>>อุบัติรักฟีโรโมน<< Omegaverse - ตอนพิเศษ ขำๆ วันช๊อต [28-05-62]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: >>อุบัติรักฟีโรโมน<< Omegaverse - ตอนพิเศษ ขำๆ วันช๊อต [28-05-62]  (อ่าน 219384 ครั้ง)

ออฟไลน์ GukakST

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +187/-5
>....ตอนที่ 7 [100%]....<

หลังจากกินมื้อเช้ากับแม่และน้องสาวเรียบร้อยแล้ว ภูริก็เดินไปแอบกินยาต้านเงียบๆ พยายามปกปิดเรื่องที่เขาได้กลายเป็นโอเมก้าเต็มตัวแทนที่จะเบต้าธรรมดาๆ อย่างที่เคยเป็น ก็ลองนึกดูดิ ถ้าแม่กับน้องรู้ แม่กับน้องจะตกใจขนาดไหนอะ ลูกกับพี่ชายเป็นเบต้ามาตลอดนะเฮ้ย จู่ๆ มากลายพันธุ์ บ้าเถอะ ไม่มีใครรับเรื่องนี้ได้ง่ายๆ หรอก ขนาดตัวภูริเองที่มักเป็นคนคิดในแง่บวกมาตลอดยังอดนอยด์ไม่ได้เลยเมื่อวานนี้

แต่ที่ยิ่งกว่านอยด์อะ...แม่งคิดถึงบางคน

ม่ายยยย เราจะไม่ยอมรับว่าเราคิดถึงไอ้ประธานโหดนั่น มันน่าเศร้าเกินไป ผู้ชายคนนั้นบ้าๆ บวมๆ เดี๋ยวกอดเขา ฟัดเขาอย่างกับเขาเป็นคนรัก แต่แล้วก็ด่าเขาสาดเสียเทเสียอย่างกับเขาเป็นคุณโส เอาตรงๆ บางทีก็งงใจ ไม่รู้ว่าต้องทำตัวยังไงกับสิ่งที่ท่านประธานนั่นปฏิติบัติกับเขาเหมือนกัน

“พี่ภูคะ มีใครมา...” ภูฟ้า น้องสาวแสนน่ารักน่าชังในสายตาภูริเดินเข้ามาสะกิดบอก อย่าเพิ่งว่าเขาเป็นโลลิค่อนนะเว้ย การที่อวยน้องตัวเองไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นพวกจิตไม่ปกติดีแบบนั้น

“หืม?” ภูริรีบเก็บแผงยาเข้ากระเป๋าของตัวเอง แล้วดื่มตามเยอะๆ

“พี่ออกไปดูไหม รถหรูเชียวแหละ” ภูฟ้าพยายามจะพยักพเยิดไปหน้าบ้านเพื่อให้พี่ชายได้ออกไปดู

ภูริก็ไม่แย้งอะไร น้องให้ดูก็ไปดู คือเขามีน้องสาวเนาะ เกิดคนที่มาที่บ้านเป็นเจ้าหนี้โหดขึ้นมาทำไงล่ะ แต่เดี๋ยว เจ้านี้โหด? บ้าแล้ว...เขาไม่เคยไปกูหนี้นอกระบบ เพราะงั้นตัดเรื่องเจ้าหนี้สายโหดไปได้ แล้วอะไรล่ะที่จะมีความเป็นไปได้ว่าคนที่บ้านจะไม่ปลอดภัย ภูรินึก...นึก...นึก...และนึกไม่ออก

“เอ๊ะ?” จนกระทั่งได้เห็นรถหรูสีดำคันนั้น คันที่มาส่งเขาเมื่อวานนี้ และเป็นคันที่เขาไม่คิดว่าชีวิตนี้จะมีวาสนาได้นั่งมาก่อน

“รู้จักเหรอคะพี่”

“อื้อ เดี๋ยวพี่ไปทำงานเลยแล้วกันนะ เราก็ตั้งใจเรียนล่ะ”

“ค่ะพี่ภู” ภูริลูบหัวน้องสาว เดินไปบอกลาแม่เล็กน้อยถึงได้ออกมา

ร่างโปร่งยืนมองรถหรู เขาไม่เห็นคนด้านในหรอก เล่นใช้กระจกมืดทึบซะขนาดนั้น ต้องมีดวงตาพิเศษเท่านั้นอะถึงจะมองทะลุกระจกอันนี้ไปได้ แต่ขณะที่ภูริกำลังชั่งใจอยู่ว่าจะเอายังไงดี เจ้ากระจกสีดำมันก็เลื่อนลงช้าๆ จนเผยหน้าตาบอกบุญบอกบาปไม่รับของอีธาน

“ขึ้นมาได้ยัง เดี๋ยวสาย” น้ำเสียงของอีธานยังคงเย็นชาและทรงอำนาจ ภูริเดินเข้าไปนั่งข้างคนขับตามที่อีกฝ่ายต้องการ...เอ๊ะ หรือไม่ต้องการ? แล้วถ้าไม่ต้องการจะมารับทำไม เอาแล้ว มีเรื่องให้ภูรินั่งครุ่นคิดไปตลอดการเดินทางอีกแล้วสิ

“ไม่เห็นจำเป็นต้องมารับเลยครับ” ภูริบอกเสียงแผ่ว

“ผมบอกแล้วว่าผมจะมารับมาส่ง ไม่งั้นคุณก็ควรไปนอนห้องผม”

“ไม่ล่ะครับ” ตอบกลับแบบไม่ต้องคิดเลย ขืนไปอยู่ที่นั่นด้วยต้องอึดอัดมากแน่ เป็นขี้ข้าแค่ที่บริษัทก็พอแล้ว

“กินยายัง” รถค่อยๆ เคลื่อนออกจากหน้าบ้าน

“เพิ่งกินเมื่อกี้ครับ”

“ดี หัดกินมันเสียบ้าง จะได้ไม่เดือดร้อนคนอื่นเขา หึ...กลายเป็นอัลฟ่าก็ได้ไม่ได้ จะได้ไม่ลำบากคนอื่นเขาแบบนี้ ต้องคอยมารับมาส่ง มาดูแลและหาทางแก้ไอ้คู่แท้บ้าๆ เนี่ย” คนรวยขี้บ่นแบบนี้ทุกคนไหมน้า? ภูริสงสัยจริงๆ เสียดาย เขาไม่ค่อยได้คลุกคลีกับพวกคนรวยเท่าไหร่ สังคมมนุษย์เงินเดือนกับสังคมคนไฮโซมันต่างกัน

“ไม่ต้องมารับก็ได้ไงครับ”

“ไม่ได้ เกิดคุณไปฮีตใส่ใครขึ้นมาจะทำยังไง ผมต้องมาเอากับคนที่ไม่ใช่ของผมคนเดียวเหรอ?” อีธานหันมาจ้องภูริด้วยสายตาดุดัน

“เอ่อ...คุณเคยนอนกับคุณโสไหมครับ”

“ถามทำไม?”

“ก็...คุณโสก็ไม่ได้นอนกับคุณคนเดียว...” เสียงภูริเบามาก เบาเหมือนว่าตัวเองกำลังกระซิบกระซาบกับอากาศในรถคันนี้อยู่ แต่ด้วยความที่มันเงียบมากนี่แหละ อีธานจึงได้ยินทุกคำ

รถถูกเหยียบแบรกกะทันหันจนจมเท้า ภูริไม่ทันตั้งตัว ถึงมีเข็มขัดนิรภัยแต่ร่างเขาก็กระชากรุนแรงเหมือนกัน หัวนี่เกือบโขกคอนโซนหน้าไปแล้ว ดีนะที่ยังเอามือมายั้งเอาไว้ทัน ไม่งั้นเจ้าถุงลมนิรภัยก็คงพุ่งพรวดออกมากระแทกหน้าเขาเข้าอย่างจังแน่นอนเลย

ฮื่อ...อีธานเป็นบ้าอะไรอีกหนอ

“นี่คุณยอกย้อนผมเหรอ? แค่ผมนอนกับคุณ ไม่ได้หมายความว่าคุณจะพูดเล่นไม่ให้เกียรติผมแบบนี้ได้นะครับคุณภูริ อย่าลืมสิว่าผมไล่คุณออกได้” ไล่ออก...อะไรก็ไล่ออก เฮ้อ ภูริล่ะอยากจะเท่ลาออกเองแม่มเลยเสียเหลือเกิน

“ผมขอโทษครับ”

“อย่ามาพูดจาแบบนี้ใส่ผมอีก ผมนอนกับคุณโส...แล้วไง คุณไม่ใช่คุณโสนี่ คุณเป็นคู่ของผม แล้วผมก็ไม่ต้องการให้คู่ของผมไปนอนกับใครหน้าไหนยังไงก็ได้ เข้าใจไหม?”

“เข้าใจครับ”

“ดี! สมองมีปัญญาต่ำพอๆ กับสายพันธุ์เลย” แล้วอีธานก็บ่นเบาๆ เรียกเบาได้ไหมอะ กระแทกเข้าหูคนนั่งเคียงข้างเข้าไปเต็มเปาเลยอะ

เบะปาก!

ภูริต้องหันไปมองกระจกข้างตัวเองเพื่อแอบเบะปากใส่ท่าทีของอีธาน บ่นเป็นตาแก่ที่ไม่มีเหตุผลอะ เอะอะก็บ่น สงสัยถ้าไม่ได้บ่นหรือด่าใครคงจะกินมื้อเช้าไม่อร่อย หรือไม่ก็ถ่ายไม่ออกอะ หึ...เขาขอแช่งให้ยิ่งบ่นยิ่งก้าวไม่อร่อยและถ่ายไม่ออกได้ไหม เผื่อบางทีอีธานจะเลิกบ่นทำพฤติกรรมแบบนี้

เวลาอีธานทำงาน อยู่กับพนักงานคนอื่นๆ อะไรเงี่ย อีธานไม่เห็นจะเป็นคนพูดเยอะอะไรนี่นา ออกจะไม่ค่อยพูดด้วยซ้ำ บางทีขานตอบสักคำยังไม่มีเลย เหตุผลเดียวที่ภูริมอบให้แก่ตัวเองก็คงเพราะเขากลายเป็นโอเมก้านี่แหละ อีธานเลยไม่ชอบเขา โถ...ทำไมชีวิตเศร้าล่ะ

ช่วงเช้าๆ ท้องถนนในเมืองอัดแน่นไปด้วยรถรามากมายนับไม่ถ้วน หรือถ้าให้เขานับล่ะก็...ฝันไปได้เลย เขาไม่มีวันมานั่งทำอะไรไร้สาระอย่างนั้นแน่ๆ เพราะเขาไม่ใช่นักจดสถิติอะจริงไหม ภูริรู้สึกอยากนั่งมอเตอร์ไซก์ มันขับผ่านรถหรูคันนี้ไปอย่างสะดวกสบาย ความเป็นหรูแม่งไม่ช่วยบรรเทาอาการรถติดเลยจริงๆ

“ผมควรนั่งรถไฟฟ้าไปทำงานมากกว่า” เขาเปรยออกมาลอยๆ เพราะคิกว่าถ้าเขาได้นั่งรถไฟฟ้าหรือมอเตอร์ไซก์เขาจะไปถึงที่หมายไวกว่าเดิม

“รถไฟฟ้าที่แน่นไปด้วยคนอะนะ หึ ไม่เห็นจะน่าขึ้นตรงไหน มีทั้งเบต้า โอเมก้าและยังพวกอัลฟ่าชั้นต่ำเต็มไปหมด ถ้าต้องไปใช้ลมหายใจรวมกับคนเป็นฝูงแบบนั้นผมยอมอยู่บนรถติดๆ อย่างนี้ทั้งวัน” ใช่สิ เป็นเจ้าของบริษัทนี่ จะทำอะไรก็ได้ไม่มีใครเขาจะด่าหรือว่าอยู่แล้วล่ะ แต่เขาเป็นแค่พนักงานขายนะเฟ้ย ไปสายหัวหน้าหักเงิน!

“หิวตายเลยนะครับ” ก็คิดงี้จริงๆ ไม่ได้คิดว่าคงน่าเบื่อหรือรากงอกอะไรเถือกนั้น แต่ลองคิดดู การนั่งอยู่บนรถทั้งวันมันคงหิวมากแน่นอน

“อะไรของคุณ”

“ก็...ถ้านั่งอยู่แต่บนรถนานๆ มันจะหิวไง”

“ก็หาที่จอดแล้วลงไปซื้อกินสิคุณ อย่ามาฉลาดน้อย” หงิ...หน้าหงิกใส่แม่มเลยดีมั้ง

ภูริเงียบ ไม่ต่อปากต่อคำ เพราะรู้ดีว่าเถียงไปยังก็ไม่ชนะ ไม่ใช่ว่าอีธานมีเหตุผลดีแล้วภูริหาเหตุผลมาโต้ไม่ได้ เพียงแต่...อีธานแม่งมีแต่เหตุผลที่เขารู้สึกว่าเถียงไปก็เหนื่อยเปล่า จะว่าอีธานเด็กมันก็ไม่ใช่ อีธานน่ะเอาแต่ใจเท่านั้นแหละ เราจะเถียงคนเอาแต่ใจ? คิดดีแล้วจริงดิ ถ้าคิดดีแล้วแสดงว่าคุณก็ไม่มีสติสตางค์เท่าไหร่น้า

ฝ่าฝันรถติดมาได้มาครู่ใกญ่ เวลาเฉียดเดตไลน์เข้างานไปทุกที ใจภูริตอนนี้นะแม่งวิ่งขึ้นบันไดแล้วไปกดลิฟต์เรียบร้อยแล้วล่ะ แต่ที่มันไม่ได้ดั่งใจเพราะจู่ๆ อีธานก็ขับรถช้าลง วิ่งเลนซ้ายอีกต่างหาก เขามองซ้ายมองขวา เห็นว่าใกล้บริษัทตัวเองแล้วก็เบาใจไปมาก กะว่าอดทนสงบปากคำอีกเล็กน้อยก็น่าจะไปถึงที่บริษัทได้ไม่ยากเย็น สายนาทีสองหน้าทีก็ปล่อยให้หัวหน้าด่าไป

ทว่า....ไม่มีอะไรเป็นไปตามที่เขาคิดเลย

“อุ้บ!” จู่ๆ หน้าเขาก็โดนมือหนาดันให้หันไปหา จากนั้นริมฝฝีปากสีสดก็แนบลงมาอย่างเร่าร้อนทันที

อย่าบอกนะว่า...

“อื้อ..อ๊ะ...อ๊า”

เรียบร้อยคารถยามเช้า ภูริได้แต่เอนกายพิงเบาะพลางหอบด้วยอาการเหนื่อยอ่อนจากบทเลิฟซีนที่แสนจะเร่าร้อน แม้โดนตัดออกจากบทบรรยายแต่ความเร่าร้อนนั้นยังตราตรึง เสื้อผ้าหลุดหลุ่ย ทรงผมก็เละเทะไม่เป็นทรง เขายังไม่มีกะจิตกะใจจะจัดการอะไรนั่นในตอนนี้เพราะว่า...น้ำไหล ฮื่อ ร้องไห้ยามเช้าแม่งเลย ร้องให้ดังๆ ร้องให้โลกแม่งรู้ว่าสิ่งที่ตนเองเผชิญอยู่นั้นมันไม่ยุติธรรมเลย

อีธานใส่เสื้อผ้าให้เป็นปกติ เขาพกทิชชู่เปียกเอาไว้ในรถเสมอ ดังนั้นไม่ยากกับการจัดการคราบน้ำต่างๆ ที่เปรอะเปื้อนร่างกายตนเอง พอเช็ดน้ำสีขุ่นจากความเป็นชายตัวเองจนสะอาดก็จัดให้มันเข้าที่เข้าทาง ช่วงบนไม่ได้เปลื้องออกเยอะ จับแค่เน็กไทให้เรียบร้อยก็เป็นอันเสร็จ มีแค่คนข้างกายเขาตอนนี้แหละที่ยังหน้าแดงก่ำและหอบหายใจกระเส่าไม่หายเสียที

ก็...ไม่รู้ว่าทำลงไปทำไม แค่อยากจะทำ นั่งคู่กันเฉยๆ แต่กลับรู้สึกความต้องการที่เอ่อท้นขึ้นมา อีธานเงียบเพราะส่วนหนึ่งก็ระงับอารมณ์ของตัวเองเอาไว้อยู่นั่นแหละ ภูริบอกกับเขาว่าทานยาต้านมาแล้ว แต่...ทำไมร่างกายอีกฝ่ายยังหอมหวนขนาดนั้น

เพราะเป็นคู่แท้?

แย่จริงๆ แบบนี้มันแย่มาก ส่วนลึกในใจเขาต่อต้านภูริอย่างสุดความสามารถ ไม่อยากจะนอนกับภูริแล้ว ไม่อยากเอากายไปเกลือกกลั้วกับกายของโอเมก้าอย่างภูริ เขารู้สึกแค่ว่ามันไม่ควรเป็นแบบนี้ คนอย่างเขาต้องได้คู่ครองที่แสนเพอร์เฟ็กและไม่เป็นโอเมก้า ทว่าร่างกายและสัญชาตญาณของเขากลับดิบเถื่อนและรุนแรงเกินต้านทานได้ ทั้งที่เขาเองก็ทานยาต้านชนิดที่ดีที่สุดที่เขามีแล้วแท้ๆ

“แต่งตัวแล้วลงไปได้ล่ะ” คำพูดของเขาทำให้อีกฝ่ายหันมามองหน้า ใบหน้าที่หล่อเหลาและแสนซื่อของอีกฝ่ายยั่วน้ำลายขึ้นมาในทันที เขาต้องเบี่ยงหน้าหนี...ไม่สบตาเพราะไม่งั้นเขาอาจไม่ได้เข้างานในเร็วๆ นี้

“เมื่อกี้รถเขย่าด้วย” เจ้าภูริพูดอะไรที่ขัดกับสถานการณ์ตรงหน้าอีกครั้ง อีธานยังไม่เข้าใจคนนี้ และเขาหงุดหงิดที่ภูริเป็นคนแบบนี้ เหมือนไม่สนใจในสิ่งที่เขาพูดหรือสื่อออกไป

“นั่นยิ่งทำให้นายควรลงไปได้แล้ว ผมไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าผมกับคุณมีอะไรกัน...” คิ้วได้รูปของภูริขมวดเป็นปม

“ถ้างั้นก็อย่าไปรับผมสิ คุณนี่...ย้อนแย้งจริงๆ” มันเป็นแค่คำบ่นเรื่อยเปื่อย แน่นอนว่าชนชั้นไหนก็มีสิทธิ์บ่นไปเรื่อย แต่คนโดนบ่นอย่างอีธานรับไม่ได้...มันแทงใจดำ!

ภูริหยิบเอาทิชชู่เปียกของอีธานมาใช้ เช็ดทำความสะอาดแล้วแต่งตัวลวกๆ ลูบผมตัวเองแบบรวดเร็วว่องไวดุจแสงเลเซอร์ จากนั้นก็ก้าวขาลงจขากรถ กลิ่นอายของการแนบกายเมื่อครู่ยังคงฟุ้งอยู่ในร่างกายของเขา แต่...เขาจะเข้างานสายไม่ได้เว้ย!

ทันทีที่เขาปิดประตูรถให้อีธาน ฝ่ายนั้นก็เหยียบคันเร่งจากไปแทบจะทันที ทีงี้ล่ะขับเร็วขึ้นมาเลยนะ เอ้อ...ให้มันได้อย่างนี้ คนบ้าอะไรเพี้ยนชะมัด เขาว่าความคิดเขาติงต๊องปัญญาอ่อนแล้ว เจอพฤติกรรมของอีธานเข้าไปภูริถึงกับร้องเรียกหายาพาราขึ้นมาทันที

แต่ตอนนี้พาราไม่จำเป็นเท่ากาแฟ! ตอนนี้ภูริต้องรีบสาวเท้าเดินไวๆ ไปที่ร้านขายกาแฟเจ้าประจำ ระหว่างสับเท้าฉับๆ ก็ต้องล้วงหาเศษเงินไปด้วย ไม่นับว่ายังมีน้ำไหลในกางเกงเขานะ น้ำตาแทบร่วง ทำไมอนาถตัวอย่างนี้นะ คราวหลังขอให้อีกฝ่ายใส่ถุงยางได้ไหม จะได้ไม่เป็นภาะต่อเขาเนี่ย

สั่งกาแฟและจ่ายเงินเสร็จเขาก็เดินเชื่องช้าเข้าบริษัท ตอนนี้มีสิ่งที่น่าเศร้ากว่าความเฉอะแฉะข้างในกางเกงก็คือ...เงินเหลือน้อยมาก อยากเอาหัวโขกโต๊ะจังโว้ย! นี่เพิ่งจะต้นเดือน แต่เงินที่เขาต้องเอาไว้กินไว้ใช้มันมีไม่มากพอจะพาเขาไปยังสิ้นเดือนได้ อ่อย...มาม่าจ๋า ข้าต้องพึ่งเจ้าอีกแล้วนะ เกือบยี่สิบกว่าวันที่เหลือต้องแจกแจงรสชาติของมาม่าที่จะกิน ภูริเริ่มคำนวณแล้วว่ามาม่ามันมีรสชาติอะไรบ้าง แล้วรสไหนที่เขาไม่ชอบ โดยที่ระหว่างนี้ก็ดูดกาแฟเย็นรสชาติจัดจ้านเข้าไปด้วยเรื่อยๆ

การเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ภาระล้นบ่านี่มันลำบากลำบนจังเลยนะ คิดว่า...ถ้าตัวเองไม่มีภาระอะไรเลยมันจะดีหรือเปล่า มันจะสบายเราไหม หาเงินเท่าไหร่ก็ได้ใช้เท่านั้นเลย เชื่อว่าทุกคนแม่งต้องมีคิดถึงโมเมนต์นี้บ้างแหละ

แต่มันไม่ได้งุย! มันไม่ด้ายยยยย ชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันไป เพลงของใครสักคนที่ภูริก็จำไม่ได้ ทั้งชื่อเพลงและนักร้องเลยนั่นแหละ แค่คำนี้มันติดอยู่ในหัวเขาเท่านั้น เวลาท้อใจก็นึกถึงมันขึ้นมาทุกที เฮ้อ...เอาหน่า อย่างน้อยเงินที่เหลือก็พอจะซื้อกาแฟเย็นๆ รสชาติล้ำลึกนี้ได้ทุกวันล่ะนะ และนี่คงเป็นเรื่องดีเพียงเรื่องเดียวที่ทำให้เขายิ้มได้ในเช้านี้

“เฮ้!” แต่ไม่ทันไรรอยยิ้มอันน่ารักน่าชังของภูริก็หายไป พร้อมกับกาแฟถุงกระดาษในมือ เพราะ...คนที่บอกว่าไม่อยากให้ใครเขารู้ว่าเราเป็นอะไรกันนั่นแหละ

อีธานยืนอยู่บนขั้นบันได ขณะที่ภูริยังไม่ทันได้ก้าวขาขึ้นบันได้ขั้นแรก ด้านหลังอีธานเป็นประตูเข้าบริษัท อันนี้ภูริสงสัยนะ...ทำไมต้องทำให้ประตูทางเข้าบริษัทสูงจนต้องมีบันไดแบบนี้ด้วย แต่ถามใครไม่ได้อะเนาะ อาจทำให้มันดูยิ่งใหญ่ แล้วไง...ประเด็นสำคัญตอนนี้คือเขาโดนแย่งกาแฟไปเว้ย!

เขาโดนอีกฝ่ายจ้องหน้าตาไม่กะพริบ ท่ามกลางสายตาสอดรู้สอดเห็นของพนักงานคนอื่นรอบด้าน อีธานยกถุงกาแฟขึ้นมา ละสายตาจากเขาแล้วมองไปที่หลอด คิ้วขมวดหน่อยๆ ประมาณว่า...หลอดแม่งสะอาดไหมอะไรงี้ล่ะมั้ง แต่ถึงจะลังเล อีธานก็ลองดูดน้ำในถุงขึ้นมาอึกหนึ่ง

“กาแฟห่วยสิ้นดีเลย” อ่าว ห่วยแล้วเอาไปกินทำไมล่ะครับ นี่มันแค่ลุงละสามสิบ ไม่ใช่แก้วล่ะร้อยกว่าอย่างร้อนแบรนด์ข้างๆ นั่นนะเว้ย

“งั้น...”

“กาแฟรสห่วยแบบนี้ ขอซื้อไปทิ้งนะ” ยังไม่ทันได้ทวงกาแฟแสนอร่อยของตัวเองคืน อีธานก็เดินลงมาจนอยู่เบื้องหน้าเขา มือที่ล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่ตลอดของอีธานยื่นเอาบางอย่างยัดใส่มือเขา

แล้วยังไงต่อเหรอ...ก็เดินจากไปไง

เรียกว่า…จะสะอื้นก็สะอื้นไม่ออก เข้าโมเมนต์ที่ว่าไม่มีเงินพอจะซื้อกาแฟอีกถุงแล้วไหม เงินที่เหลือตอนนี้สำหรับภูริจะกินให้มันถึงเดือนยังเป็นเรื่องที่ยากมาก เมื่อครู่เขาคำนวณแล้ว ต่อจากวันนี้ไปเขาจะกินกาแฟได้วันล่ะถุง มาม่าอีกวันละสองถึงสามซอง ถ้าซื้ออีก...ก็ได้ แต่ถ้าเงินไม่พอทำไงวะ!

“เรื่องบ้าไรเนี่ย” ประตูหลังก็เสียให้เขา ยังต้องมาเสียกาแฟให้เขาอีกเหรอ...

จากที่เบิกบานเพราะได้กาแฟมาตอนนี้ภูริห่อเหี่ยวอีกครั้ง เขาไม่สามารถร่าเริงได้ในสถานการณ์นี้อะเอาจริงๆ เขายังทำใจกับกาแฟที่โดนพรากไปเมื่อครู่นี้ไม่ได้ เขาติดกาแฟ และต้องเป็นกาแฟโบราญนั่นเท่านั้น ภูริเหลือบตาไปมองร้านขายกาแฟก่อนจะหันมามองของในมือที่โดนยัดใส่เมื่อครู่นี้

“เอ๊ะ?” ขอขยี้ตาหนึ่งที ไม่ๆ ขอสองทีเลย

“ฮุ่ยยยย รอดแล้วกู” ไม่ต้องคิดอะไรให้มากความ เหลือเวลาเข้างานอีกห้านาที ภูริรีบวิ่งย้อนกลับไปสั่งกาแฟแบบเดิมอีกถุง

อะไรหนอ...ทำให้ภูริเบิกบานสำราญใจได้ขนาดนี้ ทั้งที่เมื่อครู่ยังเครียดขึงเพราะโดนพรากกาแฟไปอยู่เลย คำตอบน่ะมันอยู่ในมือขวาของภูริยังไงล่ะ สิ่งที่ประธานคนนั้นได้ยัดเอาไว้แทนกาแฟรสชาติห่วยแตกนั้นคือ...

ขอเพลงครับ! แท่นแท่นแท้นนนนนนนน

แบงค์พันหนึ่งใบ!!!

แบงค์พันโว้ย! แบงค์พันนนนนนนน

รอดแล้ว ไอ้ภูริ มึงรอดตายแล้ว กาแฟถุงละสามสิบแลกกับหนึ่งพันบาท โคตรของโคตรคุ้ม แบบนี้ซื้อมาให้ท่านประธานแลกเป็นเงินทุกวันเลยก็ดีนะ ฮ่าๆ คิดบ้าอะไรกัน ระดับอย่างนั้นคงไม่มาซื้อกาแฟรสชาติห่วยแตกจากเขาได้ทุกวี่ทุกวันหรอกเนอะ น่าเสียดาย...อยากได้อีกหลายพันเลย

หนึ่งพันบาทชุบชีวิตอันเหี่ยวเฉาของเขา ภูริเดินลั้นลาเข้าบริษัทไวๆ พร้อมกับกาแฟโบราญถุงใหม่ในมือ เรียกว่าภูริอารมณ์ดีถึงขั้นเอ่ยทักทายแทบทุกคนที่เจอหน้าหรือเดินผ่าน สาวๆ ชอบรอยยิ้มของเขาอยู่แล้ว ชอบแววตาซุกซนปนใส่ซื่อของเขาด้วย

แถม...พวกนั้นยังรู้สึกว่าภูริมีเสน่ห์กว่าทุกๆ วันที่ผ่านมา

กลิ่นหอมบางอย่างช่างเย้ายวนอารมณ์คน พวกเขาคิดว่าอาจจะเป็นน้ำหอมใหม่ ดังนั้นบางคนจึงถามว่าภูริใส่น้ำหอมกลิ่นใหม่หรือเปล่า ภูริปฏิเสธ แล้วตอบว่าเพราะผมเนื้อหอมเองต่างหาก เป็นคำเย้าที่น่ารักสำหรับภูริ และไม่ว่าใครก็รู้สึกชอบมัน

ยกเว้น...อัลฟ่าบางคน

ท่าทางลั้นลาเกินหน้าเกินตาของภูริอยู่ในสายตาของอีธานตลอดเวลา ในมือขาวผ่องของชายหนุ่มร่างสูงยังคงหิ้วกาแฟที่เขาบอกว่ามันรสชาติห่วยเอาไว้ จะทิ้งก็เสียดายไง เขาซื้อต่อมาตั้งหนึ่งพันบาท อ่านะ...อีธานบอกตัวเองแบบนั้น ทั้งที่ข้างในก็รู้สึกว่ารสชาติของมันกลมกล่อมดี แต่ก็เหมือนกรณีภูริ เขาแค่ไม่ยอมรับความเป็นจริงเท่านั้นเอง ไม่รู้สิ...กลัวเสียฟอร์มล่ะมั้ง

อัลฟ่าระดับสูงอย่างเขาจะมาชื่นชอบของไร้เทสแบบนี้...บ้า...แม่งบ้าไปแล้ว!

....100%....

ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงที่ทำให้ทุกคนรอนานนะคะ เราจะอัปตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะ พอดีว่า...ทะเลาะกับที่บ้านนิดหน่อย นี่ก็รีบมาอัปก่อนเพราะรู้ว่าเย็นนี้คงไม่มีกะจิตกะใจจะมาอัปแน่เลยล่ะค่ะ ขอบคุณที่ยังรอนะคะ ^^

ออฟไลน์ BooJiRa_

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 209
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
อัลฟ่าปากไม่ตรงกับใจทุกคนไหมคะ

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
บางทีก็นึกสงสารภูริที่ต้องมาเจอเนื้อคู่แบบนี้

ออฟไลน์ tawanna

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 437
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-0
หลงเสน่ห์น้องภูริเข้าเต็มเปาเสียแล้วอีธาน

ออฟไลน์ orloftin

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 74
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เป็นอัลฟ่าที่ซึนโคตรๆ 55555555
ภูริน้องมากอะ อยากกอดดดดดด  :katai2-1:

ออฟไลน์ Kei

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 478
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1
ซึนตัวพ่อเลยอีธาน

ออฟไลน์ azure

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 772
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-2
อัลฟาของเราก็ยังผีเข้าผีออก แต่ภูริก็ยังมึนๆอึนๆไม่สนใจ เหมาะกันมาก 55555

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3380
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4

ออฟไลน์ sz4music

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 280
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
เป็นแนวที่ชอบมากๆ เลย omegaverse หาอ่านก็มีไม่เยอะ บางเรื่องที่หาอ่านได้ก็ไม่ค่อยสนุก แต่เรื่องนี้กลับชอบมากกกกกก มีความแหวกแนว ชอบนายเอกอ๊องๆ มึนๆ ความอดทนสูง แต่หมั่นไส้พระเอกมากกกกกเว่อๆ ว่ากันว่าพวกอัลฟ่าขี้หึงมากกกก อยากเห็นจัง คุณอีธานจะเบอร์ไหน  :laugh:

ออฟไลน์ BAKA

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3026
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-10
เหอะ หมั่นไส้อีธานมากกกก จ้าาาา ตอนนี้ก็ปากแข็งไปเถอะ แหมมมมมม

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1089
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
อ่านไปยิ้มไปเหมือนคนบ้าชอบความน่ารักอึนๆของภูริมันตลกส่วนอีธานปากรร้ายบ่นนู่นนี้เหมือนคนแก่จริงๆ

ออฟไลน์ papapoope

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 291
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
ภูริจะซื่อเกินไปแล้วววว อีธานก็ซึนไปอีก
ว่าแต่ทำบ่อยขนาดนี้ภูริจะไม่ท้องหรอ~ อิอิ

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6300
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
ฟอร์มจัดมากค่ะคุณขาาาาา
ถ้าไม่ใช่ภูรินี่ คงไม่มีใครอยู่กะคุณอีธานได้แน่ ๆ 5555

ออฟไลน์ Psycho

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 388
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1
เดี๋ยวก็ท้องหรอก เอะอะก็ฉีดน้ำใส่

ออฟไลน์ ่jum

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3709
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-4
เรียนท่านประธาน จับกดถี่ขนาดนี้ รู้สึกอะไรบ้างไหมท่าน  :mew5:

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3494
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
เราว่าอีธานควรไปจูนตัวเองก่อนนะ 555555

ออฟไลน์ Bb nale

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 559
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
หนักทั้งคู่  ขอบใจที่มาอัพนะคนเขียน

ออฟไลน์ M_Y MILD

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 106
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
คิดถึงงงงงงงง น้าจ้าาาาา

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1089
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0

ออฟไลน์ GukakST

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +187/-5
>....ตอนที่ 8 [100%]....<

ปัง!
กรี๊ด!!! ภูริถึงกับสาวแตกในใจเพราะจู่ๆ ก็มีใครบางคนมาตบโต๊ะเขาเสียงดังสนั่น เขาอยากเงยหน้าแล้วถามเหลือเกินว่า เจ็บไหม? เอ๊ะ...หรือเขาควรสนใจว่าโต๊ะทำงานของเขายังปลอดภัยอยู่กันล่ะ คำถามกวนประสาทในหัวหายไปทันทีเมื่อเขาเห็นว่าคนที่ตบโต๊ะนั้นเป็นใคร ร่างโปร่งรีบลุกขึ้นยืนกุมมือต่ำ ก็คนคนนี้เป็นหัวหน้าเขานี่หว่า

“เมื่อวานคุณหายไปไหนมา” ตาบอดเหรอตอนท่านประธานลากเขาไปที่ลิฟต์น่ะ ภูริล่ะอยากจะตอบแบบนี้กลับไปจริงๆ ให้ตายเถอะ

“ท่านประธานใช้งานครับ” พอบอกออกไปอย่างนั้น อีกฝ่ายก็ใช้สายตาสำรวจร่างกายของเขาทันที เห็นนะเว้ย สายตานั้นละลาบละล้วงมาก ถึงหัวหน้าจะหล่อ แต่ขอโทษ...อีธานหล่อกว่าและสายตาเร่าร้อนกว่าเยอะ

เดี๋ยวนะ เราเปรียบเทียบเพื่อ? หัวหน้าไม่ได้จะแดกเขาเสียหน่อย คิดอะไรบ้าบอจริงเชียว สมองนี่ก็น้า...ทำไมยังคงทำงานวนเวียนอยู่กับอีธานก็ไม่รู้ เพิ่งจะห่างกันได้ไม่นานนี่เองด้วยซ้ำ

“นายเป็นนายบำเรอให้คุณอีธานล่ะสิ ที่บอกว่าเป็นเบต้านี่โกหกใช่ไหม เมื่อวานนี้กลิ่นฟีโรโมนฟุ้งมาก นายต้องเป็นโอเมก้าแน่ๆ” เกลียดสัญชาตญาณอัลฟ่าแม่งก็ตอนนี้ รู้ดีไปหมด

“...” รู้ดีจนเถียงไม่ออกเลยล่ะ ภูริเก็บอาการลนลานที่โดนจับได้เอาไว้ภายใต้ท่าทีสงบเสงี่ยม ประหนึ่งว่าเถียงไปก็เท่านั้น ซึ่งสิ่งที่เขาคิดก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับความเป็นจริง ถ้าเกิดเขาเถียง...ก็มีแต่ต่อความยาวสาวความยืดเท่านั้นเอง

เขาเหลือบเห็นอีกฝ่ายยิ้มแปลกๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่น่าไว้วางใจ เหมือนตัวร้ายในละครนึกแผนการอะไรบางอย่างที่มันไม่ดีขึ้นมาได้ในชั่ววินาทีนั้นอะไรเงี้ย เขาอยากถามจริงๆ ว่าหัวหน้ายิ้มอะไร ทว่าอีกฝ่ายแค่ยิ้มแล้วเดินจากไป ไม่ได้ดุด่าหรือว่าเขาต่อเหมือนทุกครั้งที่มักทำ

ต้องดีใจไหมนะ? ไม่โดนด่านี่ต้องร้องตะโกนไชโยโห่ฮิ้วอะไรงี้เลยปะ ร้อยวันพันปีไม่มีหรอกไอ้การถามไม่กี่คำแล้วเดินไปโดยไม่ได้ด่าหรือว่าอะไรเขา หรือว่า...เพราะเขาโดนประธานใช้งาน หัวหน้าก็เลยไม่สามารถดุด่าอะไรได้ ก็อาจจะใช่ โอเค...เป็นอีกเรื่องดีก็แล้วกันเนอะ

“นี่ๆ” แล้วความสบายใจชั่ววินาทีนั้นก็มลายหายไปเมื่อหญิงสาวคนหนึ่งในแผนกเดินเข้ามาสะกิดเข้าที่ไหล่ของเขา ภูริยิ้มหวานใส่เหมือนเคย และเธอก็ดูจะหลงใหลรอยยิ้มของเขา

“ครับ”

“ภูเป็นโอเมก้าจริงเหรอ” ขอขมวดคิ้วแป็บหนึ่ง ถามแบบนี้อีกแล้ว...เพราะอีธานนั่นแหละที่เข้ามาทำให้เขาเกิดอาการฮีตเมื่อวานนี้ ไม่งั้นเรื่องที่เขากลายร่างเป็นโอเมก้าไม่กระจายแพร่สะพัดอย่างที่เป็นอยู่นี่หรอก

แต่...เขาจัดการได้!

“ฮ่าๆ บ้า...ผมเป็นเบต้านะ ผมเป็นเบต้ามาตลอดก็รู้นี่ จู่ๆ จะมากลายเป็นโอเมก้าได้ยังไงล่ะจริงไหมครับ” สีหน้าหญิงสาวดูเห็นด้วยกับเขา

“ก็จริงเนอะ ภูริเป็นเบต้านนี่นา...”

“ใช่ม้า”

“แล้วทำไมเมื่อวานท่านประธานเข้ามาถึงมีกลิ่นฟีโรโมนฟุ้งขนาดนั้นล่ะ” อย่ามาสงสัยอะไรมากจะได้ม้ายยยยย โอ้ยมายก๊อด

“อาจจะเป็นกลิ่นจากท่านประธานก็ได้นะ ผมว่าท่านประธานมีกลิ่นฟีโรโมนทที่หอมมากเลยอะ ไม่แปลกใจเลยที่สาวๆ จะคลั่งไคล้ท่านขนาดนั้น คิดเหมือนกันไหมครับ” ภูริขยิบตาหนึ่งทีให้หญิงสาวราวกับรู้ใจเธอ และเธอเองก็ยิ้มเขิน

“จริง ปฏิเสธไม่ออกเลยล่ะ ท่านประธานนะเป็นชายหนุ่มที่สาวๆ ทุกคนใฝ่ฝันอยากได้เป็นคู่แท้เลยล่ะ เราว่าผู้ชายบางคนก็อยากได้ท่านน้า เฮ้อ เห็นหน้าท่านแล้วอยากกลายเป็นโอเมก้าเลย ติดอย่างเดียว...ท่านดูหยิ่งไปหน่อย” ไม่หน่อยหรอก เยอะเลยล่ะ แถมไม่ชอบโอเมก้าอีกต่างหาก สาวๆ รู้เข้าจะใจสลายไหมที่ชายในฝันไม่ได้ดีอย่างที่เห็นด้วยตาเปล่า

แต่ก็เป็นไปได้ว่าอีธานจะเป็นแบบนั้นกับเขาคนเดียว เพราะการมีเขาเป็นคู่แท้นั้นเกิดจากอุบัติเหตุ ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจหรือโชคชะตาลิขิตอะไรแบบนั้น ภูริยังคิดไม่ตกเลยว่าทำไมท่านถึงได้อารมณ์แปรปรวนแบบนั้น เดี๋ยวกอดเขาด้วยความเร่าร้อน เดี๋ยวด่าเขาด้วยความชิงชัง เอาตรงๆ บางทีปรับอารมณ์ตามไม่ทันอะนะ

“อาจจะเป็นแค่มาดของท่านก็ได้นะ ผมว่าเป็นปกติออกที่อัลฟ่าชั้นสูงจะไว้ตัวหน่อยๆ”

“ใช่ๆ เราก็คิดแบบนั้น...แต่ยังไงก็เหอะ ภูริยังเป็นหนุ่มในใจเรานะ” ว่าแล้วเธอก็ลูบตั้งแต่ศอกจนมาถึงหัวไหล่ของเขา เป็นการบอกนัยๆ ว่าชอบนะร่างกายของนาย เขาก็ชอบร่างกายของเธอ เป็นไปได้ก็อยากจะชวนไป...อะนะ

“ดีใจจังครับ” เขาส่งยิ้มหวานหยดให้

“ถ้ามีโอกาส...”

“ผมไม่พลาดหรอก” เขารีบต่อคำของหญิงสาว เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายหมายถึงเรื่องอะไร

“น่ารักที่สุด เราไปทำงานนะ...ภูตั้งใจทำงานนะคะ”

“ครับ”

ต่างคนต่างแยกกันไปทำงานในส่วนของตัวเอง ภูริก็ยังคงมีงานมากมายให้ต้องจัดการ ทั้งงานที่เขาทำค้างเอาไว้ตั้งสองวัน แม่ง...มาทำงานก็เหมือนไม่ได้มาทำงาน เพราะคุณประธานผู้ประเสริฐเลิศศรีนั่นคนเดียวเลย ถ้าเมื่อวานปล่อยเขาให้ลงมาเคลียร์งานของตัวเองป่านนี้งานเขาคงไม่เยอะท่วมหัวแบบที่เป็นอยู่หรอก

ขอสาปแช่งให้งานท่านประธานเยอะกว่าเขาสักสามสี่เท่า นี่ดีนะที่ได้เงินค่ากาแฟมาพันหนึ่ง ไม่งั้นจะสาปแช่งให้รุนแรงกว่านี้ ว่าแล้วก็หันไปดูดกาแฟโบราญในถุงต่อด้วยความสบายอกสบายใจ

เขาทำงานอย่างมีความสุขได้ไม่เกินสิบโมงครึ่ง หัวหน้าเอางานมาโยนเพิ่มและคนบางจำพวกก็เข้ามาขอให้เขาทำนั่นทำนี่ให้ ภูริไม่สามารถต่อต้านพวกนั้นได้เพราะความเป็นอัลฟ่าของพวกนั้น จะว่าเป็นความเคยชินไปแล้วก็ได้ เขามีหน้าที่ทำตามคำสั่ง ก็ต้องก้มหน้าก้มตาทำแม้ว่ามันจะไม่ใช่งานในส่วนของตัวเองเลยก็ตาม

บางทีการที่เขารู้สึกเหนื่อยมากอาจจะเพราะงานพวกนี้แหละ งานเขาเองก็ว่าเยอะแล้ว เจองานคนอื่นเข้าไปอีกก็ยิ่งเหนื่อยหนัก เฮ้อ... คงมีแค่การถอนหายใจ ฟังเพลงที่ชอบและกินกาแฟถุงละสามสิบของตัวเองประทังความเบื่อหน่ายไป

ก็ถ้าเราไม่มีความสุขอยู่กับงานที่ทำ...เราก็จะไม่สามารถทำมันออกมาได้ดี ภูริพยายามเป็นคนคิดบวก ไม่ได้หมายถึงเอะอะเดินเข้าไปบวกเลยแบบนั้นนะเฟ้ย ถ้าเป็นแบบนั้นมีหวังไม่โตมาจนถึงป่านนี้หรอก น่าจะโดนยำคาเท้าใครสักคนตั้งแต่สมัยเรียนอะนะ

ช่วงเที่ยงพนักงานต่างแยกย้ายกันไปพัก บ้างก็จับกลุ่มไปทานอาหารหรูที่ห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ นี้ ไม่ก็นั่งกินข้าวในโรงอาหารกันเป็นกลุ่มๆ ภูริเองก็มีเพื่อนๆ ผู้ชายที่เป็นเบต้าด้วยกันสองคน ตอนแรกเขาคิดว่าจะซื้อมาม่ามานั่งกินที่โต๊ะทำงาน แต่พอดีได้เงินจากอีธานมาตั้งหนึ่งพันบาท เขาก็เลยตัดสินใจลงไปทานมื้อเที่ยงกับเพื่อนที่โรงอาหารของบริษัท

ภูริสั่งข้าวผัดหมูพิเศษ ราคาห้าสิบบาทซึ่งได้ข้าวเยอะกว่าสี่สิบห้าบาท แหงล่ะ ก็สั่งพิเศษนี่ ถ้าสั่งปกติทั่วไปมันก็สี่สิบห้าบาทและมันอาจจะไม่พอเขาอิ่ม ไหนๆ ก็มีเงินพอเจียดมากินได้ ก็ขอกินให้อิ่มท้องหน่อย ไม่ใช่กินพอประทังชีวิตไปวันๆ เพื่อนของเขาอีกสองคนมักกินอะไรที่ไม่คำนวณเงินมากนัก เป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีภาระแตกต่างกันไป

“มึงๆ หัวหน้าชวนไปดื่มเย็นนี้วะ” เพื่อนหนึ่งเอ่ยชวนเขาหลังตักข้าวเข้าไปได้ห้าคำ

“ชวนในไลน์เหรอ”

“เออดิ ไปกัน ไม่ได้ไปดื่มนานแล้ว วันนี้สันศุกร์ด้วยนะเว้ย” เพื่อนหนึ่งดูกระตือรือร้น ภูริก็รู้หรอกว่าเพื่อนคนนี้กระเหี้ยนกระหระหือรือในการดื่มมากแค่ไหน แต่ก็จริงนะว่าเขาไม่ได้ไปดื่มกับเพื่อนที่บริษัทนานแล้ว

“ไปปะภู” เพื่อนสองเอ่ยถาม

“เอ่อ...” ไปดีไหมล่ะ ได้เงินมาตั้งพันหนึ่งนี่ควรเอาไปใช้หรือเปล่า มันอาจจะดูกิ๊กก๊อกในความรู้สึกของคนอื่นนะ หรืออาจจะคิดว่าเงินนี่เอาไปใช้ให้มันหมดๆ ก็ได้อะไรเทือกนั้น แต่ในความรู้สึกของภูริแล้ว เขาค่อนข้างจะแคร์เงินจำนวณนี้พอสมควร เพราะหนึ่งพันบาทเขาสามารถใช้มันยันสิ้นเดือนได้เลย

“ไม่ให้ปฏิเสธ เดี๋ยวนี้มึงไม่ได้ไปกับพวกกูเลย”

“ก็ได้ๆ ออกกันคนละเท่าไหน่วะ หัวหน้าบอกปะ” ถ้าไม่กี่ร้อยเขาพอไหวนะ

“ไม่รู้วะ เขาบอกว่าหารกัน”

“เคๆ” หารกัน...เกิดกินแบบล้างผลาญนี่กระเป๋าตูไม่ฉีกเหรอวะ! แต่ช่างเหอะ...ไปก็ไป

เพื่อนหนึ่งของเขาส่งข้อความไปคอนเฟิร์มหัวหน้าว่าทั้งสามนี้จะไปด้วย ซึ่งพิกัดที่หัวหน้าส่งมาก็เป็นร้านประจำที่พวกเขาเคยไปนั่นแหละ มันมีห้องคาราโอเกะส่วนตัว สะดวกสำหรับการไปเป็นหมู่คณะ จะดื่มจะกินจะร้องเพลงเสียงดังแค่ไหนก็ได้ ไม่เดือดร้อนใคร นี่เป็นข้อดีของการใช้บริการห้องส่วนตัว

หลังมื้อเที่ยง ภูริแอบไปกินยาต้านฟีโรโมนตัวเองต่อ โชคดีที่วันนี้อีธานไม่มาป้วนเปี้ยนใกล้ๆ เขาเลยไม่มีอาการฮีต ถึงภูริจะมใช่โอเมก้าแต่กำเนิด แต่เขาก็พอรู้นะว่าคู่แท้ที่ยังไม่ยอมจับคู่นั้น เวลาอยู่ใกล้กันมันจะติดไฟได้ง่ายมาก และเขาเองอะนะก็ไม่เคยต้านทานแรงปรารถนาของอีธานได้เลย

โถ่...สยิวขนาดนั้นใครจะไปทน

อีกฝ่ายทำให้เขามีความสุข ทั้งการเล้าโลมและจังหวะกระแทกกระทั้น ยิ่งสบตากับอีธานยิ่งรู้สึกเร้าร้อน นี่แค่คิดยังร้อนรุ่มเลยนะ ถ้าอยู่ใกล้นี่ไม่ต้องห่วง กอดกันฟัดกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วแน่นอน เพราะไม่ใช่แค่อีธานอยู่ใกล้เขาแล้วเกิดอารมณ์จนควบคุมไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียว ภูริก็เสือกเป็นไปกับเขาด้วยไง บางทีเริ่มเองเลยนะเว้ย! คล้องคอเสร็จเอาตัวถูไถทันทีอะไรเทือกนี่

ว่าแต่...จะคิดให้ตัวเองอยากทำไมวะเนี่ย!

ภูริอยากทึ้งหัวตัวเองให้เส้นผมมันหลุดออกมาเป็นกระหย่อมๆ แต่คิดอีกที ถ้าผมหลุดหลุ่ยออกมาแบบนั้นเขาคงมีสภาพน่าเกลียดมากแน่ ไม่ดีๆ เขาเก็บอาการแล้วเดินกลับไปนั่งเล่นกับเพื่อนๆ คงเป็นการดีที่สุดแล้ว

เลิกงานวันนี้ พนักงานทุกคนพร้อมใจกันทิ้งโอทีเพื่อจะไปปาร์ตี้สังสรรค์ตามที่ได้รับคำชวนจากหัวหน้าแผนก ภูริเองก็กระตือรือร้นที่จะเก็บข้าวของ หลายคนอาจไม่ค่อยปลื้มเขา แต่อีกหลายคนชื่นชอบเขาเป็นที่สุด พนักงานสาวคนหนึ่งเดินเข้ามากอดแขนของภูริเอาไว้แน่นขณะที่กำลังเดินไปพร้อมๆ กับพนักงานคนอื่น

ภูริมีรอยยิ้มแสนสดใสให้เพื่อนร่วมงานทุกคนเสมอ ถึงคนคนนั้นจะชอบตนหรือไม่ก็ตาม ยังไงซะนี่ก็สังคมออฟฟิต ไม่ชอบกันขนาดไหนก็ไม่ไดถึงขั้นว่าเดินร่วมกันไม่ได้ มองหน้ากันไม่ติด หรืออยู่ใกล้กันเป็นต้องแขวะอะไรกันขนาดนั้น โดยรวมแล้วก็ดูเหมือนพวกเขารักกันดี

ทั้งหมดเดินทางไปร้านอาหารที่ว่าทันทีโดยไม่มีการแยกย้ายกันไปเก็บข้าวของหรืออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เรียกว่าปาร์ตี้แบบสงบๆ นั่งกินข้าว นั่งดื่มและฟังเพลงกันไปชิวๆ มากกว่า ภูริพูดคุยกับคนนั้นคนนี้ไปทั่ว ไม่ว่าใครเอ่ยถามหรือชวนคุยเขาสามารถคุยได้หมด และคำถามที่ฮิตในเวลานี้ก็คงเป็นเรื่องที่เขากลายเป็นโอเมก้า ภูริปฏิเสธพร้อมรอยยิ้ม เขาสามารถทำให้เรื่องจริงมันกลายเป็นเรื่องตลกได้ง่ายดาย

พิชัยและลูกน้องอัลฟ่าผู้รักดีอีกห้าคนไม่ได้ตลกไปกับภูริ พวกนั้นลอบมองแผ่นหลังได้รูปของอีกฝ่ายด้วยความหมั่นไส้มากกว่า คนรักภูริน่ะเยอะ เพราะงี้ต่อให้ผลการประเมินในแผนกจะไม่ดีเท่าไหร่ แต่ผลประเมินจากส่วนอื่นๆ กลับดีจนน่าใจหาย พิชัยอยากจะดีดภูริออกไปให้พ้นๆ หน้า เป็นแค่เบต้า แต่ความสามารถและความสุภาพเรียบร้อยของมันดึงสาวๆ ไปจนหมด

ภูรินั่งมองอาหารและเครื่องดื่มถูกทยอยเสิร์ฟมาตรงหน้า เพื่อนเขานั่งข้างและพวกมันก็จ้วงกินกับแกล้มกันอย่างเอร็ดอร่อย ภูริสนใจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า เขาต้องบอกว่าเขาจน ถ้าอยากเมาเองคนเดียวต้องดื่มเบียร์ ไม่มีทางเสียเงินไปกับรีเจนซี่แบบที่หัวหน้าพิชัยสั่งเข้ามาแน่ๆ แต่เอ๊ะ...เขาก็ต้องหารค่าเหล้านี่หว่า

เอาแล้ววววว งานนี้เขาจะหมดตัวไหมวะ!

ช่างมันก่อนแล้วกัน มาถึงขั้นนี้แล้ว ทางที่ดีคือดื่มมันเข้าไปเถอะ ยิ่งเสียเงินก็ยิ่งต้องดื่มให้คุ้ม ไม่งั้นมื้อนี้เขาอาจไม่คุ้มกับเงินที่เสียไปเลย หญิงสาวส่วนใหญ่จะกลายเป็นนักร้องเมื่อมีคาราโอเกะตั้งอยู่ตรงหน้า พวกเธอลิสรายการเพลงและภูริก็อาสาเป็นคนกดเปิดเพลงตามที่พวกเธอต้องการ

ทุกอย่างดำเนินไปอย่างสนุกสนาน เสียงเพลงคลอเคลียไปกับเสียงหัวเราะของเพื่อนร่วมงาน เวลานี้ภูริรู้สึกว่าความบาดหมางที่เคยมีมันเจือจางลงไปบ้าง เมื่อเราต้องมานั่งชนแก้วและพูดคุยกับคนที่ไม่ถูกกัน แอลกอฮอลนี่มันสร้างมิตรภาพจริงๆ เลยให้ตายสิ!

“เอ่อ...เดี๋ยวพวกเราขอตัวกลับก่อนนะ” ราวสามทุ่ม หญิงสาวส่วนใหญ่เริ่มปลีกตัว พวกเธอดื่มไม่เยอะและก็เหนื่อยมากแล้วอยากกลับไปพักผ่อน

“เดี๋ยวเราไปส่ง” อัลฟ่าคนหนึ่งที่ไม่ถูกกับภูริอาสาขึ้นมา

“ไม่เอาอะ ให้ภูไปส่ง ภูจ๋า ไปส่งหน่อยน้า” โดนอ้อนขนาดนี้ใครมันจะกล้าปฏิเสธ!

“ได้เลยครับคุณผู้หญิง” ภูริยิ้มหวานให้สาวๆ เขาไม่เห็นเลยว่าสายตาไม่พอใจหลายคู่ทิ่มแทงมาที่เขา

จะเรียกว่าตอนนี้ภูริมึนในระดับหนึ่งก็เลยรู้สึกถึงสายตาทิ่มแทงได้น้อยลงก็ว่าได้ เขาเดินออกไปส่งสาวๆ โดยไม่ลืมพกยาต้านฟีโรโมนไปด้วย ไม่รู้ทำไมต้องพก รู้แค่ต้องกินในอีกไม่นานนี้ เขามาส่งหญิงสาวที่หน้าร้าน รอแท็กซี่เป็นเพื่อนพวกเธอ จนกระทั่งทุกคนถูกส่งขึ้นรถกลับไป เขาถึงได้เดินกลับเข้าไปทางห้องคาราโอเกะอีกครั้ง

ทว่า...ยังไม่ทันถึงที่หมาย เสียงเรียกข้าวของโทรศัพท์เครื่องกากแสนกากของภูริก็ดังขึ้น มันช่างพอเหมาะพอเจาะตอนที่เขาเดินมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องคาราโอเกะพอดี เขารีบหยิบมันออกมา นึกว่าแม่หรือน้องโทรมาตาม เพราะไม่ได้โทรบอกเอาไว้ก่อนว่าวันนี้จะกลับดึก แต่หน้าจอของเขามันขึ้นแค่เบอร์...

“สวัสดีครับ ภูริพูดสายครับผม” เขาพูดเสียงสุภาพกลับไป

(นายอยู่ไหน) เอ๊ะ...เสียงคุ้นๆ

“นี่ใครอะครับ?”

(ผัวนายไง) ชะอุ้ยยยยย ดุด้วย!

“คุณอีธานเหรอ”

(ใช่ ตอนนี้คุณอยู่ไหน เลิกงานแล้วทำไมถึงไม่รอผม...ผมบอกว่าผมจะไปรับไปส่งคุณไง จำไม่ได้เหรอ ความจำสั้นมากใช่ไหม อยากให้ผมต้องตอกย้ำความจำให้คุณฟังอีกครั้งหรือเปล่าครับคุณภูริ) เอิ่ม ทำไมดุ ทำไมโกรธเกรี้ยวอย่างนั้นล่ะคร้าบบบบ

“คือ...หัวหน้าชวนมาดื่มอะครับ”

(ไปดื่มกับอัลฟ่า คิดว่าตัวเองเป็นเบต้าอยู่หรือไง!) อีกฝ่ายขึ้นเสียงใส่ขึ้นมาทันทีทันใด เล่นเอาภูริตกใจขวัญหายกระเจิดกระเจิงไปหมด เขาลูบหน้าอกตัวเองป่อยๆ แบบ...โดนดุแล้วใจเต้นแรง

นี่กูเป็นบ้า?

“แต่ว่าผมทานยาแล้วนะครับ”

(ยาช่วยอะไรคุณได้ล่ะ อยู่กับผมมันยังช่วยอะไรคุณไม่ได้เลย บอกที่อยู่มาเดี๋ยวนี้เลยนะ!) ภูริเกาหัวตัวเองเบาๆ

“ผมอยู่ที่...” แต่ก็ยอมบอกที่อยู่อีกฝ่ายไปแต่โดยดี

(แล้วมีใครอยู่ที่นั่นบ้างตอนนี้ ทำอะไรกันบ้างฮะ)

“ก็เหลือเพื่อนๆ ผู้ชายครับ ผู้หญิงกลับไปเมื่อกี้ แล้วก็...กินเหล้ากัน”

(เวรเอ้ย!!! ไอ้โง่) แล้วสายก็โดนตัดไป เขาโง่เหรอ? มากินเหล้ากับที่ทำงานนี่โง่เหรอ?

“อะไรของเขาวะ...”  ภูริมองหน้าจอมือถือที่มืดทึบของตัวเองด้วยความไม่เข้าใจ ไม่เคยเข้าใจอะไรในตัวอีธานเลย แต่ก็ช่างมันเถอะ อีธานอาจสูงส่งเกินกว่าเขาจะเข้าใจได้ก็ได้

ภูริลอบมองเข้าไปข้างในห้องร้องคาราโอเกะผ่านกระจกบานเล็กๆ หน้าประตู สายตาอาจพล่าเบลอไปหน่อย แต่เขาเห็นว่าพิชัยกำลังทำอะไรบางอย่างกับแก้วเหล้าสีอำพันของเขา

เอ....ฉากแบบนี้เคยเจอที่ไหนมาก่อนเหรือเปล่านะ อ้อ นึกออกแล้ว น้องสาวสุดที่รัก แม่ภูฟ้าของพี่นี่เองที่เล่าฉากมอมยาให้เขาฟัง มันเป็นฉากในนิยายแหละ และตอนนี้มันอาจจะเกิดขึ้นกับเขา

หึหึ...

ภูริยิ้มกว้างออกมา สวมบทบาทเป็นตัวร้ายที่แสนจะน่าเอ็นดูเป็นที่สุด เขาเก็บมือถือลงกระเป๋าแล้วเดินเข้ามาในห้องอีกครั้ง รอยยิ้มสดใสยังคงอยู่ แต่ไม่มีใครดูออกว่ารอยยิ้มของภูรินั้นสื่อความหมายอะไร

ในสายตาพวกนั้นน่ะ...ภูริเป็นแค่ไอ้โง่

แต่พวกเขาไม่รู้ว่าไอ้โง่คนนี้น่ะมันก็แค่...แกล้งโง่!

....100%....

ณ ตอนนี้ที่อัปนิยายอยู่นี่กำลังจะเข้างานในอีก...ห้า..สี่...สาม...สอง พอเถอะ เรามาแล้วนะคะ เอาน้องภูคนโง่มาเสิร์ฟ คิดว่าภูริจะจัดการเองหรือว่าอีธานจะพุ่งเข้ามาจัดการอัลฟ่าพวกนี้กันนะ?
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-06-2018 08:46:37 โดย GukakST »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1089
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
ผัวนายไง.   นี่อีธานจะรู้ตัวมั้ยเนี่ยประกาศแสดงตัวชัดแจ้ง เป็นผัวน้องภู

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3333
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

ออฟไลน์ orloftin

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 74
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ชอบความ ผัวนายไง งืมมมมม  :hao3:
555555555 เอ็นดูภูริงะ อยากบีบๆๆ  :katai3:

ออฟไลน์ BooJiRa_

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 209
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ผัว เต็มปากเต็มคำ

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
อ๊ะๆ.........อีธาน ยอมรับแล้วว่าตนเองเป็นผัวภูริ   :o8: :impress2: :-[
ยอมรับเนื้อคู่แห่งโชคชะตาแล้วใช่ไหม   :z3:

หัวหน้าภูริ น่ารำคาญ เพื่อนที่เป็นอัลฟ่าก็น่าเบื่อ
เอาเปรียบใช้ภูริทำงานของตัวเอง เพราะความเป็นอัลฟ่า
อีธาน จัดการพวกนี้ให้ราบเรียบไปเลย

อีธาน  ภูริ   :กอด1: :กอด1: :กอด1:
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3380
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3494
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
ผัวนายไง 5555555555555
ภูริวางแผนอะไรหนอ จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3333
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6
อัลฟ่านิสัยไม่ดี

ออฟไลน์ onlyplease

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 317
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
สามีน้องภู ทำไมออกตัวแรงจังคะ :mew1:

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
ผัวจ้ะผัว หึหึหึ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด