THIEF MAN #แฟนโจร --------- EP.40 เมียโจร forever [END] 02/07/19
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: THIEF MAN #แฟนโจร --------- EP.40 เมียโจร forever [END] 02/07/19  (อ่าน 23228 ครั้ง)

ออฟไลน์ Noina_Pn

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 300
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-1

ออฟไลน์ Blackmamba

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 52
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
 


30
คืนดีดี



สกินเฮดบอยกดผมลงกับเตียงแล้วกอดจูบลูบไล้ซุกไซ้ไปทั่วตัวอย่างหื่นกระหาย ผมได้รสไวน์จากริมฝีปากของเขา บางทีหมอนี่ก็อาจซัดไวไวมาเหมือนกันก็เป็นได้ ถึงรุกเร็วแรงไวขนาดนี้

เราไม่พูดอะไรกันเลย มีเพียงเสียงร้องครางในลำคอและหอบหายใจถี่ๆ ตอนนี้เขาถอดเสื้อแล้ว ดูเผินๆ เหมือนจะเป็นหนุ่มแว้นธรรมดา แต่จริงๆ หุ่นนี่นักกีฬาเลยล่ะ มีกล้ามมีซิกแพ็คสวยเชียว

อย่าหาว่าผมเลวนะ ของแบบนี้มันต้องระบาย ไม่งั้นคงอกแตกตายพอดี แล้วผมก็ไม่ได้ทำผิดศีลธรรมข้อไหนด้วย ในเมื่อตอนนี้ผมโสดแล้วนี่ ฮิฮะ...

“เห้ย มีผัวแล้วเหรอ!”

ชายหนุ่มหัวเกรียนออกอาการตกใจเมื่อถอดเสื้อผมออกแล้วเห็นรอยสักทุเรศๆ บนหน้าอก

“ไม่มี เลิกกันแล้ว” ผมกระตุกเข็มขัดของเขา “รีบถอดเร็ว...”

“เดี๋ยว โจรนี่โจรไหน” เขาถามด้วยสีหน้าตึงๆ

ผมตอบอย่างไม่เต็มใจ “...โจรอู๋”

“อู๋ไหน”

“อติศร แซ่อู๋”

“อติศร... พี่มี่ใช่ป้ะ”

“...อือ” ไอ้หอกนั่นมีลูกน้องนอกแก๊งด้วยเรอะ

“เชี่ย!!! เกือบตายแล้วไหมกู!!!”

จู่ๆ นายนั่นก็สะดุ้งโหยง ผุดลุกจากตัวผมทันทีเหมือนผีโดนพระเครื่อง

“รู้จักมันด้วยเหรอ” ผมถาม

“รู้ดิ เล่นพนันเจอกันที่บ่อนบ่อยจะตาย วันนั้นที่เขาเอานายเป็นเดิมพัน เราก็อยู่ในวงด้วย! ถึงว่าหน้าคุ้นๆ ฮึ่ย ไปละ ไม่อยากโดนฆ่า!”

“เดี๋ยวสิ!”

ไม่ทันแล้ว นายสกินเฮดเผ่นหนีไปเรียบร้อย ปล่อยให้ผมนั่งอารมณ์ค้างอยู่บนเตียงคนเดียว

นี่เองสินะคือเหตุผลที่ไอ้โจรสักลายให้ผม จะได้ไม่มีใครกล้ายุ่งกับผม แต่ตัวเองกลับไปเริงรักกับคนอื่นได้เนี่ยนะ ไม่ยุติธรรมเลย

ไม่รู้ล่ะ ผมเสี้ยน ผมอยากปลดปล่อย ยังไงคืนนี้ต้องหาคนมานอนด้วยให้ได้! อยากรู้นักว่าตอนมีอะไรกับคนที่ไม่ใช่แฟนของตัวเองมันรู้สึกยังไง เผื่อจะเข้าใจผู้ชายพวกนั้นที่นอกใจผมบ้าง!!!

จะว่าประชดชีวิตสิ้นคิดยังไงก็เอา ผมไม่มีอะไรจะเสียแล้วเว้ย!

ผมใส่เสื้อ ลงจากเตียง เดินคลำบันไดกลับลงมาชั้นล่างอีกครั้ง ปะปนกับผู้คนเข้าไปอยู่ในวงเต้น แค่นาทีแรกที่ก้าวเข้ามาก็ถูกผู้หญิงผู้ชายมองตาเป็นมัน ผมตั้งใจว่าจะไปกับคนแรกที่เข้าหาเลย เพราะรอไม่ไหว ไอ้ข้างล่างมันร่ำร้องอยากออกมาดูโลกจะแย่แล้ว

“มาครั้งแรกเหรอคะ ไม่เคยเห็นหน้า”

ปรากฏว่าผู้โชคดีเป็นผู้หญิงลุคเซ็กซี่แบบพริตตี้ ผมยาวสลวยย้อมสีทอง ผิวขาวเหมือนหลอดไฟนีออน ใส่ชุดเดรสสีดำสั้นๆ รัดๆ จนนมเกือบจะล้นออกมา เธอจับแก้มแล้วฉวยจูบผมไปหนึ่งที

“ครับคนสวย...ครั้งแรก”

หมายถึงกับผู้หญิงน่ะ

 


....

ยิ่งดึกคนก็ยิ่งคึกคัก นักท่องราตรีมีทั้งขาประจำและขาจรเข้ามาในผับแห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย หลายคนแต่งตัวโดดเด่น เต้นสุดแรงเพื่อให้เป็นที่สะดุดตา แต่หลายคนกลับอำพรางตัวเองไม่ให้เป็นจุดสนใจ เช่นนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ที่ใส่ชุดดำนั่งอยู่ในมุมมืดๆ ของร้านจนแทบกลืนไปกับผนัง พวกเขานั่งได้สักพักแล้ว หัวหน้ากลุ่มไขว่ห้าง อ้าปากหาว บ่งบอกว่าเบื่อและง่วงถึงขีดสุด

“ดื่มอะไรอีกไหมครับนายท่าน” บริวารที่นั่งข้างชายผู้เปล่งรัศมีผู้นำเอ่ยถาม

“ไม่เอา เบื่อละ” เจ้านายว่า

“ไปเต้นมั้ยครับงั้น” ลูกน้องอีกคนแนะนำ

“กูจะเต้นให้พวกมึงดูเรอะ พูดโง่ๆ” เจ้านายด่าแล้วยกบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ สีหน้าเซ็งจัด “ร้านอะไรวะโคตรน่าเบื่อ เนี่ยเหรอที่ได้ชื่อว่าเจ๋งสุดในย่านนี้ ไม่เห็นมีไรน่าสนใจ”

“เขาว่าดึกๆ จะมีประมูลขายตัวโฮสต์หน้าตาดีด้วยนะครับ ตรงนี้แหละไฮไลท์ ผมว่าจะลองบ้าง”

“เหี้ย พวกมึงไม่กลัวเหรอ” เจ้านายหน้าบึ้ง พ่นควันสีขาวออกจมูก

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมใส่ถุง”

เจ้านายส่ายหน้า สูดควันอัดเข้าปอด พ่นออกอย่างไร้อารมณ์

“กูกลับละ พวกมึงจะอยู่ต่อก็เชิญ”

“เดี๋ยวสิคร้าบ แหม่ ถ้าไม่เด็ดจริงผมไม่พามาหรอกน่า ไม่แน่เจ้านายอาจได้น้องๆ น่ารักๆ กลับบ้านด้วยซักคนสองคน งานนี้มีแต่ได้กับได้นะครับ” พวกลูกน้องพยายามโน้มน้าวใจ

เจ้านายเอ่ยเสียงเหี้ยม “ถ้าไม่มีใครเด็ดเท่าเมียไอ้อู๋ กูจะกระทืบพวกมึงเรียงตัว”

ลูกน้องมองหน้ากัน แล้วก็ยิ้มแห้ง

เวลาล่วงเลยไปจนถึงเลขสิบสอง ดีเจกล่าวกู๊ดบายสเตจเสร็จก็ลงจากเวที ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มักไม่ทราบถึงการประมูลก็ทยอยออกจากร้าน เหลือพวกลูกค้ากระเป๋าหนักทำทีเป็นนั่งต่อ รอคนซาค่อยออก แต่ก็แอบเข้าแถวสู่ห้องดำกันไปเนียนๆ

“ยังต้องตรวจห่าเหวอะไรอีกวะ” ชายหนุ่มถือบุหรี่บ่น เมื่อต้องมาต่อแถวก่อนเข้าห้อง

“ใจเย็นครับนายท่าน  คือเค้ามีกฎว่าต้องเป็นคนรวยเท่านั้นถึงเข้าได้ เลยต้องโชว์หลักฐานก่อน พวกบัตรเครดิต กุญแจรถอะไรเงี้ยะครับ”

“เหรอ”

รู้ดังนั้นก็เดินแซงคิวลุงๆ ป้าๆ หน้าเหี่ยวแล้วเอาบัตรเอเม็กซ์แพลตตินั่มฟาดหน้าคนตรวจประตูเดินเข้าไปก่อน ลูกน้องมองตามหลังแล้วก็สะดุ้ง เจ้านายวัยรุ่นนี่มันใจร้อนจริงๆ

ดีเจเปิดไฟ เปิดเพลง แล้วเปิดฉากการประมูลโดยไม่รอใคร

“เฮลโหลอิตส์มีอะเกน ราตรีนี้ยังไม่สิ้น เรามาดิ้นกันต่อนะครับ อิ๊ๆ มาดูซิว่าคืนนี้จะมีโฮสต์คนไหนเข้าร่วมบ้าง! เอ้า สาวๆ หนุ่มๆ ทั้งหลายหมายตาใครไว้บ้างคร้าบบบ!~~”

คนที่อยู่ด้านล่างเวทีส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดเป่าปากอย่างคึกครื้น คืนนี้ดีตรงที่มีหนุ่มสาวเข้าร่วมมากกว่าคืนก่อน เพราะเจ๊ได้เงินจากผู้พันไปเยอะแล้ว เลยไม่อยากโฟกัสแค่เรื่องเงินอย่างเดียว หล่อนอยากให้มีสีสันมากขึ้น ไม่อยากให้มีแต่คนแก่ๆ เหี่ยวๆ เลยลดเงื่อนไขความรวยลงอีกหน่อย จากหลักล้านเหลือหลักแสน คนก็เลยแน่นกว่าวันที่ผ่านมา จนต้องทุบผนังห้องข้างๆ เพื่อเพิ่มพื้นที่

“เริ่มกันเลยดีกว่าครับ โฮสต์คนแรก... อ๊ะ! เดี๋ยวๆๆ น้องเมารึเปล่าน้อง”

ดีเจกำลังจะพูดชื่อโฮสต์ แต่ดันมีผู้ชายคนหนึ่งปีนขึ้นมาบนเวที

“ไม่ได้เมา ผมก็เป็นโฮสต์” หนุ่มคนนั้นพูด สายตาของทุกคนจ้องไปที่เขา เกิดเสียงดังเซ็งแซ่ไปทั่ว สาเหตุคือเขาหน้าตาดีมาก “ถ้าพี่ไม่เชื่อไปถามเจ๊ก็ได้... ผมเป็นเด็กใหม่ ชื่อเทป”

ชายหนุ่มชุดดำที่ดูอยู่ห่างๆ ถึงกับทำบุหรี่หลุดมือทันทีที่เห็นโฮสต์คนแรกปรากฏตัวบนเวที ดวงตาคมรีของเขาจ้องมองหนุ่มน้อยคนนั้นไม่กะพริบ แล้วก็สะกิดลูกน้อง

“มีไรครับนายท่าน”

“กูขอถุงอันนึง”



 

...

การประมูลชะงักเกือบนาทีเมื่อดีเจวิ่งไปถามเจ๊ที่หลังร้าน เจ๊ยืนยันว่ามีลูกจ้างชื่อเทปจริง ดีเจถึงกลับมาดำเนินรายการต่อ

“ขอโทษที่ทำให้เสียเวลา นี่คือน้องเทป เด็กใหม่ของผับเราเองคร้าบบบบ!!!”

ผมรู้สึกครึ้มอกครึ้มใจอย่างบอกไม่ถูก กับการที่มีคนเป่าปากปรบมือให้เยอะๆ อย่างนี้... ตื่นเต้นชะมัดเลย

ตะกี้ผมก็พลาดอีกแล้ว จะพาสาวสวยชุดดำไปฟีทเชอริ่งแต่ผัวเธอดันโทรมาตาม พอดีเห็นคนเฮโลกันเข้ามาในนี้ก็มุดตามเค้าเข้ามา อาศัยพุงใหญ่ๆ ของเสี่ยคนหนึ่งหลบสายตาคนตรวจประตูมาได้ เพิ่งรู้ว่ามีประมูลโฮสต์ด้วยเหรอเนี่ย น่าสนใจดีนะ ได้ปลดปล่อยแถมได้เงินด้วยแน่ะ ดีจัง...คึคึคึคึ

“กติกาเหมือนเดิมครับ บิดละห้าพัน เริ่มประมูลกันที่ หนึ่งหมื่นบาท!!!”

ดีเจเปิดเพลงแดนซ์เร้าอารมณ์ ผมก็เกาะเสาเด้าเด้งสุดแรงเกิด ห้องมืดกับแสงไฟวิบวับให้ความรู้สึกเหมือนกำลังลอยอยู่ท่ามกลางกาแล็กซี่สีรุ้งเลยล่ะ ตัวก็เบาๆ เมาๆ เหมือนสุญญากาศ

ผมไม่ได้ปล่อยผีอย่างนี้มานานมากกก... เพราะแฟนเก่าของเก่าไม่ยอมให้ไป ก็เลยเต้นแรงหน่อย ฮิ... ผมไม่สนหรอกว่าใครจะมองยังไง หนึ่งเพราะผมเมา สองไม่มีใครรู้จัก และสามผมอยากได้อยากโดน

“สามล้าน”

หมัดเดียวจอด ทุกคนถึงกับช็อคไปตามกัน โดยเฉพาะผมเอง นี่กะจะไม่ให้คนอื่นมีโอกาสเลยสินะ ขี้โกงจังเลย

ชายชุดดำพร้อมด้วยสมุนติดตามอีกสามคนเดินเข้ามาทางหน้าเวที ผู้คนแหวกทางให้เขาราวกับพญาราชสีห์ เขาเงยหน้าสะท้อนกับแสงไฟ แล้วยื่นมือมาให้ผมจับ

แวบแรกผมตกใจมากที่เห็นใบหน้าของเขาชัดๆ เกือบจะหายเมาแล้ววิ่งหนี แต่พอเขายิ้มให้เท่านั้น... ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

บังเอิญจังนะ แต่ก็ดี เกมนี้จะได้สนุกขึ้น... หึ... หึ

ชายชุดดำกับผมมองตากัน ก่อนที่ผมจะยื่นมือไปจับกับเขา

อยากเอากับนายแบบขาวหล่อตี๋สักครั้งในชีวิตมานานแล้วว่ะ...

 



V
V
V

ออฟไลน์ Blackmamba

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 52
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0



[2/2]



“อะไรนะ เทปขาย!!!!!”

“ก็เออสิ แกจะโวยวายทำไมยะ มีคนประมูลไปตั้งสามล้านแน่ะ แม่เจ้า ทุบสถิติแกไปอีก พีคโคตร เจ๊ขอบใจแกมากนะที่พาเพื่อนน่ารักๆ มาค้างด้วย ว่าแต่มีอีกมั้ย พามาอีกสิ ฮิๆ”

“เดี๋ยวก่อน มันเกิดขึ้นได้ไงอ่ะ”

“ก็เพื่อนแกเมาแล้วเรื้อนขึ้นไปบนเวที อ้างว่าเป็นโฮสต์ เจ๊เห็นลูกค้าชอบ แล้วเค้าก็ดูอยากขาย ก็เลยปล่อยตามเลยน่ะสิ ดีซะอีกนะ เพื่อนแกจะได้มีเงินใช้ไง”

“ฟ๊าคคคคคคคคค”

เบย์แทบจะสติแตกเมื่อได้ยินเจ๊พูด ก่อนหน้านี้พี่อู๋โทรหาเขา บอกว่าเคลียร์กับเส้นสายเรียบร้อยแล้ว กำลังจะมารับแสงเทียนกลับ เบย์ตกใจวิญญาณแทบหลุดจากร่าง ถ้าพี่อู๋เห็นเขาออกมาแรดกับผู้ชาย แทนที่จะดูแลแสงเทียนไม่ให้คลาดสายตาอย่างที่รับปากไว้ เขาคงได้ตายเซ่นอารมณ์โกรธของลูกพี่แน่ๆ เลยไหว้วอนขอไอ้ฝรั่งเก๊ให้พากลับมาส่ง แลกกับการถูกจับกดในรถหนึ่งยก และเมื่อมาถึง อีเว้นต์ที่เพิ่งเกิดขึ้นก็ทำให้เขาอยากตายจริงๆ

“ตายๆๆๆ ถ้าพี่อู๋รู้กูตาย!”

“แกจะโวยวายทำไมเนี่ย”

“ไม่โวยได้ไงล่ะเจ๊ ผัวเค้ากำลังจะมาตามอ่ะ!”

“ว้าย! จริงเหรอ! มีผัวแล้วทำไมไม่บอก” เจ๊เอามือทาบอก สีหน้าตระหนกตกใจ

“คงประชดมั้งผมว่า แล้วตอนนี้เค้าอยู่ไหน” เบย์ถามอย่างร้อนรน

“ข้างบน” เจ๊เอ่ย ก่อนจะชิ่งหนีไปอย่างไว กลัวผัวเด็กใหม่มาแล้วจะซวยเอา 

ทันใดนั้นก็มีใครบางคนเดินเข้ามาแตะไหล่เบย์จากข้างหลัง หนุ่มน้อยสะดุ้งเฮือกหัวใจหล่นไปอยู่ส้นตีน ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าใคร มือใหญ่เหมือนเปรตขนาดนี้ จำเขาได้แม้เห็นแค่ข้างหลังแบบนี้ ไม่มีทางเป็นคนอื่น

เขาค่อยๆ หันไปมองช้าๆ แล้วน้ำตาก็พลันจะไหล

“เหี้ย........”

“เรียกเฮียว่าเหี้ยเหรอ” โจรอู๋ดีดหูลูกน้องหนึ่งที แต่เบย์ชาจนไม่รู้สึกรู้สาใดๆ ทั้งสิ้น

“ทะ... ทำไมเฮียมาไวจัง”

“ก็บ้านเพื่อนกูอยู่ใกล้แค่นี้” ลูกพี่บอก “แสงเทียนอยู่ไหน”

“........” เงียบ นิ่ง แข็งทื่อ

“ไอ้เบย์ ข้าถามว่าเมียข้าอยู่ไหน” โจรหนุ่มจับไหล่ลูกน้อง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตอบ เอาแต่ก้มหน้า “รีบพาไปหาเร็ว ใจจะขาดแล้วรู้มั้ย”

เบย์กัดปากตัวเองจนได้รสเลือด กรามแข็งจนขยับไม่ได้

“ไอ้เบย์ มึงเป็นเหี้ยไร”

“คะ...คือว่า...แสงเทียน”

“แสงเทียนทำไม”

“แสงเทียนขายตัว...”

ผัวะ!

หมัดหนักๆ จากพี่ชายซัดเปรี้ยงใส่ใบหน้าซีกซ้ายของเบย์เหมือนสายฟ้าฟาด หนุ่มน้อยเห็นดาวเดือนกระจายเต็มฟ้า

“มึงปล่อยให้เขาทำแบบนั้นได้ยังไง! ควายเอ๊ย!!!!”

“โอ๊ย... ผมไม่รู้เรื่องนะ!”

“กูสั่งให้มึงดูแลเขาอย่าให้คลาดสายตา! แล้วมึงไปทำห่าอะไรอยู่ไอ้เบย์!!!”

“ผม...ผมไปขี้!” เบย์โกหกเลิ่กลั่ก “ออกมาอีกทีเจ๊ก็บอกว่าแสงเทียนถูกซื้อตัวไปแล้ว แค่ไม่กี่นาทีนี่เอง ไม่รู้แอบเข้าไปในนั้นได้ยังไง”

โจรอู๋โกรธจนแทบจะร้องไห้ “ไอ้สัส! เหี้ยแม่ง!!!! กูไม่น่าปล่อยให้เขามากับมึงเลย!”

“ผมขอโทษนะเฮีย ผมเชื่อใจเขาอ่ะ ไม่คิดว่าเขาจะทำ”

“ขอโทษแล้วมันหายไหม!!!”

“ใจเย็นก่อนนะ เขาอาจจะยังไม่ได้ทำอะไรกันก็ได้ ถ้าเราตามทัน” เบย์บีบแขนลูกพี่หวังให้อารมณ์เดือดพล่านเบาบางลง แล้วเข้าไปถามบาร์เทนเดอร์หน้าญี่ปุ่นซึ่งอยู่ใกล้ๆ “พี่เคียว เห็นเทปรึเปล่า”

“ใคร?”

“เพื่อนผมเอง ผิวขาวผมดำหน้าหวาน ใส่เสื้อฮู้ดเหลืองลายจัสตินบีเบอร์”

“อ๋อ คนนั้นแน่เลย เห็นออกจากห้องดำแล้วขึ้นไปชั้นบนนะ”

“ขอบคุณฮะ!”

“เฮ้ย อย่าไปรบกวนเขาเลยน่า พี่ชงไวอากร้าให้หมอนั่นไปตั้งสองแก้ว ป่านนี้คงกำลังคึกอยู่ ฮิๆ”

ผัวะ!!!!

หมัดจากชายปริศนาพุ่งกระแทกหน้าบาร์เทนเดอร์หนึ่งที ทำให้เจ้าตัวหมดสติคาเคาน์เตอร์ไปเลย

“เอาห่าไรให้เมียกูแดก! ไอ้สันขวาน!!!”

“อย่าชกมั่วสิเฮียก็!” เบย์แยกเขี้ยวใส่ลูกพี่ “รีบไปข้างบนเถอะ!”

 



.....

ร่างกายของเราเปลือยเปล่า

เฉิน... เฉินอะไรซักอย่าง ซุกหน้าอยู่ที่หว่างขาของผม กำลังลากลิ้นโลมเลียพื้นที่อันอ่อนไหวและไวต่อความรู้สึกของผมอย่างเร่าร้อน ผมกระดากอายหน่อยๆ เพราะไม่ชอบให้ใครทำแบบนี้ให้ จริงๆ ก็ห้ามแล้วนะ แต่คนนี้เป็นสายเผด็จการ บอกว่าจ่ายสามล้านแล้วก็ต้องตามใจลูกค้า...

รู้หรอกว่าทำแบบนี้ไม่ดี ไอ้หมอนี่เกือบทำผัวเก่าผมตาย แถมยังจะพาผมไปขายเมืองนอก

แต่สติสัมปชัญญะของผมอ่อนแอเหลือเกิน ไม่อาจต่อสู้ความผิดชอบชั่วดี ร่างกายก็อ่อนระทวยเกินกว่าจะขัดขืน มิหนำซ้ำความต้องการยังพุ่งพรวดราวกับปรอท เอาเถอะน่ะ... ไงๆ เราก็มีแต่ตัวเปล่าเท่ากัน แถมยังอยู่ตั้งชั้นสาม มันคงไม่ฉุดผมไปง่ายๆ หรอก...

อีกอย่างอีกอย่าง... หล่อระดับนายแบบขนาดนี้ไม่ใช่จะหาแดกง่ายๆ ได้ลองสักทีก็ถือเป็นแจ็คพ็อตชีวิตไม่ใช่เหรอ... คิกๆๆ

ผมปลดปล่อยออกมาทั้งที่ปากของมันยังคาอยู่ ไอ้มาเฟียเลียเก็บเกลี้ยงทุกหยดแล้วเอาของตัวเองมายัดใส่ปากของผมบ้าง ทำเอาผมสำลักเนื่องจากขนาดใหญ่คับปากกับความยาวที่ลงไปถึงในคอ จากนั้นก็บำเรอให้มันอย่างสุดความสามารถ อมแล้วดูดอยู่ห้านาทีก็หลั่งใส่เต็มปากผมจนล้นเลอะหมอน ก่อนจะถอนออกแล้วเอาส่วนที่เหลือติดปลายไล้ใบหน้ากับหัวนมของผม ประหนึ่งจิตรกรบรรเลงพู่กันบนผืนผ้า

“เมียโจรเรอะ”

เจ้าพ่อปักกิ่งถูโคนบนรอยสักของผมไปมา จะว่าไปก็เหมือนหมาต่างถิ่นเยี่ยวทับรอยเจ้าถิ่นตัวเดิม

“ไม่เป็นไร เฮียก็เป็นโจร”

ความร้อนในกายผมลดลงครึ่งหนึ่งหลังจากการหลั่งเมื่อครู่ เหลืออีกครึ่ง...หรือก็คือหนึ่งแก้วที่ยังคงไหลเวียนในกระแสเลือด ผมต้องการเอามันออกให้หมดโดยเร็วที่สุด ก่อนที่สติจะชิงแตกตัดหน้า

“เมื่อไหร่จะใส่เข้ามาซักที”

ผมจับไอ้นั่นของไอ้นั่น ที่มันเอาแต่ทาถูๆ อยู่ที่นมนั่นแหละ รูมันไม่ได้อยู่ตรงนั้นมั้ยล่ะ

“แซบเหมือนกันนะเรา ไม่สงสัยเลยว่าทำไมไอ้อู๋ถึงหวงนักหนา...”

มันยิ้มอย่างชอบอกชอบใจ ก่อนจะหยิบถุงยางมาฉีกด้วยปากแล้วใส่ ตามด้วยถ่มน้ำลายใส่ฝ่ามือแล้วเอาถูที่ก้นของผม สอดใส่นิ้วเข้ามาสำรวจเส้นทาง ทำผมครางออกเสียง

“อืออออ”

“น่ารักฉิบหาย แม่งเอ๊ย” มันก้มหน้าลงกัดต้นขาด้านในผมจมเขี้ยว

“โอ๊ย!”

ผมสะดุ้งเฮือก ถีบอกมันหงายหลังตึง แต่มันหัวเราะไม่ถือสาแล้วลุกขึ้นมาจับขาสองข้างผมยกขึ้นพาดบ่า หายใจดังหืดหาด จับแท่งจ่อแล้วเตรียมยัดหัวเข้ามา แต่ก็ต้องหยุดชะงัก

ปังๆๆๆ!!!!

“เหี้ยที่ไหนวะ!”

คนที่อยู่เหนือร่างผมสบถฉุนเฉียว ผมก็เซ็งเหมือนกันที่โดนขัดจังหวะ ทว่าเราก็ไม่ผละจากกัน กระทั่งได้ยินเสียงตะโกนข้างนอก

“แสงเทียนอยู่ข้างในใช่มั้ย!”

เบย์นี่นา ทำไมกลับมาไวจัง

โครมมมมม!!!

ไม่ทันได้ฟังคำตอบจากผม ประตูไม้ก็ถูกถีบอย่างแรงจนกลอนหลุดกระแทกผนังดังตึง คนถีบยืนอยู่หน้าห้องมองเข้ามาด้วยดวงตาถมึงทึงราวกับเพชฌฆาตแดนประหาร ผมถึงกับหยุดหายใจเมื่อได้สบตากับมัน ความต้องการทางเพศและความมึนเมาแทบหายสิ้น

มันไม่พูดอะไรทั้งนั้น แต่ถลาเข้ามาถีบหน้ามาเฟียเต็มแรง พลังตีนระดับควายป่าคลุ้มคลั่งผสมช้างตกมันทำเอาคนโดนถีบปลิวตกจากเตียงหัวกระแทกขอบโต๊ะหมดสติทันที หมดท่ามาเฟียโหดเมื่อคืนก่อนโน้นสิ้นเชิง แต่คนกระทำก็ยังไม่สาแก่ใจ กระโจนเข้ามาทั้งกระทืบเตะต่อยจนเลือดอาบหน้า ผมใช้สติครึ่งๆ กลางๆ หยิบบ็อกเซอร์ที่หล่นบนพื้นขึ้นมาใส่ด้วยมือไม้สั่นเทาแล้วร้องห้าม

“พอได้แล้ว! เดี๋ยวเขาก็ตายหรอก!”

“ยังจะมีหน้าไปห่วงมันอีก!!!!”

โจรอู๋เอาเท้าออกจากหน้าของคู่อริแล้วเข้ามาฉุดแขนผมลากเข้าห้องน้ำ ก่อนจะเปิดฝักบัวสุดแรงใส่หน้าผม

“ทำอะไรของมึงวะ!”

“ล้างเสนียด!!!”

“เจ็บนะไอ้เหี้ย! แค่ก! โอ๊ย!”

โจรสารเลวเอาฝ่ามือหนาดั่งกีบตีนควายลูบหน้าลูบตัวผมอย่างป่าเถื่อนจนสำลักน้ำนับครั้งไม่ถ้วน เหมือนจะล้างเอาคราบต่างๆ ที่ชายอีกคนฝากทิ้งไว้ออกให้เกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่เศษหางอสุจิสักตัวเดียว ผมเกือบตายใต้ฝักบัวแล้วถ้ามันไม่เห็นผมร้องไห้สะอึกสะอื้นก่อน เลยยอมหยุดและพาออกจากห้องน้ำ หยิบเสื้อกับกางเกงมาสวมให้อย่างลวกๆ และรุนแรง ก่อนจับผมอุ้มพาดบ่าลงบันไดมาข้างล่าง

“ฝากเก็บศพเหี้ยนั่นด้วยไอ้เบย์!”

“ค...ครับเฮีย”

“ไอ้เลว! มึงทำแบบนี้กับกูทำไม!”

ผมทุบหลังมันด้วยพละกำลังอ่อนด้อย แต่ความโกรธแค้นมหาศาล มันไม่ตอบแต่หายใจฮึดฮัดแรงมากเหมือนพายุเข้า พอออกมานอกร้านแล้วมันก็ปล่อยผมลงจากบ่า ก่อนจะฉุดกระชากลากถูเหมือนหมูหมาเข้ามาในซอยเปลี่ยว

“ปล่อยนะ! มึงไม่มีสิทธิ์ในตัวกู!”

“มี นี่ยังไม่ตีสามเลย” มันเถียง

“กูแค่พูดลอยๆ หรอก มึงน่ะเสียกูไปตั้งแต่ตอนที่แจ้นไปนอนกับเขาแล้ว รู้ไว้ซะ!” ผมรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ผลักมันออกจากตัวอย่างรังเกียจเดียดฉันท์ “เอาจริงนะอู๋ กูยอมเป็นกะหรี่ ยอมให้ไอ้มาเฟียเหี้ยนั่นซั่มยังดีกว่ากลับไปอยู่กับผัวคิดไม่ซื่ออย่างมึง!”

“มันจะมากไปแล้วนะแสงเทียน!!!”

โจรอู๋ตะโกนจนหูผมชา ร่างกายมันสั่นสะท้านเหมือนแผ่นดินไหว ดูทั้งโกรธแค้นเสียใจและผิดหวังในตัวผมอย่างที่สุด เป็นสายตาแบบเดียวกับที่ผมมีต่อมันเมื่อวันก่อนตอนจับได้ว่ามันนอนกับคนอื่น 

แล้วน้ำตามันก็ไหล

เชี่ย คนอย่างมันร้องไห้เป็นด้วยเหรอ... เหอะ แต่ผมไม่ใจอ่อนหรอกบอกเลย ผมเสียน้ำตามากกว่ามันไปไม่รู้ตั้งกี่ลิตรแล้ว

“ได้กันแล้วใช่มั้ย”

มันเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นเครือ

ผมพยักหน้า

โจรยกมือข้างหนึ่งขึ้นปิดหน้าแล้วหันไปทางอื่น เหมือนไม่อยากให้ผมเห็นความแตกสลายรวดร้าวในดวงตา ทว่าไหล่ที่สั่นสะท้านก็แสดงถึงใจที่เจ็บปวดเจียนตายได้เป็นอย่างดี

“เป็นไง เข้าใจความรู้สึกกูรึยัง”

ผมถามในความเงียบ

“ข้ารู้ว่าเอ็งโกรธ อยากประชด แต่ทำแบบนี้มันเกินไปรู้มั้ย มากกว่าที่ข้าเจ็บ คือเอ็งอาจถูกมันฆ่าเอาก็ได้ เหตุการณ์นั้นเพิ่งผ่านมาหยกๆ ทำไมถึงกล้าทำ ขอถามที”

“อย่าคิดเข้าข้างตัวเองไปหน่อยเลย กูไม่ได้ประชดมึง กูแค่เงี่ยน ถึงไม่ได้นอนกับมัน กูก็จะนอนกับคนอื่นอยู่ดีนั่นแหละ”

“แสงเทียน!” มันขึ้นเสียง บีบไหล่ผมแน่นอย่างข่มขู่คุกคาม

“ทำไม!” ผมตะคอกกลับ เงยหน้าถลึงตามองมัน “ที่กูทำมันต่างกับมึงตรงไหน! ก็ขายตัวแลกเงินเหมือนกันไม่ใช่เหรอ”

“เลิกพูดทุเรศๆ ซักทีได้มั้ย!”

“เรื่องนี้ไม่มีใครทุเรศเท่ามึง”

ผมผลักมันออกห่างแล้วเดินหนี แต่โจรอู๋ก็คว้าผมดึงกลับไปกอดแน่นจนแทบจมลงไปในอก เหมือนยอมให้ผมตายดีกว่าหายไป

“ข้าขอโทษ อย่าเพิ่งไปเลยนะ ฟังกันก่อน”

“.....”

“ข้าไปจบทุกอย่างกับเขาแล้ว ที่มาช้าก็เพราะเรื่องนี้... ข้าไม่กล้ามาหาเอ็งทั้งที่ยังไม่ได้เคลียร์ตัวเอง ข้ารู้ว่าเอ็งมีเรื่องสงสัยเต็มไปหมด วันนี้ข้าจะเล่าให้ฟังทุกอย่าง ขอแค่โอกาสสักครั้ง... ได้ไหม”

ผมจุกในอกจนพูดอะไรไม่ออก และมันก็สรุปเอาเองว่าความเงียบเท่ากับอนุญาต

“จะเล่าของไอ้เฉินเชว่ก่อน เพราะนี่คือสาเหตุของเรื่องทั้งหมด”

น้ำเสียงของมันเยือกเย็นอย่างน่าประหลาด ผมคาดว่าโทสะจะบดบังสติจนพูดจาไม่เป็นภาษาคนซะอีก ที่เป็นอย่างนี้คงเพราะมันเตรียมตัวเตรียมใจมาพูดกับผมเป็นอย่างดีแล้วมั้ง หากเอาไฟมาโหมใส่ผมที่เป็นไฟอยู่แล้ว ผลลัพธ์คงมีแต่พังพินาศ

“ข้ากับมันเคยเป็นเพื่อนกัน บริษัทของเรา... หมายถึงพ่อเรา เป็นพันธมิตรกันมานาน ข้ากับมันรู้จักกันตั้งแต่เล็กๆ ทุกอย่างปกติมาตลอดยี่สิบกว่าปี จนกระทั่งหกเดือนที่แล้วพ่อของเรายิงกันตายเป็นข่าวใหญ่โต เอ็งคงเคยอยู่มั้ง”

ผมไม่ตอบ จำไม่ได้ แต่รอฟัง

“ต่างฝ่ายต่างโทษว่าเป็นฝีมือของอีกคน แต่ไม่ว่ายังไงทั้งข้าและมันกลายก็เป็นศัตรูกันตั้งแต่นั้น ฝ่ายเสียเปรียบคือข้า เพราะบริษัทของไอ้เฉาชุ่ยใหญ่กว่า มีอิทธิพลมากกว่า กิจการของฝั่งข้ายังเป็นสีเทาๆ แต่ของมันน่ะดำสนิท มันต้องการทำลายข้าให้สมกับความแค้น เพราะครอบครัวมันมีแค่พ่อคนเดียว”

“.......”

โจรอู๋เล่ายาวรวดเดียวแทบไม่พักหายใจ แต่คนที่ลมหายใจเหมือนจะขาดหายกลับเป็นผม


นี่มึงไม่ใช่โจรไก่กาหรอกเหรอเนี่ย


“ความที่แม่ข้าดูแลสาขาที่จีน มันเลยจับเธอเป็นตัวประกัน แล้วให้ข้าหาเงินไปไถ่ร้อยล้านบาท... ถ้าหาไม่ได้ภายในกำหนด มันจะส่งเธอไปขายที่ซ่อง หรือไม่ก็ฆ่าเธอ”

“เฮ้ย.......”

หัวใจของผมดิ่งวูบ หันไปประจันหน้ากับมัน แต่มันเอาแต่ก้มหน้าซบกับบ่าของผม ความเปียกชื้นที่ผมสัมผัสได้ทำให้ปราการที่แข็งกร้าวมาตลอดสองวันอ่อนทรุดยวบทันทีราวกับปราสาททรายโดนคลื่นซัด มุมมองของผมที่มีต่อมันก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังตีนทันที


เพราะอย่างนี้เองเหรอ...

ที่มันต้องหาเงินมากมายก็เพราะไปเอาไปช่วยแม่เองเหรอ



“ตอนนั้นข้าเหมือนโลกทั้งใบพัง... พังยิ่งกว่าตอนพ่อตาย มองไปทางไหนก็ไม่เจอความหวัง เหี้ยกว่านั้นคือมันห้ามไม่ให้ข้ายืมเงินใคร มันจะตรวจสอบย้อนหลังทุกบาท ถ้ารู้ว่าใครให้ข้ายืม มันจะเล่นงานไม่ไว้หน้า ข้าเลยต้องมาเป็นโจรปล้นชาวบ้าน... แต่เพื่อนข้า เส้นสายคนนั้น เขาอยากช่วย เพราะรู้ว่าข้าจะต้องลำบากมากๆ”

“เขาชื่ออะไร” ผมถามเสียงเรียบ

“ชื่อทิวา เป็นนักสืบเอกชน” โจรอู๋ถอนหายใจเบาๆ “และตอนนี้ก็กำลังรับผิดชอบคดีการหายตัวไปของเอ็งด้วย”

“อะไรนะ........” ความช็อกโจมตีผมอีกระลอก

“เพราะอย่างนี้ไงข้าถึงไม่อยากบอก ข้ากลัวเอ็งโกรธ แล้วก็... กลัวเอ็งยังมีใจให้ผู้ชายคนนั้นอยู่”

คงจะหมายถึงเฟลม

ใช่สิ ผมไม่ได้คิดถึงเฟลมนานแค่ไหนแล้วนะ...?

“กูโกรธที่มึงอมพะนำไม่บอกความจริงมากกว่า” ผมบอกอย่างฉุนๆ “แล้วเขากับมึงมีความสัมพันธ์แบบไหนกันแน่”

โจรอู๋มีสีหน้าลำบากใจเหลือล้น

“แลกกับความช่วยเหลือที่เขาปิดบังความผิดให้ข้า รวมทั้งอำนวยความสะดวกเรื่องต่างๆ... ข้าต้องจ่ายเป็นร่างกายในการตอบแทน”

คิดไว้แล้วว่าคำตอบต้องเป็นอย่างนี้ แต่มันอดจี๊ดไม่ได้

“ข้าผิดที่เป็นฝ่ายเสนอเงื่อนไขนั้น เพราะไม่อยากเอาเปรียบเขาฝ่ายเดียว แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะทำลายทุกอย่างในอนาคต...มันเป็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เจ็บปวดเสมอเมื่อจับต้อง เหมือนเสี้ยนชิ้นใหญ่ฝังลึกมากๆ ที่ให้เราเลือกว่าจะผ่าออก หรือจะปล่อยให้มันทิ่มตำเราไปเรื่อยๆ จนวันตาย”

“...”

“แต่สุดท้ายข้าก็เลือกที่จะตัดทิ้ง คืนบ้านคืนรถให้เขา แล้วก็จะหาเงินมาคืนให้ทุกบาททุกสตางค์ไม่ให้ติดค้างต่อกัน ตอนนี้ข้าเหลือแต่ตัวเปล่าจริงๆ ข้าทิ้งทุกอย่างเพื่อมาหาเอ็ง... เพื่อเอ็งคนเดียว”

“.......”

“ข้าน่ะเหี้ยมาทั้งชีวิต แต่จากนี้ก็อยากเป็นคนที่ดีขึ้น เพื่อเอ็งนะ”

“... มึงแม่ง”

ผมรู้สึกร้อนขอบตา เลยหันหลังให้มันอีกครั้ง

ผมพูดผิดไปว่ามันเหมือนเฟลม แต่ไม่ใช่เลย มันต่างกับเฟลมมาก คนนั้นทิ้งผมที่อยู่กันมาสามปีเพื่อไปเลือกคนที่รู้จักแค่สามเดือนเพราะชื่อเสียงเงินทอง แต่ไอ้หมอนี่กลับทิ้งเงิน ทิ้งคนที่ซัพพอร์ตมันในทุกสถานะมาเป็นสิบๆ ปีเพื่อผมที่อยู่ด้วยกันแค่ช่วงสั้นๆ และมีแค่ตัวเปล่า คนอย่างมันถ้าไม่โง่ก็บ้ามากๆ อ่ะ... เวรเอ๊ย

“แต่กูมาทีหลังไม่ใช่เหรอ แสดงว่ามึงกับเขารักกันมาก่อน ส่วนกูก็เป็นมือที่สาม กูไม่ดีใจหรอกนะที่แย่งของคนอื่นมา” ผมว่า

โจรอู๋พ่นลมออกจมูกอย่างฉุนเฉียว

“มาก่อนแล้วไง ข้าไม่ได้คิดกับเขาเหมือนที่คิดกับเอ็ง ทุกอย่างเป็นไปเพราะสถานการณ์บีบบังคับกับผลประโยชน์ล้วนๆ ไม่ได้เกี่ยวกับความรักเลย ต่อให้ข้าไม่เจอเอ็ง ข้าก็ไม่ได้รักเขาอยู่ดี”

โอเค ชัดเจน

“แต่เขาคงรักมึง ใช่มั้ย”

“...ฮื่อ” มันพยักหน้านิดๆ

“ทิ้งเขาแบบนี้ไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยเหรอ”

“ข้าคิดว่าคนเห็นแก่ตัว คือคนที่รั้งอีกคนไว้ ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาไม่มีวันรักเราได้มากกว่า”

“......”

“ข้ารู้สึกผิดที่ทิ้งเขา แต่ข้ารู้มาตลอดว่าจะอยู่กันแบบนั้นตลอดไปไม่ได้ เราไม่สามารถพัฒนาไปเป็นคนรัก แต่ก็กลับไปเป็นเพื่อนไม่ได้ด้วย สุดท้ายไม่วันใดวันหนึ่งก็ต้องจากกันอยู่ดี”

“มึงไปพูดกับเขาแบบนี้เหรอ”

“อืม”

“แรงมากนะ ไม่กลัวเขาแค้นแล้วแว้งกัดรึไง”

“อะไรจะเกิดก็เกิดเถอะ แต่ข้าจะไม่ยอมเสียเอ็งไปแน่ๆ”

“.........”

หัวใจผมเต้นผิดจังหวะ แล้วก็เกิดกระแสอุ่นๆ จากหัวใจแผ่ซ่านไปทั่วร่าง...มันเป็นความรู้สึกที่โคตรดี ยิ่งกว่าการร่วมรักไม่รู้ตั้งกี่เท่า

“ยังสงสัยเรื่องไหนอีก”

“ไม่มีแล้ว” ผมพูดห้วนๆ

“งั้น... หายโกรธแล้วใช่ม้า?”

“ไม่รู้”

“เอ้า” โจรอู๋เกาหัว ย้ายมาอยู่ตรงหน้าผม ก้มตัวลงเล็กน้อยจนใบหน้าอยู่ระดับเดียวกัน “หนูจะเอาอะไร ยังงอนตรงไหนอีกล่ะครับคนดี หืม? นี่พี่ก็เล่าหมดเปลือกแล้วนะครับ ลึกกว่านี้ก็รหัสดีเอ็นเอล่ะจ้ะ”

“เชี่ย!” ผมฟาดแขนมันแรงๆ “พูดเหี้ยไรเนี่ย ขนลุก!”

“พูดเพราะๆ ไม่ชอบ ชอบคำหยาบเหรอ”

“เออ ขอร้องล่ะ อย่าพูดสำเนียงนั้นอีกนะ”

ใจกูจะวายไอ้สัด...น่ารักเกิน

มันเห็นท่าทีผมอ่อนลงก็หัวเราะคิก แล้วผมก็ถูกสวมกอดอย่างแนบแน่นอีกครั้ง มันเอาหน้าหนวดๆ ถูนัวเนียหน้าเนียนๆ ของผมจนแอบคัน... แต่ก็เป็นความน่ารำคาญที่โคตรรู้สึกดี แบบทุกทีเวลาที่เรานอนกอดกัน... อ้อมกอดของมันก็ทำให้ผมเหมือนอยู่ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ ทั้งได้รับพลังและอบอุ่นในเวลาเดียว ริมฝีปากที่ประทับตรงขมับ หน้าผาก เปลือกตา ปลายจมูก และแก้ม ก็ล้วนนุ่มนวลอ่อนหวานดั่งน้ำผึ้งชโลมใจที่แห้งเหี่ยวของผมให้ฟื้นคืนชีพ

ไม่น่าเชื่อว่าห่างกันแค่ไม่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมง ผมจะโหยหาสัมผัสของมันมากกว่าที่รอใครบางคนมาทั้งชีวิตซะอีก และก็ยิ่งตอกย้ำว่าผมคงขาดมันไม่ได้แน่ๆ

“กลับมาอยู่ด้วยกันนะ”

มันกระซิบข้างหูผมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เจือแววออดอ้อนเล็กๆ

ผมไม่ตอบ แค่พยักหน้านิดเดียว

“ขอบคุณนะ... ข้าคิดถึงเอ็งมากเลยรู้มั้ย”

ผมเอ่ยเสียงเบาและสั่นเครือ

“...กูก็คิดถึงมึง”

พลันน้ำตาผมก็ไหล ด้วยความตระหนักรู้ว่าคิดถึงมันมากจริงๆ แล้วก็เอ่ยออกมาเสียงแผ่ว

“ขอโทษนะที่ทำอะไรสิ้นคิด”

“ไม่เป็นไร คนเราพลาดกันได้ ข้าก็ทำผิดกับเอ็งตั้งหลายเรื่อง...  เอาเป็นว่าหายกัน โอเคมั้ย”

“ถ้ามีอีก กูจับเฉือนคาเตียงแน่บอกเลย”

โจรอู๋หัวเราะ เอียงหน้าจูบผมอย่างดูดดื่มเต็มปากเต็มคำ ผมก็โอบแขนรัดรอบคอมันแล้วจูบตอบอย่างหนักหน่วงไม่แพ้กัน เราจูบแบบแทบไม่พักหายใจเกือบนาที ราวกับจะบอกเป็นนัยว่าใครคิดถึงใครมากกว่า

“อย่าหนีไปไหนอีกนะ”

“อื้อ...ไม่หนีแล้ว”

มันกัดปากผมเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว “ได้ยินว่าซัดไวอากร้าเข้าไปเหรอ หืม คุณโฮสต์”

“สองแก้ว...”

โจรผลักผมหลังชิดกำแพง ดึงขอบกางเกงร่นลง แล้วบีบก้นผมหมับอย่างคันไม้คันมือ

“รออะไร... ยกขาขึ้นสิจ๊ะ”






///

มาแล้วนะ แต่จะโดนแบนมั้ย 5555

พี่เว็บไม่เท่าไหร่ กลัวแต่คนอ่านจะรับไม่ได้ แงงง T^T

พยายามหาทางลงให้ปัญหาแบบเมคเซ้นส์มากที่สุด

คือถ้าไม่ได้....กับเฮียมาเฟียเลย นี่ว่าเป็นไปไม่ได้ค่ะ ละครเกิน

แต่ถ้าเลยเถิดกว่านั้น คนเขียนเองค่ะจะรับไม่ได้ T.T

ความตั้งใจแรกที่เขียนเรื่องนี้เลยคือ ต้องการแหกค่ะ

แหกกฎของนิยายวาย หรือนิยายทั่วไป ว่านายเอกจะต้องใสซิง

ถึงได้ให้เค้ามีสามีมาก่อนเจอพระเอก แล้วก็ผ่านอะไรมาโชกโชนสุดๆ

อยากให้เข้าใจพาร์ทนี้ว่าแสงเทียนเขวมาก เศร้ามาก เมามาก และฮีทมาก

เลยทำอะไรแบบนั้นลงไป อยากให้มองเขาในฐานะมนุษย์มากกว่าภาพจำของนายเอกในอุดมคติน่ะค่ะ

แต่ยืนยันว่าจากนี้จะไม่มีฉากชวนใจหายใจคว่ำประเภทนี้อีกแล้ว

ขอบคุณที่ทนอ่านจนถึงตรงนี้ค่ะ นับถือใจคนที่ยังอยู่ด้วยมากๆ เลย TwT

รักน้าาา


ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2807
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-0
Re: THIEF MAN #แฟนโจร --------- EP.30 คืนดีดี (06/04/19)
«ตอบ #213 เมื่อ06-04-2019 14:39:16 »

ง้อเมียสไตล์พี่อู๋5555

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1060
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0
Re: THIEF MAN #แฟนโจร --------- EP.30 คืนดีดี (06/04/19)
«ตอบ #214 เมื่อ06-04-2019 14:44:41 »

 :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ ไร้เงา

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 16
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: THIEF MAN #แฟนโจร --------- EP.30 คืนดีดี (06/04/19)
«ตอบ #215 เมื่อ06-04-2019 16:57:41 »

แต่งยังไงก็ยังรออ่านค่ะ
เพราะรักนิยายเรื่องนี้ไปแล้ว :L1:

ออฟไลน์ Noina_Pn

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 300
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-1
Re: THIEF MAN #แฟนโจร --------- EP.30 คืนดีดี (06/04/19)
«ตอบ #216 เมื่อ06-04-2019 21:32:38 »

 :hao7:

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1743
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-3
Re: THIEF MAN #แฟนโจร --------- EP.30 คืนดีดี (06/04/19)
«ตอบ #217 เมื่อ06-04-2019 22:27:38 »

 :hao6: :hao6:

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 885
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
Re: THIEF MAN #แฟนโจร --------- EP.30 คืนดีดี (06/04/19)
«ตอบ #218 เมื่อ06-04-2019 22:42:18 »

ถึงหมดตัวแต่พี่อู๋ยังเหลือแรงนะจ๊ะ  :impress2: :impress2:
 :hao6:

ออฟไลน์ aoihimeko

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +155/-8
Re: THIEF MAN #แฟนโจร --------- EP.30 คืนดีดี (06/04/19)
«ตอบ #219 เมื่อ13-04-2019 06:25:11 »

 :hao7:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: THIEF MAN #แฟนโจร --------- EP.30 คืนดีดี (06/04/19)
« ตอบ #219 เมื่อ: 13-04-2019 06:25:11 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2447
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-4
Re: THIEF MAN #แฟนโจร --------- EP.30 คืนดีดี (06/04/19)
«ตอบ #220 เมื่อ13-04-2019 11:41:47 »

ถึงนายเอกจะผ่านสมรภูมิ sex มาอย่างโชกโชน เราก็ยอมรับได้ เพราะ โครงเรื่อง นิสัยของแสงเทียน น่ารักมากๆ ภาษาสวย มีฉากระทึกเกือบทุกตอน เอกลักษณ์ของตัวละคร ชัดเจน สุดท้าย อยากให้ มาเฟียตี๋ คู่กับทิวา ได้มั๊ย สงสารทิวา

ออฟไลน์ Blackmamba

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 52
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0


31
'กูรักมึง'



ผมโดนโจรลงโทษไปสามรอบถ้วน คงไม่ต้องบอกนะครับว่าก้นระบมแค่ไหน โดนมันกระแทกกระทั้นปู้ยี้ปู้ยำขย้ำขยี้ บอบช้ำยิ่งกว่ากระสอบทราย ทำยังกะจะไม่ให้เดินได้ไปสามวันเจ็ดวัน ไหนจะขูดกำแพงแสบไปหมด แล้วผมทำได้แค่ข่วนหลังกัดไหล่มันแค่นั้น เหี้ยจริงๆ นี่ขนาดห่างกันแค่ไม่ถึงสองวันเอง ถ้าสักอาทิตย์นึงผมไม่นอนโรงบาลเลยเหรอ

เรายืนอยู่ข้างถนน มันกำลังไล่ดูโรงแรมราคาถูกในทราเวลโลกาเพื่อใช้เป็นที่ซุกหัวนอนคืนนี้ ระหว่างรอแท็กซี่ก็คุยกันในประเด็นที่ยังไม่ได้เอ่ยถึง

“มึงเทเขาแบบนั้น กูกลัวเขาโกรธแล้วแฉมึงจัง เขามีข้อมูลทุกอย่างของมึงในมือ จะทำอะไรกับมึงก็ได้”

แม้จะเคลียร์เรื่องคนๆ นั้นจบ แต่ความกังวลของผมก็ยังไม่หายไป หนำซ้ำจะยิ่งทวีหนักขึ้นเรื่อยๆ

ทว่าโจรอู๋สั่นหัว ใบหน้าไร้ซึ่งความกังวล

“เขาไม่ทำหรอก ถ้าทำก็เหมือนแฉความทุจริตของตัวเอง คงลอยทะเลเราเท่านั้นแหละ”

“งั้นก็ดี....”

“แต่ต้องทำใจว่าชีวิตจากนี้ไปคงไม่สบายเหมือนที่ผ่านมา เอ็งกับข้าอาจต้องอดมื้อกินมื้อ ย้ายที่ซุกหัวนอนไปเรื่อยๆ ปลอมตัวใหม่เรื่อยๆ เสี่ยงอันตรายก็ต้องเอาตัวรอดเองให้ได้ ไม่มีคนเป็นแบ็คอัพให้”

“ฟังดูน่ากลัวนะ”

“ใช่ ข้าขอโทษที่พาเอ็งมาลำบาก”

“ไม่เอาน่า มาถึงขั้นนี้มันเลยจุดที่จะโทษว่าเป็นความผิดใครแล้ว”

โจรอู๋ยิ้มเศร้าๆ ก่อนจะดึงผมไปกอดตามด้วยจูบหน้าผากแรงๆ   

ยืนรอเกือบสิบนาทีก็ยังไม่ได้ขึ้น โจรบ่นว่าหิวเลยชวนไปหาข้าวกินแทน ด้วยความที่แถวนี้เป็นย่านท่องเที่ยว ร้านอาหารหลายรายจึงเปิดโต้รุ่ง บรรดานักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ผมกับโจรเลยค่อนข้างสบายใจว่าไม่มีใครรู้จักเรา (ก็ขอให้อย่าอุตริเจอญาติมันเข้าละกัน)

ผมเข้าร้านตามสั่งไปก่อน ส่วนมันแยกไปซื้อของในเซเว่น พนักงานสาวชาวประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาต้อนรับพร้อมกับเมนู ผมสั่งข้าวต้มปลากะพงแบบกลับบ้านเพราะไม่อยากอยู่ข้างนอกนานๆ

อา... นี่ผมกลายเป็นโจรเต็มตัวแล้วสินะ จะทำอะไรก็ระแวงไปหมด

เห็นรถตำรวจผ่านไปสองคัน ชักใจไม่ดี แถวนี้อยู่ใกล้โรงพักซะด้วยสิ เกิดเจอตำรวจออกเวรมากินข้าวคงซวยแน่ แคนเซิลเมนูหรือเปลี่ยนร้านทันไหมเนี่ย

แล้วก็ราวกับสวรรค์กลั่นแกล้ง มีรถตำรวจมาจอดจริงด้วย! แต่ที่เหี้ยกว่าคือตำรวจคนนั้นมากับคนที่ผมไม่อยากเจอหน้าอันดับหนึ่งในชีวิต

เฟลม!!!!!!!

อะไร ทำไม เป็นไปได้ยังไง? ทำไมเฟลมถึงอยู่กับตำรวจ ทำไมต้องมาร้านนี้ ทำไมต้องเป็นเวลานี้... แล้วทำไมยัยพนักงานต้องพาพวกเขามานั่งโต๊ะติดผมด้วยยย!!!

แฟนเก่าผู้สวมเขาให้ผมดูทรุดโทรมโศกสลดเหมือนไร้ซึ่งจิตวิญญาณ เขาซูบผอมลงมาก ใบหน้าตอบจนเห็นโหนกแก้มสันกรามชัด อีกทั้งยังใต้ตาดำคล้ำอย่างคนอดนอนติดกันนานๆ ซึ่งไม่น่าแปลกใจนัก คงเครียดเรื่องคดีของผมล่ะมั้ง ไม่รู้จะสงสารหรือสะใจดีที่เห็นสภาพเกือบซอมบี้ของเขา

อย่างไรก็ตาม เราไม่ควรเจอกัน อย่างน้อยก็ตอนนี้

หัวใจผมเต้นแรงมากเหมือนจะทะลุออกมาข้างนอก ตัวเย็นเยียบแข็งทื่อ เสียวสันหลังวาบเมื่อเฟลมนั่งลงที่เก้าอี้ซึ่งหลังติดกับผม... ฉากกั้นระหว่างเรามีแค่ช่องว่างทางอากาศแค่สามคืบ

ห่างกัน-แค่-สามคืบ

ผมไม่รู้ว่าควรทำยังไง ระหว่างลุกออกไปเลยกับนั่งจนกว่าอาหารจะมาแล้วค่อยไป ใจจริงอยากทำอย่างแรก แต่มันอาจดูพิรุธเกิน
แต่ระหว่างที่รอ เกิดเขาหันมาข้างหลังแล้วจำท้ายทอยผมได้ จะเกิดอะไรขึ้น? หรือถ้าโจรอู๋เข้ามาเจอพวกเขา คงยิ่งซวยกว่า

เอาไงดีวะ

“รับอะไรดีคะ” พนักงานส่งเมนูให้สองคนนั้นแล้วรอออเดอร์

“ข้าวปูผัดผงกะหรี่” เฟลมสั่ง

“ผมเอาด้วย” ตำรวจพูด

“ทำไมต้องลอกกัน เมนูมีตั้งเยอะ”

“ก็ผมอยากกินกะหรี่ ผิดตรงไหน”

“พูดแบบนี้แสดงว่ากินบ่อย”

“แน่นอนสิ แถวนี้ถิ่นผม”

“ร้านไหนล่ะ พาไปบ้างสิ”

“จะบ้าเหรอ พูดเล่น ผมเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์นะคุณ มีหน้าที่ปราบปรามอบายมุขทุกประเภท เรื่องไรจะไปมั่วเอง”

“นี่แก้ตัวหรือหาเสียง”

น้ำเสียงเฟลมฟังดูเป็นกันเอง ไร้ซึ่งความประหม่ายำเกรงแบบที่ประชาชนทั่วไปมีต่อเจ้าหน้าที่ บางทีตำรวจนายนี้อาจเป็นคนรับผิดชอบคดีของผม พวกเขาเลยมีปฏิสัมพันธ์กันบ่อย อายุก็ดูไม่ห่างกันมาก คง สนิทจนกลายเป็นเพื่อนกัน ถือว่าเป็นเรื่องดีนะ เพราะเพื่อนในชีวิตจริงของเฟลมน้อยมากแทบนับนิ้วได้

“ขอบคุณนะที่พาไปดูหนัง” เฟลมพูดต่อ

“บอกแล้วไงว่าไม่ได้เลี้ยง ตั๋วฟรี”

“ก็ไม่ได้หมายถึงตั๋วอย่างเดียว”

“รู้น่า ผมไม่อยากให้คุณเศร้า คนเราต้องหาอะไรผ่อนคลายบ้าง”

“อืม”

“สนุกมั้ย”

“ก็งั้นๆ”

“เหรอออ แต่ผมเห็นคุณอ้าปากค้างทั้งเรื่องเลยนะ”

เฟลมเหมือนจะเขินๆ “ผมชอบเอฟเฟกต์หรอก ดีกว่าภาคที่แล้วเยอะ”

“ไม่ใช่อึ้งในความหล่อของอนันดาเหรอ”

“มั่วละ จะอึ้งทำไม เคยเจอตัวจริงมาแล้วยังเฉยๆ”

“โห ระดับอนันดายังบอกว่าเฉย แล้วต้องระดับไหนถึงจะหล่อสำหรับคุณ”

แบบมาร์ค คีแกนไง ผมตอบในใจ

“หล่อน่ะหล่อ แต่ก็ไม่ถึงกับอ้าปากค้าง”

“เอาความมั่นใจมาจากไหน”

“ผมว่าผมก็หล่อไม่แพ้เค้า”

ตำรวจหัวเราะ “ถ้างั้นทำไมไม่ไปเป็นดาราเองซะเลยล่ะ พ่อคนหล่อกว่า”

“อย่าพูดตอกย้ำกันได้ปะ คนอย่างผมอะไรที่ทิ้งแล้วจะไม่หันกลับไปมองเป็นครั้งที่สอง”

หมายถึงเราด้วยรึเปล่าเฟลม

“ล้อเล่นน่า ผมรู้ว่าคุณอินดี้ เลือกเป็นทำร้านเดลิเวอรี่ ดีกว่าเป็นชู้ลับซุป’ตาร์”

“หมวดรักษ์!”

“ฮ่าๆ”

ผมแอบฟังพวกเขาพูดจาหยอกล้อกัน สังเกตน้ำเสียงของเฟลม... เขาก็ดูมีความสุขดีนี่นา ยังหัวเราะได้ คุยเล่นได้ เห็นทีว่าตำรวจคนนี้จะไม่ใช่แค่ดูแลคดีให้เขาอย่างเดียว ยังดูแลตัวเขาด้วย ชักสงสัยแล้วสิว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นมากกว่าเจ้าหน้าที่กับประชาชนรึเปล่า? มีพาไปดูหนัง แถมมานั่งดินเนอร์กันด้วยแน่ะ แปลกๆ แต่ถ้าเป็นจริงผมก็ดีใจด้วยนะ

“แสงเทียน”

“!!!!!!!!!!”

ชิบหาย ว่าแล้วแม่งต้องจำได้!

วินาทีที่เฟลมเรียกชื่อ ผมถึงกับหยุดหายใจ ตัวแข็งทื่อเป็นหินพันปี

ขอโทษนะอู๋ที่กูถูกจับได้ก่อนมึง แต่ไม่เป็นไร ไว้เจอกันในคุก

“ละเมอเรียกผมเป็นเขาอีกแล้วนะ” ตำรวจเอ่ย น้ำเสียงขำปนเอ็นดู

“เปล่า...” เสียงเฟลมฟังดูเก้อเขิน

โล่งอกไปที แค่เรียกผิด นี่แปลว่าเขาไม่เคยหยุดคิดเรื่องผมเลยสินะ

“ไหนๆ ก็พูดถึงเขาแล้ว คุณจะทำไงต่อ อยู่ดีๆ นักสืบทิวาก็ถอนตัวจากทีมไปแบบนี้น่ะ” เฟลมว่า

“อืม ผมกับจ่าก็ต้องทำงานหนักขึ้น แต่ยังดีที่เรารู้แล้วว่าโจรอู๋กับพรรคพวกอยู่ที่ไหนสักแห่งแถวๆ สุขุมวิท”

“คุณแน่ใจได้ไง โจรกระจอกแบบนั้นเนี่ยนะจะอยู่ในสุขุมวิท”

“อย่าลืมว่าพวกเขาปล้นทรัพย์สินได้เยอะขนาดซื้อตึกที่นั่นได้สบายเลย”

อะไรนะ! นี่สืบมาไกลถึงขั้นนี้แล้วเหรอ ดีที่เราย้ายออกจากสุขุมวิทมาแล้ว ไม่งั้นมีหวังถูกรวบคาคอนโดแน่ๆ ตำรวจทีมนี้โคตรไม่ธรรมดาเลย ขนาดนักสืบเป็นหนอนบ่อนไส้ให้แท้ๆ ถ้าแก๊งโจรไม่รีบปิดจ็อบให้เร็วที่สุด อนาคตคงสุ่มเสี่ยงจะไม่รอดแล้วล่ะแบบนี้

“เขาจะอยู่ไหนก็ตาม... ผมแค่อยากรู้ว่าเขาเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง”

“.......”

“ผมรู้ว่าทุกอย่างระหว่างเราคงไม่มีวันเหมือนเดิม... แต่สิ่งเดียวที่ผมภาวนาก็คือขอให้เขาปลอดภัย เท่านั้นก็พอ”

“.......”

ไม่รู้ว่าน้ำตาของผมไหลออกมาตอนไหน

อยากจะหันกลับไป แล้วยิ้มให้นาย... พร้อมกับบอกว่าเรายังมีชีวิตอยู่ แถมยังมีความสุขกว่าที่ผ่านมาอีกด้วย

แต่ก็ไม่ได้ทำอย่างนั้น ผมหยิบกระดาษทิชชู่เอามาปิดปากเพื่อไม่ให้ใครเห็นใบหน้า แล้วรีบก้มหน้าเดินออกจากโต๊ะนั้นอย่างเร็วไว ขืนนั่งต่อไปคงไม่วายร้องไห้จนเขาหันมามองแล้วถูกจับได้

“อ้าว จะกลับแล้วเหรอคะ อาหารยังไม่เสร็จเลย” พนักงานที่อยู่หน้าร้านพูดกับผมอย่างงงๆ

ผมหยุดเดิน หยิบปากกาจากมือเธอมาเขียนใส่กระดาษทิชชู่ด้วยมือสั่นเทา ก่อนจะส่งปากกาคืนพร้อมกับกระดาษที่มีข้อความข้างใน พร้อมทั้งเงินค่าข้าวต้มที่ไม่ได้กิน

“ฝากให้คนเสื้อแดงโต๊ะห้าด้วย แต่รอเขาเช็คบิลก่อนนะครับ อันนี้ค่าเสียเวลา”

แล้วก็วิ่งออกมาโดยไม่หันหลังกลับ โจรอู๋เพิ่งออกจากเซเว่นมาพอดี ผมรีบคว้าแขนมันเดินหนีออกมาไกลๆ

“อะไรของเอ็ง จะไปไหน ยังไม่ได้กินข้าวเลย”

“รีบหนีเร็ว เฟลมอยู่ในร้าน เขามากับตำรวจด้วย”

“ฮะ!?” โจรอู๋ท่าทางตกใจ เบิกตากว้าง

ผมชะโงกหน้ามองหาแท็กซี่ แต่โชคร้ายที่มันไม่มีเลยสักคัน คงเพราะมันดึกมากๆ เราเลยหลบอยู่ใต้เงามืดของต้นไม้ใหญ่ข้างทางไปพลางก่อน

“ข้านึกว่าเอ็งจะดีใจแล้วกลับไปหาเขาซะอีก”

ผมเงยหน้ามองผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าอย่างโคตรไม่อยากเชื่อหู

“ทำไมมึงพูดงี้”

“ข้าคิดว่าเอ็งยังรัก...”

“หุบปากซะทีเถอะ!”

ผมตะโกนเสียงดังด้วยความอัดอั้นตันใจ กระชากคอเสื้อของมันดึงลงมาประกบปากจูบ... ค้างไว้อย่างนั้นหลายวินาที แล้วก็ขยุ้มผมมันดึงหัวออกห่าง จ้องหน้าเขม็งด้วยดวงตาจริงจังแต่ก็สั่นไหวคลอนเคลือน พูดด้วยเสียงสั่นสะท้านแต่ใจความหนักแน่น

“มึงนี่มันโง่หรือโคตรโง่กันแน่วะ! กูมีโอกาสดีๆ จะหนีกว่านี้ไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง แต่กูก็ยังอยู่ เพราะอะไร! กูรักมึงไงไอ้ควาย!
“.........”

“ให้ตาย... ต้องให้พูดก่อนจนได้”

“.......”

ผมก้มหน้า ขอบตาร้อนเหมือนจะมีน้ำไหล ไอ้โจรยืนทื่อโง่ๆ อ้าปากค้างอย่างโง่ๆ ยังมีหน้าตบแก้มตัวเอง

“นี่ข้าฝันไปรึเปล่า เอ็งเนี่ยนะบอกรักข้า”

“เออ ฝันมั้ง!”

ผมไสมันออกจากตัวอย่างโคตรจะหงุดหงิด เมื่อนั้นมันถึงได้สติ ดึงร่างผมไปสวมกอดแน่น.... แน่นมากจนกระดูกของผมจะแหลกเหลวด้วยแรงกอดรัดระดับงูอนาคอนด้ารัดลูกกระต่าย

“ข้าไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้จากปากเอ็ง... ไม่คิดว่าเอ็งจะคิดเหมือนกัน ข้าก็รักเอ็ง... รักตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นหน้าด้วยซ้ำ ถึงได้ขโมยมา”

“ไม่ต้องพูดเลย ครั้งแรกมึงคิดว่ากูเป็นตุ๊กตายาง”

“โอ๋... สวยอย่างนี้ใครจะคิดว่าเป็นมนุษย์ล่ะฮึ เอ็งก็เล่นละครตบตาข้าซะเนียนด้วย”

“มึงมันโง่เอง...”

ผมซบหน้ากับบ่ากว้างของมัน ก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมา พอพูดคำนั้นออกไปแล้วผมก็รู้สึกโล่งอย่างบอกไม่ถูก คล้ายกับหินหนักที่ถ่วงอยู่ข้างในถูกปลดทิ้งไป หินที่ว่าคือความรู้สึกผิดที่มีต่อเฟลม ต่อครอบครัว ต่อสังคม และต่อตัวผมเอง ผมไม่กล้ายอมรับว่าผมจะรักคนที่ทำลายชีวิตตัวเองอย่างไอ้โจรคนนี้ได้ แต่เรื่องราวทั้งหลายที่ผมกับมันก้าวผ่านด้วยกันมา ทำให้ความคิดผมเปลี่ยนไป

หากตัดสถานะที่ตราหน้ามัน ตัดประกาศจับ กับหน้าตาชั่วๆ ของมันออกไป เหลือแต่ตัวเปล่าๆ กับหัวใจ มันก็คือคนธรรมดาคนหนึ่งที่ทำทุกอย่างเพื่อคนที่มันรัก... ยอมแลกเงินทอง ความสุขสบาย กระทั่งชีวิต เมื่อมองมันด้วยสายตาที่ปราศจากอคติ ผมก็มองเห็นตัวตนที่แท้จริง

และนั่นก็ทำให้ผมกล้ายอมรับมัน เช่นเดียวกับยอมรับหัวใจตัวเอง

รู้แหละว่ามันอาจดูไม่เหมาะสมในสายตาใครๆ แต่ผมไม่สนใจแล้วล่ะ ผมตัดสินใจแล้วว่าอยากมีมันอยู่ในชีวิต แม้ว่าหนทางข้างหน้าจะยากเย็นแค่ไหนก็ตาม ผมจะผลัก จะดัน ทำทุกวิถีทางเพื่อพามันออกจากที่มืดกลับสู่แสงสว่างให้ได้ ผมตั้งใจเช่นนั้น
 
“ขอบคุณที่เอ็งรักโจรกากๆ คนนี้ แม้ว่าข้าจะทำให้เอ็งเจ็บตัวเจ็บใจบ่อยเหลือเกิน...ขอบคุณที่ไม่ทิ้ง ไม่หนีข้าไปไหน... ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างข้าเสมอ ชีวิตข้าคงไม่ต่างกับเศษสวะถ้าไม่มีเอ็ง... เพราะมีเอ็ง ถึงได้รู้ว่าชีวิตนี้อยู่และตายเพื่อใคร”

โจรโอบกอดผม จูบที่ขมับเบาๆ แล้วเลื่อนไปพูดที่ข้างหู... คำพูดไหลหลั่งพรั่งพรู เช่นเดียวกับน้ำตาของผมที่ไหลพราก

“......อือ”

“ข้ารักเอ็ง รัก รักมาก รักที่สุด รักกว่าทุกคนที่ผ่านมา และคงไม่มีทางรักใครได้เท่านี้อีก”

“พอแล้ว....”

ผมเอาหน้าร้อนๆ มุดกับอกของมัน รู้เลยว่าอาการเขินจนจะระเบิดตัวตายเป็นยังไง ไอ้โจรทั้งกอดทั้งหอมและถ้าไม่ติดว่าอยู่ข้างถนนมันก็คงจับผมกดซะตรงนี้

ไม่รู้ว่าแท็กซี่ผ่านไปแล้วกี่คัน แต่ช่างมัน ขอเราซึมซับความรู้สึกดีๆ ในตอนนี้ให้มากที่สุดก่อน เพราะมันจะเป็นฉากหนึ่งที่สำคัญในชีวิตที่เราไม่มีวันลืม

ฝากคำขอโทษไปถึงเฟลม...

ขอโทษที่ทำให้นายทุกข์ใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ

ขอโทษที่เราไม่หลงเหลือความรักให้นายอีกต่อไป

ขอโทษที่เราเลือกทางนี้... เลือกเป็นเมียโจร

ขอโทษ..... ที่เราคงกลับไปเป็นคนดีคนเดิมของนายไม่ได้อีกแล้ว





......

“ร้อยเก้าสิบค่ะ”

พนักงานสาวแจ้งยอดเงินกับลูกค้าทั้งสองหลังจากที่พวกเขาทานเสร็จแล้ว ชายหนุ่มรูปงามควักกระเป๋าตังค์ แต่ไม่มีอะไรอยู่ในนั้น แล้วก็ยิ้มแห้งๆ ตำรวจที่ตั้งใจเลี้ยงอยู่แล้วเลยจ่ายแทน ก่อนทั้งคู่จะลุกออกไป

“เดี๋ยวค่ะลูกค้า” พนักงานสาวท้วงตามหลัง

“อะไรครับ” เฟลมหันกลับไปงงๆ

หญิงสาวหยิบกระดาษทิชชู่จากกระเป๋าผ้ากันเปื้อนส่งให้เขา เฟลมรับไปด้วยสีหน้างงกว่าเดิม

“มีคนฝากให้คุณค่ะ” เธอบอก

“ใครครับ”

“ลูกค้าโต๊ะสี่ ที่นั่งหลังติดกับคุณน่ะค่ะ”

พนักงานสาวตอบยิ้มๆ ก่อนจะเดินเลี่ยงจากไป เธอคิดว่าในกระดาษนั้นคงเป็นเบอร์โทร เพราะเคยมีลูกค้าจีบกันผ่านแม่สื่อที่เป็นพนักงานอยู่บ้าง

เฟลมคลี่กระดาษทิชชู่ดูอย่างสงสัย เห็นข้อความบางอย่างอยู่ข้างใน เป็นข้อความสั้นๆ เขียนด้วยลายมือคุ้นตา

แค่นั้น... ชายหนุ่มก็รู้สึกชาไปหมดทั้งตัว ลมหายใจขาดห้วง คล้ายวิญญาณหลุดจากร่างกะทันหัน

สายลมวูบหนึ่งพัดเข้ามา ทำให้กระดาษแผ่นนั้นปลิวหลุดจากมือเขาไป


เฟลมล้มทั้งยืน




‘เราสบายดี...’




/// สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะพี่น้อง

ขอบคุณทุกคอมเม้นต์นะคะ ดีใจมากๆ เลย  :hao5:

โดยเฉพาะคุณ t2007 ประโยคสุดท้ายเหมือนจะรู้ความคิดคนแต่งเลยนะคะ (Oops!) 555

แล้วพบกันใหม่ค่ะ <3

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1060
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0
 :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1743
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-3
โจรอู๋เนี่ยหื่นจริงๆ ยังไงก็ดูแลแสงเทียนให้ดีละ มอบตัวแหละหัวใจให้ขนาดนั้น
 :กอด1:

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2807
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-0
รอตอนต่อไปนะจ๊ะ

ออฟไลน์ bokiee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 13
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ตามทันแล้ว รอตอนต่อไปนะคะ  o13

ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2447
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-4
เขย่าหัวใจอีกล๊าววววว แสงเทียน เฟลม เป็นคนแปลกหน้าอย่างชัดเจน รออ่านคู่ทิวา มาเฟีย

ออฟไลน์ Noina_Pn

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 300
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-1
 :hao5: :hao5:

ออฟไลน์ Blackmamba

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 52
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

32
ปิดฉากความรัก



สรุปเราสองคนก็เดินไปโรงแรม เพราะโจรอู๋เลือกที่อยู่ใกล้ๆ แบบวอล์คอินแทน จริงๆ คือโรงแรมม่านรูดราคาถูกแหละ แอ๊บเป็นชาวต่างชาติกันไป นอกจากเหตุผลเรื่องความประหยัดก็คือเรื่อง (ไร้) ความปลอดภัย เพราะไม่ต้องใช้บัตรประชาชน กล้องวงจรปิดก็ไม่มี เหมาะกับพวกแอบเมียมานอนกับกิ๊กมากเลย (อ่ะ...ถ้าในอนาคตอิอู๋ไม่กลับบ้าน ผมก็จะมาตามมันที่นี่แหละ)

“ไม่เอา อย่าทำแบบนี้ กูอายนะ...”

“แล้วทำไมถึงยอมให้คนอื่นทำ”

“กูไม่รู้ กูเมา”

“ไม่ต้องอ้าง กางขาออกเดี๋ยวนี้”

“ไอ้เชี่ยนี่.....”

มหาโจรคร่อมอยู่ข้างบนร่างของผม ใบหน้าอยู่ระดับท้องน้อยกำลังเล้าโลมจุดสำคัญด้วยปาก ทำผมเขินมากเพราะไม่ค่อยยอมให้มันทำแบบนี้ให้มีแต่ตัวเองที่ทำให้มัน

“ข้าจะเลียเอาเสนียดจัญไรจากไอ้สารเลวนั่นออกจากตัวเอ็งให้เกลี้ยงเลย”

ผมไม่กล้ามอง จึงหันหน้าไปด้านข้างและหลับตาปี๋ หายใจถี่ๆ ด้วยความรู้สึกร้อนวูบไหวไปทั้งตัว ไวอากร้าอาจยังไม่หมดฤทธิ์ ผมเลยรู้สึกไวต่อสัมผัสของมันมากเป็นพิเศษ

มันทั้งดูด เลีย ขบเบาๆ ราวกับหยอกเย้า ทำเอาผมเสียวกระสันจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้ ถึงกับแอ่นกายเข้ารับสัมผัสจากมันแนบแน่นยิ่งขึ้น มือก็ขยุ้มผมของมันระบายอารมณ์ที่พลุ้งพล่าน

“มึง กูจะเสร็จแล้ว...เอาปากออก...”

แต่มันไม่ทำตามคำสั่ง กลับจับรั้งเอวผมไว้ไม่ให้ดิ้นหนี ไออุ่นและการสัมผัสที่ร้อนแรงจากปากของมันทำให้อารมณ์ของผมพุ่งถึงขีดสุด กระทั่งปล่อยออกมาทั้งที่ปากยังครอบคาอยู่

ผมส่งเสียงครางยาวในลำคอหลังจากพ้นจุดนั้นมาแล้ว รู้สึกผ่อนคลายลง โจรอู๋ถอดถอนริมฝีปากออกไปจากอาวุธประจำกายของผม เลียริมฝีปากอย่างเซ็กซี่ขยี้ใจที่สุด

มันถอยไปข้างหลัง นั่งชันเข่า จัดการปลุกเร้าอาวุธของตัวเองให้แข็งขันเต็มที่

ผมชันกายขึ้นจากที่นอน “ให้ทำให้มั้ย”

“ได้ก็วิเศษเลยครับ”

ผมขยับเข้าไปใกล้ ก้มหน้าลงไปแล้วรับเอาความเป็นชายของมันไว้ในปาก ลากลิ้นสัมผัสอย่างทั่วถึงทุกตารางนิ้วพร้อมกับใช้มือช่วย จูบสลับกับดูดเบาๆ อย่างทะนุถนอม... มันส่งเสียงครางต่ำๆ ในลำคออย่างพึงพอใจ มือใหญ่สอดใต้เรือนผมของผมดึงให้เข้าไปใกล้กว่าเดิม
ด้วยขนาดที่ใหญ่ยาวคับปากคับคอ ผมเลยไม่สามารถครอบครองของมันได้มิด เคยลองจนสุดว่าจะหยุดที่ไหน ปรากฏว่าทะลุลิ้นไก่ลงไป ทำเอาสำลักหน้าดำหน้าแดงแทบตายมันรู้สึกผิดกับสงสารเลยไม่ให้ผมอมหมดแท่งอีกเลย แค่ใช้ลิ้นเล่นกับครึ่งบนและใช้มือกับครึ่งล่างก็พอ เป็นความใส่ใจเรื่องเล็กๆ แต่น่าประทับใจดีนะผมว่า

มันกัดริมฝีปากล่างอย่างเสียวสะท้าน ครางออกมาเบาๆ ด้วยความสุขสม ผมกำท่อนลำขยับมือขึ้นลงเป็นจังหวะถี่ๆ พร้อมกับกัดดูดเลียส่วนปลายราวกับไอศกรีมแสนอร่อย ก่อนที่มันจะปล่อยนมข้นหวานออกมาอย่างทะลักทลาย และผมก็เลียเก็บเกลี้ยงทุกหยาดหยด มันงี้มองตาหวานเยิ้มเหมือนหัวใจจะละลาย

“น่ารักที่สุดเลย”

ผมเองก็แทบละลายเหมือนกัน...

มันกอดผมแล้วล้มตัวนอนโดยตัวเองอยู่ข้างบน ยกขาผมขึ้นชันและอ้ากางออก สวมถุงยางและใช้น้ำลายแทนตัวหล่อลื่น เอาหัวจ่อหยอกล้อแต่ไม่ยอมเข้ามา เหมือนจะแกล้งยั่วกัน ผมเลยจับยัดเข้ามาเองนักเลงพอ มันหัวเราะใหญ่

“ฤทธิ์ไวอากร้านี่แรงจริงๆ”

“ไม่มีฤทธิ์เหี้ยไรทั้งนั้นอ่ะ กูอยากโดนมึงเอา เร็วๆ เลย อย่าให้ต้องโมโหขึ้นควบเอง”

“โอ้โห.......”

“คืนนี้อยากได้เท่าไหร่ใส่มาเลยไม่ต้องยั้ง”

“ห้ามคืนคำนะ”

“อือ”

“ถ้าเตียงพังอย่าโทษข้านะ”

“อือ...” ผมลูบแขนมัน “เอวกูพังก็ไม่เป็นไรเหมือนกัน...”

ดวงตาคมเกิดประกายสว่างไสว คล้ายมันดีใจจนถึงขั้นจะหลั่งน้ำตา นี่คือฉากที่เอ็ดเวิร์ดกับเบลล่าไปฮันนีมูนแท้ๆและความรู้สึกของเราก็ไม่ต่างกับพวกเขา ขาดก็แค่พิธีแต่งงานเท่านั้น

ระหว่างที่มันกำลังรุกคืบเข้ามาลึกมากขึ้น สองแขนใหญ่ก็โอบกอดสอดใต้ร่างของผมไว้แนบชิดสนิทกับแผงอกล่ำ สัมผัสได้ถึงหัวใจของมันที่เต้นแรงเร็วระรัวปานม้าศึกที่ฮึกเหิม ริมฝีปากของมันพรมจูบผมไปทั่วสลับกับพร่ำคำบอกรักไม่ขาดสาย

“เทียน...ที่รัก ข้ารักเอ็งนะ โคตรรักเลย”

“อืม...รู้ กูก็รักมึง”

ทุกครั้งที่ได้ยินคำนั้น ทุกครั้งที่เอ่ยออกไป ก็เหมือนมีกระแสไฟอ่อนๆ ที่หัวใจแล่นออกไปทั่วตัวทุกที นอกจากนี้ยังรู้สึกอบอุ่นราวกับมีบางอย่างห่อหุ้มร่างกายเอาไว้ คล้ายกับทารกที่อยู่ในครรภ์มารดา... เป็นความรู้สึกของการเป็นที่รัก เป็นที่ปกป้อง เป็นที่ต้องการ... มันดีมากจนผมแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว

“ร้องไห้ทำไม ฮื้ม? เจ็บตรงไหนเหรอ” มันถามเสียงเบาเจือแวววิตก แต่ผมสั่นหัว

“เปล่าแค่ดีใจ”

“หมาวัดตัวนี้ต่างหากที่ควรดีใจ ไม่ใช่นางฟ้า”

มันใช้จมูกไล้ใบหน้าของผมอย่างรักใคร่ นั่นแหละทำให้น้ำตาผมไหลจริงๆ

“โอ๋ ไม่ร้องนะครับคนดี มามีความสุขด้วยกันดีกว่า”

ผมปาดน้ำตาและร่นตัวลงไปข้างล่าง กดสะโพกตัวเองเข้าหามันจะว่าเป็นครั้งแรกก็ได้ที่ผมมีบทบาทในเซ็กส์ของเรา (ไม่นับที่ขึ้นคร่อมมันครั้งก่อน) เพราะปกติจะนอนเป็นขอนไม้ ไม่ค่อยมีปฏิกิริยาตอบโต้ ปล่อยให้มันทำตามใจชอบเรื่องของเรื่องคือไม่อยากให้มันได้ใจ คิดว่าผมชอบลีลาของมันหรืออะไรทำนองนั้น (อืม แม้ว่าที่จริงจะชอบมากๆ)

แต่วันนี้... ไม่มีสิ่งใดต้องปิดบังอีกแล้ว กำแพงหัวใจและร่างกายของเราพังทลาย ผมเปิดเผยให้มันรับรู้ทุกอย่าง และก็ได้ค้นพบว่าการตรงไปตรงมานั้นง่ายกว่าเยอะ ตรงไหนดีก็บอกดี ชอบก็บอกชอบ ตรงไหนไม่ถูกใจก็พูดตรงๆ จะได้แก้ไขถูกจุด เป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่าย อีกอย่างนะผู้ชาย (ฝ่ายรุก) ดีใจจะตายเวลาแฟนชมว่าเก่งเรื่องบนเตียงน่ะ มันเป็นเรื่องของความมั่นใจ ไม่มีอะไรเสียหายหรือน่าอาย

มันเข้ามาจนสุด จากนั้นก็คลายกอดผมแล้วเปลี่ยนไปนั่งชันเข่าในท่ามิชชั่นนารี สองมือจับยึดเอวผมไว้ ขยับเข้าออกช้าๆ เนิบนาบ พอเครื่องติดแล้วก็เร่งจังหวะเร็วยิ่งขึ้น กระแทกกระทั้นดุดันจนเตียงสั่นกระแทกผนังดังไปถึงห้องข้างๆ

“กอดหน่อย”

ผมพูดพร้อมกับส่งสายตาเว้าวอน

“บอกรักเค้าก่อน”

“รัก”

“ครางชื่อด้วย”

“ไอ้เวรอู๋ ได้ทีเอาใหญ่”

“ล้อเล่นคร้าบ...” มันโน้มตัวลงมากอดผม เอาหน้าฟัดซอกคอนัวเนียเหมือนแมว

“กูชอบให้มึงกอดเวลาทำนะ” ผมบอกพลางกอดมันตอบ

“ข้าก็ชอบเวลากอดเอ็ง ชอบโดนเอ็งกัดข่วน”

“กัดคืนบ้างก็ได้”

“บ้า ข้าถนอมเอ็งแค่ไหน เรื่องอะไรจะทำให้เจ็บ” มันพูดด้วยสายตาอ่อนโยนและหวานเยิ้ม จับมือผมที่พันผ้าพันแผลอยู่ เอาไปจูบ “ขอโทษสำหรับแผลนี้ สัญญาจะดูแลให้ดีกว่าเดิม จะไม่ให้เจ็บอีกนะ”

ผมเอามือนั้นลูบหน้ามันพร้อมกับยิ้ม

“ไม่เอาน่า กูไม่ได้โกรธแล้ว”

แล้วเราก็จูบกัน พร้อมกับมันที่กระแทกเอวใส่ผมหนักหน่วงยิ่งขึ้น เนื้อผมที่ถูกมันฟาดอย่างหนักหน่วงคงจะแดงในไม่ช้า แต่ผมก็ชอบการปะทะนี้เอามากๆ ให้โดนทั้งวันทุกวันยังได้   

“แรงอีกมี่....”

“อึก... ครับเมีย”

ผมโดนมันจูบต้นคออย่างรุนแรงเหมือนแวมไพร์กัด เช่นเดียวกับมันที่โดนผมกัดไหล่เลือดซึม จุดเชื่อมต่อระหว่างเราเสียดสีกันจนร้อนราวกับไฟ แต่จะเจ็บแสบแค่ไหนก็สู้ความสุขที่พุ่งทะยานไม่ได้ ยิ่งใกล้เสร็จมันยิ่งบดขยี้ใส่ไม่ยั้ง ทั้งเร็วทั้งแรง ส่วนอื่นๆ ก็ทำงานเต็มที่ มือข้างหนึ่งกอด อีกข้างรูดให้ผม ปากบริการหัวนมทั้งกัดทั้งดูดแบบฟูลเซอร์วิส ถ้ามีลูกน้อยก็คงโดนแย่งนมจนน้องร้องไห้แล้ว

ผมเองก็ใช่ว่าเอาเปรียบมันฝ่ายเดียว ตอบแทนมากเท่าที่จะมากได้ ขย้ำหน้าอกกับกล้ามแขนล่ำๆ ลูบไล้ซิกแพ็กแน่นๆ กับกำบั้นท้ายแข็งแกร่งของมันเหมือนคนบ้า พระเจ้า มันมีบอดี้โคตรเพอร์เฟคต์ และผมพูดได้เต็มปากเลยว่าดีใจที่เป็นคนได้ครอบครอง

“มี่... ที่รัก... ดีมาก”

“อา ใช่ โคตรดีเลยเทียน”

“จะเสร็จแล้ว... เค้าจะเสร็จแล้ว”

“เหมือนกันครับที่รัก”

สองร่างของเราหลอมรวมเป็นหนึ่งแนบแน่น เสียงร้องครางดังสอดประสาน เราปรนเปรอกันและกันถึงขีดสุด กระทั่งผมสำเร็จเสร็จสมปลดปล่อยออกมาก่อน ร่างกายสั่นสะท้านขนลุกเกรียว ตัวเบาหวิวเหมือนติดจรวดพุ่งขึ้นไปสู่ชั้นบรรยากาศ ในหัวเหมือนมีพลุแตกกระจายระยิบระยับ

โจรซุกหน้ากับซอกคอผม ซอยอีกสามสี่รอบก็หลั่งคาถุง แม้จะเสร็จแล้วแต่ยังไม่ถอดถอนกายออกไป ยังคงขยับบั้นท้ายเข้าออกเบาๆ ราวกับจะซึมซับความสุขจากเมื่อครู่ให้ได้มากที่สุด

ผมลูบไล้ใบหน้าคนข้างบนอย่างแผ่วเบา

“ขออีกหลายๆ รอบเลยได้มั้ย...”

โจรอู๋เอียงหน้าเล็กน้อย จูบปากผมอย่างนุ่มนวล

“พรุ่งนี้ลุกไม่ไหวไม่รู้ด้วยนะ”

ผมก็ต้องการแบบนั้นอยู่แล้ว




เช้าวันต่อมา

หลังจากเฟลมได้รับกระดาษทิชชู่ที่มีข้อความปริศนาเขาและหมวดก็ไม่ได้หลับได้นอนทั้งคืนเนื่องจากวุ่นหาหลักฐานทั้งจากปากคำพนักงานร้านและจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงแม้จะไม่มีอะไรชัดเจน แต่เฟลมมั่นใจว่าต้องใช่แสงเทียน

เขาทั้งดีใจ เสียใจ ช็อค แต่เหนืออื่นใดคือโทษตัวเองที่ตาถั่ว อยู่ติดกันขนาดนั้นแล้วแท้ๆ แต่กลับปล่อยให้หลุดมือไปจนได้ แล้วข้อความนั้นหมายความว่ายังไง ‘เราสบายดี’ คือแสงเทียนหนีออกจากแก๊งโจรได้แล้วหรือยังอยู่ในแก๊ง?

แต่สิ่งที่ชายหนุ่มไม่เข้าใจเลยคือ ในเมื่อแสงเทียนอยู่ตัวคนเดียวแบบนั้นและรู้ว่าเฟลมอยู่ด้านหลัง ทำไมถึงไม่แสดงตัว? มีอะไรให้กลัวด้วยหรือ? หรือว่ายังโกรธอยู่เรื่องเป็นชู้กับมาร์ค?

เขาและหมวดอยู่ที่สน. ด้วยกันถึงเช้า หนุ่มเจ้าแห่งความทุกข์เครียดหนักถึงขั้นอาเจียน หมวดเลยต้องหิ้วกลับบ้าน แม้ว่าเจ้าตัวจะยืนยันขออยู่ต่อจนกว่าจะได้ความคืบหน้า แต่ตำรวจกลัวเขาตายก่อน

“คุณคิดว่ามันหมายความว่ายังไง...ข้อความนั้น”

เฟลมพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนเพลีย ใบหน้าหมองโทรมราวกับคนใกล้ตาย

ตำรวจเอ่ยเสียงเรียบ

“มันตีได้หลายความหมาย ถ้าแสงเทียนยังอยู่กับโจร อาจหมายความว่าโจรไม่ได้ทำร้ายทารุณเขา และที่แสดงตัวไม่ได้ก็อาจเพราะพวกโจรขู่ไว้ ถ้าเขาแสดงตัว พวกโจรอาจเดือดร้อน...แต่ถ้าเขาไม่ได้อยู่กับโจรแล้ว อาจหมายถึง เขาไม่อยากเจอหน้าคุณอีก หรือยังไม่พร้อม”

เฟลมหลับตา เอนหลังพิงเบาะ น้ำตาไหลอีกระลอก

“เกลียดกันขนาดนั้นเลยเหรอ”

“....”

“ผมไม่ว่าหรอก เขาไม่ผิด ผมเองก็ไม่คิดว่าชาตินี้เขาจะให้อภัย แต่ข้องใจว่าทำไมเขาเลือกจะอยู่กับโจรแทนที่จะเป็นพวกเรา”

“....”

“หรือว่าหมวด...ที่เราทำไปทั้งหมดจะสูญเปล่า เพราะแสงเทียนเลือกที่จะวิ่งหนีความช่วยเหลือจากพวกเราเอง”

หมวดอยากพูดว่าใช่ แต่อยากให้เฟลมเสียใจแค่นี้ก็พอ

“ไม่หรอกเปรมประกิตติ์ พวกเราแค่ตามเขาไม่ทัน”

บางครั้งการปิดบังก็คือการปกป้องรูปแบบหนึ่ง

หมวดจำมาจากนิยายเรื่องไหนสักเรื่อง



v
v
v
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-05-2019 23:39:48 โดย Blackmamba »

ออฟไลน์ Blackmamba

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 52
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0


เย็นนั้น

อเล็กซ์กับเด็กเพชรนัดเจอกันที่สวนสาธารณะเช่นทุกวัน แต่วันนี้เด็กมาช้าเนื่องจากติดสอบแก้วิชาพละ (มันบอกเขาเมื่อวาน) อเล็กซ์เลยเอาหนังสือจากร้านมานั่งอ่านรอในสวนสาธารณะ เลือกม้านั่งห่างไกลผู้คนหน่อยเพราะไม่อยากให้ใครเห็น

พี่อู๋โทรมาอัพเดทว่าตำรวจสืบมาใกล้ถึงปลายจมูกแล้ว แสงเทียนก็เกือบปะทะกับแฟนเก่ากับหมวดเจ้าของคดีด้วย บังเอิญจนน่าเสียวไส้อะไรขนาดนั้น แล้วใครจะรู้ว่าแถวนี้จะไม่มีตำรวจแฝงตัวมาจับเขาเหมือนกัน

อ่านไปอ่านมาโทรศัพท์ก็เข้า เป็นเจ้าเคฟ อเล็กซ์หันมองซ้ายขวาหน้าหลังอย่างระมัดระวัง ไม่เห็นคนก็กดรับ

“เออมีไร”

[พี่ ขอยืมตังค์หน่อย]

“อะไรของมึง ได้ค่านกต่อจากพี่อู๋ตั้งเยอะไม่ใช่”

[เอาเข้าพอร์ตหุ้นหมดแล้ว]

“ก็ขายสิวะ”

[ได้ไง กำลังขึ้น นี่จะเอามาซ่อมรถอ่ะ]

“อิฮอนด้าเวฟส่งพิซซ่ามึงอ่ะนะ ของบริษัทไม่ใช่ ทำไมต้องจ่ายเอง”

[ไม่ใช่มอไซ เก๋งที่บ้าน]

“ไม่ยืมไอ้เบย์ล่ะ ได้ข่าวเต้นรูดเสาโดนซื้อตัวไปเป็นล้าน”

[พี่เบย์ไม่ให้ บอกให้มายืมพี่]

“ไอ้เวรเบย์... มึงจะเอาเท่าไหร่”

[แสนสาม]

“สัด ซ่อมหรือซื้อใหม่ สมแล้วที่ไม่มีใครให้ ไปขอแม่มึงไป”

[พี่!ไม่ได้ขอ ยืมเฉยๆ เดี๋ยวเอามาคืน]

“กูไม่เชื่อ ไม่ให้ด้วย ลองถามพี่อู๋ดิ”

[ไม่เอากลัวเฮียด่า]

“แต่ไม่กลัวกู อืม โอเค้ รักกูกันมากเลยพวกมึงเนี่ย”

[ครบสามเดือนแล้วจะคืนพร้อมดอกเบี้ย]

“ไอ้ห่าเคฟ ยืมกูแบบเอทีเอ็ม แต่คืนแบบฝากประจำ ไอ้หัวฟวย ไปขอป๋าร้านเพชรมึงโน่น”

[ต้องโดนเค้าเคลมอีกแน่เลย]

“มึงสิไปเคลมเค้า ไม่ต้องทำมาพูด กูรู้มึงชอบ”

[มันก็ดี แต่ไม่สบายใจอ่ะพี่ รู้สึกเหมือนเป็นโสเภณีเลย]

“รู้ตัวช้าไปมั้ย ไม่ต้องห่วงหรอกมึง แก๊งเราไม่ได้มีมึงคนเดียวที่ขาย”

[โอ๊ย ขอบใจครับรู้สึกดีขึ้นมากกูไปหาเองก็ได้]

“เชี่ยเคฟ มึงพูดกูกับกูหรอ น้องส้นตีน”

ด่าได้ครึ่งประโยคปลายสายก็วางหูใส่ดื้อๆ ทำอเล็กซ์หัวร้อน ส่งข้อความไปด่าตามหลัง อดถามด้วยเลยว่าสรุปมันจะไปเอาเงินที่ไหน

“เป็นแบบนี้เองสินะ”

“....?”

อยู่ดีๆ ก็มีเสียงคนพูดข้างหลัง ทำหนุ่มเลือดเยอรมันสะดุ้งโหยง หันไปมองขวับ แล้วก็ตกใจกว่าเดิม

“นายเพชร”

เด็กยืนสะพายกระเป๋าไหล่เดียวอยู่ข้างหลัง ใบหน้าบึ้งตึง ตรงข้ามกับทุกครั้งที่จะตื่นเต้นดี๊ด๊าเวลาเจอเขา อเล็กซ์จึงคาดว่าเด็กน่าจะได้ยินบทสนทนาของเขากับรุ่นน้องเมื่อครู่... พลันก็เสียววาบเย็นเฉียบไปทั่วตัว ทั้งที่ปกติไม่เคยเป็น

“มาแล้วเหรอ ไปซ้อมกันเถอะ” อเล็กซ์แตะไหล่เด็กแล้วเดินนำ  แต่เพชรยังยืนอยู่ที่เดิม สีหน้าโมโหจริงจังทันใด

“ไม่ต้องทำเป็นทองไม่รู้ร้อนเลยนะ!”

“อะไรของนาย” ยังคงครองความนิ่ง

“คนหลอกลวง! คิดว่าผมโง่ใช่มั้ย!”

“เดี๋ยว ทำไมพูดงั้น”

“หยุดแถซักที ผมได้ยินหมดแล้ว!!!”

อเล็กซ์สะอึก จุกลำคอเหมือนมีก้อนอะไรมาขวาง


นรกมาเยือนแล้ว อัจฉริยะตายเพราะปากพล่อย รู้ที่ไทยอายถึงเยอรมัน


หนุ่มลูกครึ่งใจสั่นสะท้าน เขาไม่ได้กลัวคุก ไม่ได้กลัวโดนจับ แต่กลัวสายตาของเด็กชายตรงหน้า... สายตาที่โกรธแค้นและผิดหวัง เป็นสิ่งที่เขาไม่ชิน เพราะที่ผ่านมาเด็กไม่เคยแสดงสีหน้าไม่ดีกับเขาเลย

แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าเขาเป็นโจร เด็กก็ยังให้ความเคารพนับถือเขาราวกับเป็นไอดอล ตอนที่ติวหนังสือให้ สอนต่อสู้ปลอมๆ ให้ เด็กก็มองเขาด้วยความชื่นชมเสมอ อเล็กซ์เอ็นดูหัวใจบริสุทธิ์และมองโลกในแง่ดีของเด็กคนนี้มากๆ จนแทบรู้สึกว่ากำลังไถ่บาป...ขนาดนั้นเลยทีเดียว

เขายอมรับตรงๆ ว่าเสียใจ เขาทำพลาดมหันต์

“จะไม่อธิบายซักหน่อยเหรอฮะ” เด็กถามประชด

อเล็กซ์ถอนหายใจ “... พี่ไม่อยากโกหกนาย”

“แต่ที่พี่ทำมันเลวร้ายกว่าโกหกอีก” เพชรขึ้นเสียง น้ำตาคลอรื้น ปลายจมูกเป็นสีแดง “พี่รู้จักกับพี่เคฟ แสดงว่าพี่เคฟก็เป็นโจร!พวกพี่สองคนรวมหัวกันหลอกผมกับพ่อ เลวมาก!!!”

“ใจเย็นก่อนนายเพชร” อเล็กซ์พยายามจะจับไหล่ให้เด็กเย็นลง แต่ถูกผลักออกอย่างแรงเหมือนเป็นแมลงสาบน่ารังเกียจ

“อย่าเข้ามาใกล้!!!” ตอนนี้น้ำตาเพชรไหลทะลักแล้วเรียบร้อย “เรื่องพี่เป็นโจร ผมไม่รู้สึกอะไรหรอกนะ แต่ที่รู้ว่าพี่คือโจรปล้นบ้านผม ผมรับไม่ได้จริงๆ! ที่พี่ยอมทำดีกับผมทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะกลัวถูกผมแฉ แต่อยากปอกลอกผมต่างหาก ผมรู้ทันพี่แล้วล่ะ!”

“ไปกันใหญ่ พี่ไม่ได้อยากหลอกนายเลยนะ”

“อยากไม่อยาก พี่ก็หลอกผมอยู่ดี! ฮึก...บ้าที่สุด ทุเรศมาก ฮึก...ผมไม่น่าหลงคิดเลยว่าพี่จะมีส่วนคนดีหลงเหลืออยู่! ยังไงโจรก็คือโจร! สันดาน!!!”

“เพชร!!!”

เด็กวิ่งหนี อเล็กซ์วิ่งตาม แต่ถูกรองเท้าขว้างใส่

“อย่าตามมา! ไม่งั้นผมจะแจ้งตำรวจ!”

“............”

พูดแค่นั้น แล้วเพชรก็วิ่งหนีด้วยรองเท้าข้างเดียวสุดฝีเท้า กลืนหายไปในฝูงชนที่วิ่งรอบสนาม อเล็กซ์วิ่งตามไป แต่ก็หาไม่เจอเสียแล้ว

เขาฟาดปากตัวเองด้วยหลังมือ เกิดมาเป็นลูกโจรยังไม่รู้สึกเกลียดตัวเองเท่านี้

เขายอมถูกจับดีกว่าให้เด็กนั่นผิดหวังเพราะออกจากคุกมาแล้วยังมีโอกาสคืนสู่สังคมได้ แต่การทำให้หัวใจคนๆ หนึ่งแตกสลาย... โอกาสแก้ตัวแทบไม่มี

อเล็กซ์ร้องไห้ครั้งแรกในรอบหลายปี

“พี่ขอโทษนะ....”




.....

“อืมมม...”

“อะ...อื้อ...เคฟ”

ห้องนอนบนชั้นสองของร้านเพชร ชายหนุ่มสองคนกำลังปฎิบัติกิจร่วมกัน เจ้าของบ้านอยู่ด้านบน แขกอยู่ด้านล่าง ต่างฝ่ายต่างกระแทกร่างเข้าหากันอย่างเร่าร้อนรุนแรง

เคฟเพิ่งเอาเท้ามาสัมผัสบ้านไม่ถึงห้านาทีเท่านั้นเหมือนพัชรรอเขาอยู่นานแล้วแม้จะไม่ได้นัดกัน เลยถูกโผกอดและลากขึ้นมาข้างบนโดยไม่ทันจะพูดสักคำด้วยซ้ำ แต่เคฟก็ปล่อยตัวปล่อยใจไปตามน้ำ ในเมื่อเขาไม่มีอะไรต้องเสีย

“คุณนี่หื่นกว่าที่ผมคิดเยอะเลย” คนข้างล่างพูดยิ้มๆ

“คิดว่าคนที่อัดอั้นมาสิบกว่าปีรู้สึกยังไงล่ะ” คนข้างบนถาม ระหว่างที่ขยับเอวขึ้นลงตรงกลางลำตัวของอีกคน

“มีคนให้ปลดปล่อยด้วยอยู่ไม่ใช่เหรอ”

“นานๆ ที... แต่ก็ไม่มีใครที่โดนใจสักคน” พัชรยิ้มน้อยๆ “จนกระทั่งได้เจอคุณ”

เคฟปฎิเสธไม่ได้ว่าวินาทีนั้น... เขาเขิน

“ลูกชายคุณรู้มั้ย”

“เรื่อง?”

“ที่คุณเป็น”

“ไม่”

“ผมกลัวเขาช็อค”

“ยังไงสักวันผมก็จะบอก เด็กสมัยนี้แยกแยะได้ น้องต้องเข้าใจ...”

ทั้งคู่โถมกายใส่กันอย่างหนักหน่วง ร้องครวญครางดังไปทั้งห้อง เตียงสั่นสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหว... แต่เคฟก็ต้องสะดุดเมื่อเขาเห็นอะไรบางอย่างที่เพดาน

คุมิโกะห้อยหัวลงมาข้างล่าง ตัวครึ่งบนโผล่ออกมา อีกครึ่งหายไปในเพดาน... ผมสีดำยาวสยายห้อยลงมาปิดใบหน้าขาวซีดเธออยู่ห่างไปประมาณสามเมตร แต่พอกะพริบตา เคฟก็เห็นเธอเคลื่อนมาอยู่ตรงตำแหน่งเหนือหัวของพัชรเส้นผมห้อยลงมาปะทะหน้าเขาเต็มๆ

แกรก...แกรก

เสียงกระดูกลั่นอย่างผิดธรรมชาติเมื่อคุมิโกะหมุนคอ พอเธอหันหัวอีกด้านมา เคฟก็เห็นดวงตาสีแดงก่ำของเธอจ้องมาที่เขาด้วยความเคียดแค้น
คราวนี้เธอไม่พูดอะไร เพียงแต่จ้องตาเขม็งเท่านั้น

เคฟปล่อยให้พัชรเสร็จเพียงคนเดียว ส่วนตัวเขาแข็งทื่อเหมือนถูกสตัฟฟ์... ร่างเล็กทิ้งตัวลงบนร่างใหญ่อย่างเหนื่อยล้าและหลับไป

เขาเหลือบตามองข้างบน... คุมิโกะหายไปแล้ว


อาจเป็นภาพหลอน


หนุ่มชาวจีนลงจากเตียงอย่างช้าๆ ไม่ให้อีกคนรู้สึกตัว ใส่เสื้อผ้ากลับคืนอย่างรวดเร็ว เขาตั้งใจจะให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายกับพัชร เพราะอีกไม่กี่วันโจรอู๋จะปิดบัญชีกับมาเฟียเฉินเชว่แล้ว หลังจากนั้นจะยุบแก๊ง พวกเขาก็ไม่ต้องเป็นโจรอีก เคฟเองก็ไม่มีความจำเป็นต้องยุ่งเกี่ยวกับบ้านนี้อีกเหมือนกัน... ดังนั้นคืนนี้ขอกอบโกยให้หนำใจส่งท้าย

ค่อยๆ ย่องๆ ออกจากห้องนอนไปตามทางเดิน ระหว่างทางก็ฉกเอาแหวนเพชรและเครื่องประดับที่วางอย่างไม่เป็นระเบียบใส่กระเป๋ากางเกงไปด้วย จนกระทั่งมาถึงชั้นล่างสุดซึ่งเป็นขุมทรัพย์ขนาดใหญ่... เขาหยิบกุญแจผีจากพี่ชายออกมา เตรียมจะไข

เคร้ง!

แต่มีอะไรบางอย่างปัดมือของเขาจนกุญแจผีปลิวหลุดไป แรงของมันมากกว่าลม เคฟสะดุ้งเล็กน้อยและรู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร

“ไอ้โจรชู้!”

คุมิโกะปรากฏตัวในสภาพคอขาดเลือดอาบชุดกิโมโน มือข้างหนึ่งถือหัวของตัวเองแกว่งไปมา สายตาอาฆาตจ้องมองเคฟ... ชายหนุ่มถึงกับเข่าทรุดเมื่อเห็นเธอในสภาพที่น่ากลัวยิ่งกว่าทุกครั้ง

“มึงหลอกลวงผัวกู... เหยียบย่ำหัวใจของกู...แล้วยังมีหน้ามาขโมยของ...คิดว่ากูจะให้อภัยเหรอ!!!!”

ผีสาวยกหัวขึ้นมาวางบนคอจากนั้นเข้ามาบีบคอเคฟ ผลักชายหนุ่มไปจนหลังติดผนัง ความโกรธแค้นของเธอทำให้พลังเพิ่มสูงขึ้นจนเหมือนกับพละกำลังของชายฉกรรจ์รวมกันสามคน

เคฟเริ่มหายใจไม่ออก

“กูอุตส่าห์เตือนมึงไปแล้ว มึงไม่เข็ดไม่จำเลยใช่ไหม... ได้... งั้นวันนี้กูจะสั่งสอนมึงเป็นครั้งสุดท้ายเอง!!!”

“อ่อก...!!!”

มือขาวซีดเห็นเส้นเลือดสีเขียวคล้ำเพียงข้างเดียวของคุมิโกะที่บีบคอเคฟก็ทำให้ชายหนุ่มถึงกับดิ้นทุรนทุราย ลมหายใจขาดห้วง
คุมิโกะยกร่างใหญ่ของชายชู้ขึ้นสูงจากพื้น เล็บสีดำยาวฝังจิกเข้าไปในเนื้อหนังของชายตรงหน้าอย่างไร้ซึ่งความปราณี เลือดของศัตรูไหลจากบาดแผลเปลี่ยนมือสีขาวซีดของเธอกลายเป็นสีแดงในพริบตา

บาดแผลที่ยับเยินเหวอะหวะจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ซึ่งคร่าชีวิตเธอไปเมื่อสิบปีก่อนกลับมาปรากฎบนใบหน้าอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมทั้งกลิ่นเหม็นเน่าผสมคาวเลือดรุนแรง เคฟเห็นแล้วเกือบจะอาเจียนออกมาในทันใด แต่ติดที่ผีบีบคอเขาอยู่

เบ้าตาของคุมิโกะกลวงโบ๋ ไม่มีลูกตา เป็นเพียงรูกลมๆ สีดำมีเลือดไหลย้อยเป็นสาย แต่ชายหนุ่มรู้ได้ว่าเธอกำลังมองเขาด้วยความเกลียดชังปนสะใจ

“ใครที่มันทำให้ผัวกูเสียใจ... มันต้องตาย!!!”

เล็บสีดำของคุมิโกะปักลึกลงในคอใกล้กับเส้นเลือดใหญ่ วินาทีนั้นเคฟคิดแล้วว่าคงไม่รอด เขาเรียกหาพระเจ้า

“พระเจ้าไม่ช่วยคนชั่วอย่างมึงหรอก!”

“อึก!!!” ชายหนุ่มชักกระตุก

ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าวิ่งลงจากบันไดมาชั้นล่างด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับตะโกนเรียกชื่อ

“เสียงดังอะไรน่ะเคฟ!”

โครม!!!

คุมิโกะเหวี่ยงชายหนุ่มลงกับพื้นด้วยความโมโห ก่อนจะหายตัวไปในความมืด พริบตาหลังจากนั้นพัชรก็เข้ามาตรงจุดเกิดเหตุ เขาเปิดไฟและพบเคฟนอนฟุบอยู่บนพื้น ท่าทางเจ็บปวดทุรนทุราย

“เคฟ! เกิดอะไรขึ้นแล้วนี่คุณบีบคอตัวเองทำไม!”

เคฟเจ็บและมึนงง เขาก้มมองดูตัวเองและพบว่ามือเปื้อนเลือด...

“ไปโรงพยาบาลกันเถอะ”

“ผมไม่เป็นไร...”เคฟผละจากอ้อมแขนของพัชร ลุกขึ้นยืนด้วยตัวเอง แต่โชคร้ายที่เขาทำอะไรบางอย่างหล่นจากกระเป๋ากางเกง

“เอ๊ะ นี่มันแหวนของผม”

“....!!!”

พัชรก้มลงหยิบแหวนที่ตกพื้นขึ้นมา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง แล้วมองหน้าเคฟ

“คุณขโมยเหรอ”

“...” ไม่ตอบ หันหน้าไปอีกด้าน

“บอกผมสิเคฟ คุณทำรึเปล่า!”

“ใช่ผมทำ!”

“......” ดวงตาของคนฟังสั่นคลอน มีประกายน้ำตา “ผมไม่อยากเชื่อเลย ผมคิดว่าคุณจริงใจ... ที่ไหนได้คุณก็ไม่ต่างจากใครๆ ที่เข้าหาผมเพราะเรื่องเงินทอง!”

“....” ขมวดคิ้วเม้มปากแน่น

“ทั้งที่ผมอุตส่าห์ไว้ใจคุณ คิดว่าคุณเป็นคนดี ยอมให้คุณทั้งกายและใจ... แต่ผมไม่โทษคุณหรอกนะ ผมผิดที่โง่เอง ตัดสินคนเร็วไป”

“อย่าโทษตัวเองเลย ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอก ผมต่างหากที่ผิด” เคฟคุกเข่าลงตรงหน้าอีกฝ่าย ก่อนจะล้วงเอาของมีค่าทุกชิ้นที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงออกมาคืนให้เจ้าของ ยิ่งเห็นแบบนั้นพัชรก็ยิ่งช็อก

“หรือว่าคุณคือโจรที่มาปล้นร้านผม”

เคฟพยักหน้า

พัชรช็อกเป็นครั้งที่สาม

เคฟเตรียมตัวเตรียมใจถูกด่า ถูกตำรวจพาเข้าคุกทว่าพัชรกลับไม่ทำอย่างนั้น เขาคุกเข่าตรงหน้าเคฟเช่นเดียวกัน ก่อนจะพูดประโยคที่ดูเป็นไปไม่ได้ที่สุดในโลก

“ผมจะปิดเรื่องนี้ให้ ถ้าคุณตกลงคบกับผม”

“อะไรนะ” หนุ่มจีนทั้งงงทั้งอึ้ง นิ่งไปครู่ราวกับถูกกดปุ่ม Pause

“ถ้าผมแจ้งตำรวจ คุณต้องโดนจับ แล้วก็รับโทษหนักแน่ๆแต่เพราะผมรักคุณ เคฟ ผมจะช่วยคุณ”

“บ้า คุณบ้าไปแล้ว”เคฟแทบไม่อยากเชื่อหู

“ผมไม่ได้บ้า ผมพูดจริง”

“คุณกำลังยื่นมือให้งูพิษและหวังว่ามันจะยอมให้ลูบหัว”

“เปล่าเคฟ คุณไม่ใช่งู คุณเป็นคน และผมเชื่อในความเป็นคนของคุณ”

“คุณแม่ง...”

เคฟอึ้งจนเกือบจะร้องไห้ สะเทือนใจในความมองโลกในแง่ดีที่ไม่น่ามีอยู่จริงบนโลกใบนี้ แล้วก็สงสัยว่าพัชรใช้ชีวิตมาแบบไหนถึงเป็นคนดีบริสุทธิ์ขนาดนี้ ไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ ว่าเขาจะอยู่รอดในสังคมอันโหดร้ายนี้มาได้ตั้งสามสิบปี มิน่าเมียเขาถึงหวงนักหนา แถมดุเป็นบ้าหมาร็อตไวเลอร์แบบนั้น แม้จะตายเป็นผีก็ไม่ยอมไปผุดไปเกิด นางรู้ว่าสามีจะตามกลคนไม่ทัน ซึ่งก็จริง

“ผมเลว... เลวกว่าคุณคิดเยอะพัชร แต่ก็ไม่เลวพอที่จะหลอกคุณซ้ำสอง ถ้าทำแบบนั้นผมคงโคตรละอายใจ คงมีชีวิตอยู่ไม่ได้แน่ๆ”

“ไม่เห็นคุณต้องคิดมากเลย”

เคฟอยากจับหัวอีกฝ่ายเขย่าแรงๆ เผื่อสมองส่วนเหตุผลจะตื่น

“ให้ตาย แทนที่คุณจะลากคอผมส่งโรงพัก ด่าผมทุบตีผมให้สมกับความเสียหายยี่สิบล้าน แต่กลับสารภาพรักและให้โอกาสผม ส่วนผมก็เป็นฝ่ายสั่งสอนวิชาศีลธรรมให้คุณแทนเนี่ยนะ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ”

“เอาจริงมันก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น เงินทองของนอกกาย แต่กว่าจะเจอคนที่เราถูกชะตา มันไม่ง่ายเลยนะ”

คราวนี้เคฟอยากเอาหัวตัวเองโขกกำแพงแทน

“เอาล่ะ ฟังนะคุณพัชร ผมไม่รู้ว่าคุณคิดอะไรอยู่ อาจจะหลงรูปร่างหน้าตาหรือเซ็กส์ของผมจนหน้ามืดตามัว หรือมีเหตุผลอื่นๆ แต่นี่ไม่ใช่เรื่องถูกต้อง คุณให้โอกาสคนได้ แต่ต้องไม่ใช่คนที่ทำลายชีวิตคุณ พูดเผื่อคุณเจอคนเลวแบบผมอีกในอนาคตด้วย อย่าพูดแบบนี้กับใครมั่วๆ”

“ผมให้คุณเพราะรักคุณ รู้สึกโชคดีที่ได้เจอคุณ แล้วก็อยากมีคุณเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต...แค่นั้นเอง”

พัชรก้มหน้าพูด ขอบตาแดงมีน้ำรื้น จนเคฟต้องหันมองทางอื่นเพราะกลัวตัวเองจะใจอ่อน

“ผมขอบคุณในความหวังดีที่คุณมีให้... แต่ผมคงรับไว้ไม่ได้”

“ทำไม...” ดวงตาของพัชรแดงเรื่อ ริมฝีปากสั่น

“เพราะผมไม่ได้รักคุณ”

“.....”

“ขอโทษที่ต้องพูดตรงๆ แต่ผมอยากให้คุณหยุดคิดเรื่องผมซะ อีกอย่าง ถ้าคุณมาพัวพันกับผม ผมกลัวคุณกลายเป็นคนไม่ดีไปด้วย”

“เคฟ...”

“คุณเปลี่ยนใจไปแจ้งความเมื่อไหร่ก็ได้นะ ผมอยู่ที่เดิมนั่นแหละจะไม่หนีไปไหน คุณตามไปได้ยันบ้าน แต่ถ้าอยากช่วยผมจริงๆ ขอเป็นหลังสิ้นเดือนได้ไหมให้ผมเคลียร์ทุกอย่างแล้วผมจะเอาเงินมาคืนทุกบาททุกสตางค์ผมสัญญา”

“....”

“สุดท้าย”

“....”

“ผมขอโทษ”

“.....”

ชายหนุ่มหันหลังให้เจ้าของบ้านแล้วเดินจากไป คนข้างหลังไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้จึงร้องไห้อยู่ตรงนั้น ความหวังที่ว่าจะมีใครสักคนเป็นรักแท้ครั้งสุดท้ายพังทลายลงอย่างไม่มีชิ้นดี...ทรัพย์สินมีค่าเท่าไหร่ก็ไม่อาจซื้อใจคนได้

มือที่มองไม่เห็นโอบกอดแผ่นหลังของคนที่กำลังร้องไห้ด้วยความรักและเห็นใจ ความเศร้าของเขา... ถ้าเป็นไปได้เธออยากจะรับเอาไว้ทั้งหมด แต่ในความเป็นจริงเธอทำได้เพียงปลอบใจโดยที่เขาไม่รู้ตัวเท่านั้น

“ไม่เป็นไรนะคะคุณ... ฉันยังอยู่ตรงนี้เสมอ”




“ฮือ....”

เสียงร้องไห้ของเด็กชายทำให้เคฟต้องหาที่หลบแถวๆ ประตู พอเพชรเดินเข้ามาในบ้านแล้ว เคฟจึงออกไป และเป็นอย่างคาด เขาเจออเล็กซ์ (ตามมาห่างๆ) อีกครั้ง

“มาส่งเด็กนั่นสินะ เขาร้องไห้ทำไม” เคฟถาม

“...เขาได้ยินที่พี่คุยกับมึง”

“เชี่ย”หนุ่มจีนขนลุก “ได้ยินตรงไหน”

“ทั้งหมดเลย”

“เชี่ย... เชี่ย” เคฟสบถภาษาจีน แต่ไม่ได้แปลว่าขอบคุณ

“เด็กต้องบอกพ่อแน่ พัชรต้องรู้ว่ามึงเป็นโจร”

“เขารู้แล้วพี่”

“เฮ้ย ได้ไงวะ”

“ผมคันมือหยิบของมีค่าใส่กระเป๋า เจอผีเมียเก่าเขา แม่งเฮี้ยนทำร้ายผมจนเขาออกมาเห็นน่ะสิ”

“ชิบหายตายคู่ กูกับมึง ได้เข้าคุกก่อนใครแน่ รีบหนีกันเหอะงั้น”

“ไม่ต้องหรอกพี่ พัชรเขาจะไม่เอาเรื่องผม”

“ทำไมวะ”

“เขารักผมว่ะ แย่มากเลย” เคฟยิ้มขื่นๆ “เขายื่นข้อเสนอให้ผมคบกับเขาแล้วจะปิดเรื่องให้ด้วยนะ”

“เห้ย พีคสัด”

“แต่ผมปฏิเสธ”

“อ้าว ไหงงั้น”

“ก็ผมไม่ได้คิดอะไรกับเขานี่”

“...แล้วมึงร้องไห้ทำไม”

“หา? ผมเนี่ยนะร้องไห้ บ้าเหรอ”

เคฟหลบตาโตๆ ของรุ่นพี่ เอานิ้วแตะตาตัวเองก็พบว่ามีน้ำตาจริงๆ ...ตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้

อเล็กซ์เดินไปข้างหน้า เคฟเดินตาม ระหว่างนั้นแทบไม่มีบทสนทนา เพราะต่างฝ่ายต่างอยู่ในสภาวะจิตใจย่ำแย่ไม่แพ้กัน อเล็กซ์หมดหวังที่จะได้เอ่ยคำขอโทษกับเด็กเพชร ส่วนเคฟก็รู้สึกกับพัชรมากขึ้นเรื่อยๆ เอาจริงถ้าสองพ่อลูกลากคอพวกเขาเข้าตะรางให้จบ คงจะเสียใจน้อยกว่านี้

“เดี๋ยวแก๊งเราก็ยุบ เป็นแบบนี้คงดีสุดแล้ว” รุ่นพี่พูด

“อือ จบๆ ไปก็ดี จะได้ไม่ต้องเจอกันอีก” รุ่นน้องว่า

แต่พวกเขารู้ดีว่ามันเป็นแค่คำปลอบใจตัวเองเท่านั้น

......

ภายในบ้าน พอเพชรเข้ามาเห็นพ่อนั่งร้องไห้ และพ่อเห็นเขาร้องไห้เข้ามา ทั้งคู่ก็โผกอดแล้วร้องไห้ด้วยกันโดยไม่พูดอะไรเลยสักคำ






////
มาช้าแต่มานะคะ ช่วงที่ผ่านมาติดงานเลยไม่สะดวกอัพ /กราบขออภัย
เข้าช่วงท้ายๆ เรื่องแล้ว อีกไม่กี่ตอนก็จบ
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามมาตลอดนะคะ รักกกก <3


CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Noina_Pn

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 300
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-1
 :katai2-1: :katai2-1:

ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2447
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-4
ผ่อนคลาย เพราะความรัก ของทุกคน

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2807
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-0
โถๆๆๆๆ

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1060
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1743
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-3
ในเบื้องลึกแล้ว ทุกคนต้องการความรักเสมอ แม้จะมีใครบอกว่า ความรักมันกินไม่ได้
 :mew4: :mew4: :mew4:

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 558
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0
เหมือนเส้นขนานที่มิอาจมาบรรจบกันได้ด้วยวิถีชีวิตของโจร แต่ละคู่แต่ละคนจะลงเอยยังไงละเนี้ยยย โอ๊ยยยยกุมขมับแทน   ทั้งสงสารเห็นใจและก็สมน้ำหน้า แบบว่าอารมณ์ตีรวนกันไปหมด 555 จากแรกๆฮาๆกับโจรติ๊งต๊อง ไปๆมาๆดราม่าซะงั้น อ่านแบบรวดเดียว เหมือนจะสนุกธรรมดาแต่ว่าก็วางไม่ลง นั่นคือมันน่าติดตามไงละคะ อ่านมาๆ กลายเป็นว่าสนุกมากซะงั้น 55555 จะเอาไงดีต่อจากนี้ คิดไม่ออกเลย รอไรท์มาต่อเลยค่ะ จะยุบแก๊งค์แล้ว รอดและไหวไหมเนี้ย เป็นอะไรที่วุ่นวายมาก หลายคดีละเกิ๊นพ่อมหาโจร เอาใจช่วยละกัน 5555 ขอบคุณนะคะที่แต่งมาอัพลงให้อ่าน เห็นผ่านตามานาน เห็นชื่อตอนปิดฉากความรัก ไอ้เราก็นึกว่าจบแล้วเลยเข้ามาอ่าน ค้างเลยตอนนี้ 55555 รรรรรรค่า ^^

ออฟไลน์ Blackmamba

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 52
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

33
ปิดฉากความรัก (2)
Goodbye B



“แม่ไอฝากมาให้”

หลังจากวันที่เห็นหมวดรักษ์ขึ้นห้องของหนุ่มหล่อเจ้าทุกข์เมื่อหลายๆ วันที่แล้ว ผู้พันก็เพิ่งจะโผล่หน้ามาที่สถานีตำรวจอีกครั้งพร้อมกับของฝากจากแม่ เหตุผลหลักคือยังไม่พร้อมเจอหมวด อารมณ์เหมือนแฟนที่เพิ่งเลิกกัน (แม้จะคิดเองเออเองฝ่ายเดียวก็เหอะ...) เขากลัวตัวเองใจอ่อน กลับไปรู้สึกกับหมวดอีก หนุ่มฝรั่งอยากตัดใจ หลีกทางให้คนที่ใช่กว่าเขา และมูฟออนกับคนใหม่เช่นกัน

“วางไว้นั่น”

ตำรวจโบกมือมั่วๆ ไปทางโต๊ะทำงานของตน ผู้พันรู้สึกเฟลนิดหน่อยเพราะหมวดกำลังยุ่ง ถือแฟ้มเอกสารเดินไปมา ไม่แม้แต่จะชายตามองเขาด้วยซ้ำ

“นี่มันเวลาพักเที่ยงแล้วนา ยูว์ไม่พักเหรอ”

ว่าพลางนั่งลงเก้าอี้ทำงานอย่างถือวิสาสะ ถ้าไม่ติดว่าผู้กำกับออกไปข้างนอก คงโดนเตะก้นโด่งลงบันไดไปแล้วแน่ ใหญ่มาจากไหนก็เถอะ

“ยังไม่ใช่ตอนนี้ ต้องเคลียร์งานก่อน เอาไว้เจอกันวันอื่นนะ ซอรี่จริงๆ” หมวดหันมาบอกด้วยสีหน้าซอรี่นิดๆ

“ไม่เป็นไร ไออยากคุย รอได้”

“ทำไมไม่อยู่กับแฟนใหม่ล่ะ” หมวดแซว ทำเอาผู้พันสะดุ้ง

“ยูว์รู้ได้ไง!”

“นี่ใคร? หมวดรักษ์ฝ่ายสืบสวนนะ อย่าลืม”

หนุ่มฝรั่งหน้าแดงเรื่อ ไปต่อไม่ถูก

“เพื่อนเราไปเจอนายที่ผับ นี่ก็สงสัยอยู่ว่าหายหน้าไปไหนหลายวัน ที่แท้มีแฟนใหม่ ว่างๆ พามาเจอบ้างสิ” เห็นอีกฝ่ายเขินจนพูดไม่ออก หมวดก็แซวอีก

“โอเค”

“You gonna back to USA next two weeks, is he supposed to be LDR or just holiday bf?”

คำถามของหมวดค่อนข้างเซ้นสิทีฟ ผู้พันนิ่งไปหลายอึดใจก่อนจะตอบ

“ไม่รู้สิ... ไอชอบเขา ถ้าเราไปกันได้ดี ไอว่าจะพากลับด้วย”

“ยัวร์แด๊ดวิลคิลยูว์ฟอร์เชอร์”

“เรื่องอะไร้ไอจะบอก พาไปจดทะเบียนส้มโร้ดเลยสิ ถึงตอนนั้นฮีจะทำอะไร้ได้”

“ร้ายกาจ” หมวดหัวเราะ ผู้พันอมยิ้ม “รอได้ก็รอไป แต่อย่ายุ่งกับของๆ เรา อีกสักชั่วโมงคงเสร็จ แต่ถ้ารอไม่ไหวก็กลับได้เลย”

หมวดชี้นิ้วสั่งก่อนจะเดินไปที่โต๊ะของจ่าตะวันที่ยุ่งอยู่หน้าจอคอมพ์ไม่แพ้กัน ทิ้งให้ผู้พันรอต่อไปอย่างเคว้งคว้าง แต่เขาก็ไม่เดือดร้อนอะไร ในเมื่อมีเวลาว่างเหลือเฟือ

การเจอหมวดรักษ์หลังถูกเขาหักอกแบบที่เจ้าตัวไม่รู้ ไม่เลวร้ายอย่างที่คิด ผู้พันตระหนักแล้วว่าเขากับหมวดคงไม่มีทางพัฒนาเป็นอย่างอื่นได้มากไปกว่าเพื่อน บางทีความรักที่เขาทึกทักเอาเองมาตลอด อาจเป็นเพียงความผูกพัน เพราะความรู้สึกที่เขามีต่อหมวด ไม่เหมือนที่เขามีต่อเบย์...

กับหมวด... พีเทอร์รู้สึกสบายใจเมื่ออยู่ด้วย มีความสุขเพียงแค่ได้อยู่ใกล้ แต่ไม่ได้อยากครอบครองเป็นของตัวเอง

แต่กับเบย์ไม่ใช่... มันมีความปรารถนาร้อนแรง คิดถึงตลอดเวลา แค่อยู่ไกลก็ไม่เป็นสุข ต้องได้เห็นหน้า ได้เจอตัว ยิ่งได้ชื่อว่าเป็นผัวเค้าแล้วก็ยิ่งรู้สึกรุนแรงไปใหญ่ หึงหวงจนไม่อยากให้ใครหน้าไหนแตะต้องทั้งนั้น

เขาไม่ใช่พวกฝรั่งที่มาเที่ยว just for ‘ฟัน’ ความเป็นลูกผู้ชายทำให้เขารับผิดชอบการกระทำของตัวเอง ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม เรื่องที่บอกหมวดรักษ์ก็เรื่องจริง เขาจะชวนเบย์ไปอยู่อเมริกาด้วย พร้อมกับจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง บางทีเบย์อาจใจอ่อนยอมรับเขา

รอเบื่อๆ ไม่รู้จะทำอะไรก็อ่านแฟ้มสืบสวนเล่น แอบเหลือบมองหมวดรักษ์มัวแต่ปรึกษากับจ่าตะวันหน้าดำคร่ำเครียดไม่ได้สนใจเขาก็ค่อยโล่งใจหน่อย

แม้จะเป็นทหาร แต่บ่อยครั้งที่เดียวที่ถูกไหว้วานจากตำรวจให้ช่วยเรื่องคดีต่างๆ บางครั้งก็ต้องออกโรงร่วมกับตำรวจด้วย เช่นคดีผู้ก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ ไม่แน่อาจมีอะไรที่เขาช่วยหมวดรักษ์ได้บ้าง

แฟ้มที่ว่าเป็นคดีลักพาตัวนายแสงเทียน สว่างโชติช่วง นักศึกษาปีสี่ โดยผู้ร้ายชื่อนายอติศร แซ่อู๋ หรืออาร์มี่ อาชญากรที่มีคดีติดตัวพัวพัน  ทั้งหมดเป็นคดีโจรกรรม มีผู้สมรู้ร่วมคิดสองคน ชื่อนายบรรณภพ พวงเซ่ และอเล็กซ์ เกรกอร์ ฮริคมันซ์ (ความจริงอาจมีมากกว่านี้ แต่ยังสืบไม่พบ) โดยนายอติศรได้ลักพาตัวแสงเทียน คนรักของเปรมประกิตต์ (ผู้ร้องทุกข์) ไปเมื่อต้นเดือน

ตำรวจตามล่าโจรแก๊งนี้อย่างจริงจัง ขณะนี้ได้หลักฐานหลายอย่าง แต่ยังสาวไม่ถึงตัว เนื่องจากแก๊งโจรได้แยกย้ายกันไปแล้ว อีกทั้งน่าจะปลอมชื่อปลอมตัวใหม่ กลายเป็นงานยากของตำรวจไปอีก

พีเทอร์คิดว่าเป็นคดีธรรมดา ไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่รูปภาพอาชญากรคนหนึ่งทำให้เขาถึงกับผงะ

เกิดกระแสเย็นวาบถาโถมใส่... ผู้ชายที่เขาเจอวันแรกที่มากรุงเทพฯ คนที่เขาถามทาง ลากไปกินข้าวด้วย และแอบเอาเงินยัดใส่กระเป๋าเพราะเห็นว่าบาดเจ็บ คือคนเดียวกับผู้ร้ายในประกาศจับ

“ลองแฮร์บอย”

ผู้พันถึงกับยกมือกุมหน้าผาก สัญชาติญาณทหารเขาพลาดไปได้อย่างไรกัน

ความสงสัยสะกิดให้ผู้พันพิมพ์ชื่อผู้ร้ายในสารบบ ข้อมูลที่ปรากฏขึ้นมาบนจอยิ่งไม่ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเลย

 

ชื่อ : บรรณภพ พวงเซ่

เกิดวันที่ : 6 พฤษภาคม 25XX

บิดา-มารดา : นาย A – นาง B

ที่อยู่ : กรุงเทพฯ

การศึกษา : โรงเรียนอนุบาลแม่แวว-ประถมสังสรรค์ศึกษา-มัธยมชุมชนอัตคัตอุปถัมภ์

อาชีพ : ไม่พบข้อมูล

คดีที่เกี่ยวข้อง : อาชญากรรม


 

ผู้พันแฮมิลทันกดลิงค์ดังกล่าว

 

วันที่ 15 กรกฏาคม – ต่อสู้กับนาง Z ผู้ค้ายาเสพติดและจับตัวเธอส่งตำรวจ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ทราบว่าเป็นผู้ร้าย จึงไม่ได้ทำการจับกุม

วันที่ 20 กรกฎาคม – ทีมตำรวจเข้าค้นตึกร้างบนถนน T ซึ่งคาดว่าเป็นแหล่งกบดานของนายอติศร แซ่อู๋ พบลายนิ้วมือของบรรณภพ พวงเซ่ และอเล็กซ์ เกรกอร์ ฮริคมันซ์ สรุปว่าปฏิบัติกันเป็นขบวนการ

วันที่ 22 กรกฏาคม – ออกหมายจับนายบรรณภพ พวงเซ่


   

ผู้พันพีเทอร์กัดริมฝีปากตัวเองแน่น รู้สึกผิดลึกๆ ที่ไม่เอะใจในตอนนั้น ทั้งทีนายบรรณภพมีท่าทางพิรุธ ดูลุกลี้ลุกลน ไม่ยอมสบตา เหมือนอยากหนีให้พ้น ถ้าพีเทอร์สังเกตอีกสักนิด เขาคงจับนายบรรณภพส่งหมวดรักษ์ได้แล้ว... และแน่นอน หมวดจะปิดคดีได้ไวขึ้น และคงจะขอบคุณเขาอย่างมาก มีแต่ดีกับดี

ทหารหนุ่มทำในสิ่งที่หมวดรักษ์ยังไม่ได้ทำ ขณะที่หมวดเอาแต่ไล่ตามโฉมปัจจุบันซึ่งพลิกแพลงไปเรื่อยๆ เขาก็ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้น คือการหา ‘โฉมหน้าที่แท้จริง’ ของผู้ร้าย เพราะลักษณะดั้งเดิมไม่มีอะไรจะปิดบังได้

นายบรรณภพไม่เล่นโซเชียล จึงไม่ง่ายที่จะหาตัวเจอได้โดยตรง ผู้พันเลยใช้วิธีอ้อม ค้นหาจากชื่อโรงเรียนแทน



‘อัตคัดอุปถัมถ์ รุ่นที่ 22’



มีศิษย์เก่าเยอะมาก ผู้พันโฟกัสไปที่ผู้ชาย แต่ละรายก็บุคลิกคล้ายๆ นายบรรณภพ คือพวกเด็กอันธพาลวายร้าย ตัวลาย สายควัน ผู้พันคิดว่าโรงเรียนที่ตั้งในชุมชนแบบนี้ เด็กคงรู้จักกันทั่วถึง ไม่เหมือนโรงเรียนใหญ่ๆ ข้างนอก และนายบรรณภพก็เพิ่งจบมาแค่สามปี คงไม่นานเกินที่ใครจะลืมเขาหมดจด ต้องมีสักคนที่จำได้ มีรูปถ่าย หรือเผลอๆ จะยังติดต่อกันอยู่

 

เกม’ษสซ์ ฅนจัยยกาข แต่ฦก’ซ์เณอร์ เวอ.ทู ห้ามศแปมกู

 

ไม่หรอก ไม่สแปม จะสแปมได้มึงต้องบอกกูว่า ค.คน อยู่ตรงไหนของแป้นพิมพ์ก่อน หาเจอได้ยังไงวะ เก่งแท้

ผู้พันสมัครบัญชีใหม่ ใช้รูปสาวสวยที่หาได้ในบอร์ดเถื่อนๆ นั่งโพสต์รูปมั่วๆ ให้ไทม์ไลน์ดูมีอะไร ก่อนจะทักแชทหมอนั่นไป ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษาที่ใช้ว่าจะไม่เนียน เพราะหมวดรักษ์ชอบแซวอยู่บ่อยๆ ว่าภาษาไทยแบบผิดๆ ถูกๆ ของผู้พันนั้น เหมือนภาษาสก๊อยไม่มีผิด

 

ณ๊อง’ แนม’ แยมสะตอเบอร์ลี่:
ทักๆ

 

เกม’ษสซ์ ฅนจัยยกาข แต่ฦก’ซ์เณอร์ เวอ.ทู ห้ามศแปมกู:
ว่างัยคร้าบคนสวย อิอิอิ

 

ณ๊อง’ แนม’ แยมสะตอเบอร์ลี่:
พิรุ้จักคลชื่อบอมเบย์มั๊ย ทิเคยเรียนรุ่นเดวกะพิอ่ะ

             

เกม’ษสซ์ ฅนจัยยกาข แต่ฦก’ซ์เณอร์ เวอ.ทู ห้ามศแปมกู:
คลไหนหว่า?? น๊องถามไปไมคับ

 

ณ๊อง’ แนม’ แยมสะตอเบอร์ลี่:
มันทำเพิ่นหนุท้อง! แร๊วมั่ยรับผิดชอบ
หนุกับเพิ่นเลยตามหาตัวมันยุ
เหนบอกเคยเรียนอัดคัดอุปถัม
เรยรองมาถามพินิแหระ

 

เกม’ษสซ์ ฅนจัยยกาข แต่ฦก’ซ์เณอร์ เวอ.ทู ห้ามศแปมกู:
ไมเลวงี้ มั่ยดีเลยๆ มั่ยสมเปนลุกผุ้ชาย

 

ณ๊อง’ แนม’ แยมสะตอเบอร์ลี่:
ชั่ยคะ พิพอจะรุ้จักมันมัย
รือว่ามีเพิ่นที่รุ้จักมันมั๊ย
หนุจะดั้ยปัยตามตัวถุก

 
เกม’ษสซ์ ฅนจัยยกาข แต่ฦก’ซ์เณอร์ เวอ.ทู ห้ามศแปมกู:
มันยุห้องไรงะ

 

ณ๊อง’ แนม’ แยมสะตอเบอร์ลี่:
นุม่ายรุง่า
อ๋อๆ รู้แระ พิมีหนังสือรุ่นมั๊ยคะ
ถ่ายมาหั้ยก้อด้าย เดะหนุไปหาจากชื่อมันเอง

 

เกม’ษสซ์ ฅนจัยยกาข แต่ฦก’ซ์เณอร์ เวอ.ทู ห้ามศแปมกู:
แปปนะคร้าฟ เดะหาหั้ย

 

ไอ้หนุ่มหายไปราวๆ สิบห้านาที ก่อนจะกลับมาพร้อมกับรูปถ่ายจากหนังสือรุ่นที่เก่าเลอะเทอะ เหมือนขุดมาจากก้นสุดของกองขยะ ยังดีที่ดูออกว่าหน้าตาคนในรูปเป็นยังไง ชื่ออะไรกันบ้าง

 

เกม’ษสซ์ ฅนจัยยกาข แต่ฦก’ซ์เณอร์ เวอ.ทู ห้ามศแปมกู:
อะนี่คร้าฟ ไปหาดูน้า
รูปแตกหน่อยขออำภัย มือถือพี่มันถูก
คลจนก็งี้ มีดีแค่หัวจัย

 



อะไรของมึง...

 

ณ๊อง’ แนม’ แยมสะตอเบอร์ลี่:
กี้สๆๆๆ ดีจัยยยย ขอบคุลมากนะคร๊
พี่เนี่ยหล่อแร้วยังจัยดีอีก

 

เกม’ษสซ์ ฅนจัยยกาข แต่ฦก’ซ์เณอร์ เวอ.ทู ห้ามศแปมกู:
โสดคับ จีบได้

 



ขอโทษนะ แต่ลาก่อนเกมส์ ความสัมพันธ์ของเราจบเท่านี้แหละ

ผู้พันปิดเว็บแล้วดูรูปที่นายเกมส์ส่งมา มีหลายรูปทั้งแบบรวมทั้งระดับชั้นและแยกเป็นห้องๆ ต้องใช้เวลาและสายตาเพ่งอยู่นานกว่าจะเจอ



นายบรรณภพ พวงเซ่ อยู่ห้องสี่ เลขที่ยี่สิบ



อ่านชื่อแล้วก็ไล่ดูรูป ทันทีที่ปลายนิ้วหยุดตรงเป้าหมาย ก็เหมือนลมหายใจขาดห้วงฉับพลัน

ชายหนุ่มอ้าปากค้าง จ้องภาพนักเรียนมอปลายคนนั้นด้วยอาการอึ้งสุดใจ... ใบหน้าสะอาดเกลี้ยงเกลา ไร้หนวดเคราบดบัง ใบหน้าที่แท้จริงของอาชญากร คือใบหน้าเดียวกับหนุ่มน้อยที่เขากำลังรัก

แม้จะผ่านมาหลายปี แต่หน้าตาของคนๆ นี้ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมเลย แววตาที่ดื้อรั้น ส่อแววไม่ยอมแพ้ต่ออะไรในโลกก็เช่นกัน คือคู่เดียวกับที่เขานอนจ้องมองทุกคืน ถ้าจะมีอะไรเปลี่ยน ก็มีเพียงแค่สีผม

“บี...”

ชายหนุ่มทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ราวกับพละกำลังหายไป ร่างกายสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ และเจ็บหัวใจเหมือนถูกเฉือนอย่างแรง ไม่คิดเลยว่าความลับหนึ่งจะเปิดเผยอีกความลับได้สะเทือนใจขนาดนี้

“Impossible...”

 



กลางคืน

เบย์นั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์เครื่องดื่มพลางคุยกับเคียว แต่แอบชะเง้อมองที่หน้าประตูร้านบ่อยๆ ราวกับหมาน้อยคอยเจ้าของกลับบ้าน ปากก็บอกว่ารำคาญ แต่เอาเข้าจริงก็ชอบมันอยู่เหมือนกัน เรื่องหล่อรวยไม่เกี่ยว เรื่องบนเตียงก็ไม่นับ เขาชอบความตื๊อระดับหน้าด้านหน้าทนของมัน ชอบที่ได้รู้สึกว่ามีใครสักคนหลงรักเราหัวปักหัวปำถึงขั้นนี้ แล้วก็ชอบความสุภาพบุรุษ พูดคำไหนคำนั้น ปล้ำก็คือปล้ำ ไม่ปล้ำก็คือไม่ปล้ำ ไม่ตอแหล

เอาง่ายๆ นิสัยตรงแน่ว แบบตรงข้ามกับเขานั่นแหละ

“แปลกจัง คืนนี้แฟนนายไม่มา” เคียวพูดอย่างรู้ทัน

“ไม่ใช่แฟนนะ!”

เบย์ปฏิเสธทันควัน แต่ใบหน้าสวนทางกับคำพูดโดยสิ้นเชิง ทั้งยิ้มทั้งหน้าแดงลามไปถึงหู

เคียวมองแล้วหัวเราะ “ถึงขั้นนี้ไม่ต้องปากแข็งหรอกน่า แฟนหล่อจะตาย รวยด้วย นายน่าจะภูมิใจ”

“หุบปากไปเลย”

น่าแปลกจริงๆ ห้าทุ่มแล้วยังไม่เห็นแม้แต่เงา หรือมันจะเทเราแล้ววะ....

“บี”

เจ้าของชื่อหันขวับไปตามเสียงเรียก เผยรอยยิ้มให้คนที่เดินเข้ามาอย่างลืมตัว แต่นายทหารไม่ยิ้มเหมือนปกติ ใบหน้าแลดูเคร่งเครียดผิดปกติจนอีกฝ่ายแปลกใจ

“เป็นไรรึเปล่า” เบย์ถาม

แต่อีกฝ่ายไม่ตอบ คว้าแขนเดินออกนอกร้านไปที่รถซึ่งจอดไว้โดยมไม่ดับเครื่องและขับออกไปด้วยความเร็วที่น่าตกใจ เบย์สังเกตเห็นสีหน้าของพีเทอร์เคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็น เหมือนมีรังสีดำทะมึนแผ่กระจายจากตัว เบย์กลัวจนไม่กล้าถามต่อ

ขับมาจอดที่โรงแรมแห่งใหม่ ก่อนจะพาคนนั่งเดินไปห้องที่จองไว้ล่วงหน้า ทันทีที่เข้ามาในห้องเรียบร้อยแล้ว ร่างใหญ่ก็ผลักร่างเล็กลงบนเตียง ขึ้นควบ ตามด้วยจูบดูดดื่มล้ำลึกปราศจากอารัมภบทใดๆ

เสื้อผ้าถูกถอดออกอย่างเร็วไวจนทั้งคู่เหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่า คนข้างบนระดมจูบไปทั่วตัวของคนข้างล่างอย่างหนักหน่วงผิดปกติ มือใหญ่กดข้อมือเล็กไว้กับเตียงแน่นราวกับกลัวคนข้างล่างจะหนี

“วันนี้แปลกไปนะ” เบย์ได้โอกาสสบตาถาม

พีเทอร์ไม่ตอบ แต่จ้องตาเขม็ง... แววตาคู่นั้นดุดันและเศร้าในคราวเดียวกัน

“บี” เขาเรียก

“อะไร”

“ยูว์รักไอบ้างรึเปล่า”

“......” เบย์ตกใจ ไม่คิดว่าจะเจอคำถามนี้

“ว่ายังไง ยูว์เคยมีความรู้สึกว่ารักไอบ้างไหม” พีเทอร์ถามซ้ำด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“มันยังเร็วไปที่จะพูดตอนนี้...”

“....”

“แต่ถ้าคบกันนานๆ ไป... อาจจะรักก็ได้”

เมื่อพูดจบ ผู้พันก็รุกหนักทั้งกอดจูบลูบคลำกัดขย้ำราวกับเสือป่าหิวโหย หนุ่มน้อยปล่อยให้ความสงสัยลอยหายไป แล้วให้ความสุขสมเข้ามาแทนที่ ตอบโต้ฝ่ายรุกด้วยการกอดรัดไว้แน่นไม่แพ้กัน

“ไอเลิฟยูว์”

“อ๊ะ.... อื้อ”

“ไม่ว่ายูว์เป็นใคร... ไอก็เลิฟยูว์”

“พะ... พีเทอร์”

ตัวเล็กบิดกายเร่าๆ เมื่อถูกอีกฝ่ายรุกคืบเข้ามา แม้จะติดใจสงสัยในสิ่งที่เขาพูด แต่เบย์ก็ไม่ได้เอ่ยถามคำใด สติอารมณ์เริ่มกระเจิดกระเจิงไปตามแรงเคลื่อนไหว

ร่างใหญ่โน้มตัวลงมากอดร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าซุกที่ซอกคอ จูบทำรอยสีแดงไว้พร้อมกับหอบหายใจถี่ ขณะเดียวกันท่อนล่างที่เชื่อมต่อกันก็ขยับเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แรงกระแทกจากฝ่ายรุกรุนแรงกว่าที่เคย เบย์จึงทุบหน้าอกคนข้างบนเพื่อเตือนเขา

“เบาๆ หน่อย... อ๊ะ... กลัวไม่ได้ทำอีกรึไง”

ฝ่ายข้างบนผ่อนแรงลงเล็กน้อย มองใบหน้าน่ารักนั้นด้วยดวงตาเป็นประกาย... แต่ฉายแววเศร้า

“Maybe last time”

“หมายความว่าไง...จะกลับเมกาแล้วเหรอ”

ผู้พันไม่พูดอะไร เพียงแค่กอดรัดร่างเล็กแนบแน่น กระแทกร่างของตนใส่ไม่ยั้ง จูบอย่างบ้าคลั่ง แล้วทั้งคู่ก็ตกอยู่ในภวังค์แห่งรักร่วมกันจนหลับใหลไป

 

......

ตีสาม

เบย์รู้สึกเจ็บไปทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า ร่างกายท่อนบนมีรอยคิสมาร์กหลายจุด ท่อนล่างตั้งแต่เอวลงไปปวดหนืบ แข้งขาอ่อนแรง... แต่ใส่เสื้อผ้าแล้ว สงสัยพีเทอร์คงอาบน้ำให้

แกร๊ง

เสียงโลหะกระทบกันเมื่อเบย์ขยับตัว เขารู้สึกว่าหนักข้อมือเหมือนมีอะไรถ่วง พอลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่าถูกสวมกุญแจมือ

ว้อท?

หนุ่มน้อยสะดุ้งสุดตัว ผุดลุกขึ้นนั่งพลางมองไปรอบห้อง แต่ไม่พบพีเทอร์ หัวใจของเขาเต้นแรงไม่เป็นส่ำราวกับกำลังบอกถึงลางร้าย

“พีเทอร์! อยู่ที่ไหน แล้วใส่กุญแจมือทำไม”

เบย์ตะโกน จากนั้นประตูระเบียงก็เปิดออก ชายหนุ่มเดินกลับเข้ามาในห้อง ท่ามกลางความมืดสลัว แสงสีส้มของโคมไฟสะท้อนใบหน้าของผู้ชายตัวใหญ่เพียงเสี้ยวหนึ่ง... แต่หนุ่มน้อยเห็นชัดเจนว่าพีเทอร์กำลังยิ้มอย่างไม่น่าไว้ใจ

“เล่นพิเรนทร์อีกแล้วนะ ปล่อยเดี๋ยวนี้”

“ไม่ได้เล่น”

“....?”

“ยูว์ถูกจับกุมแล้ว บรรณภพ พวงเซ่”

เบย์หน้าถอดสี หัวใจเหมือนหล่นไปอยู่แทบเท้า ร่างกายเย็นวูบเหมือนถูกน้ำแข็งราด พีเทอร์ยิ้มมุมปาก แลดูคล้ายมัจจุราชที่กำลังจะลากคอเบย์ไปสู่ขุมนรก

“ไม่คิดจะปฏิเสธหน่อยเหรอ”

“นี่มึง... หลอกกูเหรอ” เบย์เค้นคำพูดออกมาผ่านริมฝีปากสั่นๆ

“ใครกันแน่ที่หลอก ยูว์ไม่ใช่เหรอ” พีเทอร์จับคางของตัวเล็กยกขึ้นมองหน้าเขา “เกมโอเวอร์แล้ว เบบี๋ เตรียมตัวเข้าคุกซะ”

ผัวะ!

เบย์เอาหัวโขกหน้าพีเทอร์อย่างแรงจนอีกฝ่ายเสียหลักล้ม ร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด เลือดไหลจากจมูกและปากทันที อาศัยจังหวะนั้นลุกจากเตียงวิ่งหนี แต่ถูกตะครุบไว้ได้จากข้างหลัง

“โอ๊ย!”

ทหารหนุ่มผลักโจรล้มหน้าคว่ำกับพื้น แล้วเขาก็ขึ้นนั่งกดทับ มือใหญ่กดมือที่สวมกุญแจเหล็กของโจรไว้ข้างหลัง อีกข้างกดบีบคอยึดไว้กับพื้นแน่น เบย์ทั้งเจ็บ อึดอัด เหมือนขาดอากาศหายใจ แต่ความเจ็บจากร่างกายไม่เท่าความเจ็บในใจ

สุดท้ายก็เสียรู้ให้เจ้าหน้าที่จนได้ เจ็บใจนัก...

“อยู่นิ่งๆ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว” ร่างใหญ่ขู่

“มึงเป็นใครกันแน่” เบย์ถามเสียงสั่นเครือแต่เข้มขรึม

“...พันอากาศตรีพีเทอร์ แฮมิลทัน”

“ทหาร.....”

“เยส ไอเป็นทหาร แต่ก็มีสิทธิ์จับโจรได้เหมือนกัน”

น้ำเสียงของผู้พันฟังดูแตกต่างจากผู้ชายเพี้ยนๆ ที่เบย์รู้จักอย่างสิ้นเชิง มันปราศจากความทะเล้นทะลึ่ง แต่กลับเต็มไปด้วยพลังและน่าเกรงขาม นี่คงเป็นโฉมหน้าที่แท้จริงของมันนั่นเอง

“กูสงสัยตั้งแต่แรกแล้วว่ามึงต้องเป็นตำรวจหรือสายสืบแน่ๆ แต่ถึงอย่างนั้น กูก็ยังเสี่ยงไปไหนมาไหนกับมึง... เพราะอีกใจหนึ่งก็คิดว่ามึงไม่ใช่”

เบย์น้ำตาไหล

ทหารหนุ่มลดแรงบีบที่มือลง

“ทีแรกกูยอมมึงก็เพราะเห็นแก่เงิน... กูต้องการแค่เงิน... แต่ไปๆ มาๆ มึงกลับทำให้กูรู้สึกดีขึ้นมาจริงๆ...” เบย์เว้นจังหวะพูดด้วยเสียงสะอึก หันไปมองคนที่อยู่ข้างหลังด้วยหางตา “แต่ทั้งหมดที่มึงทำ... มันแค่การหลอกให้กูตายใจแค่นั้นใช่ไหม”

ผู้พันมีสีหน้าเรียบนิ่ง ตอบเพียงสั้นๆ

“ใช่”

“ที่บอกว่าชอบกู... นั่นก็โกหกใช่ไหม”

คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อย “ใช่ ไอโกหก”

“.............”

"ไอเป็นทหาร จะรักคนร้ายได้ยังไง”

“............”

เบย์จุกจนพูดอะไรไม่ออก ชาราวกับถูกตบหน้าล้านครั้ง

พีเทอร์ลุกจากร่างของผู้ร้ายก่อนจะฉุดให้ลุกขึ้นจากพื้น แล้วผลักให้เดินไปข้างหน้าโดยมีเขาเดินประกบหลัง

“อย่าขัดขืน อย่าตุกติกเด็ดขาด” ทหารสั่งเสียงเข้ม “แต่ไอขอชื่นชมที่ยูว์ปลอมตัวหลบหนีเจ้าหน้าที่ได้นานขนาดนี้นะ ลองแฮร์บอย”

เบย์สะดุดกึก หยุดเดิน หันขวับไปมองหน้าทหารหนุ่มตาขวาง ทหารหนุ่มรู้สึกตกใจเมื่อเห็นใบหน้าที่เปื้อนน้ำตากับแววตาผิดหวังของเบย์ แต่ต้องฝืนทำหน้านิ่งไว้

“มึงรู้ตัวตนของกูทะลุปรุโปร่ง... ทุกการปลอมตัว”

“....ใช่”

“ตามกูมาตั้งแต่คืนนั้น หาเจอทุกครั้ง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญสินะ”

“....อืม”

เบย์แทบทรุด รู้สึกเหมือนเป็นคนโง่ที่สุดในโลก

“ไอ้เหี้ย”

“......”

“ถึงกูจะปลอมตัว แต่ไม่เคยปลอมความรู้สึก... ไม่เหมือนท่าน ผู้พัน... ที่ปลอมทั้งตัวและหัวใจ!”

เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ ไม่มีการเคลื่อนไหว นอกจากไหล่สั่นสะท้านของเบย์เท่านั้น บรรยากาศอึดอัดและเศร้าหมองจนหากปล่อยไว้นานอาจมีอาชญากรรมไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้

ผู้พันทำขึงขัง ผลักให้เบย์เดินต่อไปจนกระทั่งถึงรถ เปิดประตูข้างคนขับแล้วผลักคนร้ายให้นั่ง ปิดประตูเสียงดัง แต่เขาไม่เข้ามานั่ง กลับหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาใครบางคน ซึ่งคงไม่พ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจนั่นเอง พูดอยู่สองสามคำก็วาง

พีเทอร์ยืนพิงประตูฝั่งเบย์ แต่หันหลังให้... เพราะไม่อยากให้คนข้างในเห็นว่าเขาใกล้จะร้องไห้เต็มทน

“I’m so sorry, Darling”

นั่นคือประโยคสุดท้ายที่ผู้พันได้พูดกับคนร้าย... แต่อีกฝ่ายไม่มีทางได้ยิน




///
ขอบคุณทุกฟีดแบ็กมากๆ เลยค่ะ
รักน้าาา <3 <3

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1743
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-3
น่าสงสารเบย์จังเลย ไม่เคยปลอมความรู้สึก อ่านแล้วเศร้าตาม
 :mew6: :mew6:

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1060
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0
ก็เข้าใจผู้พันช่วยหมวดรักษ์จับเบย์เพราะเป็นโจรแต่เราสงสารเบย์ที่เริ่มรู้สึกดีกับผู้พันแล้วมาโดนจับเหมือนถูกแทงข้างหลังหัวใจเจ็บเจียนตายเลยงะ :mew6: :mew6:

ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2447
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-4
เศร้านร้า เบย์ เบย์ คงมีหักมุม

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด