┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.14]=[P.7]==[09/03/19]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.14]=[P.7]==[09/03/19]  (อ่าน 20292 ครั้ง)

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 954
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.1]==[03/10/18]
«ตอบ #30 เมื่อ05-10-2018 10:32:15 »

มุขน่ารักกกก

ออฟไลน์ golove2

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4627
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +276/-6
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.1]==[03/10/18]
«ตอบ #31 เมื่อ05-10-2018 12:57:34 »

ตามมาจากเรื่องของพี่จักรค่ะ

ออฟไลน์ labelle

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2782
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.1]==[03/10/18]
«ตอบ #32 เมื่อ06-10-2018 19:52:25 »

เจอกันแล้วว ดีต่อใจมากเลย
เอ็นดูประมุข ส่องแล้วส่องอีก

เกรย์จะหวานมากกว่านี้ได้อีก
แต่เป็นกับคนเดียวนะ

ออฟไลน์ onlyplease

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 393
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.1]==[03/10/18]
«ตอบ #33 เมื่อ06-10-2018 21:41:31 »

 :heaven :heaven :heaven :heaven :heaven :heaven :heaven

ออฟไลน์ Margarita

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 88
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.1]==[03/10/18]
«ตอบ #34 เมื่อ07-10-2018 11:30:03 »

 :pig4:

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1506
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-3
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.1]==[03/10/18]
«ตอบ #35 เมื่อ07-10-2018 19:07:13 »

น้องมุข ขี้อ้อน

ออฟไลน์ CHESS.

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 202
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +219/-1
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.1]==[03/10/18]
«ตอบ #36 เมื่อ11-10-2018 22:56:18 »

-2-


[อะ…อีมุข มึงมันคนเลว]

“แล้วมึงที่ลากกูไปเลี้ยงเหล้าชาวบ้านโดยไม่ปรึกษานี่ไม่เลวเลยเนอะ”

[ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง!] ปลายสายเหวี่ยงกลับมาจนหูคนฟังแทบดับ [เขามาแล้วก็เทกูเลยนะ!]

“ดี้…” ประมุขถอนหายใจ ยอมรับว่าลืมเพื่อนไปชั่วขณะจริงๆ แต่ก็เพราะรู้สึกตัวถึงได้รีบโทรมาบอกว่าคงไปร่วมงานเลี้ยงฉลองตอนกลางคืนด้วยไม่ได้ ไม่ใช่เพราะอยากเบี้ยวหรืออะไร แต่คนคนนั้นขอร้องเอาไว้ว่าอย่าเพิ่งออกไปไหนวันนี้ พอเห็นแววตาจริงจังที่น่าจะไม่ได้มีเพียงเหตุผลว่าอยากอยู่ด้วยอย่างเดียว ประมุขก็เผลอตอบตกลงไปอย่างง่ายดาย

ใช่ว่าเขาไม่รู้... ว่าหากก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตระหว่าง ‘คนธรรมดา’ กับ ‘คนไม่ธรรมดา’ ไป ถึงตอนนั้นจะไม่มีทางหันหลังกลับได้อีก เพราะงั้นที่เลือกมานั่งอยู่บนโซฟานุ่มๆ ในเพนท์เฮ้าส์สุดหรูแห่งนี้จึงเป็นความต้องการของตัวเองที่ไตร่ตรองมาแล้วอย่างรอบคอบ และต่อให้เป็นคนซื่อจนติดจะบื้อเพียงใด ก็ยังเข้าใจว่าหากต้องการยืนอยู่ใน ‘ตำแหน่งนี้’ การเชื่อฟังเกรย์คือสิ่งที่ดีที่สุด

“กูขอโทษนะ” เขาพูดด้วยความรู้สึกผิดจากใจจริง “ยอมรับแบบไม่อายเลยว่าลืมจริงๆ ว่ะ”

[โอย...] ดีดี้ถอนหายใจเสียงดัง อารมณ์ร้ายๆ ที่ใส่มาทางน้ำเสียงจนเต็มที่จางหายไปจนหมด [มาทำเสียงหงอยใส่แบบนี้แล้วใครจะเหวี่ยงมึงลง อีคนเลว]

ประมุขอมยิ้มเมื่อได้ยินเพื่อนพูดแบบนั้น อันที่จริงถ้ามองจากภายนอก ใครต่อใครคงบอกว่าดีดี้น่าจะเป็นคนเดียวที่กล้าขัดใจเจ้าชาย เป็นเพื่อนที่น่าจะคอยตบหัวสั่งสอนไม่ให้คนที่ถูกตามใจจนชินเหลิงเกินไปนัก ซึ่งมันก็ไม่ได้ผิดเท่าไหร่ แต่มีเรื่องหนึ่งที่ดีดี้คนสวยไม่ต่างจากคนอื่น นั่นก็คือเธอแพ้เสียงหงอยๆ และหน้าเศร้าๆ ของประมุขเอามากๆ ขอแค่สิ่งที่แสดงออกเป็นเรื่องจริง ไม่ได้เกิดจากการเสแสร้ง เธอก็จะกลายเป็นหนึ่งในคนที่ยินยอมเพื่อนได้ทุกอย่างในทันที

“เดี๋ยวกูออกเงิน...”

“คุยกับใครอยู่”

เสียงทุ้มต่ำเป็นภาษาอังกฤษที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้คนที่กำลังจะออกปากขอออกเงินเหมือนเดิมแม้จะไม่ได้ไปหยุดชะงัก ประมุขเอนหัวพิงพนักโซฟา แหงนคอมองคนที่ยืนก้มหน้ายิ้มให้เขาอยู่แล้วก็หลุดยิ้มตาม

“คุยกับดีดี้”

“เพื่อนสนิทของนายสินะ”

“ใช่ครับ” เขาพยักหน้าหงึกหงักตอบรับ ไม่ได้สงสัยเลยสักนิดว่าอีกฝ่ายรู้ได้ยังไง ในเมื่อไม่เคยหลุดพูดชื่อดีดี้ให้ฟังเลยสักครั้ง

“คุยต่อเถอะ” เกรย์ยกมือแตะแก้มใสแล้วลูบไปมาเบาๆ ด้วยความเอ็นดู ไม่ได้แปลกใจกับความซื่อบื้อและเอ๋อเหรอของลูกแกะเท่าไหร่ เพราะเขาคุ้นชินกับมันดีอยู่แล้วตั้งแต่เริ่มคุยกันทางจดหมาย ต่อให้ไม่เห็นหน้าก็ยังรับรู้ได้ถึงความใสซื่อที่ส่งผ่านมาทางตัวอักษร และมันก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่เขาชื่นชอบเอามากๆ

“คุณรอก่อนนะ” ลูกแกะตัวน้อยส่งเสียงออดอ้อน พอเห็นเขาพยักหน้าให้ก็ฉีกยิ้มกว้าง หันกลับไปขมวดคิ้วตั้งใจคุยกับเพื่อนเหมือนเดิม “ดีดี้ ยังอยู่หรือเปล่า”

เกรย์ก้าวเท้าเดินไปนั่งลงบนโซฟา สายตาจับจ้องใบหน้าด้านข้างของคนที่ยังงอแงกับเพื่อนไม่เลิกนิ่งงัน ถึงจะฟังรู้เรื่องไม่กี่คำเพราะลูกแกะพูดภาษาไทยไวมาก แต่ก็ยังจับใจความได้บ้าง เนื่องจากเรียนรู้เกี่ยวกับภาษานี้มามากพอควร เขาหันไปหยิบโทรศัพท์ราคาแพงขึ้นมากดโทรออก ไม่ต้องเสียเวลารอนานปลายสายก็กดรับอย่างรวดเร็ว

[ครับนาย]

“เพื่อนสนิทของลูกแกะจะไปร้านเหล้า รอจนพวกเขาดื่มเสร็จแล้วให้คนของเราจัดการค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ด้วย บอกไปว่าฉันเลี้ยงเอง”

[ได้ครับนาย]

เมื่อกดวางโทรศัพท์เรียบร้อย เกรย์ก็หันกลับไปมองคนที่ยังเถียงกับเพื่อนไม่หยุดแทน ท่าทางลูกแกะคงจะติดอยู่ในโลกส่วนตัวไปแล้ว เพราะขนาดเขาพูดให้ได้ยินอยู่ข้างๆ ยังทำเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักนิด

“มึงบอกคนอื่นอย่ากินเยอะเกินไปนะ กูจ่ายไม่ไหว”

ไม่ได้ยินจริงๆ ด้วย...

หากใครได้มาเห็นเกรย์ในเวลานี้คงพากันตะลึงตาค้าง เพราะคุณเกรย์ผู้น่ากลัวแม้จะยิ้มอยู่เสมอ ยามนี้ดูอ่อนโยนมากจนน่าตกใจ อีกทั้งรอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนริมฝีปากตลอดเวลายังดูจริงใจอย่างเห็นได้ชัด ต่อให้เป็นคนธรรมดาทั่วไปก็มองออกได้โดยง่าย

เขากวาดตามองรูปร่างที่ถือได้ว่าสูงพอควรสำหรับคนไทยของลูกแกะตัวน้อยตั้งแต่หัวจรดเท้า จ้องมองใบหน้าใสสะอาดน่ามองที่คงทำให้ใครๆ สนใจได้ไม่ยาก ก่อนจะหยุดอยู่ที่ดวงตาใสซื่อเหมือนลูกแกะตัวน้อยที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปแม้จะผ่านมานานกี่ปีแล้วก็ตาม

ดวงตาที่ทำให้ใครต่อใครรู้สึกเอ็นดู... ไม่เว้นแม้แต่คนที่ได้มองจากในรูปถ่ายเก่าๆ

และเป็นดวงตาที่ทำให้เขารู้สึกอยาก ‘ครอบครอง’ ตั้งแต่แรกเห็น

“เกรย์...” คนที่ถูกจับจ้องไม่วางตาโคลงหัวไปมา พอไม่ได้รับการตอบรับก็นึกห่วง เผลอยื่นมือออกไปแตะหน้าผากอีกคนโดยไม่รู้ตัว แต่กลับทำให้เจ้าของใบหน้าคมคายผงะค้าง รอยยิ้มที่มีคล้ายจะเลือนหาย ดวงตาฉายแววเย็นเยียบน่าหวาดกลัวเพียงชั่วครู่ มือที่วางทาบไว้เลยถอยห่างอัตโนมัติ ความกังวลเริ่มก่อเกิดในใจเพราะไม่รู้ว่าเผลอล้ำเส้นไปหรือเปล่า “คือผม...”

“ขอโทษด้วย” เกรย์เอ่ยเสียงนุ่ม คว้าจับมือที่ทำท่าจะถอยหนีไว้แล้วดึงมาแนบริมฝีปาก “ฉันไม่ชินก็เลยตกใจนิดหน่อย อย่ากลัวไปเลย”

สำหรับบุคคลที่ใครต่อใครต่างต้องก้มหัวให้ อย่าว่าแต่ใบหน้าเลย เพราะแม้แต่มือของเขาก็ยังไม่มีใครกล้าแตะ สัมผัสครั้งล่าสุดที่จำได้คือฝ่ามือของมารดาที่วางลงบนบ่าเมื่อครึ่งปีก่อน พอโดนวางมือทาบลงบนหน้าผากเลยเผลอตัวไปชั่วขณะ ถ้าลูกแกะกลัวขึ้นมาเขาคงต้องเสียใจทีหลังแน่ๆ

“ไม่เป็นไรครับ” แต่คนเอ๋อเหรอก็ยังเป็นคนเอ๋อเหรออยู่วันยันค่ำ นอกจากจะไม่รู้สึกอะไรแล้ว ยังกล้าบีบแก้มเขาแล้วฉีกยิ้มให้อีกต่างหาก “น่าแปลกนะ ก่อนหน้านี้ผมมีเรื่องอยากคุยกับคุณเยอะแยะเลย แต่พอได้เจอจริงๆ กลับพูดอะไรไม่ออกซะงั้น”

ประมุขรู้เพียงว่าเขามีความสุขมากจนหุบยิ้มแทบไม่ได้ โดนดีดี้หลอกด่าในโทรศัพท์มากเท่าไหร่ก็ไม่รู้สึกหัวร้อน ขนาดต้องเสียเงินทั้งที่ไม่ได้ไปด้วยยังรู้สึกเฉยๆ เพราะยังไงก็อยากใช้เวลาอยู่กับคนข้างกายมากกว่าอยู่แล้ว

“เราต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน ค่อยๆ คิดไปก็ได้” เกรย์ยกยิ้มมีความหมาย ดึงมือที่กอบกุมลงไปวางที่หน้าขาแล้วแตะสำรวจไปมาด้วยความสนใจ

“เริ่มจากบอกว่าเหตุผลของคุณคืออะไรก่อนเลยได้ไหม...”

“หืม”

ประมุขหลุดสีหน้าไม่มั่นใจเมื่อเห็นอีกคนเลิกคิ้วมอง แต่เพราะยังถูกลูบมือไปมาเหมือนอยากให้เขาผ่อนคลายอยู่ จึงสรุปเอาเองว่าคงไม่ถูกโกรธหากถามออกไปตามตรง

“ทำไมถึงไม่ยอมมาเจอกันสักที”

ช่วงแรกที่เพิ่งเริ่มรู้จักยังคิดว่าระยะห่างของสองประเทศมีมากเกินไป ไม่ใช่ว่าใครๆ จะบินข้ามประเทศไปหากันได้โดยง่าย แต่เมื่อใช้เวลาพูดคุยนานเข้าก็เริ่มเข้าใจ ว่าสำหรับคนคนนี้ขอเพียงเอ่ยปากก็คงมาหากันได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นที่ยังเว้นระยะห่าง รอเวลามาจนถึงตอนนี้ย่อมต้องเป็นเพราะการตัดสินใจของตัวเอง

ถึงจะสงสัยมาตลอด ทว่าเมื่อคนสำคัญบอกให้รอ เขาก็ยินยอมที่จะรอโดยไม่คิดถามขึ้นมาอีก

“เพราะพี่ชายของนาย” คำตอบเรียบๆ ชนิดไม่เล่นตัวเลยแม้แต่นิดเดียวเรียกความสนใจได้มากพอควร เกรย์รอกระทั่งลูกแกะเงยหน้ามองตาปริบๆ แล้วจึงพูดต่อ “ฉันให้สัญญาเอาไว้ว่าจะไม่แตะต้องลูกแกะก่อนเวลา เพราะแบบนั้นถึงได้อดทนมาโดยตลอด ถ้าคิงรู้ว่าฉันมาหาแล้ว เห็นทีคงโมโหจนลุกขึ้นเดินได้แน่”

คำพูดติดตลกไม่ได้ทำให้คนฟังขำเลยแม้แต่น้อย ประมุขหลุบตาลงต่ำ หัวใจเต้นกระหน่ำรัวแรงอย่างไร้เหตุผล เพียงแค่เอาคำพูดนั้นมาประกอบกับเหตุการณ์ทั้งหมดที่พบเจอก็ได้รับคำตอบแทบทุกอย่าง

“หมายความว่าที่ปฏิเสธเวลาผมชวน...”

“เพราะสัญญา” เกรย์พูดแทรกโดยไม่รอฟังจนจบประโยค “ทั้งหมดเป็นเพราะสัญญาที่ให้ไว้กับคิง ต่อให้ทำท่าทางเย็นชาใส่ หรือแสดงออกเหมือนลืมเรื่องราวของครอบครัวไปจนหมดแล้ว แต่พี่ชายคนนั้นรักและหวงน้องมากทีเดียว ได้ยินแบบนี้แล้วยังจะบอกว่าไม่เชื่ออีกไหม”

ประมุขส่ายหน้าทั้งรอยยิ้ม จำได้ว่าครั้งหนึ่งเขาเคยพิมพ์เล่าให้เกรย์ฟัง บอกว่าพี่ชายคนโตไม่สนใจ กลับมาอยู่ด้วยกันแต่เย็นชาเอามากๆ ถึงขั้นตัดพ้อว่าพี่อาจจะลืมเรื่องครอบครัวไปหมดแล้ว พออีกฝ่ายตอบกลับมาว่าพี่จักรรักและหวงน้องมาก เขาก็พูดกลับไปว่าไม่เชื่อแทบจะทันที แต่พอได้ฟังแบบนี้แล้วหัวใจก็พองโต... ทั้งดีใจที่พี่ชายรักและห่วง รวมถึงดีใจที่เหตุผลของเกรย์ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวแบบที่คิดไว้

สารพัดความคิดในแง่ลบที่เคยนึกไว้ในหัวจางหายไปเมื่อถูกไขข้อข้องใจ ถึงส่วนหนึ่งจะเป็นเพราะดีดี้เคยกรอกหูว่าให้เตรียมใจไว้บ้าง แต่โดยส่วนใหญ่แล้วก็เป็นเขาเองที่ชอบคิดว่าเกรย์อาจจะมีความลับ เคยคิดถึงขั้นว่าอีกฝ่ายอาจจะมีคนรักอยู่แล้วด้วยซ้ำ ที่พูดคุยด้วยนานๆ อาจเป็นเพราะทำแก้เบื่อก็ได้

โชคดีจริงๆ ที่ไม่ใช่...

“ยังมีอะไรจะถามอีกหรือเปล่า” คนที่เฝ้าสังเกตอาการของลูกแกะอยู่เงียบๆ เอ่ยถามขึ้นมาอีกรอบ

“ยังคิดไม่ออกเลย” ประมุขส่ายหน้า ตอนนี้ในหัวโล่งไปหมด ทั้งดีใจทั้งอะไรก็ไม่รู้ปนกัน ไม่อาจอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้

“งั้นไปอาบน้ำก่อนเถอะ ฉันวางชุดไว้ให้แล้ว”

ประมุขพยักหน้าอย่างว่าง่าย เคยชินกับการตอบรับที่ไม่ต้องถามคำถาม กระทั่งเรื่องที่น่าสงสัยอย่างเอาชุดจากไหนมาให้เขาก็ลืมถามไปเสียสนิท หากไม่เป็นเพราะเมื่อเดินเข้าห้องแล้วสะดุดตากับชุดนอนลายแกะสีขาวเข้าอย่างจังจนนึกสงสัยก็คงลืมไปทั้งแบบนั้น

หลังจากใช้เวลาอาบน้ำไม่นานนัก ผู้มาเยือนที่คิดช้าเป็นเต่าคลานก็สังเกตเห็นว่าข้าวของใหม่แกะกล่องทุกอย่างถูกจัดวางไว้เป็นคู่อย่างเข้าที่เข้าทางจนเกินไป เขาก้มลงมองชุดนอนของตัวเองเป็นลำดับแรก ตามด้วยเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำ มองแปรงสีฟันที่วางอยู่คู่กันสองอันจนแน่ใจว่าเป็นของใหม่แน่ๆ จากนั้นก็เดินไปเปิดประตูตู้เสื้อผ้า กะพริบตามองชุดที่มีสองขนาดอย่างเห็นได้ชัดโดยไม่พูดอะไร นอกจากนั้นยังมีของใหม่เอี่ยมในลิ้นชักอย่างพวกกางเกงชั้นในหรือบ๊อกเซอร์อีก

เกรย์เพิ่งมาถึงไทย ทั้งยังเป็นคนรวย จะซื้อของใหม่มาใช้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ที่แปลกก็คือทำไมถึงมีของเข้าคู่กันถูกจัดเตรียมไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าขนาดพอดีกับประมุขหรือแปรงสีฟันที่วางไว้ให้แล้ว...

“ทำอย่างกับจะให้มาอยู่ที่นี่...” ผู้มาเยือนพึมพำกับตัวเองยิ้มๆ คิดตามประสาคนเด๋อว่าคงไม่ใช่หรอก บางทีเกรย์อาจเตรียมเสื้อผ้าไว้เผื่อสำหรับแขกที่จะมาค้างก็ได้ แล้วบังเอิญมันดันพอดีตัวเขาก็เท่านั้น

เมื่อสรุปกับตัวเองเรียบร้อยแล้ว ประมุขก็ก้าวเท้าออกไปจากห้อง เดินลงจากบันไดชั้นสองของเพนท์เฮ้าส์ไปชั้นล่าง พยายามมองหาเงาร่างเจ้าของห้องแต่ก็ไม่พบ เมื่อมั่นใจว่าคงไม่ได้อยู่ในห้องจริงๆ เลยเดินไปเปิดประตูเพื่อโผล่หัวไปมองข้างนอกด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวเท้าออกไปก็ต้องชะงักค้าง เมื่อพบเข้ากับร่างของบอดี้การ์ดหลายคนยืนอยู่ด้านนอก

“เอ่อ...” คนทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนตัวแข็งเป็นหิน มองซ้ายมองขวาอย่างคนไม่รู้ว่าควรพูดหรือถามอะไร เพราะหน้าตาการ์ดแต่ละคนล้วนเรียบนิ่ง ไม่มีวอกแวกแม้จะเห็นเขาใส่ชุดลูกแกะออกมายืนอยู่ด้านนอก และในตอนนั้นเองที่ใครคนหนึ่งเดินมาจากอีกทาง ตรงเข้ามาพูดคุยกับเขาเป็นภาษาอังกฤษพร้อมรอยยิ้มจาง

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“ขอโทษด้วยครับ” ประมุขผงกหัวขอโทษอย่างมีมารยาท แอบลอบถอนหายใจโล่งอกเมื่อได้เจอคนที่ไม่ได้ทำตัวแข็งทื่อเสียที ถึงชายชาวต่าวชาติตัวสูงใหญ่ตรงหน้าจะใส่ชุดสูทเต็มยศ ดูแล้วน่าจะเป็นบอดี้การ์ดเหมือนกันก็ตาม “คือผมกำลังมองหาเกรย์...”

ชื่อที่ถูกเอ่ยออกมาห้วนๆ เรียกความสนใจได้มากเกินกว่าที่คาดไว้ เพราะแทบจะทันทีที่เขาเอ่ยจบ ทุกสายตาจากบรรดาลูกน้องของเกรย์คนที่ว่าก็เบนไปมองชาวไทยที่ดูตัวเล็กลงไปถนัดตาเมื่อเทียบกับชาวต่างชาติตัวหนาด้วยความประหลาดใจ คล้ายกำลังลังเลว่าจะยกปืนขึ้นมาเล็งหัวคนที่เรียกเจ้านายห้วนๆ ดีหรือเปล่าอย่างไรอย่างนั้น

“นายไม่ได้อยู่ในห้องเหรอครับ” ชายคนที่ยืนคุยกับประมุขยกมือขึ้นเล็กน้อยเป็นสัญญาณบอกให้ทุกคนหยุดความคิดแล้วถอนสายตากลับไป “ตั้งแต่กลับมาพร้อมคุณ นายยังไม่ได้ออกไปไหนเลยนะ”

“เหรอครับ...” ประมุขขมวดคิ้วมุ่น ไม่ได้รับรู้ถึงสถานการณ์ที่เกือบโดนเชือดทิ้งเลยแม้แต่น้อย “แต่ผมเดินหาทั่วห้องแล้วไม่เจอนี่นา”

“อยู่ที่ระเบียงหรือเปล่าครับ”

“เออใช่!” จะว่าไปแล้วเขายังไม่ได้เปิดม่านออกไปดูตรงระเบียงเลยนี่นา “ขอบคุณมากนะครับ เอ่อ...”

“เรียกว่าลูคัสก็ได้ครับ”

“งั้นก็ขอบคุณมากนะครับลูคัส ขอโทษที่รบกวนพี่ๆ ทุกคนด้วยนะ” คนอารมณ์ดีบอกเสียงใส ก้มหัวให้อย่างสุภาพทั้งที่ไม่จำเป็นแล้วก็รีบวิ่งกลับเข้าห้องไป...

ทิ้งให้ ‘ทีมเอ’ และ ‘หัวหน้าทีม’ อย่างลูคัสมองตามไปด้วยความสนใจ

พื้นที่ในเพนท์เฮ้าส์สุดหรูแห่งนี้แบ่งออกเป็นสองชั้น เน้นการตกแต่งที่หรูหราดูมีระดับ จัดสัดส่วนได้อย่างชัดเจน โดยบริเวณชั้นหนึ่งจะมีประตูเชื่อมกับระเบียงขนาดใหญ่ด้านนอก ซึ่งมีพื้นที่เพียงพอให้จัดปาร์ตี้ได้แบบสบายๆ มีทั้งส่วนของสระว่ายน้ำ จุดนั่งพัก แล้วก็สวนที่ถูกจัดไว้อย่างสวยงาม

ประมุขเปิดประตูออกไปมองรอบด้านครั้งแรกก็อดร้องโอ้โหออกมาไม่ได้ จำได้ว่าสมัยเด็กมากๆ ตอนที่ยังไม่ได้แยกกับพี่ชายคนโต พ่อของเขาก็พอจะมีฐานะอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่ได้มากมายขนาดนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงช่วงหลังๆ ที่ลำบากกันพอควร แม้แต่รถวีลแชร์แบบไฟฟ้าที่อยากซื้อให้พี่ชายยังไม่มีปัญญาซื้อ กว่าจะฟื้นฟูขึ้นมาได้บ้างก็ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เพราะงั้นจึงไม่แปลกเลยที่คนธรรมดาอย่างเขาจะตื่นตาตื่นใจยามได้เห็นสถานที่ที่หรูหราขนาดนี้

“จิม…”

เสียงพูดคุยภาษาฝรั่งเศสที่ประมุขฟังไม่ออกดังขึ้นจากบริเวณสวนเล็กๆ ทางด้านข้าง เขาก้าวเท้าเข้าไปหา พยายามไม่ส่งเสียงรบกวน แล้วก็พบว่าเกรย์กำลังยืนล้วงกระเป๋าคุยโทรศัพท์อยู่ไม่ไกล สายตาทอดมองออกไปยังพื้นที่ด้านนอกซึ่งเต็มไปด้วยตึกมากมายกับท้องฟ้ากว้างขวาง น่าเสียดายที่อีกฝ่ายหันหลัง เขาจึงไม่อาจเห็นสีหน้ายามพูดคุยกับคนอื่นได้

ไม่ได้รู้เลยว่ามันเย็นชาและน่ากลัวขนาดไหน...

“แล้วเรื่องแม่มดได้ความว่ายังไงบ้าง” เกรย์เอ่ยถามลูกน้องคนสนิทที่คอยจัดการงานอยู่อีกฝั่งด้วยน้ำเสียงเฉยชา ลืมระวังตัวจนไม่รู้ว่ามีใครคนหนึ่งยืนรออยู่ด้านหลัง

[เธอทำตามที่คุณคิงวางแผนไว้จริงๆ ครับ... เอาบ่อนใต้ดินมาเสนอเราตามคาด]

“หืม…” ใบหน้าราบเรียบดูอารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบท่ีต้องการ “เก็บหลักฐานไว้ ยังไม่ต้องทำอะไร”

[แล้วเรื่องบริษัททางฝั่งนั้น นายจะให้หยุดหรือว่า...]

“ทำต่อไป เอาให้มั่นใจว่ามันจะล้มละลายแน่ๆ ส่วน...”

ความเคลื่อนไหวที่ส่งผลให้เกิดเสียงดังเพียงเล็กน้อยยามคนแอบฟังเผลอเอนตัวไปพิงรั้วต้นไม้ทำให้คนที่ยืนอยู่รู้สึกตัว เกรย์หมุนตัวหันไปมองผู้มาเยือนด้วยแววตาเย็นเยียบ อาวุธที่พกติดกายอยู่ตลอดเวลาถูกดึงออกมาถือไว้ด้วยความรวดเร็ว โชคดีที่ได้เห็นใบหน้าตื่นๆ ที่มองกลับมาเสียก่อนจึงยั้งมือเอาไว้ทัน ไม่ได้เล็งอาวุธแสนอันตรายไปที่ศีรษะของคนสำคัญจนถูกหวาดกลัวไปมากกว่านี้

“ลูกแกะ” เขาเรียกเสียงอ่อน รีบบอกลาคนในโทรศัพท์เป็นภาษาฝรั่งเศสสั้นๆ แล้วกดวางสาย อาวุธที่ถืออยู่ข้างตัวถูกเก็บเอาไว้ที่เดิม ขณะที่ขาก้าวไวๆ เข้าไปหาคนที่ยังดูตกใจอยู่นิดหน่อย “ลูกแกะ...”

“คือผม...” ประมุขกลืนน้ำลาย ก่อนจะสะบัดหัวไปมาเพื่อเรียกสติ “ผมเห็นคุณคุยโทรศัพท์เลยยืนรออยู่ด้านหลัง... แต่ฟังไม่รู้เรื่องเลยจริงๆ นะ”

เกรย์จ้องมองคนสำคัญที่อยากจะเก็บไว้ข้างกายไม่ให้ใครได้พบเจอนิ่งงัน ทั้งที่คิดเอาไว้แล้วว่าจะไม่ทำให้ต้องหวาดกลัว อยากปกป้องดูแลให้ลูกแกะยังเป็นลูกแกะที่ใสซื่อต่อไป แต่สุดท้ายก็เผลอตัวทำให้หวาดกลัวตั้งแต่วันแรกไปเสียได้

ตัวเขาเองเคยชินกับการยืนอยู่ท่ามกลางบอดี้การ์ดมาตั้งแต่ยังเด็ก พื้นที่ส่วนตัวพื้นที่เดียวที่มีคือภายในห้องพักที่ถูกตรวจสอบไว้ล่วงหน้าอย่างเข้มงวด หากการที่ได้มีเวลาอยู่กับตัวเองไม่ได้หมายความว่าจะวางภาระบนบ่าหรือคลายความระวังตัวลงได้ ในทางตรงกันข้าม เขาต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น ต้องพกพาอาวุธที่จะช่วยรักษาชีวิตเอาไว้ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหนก็ตาม และความเคยชินที่อยู่คนเดียวมาโดยตลอดนั่นเองที่ทำให้ลืมเลือนไปว่ายามนี้ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังอีกแล้ว

จากนี้ไป... ที่ไหนที่มีเกรย์ก็ต้องมีลูกแกะของเขาอยู่ด้วย

“ฉันไม่ได้โกรธ” โชคดีเหลือเกินที่ลูกแกะไม่ได้หวาดกลัวมากเกินไปจนถอยห่าง หากมือที่ยื่นไปหาถูกปฏิเสธ เขาคงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร “ฉันทำให้กลัวหรือเปล่า”

คนฟังส่ายหน้าจนผมสะบัด รีบคว้าจับมือที่ยื่นมาหาแล้วยิ้มอ้อนโดยอัตโนมัติ เพราะไม่ว่าเหตุผลที่เกือบโดนเล็งปืนใส่จะเป็นอะไร เขาก็ไม่อยากให้เกรย์ทำหน้าเศร้าแบบนั้นอยู่ดี

“แค่ตกใจนิดหน่อย...” พูดแล้วก็ต้องเม้มปากเมื่ออีกคนยังคงไม่เปลี่ยนสีหน้า ประมุขลอบคิดหนัก ความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นจางหายไปจนหมด เหลือเพียงความเป็นห่วงเท่านั้น “นิดเดียวจริงๆ นะ”

ปลายนิ้วชี้กับนิ้วโป้งที่ชูขึ้นมาแตะให้ดูว่านิดเดียวขนาดไหนทำให้เกรย์เริ่มยิ้มออก เขารวบมือทั้งสองข้างของลูกแกะตัวน้อยมากุมไว้ ไล่บีบนวดนิ้วเรียวเบาๆ อย่างอ่อนโยน ส่งผ่านคำขอบคุณมากมายไปให้จากใจ อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเป็นคนอื่นจะยังยืนอยู่ตรงนี้ไหม แค่ได้พบกันวันแรกก็เกือบโดนชักปืนจ่อหัว ทั้งยังโดนมองด้วยแววตาน่ากลัวไปแล้ว

แต่ก็เพราะลูกแกะเป็นแบบนี้เขาถึงได้เสพติดจนถอนตัวไม่ขึ้น...

“เข้าไปข้างในกันเถอะ อากาศเย็น เดี๋ยวจะไม่สบายเอา” เกรย์โอบไหล่คนข้างกายให้เดินตามเข้าไปด้านใน พาให้ไปนั่งลงบนโซฟาตัวนุ่มที่เจ้าตัวบอกว่าชอบมากตั้งแต่ที่ได้เห็น แล้วก็นั่งบีบมืออีกคนต่ออย่างชอบใจ

“เสื้อผ้าในตู้คุณ... ซื้อไว้เผื่อแขกเหรอครับ” คำถามเด๋อด๋าที่พูดออกมาทำเอาบรรยากาศอึมครึมลอยหายไปจนหมด เกรย์เงยหน้ามองคนพูด จ้องใบหน้าที่เหมือนจะลืมทุกอย่างไปหมดแล้วก่อนจะเลิกคิ้ว สายตากวาดมองสำรวจชุดแกะสีขาวที่เข้ากันได้ดีกับคนใส่แล้วก็หัวเราะออกมา

“ฉันคงไม่เอาเสื้อผ้าลายแกะให้แขกใส่หรอก แล้วอีกอย่าง... ไม่มีใครมีสิทธิ์มานอนค้างที่นี่ทั้งนั้นนอกจากนาย”

“หมายความว่าทั้งหมดนั่นของผมเหรอ”

“ใช่” เขาพยักหน้ายืนยันคำพูด มือยื่นไปบีบแก้มขาวๆ ที่น่าฟัดสุดๆ อย่างอดใจไม่ไหว “ลูกแกะคงเดาได้อยู่แล้วว่าถ้าเราได้เจอกัน อะไรต่อมิอะไรจะยากขึ้นหลายอย่าง... จำคำถามที่ฉันเคยถามเอาไว้ ตอนที่นายบอกว่าอยากเจอได้หรือเปล่า”

“จำได้ครับ” ประมุขรีบพยักหน้า ถึงจะเอ๋อยังไงก็ไม่มีทางลืมเรื่องสำคัญแบบนั้นแน่นอน

ถ้าเราได้เจอกัน นายจะยอมทิ้งความเป็นส่วนตัวที่เคยมีมาทั้งชีวิตเพื่อฉันได้หรือเปล่า

ในเวลานั้นเขาตอบว่าได้อย่างไม่เสียเวลาคิด ชีวิตที่ต้องอยู่เพียงลำพัง ห่างไกลจากครอบครัว ได้คุยกับพี่ชายและพ่อบ้างบางโอกาส เกรย์คือหนึ่งในสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับเขา ไม่ว่าเวลาจะตรงกันหรือไม่ ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ ขอเพียงแค่ทักไปหา คนคนนั้นก็จะตอบกลับอย่างรวดเร็วเสมอ ความเป็นส่วนตัวนั่นหมายถึงอะไรเขาไม่เคยสน รู้เพียงว่าหากได้เจอกันแล้วจะยินยอมทุกอย่างโดยไม่มีข้อแม้ และจนถึงตอนนี้คำตอบก็ยังเป็นเหมือนเดิม

“ที่ฉันเตรียมทุกอย่างไว้ให้ ก็เพราะอยากให้มาอยู่ด้วยกัน” เกรย์พูดเสียงอ่อน ตามองท่าทีที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อยของคนข้างกายแล้วเริ่มพูดต่อ “อาจดูเหมือนเห็นแก่ตัวที่อยากให้ลูกแกะมาอยู่ข้างกายแล้วทิ้งชีวิตแบบเดิมๆ ไป แต่เชื่อเถอะว่าความปลอดภัยของนายคือเรื่องที่ฉันเป็นห่วงที่สุด”

“ผมรู้ดี” คนที่เริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้นคลี่ยิ้ม ไม่ได้นึกเสียใจเลยสักนิดที่ตัดสินใจเลือกทางนี้ “ผมบอกคุณแล้วว่าผมยอมทิ้งทุกอย่างได้ ยกเว้นครอบครัว ต่อให้ต้องมีพี่การ์ดเดินตามเป็นขบวนก็ไม่เป็นไร ใช่ว่าคุณอยากอยู่กับผมฝ่ายเดียวเสียเมื่อไหร่”

“…”

“พรุ่งนี้ผมจะกลับไปเก็บของที่หอ... แล้วเรามาอยู่ด้วยกันนะครับ”

“เด็กดี” รางวัลของคนทำดีก็คือคำชมและรอยยิ้มอ่อนโยนกับสัมผัสนุ่มนวลที่ฝ่ามือ แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้ผู้ได้รับยิ้มจนแก้มแทบแตก “ช่วงไหนที่ฉันต้องกลับฝรั่งเศสแล้วนายติดเรียนก็อยู่ที่นี่ได้เลย เข้าใจหรือเปล่า”

ประมุขพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย เดินตามแรงจูงเข้าไปในห้องนอน แล้วก็นั่งยิ้มอยู่บนเตียงระหว่างรอเกรย์เข้าไปอาบน้ำโดยไม่ขยับไปไหน กระทั่งอีกฝ่ายเดินโชว์เรือนร่างน่าอิจฉาออกมาแต่งตัวให้เห็นต่อหน้า เขาก็หลุดหัวเราะออกมาเต็มเสียง เพราะชุดที่เจ้าตัวใส่มันคือชุดนอนลายแกะในแบบเดียวกัน แตกต่างแค่เป็นสีดำเท่านั้นเอง

“คุณมีกี่ชุดเนี่ย”

“เยอะอยู่เหมือนกัน ต่างกันตรงสีกับหน้าแกะ”

พวกเขามองหน้ากันแล้วก็มองชุดบนตัวแต่ละฝ่ายสลับไปมาอยู่สามสี่รอบ ก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกันอีกที สำหรับคนอารมณ์ดีอย่างประมุขอาจไม่ใช่เรื่องยากที่จะหัวเราะออกมาจนเต็มเสียง แต่หากเปรียบเทียบกับความสุขที่ได้รับ นี่อาจเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกมีความสุขมากขนาดนี้ ส่วนเกรย์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง... เอาแค่รอยยิ้มจริงใจที่ไม่ใช่หน้ากากเหมือนตอนทำงานเขาก็ไม่เคยทำแล้ว นับประสาอะไรกับการหัวเราะกัน

ได้อยู่กับคนสำคัญเพียงวันเดียวก็มีความสุขขนาดนี้...

“แล้วใครจะปล่อยไปได้...”

“คุณพูดอะไรหรือเปล่า” ลูกแกะที่หัวเราะจนลืมฟังถามซ้ำ มือยกขึ้นทำท่าแคะขี้หูอย่างน่าเอ็นดูจนโดนบีบแก้มไปอีกทีด้วยความมันเขี้ยว

“ไม่มีอะไร”

“ว่าแต่นี่มันยังไม่ค่ำเลยไม่ใช่เหรอ ทำไมเราใส่ชุดนอนกันแล้วล่ะ”

“เพิ่งมาถามเอาตอนอาบน้ำเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้วเนี่ยนะ” เกรย์เลิกคิ้วถาม แล้วก็เปลี่ยนเป็นส่ายหน้าหน่ายยามเห็นลูกแกะยิ้มแห้งใส่ แสดงออกชัดเจนว่าเพิ่งรู้สึกตัวจริงๆ

จะทำให้หลงไปถึงไหนกัน...

“ลืมสงสัยไปเลย”

“โตมาโดยไม่โดนหลอกได้ยังไงเนี่ย” ขืนเขาได้อยู่ใกล้มาตั้งแต่ต้น ป่านนี้ลูกแกะตัวผอมคงเหลือแต่กระดูกไปนานแล้ว คงต้องขอบคุณพี่ชายคนรองแล้วก็เพื่อนสนิทที่ชื่อดีดี้ของเจ้าตัวที่คอยดูแลให้ ไม่อย่างนั้นลูกแกะของเขาคงโดนหมาป่าที่ไหนไม่รู้หลอกไปนานแล้ว

“ใครจะมาหลอก” ประมุขพูดเสียงอู้อี้เมื่อโดนบีบปาก ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะดึงมืออีกคนออกมาจับกุมไว้ได้ “แล้วสรุปว่ายังไงครับ หรือว่าคุณง่วงนอนแล้ว”

“เปล่า ปกติถ้าไม่ใช่เวลานอนฉันใส่แต่ชุดสูท จะบอกว่าไม่ค่อยมีชุดไปรเวทเหมือนคนอื่นเขาก็คงได้ ถ้าอยู่บ้านก็ใส่แต่ชุดนอนแบบนี้แหละ พอจะออกไปไหนค่อยเปลี่ยนเป็นชุดทำงาน” หรือหากให้พูดจริงๆ คงต้องบอกว่าเขาไม่ค่อยได้อยู่เฉยๆ ในบ้านอยู่แล้ว ปกติมีแต่ต้องออกไปไหนมาไหนตลอด เรื่องเที่ยวเลิกพูดถึงไปได้เลย แล้วจะมีเสื้อผ้าทั่วไปเอาไว้ใส่อยู่บ้านทำไมกัน “สงสัยจะชินไปหน่อยเลยคิดว่านายเป็นแบบเดียวกัน ไม่ได้เตรียมเสื้อผ้าธรรมดาไว้ให้เลย”

“ไม่เป็นไร ผมใส่เหมือนคุณก็ได้”

“หืม…”

“ใส่คู่กันแบบนี้ก็น่ารักดี...” ลูกแกะตอบแล้วก็หาวหวอดหน้าตาเฉย “ว่าแต่ชุดนอนของคุณทำให้ง่วงได้ด้วยเหรอ ตาจะปิดเฉยเลย”

เกรย์ไม่ได้ตอบคำถามนั้นเพราะคิดว่าคนพูดคงไม่ได้จริงจังเท่าไหร่ เขาเพียงผลักประมุขให้เอนกายลงนอน ดึงผ้าห่มมาคลุมให้ถึงอกแล้วก็นั่งพิงพนักเตียงคอยลูบหัวให้คนที่น่าจะตื่นแต่เช้าอย่างอ่อนโยน

“นอนเถอะ”

“ถ้าจะไปไหนปลุกผมด้วยนะ”

ไม่ได้บอกว่าห้ามไป... แต่ให้ปลุกเพราะจะได้ไปด้วย

บนโลกใบนี้คงไม่มีใครน่ารักมากเท่าลูกแกะของเขาอีกแล้ว



----------------------------





ออฟไลน์ PandP

  • Déjame vivir esa fantasía.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1162
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +134/-0
    • http://www.facebook.com/iAMpingPINGping
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.2]==[11/10/18]
«ตอบ #37 เมื่อ11-10-2018 23:42:58 »

ลูกแกะน้อยเดินเข้ากรงทองแล้วววว รอตอนต่อไปนะคะ

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5150
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.2]==[11/10/18]
«ตอบ #38 เมื่อ12-10-2018 00:58:13 »

ต่อไปจะเรียก "ประมุข" ว่า "แกะมุข"  :laugh:

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 954
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.2]==[11/10/18]
«ตอบ #39 เมื่อ12-10-2018 01:04:19 »

คงต้องปรับตัวกันอีกเยอะเลย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.2]==[11/10/18]
« ตอบ #39 เมื่อ: 12-10-2018 01:04:19 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Al2iskiren

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1944
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-3
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.2]==[11/10/18]
«ตอบ #40 เมื่อ12-10-2018 01:37:24 »

ชุดนอนแกะคู่ มันมุ้งมิ้งมากค่ะ  :-[

ออฟไลน์ ดาวลูกไก่

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 226
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.2]==[11/10/18]
«ตอบ #41 เมื่อ12-10-2018 02:13:01 »

รอเรื่องนี้มานานมากกกก เจอคุณเกรย์จากเรื่องพี่จักรแล้วชอบ ชอบประมุขด้วย เป็นคู่ที่เหมาะสมกันมากเลยย จะติดตามทุกคู่เลยค่ะ  :mew1:

ออฟไลน์ kanyakorn24

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 22
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.2]==[11/10/18]
«ตอบ #42 เมื่อ12-10-2018 03:18:21 »

มดขึ้นจอหมดล่าววววว :katai2-1:

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +65/-5
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.2]==[11/10/18]
«ตอบ #43 เมื่อ12-10-2018 10:07:41 »

ชุดนอนแกะคู่เนี่ยนะ จะหวานไปไหนกันค่ะ

ออฟไลน์ Margarita

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 88
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.2]==[11/10/18]
«ตอบ #44 เมื่อ13-10-2018 09:26:58 »

 :pig4:

ออฟไลน์ toomild

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 162
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.2]==[11/10/18]
«ตอบ #45 เมื่อ13-10-2018 12:35:43 »

ลูกแกะน่ารักมากกกก เอ็นดูน้อง :-[

ออฟไลน์ labelle

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2782
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.2]==[11/10/18]
«ตอบ #46 เมื่อ13-10-2018 18:47:18 »

ผู้ชายร้ายๆ พอทำอะไรให้คนที่รักแล้วมันดีเนาะ
น่ารักไปเลยค่ะ อบอุ่นขึ้นมาทันที
ใครมาเจอเกรย์ตอนนี้ อาจเป็นบ้าได้นะ

ประมุขก็ไม่ได้ซื่อขนาดนั้น แต่เป็นคนคิดไปข้างหน้าเรื่อยๆ
เค้าพูด เค้าทำอะไร ไม่ทันได้คิดหรอก แต่อีกไม่นาน
ลูกแกะคงเป็นลูกเสือ เรียนรู้ไวเหลือเกิน

น่ารักดีค่ะ อยากใช้เวลาด้วยกัน เพราะพึ่งได้เจอกันเอง
แล้วดูนะ ตอนอยู่ด้วยกัน ไม่มีเขินกันเลย สมแล้วที่คุยกันมานาน

ออฟไลน์ Chucream.nabi

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 229
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.2]==[11/10/18]
«ตอบ #47 เมื่อ13-10-2018 21:16:26 »

 :impress2: ก็ถ้าจะน่ารักขนาดนี้นะ ชุดคู่ไปอี๊กกก

ออฟไลน์ killua1a

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.2]==[11/10/18]
«ตอบ #48 เมื่อ13-10-2018 21:28:46 »

 :L2:

ออฟไลน์ CHESS.

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 202
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +219/-1
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.2]==[11/10/18]
«ตอบ #49 เมื่อ23-10-2018 20:35:46 »

-3-


“นายออกไปทำงานครับ เดี๋ยวผมจะพาคุณไปเอาของที่หอพักเอง”

“มาไทยก็ต้องทำงานด้วยเหรอ” ประมุขกะพริบตาปริบๆ ถามคุณบอดี้การ์ดด้วยความงุนงง ตอนที่ตื่นเช้ามาแล้วไม่เห็นคนข้างกาย เขาก็คิดว่าอยู่แล้วว่าเกรย์คงออกไปข้างนอก โน้ตที่วางไว้บนโต๊ะก็บอกแค่ว่าเดี๋ยวจะกลับมากินข้าวกลางวันด้วย แต่บอกว่าไปทำงานก็ออกจะเกินไปหน่อย

เพิ่งมาถึงเมื่อวานแท้ๆ... น่าจะพักสักหน่อยนะ

“ไม่ว่าไปที่ไหนนายก็ต้องทำงานครับ”

“ผมเข้าใจ... แต่คงเหนื่อยน่าดูเลย” เขาว่าแล้วเงยหน้ามองพี่การ์ดคนเดิมที่เมื่อวานเอาแต่ยืนนิ่งไม่ยอมคุยด้วย “พี่ๆ ก็คงเหนื่อยเหมือนกันใช่ไหมล่ะ”

“…”

“ว่าแต่คุยกับผมได้แล้วเหรอ เมื่อวานยังเงียบใส่อยู่เลย”

“คุยได้ครับ” รองหัวหน้าทีมเอตอบรับสั้นๆ โดยไม่อธิบาย จะให้บอกตามตรงว่าเป็นคำสั่งของนายที่ไม่อยากให้คนของตัวเองเหงาก็คงไม่เหมาะนัก ปกติพวกเขาทำแต่งานเบื้องหลัง ไม่เคยต้องออกไปไหนมาไหนหรือพูดคุยกับใครคนอื่นนอกจากนาย พอได้ยินคำสั่งก็สร้างความประหลาดใจให้ไม่น้อยเหมือนกัน

“พวกคุณชื่ออะไรกันบ้างเหรอ” คนอัธยาศัยดีชวนคุยทั้งที่ยังยืนอยู่ในท่ายื่นหัวออกมาจากหลังประตูเหมือนเดิม

“เรียกผมว่าวิกเตอร์” รองหัวหน้าทีมที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดตอบเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปออกคำสั่งกับคนอื่นๆ ต่ออีกทอด “แนะนำตัว!”

“อเล็กซ์ครับ!”

“มาร์ตินครับ!”

ประมุขกวาดตามองทุกคนที่แนะนำตัวแล้วพยายามจดจำชื่อให้ได้มากที่สุด ใบหน้าสะอาดสะอ้านดูเคร่งเครียดจนดูน่าขำ หากเป็นคนทั่วไป ไม่ใช่ทีมบอดี้การ์ดที่ถูกฝึกมาเป็นอย่างดีคงหลุดหัวเราะออกมาแล้ว

“ผมจะพยายามจำชื่อให้ได้นะ... เดี๋ยวไปหยิบของแล้วจะรีบออกมานะครับ” เขาหันไปผงกหัวให้วิกเตอร์ที่พยักหน้ารับหนึ่งครั้งแล้วรีบมุดกลับเข้าไปในห้อง ตรงไปคว้าข้าวของจำเป็นมาถือไว้ เตรียมออกไปเก็บข้าวของที่หอตามคำบอก ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวไปไหนโทรศัพท์ก็สั่นครืดติดต่อกันหลายทีจนต้องก้มลงมอง

ครืด ครืด

ขนาดเขาหยิบขึ้นมาถือไว้ในมือแล้วยังสั่นต่อไม่หยุดอีก

DD: อีมุข

DD: นี่มึงเจอผัววันแรกก็ใช้อำนาจของเขาแล้วเหรอ

DD: อะไรคือการให้ลูกน้องมาจ่ายค่าเหล้าให้เน่ีย

DD: พวกกูตกใจหมดเลยรู้ไหม

DD: ว่าจะทักมาตั้งแต่เมื่อคืนแต่เมาหนักไปหน่อย

DD: กูเพิ่งฟื้น เดี๋ยวไปหาที่หอ

GP.MUK: เดี๋ยว...

GP.MUK: มึงจะมาตอนไหน เมื่อคืนกูค้างที่ห้องเขา นี่กำลังจะกลับไปเอาของแล้วคงมาอยู่ที่นี่เลย

DD: แรด!!

ประมุขหัวเราะเมื่อเห็นคำด่าของเพื่อน ไม่นึกโกรธเคืองหรือเถียงอะไรเลยสักนิดเพราะรู้นิสัยดีดี้ดีอยู่แล้ว ถึงจะพูดแบบไหนออกมาแต่มันก็เป็นคนที่เข้าใจเขาดีที่สุด แถมยังคอยช่วยเหลืออยู่เสมอ ต่อให้ด่าออกมาแบบจริงจังก็คงต้องน้อมรับไว้

GP.MUK: กูรู้ว่ามึงเข้าใจ

DD: เออ เข้าใจย่ะ งั้นเอาไว้เจอกันวันจันทร์เลยแล้วกัน กูยังไม่ว่างไปตอนนี้ คงไม่ทันมึงละ

GP.MUK: อือ เจอกัน

ในช่วงเวลาแย่ๆ ที่คิดน้อยใจขึ้นมาหลายรอบเพราะไม่ได้เจอกันสักที คงจะมีแค่เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่คอยรับฟังปัญหาของเขาอยู่เสมอ เพราะงั้นจึงไม่แปลกที่ประมุขจะเล่าทุกอย่างให้มันฟัง อาจไม่ได้ลงลึกอะไรมากหากเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เนื่องจากตัวเองก็ไม่ได้รู้อยู่แล้วว่าเกรย์ทำอะไร ยิ่งใหญ่ขั้นไหน อาศัยคาดเดาเอาจากคำพูดโดยมีดีดี้ช่วยเดาอีกคน สิ่งที่เขากับมันรู้เลยมีเทียบเท่ากัน

และแน่นอนว่าดีดี้เองก็รู้... ว่าถ้าประมุขเลือกที่จะเจอเกรย์ เขาจะไปไหนมาไหนเพียงลำพังไม่ได้อีก

ชีวิตที่ติดอยู่กับอันตรายที่ไม่รู้ว่าคืออะไรต้องน่ากลัวอยู่แล้ว แต่ก็เป็นเขาเองที่เลือกจะมายืนอยู่ตรงนี้ เพื่อนที่เคารพการตัดสินใจของเพื่อนแม้จะด่าว่าโง่อยู่หลายหนจึงยินยอมให้ทำตามใจ

“ไปกันเถอะ” ประมุขโผล่หน้าออกไปหาบรรดาบอดี้การ์ดที่ยืนรออยู่พร้อมรอยยิ้ม เขาเดินตามหลังวิกเตอร์ไปขึ้นลิฟต์ มองสำรวจแล้วก็พบว่ามีการ์ดเดินตามมาอีกสามคน ส่วนที่เหลือยังยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องเหมือนเดิม ทุกคนยังคงมีใบหน้าไร้อารมณ์ แม้แต่วิกเตอร์ที่พูดด้วยมากที่สุดก็ไม่ได้ยิ้มแย้มเหมือนลูคัส ราวกับที่ยอมพูดด้วยเป็นเพราะได้รับคำสั่งจากเจ้านายเท่านั้น

รถที่จอดรอเขาอยู่เป็นรถตู้หรูหราคันหนึ่ง มีคนนั่งอยู่ในนั้นแล้วหนึ่งคน ซึ่งน่าจะเป็นบอดี้การ์ดเช่นเดียวกันเพราะแต่งตัวเหมือนกันไปหมด ประมุขมองไปด้านหลังก็พบว่ามีรถเล็กอีกคันขับตามมาด้วย มาถึงตอนนี้เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองกับเกรย์ ใครที่มีคนตามเยอะกว่ากันแน่

“จริงๆ หอผมก็ไม่ได้อยู่ไกลเท่าไหร่ ต้องไปกันเยอะขนาดนี้เลยเหรอ”

“คุณควรทำตัวให้ชินตั้งแต่ตอนนี้” วิกเตอร์หันมาตอบเสียงเรียบ “ต่อให้เดินไปร้านสะดวกซื้อที่อยู่ใต้คอนโดก็ต้องมีคนตามติดตลอดเวลา นั่นคือสิ่งที่นายเจอมาตั้งแต่ยังเด็ก”

“แสดงว่าปกติเกรย์มีคนตามเยอะกว่านี้อีกใช่ไหมครับ” เขาถามต่อด้วยความสนใจ พอเห็นวิกเตอร์พูดถึงเรื่องคนสำคัญขึ้นมาแล้วก็อดสงสัยต่อไม่ได้ “แล้วนี่ที่เขาไปทำงานมีคนดูแลหรือเปล่า มาอยู่กับผมเยอะเลย”

“วันนี้นายแบ่งคนไว้ดูแลคุณสามจากสี่ส่วน”

“ทำไมล่ะ” ประมุขเริ่มเครียดเมื่อได้ยินว่าเกรย์เอาคนไปด้วยแค่ส่วนเดียว คนคนนั้นมีความสำคัญและยังน่าเป็นห่วงมากกว่าด้วย ถ้าไม่นับเรื่องออกมาเก็บของที่หอ เขาแทบจะอยู่ในห้องเฉยๆ ไม่ได้ไปไหนเลยด้วยซ้ำ

“เพราะคุณสำคัญ” คำตอบตรงๆ ที่ได้รับทำเอาคนฟังชะงักกึก เผลอหลุบตาลงต่ำอย่างทำอะไรไม่ถูก แอบรู้สึกเศร้าอยู่ลึกๆ เมื่อเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง

“การที่ผมกับเกรย์ได้เจอกันทำให้พวกคุณลำบากหรือเปล่าครับ”

วิกเตอร์เหลือบมองคนถามด้วยความประหลาดใจ แล้วก็ได้สบเข้ากับดวงตาใสซื่อที่นายเคยพูดอยู่บ่อยๆ ว่าเหมือนลูกแกะเข้าอย่างจัง เขาถอนหายใจ ถามกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อยคล้ายผู้ใหญ่ที่ต้องการตักเตือนเด็ก

“ถ้าบอกว่าใช่ คุณจะไปจากนายหรือเปล่า”

“ไม่มีทาง”

“งั้นก็ไม่ต้องสนใจ...” เขาคิดจะพูดแค่นั้นแล้วไม่สนใจอะไรอีก แต่เมื่อเห็นใบหน้าหมองๆ เหมือนลูกแกะหงอยนั่นเข้าก็ยอมแพ้ “งานของพวกผมคือการปกป้องและทำตามคำสั่งของนาย ในเมื่อนายต้องการให้พวกเราปกป้องคุณ มันก็ถือเป็นคำสั่งที่ต้องปฏิบัติ แม้จะอยากหรือไม่อยากก็ตาม”

“…”

“แต่ถ้าให้พูดในฐานะคนที่รู้จักกันมานาน... ถ้าการมีอยู่ของคุณทำให้นายมีที่พักพิง พวกเราก็ยินดีจะเหนื่อยเพื่อการนั้น”

“ขอบคุณนะครับ” ประมุขเริ่มยิ้มออกเมื่อได้ฟังถ้อยคำที่ดูเหมือนจะปลอบประโลมกันอยู่หน่อยๆ

“ไม่ต้องขอบคุณหรอก เพราะคนที่ต้องเหนื่อยที่สุดก็คือคุณกับนายนั่นแหละ” วิกเตอร์พูดเพียงเท่านั้น แล้วก็เบนหน้าหันออกไปมองหน้าต่างเป็นการจบบทสนทนา

ดูเหมือนเขาจะดูถูกความสัมพันธ์ระหว่างนายกับเด็กคนนี้มากเกินไปหน่อย ตอนที่จิมเล่าให้ฟังว่านายให้ความสำคัญกับคนคนนี้มากขนาดไหน เขายังแอบหัวเราะในใจอยู่เลย ถึงภายนอกเจ้านายของเขาจะดูสมบูรณ์แบบ มีรูปลักษณ์และฐานะแบบที่ใครๆ ต่างก็อยากเข้าหา แต่หากได้รู้จักหรือมองดูดีๆ ก็จะพบว่าชีวิตที่ต้องแขวนอยู่บนเส้นด้ายตลอดเวลาไม่ใช่เรื่องน่าสนุก คงไม่มีใครยอมก้าวเดินออกจากพื้นที่ที่ปลอดภัยเพื่อมายืนอยู่ข้างคนที่ต้องเสี่ยงตลอดเวลาแน่

ครั้งแรกที่ได้เจอเขาจึงคิดว่าเด็กนี่อาจจะยังไม่รู้เรื่องรู้ราว แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่... ต่อให้ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์ร้ายแรงด้วยตัวเอง แต่ก็ดูเหมือนจะรู้มากพอควร ทั้งยังพูดด้วยความมั่นใจว่ายังไงก็จะยืนอยู่ข้างนายอีกต่างหาก

เอาเถอะ... ของแบบนั้นไม่อาจพิสูจน์ได้ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำหรอก

แล้วอีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กัน คนระดับนายที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อสิ่งที่ต้องการและรังเกียจคนอ่อนแอเป็นที่สุด กลับเรียกทีมเอที่มีไว้เพื่อทำภารกิจลับมาดูแลเด็กคนหนึ่ง ทั้งยังให้มาอยู่ด้วยกันเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยตลอดเวลา ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไม่ใช่ระดับความสำคัญที่จัดอยู่ในหมวดหมู่ของเบี้ยบนกระดาน

เด็กอารมณ์ดีที่นั่งอยู่ข้างเขาคือคนสำคัญของนาย...

“จอดตรงนี้เลยครับ ถึงแล้ว” เสียงพูดอย่างสดใสดังขึ้นเมื่อรถหรูตรงเข้าไปในเขตหอพักขนาดกลาง ประมุขเดินลงจากรถเมื่อคนที่นั่งอยู่ติดประตูนำลงไปก่อนและมองสำรวจรอบด้านเรียบร้อยแล้ว เขาอยากจะบอกว่าไม่ต้องเครียดขนาดนั้นก็พูดไม่ออก เพราะรู้ว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของงาน รวมถึงเข้าใจด้วยว่าความประมาทอาจทำให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายได้มากมาย

“พวกเราจะขึ้นไปช่วยคุณขนของ” วิกเตอร์บอกแล้วหันไปเรียกการ์ดอีกสามคนให้เดินตามมาด้วย

“โอเค เดี๋ยวขนเสร็จแล้วผมค่อยไปคุยกับเจ้าของหอ”

ห้องพักของประมุขเป็นห้องขนาดกลางที่ไม่ได้มีข้าวของอะไรมากมาย ปกติเขาเป็นเด็กกิจกรรมอยู่แล้ว กว่าจะกลับหอก็ทำนั่นทำนี่จนเย็น อาบน้ำกินข้าวเสร็จก็หลับสนิทจนเช้า ของที่ขนมาจากที่บ้านจึงไม่มีอะไรมากไปกว่าเสื้อผ้าและโน้ตบุ๊กอีกหนึ่งเครื่อง ขนลงไปพร้อมกันห้าคนก็หมดในรอบเดียว

เขาเข้าไปคุยกับคุณป้าเจ้าของหอเรื่องการคืนห้องพัก โดยพยายามไม่สนใจแววตาหวาดกลัวของท่านยามมองไปยังฝรั่งร่างโตที่ยืนอยู่ด้านหลัง ถึงจะแอบเสียใจบ้างที่ป้าไม่ถามอะไรเลยสักอย่าง ทั้งที่เอาขนมมาให้ก็ออกจะบ่อย แต่ประมุขก็พอเข้าใจว่าท่านคงอยากให้คุณการ์ดทั้งหลายรีบออกไปไวๆ ก่อนจะเป็นลม

ครืด ครืด

เมื่อขนของขึ้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว โทรศัพท์ในกระเป๋าก็สั่นแบบพอดิบพอดี ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอหลังจากเพิ่งเมมไว้เมื่อวานทำเอาอารมณ์นอยๆ ที่ป้าเจ้าของหอไม่สนใจจางหายไปจนหมด

“เกรย์!”

[หืม… เรียกซะดังเชียว] ปลายสายหัวเราะเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงตะโกนเรียก ในขณะที่ประมุขยิ้มแห้ง ยกมือเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะเดินขึ้นรถ เมื่อกี้เผลอดีใจจนลืมควบคุมตัวเอง จะบอกว่าเขาตื่นเต้นเพราะเพิ่งได้คุยกับเกรย์ทางโทรศัพท์ก็ไม่ผิดนัก ถามว่าต่างจากตอนโทรหาทางไลน์ยังไงก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน รู้เพียงว่าเมื่อวานกว่าจะกล้าขอเบอร์ก็ใช้เวลาอยู่นาน

“ขอโทษครับ ผมลืมตัว แล้วนี่คุณทำงานเสร็จแล้วเหรอ”

[จะว่าเสร็จแล้วก็ได้... เราไปกินข้าวกันก่อนกลับห้องดีไหม]

“ได้เหรอ” พอโดนพาเปลี่ยนเรื่อง ลูกแกะคนซื่อก็ยอมตามน้ำไปง่ายๆ โดยไม่คิดอะไร ไม่ได้รู้เลยสักนิดว่าเสร็จของเกรย์คือเสร็จอยู่ฝ่ายเดียว เพราะเขาปฏิเสธการพูดคุยที่ยืดเยื้อจนน่ารำคาญไปแล้ว นับจากวิกเตอร์ส่งข้อความรายงานว่าลูกแกะแอบลูบท้องหิวข้าว

ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าอยากรอกินพร้อมกัน แต่เพราะไม่อยากเอาแต่ใจถึงได้อดทนไม่ยอมบอกใคร

[ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ลูกแกะอยากกินร้านไหนบอกวิกเตอร์ได้เลย เดี๋ยวฉันตามไป]

“ผมจะรอนะ” ประมุขวางสายอย่างอารมณ์ดี ในหัวเริ่มนึกภาพร้านอาหารอร่อยๆ ที่เคยไปกินกับเพื่อนแล้วจดไว้ในใจว่าอยากพาเกรย์ไปกินด้วย หลังจากนั่งเอ๋อลังเลอยู่นานโดยไม่รู้ว่ารถจอดนิ่งรอรับคำสั่งอยู่ ในที่สุดเขาก็เลือกจุดหมายปลายทางได้ “ไปร้านข้าวมันไก่ที่xxxแล้วกัน เดี๋ยวผมบอกทางเอง”

อันที่จริงแค่เห็นฝรั่งขับรถในกรุงเทพฯ ได้ก็น่าแปลกใจพอแล้ว นี่ขืนพูดไปคุณคนขับไปถูกได้ด้วยตัวเองคงต้องมีการลุกขึ้นปรบมือให้อีกที ประมุขยื่นหน้าไปมองทิศทางแล้วเกาะเบาะพูดคุยกับคนขับรถอย่างเป็นกันเอง เดี๋ยวบอกทางเดี๋ยวชวนคุยนั่นนี่จนบอดี้การ์ดผู้พูดไม่เก่งไปแทบไม่ถูก ขนาดเงียบเพราะไม่รู้จะตอบอะไร คนอัธยาศัยดีก็ยังหาเรื่องมาพูดคุยได้เรื่อยๆ

“คุณขับรถเก่งมากเลยนะเนี่ย ตอนผมกลับมาอยู่ไทย กว่าจะชินกับถนนหนทางยังใช้เวลาตั้งนาน”

“อ่า...ครับ”

“ว่าแต่ทุกคนพูดภาษาอังกฤษได้หมดเลยเหรอ ผมคิดว่าจะพูดได้แค่บางคนซะอีก”

“ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลที่ทุกคนในทีมต้องพูดให้ได้ครับ”

“ผมก็อยากพูดภาษาฝรั่งเศสได้บ้างจัง”

“คุณลอง...”

วิกเตอร์เบนสายตาไปมองใบหน้าด้านข้างของคนช่างพูดก่อนจะยกยิ้มมุมปาก ดูเหมือนคนคนนี้จะเก่งกว่าที่คาด เพราะใช้เวลาแค่ครู่เดียวก็ตีสนิทกับคนที่พูดน้อยที่สุดในทีมได้แล้ว ซึ่งเหตุผลที่ทำแบบนั้นได้ง่ายๆ คงเป็นเพราะใบหน้า แววตา กับการพูดจาที่ดูใสซื่อไร้สิ่งใดเจือปน เห็นแล้วก็เริ่มเข้าใจขึ้นมานิดหน่อยว่าทำไมนายถึงได้หวงมากขนาดนี้

ร้านข้าวมันไก่ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของประมุขตั้งอยู่ริมถนนกว้างแห่งหนึ่งที่ไม่ค่อยมีผู้คนสัญจรไปมามากนัก และเนื่องจากวันนี้เป็นวันธรรมดา ร้านที่เพิ่งเปิดเลยยังไม่มีคน ค่อนข้างเงียบและเป็นส่วนตัวมากพอควร ประมุขยิ้มแห้งให้แม่ค้าที่เกือบทำมีดหลุดจากมือตอนเห็นชายในชุดดำเดินลุยเข้ามาพร้อมกันหลายชีวิต เขาตรงไปนั่งที่โต๊ะตรงกลางเพียงลำพัง เนื่องจากการ์ดคนอื่นไม่ยอมนั่งลงด้วยกัน ทั้งยังแบ่งคนให้มาเฝ้าข้างโต๊ะและเฝ้านอกร้านกระจัดกระจายไปทั่ว

เด่นกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว...

“ทีหลังสั่งให้ไปส่งเอาดีกว่า...” ตอนนี้ประมุขเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนคุยกันทางโทรศัพท์ เกรย์ถึงบอกว่าถ้าไม่ได้กินข้าวระหว่างคุยงาน ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ไปกินที่ร้านเท่าไหร่

“นายบอกให้คุณทานก่อนได้เลยครับ อีกสิบนาทีน่าจะถึง” วิกเตอร์ที่ยืนสังเกตการกระทำของนายคนใหม่อยู่ตลอดบอกเสียงเรียบเมื่อเห็นอีกฝ่ายลูบท้องเป็นรอบที่สาม

“ไม่เป็นไร” คนที่หิวจนเริ่มแสบท้องส่ายหน้า ยังคงยืนยันตามความตั้งใจเดิมไม่เปลี่ยนแปลง “ผมรอดีกว่า”

ไม่มีประโยคสนทนาใดๆ ดังขึ้นหลังจากนั้น ประมุขตั้งหน้าตั้งตาจ้องมองออกไปนอกร้าน รอคอยคนที่กำลังเดินทางอย่างตั้งใจ ผ่านไปแค่ประมาณห้านาทีรถหรูคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดในเขตหน้าร้าน ร่างสูงสง่าในชุดสูทก้าวลงมาจากรถอย่างเร่งรีบโดยไม่รอให้คนเปิดประตูให้ เกรย์เดินตรงเข้ามาในร้านทั้งหน้าเครียด ไม่แม้แต่จะรับการทักทายจากการ์ดที่ยืนเฝ้าอยู่โดยรอบ

“มาแล้วเหรอ” แน่นอนว่าพ่อคนซื่อไม่ได้รับรู้ถึงบรรยากาศกดดันนั้นเลยสักนิด ประมุขรีบลุกขึ้นยืน ไม่รอให้อีกคนทักก็จูงมือให้เดินไปหาแม่ค้าที่ยืนตัวสั่นอยู่ “ร้านนี้อร่อยมากๆ ผมเคยมากินกับเพื่อนเมื่อหลายเดือนก่อน คุณเอาไก่ต้ม ไก่ทอด หรือยังไงดี”

เกรย์จ้องมองลูกแกะหิวโซที่ใกล้น้ำลายไหลเต็มทนอย่างพูดไม่ออกบอกไม่ถูก จะตำหนิหรือสั่งสอนให้กินข้าวให้ตรงเวลาก็ทำไม่ลง ที่เขาชวนกินข้าวกลางวันก็เพราะนึกว่าเจ้าตัวกินข้าวเช้าไปแล้ว ถ้ารู้ก่อนคงไม่ยอมปล่อยให้หิวขนาดนี้เพียงเพื่อมากินข้าวข้างนอกด้วยกัน

“เอาเหมือนนายแล้วกัน” เขาดึงท่าทีเคร่งเครียดทั้งหมดกลับมาแล้วลูบมืออีกคนเบาๆ แม้จะโดนจูงให้เดินตามหลังไปนั่งในแบบที่ไม่เคยมีใครกล้าทำมาก่อนก็ยังไม่พูดอะไรสักคำ

“เดี๋ยวถ้าลองดูแล้วคุณไม่ชอบไก่ต้มสั่งใหม่ได้เลยนะ ผมเหมาสองเอง”

“หิวขนาดนั้นเลยเหรอ”

“หิวจนกินไก่ได้สองตัวแล้วเนี่ย”

คนฟังยิ้มจางเมื่อเห็นลูกแกะน้อยหัวเราะอย่างอารมณ์ดี หากเพียงครู่เดียวก็เหลือบไปมองวิกเตอร์ผู้ถูกฝากฝังให้ดูแลคนสำคัญด้วยแววตาเป็นคำถาม แม้จะรู้ดีว่าลูกน้องคงไปเคาะห้องเรียกกินข้าวตั้งแต่เช้าแล้ว แต่ลูกแกะหลับสนิทไม่รู้เรื่องเอง ถึงอย่างนั้นก็ยังอยู่ในความรับผิดชอบของคนรับคำสั่งอยู่ดี

“เกรย์...”

“หืม” เขารีบหันกลับไปหาคนที่หุบยิ้มไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

“ให้วิกเตอร์กับคนอื่นๆ มากินด้วยกันสิครับ”

คนอื่นๆ ที่ว่าไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ เมื่อได้ฟังคำพูดของนายคนที่สอง จะอย่างไรก็รู้ตัวดีว่าเรื่องแบบนั้นไม่มีวันได้รับอนุญาต แค่นายยอมมากินข้าวที่ร้านอาหารเล็กๆ ก็น่าแปลกใจมากอยู่แล้ว หากยอมทำตามคำพูดที่ไม่มีทางเป็นไปได้นั่นอีกก็คง...

“วิกเตอร์”

“ครับนาย”

“สลับให้ทุกคนเข้ามากินข้าว”

วิกเตอร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากถามย้ำเพื่อความมั่นใจ ลูคัสก็เดินไปเลื่อนเก้าอี้ ทรุดตัวลงนั่งแล้วก้มมองเมนูโดยไม่ได้พูดอะไร ส่วนการ์ดคนอื่นๆ แม้จะไม่ได้แสดงอาการมากมาย หากแววตาก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าแปลกใจจนถึงขีดสุด

“คุณเอาอะไรครับ เดี๋ยวผมสั่งให้ คุณด้วย” คนพูดไทยได้คล่องเพียงหนึ่งเดียวในร้านหันไปถามลูคัสแล้วก็เผื่อแผ่ไปพยักหน้าให้วิกเตอร์ที่ยืนนิ่งอยู่อีกคน

เกรย์นั่งยิ้มมองคนที่เดินถือกระดาษกับปากกาเข้าไปถามบรรดาบอดี้การ์ดทุกคนของเขาว่าอยากกินอะไรโดยไม่คิดห้าม แค่ได้มองตามก็รู้สึกมีความสุข ราวกับช่วงเวลาที่ผ่านมาได้รับการชดเชยเพียงแค่ได้อยู่ด้วยกัน ก่อนหน้านี้ที่ได้คุยกับลูกแกะทางจดหมายหรือทางโทรศัพท์ เขามักจะยิ้มแล้วคิดว่าอีกฝ่ายน่ารักอยู่บ่อยครั้ง แต่เมื่อได้มาเจอตัวจริง ได้เห็นใบหน้าใสซื่อกับรอยยิ้มอารมณ์ดีนั่นด้วยตาตัวเองจึงรู้ว่ามันเทียบกันไม่ได้เลยสักนิด

ใช้คำว่าน่ารักยังน้อยไป...

“จ้องจนจะท้องแล้วมั้ง” หัวหน้าทีมเอผู้ได้ชื่อว่าเป็นมือซ้ายและเป็นเพื่อนสนิทของเกรย์มาตั้งแต่เด็กเอ่ยแซว นอกจากลูคัสที่ได้อภิสิทธิ์นั่งโต๊ะเดียวกับเจ้านายทั้งสองคนแล้ว การ์ดคนอื่นๆ ล้วนแล้วแต่นั่งห่างออกไปไม่ต่ำกว่าหนึ่งโต๊ะ จะมีก็แค่วิกเตอร์ซึ่งเป็นรองหัวหน้าเท่านั้นที่ได้รับคำสั่งให้นั่งลงอีกคนเพราะต้องคุยธุระกัน

“รีบคุยระหว่างที่คนของนายยังไม่กลับมาเถอะ” วิกเตอร์เอ่ยอย่างเป็นการเป็นงาน หากยังไม่ทันเริ่มเกรย์ก็ส่ายหน้าและปฏิเสธด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ไม่ต้อง ฉันอยากให้เขาฟังด้วย”

“แต่นายครับ…”

“เอาน่าวิก” ลูคัสยักไหล่ เท้าค้างมองเจ้านายคนที่สองซึ่งกำลังสั่งข้าวกับแม่ค้าตาไม่กะพริบ “คนที่ถูกปกป้องเพียงอย่างเดียวโดยไม่รู้อะไรเลยไม่มีทางยืนอยู่ข้างนายของเราได้หรอก”

“เขามีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าตัวเองต้องเจอกับอะไร” คำพูดประโยคสั้นๆ ที่มีความหมายชัดเจนจากเจ้านายทำให้วิกเตอร์เงียบเสียงลง เขาหันไปมองคนที่กำลังหัวเราะกับแม่ค้าแล้วก็นิ่งไป

ประมุขเดินกลับไปที่โต๊ะพร้อมถือจานข้าวที่แม่ค้าเพิ่งทำเสร็จมาเสิร์ฟด้วย เขาทรุดตัวลงนั่งข้างเกรย์ จ้องมองใบหน้าของเพื่อนร่วมโต๊ะอีกสองคนที่มองมาแบบแปลกๆ จนรอยยิ้มที่มีเริ่มแห้งเหี่ยว

“เอ่อ... มีอะไรหรือเปล่า”

ลูคัสยังไม่เท่าไหร่ แค่มองและยิ้มนิดๆ ก่อนจะก้มหน้าตักข้าวเข้าปาก แต่วิกเตอร์ที่จ้องเขาเขม็งเหมือนกำลังประเมินอะไรบางอย่างนี่คือยังไง

“ลูกแกะ”

“ครับ” เขาหันไปตอบพร้อมยกยิ้มเอ๋อๆ ส่งไปให้คนข้างกายตามความเคยชิน และเมื่อได้เห็นรอยยิ้มนิดๆ ของเกรย์ ความกดดันและไม่มั่นใจก็คล้ายจะจางหายไปได้อย่างรวดเร็ว

“ฉันมีเรื่องด่วนที่ต้องหารือกับลูคัสแล้วก็วิกเตอร์...”

“อา... งั้นให้ผมไปนั่งโต๊ะอื่นไหม”

เกรย์ส่ายหน้าขณะยื่นมือไปหยิบเม็ดข้าวออกจากมุมปากของคนว่าง่าย ถึงจะอยากเก็บลูกแกะน้อยให้อยู่ในเซฟโซนมากเพียงใด แต่เขาย่อมรู้ดีว่าตัวเองไม่มีวันปกปิดไปได้ตลอด ต่อให้ลูกแกะพอเดาอะไรได้และไม่เคยคิดถาม ทว่าวันหนึ่งย่อมต้องเกิดความสงสัยหรืออยากรู้ขึ้นมาอยู่แล้ว หากเวลานั้นมาถึงคงตอบคำถามได้ยากยิ่งกว่าเก่า แล้วความรู้สึกที่มีต่อกันมากมายก็อาจถูกบั่นทอนได้โดยง่ายตามไปด้วย

“ฉันเคยให้สัญญาเอาไว้ว่าถ้าเราได้เจอกัน ฉันจะไม่ปิดบังอะไรอีก ลูกแกะจำได้หรือเปล่า”

“จำได้”

“เพราะแบบนั้นฉันถึงอยากให้ลูกแกะอยู่ฟังด้วยกัน” เขาบอกพร้อมยื่นมือไปตักข้าวป้อนใส่ปากคนที่นั่งหน้านิ่งมองมาด้วยความตั้งอกตั้งใจ “ที่เลือกมาคุยที่ร้านอาหารแบบนี้ก็เพราะไม่อยากให้เครียด”

“ความลับใช่ไหมครับ”

“หืม…"

“มันเป็นความลับใช่ไหม” ประมุขกระซิบถาม “เราไม่ต้องเข้าห้องปิดเสียงอะไรแบบนั้นเหรอ คุยแบบนี้อาจจะมีศัตรูฟังอยู่ก็ได้นะ”

คำถามที่หลุดออกมาจากปากคนดูหนังมากเกินไปทำเอาลูคัสที่ไม่คิดเก็บอาการขำพรืด ส่วนวิกเตอร์ทำหน้าตายด้านประหนึ่งหุ่นยนต์ มีเพียงเกรย์เท่านั้นที่ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู

“ดูหนังมากเกินไปแล้ว” เขาบีบแก้มขาวๆ ของคนที่ทำเด๋อด๋าไม่เลิกเบาๆ ด้วยความมันเขี้ยว “ถ้าเป็นงานสำคัญอะไรแบบนั้นอาจเป็นไปได้ที่จะประชุมในห้องเก็บเสียง แต่ศัตรูที่ไหนจะมาดักฟังที่ร้านอาหารกัน นายเป็นคนเลือกร้านเองไม่ใช่เหรอ พวกมันคงไม่สุ่มติดเครื่องดักฟังไปทั่วหรอก”

แม้จริงๆ แล้วทุกที่ที่เกรย์ไปจะมีคนของเขาส่วนหนึ่งนำหน้าไปตรวจสอบไว้ก่อนแล้วก็ตาม... แต่เรื่องนี้ไม่บอกลูกแกะน้อยน่าจะดีกว่า เดี๋ยวจะตื่นตระหนกจนขนฟูไปหมด

“ขอโทษครับ” ประมุขยกมือเกาหัวแกรกๆ แบบเขินๆ โดยไม่ลืมตักข้าวเข้าปากเพราะยังหิวอยู่ “พวกคุณคุยธุระกันเถอะ เดี๋ยวผมจะนั่งฟังเงียบๆ”

คนพูดทำตามที่บอกจริงๆ เพราะหลังจากพูดจบเขาก็ไม่เอ่ยอะไรออกมาอีกเลยแม้แต่คำเดียว มีแค่หันไปยิ้มให้เกรย์บ้างเป็นบางครั้งเท่านั้น

เมื่อได้รับสัญญาณจากเจ้านายให้เริ่มพูด ลูคัสที่ดูผ่อนคลายที่สุดก็เริ่มจริงจังขึ้นมานิดหน่อย เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดู จากนั้นก็รายงานเรื่องสำคัญด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“หนึ่งร้อยแปดรายชื่อคือจำนวนของพวกคิดไม่ซื่อทั้งหมด”

“ไม่ต้อง” เกรย์โบกมือเมื่อลูคัสยื่นจอโทรศัพท์ซึ่งมีรายชื่อที่ว่ามาให้ “บอกให้จิมจัดการตามสมควร อย่าเหลือเศษขยะทิ้งไว้ให้รำคาญตา”

“รับทราบ”

ในขณะที่เรื่องราวมากมายถูกยกมาพูดเพื่อให้นายสูงสุดตัดสินใจ ประมุขที่ทำตัวเหมือนเป็นอากาศรอบเก็บข้อมูลทุกอย่างเอาไว้อย่างเงียบงัน คิดเอาไว้ว่าถ้าไม่มีความลับระหว่างพวกเราจริงๆ หากเขาสงสัยก็จะเก็บเอาไว้ถามตอนอยู่ด้วยกันตามลำพังแน่นอน แม้จะมีสะดุ้งอยู่หลายรอบเมื่อเห็นแววตาเย็นเยียบหรือน้ำเสียงเฉยชาที่ออกคำสั่งโหดร้ายของคนข้างตัว แต่เขาก็ยังนั่งนิ่งตั้งใจฟังต่อไปโดยพยายามไม่สนเรื่องราวเหล่านั้น

เรื่องพวกนี้เขาเตรียมใจมานานมากแล้ว... ต่อให้หวาดกลัวขนาดไหนก็จะไม่มีวันหันหลังให้แน่นอน

“แล้วก็เรื่องของแม่มด...” เสียงพูดของลูคัสที่หยุดไปพร้อมกับสายตาสามคู่ที่จับจ้องไปยังคนคนเดียวกันทำให้บรรยากาศดูกดดันขึ้นมาวูบหนึ่ง ประมุขกะพริบตาปริบๆ มองทุกคนด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ แต่ยังไม่ทันได้อ้าปากถาม ลูคัสก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย “ดูเหมือนรายนั้นจะจองไฟล์ทบินเรียบร้อยแล้ว”

“หมดความอดทนจนได้สินะ” เกรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนริมฝีปากหากส่งไปไม่ถึงดวงตา “โง่จริงๆ...”

“จะให้รวบตัวเลยไหมครับนาย”

“ชู่ว…” ลูคัสส่งสัญญาณให้เพื่อนร่วมทีมเงียบ เมื่อเห็นผู้เป็นนายยังนั่งนิ่งและเหยียดยิ้มราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง “รวบตอนนี้ก็หมดสนุกสิ นายไม่มีทางทำอะไรที่น่าเบื่อแบบนั้นหรอก”

คนเพียงคนเดียวที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรด้วยหลุบตาลงต่ำเมื่อหันไปเห็นท่าทางน่ากลัวของคนสำคัญเข้าพอดี ใบหน้าที่มีรอยยิ้มเหยียดหยามของเกรย์ มันน่ากลัวยิ่งกว่าตอนที่พี่ชายคนโตของเขาโมโหเสียอีก

“เกรย์...” ประมุขตัดสินใจยื่นมือไปดึงชายเสื้อคนที่กำลังจมอยู่กับความคิดเบาๆ รอกระทั่งดวงตาคู่นั้นหันมาเห็นเขาแล้วเริ่มอ่อนแสงลงจึงยกยิ้มให้ “ผมเห็นคุณเงียบไป”

“กลัวหรือเปล่า”

“กลัวครับ” เขาพยักหน้าโดยไม่ปิดบัง “แต่ไม่มาก... เพราะคุณไม่เคยมองผมด้วยแววตาแบบนั้น”

ขอแค่ความน่ากลัวที่แสดงออกมาไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเขา... แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว

“ฉันไม่มีวันมองนายด้วยแววตาแบบนั้น”

“งั้นผมจะอยู่ข้างๆ คอยให้กำลังใจคุณตลอดไปเลยดีไหม” คนพูดยิ้มกว้างทั้งปากทั้งตาอย่างจริงใจ

“ดีสิ”

เกรย์ยิ้มอ่อนโยนอีกครั้งเมื่อได้รับคำตอบที่ถูกใจ คำถามที่เตรียมไว้เพราะอยากรู้ว่าลูกแกะพร้อมจะก้าวเข้ามาในโลกนี้หรือยังถูกพับเก็บไป เนื่องจากการแสดงออกทุกอย่างชัดเจนมากพออยู่แล้ว

ไม่ใช่เพียงก้าวเข้ามา... แต่จะคอยอยู่ข้างๆ ตลอดไป

นั่นเป็นคำตอบที่ดีกว่าที่คาดหวังเอาไว้มากทีเดียว


 ----------------------



TALK: คิดภาพชาวต่างชาติใส่สูทเป็นสิบไปนั่งกินข้าวร้านข้าวมันไก่แล้วแอบขำ ฮ่าๆ


CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.2]==[11/10/18]
« ตอบ #49 เมื่อ: 23-10-2018 20:35:46 »





ออฟไลน์ PandP

  • Déjame vivir esa fantasía.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1162
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +134/-0
    • http://www.facebook.com/iAMpingPINGping
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.3]=[P.2]==[23/10/18]
«ตอบ #50 เมื่อ23-10-2018 21:35:04 »

นุ้งมุขขขข หนูน่ารักมากเลย เกรย์หลงแย่แล้ว

ออฟไลน์ killua1a

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.3]=[P.2]==[23/10/18]
«ตอบ #51 เมื่อ23-10-2018 22:09:21 »

ประมุข​น่ารัก​  :กอด1: :pig4:

ออฟไลน์ Al2iskiren

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1944
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-3
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.3]=[P.2]==[23/10/18]
«ตอบ #52 เมื่อ23-10-2018 23:28:39 »

น้องมุขน่าเอ็นดู  :-[

ออฟไลน์ Chucream.nabi

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 229
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.3]=[P.2]==[23/10/18]
«ตอบ #53 เมื่อ24-10-2018 02:17:36 »

เด็กน้อย...น่ารักจริงๆเลย :impress2: :impress2:

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5150
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.3]=[P.2]==[23/10/18]
«ตอบ #54 เมื่อ24-10-2018 02:18:25 »

แกะมุขกินไก่เก่งนิ จะกิน 2 ตัวเลยหรอ  :hao3:

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +65/-5
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.3]=[P.2]==[23/10/18]
«ตอบ #55 เมื่อ24-10-2018 09:48:40 »

เอ็นดูประมุขแต่สงสารแม่ค้าข้าวมันไก่จริงคงขวัญหนีดีฝ่อหมดแล้วเนี่ย

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 954
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.3]=[P.2]==[23/10/18]
«ตอบ #56 เมื่อ24-10-2018 11:35:52 »

ต่อไปทุกคนก็จะเอ็นดูน้องมากขึ้น  :katai2-1:

ออฟไลน์ kunt

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 644
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.3]=[P.2]==[23/10/18]
«ตอบ #57 เมื่อ24-10-2018 11:38:39 »

ไม่ใช่แกะแน่ๆ มันต้องห่มหนังแกะมาแน่นอน บรรยากาศมันไม่แกะเลยมุขเอ้ย // ประมุขผู้ห่มหนังแกะ //

ออฟไลน์ labelle

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2782
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.3]=[P.2]==[23/10/18]
«ตอบ #58 เมื่อ24-10-2018 16:14:29 »

ประมุข หนูจะใช้ชีวิตส่วนตัวไปทั่วไปไม่ได้แล้วนะ
ไม่ใช่อะไรหรอก สงสารคุณป้าที่หอกับป้าแม่ค้า 55555
น่ารักดีค่ะ เป็นคนสดใส ซื่อตรงดี และน้องตั้งใจดี
กว่าจะได้เจอกันก็ยากแล้ว จะให้ทิ้งไปยากกว่าเนาะ

เกรย์ก็ตกหลุมแล้วตกหลุมอีก แบบนี้อาจต้องมีทีมเอบวก
แหมมม รอคำตอบน้องอยู่ล่ะสิ แต่ถามตรงๆ อีกสักรอบนะคะ
อยากได้โมเมนท์ฟินๆ


ออฟไลน์ toomild

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 162
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.3]=[P.2]==[23/10/18]
«ตอบ #59 เมื่อ25-10-2018 14:17:41 »

เอ็นดูน้องมุข น่ารักจริงๆเลยลูก :-[

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด