LOTTO สื่อรัก #คนบ้าหวย2018 *** แจ้งข่าวค่ะ 11/03/2019
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: LOTTO สื่อรัก #คนบ้าหวย2018 *** แจ้งข่าวค่ะ 11/03/2019  (อ่าน 57690 ครั้ง)

ออฟไลน์ colorofthewind21

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1657
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1
เอ้าๆๆ อารมณ์อ่อนไหวยามค่ำคืนก็มา

ออฟไลน์ appattap

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 293
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
นอนกอดกันขนาดนี้ หวั่นไหวรึยังน้าาาาาาา

ออฟไลน์ เขมกันต์

  • nothing’s else I can say
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 456
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +164/-9
    • Twitter


งวดสิบเจ็ด ก.ข.ค.


 
            เช้านี้อากาศดี ไม่ร้อนจนเกินไป ท้องฟ้าแจ่มใส ทำให้จิตใจของน้ำที่หม่นหมองเมื่อคืนนี้จางหายไปพร้อมกับแสงสว่างของวันใหม่


            เขากลับมาเป็นไอ้น้ำบ้าหวยคนเดิมแล้ว


            ชายหนุ่มใส่รองเท้าคีบแตะออกจากบ้านในช่วงสาย ตั้งใจจะไปหาอะไรกินเล่นในตลาดคลายเครียด พร้อมกับสืบข่าวของคุณพัดเพิ่มเติมเสียหน่อย เดินไปได้ไม่ถึงห้านาที น้ำสีแดงใส่น้ำแข็งพร้อมถุงหิ้วก็มาอยู่ในมือ ไอ้น้ำดูดปื้ดด้วยความชื่นใจ


            แวะละรายทางไปเรื่อย สุขใจยิ่งนัก


            “อ้าว ไอ้น้ำ หายหน้าไปหลายวันเลยนะเอ็ง” ป้าขายไก่สด ตะโกนถามมาแต่ไกล เมื่อเห็นไอ้น้ำย่างขาเข้ามาในถิ่นตลาดของป้า

            “จ้ะ แม่ไม่สบาย ฉันเลยอยู่ดูแลแม่”

            “แม่เอ็งน่ะ หายดีแล้วใช่มั้ยวะ เมื่อวานข้าเห็นมาซื้อกับข้าว” ป้าที่กำลังเอาน้ำรดผักในแผงของตัวเอง พูดขึ้นโดยไม่เงยหน้ามามอง

            “จ้ะ หายดีแล้ว ด่าฉันได้คล่องเหมือนเดิมแล้วจ้ะป้า”

            “เออ ก็เอ็งมันเป็นไอ้ตัวแสบนี่หว่า นางน้อยคงปวดกะบาลกับเอ็งอยู่มากหรอก” ป้าขายผักหัวเราะขำในคำตอบของไอ้น้ำ


            “อะไรอะ ป้า ฉันออกจะเป็นเด็กดี ไม่เคยเกเรที่ไหน”

            “วีรกรรมเอ็งมันน้อยเสียเมื่อไหร่ จำไม่ได้เหรอ ตอนรุ่นๆ เอ็งเคยล้มแผงผักข้าพัง จนแม่เอ็งต้องมาตามจ่ายเงินให้ข้าทีหลัง แหม้ วันนั้นนางแช่มขายผักจนหมดเกลี้ยง” ป้าคนนี้ขายผักเหมือนกับป้าแช่ม จะว่าไปก็เป็นคู่แข่งทางการค้ากันนั่นแหละ

            “เรื่องนั้นมันก็นานเก่าเก็บแล้วหรือเปล่าป้า ตอนนั้นฉันไม่ได้ตั้งใจนี่นา ใครใช้ให้หนูมาวิ่งผ่านขาฉันไปล่ะ ฉันก็ตกใจสิ พอหลังจากนั้นก็ไม่มีแล้วนะ”

            “แล้วที่ไปมีเรื่องชกต่อยกับลูกเฮียเล้ง ร้านทองนั่นล่ะ” ป้าแช่มตะโกนดังข้ามมา

            “ฉันไม่ได้เป็นคนเริ่มก่อนนะป้า ไอ้เหวินมันมาหาเรื่องฉันก่อนอะ ฉันไม่ยอมอยู่เฉยๆ แน่นอน”

            “เฮอะ จนวันนี้พวกข้าก็ยังไม่รู้ว่าทำไมเอ็งถึงไปต่อยลูกเฮียเล้งเสียเลือดกลบปากแบบนั้น” ป้าแช่มพ่นเสียงออกมาเพราะเรื่องนี้ใครก็รู้ทั้งนั้นว่าไอ้น้ำมันเป็นคนก่อเรื่อง

            “ฉันก็โดนแม่ตี โดนโรงเรียนทำทัณฑ์บนไปไปแล้ว ลืมๆ มันไปเถอะน่า” น้ำบอกปัดพร้อมโบกมือไล่


เรื่องนี้มันเกิดขึ้นสมัยที่เขาเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายปีที่ห้า


            น้ำจำได้แม่นว่า เหตุนี้เกิดขึ้นที่โรงเรียน เย็นวันนั้นระหว่างที่เขากำลังทำความสะอาดห้องเรียนตามเวรอยู่          ไอ้เหวิน มันไม่ค่อยชอบหน้าเขาสักเท่าไหร่ ก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับเพื่อนสนิทหรือสมุนซ้ายขวาของมัน อีกสองคน เหมือนในการ์ตูนเลยว่ามั้ยที่ตัวร้ายของเรื่องต้องมีลูกน้องประกบ แล้วมุ่งมาทำร้ายพระเอกอย่างเขา


            เขาคนที่ถูกกลั่นแกล้ง


            ช่างน่าเศร้ายิ่งนัก



            ไอ้เหวินมันเดินเข้ามาแล้วเริ่มขีดเขียนกระดานที่เขาเพิ่งลบไปหมาดๆ นั้นเล่น เขาได้แต่มองดูการกระทำของมันเฉยๆ แสร้งทำเป็นไม่สนใจ ตั้งใจปล่อยให้มันเล่นจนพอใจ ถ้าเบื่อเมื่อไหร่ก็คงจะเลิกไปเอง แต่เขาคิดถูกครึ่งเดียว พอ       ไอ้เหวินเห็นว่าเขาไม่สนใจ มันก็เลิกเขียนกระดานจริงๆ แต่เปลี่ยนมาทำอย่างอื่นแทน

            “ไอ้น้ำ” ไอ้เหวินเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าเขาตอนที่เขากำลังกวาดพื้นห้อง

            “อะไร” น้ำตอบทั้งที่ยังก้มหน้ากวาดพื้นอยู่อย่างนั้น เพราะรู้ว่าไอ้เหวินไม่ได้มาดีแน่ๆ ไอ้นี่มันชอบหาเรื่องเขาอยู่เป็นประจำ

            “พวกมึง” ไอ้เหวินมันพยักเพยิดบอกสมุนลูกน้องของมัน เท่านั้น ไอ้ซ้ายไอ้ขวา ชื่ออะไรไม่รู้ เพราะไอ้น้ำไม่อยากจะจับ ก็เข้ามายึดแขนของเขาไว้ทั้งสองคน

            “เฮ้ย จะทำอะไรกูวะ” ไอ้น้ำร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ มันสะบัดแขนหมายจะให้แขนทั้งสองข้างนั้นหลุดพ้นเป็นอิสระ แต่เขาคนเดียวก็สู้แรงสองคนไม่ไหว ไอ้น้ำเลยพยายามดิ้นแต่ก็ดูจะเป็นการกระทำที่ไร้ประโยชน์

            “เป็นอะไร กลัวกูเหรอ” ไอ้เหวินมันเอาหน้าเข้ามาใกล้ไอ้น้ำ ไอ้เหวินจ้องมองเพื่อนร่วมห้องด้วยสายตาที่ตั้งใจจะหาเรื่องอย่างชัดเจน

            “อย่างมึงเนี่ยนะ เก่งแต่ปาก ใครจะกลัว” ไอ้น้ำในวัยเลือดร้อนนั้น หรี่ตามองไอ้เหวินแล้วเบ้ปาก ความกวนตีนของเขาไม่เป็นสองรองใคร และในช่วงอายุนั้น เขายิ่งไม่มีลิมิตชีวิตเกินร้อยอีกด้วย เขายังทำอะไรโดยขาดความยั้งคิดมากกว่าตอนนี้

            “ปากดี เดี๋ยวดูสิว่า อีกเดี๋ยวจะยังปากดีอยู่แบบนี้หรือเปล่า”

            “เฮอะ มึงไม่กล้า ตัวต่อตัวกับกูใช่มั้ย” ไอ้น้ำท้าอีกฝ่ายเพราะเขารู้ว่าถูกจับแบบนี้ยังไงเขาก็เสียเปรียบแน่นอน

            “กูไม่ลดตัวไปสู้กับคนอย่างมึงหรอก” เหวินยิ้มดูมีเลศนัย รอยยิ้มนั้นเริ่มสร้างความไม่น่าไว้ใจให้ไอ้น้ำเสียแล้ว

            “ถ้าอย่างนั้น มึงต้องการอะไร”

            “กูก็แค่อยากพิสูจน์อะไรบางอย่าง” คำพูดกำกวมของเหวิน ยิ่งทำให้น้ำสงสัยเพิ่มขึ้นไปอีก

            “พิสูจน์อะไรวะ”

            “พวกมึง จับมันให้แน่นๆ ล่ะ เดี๋ยวมันดิ้นหลุด”

            “ได้เลย ลูกพี่เหวิน” สองเสียงสมุนคู่กายตอบรับพร้อมกันราวกับเป็นคำที่ใช้เป็นประจำจนติดปาก แขนของพวกมันจับแขนของไอ้น้ำแน่นขึ้นไปอีก จนไอ้น้ำเริ่มรู้สึกเจ็บ

            “ไอ้เหวิน มึงจะพิสูจน์อะไรกู” ไอ้น้ำถามย้ำอีก

            “ก็พิสูจน์แบบนี้ไง” ไอ้เหวินก้มหน้าเข้ามาใกล้ไอ้น้ำจนริมฝีปากของทั้งคู่สัมผัสกัน ไอ้น้ำเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจ เขากัดริมฝีปากอีกฝ่ายเต็มแรงพร้อมกับขาทั้งสองข้าง ถีบตัวขึ้นจากพื้นแล้วถีบขาคู่ไปที่ไอ้เหวินตรงหน้าจนมันล้มครืนลงไปนอนกับพื้นด้วยความจุกที่ท้อง


            “เหี้ย!!!มึงทำเหี้ยอะไรวะ” ไอ้น้ำด่าเสียงดัง


            สมุนซ้ายขวา เห็นลูกพี่ล้มลงไปนอนกองกับพื้นก็รีบปล่อยแขนไอ้น้ำแล้ววิ่งเข้าไปดูอาการลูกพี่ด้วยความเป็นห่วง


            “เป็นอะไรมั้ย ลูกพี่เหวิน ไหวมั้ย”


            ไอ้น้ำ พอร่างกายของตัวเองเป็นอิสระไร้การจับกุมแล้ว เขาก็พุ่งเข้าไปถีบ ไอ้ซ้ายไอ้ขวานั้นให้กระเด็นออกไป พร้อมกับก้าวขึ้นไปคร่อมอีกฝ่าย ลงมือต่อยอีกฝ่ายกระหน่ำไม่ยั้งมือเลยแม้แต่น้อยด้วยความโกรธแค้น

            “มึงอยากพิสูจน์อะไรวะ ไอ้เหวิน มึงเป็นบ้าไปแล้วเหรอ”

            “ถ้ามึงไม่ชอบผู้หญิง มึงก็อย่ามาแย่งผู้หญิงที่กูจีบได้มั้ยวะ” ไอ้เหวินพูดด้วยความโมโหไม่แพ้กัน เขาปัดป้องหมัดของคนข้างบน ไม่ได้ยอมอยู่เฉย หาโอกาสต่อยอีกฝ่ายคืนกลับบ้างเหมือนกัน

            “กูไปแย่งผู้หญิงของมึงตั้งแต่เมื่อไหร่ กูอยู่ของกูเฉยๆ” ไอ้น้ำไม่เข้าใจ เขาไม่เคยทำอะไรให้อีกฝ่ายเลยด้วยซ้ำ

            “เมย์ห้องหก ที่กูชอบ เขาก็มาชอบมึง”

            “กูไม่ได้ทำอะไร เขามาชอบกูเอง”

            “มึงให้ความหวังเขา มึงสอนการบ้านให้เขา แต่พอเขาชอบ มึงกลับไม่เอา”


            “แค่ผู้หญิงคนเดียว มึงก็หาว่ากูไม่ชอบผู้หญิงเนี่ยนะ” ไอ้น้ำหยุดต่อยเพราะความเหนื่อย

            “ไม่ใช่แค่นั้น ยังมีน้องส้ม ม.สี่ แล้วพี่เตย ม.หกอีก”

            “อะไรวะ กูแค่ไม่ชอบเขา กูเลยกลายเป็นคนที่ไม่ชอบผู้หญิงเลยงั้นดิ”

            “เออ”

            “มึงนี่บ้าจริงๆ ไอ้เหวินปัญญาอ่อน กูไม่รู้ว่าเขาชอบกู และกูก็ไม่ชอบเขา เข้าใจมั้ย”

            “กูไม่เข้าใจ และกูก็ไม่ได้ปัญญาอ่อนด้วย มึงห้ามมาด่ากู” ไอ้เหวินยกขาขึ้นมาเตะไอ้น้ำจนมันกลิ้งตกจากร่างของไอ้เหวินไปนอนที่พื้นแทน

            “เพราะผู้หญิง มึงก็เลยไม่ชอบหน้ากู” ไอ้เหวินเปลี่ยนเป็นฝ่ายขึ้นมาคร่อมตัวเขาแทน คราวนี้เลยเป็นไอ้น้ำที่กลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เขาพยายามปัดป้องหมัดจากไอ้เหวิน

            “เออ มึงแม่ง...”

            “คำนี้ควรเป็นของกูต่างหาก ไอ้เหวิน มึงนี่แม่ง...”

            “พอเถอะ ลูกพี่ เดี๋ยวอาจารย์มา” ได้เวลาของลูกกระจ๊อกที่จะเข้ามาห้ามก่อนที่ทุกอย่างจะบานปลายไปมากกว่านี้

            “ฉันมายืนอยู่ตรงหน้านี้นานแล้ว รอดูว่าเมื่อไหร่พวกเธอจะเลิกตีกันเสียที” น้ำเสียงพิโรธของอาจารย์ญาดาดังขึ้นหน้าประตู ไอ้น้ำมองไม่เห็นร่างของอาจารย์ แต่หน้าไอ้เหวินตอนนี้เหวอเต็มทีแล้ว

            “อาจารย์!!” ไอ้เหวินเรียกอาจารย์ญาดาเสียงดังด้วยความตกใจที่ถูกจับได้

            “ใช่ ฉันเอง ลุกขึ้นทั้งคู่ แล้วบอกฉันมาว่าใครเป็นคนใช้ความรุนแรงก่อน”



            ไอ้น้ำยิ้ม เมื่อนึกถึงช่วงสมัยเรียนในตอนนั้น และมันกลายเป็นว่าเหตุการณ์นั้นเขาเป็นฝ่ายผิดเพราะเป็นคนถีบไอ้เหวินก่อน เขาถูกพักการเรียน แม่น้อยถูกเรียกพบผู้ปกครอง และเขาถูกแม่ตีไปอีกหลายที


            คิดแล้วก็ตลก เรื่องแค่นี้ ถึงกับต้องตีกัน วัยรุ่นขนาดสติแท้ๆ ใช้กำลังมากกว่าสมองมาตัดสินใจ


            “ป้าแช่ม แล้วไอ้เหวินตอนนี้เป็นไงบ้างล่ะ” จะว่าไปตั้งแต่เรียนจบ เขาก็ไม่เคยเจอไอ้เหวิน คู่ปรับของเขาอีกเลยจนกระทั่งถึงตอนนี้ก็ตาม

            “เฮียเล้ง เขาส่งลูกไปเรียนต่อที่เมืองนอก ที่ไหนนะ..เอ.. ข้าจำไม่ได้”

            “ที่เมกา นางแช่ม” ป้าขายไก่สดตะโกนตอบแทน

            “เออๆ ใช่ ที่เมกา ข้านึกออกแล้ว”

            “อ่อ เหรอจ๊ะ ขอบใจจ้ะ” น้ำตอบแล้วเดินตรงไปเข้าไปในตลาดอีกหน่อย เขายังไม่บรรลุ
ภารกิจ



            ชายหนุ่มเดินตรงไปที่ร้านขนมในตลาด ขนมในวัยเด็กเริ่มหายากแล้ว แต่ที่นี่ยังมีขายอยู่ เขาหยิบขนมปังขึ้นมาห่อหนึ่ง ก่อนจะเปิดฝาขวดโหล เพื่อหยิบลูกอมในนั้นมาอีก สิบเม็ด ก่อนจะแกะห่อพลาสติกของขนมปังนั้นกินรองท้อง

            “ขนมปังนี่ ห้าบาทปะ ลุง” น้ำถามลุงเจ้าของร้าน พลางยื่นเงินพร้อมกับราคาลูกอมไปด้วย

            “เจ็ดบาท ขึ้นราคาแล้ว” ลุงตอบพร้อมกับทอนเงินกลับมาให้

            “จริงดิลุง อันนิดเดียว เจ็ดบาทเลยเหรอ”

            “เออสิวะ รับมาแพง”

            “ร้านไหนเนี่ย ขายส่งแพงจัง”

            “ไม่ใช่ร้าน แต่เป็นบ้านต่างหาก บ้านนางสอน”

            “ป้าสอน ปกติขายขนมถูกกว่านี้นี่นา”

            “อืม ตั้งแต่นางพัดตายไปแล้ว ไอ้สินก็เมาหัวราน้ำทุกวัน นางสอนมันเลยต้องหาเงินเลี้ยงสามปาก”

“พี่สินอาการหนักเลยเหรอลุง” น้ำกลืนน้ำลาย พิษรักนี่มันโหดนัก

“เออ อีกพักล่ะวะ มันถึงจะทำใจได้”

“นี่ลุง แล้วคดีคุณพัด คืบหน้ามั้ย” ไอ้น้ำเริ่มถามเข้าประเด็น ทำชวนคุยเหมือนชวนคุยเรื่องทั่วไป

“ดูเงียบๆ นะ รอบก่อนก็เรียกหมอยา ร้านตรงนั้นไปทีหนึ่งแล้ว” ลุงชี้มือไปร้านขายยา ที่ไอ้สันมันเคยไปซื้อยาหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ไป

“เรื่องมันจะเงียบเหรอลุง”

“ไม่หรอกมั้ง ตำรวจที่มาใหม่ก็ดูหน่วยก้านดี เขาไม่น่าจะทิ้งคดีให้เงียบ และถ้าเงียบจริง คนในหมู่บ้านก็ไม่ยอมหรอก จับผู้ร้ายไม่ได้ หมู่บ้านเราก็อันตราย เอ็งว่ามั้ยล่ะ”

“จริงของลุง”

“นี่ข้าก็สงสารนางสอน ข้อมือมันเพิ่งกลับมาหายดี ก่อนหน้านี้เห็นว่าซ้นอะไรก็ไม่รู้ ทำขนมไม่ได้ไปพักใหญ่ แล้วลูกก็ยังมาเมาเหล้าเช้าเย็น หลานก็เกเรอีก เวรกรรมไรของมัน” ลุงเจ้าของร้านส่ายหน้าเบาๆ ด้วยความเห็นใจ

“ข้อมือ?”

“อืม เห็นบอกยกของหนัก วางมือยกของผิดท่า มันเลยซ้น”

“อ่อ ที่ไอ้สินมาซื้อยาไปก็ให้ป้าสอนเหรอลุง” น้ำเริ่มปะติดปะต่อเรื่อง

“ใช่ เอ็งรู้ได้ไงวะ”

“อ้าว ก็วันก่อน เภสัชเขามาเล่าให้ฟัง ว่าไอ้สินมันมาซื้อยาไปนี่จ้ะ” น้ำรีบบอกโดยละประเด็นหลักว่ารู้ได้ไงเรื่องเอายาไปให้นางสอน

“งั้นเหรอวะ”

“จ้ะ ถ้างั้นฉันไปหาอะไรกินต่อก่อนนะลุง เริ่มหิวละ”

“เออ”


ระหว่างทาง น้ำแปลกใจ มือของป้าสอนซ้นอย่างที่บอกใครต่อใครจริงหรือเปล่า เขาไม่ได้อยากสงสัยคนแก่ แต่คดีใครก็น่าสงสัยทั้งนั้นอย่างที่ผู้กองเคยกล่าวไว้ แม้กระทั่งพี่สินเอง น้ำก็สงสัย แกล้งทำตัวเมาเพื่อให้รอดพ้นคดีหรือเปล่า ตอนนี้ไม่มีใครรู้ทั้งนั้นว่าฆาตกรเป็นใคร นอกจากเจ้าตัวเองเท่านั้น



“น้ำ จะไปไหนล่ะ” ระหว่างที่เดินคิดอย่างใจจดใจจ่ออยู่ ก็ได้ยินเสียงเรียกออกมาจากรถคันที่ไอ้น้ำค่อนข้างคุ้นเพราะเคยหยิบยืมไปใช้ ทางฝั่งตรงข้ามถนน เพราะถนนที่นี่ไม่ได้กว้างใหญ่นักแค่เพียงขนาดรถสวนกันได้พอดิบพอดี เขาเลยมองเห็นอีกฝ่ายได้ชัด



“อ้าว ผู้กอง สวัสดี” น้ำตอบพลางมองลอดเข้าไปในรถ ก็เห็นตุ๊กตาหน้ารถนั่งข้างผู้กองมาด้วย เขายิ้มให้อีกฝ่ายเล็กน้อย แต่ทางนั้นไม่ยิ้มตอบกลับมองเขาอย่างไม่พอใจ

“อืม จะไปไหน ให้ฉันไปส่งมั้ย”

“เดินกลับบ้านน่ะ ว่าจะไปหาไรกินมื้อเที่ยง หิวแล้ว ผมไปนะ” น้ำตอบเตรียมจะเดินต่อแต่ก็ถูกผู้กองเรียกรั้งเอาไว้อีกรอบเสียก่อน

“ไปกินด้วยกันสิ ฉันกับรันกำลังจะไปหาอะไรกินในเมือง” ผู้กองเอ่ยชวน

“ผม..ไม่..” น้ำตั้งท่าจะปฏิเสธผู้กอง แต่ก็ได้ยินเสียงใครอีกคนแทรกขึ้นมาก่อน

“เขาจะกลับไปกินข้าวบ้าน พี่ปรานต์จะไปชวนเขาทำไมครับ ปล่อยเขาไปเถอะ เขาคงเกรงใจไม่อยากไปเป็นก้างขวางคอเรา” วรันต์ตอบพลางยิ้มให้น้ำ และเดาว่ารอยยิ้มของวรันต์นั้น น้ำเข้าใจได้เป็นอย่างดีว่าเจ้าของรอยยิ้มต้องการอะไร

“อย่างนั้นเหรอ” ผู้กองทำท่าเหมือนเข้าใจ


“ผมเพิ่งนึกได้ว่าวันนี้แม่ไม่ทำกับข้าว ยังไงผมไปกินข้าวด้วยได้มั้ยครับ” น้ำยิ้มให้ผู้กองแต่ก็ไม่ลืมที่จะส่งรอยยิ้มนั้นไปให้วรันต์ด้วย ทำให้วรันต์ถึงกับหน้าตาบึ้งตึงด้วยความไม่พอใจ

“ได้สิ ไม่งั้นฉันจะชวนนายเหรอ”

“ครับ ขอบคุณ” น้ำตอบรับพลางกระวีกระวาดรีบข้ามฝั่งมาขึ้นรถตรงที่นั่งทางด้านหลังด้วยความรู้งานอย่างรวดเร็ว

“พี่ปรานต์!” วรันต์เรียกคนชวนด้วยน้ำเสียงที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามความต้องการของตน

“กินข้าวหลายคนก็สนุกดี รันคิดเหมือนพี่มั้ยครับ” ผู้กองพูดมาแบบนี้ วรันต์เลยจำต้องเงียบแทน

“ไปกันหรือยังครับ” น้ำถามขึ้นมาโดยไม่สนใจว่ามามีอะไรเกิดขึ้น

“อืม” ผู้กองหนุ่มรับคำพร้อมกับออกตัวไปอย่างนิ่มนวล

“มีร้านแนะนำมั้ย เจ้าของถิ่น” ผู้กองมองกระจกหลังแล้วเอ่ยถาม

“อยากกินแบบไหนครับ อาหารทะเล ข้าวแช่ อาหารทั่วไป ตามสั่ง ร้านอาหาร ภัตตาคารใหญ่หรือในห้าง” สาบานว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะกวน แต่ไม่รู้รสนิยมนี่นาว่าอยากทานแบบไหนกัน

“ว่าไงครับ รัน วันนี้อยากกินอะไร” ผู้กองถามคนนั่งข้างเสียงนุ่ม ถึงกับให้ไอ้น้ำเบ้ปากเล็กๆ


เสียงสองใช่ปะ?


“อะไรก็ได้ครับ รันตามใจพี่ปรานต์” วรันต์ตอบผู้กองเสียงหวานด้วยความเอาใจเหมือนเช่นเคย


โอ้ อันนี้เสียงสี่ เสียงห้า นะเนี่ย ถ้าจะฟังแล้วขนลุกขนาดนี้ ไอ้น้ำลูบแขนเบาๆ ประหนึ่งว่าเป็นอุปาทานไปเอง
         

   “รัน ตามใจพี่มาตั้งหลายมื้อแล้ว มื้อนี้เปลี่ยนกันนะ” น้ำคิดได้ว่า บางทีเขาอาจจะคิดผิดจริงๆ ที่ตั้งใจแกล้งวรันต์โดยการมานั่งเป็นก้างเนี่ย

“รัน อยากกินอาหารทะเล”

“หืม รันแพ้อาหารทะเลนะ จะทานได้ไง”

“ก็แค่กุ้งเองครับ อย่างอื่นรันกินได้ พี่ปรานต์ก็รู้นี่นา”

“อย่างนั้นก็ได้ ว่าไงน้ำ อาหารทะเลได้มั้ย แพ้หรือเปล่า”

“ผมได้หมดอยู่แล้ว ชนะอาหารทุกอย่าง กินได้หมดครับ” ไอ้น้ำตอบ ตัวแถมอย่างเขาจะเลือกอะไรได้ ขืนตอบว่าไม่อยากกินล่ะก็ มีหวัง ท่านตุ๊กตาหน้ารถได้หันมาค้อนเป็นวงใหญ่แน่ๆ

“ตกลงตามนี้ แล้วมีร้านไหนแนะนำมั้ย”


“มีร้านหนึ่งครับ รสมือดีทีเดียวเลย เดี๋ยวผมบอกทางให้”

“มากับคนรู้จักทางก็ดีแบบนี้” ผู้กองหนุ่มตอบ



น้ำล่ะไม่อยากจะนึกว่าหน้าของคนข้างๆ ผู้กองจะหงิกแค่ไหน









=================

นิสัยไม่ดีใหญ่แล้วนะน้ำ เดี๋ยวตีเลย

ติด Tag ได้เลยค่ะ #LOTTOสื่อรัก #คนบ้าหวย2018


เฟสบุ๊ค https://www.facebook.com/akanae14/ และ ทวิตเตอร์ค่ะ https://twitter.com/khemmakan



ออฟไลน์ Patsz

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 165
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
รำคาญแฟนเก่าผู้กอง เมื่อไหร่จะไปซักที

ออฟไลน์ Kuayyai

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 114
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
ตอนหน้าคงสนุก ทานอาหาร สามคน คงวุ่นน่าดู
5555

ออฟไลน์ Pin_12442

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 249
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
ผู้กองไล่มันไปซักทีสิ

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3463
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1866
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
ไหนๆ ก็ไปก่อกวนเขาแล้ว เอาให้สุดๆ ไปเลยนะน้ำ
 :z2:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5414
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ Meen2495

  • is allergic to drama.
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 372
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-4
ผู้กองก็ฉลาดนะ รู้ว่าโดนหลอก
แต่ทำไมยังปล่อยให้แฟนเก่ามานัวเนียอยู่ได้
น่ารำคาญ ..

เดี๋ยวยุให้น้ำไปจีบเหวินซะเลยนี่
ไหน ๆ ก็เสียจูบแรกให้เหวินแล้ว

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ colorofthewind21

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1657
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1
ผู้กองคะ แฟนเก่านี่เมื่อไหร่จะไปคะ ไม่รักแล้วนะ แต่ก็ไม่ไล่ไปสักที จ้ะ

ออฟไลน์ kungverrycool

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 294
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0

ออฟไลน์ เขมกันต์

  • nothing’s else I can say
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 456
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +164/-9
    • Twitter

งวดสิบแปด เจ็บแปลบขึ้นมาทันที


 
            ถึงจะอยากมาเป็นก้างขวางคอ เพื่อแกล้งวรันต์ แต่เอาเข้าจริงไอ้น้ำก็ไม่ได้พิสมัยบรรยากาศแบบนี้สักเท่าไหร่ การเป็นส่วนเกินมันไม่น่าอภิรมย์เลยแม้แต่น้อย ผู้กองไม่ได้แสดงออกอะไรมากนัก แต่อีกคนนั่นล่ะ ไม่เบาเลยทีเดียว เดี๋ยวก็อ้อนให้ตักปลาให้ เดี๋ยวก็บอกให้แกะปู เขากำลังดูฉากรักที่เขาดันเข้ามามีส่วนร่วมไปเสียได้ เขาเลยต้องก้มหน้าก้มตากินไปอย่างเงียบๆ
 

           ไม่น่าเลยไอ้น้ำ ไม่น่ามาเลย


            “พี่ปรานต์ทานด้วยต้มยำนี้สิครับ รสชาติเข้มข้น เผ็ดกำลังดี พี่ปรานต์ต้องชอบมากแน่ๆ อย่างที่พี่ชอบเลย” ไอ้น้ำมองวรันต์ที่กุลีกุจอตักต้มยำรวมมิตรทะเลใส่ถ้วยเล็กให้ผู้กอง ปากก็ว่าสรรพคุณต่างๆ นานา ไอ้น้ำฟังแล้วถึงกับ งง วรันต์รู้ได้อย่างไรว่าต้มยำนี่รสชาติเป็นอย่างไร ในเมื่อเจ้าตัวแพ้กุ้งไม่สามารถทานของพวกนี้ได้

            “ขอบใจนะ” ปรานต์รับถ้วยใบเล็กนั้นมาจากวรันต์ก่อนจะลองซดน้ำจากถ้วยนั้นเข้าปาก เข้มข้นดีจริง น้ำมองตามแล้วได้แต่กลืนน้ำลาย

            “ไม่ลองหน่อยเหรอ นายกินยัง” ผู้กองหันมาเห็นคนที่มองเขาตาแป๋วเลยถามออกไป ได้คำตอบเป็นการส่ายหน้าน้อยๆ

            “ไม่ชอบเหรอ อร่อยนะ”

            “ผมไม่กินอาหารรสจัด”

            “หือ?อ่อ เข้าใจละ” ทีแรกผู้กองดูเหมือนจะสงสัยอะไรบางอย่าง แต่แล้วก็ทำท่าว่าเข้าใจอย่างที่พูด

            “เข้าใจอะไร” ไอ้น้ำถามกลับ

            “อาหารเด็กไง เหมือนที่บ้านนาย แล้วก็ไม่บอก อย่างอื่นกินได้มั้ย ปลาทอดน้ำปลา ผัดคะน้าใส่กุ้ง หรือสั่งอย่างอื่นอีกมั้ย พอหรือเปล่า” ผู้กองยิ้ม พูดเย้าแหย่คนตรงหน้า

            “เอาไข่เจียวปู” น้ำตอบอย่างไม่เกรงใจด้วยความที่ถูกแกล้ง

            “กินเผ็ดไม่ได้เหรอ” วรันต์ถามขึ้นมาบ้าง

            “อืม” น้ำตอบ

            “เด็กจัง อยู่บ้านนอกน่าจะกินของพวกนี้เก่งนะ”

            “เกี่ยวอะไรกับอยู่ที่ไหนแล้วจะไม่กินเผ็ด” น้ำตอกอีกฝ่ายกลับไป

            “ไม่รู้สิ คนบ้านนอกเขาไม่ได้ชอบกินน้ำพริกหรือผักข้างทางไรงี้เหรอ” วรันต์ถามต่อ

            “เขาก็กินเหมือนคนกรุงนั่นแหละ แต่ผักสดมันหาง่ายและปลอดภัย ดีต่อสุขภาพและ ไม่เรื่องมากดี”

            “นี่!” วรันต์ฉุนที่รู้สึกเหมือนโดนว่า

            “กินข้าวต่อกันเถอะ เดี๋ยวอาหารจะเย็นเสียหมด” และผู้กองก็เข้ามาห้ามทัพก่อนมื้อเที่ยงจะพังพินาศไปกันหมด เขาก็อยากกินข้าวแล้วรู้สึกอร่อยไม่ใช่ว่ามาคอยระแวง คนร่วมโต๊ะจะวางมวยกัน

            “ครับ พี่ปรานต์ทาน...” วรันต์เริ่มเอาใจอีกฝ่ายอีกครั้ง แต่ก็ถูกเสียงโทรศัพท์มือถือของตัวเองขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน

            “ขอตัวสักครู่นะครับ พี่ปรานต์” วรันต์บอกแล้วรีบลุกขึ้นออกจากโต๊ะไป

            “ตามสบายครับ”  ผู้กองหันไปมองวรันต์ที่ออกไปยืนอยู่นอกร้านเพื่อคุยโทรศัพท์

            “หึงเหรอ..” น้ำถามขึ้นมาลอยๆ ด้วยใบหน้าทะเล้น

            “หึงอะไร” ผู้กองหันกลับมาสบตากับคนช่างซัก

            “กลัวเขามีคนโทรมาจีบล่ะสิ ใช่ม้า” น้ำยังพูดล้อเลียนอีกฝ่ายพลางตักต้มยำเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย

            “เปล่า”

            “แล้วเป็นอะไร ทำไมดูเหมือนไม่สบายใจ”

            “เป็นห่วงต่างหาก”

            “อ่อ ถ่านไฟเก่า ถ้ายังรักก็กลับไปคบเถอะผู้กองดีกว่ามานั่งลำบากใจเปล่าๆ อยู่แบบนี้”


น้ำพูดไปตามความรู้สึก แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกแปลกๆ จี๊ดๆ ในใจด้วยนะ ทั้งที่มันก็สมควรแล้วไม่ใช่เหรอ ถ้ายังรักกันก็กลับไปคบกันจะดีกว่า อีกฝ่ายก็มาง้อผู้กองถึงที่นี่แล้ว แสดงว่าก็ยังมีเยื่อใย ตัดไม่ขาด ไม่อยากเลิก

            “ไม่ใช่หรอก วรันต์มีอะไรที่น่าห่วงกว่าที่นายรู้อีกมาก”

            “แหง อยู่แล้ว ผมไม่รู้จักเขามาก่อน แล้วจะไปรู้จักเขาดีเท่าคุณได้ยังไง”


            น้ำตอบ แต่ในใจก็เจ็บจี๊ดขึ้นมาอีกแล้ว อะไรกัน ความรู้สึกนี้อีกแล้ว หรือเขาจะป่วย


            หรือเขาจะเป็นโรคหัวใจ


            ไม่นะ!!! ไม่!!! เขายังไม่อยากตาย


            “เป็นอะไร ทำหน้าตาเหมือนคนปวดท้อง” ถึงคราวผู้กองถามกลับคืนบ้างเพราะอีกฝ่ายทำหน้าตาแปลกๆ

            “ปะ..เปล่า กินข้าวต่อสิ ผู้กองหรือรอคุณรัน”

            “รอรันกลับมาก่อน”

            “พระเอกจริงๆ ถ้าแบบนี้ก็เลิกเล่นตัว อย่าใจแข็งเลย” น้ำพูด เขาไม่เข้าใจทำไมผู้กองต้องปฏิเสธตัวเองด้วย

            “บอกว่าไม่ใช่ ฉันก็แค่เป็นห่วงรัน เขามีเรื่องต่างๆ มากมายที่ต้องแบกรับเอาไว้”

            “ผู้กองพูดเหมือนสิ่งที่เขาแสดงออกมามันไม่ใช่ตัวเขา?”

            “ลองวิเคราะห์ดูสิ คุณนักสืบโคนัน”

            “ผมทำงานไอที แค่ชอบการ์ตูนโคนัน ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญอย่างผู้กองสักหน่อย” ไอ้น้ำบ่น เขาแค่ชอบแต่ไม่ได้เรียนมาจะรู้เท่าคนตรงหน้าได้ยังไง

            “น่าเสียดาย นึกว่าอยากลองท้าทาย”

            “พูดแบบนี้ ดูถูกกันชัดๆ”

            “ฉันจะรอดูก็แล้วกัน ถ้ามีกาสก็ลองมองวรันต์ดีๆ วิเคราะห์เขาให้มากๆ ก็อาจจะเพราะรู้มากกว่านี้ก็ได้มั้ง” ผู้กองหนุ่มพูดทิ้งท้ายเอาไว้ให้ไอ้น้ำอยากรู้



            น้ำมองออกไปนอกร้านเห็นวรันต์ยืนคุยโทรศัพท์ คนคนนั้น มีรูปร่างไม่สูงไม่เตี้ยจนเกินไป ผิวพรรณก็ดีอย่างชาวกรุง ใบหน้าก็ดูหวานหยด แถมดูจะเอาใจเก่ง คำพูดจาไพเราะอ่อนหวาน ไม่มีขาด แต่ก็คงแค่เฉพาะที่รายนั้นอยากทำล่ะมั้ง แต่ทำไมตอนนี้ คนคนนั้นถึงมีใบหน้าเคร่งเครียด เหมือนกำลังมีปัญหาอะไรสักอย่างล่ะ


            ตัดไปได้เลยความคิดที่ว่าจะมีคนโทรมาจีบวรันต์ แบบนี้ล่ะมั้งผู้กองถึงดูไม่หลงกลที่เขาพยายามยุแยงไปเมื่อสักครู่นี้


            เอ... เรื่องอะไรกันนะ


            คนเราจะมีเรื่องให้กลุ้มใจอยู่กี่อย่างกัน ไอ้น้ำพยายามครุ่นคิด เรื่องครอบครัว เรื่องเงิน เรื่องงาน หรือว่าเรื่องแฟน น้ำไล่คิดออกมาแต่ยังไม่อยากฟันธงชัดๆ เรื่องอะไรกันวะ อยากรู้จริงๆ การแสดงสีหน้าของน้ำไม่รอดพ้นสายตาของผู้กองที่มองมาอยู่ตลอดเวลา ดูเหมือนน้ำคงกำลังคิดเรื่องที่เขาท้าทายไปแน่ ถึงคิดหนักขนาดนี้


            อยากรู้เรื่องชาวบ้านจริงๆ ไอ้เด็กนี่ แต่การกระทำของอีกฝ่าย มันกลับให้หัวใจของเขาเบิกบาน

            “อืม ว่าไง”

            “พี่รัน..” เสียงปลายสายเครือมา คนฟังก็รับรู้ได้ทันทีว่าคนที่โทรศัพท์มาหาเขานั้นกำลังร้องไห้

            “เป็นอะไร รง”

            “ยาย..พี่...ยาย”

            “ยายเป็นอะไร รง บอกพี่ เดี๋ยวนี้!” เขาเสียงดังใส่วรงค์ ผู้เป็นน้องชาย วรันต์อยากรู้ใจจะขาดแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับยาย

            “ยายไม่ได้เป็นอะไรหรอกพี่”

            “เอ้า ไม่ได้เป็นอะไรแล้วเสียงสั่นร้องไห้แบบนี้ทำไม รงพูดแบบนี้ รู้มั้ยพี่ใจไม่ดีเลย” วรันต์พูดออกมาด้วยความ    โล่งอก

            “คือ..โรงพยาบาลโทรมาหาผมเมื่อกี้ว่าอยากให้พายายไปเข้าไปตรวจร่างกายอีกรอบวันพรุ่งนี้”

            “ทำไม โรงพยาบาลไม่โทรหาพี่” วรันต์แปลกใจ เขาให้เบอร์ของน้องชายไว้กับทางโรงพยาบาลเป็นเบอร์สำรองเท่านั้น

            “เขาบอกว่าโทรหาพี่ แต่พี่ไม่รับ”

            “เอ๊ะ อย่างนั้นเหรอ ขอโทษนะ พี่คงไม่ได้ยินเสียง แค่ไปตรวจร่างกาย ทำไมรงต้องร้องไห้ด้วย”

            “ก็ถ้าไปโรงพยาบาลแปลว่าพี่ต้องเสียเงินอีกแล้ว ผมรู้ว่าพี่เหนื่อยที่ต้องหาเงินมารักษายาย มาส่งผมเรียน”

            “พูดจาไร้สาระจริงๆ พี่เป็นพี่นายนะรง พี่ก็ต้องดูแลน้อง ไม่ใช่หรือไง”

            “ผม..ช่วยอะไรพี่รันไม่ได้เลย” วรงค์บอกพี่ชายด้วยความรู้สึกผิด

            “ไม่ใช่ความผิดของนาย แล้วหน้าที่ของรงคือเรียนให้จบ เรียนแทนในส่วนของพี่ด้วย เรื่องนี้เราคุยกันแล้วไม่ใช่เหรอ” กลายเป็นวรันต์ต้องปลอบน้องชายอีกคน

            “ครับ”

            “ดีมาก เอาล่ะ เก็บข้าวของให้เรียบร้อยล่ะ พรุ่งนี้พี่จะเข้าไปรับที่บ้าน”

            “ครับ”

            “แค่นี้ก่อนนะรง พี่ต้องไปทำธุระก่อน”

            “ครับพี่รัน”


            ปลายสายตัดไปแล้ว แต่วรันต์ยังมองโทรศัพท์ในมืออยู่แบบนั้นอีกสักครู่ ตรวจสุขภาพครั้งนี้คงไม่ลำบากเงินที่เขายังพอมีอยู่ แต่ถ้าผลตรวจออกยังออกมาไม่ดีล่ะก็ เขาคงต้องขายสิ่งที่แปรเป็นเงินได้ไปก่อน ไม่ว่าจะรถ คอนโด หรืออะไรก็ตามที่เขามี



            เพื่อคนที่เขารักที่สุดในชีวิต


            ชายหนุ่มปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นแจ่มใสก่อนจะเดินกลับเข้าไปในร้านอาหาร


            “อิ่มหรือยังครับพี่ปรานต์” วรันต์ยิ้มให้ปรานต์ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ ชายหนุ่ม

            “ยังเลย พี่รอรันกลับมากินพร้อมกัน”

            “น่ารักจังเลย แบบนี้สิครับ รันถึงตัดใจจากพี่ไม่ได้สักที” วรันต์บอกคนรักเก่าโดยไม่กระดากอาย ผิดกับไอ้น้ำที่อายแทน

            “กินข้าวก่อนเถอะรัน เดี๋ยวจะปวดท้อง”


            “ครับ” วรันต์ตอบรับพลางเริ่มลงมือทานมื้อเที่ยงสักที ส่วนไอ้น้ำที่กินอิ่มแล้วก็ได้ถามตัวเองในใจว่า เขาไม่น่ามาด้วยจริงๆ เมื่อไหร่จะกลับกันเสียที

            “พี่ปรานต์ พรุ่งนี้รันคงจะต้องกลับกรุงเทพฯ ก่อนนะครับ” ระหว่างทางกลับวรันต์ก็พูดขึ้น

            “อย่างนั้นเหรอ”

            “พี่ปรานต์ไม่ว่าอะไรรันนะครับ”

            “พี่ไม่ว่าอะไรรันอยู่แล้ว รันมีสิทธิ์ไปไหนมาไหน หรือทำอะไรได้ทุกอย่าง” ปรานต์หันไปยิ้มตอบให้รู้ว่าเขาพูดจากใจจริง ไม่ได้แฝงความประชดใดๆ

            “แล้วรันจะมาหาพี่ปรานต์อีกนะครับ”

            “ไม่เป็นไรหรอก รัน ไว้เราเจอกันที่นั่นก็ได้ พี่ไม่อยากให้รันต้องขับรถมาลำบาก”

            “ไม่ลำบากเลยครับ รันเต็มใจ” วรันต์ยังคงคอนเซ็ปต์เอาใจอีกฝ่ายโดยไม่ให้ขาดตกบกพร่อง


            ‘อย่ามาบ่อยเลยคุณรัน ผมนี่แหละคนที่ทำลำบาก’



            ไอ้น้ำเถียงอยู่ ในใจ ทั้งที่รู้ว่าไม่มีใครได้ยิน


            “พรุ่งนี้ รันตั้งใจจะออกแต่เช้า คงไม่ได้เจอพี่ปรานต์ รันลาพี่ตอนนี้เลยนะครับ” วรันต์ยกมือไหว้อีกฝ่าย ตอนที่ผู้กองหนุ่มขับรถมาส่งวรันต์ถึงหน้าบ้านที่พักของตัวเอง

            “ขับรถดีๆ ล่ะ ถึงแล้วก็บอกพี่ด้วย อย่าให้พี่เป็นห่วง”

            “รันไปนะ ผมไปก่อนนะคุณน้ำ”

            “ครับ บายนะ คุณรัน” น้ำตอบอีกฝ่าย พูดดีกับเขา เขาก็พูดดีด้วยนั่นล่ะ


            ‘ไม่เข้าใจจริงๆ ห่วงกันขนาดนี้ ทำไมยังไม่กลับไปคบอีกวะ’


            น้ำไม่เข้าใจการกระทำของผู้กองเลยแม้แต่น้อย เพราะอะไรกันแน่


            น้ำเห็นผู้กองเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักตรงที่นั่งข้างคนขับหลังจากวรันต์ลงไป ชายหนุ่มหยิบเล่มสมุดอะไรไม่รู้สักอย่างออกมาก่อนจะเปิดไปหน้าที่ยังมีอยู่ในเล่มนั้น แล้วจรดปากกาเขียนบางอย่างลงไป สร้างความอยากรู้ให้ไอ้น้ำนักหนาว่ามันคืออะไร  เขาพยายามชะโงกหน้าข้ามไปข้างหน้าและเขาก็เห็นมันอย่างชัดเจน


            ‘500,000.00 -’ ไอ้น้ำตาโตกับตัวเลขในนั้น


            ‘นี่มันห้าแสนเลยนะเว้ย เฮ้ยยย แค่ขอกลับกรุงเทพฯ ก็ได้รับเงินขวัญถุงกลับบ้าน สุดยอดอะ สายเปย์เรียกพ่อ สุดๆ’


            น้ำเห็นผู้กองรีบฉีกกระดาษใบนั้นออกมาจากเล่มแล้วรีบลงจากรถไปเพื่อเรียกอีกฝ่ายออกมาจากในบ้าน และ วรันต์ก็เดินออกมาด้วยสีหน้าประหลาดใจ

           “รัน นี่พี่ให้”

           “อะไรครับพี่ปรานต์” วรันต์ถามออกไปเป็นมารยาท พอเห็นว่า ‘นี่’มันคืออะไร เขาก็รู้สึกตกใจพอสมควร เขาไม่ได้เอ่ยขอเงินอีกฝ่าย ทำไมปรานต์ถึงเอามันมาให้เขา

           “พี่ให้”

           “รัน รับไม่ได้” วรันต์ไม่ได้อยากทำตัวเป็นคนดีหรือเกรงใจ แต่เขามาครั้งนี้ไม่ได้ตั้งใจมาเพื่อจะขอเงินอีกฝ่าย

           “รับไปเถอะ พี่รู้ว่ารันต้องใช้”

           “ต้องใช้?” วรันต์แปลกใจที่ปรานต์รู้ว่าเขาต้องใช้เงิน เขายังไม่ได้พูดเรื่องนี้กับใครเลยแม้แต่คนเดียว แล้วปรานต์จะรู้ได้ยังไง

           “อืม ต้องใช้”


           “พี่รู้ได้ไง ว่ารันต้องใช้เงิน” วรันต์ถามย้ำ

           “พี่รู้ทุกเรื่องของรันนั่นแหละ เรื่องยายหรือน้องชายล่ะ” ปรานต์เฉลยออกมา ในที่สุดเขาตัดสินใจจะบอกวรันต์แล้วว่าเขารู้เรื่องทุกอย่าง

           “พี่รู้?” วรันต์ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ แล้วที่ผ่านมาล่ะ ที่ผ่านมา ปรานต์ก็รู้อย่างนั้นเหรอ

           “ใช่ พี่รู้ตั้งแต่แรก ไม่สิ หลังคบกันไม่นาน พี่ก็รู้เรื่องของรันทั้งหมด” ปราต์บอกราวกับรู้ว่าตอนนี้วรันต์คงจะตกใจจะแย่แล้ว

          “พี่รู้?” วรันต์ยังพูดจาซ้ำๆ ราวกับคนไม่มีสติ

          “รัน อย่าลืมสิว่าพี่เป็นตำรวจ ถ้าโดนแฟนหลอกด้วยเรื่องแค่นี้ก็ขายหน้าแย่เลย จริงมั้ย”

          “ระ..รัน” วรันต์พูดไม่ออก แล้วทั้งหมดที่เขาทำ แสดงว่าปรานต์ก็รู้หมด

          “เป็นอะไร ไม่ต้องตกใจ พี่ไม่โกรธรัน ไม่เคยโกรธเลยจริงๆ”

          “รันขอโทษ” วรันต์บอกอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกเสียใจ เขาไม่เคยถูกจับได้ เขามั่นใจว่าเล่นละครได้เก่งจนอีกฝ่ายไม่มีทางรู้แน่นอน

          “ไม่ต้องขอโทษหรอก รู้มั้ยทำไมพี่ถึงคบกับรันหลังจากที่รู้ความจริง”

          “เพราะอะไรครับ”

          “เพราะยายกับน้องของรันไงล่ะ พี่รู้ว่ารันทำทุกอย่างเพื่อพวกเขาสองคน แล้ววันนี้น้องโทรมาใช่หรือเปล่า”

          “จะมีเรื่องไหนที่รันปิดพี่ปรานต์ได้มั้ย ใช่ครับ วรงค์ น้องชายรันเอง” วรันต์ยิ้มออกมาเล็กน้อยแต่ดวงตาก็ยังเศร้าอยู่ดี

          “เรื่องเงินใช่มั้ย”

          “ครับ” เขาไมได้อธิบายเพิ่มเพราะปรานต์ก็คงรู้ดีอยู่แล้ว

          “พี่ถึงเอามันมาให้รัน เพราะรันคงต้องใช้” พูดจบชายหนุ่มก็วางกระดาษใบนั้นลงในมือของวรันต์
 
          “แต่มัน...” เขาอายเกินกว่าจะรับเช็คใบนี้

          “รันอย่าดื้อ รับไว้เถอะ พี่อยากช่วย”

          “พี่ปรานต์ ทำให้รันละอายใจ”

          “รันเก่งจะตายไป รันไม่ได้อยากเป็นอย่างที่แสดงออกมาหรอก จริงมั้ย”

          “รันไม่ได้เรื่องต่างหากล่ะ พี่ปรานต์” รันพูดออกมาทั้งที่น้ำตาเริ่มไหลรินออกมา ตั้งแต่บีบน้ำตามาครั้งนี้คงเป็นครั้งแรกที่เจ้าตัวร้องไห้ด้วยความจริงใจออกมาจากข้างใน ไม่ใช่การเสแสร้งแกล้งทำอย่างที่แล้วมา

          “รับเอาไว้ ถ้าติดขัดอะไรก็บอกพี่ อย่าเกรงใจ พี่ยินดีและเต็มใจจะช่วยเหลือรันเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา พี่จะช่วยรันจนกว่าพี่จะช่วยรันไม่ได้” ปรานต์บอกอีกฝ่ายด้วยความจริงใจ

          “ขอบคุณครับ”

          “เรื่องยายบอกพี่มาได้ตลอด พี่จัดการค่าใช้จ่ายตรงนี้เอง”

          “รันไม่อยากรบกวนพี่”

          “อย่าเกรงใจพี่” ปรานต์บอกพร้อมกับเช็ดน้ำตาให้อีกคนตรงหน้าอย่างเบามือ อย่างน้องวรันต์ก็เป็นคนที่เขาเคยรัก เขาเต็มใจเสมอ

         “ถ้ารันไม่มีทางออกจริงๆ รันจะมารบกวนพี่ปรานต์นะครับ”

         “ยินดีครับ” ปรานต์ยิ้มให้อีกฝ่ายพลางลูบศีรษะอีกฝ่าย วรันต์ก็ยิ้มตอบกลับมาให้เขาเหมือนกัน และครั้งนี้มันคงเป็นยิ้มที่มาจากตัวตนของวรันต์จริงๆ



          ไอ้น้ำมองเห็นทุกการกระทำจากในรถ เขาเห็นผู้กองยื่นกระดาษเช็คใบนั้นให้วรันต์ ทีแรกวรันต์เหมือนจะปฏิเสธไม่ยอมรับ แต่ผู้กองก็คว้ามือของอีกฝ่ายขึ้นมาแล้ววางกระดาษนั้นลงบนมืออีกฝ่าย


          ต่อมาก็เห็นวรันต์ยกมือไหว้ที่อกของผู้กองและก็ได้เห็นผู้กองยกมือเช็ดน้ำตาให้อีกฝ่ายด้วยท่าทีที่อ่อนโยน มันช่างเหมือนเหตุการณ์ที่อีกฝ่ายก็เคยเช็ดน้ำตาให้เขาแบบนี้เหมือนกัน


          คงเป็นความอ่อนโยนของเจ้าตัวล่ะมั้ง ที่ปฏิบัติกับทุกคนเหมือนกันหมด เขาไม่ได้พิเศษกว่าใคร ไม่ได้เหนือกว่าใคร เขาก็เป็นเหมือนคนอื่นๆ


          แค่คนอื่นๆ ก็เท่านั้น


         ทั้งที่พยายามสั่งให้ใจมันคิดแบบนี้ แต่ทำไมมือข้างขวาต้องกำเสื้อตรงหน้าอกข้างซ้ายแน่นขนาดนี้ด้วยล่ะ


         ทำไมมันเจ็บจังเลย


          หรือว่าเขาจะเป็นโรคหัวใจจริงๆ


========================


โรคหัวใจกำเริบ เลิฟ เลิฟ เลิฟ

ตอนนี้เหมือนเฉลยในหลายๆ อย่างของเรื่องค่ะ น้ำที่รู้ใจตัวเอง (มั้ง)
ทำไมผู้กองไม่ไล่วรันต์ไป ปล่อยให้คนอ่านโมโหแล้วโมโหอีก
และอีกตัวละครหนึ่งที่เขมก็รักนะเออ วรันต์ ทำไมถึงนิสัยแบบนี้ มีเหตุอะไรให้ทำแบบนี้
จะมีเล่าส่วนของวรันต์เพิ่มขึ้นอีกค่ะ น่าจะหลังจากนี้อีกสองสามตอน

ปล หนึ่ง อยากให้ผู้กองมาเปย์บ้างงงงงง
ปล สอง แต่ละตอนสั้นไปมั้ยคะ ถ้าสั้นไปอยากให้เขมรวบไปของวันอังคาร
มาลงพร้อมกันในวันศุกร์ดีมั้ยคะ หรือค่อยๆ อ่าน มันก็ลุ้นดีนะ
ปล สาม หวยไม่ถูกอะเกนค่ะ เศร้า


ติด Tag ได้เลยค่ะ #LOTTOสื่อรัก #คนบ้าหวย2018
เฟสบุ๊ค https://www.facebook.com/akanae14/ และ ทวิตเตอร์ค่ะ https://twitter.com/khemmakan



ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2635
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3463
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ colorofthewind21

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1657
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1
ก็นะ แล้วแต่ผู้กองเลย เงินผู้กองจะทำอะไรก็ทำไป

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1866
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
ผู้กองอยู่สน.ไหน จะได้แวะไปทำความรู้จักด้วย  :really2:

ออฟไลน์ Pin_12442

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 249
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
น้ำน่าสงสาร ไปตรวจหัวใจซะนะ

ออฟไลน์ Elf_Carat

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 74
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
คิดถึงเจ้าแม่ตะเคียนค่ะ

ออฟไลน์ Patsz

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 165
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
สายเปย์สุดๆ ถ้ามีแฟนใจดี ใจกว้างแบบนี้ก็ไม่ไหวนะ
ปล.จากชื่อตอนและ ตอนท้ายยังมีโรคหัวใจกำเริบเลิฟ เดาว่าคนเขียนคงรุ่นเดียวกับเรา

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Meen2495

  • is allergic to drama.
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 372
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-4
เว่อร์ไปหน่อยกับ "ความเป็นผู้กอง"

ออฟไลน์ Boom890

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 26
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
มาต่อด่วนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ออฟไลน์ ciaiwpot

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1106
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-0

ออฟไลน์ เขมกันต์

  • nothing’s else I can say
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 456
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +164/-9
    • Twitter


งวดสิบเก้า ต่างคนต่างไป


            “ผู้กองครับ” ไอ้น้ำเรียกผู้กองตอนที่ทั้งคู่อยู่ในห้องนอนของน้ำ
           
            “ครับ?” ปรานต์ตอบอีกฝ่าย โดยไม่ละมือจากเสื้อผ้าที่กำลังเก็บลงกระเป๋า พรุ่งนี้เขาจะย้ายกลับไปนอนที่บ้านพักของตัวเองแล้ว

            “เรื่องคดีคุณพัด ผมได้ข้อมูลเพิ่มมาแล้วนะ”

            “อย่างนั้นเหรอ เรื่องเป็นยังไงบ้าง” พอพูดถึงเรื่องคดี ผู้กองหนุ่มหยุดพักสิ่งที่กำลังทำอยู่สักครู่เพื่อรับฟังจากอีกฝ่ายด้วยความตั้งใจ

            “ถามจริงๆ นะ ผู้กองสงสัยพี่สินบ้างมั้ย” น้ำถามอีกฝ่ายหลังเล่าจบ

            “นายว่ายังไงล่ะ”

            “ถามกลับอีกละ เบื่อจริง ...” น้ำบ่นแต่ก็ยอมตอบแต่โดยดี “ผมไม่สงสัยพี่สิน”

            “คิดเหมือนกัน ฉันเองก็ไม่สงสัยนายสิน อย่างน้อยก็ในตอนนี้”

            “ทำไมล่ะครับ”

            “อย่างที่นายรู้ เรื่องที่นายสินชอบทุบตีทำร้ายร่างกายภรรยา มันก็มีส่วนที่ทำให้ชวนสงสัย แต่พอสืบคดีดู จากประวัติแล้ว นายสินไม่เคยบีบคอหรือทำร้ายบริเวณคอของคุณพัดเลยสักครั้งเดียว ซึ่งครั้งนี้นายก็รู้ว่าสาเหตุการตายคืออะไร”

            “ขาดอากาศหายใจ? แล้วเกี่ยวอะไรกับบีบคอครับ” น้ำถามด้วยความสงสัย

            “นายสินไม่เคยบีบคอคุณพัดแปลว่า ไม่เคยลงมือถึงขั้นให้ขาดอากาศมาก่อน แต่ครั้งนี้จากผลชันสูตร ภายในช่องปากมีร่องรอยเลือดออก เหมือนถูกกัดทับด้วยของบางอย่างจนหายใจไม่ออกจนตาย”

            “...”

            “แล้วรูปร่างอย่างนายสิน ไม่น่าจะต้องพึ่งอุปกรณ์อะไรมาทุ่นแรง ถ้าหากจะพลั้งมือฆ่าคนตาย จริงมั้ย นายลองคิดดู” น้ำคิดทบทวนอย่างผู้กองว่าก็คิดว่าจริง เขายังไม่อยากคิดถ้าโดนพี่สินต่อยหมัดเดียวคงจอดไม่ต้องแจวเลย

            “ก็จริง” น้ำพึมพำตอบ

            “ฉันเองก็พอจะเดาสถานการณ์ออกบ้างแล้วล่ะ ขอเก็บรวบรวมหลักฐานอีกนิดคงจะออกหมายจับได้เร็วๆ นี้”

            “เดี๋ยวนะ อย่าบอกว่าผู้กองรู้แล้วว่าใครคือฆาตกร”

            “ก็ไม่เชิง แค่คิดว่าใช่ ถึงขอรวบรวมหลักฐานอีกนิด”

            “ใครอะ”

            “บอกแล้วไง ว่าลองคิดสิว่าเป็นใคร สืบดูหน่อย”

            “ใจร้าย แค่นี้เอง บอกหน่อยก็ไม่ได้” ไอ้น้ำบ่นอุบเพราะมันอยากรู้มาก

            “ไม่ได้ใจร้าย แต่ผลยังไม่สรุป ไม่อยากปรักปรำใคร”

            “อยากรู้...” เสียงครวญชวนสงสารดังมาจากเจ้าของห้อง แต่ผู้กองก็ไม่ใจอ่อน

            “อย่างอนไปเลย”

            “ไม่ได้งอนสักหน่อย”

            “แล้วทำหน้าแบบนั้นคือไม่งอน?”

            “หน้าแบบไหน”

            “ปากคว่ำ หน้ามุ่ย ไม่รู้เหรอตัวเองทำหน้าแบบไหนอยู่ ลองส่องกระจกสิ” ไม่พูดเปล่า ผู้กองเดินเข้ามาจับใบหน้าของไอ้น้ำหันเข้าหน้ากระจกบานใหญ่ในห้อง เจ้าของใบหน้าถึงกับตกใจเมื่อเห็นใบหน้าตัวเอง

            “เฮ้ย น่าเกลียด ทำหน้าอะไรของแกวะไอ้น้ำ แหวะ อย่างกับผู้หญิง” น้ำด่าตัวเองพลางตบหน้าตัวเองไม่เบานัก เขาเคยเห็นสีหน้าแบบนี้เวลาที่ผู้หญิงถูกขัดใจหรือไม่ได้อะไรดังใจ

            “ตีตัวเองทำไม ช้ำหมด” ปรานต์เห็นอีกฝ่ายกำลังทำร้ายใบหน้าของตัวเองอยู่ก็รีบดึงมือคู่นั้นออก หน้าขาวจะไปตีตัวเองให้แดงทำไม


            เพราะแรงของสองคนที่สวนทางกัน คนหนึ่งอยากจะเอาฝ่ามือพุ่งเข้าหาตัวเอง อีกคนอยากจะดันฝ่ามือนั้นออกจากกัน ทำให้มีแรงกระชากเกิดขึ้น ไอ้น้ำรู้สึกว่าใบหน้าของผู้กองตอนนี้ทำไมมันอยู่ใกล้เขาเหลือเกิน ดวงตาสองคู่สบตากันนิ่ง

            “เอ่อ...ไม่ตีแล้ว แค่เมื่อกี้หน้าผมมันน่าเกลียดไปก็เท่านั้นแหละ” น้ำดึงมือออกจากอีกฝ่าย

            “อืม พรุ่งนี้ฉันจะกลับไปนอนที่บ้านพักเหมือนเดิมแล้ว ขอบใจนายกับแม่น้อยมากที่ให้ฉันพักอยู่ด้วยในช่วงที่วรันต์อยู่ที่นี่” ผู้กองหันกลับไปเก็บของใช้ต่อ

            “ไม่เป็นไร แม่ยิ่งกว่าเต็มใจเสียอีก”

            “แม่น้อยของนายน่ารักนะ”

            “ใช่ แม่ใจดี ถึงจะเสียงดังแต่ใจดีและน่ารักมาก” น้ำบอกอย่างภูมิใจ แม่ของเขาเป็นแม่ที่ดีที่สุดในโลก ต่อให้เอาอะไรมาแลกกับแม่ของเขา ก็ไม่มีวันยอมแลกเป็นอันขาด

            “เห็นด้วย นายเองก็เหมือนกัน”

            “หืม?” แปลว่าอะไร ไอ้น้ำไม่เข้าใจ

            “น่ารักเหมือนกัน” คนถูกชมรู้สึกเหมือนเลือดสูบฉีดทั่วใบหน้า ตอนนี้หน้าเขาคงแดงแปร๊ดเป็นแน่

            “ผะ..ผม..ป..ไป อาบน้ำก่อนแล้วกัน เชิญคุณเก็บของตามสบายเถอะ” เขารีบลุกขึ้นไปหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วหายเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็วเพื่อข่มอาการเขินอายของตัวเอง


            โดยไม่ทันเห็นว่าคนที่เก็บของมือไม่ว่างอยู่นั้น ใบหูของเขาก็ดูแดงๆ เหมือนกัน


            เช้าวันรุ่งขึ้น ผู้กองหนุ่มก็หิ้วกระเป๋าขนาดใบไม่ใหญ่นักออกมาจากห้องนอนของบุตรชายเจ้าของบ้านเพื่อมาขอบคุณที่แม่น้อยให้ความเมตตาหยิบยื่นที่พักให้เจ้าตัว

            “ขอบคุณครับ แม่น้อยที่ให้ผมมาพักด้วยตั้งหลายคืน”

            “ไม่เป็นไรเลย ไม่เป็นไร แค่นี้เองจ้ะ น่าเสียดาย พักต่ออีกสักหลายๆ คืนก็ได้นะ” แม่น้อยบอกอย่างใจดี

            “ขอบคุณครับ แต่เพื่อนของผมเขากลับกรุงเทพฯ วันนี้แล้ว คงไม่รบกวนต่อ”

            “ตามใจเถิดจ้ะ ที่นี่ต้อนรับเสมอ แล้วนี่จะไปเลยใช่มั้ย” แม่น้อยเห็นกระเป๋าเดินทางที่แขกมาพักถือออกมาด้วยก็พอจะเข้าใจ

            “ครับ แวะเอากระเป๋าไปเก็บไว้ที่บ้านพักก่อนแล้วจะไปที่สน. เลยครับ”

            “อืม แล้วนี่ไอ้น้ำ มันไปไหนล่ะ ไอ้น้ำ ไอ้น้ำเว้ย ไปส่งผู้กองเขาหน่อย”  แม่น้อยตะโกนเรียกบุตรชาย

            “ไม่เป็นไรครับ แม่น้อย ผมไปเองได้อย่าลำบากเลย”

            “เอาอย่างนั้นเหรอ”

            “ครับ ผมไปก่อนนะแม่น้อย” ผู้กองหนุ่มว่าพลางยกมือไหว้

            “จ้ะ ไหว้พระเถิดพ่อ แวะมากินข้าวที่นี่บ่อยๆ นะ”

            “แน่นอนครับ” ชายหนุ่มบอกลาอีกครั้งก่อนจะเดินหิ้วกระเป๋าลงบันไดไป


            เสียงรถยนต์แล่นห่างตัวบ้านไปสักพัก ไอ้ตัวดีของแม่น้อยถึงค่อยแหยมหน้าออกมาจากห้อง


            “หนอย ไอ้น้ำ พอเขาไปล่ะเพิ่งออกมา เอ็งนี่มันใช้ไม่ได้เลยจริงๆ ขายหน้าข้าไปหมด”

            “อะไรกันอะแม่ ผู้กองก็อยู่แถวนี้ จะต้องทำเรื่องให้มันเอิกเกริกทำไม” น้ำเถียง

            “บ๊ะ! เถียงข้า เดี๋ยวเถอะ ก็แขกจะไปจะมา เราเป็นเจ้าของบ้านก็ต้องต้อนรับขับสู้ให้มันดีๆ หน่อย เดี๋ยวเขาจะมาว่าเราได้”

            “นี่ก็ต้อนรับดีสุดๆ แล้วถ้ายังมาบ่น เดี๋ยวฉันนี่แหละจะไปจัดการถึงสน.เลย” น้ำทุบอกบอกอย่างไม่กลัว

            “เฮอะ เหม็นน้ำลาย แล้วนี่แต่งตัว หิ้วกระเป๋ามาด้วย จะไปไหน” แม่น้อยมองของในมือไอ้น้ำแล้วก็ถามออกมาด้วยความสงสัย

            “ฉันมีธุระจะเข้าไปกรุงเทพฯ สักสองสามวันนะแม่”

            “อะไรของเอ็ง จู่ๆ มาบอกข้า ปุบปับจะไป”

           “จ้ะ มีเรื่องต้องจัดการนิดหน่อย”

           “เออ โตแล้วจะไปจะมาก็ดูแลตัวเองด้วยแล้วกัน”

           “แน่นอนจ้ะ”

           “ว่าแต่กลับมาก่อนหวยออกใช่มั้ยวะ”

           “แน่นอนจ้ะ” น้ำรับคำอย่างมาดมั่น ไม่มีทางพลาดเสียหรอก

          “เออ ถ้าอย่างนั้นข้าก็เบาใจ”

          “นี่แม่ไม่ห่วงฉันเลยเหรอ” น้ำพูดเย้าแหย่ด้วยน้ำเสียงเชิงน้อยใจ

          “พูดอะไรอย่างนั้นวะ ข้าต้องห่วงเอ็งอยู่แล้ว”

          “ห่วงหวยหรือห่วงฉันกันแน่”

          “มันก็ทั้งสองอย่างแหละวะ ข้าว่าเอ็งอย่าถามให้มันช้ำใจเลย”

          “แม่!!”

          “ไปๆ รีบไปกินข้าวกินปลา เสร็จแล้วจะได้ไปรอรถ เดี๋ยวจะไปถึงมืดค่ำเสียก่อน” แม่น้อยเป็นห่วง

          “จ้ะแม่”


           ไม่เกินเก้าโมงดี ไอ้น้ำก็นั่งชูคออยู่บนรถตู้มุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวงดินแดนศิวิไลซ์ ภารกิจแรกที่เขามาถึงก็คือเข้าไปเก็บกวาดห้องพักที่เขาเคยอาศัยอยู่ เสร็จแล้วจึงออกไปพบกับพี่บาสแล้วจึงพากันไปหาลูกค้าอีกที

           “เป็นไงบ้างวะ ไอ้น้ำ สบายดีนะ” พี่บาสถามขึ้นระหว่างทางที่กำลังนั่งรถไปหาลูกค้าที่โรงแรมแห่งหนึ่งไม่ไกลจากที่พวกเขาสองคนนัดเจอกันนัก

           “สบายดีพี่ แล้วพี่ล่ะ แต่ดูแล้วน่าจะสบายดีแหละ”

          “กวนเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยน พี่ก็เหมือนเดิมแหละ แกไม่อยู่ก็เหงาเหมือนกัน”

          “คิดถึงผมล่ะสิ” น้ำแซว

          “เปล่า เหงาหู ออฟฟิศเงียบมาก ไม่มีคนปากหมา”

          “โห่ ควรดีใจมั้ยเนี่ย” เสียงหัวเราะของทั้งคู่ดังลั่นไปทั่วรถ ก่อนจะเงียบลงเปลี่ยนไปอีกบรรยากาศหนึ่ง

          “พี่..แล้วคือ..คนนั้น..สบายดีมั้ย” น้ำเอ่ยถามบุคคลที่สามขึ้นมาโดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

          “เฮ้อ” พี่บาสเหล่มองคนด้านข้างแล้วถอนหายใจ ไม่ต้องเอ่ยชื่อเขาก็รู้ว่าน้ำ หนุ่มรุ่นน้องนั้นกำลังพูดถึงใคร

         “พี่บาส...” น้ำเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงเบา เขารู้ว่าพี่บาสคงไม่ค่อยชอบใจนักหรอก แต่เขาก็อยากรู้ข่าวคราวของเธอคนนั้นบ้างนี่นา

         “ก็..ยังไงดีล่ะ...มันก็ค่อยจะดีหรอก...” พี่บาสเว้นระยะไปนิดหนึ่งก่อนจะพูดต่อ “คือ..ไอ้เจน มันเลิกกับแฟนแล้ว”

         “เลิกกันแล้วเหรอ? เธอเลิกกับเขาแล้วเหรอ” น้ำถามเสียงตื่นเต้น

         “ใช่ หลังจากแกกลับไปอยู่บ้านไม่นาน”

          “ทำไมพี่ไม่บอก ไม่เล่าอะไรให้ผมฟังเลยอะ” น้ำถามตัดพ้อ

         “ให้พี่โทรไปบอกนายเพื่ออะไร ให้บอกว่า ‘เออ เจนเลิกกับแฟนแล้วนะ แกจะกลับมาหาเจนมั้ย’แบบนี้น่ะเหรอ เพ้อเจ้อ”

         “ก็จริง ขอโทษทีพี่”

         “ที่ไม่พอใจพี่แบบนี้ อย่าบอกนะว่าคิดจะกลับไป อย่าเชียวนะ ไอ้น้ำ พี่ขอเตือนแกด้วยความหวังดี”

         “เปล่า ไม่ใช่สักหน่อย ผมก็แค่เป็นห่วงเจน”

         “ไม่ต้องไปยุ่งกับเจน ปล่อยมันท้องแบบนั้นแล้วให้มันรอเลี้ยงลูกของมันไป”

         “ห๊ะ!? อะไรนะพี่ เจนมีลูก?”

         “เอ้า แกไม่รู้เหรอเนี่ย ก็ที่เจนมันขอเลิกกับแกก็เพราะมันท้อง” พี่บาสหันมาถามด้วยความงงงวย เรื่องมันยังไงกันวะเนี่ย

        “ไม่..ไม่รู้เลยพี่ เจนไม่เคยบอกผมเรื่องนั้น”

          “อืม มันท้องกับแฟนที่เพิ่งเลิกไปนั่นแหละ”

          “กี่เดือนแล้วอะพี่”

          “อะไร”

          “เจนท้องกี่เดือนแล้ว”

         “ห้าเดือน”

          “ห้าเดือน...” น้ำทวนคำตอบของพี่บาส ห้าเดือนได้ไงวะ เขาเลิกกับเจนมาได้ห้าเดือนเหมือนกัน แล้วจะท้องห้าเดือนมาจากไหนวะ เลิกปุ๊ปท้องปั๊ป แบบนี้น่ะเหรอ

          “คิดอะไรของแก เจนมันคบซ้อน ดูไม่ออกเลยเหรอ ไอ้น้องไอทีอีกคนที่เข้ามาใหม่คนนั้นที่ไอ้เจนมันไปสอนงาน อย่าบอกว่าเรื่องนี้ แกก็ไม่รู้อีก”

         “ไม่รู้อะ” คำตอบของไอ้น้ำ ทำให้พี่บาสอยากตะโกนถามไอ้น้ำว่า อะไรของมึงเนี่ย ไม่รู้จริงดิ

         “ไม่รู้?ไม่รู้ได้ไง หลงไอ้เจนจนตาบอดเหรอ” พี่บาสถึงขั้นหลุดปากด่าน้ำออกมาเพราะอารมณ์ที่โมโหแทน

          “ก็ไม่เชิง คือผมก็สงสัยแหละ แต่เจนบอกว่าไม่มีอะไร”

         “แล้วแกก็เชื่อ?”

          “แน่นอน ผมต้องเชื่อเจนอยู่แล้ว”

         “ควายเลยมั้ยล่ะ”

          “เจ็บเว้ย พี่บาส ก็ควายดิ ควายเป็นๆ ไม่มีวัวผสมเลย”

          “เจ็บก็ดี จำไว้ด้วย ห่วงไอ้เจนมันได้ แต่ไม่ต้องสอดมือเข้าไปยุ่ง เข้าใจ๋?”

          “ก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ได้ปะพี่” น้ำต่อรอง

          “นี่ยังอยากเป็นเพื่อนกับมันอีกเหรอวะ ยอมใจนับถือพลังรักของมึงจริงๆ เลยว่ะ ยังรักมันอยู่เหรอวะ” ปกติแล้วพี่บาสไม่นิยมพูดจามึงกูอะไรนักเท่าไหร่ แต่คราวนี้คงเหลืออดจริงๆ

          “ก็ไม่ขนาดนั้น แต่ถ้าบอกว่าลืมได้แล้ว มันก็ไม่ใช่”

          “ไอ้น้ำเอ๊ย ปากเก่งทุกเรื่อง พอเรื่องนี้ตายสนิท ให้พี่แนะนำมั้ย” พี่บาสเสนอแนะด้วยความหวังดี

          “แนะนำอะไรพี่”

          “รีบหาแฟนใหม่ซะ แล้วมึงจะลืมผู้หญิงที่ชื่อเจนไปเลย”

          “หาง่ายแบบนั้นก็ดีดิวะพี่ เกิดมาผมยังไม่เคยจีบใครเลย”

         “ไอ้อ่อนหัด ไม่เคยจีบก็ลองจีบดูสิวะ ไม่ยากอะไรหรอก”

         “จีบผู้หญิงเนี่ยนะ ไม่ยาก?”

          “เออ เอาใจเขาเยอะๆ พาไปเที่ยวบ่อยๆ แค่นั้นก็ใจอ่อนแล้ว”

          “อืม อย่างนั้นเหรอ” ไอ้น้ำครุ่นคิดกับคำแนะนำของรุ่นพี่ ทำไมในหัวของเขาถึงไม่มีค่อยภาพเจนเลย แต่กลับมีภาพของ   ผู้กอง คนที่ไม่เคยบอกข้อมูลราชการให้เขาฟังเลย ใจของเขากำลังบอกอะไรกับเขากันแน่

          “ทำไมต้องทำหน้าซีเรียสขนาดนั้น แค่จีบสาว ถ้าไม่เป็นเดี๋ยวพี่ช่วยสอนให้ก็ได้” บาสพูด เรื่องจีบสาว เขานี่ถนัดสุด ไม่ได้คุยโม้นะ ตำแหน่งเจ้าชู้ตัวพ่อ ชื่อนี้เขาไม่ได้มาฟรีๆ บอกไว้เลย

          “ผมแค่คิดว่า แล้วจีบผู้ชายมันจะเหมือนจีบผู้หญิงด้วยมั้ย”

          “อันนั้น พี่ก็ไม่รู้ว่ะ ไม่เคยจีบผู้ชายซะด้วย พูดแล้วขนลุก ถามแบบนี้หมายความว่าไง” พี่บาสถามตามความสงสัย แต่แล้วเขาก็เบิกตากว้างขึ้น “อย่าบอกนะว่า จะจีบผู้ชาย”

          “อืม พี่ว่าไง ถ้าผมจะจีบผู้ชาย”

         “น้ำ แกสมองกลับใช่มั้ยเนี่ย อกหักจากไอ้เจนเลยคิดจะประชดรักเหรอ ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้เว้ย”

          “เปล่าพี่ ผมไม่ได้ประชด คือมันยังไม่ค่อยแน่ใจหรอก แต่มันก็แปลกๆ อะ เวลาอยู่ใกล้เขาแล้วรู้สึกยังไงไม่รู้ แบบไม่ได้รังเกียจอะไรอย่างนี้” น้ำพูดไปตามความรู้สึก

          “โธ่ ถังกาละมัง น้องกู อกหักรักคุดเมินหญิงไปซบอกผู้ชายเสียแล้ว แน่ใจแล้วเหรอวะ”

          “ซบอกอะไรล่ะ เขาสิต้องซบอกผม ถ้ายังไง ผมลองจีบดูก่อนก็ได้ ถ้าไม่เวิร์คเดี๋ยวค่อยเปลี่ยนใจ”

          “ท่าจะบ้าจริงๆ จะจีบใครเขาก็ดูให้มันดีๆ ล่ะ จะได้ไม่เป็นมือที่สามของใคร เข้าใจมั้ย”

          “ครับ ขอบคุณพี่ แล้วจีบผู้ชายต้องทำไงอะ”

          “จะไปรู้เรอะ ไม่เคยจีบโว้ย หาวิธีเอาเอง” พี่บาสปฏิเสธเสียงดังลั่น จนไอ้น้ำเอามือปิดหูแทบไม่ทัน

          “ไม่รู้ ก็ไม่รู้ ทำไมต้องตะโกนด้วย ที่บ้านก็ตะโกนคุยกัน มากรุงเทพฯ ยังเจอคนตะโกนเสียงดังอีก เฮ้อ” น้ำถอนใจปนระอา


           คุยกันด้วยเสียงธรรมดาไม่ได้เหรอไง น้ำไม่เข้าใจ


           จบบทสนทนาไม่นาน ทั้งคู่ก็มาถึงโรงแรมที่เป็นจุดหมายเพื่อเข้าไปคุยกับลูกค้ารายนี้ พี่บาสจอดรถอย่างนิ่มนวลเหมือนทุกครั้ง ก่อนจะดับเครื่องยนต์แล้วพากันเข้าไปด้านใน


           จริงๆ แล้วด้วยหน้าที่ของน้ำ ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องมาคุยกับลูกค้าเอง พี่บาสเองก็ช่วยพูดรับหน้าให้แล้ว แต่ลูกค้าก็ยังยืนยันว่าอยากจะคุยกับคนทำงานในส่วนนี้ เขาเลยจำเป็นต้องมา

           “สวัสดีค่ะ” เสียงทักทายสดใสดังขึ้นตอนที่พวกเขาเพิ่งมาถึง

           “สวัสดีครับ” น้ำและพี่บาส ไหว้อีกฝ่ายกลับไป ไอ้น้ำเองก็พอจะเข้าใจลางๆ แล้วว่าทำไมลูกค้าคนนี้เรื่องเยอะนัก ที่แท้ก็เพราะเป็นผู้หญิงนี่เอง

           “คุณนทีหรือน้ำครับ กราฟฟิคดีไซเนอร์ของเรา” พี่บาสแนะนำไอ้น้ำให้อีกฝ่ายรู้จักเพราะพี่บาสกับผู้ว่าจ้างเจอกันหลายครั้งแล้ว

           “สวัสดีค่ะ คุณน้ำ ดิฉัน อรนะคะ”

           “สวัสดีครับ”

          “เรามาเริ่มคุยกันเลยดีมั้ยครับ” พี่บาสแนะขึ้นมา น้ำเดาว่าพี่บาสคงไม่อยากอยู่คุยกับอีกฝ่ายนานนัก

          “คราวก่อนที่คุยกันกับคุณบาส อรโอเคแล้วนะคะ เหลือแค่ส่วนออกแบบโลโก้หรือตรงที่อยากให้เคลื่อนไหว ที่อรอยากจะแก้น่ะค่ะ มันยังไม่ค่อยถูกใจ” คำตอบของคุณอร ทำให้ไอ้น้ำลอบกลืนน้ำลาย งานเข้ากูแล้วมั้ยล่ะ เขาแก้งานนี้มาหลายรอบแล้ว ไม่อยากแก้อีก

           “ส่วนนี้เราก็แก้มาสามรอบแล้ว คุณอรยังอยากปรับตรงไหนอีกเหรอครับ ขอให้เป็นการแก้ไขครั้งสุดท้ายนะครับ”

           “ค่ะ นั่นแหละค่ะเป็นเหตุผลว่าทำไมอรถึงให้เชิญคุณน้ำมาด้วย แล้วถ้าอรโอเค ก็จะโอนเงินงวดนี้ให้คุณบาสเลยค่ะ ไม่อิดออดแน่นอน” หญิงสาวบอก

           “ครับ คุณอรว่ามาได้เลยครับ” น้ำบอกอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว เขาเองก็ไม่ได้อยากคุยนานเท่าไหร่

           “ค่ะ ตรงโลโก้ที่เป็นตัวการ์ตูน อรอยากปรับตรงนี้หน่อยค่ะ”


           คุณอร ผู้ว่าจ้างเริ่มตั้งแต่ตัวการ์ตูนโลโก้เป็นอันดับแรก น้ำนิ่งฟังพร้อมจดรายละเอียดลงไปในโน้ตบุคอย่างละเอียด เขาจะไม่ยอมให้มันหลุดอีก เพราะคุณอรอยากเปลี่ยนแม้กระทั่งสเกลของเส้นผมที่มันกระดกขึ้น อยากให้มันต่ำลงกว่านี้สักห้าองศา


            เฮ้ย อะไรวะ ห้าองศาก็เอาเหรอ


            ไอ้น้ำก็อดทนและตั้งใจฟังมันจนจบเพื่อให้หลุดพ้นออกมาจากคุณอรแสนละเอียดและเรื่องมาก เขาแทบจะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกเมื่อรู้ว่าการพูดคุยงานในครั้งนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว

            “เป็นอะไรวะ” พี่บาสถามขึ้นตอนที่กลับเข้ามาในรถยนต์กันแล้ว

            “เปล่าพี่ แค่โล่งใจ”

            “เออ เหมือนกัน แล้วเดี๋ยวไปไหนต่อวะ ไปกินเหล้ากับพี่มั้ย”

            “ไม่เป็นไรพี่บาส เรื่องพวกนั้นผมไม่ค่อยถนัด พี่ก็รู้ เดี๋ยวผมจะรีบกลับไปแก้ไข เส้นผมกระดกของเจ๊เขา ให้เสร็จ พรุ่งนี้ผมส่งให้นะ จะได้เสร็จๆ ไป”

             “เออ ตามใจ ไม่ต้องรีบล่ะ เก็บงานให้ละเอียดๆ ด้วย จะได้ไม่ต้องแก้อีก”

             “รู้แล้วพี่ ผมเบื่อแก้แล้ว”

            “อืม แล้วนี่พักที่ไหน ที่เดิม?”

             “ใช่พี่”

            “เดี๋ยวพี่ไปส่งแล้วกัน”

            “ขอบคุณครับ



                    ==========================================

ติด Tag ได้เลยค่ะ #LOTTOสื่อรัก #คนบ้าหวย2018



ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13269
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1866
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
แหม น้ำมีใจให้ผู้กองแล้ว แถมยังเปิดใจกับพี่ร่วมงานอีก
ว่าแต่ เจ้เจ้าของงานทำละเอียดเหลือหลายขนาดผมกระดก 5 องศาก็เอา
สู้ๆ นะ น้ำ

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3463
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ colorofthewind21

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1657
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1
จีบเลยน้ำ ลุยเองก่อนเลยย

ออฟไลน์ Patsz

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 165
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
น้องน้ำนี่รู้ใจตัวเองปุ๊บ ก็จีบปั๊บเลย ขอให้จีบติดไวๆนะจ๊ะ

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2635
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด