ!!!"

"กูก็เป็นพี่มึงเหมือนกันทำไมมึงถึงไม่เรียกกูว่าพี่ด้วย!!!"

ไอภูมองหน้าผมด้วยสีหน้าแบบเดิมๆของมันทำให้ผมไม่สามารถอ่านความรู้สึกของมันผ่านทางสีหน้าได้ ผมเลยต้องมองเข้าไปในดวงตาของมันเพื่อหาความรู้สึกผ่านทางสายตาแต่ผมไม่เห็นอะไรเลยนอกจาก.....ความเกลียดชังในดวงตาคู่นั้นของมันที่ส่งตรงเข้ามาในนัยน์ตาของผม และนี่ นี่คงเป็นเหตุผลว่าทำไมมันถึงไม่ยอมเรียกผมว่าพี่ซินะ เพราะมันเกลียดผมไงมันถึงได้ไม่ยอมเรียก เอางั้นก็ได้ไอภู มึงอยากเกลียดอยากจะรูสึกยังไงกับกูก็ช่าง กูไม่สน เพราะยังไงมึงก็หนีกูไปไม่พ้น ต่อให้มึงอยากไปจากกูใจจะขาด กูก็จะไม่มีวันปล่อยมึงไป ชีวิตมึงจะต้องเป็นของกู มึงจำไว้ไอภู

"จะให้กูบอกไหมว่าเพราะอะไรมึงถึงไม่ยอมเรียกกูว่าพี่"

ผมพูดปากชิดกกหูมัน พร้อมกับส่งลิ้นเข้าไปทักทาย มันย่นคอหนีอย่างที่ผมคิด มือหนาพยายามดันผมให้ออกจากตัว ทั้งทุบ ทั้งต่อย แต่ผมก็ไม่ขยับ

"มึงเกลียดกูมากใช่ไหม ถึงเรียกกูว่าพี่ไม่ได้"

ผมพูดต่อแล้วแล้วค่อยๆถกเสื้อยืดสีขาวที่มันใส่อยู่ขึ้นมากองที่หน้าอกของมัน ไอภูดูท่าจะตกใจกับสิ่งที่ผมทำมาก ผมเห็นรูมานตาของมันขยายกว้าง มันพยามจะพลิกตัวหนี แต่ก็ทำไม่ได้อย่างใจต้องการ เพราะผมนั่งทับมันไว้ทั้งตัว

"ไอภีมจะทำอะไร ไอสัสปล่อยกู!!!"

"มึงเกลียดกูมากไม่ใช่หรอ งั้นยิ่งดีเลยกูก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าถ้ามึงต้องถูกคนที่มึง เกลียดแสนเกลียดยัดเยียดความเป็นผัวให้มึง มึงจะรู้สึกทรมานแค่ไหน"

ผมพูดก่อนจะก้มลงลากลิ้นผ่านตุ่มไตแข็งสีชมพูสวยที่หน้าอกมัน ไอภูพยายามกระถดตัวหนี แต่ผมก็จับมันกดไว้กับที่แล้วดูดเม้มหน้าอกของมันอย่างเอาแต่ใจ ผมวนลิ้นรอบหัวนมของมันสลับกันทั้งสองข้าง ไอภูเอามือมากระชากหัวผมให้หยุด

"ไอภีมไม่เอา ไอสัสอย่าทำกับกูแบบนี้"

ผมเงยหน้าขึ้นมามองคนใต้ร่าง มันพูดเสียงสั่น หน้าแดงๆของมันกับนัยน์ตาหวานฉ่ำที่มองมาทางผม ต่อให้ผมอยากหยุดจริงๆก็คงยาก หน้าแดงๆกับนัยน์ตาที่กำลังคลุ้งไปด้วยไฟแห่งอารมณ์ของมัน ทำให้ผมเองรู้สึกต้องการไปด้วย ปากบอกว่าอย่าแต่เสือกทำหน้ายั่วกูนะมึง ไม่ต้องห่วงกูจัดให้แน่

"อย่าอะไร อย่าช้า หรือ อย่าหยุดล่ะ"

ผมกวนประสาทมันพอเป็นพิธีก่อนจะเอื่อมมือไปถอดกางเกงของมันออก โดยที่ปากก็ยังคงหาเศษหาเลยอยู่บริเวณตุ่มไตสีสวยทั้งสองข้างของมัน

"ไอภีม หะ หยุดเถอะ กูขอร้อง"

"หึ ไม่ต้องห่วงมึงได้ร้องสมใจมึงแน่"

ผมพูดทิ้งไว้แค่นั้นแล้ว ลากลิ้นสากลงมาเรื่อยๆจนถึงแอ่งสะดือขาวๆของมัน ไอภูแอ่นกายรับทุกสัมผัสของผมอย่างไม่ขาด ปากเรียวได้รูปพยายามเม้มแน่น ผมหยอกล้อกับแอ่งสะดื้อมันอยู่พัก แล้วจูบไล่แผงอกขึ้นไปจรดที่ริมฝีปากมัน ก่อนจะพูดในสิ่งที่ผมยังพูดไม่จบเมื่อครู่

"ใต้ร่างกูนะ มึงได้ร้องสมใจแน่"

สิ้นคำพูดผมก็จับไอภู ให้นอนคว่ำ ไอภูมันดิ้นขัดขืนสุดแรงเกิด แต่ก็ถูกผมกดทับไว้เหมือนเดิม ผมจับสะโพกมันให้ตั้งชันขึ้น ผมส่งนิ้วเข้าไปทักทายปากทางสีสวยตรงหน้า

"อ๊ะ!!! กะกูเจ็บ ไอภีม อะ!!เอาออกไป!!!"

"เฉยๆซิครับน้องภู ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็อย่าดื้อ"

ผมรู้สึกดีเวลาที่เอานิ้วเข้าไปในตัวมันแล้วถูกมันตอด นี่ขนาดแค่นิ้วนะครับผมไม่อยากคิดถึงตอนผมยัดส่วนนั้นของผมเข้าไปเลยว่ามันจะรู้สึกดีขนาดไหน

"ไอภีม!!อ๊ะ อย่าทำแบบนี้ อ่า อืมมมมมม...เอาออกไป กูจะ...อ๊ะ!!เจ็บ"

ไอภูพยายามส่งเสียงบอกให้ผมหยุดด้วยความยากลำบาก

"กูคงหยุดให้มึงไม่ได้หวะภู เพราะกูเองก็ไม่ไหวแล้ว"

ผมพูดจบก็จัดการยัดส่วนนั้นเข้าไปในตัวไอภูทันที

"ซี๊ดดดด ไอสัสภู กูคิดอยู่แล้วชะ...เชียวว่าแม่งต้องเสียวสัสๆ เหี้ยอย่าตอดกูซิวะ ซี๊ดดด อืมมม เดี๋ยวกะ...กูแตกก่อน"

ส่วนนั้นของผมโดนไอภูตอดรัดจนแน่นไปหมด ผมค่อยๆขยับโยกตัวช้าๆส่งผลให้ไอภูต้องหลุดเสียงครางหวานๆให้ผมได้ยิน เสียงมันเซ็กซี่มากครับ ยิ่งผมเห็นหน้าแดงๆกับตาฉ่ำๆของมัน ความต้องการของผมมันยิ่งทะยานสูง ผมโยกสะโพกเร็วขึ้น เสียงครางของมันก็ดังตามเป็นจังหวะการขยับตัวของผม

"อ๊ะ!!อืมมมมม อ่าาาาา ภู กูเสียว"

ผมเริ่มพูดไม่เป็นภาษาเนื่องจากความรู้สึกต่างๆที่ตีกันมั่วไปหมด ทั้งรู้สึกดี และรู้สึกเสียวที่ท้องน้อย เซ็กของไอภูผมว่ามันทำให้ผมมีความสุขกว่าการนอนกับคนอื่นๆที่ผ่านมาหลายร้อยเท่า ทั้งๆที่ไอภูไม่ได้มีเทคนิคลีลาอะไรเลย แต่ทำให้ผมรู้สึกดีอย่างสุดๆ ผมกระทั้นแรงๆสองสามที ก่อนจะปล่อยน้ำสีขาวขุ่นเข้าไปในตัวมัน

"อ่าาาาาาาาาา....อืมมมม"

หลังจากเสร็จผมก็ถอนความเป็นชายของผมออกจากตัวมันแล้วทิ้งตัวนอนข้างๆ ไอภูขยับตัวหนีผมเหมือนเตรียมจะลุกขึ้นไปแต่งตัว ผมเลยดึงแขนมันไว้

"จะไปไหน"

"กูจะไปอาบน้ำ"

มันตอบเสียงนิ่ง แล้วสะบัดแขนออกจากมือผม

"ไม่เจ็บหรือไง"

ผมถามมันกวนๆ เพราะคิดว่ายังไงมันก็เจ็บแน่นอน เพราะผมไม่ได้ออมแรงให้มันเลยแม้แต่นิด ช่วยไม่ได้ใครใช้ให้มันทำหน้ายั่วผมแบบนั้นละหาเรื่องใส่ตัวเองแท้ๆ ไอภูไม่ได้พูดอะไรต่อ มันทำเพียงพยุงร่างที่บอบช้ำของตัวเองหายเข้าไปในห้องน้ำ ไอภูหายเข้าไปนานมากจนผมต้องไปเคาะประตูเรียกอยู่หลายครั้ง

 “เข้าไปทำส้นตีนอะไรนานขนาดนั้น”

“เสือก”

 มันด่าผมเสร็จก็เดินชนไหล่ผมไปล้มตัวนอนที่เตียงด้วยความเหนื่อยล้า ผมยืนมองมันอยู่ซักพักก่อนจะเดินเข้าไปอาบน้ำบ้างอาบเสร็จผมก็กระชากแขนไอคนที่นอนหลับอยู่บนเตียงให้ลุกออกจากห้องไปพร้อมกับผม และพอผมเดินออกจากห้องมาได้ทุกสายตาก็หันกลับมามองที่ผมและไอภูเป็นตาเดียวกันไอนพส่งสายตาล้อเลียนมาให้ ไอท็อปไอต้าก็ไม่ต่างอะไรกันมีก็แต่ไอเขต มันมองผมด้วยสายตาที่เหมือนเป็นการต่อว่า ก่อนจะมองไอภูด้วยสายตาที่แสดงถึงความเห็นใจ ผมว่าไอเขตมันต้องคิดอะไรกับไอภูแน่ๆเท่าที่ผมรู้จักไอเขตมา มันไม่เคยมองใครด้วยสายตาอ่อนโยนแบบนี้เลย แม้กระทั่งคนที่มันเรียกว่าแม่

"หยุดมองกูกับเมียได้แล้ว เดี๋ยวมันเขิน"

ผมพูดแล้วเน้นคำว่าเมียชัดๆ หวังให้คนแถวนี้มันรับรู้จะได้ไม่คิดทำอะไรลับหลังกับคนของคนอื่นเขา

"ไอสัสภีม!"

ไอภูมันเอาศอกมากระทุ้งที่ลำตัวของผมทันทีที่ผมพูดจบ ผมเลยเอามือไปโอบไหลมันหลวมๆ เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจนโดยจงใจมองตรงไปที่ไอเขต ซึ่งมันเองก็มองผมอยู่ช่นกัน

"ทำไมมึงอายหรอ"

ผมแซวมัน หน้ามันแดงนิดๆครับถ้าไม่สังเกตุดีๆนี่จะไม่เห็น แต่ผมไม่รู้หรอกว่าไอที่หน้าแดงน่ะเพราะเขินหรือโกรธกันแน่ ผมทิ้งตัวนั่งลงกินเหล้ากินเบียร์กับเพื่อนไปเรื่อยๆ โดยที่มีไอภูนั่งทำหน้านิ่งอยู่ข้างๆ พอดึกหน่อยก็แยกย้ายกันเข้านอนไม่ได้ดื่มอะไรกันมากมาย เนื่องจากพวกผมต้องขับรถกลับกรุงเทพพรุ่งนี้เช้าเดี๋ยวจะแฮงค์แล้วขับกลับไม่ไหว พอเห็นว่าเริ่มดึกแล้วก็เลยพากันแยกย้ายนอน หวังว่าการมาเที่ยวครั้งนี้ จะทำให้ไอภูมันสำนึกได้นะครับว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ และถ้ามันขัดขืนคำสั่งผม มันจะต้องเจอกับอะไร ชีวิตมึงต่อจากนี้ไปมันคือของกูไอภู มึงจำเอาไว้!!!



..............................................................................







อย่าพึ่งเกลียดภูนะคะ ภูมันก็ไม่ได้อยากยอม อย่าไปคิดว่า โหห ไรวะแม่งไหนอ่ะ ไหนบอกเป็นมวยแล้วทำไมถึงขัดขืนไม่ได้ ไม่บ่นแบบนั้นนะคะ ก็บอกอยู่ว่าภูมันขัดขืนแล้ว แต่ขนาดตัวกับพละกำลังของภูกับภีมมันต่างกัน คนเราเวลาโกรธแรงมักจะเยอะเกินกว่าปกติอีกเท่าตัว ภีมที่กำลังโมโหหึง แม้จะโดนต่อย โดนถีบ โดนทุบยังไง ก็ไม่ระคายผิวหนังหรอก ต่อจากนี้ก็ค่อยๆดูพัฒนาการของทั้งคู่ไปเรื่อยๆนะคะ มาดูกันว่าร้ายกว่านรกขนาดนี้จะทำให้ภูรักได้ยังไงอยู่รอบทสรุปไปด้วยกันนะคะ

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

เข้าใจคนเขียนนะ  ว่าวางโครงเรื่องให้เป็นแบบนี้  แบบรักคนเลวไรเงี้ยะ

แต่...ยังไงก็เกลียดคนเหี้ยคนนั้นอยู่ดีอ่ะ

เพราะมันไม่เคยทำดีให้เห็นเลย  โดยเฉพาะการกระทำกับคนชนิดที่เห็นคนนั้นเป็นผักหญ้าเป็นสิ่งของ  ไม่ชอบจริง ๆ

แล้วยิ่งรู้ว่าสุดท้าย  มันก็ได้สิ่งดี ๆ ไป  ยิ่งไม่เข้าใจ   

คำว่า  ทำดีได้ดี  ทำชั่วได้ชั่ว  ก็ไม่เป็นจริงหล่ะสิ


ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19
 :katai2-1:


ค่อยๆ พูดกันเด้อออ

ออฟไลน์ wookyu

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-3


                                                                              - 13 -





     ตั้งแต่ผมเกิดมาบนโลกใบนี้ก็เกือบจะ 22 ปีแล้ว ในชีวิตผมต้องพบเจอเรื่องอะไรต่อมิอะไรที่เลวร้ายมาแล้วก็หลายครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่ทำให้ผมรู้สึกเจ็บใจจนอยากที่จะกรีดร้องออกมาดังๆได้เท่ากับครั้งนี้  ทำไมเรื่องแย่ๆแบบนี้ต้องเกิดขึ้นกับผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำไมต้องเป็นผมคนที่แทบจะไม่มีอะไรเหลือเลยในชีวิตคนนี้ ผมผิดอะไรมากมายนักหรือไง ทำไมโชคชะตาถึงใจร้ายกับผมนัก ทำไมต้องส่งไอภีมเข้ามาทำร้ายชีวิตผมจนยับเยินถึงขนาดนี้ แค่กำหนดให้ผมเป็นเด็กกำพร้าแม่ มีพ่อเป็นขี้เหล้าแค่นี้ยังไม่พอหรือไง ทำไมต้องกำหนดให้ผมมาเจอกับมันอีก ผมได้แต่เฝ้าถามโชคชะตาแบบนี้วันละหลายร้อยครั้ง ตั้งแต่ที่ไอภีมมันก้าวเข้ามาในชีวิตผม แล้วค่อยๆเปลี่ยนชีวิตประจำวันของผมไปเรื่อยๆ จนผมแทบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าก่อนหน้านี้ผมเคยใช้ชีวิตของตัวเองในแต่ละวันยังไง

"ไอภูนี่มึงจะไปไหนอีกวะ เดี๋ยวนี้รู้สึกมึงจะหายไปทุกพักกลางวันเลยนะ ถามจริงมึงแอบคบใครอยู่ใช่ไหม”

ผมที่กำลังจะเดินแยกตัวจากพวกไอเอสแต่ก็ถูกรั้งตัวไว้  ไอเอสถามผมด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะสบอารมณ์เท่าไหร่เช่นเดียวกับเกดที่ยืนทำหน้าบึ่งอยู่ข้างๆ

"มีแฟนแล้วก็น่าจะบอกกันดีๆซิ ภูจะหลบๆซ่อนๆทำไม”

"คือภู........”

ผมไม่รู้จะบอกกับเพื่อนทั้งสองคนของผมว่าอะไร ไอคนที่ผมจะไปหา ผมไปหาเพราะความจำเป็น ผมไม่ได้อยากจะไปเพราะความต้องการส่วนตัวเลย แต่ถ้าผมไม่ไปมันก็ขู่ผมเรื่องเกดบ้างละ ขู่ว่าจะบอกเพื่อนๆเรื่องที่ผมเป็นเมียมันบ้างละ แล้วจะให้ผมทำยังไง ผมไม่มีทางเลือกอะไรนอกจากต้องทำตามคำสั่งมัน ผมจะไม่ยอมให้มันได้ทำร้ายใครอีก ถ้าจะต้องมีใครซักคนต้องเจ็บผมขอให้เป็นผมแทนก็แล้วกัน ยังไงซะชีวิตผมมันก็ไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้อีกแล้ว

“ช่างเถอะมึงยังไม่พร้อมบอกพวกกูก็ไม่เป็นไร ไม่ว่ามึงจะมีแฟนหรือมีเรื่องอะไรก็ตาม กูคิดว่าสิ่งที่มึงทำมันมีเหตุผมเสมอ แต่อย่าเสือกลืมว่ามีพวกกูละ ถ้ามึงแบกต่อไม่ไหวอย่าลืมว่ายังมีพวกกู”

คำพูดพร้อมแรงตบแผวๆที่บ่าข้างซ้ายของผม ทำให้ผมรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง ผมพยักหน้ารับคำเบาๆก่อนที่จะเดินแยกกับพวกมันมา แล้วตรงไปยังลานจอดรถของสาขาการตลาด พอผมไปถึงก็เจอไอภีมนั่งรออยู่ในรถก่อนแล้ว พร้อมกับผู้ชายคนหนึ่งที่เบาะหลัง ดูจากสภาพของผมมันสองคนตอนนี้ผมก็พอจะเดาออกว่าก่อนหน้าที่ผมจะมาถึงพวกมันกำลังทำอะไร คนหนึ่งเกงเกงถูกปลดลงมาถึงขานั่งเป็นเก้าอี้ ให้อีกคนหนึ่งก็นั่งทับในสภาพที่ไม่มีกางเกงเหลืออยู่ กับตัว สีหน้าของคนทั้งสองไม่แสดงความตกใจใดๆเลยที่จู่ๆผมก็เปิดประตูรถเข้ามา แถมยังคงดำเนินกิจกรรมกามของมันต่อไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่สนใจในการมาของผม เสียงครางสลับเรียกชื่อของอีกฝ่ายดังผ่านโสตประสาทของผม ทำให้ผมต้องปิดประตูรถอีกครั้ง แล้วยืนเอาหลังพิงไว้กับประตูรถนิ่ง ทำไมผมถึงรู้สึกเจ็บแปลกๆที่เห็นไอภีมทำเรื่องแบบนี้กับคนอื่น ทำไมจู่ๆผมถึงรู้สึกน้อยใจแล้วอยากจะหายไปจากที่ตรงนี้เอาซะดื้อๆ ทำไมจู่ๆผมถึงรู้สึกแบบนั้น  ผมเอามือทาบลงบนหน้าอกข้างซ้ายของตัวเองแล้วกำแน่น หัวใจของผมกำลังเต้นแรงผมรู้สึกได้ถึงแรงกระตุกที่ส่งผ่านมาที่มือและมันก็เต้นแรงเกินไปจนทำให้ผมรู้สึกร้าวไปหมด ผมหันไปมองภายในรถก็ไม่เห็นว่าคนทั้งสองคนมีทีท่าว่าจะจบกิจกรรมเหล่านั้นลง ผมเลยเดินออกจากลานจอดรถไปนั่งรอเงียบๆหน้าคณะของมัน ผมรู้ว่าผมไม่ควรรู้สึกเจ็บใจและน้อยใจให้กับสิ่งที่ผมเห็น เพราะนั่นหมายความว่าผมกำลังมีความรู้สึกอื่นให้มันนอกจากความเกลียด ถึงผมจะรู้อย่างนั้นแต่ผมก็ไม่สามารถต้านทานความรู้สึกของตัวเองได้เลย ผมยอมรับว่าผมเจ็บจริงๆ บางครั้งเวลาผมเห็นมันทำดีพูดดีกับใคร ผมก็อดคิดไม่ได้ว่าทำไมมันถึงไม่เคยพูดกับผมแบบนั้นบ้าง ทำไมเอาแต่พูดจาร้ายๆใส่ผม ปฏิบัติกับผมราวกับผมไม่มีหัวใจ ทั้งๆที่ผมก็มีความรู้สึกนึกคิดเหมือนคนอื่นเขาเช่นกัน

“มึงเดินออกมาทำไม!!”

ผมหันไปตามเสียงทักของคนที่อยู่ในความคิด ไอภีมเดินออกมาพร้อมกับผู้ชายคนเมื่อครู่ด้วยสีหน้าบึ่งตึงแล้วจ้องมองมาที่ผมอย่างจะหาเรื่อง ผมที่ยังไม่พร้อมจะเห็นหน้ามันตอนนี้เลยเสมองไปทางอื่นแทน

“เป็นเหี้ยอะไรอีก หลบตากูทำไม หรือมึงไปทำผิดอะไรมา!!!”

มันถามแล้วเดินเข้ามาเขย่าผมแรงๆ จนผมต้องสะบัดแขนออก ต้องขอบคุณที่ผมเป็นคนแสดงความรู้สึกผ่านทางสีหน้าไม่เก่ง ไม่งั้นมันคงจับความรู้สึกของผมตอนนี้ได้ เพราะถ้าหากผมสามารถร้องไห้และมีน้ำตาเหมือนคนอื่นได้ป่านนี้มันคงไหลลงมาอาบทั้งสองข้างแก้มของผมแล้ว ผมไม่เข้าใจว่าทำไมผมต้องกลายเป็นคนผิดและโดนมันตะโกนใส่หน้าแบบนี้ไปซะทุกเรื่อง ทำไมมันต้องโกรธผมฝ่ายเดียวทั้งๆที่มันต่างหากที่เป็นคนผิด ทำไมมันต้องให้ผมแบกรับความผิดความเจ็บความเสียใจไว้ที่ตัวผมเพียงแต่ผู้เดียวอย่างนี้

“มึงจะให้กูทำอะไร”

ผมพยายามข่มความเสียใจ น้อยใจเอาไว้แล้วถามมันด้วยเสียงนิ่งๆในแบบของผม

“ไอสัสภูอย่ามากวนตีนกู กูถามว่ามึงไปทำอะไรมาทำไมถึงเอาแต่หลบหน้ากู!!!”

“พี่ภีมใจเย็นหน่อยซิครับ”

“ไม่เย็นครับมินดูซิมันกวนตีนพี่ มันหลบตาพี่มันต้องไปทำเรื่องไม่ดีมาแน่เลย”

ไอภีมบีบต้นแขนผมแรงๆ แล้วเขย่าไปมา จนคนที่ชื่อมินต้องเข้ามาห้ามไว้

“พี่ภีมครับเห็นแก่มินนะ วันนี้พี่ภีมบอกจะเลี้ยงข้าวมินหนิ ไปกันเถอะมินหิวแล้วเป็นเพราะพี่ภีมคนเดียวเลย”

มินพยายามช่วยผมโดยการเบี่ยงความสนใจของไอภีมไป ไอภีมหันไปมองหน้าคนของมันอยู่พักก่อนจะสะบัดแขนผมออกจากมือมันอย่างแรง

“ไปเอารถมากูจะไปแดกข้าวกัน”

มันสั่งผมเสียงเข้มแล้วโยนกุญแจรถมาให้ผม ผมก้มเก็บกุญแจรถที่อยู่ใกล้ปลายเท้าตัวเองแล้วกัดฟันแน่นด้วยความโมโห

ก่อนจะเดินไปเอารถออกมาจอดรับมันสองคน

“ไปไหน”

ผมถาม

“มินอยากกินอะไรหล่ะครับ บอกมาเลยไหนๆวันนี้มินก็เสียเหงื่อให้พี่มาเยอะแล้ว”

“พี่ภีมพูดอะไรมินอายภูนะ”

“ไปอายทำไมกับพวกตายด้าน”

มันพูดแล้วยิ้มกวนส้นตีนส่งมาให้ผม ผมเลยแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นแล้วขับรถต่อไปเงียบๆ แต่มันก็ไม่วายคอยตีรวนผมตลอดเวลา จนกระทั่งผมพามันมาส่งถึงที่ร้าน ตอนแรกกะว่าจะกลับเลยเพราะยังไงมันคงให้ผมหาทางกลับบ้านเอง เหมือนเดิมอยู่แล้ว แต่วันนี้มันกลับเรียกผมให้เข้าไปกับมันด้วย

"ให้กูเข้ามาทำไม”

ผมถามมันไม่ตอบแต่ชี้นิ้วไปยังโต๊ะวางอาหารตรงกลางห้องอาหารแทน

“ไปตักอาหารมาให้กูแดก แล้วถามมินด้วยว่าเขาจะกินอะไร”

ฟังมันพูดจบผมก็อยากจะเอาหมัดยัดให้มันแดกแทนข้าวจริงๆ ทำไมมันต้องทำกับผมถึงขนาดนี้ จะมากินข้าวกันแล้วทำไมต้องให้ผมมาคอยตักคอยหาอะไรให้กินด้วย ไม่มีมือมีตีนหากินกันเองหรือไง แม่งเอ้ย!!! ผมทั้งโมโหและก็หงุดหงิดไปพร้อมกัน ไอภีมมองผมที่ยืนกำหมัดแน่นด้วยสีหน้าเย้ยหยั่น แล้วโบกมือไล่ผมให้เดินไปตักอะไรให้มันกิน ผมเดินไปหยิบช้อนหยิบจานแล้วก็ตักๆๆๆ ทุกอย่างที่เห็นลงมาในจานมันทั้งหมด อยากแดกกันมากนักงั้นก็แดกๆกันให้ตายไปข้างนึงเลยก็แล้วกัน ในระหว่างที่ผมกำลังตักอย่างเมามันส์ก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้นข้างๆตัว แต่ผมไม่ได้หันไปมอง ผมกำลังคิดว่าจะเอาเนื้อชิ้นใหญ่ๆนี้ไปวางไว้ที่ไหนของจานดี ตักไปเยอะๆแม่งจะได้ไม่ต้องใช้ผมอีก

“หึๆเอาจานอีกใบไหมภู”

ครั้งนี้ผมจำเป็นต้องหันไปมองครับ เพราะคนข้างตัวเขาเรียกชื่อผมด้วย แสดงว่าต้องเป็นคนที่ผมรู้จัก และพอผมหันไปก็เห็นว่าคนที่ยืนตักอาหารข้างๆผมคนนี้คือ พี่เขตเพื่อนไอเหี้ยภีมนั่นเอง

“พี่เขต”

“หิวหรอ”

พี่เขตถามผมยิ้มๆ แต่เป็นยิ้มที่แทบจะมองไม่เห็นเลยด้วยซ้ำ แต่แปลกนะครับรอยยิ้มนั้นกลับทำให้อารมณ์ผมดีขึ้นอย่างประหลาด

“เปล่าครับของไอเหี้ยภีม”

ผมตอบแล้วทำหน้านิ่ง ก่อนจะมองเหลือบไปมองเสื้อผ้าที่พี่เขตใส่มา ผมก็ว่าอยู่ว่าเห็นอะไรขัดๆตาบนตัวพี่เขต ที่แท้วันนี้พี่เขาแต่ตัวเรียบร้อยเกินไปต่างหาก เชิ้ตดำผ้ามันกับไทค์สีเดียวกัน รับกับสีน้ำตาลอ่อนของผมที่ถูกจัดเซทอย่างดี ทำให้พี่เขตดูโดดเด่นมากภายในห้องอาหารแห่งนี้

“มันใช้เราหรอ”

พี่เขตถามแล้วทำหน้าไม่พอใจ ผมเลยพยักหน้าให้เป็นคำตอบ ก่อนจะก้มมองจานในมือเพื่อหาที่วางเนื้อสองชิ้นในมือ

“เอาใส่จานนี้ไป แล้วเอาจานนั้นมาเดี๋ยวพี่ช่วยถือ”

พี่เขตหยิบจานที่อุดมไปด้วยอาหารหลากหลายเชื้อชาติของผมไปถือ ก่อนจะหันมาใช้สายตาถามผมว่าโต๊ะอยู่ไหน ผมเลยเดินนำไป

“ทำไมช้าอย่างนี้ แล้วนี่มึงตักเหี้ยอะไรเยอะแยะห๊ะ!!!”

พอพี่เขตวางจานลงบนโต๊ะ ไอภีมมันก็ด่าแบบไม่ลืมหูลืมตา พอด่าเสร็จมันก็เงยหน้าขึ้นมามองอย่างจะเอาเรื่อง แต่พอเห็นว่าคนที่วางจานลงบนโต๊ะไม่ใช่ผมมันก็ทำหน้า งง ใส่ผมแทน หวังว่าจะให้ผมอธิบาย

“ภูมันกลัวมึงไม่อิ่ม มึงมีแขกใช่ไหมงั้นกูพาภูไปกินข้าวที่โต๊ะกูก็แล้วกัน....ไปภู”

พี่เขตพูดเองเออเองเสร็จก็หันมาคว้ามือผมให้เดินตาม

“ใครบอกให้มึงไป!!!”

ไอภีมลุกขึ้นยืนแล้วตะโกนหยุดผมกับพี่เขตไว้ ดูมันจะโมโหมาก ถ้าให้เดามันคงรู้สึกเสียหน้าที่จู่ๆก็ถูกเพื่อนหักหน้าแบบนี้ เหนือคนเลวอย่างมึงก็ยังมีคนดีวะไอสัส ไม่มีใครในโลกนี้จะเลวเหมือนมึงไปซะทุกคนหรอก

“พี่ภีมนั่งลงเถอะคนอื่นมองกันหมดแล้ว”

“มึงกลับมานั่งนี่ ถ้ามึงไม่อยากเจอดีกูบอกให้กลับมา!!!”

มันทำท่าจะเดินมาหาผม ผมเลยหันไปมองพี่เขตในเชิงบอกไม่เป็นไร เพราะผมไม่อยากให้ใครมาเดือดร้อนเพราะผม แต่พี่เขตกลับไม่ยอมปล่อยมือผม

“เดี๋ยวพี่จัดการเอง”

พี่เขตหันมาพูดกับผมพร้อมยิ้มบางๆก่อนจะเดินไปหาไอภีม ที่กำลังจะเดินมาหาผม แล้วคุยอะไรกันซักอย่างที่ผมเองก็ไม่สามารถเดาได้ เพราะผมไม่ได้ยินบทสนทนาทั้งหมด

"กูไม่ได้ชอบมัน!!!”

“มันเป็นของกู!!!”

แล้วก็อะไรต่อมิอะไรก็ไม่รู้ที่ผมไม่สามารถได้ยิน พอผมเห็นว่าทั้งสองคนเริ่มเบาเสียงลงแล้ว ผมเลยเดินออกจากร้านไป ผมเดินไปเรื่อยๆ ยังไม่รู้จุดมุ่งหมายของตัวเองด้วยซ้ำว่าผมจะเดินไปไหน จะกลับบ้านก็ไม่รู้ว่าต้องนั่งรถสายอะไรกลับ เพราะแต่ละที่ที่มันให้ผมพามา มันช่างไกลและก็ไม่ใช่ทางที่ผมคุ้นเลย สิ่งที่ไอภีมทำกับผมทั้งหมด ผมได้แต่หวังว่าวันนึง มันจะเจอเข้ากับตัวเองบ้าง ผมหวังว่ามันจะได้รับความเจ็บปวดในแบบที่ผมได้รับบ้าง และเมื่อถึงวันนั้นผมหวังว่ามันจะรู้สึกและนึกเสียใจให้กับสิ่งที่มันเคยทำกับผม ผมหวังให้มันเป็นแบบผม





....................................................................................









อย่าพึ่งโมโหคนเขียนนะว่ามันจะร้ายอย่างนี้ไปถึงเมื่อไหร่ อย่าโกรธภูที่ภูยอมมากเกินไป หากเป็นเรื่องที่โดนขู่เพียงอย่างเดียว ภูคงไม่ยอมหรอก เว้นเสียแต่ลึกๆแล้วความรู้สึกของภูที่มีให้ภีมมันเริ่มจะไม่เหมือนเดิม มาช่วยกันเป็นกำลังใจ และรอดูต่อไปดีกว่าว่าภีมมันจะทำไงต่อไป เมื่อมันรู้ใจตัวเอง

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

ไม่โกรธไม่เกลียดภู  แต่เกลียดไอ้เหี้ยภีม  อยากให้มันเจ็บปวดทรมานเจียนตาย

ออฟไลน์ wookyu

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-3
:pig4: :pig4: :pig4:

ไม่โกรธไม่เกลียดภู  แต่เกลียดไอ้เหี้ยภีม  อยากให้มันเจ็บปวดทรมานเจียนตาย

ถึงมันเจ็บไม่เจียนตายในตอนหลัง แต่ก็ได้รับบทเรียนนะคะ อุ๊ย!! หลุดๆ 555

ขอบคุณที่ติดตามนะคะ วันนี้ไม่ดึกมากเดี๋ยวลงให้อีกตอนนนน


ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11

ออฟไลน์ wookyu

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-3
                                                                        - 14 -

     





      หงุดหงิดคือคำเดียวสั้นๆที่จะอธิบายอารมณ์ผมตอนนี้ได้ หลังจากที่ผมแยกจากมินที่ห้องอาหารผมก็ดิ่งกลับมาที่คอนโดตัวเองทันทีพร้อมกับความหงุดหงิดที่เกิดจากไอภู ผมโมโหมัน โกรธมัน และไม่พอใจในทุกอย่างที่มันทำ ผมเกลียดเวลาที่ผมเห็นมันทำเป็นไม่รู้สึกอะไรเวลาที่เห็นผมอยู่กับคนอื่น ทั้งๆที่ผมตั้งใจจะทำให้มันโกรธแต่มันกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรแบบนั้นให้ผมเลย ผมลองนอนกับคนอื่นที่เป็นผู้ชายเหมือนมัน เพราะผมอยากรู้ว่าถ้าไม่ใช่มันแล้วจะทำให้ผมรู้สึกดีเหมือนที่นอนกับมันไหม

คำตอบคือ ไม่เลย ผมออกจะรู้สึกแปลกๆด้วยซ้ำ ครั้งแรกผมนอนกับมินแค่เพราะอยากพิสูจน์ แต่ครั้งที่สองผมแค่อยากทำให้ไอภูมันโกรธ แต่ก็ดูเหมือนจะเป็นผมซะเองที่เป็นฝ่ายโมโหอย่างบ้าคลั่ง ครั้นพอจะแกล้งให้มันรู้สึกทรมานใจเล่นที่ต้องมาเห็นผมกับมินทำรักกัน แล้วก็ไปกินข้าวด้วยกันโดยที่มีมันตามไปเป็นคนใช้ให้ด้วย ก็ดันมีไอเขตเข้ามายุ่งอีก ตอนนี้ผมเลยโมโหจนปรอทแทบแตก ทำไมผมต้องอยากเรียกร้องให้มันหันมาสนใจผมมากขนาดนี้ด้วย ไอเหี้ยภูไอเด็กสลัมนั่นมันมีดีอะไร ทำไมผมจะต้องไปอยากให้มันมาสนใจด้วย

"มึงชอบภูหรอ”

จู่ๆคำพูดของไอเขตก็แวบเข้ามาในหัว มึงชอบภูหรอ…. มึงชอบภูหรอ…. มึงชอบภูหรอ…. มึงชอบภูหรอ

"ไอเหี้ย!!!กูไม่ได้ชอบมัน!!!!!!!!”

ผมเหวี่ยงหมอนทิ้งอย่างหมดความอดทน เป็นไปไม่ได้ที่ผมจะชอบมัน ผมแค่อยากเอาชนะมัน แค่อยากให้มันมองผมแค่คนเดียว ผมไม่ได้ชอบมัน!!!!

     กลางวันนี้ผมโทรหาไอภูแล้วเรียกมันให้มาหาเหมือนเดิม ส่วนเหตุผลที่เรียกมาน่ะหรอผมยังไม่ได้คิดหรอก แค่อยากเรียกผมก็แค่เรียก ทำไมต้องคิดอะไรมากไม่ว่ายังไงมันก็ต้องมาตามคำสั่งผมอยู่แล้ว เพราะมันเคยลองพยศขัดคำสั่งผมและก็ได้รับบทเรียนจากผมมาแล้วผมถึงได้กล้าพูดไงว่ายังไงมันก็ต้องมา ผมนั่งรอมันอยู่หน้าคณะกับพวกเพื่อนๆ แต่จู่ๆอาจารย์ก็ดันเรียกผมไปพบ คุยกันเรื่องรายงานที่ผมยังไม่ได้ทำส่ง บอกผมว่าเดทไลน์คือพรุ่งนี้ แล้วผมจะทำทันไหมเนี่ยรายงานไม่รู้ตั้งกี่หน้า ผมเดินออกจากห้องพักอาจารย์ แล้วเดินกลับมาที่โต๊ะ ระหว่างที่ผมเดินเข้าใกล้โต๊ะที่ผมนั่งเรื่อยๆ ผมก็เห็นไอภูกำลังนั่งรอผมอยู่ ผมเลยเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นกว่าเดิม ไม่รู้ทำไมถึงอยากไปให้มันเห็นหน้าเร็วๆ

"เรียนเป็นไงบ้างวันนี้"

"เรื่อยๆครับ"

"แล้วนี่ภีมโทรตามหรอ"

"ครับ"

"โทรตามเรื่องอะไร"

"เรื่องของกู!!!"

ผมที่เดินมาทันบทสนทนาสุดท้ายพอดี เป็นคนตอบคำถามแทน ผมตวัดสายตาคาดโทษไปที่ไอภู แล้วกระชากแขนมันให้ลุกขึ้น ผมกำลังโมโหอีกแล้ว และก็เป็นมันอีกเช่นเคยที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้

"เหี้ยภีมกูเจ็บ"

"อย่ามาสำออยไอสัส!!! กูให้มานั่งรอไม่ได้ให้มาอ่อยเพื่อนกู"

"ไอภีม!!!"

"ทำไมหรือมึงจะบอกว่ามึงเป็นคนมายุ่งกับคนของกูเอง!!"

ผมโมโหจนเลือดขึ้นหนัาแล้วตอนนี้  ไอเขตมันต้องคิดอะไรกับไอภูแน่ ผมไม่เคยเห็นมันเป็นแบบนี้มาก่อน ไม่ว่าผมจะพาเด็กคนไหนมาให้รู้จัก มันก็ไม่เคยคิดที่จะเข้ามาตีสนิททักทายเหมือนไอภูเลย

"เฮ้ย! มีอะไรกันวะพวกมึง"

ไอนพเดินถือถุงขนมกลับมาวางที่โต๊ะเห็นสีหน้าเครียดๆของผมกับไอเขตมันเลยร้องถามขึ้น

"ไม่มีอะไร กูกลับก่อนแล้วกัน แล้วมึงก็ตามกูมาด้วย"

ผมพูดเสร็จก็ออกแรงกระชากแขนไอภูให้เดินตาม ผมได้ยินเสียงไอนพมันร้องห้าม ไม่ให้ไอเขตตามมา เห็นไหมละครับ

ไอเขตมันทำตัวแปลกๆกับไอภูมันจริงๆ มันให้ความสนใจไอภูมากเกินไป ผมไม่ได้คิดไปเองพวกคุณก็เห็น

"กูขอสั่งห้ามมึงยุ่งกับเพื่อนกูอีก!!!"

"มึงแม่งไม่มีเหตุผล กูแค่คุยกัน"

"ก็ตอนนี้มึงอาจจะแค่คุย แต่นานไปมึงก็คงจะไปนอนให้มันเอา!!!"

"เหี้ยภีม!! มึงอย่านึกว่าคนอื่นเขาจะเลวเหมือนมึงหมดนะ!!!"

กูแตะไอเขตของมึงไม่ได้เลยซินะ ผมนั่งเถียงกับมันบนรถ พอผมพูดเกี่ยวกับไอเขตหน่อยมันก็ทำเป็นไม่พอใจ แต่มันจะรู้ไหมว่าคนที่ไม่พอใจกว่ามัน คือคนที่นั่งอยู่ตรงหน้ามันตอนนี้

"มึงบอกว่าจะฟังทุกคำพูดของกู"

ผมพูดเสียงรอดไรฟันแล้วมองหน้ามันอย่าเอาเรื่อง มันไม่ตอบอะไร มันทำเพียงหันหน้าหนีออกไปมองนอกหน้าต่างแทน

"ถ้ามึงไม่ฟัง ก็อย่าหาว่ากูไม่เตือน"

ผมพูดแค่นั้นแล้วขับรถออกไปทันที ผมพาไอภูไปคอนโดของผม กว่าจะบังคับมันให้ขึ้นมาบนห้องได้ เล่นผมต้องเหนื่อยหาเรื่องโน่นเรื่องนี้มาขู่มันไปทั่ว สุดท้ายมันก็ยอมขึ้นมาเพราะผมบอกมันว่าผมมีคลิปของมัน ทั้งๆที่จริงแล้วผมไม่มีหรอก จะเอาเวลาที่ไหนไปถ่าย มันนี่บทจะโง่ก็โง่เกินเยียวยาจริงๆ

"กูขึ้นมาตามที่มึงต้องการแล้ว ลบคลิปของกูซะ"

มันสั่งเสียงเข้มทันทีที่เข้ามายืนในห้องของผม

"อย่ามาสั่งกู กูจะลบเดี๋ยวกูก็ลบเอง!!!”

ผมตะคอกมันพลางถอดเสื้อนักศึกษาออก แล้วเปิดตู้หยิบเสื้อยืดธรรมดากับกางเกงขาสั้นขึ้นมาใส่แทน ก่อนจะโยนเสื้อสีขาวที่ตัวเล็กที่สุดของผมกับกางเกงบอลไปให้มันเปลี่ยนบ้าง เพราะผมจะให้มันค้างห้องผมคืนนี้ เพื่อทำรายงานให้ผม ไอภูมองเสื้อผ้าที่ผมโยนมาให้แล้วขมวดคิ้วเข้าหากัน ลองคิดหน้ามันตามผมนะครับ หน้านิ่งๆแต่คิ้วขมวดเข้าหากันเป็นปม เห็นแล้วก็คิดว่ามัน น่ารักดี

"เอามาให้กูทำไม”

มันถามแล้วหยิบเสื้อผ้าที่กองอยู่บนพื้นมาคลี่ดู

"เปลี่ยนซะ แล้วเอารายงานไปทำให้กูด้วย”

ผมสั่งเสร็จก็เดินตัวปลิวเข้าครัวไปหาของกิน แล้วก็เอามาวางกองๆกันที่หน้าโต๊ะหน้าโทรทัศน์ในห้องรับแขก เหลือบมอง ไปทางห้องนอนก็เห็นมันยังมองเสื้อผ้าในมืออยู่ และดูเหมือนไม่มีทีท่าว่าจะยอมเปลี่ยนซะด้วย

"กูให้เลือกระหว่างใส่ชุดนั้น กับแก้ผ้ามึงจะเลือกอะไร แต่ถ้ามึงยังดื้อไม่เลิกเดี๋ยวกูจะเลือกให้เอง”

ผมพูดจบ มันก็รีบหันหลังแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีสงสัยมันคงจะกลัวที่ผมขู่จริงๆดูรุกรี้รุกลนเชียว ไอภูมันถอดเสื้อออกจากตัวเผยให้เห็นแผ่นหลังขาวของมัน ผิวมันนี่สุขภาพจัดได้ว่าดีเยี่ยมเลยครับหลังจากที่ผมได้ลองสัมผัสมาแล้วถึงสองครั้งผมการันตีได้เลยว่าดีมาก เนียนเลื่อนอย่างกับผิวเด็ก คิดแล้วก็อยากจะสัมผัสมันอีก ผมเผลอมองมันอยู่นานจนเห็นว่ามันแต่งตัวใกล้เสร็จแล้วเลยแกล้งทำเป็นหันไปดูทีวี  แค่เห็นมันเปลี่ยนเสื้อผ้ายังทำผมตื่นเต้นได้ขนาดนี้ นี่ผมบ้าไปแล้วหรอเนี่ย ทำไมผมต้องใจเต้นแรงขนาดนี่แค่เห็นไอภูคนที่ผมได้มันเป็นเมียมาแล้วตั้งสองครั้งเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย ไอภีมมึงมันบ้า!!!

"รายงานอะไรที่มึงจะให้กูทำ”

มันเดินหน้านิ่งเข้ามาหาผม แล้วนั่นมันจะยั่วผมใช่ไหม ผมมองไอภูตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อยืดที่ผมว่าตัวเล็ก พอไปอยู่บนตัวไอภูกลับดูหลวมโคล่งขึ้นมาทันตา แถมคอเสื้อก็ย้วยซะจนเห็นไหปลาร้าที่โผล่พ้นคอเสื้อมันมาอีก ผมมองไอภูแล้วลอบกลืนน้ำลายเบาๆ ทำไมผมถึงรู้สึกว่ามันเซ็กซี่ ทั้งๆที่มันแทบจะไม่ได้ทำอะไรให้ผมเลยแบบนี้นะ

"กูถามว่ารายงานอะไร”

มันถามซ้ำเมื่อเห็นว่าผมไม่ยอมตอบคำถามมันซักที ผมเลยชี้นิ้วไปที่กระเป๋าที่วางอยู่เตียง

"อยู่ในกระเป๋า มึงเอามาทำให้เสร็จวันนี้ด้วย”

ผมพูดรัวและเร็วก่อนจะหันกลับไปมองหน้าจอทีวีอีกครั้ง ไม่ได้เพราะอยากจะดูทีวี แต่ผมรู้สึกประหม่าแปลกๆที่เห็นไอภู

ในสภาพนี้ ผมลอบมองไอภูอยู่บ่อยๆ โดยที่มันไม่รู้ตัว และผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องแอบมอง ไอภีมคนเก่งก่อนหน้านี้ไม่รู้มันหายไปไหน

"ภีมกูคำนวณไม่เป็นมึงช่วยมาดูตรงนี้ให้กูหน่อย”

ผมเดินไปหาไอภูอย่างว่าง่าย แล้วก้มมองตรงที่มันบอกทำไมเป็น แล้วผมเป็นเหี้ยอะไรต้องก้มลงแล้วจงใจให้หน้าโดนแก้มมันด้วยเนี่ย กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวมันทำให้ผมแทบคลั่ง แต่ก็ต้องรวมสติกลับมาไว้ที่ตัวหนังสือ

"มึงเรียนวิศวะยังไงเลขแค่นี้คำนวณเองไม่เป็น”

ผมว่ามันแล้วดึงปากกาจากมือมันมาเขียนคำนวณลงบนกระดาษเปล่าข้างหนังสือ โดยที่ตัวผมคร่อมมันไว้จากด้านหลังเหมือนมันเองก็ไม่ได้ใส่ใจด้วยว่าผมยืนคร่อมตัวมันอยู่ เห็นมันเอาแต่มองสิ่งที่ผมเขียนแล้วขมวดคิ้วยุ่ง มันทำให้ผมคิดอีกและว่ามัน น่ารัก!!!

"มึงอย่ามาเนียนหลอกให้กูทำ ทำๆไปซะ”

ผมแกล้งทำเป็นโวยมันแล้วกลับมานั่งหน้าทีวีเหมือนเดิม ไม่ไหวครับผมมองมันว่าน่ารักมาสองสามรอบแล้ว แถมยังคิดว่ามันเซ็กซี่อีก ไอภูมันหันมามองหน้าผมแวบนึงแล้วยกขาขึ้นชันบนเก้าอี้ เอามือกอดเข่าข้างที่มันยกขึ้นมาวางบนเก้าอี้เหมือนกำลังใช้ความคิด ผมแทบจะสำลักลมหายใจตัวเองตาย ไอเหี้ยภูมันทำเหมือนกำลังยั่วผมอยู่เลย ขากางเกงกว้างขนาดนั้นมึงจะยกขาขึ้นมาโชว์เนื้อหนังใต้กางเกงมึงทำไม ผมมองไล่ตั้งแต่ขาขาวๆของมัน ไม่จนสุดก่อนจะเห็นแก้มก้นขาวเนียนของมันกับขอบกางเกงในสีดำเข้ม ผมรู้สึกหน้าร้อนขึ้นมาแปลกๆ แถมยังรู้สึกอึดอัดช่วงกลางลำตัว ทั้งๆที่ผมใส่กางเกงขาสั้นธรรมดา ไม่ได้ใส่ยีนต์แน่นๆรัดช่วงเป้าซักหน่อย แล้วทำไมผมถึงรู้สึกอึดอัดช่วงนั้น คงไม่ใช่เพราะผมกำลังเกิดอารมณ์กับขาขาวๆของไอภูหรอกนะ!! มันต้องไม่ใช่แบบนั้น

"แล้วตรงนี้กูต้องสรุปจากสิ่งที่เขียนก่อนหน้าหรือเปล่า มึงดูให้กูหน่อยกูจะไปล้างหน้า”

มันพูดแล้วเดินเอากระดาษรายงานมาส่งให้ผมก่อนจะเดินหายเข้าไปห้องน้ำ ผมมองรายงานที่มันส่งมาให้แล้วเดินไปล้มตัวนอนอ่านบนเตียง ผมนั่งอยู่ที่หน้าทีวีมาเกือบสี่ชั่วโมงแล้วตั้งแต่กลับมาถึงห้อง จะเข้ามานอนก็นะ ในห้องไอภูมันอยู่

วันนี้เป็นวันที่ผมแอบประหม่าไอภูแบบแปลกๆ เลยต้องทนนั่งจนปวดหลังไปหมดอย่างที่เห็นเนี่ยแหละ ผมนอนอ่านในสิ่งที่ไอภูส่งมาให้ ถือว่ามันเก่งนะครับเพราะมันเขียนได้ดีกว่าเพื่อนผมที่เรียนการตลาดแท้ๆซะอีก แผนการตลาดที่มันเขียนขึ้นมาก็น่าสนใจไม่เบา

"เป็นไงบ้าง กูต้องเอาเนื้อหาข้างบนมาสรุปอีกทีไหม”

เสียงไอภูที่ดังมาจากปลายเตียง ทำให้ผมต้องลดกระดาษลงจากระดับสายตา ไอภูมันไปล้างหน้ามาครับ หน้าและผมบางส่วนของมันเลยเปียก แต่พอมองเลยลงมาผมแทบเลือดกำเดาพุ่ง เสื้อสีขาวที่มันใส่อยู่เปียกน้ำไปเกือบครึ่งตัว เสื้อสีขาวตัวบางแนบอยู่ที่ตัวมันจนทำให้ผมเห็นทุกสัดส่วนของมันภายใต้เสื้อเปียกๆนั้นอย่างชัดเจน จากที่ผมพยายามอดทนทำเป็นไม่สนใจมาตลอด เพราะไม่อยากยอมรับว่าผมกำลังต้องการมันจริงๆ เห็นทีผมคงจะปฏิเสธความรู้สึกตัวเองไม่ได้อีกต่อไป ผมไม่สนใจแม่งแล้วรายงง รายงานว่าจะเสร็จหรือไม่เสร็จ แต่ถ้าวันนี้ผมทำให้ไอภูมันครางเสียงหวานอยู่ใต้ร่างของผมไม่ได้ คุณผู้อ่านอย่ามาเรียกผมว่าไอภีมอีกเลย ไอภูสิ่งที่จะเกิดกับมึงต่อไปนี้ มึงจะมาโกรธกูที่ทำแบบนั้นกับมึงไม่ได้นะ มึงต้องโทษตัวเองที่พยายามจะยั่วกูไม่ว่ามึงจะตั้งใจหรือไม่ นั่นคือความผิดของมึง ไวเท่าความคิด ผมกระชากไอภูลงบนเตียงทันทีโดยที่มันยังไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำ ไอภูมันดูจะตกใจมาก เพราะมันทั้งถีบทั้งทุบผมให้ออกจากตัว แต่แรงมันก็ยังสู้ผมไม่ได้ เขาบอกว่าแรงอารมณ์ของคนที่มีความต้องการมักจะสูงกว่าแรงคนปกติ อันนี้ท่าจะเป็นจริง

“ไอสัสภีม มึงจะทำอะไร ปล่อยกู ไอเหี้ยปล่อย!!!”

"มึงยั่วกูเองนะภู กูกะว่าจะไม่แล้ว”

ผมกระซิบลงที่ข้างหูมัน ก่อนจะไล่จูบมันทั่วใบหน้า มือหนาก็ถลกเสื้อมันขึ้นอย่างรวดเร็ว ผมรอช้าไม่ไหวแล้ว ถ้าคุณมาเห็นหน้ามันที่มองผมตอนนี้ คุณก็จะเป็นแบบผม

"ภีมกู อืออ…..”



......................................................................

แล่ว แล่ว แล่ว ภีมเอ้ย ชอบก็บอกชอบดิว้า ปากแข็งนักนะ ระวังเหอะ ร้ายมากๆ ภูมันจะ....ติดตามต่อตอนถัดไปนะคะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11
เสร็จอีภีมอีกละ สงสารภูจัง

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19
 :katai2-1:


ลูกดกแน่ๆ

ออฟไลน์ everlastingly

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 470
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-1
 :pig4: รออ่านต่อๆ อยากกระโดดตบไอ้ภีมสักที

ออฟไลน์ wookyu

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-3

                                                                    -14.2-

ผมไม่รู้ว่ามันตั้งใจจะพูดอะไร จู่มันก็กลืนเสียงลงไปในคอเพียงแค่ผมขบกัดหัวนมมันเล่นเบาๆ ไอภูแอ่นกายรับสัมผัสผม

พร้อมกับครางเสียงหวาน ที่พอได้ยินแล้วสติผมแทบจะกระเจิง ผมลากลิ้นสากผ่านแผงอกของมันลงมาที่แอ่งสะดือผมวนลิ้นเล่น สร้างความกระสันให้มันซักพัก แล้วรอฟังเสียงครางหวานๆจากปากไอภูอย่างตั้งใจ มือหนาของผมก็จัดการดึงกางเกงตัวบางของไอภูออกไปให้พ้นทาง ผมมองสำรวจแกนกายที่เริ่มจะแข็งตัวของไอภู ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะอย่างแผ่วเบา ไอภูถึงกับสะดุ้งตัวโยน มันพยายามผลักมือผมที่กอบกุมแกนกายของมันไว้ให้ออกไป แต่ยิ่งผมเห็นแบบนั้นก็ยิ่งอยากแกล้งมัน บอกก่อนเลยว่าสิ่งที่ผมจะทำต่อไปนี้ ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะทำให้ใคร แต่สำหรับไอภู แค่ผมเห็นมันดิ้นพล่านเพราะผมได้ ไม่ว่าอะไรที่ผมไม่เคยทำ ผมก็จะยอมทำ ผมคอยๆแตะลิ้นลงบนส่วนหัวที่มีน้ำสีใส่ไหลเยิ้มอยู่ แค่ลิ้นสัมผัสเบาๆ ผมก็ได้ยินเสียงครางอย่างทรมาน ผมเลยทำมากกว่านั้นอีกโดยการรับเอาของมันเข้าไปในปากทั้งอัน

“อุ๊บๆๆ…..อืมมมมม……..อ่า…………”

ผมครางไปพลางขยับปากขึ้นลง แต่ก็แอบสังเกตสีหน้าของไอภูนะครับว่ามันจะสุขสมแค่ไหนที่ผมปรนเปรอให้มันขนาดนี้

“อ๊ะ!!ไอภีม….เอาปะ ปาก…..อืออ…..อะ ออกไป”

ดูฤทธิ์มันเองก็แล้วกัน อารมณ์พุ่งสูงทะยานขนาดนี้มันยังดื้อดันหัวผมออกจากหว่างขามันอีก เห็นแบบนี้แล้วก็ยิ่งอยากแกล้ง ผมแกล้งใช้ฟันครูดเบาๆ แล้วไล่ลิ้นขึ้นมาดูดดุนบริเวรส่วนหัวอย่างแรง ไอภูมันร้องเสียงหลงเลยครับ ความจริงผมก็อยากแกล้งมันต่อเหมือนกัน แต่ตอนนี้ผมไม่ไหวแล้ว น้องชายผมปวดหนึบไปหมด ผมเลยเปลี่ยนให้ไอภูเป็นฝ่ายปรนเปรอให้ผมบ้าง

“ภูอย่ากัดนะครับ ทำดีๆ”

ผมว่าแล้วจับน้องชายผมยัดเข้าปากมันไป ไอภูไม่ยอมขยับปากจนผมรู้สึกหงุดหงิดผมเลยจับหัวซุกที่หว่างขาของตัวเอง แล้วเป็นฝ่ายเร่งจังหวะเอาเสียเอง

“อุกๆๆ แค่กก ช้าหน่อย เหี้ยภีม อุกกกก”

ไอภูใช้มือยันหน้าขาผมไว้ ผมเลยผ่อนแรงตามที่มันต้องการ

“ภูก็ขยับเองซิภ้าไม่อยากให้กูขยับ”

ผมพูดหวาน แล้วปล่อยให้ไอภูเป็นคนนำจังหวะเอง

“อ๊ะ!!!!ซี๊ดดดด ภูพอแล้วเดี๋ยวกูแตกก่อน”

ผมผลักภูออกจากหว่างขาเบาๆ ก่อนจะจับให้มันนอนหงาย โดยยกขาทั้งสองข้างของมันพาดไว้ที่คอ

“เหี้ยภีม!!!ไม่เอาแบบนั้นกูเจ็บ อ๊ะ!!!!เอา อะ ออก ไป…..อืออออ”

ผมได้ยินที่มันพูดแต่จะให้ผมหยุดกลางคันแบบนี้เห็นทีจะไม่ได้ ผมค่อยๆยัดแกนกายแข็งเข้าไปที่ช่องทางด้านหลังของไอภูทันที ผมรอจนกว่าภูมันจะโอเคแล้วค่อยๆขยับตัว

“เจ็บแปปเดียวนะ อ่า…..ทนหน่อย เดี๋ยวก็ไม่เจ็บแล้ว”

ผมพูดแล้วเพิ่มแรงกระทั้นขึ้นเรื่อยๆ ผมขยับสะโพกไปพลางก้มลงจูบคนใต้ร่างไปพลาง หวังจะช่วยปลอบให้มันรู้สึกผ่อนคลายขึ้น

“อ๊ะ!!ภีมเบาๆหน่อย มะ มันเจ็บ”

ไม่รู้ว่าทำไมเวลาแบบนี้ผมยังจะเสือกมีเวลามองว่าไอภูมันน่ารักอีก ผมเร่งขยับสะโพกโดยที่ไม่ยอมละสายตาไปจากคนใต้ร่าง ผมอยากปลดปล่อยทั้งๆที่มองหน้าของมันไปด้วยแบบนี้

“ภูกูไม่ไหวแล้ว อ่าาาาาาาาาา!”



     หลังจากที่ผมปล่อยน้ำรักของตัวเองในตัวไอภูเสร็จผมก็ทิ้งตัวลงบนอกขาวของไอภู ทั้งๆที่แกนกายของผมยังเชื่อมอยู่ในตัวมัน

“เสร็จแล้วก็เอาของมึงออกไป”

มันพูดเสียงอู้อี้ แต่กลับทำให้ผมเผลอยิ้มกว้าง

“ขอร้องกูดีๆ แล้วกูจะเอาออกให้”

ผมต่อรอง แล้วซุกหน้าลงบนอกมันเหมือนเดิม

“สัสภีมกูหนัก!!”

แต่ถ้าคนอย่างมันมันยอมทำตามแต่โดยดีก็ไม่ใช่มันแล้วครับ ไอภูกระชากหัวผมให้เงยขึ้น กูเจ็บนะไอสัสนี่  ผมปัดมือมันออก มองก็มองหน้าผมนิ่งๆ

“พูดตามกูก่อนแล้วกูจะเอาออกให้ พี่ภีมครับช่วยเอาของพี่ภีมออกไปหน่อยได้ไหมครับ ลองพูดดู ถ้ามึงพูดกูจะเอาออกให้แต่ถ้าไม่กูจะ….”

ผมทิ้งคำพูดไว้แค่นั้น แล้วสาธิตให้มันเห็นว่าถ้ามันไม่พูดผมจะทำยังไง ผมค่อยๆขยับสะโพกอีกครั้ง ไอภูนิ่วหน้าแล้วเอามือยันหน้าอกผมไว้

“ไอสัสกูเจ็บ อ๊ะ!!!กะ กูยอมพูดแล้ว หะหยุดก่อน”

ผมแอบยิ้มหลังจากที่แกล้งไอเด็กดื้อตรงหน้าได้ ไอภูเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น เหมือนกำลังทำใจที่จะพูด ก่อนปากเรียวจะเอ่ยในสิ่งที่ผมอยากฟัง

“พะ กูภีมครับช่วยเอาของกูภีมออกไปหน่อยได้ไหมครับ”

ผมพยักหน้ารับคำมันแบบตั้งใจกวนตีน แล้วถอนแกนกายออก ก่อนจะโน้มตัวลงไปจูบคนที่นอนใต้ร่างเบาๆ

หลังจากนั้นผมก็บังคับให้ไอภูนอนทั้งๆที่เนื้อตัวเหนี่ยวเหนอะหนะแบบนั้น ผมอยากนอนกอดมัน อยากดมกลิ่นของมันไปทั้งคืน ตอนแรกมันก็ขืนตัวไม่ยอมให้ผมกอด แต่พอมันเริ่มหมดแรงผมก็เห็นมันนอนนิ่ง ด้วยความเหนื่อยและความอบอุ่นจากคนข้างๆ ทำให้ผมเผลอหลับไปดื้อๆ ผมหวังว่าตื่นมาผมจะเห็นมันนออยู่ข้างๆแบบนี้ คิดแล้วก็เผลอกระชับคนในอ้อมกอดแน่น


----------------------------------------------------------------
อ่านตอนต่อไปด้านล่างนะคะ

ออฟไลน์ wookyu

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-3
                                             
                                                                    - 15 -

ผมเดินออกจากคอนโดไอภีมตอนประมาณเกือบตีสี่ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่ค่อยจะเอื้ออำนวยเท่าไหร่นัก สิ่งที่ไอภีมมันทำกับผม แม้จะไม่รุนแรงเท่ากับสองครั้งแรกแต่มันก็ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำของผมอยู่ไม่น้อย ผมเดินอย่างยากลำบากมานั่งรอรถประจำทางเที่ยวแรกของวัน ผมไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ผมถึงจะหลุดพ้นจากวงจรอุบาศๆแบบนี้ไปเสียที ผมจะต้องยอมให้มันทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจของผมไปถึงเมื่อไหร่ แล้วมันจะต้องทรมานผมมากขนาดไหนมันถึงจะพอใจแล้วเดินออกจากชีวิตผมไปเสียที



‘เมื่อไหร่วะภีม’

‘เมื่อไหร่มึงจะปล่อยกูไป’

.

.

.

P’PEAM : เมื่อคืนใครสั่งให้มึงหนีกลับ!!

PHU: ไม่ได้หนี กูกลับเช้า

P’PEAM : สัส กวนตีน เลิกเรียนแล้วมาหากูด้วย

PHU: ทำไมอีก

P’PEAM : อย่าถาม ใต้ตึกที่เดิม

ผมนั่งมองข้อความสุดท้ายในโทรศัพท์ของตัวเองอย่างปลงตก มันจะอะไรกับผมมากมายก็ไม่รู้ พึ่งจะแยกกันไม่ถึงสิบชั่วโมงด้วยซ้ำ มันจะตามให้ผมไปหามันทำไมทุกวัน มึงไม่เบื่อหน้ากูบ้างหรือไงวะแม่ง

“ทำหน้ายุ่งอีกแล้วไอภู มีอะไรหรือเปล่า”

พอไอเอสมันทักว่าผมทำหน้ายุ่ง ผมแอบเห็นสายตาเกือบสิบคู่ในห้องเรียน มองมาทางผมอย่างสนอกสนใจ บางคนถึงขนาดเดินมาดูหน้าผมที่โต๊ะเลยด้วยซ้ำ

“เมื่อกี้มึงบอกว่าไอภูทำหน้ายุ่ง มันทำได้จริงๆหรอวะ?!”

“ไหนๆภูมึงลองทำใหม่ซิ”

“ก็นี่ไงมันทำอยู่นี่ไง พวกมึงมองไม่ออกกันหรอ”

ไอเอสพูดแล้วบิดหน้าผมไปทางซ้ายทีทางขวาที ให้เพื่อนๆรอบๆโต๊ะผมดู

“ไอเอส ไอเหี้ย”

ผมว่าแล้วปัดมือมันออก เพื่อนๆคงจะแปลกใจที่อยู่ๆไอเอสมันก็หาว่าผมทำหน้ายุ่ง อย่างที่บอกผมมันเป็นผมแสดงอารมณ์ทางสีหน้าไม่เก่ง เลยไม่มีใครในห้องเห็นหน้าตาแบบอื่นของผมนอกจากหน้านิ่งๆแบบนี้

“เหี้ยเอสแม่งหลอกพวกกู”

หลายเสียงบ่นก่อนจะเดินออกไปจากโต๊ะของผม สักพักอาจารย์ประจำวิชาก็เดินเข้ามา การเรียนการสอนในช่วงบ่ายก็เริ่มขึ้น บ่ายแล้วซินะ ต่อไปก็เย็น ผมล่ะเกลียดช่วงเวลาหลังจากบ่ายนี้จริงๆ เพราะผมไม่อยากไปเจอมัน





“สวัสดีครับน้องภู”

ผมพยักหน้ารับให้พอเป็นพิธีกับคำทักของพี่นพ ก่อนจะเดินไปนั่งรอไอเหี้ยภีมที่โต๊ะม้าหินอ่อนถัดจากโต๊ะที่พวกมันนั่งไปโต๊ะนึง ผมเห็นไอภีมกำลังให้เพื่อนผู้หญิงของมันติวหนังสือให้อยู่โดยที่มีมันนั่งเบียดอยู่ข้างๆ ผมคิดนะครับว่าถ้ามันจะเบียดเขาซะแนบชิดขนาดนั้น ทำไมมันไม่อุ้มเขาขึ้นมานั่งบนตักให้รู้แล้วรู้รอดไป ผมเลิกสนใจในความหื่นกามของไอภีมแล้วหยิบหนังสือในกระเป๋าตัวเองขึ้นมาอ่านบ้าง ถ้านับจากอาทิตย์นี้ไป ผมจะเหลือเวลาก่อนสอบไฟนอลอีกแค่สองสัปดาห์ หลังจากนั้นผมก็ต้องเตรียมตัวฝึกงานอย่างจริงจัง ผมฝึกงานตอนปีสามเทอมสองครับ ฝึกทั้งเทอม แต่โชคดีหน่อยที่ผมมีที่ฝึกงานในใจแล้วเลยไม่ค่อยเดือดร้อนอะไรมาก เหลือก็แค่เอาตัวรอดกับการสอบไฟนอลนี้ไปให้ได้ ผมก็ไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว คิดได้แบบนั้นผมก็ตั้งหาตั้งตาอ่านหนังสือที่ตัวเองเป็นคนหยิบขึ้นมาวางบนโต๊ะทันที

“ภูๆมานี่หน่อย”

ไอภีมหันมากวักมือเรียกผม

“แป้งอยากกินอะไรหรือเปล่าเดี๋ยวภีมให้เด็กไปซื้อให้”

ผมเดินมาถึงมันก็หันไปถามสาวเจ้าข้างตัวว่าจะกินอะไร ส่วนเด็กที่มันพูดถึงก็คงเป็นผมซินะ

"แป้งอยากได้น้ำแร่อ่ะภีม ในมอเราไม่มีขายซะด้วย”

ก็นะทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีขายยังอยากจะได้อีก ผมได้แต่บ่นในใจ จะพูดให้ได้ยินเธอเองก็เป็นผู้หญิงคงจะรู้สึกเสียหน้าไม่เบา

"ไอภูมึงไปหาซื้อน้ำแร่มาให้พี่เขาด้วย แล้วก็ซื้อน้ำซื้อขนมมาเผื่อเพื่อนๆกูด้วยส่วนมึงอยากแดกอะไรก็แดก รีบไปรีบมาล่ะ”

มันสั่งแล้วส่งแบงค์พันมาให้ผมสองใบ ก่อนจะโบกมือไล่ผมให้ให้เดินไปให้พ้นหน้า ถามว่าผมโกรธไหมที่ถูกมันทำใส่เช่นนี้

ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะครับ มันก็ต้องโกรธต้องโมโหเป็นธรรมดาอยู่แล้ว จริงๆผมแทบอยากจะกระโดดถีบยอดหน้ามันด้วยซ้ำ แต่ก็ด้วยอะไรหลายๆอย่างทำให้ผมต้องยอมและตกเป็นเบี้ยล่างมันตลอด ถ้าผมไม่ทำตามที่มันสั่ง คนรอบข้างผมก็จะเดือดร้อน

"มาคนเดียวจะถือของหมดหรอ”

เสียงทักจากด้านหลังทำให้ผมต้องหันกลับไปมอง เจ้าของเสียงที่ว่าคือพี่เขตครับดูเหมือนพี่เขาจะวิ่งตามผมมา

"ตามผมมาหรอครับ”

ผมถามอย่าง งง ๆ พี่เขตเลยเดินเข้ามากอดคอผมให้เดินต่อ

"ทำไมต้องยอมไอภีมขนาดนั้น”

พี่เขตไม่ตอบว่าตามผมมาหรือเปล่า แต่พี่เขากลับย้อนถามผมแทน ผมเหลือบมองหน้าพี่เขาแวบนึงก่อนจะมองตรงไปข้างหน้าเหมือนเดิม ถ้าผมบอกพี่แล้วมันจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงหรอครับ พี่จะช่วยผมได้หรือไง นี่คือสิ่งที่ผมคิด

"เพื่อนพี่แม่งเลว”

ผมพูดเสียงเรียบ แต่นั่นกลับทำให้อีกคนข้างตัวหลุดขำ

"พี่รู้อยู่ว่ามันเลว แต่ที่พี่ไม่เข้าใจทำไมภูถึงยอมต่างหาก พี่ว่าภูไม่ใช่คนยอมคนนะ”

"ผมไม่มีทางเลือก”

"มันขู่ภูหรอ”

พี่เขตหันมาจับแขนผมทั้งสองข้าง แล้วมองเข้ามาในตาของผม ถ้าผมไม่ได้คิดไปเองนัยน์ตาของคนตรงหน้าที่จ้องมองผม มันเต็มไปด้วยความห่วงใย แล้วนั่นกลับทำให้ผมอุ่นใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ

"ภูไม่เป็นไรครับ ถ้ามันเบื่อที่จะเล่นกับภูเดี๋ยวมันก็หายไปเอง สิ่งที่ภูต้องทำตอนนี้ก็แค่ทน”

ผมพูดแล้วพยายามลองขยับปากยิ้ม ผมอยากยิ้มให้พี่เขตเห็นว่าผมไม่เป็นไรจริงๆ พี่เขาจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงผม

"ภูยิ้มให้พี่หรอ”

พอผมยิ้มพี่เขตก็ทำหน้าราวกับเจอสิ่งมัศจรรย์ของโลก ผมเลยหุบยิ้มแล้วยกมือขึ้นมาเกาหัวแก้เก้อ ถ้าผมรู้ซักนิดว่าพี่เขตจะมีรีแอคชั่นรุนแรงแบบนี้ ผมจะไม่ยอมยิ้มให้เลย

"ผมไม่ได้ยิ้ม”

ผมว่าแล้วรีบเดินหนี แต่อีกฝ่ายก็ตามมากอดคอลูบหัวลูบหางผมเล่นแล้วตื้อให้ผมยิ้มให้ใหม่ จนกระทั่งมาถึงมินิมาร์ทแห่งหนึ่ง ผมกับพี่เขตใช้เวลาซื้อของอยู่ซักพักก่อนจะเดินออกจากร้านมาพร้อมกับถุงหิ้วในมือคนละสามสี่ใบ

"หนักไหมเราน่ะ”

พี่เขตถามพร้อมกับมองมาที่ถุงในมือผม ผมเลยส่ายหน้าให้แทนคำตอบ

"ภูเป็นคนไม่ค่อยพูดหรอ”

"ครับ พี่เขตอึดอัดหรือเปล่า ภูไม่รู้จะพูดอะไร**”**

ผมย้อนถามบ้าง

"ไม่นะพี่เองก็เป็นเหมือนภูแหละไม่ค่อยพูด แต่พออยู่กับภูพี่กลับอยากพูดไม่ยอมหยุดเลย”

ทำไมเป็นงั้นล่ะครับ ผมได้แต่ถามในใจ เพราะสิ่งที่ผมทำจริงๆคือมองหน้าพี่เขตนิ่งๆ

"สงสัยใช่ไหมว่าเพราะอะไร”

"ครับ”

"เพราะถ้าเราเงียบทั้งคู่ คนอื่นคงคิดว่าเราใบ้แดกแน่ๆ ฮ่าๆๆๆ”

"ฮ่าๆๆๆๆๆ”

"ภู!!!!”

"ครับ”

ผมขานรับอย่าง งงๆ เมื่อกี้พี่เขตยังหัวเราอยู่ดีๆ ไหงตอนนี้เสือกทำหน้าเหวอแดกแล้วมองผมแปลกๆแบบนั้นล่ะ

"เมื้อกี้ภูหัวเราะ”

“ครับ?!”

ผมเนี่ยนะหัวเราะ เป็นไปไม่ได้ถึงผมจะขำมากแค่ไหน แต่มันก็ไม่เคยมีซักครั้งเลยที่ผมจะหลุดหัวเราะออกมาโดยที่ไม่รู้ตัวขนาดผมโดนจั๊กกระจี๋ ผมยังหน้านิ่งแล้วดิ้นพล่านหลบมือไอบอลเฉยๆเลย

"จริงๆนะเมื่อกี้ภูหัวเราะ”

ผมหัวเราะจริงๆหรอ มันชักจะแปลกเกินไปแล้ว ทำไมผมถึงทำเรื่องที่ไม่เคยทำได้ตอนอยู่กับพี่เขตล่ะ ทำไมผมถึงทั้งยิ้มและหัวเราะให้พี่เขาได้โดยที่ผมไม่รู้ตัว

"พี่ดีใจนะที่ภูหัวเราะและยิ้มให้พี่เห็น พี่จะได้ไม่นึกว่าตัวเองคุยกับรูปปั้น”

พี่เขาแหย่ผมแล้วเอามือมาขยี้หัวผมเล่น พี่เขตพูดแหย่ผมไปเรื่อยจนกระทั่งมาถึงโต๊ะหน้าคณะที่มีกลุ่มเพื่อนไอเหี้ยภีมนั่งอ่านหนังสือกันอยู่

"ทำไมไปซื้อของแค่นี้มึงถึงไปซะนานเลย ไปซื้อของหรือไปทำเหี้ยอะไรกันมาแน่!!!”

ทันทีที่ผมเดินกลับเข้ามาถึงก็โดนไอภีมเข้ามากระชากคอเสื้ออย่างไวด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธ

"ไอภีมใจเย็น มึงให้มันไปซื้อของตั้งไกลนะเว้ย นี่ก็ยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเลย อย่าไปด่าไปว่ามันนักซิวะ”

"มึงหุบปากไปเลยไอนพถ้ามึงไม่รู้อะไร ไอภูมึงจำที่กูบอกห้ามไม่ได้ใช่ไหมห๊า!!หรือมึงอยากลองดีจริงๆ”

ผมโดนไอภีมต่อยเข้าจังๆที่หน้าก่อนที่มันจะตามมากระทืบซ้ำ มันกระทืบผมที่ท้องบ้าง เตะเข้าที่ลำตัวบ้าง จนผมจุกและเจ็บไปหมด ผมไม่มีโอกาสแม้แต่ที่จะปัดหรือป้องกันตัวด้วยซ้ำทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากจนผมไม่ทันได้ตั้งตัว ผมตั้งตัวไม่ทันจริงๆ

"ไอภีมมึงเลิกบ้าได้แล้ว!!!”

"มึงก็อีกคนนึงไอเขต!!!!! กูขอสั่งห้ามมึงตรงนี้เลยว่าห้ามยุ่งกับคนของกูอีก ถ้ามึงยังเข้ามายุ่ง ไอสัสภูมันได้ไปนอน

หยอดข้าวต้มที่โรงพยาบาลแน่”

ไอภีมมันพูดแล้วเดินมากระชากแขนผมให้ลุกขึ้นตามมันไป โดยที่ไม่สนด้วยซ้ำว่าผมจะเจ็บแค่ไหนที่จู่ๆมันก็ลากผมไปทั้งๆที่ผมเจ็บอยู่แบบนั้น ความเจ็บที่ร่างกายที่ผมได้รับ มันเทียบไม่ได้เลยกับใจผม ผมรู้ว่าตลอดว่ามันเลว แต่ไม่คิดว่ามันจะเลวได้ถึงขนาดนี้

“มึงไปไหนกับมันมา!!”

มันกดเสียงต่ำถามผมก่อนจะเหวี่ยงผมลงบนโซฟา ไอภีมมันพาผมกลับมาที่คอนโดของมัน และตอนนี้มันก็กำลังทำเหมือนกำลังเค้นนักโทษให้รับสารภาพ

"มึงอยากได้ยินอะไรล่ะ”

ผมถามมันกลับ ก่อนจะพยุงตัวลุกขึ้นมานั่งดีๆบนโซฟาตัวที่มันเหวี่ยงผมมา มึงอยากได้ยินคำตอบแบบไหนมึงถึงจะพอใจวะไอเหี้ยภีม กูต้องตอบแบบไหนมึงถึงจะเลิกบ้าใส่กู

"อย่ากวนตีนกูไอภู ตอบมาดีๆ เร็วๆด้วย”

ไอภีมเดินมายืนข้างหน้าผม น้ำเสียงและสีหน้าของมันที่พูดกับผมตอนนี้ดูอ่อนลงมากจากเดิม ก่อนมันจะคุกเข่านั่งลงตรงหน้าผม ผมมองการกระทำมันอย่าง งงๆ

"มึงไม่ได้ไปทำอะไรกับมันมาใช่ไหม”

(……………………………….)

"ภูตอบกูซิ กูจะเป็นบ้าตายอยู่แล้วนะ”

(……………………………….)

"ภูครับ”

ที่ผมเงียบนี่ไม่ได้เพราะเล่นตัวอะไรนะครับ แต่ผม งง กับการกระทำของมันมากกว่า เมื่อกี้มันยังจะกระทืบผมให้ตายคาตีนอยู่เลย แล้วไหงตอนนี้มันกลับมานั่งทำหน้ารู้สึกผิดแล้วทำเสียงอ้อนใส่ผมแบบนี้หล่ะ ผมมองไอภีมหน้าไอภีมนิ่งแล้วขยับปากพูดในสิ่งที่มันอยากฟัง ผมไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆความโกรธ ความโมโหที่ผมมีเมื่อครู่มันถึงได้เบาลงเพียงเพราะผมเห็นความรู้สึกเสียใจของไอภีมผ่านนัยน์ตาคู่นั้น

"มึงก็เห็นของที่กูถือมา ยังจะถามทำไมอีก”

"แค่นั้นจริงๆนะ กูไม่ชอบใช้ของร่วมกับใครมึงรู้ใช่ไหม”

ไอภีมมันพูดแล้วคว้ามือผมเข้าไปกุมแน่น ก่อนจะบรรจงจูบลงบนฝ่ามือของผมเบาๆ ผมมองหน้าไอภีมอย่างอึ่งๆ

อะไรทำให้มันเปลี่ยนอารมณ์ได้จากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างนี้ แล้วทำไมผมจะต้องตื่นเต้นไปกับสัมผัสของมันด้วย

"เหี้ยภีมผีเข้าหรือไง”

ผมกระชากมือออกแต่ก็ถูกมันตามมาจับไว้เหมือนเดิม

"เจ็บไหม ไหนหันมาให้กูดูซิ”

"มึงลองให้กูต่อยคืนไหมจะได้รู้”

ผมพูดนิ่งๆแล้วขยับตัวหนีมันที่ย้ายก้นตัวเองขึ้นมานั่งโซฟาตัวเดียวกับผมเป็นที่เรียบร้อย

"อย่ากวนตีนคิดว่ากูจะให้ชกคืนหรือไง เมื่อกี้มึงผิดนะ”

มันพูดไปพลางจับหน้าผมสำรวจบาดแผลไปพลาง ผมรู้สึกขนลุกกับการกระทำที่ดีจนเกินไปของมันจนอดไม่ได้ที่ต้องออกปากถาม

“มึงเป็นเหี้ยอะไรของมึงเนี่ย”

ผมถาม แต่มันเสือกยิ้ม

"ไม่ชอบหรือไง”

"ขนลุก กลับไปเป็นมึงเหมือนเดิมเถอะ”

"กูไม่เอาแบบนั้นแล้ว กูไม่ทำ อย่าถามเหตุผลด้วยว่าทำไม กูยังไม่พร้อมจะบอกตอนนี้ มานั่งนี่มาเดี๋ยวกูทำแผลให้”


ออฟไลน์ wookyu

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-3
                                                                   
                                                                     - 16 -



ผมจับให้ไอภูนอนหงายดีๆบนโซฟาตัวยาว ก่อนจะหยิบอุปกรณ์ทำแผลมาทำแผลให้มัน

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวมันก็หาย”

มันปัดมือผมออกเบาๆ แล้วทำท่าจะลุกขึ้น ดูมันเอาเองแล้วกันครับเดี้ยงซะขนาดนี้ยังเสือกจะมีแรงดื้ออีก

“นอนลงไป เห็นกูพูดดีด้วยหน่อยทำเหลิงหรือไงมึง”

ผมแกล้งว่ามันแล้วผลักมันนอนอีกครั้ง ไอภูขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นก่อนจะนอนเฉยๆให้ผมทำแผล

ย้อนไปเมื่อ 8 ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ผมตื่นขึ้นมาราวเจ็ดโมงกว่าๆก็พบกับความว่างเปล่าภายในห้อง ที่นอนข้างตัวที่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงนี้มีไอภูนอนอยู่ ตอนนี้กลับกลายเป็นแค่ที่ว่างข้างตัวเท่านั้น ผมลุกจากเตียงพยายามเดินหาไอภู ผมหวังลึกๆว่ามันจะยังไม่กลับและยังอยู่ส่วนใดส่วนหนึ่งภายในห้องของผมโดยที่ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไม ทำไมผมถึงหวังจะเห็นมันเป็นคนแรกทันทีที่ผมตื่นนอน ผมไม่รู้และผมก็ไม่คิดที่อยากจะรู้ด้วย ผมไม่อยากรู้ว่าทำไมพักนี้ผมถึงมองมันว่าน่ารักบ่อยๆ

ไม่อยากรู้ว่าทำไมผมถึงไม่พอใจมันทุกครั้งเวลาที่มันอยู่กับไอเขต ผมไม่อยากรู้เพราะผมกลัว….กลัวคำตอบที่ออกมาจะกลายเป็นเพราะ…..ผมชอบมัน พอผมรู้ตัวว่าตัวเองกำลังคิดอะไรแปลกๆก็ต้องสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นออกไปซะยกใหญ่

ก่อนจะหยิบมือถือบนโต๊ะหนังสือตัวเองขึ้นมา กดเบอร์ไอภูเพื่อเตรียมชำระความที่มันหนีกลับบ้าน ทั้งๆที่ผมบอกไม่ให้กลับ แต่ระหว่างที่ผมจะกดโทรออก สายตาก็เหลือบไปเห็นรายงานวิชาการตลาดของผม รายงานที่ผมคิดว่ายังไงก็คงไม่ได้ส่งแล้ว วางเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่บนโต๊ะพร้อมกับกระดาษโน้ตใบเล็กที่มีข้อความสั้นๆฝากไว้ว่า

'ตรวจดูอีกทีก่อนส่ง กูกลับล่ะ'

ภู

ผมคงบ้าไปแล้วที่ดันยิ้มกว้างให้กับข้อความสั้นๆในกระดาษ ทั้งๆที่ไม่มีประโยคไหนเลยที่ฟังดูแล้อาจทำให้ผมยิ้มได้

ใช่ครับมันไม่มีอะไรแบบนั้นในกระดาษโน้ตใบนี้หรอก แต่ที่ผมยิ้มเพราะเป็นข้อความจากไอเด็กจองหองคนนี้ต่างหาก

ผมไม่คิดว่ามันจะใจดีลุกขึ้นมาทำรายงานให้ผมจนเสร็จ ทั้งๆที่สังขารตัวเองก็ไม่เอื้ออำนวยเช่นนั้น ไม่คิดว่ามันจะดีขนาดนี้กับคนที่ทำร้ายมัน คิดแล้วก็อยากจะได้ยินเสียงมันขึ้นมาดื้อๆ แต่มองนาฬิกาแล้วตอนนี้มันคงจะเรียนอยู่ผมเลยส่งไลน์ไปหามันแทน

P'PEAM: เมื่อคืนใครสั่งให้มึงหนีกลับ!!

ผมส่งข้อความไปหามัน รอแค่แปปเดียวมันก็อ่านแล้วส่งกลับ

PHU:ไม่ได้หนี กูกลับเช้า

ใช่ครับมันไม่ได้หนีกลับ เพราะถ้ามันหนีจริงมันคงไม่ทิ้งโน้ตใบนี้ไว้ให้ผมแน่  ผมแม่งเหมือนคนบ้าเลยพิมพ์ไปยิ้มไป ผิดกับมันแค่เห็นว่าเป็นไลน์ผมเข้ามาคงแทบจะเควี้ยงโทรศัพท์ทิ้งแล้วมั้ง

P'PEAM: สัส กวนตีน เลิกเรียนแล้วมาหากูด้วย

PHU:ทำไมอีก

P'PEAM: อย่าถาม ใต้ตึกที่เดิม

ผมตัดบทสนทนาลงแค่นั้นก่อนจะลุกขึ้นอาบน้ำแต่ตัว เพื่อไป มอ ความจริงวันนี้ผมไม่มีเรียนอะไรหรอกครับ อาจารย์แคนเซิลคลาสไปแล้ว ไอนพมันบอกผมเมื่อวาน แต่ที่ผมไปเพราะมีติวกันตอนเย็นและก็ได้แป้งเพื่อนในสาขาแต่คนละห้องมาช่วยติวให้ โดยที่มีข้อแลกเปลี่ยนคือผมต้องเลี้ยงข้าวเธอหนึ่งมื้อ แต่ดูแล้วผมว่าเธอคงอยากจะได้จากผมมากกว่าข้าวนะครับสังเกตุจากการนั่งของเธอที่แทบจะซ้อนทับมาบนตักผมแล้วตอนนี้ แป้งมักจะยื่นหน้าและก็เบียดผมที่นั่งข้างๆตลอดเวลาที่นั่งติวกัน ไอผมเองก็ชอบเสียด้วยเสนอมาก็สนองกลับ เบียดมาผมก็เบียดกลับเธอเองก็ดูจะพอใจกับสิ่งที่ผมทำไม่น้อย

"สวัสดีครับน้องภู”

ผมหลุดยิ้มแทบจะทันทีที่ได้ยินชื่อของคนมาใหม่ แล้วก็มานึกแปลกใจว่าผมจะยิ้มทำไมก็แค่ไอภูมา ผมทำเป็นไม่มองมัน แต่พอมันเดินผ่านโต๊ะที่ผมนั่งไปผมก็ใช้สายตาชำเลืองมองมันแทน ตลอดเวลาที่ผมก็แอบเหร่มันไปด้วย โอยยย วันนี้ผมเป็นอะไรมากไหมเนี่ย ทำไมต้องให้ความสนใจในทุกการกระทำของไอเฉยมันตลอด ผมมองไอเฉยผม ขอเรียกไอภูมันว่าเฉยแล้วกันนะ ผู้อ่านจะได้ไม่ งง ว่าใครคือไอเฉยที่ผมพูดถึง  ไอเฉยมันนั่งอ่านหนังสือด้วยหน้านิ่งๆของมัน แต่ดูมันจะตั้งใจมากเลยทีเดียวก็อย่างว่าอีกสองอาทิตย์จะสอบไฟนอลแล้วก็คงต้องจริงจังกับการอ่านหนังสือสอบกันเสียที ผมอีกเทอมเดียวก็จะจบ ส่วนไอภูนี่เทอมหน้าก็คงต้องไปฝึกงานแล้วด้วยไม่รู้มันวางแผนจะไปฝึกที่ไหนแล้วหรือยัง เอาไว้เดี๋ยวค่อยถามก็ได้ ผมละสายตาจากโต๊ะที่ไอภูนั่งอ่านหนังสืออยู่กลับมาที่โต๊ะของตัวเอง แล้วเริ่มติวอย่างตั้งใจอีกครั้ง

"ตรงนี้เข้าใจกันใช่ไหม ไม่เข้าใจแป้งทวนให้ใหม่ได้นะ”

"เข้าใจนะแต่ แป้งเราขอดูสูตรข้อก่อนหน้าหน่อยซิ”

"เอาสิจ๊ะ แล้วภีมมีตรงไหนที่ไม่เข้าใจหรือเปล่า”

คำถามของแป้งทำให้ผมต้องละสายตาจากโต๊ะของคนข้างหลัง ไปมองหน้าแป้งแทน ให้ตายซิกูว่างเป็นมอง ว่างเป็นมอง

วันนี้ผมเป็นเหี้ยอะไรของผมเนี่ย

"ไม่มีหรอก เข้าใจอยู่”

ผมตอบปัดๆไม่รู้ ไอภูมันจะตั้งใจอ่านหนังสือไปไหน ไม่เห็นมันมองกลับมาที่ผมบ้างเลย เอาแต่นั่งก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือ ทำให้ผมเห็นแค่เสี้ยวหน้าของมันเท่านั้น ผมอยากเห็นหน้ามันแบบเต็มๆอ่ะ ผมชอบหน้ามันเวลาตั้งใจทำอะไรซักอย่างมันดูน่ารักดี แต่ดูมันซิมันให้ผมเห็นแค่เสี้ยวหน้าแบบนี้มันกวนตีนกันชัดๆ ว่าแล้วผมเลยหาวิธีเรียกร้องความสนใจจากมัน ขอซักนิดให้ผมได้เห็นหน้านิ่งๆของมันแบบเต็มๆซักหน่อยก่อนที่จะกลับมาติวหนังสืออีกครั้ง

"ภูๆมานี่หน่อย”

ผมกวักมือเรียกมัน มันเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือเป็นครั้งแรกก่อนจะเดินหน้านิ่งมาหาผม ในที่สุดกูก็ได้เห็นหน้ามึงชัดๆซักทีนะไอห่า

"แป้งอยากกินอะไรหรือเปล่าเดี๋ยวภีมให้เด็กไปซื้อให้”

พอมันเดินมาถึงโต๊ะผมก็แกล้งถามแป้งว่าอยากได้อะไรหรือเปล่า เอาจริงๆก็อยากจะรู้ว่ามันจะไม่พอใจ จะหึง จะหวงผมบ้างไหม เพราะอย่างน้อยผมก็ได้ชื่อว่าเป็นผัวมันเชียวนะ แต่แม่งทำหน้านิ่งเหมือนเดิมไม่มีปฏิกิริยาใดๆให้ผมเห็นเลย แม้แต่ในตาคู่นั้นของมัน เห็นแล้วก็หงุดหงิด แม่งไม่เคยจะรู้สึกรู้สาห่าเหวอะไรกับคนอื่นเขาบ้างเลย ถามจริงมึงไม่คิดอะไรกับกูบ้างเลยหรือไงวะ ซักนิดก็ไม่เลยหรือไง!!!

"แป้งอยากได้น้ำแร่อ่ะภีม ในมอเราไม่มีขายซะด้วย”

"ไอภูมึงไปหาซื้อน้ำแร่มาให้พี่เขาด้วย แล้วก็ซื้อน้ำซื้อขนมมาเผื่อเพื่อนๆกูด้วยส่วนมึงอยากแดกอะไรก็แดก รีบไปรีบมาล่ะ”

ผมสั่งมันเป็นชุดตอนนี้ผมทั้งโกรธทั้งหงุดหงิดในท่าทีของมันที่มีต่อผม เลยแกล้งใช้มันให้ออกไปซื้อของไกลๆมันจะได้รู้สึกหงุดหงิดผมเหมือนกับที่ผมหงุดหงิดมัน  ผมมองไอภูเดินห่างออกไปเรื่อยๆ ใจนึงก็อยากตะโกนเรียกมันกลับมาแต่อีกใจก็ยังหงุดหงิดมันอยู่ ผมมองจนมันเดินลับสายตาไปเลยกลับมาตั้งใจติวเหมือนเดิม

"อ่าวไอเขตกลับไปตอนไหนวะ”

สิ่งที่ไอนพพูดทำให้ผมถึงฉุนกึก ไอเขตหายไปพร้อมๆกับไอภูที่ไปซื้อของ ถ้าผมคิดไม่ผิด ไม่ซิยังไงผมก็คิดไม่ผิด ไอเหี้ยเขตมันต้องแอบตามไอภูไปแน่ๆ โถ่เว้ย!!! หลังจากที่ผมรู้ว่าไอภูหายไปกับไอเขตผมก็ไม่มีกระจิตกระใจที่จะติวต่อเลยด้วยซ้ำ

เอาแต่คอยชะเง้อมองหาว่าเมื่อไหร่มันสองคนจะกลับมา ผมลองโทรไปหาไอภูโทรศัพท์มันก็ไม่ได้เอาไป ของไอเขตก็ปิดเครื่อง ตอนนี้ผมโมโหแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว ผมเคยบอกแล้วว่าผมไม่ชอบให้ไอภูมันอยู่กับไอเขตสองคน เพราะเวลาที่ผมเห็นมันสองคนอยู่ด้วยกันทีไร ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงธาตุอากาศ ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกไอเขตแย่งความสำคัญจากไอภูไปผมไม่ชอบ ของๆผมใครก็เอาไปไม่ได้ทั้งนั้น ผมนั่งรอมันสองคนต่ออีกซักพักด้วยความอดทนที่เหลือเพียงน้อยนิดก่อนที่ร่างของคนที่ผมรอจะเดินผ่านความมืดเข้ามายืนตรงหน้าผม



"ทำไมไปซื้อของแค่นี้มึงถึงไปซะนานเลย ไปซื้อของหรือไปทำเหี้ยอะไรกันมาแน่!!!”

ผมถามมันด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธก่อนจะตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อของไอภู

"ไอภีมใจเย็น มึงให้มันไปซื้อของตั้งไกลนะเว้ย นี่ก็ยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเลย อย่าไปด่าไปว่ามันนักซิวะ”

"มึงหุบปากไปเลยไอนพถ้ามึงไม่รู้อะไร ไอภูมึงจำที่กูบอกห้ามไม่ได้ใช่ไหมห๊า!!หรือมึงอยากลองดีจริงๆ ไอสัสนี่”

ผมพูดจบก็เหวี่ยงหมัดใส่หน้าไอภูทันที ผมโกรธมันมากที่มันไม่ฟังคำสั่งผม ก่อนที่จะตามไปกระทืบซ้ำ ผมโกรธจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ผมทำทั้งกระทืบท้อง เตะเข้าที่ลำตัวของไอภูที่นอนกระอักเลือดอยู่ตรงหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยที่ไม่ทันให้มันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ ผมง้างขาจะเตะเข้าที่สีข้างมันอีกที แต่ขาของผมกลับก้าวไม่ออกสีหน้าของไอภูที่มองมาที่ผมมันเป็นเต็มไปด้วยความเจ็บปวด นัยน์ตาคู่นั้นของมันมองผมราวตัดพ้อ เสียใจ และอยากจะหายไป ทำให้ผมต้องชะงักฝีเท้าของตัวเองลง ไอภูมันคงเจ็บที่โดนผมทำร้าย มันคงเจ็บที่โดนผมพูดจาไม่ดีใส่  แล้วผมล่ะ ผมไม่ได้โดนมันทำอะไรให้เลยแต่ทำไมผมถึงรู้สึกเจ็บยิ่งกว่า แค่เห็นความรู้สึกต่างๆของมันผ่านทางสายตาคู่นั้น

"ไอภีมมึงเลิกบ้าได้แล้ว!!!”

เสียงไอเขตดึงให้ผมกลับเข้ามาสู่สถานการณ์ปัจจุบัน ผมหันไปมองหน้ามันอย่างเอาเรื่อง

"มึงก็อีกคนนึงไอเขต!!!!! กูขอสั่งห้ามมึงตรงนี้เลยว่าห้ามยุ่งกับคนของกูอีก ถ้ามึงยังเข้ามายุ่ง ไอสัสภูมันได้ไปนอน

หยอดข้าวต้มที่โรงพยาบาลแน่”

ผมทิ้งไว้แต่นั้นแล้วกระชากไอคนที่นอนกระอักเลือดอยู่ที่พื้นให้ลุกแล้วเดินตามผมไป ตลอดเวลาที่นั่งอยู่บนรถผมเอาแต่มองคนข้างตัว ที่นอนเอาหัวพิงกระจก เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ผมอยากจะดึงมันเข้ามากอดแล้วพูดว่าขอโทษเป็นร้อยๆครั้ง อยากบอกมันว่าผมรู้สึกเสียใจที่ผมทำร้ายมัน ผมไม่อาจลืมสายตาที่มันมองผมเมื่อครู่ได้เลย ความรู้สึกของมันที่แสดงผ่านนัยน์ตาคู่นั้นบอกผมว่ามันเจ็บ เจ็บจนแทบอยากจะหายไป ผมรู้สึกใจหายที่เห็นแววตาแบบนั้น ผมไม่อยากให้มันหายไป ไม่อยากเสียมันไปเหมือนใครบางคน ใครบางคนที่เคยมองผมด้วยสายตาเช่นนี้ ก่อนที่เธอจะทิ้งผมไป ผมไม่ต้องการ ผมอยากให้มันอยู่กับผม ผมไม่อยากให้มันทิ้งผมไป ผมพามันกลับมาที่คอนโดก่อนจะเหวี่ยงมันลงบนโซฟาด้วยแรงที่ไม่มากนัก ก่อนจะถามมันเรื่องที่ผมยังคาใจอยู่

"มึงไปไหนกับมันมา”

"มึงอยากได้ยินอะไรล่ะ”

มันย้อนถามผมกลับ ก่อนจะพยุงตัวลุกขึ้นมานั่งดีๆบนโซฟาที่ผมเป็นคนเหวี่ยงมันขึ้นไป

"อย่ากวนตีนกูไอภู ตอบมาดีๆ เร็วๆด้วย”

ผมถามมันด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง ก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้ามัน รอยช้ำเต็มหน้าไปหมดเลยมึงคงเจ็บมากใช่ไหมภู

ไอภูมองการกระทำของผมแล้วขมวดคิ้วเป็นปม เหมือนกำลังสงสัยในการกระทำของผม

"มึงไม่ได้ไปทำอะไรกับมันมาใช่ไหม”

ผมถามแล้วมองเข้าไปในตาของมัน

(……………………………….)

"ภูตอบกูซิ กูจะเป็นบ้าตายอยู่แล้วนะ”

ผมก็ยังคงอ้อนต่อไปเรื่อย ผมไม่สนใจแล้วว่าความรู้สึกที่ผมมีให้ไอภูมันจะเป็นความรู้สึกแบบไหน จะชอบจะห่าจะเหวอะไรก็ช่าง ต่อจากนี้ผมจะไม่สนใจอีก ผมจะไม่ฝืนตัวเอง จะทำตามเสียงของหัวใจตัวเอง ถ้ามันจะทำให้ไอภูรู้สึกดีกับผมขึ้นมาบ้าง และไม่ทิ้งผมไป ผมจะทำ ผมไม่อยากให้มันมองผมด้วยสายตาแบบนั้นอีกแล้ว ผมกลัว

(……………………………….)

"ภูครับ”

ไมึงก็เห็นของที่กูถือมา ยังจะถามทำไมอีก”

"แค่นั้นจริงๆนะ กูไม่ชอบใช้ของร่วมกับใครมึงรู้ใช่ไหม”

ในที่สุดปากช้ำๆของมันก็ขยับตอบผมได้เสียที ผมเอื้อมมือไปกุมมือของมันไว้หลวมๆก่อนจะบรรจงจูบแผวเบา

มองหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลอย่างต้องการออดอ้อน

"เหี้ยภีมผีเข้าหรือไง”

ไอภูมันว่าแล้วชักมือกลับ แต่ผมก็ไวกว่าคว้ามือมันมากุมไว้ตามเดิม

"เจ็บไหม ไหนหันมาให้กูดูซิ”

"มึงลองให้กูต่อยคืนไหมจะได้รู้”

มันพูดนิ่งๆก่อนจะขยับตัวหนีเปิดทางให้ผมนั่งลงข้างๆมันบนโซฟา

"อย่ากวนตีนคิดว่ากูจะให้ชกคืนหรือไง เมื่อกี้มึงผิดนะ”

ผมเอ็ดมันแล้วจับหน้ามันหันซ้ายทีขวาทีสำรวจรอยแผลที่ผมเป็นคนสร้างให้ ที่หน้ามันมีรอยช้ำเพียงเล็กน้อยครับ มีรอยเลือดที่มุมปาก ถ้าจะโดนหนักๆเลยคงเป็นตามลำตัว ในระหว่างที่ผมง่วงอยู่กับการสำรวจรอยแผลตามที่ต่างๆบนใบหน้ามัน เจ้าของบาดแผลมันก็ร้องถามผมขึ้น

"มึงเป็นอะไรของมึงเนี่ย”

"ไม่ชอบหรือไง”

ผมบอกมันรอยพร้อมยิ้ม สงสัยไอภูมันจะประหลาดใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของผมจริงๆ มันเลยทำหน้าแปลกๆ ผมเห็นกล้ามเนื้อที่หน้ามันขยับแบบตึงๆ แล้วก็แทบจะหลุดขำ เอาจริงๆเกิดมาผมพึ่งจะเคยเจอคนอย่างมันเนี่ยแหละ คนห่าอะไรหน้าไร้อามรณ์ยังเสือกน่ารัก

"ขนลุก กลับไปเป็นมึงเหมือนเดิมเถอะ”

"กูไม่เอาแบบนั้นแล้ว กูไม่ทำ อย่าถามเหตุผลด้วยว่าทำไม กูยังไม่พร้อมจะบอกตอนนี้  มานั่งนี่มาเดี๋ยวกูทำแผลให้”

นั่นคือเรื่องเมื่อแปดชั่วโมงที่ผ่านมา กลับมาสู่ปัจจุบันตอนนี้ไอภูของผมมันกำลังนอนหลับอยู่บนเตียง ใบหน้าเรียบเฉยของมันตอนหลับดูผ่อนคลายกว่าปกติ นี่เป็นครั้งแรกของผมเลยนะครับที่มีโอกาสได้นั่งมองหน้ามันแบบชัดๆ ผมรู้อยู่ว่ามันเป็นคนหน้าหวานแต่ไม่คิดนะครับว่าจะหวานมากขนาดนี้ ใบหน้ามันไม่มีตอหนวด ไม่มีแผลสิว เนียนใสราวกับหน้าเด็ก ปากเรียวบางสีชมพูอ่อน นี่ถ้าผมจับมันใส่วิกหน่อยก็ผู้หญิงดีๆนี่เอง เห็นแล้วก็หมั่นเขี้ยวจนต้องส่งปลายจมูกเข้าไปฉกความหอมจากแก้มเนียน  ก่อนที่ผมจะตามมันขึ้นไปนอนบ้างโดยที่ลืมคว้าร่างมันเข้ามากอดแน่น วันพรุ่งนี้ผมไม่รู้ว่าผมกับมันจะเป็นยังไง ช่างแม่งครับ พรุ่งนี้และอนาคต ปล่อยให้เป็นเรื่องของเวลาไป ส่วนผมมีหน้าที่แค่ทำวันนี้ให้ดีที่สุดก็พอ เรื่องที่ยังมาไม่ถึงผมขอไม่คิดแล้วกัน แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะครับ ผมขอนอนกอดไอตัวหอมข้างตัวให้ชื่นใจก่อน แล้วเจอกันครับ

--------------------------------------------------------------------------
ชดเชยให้กับที่หายไปหลายวันค่ะ

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ everlastingly

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 470
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-1
งงกับอารมณ์ของไอ้ภีม

ออฟไลน์ janamanza

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-2
เหมือนคนไบโพล่า  ไปพบจิตแพทย์หน่อยนะ อาการเหวี่ยงขึ้นสุดลงสุดแบบนี้

ออฟไลน์ NoteZapZa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 190
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-4
ภีม เหี้ย!!!!  :angry2:

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

เอิ่มมมมมม

ลงซ้ำหรือเปล่าครับเนี่ย?

ออฟไลน์ wookyu

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-3
 




 




 บทที่


                                                                             - 17 - 



ผมรู้สึกไม่ชินเลยที่จู่ๆไอภีมก็มาพูดดีทำดีใส่ผม ตั้งแต่มีเรื่องวันนั้น ไอภีมมันก็หาเรื่องผมน้อยลง ไม่โมโหไร้สาระไม่ขู่ไม่บังคับอะไรผมอย่างที่มันชอบทำ จากเดิมที่มันคอยโทรเรียกผมให้ไปหากลายเป็นเดี๋ยวนี้มันกลับมาหาผมที่คณะซะเอง ไม่รู้ว่ามันนึกเพี้ยนอะไรของมัน อย่างเช่นวันนี้มันก็มารอรับผมอยู่หน้าคณะ

"ทำไมเลิกช้า"

มันทำหน้าเหวี่ยงใส่ผมทันทีที่ผมเดินลงมาจากตึกเรียน กูไม่ได้ขอให้รอจะมาทำหน้าเหวี่ยงกูทำไม

"อ้าวพี่ภีมสวัสดีคะวันนี้มาหาเกดหรือภูคะเนี่ย"

เกดแทรกตัวผ่านหน้าผมมายืนตรงหน้าไอภีมทันทีด้วยท่าทางดีใจ จนไอเอสต้องมากระชากเกดให้หลบไปอยู่ข้างหลัง

“พี่มารับภูครับ"

ไอภีมตอบพร้อมยิ้มบางส่งให้เกด ก่อนจะหันมามองผมในทำนองว่าเมื่อไหร่จะไปซักที

"วันนี้กูมีประชุมเรื่องฝึกงาน มึงกลับไปก่อนเลย"

ผมพูด ใจก็กลัวว่ามันจะโวยวายอะไรหรือเปล่าที่ผมขัดคำสั่งมัน ผิดคาดครับมันชักสีหน้าไม่พอใจใส่ผมก็จริงแต่ก็ไม่ได้ขัดอะไรแถมยังยอมถอยทัพแต่โดยดีอีกต่างหาก

"เสร็จแล้วโทรหากูด้วยจะรออยู่แถวนี้แหละ"

มันพูดก่อนจะเดินไปหาที่นั่งแถวหน้าคณะผม ตอนนี้ผมสับสนไปหมด ไม่รู้ว่ามันจะมาไม้ไหนกับผมอีก จู่ๆก็ทำดีใส่ทั้งๆที่ผ่านมาเอาแต่ขู่บังคับ ทำร้ายจิตใจกันมาตลอด อะไรคือสิ่งที่มันต้องการจากผมกันแน่ มันจะทำดีกับผมเพื่อหวังอะไรอีก

"เฮ้ยภู มึงกับไอภีมนี่มันยังไงกันแน่วะ ทำไมมันต้องมารับมึงด้วย"

ไอเอสถามระหว่างที่เรากำลังจะเดินไปห้องประชุมคณะเกี่ยวกับเรื่องออกฝึกงานของนักศึกษาชั้นปีสามอย่างพวกผม

"ไม่มีอะไรหรอก รีบๆขึ้นประชุมเถอะจะสายแล้ว"

ผมพูดแล้วชิงเดินหนีมันก่อนที่มันจะซักไซ้อะไรผมมากมาย หอประชุมตอนนี้เต็มไปด้วยเหล่านักศึกษาชั้นปีสามจากเกือบทุกสาขา มานั่งรอฟังการปฐมนิเทศการฝึกงานอยู่ก่อนแล้ว ผมสามคนเลยรีบไปหาที่นั่งอย่างไวไม่นานวิทยากรก็ขึ้นมาบนเวทีให้คำแนะนำเกี่ยวกับสถานที่ฝึกงาน



"มึงมองที่ไหนไว้บ้างหรือเปล่าวะไอภู"

"มีบ้าง แล้วมึงกับเกดล่ะ"

ผมย้อนถามระหว่างเดินลงจากหอประชุม การประชุมจบลงแล้วครับตอนนี้พวกผมก็กำลังจะแยกย้ายกันกลับบ้านนี่ก็เย็นมากแล้วด้วย

"กูคงฝึกงานที่บริษัทพ่อกูอ่ะ เกดก็ด้วย"

"ภูอยากมาฝึกที่เดียวกับพวกเราไหม"

เกดถาม แต่ผมส่ายหน้า ผมไม่อยากไปเป็นก้างขวางคอใคร และผมก็หวังนะครับว่ากลับจากฝึกงานมาแล้วจะเห็นความสัมพันธ์ของมันสองคนจะพัฒนาขึ้น ไม่ใช่คุมเครือกันอยู่อย่างนี้ นี่ก็ปาเข้าไปสามปีแล้ว กลับมาอีกทีผมก็อยากเห็นมันสองคนคบกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเสียที

"ภูแล้วไม่โทรหาพี่ภีมหรอ โทรดิๆก่อนกลับเกดขอเห็นหน้าพี่เขาซักนิดก็ยังดี"

เกดแทรกขึ้นระหว่างที่ผมกำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยแล้วเดินมาเขย่าผมด้วยสีหน้าเพ้อฝัน

"มันคงกลับไปแล้วแหละนี่ก็จะทุ่มแล้ว"

ผมเลี่ยงที่จะไม่โทรหาไอภีมตามที่เกดบอก คนอย่างไอภีมมันมีความอดทนไม่มากพอที่จะรอผมนานตั้งสองสามชั่วโมงหรอก มันไม่ใช่คนแบบนั้น แล้วอีกอย่างผมก็ไม่ได้อยากจะกลับกับมันด้วย

"เลิกแล้วทำไมไม่โทรมา มัวทำอะไรอยู่"

ผมหันกลับไปตามต้นเสียงก็เห็นไอคนที่ผมคิดว่ามันกลับไปแล้วเดินหน้ายุ่งเข้ามาหาผม ตายยากฉิบหาย

"พี่ภีมยังไม่กลับเลยไหนภูบอกว่ากลับแล้วห๊ะ ใช่ไหมคะพี่ภีม"

"เกดกลับบ้านได้แล้วดึกไม่ไปส่งนะเว้ย"

ไอเอสพูดแล้วดึงแขนเกดให้เดินตามมันไปทันที โดยมีเสียงเกดก่นด่าไปตลอดทาง

"ไปได้แล้วดื้อนะพูดไม่ฟังเลยเดี๋ยวนี้"

ไอภีมมันว่าผมแล้วจูงมือผมให้เดินตามมันไปที่รถ แต่ผมปัดมือมันออก มันก็ไม่ได้ว่าอะไรแค่หันมาทำหน้าไม่พอใจเหมือนเดิมก่อนจะเดินนำผมไปที่รถ

“เรื่องฝึกงานคิดไว้ยังว่าจะฝึกที่ไหน มีอะไรให้กูช่วยหรือเปล่า”

ระหว่างที่ผมนั่งมองรถมองถนนเพลินๆ ไอคนข้างตัวผมมันก็ร้องถามขึ้น ทำให้ผมต้องย้ายสายตาไปมอง

“กูยังไม่ได้คิด”

ผมตอบปัดๆ ความจริงผมโกหกครับที่บอกว่ายังไม่ได้คิด ผมคิดตั้งแต่รู้ว่าปีสามต้องออกฝึกงาน เลยไปถามๆพี่ที่รู้จักแถวบ้านเผื่อไว้ เห็นพี่เขาบอกว่าบริษัทเรารับเด็กฝึกงานทุกปี ถ้าผมจะฝึกงานเมื่อไหร่ให้ไปบอกที่เขา แล้วเขาจะบอกเจ้านายให้ นี่ผมก็คิดอยู่ว่ากลับบ้านไปจะแวะไปหาพี่เขาซักหน่อย ผมจะได้ทำเรื่องขอฝึกงานเลย

“ให้กูช่วยไหมกูรู้จักคนเยอะนะ”

ไอภีมพูดแล้วส่งยิ้มมาให้ผม ผมมองไอภีมนิ่ง ไม่ใช่ด้วยความพิศวาส ไม่ใช่ด้วยความตื้นตันใจอะไรทั้งสิ้น แต่ผมไม่เข้าใจมันมากกว่าว่าทำไมพักนี้มันถึงทำตัวแปลกๆทำดีกับผมแปลกๆ ไอภีมคนเลวๆที่ผมรู้จักมันหายไปไหน แล้วอะไรคือสาเหตุที่ทำให้มันเปลี่ยนไป ผมอยากรู้มากจริงๆจนอดไม่ได้ที่ต้องเอ่ยปากถาม

“มึงคิดจะทำอะไรของมึงอีกวะภีม”

ผมถามเสียงเรียบ ไอภีมมันหันมามองผมเพียงชั่วครู่ก่อนจะหันกลับไปมองยังถนนตรงหน้าเช่นเดิมพร้อมรอยยิ้มมุมปาก

“หื้ม คิดอะไรกูไม่ได้คิดหนิ”

มันตอบด้วยท่าที่สบายๆ เคาะพวงมาลัยเล่นเป็นจังหวะอย่างอารมณ์ดี มันตอบไม่ตรงคำถามผมรู้ว่ามันเข้าใจในสิ่งที่ผมพูดแต่มันกลับทำตีรวนไม่ยอมตอบคำถามของผมอย่างตรงๆ

“ทำดีกับกูเพราะรู้สึกผิด หรือมึงคิดจะทำเหี้ยอะไรอีกกันแน่”

ผมยังคงน้ำเสียงเดิมตลอดเวลาที่พูดกับมัน ผมเห็นมันทำหน้านิ่งไปพัก ก่อนจะขยับปากพูด

“ที่ผ่านมากูรู้ว่ากูทำเลวกับมึงมาเยอะมันคงไม่ง่ายเลยถ้ามึงจะเชื่อในสิ่งที่กูจะพูด”

ไอภีมทิ้งไว้แค่นั้นก่อนที่มันจะหักรถหลบที่ข้างทาง ผมที่ยังไม่เคลียร์ในประโยคบอกเล่าของมันเมื่อครู่ ได้แต่นั่งมองหน้ามันนิ่งๆ รอดูว่ามันจะทำอะไรต่อ และพอมันจอดรถได้มันก็หันมามองหน้าผมแบบเต็มๆ ด้วยแววตาที่จริงจังผิดปกติ

“กูคิดว่ากูชอบมึง…สิ่งที่กูทำหลังๆมานี้มันเป็นเพราะกูชอบมึง มึงได้ยินไหมภู”


“ไอภูเอ้ย พ่อมึงขอเหล้าแดกซักขวดซิวะ”

ผมหลุดจากความคิดอีกครั้งก็ตอนที่ได้ยินเสียงตาเหงี่ยมโวยวายหาเหล้าตั้งแต่ยังก้าวไม่พ้นประตูบ้านเข้ามา

หลังจากที่ไอภีมขับรถมาส่งผมที่บ้านเสร็จ ผมก็เอาแต่คิดถึงเรื่องที่มันพูดกับผมในรถ มันบอกว่าชอบผม คำนี้ลอยเข้ามาในหัวผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมทั้งสับสนและรู้สึกใจผองโตกับคำพูดของมันอย่างแปลกๆ ผมว่าผมต้องบ้าไปแล้วแน่เลยที่ดันไปรู้สึกตื่นเต้นกับคำพูดเพ้อเจ้อของมัน ผมสลัดความคิดบ้าๆนั่นออกจากหัวแล้วเดินไปช่วยพยุงตาเหงี่ยมที่กำลังเปิดประตูเข้าบ้าน

“คุณเมาแล้วจะกินทำไมอีก”

ผมเอ็ดตาเหงี่ยมแล้วพาแกไปนอนบนฟูกเก่าๆที่ผมเป็นคนปูไว้ให้

“เอาเหล้ามาให้กู กูนอนไม่ได้ถ้ากูไม่เมา”

ตาเหงี่ยมว่าแล้วพยายามจะขืนตัวลุกจากที่นอน แต่ก็โดนผมกดให้นอนลงไปตามเดิม

“คุณเมาจนพูดไม่รู้เรื่องแบบนี้แล้วจะยังบอกว่าตัวเองไม่เมาอีกหรือไง”

ผมว่ามือก็กระชับผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวให้ แต่ก็ถูกตาเหงี่ยมสลัดออกจากตัวอีกแต่ก็ไม่ได้พยายามขืนตัวลุกขึ้นมาเหมือนเมื่อครู่ ตาเหงี่ยมนอนตาปรือมองเพดาน ก่อนที่จะปล่อยให้น้ำใสๆไหลออกจากหางตาทั้งสองข้าง

“ไอภูถ้าพ่อมึงตายไป แม่มึงจะกลับมาเผ่าผีผัวมันไหมวะ”

ผมได้แต่นั่งฟังคำพูดตัดพ้อของตาเหงี่ยมอยู่เงียบๆ  ไม่มีคำปลอบใดๆออกจากปากของผม ผมมองตาเหงี่ยมที่นอนกลั้นเสียงสะอื้นไห้ด้วยความรู้สึกที่ไม่ต่างกับตาเหงี่ยมเลย ไม่ซิไม่ต่างจากพ่อต่างหาก ผมรู้ว่าพ่อเสียใจและยังทำใจไม่ได้ที่แม้ทิ้งพวกเราไป ถึงผมจะรู้ว่าพ่อเจ็บแต่ผมกลับช่วยอะไรท่านไม่ได้เลยนอกจากนั่งข้างๆพ่อแบบนี้ ผมรอจนกว่าพ่อจะหลับ

ก่อนจะหยิบตระกร้าผ้าออกมาซักผ้าหน้าบ้าน ผมลากกะละมังมาหน้าบ้าน เปิดน้ำลากสายยางมาใส่กะละมัง

ระหว่างที่รอน้ำเต็มเสียงโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้น ผมเลยกดรับและรอให้ปลายเสียงเป็นคนเริ่มบทสนทา

“ทำอะไรอยู่ครับ”

เริ่มประโยคแรกมาก็ทำให้ผมแทบจะปาโทรศัพท์ลงพื้นแล้ว ถึงผมจะได้ยินมันพูดเพราะๆใส่ผมบ่อยในช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ ยังไงผมก็ยังทำใจให้ชินไม่ได้ซักที

“จะซักผ้า มีอะไร”

“ไม่คิดถึงกูบ้างเลยหรอ กูคิดถึงมึงนะ”

“ภีมกูขนลุก คิดถึงเหี้ยอะไรของมึงแล้วก็เลิกกวนส้นตีนกูด้วยวิธีนี้ซักที”

ผมว่ามัน แต่มันเสือกหัวเราะชอบใจ ผมคิดที่จะกดวางเพราะดูแล้วปลายสายไม่น่าจะมีเรื่องสำคัญอะไร เหมือนแค่โทรมากวนตีนผมมากกว่า แต่ครั้นพอผมจะกดวางจริงๆ

“ภูอย่าพึ่งวางนะ”

เหมือนมันอ่านใจผมออก มันพูดแกมสั่งผมกลายๆ ทำให้ผมที่กำลังจะกดตัดสายต้องนิ่งฟังต่อว่ามันจะพูดอะไร

“มึงยังทำใจเชื่อเรื่องที่กูพูดบนรถไม่ได้ใช่ไหม”

มันถามผมด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไม่ต่างจากน้ำเสียงที่มันใช้พูดกับผมตอนอยู่บนรถเลย ผมไม่ได้พูดอะไรออกไป หากแต่ผมกำลังตั้งใจฟังในสิ่งที่มันจะพูดจนลืมที่จะโต้ตอบกับมันต่างหาก

“ภูกูพูดจริงนะ กูรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ”

“(……………………………..)”

“กูรู้ว่ามันดูง่ายไปที่จะมาพูดกับมึงอย่างนี้ ทั้งๆที่กูทำเลวกับมึงมาตลอด”

“(……………………………..)”

“มึงจะให้กูทำอะไรก็ได้กูยอมทั้งนั้น ถ้ามันจะทำให้มึงหายโกรธกูขึ้นมาบ้างกูจะทำ”

มันพูดทุกคำด้วยน้ำเสียงกระตือรื้นร้น คำว่ามันชอบผมได้ฟังกี่ครั้งก็ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับว่าผมเองก็ชอบที่จะฟังคำนั้นจากปากมันเช่นกัน นี่ผมคงไม่ได้ชอบมันอีกคนหรอกใช่ไหม แต่ถึงผมจะชอบมันหรือไม่ คำว่าชอบของมันก็ไม่อาจลบล้างความเจ็บปวดที่มันทำไว้กับผมได้ ที่ผ่านมาผมต้องเจอกับเรื่องแย่ๆเพราะมันมาก็มาก ผมต้องเจ็บตัว เจ็บใจเพราะมันไม่รู้ตั้งกี่ครั้งกี่หน  และถ้าต่อจากนี้ไปผมยังจะต้องเจอกับเรื่องแย่ๆแบบนั้นอีกผมคงทนไม่ไหวแน่ๆ มันจะดีกับผมไม่น้อยถ้านับจากนี้ผมกับจะเดินกันคนละทางเสียที ต่างคนต่างอยู่ ใช้ชีวิตในแบบของตัวเองก่อนที่จะมาเจอกัน ผมหวังจะให้มันเป็นแบบนั้นมาตลอดและถ้ามันชอบผมอย่างที่มันพูดจริงๆ ผมหวังว่ามันจะยอมฟังคำขอร้องจากผม

“มึงทำให้กูได้ทุกอย่างจริงๆหรอ”

“จริงๆกูสัญญา ให้โอกาสกูนะภู”

“ไปจากชีวิตกูเถอะภีม กูขอร้อง”

ออฟไลน์ wookyu

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-3
                                                                              - 18 -

“ไปจากชีวิตกูเถอะภีม กูขอร้อง”

ประโยคเดียวสั้นๆที่ผมได้ยินจากปลายสาย ทำให้ผมรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกแช่แข็งเพียงแค่คำพูดไม่กี่คำของมัน

‘ไปจากชีวิตกูเถอะภีม’

‘ปล่อยเราไปเถอะภีม’

 ผมเหมือนได้ยินคำพูดของคนสองคนซ้อนทับกัน ผมได้ยินเสียงของคนที่ผมเคยรักอย่างหมดใจ ร้องไห้อ้อนวอนขอให้ผมปล่อยเธอไป และผมก็ได้ยินน้ำเสียงเย็นๆของไอภูขอร้องให้ผมออกไปจากชีวิตมันในเวลาเดียวกัน ทำไม ทำไมผมจะต้องฟังคำขอเหล่านั้นด้วย ผมจะไม่ยอมทำเด็ดขาด ผมจะไม่ยอมปล่อยคนที่ผมรักไปจากผมอีกแล้ว ผมจะไม่ยอมเสียคนที่ผมรักไปอีกเป็นครั้งที่สอง ภูกูขอโทษ กูปล่อยมึงไปไม่ได้จริงๆ ถึงแม้มันจะความต้องการของมึง แต่กูทำไม่ได้

“ไม่ภู!!กูทำอย่างนั้นไม่ได้ อย่าพูดเรื่องนี้กับกูอีก เพราะยังไงกูก็จะไม่ยอมให้มึงไป”

ผมพูดกับมันเป็นประโยคสุดท้ายก่อนที่จะตัดสายไป หลังจากวางสายผมก็เอาแต่นั่งคิดถึงเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมา สิ่งที่ผมทำกับภูไว้มันเลวร้ายเกินกว่าที่มันจะยกโทษให้ผมจริงๆ ผมไม่ควรจะได้รับแม้แต่การให้อภัยจากมันด้วยซ้ำ ผมรู้ ผมรู้ดี ผมรู้ทุกอย่างและก็พร้อมที่จะชดใช้ให้มันอย่างที่ผมพูด แต่ไม่ใช่การปล่อยมันไป สำหรับผมการปล่อยคนที่รักไปครั้งนึงก็ถือว่าเป็นเรื่องที่โง่เง่ามากแล้ว ในชีวิตครั้งหนึ่งผมเคยมีรักที่สวยงามเหมือนคนอื่นเขาเช่นกัน ผมเคยมีแฟนคนหนึ่งเธอเป็นแฟนคนแรกของผมที่ผมรักมากที่สุดเราเคยสัญญาว่าจะไม่ทิ้งกัน จะรักกันแบบนี้ไปตลอด ผมเป็นแฟนที่ดีของเธอมาเสมอ ไม่เคยนอกใจ ไม่เคยมองผู้หญิงคนไหน ผมจริงจังมากกับเธอในทุกๆเรื่องยึดมั่นในทุกๆคำสัญญา แต่สุดท้ายเธอก็ขอให้ผมปล่อยเธอไปเพียงเพราะเธออยากจะทิ้งชีวิตทิ้งเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่นี่แล้วไปเริ่มชีวิตใหม่ในต่างประเทศ เธออยากออกตามหาความฝันของตัวเอง เธออยากให้ผมลืมเธอทั้งๆที่ผมบอกว่าผมรอได้ แต่เธอไม่ยอมเพราะไม่อยากมีห่วงอะไร และเอาแต่ร้องขอให้ผมปล่อยเธอไปอยู่ทุกวัน จนในที่สุดผมก็ต้องยอมให้เธอไปตามที่เธอต้องการ หลังจากนั้นผมก็ใช้ชีวิตของตัวเองในทางตรงกันข้ามมาเสมอ ผมทั้งเกเร เที่ยวกลางคืน เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น ใช้ชีวิตแค่ผ่านไปวันๆ ผมทำเลวทุกอย่างเพียงเพื่อต้องการประชดรักครั้งแรกของตัวเอง  ผมนอนคิดถึงเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมาเกือบสี่ปีแล้วก็เผลอหลับไป ผมหลับไปทั้งๆที่ยังคิดไม่ออกเลยว่าจะทำยังไงกับเรื่องของภูดี แน่นอนว่าผมปล่อยภูไปไม่ได้ตามคำขอ และผมก็ยังไม่รู้เช่นกันว่าจะจัดการกับเรื่องของภูยังไง จะมีทางไหนที่พอจะทำให้ภูยกโทษให้ผมได้บ้าง ผมยังไม่รู้เลย


     เช้าวันรุ่งขึ้นผมรีบตื่นแต่เช้า เข้าครัวเพื่อไปช่วยป้านิ่มเตรียมอาหารใส่บาตร อย่างน้อยก่อนไปเรียนวันนี้ผมก็อยากเห็นหน้าไอคนที่ทำให้ผมคิดมากทั้งคืนซักหน่อย ป้านิ่มพอเห็นผมเดินเข้าครัวมาก็ทำท่าตกอกตกใจซะยกใหญ่ ทั้งผลักทั้งไล่ผมให้ออกไปรอข้างนอก สุดท้ายผมก็ต้องยอมออกมารออยู่ที่หน้าบ้านแต่โดยดี นี่ก็ใกล้เวลาที่พระรูปนั้นกับเด็กวัดหน้าเฉยจะมาแล้วด้วย ซักห้านาทีเห็นจะได้ ผมก็เห็นพระรูปนั้นกำลังเดินมาทางบ้านผม พร้อมกับเด็กวัดข้างหลัง ผมนี้ยิ้มกว้างเลย ปกติผมก็เจอหน้ามันเกือบทุกวันนะครับแต่ไม่เห็นจะตื่นเต้นเหมือนวันนี้เลย ภูมันเล่นของใส่ผมหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่พอพระรูปนั้นเดินมาหยุดผม และพอผมเห็นหน้าเด็กวัดข้างหลังชัดๆ ไอหน้าที่ยิ้มๆอยู่เมื่อครู่ก็ตึงทันที เด็กวัดที่ตามมาด้วยวันนี้ไม่ใช่ไอภูอย่างที่ควรจะเป็น แต่เป็นใครก็ไม่รู้ที่แค่มีรูปร่างผอมสูงเหมือนไอภูแต่ดำกว่ากันเยอะ ยืนหาวอดๆอยู่ข้างหลังของพระรูปนั้น

“ขอโทษนะครับท่าน ทำไมวันนี้ภูถึงไม่มาครับ”

ผมถามทั้งๆที่หน้าบึ่งอยู่อย่างนั้น อย่าบอกนะครับว่าภูมันกำลังคิดจะหลบหน้าผมจริงๆ

“ภูมาบอกอัตมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่าช่วงนี้อาจจะมาช่วยอัตมาไม่ได้ซักพัก มีอะไรกับมันหรือเปล่า”

ผมส่ายหน้าแล้วส่งทั้งถุงกับข้าวทั้งกับข้าวให้ป้านิ่ม ผมไม่มีอารมณ์จะใส่บาตรแม่งแล้วครับ ผมเดินกลับไปบนห้องแล้วกดโทรศัพท์หาภูทันทีรอสายไม่นานนักสัญญาณก็ถูกเชื่อมกับเบอร์ที่ผมติดต่อ

“ภูอยู่ไหน”

ผมถามด้วยเสียงที่ดูใจเย็นที่สุด ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงด่าไอปลายสายตั้งแต่คำแรกที่มันรับโทรศัพท์แล้วด้วยซ้ำมั้ง

“กูกำลังไปทำธุระแค่นี้ก่อนนะ”

มันพูดแล้วเตรียมจะตัดสายทิ้ง ผมเลยต้องร้องท้วงไว้ก่อน

“ภูวันนี้เลิกเรียนกี่โมง”

ผมถามอย่างร้อนรน

“ไม่มีเรียนแค่นี้ก่อนคนแน่น”

มันพูดจบแล้วตัดสายทิ้งไป พอผมลองโทรใหม่มันก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์ แม่งเอ้ย!!หงุดหงิดชิบหายเลย มันไปไหนของมันทำไมต้องไปเช้าขนาดนี้ด้วย แถมยังไม่เข้ามออีกต่างหาก แล้วผมจะตามตัวมันได้ยังไง แค่คิดถึงคำพูดเมื่อคืนของมันผมก็อดกลัวไม่ได้ว่ามันจงใจจะหลบหน้าผมจริงๆ แล้วผมจะทำยังไงละทีนี้ ในระหว่างที่ผมกำลังคิดว่าจะทำยังไงถึงจะรู้ว่าไอภูของผมมันกำลังไปไหน ผมก็นึกถึงเรื่องของน้องเกดขึ้นมาได้ ผมมีเบอร์น้องเขาอยู่นี่หว่า ไม่แน่เกดอาจจะอยู่กับไอภูมันก็ได้ คิดได้แค่นั้นผมก็กดโทรออกหาน้องเกดทันที รอสายไม่นานเจ้าของปลายสายก็กดรับพร้อมส่งเสียงเจือยแจ้วมาตามสาย

“สวัสดีคะพี่ภีมโทรหาเกดมีอะไรหรือเปล่าคะ”

(ครับ คือพี่อยากรู้ว่าภูอยู่กับเกดหรือเปล่าครับพี่ติดต่อเขาไม่ได้)

“อ่อ ภูหรอคะเห็นว่าจะไปยื่นเรื่องฝึกงานน่ะคะพี่โทรหาภูไม่ติดหรอคะ”

(แล้วพอจะรู้ไหมครับว่าภูไปยื่นเรื่องที่ไหน)

“อันนี้ไม่ทราบเลยคะ ไว้จะหลอกถามให้นะคะ”

ผมคุยอยู่กับเธออีกพักก็กดวางสายไป สรุปผมไม่ได้รู้อะไรเพิ่มเลยนอกจากรู้ว่าไอภูไปยื่นเรื่องฝึกงาน  ผมอยากรู้จังว่ามันจะไปฝึกงานที่ไหน ระหว่างที่มันฝึกงานผมก็ต้องทำเรื่องเตรียมจบ แล้วแบบนี้ผมจะได้เจอมันบ้างหรือเปล่า ทำไมเรื่องมันต้องกลายมาเป็นแบบนี้ด้วย ทำไมผมถึงพึ่งมารู้ใจตัวเองในวันที่เกือบจะสายไปแบบนี้



“ภีมพักนี้ดูเงียบๆนะมึงเป็นไรวะ”

ไอนพเดินผ่านหน้าผมแล้วทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามก่อนจะโบกมือเรียกบาร์เทนเดอร์มาผสมเครื่องดื่มให้ หลังจากที่ผมยังหาทางออกเรื่องของภูไม่ได้ การอยู่ห้องคนเดียวจึงกลายเป็นเรื่องยากที่สุดของผมในตอนนี้ ผมเลยต้องโทรเรียกเพื่อนๆออกมารวมตัวกันที่ร้านเหล้าร้านประจำ อย่างน้อยมีพวกมันอยู่คอยกวนก็ยังดีกว่าอยู่คนเดียวแล้วคิดไม่ตกแหละครับ

“เซ็งชีวิต”

ผมบอกสั้นๆก่อนจะคว้าแก้วเหล้าขึ้นมาจิบ ไม่ซิขึ้นมากระดกรวดเดียวหมดมากกว่าก่อนจะวางแก้วเปล่าๆนั้นลงกับโต๊ะแทน

“คนอย่างมึงเนี่ยนะบ่นเซ็งชีวิต คนที่มีทุกอย่างเพรียกพร้อมตั้งแต่อยู่ในรกอย่างมึงเนี่ยนะเซ็งชีวิต โถไอเห็บหมาไหนมึงบอกมาดิ๊ว่าอะไรทำให้มึงจิตตกได้ถึงเพียงนี้” ไอนพ

“อย่าบอกกูนะว่าเรื่องน้องภู” ไอต้า

ผมไม่ได้โต้ตอบอะไรพวกมันออกไป สิ่งที่ผมทำคือรับฟังคำแขวะ คำแซวของมันไปเรื่อยพร้อมกับเหล้าที่ส่งเข้าปากแก้วแล้วแก้วเล่า ไอเขตหันมามองหน้าผมเหมือนอยากพูดอะไรแต่มันก็ไม่ยอมพูด พอผมตั้งท่าจะเป็นฝ่ายถามมันก็หันหน้าหนีไปที่อื่น ผมเลยล้มเลิกความคิดที่จะคุยกับมันไปเช่นกัน ผมก้มหน้าก้มตาดื่มน้ำสีเข้มในแก้วโดยไม่สนใจสายตายั่วยวนใดๆที่ตั้งใจส่งมาให้ผมอย่างเปิดเผย ตอนนี้ผมไม่รู้สึกต้องการใครอีกแล้วนอกจากไอหน้าเฉยคนนั้นของผม ไม่รู้ป่านนี้มันกำลังทำอะไรอยู่ มันจะกำลังคิดถึงผมอย่างที่ผมกำลังคิดถึงมันบ้างไหม หรือมันกำลังคิดถึงใคร ทำไมผมถึงต้องอยากรู้เรื่องของมันซะมากมายขนาดนี้ด้วย

“เอ้อ ไอภีมว่าแต่มึงรู้เรื่องนั้นหรือยังวะเรื่องที่ โอ้ยยยย เหี้ยท็อปตบหัวกูทำไม”

“ปะ เปล่าๆกูแค่จะสะกิดเรียกให้มึงดูสาวโต๊ะนั้นแม่งโครตเอ็กซ์เลยสัส”

“หรอไหนวะๆ เออจริงด้วยเชรดดดด”

ผมมองหน้าไอคนที่เรียกผมเหมือนมีเรื่องสำคัญจะบอกก่อนจะหันกลับเมื่อเห็นว่าเรื่องที่มันจะบอกผมนั้นถูกสาวใหญ่โต๊ะฝั่งตรงข้ามดึงดูดความสนใจของมันไปหมดแล้ว และนั่นก็เป็นจังหวะเดียวกับที่มือถือในกระเป๋ากางเกงผมสั่นเตือนสายเข้า พอผมเห็นชื่อผู้โทรเข้าเท่านั้นแหละ รอยยิ้มที่หายไปนานเกือบทั้งวันก็กลับมาปรากฏบนใบหน้าอีกครั้ง

“พึ่งว่างหรอทำไมพึ่งโทรมา”

ผมลุกจากโต๊ะไปยังหน้าร้านเพื่อหาที่สงบๆคุยกับเจ้าของปลายสายนี้

“มึงมีอะไรหรือเปล่าเห็นโทรมาหลายสาย”

มันถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเช่นเดิม แม้ผมจะรู้สึกน้อยใจกับน้ำเสียงเรียบเฉยไร้ความรู้สึกของมันมากแค่ไหน แต่ผมก็ต้องยอมรับครับว่าแค่มันโทรมาหาผมแค่นี้ก็ดีมากแล้ว เพราะอย่างน้อยมันก็ทำให้ผมรู้ว่ามันก็คิดถึงผมเหมือนกัน

“ไปยื่นเรื่องฝึกงานเป็นไงบ้าง”

“มึงรู้ได้ไง”

“ไม่ต้องถามว่ากูรู้ได้ไง ว่าแต่เรียบร้อยดีไหม”

“อืม”

“แล้วนี่มึงกินข้าวยังเย็นยัง”

“อืม”

“ภู…….”

“อะไร”

“คิดถึงนะ”

“เหี้ย ถ้าไม่มีอะไรแล้วกูวางนะ”

พอผมบอกว่าคิดถึงดูปลายสายมันทำกับผมซิ หึๆๆ ด่าผมกลับมาซะงั้น ผมนี่ก็แปลกนะครับทั้งๆที่ตัวเองโดนด่า แต่เสือกยิ้มอย่างมีความสุขได้หน้าตาเฉย ไอภูมันกำลังจะวางสายตามที่มันพูด ผมจะทำไงดีผมยังอยากได้ยินเสียงมันอยู่เลย

“ทำไมรีบวางล่ะ ยังไม่ถึงนาทีเลยนะกูยังอยากคุยกับมึงอยู่เลย”

ผมถ่วงเวลา แม้จะถ่วงได้อีกซะแค่วินาทีเดียวผมก็ยอมวะ

“กะ กูไม่มีอะไรจะคุย”

มันตอบแบบไม่ค่อยจะเต็มเสียง ไม่รู้ว่าเพราะอายหรืออะไรกันแน่ แต่ในความคิดผม ผมว่ามันกำลังอายแล้วทำตัวไม่ถูกกับคำพูดที่ผมหยอดมันไปมากกว่า

“งั้นไม่คุยก็ได้ พรุ่งนี้กูไปรับที่บ้านนะ”

“เฮ้ย!!! ไม่ต้องกูไปเองได้”

“ถ้าไม่ให้ไปพรุ่งนี้ กูจะไปหามึงตอนนี้เลยนะ เอาไงถ้ากูไปหาตอนนี้ก็ดีจะได้หาเรื่องไปค้างด้วยซะเลย”

ผมแกล้งขู่ ปลายสายมันนิ่งไปซักพักนึงก่อนจะขยับปากพูดในสิ่งที่ทำให้คนฟังอย่างผมยิ้มกว้าง

“กูเรียนเช้า”

มันตอบก่อนจะตัดสายไป คำว่ากูเรียนเช้าของมันนี่คงเป็นการบอกเวลาผมกลายๆหรือเปล่าว่าให้มารับตอนกี่โมง สายถูกตัดไปนานแล้ว แต่ผมก็ยังคงยืนอยู่กับที่และไม่สามารถหุบยิ้มได้ ผมยืนเรียกสติตัวเองให้กลับมาอยู่พักใหญ่ก่อนที่จะเดินยิ้มอามรณ์ดีกลับไปที่โต๊ะ

“ทำไมมึงถึงไม่ให้กูบอกมันวะ เผลอๆมันอาจจะดีใจก็ได้”

“ดีใจพ่อมึงซิ กว่ามันจะกลับมาเป็นผู้เป็นคนแบบนี้ได้มึงจำไม่ได้หรือไงว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน”

“พอๆมันมาแล้ว”

ผมเดินกลับมาถึงโต๊ะก็เห็นมันกำลังนั่งคุยอะไรกันก็รู้หน้าเครียดเชียว พอเห็นผมเดินมามันก็หยุดคุยกันเอาดื้อๆ แต่ผมไม่ได้อยากรู้หรอกครับว่ามันคุยอะไรกัน เพราะตอนนี้ความสุขมันบังตาซะจนผมมองไม่เห็นอะไรแล้ว

“กูกลับแล้วนะ”

“เฮ้ยไอเหี้ย โทรเรียกพวกกูมายังไม่ทันไรนี่จะทิ้งกันแล้วหรอ”

ไอนพมันพูดแล้วรั้งแขนผมไว้ไม่ยอมให้ผมไป ผมเลยเอามือดันหัวมันออกก่อนจะก้าวขาเร็วๆออกจากร้านไปทันที ผมชักอยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆแล้วซิครับ ผมจะได้เจอหน้ามันซักที

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

สงสัยว่า "แฟนเก่า" จะกลับมาจากต่างประเทศ

จับตารอดูเหตุการณ์ตอนต่อไป ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ออฟไลน์ everlastingly

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 470
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-1
รออ่านตอนต่อไปนะ อย่าพึ่งไปยอมง่ายๆ

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด