Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >>>> (09/07/2019) ตอนที่ 38 จบแล้วย้ายได้เลยค่ะ
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >>>> (09/07/2019) ตอนที่ 38 จบแล้วย้ายได้เลยค่ะ  (อ่าน 31839 ครั้ง)

ออฟไลน์ wookyu

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-3
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย

เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                              คำเตือน


นิยายเรื่องนี้ไม่เหมาะสำหรับ        ผู้ที่ไม่ชอบพระเอกเลวไปจนถึงชั่ว

นิยายเรื่องนี้ไม่เหมาะสมสำหรับ    ผู้ที่โลกสวย

นิยายเรื่องนี้ไม่เหมาะสำหรับ        ผู้ที่รับไม่ได้กับความรุนแรงของเนื้อเรื่อง

นิยายเรื่องนี้ไม่เหมาะสำหรับ        ผู้ที่ยึดติดกับความเป็นจริงมากเกินไป (นิยายคือนิยายค่ะ)


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------



เกริ่นเรื่อง


“กูถามจริงกูไปทำอะไรให้มึงนักหนา มึงถึงได้เข้ามาราวีชีวิตกูแบบนี้”

ผมถามเพราะผมอยากจะรู้จริงๆว่าอะไรที่ทำให้มันเจ้าคิดเจ้าแค้นผมเสียเหลือเกิน

“มึงจะมาดราม่าห่าอะไร”

“กูแค่อยากรู้ เพราะกูคิดเท่าไหร่มันก็ไม่สมเหตุสมผลที่มึงจะมาทำกูแบบนี้ ครั้งแรกที่เจอกันมึงทำน้ำต้มยำรดตัวกูมึงก็ไม่ขอโทษแถมยังจะชกกูอีก ครั้งที่สองมึงก็หาเรื่องกูทั้งๆที่กูไม่ได้ทำอะไรให้มึงด้วยซ้ำ ที่กูพูดมาทั้งหมด มีตอนไหนบ้างที่กูไปกวนตีนมึงก่อน”

ผมยืนนิ่งรอฟังคำตอบ แต่ดูเหมือนจะไม่มีคำตอบสำหรับผม เพราะผมเห็นมันทิ้งตัวหลับตานอนนิ่งๆ ผมถามเพราะต้องการหลุดพ้นเรื่องบ้าๆแบบนี้ ผมเสียเวลาโดยใช่เหตุมาหลายวันแล้ว ผมไม่ได้ไปสอนมวย ไม่ได้ไปดูงานพิเศษ เงินเก็บผมก็ใช่ว่าจะมีเยอะในขนาดที่ว่าไม่ทำงานแล้วยังพอใช้ ผมต้องหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ไม่มีเวลามานั่งเล่นกับมันหรอก

“ภีมกูขอเถอะหลังจากวันนี้ไป มึงช่วยปล่อยกูไปตามทางของกูได้ไหมวะ ต่างคนต่างอยู่เหมือนที่เคย กูไม่มีเวลามากพอที่จะมาเล่นกับมึงแล้ว ถ้ามึงอยากให้กูซักผ้าให้กูก็จะทำ แต่เสร็จแล้วมึงต้องให้กูไป”

“มึงพล่ามเหี้ยอะไรของมึงเนี่ย มึงคิดว่ากูจะยอมง่ายๆหรือไง”

มันเดินทำปรี่มาหาผมก่อนจะผลักผมให้เซถอยไปอีกทาง ผมอยากจะสวนมันคืนบ้าง แต่ก็อยากให้มันปล่อยผมไปมากกว่า “แล้วมึงจะเอายังไง”

“ดูเหมือนมึงอยากจะไปซะเหลือเกิน”

“ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่กูจะต้องอยู่”

“ปากดีนักมึง เอางั้นก็ได้มึงอยากไปก็ไปแต่มึงจำไว้ กูจะไม่ยอมหยุดแค่นี้ เออน้องเกดเพื่อนมึงดูท่าจะชอบกูมากเนอะมึงว่าไหม”

“สัส!!! อย่าคิดแม้แต่ที่จะแตะต้องเพื่อนกู”

ผมพูดพลางเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อมัน แต่มันกลับมองผมอย่างยียวน

“มึงจะยุ่งเหี้ยอะไร เพื่อนมึงอยากได้กูเป็นผัว กูก็จะใจดียอมเป็นผัวเพื่อนมึงไง ทำไมมึงข้องใจอะไร!!!”

“ห้ามแตะต้องเพื่อนกู!!!”

ผมพูดแล้วปล่อยมืออกจากคอเสื้อมัน ผมรู้สึกได้เลยว่าตอนนี้ตัวผมกำลังสั่น ผมโมโหมัน ผมอยากจะกระทืบมันใจจะขาด ทำไมมันต้องใช้วิธีสกปรกแบบนี้กับผมด้วย ทำไมต้องดึงคนที่ผมรักเข้ามาเกี่ยวด้วย

“งั้นกูมีเงื่อนไข”

ผมมองไอภีมอย่างไม่ค่อยจะไว้ใจ คำว่าเงื่อนไขของมันแค่ได้ยินผมก็รู้แล้วว่าต้องเป็นเงื่อนไขเหี้ยๆเป็นแน่

“อะไร”

 

“ถ้ามึงไม่อยากให้กูแตะต้องเพื่อนมึง มึงก็ยอมยกตูดมึงให้กูซิ เป็นไงทำได้ไหม!!!!"
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-07-2019 14:06:45 โดย wookyu »

ออฟไลน์ wookyu

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-3
Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >> Chapter 1 (24/10/2018)
«ตอบ #1 เมื่อ24-10-2018 12:52:25 »

                                                                               -1-




“ภูเอ้ย วันนี้เข้ามาช่วยน้ายกเตียงไปทิ้งหน่อยนะลูก เดี๋ยวน้าให้ค่าจ้าง”

“ครับน้าดา”
ผมตะโกนบอกน้าดาขณะที่เดินผ่านหน้าบ้านน้าดาพอดี แถวบ้านที่ผมอยู่เป็นสลัมเล็กๆที่กำลังจะโดนไล่ที่ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงต้องการที่ดินผืนเล็กๆนี้นัก ขายทอดตลาดก็ใช่ว่าจะได้กำไร จะคิดซะว่าทำบุญทำทานให้คนจนๆอยากพวกผมหน่อยก็ไม่ได้ ผมเดินคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยระหว่างทางกลับจากช่วยหลวงพี่บิณฆบาตร เป็นกิจวัตรประจำวันของผมที่ผมทำเป็นประจำทุกวันตั้งแต่ผมอยู่ ปอ สาม จนกลายเป็นนักศึกษาปีสามแล้วผมก็ยังทำเหมือนเดิม ชีวิตเด็กสลัมแบบผมจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้มากมายล่ะ นอกจากตายแล้วเกิดใหม่เท่านั้น

“ไอภูมึงเอาตังค์มาให้พ่อมึงลงขวดหน่อยซิวะ”

ผมเดินเข้าบ้านมาก็เจอตาเหงี่ยมยืนเมาไม่รู้เรื่องอยู่หน้าประตูบ้าน ตาเหงี่ยมที่ผมพูดถึงคือพ่อของผมเอง ตั้งแต่แม่เลิกกับพ่อไป พ่อก็กลายเป็นคนติดเหล้า งานการไม่ทำ ภาระทุกอย่างเลยตกมาอยู่ที่ผมหมด

“ขอไปกินข้าวบางเป็นไหม คุณจะกินเหล้าแทนข้าวทุกมื้อเลยหรือไง”
ผมว่าเสียงเรียบแล้วเดินเลี่ยงเข้าบ้านไป ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วที่ผมไม่เรียกตาเหงี่ยมว่าพ่อ คงจะตั้งแต่ที่เขากินเหล้าเมาแล้วกระทืบผมครั้งนั้นมั้ง ผมเลยไม่คิดจะเรียกเขาว่าพ่ออีก เขาหาว่าผมเป็นตัวซวยทำให้แม่ทิ้งเขาไปแล้วก็เอาแต่ทุบตีผม ไม่ว่าผมจะทำดีแค่ไหนเขาก็ไม่เคยชม ไม่เคยพอใจ แล้วจะมีประโยชน์อะไรที่ผมจะเรียกคนที่ไม่เคยเห็นผมเป็นลูกว่าพ่อ

“ไอภู!!!ไอเนรคุณ มึงกล้าประชดพ่อมึงเลาะ มานี่มาให้กูกระทืบซะดีๆ”
ตาเหงี่ยมพูดแล้วเงื่อมือจะตีผม ผมเลยหลบทำให้แกพลาดท่าเสียหลักล้มลงไปกับพื้น แล้วผมก็เดินไปคว้าเสื้อผ้าอาบน้ำไป มหาลัยโดยไม่เข้าไปพยุงแกอย่างที่ผมควรจะทำ

“น้าดาครับผมยกไปทิ้งให้แล้ว ผมรบกวนน้าดาเอาข้าวไปให้ตาเหงี่ยมกินแทนผมหน่อยได้ไหมครับ ผมจะไปเรียนแล้ว”
ผมบอกน้าดาพร้อมส่งถุงกับข้าวที่ได้จากวัดให้น้าดาไป
 
“ไอภูเอ้ยย เอ็งมันซวยที่มีพ่อไม่ได้เรื่อง น้าล่ะสงสารเอ็งจริงๆ เอามาๆ เดี๋ยวน้าจัดการให้ เอาแล้วนี่ค่าจ้างเรา รับไว้ห้ามปฎิเสธด้วย ไปเรียนเถอะเดี๋ยวทางนี้น้าจัดการเอง”
น้าดาว่าแล้วยัดแบงค์ร้อยใส่มือผม ผมยกมือไหว้ขอบคุณก่อนจะเดินทางไปมหาลัย

“เจ้าภูมานี่ๆป้าเก็บขนมใส่ไส้ไว้ให้ เอาไปกินไปลูกไป”
ขอบคุณครับป้าจันทน์ ผมยกมือไหว้ป้าจันทน์เจ้าของร้านขนมไทยตรงหัวมุมตลาด คนที่นี่รักและเอ็นดูผมมาตั้งแต่ผมเด็กๆ
ผมเลยไม่รู้สึกว่าตัวเองมีปมด้อย ถึงแม่จะทิ้งผมไป ถึงพ่อจะเป็นแค่ไอขี้เหล้า แต่ทุกคนในสลัมแห่งนี้ก็รักผมเหมือนลูกเหมือนหลานอีกคน ผมเลยเป็นไอภูตะวันมาได้จนทุกวันนี้


     ผมมาถึงมหาลัยก็ปาเข้าไปเกือบถึงเวลาเข้าเรียน โชคดีที่วันนี้รถไม่ติดมาก ไม่งั้นผมอาจโดนเช็คสายในคาบเช้าก็เป็นได้
“ภูๆ วันนี้มึงว่างป่ะวะ”
ผมทิ้งตัวนั่งลงได้ยังไม่ทันไร ไอเอสมันก็ถามผมขึ้น
“กูต้องไปซ้อมมวย ทำไมมีอะไรหรือเปล่า”
ผมย้อนถามมันกลับ
“กูเห็นมึงไปซ้อมมวยเกือบทุกวัน แล้วไหงกูถึงไม่เห็นมึงจะล่ำขึ้นเลยวะ ตัวก็ผอมถึงมึงจะสูงร้อยแปดสิบก็เหอะกูว่ามึงก็ไม่เหมาะกับมวยอยู่ดี จะต่อยมวยเสือกไม่ดูหน้าเล้ย”
มันด่าผมเป็นชุด ผมมองมันด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนจะยกมือขึ้นจับหน้าตัวเอง หน้ากูมันทำไมหรอ ทำไมต้องให้กูดูหน้าด้วย ผมได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ เพราะครั้นจะถามอาจารย์ประจำภาควิชาก็เดินเข้ามา


พอถึงเวลาพักกลางวันผมกับเพื่อนก็พากันมากินข้าวที่โรงอาหารของคณะการตลาด ผมไม่เข้าใจว่าทำไมไอเกดถึงต้องลากผมมากินข้าวที่คณะอื่นทุกวันทั้งที่โรงอาหารของวิศวะเองก็มี แถมยังไม่ต้องเดินไกลด้วย แน่นอนผมก็ได้แค่คิด
มันอยากให้มาผมก็แค่มา
 
“ไอเกดพาพวกกูมาแดกไกลขนาดนี้มึงมีแผนใช่ไหม”
ไอเอสถามส่วนเกดยิ้มอาย ชัดเลยผมว่าเกดต้องมีจุดประสงค์อะไรแน่ๆ
“มึงรู้แล้วจะถามทำไมวะ แดกๆไปพูดมากกูไม่เลี้ยงนะ”
ไอเกดมันโวยก็จะทำท่าชะเง้อ เหมือนกำลังมองหาใครซักคน เกดเป็นผู้หญิงที่จัดว่าสวยที่สุดในคณะวิศวะเลยก็ว่าได้นะครับ สูง ขาว หุ่นดีแต่เสียอย่างเดียวคือปากหมา ตอนแรกผมก็มองตามมันอยู่หรอก แต่ตอนนี้ผมเมื่อยคอแล้ว เลยหันมาจัดการกับข้าวในจานตัวเองเงียบๆ

“กรี๊ดดดดด นั่นไงพี่ภีมมาแล้ววว”
ผมกับไอเอสหันไปมองเพื่อนสาวคนเดียวในกลุ่มพร้อมกันก่อนจะทำหน้า งงๆ ผมคนเดียวนะที่ งง

“กูก็นึกว่าใคร ที่แท้ไอเหี้ยภีมนี่เอง”
ไอเอสพูดอย่างอารมณ์เสีย แล้วกระแทกช้อนลงกับจานข้าวอย่างแรง

“มึงเรียกพี่ภีมของกูว่าเหี้ยได้ไง เดี๋ยวกูตบปากเลย พี่ภีมกูออกจะสุภาพและหล่อมาก อิจฉาล่ะสิมึง”
ไอเกดทำหน้าเพ้อฝันเมื่อมองคนที่ชื่อภีม แต่หันมาทำหน้ายักษ์ใส่ไอเอสพร้อมคำด่า เห็นแบบนี้แล้วคำนิยามที่ผมให้เกดคงไม่ผิดจริงๆ สวยปากหมา
กินข้าวเสร็จก็ถึงเวลาที่ผมต้องไปจากโรงอาหารที่นี่ซักที แต่ก่อนไปผมก็บอกให้เพื่อนผมสองคนยืนรอผมเอาจานไปเก็บซักครู่ ผมถึงจานของตัวเองและเพื่อน เดินไปตามทาง ระหว่างนั้นก็มีคนเดินตรงเข้ามาหาผม ผมพยายามหลบ แต่ไอคนตรงหน้าผมมันก็เดินเข้ามาหา มันไม่มองทางเพราะมัวแต่คุยกับเพื่อนของมัน
“ระวังครับ”
ผมส่งเสียงเตือน
“คนนั้นไม่เด็ด มึงอยากได้ก็เอาไป”
“คุณครับ”
ผมพยายามส่งเสียงและเบี่ยงหลบไปอีกทาง แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าไอคนตรงหน้าผมมันจะสนใจเสียงของผมเลย
“คนนั้นหรอลีลาแม่งดี แต่งี่เง่า”
และแล้ว พรึบ!!! น้ำจากถ้วยต้มยำร้อนๆที่มันถือมาในมือ หกรดเสื้อนักศึกษาผมเต็มๆ ผมทั้งร้อนทั้งแสบ แต่ก็ไม่อาจยกมือจับเสื้อที่เปื้อนน้ำต้มยำออกจากตัวได้ เพราะในมือผมเองก็มีจานอยู่
“ร้อนไหม”
ผมเงยหน้ามองคนถามด้วยสีหน้านิ่งๆ ก่อนจะวางจานลงกับพื้น
“ลองโดนลวกดูบ้างไหมครับ รู้ว่าตัวเองถือของร้อนยังเสือก เดินไม่มองทางอีก วันหลังระวังมากกว่านี้นะครับ”
ผมพูดพร้อมขยับเสื้อนักศึกษาเอาเศษผักเศษพริกออกจากตัวเจอลวกทั้งตัวแบบนี้ไม่วายอีกซักพักผมต้องแสบร้อนแน่ๆ
“มึงไม่ใช่เด็กการตลาด”
มันพูดเสียงเย็น แต่ผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็น

“ตอนนี้มันไม่ใช่สิ่งที่มึงต้องสน มึงควรจะขอโทษกู”
ผมยืนจ้องหน้ามันนิ่ง แต่มันกลับส่ายหัวให้ผมอย่างเอื่อมๆก่อนจะพูดในสิ่งที่ทำให้ผมอยากจะเอาตีนยัดปาก

“แล้วมึงจะเอาไง ค่าทำขวัญหรอ จะเอาเท่าไหร่ล่ะว่ามาเดี๋ยวกูทำบุญให้”
มันบอกผมแล้วหยิบกระเป๋าตังค์ขึ้นมาหยิบเงินจำนวนหนึ่งส่งให้ผม ตอนนี้คนทั้งโรงอาหารต่างก็ให้ความสนใจกับจุดที่ผมยืนอยู่ ผมมองเงินในมือมันแล้วส่ายหัวอย่างเอื่อมๆ เอะอะอะไรก็ใช้เงินแก้ปัญหา เป็นพวกน่ารังเกียจจริงๆ

“เก็บไว้ซื้อหนังสือมารยาทอ่านเถอะ ถ้าไม่จำก็ต้มแดกเอา”
ผมพูดแล้วก้มลงหยิบจานเตรียมจะเดินเอาไปเก็บ แต่ก็ต้องหันกลับมาตามแรงกระชากจากด้านหลัง

“ไม่ขอโทษกูแล้วยังจะรอบกัดอีก น่าไม่อาย”
ผมหันกลับไปหยุดหมัดที่มันจงใจจะส่งให้ผมด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะเดินออกไปจากโรงอาหารของคณะมัน
 
“ไอเหี้ย มึงอย่าให้กูเจอหน้ามึงอีกทีนะกูจะเอาคืนให้สาสมเลย”
มันตะโกนไล่หลังผมมา สงสัยผมจะมากินข้าวที่นี่ไม่ได้อีกแล้วมั้ง เกดกูขอโทษนะ ถ้ากูต้องมาที่นี่อีกกูคงได้ทำผิดคำสัญญาที่ให้หลวงพี่ไว้แน่





-------------------------------------------------------------------

ขอเม้นส์เป็นกำลังใจให้นิยายเรื่องนี้ด้วยนะคะ กำลังใจคือสิ่งสำคัญมากมายของผู้แต่งค่ะ :)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-10-2018 12:59:05 โดย wookyu »

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1586
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-7
Re: Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >>>> (24/10/2018)
«ตอบ #2 เมื่อ24-10-2018 18:15:30 »

น่าจะสนุก ลุ้นๆ

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19
Re: Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >>>> (24/10/2018)
«ตอบ #3 เมื่อ24-10-2018 23:55:52 »

 :katai2-1:

ออฟไลน์ wookyu

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-3
Re: Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >>>> (25/10/2018)
«ตอบ #4 เมื่อ25-10-2018 16:47:07 »

                                                                                       
                                                                              -2-


ผมเดินออกจากโรงอาหารด้วยสภาพมอมแมม เสื้อนักศึกษาของผมที่เคยเป็นสีขาวตอนนี้กลาย
เป็นสีส้มเข้มขึ้นมาทันตาเจ็บตัวไม่เท่าไหร่แต่เสื้อผมนี่สิเปื้อนคราบแกงอย่างนี้คงซักไม่ออกแน่ แถมตอนนี้ผมเองก็เริ่มรู้สึกปวดแสบปวดร้อนบริเวณที่โดนลวกอีก

"เฮ้ย!!! ไอภูนั่นมึงไปโดนอะไรมาวะ"
ไอเอสเห็นสภาพผมหลังเดินออกจากโรงอาหาร มันก็รีบวิ่งมาดูทันทีด้วยสีหน้าตกใจ ตามมาติดๆด้วยเกด
"ภูเดินชนใครหรือใครชนภูห๊า เจ็บมากไหมเนี่ย!!"

"อุบัติเหตุน่ะ"
ผมตอบแล้วก้มมองเสื้อตัวเองอย่างปลงตก ผมไม่อยากเสียตังค์ซื้อเสื้อใหม่เลยตัวนึงก็ไม่ใช่ว่าจะถูกๆ

"ไปโรงพยาบาลป่ะภู เหี้ยเอ้ยมึงเดินยังไงของมึงเนี่ย"
มึงต้องถามมันต่างหากเอสว่าเดินเหี้ยอะไรของมัน ไอเอสดึงแขนผมให้เดินไปขึ้นรถ
แต่ผมขืนตัวไว้ เพราะถ้าไปโรงพยายาลก็เท่ากับไปเสียเงิน ผมไม่มีเงินทองมากมายขนาดนั้นหรอก อีกอย่างผมก็แค่โดนน้ำร้อนลวก ซื้อยาทาเอาก็น่าจะพอไหว

"เป็นอะไรทำไมไม่เดินอ่ะภู เจ็บแผลหรอ"
เกดถามผมเมื่อเห็นผมไม่ยอมขยับตัวตามแรงลากของไอเอส

"ภูไม่ชอบโรงพยาบาล เดี๋ยวภูซื้อยาทาเอง"

"แต่ไอภูแผลมึง!!..."

"พากูไปซื้อยาแล้ว ไปส่งกูที่ค่ายมวยแทนได้ไหม"
ผมบอกแกมบังคับ ทั้งสองเหมือนค่อยจะพอใจผมเท่าไหร่ที่ผมรั้น แต่ก็ยอมทำตามที่ผมบอกอยู่ดี
.
.
.
"ขอบใจมาก พรุ่งนี้เจอกัน"
ผมบอกหลังลงจากรถ

"ทาด้วยนะยาน่ะ ภูแม่งดื้อเงียบ"
เกดว่าผมแต่ไม่จริงจังนัก ก่อนที่ไอเอสจะขับรถออกไป ผมเดินเข้าไปยังค่ายมวยซึ่งเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของผม ค่ายมวยของลุงศรแม้จะไม่ใหญ่มากนักแต่ก็เป็นที่รู้จักของวงการนี้ดีในระดับหนึ่ง ผมเคยเห็นนักมวยหลายคนจากค่ายนี้ชกออกทีวีบ่อยๆ เป็นแชมป์ก็หลายรุ่น เห็นแบบนั้นแล้วผมก็อยากจะมีเวทีเป็นของตัวเองบ้างเหมือนกัน ผมคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยตลอดทางเดินเข้าสู่ยังภายในโรงฝึก ก่อนความคิดจะหยุดลงเมื่อสายตาผมเหลือบไปเห็นลุงศรที่กำลังยืนเช็คตารางงานอยู่ตรงทางเข้าของห้องเปลี่ยนเสื้อ

"ลุงศรสวัสดีครับ"

"อ้าวว ไอภู ทำไมวันนี้มาเร็วนักวะ ข้านึกว่าเอ็งจะมาห้าโมงซะอีก"

"ผมมีเรียนแค่ตอนเช้าครับลุง งั้นเดี๋ยวผมขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะครับ"
ผมพูดแล้วเดินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ล็อกเกอร์ ระหว่างเดินผ่านพวกรุ่นพี่ผมก็ยกมือไหว้ทักทายตามมารยาท แล้วออกมาเริ่มงานของตัวเองทันที

"เฮ้ยๆ พี่ภูมาแล้ว"
เสียงหนึ่งในลูกศิษย์ของผม ตะโกนเรียกเพื่อนที่วิ่งเล่นกันอยู่ให้มาเข้าแถวรวมตัวกันตรงหน้าผม
 
"พร้อมกันแล้วใช่ไหม"
ผมถามเมื่อเห็นว่าทุกคนมาพร้อมกันแล้ว

"ครับ"

"วิ่งสิบรอบ"
ผมสั่ง เด็กๆก็วิ่งตามคำสั่งของผมทันที หลังจากวิ่งผมก็ให้นักมวยรุ่นจิ๋วของผม ฝึกท่าเตะ ท่าต่อย กับกระสอบทรายบ้าง กับผมบ้าง พร้อมแนะนำวิธีเตะและวิธีต่อยที่ถูกต้อง จนเวลาล่วงเลยมาถึง 2 ทุ่มตรง

"วันนี้พอแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ กลับบ้านได้"

“คร้าบบบบ”
ผมบอกเด็กๆของผมพอเสร็จจากสอนมวยก็ถึงเวลาที่ผมต้องไปทำงานพิเศษ ลำพังแค่เป็นโค้ชฝึกเด็กรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 45 กิโล ค่าจ้างมันก็ไม่มากพอที่จะเลี้ยงทั้งสองชีวิตได้ตลอดทั้งเดือน ค่าครองชีพผมกับพ่อในแต่ละวันอย่างต่ำก็ราวๆสามร้อยบาท ไม่นับรวมรายจ่ายจิปถะอีกผมเลยจำเป็นต้องหางานเพิ่ม เห็นพี่เบิ้มบอกว่าเด็กรับรถที่ผับเอ็กซ์ลาออกกระทันหัน พี่เขาเลยชวนให้ผมไปทำด้วยบอกว่าได้เงินดีมากก็เลยเข้าทางผมพอดี 

     สามทุ่มตรงผมมาถึงผับเอ็กซ์ตามที่พี่เบิ้มบอกผมเดินหาพี่เบิ้มตามลานจอดรถอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเจอพี่เขากำลังจอดรถให้ลูกค้าอยู่ ผมเลยเดินเข้าไปทัก

"พี่เบิ้มสวัสดีครับ"

"เออๆ มาพอดีเลยโน่น รถลูกค้าเข้ามาแล้วยืนเซ่ออยู่ทำไมไปทำงานๆ"
ไม่ทันที่ผมจะคุยรายละเอียดเรื่องงานกับพี่เบิ้ม พี่เบิ้มก็ไล่ผมให้ไปทำงานแล้วชี้ไปที่รถสีดำคันหนึ่งที่กำลังขับเข้ามาจอด ผมเลยต้องรีบเดินเข้าไปและก็เป็นจังหวะเดียวกับที่เจ้าของรถคันหรูเปิดประตูลงมาพอดี

"ขอกุญแจรถด้วยครับ"
ผมพูดสุภาพพร้อมยื่นมือออกไปรอรับกุญแจ

"หึ!!อย่าทำรถกูเป็นรอยนะมึง"
เจ้าของรถพูดใส่หน้าผมด้วยน้ำเสียงเหยียดก่อนจะโยนกุญแจรถลงกับพื้น แล้วเดินผ่านผมไปอย่างหน้าตาเฉย ผมนับหนึ่งถึงสามในใจเพื่อระงับโทสะ ก้มเก็บกุญแจบนพื้นขึ้นมาปัดเช็ดทำความสะอาดช้าๆก่อนจะย้ายรถของคนนิสัยเสียคนนั้นไปจอดยังลานจอดรถ แล้วเดินไปรับรถคันอื่นๆต่อ
.
.
.
"ไงทิปดีไหมมึง"
พี่เบิ้มถามผมที่นั่งข้างๆตอนนี้คนเริ่มน้อยแล้วครับเหลือรถอีกไม่กี่คันที่เจ้าของรถยังไม่ออกมา และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะออกนี่ก็ปาเข้าไปตีสี่แล้ว พวกเขาคิดจะนอนกันที่นี่เลยหรือไง

"เยอะอยู่ครับพี่ ขอบคุณมากนะครับ ผมได้เงินซื้อเสื้อนักศึกษาใหม่แล้ว"

"เออ ซื้อใหม่บ้างเหอะเอ็งน่ะ หาของดีๆกินบ้าง ข้าล่ะเสียดายที่ไม่ได้มีลูกดีๆอย่างเอ็งจริงๆหว่ะ ไอคนโตก็ไม่ได้เรื่อง แถมยังมีไอตัวเล็กอีกตั้งสามคน ข้าล่ะเหนื่อยใจจริงๆ"
ผมมองพี่เบิ้มแล้วยิ้ม เห็นพี่เบิ้มอย่างนี้เขาลูกดกพอตัวเลย ไอคนโตผมไม่ค่อยสนิทกับมันเท่าไหร่ แต่ก็พอจะรู้บ้างว่ามันเป็นยังไง มันก็เป็นเหมือนเด็ก มอปลายทั่วๆไปแหละครับ มีเรื่องชกต่อยไม่เว้นแต่ละวัน  ส่วนไอตัวเล็กๆผมไปเล่นด้วยบ่อยหน้าเหมือนพ่ออย่างกับแกะ

"เฮ้ย!ภูนั่นลูกค้าที่เอ็งรับรถเขาหรือเปล่า"
ผมมองไปตามนิ้วพี่เบิ้มก็เจอไอคนนิสัยไม่ดีเมื่อหัวค่ำเดินคอพับคอเหวี่ยงออกมาจากผับโดยที่ข้างกายขนาบข้างไปด้วยหญิงสาวหน้าตาดีสองคนในชุดโชว์วาบหวิว ผมไม่อยากจินตนาการต่อว่าหลังจากออกจากผับไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับคนทั้งสาม ผมเลยรีบเดินเอากุญแจไปยื่นให้ทันที

"คุณครับกุญแจรถครับ"

"ไอซ์แกดูดิ คนรับรถที่นี่ยังหล่อใสขนาดนี้เลยอ่า"

"จริงด้วย สวัสดีค่ะ ชื่อพายนะคะถึงจะสวยมาก แต่ก็ได้ไม่ยากนะค่ะ"
ผมมองเธอทั้งสองที่กำลังหัวเราะชอบใจกันก่อนจะยิ้มรับตามมารยาท กุญแจที่ผมยื่นไปข้างหน้าไม่มีใครคิดที่จะยื่นมือมาหยิบปล่อยให้ผมยื่นข้างอยู่อย่างนั้นเกือบหนึ่งนาทีจนในที่สุดผมก็ทนไม่ไหว

"กุญแจครับ ขับรถระวังๆกันด้วยนะครับ ผมขอตัวก่อน"
ผมยื่นกุญแจใส่คนนิสัยเสียนั่นอย่างถือวิสาสะ หันหลัวเตรียมจะเดินแยกไปแต่ก็ถูกกระชากให้กลับมาเช่นเดิม

"ต้องการอะไรเพิ่มหรือเปล่าครับ"

"มึงจำกูไม่ได้หรอ น้ำต้มยำวันนี้ไง"
ผมเพ่งมองหน้ามันทันทีที่พูดจบ ก่อนจะร้องอ๋อในใจ ไอเหี้ยการตลาดนี่เองทำไมโลกมันช่างกลมขนาดนี้
ผมไม่คิดจะต่อความยาวสาวความยืด ผมหันหลังแล้วเดินไปหยิบกระเป๋ากลับบ้านทันที โดยไม่สนใจแม้มันจะพยายามเรียกผมก็ตาม ผมก้มมองนาฬิกาที่ข้อมืออีกครั้ง ตีสี่ครึ่งแล้ว ผมว่าผมคงไม่ได้นอนแล้วล่ะวันนี้เพราะผมต้องไปช่วยหลวงพี่บิณฑบาตรตอนตีห้าอีก ผมเลยเปลี่ยนเป้าหมายจากบ้านเป็นวัดแทน

     ท้องฟ้ากำลังจะสว่างอีกครั้ง และก็กำลังเป็นอีกวันที่ชีวิตผมต้องดำเนินต่อไป ผมใช้เวลาไม่นานก็มาอยู่ที่หน้ากุฏิของหลวงพี่ นั่งรอซักครู่หลวงพี่ก็ออกเจ้ากุฏิมาพร้อมกับบาตรในมือ แล้วกิจวัตรประจำวันของผมก็เริ่มต้นขึ้น

"หลวงพี่ครับผมเสร็จแล้วผมขอตัวกลับไปดูตาเหงี่ยมที่บ้านก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะหาเวลาว่างมากวาดลานวัดให้"

"โยมไปเถอะ เอาข้าวให้พ่อโยมกินด้วย อัตมาให้เจ้าโก๊ะแบ่งไว้ให้แล้ว"
ผมรับคำหลวงพี่ก่อนจะไปเอากับข้าวจากไอโก๊ะเด็กวัดของที่นี่แล้วกลับบ้านไป
ผมกลับมาถึงบ้านราวๆ 7 โมงเช้า กลับมาถึงก็เห็นตาเหงี่ยมนั่งกอดขวดเหล้าหลับคาบันไดบ้าน ผมเลยปลุกแกให้เข้าไปนอนข้างใน

"คุณเมาแล้วก็ไปนอนดีๆข้างใน"
ตาเหงี่ยมไม่หือไม่อือ ทำเพียงพะงาบปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแล้วหลับไป ผมเลยพาแกเข้าไป
นอนในบ้านแล้วเตรียมกับข้าวไว้ให้แกในครัว หลังจากนั้นผมก็เดินกลับเข้าห้องไปนอนเอาแรงบ้าง วันนี้ผมยังต้องทำอะไรอีกตั้งหลายอย่าง ได้พักซักสองสามชั่วโมงก็ยังดี



-------------------------------------------------------------------------------------------------

มาลงอีกตอนนึงแล้วนะคะ แต่ม้นส์ก็ยงเงียบเหงาอยู่ดี :(


ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19
Re: Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >>>> (25/10/2018)
«ตอบ #5 เมื่อ26-10-2018 21:36:05 »

 :monkeysad:

ออฟไลน์ wookyu

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-3
Re: Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >>>> (27/10/2018)
«ตอบ #6 เมื่อ27-10-2018 12:29:56 »

                                                                                           
                                                                                                - 3 -


Part’s PHEEM

     ผมไม่คิดเลยว่าเวลาแห่งการเอาคืนมาจะมาเร็วขนาดนี้ เมื่อวานหลังจากที่ไอเด็กต่างคณะนั่นทำผมขายหน้าต่อที่สาธารณะ ผมก็เริ่มคิดถึงแต่ช่วงเวลาที่จะเอาคืน เย็นวันนั้นผมให้เพื่อนไปสืบมาว่ามันเรียนอยู่คณะไหน สาขาอะไร เพื่อที่จะได้แวะไปทักทายมันบ้างตามประสาคู่อริ แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้เริ่มอะไร ในคืนวันเดียวกันผมก็ได้เจอมันอีก แถมยังเป็นการเจอที่ผมคาดไม่ถึงซะด้วย ระหว่างที่ผมกำลังขับรถเข้าสู่ลานจอดรถของผับที่ผมเป็นหุ้นส่วน ไอเหี้ยนั่นก็เดินตรงมายังรถของผม ตอนแรกผมคิดว่าคงได้มีตีกันแน่เห็นมันปรี่มาซะขนาดนั้น แต่ผิดคาดครับไอเหี้ยนั่นเดินมาหยุดตรงหน้าผมก่อนจะพูดกับผมด้วยน้ำเสียงสุภาพ

"ขอกุญแจรถด้วยครับ"
หึ เด็กรับรถเองหรอหรือ ไม่นึกว่าชีวิตมันจะน่าสมเพชขนาดนี้ ถ้าหิวเงินจนถึงขนาดต้องทำงานต็อกต๋อยแบบนี้ ตอนกูให้เงินค่าเสียหายก็น่าจะรับๆไปไม่รู้จะหยิ่งทำเหี้ยอะไรทั้งๆที่ดูออกจะต้องการเงิน

“หึ!!อย่าทำรถกูเป็นรอยนะมึง"
ผมพูดแล้วทิ้งกุญแจลงกับพื้น ก่อนจะเดินเข้าผับไปพร้อมกับความสะใจ ในตอนแรกผมคิดว่าจะแค่กระทืบสั่งสอนให้มันได้รู้สึกว่ากำลังเล่นผิดคน แต่คิดไปคิดมาแล้ว เอาคืนมันด้วยวิธีอื่นน่าจะสนุกกว่าเจ็บตัวแปปๆมันก็หาย สู่ทำให้มันเจ็บใจจนเจียนตายดีกว่าเผลอๆอาจสะใจกว่าได้กระทืบมันด้วยซ้ำ

 
วันต่อมา
สามทุ่มตรงผมก็ขับรถมาที่ผับเดิมอีกครั้งพอถึงที่หมาย ผมบอกให้เพื่อนเข้าไปด้านในก่อน ส่วนผมจะตามไปที่หลัง ถ้าถามว่าทำไม คำตอบของผมก็คือไอเด็กเหี้ยที่ยืนรับรถอยู่ตรงหน้าผมนี่ไง ไอภูมันกำลังโบกรถให้เคลื่อนเข้าไปจอดยังพื้นที่ว่างคันแล้วคันเล่า ผมรอดูจนกระทั่งเห็นว่ามันไม่มีลูกค้าแล้วจึงขับรถเข้าไปจอดเทียบตรงหน้ามัน
 “สวัสดีครับ”
ไอภูทักเสียงเรียบ ไม่ยิ้มไม่แย้ม ไม่แสดงสีหน้าใดๆทั้งสิ้นเมื่อเห็นว่าเจ้าของรถคือผม ตั้งใจกวนตีนกูซินะมึง
“กระหายเงินมากถึงขนาดมาทำงานที่นี่เลยหรือไง”
ผมตั้งใจยั่วให้มันอารมณ์ขึ้น แต่รีแอ็คชั่นของมันที่ผมได้กลับมาคือ หน้านิ่งๆที่กระตุ้นอารมณ์โมโหของผมซะเอง
ผมยังคงไม่ยอมลงจากรถ มันเลยมองผมเหมือนจะใช้สายตาถามว่ามึงจะเอายังไง

“เอารถกูไปนี่คิดจะไปจอดหรือจะขโมยไปขายกันแน่ รถกูราคาแพงมากซะด้วยขายไปมึงคงสบายทั้งชาติ”
ผมยังยียวนกวนประสาทมันต่อ แต่มันก็โคตรจะนิ่ง ไม่มีต่อปาก ไม่มีหน้าตึง ถ้าแม่งตั้งใจจะกวนตีนผม ผมบอกเลยว่าได้ผล เพราะตอนนี้ผมแทบอยากจะถีบประตูลงจากรถไปกระทืบมันให้รู้แล้วรู้รอด
“งั้นมึงก็ไปจอดเอง”
มันทิ้งคำพูดสุดท้ายก่อนจะเดินจากไป แม่งเอ้ยยย!!! ทั้งๆที่ตั้งใจมาหาเรื่องมันเสือกเป็นผมซะเองที่โดนมันปั่นจนเต้นเป็นเจ้าเข้าแบบนี้ สัสภู ปากดีแบบนี้ให้ได้ตลอดรอดฝั่งนะมึง มึงเตรียมใจไว้เลยเพราะกูตั้งใจแล้วว่ากูจะทำให้มึงมาสยบอยู่แทบตีนกูให้ได้ ไม่ว่ากูต้องใช้วิธีไหนก็ตาม มึงจะได้ไม่กล้าอวดดีกับกูแบบนี้อีก
“เฮ้ย!! ไอเหี้ยเด็กรับรถ มึงมานี่ดิ๊”
ผมตะโกนเรียกมันเสียงดังจนคนแถวนั้นหันมามองที่ผมเป็นตาเดียว ตัวมันก็หันมาครับ แล้วก็หันกลับ
“กูเรียกมึงไม่ได้ยินหรือไงห๊ะไอภู!!!”
ผมตะโกนเรียกมันอีกครั้ง ผมเห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้าไปคุยกับมัน เหมือนจะถามว่ามีเรื่องอะไร แต่มันส่ายหัวแล้วดันผู้ชายคนนั้นให้ไปทำงานต่อในทำนองว่าไม่มีอะไร แต่ชายคนนั้นกลับเดินเข้ามาหาผมแทน
“ขอประทานโทษนะครับคุณลูกค้า ไม่ทราบว่าหลานชายผมมันไปทำอะไรให้คุณไม่พอใจหรือครับ ผมขอโท...อัก!”
ไม่ทันที่ผู้ชายคนนั้นจะพูดจบ ผมก็ถีบเข้าไปที่ท้องของผู้ชายคนนั้นเต็มแรง ไอภูมันเลยรีบวิ่งมา หึ เห็นไหมสุดท้ายมึงก็ต้องมาหากู
“มึงทำเหี้ยอะไรพี่เบิ้ม!!!”
มันตะโกนใส่หน้าผมพร้อมง้างมัดเตรียมจะต่อย เอาซิมึงต่อยกูเลย แล้วมึงจะได้รู้ว่านรกจริงๆมันเป็นยังไง
“ไอภูปล่อยเขา เอ็งคิดจะต่อยลูกค้าหรือไง คุณครับอย่าถือสามันเลยนะครับ”
มึงกำลังโกรธกูใช่ไหม ทำอย่างที่มึงอยากทำซิ กูจะได้เอาคืนได้ถึงใจหน่อย เอาเลยซิ ชกกูเลย ผมยุมันผ่านสีหน้ายียวนของผมไอภูขบฟันแน่นจนเห็นสันกรามขึ้นเป็นนูน แต่ก็ยังไม่คลายมือที่จับแน่นบนคอเสื้อผม รวมไปถึงกำปั้นที่หมายมั่นจะซัดเข้าที่หน้าผมด้วย
“ไอภูเอ็งไม่ฟังพี่แล้วหรอ”
“แต่มัน!!”
“ขอโทษเขาไป เรายังต้องทำงานที่นี่อยู่นะเอ็งอย่าลืมซิ”
มันมองหน้าผมอย่างจะแดกหัวก่อนจะยอมปล่อยมือออกจากคอเสื้อผม เห็นแล้วสะใจดีจริงๆ
“จะไม่ขอโทษกูหรือไง”
ผมพูดยียวนพร้อมขยับคอเสื้อให้เข้าที่ ในขณะที่มันจ้องผมด้วยสายตานิ่งๆ ผมไม่รู้ว่าในภายใต้ดวงตาที่มันจ้องผมจริงๆนั้นมันกำลังจ้องด้วยความรู้สึกไหน โกรธหรอ หรือว่าแค้น ผมเดาไม่ได้เลยเพราะมันนิ่งซะจนผมเองไม่สามารถมองออกได้ แต่ใครจะสนตอนนี้ผมกำลังฟังคำขอโทษของมันอย่างใจจดใจจ่อ พูดซักทีซิวะ มันพูดยากนักหรือไงแค่ขอโทษเนี่ย
“กูไม่ผิด มึงต่างหากที่ต้องขอโทษพี่เบิ้ม”
มันพูดเสียงเรียบ 
“ไอภู!!!ปกติเอ็งไม่ใช่คนพูดยากอย่างนี้หนิ คุณครับเชิญเข้าข้างในไปเถอะครับ เดี๋ยวผมจะดูแลรถให้อย่างดีเลย”
ไอพี่เบิ้มของมันพูดน้อมน้อมกับผม หลังจากที่ตำหนิไอภู สงสัยแค่นี้มันคงน้อยไป ผมเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาพี่เอิท เจ้าของผับซึ่งผมเองเป็นลูกค้ารายใหญ่ของที่นี่ แถมยังมีหุ้นในผับนี้เกือบห้าสิบเปอร์เซ็นต์อีกต่างหาก แค่บอกให้ไล่คนออกซักคนสองคน เรื่องแค่นี้ไม่น่าจะมีปัญหา
“พี่เอิทคนรับรถที่นี่จ้างมาเท่าไหร่ จะเป็นอะไรไหมถ้าผมจ้างออก ความจริงจะไล่ออกก็ได้แต่สงสารกลัวจะไม่มีแดก”
ผมจงใจคุยเสียงดังให้มันได้ยิน แล้วเน้นคำว่าไม่มีแดกไปที่หน้าของมัน มันคงจะโกรธจริงๆแล้วซิ เพราะผมเห็นมันกำหมัดในมือแน่น จนเห็นเส้นเลือดที่ปูดขึ้นมา
“คุณครับอย่าทำกับเราสองคนแบบนี้เลย เรามันแค่คนจนๆหาเช้ากินค่ำอย่าไล่เราสองคนออกเลยนะครับ ผมยังมีลูกเล็กที่ยังต้องหาเลี้ยง ไอภูมันก็ต้องหาเลี้ยงพ่อและส่งตัวเองเรียนอีก อย่าไล่เราเลยนะครับ ได้โปรดนะครับ”
“พี่เบิ้ม!!!”
ไอคนที่มันเรียกว่าพี่ยกมือไหว้ขอร้องผม เอาจริงๆผมแค่จะขู่ แค่จะทำให้ไอคนอวดดีตรงหน้ามันรู้จักที่ต่ำที่สูงเสียบ้าง ไม่ได้จะไล่ออกจริงๆอย่าที่พูดซักหน่อย อยากจะรู้นักว่ามันจะทำยังไง จะยอมทิ้งศักดิ์ศรีตัวเองขอโทษผม หรือหยิ่งในศักดิ์ศรีแล้วทำลายชีวิตคนอื่น
“มึงเงียบ นั่นกูถือว่ามึงเลือกแล้ว”
ผมพูดแล้วเดินเข้าไปในผับด้วยความสบายใจ  ไม่ว่าผมเจอใครส่งยิ้มให้ ขอชนแก้วผมก็ไม่ขัดศรัธา แค่คิดถึงหน้านิ่งๆที่กำลังหมดหนทางของมันก็ทำใหผมมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกแล้ว
“ไอภีมมีเหี้ยอะไรดีๆหรือเปล่าตั้งแต่มึงเข้ามานี่ยังไม่หุบยิ้มเลยนะ”
ไอนพตะโกนพูดกับผมแข่งกับเสียงเพลง ปกติผมมาที่นี่ก็ผมก็จะขึ้นไปนั่งแต่โซนวีไอพี แต่วันนี้เป็นวันที่ผมมีอารมณ์ดี ไม่ว่าจะนั่งตรงไหนก็มีความสุขไปหมด ผมมั่นใจว่าพรุ่งนี้มันต้องมาหาผม ไม่เชื่อก็คอยดู



------------------------------------------------------------------------------------------

เม้นท์เป็นกำลังใจให้น้องภูและคนอ่านด้วยนะคะ


ออฟไลน์ ♥lvl♀‘O’Deal2♥

  • หานิยายถูกใจยากจัง!
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2665
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +176/-4
Re: Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >>>> (27/10/2018)
«ตอบ #7 เมื่อ27-10-2018 14:31:52 »

เอ้า พระเอกไร้สาระชิบหาย

ออฟไลน์ wookyu

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-3
Re: Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >>>> (27/10/2018)
«ตอบ #8 เมื่อ28-10-2018 11:47:18 »

                                                                                                   -4-





แค่เพียงเพราะมันรวย แค่เพียงเพราะมันมีทุกอย่างเพรียกพร้อม มันจะทำอะไรกับคนจนๆอย่างพวกผมก็ได้งั้นหรอ

‘ปัก ปัก ปัก ปัก!!’

มันทำผิดยังไม่เคยคิดที่จะขอโทษ แต่เสือกมาถามหาคำขอโทษจากคนอื่น มันไม่ตลกไปหน่อยหรือไง

‘ผลัวะๆๆๆ ผลัวะ’

มึงไม่พอใจกูมึงก็เล่นแค่กูซิวะ จะลากพี่เบิ้มเข้ามาเกี่ยวทำไม!!!

“ปักๆๆ ผลัวะๆๆ แม่งเอ้ย!!!!!!!!!!”

ผมทิ้งตัวนั่งข้างกระสอบทรายอย่างเหนื่อยหอบ หลังจากที่ใช้มันเป็นที่ระบายอารมณ์ ผมออกจากผับแหล่งโสมมนั่นมาตั้งแต่ที่ไอเหี้ยภีมมันเดินเข้าไป ผมไม่กล้ามองหน้าพี่เบิ้ม ผมทำได้แค่เพียงพูดคำว่าขอโทษแล้วเดินจากมา เรื่องนี้คนผิดไม่ใช่ผม ถ้าจะต้องมีคนถูกตำหนิจริงๆ มันควรจะเป็นไอเหี้ยภีมไม่ใช่หรือไง

“นั่นภูหรอ ภูใช่ไหม”

ผมหันไปตามเสียงเรียก ค่ายมวยตอนนี้ปิดให้บริการไปแล้ว แต่ผมมีกุญแจของที่นี่ ลุงศรให้ผมไว้ท่านบอกให้ผมเข้ามาใช้เมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ผมต้องการ ผมไม่ได้เปิดไฟทุกดวงในค่าย เปิดไฟแค่ดวงเดียวบนสังเวียนที่ผมนั่งอยู่ตอนนี้

“กูเอง”

ผมขานรับเสียงเบา ก่อนที่ไอคนเรียกจะเดินขึ้นมาหาผม

“มาทำห่าอะไรดึกๆป่านนี้วะ”

ผมเหลือบไปมองคนมาใหม่ ก่อนจะหันกลับไปมองข้างหน้าเหมือนเดิม

“กูนอนไม่หลับ”

“ทั้งๆที่ปกติมึงนอนวันละไม่กี่ชั่วโมงเนี่ยหรอ กูเชื่อมึงก็ควายแล้วไอห่า เป็นเหี้ยอะไรพูดมาอย่างต้องให้ใช้ตีนง้าง”

มันพูดแล้วยกตีนขึ้นถีบหน้าแข้งผม ทั้งๆที่มันกับผมนั่งชันเข่าเหมือนกันทั้งคู่ เพื่อนผมคนนี้มันชื่อบอลครับอายุเท่ากับผมและก็เป็นนักมวยสมัครเล่นรุ่นเดียวกับผม เรียนปีเดียวกับผม แต่คนละที่ ผมกับมันเลยค่อนข้างสนิทกันเป็นพิเศษ

“กูกำลังคิดว่าจะทำยังไง”

“ทำอะไรหมายความว่ายังไง”

ผมควรจะไปขอโทษมัน แล้วขอให้มันคืนงานให้พี่เบิ้มดีไหม ผมได้ทำงานที่นั่นเพราะพี่เบิ้ม พี่เบิ้มสงสารผมเอ็นดูผมเลยช่วยหางานให้ผม แล้วดูสิ่งที่ผมทำซิ ผมกลับกลายเป็นคนที่เห็นแก่ตัว ผมทำให้พี่เบิ้มตกงาน ผมน่าจะพูดขอโทษมันไป ถึงผมจะไม่ผิดผมก็ควรจะทำอย่างนั้น ถ้ามันจะช่วยให้เรื่องทุกอย่างจบลงด้วยดี

“อ้าว มึงจะเงียบอีกนานไหมวะ กูถามว่าหมายถึงอะไร”

“ไม่มีอะไร กูแค่กำลังตัดสินใจทำอะไรบ้างอย่าง”

“บางอย่างของมึงน่ะอะไร อย่าเงียบดิวะ มึงมันก็เป็นซะอย่างนี้มีอะไรเก็บแม่งไว้คนเดียวตลอด กูถามจริงเราไม่ใช่เพื่อนกันหรอวะ”

ก็เพราะมึงเป็นเพื่อนนี่แหละกูถึงไม่อยากบอก กูไม่รู้หรอกว่าต่อไปกูจะลากใครเข้ามาเดือดร้อนเพราะกูอีก ไอภีมเหี้ยนั่นไม่ใช่คนที่ผมจะรับมือได้ มันมีทุกอย่างที่ผมไม่มี ไม่ว่าจะอำนาจหรือว่าเงินทอง ดูอย่างวันนี้ซิ มันยังใช้อำนาจเงินของมันไล่ผมกับพี่เบิ้มออกจากงานได้เลยแค่เพราะมันไม่ชอบหน้าผม แล้ววันต่อๆไปล่ะ ผมไม่อยากให้ใครต้องมาซวยไปเพราะผมอีกแล้ว ดังนั้นผมจึงเลือกที่จะไม่ตอบคำถามไอบอล สิ่งที่ผมทำก็แค่เอื่อมมือไปตบบ่ามันเบาๆ เพื่อให้มันแน่ใจว่า

“กูไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วงกู”

เรื่องแย่กว่าวันนี้ผมก็เคยผ่านมาแล้ว แค่ทนให้ผ่านไปอีกวันคงไม่ทำให้ผมถึงกับตายหรอก

“เกลียดมึง”

มันพูดพลางเอื่อมมือมาบีบมือผมเบาๆราวกับต้องการให้กำลังใจ เราสองคนนั่งคุยนอนคุยกันอยู่อีกพักก็แยกย้ายกันกลับบ้าน





     ช่วงพักกลางวันของวันต่อมา ผมมาหาไอเหี้ยภีมที่หน้าคณะ ผมยืนรอมันอยู่พักก่อนจะเห็นมันเดินมาพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นแฟนของมัน ผมเลยเดินไปขวางหน้ามันไว้

“กูขอคุยอะไรด้วยหน่อย”

ผมพูดด้วยสีหน้าปกติของผม มันยิ้มกวนตีนก่อนจะหันไปคุยกับแฟนมัน

“แพรไปเรียนก่อนเถอะครับ เดี๋ยวเลิกแล้วพี่โทรหา”

ผมยืนรอจนมันสั่งเสียแฟนมันเสร็จ มันก็เป็นฝ่ายเดินนำผมไปหาที่คุย ที่ที่มันพาผมมาคือห้องเรียนของมัน ในห้องมีผู้ชายอยู่สี่คน กำลังนั่งเล่นมือถือบ้าง กีต้าร์บ้าง ฟังเพลงบ้าง หรือไม่ก็ฟุบหลับอยู่ที่โต๊ะ พอพวกมันรับรู้ถึงการมาของเพื่อนมันและผมก็หันมามองให้ความสนใจแทบจะในทันที

“อ้าวว เหี้ยภีมมึงพาน้องภูมาทำไมวะ”

ไอคนที่เล่นกีต้าร์อยู่เรียกชื่อผมอย่างกับคนที่รู้จักกันดี ทั้งๆที่ผมไม่เคยรู้จักมัน

“ว่าไง มีอะไรจะพูดกับกูถึงได้มาหากูถึงที่”

ไอเหี้ยภีมถามผมด้วยน้ำเสียงที่กวนตีน แล้วนั่งลงบนโต๊ะเรียนตัวหนึ่งที่ใกล้กับจุดที่ผมยืน

“กูจะมาขอโทษ และขอให้มึงคืนงานให้พี่เบิ้ม”

ผมพยายามปรับเสียงพูดให้เป็นปกติที่สุด ทั้งๆที่จริงแล้วผมอยากจะตะโกนใส่หน้ามัน อยากจะตะบันหน้ามันให้แหลกคามือ ผมอยากทำอย่างนั้น อยากทำในสิ่งที่ใจเรียกร้อง แต่ผมกลับทำอะไรไม่ได้เลย เพราะชีวิตและความป็นอยู่ของพี่เบิ้ม ขึ้นอยู่กับการกระทำของผมทั้งหมด ผมจะต้องอดทนและทำให้เรื่องมันจบโดยเร็ว

“แล้วกูจะได้อะไรจากการที่ทำอย่างนั้น”

“มึงแค่อยากจะฟังคำขอโทษกูไม่ใช่หรอ!!!”

เย็นไว้ภูเย็นไว้ รอให้พี่เบิ้มได้งานคืนก่อน ถึงตอนนั้นมึงจะเอาคืนยังไม่สาย แต่ตอนนี้มึงต้องใจเย็น

“โอกาสมึง หมดไปตั้งแต่เมื่อคืน แต่ไหนๆมึงก็มาแล้ว กูจะลองคิดอีกทีก็ได้ ถ้ามึงยอมกราบตีนกูงามๆแล้วเป็นขี้ข้าให้กู กูจะให้ทั้งงานและเงินเดือนพี่มึงเพิ่มเป็นสองเท่า”

ผมสติแทบขาดที่ได้ยินสิ่งที่มันพูด ความผิดของผมมันมากมายถึงขนาดต้องก้มกราบตีนคนรุ่นเดียวกันอย่างมันเลยหรอ

“ไม่มากไปหน่อยหรือไงวะ!!!”

“ก็แล้วแต่มึง แต่กูบอกไว้ก่อนว่าจะไม่มีครั้งที่สาม ถ้ามึงเดินออกไปวันนี้ โอกาสครั้งที่สามจะไม่มีอีกต่อไป”

มันพูดแล้วหันไปหัวเราะกับเพื่อนในห้อง สายตามันที่มองมาที่ผมเต็มไปด้วยความสะใจและอยากจะเอาชนะ ผมไม่รู้ว่ามันชนะคนอย่างผมไปแล้วมันจะได้อะไร  เพราะคนอย่างผมไม่มีอะไรจะให้มัน ถ้าแค่กราบตีนแล้วทุกอย่างจะจบ

ผมก็จะยอมโยนศักดิ์ศรีของผมทิ้งไปซักครั้งแลกกับงานของพี่เบิ้ม ในระหว่างที่พวกมันกำลังหัวเราะกันเสียงดัง ผมค่อยๆคุกเข่าลงตรงหน้ามัน เสียงหัวเราะค่อยๆเบาลงเรื่อยๆ กำลังมองกูอยู่ซินะ เป็นไงละกูน่าสมเพชพอหรือยัง คงยังไม่พอซินะมันต้องทำแบบนี้ด้วยมึงถึงจะสะใจ ผมค่อยๆก้มกราบมันพร้อมกับความแค้นที่อัดแน่นอยู่ในใจ ก่อนที่จะได้ยินเสียงหัวเราะของพวกมันดังขึ้นอีกครั้ง ผมกำหมัดในมือแน่นจนตัวเองยังรู้สึกเลยว่ามันเจ็บ เจ็บที่มือยังเทียบไม่ได้กับใจผมในตอนนี้เลย

“ก็แค่นี้ ทำเป็นเล่นตัวไปได้ มึงไปได้แล้ว วันนี้สี่โมงมาหากูที่หน้าคณะด้วย อย่าสายละกูไม่ชอบรอ”

“มึงก็อย่าลืมที่มึงพูดกับกูไว้ด้วย”

ผมพูดแล้วค่อยๆเดินออกจากห้องไป เดินพ้นหน้าห้องมาได้นิดเดียวผมก็เก็บอารมณ์ไม่ไหว ผมเตะกำแพง ชกกำแพง ระบายอารมณ์ไปทั่ว ถึงผมเจ็บใจจนแทบอยากจะร้องไห้ แต่ผมก็ไม่สามารถทำได้อย่างที่ใจต้องการ ผมเป็นคนที่ร้องไห้ไม่มีน้ำตามาตั้งแต่เกิด แถมยังแสดงสีหน้าไม่เก่ง ไม่ว่าผมจะทุกข์ จะเศร้า จะเสียใจ หรือว่าหัวเราะ ผมก็มีอยู่หน้าเดียว

ไม่มีอะไรที่เป็นไปได้ตามความต้องการของผมเลย แม้กระทั่ง….การแสดงความรู้สึกของตัวเอง ผมเดินกลับคณะมาเรียนด้วยจิตใจที่แย่เกินบรรยาย โชคดีหน่อยที่วันนี้เอสกับเกดมีเรียนไม่ตรงกับผม ไม่งั้นผมคงได้โดยซักไซ้ไล่เลียงกันยกใหญ่ ดีแล้วแหละที่ไม่เจอ เพราะผมไม่รู้เหมือนกันว่าจะโกหกสองคนนั้นยังไง

 

     สี่โมงตรงผมก็มารอไอเหี้ยภีมที่หน้าคณะตามที่มันบอก ผมนั่งรอมันเกือบสองชั่วโมง กว่ามันจะเดินลงมาจากตึกเรียนพ่วงด้วยสาวสวยคนเมื่อเช้า พอมันเห็นผมก็โยนกระเป๋าของมันมาให้ผมถือทันที

“มึงขับรถเป็นใช่ไหม”

ระหว่างทางที่มันไม่ยอมบอกผมว่ามันจะไปไหน มันก็เอาแต่นัวเนียผู้หญิงที่มันพามา มันไม่อายผมไม่เท่าไหร่ แต่มันทำอย่างนี้เท่ากับไม่ให้เกียรติผู้หญิง แต่อย่างว่าคนเหี้ยๆอย่างมันคำว่าให้เกียรติผู้หญิงคงไม่มีอยู่ในหัว

“สรุปว่ามึงจะให้กูไปส่งที่ไหน โรงแรมไหมกูจะได้ไปทำอย่างอื่น”

ผมถาม มันหันมามองผมแล้วยิ้มกวนส้นตีนใส่ ก่อนจะถอดกางเกงออกแล้วให้ผู้หญิงใช้ปากให้มัน

“ขับไปเรื่อยๆ ไม่ต้องเสือก”

มันด่าผมแล้ว หลับตาพริ้มรับสัมผัสอันวาบหวิว เสียงครางกระเส่าทั้งของมันและของผู้หญิงคนนั้นทำให้ผมไม่กล้าจะหันไปมองที่ต้นเสียง เมื่อผมเห็นว่ามันไม่มีทีท่าว่าจะจบลงแค่ปาก ผมเลยหาที่ลับสายตาผู้คนจอดรถ ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถมา

“มึงจะไปไหน!!!”

“เสร็จแล้วลงไปเรียกกูด้วย กูไม่อยากดูหนังสด”

ผมว่าแล้วปิดประตูใส่หน้ามันอย่างแรง ไอภูเอ้ย มึงกำลังทำอะไรของมึงอยู่วะ ผมนั่งทอดสายตามองผู้คนที่มานั่งพักผ่อนหย่อนใจกันบนสนามหญ้าสีเขียว ในสวนสาธารณะใกล้ๆกับตรงที่ผมจอดรถ ผมนั่งอยู่บนม้านั่งสีขาวแถวๆนั้นแล้วคิดทบทวนถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับผมเมื่อสองสามวันที่ผ่านมา ชีวิตผมก่อนหน้านี้ก็ยุ่งยากพออยู่แล้ว ไม่รู้ว่ามันจะเข้ามาทำให้ชีวิตผมยุ่งยากไปกว่าเดิมทำไม หรือมันคิดว่าสนุก ถ้ามันคิดแบบนั้นขอให้รู้ไว้เลยว่าผมไม่สนุกด้วย



     ครึ่งชั่วโมงต่อมาผมเดินกลับไปที่จอดรถ ก็พบว่ามันไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว หายไปทั้งรถและคน เออดี ให้กูขับมาตั้งไกล แล้วก็ปล่อยกูทิ้งไว้คนเดียวที่นี่ ใจคอมึงทำด้วยอะไรวะไอเหี้ยภีม แล้วผมจะทำอะไรได้นอกจากเดินถามทางคนแถวนั้นแล้วนั่งรถเมล์กลับบ้าน หวังว่ามันจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับผมนะ ถ้าหากมันยังเหลือความเป็นคนอยู่บ้าง



                                             .............................................................................

                          เกลือยังคงความเค็ม ก็เหมือนกับภีมที่ยังคงความเลว อย่าลืมติดตามและให้กำลังใจคนเขียนด้วยนะคะหากสนุกก็ร่วมกันบอกต่อไม่ชอบตรงไหนก็ร่วมกันอภิปราย ฮ่าๆๆ คนเขียนจะพยายามปรับแก้ให้ดียิ่งๆขึ้นค่ะ

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1586
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-7
Re: Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >>>> (28/10/2018)
«ตอบ #9 เมื่อ28-10-2018 12:30:51 »

คือ ไอ้คนรวยนี่ปัญญาอ่อน

หรือภู อดทนมากไป

คนเราถึงจะจนก็ไม่จำเป็นต้องอดทนให้คนส้นตีน แบบนี้รังแกป่ะ

ถ้ามันวอนตีนขนาดนั้นก็จัดตีนให้มันหนักๆแบบจำชื่อจำประหวัดตัวเองไม่ได้เลยใหม

แค่ทนรำบากทำมาหากินก็ทำชีวิตแย่แล้ว

ยังต้องไปทนคนที่ไม่เคยมีบุญคุณอะไรกับคุณอีกเหรอ

ไม่สมเหตุผลนะภู

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >>>> (28/10/2018)
« ตอบ #9 เมื่อ: 28-10-2018 12:30:51 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ wookyu

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-3
Re: Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >>>> (28/10/2018)
«ตอบ #10 เมื่อ28-10-2018 14:07:14 »


จากใจผู้เขียน

ขอแจ้งมา ณ ที่นี้เลยนะคะ เผื่อผู้อ่านหลายๆคนอาจจะไม่ชอบนิยายแนวนี้ พระเอกเรื่องนี้เราตั้งใจเขียนออกมาให้มันดูเลว ไร้ซึ่งเหตุผล หลายคนอ่านแล้วอาจจะขัดใจ ขัดใจทั้งนายเอก และพระเอก นายเอกเรื่องนี้เป็นคนที่ชอบคิดถึงคนอื่นมากกว่าตัวเอง รักเพื่อนผ้อง รักคนรอบข้างมากกว่าตัวเอง ส่วนพระเอกก็เป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง ไม่แคร์ความรู้สึกคนอื่น ไม่เชื่อในความรัก

บนต่อๆไปพระเอกก็จะยิ่งร้ายและไม่มีเหตุผล หากเพื่อนๆไม่สะดวกใจที่จะอ่านแนวนี้ เราเข้าใจค่ะ

ออฟไลน์ wookyu

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-3
Re: Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >>>> (28/10/2018)
«ตอบ #11 เมื่อ28-10-2018 14:36:13 »

ตอนที่ 5



ผมกลับถึงบ้านเกือบสองทุ่ม ก่อนเข้าบ้านผมก็แวะไปดูพี่เบิ้มที่บ้านเช็คเพื่อความมั่นใจว่าพี่เบิ้มว่าได้กลับไปทำงานที่เดิมจริงๆตามที่ไอภีมรับปากผมไว้

“พี่อ้อยครับพี่เบิ้มอยู่ไหมครับ”

ผมถามพี่อ้อยที่กำลังตากผ้าอ้อมอยู่หน้าบ้าน โดยมีเด็กน้อยตัวเล็กๆอีกสองคนนั่งอยู่ไม่ห่างจากผู้เป็นแม่

“พี่เบิ้มไปทำงานตั้งแต่หัววันแล้วจ้า เจ้านายมันโทรตามให้ไปเข้างานแถมขึ้นเงินเดือนให้อีก นี่พี่ยังแปลกใจอยู่เลยนะว่ามันยังไงกันแน่ เมื่อคืนก่อนกลับมาร้องห่มร้องไห้บอกตกงาน พอมาวันนี้ก็กลับไปทำเหมือนเดิม แต่ก็ดีแล้วแหละ ไม่งั้นพี่แย่แน่ๆ”

พี่อ้อยพูดอย่างผ่อนคลาย ทำให้ผมอดโล่งใจตามไม่ได้ ก็ยังดีนะครับที่ไอภีมมันยังมีความเป็นคนเหลืออยู่ มันรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับผมทั้งหมด ผมเองก็คงต้องทำตามเงื่อนไขที่มันยื่นให้แม้ผมจะไม่เต็มใจรับก็ตาม





     เช้าวันต่อมาผมก็ออกจากบ้านแต่เช้าเหมือนปกติ โดยไม่ลืมที่จะหาข้าวหาปลาทิ้งไว้ให้ตาเหงี่ยมกินพร้อมกับเงินจำนวน

หนึ่งวางไว้ที่โต๊ะกินข้าว ก่อนจะตะโกนเรียกน้าดาที่อยู่ข้างบ้าน

“น้าดาครับ ภูฝากดูตาเหงี่ยมด้วยนะครับ”

ผมบอกน้าดาที่กำลังเดินสวนเข้าบ้าน น้าดาหันมายิ้มรับผมเลยปิดประตูบ้านที่จะพังแหล่ไม่พังแหล่อย่างระมัดระวัง แล้วเดินเลียบคลองไปวัดทันที ที่อยู่อาศัยของผมตั้งแต่เล็กจนโต ถ้าจะเรียกให้หรูหน่อยก็บ้าน แต่ถ้าจะให้เรียกจากสิ่งที่เห็น มันคือพื้นที่เล็กที่มีเพียงไม้กระดานบางๆกับสังกะสีมุงทำเป็นหลังคาพอกันแดดกันฝนได้ก็แค่นั้นเอง แต่ถึงกระนั้นผมก็ภูมิใจที่จะเรียกมันว่าบ้าน

“หลวงพี่ครับผมมาแล้วครับ”

ผมตะโกนเรียกหลวงที่ที่หน้ากุฏิ ไม่นานหลวงพี่ก็เดินลงมา ผมเดินตามหลังหลวงพี่เข้ามาที่ตลาด เวลาตีห้ากว่าๆนี้นี้ร้านรวงต่างก็เริ่มทยอยเปิดกันเรื่อยๆ ผู้คนก็มาเดินจับจ่ายซื้อของกันค่อนข้างหนาตา

“นิมนต์คะหลวงพี่”

ป้านิดแม่ค้าขายผักในตลาดนิมนต์หลวงพี่ให้รับบาตรเป็นคนแรกของวัน พอป้านิดวางกับข้าวลงในบาตรเสร็จเรียบร้อย ผมก็นำกับข้าวทั้งหมดออกจากบาตรมาใส่ในถุงย่ามแทน เพื่อจะได้ให้คนต่อไปได้ใส่บ้าง

“สาธุคะหลวงพี่”

ป้านิดยกมือสาธุเมื่อฟังหลวงพี่ให้พรเสร็จ

“หลวงพี่เด็กวัดหลวงพี่นี่ยิ่งโตยิ่งหล่อนะคะ ไม่รู้ว่าสนใจจะมาเป็นเขยร้านขายผักหรือเปล่า”

“โยมสองคนคุยกันเองดีกว่าไหม เรื่องนี้อัตมาจะไม่ยุ่ง”

ผมกับป้านิดหันมาหัวเราะใส่กันหลังจากได้ยินหลวงพี่พูด ถึงแม้ผมจะหัวเราะทั้งๆที่หน้าผมนิ่งเป็นปูนปาสเตอร์ก็เหอะ แต่คนที่สลัมนี้เข้าใจผมดีทุกอย่าง เพราะเขาเห็นผมมาตั้งแต่เกิด ผมและหลวงพี่เดินรับบาตรไปเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ที่บ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง ถัดจากสลัมที่ผมอยู่มาไม่ไกลมาก คนที่บ้านหลังนี้จะออกมาใส่บาตรทุกวันและที่บ้านหลังนี้ก็จะเป็นบ้านหลังสุดท้ายที่หลวงพี่จะเดินเข้ามารับบิณฑบาต เนื่องจากเดินเข้าไปด้านในสุดของหมู่บ้านจะเป็นทางตันซึ่งไม่มีผู้คนอาศัยอยู่บ้านหลังนี้จึงเป็นหลังสุดท้ายที่หลวงพี่จะหยุดรับบิณฑบาตร

“แม่ปลุกภีมมาทำไมตั้งแต่เช้าครับเนี่ย ภีมยังง่วงอยู่เลย”

“หัดตื่นมาใส่บงใส่บาตรบ้างตาภีม ทำบุญสร้างกุศลบ้างเถอะเรา ไม่ใช่ดีแต่สร้างเรื่อง”

“ เร็วๆๆ หลวงพี่มาแล้ว นิมนต์คะหลวงพี่”

เจ้าของเสียงบทนาเมื่อซักครู่เดินออกมาจากตัวบ้านพร้อมกับผู้ชายคนหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นลูกของเธอ เธอพูดกับลูกชายตัวเองก่อนจะหันมานิมนต์หลวงพี่ และพอผมได้เห็นของหน้าเจ้าของบทสนทนาแบบชัดๆ ผมแทบจะซุกหน้าติดหลังหลวงพี่ไม่ทัน ไม่คิดเลยคำว่าโลกกลมมันจะเกิดขึ้นกับผมจริงๆ ไอภีมตัวเป็นๆมันกำลังยืนอยู่ตรงหน้าผม ที่ผมหลบไม่ใช่เพราะผมอายที่เป็นเด็กวัด แต่ผมไม่อยากมีเรื่องกับมันตอนเช้าขนาดนี้ต่างหาก รับรองได้ถ้ามันรู้ว่าเด็กวัดที่เห็นเป็นผม ไม่วายผมคงโดยมันปั่นประสาทเล่นแต่เช้าแน่

“แม่ก็ใส่ไปซิครับเดี๋ยวภีมจะยืนรอ”

“เอ้ ตาภีมนี่ยังไง ตักบาตรร่วมขันกับแม่มันจะเป็นอะไรไปหื้ม!! ทำอิดออดไปได้”

ผมแอบมองไอเหี้ยภีมที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับตรงหน้า ผมล่ะอยากบอกป้าคนนั้นเสียเหลือเกินว่าอย่าพยายามเลย คนอย่างมันต่อให้ทำบุญสร้างกุศลให้ตายยังไง ก็ไม่อาจล้างบาปที่มันก่อขึ้นมาได้หรอก บาปหนากว่าหน้าซะขนาดนั้นทำบุญทั้งชาติยังส่งมันขึ้นสวรรค์ไม่ได้เลย ผมคิดเงียบๆอยู่ในใจ และก็พยายามยืนติดหลังหลวงพี่ให้ชิดไว้ที่สุด

“แล้วนั่นหนูภูเป็นอะไรไปคะ ทำอย่างกะจะเข้าสิงหลวงพี่แหนะ”

เสียงป้าแม่บ้านคนนึงเอยทักผมพร้อมหัวเราะเสียงแหลม ผมเห็นไอภีมมันหันมามองที่เลยรีบหันหน้าหนีไปอีกทาง

“เจ้าภูเอ็งยืนดีๆซิ จีวอนอัตตมาจะหลุดอยู่แล้ว”

ผมพยักหน้ารับ แล้วค่อยๆยืนตรง เป็นไงเป็นกันวะ ต่อให้หลบให้หนียังไงก็ไม่ได้ตลอดหรอก ผมทำใจดีสู้เสือแล้วยืดตัวตรง ไอภีมทำหน้าแปลกใจแต่ชั่วพริบตาเท่านั้นครับ แล้วมันก็ยิ้มกวนส้นตีนมาให้ผม ไม่ผิดกับที่คิดไว้เลย

“แม่ครับต่อไปนี้เรียกภีมมาใส่บาตรทุกวันเลยก็ได้นะครับ แล้วก็เตรียมแต่อาหารดีๆไว้ ทำบุญเผื่อคนแถวนี้มันเกิดมาคงไม่เคยแดกของดีๆ”

มันเน้นคำว่าคนแถวนี้มาที่ผม การดูถูกคนคืองานอดิเรกของมึงซินะ มึงถึงได้ดูมีความสุข สุขล้นทุกครั้งที่ได้ดูถูกดูแคลนคนอย่างกู

“ตาภีมบาปกรรมนะเรา หลวงพี่คะอโหสิกรรมให้เด็กปากเสียคนนี้ด้วยนะคะ อิฉันละอายหลวงพี่และตาภูเหลือเกิน”

“ช่างเถอะครับคุณป้า หลวงพี่เขาไม่ถือสาเอาความคนไร้สติหรอกครับ”

ผมพูดนิ่มๆ แต่แอบเชือดเฉือนเบาๆ มันหันมาโวยใส่ผมทันที

“มึงว่าใคร!!!”

“อัตตมาว่าเรามาใส่บาตรให้เสร็จๆกันเถอะนะ ก่อนจะเลยเวลาฉันท์ของอัตตมา”

หลวงพี่พูดขัด แม่ไอภีมเลยหันไปหยิกแขนลูกตัวเองเบาๆ แล้วหยิบข้าวหยิบแกงใส่ลงมาในบาตร ผมก็เอาออกใส่ย่าม แล้วรอให้หลวงพี่สวดให้พร

“กวนตีนกูนักนะมึง วันนี้ก่อนแปดโมงมึงมาหากูที่หน้าบ้านด้วยอย่าลืมว่ามึงเป็นขี้ข้ากูอยู่”

ไอภีมรั้งแขนผมไว้ในขณะที่ผมกำลังจะเดินกลับวัดพร้อมหลวงพี่

“แปดโมงกูยังต้องอยู่กับหลวงพี่ ช่วงเช้ากูไม่ว่าง”

ผมพูดแล้วแกะมือที่แขนมันออก แต่มันกลับบีบแน่นยิ่งกว่าเดิม กูเจ็บนะไอเหี้ย

“มึงไม่มีสิทธิ์เลือก หรือมึงอยากให้พี่มึงตกงานอีก ทีนี้กูจะไม่ทำแค่ไล่ออก แต่พี่มึงจะไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่ได้ มึงคงรู้นะว่ากูไม่ทำแค่ขู่ ถ้ามึงอยากให้พี่มึงมีงานทำต่อแปดโมงมึงต้องมา”

สั่งเสร็จมันก็หันหลังเดินเข้าบ้านไป นั่นซินะคนอย่างกูมันไม่มีสิทธิ์เลือกจริงๆ เอะอะอะไรก็เอาอำนาจเงินเข้าขู่ตลอด ไม่มีความเป็นลูกผู้ชายเลยจริงๆ





      แปดโมงตรงผมเดินมารอมันที่หน้าบ้าน แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่ามันจะเดินออกมา ผมเลยลองกดกริ่งที่หน้าบ้านมัน

“ตายละ ป้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะคะเนี่ยว่าหนูภูเป็นเพื่อนของคุณภีม ป้าก็หลงเสียมารยาทกับหนูภูมาตั้งนาน อย่าถือสาป้าเลยนะคะ”

ป้าแม่บ้านคนนึงที่ผมเห็นทุกวัน ชวนผมคุยไปเรื่อยระหว่างที่พาผมเดินเข้ามาในบ้าน บ้านหลังนี้แค่ผมมองจากภายนอกก็คิดว่าสวยมากแล้วนะครับ แต่พอมาเห็นข้างในผมกลับคิดว่ามันสวยยิ่งกว่า ใหญ่ซะผมไม่กล้าจะเอากายสกปรกของผมเข้าไปทำให้บ้านดูหมองเลยด้วยซ้ำ

“คุณภีมรออยู่บนห้องคะ ให้คุณภูขึ้นไปเลย”

“ผมรอข้างล่างได้ไหมครับ”

ผมรีบต่อรอง ทำไมผมต้องขึ้นไปถึงบนห้องมันด้วย คนบ้านนี้ก็แปลกคนไม่เคยรู้จักพึ่งจะมาบ้านครั้งแรก แต่ให้ขึ้นไปถึงชั้นบน ไม่กลัวโดนยกเคล้าหรือไง

“ อย่าดีกว่าคะ คุณภีมไม่ชอบให้ใครขัดใจเดี๋ยวบ้านได้แตกกันพอดี ขึ้นไปเถอะคะ”

สุดท้ายผมก็มายืนอยู่หน้าห้องของไอเหี้ยภีมจนได้ ผมเคาะประตูหน้าห้องมันอยู่พักก่อนจะผลักเข้าไป

“กูบอกแปดโมงไม่ใช่หรอ นี่มันกี่โมงแล้วห๊า!!!มึงฟังภาษาคนไม่ออกหรือไง”

เข้ามาถึงมันก็ตะโกนใส่หน้าผมทันที ไอภีมในชุดนักศึกษากำลังนั่งจ้องหน้าผมเขม่นอยู่บนเตียงนอนขนาดใหญ่ของมัน

ห้องนอนโทนสีดำเรียบหรู บ่งบอกนิสัยของเจ้าของได้อย่างดีว่าเป็นคนชั่วร้ายแค่ไหน

“กูมาถึงตั้งแต่แปดโมง แต่รอมึงอยู่หน้าบ้าน”

ผมเถียงมันนิ่งๆ

“แล้วทำไมมึงไม่เดินเข้ามาในบ้าน หัวมีไว้ให้ผมขึ้นอย่างเดียวหรือไง”

ผมไม่ตอบ เพราะขี้เกียจจะมานั่งเถียงกับมัน ผมก็ยืนทำหน้านิ่งของผมไปเรื่อย มันอาจจะคิดว่าผมกำลังกวนตีนมันอยู่ก็ได้

แต่จะให้ทำยังไง ต่อให้กูโมโหมึงแทบตายหน้ากูก็เป็นแบบนี้

“ทำไมไม่ตอบกู หรือมึงอยากจะโดน”

“เรียกกูมาทำไม”

ผมไม่สนใจจะตอบคำถามมัน แต่ย้อนถามหาเหตุผมที่มันเรียกผมให้มาเจอ เรียกกูมาแล้วมาชวนทะเลาะ มึงว่างแต่กูไม่ว่างนะ

“นี่มึงจะกวนตีนกูจริงๆใช่ไหม”

มันปรี่เข้ามากระชากคอเสื้อผม แล้วมองผมด้วยสายตาเอาเรื่อง

“ถ้ามึงไม่มีอะไรงั้นกูกลับ”

ผมปัดมือมันออก แต่ไม่ทันจะเดินพ้นประตู มันก็กระชากคอเสื้อผมจากด้านหลัง ด้วยแรงที่ผมไม่สามารถต้านทานได้ ถึงผมจะเป็นนักมวย ถึงผมจะสูงร้อยแปดสิบ แต่ถ้าเทียบกันแล้วถือว่าผมยังตัวเล็กกว่ามันอยู่ดี เพราะมันสูงใหญ่แถมแรงเยอะใช่ย่อย  ผมจะเอาอะไรไปสู้กับมันได้ ก็ต้องถูมันลากคอจนกระดุมเสื้อขาดไปสองเม็ดอย่างที่เห็นนี่แหละ

“หึ หัวนมชมพูเชียวนะมึง”

“เสือก”

ผมกระชับเสื้อให้มิดชิด ที่อื่นมีให้มองเป็นสิบเป็นร้อย มึงจะมามองหัวนมกูทำไม หรือของมึงบอดเลยไม่มีให้มอง

“จะว่าไปมึงนี่ก็หน้าตาใช้ได้นี่หว่า ขาว สูง ปากแดง แถมหัวนมยังเป็นสีชมพูอีก”

มันไม่พูดเปล่ามือมันกระชากเสื้อผมออก จากกระดุมที่ขาดเพียงสองเม็ด กลายเป็นเสื้อขาดทั้งตัว มันเดินมาใกล้ผมเรื่อยๆ

มารู้ตัวอีกทีหลังผมก็ชิดกำแพงไปแล้ว

“ถอยไป” ผมเค้นเสียงรอดไรฟันบอกมัน

“ทำไมกลัวหรอ”

มันพูดแล้วเอามือขึ้นมาลูบหน้าอกผมเล่น มือสากลากผ่านผิวหนังผมอย่างเนิบๆ ทำให้ผมต้องรีบหยุดมือนั้นไว้ อาศัยจังหวะที่มันเผลอยกตีนถีบเข้าที่หน้าท้องของมัน แต่ทว่ามันกลับหลบได้อย่างหวุดหวิด

“ปล่อยกู”

“หึ คิดว่ากูจะทำอะไรมึงหรือไง กูไม่ทำให้เสนียดติดตัวกูหรอก แต่ถ้ากูอยากลองกับผู้ชายเมื่อไหร่ ไว้ถึงตอนนั้นกูจะยอมลดตัวไปเอามึงฆ่าเวลาแล้วกัน”

ก่อนมันจะเดินออกจากห้องไป มันก็หันกลับมาตะโกนเรียกผม มันให้ผมขับรถมาส่งมันที่หน้าคณะ แล้วเอารถไปจอดให้มัน

“แกดูผู้ชายคนนั้นซิ หล่อเนอะแถมกรี๊ดดด เอ็กซ์มากๆด้วย โชว์แผงอกแต่เช้าเลยอ่า”

“เหี้ย น่าฟัดสัสๆอ่ะ ไอแมนเดินไปขอเบอร์ให้กูหน่อยเร็ว เหี้ยผู้ชายกูก็ยอมวะ”

ผมเลือกที่จะไม่สนใจบทสนทนาที่ผมบังเอิญได้ยิน ระหว่างยืนรอเอากุญแจรถคืนให้ไอเหี้ยภีม ผมก้มมองเสื้อตัวเองแล้วก็ปลงตก มันเล่นขาดจนแทบไม่เหลือชิ้นดีเลยด้วยซ้ำ ก่อนขึ้นห้องผมคงต้องซื้อเสื้อเปลี่ยนใหม่ เงินก็ยิ่งไม่ค่อยจะมีกินอยู่ด้วย ต้องมาเสียอะไรหยิบย่อยแบบนี้อีกนี่มันเสื้อตัวที่สองแล้วนะ แม่งเป็นเหี้ยอะไรกับเสื้อกูหนักหนาก็ไม่รู้

“มึงรอเหี้ยอะไรทำไมไม่ไปให้พ้นๆหน้ากูซักที”

กูอยากจะอยู่ในกรอบสายตามึงมากเลยไอสัส

“เอาของมึงคืนไป”

ผมพูดแล้วโยนกุญแจรถคืนมัน มันรับกุญแจที่ผมโยนให้ไปได้หวุดหวิด ผมเห็นมันมองหน้าผมแบบไม่ค่อยจะสบอารมณ์เท่าไหร่ก่อนที่มันจะสบถอะไรบ้างอย่างแล้วเดินไปรวมกับเพื่อนมันที่หยุดรอมันอยู่ข้างหน้า เวลาสายขนาดนี้แล้วผมคงโดนเช็คสายแน่ๆ





                        ..........................................................................................

เอามาลงให้อีกตอนนะคะ ตอกย้ำความเลวกับความไร้เหตุผลของพระเอกไปเลย!!

ออฟไลน์ jinutlove

  • ไม่คิดที่จะรัก
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 76
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >>>> (28/10/2018)
«ตอบ #12 เมื่อ28-10-2018 22:35:58 »

 :katai1:รอติดตามนะคะ ชอบเรื่องนี้แล้วอะจะรอคะ :pig4: :katai2-1:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19
Re: Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >>>> (28/10/2018)
«ตอบ #13 เมื่อ29-10-2018 01:27:37 »

 :m16:


ดี เลวดีจริงๆ

ออฟไลน์ ♥lvl♀‘O’Deal2♥

  • หานิยายถูกใจยากจัง!
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2665
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +176/-4
Re: Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >>>> (28/10/2018)
«ตอบ #14 เมื่อ29-10-2018 13:04:10 »

บ่นไป แบบว่าอิน ไม่ได้จะตำหนิอะไรนะคะ โอ๋ๆ
ยังอ่านอยู่นะ

ออฟไลน์ wookyu

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-3
Re: Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >>>> (28/10/2018)
«ตอบ #15 เมื่อ31-10-2018 13:51:51 »

                                                                                        - 6 -

Part’s Pheem

ผมถูกปลุกจากที่นอนตั้งแต่หกโมงเช้า ให้มานั่งรอใส่บาตรพระ ครั้นผมจะไม่ยอมทำตามก็ไม่ได้ ถ้าไม่ทำตามมีหวังผมคงต้องถูกแม่บังเกิดเกล้ามานั่งงอนให้ต้องตามง้อกันชุดใหญ่อีก แค่คิดผมก็เหนื่อยใจแล้ว เลยยอมให้ท่านลากไปแต่ก็ยังแอบบ่นเล็กๆอยู่ดี

“แม่ปลุกภีมมาทำไมตั้งแต่เช้าครับเนี่ย ภีมยังง่วงอยู่เลย”

“หัดตื่นมาใส่บงใส่บาตรบ้างตาภีม ทำบุญสร้างกุศลบ้างเถอะเรา ไม่ใช่ดีแต่สร้างเรื่อง”

“ เร็วๆๆ หลวงพี่มาแล้ว นิมนต์คะหลวงพี่”

“แม่ก็ใส่ไปซิครับเดี๋ยวภีมจะยืนรอ”

“เอ้ ตาภีมนี่ยังไง ตักบาตรร่วมขันกับแม่มันจะเป็นอะไรไปหื้ม!! ทำอิดออดไปได้”

ด่าผมเสร็จก็หันมาเร่ง พอผมเดินพ้นประตูบ้านตัวเองมาก็เห็นพระรูปหนึ่งยืนรอรับบิณฑบาตอยู่ พร้อมกับเด็กวัดที่ดูยังไงก็ไม่ค่อยจะเหมือนเด็กวัดยืนหลบอยู่ข้างหลัง จะว่าไปผมว่าเด็กวัดคนนี้มันดูมีพิรุธแปลกๆนะคับ มันทำท่าเหมือนกำลังหลบหน้าใครซักคน แล้วผมจะไปเสือกอะไรกับเขาล่ะเนี่ย รีบใส่บาตรให้เสร็จแล้วไปนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มดีกว่า วันนี้ผมตั้งใจแล้วว่าจะโดดเรียน
 
“แล้วนั่นหนูภูเป็นอะไรไปคะ ทำอย่างกะจะเข้าสิงหลวงพี่แหนะ”

เหมือนป้านิ่มจะรู้ใจผมเลย แต่เดี๋ยวนะเมื่อกี้ป้าเขาเรียกไอเด็กวัดนั่นว่า ภูหรอ ภูนี่หมายถึงไอเหี้ยหน้าเฉยนั่นหรือเปล่า ผมพยายามจ้องมองดูหน้ามันดีๆ แต่ก็เห็นไม่ค่อยชัดเท่าไหร่เพราะมันดันซุกหน้าเข้ากับจีวอนของพระรูปนั้น อย่าบอกนะครับว่าจะเป็นไอเหี้ยเฉยจริงๆ
 
“เจ้าภูเอ็งยืนดีๆซิ จีวอนหลวงพี่จะหลุดอยู่แล้ว”

พระรูปนั้นว่า ไอเด็กวัดมันพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา เผยให้ผมเห็นใบหน้ามันช้าๆ ยอมรับครับว่าผมแปลกใจหน่อยๆที่เห็นมันในคราบเด็กวัด แต่จะว่าไปแล้วแม่งโคตรจะบังเอิญเลยไม่ใช่หรือไง เจอกันโดยไม่ได้คาดหมายตั้งสามครั้งแถมบ้านยังเสือกใกล้กันแค่ปลายจมูกอีก ชะตากรรมของมึงกับกูนี่น่าสนใจไม่เบานะไอภู

“แม่ครับต่อไปนี้เรียกภีมมาใส่บาตรทุกวันเลยก็ได้นะครับ แล้วก็เตรียมแต่อาหารดีๆไว้ ทำบุญเผื่อคนแถวนี้มันเกิดมาคงไม่เคยแดกของดีๆ”

ผมพูดแล้วเน้นคำว่าคนแถวนี้ไปที่มัน มันมองผมด้วยสายตานิ่งๆกับหน้าเฉยๆในแบบของมันเช่นเคย เดาไม่ถูกหรอกครับว่ามันคิดเหี้ยอะไรอยู่ แต่ก็คงโกรธอยู่บ้างที่โดนดูถูก
 
“ตาภีมบาปกรรมนะเรา หลวงพี่คะอโหสิกรรมให้เด็กปากเสียคนนี้ด้วยนะคะ อิฉันละอายหลวงพี่และตาภูเหลือเกิน”

“ช่างเถอะครับคุณป้า หลวงพี่เขาไม่ถือสาเอาความคนไร้สติหรอกครับ”

มันแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่มๆ แต่เล่นผมโกรธควันออกหู ผมเกลียดสีหน้ามันที่มองผมเหมือนกำลังกวนส้นตีนอยู่ตลอดเวลา ทำไมแม่งเป็นอย่างนี้ทุกทีเลยวะ ทั้งๆที่ผมเป็นคนยั่วโมโหมันอยากจะให้มันโกรธ แต่กลายเป็นผมซะเองที่โกรธเป็นบ้าเป็นหลัง

“มึงว่าใคร!!!”

ผมตะโกนใส่หน้ามัน โดยไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น มันกวนตีนผมเห็นๆใครก็ดูออก

“อัตตมาว่าเรามาใส่บาตรให้เสร็จๆกันเถอะนะ ก่อนจะเลยเวลาฉันท์ของอัตตมา”

เสียงพระที่ไอเหี้ยภูเรียกว่าหลวงพี่แทรกขึ้น ทำให้ผมต้องจำใจสงบศึกแต่ก็ไม่วายส่งสายตาคาดโทษไปให้มันตลอดเวลา
จนกระทั่งใส่บาตรเสร็จ แม่เอมและป้านิ่มเก็บของเดินเข้าบ้านไปแล้ว ผมเลยเดินไปกระชากแขนไอภูไว้

“กวนตีนกูนักนะมึง วันนี้ก่อนแปดโมงมึงมาหากูที่หน้าบ้านด้วยอย่าลืมว่ามึงเป็นทาสกูอยู่
ผมคาดโทษมันแล้วออกคำสั่งให้มันมาหาที่บ้าน ได้เวลาที่มึงต้องทำหน้าที่ขี้ข้าอย่างจริงจังแล้วไอสัส
“แปดโมงกูยังต้องอยู่กับหลวงพี่ ช่วงเช้ากูไม่ว่าง”

มันตอบแบบขอไปทีแล้วแกะมือผมออก

“มึงไม่มีสิทธิ์เลือก หรือมึงอยากให้พี่มึงตกงานอีก ทีนี้กูจะไม่ทำแค่ไล่ออก แต่พี่มึงจะไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่ได้ มึงคงรู้นะว่ากูไม่ทำแค่ขู่ ถ้ามึงอยากให้พี่มึงมีงานทำต่อแปดโมงมึงต้องมา”

ผมทิ้งคำขู่ไว้ ยังไงซะมันก็ไม่กล้าตุกติกอยู่แล้ว ไม่รู้มันจะไปสนใจชีวิตคนอื่นเขาทำส้นตีนอะไรหนักหนา ตัวเองยังเอาแทบจะไม่รอด เสือกจะทำตัวเป็นพระเอก กูก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่ามึงจะเป็นพระเอกไปได้ซักกี่
น้ำ

ผมจากที่คิดว่าจะโดดเรียน กลับเดินขึ้นห้องไปอาบน้ำแต่งตัวในชุดนักศึกษาแล้วมานั่งรอไอเหี้ยภูอยู่ที่ห้อง วันนี้ผมจะให้มันไปส่งที่หน้าคณะ แล้วก็จะให้มันมารับผมตอนเย็น มันคงจะหงุดหงิดน่าดูที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้ เล่นกับหมาจนตรอกอย่างมันนี้สนุกดีเหมือนกัน เพราะอยากมากมันก็ทำได้แค่เห่า ผมคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยก้มมองนาฬิกาอีกทีนี่แม่งจะเก้าโมงแล้ว แต่ทำไมไอเหี้ยภูยังไม่มาหรือมันอยากจะลองดี!!!
ผมนั่งรอมันต่อไปด้วยความหงุดหงิดที่ล้นอก ก่อนจะได้ยินเสียงคนเคาะประตูหน้าห้อง ซักพักไอคนเคาะประตูมันก็เปิดประตูเข้ามา

“กูบอกแปดโมงไม่ใช่หรอ นี่มันกี่โมงแล้วห๊า!!!มึงฟังภาษาคนไม่ออกหรือไง”

ทันที่ที่ผมเห็นหน้ากวนๆของมันผมก็ตะโกนด่ามันทันที แต่รีแอ็กชั่นของมันก็ยังเหมือนเดิมครับ เห็นแล้วอยากจะลุกเอาส้นตีนไปทาบหน้ามันซักทีสองทีจริงๆ

“กูมาถึงตั้งแต่แปดโมง แต่รอมึงอยู่หน้าบ้าน”

“แล้วทำไมมึงไม่เดินเข้ามาในบ้าน หัวมีไว้ให้ผมขึ้นอย่างเดียวหรือไง”

“(……………….)”

“กูถามทำไมไม่ตอบ”

“เรียกกูมาทำไม”

นอกจากมันจะไม่ตอบคำถามก่อนหน้าของผมแล้ว มันยังเสือกย้อนถามผมอีก
 
“นี่มึงจะกวนตีนกูจริงๆใช่ไหม”

ความอดทนผมหมดลงแล้ว ผมปรี่เข้าไปกระชากคอเสื้อมันอย่างแรง ผมมองมันด้วยสายตาที่พร้อมจะมีเรื่อง ในขณะที่มันมองผมด้วยสีหน้าเรียบเฉย มันตั้งใจกวนตีนผม เห็นไหมมันตั้งใจจริงๆ

“ถ้ามึงไม่มีอะไรงั้นกูกลับ”

มันพูดแล้วปัดมือผมออกจากคอเสื้อตัวเอง เหี้ยนี่ตัวนิดเดียวแต่แรงแม่งโคตรเยอะ มาดูกันแรงกูกับมึงใครจะดีกว่ากัน ทันทีที่มันหันกลับไปผมก็กระชากคอเสื้อมันจากข้างหลัง แรงที่ผมออกไปเพียงเล็กน้อยทำให้มันหันกลับมาพร้อมกับกระดุมเสื้อที่หลุดหายไปสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกขาวเนียและหัวนมสีชมพูอ่อนของมัน ไอเหี้ยนี่หุ่นภายใต้เสื้อนักศึกษาตัว
โคล่งของมันน่าฟัดไม่เบาครับ ผิวเนียขาวละเอียด ใบหน้าเรียวรูปไข่รับกับปากเรียวบางได้รูป ถ้าผมไม่รู้ภูมิหลังของมันมาก่อนคงคิดว่ามันต้องเป็นคุณหนูของบ้านไหนแน่ๆ

“หึ หัวนมชมพูเชียวนะมึง”

ผมแกล้งแหย่มันมันรีบกระชับเสื้อปิดหัวนมตัวเองอย่างลวกๆ แปลกนะครับถึงหน้ามันจะไปเปลี่ยนอารมณ์แต่ผมเห็นว่าแก้มมันแดง อย่าบอกนะว่ามันเขิน
 
“เสือก”

มันด่าผม ทั้งๆที่แก้มแดงนั่นแหละ มันจะดูพิลึกไหมถ้าผมคิดว่าบางทีมันก็มีมุมที่ น่ารัก

“จะว่าไปมึงนี่ก็หน้าตาใช่ได้นี่หว่า ขาว สูง ปากแดง แถมหัวนมยังเป็นสีชมพูอีก”

ผมยิ่งได้ใจรุกแกล้งมันเข้าไปอีก ผมเดินเข้าไปหามันเรื่อยๆในขณะที่มันก็เดินถอยผม จนกระทั่งหลังมันติดกำแพงนี่แหละ

“ถอยไป”

“ทำไมกลัวหรอ”

ผมย้อนถามมันพร้อมกับใช้มือลูบไล้ผิวเนียๆของมันเล่น ผิวของมันเหมือนกับของผู้หญิงเลยครับ เนียนนุ่ม แค่สัมผัสยังทำผมถึงกับเคลิ้ม นี่แค่ผิวตรงแผงอกขาวแล้วถ้าเป็นที่อื่นละ ผมจะรู้สึกดีขนาดไหน ระหว่างที่ผมเคลิบเคลิ้มกับสัมผัส มือที่ใหญ่ไม่แพ้กับผมก็จับมือผมไว้แน่น ก่อนที่มันจะยกเท้าขึ้นมาถีบผมที่หน้าท้องแต่ผมไหวตัวทันเลยกลายเป็นว่าเมื่อซักครู่มันแค่ถีบลมถีบ
อากาศเล่นไป

“ปล่อยกู”

มันบอกพร้อมกับใบหน้าที่แดงกว่าเดิม คงรู้สึกสยิวสินะมึงหน้าถึงได้แดงเถือกขนาดนี้

“หึ คิดว่ากูจะทำอะไรมึงหรือไง กูไม่ทำให้เสนียดติดตัวกูหรอก แต่ถ้ากูอยากลองกับผู้ชายเมื่อไหร่ ไว้ถึงตอนนั้นกูจะยอมลดตัวไปเอามึงฆ่าเวลาแล้วกัน”

ผมพูดแล้วเดินนำมันออกไปจากห้อง แต่กลัวมันจะไม่รู้งานเลยตะโกนบอกมันให้ไปส่งผมที่หน้าคณะ ใจจริงผมอยากจะบริจาคเสื้อนักศึกษาให้มันซักตัว เพราะอย่างน้อยผมก็เป็นคนทำให้มันขาด แต่อีกใจก็อยากให้มันอาย พอรถมาจอดถึงหน้าคณะผมก็ไล่ให้มันไปจอดรถ ก่อนจะเดินไปรวมตัวกับพวกเพื่อนๆใต้ตึก พอจะเดินไปเรียนผมก็เจอมันยืนอยู่ที่เดิม

“แกดูผู้ชายคนนั้นซิ หล่อเนอะแถมกรี๊ดดด เอ็กซ์มากๆด้วย โชว์แผงอกแต่เช้าเลยอ่า”

“เหี้ย น่าฟัดสัสๆอ่ะ ไอแมนเดินไปขอเบอร์ให้กูหน่อยเร็ว เหี้ยผู้ชายกูก็ยอมวะ”

ผมยืนมองมันอยู่ข้างหลังอยู่พัก มันก็ไม่มีท่าทีว่าจะไปซักที หรือมันจะชอบให้เขาแซววะ ไอพวกเหี้ยนี่ก็แซวกันจังอย่างพวกมึงก็ทำได้แค่มองนั่นแหละ เพราะตอนนี้มันเป็นของกู แล้วทำไมผมต้องหงุดหงิดอย่างนี้เนี่ย

“มึงรอเหี้ยอะไรทำไมไม่ไปให้พ้นๆหน้ากูซักที”

ผมด่ามัน มันหันกลับมาทำหน้ากวนส้นตีน (หน้านิ่งๆ) ก่อนจะโยนอะไรบางอย่างคืนให้ผม

“เอาของมึงคืนไป”

มันพูดจบแล้วก็เดินหันหลังจากไป ไอผมที่กำลังหงุดหงิดอยู่ก็ดันลืมบอกให้มันมารับตอนเย็นซะได้ มารู้ตัวอีกทีมันก็เดินหายไปแล้ว เบอร์โทรมันผมก็ไม่มี จะติดต่อแต่ละทีก็ลำบากสงสัยวันนี้ผมคงต้องบุกไปหามันที่คณะ
 
“ไอเหี้ยภีมมึงจะแกล้งน้องภูของกูไปถึงไหนวะ”

“มันไม่ใช่ของมึง!!!”

ผมรีบแย้งทันควัน หันไปมองหน้าไอนพอย่างไม่พอใจ ผมไม่ชอบให้ใครมาแสดงเป็นเจ้าของไอภู เพราะคนที่จะเป็นเจ้าของมันได้มีแค่ผมเพียงคนเดียวเท่านั้น และต้องเป็นผมคนเดียวที่สามารถเหยียบมันให้จมดินได้

“อะไรวะ กูแค่แซวเล่นเฉยๆ มึงเป็นห่าอะไรเนี่ยทำเป็นเด็กหวงของไปได้”

“กูไม่ได้หวง มึงอย่ามากวนตีนกูไอนพ”

“ไม่ได้หวงก็ไม่ได้หวง แล้วอย่าเสือกกลืนน้ำลายตัวเองนะครับมันไม่ดี”

ไอเพื่อนเวรมันพูดแล้วรีบวิ่งหลบตีนผมไปอย่างไว อย่าให้กูเจอบนห้องนะจะจัดแม่งชุดใหญ่เลย ผมคาดโทษไอนพอยู่ในใจก่อนจะขึ้นห้องเรียน


-----------------------------------------------------------------------------------

ฝากนิยายเรื่องนี้ด้วยนะคะ เม้นส์เป็นกำลังใจให้เราบ้างซักเม้นส์ก็ยังดี แฮะๆๆ


ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19
Re: Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >>>> (31/10/2018)
«ตอบ #16 เมื่อ01-11-2018 03:33:19 »

 :katai2-1:

ออฟไลน์ wookyu

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-3
Re: Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >>>> (03/11/2018)
«ตอบ #17 เมื่อ03-11-2018 16:01:34 »

                                                                              -7-


     ใต้ตึกคณะวิศวะ ผมเกดและไอเอสกำลังนั่งพักผ่อนหย่อนใจกันอยู่หลังจากที่พึ่งเลิกคลาสมหาโหด วันนี้พวกผมมีสอบปฏิบัติเรื่องแผงวงจรไฟฟ้า อาจารย์เป็นคนเข้มงวดมากครับแค่ไอเอสมันเผลอสลับสายไฟบนแผงวงจร อาจารย์ท่านถึงกับด่าไม่ยอมหยุด กว่าจะผ่านสามชั่วโมงนั้นมาได้เล่นเอาพวกผมต้องนั่งลุ้นกันอยู่นาน แถมพอออกมาก็มาเจอเรื่องน่าปวดหัวอีก

“ไอภูพักนี้มึงทำตัวแปลกๆ เมื่อวานเลิกเรียนแล้วก็ทิ้งพวกกู แถมไปหาที่ค่ายก็ไม่อยู่อีก บอกกูมามึงมีอะไรที่พวกกูไม่รู้หรือเปล่า”

“นั่นดิ ไอเพื่อนภู มึงแอบมีหญิงแล้วไม่แนะนำเพื่อนหรอ”

แต่ละคน จะช่วยปล่อยให้ผมอยู่เงียบๆใช้ความคิดคนเดียวบ้างได้ไหม เล่นรุมผมทั้งเช้า เย็นแบบนี้ ผมก็แย่ซิ เวลาส่วนตัวแทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ เจอแต่เรื่องน่าปวดหัว แค่เรื่องไอเหี้ยภีมคนเดียวผมก็ตันหาทางออกไม่เจออยู่แล้ว ไม่รู้เมื่อไหร่

แม่งถึงจะเลิกมายุ่งวุ่นวายกับผม แถมมาเจอเพื่อนซักไซไล่เลี่ยงอีก ขอเวลาส่วนตัวให้ผมบ้างเถอะ

“ช่วงนี้กูยุ่งๆนิดหน่อย พวกมึงมีอะไรหรือเปล่า”

ผมเลี่ยงจะไม่พูดถึงเรื่องไอภีม ไอเกดมันยิ่งคลั่งๆอยู่ด้วยถ้าผมบอกมันไป มันอาจจะเสียใจก็ได้ที่รู้ว่าพี่ภีมของมันไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่มันคิด

“ยุ่งทั้งปีนั่นแหละมึง วันนี้ไม่มีนัดที่ไหนใช่ไหม ถึงมีกูก็ไม่สน ไปหาข้าวแดกกันดีกว่า”

ไอเอสพูดแล้วดึงแขนผมให้ลุกขึ้น แล้วผมจะอะไรได้หล่ะ นอกจากต้องตามมันไปเงียบๆ

ผมและไอเกดเดินมารอไอเอสที่ไปเอารถอยู่ซักครู่ ไม่นานรถไอเอสก็ขับเข้ามาพร้อมรถสีดำอีกคันนึงซึ่งผมคุ้นตาเป็นอย่างดี

“ภูขึ้นรถเร็ว เกดหิวแล้ว”

เกดดึงผมให้ไปขึ้นรถแต่ทว่าพวกผมผมยังเดินไม่ทันถึงรถด้วยซ้ำแขกที่ไม่ได้รับเชิญก็เดินมาขวางทางไว้

“พะพี่ภีม”

“สวัสดีครับ”

ไอภีมพูดแล้วยิ้มโปรยเสน่ห์ให้เพื่อนผม ผมเห็นรอยยิ้มที่ไม่น่าไว้ใจแบบนั้นของมันแล้วก็อดไม่ได้ที่จะดันให้เกดไปยืนหลบอยู่ข้างหลัง

“เป็นอะไรไปภู กู เอ้ย เกดอยากคุยกับพี่ภีมนะ”

เกดว่าแล้วพยายามจะแทรกตัวมาอยู่ข้างหน้าไอภีมอีกครั้ง เกดไม่เก็บอาการเลยซักนิดว่าสนใจในตัวไอภีม เห็นเพื่อนตัวเองเป็นอย่างนี้แล้วผมก็อยากจะจับมาตีซะให้เข็ด มองคนเลวอย่างไอภีมเป็นเทพบุตรเข้าไปได้ยังไง ไอภีมมองผมอย่างไม่ชอบใจ ก่อนจะมองมือผมที่จับอยู่บนมือเกด

“พี่ภีมมาหาใครหรอคะ”

“พี่มาหาภู พี่เป็นเพื่อนภูครับ”

มันตอบเกดแล้วยิ้มๆพอหันมาเจอหน้าผมมันก็ทำหน้าเป็นส้นตีนใส่

“ว่าแต่ภูทำไมไปจับมือถือแขนผู้หญิงเขาอย่างนั้นล่ะ แฟนก็ไม่ใช่”

เกดแกะมือออกจากมือผม แล้วก็ย้ายตัวเองมายืนหน้าผมได้สำเร็จ

“มีอะไรกันวะเกด ภูกูจอดรถรอตั้งนานแล้วทำไมไม่รีบขึ้นมาซักที”

ไอเอสเปิดประตูรถลงมาหาพวกผมสองคน ก่อนจะทำหน้ายุ่งเมื่อเห็นคนที่มันไม่ค่อยจะถูกชะตาอยู่ตรงหน้า

“พี่ภีมเขามาหาภูน่ะ”

“หาไอภูเนี่ยนะ ไอภูมึงไปรู้จักกับมันตอนไหน”

“ตอนไหนไม่สำคัญหรอกครับ วันนี้พี่มีธุระกับภู พี่ขอยืมตัวภูวันนึงได้ไหมครับ”

“ไม่ได้/เอาไปเลยคะ”

สองเสียงประสานกันพร้อมเพรียงแต่ไม่พร้อมใจ ไอเอสหันมาทำหน้าดุใส่ไอเกด

“พี่เขามีธุระกับเพื่อนเรา ก็ต้องให้เขาไปทำธุระกันซิ ภูไปเถอะพี่ภีมฝากภูด้วยนะ”

“เกดแต่ภู”

“ไปครับ แล้วเจอกันใหม่นะครับน้องเกด”

ไม่มีใครสนใจที่จะฟังเสียงผมบ้างเลย ไอภีมพาผมขึ้นมานั่งบนรถแล้วขับออกไป

“จะพากูไปไหน”

ผมถามทำลายความเงียบ ผมไม่รู้ว่ามันจะพาผมไปไหน เพราะทางที่มันพาผมไปเป็นทางที่ผมไม่คุ้นเอาเสียเลย

“ถึงเดี๋ยวมึงก็รู้เอง เออ แล้วเอาเบอร์โทรศัพท์ของมึงมาให้กูด้วย สัสตามตัวยากชิบหาย ต้องลำบากให้กูไปหาถึงคณะ”

มึงลำบากของมึงเอง กูบอกให้มึงมาหากูซะที่ไหน ผมย้อนมันในใจ

“กูไม่มีหรอกของแบบนั้น”

ผมตอบแล้วหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง

“อย่ามาลีลา กูไม่เชื่อหรอกว่ามึงจะไม่มี”

มันพูดแล้วโยนโทรศัพท์ของมันมาให้ผม

“อะไร”

ผมถามมันเพราะผมไม่เข้าใจว่ามันจะโยนมาให้ผมทำไม

“มึงรีบเม้มเบอร์มึงซะ อย่าให้กูต้องโมโห”

“กูบอกว่าไม่มี มึงฟังภาษาคนไม่เข้าใจหรือไงวะ”

ผมว่าแล้วโยนกลับ มันหันมาทำหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อเท่าไหร่ แต่ก็ไม่พูดอะไร

“ลงมาได้แล้ว”

มันหันมาสั่งผมก่อนที่จะลงจากรถไป มันพาผมเดินผ่านลานจอดรถมาขึ้นลิฟท์ ผมก็ได้แต่มองทุกการกระทำของมันเงียบๆ ก่อนมันจะเดินนำผมไปแล้วมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องๆหนึ่ง ผมใช้ช่วงเวลาที่มันกดรหัสผ่านเข้าห้องมองสำรวจสิ่งต่างๆรอบตัว

ที่ๆผมยืนอยู่เป็นเพียงทางเดินกว้างๆ ปูด้วยพรมสีทองยาวตลอดทางเดิน มีแสงไฟสีส้มสลัวๆให้ความสว่างไปตลอดทาง

แต่ที่น่าแปลกใจคือชั้นนี้ทั้งชั้นมีห้องเพียงห้องเดียว นั่นก็คือห้องที่ผมกำลังจะเดินเข้าไป ผมเดินผ่านประตูห้องเข้ามา สิ่งแรกที่ผมเจอคือทางเดินไปสู่ห้องต่างๆ เริ่มจากห้องนั่งเล่นที่มีชุดโซฟาสีดำชุดใหญ่อยู่กลางห้องพร้อมกับเครื่องเสียงครบครัน มองเลยไปด้านหลังจะเห็นเป็นครัวแบบมีเคาน์เตอร์ ถ้ามองถัดไปทางขาวมือก็จะเห็นห้องนอนทันที เป็นห้องนอนแบบไม่มีประตู สามารถเดินผ่านไปที่ไหนก็ได้ของบ้าน ถัดจากห้องนอนไปทางซ้ายผมก็คือห้องน้ำ ผมเห็นห้องน้ำที่นี่แล้วแทบจะไม่กล้าใช้ มันเป็นห้องกระจกขุ่นมัว แต่ทว่ากลับกว้างเอามากๆ ภายในห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำสีดำวางอยู่ เห็นเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างในห้องนี้ก็รู้แล้วครับว่าเจ้าของมันเสพติดสีดำขนาดไหน

“มึงพากูมาที่นี่ทำไม”

ผมถามมันหลังจากที่มองสำรวจจนพอใจ มันไม่ได้สนใจในคำถามผม มันเดินผ่านหน้าผมไปในห้องแล้วหยิบตะกร้าผ้าของมันเลื่อนมาให้ผม

“อะไร”

ผมถามอย่างไม่เข้าใจว่ามันจะเอาตะกร้าที่มีผ้าอยู่จนล้นมาให้ผมทำไม มันคงไม่บอกให้ผมซักให้มันหรอกนะ

“เอาไปซักซะกูจะไปนอนรอ เสร็จแล้วไปเรียกกูด้วย”

มันพูดจบแล้วก็เดินไปทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนของตัวเอง

“ทำไมมึงไม่จ้างแม่บ้าน รวยนักไม่ใช่หรอ”

ผมถามมันด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังนัก แต่ก็คิดว่าเจ้าของห้องมันคงจะได้ยิน ถามว่าผมโกรธไหมผมโกรธนะ แต่ก็โมโหที่ขัดมันไม่ได้มากกว่า เมื่อไหร่มันจะเลิกเอาเรื่องพี่เบิ้มมาขู่ผมซักที ตัวมันเองก็โตกว่าผม มันเป็นพี่ผม ผมอยู่ปีสามแต่มันน่ะอยู่ปีสี่แล้ว ทำไมถึงยังทำเหี้ยอะไรเด็กๆแบบนี้ก็ไม่รู้

“กูจะจ้างแม่บ้านมาทำไมอีก ในเมื่อกูมีขี้ข้าส่วนตัวอยู่ตรงนี้แล้ว”

มันพลิกตัวนอนตะแคงเอามือเท้าหัวมาคุยกับผมที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากเตียงมัน ด้วยสีหน้าระรื่นตีนดูมันจะมีความสุขเหลือเกินที่ได้แกล้งคนอย่างผม

“กูถามจริงกูไปทำอะไรให้มึงนักหนา มึงถึงได้เข้ามาราวีชีวิตกูแบบนี้”

ผมถามเพราะผมอยากจะรู้จริงๆว่าอะไรที่ทำให้มันเจ้าคิดเจ้าแค้นผมเสียเหลือเกิน

“มึงจะมาดราม่าห่าอะไร”

“กูแค่อยากรู้ เพราะกูคิดเท่าไหร่มันก็ไม่สมเหตุสมผลที่มึงจะมาทำกูแบบนี้ ครั้งแรกที่เจอกันมึงทำน้ำต้มยำรดตัวกูมึงก็ไม่ขอโทษแถมยังจะชกกูอีก ครั้งที่สองมึงก็หาเรื่องกูทั้งๆที่กูไม่ได้ทำอะไรให้มึงด้วยซ้ำ ที่กูพูดมาทั้งหมด มีตอนไหนบ้างที่กูไปกวนตีนมึงก่อน”

ผมยืนนิ่งรอฟังคำตอบ แต่ดูเหมือนจะไม่มีคำตอบสำหรับผม เพราะผมเห็นมันทิ้งตัวหลับตานอนนิ่งๆ ผมถามเพราะต้องการหลุดพ้นเรื่องบ้าๆแบบนี้ ผมเสียเวลาโดยใช่เหตุมาหลายวันแล้ว ผมไม่ได้ไปสอนมวย ไม่ได้ไปดูงานพิเศษ เงินเก็บผมก็ใช่ว่าจะมีเยอะในขนาดที่ว่าไม่ทำงานแล้วยังพอใช้ ผมต้องหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ไม่มีเวลามานั่งเล่นกับมันหรอก

“ภีมกูขอเถอะหลังจากวันนี้ไป มึงช่วยปล่อยกูไปตามทางของกูได้ไหมวะ ต่างคนต่างอยู่เหมือนที่เคย กูไม่มีเวลามากพอที่จะมาเล่นกับมึงแล้ว ถ้ามึงอยากให้กูซักผ้าให้กูก็จะทำ แต่เสร็จแล้วมึงต้องให้กูไป”

“มึงพล่ามเหี้ยอะไรของมึงเนี่ย มึงคิดว่ากูจะยอมง่ายๆหรือไง”

มันเดินทำปรี่มาหาผมก่อนจะผลักผมให้เซถอยไปอีกทาง ผมอยากจะสวนมันคืนบ้าง แต่ก็อยากให้มันปล่อยผมไปมากกว่า “แล้วมึงจะเอายังไง”

“ดูเหมือนมึงอยากจะไปซะเหลือเกิน”

“ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่กูจะต้องอยู่”

“ปากดีนักมึง เอางั้นก็ได้มึงอยากไปก็ไปแต่มึงจำไว้ กูจะไม่ยอมหยุดแค่นี้ เออน้องเกดเพื่อนมึงดูท่าจะชอบกูมากเนอะมึงว่าไหม”

“สัส!!! อย่าคิดแม้แต่ที่จะแตะต้องเพื่อนกู”

ผมพูดพลางเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อมัน แต่มันกลับมองผมอย่างยียวน

“มึงจะยุ่งเหี้ยอะไร เพื่อนมึงอยากได้กูเป็นผัว กูก็จะใจดียอมเป็นผัวเพื่อนมึงไง ทำไมมึงข้องใจอะไร!!!”

“ห้ามแตะต้องเพื่อนกู!!!”

ผมพูดแล้วปล่อยมืออกจากคอเสื้อมัน ผมรู้สึกได้เลยว่าตอนนี้ตัวผมกำลังสั่น ผมโมโหมัน ผมอยากจะกระทืบมันใจจะขาด ทำไมมันต้องใช้วิธีสกปรกแบบนี้กับผมด้วย ทำไมต้องดึงคนที่ผมรักเข้ามาเกี่ยวด้วย

“งั้นกูมีเงื่อนไข”

ผมมองไอภีมอย่างไม่ค่อยจะไว้ใจ คำว่าเงื่อนไขของมันแค่ได้ยินผมก็รู้แล้วว่าต้องเป็นเงื่อนไขเหี้ยๆเป็นแน่

“อะไร”

“ถ้ามึงไม่อยากให้กูแตะต้องเพื่อนมึง มึงก็ยอมยกตูดมึงให้กูซิ เป็นไงทำได้ไหม”

คำพูดของมันทำให้ผมถึงกับกัดกรามแน่น ไอคนตรงหน้าผมมันต้องไม่ใช่คนแน่ ทำไมจิตใจมันถึงได้เลวทรามหาใครเปรียบไม่ได้แบบนี้ แล้วผมควรจะตอบมันว่าไง

“มึงทำไม่ได้ใช่ไหมละ งั้นมึงรีบไสหัวไปซะ แล้วไม่ต้องเสือกถ้ากูจะทำอะไรเพื่อนมึง”








“มึงมันไม่ใช่คน!!”




-----------------------------------------------------------------------------------------------------



เดี๋ยววันนี้เย็นๆๆๆๆๆๆ จะเอาอีกตอนมาลงให้นะคะ



ออฟไลน์ jinutlove

  • ไม่คิดที่จะรัก
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 76
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >>>> (03/11/2018)
«ตอบ #18 เมื่อ03-11-2018 17:34:47 »

รอนะคะชอบๆๆเรื่องนี้ :pig4: :call:

ออฟไลน์ Pe_no

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 375
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
Re: Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >>>> (03/11/2018)
«ตอบ #19 เมื่อ03-11-2018 19:12:57 »

สนุกมากค่ะ รอๆ :mew2:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >>>> (03/11/2018)
« ตอบ #19 เมื่อ: 03-11-2018 19:12:57 »





ออฟไลน์ หนึ่งธิดา

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 12
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >>>> (03/11/2018)
«ตอบ #20 เมื่อ03-11-2018 21:24:36 »

ชอบค่ะอยากเห็นตอนเขารักกันจัง :mew1:

ออฟไลน์ ♥lvl♀‘O’Deal2♥

  • หานิยายถูกใจยากจัง!
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2665
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +176/-4
Re: Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >>>> (03/11/2018)
«ตอบ #21 เมื่อ03-11-2018 21:53:36 »

รอ

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19
Re: Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >>>> (03/11/2018)
«ตอบ #22 เมื่อ03-11-2018 23:32:31 »

 :katai2-1:

ออฟไลน์ wookyu

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-3
Re: Rewrite : ถึงร้าย...ก็รัก >>>> (03/11/2018)
«ตอบ #23 เมื่อ04-11-2018 11:31:38 »


                                                                                   -7.2-


หมดแล้วซึ่งความอดทน ผมเหวี่ยงหมัดใส่หน้ามันเข้าอย่างจัง ก่อนจะตามไปชกช้ำอีกหลายที แต่ไอคนโดนต่อยยังเสือกยิ้มกวนประสาท ยิ่งเห็นก็ยิ่งอารมณ์ขึ้น ผมรัวหมัดใส่หน้ามันอีกหลายครั้งเมื่อหน่ำใจแล้วผมก็ลุกออกจากตัวมัน คว้ากระเป๋าเตรียมจะกลับบ้าน แต่ถ้ามันปล่อยให้ผมกลับง่ายๆก็คงไม่ใช่มันแล้ว ไอภีมลุกเดินตามมากระชากแขนผมอย่างแรงก่อนจะเหวี่ยงตัวผมอัดเข้ากำแพงห้องมันยกมือขึ้นมาบีบคอผมด้วยแรงเกือบทั้งหมดที่มันมีผมพยายามแกะมือที่กุมคอผมออก แต่ก็เป็นไปได้ยาก

“ต่อยกูแล้วคิดว่าจะได้กลับง่ายๆหรอไอภู”

“อึก!”

“ในเมื่อมึงรับข้อเสนอของกูไม่ได้ มึงก็ไม่มีสิทธิ์เสือกถ้ากูจะทำอะไรกับเพื่อนมึง”

ไอภีมพูดกับผมด้วยน้ำเสียงเย็น มือหนาของมันค่อยๆเพิ่มแรงบีบรัดต้นคอผมขึ้นเรื่อยๆ ผมหายใจติดขัด ดิ้นเท่าไหร่ก็ไม่หลุดถ้าแม่งยังบีบแน่นอยู่แบบมีหวังผมได้ตายสมใจมันแน่

“ยะ...อย่า....ยะ ยุ่ง กับเพื่อน...กู”

“สายไปแล้วภู”

“แฮ่ก แฮ่ก”

ไอภีมมันทิ้งไว้แค่นั้นก่อนจะเดินหัวเสียออกจากห้องไปผมนั่งพักหายใจอยู่ในห้องมันซักพักจนอาการหายใจติดขัดเมื่อซักครู่ดีขึ้นจึงเดินออกจากห้องมันไป ตอนนี้ผมรู้สึกกังวลไปหมด สายตาไอภีมตอนที่มันพูดเรื่องเกด ไม่มีท่าทีว่ามันจะพูดเล่นแม้แต่น้อย ผมไม่รู้ว่ามันทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร มันต้องการอะไรจากผมกันแน่ ผมส่ายหัวเบาๆสะบัดไล่คำถามต่างๆนาๆที่ผุดขึ้นมาในหัว ตอนนี้สิ่งที่ผมควรจะทำคือคอยกันไม่ได้ไอภีมมีโอกาสเข้าใกล้เกดผมจะทำทุกอย่างขอแค่กันมันออกจากเพื่อนของผมได้

 
      สองวันต่อมา.... หน้าตึกวิศวะ

 “เกดภูเอารายงานที่เกดเข้าเล่มทิ้งไว้มะ....”

 ผมหยุดคำพูดตัวเองไว้แค่นั้น เมื่อเดินกลับมายังโต๊ะม้าหินอ่อนหน้าคณะแล้วเจอไอภีมนั่งอยู่ที่โต๊ะด้วย ผมรีบเดินไปดึงแขน เกดให้ลุกออกจากตรงนั้นทันที

 “มึงมาทำไม!”

 “หึ อย่าถามเหมือนไม่รู้หน่อยเลย เมื่อวานกูว่ากูบอกชัดเจนแล้วหนิว่ากูจะทำอะไร”

 มันพูดด้วยพร้อมหันไปยิ้มหว่านเสน่ห์ให้คนข้างหลังผม

“โอ้ยย! ไอภูทำบ้าอะไรเนี่ยมาดึงแขนเกดทำไม เห็นไหมเกดคุยกับพี่ภีมอยู่ พี่ภีมอุตส่าห์มาหาเกดเลยนะ ปล่อยซิโว้ยย ไอหมาภู”

เกดพยายามขืนตัวออกจากด้านหลังผม ไอภีมมองเกดก่อนจะหันมามองหน้าผมราวกับต้องการตอกย้ำว่า ผมไม่สามารถขวางมันได้

“อย่าทำแบบนี้ อย่ายุ่งกับเพื่อนกู”

“เกดครับไปกันเถอะ อีกเดี๋ยวหนังจะเริ่มฉายแล้วนะ”

“เกดภูไม่ให้ไป”

ผมรั้งมือเกดไว้อีกครั้ง เกดไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับผมเลย ทั้งหยิกทั้งตีแขนให้ผมปล่อย แต่ผมจะกล้าปล่อยเกดไปได้ไงในเมื่อผมรู้ว่าไอภีมมันมีจุดประสงค์ที่ไม่ดีกับเพื่อนผม

“ภูเป็นอะไรของภูเนี่ย ปล่อยเกดเลย ปล่อยๆๆๆ”

“เอาไงดีครับเกด เพื่อนหวงขนาดนี้เกดจะไปดูหนังเป็นเพื่อนพี่ได้หรอ”

ไอภีมแสร้งทำหน้าเศร้าเรียกคะแนนความสงสาร เกดเองก็ดูเหมือนจะเชื่อสนิทใจถึงได้บังคับให้ผมปล่อยมือได้ในที่สุด

“ถ้าภูไม่ปล่อย เกดโกรธจริงๆนะ”

เกดพูดแล้วเดินไปยืนข้างไอภีมทันที ไอภีมหันมายิ้มเยาะใส่ผม ก่อนจะเดินจูงมือเกดขึ้นรถไปโดยที่ผมทำได้แค่มองตาม ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเกดผมจะทำยังไง



“ไอภูเลิกนานแล้วหรอวะ แล้วไอเกดล่ะไปไหนกูเห็นเดินออกมาพร้อมมึง”

เอสที่พึ่งเดินออกจากห้องสอบ ถามพลางมองหาเกด บุคคลที่ทำให้ผมกังวลใจอยู่ตอนนี้

“เกดไปกับไอภีม”

“ห๊า! มึงว่าไงนะ”

“เกดไปกับไอภีม กูห้ามแล้วแต่เกดไม่ฟังกู ไอเอสไปตามเกดกัน บอกตรงๆกูไม่ไว้ใจไอภีมเลย”

เอสไม่รอให้ผมพูดซ้ำ มันกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปยังที่จอดรถ ปากก็เอาแต่บ่นว่าเกดไปตลอดทาง จนในที่สุดผมกับไอเอสก็มาถึงห้างที่ใกล้มหาลัยที่สุด ก่อนจะช่วยกันมองหาเกด เพราะเจ้าตัวไม่ยอมรับโทรศัพท์

“เหี้ยเอ้ย เกดไม่รับโทรศัพท์กูเลย”

ไอเอสสบถอย่างหัวเสียแล้วกดโทรหาเกดซ้ำๆ ผมบอกเอสให้ไปดักดูแถวหน้าโรงหนัง เดินหาอยู่ซักพักผมก็เจอคนทั้งคู่กำลังเดินเข้าไปยังโรงหนังฝั่งตรงข้ามที่ผมและเอสอยู่

“เอสเกดอยู่ตรงนั้น”

“ไอเกดกลับ!!”

“เฮ้ย โอ้ยยย ไอห่าเอส”

ไอเอสตรงไปกระชากแขนเกดออกจากไอภีมทันทีสีหน้าของไอเอสเต็มไปด้วยความโกรธซึ่งผมไม่เคยเห็นมันเป็นแบบนี้มาก่อน มันดูเป็นห่วงเกดมาก ทั้งที่ปกติผมเห็นมันสองคนเอาแต่ทะเลาะกัน

“อย่ามายุ่งกับเพื่อนกูอีก มึงจะไปหลอกผู้หญิงอีกซักกี่คนก็ได้แต่ต้องไม่ใช่เพื่อนกู ไม่งั้นกูกับมึงคงได้เห็นดีกัน”

“หึ งั้นก็เฝ้ากันให้ดีๆซิ ถ้าจะกลัวขนาดนั้น”

“ไอเหี้ยภีม มึง!!”

 ไอเอสปล่อยแขนเกดแล้วปรี่เข้าไปหาไอภีมทันที ผมเลยต้องเดินไปล็อกคอมันไว้

“เอสมึงพาเกดกลับบ้านไปก่อนไป เดี๋ยวทางนี้กูคุยเอง” ผมพยายามเกลี้ยกล่อมไอเอสอยู่นาน จนในที่สุดมันก็ยอมพาเกดกลับบ้านตามที่ผมบอก กลายเป็นว่าหน้าโรงหนังตอนนี้เหลือแค่ผมกับมันสองคน

“มึงตามมาขัดกูทุกวันแบบนี้ไม่ได้หรอกเชื่อกูซิ ซักวันมึงต้องพลาด”

“มึงหยุดแค่นี้ไม่ได้หรอ ความแค้นระหว่างมึงกับกู”

“กูไม่หยุด!!แล้วอย่าสะเออะมาสั่งให้กูหยุดเพราะมึงไม่มีสิทธิ์”

ไอภีมไม่รอให้ผมพูดอะไรต่อ มันพูดเสร็จก็เดินออกจากหน้าโรงหนังไป นี่คงเป็นคำเตือนกลายๆจากมันซินะว่าสิ่งที่มันพูดไม่ใช่แค่คำขู่ แต่มันทำจริงๆ วันนั้นทั้งวันผมแทบไม่เป็นอันทำอะไร สมองตื้อตันไปหมดผมไม่รู้จะหาทางออกของเรื่องนี้ยังไง สิ่งที่ผมพอจะทำได้ในตอนนี้คือให้เอสช่วยจับตาดูเกดดูอีกแรง   

      หลายวันมานี้ไอภีมยังคงมาหาเกดที่คณะไม่ขาด แวะเอาขนมมาให้บ้าง มากินข้าวด้วยบ้าง ถึงแม้ในแต่ละครั้งที่มันมาพวกผมจะนั่งอยู่ด้วย แต่ก็วางใจไม่ได้อยู่ดี ตอนกลางวันผมไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่เพราะยังมีไอเอสคอยประกบติดเกดตลอดเวลา ไปกลับบ้านก็พร้อมกัน แต่หลังจากนั้นผมไม่มีทางรู้เลยว่าสองคนนั้นจะไปเจอกันเมื่อไหร่ และสิ่งที่ผมสงสัยอีกอย่างคือเกดไปสนิทกับไอภีมตอนไหน เอสมันเคยถามแล้วแต่เกดไม่ค่อยยอมบอกอะไร ยิ่งเอสมันคั้นก็รังแต่จะชวนทะเลาะกัน สุดท้ายก็ต้องยอมปล่อยให้คำถามนี้คาใจมาจนถึงทุกวัน

“พี่ภีมเกดกลับบ้านก่อนนะคะ แล้วจะโทรหา”

“ครับกลับดีๆนะ”

“กลับได้แล้วจะสั่งเสียเหี้ยอะไรกันหนักหนา!!”

“เออ กูรู้แล้วแม่งทำอย่างกะเป็นพ่อกู อุ๋ย! ขอโทษคะพี่ภีมเกดหลุด”

เกดหันไปยกมือขอโทษไอภีมที่เมื่อกี้มันดันหลุดแมนด่าไอเอสต่อหน้าไอภีม ภีมยิ้มรับก่อนจะยกมือลูบหัวเกดเบาๆ

“เกดเป็นตัวของตัวเองเถอะ ไม่ต้องเกรงใจพี่”

“เหมือนที่มึงเป็นน่ะหรอ ตัวเหี้ยน่ะ! ไอเกดขึ้นรถ!! ภูกูกลับก่อนนะ มึงก็รีบกลับพรุ่งนี้เจอกัน”

ผมแอบกระตุกมุมปากยิ้มพอใจเล็กน้อยกับคำเปรียบเปรยของไอเอส ไอภีมหน้าตึงขึ้นมาทันทีแต่ก่อนมันจะได้สวนคืนไอเอสมันก็ขับรถออกไปแล้ว ผมเองก็ควรกลับได้แล้วเหมือนกัน คิดได้แบบนั้นผมก็เดินไปหยิบกระเป๋าเก็บของเตรียมกลับบ้านทันที

“จะรีบไปไหน ไม่ห่วงเพื่อนมึงแล้วหรือไง กูอาจจะแอบนัดเจอเพื่อนมึงต่อหลังจากนี้ก็ได้นะ”

“มึงมันโรคจิต!! หลบไปกูจะกลับบ้าน”

“มึงหนีกูไม่พ้นหรอกภู เพราะถ้าถึงมึงหนีกูจะทำให้มึงรีบวิ่งกลับมาหากูเอง ไม่เชื่อมึงก็คอยดู”





-------------------------------------------------------------------------------------------

ขอโทษด้วยนะคะ เมื่อวานเรายุ่งๆเลยไม่ได้เอามาลงต่อให้ วันนี้มาถ่ายโทษนะคะ

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

คนอะไร?  ไร้เหตุผลจริง ๆ

ออฟไลน์ jinutlove

  • ไม่คิดที่จะรัก
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 76
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
อื้ออออ อยากอ่านต่อแล้ว :katai1: :pig4:

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8900
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19

ออฟไลน์ wookyu

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 119
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-3

                                                                              - 8.1 -

 Part’s Pheem




“มึงหนีกูไม่พ้นหรอกภู เพราะถ้าถึงมึงหนีกูจะทำให้มึงรีบวิ่งกลับมาหากูเอง ไม่เชื่อมึงคอยดู”

ผมทิ้งไว้แค่นั้นแล้วเดินผละออกมา ถ้าถามว่าทำไมผมถึงกล้าที่จะพูดแบบนั้นน่ะหรอ คงต้องเล่าย้อนไปเมื่อ อาทิตย์ก่อน วันทีผมกับมันมีเรื่องกันที่คอนโด จริงๆเรื่องมันจะไม่เกิดเลยถ้าแม่งไม่มาดราม่าขอให้ผมปล่อยมันไป ผมยอมรับว่าโมโหมันมาก ทั้งนัยต์ตาและน้ำเสียงของมัน แสดงออกถึงความอ่อนใจ ผิดหวัง มันทำให้ผมรู้สึกแย่ มันทำให้ผมนึกถึงสิ่งที่ผมพยายามจะลืมมาตลอด นั่นคือเหตุผลหลักๆที่ทำให้ผมโมโหมัน ผมขับรถออกจากคอนโดตรงกลับมาที่บ้านทันที อารมณ์แบบนี้ให้ผมอยู่คนเดียวคงไม่ไหว ภาพเก่าๆที่ผมคิดว่าลืมไปหมดแล้วกลับเด่นชัดขึ้นมาอีกครั้งเพียงแค่ผมเห็นแววตาและน้ำเสียงของไอภูซ้อนทับกับภาพของใครบางคน

“อ้าว ตาภีมกลับมาแล้วหรอ แม่ว่ากำลังจะโทรตามลูกอยู่พอดี”

ผมที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ กลับมาได้สติอีกครั้งก็ตอนที่แม่เดินเข้ามาแตะที่แขนเบาๆ

“มีอะไรหรือเปล่าครับแม่”

ผมถามก่อนจะเดินจูงมือแม่ไปนั่งในห้องรับแขก

“คืนนี้ลูกว่างไหม ไปงานเลี้ยงบริษัทเป็นเพื่อนแม่หน่อยซิ พ่อแกไม่อยู่แม่ไปคนเดียวก็เหงา”

แม่พูดแล้วเขย่าแขนผมเหมือนเป็นการขอร้องแกมบังคับให้ผมไป แล้วผมจะกล้าปฏิเสธหรอแบบนี้

“ครับๆ ไปก็ไป”




     งานเลี้ยงของบริษัทถูกจัดขึ้นที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ภายในงานก็มีแต่พวกลุงๆป้า เดินกันให้ขวัก ไม่มีเลยครับอาหารตาที่ผมหวังใจไว้ ดูๆแล้วเหมือนผมมางานกาลาสดินเนอร์ของสมาคมแต้จิ๋วมากกว่า เฮ้อ น่าเบื่อชะมัด ระหว่างที่ผมกำลังมองโน่นมองนี่ไปเรื่อยภายในงาน พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นผู้หญิงในชุดกระโปรงเกาะอกสีทองคนหนึ่งเดินหน้ามุ้ยลากชายกระโปรงตามหลังคนเป็นแม่มา ตอนแรกผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ก็แค่มองผ่านๆ แต่พอผู้หญิงคนนั้นเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ผมถึงกับยกยิ้มพอใจไม่คิดเลยว่าโชคจะเข้าข้างผมถึงเพียงนี้ ผมกำลังคิดอยู่เลยว่าจะหาทางตีสนิทน้องเกดยังไง เห็นทีตอนนี้คงไม่ต้องคิดให้ยุ่งยากแล้วเพราะเจ้าตัวดันเดินมาให้ผมทำความรู้จักถึงที่




“โอยยย นี่มันชุดอะไรเนี่ยแม่ยาวลากเป็นหางเรือเลย”

“เอ๊ะ!!ยัยนี่ แกหัดทำตัวให้มันเป็นผู้หญิงกับเขาหน่อยไม่ได้หรือไง”

“ก็เกดไม่ชอบนี่ วันหลังแม่พาเฮียมาเลยนะเกดไม่เอาด้วยแล้ว”

“เอ๊ะยัยเกด! อ้าววว สวัสดีคะคุณหญิงเบญจมาส”

“สวัสดีค่ะ คุณตันหยงมานานแล้วหรือยังคะ”

ป้าคนนั้นใช้น้ำเสียงแรกดุลูกสาวตัวเอง แต่พอหันมาเจอกับแม่ผมที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็กล่าวทักทายกันอย่างสนิทสมนและก็ลืมลูกๆที่ชวนมาด้วยในที่สุด ผมปล่อยให้ผู้ใหญ่สองคนคุยกันไป ก่อนจะเอ่ยทักทายหมากตัวสำคัญในเกมส์เดิมพันของผมกับไอภู ด้วยท่าทีเป็นมิตร

“ไงน้องเกดไม่คิดเลยว่าจะเจอเราที่นี่”

“พะ พี่ภีมจำเกดได้ด้วยหรอคะ!”

“ได้สิครับ เกดออกจะน่ารักขนาดนี้ทำไมพี่จะจำเราไม่ได้”

ผมหยอด เกดทำหน้าอายๆ หลังจากนั้นเราก็เดินไปหาที่นั่งคุยกัน เกดเล่าเรื่องตัวเองให้ผมฟังหลายเรื่องทั้งเรื่องส่วนตัวแลเรื่องเพื่อนสนิท เกดบอกผมว่าเกดมีเพื่อนที่สนิทจริงๆแค่สองคนก็คือไอภูกับคนที่ชื่อเอส ไม่รู้ว่าทำไมทุกครั้งที่เกดพูดถึงเรื่องไอภูผมจะต้องตั้งใจฟังมันทุกเรื่องแถมยังมีบางอย่างที่ผมอยากรู้เองอีกแล้วก็หลุดถามไปก่อนที่จะทันคิดด้วยซ้ำ นับจากวันนั้นผมก็ไปหาเกดที่คณะบ่อยๆ ซื้อขนมไปให้บ้าง ชวนไปดูหนังบ้าง แต่นั่นมันแค่จุดประสงค์รอง จุดประสงค์หลักของผมจริงๆก็คือผมอยากเห็นไอภูมันอกแตกตายที่เห็นผมเข้ามาวุ่นวายกับเพื่อนมัน นี่คือบทลงโทษที่มันคิดจะต่อกรกับผม





 หน้าตึกคณะในช่วงเย็น

“ไอภีมพักนี้กูไม่เห็นน้องภูของกูเลย มึงเบื่อแล้วหรอ”

“สัส!!มันไม่ใช่ของมึง!!”

“เออๆ ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ วุ้ย!แตะไม่ได้เลยนะคนนี้ ว่าแต่น้องมันไปไหนแล้ววะ”

ขี้เสือกจริงๆไอห่านี่

“มันไปไหนไม่ได้หรอก ไม่นานเดี๋ยวมันก็กลับมาหากู”

ผมพูดอย่างอารมณ์ดี เมื่อคิดถึงแผนที่เตรียมไว้ ผมไม่ได้ปล่อยให้มันห่างตีนไปแบบนี้โดยไม่ทำอะไรเลยซักหน่อย ก็แค่รอเวลาที่เหมาะสม และเมื่อถึงวันนั้นเมื่อไหร่ มันนั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายกลับเข้ามาหาผมเอง

“หน้ามึงตอนนี้ดูเลวกว่าปกติเท่าตัวเลยหว่ะเพื่อน”

ไอก้าหนึ่งในก๊วนเพื่อนผมแซว ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป และก็ไม่ปฏิเสธด้วยที่มันว่าผมเลว สำหรับผมถ้าดีแล้วเสียสิ่งที่ต้องการไป ผมยอมเลวเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการยังจะดีเสียกว่า ดีไปก็เท่านั้น

“อย่าไปอะไรกับมันนักเลย กูว่ามึงหยุดก่อนที่อะไรๆจะแย่ลงกว่านี้เถอะ”

 ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ไอเขตพูดแบบนี้ออกมา หนำซ้ำมันยังทำหน้าจริงจังซะจนผมอดรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้ มันทำเหมือนจะปกป้องคนของผมและผมโคตรไม่ชอบเลย

“มึงจะพูดอะไร”

ผมถามกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะดีนัก ไอเขตหันมามองหน้าผมตรงๆแล้วพูดต่อ

“กูแค่เตือน ไม่อยากให้มึงทำอะไรแล้วต้องมานั่งเสียใจทีหลัง”

“ทำไมกูต้องเสียใจ มันไม่มีค่ามากพอให้กูรู้สึกเหี้ยอะไรด้วยทั้งนั้น แล้วมึงก็เลิกพูดเหมือนจะปกป้องมันอีกกูไม่ชอบ”

ไอเขตทำหน้าเหมือนจะพูดอะไรต่อแต่ผมไม่ฟังแม่งแล้ว ผมหันหลังกลับแล้วเดินออกมาทันที ขืนได้อยู่ฟังต่อคงได้ทะเลาะกัน




Rrrrrr Rrrrrr

เสียงโทรศัพท์ผมดังขึ้นระหว่างที่ผมกำลังจะเคลื่อนรถพ้นตึกเรียน หน้าจอโชว์ชื่อผู้โทรเข้าเป็นบุคคลที่ผมไม่อาจจะเมินเฉยได้จึงรีบกดรับ

“ครับแม่”

(ตาภีม อยู่ไหนลูกแม่กับป๊านัดทานข้าวกับครอบครัวป้าราตรีที่โรงแรมแกรีบมาเร็ว หนูเกดเขามาถึงตั้งนานแล้ว)

ผมกำลังจะอ้าปากปฏิเสธแต่ไม่ทันได้ค้านอะไรสายก็ถูกตัดไปซะก่อน แม่รีบชิ่งวางสายก่อนที่ผมจะบอกปัด ผมเลยจำเป็นต้องไปร่วมมื้อเย็นกับป้าราตรีด้วย ผมขับรถมาถึงโรงแรมในอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา เมื่อมาถึงผมก็กดลิฟต์ไปยังร้านอาหารที่นัดแนะกันทันที ผมเดินเข้ามาถึงห้องอาหารก็เห็นทุกคนมาพร้อมแล้ว ผมเลือกนั่งเกาอี้ตัวถัดไปจากเกดก่อนจะเอ่ยขอโทษที่ผมมาสาย

“ขอโทษด้วยนะครับที่มาสาย พอดีผมเลิกเรียนช้า”

“ไม่เป็นไรจ่ะ นั่งก่อนเถอะมาเหนื่อยๆเดี๋ยวป้าสั่งน้ำให้”

ระหว่างอาหารเย็นพวกผู้ใหญ่ก็เอาแต่คุยเรื่องของธุรกิจ ล่าสุดแม่ผมตัดสินใจร่วมลงทุนกับป้าราตรีเปิดโรงงานเกี่ยวกับเครื่องสำอางอีกหนึ่งสาขาที่จังหวัดเชียงใหม่ และก็ไม่วายจับคู่ให้ผมกับน้องเกดคบหาดูใจกันผมไม่ได้ค้านอะไรเพราะไม่อยากทำให้น้องเกดรู้สึกเสียหน้า สำหรับเกดผมวางเธอให้อยู่ในฐานะน้องสาว ผมไม่ได้ชอบเกดในแนวนั้นเลยซักนิด ผมว่าเกดก็น่าจะดูออกว่าผมไม่ได้คิดอะไรกับเธอ หลังจากอาหารเย็นจบลงต่างฝ่ายต่างก็เตรียมแยกย้ายกันกลับบ้าน 

“วันนี้ขอบคุณมากเลยนะคะทั้งคุณหญิงเบญ คุณชายชาย และก็น้องภีม ที่อุตส่าห์ให้เกียรติมาทานข้าวกับครอบครัวของราตรี” “ไม่เป็นไรคะ ทางนี้เองก็ยินดีเช่นกัน งั้นเรากลับกันเถอะ หนูเกดกลับมาจากเรียนเหนื่อยๆคงอยากพักแล้ว”

“ค่ะคุณป้า พี่ภีมเกดกลับก่อนนะคะ” 

“ครับเกดแล้วเจอกันครับ ส่วนแม่กับป๊ากลับไปก่อนเลยนะ เดี๋ยวภีมเคลียร์ค่าอาหารเสร็จแล้วจะตามไป” 

ผมบอกเมื่อเห็นแม่ที่กำลังจะเดินออกจากห้องหันกลับมามองที่ผมเหมือนถามกลายๆว่าไม่กลับหรอ เมื่อได้รับคำตอบจากผมแล้วแม่จึงเดินออกจากห้องไป




 Rrrrrr   Rrrrrrr  Rrrrrr




ระหว่างรอเก็บเงินเสียงโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นหูดังขึ้น ทำให้ผมต้องมองหาต้นเสียงของที่มา ก่อนจะเห็นโทรศัพท์เครื่องหรูนอนแผดเสียงร้องอยู่บนเกาอี้เบาะข้างตัวผม ซึ่งมันเป็นเกาอี้ตัวที่เกดนั่งเมื่อซักครู่ ผมจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับ เพราะคิดว่าเกดอาจจะเป็นคนโทรเข้าโทรศัพท์ตัวเองหลังรู้ว่ามันหายไปจากกระเป๋า

(เกดอยู่ไหน กลับบ้านแล้วหรอ)

ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไร ปลายสายก็ถามแทรกขึ้นมาก่อน แค่ได้ยินเสียงจากปลายสายผมถึงกับหลุดยิ้ม 

“เกดไม่ได้อยู่บ้าน แต่อยู่โรงแรมหว่ะ”

(ไอภีมมึง! มึงทำอะไรเพื่อนกู)

“มึงคิดว่าไงหล่ะ ปกติแล้วเวลาผู้ชายพาผู้หญิงเข้าโรงแรมมึงว่าเขาควรจะทำอะไรกัน”

(ไอสัสภีม อย่าแตะต้องเพื่อนกู)

“มึงไม่มีสิทธิ์สั่งกู! แต่…กูจะยอมฟังซักครั้งก็ได้ถ้ามึงมาถึงที่นี่ภายใน 5 นาที”

(โรงแรมอะไร)

ผมบอกชื่อโรงแรมเสร็จก็เป็นเวลาเดียวกับที่บริกรเดินเข้ามาเก็บเงิน จากนั้นผมก็ลงไปที่หน้าฟร้อนเปิดห้องเพื่อความสมจริง

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

  “ครับ ให้เขาขึ้นมาได้เลย” 

ผมได้รับสายจากทางหน้าฟร้อนว่ามีคนมารอพบอยู่หน้าเล้าจ์ผมเลยบอกให้แขกคนดังกล่าวขึ้นมาหาผมบนห้อง ห้านาทีหลังจากนั้น ประตูห้องผมก็ถูกกเคาะรัวๆ ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ไหมครับว่าใครมา 

“มึงมาสายไปครึ่งชั่วโมง” 

“เพื่อนกูอยู่ไหน!” 

ไอภูไม่ตอบพอผมเปิดประตูให้มันเข้ามาได้ มันก็เดินผ่านตัวผมเข้าไปข้างในกวาดสายตาทั่วห้องมองหาเพื่อนของมัน 

“อยู่ห้องข้างๆ” 

ผมแกล้งโกหก ไอภูมองผมด้วยสายตานิ่งๆของมันแต่ผมกลับเห็นความรู้สึกมากมายในนัยน์ตาคู่นั้น 

“มึงต้องการอะไรภีม มึงบอกมาว่ามึงต้องการเหี้ยอะไร!!กันแน่” 

“มึงอย่ามาขึ้นเสียงใส่กู!!อยากรู้นักใช่ไหมว่ากูอยากได้อะไรถ้าอยากรู้นักกูจะบอกให้กูอยากได้เพื่อนมึงไง ยิ่งมึงออกโรงปกป้องเพื่อนมึงเท่าไหร่กูก็ยิ่งอยากจะทำลาย!”

ผมพูดเสียงดังใส่หน้ามัน ไอภูยืนกำหมัดนิ่ง ก่อนที่มันจะตัดสินใจพูดอะไรบางอย่าง ที่ทำให้ผมโกรธจัด ตั้งแต่เกิดมาผมพึ่งจะเคยเจอคนโง่ที่สุดก็วันนี้ คนที่รักคนอื่นมากกว่าตัวเอง คนที่ยอมเก็บความทุกข์ไว้กับตัวเองเพื่อปกป้องคนอื่น ผมเกลียดคนแบบนี้ที่สุด และผมจะทำให้มันรู้ซึ้งถึงโทษของการเป็นคนดีของมัน



“ถ้ากูยอมมึง มึงจะปล่อยเพื่อนกูไปใช่ไหม”







                             ........................................................

  แล้วภูจะทำยังไงเนี่ย ภีมมันเล่นต้อนจนจนมุมขนาดนี้ รอติดตามตอนต่อไปนะคะ

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

เกียดคนเลวระยำแบบไอ้ภีม

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า   ท้ายที่สุดไอ้ภีมต้องได้รับผลกรรมจากความเลวระยำของมัน   สาธุ   :call:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด