★C H O R A K A★ #จรกาคนงาม - ★★Special C H 02★ทายาทอสูร[02.07.61]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ★C H O R A K A★ #จรกาคนงาม - ★★Special C H 02★ทายาทอสูร[02.07.61]  (อ่าน 104530 ครั้ง)

ออฟไลน์ xexezero

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 56
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
สงสัยว่าชาตินี้บุษบาคงจะแมนจริงๆ555

ออฟไลน์ poppycake

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2784
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-4
เรื่องนี้คือแหวกแนวมากๆ ชอบมากเลยค่ะ
ชอบจรกาที่ป้ำๆเป๋อๆ 5555555555
ปล. เราไม่ตั้งใจเรียน อิเหนา เลย ไม่รู้เนื้อเรื่อง 555555

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7620
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
ฮ่าๆๆๆๆๆ.......อิเหนา คือ อิแรด    :m20: :laugh: :pigha2:

ออฟไลน์ Pin_12442

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 253
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
ทำไมอิเหนามันรั่วแบบเน้

ออฟไลน์ NooDangzz

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 479
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +212/-8
Chapter 05: ทำไมจิระไม่อ่อนโยน

หากไม่นับชาติที่แล้ว เรื่องที่สะเทือนใจผมที่สุดในชาตินี้ก็คือการถูกอิเหนาขโมยจูบในฐานะเป็นเมียมันนี่แหละ

ไอ้บ้าเอ๊ย! มาพรากพรหมจรรย์จูบไปซึ่งๆ หน้าได้ยังไง!

ตั้งแต่วันนั้น ผมก็ซึมไปเลย รีบกลับหอไปนอนร้องไห้อยู่ทั้งคืนจนหมอนแฉะ วันรุ่งขึ้นตาบวมก็เลยไม่ไปเรียน แต่จริงๆ แล้วเหตุผลนั้นมันก็แค่ข้ออ้างแหละ เพราะความจริงผมละอายแก่ใจที่จะเจอหน้าพี่บุศย์มากกว่า

จุมพิตแรกอันสะอาดและบริสุทธิ์ของผมที่ตั้งใจจะมอบให้แก่นางบุษบา บัดนี้โดนอิเหนาหน้าด้านพรากเอาไปแบบไม่ถามสุขภาพสักคำ

โอ้น้องบุษบาของพี่... ต้องขออภัยอย่างยิ่งที่พี่จรกาผู้นี้ไม่สะอาดบริสุทธิ์อีกต่อไปแล้ว

ผมพร่ำเพ้ออยู่อย่างนั้นหลายวัน พอได้สติว่าถ้าไม่ไปเรียน เอาแต่เก็บตัวอุดอู้อยู่ในหอเพราะเสียซิงจูบไป มีหวังจรกาได้ติดเอฟแน่นอน ผมเลยตั้งหลักแล้วออกไปใช้ชีวิตตามปกติ แต่ทว่า...ก็ยังหลบหน้าพี่บุศย์อยู่ดี

หลบ...เป็นอาทิตย์

จากปกติที่เอาแต่ส่งข้อความหาเขาบ้าง โทรหาเขาบ้าง ตอนนี้ไม่แม้แต่จะคิดเลยด้วยซ้ำ มีบ้างที่ผมกดเบอร์เขาหรือหน้าต่างแชทขึ้นมา แต่พอจะโทรหรือพิมพ์ไป ผมก็ต้องเปลี่ยนใจด้วยยังคงละอายแก่ใจไม่เลิก

เนื้อตัวแปดเปื้อนอย่างนี้ จะมีหน้าไปพลีกายให้น้องยาบุษบาได้ยังไงกัน

สุดท้ายก็ไม่ได้ติดต่อกับพี่บุศย์อยู่ดี เลิกเรียนปุ๊บก็รีบนั่งรถเมล์กลับหอด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวไม่เลิก

แต่ขุ่นมัวได้ไม่เท่าไรก็หิวข้าว... เออ กองทัพมันต้องเดินด้วยท้อง ตอนกลางวันก็ไม่ได้กินอะไรเท่าไรด้วย มัวคิดแต่เรื่องจูบเลยพานกินไม่ลง พอถึงหน้าหอ ผมก็ไม่รอช้า พุ่งเข้าร้านอาหารตามสั่งข้างใต้หอก่อนเป็นอันดับแรก

“ป้าครับ เอาผัดกระเพราหมูสับ ไข่ดาวไม่ต้องสุกมาก”

เมนูโปรดถูกสั่งออกไปอย่างเคย ผมเดินไปหยิบน้ำอัดลมในตู้ไปเปิดแล้วเลือกโต๊ะนั่ง ไม่นานนัก ข้าวผัดกระเพราหน้าตาน่ากินก็ถูกเสิร์ฟลงบนโต๊ะ ผมคว้าโหลพริกน้ำปลามาเตรียมจะตักมาเหยาะลงบนไข่ดาว ทว่ามือก็ต้องชะงักเมื่อจู่ๆ สายตาก็เห็นรถคันหนึ่งเลี้ยวเข้ามาจอดที่ลานจอดรถหน้าหอ

รถคันนั้น... คุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก

ความจริงแล้วรถรุ่นนี้ก็มีคนใช้กันทั่วไปนั่นแหละ แต่ไม่รู้ทำไมพอผมเห็นรถคันนั้นแล้วถึงได้รู้สึกมีลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมาแปลกๆ ซึ่ง...ก็จริงเสียด้วย เพราะไม่กี่อึดใจต่อมา เจ้าของรถคันนั้นก็โผล่หน้ามาให้เห็น

“ฮาย~ คุณจิระ”

ไอ้ – อิ – เหนา!

ถึงกับถือช้อนตักพริกน้ำปลาค้างเลย ขณะที่พี่อินทร์ในชุดนักศึกษาเดินหน้าระรื่นมานั่งยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามผม

“กลับเร็วจังเลยนะ”

มาถึงก็พล่ามๆๆ ผมก็ได้แต่อ้าปากค้าง หัวสมองประมวลผลแทบไม่ทัน

มะ...หมายความว่ายังไงที่ว่าไปดักรอหน้าคณะ

“บังเอิญว่าไม่เห็นหน้าเห็นตาหลายวัน ถามไอ้บุศย์แล้วมันก็ไม่รู้เรื่อง พอโทรหาก็ไม่รับ พี่คิดว่าเป็นอะไร ไปดักรอที่หน้าคณะหลายวันแล้วเนี่ย ไม่เจอสักที วันนี้นึกครึ้มอกครึ้มใจเลยลองขับไปดูที่ป้ายรถเมล์ เห็นขึ้นรถเมล์พอดี ตามมาหาที่หอซะเลย แต่บังเอิญพี่มาถึงก่อนเลยรอที่หน้าหอ เห็นเดินมากินข้าวก็เลยแวะมาคุยเลยแล้วกัน”

ยังไม่ทันที่ผมจะได้ถาม พี่อินทร์ก็ร่ายยาวให้ผมรู้ว่าเขาเจอตัวผมได้ยังไง ผมอดอึ้งกับคำพูดของเขาไม่ได้

ไอ้ที่เคยว่าวิหยาสะกำเป็นสตอล์กเกอร์น่ะ ขอถอนคำพูดก่อน เพราะสตอล์กเกอร์ตัวจริงเนี่ย อิเหนาชัดๆ เลย!

ตั้งแต่วันที่ถูกขโมยจูบแล้วนะ รู้ได้ยังไงว่าผมอยู่ที่ไหนเนี่ย!

“นั่นๆ ทำหน้าตาสงสัย อยากรู้ล่ะสิว่าวันนั้นพี่ไปช่วยเราได้ยังไง พอดีว่าไอ้บุศย์มันเป็นห่วงแต่มันติดประชุมโปรเจ็กต์ตอนเย็น พี่ก็เลยอาสามาดูแทน แล้วเหตุการณ์ต่อจากนั้นก็อย่างที่เห็น”

ผมพอจะเข้าใจได้ นึกขอบคุณพี่บุศย์ที่เป็นห่วงผมด้วย แต่มันจะดีกว่ามากและผมจะดีใจมากด้วยถ้าเขามาด้วยตัวเอง ไม่ใช่ส่งไอ้บ้านี่มาน่ะ!

แต่ถึงตอนนี้จะเป็นยังไงก็ไม่สำคัญแล้ว ผมมองหน้าผู้ชายที่ยิ้มระรื่นให้ก่อนจะถามเสียงแข็งน้อยๆ

“แล้วพี่อินทร์อยากเจอผมทำไมครับ”

พี่อินทร์ยกยิ้ม ว่าอย่างไม่ยี่หระ “น้ำเสียงเหินห่างจัง นี่ผัวนะ”

ผมแทบจะคว้าโหลพริกน้ำปลาขว้างใส่

ผัวเผออะไรกันเล่า! ถ้าคนอื่นได้ยินแล้วเข้าใจผิดจะว่ายังไง!

ผมก็เลยเงียบ จ้องหน้าเขาเขม็ง ขณะที่เขายืดตัวขึ้น ว่าออกมาอีกครั้ง

“คืองี้ พี่จะมาดูว่าจิเป็นอะไรหรือเปล่า เห็นหายเงียบไปเลย ตกลงเป็นอะไรปะ ไม่สบายตรงไหนอะไรไหม”

“ผมสบายดี”

“แล้วทำไมหายเงียบไป ปกติต้องตามติดไอ้บุศย์แจนี่”

ผมก็อยากจะบอกเหตุผลเหมือนกันว่าเป็นเพราะละอายแก่ใจต่อพี่บุศย์เรื่องที่ถูกเขาขโมยจูบนี่แหละ ทว่าไม่พูดดีกว่า พูดไปแล้วก็เหมือนเป็นการตอกย้ำตัวเองให้รู้สึกผิดอีกที่ไม่ระวังตัวให้ดีกว่านี้ อย่างที่บอกว่ามันสะเทือนใจ

และถึงผมจะไม่บอก ก็เหมือนกับว่าพี่อินทร์จะพอเดาได้ว่าที่ผมหายหัวไปนี่เป็นเพราะอะไร

“เอ...หรือว่าเป็นเพราะถูกพี่...อื้ม...วันนั้น?”

ไม่ยอมพูดคำว่า ‘จูบ’ เว้นว่างเหมือนอยากให้ผมเติมคำให้ ผมมองหน้าเขา ถามเสียงขุ่นอีกระลอก

“อื้มอะไรครับ”

พี่อินทร์โน้มใบหน้าเข้าใกล้ ว่ากระซิบ “ถูกพี่จูบดูดดื่ม เม้มริมฝีปากบนและล่าง สอดลิ้นเกี่ยวกระหวัดรัดรึงเสียวซ่านซาบซ่ารัญจวนใจไง”

มึงบอกแค่จูบเฉยๆ ก็พอเว้ย! จะมาเสียวซ่านซาบซ่าอะไร!

ผมขยับออกห่างเขาเลย ส่วนเขาก็หัวเราะน้อยๆ เมื่อเห็นผมทำหน้าบึ้ง

“เป็นอะไร หรือจะไม่ชอบ?”

แน่นอนว่าไม่ชอบอยู่แล้ว ใครมันจะไปชอบกันล่ะ บอกตรงๆ นะ พอเขามาพูดเรื่องนี้ต่อหน้าอีกครั้ง ผมก็โกรธเขาแบบจริงจังขึ้นมาเลย แต่พี่อินทร์ดูจะไม่สนใจเท่าไร นอกจากจะถามเรื่องที่ตัวเองอยากรู้

“ตกลงคือไม่ชอบจริงๆ อะ?”

ผมไม่ตอบ เหลือบมองแล้วเมินหนี ทำให้พี่อินทร์พูดต่ออยู่คนเดียว

“อ้ะๆ ทำหน้ากระรอก ส่งสายตารังเกียจเหยียดหยามมางี้ ไม่ชอบอย่างรุนแรงแน่”

เพิ่งจะรู้ตัวหรือไง

ผมไม่อยากไปตอบโต้เสวนาให้เปลืองน้ำลายหรอก แค่เห็นหน้าก็ไม่อยากเห็นแล้ว

หน็อย บังอาจเอาจูบแรกของผมไป คนอื่นอาจจะคิดว่าเป็นผู้ชายเหมือนกัน คิดมากอะไรเรื่องนี้ แต่ผมบอกได้เลยว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนนะ การกระทำของไอ้เวรนี่เรียกได้ว่าเข้าข่ายล่วงละเมิดทางเพศเลยเถอะ ที่สำคัญ...ผมจะเก็บจูบแรกไว้ให้บุษบา ไม่ใช่ให้อิเหนาช่วงชิงไปในฐานะผัวสักหน่อย!

“แน่ะ งอนนานเว่อร์วัง”

“...”

“ฮั่นแน่ ยังไม่ยอมพูดด้วยอีก ปากหนักนักนะพ่อหนุ่มหน้ากระรอก”

ยังมีหน้าเอามือมาจิ้มแก้มผม ผมค้อนขวับ เท่านั้นพี่อินทร์ก็ยกมือกุมหน้าอกข้างซ้าย ทำสีหน้าเจ็บปวด

“เอื้อ... สายตาทิ่มแทง”

ชาติก่อนเป็นอิเหนา แต่ชาตินี้นอกจากจะเป็นอิแรดแล้วยังเป็นอิบ้าด้วย ไม่มีใครสั่งใครสอนหรือไงว่าให้เขย่าขวดก่อนกินยาน่ะ!

พอผมเมิน พี่อินทร์ก็ยื่นมือมาหมายจะจับแก้มผม ผมเห็นก่อนเลยปัดมือเอาออกเต็มแรง เสียงดังเพียะทำให้ผมตกใจอยู่ไม่น้อย พี่อินทร์ทำหน้าเหมือนเจ็บปวดมาก แต่พออ้าปากขึ้น...

“ทำไมจิระไม่อ่อนโยน~”

...ผมก็รู้ทันทีว่าแม่งไม่ได้เจ็บหรอก ตอแหลล้วนๆ

“ยังๆ ยังเงียบอยู่ ยังไม่พูด สงสัยง้อไม่โดนใจ”

เห็นผมยังเงียบเหมือนเดิมทั้งที่พยายามชวนผมคุยแล้วก็ว่าออกมา ก่อนจะเท้าคางลงบนโต๊ะ มองหน้าผมพลางอมยิ้ม ตอนนี้เองที่ผมตัดสินใจว่าเขาอยากจะทำอะไรก็ทำไป ผมจะเอาความเงียบเข้าสู้ แต่ทว่า...

“งั้นไหนจิลองบอกพี่ซิว่าพี่ต้องง้อยังไง จิถึงจะหายโกรธ”

...พี่อินทร์กลับถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ต่างไปจากครั้งก่อนๆ

ผมชำเลืองมองเขาแล้วก็ได้แต่คิดในใจ

ใครจะไปหายโกรธง่ายๆ โดนขโมยจูบแรกนะเว้ย คนมันสะเทือนใจ ไม่ต้องมายุ่ง ไม่อยากคุย ไม่อยากเห็นหน้า ไม่ต้องมาง้อให้เสียเวลาหรอก ไม่ให้อภัยเว้ย!

แล้วผมก็เมินอีกครั้งด้วยการก้มหน้าก้มตาเขี่ยใบกระเพราในจานไปไว้ข้างๆ เห็นผมไม่ยอมพูดด้วยนานๆ เข้า เดี๋ยวก็เลิกตอแยไปเองแหละ

แต่...ในความเป็นจริงไม่ใช่อย่างนั้นเลย พอผมไม่พูดด้วย พี่อินทร์ก็พยายามหาเรื่องชวนคุย

“ไม่กินใบกระเพราเหรอเรา”

ผมเหลือบมองหน้าเขาแล้วพยักหน้า

“ไม่กินใบกระเพราแล้วสั่งผัดกระเพรามาทำไม”

แล้วสั่งผัดกระเพราแบบไม่ใส่ผัดกระเพราได้ไหมล่ะ ผมชอบกินผัดกระเพรา แต่ไม่ชอบกินใบกระเพรานี่นา

ทว่าก็ไม่ใช่เวลาที่จะมาเถียงอะไรอย่างนั้น ผมนั่งเงียบเหมือนเดิม ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนต่อ แล้วก็ต้องขมวดคิ้วมุ่นเมื่อจู่ๆ พี่อินทร์ก็คว้าเอาช้อนในตะกร้าช้อนส้อมมาตักใบกระเพราที่ผมเขี่ยไว้ข้างจานหน้าตาเฉย ผมเลยรีบร้องท้วง

“เดี๋ยวพี่อินทร์”

เขาชะงักเล็กน้อย พลันรอยยิ้มก็ผุดพรายขึ้นมาบนใบหน้า

“ถ้าพี่กินเบากระเพราให้แล้ว จิต้องหายโกรธพี่นะครับ”

เป็นครั้งแรกที่พี่อินทร์พูดจาเหมือนคนปกติ ไม่หยอกล้อ ไม่ล้อเล่น ก่อนจะอ้าปากกินใบกระเพราให้โดยปล่อยให้ผมนั่งมองเงียบๆ ชั่ววินาทีนั้นเองก็ทำให้ผมรู้สึกอะไรบางอย่างขึ้นมา

พี่อินทร์...ตอนไม่เพี้ยนนี่โคตรจะหล่อเลย

ผมมองหน้าเขาที่เคี้ยวใบกระเพราตุ้ยๆ พร้อมส่งยิ้มมาให้ด้วยความรู้สึกแปลกๆ

นอกจากจะรู้สึกว่าเขาหล่อมากแล้ว ผมยังรู้สึก... เขาก็เป็นคนดีเหมือนกันนะ

แต่ทว่าไม่นานนัก ความคิดเมื่อครู่ของผมก็อันตรธานหายไปเมื่อเขาเริ่มเอาช้อนมาตักข้าวเข้าปาก ตักหมูไปคลุก คว้าขวดพริกน้ำปลามาเหยาะ และล่าสุด...เอาช้อนมาเจาะไข่แดงของผมจนไหลเยิ้ม

นี่มึงตลกแดรกสินะ!

ปรี๊ดเลย ถึงกับปรี๊ดเลย ผมรีบดึงจานข้าวตัวเองกลับคืน ทำให้พี่อินทร์ซึ่งกำลังจะเหยาะพริกน้ำปลาลงบนไข่แดงที่ไหลเยิ้มชะงัก พอเห็นหน้ามุ่ยๆ ของผมแล้ว เขาก็ว่าหน้าระรื่นออกมา

“อุ๊บส์ โทษที เผลอเจาะไข่แดงน้องจิไปเฉยเลย” จากนั้นก็โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ กระซิบเย้า “แต่ไม่ต้องห่วงนะจิระ พี่อินทราคนนี้จะรับผิดชอบความบริสุทธิ์ที่ถูกพรากไปเอง”

คนละไข่แดงแล้วเว้ย!

ผมทนไม่ไหวแล้ว ตีมือลงบนโต๊ะดังปึง ทำเอาคนในร้านหันมามองกันหมด ดีนะที่คนไม่เยอะเลยไม่ได้สนใจอะไรมาก พี่อินทร์ก็หันไปโปรยยิ้มให้คนอื่นไปทั่วเป็นการไกล่เกลี่ยสถานการณ์ พร้อมกับบอก...

“ไม่มีอะไรครับ ผมกำลังเคลียร์กับน้องเขาอยู่ พอดีเผลอตัวเผลอใจไปเจาะไข่แดงน้องเขานิดหน่อย ผมเป็นลูกผู้ชายพอ กำลังเสนอตัวรับผิดชอบครับ ไม่ต้องสนใจๆ”

กูบอกแล้วไงว่ามันคนละไข่แดง ไอ้ที่มึงเจาะน่ะมันไข่แดงของไข่ดาวในจานข้าวกูเว้ย!

แทนที่จะทำให้คนอื่นเลิกสนใจ กลายเป็นว่าสนมากกว่าเดิมอีก บางคนก็พากันหัวเราะคิกคักด้วย ส่วนผมก็แทบมุดจานข้าวผัดกระเพราหนีอายแล้ว

อิเหนามึงเป็นบ้าเหรอ! โอ๊ย!

ผมเองก็บ้าที่ดันไปเห็นเขาหล่อ แถมยังมองว่าเป็นคนดีตอนเขาเสนอตัวกินใบกระเพราให้ ภาพลวงตาชัดๆ เลย!

“เอาล่ะจิ พี่จะจริงจังละ”

“ควรจริงจังตั้งนานแล้วล่ะครับ”

ผมโพล่งออกมา ชักรำคาญแล้ว อยากให้เรื่องมันจบๆ ไปสักที พี่อินทร์ก็คงเห็นผมเริ่มอารมณ์ไม่ดีแล้วล่ะมั้งถึงได้เข้าโหมดจริงจังสักที

“สรุปแล้วจิโกรธพี่เพราะถูกพี่จูบจริงๆ ใช่ไหม”

ผมพยักหน้า ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ

“ทำไมล่ะ”

“ยังจะถามอีกเหรอครับว่าทำไม ผมไม่ได้เต็มใจนี่”

ผมว่าไปตามตรง พี่อินทร์พยักหน้า ก่อนอธิบายออกมา

“สถานการณ์มันพาไปน่ะนะ ก็ความผิดพี่แหละ อันนี้ไม่เถียง แต่พี่อยากจะอธิบายอะไรให้จิฟังหน่อย จะฟังไหม”

ผมพยักหน้าส่งๆ พี่อินทร์ก็พูดต่อ

“พี่กลัวว่าถ้าไม่แสดงออกไปตามตรงว่าเราเป็นอะไรกัน เดี๋ยวไอ้เวรนั่นจะมาตามติดจิเหมือนกับที่ตามไอ้บุศย์ ก็เลยต้องสมบทบาทหน่อย”

“แสดงว่าพี่อินทร์ก็จูบพี่บุศย์เหมือนกันเหรอครับ”

ผมย่นคิ้วยู่เลย ทว่าพี่อินทร์ส่ายหน้าพรืด

“ไม่อะ เดี๋ยวก็ได้คันคะเยอพอดี แค่อ้างตัวว่าเป็นเมียมันเฉยๆ แต่ไม่ค่อยได้ผลสักเท่าไร”

ได้ยินดังนั้น ผมก็โล่งใจเป็นปลิดทิ้ง ดูจากท่าทางของพี่บุศย์ที่แสดงออกต่อพี่อินทร์แล้ว ดูท่าในชาตินี้พวกเขาคงลืมกันไปแล้วล่ะว่าชาติก่อนเป็นผัวเมียร่วมเคียงกัน

“ไม่ได้ผลยังไงเหรอครับ”

“ก็...ไอ้หมอนั่นมันไม่เชื่อไง เลยมาตามติดไอ้บุศย์แจเหมือนเดิม จะให้พี่ไปสวมบทบาทเป็นเมียมัน ถูกมันจูบไรงี้ก็ไม่ไหวอะ ขยะแขยง”

ผมว่าพี่บุศย์สมควรขยะแขยงเขามากกว่า เผลอเบ้หน้าออกมาเลย แล้วก็อดค่อนแคะไม่ได้

“สวมบทบาทเป็นเมียแล้วขยะแขยง แต่พอเป็นผัวนี่อินเกินเบอร์เลยนะครับ”

เท่านั้นพี่อินทร์ก็พยักหน้าเร็วๆ “ถึงได้เจาะไข่แดงน้องจินี่ไง”

บอกแล้วไงว่ามันคนละไข่แดงแล้วเว้ย!

“พูดให้มันถูกๆ หน่อยพี่อินทร์ ไข่แดงของไข่ดาวต่างหาก ไม่ใช่ไข่แดงของผม”

“ไข่แดงของไข่ดาวของน้องจิ เรียกสั้นๆ ว่าไข่แดงน้องจิ มีอะไรผิดไปเหรอ”

ไม่เถียงกับคนบ้าแล้วดีกว่า ผมรวบช้อนส้อมเข้าหากันทั้งที่ยังไม่ได้กินสักคำ กะว่าจะหนีขึ้นห้องแล้ว แต่พอร้องเรียกป้าเจ้าของร้าน...

“ป้าครับ ค่าข้าว...”

พี่อินทร์ก็ลุกพรวดไปชิงจ่ายค่าข้าวให้เรียบร้อย พอรับเงินทอนเสร็จ ก็หันมายักคิ้วให้ผม

“พี่บอกแล้วไงว่าพี่จะรับผิดชอบ”

ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงอะไร ผมเลยว่าห้วนๆ ไป

“ขอบคุณครับ”

แล้วก็รีบเดินออกจากร้าน ตรงไปที่ประตูทางเข้าหอ หยิบคีย์การ์ดขึ้นมาจะเข้าไปข้างใน ทว่าก็ยังไม่เปิดประตูด้วยเห็นว่าพี่อินทร์เดินตามมา ผมไม่อยากให้เขาเดินตามขึ้นไปข้างบนก็เลยยืนรอก่อน ดูว่าเขาจะเดินเข้ามาหาไหม ซึ่งก็จริง...เขาเดินมาหา

“มีอะไรอีกล่ะครับ”

ผมหันไปกระชากเสียงถาม พี่อินทร์เดินมาหยุดหน้าผม ส่งยิ้มกว้างให้

“แล้วเราจะหายโกรธพี่ได้หรือยัง”

“เรื่องอะไร”

“เรื่องที่พี่...เราไง” เอานิ้วแตะที่ริมฝีปากตัวเองเป็นการบอกให้ผมรู้ว่าเรื่องอะไร

ผมว่าผมควรบอกเขาไปตามตรงว่าผมไม่โอเคกับเรื่องนี้ จะให้มายกโทษกันง่ายๆ มันไม่ใช่เรื่อง

“บอกตามตรงนะครับพี่อินทร์ ผมสะเทือนใจมากอะ ยกโทษให้ง่ายๆ ไม่ได้หรอก”

พอบอกไปอย่างนั้น พี่อินทร์ก็ทำปากยื่น

“ทำไมจิระไม่อ่อนโยนกับอินทราเลย”

ก็มึงมันกวนตีนอย่างนี้ ใครมันจะไปอ่อนโยนด้วยลงวะ!

ผมพ่นลมหายใจแรงๆ ใส่ ก่อนที่พี่อินทร์จะโพล่งขึ้นมาอีก

“แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ยกโทษให้ใช่ไหม”

ผมนิ่งไปครู่ อยากจะตะโกนใส่หน้าเหลือเกินว่า ‘ใช่! ไม่มีวันโว้ย!’ แต่ดูแล้วถ้าตอบไปอย่างนั้น สงสัยเรื่องจะไม่จบ เขาไม่ยอมกลับไปง่ายๆ แน่ เลยตอบไปอีกอย่าง

“อือ แต่ขอเวลาผมหน่อย”

เท่านั้นพี่อินทร์ก็ยิ้มกว้างจนเห็นฟัน ยื่นมือมาบิดปลายจมูกผมเบาๆ

“ก็ยังดีกว่าไม่ยอมยกโทษให้เนอะ”

ความอุ่นร้อนจากปลายนิ้วสากแล่นผ่าน เป็นอีกครั้งที่ผมรู้สึกว่าคนตรงหน้าผมโคตรจะหล่อเลย ไม่แปลกใจสักนิดว่าทำไมเมื่อชาติที่แล้ว ใครต่อใครก็ได้หลงรักเขานักหนา

หล่อแบบนี้ อ่อนโยนแบบนี้ กะล่อนแบบนี้ ทะลึ่งทะเล้นแบบนี้ สงสัยจะเป็นสเปกหนุ่มๆ สาวๆ มาตั้งแต่โบราณกาลล่ะมั้ง

แต่...

...ไม่ใช่ผมเว้ย!

ผมสะบัดหน้าหนี พี่อินทร์หัวเราะให้กับท่าทางนั้น ก่อนจะโดนผมไล่

“กลับไปได้แล้วครับ ผมจะขึ้นห้องแล้ว”

ดีที่พี่อินทร์ไม่ตอแยอะไรอีก

“ไว้เจอกันที่ ม.พรุ่งนี้”

โบกมือบ๊ายบายแล้วเดินไปขึ้นรถตัวเอง ขับออกไป ปล่อยให้ผมมองตามพร้อมกับใบหน้าที่ค่อยๆ ร้อนผะผ่าวขึ้นมาเมื่อนึกถึงสัมผัสเมื่อครู่

สงสัยจะเป็นไข้...

คิดเข้าข้างตัวเองไปอย่างนั้นแหละ ผมรู้ดีว่าอาการนี้มันคืออะไร

ไม่ได้ครั่นเนื้อครั่นตัว แต่หน้าร้อน...

ยิ่งพอหันกลับมาเห็นเงาตัวเองที่สะท้อนบนกระจกเงาบานใหญ่ที่เจ้าของหอแขวนเอาไว้ไล่สิ่งชั่วร้ายตามความเชื่อของคนจีน ผมก็ต้องเม้มริมฝีปากแน่น

หน้าแดงแจ๋เลย...

พอได้สติ ผมก็รีบใช้คีย์การ์ดเปิดประตูเข้ามาด้านใน ในหัวบอกกับตัวเองเป็นพัลวัน

จรกาจะเผลอไผลไปกับความอ่อนโยนของอิเหนาไม่ได้ บุษบา...บุษบา...บุษบา... ใจของผมมีแต่บุษบาคนเดียวต่างหากเล่า!

แต่...ก็บังคับให้หัวใจของตัวเองหยุดเต้นแรงไม่ได้เลย ให้ตายสิ...

--------------------

เมื่อวานอัปนิยายแล้วก็ลืมขอบคุณไป

ขอบคุณนักอ่านในทวิตที่ช่วยคิดชื่อในชาติปัจจุบันของวิหยาสะกำกับสังคามาระตานะคะ สังคามาระตายังไม่โผล่มา แต่เดี๋ยวมาแน่นอน สียะตราก็ไม่รอดจ้า

ขอบคุณน้องนนท์ที่คิดมุกอิเหนาอิแรดให้ ฮามากจริง 555

แวะไปหวีดกันได้ที่ #จรกาคนงาม ในทวิตเตอร์นะคะ

พรุ่งนี้เจอกันตอนใหม่จ้า


ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13458
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
จิจ๋า หนูยังไม่ได้ทานข้าวเลยนะคะ

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2647
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4942
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-7
ตอนดึกต้องหิวอีกรอบแน่ๆ  :hao4:

ออฟไลน์ no.fourth

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 900
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1

ออฟไลน์ donut4top

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 397
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
อิพี่ก็หน้าด้านน่าทนเหลือเกิน 5555

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ golove2

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4485
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +277/-6
อิเหนาจะเอาฮาไปถึงไหนคะ

 :laugh: :laugh:

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1079
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-0
อิเหนานี่คงไม่แค่คิดเจาะไข่แดงจากไข่ดาวอย่างเดียวแน่  :ruready

ออฟไลน์ Sky

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 974
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-2
ตอนแรกเป็นแค่อิแรด วันนี้อัพเกรดเป็นอิบ้า อนาคตได้เป็นอิปัญญาอ่อนแน่ๆเลย
สงสารอิเหนาเค้านะคะ ทำไมไม่มีคนเตือนเค้าให้กินยาเลย เฮ้อออออ :เฮ้อ:

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
หมั่นไส้อิพี่อินมากจ้า อยากจิข่วนหน้า

ออฟไลน์ Patsz

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 172
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
อิเหนาหรืออิบ้า ฮามาก ถึงจะบ้าแต่เราโคตรชอบ รอบรรดาเมียๆของอิเหนาออกมาให้ครบ อยากรู้ว่าชาตินี้เป็นคนแบบไหน รอตอนต่อไปค่ะ

ออฟไลน์ omuya

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2060
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +121/-9

ออฟไลน์ NooDangzz

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 479
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +212/-8
Chapter 06: นว้องจิของปี้

หลังจากวันนั้น ผมก็ไม่ค่อยได้เจอพี่อินทร์สักเท่าไร รวมถึงวิหยาสะกำด้วย คนแรกนี่ได้ยินพี่บุศย์บอกว่าติดซ้อมงานอะไรเกี่ยวกับดาวเดือนของมหาวิทยาลัยนี่แหละ ซึ่งก็ดี เพราะผมก็ไม่ได้อยากเจอเขาสักเท่าไรนัก เจอทีไรประสาทจะกินทุกที ส่วนคนหลัง เดาเอาว่าน่าจะเพราะเห็นพี่อินทร์จูบผมในวันนั้นก็เลยเลิกตอแย

นับว่าเป็นผลดีแหละนะ แต่พอคิดถึงเรื่องจูบนั่นทีไร ผมก็อดไม่ได้ที่จะหงุดหงิดใจทุกที

เป็นผู้ชายคนอื่นนอกจากพี่บุศย์ไม่ว่า แต่เป็นไอ้มารความรักอย่างอิเหนานี่ สะเทือนใจไม่หายเลยเนี่ย!

ทว่าพอไม่เจอหน้าพี่อินทร์หลายวันเข้า และผมได้ใช้เวลากับพี่บุศย์สองต่อสองบ่อยขึ้น ความสะเทือนใจก็ค่อยๆ มลายหายไปทีละนิดราวกับว่าความน่ารักของพี่บุศย์ค่อยๆ เยียวยาเรื่องร้ายๆ นั่น เหมือนกับวันนี้ที่พี่บุศย์เป็นฝ่ายโทรมาชวนผมไปกินข้าวกลางวันเองเนื่องจากมีธุระจะคุยด้วย เท่านั้นแหละ ผมดีใจเนื้อตัวเต้นจนเรียนไม่รู้เรื่องเลยล่ะ

ส่วนเรื่องที่พี่บุศย์อยากจะคุยด้วยก็ไม่มีอะไร เขาแค่ขอให้ผมเอาตารางเรียนมาให้เขาดู แล้วเขาจะได้เช็กว่าเมื่อตอนปีหนึ่งได้ลงเรียนวิชาอะไรไปบ้าง จะได้ยกพวกหนังสือกับชีทเรียนให้

“ถ้าจิไม่ถือสาอะไร พี่ก็อยากจะยกให้นั่นแหละ แต่อาจจะรำคาญตาหน่อยนะ พี่เป็นพวกชอบจดน่ะ บนหนังสือกับชีทเรียนจะมีรอยปากกาเยอะหน่อย”

เขาว่ามาอย่างนี้ ผมก็ยิ้มรับกว้างเลย

“จิยินดีมากเลยครับพี่บุศย์ ขอบคุณที่ใจดีกับจินะครับ”

ใครจะไปรังเกียจลงได้ล่ะแม่บุษบายาใจของพี่ ได้หนังสือกับชีทเรียนเป็นมรดกตกทอดแบบนี้สิดีจะตาย ยิ่งมีลายมือของพี่บุศย์อยู่ด้วยก็ยิ่งดี เพราะนอกจากจะมีพวกทิปหรือรายละเอียดยิบๆ ย่อยๆ ที่ผมอาจละเลยไปแล้ว ยังทำให้ผมรู้สึกว่าพี่บุศย์อยู่ข้างๆ ผมตลอดเวลาด้วย

ผมชอบอยู่ใกล้ๆ พี่บุศย์มากที่สุดเลย!

“งั้นเย็นนี้ถ้าจิไม่รีบกลับก็แวะไปที่หอพี่แล้วกันนะ ไปช่วยพี่ค้นหน่อย จะได้เอาไปไว้อ่านเลย”

เสนอมาอย่างนี้ มีเหรอที่ผมจะปฏิเสธ รีบพยักหน้ารับรัวๆ

“จิไม่รีบกลับ ไม่รีบเลย”

“ถ้าอย่างนั้นเลิกเรียนแล้วมารอพี่ที่หน้าคณะนะ ไว้ไปที่หอพร้อมกัน”

ผมพยักหน้ารับรัวๆ ไปอีกที ในใจดีใจเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ไปหอของพี่บุศย์เป็นครั้งแรก

หอ... หมายถึงเข้าไปในห้อง ไม่ได้อยู่แค่หน้าหอด้วย

ดีใจจนเก็บรอยยิ้มไว้ไม่อยู่ ข้าวเขิ้วก็ลืมกิน เอาแต่ยิ้มให้พี่บุศย์จนเขาหัวเราะออกมา

“เอ้า มองหน้าพี่อยู่ได้ กินข้าวเร็ว มีเรียนบ่ายไม่ใช่เหรอเรา”

“ครับ”

เท่านั้นผมก็คว้าช้อนส้อมมาตักข้าวใส่ปาก มองหน้าพี่บุศย์ที่ยังคงหัวเราะกับท่าทางของผมไม่เลิก

“แค่ได้หนังสือกับชีทเรียนแค่นี้ ดีใจจนเก็บสีหน้าไว้ไม่มิดเลยนะ”

เขาแซว แต่...ไม่หรอก ไม่ใช่ ที่ผมดีใจมันไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก แต่เป็นเรื่องที่จะได้ไปเห็นห้องของพี่บุศย์ต่างหาก

ได้แต่ภาวนาในใจว่าสักวันผมจะได้กลายเป็นอีกคนหนึ่งที่อยู่ห้องนั้น

อยู่ห้องเดียวกับพี่บุศย์ ได้ใช้ชีวิตด้วยกัน แค่คิดก็ฟินแล้ว...

 

ทว่า...พอเลิกเรียนก็เพิ่งตระหนักขึ้นได้ว่าจริงๆ พี่บุศย์ไม่ได้อยู่หอคนเดียว แต่มีรูมเมทที่ชื่ออินทรา แถมยังเป็นอิเหนากลับชาติมาเกิดอยู่ด้วยทั้งคน ตอนแรกผมก็ไม่ฉุกใจหรอก จนกระทั่งไปรอพี่บุศย์หน้าคณะจนผ่านไปเกือบยี่สิบนาที ผมก็เลยโทรหาเขา แล้วก็ได้คำตอบว่า

‘อาจารย์ยังไม่ปล่อยสักที สงสัยจะสอนเกินเวลา เดี๋ยวมีคุยงานกับเพื่อนต่ออีก จิเข้าไปที่หอพี่ก่อนได้เลยนะ พี่บอกไอ้อินทร์ไว้แล้ว ถ้าไม่รีบกลับก็รอก่อน พี่เลิกแล้วจะรีบไป’

ได้ยินแค่นี้ ความดีใจที่ระริกระรี้ก่อนหน้ามาตลอดทั้งวันก็อันตรธานหายวับ

อุตส่าห์คิดว่าจะได้อยู่กับพี่บุศย์ในห้องสองต่อสอง ดันกลายเป็นว่าต้องไปอยู่กับพี่อินทร์สองต่อสองเพื่อรอพี่บุศย์กลับหอเสียอย่างนั้นอะ บ้าชะมัด

แล้วถามว่าผมไปไหม... ไปสิ ไหนๆ ก็รับปากไปแล้ว ผมเองก็อยากจะเห็นห้องของเขาด้วยก็เลยไม่ได้ขัดอะไร เพราะไม่อย่างนั้น พี่บุศย์บอกว่าเขาจะขนหนังสือมาให้ผมที่มหาวิทยาลัยในวันพรุ่งนี้แทน ซึ่งมันจะหมายความว่าผมอดเห็นห้องเขาแน่ๆ

เรื่องอะไรจะยอมกันล่ะ!

ผมก็เลยเดินดุ่ยๆ ไปยังหอพักหน้ามหาวิทยาลัยที่พี่บุศย์บอก ใช้เวลาไม่นานนักก็มาถึง ผมมองอาคารด้านนอกก็พอจะรู้แล้วว่าเป็นหอพักราคาแพงหูฉี่ที่สุดในย่านนี้ เพราะมีทั้งระบบรักษาความปลอดภัยดีเยี่ยม บรรยากาศก็ดี มีลานจอดรถกว้างขวาง ไม่ต้องถามเลยว่าที่บ้านของพวกนักศึกษาที่เช่าหอนี้อยู่มีเงินขนาดไหน

มาถึงแล้ว ผมก็โทรเข้าหาพี่อินทร์ตามที่พี่บุศย์บอก อีกฝ่ายรับสาย ผมก็กรอกเสียงลงไป

“ผมมาถึงแล้วครับ”

บอกแค่นั้นก็วางสาย อีกอึดใจหนึ่งต่อมา พี่อินทร์ในชุดนักศึกษาก็เดินหน้าระรื่นมาเปิดประตูด้วยคีย์การ์ดให้ บอกตามตรงว่าผมไม่อยากจะเข้าไปกับเขานักหรอก แต่ก็ท่องไว้ว่าอดใจไว้รอเจอพี่บุศย์ เลยทำให้พอจะทำใจได้

ขึ้นลิฟต์มาเกือบชั้นสิบก็ถึงห้องของพวกเขา ผมเดินเข้ามาด้านในแล้วก็ประหม่าหน่อยๆ เมื่อเห็นว่าบรรยากาศภายในห้องดูแตกต่างจากที่ผมคาดการณ์ไว้พอสมควร ตอนแรกผมคิดว่าผู้ชายอยู่ด้วยกัน สภาพภายในห้องน่าจะรกรุงรัง แต่ผิดคาดมากๆ เมื่อเห็นว่าข้าวของทุกอย่างถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

โคตรผิดคาดเลย ดูท่าทางไม่น่าจะรักสะอาด โดยเฉพาะพี่อินทร์เนี่ย

แต่แล้วความคิดของผมก็ต้องยุติลงเมื่อพี่อินทร์โพล่งขึ้น

“หิวน้ำไหม”

ไม่พูดเปล่า เดินไปเปิดตู้เย็นด้วย ผมส่ายหน้า

“ไม่เป็นไรครับ”

พี่อินทร์เหลียวมองผมเล็กน้อย “งั้นกินขนมไหม”

ผมส่ายหน้าอีก พี่อินทร์ก็เลยยักไหล่

“ถ้างั้นไปนั่งรอตรงนั้นก่อนแล้วกัน เดี๋ยวไอ้บุศย์ก็กลับมา”

พยักพเยิดไปยังโซฟาที่อยู่ไม่ไกล ผมก็ไม่ได้พูดอะไร ยอมเดินไปนั่งแต่โดยดี ในใจอยากให้พี่บุศย์กลับมาเร็วๆ เพราะจู่ๆ ผมก็รู้สึกอึดอัดที่ต้องอยู่กับพี่อินทร์แบบสองต่อสองขึ้นมาแปลกๆ

โอเค บอกตามตรงว่ามันมีลางสังหรณ์แปลกๆ น่ะ กลัวว่าเดี๋ยวเขาจะแกล้งผมอย่างที่เคยทำอีก ยิ่งไม่เจอหน้ากันมาหลายวันอย่างนี้ รับรองเลยว่าต้องมีเรื่องแกล้งเยอะแยะแน่ ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะดูปกติก็เถอะ

แต่ทว่า...นั่งตัวเกร็งอยู่ประมาณสิบนาทีก็ยังไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนไป พี่อินทร์คว้าไม้กวาดกับที่โกยผงมากวาดพื้นทั้งที่แทบไม่มีเศษฝุ่นเลยอยู่พักหนึ่งแล้ว ผมก็ได้แต่มองเขาเงียบๆ อยู่พักหนึ่งเช่นกัน ทุกอย่างดูปกติมาก จนกระทั่ง...

“ร้อนจังเลย”

จู่ๆ พี่อินทร์ก็โพล่งขึ้นมา มือที่ถืออุปกรณ์ทำความสะอาดอยู่วางของพวกนั้นลง แล้วเปลี่ยนมาเขย่าคอเสื้อตัวเองประหนึ่งว่าในห้องนี้มันร้อนเสียเต็มประดา ผมเหลือบไปมองเครื่องปรับอากาศที่ตั้งไว้ที่อุณหภูมิยี่สิบห้าองศาเซลเซียส

ร้อนตรงไหนวะ เย็นกว่านี้อีกนิดก็ขั้วโลกเหนือแล้วนะ

คิดไม่ออกเลยว่าเขาคิดจะทำอะไร รู้แต่ว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน เพราะพอพูดจบ พี่อินทร์ก็หันมาหาผม

“ร้อนอย่างนี้ สงสัยคงต้องอาบน้ำคลายร้อน”

ไม่ได้บอกกับผมหรอก พูดกับตัวเองนั่นแหละ แต่ชม้อยชม้ายชายตามากมาย เท่านั้นผมก็รู้เลยว่า...

...ไอ้เวรนี่มันคิดจะทำอะไรแผลงๆ อีกแล้ว!

จะห้ามก็ไม่ทัน พูดจบปุ๊บ พี่อินทร์ก็ค่อยๆ แกะกระดุมเสื้อตัวเองทีละเม็ด จงใจหันหน้ามาให้ผมเห็น พลันก็มีเสียงเพลงประหลาดๆ ดังออกจากปากเขา

“แต่แดแดแด๊~ แด๊แดแด๊แดแด่แด้~”

เป็นเพลงจังหวะ Cherry pink อะ ผมถึงกับเบ้หน้าเลยเมื่อเห็นว่าเขาแกะกระดุมเสื้อไม่พอ ยังยักย้ายส่ายสะโพกประหนึ่งว่าตัวเองเซ็กซี่เสียเต็มประดา

เออ! หุ่นแม่งก็ดีอยู่หรอก กล้ามเป็นมัดๆ แบบคนออกกำลังกาย ผิวก็เนียนผุดผ่องเป็นยองใย คนอื่นเห็นรับรองได้เลยว่ามีน้ำลายไหลอะ แต่ไอ้ที่มองผมตาเยิ้มแล้วกัดปากยั่วไปยั่วมาเนี่ย มันทำให้ผมมีอารมณ์เลยนะ

อารมณ์โมโห!

ผมสูดหายใจเข้าปอด พยายามจะสงบสติอารมณ์ ไม่อยากจะโวยวายใส่เขาที่เขาหาเรื่องแกล้งผม แต่ก็อดไม่ได้ที่จะโพล่งออกไปเมื่อเห็นว่าพี่อินทร์โยนเสื้อที่ถอดออกจากตัวแล้วเรียบร้อยทิ้ง เอื้อมมือลงมาดึงเข็มขัดออก ก่อนที่จะทำท่าเหมือนปลดตะขอกางเกง

มึงหยุดเดี๋ยวนี้เลย!

“พี่อินทร์!”

ผมเรียกเขาเสียงดัง พี่อินทร์ก็ชะงักมือ มองหน้าผมด้วยสีหน้าไม่ทุกข์ไม่ร้อน

“มีอะไรเหรอ”

ยังจะมีหน้ามาถามอีกว่ามีอะไร มึงจะมาเต้นจ้ำบ๊ะโชว์กระโป๊วให้กูดูอย่างนี้ไม่ได้!

แต่จะบอกตามตรงอย่างนั้นก็ไม่ได้ใช่ไหมล่ะ ผมเลยพูดประโยคอื่นแทน

“ทำไมต้องแกล้งผมด้วย”

“หืม? แกล้งอะไร”

“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลย ก็เนี่ย ไอ้ที่เต้นเปลื้องผ้าเนี่ย แกล้งผมอยู่ชัดๆ”

“พี่ไม่ได้แกล้ง พี่จะอาบน้ำ”

พี่อินทร์แก้ตัว แต่ดันหัวเราะร่วนออกมา เด็กอนุบาลดูยังรู้เลยว่าแม่งแกล้งอะ

ผมหงุดหงิดขึ้นมาน้อยๆ ไม่เข้าใจเขาเลยว่าทำไมเวลาเจอผม ต้องแกล้งผมทุกที ถ้าเป็นเมื่อชาติก่อนตอนที่ยังเป็นจรกาอยู่ก็พอจะเข้าใจว่าเขาอยากกลั่นแกล้งเพราะเห็นผมขี้เหร่อัปลักษณ์ แต่ในชาตินี้ผมน่ารักแล้วนี่ ทำไมยังแกล้งกันอยู่อีกล่ะ!

“แน่ะ พูดแล้วทำหน้าไม่เชื่ออีก พี่จะอาบน้ำจริงๆ ทำไมเหรอ หรือเห็นพี่แก้ผ้าแล้วจะมี...” พี่อินทร์แสร้งมองผมด้วยสายตาหยอกเย้า จากนั้นก็ว่าต่อ “...มีอารมณ์”

บอกแล้วไงว่าอารมณ์โมโห มึงนี่มันหลงตัวเองเหลือเกินนะ!

อะไรไม่ว่า พูดเองเออเองแล้วก็ยกแขนทั้งสองข้างปิดหน้าอกเป็นการใหญ่

“ต๊าย บัดสีบัดเถลิง เห็นหน้าใสซื่ออย่างนี้ พี่ไม่คิดเลยว่าน้องจิจะเป็นคนลามกแบบนี้นะฮ้า”

สะดีดสะดิ้งเหลือเกินอิแรด! เห็นแล้วอยากทุบ!

ถึงกับต้องสูดหายใจเพื่อสงบสติอารมณ์อีกระลอกใหญ่ พอตั้งสติได้ ผมก็ว่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ไม่ตลกนะครับพี่อินทร์ ผมถามตรงๆ เลย ทำไมถึงชอบแกล้งผมนัก”

พอเห็นผมจริงจัง พี่อินทร์ก็เลิกทำท่าแรด เปลี่ยนมาเป็นกอดอกแล้วครุ่นคิดแทน

“อืม... นั่นสิ ทำไมน้า” เสร็จแล้วก็ทำท่าเหมือนนึกอะไรออก “อ้อ ใช่แล้วๆ”

ผมก็รอฟังเต็มที่เลย แต่ทว่า...

“เพราะจิไม่เรียกแทนตัวเองว่าจิกับพี่ไง พี่เลยชอบแกล้ง”

มันใช่เหตุผลหรือไงวะนั่น!

แน่นอนว่าไม่ใช่เหตุผลหรอก พี่อินทร์ก็แถแท่ดๆ ไปเรื่อยแหละ ซึ่งมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ เมื่อเขาว่ามาอีก

“ถ้าไม่อยากให้พี่แกล้ง จิก็เรียนแทนตัวเองว่าจิเหมือนกับที่พูดกับไอ้บุศย์บ้างสิ”

ยักคิ้วหลิ่วตามาให้ด้วย นี่ไง ผมถึงได้บอกว่ามันไม่ใช่เหตุผลที่เขาชอบแกล้งผมน่ะ

“เอาดีๆ พี่อินทร์ ทำไมถึงต้องชอบแกล้งผมทุกครั้งที่เจอหน้าด้วย”

“แน่ะ ไม่เรียกแทนตัวเองว่าจิอีกละ”

แทนที่จะตอบคำถาม พี่อินทร์ดันพูดไปเรื่องอื่น ทำปากยื่นๆ เหมือนน้อยใจมาอีก ผมก็ไม่ยอมหรอก ดึงดันจะให้เขาตอบให้ได้

“ก็บอกผมมาก่อนว่าทำไมถึงชอบแกล้งผม ไม่งั้นไม่เรียกแทนตัวเองว่าจิกับพี่อินทร์หรอก”

เหมือนครั้งนี้ผมจะชนะ พี่อินทร์เงียบไป หน้าตาดูฮึดฮัดก่อนจะตอบออกมา

“ก็แกล้งเรามันสนุกนี่”

ได้ยิน ผมก็ไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง

“พี่อินทร์สนุกอยู่คนเดียวเถอะ ผมไม่สนุกด้วย”

โดยเฉพาะที่จู่ๆ ก็มาถอดเสื้อผ้าที่ละชิ้นในห้องหับรโหฐานเนี่ย พอนึกได้ว่าเขาคืออิเหนากลับชาติมาเกิด ผมก็ขนลุกขนพองเลยนะ

คลำเจอหัว ไม่มีหาง อันนี้นิสัยอิเหนา ถ้าผมเผลอเมื่อไรแล้วเขาคิดอะไรไม่ดีขึ้นมา เดี๋ยวก็ได้เป็นเมียอิเหนาจริงๆ เลยคราวนี้

พอผมกระฟัดกระเฟียดใส่ พี่อินทร์ก็ให้เหตุผลเพิ่ม

“จริงๆ ก็เพราะว่ามันเขี้ยวด้วย”

“แล้วมันใช่เรื่องที่จะต้องมาแกล้งผมไหมล่ะ”

“ก็เรามันน่าเอ็นดูนี่นา จิไม่รู้ตัวหรอกว่าตัวเองน่าฟัดขนาดไหน”

พูดมาถึงตรงนี้ ผมก็รู้สึกร้อนวูบที่ใบหน้าขึ้นมา ไม่ต้องบอกก็พอเดาได้เลยว่าตอนนี้แก้มผมเรื่อแดงมากแค่ไหน ปกติแล้วผมมักจะคุ้นชินกับคำชมประมาณนี้ในชาติใหม่นี่นะ แต่พอเป็นผู้ชายที่เมื่อชาติก่อนได้ชื่อว่าหล่อเหลาประหนึ่งเทวดาเดินดินมาชม ผมก็อดที่จะภูมิใจระคนเขินอายหน่อยๆ ขึ้นมาไม่ได้

ทว่า...เพราะอีกฝ่ายคืออิเหนากลับชาติมาเกิด ผมเลยพยายามไม่คล้อยตาม จ้องหน้าพี่อินทร์ที่ยิ้มระรื่นนิ่ง ขณะที่อีกฝ่ายก็ยิ้มกว้าง

แม่ง...โคตรหล่อ เข้าใจแล้วว่าการเปรียบเปรยว่า ‘รูปงามปานอิเหนา’ มันมีที่มาที่ไปยังไง

“ยิ่งทำแก้มป่องๆ ตุ่ยๆ เหมือนกระรอกแล้ว ยิ่งโคตรมันเขี้ยวเลย”

ผมได้สติขึ้นมาในตอนนี้ ส่วนพี่อินทร์ก็ยังคงยิ้มไม่หยุด

“พี่ตอบคำถามเราแล้ว เมื่อไรจะเรียกแทนตัวเองว่าจิกับพี่ล่ะ”

คงจะเลี่ยงไม่ได้แล้ว ผมระบายลมหายใจออกมา ก่อนจะว่าเสียงเบา

“เรียกก็ได้ แต่ถ้าจิเรียกแทนตัวเองแบบนี้แล้ว ต่อไปนี้พี่อินทร์ห้ามแกล้งจิอีกนะครับ”

เท่านั้นพี่อินทร์ก็ยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมา ขยำขยี้อะไรก็ไม่รู้ในอากาศ พลันน้ำเสียงก็แปรเปลี่ยน อะไรไม่ว่า ถลาเข้ามาหาผม ส่วนไอ้มือที่ไม่รู้ว่าขยำขยี้อะไร ตอนนี้มาบีบแก้มผมทั้งสองข้างไปมาแล้ว

“นว้องงง~ เนี่ย มันน่ายักตะมุตะมิอย่างเนี้ย จะไม่ให้พี่อดใจได้ยังไงไหว หนูแจ้มป่องจังเรยรูก ตุ่ยๆ สีตมปู เจ้าตัวน่ายักของป่าปี๊~”

มึงพูดภาษาคนได้ไหมล่ะ!

พอเข้าใจอยู่นะว่าเวลาเห็นอะไรน่ารักๆ เช่นเด็กเล็กๆ หรือสัตว์ตัวน้อยๆ บางครั้งมันก็เกิดอาการมันเขี้ยว อยากจะน้วยอะไรแบบนี้ แต่คือนี่จรกาไง อิเหนามาน้วยจรกาอย่างหนักหน่วงไม่ได้เว้ย!

“นว้องจิของปี้~”

พี่อินทร์ยังคงดัดเสียงเป็นเสียงสอง บีบแก้มผมจนเริ่มเจ็บแล้วด้วย ผมเลยสะบัดหน้าหนี รีบลุกขึ้นจากโซฟาทันทีที่หลุดพ้นจากสองมือนั้น ก่อนจะชี้หน้าพี่อินทร์อย่างเอาเรื่อง

“บอกแล้วไงว่าห้ามแกล้งจิน่ะ!”

มืออีกข้างก็ลูบแก้มตัวเองป้อยๆ พี่อินทร์ทำปากยื่น ว่ากระเง้ากระงอด

“เห็นแล้วอดใจไม่ไหว นว้องจิของปี้น่ายักมากเยย ตัวเย็กๆ น่าบีบเหมือนตาหนูมุมิ”

แล้วก็ขยำขยี้บ้าบออะไรไม่รู้ในอากาศ ดัดเสียงเป็นเสียงสองไม่เลิก เรียกผมว่าตาหนูอีกต่างหาก ฟังแล้วผมก็อดเบ้หน้าออกมาไม่ได้

กูว่าต้องมีอะไรผิดพลาด สงสัยตอนกลับชาติมาเกิดจะลืมเอาสมองมาด้วย

แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับการที่ผมคิดว่าผมอยู่ในห้องสองต่อสองกับพี่อินทร์ต่อไปไม่ได้ละ ถ้าจะรอพี่บุศย์ล่ะก็ ผมลงไปรอข้างล่างดีกว่า ไว้เขากลับมาแล้วค่อยขึ้นมาที่ห้องใหม่

คิดเท่านั้น ผมก็เตรียมจะเดินไปใส่รองเท้าแล้วลงไปด้านล่าง ทว่าพี่อินทร์ก็มาขวางหน้าเอาไว้ ส่งเสียงสองใส่ผมไม่หยุด

“นว้องจิจะไปไหนฮับ อยู่กับปี้ในห้องนี่แหละ เดี๋ยวป่าปี๊จะดูแยหนูเองยัยตัวเย็ก”

มึงเกินบาทไปไกลแล้วโว้ย!

เกินบาทไม่พอ ทำหน้าทำตาดูหื่นกาม ทำมือขยำขยี้ให้ผมเหงื่อกาฬแตกพลั่กอีก บอกตามตรง ตอนนี้กลัวอิเหนามากกว่าวิหยาสะกำที่เป็นสตอล์กเกอร์อีก โดยเฉพาะตอนที่มันใส่แค่กางเกงตัวเดียวเนี่ย

ไม่ได้การละ ยังไงก็ต้องออกไปจากห้องนี้ก่อน อันตราย...อันตรายมากๆ!

“ถอยไปนะพี่อินทร์ จิจะลงไปรอพี่บุศย์ข้างล่าง”

ไม่ไล่เปล่า ผมยังผลักพี่อินทร์ที่ขยับเข้ามาใกล้ หมายจะมาบีบแก้มผมให้ออกห่างอีกด้วย และในจังหวะที่ถูกผมผลักนั้นเอง พี่อินทร์ก็เซถลาแท่ดๆ พร้อมกับร้องออกมา

“โอ๊ยๆๆ”

เซไปพอ ดันคว้าแขนผมไปแล้วเซไปทิ้งตัวลงนอนบนโซฟา ส่งผลให้ผมถูกฉุดลงไปนอนด้วยอย่างไม่ทันตั้งตัว แรงกระแทกที่ปะทะเข้ามายังริมฝีปากพร้อมกับสัมผัสอุ่นร้อนผมทำให้ผมต้องเบ้หน้าเพราะเจ็บนิดๆ แต่พอเงยหน้าขึ้นมามอง ความเจ็บเมื่อครู่ก็หายไปเป็นปลิดทิ้งเมื่อผมพบว่าสัมผัสอุ่นร้อนเมื่อครู่มันมาจาก...

สายตาจับจ้องไปยังแผงอกของคนตรงหน้า ตุ่มไตเล็กๆ สีชมพูเรื่อจดจ่ออยู่ที่ปากผมอย่างพอดิบพอดี เท่านั้นก็ประจักษ์...

หัวนม!

เมื่อกี้ล้มปากกระแทกกับหัวนมอิเหนา!

แม่จ๋า ปากจิมีมลทินแล้ว!

ยิ่งกว่าถูกพี่อินทร์จูบอีกนะที่ล้มเอาปากไปประทับกับหัวนมเขาเนี่ย ผมเบ้หน้าทันที ขณะที่พี่อินทร์เหลือบมองแล้วว่าออกมา

“อุต๊ะ” พลันก็ทำหน้าตาราวกับว่าผมกำลังจะขืนใจเขา “อ่อนโยนกับพี่หน่อยนะจิ พี่ยังไม่เคย”

มึงก็ยังจะเล่นอยู่อีก!

อายก็อาย โกรธก็โกรธ ตกใจก็ตกใจ ผมทำอะไรไม่ถูกอยู่หลายวินาที พอได้สติก็รีบตั้งท่าจะลุกด้วยรู้ว่าอยู่ในท่านี้ต่อไปคงไม่เป็นการดีแน่ แต่...ฟ้าคงไม่เป็นใจให้ผมสักเท่าไร พอผมทำท่าจะลุกปุ๊บ ประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามาด้วยฝีมือของใครบางคนปั๊บ

“โทษทีนะจิ รอนาน...ไหม”

พะ...พี่บุศย์!

หันไปมองก็ยิ่งตกใจกว่าเดิม พี่บุศย์เองก็ตกใจไม่แพ้กัน หน้างี้เหวอเลยที่เห็นผมคร่อมพี่อินทร์ในสภาพกึ่งเปลือยอยู่บนโซฟาอย่างนั้น ผมรีบกระโดดผลุงออกห่างพี่อินทร์อย่างรวดเร็ว แก้ตัวเป็นพัลวัน

“มะ...ไม่ใช่อย่างที่พี่บุศย์คิดนะครับ คะ...คือว่า...”

ยังอธิบายไม่ทันจบ มัวแต่ละล่ำละลัก ทันใดนั้น พี่อินทร์ก็ลุกขึ้นมานั่งหนีบๆ เหนียมๆ อายๆ ยกมือข้างหนึ่งขึ้นทำเหมือนซับน้ำตา

“ทำไมจิถึงทำกับพี่แบบนี้ กระซิกๆ”

ทำอะไรเล่า! ไม่ได้ทำอะไรเลยโว้ย!

แต่ก็ยังไม่ทันได้แก้ตัว พี่อินทร์ก็โพล่งออกมาอีกแล้ว

“ถึงเขาหลอกแต่เต็มใจให้หลอก ยิ้มข้างนอกช้ำใน...”

ทำท่าทางประหนึ่งถูกผมพรากพรหมจรรย์ สะดีดสะดิ้งไม่เลิก ส่วนพี่บุศย์ก็ย่นคิ้วขมวดจนหน้าตาดูน่ากลัว ผมซึ่งไม่เคยเห็นพี่บุศย์ทำหน้าแบบนี้มาก่อนก็ใจหายไม่น้อย ยิ่งเขาถามออกมา

“มีใครจะบอกได้บ้างว่าเกิดอะไรขึ้น”

สิ้นเสียง พี่อินทร์ก็ชิงพูดก่อนทันที

“กูถูกข่มเหงน้ำใจ น้องรหัสมึงมัน...”

แล้วก็ไม่พูดต่อ ทำเป็นซับน้ำตา มืออีกข้างที่ว่างก็กอดร่างเปล่าเปลือยช่วงบนของตัวเองไว้ พอพี่บุศย์มองมายังผมอย่างขอคำอธิบาย ผมก็บ่อน้ำตาแตกทันที

“จะ...จิไม่ได้ตั้งใจ สถานการณ์มันพาไป พี่บุศย์... จิไม่ได้ตั้งใจทำพี่อินทร์นะครับ ฮือ...”

ไปกันใหญ่แล้ว!

-----------------------------

นว้องจิของมี้รูกกกก ไหนๆ ใครแกล้งหนู เดี๋ยวมี้ตีให้ #ทำเสียงสองตามพี่อินทร์ 555

ไอ้นี่ก็ขยันแกล้งน้องเหลือเกิน ทำน้องร้องไห้อีกแล้ว โถลูก เขียนเองเอ็นดูเอง ฮา

ตอนหน้าเจอกันพรุ่งนี้จ้า ไปหวีดกันที่ #จรกาคนงาม ได้นะคะ




ออฟไลน์ xexezero

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 56
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
อีพี่อินทร์5555

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
อิเหนา อิบ้า  :hao5:

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4942
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-7
ไม่มีอะไรมาก นอกจากเรียกสตินังเหนา  :z6:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Chise

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 445
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
โอ้ย อิเหนา อิบ้า นอกจากลืมสมองมาจากชาติที่แล้ว สติก็คงลืมเอามาด้วย อะไรมันจะบ้าจะบวมขนาดนี้
สงสารน้องจิ ขวัญกระเจิงไปแล้ว

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13458
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
อีนี่มันบ้า o22  หนูจิอย่าไปใกล้นะลูก  :กอด1: โดนแกล้งน้ำตาตกอีกแล้ว

ออฟไลน์ Patsz

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 172
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
โว้ย อิบ้า ทำเสียงสองอะไรเนี่ย ขำจนปวดท้องแล้ว  มาต่อเร็วมากๆ ขอบคุณค่ะ

ออฟไลน์ Sky

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 974
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-2
น้องจิอย่าไปยุ่งกับมันลูก อินี่มันบ้า อิบ้าาา โอเวอร์โดสมาหรอหรือยังไงเนี่ย โอ้ยยยย
ตลกมากตอนน้องบอกอินี่มันเกินบาทไปไกลแล้ว 555555555 :m20:

ออฟไลน์ loveview

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1927
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-10
สมองลืมเอามาจากชาติที่แล้วแน่

ออฟไลน์ golove2

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4485
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +277/-6
ลูกจิของแม่ ต้องทนเจอกับอิเหนาแบบนี้ไปอีกนาน
ทน ๆ เอานะลูก แม่เป็นกำลังใจให้

 :m20: :m20:

ออฟไลน์ no.fourth

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 900
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
น้องจิลูกกกกก

ออฟไลน์ anntonies

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 870
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
บ้าบอที่แท้จริง

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1079
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-0
อินเนี่ยช่างกะล่อนตอแหลได้รางวัล
ออสก้าร์เลยนะ ส่วนน้องเราขี้แงได้น่าเอ็นดูจริง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-05-2018 20:10:41 โดย Chompoo reangkarn »

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3470
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด