★C H O R A K A★ #จรกาคนงาม - ★★Special C H 02★ทายาทอสูร[02.07.61]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ★C H O R A K A★ #จรกาคนงาม - ★★Special C H 02★ทายาทอสูร[02.07.61]  (อ่าน 104534 ครั้ง)

ออฟไลน์ donut4top

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 397
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
มีรางวัลพระเอกตอแหลแห่งปีไหมคะ อยากยกให้พี่มันจริงๆ5555 แต่น้อนร้องไห้ที่ไรป้าเอ็นดูทุกที หนู้รู้กตัวเย็กๆน่ายัก *ติดเชื้อพี่อินมา*

ออฟไลน์ มะเขือม่วง

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 448
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
อีพี่อินทร์ตอแหลมากกกกก เสียงสองอารายยยยย ตล๊กกกกกก :m20: :m20: :m20:

ออฟไลน์ NooDangzz

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 479
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +212/-8
Chapter 7: เจ้ากรรมนายเวร



บัดนั้น                            ฝูงสนมนารีศรีใส

ทั้งเถ้าแก่ชะแม่กำนัลใน                  ต่างไปชิงช่องมองเมียง

ครั้นเห็นจรกาเข้ามาเฝ้า                  บรรดาเหล่าชะแม่แซ่เสียง

บ้างตำหนิติว่าหน้าเพรียง                ดูดำดังเหนี่ยงน่าชังนัก

ไม่มีทรวดทรงองค์เอวอ้วน               พิศไหนเลวล้วนอัปลักษณ์

ใส่ชฎาก็ไม่รับกับพักตร์                   งามบาดตานักขี้คร้านดู

บ้างว่าเสียงเพราะเสนาะเหลือ         แหบเครือเบื่อฟังรำคาญหู

รูปร่างอย่างไพร่ใช่ระตู                    ไม่ควรเคียงคู่พระบุตรี

กระนี้หรือช่างมาตุนาหงัน                เห็นเกินหน้าไกลกันทั้งศักดิ์ศรี

ดังเอาปัดขี้ร้ายราคี                                    ปนมณีจินดาค่าควรเมือง

ลางคนว่าระคูจะคู่ครอง                  ดั่งเพชรผูกเรืองรองด้วยทองเหลือง

เหมือนทองคำธรรมชาติรุ่งเรือง         มารู่กับกระเบื้องไม่ควรกัน

ลางนางบ้างโกรธแล้วพาที              เสียดายพระบุตรีสาวสวรรค์

ถ้าได้กับอิเหนากุเรปัน                    น่าชมสมกันข้าชอบใจ

อันระตูผู้นี้บัดสีนัก                         จะร่วมเรียงเคียงพักตร์หาควรไม่

บ้างห้ามว่าอย่าอื้ออึงไป                  บ้างบ่นพิไรไปมาฯ

 

เฮือก!

ผมลุกพรวดขึ้นนั่งด้วยอารามตกใจ ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเต้นระส่ำ พอมองไปรอบๆ กายแล้วตระหนักได้ว่าอยู่ในห้องของตัวเอง ก็พอจะจับต้นชนปลายได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้มันคือความฝัน แต่ดันเป็นความฝันที่มาจากความทรงจำในชาติที่แล้ว

เสียงของเหล่านางกำนัลพวกนั้นที่บริภาษรูปร่างหน้าตาผมเมื่อครั้งยังเป็นจรกาและเดินทางไปทูลขอนางบุษบาจากท้าวดาหายังคงดังแว่วขึ้นอยู่ในหู และเพราะเรื่องนั้นเองก็เป็นเหตุที่ทำให้ผมโดนใครต่อใครรังแกมาโดยตลอด โดยเฉพาะ...อิเหนา

ใช่ ผลพวงของการฝันร้ายเมื่อกี้นั้นมันมาจากการที่ถูกพี่อินทร์แกล้งในวันนั้นนั่นแหละ ตอนที่พี่บุศย์เข้ามาเจอ กว่าที่ผมจะอธิบายให้เขาเข้าใจเหตุผลที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้ก็เล่นเอาเสียเวลาไปเกือบชั่วโมง เพราะกว่าพี่อินทร์จะเลิกเล่น กว่าผมจะเลิกร้องไห้ กว่าจะอธิบายเสร็จ ใช้เวลานานเลยทีเดียว เรียกได้ว่าสถานการณ์ในตอนนั้นมั่วซั่ววุ่นวายสุดๆ ไปเลย

และพอทุกอย่างเคลียร์เรียบร้อยลงตัว ผมก็ได้ข้อสรุปว่า...

ต่อไปนี้จะไม่ไปเจอพี่อินทร์อีก!

ไม่สมควรไปเจอเป็นอย่างยิ่ง โคตรขี้แกล้งเลย มันทำให้ผมหวนคิดถึงความหลังฝังใจจนฝันร้ายอยู่หลายคืนแล้วเนี่ย

ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมชาตินี้เกิดมาหน้าตาน่ารักแล้วถึงยังได้ชอบกลั่นแกล้งอยู่อีก ไปทำอะไรให้วะเนี่ย!

คิดแล้วก็หงุดหงิดนะ น้องรหัสตัวเองก็มีแต่ไม่แกล้งอะ มาแกล้งแต่ผม ขนาดพี่บุศย์ยังออกปากเลยว่าให้เพลาๆ แกล้งผมลงหน่อยเพราะเขาเองก็ไม่พอใจเหมือนกัน ครั้งล่าสุดนี่พี่อินทร์แกล้งผมแรงเกินไป

แรงไม่แรงก็คิดดู ถึงขั้นจุ๊บกับหัวนมเขาอะ คิดแล้วขนลุกซู่ อยากเอาเป็ดโปรฯ ราดปากฉิบเป๋ง

แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลสักเท่าไรนัก เพราะนอกจากพี่อินทร์จะไม่ฟังแล้ว ยังทำลอยหน้าลอยตา

‘ก็น้องรหัสมึงมันน่าแกล้ง’

เจ้ากรรมนายเวร...

แบบนี้เป็นเจ้ากรรมนายเวรแน่ๆ

ว่ากันว่าหากเคยมีความรักหรือความแค้นใดๆ ที่ปล่อยวางไม่ได้มาจากชาติก่อน ก็จะได้พบกันในอีกชาติ แต่เท่าที่เห็น ผมควรจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรเขามากกว่า ไม่ใช่เขามาเป็นเจ้ากรรมนายเวรผมแล้วก็มาตามรังแกไม่เลิกราอย่างนี้!

แต่ถึงจะคิดว่าจะไม่ไปเจอเขาอีก ในชีวิตจริงมันเลี่ยงได้เสียที่ไหนในเมื่อเขาเป็นรูมเมตของพี่รหัสผม ยิ่งผมทำหลบหน้า ก็ร้อนถึงพี่บุศย์ที่ไม่สบายใจจนต้องโทรมาเรียกให้ผมไปหาในช่วงพักกลางวัน

“จิโกรธไอ้อินทร์เรื่องวันนั้นมากถึงขนาดนี้เลยเหรอ”

เจอหน้าผม ทักทายพอเป็นกระษัยได้ก็เข้าเรื่องเลย ผมอยากจะบอกอยู่หรอกว่าใช่ แต่พอเห็นสีหน้าอึดอัดใจของพี่บุศย์แล้ว ผมก็ไม่กล้าพูดขึ้นมา

“จริงๆ จิก็ไม่ได้โกรธมากขนาดนั้นหรอกครับ”

“พี่ว่าไม่มั้ง ถึงขั้นหนีหน้า ได้ยินชื่อก็วิ่งปรู๊ดแบบนี้ น่าจะโกรธมาก”

ไม่ได้โกรธมาก...จริงๆ นะ แต่กลัวต่างหาก กลัวว่าจะถูกแกล้งอีกง่ะเลยต้องหนีไว้ก่อน

“จิไม่ได้โกรธ...มากขนาดนั้นจริงๆ ครับ”

แต่ก็ยอมรับว่าอีกใจหนึ่งก็โกรธแหละ พอพูดแค่นั้น พี่บุศย์ก็ถอนหายใจออกมา

“พี่เข้าใจนะ แต่จิอย่าคิดอะไรมากเลย ไอ้อินทร์มันก็เป็นแบบนี้แหละ ชอบแกล้งคนโน้นคนนี้ไปเรื่อย แม้แต่พี่เอง มันยังแกล้งเลย แต่กับจิจะมากเป็นพิเศษหน่อย สงสัยเห็นเราน่ารักมั้ง มันเลยเอ็นดู”

พูดพลางระบายยิ้มน้อยๆ ผมก็ยิ้มรับแหยๆ

เอ็นดูแบบนี้ไม่ต้องหรอกเว้ย!

แล้วพูดได้ไหมล่ะ ได้แต่หัวเราะแห้งๆ

“แต่แกล้งจิบ่อยๆ แบบนี้ จิก็ไม่ไหวเหมือนกันครับ แหะๆ”

“ไม่ต้องห่วง พี่ด่าไอ้อินทร์ให้แล้ว แล้วก็เตือนมันแล้วด้วยว่าอย่าแกล้งจิมาก เราก็อย่าคิดมากเลยนะ”

คราวนี้ลูบหัวผมเบาๆ ผมที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเหลือบมองแล้วก็ร้อนผะผ่าวที่ใบหน้าขึ้นมาเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ากำลังส่งยิ้มให้ผมอยู่

“อย่าถือสาคนบ้าอย่างไอ้อินทร์เลย”

ผมหัวเราะให้กับคำพูดนั้น ก็ยังดีที่พี่บุศย์คิดว่าพี่อินทร์เป็นบ้าเหมือนกับผม

แล้วหลังจากนั้นเขาก็พูดขึ้นมาอีก

“จริงๆ แล้วที่พี่โทรเรียกให้จิมาหา พี่มีอะไรจะถามหน่อยน่ะ”

“อะไรเหรอครับ”

“เย็นนี้จิว่างไหม หมายถึง...เลิกเรียนแล้วไปไหนหรือเปล่า”

“ไม่ครับ พี่บุศย์จะชวนจิไปไหนเหรอ”

ผมแกล้งถาม ในใจก็ลุ้นอยู่ไม่น้อยว่าให้เขาชวนผมไปไหนสักที่ แล้วก็ต้องลิงโลดเมื่ออีกฝ่ายตอบกลับมา

“พี่อยากพาจิไปกินบิงซูน่ะ มีร้านเปิดใหม่อยู่หน้า ม. อยากไปไหม”

มีเหรอที่ผมจะปฏิเสธ พยักหน้ารับรัวๆ เลย “ไปสิครับ ไปๆ”

“งั้นก็ดีเลย เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง”

ผมก็อยากจะเลี้ยงเขาบ้างเหมือนกันนะ แต่ในเมื่อพี่บุศย์เป็นคนออกปากก่อน ถ้าปฏิเสธก็เสียน้ำใจแย่ ผมเลยพยักหน้ารับไปอีกครั้ง แต่แล้วก็รู้ตัวว่าพลาดที่ตกปากรับคำไปเมื่อพี่บุศย์มีสีหน้าเจื่อนขึ้นมาน้อยๆ

“แต่ว่า...เราไม่ได้ไปกันสองคนนะ”

“เอ๋?”

“ไอ้อินทร์มันไปด้วยน่ะ”

รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนหน้าผมแห้งไปทันตา

แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกว่าไอ้บ้านั่นก็ไปด้วย!

“ความจริงไอ้อินทร์มันอยากจะเลี้ยงขนมจิเป็นการขอโทษที่แกล้งเกินเหตุวันนั้นน่ะ แต่มันไม่กล้ามาชวนเอง กลัวจิจะไม่ไป พี่เลยอาสามาชวนให้ อย่าโกรธพี่ไปอีกคนนะ”

ผมจะไปโกรธเขาลงได้ยังไงกันล่ะ ยิ่งพี่บุศย์ทำหน้าเหมือนสำนึกผิดแบบนี้ด้วยแล้ว ผมก็ไม่กล้าพูดความในใจออกไปทั้งนั้นแหละ ได้แต่หัวเราะโง่ๆ

“อ๋อ แหะๆ ไม่เป็นไรครับ พี่อินทร์ไปด้วยก็ได้”

แต่ใจจริงโคตรไม่อยากไปเลย ต่อให้พี่บุศย์ไปด้วยก็เถอะ ดันรับปากไปแล้วนี่สิ

“งั้นเลิกเรียนแล้ว ไปรอที่ร้านเลยนะ ไว้เจอกันนะจิ”

พอผมรับปาก พี่บุศย์ก็รีบรวบรัดตัดตอนจบบทโดยไม่ถามไถ่ผมสักคำ แถมพอพูดเสร็จก็โบกมือบ๊ายบาย หายต๋อมไปอีกทางอย่างรวดเร็ว

สงสัยกลัวผมจะเปลี่ยนใจล่ะมั้ง

ก็อยากจะเปลี่ยนใจนั่นแหละ แต่หาช่องไม่ได้เลย ปล่อยเลยตามเลยไปก่อนแล้วกัน

 

พอเลิกเรียน ผมก็ไปยืนหัวโด่ที่หน้าร้านบิงซูเปิดใหม่ที่นัดกับพี่บุศย์ไว้ เขาส่งข้อความมาบอกว่าร้านอยู่ตรงไหน ผมว่าผมก็มาถูกร้านนะ แต่มองซ้ายมองขวาก็ยังไม่เห็นเขาโผล่มาเลยแม้แต่น้อย ยกเว้น...

“ฮาย~ จิระ”

...ไอ้อิเหนา

โผล่มาคนแรกพร้อมกับสีหน้าดี๊ด๊าสุดชีวิต ผมเก็บอาการไม่ให้แสดงความเหม็นเบื่อออกทางสีหน้าอย่างเต็มที่ แต่ถึงจะเก็บอาการนี้ได้ ทว่าไม่สามารถยิ้มรับเขาได้เลย ได้แต่มองผู้ชายที่เดินเข้ามาหาผมแล้วว่าอย่างเอือมๆ

“หวัดดีครับพี่อินทร์”

พี่อินทร์มาหยุดตรงหน้า ยิ้มระรื่นจนน่ารำคาญ

“ปะ เข้าไปข้างในกัน เดี๋ยวคนเยอะ”

พอเขาชวนเข้าร้าน ผมก็รีบถามหาใครอีกคนที่ยังไม่โผล่มาทันที

“แล้วพี่บุศย์ล่ะครับ”

“เห็นมันบอกว่าติดประชุมโปรเจ็กต์ เดี๋ยวตามมา อาจจะช้าหน่อย”

แค่นี้ ผมก็ขมวดคิ้วขึ้นมาไม่ได้

น้องบุษบานะน้องบุษบา หรือว่านี่จะหลอกให้พี่จรกามาเผชิญหน้ากับไอ้อิเหนาสองต่อสองเนี่ย!

คงจะเป็นอย่างนั้นแหละ ดูท่าทางพี่บุศย์อยากจะให้ผมหายโกรธพี่อินทร์ เลยเปิดโอกาสให้พี่อินทร์ได้มาคุยกับผมล่ะมั้ง

“เอ้า เข้ามาสิ จะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม”

เขาว่าขึ้นมาอีก ถึงตอนนี้ผมคงจะหนีหน้าเขาไม่ได้แล้ว ก็เลยยอมเดินตามเข้าไป ก่อนพี่อินทร์จะเลือกโต๊ะมุมในสุดของร้านเป็นที่นั่ง ผมมองไปรอบๆ ร้านที่ตกแต่งสไตล์มินิมอล ค่อนข้างดูโปร่งและสบายตา แต่พอเห็นคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามผม เท่านั้นก็รู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันที

“อยากกินอะไร จิสั่งเลยนะ พี่เลี้ยงเอง”

ว่าแล้วก็ยื่นเมนูที่พนักงานเอามาให้มาตรงหน้าผม

เฮอะ! คิดว่าจะเอาบิงซูมาล่อให้ผมหายโกรธล่ะสิ แต่ฝันไปเถอะ ผมไม่เห็นแก่กินหรอก

“ยังไม่สั่งดีกว่าครับ จิรอพี่บุศย์มาก่อนดีกว่า จะรอกินพร้อมกับพี่บุศย์ ถ้าพี่อินทร์หิวก็สั่งมากินก่อนเลย”

ผมว่าอย่างไม่ยี่หระเท่าไร ทำให้พี่อินทร์ว่ากระเง้ากระงอดออกมา

“จะบ้าเหรอ สั่งบิงซูมากินคนเดียวเนี่ยนะ ถ้วยเบ้อเร่อขนาดนั้น ใครจะกินคนเดียวหมด ไม่เอาอะ งั้นรอไอ้บุศย์ก่อนก็ได้”

จะทำอะไรก็ทำไปเลย ผมไม่สนใจหรอก หันหน้าไปมองนอกร้านผ่านกระจกข้างๆ กะว่าจะไม่คุยกับเขาให้อารมณ์เสียหรือเปิดช่องทางให้เขาได้แกล้ง แต่ทว่า... พอผมไม่สนใจ พี่อินทร์ก็เอื้อมมือมาจิ้มแก้มผมจึ้กๆ

จึ้กๆ...

จึ้กๆ...

ผมเหลือบสายตาไปมองก็เห็นพี่อินทร์นั่งเท้าคาง ใช้มืออีกข้างจิ้มแก้มผมไม่หยุด ผมเลยสะบัดหน้าหนี ออกปากปราม

“อย่าครับ”

แล้วฟังไหมล่ะ หึ! ไม่ฟังเลยสักนิด เอื้อมมือมาจะจิ้มอีก ผมเลยปัดมือเขาออก

“พี่อินทร์ จิบอกว่าอย่า”

ยังไม่ฟังอีก วอแวเร้าหรือไม่หยุด จิ้มมาอีกจนได้ เท่านั้นแหละ ผมก็หงุดหงิดเลย

มึงจะแหย่อะไรนักหนา!

“พี่อินทร์! อย่าทำแบบนี้!”

ผมชักจะรำคาญจนถึงขีดสุดแล้ว สะบัดหน้าหนีพร้อมกับปัดมือเขาออกอีกครั้ง พี่อินทร์ก็แทนที่จะสำนึกว่าทำให้ผมอารมณ์เสียอีกแล้วดันหัวเราะร่วน

“จับแก้มหน่อยไม่ได้เหรอ”

“ไม่ได้ครับ”

“ทำไมล่ะ”

“จิไม่ชอบ”

“ไม่ชอบหรืออาย?”

“ทั้งคู่นั่นแหละ อย่าทำอีกนะ รำคาญ”

ตอนนี้ไม่ไว้หน้าอะไรทั้งนั้น ผมค้นพบแล้วว่าทางที่ดีที่สุดของการหลีกเลี่ยงการถูกแกล้งคือบอกไปตรงๆ ว่าไม่ชอบ แต่เหมือนจะไม่ได้ผลเลยสักนิดเมื่อพี่อินทร์เริ่มส่งเสียงออกมา

“โอ้นวลลออ น้องจะเหนียมอายไปทำไม หันมาใกล้ๆ ซิ จะอายไปไหนกัน”

จู่ๆ ก็ร้องเพลงจูบเย้ยจันทร์ขึ้นมาเฉยเลย ผมย่นคิ้วยู่ มองเขาที่ทำท่าสะดีดสะดิ้งจับแก้มตัวเอง ร้องเพลงไม่หยุด

“อุ๊ย ไม่เอา อุ๊ย ไม่เอา เค้ารู้ทัน น้องอายพระจันทร์ ดูสิท่านกำลังมอง”

ร้องแบบสลับเสียงหนึ่งกับเสียงสองด้วย ท่อนผู้ชายก็ร้องเสียงเข้มๆ พอเข้าท่อนผู้หญิงก็ดัดเสียงสอง ผมว่านะ ถ้าผมไม่ทำอะไรสักอย่าง แม่งร้องไปยันจบเพลงแน่ๆ แค่ตอนนี้ก็ร้องไปเรื่อยจนถึงกลางเพลงแล้ว แถมโต๊ะอื่นก็เริ่มมองมาทางเราพลางหัวเราะคิกคักแล้วด้วยเถอะ ผมเลยต้องรีบเรียกสติเขาก่อนที่จะสะดีดสะดิ้งไปมากกว่านี้

“พี่อินทร์”

“จันทร์ไม่มองแล้วจันทร์ไม่มอง”

“พี่อินทร์”

“จันทร์ไม่มองน้องก็ไม่ให้”

“พี่อินทร์ครับ”

“จันทร์ไม่มองน้องอายอะไร”

“พี่...”

“อายแก่ใจเห็นดาวยังจ้อง”

“จิว่าหยุด...”

“แน่ะเมฆมาทับ ดับแล้วดวงดารา มาหอมหน่อยขวัญตา น้องเอยอย่ากลัวท่านเหลียวมอง”

“…”

“อุ๊ยว้าย! ดูซิช้ำไปเป็นกอง”

ถึงท่อนนี้ ท่าทางดูตอแล้ตอแหล ชม้อยชม้ายชายตาให้ผม เอามืออังแก้มดิ้นแด๊ะแด๋สุดชีวิต เห็นแล้วอยากเอาเมนูฟาดหน้า

มึงก็หยุดแรดสักนาทีนึงได้ไหมเล่า! กูหาจุดพูดแทรกไม่ได้เลยเนี่ย!

“ถ้าพี่อินทร์ไม่หยุด จิจะโกรธแล้วจริงๆ นะ”

พอผมพูดออกมาแบบนี้ พี่อินทร์ก็หยุดจนได้ แต่ก็ไม่วายหัวเราะออกมาด้วยขำกับสีหน้าของผม

“พี่แค่ร้องเพลงแค่นี้เอง ทำไมต้องโกรธด้วย”

กูจะไม่โกรธเลยถ้ามึงร้องแล้วไม่ทำท่าแรดขนาดนี้น่ะ เดี๋ยวสลับเสียงชายหญิงไปมา มึงเป็นไบโพล่าร์เหรอไอ้อิเหนา!

ผมไม่พูด ได้แค่ค้อนประหลับประเหลือก พี่อินทร์ก็ยกมือข้างหนึ่งขึ้นเท้าคางบนโต๊ะอีกครั้ง มืออีกข้างเอื้อมมาจับแก้มผมอีกแล้ว

“โอ๋ๆ ไม่งอนนะพ่อหนุ่มหน้ากระรอก”

ผมปัดมือเขาทิ้ง ว่าเสียงแข็ง “เลิกเล่นได้แล้ว จิบอกแล้วไงว่าไม่ชอบ”

พี่อินทร์ชะงัก “ไม่ชอบให้พี่แกล้ง หรือไม่ชอบให้พี่จับแก้ม”

“ทั้งสองอย่างนั่นแหละครับ เลิกถามได้แล้ว”

เท่านั้นพี่อินทร์ก็ยืดตัวขึ้น ว่าอย่างไม่ยี่หระ

“งั้นก็ช่วยไม่ได้ ร้องเพลงต่อแล้วกัน โน่นแน่ะนกเขาคูจุ๊ก จุ๊กกรูนกมันเฝ้าคูหาชู้มัน~”

มึงจะมาเป็นแฟนบอยวงสุนทราภรณ์แบบนี้ไม่ได้!

ผมรีบเอื้อมมือไปปิดปากเขาเลย เพราะไม่อย่างนั้นพี่อินทร์ได้ร้องเพลงใหม่ออกมาแน่ ก่อนผมจะรีบว่าเร็วๆ

“รู้แล้วๆ จับก็จับ แต่ห้ามร้องเพลงอีกนะ ไม่งั้นจิกลับจริงๆ ด้วย พี่บุศย์ก็จะไม่รอแล้ว”

ดวงตาของพี่อินทร์ดูมีรอยยิ้มขึ้นมา ท่าทางจะขำผมมาก แต่ก็ยอมพยักหน้า พอผมปล่อยมือออก เขาก็ว่าหน้าระรื่น

“ยอมแบบนี้ตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่องแล้ว”

แล้วก็ใช้มือมาบีบๆ จับๆ แก้มผมเป็นการใหญ่ โดยไม่สนใจว่าผมจะหน้ามุ่ยแค่ไหนเลย

ไอ้อิเหนานี่เจ้ากรรมนายเวรของจรกาที่แท้ทรู

แล้วพูดอะไรได้บ้างไหมล่ะ แม่ง เหมือนสีซอให้ควายฟังอะ ไม่ได้มีประโยชน์อะไรขึ้นมาเลยสักนิด

และพอผมยอมให้เขานั่งจับแก้มจนหนำใจพร้อมกับทำหน้าบูดใส่เขาตลอดเวลา จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนกับว่ามีบางอย่างมาเสียบที่ใบหู สายตาเหลือบเห็นเงาสะท้อนรางๆ ของตัวเองในกระจกร้านพอดี พลันก็พบว่าไอ้ที่รู้สึกเมื่อกี้เป็นเพราะพี่อินทร์เอาดอกไม้มาทัดหูผม

ดอกไม้...

เป็นดอกชบาสีชมพู…

ผมหันไปมองหน้าเขา กะจะแหวใส่เขานั่นแหละว่าเล่นอะไร แต่พี่อินทร์ก็พูดขึ้นมาเสียก่อน

“ทำแบบนี้แล้วน่ารักดี”

“แต่จิไม่ชอบ”

ผมว่าไปอีก เดาได้เลยว่าตอนนี้คิ้วแทบจะขมวดกันเป็นปมแล้วมั้ง แต่ก็ไม่ได้ทำให้พี่อินทร์สนใจอะไร เขายิ้มให้ผมแล้วว่าเสียงเรียบ

“แต่พี่ชอบ”

“เฮอะ ก็แน่ล่ะสิ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพี่อินทร์ชอบแกล้งจิ”

ผมว่า เขาหัวเราะแล้วก็ส่ายหน้า

“ใครบอกว่าพี่ชอบแกล้งจิ”

“ไม่ต้องมีใครบอก จิก็รู้ เจอหน้าทีไรก็แกล้งทุกที อย่างนี้จะบอกว่าไม่ชอบแกล้งเหรอ”

เขาไม่ปฏิเสธ แต่ก็ไม่ยอมรับ ได้แต่พูดประโยคอื่น

“ถ้าจิไม่ชอบให้พี่แกล้ง พี่ก็จะแกล้งน้อยลงนะ”

“ก็ยังแกล้งอยู่ดีไม่ใช่เหรอ”

ผมพึมพำ พี่อินทร์ได้ยินเต็มสองหูนั่นแหละ แต่เขาทำเป็นหูทวนลม

“แต่ที่พี่บอกว่าไม่ชอบแกล้งจิน่ะ เรื่องจริงนะ”

ใครเชื่อก็กินหญ้าแล้ว!

แต่เขาก็ทำให้ผมต้องนิ่งงันไปเมื่อพูดออกมาอีก

“เพราะจริงๆ แล้ว พี่มีอย่างอื่นที่ชอบมากกว่า”

อย่างอื่นที่ชอบมากกว่า... อะไรน่ะ

ทว่าเขาก็ไม่ให้คำตอบผมแล้ว ได้แต่หันไปหยิบดอกไม้อีกดอกมาทัดหูผม คราวนี้เหมือนจะเป็นดอกดาวเรืองเพราะเห็นสีเหลืองๆ พลันผมก็ฉุกใจขึ้นมา

“พี่อินทร์”

“หืม?”

“เอาดอกไม้มาจากไหน”

เขาพยักพเยิดใบหน้าไปยังกลางโต๊ะ เท่านั้นผมก็รู้เลย

มึงจะเอาดอกไม้ที่ใส่แจกันประดับโต๊ะมาทัดหูกูแบบนี้ไม่ได้!

ผมรีบดึงดอกไม้ออกแล้วปักคืนไปในแจกันเหมือนเดิม ขณะที่พี่อินทร์เห็นแล้วก็ทำหน้าตาเหมือนตัดพ้อ

“คนใจร้าย~”

เออ! กูจะใจร้ายให้มากกว่านี้ด้วยถ้ายังเอาดอกไม้มาปักชำที่หัวกูเนี่ย!

เจ้ากรรมนายเวรจริงๆ เล้ย!

----------------------------------

มาแล้วค่า วันนี้มาดึกนิดนึง เพิ่งเขียนจบตอน 555

พี่อินทร์นี่อะไรยังไง แลดูมีลับลมคมในนะฮ้า~ แต่น้องจิยังคงเก้วกาดเหมือนเดิม 55

ฝากฟีดแบ็กไว้ด้วยน้า พรุ่งนี้เจอกันตอนใหม่ค่า


ออฟไลน์ xexezero

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 56
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ผมนี่เปิดเพลงประกอบเลย5555 :hao7:

ออฟไลน์ donut4top

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 397
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
อยากกราบใจคนแต่ง มาเร็วมากกกกกกก
คือน้องจิภายนอกดูข่มอารมณ์แต่ภายในเกรี้ยวกราดมาก รำคาญแทนน้อง5555

ออฟไลน์ ดาวโจร500

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 659
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-3
พี่ไม่ได้ชอบแกล้งจิ แต่พี่ชอบจิ

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13458
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
ใครก็ได้เอาอีบ้านี้ไปเก็บที ฉันไม่ไหวแล้ว  :ling2:

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4942
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-7
ถ้าหนูจิรำคาญ จะทำแบบนี้กับนังเหนาซักทีสองทีดูซิ  :fcuk:

ออฟไลน์ no.fourth

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 900
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
เอ็นดูน้องงงงงงง

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3470
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ golove2

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4485
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +277/-6
 :m20: :m20:
ไหวมั้ยพี่อินทร์

ออฟไลน์ loveview

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1927
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-10
คือพี่อินทร์กวนเบอร์แรง ระวังน้องจะชังน้ำหน้าจนกู่ไม่กลับนะ

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
โอ้ย พระเอกเรื่องนี้ขี้แกล้งอ่ะ เป็นเรา
 เราจะแกล้งคืนหนักๆ

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1079
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-0
เขาว่าถ้าคนขี้แกล้งเราแสดงว่าเขาแอบชอบแอบรักเรานะหนูจิ

ออฟไลน์ PharS

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 622
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1

ออฟไลน์ ก้อนขี้เกียจ

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 611
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
ทำไมตลก5555555 นี่คิดสโลแกนให้พี่อินทร์
-หน้าตาดีแต่สติไม่ต้องมีก็ได้-

ออฟไลน์ Patsz

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 172
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
มาเร็วมาก  :กอด1. อิพี่อินทร์ยังคงบ้าเหมือนเดิม

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2647
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3562
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ Sky

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 974
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-2
อิพี่เลื่อนขั้นไปเป็นไบโพล่าแล้วววว รับยาด่วนนนน

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Januarysky

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 523
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
อิพี่อินทร์มันต๊อง
เพราะน้องจิระคนงาม
งุ้ยๆๆๆ
 :mew1:

ออฟไลน์ poppycake

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2784
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-4
เป็นคนที่ชอบแกล้งคนที่ชอบใช่ไหม อิเหนา!!
แต่นี่ก้อบ้าบอเกิ๊นนนนน 555555

ออฟไลน์ Himbeere20

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 126
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
พี่อินทร์ไม่คิดว่าตัวเองต้องคีพลุคบ้าง อะไรบ้างหรือคะ แบบว่าเราคือเดือนมหาลัยนะ
ทำตัว ตอแล้ตอแหล เหมือนที่จิพูดเลย

ออฟไลน์ omuya

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2060
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +121/-9
อิพี่อินท์มันน่าโดนน้องจิตบสักทีเถอะน่าาา

ออฟไลน์ NooDangzz

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 479
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +212/-8
 

Chapter 8: เด็กผู้ชายมักแกล้งคนที่ชอบ

ผมไม่ชอบพี่อินทร์จริงๆ ทุกครั้งที่ถูกเขาแกล้งก็รู้สึกเหมือนกับว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยยังไงก็ไม่รู้ ชาตินี้ผมเกิดมาหน้าตาดี มีคนรัก มีคนหลงแล้ว เรื่องอะไรจะยอมกลับไปให้อิเหนามันกลั่นแกล้งกันอีกเล่า!

เพราะอย่างนั้นผมเลยยื่นคำขาดกับพี่บุศย์ว่าต่อจากนี้ ถ้ามีพี่อินทร์ จะต้องไม่มีผม ผมไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก พี่บุศย์ก็เข้าใจแหละ แต่ก็ลำบากใจอยู่ไม่น้อยเพราะวันที่นัดไปกินบิงซูกัน เขาอยากให้ผมได้ปรับความเข้าใจกับรูมเมตของเขา แต่เอาเข้าจริงก็กลายเป็นว่าผมถูกพี่อินทร์แกล้งอีก

มันปรับความเข้าใจบ้าบอคอแตกอะไร นัดไปให้ถูกแกล้งมากกว่าเดิมมากกว่า!

หลังจากนั้นพี่บุศย์ก็ไม่พูดเรื่องพี่อินทร์กับผมอีกเลย ผมเองก็ไม่พูดถึงเช่นกัน แม้แต่นึกถึงก็ไม่อยากนึกด้วย

อยู่กันคนละโลกนั่นแหละดีแล้ว ขืนเจอหน้ากันอีก รับรองได้เลยว่าผมกระโดดกัดหูเขาแน่ คนบ้าอะไร แกล้งอยู่ได้ แกล้งจนหงุดหงิด!

ทว่า...ถึงแม้จะหลีกเลี่ยงที่จะเจอหน้าเขา แต่พี่อินทร์ก็มาให้เห็นหน้าอยู่ดี

วันนี้บังเอิญผมกลับช้าหน่อยเนื่องจากต้องคุยงานกลุ่มกับเพื่อนร่วมวิชา ผมก็เพิ่งจะรู้สึกตัวในตอนนี้แหละว่าผมก็มีสังคมของตัวเองเหมือนกัน ไม่ใช่ไปตามติดพี่บุศย์อยู่ตลอด แต่...ไอ้คนที่มีสังคมของตัวเองเหมือนกับผม ทว่าไม่สนใจและไม่ใส่ใจ เอาแต่มาตามติดผม มันมายืนหัวโด่อยู่ที่หน้าคณะแล้ว

ผมมองผู้ชายร่างสูงที่ยืนโปรยยิ้มให้กับคนที่เดินผ่านไปผ่านมา ทักคนนั้นบ้าง คนโน้นคนนี้ทักเขาบ้างด้วยความหงุดหงิดใจ

ทำไมไอ้อิเหนาจะต้องมายืนดักรออยู่ตรงนี้ด้วย!

จะเดินอ้อมไปออกประตูหลังของคณะก็ไม่ได้ กลับเย็นเกิน ป้าแม่บ้านปิดประตูหลังไปแล้ว ยังไงก็ต้องเดินผ่านประตูหน้าอย่างเดียว

เอาวะ กลั้นใจ หลับหูหลับตารีบๆ เดินผ่านไปจะได้จบๆ

แต่...มันดันไม่จบง่ายๆ เพราะพี่อินทร์หันมาเห็นผมนี่สิ

“ฮาย~ จิระ”

ทักมาแล้ว ทักมาแพทเทิร์นเดิมเด๊ะๆ แล้วเดี๋ยวหลังจากนี้คงจะเริ่มแกล้งผมล่ะสินะ ไม่รู้ล่ะ ตอนนี้ผมไม่สนใจแล้ว เดินหนีไว้ก่อน ทำเป็นไม่ได้ยิน ทำให้พี่อินทร์รีบก้าวตามมาอย่างรวดเร็ว

“โห เดี๋ยวนี้หยิ่งเหรอจ๊ะ ไม่พูดไม่จา ไม่ทักไม่ทาย เป็นคนฮ็อตแล้วหยิ่งเลยนะ”

ตามมาแซวก่อนเลยเป็นอันดับแรก ผมก็ยังไม่สนใจเขาอยู่ดี เอาแต่เดินจ้ำพรวดๆ ขณะที่พี่อินทร์ยังพูดไม่หยุด

“ได้ยินว่าจิมีหนุ่มๆ ในคณะมาชอบเยอะเหรอ เมื่อกี้พี่เจอเพื่อนรุ่นเดียวกับเราเลยลองถามดู มีแต่คนบอกใครๆ ก็รู้จักจิ โดยเฉพาะพวกผู้ชาย”

ผมไม่พูด ไม่สนอยู่เหมือนเดิม พี่อินทร์ก็เลยพล่ามต่อ

“ผู้ชายชอบกันเยอะขนาดนี้นี่น่าตกใจจริงๆ นะ เป็นผู้ชายเหมือนกันแท้ๆ นี่เฮเลนคนงามแห่งคณะสินสาดปะเนี่ย”

พูดหอยหลอดอะไรก็ไม่รู้เยอะแยะ พอเห็นผมไม่พูดด้วย เขาก็เลิกแซว แต่...ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เลิกแกล้ง พอเห็นว่าผมเมินใส่เขา เขาก็เปลี่ยนมาจิ้มแก้มผมแทน ผมปัดมือเขาออก เขาก็มาจับเส้นผม พอถูกปัดมืออีก ก็ย้ายลงมาจับแก้ม

เป็นแบบนั้นสลับไปมาอยู่สองสามรอบ จนในที่สุดผมก็ทนไม่ไหว หยุดเดินทันทีแล้วหันไปแหวใส่เขาด้วยความเหลืออด

“พี่อินทร์! จิจะทนไม่ไหวแล้วนะ! เลิกแกล้งจิได้แล้ว!”

พี่อินทร์เองก็ชะงัก แต่สีหน้าไม่ได้ดูตกใจหรือสำนึกผิดใดๆ เลยสักนิด มีแต่ยิ้มร่า ยื่นหน้ามาถามผมอย่างยียวน

“ทนไม่ไหวแล้วจิจะทำอะไรพี่”

“...”

“เอ้า ว่ายังไง จิจะทำอะไรพี่หืม?”

“...”

“ถ้าไม่ตอบ พี่แกล้งอีกนะ”

แล้วก็ยื่นมือมาจะจับปลายจมูกผม ผมเลยรีบปัดออกอย่างรวดเร็วก่อนจะว่า

“จิก็จะ...”

จะทุบสักที หมั่นไส้นัก!

แต่ยังไม่ทันจะได้พูดจบ พี่อินทร์ก็ทำหน้าตาตกใจ ดีดดิ้นกระแด่วๆ มาแล้ว

“ไม่! จิระ! จิจะทำกับพี่แบบนี้ไม่ได้ ม่ายยย!”

กูยังพูดไม่จบ!

แล้วแม่งก็แด๊ะแด๋ๆ ดิ้นๆ เหมือนถูกผมขืนใจอยู่ตรงนั้นแหละ ผมมองอย่างระอา ไอ้ที่อยากจะระเบิดอารมณ์ใส่นั้น ตอนนี้เหมือนปลงชีวิตอะ

เออ เอาเลยมึง เอาให้เต็มที่ จะไม่สนใจแล้ว!

ผมหันหลังขวับให้ รีบเดินหนีทันที รู้อยู่หรอกว่าเดี๋ยวพี่อินทร์ก็ต้องเดินตาม ซึ่งก็จริงเมื่อมีเสียงดังขึ้นจากด้านหลัง

“แกล้งนิดเดียวเอง จะอารมณ์บูดไปทำไมหืมเจ้ากระรอก”

“...”

ไม่...ไม่พูดด้วยคือทางที่ดีที่สุด เพราะถ้าพูด เดี๋ยวมันจะกลายเป็นต่อความยาวสาวความยืดให้ผมได้ถูกแกล้งอีก

“จิ โกรธเหรอ”

พอผมไม่พูด เขาก็ส่งเสียงแผ่วมา ผมเลยหันไปมอง กระแทกเสียงใส่ทันควัน

“โกรธ!”

พี่อินทร์ทำปากยู่ ว่ากระเง้ากระงอด “อย่าโกรธพี่เลย ก็บอกแล้วไงว่าเห็นเราน่ารักดีเลยมันเขี้ยว ใจจริงวันนี้ไม่ได้อยากมาแกล้งจินะ จะมาง้อต่างหากที่วันนั้นแกล้งไม่เลิก มาแก้ตัวน่ะ”

ผมเข้าใจ แล้วไหนง้อล่ะ แก้ตัวบ้าบอคอแตกอะไร ไม่มี้! เห็นหน้าปุ๊บ แม่งก็แกล้งปั๊บเลย

“เรามันน่ามันเขี้ยวจริงๆ พี่อดใจไม่ไหวอ้ะ”

เห็นผมไม่พูด พี่อินทร์ก็แก้ตัวขึ้นมา ตอนนี้แหละที่ผมตีหน้ายักษ์ใส่เขา

“แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะแกล้งจิตลอดทุกครั้งที่เจอหน้าไหมล่ะ!”

อดเสียงดังไม่ได้ด้วย มันสุดจะทนแล้ว โคตรรำคาญเลย แต่พี่อินทร์ก็ยังตอบคำตอบเดิมอยู่

“มันเขี้ยวนี่นา ให้ทำไงได้”

ผมออกเดินอีกครั้ง คราวนี้เดินไปก็เถียงกันไป ผมเห็นเขาเดินตามไม่เลิกราก็เลยตะโกนใส่

“ไม่ต้องตามมาแล้ว ถ้าตามมาอีก จิจะโกรธมากกว่านี้แล้วด้วย!”

“ต๊าย จิระคนก้าวร้าว”

เออ! กูจะก้าวร้าวแล้ว!

ไอ้บ้านี่ก็ไม่เข้าใจสถานการณ์เลยสักนิดว่ายิ่งล้อเล่นก็จะยิ่งทำให้ผมโกรธ ไม่สำนึกเลยสักนิด แต่ผมก็ไม่มีอารมณ์จะไปอธิบายเหมือนกัน เอาแต่เดินหนีซอกแซกไปมา พี่อินทร์ก็เดินตามมาติดๆ ผมเลยพุ่งเข้าไปในซอกระหว่างเสาของป้ายบอกทางไปตึกต่างๆ ตรงหน้า พี่อินทร์เดินตามเข้ามาด้วย แล้วก็...

ปัง!

“โอ๊ย”

หัวชนเข้ากับป้ายเข้าเต็มๆ ผมหันไปมองก็เห็นเขากุมใบหน้าที่แดงเถือกแล้วนั่งยองๆ ลงไป ผมลังเลอยู่เล็กน้อยว่าจะกลับไปดูเขาดีไหม หรือใช้จังหวะนี้ชิ่งหนีไปเลยดี แต่พอพินิจดูดีๆ แล้ว

สงสัยจะเจ็บจริงแฮะ...

ผมก็เลยเดินเข้าไปนั่งยองๆ อยู่ตรงหน้าเขา

“แล้วจะเดินตามจิมาทำไมเล่า ทางอื่นก็มีตั้งเยอะแยะ ทำไมไม่เดิน”

“พี่ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเดินลอดไม่ผ่านนี่”

“สูงเป็นเปรตขนาดนี้ มองก็ต้องรู้แล้ว”

พอถูกผมบ่น พี่อินทร์ก็สวน

“ใครมันจะไปรู้ว่าจิจะเตี้ยม่อต้อกันเล่า เห็นเดินลอดผ่านได้ พี่ก็เลยตามไปมั่ง”

ผมถึงกับถลึงตาใส่เขาเลย

เขาไม่ได้เรียกเตี้ยม่อต้อ เขาเรียกไซส์กะทัดรัดพกพาสะดวก!

ใช่ ในชาตินี้ถึงจะเกิดมามีหน้าตาน่ารัก เป็นชายหนุ่มรูปงามอย่างใครๆ เขา แต่ความสูงดั๊นนนไม่อำนวยเอาเสียเลย แทนที่จะให้สมส่วนกับหน้าตาหน่อย ดันสูงแค่ร้อยเจ็ดสิบ ความจริงผมว่าก็ไม่ได้เตี้ยอะไรหรอก มาตรฐานชายไทยนี่แหละ แต่พี่อินทร์ดันสูงเกินมาตรฐานชาวบ้านต่างหาก

“เงียบไปเลย ยังจะปากมากอีก” ผมว่า ก่อนจะเอียงคอมองหน้าผากของเขา “ไหนขอจิดูหน่อยสิว่าเลือดออกไหม เมื่อกี้กระแทกซะเต็มแรงเลย”

พี่อินทร์ค่อยๆ คลายมือออก พอผมเห็นหน้าผากปูดโปนมีเลือดซิบๆ ของเขาแล้วก็อดสูดปากด้วยความเจ็บปวดแทนไม่ได้

“โห หัวโนเลยอะ มีเลือดไหลนิดๆ ด้วย”

พี่อินทร์ทำปากยื่น มองผมด้วยสายตาออดอ้อนทันใด

“เจ็บที่หัวไม่เท่าเจ็บที่ใจ จิโกรธพี่ ใจพี่ก็ปวดร้าวเหลือเกิน”

ยังแด๊ะแด๋ไม่เลิกอีก!

ผมพยายามแสร้งเมินคำพูดนั้น ก่อนจะออกปาก

“พี่อินทร์ไปนั่งตรงนั้นก่อนดีกว่า เดี๋ยวจิไปซื้อพลาสเตอร์ในเซเว่นมาแปะให้”

ผมชี้ไปยังคอมมอนรูมของตึกคณะหนึ่งใกล้ๆ ที่ไม่มีคนหลงเหลือแล้ว เขาพยักหน้ารับแต่โดยดี แต่พอจังหวะที่จะลุกขึ้น เขาก็คว้าข้อมือผมเอาไว้ก่อน

“จิ”

“ครับ?”

ผมเลิกคิ้วสูงเป็นเชิงถาม พลันก็เห็นว่าสีหน้าของพี่อินทร์ดูจริงจังกว่าปกติ

“พี่จะบอกเหตุผลที่ชอบแกล้งจิให้ฟัง อยากฟังไหม คำตอบแบบจริงจังน่ะ ไม่ล้อเล่นแล้ว”

ทำไมจะไม่อยากล่ะ พอผมรู้สาเหตุ ผมก็จะได้เลิกพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงที่จะโดนเขาแกล้งไง

และพอผมพยักหน้า พี่อินทร์ก็ยิ้มออกมา

“ก่อนที่พี่จะบอก พี่ขอถามอะไรจิคำถามนึง”

“อะไรครับ”

“จิเคยได้ยินที่เขาว่ากันว่าเด็กผู้ชายมักชอบแกล้งคนที่ชอบหรือเปล่า”

ผมนิ่งงันไปครู่ ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ พร้อมกับความรู้สึกไม่ชอบมาพากลแปลกๆ ขณะที่พี่อินทร์หัวเราะออกมาน้อยๆ ดวงตาพราวระยับอย่างเจ้าเล่ห์ให้ผมได้นิ่วหน้า

อะไร... มีอะไรอีก หวังว่าจะไม่ได้แกล้งผมอีกนะ

ผมเตรียมตัวรอตั้งรับเต็มที่ แต่พี่อินทร์ก็ไม่ได้อธิบายอะไรต่อจากนี้ ได้แต่พูดไปเรื่องอื่นเท่านั้น

“พี่เจ็บแผลแล้ว รีบไปทำแผลกันดีกว่า”

สิ้นเสียงก็ลุกจากตรงนั้น เดินไปนั่งยังเก้าอี้ที่ผมชี้ไปตอนแรก ปล่อยให้ผมมองตามหลังด้วยใบหน้าที่ร้อนวูบขึ้นมาเมื่อพอจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ว่าเขาหมายถึงอะไร

เด็กผู้ชายมักชอบแกล้งคนที่ชอบ...

พี่อินทร์ชอบแกล้งผม...

งั้นก็หมายความว่า...

“เอ้า รีบไปซื้อพลาสเตอร์มาเร็ว เดี๋ยวพี่ก็เลือดหมดตัวก่อนหรอก ไปเร็วเข้า”

ไม่ทันจะได้คิดออก พี่อินทร์ก็ส่งเสียงมาแล้ว ผมเลยพยักหน้ารับ เดินไปหาเขาแล้วแบมือออกไปตรงหน้า พี่อินทร์มองด้วยสายตาสงสัย

“อะไรเหรอ”

“ตังค์อะครับ จิไม่ออกตังค์ให้หรอกนะ”

“พลาสเตอร์แผ่นละบาทเองมั้ง”

“แต่ในเซเว่นขายเป็นกล่อง ไม่ได้เป็นแผ่น กล่องละสิบห้าบาทครับ เอาตังค์มาด้วย”

“เจ้ากระรอกขี้งก”

พี่อินทร์หยอกอย่างไม่จริงจังเท่าไร แต่ก็ยอมหยิบเงินมายื่นให้โดยดี ผมมองแบงก์เทาในมือแล้วก็ได้แต่มุ่ยหน้า

ดี! เอาแบงก์พันมาให้แบบนี้ กูจะซื้อขนมให้หมดเลย!

 

ผมซื้อขนมนมเนยตามที่คิดจริงๆ แต่ไม่ใช่เพราะอยากจะเอาคืนเขาเล็กๆ น้อยๆ หรอก เพียงแค่คิดว่าใช้แบงก์พันซื้อของที่ราคาไม่ถึงยี่สิบบาท มันดูไม่ดียังไงก็ไม่รู้ เลยหยิบน้ำหยิบขนมอื่นๆ ติดมือมาด้วยไม่ให้น่าเกลียด พอซื้อเสร็จก็กลับมาที่เดิม บริเวณที่พี่อินทร์นั่งอยู่ตอนนี้มืดแล้ว มีไฟเปิดอยู่ไม่กี่ดวง ผมอดหัวเสียไม่ได้เลยที่กลายเป็นว่าจะต้องกลับหอมืดด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง แค่ได้กลับเย็นกว่าปกติก็อารมณ์ไม่ค่อยดีอยู่แล้วนะ ตอนนี้หงุดหงิดยิ่งกว่าเดิมเป็นเท่าตัวเลย

แต่ก็เอาเถอะ รีบๆ จัดการให้เสร็จแล้วรีบกลับดีกว่า

ผมเดินมาหยุดตรงหน้าพี่อินทร์อีกครั้งพร้อมขนมถุงใหญ่ ก่อนยื่นเงินทอนให้ พี่อินทร์เบิกตาโตขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นถุงขนมที่ผมหิ้วมา

“โห ไหนว่าไปซื้อพลาสเตอร์ นี่เหมาขนมมาหมดเซเว่นแล้วมั้ง”

พูดพลางคุ้ยถุงขนมเป็นการใหญ่ ผมทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เขา พลางให้เหตุผล

“ก็ให้แบงก์พันจิมาอะ ซื้อของแค่สิบห้าบาท เอาแบงก์พันจ่ายมันน่าเกลียด จิเลยซื้ออย่างอื่นมาด้วย แล้วนี่เงินทอนครับ รับไปสักที”

พี่อินทร์หันมายิ้มให้ “จิเก็บไว้เถอะ ค่าเดิน”

ผมถึงกับส่ายหน้าพรืด “ค่าเดินบ้าบออะไรตั้งหลายร้อย พี่อินทร์อย่าแกล้งจิอีกนะ”

บอกตามตรงเลยว่าระแวง ทว่าครั้งนี้เขาไม่น่าจะแกล้งมั้ง เพราะพอสิ้นเสียงผม เขาก็ว่าออกมา

“พี่ตั้งใจให้แบงก์พันจิไปซื้อขนมอยู่แล้ว ที่เหลือก็ถือว่าเป็นค่าเดิน”

“แต่ว่ามัน...”

“แล้วก็เป็นค่าทำแผลให้พี่ กับค่ารถกลับหอแล้วกันเนอะ”

พูดมาอย่างนี้ ผมก็หวานหมูสิครับ ความเกรงจงเกรงใจอะไรไม่มีละ จรกาในชาตินี้ค่อนข้างกินแกลบ ถ้าให้ก็เอาล่ะ

“ขอบคุณครับ”

อดยกมือไหว้เขาไม่ได้ถึงแม้จะไม่ชอบสักเท่าไรก็เถอะ ในใจก็คิดว่าพี่อินทร์ก็เป็นคนดีเหมือนกัน เพราะผมซื้อของไปแค่ร้อยกว่าบาทเอง เหลืออีกตั้งหลายร้อยแต่เขาให้ผมหมดแบบนี้...เป็นคนดี๊คนดีจังเลย

แต่ก็คิดว่าเขาเป็นคนดีได้ไม่เท่าไรหรอก เพราะหลังจากนั้นพี่อินทร์ก็ส่งเสียงกระเง้ากระงอดมา

“ว่าแต่พี่เจ็บแผลจังเลย ทำแผลให้พี่หน่อยสินว้องจิ”

มาทำเสียงสองใส่ ผมก็มองเขาด้วยสายตารังเกียจนิดๆ

จะแกล้งกันอีกแล้วสินะ

“เอ้า เร็วเข้า ป่าปี๊เจ็บไปหมดแย้วนะ หัวโนๆ เหมือนแจ้มป่องๆ ของหนูเยยยัยตัวเย็ก”

นั่นไง มันเริ่มอีกแล้ว แต่ครั้งนี้ผมไม่ยอมหรอกนะ ส่งสายตาเขียวๆ ให้เขาทันที

“ถ้าพี่อินทร์แกล้งจินะ จิจะทุบอีกข้างให้มันโนเหมือนกันเลยคอยดู”

พี่อินทร์หัวเราะให้กับคำขู่นั้น ไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยสักนิด แต่ก็ยอมผมโดยดี

“ก็ได้ๆ ไม่แกล้งแล้ว ทำแผลให้พี่หน่อยครับ”

ผมคว้ากล่องพลาสเตอร์ออกมาแกะรอเอาไว้ เอาแอลกอฮอล์ชุบกับสำลีเช็ดรอบๆ บริเวณหน้าผากเขาที่โนอย่างเบามือ พยายามจะไม่สนใจสายตาพี่อินทร์ที่มองผมมาอย่างมีเลศนัย แต่ก็อดไม่ได้เลยว่าเขาจะหาเรื่องแกล้งอีก

แต่แล้ว...ผมก็คิดผิด เพราะเขาไม่ได้แกล้งอะไรเลยสักนิด นั่งนิ่งๆ เงียบๆ ให้ผมทำแผลให้จนเสร็จ มีแต่ยิ้มอย่างเดียวเท่านั้น และพอผมแปะปลาสเตอร์เรียบร้อย เขาก็ยิ้มกว้าง

“เสร็จแล้วครับ”

พี่อินทร์ไม่พูดอะไร ได้แต่มองหน้าผม ยิ้มยังไม่หยุดเหมือนเดิม ทำเอาผมอดอึดอัดขึ้นมาน้อยๆ ไม่ได้

“มีอะไรครับ มองหน้าจิแล้วก็ยิ้มอยู่ตั้งนานแล้วเนี่ย”

พลันก็รีบคิดหาวิธีรับมือเขาอย่างรวดเร็ว ไม่แน่หรอกว่าที่ทำเป็นนิ่งๆ ก่อนหน้านั้นก็เพื่อรอจะแกล้งผมในตอนนี้ ตอนทำแผลให้อยู่ ผมมีแผลเขาเป็นตัวประกันไง ถ้าเกิดแกล้งปุ๊บ ผมก็กะจะจิ้มหัวโนปั๊บ ดังนั้นเขาเลยไม่ทำอะไร

ทว่าเขาก็ไม่ได้แกล้ง นอกจากจะถามออกมาเท่านั้น

“จิคิดว่าพี่บ้าไหม”

ผมย่นคิ้วให้กับคำถาม “พี่อินทร์หมายถึงอะไรครับ”

“ที่พี่ทำตัวบ้าๆ บอๆ น่ะ”

ถามมาอย่างนี้ แล้วผมจะปฏิเสธเหรอ พยักหน้ารับรัวๆ เลย

เออ! มึงมันบ้า โคตรบ้าเลย เหมือนกลับชาติมาเกิดแล้วลืมเอาสมองกับสติกลับมาด้วยอะ คนบ้าอะไร มีดีแค่หน้าตาอย่างเดียวล้วนๆ

พอผมเออออ พี่อินทร์ก็หัวเราะร่วน ตั้งหลักได้ก็พูดขึ้นมา

“จริงๆ แล้วที่พี่ทำตัวบ้าๆ บอๆ กับจิน่ะ เป็นเพราะว่า...”

“พี่อินทร์แกล้งบ้า?”

ผมสวนขึ้นก่อนเพราะคิดว่าเขาจะแก้ตัว แต่ไม่ใช่เมื่อพี่อินทร์ส่ายหน้า

“เปล่า บ้าจริงๆ”

เรื่องนี้ไม่ต้องบอกก็รู้เว้ย!

พี่อินทร์หัวเราะใหญ่เลยตอนที่ผมเบ้หน้าใส่เขา เขาสนุกที่ได้แหย่ผม แต่สำหรับผม คุยด้วยแล้วปวดประสาทอะ เหมือนผมถามเขาว่า ‘กินข้าวหรือยัง’ แล้วเขาตอบกลับมาว่า ‘อ๋อ วันนี้อากาศดี’ อะไรประมาณนี้ คุยกันไม่รู้เรื่องสักหัวข้อ!

“ถ้าบ้าจริงๆ ก็ไม่ต้องมาบอกจิหรอกครับ จิรู้แล้ว” ผมว่าไปอย่างนั้น แล้วก็อดบ่นไม่ได้ “ไม่งั้นจะมาแกล้งจิทำไมนักหนา”

พอสิ้นเสียงผมก็พบว่ากำลังถูกสายตาของพี่อินทร์จับจ้องนิ่ง ผมประหม่าขึ้นมาในตอนนี้เพราะสายตาของเขามันไม่ได้ดูปกติ มันเป็นแบบว่า...เอ่อ... อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน รู้แต่ว่าทำให้ผมรู้สึกมีลางสังหรณ์แปลกๆ ขึ้นมายังไงก็ไม่รู้

ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองหรอกว่าเป็นสายตาเหมือนกับที่พวกผู้ชายที่มาจีบผมใช้ ก็คนข้างหน้ามันคืออิเหนา อิเหนาจะมามีจิตพิศวาสจรกาไม่ได้!

แต่ไม่ทันจะได้แน่ใจว่าถูกมองด้วยสายตาอย่างนั้นจริงไหม พี่อินทร์ก็ขยับเข้ามาใกล้แล้ว ผมผงะไปเล็กน้อย

“มี...อะไรครับ”

พี่อินทร์ยกยิ้ม คว้าแขนผมเอาไว้เมื่อเห็นว่าผมกำลังจะหนี พอผมหยุด เขาถึงพูดขึ้น

“พี่ก็บอกแล้วไงว่าเด็กผู้ชายชอบแกล้งคนที่ตัวเองชอบ”

พูดแล้ว ดวงตาก็พราวระยับขึ้นมา

เอาล่ะ คราวนี้ชัดเลยว่ามันคือสายตาแบบเดียวกันกับที่พวกผู้ชายที่มาเจ๊าะแจ๊ะผมใช้ ในใจผมตีกันอย่างรุนแรง ปฏิเสธเป็นพัลวันถึงความผิดชอบชั่วดีด้วย

อย่างที่บอกว่าอิเหนาจะมาหลงเสน่ห์จรกาไม่ได้ ยังไงก็ไม่ได้!

ทว่าพี่อินทร์จะไปสนใจอะไร ยิ่งผมเงียบก็ยิ่งขยับเข้ามาใกล้จนผมต้องออกปาก

“พะ...พี่อินทร์...”

หมายจะเรียกสติเขานั่นแหละ แต่พี่อินทร์ก็ยังไม่หยุด ต้อนผมเข้ามาใกล้เรื่อยๆ กระทั่งแผ่นหลังของผมชนเข้ากับผนังของเสาที่อยู่ข้างๆ เก้าอี้ ผมประหม่าถึงขีดสุดไปเลย ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าเขา ได้แต่หลุบตาลงต่ำ ในใจก็สับสนเหมือนกันว่าทั้งที่สถานการณ์ดูอันตราย เสี่ยงต่อการถูกแกล้งแบบนี้ ทำไมผมถึงไม่หนี?

อะไรไม่ว่า สถานการณ์อย่างนี้มันสุ่มเสี่ยงให้เกิดความผิดพลาดทางเทกนิกเป็นอย่างมากด้วย

แต่ถึงจะคิดอย่างนั้น ผมก็ยังไม่ยอมหนีอยู่ดี ได้แต่นิ่ง ปล่อยให้พี่อินทร์ได้เอียงคอมอง

“จิระ”

ไม่เรียกเปล่า มือใหญ่ช้อนปลายคางของผมขึ้นให้สบตาเขาด้วย ขณะที่เขามองหน้าผมแล้วอมยิ้ม

“เข้าใจความหมายที่ว่าเด็กผู้ชายมักแกล้งคนที่ชอบหรือยัง”

ผมไม่ตอบ คิดอะไรไม่ออกหรอกตอนนี้ หน้าพี่อินทร์ก็ไม่กล้ามอง ได้แต่ปล่อยให้เขาใช้ปลายนิ้วโป้งลากไล้ไปบนกลีบปากล่างของผมเบาๆ ผมควรจะพูดอะไรไปสักอย่าง หรือไม่ก็ห้ามปรามไม่ให้เขาทำแบบนี้ ทว่า...หัวใจก็เต้นเร็วแรงจนจับจังหวะไม่ได้ ใจหนึ่งก็กลัวเหลือเกินว่าริมฝีปากนี้ที่ตั้งใจจะเก็บไว้ให้บุษบาเพียงคนเดียวจะถูกช่วงชิงไปอีกเพราะสถานการณ์และบรรยากาศมันเข้าเค้ามาก แต่พอได้เหลือบขึ้นมาสบตากับพี่อินทร์แล้วเห็นว่าเขามองผมด้วยสายตา...เอ่อ เอ็นดู

ใช่ สายตาที่เหมือนผู้ชายคนอื่นๆ ที่เขาใช้มองผม มันเป็นสายตาที่มองมาอย่างเอ็นดูนี่แหละ ผมคิดว่าอย่างนั้นนะ เพราะแวบหนึ่งที่เหลือบมอง ผมก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นแปลกๆ ที่มันไม่น่าจะเกิดขึ้นเลย

มันเย้ายวน... ชวนให้ลุ่มหลงเหมือนต้องมนตร์...

ความรู้สึกนี้มันอะไรกัน...

ยังคงคิดไม่ออกหรอก ความสับสนตีกันในหัวมั่วไปหมด ทำได้แต่มองหน้าเขาที่ระบายรอยยิ้มให้ผม เข้าใจในวินาทีนี้เลยว่าเสน่ห์ของอิเหนาที่ทำให้ใครต่อใครทั้งรักทั้งหลงโดยง่ายดายตั้งแต่ชาติก่อนนั้นมันเป็นยังไง

มันเป็นอย่างที่ผมเป็นอยู่นี่ไงล่ะ...

เขามีเสน่ห์เหลือล้นแบบนี้นี่เอง

“ถ้าจิไม่ตอบ สงสัยพี่คงต้องให้คำตอบเองแล้วมั้ง”

พี่อินทร์ทำลายความเงียบขึ้นอีกครั้ง ผมมองหน้าเขาพร้อมกับใจที่เต้นแรงยิ่งกว่าเดิม อยากจะพูดอะไรสักอย่างก็พูดไม่ออก จะมีก็แต่เขาที่พอพูดจบก็ค่อยๆ โน้มใบหน้าลงต่ำมาเรื่อยๆ จนกระทั่งใบหน้าของเราห่างกันเพียงคืบ จากนั้นก็ชะงัก

“เพราะเด็กผู้ชายแสดงออกไม่เก่ง พอชอบใครสักคนมากๆ แล้วก็แสดงออกด้วยการแกล้งแทนยังไงล่ะ”

วินาทีนั้น หัวสมองผมขาวโพลนไปเลย

มะ...หมายความว่า...

...พี่อินทร์ชอบผมเหรอ!?

ใช่แล้วล่ะ ต้องใช่แน่ๆ แล้วล่ะ เพราะพอผมคิดได้อย่างนั้น พี่อินทร์ก็เคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้อีกจนกระทั่งลมหายใจของเราสัมผัสกัน ผมแทบจะหยุดหายใจ ส่วนเขาก็ว่าเสียงแผ่วราวกระซิบ

“ถ้าพี่ทำอะไรลงไป จิอย่าโกรธพี่นะครับ”

ไม่รอให้ผมตอบหรือคิดทบทวนอะไรทั้งนั้น ริมฝีปากหยักก็ค่อยๆ ประทับลงมาบนเรียวปากผมอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก่อนจะค่อยๆ ทาบทับแนบแน่น ผมไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวแม้สักนิด แล้วมันก็เหมือนเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ชายตรงหน้าได้กระทำตามใจมากกว่าเดิม

ริมฝีปากขบเม้มกลีบปากผม ดุนดันปลายลิ้นอ่อนนุ่มเข้ามาด้านใน เกี่ยวกระหวัดอย่างอ่อนโยนราวกับว่าจะทำให้ผมตกใจ วินาทีนี้ ในช่องท้องของผมปั่นป่วนไปหมด รู้สึกเหมือนหน้ามืดขึ้นมาด้วย ขณะที่เหงื่อกาฬก็แตกพลั่ก ฝ่ามือเย็นเยียบไปหมด

นะ...นี่มันอะไรกัน?

ผมตัวแข็งค้างไปเลย รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่พี่อินทร์ถอนริมฝีปากออกไปแล้ว แต่เหมือนสติผมจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัวสักเท่าไร ได้แต่มองหน้าเขาด้วยความรู้สึกที่พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ขณะที่พี่อินทร์ก็ยังคงยิ้มเหมือนเดิม

“ชอบไหม”

“...”

ชอบไหมเหรอ...ไม่รู้สิ

“จิ โกรธพี่เหรอ”

“...”

ผมว่า...ไม่ได้โกรธนะ แต่มึนหัว

“ถ้าไม่โกรธ พูดอะไรสักคำสิ”

“...”

หน้ามืดวิงเวียนเหมือนโลกหมุนด้วย

“จิ”

“...”

ผมว่าผมไม่ไหวแล้วล่ะ เหมือนจะเป็นลม

ไม่ไหวจริงๆ หน้ามืดมากมาย ก่อนจะรู้สึกวูบขึ้นมา ทิ้งตัวให้โงนเงนไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก ภาพสุดท้ายที่ผมเห็นคือสีหน้าแตกตื่นของพี่อินทร์ พร้อมกับเสียงร้องโหวกเหวกด้วยความตกใจ

“จิ เฮ้ย! จิระ!”

ตึง!

---------------------------------

เป็นตอนแรกที่พี่อินทร์มีออร่าผัว แต่น้องจิก็ดันเป็นลมไปซะนี่ 555

เจอกันใหม่ตอนหน้าจ้า มาพรุ่งนี้หรือเปล่าไม่แน่ใจ ถ้าเขียนทันจะเอามาลงให้เน้อ




ออฟไลน์ loveview

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1927
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-10
โหพี่ มาถึงพอมีสมองก็ทำน้องเป็นลม เฮอะ...เหนื่อยแทนจิ

ออฟไลน์ PharS

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 622
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1

ออฟไลน์ golove2

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4485
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +277/-6
น้งจิเป็นลมไปซะแล้ว

 :กอด1: :กอด1:

ออฟไลน์ xexezero

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 56
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ในที่สุด ก็ได้เห็นมุมปกติของพี่อินทร์ซะที o13

ออฟไลน์ Toxic

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 26
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
แหม รักแรกพบเจอหน้าปุ๊บแกล้งปั๊บเลย :hao3:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด