THIEF MAN #แฟนโจร --------- EP.31 'กูรักมึง' (14/04/19)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: THIEF MAN #แฟนโจร --------- EP.31 'กูรักมึง' (14/04/19)  (อ่าน 14505 ครั้ง)

ออฟไลน์ Noina_Pn

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 279
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-1

ออฟไลน์ Blackmamba

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
 


30
คืนดีดี



สกินเฮดบอยกดผมลงกับเตียงแล้วกอดจูบลูบไล้ซุกไซ้ไปทั่วตัวอย่างหื่นกระหาย ผมได้รสไวน์จากริมฝีปากของเขา บางทีหมอนี่ก็อาจซัดไวไวมาเหมือนกันก็เป็นได้ ถึงรุกเร็วแรงไวขนาดนี้

เราไม่พูดอะไรกันเลย มีเพียงเสียงร้องครางในลำคอและหอบหายใจถี่ๆ ตอนนี้เขาถอดเสื้อแล้ว ดูเผินๆ เหมือนจะเป็นหนุ่มแว้นธรรมดา แต่จริงๆ หุ่นนี่นักกีฬาเลยล่ะ มีกล้ามมีซิกแพ็คสวยเชียว

อย่าหาว่าผมเลวนะ ของแบบนี้มันต้องระบาย ไม่งั้นคงอกแตกตายพอดี แล้วผมก็ไม่ได้ทำผิดศีลธรรมข้อไหนด้วย ในเมื่อตอนนี้ผมโสดแล้วนี่ ฮิฮะ...

“เห้ย มีผัวแล้วเหรอ!”

ชายหนุ่มหัวเกรียนออกอาการตกใจเมื่อถอดเสื้อผมออกแล้วเห็นรอยสักทุเรศๆ บนหน้าอก

“ไม่มี เลิกกันแล้ว” ผมกระตุกเข็มขัดของเขา “รีบถอดเร็ว...”

“เดี๋ยว โจรนี่โจรไหน” เขาถามด้วยสีหน้าตึงๆ

ผมตอบอย่างไม่เต็มใจ “...โจรอู๋”

“อู๋ไหน”

“อติศร แซ่อู๋”

“อติศร... พี่มี่ใช่ป้ะ”

“...อือ” ไอ้หอกนั่นมีลูกน้องนอกแก๊งด้วยเรอะ

“เชี่ย!!! เกือบตายแล้วไหมกู!!!”

จู่ๆ นายนั่นก็สะดุ้งโหยง ผุดลุกจากตัวผมทันทีเหมือนผีโดนพระเครื่อง

“รู้จักมันด้วยเหรอ” ผมถาม

“รู้ดิ เล่นพนันเจอกันที่บ่อนบ่อยจะตาย วันนั้นที่เขาเอานายเป็นเดิมพัน เราก็อยู่ในวงด้วย! ถึงว่าหน้าคุ้นๆ ฮึ่ย ไปละ ไม่อยากโดนฆ่า!”

“เดี๋ยวสิ!”

ไม่ทันแล้ว นายสกินเฮดเผ่นหนีไปเรียบร้อย ปล่อยให้ผมนั่งอารมณ์ค้างอยู่บนเตียงคนเดียว

นี่เองสินะคือเหตุผลที่ไอ้โจรสักลายให้ผม จะได้ไม่มีใครกล้ายุ่งกับผม แต่ตัวเองกลับไปเริงรักกับคนอื่นได้เนี่ยนะ ไม่ยุติธรรมเลย

ไม่รู้ล่ะ ผมเสี้ยน ผมอยากปลดปล่อย ยังไงคืนนี้ต้องหาคนมานอนด้วยให้ได้! อยากรู้นักว่าตอนมีอะไรกับคนที่ไม่ใช่แฟนของตัวเองมันรู้สึกยังไง เผื่อจะเข้าใจผู้ชายพวกนั้นที่นอกใจผมบ้าง!!!

จะว่าประชดชีวิตสิ้นคิดยังไงก็เอา ผมไม่มีอะไรจะเสียแล้วเว้ย!

ผมใส่เสื้อ ลงจากเตียง เดินคลำบันไดกลับลงมาชั้นล่างอีกครั้ง ปะปนกับผู้คนเข้าไปอยู่ในวงเต้น แค่นาทีแรกที่ก้าวเข้ามาก็ถูกผู้หญิงผู้ชายมองตาเป็นมัน ผมตั้งใจว่าจะไปกับคนแรกที่เข้าหาเลย เพราะรอไม่ไหว ไอ้ข้างล่างมันร่ำร้องอยากออกมาดูโลกจะแย่แล้ว

“มาครั้งแรกเหรอคะ ไม่เคยเห็นหน้า”

ปรากฏว่าผู้โชคดีเป็นผู้หญิงลุคเซ็กซี่แบบพริตตี้ ผมยาวสลวยย้อมสีทอง ผิวขาวเหมือนหลอดไฟนีออน ใส่ชุดเดรสสีดำสั้นๆ รัดๆ จนนมเกือบจะล้นออกมา เธอจับแก้มแล้วฉวยจูบผมไปหนึ่งที

“ครับคนสวย...ครั้งแรก”

หมายถึงกับผู้หญิงน่ะ

 


....

ยิ่งดึกคนก็ยิ่งคึกคัก นักท่องราตรีมีทั้งขาประจำและขาจรเข้ามาในผับแห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย หลายคนแต่งตัวโดดเด่น เต้นสุดแรงเพื่อให้เป็นที่สะดุดตา แต่หลายคนกลับอำพรางตัวเองไม่ให้เป็นจุดสนใจ เช่นนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ที่ใส่ชุดดำนั่งอยู่ในมุมมืดๆ ของร้านจนแทบกลืนไปกับผนัง พวกเขานั่งได้สักพักแล้ว หัวหน้ากลุ่มไขว่ห้าง อ้าปากหาว บ่งบอกว่าเบื่อและง่วงถึงขีดสุด

“ดื่มอะไรอีกไหมครับนายท่าน” บริวารที่นั่งข้างชายผู้เปล่งรัศมีผู้นำเอ่ยถาม

“ไม่เอา เบื่อละ” เจ้านายว่า

“ไปเต้นมั้ยครับงั้น” ลูกน้องอีกคนแนะนำ

“กูจะเต้นให้พวกมึงดูเรอะ พูดโง่ๆ” เจ้านายด่าแล้วยกบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ สีหน้าเซ็งจัด “ร้านอะไรวะโคตรน่าเบื่อ เนี่ยเหรอที่ได้ชื่อว่าเจ๋งสุดในย่านนี้ ไม่เห็นมีไรน่าสนใจ”

“เขาว่าดึกๆ จะมีประมูลขายตัวโฮสต์หน้าตาดีด้วยนะครับ ตรงนี้แหละไฮไลท์ ผมว่าจะลองบ้าง”

“เหี้ย พวกมึงไม่กลัวเหรอ” เจ้านายหน้าบึ้ง พ่นควันสีขาวออกจมูก

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมใส่ถุง”

เจ้านายส่ายหน้า สูดควันอัดเข้าปอด พ่นออกอย่างไร้อารมณ์

“กูกลับละ พวกมึงจะอยู่ต่อก็เชิญ”

“เดี๋ยวสิคร้าบ แหม่ ถ้าไม่เด็ดจริงผมไม่พามาหรอกน่า ไม่แน่เจ้านายอาจได้น้องๆ น่ารักๆ กลับบ้านด้วยซักคนสองคน งานนี้มีแต่ได้กับได้นะครับ” พวกลูกน้องพยายามโน้มน้าวใจ

เจ้านายเอ่ยเสียงเหี้ยม “ถ้าไม่มีใครเด็ดเท่าเมียไอ้อู๋ กูจะกระทืบพวกมึงเรียงตัว”

ลูกน้องมองหน้ากัน แล้วก็ยิ้มแห้ง

เวลาล่วงเลยไปจนถึงเลขสิบสอง ดีเจกล่าวกู๊ดบายสเตจเสร็จก็ลงจากเวที ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มักไม่ทราบถึงการประมูลก็ทยอยออกจากร้าน เหลือพวกลูกค้ากระเป๋าหนักทำทีเป็นนั่งต่อ รอคนซาค่อยออก แต่ก็แอบเข้าแถวสู่ห้องดำกันไปเนียนๆ

“ยังต้องตรวจห่าเหวอะไรอีกวะ” ชายหนุ่มถือบุหรี่บ่น เมื่อต้องมาต่อแถวก่อนเข้าห้อง

“ใจเย็นครับนายท่าน  คือเค้ามีกฎว่าต้องเป็นคนรวยเท่านั้นถึงเข้าได้ เลยต้องโชว์หลักฐานก่อน พวกบัตรเครดิต กุญแจรถอะไรเงี้ยะครับ”

“เหรอ”

รู้ดังนั้นก็เดินแซงคิวลุงๆ ป้าๆ หน้าเหี่ยวแล้วเอาบัตรเอเม็กซ์แพลตตินั่มฟาดหน้าคนตรวจประตูเดินเข้าไปก่อน ลูกน้องมองตามหลังแล้วก็สะดุ้ง เจ้านายวัยรุ่นนี่มันใจร้อนจริงๆ

ดีเจเปิดไฟ เปิดเพลง แล้วเปิดฉากการประมูลโดยไม่รอใคร

“เฮลโหลอิตส์มีอะเกน ราตรีนี้ยังไม่สิ้น เรามาดิ้นกันต่อนะครับ อิ๊ๆ มาดูซิว่าคืนนี้จะมีโฮสต์คนไหนเข้าร่วมบ้าง! เอ้า สาวๆ หนุ่มๆ ทั้งหลายหมายตาใครไว้บ้างคร้าบบบ!~~”

คนที่อยู่ด้านล่างเวทีส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดเป่าปากอย่างคึกครื้น คืนนี้ดีตรงที่มีหนุ่มสาวเข้าร่วมมากกว่าคืนก่อน เพราะเจ๊ได้เงินจากผู้พันไปเยอะแล้ว เลยไม่อยากโฟกัสแค่เรื่องเงินอย่างเดียว หล่อนอยากให้มีสีสันมากขึ้น ไม่อยากให้มีแต่คนแก่ๆ เหี่ยวๆ เลยลดเงื่อนไขความรวยลงอีกหน่อย จากหลักล้านเหลือหลักแสน คนก็เลยแน่นกว่าวันที่ผ่านมา จนต้องทุบผนังห้องข้างๆ เพื่อเพิ่มพื้นที่

“เริ่มกันเลยดีกว่าครับ โฮสต์คนแรก... อ๊ะ! เดี๋ยวๆๆ น้องเมารึเปล่าน้อง”

ดีเจกำลังจะพูดชื่อโฮสต์ แต่ดันมีผู้ชายคนหนึ่งปีนขึ้นมาบนเวที

“ไม่ได้เมา ผมก็เป็นโฮสต์” หนุ่มคนนั้นพูด สายตาของทุกคนจ้องไปที่เขา เกิดเสียงดังเซ็งแซ่ไปทั่ว สาเหตุคือเขาหน้าตาดีมาก “ถ้าพี่ไม่เชื่อไปถามเจ๊ก็ได้... ผมเป็นเด็กใหม่ ชื่อเทป”

ชายหนุ่มชุดดำที่ดูอยู่ห่างๆ ถึงกับทำบุหรี่หลุดมือทันทีที่เห็นโฮสต์คนแรกปรากฏตัวบนเวที ดวงตาคมรีของเขาจ้องมองหนุ่มน้อยคนนั้นไม่กะพริบ แล้วก็สะกิดลูกน้อง

“มีไรครับนายท่าน”

“กูขอถุงอันนึง”



 

...

การประมูลชะงักเกือบนาทีเมื่อดีเจวิ่งไปถามเจ๊ที่หลังร้าน เจ๊ยืนยันว่ามีลูกจ้างชื่อเทปจริง ดีเจถึงกลับมาดำเนินรายการต่อ

“ขอโทษที่ทำให้เสียเวลา นี่คือน้องเทป เด็กใหม่ของผับเราเองคร้าบบบบ!!!”

ผมรู้สึกครึ้มอกครึ้มใจอย่างบอกไม่ถูก กับการที่มีคนเป่าปากปรบมือให้เยอะๆ อย่างนี้... ตื่นเต้นชะมัดเลย

ตะกี้ผมก็พลาดอีกแล้ว จะพาสาวสวยชุดดำไปฟีทเชอริ่งแต่ผัวเธอดันโทรมาตาม พอดีเห็นคนเฮโลกันเข้ามาในนี้ก็มุดตามเค้าเข้ามา อาศัยพุงใหญ่ๆ ของเสี่ยคนหนึ่งหลบสายตาคนตรวจประตูมาได้ เพิ่งรู้ว่ามีประมูลโฮสต์ด้วยเหรอเนี่ย น่าสนใจดีนะ ได้ปลดปล่อยแถมได้เงินด้วยแน่ะ ดีจัง...คึคึคึคึ

“กติกาเหมือนเดิมครับ บิดละห้าพัน เริ่มประมูลกันที่ หนึ่งหมื่นบาท!!!”

ดีเจเปิดเพลงแดนซ์เร้าอารมณ์ ผมก็เกาะเสาเด้าเด้งสุดแรงเกิด ห้องมืดกับแสงไฟวิบวับให้ความรู้สึกเหมือนกำลังลอยอยู่ท่ามกลางกาแล็กซี่สีรุ้งเลยล่ะ ตัวก็เบาๆ เมาๆ เหมือนสุญญากาศ

ผมไม่ได้ปล่อยผีอย่างนี้มานานมากกก... เพราะแฟนเก่าของเก่าไม่ยอมให้ไป ก็เลยเต้นแรงหน่อย ฮิ... ผมไม่สนหรอกว่าใครจะมองยังไง หนึ่งเพราะผมเมา สองไม่มีใครรู้จัก และสามผมอยากได้อยากโดน

“สามล้าน”

หมัดเดียวจอด ทุกคนถึงกับช็อคไปตามกัน โดยเฉพาะผมเอง นี่กะจะไม่ให้คนอื่นมีโอกาสเลยสินะ ขี้โกงจังเลย

ชายชุดดำพร้อมด้วยสมุนติดตามอีกสามคนเดินเข้ามาทางหน้าเวที ผู้คนแหวกทางให้เขาราวกับพญาราชสีห์ เขาเงยหน้าสะท้อนกับแสงไฟ แล้วยื่นมือมาให้ผมจับ

แวบแรกผมตกใจมากที่เห็นใบหน้าของเขาชัดๆ เกือบจะหายเมาแล้ววิ่งหนี แต่พอเขายิ้มให้เท่านั้น... ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

บังเอิญจังนะ แต่ก็ดี เกมนี้จะได้สนุกขึ้น... หึ... หึ

ชายชุดดำกับผมมองตากัน ก่อนที่ผมจะยื่นมือไปจับกับเขา

อยากเอากับนายแบบขาวหล่อตี๋สักครั้งในชีวิตมานานแล้วว่ะ...

 



V
V
V

ออฟไลน์ Blackmamba

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0



[2/2]



“อะไรนะ เทปขาย!!!!!”

“ก็เออสิ แกจะโวยวายทำไมยะ มีคนประมูลไปตั้งสามล้านแน่ะ แม่เจ้า ทุบสถิติแกไปอีก พีคโคตร เจ๊ขอบใจแกมากนะที่พาเพื่อนน่ารักๆ มาค้างด้วย ว่าแต่มีอีกมั้ย พามาอีกสิ ฮิๆ”

“เดี๋ยวก่อน มันเกิดขึ้นได้ไงอ่ะ”

“ก็เพื่อนแกเมาแล้วเรื้อนขึ้นไปบนเวที อ้างว่าเป็นโฮสต์ เจ๊เห็นลูกค้าชอบ แล้วเค้าก็ดูอยากขาย ก็เลยปล่อยตามเลยน่ะสิ ดีซะอีกนะ เพื่อนแกจะได้มีเงินใช้ไง”

“ฟ๊าคคคคคคคคค”

เบย์แทบจะสติแตกเมื่อได้ยินเจ๊พูด ก่อนหน้านี้พี่อู๋โทรหาเขา บอกว่าเคลียร์กับเส้นสายเรียบร้อยแล้ว กำลังจะมารับแสงเทียนกลับ เบย์ตกใจวิญญาณแทบหลุดจากร่าง ถ้าพี่อู๋เห็นเขาออกมาแรดกับผู้ชาย แทนที่จะดูแลแสงเทียนไม่ให้คลาดสายตาอย่างที่รับปากไว้ เขาคงได้ตายเซ่นอารมณ์โกรธของลูกพี่แน่ๆ เลยไหว้วอนขอไอ้ฝรั่งเก๊ให้พากลับมาส่ง แลกกับการถูกจับกดในรถหนึ่งยก และเมื่อมาถึง อีเว้นต์ที่เพิ่งเกิดขึ้นก็ทำให้เขาอยากตายจริงๆ

“ตายๆๆๆ ถ้าพี่อู๋รู้กูตาย!”

“แกจะโวยวายทำไมเนี่ย”

“ไม่โวยได้ไงล่ะเจ๊ ผัวเค้ากำลังจะมาตามอ่ะ!”

“ว้าย! จริงเหรอ! มีผัวแล้วทำไมไม่บอก” เจ๊เอามือทาบอก สีหน้าตระหนกตกใจ

“คงประชดมั้งผมว่า แล้วตอนนี้เค้าอยู่ไหน” เบย์ถามอย่างร้อนรน

“ข้างบน” เจ๊เอ่ย ก่อนจะชิ่งหนีไปอย่างไว กลัวผัวเด็กใหม่มาแล้วจะซวยเอา 

ทันใดนั้นก็มีใครบางคนเดินเข้ามาแตะไหล่เบย์จากข้างหลัง หนุ่มน้อยสะดุ้งเฮือกหัวใจหล่นไปอยู่ส้นตีน ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าใคร มือใหญ่เหมือนเปรตขนาดนี้ จำเขาได้แม้เห็นแค่ข้างหลังแบบนี้ ไม่มีทางเป็นคนอื่น

เขาค่อยๆ หันไปมองช้าๆ แล้วน้ำตาก็พลันจะไหล

“เหี้ย........”

“เรียกเฮียว่าเหี้ยเหรอ” โจรอู๋ดีดหูลูกน้องหนึ่งที แต่เบย์ชาจนไม่รู้สึกรู้สาใดๆ ทั้งสิ้น

“ทะ... ทำไมเฮียมาไวจัง”

“ก็บ้านเพื่อนกูอยู่ใกล้แค่นี้” ลูกพี่บอก “แสงเทียนอยู่ไหน”

“........” เงียบ นิ่ง แข็งทื่อ

“ไอ้เบย์ ข้าถามว่าเมียข้าอยู่ไหน” โจรหนุ่มจับไหล่ลูกน้อง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตอบ เอาแต่ก้มหน้า “รีบพาไปหาเร็ว ใจจะขาดแล้วรู้มั้ย”

เบย์กัดปากตัวเองจนได้รสเลือด กรามแข็งจนขยับไม่ได้

“ไอ้เบย์ มึงเป็นเหี้ยไร”

“คะ...คือว่า...แสงเทียน”

“แสงเทียนทำไม”

“แสงเทียนขายตัว...”

ผัวะ!

หมัดหนักๆ จากพี่ชายซัดเปรี้ยงใส่ใบหน้าซีกซ้ายของเบย์เหมือนสายฟ้าฟาด หนุ่มน้อยเห็นดาวเดือนกระจายเต็มฟ้า

“มึงปล่อยให้เขาทำแบบนั้นได้ยังไง! ควายเอ๊ย!!!!”

“โอ๊ย... ผมไม่รู้เรื่องนะ!”

“กูสั่งให้มึงดูแลเขาอย่าให้คลาดสายตา! แล้วมึงไปทำห่าอะไรอยู่ไอ้เบย์!!!”

“ผม...ผมไปขี้!” เบย์โกหกเลิ่กลั่ก “ออกมาอีกทีเจ๊ก็บอกว่าแสงเทียนถูกซื้อตัวไปแล้ว แค่ไม่กี่นาทีนี่เอง ไม่รู้แอบเข้าไปในนั้นได้ยังไง”

โจรอู๋โกรธจนแทบจะร้องไห้ “ไอ้สัส! เหี้ยแม่ง!!!! กูไม่น่าปล่อยให้เขามากับมึงเลย!”

“ผมขอโทษนะเฮีย ผมเชื่อใจเขาอ่ะ ไม่คิดว่าเขาจะทำ”

“ขอโทษแล้วมันหายไหม!!!”

“ใจเย็นก่อนนะ เขาอาจจะยังไม่ได้ทำอะไรกันก็ได้ ถ้าเราตามทัน” เบย์บีบแขนลูกพี่หวังให้อารมณ์เดือดพล่านเบาบางลง แล้วเข้าไปถามบาร์เทนเดอร์หน้าญี่ปุ่นซึ่งอยู่ใกล้ๆ “พี่เคียว เห็นเทปรึเปล่า”

“ใคร?”

“เพื่อนผมเอง ผิวขาวผมดำหน้าหวาน ใส่เสื้อฮู้ดเหลืองลายจัสตินบีเบอร์”

“อ๋อ คนนั้นแน่เลย เห็นออกจากห้องดำแล้วขึ้นไปชั้นบนนะ”

“ขอบคุณฮะ!”

“เฮ้ย อย่าไปรบกวนเขาเลยน่า พี่ชงไวอากร้าให้หมอนั่นไปตั้งสองแก้ว ป่านนี้คงกำลังคึกอยู่ ฮิๆ”

ผัวะ!!!!

หมัดจากชายปริศนาพุ่งกระแทกหน้าบาร์เทนเดอร์หนึ่งที ทำให้เจ้าตัวหมดสติคาเคาน์เตอร์ไปเลย

“เอาห่าไรให้เมียกูแดก! ไอ้สันขวาน!!!”

“อย่าชกมั่วสิเฮียก็!” เบย์แยกเขี้ยวใส่ลูกพี่ “รีบไปข้างบนเถอะ!”

 



.....

ร่างกายของเราเปลือยเปล่า

เฉิน... เฉินอะไรซักอย่าง ซุกหน้าอยู่ที่หว่างขาของผม กำลังลากลิ้นโลมเลียพื้นที่อันอ่อนไหวและไวต่อความรู้สึกของผมอย่างเร่าร้อน ผมกระดากอายหน่อยๆ เพราะไม่ชอบให้ใครทำแบบนี้ให้ จริงๆ ก็ห้ามแล้วนะ แต่คนนี้เป็นสายเผด็จการ บอกว่าจ่ายสามล้านแล้วก็ต้องตามใจลูกค้า...

รู้หรอกว่าทำแบบนี้ไม่ดี ไอ้หมอนี่เกือบทำผัวเก่าผมตาย แถมยังจะพาผมไปขายเมืองนอก

แต่สติสัมปชัญญะของผมอ่อนแอเหลือเกิน ไม่อาจต่อสู้ความผิดชอบชั่วดี ร่างกายก็อ่อนระทวยเกินกว่าจะขัดขืน มิหนำซ้ำความต้องการยังพุ่งพรวดราวกับปรอท เอาเถอะน่ะ... ไงๆ เราก็มีแต่ตัวเปล่าเท่ากัน แถมยังอยู่ตั้งชั้นสาม มันคงไม่ฉุดผมไปง่ายๆ หรอก...

อีกอย่างอีกอย่าง... หล่อระดับนายแบบขนาดนี้ไม่ใช่จะหาแดกง่ายๆ ได้ลองสักทีก็ถือเป็นแจ็คพ็อตชีวิตไม่ใช่เหรอ... คิกๆๆ

ผมปลดปล่อยออกมาทั้งที่ปากของมันยังคาอยู่ ไอ้มาเฟียเลียเก็บเกลี้ยงทุกหยดแล้วเอาของตัวเองมายัดใส่ปากของผมบ้าง ทำเอาผมสำลักเนื่องจากขนาดใหญ่คับปากกับความยาวที่ลงไปถึงในคอ จากนั้นก็บำเรอให้มันอย่างสุดความสามารถ อมแล้วดูดอยู่ห้านาทีก็หลั่งใส่เต็มปากผมจนล้นเลอะหมอน ก่อนจะถอนออกแล้วเอาส่วนที่เหลือติดปลายไล้ใบหน้ากับหัวนมของผม ประหนึ่งจิตรกรบรรเลงพู่กันบนผืนผ้า

“เมียโจรเรอะ”

เจ้าพ่อปักกิ่งถูโคนบนรอยสักของผมไปมา จะว่าไปก็เหมือนหมาต่างถิ่นเยี่ยวทับรอยเจ้าถิ่นตัวเดิม

“ไม่เป็นไร เฮียก็เป็นโจร”

ความร้อนในกายผมลดลงครึ่งหนึ่งหลังจากการหลั่งเมื่อครู่ เหลืออีกครึ่ง...หรือก็คือหนึ่งแก้วที่ยังคงไหลเวียนในกระแสเลือด ผมต้องการเอามันออกให้หมดโดยเร็วที่สุด ก่อนที่สติจะชิงแตกตัดหน้า

“เมื่อไหร่จะใส่เข้ามาซักที”

ผมจับไอ้นั่นของไอ้นั่น ที่มันเอาแต่ทาถูๆ อยู่ที่นมนั่นแหละ รูมันไม่ได้อยู่ตรงนั้นมั้ยล่ะ

“แซบเหมือนกันนะเรา ไม่สงสัยเลยว่าทำไมไอ้อู๋ถึงหวงนักหนา...”

มันยิ้มอย่างชอบอกชอบใจ ก่อนจะหยิบถุงยางมาฉีกด้วยปากแล้วใส่ ตามด้วยถ่มน้ำลายใส่ฝ่ามือแล้วเอาถูที่ก้นของผม สอดใส่นิ้วเข้ามาสำรวจเส้นทาง ทำผมครางออกเสียง

“อืออออ”

“น่ารักฉิบหาย แม่งเอ๊ย” มันก้มหน้าลงกัดต้นขาด้านในผมจมเขี้ยว

“โอ๊ย!”

ผมสะดุ้งเฮือก ถีบอกมันหงายหลังตึง แต่มันหัวเราะไม่ถือสาแล้วลุกขึ้นมาจับขาสองข้างผมยกขึ้นพาดบ่า หายใจดังหืดหาด จับแท่งจ่อแล้วเตรียมยัดหัวเข้ามา แต่ก็ต้องหยุดชะงัก

ปังๆๆๆ!!!!

“เหี้ยที่ไหนวะ!”

คนที่อยู่เหนือร่างผมสบถฉุนเฉียว ผมก็เซ็งเหมือนกันที่โดนขัดจังหวะ ทว่าเราก็ไม่ผละจากกัน กระทั่งได้ยินเสียงตะโกนข้างนอก

“แสงเทียนอยู่ข้างในใช่มั้ย!”

เบย์นี่นา ทำไมกลับมาไวจัง

โครมมมมม!!!

ไม่ทันได้ฟังคำตอบจากผม ประตูไม้ก็ถูกถีบอย่างแรงจนกลอนหลุดกระแทกผนังดังตึง คนถีบยืนอยู่หน้าห้องมองเข้ามาด้วยดวงตาถมึงทึงราวกับเพชฌฆาตแดนประหาร ผมถึงกับหยุดหายใจเมื่อได้สบตากับมัน ความต้องการทางเพศและความมึนเมาแทบหายสิ้น

มันไม่พูดอะไรทั้งนั้น แต่ถลาเข้ามาถีบหน้ามาเฟียเต็มแรง พลังตีนระดับควายป่าคลุ้มคลั่งผสมช้างตกมันทำเอาคนโดนถีบปลิวตกจากเตียงหัวกระแทกขอบโต๊ะหมดสติทันที หมดท่ามาเฟียโหดเมื่อคืนก่อนโน้นสิ้นเชิง แต่คนกระทำก็ยังไม่สาแก่ใจ กระโจนเข้ามาทั้งกระทืบเตะต่อยจนเลือดอาบหน้า ผมใช้สติครึ่งๆ กลางๆ หยิบบ็อกเซอร์ที่หล่นบนพื้นขึ้นมาใส่ด้วยมือไม้สั่นเทาแล้วร้องห้าม

“พอได้แล้ว! เดี๋ยวเขาก็ตายหรอก!”

“ยังจะมีหน้าไปห่วงมันอีก!!!!”

โจรอู๋เอาเท้าออกจากหน้าของคู่อริแล้วเข้ามาฉุดแขนผมลากเข้าห้องน้ำ ก่อนจะเปิดฝักบัวสุดแรงใส่หน้าผม

“ทำอะไรของมึงวะ!”

“ล้างเสนียด!!!”

“เจ็บนะไอ้เหี้ย! แค่ก! โอ๊ย!”

โจรสารเลวเอาฝ่ามือหนาดั่งกีบตีนควายลูบหน้าลูบตัวผมอย่างป่าเถื่อนจนสำลักน้ำนับครั้งไม่ถ้วน เหมือนจะล้างเอาคราบต่างๆ ที่ชายอีกคนฝากทิ้งไว้ออกให้เกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่เศษหางอสุจิสักตัวเดียว ผมเกือบตายใต้ฝักบัวแล้วถ้ามันไม่เห็นผมร้องไห้สะอึกสะอื้นก่อน เลยยอมหยุดและพาออกจากห้องน้ำ หยิบเสื้อกับกางเกงมาสวมให้อย่างลวกๆ และรุนแรง ก่อนจับผมอุ้มพาดบ่าลงบันไดมาข้างล่าง

“ฝากเก็บศพเหี้ยนั่นด้วยไอ้เบย์!”

“ค...ครับเฮีย”

“ไอ้เลว! มึงทำแบบนี้กับกูทำไม!”

ผมทุบหลังมันด้วยพละกำลังอ่อนด้อย แต่ความโกรธแค้นมหาศาล มันไม่ตอบแต่หายใจฮึดฮัดแรงมากเหมือนพายุเข้า พอออกมานอกร้านแล้วมันก็ปล่อยผมลงจากบ่า ก่อนจะฉุดกระชากลากถูเหมือนหมูหมาเข้ามาในซอยเปลี่ยว

“ปล่อยนะ! มึงไม่มีสิทธิ์ในตัวกู!”

“มี นี่ยังไม่ตีสามเลย” มันเถียง

“กูแค่พูดลอยๆ หรอก มึงน่ะเสียกูไปตั้งแต่ตอนที่แจ้นไปนอนกับเขาแล้ว รู้ไว้ซะ!” ผมรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ผลักมันออกจากตัวอย่างรังเกียจเดียดฉันท์ “เอาจริงนะอู๋ กูยอมเป็นกะหรี่ ยอมให้ไอ้มาเฟียเหี้ยนั่นซั่มยังดีกว่ากลับไปอยู่กับผัวคิดไม่ซื่ออย่างมึง!”

“มันจะมากไปแล้วนะแสงเทียน!!!”

โจรอู๋ตะโกนจนหูผมชา ร่างกายมันสั่นสะท้านเหมือนแผ่นดินไหว ดูทั้งโกรธแค้นเสียใจและผิดหวังในตัวผมอย่างที่สุด เป็นสายตาแบบเดียวกับที่ผมมีต่อมันเมื่อวันก่อนตอนจับได้ว่ามันนอนกับคนอื่น 

แล้วน้ำตามันก็ไหล

เชี่ย คนอย่างมันร้องไห้เป็นด้วยเหรอ... เหอะ แต่ผมไม่ใจอ่อนหรอกบอกเลย ผมเสียน้ำตามากกว่ามันไปไม่รู้ตั้งกี่ลิตรแล้ว

“ได้กันแล้วใช่มั้ย”

มันเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นเครือ

ผมพยักหน้า

โจรยกมือข้างหนึ่งขึ้นปิดหน้าแล้วหันไปทางอื่น เหมือนไม่อยากให้ผมเห็นความแตกสลายรวดร้าวในดวงตา ทว่าไหล่ที่สั่นสะท้านก็แสดงถึงใจที่เจ็บปวดเจียนตายได้เป็นอย่างดี

“เป็นไง เข้าใจความรู้สึกกูรึยัง”

ผมถามในความเงียบ

“ข้ารู้ว่าเอ็งโกรธ อยากประชด แต่ทำแบบนี้มันเกินไปรู้มั้ย มากกว่าที่ข้าเจ็บ คือเอ็งอาจถูกมันฆ่าเอาก็ได้ เหตุการณ์นั้นเพิ่งผ่านมาหยกๆ ทำไมถึงกล้าทำ ขอถามที”

“อย่าคิดเข้าข้างตัวเองไปหน่อยเลย กูไม่ได้ประชดมึง กูแค่เงี่ยน ถึงไม่ได้นอนกับมัน กูก็จะนอนกับคนอื่นอยู่ดีนั่นแหละ”

“แสงเทียน!” มันขึ้นเสียง บีบไหล่ผมแน่นอย่างข่มขู่คุกคาม

“ทำไม!” ผมตะคอกกลับ เงยหน้าถลึงตามองมัน “ที่กูทำมันต่างกับมึงตรงไหน! ก็ขายตัวแลกเงินเหมือนกันไม่ใช่เหรอ”

“เลิกพูดทุเรศๆ ซักทีได้มั้ย!”

“เรื่องนี้ไม่มีใครทุเรศเท่ามึง”

ผมผลักมันออกห่างแล้วเดินหนี แต่โจรอู๋ก็คว้าผมดึงกลับไปกอดแน่นจนแทบจมลงไปในอก เหมือนยอมให้ผมตายดีกว่าหายไป

“ข้าขอโทษ อย่าเพิ่งไปเลยนะ ฟังกันก่อน”

“.....”

“ข้าไปจบทุกอย่างกับเขาแล้ว ที่มาช้าก็เพราะเรื่องนี้... ข้าไม่กล้ามาหาเอ็งทั้งที่ยังไม่ได้เคลียร์ตัวเอง ข้ารู้ว่าเอ็งมีเรื่องสงสัยเต็มไปหมด วันนี้ข้าจะเล่าให้ฟังทุกอย่าง ขอแค่โอกาสสักครั้ง... ได้ไหม”

ผมจุกในอกจนพูดอะไรไม่ออก และมันก็สรุปเอาเองว่าความเงียบเท่ากับอนุญาต

“จะเล่าของไอ้เฉินเชว่ก่อน เพราะนี่คือสาเหตุของเรื่องทั้งหมด”

น้ำเสียงของมันเยือกเย็นอย่างน่าประหลาด ผมคาดว่าโทสะจะบดบังสติจนพูดจาไม่เป็นภาษาคนซะอีก ที่เป็นอย่างนี้คงเพราะมันเตรียมตัวเตรียมใจมาพูดกับผมเป็นอย่างดีแล้วมั้ง หากเอาไฟมาโหมใส่ผมที่เป็นไฟอยู่แล้ว ผลลัพธ์คงมีแต่พังพินาศ

“ข้ากับมันเคยเป็นเพื่อนกัน บริษัทของเรา... หมายถึงพ่อเรา เป็นพันธมิตรกันมานาน ข้ากับมันรู้จักกันตั้งแต่เล็กๆ ทุกอย่างปกติมาตลอดยี่สิบกว่าปี จนกระทั่งหกเดือนที่แล้วพ่อของเรายิงกันตายเป็นข่าวใหญ่โต เอ็งคงเคยอยู่มั้ง”

ผมไม่ตอบ จำไม่ได้ แต่รอฟัง

“ต่างฝ่ายต่างโทษว่าเป็นฝีมือของอีกคน แต่ไม่ว่ายังไงทั้งข้าและมันกลายก็เป็นศัตรูกันตั้งแต่นั้น ฝ่ายเสียเปรียบคือข้า เพราะบริษัทของไอ้เฉาชุ่ยใหญ่กว่า มีอิทธิพลมากกว่า กิจการของฝั่งข้ายังเป็นสีเทาๆ แต่ของมันน่ะดำสนิท มันต้องการทำลายข้าให้สมกับความแค้น เพราะครอบครัวมันมีแค่พ่อคนเดียว”

“.......”

โจรอู๋เล่ายาวรวดเดียวแทบไม่พักหายใจ แต่คนที่ลมหายใจเหมือนจะขาดหายกลับเป็นผม


นี่มึงไม่ใช่โจรไก่กาหรอกเหรอเนี่ย


“ความที่แม่ข้าดูแลสาขาที่จีน มันเลยจับเธอเป็นตัวประกัน แล้วให้ข้าหาเงินไปไถ่ร้อยล้านบาท... ถ้าหาไม่ได้ภายในกำหนด มันจะส่งเธอไปขายที่ซ่อง หรือไม่ก็ฆ่าเธอ”

“เฮ้ย.......”

หัวใจของผมดิ่งวูบ หันไปประจันหน้ากับมัน แต่มันเอาแต่ก้มหน้าซบกับบ่าของผม ความเปียกชื้นที่ผมสัมผัสได้ทำให้ปราการที่แข็งกร้าวมาตลอดสองวันอ่อนทรุดยวบทันทีราวกับปราสาททรายโดนคลื่นซัด มุมมองของผมที่มีต่อมันก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังตีนทันที


เพราะอย่างนี้เองเหรอ...

ที่มันต้องหาเงินมากมายก็เพราะไปเอาไปช่วยแม่เองเหรอ



“ตอนนั้นข้าเหมือนโลกทั้งใบพัง... พังยิ่งกว่าตอนพ่อตาย มองไปทางไหนก็ไม่เจอความหวัง เหี้ยกว่านั้นคือมันห้ามไม่ให้ข้ายืมเงินใคร มันจะตรวจสอบย้อนหลังทุกบาท ถ้ารู้ว่าใครให้ข้ายืม มันจะเล่นงานไม่ไว้หน้า ข้าเลยต้องมาเป็นโจรปล้นชาวบ้าน... แต่เพื่อนข้า เส้นสายคนนั้น เขาอยากช่วย เพราะรู้ว่าข้าจะต้องลำบากมากๆ”

“เขาชื่ออะไร” ผมถามเสียงเรียบ

“ชื่อทิวา เป็นนักสืบเอกชน” โจรอู๋ถอนหายใจเบาๆ “และตอนนี้ก็กำลังรับผิดชอบคดีการหายตัวไปของเอ็งด้วย”

“อะไรนะ........” ความช็อกโจมตีผมอีกระลอก

“เพราะอย่างนี้ไงข้าถึงไม่อยากบอก ข้ากลัวเอ็งโกรธ แล้วก็... กลัวเอ็งยังมีใจให้ผู้ชายคนนั้นอยู่”

คงจะหมายถึงเฟลม

ใช่สิ ผมไม่ได้คิดถึงเฟลมนานแค่ไหนแล้วนะ...?

“กูโกรธที่มึงอมพะนำไม่บอกความจริงมากกว่า” ผมบอกอย่างฉุนๆ “แล้วเขากับมึงมีความสัมพันธ์แบบไหนกันแน่”

โจรอู๋มีสีหน้าลำบากใจเหลือล้น

“แลกกับความช่วยเหลือที่เขาปิดบังความผิดให้ข้า รวมทั้งอำนวยความสะดวกเรื่องต่างๆ... ข้าต้องจ่ายเป็นร่างกายในการตอบแทน”

คิดไว้แล้วว่าคำตอบต้องเป็นอย่างนี้ แต่มันอดจี๊ดไม่ได้

“ข้าผิดที่เป็นฝ่ายเสนอเงื่อนไขนั้น เพราะไม่อยากเอาเปรียบเขาฝ่ายเดียว แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะทำลายทุกอย่างในอนาคต...มันเป็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เจ็บปวดเสมอเมื่อจับต้อง เหมือนเสี้ยนชิ้นใหญ่ฝังลึกมากๆ ที่ให้เราเลือกว่าจะผ่าออก หรือจะปล่อยให้มันทิ่มตำเราไปเรื่อยๆ จนวันตาย”

“...”

“แต่สุดท้ายข้าก็เลือกที่จะตัดทิ้ง คืนบ้านคืนรถให้เขา แล้วก็จะหาเงินมาคืนให้ทุกบาททุกสตางค์ไม่ให้ติดค้างต่อกัน ตอนนี้ข้าเหลือแต่ตัวเปล่าจริงๆ ข้าทิ้งทุกอย่างเพื่อมาหาเอ็ง... เพื่อเอ็งคนเดียว”

“.......”

“ข้าน่ะเหี้ยมาทั้งชีวิต แต่จากนี้ก็อยากเป็นคนที่ดีขึ้น เพื่อเอ็งนะ”

“... มึงแม่ง”

ผมรู้สึกร้อนขอบตา เลยหันหลังให้มันอีกครั้ง

ผมพูดผิดไปว่ามันเหมือนเฟลม แต่ไม่ใช่เลย มันต่างกับเฟลมมาก คนนั้นทิ้งผมที่อยู่กันมาสามปีเพื่อไปเลือกคนที่รู้จักแค่สามเดือนเพราะชื่อเสียงเงินทอง แต่ไอ้หมอนี่กลับทิ้งเงิน ทิ้งคนที่ซัพพอร์ตมันในทุกสถานะมาเป็นสิบๆ ปีเพื่อผมที่อยู่ด้วยกันแค่ช่วงสั้นๆ และมีแค่ตัวเปล่า คนอย่างมันถ้าไม่โง่ก็บ้ามากๆ อ่ะ... เวรเอ๊ย

“แต่กูมาทีหลังไม่ใช่เหรอ แสดงว่ามึงกับเขารักกันมาก่อน ส่วนกูก็เป็นมือที่สาม กูไม่ดีใจหรอกนะที่แย่งของคนอื่นมา” ผมว่า

โจรอู๋พ่นลมออกจมูกอย่างฉุนเฉียว

“มาก่อนแล้วไง ข้าไม่ได้คิดกับเขาเหมือนที่คิดกับเอ็ง ทุกอย่างเป็นไปเพราะสถานการณ์บีบบังคับกับผลประโยชน์ล้วนๆ ไม่ได้เกี่ยวกับความรักเลย ต่อให้ข้าไม่เจอเอ็ง ข้าก็ไม่ได้รักเขาอยู่ดี”

โอเค ชัดเจน

“แต่เขาคงรักมึง ใช่มั้ย”

“...ฮื่อ” มันพยักหน้านิดๆ

“ทิ้งเขาแบบนี้ไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยเหรอ”

“ข้าคิดว่าคนเห็นแก่ตัว คือคนที่รั้งอีกคนไว้ ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาไม่มีวันรักเราได้มากกว่า”

“......”

“ข้ารู้สึกผิดที่ทิ้งเขา แต่ข้ารู้มาตลอดว่าจะอยู่กันแบบนั้นตลอดไปไม่ได้ เราไม่สามารถพัฒนาไปเป็นคนรัก แต่ก็กลับไปเป็นเพื่อนไม่ได้ด้วย สุดท้ายไม่วันใดวันหนึ่งก็ต้องจากกันอยู่ดี”

“มึงไปพูดกับเขาแบบนี้เหรอ”

“อืม”

“แรงมากนะ ไม่กลัวเขาแค้นแล้วแว้งกัดรึไง”

“อะไรจะเกิดก็เกิดเถอะ แต่ข้าจะไม่ยอมเสียเอ็งไปแน่ๆ”

“.........”

หัวใจผมเต้นผิดจังหวะ แล้วก็เกิดกระแสอุ่นๆ จากหัวใจแผ่ซ่านไปทั่วร่าง...มันเป็นความรู้สึกที่โคตรดี ยิ่งกว่าการร่วมรักไม่รู้ตั้งกี่เท่า

“ยังสงสัยเรื่องไหนอีก”

“ไม่มีแล้ว” ผมพูดห้วนๆ

“งั้น... หายโกรธแล้วใช่ม้า?”

“ไม่รู้”

“เอ้า” โจรอู๋เกาหัว ย้ายมาอยู่ตรงหน้าผม ก้มตัวลงเล็กน้อยจนใบหน้าอยู่ระดับเดียวกัน “หนูจะเอาอะไร ยังงอนตรงไหนอีกล่ะครับคนดี หืม? นี่พี่ก็เล่าหมดเปลือกแล้วนะครับ ลึกกว่านี้ก็รหัสดีเอ็นเอล่ะจ้ะ”

“เชี่ย!” ผมฟาดแขนมันแรงๆ “พูดเหี้ยไรเนี่ย ขนลุก!”

“พูดเพราะๆ ไม่ชอบ ชอบคำหยาบเหรอ”

“เออ ขอร้องล่ะ อย่าพูดสำเนียงนั้นอีกนะ”

ใจกูจะวายไอ้สัด...น่ารักเกิน

มันเห็นท่าทีผมอ่อนลงก็หัวเราะคิก แล้วผมก็ถูกสวมกอดอย่างแนบแน่นอีกครั้ง มันเอาหน้าหนวดๆ ถูนัวเนียหน้าเนียนๆ ของผมจนแอบคัน... แต่ก็เป็นความน่ารำคาญที่โคตรรู้สึกดี แบบทุกทีเวลาที่เรานอนกอดกัน... อ้อมกอดของมันก็ทำให้ผมเหมือนอยู่ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ ทั้งได้รับพลังและอบอุ่นในเวลาเดียว ริมฝีปากที่ประทับตรงขมับ หน้าผาก เปลือกตา ปลายจมูก และแก้ม ก็ล้วนนุ่มนวลอ่อนหวานดั่งน้ำผึ้งชโลมใจที่แห้งเหี่ยวของผมให้ฟื้นคืนชีพ

ไม่น่าเชื่อว่าห่างกันแค่ไม่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมง ผมจะโหยหาสัมผัสของมันมากกว่าที่รอใครบางคนมาทั้งชีวิตซะอีก และก็ยิ่งตอกย้ำว่าผมคงขาดมันไม่ได้แน่ๆ

“กลับมาอยู่ด้วยกันนะ”

มันกระซิบข้างหูผมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เจือแววออดอ้อนเล็กๆ

ผมไม่ตอบ แค่พยักหน้านิดเดียว

“ขอบคุณนะ... ข้าคิดถึงเอ็งมากเลยรู้มั้ย”

ผมเอ่ยเสียงเบาและสั่นเครือ

“...กูก็คิดถึงมึง”

พลันน้ำตาผมก็ไหล ด้วยความตระหนักรู้ว่าคิดถึงมันมากจริงๆ แล้วก็เอ่ยออกมาเสียงแผ่ว

“ขอโทษนะที่ทำอะไรสิ้นคิด”

“ไม่เป็นไร คนเราพลาดกันได้ ข้าก็ทำผิดกับเอ็งตั้งหลายเรื่อง...  เอาเป็นว่าหายกัน โอเคมั้ย”

“ถ้ามีอีก กูจับเฉือนคาเตียงแน่บอกเลย”

โจรอู๋หัวเราะ เอียงหน้าจูบผมอย่างดูดดื่มเต็มปากเต็มคำ ผมก็โอบแขนรัดรอบคอมันแล้วจูบตอบอย่างหนักหน่วงไม่แพ้กัน เราจูบแบบแทบไม่พักหายใจเกือบนาที ราวกับจะบอกเป็นนัยว่าใครคิดถึงใครมากกว่า

“อย่าหนีไปไหนอีกนะ”

“อื้อ...ไม่หนีแล้ว”

มันกัดปากผมเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว “ได้ยินว่าซัดไวอากร้าเข้าไปเหรอ หืม คุณโฮสต์”

“สองแก้ว...”

โจรผลักผมหลังชิดกำแพง ดึงขอบกางเกงร่นลง แล้วบีบก้นผมหมับอย่างคันไม้คันมือ

“รออะไร... ยกขาขึ้นสิจ๊ะ”






///

มาแล้วนะ แต่จะโดนแบนมั้ย 5555

พี่เว็บไม่เท่าไหร่ กลัวแต่คนอ่านจะรับไม่ได้ แงงง T^T

พยายามหาทางลงให้ปัญหาแบบเมคเซ้นส์มากที่สุด

คือถ้าไม่ได้....กับเฮียมาเฟียเลย นี่ว่าเป็นไปไม่ได้ค่ะ ละครเกิน

แต่ถ้าเลยเถิดกว่านั้น คนเขียนเองค่ะจะรับไม่ได้ T.T

ความตั้งใจแรกที่เขียนเรื่องนี้เลยคือ ต้องการแหกค่ะ

แหกกฎของนิยายวาย หรือนิยายทั่วไป ว่านายเอกจะต้องใสซิง

ถึงได้ให้เค้ามีสามีมาก่อนเจอพระเอก แล้วก็ผ่านอะไรมาโชกโชนสุดๆ

อยากให้เข้าใจพาร์ทนี้ว่าแสงเทียนเขวมาก เศร้ามาก เมามาก และฮีทมาก

เลยทำอะไรแบบนั้นลงไป อยากให้มองเขาในฐานะมนุษย์มากกว่าภาพจำของนายเอกในอุดมคติน่ะค่ะ

แต่ยืนยันว่าจากนี้จะไม่มีฉากชวนใจหายใจคว่ำประเภทนี้อีกแล้ว

ขอบคุณที่ทนอ่านจนถึงตรงนี้ค่ะ นับถือใจคนที่ยังอยู่ด้วยมากๆ เลย TwT

รักน้าาา


ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2619
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +85/-0
Re: THIEF MAN #แฟนโจร --------- EP.30 คืนดีดี (06/04/19)
«ตอบ #213 เมื่อ06-04-2019 14:39:16 »

ง้อเมียสไตล์พี่อู๋5555

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1090
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
Re: THIEF MAN #แฟนโจร --------- EP.30 คืนดีดี (06/04/19)
«ตอบ #214 เมื่อ06-04-2019 14:44:41 »

 :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ ไร้เงา

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 15
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: THIEF MAN #แฟนโจร --------- EP.30 คืนดีดี (06/04/19)
«ตอบ #215 เมื่อ06-04-2019 16:57:41 »

แต่งยังไงก็ยังรออ่านค่ะ
เพราะรักนิยายเรื่องนี้ไปแล้ว :L1:

ออฟไลน์ Noina_Pn

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 279
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-1
Re: THIEF MAN #แฟนโจร --------- EP.30 คืนดีดี (06/04/19)
«ตอบ #216 เมื่อ06-04-2019 21:32:38 »

 :hao7:

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1695
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
Re: THIEF MAN #แฟนโจร --------- EP.30 คืนดีดี (06/04/19)
«ตอบ #217 เมื่อ06-04-2019 22:27:38 »

 :hao6: :hao6:

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 432
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: THIEF MAN #แฟนโจร --------- EP.30 คืนดีดี (06/04/19)
«ตอบ #218 เมื่อ06-04-2019 22:42:18 »

ถึงหมดตัวแต่พี่อู๋ยังเหลือแรงนะจ๊ะ  :impress2: :impress2:
 :hao6:

ออฟไลน์ aoihimeko

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3215
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +155/-8
Re: THIEF MAN #แฟนโจร --------- EP.30 คืนดีดี (06/04/19)
«ตอบ #219 เมื่อ13-04-2019 06:25:11 »

 :hao7:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: THIEF MAN #แฟนโจร --------- EP.30 คืนดีดี (06/04/19)
« ตอบ #219 เมื่อ: 13-04-2019 06:25:11 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2368
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-4
Re: THIEF MAN #แฟนโจร --------- EP.30 คืนดีดี (06/04/19)
«ตอบ #220 เมื่อ13-04-2019 11:41:47 »

ถึงนายเอกจะผ่านสมรภูมิ sex มาอย่างโชกโชน เราก็ยอมรับได้ เพราะ โครงเรื่อง นิสัยของแสงเทียน น่ารักมากๆ ภาษาสวย มีฉากระทึกเกือบทุกตอน เอกลักษณ์ของตัวละคร ชัดเจน สุดท้าย อยากให้ มาเฟียตี๋ คู่กับทิวา ได้มั๊ย สงสารทิวา

ออฟไลน์ Blackmamba

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0


31
'กูรักมึง'



ผมโดนโจรลงโทษไปสามรอบถ้วน คงไม่ต้องบอกนะครับว่าก้นระบมแค่ไหน โดนมันกระแทกกระทั้นปู้ยี้ปู้ยำขย้ำขยี้ บอบช้ำยิ่งกว่ากระสอบทราย ทำยังกะจะไม่ให้เดินได้ไปสามวันเจ็ดวัน ไหนจะขูดกำแพงแสบไปหมด แล้วผมทำได้แค่ข่วนหลังกัดไหล่มันแค่นั้น เหี้ยจริงๆ นี่ขนาดห่างกันแค่ไม่ถึงสองวันเอง ถ้าสักอาทิตย์นึงผมไม่นอนโรงบาลเลยเหรอ

เรายืนอยู่ข้างถนน มันกำลังไล่ดูโรงแรมราคาถูกในทราเวลโลกาเพื่อใช้เป็นที่ซุกหัวนอนคืนนี้ ระหว่างรอแท็กซี่ก็คุยกันในประเด็นที่ยังไม่ได้เอ่ยถึง

“มึงเทเขาแบบนั้น กูกลัวเขาโกรธแล้วแฉมึงจัง เขามีข้อมูลทุกอย่างของมึงในมือ จะทำอะไรกับมึงก็ได้”

แม้จะเคลียร์เรื่องคนๆ นั้นจบ แต่ความกังวลของผมก็ยังไม่หายไป หนำซ้ำจะยิ่งทวีหนักขึ้นเรื่อยๆ

ทว่าโจรอู๋สั่นหัว ใบหน้าไร้ซึ่งความกังวล

“เขาไม่ทำหรอก ถ้าทำก็เหมือนแฉความทุจริตของตัวเอง คงลอยทะเลเราเท่านั้นแหละ”

“งั้นก็ดี....”

“แต่ต้องทำใจว่าชีวิตจากนี้ไปคงไม่สบายเหมือนที่ผ่านมา เอ็งกับข้าอาจต้องอดมื้อกินมื้อ ย้ายที่ซุกหัวนอนไปเรื่อยๆ ปลอมตัวใหม่เรื่อยๆ เสี่ยงอันตรายก็ต้องเอาตัวรอดเองให้ได้ ไม่มีคนเป็นแบ็คอัพให้”

“ฟังดูน่ากลัวนะ”

“ใช่ ข้าขอโทษที่พาเอ็งมาลำบาก”

“ไม่เอาน่า มาถึงขั้นนี้มันเลยจุดที่จะโทษว่าเป็นความผิดใครแล้ว”

โจรอู๋ยิ้มเศร้าๆ ก่อนจะดึงผมไปกอดตามด้วยจูบหน้าผากแรงๆ   

ยืนรอเกือบสิบนาทีก็ยังไม่ได้ขึ้น โจรบ่นว่าหิวเลยชวนไปหาข้าวกินแทน ด้วยความที่แถวนี้เป็นย่านท่องเที่ยว ร้านอาหารหลายรายจึงเปิดโต้รุ่ง บรรดานักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ผมกับโจรเลยค่อนข้างสบายใจว่าไม่มีใครรู้จักเรา (ก็ขอให้อย่าอุตริเจอญาติมันเข้าละกัน)

ผมเข้าร้านตามสั่งไปก่อน ส่วนมันแยกไปซื้อของในเซเว่น พนักงานสาวชาวประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาต้อนรับพร้อมกับเมนู ผมสั่งข้าวต้มปลากะพงแบบกลับบ้านเพราะไม่อยากอยู่ข้างนอกนานๆ

อา... นี่ผมกลายเป็นโจรเต็มตัวแล้วสินะ จะทำอะไรก็ระแวงไปหมด

เห็นรถตำรวจผ่านไปสองคัน ชักใจไม่ดี แถวนี้อยู่ใกล้โรงพักซะด้วยสิ เกิดเจอตำรวจออกเวรมากินข้าวคงซวยแน่ แคนเซิลเมนูหรือเปลี่ยนร้านทันไหมเนี่ย

แล้วก็ราวกับสวรรค์กลั่นแกล้ง มีรถตำรวจมาจอดจริงด้วย! แต่ที่เหี้ยกว่าคือตำรวจคนนั้นมากับคนที่ผมไม่อยากเจอหน้าอันดับหนึ่งในชีวิต

เฟลม!!!!!!!

อะไร ทำไม เป็นไปได้ยังไง? ทำไมเฟลมถึงอยู่กับตำรวจ ทำไมต้องมาร้านนี้ ทำไมต้องเป็นเวลานี้... แล้วทำไมยัยพนักงานต้องพาพวกเขามานั่งโต๊ะติดผมด้วยยย!!!

แฟนเก่าผู้สวมเขาให้ผมดูทรุดโทรมโศกสลดเหมือนไร้ซึ่งจิตวิญญาณ เขาซูบผอมลงมาก ใบหน้าตอบจนเห็นโหนกแก้มสันกรามชัด อีกทั้งยังใต้ตาดำคล้ำอย่างคนอดนอนติดกันนานๆ ซึ่งไม่น่าแปลกใจนัก คงเครียดเรื่องคดีของผมล่ะมั้ง ไม่รู้จะสงสารหรือสะใจดีที่เห็นสภาพเกือบซอมบี้ของเขา

อย่างไรก็ตาม เราไม่ควรเจอกัน อย่างน้อยก็ตอนนี้

หัวใจผมเต้นแรงมากเหมือนจะทะลุออกมาข้างนอก ตัวเย็นเยียบแข็งทื่อ เสียวสันหลังวาบเมื่อเฟลมนั่งลงที่เก้าอี้ซึ่งหลังติดกับผม... ฉากกั้นระหว่างเรามีแค่ช่องว่างทางอากาศแค่สามคืบ

ห่างกัน-แค่-สามคืบ

ผมไม่รู้ว่าควรทำยังไง ระหว่างลุกออกไปเลยกับนั่งจนกว่าอาหารจะมาแล้วค่อยไป ใจจริงอยากทำอย่างแรก แต่มันอาจดูพิรุธเกิน
แต่ระหว่างที่รอ เกิดเขาหันมาข้างหลังแล้วจำท้ายทอยผมได้ จะเกิดอะไรขึ้น? หรือถ้าโจรอู๋เข้ามาเจอพวกเขา คงยิ่งซวยกว่า

เอาไงดีวะ

“รับอะไรดีคะ” พนักงานส่งเมนูให้สองคนนั้นแล้วรอออเดอร์

“ข้าวปูผัดผงกะหรี่” เฟลมสั่ง

“ผมเอาด้วย” ตำรวจพูด

“ทำไมต้องลอกกัน เมนูมีตั้งเยอะ”

“ก็ผมอยากกินกะหรี่ ผิดตรงไหน”

“พูดแบบนี้แสดงว่ากินบ่อย”

“แน่นอนสิ แถวนี้ถิ่นผม”

“ร้านไหนล่ะ พาไปบ้างสิ”

“จะบ้าเหรอ พูดเล่น ผมเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์นะคุณ มีหน้าที่ปราบปรามอบายมุขทุกประเภท เรื่องไรจะไปมั่วเอง”

“นี่แก้ตัวหรือหาเสียง”

น้ำเสียงเฟลมฟังดูเป็นกันเอง ไร้ซึ่งความประหม่ายำเกรงแบบที่ประชาชนทั่วไปมีต่อเจ้าหน้าที่ บางทีตำรวจนายนี้อาจเป็นคนรับผิดชอบคดีของผม พวกเขาเลยมีปฏิสัมพันธ์กันบ่อย อายุก็ดูไม่ห่างกันมาก คง สนิทจนกลายเป็นเพื่อนกัน ถือว่าเป็นเรื่องดีนะ เพราะเพื่อนในชีวิตจริงของเฟลมน้อยมากแทบนับนิ้วได้

“ขอบคุณนะที่พาไปดูหนัง” เฟลมพูดต่อ

“บอกแล้วไงว่าไม่ได้เลี้ยง ตั๋วฟรี”

“ก็ไม่ได้หมายถึงตั๋วอย่างเดียว”

“รู้น่า ผมไม่อยากให้คุณเศร้า คนเราต้องหาอะไรผ่อนคลายบ้าง”

“อืม”

“สนุกมั้ย”

“ก็งั้นๆ”

“เหรอออ แต่ผมเห็นคุณอ้าปากค้างทั้งเรื่องเลยนะ”

เฟลมเหมือนจะเขินๆ “ผมชอบเอฟเฟกต์หรอก ดีกว่าภาคที่แล้วเยอะ”

“ไม่ใช่อึ้งในความหล่อของอนันดาเหรอ”

“มั่วละ จะอึ้งทำไม เคยเจอตัวจริงมาแล้วยังเฉยๆ”

“โห ระดับอนันดายังบอกว่าเฉย แล้วต้องระดับไหนถึงจะหล่อสำหรับคุณ”

แบบมาร์ค คีแกนไง ผมตอบในใจ

“หล่อน่ะหล่อ แต่ก็ไม่ถึงกับอ้าปากค้าง”

“เอาความมั่นใจมาจากไหน”

“ผมว่าผมก็หล่อไม่แพ้เค้า”

ตำรวจหัวเราะ “ถ้างั้นทำไมไม่ไปเป็นดาราเองซะเลยล่ะ พ่อคนหล่อกว่า”

“อย่าพูดตอกย้ำกันได้ปะ คนอย่างผมอะไรที่ทิ้งแล้วจะไม่หันกลับไปมองเป็นครั้งที่สอง”

หมายถึงเราด้วยรึเปล่าเฟลม

“ล้อเล่นน่า ผมรู้ว่าคุณอินดี้ เลือกเป็นทำร้านเดลิเวอรี่ ดีกว่าเป็นชู้ลับซุป’ตาร์”

“หมวดรักษ์!”

“ฮ่าๆ”

ผมแอบฟังพวกเขาพูดจาหยอกล้อกัน สังเกตน้ำเสียงของเฟลม... เขาก็ดูมีความสุขดีนี่นา ยังหัวเราะได้ คุยเล่นได้ เห็นทีว่าตำรวจคนนี้จะไม่ใช่แค่ดูแลคดีให้เขาอย่างเดียว ยังดูแลตัวเขาด้วย ชักสงสัยแล้วสิว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นมากกว่าเจ้าหน้าที่กับประชาชนรึเปล่า? มีพาไปดูหนัง แถมมานั่งดินเนอร์กันด้วยแน่ะ แปลกๆ แต่ถ้าเป็นจริงผมก็ดีใจด้วยนะ

“แสงเทียน”

“!!!!!!!!!!”

ชิบหาย ว่าแล้วแม่งต้องจำได้!

วินาทีที่เฟลมเรียกชื่อ ผมถึงกับหยุดหายใจ ตัวแข็งทื่อเป็นหินพันปี

ขอโทษนะอู๋ที่กูถูกจับได้ก่อนมึง แต่ไม่เป็นไร ไว้เจอกันในคุก

“ละเมอเรียกผมเป็นเขาอีกแล้วนะ” ตำรวจเอ่ย น้ำเสียงขำปนเอ็นดู

“เปล่า...” เสียงเฟลมฟังดูเก้อเขิน

โล่งอกไปที แค่เรียกผิด นี่แปลว่าเขาไม่เคยหยุดคิดเรื่องผมเลยสินะ

“ไหนๆ ก็พูดถึงเขาแล้ว คุณจะทำไงต่อ อยู่ดีๆ นักสืบทิวาก็ถอนตัวจากทีมไปแบบนี้น่ะ” เฟลมว่า

“อืม ผมกับจ่าก็ต้องทำงานหนักขึ้น แต่ยังดีที่เรารู้แล้วว่าโจรอู๋กับพรรคพวกอยู่ที่ไหนสักแห่งแถวๆ สุขุมวิท”

“คุณแน่ใจได้ไง โจรกระจอกแบบนั้นเนี่ยนะจะอยู่ในสุขุมวิท”

“อย่าลืมว่าพวกเขาปล้นทรัพย์สินได้เยอะขนาดซื้อตึกที่นั่นได้สบายเลย”

อะไรนะ! นี่สืบมาไกลถึงขั้นนี้แล้วเหรอ ดีที่เราย้ายออกจากสุขุมวิทมาแล้ว ไม่งั้นมีหวังถูกรวบคาคอนโดแน่ๆ ตำรวจทีมนี้โคตรไม่ธรรมดาเลย ขนาดนักสืบเป็นหนอนบ่อนไส้ให้แท้ๆ ถ้าแก๊งโจรไม่รีบปิดจ็อบให้เร็วที่สุด อนาคตคงสุ่มเสี่ยงจะไม่รอดแล้วล่ะแบบนี้

“เขาจะอยู่ไหนก็ตาม... ผมแค่อยากรู้ว่าเขาเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง”

“.......”

“ผมรู้ว่าทุกอย่างระหว่างเราคงไม่มีวันเหมือนเดิม... แต่สิ่งเดียวที่ผมภาวนาก็คือขอให้เขาปลอดภัย เท่านั้นก็พอ”

“.......”

ไม่รู้ว่าน้ำตาของผมไหลออกมาตอนไหน

อยากจะหันกลับไป แล้วยิ้มให้นาย... พร้อมกับบอกว่าเรายังมีชีวิตอยู่ แถมยังมีความสุขกว่าที่ผ่านมาอีกด้วย

แต่ก็ไม่ได้ทำอย่างนั้น ผมหยิบกระดาษทิชชู่เอามาปิดปากเพื่อไม่ให้ใครเห็นใบหน้า แล้วรีบก้มหน้าเดินออกจากโต๊ะนั้นอย่างเร็วไว ขืนนั่งต่อไปคงไม่วายร้องไห้จนเขาหันมามองแล้วถูกจับได้

“อ้าว จะกลับแล้วเหรอคะ อาหารยังไม่เสร็จเลย” พนักงานที่อยู่หน้าร้านพูดกับผมอย่างงงๆ

ผมหยุดเดิน หยิบปากกาจากมือเธอมาเขียนใส่กระดาษทิชชู่ด้วยมือสั่นเทา ก่อนจะส่งปากกาคืนพร้อมกับกระดาษที่มีข้อความข้างใน พร้อมทั้งเงินค่าข้าวต้มที่ไม่ได้กิน

“ฝากให้คนเสื้อแดงโต๊ะห้าด้วย แต่รอเขาเช็คบิลก่อนนะครับ อันนี้ค่าเสียเวลา”

แล้วก็วิ่งออกมาโดยไม่หันหลังกลับ โจรอู๋เพิ่งออกจากเซเว่นมาพอดี ผมรีบคว้าแขนมันเดินหนีออกมาไกลๆ

“อะไรของเอ็ง จะไปไหน ยังไม่ได้กินข้าวเลย”

“รีบหนีเร็ว เฟลมอยู่ในร้าน เขามากับตำรวจด้วย”

“ฮะ!?” โจรอู๋ท่าทางตกใจ เบิกตากว้าง

ผมชะโงกหน้ามองหาแท็กซี่ แต่โชคร้ายที่มันไม่มีเลยสักคัน คงเพราะมันดึกมากๆ เราเลยหลบอยู่ใต้เงามืดของต้นไม้ใหญ่ข้างทางไปพลางก่อน

“ข้านึกว่าเอ็งจะดีใจแล้วกลับไปหาเขาซะอีก”

ผมเงยหน้ามองผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าอย่างโคตรไม่อยากเชื่อหู

“ทำไมมึงพูดงี้”

“ข้าคิดว่าเอ็งยังรัก...”

“หุบปากซะทีเถอะ!”

ผมตะโกนเสียงดังด้วยความอัดอั้นตันใจ กระชากคอเสื้อของมันดึงลงมาประกบปากจูบ... ค้างไว้อย่างนั้นหลายวินาที แล้วก็ขยุ้มผมมันดึงหัวออกห่าง จ้องหน้าเขม็งด้วยดวงตาจริงจังแต่ก็สั่นไหวคลอนเคลือน พูดด้วยเสียงสั่นสะท้านแต่ใจความหนักแน่น

“มึงนี่มันโง่หรือโคตรโง่กันแน่วะ! กูมีโอกาสดีๆ จะหนีกว่านี้ไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง แต่กูก็ยังอยู่ เพราะอะไร! กูรักมึงไงไอ้ควาย!
“.........”

“ให้ตาย... ต้องให้พูดก่อนจนได้”

“.......”

ผมก้มหน้า ขอบตาร้อนเหมือนจะมีน้ำไหล ไอ้โจรยืนทื่อโง่ๆ อ้าปากค้างอย่างโง่ๆ ยังมีหน้าตบแก้มตัวเอง

“นี่ข้าฝันไปรึเปล่า เอ็งเนี่ยนะบอกรักข้า”

“เออ ฝันมั้ง!”

ผมไสมันออกจากตัวอย่างโคตรจะหงุดหงิด เมื่อนั้นมันถึงได้สติ ดึงร่างผมไปสวมกอดแน่น.... แน่นมากจนกระดูกของผมจะแหลกเหลวด้วยแรงกอดรัดระดับงูอนาคอนด้ารัดลูกกระต่าย

“ข้าไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้จากปากเอ็ง... ไม่คิดว่าเอ็งจะคิดเหมือนกัน ข้าก็รักเอ็ง... รักตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นหน้าด้วยซ้ำ ถึงได้ขโมยมา”

“ไม่ต้องพูดเลย ครั้งแรกมึงคิดว่ากูเป็นตุ๊กตายาง”

“โอ๋... สวยอย่างนี้ใครจะคิดว่าเป็นมนุษย์ล่ะฮึ เอ็งก็เล่นละครตบตาข้าซะเนียนด้วย”

“มึงมันโง่เอง...”

ผมซบหน้ากับบ่ากว้างของมัน ก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมา พอพูดคำนั้นออกไปแล้วผมก็รู้สึกโล่งอย่างบอกไม่ถูก คล้ายกับหินหนักที่ถ่วงอยู่ข้างในถูกปลดทิ้งไป หินที่ว่าคือความรู้สึกผิดที่มีต่อเฟลม ต่อครอบครัว ต่อสังคม และต่อตัวผมเอง ผมไม่กล้ายอมรับว่าผมจะรักคนที่ทำลายชีวิตตัวเองอย่างไอ้โจรคนนี้ได้ แต่เรื่องราวทั้งหลายที่ผมกับมันก้าวผ่านด้วยกันมา ทำให้ความคิดผมเปลี่ยนไป

หากตัดสถานะที่ตราหน้ามัน ตัดประกาศจับ กับหน้าตาชั่วๆ ของมันออกไป เหลือแต่ตัวเปล่าๆ กับหัวใจ มันก็คือคนธรรมดาคนหนึ่งที่ทำทุกอย่างเพื่อคนที่มันรัก... ยอมแลกเงินทอง ความสุขสบาย กระทั่งชีวิต เมื่อมองมันด้วยสายตาที่ปราศจากอคติ ผมก็มองเห็นตัวตนที่แท้จริง

และนั่นก็ทำให้ผมกล้ายอมรับมัน เช่นเดียวกับยอมรับหัวใจตัวเอง

รู้แหละว่ามันอาจดูไม่เหมาะสมในสายตาใครๆ แต่ผมไม่สนใจแล้วล่ะ ผมตัดสินใจแล้วว่าอยากมีมันอยู่ในชีวิต แม้ว่าหนทางข้างหน้าจะยากเย็นแค่ไหนก็ตาม ผมจะผลัก จะดัน ทำทุกวิถีทางเพื่อพามันออกจากที่มืดกลับสู่แสงสว่างให้ได้ ผมตั้งใจเช่นนั้น
 
“ขอบคุณที่เอ็งรักโจรกากๆ คนนี้ แม้ว่าข้าจะทำให้เอ็งเจ็บตัวเจ็บใจบ่อยเหลือเกิน...ขอบคุณที่ไม่ทิ้ง ไม่หนีข้าไปไหน... ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างข้าเสมอ ชีวิตข้าคงไม่ต่างกับเศษสวะถ้าไม่มีเอ็ง... เพราะมีเอ็ง ถึงได้รู้ว่าชีวิตนี้อยู่และตายเพื่อใคร”

โจรโอบกอดผม จูบที่ขมับเบาๆ แล้วเลื่อนไปพูดที่ข้างหู... คำพูดไหลหลั่งพรั่งพรู เช่นเดียวกับน้ำตาของผมที่ไหลพราก

“......อือ”

“ข้ารักเอ็ง รัก รักมาก รักที่สุด รักกว่าทุกคนที่ผ่านมา และคงไม่มีทางรักใครได้เท่านี้อีก”

“พอแล้ว....”

ผมเอาหน้าร้อนๆ มุดกับอกของมัน รู้เลยว่าอาการเขินจนจะระเบิดตัวตายเป็นยังไง ไอ้โจรทั้งกอดทั้งหอมและถ้าไม่ติดว่าอยู่ข้างถนนมันก็คงจับผมกดซะตรงนี้

ไม่รู้ว่าแท็กซี่ผ่านไปแล้วกี่คัน แต่ช่างมัน ขอเราซึมซับความรู้สึกดีๆ ในตอนนี้ให้มากที่สุดก่อน เพราะมันจะเป็นฉากหนึ่งที่สำคัญในชีวิตที่เราไม่มีวันลืม

ฝากคำขอโทษไปถึงเฟลม...

ขอโทษที่ทำให้นายทุกข์ใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ

ขอโทษที่เราไม่หลงเหลือความรักให้นายอีกต่อไป

ขอโทษที่เราเลือกทางนี้... เลือกเป็นเมียโจร

ขอโทษ..... ที่เราคงกลับไปเป็นคนดีคนเดิมของนายไม่ได้อีกแล้ว





......

“ร้อยเก้าสิบค่ะ”

พนักงานสาวแจ้งยอดเงินกับลูกค้าทั้งสองหลังจากที่พวกเขาทานเสร็จแล้ว ชายหนุ่มรูปงามควักกระเป๋าตังค์ แต่ไม่มีอะไรอยู่ในนั้น แล้วก็ยิ้มแห้งๆ ตำรวจที่ตั้งใจเลี้ยงอยู่แล้วเลยจ่ายแทน ก่อนทั้งคู่จะลุกออกไป

“เดี๋ยวค่ะลูกค้า” พนักงานสาวท้วงตามหลัง

“อะไรครับ” เฟลมหันกลับไปงงๆ

หญิงสาวหยิบกระดาษทิชชู่จากกระเป๋าผ้ากันเปื้อนส่งให้เขา เฟลมรับไปด้วยสีหน้างงกว่าเดิม

“มีคนฝากให้คุณค่ะ” เธอบอก

“ใครครับ”

“ลูกค้าโต๊ะสี่ ที่นั่งหลังติดกับคุณน่ะค่ะ”

พนักงานสาวตอบยิ้มๆ ก่อนจะเดินเลี่ยงจากไป เธอคิดว่าในกระดาษนั้นคงเป็นเบอร์โทร เพราะเคยมีลูกค้าจีบกันผ่านแม่สื่อที่เป็นพนักงานอยู่บ้าง

เฟลมคลี่กระดาษทิชชู่ดูอย่างสงสัย เห็นข้อความบางอย่างอยู่ข้างใน เป็นข้อความสั้นๆ เขียนด้วยลายมือคุ้นตา

แค่นั้น... ชายหนุ่มก็รู้สึกชาไปหมดทั้งตัว ลมหายใจขาดห้วง คล้ายวิญญาณหลุดจากร่างกะทันหัน

สายลมวูบหนึ่งพัดเข้ามา ทำให้กระดาษแผ่นนั้นปลิวหลุดจากมือเขาไป


เฟลมล้มทั้งยืน




‘เราสบายดี...’




/// สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะพี่น้อง

ขอบคุณทุกคอมเม้นต์นะคะ ดีใจมากๆ เลย  :hao5:

โดยเฉพาะคุณ t2007 ประโยคสุดท้ายเหมือนจะรู้ความคิดคนแต่งเลยนะคะ (Oops!) 555

แล้วพบกันใหม่ค่ะ <3

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1090
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
 :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1695
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
โจรอู๋เนี่ยหื่นจริงๆ ยังไงก็ดูแลแสงเทียนให้ดีละ มอบตัวแหละหัวใจให้ขนาดนั้น
 :กอด1:

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2619
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +85/-0
รอตอนต่อไปนะจ๊ะ

ออฟไลน์ bokiee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 13
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ตามทันแล้ว รอตอนต่อไปนะคะ  o13

ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2368
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-4
เขย่าหัวใจอีกล๊าววววว แสงเทียน เฟลม เป็นคนแปลกหน้าอย่างชัดเจน รออ่านคู่ทิวา มาเฟีย

ออฟไลน์ Noina_Pn

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 279
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-1
 :hao5: :hao5:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด