**{31.8.61-ตอนพิเศษนอกเล่ม๒ คู่รอง} Cinderella man and the beast
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: **{31.8.61-ตอนพิเศษนอกเล่ม๒ คู่รอง} Cinderella man and the beast  (อ่าน 27192 ครั้ง)

ออฟไลน์ T_TARS

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 36
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ดีนะพี่ดำคอยเตือนสตินายเชษฐ์เรื่องน้องวิว

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1882
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
ขอใช้ชื่อตอนนี้ว่า "ลูกเจี๊ยบสื่อรัก" อิอิอิ
แหม..นายเชษฐ์ คิดว่าวิวไม่ทำจริงละสิ
เกือบไม่เจอตัวแล้วละ เกือบเสียเวลาไปง้อถึงเมืองกรุงแล้ว
ดีที่ตั้งตัวทันนะ นี่แหละความดีของพี่ดำล้วนๆ เลยละ
จะไงละ ก็เราเป็น fc ของดำนี่นา
 :z2: :z2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31-03-2018 16:41:10 โดย k2blove »

ออฟไลน์ BAKA

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3149
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-10
อันนี้คือคุณเชษฐ์จะเลิกปากแข็งแล้วก็จะชัดเจนสักทีแล้วใช่ไหมคะเนี่ย? ฮาาา

ออฟไลน์ ่jum

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3820
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-3
 :เฮ้อ: กว่าพี่ท่านจะคิดได้  :เฮ้อ:

ออฟไลน์ kungverrycool

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 321
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
 :katai2-1:รอตอนจ่อไปคร่า

ออฟไลน์ ●GreenTEA●

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 688
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-2

ออฟไลน์ noonaaRP

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 262
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-1
    • fanpage Noonaa

ตอนที่ ๑๕

เมื่อวาน เชษฐ์ไชยไปตามล่าโจรตัวเล็กที่วิ่งขึ้นรถขนลูกเจี๊ยบ จริง ๆ แล้วชายหนุ่มได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อมือมาเล็กน้อย แต่ช่วงวินาทีชีวิตตอนนั้นเขาไม่ได้ห่วงตัวเอง นึกแต่ว่าวิริยะจะเป็นอย่างไร ก็เลยไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรมาก กระทั่งช่วงวิ่งจับลูกไก่เสร็จและสะสางปัญหาทั้งหมดนั่นแหละ ชายหนุ่มจึงรู้ตัวว่าข้อมือของตัวเองพลิก

กว่าจะจบเรื่องก็เย็น ชายหนุ่มตัดสินใจขอรับซื้อลูกเจี๊ยบพวกนั้นมาลงที่ไร่เสียเอง บอกกับเจ้านายลุงผู้เคราะห์ร้ายว่าทั้งหมดเป็นความผิดของพวกเขา ไม่เกี่ยวกับลูกน้องคนนี้ กว่าจะกู้รถขึ้นมาได้ ไอ้แสบทั้งเจ็ดเมื่อตามมาเห็น ต่างก็ทำหน้าเหวอ รีบสอบถามกันยกใหญ่ว่าทำไมถึงได้ตกอยู่ในสภาพเช่นนั้นได้ ท้ายที่สุดก็รุมขอของดี ถามว่าห้อยพระอะไรถึงได้หนังเหนียวขนาดนี้

เชษฐ์ไชยไปหาหมอ ได้เฝือกอ่อนมาพันข้อมือเท่านั้น อีกไม่นานก็คงหายเหมือนเดิม อันที่จริงชายหนุ่มไม่ได้เจ็บมากมายนัก แต่กันไว้ดีกว่าแก้ เผื่อว่ามันจะเป็นเรื้อรัง แบบนั้นเชษฐ์ไชยไม่ค่อยชอบเพราะจะส่งผลไปถึงเรื่องงาน

วันนี้ชายหนุ่มไม่ได้ออกไปที่ไร่ตั้งแต่รุ่งเช้าเหมือนทุกวัน สภาพมือเช่นนี้คงจะไปหยิบจับอะไรไม่ได้นัก เชษฐ์ไชยจึงคิดแค่ว่าจะไปเดินตรวจตราดูความเรียบร้อย คุมงาน และหาอะไรเพลิน ๆ ทำสักอย่างสองอย่าง ขณะที่ร่างใหญ่กำลังนั่งดื่มกาแฟ ดื่มด่ำกับภาพวิวไร่สุดลูกหูลูกตาใต้การดูแลของตัวเองอยู่นั้น เชษฐ์ไชยเลิกคิ้วอย่างนึกฉงน เมื่อมีอ้อมกอดของใครสักคนมอบให้จากด้านหลัง

ไอ้เด็กแสบหรือ...

อยากจะคิดว่าเป็นคนที่ต้องการให้ทำอยู่หรอก แต่คนที่อยากให้ทำ คงไม่เข้าหาเขาแบบนี้แน่

“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” น้ำเสียงนายใหญ่แห่งไร่ราบเรียบ ไม่ยินดีที่ถูกทักทายเช่นนี้

“ทำไมคะ เมียกอดแค่นี้ ทำเป็นเขินไปได้...”

สุ้มเสียงหวานดังอยู่ใกล้ใบหน้าเชษฐ์ไชย ก่อนเจ้าของจะแนบริมฝีปากจูบลงบนขมับสะอ้านของเขา อย่างไม่อายป้าคนสวนที่กำลังจัดแต่งแปลงดอกกุหลาบงามบริเวณใกล้กัน ชายหนุ่มวางแก้วกาแฟลงเสียงดัง หันไปหาคนหน้าหนาข้างหลัง “หยุดทำอะไรบ้า ๆ สักทีรตรี เมื่อไรจะกลับไปที่ของเธอฮะ”

“รตรีไม่กลับไปหรอกค่ะ รตรีคิดได้แล้ว ว่าใครรักรตรีที่สุดในโลก”

เธอทำหน้าหวาน ไม่สะทกสะท้าน

ชายหนุ่มถอนใจเฮือกใหญ่ “ฉันก็แค่เคยรัก”

“ไม่จริงหรอก รตรีรู้ว่าพี่เชษฐ์ยังรักรตรีอยู่”

“เธอยังคงคิดว่าฉันโง่อยู่อีกงั้นซี” เชษฐ์ไชยมุ่นคิ้ว

“ไม่ได้หมายความแบบนั้นสักหน่อย รตรีแค่เห็นว่าพี่เชษฐ์ยังไม่เปลี่ยนไปก็เท่านั้นเอง ในเมื่อพี่เชษฐ์ยังรักรตรีอยู่ก็ไม่เห็นต้องทำใจแข็งเลยนี่คะ ให้อภัยเมียที่หลงผิดสักครั้งได้ไหมเอ่ย” หล่อนทำเสียงออดอ้อน หากทว่าเชษฐ์ไชยเพียงกระตุกยิ้มอย่างระอาเมื่อได้ฟัง ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงหลงดีใจที่รตรีมาวิงวอนขอความรักเช่นนี้ แต่คราวนี้ชายหนุ่มหลุดพ้นจากบ่วงบ้า ๆ นั่นมาแล้ว

ที่เห็นนี่ก็แค่มารยาเท่านั้น รตรีไม่เคยรักเขาที่เป็นเขาเลยสักครั้ง

ชายหนุ่มลุกยืน จ้องตาหญิงสาวเบื้องหน้าเรียบนิ่งย้อนถามเธอไปว่า “ถามหน่อยเถอะ อะไรที่ทำให้เธอคิดว่าฉันอยากกลับไปคืนดีกับเธอนัก รตรี”

หล่อนคลี่ยิ้มเมื่อได้ฟังราวเป็นผู้เหนือกว่า ก็อาจใช่ เมื่อก่อนเชษฐ์ไชยเป็นเสือ แต่ก็เป็นเสือที่อยู่ภายใต้สวนสัตว์และผู้คุม รตรีควบคุมเขาทุกสิ่งอย่างไม่เว้นแม้กระทั่งจิตใจ ชายหนุ่มยอมรับว่าอย่างเขา การหาเมียรูปร่างหน้าตาสมบูรณ์แบบอย่างรตรีเป็นเรื่องไม่ง่าย เขาหลงความสวยความงามของเธอจนโงหัวไม่ขึ้น รักมาก รักจนยอมทำตามใจทุกอย่าง ทำอย่างนี้จนชีวิตคู่ยาวนานมาถึงสองปี

ตั้งแต่เธอท้อง เชษฐ์ไชยก็มุ่งมั่นทำงานไม่มีเวลาให้ ไม่ได้แตะต้องเมียตัวเองแม้แต่ปลายเล็บเพราะเธอบ่นว่าไม่ชอบ รังเกียจเขาว่าสกปรก ทะเลาะกันบ่อยขึ้น เชษฐ์ไชยเป็นพวกอารมณ์ร้อนแต่ก็ต้องยอม เธอเห็นว่าเขามักทำลายข้าวของระบายอารมณ์ จึงบอกว่ารับเชษฐ์ไชยไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ไม่กี่วัน ก็หอบผ้าหอบผ่อนตามหัวหน้าคนงานไปโดยไม่เอ่ยลาสักคำ

เชษฐ์ไชยโกรธ ด้วยความเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น เขาประกาศกร้าวว่าหากใครให้การช่วยเหลือเธอกับชู้ เท่ากับว่ายอมเป็นศัตรูกับนายเชษฐ์แห่งไร่อรุณี ซึ่งก็ไม่มีใครยินดีต้อนรับทั้งสอง นอกจากฝ่ายครอบครัวของรตรีเอง หล่อนเป็นลูกสาวของนายกำชัย นายใหญ่แห่งไร่ผาตะวัน ที่ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงซบเซาเพราะการถูกกดดันทางอ้อมของชายหนุ่ม แต่ก็เป็นผลกระทบจากฝีมือลูกสาวที่ทำไว้ด้วยเช่นกัน ผู้คนในสังคมแถวนั้นต่างตราหน้าว่าเธอเป็นผู้หญิงแย่

ดูเหมือนเธอจะไม่สะทกสะท้านต่อคำครหานัก เชษฐ์ไชยเคยรู้สึกผิดที่ทำให้เธอถูกนินทาว่าร้าย แต่เมื่อได้เห็นกับตาว่ารตรีอยู่ดี ชายหนุ่มก็เก็บความรู้สึกทั้งหมดกลับมา

หล่อนกระตุกยิ้ม จ้องตาเชษฐ์ไชยกล่าวตอบ “เพราะอะไรที่ทำให้รตรีคิดว่าพี่เชษฐ์ยังไม่ลืมรตรี” เธอทวนคำถาม แวบหนึ่งดูเหมือนกำลังหัวเราะเยาะด้วย “ก็ดูพี่ตอนนี้สิ ผ่านมาตั้งกี่ปีแล้ว ยังเหมือนเดิมอยู่อีก ไม่ยอมก้าวไปไหนสักที”

เชษฐ์ไชยขบฟัน รู้สึกไม่ชอบเอาเสียเลย

รตรียังคงยิ้มหวาน กล่าวต่ออีก “ดูพี่สิ รตรีจากมายังไง พี่เชษฐ์ก็ไม่ต่างจากเมื่อก่อนเลย แล้วไหนจะของบ้า ๆ พวกนี้อีก ไม่อยากจะเชื่อ ทุกอย่างเหมือนเดิม อย่างกับเพิ่งผ่านมาแค่เมื่อวาน” คนกล่าวมองรอบกาย “รตรีเชื่อแล้วค่ะ ว่าพี่เชษฐ์รักรตรี รอรตรีได้จริง ๆ เพราะอย่างนั้นรตรีถึงได้กลับมายังไงเล่าคะ”

คนฟังส่ายหน้าอย่างสุดทน หากทว่าพยายามอย่างที่สุดเพื่อปรับสีหน้ามิให้ร้าย

“แน่ใจนะว่าฉันไม่ได้เปลี่ยนไป”

คนฟังคนทำประหลาดใจเมื่อได้ยินเสียงเย็นเยียบของเชษฐ์ไชย “อะไรนะคะ”

คนตัวใหญ่ยักษ์เบื้องหน้าจ้องตารตรีเขม็ง

“อยากพิสูจน์ไหม ว่าฉันยังรักเธอรึเปล่า”

เมื่อเห็นสายตาดุราวเสือของคนถาม หญิงสาวผู้มั่นใจเมื่อครู่เริ่มเปลี่ยนสีหน้าไป เธอนิ่งอึ้ง พูดไม่ออกไปพักหนึ่งเพราะเดาใจเชษฐ์ไชยไม่ได้ กลัวว่าหากทำอะไรผิดพลาดไป อาจแหลกคามือตีนของอีกฝ่ายอย่างข้าวของเครื่องใช้ที่ถูกทำลายเมื่อก่อน

“ยะ ยังไงกันคะ” เธอย้อน

เมื่อได้ยินดังนั้น เชษฐ์ไชยก็ไม่เก็บอารมณ์ของตัวเองอีกต่อไป ชายหนุ่มขบฟันแสดงความขึ้งโกรธที่เคยถูกหยามศักดิ์ศรี อยากจะระบายความคับแค้นใจเสียเต็มประดา เดินไปหาคนสวนที่กำลังจัดแปลงอยู่ไม่ไกล หยิบที่อีโต้ที่ใช้ฟันต้นหญ้าติดมือแล้วเดินตรงกลับมาทางรตรีอย่างไม่หยุดคิด ทันทีที่เห็น หญิงสาวเบิกตาโต มองคนโกรธขึ้งที่เดินเข้ามาด้วยความกลัว

“อยากรู้เหรอ ว่าฉันยังรักเธอไหม...” เชษฐ์ไชยมือสั่น เดินตรงไปหาอดีตเมียตรงหน้า

หล่อนเบิกตา เมื่อเชษฐ์ไชยไม่ละฝีเท้าเลย กำอีโต้ในมือแน่นดิ่งมาหา

“พี่เชษฐ์ กรี๊ดดดดดด!!”

“แล้วหล่อนก็ถอยกรูดจนล้มก้นจำเบ้า ร้องแหกปากอยู่นั่น ส่วนนายเชษฐ์คนเก่งของฉันก็พุ่งไปฟันไอ้แปลงดอกกุหลาบที่หวงมาหลายปีเสียยับเยิน ฟันไปจนราบเป็นหน้ากอง ปากก็ร้องบอกคุณรตรีว่าฉันไม่มีทางคืนดีกับผู้หญิงอย่างเธอ แม่เอ๊ย! ฉันอยากให้พวกแกไปเห็นกับตาเหลือเกิน สะใจอีแก่อย่างฉันจริง ๆ คราวนี้เราก็ไม่ต้องกังวลแล้วว่านายเชษฐ์จะเอาคุณนังรตรีกลับมาทำเมีย”

คุณป้าคนสวนเล่าด้วยเสียงดุเด็ดเผ็ดมันกับเพื่อนที่กำลังพักเที่ยง ซึ่งทุกคนก็นั่งเงียบตื่นเต้น ในขณะที่วิริยะเหลือบมองหน้าพี่สาวทั้งสามหลังได้ฟังเรื่องทั้งหมดอยู่ไกล ๆ ซึ่งไม่รู้ว่าจริงแท้แค่ไหน หรือคุณป้าอาจจะมีใส่ไข่ด้วยก็ได้ แม้ว่าเชษฐ์ไชยจะเป็นคนโผงผาง ป่าเถื่อน แต่ตานั่นจะทำแบบนี้กับอดีตเมียจริง ๆ น่ะหรือ

“นายเชษฐ์นี่ พอรักก็รักแรง แต่พอเกลียดนี่ก็แรงกว่าสิบเท่าเลยนะ” ส้มพูด

“ฉันว่าป้าโม้มั้ง”

“โม้บ้าอะไร เกิดลองโม้ดูสิ นายเชษฐ์เล่นงานแน่” ส้มถลึงตาใส่กุ้งที่แย้ง

คนถูกดุมุ่ยหน้า “แต่ฉันว่านายเชษฐ์ไม่มาทำอะไรหยุมหยิมพวกนี้หรอก เอาเวลาไปทำงานดีกว่ามาจับผิดคนนินทาตัวเองตั้งเยอะ แต่...มันก็ดีนะ เกิดข่าวลือนี้ขึ้นมา พวกเราจะได้วางใจว่านายเชษฐ์ไม่ได้ลงเอยกับแม่รตรีนั่นอีกรอบ”

“เออ ว่าแต่ ข่าวลือว่านายเชษฐ์จะมีเมียใหม่เร็ว ๆ นี้ล่ะ” ตาพูดขัดขึ้น

ได้ยินแล้วสาวทั้งสามก็ร้องขึ้นมา แล้วทำหน้าห่อเหี่ยวใจ “วางใจไม่ได้เหมือนเดิมแหละ เพราะเราไม่รู้ว่าเมียใหม่นายเชษฐ์เป็นแบบไหน เกิดหนักกว่าแม่รตรีทำไงเล่า”

วิริยะยกยิ้ม มองพี่สาวทั้งสามแล้วส่ายหน้า “หนักอกหนักใจขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ก็ต้องแน่อยู่แล้วแหละวิว นี่ส่งผลต่อเรื่องปากท้องของเราเลยนะ” ส้มบอก ได้ฟังเด็กหนุ่มก็เพียงยิ้มขันไปกับท่าทางเล่นใหญ่ของพี่ทั้งสาม คุยกันไม่นานก็ถึงเวลาทำงาน กลับไปที่ไร่เห็นเชษฐ์ไชยทำหน้าขึงขังราวปวดขี้รออยู่อย่างทุกที อันที่จริงตั้งแต่คนตัวใหญ่ไปตามเขาเมื่อวาน ก็เพิ่งจะได้เจอกันตอนนี้ ซึ่งเจ้าตัวก็กลับมาทำหน้าที่เดิม แม้ว่ามือจะยังสวมเฝือกไว้อยู่

วิริยะมีหน้าที่ใหม่ที่ต้องรับผิดชอบเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง ทุกเย็นเขาต้องไปให้อาหารลูกเจี๊ยบรุ่นใหม่ที่เชษฐ์ไชยซื้อมา เด็กหนุ่มยินดีที่จะทำเพราะเห็นว่าพวกมันน่ารัก และอยากช่วยเชษฐ์ไชยอีกแรงหนึ่ง เพราะเอาจริง ๆ ก็เป็นความผิดของเด็กหนุ่มด้วยเหมือนกัน

“อากาศฮ้อนแฮง มื้อนี่ไปอาบน้ำที่น้ำตกกันบ่” ดำร้องถามเพื่อน สภาพไม่น่าจะช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ก็เสนอหน้าตามวิริยะกลับมาที่ไร่ด้วย เพราะงานในโรงเพาะไม่ใช่ทางของเจ้าตัว ดำว่า

“ไป ๆ ๆ” วิริยะรีบบอกขณะยกเกลือแร่ดื่ม

“บอกแล้วไงว่าไม่ให้เล่นน้ำ” เชษฐ์ไชยใช้เสียงเบา คุยกันสองคนเท่านั้น

เด็กหนุ่มหันมองคนทรุดนั่งข้าง เดี๋ยวนี้ชักมาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวบ่อยขึ้น “อะไรเล่าอาเชษฐ์”

“ก็สั่งไปแล้วไงว่าห้ามไปเล่นน้ำกับไอ้ลิงพวกนี้” คนตัวโตทำเสียงจริงจัง

“ไม่มีเหตุผลเลย ก็ผมอยากเล่นน้ำอะ”

คนฟังนิ่งไปราวกับกำลังขบคิด แต่เพียงครู่เดียวก็ผละมาสบตาวิริยะ

“ให้เล่นแค่เสาร์อาทิตย์พอ”

“อะไรนะ” วิริยะย้อน

ดูเหมือนจะออกตัวแรงเกินไปจนเด็กตรงหน้าตามไม่ทัน เชษฐ์ไชยนิ่ง คนอย่างเขามันไม่เข้ากับไอ้มุกหยอดคำหวาน ไม่เข้ากับไอ้นิสัยตื๊อเอาสิ่งที่อยากได้อย่างที่คนอื่นเขาทำกัน ชายหนุ่มคิดว่าหากพูดไม่ได้ ก็คงต้องกระทำไปจนกว่าเด็กนี่จะรู้ตัว แล้วจะเป็นอย่างไรค่อยตามน้ำไปอีกทีเมื่อถึงเวลา แต่อย่างน้อย ชายหนุ่มก็คิดไว้ว่าจะไม่เก็บงำความรู้สึกไว้นานหรอก แต่ขอเวลาตั้งหลัก แล้วเดินหน้าเต็มกำลังเพื่อเอาชนะใจวิริยะเสียให้ได้ก่อน

เห็นเขาเป็นพวกมั่นใจในตัวเองเช่นนี้ เชษฐ์ไชยกลัวตัวเองแห้วเหมือนกัน

คนอย่างวิริยะเดาใจได้เสียที่ไหน

คิดแล้วเชษฐ์ไชยก็ยกแขนที่เจ็บของตัวเองขึ้นมาลูบเพราะรู้สึกปวดหนึบ ๆ นั่นแหละถึงได้เรียกความสนใจของเด็กที่นั่งจ้อข้ามหัวไปหาพี่คนอื่นได้ ตากลมงุดลงมองที่มือของชายหนุ่มแวบหนึ่ง สอบถาม “อาเชษฐ์เจ็บเหรอ แล้วจะออกมาทำงานทำไม กลับบ้านไปได้แล้วไป”

“รู้สึกเหมือนระบมลามมาถึงแขนเลย ตอนนี้”

“ไหน!” วิริยะทำตาโต รีบขยับมาขอสำรวจตรวจตราอาการของเจ้านาย ถึงจะไม่เห็นความแตกต่างเท่าไรนัก เด็กหนุ่มก็เงยขึ้นมาบอกเขา “ต้องรีบไปให้หมอสแกนดูอีกทีว่ากระดูกร้าวหรือแตกรึเปล่า เดี๋ยวนี้มันมีผิดพลาดกันได้ ต้องไปตรวจใหม่นะอาเชษฐ์ แล้วนี่กินยาตามหมอสั่งรึยังครับ”

เมื่อถูกสอบปากคำ เชษฐ์ไชยก็เผลอหลุดยิ้มแวบหนึ่ง “ยังไม่ได้กิน”

“เอ้า ทำไมล่ะ ไม่กินแล้วจะหายได้ไง ไม่ใช่เด็กแล้วนะเว้ย” วิริยะเงยหน้ามาสบตาอย่างไม่เข้าใจ

“ก็ยังไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เช้าเลย แขนก็เจ็บ โมโหก็โมโห เลยไม่กินแม่ง...” คนตอบยักไหล่เมื่อนึกถึงเรื่องตอนเช้า แล้วมองทอดออกไปเบื้องหน้าไม่สนว่าวิริยะจะทำหน้าระอาอย่างไร เด็กหนุ่มผลักให้คนนั่งข้างลุกขึ้นยืน บังคับให้ลุกไปที่โรงครัวแต่เดี๋ยวนี้ เกิดเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมา ตัวระดับบิ๊กไซส์อย่างนี้ เชษฐ์ไชยไม่คิดหรือว่าจะลำบากคนหาม คงต้องหาหยูกยาทาแก้เคล็ดขัดยอกไปหลายวัน

“ถ้าไม่ติดว่าต้องทำงานเก็บเงิน ผมจะพาอาเชษฐ์ออกไปเดี๋ยวนี้เลย” วิริยะบอก

ทว่าคนตัวใหญ่กลับส่ายหน้า “ใครบอกว่าได้เงิน”

“ฮะ”

เมื่อเห็นวิริยะเหวอราวเจอผี เชษฐ์ไชยก็อธิบาย แม้ในใจกำลังหัวเราะตลกใบหน้าของเด็กหนุ่มอยู่ก็ตามที “ก็บอกเองไม่ใช่เหรอว่ายอมทำงานแลกกับการใช้หนี้ จะไม่เอาค่าแรงก็ได้ ก็เริ่มมันตั้งแต่วันนี้เลยเป็นไง”

วิริยะอ้าปากค้าง “อาเชษฐ์!”

เด็กหนุ่มแหงนมองผู้ที่เหนือกว่าตรงหน้าด้วยใบหน้าบึ้ง นึกโกรธที่เชษฐ์ไชยเอาจริงกับลูกแถเล่น ๆ ของเขา คนอะไรความจำดีเหลือเกิน แล้วไง แล้วคนอย่างเขาก็ได้กลายเป็นลูกหนี้ของเชษฐ์ไชยโดยสมบูรณ์แบบแล้วน่ะซี เด็กหนุ่มย่นคิ้วทำหน้าโกรธ แสดงออกไปว่าตอนนี้เขาไม่ชอบเอาเสียเลย ไม่ชอบการทำงานแล้วไม่ได้เงิน มันไม่แฟร์

แต่เขาก็ไม่มีตังค์จ่ายเหมือนกัน

คิดแล้ววิริยะก็ถอนใจ ท่ามกลางสีหน้าอมยิ้มของตาหน้าดุที่กำลังมองให้วิริยะรู้ตัว รู้แล้วว่าชนะ ไม่ต้องล้อเลียนกันขนาดนี้ก็ได้

เมื่อได้รู้ถึงข้อเท็จจริงเรื่องใหม่แสนรันทด เด็กหนุ่มคิดว่าจะโดดงานตั้งแต่วันแรกเลย หากทว่าหันไปอีกฝั่งเห็นผู้หญิงผิวขาวสะอ้าน สวมกางเกงขาสั้นกางร่มเดินมาทางนี้ จุดมุ่งหมายคือมาหาเชษฐ์ไชยผู้เป็นเจ้านายของเขา จากที่คิดว่าจะอู้ไปหาอะไรให้เชษฐ์ไชยกิน ตอนนี้คนข้างกายคงมีเพื่อนไปด้วยแล้วกระมัง

“พี่เชษฐ์ พี่เชษฐ์อยู่นี่เอง รตรีก็เดินถามคนทั้งไร่”

ทุกคนหันไปมองเธอเป็นตาเดียว รวมถึงเชษฐ์ไชยด้วย

“ยังไม่กลับไปอีกรึไง”

หล่อนเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า “รตรีไม่ยอม รตรีอยากได้ผัวของรตรีคืน”

สิ้นคำ วิริยะนิ่ง มองทั้งสองในระยะใกล้แล้วคิดว่าช่างเป็นคู่ที่ดูเหมาะสมกันดี เชษฐ์ไชยก็หล่อ คุณตรีนี่ก็สวย

“คนอยู่เยอะแยะ พูดอะไรของเธอกัน” เชษฐ์ไชยเหน็บ ยังไม่วายเหลือบมาหาวิริยะ เด็กหนุ่มงุดลงมองพื้นเมื่อเป็นเช่นนั้น ไม่รู้ว่าเป็นอะไร เมื่อเห็นเหตุการณ์แบบนี้ทีไรก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นอากาศธาตุไปทุกที กระทั่งเมื่อเห็นนัยน์ตาคมของเชษฐ์เหลือบมาสบนั่นแหละ เขาถึงได้รู้ว่าตัวเองนั้น ยังคงมีตัวตนอยู่

“ก็พูดให้คนอื่นรู้ไงคะ ว่ารตรีต้องการอะไร...”

หน้าวิริยะร้อนราวถูกลนไฟ เมื่อเห็นคนสวยเขยิบเข้าใกล้แนบชิดกับเชษฐ์ไชยตั้งใจจะออดอ้อนตามเคย ทั้งที่เป็นสิทธิ์ของเธอที่จะทำอะไรตามใจได้ หากทว่าภายในของวิริยะกลับเต้นเร่าไม่อาจยินยอมให้เป็นอย่างนั้น ในอกเด็กหนุ่มแทบจะระเบิดจนต้องทำอะไรสักอย่าง เพราะความรู้สึกหวงที่ผุดขึ้นมา “อาเชษฐ์!”

มารู้ตัวอีกที วิริยะก็หยุดยืนขวางระหว่างกลางของทั้งคู่เรียบร้อยแล้ว

“อะไร”

คนถูกขานชื่อเบิกตาราวกับตกใจ ที่จู่ ๆ วิริยะทำแบบนั้น

เด็กหนุ่มรู้สึกถึงความร้อนบนแก้ม ยามเงยหน้าขึ้นมองนัยน์ตาคมของคนตัวใหญ่กว่า

“ยังไม่ได้กินข้าวไม่ใช่เหรอครับ ไปสิ...”

เมื่อวิริยะพูดจบ ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้ตอบหรือเอออออะไร เชษฐ์ไชยถูกมือเล็ก ๆ เอื้อมมาจับจูง นำพาเขาเดินแยกออกจากรตรีมาเสียดื้อ ๆ ชายหนุ่มไม่สนเสียงแหลมร้องตามหลังนั้น รู้เพียงว่าเจ็ดหนุ่มแสบกำลังพยายามต้อนไม่ยอมให้รตรีตามมา เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกโล่งใจ แล้วหันกลับมาเผชิญสิ่งใหม่ตรงหน้า ที่ทำให้ความรู้สึกของเขากำลังโผผินดีใจราวผีเสื้อเจอดอกไม้งาม

หรือวิริยะ กำลังหึง

แค่คิด ใจเชษฐ์ไชยก็พองโตขึ้นมาแล้ว...


--๕๐--


---------------------------------------------------------------

เอาละเหวย เอาละเหวย เริ่มอาการออกทั้งคู่แล้ว อิอิ

แล้วความสัมพันธ์ของทั้งสองจะเป็นไปในทิศทางไหนต่อ ช่วยกันเชียร์ด้วยนะคะ

อาเชษฐ์ยังต้องออกตัวอีกเยอะ เดี๋ยวจะมีช่วงเล่นน้ำสงกรานต์ ช่วงแอบไปสวีทกันที่น้ำตกสองต่อสอง(มีNC) แล้วก็ช่วงเปิดใจ ก่อนที่วิวจะกลับ อาเชษฐ์จะสารภาพรักมั้ย มีดราม่าท้ายเรื่องนิดหน่อยก่อนถึงบทสรุปนะคะ

เช่นเคย อย่าลืมทิ้งคอมเม้นไว้ให้หนูนาอ่านด้วยเด้ออออ แล้วจะตอบทุกความเห็นเลย

เจอกันตอนหน้าจ้า


ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1882
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
วิว ดีมากจ๊ะ ของๆ ใคร ก็ให้รู้ไปซะเลย
 :hao3: :hao3:

ออฟไลน์ T_TARS

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 36
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
หนูวิวท่าทางจะรู้ตัวช้า

ออฟไลน์ BAKA

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3149
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-10
สัมผัสได้ถึงความดีใจของอาเชษฐ์เลยนะเนี่ย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: **{1.4.61-ตอนที่ ๑๕--๕๐/๑๐๐ } Cinderella man and the beast
« ตอบ #129 เมื่อ: 01-04-2018 23:14:47 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ●GreenTEA●

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 688
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-2
เยี่ยมมากเลยวิว o13

ออฟไลน์ muiko

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1146
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-3
ยัยรตรี ยังไม่เข็ดใช่ป่ะ
หน้าด้านจริง ใครจะไปรักเธอลง
วิวต้องแบบนี้ อย่าให้ยัยรตรีมาใกล้อาเชษฐ์นะ
 :laugh:

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-7
สงสัยวิวจะลืมตัวไปชั่วขณะ ลืมบ่อย ๆ เลยลูก เอาให้ชะนีกระเด็นไปจากไร่เลย  :laugh:

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3587
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0
 :laugh:

 :3123: :pig4: :3123:

ออฟไลน์ nunda

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3041
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-2
เอานังรตรีไปเก็บค่ะ!!

ออฟไลน์ noonaaRP

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 262
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-1
    • fanpage Noonaa

(ต่อ)

“เดี๋ยวสิ ฉันไปเองได้ อย่ามาหาเรื่องอู้งานนะ”

คนด้านหน้าส่ายหัว “ไม่สนอะ ทำงานไม่ได้ตังค์”

“แล้วนี่อะไร ฉันไม่ได้ตาบอดนะ จูงมือทำไม”

เชษฐ์ไชยหลุบตามองที่มือของคนเดินนำหน้า แม้จะทำเป็นไว้ท่า บอกวิริยะเช่นนั้น แต่เชษฐ์ไชยไม่ได้รั้งแขนกลับให้เด็กหนุ่มหยุดอย่างที่พูด คิดขึ้นมาแล้วก็รู้สึกย้อนแย้งตัวเองแปลก ๆ ซึ่งเมื่อเห็นว่าวิริยะไม่สนว่าจะถูกติงหรือทักท้วงอะไร ดื้อดึงพาเขาเดินไปยังครัวตามที่บอก ชายหนุ่มทำได้เพียงเก็บกลั้นสีหน้าที่กำลังดีใจของตัวเอง รู้สึกว่าอาจมีหวัง

เมื่อไปถึง วิริยะทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวยาว ทำหน้ายุ่งแหงนมองเชษฐ์ไชย ราวกับกำลังคิดอะไรอยู่ ก่อนจะยอมพูดออกมาด้วยสีหน้าคล้ายกำลังไม่พอใจ “คราวหน้าถ้าถูกกวนแบบนี้อีก อาเชษฐ์บอกผมเลยนะ”

ชายหนุ่มนิ่งไปพักหนึ่ง “ฮะ” ย้อนด้วยความไม่เข้าใจ

“เอ้า ก็เมื่อกี้ไง ผมเห็นนะว่าอาเชษฐ์ไม่อยากอยู่ใกล้กับเมียเก่า”

“อ๋อ...ก็ใช่”

วิริยะแหงนขึ้นมาจ้องตาอีกครั้ง แล้วคลี่ยิ้ม “เดี๋ยวผมช่วยเอง ไม่ต้องห่วง”

“ทำไมต้องช่วย” ชายหนุ่มมองใบหน้าใสที่นั่งอยู่บนเก้าอี้

“เอ้า ก็เมื่อกี้อาเชษฐ์มองผม ส่งซิกขอความช่วยเหลือไม่ใช่เหรอ ผมก็พาหนีออกมาแล้วนี่ไง ไม่เห็นต้องถามเลย” วิริยะยักไหล่หน้าไม่รู้ไม่ชี้ แล้วนึกออก ลุกขึ้นไปอีกฝั่งเพื่อหาของพอทานได้ให้เชษฐ์ไชย เป็นเวลาเดียวกันที่คนนั่งอยู่มุมนี้เสียความรู้สึกจนพูดไม่ออก อุตส่าห์คิดว่าเด็กหนุ่มกำลังหึงหรืออะไรสักอย่าง ที่ไหนได้ดันทำไปเพราะอยากช่วยเขาเท่านั้นเอง คิดแล้วเชษฐ์ไชยก็ได้แต่ส่ายหน้า

มาลองไตร่ตรองอีกที มีเหตุผลไหนที่วิริยะจะชอบเขาบ้าง ยังไม่มีเลย เขามีแต่ร้าย พูดจาแย่ ๆ ใส่

“อาเชษฐ์ กินข้าวสิครับ”

เด็กหนุ่มทรุดตัวนั่งลงตรงกันข้าม เห็นคนอายุมากกว่านั่งซังกะตายราวจะเป็นลม จึงรีบวางจานชามอาหารไว้ตรงหน้าด้วยรอยยิ้มแห่งความตั้งใจ และหวังว่าเชษฐ์ไชยจะชอบ เมื่อเห็นคนตัวโตเอื้อมมือที่เจ็บมาหยิบช้อน วิริยะนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าควรช่วยหรือไม่ เกรงว่าจะดูแปลก หากเสนอหรือออกตัวมากเกินไป ท่าทางของเชษฐ์ก็เก้กังไม่ถนัดนัก กระทั่งนัยน์ตาคมผละจากจานข้าวตรงหน้า มามองเด็กหนุ่มราวต้องการขอความช่วยเหลือ วิริยะก็ผละไปมองที่อื่นแสร้งไม่เห็นไปเสียดื้อ ๆ

เด็กหนุ่มได้ยินเสียงถอนหายใจ ทว่าเชษฐ์ไชยไม่ได้เอ่ยปากขอความช่วยเหลืออะไร นอกจากใช้มืออีกข้างที่ไม่ถนัดหยิบจับแทน เห็นแล้ววิริยะก็โล่งและลำบากใจนิด ๆ กับการตัดสินใจทำอะไรแปลก ๆ ก่อนหน้านี้

“แล้วยาอาเชษฐ์ล่ะ”

“จะเดินกลับไปกินที่บ้าน”

ได้ยินวิริยะก็นิ่ง “เอ้า แล้วถ้ากลับไปเจอเมียเก่าอาเชษฐ์ที่นั่นล่ะ จะทำไง”

“ก็ไม่ทำไง” เชษฐ์ไชยยักไหล่

“ไหนอาเชษฐ์บอกว่าไม่ชอบให้เขาเกาะแกะไง”

เชษฐ์ไชยผละจากอาหารตรงหน้า มองตาวิริยะอยู่พักหนึ่ง

“ฉันทำอะไรไม่ได้ นอกจากรอให้รตรีไปเอง”

“เขาอาจอยู่ต่อจนกว่าอาเชษฐ์จะใจอ่อนเลยก็ได้”

“ไม่มีทาง” เชษฐ์ไชยตอบพลางตักของตรงหน้าทานอย่างตั้งใจ ในขณะวิริยะคิดตามในสิ่งที่คนอายุมากกว่าบอก ไอ้ไม่มีทางที่เชษฐ์ไชยว่าน่ะคืออะไร คือเชษฐ์ไชยไม่มีทางใจอ่อน หรือคุณรตรีอะไรนั่นจะไม่มีทางอยู่นานถึงขนาดนั้น วิริยะคิดด้วยความไม่เข้าใจ

เด็กหนุ่มย่นคิ้ว

“งั้น อาเชษฐ์จะอยู่บ้านร่วมกับเธอทั้งอย่างนั้นเหรอ ก็ไม่ต่างจากคืนดีกันเลยน่ะสิ”

คนฟังมองวิริยะ เห็นเด็กหนุ่มก้มหน้าก้มตาสนใจไม้กระดานเบื้องหน้ามากกว่าสบมองเขา สีหน้าก็บอกว่าเหมือนกำลังถูกขัดใจอยู่ เห็นเช่นนั้นเชษฐ์ไชยก็ถอนใจ ไม่อยากคิดเองเออเองเข้าข้างตัวเองเหมือนเมื่อครู่นี้แล้ว เขาต้องกระตุ้นอะไรสักอย่างให้มันเป็นตามที่คิด ไม่ใช่มามัวน้อยใจอยู่อย่างนี้ “คราวหน้าไม่ต้องทำอย่างนี้แล้วนะ ฉันจัดการเองได้”

วิริยะรีบส่ายหน้า “ไม่ได้ อย่างอาเชษฐ์น่ะต้องมีไม้กันหมา ผมนี่แหละจะเป็นให้”

“ไม่ต้อง ฉันจะหาผู้หญิงดี ๆ เข้าบ้านสักคน เดี๋ยวรตรีก็หอบผ้าหอบผ่อนหนีอายออกไปเอง” ชายหนุ่มว่า แล้วผุดรอยยิ้ม เมื่อเห็นวิริยะเงยขึ้นมามองเขาอย่างไม่เชื่อหูทันทีที่กล่าวถึงผู้หญิงคนอื่น เด็กหนุ่มเหลือกตาโต ขยับมาใกล้กว่าเก่าสอบถามเขา “สรุป ข่าวที่ว่าอาเชษฐ์อยากหาเมียใหม่เป็นความจริงเหรอ”

เชษฐ์ไชยยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม ก่อนจะตอบอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

“ฉันไม่รู้ว่าเธอไปได้ยินอะไรมาบ้าง แต่ฉันก็ปรึกษาแม่ต้อยไว้หลายวันแล้วว่าอยากมีใครไว้คอยปรึกษา คอยคุยด้วย แล้วก็คอยดูแลฉันตอนกลับไปอยู่ที่บ้าน แน่นอนว่าต้องเป็นคนที่รับตัวฉันได้” พูดยังไม่ทันจบดี ลมเรอก็ลอยเอิ้กออกจากปากเชษฐ์ไชย จนคนขยับเข้าใกล้ต้องหยีหน้า ปิดจมูกตัวเองร้องโวยวาย

“แหวะ! เมื่อไรจะเลิกทำตัวทุเรศใส่ผมเนี่ย” วิริยะสะบัดมืออีกข้างไล่ลมเหม็น ๆ ออกไป

“มันบังคับได้ที่ไหน ของธรรมชาติ”

เด็กหนุ่มย่นคิ้ว “ถ้าจะให้ผู้หญิงรับอาเชษฐ์แบบนี้ได้ก็คงยาก บอกไว้เลยว่าตอนนี้มีแต่ผมนี่แหละที่รับได้ ทั้งตดเอย ทั้งเรอเอย แล้วไหนจะไอ้นิสัยผ้าหลุดนั่นอีก เป็นใครก็หนีกระเจิงกันทั้งนั่นแหละ”

เห็นวิริยะบ่นแล้วแทนที่เชษฐ์ไชยจะรำคาญหรือเบื่อหน่าย ชายหนุ่มกลับยกยิ้ม เมื่อเรื่องที่เด็กหนุ่มบ่นนั้นทั้งน่าขันและน่ารักอยู่ในที นัยน์ตาคมเฉียบมองใบหน้าใสยู่ยับราวอารมณ์เสียนั่นแล้วกล่าว “ฉันจะไปทำอย่างนั้นกับเขาทำไมกันล่ะ ถ้าฉันอยากได้เขาทำเมีย”

“แต่ ก่อนที่อาเชษฐ์จะพาใครเข้าบ้านมา ต้องให้ผมช่วย”

“ไม่ต้องช่วยอะไรทั้งนั้น นี่เป็นเรื่องของฉัน มันไม่ใช่เรื่องของเธอ เธอไม่ได้เกี่ยวอะไรกับปัญหานี้เลย ไม่จำเป็นต้องลำบากมาช่วยฉันก็ได้”

“ผมรู้ แต่...” ดูเหมือนวิริยะอยากจะดื้อดึง หากทว่าเมื่อฉุกคิดตามในสิ่งที่เชษฐ์ไชยบอก ทำให้เด็กหนุ่มได้รู้ว่าตัวเองก้าวข้ามเส้นมาไกลเหลือเกิน อันที่จริงเด็กหนุ่มก็เป็นแค่คนอื่น เขาไม่ควรไปยุ่งเรื่องของเชษฐ์ไชยทั้งที่ไม่จำเป็น ไม่ควรไปเดือดเนื้อร้อนใจแทนเชษฐ์ไชยอย่างที่เจ้าตัวว่า

ฉิบหาย นี่เขาบ้ารึเปล่า

วิริยะหน้าชา พูดไม่ออก ลอบมองเชษฐ์ไชย ด้วยความอยากรู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่เมื่อเห็นเขาทำตัวแบบนี้ ออกตัวถึงขนาดนี้ เชษฐ์ไชยคงไม่คิดว่าที่เขาทำไปเพราะกำลังหวงอยู่หรอกนะ ความจริงก็มีอยู่แวบหนึ่งผุดขึ้นมา ตอนเห็นเชษฐ์ไชยถูกเมียเก่าเกาะแข้งเกาะขา เลยเผลอทำอะไรตามใจ แต่เด็กหนุ่มก็แย้งตัวเองว่าเป็นเพราะเขาหวังดีจึงทำเช่นนั้น ไม่อยากให้เชษฐ์ไชยเจ็บปวดอีก

ตั้งแต่เมื่อครู่ วิริยะพยายามบอกตัวเองอยู่เสมอว่าไม่มีอะไรมากกว่านั้น

จนกระทั่งเชษฐ์ไชยบอกว่าอยากจะมีเมียใหม่ ความรู้สึกที่เกิดเพียงช่วงสั้น ๆ ก่อนหน้านี้ก็เริ่มรุนแรงมากขึ้น ความรู้สึกนี่คืออะไร วิริยะอธิบาย และให้คำตอบกับตัวเองไม่ได้

หรือเขาจะชอบเชษฐ์ไชย

“ฉันให้คนงานไปซ่อมฝ้าที่ห้องเธอแล้วนะ” เชษฐ์ไชยบอก ฝ่าความเงียบที่กัดกินตั้งแต่วิริยะหยุดพูดไปเสียดื้อ ๆ เมื่อครู่ เด็กหนุ่มผละมาสบตา แล้วรีบส่ายหน้าบอกว่าไม่ชอบ “แล้วพี่เสือจะเข้ามาหาผมได้ไง ก็ไหนอาเชษฐ์อนุญาตให้มานอนกับผมแล้ว จะผิดคำพูดเหรอ”

“เปล่า เดี๋ยวจะพามันมาส่ง”

ได้ฟังคำอธิบายแล้ว วิริยะไม่ได้มีสีหน้าดีขึ้นมานัก ราวกับกำลังอารมณ์เสีย ซึ่งไม่รู้ว่างอนเรื่องไหน เห็นแล้วเชษฐ์ไชยเพียงแค่ลอบยิ้มเท่านั้น

เมื่อทานข้าวเสร็จเชษฐ์ไชยไล่วิริยะให้ไปทำงานที่ไร่อย่างเดิม ส่วนตัวเขา ยืนมองคนหน้างอเดินกลับไปเข้าในไร่จนลับสายตาอย่างเป็นห่วง แล้วจึงไปที่บ้าน ทานยาอย่างที่บอกวิริยะ แม้จะรู้สึกเสียดายที่เด็กหนุ่มไม่ได้หึงหวงอย่างที่คิด แต่เพียงแค่นึกแผนกระตุ้นความหวงของวิริยะขึ้นมา แล้วเห็นเด็กหนุ่มโวยวายหรือน้อยอกน้อยใจ แม้จะเป็นเพียงความคิดเท่านั้นก็รู้สึกจักจี้หัวใจแล้ว

เชษฐ์ไชยหลับไปในช่วงบ่าย ตื่นขึ้นมาก็ถึงเวลาเลิกงานพอดี ชายหนุ่มล้างหน้าล้างตาแล้วเดินลงไปด้านล่าง เห็นรตรีนั่งง่วนอยู่กับการทาเล็บเสริมสวย เมื่อได้ยินฝีเท้าของเขา หล่อนชายตาขึ้นมามองแล้วค้อนขวับราวกับว่ากำลังโกรธ เชษฐ์ไชยหาได้สนใจ ตอนนี้หล่อนเป็นเพียงอากาศธาตุไร้ความสลักสำคัญต่อเขา ชายหนุ่มเพียงเดินเลยลงไปที่ลานจอดรถ แล้วขับออกไปยังที่ไร่ เห็นคนงานกำลังกลับที่พักกันพอดี หากทว่าไม่ยักเห็นวิริยะกับกลุ่มบอยแบนด์ภูธร

เชษฐ์ไชยชะเง้อคอหา แล้วนึกขึ้นมาได้ว่าทั้งหมดอยู่ที่ไหน

ชายหนุ่มเดินกลับไปขึ้นรถ บึ่งลงเนินเขาไปที่น้ำตกทันที ซึ่งเมื่อไปถึงเขาก็เห็นรถจักรยานยนต์จอดเรียงอยู่หลายคัน และแต่ละคันเขาก็จำได้ว่าเป็นของใคร นึกแล้วก็เริ่มหงุดหงิดขึ้นมา เขาบอกกี่ทีแล้วว่าไม่ให้มาแก้ผ้าเล่นน้ำกับไอ้พวกลิงทโมนกลุ่มนี้ เหตุใดวิริยะไม่เคยเชื่อกันบ้างเลย

เชษฐ์ไชยเดินไต่ตามก้อนหินลงไปที่น้ำตก เห็นกลุ่มผู้ชายกลุ่มเดิมกำลังสนุกสนานกับการกระโดดเล่นน้ำ หากทว่าพวกมันเริ่มรู้ตัวแล้วว่าเขามา จากดื้อ ๆ ก็เริ่มสงบเงียบและอยู่นิ่งให้เชษฐ์ไชยกวาดสายตานับว่ามีกันกี่คน พวกมันมากันครบทั้งเจ็ด ซึ่งน่าแปลกที่ไร้ร่างของวิริยะอย่างที่คิด

“วิวไม่ได้มาด้วยเหรอ”

พวกมันมองหน้ากันพักหนึ่งอย่างงงงวย

“ไม่ได้มาครับนายเชษฐ์ มีอะไรรึเปล่า”

เชษฐ์ไชยชะงัก แล้วหันไปเจอะสายตาของไอ้ดำที่แหงนมองราวกับกำลังรู้ทันและล้อเลียนเขา ชายหนุ่มปรับสีหน้าพักหนึ่ง “ไม่บอกโว้ย!” ตอบพวกมันแล้วเดินกลับออกมาเสียเฉย ๆ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของลิงค่างพวกนั้น อยู่ดีไม่ว่าดี ดันเดินมาให้ไอ้ดำล้อเสียได้ แค่นี้ก็ขายขี้หน้ามันมากพอแล้ว

เมื่อขึ้นรถมาได้ เชษฐ์ไชยก็เพิ่งนึกออกว่าวิริยะอยู่ที่ไหน เขาให้เด็กนั่นไปเลี้ยงลูกไก่ทุกเย็นนี่

สรุปนี่เขาเป็นบ้าเป็นหลังไม่มีสติเพราะหึงเพราะหวงอยู่หรือ

คิดแล้วนายใหญ่ของไร่ก็ยกมือกุมใบหน้า หากจะคิดการใหญ่ ใจเขาต้องนิ่งกว่านี้ ต้องไม่เสียสติไปกับอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างนี้ เชษฐ์ไชยพร่ำบอกตัวเองอยู่ในใจ แล้วบังคับรถยนต์ของไร่ออกไปยังเล้าไก่ที่ว่า เมื่อไปถึง เห็นวิริยะกำลังหว่านหัวอาหารให้พวกมันอยู่ คงกำลังเสร็จพอดี และเพราะได้ยินเสียงเครื่องยนต์ที่แล่นไปจอดอยู่ใกล้ ทำให้เด็กหนุ่มหันมามองทิศนี้

เชษฐ์ไชยเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้า ขณะที่วิริยะเดินออกจากเล้า

“ยังไม่ได้กลับไปที่ห้องเหรอ” ชายหนุ่มถาม

“เรื่องของผม”

เชษฐ์ไชยชะงัก เด็กนี่ชักจะกวนตีนเกินไปแล้ว แต่วิริยะก็เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร เชษฐ์ไชยจึงปล่อยผ่าน ไม่ถือสาเด็กหนุ่ม กล่าวถึงเรื่องที่ต้องการพูดว่า “ช่วงวันหยุดสงกรานต์ ฉันให้คนงานหยุดห้าวัน เธอจะกลับไปหาครอบครัวที่บ้านไหม”

วิริยะย่นหน้า หลุบตามองพื้น “เรื่องของผม”

คนตัวโตกว่าเริ่มรู้ว่ามันไม่ชอบมาพากลแล้ว อย่าบอกนะว่าเขาถูกโกรธ “มันจะเรื่องของเธอได้ยังไงวิว ฉันเป็นเจ้านาย ฉันต้องรู้ว่าเธอจะไปไหน ไปทำห่าอะไร”

เด็กหนุ่มจิ๊ปากรำคาญ “งั้นอาเชษฐ์ต้องไล่ถามคนงานทุกคนเลยงั้นสิ ว่าวันหยุดจะไปที่ไหนอะไรยังไงบ้าง จะให้หยุดก็ให้ไปสิ ไม่เห็นต้องมาซักไซ้เลยว่าจะไปไหนหรือทำอะไร นั่นมันเรื่องของคนอื่น อาเชษฐ์ไม่ต้องยุ่ง”

“เอ๊ะ ฉันถามดี ๆ เธอก็ตอบกันดี ๆ สิ”

เด็กหนุ่มตรงหน้าถอนใจ เชยตาขึ้นมาสบเขา

“เรื่อง ของ ผม...”

พูดจบก็เดินหนีไปเสียเฉย ๆ ปล่อยให้เชษฐ์ไชยยืนหน้าดำหน้าเขียวที่ถูกทิ้งอยู่ตรงนี้ แต่พอมาคิดอีกที เขานึกได้ว่าที่ทำแบบนี้ เพราะวิริยะต้องการเอาคืนเรื่องเมื่อตอนบ่ายเป็นแน่ แล้วสรุปว่าที่เขาทำไปไม่ได้ผลอะไรตอบรับกลับมาเลย นอกจากถูกวิริยะโกรธที่เขาหาว่ายุ่ง ชายหนุ่มทอดถอนใจทั้งโกรธทั้งงงที่ฝ่ายเขาดันเป็นคนผิดเสียได้

นึกขึ้นมาเชษฐ์ไชยหงุดหงิด อดจะพาลใส่ต้นไม้ใบหญ้าแถวนั้นไม่ได้

 

วันหยุดยาวดำเนินมาถึง เชษฐ์ไชยตื่นมาทำธุระ เขาลงไปต้อนรับแขกผู้มาจากตำบลที่สนิทสนมกันดีเพราะได้เข้าร่วมประชุมกันมาหลายครั้ง ครั้งนี้ ที่แวะมา ด้วยต้องการขอความช่วยเหลือจากทางไร่เพราะมีกิจกรรมของตำบล เลยอยากให้ใช้เชษฐ์เป็นสปอนเซอร์ให้

แขกผู้มาเยือนเป็นหญิงสาวที่ทำงานเป็นผู้ช่วยของนายกอบต. เธอชื่อว่าวรัญญา เป็นผู้หญิงหน้าตาปานกลาง ผิวใส ผมยาวแค่ระบ่า ไม่ทำสี ไม่จัดแต่งนอกจากทัดหู เรียกได้ว่าธรรมชาติแท้ ๆ ไม่มีการดัดแปลงใดใดทั้งสิ้น

“คนงานของนายเชษฐ์ไปไหนหมดคะเนี่ย เงียบจัง” เธอถามขณะเดินเคียงคู่เชษฐ์ไชย ชมนกชมไม้ภายในอาณาจักรของชายหนุ่มอย่างสงวนท่าที ไม่ทำท่าอยากรู้อยากเห็นเหมือนใครต่อใคร

“ผมให้กลับบ้านไปแล้วครับ”

เธอคลี่ยิ้มแล้วสูดลมเข้าเต็มปอด “ว่าแต่ที่นี่ อากาศดีจังเลยนะคะ”

ได้ฟังแล้วชายหนุ่มยิ้มรับ เปลี่ยนเรื่อง “คุณญาทานอะไรมารึยังครับ ผมก็ชวนเดินดูไปเรื่อยจนลืมเวลา แวะไปทานที่โรงครัวกับผมไหม ถ้าไม่รังเกียจ”

“โธ่นายเชษฐ์ รังเกียจอะไรเล่าคะ นายเชษฐ์ชวนทั้งที เป็นเกียรติมากกว่าค่ะ ทางไหนคะ”

ชายหนุ่มยกยิ้ม พาเดินไปยังจุดหมาย ดูเหมือนนายกอบต.จะฉลาดที่ส่งวรัญญามาขอให้เขาช่วย ท่านคงจะรู้ว่าชายหนุ่มกับเธอเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เชษฐ์ไชยไม่มีทางปฏิเสธเธอแน่ หลังจากพาหญิงสาวเดินชมไร่จนพอใจ เชษฐ์ไชยกลัวว่าเธอจะหิวจึงตัดสินใจชวนมาทานอาหาร แต่เขาไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะเจอวิริยะที่นี่ด้วย เห็นแล้วชายหนุ่มชะงักกึกไปพักหนึ่ง เมื่อเหลือบไปสบนัยน์ตากลมของเด็กแสบ

ด้วยความที่ต้องรับแขก เชษฐ์ไชยไม่มีเวลาพูดกับวิริยะนัก ชายหนุ่มพาเธอเดินเลยไปหาแม่ต้อยให้จัดการข้าวปลาอาหาร แล้วพูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบกับวรัญญาตามประสาเพื่อนที่ชอบสิ่งคล้าย ๆ กัน ซึ่งเมื่ออาหารมาเรียงรายตรงหน้า วรัญญาก็ไม่เกรงใจ จัดการโดยไม่รีรอ เห็นแล้วชายหนุ่มก็นึกโกรธตัวเองที่ชวนเธอเดินเสียจนเหนื่อย

ตาคมเหลือบไปมองวิริยะ ดูท่าจะยังโกรธไม่เลิก ทั้งที่ก็ผ่านมาสองสามวันแล้วยังทำหน้างอใส่เขาอยู่อย่างนี้ เห็นแล้วชายหนุ่มทำได้เพียงทอดถอนใจ ต้อนรับวรัญญากระทั่งเธอขอตัวกลับ ก่อนไป วรัญญาขอบคุณที่เขายอมช่วยเหลือเรื่องเงินครั้งแล้วครั้งเล่า ชายหนุ่มเพียงแค่ยิ้มรับ พูดว่าเขาไม่ได้แค่อยากช่วยวรัญญา แต่เขาดีใจที่ได้ช่วยทุกคน

เมื่อวรัญญาขับรถออกไป เชษฐ์ไชยหมุนตัวจะเดินเข้าบ้าน เหลือบเห็นรตรียืนหน้ายักษ์รออยู่ ชายหนุ่มเพียงแค่กระตุกยิ้มแล้วเดินผ่านเธอไป ไม่สนที่จะตอบคำถามอีกฝ่าย ว่าวรัญญาเป็นใครมาจากไหน เกี่ยวข้องกับเขาอย่างไร เพราะเชษฐ์ไชยคิดว่ามันไม่จำเป็น

 

หลังจากทานมื้อเย็น วิริยะเดินใจลอยกลับมาที่หอ เพราะหลายคนกลับบ้านไปพักผ่อนในวันหยุดแล้ว ทำให้ที่นี่เงียบลงไปเยอะ พานให้วิริยะรู้สึกเหงาขึ้นมานิดหน่อย เด็กหนุ่มทอดถอนใจ ปัดภาพเชษฐ์ไชยยามอยู่กับผู้หญิงคนนั้นออกจากสมองไม่ได้ เขาไม่เคยเห็นเชษฐ์ไชยเป็นธรรมชาติเวลาอยู่กับคนอื่นเลย กระทั่งเห็นทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน

ผู้หญิงคนนี้น่ะหรือ คือคนที่เชษฐ์ไชยกล่าวถึง

เด็กหนุ่มยกมือทึ้งหัวตัวเองไม่เข้าใจ หยุดยืนคิดว่า แล้วที่ผ่านมามันหมายความว่ายังไงเล่า ที่มาทำดี ที่ตามเอาอกเอาใจ แล้วจูบเขา ก็แค่เล่นสนุกเท่านั้นเองน่ะหรือ ทำอย่างนี้มันไม่ใจร้ายไปหน่อยหรือ!

“วิว! มานี่เร็ว” หมอกกวักมือเรียกจากหน้าห้องพักของดำ เห็นพี่ ๆ กำลังจัดแจงโต๊ะนั่ง คิดว่าคงกำลังจะเริ่มสังสรรค์กัน วิริยะรู้สึกไม่ดี เด็กหนุ่มคิดว่าจะไม่ไป แต่อีกนัยหนึ่งเขาก็ไม่ควรคิดอะไรไปคนเดียว เขาควรมีเพื่อนเล่น จะได้เลิกฟุ้งซ่านบ้าบออย่างนี้

วิริยะเข้าไปร่วมกลุ่มกับพี่ชายทั้งเจ็ดด้วยความอึน เห็นเหนือทำหน้าที่เป็นคนดีดกีตาร์ ส่วนดำก็กำลังร้องเพลง เมื่อเหลือบเห็นเขาก็ทำยักคิ้วหลิ่วตาทักทาย วิริยะเพียงแค่ยิ้มรับ ปรับอารมณ์ที่ขุ่นมัวของตัวเองออกแล้วเดินไปทรุดตัวบนเก้าอี้ข้างดำ “พี่ดำ ขอเพลงหน่อย”

“เดี๋ยว มึงต้องมาขอพี่นะวิว พี่เป็นคนเล่น ไอ้ดำมันแค่ร้อง” เหนือชะโงกหน้ามาเย้า

“งั้น ขอเพลงอมพระมาพูด”

ได้ยินเหนือก็หัวเราะ เปิดไอแพด

“เดี๋ยว หาคอร์ดแป๊ป” เดี๋ยวนี้หนุ่มชาวไร่เขาใช้ไอแพดกันแล้ว

“มาอารมณ์ใด๋วะสิฟังเพลงนี้” ดำถาม

“ไม่มีอะไร แค่อยากได้ยินพี่ดำเลียนแบบเสียงพี่เสก” เด็กหนุ่มคลี่ยิ้ม จริง ๆ ไม่ได้มีเจตนาจะล้อเลียน แต่ผมของดำมีส่วนคล้ายกันกับนักร้องคนนี้มาก เพียงแต่ดำไม่ได้ปล่อยจนยาวจึงดูดีกว่า ที่จริงในสายตาของวิริยะ ดำก็คล้ายเงาะป่าเวอร์ชันหล่อล่ำกล้ามปูเหมือนกัน คิดแล้วเด็กหนุ่มก็ร้องโวยวาย เมื่อถูกพี่ชายจากอีสานเอื้อมแขนมาล็อกคอทำโทษ ข้อหาแซว ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเพื่อนคนอื่นที่รู้กัน

“ทำหน้าอย่างกับปวดขี้ เอาซักแก้วไหมวิว” ไทถามขณะรินเหล้า เมื่อเวลาล่วงเลยมาสักพัก

“ไม่เอาอะ กินข้าวมาแล้ว เดี๋ยวผมอ้วก”

ครึ่งชั่วโมงต่อมา...

พี่ ๆ ทั้งหลายเหลือกตามองคนที่ว่าจะไม่กินนั้น กำลังกระดกเหล้าลงคอพรวด ๆ ราวกินน้ำเปล่า เมื่อหมดแล้ว ก็วางแก้วกระแทกลงบนโต๊ะพร้อมกับเสียงลมหายใจ ดูเหมือนวิริยะจะขอเติมอีก ทั้งที่ทุกคนก็ไม่รู้ว่านี่เป็นแก้วที่เท่าไรแล้ว ดำแอบเอาขวดเหล้าหลบหลังตัวเอง มองดูวิริยะยกหลังมือเช็ดปากและขอเหล้าเพิ่ม “พี่ดำ ผมเห็นนะเว้ย”

เพื่อนคนอื่นหัวเราะ “ไอ้โง่ ขนาดน้องมันเมานะนั่น”

“พอแล้ว บ่ต้องกินอีก เดี๋ยวนายเซษฐ์สิด่า หาว่าอ้ายบ่ห้าม” ดำทำเสียงจริงจัง

“เออ ห้ามแล้ว เอามาอีกสิ” วิริยะยื่นแก้วให้ “เร็ว! พี่หมอก ชงมา”

“ครับ ๆ น้องวิว รอพี่แป๊บเดียวนะครับ”

“บักห่าหมอก!”

คนเกิดปีชงส่ายหน้าเบื่อ เมื่อเห็นดำทำเสียงดุปราม “เออน่า พรุ่งนี้ก็ไม่ได้ทำงานซักหน่อย ถ้าน้องมันเมามากก็ให้นอนค้างที่นี่แหละ”

“ใช่ พี่หมอกถูกแล้วที่อยู่ข้างผม ให้พี่ดำอยู่ข้างอาเชษฐ์ไป ไอ้บ้าอาเชษฐ์ ไอ้หน้าลิง!” เมื่อได้ยินความปากกล้าของวิริยะ ถูกคนหัวเราะชอบใจกันยกใหญ่ไม่เว้นแม้กระทั่งดำที่ห้ามปรามเมื่อครู่ กระทั่งต่างเริ่มตึง ๆ เพราะฤทธิ์เหล้ากันแล้ว ก็เลิกเล่นกีต้าร์แล้วหันมานั่งคุยกันแทน

“อ่า...” วิริยะดื่มแก้วสุดท้ายแล้วก็ฟุบหลับลงบนโต๊ะไปเสียเฉย ๆ ไม่พูดไม่จากับใคร เห็นเช่นนั้นดำก็หัวเราะ ก้มมองน้องรักหลับปุ๋ยสิ้นท่า ชายหนุ่มหันสะกิดเพื่อนให้ดู “เฮ้ย มึงเบิ่งคนบ่อยากกิน ไปเฝ้าพระอินทร์ก่อนหมู่เลย”

“ฮ่า ๆ ๆ อาการน่าเป็นห่วงนะเนี่ย”

“ถ้าไม่รู้จักกันอยู่แล้วเห็นยกเอา ๆ แบบนี้ กูจะคิดว่าอกหักนะเนี่ย” ไทว่าปนหัวเราะ ในขณะที่เพื่อนคนอื่นหันไปสนใจคุยกับคู่สนทนาต่อ ดำละรอยยิ้มของตัวเอง เพ่งมองคนฟุบหน้าหลับบนโต๊ะตัวสั่นราวกับกำลังสะอึก ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจ ถ้าหลับไปแล้วจะสะอึกได้ด้วยงั้นหรือ คิดแล้วก็เอื้อมมือที่ยังดีอยู่ไปแตะบ่าสั่นไหวของวิริยะ เขย่าเรียกสติของเด็กหนุ่มให้ลุกขึ้นมาตอบคำถาม

“วิว เป็นหยัง”

ไม่มีเสียงอะไร นอกจากแรงสั่นไหวของบ่าแคบตรงหน้า

“วิว ตื่น เป็นหยัง”

“ไม่ได้เป็นอะไร ไม่ได้อกหักนะพี่ดำ สบายมากเลย” วิริยะลุกขึ้นมา โคลงศีรษะที่โงนเงนหาที่ตั้งไม่ได้ หากทว่าบนใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตา เห็นดังนั้นแล้วดำก็ตกใจ ไหนจะไอ้ประโยคคำตอบที่ไม่ตรงคำถามของเด็กตรงหน้านั้น อธิบายดำได้อย่างเดียวว่าวิริยะเป็นสายเมาแล้วดราม่า เมาแล้วร้องไห้

“เฮ้ย วิวเมาแล้วร้องไห้เหรอ ไอ้ภัค มึงดูน้องมัน” เพื่อนคนอื่นสะกิดกันดู

“วิว ร้องไห้ทำไม” หมอกถามปนหัวเราะ

“ก็มันเศร้าอะพี่หมอก พี่ไม่เข้าใจผมหรอก”

เด็กหนุ่มยกมือสางผมพูด เอนตัวพิงบ่าดำเพราะนั่งไม่ไหวแล้ว

“เศร้าอะไร เป็นวิวดีจะตาย ใครก็รักก็หลง” ไทบอก

เห็นแล้วเหนือก็ส่ายหน้า “เป็นอะไรไหนบอกพวกพี่ซิ”

เด็กหนุ่มได้ฟังก็ลุกขึ้นนั่งหลังตรง แม้จะตรงไม่ค่อยได้ก็ตามที พลอยให้พี่ ๆ ที่นั่งมองพากันหัวเราะตามไปด้วย เด็กหนุ่มทำหน้าโกรธทั้งน้ำตาเมื่อนึกถึง พูดเสียงยานคางไปเพราะความเมาว่า “ก็อาเชษฐ์นั่นแหละ อาเชษฐ์แม่งโคตรใจร้ายเลย”

หมอกพยักหน้า “ใช่ พี่เห็นด้วย”

“ใช่มะ ๆ” เด็กหนุ่มอือออไม่ได้ศัพท์ เช็ดน้ำตา ท่ามกลางสีหน้าตกตะลึงของดำ

หรือจะเป็นแบบนี้เพราะเชษฐ์ไชยกันหนอ คิดแล้วชายหนุ่มก็ยกโทรศัพท์ส่งข้อความบอกให้เชษฐ์ไชยมาที่นี่โดยด่วน

“อาเชษฐ์ใจร้าย แล้วมาตามใจผมทำไม มาใจดีกับผมทำไม ผมไม่ชอบเลย” เด็กหนุ่มส่ายหน้า ท่ามกลางรอยยิ้มของรุ่นพี่ที่รับฟังไปพลาง รินเหล้าดื่มกันไปพลาง กะปล่อยให้วิริยะระบายความคับข้องในใจเต็มที่ “พวกพี่รู้ไหม ว่าเขาให้ผมไปอยู่ฝั่งโน้นทำไม แม่งจะแกล้งผม ให้ผมทนลำบากไม่ได้จะได้หนีกลับไป แต่ผมมันถึกทน จะแกล้งยังไงผมก็ไม่ยอมหรอก รู้จักคนอย่างไอ้วิวน้อยไปซะแล้ว”

“ดีมากวิว สมแล้วเป็นน้องพี่” หมอกยกนิ้วชื่นชม

“แล้วเนี่ยพวกพี่รู้ไหม ผมก็อุตส่าห์จะกลับไปแล้ว อาเชษฐ์ยังไปตามกลับมาอีก ทำให้ผมคิดขึ้นมาเลย ว่าผมมันโคตรสำคัญ”

“ได้ข่าวว่าติดหนี้” ไทแทรก

เด็กหนุ่มยู่หน้าทั้งน้ำตา “มันก็ใช่ แต่พี่ไม่ได้เห็นตอนอาเชษฐ์มาขอให้ผมอยู่ต่อนี่”

“นายเชษฐ์เองก็รักก็หลงวิวด้วยเหรอเนี่ย” หมอกล้อ

ได้ยินวิริยะก็ยิ่งน้ำตาไหล ยกเหล้าขึ้นมาดื่มอีกครั้ง ท่ามกลางรอยยิ้มเอ็นดูของพี่ ๆ ยามรับฟัง “รักบ้าอะไร ถ้ารักแล้วจะคิดหาเมียใหม่เข้าบ้านเหรอ แม่ง โคตรใจร้ายเลย แล้วที่ทำกับผมหมายความว่าไง ไล่ตามผม ทำดีกับผม เอาอกเอาใจสารพัด ไอ้พี่เวร...ก็พอเข้าใจอยู่หรอกว่าผมเป็นแขก จะทำดีกับผมยังไงก็ได้ แต่จูบผมมันหมายความว่าไง”

พรวด! ทุกคนที่กำลังยกแก้วดื่มต่างพากันสำลักอย่างไม่ได้นัดหมาย

นายเชษฐ์ทำอะไรเด็กกัน! เด็กมันเพิ่งจะอายุแค่สิบเจ็ด

ที่เห็นป้วนเปี้ยนอยู่รอบ ๆ ตัววิริยะ ก็เพราะเป็นหมาแก่หวงก้างเองหรอกหรือ

เจ็ดหนุ่มเหลือกตามองวิริยะที่ยกหลังมือเช็ดน้ำตาร้องไห้ร้องห่ม โทรศัพท์ในมือดำร่วงผล็อยลงพื้น หันมาประคองตัวเด็กที่นั่งสะอึกสะอื้นข้างกายด้วยหน้าเหวอ ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเพื่อนทั้งกลุ่ม

ทุกอย่างเงียบกริบ มีเพียงเสียงร้องไห้และคำบ่นของวิริยะคั่นกลาง เป็นเวลาเดียวกันที่เห็นรถของเชษฐ์ไชยแล่นเข้ามาจอด เจ้าตัวเดินลงมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนทุกครั้ง หากทว่าทุกอย่างมันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

เป็นเรื่องจริงหรือแค่วิริยะพล่ามไม่มีใครทราบ แต่ตอนนี้เจ้านายคงไม่รู้ตัวเลย ว่าจากเป็นคนยิ่งใหญ่น่านับถือ ตอนนี้กลายเป็นไอ้หื่นทำอนาจารเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดในสายตาของลูกน้องกลุ่มนี้เข้าให้แล้ว ดูจากหน้าเหวอ ๆ ของเพื่อนก็น่าจะพอเดาได้

ดำคิดแล้วเขย่าตัวปลุกไอ้ตัวดีให้ลุกขึ้นมาอธิบาย ไม่ใช่มาทิ้งระเบิดแล้วหลับหนีไปแบบนี้

คนเขาคิดไปถึงไหนต่อไหนเเล้ว!

--๑๐๐-

-----------------------------------------------------------------

นี่คือการทิ้งระเบิดของจริงจ้ะ อิอิ

ทุกคนจะคิดว่าเป็นเรื่องจริงไหม รอเดากันเอาเอง ส่วนน้องวิวก็สายดราม่าตั้งแต่เมากับอิกครั้งโน้น ยังไม่เข็ด 555555

อาเชษฐ์ก็มีความพยายาม แต่ก็แห้วตลอด แต่สุดท้ายมาตายตอนที่ไม่ได้ตั้งใจ

แล้วคนโหดจะแก้ตัวยังไงกับลูกน้อง ความลับรั่วแล้ว อิอิ

ตอนหน้ามีความง้อ แต่จะง้อแบบไหน ต้องรออ่านนะคะ เดี๋ยววิวจะได้กลับบ้านแล้ว

เหมือนเดิมนะคะ แล้วอย่าลืมทิ้งคอมเม้นให้หนูนาอ่าน จะได้ชื่นใจ มีกำลังใจเขียนต่อเด้ออออ


ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13912
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
 :fire: รุมเลยพวก

ออฟไลน์ T_TARS

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 36
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
 :hao3: :hao3: :hao3:
เรื่องของอีตาอสูรลิงยักษ์กับเด็กวิวเดอเรลล่าจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป

ออฟไลน์ BAKA

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3149
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-10
คนเขาคิดถูกแล้วไงพี่ดำ เนี่ยยยย ชอบมาทำน้องเสียใจ โดนทิ้งระเบิด(แบบไม่ได้ตั้งใจ)ตู้มเลยยยย 5555

ออฟไลน์ ●GreenTEA●

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 688
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-2

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-7
เอาละซิ สโนว์วิวถูกรังแก คนหล่อทั้ง 7 ต้องช่วยสโนวว์วิวนะ o18

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1882
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
วิว หายเมาแล้วจะรู้ตัวไหมเนี่ยว่า พูดอะไรไว้
 :laugh: :laugh:

ออฟไลน์ noonaaRP

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 262
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-1
    • fanpage Noonaa

ตอนที่ ๑๖

“อาเชษฐ์ ไอ้คนหน้าม่อ...”

เสียงพึมพำต่อว่าของวิริยะดังขึ้นอยู่เนือง ๆ แม้ว่าจะหลับไปแล้ว เชษฐ์ไชยยังคงไม่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร ในขณะที่ทุกคนยังคงเงียบกริบกับความตกใจ อึ้ง มองผู้มาใหม่เดินตรงไปหาวิริยะตั้งใจจะหิ้วพากลับไปพัก อาจเป็นเพราะเห็นว่าอาการไม่ค่อยดีแล้ว แต่ทว่าหมอกคิดได้ รีบขยับเข้ามาขัดขวาง ยังไม่อาจปล่อยให้เด็กหนุ่มไปกับเชษฐ์ไชย

“นายเชษฐ์จะทำอะไรครับ”

นายใหญ่ของไร่ชะงักมือ เหลือบมองทั้งหมดด้วยความแปลกใจ “กูจะมาพามันกลับไปที่ห้อง”

“ให้วิวค้างที่นี่แหละครับ” ไทยิ้มแห้ง

เชษฐ์ไชยกวาดสายตาไปทั่วทั้งวงเหล้า เห็นท่าทีต่างจากเดิมของพวกมันแล้วมุ่นคิ้ว ไหนจะไอ้สีหน้าเจื่อน ๆ ของดำยามมองเขาอีก ลางสังหรณ์ของชายหนุ่มบอกว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ บางอย่างที่ว่า คงเรื่องใหญ่พอที่จะทำให้ไอ้ลิงทโมนกลุ่มนี้หน้าเหวอได้ ชายหนุ่มถอนใจ ไว้คุยกันทีหลัง ยามนี้เขาควรเอาวิริยะไปเก็บเข้าที่ก่อน

“ไอ้ดำ เอาตัววิวมา”

“ไม่ได้ วิวมันบอกจะนอนนี่ครับ ใช่ไหมพวกมึง” เหนือรีบพูด แล้วก็หันไปหาแนวร่วม ซึ่งเพื่อนคนอื่นก็พากันอือออตามด้วย เห็นแล้วเชษฐ์ไชยก็นิ่ง เริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเมื่อเห็นไอ้ไทขยับมาพยุงวิริยะตั้งใจจะพาเดินหนีเขาเข้าไปในห้อง แทนที่จะปล่อยให้ชายหนุ่มพาตัวออกไป

“ไอ้ดำ! กูบอกให้เอาตัววิวมา!” ชายหนุ่มขึ้นเสียงอย่างนึกโมโหเมื่อไม่ได้อย่างใจ “พวกมึงกล้าอวดดีกับกูอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไร หา!”

ทั้งหมดชะงักกึก หน้าเริ่มถอดสี โดยเฉพาะคนที่ตั้งใจพาวิริยะหลบเข้าไปในห้อง เมื่อถูกสายตาคมดุจราชสีห์ของเจ้านายจับจ้อง ทำให้จู่ ๆ ตัวก็แข็งขึ้นมาราวโดนสาป หันไปยิ้มเจื่อนให้เจ้านายแจงด้วยความหวังดีว่า “เดี๋ยวนายเชษฐ์เอามันไปทิ้งไว้ที่ห้อง ตอนนี้วิวมันเมามาก เดี๋ยวไม่มีคนดูแล ให้มันนอนในห้องกับพวกเรานี่แหละครับ”

เชษฐ์ไชยยังคงใช้หน้าโหดเข้าสู้ เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าของดำ

“กูบอกพวกมึงแล้วว่าห้ามนอนอัดกันในห้อง อยู่ห้องใครห้องมันไป”

เห็นแล้วดำก็อึกอัก มองตาเจ้านายด้วยสายตาปรามเล็กน้อย เพราะยังไม่หาญกล้าขนาดนั้น “นายเซษฐ์ ดำว่าให้วิวมันนอนกับดำอยู่นี่แหละ”

คนฟังมุ่นคิ้ว “จะให้มันนอนด้วยแล้วตามกูมาทำไม!”

“อ้าว ไอ้ห่าดำ มึงรู้เห็นเป็นใจกับนายเชษฐ์เหรอ!” เพื่อนทั้งกลุ่มเบนสายตาจากเจ้านายมาที่ดำ

“รู้เห็นเป็นใจอะไร” เชษฐ์ไชยรู้สึกเหมือนตัวเองตกข่าว เมื่อทุกคนได้ยินที่สิ่งที่ชายหนุ่มถามก็ยิ่งออกอาการไปกันใหญ่ แต่ก็ยังไม่ยอมตอบอะไรให้เขาหายแคลงใจ นั่นทำให้หน้าของเชษฐ์ไชยร้อนขึ้นมาอีกระดับด้วยความโกรธ “กูถามพวกมึงไม่ได้ยินรึไง!”

“หนวกหูโว้ย!”

ทั้งหมดเงียบกริบ มองไปยังไอ้ตัวเล็กต้นเรื่องที่ลุกขึ้นมาร้องโหวกเหวก แล้วก็เอนหลังซบบ่าของดำหลับต่อ แม้กระทั่งผู้มีอำนาจที่สุดก็ตกใจไปกับเขาด้วย หากทว่าเชษฐ์ไชยตั้งสติได้ทัน ชายหนุ่มกระแอมแก้ขัดเขิน ไม่สนว่ามันเกิดอะไรขึ้น เดินตรงไปยังร่างวิริยะแล้วจับยกขึ้นอุ้ม ท่ามกลางสีหน้าแตกตื่นราวกับเห็นผีของพวกลิงทั้งหมดนี้

ขณะหมุนตัวจะพาวิริยะเดินออกมา ก็มีใครสักคนกล้าพอที่จะเอ่ยถาม

“นายเชษฐ์กับวิวเป็นอะไรกัน”

เจ้าของร่างใหญ่ชะงักเท้า ใจที่อยู่ดีก็เต้นตึกขึ้นมา หันไปมองด้านหลังอีกครั้งเพราะรู้สึกว่าคำถามนี้บอกเขาได้หลายอย่าง และอย่างแรกก็คือ พวกมันทั้งหมดรู้ความลับของชายหนุ่มเข้าให้แล้ว “กูเป็นอะไรกับเด็กนี่ แล้วเกี่ยวอะไรกับพวกมึง”

ไทรีบส่ายหน้าแย้ง “จะไม่เกี่ยวได้ไงครับ วิวมันยังเด็ก”

“แล้วไง”

“ก็คุกไงครับนายเชษฐ์ ตอนนี้เห็นเงาตารางลิบ ๆ แล้วด้วย”

คนฟังเบิกตา เริ่มทำหน้าไม่ถูก “กูว่าพวกมึงระแวงผิดประเด็นแล้ว”

แทนที่จะตกใจที่เขากับวิริยะมีความสัมพันธ์อย่างไรต่อกัน แต่ไอ้พวกลิงนั่นดันคิดไปไกลว่าเขาจะเป็นไอ้แก่ที่ชอบล่อลวงเด็กทำเรื่องลามกเสียได้ พวกมันตกใจกันผิดประเด็นไปหมด คิดแล้วเชษฐ์ไชยก็ถอนใจ เก็บความอับอายพับใส่กระเป๋าแล้วอุ้มพาวิริยะเดินหนีออกมา ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ตอนแรกจะพาวิริยะไปที่ห้องพักอีกฝั่ง ในเมื่อรู้แล้วว่าเขากับเด็กนี่เป็นมากกว่าเจ้านายกับลูกน้อง เชษฐ์ไชยจะไม่เก็บไว้เป็นความลับอีก

“นายเชษฐ์ จะพาวิวไปไหนวะ!”

เสียงใครสักคนร้องตะโกนตามหลัง

“เมียกู ก็ต้องไปอยู่ที่บ้านกับกูสิ”

เชษฐ์ไชยผู้ยิ่งใหญ่ของไร่ตอบกลับมาไม่ดังนัก ในขณะที่กำลังง่วนอยู่กับการยกวิริยะขึ้นไว้บนเบาะ ชายหนุ่มทั้งหมดที่นั่งอยู่ตรงนี้เหงื่อตก มองหน้ากันเพราะไม่รู้จะปรามเจ้านายอย่างไรถึงจะยอมเชื่อ

“เมื่อกี้นายเชษฐ์พูดว่าไรนะ กูได้ยินไม่ชัด” หมอกทำหน้าไม่สบายใจ ถามเพื่อน

“เมียกู ก็ต้องไปอยู่ที่บ้านกับกู”

“ไอ้เชี่ยดำ ถ้าตำรวจมาลากคอนายเชษฐ์เข้าคุก กูจะบอกว่ามึงรู้เห็นเป็นใจ!” หมอกชี้หน้าเพื่อนผู้ยังคงพูดไม่ออก เมื่อได้ฟัง หนุ่มอีสานก็รีบโคลงศีรษะไม่ยอมรับความผิดนี้ “กูบ่ฮู้เรื่องโว้ย กูก็เพิ่งฮู้ก่อนหน้าพวกมึงบ่กี่มื้อ ไผสิไปฮู้ว่าเขาไปเป็นผัวเป็นเมียกันตอนใด๋”

“แล้วจะเอาไง พวกเรา”

ไทถามแล้วกวาดมองมองเพื่อนร่วมกลุ่ม

เห็นสีหน้าหมองลงแต่ละคนแล้วดำก็ถอนใจ “พวกมึงบ่ต้องคิดหนักขนาดนั้นก็ได้ นายเซษฐ์บ่เฮ็ดหยังวิวดอก อีกบ่กี่เดือนมันก็สิบแปดแล้ว นายเซษฐ์ถ่าได้”

“รอได้พ่อมึงสิ ถ้ารอได้นายเชษฐ์จะเรียกวิวได้เต็มปากเต็มคำว่าเมียอย่างนี้เหรอ” ไทตบกระโหลกหนา ๆ ของดำมาที แล้วส่ายหน้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ กระเดือกเหล้าไม่ลง ก่อนเดินไปทรุดนั่งบนเก้าอี้ขบคิดว่า “เอาจริง ๆ ถ้านายเชษฐ์กับวิวตกลงปลงใจกัน แบบเป็นแฟนเลยนะ กูยังหาทางไม่ได้เลยว่าทั้งสองจะไปกันรอด แล้วใครจะไปรับได้วะ”

“กูรับได้” ดำยกมือ

“กูหมายถึงคนอื่นไอ้ควาย! นายเชษฐ์มีหน้ามีตาในสังคมจะตาย”

“ไผสิรับได้รึบ่ได้ กูบ่สน กูจะซ่อยนายเซษฐ์เอง พวกมึงกะเห็นกันอยู่ ว่าวิวเฮ็ดให้นายเซษฐ์มีความสุขจั่งใด๋ คั่นเมียนายเซษฐ์เป็นวิวอีหลี กูว่าคนในไร่นี้บ่มีไผขัดใจนายเซษฐ์แท้ ๆ” ดำพูดขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง ในขณะที่เพื่อนคนอื่นแสดงความผิดหวังออกจากสีหน้า ไม่อาจยอมรับได้ เห็นเช่นนั้นดำจึงทำได้แค่เพียงพูดออกไปให้พวกมันฉุกคิดตามว่า “พวกมึงกะเห็น ว่านายเซษฐ์เสียใจมาโดนแล้ว กูว่ามันถึงเวลานายเซษฐ์จะมีความสุขสักที คั่นพวกมึงสิเบิ่ดความนับถือกะเชิญ นายเซษฐ์กะแค่มีความฮัก เพิ่นบ่ได้ผิดอีหยัง”

พูดจบ ดำก็เดินจากไปด้วยใบหน้าจริงจังนั้น ท่ามกลางสายตาของเพื่อนที่เหลือ ทุกคนหันมองหน้ากันอยู่พักหนึ่ง เหนือคนแรกที่ยักไหล่แล้วแยกตัวเดินออกจากกลุ่มไม่ออกความเห็นใดใด จากนั้น ก็ไม่มีคำพูดไหนดังขึ้นมาอีก นอกจากร่างสูงใหญ่ทั้งหลาย ต่างแยกออกจากกันไปที่พักเพื่ออยู่กับตัวเอง และนอนขบคิดตามในสิ่งที่ดำพูด

แต่มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องยอมรับกันได้ง่าย ๆ

นายใหญ่ของไร่ คงโดนเมียทิ้งแล้วเสียสติไปแน่ ๆ ถึงได้หันมาชอบไม้ป่าเดียวกันแบบนี้

 

เชษฐ์ไชยพาวิริยะเดินขึ้นไปยังห้องพักของชายหนุ่มเอง ท่ามกลางสายตาของเด็กในบ้าน ส่วนคนเมาก็เอาแต่พึมพำต่อว่าเขา ได้ยินแล้ว ชายหนุ่มก็เพียงคลี่ยิ้ม บรรจงวางตัวผอมโปร่งลงบนที่นอนด้วยความเบามือ

ขณะที่กำลังจะผละออก นัยน์ตาคมกวาดเห็นใบหน้าของคนหลับนั้น แดงก่ำเป็นเลือดฝาด เพราะฤทธิ์เหล้าหรือร้องไห้ก็ไม่อาจแยกแยะได้ แต่มันดูน่ารักน่ามองไปหมด

นิ้วมือเรียวเคลื่อนแตะบนจมูกสีแดงที่บวมเป่งเพราะผ่านการร้องไห้ บริเวณขนตายังมีก้อนน้ำเกาะอยู่ และเมื่อถูกสัมผัสแตะต้อง คนหลับก็ตอบสนองด้วยการขยิบเปลือกตา ครางอือออไม่ได้ศัพท์ เห็นแล้วผู้มองก็เพียงยิ้ม สางผมยุ่ง ๆ ให้แล้วลุกขึ้นนั่งจับจ้องอยู่เช่นนั้น

“อาเชษฐ์ ไอ้ลิงใจร้าย...” คนหลับบ่นเสียงเบา

เชษฐ์ไชยเคลื่อนมือ แตะที่ริมฝีปากสีเชอรี่เบื้องหน้า “บอกมาซิว่าฉันใจร้ายอะไร”

“อาเชษฐ์จูบผมทำไม ฮือ...”

จู่ ๆ ก็ร้องไห้ขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เห็นแล้วเชษฐ์ไชยก็หัวเราะ “แล้วจะร้องไห้ทำไม”

“ก็ผมเสียใจไง ไม่เห็นต้องอธิบาย!” ดูเหมือนจะอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ด้วย เชษฐ์ไชยมองคนหลับร้องโหวกเหวกก็เช็ดน้ำตาที่อาบแก้มให้ อาจเป็นเพราะปลายนิ้วร้อนนี้กระมังที่ปลุกอีกฝ่าย ทำให้วิริยะลืมตาขึ้นมา สบมองชายหนุ่มในขณะที่เจ้าตัวนอนอยู่บนเตียงทั้งน้ำตา เมื่อเห็น ยิ่งทำให้เชษฐ์ไชยยิ้มออกมาด้วยความนึกเอ็นดู

“น้ำตาเปื้อนหมอนฉันหมดแล้ว” ชายหนุ่มแกล้งคนร้อง อีกฝ่ายหันไปนอนตะแคงหนี

“ก็ช่าง”

“แล้วนี่สรุปโกรธอะไร ฉันไม่เข้าใจ หืม...” คนตัวโตเขยิบเข้าไปใกล้เพื่อสอบถาม มือก็จับไหล่แคบให้พลิกกลับมามองหน้ากันอย่างเดิม นอกจากจะไม่ยอมตอบแล้ว กำปั้นไม่มีเรี่ยวแรงยังเหวี่ยงมาซัดที่ตัวเขาอยู่หลายครั้ง พร้อมทั้งร้องไห้สะอึกสะอื้น ราวกับต้องการลงโทษที่ทำให้เจ้าตัวเสียใจ เชษฐ์ไชยไม่ได้รู้สึกโกรธที่ถูกทำร้าย แต่รู้สึกโกรธตัวเองที่ไม่รู้อะไรเลยต่างหาก

ที่วิริยะร้องไห้ ที่ต่อว่าเขาอย่างนี้ยังทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อีก ทั้งที่มันก็แน่อยู่แล้วว่าเป็นเพราะเสียใจ

เด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ผิดสักหน่อยที่ไม่รู้ใจตัวเอง ก็เขาไม่เคยบอกเจ้าตัวเลยนี่ว่าคิดยังไง

ชายหนุ่มกุมจับข้อมือคนร้องไห้กดแนบลงกับเตียง พิศใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาแล้วใจหาย

“อยากรู้ไหมว่าฉันจูบเธอทำไม”

คนเมาทำเสียงอู้อี้เอาแต่ใจ หากทว่าเชยดวงตาที่เปื้อนด้วยน้ำสบกับเขา กำลังบอกว่ารับฟัง ซึ่งเห็นแล้วเชษฐ์ไชยก็เพียงแค่เคลื่อนมือเช็ดน้ำหูน้ำตาให้อย่างอ่อนมือ โน้มขยับเข้ามาใกล้กว่าเก่าให้ได้รับไออุ่นจากตัว แล้วกระตุกยิ้ม บอกเด็กหนุ่มไปตามความรู้สึกจริงไปว่า

“เพราะฉันคิดว่าจูบเมียตัวเอง มันไม่ใช่เรื่องแปลกยังไงเล่า”

หลังพูดจบ คนตัวใหญ่โน้มใบหน้าสะอ้านเข้ามาแนบจูบอย่างแผ่วอ่อน ไม่ได้บังคับจาบจ้วงเหมือนเมื่อครั้งก่อนหน้า ในขณะที่มือหนึ่งประคองที่คางของเด็กหนุ่ม ให้อ้ารับสัมผัสนุ่มหยุ่นจากริมฝีปาก และลิ้นสากของคนนำ สิ่งที่คนเมาทำได้ก็เพียงระงับลมหายใจติดขัดของตัวเองในระหว่างนั้น

“อืม...” น้ำเสียงของคนทำบอกว่าพึงพอใจ

ใบหน้าวิริยะร้อนรุมขึ้นอีกระดับ ยามเชษฐ์ไชยรุกไล่ทั่วทั้งโพรงปากตามลิ้นของเขา แล้วดูดดุนมันราวกับเป็นขนมเยลลี่ชิ้นโปรดอยู่เช่นนั้น

เด็กหนุ่มกำเสื้อของคนด้านบนแน่น ราวสติกำลังกลับมาและบอกตัวเองว่าควรทำอะไร แต่ความหอมหวานของรสชาติที่สัมผัสอยู่ทำให้วิริยะรู้สึกแปลกไป ทำได้เพียงแค่พริ้มตา รับจูบของอีกฝ่ายเท่านั้น

เนิ่นนานเท่าไรมิทราบ หัวสมองของเด็กหนุ่มมึนเบลอ ราวมันเพิ่งผ่านมาเพียงชั่ววินาทีสั้น ๆ

นิ้วหัวแม่มือของคนอยู่เหนือกาย สัมผัสบนริมฝีปากบวมเจ่อสีหวานคล้ายติดอกติดใจหลังจากผละออก ก่อนผู้ตัวโตกว่าจะเคลื่อนใบหน้ามาอยู่ในระดับดวงตาประสานกันได้ หากทว่าตอนนี้ เชษฐ์ไชยไม่ได้ทำหน้าดุดันอย่างเคย อีกฝ่ายกำลังมองเขาด้วยแววตาที่เต็มตื้นไปด้วยความเอ็นดูรักใคร่

“เข้าใจซะใหม่นะวิว เมียคนใหม่ของฉัน คือเธอ”

ค่อยโล่งใจหน่อย

“ฮะ...” วิริยะเบิกตา คิดว่าตัวเองเห็นภาพหลอน หรือไม่ก็เป็นเพียงฝันเท่านั้น เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เม้มริมฝีปากบวมเจ่อของตัวเองด้วยความรู้สึกขัดเขินแปลก ๆ กุมที่หน้าอกไว้แน่น ไม่ให้มันเต้นรุนแรงอยู่เช่นนั้น ไม่เข้าใจเลย ว่าทำไมต้องดีใจถึงขนาดนี้ด้วย

ตากลมมองตามร่างใหญ่ของเชษฐ์ไชยที่ขึ้นมานอนบนเตียงด้วย แล้วขยับมาจูบเขาอีกครั้ง

เป็นสัมผัสที่อ่อนโยน ละมุนละไมเกินจะนึกถึง

วิริยะหน้าแดง รู้สึกร้อนไปทั้งตัว แม้ภายในห้องเย็นเยียบด้วยเครื่องปรับอากาศ แต่เมื่อเชษฐ์ไชยขยับมาจูบและกอดเขาทีไร เหมือนมีกระแสไฟแล่นปราดผ่านลำตัวทุกครั้ง แต่ถึงอย่างนั้น เด็กหนุ่มก็ไม่ขืนความพึงพอใจของตัวเอง ทำได้เพียงหลับตารับจูบอันแผ่วอ่อนของเชษฐ์ไชยโดยไม่ปริปากบ่นหรือปรามอะไรเลย ลำแขนของเขาเผลอไผลเคลื่อนไปคล้องบนลำคอของคนตัวใหญ่ ตอบสนองจูบนั้นอย่างติดใจในรสชาติ

“อาเชษฐ์...”

วิริยะคงชอบเชษฐ์ไชยจริง ๆ

เด็กหนุ่มคิดเช่นนั้น บดเบียดตัวเข้าสู่ร่างใหญ่กว่า กอดอีกฝ่ายแล้วพริ้มตาลงหลับด้วยรอยยิ้ม

เขารู้ใจตัวเองแล้ว พอ ๆ กันกับความรู้สึกของอีกฝ่าย

ทำให้คืนนี้ วิริยะได้หลับลงด้วยความเป็นสุขอย่างน่าประหลาด

“เดี๋ยวสิ จะมานอนอ่อยแบบนี้ได้ไง เฮ้ย...วิว...”

ผู้ที่เครื่องติดชะงัก เมื่อกำลังพลิกตัวขึ้นคร่อมทับ เคลื่อนมือสัมผัสไปทั่วตัวแล้วพบว่าวิริยะเองก็กำลังมีอารมณ์ร่วม ไอ้ที่ว่าอ่อนก็แข็งสู้แล้ว แล้วทำไมถึงได้หลับทิ้งเขาให้ค้างเต่ออยู่เช่นนี้ นายใหญ่ก้มลงมองบางอย่างที่ถูกปลุกในกางเกงตัวเอง ไม่สงสารเสือตัวใหญ่ที่นอนหลับอยู่ในถ้ำมาหลายปีหรือยังไง เหตุใดจึงรังแกปลุกมันแล้วไม่รับผิดชอบ

คิดแล้วเชษฐ์ไชยก็ทิ้งตัวลงนอนด้วยความหงุดหงิด มองไอ้ตัวดีที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ข้างกันอย่างโกรธไม่ลง  ถ้ายังไม่หลับน่ะหรือ เชษฐ์ไชยไม่ปล่อยให้หลุดรอดมือถึงพรุ่งนี้เช้าแน่

ใครจะคิดว่าเขาเป็นคนดีก็ช่าง แต่มีเมียมานอนยั่วอยู่ตรงหน้า ไอ้บ้าที่ไหนจะไม่เอา และเขาไม่เคยบอกใครเลยว่าตัวเองเป็นคนดีมีคุณธรรม อยากได้คุณธรรม ไปหาเอากับคนอื่นโน่น อย่ามาถามหากับนายเชษฐ์คนป่าเถื่อนแห่งไร่รุ่งอรุณีเสียให้ยาก!

--๒๕--

ออฟไลน์ noonaaRP

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 262
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-1
    • fanpage Noonaa
(ต่อ)

วิริยะรู้สึกตัวขึ้นมาก็รู้ว่าที่แห่งนี้ไม่ใช่ห้องของตัวเอง เด็กหนุ่มพลิกตัวนอนหงาย ยกมือกุมหัวด้วยความปวดราวกับมันกำลังจะระเบิด เมื่อเห็นว่าบนเตียงไม่มีใคร วิริยะเดินสะโหลสะเหลลงจากเตียงมาสำรวจรอบตัว นี่คือห้องพักของเชษฐ์ไชยไม่ผิดแน่ แต่เขาเข้ามานอนในนี้ได้ยังไง จำได้ว่าเมื่อวานนั่งดื่มอยู่กับพวกกลุ่มพี่ชายบอยแบนด์ภูธรอยู่เลย

จู่ ๆ ภาพตัวเองทำอะไรกับเชษฐ์ไชยเมื่อคืนก็ผุดขึ้นมา วิริยะเปลี่ยนมาสำรวจความเรียบร้อยของตัวเอง เบิกตาตกใจเท่าไข่ห่านแล้วรีบกุมหัววิ่งลงบ้านไป ความอับอายประดังประเดเข้ามาในสมองไม่ยอมหยุดหย่อน มากมายจนคิดว่าไม่อาจสู้หน้าอีตาเจ้าของบ้านหลังนี้ได้

ไม่น่าเลย ไม่น่าเมาเลย

วิริยะกลับมาที่ห้องพัก อาบน้ำอาบท่าให้ตัวเองสดชื่น ดูนาฬิกาบอกว่าเที่ยงกว่าแล้ว บวกกับความหิวทำให้วิริยะเวียนหัว วิ่งออกจากห้องไปอาเจียนที่กระถางต้นไม้แถวนั้น รู้สึกถึงขนลุกเกรียวกราวไปหมดจนหนาว กระทั่งมีมือของใครสักคนมาลูบหลังให้ เป็นหมอกที่กำลังยิ้ม มือก็ยื่นขวดน้ำให้วิริยะบ้วนปากไปด้วย

“ขอบคุณครับ” วิริยะรับมาถือ แล้วยกน้ำขึ้นเทใส่ปาก

 “ไปนอนกับนายเชษฐ์มาคืนเดียว แพ้ท้องซะแล้ว”

พรวด!

เด็กหนุ่มสำลักน้ำเฉียบพลัน หันหน้าแดงไปหาคนพูด “อะ อะไรนะพี่!”

ไม่รู้เป็นอะไร พอได้ยินเรื่องน่าตกใจทีไรวิริยะจะเด้งตัวลุกขึ้นยืนอย่างนี้ตลอด พลอยให้คนมองรู้สึกตกใจต้องลุกขึ้นยืนตามไปด้วย หมอกยักไหล่เมื่อเห็นว่าวิริยะหน้าเสีย มองไปที่อื่นราวไม่กล้าสู้หน้า “เรื่องวิวกับนายเชษฐ์ พวกพี่รู้หมดแล้ว”

“รู้ รู้ได้ยังไง ละ...แล้วใครรู้บ้าง!” วิริยะรีบหันมาถามหน้าตกใจ

หมอกยักไหล่ “ก็รู้กันหมด เมื่อวาน ตอนนายเชษฐ์มาพาวิวไป”

คนตัวใหญ่กว่ามองวิริยะที่ยกมือกุมหน้าของตัวเอง ทำตัวไม่ถูกอยู่สักพัก ก่อนเจ้าตัวจะผละหน้าออกเมื่อคิดอะไรขึ้นมาได้ แล้วเดินตรงไปยังบ้านหลังใหญ่ของเชษฐ์ไชย อาจจะไปคุยอะไรสักอย่างกับเจ้านายของหมอกก็เป็นได้

ตายแน่ แล้วเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน วิริยะคิดทั้งยกมือกุมใบหน้าร้อนผ่าวของตัวเอง เดินตรงไปที่บ้านพักของเจ้านายที่เพิ่งออกมาเมื่อช่วงสาย เห็นแม่ต้อยยืนคุมคนสวนทำความสะอาดหน้าบ้านอยู่ก็ตรงเข้าไปสอบถามทันที ตอนนี้เด็กหนุ่มอยากคุยกับเชษฐ์ไชย “อาเชษฐ์ไปไหนครับ”

แม่ต้อยยกยิ้ม “ให้อาหารปลาอยู่ที่สระหลังบ้านค่ะ น้องวิวมี...”

ไม่ทันได้ฟังแม่ต้อย วิริยะเดินอ้อมไปที่สวนหลังบ้านอย่างไม่สนว่าใครจะทักจะถาม ผ่านแปลงผักสวนครัวข้างหลังไม่กี่ก้าวก็เห็นแผ่นหลังกว้างใหญ่ของเชษฐ์ไชย ยืนอยู่ริมตลิ่ง กำลังโยนอาหารให้ปลาในสระอยู่อย่างเงียบสงบ แต่ดูเหมือนจะได้ยินเสียงฝีเท้าคนมา เจ้าตัวจึงเบนสายตามาทิศนี้ราวกับเป็นสัญชาตญาณ ซึ่งเมื่อเห็นเขาเดินหน้ายุ่งมาแต่ไกล เจ้าตัวก็วางกระป๋องอาหารลงแล้วก้มลงล้างมือจากน้ำในสระ

เห็นแล้ววิริยะก็ฉุน เดินไปถีบไอ้ก้นหนา ๆ นั่นบันดาลโทสะ จนคนตัวใหญ่หัวทิ่มคะมำลงไปในน้ำตูมใหญ่ ข้อหาฉวยโอกาสตอนที่เขาเมาแล้วทำตามอำเภอใจ!

“ทำบ้าอะไรน่ะวิว!” คนตัวเปียกเสยผม ลอยตุบป่องในน้ำ ร้องถามอย่างนึกโมโห

“อาเชษฐ์ยังไม่รู้อีกเหรอว่าโดนเรื่องอะไร!”

สีหน้าของวิริยะดูไม่ชอบใจเอาเสียมาก และดูท่าแล้ว เด็กหนุ่มยังคงโกรธเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืนได้ เจ้าตัวพูดจบก็จะเดินกลับไป ซึ่งเชษฐ์ไชยไม่อาจยอมให้เป็นเช่นนี้ได้

“วิว วิว!” ชายหนุ่มรีบตะเกียกตะกายขึ้นจากสระ สางผมที่ปรกหน้าสิ้นท่าเสือใหญ่ของไร่ วิ่งทุลักทุเลตามวิริยะจนทัน แล้วดึงให้หันมาพูดจากันดี ๆ “ฟังก่อน เรื่องเมื่อวานไม่ได้ตั้งใจให้คนอื่นรู้นะ แต่ถึงคนอื่นรู้ก็ช่างมันสิ ฉันไม่สน”

เด็กหนุ่มส่ายหน้า “ก็บอกแล้วไงว่าให้คนอื่นรู้ไม่ได้”

“ทำไม เป็นเมียพี่มันน่าอายขนาดนั้นรึไง” เชษฐ์ไชยชักเริ่มเคืองใจ

เด็กหนุ่มเบิกตา ความรุมร้อนแล่นเข้ามาที่ใบหน้าอีกครั้งเมื่อได้ยินที่เชษฐ์ไชยกล่าว ภาพเมื่อคืนแล่นเข้ามาจนสามารถจำทุกอย่างได้ครบถ้วนเสียเอง โดยไม่ต้องให้เชษฐ์ไชยอธิบายอะไรอีก ซึ่งเป็นคำตอบที่บอกเด็กหนุ่มว่าไม่ใช่ความผิดของอีกฝ่ายเลย เขาต่างหากที่ปากพล่อยพูดออกมาเอง

ทราบแล้ววิริยะก็ปรับสีหน้า ไม่ให้อีกฝ่ายรู้ว่ากำลังเขิน

“ตะ แต่อาเชษฐ์ก็ไม่น่าทำแบบนั้นป้ะ” โบ้ยความผิดให้ฝ่ายตรงข้าม

คนตัวเปียกตรงหน้าเลิกคิ้ว “แบบไหน”

“ก็ พาผมไปนอนที่ห้อง...แบบนั้นอะ” เด็กหนุ่มบุ้ยปาก

“ไม่พาไปที่ห้องแล้วใครจะดูแล หืม...”

เชษฐ์ไชยเดินเข้าหาอีก

“อ๊ากกก ตัวเปียก!” วิริยะร้องโหวกเหวก ทำหน้ายุ่งดิ้นขลุกขลักเมื่อเชษฐ์ไชยขยับเข้าใกล้ บังคับกอดให้ความเย็นของน้ำซึมซับใส่ตัวเด็กหนุ่ม ครั้นเห็นหน้าแดงของวิริยะยามหลบหลีกสายตาไปที่อื่นก็รู้ ว่าที่จริงแล้วกำลังเขินอาย คนมองเพียงแค่คลี่ยิ้ม สะบัดผมให้หยดน้ำกระเด็นใส่อีกทีเพราะต้องการเอาคืน ข้อหาจู่โจมข้างหลังนายใหญ่ของไร่จนหมดสภาพเช่นนี้

“อื้อ อาเชษฐ์!” วิริยะเสียงดังสู้

“ไหนบอกมาซิ ไปทำสเน่ห์ที่ไหนมา”

“ทำบ้าทำบออะไร ปล่อย เปียกหมดแล้ว!”

“จะทำให้เปียกกว่านี้อีก สงกรานต์น่ะ รู้จักไหม”

พูดจบ ตัววิริยะลอยละลิ่วเหนือพื้นด้วยลำแขนข้างเดียวของคนอายุมากกว่า หน้าเด็กหนุ่มเหวอ เมื่อรู้ทันว่าเชษฐ์ไชยกำลังจะทำอะไร ลำแขนยาวคว้าคอเชษฐ์ไชยไว้แน่นไม่ยอมให้ชายหนุ่มโยนลงน้ำ ท้ายที่สุดเชษฐ์ไชยก็ใช้ไม้ตาย คว้าหมับไปที่กางเกงเด็กหนุ่มจนวิริยะอ้าปากค้าง เหลือกตาร้องโวยวายอย่างที่เคยทำ “อาเชษฐ์ ไอ้บ้า!”

แล้วเด็กหนุ่มก็กุมจับของหวงตัวเอง ในขณะที่ตัวลอยละลิ่วลงไป

ตูม!

“อั่ก ไอ้บ้า...”

วิริยะโผล่ขึ้นมาสางผมในขณะที่ลอยตัวอยู่ในน้ำ ไม่ทันได้เห็นรอบข้างก็พ่นคำด่าก่อนอันดับแรก

ไม่รู้ว่าเชษฐ์ไชยลงน้ำมาตอนไหน กระตุกดึงวิริยะเข้าไปหา เด็กหนุ่มเบิกตาเหลือกตกใจเป็นที่เท่าไรมิทราบ เมื่อถูกผลักให้แผ่นหลังไปแนบกับตลิ่งน้ำแสนชันสูงเลยหัว ในขณะที่คนตัวโตขยับเข้ามากุมขังด้วยลำแขนทั้งสองข้าง ไม่ยอมให้หลุดรอดไปไหนได้ และแม้รอบกายจะเย็นไปด้วยน้ำ ใบหน้าของวิริยะกลับรุมร้อนขึ้นไปอีก ยามนัยน์ตาคมของเชษฐ์ไชยสบประสาน

เป็นแบบเดียวกันในความฝันอันเลือนรางเมื่อคืน

“รู้รึยังว่าจูบทำไม” คนตรงหน้าถามเบาแผ่ว ผ่านเสียงหอบของวิริยะ ในระยะที่ลมหายใจรดใบหน้ากัน เด็กหนุ่มหลุบมองหน้าอกแกร่งที่โผล่พ้นน้ำของอีกฝ่าย รู้สึกอายขึ้นมา

“ระ...รู้ รู้แล้วครับ”

มือใหญ่เชยใบหน้าของเด็กหนุ่มขึ้น ให้สบตา

“รู้แล้ว แล้วให้จีบได้ไหม”

คนฟังย่นหน้า

“ยังจะมาถามอีก”

เชษฐ์ไชยกระตุกยิ้มอย่างทนไม่ไหวกับความน่าเอ็นดู ขยับเข้าใกล้ แนบริมฝีปากจูบลงแผ่วเบาถนอม ไม่ได้ดูดดื่มเหมือนเมื่อคืนแต่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความโหยหา แล้วกระซาบแผ่วเบากว่าเดิม ด้วยน้ำเสียงชวนสยิวแปลก ๆ ในระยะที่ริมฝีปากสัมผัสคลอเคลียกัน “ตอบแบบนี้ ให้ข้ามขั้นไปได้เลยใช่ไหม”

“บ้า...” วิริยะตีบ่าคนตัวสูงกว่า ทั้งอยากเอ็ดและแก้ขัดเขินของตัวเองไปด้วย

“เมื่อวานหึงใช่ไหม”

เด็กหนุ่มชะงัก ยกมือกุมที่หน้าตัวเองไม่อยากยอมรับ

“ทำให้หึงแทบตาย มาหึงอะไรกับแค่เพื่อน หืม...” คนถามกัดฟันอดทนกับความน่ามันเขี้ยวของเด็กหนุ่มตรงหน้า

วิริยะหน้าเหวอ ทุบอกคนกำลังกอดปึก ๆ เมื่อเชษฐ์ไชยขยับตัวเข้ามาแนบชิดราวกับกำลังคิดการณ์ใหญ่ ด้วยสถานการณ์ตอนนี้วิริยะเป็นรองก็มาก บริเวณหลังบ้านมีต้นไม้พืชผักอยู่หนาใบ ไหนจะมีตลิ่งน้ำบดบังคนจากที่บ้าน และเลยสระไปก็เป็นสวนกล้วยที่ปลูกไว้ ไม่มีคนงานคนไหนเดินผ่านแน่

“ฮื่อ...” เด็กหนุ่มครวญ  ยามมือใหญ่แตะต้องอะไรที่อยู่ในน้ำผ่านเนื้อกางเกง

วิริยะรู้สึกเหมือนจะจมน้ำ เอื้อมกอดคอคนตัวใหญ่กว่าแล้วส่ายหน้า ทว่าเชษฐ์ไชยไม่เห็นใจเขาเลย โน้มลงมาแนบจูบแบบดูดดื่ม ฟอนเฟ้นด้วยริมฝีปากจนเกิดเสียงน่าอาย แล้วเลยมาที่ติ่งหู กกกอดวิริยะไม่ยอมให้ถอยห่างออกจากร่างที่บดเบียดกัน อยากจะขัดขืน อยากจะบอกให้หยุด แต่ติดตรงที่ริมฝีปากที่ถูกจองจำอยู่ตลอดไม่มีโอกาสได้พูดสักที

มือใหญ่เคลื่อนสัมผัสตัววิริยะใต้กางเกง เด็กหนุ่มสะดุ้ง

“อื้อ...”

เสียงครวญอันหวานหู ยิ่งไปกระตุ้นความอยากคนทำอีกเท่าตัว

“ไหน เมื่อวานใครทิ้งให้อารมณ์ค้างกัน หืม...”

วิริยะส่ายหน้าด้วยความอับอาย ใครจะไปรู้กันเล่า

เชษฐ์ไชยลากลิ้นเลียลำคออย่างย่ามใจ ไม่สนว่าบนเนื้อกายวิริยะเปื้อนน้ำในสระหรือไม่ ฝังริมฝีปากลงบนผิวเนื้อของเด็กหนุ่มราวกับต้องการตีตราจอง ให้ใครต่อใครรู้ว่าวิริยะเป็นของเจ้าตัว สิ่งที่เด็กหนุ่มทำได้คือส่งเสียงปรามเบา ๆ เท่านั้น ไม่คิดไม่ฝันว่าเชษฐ์ไชยจะลามกกล้าทำอะไรอย่างนี้กับเขาในที่ไม่ลับสายตา

หน้าไม่อายเสียจริง

“พอเถอะนะอาเชษฐ์” เด็กหนุ่มกระซิบเสียงเบา ในขณะที่ริมฝีปากหยักของเชษฐ์ไชยยังคงคลอเคลียอยู่ชิดใกล้ ไม่เอ่ยอะไรในเวลานี้ นอกจากแนบจูบซ้ำแทนการตอบคำถาม มือไม้ข้างหนึ่งก็ลูบสำรวจจนทั่ว วิริยะกลัวเหลือเกินว่าอีกฝ่ายจะไม่ฟังความแล้วเอาแต่ใจทำไปจนถึงขั้นสุดท้าย ตรงนี้

เชษ์ไชยทำเสียงฮึ่มฮั่มในลำคอ ดึงมือวิริยะให้เอื้อมมาแตะของชายหนุ่มบ้าง นัยหนึ่งคงต้องการบอกว่ามันแข็งและขยายใหญ่ถึงเพียงนี้แล้ว วิริยะยังจะใจร้ายให้หยุดกลางคันอีกหรือ

คนตรงหน้าใช้เสียงพอใจ สูดลมหายใจลึกขึ้นกว่าเก่ามือจับมือวิริยะนำพาความสุขให้ตัวเองไปพลาง ดุนดันตัววิริยะพิงที่ดินตลิ่งชันไปพลาง อีกข้างก็มอบความสุขให้เด็กหนุ่มบ้าง

วิริยะเม้มปากแน่น เก็บกักเสียงเพราะกำลังจะถึงงฝั่งฝันในไม่ช้า

“อาเชษฐ์ ฮือ...” เด็กหนุ่มร้อง ความหอมหวานของรสกามในมือของเชษฐ์ไชยทำให้แทบบ้า ภายในสมองมึนเบลอไปชั่วขณะหนึ่ง รู้เพียงว่าเขาทำทุกทางที่จะให้ถึงที่หมายโดยเร็วที่สุด โดยไม่คิดเลยว่าการขยับเอวตอบสนองอย่างนี้มันจะน่าอายขนาดไหน

“...ผมจะ ผมจะ...” วิริยะตัวสะบั้น กระตุกกึกอยู่สองสามที ครวญหงุงหงิงราวลูกแมวกำลังออดอ้อน ซุกกอดพ่นลมหายใจฟืดฟาดอยู่ในอกกว้าง ขณะที่คนตัวใหญ่ยังคงสนใจลากลิ้นเลียที่ต้นคอ ไหล่ที่โผล่พ่นเสื้อยืด ดูดเฟ้นเร่งเร้าอารมณ์ให้จนวินาทีสุดท้าย

ช่วงวินาทีความสุขกำลังครอบงำเด็กหนุ่ม วิริยะกลืนน้ำลายแก้คอแห้งผากของตัวเองหลังได้สติ แหงนมองคนตรงหน้ากำลังพริ้มตาหลับ ง่วนอยู่กับการใช้มือวิริยะบำเรอให้ เห็นแล้วใจวิริยะเต้น แล้วรู้สึกถึงความขัดเขินเมื่ออีกฝ่ายลืมตา เห็นว่าเด็กหนุ่มกำลังจับจ้องอยู่ก็ไม่รู้จักอาย ขยับเข้ากอดวิริยะ กระซาบกระซิบเสียงแผ่ว “วันนี้พี่ขอเถอะนะ”

ตรงนี้น่ะหรือ!

หน้าเด็กหนุ่มร้อนฉ่า ส่ายหัวระรัวบอกว่าไม่พร้อม ซึ่งดูเหมือนเชษฐ์ไชยจะไม่สนใจเลย

วิริยะถูกกระหน่ำจูบ มือใหญ่ที่กุมจับก็ผละออก มาบีบขยำเนื้อบั้นท้ายด้านหลังของวิริยะราวกำลังมันเขี้ยว ไม่รู้อะไรเป็นอะไร ใจเต้นตึก ร่างกายปั่นป่วนแล้วแข็งขึงตอบอีกรอบ โดยที่วิริยะบังคับตัวเองไม่ได้เลยแม้แต่นิด

นิ้วหัวแม่มือใหญ่ของเชษฐ์ไชย เขี่ยสำรวจราวต้องการรู้ว่ารูปร่างด้านใต้ของวิริยะเป็นอย่างไร เด็กหนุ่มสะดุ้งเมื่อโดนจุดอ่อนไหว จนหลุดปล่อยเสียงครางออกไปให้คนตัวใหญ่ได้ยิน ไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดถึงได้เป็นคนทะลึ่งได้ขนาดนี้ เอาเสียวิริยะเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมา หากห้ามปรามเชษฐ์ไชยไม่ได้คงต้องเป็นเหมือนคืนนั้น

รุนแรง และป่าเถื่อน

“ผมมะ...ไม่พร้อมนะอาเชษฐ์” เด็กหนุ่มโอดเสียงสั่น มองคนตัวใหญ่กำลังสาละวนกับการนำพาตัวเองและวิริยะไปให้ถึงฝั่งฝัน จนน้ำในสระด้านบนกระเซ็นเปื้อนไปทั่วหน้าทั้งสอง กระทั่งทนไม่ไหว มือใหญ่ร่นกางเกงวิริยะลงแล้วจับตัวเด็กหนุ่มหันหลังให้

เมื่อถูกทำเช่นนี้วิริยะร้องปราม “ไม่ ไม่เอา...”

วิริยะกำลังกลัวเขา

เชษฐ์ไชยส่ายหน้า พยายามอย่างสุดชีวิตที่จะระงับความอยากของตัวเอง ในขณะที่มือกำลังง่วนอยู่กับการสอดแทรกลองเชิงดูก่อนว่าได้หรือไม่ แต่ครั้นได้ยินเสียงของวิริยะ ชายหนุ่มก็นึกขึ้นมาว่าไม่ควรให้ความหน้ามืดตามัวทำร้ายคนตรงหน้า ชายหนุ่มจูบแก้มเด็กที่กำลังกลัวอ่อนแผ่ว แล้วกระซิบเสียงเว้าวอนว่า

“วิว หนีบขาเร็วเข้า”

ได้ยินที่เชษฐ์ไชยบอก เด็กหนุ่มรู้สึกอาย แต่วางใจว่าจะไม่ถูกบังคับแล้ว

วิริยะพยักหน้าเล็กน้อย ก้มลงเพราะไม่รู้จะทำหน้าอย่างไร จำต้องทำตามความต้องการของตัวเองและคนข้างหลังให้มันผ่านไป ความร้อนจากของแข็งขึงสอดแทรกมาเบียดต้นขาเด็กหนุ่ม เสียดสีกับลูกชายทั้งสองของวิริยะจนรู้สึกสยิวมากขึ้นไปอีก วิริยะตัวกระตุก ยามคนด้านหลังขยับตัวให้ร่างกายของทั้งสองอยู่ใกล้กัน ดีหน่อยที่เชษฐ์ไชยไม่เห็นบริเวณที่อยู่ใต้น้ำชัดนัก

“วิว...” เสียงทุ้มกระเส่าพร่า ขานชื่อเด็กหนุ่มราวต้องการเน้นย้ำว่าไม่ผิดตัวแน่

วิริยะกลืนน้ำลาย รู้สึกตัวรุมร้อน ยามหน้าอกของเชษฐ์ไชยบดเบียดอยู่ข้างหลัง แผ่นน้ำกระซอนกระเซ็นไปทั่วยามมือยาวเคลื่อนมาช่วยวิริยะด้านหน้า อีกข้างก็โอบกอดไม่ยอมให้สะเทิ้นไหวหนีไปไหน

นานเท่าไรไม่รู้ แต่ดูเหมือนเชษฐ์ไชยอยากจะแกล้งวิริยะ ไม่ยอมเสร็จเสียที จะถึงที่หมายเมื่อไรก็ลดทอนกำลังลงแล้วขยับเชื่องช้ากว่าเก่า หรือไม่ก็กำลังเพลิดเพลินและอยากยื้อเวลาให้นานที่สุด แต่วิริยะน่ะซี อายจนจะบ้าอยู่แล้ว

“อย่าทำแบบนี้...” วิริยะทุบหน้าอกเชษฐ์ไชยปึก ๆ

คนด้านหลังงับหูวิริยะเบา ๆ “แบบไหน หืม...”

คนโดนแกล้งส่ายหน้าไม่ไหว ไม่อยากพูดอะไรทั้งนั้น รู้สึกดียามลมร้อนรดอยู่ข้างแก้มและใบหูจนขนลุก แล้วหันเบี่ยงใบหน้าไปตามแรงของเชษฐ์ไชย ให้ร่างใหญ่โน้มลงมาแนบริมฝีปากจูบกันอยู่เช่นนั้น เพราะรู้ตัวกันอย่างดีว่าความหอมหวานของรสกามกำลังเดินทางมาถึงจุดหมายในไม่ช้า

“อื้อ...อา...อาเช...” เสียงวิริยะขาดหาย ร่างกายกระตุกวูบในขณะที่ถูกปิดปากจูบ เดาว่าคงเสร็จไปอีกรอบแล้ว

หากเชษฐ์ไชยปล่อยให้ริมฝีปากบางนุ่มนิ่มว่าง เจ้าตัวคงร้องเสียงหลงเรียกคนทั้งไร่มาดูแล้ว ชายหนุ่มผละออกเมื่อท่าทีของเด็กในอ้อมกอดอ่อนลง แล้ววางหน้าซบที่ซอกคอหอม สูดดม พรมจูบไปจนทั่ว  “คราวหน้าพี่ไม่ปล่อยวิวแน่ พี่จะ...จะเสร็จในตัวเธอ...”

ถ้อยคำหยาบโลนที่พูดนั้น กระตุ้นความกระสันของเชษฐ์ไชยจนอดทนไม่ไหว กระทั้นเอวบดเบียดแนบแน่น ปลดปล่อยความสุขออกมาจนหมดในขณะที่ชายหนุ่มกอดวิริยะแน่นไม่ยอมให้หนี ให้ตัวเองได้รำลึกว่านานเหลือเกินที่ไม่ได้ทำเรื่องลามกอย่างนี้ หนำซ้ำ ยังเกือบบังคับทำอะไรบ้า ๆ ลงไป

เขาเชื่อเลย ว่าหากเผลอรุนแรงและเอาแต่ใจครั้งนี้ไป วิริยะคงโกรธมากแน่

เพียงแค่เห็นเด็กหนุ่มน้ำตาไหล ซบหน้าอยู่กับดินตลิ่งแถวนั้นไม่พูดไม่จาหลังเสร็จกิจ เชษฐ์ไชยก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ เกรงว่าจะถูกเมียโกรธเหลือเกิน

อยากจะรู้เหลือเกิน ว่าวิริยะไปทำสเน่ห์ที่หมอไหน เขาจะไปเผาสำนักมันทิ้งเสีย

เด็กตัวเล็กแค่นี้ เหตุใดจึงมีอิทธิพลต่อเขามากมายนัก ทำให้เสืออย่างเขาขันติแตกได้ จากที่กลายเป็นคนร้าย ป่าเถื่อน ได้พ่วงตำแหน่งไอ้หื่นผู้ล่อลวงเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดตามหลังมาอีกหนึ่งอย่าง อย่างที่ไอ้ลิงทโมนกลุ่มนั้นนึกหวาดระแวงจนได้ คิดแล้ว ชายหนุ่มก็พรมจูบลงบนใบหน้าแดงก่ำของวิริยะอย่างนึกหวง และโกรธตัวเองที่ทำอะไรไม่รู้จักยั้งคิด

ยังดี ที่ไม่เผลอไผลทำอะไรลึกซึ้งมากกว่านี้

ยังดี ที่มีความเป็นคนอยู่บ้าง

เด็กอย่างวิริยะไม่มีทางต่อต้านเขาได้ สิ่งที่ต่อต้านและหยุดห้ามความป่าเถื่อนของเชษฐ์ไชยได้ คือใจของชายหนุ่มเอง มือหนายกขึ้นปาดน้ำตาของเด็กหนุ่มเบื้องหน้า กระซาบสัญญาว่าจะไม่ทำเรื่องเอาแต่ใจแบบนี้อีก

ถ้าวิริยะไม่อนุญาต

ซึ่งเขาก็มีหนทางทำให้วิริยะอนุญาตได้ คิดแล้วคนตัวโตก็กระตุกยิ้มร้าย

ก็บอกแล้วไง เขาไม่ใช่คนดีขนาดนั้น...


--๕๐--


------------------------------------------------------



จริง ๆ ว่าจะเขียน NC ที่น้ำตก เลยคิดว่ามันไกลไป มาเขียนที่สระแทน 55555

ที่นานนี่เพราะฉากนี้เลยนะคะ นี่ขนาดจีบนะ ยังจู่โจมขนาดนี้

ถ้าน้องยอมเป็นเมียนี่ คงฟ้าเหลือง 55555

อันที่จริงไม่ได้มีอะไรกันนะคะ แต่ว่าทำเรื่องทะลึ่งแล้วเสร็จกันทั้งคู่ เลยป้องกันไว้ดีดว่าแก้

กะว่าช่วงได้กัน จะให้ไปได้ไกลๆ เช่นในกระท่อมท้ายไร่ เป็นต้น กร๊ากกกกกก

เดียววิวจะไม่ยอมให้ตัวเองถูกแกล้งคนเดียวแน่ ถึงจะยอมรับความรู้สึกว่าชอบกันแล้ว แต่เรื่องไม่ยอมใครทั้งสองสู้สุกชีวิต ดูจากการที่น้องวิวกระโดดถีบอาเชษฐ์ตกน้ำเป็นการล้างแค้นได้ 55555

อย่าลืมทิ้งคอมเม้นให้หนูนาอ่านด้วยนะคะ จะได้มีกำลังใจปั่น

เดี๋ยวตอนหน้าน้องก็ได้กลับบ้านแล้ว มีเรื่องให้ลุ้นอีกมากมาย

บายเด้ออออออออ




ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13912
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
ตื่นมาอย่ามึนจนลืมล่ะวิว

ออฟไลน์ T_TARS

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 36
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
สมชื่อเจ้าชายอสูรจริงๆ เถื่อน ดิบ หื่น
ส่วนน้องวิวนี่อย่าไปยอมอีตาลิงยักษ์ง่ายๆนะ
 :oo1:

ออฟไลน์ ●GreenTEA●

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 688
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-2
 :-[

ออฟไลน์ muiko

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1146
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-3
แหม อาเชษฐ์
หื่นจริงๆใฟ้ตายสิ 555
พอรู้ใจกันแล้ว พี่เลยน้าา
 :hao3:

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-7
ในที่สุดคนหล่อทั้ง 7 ก็ช่ยสโนว์วิวจากนายหัวหื่นไม่ได้  :hao6:

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1882
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
ไม่ค่อยเลยนะอาเชษฐ์ แต่เมื่อรู้ใจกันแล้ว อย่ากระนั้นเลยขึ้นไปต่อที่ห้องเลยนะ
 :hao6: :hao6:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด