[^._.^]ノ彡 Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Final Chapter [Update 18/10/61]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: [^._.^]ノ彡 Dear Mr.Lion #คุณสิงโตที่รัก Final Chapter [Update 18/10/61]  (อ่าน 41768 ครั้ง)

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3390
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6
 :L2: :L1: :pig4:

น่าสนใจ ติดตาม

ออฟไลน์ naoto

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
บทที่ 8

หลังจากพาเจ้าไพรด์ไปเดินเล่นและถ่ายคลิปโปรโมทเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็กลับไปที่ส่วนกลางเพื่อกินอาหารกลางวัน ระหว่างนั้นผมลองทำใจกล้าเข้าไปถามเบนว่า มีอะไรให้ผมช่วยบ้างไหม โปรแกรมอาสาสมัครแบบ Exclusive ที่แมทลงชื่อให้จะเริ่มพรุ่งนี้ วันนี้ผมว่าง ไม่มีอะไรทำ

คุณสต๊าฟใจดีเลยช่วยหางานให้ผม บอกว่าไปช่วยเขาทำความสะอาดส่วนอนุบาลชีต้าก็ได้ พวกอาสาสมัครที่มาช่วยเขาเพิ่งกลับไปกันพอดี ผมรีบตกลงอย่างดีใจ ไม่ใช่อะไรหรอก ผมไม่อยากติดสอยห้อยตามเป็นภาระให้แมทต้องคอยดูแลตลอด เขาจะได้ไปทำงานที่เขาตั้งใจจะมาทำบ้าง 

แมทเห็นผมมีงานทำแล้วก็เลยขอแยกตัวไปช่วยส่วนอื่น นัดว่าเดี๋ยวกลับมาเจอกันตอนเย็นแล้วค่อยไปกินมื้อค่ำ ก่อนแยกกัน เขายื่นมือมาวางบนศีรษะผมแล้วบอกว่า “ขยันทำงานนะ คี แต่ถ้าไม่ไหวก็บอกเบน อย่าฝืนละ”   
   
“รับทราบครับ คุณพ่อ” ผมรับคำหน้ามุ่ย แกล้งประชดเขาเบาๆ ก็เขาเล่นทำท่ากำชับซะอย่างกับตัวเองเป็นคุณพ่อมาส่งลูกไปโรงเรียนนี่นา

คุณสิงโตหัวเราะแล้วเดินจากไปอีกทาง ส่วนผมเดินตามเบนไปที่ส่วนอนุบาลชีต้าที่เราเพิ่งเอาเจ้าไพรด์ไปส่ง ผมช่วยเขากวาดใบไม้ ตักน้ำออกจากบ่อตื้นๆ ที่พวกชีต้าจะมาดื่มกิน แล้วก็ขัดพื้นบ่อจนสะอาดไม่เหลือตะไคร่หรือตะกอนดิน  เจ้าไพรด์กำลังเล่นกับชีต้าอีกตัวอยู่ไม่ไกลกันนัก เบนบอกว่า ตัวนั้นเป็นตัวเมีย ชื่อ เอวา

พวกมันกลิ้งไปกลิ้งมาบนพื้นหญ้า ระหว่างที่ผมกำลังนั่งขัดบ่อน้ำ เจ้าไพรด์ลุกเดินเข้ามาหา ยกขาหน้าเกาะหลังผมแล้วเลียศีรษะผมแผล็บๆ ผมเริ่มจะชินกับการอยู่ใกล้สัตว์ป่าที่ถูกเลี้ยงมาโดยมนุษย์บ้างแล้ว รู้ว่าพวกมันไม่ทำอันตราย ก็เลยไม่ได้ตกใจ เพียงแต่ย่นคอหนี ดุมันว่า

“โน ไพรด์ ไม่เอาน่า ฉันกำลังทำความสะอาดบ่อน้ำให้แก จะได้มีน้ำอร่อยๆ กินไง”
พอเบนที่ทำความสะอาดอยู่อีกทางหันมาเห็นเข้าก็หัวเราะลั่น “มันอ้อนน่ะ เมื่อกี้ตอนถ่ายคลิป แมทบอกว่า สงสัยไพรด์จะติดใจคี ดูท่าจะจริง”

ผมฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้มอ่อนใจ ไม่ใช่แค่เจ้าไพรด์ที่มากวนผม ตอนผมเอากระสอบใส่เศษใบไม้กับเศษดินไปทิ้ง เอวาก็มาแกล้งตะปบกระสอบ เอาตัวทับไว้ไม่ยอมให้ผมยก “เฮ้ เอวา ลุกสิ” ผมต้องออกแรงดึงอยู่ตั้งนานกว่าเจ้าชีต้าจะยอมลุกให้ สรุปแล้ว พวกตัวแสบนี่ถูกใจผมหรืออยากแกล้งผมกันแน่ละเนี่ย

.....................................................................


ผมช่วยเบนทำความสะอาดอยู่จนตลอดบ่าย พอตกเย็นก็เดินกลับไปที่ห้องพัก ถือโอกาสอาบน้ำเสียเลยเพราะทั้งตัวผมมีแต่คราบฝุ่น ตอนที่เดินออกจากห้องน้ำ แมทก็เปิดประตูห้องเข้ามาพอดี “อ้าว วันนี้คีอาบน้ำเร็วจัง”

“ผมเหนียวตัวน่ะครับ เสื้อก็เลอะดินด้วย” ผมตอบกลับ

อีกฝ่ายพยักหน้า ถามต่อ “หิวหรือยัง ฉันขอล้างหน้าล้างมือหน่อย แล้วเดี๋ยวเราไปกินมื้อค่ำกัน”
   
พวกเราเดินออกมาจากห้องพักด้วยกัน ผมนึกขึ้นมาได้ก็เลยบอกแมทเรื่องที่ลิซ่าชวนว่า ให้ไปพักกับพี่ชายของเธอที่หมู่บ้านอาสาฯ แมทฟังแล้วขมวดคิ้ว ถามเสียงกังวล “ทำไมคีถึงคิดจะย้ายไปพักทางโน้น มีอะไรไม่สบายใจ หรือฉันทำให้เธออึดอัดอะไรหรือเปล่า”

ผมรีบส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ครับ ไม่มีเลย คุณดูแลผมดีมากๆ เพียงแต่ผมเกรงใจน่ะครับ คุณอุตส่าห์ใช้วันหยุดพักร้อนมาทำงานที่นี่ แต่ต้องมาเสียเวลากับผมตั้งหลายวัน” ผมอธิบายต่อ “คุณลิซ่าบอกว่า พี่ชายของเธอสมัครโปรแกรม Exclusive เหมือนผม น่าจะออกจากที่พักแล้วก็กลับเวลาเดียว ผมก็เลยคิดว่าน่าจะสะดวกดี”

แมทถอนใจเบาๆ “ก็น่าจะสะดวก แต่คียังไม่เคยเจอพี่ชายของลิซ่า ไม่รู้ว่าเขาเป็นคนยังไง นิสัยโอเคหรือเปล่า อย่าเพิ่งรีบไปรับปากเรื่องจอยห้องเลย ลองไปทำงานกับเขาดูก่อนสักอาทิตย์หนึ่ง ถ้าเข้ากันได้ดี แล้วคีอยากย้ายไปอยู่กับเพื่อนใหม่ ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอก”

เขาบอกหน้าขรึม แล้วเอื้อมมือมาลูบศีรษะผม “แต่ถ้าเธอจะย้ายเพราะเกรงใจฉัน เลิกคิดมากได้แล้ว ฉันเต็มใจให้คีพักอยู่ด้วย คีเป็นน้องชายของเคธี่ ก็เหมือน...เป็นน้องชายฉันด้วยนั่นแหละ” ประโยคหลังเขาเว้นจังหวะนิดหน่อยเหมือนไม่รู้จะพูดยังไงดี

แมทพูดมาขนาดนี้ ผมก็เลยได้แต่พยักหน้ารับ “โอเคครับ”

พี่ยักษ์พูดแล้วก็เดินนำหน้าผมไปนิดหนึ่ง ผมเดินตามเขาไป มองแผ่นหลังของคนตัวสูงเหมือนกำแพงแล้วก็แอบยิ้ม ดูเหมือนที่ผมเดาว่า เขาน่าจะรู้สึกดีๆ กับเจ้เคธ สงสัยจะไม่ผิดแล้วละ

................................................................

ตอนที่พวกเรามาถึงห้องอาหาร ลิซ่ากับเพื่อนของเธอนั่งอยู่ที่โต๊ะหนึ่งแล้ว มีชายหนุ่มผมบลอนด์อีกคนนั่งอยู่ด้วย พอเห็นพวกเราเดินเข้ามา ลิซ่าก็โบกมือทัก “แมท คี มานั่งด้วยกันไหมคะ”

ผมกับแมทเดินเข้าไปหาตามที่เธอชวน ลิซ่าแนะนำชายหนุ่มแปลกหน้าให้พวกเรารู้จัก
“นี่ร็อบ พี่ชายฉันค่ะ เขาเพิ่งมาถึง ฉันก็เลยพาเขามาเลี้ยงต้อนรับ”

หนุ่มผมบลอนด์หน้าหล่อยิ้มทักพี่ยักษ์ที่อยู่ข้างๆ ก่อนจะเลื่อนสายตามาที่ผม “ไฮ แมทกับ..คี ใช่ไหมครับ? ผมร็อบ ยินดีที่ได้รู้จัก” เจ้าตัวบอกแล้วยื่นมือมาขอเช็คแฮนด์กับผมตามทำธรรมเนียมอเมริกัน เขายิ้มกว้าง ดูท่าทางเปิดเผยเหมือนพวกเด็กผู้ชายซนๆ

ผมยิ้มตอบพร้อมกับยื่นมือไปจับมือเขา นึกในใจว่า พี่ชายของลิซ่าดูท่าจะเข้าถึงง่ายกว่าน้องสาวแฮะ ค่อยยังชั่ว

พวกเรานั่งกินอาหารเย็นด้วยกัน ร็อบเล่าให้ผมฟังเรื่องที่ไปท่องเที่ยวแถบภาคตะวันตกของนามิเบียพร้อมกับเปิดรูปในกล้องถ่ายรูปที่ถือติดมาให้ดู “คีน่าจะลองหาโอกาสไปเที่ยวสวาคอปมุนด์นะ ชายฝั่งแอตแลนติคแถบนั้นสวยมาก เอ...แต่ผมเคยได้ยินว่า ทะเลที่ประเทศไทยก็สวยมากเหมือนกัน คีอาจจะไม่สนใจละมั้ง”

“ทะเลไทยสวยจริงครับ แต่ก็ไม่เหมือนที่นี่หรอก น่าสนใจคนละแบบ”
ผมตอบกลับแบบอวยทั้งบ้านตัวเองแล้วก็ที่นี่ด้วย แต่ก็ไม่อวยเกินจริงหรอกนะ ผมก้มลงมองภาพในกล้องของร็อบ เป็นภาพอ่าว Walvis Bay ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของนกฟลามิงโกนับพันตัว เห็นสีชมพูตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าแปลกตา

ผมมัวแต่คุยกับร็อบ เพิ่งสังเกตตอนที่กินอาหารไปได้สักพักว่า แมทเงียบไป ไม่ค่อยคุยอะไร เขาอาจจะเห็นว่าผมมีเพื่อนคุยแล้ว เลยไม่ได้ชวนผมคุยเหมือนมื้ออื่นๆ มีแค่หันไปตอบคำถามที่ลิซ่าถามบ้าง

“คี ดื่มไวน์ไหม” ลิซ่าที่นั่งอยู่ตรงข้ามผมถามขึ้น
ผมกวาดตามองดูทั้งโต๊ะดื่มไวน์กันหมด ถ้าจะไม่ดื่มอยู่คนเดียวก็ดูแปลกๆ อีกอย่างคืนนี้ผมก็นึกครึ้มเพราะวันนี้ทำงานสนุกทั้งวัน แถมมีเพื่อนคุยถูกคอก็เลยพยักหน้า “นิดหนึ่งก็ได้ครับ”

แมทขมวดคิ้ว หันมาห้าม “คีแพ้แอลกอฮอล์ไม่ใช่หรือ อย่าดื่มดีกว่า”

“ไม่เป็นไรครับ ผมแพ้เบียร์มากกว่า ไวน์พอดื่มได้” ผมบอกแล้วส่งแก้วไวน์ให้ลิซ่า แมทก็เลยไม่ได้ว่าอะไรอีก เพียงแต่คอยมองมาอย่างเป็นห่วงเท่านั้น

จบมื้ออาหาร ร็อบถามผมว่า “พรุ่งนี้ตอนเช้าผมว่าจะไปมอร์นิ่งทัวร์ดูสักรอบ คีสนใจไหม”

ผมส่ายหน้า “แมทพาผมไปตั้งแต่เมื่อวันก่อนแล้วครับ คุณไปเถอะ ไว้เจอกันตอนบ่าย” พรุ่งนี้อาสาสมัครคนอื่นที่ลงทะเบียนโปรแกรม Exclusive Volunteer จะมาจากวินด์ฮุค ตอนบ่ายจะมีการบรีฟแล้วก็ทำความรู้จักกันแล้วก็มีปาร์ตี้ต้อนรับ

“โอเค ไว้เจอกัน” ร็อบยิ้มกว้างแล้วโบกมือลา
ลิซ่าที่วันนี้เป็นมิตรกับผมมากขึ้นก็บอกเสียงใส “ไว้เจอกันนะคี แมทด้วยนะคะ”

“อืม” พี่หนวดข้างๆ ผมยิ้มให้เธอนิดหนึ่ง

..................................................................

หลังจากนั้นพวกเราก็เดินกลับห้องพักด้วยกัน ผมเดินตามแมทเหมือนขามา เพิ่งรู้ตัวว่า เมื่อกี้ดื่มไวน์ไปหลายแก้วจนชักจะมึน พื้นที่เดินอยู่โคลงเคลงเล็กน้อย ต้องพยายามสั่นหน้าตบแก้มตัวเองเบาๆ

คนที่เดินนำหน้าได้ยินเสียงผมตบแก้มเลยหันมาถาม “เป็นอะไรหรือ คี”

“มึนหัวนิดหน่อยน่ะครับ แหะๆ” ผมตอบเขาไปตามตรงแล้วยิ้มแหย ไวน์ของลิซ่าออกฤทธิ์ช้า ผมก็เลยกินเพลิน รู้ตัวอีกทีตอนเมาแล้วนี่แหละ

แมทหมุนตัว ขยับเข้ามาดูหน้าผมชัดๆ “หน้าคีแดงแจ๋เลย เดินไหวรึเปล่า”

ผมพยักหน้า “ไหวครับ ไหว แต่อาจจะเดินช้าหน่อย” ผมพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ไม่อยากให้แมทเป็นห่วง เขาอุตส่าห์เตือนแล้วว่าอย่ากินก็ไม่เชื่อ

แมทถอนใจ “ดูสภาพแล้วไม่น่าจะเดินไหวนะ มิน่า วันนี้คีถึงคุยเก่งกว่าปกติ เมานี่เอง” เขาออกปากบ่นผมเบาๆ ก่อนจะย่อตัวลงนั่ง “มา ขึ้นหลังฉัน เดี๋ยวฉันแบกเธอกลับห้องพัก เร็วกว่า”

“เห? ให้ผมขี่หลังแมทเนี่ยนะครับ”  ผมอุทานแล้วรีบส่ายหน้าดิก “ไม่ไหวหรอกครับ ผมตัวหนัก เดี๋ยวคุณปวดหลัง”

“สบายมากน่า คีตัวเล็กแค่นี้เอง ฉันช่วยพวกสต๊าฟแบกของยังหนักกว่า อีกอย่าง นี่เริ่มดึกแล้วด้วย อยู่กลางแจ้งนานๆ เดี๋ยวน้ำค้างลงจะไม่สบายเอา” เขาคะยั้นคะยอแถมยังไม่ยอมลุกขึ้นมา

ผมมองแผ่นหลังกว้างที่อยู่ตรงหน้าแล้วก็กลืนน้ำลาย พยักหน้าหงึก “ก็ได้ครับ แต่ถ้าไม่ไหว คุณต้องบอกนะ”

ผมขยับเข้าไปเอื้อมแขนเกาะไหล่เขา แมทสอดแขนใต้ขาผมแล้วยกขึ้นหลังง่ายๆ เหมือนผมเป็นเด็กตัวเล็ก “พร้อมนะ เกาะดีๆ ละ คนเมา”

“ครับ” ผมรับคำเสียงเบา เพราะตอนนี้ริมฝีปากผมอยู่ไม่ห่างจากหูเขาเท่าไหร่ ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคยลอยออกมาจากเส้นผมค่อนข้างยาวของเขา “แมทลองใช้แชมพูของผมหรือครับ หอมดีใช่ไหมละ”

“อืม หอมดีจริงๆ” แมทตอบ แต่ผมอยู่ข้างหลังก็เลยไม่รู้ว่าเขาทำหน้ายังไง

ผมชักเริ่มมึนขึ้นมาอีกก็เลยซบหน้าลงกับบ่าเขา “คิดถึงจัง ผมเคยขี่หลังพ่อครั้งสุดท้ายตอนหกขวบละครับ ตอนนั้นบ้านเราไปทะเล ผมเดินเล่นเก็บเปลือกหอยไปจนสุดหาด แล้วก็เดินกลับมาไม่ไหว พ่อก็เลยให้ผมขี่หลัง...เหมือนแบบนี้เปี๊ยบเลย”  ผมหลับตา ปากก็พูดต่อไม่หยุด พี่เมธเคยบอกว่า เวลาเมาผมจะพูดมากกว่าปกตินิดหน่อย

“แมทเหมือนพ่อผมเลยครับ ใจดีเหมือนคุณพ่อด้วย”

คนที่แบกผมอยู่ไม่ได้ตอบ แต่กลับเดินต่อไปด้วยจังหวะสม่ำเสมอจนกระทั่งพวกเรามาถึงห้องพัก

ผมมึนจนเริ่มง่วง แมทช่วยหาผ้าขนหนูชุบน้ำมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้ ดีว่าผมอาบน้ำตั้งแต่ก่อนจะไปกินข้าวเลยไม่สกปรกนัก
ผมนอนตาปรืออยู่บนเตียง ใกล้จะหลับเต็มทน ได้ยินเสียงแมทพึมพำเบาๆ อย่างอ่อนใจ

“ฉันไม่ได้อยากเป็นคุณพ่อสักหน่อยนะ คี”

............................TBC....................................

ตอนนี้ยาวนิดหนึ่งให้สมกับที่หายไปหลายวันค่ะ ตัวละครใหม่โผล่มาอีกแล้ว จังหวะเรื่องน่าจะคีกคักขึ้นไปอีก ไว้ตามไปดูน้องคีทำงานอย่างจริงจังกันนะคะ

Photo by jean wimmerlin on Unsplash

ปิดท้ายด้วยภาพเจ้าจอมแสบ

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน และขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับคอมเมนท์ค่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-07-2018 14:40:08 โดย naoto »

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3390
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6
 :L2: :L1: :pig4:

พี่อยากเป็นอย่างอื่น :katai5:

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3262
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
สารภาพอะไรตอนเมาล่ะแมท :ling1:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5245
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13940
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
สนุกดีค่ะ ชอบๆ

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
อีแมทชอบน้องละสิ อิอิ

ออฟไลน์ naoto

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
บทที่ 9

วันต่อมาเป็นวันแรกของโปรแกรม Exclusive Volunteer ที่แมทลงชื่อไว้ให้ผมล่วงหน้า แต่ช่วงเช้าผมยังว่างอยู่เพราะต้องรออาสาสมัครคนอื่นที่จะเดินทางมาจากสนามบินวินฮุค ผมก็เลยติดสอยห้อยตามแมทกับเควินไปให้อาหารพวกสิงโตกับหมาป่าแอฟริกันอีกรอบ พอกลับมากินอาหารกลางวันแล้ว แมทก็ขอตัวไปทำงานต่อ ส่วนผมนั่งรออยู่ที่ส่วนกลาง ใช้ไวไฟเช็คอัพเดทโซเชียลไปตามเรื่อง
   
ผมเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์และสมัครไอดีไลน์ใหม่ ให้เบอร์ไว้แค่เจ้เคทกับป๊าม้า ส่วนเพื่อนๆ ที่สนิทกัน ผมบอกพวกมันว่าปิดเทอมนี้จะไปเมืองนอกยาว อาจจะไม่สะดวกรับสายหรือตอบไลน์ ถ้ามีอะไรให้มันส่งข้อความมาทางแมสเซสเฟสบุ๊คแทน แน่นอนว่า ผมบล็อกเฟสพี่เมธไปตั้งแต่วันที่ผมบอกเลิกเขา เลยไม่ห่วงว่าเขาจะส่งข้อความมาหาอีก
   
“ไฮ คี” เสียงทักดังขึ้นจากด้านข้าง

ผมหันไปดูแล้วก็ยิ้มให้ “ไฮ ร็อบ เป็นไงครับ มอร์นิ่งทัวร์สนุกไหม”

หนุ่มอเมริกันผมบลอนด์ยิ้มกว้างพลางพยักหน้า “เจ๋งดีนะ ทัวร์พาไปตรงส่วนซาฟารีเปิด ดูสิงโตกับชีต้ามา แล้วก็มีบาบูน กับตัวอะไรอีกตัวที่คล้ายๆ แมว...อ่า...คาราคัล (caracal) น่ะ” ร็อบเล่าด้วยเสียงตื่นเต้น “แต่คีมาอยู่หลายวัน คงได้เห็นหมดแล้วละมั้ง เมื่อกี้ผมเล่าให้พวกลิซ่าฟัง น้องผมบอกว่า เห็นมาทุกอย่างแล้ว แถมทำท่าข่มผมด้วย”

เขาว่าแล้วก็แกล้งทำท่าหงอย ผมมองแล้วก็หัวเราะออกมาเบาๆ ปลอบเขาว่า “ผมยังไม่เห็นทุกตัวหรอกครับ ได้ไปดูแค่สิงโต ชีต้า กับหมาป่าแอฟริกัน คาราคัลนี่ยังไม่เคยเห็นตัวจริงเลย ร็อบมาวันเดียว ได้ดูเยอะกว่าผมอีก”
   
 “ถ้างั้นไว้เดี๋ยวเริ่มโปรแกรมแล้วเราไปดูพร้อมกันนะ นี่ก็ใกล้บ่ายสามแล้ว เดี๋ยวพวกอาสาสมัครคนอื่นก็มาละมั้ง” อีกฝ่ายยิ้มแล้วทรุดนั่งข้างผม

พวกเราคุยเรื่องสัพเพเหระฆ่าเวลากันไปเรื่อยๆ ส่วนใหญ่ร็อบจะถามผมเรื่องเมืองไทย เขาชอบเที่ยวที่ใหม่ๆ ประเทศทางแถบเอเชียก็เคยไปมาหลายที่ แต่ยังไม่เคยไปเมืองไทยสักที
   
“ฝั่งอันดามันทางภาคใต้เหมาะกับการดำน้ำมากเลยครับ ถ้าคุณไป ห้ามพลาดนะ” ผมโฆษณาบ้านเกิดตัวเองไปรัวๆ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่มีคนมาสะกิดบ่า “อ้าว แมท งานเสร็จแล้วเหรอครับ” ผมทักคุณสิงโตที่มายืนอยู่ข้างๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
   
“เปล่า ยังไม่เสร็จหรอก แต่พอดีเควินจะกลับมาเอาของที่คลินิก ฉันเลยติดรถกลับมาดูว่า คีเป็นไง กลัวว่าจะเบื่อ แต่เห็นมีเพื่อนคุยแล้วก็ค่อยยังชั่ว” พี่หนวดตอบพร้อมกับยิ้มทักร็อบที่นั่งอยู่ข้างผม
   
“อื้อ ไม่ต้องห่วงครับ ผมเริ่มชินแล้วละ” ผมยิ้ม ทำท่ามั่นใจ เขาจะได้ไม่กังวล

คุณสิงโตเอื้อมมือมาขยี้ผมของผมเบาๆ “คีไม่เบื่อก็ดีแล้ว ถ้าอย่างนั้นฉันไปทำงานต่อละนะ ไว้ตอนดินเนอร์เจอกัน ฝากด้วยนะครับ” เขาหันไปบอกร็อบทิ้งท้าย ผมย่นจมูกใส่พี่ยักษ์ไปนิดหนึ่ง แมททำเหมือนผมเป็นเด็กอีกแล้ว

ร็อบมองพวกเราสลับกัน แต่ไม่ได้ว่าอะไรจนกระทั่งแมทเดินจากไป เขาถึงค่อยเปรย “แมทเหมือนเป็นพี่ชายคีเลยนะ คอยห่วงตลอดเลย จะว่าไป ห่วงกว่าที่ยัยลิซ่าห่วงผมอีก รายนั้นตอนเจ็ดโมงผมไปเคาะกระท่อมบอกว่าจะไปมอร์นิ่งทัวร์ มีแต่โบกมือบอกตามสบายแล้วปิดประตูใส่เฉยเลย”

“พอดีพี่สาวผมที่เป็นเพื่อนสนิทของแมทฝากฝังไว้นะครับ แมทใจดีแล้วก็ชอบเทคแคร์คนอื่นอยู่แล้ว เลยห่วงผมมากหน่อย ผมว่าเหมือนคุณพ่อมากกว่าพี่ชายแล้วละ” ผมอธิบายแล้วออกปากบ่นคนที่เพิ่งเดินจากไปอย่างไม่จริงจังนัก

......................................................

พอบ่ายสามกว่า รถตู้ที่ไปรับอาสาสมัครคนอื่นที่วินฮุคก็เดินทางมาถึง พวกอาสาสมัครใหม่สิบกว่าคนลงจากรถมาด้วยท่าทางเหน็ดเหนื่อย ทุกคนมาจัดการเรื่องเช็คอินก่อน ส่วนกระเป๋าจะขนไปที่หมู่บ้านอาสาทีหลัง สต๊าฟเรียกทุกคนไปรวมตัวกันเพื่อแนะนำตัวและทำความรู้จัก ผมกับร็อบเดินเข้าไปแจม

อาสาสมัครกลุ่มนี้มาจากทั่วโลก ทั้งยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย มีคนเอเชียผิวเหลืองผมดำเหมือนผม 4 คน แต่ดูหน้าตาแล้วน่าจะเป็นคนญี่ปุ่น แถมมาเป็นคู่ ชายสองหญิงสอง พวกเขาคุยกันเองมากกว่า ผมก็เลยเพียงแค่ยิ้มแล้วทักทายสั้นๆ หลังจากนั้นก็หันมาคุยกับหญิงสาวอีก 2 คนที่มาจากสเปนแทน รู้ว่าคนหนึ่งชื่อโซเฟีย อีกคนชื่อมาเรียนน่า รายหลังหูหนวกและพูดไม่ได้ ต้องสื่อสารด้วยภาษามือ แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะโซเฟียที่มาด้วยกันทำหน้าที่เป็นล่ามได้
   
“พวกคุณเป็นญาติกันหรือครับ ผมเห็นนามสกุลเดียวกัน” ผมถาม
   
“โน...ไม่ใช่ญาติ ฉันกับมาเรียนน่าเป็นคู่แต่งงานต่างหาก” โซเฟียบอกหน้าตาเฉย “เพิ่งจดทะเบียนกันหมาดๆ เมื่อตอนต้นปี ที่มานามิเบียก็มาฮันนีมูนน่ะ มาเรียนน่าเปลี่ยนมาใช้นามสกุลฉัน บอกว่าเวลาเขียนป้ายหน้าอพาร์ตเมนท์แล้วมันน่ารักดี”

ผมกะพริบตาปริบ มองสองสาวสวยสลับกันแล้วก็อุทานออกมาว่า “ว้าว ถ้าอย่างนั้นขอแสดงความยินดีย้อนหลังด้วยนะครับ”

โซเฟียยิ้มกว้าง ทำภาษามือบอกมาเรียนน่า หญิงสาวก็เลยยิ้มเขิน ทำมือบอกผมว่า ขอบคุณ

หลังจากนั้นทางฮาร์นาสแนะนำสต๊าฟในส่วนต่างๆ ตามด้วยผู้จัดการของฟาร์มที่มากล่าวต้อนรับ ผมซี้กับโซเฟียและมาเรียนน่าอย่างรวดเร็ว ก็เลยนั่งด้วยกัน ร็อบไปคุยกับผู้ชายอเมริกัน 2 คนแล้วก็พามารวมกลุ่มกับพวกเรา แต่ก็ไม่ได้คุยอะไรกันมากนัก เพราะถึงเวลาดินเนอร์พอดี

พวกเราเดินไปที่โรงอาหารส่วนกลางด้วยกัน ผมเดินนำหน้า เห็นร่างสูงหนาของแมทยืนรออยู่ตรงทางเข้า ก็เลยรีบสาวเท้าตรงไปหาเขา พี่หนวดเห็นผมก็ยิ้มให้ ถามเสียงอ่อนโยน “สนุกไหม คี”

“สนุกครับ ผมได้เพื่อนใหม่ด้วยละ” ผมตอบกลับอย่างกระตือรือร้น เริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กอนุบาลไม่ก็เด็กประถมที่กลับบ้านมาเล่าเรื่องโรงเรียนให้คุณพ่อฟัง พอดีโซเฟียกับมาเรียนน่าเดินตามมาถึง ผมก็เลยแนะนำให้พวกเขารู้จักกัน แมทเองก็ไม่แปลกใจกับเรื่องของสองสาว เขาแสดงความยินดีกับพวกเธออย่างสุภาพ

หลังจากนั้นพวกเราก็ไปดินเนอร์ด้วยกัน แมทคุ้นกับสต๊าฟของฮาร์นาสจนเกือบจะเหมือนเจ้าหน้าที่อีกคนอยู่แล้ว เขาช่วยอธิบายเรื่องรายละเอียดต่างๆ ให้อาสาสมัครใหม่ฟัง ผมพลอยนั่งฟังไปด้วย ถึงจะรู้บางเรื่องบ้างแล้ว จนกระทั่งจบมื้อ ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับที่พัก

“พรุ่งนี้ทางฮาร์นาสคงพาไปเซอร์เวย์รอบๆ ก่อน ฉันคงไม่ได้ไปด้วยนะ เบนจะให้ช่วยขับรถเข้าเมืองโกเบบิสไปซื้อพวกของใช้ คีอยู่ทางนี้ ถ้ามีอะไรก็บอกพวกสต๊าฟนะ อยากได้อะไรจากในเมืองไหม”

“ไม่ครับ” ผมส่ายหน้า “แมทไปเถอะ ไม่ต้องห่วงผมหรอก วันนี้ผมได้เพื่อนใหม่ตั้ง 2 คน ไม่เหงาแล้ว อยู่ได้สบายมาก” ผมบอกแล้วทำท่ามั่นใจ คุณสิงโตก็เลยหัวเราะออกมา แล้วพวกเราก็เดินกลับที่พักด้วยเงียบๆ

............................TBC....................................

ตอนนี้มาสั้นเพราะจิ้มก่อนเดินทางไกลไปเที่ยวช่วงหยุดยาวค่ะ ทิ้งไว้ให้อ่านเพลินๆ นะคะ ไว้ตอนหน้าเราไปเที่ยวกับน้องคีกันต่อ

Photo by InspiredImages pixabay.com

สัตว์ป่าน่ารู้ตอนนี้ คาราคัล caracal เป็นแมวป่าพันธุ์หนึ่ง พบในป่าวูดแลนด์ ซาวันนา และป่าละเมาะอะคาเซียทั่วทวีปแอฟริกา พบได้บ่อยในป่าที่ชุ่มชื่นใกล้ชายฝั่งเหนือทะเลทรายซาฮารา และยังพบในทะเลทรายของอินเดียด้วย [ขอบคุณข้อมูลจาก www.verdantplanet.org]


ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน และขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับคอมเมนท์ค่า

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3390
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5245
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19
 :katai2-1:


พี่สิงห์

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ naoto

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
บทที่ 10

มาอยู่นามิเบียได้เกือบสัปดาห์ ผมติดนิสัยตื่นเช้าขึ้นเรื่อยๆ วันนี้ผมตื่นตอนหกโมงครึ่ง ฟ้ายังมืดอยู่เพราะช่วงฤดูแล้งดวงอาทิตย์ขึ้นช้า กว่าจะสว่างก็เจ็ดโมงกว่าโน่น แมทที่นอนอยู่เตียงอีกฝั่งยังไม่ตื่น ผมก็เลยขยับตัวลุกอย่างระมัดระวัง เดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าแปรงฟันเปลี่ยนเสื้อผ้า
   
พอกลับออกมา คุณสิงโตที่ยังหลับอยู่ก็ตื่นขึ้นมาแล้ว แมทกำลังยืดเส้นยืดสายอยู่ที่ข้างหน้าต่าง ดูท่าทางคงเป็นกิจวัตรประจำวันที่เขาทำทุกเช้าก่อนผมจะตื่นนั่นละ นี่แสดงว่าทุกวันเขาตื่นก่อน แล้วก็ทำนั่นนี่รอผมตื่นนานพอสมควรเลย พอได้ยินเสียงประตู เขาก็หันมา ใบหน้ารกด้วยหนวดยิ้มให้

“วันนี้คีตื่นเร็ว ตื่นเต้นเรื่องจะได้เริ่มโปรแกรมอาสาหรือ” เขาแกล้งเย้า
   
“ไม่ใช่หรอกครับ เริ่มติดเป็นนิสัยมากกว่า คงเพราะตอนกลางคืนไม่ได้ทำอะไรก็เลยเข้านอนเร็วด้วย” ผมตอบแล้วเดินเข้าไปหา ชะโงกตัวมองข้ามไหล่เขาไปดูหน้าต่างข้างนอก  “ดวงอาทิตย์ขึ้นหรือยังครับ”
   
“กำลังจะขึ้นเลย ออกไปดูข้างนอกกันไหม” แมทชวน

ผมรีบพยักหน้ารับ เดินไปหยิบแจ็กเก็ตมาสวมแล้วก็เดินออกจากห้องพักไปพร้อมเขา



Photo by FuN_Lucky pixabay.com

ฮาร์นาสอยู่ในเขตทุ่งหญ้า ทิวทัศน์ยามพระอาทิตย์ขึ้นจึงไม่ได้หวือหวานัก มีเพียงท้องฟ้าโล่งกว้างไล่เฉดจากสีเหลืองทองด้านล่างไปจนถึงสีครามด้านบนที่แสงอาทิตย์ยังส่องไปไม่ถึง กรอบภาพด้านล่างเป็นเงาต้นไม้ใหญ่ แต่บรรยากาศรอบตัวของพวกเราตอนนี้ก็สงบและสดชื่น ได้ยินเสียงนกที่กำลังออกหากินร้องแว่ว ลมเย็นพัดมาเบาๆ

ผมยกแขนทั้งสองข้างเหยียดขึ้นเหนือศีรษะ สูดหายใจรับออกซิเจนเต็มปอด

แมทหันมามองเห็นท่าทางของผมแล้วก็ยิ้ม “พร้อมเริ่มงานหรือยัง”

“พร้อมครับ!” ผมหันไปตอบรับเขาเสียงขึงขัง แถมยังทำท่าตะเบ๊ะให้ด้วย

คุณสิงโตหัวเราะออกมา “ถ้าอย่างนั้นยืนชมวิวไปก่อนนะ ฉันขอไปล้างหน้าล้างตาแป๊บเดียว เดี๋ยวเราไปกินอาหารเช้ากัน” เขาว่าแล้วก็เดินกลับเข้าห้องพักไป

ผมหยิบโทรศัพท์มือถือที่แทบจะไม่ค่อยได้ใช้งานออกมาถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้น ว่าเดี๋ยวตอนไปกินข้าวจะโพสลงเฟซบุ๊คสักหน่อย พวกเพื่อนๆ มันจะได้ไม่คิดว่า ผมมาเมืองนอกแล้วหายเงียบไปเป็นเดือน ตอนที่กำลังเล็งว่าจะถ่ายมุมไหน อยู่ดีๆ ก็มีใครบางคนวิ่งเหยาะๆ เข้ามาในเฟรมภาพ เจ้าตัวโบกมือให้ ผมก็เลยลดโทรศัพท์ลงแล้วโบกมือตอบ

“ร็อบ มอร์นิ่งครับ ทำไมวันนี้มาถึงโซนนี้ได้ละ”

หนุ่มอเมริกันผมบลอนด์ซึ่งสวมชุดวอร์มกับรองเท้าผ้าใบเดินเข้ามาหา ใบหน้าหล่อจัดยิ้มกว้างเหมือนเด็กตามเคย “ผมออกมาจ็อกกิ้งน่ะ ดูแผนที่ฟาร์มแล้วเห็นว่าถ้าวิ่งจากหมู่บ้านอาสาอ้อมส่วนกลางมาตรงนี้แล้ววกกลับไป น่าจะได้ระยะทางเท่ากับที่วิ่งทุกเช้าพอดี นี่ก็กำลังจะวกกลับแล้ว”

“โห ฟิตจังเลยครับ ให้ผมลุกมาวิ่งตอนเช้านี่ขอยอมแพ้ดีกว่า”

ผมแกล้งทำหน้าเหนื่อย อีกฝ่ายก็เลยหัวเราะ ออกตัวว่า “ปกติผมวิ่งเพราะช่วงกลางวันทำงานนั่งโต๊ะไงละ แต่ถ้าอยู่ฮาร์นาส คงได้ทำงานหนักทั้งวัน เดี๋ยวพอเริ่มงานจริงผมก็คงลุกมาวิ่งไม่ไหวเหมือนกัน”

จังหวะนั้นแมทก็เปิดประตูเดินออกมาจากห้องพัก ผมหันไปเห็นเขาตอนที่พี่ยักษ์กำลังมองผมกับร็อบอยู่พอดี ใบหน้ารกๆ นั่นขมวดคิ้วนิดหนึ่ง แต่แล้วก็คลายออก เขาเดินเข้ามาหาแล้วทักชายหนุ่มผมบลอนด์ข้างๆ ผม “มอร์นิ่งครับ ออกมาวิ่งหรือ”

ร็อบยิ้มกว้างแล้วพยักหน้า “ครับ นี่ก็เพิ่งบอกคีว่า คงได้วิ่งอีกแค่ไม่กี่วัน เดี๋ยวทำงานแล้วก็คงเหนื่อยจนสลบเหมือด เออ จริงสิ คี เห็นลิซ่าบอกผมว่า ชวนคีมาจอยห้องกับผมที่หมู่บ้านอาสา คีสนใจไหม” เจ้าตัวถามด้วยเสียงกระตือรือร้น

ผมยิ้มแหย นึกถึงคำแนะนำของแมทที่บอกให้ลองดูนิสัยของอีกฝ่ายไปก่อนจะรับคำชวนเป็นรูมเมท ก็เลยบอกเขาไปว่า “พอดีผมเพิ่งรื้อกระเป๋าเก็บของไว้ในห้องทางฝั่งนี้ ยังขี้เกียจแพ็คกระเป๋าย้ายน่ะ เอาไว้ก่อนแล้วกันนะครับ”

ผมเลี่ยงเขาไป ร็อบก็ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่ทำหน้าม่อย “โอเค ถ้าคีเปลี่ยนใจก็บอกผมแล้วกันนะ ผมอยู่คนเดียวก็เหงานิดหน่อยเหมือนกัน” เขาบอกแล้วก็ตัดบท “ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวกลับไปอาบน้ำก่อนละ จะได้เวลากินอาหารเช้าแล้ว เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าตื่นเช้าแต่ดันไปเลท”
   
ร็อบวิ่งเหยาะๆ จากไปแล้ว แมทซึ่งเงียบมาตลอดบทสนทนาจึงเปรยว่า “ดูเป็นคนคุยสนุกดีนะ”
   
“เอ๋ ร็อบน่ะหรือครับ?” ผมถามงงๆ “ก็คงคุยสนุกละมั้งครับ เจอกันก็มีเรื่องชวนคุยตลอด” อย่างน้อยก็ดีกว่าน้องสาวที่เจอผมทีไร ไม่เขม่นก็ตั้งท่าจะสอบสวนผมเรื่องคุณสิงโตท่าเดียว
   
“อืม คีมีเพื่อนก็ดีแล้วละ” แมทยิ้มออกมานิดหนึ่ง “ไปกันเถอะ เดี๋ยวจะได้มีเวลากินอาหารเช้า ไม่ต้องรีบ”
เขาบอกแล้วก็ออกเดินนำผมไป ผมขมวดคิ้ว นึกสงสัย วันนี้แมทเหมือนจะอารมณ์ไม่ค่อยดีหรือเปล่านะ ปกติเขาก็นิ่งอยู่แล้ว ผมเลยดูไม่ค่อยออก แค่รู้สึกว่าออร่ารอบตัวเขามันขุ่นๆ นิดหน่อย

   
..........................................................
   
ดูเหมือนแมทจะมีเรื่องให้คิด ระหว่างกินอาหารเช้ากันเขาก็เลยเงียบกว่าปกติ ผมไม่กล้ากวนใจเลยก้มหน้าก้มตากินอาหาร เสร็จแล้วก็นั่งอัพรูปที่ถ่ายเมื่อเช้าลงเฟซบุ๊ค บรรยากาศมาดีขึ้นหน่อยตอนที่โซเฟียกับมาเรียนน่าเดินเข้ามาในห้องอาหาร ผมรีบโบกมือทักสองสาวแล้วชวนเพื่อนใหม่มาร่วมโต๊ะ
   
โซเฟียถามแมทเรื่องรายละเอียดของฮาร์นาส ความจริงคนที่สนใจมากกว่าคงเป็นมาเรียนน่า เธอส่งภาษามือให้แฟนสาวช่วยแปลให้แมทฟังด้วยท่าทางกระตือรือล้น แมทตอบอย่างละเอียดเท่าที่เขารู้ ผมช่วยเสริมตามสายตาคนมาใหม่ บรรยากาศเลยค่อยคลี่คลายไปบ้าง
   
พอกินอาหารเช้าเสร็จ แมทก็บอกว่า ถึงเวลาที่นัดเควินว่าจะขับรถเข้าเมืองไปซื้อของแล้ว เขาหันมาถามโซเฟียกับมาเรียนน่าเหมือนที่ถามผมเมื่อคืนว่า ต้องการอะไรจากในเมืองไหม สองสาวปฏิเสธบอกว่า เตรียมของมาพร้อมหมดแล้ว แมทก็เลยหันกลับมาหาผม “ถ้าอย่างนั้นคีก็ไปเถอะ บ่ายๆ ฉันคงกลับมาถึงแล้ว คีคงกลับมาจากทัวร์รอบฟาร์มพอดี”
   
ผมพยักหน้ารับคำ “ครับ ขับรถดีๆ นะครับ”
   
คุณสิงโตยิ้มแล้วก็ยกมือขึ้นมาขยี้ผมของผมอีกทีหนึ่ง ก่อนจะเดินจากไป ผมมองตามแผ่นหลังของเขา ใจโหวงนิดหน่อย วันก่อนๆ ถึงแมทจะแยกไปทำงาน แต่ผมรู้ว่าเขายังอยู่ใกล้ๆ ในฮาร์นาส ถ้ามีปัญหาอะไรก็คงให้เขาช่วยได้ แต่วันนี้ผมต้องอยู่เองให้ได้

อารมณ์เหมือนเด็กที่พ่อแม่พามาส่งโรงเรียนแล้วเดินออกไปเลยแฮะ ไม่ได้ๆ เมื่อวานผมเพิ่งจะแซวแมทอยู่ว่าทำตัวเหมือนคุณพ่อพาลูกมาส่ง วันนี้ผมดันทำตัวเหมือนเด็กเองซะงั้น


“สู้โว้ย” ผมสูดลมหายใจฮึด แล้วเดินกลับไปหาโซเฟียกับมาเรียนน่าที่ยืนรออยู่ เตรียมพร้อมไปเริ่มโปรแกรมอาสาสมัครวันแรก


............................TBC....................................

รอบนี้ไม่มีรูปสัตว์ แต่แปะรูปพระอาทิตย์ขึ้นในนามิเบียแทนนะคะ

ยังคงเรื่อยๆ มาเรียงๆ แต่คุณสิงโตเหมือนจะไม่ค่อยเรื่อยๆ เสียแล้ว ทิ้งน้องไว้แบบนี้ จะเกิดอะไรขึ้นรึเปล่าน้า

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน และขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับคอมเมนท์ค่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-08-2018 01:01:48 โดย naoto »

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
พี่สิงโต หวงน้องอะจิ อิอิ มัวแต่รีรอ ระวังอีร๊อบ คาบไปกินนะ

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3390
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

ออฟไลน์ naoto

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
บทที่ 11

ผมกับโซเฟียและมาเรียนน่าเดินไปสมทบกับอาสาสมัครใหม่คนอื่นๆ ริมสนามหญ้าของลานหน้าพื้นที่ส่วนกลาง คนยังมากันไม่ครบ พวกเรานั่งคุยฆ่าเวลากันไปตามเรื่อง เลยไปหน่อยมีฝูงพังพอนกับนกกระจอกเทศกำลังก้มหน้าก้มตากินอาหารที่อาสาสมัครเก่ากำลังโปรยให้ มาเรียนน่ายืดคอมองตาโต ท่าทางสนใจมาก
   
โซเฟียเล่าให้ผมฟังว่า มาเรียนน่าชอบพวกสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ป่า ความจริงเจ้าตัวอยากเรียนสัตวแพทย์ น่าเสียดายที่มหาวิทยาลัยที่มีคณะสัตวแพทย์ในสเปนยังไม่เอื้อสำหรับคนหูหนวก หญิงสาวจึงต้องไปเรียนสาขาอื่นแทน พอแต่งงานกัน โซเฟียจึงตั้งใจเก็บเงินเตรียมทริปฮาร์นาส 1 เดือนเต็มเป็นของขวัญแต่งงานให้แฟนสาว
   
“สุดยอดเลยครับ” ผมยกนิ้วให้โซเฟีย แล้วหันไปสะกิดไหล่มาเรียนน่าซึ่งยังดูฝูงพังพอนอยู่ ทำภาษามือที่เรียนมาจากโซเฟีย ถามเธอไปว่า ชอบไหม มาเรียนน่าพยักหน้าหงึกหงัก ยิ้มกว้างตาพราว

ผมมองรอยยิ้มของสาวสเปนตรงหน้าอย่างชื่นชม ถึงจะหูหนวกและพูดไม่ได้ แต่มาเรียนน่าก็เป็นคนสวย ผมสีบรูเนต ตาคมแบบสาวยุโรปใต้ ยิ่งเมื่อรวมกับประกายสดใสอย่างคนที่เพิ่งแต่งงานมาไม่กี่เดือน เธอก็ยิ่งมีออร่าน่ามอง
   
โซเฟียเห็นผมมองมาเรียนน่าแบบเคลิ้มๆ ก็เลยเอานิ้วมาจิ้มเอวผม ส่งเสียงดุเอาว่า
“เดี๋ยวเถอะ หนุ่มน้อย มองภรรยาคนอื่นตาเยิ้มแบบนี้ได้ยังไง”

ผมสะดุ้ง รีบยกมือปฎิเสธ “เปล่านะครับ ผมไม่ได้คิดไม่ดีนะ ซอรี่ๆ ผมชอบมองสาวสวยเพราะดูแล้วสบายใจเท่านั้นเอง” ผมแก้ตัวลิ้นพันกัน ยิ่งฟังเหมือนจะยิ่งแย่ แต่โซเฟียที่เก็กหน้าดุก็หลุดขำพรืด

“ฮ่าๆ ฉันแกล้งเล่นน่ะ รู้หรอกว่า คีไม่สนใจแฟนฉันแบบนั้นหรอก” เธอเดายิ้มๆ “คีไม่สนใจผู้หญิงใช่ไหมละ”

ผมอึ้งไปนิด ก่อนจะยิ้มแหย “ผมดูออกชัดขนาดนั้นเลยเหรอครับ” ตอนอยู่เมืองไทย ผมไม่ได้ประกาศตัวว่าเป็นเกย์ แต่ก็ไม่ได้ปิดบังอะไร พวกคนที่คณะมารู้ว่าผมชอบผู้ชายก็ตอนผมคบกับพี่เมธแล้ว

“เรดาร์ฉันไม่เคยพลาด” โซเฟียทำท่ายืด ก่อนจะหัวเราะอีกครั้ง “ความจริงเพราะฉันคบเพื่อนที่เป็นเกย์กลุ่มใหญ่เลยน่ะ พอจะมองสายตาพวกเขาเวลามองสาวสวยออก”

โซเฟียอมยิ้มแล้วแกล้งแซวผมว่า “ไอ้ที่พวกฉันไม่ใช่แบบที่คีชอบน่ะ รู้แล้ว แต่สงสัยว่า สเป๊คคีจะเป็นแบบไหนกันน้า ระหว่าง...พี่หนวดคนเข้ม dark tall and handsome กับพ่อหนุ่มผมบลอนด์สุดหล่อ สไตล์ขวัญใจสาวไฮสคูล” เธอถามพลางพยักเพยิดไปทางร็อบซึ่งกำลังเดินตัดสนามตรงเข้ามาหาพวกเรา

“เห? หมายถึงแมทกับร็อบเหรอครับ? ผมไม่ได้คิดอะไรกับพวกเขานะ คนนึงก็เพื่อนของพี่ อีกคนก็เพิ่งรู้จักกันได้ 2 วันเอง” ผมรีบปฎิเสธ จะว่าไป พวกเขาก็ไม่ใช่สเป๊คผมทั้งคู่จริงๆ นะ ถ้าแบบที่เห็นปุ๊บแล้วรู้ว่าชอบ คงเป็นแบบพี่เมธละมั้ง หนุ่มแว่นหล่อสะอาด ดูขรึมๆ หน่อย

“อ้าว ไม่ใช่ว่าสองคนนั้นเขา....”
โซเฟียขยับจะถาม แต่ร็อบเดินเข้ามาถึงพวกเราพอดี เธอก็เลยไม่พูดต่อ แต่เปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นแทน


ไม่กี่นาทีต่อมา เฮเลนกับสตีฟ สต๊าฟของฮาร์นาสซึ่งจะเป็นพี่เลี้ยงให้อาสาสมัครกลุ่มนี้ ก็เรียกพวกเราไปรวมตัวใต้ต้นไม้ ทั้งคู่ผลัดกันบรีพรายละเอียดคร่าวๆ ของสัปดาห์แรก สองวันต่อจากนี้จะเป็นการเซอร์เวย์บริเวณรอบๆ ฟาร์มและเรียนรู้เรื่องสัตว์ หลังจากนั้นพวกเราก็จะได้ลงมือทำงานจริงในวันที่สาม เริ่มต้นเรียนรู้การดูแลสัตว์แต่ละประเภท ไล่ไปทีละชนิด เริ่มจากชีต้าก่อน

พอบรีฟจบเฮเลนกับสตีฟก็พาพวกเราเดินชมรอบพื้นที่ส่วนกลาง แนะนำส่วนต่างๆ อย่างละเอียด ตั้งแต่ส่วนอนุบาลสัตว์ คลินิก โรงเรียน ไปจนถึงโบสถ์ที่จะมีชาวบ้านพื้นเมืองแถบนี้แวะมาทำกิจกรรมในวันอาทิตย์ โซเฟียกับมาเรียนน่าเดินคู่กัน รายแรกตั้งอกตั้งใจแปลภาษามือตามที่สต๊าฟบรรยายให้รายหลังฟัง ผมไม่อยากเป็นก้างขวางคอคู่แต่งงานใหม่ เลยชะลอฝีเท้ามาเดินคู่กับร็อบ

“เลยไปข้างหน้าเป็นส่วนอนุบาลชีต้าละครับ ผมเคยไปช่วยเบน สต๊าฟของส่วนนั้นทำความสะอาดเมื่อวันก่อน”
ผมชี้ให้เขาดูแล้วเล่าเรื่องที่ไปช่วยแมทกับเบนถ่ายคลิปโปรโมทให้ฟังด้วย

ชายหนุ่มผมบลอนด์พยักหน้าหงึกๆ ฟังอย่างสนใจ “คีมาอยู่แค่ไม่กี่วันแต่ทำอะไรเยอะเลย ขยันจัง” เขาชมยิ้มๆ

ผมส่ายหน้าแล้วออกตัวว่า “ผมโชคดีเพราะได้แมทเป็นพี่เลี้ยง เลยติดสอยห้อยตามเขาไปน่ะ ไม่อย่างนั้นก็คงได้แต่นั่งหง่าว”


หลังจากนั้นก็พักกินอาหารกลางวัน แล้วขึ้นรถไปดูรอบฟาร์ม รถที่พาไปรอบนี้ไม่ใช่รถกะบะติดกรงแบบตอนที่ผมไปกับแมทวันแรก แต่เป็นรถจี๊บแบบติดรถพ่วงที่นั่งด้านหลัง มีที่นั่ง 3 แถว จุคนได้สัก 8-9 คน แล่นตามกันไป 2 คัน ผมนั่งกับโซเฟียและมาเรียนน่า ร็อบเขยิบไปนั่งแถวหลังถัดไป แต่ก็ชะโชกตัวมาคุยกับผมเป็นระยะ

รถแล่นมาถึงจุดที่ผมเคยมาให้อาหารสิงโต แล้วก็จอดเพื่อให้อาสาสมัครใหม่ลงมาดูพวกสิงโตผ่านรั้วกั้น ผมก้าวลงจากรถ เพิ่งเห็นจุดที่เท้าเหยียบลงไปเป็นแอ่งที่ดินค่อนข้างเหลว กำลังจะหันไปบอกโซเฟียกับมาเรียนน่าที่ตามมาให้ไปลงอีกฝั่งของตัวรถแทน แต่ปรากฏว่าห้ามไม่ทัน โซเฟียที่ก้าวตามผมลงมาเหยียบดินลื่นแล้วเซมาทางผม

“ระวัง!” ผมยื่นแขนรับตัวเธอไว้ ทำท่าจะล้มลงไปด้วยกัน ดีว่าผมมือไวคว้าขอบรถไว้ได้ แต่จังหวะที่ลงน้ำหนัก เท้าขวาของผมก็พลิก เจ็บแปล๊บตรงข้อเท้าไปวูบหนึ่ง

“ซอรี่ คี เป็นอะไรหรือเปล่า!” โซเฟียที่ทรงตัวได้แล้วหันมาขอโทษ ก่อนจะถามผมด้วยสีหน้าร้อนรน

ผมรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ “ไม่เป็นอะไรๆ ผมกำลังจะเตือนอยู่ว่าดินตรงนี้มันลื่น แต่เตือนช้าไปหน่อย” ผมหันไปชี้บอกมาเรียนน่าที่ยังนั่งหน้าตื่นอยู่บนรถให้ไปลงอีกด้าน หลังจากนั้นเราสองคนก็เดินเลาะด้านหลังรถไปหาเธอ

โซเฟียยังเป็นห่วงว่าผมจะเจ็บ แต่ผมโบกมือบอกว่า ไม่เป็นไร ซึ่งก็ไม่เป็นไรจริงๆ นั่นแหละ เจ็บแปล๊บเมื่อกี้นิดเดียว ตอนนี้ก็เดินได้ปกติ


ชั่วโมงแรกผมก็คิดแบบนั้น แต่พอนั่งรถต่อไปจุดอื่น แล้วก้าวขึ้นลงรถหลายๆ ครั้งเข้า ไอ้อาการเจ็บแปล๊บๆ ตรงข้อเท้าก็กลับมาอีก แต่ผมพยายามกลบเกลื่อนไว้เพราะไม่อยากให้โซเฟียรู้สึกผิด กะว่ากลับเข้าที่พักแล้วค่อยไปคุ้ยยาทาแก้ปวดในกระเป๋ามาทา

ตอนที่พวกเรากลับมาถึงส่วนกลางในช่วงบ่ายแก่ๆ ข้อเท้าผมก็ชักแย่แล้ว ผมกัดฟันก้าวลงจากรถ โบกมือให้พวกโซเฟียกับมาเรียนน่าที่จะแยกกลับไปหมู่บ้านอาสาก่อน

ร็อบบอกว่าจะมาใช้ไวไฟที่ส่วนกลางเช็คอีเมล์สักหน่อย เลยเดินมากับผมด้วย เขามองผมแล้วถามว่า “คีเป็นอะไรรึเปล่า ทำไมหน้าซีดๆ”

“ไม่เป็นไรครับ ผมแค่เจ็บเท้า สงสัยว่าเมื่อกี้จะก้าวผิดจังหวะ” ผมตอบกลับไป พยายามฝืนยิ้มให้เขา “เดี๋ยวผมว่าจะกลับไปห้องพักแล้วทายา ร็อบจะใช้ไวไฟอยู่ที่นี่ใช่ไหม งั้นไว้เจอกันตอนมื้อเย็นนะ”

ผมบอกลาแล้วจะแยกมา แต่ร็อบกลับยื่นมือมาแตะแขนผม ทำหน้าเป็นห่วงแล้วบอกว่า “เจ็บเท้าแล้วเดินไหวหรือ มา...ผมช่วยประคองไปดีกว่า จะได้ไม่ต้องลงน้ำหนักที่เท้ามาก”

ร็อบช่วยประคองแขนผมเดินกลับไปที่ห้องพักฝั่งลอดจ์ ตอนที่เดินผ่านโรงจอดรถก็เจอแมทกับเบนกำลังช่วยกันขนของลงจากรถของแมท มีลิซ่ายืนอยู่ด้วย ดูท่าทางเหมือนเพิ่งกลับมาพร้อมกัน

พอเห็นผมเดินผ่านมาโดยมีร็อบประคองแขนอยู่ คุณสิงโตก็ขมวดคิ้ว รีบเดินเข้ามาถาม “คีเป็นอะไร”

“เจ็บข้อเท้านิดหน่อยครับ เมื่อกี้เดินไม่ระวังเลยเท้าพลิก ร็อบเห็นผมเดินไม่สะดวกเลยช่วยประคองมา ผมว่าจะกลับไปทายาที่ห้อง” ผมยิ้มแหยแล้วบอกเขาตามจริง

แมทก้มลงมองข้อเท้าขวาของผมแล้วย่อตัวลงไป เลื่อนขอบถุงเท้าของผมลง พอเห็นข้อเท้าที่เริ่มบวมแดงนิดๆ เขาก็เงยหน้าขึ้นมาออกเสียงดุ “ข้อเท้าบวมขนาดนี้ แค่ทายาจะหายได้ยังไง ไปห้องพยาบาลที่คลินิกเถอะ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมไม่ได้ปวดเท่าไหร่”
ผมรีบปฏิเสธ ไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ แต่แมทไม่ยอม “ตอนนี้ไม่ปวด แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้ พรุ่งนี้เธอปวดจนเดินไม่ไหวแน่”

เขาลุกขึ้นยืนแล้วบอกร็อบที่ประคองผมอยู่
“รบกวนคุณช่วยเบนกับลิซ่าขนของหน่อยนะครับ เดี๋ยวผมพาคีไปห้องพยาบาลเอง”

ร็อบขยับจะตอบอะไรสักอย่าง แต่แมทไม่รอฟัง เขาก้มลงช้อนตัวผมขึ้นมาอุ้มแล้วออกเดินฉับๆ ออกมา ท่ามกลางสายตาของร็อบ ลิซ่ากับเบนที่มองอยู่ ผมอ้าปากหวอ “แมท! อุ้มผมทำไมครับ วางเถอะ ตัวผมหนักจะตาย ไปห้องพยาบาล ผมเดินไหวๆ”

ผมร้องบอกเขาแต่พี่หนวดกลับขมวดคิ้ว ก้มหน้าลงมาดุผมเสียงเย็น “ข้อเท้าบวมขนาดนี้ยังฝืนอีก คีรู้รึเปล่าว่า ตอนนี้หน้าซีดแค่ไหน อยู่นิ่งๆ เลย” เขาบอกแล้วกระชับอ้อมแขน อุ้มผมเดินลิ่วเหมือนผมเป็นเด็กเล็กตัวเบาอย่างนั้นแหละ

ผมถูกคุณสิงโตใจดีดุเป็นครั้งแรกก็เลยได้แต่อึ้ง หุบปากสนิท แล้วยอมให้เขาอุ้มพาไปห้องพยาบาลโดยดี พอมองข้ามไหล่แมทไปด้านหลังก็เห็นลิซ่ามองตามพวกเรามา สีหน้าไม่พอใจสุดๆ ผมรีบหดคอกลับมา กลืนน้ำลายแล้วนึกบ่นแมทในใจ

แมทครับ ผมเพิ่งทำให้แม่สาวผมบลอนด์เลิกเขม่นผมเพราะคุณได้วันเดียวเอง ตอนนี้เจ้าหล่อนต้องเหม็นขี้หน้าผมหนักกว่าเดิมแน่เลย!

............................TBC....................................


คุุณสิงโตโกรธซะแล้ววววว เอ โกรธหรือหวง หรือห่วง หรือหึง ก็ไม่รู้ละค่ะ แต่เอาเป็นว่าน้องคีถูกอุ้มตัวปลิวเลยก็แล้วกัน ^o^

ช่วงต่อไปน่าจะลงได้ถี่ขึ้นแล้วเพราะเราเพิ่งลงเรื่องที่ลงประจำทุกสัปดาห์จบค่ะ ไว้ไปเที่ยวฮาร์นาสกันต่อนะคะ

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน และขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับคอมเมนท์ค่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-08-2018 01:20:45 โดย naoto »

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
โอ๊ยยย ฟินๆๆ อิจฉาคีมากๆ มีแต่งานดีๆ :impress2: :impress2: :impress2: :impress2:

ออฟไลน์ naoto

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
บทที่ 12

แมทอุ้มผมเดินตัดลานจอดรถไปยังคลินิกของฮาร์นาสซึ่งอยู่ติดกัน โชคดีที่ช่วงนี้เป็นช่วงบ่าย พวกอาสาสมัครกับสต๊าฟส่วนใหญ่ยังไม่กลับมาพื้นที่ส่วนกลางจึงไม่มีใครมาเห็นพี่ยักษ์อุ้มผมท่านี้อีก ผมพยายามทำตัวนิ่งอยู่ในอ้อมแขนเขา จะได้ไม่ทำให้เขายุ่งยากกว่าเดิม

พอไปถึง คุณหมอประจำคลินิกก็ช่วยดูอาการให้ สรุปว่าผมข้อเท้าแพลง แต่ไม่รุนแรงเท่าไร แค่เอ็นยึดข้อถูกยืดมาจนอักเสบ แต่ไม่ถึงกับเอ็นฉีก ข้อเท้าก็เลยบวมนิดเดียว คุณหมอพันผ้ายืดให้แล้วบอกว่า ให้พักเท้าสักวัน โชคดีที่ตารางงานอาสาพรุ่งนี้ส่วนใหญ่เป็นการฟังเลคเชอร์เรื่องข้อมูลพื้นฐานของพวกสัตว์ชนิดต่างๆ ไม่ต้องเดินไปไหน จะมีแค่กิจกรรมให้อาหารสัตว์ตอนเช้าที่ผมคงต้องขอโดด

คุณหมอให้ถุงน้ำแข็งมาประคบกับแถมยาแก้ปวดเผื่อคืนนี้ข้อเท้าผมจะอักเสบขึ้นมาอีก หลังจากนั้นแมทก็พาผมกลับห้อง ทีนี้ก็มาถึงปัญหาที่ว่า ผมจะกลับห้องยังไง ตอนแรกแมททำท่าจะอุ้มผมอีกรอบ ผมรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ยอมให้ผมฝืนเดินกลับเองแน่ เลยรีบต่อรองว่า “เปลี่ยนเป็นขี่หลังเหมือนวันก่อนได้ไหมครับ คุณอุ้มผมแบบนั้น...ถ้ามีใครมาเห็น ผมอายตายเลย”

พี่ยักษ์หัวเราะ “คีเขินที่ถูกอุ้มท่าเจ้าสาวสินะ โอเคๆ” เขาว่าแล้วก็ย่อตัวลงอย่างว่าง่าย

ผมย่นจมูกใส่เขา “ที่เมืองไทยเขาเรียกว่า อุ้มท่าเจ้าหญิงน่ะครับ แต่ใช้คำไหนผมก็อายทั้งนั้นแหละ” ผมขยับเข้าไปเกาะหลังคุณสิงโต

เขาช้อนต้นขาผมขึ้น บอกเสียงอ่อนโยน “จับดีๆ ละ ถ้าจะตกก็บอกฉัน จะได้ระวัง”

“ครับ”


พวกเราเดินออกมาได้หน่อยก็เจอร็อบที่เดินสวนทางมา เขารีบเข้ามาถามอย่างเป็นห่วง “คี เป็นไงบ้าง บาดเจ็บมากหรือเปล่า” เขาก้มลงมองข้อเท้าขวาผมที่มีผ้าพันไว้

ผมยิ้มแล้วส่ายหน้า “นิดหน่อยเองครับ แค่เท้าแพลงน่ะ หมอบอกว่า พักสักวันก็หาย แต่เย็นนี้ผมคงไม่ได้ไปดินเนอร์ด้วยแล้ว ถ้าคุณเจอโซเฟียกับมาเรียนน่า ช่วยบอกพวกเธอได้ไหมครับว่า ผมป่วยนิดหน่อย...แต่อย่าเพิ่งบอกว่า ผมบาดเจ็บนะ” ผมขอร้องเขาไปเพราะไม่อยากให้โซเฟียรู้สึกผิด วันนี้เธอไม่เจอผม ถ้ารู้ว่าผมบาดเจ็บอาจจะกังวลมาก ไว้พรุ่งนี้ผมพอเดินได้แล้วค่อยไปบอกเธอเองดีกว่า

“โอเค คีก็พักผ่อนเถอะนะ” ร็อบพยักหน้าตกลง แล้วยื่นมือมาลูบศีรษะผมเหมือนเป็นห่วง ก่อนจะหันมาทางแมทที่อุ้มผมขึ้นหลัง บอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “กุญแจรถคุณอยู่ที่เบนนะครับ ผมช่วยขนของไปเก็บเรียบร้อยแล้ว ลิซ่าขอตัวกลับหมู่บ้านอาสาไปก่อน ฝากผมมาบอกคุณว่า ขอบคุณที่พาไปทำธุระ”

“ครับ” แมทยิ้มบางรับคำ

ผมมองพวกเขาสลับไปมา สองคนนี้เจอกันหลายครั้งแล้ว แต่เจอกันทีไรก็ทำนิ่งๆ ใส่กันตลอด เพราะร็อบเห็นว่าแมทเป็นหนุ่มที่น้องสาวตัวเองสนใจหรือเปล่านะ เลยเว้นระยะไม่สนิทด้วยเหมือนที่คุยกับผม

..............................................................

ผมกับแมทตกลงกันว่า วันนี้จะสั่งรูมเซอร์วิสเอาอาหารมาส่งที่ห้องสักมื้อหนึ่ง ผมจะได้ไม่ต้องฝืนเดินออกมาที่โรงอาหาร ผมบอกว่าจะเป็นคนจ่ายเงินค่าอาหารมื้อนี้เอง เพราะผมทำให้เขายุ่งยากไปด้วย ตอนแรกแมทจะไม่ปฎิเสธ แต่ผมยืนยันเสียงแข็ง บอกว่าอยากเลี้ยงขอบคุณเขาด้วย เขาก็เลยยอมจนได้

มื้อนี้พวกเราจึงกินอาหารที่โต๊ะหน้าห้องพัก ชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน หลังจากนั้นแมทก็บอกให้ผมพักผ่อน บอกว่าจะเดินไปใช้ไวไฟที่ส่วนกลางสักครู่ ผมอยู่ในห้องยังไม่รู้จะทำอะไรก็เลยไปอาบน้ำล้างตัวเสียหน่อย ช่วงบ่ายไปเซอร์เวย์รอบฟาร์ม ถนนลูกรังมีฝุ่นเยอะจนต้องสระผม

พอแต่งตัวออกมากำลังพันผ้ายืดรอบข้อเท้าใหม่ แมทก็เปิดประตูห้องเข้ามาพอดี
“อ้าว คีอาบน้ำหรือ” เขาย่นคิ้ว ถามแบบดุนิดหน่อย

ผมรีบยิ้มให้ “มันเหนียวตัวน่ะครับ ผมก็มีแต่ฝุ่น ไม่เป็นไรหรอก ผมแค่ข้อเท้าแพลงนะ ไม่ได้เป็นไข้ไม่สบายสักหน่อย”

“ตอนนี้ไม่เป็น แต่ถ้าคืนนี้ข้อเท้าอักเสบขึ้นมาก็อาจจะไข้ขึ้นได้เหมือนกันนะ” แมทถอนใจแล้วทรุดนั่งลงข้างเตียง จับเท้าผมไปวางบนหน้าตักของตัวเองแล้วดึงผ้ายืดไปจากมือผม บอกว่า “เดี๋ยวฉันพันให้”

“ไม่เป็นไรครับ ผมทำเองก็ได้” ผมทำท่าจะหดขากลับมา แต่แมทส่ายหน้า

“พันเองไม่ถนัดหรอก คีอยู่นิ่งๆ เถอะ อย่าดื้อเลย แค่วันนี้ที่ฝืนเดินทั้งที่เท้าเจ็บก็น่าตีแล้วนะ” เขาออกปากบ่นไม่จริงจังนัก ผมได้ยินก็เลยทำหน้าบูดบ้าง

“แมทดุเหมือนผมเป็นเด็กเลย”

“ก็คียังเด็กจริงๆ นี่นา” พี่ยักษ์ว่าแล้วก้มหน้าก้มตาพันข้อเท้าให้ผม ไล่ตั้งแต่โคนนิ้วเท้าจนถึงกลางหน้าแข้ง ทั้งที่มือของเขาใหญ่กว่าผมตั้งเยอะแต่กลับมือเบามากๆ ผ้ายืดที่พันให้ผมแน่นพอดี ไม่หลวมหรือรัดข้อเท้าเกินไป

เขาพันข้อเท้าให้ผมเสร็จแล้วก็ยืดตัวขึ้นมานั่งข้างกัน เตือนผมด้วยสีหน้าจริงจัง “ที่คีเป็นห่วงเรื่องความรู้สึกของโซเฟีย ฉันเข้าใจนะ แต่คีก็ไม่ควรฝืนเหมือนกัน ถ้าคีเกิดบาดเจ็บมากแล้วโซเฟียมารู้ทีหลัง เธอจะยิ่งเสียใจ”

เขาเอื้อมมือมาลูบศีรษะผม “เป็นสุภาพบุรุษน่ะดีแล้ว แต่ก็ต้องดูลิมิทตัวเองด้วย โอเคไหม”

“ครับ” ผมพยักหน้าหงึกรับคำ

คุณสิงโตเห็นผมหน้าม่อย ก็เลยยิ้มปลอบ “งั้นวันนี้ก็รีบพักผ่อนเถอะ เมื่อกี้ฉันไปบอกเฮเลนกับสตีฟให้แล้วว่า คีป่วย ของดไม่ไปให้อาหารพวกสัตว์ช่วงเช้า แต่จะไปฟังเลคเชอร์ตอนสายๆ แล้วก็เดินไปบอกโซเฟียกับมาเรียนน่าให้ด้วย แต่ไม่ได้บอกว่าคีบาดเจ็บ รอให้คีไปบอกพวกเธอเองพรุ่งนี้ สบายใจหรือยัง”

ผมเงยหน้าขึ้นมองเขา คุณสิงโตรู้ว่าผมไม่สบายใจกลัวโซเฟียกับมาเรียนน่าจะเป็นห่วง ก็เลยอุตส่าห์เดินไปหมู่บ้านอาสาที่อยู่ห่างไปเกือบกิโลเพื่อบอกเพื่อนๆ ของผมให้ ผมรีบพยักหน้าแล้วยิ้มกว้างให้เขา

“ครับ สบายใจแล้ว ขอบคุณนะครับ แมท”

   

แมทกลัวว่าข้อเท้าผมจะอักเสบขึ้นมาอีกก็เลยคอยถามว่าปวดไหม เจ็บมากขึ้นหรือเปล่า ผมตอบไปว่า ถ้าไม่ขยับเท้าทำอะไรก็ไม่เจ็บเท่าไร ก็เลยเข้านอนโดยไม่ได้กินยาแก้ปวด แต่พอตกดึก เหมือนข้อเท้าจะปวดมากขึ้นแถมผมยังรู้สึกเหมือนตัวเองจะมีไข้หน่อยๆ ด้วย
   
ผมหลับแบบไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่ กลายเป็นว่าคิดถึงเรื่องเก่าจนเก็บไปฝัน
   
ผมฝันถึงช่วงที่คบกับพี่เมธ มีวันหนึ่งที่เขานัดผมไปกินข้าวเย็น ผมไปที่ร้านประจำของเราแล้วสั่งอาหารรอเขาเหมือนทุกที พี่เมธโทรมาบอกว่า มีงานด่วนเข้ามา ขอเวลาจัดการแป๊บหนึ่ง แต่สุดท้ายเขาก็ทำงานไม่เสร็จและมาไม่ทัน ผมต้องให้ที่ร้านห่ออาหารใส่กล่องแล้วไปรอเขาที่คอนโดแทน ยังไงคืนนี้ผมก็กะจะค้างกับเขาอยู่แล้ว 
   
ตอนขากลับมา ฝนตกหนัก ผมรอแท็กซี่อยู่หน้าร้านจนโดนละอองฝนอยู่พักหนึ่ง พอไปถึงคอนโดพี่เมธก็รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว แต่คิดว่าคงไม่เป็นไร เลยรีบอาบน้ำแล้วเข้านอน
   
คืนนั้นผมก็จับไข้เหมือนคืนนี้ ผมนอนตัวสั่นอยู่ในผ้าห่ม รู้สึกว่ามีมือมาอังที่หน้าผาก พี่เมธคงกลับมาแล้วสินะ แล้วสักพักก็มีคนประคองผมขึ้นมานั่ง ยื่นยาให้กินแล้วตามด้วยน้ำ ผมกินยาแล้วนอนต่อ แต่ขยับเข้าไปหาคนที่นอนอยู่อีกฝั่งของเตียง เรียกเขาเบาๆ
   
“พี่เมธ...”
   
“Hm….do you want anything else?”

เสียงทุ้มถามกลับมา ไหงวันนี้พี่เมธพูดภาษาอังกฤษละ จะแกล้งผมหรือไง ผมคิดอย่างงัวเงียแล้วก็ตอบกลับเขาไปเป็นภาษาเดียวกัน “Yes, can you hold me, please?”
   
“Ok, baby”

เขาตอบกลับแล้วดึงผมเข้าไปในอ้อมแขน กอดของเขาอุ่นและเหมือนจะกว้างกว่าเดิม มือใหญ่เอื้อมมาลูบหลังกล่อม
ผมนอนหนุนแขนเขา ซุกหน้าอยู่กับอกของคนข้างตัว รู้สึกปลอดภัยจนหลับลึกไปจนได้


............................TBC....................................

มาต่อได้อีกหน่อยค่ะ น้องคีไม่สบายแล้วฝันถึงแฟนเก่า แต่คนที่พยาบาลอยู่นี่ใครกันแน่ ความจริงหรือความฝันก็ไม่รู้เหมือนกันสินะ ^o^

เรื่องนี้จะมาทีละสั้นๆ แต่จะพยายามลงให้สม่ำเสมอนะคะ

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน และขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับคอมเมนท์ค่า

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3390
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6
 :-[

"ok baby"
hhhhoooo คุณสิงโต อ๋าาาา

ออฟไลน์ naoto

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
บทที่ 13

เมื่อคืนผมละเมอขอให้แมทกอด...

ผมรู้ตัวตอนที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า ตัวเองนอนอยู่บนเตียงอีกฝั่ง หนุนหมอนและห่มผ้าของเขาด้วย พอทบทวนความฝันแปลกๆ เมื่อคืนก็เข้าใจแจ่มแจ้งแบบไม่ต้องเดา ผมขดตัวซุกหัวเข้าไปใต้ผ้าห่มพลางด่าตัวเองในใจ ไอ้คีเอ๊ย! จะไข้ขึ้นหรือคิดถึงเรื่องเก่ายังไงก็ไม่น่ามึนขนาดนั้นนี่หว่า! ยังดีที่แมทลุกออกไปก่อน ถ้าขืนตื่นขึ้นมาเจอเขาแบบจังๆ ผมคงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน 

ผมนอนเอาหัวทุ่มหมอนอยู่ในโปงผ้าห่มอีกครู่หนึ่ง ได้ยินเสียงประตูห้องพักเปิด ตามด้วยเสียงฝีเท้า ผมจึงค่อยๆ โผล่ศีรษะออกจากโปง ทำหน้างัวเงีย

แมทยืนอยู่ข้างเตียง ก้มตัวลงมาถามผม “คีตื่นแล้วหรือ ลุกไหวไหม ฉันไปเอาอาหารเช้ามาให้ กินเสียก่อนแล้วค่อยนอนพักต่อ” มือใหญ่เอื้อมมาแตะหลังมือกับหน้าผากผมเบาๆ “ตัวไม่ร้อนแล้ว ข้อเท้ายังเจ็บอยู่หรือเปล่า”

ผมขยับลุกขึ้นนั่ง ห้อยขาลงมา จังหวะที่เท้าแตะพื้นยังรู้สึกแปลบๆ ตรงข้อเท้าอยู่หน่อย 
“ยังเจ็บนิดๆ ครับ แต่ไม่ตึงเท่าเมื่อวาน”

แมทก้มลงไปแกะผ้ายืดออกมาอย่างเบามือ พอเห็นว่าข้อเท้าผมยังบวมแดงอยู่ เขาก็เปรยว่า “คงต้องประคบน้ำแข็งอีกสักรอบ ฉันเอาน้ำแข็งมาจากโรงอาหารด้วยแล้ว คีไปจัดการธุระส่วนตัวก่อนเถอะ”

“ครับ” ผมพยักหน้าแล้วลุกขึ้นเดินเขยกไปทำตามที่เขาบอกอย่างว่าง่าย พอออกจากห้องน้ำ อาหารเช้าก็วางรอบนโต๊ะ แมทเตรียมน้ำแข็งใส่ถุงประคบเย็นที่คุณหมอให้มาเมื่อวาน เอามาให้ผมวางบนข้อเท้าระหว่างกินอาหาร ทิ้งไว้สัก 15 นาที พอกินเสร็จก็ค่อยเอาออก

“เดี๋ยวตอนที่ไปนั่งเลคเชอร์ก็เอาถุงน้ำแข็งไปประคบอีกรอบนะ แล้วคืนนี้ก่อนนอนประคบอีกสักที พรุ่งนี้ที่บวมก็น่าจะยุบแล้วละ ยื่นเท้ามาสิ เดี๋ยวฉันพันผ้ายืดให้” แมทบอกแล้วทรุดนั่งลงบนพื้น เอาเท้าผมไปวางบนหน้าขาแล้วพันผ้ายืดรอบข้อเท้าให้ผมใหม่

ผมก้มมองเขา นึกขอบคุณที่เขาทำตัวตามปกติ ผมก็เลยพอจะกล้างึมงำขอโทษ
 “แมทครับ เรื่องเมื่อคืน ขอโทษนะที่ผมละเมอไป...กวนคุณ”

“ไม่เป็นไร คีไม่สบายนี่นา” คุณสิงโตส่ายศีรษะแล้วจึงเงยหน้าขึ้นมาสบตาผม “ว่าแต่ ใครคือ Pi Meth?” เขาถาม ลากเสียงนิดหนึ่งตอนออกเสียงคำว่า พี่เมธ เหมือนไม่ค่อยแน่ใจ แต่ก็ออกเสียงได้ชัดพอใช้

ผมฝืนยิ้ม ลังเลนิดหนึ่ง ก่อนจะตอบไปตามตรง “He is my ex…boyfriend”

“อ้อ” แมทพยักหน้ารับรู้ เขาดูไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่ผมใช้สรรพนาม He แถมยังคำว่า boyfriend อีก “คิดอยู่เหมือนกันว่าน่าจะใช่ เขาคือคนที่คีหนีเขามาสินะ”

“คุณรู้ด้วยหรือครับ” ผมเป็นฝ่ายแปลกใจบ้าง

แมทพยักหน้า “ตอนที่เคธี่ติดต่อมา เธอบอกว่าน้องชายเปลี่ยนแผนช่วงปิดเทอมกะทันหันเพราะมีปัญหากับแฟนหนุ่ม เลยอยากมาต่างประเทศเพื่อหนีจากสถานการณ์อึดอัด คืนแรกฉันได้ยินเสียงคีร้องไห้ก็ยังนึกเป็นห่วง แต่คิดว่าคีคงไม่สบายใจที่จะเล่าให้คนที่เพิ่งรู้จักกันฟัง ก็เลยไม่ถาม รอให้คีพร้อมจะเล่าเองดีกว่า”

ผมฝืนยิ้มออกมาอีกครั้ง ก่อนจะยักไหล่ “มันก็ปัญหาเบสิคนั่นแหละครับ ผมเพิ่งรู้ตัวว่า ถูกนอกใจมานาน พอขอเลิกก็ดันอ่อนแอจนไม่กล้าเผชิญหน้ากับเขา กลัวว่าถ้าอยู่เมืองไทยแล้วจะใจอ่อน เลยหนีข้ามโลกมาเสียไกล แต่สุดท้ายก็ยังอดคิดเรื่องเก่าไม่ได้...” ผมถอนใจเบาๆ

แมทนั่งเงียบฟังจนจบ เขาเอื้อมมือมาวางบนศีรษะผม เอ่ยเสียงอ่อนโยน
“แรกๆ มันก็ยากแบบนี้ทุกคน แต่เวลาน่าจะช่วยได้นะ คีทำใจให้สบาย ทำตัวให้ยุ่งเข้าไว้ จะได้ลืมเรื่องแย่ๆ...แต่ก็ห้ามฝืนอย่างเมื่อวานอีกนะ”

“รับทราบครับ” ผมยิ้มออกมาเมื่อแมทวกกลับมาเตือนเรื่องเก่า “ขอบคุณนะครับ”

คำขอบคุณนี้ไม่ได้หมายถึงแค่คำแนะนำของแมท แต่ขอบคุณที่เขาไม่ได้ทำท่าตกใจหรือรังเกียจตอนได้ยินว่าผมเป็นเกย์ ตอนแรกผมค่อนข้างกังวลอยู่เหมือนกัน ถึงคนอเมริกันจะไม่ต่อต้านเรื่องรักเพศเดียวกันเท่ากับคนเอเชีย แต่ถ้าต้องอยู่ร่วมห้องกันเป็นเดือนเขาก็อาจจะอึดอัด แต่นี่แมทกลับพูดถึงแต่เรื่องผมอกหัก โดยไม่โฟกัสประเด็นที่แฟนผมเป็นผู้ชายเลยสักนิด เขาทำเหมือนกับมันเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไป ผมเลยโล่งใจขึ้นมาก

…………………………………………………………

ผมนั่งพักอยู่ในห้องจนถึงตอนสาย ได้เวลาที่พวกอาสาสมัครที่ไปมอร์นิ่งทัวร์เช้านี้ใกล้กลับมาแล้ว แมทจึงประคองผมเดินไปที่ส่วนกลาง ผมยังลงน้ำหนักที่เท้าขวามากไม่ได้ เลยใช้เวลามากกว่าปกตินิดหน่อย (ก่อนออกจากห้อง ผมขอร้องแกมห้ามคุณสิงโตอย่างจริงจัง ไม่ยอมให้เขาอุ้มผมไปส่งอีก)

โชคดีที่พอไปถึงห้องเรียนซึ่งทางฮาร์นาสสร้างไว้สำหรับทำเวิร์คช็อปยังไม่มีอาสาสมัครหรือสต๊าฟมาสักคน ที่นี่เป็นตึกดิน มีผนังด้านเดียว อีกสามด้านเปิดโล่ง หลังคาบุด้วยหญ้าแห้ง  ผมนั่งลงที่โต๊ะไม้ รับถุงน้ำแข็งสำหรับประคบข้อเท้ามาจากแมท แล้วจึงบอกเขาว่า
“คุณไปทำงานเถอะครับ ผมอยู่ได้ สบายมาก”

คุณสิงโตส่ายหน้า ทรุดนั่งลงตรงเก้าอี้ข้างผมเสียอย่างนั้น “วันนี้ฉันจะอยู่ฟังเลคเชอร์กับคี ฉันบอกเควินไว้แล้วว่า จะไม่ได้ไปช่วยเขาวันหนึ่ง ตอนกลางวันจะได้ช่วยพาคีไปโรงอาหาร แล้วก็พากลับไปที่ห้องด้วย”

“เอ๋” ผมมองพี่หนวดแล้วกะพริบตาปริบ ก่อนจะรีบปฏิเสธ “อย่าเลยครับ รบกวนคุณเปล่าๆ คุณต้องไปช่วยงานเควินทุกวันไม่ใช่หรือครับ”

ผมถามอย่างกังวล เพราะตอนที่ไปเซอร์เวย์รอบฟาร์มด้วยกันวันแรก แมทบอกว่า อาสาสมัครระยะยาวอย่างเขา ทางฮาร์นาสเปิดโอกาสให้เลือกงานตามที่ถนัด แมทก็เลยเลือกช่วยเควินซึ่งอยู่ในส่วนเอาท์ดอร์ ดูแลพวกสิงโตเป็นหลัก

 “ตอนกินข้าว โรงอาหารก็อยู่แค่นี้เอง ผมพอจะเขยกไปได้ เดี๋ยวโซเฟียกับมาเรียนน่ามาก็คงพอช่วยได้ แล้วยังมีร็อบอีกคน ถ้าไม่ไหวผมค่อยให้เขาช่วยประคอง”
ผมยกเพื่อนๆ ร่วมกรุ๊ปมาอ้าง แต่แมทกลับส่ายหน้าอีกครั้ง

 “อย่ากวนพวกเขาเลย เรื่องช่วยเควิน คีไม่ต้องห่วงหรอก ตอนนี้มีอาสาสมัครเก่าที่ยังอยู่หลายคนไปช่วยแล้ว พวกลิซ่าก็ไปด้วย เควินมีลูกมือเพียบจนไม่ง้อฉันแล้วละ” คุณสิงโตเอ่ยถึงสต๊าฟที่สนิทกันเหมือนเพื่อนด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ “ส่วนเฮเลนกับสตีฟก็คุ้นหน้าฉันอยู่ พวกเขาไม่ว่าหรอกถ้าฉันจะนั่งเรียนด้วย คีไม่ต้องห่วง”
   
เขาดักคอเหมือนจะรู้ว่าผมกังวลเรื่องอะไร ผมก็เลยได้แกล้งทำหน้าบูดใส่
“แมทตามมาคุมเพราะกลัวว่าผมจะฝืนเดินจนเจ็บอีกเหรอครับ”
   
“ก็ไม่เชิง” พี่หนวดตอบยิ้มๆ เอื้อมมือมาขยี้ผมของผมอีกแล้ว “ที่ผ่านมาฉันใจเย็นไปหน่อย คิดว่าตัวเองมีเวลามากพอจนรอให้อะไรๆ ลงตัวพร้อมเสียก่อน แต่ดูท่าว่าจะมัวรอไม่ได้แล้วละ ขนาดอยู่กลางทุ่งซาวันน่าแบบนี้ก็ยังมีคู่แข่ง ถ้ามัวรีรอ...อาจจะหลุดมือไปอีกก็ได้”
   
“หือ?” ผมขมวดคิ้วเพราะตามไม่ทัน ไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูดออกมาสักนิด “คู่แข่ง? หลุดมือ? คุณหมายถึงอะไรครับ?”
   
แมทไม่ยอมตอบแต่กลับมองเลยไปด้านหลังผม ผมก็เลยหันไปดูบ้าง

ร็อบเดินเข้ามาใกล้ตึกดิน พอเห็นผมเขาร้องทักขึ้นมาก่อน “คี เป็นไงบ้าง มาไหวแล้วหรือ” เขารีบเดินเข้ามาหา แต่พอเห็นพี่หนวดนั่งอยู่ที่โต๊ะเดียวกับผม ก็เลยเลือกนั่งโต๊ะข้างๆ กัน แล้วก้มลงมองข้อเท้าของผม
   
“ที่เท้าดีขึ้นแล้วใช่ไหม เมื่อเช้าโซเฟียถามผมใหญ่เลยว่า เมื่อวานหลังจากที่แยกกันแล้วคีเป็นอะไร ผมก็ได้แต่เลี่ยงๆ ไป” หนุ่มผมบลอนด์บอกแล้วยิ้มแหย ผมเลยรีบยิ้มกว้างให้เขา
   
“เดี๋ยวผมบอกโซเฟียเองครับ ขอบคุณนะครับ ร็อบ”
   
ผมตอบแล้วก็หันไปทางแมท ถึงได้เห็นว่าคุณสิงโตเพิ่งจะทำหน้าเหมือนเหนื่อยใจออกมานิดหนึ่ง
   
ตกลงก็เลยยังไม่รู้ว่า ที่เมื่อกี้แมทพูด มันหมายความว่ายังไงกันแน่ เอาไว้ก่อนแล้วกันนะ


............................TBC....................................


คุณสิงโตตามมาคุมน้องแมวเหมียวค่ะ น้องคีก็ช่างไม่รู้ตัวเลยน้า

เรื่องนี้เราจิ้มทีละประมาณ 1500 คำแล้วลงเลยนะคะ เพราะกลัวว่าถ้าทิ้งไว้ บางทีจะหายนาน เลยขอลงไว้เป็นตอนสั้นๆ

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน และขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับคอมเมนท์ค่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-08-2018 14:52:58 โดย naoto »

ออฟไลน์ cchompoo

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1407
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-4

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3390
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6
 :L2: :L1: :pig4:

พี่/พ่อสิงโตเริ่มเครื่องร้อน

ออฟไลน์ T_TARS

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 36
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
หรือว่าพี่สิงโตแอบมองน้องคีย์มานานแล้ว ก่อนจะมาถึงฮาร์นาสซะอีก

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ MeganMP

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 51
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-2
งื้อออออออ มันดีมากเลย รอตอนต่อไปนะคะ ~

ออฟไลน์ naoto

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
บทที่ 14

พวกอาสาสมัครทยอยกันเดินเข้ามาในตึกดิน โซเฟียกับมาเรียนน่าเดินมาด้วยกัน กำลังคุยภาษามือท่าทางสนุกสนาน คงคุยกันเรื่องที่เพิ่งไปให้อาหารสัตว์มา พอเห็นผมนั่งรออยู่ พวกเธอก็รีบโบกมือให้เข้ามาหา หญิงสาวรายแรกทักทันที “คี ไม่สบายเป็นอะไรถึงโดดมอร์นิ่งทัวร์ เอ๊ะ! ที่เท้านั่นทำไมเอาผ้าพันไว้ละ คีบาดเจ็บหรือ...ที่ฉันล้มเมื่อวานใช่ไหม” โซเฟียถามรัวเร็ว สีหน้าสดใสตอนแรกเปลี่ยนเป็นร้อนใจขึ้นมาทันที

ผมรีบยิ้มให้แล้วโบกมือทำเหมือนไม่เป็นอะไรมาก “ขาแพลงน่ะ แต่ไม่เป็นอะไรมากหรอก ผมถึงได้ไม่รู้ตัวจนกลับมาถึงนี่ไง เมื่อวานแมทพาให้คุณหมอที่คลินิกดูให้แล้ว หมอบอกว่าพักขาสักวันก็หาย ตอนเช้าผมเลยไม่ได้ไปมอร์นิ่งทัวร์”

ผมตอบกลับด้วยท่าทางสบายๆ ก่อนจะยกมือขึ้นทำภาษามือบอกมาเรียนน่าซึ่งยืนมองหน้าเครียดอยู่ว่า ผมโอเค ไม่ต้องห่วง เธอพยักหน้ารับรู้แต่ยังไม่คลายขมวดคิ้ว

หลังจากนั้นสองสาวช่วยกันซักผมยกใหญ่ (มาเรียนน่าทำภาษามือถามแล้วให้โซเฟียแปล) แมทเห็นว่าพวกเธออยากคุยกับผม ก็เลยขยับที่ให้พวกเธอมานั่งโต๊ะเดียวกัน ส่วนตัวเขาลุกไปคุยกับสต๊าฟของฮาร์นาสที่กำลังเตรียมเลคเชอร์ สุดท้ายคุณสิงโตก็เลยกลายเป็นครูผู้ช่วย คอยฉายสไลด์ให้ระหว่างที่เฮเลนกับสตีฟบรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับสัตว์ชนิดต่างๆ รวมถึงลักษณะที่อยู่อาศัยและอาหารของพวกมัน

ผมนั่งฟังอย่างตั้งใจไม่ได้หันไปคุยกับใครเลย เพราะโซเฟียเองก็สาละวนช่วยแปลภาษามือให้มาเรียนน่าฟัง พอเที่ยงพวกเราก็ไปกินอาหารกลางวัน แมทประคองผมเดิน บอกว่าจะได้ไม่ต้องลงน้ำหนักเท้ามาก ตอนแรกร็อบทำท่าจะเข้ามาช่วยด้วย แต่เห็นพี่ยักษ์ที่ประคองผมแบบเท้าผมแทบจะลอยไม่ติดพื้น เขาก็คงเห็นว่าไม่จำเป็นต้องช่วยเลยเดินเยื้องไปข้างๆ แล้วชวนผมคุยแทน

สักพักหนุ่มผมบลอนด์ก็ชะโงกหน้าไปถามแมทที่เดินอยู่ข้างผมอีกฝั่ง “วันนี้คุณไม่ต้องไปช่วยงานเควินหรือครับ เห็นลิซ่าเล่าให้ผมฟังว่า ส่วนใหญ่คุณจะช่วยงานเอาท์ดอร์มากกว่า”

“ผมเห็นว่าเควินมีคนช่วยเยอะแล้วน่ะ ห่วงคี...ก็เลยมาอยู่เป็นเพื่อนเขาวันหนึ่ง”คุณสิงโตตอบหน้านิ่งๆ ตามปกติ

ร็อบยิ้มกว้าง เสนอตัวอย่างใจดี “จริงๆ ผมช่วยซัพพอร์ตคีให้ก็ได้นะครับ ยังไงก็ต้องทำกิจกรรมกลุ่มด้วยกันทั้งวันอยู่แล้ว จะให้ช่วยดูแลกี่วันก็ได้ คุณจะได้ไปทำงาน”

ผมขมวดคิ้วกำลังจะปฏิเสธคนตัวโตสองคนที่ขนาบข้างอยู่ว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมก็หาย เดินได้ตามปกติ ไม่ต้องให้พวกเขาคอยเป็นบุรุษพยาบาลก็ได้ แต่แมทกลับชิงตอบไปเสียก่อน “ไม่กวนคุณดีกว่าครับ พี่สาวของคีฝากให้ผมดูแลเขา ผมรับปากเธอไว้แล้ว”

 “อ้อ” ร็อบพยักหน้าส่งเสียงงึมงำในคอ

ผมเดินไปเงียบๆ ไม่ได้เอ่ยแทรกอะไรอีก แม้จะรู้สึกลำบากใจนิดหน่อย แมทรับปากเจ้เคธไว้ก็เลยคอยเทคแคร์ผมเสียเต็มที่ เป็นแค่น้องชายเพื่อน ทำให้เขาต้องเสียงานมาหลายวัน ผมเกรงใจเขาจนไม่รู้จะเกรงใจยังไง


กินอาหารกลางวันเสร็จ พวกเราก็กลับไปที่ตึกดิน รอบบ่ายนี้พอฟังเลคเชอร์จบแล้ว สต๊าฟพี่เลี้ยงก็ให้พวกเราแบ่งกลุ่มที่จะทำงานร่วมกัน ผมจับกลุ่มกับโซเฟียและมาเรียนน่า มีร็อบพ่วงมาอีกคนก็เป็น 4 คน จำนวนลงตัวพอดี เฮเลนซึ่งเป็นสต๊าฟพี่เลี้ยงของกลุ่มเราอธิบายว่า ในช่วงแรกที่เป็นการเซอร์เวย์อาสาสมัครทุกคนจะได้ทำงานกับสัตว์ป่าทุกชนิด โดยเริ่มจากสัตว์ที่คุ้นกับคนมากหน่อย

พรุ่งนี้เราจะเริ่มจากชีต้าซึ่งยังไม่ปล่อยออกสู่ธรรมชาติ เราต้องพาพวกมันไปเดินเล่น ทำความสะอาดส่วนอนุบาลชีต้าซึ่งอยู่ด้านหน้าพื้นที่ส่วนกลางเหมือนตอนที่ผมไปช่วยเบนทำความสะอาดบ้านให้เจ้าไพรด์ หลังจากนั้นก็จะเป็นคาราคัล, เมียแคทและบาบูน ไล่ไปทีละวัน พอสัปดาห์ที่สองจึงจะค่อยเลือกว่าจะทำงานอยู่ในส่วนไหนเป็นหลัก

วางแผนงานเรียบร้อยแล้ว สตีฟกับเฮเลนก็ปล่อยให้เราพักผ่อนตามอัธยาศัย หลายคนเดินกลับไปพักที่ห้องพักในหมู่บ้านอาสา ร็อบบอกว่าจะไปลองใช้บริการโรงยิมของฮาร์นาส ส่วนโซเฟียกับมาเรียนน่าบอกว่าจะไปใช้ไวไฟที่ส่วนกลางติดต่อทางบ้าน
เท่าที่ฟังโซเฟียเล่า ดูเหมือนครอบครัวของสองสาวก็โอเคกับการที่พวกเธอแต่งงานกัน ทั้งคู่มาจากครอบครัวใหญ่ที่มีญาติเยอะมาก ก็เลยมีคุณย่าคุณยายกับพวกคุณป้าคุณน้าคอยห่วงต้องคอลไปรายงานตัวเป็นระยะ

ผมเองก็นึกขึ้นมาได้ว่า ควรจะติดต่อทางบ้านสักหน่อย หายไปหลายวัน ป๊าม้ากับเจ้เคธอาจจะเป็นห่วง ก็เลยไปกับพวกเธอด้วย แมทประคองผมไปส่งถึงพื้นที่พักผ่อนตรงส่วนกลาง แล้วบอกว่า จะออกไปดูเควินสักหน่อยว่าจะให้เขาช่วยงานอะไรไหม ผมรีบบอกเขาว่า ไม่ต้องห่วง

“งั้นคีใช้อินเตอร์เนตรอยู่ที่นี่นะ เดี๋ยวฉันมารับ อย่าฝืนเดินกลับห้องเองละ” คุณสิงโตย้ำ แอบทำหน้าดุนิดหนึ่งด้วย

ผมพยักหน้าหงึกหงัก “ครับๆ สัญญาว่าจะรออยู่ตรงนี้ ไม่ขยับไปไหนเลยครับ แด๊ดดี้” ผมแกล้งล้อเขากลับไปบ้าง ชอบสั่งเสียเหมือนผมเป็นเด็กๆ ผมเลยเรียกเขาว่าคุณพ่อเสียเลย

ใบหน้ารกด้วยหนวดยิ้มกว้าง ยกมือขึ้นมาขยี้ผมของผมอย่างมันเขี้ยว
“ขาเจ็บอยู่นิ่งๆ นั่นแหละดีแล้ว Good Boy”

แมทว่าแล้วก็เดินจากไป โซเฟียกับมาเรียนน่ามองตามหลังพี่ยักษ์สลับกับมองหน้าผม หญิงสาวรายหลังหรี่ตาทำหน้ายิ้มๆ มีลับลมคมในแล้วยกมือขึ้นมาทำภาษามือใส่แฟนของตัวเองรัวเร็วจนผมมองตามไม่ทัน “มาเรียนน่าบอกว่าอะไรหรือครับ โซเฟีย”

โซเฟียลากเสียง ทำหน้ายิ้มๆ เหมือนกันไม่มีผิด “อ๋อ ไม่มีอะไรหรอก มาเรียนน่าแค่บอกว่า พวกหนุ่มๆ สนิทกันนี่ดีจังเลยน้า” เธอว่าแล้วก็จูงมือแฟนตัวเองแยกไปคอลหาคนที่บ้าน ผมก็เลยได้แต่ส่ายหน้างงๆ

ผมกดวิดีโอคอลไปคุยเข้าเครื่องเจ้เคธ ตอนนี้ที่เมืองไทยเป็นตอนค่ำ ป๊ากับม้าไม่อยู่บ้านเพราะออกไปงานเลี้ยงแต่งงานของลูกเพื่อน ส่วนพี่สาวผมก็เพิ่งกลับถึงบ้าน หน้าตาเหนื่อยอ่อนนิดหน่อย “ถนนตรงแถวบ้านเราเริ่มทำรถไฟฟ้าแล้ว รถโคตรติดเลยแก ดีแล้วละที่แกไปอยู่ที่โน่น ไม่ต้องทนอยู่บนถนน”

“เดี๋ยวคีกลับไปเปิดเทอมก็ต้องเจอรถติดเหมือนกันนั่นแหละ”
ผมตอบกลับ นึกถึงกรุงเทพที่เติมไปด้วยแสงสีและการจราจรติดขัดแบบคิดถึงนิดๆ อยู่เหมือนกันนะ

“เออ รุ่นน้องแกที่ชื่อ...บิว หรือเบลล์อะไรสักอย่าง โทรมาที่บ้าน บอกว่าขอเบอร์ใหม่แกหน่อย เห็นว่ามีธุระด่วนต้องคุยกับแก เรื่องกรรมการนิสิตอะไรสักอย่าง เจ้เลยบอกว่าจะมาถามแกก่อน”

“อ๋อ บิว...” ผมนึกถึงรุ่นน้องที่เคยรู้จักกัน ตอนปีสามผมทำกิจกรรมของคณะ เป็นเหรัญญิกให้คณะกรรมการนิสิต บิวก็คือรุ่นน้องที่จะมารับตำแหน่งต่อจากผม ผมเตรียมพวกเอกสารกับคู่มืออะไรให้น้องไปแล้ว แต่สงสัยจะมีเรื่องไม่เข้าใจถึงอยากติดต่อด่วน

“เจ้เคธให้เบอร์คีไปก็ได้ครับ บอกน้องว่า ถ้าจะโทรมาก็ส่งไลน์มานัดเวลากันล่วงหน้าก่อน คีจะได้มาใช้อินเตอร์เนตที่ส่วนกลางไลน์คอลไป ไม่ต้องเสียเงินโทรข้ามประเทศ”

“โอเค” พี่สาวของผมรับคำ ก่อนจะถามว่า “แล้วนี่ขาแกเจ็บเป็นไงบ้าง”

“อ้าว ทำไมเจ้รู้ด้วยอ่ะ” ผมถามอย่างงงๆ ความจริงตั้งใจจะปิดเรื่องที่ขาแพลงเอาไว้ไม่อยากให้ที่บ้านรู้นะเนี่ย กลัวว่าจะเป็นห่วงกัน แต่ถ้าผมไม่บอก คนเดียวที่บอกเจ้เคธได้ก็คงเป็น...

“แมทโทรหาเจ้เมื่อวานตอนดึกแล้ว บอกว่าคีขาแพลง แต่ไม่ต้องห่วง ไม่ได้เป็นอะไรมาก” พี่สาวผมตอบกลับมาเหมือนรู้ว่าผมกำลังคิดอะไร แถมทำหน้ายิ้มๆ เสียอีก “เจ้ก็เลยบอกไปว่า เวลาแกไม่สบายจะงอแงกว่าปกติ ให้เขาช่วยดูแลให้ดีๆ หน่อย”

ผมทำหน้าบูดใส่พี่สาวตัวเอง “รายนั้นดูแลดีอยู่แล้ว ทำเหมือนผมเป็นเด็กเลยละ”
เจ้เคธกำชับแมทไว้จริงๆ ด้วย นี่ลับหลังสองคนนี้แอบเมาท์อะไรผมอีกบ้างละเนี่ย

จังหวะนั้นโซเฟียกับมาเรียนน่าคอลคุยกับที่บ้านเสร็จแล้วเดินมาหาผม ผมก็เลยแนะนำให้พวกเธอรู้จักกับเจ้เคธที่อยู่อีกฝั่งของหน้าจอ เจ้เคธฝากฝังผมกับเพื่อนใหม่อีกรอบแล้วจึงตัดสายไป

“พี่สาวคีนี่สวยเนอะ หน้าเหมือนคีเด๊ะเลยอ่ะ” โซเฟียออกปาก

ผมยิ้มกริ่ม “ชมแบบนี้ก็เท่ากับบอกว่า ผมหล่อไปในตัวนะ”

โซเฟียส่ายหน้า ยื่นมือมาดึงจมูกผมเล่นอย่างมันเขี้ยว “อย่างคีน่ะ เรียกว่า น่ารัก ต่างหากล่ะ Baby เพราะน่ารักน่ากินแบบนี้ไง ทั้งสิงโตทั้งจากัวร์ถึงได้เล็งกันตาวาว”

“พูดอะไรไม่เห็นรู้เรื่องเลย แอฟริกาก็ไม่มีจากัวร์สักหน่อย จากัวร์อยู่ในทวีปอเมริกาต่างหากละครับ”
ผมท้วงออกไป ส่วนโซเฟียก็ไม่ยอมต่อความ กลับหันไปยิ้ม คุยภาษามือกับมาเรียนน่าเสียอย่างนั้น


............................TBC....................................


ศึกระหว่างสิงโตแห่งแอฟริกา กับจากัวร์จากอเมริกา โดยมีน้องเหมียวตัวน้อยที่ยังคงซื่อใสไม่รู้เรื่องเป็นเดิมพัน
 


Photo by Aurélien - Designatic on Unsplash

ตอนนี้เลยแปะรูปจากัวร์บ้างค่ะ จากัวร์กับเสือดาวจะคล้ายกัน แต่ถิ่นที่อยู่ไม่ใช่แหล่งเดียวกันนะคะ จากัวร์จะอาศัยอยู่ในทวีปอเมริกา โดยเฉพาะอเมริกากลางและอเมริกาใต้ จากัวร์ว่ายน้ำและปีนต้นไม้ไม่เก่งเท่าเสือดาว มักล่าเหยื่อบนพื้นดินมากกว่า (ขอบคุณข้อมูลจากเวบไซต์โลกสีเขียว)

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน และขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับคอมเมนท์ค่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-08-2018 16:35:14 โดย naoto »

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2637
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3390
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6
 :L2: :เฮ้อ: :pig4:

น้องเข้าใจไปหมด

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
โอ๊ย น้องคี ผู้ไม่รู้เรื่องอะไรเลย เป็นเรากินเรียบเลยจ้า อิอิ

ออฟไลน์ naoto

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
บทที่ 15

หลังจากพักขาไปวันหนึ่งบวกกับประคบเย็นหลายครั้ง ข้อเท้าของผมก็ดีขึ้นมาก วันต่อมาผมจึงออกไปทำงานกับคนอื่นๆ ได้เสียที ตารางเช้านี้กลุ่มเราต้องไปช่วยตรวจความเรียบร้อยของรั้วกั้นเขตตั้งแต่หกโมงเช้า ผมตื่นนอนก่อนฟ้าสาง ล้างหน้าล้างตา สวมแจ็กเก็ตแล้วเดินออกไปที่ลานจอดรถส่วนกลางโดยมีแมทเดินไปเป็นเพื่อน

ตอนแรกเขาออกปากว่าจะไปด้วย แต่ผมปฏิเสธ ข้อเท้าผมดีขึ้นแล้ว ไม่อยากกวนเขาอีก
“แมทเทคแคร์ผมดีเกินไปแล้วครับ ถ้าคุณมัวแต่ดูแลผมจนไม่ได้ทำงาน ผมก็ไม่สบายใจเหมือนกันนะ”

ผมบอกเขาด้วยท่าทางจริงจัง คุณสิงโตจึงถอนใจเบาๆ แล้วพยักหน้ายอมแพ้ “โอเค ถ้าอย่างนั้นคีต้องคอยสังเกตอาการตัวเองด้วยนะ ถ้าเดินๆ อยู่แล้วเจ็บข้อเท้าขึ้นมาอีกก็ไปรออยู่บนรถ สตีฟกับเฮเลนไม่ว่าหรอก”

ผมยกมือตะเบ๊ะให้เขา “สัญญาว่าจะไม่ฝืนแล้วครับ แมทจะได้ไม่ต้องอุ้มผมไปส่งห้องพยาบาลอีก”
“ใส่ใจตัวเองน่ะดีแล้ว แต่ถ้าคีเจ็บขึ้นมาอีกจริงๆ ฉันก็อุ้มไปส่งได้ทุกครั้งนั่นละ” พี่ยักษ์ว่า

ผมกำลังจะอ้าปากตอบ แต่มีเสียงทักดังขึ้นมาเสียก่อน “มอร์นิ่ง คี มอร์นิ่งค่ะ แมท”

พวกเราหันไปดูพร้อมกัน โซเฟียกับมาเรียนน่าเดินมาจากหมู่บ้านอาสา เมื่อวานทั้งคู่กินอาหารเย็นกับพวกเราและนั่งคุยเป็นเพื่อนผมจนกระทั่งจนเกือบสองทุ่ม ท่าทางโซเฟียคงยังกังวลเรื่องที่ผมบาดเจ็บ คอยย้ำว่าถ้าไม่ไหวให้รีบบอก พอเห็นผมมาร่วมกิจกรรมตอนเช้าได้ ดูเธอค่อยโล่งใจขึ้น รีบจูงมือมาเรียนน่าตรงเข้ามาหา
“คีเป็นไงบ้าง ข้อเท้ายังเจ็บอยู่ไหม”

“ดีขึ้นแล้วละ ไม่ต้องห่วง” ผมตอบแล้วยกเท้าขวาให้เธอดู
หลังจากนั้นผมก็หันไปทางมาเรียนน่า ยกมือขวาขึ้นมากางออก แตะปลายนิ้วหัวแม่มือลงบนอกตัวเอง ทำภาษามือบอกเธอว่า I’m fine เธอยิ้มแล้วหงายมือขวา แตะหลังปลายมือลงบนปลายมือซ้าย ตอบผมกลับมาว่า Good

แมทเห็นผมเจอเพื่อนแล้วก็เลยขอตัว ก่อนไปเขาเอื้อมมือมาขยี้ผมของผมอีกครั้ง “คีไปดีๆ นะ ไว้เจอกันตอนกินอาหารเช้า ดูแลตัวเองดีๆ นะ ฝากด้วยนะครับ”  ประโยคหลังเขาหันมาบอกโซเฟียกับมาเรียนน่า

หญิงสาวคนแรกรีบรับคำ เธอยกมือขึ้นมาโอบไหล่ผม หยอดมุขแซวว่า
“ไม่ต้องห่วงนะคะ คุณพ่อ คุณครูจะดูแลหนูน้อยอย่างดีเลยค่ะ”

“โซเฟีย...ผมไม่ใช่เด็กอนุบาลนะ” ผมค้านด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ ก่อนจะหันไปบอกคุณสิงโตที่ยืนยิ้มอยู่ “แมทชอบฝากฝังผมกับคนโน้นคนนี้ให้คอยดูแล เมื่อวันก่อนก็ร็อบ วันนี้ก็พวกโซเฟียกับมาเรียนน่า ผมโดนแซวแล้ว เห็นไหมครับ”

ผมแกล้งบ่นไปอย่างนั้นแต่จริงๆ ก็ไม่ได้เคืองอะไรหรอก ผมเป็นลูกคนเล็ก ชินกับการถูกพวกผู้ใหญ่แกล้ง รู้ว่าพวกเขาแหย่ก็เพราะเอ็นดู ผมอายุน้อยที่สุดในกลุ่ม พวกโซเฟียกับมาเรียนน่าอายุยี่สิบกว่าแล้ว แมทเองก็เกือบสามสิบ เด็กมหาลัยเพิ่งจะสิบเก้าย่างยี่สิบอย่างผมก็เลยเหมือนเด็กในสายตาพวกเขา

แมทคงมองออกว่า ผมแค่งอนเท่านั้น ไม่ได้โกรธจริงจัง เขาก็เลยตอบกลั้วหัวเราะว่า
“เข้าใจแล้วๆ ต่อไปนี้จะฝากฝังแค่กับคุณครูโซเฟียกับคุณครูมาเรียนน่า จะไม่ฝากให้คุณร็อบช่วยดูแลอีก โอเคไหม ลูกแมว”
คุณสิงโตส่งเสียงเย้าพลางยกมือขึ้นมาขยึ้ผมของผม พอสนิทกันแล้วเขาชอบลูบศีรษะผมบ่อยๆ ส่วนสูงเราต่างกันเกือบยี่สิบเซน พอยืนเทียบกันผมดูตัวเล็กกว่าเขามาก ทำท่าแบบนี้เลยเหมือนผู้ใหญ่กับเด็ก

ผมเอนศีรษะหนี ห้ามเสียงอุบอิบ
“ห้ามเรียกผมว่า ลูกแมว นะครับ แมทเป็นอเมริกันแท้ๆ ไม่รู้เหรอว่า Kitten เป็นแสลงแปลว่าอะไร”

แมททำหน้างง กะพริบตาปริบ แล้วถามกลับมาหน้าซื่อ “ก็แปลว่า น่ารัก น่าเอ็นดู เหมือนเวลาเรียกเด็กๆ ไง ไม่ใช่หรอกหรือ?”

โซเฟียที่ฟังบทสนทนาของพวกเราอยู่หัวเราะคิก เธอเห็นผมทำหน้าพิพักพิพ่วนก็เลยช่วยอธิบายให้ “โน เดี๋ยวนี้เค้าใช้คำว่า Kitten กับเวลาที่สาวๆ เดทกับแฟนหนุ่มที่แก่กว่ามากด้วยค่ะ แบบ...แมวเหมียวของป๊ะป๋า อะไรแบบนี้น่ะ แมทเอามาใช้เรียกคีแบบนั้น คีก็เขินแย่สิคะ”

“ไม่ใช่เขินนะ ผิดประเด็นแล้วครับ โซเฟีย”
ผมประท้วง ยังนึกว่าไปแซวแบบนี้เดี๋ยวแมทจะอึดอัด แต่เขากลับพยักหน้าหงึกๆ บอกหน้าตาเฉย “โอเค ถ้าอย่างนั้นตอนนี้คงไม่เหมาะจะเรียกคีแบบนั้น เอาเป็น...munchkin (หนูเปี๊ยก) แทนดีไหม” คุณสิงโตถามพลางยิ้มกว้าง

โซเฟียแปลภาษามือให้มาเรียนน่าดู หญิงสาวรายหลังยิ้มซน ทำมือตอบกลับมารัวเร็ว โซเฟียเลยช่วยแปลให้ “มาเรียนน่าบอกว่า หนูเปี๊ยก ก็ดีนะ คีตัวเล็กๆ น่ารักๆ”

“คำไหนก็ไม่เอาครับ” ผมทำหน้าบูดใส่ผู้ใหญ่ขี้แกล้งทั้งสามคน แล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง “ไม่คุยแล้ว ขึ้นรถกันเถอะ เฮเลนเรียกแล้วนะ เอ...แล้วนี่ร็อบยังไม่มาอีกหรือ ลืมตั้งนาฬิกาปลุกจนตื่นสายหรือเปล่า” ผมถามถึงชายหนุ่มอีกคนในกลุ่มที่เช้านี้ยังไม่เห็นแม้แต่เงา

โซเฟียส่ายหน้า “เอ...ตอนฉันเดินออกมาจากหมู่บ้านอาสา เห็นกระท่อมของร็อบเปิดไฟแล้ว น่าจะตื่นแล้วนะ สงสัยมัวทำธุระอะไรอยู่”

โซเฟียช่วยเดินไปบอกสต๊าฟของฮานาสว่ามีเพื่อนยังมาไม่ถึง สตีฟก็เลยขับรถออกไปก่อนคันหนึ่ง ส่วนคันของเรา เฮเลนบอกว่าจะรอได้สัก 10 นาที แมทอาสาจะเดินไปตามที่หมู่บ้านให้ แต่ร็อบวิ่งเหยาะๆ เข้ามาเสียก่อน เขาขอโทษขอโพยเสียงปนหอบ “ขอโทษทีครับที่มาช้า พอดีน้องสาวไม่สบาย”

“ลิซ่าเป็นอะไรครับ” แมทรีบถาม สีหน้าเป็นห่วงขึ้นมานิดหนึ่ง

“อ๋อ ไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ แค่ปวดท้อง...ปกติของผู้หญิงน่ะ ยัยนั่นกินยาแล้วอยากได้กระเป๋าน้ำร้อนมาอังสักหน่อย พอดียังเช้าอยู่ที่ครัวหมู่บ้านอาสายังไม่จุดไฟ ผมก็เลยต้องวิ่งมาเอาน้ำร้อนที่ส่วนกลางให้”

ร็อบบอกพลางปาดเหงื่อที่ซึมหน้าผาก ผมมองแล้วก็นึกในใจว่า พี่น้องคู่นี้ก็สนิทกันดีแฮะ ร็อบเหมือนจะหงอกับลิซ่านิดหน่อย แต่พอน้องสาวไม่สบาย เขาก็พร้อมจะวิ่งจากหมู่บ้านอาสาเพื่อมาเอาน้ำร้อนไปให้ แล้วถึงค่อยวิ่งกลับมาที่นี่ ระยะทางเกือบ 3 กิโล ท่าทางน่าเหนื่อยอยู่เหมือนกัน

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมเดินไปดูอาการเธอหน่อย ถ้าเผื่อไม่ไหวจะได้มาบอกเควินว่า วันนี้ให้ลิซ่าพักผ่อนไปก่อน” แมทบอกแล้วก็หันมาหาผม “ฉันไปหมู่บ้านอาสาก่อนนะ คีระวังด้วยละ”

“ครับ” ผมพยักหน้า เดินไปขึ้นรถนั่งติดกับโซเฟียกับมาเรียนน่า โดยมีร็อบนั่งอยู่เบาะหลังเหมือนเดิม รถแล่นออกมาและผมก็เห็นแมทเดินตัดทุ่งหญ้าไปทางหมู่บ้านอาสา

ถ้าคุณลิซ่าเห็นว่าเขาไปเยี่ยมคงจะดีใจมาก คุณสิงโตอ่อนโยนใจดีแบบนี้ สาวสวยผมบลอนด์มาดคุณหนูอย่างคุณลิซ่าถึงได้ตกหลุมรักได้รวดเร็วนัก แล้วก็มาคอยเขม่นผมอยู่นี่ละ...เฮ้อ!

............................TBC....................................

มาต่อหลังจากหายไปหลายวันค่ะ ช่วงหยุดยาวยุ่งขิงกับภารกิจวันแม่ เดี๋ยวจะรีบปั่นต่อนะคะ

Photo by Kazuky Akayashi on Unsplash

เรื่องแสลง Kitten นี่ลองเช็กดูแล้ว คิดว่าน่าจะไม่ได้ popular มากในอเมริกาขนาดทุกคนจะเก็ทมุกกันหมด (แต่ถ้าเข้าใจผิดอย่างไร ผู้รู้ช่วยชี้แนะด้วยนะคะ) แต่พี่แมทจะไม่รู้ หรือความจริงรู้แล้วแอบเนียนเรียกน้อง อันนี้ก็ไม่มีความเห็นเหมือนกันค่ะ อิอิอิ :p

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3390
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด