[^._.^]ノ彡 Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Final Chapter [Update 18/10/61]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: [^._.^]ノ彡 Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Final Chapter [Update 18/10/61]  (อ่าน 41744 ครั้ง)

ออฟไลน์ naoto

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

++++++++++++++++++++++++++++++++++


Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก


เห็นแฟนที่คบมา 3 ปี มีอะไรกับผู้หญิงอยู่บนเตียงที่เคยนอน ปิดเทอมนี้ของ คีตะ จึงจมอยู่กับหมอนเปื้อนน้ำตา
แถมแฟนหนุ่มที่เพิ่งบอกเลิกไปหมาดๆ ยังโทรมาตื๊อให้ต้องหลบหน้า กลัวหัวใจตัวเองจะยอมยกโทษให้อีกฝ่าย

กระทั่งพี่สาวนักเรียนนอกทนไม่ไหว ต้องเชียร์ให้น้องชายหนีไปทำงานอาสาสมัครที่เมืองนอกซะเลย แถมยังเป็นงานอาสาสมัครดูแลสัตว์ป่าที่นามิเบียเสียอีก

รู้ตัวอีกที หนุ่มน้อยกับหัวใจพังๆ ก็บินข้ามทะเลไปถึงแอฟริกาใต้ซะแล้ว

...หนีรักไปเสียไกล จะได้หัวใจที่แข็งแรงดวงเดิมกลับมา...
...หรือว่าจะเสียหัวใจดวงนี้ให้ใครกันแน่.....






บทที่ 1

“คี มันไม่ใช่อย่างที่คีคิดนะ!”
   
“ไม่ใช่ยังไงอ่ะ พี่เมธ พี่เมธนอกใจคี พี่เมธนอนกับมัน!”
   
“พี่ก็แค่...อยากพิสูจน์...”
   
“พิสูจน์ว่าอะไร? พิสูจน์ว่าพี่ยังชอบผู้หญิง ยังเอาผู้หญิงได้ หรือว่าแม่งจะเอาทั้งหน้าทั้งหลัง”
   
“คี พูดดีๆ หน่อย อย่าใช้แต่อารมณ์ มาคุยกันก่อน”
   
“คีไม่มีอะไรจะคุยด้วยแล้ว พี่เมธกลับไปหามันเถอะ เราเลิกกัน”

.
.
.

ไอ้เลว! ไอ้ชั่ว! ไอ้พวกได้หน้าลืมหลัง! ไอ้คนหลายใจ!

ผมนอนคว่ำหน้า ปล่อยให้น้ำตาไหลซึมลงไปกับหมอน ความจริงน้ำตามันควรจะหมดได้หรือยังวะ ผมร้องไห้มาหลายวันแล้ว ร้องไห้แล้วก็หลับ แล้วก็ตื่นมาร้องไห้ต่อ
   
ผมอกหัก ถูกแฟนที่คบกันมาสามปีนอกใจไปนอนกับคนอื่น...ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน น้องรหัสของเจ้าตัว ที่เขาบอกเองว่า ไม่ได้คิดอะไรด้วยเพราะน้องเป็นผู้หญิง และเขาไม่สนใจผู้หญิง เหอะ! แม่ง!  ไม่สนใจแต่พาขึ้นเตียงได้ แถมดูจากท่าทางของผู้หญิงคนนั้นตอนที่ผมเปิดประตูไปเจอพวกเขาคลอเคลียกันอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า นี่คงจะไม่ใช่ครั้งแรก ดีไม่ดี นังนั่นคงจงใจจะให้ผมเห็น ถึงได้ไม่ล็อคทั้งประตูห้องนอนแล้วก็ประตูคอนโดพี่เมธ
   
ผมปาดน้ำตาแล้วลุกขึ้นมานั่งบนเตียง เหลือบมองโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่มีสายโทรเข้าเป็นสิบๆ มีไลน์อีกเกือบร้อยข้อความ แต่ผมไม่คิดจะรับสายหรือกดเข้าไปอ่านข้อความแก้ตัวพวกนั้น เสียงเคาะประตู 2-3 ที ก่อนที่พี่สาวของผมจะเปิดประตูเข้ามา
   
“คี กินข้าวมั้ยแก”
   
ผมพยักหน้า ถามถึงพ่อกับแม่ “ป๊ากับม้าละ เจ๊เคท”
   
“ออกไปงานบ้านตั่วกู๋ เจ้ต้องเคลียร์งานหน่อยเลยขออยู่บ้าน ห่วงแกด้วย ไปๆ ไปกินข้าว สายจนจะเที่ยงแล้ว” พี่สาวบอกแล้วกวักมือเรียก ความจริงผมไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ แต่ไม่อยากให้พี่สาว รวมถึงพ่อแม่เป็นห่วงมากกว่านี้ ก็เลยฝืนใจลงไปหาอะไรใส่ท้อง
   
ผมตักโจ้กที่คงมีใครสักคนออกไปซื้อมาให้ตั้งแต่เช้าเข้าปากอย่างแกนๆ โทรศัพท์สั่นอีก ผมปิดเสียงเอาไว้เหลือแต่ระดับสั่น ก็เลยไม่มีเสียงกวน ผมปล่อยให้มันสั่นไปแบบนั้น พี่สาวนั่งอยู่ที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม มองผมด้วยสายตาสงสารแกมอ่อนใจ
   
“ไม่รับสายหรือไง จะได้คุยกันให้รู้เรื่อง”
   
ผมส่ายหน้า “คียังไม่อยากคุย ถ้าคุย...กลัวตัวเองจะใจอ่อน” ผมรู้ว่า หัวใจผมยังไม่พร้อมจะบอกลาพี่เมธ แต่ผมก็ไม่อยากเดินวนกลับไปที่จุดเดิมอีก ความจริงผมเองก็เอะใจเรื่องเขากับน้องรหัสมานาน มีหลายคนมากระซิบบอกผมว่าเห็นพวกเขาไปกินข้าว ไปดูหนังด้วยกันด้วยซ้ำ แต่ผมปลอบตัวเองให้เชื่อตามที่เขาบอกว่า ไม่มีอะไร
   
ผมแค่หลอกตัวเอง...เพราะไม่อยากเสียเขาไป จนกระทั่งความจริงมากระแทกหน้าจังๆ
   
พี่เคทถอนใจเฮือกใหญ่ “ยังดีนะที่แกมาจับมันได้ตอนสอบวิชาสุดท้ายเสร็จพอดี เจ้นึกสภาพแกลากสังขารแบบนี้ไปสอบไม่ออกเลยว่ะ แล้วนี่ปิดเทอมจะเอายังไง ตอนแรกแกจะไปฝึกงานที่บริษัทไอ้เชี่ยเมธไม่ใช่เหรอ”

พี่สาวผมใส่อารมณ์นิดหน่อยตอนเอ่ยชื่อพี่เมธ คงเพราะตอนแรกเจ้แกก็เอ็นดูแฟนผมอยู่พอสมควร
คนในครอบครัวรู้ว่าผมเป็นเกย์ตั้งแต่ผมเข้ามหาวิทยาลัย และทุกคนรู้จักพี่เมธดีเพราะผมพามาแนะนำตั้งแต่คบกันได้ 3 เดือน บ้านผมเลี้ยงลูกแบบสมัยใหม่และเปิดกว้าง พี่สาวผมเองก็ไปเรียนเมืองนอกจบกลับมา สมัยอยู่ที่โน่นก็มีเพื่อนเป็นเกย์เป็นเลสเบี้ยนอยู่หลายคน

“คีคงจะขอแคนเซิล ความจริงคณะคีไม่ได้บังคับฝึกงานอยู่แล้ว ตอนที่สมัคร...ก็แค่อยากทำงานที่เดียวกับพี่เมธ”
ผมตอบเสียงแหบแห้ง แฟนผมอายุมากกว่าผม 2 ปี ผมเรียนปีหนึ่งตอนที่เขาอยู่ปีสาม ตอนนี้เขาเรียนจบทำงานที่บริษัทยักษ์ใหญ่ ส่วนผมเรียนหนัก พวกเราก็เลยไม่ค่อยมีเวลาเจอกัน เขาอ้างว่างานยุ่ง แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่า คง ‘ยุ่ง’ เรื่องอื่นมากกว่า

“แล้วจะเอายังไง หาที่ฝึกงานที่อื่น หรือจะไปฝึกงานที่บริษัทกับป๊ากับเจ้”

พี่สาวของผมถามต่อ แต่ผมส่ายหน้า “ไม่รู้เหมือนกันอ่ะเจ้ คียังนึกไม่ออก ถ้าจะหาที่ฝึกงานที่อื่นตอนนี้ก็คงทำเรื่องไม่ทันแล้ว แต่จะไปฝึกงานที่บริษัท คีจะทำอะไรได้วะ คีไม่ได้เรียนมาทางนี้ อย่างมากก็ทำได้แค่ชงกาแฟ ถ่ายเอกสาร” ผมเรียนอยู่คณะแนวมนุษย์ศาสตร์ เน้นภาษากับพวกการสื่อสารอะไรแบบนั้น จะให้ไปทำสายธุรกิจเหมือนพ่อกับพี่สาวก็คงไม่ถนัด

โทรศัพท์สั่นอีกแล้ว ผมเหลือบมองมันแวบหนึ่งแล้วเบือนหน้าหนี

“โทรมาถี่ขนาดนี้ เจ้ว่าสักพักมันคงตามมาตื๊อแกถึงบ้านแน่” เจ๊เคทบอก

ผมนิ่งอึ้งไป รู้ว่าที่พี่เมธไม่มาตอนนี้ก็เพราะเขาต้องตามเจ้านายไปตรวจงานต่างจังหวัดเกือบเดือน ดูจากสภาพที่เขาโทรหาผมวันละเป็นสิบๆ สาย ผมเชื่อว่าถ้ากลับมาเขาก็ต้องมาหาผมที่บ้าน และผมก็กลัว...กลัวว่าตัวเองจะใจอ่อนยอมยกโทษให้เขา

พี่สาวเห็นสภาพผมแล้วก็เสนอขึ้นว่า “ไปเมืองนอกมั้ยแก”

“หา?” ผมหันหน้าไปมองคนพูด “เมืองนอก? ไปเที่ยวอ่ะนะ จะไปกับใคร ตอนนี้ที่บ้านก็ยุ่งกันหมด”
บ้านผมพอจะมีฐานะอยู่บ้าน เรื่องไปเที่ยวต่างประเทศก็ไปกันอยู่ปีละครั้ง สมัยเรียนมัธยม ช่วงปิดเทอมผมกับพี่สาวก็ไปเคยเรียนคอร์สภาษาที่ออสเตรเลียบ้าง อังกฤษบ้าง แต่อยู่ๆ พี่สาวก็เสนอให้ไปเมืองนอกกะทันหันก็ทำเอาผมงงไปเหมือนกัน

“ไม่ได้ไปเที่ยว ไปทำงาน งานอาสาสมัครน่ะ...ก็คล้ายๆ ฝึกงานนั่นแหละ แบบที่พวกวัยรุ่นฝรั่งชอบไปกันช่วงปิดเทอม สมัยเรียนเจ้ก็เคยไปทำงานดูแลพวกสัตว์ป่าที่แอฟริกา ที่เคยส่งรูปให้แกดูไง” เจ้เคทบอก “เปลี่ยนสิ่งแวดล้อม อยู่ให้ห่างมันสักหน่อย ไปทำงาน ไมได้ไปเที่ยว ไม่มีเวลามาฟุ้งซ่าน เผื่อแกจะคิดอะไรได้มากขึ้น” 

“แล้วจะไปยังไง ทำงานพวกนี้มันต้องสมัคร ต้องมีขั้นตอนตั้งเยอะแยะไม่ใช่เหรอ”
ผมถาม รู้สึกสนใจขึ้นมานิดหนึ่ง

เห็นสวยเปรี้ยวแบบนี้ ความจริงพี่สาวผมเป็นสายเอ็กสตรีม สมัยเรียนอยู่ที่อเมริกาก็ทำกิจกรรมหลายอย่าง ผมยังจำรูปที่เจ้เคทเคยส่งมาให้ดูได้ ตอนนั้นผมยังนึกว่า พี่สาวตัวเองโคตรเท่

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง เพื่อนเจ้ที่เรียนด้วยกันที่เมกาเขาได้พักร้อน 3 เดือน ก็เลยกลับไปทำงานที่โน่นพักสมอง ก็ไม่มีอะไรมากก็ให้อาหาร ช่วยทำความสะอาดกรงอะไรแบบนี้ เดี๋ยวเจ้ให้เขาจัดการเรื่องงานเรื่องที่พักทางโน้นให้ ขอวีซ่าเดี๋ยวให้ Fedex ช่วยส่งพาสปอร์ตแกไปทำเรื่อง แกไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากลุกขึ้นมาเตรียมร่างกาย จัดข้าวของ”

พี่สาวจัดการให้เสร็จสรรพ ผมที่กำลังเบลอๆ ก็เลยพยักหน้าตกลงโดยไม่ทันถามรายละเอียด
   
รู้ตัวอีกทีก็ผ่านไป 2 สัปดาห์ ผมสะพายกระเป๋าเป้ ยืนอยู่ที่สนามบิน ข้างตัวมีกระเป๋าลากอีกใบ ผมกอดป๊า กอดม้า ซึ่งมาส่งและอวยพรให้ผมมีปิดเทอมที่สนุก ทั้งพ่อทั้งแม่ไม่มีใครค้านที่ผมจะไปลองทำงานอาสาสมัครที่เมืองนอก บอกว่า ผมออกไปเปิดหูเปิดตาดูโลกบ้างก็เป็นประสบการณ์ที่ดี
   
“ตั้งใจทำงานนะแก ขอให้สนุก”
   
เจ้เคทอวยพร ทุกคนเลี่ยงไม่พูดถึงพี่เมธ และผมเองก็ไม่เอ่ยถึงเขา ผมเปลี่ยนโทรศัพท์เครื่องใหม่ ให้เบอร์ไว้เฉพาะกับป๊าม้ากับพี่สาวจะติดต่อได้ เจ้เคทบอกว่าทางโน้นไม่ค่อยมีสัญญาณอินเตอร์เนต ผมคงไม่ได้เข้าโซเชียลไปอีกสักพัก ซึ่งก็ดี
.
.
.
ผมใช้เวลา 9 ชั่วโมง นั่งเครื่องบินจากกรุงเทพมาลงที่เอธิโอเปีย แล้วก็ต่อเครื่องไปโจฮันเนสเบิร์กที่ประเทศแอฟริกาใต้อีก 5 ชั่วโมง ก่อนจะเปลี่ยนไฟลท์มาลงที่สนามบิน Windhoek Husea Kutako Airport ในเมืองวินด์ฮุก เมืองหลวงของประเทศนามิเบีย ผมเดินออกมาจากเกทในสภาพสุดโทรม

สนามบินที่นี่เล็กมาก น่าจะพอกับสนามบินภูเก็ตของบ้านเราเท่านั้น ผมไปถึงตอนบ่ายต้นๆ แต่ในตัวสนามบินไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านเท่าไหร่ ผมนึกใจเสียขึ้นมานิดหนึ่ง จะว่าไปถึงผมจะไปต่างประเทศบ่อย แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมาประเทศที่ไม่ค่อยเจริญ ถ้าเกิดเพื่อนของเจ้เคทไม่มารับ ผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะหาทางไปศูนย์อนุรักษ์ที่ต้องทำงานนั่นได้ยังไง

...แต่เจ้บอกว่า เพื่อนเจ้รับคำเป็นมั่นเหมาะว่าจะมารับผมนี่นา

ผมเข็นรถเข็นกระเป๋าพลางกวาดตามองไปรอบๆ แล้วจึงสะดุดกับป้ายที่เขียนชื่อของตัวเอง KITA

นั่นไง เพื่อนเจ้เคทที่มารับผม ผมรีบเงยหน้าขึ้นมองคนที่ถือป้ายแล้วก็ชะงักไปนิด
   
เจ้บอกว่าเป็นเพื่อนสมัยเรียนที่อเมริกา ก็น่าจะเป็นฝรั่งใช่ไหมนะ...แต่คนที่ผมเห็นนั่นเป็นผู้ชายเอเชีย แต่ตัวโตมาก ทั้งสูงทั้งหนาหยั่งกับกำแพง แถมยังไว้ผมยาว หนวดไว้เคราเฟิ้มจนรกไปทั้งหน้า เจ้าตัวสบตาผมด้วยดวงตาคมที่ดูดุๆ ชวนให้นึกถึงอะไรสักอย่าง
   
นึกออกแล้ว...เพื่อนเจ้คนนี้เหมือนสิงโตไม่มีผิดเลยครับ!


...............................TBC........................................


เรื่องแรกที่ลงในในเล้า ขอฝากตัวด้วยนะคะ /โค้ง

เรื่องนี้เขียนขึ้นมาเพราะเราเคยดูรายการ Divas Hit the Road เป็นรายการวาไรตี้ท่องเที่ยวของช่องหูหนานทีวี ประเทศจีน ซีซั่น 3 ไปที่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าที่ประเทศนามิเบีย เลยอยากลองเขียนเรื่องรักใสๆ ที่มีฉากเป็นซาฟารีดูบ้าง เป็นโรแมนติคคอมมิดี้ ไม่มีดราม่า และความยาวน่าจะไม่มากนัก ขอฝากผลงานด้วยนะคะ

Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-10-2018 17:56:38 โดย naoto »

ออฟไลน์ donut4top

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 411
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
Re: Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Chapter 1
«ตอบ #1 เมื่อ13-06-2018 15:10:17 »

เริ่มมาก็น่าสนใจหลาวววววว

ออฟไลน์ KizzllKizz

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-1
Re: Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Chapter 1
«ตอบ #2 เมื่อ13-06-2018 16:45:20 »

ติดตามจ้า

 :L2:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19
Re: Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Chapter 1
«ตอบ #3 เมื่อ13-06-2018 22:26:00 »

 :katai2-1:

ออฟไลน์ vivalasvegus

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 146
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Chapter 1
«ตอบ #4 เมื่อ14-06-2018 00:14:29 »

เห็นชื่อคนเขียน ต้องรีบเข้ามาอ่าน

ออฟไลน์ naoto

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
Re: Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Chapter 2
«ตอบ #5 เมื่อ15-06-2018 00:18:37 »

บทที่ 2



เพื่อนของเจ้เคธยังคงยืนจ้องผมนิ่งอยู่อย่างนั้น ผมมองเขาแล้วก็หันมองซ้ายมองขวา หรือว่าเขาจะไม่แน่ใจว่าผมใช่คนที่เขามารับหรือเปล่า แต่ดูแล้วผมก็เป็นคนเอเชียผิวเหลืองคนเดียวกลางสนามบินนี้นะ งั้นผมเข้าไปทักเขาก็แล้วกัน ผมเข็นรถเข็นกระเป๋าตรงเข้าไปหาเขา
   
“Hi, I am KITA, Kathie’s brother. Are you Mr.Lee?”
   
อีกฝ่ายกระพริบตาคล้ายเพิ่งรู้สึกตัวตอนที่ผมถาม เจ้าตัวพยักหน้ารับ “Yes. My name’s Mathew Lee, you can call me Matt. Welcome to Namibia Kita” เสียงทุ้มต่ำเขาออกเสียงเรียกชื่อผมว่า คีตะ นั้นค่อนข้างชัดทีเดียว
   
“ขอบคุณครับ แมท” ผมตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษ “คุณเรียกผมว่า คี ก็ได้นะ”
   
“โอเค คี” ใบหน้าที่รกไปด้วยหนวดยกยิ้มนิดหนึ่ง เขาก้มลงมองกระเป๋าเดินทางของผมแล้วถามว่า “รถฉันจอดอยู่ข้างนอก ยังมีข้าวของอะไรอีกไหม”
   
“ไม่มีแล้วครับ ผมเอามาแค่กระเป่ากับเป้อย่างละใบ

แมทพยักหน้ารับ “ดีแล้ว เอาของมามากจะลำบากเข้าที่พัก ตอนพวกเคธี่มาครั้งก่อน ขนเสื้อผ้าใส่กระเป๋ากันมาคนละหลายใบจนแทบยัดใส่รถไม่ไหว” เขาเอ่ยถึงพี่สาวผมด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ช่วยให้ออร่าดุๆ ที่แผ่ออกมาตอนแรกจางไปนิดหน่อย

“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะ ต้องขับรถอีก 3 ชั่วโมงกว่าจะถึงฮาร์นาส”
คุณสิงโตตัวใหญ่(ที่ผมแอบคิดในใจ) ดึงกระเป๋าลากของผมออกจากรถเข็น แล้วหยิบเป้ใบใหญ่ของผมไปสะพายให้ ก่อนจะเดินนำดุ่มๆ จนผมต้องรีบลากกระเป่าตามเขาไป

ลานจอดรถอยู่ด้านหน้าอาคารผู้โดยสาร รถของแมทเป็นรถกะบะแบบออฟโรดสีขาวสภาพขะมุกขะมอมเล็กน้อย กะบะข้างหลังหุ้มด้วยประตูเหล็กบนหลังคารถมีผ้าใบสีดำมัดติดอยู่ น่าจะเป็นเต๊นท์ติดหลังคาสำหรับแคมป์ปิ้ง เขาเห็นผมมองดูรถก็เลยอธิบายว่า
“รถเช่าน่ะ ฉันเช่าเอาไว้เผื่อจะขับออกไปซื้อของหรือทำธุระ สะดวกกว่ารอรถของที่ปาร์ก เธอขับรถเป็นไหม”

“พอได้ครับ แต่ไม่ค่อยคล่อง” ป๊าเคยหัดให้ผมขับรถจนทำใบขับขี่แล้ว ตอนเข้ามหาวิทยาลัย ป๊าเคยเกริ่นว่าจะซื้อรถให้ แต่ผมขี้เกียจดูแล พอดีเจ้เคธกลับจากเมืองนอกพอดี เจ้เลยขับรถไปส่งผมทุกเช้า และหลังจากคบกับพี่เมธ รายนั้นก็จะมารับมาส่งผมตลอด ผมเลยไม่ค่อยได้ขับรถเองเท่าไหร่ 

“ขับเป็นก็ดี ถ้าจะต้องใช้รถก็มายืมคันนี้ไปขับได้นะ”

แมทบอกอย่างใจดีก่อนจะช่วยผมลำเลียงกระเป๋าใส่เบาะหลัง ผมเก็บของแล้วก็ขึ้นไปนั่งเบาะข้างคนขับ พอรถแล่นออกจากสนามบิน ผมก็เกาะหน้าต่าง มองออกไปนอกรถด้วยอย่างสนอกสนใจ


cr. pix by Nel_NZ pixabay.com

ถนนไฮเวย์ที่รถของเราแล่นผ่านนั้นเป็นคอนกรีต แต่สองข้างทางเป็นทุ่งหญ้าโล่งกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ตอนนี้เป็นฤดูแล้ง ทุ่งหญ้าจึงกลายเป็นสีเหลืองอมน้ำตาล เห็นต้นไม้ใหญ่ที่ยังคงสีเขียวเป็นหย่อมๆ ท้องฟ้าข้างบนเป็นสีน้ำเงินสดแทบจะไม่มีเมฆ สุดสายตาตรงจุดที่ตัดกับเส้นขอบฟ้าเป็นเทือกเขาสูง ไม่เห็นบ้านเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอะไรเลย

ผมมาถึงแอฟริกาแล้วจริงๆ ด้วยแฮะ

ผมหันกลับไปถามคนที่อยู่หลังพวงมาลัย “ฮาร์นาสอยู่ไกลจากสนามบินมากไหมครับ”

“ประมาณ 300 กิโล ต้องขับรถประมาณ 3-4 ชั่วโมง ขึ้นเหนือเข้าเขตเมืองโกเบบิสก่อน” แมทตอบกลับมาทั้งที่สายตายังจ้องมองถนน “แถวนั้นจะค่อนข้างโดดเดี่ยว ไม่ค่อยมีพวกร้านค้า ระหว่างทางมีแค่ปั้มน้ำมัน เธอต้องซื้อของใข้จำเป็นอะไรอีกไหม”

“ไม่มีแล้วครับ พี่เคธช่วยทำลิสให้ ผมเตรียมของมาครบหมดแล้ว” ผมตอบเขาไป แล้วนึกขึ้นมาได้ “ที่ฮาร์นาสมีไวไฟไหมครับ ผมอาจจะต้องติดต่อทางบ้านบ้าง เมื่อกี้ตอนจะออกจากสนามบิน ผมซื้อซิมของ MTC ไว้ แต่ไม่รู้จะมีสัญญาณหรือเปล่า”

“สัญญาณไม่มีหรอก แต่ที่ปาร์กมีไวไฟ ถ้าอยู่ตรงส่วนกลางพอใช้ได้ แต่ตรงที่พักใช้ไม่ค่อยได้”
แมทละสายตาจากถนนหันมามองผมแวบหนึ่ง เห็นผมทำหน้าม่อยตามประสาเด็กยุคใหม่ที่ติดอินเตอร์เนต คุณหนวดเขาก็หัวเราะออกมาเบาๆ “ตอนเคธี่มาครั้งแรกก็ทำหน้าแบบเธอเปี๊ยบเลย แต่อยู่หลายวันหน่อยก็ชิน”

“ครับ” ผมตอบแล้วก็ถอนใจ ความจริงก็ดีเหมือนกัน ออกห่างจากโซเชียลก็แปลว่า ไม่มีใครตามตัวผมได้ โดยเฉพาะพี่เมธ ผมยอมรับว่า ผมตั้งใจหนีหน้าเขาและหวังว่าจะทำสำเร็จ

   
วิวข้างทางนั้นแปลกตาจริง แต่พอมองนานเข้าก็ไม่มีอะไรใหม่นอกจากทุ่งหญ้า ผมยังเพลียจากการนั่งเครื่องบินก็เลยผล็อยหลับไป ผมคิดว่าตัวเองหลับไปแป๊บเดียว แต่พอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง แสงอาทิตย์ก็อ่อนลงไปมากแล้ว ท้องฟ้ากลายเป็นสีชมพูจาง ถนนข้างหน้ากลายเป็นลูกรัง แต่สองข้างทางมีต้นไม้หนาแน่นขึ้นมาหน่อย

แมทได้ยินเสียงผมขยับตัวก็เลยหันมา “ใกล้ถึงแล้ว ฤดูนี้ดวงอาทิตย์ตกเร็วหน่อย ดีที่มาถึงได้ก่อนค่ำ”
   
รถผ่านด่านทางเข้าที่เขียนว่า HARNAS WILDLIFE FOUNDATION แต่กว่าจะถึงที่พักก็เข้าไปอีกไกล ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าพอดี แมทจอดรถแล้วช่วยผมถือกระเป๋าลากใบใหญ่ ส่วนผมสะพายเป้ เดินตามเขาไปลงทะเบียนที่รีเซบชั่น

ระหว่างนั้นเขาก็อธิบายกับผมด้วยสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย “ขอโทษนะ ตอนเคธี่ติดต่อมา ฉันพยายามจะจองห้องเดี่ยวให้ แต่ช่วงนี้เป็นไฮซีซั่น ห้องเต็มไปอีก 2 อาทิตย์ เธอคงต้องพักกับฉันไปก่อน”

“ผมอยู่ได้ครับ สบายมาก” ผมรีบตอบเขาไป ผมหาข้อมูลมาบ้างเลยรู้ว่า ไฮซีซั่นแบบนี้มีคนมาเป็นอาสาสมัครที่นี่ค่อนข้างมาก แค่รบกวนให้เขาจัดการลงชื่อให้แถมยังไปรับที่สนามบิน ผมก็เกรงใจเขาจะแย่แล้ว “ผมกินง่ายอยู่ง่าย ไม่นอนกรนครับ”

คุณหนวดยิ้มเจื่อนๆ  “ฉันไม่ห่วงเรื่องนอนกรนหรอก เพียงแต่กลัวเธอจะอึดอัดน่ะ” เขาโคลงศีรษะเหมือนไม่รู้จะอธิบายยังไง จนกระทั่งผมตามเขาไปถึงกระท่อมดินหลังเล็กแล้วถึงเข้าใจ...ห้องของเขาเป็นเตียงเดี่ยว 2 เตียง แต่ด้วยความที่ห้องค่อนข้างแคบ ทางปาร์กก็เลยดันเตียงมาชิดกันจนเกือบจะเป็นเตียงคู่

“โทษทีนะ ตอนจองห้อง ฉันกะว่าจะนอนคนเดียว เลยคิดแค่ว่า แบบนี้ก็เตียงกว้างดี”
   
แมทบอก ส่วนผมยิ้มแหยๆ ให้เขา “อ่า...ไม่เป็นไรครับ ผมไม่นอนดิ้น”

อีกฝ่ายเห็นว่าผมไม่งอแงอะไรก็พยักหน้า ชมเสียงกลั้วหัวเราะ “อยู่ง่ายจริงๆ ด้วย ถ้าอย่างนั้นก็ล้างหน้าล้างตาก่อนนะ เดี๋ยวฉันพาไปกินข้าว” เขาบอกแล้วก็เดินไปเปิดไม้ที่อยู่ติดผนัง หยิบเสื้อออกมาตัวหนึ่ง แล้วถอดเสื้อที่สวมอยู่ออก เปลี่ยนเป็นเสื้อแขนยาวอีกตัว

“คี เดี๋ยวเปลี่ยนเสื้อให้หนาหน่อย หรือหาแจ็กเกตมาสวมทับด้วยนะ ฤดูนี้พอพระอาทิตย์ตกแล้วอุณหภูมิจะลดลงไปเกือบสิบองศา อากาศข้างนอกค่อนข้างเย็น”

“ครับ” ผมรับคำ แล้วยืนกะพริบตาปริบมองกล้ามอกกับกล้ามท้องแน่นๆ ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ก่อนจะเรียกสติตัวเองกลับมา แล้วรีบเปิดกระเป๋า หยิบผ้าขนหนูออกมา “งั้นผมไปล้างหน้าก่อนนะครับ”

ผมรีบเดินเข้าห้องน้ำเล็กๆ ในห้องพัก โดยมีแมทที่สวมเสื้อเรียบร้อยแล้วมองตามมาแบบงงๆ

............................TBC....................................


มาทีละนิด เพราะต้องนั่งเปิดข้อมูลไปด้วย
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและคอมเมนท์ด้วยนะคะ /โค้ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-06-2018 01:53:18 โดย naoto »

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19
Re: Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Chapter 2
«ตอบ #6 เมื่อ15-06-2018 00:55:46 »

 :katai2-1:

ชอบๆ

ออฟไลน์ naoto

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
Re: Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Chapter 3
«ตอบ #7 เมื่อ17-06-2018 01:42:59 »

บทที่ 3

ผมล้างหน้าล้างตา หาแจ็กเกตมาสวมตามที่แมทบอก แล้วเดินตามเขาออกไปกินอาหารเย็น ข้างนอกฟ้ามืดสนิทแล้ว แต่พวกเราเดินไปร้านอาหารได้ไม่ลำบากเพราะมีแสงไฟสว่างอยู่หน้าที่พักและทางเดิน แมทอธิบายว่า ฮาร์นาสใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีไฟฟ้า

“ที่พักแบ่งเป็น 2 โซนนะ มีส่วนที่เป็น Volunteer Village กับห้องพักแขก ส่วนที่เราอยู่เป็นส่วนห้องพักสำหรับแขก ฉันไม่ได้อยู่หมู่บ้านอาสาสมัครเพราะโปรแกรมอาสาสมัครของที่นี่แบ่งเป็นรอบ รอบละ 14 วัน เริ่มต้นวันพฤหัส พออาสาสมัครรอบนี้หมดก็จะมีคนใหม่เข้ามาพักแทน ฉันตั้งใจว่าจะอยู่เป็นเดือน ไม่อยากกินที่คนอื่น ก็เลยจองห้องพักแขกระยะยาวไปเลย”

“ห้องพักแขกราคาแพงกว่าไม่ใช่เหรอครับ ผมจะอยู่ห้องคุณตั้งหลายอาทิตย์ ถ้าอย่างนั้นผมช่วยแชร์ค่าห้องนะ” ผมรีบบอกเขา

ฮาร์นาสไม่ใช่งานองค์กรการกุศล แต่เป็นศูนย์อนุรักษ์ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวมาทำงานใกล้ชิดกับสัตว์ป่า เพราะฉะนั้นถึงจะเรียกว่าอาสาสมัครแต่ก็ไม่ได้กินฟรีอยู่ฟรี ค่าที่พักกับโปรแกรมทัวร์ของที่นี่แพงอยู่เหมือนกัน ยิ่งเป็นห้องพักแขกที่มีห้องน้ำในตัว สะดวกสบายกว่าหมู่บ้านอาสาที่ต้องใช้ห้องน้ำรวม ราคายิ่งสูง ผมเลยค่อนข้างเกรงใจเจ้าของห้องที่ผมมาค้างด้วย

“ไม่เป็นไร เคธี่จ่ายค่าสมัครของคีไว้หมดแล้ว ส่วนค่าห้องยังไงฉันก็จ่ายราคานี้แล้ว ให้เธอมาอาศัยด้วย ไม่ได้จ่ายค่าห้องเพิ่มนี่นา คีตัวเล็กนิดเดียว ไม่กินที่ในห้องเท่าไหร่หรอก”

แมทตอบกลั้วหัวเราะแล้วเดินดุ่มๆ นำไป ผมหรี่ตามองแผ่นหลังของเขา แซวว่าผมตัวเล็ก ผมสูงตามมาตรฐานชายไทยนะ คนพูดนั่นแหละที่สูงใหญ่เป็นยักษ์ปักหลั่น


พวกผมเดินไปถึงร้านอาหาร ผมชะงักไปหน่อยเมื่อเห็นว่า ตรงทางเข้านั่นมี...เอ่อ หมู..ใช่มั้ยนะ หมูตัวหนึ่งนอนอุตุอยู่ริมประตูอย่างสบายใจ แต่มันไม่ใช่หมูตัวอ้วนสีชมพูแบบหมูเมืองไทย เป็นหมูป่าที่มีขนแถมมีเขี้ยวโง้งออกมาสองข้าง หน้าตาคุ้นๆ อยู่

“แมทครับ นั่นมัน...”
ผมพยายามนึกคำศัพท์ภาษาอังกฤษแต่นึกไม่ออก เลยเรียกชื่อแต่ผุดขึ้นมาในหัวเสียงดัง “พุมบ้าใช่ไหม! พุมบ้าที่อยู่กับทิโมนแล้วก็ซิมบ้าน่ะ”

“พุมบ้า?” แมทเลิกคิ้ว ทำหน้างงๆ แต่พอเห็นเจ้าหมูป่าที่ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงผม และหันหน้ามองพวกเราอย่างงัวเงีย เขาก็หัวเราะ  “ไลอ้อนคิงสินะ ฮ่าๆ ใช่แล้ว ตัวนี้เขาเรียกว่าวาร์ทฮอก (Warthog) เป็นหมูป่าแอฟริกา คีชอบดูการ์ตูนดิสนีย์ด้วยเหรอ” ประโยคหลังเขาแกล้งแซว

“เฉพาะพวกเรื่องเกี่ยวกับสัตว์ละครับ ไลอ้อนคิงนี่ชอบเป็นพิเศษ ตอนเด็กๆ ดูบ่อยจนแทบจะจำบทได้เลยละ ที่นี่เขาปล่อยให้พวกสัตว์เข้ามาด้วยเหรอครับ ผมนึกว่าจะต้องเข้าไปในเขตอนุรักษ์ถึงจะเห็น”

“ถ้าพวกสัตว์ไม่ดุร้ายก็ไม่ต้องกั้นเขตหรอก ที่นี่ปล่อยฟรี เดินๆ อยู่ก็มีเมียแคทไม่ก็หนูน้ำยกขบวนเดินตัดหน้า ไว้กลางวันจะเห็นชัดหน่อย มียีราฟกับกวางเข้ามาดื่มน้ำที่บ่อด้วย อ้อ พูดแล้วก็นึกขึ้นมาได้ ถ้าเข้าห้องแล้วหรือจะออกจากห้องไปไหน ต้องปิดประตูเคบินให้สนิทนะ ไม่งั้นอาจจะมีแขกมาเยี่ยม แถวนี้มีพวกตัวแสบที่ชอบเข้ามาค้นข้าวของในห้องพักแขกหลายตัวเลย”

ผมพยักหน้าพลางกลืนน้ำลาย...ที่ว่าใกล้ชิดธรรมชาตินี่ใกล้ชิดจริงๆ ด้วยแฮะ

พวกเราจัดการอาหารเย็นอย่างรวดเร็ว แมทบอกว่า ความจริงคืนนี้มีไนท์ทัวร์ แต่ผมเพิ่งเดินทางมาถึง คงยังเหนื่อย ยังไงก็ยังอยู่อีกเกือบเดือน ไว้ค่อยไปวันหลังดีกว่า “วันนี้รีบกลับไปพัก แล้วเข้านอนเร็วๆ ถ้าพรุ่งนี้ตื่นไหว ตอนเช้าจะพาไปเลี้ยงอาหารสิงโต ทีนี้คีจะได้เห็นซิมบ้าตัวจริงบ้าง”

เขาบอกด้วยสีหน้ายิ้มๆ อย่างกับผู้ใหญ่หลอกเด็กให้นอนเร็วแล้วจะพาไปเที่ยวอย่างนั้นแหละ แต่ข้อเสนอนี้ผมยอมถูกหลอก ผมรีบพยักหน้าตกลงทันที “ตื่นไหวครับ ผมจะตั้งนาฬิกาปลุก”

พวกเราเดินออกมาจากร้านอาหาร สวนกับคนกลุ่มใหญ่ที่เพิ่งเข้ามา ทั้งหมดเป็นวัยรุ่นตะวันตกผิวขาว 7-8 คน หญิงสาวผมบลอนด์หน้าสวยเด่นคนหนึ่งในกลุ่มทักพี่หนวดที่อยู่ข้างๆ ผม “ไฮ แมท มากินข้าวเหรอคะ ทำไมวันนี้ฉันไม่เห็นคุณเลย”

“ผมไปรับเพื่อนที่สนามบินน่ะ”
แมทยิ้มบางแล้วตอบกลับ หญิงสาวคนนั้นกับคนอื่นๆ ในกลุ่มเลยพากันมองมาทางผม แมทจึงแนะนำว่า “นี่คีตะ เขามาจากประเทศไทย ส่วนทางนี้ลิซ่ากับเพื่อนๆ เป็นอาสาสมัครที่นี่มาจะครบ 2 สัปดาห์แล้ว”

“ไฮ เรียกผมว่า คี ก็ได้ครับ” ผมยิ้มแล้วแนะนำตัวเอง

หญิงสาวที่ชื่อลิซ่ายิ้มตอบ แต่ดวงตาของเธอกลับไม่ยิ้มด้วย หล่อนมองผมอย่างสงสัย “ยินดีต้อนรับสู่ฮาร์นาสนะคะ คี แหม ไม่ยักรู้ว่าแมทมี ‘เพื่อน’ น่ารักแบบนี้ด้วย เราคงได้เจอกันอีก พรุ่งนี้คุณมีแผนยังไงคะแมท เห็นสต๊าฟบอกว่า จะพาพวกเราไปมอร์นิ่งวอร์กกับเสือชีต้า คุณจะไปด้วยกันไหม”

ลิซ่าชวนด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นแถมยังมองแมทตาหวานเชื่อม แต่คนถูกมองกลับส่ายหน้า ปฏิเสธเสียงเรียบเฉย “คงไม่ได้ พรุ่งนี้ผมว่าจะพาคีไปลองให้อาหารสิงโตก่อนน่ะ เขาเพิ่งมาถึง ยังไม่ค่อยชินกับพวกสัตว์”

“เหรอคะ...น่าเสียดายจัง”
ผู้หญิงคนนั้นทำหน้าม่อยแต่ผมเห็นว่าเจ้าหล่อนแอบเหลือบมองผมแวบหนึ่งอย่างไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่

...อ่า เต๊าะพี่หนวดไม่สำเร็จแล้วมาโทษว่าเป็นเพราะผมเหรอครับ

ผมยิ้มแหยแต่ไม่ได้พูดอะไร รอจนกระทั่งกลับมาถึงห้องพักแล้ว จึงค่อยบอกเจ้าของห้องว่า “แมทครับ พรุ่งนี้คุณจะเปลี่ยนแผนไปมอร์นิ่งวอร์กกับคุณลิซ่าก็ได้นะครับ ผมยังไม่ชินกับพวกสัตว์ ผมนอนเฝ้าห้องก็ได้”

แมทขมวดคิ้ว ค้านเสียงดุๆ “ไม่ได้สิ เคธี่ฝากให้ฉันดูแลคี ฉันจะทิ้งเธอไว้ที่ห้องได้ยังไง”

“เอ่อ...ก็...” ผมอึกอัก ก็ผมมารบกวนแบ่งที่พักเขา ให้เขาดูแลแล้ว ถ้าขืนเป็นต้นเหตุให้เขาเสียโอกาสอยู่กับสาวสวยด้วย ผมคงรู้สึกผิดไปกันใหญ่น่ะสิ

คุณยักษ์เห็นผมทำหน้าลำบากใจก็เลยเดินมาลูบหัวปลอบ
“ตามแผนเดิมนั่นแหละ คีรีบนอนเถอะ พรุ่งนี้จะได้ตื่นไปให้อาหารสิงโต”

เขาทำเหมือนผมเป็นเด็กอีกแล้ว สงสัยเพราะผมเป็นน้องชายของเพื่อน เขาเลยมองผมเป็นน้องไปด้วย ผมเลยได้แต่พยักหน้าหงึกๆ ตกลง

พวกเราเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็เข้านอน เตียงเดี่ยวที่เลื่อนมาติดกันนั่นก็กว้างพอประมาณ นอน 2 คนได้แบบไม่เบียดกัน ผมเคยชินกับเวลาไปนอนค้างคอนโดพี่เมธ ก็เลยไม่รู้สึกอึดอัดที่มีคนมานอนข้างๆ

...ตอนนี้พี่เมธเองก็คงมีคนอื่นมานอนบนเตียงหลังนั้นแทนผมแล้วละมั้ง

ผมคิดแล้วก็รู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งเลื่อนมาจุกที่คอ ช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมยุ่งเรื่องเตรียมตัวเดินทางจนลืมความเศร้าไปได้บ้าง แต่อยู่ๆ คืนนี้กลับรู้สึกโหวงๆ ขึ้นมาอีก

ผมพลิกตัวนอนตะแคง หันไปที่ขอบเตียงอีกฝั่ง พยายามกลั้นน้ำตา แต่สุดท้ายมันก็ยังไหลลงมาเปียกหมอน ข้างนอกตอนนี้เงียบสงัด มีเพียงเสียงสัตว์ป่าร้องอยู่ไกลๆ กับเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนที่ตะแคงหันหลังให้

ไม่รู้ว่าแมทหลับไปแล้วจริงๆ หรือแค่พยายามทำเป็นหลับเพื่อไม่ให้ผมอาย แต่ผมก็พยายามกลั้นเสียงสะอื้นและสูดจมูกเบาๆ จะได้ไม่รบกวนเขา

อย่าร้องสิวะ คี หนีมาไกลขนาดนี้เพื่อจะลืมไม่ใช่หรือไง

............................TBC....................................


เท่าที่คำนวน น่าจะมาต่อได้ความยาวประมาณนี้ทุกตอน อาจจะสั้นหน่อย ต้องขออภัยด้วยนะคะ
ตอนหน้าน้องคีจะได้เห็นสิงโตตัวจริงแล้วค่ะ หลังจากที่อยู่กับคุณสิงโตมาข้ามวันข้ามคืน


แนบภาพซิมบ้า, ทิโมน และพุมบ้าค่ะ ใครดูไลอ้อนคิงน่าจะชอบบอยแบนด์กลุ่มนี้เหมือนน้องคี "ฮาคูน่ามาทาท่า"

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและคอมเมนท์ด้วยนะคะ /โค้ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-06-2018 23:32:22 โดย naoto »

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3262
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
Re: Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Chapter 3
«ตอบ #8 เมื่อ17-06-2018 11:30:19 »

น่าร้ากกก

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19
Re: Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Chapter 3
«ตอบ #9 เมื่อ17-06-2018 23:47:01 »

 :katai2-1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Chapter 3
« ตอบ #9 เมื่อ: 17-06-2018 23:47:01 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ padthaiyen

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1011
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-2
Re: Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Chapter 3
«ตอบ #10 เมื่อ18-06-2018 02:41:56 »

เนื้อเรื่องน่าสนใจ

ออฟไลน์ cchompoo

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1407
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-4
Re: Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Chapter 3
«ตอบ #11 เมื่อ18-06-2018 07:11:25 »

 :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ naoto

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
Re: Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Chapter 4
«ตอบ #12 เมื่อ21-06-2018 14:51:52 »

บทที่ 4

เมื่อคืนผมนอนร้องไห้จนผล็อยหลับไป ตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนฟ้าสาง ได้ยินเสียงแมทเปิดประตูห้องน้ำก็เลยลืมตาขึ้นมาดู ข้างนอกท้องฟ้าเพิ่งจะเปลี่ยนจากสีดำเป็นสีฟ้าอมส้ม มีเสียงนกร้องดังจุ๊บจิ๊บ ผมขยับตัวลุกขึ้น ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อผ้ามารอใช้ห้องน้ำต่อจากเจ้าของห้อง

พักหนึ่งแมทก็เดินออกมา เขาใส่เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงแบบคาร์โกลายพราง พอเห็นผมยืนกอดเสื้อผ้าตัวเองหน้าตางัวเงีย เขาก็ยิ้มแล้วทักว่า “มอร์นิ่ง คี หลับสบายดีไหม”

“สบายครับ” ผมยิ้มตอบ คิดว่าเขาคงทักทายตามมารยาท และหวังว่าเขาจะไม่ได้ยินเสียงร้องไห้ของผมเมื่อคืน

ผมเข้าห้องน้ำต่อจากแมท จัดการอาบน้ำสระผมเรียบร้อยแล้วจึงใช้ผ้าเช็ดตัวคลุมผมเปียกๆ เดินออกมา
“ขอโทษครับ แมท ในห้องนี้มีไดร์เป่าผมไหมครับ”

อีกฝ่ายพยักหน้า ชี้มือไปทางชั้นซึ่งอยู่มุมห้อง “อยู่บนชั้นโน่นแน่ะ แต่ไม่รู้ใช้ได้หรือเปล่านะ ฉันไม่เคยหยิบมาใช้เลย ปกติสระแล้วก็เช็ดๆ ผมเอา”

ผมมองเส้นผมยาวๆ ที่หยักศกเล็กน้อยของเขา ตอนนี้เจ้าตัวมัดไว้เรียบร้อย ดูท่าพร้อมจะออกไปข้างนอกแล้ว ผมก็เลยเปลี่ยนใจไม่เป่าผม แต่เช็ดๆ เอาพอแห้งอย่างที่เขาว่า แมทมองดูผมตากผ้าเช็ดตัวแล้วก็ถาม “คีสระผมทุกเช้าเลยเหรอ”

“ครับ ผมขี้ร้อนน่ะ ถ้าไม่สระผมจะรู้สึกไม่ค่อยสบายหัว เอ๊ะ หรือว่าถ้าอยู่ที่นี่จะไม่ควรอาบน้ำสระผมบ่อยๆ ครับ” ผมถาม “กลิ่นสบู่กลิ่นแชมพูจะไปรบกวนพวกสัตว์หรือเปล่า”
   
แมทเห็นท่าทางกังวลของผมแล้วก็รีบส่ายหน้า เอ่ยกลั้วหัวเราะว่า “เปล่าหรอก ถามเพราะแปลกใจเท่านั้น ปกติจะเห็นคนชอบสระผมกันตอนกลางคืนมากกว่า เรื่องกลิ่นไม่ต้องเป็นห่วง ถ้าไม่ฉุนมากก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าขนาดใส่น้ำหอม พวกสัตว์อาจจะไม่ค่อยชอบ”
   
ผมยังห่วงไม่หายเลยลองจับปลายผมตัวเองมาดมๆ ดู
“แชมพูของผมก็มีกลิ่นนิดหน่อยนะครับ มันเป็นกลิ่นสมุนไพรด้วย คุณว่าจะแรงไปไหม ถ้าแรงไป ผมจะได้ไปล้างออกอีกที”
   
แมทลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้ผม แต่ไม่ได้ประชิดตัวจนเกินไปนัก เขาก้มหน้าลงมาใกล้ศีรษะผมแล้วสูดลมหายใจเข้าช้าๆ
พอยืนเทียบกันแบบนี้แล้วถึงเห็นว่า เขาสูงกว่าผมอยู่เป็นคืบเลย ระดับสายตาผมอยู่แค่คางเขาเท่านั้นเอง แล้วตอนนี้ริมฝีปากที่อยู่ใต้เครารกๆ ก็กำลังขยับเอ่ยว่า
“โอเคแล้ว กลิ่นไม่แรงไปหรอก”

เขาบอกแล้วก็ถอยออกไป ก่อนจะถามต่อ “คีใช้แชมพูอะไร กลิ่นหอมแปลกดีนะ”

“อ๋อ ผมชอบใช้แชมพูสมุนไพรน่ะ อันนี้กลิ่น...แฝกหอม เอ่อ Vetiver Grass น่ะครับ”
ผมคิดหาคำศัพท์ภาษาอังกฤษอยู่ 2-3 วิแล้วตอบเขา “เป็นสมุนไพรไทย รากมีน้ำมันหอมระเหย ได้กลิ่นแล้วสดชื่นดี ถ้าคุณสนใจลองใช้ดูก็ได้นะ ผมเอามาขวดใหญ่เลย อยู่ในห้องน้ำ” ผมเผลอโฆษณาสินค้าโอท็อปของประเทศเลยร่ายยาว

แมทหัวเราะ “อืม กลิ่นหอมเย็นชวนให้สบายใจจริงๆ ด้วย ไว้วันหลังจะลองบ้าง ตอนนี้ไปกินข้าวกันเถอะ เดี๋ยวจะได้ไปดูสิงโต” เขาบอกแล้วก็เดินนำผมออกไปจากห้อง


พวกเราไปกินอาหารเช้าที่โรงอาหารซึ่งแมทพาผมมาแล้วเมื่อคืน ตอนที่เรากินมื้อเย็นยังไม่ค่อยมีคนเท่าไร แต่เช้าวันนี้มีคนนั่งอยู่เต็มทุกโต๊ะ แมทบอกว่าเพราะที่ฮาร์นาสมีตารางเวลาชัดเจน ส่วนใหญ่ทั้งแขกที่มาพักและอาสาสมัครในหมู่บ้านอาสาจึงจะมากินอาหารเช้าพร้อมกันตอน 7 โมง ก่อนจะแยกย้ายไปตามจุดต่างๆ

“ถ้าเป็นโปรแกรมอาสาสมัครแบบ 14 วัน อาสาสมัครจะมาถึงกันตอนบ่ายวันศุกร์ วันเสาร์ถึงจะเริ่มโปรแกรมน่ะ ก็จะมีการแนะนำก่อนแล้วค่อยเป็นทัวร์ฟาร์มช่วงบ่าย เริ่มงานจริงก็วันอาทิตย์ แต่ของคี เคธี่บอกให้ฉันบุ๊คเป็น exclusive volunteer จะเริ่มวันจันทร์หน้าพร้อมแขกคนอื่น 2-3 วันนี้ก็พักผ่อน ดูอะไรไปก่อน”

“ไม่เป็นไรครับ ผมกะว่าจะอยู่ตั้งเกือบเดือน มีเวลาเหลือเฟือ” ผมตอบแล้วหยิบแซนวิชขึ้นมากัด

พวกลิซ่ากับเพื่อนซึ่งผมเพิ่งเจอเมื่อคืนเดินเข้ามาพอดี หญิงสาวผมบลอนด์คนนั้นสวมเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นอวดเรียวขา แต่ก็ดูทะมัดทะแมงดี พอเห็นพวกผม หล่อนก็เดินเข้ามาทัก “มอร์นิ่งค่ะ แมท มอร์นิ่ง คี ขอพวกเรานั่งด้วยได้ไหม”

แมทพยักหน้าแล้วเขยิบที่ให้ ผมก็เลยทำตาม ลิซ่าทรุดนั่งลงข้างแมท ขณะที่เพื่อนเธออีก 2 คนนั่งฝั่งผม ลิซ่ากินอาหารเช้าพลางชวนคุย “วันนี้พวกคุณมีแผนจะไปไหนกันหรือคะ”

“เดี๋ยวผมจะพาคีไปมอร์นิ่งทัวร์ก่อนน่ะ พอดีเควินชวนไปช่วยให้อาหารพวกสิงโตด้วย ส่วนตอนบ่ายคงพาคีดูรอบๆ ฟาร์มก่อน” แมทตอบ

“ว้าว น่าอิจฉาคีจังเลย มีไกด์นำเที่ยวกิตติมศักดิ์ด้วย”
ลิซ่าแกล้งเย้าด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่ผมแอบเห็นว่า สายตาเธอออกจะแข็งๆ ในใจคงไม่ได้ยินดีเหมือนปากพูด ถ้าถามว่า ผมรู้ได้ยังไง ก็เพราะผมเคยเห็นสายตาแบบนี้จากน้องรหัสพี่เมธอยู่บ่อยๆ น่ะสิ ตอนแรกผมแค่คิดว่าเธอแค่ไม่ชอบผม แต่ตอนนี้รู้แล้วว่า สายตาแบบนี้แปลว่า อิจฉา

โดนสาวสวยอิจฉาเพราะคุณสิงโตต้องมาเทคแคร์ผม ควรจะบอกเธอดีไหมเนี่ยว่า ที่เขาดูแลผมก็เพราะเจ้เคธฝากฝังมา - - แต่เห็นท่าทางแบบนี้แล้วไม่บอกดีกว่า

ลิซ่ายังอ้อยอิ่งชวนแมทคุยอยู่พักใหญ่ พวกผมกินอาหารเสร็จก่อนพวกเธอ แต่ไม่อยากจะลุกหนีให้เสียมารยาท จนกระทั่งเพื่อนของลิซ่ากินอาหารเสร็จแล้วมาชวนเธอไปมอร์นิ่งวอร์กกับชีต้าตามกำหนด หญิงสาวขัดเพื่อนไม่ได้ก็เลยบอกลาแล้วลุกไป ผมแอบถอนใจเบาๆ

แมทดูนาฬิกาแล้วก็บอกว่า “ไปเถอะ ได้เวลาพอดี ป่านนี้เควินไปรอพวกเราที่โรงรถแล้ว”

ผมเดินตามพี่ยักษ์ไปตามทางเดินจนถึงโรงเรือนชั้นเดียวสีส้ม ตรงนี้เป็นที่เตรียมอาหารของพวกสัตว์ มีอาหารและของสดหลายชนิดอยู่ในถังที่ตั้งเรียงราย กลิ่นค่อนข้างแรงอยู่เหมืนกัน แต่ผมไม่ได้รังเกียจอะไร

เควินซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของฮาร์นาสรอพวกเราอยู่ แมทแนะนำให้ผมรู้จักเขา แล้วผมช่วยแมทกับเควินถือถังที่เป็นเนื้อสดสีแดงเปื้อนเลือดขึ้นไปบนรถกะบะแบบที่มีกรงเหล็กติดทางด้านหลัง แล้วพวกเราสองคนก็ต้องนั่งไปในกรงนั่นแหละ ดีว่าด้านบนเปิดเป็นช่องให้ยืดตัวขึ้นไปยืดดูอะไรๆ ได้

“ถ้าไม่มีช่องข้างบนนี่ ผมต้องนึกว่าตัวเองเป็นสิงโตที่กำลังจะถูกจับไปปล่อยแน่เลยครับ”
ผมพูดกับแมทระหว่างที่รถแล่นออกจากโซนที่พัก

เขาหันกลับมาแล้วส่ายหน้าขำๆ “คีดูไม่เหมือนสิงโตนะ ถ้าเป็นลูกแมวก็ว่าไปอย่าง หน้าตาบ้องแบ๊วเหมือนกัน”

ผมเบิกตาโต โอ้โห นี่เริ่มสนิทกันแล้วแซวผมเลยนะ ผมก็เลยแซวเขากลับไปบ้าง 
“ผมไม่เหมือนสิงโตก็ได้ แต่แมทน่ะเหมือนแน่ๆ ยิ่งมีทั้งหนวดทั้งเคราแบบนี้ ถ้าปล่อยผมนะ เหมือนเปี๊ยบเลย”

คุณสิงโตถูกผมแซวแล้วก็ไม่ได้ว่าอะไร นอกจากหัวเราะเสียงดังจนลั่นกรง

............................TBC....................................

มาทีละนิดอีกแล้ว พอดีช่วงนี้ตารางงานเราค่อนข้างแน่น เลยแอบมาจิ้มได้ทีละหน่อยค่ะ
น้องคีไม่ได้เห็นสิงโตตัวจริงสักที เห็นแต่พี่สิงโตข้างตัวนี่แหละ ไว้ตอนหน้าค่อยไปทัวร์ฮาร์นาสกันจริงจังนะคะ

แอบแปะอิมเมจน้องคีในความคิดคุณสิงโต


cr. pix by jessiefeross pixabay.com


ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านด้วยค่ะ /โค้ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-06-2018 23:34:46 โดย naoto »

ออฟไลน์ cchompoo

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1407
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-4
Re: Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Chapter 4
«ตอบ #13 เมื่อ21-06-2018 18:20:32 »

น่ารักมากค่า

ออฟไลน์ winndy

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1171
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-3
Re: Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Chapter 4
«ตอบ #14 เมื่อ21-06-2018 20:14:53 »

น่าติดตามมาค่ะ เหมือนได้ตามไปเที่ยวด้วย

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2637
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7
Re: Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Chapter 4
«ตอบ #15 เมื่อ21-06-2018 20:55:00 »

 :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3262
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
Re: Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Chapter 4
«ตอบ #16 เมื่อ21-06-2018 22:16:38 »

รัก คุณสิงโต~ :o8:

ออฟไลน์ ♥lvl♀‘O’Deal2♥

  • หานิยายถูกใจยากจัง!
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2742
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +176/-4
Re: Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Chapter 4
«ตอบ #17 เมื่อ21-06-2018 22:32:30 »

มารอ

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19
Re: Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Chapter 4
«ตอบ #18 เมื่อ22-06-2018 00:36:46 »

 :katai2-1:

ออฟไลน์ naoto

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
Re: Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Chapter 5
«ตอบ #19 เมื่อ23-06-2018 01:09:40 »

บทที่ 5

พวกเรานั่งอยู่ในกรงท้ายรถกะบะของเควิน ผ่านด่านกั้นเข้าไปในส่วนของพื้นที่อนุรักษ์ซึ่งเป็นทุ่งหญ้ากับป่าโปร่งมีต้นไม้ต้นไม่สูงนัก ในที่สุดผมก็เห็นสิงโต 3 ตัวเดินอยู่ในทุ่งหญ้าข้างทาง เควินจอดรถให้พวกเราดูมันใกล้ๆ แต่ไม่ให้ออกจากกรงตาข่าย แค่ยืดตัวโผล่ออกมาทางช่องด้านบนเท่านั้น

“เป็นไง คี เหมือนซิมบ้าในการ์ตูนไหม”
แมทเห็นผมเบิกตากว้างอย่างตื่นตาตื่นใจก็ออกปากแซวผมอีกแล้ว ผมหรี่ตามองเขา “เหมือนอยู่แล้วละครับ ผมเคยเห็นสิงโตแล้วน่า ที่เมืองไทยก็มีสวนสัตว์เปิดนะ” ซาฟารี เวิร์ลไง สมัยเด็กๆ ผมไปประจำเลย เพียงแต่สิงโตที่เมืองไทยจะทำหน้าง่วงๆ หน่อย เอาแต่นอน ไม่เดินไปเดินมาเหมือนที่นี่
   
“เราจะให้อาหารสิงโตที่นี่เหรอครับ”
ผมถามชะโงกหน้าไปถามเควินที่ออกมายืนข้างตัวรถแบบไม่กลัวพวกสิงโตที่อยู่ห่างออกไปไม่เท่าไหร่ คุณเจ้าหน้าที่หัวเราะแล้วตอบกลับมาว่า “ไม่ใช่หรอก แมทขอให้วนเข้ามาให้คีได้เห็นสิงโตเดินเล่นกันตามธรรมชาติก่อน ถ้าจะให้อาหารต้องไปให้ตรงจุดที่เตรียมไว้ ตรงนั้นจะมีรั้วลวดเหล็กกั้นเพื่อความปลอดภัย”

เขาบอกแล้วก็ถามว่า ผมอยากไปต่อหรือยัง ผมขอเวลายกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปเจ้าสิงโต 3 ตัวนั้นไว้ เสร็จแล้วเควินจึงกลับขึ้นรถแล้วขับพาพวกเราอ้อมออกมาจากตรงนั้น

พวกเรามาถึงจุดให้อาหารสิงโตซึ่งมีรั้วตาข่ายเหล็กสูงกั้นเป็นแนวยาว พอรถจอด พวกสิงโตที่มารอกินอาหารเช้าก็เยื้องย่องออกมาเดินวนเวียนอยู่หน้ารั้วลวด ส่งเสียงคำรามต่ำๆ ผมช่วยแมทกับเควินขนถังอาหารลงจากรถ แล้วพวกเขาก็ช่วยกันสาธิตให้ดูว่าจะให้อาหารพวกสิงโตอย่างไร ก็ไม่อยากหรอกครับ แค่โยนข้ามรั้วไปเท่านั้น
   
ผมสวมถุงมือยางคู่ใหญ่ แล้วก้มลงหยิบขาแกะเปื้อนเลือดในถัง ออกแรงโยนข้ามรั้วสูงไปตกปุลงบนพื้นดินฝั่งตรงข้าม สิงโตตัวเมียท่าทางปราดเปรียวตัวหนึ่งตรงเข้ามาขย้ำเนื้อกินท่าทางเอร็ดอร่อย ผมหยิบเนื้อส่วนซี่โครงแผ่นใหญ่โยนข้ามไป คราวนี้เป็นสิงโตตัวผู้ที่มีแผงคอฟูสวย มันเงยหน้า อ้าปากคว้าเนื้อที่ลอยลิ่วมาไปแทะกินทั้งชิ้น

เสร็จจากให้อาหารสิงโต เราก็ไปให้อาหาร African Wild Dog ต่อ หมาป่าแอฟริกันนี่ไม่เหมือนหมาป่าตะวันตกที่คนไทยคุ้นเคย หน้ามันค่อนข้างสั้น ตัวก็เล็ก มีจุดเด่นที่หูกลมใหญ่ ขนสั้นเแล้วก็มีลายสีดำตามลำตัว คนเลยมักจำมันสับสนกับตัวไฮยีน่าเสียมากกว่า

เจ้าหมาป่าพวกนี้ไม่เหมือนบรรดาคุณสิงโตที่กินอาหารอย่างสงบ พวกมันกรูกันเข้ามากระโดดแย่งอาหาร ขนาดผมกับแมทช่วยกันโยนอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเครื่องในข้ามไปให้พวกมันตั้งหลายชิ้น พวกมันก็ยังกัดกันเองวุ่นวาย

ระหว่างที่ยืนดูพวกหมาป่าแย่งอาหารกัน เควินก็อธิบายให้ผมฟังว่า หมาป่าแอฟริกันเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ไอคิวสูงมาก อยู่รวมกันเป็นฝูงและชอบล่าสัตว์ใหญ่ อย่างลูกยีราฟ หรือควายป่า พวกมันจะเริ่มจากคว้าหางดึงให้เหยื่อล้ม แล้วกัดศีรษะก่อนจะคว้านที่ท้อง

ผมนึกภาพตามพลางมองดูพวกหมาป่าที่กำลังฉีกเครื่องในกินอย่างตะกรุมตะกรามแล้วก็แอบกลืนน้ำลาย แมทเห็นผมทำหน้าหวาดเสียวก็เลยต่อท้ายว่า “ถึงมันจะดุร้ายและเจ้าเล่ห์ แต่ก็ถูกมนุษย์ล่าไปจนเกือบจะหมดแล้วละ ในธรรมชาติเหลือไม่ถึง 5000 ตัวแล้ว ที่นี่ถึงต้องมีโครงการอนุรักษ์พันธุ์หมาป่าแอฟริกันเป็นพิเศษ”

ผมฟังแล้วก็ถอนใจ “สุดท้ายมนุษย์เราก็ร้ายกาจที่สุดสินะครับ”
ขนาดคนรักกันยังทำร้ายกันได้ลงคอเลย...นี่ผมจะวกกลับมาคิดเรื่องพี่เมธอีกทำไมวะ ไม่เอาแล้ว เลิกคิดๆ

อาหารที่เตรียมมาหมดเกลี้ยงทุกถังแล้ว เควินขับรถพาพวกเราทัวร์ฟาร์มคร่าวๆ (ความจริงแค่ผม เพราะแมทคงสำรวจจนทั่วไปหลายรอบแล้ว) แมทชวนผมยืดตัวยืนผ่านช่องด้านบนของกรงที่เจาะไว้ แล้วชี้อธิบายจุดต่างๆ ในฮาร์นาส แถมยังเล่าประวัติให้ผมฟังย่อๆ

ที่นี่ก่อตั้งมาเกือบ 40 ปี เริ่มจากฟาร์มเล็กๆ ที่อนุรักษ์ลิงพันธุ์หายาก จนกลายเป็นศูนย์อนุรักษ์ที่มีพื้นที่เกือบสี่หมื่นแปดพันไร่ มีสัตว์ป่าสายพันธุ์ต่างๆ ถูกส่งตัว มาจากทั่วแอฟริกา


กว่าพวกเราจะกลับไปถึงที่พักก็ใกล้เที่ยง ผมกับแมทบอกลาเควินแล้วกลับมากินอาหารที่โรงอาหาร คราวนี้ไม่เจอพวกลิซ่ากับเพื่อนอีก พวกเธอคงวุ่นอยู่ที่อื่น ผมแอบโล่งใจ ก็นะ...ผมเพิ่งมาใหม่ ช่วงนี้คงต้องติดสอยห้อยตามแมทไปก่อน ถ้าต้องมานั่งกินข้าวโดยมีสาวสวยมานั่งมองแบบหงุดหงิดไม่ชอบใจอยู่ทุกมื้อ ผมคงฝืดคอแย่

ผมคิดแล้วก็เงยหน้าขึ้นมองพี่ยักษ์ที่นั่งอยู่ตรงข้าม แมทหน้าตาดีจริงๆ แหละ ไม่แปลกที่แม่สาวผมบลอนด์จะอยากกิ๊กด้วย เพราะถึงแมทจะเป็นอเมริกันเอเชีย แถมมีหนวดเครารกไปทั้งหน้า แต่รูปตาเขาเรียวสวย จมูกก็โด่งเป็นสัน แถมตัวก็สูงเกินมาตรฐานผู้ชายเอเชียหรือฝรั่งหลายคนด้วยซ้ำ

“แมทสูงเท่าไหร่ครับเนี่ย” ผมอดถามออกไปไม่ได้

“1.93 เมตร ทำไมเหรอ” เขาตอบแล้วก็ถามกลับมาหน้าตางงๆ

"แค่อยากรู้น่ะ คุณสูงดีจัง เป็นกรรมพันธุ์หรือเปล่าครับ” ผมถาม

แมทหัวเราะ “กรรมพันธุ์เกินครึ่งเลยละ แม่ฉันเป็นลูกครึ่งเยอรมัน ตัวสูงกว่าพ่อฉันอีก”

“มิน่าละ...” ผมหน้าม่อย ตอนแรกกะว่าถ้าไม่ใช่กรรมพันธุ์จะต้องขอเคล็ดลับเพิ่มส่วนสูงจากเขาซะหน่อย “คุณพ่อคุณเป็นเอเชียสินะครับ” ผมเดาจากนามสกุลของเขา

“อืม ไต้หวันน่ะ ท่านมาเรียนที่อเมริกาแล้วเจอแม่ ก็เลยตัดสินใจแต่งงานตั้งรกรากอยู่ที่โน่น”  แมทบอกแล้วก็เปิดรูปคุณพ่อคุณแม่ในโทรศัพท์มือถือให้ผมดู คุณแม่เขาตัวสูงกว่าคุณพ่อจริงๆ ด้วย แต่พวกท่านก็ดูเป็นคู่ที่น่ารัก แถมหน้าตาดีทั้งคู่ ไม่แปลกที่มีลูกชายหล่อ

ช่วงบ่ายพวกเราไม่มีโปรแกรมอะไร เจ้าหน้าที่ของศูนย์มาขอแรงแมทไปช่วยขนย้ายสัตว์บาดเจ็บเพราะอยู่ที่นี่เป็นเดือนจนชินงานแล้ว แมทชวนผมไปด้วยแต่ผมกลัวว่าตัวเองจะเกะกะก็เลยขอนั่งพักอยู่ที่โซนพักผ่อนตรงส่วนกลาง จะได้ใช้ไวไฟคุยกับที่บ้านซักหน่อย
   
เวลาที่นามิเบียช้ากว่าไทย 6 ชั่วโมง ตอนนี้ที่กรุงเทพคงสองทุ่มกว่าๆ พ่อแม่กับพี่สาวผมน่าจะถึงบ้านกินข้าวเย็นกันเสร็จแล้ว ผมเลยใช้วิดีโอคอลเข้าเครื่องเจ้เคธ
   
พี่สาวผมรับสายแล้วก็ทักมาหน้าตาตื่นเต้น “ไอ้คี! เป็นไงบ้างแก ป๊า! ม้า! ไอ้คีคอลมาแล้ว”

เจ้เคธหันไปเรียกป๊าม้าให้มารุมหน้าโทรศัพท์ ทั้งสามคุมรุมถามผมกันใหญ่ว่าเป็นไงบ้าง ผมเล่าให้ฟังคร่าวๆ แล้วก็บอกว่า “ป๊าม้าไม่ต้องห่วงนะ คีสบายดี ที่พักก็โอเค เพื่อนเจ้เคธช่วยพาทัวร์ด้วย”

“เออ ว่าจะถามอยู่ว่า แมทไปไหนซะละ” พี่สาวผมถามขึ้นมา

“ออกไปช่วยที่ศูนย์ย้ายสัตว์บาดเจ็บน่ะ คีกลัวเกะเกะเลยไม่ได้ไปด้วย”

“โอเค งั้นฝากแกขอบคุณเขาด้วย แล้วไว้เจ้ค่อยทักไปหาเขาเองอีกที” เจ้เคธบอก

ผมเห็นว่าคุยกันมาสักพักแล้ว ก็เลยบอกลาที่บ้าน สัญญาว่าจะคอลไปเป็นระยะ แล้วก็วางสาย สักพักหนึ่งแมทก็เดินเข้ามา “คี ไวไฟใช้ได้ไหม ได้โทรหาที่บ้านหรือยัง”

“เรียบร้อยแล้วครับ พี่สาวผมฝากขอบคุณคุณด้วยนะ บอกว่าเดี๋ยวจะส่งข้อความมาอีกที”

ผมพูดจบประโยค โทรศัพท์มือถือของแมทก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูหน้าจอแล้วก็ยิ้มกว้าง “เคธี่ส่งข้อความมาแล้ว ยังทำอะไรรวดเร็วเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน” เขาบอกแล้วก็ก้มลงพิมพ์ข้อความกลับไป

ไม่รู้คุยกันอีท่าไหน ใบหน้ารกๆ นั่นถึงได้ยิ้มเขินออกมา

แมทเขินเจ้เคธ? หรือว่าเขาจะแอบปิ๊งพี่สาวผม?

ก็เป็นไปได้แฮะ...มิน่า เขาถึงได้ใจดีกับผมจัง เพราะผมเป็นน้องชายของผู้หญิงที่ชอบสินะ

ไม่อย่างนั้นใครจะมาเทคแคร์น้องชายเพื่อนเก่าขนาดนี้ละเนอะ


............................TBC....................................


มาทีละนิดอีกแล้ว แต่อย่างน้อยน้องคีก็ได้เห็นสิงโตตัวเป็นๆ แล้วละเนอะ ^^

แปะรูปสัตว์ป่าสำหรับตอนนี้ African Wild Dog ค่ะ


cr. pix by FotoshopTofs pixabay.com

ตอนนี้เขียนแล้วก็ลบไปตั้งหลายบรรทัด เราติดนิสัยชอบบรรยายยาวๆ จะพยายามคุมไม่ให้กลายเป็นสารคดีท่องเที่ยวนะคะ ^^!

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน และขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับคอมเมนท์ค่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-06-2018 01:33:58 โดย naoto »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Chapter 5
« ตอบ #19 เมื่อ: 23-06-2018 01:09:40 »





ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19
Re: Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Chapter 5
«ตอบ #20 เมื่อ23-06-2018 14:11:05 »

 :katai2-1:

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2637
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7
Re: Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Chapter 5
«ตอบ #21 เมื่อ23-06-2018 20:22:37 »

 :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3262
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
Re: Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Chapter 5
«ตอบ #22 เมื่อ24-06-2018 17:56:05 »

เราว่าแมทแอบชอบคีนะ

ออฟไลน์ cchompoo

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1407
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-4
Re: Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Chapter 5
«ตอบ #23 เมื่อ24-06-2018 19:58:25 »

 :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ naoto

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
Re: [^._.^]ノ彡 Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Chapter 6
«ตอบ #24 เมื่อ30-06-2018 01:37:17 »

บทที่ 6

เวลาที่เหลือในช่วงบ่าย แมทพาผมเดินดูรอบๆ พื้นที่ส่วนกลางของฮาร์นาส ซึ่งมีคลินิกรักษาสัตว์ ส่วนเตรียมอาหาร และที่ทำเวิร์คช็อป เลยออกไปบริเวณที่ใกล้ที่สุดจะเป็นส่วนดูแลลิงบาบูน และส่วนอนุบาลเสือชีตาห์ซึ่งยังไม่ปล่อยออกสู่ธรรมชาติ
   
ผมเดินไปบนสนามหญ้าเรียบ อ้อมผ่านฝูงพังพอนที่กำลังกินอาหารซึ่งทางศูนย์เตรียมไว้ให้ เดินไปอีกหน่อยก็สวนทางกับคุณเต่าตัวใหญ่ที่กำลังคลานต้วมเตี้ยม ที่นี่ปล่อยฟรีสัตว์ที่ไม่เป็นอันตรายจริงๆ ด้วยแฮะ
   
แมทชี้มือไปที่เมียร์แคทซึ่งอยู่ตรงบ่อน้ำ “นั่นไง ทิโมนของคี ทีนี้ก็เห็นครบ 3 ตัวเพื่อนซี้แล้วนะ” เขาบอกเสียงกลั้วหัวเราะ

ผมหรี่ตาแล้วแกล้งทำปากขมุบขมิบประชด “ขอบคุณนะครับ ที่อุตส่าห์จำได้” นี่เขาจะล้อผมเรื่องไลอ้อนคิงไปตลอดเวลาที่ผมอยู่ที่นี่เลยไหมเนี่ย

พวกเราเดินวนครบรอบก็ไปกินอาหารเย็นที่โรงอาหาร ระหว่างที่กำลังกิน แมทก็เอ่ยขึ้นมาว่า “จริงสิ เมื่อกี้ตอนกลับจากไปช่วยขนย้ายพวกสัตว์ ฉันเจอกับลิซ่า เธอชวนว่า ค่ำนี้ที่หมู่บ้านอาสาจะจัดปาร์ตี้ เพราะพรุ่งนี้มีหลายคนจะกลับ เลยชวนฉันกับคีไปด้วย สนใจไหม”

“คุณลิซ่าชวนผมด้วยหรือครับ” ผมถามอย่างประหลาดใจ ชวนพี่หนวดน่ะไม่แปลก แต่ชวนผมไปด้วยนี่สิ

แมทพยักหน้า “ปกติฉันจะไม่ค่อยไปจอยปาร์ตี้ เพราะเหนื่อยจากทำงานแล้วอยากนอนมากกว่าน่ะ แต่ฉันเห็นคียังไม่มีเพื่อน ถ้าไปปาร์ตี้เจอคนอื่น เวลาไปทำงานด้วยกันจะได้คุยกันสะดวก เลยบอกลิซ่าว่าจะมาถามคีดูก่อน”

อาฮะ ปริศนากระจ่างแล้ว ที่แม่คุณลิซ่าออกปากชวนผม เพราะคิดว่าถ้าผมอยากไป แมทจะได้ไปด้วยนี่เอง แต่ที่แมทพูดก็ถูกเหมือนกัน ผมเพิ่งมาใหม่ ไป make new friend บ้างก็ดี

ผมพยักหน้าตกลง “ผมอยากไปครับ”


หลังจากกินอาหารเสร็จ พวกเราก็เลยออกเดินไปหมู่บ้านอาสาสมัครซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่ส่วนกลางไปประมาณ 800 เมตร ใช้เวลาเดินเท้าสัก 10 นาทีได้ แมทบอกว่า ควรติดแจ็กเก็ตไปด้วยเพราะขากลับอากาศน่าจะเย็น พวกเราก็เลยเดินกลับไปหยิบเสื้อคลุมกับไฟฉาย เดินไปได้ครึ่งทางพระอาทิตย์ก็ตก รอบด้านกลายเป็นความมืดสลัว มีแสงไฟอยู่ไกลๆ    
ผมเดินตามแมทไปเงียบๆ พอเดินไปถึงหมู่บ้านอาสาสมัครก็ค่อยมีคนเดินผ่านไปมา หลายคนทักแมทอย่างสนิทสนม คงเพราะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีอยู่ เขาเลยถือโอกาสแนะนำผมไปด้วย

ผมมองไปรอบด้านอย่างสนใจ หมู่บ้านอาสาสมัครจะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเท่าบริเวณลอจ์ดที่ผมพักอยู่กับแมท ห้องน้ำเป็นห้องน้ำรวม แต่ก็ดูคึกคักดี ถ้ามากับเพื่อนหลายคนคงสนุก ให้อารมณ์เหมือนออกค่ายอาสา ไม่ก็ตอนไปกางเต็นท์เที่ยวภูกระดึงอะไรแบบนั้น

ปาร์ตี้เลี้ยงส่งคนที่จะกลับจัดขึ้นง่ายๆ ที่โรงอาหารในส่วนของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นกระท่อมไม้ไผ่แบบเปิดโล่ง มีเสียงดนตรีจากลำโพงดังแว่ว หลายคนถือขวดเบียร์ไม่ก็แก้วเหล้าเล็กๆ ติดมือ ลิซ่ากับเพื่อนของเธออยู่ใกล้กับเคาน์เตอร์ สาวสวยโบกมือทักพวกผม “แมท คี ทางนี้ค่ะ”

เธอเสนอเมื่อพวกเราเดินเข้าไปถึง “ดื่มอะไรกันดี เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง”

แมทส่ายหน้ายิ้มๆ “อย่าเลย เกรงใจคุณ วันก่อนบ่นว่าแลกเงินมาไม่พอไม่ใช่หรือ” พี่หนวดหันมาถามผม “คีจะดื่มอะไร ดื่มแอลกอฮอล์ได้หรือเปล่า”

ผมส่ายหน้าพลางยิ้มแหย “ผมแพ้เบียร์น่ะ ขอเป็นโคล่าดีกว่าครับ”

แมทสั่งเบียร์ให้ตัวเองและโคล่าให้ผม แล้วพวกเราก็ยืนคุยกับลิซ่าและเพื่อนของเธอ ถ้าพูดให้ชัดๆ คือ ลิซ่าจับคู่คุยกับแมท ส่วนเพื่อนสาวอีก 2 คนของเธอคุยกับผม ไปๆ มาๆ เลยแยกไป 2 วงห่างกันโดยปริยาย

“พวกคุณแพลนว่าจะอยู่นานแค่ไหนครับ”
ผมถามเจนกับคอร์เดีย สองสาวเป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยของลิซ่า ใช้เวลาตอนปิดเทอมมาเที่ยวด้วยกัน ตอนแรกผมกลัวว่าพวกเธอจะเขม่นผมเหมือนเพื่อนสาวผมบลอนด์ แต่พอคุยกันแล้วปรากฏว่า คุยง่ายกว่าเยอะ

 “กะว่าจะอยู่สัก 4 สัปดาห์น่ะ นี่ก็ผ่านไปครึ่งทางแล้วละ” เจนตอบคำถามของผม “พรุ่งนี้พี่ชายของลิซ่าจะมาสมทบ รายนั้นเขาไม่ได้กะจะมาทำงานอาสาอย่างเดียว เลยขอไปเที่ยวที่อื่นก่อน แล้วมาทำงานที่นี่แค่ 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นพวกเราจะไปเที่ยวทะเลทรายนามิบกัน”

“จะไปนามิบด้วยเหรอครับ ดีจัง ผมก็อยากไปอยู่เหมือนกัน แต่คงไปยาก”
ผมเองก็สนใจทะเลทรายสีแดงที่ได้ชื่อว่า เป็นทะเลทรายที่เก่าแก่ที่สุดในโลกแห่งนั้นตั้งแต่ตอนที่เปิดข้อมูลประเทศนามิเบียแล้ว ติดที่ว่าที่นั่นอยู่ไกลจากฮาร์นาสหลายร้อยกิโล แทบจะเรียกว่าคนละภูมิภาค ถ้าจะไปก็ต้องเช่ารถขับ ซึ่งผมคงไม่สามารถ

“ถ้าอยากไปทำไมไม่ให้แมทพาไปล่ะ รายนั้นมาเที่ยวนามิเบียหลายรอบ แถมอยู่นาน น่าจะเคยไปทั่วแล้ว” คอร์เดียซึ่งดูท่าทางเป็นสาวมั่นเสนอ “คีเป็นแฟนแมท เขาน่าจะอยากพาเธอไปเที่ยวนะ” 

“อุ๊บ!” ผมสำลักโคล่าที่เพิ่งยกขึ้นจิบ “แคกๆ ผมไม่ใช่แฟนของแมทนะครับ เป็นน้องชายของเพื่อนเขาต่างหาก” ผมรีบละล่ำละลักชี้แจง

“อ้าว ซอรี่ เข้าใจผิดหรอกหรือ ตั้งแต่มาพวกฉันเห็นแมทพักอยู่คนเดียว แล้วอยู่ๆ คีก็ตามมา แถมแมทยังเทคแคร์อย่างดี เลยคิดว่าเป็นแฟนกัน” คอร์เดียบอกหน้าซื่อ อืม พวกสาวๆ เป็นอเมริกัน คงคุ้นเคยกับคู่เกย์ พอเห็นผู้ชายสองคนที่ไม่น่าใช่เพื่อนหรือญาติพักอยู่ห้องเดียวกัน เลยคิดไปในแง่นั้นสินะ

ผมเลยได้แต่ยิ้มแหยแล้วปฏิเสธ “พี่สาวผมเป็นเพื่อนสมัยเรียนของแมทน่ะ พอดีผมจะมาที่นี่กะทันหัน แต่ที่พักในลอจ์ดเต็ม แมทเลยให้ผมพักด้วยไปก่อน”

“อ้อ แบบนี้นี่เอง” คอร์เดียพยักหน้าหงึกๆ “ถ้าอย่างนั้นต้องไปแก้ความเข้าใจผิดให้ยัยลิซ่า วันนี้ยัยนั่นแบดมู้ดทั้งวันเพราะคิดว่าพ่อหนวดรูปหล่อมีแฟนแล้ว ทีนี้จะได้เร่งทำคะแนนละ”

ผมฟังแล้วมองไปทางสาวผมบลอนด์ซึ่งยืนคุยอยู่กับพี่ยักษ์ เจ้าหล่อนเงยหน้าขึ้นยิ้มหวานตาเชื่อม ผมส่ายหน้าพลางนึกขำในใจ

...ดูท่าถึงจะไม่แก้ความเข้าใจผิด เจ้าตัวก็เร่งทำคะแนนอยู่นะครับ


............................TBC....................................


ตอนนี้มาสั้นๆ เพราะสัปดาห์นี้เราเจอมรสุมงานค่ะ ปลีกเวลามาเขียนได้นิดเดียวจริงๆ พรุ่งนี้ต้องลุยงานต่อแล้ว คงมาได้ทีละนิดละน้อย หวังว่าทุกคนจะสนุกกับการทำงานของน้องคีนะคะ


แปะรูปสัตว์ป่าสำหรับตอนนี้ Meerkat หรือเจ้าทิโมนใน Lion King ค่ะ


Photo by Erik-Jan Leusink on Unsplash

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน และขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับคอมเมนท์ค่า

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5239
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19
Re: [^._.^]ノ彡 Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Chapter 6
«ตอบ #25 เมื่อ01-07-2018 01:52:57 »

 :katai2-1:

ออฟไลน์ silverspoon

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2456
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +275/-12
Re: [^._.^]ノ彡 Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Chapter 6
«ตอบ #26 เมื่อ01-07-2018 08:19:57 »

อยากไปเที่ยวเเอฟฟริกาเลยค่า

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3262
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
Re: [^._.^]ノ彡 Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Chapter 6
«ตอบ #27 เมื่อ02-07-2018 05:25:45 »

555แทบสำลักโคล่าเลยทีเดียว

ออฟไลน์ naoto

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
Re: [^._.^]ノ彡 Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Chapter 7
«ตอบ #28 เมื่อ10-07-2018 17:50:44 »

บทที่ 7

คงเพราะความเหนื่อยสะสมบวกกับผมเริ่มชินที่ทางบ้างแล้ว คืนที่สองในฮาร์นาส ผมจึงผล็อยหลับไปตั้งแต่หัวถึงหมอนแถมยังหลับสนิท รู้สึกตัวนิดหน่อยตอนกลางดึกเพราะอากาศเย็นลงจนหนาว ผมพยายามเขี่ยเท้าจะควานหาผ้าห่มปลายเตียงก็หาไม่เจอ โชคดีที่ไม่นานก็รู้สึกอุ่นแล้วหลับต่อได้

ผมลืมตาตื่นตอนเช้า ตลบผ้าห่มที่ดึงขึ้นมาคลุมตัวตอนไหนก็ไม่รู้ออกไป แมทล้างหน้าแปรงฟันเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยตั้งแต่ก่อนผมจะตื่นเหมือนเมื่อวาน กำลังก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรอยู่ที่โต๊ะ พอได้ยินเสียงผมขยับลุก เขาจึงค่อยหันมา “มอร์นิ่ง คี วันนี้อยากทำอะไรเป็นพิเศษไหม”

“ไม่มีหรอกครับ ผมเพิ่งมาอยู่ใหม่ ยังไม่รู้ว่าที่นี่เขาทำอะไรกันบ้าง ทำตามตารางปกติของคุณเถอะ”

ผมตอบแมทไปอย่างนั้นแล้วรีบคว้าเสื้อผ้าเข้าไปอาบน้ำสระผม เตรียมพร้อมออกไปช่วยงานเขา พวกเราออกไปกินอาหารเช้าที่โรงอาหาร เจอพวกลิซ่าเหมือนเมื่อวาน แต่ที่ต่างไปคือ วันนี้สาวผมบลอนด์คนนั้นโบกมือทักทายเสียงร่าเริง แถมยังมองผมแล้วยิ้มให้อีก

“มอร์นิ่งค่ะ แมท มอร์นิ่ง คี”

ผมยิ้มตอบ นึกขำขึ้นมาอีก นี่เจนกับคอร์เดียคงบอกเธอแล้วว่า ผมกับแมทไม่ได้เป็นอะไรกัน แล้วผมก็แค่มาขออาศัยพักห้องเขาเท่านั้น เจ้าตัวก็เลยเป็นมิตรกับผมขึ้นมานิดหน่อย

เอ่อ...ความจริงก็ไม่หน่อย ออกจะมากเกินไปนิดนึงด้วยซ้ำ เพราะเธอถามผมเรื่องโน้นเรื่องนี้ เน้นซักเรื่องพี่สาวผมที่เป็นเพื่อนเก่าของแมท แต่ระวังไม่ให้ดูละลาบละล้วงเกินไปจนพี่หนวดที่นั่งอยู่ข้างๆ ผมจับสังเกตได้

ตอนที่แมทลุกขึ้นไปสั่งอาหารเพิ่ม ลิซ่าก็ถามผมว่า

“คีสมัครโปรแกรมอาสาแบบ Exclusive เริ่มวันจันทร์หน้าใช่ไหม พี่ชายฉันก็จะเข้าโปรแกรมนี้เหมือนกัน วันนี้เขาจะขับรถมาจาก Swakopmund น่าจะถึงช่วงค่ำๆ”

เธอเอ่ยชื่อเมืองท่าตากอากาศซึ่งอยู่ทางตะวันตกของนามิเบียก่อนจะชวน “เขาพักที่หมู่บ้านอาสา ห้องคู่แต่อยู่คนเดียว คีสนใจมาจอยห้องกับพี่ฉันไหม เวลาออกไปทำงานก็ไปพร้อมกัน กลับพร้อมกัน สะดวกดี ยังไงพอเริ่มโปรแกรมแล้วตารางเวลาเธอจะไม่ตรงกับแมท ต้องรอกันก็ลำบาก”

เธอเสนอเหมือนหวังดีกับผม แต่ผมก็มองเห็นเป้าหมายส่วนตัวของหญิงสาว ถึงจะรู้ว่าผมไม่ได้เป็นอะไรกับแมท แต่เธอก็คงไม่อยากให้ใครมาอยู่ใกล้หนุ่มหล่อที่ตัวเองหมายตาละมั้ง

ถึงอย่างนั้นข้อเสนอของลิซ่าก็น่าสนใจอยู่เหมือนกัน ผมออกจะเกรงใจที่มาอาศัยห้องแมทอยู่ แถมเขายังต้องช่วยดูแลพาไปโน่นไปนี่ ทำให้เขาเสียเวลาช่วงพักร้อนที่ตั้งใจจะมาทำงานที่ฮาร์นาสไปตั้งหลายวัน “ก็น่าสนนะครับ ไว้ผมจะลองคิดดู”

“อืม ค่ำนี้ฉันจะพาพี่ชายมาดินเนอร์ที่ห้องอาหารฝั่งลอด์จ คีแวะมาสิ จะได้รู้จักกันไว้”

สาวผมบลอนด์ตอบกลับมาด้วยสีหน้ากระตือรือร้น ผมได้แต่พยักหน้าแล้วยิ้มตอบ พอแมทกลับมา พวกเราก็เปลี่ยนเรื่องคุยไปแล้ว


หลังมื้อเช้าพวกลิซ่าก็แยกตัวไปทำงานอีกส่วนหนึ่ง แมทหันมาถามผม “สนใจจะไปเดินเล่นกับชีต้ามั้ย คี”

“เอ๋? เดินเล่น แบบมอร์นิ่งวอร์กที่พวกลิซ่าชวนคุณเมื่อวานน่ะหรือครับ” ผมย้อนถาม

“ไม่เหมือนเสียทีเดียว ปกติมอร์นิ่งวอร์กกับชีต้าจะเป็นกลุ่มใหญ่ พาชีต้าไป 4-5 ตัว แต่พอดีวันนี้เบน สต๊าฟส่วนดูแลชีต้าบอกว่าจะถ่ายคลิปโปรโมท จะถ่ายเจ้าไพรด์ ชีต้าตัวเด่นไปถ่ายตัวเดียวก่อน เขามาถามฉันว่าจะช่วยเป็นตากล้องให้ได้ไหม ฉันเลยจะหาลูกมือไปช่วยน่ะ”

“ไปสิครับ” ผมรีบรับคำ ถ้าเขาจะพาผมไปเที่ยว ผมคงเกรงใจ แต่นี่ไปเป็นลูกมือช่วยเขาบ้าง ค่อยยังชั่วหน่อย

...............................................................


พวกเรานั่งรถกระบะติดกรงเหมือนที่ไปให้อาหารสิงโตเมื่อวาน แต่คราวนี้ตื่นเต้นกว่ามาก เพราะเบนแวะรับผู้โดยสารอีกคน...เอ๊ย อีกตัว เจ้าชีต้าตัวเพรียวกระโดดขึ้นมาในกรงอย่างนุ่มนวล ผมเผลอถอยไปติดกรงเหล็กด้านหลัง กลืนน้ำลายอย่างหวาดๆ พอนั่งอยู่ในที่แคบแบบนี้ หน้ามันแทบจะอยู่ระดับเดียวกับหน้าผมแน่ะ

“ไม่ต้องกลัวนะ คี ไพรด์อยู่ที่ฟาร์มมาตั้งแต่เล็ก มันคุ้นกับคน”

เบนซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่คนพื้นเมือง แต่พูดภาษาอังกฤษได้คล่องปลอบผมแล้วปิดประตูกรง ผมได้แต่ยิ้มแหย นึกตอบในใจว่า เจ้าไพรด์อาจจะคุ้นกับคน แต่ผมที่เป็นคนน่ะ ไม่คุ้นกับการอยู่ร่วมกรงกับชีต้านี่ครับ

“ไฮ ไพรด์” แมทที่นั่งอยู่ตรงข้ามเรียกชื่อแล้วเอื้อมมือไปลูบศีรษะมัน เจ้าชีต้าหันทำจมูกฟุดฟิดดมเขานิดหนึ่ง แล้วก็หันมา ขยับมาดมผมบ้าง ตัวมันมีกลิ่นสาบสัตว์นิดหน่อย ผมทำใจกล้ายกมือขึ้นลูบขนมันเบาๆ ขนมันหนาและหยาบกว่าขนแมวแต่ก็นุ่มดี เจ้าไพรด์ส่งเสียงครางต่ำออกมานิดหนึ่ง

“ดูท่าทางมันจะชอบเธอนะ” แมทบอกยิ้มๆ หลังจากนั้นพวกเราก็ออกไปเดินทางไปตรงจุดที่จะถ่ายคลิป

ระหว่างนั้นแมทเล่าให้ผมฟังว่า ไพรด์มาอยู่ที่นี่ตั้งแต่อายุ 2 เดือน เพราะถูกแม่ของมันทอดทิ้ง จะว่าทอดทิ้งก็ไม่ถูก ตามธรรมชาติ ชีต้าเป็นสัตว์ที่จะดูแลลูกของมันจนกระทั่งโตพอที่จะออกล่าหาอาหารเองได้ แต่เพราะความประมาทเลินเล่อของนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งซึ่งไปเที่ยวซาวันน่าแล้วไปลูบตัวเจ้าชีต้าน้อยตอนที่แม่ของมันไม่อยู่ เมื่อผิดกลิ่น แม่ชีต้าก็จะไม่ยอมรับมันอีก สุดท้ายมันจึงถูกเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ส่งตัวมาที่ฮาร์นาสและถูกเลี้ยงดูมาโดยมนุษย์

ผมฟังแล้วก็ถอนใจ เอื้อมมือไปเกาหลังศีรษะที่อยู่ใต้ปลอกคอสีแดงเพื่อเอาใจมันอีกหน่อย

รถของเราแล่นผ่านรั้วกันมาถึงส่วนทุ่งโล่งกว้าง เบนจอดรถแล้วมาเปิดกรงให้ ไพรด์กระโดดนำลงไปก่อนอย่างร่าเริง แมทกับผมตามไป พี่ยักษ์เดินไปหยิบกระเป๋ากล้องซึ่งวางไว้ในรถของเบนออกมาเตรียมพร้อม ส่วนผมก็หันซ้ายหันขวา

“มีอะไรให้ผมช่วยบ้างครับ แมท” ผมถาม วันนี้ผมมาเป็นลูกมือเขานี่นา

“คีไปเดินเล่นกับไพรด์ก่อนก็ได้ ไปกับเบนน่ะ” แมทบอกพลางหยิบเลนส์มาใส่กล้อง DSLR ซึ่งใช้ถ่ายวิดีโอได้ด้วย

ผมพยักหน้าแล้วเดินตามเบนกับเจ้าชีต้าไป พักหนึ่งแมทก็สะพายกล้องเดินตามมา ถามเบนว่าต้องการมุมภาพแบบไหน ระหว่างที่พวกเขาคุยกัน ผมก็เลยเดินลุยหญ้าไปกับเจ้าไพรด์ มันเดินช้าๆ อยู่ข้างๆ ผมเหมือนอยากจะอวดสนามวิ่งเล่นของตัวเอง ผมมัวแต่ก้มมองมันเพลิน รู้ตัวอีกทีตอนที่รู้สึกว่ามีคนมอง เลยเงยหน้าขึ้น แล้วก็เห็นว่า แมทกำลังเล็งกล้องมาทางนี้

“แมท จะถ่ายไพรด์แล้วหรือครับ ถ้าอย่างนั้นผมจะได้ออกจากเฟรมละนะ” ผมร้องถามเขา

“อืม แต่ไม่เป็นไร คีเดินตามหลังมันทิ้งระยะหน่อยก็พอ ฉันไม่ได้ถ่ายมุมกว้างมาก ไพรด์จะอารมณ์ดีเวลาที่มีคนเดินเล่นด้วยน่ะ” แมทตะโกนตอบกลับมา ผมก็เลยทำอย่างที่เขาบอก ผมเดินวนเป็นวงกลมกว้างๆ แล้วจึงวกกลับมา แมทขยับเข้ามาถ่ายแบบใกล้บ้าง ไกลบ้าง สุดท้ายเขาก็เอากล้องไปให้เบนดู เบนพยักหน้าบอกว่าโอเคแล้ว เขาจึงเรียกผมให้เดินกลับไปหา บอกให้ปล่อยเจ้าไพรด์วิ่งเล่นสักครู่แล้วค่อยกลับกัน

“ขอผมดูบ้างได้ไหมครับ” ผมถามอย่างกระตือรือร้น แมทหัวเราะแล้วส่งกล้องมาให้

คลิปส่วนใหญ่เป็นคลิปสั้นๆ แมทบอกว่าเบนจะเอาไปตัดต่อใส่เพลงประกอบอีกที ผมไล่ดูตั้งแต่ท้ายๆ ไปจนถึงตอนแรก แล้วก็เห็นว่าไฟล์ก่อนหน้านั้นไม่ใช่คลิป แต่เป็นภาพนิ่ง ภาพของผมที่เดินเล่นอยู่กับเจ้าชีต้า ช่างภาพจับจังหวะกับมุมหน้าได้ดี แสงแดดอ่อนส่องมาต้องใบหน้าตอนที่ลมพัดมา ทำให้ใบหน้าของผมดูละมุนกว่าปกติ แถมบรรยากาศรอบด้านก็ดูผ่อนคลายมากด้วย

“โอ้โห แมท คุณถ่ายรูปสวยมากเลยครับ ในรูปผมหล่อกว่าตัวจริงตั้งหลายเท่าแน่ะ”

ผมอุทานแล้วชมเขา แมทยิ้มกว้าง ทำท่ายืดอกภูมิใจ “สมัยเรียนฉันเคยลงคอร์สถ่ายภาพเล่นๆ อยู่น่ะ เวลาไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนก็โดนโบ้ยให้เป็นตากล้องตลอด เคธี่เนี่ยนางแบบขาประจำ”

คุณสิงโตเอ่ยถึงพี่สาวผม แล้วผมก็นึกขึ้นมาได้ว่า ในห้องของเจ้เคธมีภาพถ่ายภาพหนึ่งที่ผมชอบมาก เป็นภาพของพี่สาวผมยืนอยู่กลางกลุ่มคน มันดูเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ผมยังชมกับเจ้เคธว่า ช่างภาพที่ถ่ายภาพนี้เก่งมาก เจ้บอกว่าเพื่อนถ่ายให้ หรือว่าจะเป็นแมท?

ผมส่งกล้องคืนให้เขา “ถ้าผมขอรูปผมเอาไว้ได้ไหมครับ ผมชอบรูปนี้มากๆ ขนาดอยากเอาไปขยายใหญ่ ใส่กรอบติดในห้องนอนที่บ้านเลยละ”

“ได้สิ ไว้เดี๋ยวฉันโหลดลงโน๊ตบุ๊คแล้วดาวน์โหลดใส่ดร็อปบ็อกส์ไว้ให้นะ”

แมทตอบตกลงแล้วก็มองผมนิ่ง ใบหน้ารกด้วยหนวดยิ้มบางตอนที่ถามเสียงอ่อนโยน

“คีสนุกไหม สบายใจขึ้นบ้างหรือยัง”

ผมชะงักไปนิดหนึ่ง นึกถึงคืนแรกที่ตัวเองนอนร้องไห้ ตอนนั้นแมทแกล้งทำเป็นหลับจริงๆ สินะ เขาคงเป็นห่วงผมอยู่เหมือนกัน ก็เลยพยายามหาอะไรให้ผมทำก่อนจะถึงเวลาเริ่มโปรแกรม ผมจะได้ไม่เศร้าหรือคิดถึงบ้าน

ผมพยักหน้าแล้วยิ้มให้เขา

“สนุกครับ ขอบคุณมากนะครับ แมท”

............................TBC....................................


ต้องขออภัยผู้อ่านที่หายไปนานด้วยค่ะ ช่วงก่อนหน้านี้เราติดงานจ็อบกับนิยายเรื่องประจำที่ลงอยู่ ก็เลยไม่มีเวลาปั่นเรื่องนี้เลย พอว่างแล้วรีบมาจิ้มต่อ

ยังคงเรื่อยๆ เรียบๆ นะคะ (ความจริงก็ตั้งใจให้บรรยากาศของเรื่องนี้เรื่อยๆ เรียบๆ เหมือนการพักร้อน+ปิดเทอมที่ผ่อนคลาย นี่ละค่ะ ^^)


Photo by jean wimmerlin on Unsplash

ตอนนี้น้องคีได้พาชีต้าไปเดินเล่นค่ะ เราได้แรงบันดาลใจมาจากคลิปของรายการ Divas Hit the Road3 ประกอบกับคลิปของ The Harnas Wildlife Foundation ที่อยู่ในยูทูป เลยเอามาดีไซน์เป็นฉากคุณสิงโตแอบถ่ายรูปน้องคีค่ะ ถ้าใครสนใจดูคลิปชีต้า กดไปได้ที่ลิ้งข้างล่างนี้นะคะ

https://www.youtube.com/watch?v=nn8mPrvYNVI

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน และขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับคอมเมนท์ค่า

ออฟไลน์ ★KVH™★

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 551
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-3
รอตอนต่อไปค่า
หลงรักคุณแมทแรง
ผู้ชายผมยาวไว้หนวดเครา  :katai5:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด