LOTTO สื่อรัก #คนบ้าหวย2018 *** แจ้งข่าวค่ะ 11/03/2019
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: LOTTO สื่อรัก #คนบ้าหวย2018 *** แจ้งข่าวค่ะ 11/03/2019  (อ่าน 57691 ครั้ง)

ออฟไลน์ kaoru404

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 8
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13269
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26

ออฟไลน์ colorofthewind21

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1657
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1

ออฟไลน์ เขมกันต์

  • nothing’s else I can say
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 456
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +164/-9
    • Twitter

งวดแปด งานเผือกคืองานถนัด


           “ผมต้องทำอะไรบ้างอะ” ไอ้น้ำพูดไป มือก็คีบแซลมอนผสมวาซาบิเข้าปากไปอย่างเอร็ดอร่อย ทีแรกก็ตั้งใจจะฟังแค่ประเดี๋ยวประด๋าว แต่ในเมื่อมีเจ้ามือเสนอตัวเลี้ยงอาหารทั้งที มีหรือที่คนชอบกินอย่างเขาจะปฏิเสธ


            “คอยสังเกตคนในหมู่บ้านก็พอ”

            “สังเกตยังไง แค่มองๆ ดูๆ ก็ได้ใช่มั้ย”

            “เข้าไปตีสนิทด้วย ฟังที่พวกเขาคุยกันให้มากที่สุด” ผู้กองอธิบายเพิ่ม

            “อ้อ... เผือกให้มากที่สุดสินะ” ไอ้น้ำสรุปความหมาย

            “แล้วแต่นายจะเรียก แค่นี้ทำได้หรือเปล่า”

            “ก็คงได้แหละมั้ง ไม่ได้ยากอะไรนี่ ปกติก็ยุ่งเรื่องชาวบ้านอยู่แล้ว” ไอ้น้ำพูดด้วยท่าทีสบายๆ เพราะนั่นมันก็เป็นวิถีประจำวันของเขาอยู่แล้ว

            “อย่างนั้นก็ดี”

“นี่ลุง..เอ๊ย..ผู้กอง” ไอ้น้ำรีบปรับการเรียกเพราะเห็นสายตาของผู้กองจ้องมองมาที่เขาดูแล้วไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไหร่

“แล้วถ้าผมทำงานนี้สำเร็จ จะได้อะไรตอบแทนอะ” ของฟรีไม่มีในโลก ไอ้น้ำเชื่ออย่างนั้น

“อะไรดีล่ะ” ผู้กองพูดแล้วทำท่าคิด

“ได้อะไรล่ะ” ไอ้น้ำเร่ง

“ไม่เอาผิดเรื่องที่นายเดินโพยหวย...เป็นไง ดีมั้ย” ผู้กองพูดข้อเสนอออกมา

“จริงนะ โอเค ตกลงเลย งานนี้ทุ่มให้สุดตัว” ไอ้น้ำพูดออกมาด้วยความดีใจ ที่อย่างน้อยตัวเองก็รอดพ้นจากคุกจากตาราง


เดี๋ยวนะ ทำไมผู้กองถึงมองเขาแล้วทำหน้ายิ้มแบบมีเลศนัยอย่างนั้นด้วยล่ะ



ฉันพลันให้น้ำก็ตาโตเบิกกว้างอย่างกับไข่ห่าน .... ฉิบหาย ควายแท้ๆ โง่ไม่มีอย่างอื่นผสม นี่เท่ากับว่าเขายอมรับสารภาพไปโดยไม่รู้ตัว ไอ้น้ำด่าตัวเองเมื่อนึกขึ้นได้ว่าพูดอะไรออกไป

“ผู้กอง อย่าจับผมนะ” น้ำพูดอย่างหวาดๆ

“ไม่จับหรอก บอกแล้วไง ว่านี้คือข้อตกลง...ถ้านายตกลงเหมือนกัน” ผู้กองพูดด้วยความเป็นต่อ

“โอเค ดีล” ไอ้น้ำยื่นมือออกไปเพื่อจับมือกับอีกฝ่าย ผู้กองมองมือตรงหน้าก่อนจะยื่นมือออกมาจับมืออีกฝ่ายเช่นกัน


“ดีล”


อาหารบนโต๊ะใกล้หมด แต่ดูเหมือนผู้ช่วยมือใหม่ของผู้กองนั้นยังทานไม่อิ่ม เพราะคนตรงหน้ากำลังจ้องมองแซลมอนชิ้นสุดท้ายที่วางอยู่บนจานด้านหน้า ผู้กองเห็นดังนั้นเขาเลยคีบแซลมอนไปวางให้เสียเลย

            “เอ่อ ไม่ต้องคีบมาให้ก็ได้ เกรงใจ” ไอ้น้ำอึกอัก ปกติมีแต่เขาที่คอยเป็นคนคีบคนตักอาหารให้คนฝ่ายตรงข้าม


            ไม่ใช่ผู้กองนะ หมายถึง ผู้หญิงน่ะ


            “คีบคืนมาก็ได้ถ้าเกรงใจ” ผู้กองพูดทั้งที่รู้ว่าไม่มีทางที่คนอยากกินจะคืนให้แน่นอน

            “เรื่องอะไรล่ะ ให้แล้วก็ให้เลยสิ” ไม่ผิดอย่างที่ตำรวจหนุ่มคิด ไอ้น้ำเอาตะเกียบมาปิดป้องแซลมอนเอาไว้อย่างหวงแหน

            “ถ้าอยากกินอีก สั่งเพิ่มก็ได้นะ” ผู้กองปรานต์บอกอย่างใจป้ำ คนรอบข้างที่เขาเคยคุ้นเคยนั้นไม่ค่อยมีใครทานกันเยอะสักเท่าไหร่ เพราะกลัวหุ่นจะไม่ได้รูปทรง ใส่เสื้อผ้าไม่สวยอะไรเทือกๆ นั้น แต่คนตรงหน้าดูเหมือนจะไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลยด้วยซ้ำ


            มันไม่ใช่ภาพที่เขาจะได้เห็นบ่อยนัก


            “ไม่เอาแล้ว” น้ำตอบทั้งที่แซลมอนยังเต็มปาก

            “อิ่ม?”

            “เปล่า แค่คิดว่าอันนี้ก็กินไปแล้วไง สั่งอย่างอื่นมากินดีกว่า ผู้กองอยากกินอะไรเพิ่มอีกมั้ยล่ะ” ดูเหมือนไอ้น้ำจะถามอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วง แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย คนเห็นแก่กินอย่างมันเลือกเมนูอาหารไม่ได้ต่างหากเลยหาคนมาช่วยเลือกแทน

            “ฉันกินได้ทุกอย่าง นายสั่งมาเถอะ”

            “อืม...งั้นเอาอันนี้ก็ได้” ผู้กองปรานต์มองคนตรงหน้าที่กำลังแน่วแน่อยู่กับเมนูอาหาร ก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้

            “ยิ้มอะไร ผู้กอง เป็นบ้าเหรอ....น้องๆ เอาอันนี้ อันนี้ แล้วก็อันนี้” ไอ้น้ำเงยหน้ามาเจอคนบ้ากำลังยิ้มก็ด่าออกไปตรงๆ แล้วเรียกพนักงานสาวที่คาดว่าอายุน้อยกว่าตัวเองมาสั่งอาหารเพิ่ม

            “สั่งเพิ่มเยอะแบบนั้น กินหมดเหรอ” ผู้กองถามด้วยความเป็นห่วงเพราะกลัวจะเหลือทิ้งหากทานไม่หมด

            “หมดสิ หรือว่างก เดี๋ยวช่วยจ่ายก็ได้นะ ไม่ต้องเลี้ยงหรอก” ทีแรกไอ้น้ำตั้งใจจะให้ผู้กองเป็นเจ้ามือเลี้ยงจริงอย่างที่เจ้าตัวพูด แต่ดูจากจานอาหารตรงหน้าแล้ว เขาก็รู้สึกเกรงใจถ้าคนที่ไม่ได้สนิทกันสักเท่าไหร่ต้องมาเสียเงินเสียทองให้เขา

            “เปล่า ฉันจ่ายไหว แค่กลัวนายกินไม่หมด”

            “หมดๆ แค่นี้ไม่พอยาไส้หรอก ผู้กองก็กินด้วยสิหรือว่ากลัวอ้วน กลัวใส่ชุดตำรวจแล้วพุงจะยื่นใช่ปะ” ไอ้น้ำเดา ถึงแม้วันนี้ผู้กองจะใส่ชุดแบบประชาชนทั่วไป แต่ชุดตำรวจฟิตเปรี๊ยะขนาดนั้น กินอะไรเข้าไปนิดหน่อยคงตะเข็บแทบปริออกจากกัน

            “ไม่ใช่หรอก แค่มื้อเดียว ท้องคงไม่ขยายเร็วขนาดนั้นหรอก”


            ไม่ผิดอย่างที่ไอ้น้ำคุยโม้ไว้เพราะอาหารที่สั่งมานั้นหมดเรียบไม่เหลือให้ผู้กองหนุ่มต้องเสียดายเลย ไอ้น้ำตบท้องปุๆ เป็นสัญญาณบอกว่า ตอนนี้เจ้าตัวอิ่มแล้ว ผู้กองเลยเรียกพนักงานมาเก็บเงินสำหรับมื้อนี้

            “ผู้กองจะไปไหนต่อ” ไอ้น้ำถามหลังจากที่ออกมายืนอยู่หน้าร้าน

            “ฉันคงไปทำธุระแถวๆ นี้ นายล่ะ?”

            “ไปธนาคารอะ”

            “คงเสร็จพอๆ กัน ถ้าอย่างนั้นนายไปรอฉันที่รถก็แล้วกัน เสร็จแล้วจะได้กลับหมู่บ้านพร้อมกัน”

            “ไม่ต้องหรอก ผมจะไปดูหนังสักเรื่องแล้วไปรับยายฝน เอ่อ..น้องสาวน่ะ ที่โรงเรียน ผู้กองกลับไปเถอะ ไม่ต้องรอ” ไอ้น้ำบอกเพราะวันนี้เขาตั้งใจจะใช้เวลาอยู่ในเมืองทั้งวัน

            “ดูหนัง?”

            “อือ” ไอ้น้ำรับคำ

            “จองตั๋วหนังให้ฉันอีกใบด้วยก็แล้วกัน”

            “ห๊ะ! ผู้กองจะไปดูหนัง” ไอ้น้ำถามอย่างไม่เชื่อหู นี่เขาแค่ตกลงจะเป็นสายสืบในคดีให้อีกฝ่าย แต่ไม่ถึงกับต้องตามติดเขาขนาดนี้ก็ได้มั้ง

            “ใช่ ฉันเองก็ไม่ได้ดูหนังนานแล้ว อีกอย่างฉันเลี้ยงข้าวนายไปแล้ว คราวนี้นายก็เลี้ยงหนังฉันไง เอามือถือนายมาสิ” ไอ้น้ำทำตามคำพูดตำรวจ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมายื่นให้อีกฝ่ายอย่างงงๆ

            “....”

            “ฉันเมมเบอร์ฉันลงไปที่เครื่องนายแล้ว ได้ตั๋วรอบกี่โมง โรงที่เท่าไหร่ ก็ส่งข้อความมาบอกฉันด้วย ไปล่ะ” ผู้กองหนุ่มจัดการอย่างคล่องแคล่วแล้วก็ส่งโทรศัพท์มือถือคืนให้


            ทิ้งไอ้น้ำ ที่ยังงุนงง จับต้นชนปลายไม่ถูกเอาไว้ นับจากที่ดูหนังกับเพื่อนผู้ชายในรั้วมหาวิทยาลัยแล้วไอ้น้ำก็ไม่เคยดูหนังกับผู้ชายคนไหนอีกเลย


            กว่าจะนึกได้ เขาก็รู้สึกเหมือนคนกำลังจีบกันใหม่ๆ เลยหรือเปล่า ฉันเลี้ยงข้าวนาย นายเลี้ยงหนังฉัน


            ไม่เอาแบบนี้โว้ยยยย


            บ่นกระปอดกระแปดหงุดหงิดไปมากแค่ไหน สุดท้ายพอออกมาจากโรงหนัง ไอ้น้ำก็แฮปปี้เริงร่าสุดๆ หนังวันนี้สนุกสุดๆ ไปเลย

            “นี่ ผู้กอง ฉากที่พระเอกขับรถไล่ตามผู้ร้ายอะ มันมากเลยนะว่ามั้ย”

            “ก็สนุกดี”

            “มันสุดๆ เลยต่างหากแถมยังขำด้วย ยิ่งตอนที่รถพระเอกกระเด็นไปเหลือแต่ตัวพระเอกยืนเท่อะ ตลกมาก”

            “ใช่ ฉากนั้นตลกมาก” ผู้กองไม่ได้พูดตามอีกฝ่าย เขารู้สึกสนุกไปกับหนังวันนี้จริงๆ


            นานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่ได้เป็นตัวของตัวเองแบบนี้ ทั้งผ่อนคลาย ทั้งสบายใจ


            “เดี๋ยวไปรับน้องสาวนายใช่มั้ย ที่ชื่อฝน?”

            “ใช่ น้ำฝน แต่ผู้กองกลับไปก่อนก็ได้นะ ผมคงไปเตร่แถวหน้าโรงเรียน ยายฝนก่อน เพราะตอนนี้โรงเรียนยังไม่เลิกคงอีกสักชั่วโมงนู่นแหละ” น้ำหยิบโทรศัพท์มือถือมาดูเวลาก่อนจะบอกผู้กองไป

            “ไม่เป็นไร เดี๋ยวกลับพร้อมกันนั่นแหละ ไหนๆ วันนี้ก็ลางานทั้งวัน แล้วนี่นายจะรีบไปทำไม ในเมื่อโรงเรียนน้องสาวนายยังไม่เลิก”

            “ผู้กองไม่รู้อะไร หน้าโรงเรียนมีของกินเพียบ” ไอ้น้ำพูดพลางลูบท้องตัวเอง

            “นายเพิ่งกินป๊อปคอร์นไปถังใหญ่ไม่ใช่เหรอ” ผู้กองพูด เขารู้ว่าคนตรงหน้าดูจะชื่นชอบการกินเป็นอย่างมากแต่ไม่น่าจะกินได้มากหรือกินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่มแบบนี้

            “เดี๋ยวมันก็ย่อย แล้วถ้าผู้กองยืนยันว่าจะกลับด้วยกัน ก็ตามผมมาอย่าบ่น” ไอ้น้ำหันมาดุ พลางเดินนำเจ้าของรถไปที่รถของผู้กองเอง


            ระหว่างทางไปโรงเรียนไอ้น้ำคอยบอกทางผู้กองเป็นระยะ ไม่นานรถยนต์ก็ขับมาถึงหน้าโรงเรียน น้ำบอกผู้กองว่า ให้จอดรถทิ้งไว้บริเวณนี้เพราะเป็นพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้จอดได้ ก่อนจะดับเครื่องยนต์แล้วเดินไปหน้าโรงเรียนของน้ำฝน

            ไอ้น้ำตื่นตาตื่นใจกับอาหารที่มาขายหน้าโรงเรียนเป็นอย่างมาก บ้างก็เป็นร้านตั้งโต๊ะง่ายๆ บ้างก็เป็นรถเข็นมาขาย เขากำลังเลือกมันอย่างมีความสุข


สุขใดเล่าจะเท่ากับการได้กิน


นั่นคือ....คติประจำตัวไอ้น้ำ


“ฝน ยายฝน” ไอ้น้ำตะโกนเรียกพร้อมโบกไม้โบกมือให้น้องสาวที่เดินออกมาจากโรงเรียน เขาตะโกนทั้งที่ลูกชิ้นยังเต็มอยู่ในปาก ผู้กองมองภาพนั้นด้วยความระอา

“อาหารยังเต็มปากนายอยู่เลย” ผู้กองปรานต์เอ่ยเตือน

“มัวแต่กินให้หมด เรียกยายฝนไม่ทันพอดี” ไอ้น้ำกลืนลูกชิ้นหมดแล้วจึงหันมาตอบโต้ผู้กอง ประกอบกับน้ำฝนที่เห็นพี่ชายยืนอยู่กับใครคนหนึ่งแล้ว หญิงสาวก็มีสีหน้าแปลกใจแต่ก็เดินตรงเข้าไปหาคนทั้งคู่แต่โดยดี

“มาได้ไงอะ พี่น้ำ แล้วนี่ใครคะ...” น้ำฝนทักพี่ชายก่อนจะมองคนข้างๆ

“ก็มาทำธุระในเมืองเลยแวะมารับเอ็งด้วย นี่ผู้กองปรานต์ ที่ย้ายมาประจำอยู่หมู่บ้านเราไง” ผู้กองได้ยินสำเนียงของน้ำก็แปลกใจ เพราะระหว่างที่คุยกัน น้ำจะพูดกับเขาด้วยสำเนียงแบบคนกรุงเทพฯ นี่นับเป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินสำเนียงท้องถิ่นของเจ้าตัว

“อ่อ.. สวัสดีค่ะ ผู้กอง” น้ำฝนทักด้วยน้ำเสียงติดจะแปร่งเล็กน้อยพร้อมกับยกมือทำความเคารพคนที่อาวุโสกว่า ตำรวจหนุ่มก็รับไว้ทันที

“สวัสดีน้ำฝน”

“กลับเลยปะ หรือกินอะไรก่อนมั้ย” ไอ้น้ำพูดแทรกขึ้นมา

“อือ กลับเลยดีกว่า ไม่ค่อยหิว โชคดีนะเนี่ยวันนี้ไม่มีเรียนพิเศษ ไม่งั้นพี่ได้รอฝนอีกนาน”

“รถอยู่ทางนี้ครับ” ผู้กองบอกหญิงสาวแล้วเดินนำไปที่รถยนต์ของตัวเอง

“ผู้กองกับพี่น้ำมาด้วยกันได้ไงอะ” น้ำฝนถามพี่ชายจากทางเบาะด้านหลัง หญิงสาวยื่นหน้าออกมาตรงกลางระหว่างคนทั้งสองที่นั่งอยู่ด้านหน้า

“ข้าจะไปทำธุระในเมืองแล้วเจอผู้กอง ก็เลยขอติดรถมาด้วย”

“พี่กำลังจะเข้าไปทำธุระพอดีครับ น้องฝน” ผู้กองตอบหญิงสาวอย่างสุภาพ ทำให้ไอ้น้ำนึกหมั่นไส้ ทีกับเขา คำก็ไอ้หนู คำก็นาย ทีพูดกับน้องสาวเขา พูดเสียเพราะเลย โอ๊ย ไอ้หนุ่มชาวกรุง

“ไปรู้จักกันตอนไหนอะ” น้ำฝนยังสงสัย

“ตอนไหนก็ช่างเถอะน่า ไปทางเดียวกัน ไปด้วยกันก็ประหยัดน้ำมันดีไม่ใช่หรือไง” พี่ชายน้ำฝนตอบ ขอยืมคำพูดของผู้กองมาใช้หน่อยก็แล้วกัน

“เหรอ แล้ววันนี้พี่น้ำไปทำอะไรมาบ้างล่ะ”

“มัวแต่อยากรู้เรื่องของข้า เอ็งล่ะ วันนี้เรียนเป็นยังไงบ้าง”


“เหมือนเดิมแหละ” น้ำฝนตอบเอื่อยๆ

“เหมือนเดิมอะไร”

“ก็เหมือนตอนที่พี่เรียน พี่เรียนเป็นยังไงล่ะ ฉันก็เรียนอย่างนั้นแหละ”

“เหมือนข้าเหรอ เอ็งไปสูบบุหรี่หลังห้องน้ำชายด้วยเหรอ” ไอ้น้ำแกล้งแหย่น้องสาว

“พี่น้ำ! ฉันจะฟ้องแม่”

“ผ่านมาจะสิบปี นานขนาดนี้ ฟ้องไปตอนนี้ แม่ก็ไม่ด่าข้าแล้ว” ผู้กองฟังบทสนทนาของคนข้างๆ กับน้องสาวก็รู้สึกถึงความรักและความสนิทสนมของคนทั้งคู่ได้ดี ไม่เหมือนเขามีพี่ชายแต่ต่างคนก็ต่างทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่มีเวลาแม้กระทั่งจะโทรศัพท์หากัน

“เออ...พี่...แล้วเรื่องที่ฉันพูดกับพี่เมื่อวันก่อน เรื่องเรียนต่ออะ พี่พูดกับแม่ให้หรือยัง”

“ยายฝน เกรงใจผู้กองด้วย” ไอ้น้ำเตือนเพราะตอนนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เขากับน้องสาวสองคนที่อยู่ภายในรถ แต่มีเจ้าของรถด้วย

“รู้น่า แต่ไม่ถามตอนนี้แล้วจะถามตอนไหนล่ะ กลับบ้านก็เจอแม่แล้ว” น้ำฝนบ่นเพราะหาโอกาสคุยกับพี่ชายตามลำพังนั้นยากเหลือเกิน

“ถ้าไม่ได้ถือว่าเป็นความลับหรือเห็นว่าพี่เป็นคนนอกอะไร จะพูดตรงนี้ก็ได้ครับน้องฝน” ผู้กองอนุญาต ฟังสองพี่น้องคุยกันก็เพลินไปอีกแบบ

“เห็นมั้ย ผู้กองยังไม่ว่าอะไรเลย เร็วดิพี่น้ำ แม่ว่ายังไงบ้าง”

“แม่บอกว่าแล้วแต่เอ็ง”

“จริงเหรอ เย่! แม่พูดอย่างนั้นจริงนะพี่ อย่าหลอกให้ฉันดีใจเก้อนะ” น้ำฝนโห่ร้องด้วยดีใจลั่นรถ

“เบาๆ หน่อย ขอโทษนะผู้กอง” ไอ้น้ำหันไปดุน้องสาวแล้วก็หันมาขอโทษเจ้าของรถด้วย

“ไม่เป็นไร คนดีใจจะให้เก็บกลั้นไว้ก็คงลำบาก” ผู้กองปรานต์ตอบอย่างอารมณ์ดี

“พี่น้ำ แม่พูดจริงนะ” น้ำฝนถามย้ำ

“เออ จริง ทีแรกจะไม่ให้เอ็งไปหรอกเพราะเห็นว่าข้ากลับมาอยู่ที่บ้านแล้ว แต่พอพูดไปเรื่อยๆ แม่ก็ใจอ่อน”

“พี่จะไม่กลับกรุงเทพฯ จริงๆ เหรอ”

“ยังไม่รู้ว่ะ อีกปีแน่ะ เอ็งถึงจะเข้าเรียนมหา’ลัย เวลานั้นค่อยดูก็แล้วกันว่าจะเอายังไง” ไอ้น้ำตอบปัด เขายังไม่อยากอธิบายหรือพูดถึงอะไรต่อหน้าบุคคลที่สาม

“จ้ะ”

“อย่าลืมเลือกคณะที่อยากเรียนที่สุดไว้ด้วยล่ะ”

“ถึงจะยังลังเลอยู่ แต่ก็จะรีบเลือกเร็วๆ นี้แหละ” น้ำฝนตอบ

“น้องฝนอยากเข้าคณะอะไรครับ” ผู้กองที่ขับรถนั่งฟังพี่น้องมานาน ถามขึ้นบ้าง

“ฝนอยากเรียนเภสัช ไม่ก็พยาบาลค่ะ”

“อืม ทั้งสองคณะน่าสนใจทีเดียว น้องฝนลองชั่งน้ำหนักดูนะ ว่าทำไมถึงอยากเรียนคณะเภสัช ทำไมถึงอยากเรียนคณะพยาบาล ลองลิสต์ข้อดีข้อเสียของสองคณะนี้มาก็ได้นะ เผื่อจะได้เป็นแนวทางเลือกให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น”

“ขอบคุณค่ะผู้กอง”

“เรียกพี่ปรานต์ก็ได้ครับ”

“ค่ะพี่ปรานต์” ไอ้น้ำฟังน้องสาวของตนเองกับผู้กองหนุ่มคุยกันแล้วก็อยากเข้าไปฉีกโมเมนท์มุ้งมิ้งอะไรแบบนี้


พี่ปรานต์ น้องฝน เหอะ อย่ามาทำให้น้องสาวข้าต้องหลงเสน่ห์นะเว้ย ไอ้ผู้กองขี้เก๊ก


“พี่น้ำเป็นอะไร หน้าตาบึ้งเชียว”

“เปล่า ผู้กองขับเร็วๆ หน่อย ช้าเป็นเต่าคลานแบบนี้ เมื่อไหร่จะถึง” ไอ้น้ำตอบน้องสาวสั้นๆ แล้วหันไปบอกผู้กองข้างตัว ตอนนี้เขากำลังพาลมั่วไปหมดทุกคน

“พี่ปรานต์รู้มั้ยคะ ว่าพี่น้ำเป็นอะไร”

“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันครับ”

“สงสัยผีเข้า เราอย่าไปสนใจเขาเลยค่ะ” น้ำฝนรำคาญพี่ชายที่จู่ๆ ก็อารมณ์เสียอย่างปัจจุบันทันด่วน

“ครับ” ผู้กองก็รับคำแต่โดยดี

“แล้วทำไมพี่ปรานต์ถึงเป็นตำรวจคะ”


“อืม ตอนเด็กๆ พี่เคยพลัดหลงกับคุณแม่ โชคดีได้คุณตำรวจมาช่วยไว้ คงประทับใจตั้งแต่ตอนนั้นล่ะมั้ง ก็เลยตั้งเป้าว่าอยากเป็นตำรวจมาตั้งแต่เด็ก”

“สุดยอดเลยค่ะ มีเป้าหมายตั้งแต่เด็กเลย”

“เหอะ โม้หรือเปล่าก็ไม่รู้” ไอ้น้ำบ่นเบาๆ แต่คนในรถก็ยังได้ยิน

“พี่น้ำ ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ เดี๋ยวฉันจะฟ้องแม่ ว่าพี่น้ำเสียมารยาท” น้ำฝนดุพี่ชายคืน

“ไม่เป็นไร น้องฝน พี่ไม่โกรธหรอก เขาบอกว่าอย่าถือสา คนบ้าอย่าว่าคนเมา” ผู้กองไม่ลืมที่จะตอบโต้อีกฝ่ายกลับไป


หนอย ไอ้ผู้กองปรานต์ ฮึ่ย ไอ้น้ำได้แต่คาดโทษไว้ในใจ


“ถ้าไปส่งฝนกับพี่น้ำที่บ้านแล้วพี่ปรานต์ไปไหนต่อหรือเปล่าคะ”

“ยังไม่มีแพลนไปไหน คงกลับไปที่พักเลยครับ”

“ถ้าอย่างนั้น อยู่ทานข้าวที่บ้านฝนก่อนดีมั้ยคะ แม่น้อยคงอยากเจอพี่ปรานต์ ผู้กองคนใหม่ของหมู่บ้านเหมือนกัน”

“อย่าดีกว่าครับ เกรงใจน้องฝนกับแม่น้อย”

“ใช่...ยายฝน อย่าชวนผู้กองไปบ้านเราเลย เขาอาจจะลำบากใจก็ได้” ไอ้น้ำรีบสนับสนุนความคิดผู้กองทันที เพราะเขาก็ไม่ได้อยากให้อีกฝ่ายมาที่บ้าน

“เหรอคะ พี่ปรานต์ เสียดายจัง” ไอ้น้ำลอบยิ้มที่ทุกอย่างเป็นไปตามที่ตนเองหวังไว้ น้ำฝนนั่งอยู่ทางด้านหลังจึงไม่เห็นรอยยิ้มของพี่ชายแต่ก็ไม่สามารถเล็ดรอดจากสายตาผู้กองที่หันมาเห็นพอดี


“พี่เปลี่ยนใจแล้ว ถ้าน้องฝนยังยินดี พี่ก็อยากไปทานข้าวฝีมือแม่น้อยสักมื้อ”


“ยินดีเลยค่ะ แม่ของฝนอะทำกับข้าวอร่อยที่สุดในโลกเลย”


ตอนนี้ ไอ้น้ำอยากตะโกนว่า เวรกรรมอะไรของกูเนี่ย!



=====================================

HAPPY LONG WEEKEND ค่าา

วันนี้มาเร็วหน่อยค่ะ ไอ้น้ำคะยั้นคะยอ ให้พาไปหาเลขเด็ดอยู่นั่นเอง


ติด Tag ได้เลยค่ะ #LOTTOสื่อรัก #คนบ้าหวย2018


เฟสบุ๊ค https://www.facebook.com/akanae14/ และ ทวิตเตอร์ค่ะ https://twitter.com/khemmakan


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-04-2018 20:34:00 โดย เขมกันต์ »

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2635
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ colorofthewind21

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1657
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1
อะไรๆๆ หึงหรอจ๊ะพ่อเด็กเดินโพยหวยย5555

ออฟไลน์ Readyaoi

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 212
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1
หึงผู้กอง หรือ หวงน้องสาวเอ่ยยย

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1866
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
น้ำสับสนตัวเองสินะ ไม่รู้ตัวว่าเป็นอะไร อิอิอิ
ไม่ต้องคิดมากนะ เดี๋ยวตำรวจจับ
 :laugh: :laugh:

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13269
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26

ออฟไลน์ Patsz

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 165
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
สนุกค่ะ เนื้อเรื่องน่ารัก ไม่่หยาบคาย
ถ้าได้เลขเด็ดจากเจ้าแม่ อย่าลืมบอกกันบ้างนะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3463
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ pranliew

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 26
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ชอบบบ ตลกน้องน้ำ 55555 อยากรู้แล้วว่าทำไมกลับมาบ้านที่ต่างจังหวัดนะน้องน้ำ ไม่ใช่โดนสาวหักอกมาใช่ป่าววววว

ออฟไลน์ มะเขือม่วง

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 435
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0

ออฟไลน์ เขมกันต์

  • nothing’s else I can say
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 456
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +164/-9
    • Twitter


งวดเก้า โชว์ให้พี่เขาเห็นหน่อย





           แม่น้อยดูปลื้มอกปลื้มใจเป็นอย่างมากที่ผู้กองหนุ่มให้เกียรติมาทานอาหารที่บ้านของนาง ตอนที่เห็นว่าลูกชายกับลูกสาวลงมาจากรถยนต์คันงามนั้น แม่น้อยก็แปลกใจ พอเห็นหน้าเจ้าของรถเท่านั้น แม่น้อยแทบจะลงบันไดบ้านมาต้อนรับแทบไม่ทันเลยทีเดียว ทีแรกก็ไม่แน่ใจว่าใช่ผู้กองปรานต์ที่เพิ่งย้ายมาประจำการหรือเปล่า เห็นทีไร ชายหนุ่มก็ยืนอยู่ลิบๆ มาเห็นใกล้ๆ วันนี้



            พ่อเจ้าประคุณเอ๋ย หล่อไม่หยอกเลยทีเดียว แม่น้อยล่ะอยากลดอายุไปอีกสามสิบปี



            “พอทานได้มั้ย ผู้กอง” แม่น้อยถามด้วยความเป็นห่วง

            “ทานได้ครับแม่น้อย อาหารฝีมือแม่น้อยอร่อยมาก” นอกจากจะรูปร่างหน้าตาหล่อเหล่ากระชากใจสาวน้อยสาวใหญ่ คำพูดคำจาของผู้กองก็ไม่เป็นรองใคร หัวใจคนแก่มันกระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันที

            “แหม ยอคนแก่ก็เป็น อาหารพื้นบ้านทั้งนั้นแหละจ้ะ น้ำพริก ผักลวก” แม่น้อยถ่อมตัว

            “แค่น้ำพริก ผักลวก แล้วใครที่วิ่งไปผัดหมูกับทอดไข่เจียวเพิ่มอีก ทีกับลูกสองคนไม่เคยได้กินดีขนาดนี้” ไอ้น้ำอดค่อนขอดมารดาไม่ได้

            “ไอ้น้ำ!เสียมารยาท” แม่น้อยดุ แต่ไม่ได้ทำเสียงดังเกินไปเพราะเกรงใจแขกร่วมโต๊ะ

            “ก็จริงนี่แม่” ไอ้น้ำยังเถียงต่อ

            “พี่ปรานต์อย่าไปสนใจเลยค่ะ พี่น้ำก็ทำตัวเป็นเด็กขี้อิจฉาเท่านั้นเองแหละค่ะ ขนาดฝนกอดแม่นะคะ พี่น้ำยังมาแย่งกอดแม่เลยค่ะ” น้ำฝนได้โอกาสขายพี่ชายเสียเลย

            “ยายฝน!” ถึงคราวที่ไอ้น้ำต้องดุน้องสาวบ้าง แต่มีหรือที่น้ำฝนจะกลัว

            “ทั้งคู่ อย่าเสียมารยาทได้มั้ย แม่อายผู้กองเขา” แม่น้อยบ่นลูกทั้งสองคน

            “ไม่เป็นไรหรอกครับ แม่น้อย เห็นอย่างนี้แล้วสนุกดีครับ ไม่เหมือนที่บ้านผม ต่างคนต่างทานข้าว แทบไม่ได้ทานพร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้สักเท่าไหร่” ผู้กองหนุ่มบอกแม่น้อยเพราะที่บ้านของเขามีแต่นักธุรกิจอีกทั้งแม่ก็เป็นคุณหญิงออกงานไม่เว้นแต่ละวัน ส่วนเขาก็คอยไปรับไปส่งวรันต์

            “โถ พ่อคุณ หน้าเศร้าเชียว มาทานข้าวที่นี่บ่อยก็ได้นะ ถือซะว่าที่นี่เป็นเหมือนบ้านผู้กองก็ได้ ผู้กองมาบ่อยๆ เผื่อจะได้ช่วยเป็นหูเป็นตาดูแลยายฝนบ้าง ฉันเองก็เป็นห่วงลูกสาวคนเล็กเหลือเกิน” ด้วยความเห็นใจและสงสารผู้กอง แม่น้อยจึงอนุญาตให้เข้านอกออกในบ้านของนางได้ตลอดเวลา พร้อมทั้งฝากพ่วงบุตรสาวของตนไปอย่างแนบเนียน

            “แม่ ชวนตาลุงนี่ทำไม”

            “ไอ้น้ำ! เรียกผู้กองแบบนี้ได้ยังไง คิดว่าโตแล้วข้าไม่กล้าตีหรือ เดี๋ยวจะตีให้ก้นลายเลย” คราวนี้แม่น้อยดุจริงจังเสียแล้ว จนไอ้น้ำหน้าเสียไม่กล้าต่อความกับแม่อีก ส่งผลให้น้ำฝนไม่กล้าพูดอะไรให้มากความด้วยเช่นกัน

            “ไม่เป็นไรครับ” ผู้กองเริ่มกระอักกระอ่วน ไม่อยากให้แม่ลูกหมางใจกัน

            “ยังไม่ขอโทษ ผู้กองอีก” แม่น้อยพูดแกมสั่ง

            “ขอโทษ ผู้กอง” น้ำเอ่ยขอโทษพร้อมยกมือไหว้ผู้กองแต่โดยดี แต่ก็ยังหน้ามุ่ยอยู่


            “ต่อไปนี้ถ้าข้าได้ยินเอ็งเรียกผู้กองไม่ดีอีก ข้าจะตีเอ็ง จำไว้”


  แม่น้อยไม่เข้าใจว่าทำไมบุตรชายของนางถึงเรียกผู้กองไปแบบนั้น ปกติแล้วน้ำไม่ได้มีนิสัยอันธพาลหรือพูดจาไม่ดี ยิ่งกับแขกหรือคนนอกด้วยแล้ว น้ำมีมารยาทมากกว่ายายฝนเสียด้วยซ้ำ เพราะเป็นพี่ชายและอยู่ในเมืองกรุงมาหลายปี ไม่รู้ว่าโกรธอะไรผู้กองคนนี้นักหนา ดูจากภายนอก ก็ไม่เห็นว่าผู้กองจะแกล้งหรือไม่ชอบไอ้น้ำเลย

“ฉันไม่โกรธหรอก” ผู้กองยกโทษให้ไอ้น้ำอย่างง่ายดายเพราะไม่ได้คิดโกรธแค้นอะไร การที่อีกฝ่ายถูกมารดาดุต่อหน้าคนนอกหรือแขกอย่างเขา ก็ถือว่าเสียหน้ามากพอแล้ว

“ผู้กองปีนี้อายุเท่าไหร่จ๊ะ ท่าทางยังเด็กอยู่เลย”

“ปีนี้ผมอายุยี่สิบแปดครับ”

“อืม ก็ไม่มากไม่น้อย ผู้กองคงทำงานเก่งไม่เบาถึงได้เลื่อนขั้นเร็วขนาดนี้” แม่น้อยพูดซื่อไปตามประสา ดูจ่าสมคิดกับจ่าสมหมายสิ อายุปูนนี้ทั้งสองยังเป็นแค่จ่าอยู่เลย

“เลื่อนขั้นตามปกติครับ ผมเรียนนักเรียนนายร้อยมาก่อน ยศตั้งแต่แรกคือว่าที่ร้อยตรี แล้วก็เลื่อนขั้นตามอายุงานครับ” ผู้กองหนุ่มอธิบาย เขาไม่อยากให้เข้าใจผิดว่าตนเองใช้เส้นสายใดๆ เพื่อให้ได้มาในลาภยศตำแหน่ง

“เก่งจริงนะพ่อ” แม่น้อยชื่นชมผู้กองคนนี้ยิ่งนัก เห็นแล้วรู้สึกถูกชะตายังไงก็บอกไม่ถูก

“พี่ปรานต์เก่งจริงๆ ค่ะ” น้ำฝนเอ่ยชมตามมารดา
         
         “ไม่หรอกก็เหมือนคนอื่นๆ นั่นแหละครับ น้องฝน” ผู้กองอดกระดากไม่ได้เมื่อถูกชมตรงๆ
     
         “เอ้า เจ้าน้ำเงียบไปเลยหรือเอ็ง” มารดาถามบุตรชายที่เงียบไป นางจึงชวนไอ้น้ำคุยบ้างด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อยที่ดุไอ้น้ำต่อหน้าคนนอก
   
         “ก็ฉันกลัวพูดไม่ถูกหูแม่อีก” มันงอนจริงๆ อย่างที่แม่น้อยคิด


            “เอ็งลองคิดดูว่าสมควรแล้วหรือเปล่าที่ถูกข้าดุ” แม่น้อยพูดพลางตักไข่เจียวให้ไอ้น้ำเพื่อเอาใจบุตรชาย

            “สมควรจ้ะ”

            “คิดได้ก็ดี แล้วก็เลิกงอนเสียเถอะ เป็นผู้ชายขี้งอนมันดูไม่ค่อยเหมาะหรอก จริงมั้ยผู้กอง”  ผู้กองสะดุ้งในใจ ไฉนถึงโยนเรื่องนี้มาให้เขากันล่ะ

            “เอ่อ...ก็คงงั้นมั้งครับ” ผู้กองตอบด้วยความลำบากใจ เพราะคนรอบข้างเขาส่วนใหญ่ก็งอนเก่งเหลือเกิน เขาเลยชินกับการคอยตามง้อ



            หลังจากเก็บสำรับเรียบร้อยแล้ว แม่น้อยก็ชวนผู้กองคุยอีกสักพักก็ขอตัวเข้าไปนอน ก่อนจะลุกไปก็ย้ำนักย้ำหนาให้ผู้กองมาทานข้าวที่นี่บ่อยๆ โดยไม่ลืมให้ไอ้น้ำลงไปส่งผู้กองที่หน้าบ้านด้วย

            “ขอบใจมากที่เลี้ยงข้าว แม่น้อยของนายน่ารักและใจดีมาก” ผู้กองเอ่ยขอบคุณเมื่อทั้งคู่เดินมาถึงรถยนต์

            “อือ ก็ใจดีกับทุกคนแหละ ยกเว้นลูกตัวเอง” ไอ้น้ำตอบหน้ายังมุ่ยอยู่บ้าง

            “ขอโทษที่ทำให้นายโดนดุ อย่าโกรธแม่น้อยเลย”

            “ไม่เป็นไร ผมไม่โกรธทั้งคุณและแม่หรอก ก็จริงอย่างที่แม่พูดนั่นแหละ” ไอ้น้ำเป็นประเภท ถ้าไม่ผิดมันจะเถียงหรือหาวิธีและเหตุผลมาสู้จนกว่ามันจะชนะ แต่ถ้ามันรู้แก่ใจว่าผิดมันจะไม่ดื้อเถียงต่อ

            “ขอบใจนะ” ผู้กองพูดพลางยกมือขึ้นมายีศีรษะของคนอ่อนกว่าด้วยความลืมตัว เขามักจะทำแบบนี้กับวรันต์เวลาที่นึกเอ็นดู


แต่น้ำ ไม่ใช่วรันต์ เขารีบยกมือออกเมื่อนึกขึ้นได้


“ผู้กองทำอะไรเนี่ย ผมยุ่งหมด แล้วขอบใจเรื่องอะไรอีก อ่อ.. เรื่องคดีใช่ปะ ยังไม่ต้องขอบใจหรอก คอยดูผลงานผมก่อนก็แล้วกัน ถึงตอนนั้นค่อยมาขอบใจก็ยังไม่สาย” ไอ้น้ำพูดพลางจัดทรงผมคืนให้เข้าที่

“อืม ถ้าได้เรื่องอะไรมาก็ส่งข้อความมาหาฉัน ว่าได้เรื่องมาแล้วก็พอ ไม่ต้องใส่รายละเอียด แล้วฉันจะมาหานายเอง”

“เอางั้นเหรอ อืม...ก็ได้ แล้วแต่ผู้กองเถอะ”

“ฉันไปล่ะ”


“อืม” ไอ้น้ำพูดจบก็เดินขึ้นบ้านโดยไม่สนใจว่ารถยนต์จะเคลื่อนตัวไปหรือยัง ผู้กองไม่ใช่หญิงสาวที่เขาต้องเอาใจเสียหน่อย


แต่อีกฝ่ายกลับมองหลังของไอ้น้ำจนหายเข้าไปในบ้าน แล้วจึงขับรถออกไป


ขอบใจนะที่ทำให้เขานึกถึงความสุขได้อีกครั้ง


หวยงวดใหม่ใกล้เข้ามาเต็มที ไอ้น้ำยังไม่รู้ว่าจะไปหาเลขจากที่ไหนดี สงสัยต้องกลับไปโรยแป้งที่ต้นไม้ในวัดแล้วล่ะมั้ง หมู่บ้านเราไม่มีอะไรแปลกๆ ให้ตีเลขเลยเหรอ หรือจะฝันแทนแล้วจะตีหวยได้มั้ยล่ะ ไอ้น้ำตีเลขจากฝันไม่เป็น ถ้าบอกแม่แล้วถอดความออกมา เลขนั้นจะถูกมั้ย


เรื่องของหวย แต่มันไม่ใช่เรื่องหวยๆ นะเว้ย มันยาก ศาสตร์นี้ล้ำลึกยิ่งนัก


ไอ้น้ำนั่งมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ไปด้วยคิดเรื่องหวยไปด้วย ยังไม่มีอะไรสำเร็จสักอย่าง เขาเพิ่งได้รับโปรเจ็คใหม่มาหมาดๆ พี่บาสดีลงานมาให้ แต่ลูกค้าคนนี้ดูจะเรื่องเยอะไม่เบา บางทีเขาอาจจะต้องขึ้นไปกรุงเทพฯ บ้างเป็นครั้งคราวเพื่อคุยงานเกี่ยวกับโปรเจ็คนี้ สรุปนี่เขาคิดผิดคิดถูกวะ ที่รับมา


เอาเข้าไป ไอ้น้ำเอาทุกอย่างเข้ามาตีในหัวจนพันวุ่นไปกันใหญ่แล้ว

 “ไอ้น้ำ ไอ้น้ำโว้ย อยู่มั้ยวะ” เสียงเรียกจากหน้าบ้านดังขึ้นมาถึงบนบ้าน ไอ้น้ำที่กำลังทึ้งหัวตัวเองอยู่ ต้องหยุดชะงักมือลง และเตรียมจะลุกออกไปดู

“ใครวะ ใครมาถามหาลูกข้า” แม่น้อยเดินออกไปดูพลางตะโกนถามแข่งกับข้างล่าง

“ข้าเอง นางน้อย” นามแช่มร้องบอก

“อ้อ พี่แช่ม พี่สาย พี่เล็ก นี่เอง”

“เออ พวกข้าเอง”

“มาถามหาไอ้น้ำ มีธุระอะไรกับมันจ๊ะ หรือมันไปสร้างเรื่องอะไรให้พวกพี่” แม่น้อยมีสีหน้าเครียดขึ้นมาทันที

“โอ๊ย เปล่า ไอ้น้ำลูกเอ็ง มันเป็นเด็กนิสัยดี คนในตลาดก็เอ็นดูมันทุกคน” นางสายรีบปฏิเสธพร้อมหยอดคำพูดเคลือบน้ำผึ้งให้กับนางน้อยอย่างรวดเร็ว

“งั้นหรือจ๊ะ ถ้าอย่างนั้นที่พวกพี่มาวันนี้คือ...” เท่านั้นแม่น้อยก็โล่งใจที่ไอ้น้ำไม่ได้ไปก่อเรื่องอะไรไว้

“ก็...ใกล้ถึงวันหวยออกแล้ว” นางเล็กพูดเสียงเบา ทั้งสี่คนสบตากันแล้วก็เป็นอันว่ารู้กัน

“อ๋อ จริงด้วยจ้ะ .... ไอ้น้ำ ไอ้น้ำเว้ย ป้าๆ เขามาหาเอ็งแน่ะ” แม่น้อยตอบพี่ทั้งสามแล้วร้องบอกลูกชายให้ออกมาจากห้อง

“จ้ะๆ ฉันออกไปเดี๋ยวนี้แหละ” ไอ้น้ำตะโกนตอบกลับไป

บ้านนี้นี่มันยังไง คุยกันเบาๆ ไม่ได้เหรอ ต้องตะโกนเสียงดังคุยกันตลอด ไอ้น้ำไม่เข้าใจ

“สวัสดีจ้ะ ป้าแสง ป้าแช่ม ป้าเล็ก” น้ำยกมือไหว้ผู้อาวุโสกว่า จริงๆ เห็นหน้าค่าตาในตลาดกันแทบทุกวัน หากไม่ยกมือไหว้ ป้าๆ ก็คงไม่ได้ตะขิดตะขวงใจ แต่คนที่ไม่พอใจนี่ไม่พ้นมารดาเขาที่อยู่ข้างๆ แน่

“ไหว้พระเถอะเอ็ง”

“มีอะไรจ๊ะป้า” ไอ้น้ำถาม

“ข้าจะชวนเอ็งไปหาเลข”

“เมื่อไหร่อะป้า”  ไอ้น้ำตอบรับดวงตาสุกสกาว เขากำลังเบื่ออยู่พอดี

“คืนนี้”

“ที่ไหนบอกมาเลยจ้ะ ฉันพร้อมแล้ว”

“แม่ตะเคียน ที่ท่าน้ำหน้าวัด” ได้ยินคำตอบของป้าทั้งสาม ไอ้น้ำก็ไม่พร้อมเสียแล้ว เขากลัวแม่ตะเคียนไม่อยากไป ให้ตายสิ

“เอ่อ...ฉันว่า...ฉันขอผ่านดีกว่าจ้ะ” ไอ้น้ำอ้อมแอ้มตอบออกมา

“ได้ไงวะไอ้น้ำ ไหนบอกว่าเอ็งพร้อม” นางแช่มถามออกมา ไฉนไอ้น้ำถึงเปลี่ยนใจเร็วขนาดนี้

“ฉันกลัวจ้ะ” สีหน้าของไอ้น้ำไม่สู้ดีนัก ให้ไปเผชิญหน้ากับแม่ตะเคียนอีกงานนี้มันคงจะจับไข้แน่นอน

“กลัวอะไรของเอ็งวะ”

“กลัวแม่ตะเคียนจ้ะ ยิ่งไปตอนค่ำฉันยิ่งกลัว” มันตอบพลางลูบแขน อุปาทานว่ารู้สึกเย็นเยือก

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวไปเร็วหน่อยก็ได้ ไม่ต้องถึงกับมืดค่ำหรอก แม่น้อยจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงลูกด้วยดีมั้ย” นางเล็กพยายามหาทางเลือก หาข้ออ้างต่างๆ มาพูด

“ถึงอย่างนั้นก็ยังกลัวอยู่ดีจ้ะ” ไม่กลัวได้ยังไง ขนาดกลางวันแสกๆ ในวัด แม่ตะเคียนยังมาคุยกับเขาได้ นับประสาอะไรกับถิ่นฐานของแม่ตะเคียนในช่วงเวลากลางคืน

“ฮ้าย ไม่ต้องกลัวหรอก คนไปเยอะแยะ ไม่ใช่มีแต่พวกข้านะ คนในตลาดไปกันทั่ว งวดก่อนนั้นที่พวกข้าถูก คนในตลาดถามว่าได้เลขจากที่ไหนมา ข้าก็บอกไปว่าเอ็งตีเลขจากเจ้าแม่ตะเคียนมา” นางสายบอกให้น้ำคลายกังวล

“แต่...”

“จะแต่อะไรอีกเล่า คนในหมู่บ้านฝากความหวังไว้ที่เอ็งเลยนะไอ้น้ำ เอ็งจะทำให้พวกข้าผิดหวังงั้นหรือ” นางแช่มบ่นพร้อมยกภาระอันหนักอึ้งให้ไอ้น้ำแบกไว้

“ถ้าฉันบอกผิดล่ะจ๊ะ”

“หวยพวกนี้ไม่ใช่ใครซื้อตามก็จะถูกได้ทุกคน ดวงใครดวงมัน เอ็งก็ไม่ใช่คนเจ้าคนทรงอะไร ที่จะดูเลขได้ ไปเถอะนะ” นางสายพูดปลอบใจคนบอกเลข

“ไปเถอะนะ ไอ้น้ำ” นางเล็กพูดตาม

“ไปเถอะนะ ไอ้น้ำ เห็นใจพวกข้าด้วย” นางแช่มเสริมเป็นกำลังสุดท้าย

“ไปเถอะ ข้าก็อยากรู้เลข เดี๋ยวแม่ทำกับข้าวของโปรดของเอ็งรอไว้” นั่นไง คนสุดท้าย คำขอร้องของแม่น้อย แต่ทำไม ไอ้น้ำรู้สึกเหมือนเป็นคำสั่ง


เหอะ เอาของกินมาล่อลวงเขา แต่ก็นะ มันได้ผลอยู่เหมือนกัน


กลัวผีก็กลัว ของอร่อยก็อยากกิน โอ๊ย ไอ้น้ำเครียด


“ไปกันเยอะแน่นะป้า” น้ำถามย้ำ

“เยอะ เชื่อข้า” นางแช่มบอก

“ก็ได้จ้ะ”

“ห้าโมงครึ่งวันนี้ เอ็งจะไปเองหรือไปพร้อมกับพวกข้า” นางเล็กถาม

“เดี๋ยวฉันเดินไปเองจ้ะ” ไอ้น้ำบอกใจจริงก็อยากไปพร้อมป้าๆ แต่มันยังไม่มืดมาก เขาคิดว่าน่าจะพอทนไหวอยู่



โพล้เพล้เย็นนั้น ไอ้น้ำก็อาบน้ำปะแป้งเสียหล่อ ผมเผ้าที่เพิ่งสระถูกสะบัดให้แห้งพอเป็นพิธีแล้วก็เตรียมลงจากบ้านไป อาบน้ำเร็วแบบนี้ไม่ใช่อะไร



คืนนี้จะได้ไม่ต้องกลัวเวลากลับมาอาบน้ำยังไงล่ะ


“จะไปแล้วหรือ” แม่น้อยถามดังออกมาจากในครัว

“จ้ะ แม่” น้ำกล้ำกลืนฝืนตอบ ไม่ได้อยากไปเลย แม่เข้าใจไอ้น้ำบ้างมั้ย



‘แล้วฉันเลือกอะไรได้มั้ย เลือกให้ฉันไม่ไปได้หรือเปล่า’


“แม่ทำกับข้าวของโปรดเอ็งไว้หลายอย่าง กลับมาแล้วก็มากินข้าวด้วยนะลูก” แม่น้อยพูดเอาใจลูกชาย แต่มีหรือไอ้น้ำจะไม่เข้าใจจุดประสงค์ของมารดา

“จ้ะ ฉันจะกลับมากินให้เรียบเลย” สรุปว่าถอยหลังกลับไม่ทันแล้ว



น้ำเดินค่อนข้างช้า เหมือนว่าขาทั้งสองข้างถูกถ่วงด้วยอะไรสักอย่าง ไม่ได้อยากจะไปถึงท่าน้ำหน้าวัดเร็วเลย อยากจะถ่วงเวลาเอาไว้ให้นานที่สุด เรื่องแบบนี้ไม่เจอกับตัวไม่มีวันเข้าใจหรอก ไอ้น้ำคิดอย่างปลงๆ ก่อนจะเดินต่อไปเรื่อยๆ

“ไปไหนน่ะ” เสียงทุ้มดังขึ้นข้างหลัง ทำให้ไอ้น้ำสะดุ้งสุดตัว โอ๊ย คนยิ่งกลัวผีอยู่

 “เฮ้ย ตกใจหมด ทำไมไม่ส่งเสียงมาก่อนล่ะวะ ถ้าตกใจจนหัวใจวาย ตายไปจะทำยังไง อ้าว ผู้กองเองเหรอ” น้ำด่ารัวเพื่อระงับอาการตกใจพอหันกลับไปดูจึงเห็นว่าเป็นผู้กอง

“ฉันเอง เป็นอะไร ขวัญอ่อนจริง”

“ช่างเถอะ ผู้กองมาทำอะไรแถวนี้ เลิกงานแล้วเหรอ” ไอ้น้ำถามพลางมองชุดที่ผู้กองสวมใส่ ไม่ใช่ชุดตำรวจแต่อย่างใด กลับเป็นเสื้อยืด กางเกงยีนส์ง่ายๆ

“เลิกแล้ว เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็เลยมาเดินดูคนในหมู่บ้านเสียหน่อย เผื่อมีใครต้องการความช่วยเหลือ”

“ช่วยเหลือคนหรือหาข่าวคนกันแน่” ไอ้น้ำย้อนถาม

“ก็เหมือนกันนั่นแหละ ถ้าเจอคนร้ายก็จะได้ช่วยเหลือคุณพัด” ผู้กองหนุ่มตอบอย่างไม่ยี่หระ

“อืม” ไอ้น้ำไม่เถียงต่อเพราะผู้กองพูดได้อย่างถูกต้อง ผู้กองหนุ่มคนนี้ดูใส่ใจงานจากใจจริง ขนาดเลิกงานก็ยังไม่ได้ทำตัวหยุดพักจากทำงาน

“แล้วนายล่ะ กำลังจะเดินไปไหน”

“ท่าน้ำหน้าวัด” ไอ้น้ำตอบแล้วก็ออกเดินต่อ คิดในใจว่าคงจะไปช้ากว่าที่พวกป้าๆ นัดแล้วล่ะ ไปถึงคงโดนบ่นเสียหูชา แต่ไม่เป็นไรหรอก

“มีอะไรถึงไปที่นั่น” ผู้กองพูดไปพร้อมกับเดินข้างไอ้น้ำไปด้วย เขาตัวสูงกว่าน้ำเลยก้าวขาให้สั้นลง ไม่อย่างนั้นคงเดินนำหน้าอีกฝ่ายไปไกล

“ไปขูดเลข ขอหวย”

“หืม? ขอหวย” ปรานต์สงสัย มีเรื่องพวกนี้ด้วยจริงๆ สินะ เคยแค่ได้ยินแต่ชื่อ แต่ไม่เคยเห็นกับตา

“อือ หวยที่คุณตั้งใจจะจับผมเข้าคุกนั่นแหละ” ไอ้น้ำตอบประชดผู้กองกลับไป

“ขูดเลข ขอหวย เป็นยังไง ขอไปดูด้วยได้มั้ย” ผู้กองถามเพราะไม่รู้ว่าเรื่องพวกนี้ห้ามคนนอกหรือเปล่า

“วันนี้คนน่าจะเยอะ ถ้าผู้กองจะไม่ไปจับพวกเขา ก็ไปเถอะ”

“ไม่จับหรอก ไม่ได้ทำผิดกฎหมายสักหน่อย แล้วจะขูดเลขยังไงล่ะ” ผู้กองหนุ่มถาม เขาไม่เคยเห็นมาก่อนจึงนึกภาพไม่ค่อยออกนัก

“เดี๋ยวไปถึงก็รู้เอง” น้ำขี้เกียจอธิบาย ตั้งใจให้ผู้กองไปเห็นเองกับตาคงจะเหมาะที่สุด

“นี่ ผู้กอง” ระหว่างทางเมื่อเดินใกล้ถึงที่หมาย น้ำก็ถามผู้กองเสียงเบา

“ครับ?” คำพูดสุภาพ น้ำเสียงอ่อนโยน ทำให้ไอ้น้ำชะงักเล็กน้อย ตั้งแต่กลับมาอยู่ที่หมู่บ้านก็มีแต่คนเสียงดังตะโกนคุยกัน จนลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้เขาต้องใช้คำพูดพวกนี้เวลาคุยงานหรือพบเจอคนอื่น

“ผู้กองกลัวผีปะ” ถึงคำพูดสั้นๆ ของผู้กองจะทำให้น้ำนึกถึงชีวิตในกรุงเทพฯ แต่เขาก็ไม่ลืมเป้าหมายที่จะถามแต่ทีแรก

“ไม่รู้สิ ไม่เคยเจอ”

“ไม่ได้กวนใช่ปะ?” ไอ้น้ำหรี่ตามองอีกฝ่าย

“ไม่ได้กวน ไม่เคยเจอจริงๆ เลยไม่รู้ว่าต้องกลัวมั้ย” ผู้กองบอก ไม่ได้ตั้งใจกวนอารมณ์คนถามเลย

“เหรอ” ไอ้น้ำคิดหลายตลบเพื่อหาตัวช่วย ใครจะรู้ตัวออกใหญ่โต ถ้าเจอผีอาจจะกรีดร้องอย่างกับผู้หญิงก็เป็นได้


เฮ้อ จะฝากความหวังได้มั้ย เพราะสามป้านั่น ไอ้น้ำมั่นใจว่าถ้าเจอผีต้องเป็นอันวิ่งป่าราบแน่นอน

“ถามทำไม”

“ถามเฉยๆ ไม่มีอะไรหรอก” ใครจะกล้าบอกล่ะว่า มีผี ขืนอีกฝ่ายทิ้งเขาไว้กลางทาง เขาก็ซวยน่ะสิ สองหัวยังไงก็ดีกว่าหัวเดียว

“ถึงแล้ว” ไอ้น้ำบอกอย่างไม่จำเป็น มองจากสถานการณ์ตรงหน้า ผู้กองก็คงเข้าใจ ไทยมุงเยอะขนาดนั้น

“พวกเรา...ไอ้น้ำมาแล้วเว้ย” นางแช่มหันมาเห็นไอ้น้ำก่อนเป็นคนแรกจึงตะโกนบอกทุกคนที่เหลือ



เห็นมั้ยล่ะ คุยกันตะโกนกันทุกที




=======================

มาเร็ว เคลมเร็ว โชว์เร็วหน่อยนะคะ วีคนี้งานเยอะ ก่อนจะหยุดยาวค่ะ

เอ็นดู ดูเอ็น ไอ้น้ำแค่ไหน คอมเมนท์ใส่มาได้เลยค่ะ

Have a Great Day naka !!


ติด Tag ได้เลยค่ะ #LOTTOสื่อรัก #คนบ้าหวย2018



เฟสบุ๊ค https://www.facebook.com/akanae14/ และ ทวิตเตอร์ค่ะ https://twitter.com/khemmakan



ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1866
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
มีตำรวจมาช่วยดูด้วย คงได้เลขเต็ดแน่น้องน้ำ อิอิอิ
 :m20: :m20:

ออฟไลน์ Readyaoi

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 212
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1
อ่านจับไข้ เป็นจับไข่ โอ๊ยยย

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13269
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
ได้เลขอะไรบอกกันหน่อยเด้อ

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3463
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5414
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ pranliew

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 26
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
น้องน้ำ จะพาพี่ผู้กองเจอผีเหรอเนี่ยยยย แม่นางตะเคียนคงชอบ 5555 ผู้กองหล่อๆ อิอิ ขอให้ได้เลขเด็ดๆมานะจ้ะ

ออฟไลน์ appattap

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 293
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
สนุกมาก ๆ เลยค่าา รอติดตามตอนต่อไปน้า 

ออฟไลน์ colorofthewind21

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1657
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1
ผู้กองไปขูดหวยเร็วว ให้น้ำสอนๆ5555

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2635
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ มะเขือม่วง

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 435
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0

ออฟไลน์ kungverrycool

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 294
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
รอเลขเด็ดเอ๊ยรอน้องน้ำกะผู้กองคร่าาาาา :katai2-1:

ออฟไลน์ Patsz

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 165
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
พาตำรวจไปขูดหวย คิดได้ไงเนี่ย
เดาว่าเจ้าแม่อาจเป็นสาววาย

ออฟไลน์ เขมกันต์

  • nothing’s else I can say
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 456
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +164/-9
    • Twitter

งวดสิบ เห็นอย่างนี้ก็ใจดีนะ




            “ไอ้น้ำ ข้าคิดว่าเอ็งจะไม่มาเสียแล้ว” นางแช่มบ่นเบาๆ ไอ้น้ำที่เตรียมแคะหูรอถึงกับ     โล่งอก อ้อ...แค่นี้เองเหรอ

            “ขอโทษจ้ะ ฉันมาช้าไปหน่อย” ไอ้น้ำกล่าวขอโทษทุกคน

            “ไม่เป็นไร มาช้ายังดีกว่าไม่ว่า อ้าว แล้วนี่เอ็งพาผู้กองมาด้วยหรือ” นางเล็กทักขึ้นบ้าง

            “พอดีฉันเจอผู้กองระหว่างทาง ผู้กองอยากรู้เลยขอตามมาด้วย”

            “สวัสดีครับ” ผู้กองปรานต์เอ่ยทักทายทุกคน

            “ตามสบายนะผู้กอง คนกันเองทั้งนั้น เรื่องหวยๆ น่ะ” นางสายพูดจบก็เริ่มภารกิจโรยแป้งขาว


            กลุ่มชาวคอหวยถูไม้ตะเคียนกันอย่างเมามันและตั้งใจ ทุกงวดคือความหวัง

            “เขาทำกันแบบนี้เหรอ” ผู้กองก้มลงไปถามน้ำที่ยืนอยู่หลังสุด ไม่ได้แทรกตัวเข้าไปข้างใน

            “ส่วนใหญ่ก็แบบนี้แหละ เอาแป้งโรย มือถูๆ ลูบๆ ดู ตาดีก็เห็น ตาไม่ดีก็ไม่เห็น แค่นั้น” น้ำอธิบาย

            “แล้วปกติเห็นมั้ย” ผู้กองยังสงสัย

            “ก็เห็นนะ แต่ก็เห็นเลขไม่เหมือนกันหรอก แปลกดี” น้ำตอบกลับ

            “เลขขึ้นแล้วๆ” เสียงนางแช่มร้องตะโกนเสียงดังด้วยความดีใจ

            “เลขอะไรวะ ไหนให้ข้าดูสิ” นางเล็กเพื่อนคู่ใจถามพลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้เลขเลือนรางคู่นั้น

            “ศูนย์กับแปดเหรอวะ” นางสายพูดขึ้นมาด้วยความไม่แน่ใจ

            “คนอื่นว่าไงกัน” คนที่มุงอยู่ด้านหลังก็เริ่มทยอยเข้าไปดู เสียงบริเวณนี้จึงดังอื้ออึงเซ็งแซ่เพราะทุกคนต่างพากันแย่งพูด

            “พอ หยุดพูด เห็นไม่ตรงกันสักคน” นางแช่มตะโกนให้ทุกคนอยู่ในความสงบ

            “ก็แล้วจะเอายังไงล่ะ” ผู้ชายคนหนึ่งถามนามแช่ม

            “ไอ้น้ำ เอ็งมาดูสิ” นางแช่มโบกมือเรียกน้ำให้เข้าไป น้ำเข้าไปได้โดยง่ายเพราะทุกคนพร้อมแหวกทางเดินออกเป็นวงกว้างราวกับนี่คือพรมแดงอย่างไรอย่างนั้น

            “ฉันไม่ค่อยแน่ใจเลยจ้ะป้า”

            “ทำไมพูดอย่างนั้นวะ ไม่แน่ใจได้ยังไง เอ็งดูดีๆ ไม่ต้องรีบ พวกข้ารอได้” นางเล็กไม่สบายใจ เห็นเลขไม่ตรงกันแล้วไอ้น้ำยังไม่แน่ใจอีก

            “ไม่ใช่ว่าเอ็งรู้แล้ว แต่กลัวพวกข้าจะถูกเหมือนกันนะเว้ย” นางแช่มพูดอย่างไม่ไว้ใจ

            “ป้าก็รู้ว่าฉันไม่ใช่คนแบบนั้น กี่งวดต่อกี่งวด ถ้าฉันเห็น ฉันก็บอกทุกที”

            “นางแช่ม เอ็งก็ปากไม่ดี พูดว่าร้ายมัน เดี๋ยวมันงอนไม่บอกเลขพวกเราหรอก” นางสายที่ได้สติหันไปต่อว่านางแช่มเพื่อนรัก เดี๋ยวจะกลายเป็นปากพาจน อดกันหมดเสียหรอก

            “ขอฉันดูอีกครั้งนะป้า” น้ำพูดพลางก้มลงไปดูเลขอีกครั้ง


            “สองกับแปดจ้ะ ฉันให้สองกับแปด”เสียงเย็นๆ กระซิบดังข้างหู ไอ้น้ำสะดุ้งสุดตัวพร้อมขนแขนที่ลุกตั้งชันทันที

            “สะ...สองกับแปดจ้ะ ฉันกลับก่อนนะ” ถึงจะกลัวผีแค่ไหน แต่ก็กลัวพวกป้ารุมยำเขาด้วยเช่นกัน ไอ้น้ำบอกเสร็จก็รีบจ้ำอ้าวออกจากบริเวณนั้น

            “จะกลับเลยหรือ” นางสายถาม

            “จ้ะ ฉันหิวข้าวแล้ว”

            “เออๆ ขอบใจเอ็งมากไอ้น้ำ” สามป้าบอกขอบคุณไอ้น้ำพร้อมกัน



            ไอ้น้ำเดินออกมาไม่กี่ก้าวก็ได้ยินเสียงคิกคักดังขึ้นจากด้านหลัง เขารับรู้ได้จากสัญชาตญาณเลยว่า มาอีกแล้ว แม่ตะเคียนมาอีกแล้ว ไอ้น้ำหันซ้ายหันขวา ไม่เจอใคร ป้าสามคนยังอยู่ตรงเรือที่ทำจากไม้ตะเคียนอยู่ที่เดิม จะให้เขาวิ่งกลับไปเหรอ ฟังดูไม่เข้าทา ถ้าวิ่งร้อยเมตรตรงกลับบ้านน่าจะเข้าทีกว่า


            “เดี๋ยว จะกลับทำไมไม่เรียกฉันด้วย” ผู้กองปรานต์คว้าแขนของน้ำไว้ ตอนมาก็มาด้วยกัน พอตอนกลับ ทำไมจึงคิดจะกลับไปคนเดียวกัน


            “ไม่รู้ว่าคุณจะกลับด้วย ก็ดี..กลับด้วยกันสิ ถ้าอย่างนั้นไปส่งผมที่บ้านด้วยได้มั้ยครับ” สาบานเถอะต้องมาขอร้องผู้ชายให้ไปส่งที่บ้าน คนอย่างไอ้น้ำมีแต่ไปส่งสาว แต่ช่างมันก่อน เรื่องผีไม่ใช่เรื่องตลก ไอ้น้ำอาศัยจังหวะนี้กอดแขนผู้กองปรานต์แน่น ผู้กองมองการกระทำนั้นด้วยความแปลกใจ ตอนขามาไม่ได้มีทีท่าอยากจะเดินใกล้ชิดเขาเลย เมื่อกี้ก็ดูจะอยากกลับคนเดียว แต่ตอนนี้กลับกอดแขนเขาเสียแน่น



            “ได้ เดี๋ยวฉันเดินไปส่งนายที่บ้าน” ปกติผู้กองมักจะได้ยินเสียงคนข้างๆ พูดจาไม่ค่อยอ่อนหวานหูสักเท่าไหร่นัก แต่ทำไมคราวนี้กลับขอร้องให้เขาไปส่งที่บ้าน ทั้งคำพูดและน้ำเสียงที่เหมือนกำลังออดอ้อนเขาอีกล่ะ



            “แฟนเหรอจ๊ะ ว้า...แย่เลย ฉันก็อกหักแล้วล่ะสิ  ไม่นึกว่าแฟนพ่อน้ำจะหล่อขนาดนี้ ทิ้งเขาไว้ที่นี่สักคืนสิจ๊ะ ฉันจะดูแลให้อย่างดีเลย” แม่ตะเคียนเอ่ยแซวพลางขอให้คุณตำรวจอยู่ที่นี่

            “ไม่!” น้ำตอบแม่ตะเคียนเสียงดัง

            “ไม่อะไรหรือ น้ำ” ผู้กองถาม ด้วยความประหลาดใจ จู่ๆ น้ำก็ตะโกนขึ้นมา ทั้งท่าทางคำพูดประกอบกัน ไม่แน่ใจว่าตอนนี้น้ำยังปกติดีอยู่หรือเปล่า ผู้กองเริ่มไม่แน่ใจเสียแล้ว


            “ไม่ใช่แฟนหรือไม่ให้เขาอยู่กับฉันล่ะ พ่อ ฮ่าๆ”แม่ตะเคียนยังแซวไม่หยุด ไอ้น้ำอยากจะบอกว่าไม่ใช่ทั้งคู่นั่นแหละ แต่หูก็พลันได้ยินเสียงเด็กคนหนึ่งร้องดังขึ้นเสียก่อน


            “โอ๊ย ฉันเจ็บนะป้า” ไอ้น้ำหันกลับไปตามเสียง ลืมแม่ตะเคียนไปชั่วครู่

            “ไอ้ไก่ เอ็งมายืนทำอะไรตรงนี้ เกะกะพวกข้า เห็นมั้ยเกือบจะโดนข้าเหยียบ กลับบ้านไปได้แล้วไป” นางแช่มบ่นรูปร่างเทอะทะของป้าแช่มตอนที่ขยับดันเบียดร่างของเด็กอย่างไอ้ไก่เสียล้ม

            “ฮือ..ฮือ..” ไอ้ไก่ลุกขึ้นยืน ร้องไห้แล้วออกเดินกลับบ้าน จังหวะที่เดินมาถึงไอ้น้ำก็ถูกรั้งตัวเรียกเอาไว้

            “ไอ้ไก่”

            “ฮือ... จ๊ะ พี่น้ำ” ไก่ยังร้องไห้ไม่หยุด

            “ทำไมถึงมาที่นี่ได้ แล้วแม่เอ็งล่ะ”

            “แม่ป่วยจ้ะ ฉันได้ยินว่าเขามีขูดเลขขอหวยที่นี่ ฉันเลยมาดูเผื่อว่าจะได้เลขไปซื้อ จะได้ถูกหวยกับเขาบ้าง”

            “อายุแค่นี้ หัดเล่นหัวแล้วหรือวะ ถ้าเอ็งถูกหวยแล้วเอาเงินไปทำอะไร ติดการพนันหรือ” ไอ้น้ำมองไอ้ไก่อย่างคาดโทษ หวยไม่ใช่เรื่องที่ดี เขาย่อมรู้ดี เด็กอย่างไอ้ไก่ไม่ควรจะเข้าวังวนนี้เร็วนัก

            “เปล่าจ้ะ ฉันจะเอาเงินไปให้แม่ เผื่อแม่จะยอมไปหาหมอเสียที”

            “แล้วแม่เอ็ง ทำไมไม่ไปหาหมอ นี่ไอ้ไก่...หยุดร้องไห้ได้แล้ว” ไอ้น้ำละมือที่กอดแขนผู้กองไว้ มาเช็ดน้ำตาให้ไอ้ไก่ ผู้กองมองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาอ่อนโยนแต่ไม่ได้เอ่ยอะไร


  เด็กคนนี้ใจดี
         

           “แม่บอกจะเก็บเงินไว้ให้ฉันไปโรงเรียนจ้ะ พี่น้ำ”

            “แป๊ปนึงนะ” ไอ้น้ำล้วงกระเป๋ากางเกงพบว่าตัวเองมีเงินติดกระเป๋ามาแค่หนึ่งร้อยบาทเท่านั้น จึงหันไปทางผู้กอง

            “ผู้กอง พกเงินมาด้วยมั้ย”

            “อืม ทำไม”

            “ผมขอยืมสักห้าร้อยก่อนได้มั้ย เดี๋ยวถึงบ้านแล้วจะคืนให้” ไอ้น้ำถาม

            “ได้สิ” ผู้กองหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาแล้วหยิบเงินให้ตามที่อีกฝ่ายขอ

            “ขอบคุณครับ” ผู้กองยิ้ม พลางคิดพูดเพราะๆ ก็เป็นเหมือนกันนะเด็กนี่

            “ไม่เป็นไร”

            “เอาเงินนี่ไป แล้วพาแม่ไปหาหมอ จ้างลุงข้างบ้านให้เอารถไปส่งแม่ รู้มั้ย”

            “จ้ะ รู้จ้ะ”

            “ส่วนนี่ร้อยหนึ่ง” ไอ้น้ำพูดแล้วเงียบลง ไอ้ไก่และผู้กองมองที่น้ำเพราะรอฟังว่าน้ำจะพูดอะไรต่อ



            “แม่ตะเคียนจ๊ะ ฉันขอสามตัวตรงได้มั้ย ฉันไม่ซื้อเองหรอกแต่จะให้ไอ้ไก่เอาไปซื้อหวย จะได้มีเงินเอาไปกินเอาไปใช้ ระหว่างที่แม่มันป่วย”ไอ้น้ำอธิษฐานบอกแม่ตะเคียน



            “นอกจากรูปหล่อแล้วยังใจบุญ พ่อขอขนาดนี้มีหรือฉันจะไม่ให้ ห้าสองแปดนะจ๊ะ จำให้แม่น”


            “ขอบใจแม่ตะเคียนมากจ้ะ”


            น้ำบอกขอบใจแม่ตะเคียนในใจแล้วย่อตัวลงกระซิบบอกที่หูของไอ้ไก่


            “จำได้มั้ย” น้ำถามไอ้ไก่ตอนที่ลุกขึ้นยืนแล้ว

            “จำได้จ้ะพี่น้ำ”


            “รู้ใช่มั้ย ต้องไปที่ไหน” น้ำถามอีก

            “จ้ะ”

            “หนึ่งร้อยเนี่ย เอาไปที่นั่น เข้าใจนะ”

            “ขอบคุณพี่น้ำมากจ้ะ ฉันไม่รู้จะตอบแทนยังไง ถ้างั้นฉันขอให้พี่สองคนรักกันนานๆ นะจ๊ะ” ไอ้ไก่บอกแล้วรีบวิ่งกลับบ้าน

            “ไม่เป็นไร” ไอ้น้ำพูดไล่หลังไอ้ไก่ด้วยใบหน้าแดงก่ำ

            “กลับเลยนะ?” ผู้กองที่ยืนรออยู่หันมาถาม

            “อือ กลับ”



            “พ่อน้ำ หวยที่ฉันให้ พ่อน้ำก็ต้องซื้อด้วยนะ แล้วฉันขอชุดไทยสวยๆ สักชุดสองชุด ได้มั้ยจ๊ะ”เสียงแม่ตะเคียนดังขึ้นอีก เมื่อสักครู่นี้เขาไม่กลัวเพราะอยากช่วยไอ้ไก่ แต่ตอนนี้เขากลัวขึ้นมาอีกแล้ว มือไอ้น้ำคว้าหมับเข้าที่แขนของผู้กองอีกครั้ง


            “ได้จ้ะ ฉันจะซื้อมาให้”ไอ้น้ำตอบในใจ

            ผู้กองปรานต์ชักเริ่มสงสัยแล้วสิว่า คนข้างๆ นี่เป็นอะไร เดี๋ยวก็พูดเพราะ เดี๋ยวก็มาเกาะแขนเขา คิดอะไรเกินเลยกับเขาหรือเปล่าหรือจริงแล้วเป็นคนแปลกๆ แบบนี้เอง ผู้กองนึกอยากรู้จึงแกล้งดึงแขนที่ถูกน้ำเกาะแน่นไว้ให้หลุดออก ไอ้น้ำยื่นมือตามแขนข้างนั้นไป แต่แขนของผู้กองก็หลุดรอดไปได้ น้ำนึกเสียดายไม่มีหลักให้ยึดเกาะเพราะแม่ตะเคียนยังวนเวียนอยู่แถวนี้

            จังหวะที่ไอ้น้ำมัวแต่พะวงกลัวแม่ตะเคียนอยู่นั่นเอง ผู้กองก็ยกมือคว้าไหล่ของน้ำเข้ามาแนบกับอกตัวเอง น้ำไม่รู้ว่าจะจัดการมือไม้ที่เงอะงะของตัวเองยังไง หูก็ได้ยินเสียงแม่ตะเคียนขึ้นข้างตัวอีกครั้ง


“ขอบใจจ้ะ พ่อน้ำจะบอกแม่น้อยซื้อหวยด้วยก็ได้นะ ฉันใจดี”ได้ยินประโยคยาวแบบนั้น เขาเลยตกใจกอดเอวผู้กองเสียแน่น


ผู้กองปรานต์มองคนที่เอาหัวมาแนบกับไหล่เขาแล้วก็ยิ่งไม่เข้าใจ น้ำมีท่าทางชอบกลจริงๆ ดูจากบรรยากาศโดยรอบแล้วเขาก็ไม่ควรถามให้มากความ บางเรื่องไม่รู้จะดีกว่า อีกทั้งกลิ่นสบู่ของอีกฝ่ายนั้นมันกระทบเข้าจมูกเขาอย่างจัง มันไม่เหมือนกับกลิ่นน้ำหอมที่ใครหลายคนพากันประโคมจนฉุน ผู้กองปรานต์อดไม่ได้ก้มหน้าลงไปเล็กน้อย หมายจะพิสูจน์กลิ่นนั้นว่ามันมาจากคนข้างๆ จริงหรือเปล่า



และมันก็ใช่..


“ไม่คุยแล้ว พอเถอะ” น้ำพึมพำพูดออกมา

“ไม่คุยๆ ปะ กลับบ้านกัน” ผู้กองไม่ได้คุยอะไรกับน้ำเลยสักคำ แต่ก็ยอมเออออตามอีกฝ่ายไป

“อือ” สติของน้ำแทบจะไม่เหลือแล้ว เขาอาจจะต้องป่วยไข้แล้วจากโลกนี้ไปตั้งแต่อายุยี่สิบห้าก็เป็นได้ ทำบุญให้เขาเยอะๆ นะ แม่ตะเคียนยังได้บุญ เขาก็คงได้เหมือนกันแหละ



            เดินล่องลอยไร้สติมาสักพักผู้กองก็หยุดเท้าลง ไอ้น้ำเหลือบมองบันไดตรงหน้าแล้วเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าถึงบ้านของตัวเองแล้ว


            “ขอบคุณผู้กองที่มาส่ง” ไอ้น้ำพอเห็นหน้าบ้านก็เหมือนได้สติกลับคืนมา นึกขึ้นได้ก็รีบผละออกมาจากอ้อมแขนนั้นราวกับถูกของร้อน ด้วยความผลุนผลันทำให้เขาหน้าคะมำโชคดีที่จับบันไดยันตัวเองไว้ได้

            “เสียงดังเอะอะ อะไรจากข้างล่าง” เสียงแม่น้อยดังอยู่บนบ้าน

            “ฉันเองจ้ะแม่” ไอ้น้ำเลยตะโกนตอบมารดากลับไป

            “ไอ้น้ำเองเรอะ แล้วทำอะไรอยู่ข้างล่างนานสองนานไม่ขึ้นมา” แม่น้อยถามพลางเดินออกมาที่หน้าประตูจึงเห็นว่าบุตรชายของนางไม่ได้มาคนเดียว

            “อ้าว ผู้กอง สวัสดีจ้ะ ไปไงมาไงล่ะพ่อ” แม่น้อยใช้เสียงสองถามตำรวจหนุ่ม


            “พูดกับชายอื่นล่ะเสียงหวาน ทีกับลูกชายล่ะเสียงเข้ม” ไอ้น้ำอดไม่ได้ที่เย้าแหย่แม่น้อย

            “เรื่องของข้า”

            “ผู้กอง อย่าเพิ่งไปนะ เดี๋ยวผมขึ้นไปเอาเงินบนบ้านมาให้” ไอ้น้ำพูดเพราะนึกขึ้นได้ว่ายืมเงินของผู้กองไปให้ไอ้จ้อย

            “ไม่เป็นไร”

            “ไม่ได้ ยืมก็คือยืม รับปากไว้แล้ว” ไอ้น้ำบอกอีกฝ่ายแล้วรีบขึ้นบ้านไปอย่างรวดเร็ว อากัปกริยาที่ดูแน่วแน่แบบนั้น พลันให้ผู้กองนึกถึงวรันต์ อดีตคนรัก รายนี้ก็ชอบหยิบยืมเงินเขาอยู่เป็นประจำ แต่ไม่เคยคืนเขาอย่างที่พูด ตัวเขาเองก็ไม่เคยทวงหรือคิดอะไรเพราะเขาเต็มใจให้


            “แล้วนี่กินอะไรมาหรือยังจ๊ะ” แม่น้อยชวนผู้กองคุยระหว่างที่รอบุตรชายไปหยิบเงิน

            “ยังครับ แม่น้อย เดี๋ยวค่อยกลับไปกินที่บ้านพัก” ผู้กองตอบ

            “อะไรกัน ได้ยังไง จะไปกินที่บ้านพักมีอะไรให้กินกันล่ะ กินที่นี่แหละผู้กอง กว่าจะเดินถึง
บ้าน ท้องจะหิวจนเกินไป”

            “ไม่เป็นไรครับแม่น้อย”

            “ไม่ต้องเกรงใจฉันหรอก  ฉันกับข้าวทำไว้เยอะแยะ ทำเอาใจไอ้น้ำมัน” แม่น้อยเอ่ยชวนอย่างอารมณ์ดี

            “กินที่นี่เถอะผู้กอง อะ นี่ห้าร้อยที่ยืมมา หายกันแล้วนะ” ไอ้น้ำกลับออกมาทันได้ยินแม่น้อยชวนผู้กองกินข้าวพอดี เขาชวนอีกฝ่ายอีกครั้งเพราะเห็นแก่ที่อุตส่าห์เดินมาส่งเขาที่บ้าน เป็นเพื่อนระหว่างทางพอให้เขากลัวน้อยลงจากแม่ตะเคียน


            “ถ้าอย่างนั้น ก็ได้ครับ” ผู้กองตกปากรับคำแล้วรีบขึ้นบันไดเข้าบ้าน


            แม่น้อยเดินไปที่ครัว ผู้กองอาสาจะช่วยแต่ก็ถูกปฏิเสธเสียก่อน จังหวะนั้นก็ได้ยินไอ้น้ำบอกแม่ว่า ไม่ต้องทำหรอก เดี๋ยวน้ำจะจัดการเอง แต่แม่น้อยก็ไม่ยอม อุ่นอาหารให้บุตรชายและตัวผู้กอง อ้างว่าอาหารมันเย็นแล้ว กินเย็นๆ มันไม่อร่อยเท่าอาหารร้อนๆ หรอก

            “แล้วเอ็งไปยืมเงินผู้กองได้ยังไง หืม เที่ยวยืมเงินคนอื่นไปทั่ว” แม่น้อยบ่นบุตรชายและด้วยความที่บ้านค่อนข้างเงียบ ผู้กองจึงได้ยินเสียงแม่ลูกคุยกันอย่างชัดเจน

            “เจ๊สาวป่วย แม่รู้หรือเปล่า ไอ้ไก่มันไปแถวท่าน้ำหน้าวัดที่เขาขูดเลขกัน กะจะเอาไปซื้อหวย ฉันก็เลยยืมเงินผู้กองให้ไอ้ไก่ไป” เจ๊สาวที่ไอ้น้ำว่าคือคนงานในสวนของแม่น้อย

            “รู้สิวะ คนงานข้าทั้งคน เอ้อ ข้าก็ลืมไป นางสาวมันลาไปตั้งแต่เมื่อวาน นี่มันป่วยหนักเลยเหรอวะ” แม่น้อยพูดพลางยกมือทาบอกด้วยความตกใจ

            “ไม่รู้ว่าเป็นหนักหรือเปล่า แต่ไม่ยอมไปหาหมอจ้ะ กลัวไม่มีเงินให้ไอ้ไก่ไปเรียนหนังสือ”

            “อะไรอย่างนั้น พรุ่งนี้ เดี๋ยวข้าหารถคนแถวนี้ไปพานางสาวไปโรงพยาบาล เจ็บป่วยไม่ดูแลตัวเองได้ยังไง ถ้าเป็นอะไรหนักหนาจริงๆ แล้วใครจะดูแลไอ้ไก่กัน” แม่น้อยบ่นพลางตักอาหารขึ้นจากกระทะ

            “แล้วแม่ไม่ต้องหักค่าแรงเจ๊สาวนะ ฉันให้เองห้าร้อยนั่นน่ะ” ไอ้น้ำบอกก่อนเพราะกลัวแม่จะหักเงิน

            “เออ ไม่หักหรอก ต่อให้เอ็งไม่ให้ ข้าก็ไม่ใจดำอยู่ดี คนเห็นหน้ากันทุกวัน ช่วยได้ก็ช่วย    เอ้านี่ ยกออกไป ป่านนี้ผู้กองหิวแย่แล้ว” แม่น้อยส่งจานมาให้ ไอ้น้ำที่ตักข้าวรออยู่ก่อนแล้วจึงรอ  ยกออกไปพร้อมกัน

            “กับข้าวง่ายๆ นะผู้กอง” แม่น้อยบอกผู้กอง

            “ขอบคุณครับ ผมทานได้”

            “ถ้าอย่างนั้นก็ตามสบายนะพ่อ ทานกันไปเถอะ ฉันขอตัวเข้านอนก่อนล่ะ เหนื่อยมาทั้งวัน”

            “ขอบคุณครับ”

            “ไหว้พระเถอะจ้ะ” แม่น้อยรับไหว้ก่อนจะเดินหายเข้าห้องนอนของตนเอง ทิ้งไอ้น้ำให้กินข้าวกับผู้กองตามลำพัง

            “ไหนดูสิ ของโปรดของนายคืออะไรบ้าง” ผู้กองกวาดตามองกับข้าวสามสี่อย่างตรงหน้าแล้วเงยหน้าขึ้นมองน้ำ

            “อะไร กินไม่ได้เหรอ ผมกินล่ะนะ” น้ำถามไปอย่างนั้น เริ่มลงมือตักกับข้าวมาใส่ในจานของตนเอง เลิกสนใจ      ผู้กองอย่างแท้จริง

            “กินได้แต่ไม่คิดว่าจะเป็นอาหารเด็ก”

            “อาหารเด็กก็ไม่ต้องกินก็ได้นะ ผู้กอง” ไอ้น้ำว่าพลางจะยกจานกับข้าวหนี แต่ก็ถูกกองดึงมือเอาไว้ก่อน

            “ล้อเล่น แค่นี้ก็ทำโกรธไปได้”

            “แล้วไป รีบกินสิเดี๋ยวจะเย็นเสียก่อน กินให้หมดนะ ถ้าเหลือเดี๋ยวแม่เสียใจ” ไอ้น้ำพยักเพยิดให้ผู้กองเริ่มลงมือกินข้าวเสียที

            “อืม”

            “นี่ผู้กอง เรื่องคดี...” ไอ้น้ำตั้งท่าจะถามเรื่องคุณพัดที่เจ้าตัวรับผิดชอบหน้าที่สืบข่าว

            “อย่าเพิ่งพูดที่นี่ มีอะไรให้ทำตามอย่างที่เคยบอก” ผู้กองหมายถึงให้น้ำส่งข้อความไปให้ตนเอง

            “ไม่ได้จะพูดอะไร แค่บอกว่าถ้ามีเรื่องอะไรที่ผมจะช่วยได้อีก ก็บอกละกัน”

            “ขอบใจนายมาก” ผู้กองสังเกตได้ว่าน้ำเป็นคนจิตใจดี แค่ฟังสองแม่ลูกคุยกันในครัวก็ทำให้เขาสัมผัสได้แล้วว่า ที่น้ำเป็นแบบนี้ก็เพราะมารดาของเขาสอนมาอย่างดี ถึงจะไม่ได้พูดจาด้วยถ้อยคำหวานหูกัน แต่ด้านจิตใจนั้นกลับตรงกันข้าม เขาถึงว่าคนเรามองกันที่ภายนอกไม่ได้

            “ไม่เป็นไร ผมเต็มใจ”



            มื้อนี้ผู้กองอาสาช่วยน้ำล้างจาน ทีแรกน้ำก็ปฏิเสธเหมือนกับแม่น้อยที่ไม่ให้เขาช่วยเหลือ แต่น้ำนั้นใจอ่อนง่ายกว่าแม่ของตนเองมากนัก พอพูดย้ำๆ มากเข้า น้ำก็ให้เขาเข้ามาช่วยล้างจานในครัวจนได้

            “ล้างเบาๆ นะผู้กอง ถ้าจานแตกไปผมถูกแม่ด่าอีก”

            “รู้แล้ว ไม่ทำแตกหรอก” น้ำล้างมือแล้วเดินหายเข้าไปข้างใน ผู้กองไม่ได้ถามอะไรจนกระทั่งอีกฝ่ายกลับมา

            “เอาไฟฉายนี่ติดตัวไปด้วย” น้ำวางไฟฉายไว้ข้างๆ ผู้กอง

            “เอามาทำไม”

            “กลางคืนทางเดินมันเปลี่ยว อันตราย” น้ำบอกวัตถุประสงค์

            “โทรศัพท์ก็มีแฟลช” ผู้กองบอกด้วยความเกรงใจ

            “เอาไปเถอะ ไฟฉายมันส่องได้ไกลกว่า เหลือดีกว่าขาด”

            “ขอบใจนะ วันหลังจะเอามาคืน”

            “อืม”


            ผู้กองรับไฟฉายนั้นไว้ พลางก็คิดในใจ วรันต์เคยห่วงเขาแบบนี้บ้างหรือเปล่า




=======================

็HAPPY Songkran's Day ค่ะ !!
ขอให้มีความสุขกับวันนี้แล้วก็ดูแลตัวเอง
รักษาเนื้อรักษาตัวให้ปลอดภัยด้วยค่ะ

เมาไม่ขับนะคะ

ด้วยรักและห่วงใยจากเขมค่ะ



Talk :::


ตอนนี้จะว่าไปก็เหมือนไม่น่าเชื่อแต่ก็เชื่อค่ะ เรื่องหวยที่แม่ตะเคียนให้
เขมแต่งตอนนี้ก่อนวันหวยออกหนึ่งวันและหวยออกเลขที่เขียนในเรื่องนี้ไปจริงๆ ค่ะ
เสียดายมากกกกกกก ไม่ซื้อเป็นเลขประจำเลยล่ะค่ะ

ห้ามแจ้งตำรวจมาจับเขมนะคะ พลีสสสสสสสส  :mew6:





ติด Tag ได้เลยค่ะ #LOTTOสื่อรัก #คนบ้าหวย2018

เฟสบุ๊ค https://www.facebook.com/akanae14/ และ ทวิตเตอร์ค่ะ https://twitter.com/khemmakan



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-04-2018 18:23:19 โดย เขมกันต์ »

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6
 :L2: :pig4:

เปรียบเทียบตลอดเลยนะ คิดไรหรอ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-04-2018 14:21:20 โดย Billie »

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3463
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด