...ผลประโยชน์ทับซ้อน...ตอน เมา (30 พ.ย. 2563) หน้า 42
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ...ผลประโยชน์ทับซ้อน...ตอน เมา (30 พ.ย. 2563) หน้า 42  (อ่าน 409464 ครั้ง)

ออฟไลน์ Petit.K

  • Petit parapluie
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 842
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
ปกจ๊ะ เห็นเงียบๆแผนเพียบเลยน้าาาา55555
แบบนี้คงก้าวหน้าเร็ว โดดข้ามขั้รเลย อิอิ

ออฟไลน์ ดาวโจร500

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 649
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-3
ปกร้ายยยยยอะ นางรู้จักเข้าหานะ

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
ปาขวดน้ำเรียกความสนใจแล้วได้ผล ปาอีกเลยจ้า หลาย ๆ ที เจ่งจะได้จำปกได้ขึ้นใจ  :laugh:

ออฟไลน์ G-NaF

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 821
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-1
เห็นเงียบๆแบบนี้แต่แผนการเขวี้ยงขวดน้ำของน้องปกฉลาดล้ำลึกมาก  :laugh:

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
ชอบความไม่ธรรมดาของปก เฮียเจ๋งตามไม่ทันแน่ๆ 555555

ออฟไลน์ sunshine538

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-0
ทำไมรู้สึกเหมือนว่า... ที่น้องปกคิดและทำ มันคล้าย ๆ กับโจ๊กช่วงต้นเรื่องเลย (แต่โจ๊กถูกหักคะแนนความไบโพล่าร์ จะทำการใหญ่ใจต้องนิ่งเหมือนปกนะ 555)

ตอนโซ่ถูกไล่ออกไปจากห้อง คงมีอีกคนที่ไม่ได้ส่งเสียงครวญครางแต่ใจตามโซ่ไปแล้ว ไม่อยากจะคิดว่าตอนนั้นโจ๊กจะเขม่นน้องปี 1 ขนาดไหน  :laugh:

รออ่านตอนต่อไปค่ะ  :call:

ออฟไลน์ kinjikung

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2948
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +163/-8
จะวงวารใครดีหล่ะเนี่ย ระหว่างปกกับเฮียเจ๋ง หวังว่าปกจะไม่กวนจะเจ๋งทนไม่ไหวกระโดดต่อยหล่ะ 555+

ออฟไลน์ Tiffany

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1164
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
น้องปกเจ้าแผนการมาก  แล้วพี่เจ๋งจะรับมือยังไงหละนี่

ออฟไลน์ กาลครั้งหนึ่ง.

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 30
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4025
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
ปกน้ารักกก รอวันจับพี่รหัสได้พี่โซ่ ส่วนเฮียเจ๋ง คาดว่าความเกรี้ยวกราดจะติดต่อกันผ่านทางพันธุกรรมค่ะ เป็นโจ๊กร่างสอง  :hao7:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7214
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
น้องปกทำดีแล้วลูก อยากได้ก็ต้องคว้า มีวิธีไหนก็ต้องทำ สู้ ๆ

ออฟไลน์ เก้าแต้ม

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1296
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-3
ตอนอ่านซอโซ่กับแฟนไบโพล่า นึกว่าน้องชายโจ๊กคงไปรุกปกจนได้มาเปนแฟน  แต่พออ่านอรื่องนี้แล้วอมยิ้มว่าคดีพลิก :mew4:

ออฟไลน์ เนเน่

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
อื้อฮือออก ปกคะอยากให้หนูแกล้งเฮียเจ๋งเยอะๆจังอยากเห็นคนดิ้นกว่านี้ เฮียเริ่มสนใจน้องใช่มั้ย :hao3:

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3384
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4

ออฟไลน์ Burry1004

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
 :hao7:

น้องปกกกกกกกกกกกกกกก ลูกจ๋าาาาา 555555555555

เอาจริงเราขำมากเลยตอนน้องเขวี้ยงขวดน้ำ
คือนี่ต้องใช้วิธีนี้เพื่อคุยคนที่ชอบจริงๆ เหรอคะ 5555

นิสัยน้องปกน่ารัก มีความหมั่นเขี้ยว ส่วนพระเอกเราเกรี๊ยวกราดต่อไปค่ะ เราเชื่อว่าตอนต่อๆ ไปต้องเยอะกว่านี้แน่ๆ

 :katai5:

ออฟไลน์ alternative

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2318
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +285/-3
แหม่ อีกนิดเดียวพี่เจ๋งก็เสียเล็บนิ้วเท้าให้ขวดน้ำสานรักแล้ว

ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2445
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-5
น้องปกเรียนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กำลังใช้กับเจ๋งด้วย เหมาะสมกับความรู้ที่กำลังเรียน เช่นโยนขวดน้ำเฉียดเท้า ก๊ากกกก

ออฟไลน์ fullfinale

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 690
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0
สู้เค้า ปกกกกกกกกก :angry2: :angry2: :angry2: :angry2:

ออฟไลน์ imymild

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 354
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
สงสารเฮียเจ๋ง5555555555

ออฟไลน์ labelle

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2686
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-0
5555 แผนเยอะแบบนี้เหมาะเป็นน้องเฮียโจ๊ก ปกครองมากกว่านะ ซับซ้อนเหลือเกินนะปกฉัตร
ดิษกรเป็นเพื่อนสนิทแท้ๆ ยังดูไม่ออกอะ ดิษทะเล้นและออกแนวซื่อตรงกว่าไปอีก

เจ๋งคะ รู้สึกเหมือนโดนคุกคามไหม อีกนิดนะ ใกล้ละ  :mew5:

โอ๊ยยย สงสารโซ่ โซ่ทำอะไรผิด 5555



CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
ชอบบบบ  :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:

ปก เจ้าเล่ห์ ไม่แพ้โจ๊กเลย  :hao3:
ที่ทำไปก็เรียกความสนใจจากเฮียเจ๋งได้แล้ว
แต่จะออกไปในแนวโมโหๆใส่น่ะสิ

เจอคนรู้จักเยอะเลย คิดถึงเลย วาระที่ซ่อนเร้น
อยากอ่านต่อแล้ว
       :L1: :L1: :L1:
  :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: 

ออฟไลน์ Dezair

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 533
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1541/-8
ผลประโยชน์ทับซ้อน
By: Dezair
…………………….
ตอนที่ 3

ห้องเชียร์ยังคงเหมือนวันก่อนๆ เสียงฝีเท้า เสียงปลุกเร้าของพี่วินัย เสียงขานรับของน้องปีหนึ่ง ปกฉัตรอ้าปากงึมงำตามเพื่อนแต่ไม่มีสมาธิเลยสักนิด เสียงของเพื่อนและพี่วินัยเป็นแค่เสียงอื้ออึงที่ดังอยู่รอบๆ แต่ไม่เข้ามาในหูให้จับประเด็นได้เลย


...ก็คนมันตื่นเต้นนี่นา...


โทษใครไม่ได้ก็โทษดิษกร เพื่อนรักคอนเนคชั่นเพียงหนึ่งเดียวที่เกี่ยวเขาและเจตน์เอาไว้ แถมไม่รู้เกี่ยวท่าไหน สุดท้ายก็มาลากเขาไปร่วมวงเหล้าด้วยเฉย...ในฐานะคนขับรถพากลับ


...ฟังดูเหมือนคนละชั้นไปหน่อย แต่...ถ้าได้เจอ ‘พี่’ ก็นับว่าไม่เลว...


พอห้องเชียร์เลิก ปกฉัตรก็ไม่อยู่ร่วมเสวนากับใครทั้งนั้น คว้ากระเป๋าได้ก็โบกมือลาเพื่อนๆแล้วก็รีบตรงดิ่งไปหาดิษกรที่คณะบัญชีทันที จากนั้นก็ขึ้นรถอีกฝ่ายไปยังสถานที่นัดแนะสำหรับตั้งวงเหล้าในวันนี้


รถญี่ปุ่นเลี้ยวเข้าอาคารห้องชุดหรูริมถนนที่จอแจของกรุงเทพฯ เพียงเท่านั้นคนที่ติดตามมาด้วยก็หันมอง


“นัดกันที่นี่เหรอ”


“เออ นี่คอนโดเฮียเจ๋ง” ดิษกรระบุเจ้าของเสร็จสรรพ ปกฉัตรก็ได้แต่เม้มปาก ไม่คิดมาก่อนว่านอกจากวันนี้จะได้เจอ ‘พี่’ แล้ว ยังได้มาเหยียบคอนโดของเจตน์ด้วย


“ทำไมทำหน้างั้น หรือไม่อยากมา? มึงมีอะไรกับเฮียเจ๋ง บอกกูมา” คนพามาฟันธงฉับ อาการเพื่อนสนิทไม่ปกติขนาดนี้ ทำไมจะดูไม่ออก


“ไม่มีอะไรหรอกหน่า”


“ถ้าไม่มี งั้นมึงจะเม้มปากทำไม ถามจริง มึงเกลียดเฮียเหรอวะ”


ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนหันขวับไปมอง “เปล่า ไม่ได้เกลียด”


สายตาของเพื่อนร่างใหญ่จ้องคนตอบเขม็งเหมือนจะไม่เชื่อ ปกฉัตรไม่กล้าสบตาเพื่อนรัก ถึงจะสนิทกันมาแต่เด็ก แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกเรื่องในหัวใจของเขาจะต้องแพร่งพรายไปถึง อย่างเรื่องนี้...ยังไงๆก็ไม่ควรให้คนอื่นรู้เห็นนอกจากตัวเอง


“...กู...แค่คิดว่าเขาไม่น่าไว้ใจ” ได้แต่อ้อมแอ้มตอบ เพราะรู้ดีว่าคนที่ไม่น่าไว้ใจที่สุดก็คือเขาเอง หัวใจของปกฉัตรต่างหากที่ไม่ควรไว้ใจและวางใจเลย เพราะ...ขนาดดิษกรกับเจตน์แย่งบอลกัน เขาก็ยัง...เชียร์เจตน์มากกว่าดิษกรทุกที


“ไม่น่าไว้ใจ? แบบไหน? หรือมึงคิดว่าเขาจะปล้ำกู?”


“เฮ้ย?!” ปกฉัตรชะงักกึกที่ดิษกรคิดไกลไปถึงขั้นนั้น เขากลืนน้ำลายเอื้อกกวาดตามองเพื่อนรักผิวเข้มหน้าตาคมคายที่นั่งอยู่ข้างๆแล้วก็คิดไปถึง เจตน์หนุ่มตี๋หน้าหยกร่างสูงใหญ่ไม่ต่างกัน


…กล้ามชนกล้ามชัดๆเลย…


จริงๆเรื่องแบบนี้มันรสนิยมใครรสนิยมมัน แต่ว่า...ทำไมผู้ชายแท้ๆอย่างดิษกร ถึงมีความคิดประเภทนี้อยู่ในหัวได้เนี่ย


“ใช่มั้ย กูรู้นะว่าอานิศฝากมึงดูแลกูหลายเรื่อง แต่เรื่องแบบนี้กูดูแลตัวเองได้โว้ย แล้วกูชอบผู้หญิง เฮียเจ๋งก็มีผู้หญิงเป็นโหล เขาจะมาปล้ำกูได้ไง” อ้อ...ที่คิดไกลขนาดนั้นเพราะถูกอาพร่ำสอนมาตลอดสินะ


...แต่ว่า...สอนถึงขนาดปลูกฝังถึงขั้นรักนวลสงวนตัวนี่ก็เกินไปนะ อานิศ... 


ปกฉัตรนึกระอาสองอาหลาน แต่คิดอีกทีก็ดีเหมือนกัน ในเมื่อดิษกรคิดไปในทิศทางนั้นแล้ว เขาก็ควรเออออร่วมด้วย จะได้ไม่ถูกเซ้าซี้เรื่องที่มีปฏิกิริยาแปลกๆกับเจตน์อีก


“ก็...กูได้ยินคนพูดกันว่าเขาเจ้าชู้”


“เจ้าชู้กับผู้หญิงสิสัด! กูเป็นผู้ชาย!” ดิษกรแย้งทันควัน ปกฉัตรก็เลยเงียบ พอเห็นเพื่อนรักร่างโปร่งเงียบไป คนตัวใหญ่กว่าก็พ่นลมหายใจแล้ววางมือลงบนศีรษะของเพื่อนเหมือนจะให้วางใจ


“กูกับเขาอยู่ชมรมเดียวกันมาตั้งแต่ม.ต้น แล้วตอนนี้ก็อยู่คณะเดียวกันด้วย มันก็ต้องสนิทกันเป็นธรรมดา เฮียเจ๋งน่ะ เป็นรุ่นพี่กู” หนุ่มผิวเข้มแห่งคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีย้ำสถานะ จ้องมองปกฉัตรแล้วก็คิดถึงรุ่นพี่คนสนิทอย่างเจตน์ ที่แม้จะปากเสียไปไม่หน่อย โผงผาง ใจร้อน เอาแต่ใจ แต่ก็มีน้ำใจ ไว้ใจได้ และฝากฝังได้ เป็นรุ่นพี่ที่ดิษกรพูดได้เต็มปากว่า ‘นับถือ’


“ปก มึงเองก็เป็นเพื่อนสนิทกู กูไม่อยากให้มึงมองเขาไม่ดี” เขาพูดตรงๆ ทว่าเป็นฝ่ายร่างโปร่งที่เบือนสายตาหนีไปทางอื่น ไม่อยากแก้ต่างว่าไม่ได้มองเจตน์ไม่ดีหรอก แต่มองดีมากกกก...จนแม้แต่ความปากเสียของฝ่ายนั้น ยังไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่เลยสักนิด


“กู...จะพยายามแล้วกัน” รับปากตรงข้ามกับใจ เพราะใจตอนนี้พยายามไม่ให้ชอบเจตน์มากไปกว่านี้เถอะ


“มึงรับปากกูก็ดีใจ ไป ลงกันเถอะ” แล้วดิษกรก็เปิดประตูลงจากรถ ปกฉัตรสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นเต้น ก่อนจะเปิดประตูลง แล้วก็ทันได้ยินเสียงเอ็ดตะโรลอยมาต้อนรับ


“กูยืนรอตั้งนาน! พวกมึงสั่งเสียกันในรถรึไง!!”


เจ้าของสถานที่ที่ลงมารอถึงหน้าคอนโดตั้งคำถามด้วยปากเสียๆและหน้าหงิกๆ ก่อนจะตวัดตาเรียวไปมองปกฉัตรที่เดินตามมายืนอยู่ข้างหลังดิษกรด้วยทีหนึ่ง แน่นอน...เป็นสายตาที่บ่งบอกว่ามีคดีกันมาก่อน ดิษกรมองตาม ก่อนจะรีบหันกลับมาส่งยิ้มแฉ่งให้รุ่นพี่ร่วมคณะ


“สั่งเสียอะไรล่ะเฮีย เออ...ผมขอพาไอ้ปกมาด้วยนะ”


เจตน์ยกมือขึ้นกอดอกยืนจังก้าเหมือนจะหาเรื่อง แต่พยักหน้ารับสั้นๆ


“มึงดูแลเพื่อนมึงด้วยแล้วกัน! กูไม่ใช่เจ้าบ้านที่ดี ยิ่งกับคนที่ไม่ใช่น้องคณะกู ชมรมก็ไม่เคยอยู่ด้วยกัน แค่น้องโรงเรียน กูให้แดกฟรีได้ แต่อย่าหาเรื่อง ไม่งั้นกูจะเตะออกจากห้อง” จงใจข่มเหงกันเห็นๆ ดิษกรชักจะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่พอขยับตัวจะปกป้องเพื่อนรักที่ตนเองเป็นคนชวนมา ปกฉัตรก็ดันเอ่ยขึ้นมาเรียบๆ


“ผมไม่ได้มาดื่ม แค่มาขับรถให้ดิษเท่านั้น” เป็นประโยคสั้นๆ ที่น้ำเสียงเรียบๆ มาพร้อมกับหน้าตาเรียบๆของคนพูดที่ทำให้เจตน์รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีก


“อ้อ! งั้นมึงก็นั่งรอล็อบบี้มั้ย?!” ตาจ้องตา คนพูดตาเรียวๆจ้องจิก ในขณะที่ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของปกฉัตรที่จ้องกลับนั้นดูจะไม่สะทกสะท้านกับแรงจิกของอีกฝ่ายเลย


“ถ้า...พี่ไม่ให้ผมขึ้น ผมนั่งรอที่ล็อบบี้ก็ได้ครับ”


เป็นอีกครั้งที่ปกฉัตรจงใจใช้คำว่า ‘พี่’ เรียกอีกฝ่าย เจตน์สะดุดหู แต่ที่สะดุดที่สุดคือการที่คนตรงหน้าอ้าปากงับข้อเสนอจะนั่งที่ล็อบบี้อย่างรวดเร็ว


...แม่ง! คิดว่ากูไม่รู้กาลเทศะรึไง?! มาด้วยกันสองคน แต่จะให้กูจับแยกคนนึงแดกเหล้ากับกูบนห้อง อีกคนนั่งรอปากแห้งที่ล็อบบี้เนี่ยนะ?!...


บรรยากาศระหว่างปกฉัตรและเจตน์ยิ่งทำเอาดิษกรหน้าเสีย นึกโทษตัวเองว่าไม่น่าอยากรู้อยากเห็นเรื่องที่เจตน์ดูจะหงุดหงิดกับปกฉัตรแล้วให้สองคนนี้มาเจอกันเลย เขามองเพื่อนสนิทที มองรุ่นพี่คนสนิทที แต่พออ้าปากจะพูดอะไร เจตน์ก็พูดขึ้นมาก่อน


 “ไม่ต้องมาดราม่า! มึงดูหน้าไอ้ดิษด้วย หน้าอย่างมันจะปล่อยให้มึงนั่งข้างล่างคนเดียวรึไง?! ไป! ขึ้นห้อง!! อย่าให้กูพูดซ้ำ!!!” เจ้าของสถานที่เห็นสีหน้าของรุ่นน้องร่วมคณะชัดเจน ว่าห่วงใยคนที่พามาด้วย


ก็สมควรให้ห่วงอยู่หรอก ในเมื่อ...ใครๆก็พูดกันว่าดิษกรและปกฉัตรเป็นมากกว่าเพื่อน


เจตน์ไม่พูดอะไรอีก หมุนตัวเดินตรงไปยังโถงลิฟต์ ปล่อยให้สองรุ่นน้องเดินตาม ในลิฟต์กรุด้วยกระจก ร่างสูงที่ยืนอยู่หน้าสุดมองเห็นภาพสะท้อนของดิษกรที่มองเพื่อนสนิทด้วยความห่วงใย ยิ่งเห็นยิ่งหมั่นไส้ ไม่นึกมาก่อนว่าตนเองจะเป็นพวกขี้อิจฉาความรักความห่วงใยของคนอื่นขนาดนี้


ลิฟต์เปิดออกที่ชั้นบนสุดของอาคาร แต่ดิษกรคนร่าเริงยังกู้สถานการณ์กลับมาไม่ได้ เขาปล่อยให้รุ่นพี่หนุ่มเดินนำ ส่วนตัวเองเดินข้างๆปกฉัตร ไม่รู้ว่าสองคนนี้เกลียดขี้หน้าอะไรกันมา ทำไมถึงไม่ลงรอยกันขนาดนี้...ไม่สิ คนที่ดูจะไม่ลงรอยด้วยสุดๆก็ ‘เฮียเจ๋ง’ ของเขานี่แหละ


เจตน์เดินนำเงียบๆจนถึงห้องพัก เขาเปิดประตูเข้าไปด้านใน เพื่อนสามคนของเขาอย่างธนทัต อิสระและการุนมารออยู่ก่อนแล้ว


“พวกไอ้ไทรอมึงชงเหล้าตั้งแต่เที่ยงแล้ว” เจ้าของห้องหันมาบอก แต่ดิษกรยังยึกยัก ดูห่วงใยคนที่พามาด้วยยิ่งนัก เจตน์เริ่มจะเคืองสายตามากขึ้นทุกที


“มึงจะอยู่ตรงนี้อีกนานมั้ย?!” เขาถามดิษกร แต่รุ่นน้องตัวใหญ่อึกอัก หันไปมองคนข้างกายมันอีกที เป็นอีกครั้งที่สองเพื่อนสนิทมองตากัน ยิ้มให้กัน จนเจ้าของห้องชักจะรู้สึกหูตาร้อนวูบๆ


“มึงไปกินเถอะ” ปกฉัตรเอ่ยขึ้นมาก่อน เจตน์ไม่อยากเปรียบเทียบ แต่น้ำเสียงที่อีกฝ่ายใช้พูดกับดิษกรแตกต่างจากเวลาพูดกับเขาลิบลับ


...ทีกับกูงี้ เสียงโมโนโทนยังกับผี! ทีกับเพื่อนมึง มีเสียงอ่อนเสียงหวาน สัด! สะกดคำว่าเท่าเทียมไม่เป็นรึไง!...


"แล้วมึงอ่ะ”


…ไอ้ดิษก็พอกัน! ตัวใหญ่แทบจะเป็นยักษ์ แต่พออยู่กับเพื่อนมันเข้าหน่อย ทำตัวเล็กตัวน้อย น่าเตะฉิบหาย!...


“กู...มีเรื่องจะคุยกับ...นิดหน่อย” ไม่มีชื่อเรียก ไม่มีสรรพนาม แต่ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเหลือบมามองเจตน์ราวกับจะบอกว่าผู้ชายหน้าตาหงุดหงิดคนนี้จะเป็นคู่สนทนารายถัดไป


ดิษกรกะพริบตาปริบๆอย่างงุนงง แต่ปกฉัตรไม่รอให้เพื่อนถาม เพราะเขาดันหลังอีกฝ่ายให้เดินลึกเข้าไปในห้อง


“มึงไปกินก่อน เดี๋ยวกูตามไป” ถูกผลักและดันขนาดนี้ ดิษกรก็ได้แต่พยักหน้ารับ ก่อนจะเดินหายเข้าไปด้านใน เสียงทักทายดังลอดออกมาให้ได้ยิน บอกให้รู้ว่าเพื่อนสนิทของปกฉัตรคงถึงวงเหล้าแล้ว


ตอนนี้ที่ประตูห้อง เลยเหลือแค่หนึ่งเจ้าของห้อง กับหนึ่งแขกที่ไม่ได้รับเชิญ เจตน์รู้สึกตัวเองมีอำนาจมากกว่าในฐานะเจ้าของสถานที่ เขากอดอก ผายไหล่ ยืดตัวตรง ตาเรียวมองจิก


“มึงมีอะไรจะคุยกับกู”


ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเหลือบขึ้นสบ ปกฉัตรตัวเตี้ยกว่าอีกฝ่ายอย่างเห็นได้ชัด แม้จะเคยมั่นใจในความสูงของตัวเองแค่ไหน แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับคนตัวสูงใหญ่อย่างหนุ่มเชื้อสายจีนคนนี้ราบคาบ


ทว่า...แม้จะตัวเล็กกว่า เตี้ยกว่า แต่ไม่ได้หงอให้เลยแม้แต่นิดเดียว


“เปล่าครับ แต่ผมไม่อยากให้ดิษเป็นห่วง”


เจตน์ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจแต่ไม่ถาม เขารอให้ปกฉัตรพูดต่อเอง


“ดิษคงคิดว่าผมกับพี่มีเรื่องทะเลาะกัน ถ้าเมื่อกี้ผมตามมันไปกินเหล้าด้วย มันคงคาใจเรื่อง...ของเราสองคน” เป็นการอธิบายที่ปกฉัตรทำเนียนรวบยอดเรื่องของเขาและเจตน์ให้กลายเป็นเรื่องของเราได้หน้าตาเฉย แถมเป็นหน้าตาเฉยที่เรียบกริบเสียด้วย


“บอกมันว่าผมจะคุยกับพี่แบบนี้แหละ ดีแล้ว มันจะได้คิดว่าผมกับพี่เคลียร์กันแล้ว” ปกฉัตรเสริมแล้วยิ้มจาง การมองความคิดความอ่านของดิษกรทะลุปรุโปร่งนั้น ออกจะทำให้เจตน์คาดไม่ถึง เพราะไม่คิดว่าคนหน้าตาเฉยๆ ที่เหมือนจะไม่สนใจอะไร จะรู้จักนิสัยของดิษกรขนาดนี้


...แต่...พวกมันเป็นแฟนกัน ก็คงรู้จักกันดีเป็นเรื่องธรรมดา...


...เชี่ย! ทำไมกูต้องวกกลับมาคิดเรื่องที่พวกมันเป็นแฟนกันอีกแล้ววะ?!...


“สรุปว่ามึงไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกับกูใช่มั้ย?”


“ไม่มีครับ หรือว่าพี่มี?”


“กูก็ไม่มี!” ร่างโปร่งพยักหน้ารับรู้ กวาดตามองไปรอบๆ วันนี้เขาเอาโน้ตย่อวิชาที่เรียนมาทบทวนด้วย แล้วอีกอย่างเขาก็ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไปนั่งในวงก็คงไม่สนุก สู้หาที่นั่งเงียบๆแถวนี้ อ่านหนังสือน่าจะมีประโยชน์กว่า


“งั้น...ผมขอนั่งตรงนั้นได้มั้ย” ปกฉัตรชี้ไปที่โซฟาเดี่ยวข้างตู้เก็บรองเท้า เจตน์ขมวดคิ้วฉับ


“แล้วทำไมมึงไม่ไปนั่งกินเหล้ากับพวกนั้น”


“ผมไม่ดื่มครับ ไปนั่งก็กลัวคนอื่นจะไม่สนุกไปด้วย” เป็นคำตอบที่ทำเอาร่างสูงชะงักอีกหน ดวงตาเรียวจับจ้องร่างผอมที่เดินไปนั่งบนโซฟาเดี่ยวแล้วเปิดกระเป๋าเป้ที่หิ้วติดตัวมาด้วย เอาหนังสือออกมาอ่าน


...จะบอกว่าเป็นคนไม่สนใจใครก็ไม่ได้ เพราะเมื่อกี้มันก็บอกชัดๆว่ากลัวคนอื่นจะไม่สนุก...


...คนประเภทไหนกันที่กลัวคนอื่นจะไม่มีความสุข แล้วเลือกวิธีที่จะหลบไปอยู่เพียงลำพังแบบนี้?...


เจตน์รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างวิ่งวนอยู่ในใจ เขามองเข้าไปในห้อง ที่ชุดโซฟาหน้าโทรทัศน์ มีเพื่อนๆของเขาและดิษกรกำลังชนแก้วกันอยู่ แตกต่างกับปกฉัตรที่นั่งเงียบๆอ่านหนังสือคนเดียว ก่อนจะถอนลมหายใจเบาๆ แล้วเอ่ยปากขึ้นมา


“กินอะไรมารึยัง” คนที่นั่งอ่านหนังสือชะงักไปชั่วอึดใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของคำถาม ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนสบกับดวงตาเรียวสีดำสนิทคู่นั้นวูบหนึ่ง ก่อนที่จะเป็นฝ่ายปกฉัตรรีบเฉสายตาไปทางอื่น


...แย่แล้ว อยู่ดีๆก็ใจเต้นแรงขึ้นมาเฉยเลย!...


“กูถามว่ากินอะไรมารึยัง” คำถามดังซ้ำเมื่อร่างโปร่งเอาแต่มองทางอื่น จากตอนแรกที่เจตน์รู้สึกสงสาร กลายเป็นชักจะหมั่นไส้


“เฮ้ย! ให้กูถามเป็นภาษาจีนมั้ย?!” เจ้าของห้องที่แสนใจร้อนและเอาแต่ใจถามประชดเมื่อไม่ได้คำตอบสักที ปกฉัตรสูดลมหายใจลึกก่อนจะหันมามอง


“ยังครับ” เป็นการตอบสั้นๆ แต่เจ้าตัวรู้ดีว่าเสียงสั่นผิดปกติ แต่...เจตน์ไม่ได้สนิทกับเขาเป็นปกติ ก็คงจะจับสังเกตไม่ได้ว่าเสียงปกติเป็นแบบไหน


“แล้วแฟ...เอ่อ...ไอ้ดิษล่ะ?!”


ปกฉัตรเงียบไปอึดใจเพราะเขาก็ไม่รู้ว่าดิษกรทานอะไรมารึยัง พอเจอกันปุ๊บ ก็ขึ้นรถพากันมาที่นี่เลย


เจตน์เห็นรุ่นน้องเงียบไป ก็ตัดปัญหาเลิกถามแล้วรวบรัดคำตอบเอาเอง!


“ท่าทางจะยังเหมือนกัน งั้นเดี๋ยวกูทำอะไรให้กิน” ร่างโปร่งมองคนพูดอย่างไม่เชื่อหู ชนิดที่เจตน์ชักนึกขวางกับสายตาที่อีกฝ่ายมองมา


“มองกูแบบนี้ คิดว่ากูไม่มีปัญญาทำให้มึงแดกรึไงวะ! จะบอกให้! กูทำอร่อยด้วย!” เจ้าของคอนโดพูด แล้วหมุนตัวจะเดินเข้าครัว แน่นอนว่าเพราะเป็นคนทำอะไรรวดเร็ว เลยไม่ทันเห็นว่าตอนที่เขาอวดตัวเองว่าทำอาหรอร่อย เรียวปากสีสดบนใบหน้าขาวมีรอยยกเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำตาลจางๆนั่นก็มีแววระยิบ


...แต่...ยอมกินอาหารอร่อยๆฝีมือคนขี้อวดง่ายๆ มันก็จะง่ายเกินไป...


“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ทานหรอก ไม่ต้องทำเผื่อผม” เสียงของคนที่ยืนอยู่ข้างหลังก็ทำให้อารมณ์ของเจตน์กระตุกอีกหนตามประสาลูกคนเล็กที่ไม่เคยมีใครขัดใจ เขาหันกลับไปมองคนพูด ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองมาที่เขาเหมือนเจ้าตัวไม่คิดอะไร แต่แววประหลาดในดวงตาคู่นั้นเหมือนจะท้าทาย ทว่าสีหน้าเรียบเฉยนั่นปั่นอารมณ์ร่างสูงให้หงุดหงิดอย่างรวดเร็ว


“มึงจะแดกหรือไม่แดกมันก็เรื่องของมึง! ส่วนกูจะทำเผื่อมึงหรือไม่ทำก็เรื่องของกู! อย่ามาสั่งกู!!” แล้วร่างสูงหนาก็หายลับเข้าไปในห้องครัว ทิ้งปกฉัตรให้ยืนอยู่ที่เดิม เขามองตามเข้าไปในห้องครัวกว้างขวาง ที่มีผู้ชายร่างสูงใหญ่หยิบจับเครื่องครัวตึงตังปึงปังเสียงดังไปหมด


...เป็นผู้ชายตัวใหญ่ที่...เหมือนหมีตัวโตๆที่งุ่นง่านอยู่ใต้รังผึ้ง...


...หงุดหงิดอยากน้ำผึ้ง หงุดหงิดที่โดนผึ้งต่อย หงุดหงิดที่ไม่ได้ดั่งใจ แต่...


...เห็นแก่ความหงุดหงิดเหล่านั้น...รังผึ้งจะหล่นลงไปหาก็ได้...


ปกฉัตรซ่อนรอยยิ้มเอาไว้ใต้สีหน้าเรียบๆและสายตาที่พรางด้วยหมอกหนาปิดบังรอยวิบวับถูกใจ ก่อนจะเดินตามเข้าไปในครัวแล้วเอ่ยปาก


“ถ้างั้น...ให้ผมช่วยพี่นะครับ”

..........................................

ออฟไลน์ Dezair

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 533
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1541/-8



เจตน์คาดไม่ถึง อันที่จริงก็ไม่คิดว่าคนที่มักจะมองเขาด้วยสายตาว่างเปล่าไร้อารมณ์อย่างปกฉัตรจะมีน้ำใจและมารยาทเดินตามเขาเข้ามาในครัวแล้วเสนอความช่วยเหลือ เขาหันไปมองร่างสูงโปร่งที่มีดวงตาสีน้ำตาลอ่อน มันเป็นสีน้ำตาลจางๆที่...ให้ความรู้สึกแปลกประหลาด เหมือนจะว่างเปล่าในบางที แต่ก็เหมือนความว่างเปล่านั้นคือหมอกหนาๆที่ปิดบังอะไรเอาไว้


...ว่างเปล่าหรือปิดบัง...


...ถ้าว่างเปล่า...แล้วใครจะเป็นคนเข้าไปเติมเต็ม...


...หรือจริงๆแล้วปิดบัง...เพราะ...ไอ้ดิษ...


พอคิดถึงชื่อรุ่นน้องที่สนิทสนมกันมานาน เจตน์ก็หันขวับกลับไปสนใจเคาน์เตอร์ครัว แต่ปากก็ยังออกคำสั่งตามประสาเจ้าบ้านที่ดีเยี่ยม


“หั่นผักแล้วกัน กูจะทำข้าวผัด เขียงอยู่ในตู้นั่น ส่วนมีดก็อยู่โน่น” เจ้าของครัวชี้ซ้ายทีขวาที ทำเอาปกฉัตรมองเหลียวหลังซ้ายขวาตามมือ แต่พอหันกลับมามองคนชี้อีกทีก็ปรากฏว่าเจตน์ไปวุ่นวายอยู่กับการเตรียมเนื้อไก่แล้ว เขาก็เลยต้องไล่เปิดเคาน์เตอร์ครัวทีละอันเพื่อหาเขียงและมีด


“ตามึงมีไว้ใต้คิ้วอย่างเดียวรึไง! เห็นมั้ยว่ากูชี้ว่าเขียงอยู่นี่ ไปเปิดตู้นั้นทำไม” เสียงทุ้มๆดังดุจนปกฉัตรต้องเงยหน้าขึ้นมาจากการเปิดเคาน์เตอร์อันที่ 3 เจตน์เดินมาเปิดอีกเคาน์เตอร์หนึ่งแล้วหยิบเขียงพลาสติกอันเล็กออกมา ก่อนจะเดินไปเปิดลิ้นชักหยิบมีดออกมาวางคู่กัน


“เอ้า! หั่นสักที! จะได้แดกมั้ยชาตินี้!” พออุปกรณ์ครบด้วยการที่เจ้าของสถานที่หามาประเคนไว้ให้ ปกฉัตรก็รอจนมีดพ้นมืออีกฝ่ายแล้ว ถึงเริ่มพูดจาหาเรื่องเล็กๆน้อยๆเป็นการหากิจกรรมลับฝีปากกัน


“ต่อให้ตาผมจะมีไว้ทำอะไร ผมว่ามันก็ไม่ได้เกี่ยวกับพี่นะครับ” คนถูกย้อนนึกอยากกินหัวเพื่อนของรุ่นน้องร่วมคณะ อยากจะเอาเรื่องต่อสักหน่อยหรอก ถ้าไม่ใช่ว่ามันเดินมาหยิบมีดหั่นผักแล้ว ท่าทางของปกฉัตรดูคล่องแคล่วกับงานในครัว มือเรียวขาวหยิบจับมีดและผักที่หั่นจนเจตน์มองตามเพลิน


ไม่มีเสียงต่อล้อต่อเถียงอย่างที่คิด ปกฉัตรก็เลยหันมาถาม “มองอะไร” 


ร่างสูงรู้ตัวในวินาทีนั้นว่าเขาจับจ้องอีกฝ่ายตาไม่กะพริบ แต่จะปฏิเสธก็ใช่ที่ เลยยอมรับหน้าตาย


“ไม่คิดว่าจะหั่นผักเป็น”


“ไอ้ดิษกินผักได้ไม่กี่อย่าง บางอย่างต้องหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ไม่งั้นมันไม่กิน”


“แล้วมึงล่ะ” คำถามของเจตน์ทำเอาคนกำลังหั่นผักต่อถึงกับชะงักอีกครั้ง หัวใจเต้นตึ่กๆเมื่อจู่ๆประเด็นการพูดคุยก็เบี่ยงมาที่เขา แถมเป็นการเบี่ยงแบบที่เจตน์ตั้งคำถามเองด้วย ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเหลือบกลับมามอง แต่คนถามยักไหล่เหมือนไม่ได้สนใจจะเอาคำตอบเท่าไร


“อยากตอบก็ตอบ ไม่อยากตอบก็เรื่องของมึง แต่จะห้ามไม่ให้กูถามน่ะไม่ได้ ที่นี่ห้องครัวกู คอนโดกู และคำถามก็เป็นคำถามของกู อย่าเสือกมาสั่งกูห้ามถาม” เป็นอีกครั้งที่ความปากเสียของเจตน์ทำเอาคนที่พยายามทำสีหน้าเรียบๆต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดในการกลั้นรอยยิ้ม ยิ่งพอหันไปมองร่างสูงที่กำลังจ้องเอาจ้องเอาเหมือนจะไม่ปล่อยให้เขาลอยนวลไปกับความเงียบ ก็เลยต้องกระแอมในคอแล้วตอบช้าๆ


“ก็...ก็กินได้...” คำตอบแบ่งรับแบ่งสู้นั้น ทำเอาเจตน์ทำเสียงหึ


“ถ้าให้กูเดา ที่มึงแดกได้ เพราะแดกแทนไอ้ดิษมาตลอดสิท่า!” เจตน์พูดแล้วเบ้ปากมองจ้องเข้าไปในดวงตาของร่างโปร่ง ปกฉัตรชะงัก ที่ร่างสูงพ่วงชื่อเพื่อนสนิทของเขาเข้ามาอีกแล้ว หรือว่า...จะเข้าใจว่าเขากับดิษกรคบหากันเกินเพื่อนจริงๆ


...นิ่งไว้ก่อนดีกว่า อย่าเพิ่งพูดอะไรออกไป เพราะคนอย่างเจตน์ ยังไงๆก็ต้องหลุดออกมาเองแน่ๆ...


   ร่างโปร่งไม่พูดอะไรอีก เขาก้มหน้าก้มตาหั่นผักต่อ สมาธิและสติแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกอยู่กับการหั่นผัก อีกส่วนอยู่ที่เจตน์ ที่ไม่รู้ว่าจะมาไม้ไหนอีก


   “อ้าว เงียบไปเลย กูพูดอะไรไม่เข้าหูรึไง”


   ...นั่นไง...มาไม้นี้ ไม้หาเรื่อง...


   ...จะหาเรื่องกลับ หรือว่าเลี่ยงดี?...


   “ผมว่าพี่รีบล้างเถอะ จะได้รีบทำ” คนพูด พูดทั้งที่ไม่มองหน้า ทำเป็นเลี่ยงไม่อยากลับฝีปากด้วย ทั้งๆที่คนที่หาเรื่องมาตั้งแต่แรกก็คือเขาต่างหาก และดูเหมือนการเลี่ยงของปกฉัตรจะทำเอาเจตน์หงุดหงิด ร่างสูงทิ้งเนื้อไก่ที่กำลังล้างลงจาน ก่อนจะเดินมาจับปลายคางแล้วบิดมาสบตากับเขา


   “กูไม่ชอบคนสั่งกู! และกูก็ไม่ชอบคนที่พูดโดยไม่มองหน้ากู!”


เป็นครั้งแรกที่ร่างสูงได้สบตากับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่เคยคิดว่าว่างเปล่า มันเป็นระยะประชิดที่ทำให้มองเห็นว่าความว่างเปล่าที่เขาเคยเห็นนั้น มีอีกหลายอย่างซุกซ่อนอยู่ในนั้น เจตน์รู้สึกประหลาด อะไรบางอย่างพลุ่กพล่านในอกอย่างไม่รู้สาเหตุ เคยจ้องตาปกฉัตรจากระยะไกลก็ว่าดูไร้อารมณ์ ดูว่างเปล่า ดูไม่สนใจใยดี แต่ไม่คิดมาก่อนว่าพอมองใกล้ๆ กลับพบว่านัยน์ตาสีอ่อนนั้นสะสมประกายประหลาดเอาไว้มากมายขนาดนี้


   ...พวกนี้คืออะไร อะไรที่ซ่อนอยู่ในสายตาคู่นี้...


   “ปล่อย...” ในขณะที่เจตน์ดำดิ่งลงไปในดวงตาคู่นั้น ปกฉัตรก็ปลุกสติด้วยการพยายามดึงมือที่แข็งราวกับเหล็กคีบออกจากปลายคางเขา ทั้งเขินทั้งหวั่นยามสบตากับเจตน์จนไม่กล้าปล่อยให้อีกฝ่ายจ้องนานกว่านี้ แต่เพราะอยู่ใกล้กันเกินไปและมือของเจตน์ก็บังคับให้เขาขยับไปทางไหนไม่ได้ สุดท้ายเลยต้องพยายามดึงมืออีกฝ่ายออก


   ร่างสูงยอมปล่อย แต่ไม่วายแกล้งด้วยการเอามือตัวเองไปป้ายจมูกอีกฝ่าย


   “เหม็นดีมั้ยล่ะ! กลิ่นไก่ดิบเนี่ย!” ตอนนั้นเองที่ปกฉัตรเพิ่งรู้สึกว่ามือที่เจตน์มาจับคางเขาเมื่อครู่นี้เพิ่งจะล้างเนื้อไก่มาหมาดๆ เขายกหลังมือเช็ดคางตัวเองแล้วทำหน้าเบ้เพราะกลิ่นไม่พึงประสงค์


   “มาล้างตรงนี้” มือใหญ่ดึงแขนร่างโปร่งให้เดินไปที่อ่างล้างจาน แต่เจ้าตัวดึงแขนตัวเองหนี


   “เลิกจับผมได้แล้ว ยิ่งจับยิ่งเลอะ”


   “เดี๋ยวมึงจะได้เลอะกว่านี้ถ้ายังดื้อกับกู” สุดท้าย ปกฉัตรก็ต้องยอมตามใจคนที่ออกตัวว่าไม่ชอบถูกใครสั่ง เขายอมเดินตามไปที่อ่างล้างจาน ยอมเปิดน้ำออกมาล้างปลายคางและแขนในขณะที่เจ้าของห้องครัวยืนอยู่ข้างๆอย่างเงียบๆ พอล้างเสร็จปกฉัตรถึงได้เดินกลับไปหั่นผักต่อ และเมื่อนั้นเสียงเจตน์ถึงดังขึ้นอีกหน


   “ผักน่ะ มึงหั่นให้มันชิ้นใหญ่ๆหน่อย กูไม่ชอบแดกวิญญาณผัก แล้วถ้าไอ้ดิษมันแดกไม่ได้ เดี๋ยวกูจับยัดเอง” ปกฉัตรสูดลมหายใจลึกเพื่อระงับหัวใจที่เต้นตึ่กตั่กเมื่อครู่นี้ซึ่งมันกำลังจะกลายเป็นหมั่นไส้เพราะความบ้าอำนาจของเจ้าของห้องครัว


   ...ปากว่าไม่ชอบถูกสั่ง แต่เรื่องสั่งคนอื่นนี่เก่งเหลือเกิน!!!...

…………………………

สองเพื่อนซี้อยู่ที่คอนโดของเจตน์จนดึก ปกฉัตรที่ไม่ได้ดื่มและตั้งใจว่าจะหามุมเงียบๆอ่านหนังสือ ก็กลายเป็นถูกเจ้าของห้องลากไปนั่งร่วมวงด้วย แต่ก็เป็นการร่วมวงอย่างเงียบๆเท่านั้นเอง ในขณะที่ดิษกรเมากรึ่มๆในแก้วสุดท้าย ก่อนจะล่ำลาวงเหล้าลงมาที่รถ คนขับจึงกลายมาเป็นปกฉัตรแทน


รถญี่ปุ่นของดิษกรจอดที่หน้าบ้านหลังเล็กที่มีไฟสว่างจ้ามาจากในห้องอเนกประสงค์ด้านใน บอกให้รู้ว่าเจ้าของบ้านซึ่งมีศักดิ์เป็นอาของดิษกรกลับมาแล้ว


“ไหวมั้ยมึง” ปกฉัตรหันมาถาม หลังจากดับเครื่องเรียบร้อย


“ไหวสิ แตงกิ้วมากปกเพื่อนรัก” ดิษกรยิ้มตาหวานเยิ้ม แล้วลากเอาหน้าผากขาวๆของเพื่อนสนิทที่คบหากันมาตั้งแต่อนุบาลมาจูบทีหนึ่ง ซึ่งแรงประหนึ่งโขก


“ไอ้เชี่ยดิษ กูเจ็บ” คนถูกโขกหน้าผากด้วยริมฝีปากบ่นอย่างไม่จริงจังนัก คนที่เมากรึ่มเลยยิ้มหวานอีกรอบ


“เจ็บนิดเดียวเองงงงง แล้ว...มึงกลับไง” ดิษกรถามแล้วเปิดประตูจะลงจากรถ ลมเย็นๆพัดมากระทบใบหน้าให้รู้เนื้อรู้ตัวบ้าง แต่ก็ยังนั่งอยู่บนเบาะเหมือนเดิม ทั้งๆที่สองขาเหยียบพื้นแล้ว


ปกฉัตรส่ายหน้าอย่างระอา ลงจากรถแล้วเดินอ้อมมาหาคนที่นั่งอยู่ในรถ แต่สองขาเหยียบพื้นโลก


“บ้านกูก็อยู่ข้างๆบ้านมึงไง” เขาว่าอย่างนั้นแล้วชี้นิ้วโป้งข้ามไหล่ไปบ้านหลังติดกันที่ปิดไฟมืด


มืดแน่ล่ะ เพราะบ้านหลังนั้นนอกจากปกฉัตรแล้ว ก็ไม่มีใครอยู่ ทั้งบิดามารดาทำงานอยู่ต่างประเทศกันหมด


“เออ...จริงด้วย มึงย้ายมาอยู่บ้านนี้ตอนอนุบาลสอง ห้อง ก.ไก่” เมาแล้วพูดจาเลอะเทอะไปหมด ขืนยังปล่อยเอาไว้แบบนี้ คืนนี้คงได้คุยไปตบยุงไป เขาดึงแขนเพื่อนสนิทออกมาจากรถ แม้ดิษกรจะตัวใหญ่กว่า หนากว่า แถมเป็นนักกีฬาฟุตบอล แต่เวลาเมากรึ่มๆแบบนี้ มันก็ทำตัวบอบบางปลิวลมยอมออกมาจากรถตามแรงดึงได้อย่างง่ายๆ


“เข้าบ้านไปได้แล้ว กูจะกลับแล้ว” ปกฉัตรพูดแล้วปิดประตูรถให้ ตามด้วยกดล็อกรถให้อีก แล้วยัดกุญแจรถใส่มือ


“รับทราบ ไว้เจอกันใหม่ เออ...วันจันทร์ มึงมีเรียนเช้าใช่มั้ย ไปกินข้าวโรงอาหารคณะกูนะ” คนเมาชวนแล้วยิ้มหวานเจี๊ยบ ปกฉัตรนิ่งไปเล็กน้อย...ถ้าไปที่นั่น เขาก็อาจจะได้เจอรุ่นพี่คนสนิทของดิษกร


“ไปน้า ไป ไป” ผู้ชายตัวใหญ่ที่เวลาเมาแล้วทำตัวอ้อแอ้ได้น่าเตะที่สุดในโลกก็น่าจะเป็นดิษกรนี่แหละ และปกฉัตรก็คงจะเตะไปแล้ว ถ้าหากว่า...ไม่คิดถึงวันจันทร์หน้าซะก่อน


...ถ้าไปคณะบัญชี ถึงจะกว้างแค่ไหน แต่โอกาสได้เจอก็มากกว่าอยู่เฉยๆ...


แม้ในใจจะลิงโลด แต่คนหน้าตาเรียบเฉยก็ทำสีหน้าเรียบๆ พยักหน้าอย่างขอไปที


“เออๆ มึงเข้าบ้านไปได้แล้ว กูกลับล่ะ” ต้องรีบชิ่งก่อนจะเผลอยิ้มดีใจ ปกฉัตรหมุนตัวเดินออกจากประตูรั้วของบ้านเพื่อนสนิทไปยังบ้านหลังข้างๆ เพราะคนที่อาศัยอยู่ในบ้านสองหลังนี้สนิทสนมกันอย่างดี รั้วกั้นจึงเตี้ยพอที่ความสูงของดิษกรจะทำให้เขามองเห็นเพื่อนสนิทร่างสูงโปร่งเดินจากประตูรั้วบ้านไปยังหน้าบ้านที่ยังมืด แม้จะเมาแต่หนุ่มปีหนึ่งคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีก็มองส่งเพื่อนรักเข้าบ้าน เปิดไฟสว่างจ้าเรียบร้อย


ดิษกรกำลังจะเดินเข้าบ้านตัวเองบ้างเช่นกัน แต่เเรงสั่นจากโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็ทำเอาเขาต้องหยุดเดินแล้วหยิบขึ้นมาดู ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอากะพริบตาปริบๆ แต่ก็กดรับสายอย่างรวดเร็ว


“เฮีย...”


   ‘กูลืมเอาเลคเชอร์ปีที่แล้วให้มึงว่ะ ไอ้ดิษ’


   “โอยยยย...ถ้าให้สิโกรธ มือขวาน้องดกเหล้า มือซ้ายให้รับเลคเชอร์ เกินไป๊”


   ‘ไอ้หอก รักการเรียนบ้างก็ได้’ ดิษกรหัวเราะลั่น


   “งั้นเอาสัปดาห์หน้าก็ได้เฮีย วันจันทร์เฮียเข้าคณะมั้ยล่ะ”


   ‘ไม่’


   “โถ นึกว่าจะได้เจอกัน”


   ‘กับแค่เลคเชอร์ กูฝากไว้ร้านซีร็อกก็ได้ มึงไปเอาแล้วกัน’


   “ไม่ได้หมายถึงผมเจอกับเฮีย แต่หมายถึงเฮียเจอกับเพื่อนผมต่างหาก” ดิษกรแย็บไปถึงเพื่อนรักหนึ่งเดียวในดวงใจอย่างปกฉัตร แน่นอนว่าเขารอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ เมื่อตอนเย็นก็ไม่รู้ว่าทั้งปกฉัตรและเจตน์คุยกันเรื่องอะไร แต่...ถ้าคุยกันได้ ก็น่าจะเคลียร์กันแล้ว และถ้าเคลียร์กันแล้ว ก็น่าจะเจอกันได้อีก...หลายๆครั้งสิ


   คนนึงก็รุ่นพี่ที่เคารพ อีกคนก็เพื่อนที่รัก ดิษกรชูสามนิ้วสาบานว่าอยากให้ทั้งสองคนรักกันมากๆเลยนะ!


   ‘เพื่อนมึง? ไอ้เด็กรัฐศาสตร์นั่นน่ะเหรอ’


“มันชื่อปกครับเฮีย ชื่อจริงชื่อปกฉัตร ไม่ใช่ปกสมุด ปกหนังสือ ปกหนา ปกบางอะไรนะเฮียยยยยย”


‘กูรู้แล้ว’


“ฮั่นแหน่ะ! รู้แล้ว แล้วไปเรียกไอ้เด็กรัฐศาสตร์ทำไม เดี๋ยวเขาก็สะดุ้งกันทั้งคณะหรอก ถ้าจะเรียกก็ต้องเจาะจงนิดนึง เรียกเด็กรัฐศาสตร์ ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ปีหนึ่ง...”


‘กูจะเรียกอะไรมันก็เรื่องของกู’


“แหน่ะ! ดุ...ดุทำไม ผมแค่อยากให้เฮียกับเพื่อนผมดีกัน มาเจอกัน มากินข้าวด้วยกัน...”


‘จะให้กูเจอกับมันทำไม’ เสียงทุ้มๆที่ปลายสายตอบกลับมานั้น คนเมากรึ่มๆถึงกับขมวดคิ้ว เพราะรู้สึกว่ามันจะฟังแล้วห้วนไปหน่อย


“อ้าว...ก็...เผื่อเฮียจะสนิทกับมันบ้าง”


‘กูไม่ได้อยากสนิท! แค่นี้นะ! แล้วมึงไปเอาเลคเชอร์ด้วย!’ แล้วปลายสายก็ตัดไปอย่างรวดเร็ว ดิษกรได้แต่ลดโทรศัพท์ในมือลงมาดูอย่างงุนงง ก่อนจะมองข้ามรั้วเตี้ยไปยังบ้านหลังข้างๆที่มีไฟเล็ดลอดออกมาจากชั้นสอง


...ไอ้ปกกับเฮียเจ๋งมีเรื่องอะไรกันน้า...ดิษกรอยากช่วยเหลือให้ดีกันเหลือเกิ้น!...

...................

เจตน์โยนโทรศัพท์มือถือทิ้งบนโซฟาข้างตัว หงุดหงิดอย่างไม่มีสาเหตุทันทีที่ตัดสายจากรุ่นน้องร่วมคณะ ไม่รู้หงุดหงิดอะไร ทั้งๆที่ตอนร่วมวงเหล้าด้วยกัน ก็อุตส่าห์อารมณ์ดีเพราะเหล้าและผองเพื่อนแล้วเชียว แต่...พอโทรศัพท์คุยกับรุ่นน้องอย่างดิษกร แถมเรื่องของปกฉัตรมาด้วย เขาก็คิดไปถึงไอ้หน้าตาเฉยๆเหมือนไม่ยินดียินร้ายกับอะไรสักอย่างบนโลกใบนี้ของมันขึ้นมาอีก


....แม่ง!...แล้วทำไมสมองกูต้องคิดถึงหน้ามันด้วยวะเนี่ย!!...


แม้จะดึกมากแล้ว แต่เพื่อดับอารมณ์หงุดหงิดในหัวใจ หนุ่มปีสองจากคณะบัญชีเลยตัดสินใจจะอาบน้ำอีกสักรอบก่อนนอน ทว่า...ไม่ทันจะลุกไปไหน เสียงโทรศัพท์ที่แอ้งแม้งอยู่ข้างๆก็ดังขึ้น


ดวงตาเรียวเหลือบไปมอง บนหน้าจอขึ้นชื่อ ‘เฮียโจ๊ก’ ก็เลยตัดสินใจหยิบมากดรับสาย


“ไง เฮีย ดึกๆดื่นๆไม่นอนรึไง” เขาถาม แต่ตัวเองลุกขึ้นเดินเก็บซากอารยธรรมวงเหล้าที่วางเกลื่อนอยู่แถวชุดโซฟาไปเรื่อย ที่ตอนแรกกะจะอาบน้ำก็เลยผลัดไปก่อน เพราะไม่รู้ว่าจู่ๆทำไมญาติผู้พี่คนนี้ถึงโทร.มาหา


‘เสาร์หน้ามึงว่างรึเปล่า’


“เสาร์หน้า? หมายถึงไม่ใช่พรุ่งนี้ใช่มั้ย” เพราะคืนนี้คือคืนวันศุกร์ เจตน์ที่มีแอลกอฮอลล์ในเลือดนิดหน่อยเลยมึนขึ้นมากะทันหัน


‘สัดเจ๋ง กูบอกเสาร์หน้า ถ้าพรุ่งนี้กูก็พูดว่าเสาร์นี้สิ’ และก็สมกับเป็นญาติผู้พี่ที่ปากเสียสมกับเป็นพี่น้องกันนั่นแหละ


“เออๆ เข้าใจแล้ว เสาร์หน้าเฮียจะทำไม”


‘กูไม่มีรถใช้’


“แล้ว?”


‘กูต้องไปคณะ จะให้มึงขับรถให้หน่อย กูจะยืมรถมึง กูก็ไม่ชอบขับรถคนอื่น’ เป็นญาติผู้พี่ที่เรื่องมากและเอาแต่ใจสุดขีด ดีว่าสนิทกันมาแต่เด็กหรอกนะ ไม่อย่างนั้นอย่าหวังว่าคนอย่างเจตน์จะใจดี


“เฮียไปกี่โมงล่ะ” ปากถาม มือหนึ่งถือโทรศัพท์แนบหู อีกมือเก็บจาน เก็บถ้วยมาไว้ที่อ่างล้างจาน


‘เก้าโมงเช้า’


“ทำไมเช้าจังวะ เฮีย”


‘เออหน่า สรุปว่ามึงว่างใช่มั้ย’


“บอกก่อน เฮียจะไปทำไมแต่เช้า” ปลายสายเงียบไปอึดใจ ก่อนที่คำตอบจะดังขึ้น


‘คณะกูมีจับสายรหัสอะไรไม่รู้ พี่รหัสบังคับกูไป’


...อ้อ...ที่แท้ก็กิจกรรมคณะนั่นเอง... เจตน์แอบฉุกใจเล็กน้อย เพราะเท่าที่สนิทสนมกับญาติคนนี้ เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าคนอย่าง ‘เฮียโจ๊ก’ ทำกิจกรรมคณะด้วย


‘เฮ้ย อย่าเงียบสิวะ สรุปว่าไง มึงไปส่งกูได้มั้ย’


“เออๆ เดี๋ยวขับรถให้” เจตน์รับปาก


‘งั้นเสาร์หน้า แปดโมงครึ่งมึงมารับกูที่คอนโดแล้วกัน’


“เออ” หนุ่มบัญชีกำลังจะตัดสาย แต่ตอนที่กำลังจะเอื้อมมือไปเปิดน้ำใส่จานชามที่ยังไม่ได้ล้าง เขาก็พลันนึกถึงใครบางคนที่เมื่อตอนเย็นเข้ามามีส่วนร่วมในครัวนี้


“เฮีย! เดี๋ยวๆ!”


‘อะไรวะ อย่าบอกกูนะว่าจะไม่พาไปแล้ว’ ปลายสายทำเสียงห้วนกลับมา ไม่สมกับที่มาขอความช่วยเหลือเลยสักนิด แต่เจตน์ไม่มีเวลามาฉุนกับน้ำเสียงของญาติผู้พี่ เพราะมีอย่างหนึ่งที่เขาอยากถามเพื่อความแน่ใจ


“เฮียจะให้ผมไปส่งที่คณะ?”


‘เออสิ! ก็กูบอกว่ากูจะไปคณะ’


“แล้วเฮีย...อยู่คณะไหน”


‘รัฐศาสตร์โว้ย! ไอ้สัดเจ๋ง ถ้าสมองมึงไม่พร้อม ก็ไม่ต้องคุยกับกู! เสียเวลา! แค่นี้แหละ! แล้วเสาร์หน้ามารับกูด้วย!’ แล้วปลายสายก็ตัดไป ในขณะที่เจตน์ยังยืนนิ่งอยู่ที่หน้าอ่างล้างจานแล้วได้แต่กะพริบตาปริบๆ แล้วทันใดนั้น พอเขามองไปทางเคาน์เตอร์ครัว ก็เหมือนเห็นภาพซ้อนของใครบางคนกำลังก้มๆเงยๆหาของเหมือนเมื่อตอนเย็นที่ผ่านมานี้


‘มันชื่อปกครับเฮีย ชื่อจริงชื่อปกฉัตร…’


…ปก...ปกฉัตร...


หัวใจเต้นดังตึ่ก! ครั้งที่หนึ่ง!


‘…เรียกเด็กรัฐศาสตร์ ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ปีหนึ่ง’


…รัฐศาสตร์ ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ปีหนึ่ง…


หัวใจเต้นดังตึ่ก! ครั้งที่สอง!!


ภาพดวงตาสีน้ำตาลจางที่มีประกายบางอย่างซุกซ่อนอยู่ข้างในยามมองใกล้ๆนั้นหวนกลับมาอีก เจตน์รู้สึกเหมือนตนเองกำลังถูกดึงดูดให้เข้าไปอยู่ในวงโคจรของอะไรบางอย่างที่หนีไม่ได้ หันหลังให้ก็ไม่ได้ เพราะสุดท้าย...ปกฉัตรก็ยังมาวนเวียนอยู่รอบตัวของเขาอยู่ดี!


หัวใจเต้นดังตึ่ก! ครั้งที่สาม!!!


...ไม่! ไม่มีทาง!! ถึงจะคณะเดียวกับเฮียโจ๊ก แต่ก็อยู่กันคนละภาควิชา ไม่มีทางเจอกันหรอก!...


เจตน์ตัดสินใจผลักความรู้สึกบางอย่างออกไปจากใจ ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาล้างจานโดยไม่รู้ความจริงบางอย่างที่ ‘เฮียโจ๊ก’ ไม่ได้บอก


คณะรัฐศาสตร์มี 4 ภาควิชาก็จริง และแต่ละภาควิชาก็จับสายรหัสภายในภาคฯของตนเองก็จริง แต่...ทุกภาคฯจับสายรหัสพร้อมกัน จับเวลาเดียวกัน และวันเดียวกัน!


วงโคจรอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับปกฉัตร ชาตินี้ทั้งชาติ…เจตน์ก็ไม่มีทางสลัดหลุดแน่นอน!!


ติดตามตอนต่อไป (พฤหัสหน้าค่ะ)

บางทีปกเขาก็อยู่ของเขาเฉยๆ อิโจ๊กดึงน้องมันมาใกล้เอง (ส่วนโจ๊ก...มนุษย์ซึ่งไม่ร่วมชุมนุมใดๆ แต่เราจะรู้กันเงียบๆว่ามันไปจับสายรหัสทำไม ไออาร์มา อิโจ๊กไม่มาได้ไง ฮ่าฮ่า)

เรื่องนี้ ถึงจะเชื่อมกับวาระซ่อนเร้นอยู่นิดหน่อย แต่โทนเรื่องก็คนละอย่างกันเลยล่ะค่ะ เพราะปกฉัตรมาสายขรึมแบบนี้ แถมเฮียเจ๋งก็สายโวยแหลกไปหมดทุกอย่างยังงี้ แต่ถึงยังไงก็ตาม เราก็จะพาคนรู้จักจากวาระซ่อนเร้นมาแวะเวียนในเรื่องนี้บ่อยๆนะคะ ฮ่าฮ่า

ขอบคุณคนอ่าน คนเม้นท์ คนติดตามและพื้นที่บอร์ดเช่นเคยค่ะ

เจอกันพฤหัสฯหน้า

ป.ล. เนื่องจากตอนนี้มันสั้น ภายในสัปดาห์นี้จะเอาสเปของขวัญพี่โตมาลงให้ได้อ่านก็แล้วกันนะ (นี่มันแทนกันได้ด้วยเหรอ??? ฮ่าฮ่า)


ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1940
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
    • -
ขอบคุณค่ะ  จีบแบบเนียนๆเลยนะน้องปก
เหอๆ  และจีบติดซะด้วย  อิอิ

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

ออฟไลน์ TachibanaRain

  • มาโกโตะเทนชิ
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2422
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +76/-3
ยังยืนยันคำเดิมว่าอิพี่เจ๋งนี่ไบโพล่าร์หนักกว่าพี่โจ๊กอีก เฮ้ออ เหนื่อยกับความเกรี้ยวกราดของพี่แกจริงๆ

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1511
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
ชอบความวางแผน
แถมเหยื่อติดเบ็ดละเด้อออ 5555

ออฟไลน์ bobby_bear

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-5
ชอบคาแรกเตอร์ปกจัง ดูมีอะไรน่าค้นหาดีอ่ะ
เหมือนทุกอย่างมีแผนไปหมด ดูร้ายเหมือนกันนะ 555

ว่าแต่ลูกคนจีนบ้านนี้ไบโพลาร์เหมือนกันทั้งพี่ทั้งน้องเลยนะ 555

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13269
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
พี่น้องบ้านนี้มันพอๆกันเลย

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4845
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
หลานปกหย่อนเบ็ดไว้นิ่ง ๆ นะ เด๋วปลาก็มาติดเองแหละ  :man1:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด