☼ คุณในฝัน ☼ || บทส่งท้าย (16/5/2018) P.4
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ☼ คุณในฝัน ☼ || บทส่งท้าย (16/5/2018) P.4  (อ่าน 37506 ครั้ง)

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
Re: ☼ คุณในฝัน ☼ || บทที่ 12 (28/3/2018) P.2
«ตอบ #60 เมื่อ29-03-2018 00:01:01 »

 :pig4: :pig4: :pig4:

อ่อ...ไอซี

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
Re: ☼ คุณในฝัน ☼ || บทที่ 12 (28/3/2018) P.2
«ตอบ #61 เมื่อ29-03-2018 03:32:16 »

 :a5:

ออฟไลน์ anythinginitt

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 184
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
Re: ☼ คุณในฝัน ☼ || บทที่ 12 (28/3/2018) P.2
«ตอบ #62 เมื่อ29-03-2018 08:15:55 »

เห้อ ค่อยยังชั่ว หายคาใจละ 55555555
ขอบคุณค่า

ออฟไลน์ สีฝุ่น

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0
**** ระวังอ่านข้ามตอนนะคะ ตอนนี้มีสปอยเฉลย*******


.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
สวัสดีค่ะทุกคน ตอนนี้ฝุ่นเขียนขึ้นมาพูดถึงเนื้อหานิยายบางส่วนเเล้วก็ตอบคำถามนิดหน่อยค่ะ มาเริ่มกันเลยเนอะ

Q : นิยายเรื่องนี้มีกี่ตอน
A : ตอนเเรกฝุ่นวางไว้ 15-16 ตอน เเต่ตอนนี้ไม่เเน่ใจคิดว่าอีก2ตอนน่าจะจบค่ะ ไม่อยากยืด

Q: ในฝันของทินคือช่วงเวลาไหน
A: เป็นเวลาที่ดำเนินไปพร้อมกันค่า ฝันทินคือโลกคู่ขนานอีกโลกนึงที่ภาพโดนรถชน ฝันของภาพคือปลอดภัยดี ไม่ได้ฝันถึงอนาคตนะคะ

Q : ถ้าทินกรกับภาพวาดคบกัน จะมีผลกระทบถึงโลกคู่ขนานมั้ย
A : ถ้าโลกคู่ขนานในฝันไม่กระทบค่ะ เเต่โลกจริงก็จะเเตกเเขนงออกเป็นสองโลกคือโลกที่คบกัน เเละโลกที่ไม่คบกันค่ะ

Q : รวมเล่ม?
A : เอาจริงๆไม่มีเเพลนรวมเล่มเลยค่ะ ตั้งเเต่เเรกเราคิดว่าเเต่งเอาสนุกๆ เเต่พอมีสนพหลายๆที่มาติดต่อก็เริ่มเอนเอียง ตอนนี้เลยอยู่ในขั้นตอนตัดสินใจค่ะ เพราะเนื้อหาเราก็สั้นมากไม่รู้จะพอตีพิมพ์รึเปล่า เเละอีกอย่างกลัวไม่มีคนซื้อออ 55 ยังไงก็ต้องขอบคุณทุกสนพเลยนะคะที่สนใจงานเรา



ต่อไปเราจะมาพูดถึงส่วนของคำใบ้ที่เเย้บๆไว้ในเรื่องกัน


There seemed to be Two worlds ,

The one before and after you.


เอาจริงๆคือฝุ่นเฉลยไว้ตั้งเเต่หน้าเเรกเเล้วค่ะ คำว่า Two worlds ก็คือโลกคู่ขนานนั้นเอง


เเละถ้าลองอ่านเเบบเก็บรายละเอียดดูจะเห็นว่าตาลุงทินของเรานั้นก็มีการเผลอหลุดบ้าง หรือมีการกระทำที่บอกว่าจำได้บ้าง




เช่นตอนที่เจอกันทินก็มีอาการตกใจเหมือนกันเเต่ยังอึ้งๆอยู่เเต่เพราะภาพมัวเเต่ร้องไห้เลยไม่ได้สังเกตอะไร ตอนภาพเป็นลมเเล้วตื่นมาเจอทินกำลังมองหน้าอยู่ ถ้าคนไม่รู้จักกันหรือไม่มีอะไรก็คงไม่มานอนจ้องหน้าอีกคนตั้งนานสองนานหรอกเนอะ ตอนนั้นทินก็คิดถึงภาพเช่นกันค่ะ




ส่วนเรื่องส้มจะเห็นว่าหยกพยายามพูดเเทรกตอนภาพจะเอาให้กิน นั้นคือหยกจะบอกว่าเฮียทินไม่กินส้มค่ะ เเต่ทินรู้เลยเอ่ยปากขัดไว้ก่อนเเล้วทำเนียนกินส้มไป เพราะรู้ว่าภาพต้องการจะพิสูจน์ว่าเขาใช่พี่หมอจริงๆรึเปล่า




ตอนคอนเเท็คหลุดก็ไม่ได้อุทานเพราะว่าเจ็บตาค่ะ เเต่อารมประมานว่าซวยเเล้ว เเม่งเห็นสีตากูเเล้ววว อะไรเเบบนี้มากกว่าค่ะ 55



ตอนที่ขับรถทินก็บอกขอโทษภาพที่เขาเป็นพี่หมอให้ไม่ได้ นั้นคือเขาไม่ได้ขอโทษที่เขาไม่ใช่ เเต่ขอโทษเพราะใช่เเต่เป็นพี่หมอไม่ได้ต่างหาก เพราะทินกรก็คือทินกร (ไม่งงใช่มั้ย)


ส่วนพี่เข้มต้องรอตอนต่อไปค่ะ



ภาพต่างๆในเเต่ละตอนก็เป็นการพูดถึงเนื้อเรื่องในเเต่ละตอนหรือตอนต่อๆไปค่ะ



จริงๆก็มีเเย้บๆไว้เยอะเหมือนกันค่ะ เเต่ที่พูดถึงก็จะเป็นตรงซีนหลักๆที่บางคนอาจจะอ่านผ่านๆไปบ้างเนอะ เราเลยเอามาบอกให้สะกิดใจนิดๆกันอีกที

 

[ช่วงเวิ้นเว้อไปกับนักเขียนพูดมาก]

เอาจริงๆฝุ่นเป็นคนที่เวิ้นเว้อมากค่ะ ฝุ่นสามารถเวิ้น talk ให้ยาวกว่านิยายได้เลย บางครั้งอัพเเล้วต้องกลับมาแก้ talk ค่ะ เพราะคิดว่าตัวเองพูดมากไปเดี๋ยวน่ารำคาญ 55

ยังไงก็ฝากนิยายเรื่องนี้ด้วยนะคะ อีกไม่กี่ตอนเราจะมาถึงตอนจบกันเเล้ว ดีใจที่มีหลายคนชอบ ถ้ามีอะไรผิดพลาดหรือตรงไหนที่ไม่ดีต้องขออภัยไว้ด้วยค่ะ

เรื่องใหม่มีเเพลนมาเร็วๆนี้ค่ะ อยากเขียนเเล้วเเต่ต้องเอาเรื่องนี้ให้จบก่อนเนอะ หลังจากที่เราเถียงกับตัวเองนานมากเพราะมีพล็อตในหัวเยอะเหลือเกิน ทั้งโลกอนาคต ย้อนเวลา จีนโบราณ เเฟนตาซี โจรสลัด มหาลัย (เยอะไป) เราจึงสรุปกับตัวเองว่าจะเเต่งเป็นเเนวฟิลกู้ดก่อนค่ะ อารมณ์อ่านสนุกๆเนอะ เปลี่ยนเเนวดูบ้าง จะเป็นยังไงจะมาเเจ้งอีกทีตอนเปิดเรื่องเน้อ อย่าพึ่งทิ้งกันไป

ปล. ฝุ่นกลัวคนเฟลกับปมมาก กลัวบางคนตั้งความหวังไว้สูงเพราะเราปูปมมาเยอะเเล้วพอเฉลยไม่พีคเท่าที่คิดเเล้วจะผิดหวังอะไรอย่างนี้ (อีนี่คิดมาก เล่าให้เพื่อนฟังเพื่อนก็บอกมึงอะคิดมาก 55) เห็นของหลายคนที่อินไปกับเราก็พอโล่งใจค่ะ ขอบคุณทุกเม้นมากนะคะ เป็นกำลังใจให้ฝุ่นเเต่งต่อมาก

เนี่ย เวิ้นเยอะจริงๆ ต้องคุมตัวเองไม่ให้พูดต่อเดี๋ยวจะเยอะกว่าส่วนสำคัญไป

ยังไงก็รักเเละขอบคุณทุกคนนะคะที่ติดตามกันมาถึงตรงนี้นะคะ


#คุณในฝัน

- สีฝุ่น -
 


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-05-2018 16:17:10 โดย สีฝุ่น »

ออฟไลน์ BABYBB

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1123
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-1
โอยยย ร้องไห้อ่ะ สำหรับภาพวาดคือฝันดี แต่สำหรับทินกรคือฝันร้าย  :m15:

ออฟไลน์ สีฝุ่น

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0
Re: ☼ คุณในฝัน ☼ || ตอนที่ 13 [50%] (9/4/2018) P.3
«ตอบ #65 เมื่อ09-04-2018 17:49:20 »






-          13      -

 

พี่หมอและภาพวาด

 

หาดทรายและทะเลคราม

 

แสงแดดและสายลม

 

รอยยิ้มและอ้อมกอด

 

ความอบอุ่นที่กลายเป็นเย็นวาบ

 

สายลมหยุดนิ่ง

 

คนตรงหน้าแสยะยิ้มกว้าง

 

ยิ้มที่กว้างไปถึงใบหู

 

ฟันแหลมคมงอกออกมาจนทั่วโพรงปาก

 

พร้อมลูกตาสีน้ำตาลอ่อนที่หลุดออกมา

 

เลือดสีแดงอาบไหลไปทั่วใบหน้าแทนด้วยน้ำตา

 

ผิวหนังเริ่มหลุดลอกออกมาจนแดงฉานไปทั้งตัว

 

หลุดออกจนเห็นหัวใจสีแดงสดที่กำลังเต้นอยู่ภายใน

 

มันเต้นเร็วและใหญ่ขึ้นจนแทบระเบิด

 

ตุบๆๆๆ

 

ตุบๆๆๆ

 

ตู้ม

 

ระเบิดเสียงดังจนเลือดสีสดพุ่งกระจายจนท่วมใบหน้า

 

และกลายเป็นซานต้าคอส!!!

 

โฮะ โฮะ โฮะ

 

อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

 

ภาพวาดกรีดร้องเสียงดังพร้อมสะดุ้งตัวขึ้นมาจากเตียงด้วยสภาพเหงื่อไหลท่วมกายกาย หัวใจยังเต้นระรัวกับเหตุการณ์ที่พึ่งผ่านมาแบบสดๆร้อนๆ เขาหอบหายใจเหนื่อยพยายามสลัดภาพน่ากลัวจากฝันร้ายออกไปจากหัว

 

เดี๋ยวนะ

 

ฝันร้ายงั้นหรอ

 

ภาพนึกได้ว่าเขาไม่ได้ฝันร้ายมาเป็นปีแล้วเพราะเขาเอาแต่ฝันถึงตัวเองและพี่หมอมาตลอด ฝันแสนประหลาดในโลกคู่ขนานอีกโลกหนึ่ง

นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่ภาพไม่ได้ฝันถึงเหตุการณ์นั้นอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

 

ทำไมกัน

 

หรือเพราะทุกอย่างที่ภาพสงสัยได้คลี่คลายแล้วอย่างนั้นหรือ

 

นั่งคิดเท่าไหร่ก็ยังคิดไม่ออก ภาพอยากจะโทรไปถามทินกรซะเดี๋ยวนี้ว่าอีกคนยังฝันถึงโลกคู่ขนานอยู่เหมือนเดิมหรือมีฝันร้ายฝันดีเหมือนคนอื่นปกติทั่วไปอย่างเช่นที่ภาพพึ่งฝันไปเมื่อกี้รึเปล่า แต่คงได้แค่คิด เพราะเขาไม่มีเบอร์โทรศัพท์ของอีกคน เอาจริงๆถึงมีก็คงไม่โทร พวกเขาสองคนไม่เจอหน้ากันมาเกือบเดือนหลังจากเหตุการณ์วันเกิดของทินกรที่ทะเลคราวนั้น เหตุการณ์ที่ทำให้ภาพได้รู้คำตอบของทุกเรื่องที่เขาคาใจ ซึ่งเหตุผลที่ภาพตัดสินใจไม่ไปเจอทินกรเป็นเพราะเขาคิดว่ามันถึงเวลาที่ควรจะตัดใจแล้วจริงๆ และอีกฝ่ายคงคิดเช่นกัน พวกเขาเหนื่อยกันมามากพอแล้ว ภาพคิดว่าการไม่มาเจอกันน่าจะช่วยได้ไม่มากก็น้อย ถึงการที่ต้องฝันถึงพี่หมอในทุกๆคืนมันจะทำให้การตัดใจนี้ไม่ง่ายเลยก็ตาม

 

น่าหงุดหงิดคนอีกโลกหนึ่งเหมือนกันนะทั้งๆที่ภาพวาดกับทินกรเครียดกันจะตายนั่งร้องไห้กันมานับไม่ถ้วน  แต่คนอีกฝั่งกลับยิ้มแย้มอย่างมีความสุขแบบไม่รู้สึกรู้สาอะไร ซึ่งก็คงไม่รู้สึกจริงๆนั้นแหละ ก็ไม่ได้ฝันเหมือนกันหนิ

 

เรื่องหนังสั้นหลังจากที่ภาพเขียนบทเสร็จเขาก็ไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมอะไรอีกเลย ภาพไม่รู้ว่าเจอหน้าทินกรอีกครั้งควรจะวางตัวหรือทำหน้ายังไง สู้เลี่ยงหลบหน้าไม่เจอกันน่าจะสบายใจกว่า ถึงจะแอบเกรงใจพี่เอกที่ไม่ไปดูความคืบหน้าของงานก็ตาม แต่ไอ้โอมก็ช่วยพูดจนพี่เอกแกเข้าใจ เพราะถึงอย่างไรภาพก็ได้ทำหน้าที่หลักของตัวเองเสร็จลงอย่างสมบูรณ์แล้ว

 

ช่วงนี้ภาพจึงกลับมาโหมงานหนักอย่างไม่หยุดพักอีกครั้ง เขาคิดว่าการโฟกัสอยู่กับงานจะช่วยให้ไม่ฟุ้งซ่านได้ ซึ่งเอาจริงๆมันก็ช่วยได้เยอะ แต่พอตกกลางคืนเท่านั้นแหละ แม้จะนอนเพียงไม่กี่ชั่วโมงแต่พี่หมอก็ยังตามมาหลอกหลอนทุกครั้งที่หลับตา

 

สลัดไม่พ้นจนกระทั่งวันนี้

 

วันที่มีลุงซานต้าเลือดอาบมาแทนที่

 

ภาพควรจะดีใจใช่มั้ยที่ได้ฝันอย่างปกติเหมือนคนอื่นเสียที

 

เอื้อมมือไปหยิบมือถือตรงโต๊ะหัวเตียงอย่างที่ทำเป็นกิจวัตรในทุกๆเช้าแต่ก็ต้องพบว่ามือถือคู่ใจของเขานั้นเปลี่ยนจากภาพวิวทะเลสวยงามในหน้าจอล็อคเป็นลายเส้นสีเขียวเต็มจอไปหมด กดปิดเครื่องเปิดใหม่ก็แล้วก็ยังเขียวอยู่เหมือนเดิม

 

อะไรวะเนี่ย

 

เอามือถือมาเคาะๆกับมือก็แล้ว ลองเสียบชาร์ตก็แล้วแต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยสักนิด อย่าบอกนะว่าพังไปแล้ว โอ้ยยยย นี่เขาต้องใช้ติดต่องานอีกนะเว้ย

 

คิดแล้วก็ได้แต่นั่งเซงและปลงตก โชคยังดีที่ภาพส่งงานหลายอย่างไปหมดแล้วจึงไม่จำเป็นต้องใช้มือถือติดต่อมากนัก แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังต้องถีบตัวเองลุกขึ้นมาจากเตียงเพื่ออาบน้ำแต่งตัวและออกไปซ่อมมือถือให้เร็วที่สุดอยู่ดี

 

 

เป็นปกติที่ห้างสรรพสินค้าในวันเสาร์จะมีคนเยอะมากกว่าวันธรรมดา แต่ภาพก็อดที่จะเบื่อไม่ได้กับการฝ่าการจราจรอันติดขัดของรถในท้องถนนเพื่อที่จะมาเจอการจราจรของคนมากมายเบียดเสียดกันในห้างต่อ ภาพไม่ชอบที่ๆคนเยอะสักเท่าไหร่ เอาจริงๆถึงแม้จะเหงาแต่ห้องสี่เหลี่ยมลูกรักก็ยังเป็นที่ที่ภาพเลือกที่จะอยู่อย่างเน่าๆมากกว่าอยู่ดี ไม่รอช้าเขาก็มุ่งตรงไปที่โซนรับขายซ่อมอุปกรณ์มือถือทันที และเงินสามพันบาทก็หายวับไปกับตา คุณหมออิเล็กทรอนิกส์บอกว่าลูกน้อยของภาพป่วยจนจนช็อตไปเพราะความชื้น ภาพอยากจะกรีดร้องออกมาเสียงดังกับค่าซ่อมที่สามารถเอามาจ่ายค่าอาหารได้หลายมื้อนี้ เพิ่มเงินอีกนิดเดียวเขาก็ซื้อรุ่นที่กันน้ำได้แล้วมันช่างไม่คุ้มเสียจริง ไม่น่าเอาไปเปิดฟังเพลงในห้องน้ำบ่อยๆเลยให้ตายสิ

 

ระหว่างที่รอลูกรักของเขาเข้ารับการผ่าตัดภาพจึงเลือกไปหาซื้อของยิบย่อยเข้าหอพร้อมอาหารบางส่วนเสียหน่อย แต่ก็ไม่วายเจอเจ้ากรรมนายเวรที่ชอบโผล่มาให้ตกใจตลอดจนตอนนี้ภาพชินชาจนหายตกใจไปแล้ว ซึ่งไม่ต้องทายให้เหนื่อยเลยว่าใครกันที่เขาเจอ

 

“หวัดดีครับพี่เข้ม”

 

“หวัดดีมึง ไม่เจอกันนานสภาพยังเป็นแพนด้าเหมือนเดิม” คนที่หน้าตาขัดแย้งกับนิสัยยกมือขวาขึ้นมาโบกมือให้พร้อมยิ้มกว้าง

 

“ถอดเฝือกแล้วหรอพี่” ภาพสังเกตพี่เข้มที่ตอนนี้สภาพเต็มร้อยไม่ได้เป็นคนป่วยแขนใช้การไม่ได้เหมือนแต่ก่อน

 

“พอดีมันเข้าที่เร็วกว่าปกติกูเลยถอดเร็ว ว่าแต่มึงมาทำไรวะ บังเอิญเจอบ่อยนะมึงอะ” บังเอิญจนไม่รู้ว่าจะบังเอิญไปมากกว่านี้ได้ยังไงแล้วล่ะ

 

“ผมมาซ่อมมือถือ มันพังขึ้นเป็นจอดำเส้นเขียวๆเต็มจอไปหมด”

 

“จอมึงช็อตอะดิ เอาไปวางให้น้ำเข้ารึเปล่า”

 

“พี่รู้ได้ไง”

 

“เอ้า งานกูมันก็เกี่ยวกับคอมกับอะไรแบบนี้มันก็ต้องเคยเจอบ้าง” เกี่ยวหรอวะ ภาพว่าไม่น่าเกี่ยว

 

“นั่นแหละพี่ตามนั้น แม่งโคตรเซ็งเสียค่าซ่อมไปตั้งแพง ว่าแต่พี่เหอะมาคนเดียวหรอ”

 

“เออมาคนเดียวนี่แหละ ว่าจะมาซื้อพวกถุงขยะไรงี้หน่อย กูจะเอาไปใส่ขยะที่ห้องพอดีจะย้ายคอนโด”

 

“พี่ต้องมาซื้อถึงบนห้างเลยหรอวะ เซเว่นก็มี”

 

“อ่าวหรอ กูไม่รู้นี่หว่าไม่เคยสังเกต เจอมึงก็ดีเลยว่างเปล่า ไปช่วยกูเก็บของหน่อย”

 

“ผมปฏิเสธได้มั้ยล่ะ”

 

“มึงก็รู้ว่าไม่ได้” พูดพร้อมเอาแขนที่พึ่งถอดเฝือกมาหมาดๆมาพาดคอเขาไว้แล้วพาเดินไปซื้อถุงขยะด้วยกัน ยังไงก็ขัดคุณเขาไม่ได้ภาพจึงเดินตามน้ำไป หาอะไรทำอย่างอื่นบ้างนอกจากงานก็ดีเหมือนกัน

 

ใช้เวลาไม่นานในการเลือกซื้อถุงขยะในซุปเปอร์มาเก็ต ภาพเดินผ่านเห็นส้มสีสวยน่ากินวางขายอยู่เต็มไปหมดเลยอดไม่ได้ที่จะซื้อติดตัวกลับไป สาวกส้มที่หนึ่งเลยเขาน่ะ จ่ายเงินเสร็จก็พากันไปเอาโทรศัพท์ที่ซ่อมทิ้งไว้ ลูกน้อยกลับมาหายดีเป็นปกติสร้างความยินดีให้กับคุณพ่อเป็นอย่างมากถึงจะเสียเงินไปเยอะก็ตาม โชคดีที่ข้อมูลทั้งหมดยังอยู่ ถ้าเกิดหายไปภาพคงได้นอนดีดดิ้นอยู่ตรงนี้เป็นแน่แท้

 

ล้อเล่นน่า ใครจะไปกล้าทำ

 

เดินมาถึงรถภาพก็พาตัวเองไปนั่งที่นั่งข้างคนขับคาดเข็มขัดเรียบร้อยอย่างรู้หน้าที่ พี่เข้มตามขึ้นมาก่อนที่จะสตาร์ทรถและขับออกไป เขาหยิบส้มในถุงออกมาจะแกะกินอย่างอดใจไม่ไหวแต่ก็ชะงักมือลงเมื่อนึกขึ้นได้

 

“ขอโทษนะพี่เข้ม ผมลืมไปเลยว่าพี่ไม่ชอบกลิ่นส้ม เกือบแกะไปแล้วสิ พี่จอดรถก่อนก็ได้ เดี๋ยวผมเอาไปใส่ไว้หลังรถจะได้ไม่เหม็น”

 

“ไม่เป็นไรไว้นี่แหละ ถ้าไม่แกะกูโอเค มันไม่ได้กลิ่นแรงขนาดนั้น”

 

“โอเคโทษทีพี่ ผมลืมคิดไปเลย แล้วพี่ชอบอะไรคราวหลังผมจะได้ซื้อมาแบ่งๆกันกิน แอปเปิ้ล ฝรั่ง แตงโม ชมพู่ ?”

 

“มึงอาจจะเข้าใจผิดนะภาพ กูไม่ได้ไม่ชอบแค่ส้ม แต่กูเกลียดผลไม้ทุกชนิด มันเหม็น อ้อ ยกเว้นทุเรียนไว้อย่างอันนั้นกินได้”

 

คนอะไรวะเหม็นผลไม้แต่หอมทุเรียน

 

“อ่าวหรอ ผมก็นึกว่าพี่ไม่ชอบส้มอย่างเดียวซะอีก”

 

พูดกันได้ไม่นานก็มาถึงคอนโดของพี่เข้ม คอนโดเดียวกับพี่หมอนั้นเอง อย่างนี้รึเปล่าที่เขาเรียกว่ายิ่งหนียิ่งเจอ ภาพไม่ได้คิดอะไรมากมายพยายามจะไม่นึกถึงเรื่องความฝันให้กวนใจ พอรถจอดสนิทเขาก็เอาถุงส้มไปใส่ไว้หลังรถทันทีจะได้ไม่ส่งกลิ่นรบกวนอีกคนที่มีปัญหากับกลิ่นผลไม้

 

เดินขึ้นลิฟท์มาภาพก็พบว่าห้องพี่เข้มอยู่ตรงข้ามกับห้องของพี่หมอจริงอย่างที่เคยบอกไว้ เขาเบื่อความบังเอิญนี้เหลือเกิน จ้องมองไปที่ประตูห้อง2107 ห้องของเขาและพี่หมออยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะสลัดความคิดแล้วเดินตามพี่เข้มเข้าไป  ภายในห้องเต็มไปด้วยของและลังที่ถูกแพ็คเอาไว้เพื่อเตรียมตัวจะย้าย ข้าวของถูกรื้อมาอย่างระเกะระกะเต็มทางเดินไปหมด

 

“เดินระวังนะมึงระวังงูฉกตาย”

 

“’เป็นเจ้าภาพงานศพให้ผมด้วยแล้วกัน” ภาพพูดอย่างติดตลกพลางเดินฝ่าข้าวของมากมายเข้าไปแต่ก็อดถามขึ้นมาเสียไม่ได้

 

“แล้วพี่คิดยังไงถึงจะย้ายคอนโดล่ะ ที่นี่ไม่ดีหรอ”

 

“ดีมันก็ดีอยู่หรอก แต่กูเช่าเขาอยู่ไง อีกที่กูซื้อใหม่เองแถมใกล้ที่ทำงานกว่าด้วย กูขี้เกียจตื่นเช้าฝ่ารถติด”

 

“ถ้าอย่างนั้นทำไมตอนแรกพี่ถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ”

 

“ก็ตอนนั้นกูคบกับพิมไง คอนโดนี้มันใกล้โรงพยาบาลของพิมสุดแล้วก็ไม่ไกลจากที่ทำงานกูมากเลยมาเช่าที่นี่ไว้  ตอนนั้นอยู่ด้วยกัน แต่ตอนนี้เลิกแล้วกูเลยไม่รู้ว่าจะทนรีบตื่นเช้าไปทำงานทุกวันทำไม”

 

อย่างนี้นี่เอง

 

มันไม่ใช่ว่าพี่เข้มบังเอิญอยู่คอนโดเดียวกับพี่หมอ แต่เป็นคนที่คบกับพี่พิมหรือพี่แพรวในอีกโลกต่างหากที่จะอยู่ที่นี่ มันเป็นเหตุและผลที่ต่อเนื่องกัน และเพราะพี่หมอทำงานที่โรงพยาบาลเดียวกันกับพี่พิม พี่หมอจึงซื้อคอนโดนี้ไว้ แต่ในโลกความจริงทินกรไม่ได้เป็นหมอเขาจึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องอยู่ที่นี่ ดังนั้นห้องอีกฝั่งตรงข้ามจึงมีครอบครัวอื่นมาอยู่แทน

 

เรื่องของพี่เข้มและพี่หมอก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญเสียทีเดียว

 

แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีความบังเอิญอยู่เลย

 

สิ่งที่บังเอิญเพียงอย่างเดียวก็คงจะเป็นการมีแฟนเก่าคนเดียวกันล่ะนะ

 

พูดถึงพี่หมอก็ทำให้ภาพอดนึกถึงทินกรขึ้นมาไม่ได้

 

“พี่ว่าการที่โลกเหวี่ยงคนบางคนมาเจอกันมันเป็นเพราะอะไรวะ” อยู่ดีๆภาพก็ถามคำถามที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่พวกเขาคุยกันก่อนหน้านี้ขึ้นมา พี่เข้มไม่ได้ว่าอะไรนอกจากตอบคำถามของเขาแบบไม่คิดมาก

 

“พรหมลิขิตละมั้ง”



[50%]




#คุณในฝัน



กราบขอโทษทุกคนค่ะที่มาช้าเเละยังมาน้อยอีก ช่วงนี้ยุ่งๆเลยไม่ได้มาอัพเลย //ปาดเหงื่อเเละน้ำตา

ที่เหลือจะมาอัพต่ออย่างรวดเร็วค่ะ จะพยายามนะคะ



****อัพเเล้วมีคนสงสัยขอตอบคำถามตรงนี้นะคะ*****

เรื่องฝันของภาพก็คือ ภาพกลับมาฝันเเบบปกติเเล้วค่ะ ไม่ได้ฝันถึงเหตุการณ์อีกโลกนึงเเล้ว เลยมีผีมีซานต้าโผล่มามากมายเหมือนตอนที่เราฝันกันอะค่ะ วาร์ปไปวาร์ปมา



ส่วนเรื่องของพี่เข้มก็คือ มีความบังเอิญอย่างเดียวคือพี่เข้มมีเเฟนเก่าคนเดียวกับพี่หมอ เเละด้วยเหตุนั้นพี่เข้มเลยย้ายมาอยู่คอนโดเดียวกับพี่หมอเพราะใกล้ที่ทำงานของพิมค่ะ มันเป็นเหตุผลต่อเนื่องกัน เเล้วพี่เข้มก็ไม่ได้ชอบกินส้มเหมือนพี่หมอเเต่พี่เข้มไม่ชอบผลไม้ทุกอย่างเลย ตรงนี้คือไม่เหมือนกัน แก้ปมว่าทำไมพี่เข้มถึงมีหลายอย่างเหมือนพี่หมอ



ฝุ่นกลับมาแก้ให้เข้าใจขึ้นค่ะเผื่อบางคนงง ฝุ่นเเต่งสดด้วยอาจจะมีผิดพลาดต้องขอโทษด้วยค่ะ





 

 

 

 

 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-05-2018 21:35:45 โดย สีฝุ่น »

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
Re: ☼ คุณในฝัน ☼ || ตอนที่ 13 [50%] (9/4/2018) P.3
«ตอบ #66 เมื่อ09-04-2018 18:00:39 »

รออีกครึ่งจ้า

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3333
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6
Re: ☼ คุณในฝัน ☼ || ตอนที่ 13 [50%] (9/4/2018) P.3
«ตอบ #67 เมื่อ09-04-2018 19:01:16 »

 :L2: :pig4:

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
Re: ☼ คุณในฝัน ☼ || ตอนที่ 13 [50%] (9/4/2018) P.3
«ตอบ #68 เมื่อ09-04-2018 21:42:48 »

 :pig4: :pig4: :pig4:

แล้ว พี่เข้ม ที่มีความคล้ายกับพี่หมอหลายอย่างเนี่ย  เป็นพระเอกป่ะ?

คือว่า  เท่าที่อ่านมา คหสต เคมีระหว่าง ภาพวาดกับทินกร  มันไม่ใช่อ่ะ   แต่ถ้าเคมีระหว่าง ภาพวาดกับพี่เข้มเนี่ย  มันใช่อ่ะ

ออฟไลน์ BABYBB

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1123
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-1
Re: ☼ คุณในฝัน ☼ || ตอนที่ 13 [50%] (9/4/2018) P.3
«ตอบ #69 เมื่อ09-04-2018 21:49:11 »

ทำไมไม่ฝันแล้วววว :ruready

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ☼ คุณในฝัน ☼ || ตอนที่ 13 [50%] (9/4/2018) P.3
« ตอบ #69 เมื่อ: 09-04-2018 21:49:11 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ สีฝุ่น

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0
Re: ☼ คุณในฝัน ☼ || ตอนที่ 13 [100%] (10/4/2018) P.3
«ตอบ #70 เมื่อ10-04-2018 17:40:55 »

[50% ต่อ]


“น้ำเน่ากว่าทีคิดนะพี่อะ”

 

“เขาเรียกว่ามีอารมณ์สุนทรีแบบละครไทย”

 

“หน้าแบบพี่ไม่ได้มีความเข้ากับละครเลย”

 

“วอนตีนกูและไอ้นี่” พี่เข้มยันเท้าเข้ามาทำท่าเหมือนจะถีบจริงๆ

 

“แต่กูพูดจริงนะ โลกแม่งก็ต้องมีเหตุผลของมันแหละ แต่บางทีมันก็กวนตีน เหวี่ยงทั้งคนที่ทั้งอยากเจอและไม่อยากเจอเข้ามา มึงก็ต้องคิดเอาเองว่าแม่งเข้ามาเพื่อเป็นบทเรียน หรือเข้ามาเพราะ…เพราะอะไรวะ เออนั้นแหละ กูก็พูดไม่ถูกเหมือนกัน อารมณ์คนมันต้องเจอกันมันก็ต้องเจออะเข้าใจกูป่ะ”

 

“เกือบจะดีและจริงๆ พูดเกือบจะหล่อและมาตกม้าตายตอนสุดท้าย”

 

“เออน่า กุไม่ได้จะไปเขียนบทละครสักหน่อย มึงก็อย่าโอ้เอ้รีบๆทำงาน กูแขนเจ็บถ้าต้องมาเก็บเองอีกหลายวันมันลำบาก”

 

“ได้ข่าวว่าหายแล้วเหอะ”

 

“หายแล้วแต่หมอก็ยังห้ามยกของหนักๆไง อย่างลังหนังสือกองนั้นอะ มึงต้องไปยกมาไอ้น้องรัก” พูดพลางชี้ไปที่ลังหนังสือกองใหญ่ที่มุมห้องที่ยังเก็บไม่เรียบร้อย

 

พี่แม่งกะใช้งานกันจริงจังเลยนี่หว่า

 

ภาพไม่ได้บ่นอะไรอีกเพียงแต่ช่วยเก็บของไปเรื่อยๆอย่างไม่รีบร้อนนัก เก็บไปเก็บมารู้ตัวอีกทีก็เกือบจะเย็นแล้ว เก็บของแบบไม่รู้วันรู้คืนเลยทีเดียว สภาพของพวกเขาเริ่มจะล้าพี่เข้มจึงตัดสินใจพักไว้ก่อนสำหรับวันนี้แล้วเลือกที่จะขับรถไปส่งภาพแทนในช่วงเย็น

 

แต่อะไรหลายๆอย่างก็ไม่เป็นดั่งใจ เมื่อพี่เอกได้โทรมาถามถึงของที่จำเป็นต้องใช้ในการถ่ายทำ และมันอยู่บนรถของพี่เข้มพอดี  ไม่วายต้องขับรถเอาไปให้ถึงสถานที่ถ่ายทำซึ่งก็คือร้านกล่อมกรุงนี่เอง

 

หนียังไงก็ไม่พ้นสินะ

 

ภาพลังเลอยู่นานเมื่อรถได้มาจอดอยู่ที่บริเวณร้าน เขาตัดสินใจไม่ได้ว่าควรจะอยู่บนรถหรือลงไปตามมารยาทดี สองความคิดยังตีกันอยู่ในหัว

 

“รอไร ลงมาดิมึง” แต่เสียงของพี่เข้มก็ช่วยตัดสินใจให้เขาไปโดยปริยาย ลงก็ลงวะ ไปดูงานที่ตัวเองมีส่วนร่วมสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน

 

วันนี้ที่ร้านปิดเพื่อให้ทีมของพี่เอกถ่ายหนังโดยเฉพาะ เหตุเพราะการถ่ายทำค่อนข้างกินเวลานานและยืดเยื้อ พี่เอกจึงพยายามที่จะเร่งงานให้เสร็จโดยไว จะได้ไม่รบกวนคุณเจ้าของร้านมากนัก ทีมงานจำนวนไม่มากกำลังวิ่งวุ่นอยู่ภายในร้าน ภาพเห็นน้องหยกที่กำลังแต่งหน้าและฝรั่งรูปร่างใหญ่คนหนึ่งที่ดูแล้วน่าจะเป็นตัวเอกของเรื่องกำลังคุยบทกับพี่เอกอยู่ ปกติในทีมต้องมีพี่เข้มด้วยอีกคน แต่เพราะพี่แกมัวแต่วุ่นวายเรื่องย้ายคอนโดจึงทำให้วันนี้ไม่ได้มาร่วมถ่ายด้วย เข้ามาถึงในร้านพี่เข้มก็นำของที่ต้องการไปให้พี่เอกทันที พูดทักทายขอบคุณกันเสร็จพี่เอกจึงหันมาทักเขาต่อ ภาพเข้าไปพูดคุยตามปกติแต่ที่ไม่ปกติก็น่าจะเป็นพ่อฝรั่งตาน้ำข้าวที่ส่งสายตากรุ่มกริ่มอยู่ตรงหน้านี่แหละ พี่เอกแนะนำให้เขารู้จักกับมิสเตอร์เจมส์ผู้รับบทเป็นชายฝรั่งผู้อาภัพรัก

 

“My name is Phap. Nice to meet you.”ภาพส่งยื่นมือไปจับยิ้มทักทายตามมารยาทและสกิลภาษาอังกฤษอันน้อยนิดที่พึงมี แต่คุณนักแสดงนำดันจับมือเขาไว้ไม่ยอมปล่อย

 

“ซาหวาดดีคับ น่ารักจาง” แต่พ่อฝรั่งกลับทักทายตอบภาพด้วยภาษาไทยสำเนียงต่างชาติ แถมยังมีคำต่อท้ายที่ไม่รู้ใครหลอกสอนหรือเจ้าตัวตั้งใจจะพูดเองเสียอีก ภาพได้แต่ยิ้มแหย่ๆไปให้เพราะเขาก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อเช่นกัน

 

“โผมอยากเจอโคนเขียนบทมานาน ม่ายเหมือนที่คิดว้ายเลย”

 

“หรอครับ ฮ่าๆ” ภาพพยายามจะยื้อมืออกอย่างสุภาพแต่ก็ไม่สามารถทำได้จนกระทั่งแก้วเครื่องดื่มถูกยื่นมาคั่นตรงกลางระหว่างพวกเขาสองคนด้วยมือของใครอีกคนหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้ภาพรู้ได้ว่าเป็นใครก็คงจะเป็นรอยสักรูปพระอาทิตย์ที่ข้อมือหนานั่น

 

“น้ำครับคุณเจมส์” คุณเจ้าของร้านโผล่เข้ามากลางวงสนทนาพลางยื่นน้ำไปให้อีกคน ทำให้มิสเตอร์เจมส์จำเป็นต้องปล่อยมือออกเพื่อรับแก้วน้ำเอาไว้

 

“Thank you Tintin, your drink is the best.” จิบน้ำในแก้วพร้อมเอ่ยชม คนที่เข้ามาขัดไม่ได้เอ่ยอะไรนอกจากส่งสายตาให้ภาพเลี่ยงออกไปจากตรงนี้ ซึ่งเขาก็พร้อมทำตามในทันที เดินหนีมาหาพี่เข้มที่เอาแต่ม่อคุณนางเอกจนไม่สนใจน้องนุ้งที่พามาด้วย

 

“มึงคุยรู้เรื่องด้วยหรอ” พี่เข้มถามขึ้นมาทันทีที่เห็นภาพเดินเข้ามา

 

“ได้แต่ hello, thank you, abc อะพี่”

 

“ฮ่าๆ กูว่าแล้ว ไอ้ฝรั่งนั่นแม่งขี้แกล้งอย่าไปสนใจเลย หยกก็โดน ไอ้ภีมกับไอ้โอมก็ยังโดน”

 

“พี่เห็นแต่ก็ไม่ช่วยกันเลยนะ”

 

“กูจะไปช่วยทำไมในเมื่อคุณเจ้าของร้านเขาออกหน้าจัดการเองขนาดนั้น ชอบสัสเวลาเห็นมันดิ้น ฮ่าๆๆ” คู่ปรับก็ยังเป็นคู่ปรับอยู่วันยังค่ำ ภาพไม่เห็นวี่แววที่สองคนนี้จะดีกันได้เลย

 

“ไหนๆก็มาแล้วมึงไปเอาข้าวฟรีไปกินไป อยู่ตรงมุมนู้นอะ เดี๋ยวกูตามไป” ชี้มือไปทางถาดอาหารที่วางอยู่ ภาพคิดว่าคงเป็นพี่เอกที่สั่งมาเลี้ยงคนในทีมนี่แหละ ดูแล้วยังเหลืออีกเยอะภาพจึงไม่เกรงใจขอตักกินสักหน่อย เพิ่งเสียเงินซ่อมมือถือไปตั้งแพง ประหยัดได้มื้อนึงก็ยังดี

 

ภาพตักอาหารหลายๆอย่างรวมกันไว้ที่จานเดียวก่อนที่จะมองหาที่นั่งที่ไม่รบกวนคนอื่นในการถ่ายทำแล้วจึงนั่งลงทานอย่างเงียบๆ หันไปมองรอบตัวดูพี่ๆหลายคนทำงานจนสายตาไปสบกับมิสเตอร์เจมส์ที่กำลังมองมาพร้อมยิ้มให้จนตาหยีทำให้ภาพสะดุ้งตกใจจนสำลักข้าวที่อยู่ในปาก

 

แค่กๆๆ

 

ไออย่างรุนแรงมือก็พยายามควานหาน้ำแต่ก็ลืมไปว่าตัวเองลืมหยิบมาจนมือของบางคนยื่นแก้วน้ำเปล่าให้นั้นแหละภาพถึงคว้าดื่มแล้วกลับมาเป็นปกติได้ คนใจดียังไม่วายยื่นน้ำส้มคั้นอีกแก้วให้เขาพร้อมทิ้งตัวลงนั่งอีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะ ภาพเงยหน้าดูจึงพบว่าเป็นทินกรนั้นเอง

 

“ขอบคุณครับ”

 

“กินก็ระวังหน่อย ไม่ต้องไปสนใจไอ้เจมส์มันมาก”

 

“อ่าฮะ” ตอบพร้อมหันไปมองตัวต้นเหตุที่กำลังนั่งขำเขาอยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย

 

ตลกมากรึไง

 

ฮึ่ย อายก็อายคนมองกันทั่วร้าน

 

ไอจนหน้าแดงหูแดงไปหมด

 

“ไม่เจอกันนานนะ ผมนึกว่าคุณจะมาดูการถ่ายทำบ้าง”

 

“จะบอกว่าผมหลบหน้าคุณรึไง”

 

“คุณพูดเองนะ ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลย” อีกคนทำหน้านิ่งแต่ดวงตากลั้นขำ พลางจุดบุหรี่ในมือ

 

“ผมแค่คิดว่าถ้าคุณไม่เจอผมน่าจะรู้สึกดีกว่า”

 

“คุณจะมาคิดแทนผมทำไม ผมโอเคดีไม่ต้องห่วงหรอก แถมช่วงนี้ผมก็เริ่มไม่ได้ฝันแบบเดิมแล้ว บางวันก็ไม่ฝันเลย แปลกดี”

 

“คุณก็เป็นเหมือนกันหรอ ผมพึ่งฝันแบบอื่นที่ไม่ใช่เรื่องของพี่หมอวันนี้วันแรก คุณคิดว่ามันหมายความว่ายังไง”

 

“ผมคิดว่าบางทีมันคงใกล้จะจบแล้ว”

 

“หมายความว่าทุกอย่างจะกลับไปเป็นปกติงั้นหรอ”

 

“คิดว่าอย่างนั้น”

 

จะว่าโล่งใจก็ไม่ได้ เพราะภาพก็แอบใจหายอยู่เหมือนกันถ้าวันนึงไม่ได้เจอพี่หมอคนนั้นอีกแล้ว แต่ว่ามันคงดีกว่ากับทินกรที่จะไม่ต้องเจ็บปวดกับความฝันแย่ๆนั้นอีก

 

“แล้วคุณโอเคมั้ย” ภาพถาม

 

“ก็โอเคดี บอกแล้วว่าคุณไม่ต้องห่วงหรอก”

 

อาจจะเป็นเพราะภาพที่อีกคนนั่งร้องไห้ริมทะเลในคืนนั้นยังติดตา ทำให้เขาลืมไปว่าทินกรคนนี้เป็นคนที่เข้มแข็งขนาดไหน บางที่ภาพอาจจะคิดมากเกินไปจริงๆ

 

“แต่ก่อนผมอาจจะไม่อยากเจอคุณ แต่ตอนนี้เรารู้จักกันแล้วและผมว่ามันก็โอเคดี เพราะฉะนั้นเราไม่จำเป็นต้องออกไปจากชีวิตของกันและกันหรอก เป็นเพียงภาพวาดกับทินกรเหมือนเดิมนั้นแหละ”

 

“ถ้าทุกอย่างจบลงเราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันใช่มั้ย”

 

“ตอนนี้เราก็ต่างเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอยู่แล้ว”

 

 

 

 

หลังจากที่ภาพได้เจอกับทินกรที่ร้านในคราวนั้นก็เป็นเวลาเกือบสามอาทิตย์แล้วที่พวกเขาไม่ได้เจอหรือติดต่อกันอีก ไม่ใช่เพราะใครหลบหน้าใคร แต่เป็นเพราะการถ่ายทำได้จบลงเรียบร้อยแล้วและเขาก็ติดงานที่โหมรับไว้จนไม่มีเวลาแม้แต่จะขยับกายจึงไม่มีเหตุผลให้ได้เจอกันอีก

 

วันนี้ภาพตื่นมาพร้อมกับความฝันเหมือนคนปกติทั่วไป เขาฝันถึงพี่หมอบ้างในบางคืน มันไม่เชิงว่าทุกอย่างหายไปหมดทีเดียว แต่ภาพก็สัมผัสได้ว่าความฝันที่ต่อเนื่องมาตลอดหนึ่งปีนั้นกำลังจะจางหายไป

 

เหลือเพียงไว้แต่ความทรงจำที่สวยงามและเจ็บปวดในคราวเดียวกัน

 

ภาพเดินไปชงโกโก้ร้อนอย่างเหม่อลอยด้วยดวงตาที่แทบจะติดกัน เขาไม่เคยชินกับการโหมงานหนักๆสักที แต่ในเมื่อต้องกินต้องใช้มันก็ช่วยไม่ได้ที่จะต้องเลือกดิ้นรนเพื่อเงินและทำลายสุขภาพไปในทุกๆวัน

 

อย่างที่พี่หมอชอบว่าเขาเป็นประจำว่าไม่รักตัวเองเสียเลย

 

และวาดคนนั้นก็จะตอบกลับไปทุกครั้งว่ามีคนรักตัวเขาแทนอยู่แล้วไง

 

คิดแล้วก็ได้แต่ยิ้มบางๆ

 

ความสุขแบบนั้นกำลังจะหายไปแล้วสินะ

 

เหลือเพียงภาพวาดในห้องสีเหลี่ยมเล็กๆคนเดียวเหมือนเดิม

 

เขาทิ้งตัวลงไปบนเก้าอี้ตัวประจำหน้าโต๊ะทำงาน วางแก้วโกโก้ร้อนในมือไว้ข้างๆแมคบุ้คของตัวเองพร้อมกดทำงานที่ค้างคาไว้ต่อไป ภาพหลุดเข้าไปในโลกของงานอย่างไม่รู้ตัวจนกระทั่งมีเสียงเคาะเรียกจากหน้าห้องเขาถึงหลุดออกมาจากหน้าจอคอม ภาพกดเซฟงานไว้อย่างเรียบร้อยก่อนที่จะเดินไปเปิดประตู เขาไม่แน่ใจนักว่าใครกันที่เป็นผู้มาเยือนในยามวิกาลเช่นนี้ อาจจะเป็นไอ้โอมไม่ก็พี่สาวของเขาที่จะมาเยี่ยมเป็นครั้งคราว แต่คนที่ยืนอยู่หน้าประตูตอนนี้กลับทำให้ภาพต้องแปลกใจ

 

“คุณ?” ทินกรในสภาพไม่ค่อยดีนักยืนส่งยิ้มบางๆให้อยู่ที่หน้าห้อง ภาพไม่รู้เหมือนกันว่าตาลุงรู้จักหอของเขาได้ยังไง

 

“ขอเข้าไปหน่อยได้มั้ย” คนในสภาพอืดโรยเอ่ยขึ้น ภาพจึงหลีกทางให้อีกคนเดินเข้ามาในห้องของเขาพร้อมกลิ่นเหล้าเหม็นหึ่งที่สัมผัสได้ตั้งแต่เปิดประตู

 

คงจะดื่มมาหนักน่าดู

 

ทินกรในตอนนี้ช่างต่างกับทินกรเมื่อสามอาทิตย์ที่แล้วราวฟ้ากับเหว ใบหน้าตอบ ใต้ตาลึกและบวมช้ำที่ดูเหมือนผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ไรหนวดจางๆตอนนี้กลับขึ้นมาจนเห็นได้ชัด ผมเผ้ายาวยุ่งเหยิงเหมือนไม่ได้รับการดูแลมานาน

 

“คุณเป็นอะไรรึเปล่า” ภาพได้แต่ถามด้วยความเป็นห่วง แต่อีกคนกลับเดินเข้ามาสวมกอดเขาไว้แน่น

 

กอดเหมือนกลัวว่าเขาจะหายไปไหน

 

สัมผัสได้ถึงน้ำอุ่นๆที่สัมผัสกับหัวไหล่จากอีกคน ภาพได้แต่ยืนนิ่งเฉยๆโดยไม่ได้ถามอะไร

 

ไร้เสียงสะอื้น

 

มีเพียงน้ำตาที่ไหลออกมาเงียบๆเท่านั้น

 

อ้อมกอดรัดแน่นจนรู้สึกถึงการเต้นของหัวใจอีกคน

 

บรรยากาศรอบตัวเริ่มทำให้ภาพใจไม่ดี เขาจึงทำได้เพียงยกมือกระชับอ้อมกอดอีกคนหนึ่งไว้หวังเพียงช่วยปลอบประโลมได้ไม่มากก็น้อย ก่อนคำพูดของผู้มาเยือนจะทำให้ภาพใจหายจนแทบจะฉุดอีกคนล้มไปด้วยกัน

 

“วาดในฝันคนนั้น…เสียแล้วนะ”

 

“…”

 

“เขาไม่อยู่อีกต่อไปแล้ว”

 

ร่างสูงไม่สามารถทรงได้อีกต่อไป เขาทรุดตัวลงนั่งกับพื้นโดยที่ยังไม่คลายอ้อมกอดทำให้ภาพต้องทรุดตัวนั่งลงไปตาม

 

เขาพูดไม่ออก

 

บางอย่างมันก็จากเราไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน

 

ไม่ทันได้ตั้งตัว

 

ไม่มีแม้แต่คำบอกลาครั้งสุดท้าย

 

เขาได้แต่สงสารทินกรคนที่คิดว่าเข้มแข็งเสียเหลือเกิน แต่วันนี้ช่างอ่อนแอเกินจะรับไหว

 

สัมผัสได้ว่าความรู้สึกที่คนตัวสูงมีให้ภาพวาดไม่ได้น้อยกว่าหรือแตกต่างจากความรู้สึกที่เขามีให้พี่หมอเลย

 

โลกเรามันก็ตลกดีนะ

 

ทั้งๆที่ทินกรรักภาพวาด

 

และภาพวาดก็รักทินกร

 

แต่พวกเขาสองคน

 

กลับไม่ได้รักกัน






#คุณในฝัน

ฝุ่นได้ทำการแก้ไขเนื้อเรื่องบางส่วนตอนนี้ในพาร์ทเเรกที่ได้อัพไปนะคะ เพื่อป้องกันการงงของหลายๆคน ฝุ่นเลยเขียนให้ละเอียดขึ้นค่ะ



ตอนหน้า+บทส่งท้ายก็จะจบเเล้วเน้ออ


สรุปเเล้วเหมือนเล้าจะมีปัญหาในการลงรูปในบอร์ดจริงๆค่ะเห็นของนักเขียนหลายๆคนก็เป็น เศร้าเลย

-สีฝุ่น-

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-05-2018 21:36:41 โดย สีฝุ่น »

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
Re: ☼ คุณในฝัน ☼ || ตอนที่ 13 [100%] (10/4/2018) P.3
«ตอบ #71 เมื่อ10-04-2018 18:18:17 »

 :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ Al2iskiren

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1789
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-3
Re: ☼ คุณในฝัน ☼ || ตอนที่ 13 [100%] (10/4/2018) P.3
«ตอบ #72 เมื่อ10-04-2018 18:30:11 »

เพิ่งได้ลองเข้ามาอ่าน
มันดีมากๆเลย

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
Re: ☼ คุณในฝัน ☼ || ตอนที่ 13 [100%] (10/4/2018) P.3
«ตอบ #73 เมื่อ10-04-2018 18:38:49 »

 :pig4:

ออฟไลน์ BABYBB

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1123
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-1
Re: ☼ คุณในฝัน ☼ || ตอนที่ 13 [100%] (10/4/2018) P.3
«ตอบ #74 เมื่อ10-04-2018 19:14:16 »

มันหน่วงในอกมาก ในฝันพวกเค้าต่างคนต่างรักกันมากจนรู้สึกมาถึงในชีวิตจริง แต่ในชีวิตจริง พวกเค้ากลับไม่ได้รักกัน ฮืออออออ รักกันซักที :hao5:

ออฟไลน์ fsbeentaken

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
Re: ☼ คุณในฝัน ☼ || ตอนที่ 13 [100%] (10/4/2018) P.3
«ตอบ #75 เมื่อ10-04-2018 21:45:03 »

อยากรู้ อยากอ่านตอนต่อปายยยย

รักคนเขียนนน  :mew1:

ออฟไลน์ ANIKI.

  • 兄貴
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 190
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-1
Re: ☼ คุณในฝัน ☼ || ตอนที่ 13 [100%] (10/4/2018) P.3
«ตอบ #76 เมื่อ10-04-2018 22:15:25 »

มันเจ็บปวด.. ทั้งทินและวาด

ออฟไลน์ buathongfin

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1251
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-3
Re: ☼ คุณในฝัน ☼ || ตอนที่ 13 [100%] (10/4/2018) P.3
«ตอบ #77 เมื่อ10-04-2018 22:35:00 »

สงสารคนอีกโลกนึง พี่หมอจะอยู่ยังไง  :katai1:

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2598
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7
Re: ☼ คุณในฝัน ☼ || ตอนที่ 13 [100%] (10/4/2018) P.3
«ตอบ #78 เมื่อ11-04-2018 03:53:46 »

 :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:

ออฟไลน์ momonuke

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 772
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1
Re: ☼ คุณในฝัน ☼ || ตอนที่ 13 [100%] (10/4/2018) P.3
«ตอบ #79 เมื่อ11-04-2018 16:39:02 »

ขอบคุณที่แต่งนิยายดีดีเรื่องนี้นะคะ รู้สึกกินใจมากเลยอะ
ทินกรรักภาพวาด ภาพวาดรักทินกร แต่ก็นะ ฮอล
เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากๆอะ สงสารทั้งคู่เลย
แล้วพี่หมอจะเป็นยังไงในเมื่อวาดเสีย
แล้วทินกรจะเป็นยังไงต่อ ฮืออออ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ☼ คุณในฝัน ☼ || ตอนที่ 13 [100%] (10/4/2018) P.3
« ตอบ #79 เมื่อ: 11-04-2018 16:39:02 »





ออฟไลน์ เนเน่

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
Re: ☼ คุณในฝัน ☼ || ตอนที่ 13 [100%] (10/4/2018) P.3
«ตอบ #80 เมื่อ11-04-2018 18:54:30 »

ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆมาให้อ่านนะคะเป็นเรื่องราวที่ดีมากชอบมากๆค่ะ

ออฟไลน์ สีฝุ่น

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0
สวัสดีค่ะทุกคน ฝุ่นมีข่าวร้ายจะมาเเจ้ง เนื่องจากโน้ตบุ้คของฝุ่นนั้นได้จบชีวิตลงไปเมื่อสองวันที่เเล้ว โดยการเเตกยับทำให้จอไม่ติด เเละอะไหล่หายากมากอาจจะต้องสั่ง นี่ก็สงกรานด้วยไม่มีคนรับเรื่องเลย ฝุ่นเลยจะมาบอกว่าตอนต่อไปอาจจะต้องค้างไว้นานมาก ซึ่งไม่รู้ว่าจะนานเท่าไหร่เช่นกันค่ะ ทั้งพล็อตเนื้อเรื่องใหม่เก่าอยู่ในนี้หมดเลย กำลังจะจบเเล้วไม่อยากให้ค้างนานเลย ฮื่อออ เเต่จะพยายามทำทุกอย่างให้เร็วที่สุดนะคะ

 :sad4: :sad4: :sad4: :sad4: :sad4: :sad4: :sad4:

- สีฝุ่น -

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
 :sad11: :sad11: :sad11:

เสียใจด้วยครับ

และก็ขอให้น้องโนตบุคฟื้นตัวในเร็ววัน โดยเสียทรัพย์ไม่เยอะด้วยนะครับ

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3333
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6
 :a5: :sad11:

ฮื่อออ

ออฟไลน์ Al2iskiren

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1789
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-3
ขอให้ซ่อมได้ไวๆนะคะ :hao5:

ออฟไลน์ momonuke

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 772
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1
รอนะคะะะะ

ออฟไลน์ เรื่องส่วนตัวนะ

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 45
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

ออฟไลน์ Kuayyai

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 114
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
รออยู่นะ ผ่านมา 1 เดือนแล้ว :mew2:

ออฟไลน์ สีฝุ่น

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0
Re: ☼ คุณในฝัน ☼ || ตอนที่ 14 (14/5/2018) P.3
«ตอบ #88 เมื่อ14-05-2018 20:18:14 »




14




ไอควันสีเทาหม่นล่องลอยไปในอากาศอย่างเชื่องช้า

 

จางหายไปพร้อมกับกลุ่มควันกลุ่มใหม่ที่เข้ามาแทนที่

 

ร่างสูงริมระเบียงยังคงปล่อยควันออกมาอย่างต่อเนื่อง

 

เขามองไปยังสีเทาหม่นเบื้องหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า

 

จนมันหายลับไปอีกครั้งและอีกครั้ง

 

บุหรี่มวนแล้วมวนเล่าถูกจุดขึ้นและดับไปตามกาลเวลา

 

ภาพวาดเห็นภาพแบบนี้มาสามวันเต็ม

 

สามวันที่อีกคนนั่งอยู่ที่ระเบียงห้องของเขา เหม่อมองออกไปยังบรรยากาศเบื้องหน้าอย่างเหม่อลอยพร้อมบุหรี่ในมือ ร่างสูงพยายามฝืนตัวเองไม่ให้หลับด้วยกลัวว่าความฝันอันโหดร้ายจะมาเยือนอีกครั้ง 

 

แต่หากยิ่งฝืนกลับยิ่งเจอ

 

ทินกรสะดุ้งตัวตื่นด้วยสภาพเหงื่อโทรมกายและดวงตาแดงก่ำทุกครั้งที่เผลอหลับไป ภาพวาดเพียงแต่เข้าไปถามไถอาการพร้อมโอบกอดอีกคนเอาไว้เพื่อบอกว่าไม่เป็นไร เขายังอยู่ตรงนี้ ทุกอย่างกำลังจะผ่านไป ภาพเชื่อเช่นนั้น

 

ทินกรเป็นคนเข้มแข็ง

 

ชายหนุ่มอาจจะต้องการเวลาในการเยียวยาหัวใจอันบอบช้ำในช่วงเวลาหนึ่ง เวลาที่ต้องเสียใจ ยอมรับ และปล่อยวาง ภาพวาดรู้ว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะทำใจได้ในเหตุการณ์แบบนี้ เมื่อพวกเขาทั้งสองคนเอาตัวตนของตัวเองไปผูกไว้กับคนในฝันจนไม่สามารถที่จะดึงตัวตนจริงๆของตัวเองออกมาได้

 

ภาพทิ้งตัวนั่งลงข้างๆแขกผู้มาเยือนที่ได้ทำการยึดระเบียงห้องของเขาเอาไว้ ภาพไม่ได้พูดอะไรออกไป เพียงนั่งอยู่ข้างๆและเหม่อมองออกไปยังแสงสีและฝุ่นควันของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืน มันไม่ใช่ภาพที่สวยงามอะไร แต่กลุ่มควันและสายลมที่พัดมาเอื่อยๆก็ถือว่าเป็นตัวช่วยในการปล่อยใจฟุ้งซ่านได้ดี

 

“กลับไปนั่งข้างในเถอะ เดี๋ยวยุงก็หามเอา”

 

“ไม่เป็นไร ผมอยากนั่งเป็นเพื่อนคุณ”

 

“อย่าดื้อน่า รู้ว่าโดนยุงกัดแล้วเป็นรอยง่ายแล้วยังจะฝืน”

 

“รู้ว่ายุงกัดแล้วจะเป็นไข้เลือดออกแต่ก็ยังจะนั่ง”

 

“โอเคๆ งั้นเข้าไปนั่งข้างในกัน” ภาพยิ้มออกมาเบาๆก่อนจะลุกขึ้นพร้อมยื่นมือช่วยดึงอีกคนให้ลุกตามขึ้นมา

 

“อยากได้กาแฟร้อนๆสักแก้วมั้ย”

 

“ไม่เป็นไร ผมจะนอนแล้ว” ภาพวาดหันกลับไปมองคนพูดอย่างสงสัย

 

“แค่อยากจะเคลียร์ตัวเอง ผมเหนื่อยกับการวิ่งหนีปัญหาอยู่แบบนี้”

 

ความทุกข์ที่ยังตามติดอยู่ตลอดเวลามันกัดกินหัวใจในระยะยาวเกินไป

 

เขาเลือกที่จะเผชิญหน้ากับมันแล้วยอมเจ็บในระยะสั้นเสียดีกว่า

 

เพราะเมื่อใดที่สามารถยอมรับได้แล้ว

 

การปล่อยวางก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม

 

อย่างที่บอกไปว่ายังไงทินกรก็คือทินกรไม่ใช่พี่หมอ

 

ความโศกเศร้าครั้งนี้ควรจบลงแค่เพียงในฝัน

 

เพราะในความจริงนั้น ทินกรยังอยากที่จะเป็นคนที่มีความสุขอยู่

 

ทินกรไม่สามารถนำความเจ็บปวดจากในฝันของตัวเองมาทำร้ายผู้คนในโลกแห่งความจริงที่ยังคงเป็นห่วงเขา อย่างน้อยภาพวาดคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็ไม่ควรจะมาทุกข์ใจจากสภาพที่ดูไม่ได้ของเขาในเวลานี้

 

“ฝันดีนะ” ทินกรเอ่ยลาก่อนจะเดินไปทิ้งตัวบนเตียงของเจ้าของห้อง

 

“ฝันดีเช่นกันครับ”

 

 

 

 

แสงอาทิตย์ที่ร้อนระอุของวันใหม่มาเยือนอีกครั้ง ภาพวาดตื่นขึ้นมาบนเตียงสีขาวที่เขาไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองมานอนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

 

“อรุณสวัสดิ์ ไม่ใช่สินี่จะบ่ายแล้ว ต้องพูดว่าสวัสดีตอนกลางวันรึเปล่านะ” ทินกรที่นั่งจิบกาแฟอยู่ที่โต๊ะปลายเตียงเอ่ยถาม

 

หมอนี่ยึดห้องเขาอย่างสมบูรณ์แล้วสินะ

 

“ผมมานอนบนเตียงได้ไง”

 

“คุณละเมอเดินมาเอง” ภาพส่งสายตาไม่เชื่อไปให้อีกคน อย่างเขาเนี่ยนะจะละเมอมานอนห่มผ้าเรียบร้อยเบียดอยู่กับอีกคนบนเตียง

 

“ดูก็รู้ว่าคุณโกหก”

 

“แล้วแต่คุณจะคิด”

 

“หายเศร้าแล้วรึไงคุณถึงมากวนตีนผมต่อได้เนี่ย”

 

“ยังหรอก แค่ไม่มีเหตุผลที่จะพาตัวเองจมไปมากกว่านี้”

 

“คุณกลับมาเร็วกว่าที่ผมคิด”

 

“กว่าจะตั้งสติได้ก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน”

 

“มันจะค่อยๆดีขึ้น เชื่อผม ตาลุงทินคนนี้เก่งจะตาย”

 

“เหอะ”

 

“ไปอาบน้ำไปคุณ ไปหาอะไรกินข้างนอกกัน”

 

“คุณอาบก่อนเลย ผมกินแก้วนี้เสร็จค่อยอาบต่อ” พูดพร้อมยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ ภาพเลิกสนใจก่อนจะย้ายตัวเองไปทำกิจวัตรประจำวันในห้องน้ำ

 

 

ร้านอาหารญี่ปุ่นร้านดังภายในห้างใหญ่ไม่ได้มีลูกค้ามากมายนักเนื่องจากเป็นเวลาบ่ายของวันธรรมดาที่ผู้คนส่วนมากจะทำงาน บางครั้งภาพก็รู้สึกโชคดีเหมือนกันที่งานของเขาสามารถจัดสรรเวลาเองได้ อยากไปที่ไหนตอนไหนก็ได้ติดตรงที่ไม่มีคนไปด้วยจนกลายเป็นคนขี้เหงาไปกลายๆ แต่ตอนนี้อย่างน้อยก็มีทินกรที่สามารถมานั่งเป็นเพื่อนแก้เหงาของเขาได้ล่ะนะ

 

ภาพวาดไม่ชอบกินข้าวคนเดียว

 

วันนี้มีอีกคนเป็นเพื่อนก็ถือว่าดีไม่ใช่น้อย

 

“เอาเซตA ข้าวหน้าปลาดิบอันนี้ครับ แล้วก็น้ำส้มแก้วนึง อ๊ะ เปลี่ยนจากน้ำส้มเป็นโค้กแทนแล้วกันครับ” คนขี้เหงาหันไปสั่งพนักงานอย่างเชี่ยวชาญ

 

“ลูกค้าอีกท่านรับเป็นอะไรดีคะ”

 

“ผมขอแค่น้ำเปล่าก็พอครับ”

 

“ไม่ได้ดิ ผมรู้ว่าคุณกินอะไรไม่ค่อยลงแต่คุณไม่ได้กินอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมาหลายวันแล้วนะ มันจะเสียสุขภาพเอา”

 

“ก็ผมไม่อยาก”

 

ภาพวาดเม้มปากคิดหนัก แต่สุดท้ายจึงตัดสินใจสั่งเครื่องเคียงเล็กๆน้อยๆมาให้อีกคนแทน

 

“ยังไงก็หาอะไรใส่ท้องไว้บ้างเถอะ เป็นโรคกระเพาะขึ้นมาเดี่ยวจะแย่เอา”

 

“แล้วแต่คุณแล้วกัน”

 

ใช้เวลาไม่นานอาหารทั้งหมดก็ถูกนำมาเสิร์ฟเรียบร้อย ภาพทานอาหารเบื้องหน้าอย่างหิวโหย แต่อีกคนดูเหมือนไม่อยากจะแตะต้องมันเท่าไหร่ สามวันมานี้ทินกรกินแบบแทบจะนับคำได้ เห็นได้ชัดว่าซูบผอมลงจากที่เจอกันครั้งล่าสุดเป็นอย่างมาก โชคยังดีที่ตาลุงนี่ไม่ได้กินเหล้าหนักอย่างคนมีปัญหาชีวิตส่วนใหญ่เนื่องจากทินกรไม่อยากจะเมาจนหลับไปเจอกับฝันร้าย แต่ในความจริงที่สติยังครบถ้วนสมบูรณ์ดีนั้นก็โหดร้ายไม่ต่างกัน การที่หยุดความคิดตัวเองไม่ได้ก็เป็นตัวการทำร้ายจิตใจไปเรื่อยๆเช่นกัน ถึงจะอยากหนี แต่ก็ไม่มีทางไหนให้หนีได้เลย นี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทินกรเลือกที่จะเผชิญหน้าและยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น

 

“กินอันนี้ดูหน่อย ผมชอบมากเลยร้านนี้ทำอร่อยสุดแล้ว” ภาพใช้ตะเกียบคีบอาหารวางไว้ให้ในจานของอีกคน ส่งสายตาปิ้งๆไปให้จนสุดท้ายคนอีกฝั่งจึงยอมคีบอาหารเข้าปากไป

 

เขาไม่ควรทำให้ภาพวาดต้องเป็นห่วง แค่ตามเกาะติดไปอยู่ห้องของอีกคนก็รบกวนเกินพอ

 

ครืดๆ

 

เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะดึงดูดความสนใจของทั้งสองคนจากอาหารไป ภาพรีบคว้าขึ้นมากดรับสายเมื่อเห็นว่าสายที่โทรเข้ามาเป็นชื่อของพี่สาวของตนเอง

 

“หวัดดีพี่พู่” พู่กันพี่สาวของภาพวาดที่แยกตัวออกไปหลังจากแต่งงานมีครอบครัวเป็นของตนเอง เธอทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่ง

 

“ไอ้ภาพแกว่างมั้ย” เธอตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน

 

“มีอะไรรึเปล่า”

 

“ฉันฝากแกไปรับพิ้งที่โรงเรียนหน่อยได้มั้ย วันนี้งานยุ่งมากเลยพี่ไม่น่าจะไปรับทัน” พิ้งเป็นลูกสาวคนเดียวของพี่พู่ ตอนนี้เรียนอยู่ชั้นประถมปีที่สามที่โรงเรียนเอกชนในเมืองแห่งหนึ่ง เธอเป็นเด็กที่สดใสน่ารักและช่างถาม นึกแล้วภาพก็ไม่ได้เจอหลานสาวคนนี้มานานแล้วเหมือนกัน

 

“ได้ ผมว่างพอดี แล้วจะให้ไปส่งที่ไหนอะ”

 

“มาส่งที่บ้านเลยได้มั้ย ฉันน่าจะถึงบ้านประมาณทุ่มนึง แกก็พาหลานไปเที่ยวเล่นก่อนก็ได้”

 

“โอเคได้ เจอกัน”

 

“เค ขอบใจมากจ่ะน้องรัก” วางสายเสร็จก็ได้รับสายตาคำถามมาจากอีกคนในทันที

 

“พี่สาวฝากให้ไปรับหลานที่โรงเรียน”

 

“ไปเลยหรอ”

 

“ผมคิดว่าน่าจะไปเลยกลัวรถติด” พอฟังคำตอบเสร็จอีกคนก็ทำท่าหมาหงอยในทันที ภาพก็พอเข้าใจว่าช่วงนี้ทินกรได้รับความกระทบกระเทือนต่อจิตใจเป็นอย่างมาก แถมช่วงนี้ยังตัวติดกับเขาเป็นตังเม คงยังไม่พร้อมที่จะอยู่คนเดียว

 

“แต่ว่าถ้าคุณว่างจะไปด้วยกันก็ได้นะ” หน้าตาสดชื่นขึ้นมาทันที แค่มองภาพก็รู้คำตอบของอีกคนแล้ว

 

หลังจากทานอาหารและจ่ายเงินเสร็จพวกเขาก็พากันมาที่รถบีเอ็มคันโปรดของทินกร และแน่นอนว่าภาพเป็นคนขับอีกแล้ว เขาพอจะรู้มาบ้างว่าทินกรไม่ได้ขับรถมาสักพักแล้ว ภาพคิดว่าเป็นเพราะอีกคนยังฝังใจกับเรื่องในฝันอยู่ ทุกครั้งที่ขับรถคงจะคิดถึงช่วงเวลาที่พี่หมอขับรถออกมาโดยปล่อยภาพวาดทิ้งไว้จนเกิดอุบัติเหตุ

 

เรื่องนี้ก็คงต้องใช้เวลาอีกเหมือนกันจนกว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติได้

 

โรงเรียนของน้องพิ้งเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่และมีค่าเทอมที่แพงหูฉี่ พี่พู่พี่สาวเขาอยากให้ลูกได้เรียนโรงเรียนดีๆมีกิจกกรมเยอะๆ เธอจึงไม่เกี่ยงเรื่องราคาที่ต้องเสียไปเท่าใดนัก เมื่อภาพวาดเดินมาถึงที่รอรับนักเรียนของผู้ปกครอง น้องพิ้งก็พาร่างอ้วนกลมของตัวเองวิ่งต้วมเตี้ยมมากอดเขาไว้แน่

 

“คิดถึงอาวาด” น้ำเสียงของเธอดูดีใจสุดๆ

 

“อาวาดก็คิดถึ้งคิดถึงน้องพิ้งเหมือนกันครับ” พูดเสร็จก็อุ้มเด็กตัวโตขึ้นมาหอมแก้ม แอบจุกเล็กน้อยเหมือนกันเพราะน้องพิ้งเป็นเด็กที่ตัวค่อนข้างใหญ่กว่าเด็กปกติ พอรู้ตัวว่าคงรับน้ำหนักต่อไม่ไหวภาพจึงยอมแพ้ปล่อยให้น้องลงมาเดินเอง

 

“ลุงคนนี้ใครคะ” น้องพิ้งหันมาถามเมื่อเจอคนไม่คุ้นตามากับอาของเธอ ภาพแอบจะขำเล็กน้อยไม่ได้เมื่อได้ฟังสรรพนามที่น้องพิ้งใช้เรียกอีกคน จริงๆแล้วทินกรก็ไม่ได้อายุเยอะมากมายขนาดนั้น แต่อาจจะเป็นเพราะลุคตาลุงหนวดเฟิ้มที่ไม่ได้โกนมานานเลยทำให้ดูอายุมากขึ้น

 

“เพื่อนอาวาดเองครับ ชื่อลุงทิน”

               

“สวัสดีค่ะลุงทิน” น้องพิ้งยกมือไหว้อย่างเรียบร้อย

 

“หวัดดีครับน้องพิ้ง” คุณลุงเอ่ยทักทายด้วยสายตาเอ็นดูปนเศร้านิดๆ พี่หมอในโลกนั้นก็คงจะรู้จักครอบครัวของเขาเช่นกันสินะ

 

“หิวรึยังครับ อาวาดต้องพาน้องพิ้งไปส่งบ้านตอนทุ่มนึงเลยจะพาไปหาอะไรกินกันก่อน”

 

“กินติมๆ มีร้านไอติมใกล้ๆอร่อยด้วยพิ้งชอบ”

 

ภาพเออออตามใจหลานไปแต่ไม่ได้คิดเลยว่าพอมาถึงร้านแล้วเขาจะรู้สึกคิดผิดขนาดนี้ ร้านไอติมนางเงือกสีพาสเทลที่ทุกอย่างเป็นนางเงือกเต็มไปหมดไม่เว้นกระทั่งลายของกระเบื้องที่มองแล้วเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในทะเลโพนี่ ไอ้ตัวเขากับพิ้งนี่ไม่เท่าไหร่หรอก แต่ตาคนหนวดเฟิ้มนี่สิ มองยังไงก็ขัดแย้งแบบสุดๆ

 

เอาจริงๆทินกรก็ดูจะอึ้งอยู่ไม่น้อย

 

แต่ยังไงก็ต้องตามน้ำทำตัวสดใสให้เข้ากับสไตล์ร้านไปก่อนล่ะนะ

 

พวกเขาสั่งของหวานมาทานนิดหน่อยกับไอศกรีมถ้วยเล็กให้น้องพิ้ง รสชาติอาหารที่นี่อร่อยกว่าที่คิด ตอนแรกภาพคิดเพียงแค่ว่าร้านเพียงจะขายซิกเนเจอร์และทำคาเฟ่เก๋ๆไว้ถ่ายรูปเพียงเท่านั้น อดนึกถึงไอ้โอมเพื่อนรักไม่ได้ถ้ามันมาเห็นร้านกับรสชาติอาหารของที่นี่คงชอบน่าดู แต่ไม่ให้มันเห็นแหละดีแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่พ้นเขาที่ต้องมานั่งกินที่ร้านเป็นเพื่อนตามเคย

 

คุณลุงกับหลานก็คุยสนิทสนมกันอย่างง่ายดาย อาจจะเป็นเพราะยังไงทินกรก็เคยรู้จักน้องพิ้งอยู่แล้วเลยรู้ว่าเธอป็นคนยังไงต้องเข้าหายังไงบวกกับน้องพิ้งเป็นคนน่ารักเข้ากับคนง่ายด้วยเลยทำให้คุยกันง่ายมากขึ้น สายตาที่ทินกรตอนมองเด็กสาวดูอบอุ่นเหมือนกับคนในครอบครัวเสียจนภาพอดจะหวั่นไหวเล็กน้อยไม่ได้

 

นั่งเล่นถ่ายรูปกับน้องพิ้งไปๆมาๆก็เย็นมากแล้ว มองออกไปนอกร้านรถก็เริ่มจะติดมากขึ้นเพราะเป็นเวลาเลิกงาน ภาพจึงตัดสินใจออกไปส่งน้องพิ้งที่บ้านตอนนี้เลย

 

แต่การจราจรในกรุงเทพมหานครนั้นติดขัดกว่าที่คิดเอาไว้มากทำให้กว่าจะมาถึงบ้านของพี่สาวก็ปาไปหนึ่งทุ่มกว่า พี่พู่เดินออกมาต้อนรับที่หน้าบ้านพลางชวนให้พวกเขาเข้ามาทานข้าวด้วยกัน ในทีแรกภาพจะขอตัวกลับก่อนเพราะคิดว่าทินกรคงไม่สะดวก แต่พี่พู่ก็พูดกล่อมจนภาพยอมจนได้ ตอนนี้เลยกลายเป็นการกินข้าวครอบครัวในรอบหลายเดือน  พี่พู่ สามีพี่พู่ น้องพิ้ง ภาพวาด และทินกร

 

คนตัวสูงที่นั่งอยู่ข้างกายบนโต๊ะอาหารมีแววตาที่สั่นไหวชัดเจนเมื่อได้สบตากับพี่พู่ ภาพไม่รู้ว่าในฝันของทินกรเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่การเผชิญหน้ากับครอบครัวของคนที่ตัวเองรักในงานศพคงเป็นอะไรที่แย่และกระทบจิตใจของอีกคนอย่างหนัก ไม่อยากจะนึกภาพพ่อและพี่สาวของเขาเลย ทั้งสองคนคงแย่มากเมื่อรู้ว่าลูกและน้องชายคนเดียวของบ้านต้องจากไป มันทำให้ภาพฉุกคิดขึ้นมาเหมือนกันนะว่าเขาควรจะดูแลคนรอบกายให้ดีกว่านี้ ก่อนที่ตัวเองจะไม่มีโอกาสได้ทำ  ภาพไม่รู้เลยว่าชีวิตของคนเราจริงๆแล้วมันจะยืนยาวแค่ไหน

 

มองไปรอบๆโต๊ะ บรรยากาศครอบครัวแสนอบอุ่น พ่อแม่ลูกที่นั่งถามไถแลกเปลี่ยนถึงสิ่งที่เจอกันมาในแต่ละวัน ภาพที่เขาไม่ได้สัมผัสมาเนิ่นนาน

 

“ช่วงนี้แกหายไปเลยนะ ไม่มาให้เจอหน้า ” พี่พู่หันมาคุยกับภาพ

 

“พิ้งคิดถึงอาวาด”

 

“พอดีวาดยุ่งๆนิดหน่อยอะ”

 

“เออชั้นเข้าใจว่าแกสนุกกับงาน แต่ก็โทรหาหรือมาเจอกันบ้างก็ดี พ่อก็คิดถึงแกนะ โทรหาบ่อยๆหน่อย”

 

“อ่าฮะ จะโทรให้บ่อยขึ้นครับ” มันไม่ใช่เพราะเรื่องงานอย่างเดียวหรอก เรื่องหลักๆก็คือการที่ภาพจมอยู่กับความฝันแปลกๆของเขานี่แหละที่ทำให้ลืมใส่ใจสิ่งรอบตัวไป

 

อย่างที่ทินกรเคยพูดไว้

 

ว่าเขายึดติดกับความฝันจนลืมเลือนความสวยงามของความจริง

 

วันนี้ภาพพึ่งจะสัมผัสได้

 

ว่าสิ่งที่อีกคนพูดในวันนั้นมันถูกทุกอย่างเลย

 

“ว่างๆอาวาดจะมาเยี่ยมน้องพิ้งบ่อยๆเลย แล้วเดือนหน้าเราไปหาคุณตากันดีมั้ยครับ”

 

“ดีๆ พิ้งก็คิดถึงคุณตา แล้วลุงทินไปด้วยกันมั้ย” เด็กน้อยหันไปถามอีกคน ภาพวาดหันไปสบตากับคนถูกถามก่อนจะพยักหน้าเบาๆเป็นคำตอบ

 

“ถ้าน้องพิ้งอยากให้ลุงไปก็จะไปครับ”

 

“เย้ๆ ไปกันให้หมดเลย”

 

ภาพอดจะยิ้มกับความน่ารักของเด็กตรงหน้าไม่ได้ หันไปข้างตัวก็เจอทินกรที่กำลังส่งยิ้มบางๆมาให้เขาเช่นกัน บางครั้งเรามาเจอกับความอบอุ่นและครอบครัวก็ช่วยเยียวยาหัวใจได้มากกว่าการออกไปเที่ยวสนุกที่ไหนๆเสียอีก

 

กินข้าวเสร็จก็ขอตัวเอ่ยลากันตามประสา และไม่วายที่ภาพจะกลายเป็นคนขับรถอีกรอบ คิดว่าเขาคงได้ครองตำแหน่งนี้ไปอีกนาน

 

“พี่พู่ดูมีความสุขดีนะ”

 

“โชคดีที่ได้แฟนดีแล้วลูกก็น่ารัก”

 

“เห็นแบบนี้ผมก็สบายใจ”

 

“ผมถามได้มั้ยว่าเมื่อคืนคุณฝันว่าอะไร”

 

“ก็…ผมคุยกับพ่อและพี่สาวคุณ ท่านบอกว่ามันไม่ใช่ความผิดผมประมาณนั้น อยากให้เลิกโทษตัวเอง วาดคงไม่ดีใจถ้าเห็นผมยังเสียใจอยู่แบบนี้ แล้วก็ขอบคุณที่เข้ามาทำวาดมีความรักดีๆก่อนที่จะจากไป”

 

“…”

 

“ถึงครั้งสุดท้ายเราจะทะเลาะกัน ถึงจะยังรู้สึกคาใจอยู่บ้าง แต่วาดคงรับรู้ได้ถึงคำขอโทษของผม คิดว่านะ อย่างน้อยคุณก็รู้หนิ ใช่มั้ย”

 

“ใช่ ภาพวาดคนนั้นก็คงหวังอยากเห็นคุณที่มีความสุข”

 

คำพูดสุดท้ายของพี่หมอจากความฝันครั้งล่าสุดดังขึ้นมาในความคิด ไม่รู้ว่าอะไรเหมือนกัน แต่ภาพสัมผัสได้ว่ามันคงไม่มีครั้งต่อไปอีก ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ และเขาก็คิดว่าความฝันของทินกรก็กำลังจะสิ้นสุดลงแล้วเช่นกัน

 

‘ ผมถามได้มั้ยว่าพี่หมอขอพรว่าอะไร  ‘

 

‘ของแบบนี้บอกกันได้ด้วยหรอ ‘

 

‘ได้สิ ก็ผมอยากรู้อะ’

 

‘พี่ขอให้วาดมีชีวิตที่มีความสุข

ไม่ว่าอนาคตต่อไปจะเป็นยังไง

ไม่ว่าวาดจะอยู่ที่ไหน

พี่ขอให้เรามีความสุขมากๆก็พอ’

 

‘ผมก็เหมือนกัน อยากให้พี่หมอเป็นผู้ชายที่มีความสุขมากที่สุดในโลกเลย’
















 

#คุณในฝัน

 

               I'm Backkkkkkkkkk กราบขอโทษที่ห่างหายไปนานค่ะ ตอนหน้าก็จบเเล้วเนอะ ฝากติดตามด้วยจ้า

               เล้าลงรูปได้เเล้วดีใจมาก ฝุ่นได้ถามไปทางแอดมินเค้าบอกว่าเอาออกชั่วคราวเพื่อแก้เว็บค้างค่ะ



...................................................

ตอนนี้ฝุ่นตัดสินใจตีพิมพ์เรื่องคุณในฝันกับสำนักพิมพ์ SENSE BOOK เเล้วนะคะ มีความคืบหน้ายังไงจะมาเเจ้งรายละเอียดอีกที เเล้วก็ต้องขอขอบคุณทุกสำนักพิมพ์ที่ติดต่อมาด้วยค่ะ ขอบคุณที่สนใจในงานของฝุ่นมากจริงๆ

***ส่วนเรื่องเนื้อหาในหนังสือจะมีตอนพิเศษประมาณ2ตอนค่า ที่เเพลนไว้จะเป็นส่วนพาร์ทตาลุงทินของเรานี่เอง เพราะจากบทบรรยายจะมีเพียงความรู้สึกเเละเรื่องราวของภาพเพียงฝ่ายเดียวเเต่เราไม่รู้เลยว่าทินกรต้องเจออะไรมาบ้างเนอะ กับอีกตอนกำลังคิดอยู่ค่ะ ยังไม่เเน่ใจ55เเต่จะไม่ใช่เรื่องราวต่อจากเนื้อเรื่องหลักเเน่นอนเพราะมันจบสมบูรณ์เเล้ว




ปล. ขอฝากนิยายเรื่องใหม่ 'หน้าร้อนเพราะน่ารัก' ไว้ด้วยนะคะ เป็นเเนวฟิลกู้ดโรเเมนติกกุ๊กกิ๊กดุ๊กดิ๊ก .ใครว่างๆไม่มีอะไรอ่านก็ไปเจอกันที่เรื่องนั้นได้นะคะ55



ฮาวายเป็นรัฐของอเมริกาที่มีมากมายหลายเกาะ

ไม่รู้ลมอะไรหอบเขามาถึงเกาะนี้ได้

เกาะอนุรักษ์ธรรมชาติ ถ้าเรียกแบบอ้อมๆ

แต่ถ้าจะให้พูดตรงๆ

นี่คือเรื่องราวชีวิตของนักศึกษาปีสี่กับหน้าร้อนของเขา

.

 ณ " บ้านนอกฮาวาย


♡หน้าร้อนเพราะน่ารัก♡



- สีฝุ่น -

.................












« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-05-2018 21:38:15 โดย สีฝุ่น »

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
Re: ☼ คุณในฝัน ☼ || ตอนที่ 14 (14/5/2018) P.3
«ตอบ #89 เมื่อ14-05-2018 20:54:48 »

 :pig4: :pig4: :pig4:

Finally, it's back!

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด